รสแห่งธรรม ช�ำนะรสทง้ั ปวง
รสแหง่ ธรรม ชำ� นะซงึ่ รสทง้ั ปวง คำ� วา่ “รสทง้ั ปวง” นน้ั คอื ทงั้ หมด ไมว่ า่ รสอะไร
ทง้ั นนั้ ในโลก รสแหง่ ธรรมนเ้ี ปน็ “ยอด” คอื ชนะรสทงั้ ปวงหมด ทต่ี รสั ไวเ้ ชน่ นนั้ กค็ อื
พระพุทธเจ้า ผู้เคยมีรสมีชาติเต็มพระทัย ได้ผ่านมามากต่อมากแล้วทุกรสทุกชาติ
มีความหนักเบามากน้อยเพียงไรทรงทราบหมด แล้วก็ทรงประสบ “รสแห่งธรรม”
ประจกั ษพ์ ระทยั วา่ เปน็ รสทบ่ี รสิ ทุ ธย์ิ อดเยยี่ ม คอื ถงึ ขนั้ บรสิ ทุ ธแิ์ หง่ จติ แหง่ ธรรมอนั เปน็
รสประเสริฐสุด ทรงน�ำรสที่ได้ประสบประจักษ์พระทัยมาประกาศสอนโลกให้ได้รู้
ไดเ้ หน็ และใหไ้ ดป้ ฏบิ ตั ิ ใหไ้ ดด้ ม่ื “ธรรมรส” ทว่ั ถงึ กนั แตค่ รง้ั โนน้ จนถงึ ปจั จบุ นั ธรรมที่
ตรสั ไว้ จึงเป็นธรรมที่ถกู ต้องแมน่ ย�ำ ไมม่ อี ะไรผดิ พลาดคลาดเคลือ่ นจากความจรงิ
แม้นดิ หน่ึง เพราะธรรมทั้งฝ่ายเหตุคอื อบุ ายดำ� เนนิ และฝา่ ยผลท่ไี ด้รับสนอง เปน็
หลักฐานพยานออกจากพระทยั ท่ีบริสุทธิ์ บาลีวา่ -
“สพพฺ รสํ ธมฺมรโส ชินาติ” “รสแหง่ ธรรม ช�ำนะซึ่งรสท้ังปวง”
“สพพฺ ทานํ ธมมฺ ทานํ ชินาต”ิ “การใหท้ านธรรม ช�ำนะซงึ่ การใหท้ ัง้ ปวง”
รสทเ่ี คยเกย่ี วขอ้ งกนั มากบั ภพชาตติ า่ งๆ นนั้ กกี่ ปั กก่ี ลั ป์ พระองคก์ ท็ รงผา่ นและ
ทราบโดยตลอด เชน่ เดยี วกบั สตั วโ์ ลกทเี่ คยผา่ นรสชาตติ า่ งๆ มา แตร่ สแหง่ ธรรมชนะ
ซึ่งรสทงั้ ปวง ไม่มีรสใดจะด่มื ด่�ำซาบซ้ึงถงึ ใจยง่ิ กวา่ รสแหง่ ธรรม
342
สรปุ แลว้ รสภายนอกท้ังปวงสธู้ รรมรสภายในใจไม่ได้ จึงกรุณาทราบว่า ธรรม
กับใจเปน็ สิ่งคคู่ วรกันอยา่ งยง่ิ เกี่ยวกับรสชาติแห่งธรรมทสี่ มั ผัสสัมพนั ธ์กับใจ ไมม่ ี
สง่ิ ใดรบั สัมผสั รสแหง่ ธรรมได้ นอกจากใจอยา่ งเดยี ว
ค�ำวา่ “รสแหง่ ธรรม” น้ี เมอ่ื แยกออกก็มีหลายข้ันของรส การใหท้ าน กเ็ ป็นรส
อยา่ งหนงึ่ ทใ่ี หผ้ บู้ รจิ าคทานไดค้ วามเอบิ อม่ิ ใจ รสู้ กึ วา่ หวั ใจเบาและพองเหมอื นลกู โปง่
ลูกท่ีเด็กเป่าโป่งๆ นะ่ อาจารยเ์ องเคยเปน็ ถา้ ได้ทำ� บุญให้ทานอย่างถึงใจแล้ว รู้สกึ
จติ ใจมนั พองขน้ึ เบาไปหมด ราวกับจะพาเหาะลอยข้นึ บนอากาศ ว่าส่ิงท่เี ราท�ำไปน้ี
เกิดประโยชนแ์ ก่ผรู้ บั จรงิ ๆ เราให้เพอ่ื ผู้รบั ไดป้ ระโยชนจ์ ริงๆ สมความม่งุ หมายที่เรา
ต้งั ใจให้ แลว้ จิตใจเรากร็ สู้ กึ ซึ้งและพองขน้ึ ตัวเบา ใจเบา มคี วามสุขมากในขณะนั้น
แมจ้ ะมีใครมาวา่ “บ้าให้ทาน” บุญทีเ่ กิดจากการให้ทานนน้ั ก็เป็นเกราะรอบตัว ไมใ่ ห้
โกรธใครไดต้ ามความรสู้ กึ นก่ี เ็ ปน็ รสอนั หนงึ่ รสแหง่ ความตระหนส่ี ไู้ มไ่ ด้ ทานนชี้ นะ
รสแหง่ ความตระหนไ่ี ดอ้ ยา่ งประจกั ษ์ แตค่ วามตระหนม่ี กั เหยยี บยำ่� จติ ใจคนตระหน่ี
ให้จมไปได้ท่ีท้ังเขารักหวงแหนความตระหน่ีถ่ีเหนียวชนิดแยกจากกันไม่ออกจน
วันตายก็ตาม
วตั ถสุ ง่ิ ของเงนิ ทองไมว่ า่ สง่ิ ใด เมอื่ มอี ยกู่ บั ใครๆ เปน็ กรรมสทิ ธิ์ ทำ� ไมจะไมร่ กั
ไมส่ งวน ตอ้ งรกั ตอ้ งสงวนดว้ ยกนั ทงั้ นน้ั แตท่ ำ� ไมจงึ สามารถใหท้ านไดไ้ มเ่ สยี ดาย น่ี
กเ็ พราะอำ� นาจแหง่ ธรรม คอื ความเมตตา ความสงสาร และความกวา้ งขวางภายในใจ
ทเี่ คยสั่งสมดว้ ย “จาคะเจตนา” นม้ี านานจนฝงั ใจ กลายเปน็ นสิ ยั วาสนาชอบใหท้ าน
เปน็ พลงั อนั หนง่ึ ทจี่ ะสามารถเอาชนะความตระหนเ่ี หนยี วแนน่ ความเหน็ แกต่ วั นน้ั ได้
เพอื่ ความสขุ แกผ่ อู้ น่ื โดยมไิ ดห้ วงั สงิ่ ตอบแทนใดๆ ทงั้ สน้ิ นอกจากความดที ต่ี นมงุ่ หวงั
อยู่แลว้ จากการทำ� ดีตา่ งๆ เท่านั้นต่อผู้อ่นื ทค่ี วรได้รับ
การรกั ษาศีล ก็มีความเย็นใจ เพราะศีลนั้นเปน็ ธรรม รักษาไว้ซง่ึ ความกำ� เรบิ
ความกระทบกระเทอื นซง่ึ กนั และกนั กระทบกระเทอื นสมบตั ิ กระทบกระเทอื นจติ ใจ
ของกนั และกนั เรารกั ษาไวไ้ ด้ ไมใ่ หจ้ ติ ใจและสมบตั คิ นอน่ื ไดร้ บั ความกำ� เรบิ กระทบ
กระเทอื นหรอื สญู หายจากเรา เราเองกภ็ มู ใิ จวา่ ไดท้ ำ� ประโยชนแ์ กต่ นเอง ไดร้ กั ษาตน
343
โดยเขม้ งวดกวดขนั ถกู ตอ้ งดงี าม เปน็ ทช่ี มเชยของคนทงั้ หลาย การรกั ษาศลี กค็ อื การ
รักษาคุณสมบัติของเราเอง ทั้งไม่กระทบกระเทือนแก่ผู้ใดด้วยการผิดศีล ฉะนั้น
คนผรู้ กั ษาศลี ทกุ ประเภทใหส้ มบรู ณ์ จงึ คอื คนทรี่ กั ษาคณุ สมบตั ขิ องมนษุ ยใ์ หเ้ ตม็ ภมู ิ
นั่นแล ผู้น้ันย่อมเกดิ ความอบอุน่ และเบิกบานใจในท่ีทุกสถานตลอดกาลทุกเม่อื
รสแหง่ “สมาธ”ิ จติ ทเ่ี คยฟงุ้ เฟอ้ เหอ่ เหมิ วนุ่ วายอยทู่ งั้ วนั ทง้ั คนื ยนื เดนิ นงั่ นอน
เปน็ จิตทีเ่ ตม็ ไปด้วยความร่มุ รอ้ น ซ่ึงเป็นผลเกดิ ขึน้ มาจากความสา่ ยแสข่ องจติ และ
ความวนุ่ วายตา่ งๆ แลว้ มาปรากฏเปน็ ความสงบเยน็ ขนึ้ มาภายหลงั นก่ี เ็ ปน็ รสอนั หนง่ึ
เปน็ ก�ำลงั หนนุ จติ ให้สามารถเห็นโทษแหง่ ความยุ่งเหยงิ วนุ่ วายท่เี คยเปน็ มานัน้ ๆ ได้
เมื่อจิตได้รับความสงบมากน้อยเพียงไร ก็ยิ่งจะท�ำให้เจ้าของมีความเอิบอ่ิม
มคี วามปตี ยิ นิ ดใี นความสงบ และมแี กใ่ จทจ่ี ะบำ� เพญ็ จติ ใจใหม้ คี วามสงบ และแนน่ หนา
มนั่ คงยง่ิ ข้นึ เพอื่ รสแหง่ ความสงบน้ีจะไดเ้ ด่นขึน้ ตามก�ำลงั ของจติ ที่มคี วามม่นั คงข้นึ
โดยลำ� ดบั เพยี ง “รสสมาธ”ิ กท็ ำ� ใหผ้ บู้ ำ� เพญ็ เพลนิ เพลนิ ทงั้ กลางวนั กลางคนื ได้ ไมอ่ ยาก
ยุ่งเหยิงวุ่นวายกับอารมณ์ท่ีเป็นภัยใดๆ มีแต่ความสงบเย็นแน่วแน่อยู่ตลอดเวลา
เปน็ ความสขุ สบาย ไมม่ อี ะไรมาเกย่ี วขอ้ งหรอื ยงุ่ กวน นเ่ี ปน็ รสอนั หนง่ึ ซง่ึ อธบิ ายเพยี ง
ยอ่ ๆ พอไดค้ วาม ขอ้ เปรยี บเทยี บกค็ อื ขณะนอนหลบั สนทิ เปน็ ขณะทม่ี คี วามสขุ ทางกาย
ทางใจมาก จิตสงบก็สบายมากเชน่ กัน
รส “ปญั ญา” ซง่ึ ถอดถอนพษิ ภยั กเิ ลสแตล่ ะประเภทๆ ออกได้ เหมอื นถอดเสยี้ น
ถอดหนามออกจากฝา่ เทา้ ของเรากเ็ ปน็ รสอนั หนง่ึ ปญั ญาขนั้ หยาบกส็ ามารถถอดถอน
กเิ ลสขน้ั หยาบ ซงึ่ เปน็ เสยี้ นหนามเสยี ดแทงอยภู่ ายในจติ ออกได้ และปญั ญาขน้ั ละเอยี ด
กส็ ามารถถอดถอนกเิ ลสสว่ นละเอยี ด อนั เปน็ เสย้ี นหนามสว่ นละเอยี ดเสยี ดแทงจติ ใจ
ออกไดโ้ ดยลำ� ดบั ๆ เชน่ เดยี วกนั จนกระทง่ั ปญั ญาถอดถอนสง่ิ ทเี่ ปน็ ภยั หรอื เสยี้ นหนาม
คอื กเิ ลสทงั้ มวลออกจากหวั ใจไดโ้ ดยสน้ิ เชงิ ผนู้ นั้ ชอ่ื วา่ ไดร้ บั รสแหง่ ธรรมโดยสมบรู ณ์
ตามหลักทท่ี ่านสอนไวว้ า่
“รสแหง่ ธรรม ช�ำนะซง่ึ รสทัง้ ปวง” นเี่ ปน็ สุดยอดของ “รส”!
344
ในโลกนไ้ี มม่ รี สใดทจ่ี ะชนะรสแหง่ ธรรมได้ ผไู้ ดล้ ม้ิ รสแหง่ ธรรมนป้ี ระจกั ษใ์ จแลว้
จงึ เปน็ ผปู้ ลอ่ ยวางรสทงั้ หลายโดยสนิ้ เชงิ โดยไมม่ คี วามอาลยั เสยี ดายตดิ อกตดิ ใจกบั
รสใดๆ ในโลกอีกต่อไปตลอดอนันตกาล
พระพทุ ธเจ้าท่านทรงสอนว่า “รสแหง่ ธรรม ช�ำนะซึ่งรสทัง้ ปวง” กห็ มายถงึ รสนี้
เป็นรสสุดยอดแห่งธรรมทั้งหลาย และเป็นสิ่งที่ไม่ท�ำให้ผู้ปฏิบัติจืดจางห่างเหินจาก
ความสขุ อนั เปน็ “บรมสขุ ” ตลอดไป ไมม่ กี ารพลดั พรากจากกนั แบบความสขุ อนจิ จงั
ทกุ ขงั อนตั ตา ทเ่ี ปน็ ไปอยใู่ นโลกทว่ั ไป แมจ้ ะเปน็ รสแหง่ ธรรมในขนั้ ภมู ขิ องจติ ทจ่ี ำ� ตอ้ ง
ทอ่ งเท่ียวอยู่ใน “วฏั ฏะ” ไปก่อน กเ็ ป็นรสท่จี ะยังผ้นู น้ั ได้รบั ความสุข ความสบายใน
ภพนน้ั ๆ เช่นกัน
ทา่ นว่า “ธรรมเปน็ มติ รแท้ มิตรพง่ึ เปน็ พ่งึ ตายได้แท”้ ก็ไดแ้ กค่ ณุ งามความดีที่
เปน็ รสชาตเิ ครอ่ื งประดบั หรอื ประคบั ประคองใจเราไปตามวถิ ที างทถี่ กู ทดี่ ี มคี วามสขุ
เปน็ ผล ตามธรรมดาใจยอ่ มมี “กศุ ล อกศุ ล” เปน็ ผพู้ าเดนิ เพราะฉะนนั้ ผปู้ ฏบิ ตั ิ หรอื
ผรู้ บั ผดิ ชอบตนเองอยแู่ ลว้ โดยหลกั ธรรมชาติ จงึ ตอ้ งมคี วามมนั่ ใจใฝ่ “เขม็ ทศิ ทางเดนิ ”
อนั ดงี ามไดแ้ ก่ ศลี ธรรม ซงึ่ เปน็ เครอ่ื งพยงุ เราใหไ้ ปสสู่ ถานทดี่ คี ตทิ ง่ี าม สมกบั เราเปน็
ผรู้ บั ผิดชอบตัวเอง
ธรรมน้แี ลเปน็ เครอ่ื งสนับสนุนเรา เหมอื นอาหารท่ีรบั ประทานลงไปแล้ว สง่ ผล
ใหม้ คี วามอิม่ มีความสุขกาย สบายใจ ทว่ั สรรพางคร์ ่างกายฉะนนั้
สว่ น “บาป อกศุ ล” นนั้ เปน็ ภยั มมี ากมนี อ้ ย กค็ อยรงั แก รงั ควาน คอยเหยยี บยำ�่
ทำ� ลายเราอยู่เสมอ ใครไมเ่ คยหาความสุขไดจ้ าก “บาป อกศุ ล” ปราชญ์ทัง้ หลายมี
พระพทุ ธเจา้ เปน็ ตน้ จงึ ทรงตเิ ตยี น และแนะนำ� ใหร้ โู้ ทษของมนั แลหาอบุ ายวธิ แี กไ้ ข
ไมใ่ หท้ ำ� ความสนทิ ตดิ จมกบั มนั จะกลายเปน็ ผลู้ ม่ จม หาเวลาโผลต่ วั ขนึ้ ไมไ่ ด้ ยนื เดนิ
นั่ง นอน เป็นอยู่ปูวายเต็มไปด้วยความทุกข์ เป็นส่ิงท่ีน่าขยะแขยงอย่างย่ิงมาแต่
กาลไหนๆ และเป็นสง่ิ ทค่ี วรช�ำระ อย่าให้มีสง่ิ เปน็ พิษเปน็ ภัยเข้ามาเจอื ปนกบั จติ ใจ
ซ่ึงเป็นของมีคุณค่ามาก สิ่งนั้นจะฉุดลากจิตใจให้ต�่ำลงจนหมดคุณค่าสารคุณโดย
ส้นิ เชิง
345
“คณุ คา่ ของจติ ” เมอื่ ไดป้ ฏบิ ตั สิ มั ผสั กบั ธรรมแลว้ จงึ เหน็ ไดช้ ดั วา่ ไมม่ อี ะไรเสมอ
เหมือนได้ คุณค่าของจิตกบั คณุ ค่าของธรรม เมือ่ เข้าถึงกันอยา่ งแนบสนิทแลว้ เปน็
อันเดียวกัน ธรรมกบั จิตจึงแยกกันไมอ่ อก จติ เป็นธรรม ธรรมเป็นจิต กลายเปน็ อนั
เดยี วกนั เมอ่ื ถงึ ขน้ั สดุ ยอดแลว้ เปน็ อยา่ งนน้ั เรยี กวา่ “ธรรมเปน็ เอง จติ เปน็ เอง” “เอโก
ธมโฺ ม” เปน็ ธรรมแทง่ เดยี ว เมอื่ ผา่ น “สมมตุ ”ิ ไปหมดแลว้ คำ� วา่ “จติ บรสิ ทุ ธ”ิ์ กห็ มด
สมมตุ ิไป
การปฏบิ ตั ธิ รรม กค็ อื การปฏบิ ตั จิ ติ การรกั ษาธรรม กค็ อื การรกั ษาจติ การแกจ้ ติ
เกย่ี วกบั สง่ิ ต่างๆ ทีเ่ ห็นเปน็ ของไมด่ ี ไมง่ าม กค็ ือการช�ำระล้างสิง่ สกปรกโสมมออก
จากใจนั่นเอง
ฉะนนั้ การนบั ถอื พทุ ธศาสนาจงึ เรยี กวา่ เปน็ การนบั ถอื ตนหรอื รกั ษาตนโดยชอบ
ธรรม เพราะตนกบั ศาสนาเข้ากนั ได้อย่างสนทิ ถา้ ไมเ่ ห็นวา่ ศาสนาเปน็ คณุ แกต่ น ซึง่
ความจริงก็คือตนเป็นพิษแกต่ นน่ันแล
ศาสนาเปน็ ของกลาง พระโอวาทคำ� สงั่ สอนเปน็ แนวทางชบี้ อกไวส้ ำ� หรบั ผปู้ ระพฤติ
ปฏิบัติจะได้ด�ำเนินตามธรรมที่เป็นฝ่ายเหตุ ฝ่ายผลก็คือความสุข ความสมหวังดัง
ใจหมาย อันจะพึงไดร้ ับจากการปฏิบตั ิถกู ตอ้ งดงี ามนน้ั ๆ จนถึงจดุ หมายปลายทาง
พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงแบ่งสันปันส่วนอะไรจากพุทธบริษัทที่ปฏิบัติตามพระ
โอวาททา่ นเลย เฉพาะพระองคเ์ องทรงมคี วามสมบรู ณพ์ นู ผลเตม็ ทแี่ ลว้ คอื ถงึ “บรมสขุ ”
แลว้ ไมม่ สี งิ่ จะขาดจะเกนิ ในพระทยั ทบ่ี รสิ ทุ ธเ์ิ ตม็ สว่ นนน้ั จงึ ไมจ่ ำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งมาขอ
แบง่ สนั ปนั สว่ นจากพทุ ธบรษิ ทั ทงั้ หลายดว้ ยการประกาศสง่ั สอนใดๆ ทงั้ สนิ้ ศาสนาเปน็
ของกลาง ทรงวางไวด้ ว้ ยพระเมตตาลว้ นๆ ไมม่ ี “โลกามสิ ใดๆ” เจอื ปนในพระทยั เลย
ผลทไ่ี ดร้ บั ตอบแทนเพอ่ื พระองคจ์ งึ ไมม่ ี ประทานไวแ้ กโ่ ลกดว้ ยความบรสิ ทุ ธพิ์ ระทยั
และพระเมตตาเทา่ นนั้
เราผทู้ เี่ กดิ มาพบกบั พระพทุ ธศาสนา อนั เปน็ คำ� สอนทเี่ รยี กวา่ “สวากขาตธรรม”
คอื พระองคต์ รสั ไวช้ อบแลว้ และเปน็ “นยิ ยานกิ ธรรม” นำ� สตั วท์ ปี่ ระพฤตปิ ฏบิ ตั ชิ อบ
346
ใหพ้ น้ จากอปุ สรรคเครอ่ื งกดี ขวางหรอื กองทกุ ขไ์ ปไดโ้ ดยลำ� ดบั จนกระทงั่ ถงึ “วมิ ตุ ต”ิ
“ปรนิ พิ พาน” จงึ ควรภาคภมู ใิ จในพระโอวาทนี้ และภาคภมู ใิ จในการปฏบิ ตั ขิ องตนเอง
เพอื่ จะไดเ้ ลอื่ นฐานะจากความเปน็ อยทู่ ไี่ มพ่ งึ ปรารถนาอนั มอี ยภู่ ายในจติ ใจนใ้ี หข้ น้ึ สู่
อนั ดบั สงู โดยลำ� ดบั สมกบั ศาสนธรรมทมี่ คี ณุ คา่ มาก และเหมอื นนำ�้ ทสี่ ะอาดชำ� ระลา้ ง
สิ่งสกปรกให้กลายเป็นของสะอาดไปตามๆ กนั
จิตใจพร้อมท่ีจะรับเสมอในทุกสิ่งทุกอย่างท่ีมาเก่ียวข้อง แต่ผู้ปฏิบัติต้อง
เลอื กเฟน้ ดว้ ยดี สง่ิ ใดควร สง่ิ ใดไมค่ วร สงิ่ ไมค่ วรแมจ้ ะมคี วามรกั ชอบ กต็ อ้ งฝนื ใจ
แกไ้ ขดดั แปลงกนั ไป สงิ่ ทไี่ มร่ กั ชอบ แตเ่ ปน็ ธรรม เปน็ ของดี กต็ อ้ งฝนื ใจ บงั คบั บญั ชา
ตนเองใหด้ ำ� เนนิ ไปตามสงิ่ ทถ่ี กู ตอ้ งดงี ามนนั้ ผลพงึ ไดร้ บั เปน็ ทพ่ี งึ พอใจ เชน่ เดยี วกบั
เราท�ำงาน ไมใ่ ชจ่ ะมคี วามขยนั หมนั่ เพยี รกบั งานตลอดไป บางคร้งั เกิดความข้ีเกียจ
อ่อนแอขึ้นมาเป็นอุปสรรคแก่งานมีมากมาย แต่เหตุผลบังคบั วา่ “ตอ้ งท�ำ” เพราะผล
จะเป็นส่ิงพึงใจ และก็ท�ำตามเหตผุ ลน้ัน ผลทพี่ ึงไดร้ ับกเ็ ปน็ สง่ิ ที่พอใจจรงิ ๆ
การปฏบิ ตั ศิ าสนธรรมกเ็ ปน็ เชน่ นน้ั บางคราวมคี วามทอ้ แท้ ออ่ นแอ ตำ� หนติ เิ ตยี น
ตนในทางทไี่ มถ่ กู ซงึ่ เปน็ การเหยยี บยำ�่ ทำ� ลายตนลงอกี กม็ เี พราะความรเู้ ทา่ ไมถ่ งึ การณ์
เมื่อเราเป็นผู้มีเหตุผลและหนักในเหตุผลอยู่แล้ว ก็น�ำเหตุผลน้ันมาแก้ไขดัดแปลง
ความคดิ ทไี่ มด่ นี น้ั ใหห้ า่ งไกลจากตวั และดำ� เนนิ ตามหลกั ธรรมหลกั เหตผุ ลนนั้ ผลที่
พงึ ไดร้ บั กเ็ ปน็ ทพี่ อใจแตต่ น้ จนอวสาน สดุ ทา้ ยปลายทางคอื “พระนพิ พาน” อนั เปน็ แดน
ส้นิ ทุกข์ทรมานใจโดยส้นิ เชิง!
