The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-02-24 20:00:40

ศาสนาอยู่ที่ไหน

ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

ความเกดิ ความตาย มนั ซำ�้ ๆ ซากๆ กนั อยอู่ ยา่ งนต้ี ลอดไป จนกระทงั่ ตวั เองกไ็ ม่
ทราบได้

คำ� วา่ “ความเกดิ ความตาย” กเ็ ปน็ เรอ่ื งความทกุ ขม์ าพรอ้ มๆ กนั เมอื่ ตดั สาเหตุ
แหง่ ความเกดิ ความตายไดแ้ ลว้ คำ� วา่ “ซำ้� ๆ ซากๆ” กไ็ มม่ ี นเ่ี ปน็ ตอนสดุ ทา้ ยแหง่ ทกุ ข์
เป็นอยา่ งนี้!

ผมู้ สี ตปิ ญั ญาใครค่ รวญพนิ จิ พจิ ารณาแลว้ สง่ั สมความดใี หม้ ากมนู อตุ สา่ หบ์ ำ� เพญ็
ทั้งทางทรพั ยภ์ ายใน ท้ังทรพั ย์ภายนอก ให้เปน็ ไปดว้ ยความสม�ำ่ เสมอกัน ผูน้ ้ีชื่อวา่
เปน็ ผมู้ ปี ญั ญา เวลามชี ีวิตอยู่ก็ไดอ้ าศัยส่งิ น้ี ทางบญุ ก็มคี วามเยน็ อกเยน็ ใจ เพราะ
ความดีงามก็ได้สร้างไว้แล้ว เวลาพลัดพรากจากทางด้านวัตถุ มีร่างกายเราเป็นต้น
ซง่ึ ถอื วา่ เปน็ สมบตั อิ นั สำ� คญั ของตน เรากไ็ ดอ้ าศยั “สมบตั ภิ ายใน” คอื บญุ กศุ ล ทไี่ ด้
สร้างไวแ้ ลว้ ไปเป็นต้นทนุ เพ่ือจะก่อกำ� เนดิ เกิดในสถานทด่ี ี คติท่ีงาม สมกบั บญุ เปน็
เครอื่ งสนบั สนนุ บุคคลผู้ประพฤติปฏิบัติในทางดี ตามหลักธรรมท่านกลา่ วไว้ว่า

“ธัมโม หะเว รักขะติ ธมั มะจารงิ ” “พระธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบตั ิธรรม ไมใ่ ห้
ตกไปในที่ชวั่ ” นน่ั !

อะไรคำ� วา่ “ทชี่ วั่ ”? กท็ ที่ ไ่ี มพ่ งึ ปรารถนานนั้ แล ในทท่ี ไ่ี มพ่ งึ ปรารถนาน้ี อะไรเปน็
สาเหตุใหไ้ ปเกดิ ก็คือความชวั่ น้นั แลพาใหไ้ ปเกิด

เมอ่ื ทราบอยา่ งน้ีแลว้ ก็พยายามบ�ำเพ็ญความดเี พอ่ื จะไปสสู่ ถานท่ีดี ได้รับสิง่ ท่ี
สมหวงั กส็ รา้ งความดขี น้ึ ภายในใจ ไมป่ ระมาทนอนใจ วนั คนื ปี เดอื น ลว่ งไป ลว่ งไป
ความดขี องเราก็ให้เป็นไปด้วยความสมำ่� เสมอ ความส�ำคญั อย่ทู ต่ี ัวเรา ไม่ไดอ้ ยกู่ ับ
วนั คนื ปี เดือน เราต้องถอื ตวั เราเปน็ สำ� คญั จะรกั ษาอย่างใด ตัวเราจงึ จะมคี วาม
แคลว้ คลาดปลอดภยั มคี วามเยน็ อกเยน็ ใจดว้ ยความดที งั้ หลาย กพ็ ยายามสรา้ งใหพ้ อ
กับความต้องการ หรอื เต็มความสามารถของเราทีจ่ ะเป็นไปได้ นช้ี ื่อว่าเปน็ ผูถ้ ากถาง
หนทาง “สคุ โต” ทงั้ ปจั จบุ นั และอนาคตใหต้ น ไมส่ รา้ งขวากสรา้ งหนามไวป้ กั เสยี บตนเอง
ย่อมมคี วามรน่ื เริง “อธิ นนทฺ ติ” อยู่ในโลกนก้ี ็มคี วามรน่ื เรงิ บันเทงิ “เปจจฺ นนทฺ ติ”

292

ละโลกนไ้ี ปแลว้ กม็ คี วามรน่ื เรงิ และรน่ื เรงิ ในโลกทงั้ สอง คอื โลกนแี้ ละโลกหนา้ เปน็ สง่ิ
ทผี่ นู้ นั้ จะพงึ ไดร้ บั แตส่ งิ่ ทพี่ งึ พอใจ เพราะอำ� นาจแหง่ บญุ ทตี่ นไดส้ รา้ งไวแ้ ลว้ ปราชญ์
ทัง้ หลายทา่ นสรา้ งแต่ความดีอย่างนี้ ท่านจงึ เจอแต่ความดี ไดแ้ ต่สิ่งที่ดีมาแจกจา่ ย
พวกเรา เชน่ พระพทุ ธเจา้ เปน็ ตน้ เพราะทา่ นหาของดี ทา่ นกไ็ ดข้ องดี แลว้ นำ� มาแจก
แกส่ ตั วโ์ ลก จนกระทง่ั ทกุ วนั นยี้ งั ไมห่ มดไมส่ น้ิ ไปเลย คอื พระโอวาททอี่ อกมาจากธรรม
ของจรงิ

ท่านสอนอย่างถูกต้องแม่นย�ำกับเหตุผล ถูกต้องตามจุดความจริง หรือหลัก
ความจริง พวกเราถา้ จะเทยี บก็เหมือนกบั คนหูหนวก ตาบอด ถ้าไมเ่ ชอ่ื คนหูดี ตาดี
คนฉลาดแลว้ จะไปเชอ่ื ใคร ความโงม่ นั กองอยเู่ ตม็ ตวั เรานี่ ความมดื บอดกเ็ ตม็ ภายใน
หวั ใจ ทศิ ทางจะไปก็ไม่ทราบจะไปทางไหน อยู่ไป วนั คนื ปี เดอื น ลว่ งไป ลว่ งไป
แต่ความโง่มันไมล่ ่วงไป ถา้ ไม่แก้มัน เพราะฉะนัน้ จงึ ตอ้ งแก้ความโง่เขลาเบาปัญญา
อนั เปน็ ความมดื บอดน้อี อก ใหจ้ ิตใจมีความสว่างไสวมองเหน็ ทิศทางทจี่ ะไป

จงเช่อื พระพทุ ธเจ้า ผู้มีทั้งตาใน ตานอก มีความเฉลยี วฉลาดทัง้ ภายนอก และ
ภายใน ตามหลกั ธรรมทเ่ี ราถอื เปน็ สรณะวา่ “พทุ ธฺ ํ สรณํ คจฉฺ าม”ิ ใหถ้ งึ ใจ! ใหถ้ งึ ใจ
ฝากเปน็ ฝากตายกบั ทา่ น ดว้ ยการปฏบิ ตั บิ ำ� เพญ็ แบบนกั ตอ่ สแู้ บบ “ลกู ศษิ ยม์ คี รอู บรม
ส่งั สอน”

ศาสนธรรมทา่ นสอนถงึ จดุ นตี้ งั้ แตต่ น้ ๆ มาโดยลำ� ดบั ๆ ธรรมนะ่ จะวา่ กวา้ งกก็ วา้ ง
จะวา่ แคบกแ็ คบ! เพราะรวมลงทใี่ จนจ้ี ดุ เดยี ว ผนู้ แ้ี ล เปน็ ผรู้ บั ทงั้ ดี ทงั้ ชวั่ ทง้ั การทำ� ดี
ทำ� ชวั่ ผลดี ผลชว่ั สขุ ทกุ ข์ รวมอยใู่ นใจนที้ ง้ั หมด ทา่ นจงึ วา่ “มโนปพุ พฺ งคฺ มา ธมมฺ า”
ใจเปน็ ใหญ่ ใจเปน็ ประธาน ใจเปน็ สำ� คญั ธรรมทง้ั หลายรวมลงอยทู่ ใี่ จ” ไมอ่ ยทู่ อ่ี นื่ ใด
ใหแ้ กล้ งทตี่ รงน้ี ใหจ้ ติ ใจมคี วามสวา่ งไสว รา่ งกายเตม็ ไปดว้ ยกองทกุ ข์ แตใ่ จกเ็ ตม็ ไป
ดว้ ยความสขุ ซง่ึ ผดิ กนั รา่ งกายมดื ตอ้ื ตามธาตหุ ยาบของมนั แตใ่ จสวา่ งกระจา่ งแจง้ อยู่
ดว้ ยอำ� นาจแหง่ ธรรม นแี่ หละจติ กลายเปน็ “ธรรมธาต”ุ ภายในใจ เรยี กวา่ “ธรรมธาต”ุ
คอื จิตทส่ี วา่ งไสวภายในตวั อยา่ งเต็มภูมิ เพราะหมดสิ่งปดิ บงั โดยสนิ้ เชงิ แล้ว

293

แก้หรือถอดถอนมลทนิ ชะลา้ งมลทินนีอ้ อกหมด ใจสวา่ งเตม็ ทีค่ รอบโลกธาตุ
มจี ติ ดวงนเ้ี ทา่ นน้ั ทมี่ อี ำ� นาจมากทส่ี ดุ ครอบไปหมดโลกธาตุ ไมค่ ำ� นงึ วา่ ไกลเกนิ ไป หรอื
ใกลเ้ กนิ ไป พอดอี ยตู่ ลอดเวลา ดว้ ยความออ่ นความนมิ่ นวลของจติ ความสวา่ งของจติ
นิ่มนวลจนหาคำ� พูดไม่ได้ ครอบหมดโลกธาตุ สว่างกระจ่างแจง้ ทงั้ กลางวันกลางคืน
ทา่ นเรียกวา่ “อาโลโก อทุ ปาท”ิ ความสวา่ งกระจา่ งแจง้ ไดเ้ กิดขึ้นแลว้ ภายใน
จิต”
หมดทง้ั ร่างของเรา หมดท้งั โลก มารวมอยู่ทใี่ จดวงเดียวนี้ ไม่อยู่ในทอ่ี ืน่ ใด
สาระสำ� คญั อยู่ท่นี ่!ี
จงพยายามปลดเปลอื้ ง พยายามแกไ้ ขจติ นใี้ หไ้ ดต้ ามกำ� ลงั ความสามารถของเรา
หรือสุดความสามารถ! ผู้นั้นจะได้ครองสมบัติอันพึงพอใจภายในจิต และครอง
มหาสมบตั เิ ปน็ ทพ่ี งึ พอใจอยา่ งยงิ่ ดว้ ยความบรสิ ทุ ธแิ์ หง่ ใจ ขอใหน้ ำ� ไปพนิ จิ พจิ ารณา
ดว้ ยดี สมบัตทิ ่ีพงึ หวังและปรารถนามานานจะเป็นของเราแต่ผู้เดยี ว
การแสดงธรรม ก็เหน็ ว่าสมควร ขอยตุ ิเพยี งเทา่ นี้

294

ยอดธรรม

การปฏิบัติเป็นการหาหลักเข้าสู่ความจริง การเรียนเป็นเหมือนกับเรียนแผนท่ี
แตส่ ว่ นมากมกั ไมท่ ำ� ตาม “แผนท”ี่ แตแ่ ผนทภ่ี ายนอกกบั แผนทภ่ี ายในนผี้ ดิ กนั คนละ
โลก
แผนทภ่ี ายนอก เชน่ แปลนบา้ นแปลนเรอื น หรอื แปลนเครอ่ื งปลกู สรา้ งตา่ งๆ กบั
แผนทบี่ อกถนน บอกสถานทใี่ ดอยทู่ ไี่ หน เปน็ ตน้ นายชา่ งเขาทำ� ตามแปลนนน้ั ดตู าม
ไปเรอ่ื ยๆ ผเู้ ดินทางดตู ามทางทปี่ รากฏในแผนที่ แตห่ ากไดแ้ ผนทซ่ี ึง่ ไมเ่ ป็นปจั จบุ ัน
ยอ่ มจะมีอะไรเกดิ ขน้ึ หรอื รอื้ ทุบท้งิ ไปแล้วแต่ยังปรากฏในแผนท่ี น้นั ทำ� ใหเ้ ข้าใจผิด
เดนิ ทางผิดไปได้
แต่แผนทภ่ี ายใน เช่น อาการ ๓๒ เรอ่ื งธาตุเร่อื งขันธ์ ซง่ึ ท่านสอนใหเ้ รารู้ และ
ฝกึ หดั หาประโยชนจ์ ากแผนทนี่ น้ั ๆ เปน็ “สจั ธรรม” ตายตวั นบั แตค่ รง้ั พทุ ธกาลมาจน
ปจั จบุ นั นี้ สว่ นทเ่ี ปน็ แปลนภายในจติ นนั้ จะทำ� อยา่ งนายชา่ งปลกู เรอื นใหเ้ ปน็ ไปตาม
แปลนทตี่ นถอื อยนู่ นั้ ไมไ่ ด้ เพราะขดั กบั หลกั ปจั จบุ นั ซง่ึ เปน็ ทเี่ กดิ แหง่ “ธรรม” เชน่ เรยี น
และเข้าใจตามต�ำรับต�ำราแล้วมาปฏิบัติ ย่อมจะอดไม่ได้ท่ีจะมีการคาดคิดเกี่ยวโยง
ไปถงึ ตำ� รา ในเวลาทำ� สมาธภิ าวนา หรอื ปฏบิ ตั ไิ ปแลว้ จะพบวา่ จติ จะสงบตวั ไดย้ าก เพราะ
ถูกรบกวน

295

ขณะทจ่ี ะปฏบิ ตั ธิ รรม เราเรยี นธรรมมามากนอ้ ยจะนำ� มาใครค่ รวญหรอื พจิ ารณา
ตอ้ งยงุ่ กนั ไปหมด เพราะยงั ไมใ่ ช่ “ฐานะของจติ ” ทจี่ ะนำ� มาพจิ ารณาใครค่ รวญนำ� มา
เทยี บเคยี งกบั จติ ขนั้ ขณะจะรวมตวั เพอื่ มกี ำ� ลงั จงึ ไมค่ วรนำ� อะไรมายงุ่ กวนทงั้ นน้ั ใหม้ ี
แตอ่ ารมณแ์ หง่ ธรรมท่จี ะนำ� เขา้ มาก�ำกับรกั ษาจติ ราวกบั “ชาร์จจิตให้มีพลังภายใน
ตัวเอง” คือใหม้ คี วามสงบ

เม่ือจิตสงบแล้วก็เป็นพลังภายในตัว ถึงจะมีความรู้มากน้อยแค่ไหนก็ไม่เกิด
ความเดอื ดรอ้ นวุ่นวาย เพราะมีหลักใจ มีความอบอ่นุ มีความร่มเย็น มคี วามผาสุก
ภายในตน เพราะความสงบซง่ึ เปน็ การรวมกำ� ลงั นน่ั ! ไมเ่ ขา้ ใน “แปลน” เลย! เพราะ
ขณะปฏบิ ตั ิ ไมพ่ ะวกั พะวนในตำ� รา มแี ตต่ ง้ั หนา้ ทำ� สมาธภิ าวนาในวงปจั จบุ นั อยา่ งเดยี ว
จนเกดิ ผลเปน็ ความสงบสุขและอาการท่พี งึ ใจตา่ งๆ ขนึ้ มาในขณะน้นั

ถา้ จะเขา้ กเ็ ขา้ ใน “แปลน” ทวี่ า่ “ใหพ้ ยายามทำ� จติ ใหส้ งบดว้ ยอารมณแ์ หง่ ธรรม”
คอื คำ� บรกิ รรมอยา่ งเดยี ว อยา่ ยงุ่ กบั ธรรมอนื่ ใดในเวลานนั้ ถา้ ปลอ่ ยใหค้ ดิ ถงึ ตำ� ราใน
เวลาทำ� สมาธิ ใจจะไมย่ อมปฏบิ ตั เิ พยี งแคน่ น้ั ยงั จะมคี วามรปู้ ลกี ยอ่ ยแทรกขนึ้ มามาก
เขา้ มากวนใจจนวนุ่ ไปหมด จงึ หาความสงบไมไ่ ด้ นช่ี อื่ วา่ “ขดั กนั กบั แปลนทที่ า่ นสอน”

เราไดแ้ ปลนอะไรบา้ ง กแี่ ปลน? ทา่ นกลา่ วธรรมไวม้ ากมายเพยี งใด กก็ วา้ นเอา
มายงุ่ เราหมด ก็เหมือนว่าเราจะปลูกกระตอ๊ บสกั หลงั หน่ึง แตก่ เ็ ท่ยี วกวา้ นเอาแปลน
ตกึ รามบ้านช่องตง้ั รอ้ ยๆ ชนั้ มากางดู อยา่ งนั้นมันกเ็ ข้ากันไม่ได้ แปลนตกึ กบั แปลน
กระตอ๊ บ มนั ผดิ กนั ราวฟา้ กบั ดนิ แตน่ เ่ี ราจะรวมจติ ใหเ้ ขา้ จดุ เดยี ว เหมอื นสรา้ งกระตอ๊ บ
พอมีกำ� ลังแล้วค่อยขยายต่อไป ก็เป็นตกึ รามบ้านชอ่ งได้

เมอื่ ถงึ ขน้ั จะควรพจิ ารณาแลว้ กวา้ ง แคบ ไมม่ กี ำ� หนดกฎเกณฑ์ มนั พจิ ารณาไป
ไดห้ มดทว่ั แดนโลกธาตุ เมอื่ ถงึ ขน้ั ควรพจิ ารณา นน่ั แหละ ขน้ั นน้ั แหละ จะไดห้ ลกั ฐาน
พยานขนึ้ มาภายในจติ เกดิ ความรคู้ วามเหน็ ตา่ งๆ จากการพจิ ารณาของตนขน้ึ มา และ
จะไดส้ นุกเลอื กเฟ้นด้วยปัญญา อนั ไหนผิด อันไหนถกู และคน้ คว้าหาธรรมะท่เี รา
เคยเรยี นมาแลว้ นนั้ เขา้ มาเทยี บเคยี งกบั เหตกุ บั ผล จนกระทง่ั ลงกนั แลว้ กป็ ลอ่ ยวางได้

296

ทง้ั ๆ ทเ่ี ราเขา้ ใจชดั เจน ยงั ตอ้ งหาหลกั ฐานเขา้ มาสนบั สนนุ อกี ทหี นงึ่ เพอ่ื ความสนทิ ใจ
แนใ่ จ นช่ี อ่ื วา่ “ปญั ญา” ไมใ่ ชว่ า่ ถา้ ไมส่ งสยั จะเอาธรรมอนั นนั้ มาเทยี บทำ� ไม ธรรมนน้ั
เปน็ อกี อยา่ งหนงึ่ ธรรมปฏบิ ตั เิ ปน็ อกี อยา่ งหนงึ่ คอื นำ� “พทุ ธสมบตั ”ิ กบั “อตั สมบตั ”ิ
ทต่ี นปฏบิ ตั ไิ ดม้ าเทยี บเคยี งกนั ดู ถา้ ตรงกนั แลว้ กย็ อมรบั และปลงใจสนทิ หายกงั วล

เฉพาะอยา่ งยิง่ การปฏิบัตดิ งั ท่วี ่า “สจั ธรรม” กด็ ี “สติปัฏฐานส่”ี กด็ ี ทา่ นพูด
เกยี่ วโยงกนั ไป เวลาเราปฏบิ ตั แิ บบนนั้ คอื พจิ ารณากายแลว้ พจิ ารณาเวทนา พจิ ารณาจติ
พจิ ารณาธรรม นผี่ ดิ วนั ยงั คำ่� ! แนะ่ ! เพราะธรรมชาตนิ เ้ี กยี่ วโยงกนั อยตู่ ลอดเวลา เราจะ
พจิ ารณาในแง่ใดกพ็ จิ ารณาได้ เม่อื ถนัดแงใ่ ดที่ควรพจิ ารณากอ่ น

ส่วนมาก พจิ ารณากาย ทนี ้ีเวลา “เวทนา” เกิดข้นึ มันก็ตอ้ งปลอ่ ย “กาย” ไป
จบั “เวทนา” แลว้ เขา้ มาผสมผเสคละเคลา้ กนั กบั “กาย” แยกระหวา่ ง “เวทนา” กบั “กาย”
ใหเ้ ขา้ ใจกนั ไดช้ ดั เจน แลว้ แยกระหวา่ ง “เวทนาของกาย” กบั “เวทนาของจติ ” เทยี บเคยี ง
กนั อกี แยกสว่ นแบง่ สว่ นกนั อกี เพราะ “กาย เวทนา จติ ธรรม” อยดู่ ว้ ยกนั ในขณะ
เดียวกัน ก็แยก “กาย” คอื พจิ ารณา “กาย” และแยก “เวทนา” ให้ทราบวา่ กาย กับ
เวทนา เปน็ อนั เดยี วกนั หรอื ไม่ นน่ั แนะ่ ! และแยกจติ แยกอารมณ์ ทเ่ี ปน็ อยภู่ ายในจติ
ใหเ้ หน็ ชดั เจนวา่ แตล่ ะอยา่ ง แตล่ ะอยา่ ง ไมใ่ ชอ่ นั เดยี วกนั กบั จติ พดู เพยี งเทา่ นกี้ ค็ รอบ
หมดแล้วใน “สตปิ ัฏฐานสี”่

เราจะแยกแยะไป ท�ำทีละบทละบาท ท�ำทีละเรื่องละราว แล้วค่อยก้าวเดิน
เหมือนเราก้าวขาไปนัน้ ไม่ได้ ไม่ถูก นีภ่ าคปฏิบัติเป็นอยา่ งน้ี คอื พิจารณาอยา่ งใด
อยา่ งหนึง่ ของ “สตปิ ฏั ฐานส่”ี หรอื ของ “สัจธรรมส”ี่ หากเกยี่ วโยงกันไปเอง เพราะ
เป็นธรรมเก่ยี วเนือ่ งกนั ทา่ นว่า “กาเย กายานปุ สั สี วหิ รต”ิ อย่างน้เี ป็นต้น พิจารณา
กายในกาย ค�ำวา่ “กายในกาย” กห็ มายถึง อาการอนั หนึ่งของกายทั้งหลายทมี่ ีอยู่
หลายชนิ้ หลายอนั ดว้ ยกนั เปน็ ตน้ เหตเุ สยี กอ่ น เมอ่ื พจิ ารณากายสว่ นนี้ พอเขา้ ใจแลว้
กซ็ มึ ซาบกนั ไปเองอนั เปน็ เหตจุ ะใหส้ นใจทราบสว่ นนนั้ สว่ นนตี้ อ่ ๆ ไป แลว้ คอ่ ยกระจาย
กนั ไป กระจายกนั ไป จนหมดภายในร่างกาย คอื รอบไปหมด เข้าใจไปหมด

297

“กายในกาย” เชน่ “เกสา” อย่างน้ี จะพจิ ารณา “ผม” เส้นหนง่ึ กต็ าม แต่จะ
เกย่ี วกบั กเ่ี สน้ ของผม แลว้ เกยี่ วโยงไป “อวยั วะ” กสี่ ว่ นกอ่ี นั มนั กระเทอื นกนั ไปหมด
ซมึ ซาบกนั ไปหมด เพราะเกย่ี วเนอ่ื งกนั พจิ ารณาอะไรกต็ าม ยอ่ มเปน็ อยา่ งนน้ั โดยหลกั
ของการพจิ ารณาทางภาคปฏบิ ัติท่ที า่ นด�ำเนินมา

“เวทนา” มนั เกดิ ขนึ้ ภายในรา่ งกายของเรา เอา้ จบั เอาจดุ ใด จดุ หนง่ึ ซง่ึ เปน็ จดุ
ทีเ่ ด่นมากข้ึนมาพจิ ารณา จุดไหนที่ว่าเป็น “ทุกข”์ เดน่ กวา่ เพื่อน กำ� หนดจุดน้นั เปน็
ตน้ เหตกุ อ่ น แลว้ กซ็ ึมซาบไปหมดในบรรดาเวทนาทั้งหลาย เพราะมนั เกิดขนึ้ ท่ีไหน
มนั กเ็ ขา้ ไปเกยี่ วขอ้ งกบั “จติ ” ดวงเดยี ว พอพจิ ารณา “เวทนา” จติ มนั กว็ ง่ิ เขา้ หากนั ทนั ที
และท�ำการแยกแยะกัน เพราะ “สติปฏั ฐานส”่ี กายานุปสั สนา เวทนา จิตตา และ
ธรรมานปุ ัสสนา “เก่ยี วขอ้ งกันอย่างน้ีอย่างไรเลา่ ”

“เวทนานอก” กห็ มายถงึ “กายเวทนา” ทเี่ กดิ ความสขุ ความทุกข์ เฉยๆ มอี ยู่
ตามร่างกายส่วนต่างๆ

“เวทนาใน” หมายถงึ ทุกขเวทนาภายในใจ สุขเวทนาภายในใจ และอทกุ ขม-
สขุ เวทนาภายในใจ ไมท่ กุ ข์ ไมส่ ขุ เฉยๆ กจ็ ดั เปน็ เวทนาเหมอื นกนั ซงึ่ มอี ยภู่ ายในจติ
ของสามัญชนท่ัวไป

