The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-02-24 20:00:40

ศาสนาอยู่ที่ไหน

ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

ฉะนนั้ พระพทุ ธเจา้ จึงทรงสอนวา่

“สพั เพ สตั ตา” อนั วา่ สตั วท์ งั้ หลายซง่ึ เปน็ ผรู้ ว่ มทกุ ข์ เกดิ แก่ เจบ็ ตาย ดว้ ยกนั หมด
ทงั้ สนิ้

“อเวรา โหนตุ” จงอย่าได้คาดเวร จงอยา่ ไดม้ เี วรแกก่ ันและกนั

“อพั ยาปชั ฌา โหนต”ุ จงอย่าได้พยาบาท อาฆาต อย่าได้เบียดเบยี นกัน

“อนฆี า โหนต,ุ สขุ ี อตั ตานงั ปรหิ รนั ต”ุ จงอยา่ ไดเ้ กลยี ดหนา่ ย ชงั กนั จงทำ� ตน
ไปสคู่ วามสุขโดยท่วั กนั เทอญฯ

ทท่ี า่ นสอนใหส้ ตั วท์ เี่ ปน็ เพอ่ื นทกุ ข์ เกดิ แก่ เจบ็ ตาย ดว้ ยกนั ใหเ้ หน็ อกเหน็ ใจกนั
ให้มีความเมตตาสงสารซ่ึงกันและกัน เพราะอย่างไรก็เหมือนสัตว์ท่ีเขาตีตราไว้แล้ว
นนั่ นะ่ เหน็ เขาใส่รถไปกด็ ี ไล่ไปก็ดี ตามถนนหนทาง เขาตีตราไว้แล้ว “โอ้ สตั วต์ ัวนี้
จะตายวันนน้ั สตั ว์ตวั น้ีจะตายวนั พรุ่งน”ี้ เขาบอกไว้แล้ว และตีตราสง่ ออกมาเรอ่ื ยๆ
จากนนั้ กไ็ ล่เข้าโรงฆา่ สตั ว์ ชวี ติ เปน็ อัน “จบกนั ” ทนี่ ่ัน!

พวกเราเขากต็ ตี ราไวแ้ ลว้ จะวา่ อยา่ งไร คนนว้ี นั นนั้ คนนน้ั เดอื นนน้ั คนนน้ั ปนี น้ั
ตีตราไว้หมด เป็นแต่เพียงตราน้ไี ม่เหมอื นกับตราท่ีเขาตกี บั ววั กบั หมู กบั สตั วต์ า่ งๆ
เทา่ นน้ั คนและสตั วก์ ม็ ตี ราหมดทกุ ตวั อยแู่ ลว้ จงึ ไมค่ วรประมาท ควรรบี เรง่ ขวนขวาย
บำ� เพญ็ เสยี แตบ่ ดั น!้ี

คุณงามความดเี ป็นสมบตั ิของเรา รา่ งกายนนั้ มอบใหเ้ ป็นสมบัติของ “พระยา
มจั จรุ าช” คอื ความแตกความสลาย ความตาย ปลอ่ ยใหเ้ ขาไป! อยา่ ไปเสยี ดาย อยา่ ไป
หึงหวง หึงหวงก็เป็นความล�ำบากล�ำบนไปเปล่าๆ ปล่อยตามความเป็นจริงนั้นๆ
เปน็ ความสะดวกสบาย สมกบั ผเู้ รยี นธรรม ใหร้ ตู้ ามเปน็ จรงิ ปลอ่ ยใหเ้ ปน็ ไปตามสภาพ
ของ “โลกอนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา” ในตวั ของเรานเ้ี ปน็ “โลกของอนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา”!
ปลอ่ ยลงตามสภาพของเขาดว้ ยสตปิ ญั ญาทพี่ จิ ารณาเหน็ ชอบแลว้ จติ ใจเรากป็ ลอ่ ยวาง

242

ไมเ่ หน็ ตอ้ งยงุ่ เหยงิ กบั ภาระอนั หนกั ซง่ึ เปน็ สมบตั ขิ อง “โลกไตรลกั ษณ”์ หรอื “อนจิ จงั
ทุกขัง อนัตตา”
จติ ทเ่ี รยี นรรู้ อบตวั แลว้ กไ็ มห่ นกั ใจ มแี ตค่ วามเบาบาง สวา่ งกระจา่ งแจง้ สลดั ปดั
ทง้ิ สง่ิ พวั พนั ไดห้ มด จติ กเ็ ปน็ ”วมิ ตุ ต”ิ คอื ความหลดุ พน้ จาก “โลกไตรลกั ษณ”์ นน่ั แล
ทา่ นเรยี กว่า “นิพพาน” จะเรียกอะไรกไ็ ด้ พอถงึ ขัน้ นน้ั แลว้ สบายทั้งน้นั แหละ
ฉะนัน้ ขอใหท้ ุกๆ ท่านนำ� ไปประพฤติปฏบิ ัติ เอาละขอยุตแิ ตเ่ พยี งนี้