ธรรมดาจติ ใจเราทม่ี กี เิ ลสอยภู่ ายในกต็ อ้ งเปน็ เหมอื น “นกั โทษ” ตอ้ งถกู บงั คบั
ถกู กดข่ี ถกู ฝกึ ฝนทรมาน ถกู เฆย่ี นถกู ตี ถกู พรำ่� สอนดดุ า่ วา่ กลา่ วหนกั เบาเปน็ ธรรมดา
ถา้ จะปลอ่ ยใหเ้ ปน็ ไปตามลำ� พงั ของนกั โทษ มนั กไ็ มไ่ ดก้ ารไดง้ าน มนี กั โทษเตม็ เรอื นจำ�
กก็ นิ ขา้ วหลวง เสยี ข้าวหลวงไปเปล่าๆ ผลทพ่ี งึ จะไดร้ ับก็ไม่มีอะไรปรากฏ นอกจาก
ความสนิ้ เปลอื งขา้ วของของหลวงไปเปลา่ ๆ เพราะฉะนน้ั ผคู้ มุ ตอ้ งบงั คบั บญั ชาใหท้ ำ�
การงานเพื่อเป็นการตอบแทนโทษทีท่ �ำผิด และชดเชยสงิ่ ท่เี สียไป
347
ใจท่มี กี เิ ลสตณั หาอาสวะอยู่ภายในกเ็ ปน็ เหมอื นนักโทษนนั่ แหละ ของไมด่ ีเข้า
ครอบงำ� จติ มนั ทำ� ใหจ้ ติ เปน็ นกั โทษ อนั ใดเปน็ สงิ่ ดงี ามไมอ่ ยากทำ� และอยากใหท้ ำ� สงิ่
ทเ่ี ปน็ ไปเพอ่ื ความสกปรกโสมม เปน็ ไปเพอื่ ความทกุ ขล์ ำ� บาก กเิ ลสซงึ่ เปน็ ของสกปรก
อยแู่ ลว้ มนั กช็ อบ และบงั คบั ใหเ้ ราดำ� เนนิ ตาม แตห่ ลกั ธรรมไมน่ ยิ ม ธรรมไมย่ นิ ยอม
ธรรมไมเ่ ปน็ ไปดว้ ย เราผนู้ บั ถอื ศาสนธรรมกต็ อ้ งฝนื กเิ ลส ดว้ ยการทำ� ดที กุ ประเภทที่
สามารถทำ� ได้
การฝนื กิเลสจงึ เป็นเหมือนการตอ่ สกู้ นั การต้านทานกัน โดยถือใจถือกายเป็น
สนามรบ เรากต็ อ้ งทกุ ขล์ ำ� บากเปน็ ธรรมดา เพราะการฝนื การรบกบั กเิ ลส ทรมานกเิ ลส
ซ่ึงอยู่กับใจเรา มันต้องกระเทือนกัน แม้ธรรมก็อยู่กับใจ การแก้กิเลสก็แก้ท่ีใจ
การประพฤตธิ รรมทกุ ประเภทกป็ ระพฤตทิ ี่กายท่ใี จเรา
ใจทง้ั ดวง กายเราทงั้ คน กบั กเิ ลสหลายกองพลรบ กอ็ ยใู่ นทเ่ี ดยี วกนั ตอ้ งมคี วาม
ทกุ ขอ์ ยา่ งหลกี ไมพ่ น้ บางทนี งั่ นอนกเ็ กยี่ วกบั ธาตขุ นั ธ์ ตอ้ งเจบ็ ทน่ี น่ั ปวดทนี่ ่ี จติ ใจอยาก
จะคดิ ไปตามอำ� เภอใจกค็ ดิ ไมไ่ ด้ ตอ้ งถกู บงั คบั บญั ชา แกไ้ ขกนั ดว้ ยเหตดุ ว้ ยผล ซง่ึ ตอ้ ง
เป็นความทกุ ขค์ วามลำ� บากแตล่ ะอย่าง ละอย่าง
ความลำ� บากเหลา่ นเี้ ปน็ ความลำ� บากเพอื่ ผลอนั ดี จงึ ไมถ่ อื เปน็ อปุ สรรคใหท้ อ้ ถอย
ออ่ นแอ ในขณะเดยี วกนั ควรถอื เปน็ ความภมู ใิ จทคี่ นอน่ื เขาไมส่ ามารถทำ� ไดอ้ ยา่ งเรา
มแี ยะ แตเ่ รายงั มาฝกึ ฝนทรมานตนได้ ดงั ทท่ี า่ นทงั้ หลายพากนั อตุ สา่ หม์ าอยใู่ นสถานท่ี
เชน่ นี้ และบำ� เพญ็ อยใู่ นเวลานอี้ ยา่ งเตม็ ความสามารถขาดดน้ิ ไมเ่ สยี ดายอะไรยง่ิ กวา่
ธรรม คอื ความดงี ามอันเปน็ สิรมิ งคลแก่ตน
โลกทน่ี บั ถอื และนยิ มกนั วา่ เปน็ ความเจรญิ แลว้ เราอาจเหน็ วา่ สถานทนี่ ค้ี อื เรอื นจำ�
ทอี่ ยขู่ องคนซงึ่ หมดความหมายไรค้ า่ จนตรอกหาทางออกไมไ่ ด้ จงึ มาอยกู่ นั เหน็ วา่ เปน็
สถานท่ีหาคุณค่าไม่ได้ คนท่ีมาประพฤติปฏิบัติอยู่เช่นน้ีก็คือคนที่หาคุณค่าไม่ได้
หาราคาไมไ่ ดน้ น่ั เอง ในความนยิ มของโลกอนั เปน็ เรอื่ งของกเิ ลสทอี่ ดั แนน่ จนหาทเี่ กบ็
ไมไ่ ด้
348
แต่เร่ืองของธรรมแล้ว เป็นความสูงส่งส�ำหรับผู้มาบำ� เพ็ญตน ในสถานท่ีอัน
เหมาะสม และปฏบิ ตั ติ วั อยา่ งเหมาะสม ตามหลกั ธรรมทที่ า่ นสอนไว้ ดงั พทุ ธบรษิ ทั มา
ฝึกฝนทรมานตน อดนอน ผ่อนอาหาร ทรมานกาย ทรมานจิตใจของตน เพ่อื อรรถ
เพอื่ ธรรม ซง่ึ เปน็ การถกู ตอ้ งดงี ามและเปน็ งานทมี่ คี ณุ คา่ มาก ตวั ผบู้ ำ� เพญ็ เองกเ็ ปน็ ผมู้ ี
คณุ คา่ จติ ใจคดิ ออกแตล่ ะวาระหนงึ่ วาระหนงึ่ กเ็ ปน็ ไปดว้ ยอรรถดว้ ยธรรม ซง่ึ เปน็
วาระของจติ ทคี่ ดิ ออกดว้ ยความเปน็ ของมคี ณุ คา่ มาก ยากทใ่ี ครจะระลกึ รแู้ ละคดิ ไดบ้ า้ ง
แมเ้ พียงบางกาล
การท�ำคณุ งามความดกี ข็ ึน้ อยกู่ ับอุปนิสยั เหมือนกนั ถา้ นิสยั ไมม่ ี กไ็ ม่อยากท�ำ
ฝืน ฝนื ยง่ิ กวา่ จงู หมาใสฝ่ นดว้ ยซ้�ำ เราไมเ่ คยเหน็ บ้างหรือ เขาจงู หมาใส่ฝน หมามัน
อยากตากฝนเม่อื ไร จูงหมาใส่ฝน มนั ท้ังรอ้ ง ทัง้ วงิ่ ทง้ั ดิน้ ทุกส่งิ ทุกอย่างหมุนติ้ว
ในตวั ของมัน มีแต่ความดนิ้ รน ว่ิงหลบ วิง่ ซอ่ น วิ่งตดั หน้า ตดั หลังเจ้าของ เพราะ
ไม่อยากเปียกฝน อาการของสุนัขที่มันไม่อยากจะเปียกฝนต้องวุ่นวายไปหมด
อย่างน้นั แล
จติ ของเราทฝี่ นื ธรรมกเ็ ปน็ อยา่ งนนั้ สจั ธรรมเหมอื นกบั ฝน ผจู้ งู ใจใสธ่ รรม คอื
ใสท่ ภี่ าวนา ใสท่ างจงกรม ใสท่ นี่ ง่ั สมาธิ ดว้ ยสตปิ ญั ญา ใจมนั ดนิ้ รนกวดั แกวง่ กลวั
เปยี กฝน คือสจั ธรรม ใจมีอาการครั่นเน้อื ครัน่ ตวั กลวั จะตาย ไมอ่ ยากท�ำ ด้นิ รน
กวัดแกวง่ วิ่งหน้าวนุ่ หลัง ทุลกั ทเุ ลร้อยแปด นั่นแล
แต่ผู้ที่มนี สิ ยั อยูภ่ ายในจิตใจแล้ว มีความกระหยม่ิ ในการประพฤติปฏิบัติ เอ้า
ยากกท็ น ลำ� บากกพ็ อใจทำ� ขอใหไ้ ดบ้ ำ� เพญ็ คณุ งามความดตี ามความชอบใจ ตามความ
ตอ้ งการกแ็ ล้วกนั ผลอนั ล้นคา่ เป็นทีพ่ งึ หวงั ของเรา
เกดิ มาในโลกนไ้ี ดเ้ หน็ แลว้ ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งทผ่ี า่ นมาทาง ตา หู จมกู ลน้ิ กาย ใจ
ดี ชวั่ เราไดเ้ หน็ ประจกั ษต์ าประจกั ษใ์ จแลว้ ทกุ สง่ิ แทบทกุ อยา่ ง แตส่ ว่ นธรรมทน่ี กั ปราชญ์
ผเู้ ลศิ โลกทา่ นสอนไว้ เรายงั ไมเ่ หน็ ประจกั ษภ์ ายในใจ นกั ปราชญเ์ หลา่ นนั้ เปน็ ผทู้ เี่ ชอ่ื ถอื
ไดร้ อ้ ยเปอรเ์ ซน็ ต์ ไมใ่ ชเ่ ปน็ ผโู้ กหกหลอกลวงตม้ ตนุ๋ เหมอื นโลกๆ ทวั่ ไปทเี่ ปน็ กนั อยู่
349
ประจ�ำ เราขอนอ้ มกายถวายชวี ติ ตอ่ ท่านดว้ ยค�ำวา่ “พทุ ฺธํ ธมมฺ ํ สงฆฺ ํ สรณํ คจฺฉาม”ิ
นป้ี ระการหน่งึ ดว้ ยการประพฤตปิ ฏิบัติตนใหเ้ ปน็ ไปตามหลักธรรมของพระพทุ ธเจ้า
เพอ่ื บชู าท่านดว้ ยการปฏิบัตนิ ี้ ประการหนง่ึ จึงชือ่ วา่ “อัตภาพร่างกาย จติ ใจของเรา
เปน็ สงิ่ ทมี่ คี ณุ คา่ มาก” ไดบ้ ำ� เพญ็ เปน็ พทุ ธบชู า ธรรมบชู า สงั ฆบชู า โดยทางจติ ใจ และ
ประพฤตปิ ฏิบตั ิแบบประทบั ใจ ชือ่ วา่ ชวี ิตเรามคี ุณค่า มีศาสดาเปน็ ผคู้ รองใจ แทนที่
กเิ ลสจะมาครองจติ ใจ ซึง่ หาความสงบสขุ ไม่ได้
จติ ทม่ี ธี รรมครองใจนผี้ ดิ กบั กเิ ลสครองใจอยมู่ าก เมอ่ื คดิ ถงึ การประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ
ของตนดงั ทด่ี ำ� เนนิ อยเู่ วลานี้ กบั คดิ ถงึ โลกทว่ั ๆ ไป ซง่ึ หาหลกั เกณฑไ์ มไ่ ดน้ น้ั จะเหน็ วา่
ไดเ้ ปรียบโลกท้ังหลายอยมู่ าก
ค�ำวา่ “ความสงบของใจ” ความสขุ ของใจท่เี กิดข้นึ จากการประพฤติปฏิบตั ิ ผู้ที่
ไมเ่ คยรู้เคยเห็น ไมเ่ คยสนใจมมี ากทเี ดยี ว ถา้ จะคดิ เป็นเปอร์เซ็นต์ เห็นจะถงึ ๙๙%
เรานบั เอาแตเ่ ฉพาะมนษุ ยท์ วั่ โลก กบั มนษุ ยผ์ ปู้ ระพฤตปิ ฏบิ ตั ธิ รรม สว่ น ๑% กห็ มายถงึ
ผสู้ นใจพทุ ธศาสนาและปฏบิ ตั ติ นจนปรากฏผลเยอื กเยน็ แกใ่ จ รสู้ กึ จะมนี อ้ ยมาก เราก็
รบั นบั เขา้ ๑% น้ี ซง่ึ จดั วา่ เปน็ ผมู้ อี ำ� นาจวาสนาพอสมควรจงึ ควรภาคภมู ใิ จ แลว้ ประพฤติ
ปฏิบัติตอ่ ไป
จะตายเม่ือไรก็ตายเถอะ ป่าช้าของเรามีอยู่ทุกแห่งทุกหนในสกลกายนี้แหละ
ตายทไ่ี หน กต็ ายอยทู่ สี่ กลกายนี้ แตกทสี่ กลกายนี้ จงึ ไมค่ วรหมายปา่ ชา้ แตห่ มายถงึ
สกลกายทแ่ี ตกดบั ไป นนั่ แลเปน็ ปา่ ชา้ จงึ ไมค่ วรวติ กวจิ ารณถ์ งึ กาล สถานทอ่ี ยู่ ทเี่ กดิ
ทีเ่ ป็น และทต่ี าย ซึง่ นอกเหนอื ไปจากกายน้ี
การพจิ ารณา กใ็ หร้ แู้ จง้ “ปา่ ชา้ ” นปี้ ระจกั ษใ์ จ การรแู้ จง้ ปา่ ชา้ คอื ความตายวา่ มนั
อยู่ในสกลกายนี้โดยชัดเจนด้วยปัญญาแล้ว ย่อมหายสงสัย ยังอยู่ก็ทราบว่ายังอยู่
ตายก็ทราบว่าปา่ ชา้ กายนี้เปน็ ทตี่ าย ไมค่ าดโนน่ คาดนี่ อันเปน็ การก่อกวนจิตใจให้
ยุ่งเปลา่ ๆ
350
พระพุทธเจ้าทา่ นทรงสอนใหร้ ู้ความจรงิ เมือ่ ต่างอนั ตา่ งเปน็ ความจรงิ ตามปกติ
ของเขา และตนก็รู้ความจริงตามหลักธรรมชาติท่ีเป็นความจริงอยู่แล้วน้ัน ความ
ยงุ่ เหยงิ วนุ่ วายหรอื ความกงั วลทงั้ หลายอนั เปน็ เครอื่ งกดถว่ งจติ ใจ กค็ อ่ ยเบาบางลงไป
โดยลำ� ดบั ๆ อยู่ที่ไหนก็ “สคุ โต” ยืน เดิน นงั่ นอน ก็ “สุคโต” เป็นอยูก่ ็ “สคุ โต”
ตายแลว้ ? ตายแลว้ จะพาลใหเ้ กดิ เปน็ ทกุ ขท์ รมานไดอ้ ยา่ งไร! เพราะเราไมไ่ ดส้ รา้ งเหตุ
ใหเ้ ปน็ ทกุ ข์ ไดส้ รา้ งแตค่ วามดที เี่ ปน็ สริ มิ งคล และสรา้ งแตส่ ตปิ ญั ญาเพอ่ื ความรเู้ ทา่ ทนั
กันกับส่ิงที่มาเก่ียวข้องทั้งหลายโดยล�ำดับเท่าน้ัน น่ีคือการประพฤติปฏิบัติเพ่ือเป็น
สริ มิ งคลแกต่ น สมกบั ความรับผดิ ชอบตนในทท่ี กุ สถานและในกาลทกุ เมื่อมา
การรบั ผดิ ชอบตนโดยการประพฤตปิ ฏบิ ตั ดิ นี ้ี เปน็ การรบั ผดิ ชอบทถ่ี กู ตอ้ งตาม
หลักธรรมท่ีปราชญ์สั่งสอนไว้ ผู้เชื่อธรรม เชื่อปราชญ์ ย่อมเป็นผู้เจริญปลอดภัย
ทง้ั ปจั จบุ ันและอนาคต ทั้งเปน็ ผูแ้ น่ใจในอนาคตของตน
ฉะนน้ั จึงขอให้อตุ สา่ ห์พยายามสร้างความดีให้เต็มความสามารถจนชีวติ หาไม่
ผลกำ� ไรจะเปน็ แกว้ สารพดั นกึ ไมอ่ บั จนในภพชาตทิ เี่ กดิ กำ� เนดิ ทเ่ี ปน็ ในภพนนั้ ๆ จงึ ขอ
ยตุ ิการแสดงเพยี งเท่านี้
351
ทรัพย์ทางกาย ทางใจ สมบัติอันพึงใจ
การเกดิ ในแดนพระพทุ ธศาสนา แตไ่ มไ่ ดอ้ ยใู่ นแดนพทุ ธศาสนา กเ็ หมอื นอยา่ ง
โบราณทา่ นวา่ “เปน็ ผชู้ ายไมไ่ ดบ้ วช” ฉะนนั้ ซงึ่ เหมอื นกบั เหยยี บแผน่ ดนิ ผดิ ทง้ั หญงิ
และชายนา่ จะผดิ มาดว้ ยกนั ทเี่ กดิ มาในวงศาสนา เฉพาะอยา่ งยงิ่ พทุ ธศาสนา แตไ่ มไ่ ด้
ปฏบิ ัตศิ าสนาให้เหมาะสมกับชาตภิ มู ิของตน ก็เท่ากบั “เหยียบแผ่นดินผดิ ” นน่ั แล
พื้นฐานของมนุษย์ก็คือศีลธรรม เราเกิดมาด้วยอ�ำนาจแห่งศีลธรรมแล้วไม่
ประพฤตปิ ฏบิ ัติศลี ธรรม ก็เหมือนกับเหยียบพน้ื ฐานนั้นผิดไป ท่านจึงสอนใหป้ ฏิบตั ิ
ธรรมสง่ั สมคณุ งามความดีไวเ้ พ่ือเป็นอปุ นสิ ยั ปัจจัยเป็นลำ� ดับๆ ไป
ทีว่ า่ “เปน็ นสิ ัย” กค็ อื ศีลธรรมท่ีเราเคยบ�ำเพ็ญมา ท่เี รยี กว่า “คณุ งามความดี”
จะเกดิ ขนึ้ ดว้ ยการใหท้ านกต็ าม รกั ษาศลี กต็ าม การเจรญิ เมตตาภาวนากต็ าม หรอื การ
สงเคราะหส์ งหาเพอ่ื นรว่ มโลกกนั ไมว่ า่ สตั วไ์ มว่ า่ บคุ คลกต็ าม ลว้ นแตค่ ณุ งามความดี
ซง่ึ เปน็ ผลอนั ดงี ามแทรกซมึ เขา้ สจู่ ติ ใจ จนกลายเปน็ อปุ นสิ ยั ประจำ� ตวั ในภพชาตติ อ่ ไป
จติ เปน็ เจา้ ของ จติ เปน็ ผบู้ รรจคุ วามดที ง้ั หลายทที่ ำ� ลงไป เพราะจติ เปน็ ผบู้ งการ
จิตเป็นโรงงานแห่งการกระท�ำความดีเหล่านี้ จิตจึงเป็นเจ้าของท่ีจะรับเอาผลซึ่งตน
กระทำ� ขน้ึ ทกุ แงท่ กุ กระทง เรยี กวา่ “มลู นธิ ”ิ กไ็ ด้ “นธิ ”ิ แปลวา่ ขมุ ทรพั ย์ “มลู ” แปลวา่
รากฐาน เปน็ ทสี่ ถติ แหง่ ขุมทรพั ย์ ซึ่งได้แกใ่ จ
352
ท่ีให้ชอื่ วา่ “มูลนธิ ิ” กค็ ือรากฐานท่ีฝงั ทรัพย์ จติ ใจเราเป็นรากฐานอนั สำ� คัญ
ทจี่ ะฝังทรัพยภ์ ายในลงสทู่ น่ี ่ัน เมือ่ มที รัพยภ์ ายในแลว้ จะจุติหรือเกิดภพใดกส็ ะดวก
สบาย เชน่ เดยี วกบั คนทมี่ ที รัพยภ์ ายนอกติดกระเปา๋ ไป ไม่ว่าจะไปแหง่ หนตำ� บลใด
ตอ้ งการอะไรกเ็ อาสมบตั นิ นั้ เปน็ เครอ่ื งจบั จา่ ยใชส้ อย หรอื แลกเปลย่ี นสง่ิ ทตี่ นตอ้ งการ
นำ� มาบำ� บัดรักษา นำ� มาบ�ำรงุ รา่ งกาย ทกุ ส่ิงทกุ อย่าง เป็นความสะดวกด้วยทรพั ย์
สมบตั นิ ั้น คนมีทรพั ย์ภายในก็เช่นน้นั เหมอื นกนั
การทอ่ งเทย่ี วใน “วฏั สงสาร” กเ็ ปน็ เชน่ เดยี วกบั เราไปบา้ นนอ้ ยเมอื งใหญ่ ในเมอื ง
มนษุ ยเ์ รานเี่ อง ไปบา้ นนอก บา้ นนา หรอื เมอื งนอกเมอื งไหนกต็ าม นน่ั กข็ นึ้ อยกู่ บั เงนิ
หรอื สมบตั ิ ถา้ มี “แกว้ สารพดั นกึ ” คอื เงนิ แลว้ ไปไหนกส็ ะดวกกายสบายใจ หากไมม่ ี
ก็ลำ� บาก
การทอ่ งเทยี่ วใน “วฏั สงสาร” กต็ อ้ งอาศยั “คณุ งามความด”ี ทไ่ี ดส้ งั่ สมไวภ้ ายใน
ใจตดิ แนบตนไปในภพนั้นๆ
การเกดิ เราจะบังคบั หรอื ตอ้ งการเกิดในสถานทเี่ ช่นไร ยอ่ มจะเปน็ ไปตามทเ่ี รา
ตอ้ งการนน้ั ไมไ่ ด้ ทา่ นวา่ “ตอ้ งเปน็ ไปดว้ ยอำ� นาจแหง่ กรรมหรอื วบิ ากแหง่ กรรม” ทตี่ น
ไดท้ ำ� ไว้ จะพาใหเ้ กดิ ใหอ้ ยู่ ใหส้ ขุ ใหท้ กุ ข์ ซง่ึ เปน็ ความจรงิ อนั ถกู ตอ้ งมาแตก่ าลไหนๆ
ลบล้างไม่ได้
ใครจะมคี วามรคู้ วามฉลาดสามารถเพยี งไร มาลบลา้ งกรรมและผลของกรรม คอื
สุข ทุกข์ ทีม่ อี ยูก่ ับบรรดาสตั ว์ทว่ั ไปใน “วฏั สงสาร” น้ี ลบล้างไม่ได้!
หากเปน็ สิ่งท่ีลบล้างได้แล้ว พระพทุ ธเจา้ ท่ที รงมพี ระเมตตาตอ่ บรรดาสัตวโ์ ลก
ไมม่ ใี ครเสมอเหมอื น จะทรงลบลา้ งบาปกรรมทง้ั หลายออกจากสตั วโ์ ลกใหห้ มด ไมม่ ี
เหลอื แมแ้ ตน่ อ้ ยเลย จะใหม้ แี ตค่ วามรม่ เยน็ เปน็ สุขโดยทว่ั ถงึ กนั เทา่ นนั้ ไมว่ า่ จะเปน็
สตั วโ์ ลกชนดิ ใดในโลกทงั้ สามน้ี ซง่ึ รวมอยใู่ นคำ� วา่ “สตั วโ์ ลก” จะไมม่ ผี ใู้ ดไดร้ บั ความ
ทกุ ขค์ วามทรมานทางรา่ งกายและจติ ใจเลย จะมแี ตค่ วามสขุ ความสบายดว้ ยกนั ทง้ั นน้ั
เพราะการลบล้างบาปท่ยี งั สตั ว์โลกให้เกดิ ทกุ ขใ์ ห้หมดไปโดยสิ้นเชิง
353
ธรรมทพี่ ระพทุ ธเจา้ ตรสั รกู้ เ็ ปน็ ธรรมยอดเยย่ี มอยแู่ ลว้ แมเ้ ชน่ นน้ั กย็ งั ไมส่ ามารถ
ทจ่ี ะลบลา้ งกรรมของสตั ว์ หรอื วบิ ากแหง่ กรรมทมี่ อี ยภู่ ายในสตั วท์ ง้ั หลายใหห้ มดสนิ้
ไปได้ เพราะวบิ ากกรรมเปน็ สง่ิ ตายตวั ใครๆ ไมอ่ าจลบลา้ งหรอื ทำ� ลายไดน้ นั่ เอง นอกจาก
ผนู้ นั้ จะพยายามชะลา้ งหรอื ลบลา้ งความชวั่ ดว้ ยความดเี ทา่ นน้ั เชน่ เดยี วกบั เราชะลา้ ง
สถานทส่ี กปรกใหก้ ลายเปน็ สถานทส่ี ะอาดขนึ้ มาดว้ ยนำ้� ทส่ี ะอาดฉะนนั้ นเี่ ปน็ ฐานะที่
เป็นไปได้ เช่นเราล้างสงิ่ ท่ีสกปรกให้สะอาดด้วยน�้ำท่ีสะอาด
การทำ� ความดกี เ็ หมอื นกบั การลบลา้ งความไมด่ ที ง้ั หลายซง่ึ มอี ยภู่ ายในจติ ใจให้
คอ่ ยหมดไปนนั่ เอง หากเปน็ สงิ่ ทล่ี บลา้ งกนั ไมไ่ ด้ ศาสนากอ็ ยใู่ นโลกไมไ่ ด้ ปรากฏใน
โลกไม่ได้ เพราะเป็น “อฐานะ” ลบลา้ งไมไ่ ด้ มาสอนกันใหเ้ ป็นโมฆะเปลา่ ๆ ทำ� ไม
ที่พระพุทธเจ้าประทานธรรมะไว้สอนโลกก็เพ่ือลบล้างมลทิน คือบาปกรรม
ท้ังหลายท่ีมีอยู่ในสันดานของสัตว์ด้วยการท�ำดีให้สะอาดไปโดยล�ำดับนั่นแล ความ
ประพฤติ การกระทำ� ทเี่ คยไมด่ มี ากอ่ น กเ็ ปลย่ี นแปลงใหเ้ ปน็ การกระทำ� ดี พดู ดี คดิ ดี
ไปเรอ่ื ยๆ เพอื่ ใหส้ ง่ิ เกา่ แกท่ ไี่ มด่ ซี ง่ึ เคยเปน็ มาแลว้ เพราะความไมร่ เู้ ดยี งสาภาวะคอ่ ยๆ
หมดไป หากยงั มเี หลอื อยบู่ า้ งกเ็ ปน็ เพยี งวบิ ากเกา่ ไมก่ ำ� เรบิ คอื เปน็ ผลเฉพาะทปี่ รากฏ
อยเู่ ท่านนั้ ไมก่ ำ� เริบหรือไมร่ นุ แรงมากย่งิ ขึน้ กว่าเดมิ
แต่ถ้าสามารถช�ำระล้างจิตใจให้มีความสะอาด ปราศจากมลทินโดยประการ
ท้ังปวงแล้ว ก็เป็นอันว่าลบล้างวิบากแห่งกรรมท้ังหลายภายในจิตใจได้โดยส้ินเชิง
หากจะปรากฏบา้ ง ทเี่ รยี กวา่ “วบิ าก” ซงึ่ เปน็ ผลของกรรมเกา่ ซงึ่ เคยทำ� มาตงั้ แตก่ าลกอ่ น
“กไ็ ดร้ บั แคธ่ าตขุ นั ธ”์ เทา่ นน้ั ยกตวั อยา่ ง เชน่ พระพทุ ธเจา้ เวลาจะปรนิ พิ พาน เสดจ็ ไป
กรงุ กสุ นิ ารา จะเสวยนำ้� รับส่งั ใหพ้ ระอานนทไ์ ปตกั นำ�้ ตกั ทไ่ี หนกเ็ ปน็ โคลนเปน็ ตม
ไปหมด เร่อื งนี้พระองค์กไ็ ดต้ รัสกบั พระอานนทว์ ่า “นี้เปน็ เพราะกรรมเกา่ ของเรา ซ่ึง
แตก่ อ่ นเราเปน็ พอ่ คา้ โคตา่ งไลโ่ คเปน็ จำ� นวน ๕๐๐ ตวั ลงไปในแมน่ ำ้� ใด หนองใดบงึ ใด
กข็ นุ่ เปน็ โคลนเปน็ ตมไปหมด สตั วเ์ หลา่ นน้ั ไดด้ ม่ื แตน่ ำ�้ ทสี่ กปรกทขี่ นุ่ เปน็ โคลนเปน็ ตม
ผลนน้ั จงึ สะทอ้ นกลบั มาถงึ เรา” นผี่ ลกม็ เี พยี งพระกายเทา่ นน้ั ไมไ่ ดก้ ระทบกระเทอื นถงึ
พระทยั ทีบ่ รสิ ทุ ธิ์ของพระองค์เลย
354
สว่ นความดงี ามกต็ ามสนองมาโดยลำ� ดบั เชน่ เสดจ็ ไปสถานทใี่ ด กม็ คี นเคารพ
เทวบตุ ร เทวดา อนิ ทร์ พรหม เคารพนบนอบพระองค์ เครอื่ งสกั การบชู ามาจากทศิ ตา่ งๆ
เตม็ ไปหมด นกี่ ็เป็นการเสวยผลในทางพระกายเทา่ นั้น สว่ นทีจ่ ะให้พระองค์มีความ
ยินดยี นิ ร้ายไปด้วยนนั้ ไมม่ ี!