เวทนาทง้ั สามน้ี แมภ้ าวนา ใจเขา้ สคู่ วามสงบแลว้ กม็ สี ขุ เวทนาอยดู่ ว้ ยเหมอื นกนั
ปกติกม็ ี สว่ นมากมันมีทกุ ขเวทนาภายในใจ ถ้าเราไมพ่ จิ ารณา เชน่ ไม่เคยปฏิบตั ิ
ธรรมเลย เวทนาทง้ั สามนก้ี ม็ ี แตน่ ก่ี เ็ ปน็ เวทนาแบบ “โลกๆ” ทมี่ กี นั ไมไ่ ดเ้ ปน็ เวทนา
ทเี่ กีย่ วกับธรรมของผู้ปฏบิ ัติธรรม

เวลาเราปฏบิ ตั ธิ รรมเขา้ ไป จติ ใจเรามคี วามสงบเยน็ ใจ นเี่ ปน็ “สขุ เวทนา” จติ ไมร่ วม
สงบลงไดต้ ามตอ้ งการ เกดิ ความทกุ ขเวทนาทางกายทางใจขน้ึ มา บางทเี หมอ่ ลอยอยบู่ า้ ง
อะไรบา้ ง เฉยๆ เสยี บา้ ง จะวา่ ทกุ ขก์ ไ็ มใ่ ช่ คำ� วา่ “เหมอ่ ลอย” อะไรอยา่ งน้ี อยภู่ ายใน
จติ ของผปู้ ฏบิ ตั ิ ไมไ่ ดห้ มายความถงึ เหมอ่ ลอยแบบคนไมร่ เู้ รอ่ื งรรู้ าวอะไรเลย มนั เปน็
ภายในจติ เอง นเี้ ปน็ “อทุกขมสุขเวทนา” เหมอื นกนั

298

ตอนนเ้ี รายงั ไมท่ ราบตอนทม่ี นั เปน็ อยอู่ ยา่ งเดน่ ๆ นี้ เรายงั ไมท่ ราบ เพราะยงั ไมม่ ี
ปญั ญา ตอ่ เมอื่ จติ มคี วามละเอยี ดเขา้ ไป มอี ะไร อาการใด ปรากฏขนึ้ มา ยอ่ มทราบได้
และคอ่ ยทราบไปตามลำ� ดบั ๆ ตามกำ� ลังของสติปญั ญาของตนเอง สงิ่ เหลา่ นแ้ี ลเปน็
เจา้ นายเหนอื หวั ของจติ เอา้ พดู ใหเ้ ตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ยเสยี บา้ ง เพราะความจรงิ เปน็ เชน่ นน้ั
มาด้งั เดิม

จติ นเี้ ปน็ ภาชนะสำ� หรบั รองรบั หรอื เปน็ มา้ นงั่ ของเขานนั่ เอง เขามานง่ั ตรงนน้ั แหละ
หรอื เปน็ สว้ มกไ็ ด้ ถา่ ยรดลงตรงนน้ั แหละ มอี ะไรกข็ นึ้ ไปบนจติ นน่ั แหละ เดย๋ี วทกุ ขโ์ ดด
ขนึ้ มาถา่ ย เดย๋ี วสขุ เกดิ ขนึ้ มาถา่ ย เดย๋ี ว อทกุ ขมสขุ เวทนา เกดิ ขนึ้ มาถา่ ย ถา่ ยอยา่ งนน้ั !
จิตนี่ก็ยอมให้เขาถ่ายอยู่นั่นแหละ เพราะไม่มีสติปัญญาที่จะสลัดปัดท้ิงสิ่งเหล่านั้น
ออกได้ไม่ให้มันมาถ่าย! ฉะนน้ั จงึ ต้องอบรมสตปิ ัญญาข้ึนใหม้ ากเพ่ือตอ่ สกู้ นั

“สต”ิ เปน็ สงิ่ สำ� คญั ตอ้ งตามตดิ อยเู่ สมอ เพราะเปน็ หวั หนา้ งาน ไมว่ า่ “ปญั ญา” จะ
สอดแทรกไปทางไหน คดิ อะไรๆ สตติ ามแนบไปดว้ ย ปญั ญากไ็ ตรต่ รองไป สตกิ ต็ ามไป
จึงไมเ่ ปน็ “สัญญา” พอเผลอสตเิ ปน็ “สญั ญา” ไปได้ ตามก�ำลังของจติ ท่เี พ่ิงฝึกหัด
คน้ ควา้ ใหมๆ่ แตเ่ มอ่ื มคี วามชำ� นชิ ำ� นาญทงั้ ดา้ นสตทิ ง้ั ดา้ นปญั ญาแลว้ ยอ่ มตดิ แนบไป
ดว้ ยกนั เลย จงึ พดู ไดว้ า่ เวลาไหนนะ่ เวลาทจี่ ติ เผลอ ไมม่ เี ลย เวน้ แตเ่ วลาหลบั เทา่ นนั้
ท่สี ติปญั ญาไม่ต้องทำ� งานขณะนัน้ กิเลสกพ็ ักงานบา้ ง

เมื่อถงึ ขัน้ นไี้ ม่มีเวลาทจี่ ิตเผลอ ท่านจงึ เรยี กว่า “มหาสติ มหาปญั ญา” เผลอที่
ตรงไหน? เพราะมกี บั ผู้รูน้ ตี้ ลอดเวลา คือสตกิ บั ปัญญา มอี ยูด่ ้วยกนั ภายในจิตดวง
เดยี วนี้ และกลายเป็นอนั หนึง่ อันเดยี วกันแล้ว จะเผลอไปท่ีไหน! นัน่ เม่ือสตปิ ัญญา
มีตอ่ เน่อื งกนั แลว้ พูดได้อยา่ งนัน้

แต่ก่อนจิตเคยลม้ ลุกคลกุ คลานมาสกั เทา่ ใดแลว้ เราไมท่ ราบได้ เม่อื ถงึ ข้ันเปน็
อันหนึ่งอันเดียวกันแล้ว พอจิตกระเพ่ือมพับก็ทันกันทันทีๆ คิดเร่ืองอะไรทันกัน
โดยลำ� ดบั ๆ ยง่ิ เปน็ เรอ่ื งของกเิ ลสแลว้ สตปิ ญั ญายง่ิ รรู้ วดเรว็ ถา้ เปน็ จติ ธรรมดากไ็ มร่ ู้
แมเ้ ขาข้ึนถา่ ยบนศีรษะวนั ยงั ค่ำ� คืนยังรงุ่ ก็ไม่ร้ไู ด้

299

ภาคปฏิบัติ ให้ปฏิบัติด้วยตนเองรู้ด้วยตนเองนั้นแลมันชัดเจนดี ถูกหรือผิด
ขอใหเ้ หน็ ประจกั ษก์ บั ตวั เอง ใหท้ ราบภายในตวั เองนน้ั จงึ เปน็ ทแี่ นใ่ จ เมอื่ เราไดป้ ฏบิ ตั ิ
และไดร้ แู้ ลว้ ยอ่ มอาจหาญทจ่ี ะพดู ออกมา และอาจหาญอยภู่ ายในจติ ไมส่ ะทกสะทา้ น
ว่าจะพูดผิด หรอื ดน้ เดาต่างๆ เป็นความแน่ใจตวั เองจากการปฏิบตั ิ

การท่ีจะ “เปิดสิ่งท่ปี กคลมุ หุม้ หอ่ จติ ดวงนี้” ออกได้ ตอ้ งยาก สำ� หรับคนท่มี ี
ความออ่ นแอ ยงิ่ ยากใหญ่ ไมม่ ที างทจี่ ะเปน็ ไปได้ เพราะหาเรอ่ื งใสต่ วั เอง เวลาจะสรา้ ง
ความดีและเวลาจะเปิดกรุ “อวชิ ชา” “ตณั หา” ออกจากใจ ส่วนใหญ่ของการเปดิ กรุ
“วัฏจกั ร” นน้ั ส�ำคญั ท่ีความมงุ่ มั่น นแ่ี หละเป็นการบุกเบิกได้อย่างดี สัตว์โลกจงึ ไม่
อยากแตะตอ้ ง ไมอ่ ยากเปิด

ความมุ่งมั่นจะพาให้รู้ให้เห็นในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่าเป็นธรรมวิเศษ
วโิ สอยา่ งไรบา้ ง เมอ่ื มคี วามมงุ่ มน่ั ตอ่ อรรถตอ่ ธรรมประเภทนนั้ มอี ยา่ งเตม็ ใจอยแู่ ลว้
ถึงจะยากล�ำบากเพยี งไร ก็ไม่น�ำความยากล�ำบากมาคดิ มาเป็นอปุ สรรค มีแต่ความ
อยากรู้ อยากเห็น อยากเข้าใจ ชวนใหค้ ดิ ชวนใหป้ รุงแต่ง ให้พนิ ิจพิจารณาไปตาม
“อาการแหง่ ธรรม” ซงึ่ ตนอยากรอู้ ยากเหน็ นน้ั โดยถา่ ยเดยี ว ทำ� ใหเ้ พลดิ เพลนิ ไปทงั้ วนั
ทง้ั คนื เพลนิ อยกู่ บั การอยากรอู้ ยากเหน็ เพลนิ อยกู่ บั ผลทไี่ ดร้ บั เปน็ ลำ� ดบั ๆ เพลนิ ใน
การคน้ ควา้ ตดั ฟนั กเิ ลสอาสวะ ซงึ่ ไมม่ อี ยทู่ ไี่ หน แตม่ อี ยภู่ ายในจติ นเี้ ปน็ สำ� คญั นอกจาก
จิตไปคว้าเอาอะไรท่ีเป็นโทษที่เป็นพิษมาจากภายนอก แล้วน�ำเข้ามากลุ้มรุมตัวเอง
ให้รุ่มร้อนไปเปล่าๆ จิตจ�ำต้องค้นคว้าพินิจพิจารณาแก้ไขตัดฟันอยู่ภายในน่ีแหละ
ส่งิ เหลา่ นเี้ ป็นส่ิงท่ีห้มุ หอ่ จิตใจ ใจเองทำ� ใหเ้ กดิ ความคกึ คะนอง ไปเที่ยวกว้านเอามา
เผาตวั เอง เพราะไมม่ ปี ญั ญาสามารถหลบหลกี หรอื แกไ้ ข จงึ ตอ้ งสงั่ สมสติ สงั่ สมปญั ญา
ข้ึนให้มาก

ทา่ นสอนเสมอเรอ่ื งสติ เรอื่ งปญั ญา “นสิ มั ม กรณงั เสยโย” ใชป้ ญั ญาใครค่ รวญดี
เสยี กอ่ นทจี่ ะทำ� อะไรลงไป เพอ่ื กนั ความผดิ พลาด ไมว่ า่ กจิ นอกการใน สตกิ บั ปญั ญา
เปน็ สำ� คัญตลอดไป!

300

แตเ่ วลาจติ จะคดิ อะไรนนั้ มกั ไมใ่ ครค่ รวญกอ่ น แมจ้ ะไมใ่ ครค่ รวญในขณะกำ� ลงั
คดิ ขน้ึ มากต็ าม แตใ่ ครค่ รวญในขณะทจี่ ติ จะไปสมั ผสั กบั เรอื่ งอะไรแลว้ เกดิ ผลขนึ้ มา
ใหเ้ กดิ ความเดอื ดรอ้ นกย็ งั ดี แตม่ กั มองไมเ่ หน็ โทษความคะนองของตนเลยนนั้ แล จงึ ทำ�
ใหไ้ มเ่ กดิ ความเขด็ หลาบ แลว้ กค็ ดิ และทำ� อยู่ร่�ำไป ผลจงึ เป็นทุกข์ไมห่ ยดุ

เราอยา่ คาดอยา่ หมายการปฏบิ ตั ธิ รรม สวรรคอ์ ยทู่ ไี่ หน อยา่ ไปคาด พรหมโลก
อยทู่ ี่ไหน? อย่าไปคาด เป็นการเสียเวลา ทุกข์อยทู่ ่ไี หน? สมุทัยอยู่ทีไ่ หน? นิโรธอยู่
ทไ่ี หน? มรรคอยทู่ ไี่ หน? อยา่ ไปคาดใหน้ อกเหนอื ไปจาก “กาย” กบั “จติ ” ซง่ึ สมั พนั ธก์ นั
และสัมผัสสัมพันธ์กับส่ิงเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา เอาตรงน้ี เพ่ือให้เห็นความจริงตาม
หลักธรรม

ภายนอกก็จะรู้ ภายในก็จะรู้ เม่ือรู้ภายในแล้ว ยิ่งจะเห็นไปทุกส่ิงทุกอย่าง
ในบรรดาสิ่งที่มีอยู่ทั้งหลายตามนิสัยและความสามารถของตนโดยไม่คาดไม่หมาย
หากจะรไู้ ปเอง สำ� คญั ทภ่ี ายในยงั ไมร่ ตู้ วั เอง อยากจะรแู้ ตส่ งิ่ ภายนอกนเ้ี ปน็ การกอ่ กวน
และท�ำความยุง่ เหยงิ แก่ตัวเองโดยไมเ่ กิดประโยชน์อะไร

ถา้ จะสงเคราะห์เข้ามาหาตวั เราเพื่อทราบความจริงละก็ นรกคอื อะไร? และอยู่
ที่ไหน? ใครอยากจะรูน้ รกกร็ ู้สิ ความทกุ ข์ที่กิเลสมันคุ้ยเขี่ยขึ้นมาให้ผลเปน็ ทกุ ขไ์ ป
โดยล�ำดบั ๆ น้นั อย่ทู ไ่ี หน? ถา้ ไม่อยู่ที่ “กาย” กบั “ใจ” น้ี จะอยทู่ ไี่ หน? เราปลอ่ ยให้
ลงนรก ไฟนรกเผาทั้งวันทั้งคืนยังไม่ทราบ “นรก” แล้วจะไปหานรกท่ีไหนกันอีก
นใ่ี ห้ย่นเข้ามานีเ้ พ่อื รู้ความจรงิ คือ “สัจธรรม” ซ่ึงมอี ยูภ่ ายในนี้ เม่อื รสู้ จั ธรรมแล้ว
นรกหลมุ ไหนกจ็ ะเข้าใจไปเอง น่ัน! ไม่ตอ้ งมีใครมาบอก

พระพทุ ธเจา้ และพระสาวก ผทู้ รงรู้ และรู้ “นรก” มากแคไ่ หน ใครมาบอกทา่ นเลา่
ทา่ นทำ� ไมรไู้ ดเ้ หน็ ไดจ้ นไดน้ ำ� มาสอนพวกเราอยใู่ นเวลานี้ “สวรรค”์ กค็ อื ความรนื่ เรงิ
บนั เทงิ ในอรรถในธรรม ในบญุ ในกศุ ล ท่ีอยู่ภายในจติ ใจ ให้เกดิ ความสงบร่มเย็น
นเ่ี อง เปน็ “สวรรคส์ มบตั ”ิ ของเรา “พรหมโลก” กเ็ ปน็ อยตู่ ามขน้ั ของจติ น้ี จะไปพรหม
โลกชัน้ ไหนภูมใิ ดกต็ าม คอื ขน้ั ของจิตน้ที บ่ี อกอยภู่ ายในตัวเสร็จแล้ว “จิตน้ีเหมาะ

301

กบั ภมู นิ นั้ ภมู นิ นั้ ” แลว้ กเ็ ปน็ ไปตามขนั้ ภมู นิ นั้ เลย เพราะฉะนนั้ จงึ ตอ้ งปรบั ปรงุ “ผนู้ ”้ี
ให้ดใี ห้ถกู ต้อง ไมใ่ ห้คดิ นอกเหนอื ไปจากนี้

วนั หนง่ึ คนื หนง่ึ ใหค้ น้ ควา้ ภายในจติ ใจของตนเองกบั สงิ่ ทมี่ าเกย่ี วขอ้ ง หลกั สำ� คญั
ก็มี “กาย” นี่แหละสำ� คัญมาก “ขนั ธ์หา้ ” นแ่ี หละ มันสัมผัสสัมพันธก์ ันตลอดเวลา
เพราะอยู่ดว้ ยกันมาตงั้ แต่วนั ไหนๆ ส่งิ ภายนอกกพ็ อทำ� เนา มี รูป เสยี ง กลนิ่ รส
เคร่ืองสมั ผสั ตา่ งๆ ซึ่งมีอยู่ภายนอก สว่ น “ขนั ธห์ ้า กับ “ใจ” อยู่ดว้ ยกนั และเกดิ
เรอ่ื งกนั ตลอดเวลา ไมม่ ผี วู้ นิ จิ ฉยั ไตส่ วนใหส้ น้ิ สดุ ลงได้ นอกจากใช้ “สตปิ ญั ญา” เปน็
ผพู้ พิ ากษาตดั สินใหไ้ ด้เป็นท่ยี ุตกิ นั เทา่ นนั้

ตามธรรมดาของ “รูป เวทนา สญั ญา สงั ขาร วิญญาณ” น้ี อย่กู บั ตัว คอื ใจ
สบื เนอื่ งเกย่ี วโยงกนั ไมม่ ใี ครสามารถแกค้ ดแี ละตดั สนิ คดนี ไ้ี ด้ เพราะไมม่ ี “ปญั ญา”
วนิ จิ ฉยั พอจะลงเอยกนั ไดว้ า่ ตดั สนิ กนั วา่ อยา่ งไร นอกจากปลอ่ ยใหเ้ รอื่ งราวมนั เกดิ ขน้ึ
อยตู่ ลอดเวลาเทา่ นน้ั “เจบ็ นนั้ ปวดนี้ กลวั ลม้ กลวั ตาย” กลวั แทๆ้ ราวกบั วา่ ถา้ ไดก้ ลวั
อย่างสุดขดี และถึงใจแล้วจะพ้นจากความตายได้

การกลวั ตายนนั้ กลวั จรงิ ๆ แตไ่ มท่ ราบวา่ “อะไรเปน็ ความตาย อะไรเปน็ ผตู้ าย”
ถ้าไม่พิจารณาให้ถึง “ฐานแห่งความตาย” เสียเม่ือไร มันต้องกลัวอยู่วันยังค�่ำ
เมอื่ พจิ ารณาใหถ้ งึ “ฐานแหง่ ความตาย” แลว้ มนั จะกลวั หาอะไร เพราะ “ไมม่ อี ะไรตาย
ในโลกน”้ี มแี ตค่ วามเปลย่ี นแปลง สลบั ซบั ซอ้ นแหง่ ธาตตุ า่ งๆ อยนู่ น่ั เอง แมค้ วามแปร
กท็ ราบอยแู่ ลว้ พระธรรมท่านกส็ อนแล้ววา่ “อนิจจัง” มันแปรสภาพอยู่ตลอดเวลา
“ทกุ ขงั ” มนั ทกุ ขอ์ ยทู่ ไี่ หน ถา้ ไมท่ กุ ขอ์ ยทู่ น่ี ่ี แนะ่ ! “อนตั ตา” กป็ ระกาศอยแู่ ลว้ มนั เปน็
สาระแกน่ สาร และเป็นสตั ว์ เป็นบุคคล ตัวตนเราเขาทีไ่ หน ธรรมท่านบอกอยู่ทุกบท
ทกุ บาท แตเ่ รามนั ชอบปนี เกลยี วของธรรม อยากใหอ้ นั นน้ั เปน็ ตน อยากใหอ้ นั นเี้ ปน็
ของตน ความอยากนนั่ แหละเปน็ เรอื่ งของกเิ ลส อนั นนั้ ไมเ่ ปน็ “ตน” แตเ่ ปน็ “กเิ ลส”
เตม็ ตัว จะวา่ ยังไง? ถ้ามันเป็นตนขึ้นมาอยา่ งทวี่ ่า จะไม่เปน็ กองใหญเ่ ทา่ ภูเขานห้ี รือ
กเิ ลสแตล่ ะอยา่ งละอยา่ งรวมเขา้ แลว้ จะเปน็ ภเู ขากลี่ า้ นลกู กไ็ มร่ ู้ จะพากนั แบกหามไป
ไมไ่ หว เท่าท่ีมีอยู่แล้วนกี้ ็หนกั เหลือประมาณอยแู่ ลว้ !

302

จงึ ควรพิจารณาใหช้ ดั และตดั ออกทลี ะลูก ละลกู มฉิ ะนน้ั จะไมม่ ที างก้าวเดนิ
ไปได้ เพราะเต็มไปด้วยภูเขาของกิเลสแต่ละอย่าง ละอย่าง แห่งบุคคลแต่ละคน
ทกุ ขแ์ ตล่ ะอยา่ งทก่ี เิ ลสสรา้ งขน้ึ ใหแ้ บกหามบนหวั ใจมาเปน็ เวลานานแสนนาน ควรจะ
พากนั เขด็ หลาบตามธรรมท่ีทา่ นสอนบ้าง จะไดม้ ที ปี่ ลงวางทกุ ข์พอประมาณ

“เวทนา” พวกนแี้ หละ พวกทเี่ ปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ เรา มนั ไมม่ อี ะไร มแี ต่ “ทกุ ขเวทนา”
เปน็ ขน้ึ ภายในจติ โดยลำ� พงั บา้ ง ไมเ่ กยี่ วขอ้ งกบั กาย กายเปน็ ปกตอิ ยกู่ ต็ าม มนั กเ็ ปน็
ของมันข้ึนมาจนได้ เพราะอารมณ์พาให้เป็นไป คิดอะไรที่เสียดแทงจิตใจก็เป็น
ทุกขเวทนาขึ้นมา คิดอะไรในทางถอดทางถอนก็เปน็ สุขเวทนาข้ึนมา เวลามันจะพัก
มนั ก็วางเฉยในตัวมนั เองขน้ึ มา ก็เปน็ “อเุ บกขาเวทนา” แนะ่ ! มันเห็นชัดๆ อย่างนี้
ถา้ พจิ ารณาใหเ้ หน็ ถา้ ไมส่ งั เกต ไมพ่ จิ ารณา แมก้ ระทง่ั วนั ตายกไ็ มเ่ หน็ ตายทงิ้ เปลา่ ๆ
นน่ั แล อยา่ เขา้ ใจวา่ จะเกดิ ความรคู้ วามฉลาดปลดเปลอ้ื งทกุ ขอ์ อกไดโ้ ดยไมข่ วนขวาย
บำ� เพญ็ และพจิ ารณาเลย สตั วโ์ ลกตายลม่ จมเพราะความประมาทนอนใจมามากตอ่ มาก
แลว้ การพจิ ารณาไมต่ อ้ งคาดหมาย อยากใหเ้ วทนาตา่ งๆ ดบั ไป จะเปน็ การ “เพมิ่ สมทุ ยั ”
ให้ดอู ยภู่ ายใน “ตัวเวทนา” นแ้ี หละ ขณะเวทนาใดเกดิ ขึน้ ใชส้ ตปิ ญั ญาใคร่ครวญ
ไม่ลดละปลอ่ ยวาง พจิ ารณาจนเขา้ ใจ

“สญั ญา” นส่ี ำ� คญั อยมู่ าก โดยปกตสิ ญั ญาเปน็ ผสู้ ำ� คญั มาก เมอื่ ทกุ ขเ์ กดิ ขนึ้ ทกุ ขก์ ็
สำ� คญั แตท่ กุ ขไ์ มไ่ ดเ้ กดิ อยทู่ กุ เวลา สว่ นสญั ญานมี้ นั หมายอยเู่ รอื่ ยๆ อนั นสี้ ำ� คญั มาก
ละเอียดมาก ประณีตบรรจงดว้ ย มนั น่าหลงถงึ ไดห้ ลง

“สงั ขาร” เปน็ ผยู้ นื่ ให้ “สญั ญา” กค็ ลค่ี ลายไปใหญ่ จนไมม่ สี นิ้ สดุ ยตุ ลิ งได้ ถา้ ไมใ่ ช้
สตปิ ญั ญาสกดั ไว้

“วญิ ญาณ” เปน็ ผรู้ บั ทราบ เจา้ “สญั ญา คอื ความสำ� คญั มน่ั หมาย” กท็ ำ� งานใหญโ่ ต
เท่ียววุ่นไปหมดภายในร่างกาย “สัญญา นี่แหละเป็นเคร่ืองปกปิดใจให้หลงตาม
เจา้ สญั ญาจนไมย่ อมเหน็ โทษของมนั ไดเ้ ลยในขนั ธห์ า้ ” ตวั “สญั ญา” เปน็ ตวั การสำ� คญั
มากทเี ดยี วในวงปฏิบัตติ ระหนักไดด้ พี อ จึงเตือนไว้

303

ใจเมอ่ื มสี ง่ิ ทบั ถม มสี งิ่ ปดิ บงั มสี ง่ิ บงั คบั อยู่ จะแสดงออกเปน็ ความรคู้ วามเหน็
โดยอุบายแยบคายนดิ ๆ กอ็ อกไมไ่ ด้เพราะจติ ถกู ส่งิ เหลา่ นบ้ี ีบบังคบั ฉะนั้นจึงต้อง
บังคับจิตให้พิจารณาคลี่คลายอารมณ์ต่างๆ เพื่อรู้ทิศทางเดินของตน ความสำ� คัญ
ม่ันหมายตา่ งๆ คอ่ ยๆ เปิดหรอื ถอนตัวออกไป ถอนออกไปเปน็ ลำ� ดับ “สติปัญญา”
ย่อมมที างคดิ และสงั่ สมกำ� ลงั ของตนมากข้นึ พอถึงขนั้ “สตปิ ญั ญา” จะออกพินจิ
พิจารณาแลว้ อะไรๆ ปดิ ไม่อยู่ สติปัญญาจะค้นควา้ ไปหมดทุกแง่ทกุ มมุ เขา้ ใจไป
เรอ่ื ยๆ มคี วามเพลดิ เพลนิ ตอ่ การคน้ การคดิ มคี วามเพลดิ เพลนิ ตอ่ ผลทป่ี รากฏขน้ึ มา
เรอื่ ยๆ เพราะการคน้ ดว้ ยปญั ญานน้ั เปน็ การตดั กเิ ลสโดยตรง เหน็ ผลไปโดยลำ� ดบั ๆ
ไม่ขาดวรรคตอน

“สมาธ”ิ เป็นเพยี งอบุ ายกวาดตะลอ่ มกเิ ลสตา่ งๆ เขา้ มาสู่ “จุดรวม” พอแก้ไข
หรอื ตดั ทำ� ลายไดง้ า่ ยขนึ้ พดู งา่ ยๆ กว็ า่ “สมาธเิ ปน็ พลงั ของปญั ญา” เมอื่ จติ มกี ารรวม
ตวั ในขน้ั สมาธแิ ลว้ จติ กพ็ อใจทีจ่ ะทำ� งานในแงต่ า่ งๆ โดยทางสตปิ ญั ญา เมอื่ ท�ำงาน
ผลของงานก็ปรากฏขนึ้ มา กเิ ลสขาดเป็นวรรคเป็นตอน ใจเกดิ ความเพลิดเพลนิ ใน
ผลงานของตน ยง่ิ พิจารณา ไมม่ ีวนั อม่ิ พอ ราวกับน้�ำไหลรินในฤดฝู น

เอาตรงนี้ อยา่ ไปทอี่ น่ื สจั ธรรมอยตู่ รงน้ี คอื อยทู่ ก่ี าย ทใ่ี จ สรปุ ลงสใู่ จแหง่ เดยี ว
คน้ ลงไปท่ใี จ ท�ำไมจะไม่รู้ พระพุทธเจา้ ทา่ นรทู้ ่ไี หน ทา่ นรูใ้ นวงสัจธรรมสี่นี้ ท่านรู้
ในวงสติปัฏฐานสี่น้ี ซึ่งมีอยู่ในกายในใจของเราทุกคน พระพุทธเจ้าท่านรู้ที่ตรงน้ี
ทา่ นสอนลงทตี่ รงน้ี จงพจิ ารณาใหช้ ดั ลงไปทต่ี รงนี้ กเิ ลส และ มรรค ผล นพิ พานอยทู่ น่ี ี้
อยา่ คาดหมายไปทอ่ี ่นื จะเปน็ การตะครบุ เงานอกจากตัว และคว้าน้ำ� เหลวตลอดไป
ไม่เจอธรรมของจรงิ

การก�ำหนดพจิ ารณานน้ั เวทนามนั เกิดข้นึ มาในจิต สว่ นในกายไดพ้ ูดมามาก
แลว้ ทกุ ขเวทนาทเี่ กดิ ขน้ึ มาภายในจติ เชน่ เปน็ ความไมส่ บายภายในจติ กใ็ หก้ ำ� หนด
ดทู กุ ขเ์ วทนานน้ั โดยเอาทกุ ขเวทนานน้ั เปน็ เปา้ หมายแหง่ การพจิ ารณา และการจดจอ้ ง
มสี ตอิ ยกู่ บั ทกุ ขเวทนาอนั นนั้ อยา่ ตง้ั ความปรารถนาอยากใหท้ กุ ขห์ ายเมอ่ื ทกุ ขเวทนา
เกิดขึน้ ภายในใจ แตต่ อ้ งทราบว่าทกุ ขเวทนาท่ปี รากฏข้ึนมาภายในจติ นตี้ อ้ งมสี าเหตุ

304

หากไม่มีสาเหตุ แตจ่ ะปรากฏขึ้นมาอย่างลอยๆ นัน้ เป็นไปไม่ได้ ถ้าไมท่ ราบสาเหตุ
ทุกขเวทนาท่ีเกดิ ข้นึ นีเ้ พราะอะไรก็ตาม ควรจบั เอาตวั ผล คือ ทกุ ขเวทนาท่เี กิดข้ึนนี้
เปน็ อารมณข์ องใจ และรอู้ ยกู่ บั ใจ กำ� หนดใครค่ รวญ และคลคี่ ลายดทู กุ ขเวทนาในที่
นัน้ อย่าปล่อยวางทกุ ขเวทนานั้นไปดหู รอื พิจารณาทอี่ ื่น จะทำ� ใหจ้ ติ ใจรวนเรหาหลกั
ยดึ ไม่ได้ตลอดไป จนกลายเปน็ คนหลกั ลอย

ทุกขเวทนาจะต้ังอยู่นานเท่าไร จงดูทุกขเวทนานี้ว่าจะเที่ยง แน่นหนามั่นคง
จรงิ เหรอ จติ ของเรายิง่ เปน็ สงิ่ ม่ันคงยิง่ กว่าเวทนาน้ี ทำ� ไมจะพจิ ารณาเวทนานีไ้ ม่ได้
เวทนาน้ีมันเกิดข้ึนเพียงระยะ และดับไปตามกาลเวลาของมัน ในเม่ือหมดปัจจัย
เครอื่ งสนบั สนนุ แล้ว ถ้าจิตเปน็ ธรรมชาติที่รู้ ทง้ั ๆ ทีท่ ุกขเวทนาเกิดขนึ้ ก็รู้ ทุกข์เกิด
มากเกดิ นอ้ ยกร็ ู้ ทำ� ไมจะพจิ ารณาเวทนาน้ีไมไ่ ด้ ต้อง “ทนได้” เพราะจติ นเี้ ป็นนักสู้
นกั ทนอยูแ่ ลว้ นน่ั !

เอา้ ทกุ ขจ์ ะปรากฏตวั มากนอ้ ย ใหก้ ำ� หนดอยทู่ จ่ี ดุ นน้ั ไมต่ อ้ งตง้ั ความปรารถนา
ให้มนั หาย แตใ่ ห้ทราบความจริงของเวทนา ที่มนั ปรากฏข้ึนและเปลย่ี นสภาพไป ให้
รู้ตรงนแ้ี ละรูไ้ ปทุกระยะทท่ี ุกขเวทนาแสดงตัว หนักเบามากนอ้ ย ตลอดถึงความดบั
ไปของเวทนา

เอา้ เมือ่ ทุกขเวทนาสลายตวั ลงไปจากจติ เพราะการจดจ้อง การพิจารณาของ
เรานี้ อะไรหรือเวทนาใดจะเกิดขึ้นมาแทนที่ก็ให้รู้ ให้รู้อยู่เป็นขั้นๆ จึงเรียกว่า
“นกั พจิ ารณา” อยา่ ไปยดึ ถอื เวทนา จะเปน็ สขุ กต็ าม หรอื เฉยๆ กต็ าม ใหท้ ราบวา่ เปน็
เวทนาดว้ ยกนั และเปน็ สภาพหน่ึงๆ ตา่ งหากจากจิต จงึ เปน็ สิง่ ทีเ่ ปลี่ยนแปลงไปได้
อนั น้ันเขา้ มาแทนที่อันนีส้ ลายตวั ไป อนั น้ันเข้ามาแทนท่ี เป็นอยู่อยา่ งนี้ ตามธรรมดา
ของเวทนา เพราะมนั มเี ชอ้ื ประจำ� ใจ จงึ แสดงเวทนาทง้ั สามนขี้ นึ้ มาได้ ถา้ หากจติ หมด
เชอื้ โดยประการทง้ั ปวงแลว้ เวทนาใดกต็ ามจะไมป่ รากฏขน้ึ มาในจติ ไดเ้ ลย นอกจาก
“ปรมํ สุข”ํ เทา่ นั้นซง่ึ เป็นธรรมชาติมอี ยู่กับใจทบ่ี รสิ ุทธ์ิ อนั นน้ั ไมใ่ ชเ่ วทนา ท่านว่า
“นิพพฺ านํ ปรมํ สุข”ํ นั่นไม่ใช่สขุ เวทนา ไมใ่ ชท่ ุกขเวทนา และไมใ่ ช่อุเบกขาเวทนา
จงึ ไม่มีการเกดิ ดบั

305

การกำ� หนดพจิ ารณาเวทนาทงั้ สามนี้ ถอื เอาเวทนานนั้ แหละเปน็ สนามรบ กำ� หนด
ดใู หด้ ี ดใู หล้ ะเอยี ดถถ่ี ว้ น ดใู นวาระนย้ี งั ไมห่ าย ดอู กี ดจู นใหท้ ราบความจรงิ จะหาย
หรอื ไมห่ ายไมส่ ำ� คญั สำ� คญั ทเี่ ราทราบความจรงิ ของเวทนาตวั น้ี ตวั ทป่ี รากฏอยใู่ นเวลานี้
น่เี รียกว่า “เวทนานุปสั สนาสติปฏั ฐาน”

ส่วนมากก็หมายถึงทุกขเวทนา ที่มันเป็นเครื่องสะดุดสะเทือนจิตใจเรามาก
“สุขเวทนาเป็นวิหารธรรม” เรียกว่า “มาช่วยเรา” หรือเป็นผลต่อจากการพิจารณา
ทกุ ขเวทนาดบั ไป แลว้ เปน็ ความสขุ ขนึ้ มา นเ่ี ปน็ ผลอนั หนง่ึ ทส่ี บื เนอ่ื งมาจากการพจิ ารณา
ทกุ ขเวทนานัน้ ก็ถกู

สว่ นทจ่ี ะก�ำจดั สขุ เวทนาหรอื ไม่ก�ำจัดน้ัน เทา่ ทพ่ี จิ ารณาก็ไม่เห็นไดก้ �ำจัด แต่
ทกุ ขเวทนานสี้ ำ� คญั มากภายในจติ มนั เกดิ จากเชอื้ ของกเิ ลส เมอื่ แกเ้ ชอื้ นใ้ี หเ้ บาบางลงไป
เป็นล�ำดับๆ ทุกขเวทนากล็ ะเอยี ดลงไป ละเอียดลงไป เรอ่ื งทุกขเวทนาก็ค่อยดบั ไป
ดบั ไป จนดบั โดยไม่เหลือภายในใจเพราะส้นิ เชอ้ื !

เมอื่ เชอื้ มนั หมด สขุ เวทนาแบบนกี้ ห็ มด มนั หมดไปได้ เพราะอาศยั เชอื้ นนั้ ตา่ งหาก
เกดิ ขน้ึ เพราะฉะนนั้ จงึ วา่ “สขุ เวทนาทเี่ กดิ ขนึ้ ภายในจติ จากการปฏบิ ตั ิ หรอื จากฐาน
ของจติ จากความสงบของจติ จากความผอ่ งใสของจติ นเี้ ปน็ ธรรมชนดิ หนง่ึ เรยี กวา่
“วิหารธรรม” คอื ธรรมเปน็ เครอื่ งอย่เู คร่อื งอาศัยของใจในเวลาเดินทาง หรอื เปน็ ผล
ทีเ่ กิดขน้ึ จากการพจิ ารณาทกุ ขเวทนาน้ันกไ็ ด้” เราจะพจิ ารณาสุขน้ี หรอื ไม่พจิ ารณา
กไ็ มส่ ำ� คญั ยงิ่ ไปกวา่ การพจิ ารณาทกุ ขเวทนา กบั สาเหตทุ มี่ นั เกดิ ทกุ ขเวทนานน้ั อนั นน้ั
ส�ำคัญมาก เพราะเปน็ ตวั “สมุทยั ” โดยตรง และยงั ผลเป็นทุกขโ์ ดยตรง

ในสัจธรรม พระพทุ ธเจา้ ตรัสวา่ “ทกุ ข์ใหก้ ำ� หนดรู”้ แต่ความสขุ ท�ำไมไม่ทรง
บอกใหก้ ำ� หนดร?ู้ ตน้ เหตขุ องสขุ คอื อะไร? ทา่ นกไ็ มว่ า่ เพราะนเี้ กดิ จากมรรคทำ� หนา้ ท่ี
จนสมุทัยสลายตัวลงไป สุขก็เกิดขึ้นแทนท่ี ทีนี้พอเรื่องของทุกข์ซึ่งเป็นส่วนของ
กิเลสดบั ไป สุขอนั น้กี ็ดบั ไปดว้ ยกัน แตส่ ขุ อีกชนดิ หนง่ึ ทีป่ รากฏขึน้ กบั ธรรมชาตขิ อง
“จติ ท่ีบรสิ ทุ ธ์ิแล้ว” น่นั ไมด่ บั ไปกบั อะไรทั้งส้ิน

306

เรอื่ งสมาธิ เวลาจะใหส้ งบจติ ตอ้ งทำ� ใหส้ งบจรงิ ๆ ดว้ ย “สมถกรรมฐาน” อยา่ ไป
เสยี ดายกบั งานทเี่ คยพจิ ารณามา เพราะตอ้ งมกี ารพกั ผอ่ นจติ ใจ ไมพ่ กั ไมไ่ ด้ ถงึ เวลาพกั
ตอ้ งพกั แมจ้ ะไดผ้ ลไดก้ ารไดง้ านเพยี งใดจากการปฏบิ ตั ิ จากการพจิ ารณากต็ าม ใจกม็ ี
ความออ่ นเพลยี ไดเ้ หมือนกนั

การท�ำงาน คือ ความคิดความปรุงทางด้านปัญญาหรือด้านใดก็ตาม ต่างก็
เปน็ งานของจติ ทั้งน้นั เมอื่ คิดเมือ่ ปรงุ เมื่อพิจารณาไปนานๆ กท็ �ำให้อ่อนเพลียได้
เราตอ้ งพัก เม่อื ถงึ กาลทคี่ วรพักแล้ว ไมต่ อ้ งยงุ่ กบั งานใดๆ ทัง้ หมด ต้งั หนา้ ตั้งตา
ทำ� หนา้ ทเี่ พอ่ื ความสงบของจติ โดยถา่ ยเดยี ว นไ่ี ดช้ อ่ื วา่ “ทำ� งานไมก่ า้ วกา่ ยกนั ” ไมห่ ว่ ง
หน้าพะวงหลงั ไม่เปน็ น้�ำไหลบา่ ใจก็มีก�ำลังเพอ่ื งานทาง “วปิ ัสสนาปญั ญา” ต่อไป

เมอ่ื ตอ้ งการความสงบเพอื่ เปน็ พลงั ของปญั ญา กม็ งุ่ หนา้ มงุ่ ตาตอ่ ธรรมทจ่ี ะทำ� ให้
จติ สงบใหแ้ นบแนน่ ลงไปจนสงบเสยี ในตอนนนั้ เมอ่ื ใจสงบพอมกี ำ� ลงั แลว้ ถอนออก
มาจากความสงบนั้น เอ้า คน้ ลงไป ไมต่ อ้ งเปน็ ห่วงกับเรอื่ งความสงบ มีหน้าท่อี ะไร
พิจารณาไปโดยลำ� ดับจนเปน็ ท่ีเขา้ ใจ ท่ีชอ่ื ว่า “เป็นการดำ� เนนิ ที่ถกู ต้อง” เหมาะสม
สม่�ำเสมอในวธิ กี ารด�ำเนินทาง “สมถะ” และ “วปิ สั สนา” จนถึงจดุ ที่หมาย

เหลา่ นเี้ คยไดเ้ ปน็ มาแลว้ เวลาตดิ กต็ ดิ เสยี จนเพลนิ และนอนใจ ตดิ กบั ความสงบ
ความสะดวกสบายในสมาธินั้นแล เวลาเพลินพิจารณา ก็เพลินจนลืมเนื้อลืมตัว
ไมพ่ กั ผอ่ นหยอ่ นจติ บา้ งเลย มนั ไมถ่ กู ทงั้ สองวธิ นี นั่ แหละ คอื ไมถ่ กู กบั ความพอดี ทถ่ี กู
เมื่อรสู้ กึ จิตเหนอ่ื ยเมอื่ ยล้าเพราะการทำ� งาน ตอ้ งพกั เข้าสู่ความสงบ ถงึ เวลาพิจารณา
ตอ้ งพจิ ารณา ไมห่ ว่ งอะไรทง้ั นน้ั ตงั้ หนา้ ทำ� หนา้ ทต่ี ามงานนน้ั ๆ โดยลำ� ดบั นเี้ หมาะสม
แกก่ ารด�ำเนนิ สมถวปิ ัสสนาตลอดไป

งานใดในโลกน้ี ไมไ่ ดม้ ใี หญโ่ ตยงิ่ กวา่ “งานถอดถอนกเิ ลส” หรอื “งานถอดถอน
ตนออกจากวฏั ฏะ” คอื ความหมนุ เวยี นใหเ้ กดิ ใหต้ าย กภี่ พ กชี่ าติ นบั ไมไ่ ดเ้ ลย คดิ แลว้
นา่ สลดสังเวชในความหมุนเวียน เกดิ ตาย ซ่ึงแบกแต่กองทกุ ข์เท่านั้น ไม่วา่ ภพใด
ชาติใด เป็นแตม่ มี ากมนี อ้ ยต่างกนั เร่อื งของทกุ ขต์ ้องมีด้วยกนั เพราะมีกเิ ลสซง่ึ เปน็
สาเหตใุ หเ้ กดิ ทุกข์ ทำ� ไมจะไม่ทกุ ข์ สัตว์โลกตอ้ งมที กุ ข์

307

พระพุทธเจ้าท่านจึงทรงสอนให้สลัดกิเลสให้หมดจนไม่มีอะไรเข้ามาแทรกมา
แฝงเลย ใหม้ แี ต่ “เนื้อลว้ นๆ” อย่าให้มีก้าง อยา่ ใหม้ กี ระดูก มันจะเปน็ ภัยตอ่ ธาตุ
ตอ่ ขันธ์

กเิ ลสประเภทใดกด็ ี สำ� รอกปอกมนั ออกใหห้ มด ไมใ่ หม้ เี หลอื เลยน้ี จงึ เรยี กวา่
“เปน็ งานใหญโ่ ตมาก” ทมุ่ กำ� ลงั ลงจนสดุ ฝมี อื สดุ สตปิ ญั ญาในตอนนน้ั จนไมอ่ าจหลง
ลมื ได้ มอบชวี ติ ชีวาลงไปก็มใี นบางกาล

“เอา้ ตายกต็ าย ไมต่ ายกใ็ หร้ ”ู้ มเี ทา่ นน้ั ไมม่ อี ยา่ งอนื่ นนั่ ! ใหจ้ ติ เปน็ “อตั ตา หิ
อตั ตโน นาโถ” ชว่ ยตวั เอง คอื ละใหเ้ ปน็ กำ� ลงั ของจติ เอง ขณะทจี่ ติ หมนุ ตว้ิ ๆ เพอื่ แดน
แหง่ ความพน้ ทกุ ขน์ ะ่ เหมอื นจะเออ้ื มมอื ถงึ “นพิ พาน” อยแู่ ลว้ ตลอดเวลา ขา้ งหลังก็
ตบี ตนั เขา้ มา ตบี ตนั เขา้ มา เหน็ โทษเหน็ ภยั เขา้ โดยลำ� ดบั กม็ ที างทจี่ ะใหพ้ น้ “มหาภยั ”
อยทู่ างเดยี ว คอื “เอา้ ตายเปน็ ตาย ไมต่ ายใหร้ ธู้ รรม” อยไู่ หนไมอ่ ยากอยู่ คา้ งทไี่ หน
ไมต่ อ้ งการคา้ ง เสยี เวลำ�่ เวลาเพอ่ื ความพน้ ทกุ ข์ ตอ้ งใหถ้ งึ ความพน้ ทกุ ขโ์ ดยถา่ ยเดยี ว
เท่านน้ั จะเป็นทพี่ อใจของจติ ดวงนั้นในเวลาน้นั

เมอื่ จติ เปน็ อยา่ งนน้ั แลว้ จะเอาความขเี้ กยี จขคี้ รา้ นออ่ นแอมาจากไหน หนกั กส็ ู้
เบากส็ ู้ ตายเปน็ สทู้ งั้ นน้ั จนกระทงั่ หมดลมหายใจแลว้ จงึ อย!ู่ มนั สดุ วสิ ยั ! น่ี พอรแู้ ลว้
ถึงทีห่ มายแลว้ ก็อย่เู อง ไล่ไปไหนก็ไม่ไป!

ปัญญาที่หมุนตัวเป็นเกลียวย่ิงกว่ากงจักรนั้น เวลาถึงกาลแล้วก็หยุดเอง
หมดหนา้ ทใ่ี นตวั ไปเองโดยไมต่ อ้ งไปดบั เครอื่ งเหมอื นเครอ่ื งจกั รทำ� งานตา่ งๆ สตปิ ญั ญา
อตั โนมตั นิ น้ั หากดบั หรอื พักเครอ่ื งไปเอง เพราะรูแ้ ล้วจะพจิ ารณาอะไรอีก ละแล้ว
จะละอะไรอีก ร้แู ล้วจะรอู้ ะไรอีก พอแลว้ จะไปหาความพอดีท่ไี หนอกี มันรู้ข้นึ กบั ตัว
เองทัง้ น้นั รูข้ ณะเดยี วกพ็ น้ คอื รู้ครั้งสดุ ทา้ ย น้ี “งานใหญ่” ยุติกันตรงนี้ “งานใหญ”่
ผลกใ็ หญโ่ ต ไมม่ อี ะไรเทยี บในโลกทง้ั สาม

ผลทเี่ กดิ จากงานใหญๆ่ งานหนกั ๆ อยา่ งนนี้ ะ่ ประเสรฐิ เลศิ โลก “ปรมงั สขุ งั ” จะไม่
เรยี กว่า “เลศิ โลก” อย่างไรได้! เม่อื ความเลิศเด่นเตม็ ดวงใจแลว้ ผดิ กับกเิ ลสเด่น

308

เต็มดวงใจเปน็ ไหนๆ ใครอยากรู้กป็ ฏิบัติเอาเอง คนอ่ืนทำ� ใหไ้ ม่ได้ เมอ่ื ถงึ ขนั้ “เลศิ ”
ก็เลิศ กเ็ ลศิ อยเู่ ฉพาะตวั เอง ไม่กระเทือนใคร

ธรรมเปน็ “อกาลโิ ก” ตลอดกาล นค่ี อื พยานแหง่ มรรค ผล นพิ พาน มาแตค่ รงั้
พทุ ธกาลตลอดปจั จบุ นั ไมม่ ใี ครลบลา้ งไดต้ ลอดไป พระพทุ ธเจา้ “เลศิ โลก” ได้ กเ็ พราะ
ธรรมนเี้ อง สาวกอรหตั อรหนั ตท์ เี่ ราเคารพนบั ถอื กนั วา่ “พทุ ธฺ ํ ธมมฺ ํ สงฆฺ ํ สรณํ คจฉฺ าม”ิ
ลว้ นแต่ท่านเลิศดว้ ย “วิสทุ ธธิ รรม” นท้ี ั้งนัน้

และด้วยงานอันหนกั น้ี เมือ่ ครขู องพวกเราพาเดนิ อย่างน้นั สว่ นพวกเราจะหา
“หยบิ ๆ หยกๆ” อะไรนน่ั ! หาทำ� เอาตามชอบใจมนั ไมไ่ ด้ เพราะครเู ราไมไ่ ดพ้ าเปน็ เชน่ นนั้
น่ี บรมครเู ราเปน็ อัจฉริยบุคคล ผจู้ รงิ จังสดุ สว่ น ไม่มใี ครเสมอเหมือนนี่

พวกเรามนั พวกอตุ ริ รหิ าทำ� แตส่ งิ่ ทค่ี รตู ำ� หนติ เิ ตยี น จงึ พบเหน็ แตส่ ง่ิ ทน่ี า่ ตเิ ตยี น
อยเู่ รอื่ ยมา ไม่คิดอยากเปล่ยี นแปลงบ้างหรอื ไร หรือเห็นว่านั้นทนั สมัยดี?