การท่ีเราท�ำความดีทั้งหลายนั้น ก็เหมือนกับเราเอาน�้ำสะอาดช�ำระสิ่งท่ีสกปรก
โสโครกภายในจติ ใจให้หมดไปโดยลำ� ดบั ๆ ท่านจึงสอนให้ทำ� ความดี คนมคี ณุ งาม
ความดี ยอ่ มเปน็ ทอ่ี บอนุ่ ภายในจติ ใจ ทง้ั ปจั จบุ นั คอื เวลายงั เปน็ อยู่ และอนาคตทจี่ ะ
เปน็ ไปในกาลขา้ งหนา้ เพราะเรามหี ลกั ยดึ มที พ่ี งึ่ ทเ่ี กาะทอี่ าศยั ภายในใจ ไมม่ สี งิ่ ใดท่ี
จะแนบสนิทใจหรือเป็นที่ตายใจที่อบอุ่นใจย่ิงกว่าคุณงามความดีท้ังหลาย ที่ท่านว่า
“เปรียบเหมือนกับเงาเทียมตัว แต่เงาน้ันจะปรากฏในท่ีแจ้งเท่านั้น เข้าสู่ท่ีมืดแล้ว
เงาไม่ปรากฏ” ส�ำหรบั คุณงามความดีนี้ เราจะไปเกดิ ในสถานท่ีใดๆ ยอ่ มตดิ แนบอยู่
กับใจเรา เพราะความดเี หลา่ นน้ั สถติ อยูก่ ับใจ
ทา่ นจงึ สอนใหพ้ ยายามอบรมจติ ใจ ความยากความลำ� บาก อยา่ ถอื เปน็ อปุ สรรค
จนเกินเหตุเกินผลจนเสียเวล่�ำเวลาไม่ได้กระท�ำความดี เพราะความล�ำบากน้ันเป็น
อปุ สรรค ความลำ� บากเพราะหน้าทกี่ ารงานน้นั มีด้วยกนั เราอยา่ ถอื ว่าเราเป็นมนุษย์
มีหนา้ ทก่ี ารงานล้นมอื บางคนวา่ เหลอื บ่ากวา่ แรงก็มี
สว่ นสตั วล์ ะ่ เขาหากนิ อยใู่ นถน่ิ ตา่ งๆ ไมว่ า่ สตั วช์ นดิ ใด มปี าก มที อ้ ง ตอ้ งวง่ิ เตน้
ขวนขวายหาอยหู่ ากนิ นนั่ ไมใ่ ชง่ านของเขาหรอื ? เขากไ็ มเ่ หน็ บน่ ทงั้ เสยี่ งตอ่ อนั ตรายมาก
เวลาอยโู่ ดยปกติ และเวลาออกเทย่ี วหากนิ ไมเ่ หมอื นมนษุ ยเ์ รา สตั วไ์ ปทไ่ี หน ทงั้ ความ
กลวั ตาย ทง้ั ความหวิ โหย บีบบงั คบั ให้จำ� ต้องออกหากิน ไมย่ งั งัน้ ก็ถกู เขาฆ่าจริงๆ
ตอ้ งระมดั ระวงั ทง้ั ปากทอ้ งกห็ วิ โหย จะไปกนิ นำ�้ กก็ ลวั จะถกู เขายงิ กลวั วา่ จะถกู ขา่ ย
เขาดกั จะกนิ ผลไมก้ ก็ ลวั จะถกู เขาดกั อกี จะไปหากนิ หญา้ กนิ อาหารชนดิ ใดๆ กก็ ลวั ถกู
มนษุ ยน์ น่ั แหละสำ� คญั คอยแตจ่ ะทำ� ลายเขา เสย่ี งไปทกุ ดา้ นและทกุ วนั เวลาไมเ่ หมอื น
มนษุ ยเ์ รา นน่ั กค็ อื งานของเขา ซงึ่ เสย่ี งอนั ตรายยง่ิ กวา่ มนษุ ยเ์ รามาก งานของเขาการ
เสย่ี งเปน็ เสย่ี งตาย ไมเ่ หมอื นงานของมนษุ ย์ รสู้ กึ ผดิ กนั อยมู่ าก ไดเ้ ปรยี บสตั วอ์ ยมู่ าก
355
งานของมนษุ ยน์ มี่ นี อ้ ยทจี่ ะเปน็ งานเสยี่ งเปน็ เสย่ี งตายเหมอื นดงั สตั วท์ ว่ั ๆ ไป เปน็
งานทท่ี ำ� ดว้ ยความอสิ ระ โดยการประกอบหนา้ ทก่ี ารงานทชี่ อบธรรม เราทำ� ไดด้ ว้ ยกนั
ทง้ั โลก ไมม่ ใี ครวา่ ใคร ไมม่ ใี ครเบยี ดเบยี นใคร อาจมบี า้ งกเ็ ปน็ ธรรมดาของคนมกี เิ ลส
ไมเ่ ชน่ นน้ั กไ็ มเ่ รยี กวา่ การงานของคนมกี เิ ลสอยดู่ ว้ ยกนั แตท่ จ่ี ะออกหนา้ ออกตาเหมอื น
ดงั ทเ่ี ขาทำ� ลายสตั วอ์ ยา่ งนน้ั ไมม่ ี ถงึ จะยากลำ� บากกถ็ อื วา่ เปน็ งานจำ� เปน็ ของเรา เพราะ
เราตอ้ งอาศยั เวลารอ้ นไมพ่ ง่ึ เยน็ จะพง่ึ อะไร เวลาหนาวกพ็ งึ่ ผา้ หม่ เวลารอ้ นกต็ อ้ งพงึ่ นำ้�
เวลาหิวกระหายกต็ ้องพง่ึ อาหารการบรโิ ภค ทกุ สิง่ ทุกอยา่ งมนั เปน็ ประโยชน์ทงั้ นนั้ ที่
จ�ำต้องขวนขวายมีไว้ในคราวจ�ำเป็นด้วยกันท่วั โลก
รา่ งกายของเรามนั อยตู่ ามลำ� พงั ตนเองไมไ่ ด้ ตอ้ งอาศยั พง่ึ พงิ สง่ิ อน่ื ๆ ตลอดมา ทนี ้ี
ทางดา้ นจติ ใจจะไปอยโู่ ดดเดย่ี วไดอ้ ยา่ งไร เมอื่ ไมม่ คี ณุ งามความดเี ปน็ ทเ่ี กาะทอี่ าศยั
กต็ อ้ งวา้ เหวว่ นุ่ วาย ขนุ่ มวั เดอื ดรอ้ น ทา่ นจงึ สอนใหบ้ ำ� เพญ็ ประโยชน์ เชน่ การทำ� บญุ
ให้ทาน เฉพาะอยา่ งยง่ิ การภาวนา ซ่ึงเป็นทร่ี แู้ ละที่รวมแห่งกศุ ลท้งั มวล
อายอุ านามไมส่ ำ� คญั จติ ใจมนั คกึ คะนองไดด้ ว้ ยกนั ทง้ั นนั้ ความฟงุ้ เฟอ้ เหอ่ เหมิ
ความคกึ คะนองไมเ่ ขา้ เรอ่ื งเขา้ ราวตา่ งๆ ราวกบั จะตายไมเ่ ปน็ นน่ั คดิ ไดท้ ง้ั ผหู้ ญงิ ผชู้ าย
ทงั้ เด็กทงั้ ผใู้ หญ่ ไม่มปี ระมาณความพอดี ถ้าไมม่ ธี รรมเปน็ ร้วั ก้ันเป็นท�ำนบคอยปดิ
กนั้ ไว้ ใจจะโดดลงนรกวนั หนง่ึ กค่ี รง้ั นบั ไมถ่ ว้ น นรกในทนี่ ้ี คอื ความทกุ ขร์ อ้ นภายในใจ
ทคี่ วามคกึ คะนองของใจกอ่ ขนึ้ มาเผาลนตนเองอยไู่ มห่ ยดุ ชนดิ รถไมม่ ี “เบรกหา้ มลอ้ ”
นนั่ แล
คำ� วา่ “ธรรม” มคี วามหมายกวา้ งขวาง อาจนกึ นอ้ มนำ� มาปฏบิ ตั ไิ ดย้ าก จงึ ยน่ ธรรม
เข้ามาเพ่ือเข้าใจและปฏบิ ัติถูกและง่ายขน้ึ เช่น การภาวนาด้วยบทธรรม มี “พทุ โธ”
เปน็ ตน้ เปน็ คำ� บรกิ รรมกำ� กบั ใจ ไมใ่ หค้ ดิ ไปอนื่ อบรมใจใหม้ คี วามสงบสขุ ซงึ่ เปน็ กจิ
ทคี่ วรทำ� อยา่ งยง่ิ ถา้ ไมม่ กี ารอบรมบา้ งเลยตลอดวนั ตาย ใจจะหาความสงบสขุ และหาที่
หลบทซี่ อ่ นจากทกุ ขไ์ มไ่ ดเ้ ลย จะมแี ตค่ วามรมุ่ รอ้ นกลมุ้ รมุ อยตู่ ลอดเวลา เพราะฉะนนั้
การอบรมดว้ ย “จิตภาวนา” จงึ เปน็ ผลใหเ้ กดิ ความสงบ และพักผ่อนหย่อนใจไดด้ ี
ในโอกาสอันควร ไมร่ มุ่ รอ้ นเสมอไป
356
ขณะทเี่ รากำ� หนด “พทุ โธๆ” นนั้ จติ กใ็ หส้ งบอยกู่ บั “พทุ โธ” อยแู่ ลว้ บงั คบั ไมใ่ ห้
จิตส่งออกไปภายนอก ซ่ึงเคยสง่ ออกไปกีป่ ีกี่เดือนมาแล้ว ไม่เห็นเกิดประโยชนอ์ ะไร
นอกจากความทกุ ขท์ ถี่ กู ตอ้ นมาเพราะความคดิ อนั เปน็ ไฟนน้ั ๆ เทา่ นน้ั เวลานเี้ ราจะระงบั
ความคิดท้ังหลายซึ่งเคยรบกวนใจให้สิ้นไป อาศัยความคิดปรุงเฉพาะค�ำ “พุทโธ”
“พุทโธ” อย่างเดียวเท่าน้นั
เชน่ เรากำ� หนด “พทุ โธ” ก็บรกิ รรม และมคี วามรจู้ ดจ่อ ตั้งหน้าตัง้ ตาอยูก่ บั
คำ� บรกิ รรมนน้ั ๆ ไมใ่ หจ้ ติ สา่ ยแสไ่ ปสอู่ ารมณท์ กี่ อ่ กวนตนเอง จติ ยอ่ มจะไดร้ บั ความสงบ
ใจเมอ่ื ไดร้ บั การบำ� รงุ รกั ษาดว้ ยสติ และตง้ั หนา้ ตง้ั ตาทำ� อยโู่ ดยสมำ่� เสมอ จติ ยอ่ มมคี วาม
สงบลงได้ พอจติ สงบ กายสงบ ความสขุ กม็ าเอง เหตทุ ไ่ี มม่ คี วามสขุ อยภู่ ายในใจนนั้
กเ็ พราะใจไมม่ คี วามสงบนน่ั เอง จงึ ทำ� ใหก้ ายระสำ่� ระสายจนหาทห่ี ลบซอ่ นผอ่ นคลาย
บา้ งไมไ่ ด้ พอจติ เรม่ิ สงบ ภาระกเ็ รมิ่ เบาลง ใจกเ็ รมิ่ สบายในขณะนน้ั และเรม่ิ เหน็ คณุ คา่
ของความสงบขนึ้ ในทนั ทที นั ใด
ฉะนน้ั ขณะทำ� ภาวนา จงึ เปน็ ขณะทก่ี ลนั่ กรองอารมณอ์ อกจากใจใหเ้ หลอื เฉพาะ
อารมณแ์ ห่งธรรม เช่น ค�ำบรกิ รรม “พทุ โธ” เป็นตน้ เทา่ นัน้ อารมณ์ท่เี ป็นพษิ เป็นภัย
อนื่ ๆ ระงบั ดบั ไปหมด ไมส่ นใจคดิ ใจกไ็ ดร้ บั ความรม่ เยน็ เมอ่ื อารมณแ์ หง่ ธรรมเขา้ สใู่ จ
เม่ือใจมีความร่มเยน็ มคี วามสงบแลว้ ย่อมเกดิ ความโล่งโถงภายในตัวเอง ปรากฏว่า
ใจมีคุณคา่ ข้ึนมาในขณะน้ัน
แตก่ อ่ นเราไมเ่ คยคดิ วา่ เราจะมคี ณุ คา่ อะไรเลย นอกจากความดน้ เดาเกาหมดั ไป
เฉยๆ เพราะความเหอ่ ตัวเองว่ามีคุณค่าอย่างนนั้ สำ� คัญตนอย่างนี้ แบบลมๆ แล้งๆ
โดยหาความจรงิ ไมไ่ ด้ แตพ่ อจติ มคี วามสงบตวั ลงเทา่ นน้ั กเ็ หมอื นกบั เราสรา้ งคณุ คา่
ขึ้นภายในจติ ใจเรา ปรากฏเป็นความอบอุน่ เปน็ ความรม่ เย็นเป็นสขุ มีท่พี ่ึง น่งั อยู่
กอ็ ม่ิ ใจ ทำ� อะไรๆ อยกู่ อ็ ม่ิ เอบิ ภายในใจ ใครจะวา่ อะไรกไ็ มค่ อ่ ยโกรธเอางา่ ยๆ ไมค่ อ่ ย
ฉนุ เฉยี ว เพราะจติ มที พี่ งึ่ มหี ลกั เกณฑ์ ไมว่ อกแวกคลอนแคลน เพยี งเทา่ นกี้ เ็ หน็ ผลแลว้
ผลนแี้ ลทจ่ี ะยงั เหตดุ ตี อ่ ๆ ไปใหเ้ พม่ิ ปรมิ าณขน้ึ หรอื สบื ตอ่ กนั ไปเปน็ ลำ� ดบั จนมกี ำ� ลงั
มากข้ึนทกุ ที ทวคี ณู
357
เมอื่ ปรากฏผลเปน็ ความสงบสขุ แลว้ คนเรายอ่ มมแี กใ่ จ เพราะทำ� งานเปน็ ผล คอื
ความสงบสขุ แตต่ อ้ งพยายามทำ� อยเู่ รือ่ ยๆ ย่งิ เฒ่าแก่แลว้ เชน่ น้ีกไ็ มท่ ราบว่าจะไปหา
ทำ� งานอะไรกบั โลกเขาใหเ้ หมาะสมกบั ตวั และวยั ของตวั ซง่ึ คอยแตจ่ ะตกคลองอยแู่ ลว้
นอกจากงาน “จติ ภาวนา” ซง่ึ เปน็ งานยอดเยย่ี มและเหมาะสมกบั วยั ทผี่ า่ นโลกมานาน
เทา่ นนั้
งานเลย้ี งลกู เลยี้ งหลานก็เลี้ยงมาเสยี พอแล้วแทบเปน็ แทบตาย เล้ียงลูกแล้วยงั
ไมแ่ ล้ว ยังเลี้ยงหลาน เลีย้ งเหลน อะไรๆ เปน็ “บอ๋ ย” เขาอยตู่ ลอดมา จงึ ควรหันมา
เลย้ี งตนบา้ ง ตนมนั ยงั ไมเ่ ตบิ โต โตแตว่ ยั อายสุ งั ขาร แตภ่ ายในใจมนั เหยี่ วมนั แฟบอยู่
ตลอดเวลา หาความสขุ ทจี่ ะบรรจบุ า้ งไมม่ เี ลยอยา่ งน้ี จะไมร่ อ้ นใจไดอ้ ยา่ งไร มนั ตอ้ ง
รอ้ นคนเรา! เพราะไมม่ ีความร่มเยน็ ดว้ ยธรรมภายในใจเป็นทเ่ี กาะทย่ี ึดอาศยั
เพราะฉะนน้ั จงึ ตอ้ งพยายามเลยี้ งตวั เองดว้ ยศลี ดว้ ยธรรม พยายามอบรมจติ ใจ
ของตนใหม้ ีความสงบ จิตจะพองตวั ข้นึ มา เยน็ สบายโล่งขน้ึ มา การเลีย้ งตัวดว้ ยศีล
ดว้ ยธรรม มจี ติ ภาวนาเปน็ สำ� คญั จงพยายามอบรมรกั ษาตนคอื รกั ษาใจใหด้ ี อยา่ ให้
ตัวแมลงมากัดมาไชมาบ่อนท�ำลายได้
อะไรๆ ก็ไดผ้ า่ นมาแล้ว เร่ืองโลกเรื่องสงสาร เราเคยผ่านมานานขนาดนีแ้ ลว้
พอจะรเู้ รอ่ื งไดด้ ี เพราะเราไดเ้ คยบวกเคยลบมาแลว้ ผา่ นโลกมานาน ทางตากผ็ า่ นมาแลว้
ตง้ั แตว่ นั รเู้ ดยี งสาภาวะ หู จมกู ลนิ้ กาย มนั สมั ผสั สมั พนั ธก์ บั สง่ิ ทงั้ หลายมาตลอดสาย
ผลดผี ลชวั่ มปี ระการใดบา้ ง เราพอทราบจากความสมั ผสั เหลา่ นมี้ าแลว้ ไมน่ า่ สงสยั วา่
สิ่งเหล่าน้นั จะพาเราวเิ ศษวโิ สตอ่ ไปอกี แลว้
เวลาน้ยี งั เหลอื แต่ความรคู้ ือใจเท่านน้ั สิง่ ทีเ่ คยสัมผสั มาเหลา่ นน้ั ก็หายไปหมด
เอาความจริงจังกับส่ิงเหล่าน้ันไม่ได้ แล้วเรายังจะพะวักพะวนกับความคิดปรุงใน
สง่ิ เหล่าน้อี ยอู่ ยา่ งไรอกี ถา้ ไมใ่ ชเ่ ราหลงจนเกนิ ตัวไป เราควรจะบวกลบคณู หารดูตวั
เราดว้ ยดที เ่ี ก่ียวกบั สิง่ ท้ังหลายท่ผี า่ นมาแลว้ และประมวลจิตใจ ประมวลความรู้สึก
ประมวลความตงั้ อกตงั้ ใจเจตนาของเราลงสธู่ รรม บำ� เพญ็ ตนดว้ ยจติ ภาวนา หรอื ดว้ ย
358
อะไรก็ตามท่ีเป็นคุณงามความดี เป็นที่อบอุ่นของใจ เป็นอารมณ์อันร่มเย็นเป็นสุข
ทางใจ และอยดู่ ว้ ยความเปน็ สขุ ใจ เฉพาะอยา่ งยง่ิ คอื จติ ภาวนาเปน็ อารมณส์ ำ� คญั มาก
ต่อจติ ใจ จงท�ำจติ ภาวนาให้มีความสงบเยน็ ใจ
คำ� ว่า “ความสงบ” มหี ลายขั้น
ขนั้ ตน้ แหง่ ความสงบ กพ็ อเรม่ิ ๆ สงบเขา้ ไป เรม่ิ เบากาย เบาใจ ทำ� หลายๆ ครง้ั
หลายๆ หน ก็สงบแน่วแน่ สงบแนบแนน่ ละเอยี ด ละเอยี ดจนรา่ งกายไมม่ ใี นความ
รสู้ ึกเลยกม็ ี นั้นมคี วามสขุ มาก จิตเวิ้งวา้ งอย่างพดู ไมถ่ ูก จะว่าอยู่ในอากาศกไ็ ม่เชงิ
อยกู่ บั อะไรกไ็ มใ่ ช่ แตค่ วามรหู้ ากรตู้ วั อยโู่ ดยเฉพาะ สว่ นรา่ งกายหายไปหมดในความ
รสู้ กึ นนั้ แหละ คอื ความสงบทล่ี ะเอยี ดมาก นน่ั เปน็ ความสขุ ทลี่ มื ไมไ่ ด้ หากไมม่ คี วาม
ก้าวหน้าขึน้ ไปยิง่ กวา่ น้นั จะลมื ความเป็นเชน่ นนั้ ไมไ่ ด้จนกระทั่งวันตาย เพราะเป็น
ความสขุ ทปี่ ระทบั ใจอยา่ งยงิ่ ตงั้ แตว่ นั เกดิ มาไมเ่ คยปรากฏเชน่ น้ี เปน็ ความสขุ ทแี่ ปลก
ประหลาดอัศจรรย์ น้ีแลเป็นเชื้ออันส�ำคัญท่ีจะให้เกิดความอุตส่าห์พยายามต่อสู้กับ
ความวนุ่ วายทั้งหลายเพ่ือเอาความสงบน้ีเขา้ มาเปน็ สมบตั ขิ องใจได้อยา่ งสมหมาย
ทก่ี ลา่ วมานี้ เรยี กวา่ “ใจสงบ” ความสงบนนั้ คอื ไมม่ อี ารมณอ์ ะไรมากวน ภายใน
ใจเองกไ็ มค่ ดิ ไมป่ รงุ วนุ่ วาย ออกไปยงุ่ เหยงิ กบั สง่ิ ภายนอก สง่ิ ภายนอกกม็ อี ยตู่ ามสภาพ
ของเขา เมอ่ื ใจไมไ่ ปเกย่ี วขอ้ งแลว้ กเ็ หมอื นไมม่ สี ง่ิ ตา่ งๆ ทเ่ี คยมอี ยใู่ นโลกมากมาย ทงั้ น้ี
เพราะใจไมไ่ ปเกยี่ วขอ้ งเขาเทา่ นน้ั เกย่ี วขอ้ งมากนอ้ ย เรอ่ื งราวคอื อารมณก์ ม็ ากตามใจ
ท่คี ิดออกไปเกย่ี วข้อง
พอจติ หดตวั เขา้ มาสคู่ วามเปน็ ตวั ของตวั อยโู่ ดยเฉพาะ ไมไ่ ปสำ� คญั มนั่ หมายอยู่
กบั สง่ิ ใดๆ แลว้ สง่ิ เหลา่ นน้ั ถงึ มมี ากนอ้ ยกเ็ หมอื นไมม่ ี เพราะจติ ไมป่ รงุ ไมก่ วนตวั เอง
คอื ใจไมเ่ กดิ ความสำ� คญั มน่ั หมายในสง่ิ ตา่ งๆ ทมี่ อี ยรู่ อบตวั กย็ งิ่ มคี วามสงบแนว่ แน่
เขา้ ไป เหลอื แตค่ วามรลู้ ว้ นๆ นน่ั เปน็ ความสงบทล่ี ะเอยี ดมาก โลกนเ้ี หมอื นมแี ตใ่ จดวงนี้
เทา่ นน้ั นอกนนั้ เหมอื นไมม่ อี ะไรเลย เพยี งเทา่ นกี้ ส็ บายแลว้ เพราะเหน็ หลกั เกณฑอ์ นั
แจม่ แจง้ ชดั เจนด้วยใจตัวเอง
359
หลักเกณฑ์ภายในรา่ งกาย ชวี ติ จิตใจของเราน้ี มอี ะไรเปน็ หลักที่แทจ้ ริง ก็คือ
ดวงใจนเี้ อง ใจกร็ ชู้ ดั เจนแลว้ ทำ� อยา่ งไรถงึ จะใหย้ งิ่ กวา่ น?้ี จนถงึ ทส่ี ดุ ของจติ ของธรรม
ท่ีเปน็ “ยอดธรรมแท้”
ตามธรรมดา แม้แต่เราแสวงหาสมบัติได้เท่าน้ีแล้ว มันต้องอยากได้เท่านั้น
ไดเ้ ทา่ นน้ั แลว้ มนั กอ็ ยากไดเ้ ทา่ โนน้ อกี แตเ่ รอื่ งการแสวงหาสมบตั ภิ ายนอก คอื ทางโลกนี้
ไม่มีทสี่ นิ้ สดุ เพราะหาดว้ ยอำ� นาจแหง่ ความอยาก คือแบบโลกๆ ธรรมดาๆ
แตท่ นี เี้ ราหาดว้ ยธรรม หาแบบธรรม ธรรมมเี ขตมแี ดน มจี ดุ หมายปลายทาง มที ี่
“อม่ิ พอ” เมอื่ จติ กา้ วขน้ึ ไป กา้ วขน้ึ ไป จติ เขยบิ ขนึ้ ไปเรอ่ื ยๆ ไดค้ วามสขุ แคน่ ้ี ตอ้ งการ
แคน่ ัน้ ตามความจริงเขา้ ไป อะไรเปน็ ส่ิงน่าคดิ นา่ ไตรต่ รอง คดิ มนั ไป
เชน่ การพจิ ารณาเรอื่ งธาตุ เรอื่ งขนั ธ์ ซง่ึ อยดู่ ว้ ยกนั มาตง้ั แตว่ นั เกดิ ไมท่ ราบวา่
ธาตขุ นั ธน์ นั้ คอื อะไร เขาวา่ รา่ งกายกว็ า่ ไปกบั เขา เขาวา่ เรากว็ า่ ไปกบั เขา เหมอื นกระตา่ ย
ตื่นตูม ในร่างกายน้ีท้ังหมด เรายังไม่ได้แยกแยะให้เห็นตามความจริงของมันว่ามี
อะไรบา้ งทร่ี วมกนั อยู่ จะตอ้ งแยกแยะเขา้ ไปดู ตง้ั แตผ่ วิ หนงั หรอื เกสา โลมา นขา ทนั ตา
ตโจ ดเู ข้าไปภายใน ดูเขา้ ไป ดเู ขา้ ไป หาตัวหญงิ ตัวชาย ตวั สัตว์ ตัวบคุ คล ตวั เรา
ตวั เขา ตวั อตั ภาพรา่ งกายจรงิ ๆ คอื อะไร คน้ เขา้ ไป นท่ี า่ นวา่ ปญั ญาคน้ เขา้ ไปหาความ
จริง!
ทนี คี้ วามจรงิ ทปี่ รากฏขน้ึ จากการคน้ ควา้ การพจิ ารณาดว้ ยปญั ญานี้ ไมใ่ ชเ่ ปน็ ดงั ท่ี
เราวา่ เปน็ สตั ว์ เปน็ บคุ คล เสยี แลว้ มนั กลายเปน็ ความจรงิ อกี ประเภทหนง่ึ ขนึ้ มา ถา้ วา่
“ธาต”ุ กส็ ักแต่ว่า ธาตุ ถา้ วา่ “รูป” กส็ กั แตว่ ่ารปู ถา้ วา่ “เวทนา” ก็สักแต่ว่าเวทนา
ไปเสีย นคี่ วามจรงิ ท่ีเกดิ ขน้ึ ทางดา้ นปฏบิ ตั ปิ ระจกั ษใ์ จทีเ่ ปน็ ความจรงิ เชน่ นี้ และเปน็
ความจรงิ ทฝ่ี งั จติ ฝงั ใจ เชอ่ื แนอ่ ยา่ งประทบั ใจ อะไรก็ “สกั แตว่ า่ อนั นน้ั ” เทา่ นนั้ ไมเ่ ลย
กวา่ นนั้ จนกลายเปน็ สตั วเ์ ปน็ บคุ คล เปน็ เราเปน็ เขา ดงั ทเ่ี คยสำ� คญั มนั่ หมายมาแตก่ อ่ น
นนั่ เลย แตล่ ะสว่ นของธาตขุ องขนั ธป์ รากฏเปน็ ความจรงิ ขนึ้ มา ดว้ ยสตปิ ญั ญา รปู กเ็ ปน็
ความจรงิ เพราะจติ รจู้ รงิ เวทนากเ็ ปน็ ความจรงิ อนั หนง่ึ เพราะจติ รจู้ รงิ สญั ญา สงั ขาร
360
วญิ ญาณ แตล่ ะอยา่ งละอยา่ งกเ็ ปน็ ความจรงิ แตล่ ะอยา่ ง เพราะจติ เหน็ ความจรงิ อยา่ ง
เต็มตัว อาการแต่ละอย่างท่ีกระเพื่อมออกมาในทางจิตใจ ก็ทราบว่าเป็นความจริง
แต่ละอย่างๆ ไม่หลงไม่ตนื่ เงาตัวเอง
เราอยธู่ รรมดา เรายงั รวู้ า่ นน้ั เปน็ เงา นเี้ ปน็ ตวั ของเรา แตเ่ งาของจติ นนั้ เราไมท่ ราบ
เราถอื วา่ เปน็ ตวั เสยี ทง้ั นนั้ จงึ ตอ้ งวนุ่ วาย อะไรทเ่ี ปน็ อาการของจติ ทแ่ี สดงออก เรากถ็ อื
วา่ เปน็ เราเสยี ทง้ั หมด คอื เงาเปน็ ตน เงาหลอกวา่ ดี กว็ า่ เราดี เงาหลอกวา่ ชวั่ กว็ า่ เราชว่ั
ท้งั ๆ ทีไ่ ม่เป็นความจรงิ กเ็ ชื่อไปตามเงา เกิดความเดือดรอ้ นวนุ่ วายไปหมด เพราะ
ความคิดปรุงหลอกหลอนตน
เพราะฉะนนั้ การพจิ ารณาทางดา้ นปญั ญาจงึ ตอ้ งคน้ ใหถ้ งึ ความจรงิ ทา่ นจงึ เรยี กวา่
“ปัญญา” ความฉลาดแหลมคมถงึ ความจริงทุกสดั ทกุ ส่วน แลว้ มันกแ็ ยกตวั กนั เอง
อนั ไหนเปน็ อะไรกไ็ มฝ่ า่ ฝนื ความจรงิ ไมป่ นี เกลยี วกบั ความจรงิ ตา่ งอนั ตา่ งจรงิ ตา่ งอนั
ตา่ งอยู่ แนะ่ ! จติ ใจกไ็ มย่ งุ่ เหยงิ วนุ่ วาย ไมห่ าเรอื่ งกอ่ กวนตนเอง นจ่ี ะเรยี กวา่ อะไรละ่
เมอ่ื ถอดออกหมด ถอดออกหมด มนั กร็ ู้ ทท่ี า่ นเรยี กวา่ “ร”ู้ รอู้ ยา่ งนเ้ี อง รเู้ รอื่ งของตวั เอง
จติ ก็หลดุ พน้ เป็นอิสระเตม็ ภูมิ
ทนี เ้ี วลาจติ รเู้ สยี ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง ปลอ่ ยเสยี ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งแลว้ จติ จะมคี วามอยาก
ใหย้ งิ่ ขึน้ ไปกว่านัน้ กไ็ ม่มี ความอยากน้นั เกิดขึน้ เพราะความไมพ่ อ ความไมส่ มบูรณ์
ความบกพรอ่ งจงึ ทำ� ใหเ้ กดิ ความอยากขนึ้ มา ทนี จี้ ติ มคี วามรเู้ ตม็ ตวั เตม็ ภมู ิ ไมม่ คี วาม
บกพร่องแล้ว ก็ไม่อยาก คือไม่อยากรู้อะไรอีกให้ยิ่งกว่านี้ เท่าท่ีเป็นอยู่นี้เป็นท่ี
เหมาะสมแลว้ ไมอ่ ยากสขุ อะไรใหย้ ง่ิ กวา่ นี้ ยง่ิ กวา่ นไ้ี ป ไมใ่ ชฐ่ านะของจติ ทก่ี า้ วเขา้ ถงึ
ความพอดแี ลว้ นท่ี า่ นเรยี กวา่ “มชั ฌมิ า ในหลกั ธรรมชาติ ทเ่ี ปน็ สว่ นผล” ซง่ึ สบื เนอื่ ง
มาจาก “มชั ฌมิ า คอื ขอ้ ปฏบิ ตั ”ิ ดำ� เนนิ เขา้ ไปดว้ ย “มชั ฌมิ า อนั เปน็ ศนู ยก์ ลาง” พอเขา้ ถงึ
“มชั ฌมิ าในหลกั ธรรมชาต”ิ อนั เปน็ สว่ นผลแลว้ กเ็ ปน็ อนั วา่ “พอตวั ” คอื ไมย่ งิ่ ไมห่ ยอ่ น
กวา่ นนั้ “เสมอ” จะเรยี กวา่ “เสมอ” กไ็ มถ่ นดั ใจ เรยี กวา่ “พอ” แลว้ เหมาะ เพราะอมิ่
เต็มทแ่ี ล้ว ย่งิ กวา่ นไี้ ปไมไ่ ด้ “พอ” น่นั แหละเหมาะ
361
ปฏิบัตดิ ้วยธรรม รู้ดว้ ยธรรม ไมใ่ ช่เป็นไปด้วยกิเลส ย่อมถึง “เมอื งพอ” ได้
ไมเ่ หมอื นกบั โลก ดงั พระพทุ ธเจา้ และพระสาวกทงั้ หลาย ทา่ นถงึ “เมอื งพอ” ทา่ นพอแลว้
พอดบิ พอดีอยตู่ ลอดกาล วา่ “นพิ พานเที่ยง” จะหมายถงึ อะไร ถ้าไม่หมายถึง “จติ ที่
พอตัวแลว้ เท่ยี งธรรม ไม่เอนเอียงกบั สง่ิ ใดๆ ทง้ั หมด”
ธรรมชาตทิ ี่กล่าวถึงเวลานไี้ ด้แก่ “ความรู้” ต้ังแตข่ ้นั เรม่ิ แรก ขั้นมูลฐาน จนถึง
ขนั้ บรสิ ทุ ธพ์ิ ทุ โธ จะหมายถงึ อะไร ถา้ ไมใ่ ช่ “ผรู้ ”ู้ ซง่ึ ไดย้ นิ อยเู่ วลานี้ ทท่ี ราบอยเู่ วลานี้
ผ้นู แี้ หละผทู้ ีเ่ ป็นสาระแกน่ สารท่สี ุดในรา่ งกายของเรา ไมม่ ีอะไรเหนอื ไปกวา่ ผ้นู ี้
แต่เวลานี้ ผู้น้ียังไม่สามารถต้ังตัวได้เต็มอรรถเต็มธรรมหรือเต็มภูมิของตัว
จึงต้องอาศัยสิ่งน้ันสิ่งนี้ หรือเกาะสิ่งนั้นเกาะสิ่งนี้พอพยุงตัว แต่มักถูกสิ่งทั้งหลาย
ภายนอกทเ่ี ปน็ ภยั ตอ่ จติ ใจผลกั หกลม้ ลงไปกม็ เี ยอะ เพราะจติ ยงั ไมฉ่ ลาด จงึ ผดิ พลาด
ไปกับอารมณ์นน้ั ๆ ได้
ตอ้ งพยงุ ดว้ ยอรรถดว้ ยธรรมจนเปน็ ตวั ของตวั ได้ แลว้ เปน็ ตวั ของตวั อยา่ งเตม็ ภมู ิ
คำ� วา่ “เปน็ ตวั ของตวั อยา่ งเตม็ ภมู ”ิ นี้ เรากใ็ หช้ อ่ื เอาเฉยๆ ไมใ่ ชเ่ ปน็ “ตวั ของตวั ” ดว้ ย
ความสำ� คญั มน่ั หมาย แตเ่ ปน็ ธรรมชาตแิ ท้ เรากใ็ หช้ อื่ อยา่ งนนั้ เอง เพราะโลกมสี มมตุ ิ
ก็ใหช้ อ่ื ไปตามสมมตุ ิ เช่น ให้ชื่อว่า “นิพพาน” อยา่ งนี้
บรรดาทา่ นผถู้ งึ “นพิ พาน” แลว้ ทา่ นไมไ่ ดส้ งสยั ใหช้ อื่ ใหน้ ามหรอื ไมใ่ ห้ ทา่ นก็
ไมม่ ปี ญั หา แตโ่ ลกมสี มมตุ ิ กต็ อ้ งใหช้ อื่ สมมตุ ไิ ปตามโลก เชน่ ปดิ ปา้ ยไวท้ หี่ นา้ วดั วา่
“วดั ปา่ บา้ นตาด” เพอ่ื ใหค้ นทย่ี งั ไมท่ ราบไดอ้ า่ นรวู้ า่ “ออ้ นว่ี ดั ปา่ บา้ นตาด” สำ� หรบั พระ
เณรหรอื ประชาชนอยใู่ นวดั นแี้ ลว้ กไ็ มม่ ปี ญั หาอะไรจะตอ้ งไปอา่ นชอื่ “วดั ปา่ บา้ นตาด”
เพราะร้อู ยูแ่ ลว้ ผู้ทรี่ นู้ ิพพานกเ็ ป็นอย่างนน้ั เหมือนกนั
ระยะนแี้ หละ ระยะทเ่ี ราวา่ ง เปน็ โอกาสดที สี่ ดุ สำ� หรบั การบำ� เพญ็ ตน เหมาะทสี่ ดุ
ในเวลาท่เี ป็นอยู่ สะดวกกายสบายใจ อะไรๆ เรากไ็ ด้ผ่านมาแลว้ เวลาน้ีเปน็ เวลา
เหมาะสม ตายแลว้ กห็ มดคา่ ไมเ่ กดิ ประโยชนอ์ ะไร เราเปน็ อยอู่ ยา่ งน้ี เราทำ� ไดท้ กุ อยา่ ง
ทำ� เสยี เวลาน้ี รา่ งกายกำ� ลงั เปน็ เครอ่ื งมอื ไดด้ ี จติ ใจกท็ ำ� หนา้ ทไ่ี ดด้ ดี ว้ ย ถา้ รา่ งกายทเี่ ปน็
362
เคร่ืองมือน้ีสลายไปแล้วกต็ อ้ งยุติ หรือเราจะสามารถพากันไปท�ำงานในเวลาตายแล้ว
ไดย้ งั งน้ั หรอื ? สำ� หรบั โลกมนษุ ยน์ ้ี ไมม่ คี นตายสตั วต์ ายแลว้ ทำ� งานใดๆ ได้ ถา้ อยา่ งนนั้
พระพทุ ธเจา้ กต็ อ้ งสอนคนตายซิ ไมต่ อ้ งประกาศสอนธรรมแกโ่ ลกทยี่ งั มชี วี ติ อยู่ แตท่ า่ น
สอน “คนเปน็ ” นี่ เหน็ วา่ เปน็ ผทู้ เี่ หมาะสมทสี่ ดุ ตอ่ หนา้ ทกี่ ารงานทช่ี อบธรรมทงั้ หลาย
ท่านจึงสอนใหเ้ หมาะสมทีส่ ุดกบั คนท่ีสมควรแก่การงาน คนตายแล้วทา่ นไมส่ อน!
คดิ ดู เวลาทา่ นตรสั รแู้ ลว้ นนั่ นะ่ ทรงพจิ ารณาดว้ ยพระญาณกท็ รงทราบวา่ ดาบส
ทง้ั สองนนั้ สนิ้ ไปเสยี เมอ่ื วาน เมอื่ ทรงพจิ ารณาทราบแลว้ กท็ รงรำ� พงึ วา่ “โอ นา่ เสยี ดาย”
นนั่ ! ท่านเลิกสนพระทยั ท่ีจะไปส่งั สอนเพราะสดุ วสิ ยั แลว้ ถ้าศาสนาเพ่ือสอนคนตาย
จรงิ ๆ กต็ อ้ งวา่ “โอ้ เหมาะสมแลว้ นี่ ดาบสทง้ั สองตายไปเมอ่ื วานนี้ เราสง่ ผตู้ ายนใ้ี หถ้ งึ
นพิ พานเสยี เลย สะดวกมาก” แตน่ ท่ี า่ นไมไ่ ป และเสดจ็ ไปหา “ปญั จวคั คยี ท์ งั้ ๕” ผอู้ ยู่
ในวิสยั ที่จะไดจ้ ะถึงธรรมทง้ั หลาย
เมอื่ เสดจ็ ไปถงึ พอทรงแสดง “เทวฺ เม ภกิ ขฺ เว อนตฺ า ปพพฺ ชเิ ตน น เสวติ พพฺ า ฯลฯ”
เทา่ นน้ั ปญั จวคั คยี ท์ ง้ั หลายกไ็ ดบ้ รรลธุ รรมตามขนึ้ มา มพี ระอญั ญาโกญฑญั ญะ เปน็ ตน้
เปลง่ อุทานออกมาในขณะน้ันว่า “ยงกฺ ิญฺจิ สมทุ ยธมมฺ ํ สพพฺ นตฺ ํ นโิ รธธมมฺ ํ” นเ้ี ป็น
อทุ านทอี่ อกมาจากความรจู้ รงิ ในขน้ั เรม่ิ แรกแหง่ ธรรมทพี่ ระอญั ญาโกณฑญั ญะไดร้ วู้ า่
“สงิ่ ทง้ั หลายมคี วามเกดิ ขนึ้ แลว้ ดบั ไปเปน็ ของตายตวั มคี วามเกดิ และมคี วามดบั ไปเปน็
ของตายตวั คอื คกู่ นั อยา่ งนี้ แยกกนั ไมอ่ อก” นจ่ี ติ หยงั่ ถงึ ความสขุ จากนน้ั กท็ รงแสดง
“อนตั ตลักขณสตู ร” เปน็ ล�ำดับไป
อนตั ตลกั ขณสตู ร ทา่ นแสดงวา่ อะไรบา้ ง ก็ “รปู งั อนจิ จงั เวทนา อนจิ จา สญั ญา
อนจิ จา สงั ขารา อนจิ จา วญิ ญาณงั อนจิ จงั รปู งั อนตั ตา” แนะ่ ! ทงั้ อดตี อนาคต ปจั จบุ นั
อยใู่ นไตรลกั ษณน์ ที้ งั้ หมด รวมลงอยใู่ นนี้ “อนตั ตา” แสดงวา่ ไมใ่ ชต่ น แสดงอยา่ งน้ี
ล้างจติ ใจให้สะอาดหมดจด ได้บรรลธุ รรมท้ังห้าองค์ด้วยอรหตั ผลท้งั ส้ิน
นีท่ ่านสอนคนเป็น ไม่ได้สอนคนตาย! ท่ีเราอย่ใู นวสิ ัยเวลาน้ี เราไมใ่ ช่คนตาย
เปน็ ผเู้ หมาะสมอยา่ งยงิ่ แลว้ กบั ธรรมและการปฏบิ ตั ธิ รรม ถา้ ตายแลว้ กส็ ดุ วสิ ยั เวลานี้
363
ยงั ไมส่ ดุ วสิ ยั ใหพ้ ยายามทำ� เสยี ตง้ั แตบ่ ดั นี้ ชว่ ยตวั เองเสยี แตบ่ ดั น้ี เราจะไมเ่ สยี ทา่ เสยี ที
เรานเ้ี ปน็ ผจู้ ะเสยี ทา่ ไดท้ า่ แลว้ แตจ่ ะพลกิ แพลงใจไปในทางใดเพอื่ ตวั เอง ความฉลาด
อย่กู บั เรา ความโงอ่ ยูก่ บั เรา เราต้องรู้จักคิดหาความฉลาด
ธรรมค�ำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าออกมาจากความฉลาด ไม่ได้สอนให้คนโง่
จงรีบขวนขวายด้วยความเฉลียวฉลาดของตนเสียในเวลาอันสมควรนี้ จะไม่เสียท่า
เสยี ที เราจะมคี วามสขุ กายสบายใจทั้งในปัจจบุ ันและอนาคต สมบตั ิอันเป็นทีพ่ ึงใจ
จะเปน็ ของเรา ด้วยการทำ� ความดีเป็นเหตใุ หไ้ ดส้ ่ิงทพี่ งึ พอใจสมมักสมหมาย
จึงขอยุตกิ ารแสดง
364
เรยี นกรรมฐานเพ่อื อะไร
ถา้ จะเทยี บจติ ของพระพทุ ธเจา้ พระอรหนั ตท์ า่ น กบั จติ ของพวกเรา จติ ของพวกเรา
นมี้ นั เหมือนยงุ ตกี ัน เหมอื นยงุ ชกกนั ยุ่งกนั อยอู่ ยา่ งนั้น ไมม่ เี วลาสงบ ยงุ่ อย่ตู ลอด
เวลา
จติ ของทา่ นผบู้ รสิ ทุ ธเ์ิ หมอื นนำ้� นงิ่ ทใ่ี สสะอาดเตม็ ทแี่ ลว้ นงิ่ แตจ่ ติ ทบี่ รสิ ทุ ธไ์ิ มไ่ ด้
เหมอื นนำ�้ เพราะจติ ไมใ่ ชว่ ตั ถุ แตก่ อ่ นกเ็ ปน็ จติ “สภายงุ ” ตกี นั ชกกนั เหมอื นจติ เราทกุ คน
จติ ทเี่ ปน็ สภายงุ ชกกนั ตอ่ ยกนั อยตู่ ลอดวนั จะมกี รรมการทไ่ี หนมาตดั สนิ มาแยกออก
พนั กนั กบั อารมณต์ า่ งๆ อยตู่ ลอดเวลา นกั มวยขนึ้ ชกกนั บนเวที เขายงั มกี รรมการแยก
กรรมการตดั สิน แต่สภาจิต สภายุงนิ้ี ไม่มีใครแยกใคร ตอ้ งตา่ งคนต่างสกู้ นั อยู่บน
เวที
สภายงุ หรอื สภายุ่งไม่หยุดบนหัวใจ ไม่มเี วลาใหน้ �ำ้ พักแรงบา้ งเลย แม้ล้มลุก
คลกุ คลานเพราะถกู ตอ่ ย กย็ อมทนทกุ ขอ์ ยบู่ นเวทนี นั่ แหละ ไมท่ ราบใครจะแยกใคร
หากจะมผี ไู้ ปแยกพอให้ได้หายใจบา้ ง กไ็ มอ่ ยากให้แยก ทำ� ไมจงึ ไม่อยากให้แยก?
กธ็ รรมดาจติ ทก่ี ำ� ลงั ตกอยใู่ นสภาพ “สภามวยยงุ ” นี้ มนั ชลุ มนุ วนุ่ วายดว้ ยความโลภ
ความโกรธ ความลุม่ หลงมาก ไมเ่ ห็นอะไรดีกวา่ สงิ่ เหล่านี้ มสี ่งิ เหลา่ นเ้ี ตม็ หัวใจแลว้
ราวกบั จะเหาะเหินเดนิ ฟ้าได้ เพลินกบั มันจนไมร่ ู้จกั เปน็ จกั ตาย เหมือนไม่มีป่าชา้ กบั
โลกเขาโนน่ นะ่ มวั วา่ แตจ่ ะมงั่ มดี เี ดน่ อยตู่ ลอดเวลา ครอู าจารยส์ ง่ั สอนไมอ่ ยากฟงั อรรถ
365
ธรรมไมอ่ ยากอา่ น อา่ นแตค่ วามโลภ โกรธ หลง วนั ยงั คำ่� เกดิ เปน็ วนั เวลา เตรยี มหา
แตค่ วามรน่ื เรงิ ดว้ ยขา่ วนน้ั ขา่ วน้ี ดว้ ยบทเพลงตา่ งๆ หลบั และตนื่ ในใจหมกมนุ่ อยกู่ บั
สง่ิ เหลา่ น้ี ความทกุ ขน์ นั้ ยอมรบั วา่ ทกุ ข์ แตไ่ มย่ อมหาทางออกดว้ ยอบุ ายทช่ี อบ ใจจงึ
เหมอื นสภามวย ไมอ่ ยากใหใ้ ครแยกออกจากสง่ิ เหลา่ น้ี ปลอ่ ยใหต้ ะลมุ บอนกนั ไปแบบ
ไม่มีจุดหมายปลายทาง เปน็ อยอู่ ยา่ งนั้นทงั้ วนั ทง้ั คืน หลบั ต่ืนลมื ตาเต็มไปดว้ ยความ
อยากความหวิ โหย ดว้ ยอำ� นาจแหง่ ความโลภ ความโกรธ ความลมุ่ หลงงมงาย ราวกบั
จะตายกบั โลกเขาไม่เป็นดว้ ยอ�ำนาจแห่งความโลภ
ความทกุ ขท์ ไี่ ดร้ บั เพราะสงิ่ เหลา่ นท้ี ำ� พษิ จนหาทเี่ กบ็ ไมไ่ ด้ ทกุ ขถ์ งึ ขนาดนำ�้ ตารว่ ง
ไปดว้ ยในบางครง้ั กย็ งั พนั กนั อยไู่ มย่ อมหยดุ ไมย่ อมใหใ้ ครแยก คอื ไมย่ อมหวนระลกึ
เทยี บอรรถเทยี บธรรมเครอ่ื งนำ� ออกจากทกุ ข์ ไมย่ อมเทยี บเหตเุ ทยี บผล ความผดิ ถกู
ดีช่ัว สุขทุกข์ อย่างไรบ้างเลย ใจไม่ยอมคิดอ่านและเชื่อฟังสารคุณบุญบาปจาก
ใครบา้ งเลย นอกจากชลุ มนุ วนุ่ วายอยกู่ บั เรอ่ื งของตวั เอง ไมช่ อบใหใ้ ครไปยงุ่ ไมช่ อบให้
ใครไปชว่ ยแยกชว่ ยเตือน
ผสู้ ามารถแยกความทกุ ขข์ องสตั วอ์ อกไดด้ ว้ ยอบุ ายทฉี่ ลาดแหลม กค็ อื พระพทุ ธเจา้
พระอรหนั ต์ รองลงมาก็ได้แก่ครูอาจารยท์ ่ีท่านเชี่ยวชาญทางด้านธรรมปฏบิ ตั ิ
แตใ่ จไมใ่ ครช่ อบ ธรรมดาจติ ในสภามวยยงุ น้ี มนั ไมค่ อ่ ยชอบดว้ ยเหตดุ ว้ ยผล
ท่เี ป็นอรรถเปน็ ธรรม จงึ หาความสุขไมเ่ จอ เมือ่ ยังยงุ่ อย่ตู ราบใด ความสุขก็ไมม่ ที าง
เกดิ ข้นึ ไดต้ ราบน้ัน กีป่ ี กเี่ ดือน ใจก็เปน็ ดังสภาพทีเ่ คยเป็น ยงุ่ กนั อยู่ตลอดเวลา
อารมณ์ใดเกดิ ข้นึ กค็ ล้อยตามมนั เชอ่ื มนั เสียทกุ อยา่ ง เพราะไมม่ เี หตุผลเปน็ เคร่อื ง
ทดสอบกนั พอจะแยกแยะใหร้ ผู้ ดิ ร้ถู กู พอมที างฝนื กนั บา้ ง
ถ้าพูดถึงใจที่รักใคร่ในอรรถในธรรมอยู่แล้ว ก็มีทางฝืนได้ ดังเราท้ังหลาย
ประพฤตปิ ฏบิ ตั กิ นั อยเู่ วลาน้ี ตามธรรมดาการปฏบิ ตั ิ การฝกึ หดั ดดั แปลงตวั เอง กค็ อื
การฝกึ ทรมานจติ ใจ การกดขบ่ี งั คบั จติ เพอ่ื ไมใ่ หพ้ ลกิ แพลงไปในสง่ิ ทผี่ ดิ อารมณท์ ผี่ ดิ
กต็ อ้ งเปน็ การฝนื และเปน็ ความลำ� บาก ทเี่ รยี กวา่ ทำ� งานดว้ ยความทกุ ขล์ ำ� บาก แตก่ ฝ็ นื
366
ท�ำไป เพราะเล็งเห็นคุณค่าของงาน ผู้อบรมธรรมย่อมเป็นผู้หนักแน่นทางเหตุผล
เหตุผลว่าอย่างไรกพ็ ยายามท�ำตามนนั้ แมจ้ ะยากลำ� บากกท็ น เพราะเชอ่ื เหตุเชอ่ื ผล
ไดแ้ ก่เชือ่ ธรรม
ผไู้ มเ่ ชอื่ ธรรม กค็ อื ผไู้ มเ่ ชอื่ เหตเุ ชอื่ ผล ทำ� ตามความชอบใจของตน และกค็ วาม
ชอบใจเหลา่ นนั้ แหละ มนั พาลงเหวลงบอ่ ใหจ้ มดงิ่ ลงไปเรอ่ื ยๆ จนหาทางฟน้ื ตวั ไมไ่ ด้
แต่กไ็ ม่ยอมเหน็ โทษ จึงเปน็ ความล�ำบากทจี่ ะเจอความสุขความสบาย มนุษย์ทีไ่ มม่ ี
ขอบเขตเหตุผลมีมากเพียงไร ก็เท่ากับช่วยกันก่อให้เกิดความยุ่งเหยิงวุ่นวายมาก
เพยี งนัน้
ถา้ ตามกำ� เนดิ และฐานะมนษุ ยเ์ ราดอี ยมู่ าก เพราะมนษุ ยเ์ ราฉลาด ฉลาดหลายแง่
หลายมมุ ทสี่ ตั วไ์ ม่เคยมี ถา้ ฉลาดตามมนษุ ยธรรม มนุษยส์ ามารถท�ำประโยชน์ให้แก่
มนษุ ยแ์ ละสตั วไ์ ดม้ าก ไมม่ สี ตั วจ์ ำ� พวกใดเปน็ คแู่ ขง่ ได้ แตน่ ไี่ มเ่ ปน็ เชน่ นน้ั กลบั ตรงขา้ ม
มนษุ ยม์ มี ากเทา่ ไร มกั ยกตนเปน็ หนง่ึ เสมอ เขา้ ขา้ งตวั เหน็ แกต่ วั โดยอาศยั ความฉลาด
เขา้ สนบั สนนุ รสู้ กึ ไมม่ ใี ครเกนิ มนษุ ยท์ ไี่ รเ้ หตผุ ลไปได้ เมอื่ การเขา้ ขา้ งตวั มมี าก กเ็ หน็
คณุ คา่ ของคนอน่ื มนี อ้ ย นอกจากจะเหน็ คณุ คา่ ของตวั เดน่ ๆ เทา่ นน้ั ทง้ั ๆ ทต่ี อ้ งอาศยั
เพอ่ื นมนุษยด์ ว้ ยกัน แต่คุณค่าทั้งหลายก็มาเข้าตัวเสียเองนนั่ น่ะ มนษุ ย์อบุ าทวข์ าด
คณุ ธรรมในใจ น่าคบน่าตายใจด้วยไหม?