ความจรงิ ทางเดนิ เพอื่ แกก้ เิ ลสตอ้ งลำ� บาก ทางเดนิ เพอ่ื สง่ั สมกเิ ลสนนั้ งา่ ย เพราะ
ความชอบใจหลอกใหว้ า่ งา่ ย (มนั หลอกใหว้ า่ งา่ ยน)่ี ความจรงิ มนั กย็ ากดว้ ยกนั นนั่ แหละ
ข้ึนชอื่ วา่ งานแลว้ แตม่ นั สำ� คัญทค่ี วามชอบใจในงานใด งานน้ันก็เห็นวา่ เป็นของงา่ ย
เปน็ ของเบา ของสบายไปเสยี งานแกก้ เิ ลสแตก่ อ่ นเวลาเราบำ� เพญ็ ทแี รก มนั ยงั ไมไ่ ดห้ นา้
ไดห้ ลงั อะไร ทงั้ ๆ ทเ่ี รามงุ่ เจตนาเพอ่ื แกก้ เิ ลส แตก่ ย็ งั หนกั ทงั้ ขเี้ กยี จ ออ่ นแอ ทกุ สง่ิ
ทกุ อย่างทไี่ ม่ดไี มเ่ ปน็ ท่ารวมอยใู่ นนน้ั หมด

เวลาค่อยรู้เหตุรู้ผล เข้าใจในอรรถในธรรม ผลปรากฏข้ึนมาเป็นล�ำดับแล้ว
ความขเี้ กียจมนั หายไปไหนหมดล่ะ ยงั อยแู่ ตค่ วามขยนั หม่นั เพยี ร หนักก็เอา เบาก็สู้
ตายก็สู้ นั่น! เพราะมันเหน็ ผล ทงั้ ๆ ที่แก้กเิ ลสมาโดยลำ� ดับน่นี ะ่ แตเ่ วลาหนึง่ ยังไม่
เห็นผล อีกเวลาหนึ่งเห็นผลแลว้ มคี วามขยันหมั่นเพียรขึ้นมาทเี ดียว เอา้ หนกั กส็ ู้
เราเปน็ ลกู ศษิ ยต์ ถาคต เราจะถอยหลงั อยา่ งไร ตถาคตกค็ งผา่ น “ปา่ ชา้ ” มาเชน่ เดยี วกบั
พวกเรา จงึ เห็นภัยในป่าชา้ มาเช่นเดียวกับพวกเราซง่ึ เป็นเร่อื งแบกทกุ ข์ท้งั น้ัน

309

พระพุทธเจ้าท่านทรงสอนไว้แล้ว เราเป็นลูกศิษย์ตถาคต ก็ต้องเดินตามครู
ครลู ำ� บาก ลกู ศษิ ยก์ ต็ อ้ งลำ� บาก ครเู ราสลบไสลไปตง้ั สองครงั้ สามครง้ั พวกเรามใี ครบา้ ง
สลบไสลดว้ ยความเพยี ร ไมเ่ หน็ มนี ่ี แลว้ ทำ� ไมกลวั ตาย ทงั้ ทยี่ งั ไมเ่ คยสลบไสล แลว้ จะ
มากลัวตายแบบดอ้ื อยา่ งไรกนั พระพุทธเจา้ ทา่ นสลบถงึ สามหนส่หี นว่ายงั ไง พวกเรา
สลบ กค็ ือสลบในเวลานอนหลับ ไมเ่ หน็ กลัวตาย เวลาท�ำความเพียร ท�ำไมกลวั ตาย
อะไรมนั ตายกันแน่?

นแี่ หละ เวลาคน้ ไปเหน็ ความจรงิ แลว้ มนั จะไมก่ ลวั ตาย เพราะไมม่ อี ะไรตายใน
โลกอนั น้ี มแี ตจ่ ติ ทม่ี นั สำ� คญั มน่ั หมายมนั หลอกตวั เองวา่ “กลวั ตาย กลวั ตาย” เมอ่ื รถู้ งึ
ความจรงิ ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งแลว้ ไมก่ ลวั ความตายกไ็ มก่ ลวั เกดิ กไ็ มก่ ลวั เพราะมนั ไมม่ อี ะไร
จะเกิด แน่ะ! จะกลัวอะไร กลัวลมกลวั แล้งกลวั ไปท�ำไม จติ มนั พ้นแล้วจากการเกิด
จะไปกลวั ความเกดิ อะไรอกี เกดิ เปน็ รปู เปน็ กาย เปน็ หญงิ เปน็ ชาย มนั หมดเชอื้ แลว้
ไมม่ อี ะไรจะกลัว ไมม่ อี ะไรจะกล้า มันเสมอตวั คือ สม่ำ� เสมอ คงเสน้ คงวา แต่ไม่ใช่
สม�่ำเสมอธรรมดาแบบโลกๆ

“เสมอ” แบบจติ ทเี่ พยี งพอ เสมอแบบความเลศิ ประเสรฐิ ของจติ นไี่ ดพ้ ดู ถงึ ภาระ
อนั หนกั แตก่ พ็ ดู ถงึ ผลอกี ดว้ ย เพอื่ เปน็ เครอื่ งรนื่ เรงิ เครอื่ งยดึ เหนย่ี วของจติ ผลกเ็ ลศิ
สมกนั กับความยงุ่ ยากลำ� บากล�ำบนในการปฏิบัติ เราตอ้ งการอะไรของชีวติ ตอ้ งการ
ของดที ั้งน้นั แมแ้ ต่ภายนอกเราก็ยงั ต้องการของดี ย่งิ ธรรม ทำ� ไมเราจะไม่ต้องการ
ของดี เรง่ เขา้ ไป ปา่ ชา้ ไดร้ อ้ งไหก้ บั เราเปน็ ไร นเ่ี รามนั รอ้ งไหก้ บั ปา่ ชา้ ใหป้ า่ ชา้ ไดร้ อ้ งไห้
ตามเป็นไร หมดหวงั แลว้ ทนี ้ี ไม่มาเกดิ ตายอีกแลว้ ป่าช้าหมดหวังดีกวา่ เราหมดหวงั
เพราะความเกดิ ตายไมใ่ ชข่ องดี หมนุ ไปหมนุ มา มคี วามทกุ ข์ ความลำ� บาก ไปทกุ ภพ
ทุกชาติ!

จงทำ� การแกไ้ ข เอาใหม้ นั ได้ สงิ่ ทเ่ี ปน็ อยภู่ ายในจติ ใจ มอี ะไรบา้ งทเี่ ปน็ เสยี้ นหนาม
ตอ่ จติ ใจ สตปิ ญั ญาหยงั่ ลงไป คน้ ควา้ ลงไป ถอดถอนออกมา เอาใหห้ มดใหส้ น้ิ เมอื่ สนิ้
แลว้ ก็ “นแ่ี หละคอื ผลของงาน!” ทวี่ า่ เปน็ ความยากงา่ ยแคไ่ หน ผลนเ้ี ปน็ อยา่ งไร คมุ้ คา่
กันไหม นัน่ ! รทู้ นั ที อย่ทู ่ไี หน ก็อย่ซู !ิ

310

ทา่ นวา่ “วสุ ติ ํ พรฺ หมฺ จรยิ ”ํ เสรจ็ กจิ ของศาสนา พรหมจรรยไ์ ดอ้ ยจู่ บแลว้ นนั่ แหละ
ประจักษ์ด้วยประการท้งั ปวงแลว้ ขึน้ ชื่อวา่ ความทกุ ข์ความลำ� บากเปน็ เรอ่ื งของกิเลส
เหตคุ อื กเิ ลสสนิ้ ไป ผลคอื ทกุ ขส์ นิ้ ไปมเี ทา่ นน้ั ! จากนนั้ กค็ อื “บรมสขุ ” อยา่ งเดยี ว ไมม่ ี
อะไรมายงุ่ อกี แลว้ ตลอดอนนั ตกาล

311

นกั รบ นักหลบ

การแสดงธรรมในครัง้ พุทธกาล ทรงแสดงจากพระโอษฐข์ องพระพุทธเจา้ เปน็
ส่วนมาก จากน้นั ก็สาวกแสดง ซ่งึ ลว้ นแต่ถอดเอาธรรมของจริงออกมาจากใจล้วนๆ
ไมม่ ปี ลอมเลย จะเปน็ สาวกแสดงกต็ าม พระพุทธเจา้ แสดงก็ตาม เพราะทา่ นรธู้ รรม
ของจรงิ และแสดงธรรมของจรงิ ดว้ ยกนั ทา่ นรธู้ รรมทใี่ จ แสดงออกมาจากใจ การแสดง
ธรรมลกึ ตนื้ หยาบละเอยี ดมากนอ้ ย จงึ มแี ตข่ องจรงิ ซง่ึ ถอดออกมาจากใจลว้ นๆ ผฟู้ งั
จึงดดู ดมื่ ขณะทฟ่ี งั กเ็ ป็นภาคปฏบิ ตั ิไปในตวั
จติ ไดร้ บั ความสงบเยอื กเยน็ ในขณะฟงั และไดอ้ บุ ายแปลกๆ ตา่ งๆ ในขณะฟงั
จติ ใจเพลดิ เพลินต่อการสดับตรับฟงั ไปเรอื่ ยๆ เพราะฉะน้ัน ผู้มีความมงุ่ หวงั ต่อการ
ประพฤตปิ ฏบิ ตั ธิ รรมเพ่ือถอดถอนกเิ ลสอย่างเตม็ ใจอยแู่ ลว้ จึงถือการฟังเปน็ ส�ำคญั
และมีความพอใจในการฟงั ไม่มคี วามอม่ิ พอหรืออิดหนาระอาใจในการฟงั
แมส้ มยั ปจั จบุ นั กเ็ ปน็ เชน่ นน้ั คราวทท่ี า่ นอาจารยม์ น่ั ทา่ นยงั มชี วี ติ อยู่ พอถงึ วนั
ประชมุ พระรสู้ กึ ยมิ้ แยม้ แจม่ ใสวา่ วนั นจี้ ะไดฟ้ งั ธรรมจากทา่ น ดอู ากปั กริ ยิ าองคไ์ หน
องคไ์ หน กม็ คี วามกระหยมิ่ ยมิ้ ยอ่ งทว่ั ถงึ กนั เพราะทา่ นเคยไดอ้ บุ ายจากการฟงั มาเปน็
ประจำ� และเปน็ ภาคปฏบิ ตั จิ ติ ภาวนาไปในขณะฟงั นนั้ ดว้ ย ซง่ึ เกดิ ผลดกี วา่ การปฏบิ ตั ิ
โดยลำ� พังตัวเอง

312

การฟงั ธรรม ผทู้ มี่ าฟงั นน้ั มภี มู จิ ติ ภมู ธิ รรมตา่ งกนั เปน็ ลำ� ดบั ลำ� ดา ตง้ั แตพ่ น้ื ๆ
คอื ผทู้ ฝ่ี กึ หดั ใหมๆ่ และผมู้ หี ลกั ฐานทางดา้ นจติ ใจขน้ึ ไปโดยลำ� ดบั จนกระทงั่ ถงึ ธรรม
ส่วนละเอยี ด

การแสดงธรรม ทา่ นจะเรม่ิ ตง้ั แตพ่ น้ื ๆ หมายถงึ สมาธภิ าวนาไปเรอื่ ยๆ และอธบิ าย
“สมาธิ” ตามขัน้ ของสมาธนิ ั้นๆ ตามขั้นของ “ปัญญา” ขัน้ น้ันๆ จนถึงท่สี ุดแหง่ ธรรม

ทา่ นจะสรปุ ลงสคู่ วามพยายามของผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรม ใหต้ า่ งคนตา่ งมแี กใ่ จ ในสมยั
ปจั จบุ นั เปน็ เชน่ นน้ั ยง่ิ ผปู้ ฏบิ ตั ไิ ดพ้ รากจากทา่ นไปสสู่ ถานทต่ี า่ งๆ เพอ่ื บำ� เพญ็ เพยี รใน
ทนี่ นั้ ๆ บางทเี ดอื นหนงึ่ กม็ ี สองเดอื นกม็ ี กลบั มาฟงั ธรรมจากทา่ น นน่ั แหละ ยงิ่ ไดฟ้ งั
ธรรมเผด็ รอ้ นซง่ึ ทรงรสทรงชาตอิ ยา่ งสมบรู ณเ์ ตม็ ที่ เนอ่ื งจากพระทท่ี า่ นมาจากทตี่ า่ งๆ
เปน็ เหตุ เวลามาถงึ ก็เลา่ ธรรมถวายทา่ น ทั้งฝา่ ยเหตคุ ือการปฏบิ ตั ิบำ� เพ็ญในสถานท่ี
นนั้ ๆ การปฏิบัตอิ ยา่ งนนั้ ๆ ผลเปน็ อยา่ งนน้ั ๆ เลา่ ถวายทา่ นจบแลว้ ท่านกเ็ ริ่มเทศน์

คอื การทเี่ ลา่ นี้ ไมไ่ ดม้ าเลา่ ในทป่ี ระชมุ เวลามาถงึ กไ็ ปหาทา่ นโดยเฉพาะ ทา่ นกแ็ ก้
ปญั หาขอ้ ขอ้ งใจตามจดุ ทค่ี วรแกใ้ หใ้ นขณะนนั้ ตอนหนง่ึ แลว้ จดุ ไหนทจ่ี ะเปน็ ประโยชน์
แกส่ าธารณะทวั่ ไป ทา่ นกน็ ำ� มาอธบิ ายตอนประชมุ กนั ตอนนแ้ี หละเปน็ ตอนทน่ี า่ ฟงั มาก
ไพเราะเพราะพริง้ จับใจจนหาทเ่ี ปรยี บมิได้

บรรดาผทู้ ไ่ี ดร้ บั การอบรมศกึ ษามาจากทา่ นในขณะนนั้ จงึ รสู้ กึ ไดผ้ ลไดป้ ระโยชน์
เปน็ ที่พงึ พอใจมากทีเดยี ว

ครั้งพุทธกาลเราทราบแล้วว่า พระพุทธเจ้าเป็นผู้ประทานพระโอวาทเองและ
อบรมพระ เร่อื งศีล เรื่องสมาธิ เร่ืองปญั ญา ตามพทุ ธกิจทพ่ี ระองคท์ รงดำ� เนนิ

เม่ือพระองค์ประทานพระโอวาทแก่บรรดาพระสงฆ์ จิตทุกดวงก็ต่างต้ังไว้ใน
ระดบั พอดกี บั กำ� ลงั ความสามารถของตน ธรรมเทศนาทป่ี ระทานออกมานน้ั ยอ่ มลว่ ง
ไหลเขา้ สจู่ ติ ใจ โดยเฉพาะตามขนั้ ตามภมู ขิ องแตล่ ะองคพ์ อเหมาะพอสม พอดบิ พอดี
เร่อื ยๆ ไป

313

องค์ท่ีภมู จิ ติ อยู่ในระยะน้ี เมอ่ื สดับธรรมจากท่านแล้ว ก็หายสงสยั ในขั้นทีต่ น
ก�ำลังบ�ำเพ็ญและติดอยู่โดยล�ำดับๆ เพราะธรรมะท่านบุกเบิกทางให้เราผ่านไปทีละ
เลก็ ละนอ้ ย ขยับข้ึนไปเรอ่ื ยๆ หลายคร้งั หลายหนกผ็ ่านไปได้

นนั่ แหละทวี่ า่ พทุ ธบรษิ ทั ครง้ั พทุ ธกาลฟงั ธรรมทา่ นไดส้ ำ� เรจ็ มรรค ผล นพิ พาน
เป็นจำ� นวนมาก จงึ มีหลกั ฐานยนื ยนั ในวงปฏบิ ัตเิ รื่อยมาจนถงึ ปจั จุบนั

ประการหน่ึงคร้ังพุทธกาล ใจคนผิดกันอยู่มากกับสมัยปัจจุบันน้ี เก่ียวกับ
สงิ่ แวดลอ้ มในครง้ั โนน้ ไมค่ อ่ ยมอี ะไรเปน็ เครอ่ื งกวนใจและสง่ เสรมิ กเิ ลสมากเหมอื น
ปจั จบุ นั น้ี ซงึ่ มองไปทางทศิ ใด ฟงั ไปทางทศิ ใด เตม็ ไปดว้ ย “เพชฌฆาต” เครอื่ งสงั หาร
ธรรม สงั หารคนใหเ้ สยี หายและลม่ จมไปอยา่ งสดๆ รอ้ นๆ ไมส่ มกบั คำ� วา่ “โลกเจรญิ ”
สมกบั การเรียนมากรูม้ ากเลย

ครัง้ โน้นมธี รรมชาติ ธรรมชาตทิ อ่ี าศัยกนั อยู่เท่าน้ัน เหมอื นอยา่ งจดหมายของ
หลวงพอ่ องคห์ นง่ึ ทม่ี มี าวนั นเี้ อง อา่ นแลว้ ชน่ื ใจ ทา่ นพดู เกยี่ วกบั สง่ิ แวดลอ้ มทม่ี แี ตป่ า่
แตเ่ ขา เสยี งนกและสตั วต์ า่ งๆ สนกุ ภาวนาตลอดกาล เรือ่ งย่ัวยกุ ิเลสกไ็ ม่มาก คนก็
ตรงไปตรงมา ธรรมกเ็ ปน็ ธรรมของจรงิ เมอื่ แสดงออกไปมากนอ้ ยกเ็ ปน็ ทซี่ าบซง้ึ สำ� หรบั
ผฟู้ งั โดยลำ� ดบั ลำ� ดา เมอ่ื ฟงั แลว้ กน็ ำ� ไปประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามสถานทต่ี า่ งๆ ทเี่ หมาะสมแก่
การบำ� เพญ็ ของตนตามจรติ นสิ ยั เมอื่ เกดิ ขอ้ ขอ้ งใจอะไรกม็ าทลู ถาม พระองคก์ ท็ รงชแี้ จง
ใหท้ ราบและประทานโอวาทใหท้ ั่วถึงกัน

นเี่ ปน็ ธรรมประเพณใี นครง้ั พทุ ธกาล ทา่ นดำ� เนนิ มาโดยลำ� ดบั ลำ� ดา ถอื การปฏบิ ตั ิ
เปน็ สิ่งสำ� คญั มากย่งิ กว่ากจิ อ่ืนใดในวงพระศาสนา ผิดกับสมยั ปจั จบุ ันนีม้ าก

สมยั นเี้ ราทกุ คนกพ็ อจะทราบกนั ได้วา่ เป็นอย่างไร

ความเคลอ่ื นไหวของศาสนาและผปู้ ระพฤตธิ รรมมผี ดิ แปลกกนั อยมู่ าก ครง้ั โนน้
มหี ลกั เกณฑส์ ำ� คญั ประจำ� ใจของนกั บวชและพทุ ธบรษิ ทั ทว่ั ไป คอื การปฏบิ ตั เิ พอื่ มรรค
ผล นพิ พาน จรงิ ๆ การแสดงออกแหง่ ธรรมจากความรจู้ รงิ เหน็ จรงิ เปน็ สงิ่ ทแี่ จม่ แจง้

314

ชดั เจน ตามเหตตุ ามผลตามความสตั ยจ์ รงิ ไมม่ คี ลาดเคลอื่ นเลอื่ นลอย ผฟู้ งั กไ็ ดผ้ ล
เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะผู้แสดงธรรมไม่มีความสงสัยในการแสดงว่าแสดงไปนั้น
เหน็ จะถกู หรอื นา่ จะถกู นา่ จะเปน็ อยา่ งนนั้ นา่ จะเปน็ อยา่ งน้ี ไมม่ !ี สำ� หรบั ทา่ นผรู้ จู้ รงิ
เห็นจรงิ ในธรรมโดยสมบูรณ์แล้ว ท่านแสดงอยา่ งตรงไปตรงมา

เฉพาะอย่างยิ่งดังท่านอาจารย์มั่นแสดงธรรมแก่พระสงฆ์ ไม่ปรากฏมีค�ำว่า
“เหน็ จะเปน็ อยา่ งนน้ั เหน็ จะเปน็ อยา่ งน”ี้ แฝงอยใู่ นโอวาทของทา่ นเลย ทา่ นสอนอยา่ ง
เดด็ เดีย่ วอาจหาญ ตรงไปตรงมา ตามหลักความจริงแห่งธรรมแท้

เวลาไปอยกู่ ับทา่ นกเ็ ป็นเวลาหลายปี ไม่เคยไดย้ ินค�ำวา่ “เหน็ จะเป็นอย่างนน้ั ”
มแี ตว่ า่ “ตอ้ งอยา่ งนนั้ ตอ้ งอยา่ งน”้ี และเนน้ หนกั ลงไปอยา่ งเขม้ ขน้ ทเี ดยี ว ฟงั ทา่ นเทศน์
อย่างถึงใจ จิตใจมันพองข้ึนเหมือนว่าพระนิพพานน้ันจะเอ้ือมถึงอยู่ในขณะน้ัน
ทา่ นเทศนเ์ ปดิ ทางใหม้ องเหน็ ของจรงิ จรงิ ๆ แตม่ นั ไปไมไ่ ด้ เหมอื นกบั เออื้ มมอื ถงึ อยู่
แต่จบั ไมไ่ ด้ เป็นลกั ษณะนนั้

นแ่ี หละการเทศนอ์ อกมาจากความรจู้ รงิ เหน็ จรงิ ผลจงึ ตา่ งกนั อยมู่ าก พระพทุ ธเจา้
ทรงแสดงเองก็เป็นอยา่ งนนั้ บรรดาพระสาวกแสดงก็เป็นอยา่ งนน้ั ท่านพระอาจารย์
แสดงกเ็ ป็นเช่นเดยี วกนั เพราะทา่ นรู้จริง เหน็ จริง เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าในความ
บรสิ ทุ ธิ์ สว่ นธรรมอนื่ ๆ นน้ั กเ็ ปน็ ไปตามภมู วิ าสนาของทา่ น แตเ่ รอื่ ง “สจั ธรรม” นน้ั
เปน็ ความแจม่ แจง้ สมบรู ณเ์ ตม็ ทภี่ ายในใจดว้ ยกนั ถงึ ขน้ั พระอรหนั ตแ์ ลว้ ตอ้ งสมบรู ณ์
เต็มที่

การแสดงธรรมออกจากความจรงิ ท้ังหลายดงั กล่าวน้ี จงึ แสดงได้อยา่ งเตม็ เม็ด
เตม็ หนว่ ย เตม็ อรรถเตม็ ธรรม เตม็ ใจ ไมม่ สี งสยั ไมม่ สี ะทกสะทา้ น วา่ อนั นน้ั นา่ จะถกู
อนั นน้ี า่ จะถกู ไมม่ ใี นจติ ของพระอรหนั ตท์ งั้ หลาย เพราะทา่ นรจู้ รงิ เหน็ จรงิ อยา่ งแจม่ แจง้
ไม่มีอะไรสงสัย

การแสดงธรรมจะเป็นประเภทใดกต็ าม ทา่ นแสดงไดโ้ ดยละเอยี ดทว่ั ถึง สมาธิ
กแ็ จงไปอยา่ งละเอยี ดลออ แสดงถงึ “ฐานของสมาธิ” ปัญญาทุกขน้ั แสดงใหถ้ ึง

315

ฐานของปญั ญานั้นๆ จนถงึ ขัน้ “วมิ ตุ ติ หลุดพ้น” แสดงออกมาจากใจจรงิ ท่ีรจู้ ริง
เห็นจริงแลว้

ผฟู้ งั กส็ ามารถเขา้ ใจได้ แมจ้ ะยงั ละยงั ถอนไมไ่ ด้ กเ็ ปน็ เครอื่ งปลกู ศรทั ธา ความเชอ่ื
ความเลอ่ื มใส ความตงั้ มนั่ ภายในใจ ใหม้ คี วามแนน่ หนามน่ั คงขน้ึ ไดโ้ ดยลำ� ดบั ๆ ทา่ นจงึ
ตกั ตวงเอามรรค เอาผล นิพพาน กนั เรอื่ ยมาไมข่ าดวรรคขาดตอน

สมัยโน้นเปน็ สมัยตักตวงมรรค ผล นพิ พาน เปน็ สมัยตักตวงขอ้ วตั รปฏบิ ัติ
การบำ� เพญ็ ก็เต็มเม็ดเต็มหนว่ ย เตม็ กำ� ลัง ผลท่ีพงึ ได้รับจึงเป็นทพ่ี ึงพอใจ

สมยั ของพวกเรานเี้ ปน็ สมยั “ลบู คลำ� ” ลบู นน้ั คลำ� น้ี คลำ� ไปคลำ� มา กไ็ ดแ้ ตค่ วาม
สกปรกโสมมเต็มหัวใจ ส่ิงเป็นอรรถเป็นธรรมพอจะเป็นเคร่ืองถอดถอนกิเลสไม่มี
มแี ตเ่ ครอ่ื งพอกพนู กเิ ลส เรยี นหรอื จดจำ� มาไดม้ ากนอ้ ย กม็ แี ตเ่ รอื่ งจะพอกพนู กเิ ลส
แทบทั้งนนั้ มันตรงกันข้ามกับสมยั พุทธกาลอยา่ งมากจนไม่น่าเชื่อ แตก่ ็เปน็ อยา่ งนน้ั
จรงิ ๆ

จะวา่ “ธรรมไมม่ ผี ล” สมยั นี้ กถ็ กู เพราะคนไรผ้ ล เนอื่ งจากความไรเ้ หตุ เหตทุ ่ี
จะเปน็ ไปเพื่อผลนัน้ ๆ ไม่คอ่ ยมี หรือไมม่ ี ผลจะมีได้อย่างไร! ไรเ้ สยี หมด! ไมส่ นใจ
ไม่ประพฤติปฏิบัติ ผลจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพราะผลเกิดข้ึนจากเหตุต้ังแต่ไหน
แต่ไรมา

เหตุดี ผลดี เหตุเตม็ ที่ ผลก็เตม็ เมด็ เต็มหนว่ ย เหตไุ มม่ ี ผลจะเอามาจากไหน
ธรรมกส็ กั แตว่ า่ ธรรมทม่ี อี ยใู่ นตู้ ในหบี ในคมั ภรี ใ์ บลาน ทที่ า่ นแสดงไวอ้ ยา่ งไรกม็ อี ยู่
อยา่ งนน้ั ถา้ คนไม่ประพฤติปฏิบตั ใิ ห้เป็นไป ผลก็ไมป่ รากฏ

เรอ่ื งของกเิ ลส กอ็ ยกู่ บั ใจของคน ไมอ่ ยกู่ บั ตำ� รบั ตำ� รา ในตำ� รบั ตำ� รามแี ตช่ อ่ื ของ
กเิ ลสตณั หาอาสวะ มแี ตช่ อ่ื ของ มรรค ผล นพิ พาน ตวั กเิ ลสจรงิ ๆ และ มรรค ผล นพิ พาน
จรงิ ๆ อยทู่ ี่ใจ ซ่งึ อยูก่ บั บุคคล