มนษุ ยท์ เี่ กดิ ความเดอื ดรอ้ นอยทู่ กุ วนั เวลา หรอื แตไ่ หนแตไ่ รมา กเ็ พราะเหตนุ เ้ี ปน็
สว่ นใหญท่ พี่ าใหเ้ ปน็ รวมแลว้ กเ็ รอ่ื งของกเิ ลส สง่ิ สกปรกเปน็ แนวหนา้ พาใหท้ ำ� ไมใ่ ช่
เรอื่ งอ่นื ใด
ฉะน้ัน ผปู้ ฏิบตั ธิ รรมจ�ำต้องแยกระหวา่ งธรรมกบั กิเลส ออกเทยี บเคียงคณุ คา่
สารคณุ เพอื่ ถอื เอาประโยชนแ์ ละชำ� ระโทษตามความจรงิ จะเปน็ อยา่ งไรกต็ อ้ งแยกละ
ถา้ อยากเปน็ มนษุ ยผ์ ดู้ ีมีความสขุ ความสมหวงั
สมมตุ วิ า่ “จติ ” เปน็ สภายงุ เรากพ็ ยายามแยกแยะจติ ของเรา เฉพาะอยา่ งยง่ิ ระหวา่ ง
ขนั ธ์ กบั จิต ที่เกิดความทกุ ขค์ วามล�ำบากในที่ใด จดุ ใด แต่กอ่ นทีไ่ ม่เคยพจิ ารณา
367
ขณะเปน็ ทกุ ขไ์ มส่ บายกาย แตใ่ จมกั เกดิ ความเดอื ดรอ้ นขน้ึ ภายในเสมอ ทงั้ ทใี่ จไมไ่ ด้
เปน็ ไขเ้ ลย ทใี่ จเปน็ ทกุ ขด์ ว้ ยนนั้ กเ็ พราะปกตไิ มอ่ ยากใหเ้ กดิ ไมอ่ ยากใหม้ ี ไมอ่ ยาก
ใหเ้ ปน็ แมเ้ ปน็ ขนึ้ กอ็ ยากใหห้ าย ความอยากทงั้ นม้ี นั เปน็ เรอ่ื งของ “ตณั หา” คอื ความ
บกพรอ่ งตอ้ งการ ทำ� ใหใ้ จหวิ โหย ทำ� ความอยากความปรารถนาอยตู่ ลอดเวลา ถา้ อยาก
ในทางผดิ มากเพยี งไร กย็ ง่ิ เปน็ การเพม่ิ ความทกุ ขม์ ากขน้ึ และผลทเี่ กดิ ขน้ึ จากความ
หิวโหยกค็ อื ความทุกขน์ ่ันเอง
ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมจงึ ไมค่ วรปรารถนาอยา่ งนน้ั โดยปราศจากเหตผุ ล จะแกไ้ ขอยา่ งไร?
ด้วยหยูกดว้ ยยาหรอื ดว้ ยอรรถดว้ ยธรรม? กพ็ จิ ารณาไปตามเหตุตามผลนน้ั ควรจะ
ฉดี ยากฉ็ ดี ควรจะรับประทานยาก็รบั ประทาน ควรอย่างไรกท็ �ำไปตามเหตุผลท่ีควร
ระวงั ทางภายใน คอื ใจ อยา่ ใหไ้ ปยงุ่ ใหเ้ กนิ เหตุ จนเปน็ โรคตณั หา สมทุ ยั ขนึ้ มาภายในใจ
ซึง่ เป็นเรือ่ งทหี่ นักมาก และท�ำใหเ้ กิดความทกุ ข์มากยงิ่ กว่าโรคทางกายเสียอกี
เพราะ ทกุ ขท์ างกายเปน็ ทกุ ขใ์ นขนั ธธ์ รรมดา ใครๆ กเ็ ปน็ ได้ สว่ นทกุ ขท์ างใจน้ี
เกดิ เพราะอำ� นาจของกเิ ลส ซง่ึ เปน็ เรอื่ งใหญผ่ ดิ ธรรมดา ทกุ ขท์ างรา่ งกายเปน็ เพราะความ
แปรปรวน ความผดิ ปกตขิ องธาตุ จงึ เกดิ ขน้ึ เปน็ ธรรมดา แตท่ กุ ขท์ างใจน้ี รอ้ ยทงั้ รอ้ ย
เกดิ ขน้ึ เพราะอำ� นาจของกเิ ลส ตณั หา ความหวิ โหยทงั้ นนั้ ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมจงึ ตอ้ งใชเ้ หตผุ ล
ทกุ ขปรเิ วทนาเปน็ ขน้ึ ทไี่ หน กพ็ จิ ารณาแกไ้ ขไปตามเรอื่ ง และใหท้ ราบเสมอวา่ นน้ั เปน็
อันหนึง่ ซึ่งเปน็ สมบัตกิ ลางที่เราไดอ้ าศัย แต่ไม่ถอื วา่ นนั้ เป็นเรา เป็นของเรา เปน็ ต้น
นค่ี อื วธิ กี ารแยกแยะระหวา่ งขนั ธก์ บั จติ จะเปน็ ขนึ้ มากนอ้ ยกป็ ฏบิ ตั ไิ ปตามเรอ่ื ง
แก้ไขกันไปตามความสามารถท่ีจะเป็นไปได้ และพยายามรกั ษาจติ ใจ อยา่ ให้กำ� เริบ
ไปยดึ ไปถอื ไปวนุ่ วายกบั เขา จะเปน็ ทกุ ขส์ องชน้ั คอื ทกุ ขท์ างกายเปน็ เหตุ เมอื่ เพมิ่ ทกุ ข์
เป็น ๒ ทุกข์ ก็ยิ่งเป็นทุกข์หนัก
ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมจงึ ใครค่ รวญดว้ ยสตปิ ญั ญา อยา่ หละหลวมลมื ตวั ไมเ่ หมอื นผไู้ ม่
ปฏบิ ตั ธิ รรมทว่ั ๆ ไปเลย เวลาเกดิ ทกุ ขก์ ต็ า่ งกนั ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมพอมที างหลบหลกี มที าง
แยกแยะ มีทางผ่อนคลายดว้ ยอุบาย ถึงจะเปน็ มากกพ็ อแบ่งเบาตวั ได้ ไมไ่ ดย้ กแบก
368
หามกนั ทงั้ หมด ไมไ่ ดแ้ บกกนั ทง้ั ความทกุ ขก์ ายและความทกุ ขใ์ จ ระหวา่ งผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรม
กบั ผู้ไมเ่ คยปฏบิ ตั ิธรรม เวลาเจ็บไขไ้ ดป้ ว่ ยจึงผดิ กันอย่มู าก
การสอนธรรมนนั้ คดิ วา่ สอนโดยถกู ตอ้ งตามทเี่ คยปฏบิ ตั มิ าและเขา้ ใจมาบา้ งแลว้
ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมพงึ ปฏบิ ตั ใิ หถ้ กู ตอ้ งตามหลกั ธรรม การปฏบิ ตั กิ ป็ ฏบิ ตั เิ รอื่ งธาตุ เรอ่ื งขนั ธ์
ทมี่ นั สมั พนั ธเ์ กย่ี วเนอื่ งกบั ใจเราตลอดเวลานแ่ี หละ จะปฏบิ ตั ทิ ไ่ี หน ปฏบิ ตั อิ ยา่ งนถ้ี กู
เรอื่ งอื่นๆ ก็ถกู
เรอ่ื งภายนอกเกย่ี วโยงกบั ใครๆ สง่ิ แวดลอ้ มใดๆ นน้ั มนั หา่ งจากตวั เราอยมู่ าก
ไมเ่ หมอื นขนั ธก์ บั จติ ทตี่ ดิ แนบอยกู่ บั เรา เมอื่ ถอื วา่ สงิ่ เหลา่ นเี้ ปน็ เรา มนั ตดิ อยา่ งสนทิ
แยกกนั ไมอ่ อก ทแ่ี ยกไมอ่ อกกเ็ พราะไมแ่ ยก และไมพ่ ยายามจะแยก เพราะไมเ่ ขา้ ใจแยก
พยายามพจิ ารณาใหร้ ู้ เมอ่ื พอเขา้ ใจบา้ งแลว้ กพ็ ยายามแยก พยายามพจิ ารณาใหร้ ตู้ าม
ความจรงิ ของมนั ตามสดั ตามส่วนทมี่ นั เปน็ ขนึ้ มากน้อย
เวลาปกตไิ มเ่ จบ็ ปว่ ยกท็ ราบวา่ ธาตขุ นั ธเ์ ปน็ ปกติ เวลาแสดงความแปรปรวนขนึ้ มา
ในลกั ษณะตา่ งๆ กท็ ราบวา่ ธาตขุ นั ธแ์ ปรปรวน แตใ่ จอยา่ ใหแ้ ปรปรวนไปตาม เพราะ
ใจไมม่ ีโรคชนิดน้ัน อยา่ หาเร่อื งโรค คอื อารมณ์ทเ่ี ก่ยี วกบั ร่างกายแปรปรวนน้นั เข้า
มาแทรกสิงใจหรือเสียดแทงใจให้เกิดเป็นทุกข์ข้ึนมาเป็นโรคภายในใจอีกต่อหนึ่ง
ซง่ึ สำ� คญั และหนกั มากกวา่ โรคทางกาย นค่ี อื วธิ กี ารเรยี นเรอ่ื งของตวั ปฏบิ ตั ติ อ่ ตวั เอง
ปฏบิ ตั อิ ยา่ งนถ้ี กู ตอ้ งตามหลกั ธรรม จะไมเ่ ดอื ดรอ้ นวนุ่ วาย มคี วามสงบสขุ อยภู่ ายใน
แมโ้ รคจะเกิดขนึ้ ในกายมากนอ้ ย ใจก็ไมเ่ ปน็ ทกุ ขไ์ ปดว้ ย เพราะเรื่องความตายนน้ั
มอบให้ธาตุขันธ์ไปเสีย เรื่องความเป็นอยู่ของขันธ์ก็มอบให้เป็นอยู่ธรรมดาของเขา
ไมข่ ดั ขนื ปนี เกลยี วคตธิ รรมดา จะฝนื ธรรม แมข้ นั ธเ์ ปน็ อยู่ กเ็ ปน็ อยเู่ พอ่ื จะไป เพราะมี
ความแปรสภาพตามหลกั ธรรมชาตขิ องเขาอยตู่ ลอดเวลานาที ไมม่ พี กั กลางวนั กลางคนื
ยนื เดนิ นง่ั นอน แปรอยอู่ ยา่ งนนั้ เมอ่ื แปรไปมากกแ็ สดงอาการวกิ ลขน้ึ มาใหเ้ ราทราบ
ทกุ ระยะ เชน่ เจบ็ ทอ้ ง ปวดศรี ษะ จบั ไข้ ไดพ้ ยาธติ า่ งๆ การกำ� หนดรขู้ นั ธแ์ ละอาการ
ของขันธท์ ี่แสดงออกหรอื ไม่แสดงออก เรยี กวา่ “เรยี นกรรมฐาน”
369
“กรรม” แปลวา่ การกระท�ำ “ฐาน” คอื ท่ตี ั้งแหง่ งาน คือ ทำ� งานภายในกายใน
ใจนี้
งานนเ้ี ปน็ งานใหญโ่ ตมาก การรอื้ ภพ รอื้ ชาติ รอื้ กเิ ลสตณั หาอาสวะ ทเี่ ปน็ ขา้ ศกึ
แหง่ ใจ และเปน็ เครอื่ งสง่ เสรมิ “วฏั ฏะ” ใหย้ ดื ยาว จะตอ้ งรอ้ื ทก่ี ายและจติ น้ี จะตอ้ งรอื้
ดว้ ยงานนี้ คอื การท�ำกรรมฐาน ดังท่านว่า “เกสา โลมา นขา ทนั ตา ตโจ” เป็นต้น
จติ มนั ยึดถอื สิ่งเหลา่ นี้เปน็ เน้ือเป็นหนงั เปน็ ชีวติ จติ ใจจริงๆ แตเ่ ร่มิ เกิดเปน็ ภพเปน็
ชาตมิ า เสน้ ดำ� ๆ ยาวๆ หรอื ขาวๆ ยาวๆ มนั กว็ า่ “ตน” เสยี อะไรอยใู่ นนถี้ อื วา่ เปน็ ตน
เสยี สนิ้ ผมกว็ า่ เปน็ ตน ขน เลบ็ ฟนั กว็ า่ เปน็ ตน ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งทส่ี กปรกโสมมขนาดไหน
ซ่งึ มอี ยู่ในกายน้ี ก็วา่ เป็นตน เปน็ ตนไปเสยี หมด
เพราะฉะนน้ั ตวั คนๆ หนงึ่ จงึ เตม็ ไปดว้ ยสง่ิ สกปรกโสมม เมอื่ สงิ่ เหลา่ นม้ี าเปน็ ตวั
ของเราอยา่ งแนน่ หนาแลว้ เราจะหาความสะอาดในจติ ใจไดอ้ ยา่ งไร เพราะเตม็ ไปดว้ ย
ความสกปรกแหง่ การยดึ การถอื ? เพอ่ื ความสะอาดภายในใจ จำ� ตอ้ งอาศยั สง่ิ สกปรก
โสมมเหล่านีเ้ ป็น “ป๋ยุ ” เปน็ อาหารหลอ่ เลยี้ งธรรม คือพจิ ารณาสง่ิ เหลา่ นด้ี ว้ ยปญั ญา
ใหเ้ หน็ แจ่มแจง้ ชัดเจนไปโดยลำ� ดับวา่ “นก่ี องทุกขงั นี่กองอนจิ จัง นี่กองอนตั ตา”
ตา่ งหาก มใิ ชเ่ รา ไมใ่ ชข่ องเรา ไมใ่ ชข่ องใครทงั้ สน้ิ เปน็ แตเ่ พยี งอาศยั กนั ชว่ั ระยะกาล
เทา่ นน้ั พอถงึ กาลผา่ นไปของเขา นเ่ี รยี กวา่ เรยี นเพอ่ื รู้ เพอื่ ละ เพอื่ เอาชนะกเิ ลสหรอื
เอาชนะตัวเอง เนื่องจากใจเคยถือกเิ ลสเป็นตัว เป็นเรา เปน็ ของเรามานาน
การพจิ ารณารา่ งกายสว่ นตา่ งๆ โดยสมำ่� เสมอ จติ กม็ หี ลกั ยดึ และเปน็ วหิ ารธรรม
แกต่ วั เอง คอื มคี วามรม่ เยน็ มคี วามสงบสบาย ไมฟ่ งุ้ ซา่ นรำ� คาญ ไมเ่ หอ่ เหมิ ไมเ่ ดอื ดรอ้ น
วุ่นวายไปตามกระแสโลกท่ีพัดผนั อย่ตู ลอดเวลา
เวลากลุ บตุ รจะบวชพระ ทำ� ไมอปุ ชั ฌายท์ งั้ หลายจงึ สอน “กรรมฐาน ๕” ใหท้ กุ รายไป?
แมพ้ ระอปุ ชั ฌายน์ นั้ ๆ จะไมส่ นใจกบั กรรมฐาน แตก่ ฎขอ้ บงั คบั ซง่ึ เปน็ หลกั ตายตวั ของ
พระพทุ ธเจา้ ทส่ี อนไวใ้ นขณะทกี่ ลุ บตุ รทง้ั หลายบวชพระบวชเณร ตอ้ งสอนกรรมฐาน ๕ ให้
ละเวน้ กรรมฐานเสยี มิได้ ถงึ ระยะท่ีจะตอ้ งสอนกรรมฐาน กต็ ้องสอน “เกสา โลมา
370
นขา ทนั ตา ตโจ, ตโจ ทนั ตา นขา โลมา เกสา” สอนอนุโลม ให้พจิ ารณาแบบ
อนโุ ลมและพจิ ารณาแบบปฏโิ ลม ถอยไปถอยมา เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความชำ� นชิ ำ� นาญ ใหเ้ กดิ
ความเขา้ ใจอนั ถูกต้องละเอียดลออไปโดยลำ� ดบั ๆ
อปุ ชั ฌายท์ ง้ั หลาย เวลาบวชกลุ บตุ รตอ้ งสอนกรรมฐานนใี่ ห้ เพราะนเี่ ปน็ เครอ่ื งมอื
ทถ่ี อื เปน็ หลกั ปฏบิ ตั อิ นั สำ� คญั ในการถอดถอนกเิ ลส ตณั หา อาสวะ อปุ าทานทงั้ หลาย
ออกได้ ทา่ นวา่ “ตจปญั จกกรรมฐาน” กรรมฐานมหี นงั เปน็ ทห่ี า้ ทา่ นจงึ ครอบวา่ เปน็ ทหี่ า้
เกสา โลมา นขา ทนั ตา ตโจ ตลอดอาการ ๓๒ มหี นงั หมุ้ หอ่ ไว้ ตโจ คอื หนงั จงึ เปน็ ที่
รวมกรรมฐานทั้งหลาย
เมอื่ บอกกรรมฐานทง้ั ๕ แลว้ ทา่ นกอ็ ธบิ ายทเ่ี กดิ ทอ่ี ยู่ ตลอดความแปรสภาพของ
กรรมฐานนน้ั โดยละเอียด เพอ่ื ผเู้ ร่มิ บวชใหมจ่ ะได้เขา้ ใจในกรรมฐานบทนัน้ แลว้ ไป
ปฏบิ ตั ติ ามจนรแู้ จง้ เหน็ จรงิ ตามนนั้ โดยลำ� ดบั แหง่ การพจิ ารณาโดยสมำ�่ เสมอ ใจยอ่ ม
ไม่ตืน่ เต้น ไมเ่ หอ่ เหมิ เพราะรู้ตามความจริงทงั้ ข้างนอกข้างใน เนื่องจากเป็นสภาพ
เหมือนๆ กนั
การพจิ ารณากรรมฐานดงั กลา่ ว ยอ่ มกำ� จดั สงิ่ เปน็ ภยั ไดห้ ลายอยา่ ง อยา่ งนอ้ ยก็
ระงบั ภยั ใหเ้ บาลง เชน่ เคยกลวั ผี กลวั เปรต กลวั เสอื กลวั ชา้ ง กลวั งู ไมม่ ขี อบเขตเหตผุ ล
ก็พยายามบงั คบั จิตใจให้ตะล่อมเข้าวงเหตุผลได้ ดังคนเคยกลัวผเี ป็นตน้ กซ็ กั ถาม
ผู้ก�ำลงั กลัวผีวา่ “ผีท่ีไหนมี นอกจากความคดิ ความปรงุ แต่งของจิตคดิ หลอกตวั เอง
ตา่ งหาก ผกี ผ็ ซี ิ นคี่ อื ปา่ ชา้ อยแู่ ลว้ ในตวั เรานา่ รา่ งกายของเรากถ็ กู บรรจอุ ะไรเขา้ ไว้ ไมร่ ู้
กซ่ี ากก่ีศพ สตั ว์ก่ปี ระเภทที่บรรจเุ ขา้ ไว้ในป่าชา้ ผดี ิบอนั นี้ ร้อู ย่างนแี้ ลว้ จะไปต่ืนเต้น
หลงใหลกบั ปา่ ชา้ ทไ่ี หนอกี ? ออกจากนก่ี เ็ ดนิ เขา้ ไปเตาไฟ เตาไฟในครวั มนั เปน็ ทเ่ี ผา
อะไรบา้ ง? ดเู อาในครวั ซง่ึ เปน็ ทปี่ รงุ อาหารชนดิ ตา่ งๆ เราไมเ่ หน็ กลวั แตซ่ ากผภี ายนอก
กลวั สว่ นซากเปด็ ซากไก่ ซากปู ซากปลา และซากสตั วช์ นดิ ตา่ งๆ คณนาไมจ่ บ ทนี่ ำ� เขา้
ไปเผา ไปตม้ แกง อยใู่ นครวั ไฟ ไมเ่ หน็ กลวั กนั ทง้ั นเ้ี พราะความเขา้ ใจมนั ไขวเ้ ขวไปตา่ งๆ
ทใี่ หเ้ กิดเป็นภยั แก่ตัวเอง เช่น ความกลวั ผี เปน็ ตน้
371
ความกลวั นนั้ แลเปน็ ภยั เพราะความกลวั เปน็ สาเหตทุ ผ่ี ลกั ดนั ออกมาจากกเิ ลส
โดยตรง จงึ บบี คน้ั จติ ใจใหไ้ ดร้ บั ความทกุ ขล์ ำ� บาก เมอ่ื พจิ ารณาวา่ ความกลวั เปน็ ตวั ภยั
ซงึ่ เกดิ จากจติ ใจ ไมใ่ ชผ่ เี ปน็ ภยั ใจกไ็ มก่ ลวั ความรชู้ ดั วา่ จติ ผกู้ ลวั เสยี เองเปน็ ภยั แก่
ตัวเอง เมื่อรู้ภัยคือตัวเสียเองแล้ว ก็จะไม่เท่ียวกลัวลมกลัวแล้งท่ีไหนให้เป็นบ้า
เพิ่มขน้ึ อีก การเยยี่ มป่าชา้ นอกก็หมดปญั หาไปเอง เพราะรปู้ า่ ชา้ ทอ่ี ยูก่ ับตวั แลว้
การไปเยยี่ มปา่ ชา้ ทกุ วนั มอี ะไรนะทป่ี า่ ชา้ นน้ั ? กม็ คี นตายเกา่ ตายใหม่ เกลอ่ื นอยู่
ทนี่ นั่ ทงั้ หญงิ ทงั้ ชาย ทงั้ เดก็ ทงั้ หนมุ่ สาว เฒา่ แกม่ มี าก เพศและวยั ดว้ ย ซง่ึ เปน็ จำ� พวก
ทห่ี มดความหมายในรา่ งกายแล้วทง้ั ส้นิ
เวลาไปเยย่ี มปา่ ชา้ ใจมคี วามหมายอยา่ งไรบา้ ง? ในการเยย่ี ม ถา้ ใจเปน็ ไปดว้ ย
ความเกลยี ด ความรงั เกยี จ ความเบอ่ื หนา่ ยเกลยี ดชงั แบบโลกๆ กย็ อ่ มผดิ ทางของการ
เย่ียมป่าชา้ ทถ่ี กู ต้อง พิจารณา ปลงอนิจจัง ทกุ ขัง อนตั ตา ทั้งคนตายท่อี ยใู่ นปา่ ช้า
ทงั้ พจิ ารณาใหเ้ หน็ เปน็ อยา่ งนไี้ ปทว่ั โลกแดนดนิ วา่ ไมม่ รี ายใดจะฝนื ความเปน็ อยา่ งนี้
ไปได้ ทง้ั เขาทงั้ เรามสี ภาพเปน็ อยา่ งนด้ี ว้ ยกนั เมอื่ ถงึ คราวแลว้ พจิ ารณาแลว้ พจิ ารณาเลา่
ซำ้� ๆ ซากๆ กลบั ไปกลบั มาหลายตลบทบทวน เพอ่ื จติ ไดเ้ กดิ ความสลดสงั เวชในความ
จริงนัน้ เกิดความช�ำนิชำ� นาญและคล่องแคล่วแกล้วกลา้ ขึน้ มาโดยล�ำดับๆ อุปาทาน
แม้จะเคยฝงั ลกึ ถงึ ขวั้ หัวใจกต็ ้องหมดไป หมดไป
คำ� ว่า “อุปาทาน” คือ ความยดึ มนั่ ถอื มน่ั ในขันธ์วา่ เปน็ ตน เท่ียวยดึ น่นั ยดึ น่ี
ไม่เปน็ ตวั ของตัวโดยอิสรเสรี จิตไปเทีย่ วอาศยั อยู่ในสง่ิ นน้ั สงิ่ น้ี ราวกบั คนบ้านแตก
สาแหรกขาด ไมม่ บี า้ นเรอื นเปน็ ของตน ไปเทยี่ วขออาศยั เขาอยเู่ ปน็ วนั ๆ ลำ� พงั ตวั เอง
ไมม่ อี ำ� นาจ ไมม่ วี าสนา ไมม่ หี ลกั มเี กณฑ์ ตอ้ งอาศยั สง่ิ เหลา่ นน้ั มาเปน็ อำ� นาจ วาสนา
มาเปน็ ตัวของตวั จงึ เกดิ ความเดอื ดร้อนอย่มู วิ ายเพราะความคิดผดิ ยึดผิด
เมอ่ื พจิ ารณาแยกแยะหลายครงั้ หลายหนจนเหน็ ตามความจรงิ โดยลำ� ดบั ใจกพ็ อ
ทรงตวั ไวไ้ ด้ แมย้ งั รแู้ ละปลอ่ ยวางไมไ่ ดโ้ ดยสนิ้ เชงิ เมอ่ื สตปิ ญั ญามกี ำ� ลงั พอตวั ยอ่ มรู้
ตลอดทว่ั ถงึ ไมต่ อ้ งอาศยั พง่ึ พงิ เขาดว้ ยอำ� นาจของอปุ าทานอกี เรากเ็ ปน็ ตวั ของเราขนึ้ มา
372
ใจกอ็ ยดู่ ว้ ยความสงบรม่ เยน็ ในขน้ั เรม่ิ แรก และขน้ั กลาง และมคี วามเกษมสำ� ราญในขนั้
ปลอ่ ยวางอปุ าทานได้โดยสิ้นเชิง
ทา่ นสอนกรรมฐาน ทา่ นสอนอยา่ งนี้ ใหพ้ จิ ารณาอยา่ งน้ี พจิ ารณามาก ยง่ิ พจิ ารณา
มาก จติ ยง่ิ มคี วามกระจา่ งแจง้ ไปโดยลำ� ดบั ทะลปุ รโุ ปรง่ ไปทงั้ ภายนอกภายใน เปน็ ความ
สงา่ ผา่ เผย องอาจ กลา้ หาญ ไมส่ ะทกสะทา้ นกบั อารมณต์ า่ งๆ ทเ่ี คยเปน็ ภยั ตอ่ ใจ เวลาใจ
ชำ� นาญจรงิ ๆ ในดา้ นความจรงิ เกย่ี วกบั การพจิ ารณารา่ งกาย เพยี งกำ� หนดปบ๊ั ปญั ญา
จะทะลไุ ปทนั ทที นั ใด ไมว่ า่ รา่ งกายของสตั ว์ ของบคุ คลภายนอก เมอื่ สตปิ ญั ญามคี วาม
ชำ� นชิ �ำนาญแล้ว ก�ำหนดส่ิงใด ร่างใด จะพงุ่ ทะลุไปอย่างรวดเร็ว พอตามองเหน็ สัตว์
เหน็ บคุ คล แตส่ ตปิ ญั ญาจะไมม่ องเหน็ ธรรมดาของสตั วข์ องบคุ คลตามทเ่ี ปน็ อยนู่ น้ั เลย
แตจ่ ะมองเหน็ แบบกรรมฐานแบบทต่ี นเคยพจิ ารณามาแลว้ อยา่ งไรนนั่ แล ไมม่ องแบบ
ธรรมดาทเี่ คยมอง เคยรู้ แตจ่ ะมองเปน็ ปญั ญาภาคกรรมฐานไปทเี ดยี ว พอกำ� หนดปบ๊ั
ปญั ญาจะพงุ่ เขา้ ถงึ จดุ ทต่ี นเคยพจิ ารณามาแลว้ อยา่ งไร นค่ี อื ความชำ� นาญในการปฏบิ ตั ิ
ธรรมจากกรรมฐานห้า
เราเรยี นเขียนหนังสือ ทแี รกเขยี นแล้วลบ ลบแลว้ เขียนใหม่ ไม่เปน็ ตนเปน็ ตัว
พออา่ นออกบา้ ง อา่ นแลว้ ลมื บา้ ง ลมื แลว้ อา่ น เขยี นแลว้ ลมื ลมื แลว้ เขยี นใหมอ่ ยอู่ ยา่ งนน้ั
เขยี นไปเขยี นมาหลายครง้ั หลายหน ซำ�้ ๆ ซากๆ กเ็ รมิ่ เปน็ ตนเปน็ ตวั อา่ นออกเขยี นได้
เปน็ ลำ� ดบั ๆ ตอ่ ไปหลบั ตาเขยี นกไ็ ดเ้ พราะความชำ� นาญ แตเ่ วลาจะอา่ นตอ้ งลมื ตา แมจ้ ะ
ชำ� นาญเพยี งไร มนั ผดิ กนั ทตี่ รงนแี้ หละ ชำ� นาญขนาดไหนกต็ าม การอา่ นหนงั สอื ตอ้ ง
ลมื ตา ไม่ลมื ตาไมเ่ หน็ ผิดกับฟงั เสยี ง
การพจิ ารณากรรมฐานสว่ นตา่ งๆ ทางดา้ นปญั ญา เมอ่ื ชำ� นาญแลว้ หลบั ตากเ็ หน็
ลมื ตากเ็ หน็ เพราะใจและปญั ญาเปน็ ผรู้ เู้ ปน็ ผเู้ หน็ ตา่ งหาก นที่ า่ นเรยี กวา่ “งานกรรมฐาน
คืองานรื้อโลก ร้อื สงสาร รือ้ ภพ ร้อื ชาติ รือ้ กิเลส ตัณหา รอ้ื ดว้ ยการพจิ ารณาทาง
สตปิ ญั ญา” เพราะฉะนัน้ กรรมฐาน มกี รรมฐาน ๕ เป็นต้น จึงจ�ำเปน็ มากเวลาพระ
ทา่ นบวช ตอ้ งไดม้ อบกรรมฐานหา้ นเ้ี ปน็ อาวธุ สำ� คญั ฟาดฟนั กเิ ลสตณั หาอาสวะ ความ
ยดึ มนั่ ถอื มนั่ สำ� คญั ผดิ ตา่ งๆ กอ่ น วา่ สวยวา่ งาม วา่ เปน็ นจิ จงั คอื ความเทยี่ งแทถ้ าวร
373
เปน็ สขุ เป็นอตั ตา สตปิ ัญญาท�ำลายกองสมมตุ ทิ ี่หนาแนน่ เหลา่ นใี้ ห้แตกกระจายไป
จากจติ ใจ จติ ใจจะไดเ้ ปน็ ตวั ของตวั เพราะเหน็ ถกู ตอ้ งตามหลกั ธรรม จะไมย่ ดึ สงิ่ นนั้
พ่งึ สงิ่ น้ี ซงึ่ เป็นของปลอมวา่ เป็นตัวขึ้นมา แลว้ ตวั กก็ ลายเปน็ พวกจอมปลอมไปดว้ ย
ส่ิงเหล่านนั้ หาหลกั หาเกณฑไ์ ม่ได้
ทา่ นสอนน้ี สอนเพื่อให้ใจได้หลักได้เกณฑ์ คือรู้เหน็ ตามความเปน็ จรงิ
ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมแบบนย้ี อ่ มเยน็ อยทู่ ไี่ หนกเ็ ยน็ อบุ ายตา่ งๆ ผดุ ขน้ึ ทกุ วนั และรเู้ ทา่ ทนั
อะไรมาสัมผัสสมั พนั ธท์ าง ตา หู จมกู ลน้ิ กาย แม้อารมณท์ เี่ กดิ ข้ึนภายในใจกร็ ทู้ นั
เมือ่ สตปิ ญั ญาอยู่กับตัวอยแู่ ลว้ อะไรๆ ผา่ นกร็ ทู้ ันทัง้ นัน้ แตก่ ่อนนนั้ ไมท่ ัน คิดเสีย
จนร้อนเป็นฟนื เปน็ ไฟก็ยงั ไม่ทราบวา่ อะไรเปน็ อะไร กิเลสมาเอาเครอ่ื งในไปกินหมด
ยังเหลือแตห่ นงั หอ่ กระดูก ก็ยังไมท่ ราบวา่ อะไรหายไป เพราะสตไิ ม่ทัน ปัญญาไมม่ ี
ถา้ ปลกุ อยเู่ รอื่ ยๆ ดว้ ยความเพยี ร สตกิ ม็ ี สตกิ แ็ กก่ ลา้ ปญั ญากส็ ามารถ อะไรมาสมั ผสั
ทาง ตา หู จมกู ลน้ิ กาย หรอื ปรงุ ขนึ้ ภายในจติ ใจ จงึ เหมอื นปลกุ สตปิ ญั ญาขนึ้ พรอ้ ม
ในขณะเดียวกัน ทั้งพจิ ารณาอย่างรวดเรว็ และปลอ่ ยวางได้อยา่ งทันอกทันใจ น่ีคือ
ความแคลว่ คลอ่ งวอ่ งไวของสตปิ ญั ญาทที่ า่ นนกั ปฏบิ ตั เิ คยดำ� เนนิ มา เปน็ สตปิ ญั ญาที่
เกรียงไกรทันสมัยกบั กเิ ลสประเภทดาวเทียม
สตปิ ญั ญานน้ั แลเปน็ เครอื่ งมอื สงั หารกเิ ลสทก่ี อ่ ตงั้ ขนึ้ มาเปน็ ภพเปน็ ชาติ ออกแม่
แพรล่ ูก แพร่หลานขน้ึ มา ตั้งบ้านเรอื นอยู่ภายในใจสตั ว์โลก
เราต้องเรียนและปฏิบัติธรรมเพ่ือต้ังเป็นกองทัพข้ึนต้านทานต่อสู้รบรันอย่าง
สะบัน้ หั่นแหลกกัน จนกองทพั กิเลสตลอดลกู หลานปู่ย่าตายายของมันถกู ทำ� ลายลง
ไปหมดไมใ่ ห้มีอะไรเหลืออยูภ่ ายในจิตใจน่ันแล ภพชาตกิ ห็ มดไปเอง ความสขุ ชนดิ
อัศจรรย์เหนอื โลกไม่ตอ้ งไปเรียกร้องหาที่ไหน เมอื่ กิเลสตวั ก่อเหตุให้เกดิ ความทุกข์
ความทรมานสลายตัวลงไปมากน้อย ความสุขก็เกิดข้ึนมา กิเลสสลายตัวไปหมด
ความสุขกป็ รากฏเต็มภูมภิ ายในจติ เทา่ ทีจ่ ิตไมม่ คี วามสุขก็เพราะกิเลสมาแยง่ เอาไป
กินหมด ขนทกุ ขม์ าให้เรารบั เสวย พอฆา่ กเิ ลสตายหมดแล้ว ความสขุ กแ็ สดงขึ้นมา
374
อยา่ งเต็มภมู ิ ทา่ นเรยี กว่า “ปรมํ สุขํ” อะไรเปน็ “ปรมํ สขุ ํ?” ก็คือ จติ ดวงสน้ิ กเิ ลส
อยา่ งหมดจดงดงามนแ่ี หละเปน็ สขุ อยา่ งยง่ิ ไมม่ อี ะไรจะสขุ ยง่ิ กวา่ จติ ทบ่ี รสิ ทุ ธิ์ เพราะ
ไมม่ ีอะไรมาแบ่งสันปันสว่ นเอาไปกนิ ไปครอง ใจเป็นธรรมล้วนๆ
“ธมโฺ ม ปทโี ป” กห็ มายถึงความสว่างไสวแห่งธรรมในจิต จิตในธรรมนน่ั เอง
จติ นรี้ อู้ ยกู่ บั ตวั จติ ประเภทนแ้ี ลเปน็ จติ ทก่ี ลา่ วไวใ้ นเบอ้ื งตน้ ถา้ เปน็ นำ้� นง่ิ กน็ ง่ิ ใสสะอาด
รสชาติก็กลมกลอ่ มจดื สนิท ไมม่ ที ี่ต้องติ ไม่ไดเ้ ปน็ “สภายุง” ใหย้ งุ่ อกี ต่อไป
ทเี่ คยพดู วา่ ถา้ เปน็ ดา้ นวตั ถุ กย็ กออกไปแขง่ กบั สามโลกธาตนุ ไี้ ดอ้ ยา่ งกระหยม่ิ
ยมิ้ ยอ่ งคลอ่ งใจ ไมม่ โี ลกใดจะมาแยง่ ชยั ชนะไปได้ ไมม่ คี ำ� วา่ “แพ”้ นอกจากทง้ั สามโลก
จะยอมกราบไหวอ้ ยา่ งสนทิ ใจ เพราะเหน็ ไดช้ ดั ดว้ ยตาเนอ้ื วา่ “ออ้ ! ธรรมแทเ้ ปน็ อยา่ งน”้ี
และหกู ฟ็ งั ชดั วา่ “ธรรมทา่ นไดป้ ระกาศคณุ ภาพแหง่ ความจรงิ ออกมาอยา่ งน!้ี ” พรอ้ มกบั
ตากเ็ ห็นธรรมอนั อศั จรรยน์ ้ันด้วย หกู ็ไดย้ ินธรรมแสดงกงั วานออกมาดว้ ย
“เฮอ้ ! จะวา่ อยา่ งไรละ่ ? แลว้ ใครซง่ึ ตอ้ งการความสขุ ความเจรญิ ตอ้ งการความดี
ต้องการของวิเศษ จะปฏเิ สธได?้ ” ไมม่ ี ในโลกนีไ้ ม่มีแน่!
แตธ่ รรมแทไ้ มเ่ ปน็ อยา่ งนนั้ ประกาศอยา่ งนนั้ แสดงตวั อยา่ งนน้ั โลกจงึ ไมอ่ าจ
มองเหน็ ได้ ฉะน้ันจึงตอ้ งทำ� “กรรมดำ� กรรมขาว” ไปด้วยความไม่รู้ เช่นเดยี วกับ
เราๆ ทา่ นๆ ทวั่ โลกทว่ั สงสาร จะตำ� หนิกต็ ำ� หนิไม่ลง
ใครแม้ต้องการความสุขความวิเศษวิโสด้วยกัน แต่เม่ือนิสัยไม่สามารถอาจรู้
เหน็ ได้ กจ็ �ำเป็นตอ้ งงมไปเป็นธรรมดา เม่ือผูป้ ฏบิ ตั ิไป รู้ไปเห็นไป กท็ ราบเฉพาะตวั
ใครไม่รู้ แต่ตวั เองก็รอู้ ยกู่ ับตัวโดยเฉพาะ ประกาศใหค้ นอน่ื เหน็ แสดงใหค้ นอื่นเห็น
ไม่ได้ แต่ธรรมอศั จรรย์นนั้ กแ็ สดงอยู่กบั ตวั ตลอดเวลา “อกาลโิ ก” นแ่ี หละ ทา่ นว่า
ธรรมแท้รอู้ ยู่กบั หวั ใจน่ีแหละ! อย่กู บั ผรู้ ูน้ ี้ ไม่อยู่ในทไ่ี หนๆ
จงก�ำหนดลงไปในจิตน้ี อันใดท่ีมาเก่ียวข้องพัวพันกับธรรมชาติน้ี ท่ีท�ำให้
มวั หมองไป ใหพ้ ยายามแกไ้ ข ใหพ้ ยายามปดั เปา่ แยกแยะกนั ดว้ ยสตปิ ญั ญา อยา่ ทอ้ ถอย
375
นี้แหละ “ธรรมสาระ คอื ใจ” ยอดแหง่ ธรรม คือใจ ยอดแหง่ ความไวว้ างใจ กค็ อื ใจ
ท่บี รสิ ทุ ธจิ์ ากส่ิงทจ่ี อมปลอมท้งั หลายแล้ว
ศาสนาทา่ นสอนลงทก่ี าย วาจา ใจ นี้ และใจนแี้ หละ คอื ภาชนะอยา่ งเอก เหมาะสม
อยา่ งยงิ่ กบั ธรรม ไมม่ ภี าชนะใดทจี่ ะเหมาะสมกบั ธรรมยงิ่ กวา่ ใจ “มโนปพุ พฺ งคฺ มา ธมมฺ า
มโนเสฏ€ฺ า มโนมยา” ใจเปน็ ใหญ่ ใจเปน็ ประธาน สำ� เรจ็ แลว้ ดว้ ยใจ ลงทน่ี ี่ ธรรมกไ็ หล
ลงทใี่ จ ทอ่ี นื่ ไมม่ ี ปลอ่ ยวางทใี่ จแลว้ บรสิ ทุ ธทิ์ ใี่ จแลว้ หมดปญั หาทง้ั มวลในสมมตุ ทิ งั้ สาม
โลกธาตุ
วนั นีแ้ สดงเพยี งเทา่ น้ี
376
ศาสนา ทำ� คนใหว้ เิ ศษกวา่ สัตว์
โลกทไ่ี มม่ ศี าสนา ตอ้ งเปน็ โลกทเี่ ดอื ดรอ้ นอยา่ งไมม่ ปี ญั หาสนิ้ สดุ คนไมม่ ศี าสนา
กเ็ ปน็ คนเดอื ดรอ้ นไมม่ ขี อบเขตเชน่ เดยี วกนั แยกออกเปน็ โลกอนั เปน็ สว่ นใหญ่ และ
แยกมาเป็นรายบคุ คลเปน็ รายๆ
การใหค้ วามเปน็ ธรรม ไมม่ สี งิ่ ใดทจ่ี ะใหค้ วามเปน็ ธรรมยง่ิ ไปกวา่ ศาสนา เพราะ
ศาสนาออกมาจากทา่ นผเู้ ปน็ ธรรม คอื พระพทุ ธเจา้ ผมู้ พี ระจติ เปน็ ธรรมทงั้ ดวงอยแู่ ลว้
ทรงนำ� ธรรมมาแผก่ ระจายทวั่ โลกสงสารดว้ ยพระเมตตาอนั หาประมาณมไิ ด้ ราวทอ้ งฟา้
อากาศ
ผู้มุง่ ตอ่ เหตผุ ลคอื ธรรมกย็ อมรบั ผู้มสี ิง่ เปน็ พิษเป็นภัยอยู่ภายในใจหนาแน่น
กไ็ มย่ อมรบั นนั้ นบั วา่ เปน็ กรรมของสตั วท์ ม่ี คี วามหนาบางตา่ งกนั ทไ่ี มย่ อมรบั เลยนนั่ ก็
สดุ วิสยั ท่ีศาสนาจะชว่ ยได้ จดั เป็นโรคสุดวิสัย
การใหค้ วามเปน็ ธรรมจากผสู้ น้ิ กเิ ลส กบั การใหค้ วามเปน็ ธรรมของผยู้ งั มกี เิ ลส
นนั้ ตา่ งกนั อยมู่ าก แมจ้ ะมเี จตนาดดี ว้ ยกนั แตค่ วามสามารถ ฉลาดแหลมคม และความ
สะอาดของใจ ท่ีทรงความเป็นธรรม มหี นกั เบาตา่ งกันมาก การใหค้ วามเป็นธรรมจึง
เปน็ ไปตามภมู แิ หง่ ความสามารถของผใู้ หท้ มี่ ภี มู จิ ติ ภมู ธิ รรมตา่ งกนั ใครจะพดู วา่ กระไร
กต็ ามเถดิ ถา้ จติ ใจยงั มพี ษิ ภยั อยภู่ ายใน สง่ิ นน้ั ตอ้ งแซงออกมาหรอื ระบายออกมาจน
ได้ไมม่ ากก็น้อย ผู้ท่ีไมม่ สี ่ิงทีเ่ ป็นพษิ เปน็ ภัยเลยนั้น จึงไม่มอี ะไรทจี่ ะแทรกออกมา
377
หรอื แฝงออกมาเพราะไมม่ ี มแี ตธ่ รรมลว้ นๆ ธรรมลว้ นๆ นใี้ หค้ วามเสมอภาค ใหค้ วาม
เปน็ ธรรมสม�ำ่ เสมอแกส่ ตั ว์และบคุ คลท่ัวหน้ากัน
แมแ้ ตส้ ตั วเ์ ดรจั ฉานตวั เลก็ ๆ ขนาดไหนกต็ าม ธรรมทา่ นสอนไมใ่ หเ้ บยี ดเบยี น
ทำ� ลายเลย ท้ังน้ีก็เพราะเห็นคุณคา่ และความส�ำคัญของสัตวป์ ระเภทนนั้ ๆ เสมอกนั
นนั่ แล ดงั ทบี่ ัญญัตหิ ้ามไว้ไมใ่ ห้ท�ำลายสตั ว์ แม้แต่อยใู่ นครรภ์ น่ีธรรมเคยใหค้ วาม
เสมอภาคแกโ่ ลกมาแลว้ ตงั้ แตก่ าลไหนๆ จนอาจพดู ไดว้ า่ “แสนกปั แสนกลั ปอ์ นนั ตกาล”
ทีพ่ ระพทุ ธเจ้าท้ังหลายให้ความเป็นธรรมถ่ายทอดกนั มา อยา่ วา่ แต่ทีอ่ อกมาเปน็ ตน
เป็นตัว และเป็นสัตว์เป็นบุคคล ให้เห็นกันชัดเจนเช่นนี้เลย แม้แต่อยู่ในครรภ์
พระพทุ ธเจ้าผทู้ รงธรรมบรสิ ุทธิก์ ็ทรงเห็นความสำ� คัญเสมอกัน จงึ สอนให้งดเวน้ จาก
การท�ำลายโดยไมม่ ีเง่อื นไขใดๆ ทัง้ สนิ้
ฉะนนั้ การใหค้ วามเสมอภาคแกผ่ คู้ นและสตั วท์ วั่ ไป จงึ ไมม่ สี งิ่ แซงศาสนธรรม
ของพระพทุ ธเจ้าไปได้
การทมี่ าชแี้ จงและเปลย่ี นแปลงธรรมใหเ้ ปน็ อนื่ ไปดว้ ยอำ� นาจของ “ลน้ิ ” อนั เปน็
คารมแหง่ นำ�้ ลายของผมู้ กี เิ ลสลามกเตม็ หวั ใจนน้ั แมใ้ ครจะวา่ “เยยี่ ม” วา่ “ยอด” วา่ ดี
ขนาดไหน กไ็ มพ่ น้ จากความเลวรา้ ย ทำ� ลายศาสนา และจติ ใจคนเปน็ จำ� นวนมากไปได้
อยนู่ นั่ แล
ความจอมปลอมกับความจริง มันตรงกันข้ามอย่างเห็นได้ชัดในสายตาและ
หัวใจคนด้วยกันอย่างหลีกไม่พ้น เพราะเสกสรรกันข้ึนมาเฉยๆ ไม่ใช่เป็นข้ึนตาม
หลกั ธรรมชาติ
หลกั ธรรมชาตทิ เี่ ปน็ เองกบั สง่ิ ทเี่ สกสรรขน้ึ มานนั้ มนั ผดิ กนั มาก และเคยผดิ กนั มาก
ราวฟา้ กับดินมาประจำ� แผน่ ดนิ แตก่ าลไหนๆ ไม่จำ� เปน็ ตอ้ งหลงเชื่อให้เสยี เวลาและ
ขายตัวใหแ้ มลงวนั หวั เราะเยาะเยย้ เปลา่ ๆ
378
พระพุทธเจา้ ทรงสัง่ สอนธรรมไปตามหลักธรรมชาติ คอื ความจรงิ ล้วนๆ จงึ เขา้
กนั ไดก้ บั สตั วโ์ ลกทกุ ภมู ิ เชน่ การไมฆ่ า่ ไมเ่ บยี ดเบยี นทำ� ลายสตั ว์ เปน็ ตน้ เปน็ คำ� สอน
ทส่ี ตั วโ์ ลกยอมรบั ทวั่ หนา้ กนั เพราะใครกไ็ มอ่ ยากตายดว้ ยการฆา่ การทำ� ลาย ไมอ่ ยาก
เจบ็ แคน้ เพราะความถกู เบยี ดเบยี น ไมอ่ ยากใหส้ มบตั ติ า่ งๆ สญู หายไป เพราะถกู ขโมย
คดโกง รดี ไถ ถกู ลว่ งลำ�้ สงิ่ ทร่ี กั สงวน คอื สามี ภรรยา ลกู หลาน พดู โกหก หลอกลวง
ตม้ ตนุ๋ ดม่ื ของมนึ เมาเขา้ สสู่ มองจนกลายเปน็ คนบา้ คนบอไปอยา่ งสดๆ รอ้ นๆ ทน่ี า่ ทเุ รศ
เหลอื ประมาณ
เคยมีปัญหาขัดแย้งหรือลบล้างศาสนาเหมือนกันว่า การประมงเป็นเศรษฐกิจ
สำ� คญั ทที่ ำ� ใหโ้ ลกเจรญิ แตพ่ ระพทุ ธเจา้ บญั ญตั ไิ มใ่ หฆ้ า่ สตั ว์ ซงึ่ เปน็ การกดถว่ งความ
เจริญของโลกในดา้ นเศรษฐกิจกับการประมง
เมื่อเห็นเรานิ่งเฉย เขาจึงถามข้ึนวา่ “ทา่ นจะเหน็ อย่างไร?” คำ� ตอบจงึ เริ่มขึ้น
ตอนเขาพดู เป็นเชิงถามเรา
“คณุ เองกเ็ ปน็ มนษุ ยเ์ หมอื นโลกทว่ั ๆ ไป คณุ เหน็ อยา่ งไร?” คณุ ตอ้ งการความเจรญิ
เพราะถกู เขาฆา่ ตายอย่างนนั้ หรอื ?” จงึ กลา่ วชมเชยเศรษฐกจิ ประเภทนี้ เรอื่ งนแ้ี มแ้ ต่
สตั วเ์ ขาไมฉ่ ลาด และไมไ่ ดร้ ำ่� เรยี นเหมอื นมนษุ ย์ เขายงั รจู้ กั กลวั ตาย แตค่ นฉลาด ทงั้ ได้
เรียนกันมากมาย กลับชอบและชมการฆ่าการตายว่าเป็นของดี ว่าเศรษฐกิจเจริญ
ถ้าเชน่ น้ันมนุษยก์ ็ตอ้ งโงก่ ว่าสตั วท์ ไ่ี มไ่ ด้รำ�่ เรียนอยมู่ ากโดยไม่มเี งอื่ นไขใดๆ มาเปน็
ขอ้ ลบลา้ งแกต้ วั เลย เพราะเรอื่ งนเ้ี ปน็ การขดั ตอ่ หลกั ธรรมชาตขิ องโลกทรี่ กั สงวนชวี ติ
เสมอกนั จึงไมม่ ีใครยอมรับเป็น “หมู” ใหค้ นน�ำไปฆา่ ยกขึ้นเขียงสับย�ำเหมือนเนื้อ
เพอื่ เปน็ อาหาร
“เอาให้เห็นทันตาเด๋ียวน้ี สมมุติให้คนทั้งหมดท่ีชุมนุมกันอยู่น้ีมารุมฆ่าคุณ
คนเดียวเพอ่ื สง่ เสรมิ เศรษฐกจิ น้ี คณุ จะยอมรบั ไหม? เขาตอบว่าไม่ยอมรบั
“ถ้าเชน่ นั้นคุณเอามอื เขียนแล้วลบมันดว้ ยฝา่ เทา้ ทำ� ไม? ไมอ่ ายสัตว์ท้งั หลายท่ี
กลัวตายกันทงั้ โลกนัน้ หรอื ?