316

เมอ่ื ตง้ั ใจประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ตง้ั ใจถอดถอนกเิ ลสอาสวะตา่ งๆ ทมี่ อี ยใู่ นหวั ใจ อยา่ ง
จรงิ จงั ท�ำไมจะถอนไม่ได้ เพราะธรรมเปน็ เครื่องถอดถอนกิเลสมาตั้งแตไ่ หนแตไ่ ร
อยแู่ ล้วและพรอ้ มทีจ่ ะถอนเสมอ ถ้าเรานำ� ธรรมคือเคร่ืองมอื อันถูกตอ้ งไปถอดถอน
จริงๆ ดังพระพุทธเจ้าและพระสาวกท่านด�ำเนินมาและสั่งสอนไว้แล้ว เพราะฉะนั้น
สมยั โน้นกบั สมยั นจ้ี งึ ไมม่ อี ะไรผิดแปลกแตกตา่ งกนั เพราะกเิ ลสบาปธรรมมีอยูท่ ีใ่ จ
ดว้ ยกนั จงพากนั ประพฤตปิ ฏบิ ตั เิ พอื่ กำ� จดั มนั ตามหลกั ธรรมทป่ี ระทานไวโ้ ดยถกู ตอ้ ง
แลว้ น้ัน

คำ� วา่ “กเิ ลส” นน้ั ถา้ มนั เปน็ ตวั ของเรา เราเปน็ กเิ ลส กเิ ลสเปน็ เรา มนั กไ็ มน่ า่ กลวั
น่าขยะแขยง นอกจากรกั ชอบ และพอใจ เพราะมันกลายเปน็ เรื่อง “ของเรา” แตถ่ ้า
แยกกเิ ลสออกจากเรา เรากบั กเิ ลส กถ็ อื วา่ เปน็ ขา้ ศกึ กนั และมที า่ ทางตอ่ สกู้ นั นน่ั แล
กเิ ลสจะเปน็ ของน่ากลัวมากขึ้น การตอ่ ส้เู พ่ือเอาชนะกิเลสด้วยหลกั ธรรมก็จะมกี ำ� ลัง
มากข้ึนตามๆ กัน

ในวงผปู้ ฏบิ ตั เิ พอื่ ฆา่ กเิ ลสจรงิ เมอ่ื เวลากเิ ลสกระเพอื่ มตวั เปน็ ความรกั เปน็ ตน้
ทา่ นจะปราบทนั ที ไมไ่ ดร้ อแมน้ าที ตอ้ งปราบหรอื กำ� จดั กนั ในเดยี๋ วนนั้ นนั่ แล ไมย่ อมให้
ขวางใจอย่ไู ดน้ านเพราะความเหน็ โทษของมนั

ฉะนนั้ คนเราถา้ ถอื ความรกั ความชงั ความโกรธ ความเกลยี ด เปน็ ตน้ ทเี่ ปน็ กเิ ลส
วา่ เปน็ ตน จะไมส่ นใจแกไ้ ขเลย นอกจากจะสง่ เสรมิ ใหพ้ อกพนู ขน้ึ ถา่ ยเดยี ว ดงั โลกทวั่ ไป
ปฏบิ ตั กิ นั มาตงั้ กปั ตง้ั กลั ป์ ไมม่ ใี ครเหน็ โทษของมนั บา้ งเลย จงึ ยากแกก่ ารสง่ั สอน และ
การฟงั การปฏบิ ตั ิ ทง้ั สองฝา่ ย การจะฆา่ กเิ ลสเพยี งแตล่ ะตวั กเ็ ทา่ กบั เจา้ ของจะถกู ฆา่ ดว้ ย
จึงไม่มีใครค่อยสนใจช�ำระสะสางหรือฆ่ามัน กลัวความสุขซ่ึงราวกับเนื้อติดฟันน้ัน
จะสนิ้ ไป ราวกบั กเิ ลสเปน็ ตวั ใหค้ วามสขุ แกโ่ ลกอยา่ งแทจ้ รงิ นนั่ แล ดว้ ยเหตนุ ้ี การทำ�
ความดที จี่ ะกะเทาะเปลอื กกเิ ลสบา้ ง จงึ ไมม่ ใี ครอยากทำ� กนั แตค่ วามอยากพน้ ทกุ ขน์ นั้
รสู้ กึ วา่ เกนิ ตวั จงึ เขา้ กนั ไมไ่ ด้ ระหวา่ งสขุ ลว้ นๆ กบั คนทเี่ ปน็ คลงั กเิ ลส เพราะไมก่ ลา้ แตะ
กเิ ลส กลวั เจ้าของผ้แู ตะถกู ท�ำลายด้วย ไม่วา่ ท่านวา่ เราจงึ อยู่กันดว้ ยความคลกุ เคลา้
กับทุกข์ประเภทตา่ งๆ เรอ่ื ยมาและจะเรือ่ ยไป ไมก่ งั ขา

317

ตามความจรงิ ทางของนักปราชญ์ท่าน ท่านตำ� หนแิ ละกลัวกิเลสมาก เพราะเป็น
สาเหตกุ อ่ ภยั นอ้ ยใหญไ่ มม่ ปี ระมาณเรอื่ ยมา ไมม่ ลี ดหยอ่ นผอ่ นเบาลงบา้ งเลย ทา่ นจงึ
สอน “ใหฆ้ า่ มนั เสยี ” ราคะ โทสะ โมหะ ตลอดบรวิ ารของมนั ทา่ นกลวั และสอนใหฆ้ า่
เสยี สน้ิ ไมม่ เี หลอื ซง่ึ เทา่ กบั เหลอื ทกุ ขไ์ วเ้ ผาตวั นน่ั แล เมอื่ หมดสงิ่ เหลา่ นแี้ ลว้ กเ็ ทา่ กบั
“หมดภัย หมดเวร” ไม่มีอะไรมาเขย่ากอ่ กวนอกี ตอ่ ไป

เพราะฉะนนั้ ความโลภซงึ่ เปน็ พอ่ เปน็ ปู่ ของกเิ ลสทง้ั หลาย กเ็ ทา่ กบั เสอื รา้ ยใหญ่
ตัวหนึ่ง ทก่ี ดั และกนิ ไมเ่ ลือก คือโลภไมเ่ ลอื กกาลสถานท่เี วล�ำ่ เวลา คนตายฉิบหาย
วายป่วงไปเพราะอ�ำนาจแหง่ เสือร้าย คอื ความโลภนม้ี ากมาย แต่ใครไมอ่ าจทราบได้
ความโลภน้ีมันยังมีอ�ำนาจหลอกปิดป่าช้าได้ด้วย ผู้โลภมากจึงราวกับจะตายไม่เป็น
กับโลกเขา เหมอื นไม่มี “ป่าช้า” แต่ส่ิงเหล่านไี้ ม่มี รปู รา่ ง หัวหาง กลางตัว แต่ตวั มนั
เหมอื นมนษุ ยแ์ ละสตั ว์ ฉะนน้ั จงึ ไมม่ ใี ครกลวั กนั ถา้ มรี ปู รา่ งเหมอื นเสอื ละก็ ใครกเ็ ผน่
เอาตวั รอดเพราะความกลวั ตาย ถา้ ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ เปน็ ตวั เป็นตน กค็ ือ
เสือร้ายเราดๆี นเ้ี อง ใครจะไปกล้าหาญต่ออ�ำนาจของมนั ได้ ก็ต้องกลวั กันทง้ั นัน้ แล

เอา้ ! ถ้าราคะกด็ ี โลภะกด็ ี โทสะก็ดี โมหะก็ดี เหล่านี้ เป็นรปู เป็นร่างเช่นเดียว
กนั หมด สมมตุ ิวา่ ราคะ นี้ ก็คือไฟท้ังกอง ความโลภ กค็ ือยกั ษ์ใหญ่ตวั หน่งึ โทสะ
กค็ อื เสอื รา้ ยตวั หนงึ่ โมหะ กค็ อื ไฟสมุ กองแกลบใหญก่ องหนง่ึ ลกั ษณะทา่ ทางของมนั
นา่ กลวั ตา่ งๆ กนั ตา่ งกเ็ คยทำ� ลายคนและสตั วม์ ามากตอ่ มาก ถา้ นำ� ศพคนตายมากองไว้
กก็ องจรดเมฆ ใหญก่ วา่ ภเู ขาทงั้ โลกทม่ี ารวมกนั เขา้ เสยี อกี เพราะสง่ิ เหลา่ นส้ี งั หารทำ� ลาย
แต่เวลานม้ี ันถูกฆ่าตายแล้ว หามมาทงิ้ ไวท้ ีน่ ่ี เอา้ ! ประกาศให้โลกมาดูกัน แต่ละตัว
ละตวั รา้ ยกาจทสี่ ดุ ! โลกพนิ าศฉบิ หายเพราะมนั มามากตอ่ มากแลว้ มนั ไดถ้ กู ฆา่ แลว้
ใครจะต้องการดู ก็มาดูหนา้ ตาของมนั ท่รี ้ายกาจมากเสยี ให้เต็มตาว่ามันนา่ รัก หรือ
น่ากลวั ขนาดไหน

เมอื่ ตา่ งคนตา่ งมาดู กไ็ ดเ้ หน็ ตวั “มหาภยั ” อยา่ งเตม็ ตา หนา้ ตนื่ และกลวั ตวั สนั่
ขวญั หนดี ฝี อ่ ไปตามๆ กนั คนเราเมอื่ เหน็ โทษประจกั ษต์ าประจกั ษใ์ จแลว้ ยอ่ มกระเสอื ก
กระสนหาทางออกจนได้ ไมย่ อมนอนกอดความโลภ ความโกรธ ความหลง ราคะตณั หา

318

อยู่ด้วยความหลงเพลิน ดังท่ีเคยเป็นมาและเป็นอยู่แน่นอน เพราะความจริงแล้ว
ใครจะเปน็ สตั วข์ ข้ี ลาดกลวั ยงิ่ กวา่ มนษุ ยเ์ ราไมม่ !ี เมอื่ ไปเจอมหาภยั อยา่ งจงั ๆ ดว้ ยตา
ตวั เองแล้ว ต้องมีแกใ่ จและพอใจที่จะถอดถอนและฆ่ามัน

ความโลภ ความโกรธ ความหลง ทงั้ สามอยา่ งนแ้ี ล คอื อสรพษิ ตวั รา้ ยกาจทส่ี ดุ ใน
โลกทง้ั สาม ถา้ แยกออกมาเปน็ ตนเปน็ ตวั แลว้ เรยี กวา่ “จอมโลก” ผบู้ งั คบั บญั ชาผคู้ น
ใหร้ บราฆ่าฟันกัน การก่อความพินาศฉิบหายให้แก่โลกก็คอื ตวั ไฟสามกองพลนี้แล

ใครตอ้ งกลวั กนั ทง้ั นน้ั ถา้ หากเราแยกตวั ของกเิ ลสออกมาไดอ้ ยา่ งยงิ่ ตา่ งคนตอ้ ง
ตา่ งกลวั จนตวั สนั่ นนั่ แล แตเ่ มอ่ื กเิ ลสกลบั มาเปน็ ตวั ของเราเสยี เองแลว้ เราไมส่ ามารถ
จะแยกได้ เรากบั กเิ ลสกจ็ ำ� ตอ้ งอยดู่ ว้ ยกนั เพราะความไมร่ วู้ า่ กเิ ลสมาเปน็ เรา และเรา
เป็นกิเลส กลมกลนื เปน็ อันหนงึ่ อันเดียวกัน

ความโลภนี้ มันโลภได้วันยังค่�ำไม่มีถอย จะเอาให้ตายกับความโลภก็ได้
ความโกรธ โกรธจนตาด�ำตาแดงกโ็ กรธได้ ดว้ ยความไมร่ ู้สกึ ตัวว่าผดิ จึงพอใจโกรธ
ความหลง หลงไมม่ วี นั ตืน่ ตวั พอได้สตบิ ้างเลยกห็ ลงได้ เพราะกิเลสทั้งมวลเป็นเรอ่ื ง
ของเราเสยี เอง เรายดึ มนั วา่ เปน็ เรา มนั กไ็ มเ่ หน็ อะไรวา่ เปน็ ภยั ทงั้ ๆ ทม่ี นั เปน็ ภยั แกต่ วั
อยเู่ รอื่ ยมา ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งขนึ้ ชอื่ วา่ กเิ ลสทม่ี อี ยใู่ นจติ ใจของเรา แมล้ ว้ นเปน็ ภยั ดว้ ยกนั
ก็ตาม แต่เราก็ไม่เหน็ ว่ามนั เป็นภัย จึงอยดู่ ้วยกนั ได้ยังงีแ้ หละ

เอ้า เกิดก็เกิด ทุกข์ก็ทุกข์ เสียใจก็เสียใจ เพราะอ�ำนาจกิเลสพาให้เป็นไป
เพราะกิเลสเปน็ เราน่ี ถึงขนาดจะสลบไสลก็พอใจสลบไสล เสียใจขนาดตงั้ สตไิ มไ่ ด้
แทบเปน็ บอเปน็ บา้ ไป มนั กพ็ อใจเปน็ ไปตามกเิ ลส รอ้ งไหก้ พ็ อใจรอ้ งไห้ เพราะถอื วา่
กเิ ลสเปน็ เรา เราเปน็ กเิ ลส

ถา้ พจิ ารณาแยกระหวา่ งกเิ ลสกบั เราออกดูบา้ งพอรูเ้ รื่องกนั เราจะเป็นอยา่ งนนั้
ไมไ่ ด้ ตอ้ งมที า่ ตอ่ สกู้ นั เมอื่ มที า่ ตอ่ สกู้ นั กต็ อ้ งมคี วามแพค้ วามชนะกนั จนได้ และเหน็ ภยั
ของกันและกันอยา่ งชดั เจนละทนี ้ี

319

การประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นกเ็ ขม้ แขง็ ความคดิ ในแงใ่ ดทจ่ี ะเปน็ ไปเพอื่ ความนอนใจ
เปน็ ไปเพอื่ ความสงั่ สมกเิ ลส เปน็ ไปเพอ่ื ความเดอื ดรอ้ นแกต่ น เปน็ ไปเพอื่ ความลา่ ชา้
ยอ่ มถือว่ามันเปน็ “ภยั ” เช่นเดยี วกนั หมด เหลา่ น้ี คือ ลูก หลาน เหลนของกิเลส
ถา้ ไมใ่ ช่กเิ ลสตวั จริง กค็ อื ลกู เตา้ หลานเหลนของมัน มนั เปน็ ลกู เต้าเหลา่ กอของเสอื
ทง้ั นน้ั แหละ แมม่ นั เปน็ เสอื พอ่ มนั เปน็ เสอื ลกู มนั จะเปน็ อะไร ถา้ ไมเ่ ปน็ เสอื นะ่ คดิ ดู
ตรองดูกพ็ อทราบได้ ไม่สงสยั

ฉะนน้ั จงพยายามฆา่ มนั ไปเรอ่ื ยๆ ดว้ ยความเหน็ โทษของมนั พยายามแยกกนั ออก
อบุ ายของสตปิ ญั ญาทจ่ี ะแยกกเิ ลสกบั ตวั ออกตอ้ งแยกอยา่ งนี้ คอื หาอบุ ายพลกิ แพลง
เปลยี่ นแปลง หลายแงห่ ลายกระทง ยอ่ มผา่ นพน้ ไปได้ ถา้ ไมห่ าอบุ าย เอาอะไรมาแก้
เครอื่ งผูกมัดตวั เรากับกเิ ลส ก็กอดคอกันตายตลอดกปั ตลอดกัลป์ ไม่มีวันผา่ นพ้น
กองทกุ ข์ ความทรมานกายทรมานใจไปได้

ท่านว่า “วัฏวน วฏั เวียน” ไมม่ ีต้นไมม่ ีปลาย คือไม่ทราบว่าต้นทางอยทู่ ไี่ หน
ปลายทางอยู่ท่ไี หน วนเวียนกันอยเู่ หมอื นมดไต่ขอบด้ง ท่วี นไปเวียนมา ไต่ไปไต่มา
หาทางออกไมไ่ ด้

เรอื่ ง “วฏั สงสาร” กบั “หวั ใจของสตั วโ์ ลก” มนั กว็ กไปเวยี นมาอยอู่ ยา่ งนนั้ มาทไี ร
กม็ าตน่ื แตข่ องเกา่ นน่ั แล เกดิ เทา่ ไรกว็ า่ ตนไมเ่ คยไดเ้ กดิ ตายเทา่ ไรกย็ งั เขา้ ใจวา่ ตนไม่
เคยตาย ไมเ่ คยทกุ ข์ ไม่เคยลำ� บากมาแลว้ เรอ่ื งของตัวแท้ๆ ก็ไมท่ ราบได้ เม่อื เปน็
เชน่ นยี้ งั จะอวดฉลาดใหก้ เิ ลส “วฏั วน” หวั เราะเยาะเยย้ อยหู่ รอื ถา้ ไมอ่ ายตวั เอง กค็ วร
อายกเิ ลสบา้ ง พอมที างออกจากมนั แมไ้ มไ่ ดม้ าก กน็ บั วา่ เปน็ ผเู้ หน็ ภยั ความเหน็ ภยั
และพยายามแกไ้ ขอยเู่ สมอ วันหนึ่งจนไดท้ ี่จะทราบหน้าทราบตาของมันอยา่ งชดั เจน
และพยายามแยกมนั ออก แยกกันออก ตวั น้ีกเ็ หน็ ชดั ตัวนน้ั ก็เหน็ ชดั ตัวนี้ก็เปน็ ภยั
ตัวนั้นกเ็ ปน็ ภยั ตวั ไหนกเ็ ปน็ ภัย สิง่ ที่ยังแกไ้ มไ่ ดก้ เ็ หน็ วา่ เป็นภัย

พยายามเขา้ ไป เหมอื นเราพยายามถอนเสยี้ นหนามออกจากเทา้ เรานแี่ หละ ถอน
ออกมาไดแ้ ลว้ นก่ี ค็ อื หนาม ทย่ี งั ถอนไมไ่ ดก้ ค็ อื หนาม แลว้ จะนอนใจไดอ้ ยา่ งไร พยายาม

320

ถอนออก ถอนออกได้ จนไมม่ อี ะไรตดิ อยทู่ ฝ่ี า่ เทา้ แลว้ หายามาใสเ่ สยี ใหห้ ายเปน็ ปกติ
นน่ั ! กเิ ลสทร่ี เู้ หน็ แลว้ กเ็ ปน็ อนั รเู้ หน็ แลว้ ทฆี่ า่ ตายแลว้ กเ็ ปน็ อนั วา่ ตายแลว้ สว่ นทย่ี งั อยู่
ก็คือกิเลสประเภทเดียวกัน มันจะต้องเสียดแทงจิตใจเราอยู่ตลอดไปเช่นเดียวกัน
ถ้าแยกไม่ได้ หรือถอดถอนมันไม่ได้

ความมงุ่ มน่ั ความมมุ านะ ทจี่ ะแกม้ นั ไมล่ ดละ ยอ่ มแกไ้ ปไดโ้ ดยลำ� ดบั พระพทุ ธเจา้
ทรงเปน็ แนวหนา้ แหง่ นกั รบ สาวกอรหตั อรหนั ตท์ า่ นเปน็ “ลกู นกั รบ” เราเปน็ พทุ ธบรษิ ทั
กค็ อื ลกู ของนกั รบ อยา่ เปน็ “นกั หลบ” กแ็ ลว้ กนั ใหเ้ ปน็ นกั รบไปเรอ่ื ยๆ สกู้ นั ไปเรอ่ื ยๆ
เราสูเ้ พ่ือชัยชนะ ยกตนข้นึ จากหล่มลกึ จะยากลำ� บากกต็ ้องยกจนข้นึ ได้ ถา้ เราไม่ยก
ใครจะยก เราไมถ่ อน ใครจะถอนหนามออกจากตวั เอง ความเจบ็ เปน็ ของเรา เราเปน็ ผเู้ จบ็
การถอนหวั หนามออกต้องเปน็ เรื่องของเรา เราเป็นผถู้ อน เราจะเป็นผหู้ ายจากความ
เจ็บปวด

กเิ ลสเสยี ดแทงใจกค็ อื ใจเรา มนั เสยี ดแทงอยวู่ นั ยงั คำ�่ คนื ยงั รงุ่ เปน็ ของดเี มอื่ ไร
จงพยายามถอดถอนออกเปน็ ลำ� ดบั ๆ สตปิ ญั ญาคดิ ขนึ้ มา หาอบุ ายพลกิ แพลงเปลย่ี นแปลง
ตา่ งๆ สตปิ ญั ญาเปน็ สง่ิ ทผ่ี ลติ ได้ พจิ ารณาได้ ตอ้ งพจิ ารณา อยา่ นอนใจ คดิ คน้ ขน้ึ มา
ใหเ้ กิดอุบายปญั ญาตา่ งๆ แตกแขนงออกไปไม่มสี ้ินสดุ

ครบู าอาจารยก์ เ็ ปน็ แตเ่ พยี งผแู้ นะใหห้ รอื หยบิ ยน่ื อบุ ายใหเ้ รา ปญั ญากย็ นื่ ใหท้ ง้ั ดนุ้
เราจงึ เอาปญั ญาทง้ั ดนุ้ ทที่ า่ นแสดงนน้ั ไปแจงออกโดยอบุ ายตา่ งๆ เพอื่ แตกแขนงออกไป
นั่นแหละเป็นอบุ ายของเราแท้ แล้วกินตลอดวนั อวสานแหง่ ชีวิตกไ็ มห่ มด ส่งิ ใดที่เรา
ผลติ ขนึ้ เองได้ สง่ิ นน้ั เปน็ สมบตั ขิ องเราแท้ ใชต้ ลอดไปไมม่ วี นั หมดสน้ิ ไมเ่ หมอื นการ
หยบิ ยืมจากทา่ นผอู้ นื่ มาใช้ การไปหยบิ ยืมเขามาใชน้ น้ั มันหมดได้ หลดุ ไม้หลุดมือ
แตกเสยี บา้ ง สญู หายกระจายไปเสยี บา้ ง ถา้ เราผลติ ขนึ้ มาไดไ้ มเ่ ปน็ ไร! เอา้ ! ใชห้ มดไป
ผลติ ขน้ึ มาใหม่ อนั นแ้ี ตกไป ผลติ อนั นนั้ มาแทน ผลติ ขนึ้ มาเรอ่ื ยๆ คนมปี ญั ญาอยกู่ บั ตวั
ยอ่ มไมจ่ นตรอก กเิ ลสพาคนจนตรอกจนมมุ ปญั ญาไมพ่ าใหค้ นจนตรอกจนมมุ สามารถ
แทงทะลปุ รโุ ปรง่ ไปได้ด้วยอำ� นาจของปญั ญา

321

“นตถฺ ิ ปญฺ าสมา อาภา” นน่ั ! ภาษติ ทา่ นกว็ า่ “แสงสวา่ งเสมอดว้ ยปญั ญาไมม่ ”ี
ปญั ญานแ้ี ทงทะลเุ ขา้ ไปไดห้ มด ทกุ หนทกุ แหง่ ทกุ แงท่ กุ มมุ ไมว่ า่ ขา้ งบน ขา้ งลา่ ง อดตี
อนาคต ปัจจุบนั ขา้ งใน ขา้ งนอก หยาบ ละเอยี ดของกเิ ลส ความมดื ด�ำอยู่ทไี่ หน
กเิ ลสอยทู่ น่ี น่ั ปญั ญาสามารถแทงทะลปุ รโุ ปรง่ ไปไดไ้ มจ่ นมมุ กเิ ลสหาทห่ี ลบซอ่ นไมไ่ ด้
และถกู ฆา่ ตายทกุ วนั ทกุ เวลาดว้ ยเครอื่ งมอื ทท่ี นั สมยั คอื สติ ปญั ญา ศรทั ธา ความเพยี ร
ความเขม้ แขง็ บกึ บนึ อดทน ของนกั ปฏบิ ตั ผิ เู้ อาจรงิ เอาจงั หวงั พงึ่ เปน็ พง่ึ ตายกบั ธรรม
ไม่มกี ารสั่งสมกิเลสขนึ้ มาให้รกรุงรังในหัวใจ มแี ตข่ ุดค้นท�ำลายโดยถา่ ยเดยี ว

กเิ ลสนบั วนั หมดไป ทยี่ งั เหลอื ตายไมห่ มด กห็ ลบซอ่ นและหมอบราบลงไป เอา้ !
ฆา่ มันลงไป ค้นเข้าไป ฆา่ มันเร่อื ยไปดว้ ย “ตปธรรม”

“ตปธรรม” คอื ความเพยี ร เครอ่ื งแผดเผากเิ ลส เอาใหก้ เิ ลสฉบิ หายไปโดยลำ� ดบั ๆ
จนไมม่ เี หลอื กเิ ลสจะสรา้ งบา้ นสรา้ งเรอื นอยทู่ ไี่ หนอกี หรอื จะพาลกู เตา้ เหลา่ กอของมนั
มาจากไหนอกี เมื่อถูกฆ่าไปวนั หนง่ึ ๆ หลายๆ ตวั หลายๆ ชนิดแลว้ มันต้องหมดไป
หมดไป ผลสดุ ท้ายไม่มกี ิเลสเหลืออย่ภู ายในใจอกี เลย

ใจกส็ วา่ งกระจา่ งแจง้ ขน้ึ มาเตม็ ดวงตามธรรมชาตขิ องตน ฉายแสงออกมาอยา่ ง
นา่ อศั จรรย์ น่!ี อ�ำนาจแห่งธรรมแสดงขน้ึ มาจากใจเตม็ ทแ่ี ล้ว!