379
ทนี ยี้ น่ เข้ามาถึงตวั บคุ คลผ้นู บั ถอื ศาสนา ระยะใดทจ่ี ิตห่างจากธรรม ระยะนนั้
กเิ ลสแซงขนึ้ มาแทนทไี่ ด้ ผลกม็ คี วามเดอื ดรอ้ นขน้ึ มาใหเ้ หน็ อยา่ งชดั เจนภายในตวั เอง
ยงิ่ ปลอ่ ยสตสิ ตังท้งั วนั ทง้ั คืน คดิ ไปตามยถากรรมด้วยแลว้ กย็ งิ่ ไปใหญ่ หาทย่ี บั ยั้ง
ไมไ่ ดเ้ ลย ถ้ายงั มสี ติปัญญาเครอ่ื งใคร่ครวญต้านทานอยู่บ้างตามก�ำลังของตน สง่ิ ท่ี
เสียไปเพราะความเผลอตัวกพ็ อมเี หลือ คือพอให้มีความสขุ ความสงบไดบ้ า้ ง
ถา้ มสี ตปิ ญั ญามากและมคี วามเฉลยี วฉลาดในดา้ นปฏบิ ตั ติ อ่ จติ ใจ ภยั ทจี่ ะเกดิ
ขน้ึ มาในจติ ใจกน็ อ้ ย ภยั ทางจติ ถกู ธรรมประหตั ประหารกนั อยเู่ รอื่ ยๆ จนไมม่ ภี ยั ภายใน
ใจเลย ผู้นีช้ ่อื ว่า “เป็นผ้มู ีความสขุ สมบูรณ์”
การให้ความเสมอภาคจากธรรมต่อโลกและต่อบุคคลเป็นรายๆ ดังกล่าวมา
ศาสนาเป็นเยี่ยมกว่าการให้ความเสมอภาคจากผู้ใดและจากส่ิงใด การให้ความ
เสมอภาคแกต่ วั เราเองนน้ั สำ� คญั มาก อยา่ ใหค้ วามโลภ ความโกรธ ความหลง เขา้ ยำ่� ยี
จติ ใจจนมองหวั ตวั ไมเ่ จอ จงแกไ้ ขชะลา้ งดว้ ยธรรมเปน็ เครอ่ื งบำ� ราบปราบปราม ผนู้ นั้
จะมคี วามสขุ อสิ รเสรี หมดความหวิ โหยในลทั ธแิ ละอธปิ ไตยตา่ งๆ ดงั ทวี่ นุ่ ๆ กนั ไมม่ วี นั
จบส้นิ นี้
คนเรามจี รติ นสิ ยั อำ� นาจ วาสนา ความโง่ ความฉลาดตา่ งกนั ทา่ นจงึ สอนไมใ่ ห้
ประมาทกนั คำ� วา่ “เปน็ หญงิ เปน็ ชาย” เหมอื นกนั กต็ าม แตภ่ มู ใิ นความเปน็ อยภู่ ายใน
จิตใจน้ันผิดกัน ความรู้ความฉลาดมีลึกต้ืนหนาบางต่างกัน ฐานะของจิตก็มีความ
เหลอื่ มล�้ำต่ำ� สูงตา่ งกนั ท่านจงึ ไมใ่ หป้ ระมาทวาสนาของกนั และกนั
แมเ้ ขาเปน็ สตั ว์ กไ็ มใ่ หป้ ระมาทวาสนาของเขาวา่ เขาเปน็ สตั วเ์ ราเปน็ มนษุ ย์ ทงั้ น้ี
มนั เปน็ ไปตามกรรม หรอื วา่ เปน็ ไปตามกรรมของสตั วโ์ ลกแตล่ ะราย ละราย มเี ราคนหนง่ึ
ทเ่ี ปน็ เชน่ เดยี วกบั สตั วโ์ ลก ในระยะทเ่ี รามาเสวยกรรมความเปน็ มนษุ ยอ์ ยา่ งน้ี กเ็ หมอื น
เรานส้ี งู กวา่ เขา ในระยะทีเ่ ขาเป็นสัตว์ กเ็ หมอื นว่าเขานต้ี �่ำต้อยดว้ ยยศถาบรรดาศกั ดิ์
หรอื ฐานะแตกตา่ งกวา่ เรามาก ในความรสู้ กึ ของมนษุ ยท์ ชี่ อบคดิ กนั สำ� หรบั เขา (สตั วเ์ อง)
ไมส่ นใจคิด เพราะเปน็ สตั ว์
380
ความจรงิ เขากม็ าเสวยกรรมของเขา ตามค�ำท่ที า่ นวา่ “กมมฺ ํ สตฺเต วิภชติ ยททิ ํ
หนี ปปฺ ณตี ”ํ กรรมยอ่ มจำ� แนกสตั วใ์ หแ้ ตกตา่ งกนั คอื ดี และเลวทราม ประณตี ตา่ งกนั
เปน็ รายๆ ไป อนั นเี้ ปน็ ไปตามอำ� นาจแหง่ กรรมทคี่ นนน้ั แหละทำ� ไว้ เวลาแสดงผลออกมา
ตนไม่ทราบว่าผลน้ีเกิดมาจากอะไร จ�ำเป็นท่ีจะต้องเสวยไปตามวิบากแห่งกรรมที่
ปรากฏข้นึ กับตวั
ดงั นน้ั สตั วท์ งั้ หลายจงึ มแี ตกตา่ งกนั ทา่ นไมใ่ หป้ ระมาท อำ� นาจ วาสนา ภพ ภมู ิ
ของกนั และกนั เพราะกำ� ลังท่องเทยี่ วอยูใ่ น “วัฏฏะ” ดว้ ยกัน มคี วามเปลี่ยนแปลง
ภพภมู สิ ูงบา้ งต�ำ่ บ้างตามอำ� นาจแหง่ กรรมน้เี อง ที่มีอยใู่ นจติ ของสัตว์โลกแตล่ ะรายๆ
ไมม่ เี วน้ นอกจากพระอรหนั ตท์ ตี่ ดั วบิ ากกรรมขาดภายในใจแลว้ เทา่ นนั้ สว่ นวบิ ากขนั ธ์
ทา่ นยงั ยอมรับเหมอื นชนท่วั ไป เพราะไดเ้ ป็นมาแลว้ แก้ไม่ได้สุดวิสัยท่ีจะแก้
สตั วบ์ างตวั แมจ้ ะเปน็ สตั วก์ ต็ าม แตพ่ น้ื ฐานแหง่ จติ ใจของเขาอาจดกี วา่ มนษุ ยเ์ ปน็
บางรายกม็ ี แตว่ าระนน้ั เรยี กวา่ “เสวยกรรมตามวาระของตนกอ่ น” พอพน้ จากนนั้ ไปแลว้
อาจสูงกว่ามนุษย์ก็ได้ บางภพก�ำเนิดของเราอาจต�่ำกว่าเขาก็ได้ ซ่ึงเป็นไปตามวาระ
เวน้ แตพ่ วกทบ่ี ำ� เพญ็ จติ ใจใหม้ รี ากฐานไปโดยลำ� ดบั ๆ นนั้ ระดบั ใจจะสงู ขน้ึ ไปเรอ่ื ยๆ
เฉพาะอยา่ งยง่ิ พระอรยิ บคุ คลตงั้ แตข่ นั้ โสดาบนั ขน้ึ ไป นเ่ี ปน็ ทแี่ นน่ อนตอ่ ความพน้ ทกุ ข์
อยา่ งชา้ ไมเ่ ลย ๗ ชาติ ซงึ่ ทา่ นไดบ้ อกไวแ้ ลว้ ผนู้ เี้ ปน็ ทแ่ี นน่ อนวา่ จะกา้ วขน้ึ สภู่ มู สิ งู ไป
โดยลำ� ดบั นอกนนั้ กไ็ ม่รบั รองว่าเป็นความแน่นอน จึงตอ้ งมีสูงๆ ตำ่� ๆ เชน่ เดียวกับ
สตั วโ์ ลกท่ัวๆ ไป
เม่ือทราบความเป็นมาของสัตว์โลกตามธรรมที่ท่านสอนแล้ว เราจึงไม่ควร
ประมาทนอนใจ รีบเร่งตกั ตวงเสยี แต่บดั นซี้ ึง่ เป็นกาลอันควร เพราะเราทุกคนอยใู่ น
ข่ายแหง่ ความแก่ เจบ็ ตาย บีบบังคับอยทู่ ุกอริ ยิ าบถและตลอดเวลา รู้เห็นอยูก่ ับตวั
เราเอง เฉพาะอยา่ งเราเปน็ นกั ปฏบิ ตั ิ ความเขม้ แขง็ ทางดา้ นจติ ใจ ความเฉลยี วฉลาด
ทางด้านปญั ญา เปน็ ส่งิ ทค่ี วรจะผลิตข้ึนไดใ้ นขณะน้ี ในเวลาท่มี ชี ีวิตอยนู่ ้ี ไม่ควร
จะปล่อยให้เปน็ ไปตามยถากรรม คือปล่อยใหช้ าตินั้น ชาตินี้ วันนนั้ เดือนนั้น ปนี ้ี
มาตดั สนิ ให้ นน้ั เปน็ ความคดิ ผดิ เพราะมอื้ วนั ปี เดอื น หรอื กาล สถานทใี่ ดๆ นน้ั ไมใ่ ช่
381
เปน็ ผรู้ บั ผิดชอบเรา เราเทา่ นน้ั เปน็ ผ้รู ับผดิ ชอบตัวเองในอิรยิ าบถทง้ั สี่ ความเป็นกด็ ี
ความตายไปในภพใดกด็ ี ทจ่ี ะตอ้ งรบั สขุ รบั ทกุ ข์ เปน็ เรอ่ื งของเราทจ่ี ะตอ้ งรบั โดยสนิ้ เชงิ
ไม่มีผู้ใดจะมาแบ่งสู้แบ่งรับ หรือแบ่งสันปันส่วนให้ทุกข์มีความเบาบางจากเราไป
บ้างได้
เราจงึ ควรเขม้ แขง็ พจิ ารณาแกไ้ ขตนตง้ั แตบ่ ดั น้ี จติ เปน็ สง่ิ ทชี่ ำ� ระได้ ชำ� ระสะสาง
ให้เป็นของสะอาดได้จากมลทินทั้งหลาย เพราะธรรมท้ังปวงน้ันเหมือนน�้ำท่ีสะอาด
ส�ำหรับช�ำระส่ิงสกปรกโสโครกท้ังหลายให้สะอาดนั้นแล หากธรรมช�ำระสิ่งสกปรก
โสโครกภายในจติ ใจสตั วโ์ ลกทง้ั หลายใหส้ ะอาดไมไ่ ดแ้ ลว้ พระพทุ ธเจา้ กด็ ี สาวกอรหตั
อรหนั ตท์ งั้ หลายกด็ ี ไมม่ อี งคใ์ ดจะเปน็ ผสู้ ะอาดปราศจากมลทนิ ถงึ ความบรสิ ทุ ธไิ์ ดเ้ ลย
ตอ้ งจมอยใู่ นกองทกุ ขเ์ ชน่ เดยี วกบั สตั วโ์ ลกทว่ั ไป แตน่ กี่ เ็ พราะธรรมซง่ึ เปน็ ธรรมชาตทิ ี่
สะอาดสดุ สว่ นอยแู่ ลว้ ผนู้ ำ� มาประพฤตปิ ฏบิ ตั กิ เ็ ทา่ กบั นำ� มาซกั ฟอกจติ ใจของตน ใหม้ ี
ความสะอาดข้ึนโดยล�ำดบั จนสะอาดบริสุทธิ์เตม็ ที่
เวลานจ้ี ติ ของเราเปน็ อยา่ งไร สงั เกต ทดสอบ บวกลบ ผลรายไดร้ ายเสยี วานน้ี
มาถึงวันนี้ เช้านี้มาถึงตอนน้ี ทดสอบอยู่เสมอ พยายามผลิตสติปัญญาขึ้นเร่ือยๆ
โดยแยกขนั ธ์ ธาตุ อยา่ งหนึ่งอยา่ งใดข้นึ พจิ ารณาเสมอ
ปกตริ า่ งกายเปน็ เรอื่ งของมนั อยา่ งนน้ั เวลามกี ำ� ลงั วงั ชากเ็ หมอื นกบั ไมเ่ คยเจบ็ ไข้
ไดป้ ่วย เวลาเจบ็ ไข้ได้ป่วยกเ็ หมือนจะไม่มีก�ำลงั วงั ชาตอ่ ไปอกี หรอื เหมือนกบั จะลม้
จะตายไปในขณะนั้น แล้วมันกฟ็ นื้ ข้นึ มาได้ เร่ืองของอนจิ จงั เปน็ อยา่ งน้ี นอกจาก
สดุ วิสัยแลว้ กต็ ายด้วยกนั ทุกคน ไมเ่ ลือกหนา้ ไม่เลอื กกาล สถานท่ี ทกุ ทา่ นจึงควร
ระลกึ ถงึ ความตายเสมอ จะเปน็ ธรรมเตอื นตนใหร้ ตู้ วั ไมป่ ระมาทนอนใจในชวี ติ ความ
ไมม่ ีโรค ความมี ความจน ยศถาบรรดาศกั ดิ์ สมบตั ิ บริวาร วา่ เป็นของไมแ่ น่นอน
นอกจากบญุ อนั เปน็ ที่พง่ึ ของใจโดยตรงตลอดไป ไม่สงสยั
กำ� ลงั ทางจติ เปน็ สำ� คญั มาก ไมค่ วรใหห้ ลดุ มอื ไป เวลานเ้ี ราตอ้ งการกำ� ลงั ทางจติ ใจ
ใหม้ คี วามเขม้ แข็ง ร้เู ท่าทันกับเหตุการณท์ ี่มอี ย่รู อบตวั ตลอดอริ ิยาบถ
382
รา่ งกาย ธาตขุ นั ธ์ เรากไ็ ดอ้ าศยั เขามานาน ตอ่ มาเมอื่ หนกั มากเขา้ มากเขา้ กม็ า
ทับเรา เจบ็ เลก็ เจบ็ นอ้ ย ปวดเล็ก ปวดนอ้ ย เจ็บปวดทีต่ รงไหน ก็มาทับเรา ทบั เรา
ถา้ เรามสี ตปิ ญั ญาทนั เรากต็ า้ นทานได้ กดี กนั สง่ิ นน้ั ดว้ ยอบุ ายวธิ ตี า่ งๆ ได้ หลกี เลย่ี ง
ความทกุ ขท์ งั้ หลายไดด้ ว้ ยสตปิ ญั ญา จติ ใจกไ็ มไ่ ดร้ บั ความกระทบกระเทอื นมากจาก
สงิ่ เหลา่ นี้ หรือไม่กระทบกระเทอื นถงึ ใจเลย
หากไมช่ ำ� ระสะสางใหพ้ อกบั ความตอ้ งการ หรอื สตปิ ญั ญาไมพ่ อ ใจกบั สง่ิ เหลา่ นี้
จะพวั พนั ผกู มดั กนั อยา่ งแนน่ หนา หาทางออกไมไ่ ด้ กายทกุ ข์ ใจกท็ กุ ข์ รา่ งกายสว่ นไหน
ทกุ ข์ ใจกท็ กุ ขไ์ ปดว้ ย แมร้ า่ งกายจะไมท่ กุ ขไ์ ปทง้ั ตวั กต็ าม แตใ่ จจะทกุ ขไ์ ปหมดทง้ั ดวง
ไมไ่ ดเ้ ปน็ แบบวา่ รา่ งกายเจบ็ สว่ นนน้ั ใจกท็ กุ ขส์ ว่ นนน้ั รา่ งกายเจบ็ นอ้ ย ใจกท็ กุ ขน์ อ้ ย
นดิ เดยี ว แตม่ นั ไมเ่ ปน็ เชน่ นน้ั รา่ งกายเจบ็ มากเจบ็ นอ้ ย แตใ่ จกเ็ ปน็ ทกุ ขม์ ากอยนู่ นั่ แล
ไม่มีการแบง่ ส้แู บ่งรับกนั บา้ งเลย
จติ ใจโงต่ อ่ ขนั ธ์ ไมร่ เู้ ทา่ ทนั ขนั ธ์ ยอ่ มไดร้ บั ความทกุ ข์ เพราะขนั ธก์ ำ� เรบิ อยา่ งนแี้ ล
จงเหน็ โทษของใจทโี่ ง่ และเหน็ คณุ ของใจทฉ่ี ลาดจากการฝกึ อบรมมาอยา่ งเกรยี งไกร
แลว้ ไมม่ คี ำ� วา่ “ทกุ ขท์ างใจ” แมข้ นั ธท์ ง้ั ขนั ธจ์ ะเปน็ เหมอื นเปลวเพลงิ กต็ าม ใจกเ็ ปน็ อยู่
อย่างอสิ รเสรี
ถา้ จติ ไมม่ สี ตไิ มม่ ปี ญั ญา จะทกุ ขม์ ากนอ้ ยเพยี รไรในรา่ งกายสว่ นตา่ งๆ ใจจะตอ้ ง
สัง่ สมทุกขเ์ ขา้ ภายในตัวอยา่ งมากมายและรวดเร็วด้วย ส่วนจติ ทไี่ ด้รบั การอบรมทาง
สตปิ ญั ญา ไมเ่ ปน็ เชน่ นน้ั อะไรเจบ็ ขน้ึ ทตี่ รงไหนภายในรา่ งกายสว่ นตา่ งๆ กท็ ราบตาม
เปน็ จรงิ ดว้ ยสตปิ ญั ญาทพ่ี จิ ารณาไวแ้ ลว้ ทกุ ขช์ นดิ นแ้ี สดงขน้ึ มา อาการนแ้ี สดงผดิ ปกติ
ขน้ึ มา มคี วามเจบ็ ความทกุ ข์ เปน็ อยา่ งนน้ั กท็ ราบตามอาการของทกุ ข์ท่แี สดงข้นึ ใน
รา่ งกาย กายผดิ ปกติ เวทนากแ็ สดงตวั ขน้ึ มา ใจกร็ ตู้ ามเปน็ จรงิ ไมห่ ลงใหลในกายและ
ทุกขเวทนา ใจไม่ผดิ ปกติเพราะใจมปี ญั ญาฉลาดรเู้ ท่าทันขนั ธ์
นแี่ หละ ทา่ นผรู้ กู้ บั พวกเราจงึ ตา่ งกนั อยมู่ าก อยา่ เขา้ ใจวา่ ทา่ นจะเปน็ บา้ หลงสขุ
หลงทกุ ขเวทนาเหมอื นพวกเราเลย แมก้ ายจะเจบ็ หมดทง้ั รา่ ง จติ ใจของทา่ นกไ็ มห่ วน่ั
383
เพราะรตู้ ามเป็นจริงทุกสว่ นอยูแ่ ลว้ โดยอัตโนมัติ ทงั้ ๆ ท่รี า่ งกายยงั ไม่เจบ็ ป่วยขนึ้ มา
ในระยะนนั้ ๆ เวลารา่ งกายเจบ็ ปว่ ยกเ็ ทา่ กบั การแสดงสกั ขพี ยานใหท้ า่ นเหน็ วา่ ทป่ี ญั ญา
ได้พจิ ารณาโดยล�ำดบั นนั้ ถกู ต้องดแี ลว้ เวลานีท้ ุกขเวทนาปรากฏขน้ึ เชน่ นี้ ตามหลกั
ของปญั ญาทไี่ ด้รู้ไว้แลว้ ทา่ นจงึ ไม่หวนั่ เพราะท่านทราบไวล้ ่วงหน้าแลว้ อยา่ งถงึ ใจ
ถงึ ความจรงิ ทกุ สว่ น ทงั้ ภายในภายนอกตลอดทวั่ ถงึ กระทง่ั รา่ งกายจะทนไมไ่ หวจรงิ ๆ
ทา่ นกท็ ราบว่ารา่ งกายนี้จะทนไม่ไหวแลว้ แต่จติ ของทา่ นเป็นปกติ ไม่หวน่ั ตอ่ ความ
ตาย และไม่ต้องทนตอ่ ทกุ ขเวทนา ท่านไม่ทรุ นทรุ ายไปตาม
แตค่ วามคดิ เหน็ ของโลกขดั ตรงทวี่ า่ “ทา่ นทน” นเ่ี อง แตจ่ ติ ของทา่ นไมไ่ ดร้ บั ความ
กระทบกระเทอื น จะวา่ ทา่ นทนทกุ ข์ ก็ขัดกับใจท่ีบริสุทธิ์ ไมซ่ ึมซาบกบั ทกุ ขเวทนาที่
เปน็ สมมตุ นิ น้ั เลย ถา้ วา่ อยา่ งนนั้ คดิ วา่ ถกู ตอ้ ง เพราะวา่ ทา่ นไมม่ คี วามหวนั่ ไหวไปตาม
ทกุ ขเวทนาทเี่ กดิ ขนึ้ ภายในรา่ งกาย จะมากจะนอ้ ยจนรา่ งกายจะทนไมไ่ หว กท็ ราบวา่
ทนไมไ่ หว จะแตกกท็ ราบวา่ จะแตก แตจ่ ติ ทา่ นไมแ่ ตกไปดว้ ยกบั ขนั ธ์ นนั่ ! จติ มคี วาม
สม่�ำเสมออยตู่ ลอดเวลา ทั้งทเี่ วทนาเกดิ ขึ้น ท้งั ท่ีเวทนาตั้งอยู่ หรอื เวทนาดับไป หรือ
เวทนาไมเ่ กดิ ขนึ้ มคี วามเปน็ ปกตอิ ยเู่ ชน่ นนั้ จงึ ชอื่ วา่ “รรู้ อบดว้ ยปญั ญาจรงิ ๆ” ใจไมม่ ี
สมมตุ ิ เช่น ทกุ ขเวทนา ซง่ึ เปน็ สมมตุ ิเขา้ ไปแทรกไดเ้ ลย ใจทา่ นจะกระทบกระเทอื น
กับอะไร?
เรอื่ งเชน่ นแ้ี หละเปน็ หวั เลย้ี วหวั ตอ่ สำ� คญั มาก ไดพ้ จิ ารณาหรอื ไดภ้ าวนามานาน
แสนนานเพยี งไร กค็ วรสงั เกตดูความรูค้ วามฉลาดของเรากบั ทกุ ขเวทนาทีป่ รากฏข้นึ
มากน้อย จิตเปน็ อย่างไรบา้ ง เราทราบขณะนี้ ถา้ สติปัญญารอบแล้ว ทกุ ขไ์ ม่ทกุ ข์
เกิดไมเ่ กดิ มนั ก็ทราบอยเู่ ป็นปกติ ไมม่ ีปญั หาใดๆ มาเปน็ อปุ สรรคได้ ถงึ กาลจะไป
กไ็ ปเลย พระอรหนั ตท์ า่ นจงึ ไมล่ ำ� บากเวลาตายเหมอื นปถุ ชุ นทงั้ หลาย ทา่ นตายไดอ้ ยา่ ง
สบายหายห่วงทุกอิริยาบถ
เมอื่ เปน็ เชน่ นี้ ทา่ นทำ� ไมจะนพิ พานในทา่ อริ ยิ าบถตา่ งๆ ทที่ า่ นตอ้ งการไมไ่ ดล้ ะ่
เพราะท่านไมไ่ ด้อยู่ใตอ้ ำ� นาจของสมมุติทัง้ ปวง มที ุกขเวทนาเปน็ ต้น เหมอื นพวกเรา
ท่ีทุกขเวทนาพัวพันอยู่อย่างเต็มที่ในเวลาจะตาย พระอรหันต์ท่านมิใช่นักโทษที่ถูก
384
คุมขังอยู่ในเรือนจ�ำ มีทุกขเวทนาเปน็ ผู้บีบบังคบั ทา่ นจึงนพิ พานในอริ ิยาบถใดก็ได้
ตามความถนดั ใจ เช่น ยืน เดนิ นั่ง นอน นพิ พาน
ปถุ ชุ นคนสามญั เรานี้ “โอย๊ ! แสนลำ� บากมาก” เปน็ ทกุ ขเ์ ปน็ รอ้ นภายในรา่ งกาย
ยงั ไมแ่ ลว้ พาลไปทกุ ขร์ อ้ นภายในจติ อกี นะ่ ซี เรอ่ื งจงึ มากมายกา่ ยกอง เปน็ ไฟทงั้ กอง
เผาอยทู่ ง้ั รา่ งกายและจติ ใจ เวลาเกดิ ความทกุ ขภ์ ายในตวั กพ็ าลใหเ้ จา้ ตวั เปน็ บา้ ไปดว้ ย
โดยบน่ เพอ้ ละเมอไปวา่ “คนนนั้ ไมด่ แู ล คนนไ้ี มเ่ อาใจใส่ คนนไ้ี มเ่ หน็ บญุ คณุ ของเรา
คนนน้ั ทงิ้ เรา เวลาเราชว่ ยอะไรเขาไมไ่ ด”้ วา่ ไปไมม่ ขี อบเขตเหตผุ ล “ลกู ไมด่ ี หลานไมด่ ี
เหลนไมด่ ี คนใชไ้ มด่ ี เพอ่ื นฝงู ทเ่ี คยสนทิ สนม เคยอปุ การะเขามา เวลาเราเปน็ อยา่ งนี้
ไมม่ ใี ครมาเหลยี วแลเลย ผวั ยงิ่ ไมม่ ามองหนา้ บา้ งเลย” เวลานใ้ี ครๆ กไ็ มด่ ไี ปหมด ทงั้ ท่ี
ตา่ งคนตา่ ง “ตวั ไหว ใจสน่ั ” กลวั ลม้ หายตายจากเขาไป และวง่ิ เตน้ ชว่ ยเหลอื เตม็ ความ
สามารถจนไมไ่ ดห้ ลับนอน เวลานัน้ ใครกก็ ลายเป็นไฟตอ่ ตัวเอง เหน็ วา่ ไมด่ ไี ปหมด
ทำ� ไมจ่ ึงไม่ดี? เพราะหัวใจเรามนั ร้อนเปน็ ฟืนเป็นไฟ อะไรๆ ใครๆ ก็ไมด่ โี มด้
เป็นการระบายทกุ ข์ตามความเข้าใจของตัวที่กำ� ลังต้องการความช่วยเหลอื และเหน็ ใจ
จากคนอ่นื แต่มนั เลยความพอดีไป จนกลายเปน็ ไฟเผาคนทั้งบ้านให้ร้อนรนวุ่นวาย
ไปตามๆ กัน น่คี อื โทษแหง่ ความไม่สนใจในธรรม คอื ความพอดี
ความจริงไม่ใช่ระบายทุกข์ แต่มันเพ่ิมทุกข์ขึ้นภายในตัวและผู้เกี่ยวข้องให้
เดอื ดรอ้ นวนุ่ วายไปตามๆ กนั เรอื่ งของสามญั ชนเรามกั เปน็ อยา่ งน้ี เพราะการไมไ่ ดอ้ บรม
ธรรมเข้าส่ใู จบ้างพอประมาณน่นั เอง
แตส่ ำ� หรบั พระอรหนั ต์ ทา่ นไมเ่ ปน็ เลย ไมไ่ ดเ้ กยี่ วขอ้ งกบั ใคร ไมไ่ ดส้ นใจคดิ วา่
คนนัน้ อย่างนั้น คนน้ีอยา่ งนี้ ดงั สามัญเรา มีแต่ร้ตู ามความจริงของธาตขุ องขันธ์ท่ี
แสดงตวั ออกมามากนอ้ ยในเรอื่ งทกุ ขเวทนา ถงึ คราวแตกคราวดบั จรงิ ๆ ทา่ นกท็ ราบ
ชดั ๆ ไมก่ ังวล วนุ่ วาย “เอ้า! เมื่อทนไม่ไหวละ แตกกแ็ ตกไป!” แตกกับอยู่ ก็คือธาตุ
อนั เดยี วกนั แนะ่ ! แตกไปแลว้ จะไปไหนกเ็ ปน็ เรอ่ื งของมนั “หมดความรบั ผดิ ชอบลงไป
เสียทเี ถอะ”
385
ขึ้นช่อื ว่า “ภารา หเว ปญจฺ กฺขนธฺ า” นี้ มันยุง่ เสยี จริงแต่วนั เริม่ แรก แตกไปเสยี
กห็ มดความรบั ผดิ ชอบกนั เพยี งเทา่ น้ี ซงึ่ เปน็ ครง้ั สดุ ทา้ ย ตอ่ ไปกห็ มดหว่ งกนั มนั เพยี ง
เท่านี้ “ตอ่ ไปจิตไมต่ อ้ งรบั ผิดชอบกับสงิ่ เหล่านอ้ี กี เลย”
นนั่ นะ่ ฟงั ซิ ผสู้ น้ิ กเิ ลส ทา่ นวา่ “อนปุ าทเิ สสนพิ พาน” หายกงั วลไปโดยประการ
ทง้ั ปวง! เวลาทม่ี ชี วี ติ อยตู่ อ้ งไดร้ บั ทราบและรบั ผดิ ชอบกนั อยตู่ ลอดเวลา ตามทป่ี ระสาท
รบั รอู้ ยใู่ นรา่ งกายนส้ี ว่ นตา่ งๆ ทางหู ทางตา ทางจมกู ทางลนิ้ ทางกาย ตลอดถงึ ทางใจ
กต็ อ้ งมคี ดิ มปี รงุ เวลาอาศยั กนั อยกู่ ต็ อ้ งรบั ผดิ ชอบกนั อยา่ งนเ้ี หมอื นคนทว่ั ไป เปน็ แต่
ไมย่ ดึ และไม่หวังอะไรจากขันธ์น้เี ท่าน้ัน
ทา่ นวา่ “สอปุ าทเิ สสนพิ พาน” ใจถงึ ความบรสิ ทุ ธิ์ “วมิ ตุ ต”ิ ไปแลว้ แตธ่ าตขุ นั ธ์
ไมบ่ รสิ ุทธกิ์ ับเรา เขาต้องก่อกวนอยู่อยา่ งนนั้ กอ่ กวนอยู่อย่างน้ี ให้ได้รบั ทราบ และ
รบั ผดิ ชอบกนั อยตู่ ลอดเวลา พาหลบั พานอน กนิ อยปู่ วู ายตา่ งๆ เปน็ แตใ่ จไมท่ รุ นทรุ าย
ต่างๆ ไม่หลงมันเทา่ นัน้ เอง ทา่ นปฏิบัตติ ่อขนั ธ์อนั เป็นสมมุติ เหมอื นผใู้ หญป่ ฏิบัติ
ตามใจเดก็ เลก็ ๆ นนั่ แล เชน่ พาเลน่ ตกุ๊ ตาบา้ ง พาเลน่ ฟตุ บอลบา้ ง เปน็ ตน้ ไมง่ นั้ เดก็
มันกวนและร้องไห้
ทา่ นนกั ปฏบิ ตั ิ จงมีความม่นั คงภายในใจให้เป็นที่แน่ใจตน อยา่ ใหเ้ สียที ทุกข์
ขนาดไหน กใ็ หป้ ลงลงในบทธรรมวา่ “ทกุ ขเวทนา” เปน็ สจั ธรรมอนั หนงึ่ หรอื เปน็ องค์
แหง่ ไตรลกั ษณอ์ นั หนงึ่ เทา่ นนั้ ไมใ่ ชเ่ รา ไมใ่ ชข่ องเรา และไมใ่ ชข่ องใครทงั้ สนิ้ ความเปน็
ไตรลกั ษณก์ บั ความทรี่ อู้ ยภู่ ายในจติ นเ้ี ปน็ คนละอยา่ ง ไมใ่ ชอ่ นั เดยี วกนั รา่ งกายกเ็ ปน็
สว่ นหนง่ึ ทกุ ขเวทนาทเี่ กดิ ขน้ึ เพราะรา่ งกายผดิ ปกตกิ เ็ ปน็ อกี สว่ นหนง่ึ จติ ทรี่ กู้ เ็ ปน็ อกี
ส่วนหนงึ่ สตปิ ญั ญาทน่ี �ำมาใช้เพ่ือรูเ้ ทา่ และถอดถอน หรือเพอื่ ก�ำจัดปดั เปา่ สงิ่ เหลา่ นี้
กเ็ ปน็ สจั ธรรมอนั หนง่ึ ซงึ่ เปน็ ฝา่ ยแกฝ้ า่ ยถอดถอนกเิ ลสทง้ั ปวง ตวั หลงยดึ มนั่ ถอื มน่ั
สำ� คัญผดิ
ปัญญามีไวส้ ำ� หรบั ใชแ้ ก้กิเลส แก้ความลมุ่ หลงของตน ใช้ให้เพียงพอกบั ความ
ตอ้ งการ เรอ่ื งตายนนั้ มอี ยกู่ บั ทกุ คน ไมเ่ ปน็ สง่ิ ทนี่ า่ วติ กกงั วลใหเ้ กดิ ทกุ ขท์ างใจ ตายกอ่ น
386
ตายหลงั กค็ อื ความตายนนั่ เอง ไมเ่ หน็ มอี ะไรแปลกกนั คนนต้ี ายวนั นี้ คนนนั้ จะตายวนั
พรงุ่ น้ี กค็ อื ความตายนน่ั แล แปลกตา่ งกนั ทไ่ี หน พอจะไดเ้ ปรยี บและเสยี เปรยี บกนั ?