สว่ นอำ� นาจกเิ ลสแสดงความมดื ดำ� ในดวงใจมาประจำ� ภพนอ้ ยภพใหญ่ แมเ้ ชน่ นน้ั
สตั วโ์ ลกกต็ ดิ มนั อยทู่ กุ วท่ี กุ วนั ทกุ ภพทกุ ชาติ การไดร้ บั ความทกุ ขท์ รมานตา่ งๆ ไมใ่ ช่
เพราะอะไร เพราะกเิ ลสเทา่ นนั้ การชำ� ระกเิ ลสแมจ้ ะหนกั หรอื ลำ� บากเพยี งไร กเ็ ปน็ งาน
ท่ีควรท�ำอย่างย่ิงเพื่อยกตนให้พ้นภัย เพราะคนเรามีคุณค่ามีน้�ำหนักมากยิ่งกว่า
ความลำ� บากในการถอดถอนกเิ ลสเสยี อกี เราตอ้ งพยายามตะเกยี กตะกายตามครู คอื
พระศาสดา ผทู้ รงลำ� บากทรมานเพราะความเพยี รมาแลว้ ไมม่ ใี ครกลา้ แขง่ จะสมนาม
ว่า “เปน็ ลูกศิษยม์ ีครู”

ธาตขุ นั ธพ์ จิ ารณาใหด้ ี แยกแยะให้ละเอยี ดลออ จะพิจารณากีค่ รง้ั ก่ีหน กต่ี ลบ
ทบทวนกต็ าม พจิ ารณาใหเ้ หน็ ชัดเจน เอาจนชำ� นิชำ� นาญ ชำ� นชิ �ำนาญแลว้ ยังไม่พอ

322

พจิ ารณาจนรจู้ นกระทง่ั ปลอ่ ยวาง เมอ่ื รจู้ รงิ เหน็ จรงิ แลว้ กป็ ลอ่ ยวางไปเอง ไมต่ อ้ งบอก
ไมต่ อ้ งบงั คบั เมอื่ รแู้ ลว้ เชน่ เดยี วกบั เราจบั อสรพษิ ขนึ้ มา เขา้ ใจวา่ เปน็ อาหาร พอทราบวา่
เปน็ อสรพษิ เทา่ น้ัน มันสลัดทงิ้ ทันที นแ่ี หละปญั ญา!

เม่ือได้เห็นจริงในส่ิงเป็นพิษเป็นภัยแล้วก็สลัดปัดทิ้งไปเลย สติปัญญาเป็นผู้
บุกเบิกทาง เปน็ ผูช้ ้ีแจงวา่ อันนี้ผิด อันน้ถี ูก พอพิจารณาทราบแล้ว ก็ปล่อยวางเอง
ปล่อยเองโดยลำ� ดบั ๆ

การปลอ่ ยอปุ าทาน กค็ อื การปลอ่ ยภเู ขาทงั้ ลกู ออกจากใจเรานน่ั แล! ภเู ขาอนั หนกั ยงิ่
ไดแ้ กก่ เิ ลส มากหรอื นอ้ ยกเ็ ทา่ ตวั เรานแี้ หละ ถอดถอนหมดแลว้ กห็ มดพษิ ภยั ในใจเรา
ทา่ นวา่ “บรมสุข!”

ทเ่ี ปน็ “บรม” ไมไ่ ด้ กค็ อื กเิ ลสตวั มดื ดำ� เทา่ นน้ั เอง ปดิ บงั กดถว่ ง และลดคณุ คา่
ของใจลง ใจทง้ั ดวงเลยไมม่ ีคุณค่า พอเอาสิง่ ที่ไม่มีคณุ คา่ และครอบหัวใจออกหมด
ดว้ ยสตปิ ญั ญา ศรทั ธา ความเพยี ร แลว้ จติ ทเี่ คยไมม่ คี ณุ คา่ กแ็ สดงตวั ขน้ึ มาดว้ ยความ
สวา่ งกระจา่ งแจง้ อย่างเต็มทแี่ ละมคี ุณคา่ เต็มภมู ิ

ที่วา่ พระพทุ ธเจา้ ท่านประเสริฐ ก็ประเสริฐทีจ่ ิตนเ้ี อง สาวกอรหัตอรหนั ต์ทา่ นก็
ประเสรฐิ ทจี่ ติ น้ี หลดุ พน้ ทจี่ ติ น้ี ไมห่ ลดุ พน้ ทไี่ หน เพราะผนู้ เี้ ปน็ ผตู้ ดิ ผขู้ อ้ ง ผคู้ า ผโู้ ลภ
ผโู้ กรธ ผหู้ ลง อยทู่ นี่ ี่ เมอ่ื ถอดถอนเอาสงิ่ ทป่ี ดิ บงั กดถว่ งออกหมดแลว้ ใจกด็ ดี ขนึ้ มา
ท่นี ่ี ผา่ นไปทีน่ ่ี พ้นไปท่ีนี่ การพน้ ทกุ ข์พน้ ทใ่ี จ ไม่ไดพ้ ้นทไี่ หน พ้นทีใ่ จน้เี อง!

ร่างกายมอี ย่กู ไ็ ม่เปน็ ปญั หา เม่อื จิตใจผา่ นพ้นไปเสยี ทุกส่ิงทุกอยา่ ง ไมม่ อี ะไร
เปน็ อปุ สรรคตอ่ ใจแลว้ แมว้ า่ รา่ งกายจะเจบ็ ปวด หรอื จะเปน็ จะตาย กท็ ราบวา่ เปน็ เรอ่ื ง
อนจิ จัง ทกุ ขัง อนัตตา ซงึ่ เป็นกฎของธรรมชาติ รา่ งกายทง้ั หมดนเ้ี ป็นเช่นเดยี วกบั
สิ่งภายนอกนั้นแหละ มกี ารตง้ั ข้นึ แลว้ สลายตวั ลงไป อนั นมี้ นั ตง้ั ข้นึ เราก็เหน็ แล้ว
ตั้งอยู่ เรากเ็ หน็ แล้ว มนั ค่อยแปรของมันไปเป็นล�ำดบั ๆ เราก็เห็น เรากร็ ้อู ย่ทู ุกวัน
เพราะเราดอู ยู่ เนอ่ื งจากเปน็ ของของเราทต่ี อ้ งรบั ผดิ ชอบเลย้ี งดู ยง่ิ พจิ ารณาดว้ ยปญั ญา
ดว้ ยแลว้ กย็ ง่ิ เหน็ ชดั ตามความแปรสภาพของขนั ธ์ มนั แปรไป แปรไป ถงึ วาระสดุ ทา้ ย

323

ก็กระจายกันไปหมด! มันกระจายของมนั เอง ขันธ์มันแตกของมันเอง เพราะมันตัง้
ของมนั เอง แล้วมันก็แตกของมนั ไปเอง ไมม่ ใี ครบังคบั ให้แตกใหส้ ลาย

ใจของเราซงึ่ เปน็ ผรู้ กู้ ร็ ใู้ หช้ ดั ถงึ ความจรงิ ของขนั ธ์ กย็ ง่ิ เปน็ เครอื่ งขดั เกลาจติ ใจ
ใหม้ คี วามสวา่ งกระจา่ งแจง้ ขนึ้ ดว้ ยอำ� นาจของปญั ญาทแี่ ทงทะลปุ รโุ ปรง่ ตามความจรงิ
ทง้ั หลายทแี่ สดงตวั อยรู่ อบดา้ นตลอดเวลา แลว้ อะไรจะฉบิ หายทนี ?้ี เมอื่ ตา่ งอนั ตา่ งจรงิ
ด้วยกนั แลว้ ไมม่ ีอะไรจะฉบิ หาย!

เอา้ พรากลงไป อยากเปน็ ดนิ กเ็ ปน็ สว่ นทเ่ี ปน็ ดนิ ไมต่ อ้ งบอก มนั กเ็ ปน็ ของมนั เอง
สว่ นท่ีเปน็ ลม ไฟ มนั กเ็ ปน็ ไปตามธรรมชาตขิ องมัน ไม่ตอ้ งบอก มันกเ็ ปน็ ของมัน
เราไมต่ อ้ งไปปรุงไปแตง่ มัน วา่ ให้เปน็ อนั นัน้ เปน็ อันน้ี มนั เป็นของมันเอง เมอื่ เขา้ ถงึ
ความจรงิ กันแลว้

สว่ นจติ กจ็ รงิ ของจติ เอง ไมต่ อ้ งไปเสกสรรวา่ จรงิ หรอื ไมจ่ รงิ เพยี งแตใ่ หร้ สู้ งิ่ เหลา่ น้ี
ตามความจรงิ เทา่ นนั้ จติ กจ็ รงิ ของจติ เมอื่ ตา่ งอนั ตา่ งจรงิ แลว้ กไ็ มก่ ระทบกระเทอื นกนั
ไม่มีความว่าไดว้ ่าเสยี กัน ทน่ี ี่ปกตอิ ยตู่ วั หมดเร่ืองหมดราว

ขนั ธก์ ไ็ ปเสยี จติ กจ็ ากไปเสยี เปน็ วาระสดุ ทา้ ย สนิ้ สดุ กนั เสยี ที เรอ่ื งความยงุ่ เหยงิ
เกีย่ วกบั ธาตุขันธ!์

“ภารา หเว ปญจฺ กขฺ นฺธา ภารหาโร จ ปุคฺคโล” หมดกันเสียที ดงั พระพทุ ธเจา้
ปรนิ ิพพานไปแลว้ หมดความกงั วลโดยประการทง้ั ปวง

ผยู้ งั ครองขนั ธอ์ ยู่ แมจ้ ติ บรสิ ทุ ธแิ์ ลว้ กย็ งั ตอ้ งรบั ผดิ ชอบในธาตใุ นขนั ธอ์ ยู่ จงึ ไมใ่ ช่
“อนปุ าทิเสสนิพพาน” อย่างเตม็ ภมู ิ เพราะความรบั ผดิ ชอบ รบั ภาระ ด้วยการพาเดนิ
พายืน พานั่ง พานอน ประคบั ประคองกนั ดว้ ยอริ ิยาบถตา่ งๆ ดว้ ยวิธตี ่างๆ มนั เป็น
ความกังวล มนั ยงั ไมเ่ ต็มเมด็ เต็มหนว่ ย

เม่อื มนั สลดั กันไปเสียหมด จิตกบ็ ริสทุ ธ์เิ ตม็ ท่ี ธาตุขนั ธ์ออกจากกายกล็ งเป็น
ธาตเุ ดมิ ของเขาเสยี ตา่ งอนั ตา่ งจรงิ จติ กผ็ า่ นไปเลย สนิ้ กงั วล “อนาลโย” หมดอาลยั

324

อยา่ งเตม็ ภูมิ นีเ่ รียกว่า “อนปุ าทเิ สสนพิ พาน” สลัดสมมุติเตม็ ภมู ิของสมมตุ ิ วิมุตติ
ไปเตม็ ภูมขิ อง “วมิ ุตต”ิ ไมต่ ้องมาเกย่ี วขอ้ งกนั อีกเหมือนเวลาทีย่ งั ครองขนั ธอ์ ยู่

นแ่ี หละการปฏบิ ตั ธิ รรม ผลท่ีจะพงึ ไดร้ บั ขน้ั สดุ ทา้ ยข้นั สดุ ยอดเปน็ อย่างน้!ี

ความลำ� บากลำ� บนมากนอ้ ยเพยี งใดนนั้ เปน็ อปุ กรณห์ รอื เปน็ เครอื่ งอดุ หนนุ จติ ใจ
ให้ก้าวข้นึ มาเปน็ ลำ� ดับๆ จนกระทง่ั ถงึ ระดับ “สุดยอด” เพราะฉะน้ัน ความลำ� บาก
ลำ� บนอะไร จงึ ไมใ่ ชส่ งิ่ ทคี่ วรจะอดิ หนาระอาใจ เพราะมนั เปน็ เครอ่ื งหนนุ ลำ� บากกล็ ำ� บาก
เพอื่ หนนุ นจี้ ะเปน็ อะไรไป เรง่ ใหห้ นกั มอื ขเี้ กยี จตาย เกดิ และ “กสุ ลา ธมั มา” อยไู่ มห่ ยดุ
ไม่ยงั้ เราสรา้ ง “กุสลา” ภายในจิตใจไว้ใหเ้ พยี งพอเสยี เวลายังมชี วี ิตอยู่ จะหายหว่ ง

“กสุ ลา ธมั มา” แปลวา่ ความฉลาด หาอบุ ายความฉลาด แกก้ เิ ลสภายในจติ ใจได้
เปน็ พอ ตายแลว้ ใครจะ “กสุ ลา” หรอื ไมก่ สุ ลา ไมม่ ปี ญั หาอะไรเลย เราสรา้ ง กสุ ลา รอบจติ ใจ
ของเราแลว้ เป็นพอตวั กัน ไมก่ ลัวอะไรทง้ั สน้ิ

ถา้ จติ นม้ี นั ยงั โงอ่ ยู่ มนั ยงั ไมร่ หู้ นา้ รหู้ ลงั อะไรเลย จะ “กสุ ลา ธมั มา” เทา่ ไร มนั ก็
เทา่ เดมิ นนั่ แหละ ทา่ นใหเ้ ราสรา้ ง “กสุ ลา ธมั มา” ใหเ้ ตม็ ภมู ิ สว่ น “อกสุ ลา ธมั มา” คอื
ความโง่ ใหก้ ำ� จดั มนั ออกไป ความโง่ คอื กเิ ลส กสุ ลา ธมั มา คอื ความฉลาด ปญั ญา
ขดั กนั ลงไป ถไู ถกนั ไป จนผอ่ งใสบรสิ ทุ ธเ์ิ ตม็ ที่ จะวา่ “อพั ยากตา ธมั มา” กไ็ ด้ หมดแลว้
เรื่องบญุ เร่ืองบาปภายในจติ ใจ! เราแยกไปได้ถงึ “ปรมตั ถธรรม”

คำ� วา่ “อพั ยากตา ธมั มา” เปน็ สงิ่ กลางๆ ไมบ่ ญุ ไมบ่ าปในบรรดาสมมตุ ทิ งั้ หลาย
กไ็ ด้ เราจะแยกออกไปเปน็ “อพั ยากตาจติ ” คอื จติ ทพี่ น้ แลว้ จากบญุ จากบาปดว้ ยประการ
ทั้งปวง เป็นจิตของ “ปุญญปาป ปหนิ บุคคล” ผมู้ ีบญุ และบาปอันละเสียแล้ว เปน็
อพั ยากตาจติ ก็ถกู ถึงข้ันนแ้ี ลว้ ไมเ่ ถยี งใคร

ใครจะใหช้ อ่ื ใหน้ ามกไ็ ด้ ไมใ่ หช้ อื่ ใหน้ ามกไ็ ด้ ไมม่ ปี ญั หา เพราะธรรมชาตนิ น้ั อยู่
กบั ตัว ตัวเปน็ ผูท้ รงไว้ ตัวเปน็ ผู้รู้ ตวั เปน็ ผู้เหน็ ตวั เปน็ ผู้บรสิ ุทธิ์ จ�ำเป็นอะไรทีจ่ ะไป
หิวโหยกับช่ือกบั นามของมนั อีกล่ะ ท่านจึงว่า “หมดปัญหา”

325

ทกุ ขเ์ พราะความเพยี รเพอ่ื ถอดถอนกเิ ลส มนั เปน็ ความทกุ ขท์ เ่ี พลนิ เพราะมสี ง่ิ
ที่ได้มาท�ำให้เพลิดเพลินร่ืนเริงด้วยผลที่เกิดข้ึนจากความทุกข์ความล�ำบากในการ
บ�ำเพญ็ เกดิ ขน้ึ มาเป็น “ความเบาอกเบาใจ” ถอดถอนกเิ ลสตวั น้ันได้ กเิ ลสตัวนีไ้ ด้
เปน็ ลำ� ดับๆ เปน็ ความเพลดิ เพลิน
เมอ่ื ปฏบิ ตั ถิ งึ ธรรมขน้ั สงู ทา่ นเรยี กวา่ “อทุ ธจั จะ” ความฟงุ้ คอื เพลนิ ไมใ่ ชอ่ ะไรดอก
ไม่ใช่ฟงุ้ แบบโลกสงสารดอก คอื มนั เพลนิ ตอ่ การพนิ จิ พิจารณาธรรมต่างๆ เพลนิ ต่อ
การถอดถอนกเิ ลสชนดิ ตา่ งๆ ดว้ ยปญั ญาตา่ งหาก จนลมื หลบั ลมื นอน ลมื เขา้ ทพ่ี กั ใน
สมาธภิ าวนา มแี ตป่ ญั ญาหมนุ ตว้ิ ๆ เปน็ เกลยี วอยู่ เปน็ ความเพลนิ ทา่ นเรยี กวา่ “อทุ ธจั จะ”
พอพน้ จากนแ้ี ลว้ มนั ก็หมดปัญหา หมดเรอ่ื งแลว้ กส็ บายสดุ ส่วน!
เอาละ ยตุ ิเพียงเทา่ นี้

326

ปฏบิ ัตเิ พ่ือความพน้ ทุกข์

จติ เปน็ ตวั ทรงในความเปน็ อยู่ ตลอดถงึ ความสขุ ความทกุ ข์ จติ เปน็ ผทู้ รง เปน็ ผู้
รบั ผดิ ชอบทง้ั ปจั จบุ นั ทกุ ขณะไป แมอ้ นาคตกต็ อ้ งเปน็ ไปจากจติ ทเ่ี ปน็ ปจั จบุ นั อยเู่ วลานี้
จติ ตอ้ งรบั ผดิ ชอบตวั เอง ความเปน็ อยู่ ความมี ความจน ความสขุ ความทกุ ข์ สอ่ แสดง
อยทู่ ่ีจิต ความเป็นไปขา้ งหน้าจะมคี วามสขุ ความเจรญิ จึงเปน็ ไปจากจติ

บคุ คลและสัตวท์ ไี่ ดร้ บั ความกระทบกระเทอื น หรอื ความสมั ผสั รบั รใู้ นสิ่งตา่ งๆ
ท่ีนอกเหนอื ไปจากใจ ไมม่ ี! ใจจึงเปน็ สิง่ ส�ำคัญ ความรูน้ ีค้ รอบโลกธาตุ อะไรจะมา
สมั ผสั จากใกลจ้ ากไกล กต็ อ้ งมาสมั ผสั ความรนู้ ี้ เพราะฉะนนั้ ความรนู้ จี้ งึ ควรจะไดร้ บั
การอบรมให้รู้และฉลาดเหมาะสมกับสิ่งที่มาเกี่ยวข้องกับตนเพ่ือจะไม่ได้รับความ
กระทบกระเทือนบอบช้�ำ อย่างน้อยท่ีสุดก็พอมีทางหลบหลีกปลีกตัวได้จากอารมณ์
ตา่ งๆ ไมเ่ ชน่ นนั้ กร็ บั เอา รบั เอา และแย่ แยไ่ มม่ วี นั ฟน้ื ตวั ไดเ้ ลย ทง้ั นมี้ ไี ดแ้ ละเหน็ ได้
ในทที่ ่วั ไป ไม่ไดห้ าดูกนั ยากเลย

ความทุกข์เพราะความจนน่ะ จะมีน้อยกว่าความทุกข์เพราะอารมณ์มายุ่งกวน
ท�ำลายใจ ความทุกข์ชนิดนไ้ี ม่เลือกชาติ ชนั้ วรรณะ ฐานะสูง ต�ำ่ มหี รอื จนอะไรเลย
มนษุ ยท์ ั่วโลกยอมรบั กันอยา่ งปฏิเสธไม่ได้

ค�ำวา่ “โลกเจรญิ ๆ” จงึ มักมีแต่ค�ำเสกสรร โดยอาศยั วัตถเุ ป็นเคร่อื งบงั หน้าวา่
“โลกเจรญิ ” แตต่ วั โลก แกน่ หรอื รากฐานของโลกคอื ใจ หาความสขุ ความเจรญิ ไดย้ าก

327

เตม็ ที แทบไมม่ คี ำ� วา่ “สขุ ” อยใู่ นดวงใจมนษุ ย์ เพราะไมม่ เี ครอ่ื งกอ่ สรา้ ง และสง่ เสรมิ
ใหห้ วั ใจเจรญิ นอกจากมแี ตเ่ ครอื่ งรบกวน ทำ� ลาย ในอริ ยิ าบถตา่ งๆ ตลอดกาลสถานที่
เท่านน้ั

คำ� วา่ “เครือ่ งก่อสร้าง และ เครอ่ื งสง่ เสรมิ หัวใจให้เจริญ” คอื ธรรม ผู้มีธรรม
ใจย่อมเจริญ ใจยอ่ มมีความสขุ ความสงบได้

ฉะนน้ั การสง่ เสรมิ จติ ใจดว้ ยธรรม มี ทาน ศลี ภาวนา เมตตาพรหมวหิ าร สงสาร
เหน็ ใจเพอ่ื นมนษุ ย์ และสตั วท์ อี่ ยรู่ ว่ มโลกกนั ใจยอ่ มเจรญิ ชมุ่ เยน็ เปน็ สขุ ถกู ตอ้ งกบั
จดุ ประสงคท์ โี่ ลกตอ้ งการความเจรญิ ไมส่ กั แตช่ อื่ และคำ� เสกสรรวา่ “โลกเจรญิ ” ทง้ั ๆ ท่ี
มนษุ ยท์ วั่ โลกเปน็ ทกุ ขแ์ ทบลกู ตาจะกระเดน็ ขวั้ หวั ใจจะหลดุ หลน่ เพราะใจพาใหร้ า่ งกาย
เปน็ กงจกั รหมุนรอบตวั ท้ังวันท้ังคืน ไมม่ ีเวลาหยดุ ยั้งผ่อนคลายบา้ งเลย

คำ� วา่ “กระแสของโลกเชย่ี ว” กค็ อื กระแสทางใจเชยี่ วดว้ ยอำ� นาจความโลภไมม่ ี
เพยี งพอ ความโกรธ ความเคยี ดแคน้ ความฟงุ้ เฟอ้ เหอ่ เหมิ ดว้ ยอำ� นาจแหง่ ความลมุ่ หลง
นนั่ เอง ทงั้ นเ้ี พราะจติ ไรส้ าระ ไมม่ คี ณุ ธรรมเครอ่ื งหลอ่ เลย้ี งหวั ใจ ใจจงึ มแี ต่ “ฟบุ ลง”
ถา่ ยเดยี ว ทงั้ ทวี่ า่ “โลกเจรญิ ” วตั ถตุ า่ งๆ ทวี่ า่ เปน็ สมบตั เิ ครอื่ งปลมื้ ใจมนั ทบั ถมมนษุ ย์
ผไู้ มร่ จู้ กั ความพอดี ความโลภนน้ั สง่ เสรมิ ทกุ เวลา นบั แตต่ น่ื จากหลบั กระทง่ั นอนหลบั
ไดพ้ กั ใจงบี หนง่ึ ในขณะหลบั แตไ่ มใ่ ชข่ ณะภาวนา ซงึ่ เปน็ การพกั สำ� คญั เสยี ดว้ ย นอกนน้ั
เปน็ เวลากิเลสราคะตัณหา เปน็ ตน้ ย่�ำยมี ิได้ลดละปลอ่ ยวางเลย แลว้ ใจจะหาความ
สงบสุขและความเจริญมาจากไหน?

ถา้ โลกยงั ไมย่ อมเหน็ ความสำ� คญั ของจติ ใจ แตเ่ หน็ สงิ่ อน่ื ๆ เปน็ ของสำ� คญั กวา่
จติ ใจ โลกจะหาความสงบสขุ เจรญิ รงุ่ เรอื งไมไ่ ดเ้ ลย! แมศ้ าสนธรรมมอี ยู่ กไ็ มม่ คี วามหมาย
ถ้าโลกไม่สนใจเสียอยา่ งเดยี ว

ธรรมมคี ณุ ค่ากับโลกทส่ี นใจใฝ่ธรรม ปฏบิ ัตติ ามธรรม เช่นเดยี วกับอาหารมี
คณุ ค่า อ�ำนวยความสุขใหแ้ ก่ผรู้ บั ประทานฉะน้นั

328

คนทเี่ กดิ เปน็ มนษุ ยใ์ นโลกเดยี วกนั แตบ่ างพวกไดร้ บั การอบรมจากศาสนธรรม
ด้วยดี ย่อมไดด้ ่ืมรสแห่งความสงบสขุ ของธรรมทางใจทต่ี ่างจากรสความสขุ ของโลก
ล้วนๆ อย่มู าก

ปราชญผ์ ฉู้ ลาดเหนอื คน คอื พระพทุ ธเจา้ ทา่ นทรงลม้ิ รสแหง่ ธรรมเตม็ พระทยั แลว้
จงึ ทรงนำ� ธรรมมาสอนโลกให้ได้ปฏิบัติและดื่มรสตามท่าน

ผใู้ ดไมส่ นใจธรรม ผนู้ นั้ พระพทุ ธเจา้ กโ็ ปรดไมไ่ ด้

การโปรดสตั ว์โลก จะโปรดเฉพาะทีค่ วรโปรดได้ ไม่นอกเหนือธรรม ถ้าใคร
นอกเหนอื ธรรมก็โปรดไม่ได้ ต้องยอมยกให้กเิ ลสต่างๆ เชน่ ความโลภ ความโกรธ
ความหลง ราคะตณั หา โปรดเอาเปน็ ลกู บาปธรรมของมัน (“ไมใ่ ช่ลกู บุญธรรม”)

พวกเราจะเปน็ ลกู “บญุ ธรรม” ของศาสนา หรอื จะเปน็ ลกู “บาปธรรม” ของกเิ ลสละ่ ?
รบี ตัดสนิ ใจเสยี แต่บัดน้ี อยา่ รอนาน เดย๋ี ว “พ่บี าปธรรม” จะมาเอาตวั ไปเปน็ นอ้ ง
“บาปธรรม” ของมัน “ลูกบญุ ธรรม” จะตกไป

เฉพาะอยา่ งยง่ิ การนง่ั สมาธภิ าวนา ทำ� แรกๆ กจ็ ะรสู้ กึ วา่ ฝดื เคอื ง ตะเกยี กตะกาย
วนุ่ วายแทบเปน็ แทบตาย เหมอื นจะเอาเขา้ ตะแลงแกงทถ่ี กู เขาเอาไปฆา่ นนั่ เอง เพราะ
ผลบญุ คณุ ธรรม ยงั ไมเ่ คยปรากฏ หากเปน็ ความพอใจอยบู่ า้ ง กพ็ อฟดั พอเหวยี่ งกนั ไป
ถา้ ไมพ่ อใจและไมเ่ หน็ ผลในการทำ� เลยกล็ ำ� บากมาก นงั่ เพยี ง ๒๐, ๓๐ นาที โอโ้ ห เหมอื นกบั
จะเป็นจะตายจรงิ ๆ

จิตเมอ่ื ได้รบั การอบรมอยูเ่ รื่อยๆ จะมขี ณะหนง่ึ จนได้ทีจ่ ะเหมาะกบั จังหวะอัน
ดีงามที่จะก้าวเข้าสู่ความสงบให้เจ้าของได้ชมบุญวาสนาของตน และเกิดความเช่ือ
ความเลื่อมใสขึ้นมา ผลน้ันแหละเป็นเชื้อแห่งความเช่ือที่จะให้เกิดความอุตส่าห์
พยายามขนึ้ ไปโดยลำ� ดับ ดเู หมอื นเคยเล่าใหฟ้ ัง

ในการฝกึ หดั เบอื้ งตน้ ซงึ่ เปน็ ไปดว้ ยความเชอื่ ความเลอื่ มใสอยากทำ� เวลาถาม
หวั หนา้ วัด ทา่ นก็ว่า “ใหภ้ าวนาพุทโธ” นน่ั แหละ ผมกภ็ าวนาพุทโธ กเ็ อา “พทุ โธ”

329

มาภาวนา ภาวนาไมท่ ราบวา่ ผลจะเกดิ ขนึ้ อยา่ งไรบา้ ง กท็ ำ� ไปแบบ “งๆู ปลาๆ” อยา่ งนน้ั เอง
ด้วยความพอใจ อยากทำ�

แตส่ ำ� คญั ที่ “คำ� วา่ พทุ โธกบั สตกิ ลมกลนื กนั ดตี อนภาวนานน้ั ” ทา่ นวา่ “ไมใ่ หส้ ง่
จติ ไปท่อี นื่ ให้มคี วามรอู้ ยู่กบั ค�ำบรกิ รรมภาวนานัน้ ” เรากจ็ ับตรงน้ัน เพราะเราไม่มี
ความรกู้ ว้างขวางอะไรน่ี ก็ท�ำไปอย่างทา่ นวา่ นั่นเอง

พอทำ� ลงไป กำ� หนด “พทุ โธๆๆ” ปรากฏวา่ ความรสู้ กึ ทซ่ี า่ นอยใู่ นทต่ี า่ งๆ นนั้ คอ่ ยๆ
รวมตวั เขา้ มา รวมตวั เขา้ มา อาการของจติ ทแ่ี สดงอาการรวมตวั นน้ั กลายเปน็ จดุ สนใจ
มากขน้ึ ทำ� ใหส้ ตกิ จ็ ดจอ่ ความตง้ั ใจกเ็ พม่ิ ขน้ึ ๆ จนปรากฏวา่ จติ นส้ี งบเงยี บลงไปเลย

ตอนนนั้ จติ ขาดจากอารมณต์ า่ งๆ หมดทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง เกดิ ความอศั จรรยข์ น้ึ มา
ภายในใจ และเกดิ ความตนื่ เตน้ มาก ไมน่ านจติ กถ็ อนขนึ้ มาเสยี เสยี ดายมาก “โอโ้ ห!
เป็นอยา่ งน้ีเอง!”

นน่ั แหละเปน็ เชอ้ื ส�ำคัญให้เกิดความอตุ ส่าห์พยายาม ไม่วา่ จะเรียนหนงั สอื มาก
นอ้ ยเพยี งใด ลำ� บากล�ำบนขนาดไหน การภาวนาไมเ่ คยลดละเลย ต้องปลอ่ ยเวลาไว้
คอื สงวนเวลาไวส้ ำ� หรบั ทำ� ภาวนา แตก่ ไ็ มค่ อ่ ยไดเ้ ตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย นานๆ ตง้ั แตเ่ รยี น
หนงั สอื มาจนกระท่ังไดอ้ อกปฏบิ ตั ิ จติ สงบไดอ้ ย่างนั้นเพียงสามครงั้ เท่านนั้

เหตทุ สี่ งบไม่ได้น้ัน เมอื่ มาพจิ ารณายอ้ นหลงั แลว้ ก็พอทราบไดว้ า่ เพราะความ
ยึดมัน่ ถอื มน่ั ความคาดหมายในผลทีเ่ คยเกิดข้นึ มาแล้ว และผา่ นไปแลว้ น้ัน มาเป็น
อารมณ์ของใจ โดยไมค่ ำ� นงึ ถงึ งานท่ที ำ� ในวงปจั จบุ นั คือ “พทุ โธ”ๆๆ ซึ่งจะท�ำใหเ้ กดิ
ผลเชน่ นน้ั ขน้ึ มาอกี จติ มาปลอ่ ยงานอนั นเ้ี สยี มแี ตค่ วามมงุ่ หวงั อยากใหเ้ ปน็ อยา่ งนน้ั
อย่างนั้น ผลจึงไมเ่ กดิ อกี ดังใจหมาย

เมอื่ พอจางๆ ไป จติ ไมค่ อ่ ยมน่ั หมายกบั ความสงบทเ่ี คยเปน็ และผา่ นไปแลว้ นน้ั
มนั ถงึ รวมลงไดอ้ กี พอจติ ปลอ่ ยความกงั วลกบั สง่ิ ทเ่ี คยผา่ นมาแลว้ เมอื่ ไร กป็ รากฏผล
ขนึ้ มา พอปรากฏผลขนึ้ มาทไี ร จติ กเ็ ป็นอีกแลว้ อยากจะให้เปน็ เหมือนอย่างวันนั้น

330

วนั นน้ั พยายามเขา้ จติ กม็ คี วามรสู้ กึ อยกู่ บั ผลทเี่ คยไดเ้ คยเปน็ ในอดตี นนั้ เสยี ไมเ่ ขา้ มา
อยใู่ นวงปจั จบุ นั ซงึ่ จะยงั ผลใหเ้ กดิ ขนึ้ ผลกไ็ มเ่ กดิ ทำ� เมอื่ ไรกเ็ ปน็ อยา่ งนนั้ อกี จนกระทง่ั
หมดหวงั ปลอ่ ยวาง แลว้ มาทำ� ภาวนาตามธรรมดา ไมค่ ดิ คาดหนา้ คาดหลงั จติ กเ็ ปน็ อกี
แนะ่ !

มาทราบไดเ้ มอื่ ภายหลงั จนกระทงั่ ไดต้ งั้ หนา้ ตง้ั ตาทำ� ภาวนาจรงิ ๆ ตอนหยดุ การ
ศกึ ษาเลา่ เรยี นแลว้ คราวนจ้ี ะเอาจรงิ เอาจงั เปน็ กบั ตายตอ้ งใหร้ จู้ ติ ดวงทเ่ี คยเหน็ เคยรู้
แลว้ นนั้ จะหายไปทไ่ี หนได้ จะตอ้ งพยายามเอาใหไ้ ด้ ทนี ที้ ำ� ไมห่ ยดุ กลางวนั กท็ ำ� กลางคนื
กท็ ำ� ทุกอริ ยิ าบถไม่ลดละ ก็ปรากฏข้ึนมาเป็นความสงบเช่นน้นั

เมอ่ื ปรากฏเปน็ ความสงบเชน่ นน้ั ขน้ึ มาแลว้ กท็ ำ� ใหส้ งบนานขน้ึ โดยลำ� ดบั สงบได้
นานแลว้ ไม่ตน่ื เต้นทนี ี้ การต่ืนเต้นน้ันเป็นเหตุกวนใจเหมือนกนั กวนความสงบนั้น
ใหถ้ อยตวั ออกมาได้ ทีนเ้ี มื่อเวลาชนิ ตอ่ ความเปน็ เชน่ น้นั แลว้ กไ็ มต่ นื่ เต้น มีแตค่ อย
กำ� หนด คอยดจู ติ ทีแ่ สดงตวั เข้าไปสูค่ วามสงบ จะแสดงอะไรออกมากใ็ หร้ ้อู ยกู่ บั จุด
แหง่ ความรทู้ ส่ี งบตวั ลงไปแลว้ โดยถา่ ยเดยี วเทา่ นนั้ จติ กส็ งบไดน้ านแนบแนน่ ขนึ้ เปน็
ล�ำดบั ๆ

ความสงบของจิตแตล่ ะครัง้ ละครั้งนัน้ นอกจากจะเป็นความสุข ความสบาย
ในขณะท่สี งบแลว้ ยงั เป็นการสรา้ งฐานแห่งความมั่นคงของจติ ได้โดยล�ำดบั อกี ด้วย
จนกระทงั่ ปรากฏเป็นความแนน่ หนามนั่ คงขึ้นภายในใจ ทง้ั ๆ ทจ่ี ิตไม่ไดร้ วมกต็ าม
เมอ่ื กำ� หนดดคู วามรขู้ องตนเมอื่ ใด กท็ ราบชดั วา่ ความรนู้ น้ั เดน่ เปน็ ความสงบโดยลำ� พงั
ตนเองอยโู่ ดยเฉพาะ แมจ้ ะคดิ เรอ่ื งอนื่ ใดไดอ้ ยู่ แตฐ่ านแหง่ ความสงบนนั้ ไมเ่ คยลดละ
ความเปน็ ของตนเลย

นเ่ี รยี กวา่ “จติ สรา้ งฐานเปน็ ความมนั่ คงขนึ้ ภายในตวั เอง” ทา่ นเรยี กวา่ “จติ เปน็
สมาธ”ิ คือเปน็ ความมน่ั คงอยใู่ นฐานของตน

การภาวนาเพอ่ื ความสงบนนั้ เราทำ� ไมล่ ดละกย็ งิ่ สงบขนึ้ ไปเรอ่ื ยๆ กลางวนั กส็ งบ
กลางคนื กส็ งบ เพราะทำ� อยทู่ ัง้ กลางวันกลางคนื กย็ ่งิ เป็นการสร้างฐานนนั้ ใหม้ ีความ

331

แน่นหนามั่นคงยิง่ ขนึ้ โดยล�ำดบั กระทง่ั อย่ทู ไี่ หนกม็ คี วามม่นั คงอยู่ภายในใจ นี่ท่าน
เรียกว่า “จิตเปน็ สมาธิ” เป็นอยา่ งนี้

ความสงบเปน็ อยา่ งหนงึ่ จติ ทเ่ี ปน็ สมาธอิ ยตู่ ามฐานของตนนน้ั เปน็ อกี อยา่ งหนงึ่

เวลาพจิ ารณาทางดา้ นปญั ญา เมอ่ื จติ มคี วามอม่ิ ตวั อยดู่ ว้ ยความสงบ จติ ยอ่ มไม่
หวิ โหย กระวนกระวาย กบั อารมณต์ า่ งๆ ตามธรรมดาของจติ ทไี่ มม่ คี วามสงบนน้ั มแี ต่
ความหวิ โหย คดิ นนั่ ปรงุ นอี้ ยเู่ รอ่ื ยๆ พจิ ารณาอะไรกไ็ มไ่ ดเ้ หตไุ ดผ้ ล ไมไ่ ดห้ ลกั ไดเ้ กณฑ์
เพราะหยบิ นน้ั วางน้ี ปล่อยน้นั จับนี้ไปหมด

ทา่ นจงึ สอนใหจ้ ติ มคี วามสงบ สว่ นเวลาสงบมนั กส็ งบจนเกนิ ไป สงบเสยี จนเราจะ
ใหส้ งบสกั กช่ี วั่ โมงกอ็ ยอู่ ยา่ งนน้ั เพราะเปน็ ความสบาย เลยกลายเปน็ “สมาธขิ เ้ี กยี จ”
จนกระทง่ั ไดถ้ กู ครบู าอาจารยท์ า่ นดดุ า่ วา่ กลา่ ว ฉดุ ลากออกมาจากสมาธิ ใหค้ น้ ทางดา้ น
ปญั ญา จงึ ได้ใชป้ ญั ญา

พอเรมิ่ ใชป้ ญั ญา กเ็ พราะวา่ จติ นม้ี คี วามสงบตวั อยแู่ ลว้ มนั กง็ า่ ย พอกำ� หนดออกไป
ในแงใ่ ด มนั เขา้ ใจเป็นล�ำดบั ๆ การเข้าใจทางดา้ นปัญญาน้ผี ิดกบั สมาธอิ กี มาก

เขา้ ใจในอารมณใ์ ด เขา้ ใจในเรอ่ื งใด มนั ถอดมนั ถอนไปพรอ้ มๆ กนั ปลอ่ ยวาง
ไปเรื่อยๆ กท็ ราบวา่ “อ้อ! การปลดเปลอ้ื งกเิ ลส ต้องปลดเปลอื้ งดว้ ยปัญญาเท่านน้ั ”
แนะ่ ! นก่ี เ็ ปน็ ความเหน็ แงเ่ ดยี วอกี ไมร่ อบตวั ไมพ่ อดี จงึ ทำ� ใหเ้ กดิ ความเพลดิ เพลนิ
ในการพิจารณาทางปัญญาโดยล�ำดับ

การพจิ ารณาไมล่ ดละ พจิ ารณาอะไรทว่ี า่ ไมล่ ดละ กพ็ จิ ารณาเรอื่ งธาตุ เรอ่ื งขนั ธ์
ซง่ึ มคี วามเกย่ี วเนอ่ื งกนั อยู่ โดยเปน็ สจั ธรรมอนั เดยี วกนั นนั่ เอง ทง้ั ๔ อยา่ งนอ้ี ยดู่ ว้ ยกนั
คอื ทกุ ข์ กแ็ สดงอยทู่ ง้ั กลางวนั กลางคนื อยใู่ นรา่ งกายและจติ ใจ สมทุ ยั กแ็ สดงขน้ึ มา
โดยลำ� ดบั ถา้ เราเผลอเมอ่ื ใด สมทุ ยั คอื ความฟงุ้ เฟอ้ เหอ่ เหมิ ไปในแงต่ า่ งๆ ซง่ึ จะเปน็
การสง่ั สมกเิ ลส กแ็ สดงตวั ออกมาจากจติ ดวงเดยี วนี้ มรรค ไดแ้ ก่ สมาธิ ปญั ญา กด็ ำ� เนนิ
งานไปเรอื่ ยๆ ทำ� ใหจ้ ติ สงบลงไปเรอื่ ยๆ แลว้ ปญั ญากส็ อดสอ่ งดธู าตุ ดขู นั ธ์ ดเู รอ่ื งของ

332

ทกุ ข์ เรอ่ื งของสมทุ ยั หรอื เรอ่ื งของอนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา ซงึ่ มอี ยรู่ อบตวั พจิ ารณาแลว้
พิจารณาเลา่ จนมคี วามชำ� นิชำ� นาญ

ความช�ำนาญภายในจิตนี้ เมอ่ื เป็นความจรงิ แลว้ ไมไ่ ดเ้ หมอื นความจ�ำ ทีแรกก็
พจิ ารณายากลำ� บาก จะคลค่ี ลายอะไร อวยั วะแตล่ ะสว่ น ละสว่ น ออกไป ใหก้ ระจายตวั
ออกไปน้ี กร็ สู้ กึ เชอื่ งชา้ แตพ่ อสตปิ ญั ญามคี วามสามารถแลว้ กพ็ จิ ารณาไดอ้ ยา่ งรวดเรว็
ก�ำหนดอวัยวะส่วนใด มันกระจายออกไปหมดท่ัวร่างกาย ซ่านไปหมดเหมือนกับ
กระดาษซมึ

จติ กถ็ อื อันนีเ้ ป็นอารมณ์แหง่ การพจิ ารณา จะยืน จะเดนิ จะนัง่ จะนอน ก็ถือ
อารมณ์แห่ง “วิปัสสนา” พิจารณาอยู่น้ีเป็นล�ำดับๆ จนมีความสามารถเต็มท่ีแล้ว
กป็ ลอ่ ยวาง เปน็ ขนั้ ๆ ไป ทา่ นเรยี กวา่ “ปญั ญามคี วามแหลมคมกวา่ สมาธ”ิ สมาธเิ ปน็
เพยี งความสงบ ปญั ญาเปน็ ความคลอ่ งแคลว่ เปน็ ความสอดสอ่ งมองทะลเุ หตผุ ลตา่ งๆ
เร่อื งธาตุ เร่อื งขันธ์ ท่ีเราเคยจำ� วา่ “อนิจจัง ทกุ ขงั อนัตตา อนั น้เี ปน็ อย่างหน่ึง

พอ “อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา” ซง่ึ เปน็ ความจรงิ ซาบซง้ึ ถงึ ใจแลว้ มนั ซง้ึ มาก ดมื่ ดำ่�
ทำ� ใหเ้ พลดิ เพลนิ ตอ่ การพจิ ารณา ลมื วนั ลมื ปี ลมื เดอื น สถานที่ กาล เวลา ไมไ่ ปสนใจ
นอกจากจะสนใจกบั “ความร”ู้ “ความเหน็ ” ทต่ี นมงุ่ หวงั อยากจะเขา้ ใจนน้ั กเ็ ขา้ ใจไป
โดยล�ำดับๆ เรอื่ งมีเท่าน้นั

เพราะฉะนน้ั อยทู่ ไ่ี หนจงึ มคี วามพากเพยี รตลอดเวลา นอกจากหลบั เสยี เทา่ นนั้
พอต่นื ขน้ึ มากป็ ระกอบความพากเพียรโดยทางสติปัญญา จบั อารมณ์แห่งวปิ สั สนาท่ี
พิจารณายงั ไม่จบสน้ิ ปล่อยวางดว้ ยความเขา้ ใจ

เรอื่ งธาตุ ขันธ์ นีส่ �ำคญั มาก ทีแรกก็พิจารณากระจายไปท่ัวโลกธาตนุ ัน่ แหละ
เรอ่ื ง อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา พจิ ารณาไปหมด ไมว่ า่ รปู สตั ว์ ไมว่ า่ ตน้ ไม้ ภเู ขา เปน็ สงิ่ ที่
แปรสภาพเหมือนกนั หมด จะยึดอะไรเปน็ เรา เปน็ ของเรา มนั ยดึ ไม่ได้ มันไม่เปน็ ที่
ไว้ใจท้งั น้นั เพราะกองแห่งไตรลักษณ์ อนิจจงั ทุกขงั อนตั ตา มนั ไมเ่ ปน็ ตวั ของเรา
อยูแ่ ล้ว เม่อื ทราบชดั จิตก็ไม่กงั วล เพราะมคี วามเห็นชดั ในส่งิ น้ันแล้วดว้ ยปัญญา

333

ประการแรกก็คอื จิตอมิ่ ตวั ดว้ ยสมาธิ ไม่ค่อยไปกังวล

ประการทส่ี อง จิตอิ่มตวั ด้วยความเหน็ แจ้งดว้ ยปัญญาแลว้

ทนี ก้ี ค็ ลคี่ ลายสง่ิ ทย่ี งั ไมพ่ จิ ารณาออกดว้ ยปญั ญา เมอ่ื เหน็ ชดั แลว้ มนั ปลอ่ ย ทนี ี้
ปล่อย ดงั ที่เคยอธิบายมาแล้ว ใจค่อยหดตัวเขา้ มาเปน็ ล�ำดับๆ เห็นชัดเท่าไรกย็ ง่ิ ยน่
กระแสความรเู้ ขา้ มา ทแี รกกก็ วา้ ง ปญั ญาวง่ิ ทว่ั โลกธาตุ เหมอื นวา่ โลกธาตนุ ห้ี วนั่ ไปหมด
เพราะสติปัญญาท่ีวง่ิ ประสานกัน กับรูป เสยี ง กล่ิน รส เครอื่ งสมั ผสั อยู่ใกล้ไกล
มากนอ้ ย ลกึ ตน้ื หยาบละเอยี ด มนั ขดุ คน้ คลคี่ ลายจนเปน็ ทเี่ ขา้ ใจจงึ ปลอ่ ยวาง ถา้ ยงั
ไมเ่ ขา้ ใจกย็ งั ไมป่ ลอ่ ย แมจ้ ะบงั คบั ใหป้ ลอ่ ย จติ กไ็ มป่ ลอ่ ยอปุ าทานความยดึ มนั่ ถอื มนั่
ถา้ ไมเ่ ขา้ ใจดว้ ยปญั ญากอ่ นแลว้ มนั ไมป่ ลอ่ ย พอเขา้ ใจเทา่ นน้ั ไมต่ อ้ งบอก มนั สลดั ปบ๊ั เดยี ว
เทา่ นั้น นี่ทา่ นเรยี กวา่ “ปลอ่ ยด้วยปญั ญา” ไม่ใช่บังคบั ใหป้ ลอ่ ยเอาเฉยๆ

ความโงเ่ ปน็ ผพู้ าใหถ้ อื ความฉลาดเปน็ ผพู้ าใหป้ ลอ่ ยวาง ทา่ นจงึ สอนใหอ้ บรมทาง
สตปิ ญั ญาใหม้ ากในการพจิ ารณา ผลสดุ ทา้ ยกไ็ มไ่ ปไหน สตปิ ญั ญาตอ้ งวกกลบั เขา้ มา
ธาตขุ นั ธท์ เี่ คยยดึ ถอื วา่ เปน็ ตวั ของตวั แทๆ้ เพราะธาตขุ นั ธเ์ ปน็ สมบตั ขิ องใจโดยความ
สำ� คญั มน่ั หมาย ใจจงึ ยดึ มน่ั ถอื มน่ั มากมาแตก่ ำ� เนดิ ไหนๆ มนั กถ็ อื ธาตถุ อื ขนั ธน์ เี้ ปน็
ส�ำคญั ถือว่าเปน็ “เรา” ทั้งหมดในร่างกายนี้ ทุกข์เป็นส่ิงไม่พึงปรารถนาก็ยงั ถอื วา่
“เราเป็นทุกข”์ “เป็นทุกข์ของเรา” อยนู่ นั่ เอง

รา่ งกายทกุ สว่ นกท็ ราบแลว้ ว่ามันแปรปรวน จติ กย็ งั ไปแย่งเขามาว่า “เป็นเรา”
“เปน็ ของเรา” แยง่ อนจิ จัง แย่งทกุ ขงั แยง่ อนัตตา มาเปน็ ตวั ของตัวจนได้ ก็เพราะ
ความหลงพาให้เปน็

การทจ่ี ะถอดถอนความหลงทซ่ี มึ ซาบจนฝงั ใจ รากเหงา้ เคา้ มลู มนั ฝงั ลกึ ขนาดไหน
จะไปถอนเอางา่ ยๆ ไดเ้ มอ่ื ไร ตอ้ งพจิ ารณาหลายครง้ั หลายหนจนเกดิ ความชำ� นชิ ำ� นาญ
ครง้ั นน้ั ครงั้ น้ี หลายเทย่ี วหลายตลบทบทวน มนั กค็ อ่ ยแจม่ แจง้ ขน้ึ มาจนถงึ รากถงึ ฐาน
ของกเิ ลสอวชิ ชา มนั ก็ปลอ่ ยของมนั เอง

334

เรอื่ ง รปู กด็ แู ละพจิ ารณาอยอู่ ยา่ งนน้ั แหละ ทงั้ วนั ทงั้ คนื เอาเปน็ สนามทท่ี อ่ งเทยี่ ว
เปน็ ทำ� เลทที่ อ่ งเทยี่ วกรรมฐาน กรรมฐานไดแ้ กท่ ไี่ หน ทสี่ ำ� คญั กค็ อื “เกสา โลมา นขา
ทนั ตา ตโจ” ออกจากรา่ งกายของเราทกุ สว่ น เทย่ี วกรรมฐานทต่ี รงนด้ี ว้ ย “อาจารจติ ”