ความโงก่ บั ความฉลาดต่างหากที่ทำ� คนใหไ้ ดเ้ ปรยี บและเสยี เปรยี บกเิ ลสนะ่
จติ ลว้ นๆ ไมม่ กี าล ไมม่ เี วลา เรอ่ื งกาล เรอื่ งเวลานน้ั เปน็ ความคาดความหมาย
ของจติ ซง่ึ กอ่ ความหลงความกงั วลใหต้ นตา่ งหาก ความตายจรงิ ๆ เขาไมม่ กี าล ไมม่ เี วลา
ของเขา เขาไม่มีกฎมีเกณฑ์ต้ังไว้เหมือนมนุษย์เรา มนุษย์เราชอบตั้งกฎต้ังเกณฑ์
นนั้ อยา่ งนนั้ นอ้ี ยา่ งน้ี และสงิ่ ทที่ ำ� ความสำ� คญั มน่ั หมายถงึ ตงั้ กฎตง้ั เกณฑน์ น้ั ลว้ นแลว้
แตเ่ ปน็ สิ่งท่กี อ่ ความกังวลให้แกต่ นท้งั น้นั ทถ่ี กู เขยา่ ก่อกวนอยตู่ ลอดเวลากค็ อื ใจ
จงทราบสงิ่ เหลา่ นไี้ วด้ ว้ ยสตปิ ญั ญา อยา่ หลงใหลใฝฝ่ นั ไปกบั สงิ่ เหลา่ นแ้ี บบลมๆ
แลง้ ๆ ทม่ี ากอ่ กวน กช็ อ่ื วา่ “ฉลาดรอบตวั ” ไมก่ ลวั เปน็ กลวั ตาย ตลอดสภาวะทว่ั ไปทม่ี า
เกย่ี วขอ้ งกบั ใจ ตายทไี่ หน ตายกาลใด เวลาใด ตายโดยโรคอะไร มนั กค็ อื ความตาย
ตายวนั น้ี ตายวนั หน้า ก็คือความตายนนั่ แล ตืน่ กันหาประโยชนอ์ ะไรแบบไม่ได้เร่อื ง
ไดร้ าว ย่ิงกว่าเดก็ อมมอื
จติ จรงิ ๆ ไมม่ ตี าย ไมม่ สี ถานท่ี ไมม่ กี าล ไมม่ โี รค เพราะจติ ไมไ่ ดเ้ ปน็ โรคแบบนนั้
เปน็ โรคกเิ ลสต่างหาก ถ้าแก้กิเลสออกได้มากน้อย จติ ก็มีความสุขสบาย โดยไมต่ ้อง
มีกาลมีเวลามาใหค้ วามสุข ยิง่ จติ บรสิ ุทธดิ์ ้วยแล้วเป็น “อกาลิโก” ไม่มีอะไรเขา้ มา
แทรกเลย เปน็ สุขล้วนๆ คอื “ปรมํ สุขํ สขุ โดยธรรมชาติแท้ ไมแ่ ปรผันเหมอื นสขุ ใน
วงสมมตุ ิซ่งึ คอยแตจ่ ะหลดุ มือไป”
ถา้ คดิ ปลงตกในทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง ชอ่ื วา่ “ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรม” และชอ่ื วา่ “ผคู้ รองธรรม
สมบตั ิอย่างภมู ิใจ”
สง่ิ ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ตน เชน่ สมบตั ิ เงนิ ทอง ขา้ วของ คนนนั้ คนนี้ ญาตมิ ติ รสหาย
อะไรเหลา่ นมี้ นั อยไู่ กลจากตวั เรามาก สง่ิ ทเี่ กย่ี วพนั กบั ตนอยเู่ วลานี้ คอื ขนั ธห์ า้ ไดแ้ ก่
ร่างกายกับจติ ท่ีอยูด่ ้วยกัน นีเ่ ปน็ สง่ิ สำ� คัญ ตอ้ งเรียนใหร้ ทู้ ันและปลงใหต้ ก ดว้ ยสติ
ปญั ญารคู้ วามจรงิ ของมนั อยา่ ไปขดั ขวางความจรงิ ถา้ ไปขดั ความจรงิ แลว้ เปน็ การคยุ้
387
กเิ ลสขนึ้ มา เหมอื นปลกู กเิ ลสใหเ้ ปน็ ตน้ เปน็ ลำ� ใหญโ่ ตขนึ้ มา แลว้ กม็ าราวเี รานน่ั แหละ
คอื ราวใี จดวงโง่ต่อเขานั่นแล
ขนั ธห์ า้ เปน็ เชน่ ไร จติ เปน็ อยา่ งไร? เราเคยเรยี นรแู้ ละปฏบิ ตั ติ อ่ สงิ่ เหลา่ นม้ี าแลว้
จึงไม่ควรหลงการแสดงออกของขนั ธ์ ซึง่ เป็นกริ ยิ าของจติ แทรกอยูด่ ว้ ยแทบทกุ ขันธ์
เวน้ แต่ “รูปขนั ธ”์ เท่าน้นั
รปู หมายถงึ กายทงั้ หมด นก่ี ็เปน็ ขนั ธอ์ นั หนงึ่ เปน็ หมวดอันหนง่ึ หรอื เปน็ กอง
อนั หนงึ่ กก็ องทกุ ขน์ น่ั แล จะเปน็ กองอะไร ขนั ธห์ า้ แปลวา่ กองทกุ ขน์ นั่ แหละ ทกุ ขม์ ี
อยทู่ ี่น่ี ทุกขม์ ันอยูท่ ่ีนี่ ภูเขาไม่ได้มาท�ำให้คนมที กุ ข์ หรือภูเขาไมไ่ ดเ้ ป็นทกุ ข์ ดนิ ฟ้า
อากาศ ไมไ่ ดเ้ ปน็ ทกุ ข์ มนั เปน็ ทกุ ขท์ ขี่ นั ธห์ า้ นี้ ถา้ จติ เราหลง เรากเ็ ปน็ ทกุ ขด์ ว้ ย ถา้ จติ
ไมห่ ลง กเ็ ปน็ ทกุ ขท์ ข่ี นั ธห์ า้ เทา่ นนั้ จติ ไมเ่ ปน็ ทกุ ขด์ ว้ ยเลยแมอ้ ยดู่ ว้ ยกนั กต็ าม เพราะ
เป็นคนละภาคละสว่ น
เวทนา คือ สุข ทุกข์ เฉยๆ ท่านเรียกวา่ “เวทนาขันธ์” หมายถึงขนั ธห์ ้านน่ั เอง
“สัญญาขันธ์” คอื ความจดจ�ำ
“สังขารขันธ”์ คือ ความคิดปรุง
“วิญญาณขนั ธ์” คือความรับทราบจากสิง่ ทีม่ าสัมผสั ทาง ตา หู จมกู ลน้ิ กาย
รวมแลว้ ทา่ นเรยี กวา่ “ขนั ธห์ า้ ” หรอื วญิ ญาณขนั ธ”์ กก็ องทกุ ขท์ งั้ มวลนน่ั เอง จะเปน็
กองเงนิ กองทองท่ีไหนกนั พอใหห้ ลงให้เพลินไปตามเขา
ถ้าเปน็ ทกุ ข์ กเ็ ป็นทุกขอ์ ย่ใู นวง “ขันธห์ า้ ” นี้ เวทนา มนั ก็แสดงตัวของมนั ตาม
สภาพของมนั อย่างนน้ั จะเปน็ สุข กเ็ ปน็ เรื่องของสขุ ล้วนๆ จะเป็นทกุ ข์ กท็ ุกขล์ ้วนๆ
มันเปน็ ของมันอย่างนนั้ รูปกาย กเ็ ป็นรปู กายของมันอย่างน้ัน ทุกขก์ บั สขุ มมี ากน้อย
รปู กายไมร่ บั ทราบ รปู กายไมม่ คี วามหมายในตวั เอง และไมม่ คี วามหมายในทกุ ข์ ทกุ ขท์ ่ี
เกดิ ขนึ้ กไ็ มม่ ีความหมายในตวั เอง และไม่ทราบวา่ ตัวเองน้นั เป็นทกุ ข์ น!ี่ จงึ เรียกว่า
เปน็ ความจรงิ แตล่ ะอย่างละอย่างตามหลักความจรงิ แหง่ ขนั ธ์ห้า
388
ทกุ ขจ์ รงิ ๆ ทมี่ นั เกดิ ขนึ้ ในรา่ งกายน้ี มนั ไมไ่ ดท้ ราบความหมายของมนั วา่ มนั เปน็
ทกุ ข์ และมนั กอ่ ขน้ึ ใหแ้ กผ่ ใู้ ด มนั เองกไ็ มม่ คี วามหมายในตวั มนั ไมร่ สู้ กึ นอกจากใจ
ของเราไปหมายมนั เท่านน้ั
สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ ความจำ� กเ็ หมอื นกนั มนั สกั แตว่ า่ จำ� สงั ขาร ความคดิ ปรงุ
ก็สักแต่ว่าปรุง ใครจะเป็นผู้รับช่วงจากความปรุง ใครจะเป็นผู้รับช่วงจากความจ�ำ
(สญั ญา) ใครจะเปน็ ผรู้ บั ชว่ งจากความรบั ทราบ (วญิ ญาณ) นน้ั ถา้ ไมใ่ ชจ่ ติ ? กม็ จี ติ
ดวงเดียวเทา่ นัน้ เปน็ ผูร้ บั ภาระท้งั รับรู้ทงั้ รับหลง
จิต ถ้าเป็นจิตที่รู้รอบด้วยปัญญาก็มีเคร่ืองมือจับ เหมือนกับเราจับไฟด้วย
เครอ่ื งจับ เชน่ คมี คีบถา่ นไฟ มันกไ็ ม่ไหม้เรา ถ้ามอื ไปจบั ไฟกไ็ หม้ จติ ทีม่ ีเครอ่ื งมือ
มสี ตมิ ปี ญั ญารอบตวั ทกุ ขใ์ นขนั ธก์ ไ็ มเ่ ผาใจได้ ยอ่ มอยดู่ ว้ ยกนั ดว้ ยความจรงิ เสมอไป
ตลอดอวสาน
พจิ ารณาเวทนา กส็ กั แตเ่ วทนา ไมร่ อ้ นไมท่ กุ ข์ เพราะมเี ครอ่ื งปอ้ งกนั จติ ทเี่ ปน็ สขุ
ยอ่ มมเี ครอ่ื งปอ้ งกนั เตม็ ตวั ทกุ ขเวทนาจะเกดิ ขน้ึ เหมอื นกองไฟทงั้ กองกต็ าม จติ กเ็ ปน็
จติ ลว้ นๆ เปน็ ความรลู้ ว้ นๆ สขุ กเ็ ปน็ สขุ ลว้ นๆ ไมไ่ ดค้ ละเคลา้ กนั เลย “ตา่ งอนั ตา่ งจรงิ
ตามหลกั ความจรงิ แท”้ เปน็ อยา่ งนแ้ี ล กรณุ าพจิ ารณาใหเ้ หน็ แจง้ กบั ตวั เอง จะยอมรบั
พระธรรม ตลอดครูอาจารย์ ด้วยใจจรงิ ในตัวเองเพราะความจรงิ น้ันเหมอื นกนั
สงิ่ ที่ “ปนี เกลยี ว” ตอ่ หลกั ความจรงิ กค็ อื อะไรเกดิ ขน้ึ กเ็ ออ้ื มไปจบั อะไรเกดิ ขน้ึ
กเ็ ออ้ื มไปจบั ไปยดึ ไปถอื จงึ เหมอื นเออื้ มมอื ไปจบั ไฟ ซงึ่ ตอ้ งนำ� ความรอ้ นเขา้ มาสใู่ จอยดู่ ี
รอ้ นมากหรอื นอ้ ยกข็ น้ึ อยกู่ บั ความหลงมาก หลงนอ้ ย ยดึ มาก ยดึ นอ้ ย ถา้ ไมย่ ดึ เสยี เลย
ดว้ ยอำ� นาจของปญั ญาทร่ี รู้ อบขอบชดิ หมดแลว้ หรอื จติ บรสิ ทุ ธล์ิ ว้ นๆ แลว้ สงิ่ นนั้ ๆ กส็ กั
แตว่ า่ แสดงตวั ตามเรอื่ งของมนั อยเู่ ทา่ นน้ั ไมม่ คี วามหมายใดๆ เลย แมต้ า่ งอนั ตา่ งแสดง
กไ็ มม่ คี วามหมายในตวั เอง เพยี งตา่ งอนั ตา่ งจรงิ อยตู่ ามธรรมชาตขิ องมนั เทา่ นน้ั จติ ก็
จรงิ ไปตามธรรมชาติของจิต จึงไม่มีปญั หาอะไรในเรอ่ื งความเจ็บปวดในธาตใุ นขนั ธ์
ไม่มีปญั หาอนั ใดในเรอ่ื งความลม้ ความตาย ความสลายแห่งธาตุ มเี ท่าไรกส็ ลายไป
389
ตามเรอื่ งของมนั แมข้ ณะทมี่ นั สลายลงไปนน้ั กไ็ มม่ อี ะไรมาเกย่ี วขอ้ งจติ ใจใหย้ งุ่ เหยงิ
วนุ่ วายไปตามเลย
นแ่ี หละหลกั ธรรมทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ทา่ นทรงสอน ผปู้ ฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมนแี้ ลว้ จะรู้
ความจรงิ ดงั ทก่ี ลา่ วมานี้ เปน็ อยา่ งอนื่ ไปไมไ่ ด้ ดงั ทท่ี า่ นวา่ “ความเปน็ ความตาย มนี ำ้� หนกั
เท่ากัน” ไมม่ ีอะไรยง่ิ หยอ่ นกวา่ กัน ในความรสู้ ึกของพระอรหนั ต์ทา่ น เวลามีชวี ติ อยู่
กไ็ มไ่ ดอ้ ะไรจากธาตจุ ากขนั ธอ์ นั นี้ เพราะจติ พอตวั เสยี ทกุ อยา่ งแลว้ ไมต่ อ้ งการอะไรมา
เพม่ิ เตมิ จากธาตจุ ากขนั ธ์ หรอื จากสง่ิ ใดๆ ในโลก เวลาขนั ธส์ ลายตวั ลงไป จติ กพ็ อตวั
อยแู่ ลว้ จะไปลม่ จมทไี่ หนกนั ! จงึ หาความลม่ จมไมม่ ี เพราะธรรมชาติ “ผรู้ ทู้ บี่ รสิ ทุ ธ”ิ์ นี้
ไม่ใช่ผู้ล่มจม ส่ิงต่างๆ จะเอาความล่มจมมายัดเยียดให้ธรรมชาติน้ีได้อย่างไร!
เมอ่ื ธรรมชาตนิ พ้ี อตวั อยแู่ ลว้ จะเอาอะไรมาแฝงมาเพม่ิ กไ็ มต่ ดิ ทา่ นวา่ “ความตายกบั
ความเปน็ อยูม่ ีน�ำ้ หนกั เทา่ กัน” ไม่มอี ะไรผิดแผกแตกต่างกัน ท่านถือวา่ เปน็ ธรรมด๊า
ธรรมดา! เมอื่ รเู้ หน็ ตามเปน็ จรงิ แลว้ เปน็ อยา่ งนน้ั ดว้ ยกนั ทง้ั สน้ิ ความรจู้ รงิ เตม็ ภมู จิ ติ
ภมู ธิ รรมดว้ ยกนั แลว้ จงึ ไมม่ อี ะไรจะขดั แยง้ ถกเถยี งกนั เหมอื นพวกเราคอยรบั เหมา
กิเลสความขัดแยง้ แขง่ ดกี ัน
ถา้ “ปีนเกลียว” กบั ความจรงิ กเ็ ป็นเรือ่ งใหญโ่ ต ขณะทีเ่ กิดก็ใหญ่ ดีใจ “โอโ้ ฮ
หนดู ใี จมาก เพราะหนตู อ้ งการลกู ผูห้ ญิงอย่แู ลว้ ” ถ้าตอ้ งการลูกผชู้ าย หลานผู้ชาย
กด็ ใี จมาก โอโ้ ฮ ไดล้ กู ผชู้ ายทง้ั คน สมกบั บนบานไวจ้ รงิ ๆ แหม! “หลวงพอ่ เกง่ มากเชยี ว
นีน่ า!” มันเป็นเรอ่ื งใหญโ่ ตไหมละ่ เร่อื งดใี จกบั ความเกิดนนั่ นะ่
ทีน้ีเวลามันตายละซิ ความดีใจอย่างใหญ่หลวงกับความเสียใจอย่างใหญ่โต
มันรุมกันจนต้ังตัวไม่ติด แทบเป็นบ้าเป็นบอไปก็มี ทั้งน้ีคือโทษแห่งความหลงรัก
หลงชัง ความยินดี ยนิ ร้าย ในอฏิ ฐารมณแ์ ละอนิฏฐารมณ์ นั้นแล เป็นตัวเหตุใหญ่
ปราชญ์จึงสอนให้รู้เท่าทันไว้แต่เนิ่นๆ ก่อนเหตุจะเกิดข้ึน จะได้ตั้งตัวได้ไม่รุนแรง
เวลาเผชญิ กบั เหตกุ ารณท์ ไ่ี มต่ อ้ งใจ จะมสี ตยิ งั้ คดิ เพอ่ื หาทางผอ่ นคลายไดบ้ า้ ง ไมจ่ มไป
ทัง้ เปน็
390
การพิจารณาไว้ก่อนเพ่ือทราบไว้แต่ต้นทางที่เร่ืองจะเกิดขึ้นก็ไม่เป็นทุกข์มาก
พอมที ปี่ ลงวางไดบ้ า้ ง เชน่ ความเกดิ เมอื่ คดิ ยอ้ นไปขา้ งหลงั ในเวลาเกดิ มนั กไ็ มใ่ หญโ่ ต
การเกิด การตาย เป็นเรอื่ งทกุ ข์ของผเู้ กิด ผตู้ ายเทา่ กนั การเรียนธรรม เรียนอยา่ ง
นี้จึงชื่อวา่ “เรียนเพ่ือรู้ความจรงิ ท้ังต้น ทงั้ ปลาย”
การปฏบิ ตั ธิ รรมกป็ ฏบิ ตั ทิ ต่ี วั เรา เพราะเรอ่ื งอยทู่ ต่ี วั เรา เรอื่ ง “ทกุ ข”์ กอ็ ยทู่ ตี่ วั เรา
“สมทุ ยั ” คอื เหตใุ หเ้ กดิ ทกุ ข์ กอ็ ยทู่ ต่ี วั เรา “มรรค” คอื ขอ้ ปฏบิ ตั ิ กำ� จดั ความลมุ่ หลง
อนั เปน็ เหตใุ ห้เกดิ ทุกขท์ งั้ มวลก็อยูท่ ต่ี วั เรา เมอ่ื กำ� จดั ไดม้ ากนอ้ ย “นโิ รธ” คือความ
ดบั ทกุ ข์ กด็ บั ลงไปเปน็ ลำ� ดบั ๆ ตามอำ� นาจของ “มรรค” ทม่ี กี ำ� ลงั มากนอ้ ย เมอ่ื “มรรค”
ดับ “สมทุ ยั ” ไดห้ มด ไมม่ ีสิง่ ใดเหลือแลว้ “นิโรธ” อนั เปน็ กิริยาแหง่ ความดับทกุ ข์
กด็ บั ทกุ ขส์ น้ิ เชงิ ในใจเรานเ่ี อง ไมด่ บั ทไ่ี หน เพราะกองทกุ ขท์ งั้ มวลอยทู่ ตี่ รงน้ี ดบั กด็ บั
ลงทตี่ รงนี้ ไมม่ อี ะไรเปน็ กเิ ลสและบาปธรรม นอกจากใจเปน็ ผผู้ ลติ แตผ่ เู้ ดยี วและดบั ได้
แตผ่ เู้ ดยี ว ตามอบุ ายแหง่ ธรรมวา่ “อตตฺ า หิ อตตฺ โน นาโถ ตนเปน็ ทพ่ี งึ่ ของตนแตผ่ เู้ ดยี ว”
พระพุทธเจ้าทั้งหลายเปน็ แตผ่ ชู้ ้ีบอกอบุ ายวิธีแกห้ รอื ถอดถอนกิเลสทง้ั ปวงเท่านน้ั
ศาสนาเมอื่ รวมลงแลว้ แตล่ ะคนละคนทปี่ ฏบิ ตั ิ ตอ้ งมารมู้ าละกนั ทตี่ รงนที้ งั้ นนั้
ไม่มีอะไรมาเก่ยี วข้องใหย้ ุ่งเหยิงวุ่นวาย เพราะผู้นไ้ี ม่เป็นผวู้ นุ่ วายอกี แลว้
นี่แหละ ความมีศาสนาอย่ภู ายในตน ย่อมมหี วงั ไดร้ บั ส่ิงพงึ ใจจากการปฏบิ ตั ิ
ของตน ถา้ ไมม่ ศี าสนาประจำ� ตน ความหวงั แมม้ อี ยเู่ ตม็ ใจดว้ ยกนั กเ็ ปน็ “โมฆะ” ความ
เปน็ อยคู่ วามเป็นไปของคตนิ น้ั หาความแน่นอนไมไ่ ดเ้ ลย อยู่ในโลกมนุษย์กเ็ หมอื น
สตั วท์ หี่ ากนิ อยตู่ ามวสิ ยั ของตน เมอื่ ตายไปกห็ มดความหมาย ไมม่ สี งิ่ อาศยั พงึ่ พงิ ของใจ
อันเป็นตัวการส�ำคัญในตัวคนและสัตว์ ฉะนั้น ความไม่มีศาสนาเป็นท่ียึดเหน่ียว
เกย่ี วเกาะของใจ จึงเป็นความลม่ จมอย่างหาท่เี ปรียบเทียบไมไ่ ด้ ราวกับตายท้งั เปน็
นน่ั แล
มนษุ ยฉ์ ลาดกวา่ สตั ว์ เวลา “เปน็ ” อยกู่ ม็ บี า้ นมเี รอื น มพี อ่ มแี ม่ มสี มบตั เิ งนิ ทอง
มองดอู ะไรกภ็ มู ใิ จกบั สมบตั นิ น้ั ๆ แตส่ ง่ิ ทใี่ หเ้ กดิ ความภมู ใิ จคอื ศาสนธรรมภายในใจ
391