“อาจาระ” คอื การทอ่ งเทยี่ วของจติ พจิ ารณาใหเ้ หน็ ชดั ตามความจรงิ ทงั้ ภายนอก
ภายในสว่ นรา่ งกายของเราทกุ สดั ทกุ สว่ น โดยทาง “ปฏกิ ลู ” หรอื โดยทาง “ไตรลกั ษณ”์
โดยความเปน็ ธาตุ ตามแตโ่ อกาสและความถนดั แตล่ ะครง้ั ไป วนั นก้ี พ็ จิ ารณา คราวหนา้
กพ็ จิ ารณา คราวไหนกพ็ จิ ารณา พจิ ารณาหลายครง้ั หลายหน มนั หากซมึ ซาบเขา้ ไปเอง
จนเขา้ ใจชดั พอเขา้ ใจชัดแล้วไมต่ อ้ งบอก มันกป็ ล่อยวางของมันเอง

เวทนา กเ็ กดิ อยกู่ บั กายกบั ใจ ไมเ่ กดิ อยทู่ ไี่ หน นก่ี ส็ จั ธรรม คอื “ทกุ ขงั อรยิ ะสจั จงั ”
ท่านบอกแล้วชดั ๆ ว่าเป็นของจริง แต่เราไมย่ อมรบั เปน็ ของจริง เอาแต่ของปลอมๆ
เขา้ มาแทรกมาสงิ มาฝงั ในหวั ใจ ใจกเ็ ลยปลอมไปทงั้ ดวง สงิ่ ทปี่ ลอมนน้ั มนั ใหค้ วามสขุ
ทไ่ี หน ไมใ่ หค้ วามแนใ่ จไดเ้ ลย เชน่ เงนิ ปลอม เราจะไปจบั จา่ ยใชส้ อยไดท้ ไ่ี หนกใ็ ชไ้ มไ่ ด้
ถงึ จะเปน็ รปู ลกั ษณะเหมอื นของจรงิ กต็ าม มนั ปลอมโดยทางสมมตุ นิ ้ี มนั กป็ ลอมอกี
ทางหน่งึ เหมือนกนั

สมมตุ ภิ ายในของเรามนั ปลอมอยทู่ นี่ ี้ เมอื่ ไปควา้ เอาของปลอมเขา้ มาแทรกไวใ้ นจติ
จติ กเ็ ลยกลายเปน็ จติ ปลอม จิตล่มุ หลงไปเสีย ผลของมันจงึ เกดิ เปน็ ความเดือดร้อน
การพจิ ารณากค็ อื ใหป้ ลอ่ ยคนื ตามของเดมิ เขา ไมฝ่ นื ความจรงิ อนั ดง้ั เดมิ “รปู งั อนจิ จงั
รปู งั อนตั ตา” นเี่ ปน็ ของดงั้ เดมิ รปู งั ทกุ ขงั เปน็ ของดงั้ เดมิ ใหพ้ ยายามพจิ ารณาใหเ้ หน็ ชดั
ปลอ่ ยลงตามความเดมิ ของเขา ปลอ่ ยลงสภาพดง้ั เดมิ ของเขา เรากใ็ หอ้ ยดู่ ง้ั เดมิ ของเรา

อยา่ ไปปนี เกลยี วกบั ความจรงิ อยา่ ปนี เกลยี วกบั ความดงั้ เดมิ ของเขา อนั ใดดงั้ เดมิ
ของใคร ใหอ้ ยตู่ ามสภาพเดมิ ของตน เวทนากใ็ หอ้ ยตู่ ามสภาพของมนั ใหร้ ตู้ ามความจรงิ
ของมัน

เราเปน็ คนหลง เราตอ้ งแกต้ วั ใหเ้ ปน็ “คนร”ู้ ถงึ จะแกก้ นั ได้ หลงไปเทา่ ไร มนั กย็ ง่ิ
เพม่ิ ความทกุ ข์ เราไมเ่ หน็ โทษ ไมเ่ หน็ ความหลงของเรา กต็ อ้ งไดท้ กุ ขอ์ ยเู่ รอ่ื ยไป ไมเ่ หน็

335

โทษของความหลงกต็ ้องพจิ ารณาให้รู้ เมื่อร้แู ลว้ ความหลงกด็ ับไป ใจกไ็ ม่ยดึ ไมถ่ อื
และไมห่ นกั มันจะเกดิ ขึ้นมากน้อยเพยี งไร ใจก็ไมห่ นกั

ทุกขเวทนาท่ีเกิดข้ึนในร่างกายนี้ แม้ทุกข์มากจนขนาดทนไม่ไหว ต้องตาย!
ตายกต็ ายไปเถอะ เม่อื สตปิ ญั ญาเปน็ ตัวของตวั อยูแ่ ลว้ ไมเ่ ขา้ ไปเกีย่ วข้อง ไม่เข้าไป
แบกไปหามแลว้ ทุกขก์ ส็ กั แตว่ า่ ทุกข์เท่านนั้ ไมส่ ามารถทำ� ลายจติ ใจได้ เพราะจติ ใจ
นมี่ คี วามม่นั คงดว้ ยสตปิ ัญญา

ค�ำวา่ “สญั ญา สังขาร วิญญาณ” มนั ก็เหมือนกนั ดังที่พดู มาแล้ว หลายครั้ง
หลายหนนน่ั นะ่ เปน็ แตเ่ พยี งจำ� ไดแ้ ลว้ ดบั ไป ดบั ไป เกดิ ดบั เกดิ ดบั พดู งา่ ยๆ เอาสาระ
อะไรมันไดล้ ะ่

จงพจิ ารณาใหเ้ ปน็ ความปรากฏขนึ้ และความดบั ไปของเขาเทา่ นนั้ เราไมต่ อ้ งไป
ปกั ลงลกึ ยง่ิ กวา่ นน้ั จะเลยขอบเขตแหง่ ความจรงิ ไป มนั กอ่ ความกงั วลใหต้ น สญั ญา
เป็นของเรา นี่ปักลงไปแล้วนะ! สัญญาดี สัญญาไม่ดี ฉันจ�ำได้ดี ฉันจำ� ไมไ่ ด้ จ�ำได้
กเ็ ป็นเรา จ�ำไมไ่ ด้กเ็ ป็นเรา อะไรกเ็ ป็นเราไปหมด นี่มันเลยความจรงิ ไปเสยี ก็เกิด
ความทกุ ข์ จำ� ไมไ่ ดก้ โ็ มโหบา้ งอะไรบา้ ง แลว้ หลงไปตามสญั ญาอารมณ์ ความหมายไป
ความหยงั่ ไปในส่งิ ทไ่ี มค่ วรหย่งั ยึดในส่ิงที่ไมค่ วรยึด มันเป็นการฝืนหลักธรรมชาติ
ฝนื ความจรงิ แหง่ ธรรม จงึ เกดิ ทุกข์

การพิจารณาเร่ืองอาการท้ัง ๕ น้ี พิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริงของมัน
ปลอ่ ยลงไปตามความจรงิ การปล่อยน้นั คอื การวางภาระนน่ั ลง เหตุทจ่ี ะปลอ่ ยกค็ ือ
เมอ่ื รตู้ ามความเปน็ จรงิ ของมนั แลว้ มนั กป็ ลอ่ ยของมนั เอง จติ กเ็ รยี กวา่ “ฉลาด” ถงึ จะ
ปลอ่ ยได้ ถ้าไม่ฉลาด กถ็ อื วนั ยังคำ�่ คืนยงั รุ่ง ตลอดกปั ตลอดกลั ป์ ไม่มีวนั ปล่อยวาง
ไดเ้ ลย ทา่ นจงึ วา่ “ถอื ภพ ถอื ชาติ เกดิ นนั่ เกดิ น”ี่ เกดิ เพราะความหลงนน่ั เอง ไมใ่ ชเ่ กดิ
เพราะความรู้

“วญิ ญาณ” ฟงั ดซู ิ วญิ ญาณตง้ั แตว่ นั เกดิ มากไ็ ดย้ นิ กนั อยแู่ ลว้ มนั กค็ วรจะชนิ ชา
กนั บา้ ง ไมค่ วรจะหลงอยตู่ ลอดเวลา เมอื่ กระทบทาง รปู เสยี ง กลนิ่ รส เครอื่ งสมั ผสั

336

ตา่ งๆ เขา้ มารบั ทราบภายในความรนู้ โ้ี ดยลำ� ดบั ๆ และเกดิ ดบั พรอ้ ม ดบั พรอ้ ม ยงั หลง
ยดึ มนั ไดอ้ ยู่

เรอื่ งความหลงนน้ั มนั ไมช่ นิ ชา มนั เพลนิ ทจ่ี ะหลงเรอื่ ยๆ โดยไมย่ อมรสู้ กึ ตวั เลย
ทกุ ขม์ นั กม็ มี าเรอื่ ยๆ เราจะบน่ ขนาดไหน มนั กไ็ มเ่ กดิ ประโยชน์ ถา้ ไมพ่ จิ ารณาใหล้ งถงึ
ความจริงของมนั ท่านจงึ สอนให้ปล่อยดว้ ยสติปญั ญา

ค�ำว่า “ปล่อย” ก็คือรู้แล้วปล่อย เหตุท่ีจะรู้ ก็ต้องพิจารณา พิจารณาแล้ว
พจิ ารณาเลา่ อาการทง้ั ๕ นเ้ี ปน็ สถานทที่ อ่ งเทยี่ วกมั มฏั ฐาน (กรรมฐาน) เทยี่ วอยใู่ น
น้แี หละ ไม่ไดไ้ ปภเู ขาเลากอท่ีไหนก็ตาม ให้ท่องเท่ียวอย่ตู ามน้ี เบือ้ งบน เบื้องล่าง
เบอื้ งขวาง สถานกลาง อยภู่ ายในรา่ งกายนี้ ชอื่ วา่ “เทยี่ วกรรมฐาน” ตามพระอรยิ เจา้

เบอ้ื งบนกค็ อื ตง้ั แตศ่ รี ษะลงมา ขา้ งลา่ งแตพ่ นื้ เทา้ ขนึ้ ไป เขา้ มาสว่ นรา่ งกายภายใน
พจิ ารณาทงั้ ภายในภายนอก เปน็ กองอนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา ใหเ้ หน็ ชดั ตามความจรงิ
ใหเ้ หน็ โทษแหง่ ความหลงของตน เมอ่ื พจิ ารณารตู้ ามความจรงิ แลว้ มนั กเ็ หน็ โทษแหง่
ความหลงเท่าน้ันคนเรา! เม่ือเห็นโทษแล้วจะฝืนยึดไว้ได้อย่างไร มันก็ปล่อยเอง!
ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งตอ้ งพจิ ารณาใหร้ ทู้ กุ สงิ่ มนั ถงึ จะปลอ่ ยได้ รเู้ ตม็ ท่ี ปลอ่ ยเตม็ ที่ ถา้ ไมเ่ ตม็ ท่ี
ก็ยังต้องยึดต้องถือ เป็นแต่เพียงว่าเบาลงไป เบาลงไป อาศัยการพิจารณาแล้ว
พจิ ารณาเลา่ จนถงึ หลกั ความจรงิ เตม็ ทกี่ ป็ ลอ่ ยโดยสน้ิ เชงิ ทางเดนิ ของสตปิ ญั ญามอี ยู่
เรือ่ ยๆ เหมอื นกับเชือ้ มีอยทู่ ี่ไหน ไฟจะไหมไ้ ปโดยล�ำดับๆ มีเช้อื แหง่ กิเลสอาสวะอยู่
ทไี่ หน ปญั ญาเหมอื นกบั ไฟเปน็ เครอ่ื งแผดเผากเิ ลส จะซมึ ซาบไปตามลำ� ดบั ลำ� ดา เชน่
พจิ ารณารเู้ รอื่ งภายนอก จนรทู้ วั่ ถงึ แลว้ กห็ มดเชอื้ ไฟ ปญั ญาไมอ่ อก ไมไ่ ปสนใจ เอา้ !
ยังมอี ยตู่ รงไหน? ติดข้องอยูต่ รงไหน? เชน่ รูป เวทนา สัญญา สงั ขาร วิญญาณ
จติ จะมาพจิ ารณาทน่ี นั้ เพราะเชอ้ื แหง่ กองทกุ ขม์ นั อยทู่ น่ี น่ั อปุ าทานอยทู่ ไ่ี หน? กองทกุ ข์
อยทู่ นี่ นั่ ! สตปิ ญั ญาจะตอ้ งหมนุ ตวั เขา้ ไปตามนนั้ เมอื่ เขา้ ใจแลว้ กป็ ลอ่ ยไป ปลอ่ ยไป
พอปลอ่ ยหมดแลว้ กห็ มดเชอ้ื ไมต่ อ้ งไหมต้ อ่ ไปอกี เพราะเขา้ ใจแลว้ น้ี ไมต่ อ้ งพจิ ารณา
ไปอีก ไม่เผาอะไรอีก

337

ปญั ญาเครอื่ งเผากเิ ลส แตก่ เิ ลสไมม่ อี ยทู่ น่ี นั่ มนั กป็ ลอ่ ยไปเรอื่ ยๆ ปลอ่ ยเขา้ ไป
จนกระท่ังไปเผาจิตน่ันน่ะ เพราะกิเลสอาสวะมันเข้าไปรวมตัวอยู่ที่จิต หากเป็น
เครอ่ื งบอกมนั เอง มนั สบื ตอ่ กนั ไปเรอ่ื ยๆ จนกระทง่ั หมดเชอ้ื แหง่ อาสวะแลว้ ไฟกไ็ ม่
ลุกลามไป ปัญญาก็หมดปญั หา สิน้ ภาระทจ่ี ะต้องพนิ ิจพิจารณาเพื่อแกอ้ ะไรอีก

เมอ่ื เขา้ ถงึ จดุ สำ� คญั นี้ ทา่ นวา่ “อวชิ ชฺ าปจจฺ ยา สงขฺ ารา สงขฺ ารปจจฺ ยา วญิ ฺ าณ”ํ ฯ
ว่าเปน็ แถวเป็นแนวไป ตวั อวชิ ชาจรงิ ๆ คืออะไร? มนั ไม่รู้ เวลาจะรู้ กร็ ้ตู ามหลกั
ธรรมชาติ ทพ่ี ิจารณาเขา้ มา เขา้ มา ยน่ เขา้ มา ปล่อยเขา้ มา สืบต่อกนั เขา้ มาทางสติ
ปัญญา

ปญั ญาขน้ั นลี้ ะเอยี ดลออสขุ มุ มากทเี ดยี ว เหมอื นกบั นำ�้ ซบั นำ้� ซมึ ไหลรนิ อยทู่ ง้ั แลง้
ทง้ั ฝน ไมม่ หี ยดุ มยี ง้ั ค้นไปคน้ มา พินจิ พิจารณาอยอู่ ย่างนน้ั หลายครง้ั หลายหนจน
เข้าใจ

กองแห่ง “วฏั ฏะ” จริงๆ คืออะไร กองทกุ ขจ์ ริงๆ คืออะไร? ภพชาติเกิดขนึ้ ได้
มนั เกดิ ขนึ้ ไดเ้ พราะอะไรเปน็ สาเหต?ุ เฮอ่ มนั กม็ ารวมมารอู้ ยทู่ ใ่ี จ ใจนเี่ องเปน็ ตวั ภพ
ตวั ชาติ เพราะเชอ้ื แหง่ ภพแหง่ ชาตมิ นั ฝงั อยภู่ ายในใจ สตปิ ญั ญาหยง่ั ทราบเขา้ ไปแลว้
กข็ าดทะลุไปหมด ตปธรรมแผดเผากิเลสภายในจติ ใจหมดเกล้ียง! ไม่มีอะไรเหลอื

สิ่งทีเ่ หลือกค็ ือ “วิมตุ ติธรรม” ความหลุดพน้ แห่งใจ พ้นจากส่งิ ที่ปกปดิ กำ� บงั
ทงั้ หลาย ตง้ั แตส่ ว่ นหยาบจนถงึ ขนั้ ละเอียดสดุ ท่ีเรียกว่า “อวชิ ชา” สนิ้ ซากไปหมด
ภายในใจ นั้นแลคือความพ้นทุกข์

ทท่ี า่ นวา่ “ปฏบิ ตั ธิ รรม เพอื่ ความพน้ ทกุ ข”์ พน้ กนั ทท่ี กุ ขเ์ คยมอี ยแู่ ตก่ อ่ นนน้ั แหละ
แกท้ กุ ขไ์ ดด้ ว้ ยสตปิ ญั ญาแลว้ กพ็ น้ กนั ทน่ี นั่ ขา้ มโลกขา้ มสงสารขา้ มกนั ทนี่ นั่ ไมไ่ ดโ้ ดด
ข้ามโน้นข้ามนี้ หรอื เหมือนเขาข้ามน�ำ้ ทะเลทีไ่ หนดอก! มันข้ามตรงนนั้ เอง

แตท่ า่ นแยกเปน็ “สมมตุ ”ิ ออกไปวา่ “ขา้ มๆ” ความจรงิ ก็ “สลดั ภยั ทอ่ี ยภู่ ายในจติ ใจ
ของตนออกหมดนนั่ แล เชอื้ แหง่ ภยั มอี ยมู่ ากนอ้ ยเพยี งไรภายในใจ สลดั ออกหมดดว้ ย

338

สติปัญญา แผดเผากนั ใหเ้ กลย้ี ง ไมม่ อี ะไรเหลอื นนั่ ! ทา่ นวา่ “ความพน้ ทุกข์” ว่า
“ท่านตรัสรกู้ ็ดี บรรลธุ รรมก็ดี” ก็บรรลุถงึ ความบรสิ ทุ ธิ์นนั่ เอง เรื่อง “สมมุต”ิ นัน้ ก็
ว่างไป

นแี่ หละ หลกั ธรรมชาตเิ ปน็ อยา่ งนี้ เมอื่ รเู้ ชน่ นแี้ ลว้ ปญั หาทงั้ มวลทมี่ อี ยใู่ นโลก
กว้าง แคบ ลกึ ตื้น หยาบ ละเอียด ขนาดไหนกห็ มดไปโดยสนิ้ เชงิ

จติ เมอ่ื คลคี่ ลายปญั หาออกจากตนหมดสนิ้ แลว้ กไ็ มม่ เี รอ่ื ง เรอื่ งอะไรๆ จงึ ไมม่ ี
เมือ่ ถึงขัน้ “อะไรไมม่ ี” แล้ว ผทู้ ร่ี ูว้ า่ “อะไรไม่มี นัน่ นะ่ คือ ความพอตัวเตม็ ทีแ่ ลว้ ”
ไม่ต้องการที่จะเอาอะไรมาเสริมอีก เช่น ความสรรเสริญก็แล้ว ความนินทาก็แล้ว
เพราะอันน้เี ปน็ อาการแหง่ “สมมตุ ิ” ทงั้ มวล จิตนัน้ เป็นผพู้ อตวั แล้วในคำ� ว่าดีและช่ัว
ทง้ั หลาย ท่านให้นามผ้ทู ถี่ งึ ความพ้นทกุ ข์แลว้ นัน้ วา่ “ปุญญปาป ปหินบคุ คล” คอื
เปน็ ผู้ละบญุ บาปได้แลว้

“บุญ” กค็ ือ ความสุขที่เปน็ ฝ่ายสมมุติ ทีแรกกอ็ าศัยบุญกุศลที่เราสรา้ งไปใน
ทางสมมตุ ิน้ี เป็นเครอ่ื งสนบั สนนุ ไปโดยล�ำดบั จนกระท่ังถงึ ความพ้นทกุ ข์ เมอ่ื ถงึ
ความพน้ ทกุ ขแ์ ลว้ ความพน้ ทกุ ขน์ น้ั แล ถา้ จะเรยี กวา่ “บญุ ” กเ็ ปน็ “ปรมงั อยา่ งยง่ิ ”
พน้ จากขนั้ สมมุติไปหมด บญุ เปน็ เคร่ืองสนับสนนุ ไปถึงนั่น แล้วกห็ มดปัญหา บาปก็
หมดไป

คำ� วา่ “บาป คอื ความเศรา้ หมอง” คอื ความทกุ ขท์ เี่ กดิ ขน้ึ เพราะอำ� นาจแหง่ กเิ ลส
เมือ่ กเิ ลสส้ินไปแล้ว บาปก็สน้ิ ไป ความเศรา้ หมองก็ส้ินไป สงิ่ ทีร่ ้วู า่ สิ่งทง้ั หลายสิน้ ไป
นน้ั แล คอื ธรรมชาตลิ ว้ นๆ ไดแ้ กค่ วามสขุ อนั บรสิ ทุ ธลิ์ ว้ นๆ นนั้ เปน็ จดุ หมายปลายทาง
แหง่ ผปู้ ฏิบตั ิเพื่อความพน้ ทกุ ข์

เม่ือถงึ ความพน้ ทกุ ข์แลว้ ความหวังท้งั หลายกห็ มดไป ความอิม่ พอมีเตม็ หัวใจ
อม่ิ พอตลอดเวลา “อกาลิโก”

339

ธรรมทก่ี ลา่ วนีเ้ ปน็ มาจากโนน่ แหละ จากลม้ ลกุ คลกุ คลาน จากความตะเกยี ก
ตะกาย ความอตุ สา่ หพ์ ยายามนนั่ แหละ เปน็ พน้ื ฐาน เปน็ เครอ่ื งสนบั สนนุ มาโดยลำ� ดบั ๆ
จนถงึ ความพ้นทุกข์ได้

“ความพน้ ทกุ ขไ์ ปไดเ้ พราะความเพยี ร” คอื เพยี รไมห่ ยดุ ไมถ่ อย เพยี รปลดเปลอ้ื ง
ตนเองโดยลำ� ดับๆ อย่างท่เี ราเพียรสร้างบุญ สรา้ งกุศล นีแ้ ล

เม่ือจิตบรสิ ุทธ์แิ ล้วน้ัน บุญกศุ ลอันนีจ้ ะไมใ่ หผ้ ลหรอื ? ให้ผลตลอดมา! ดังท่ี
พระพทุ ธเจ้าเสด็จไปสถานท่ใี ด มแี ตค่ นเคารพบชู าสกั การะดว้ ยเครอ่ื งวตั ถไุ ทยทาน
ต่างๆ เปน็ เพราะอ�ำนาจแห่งบญุ กุศลท่ีพระองคท์ รงสรา้ งมาน้นั

มปี ระชาชนจ�ำนวนมากพูดวา่ “การทีพ่ ระองค์เสดจ็ ไปไหน มแี ต่คนเคารพบูชา
ตลอดถงึ เทวบตุ ร เทวดา ไมอ่ ดอยากขาดแคลน เดยี รดาษไปดว้ ยวตั ถทุ านตา่ งๆ นนั้
เป็นเพราะพระองคเ์ ปน็ พระพทุ ธเจา้

พระองคต์ รสั ปฏเิ สธวา่ “ไมใ่ ชเ่ ปน็ เพราะความเปน็ พระพทุ ธเจา้ ของเรา สงิ่ ทง้ั หลาย
ทม่ี ปี ระชาชนนำ� มาสกั การบชู า ถวายเปน็ ปจั จยั ไทยทานมากนอ้ ย เกดิ ขนึ้ เพราะอำ� นาจ
แหง่ กศุ ลของเราทเี่ คยสรา้ งมาตา่ งหาก แมแ้ ตค่ วามเปน็ พระพทุ ธเจา้ กย็ งั เกดิ ขน้ึ มาจาก
กศุ ลของเราทส่ี รา้ งมา ไมใ่ ชส่ งิ่ เหลา่ นจ้ี ะเกดิ ขน้ึ เพราะอำ� นาจแหง่ ความเปน็ พระพทุ ธเจา้
ของเรากห็ าไม”่ ท่านวา่

เหตนุ น้ั บรรดาพระสาวกทง้ั หลาย ทไ่ี ดบ้ รรลธุ รรมแลว้ กย็ งั ตอ้ งมี “เอตทคั คะ”
ตา่ งๆ กัน นนั่ ก็เพราะอ�ำนาจแหง่ กุศล ศลี ทานของท่าน ท่ีได้สร้างมามากนอ้ ย

เช่น พระสวี ลี เป็นต้น ไปไหนมแี ตค่ นเคารพนบั ถอื บูชา จตุปจั จยั ไทยทานน้ี
เกลอ่ื นกลาดไปหมด ทา่ นไปทไ่ี หนไมม่ คี วามอดอยากขาดแคลน สาวกทง้ั หลายทเ่ี ปน็
พระอรหันต์เหมือนท่าน แต่เรื่องอติเรกลาภไม่มีองค์ไหนเสมอเหมือน เว้นแต่
พระพทุ ธเจา้ เพยี งพระองคเ์ ดยี วเทา่ นน้ั ตอ้ งมพี ระสวี ลเี ปน็ ทหี่ นง่ึ นจี่ งึ วา่ บญุ กศุ ลตอ้ ง
ตามสนองทา่ นอย่างน้ีตลอดไปจนกระทงั่ ถึงวาระสดุ ทา้ ย คอื สลายขันธ์

340

ขนั ธส์ ลายไปแลว้ เปน็ อนั วา่ หมดการพง่ึ พงิ อาศยั ในบญุ กศุ ลทเ่ี ปน็ สว่ นสมมตุ นิ ้ี
เหลอื แตค่ วามบรสิ ทุ ธล์ิ ว้ นๆ แลว้ หมดปญั หา! เมอ่ื ยงั ไมห่ มดธาตขุ นั ธเ์ มอื่ ใด บญุ กศุ ล
ตอ้ งตามสนบั สนุนจนได้ ตลอดอวสาน
การแสดงกเ็ หน็ ว่าสมควร โปรดนำ� ไปพนิ จิ พจิ ารณา เอาละ

341


Click to View FlipBook Version