243

พทุ ธะ ธรรมะ สังฆะ เปน็ โอสถ

คนแทบทงั้ โลกมคี วามเห็นอันเดียวกนั และจากความเหน็ อนั เดยี วกนั คำ� พดู ก็
เปน็ เหมอื นๆกนั วา่ “ถา้ ชาตหิ นา้ มี ขอใหเ้ ปน็ อยา่ งนน้ั ๆ!” ทำ� ไมจงึ พดู อยา่ งนนั้ ? กเ็ พราะ
เขา้ ใจวา่ ชาตหิ นา้ ไมม่ ี ภพหนา้ ไมม่ นี น่ั เอง มแี ตค่ วามสน้ิ หวงั ความหมดหวงั เตม็ หวั ใจ
ทงั้ ๆ ทตี่ วั จติ “ผพู้ าใหเ้ กดิ ตาย” สบื เนอ่ื งกนั โดยลำ� ดบั กค็ อื “ตวั ภพ ตวั ชาต”ิ เตม็ ตวั
อยแู่ ลว้ เปน็ เพยี งจติ ไมท่ ราบความเปน็ มาของตนเทา่ นน้ั จงึ ทำ� ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเหน็
ไปวา่ “ถา้ ภพหนา้ ชาตหิ นา้ มี ขอใหเ้ ปน็ อยา่ งนน้ั ๆ” ทคี่ ดิ หรอื พดู อยา่ งนกี้ เ็ พราะเขา้ ใจวา่
ภพหนา้ ชาตหิ น้า ไม่มีนน่ั เอง

น่ีคือ ความคดิ ความสำ� คญั ของคนสว่ นมากเป็นอยา่ งน้ี โดยไมม่ หี ลักประกนั
รับรองแต่อยา่ งใด เป็นความคิดเห็นอยา่ งลอยๆ แต่เชอื่ เอาเป็นจรงิ เปน็ จัง ไม่สนใจ
จะถอนเลย จงึ จดั วา่ เปน็ ความเหน็ ทที่ ำ� ลายตวั เองอยา่ งชว่ ยไมไ่ ด้ ถา้ ไมค่ น้ หาความจรงิ
จาก “ศาสนธรรม” ทย่ี นื ยนั ความเกดิ ความตาย ของสตั วโ์ ลกอยแู่ ลว้ ดว้ ยการปฏบิ ตั ิ
ธรรมดังทพ่ี ระพทุ ธเจ้าและสาวกทัง้ หลายด�ำเนนิ มา

ความจรงิ อตั ภาพรา่ งกายของคนและสตั วแ์ ตล่ ะราย กค็ อื ตวั ภพ ตวั ชาติ อยแู่ ลว้
ซง่ึ เกดิ ตาย ถา่ ยเทมาโดยลำ� ดบั จนถงึ ปจั จบุ นั สงิ่ ทพี่ าใหโ้ ลกเกดิ ตาย ไมม่ เี วลาจบสน้ิ
ลงได้ กค็ อื “อวชิ ชา” แปลวา่ รแู้ บบงๆู ปลาๆ ดงั เราๆ ทา่ นๆ นแ้ี ล ไมอ่ าจรคู้ วามเปน็ มา
และความจะเปน็ ไปในภพชาตติ อ่ ไปของตน รเู้ พยี งความเปน็ อยนู่ เ้ี ทา่ นนั้ วา่ ตนเปน็ “คน”

244

แตไ่ มร่ วู้ า่ มาจากภพใด กำ� เนดิ อะไร ทงั้ นเี้ พราะ “อวชิ ชา” พาใหห้ ลง พาใหเ้ กดิ แตม่ ไิ ด้
พาใหส้ ญู และมไิ ดป้ ดิ ทางภพหนา้ ชาตหิ นา้ ไมใ่ หส้ ตั วไ์ ปเกดิ อวชิ ชาเปดิ ไวเ้ สมอ แตป่ ดิ
มิให้สัตว์โลกรู้ว่าภพหน้าชาติหน้ามีอยู่ การปิดมิให้สัตว์โลกรู้ว่าภพหน้าชาติหน้ามี
ก็คือกลอุบายลวงสัตว์โลกอยู่โดยดี ฉะน้ันจึงพากันเคล้ิมหลับตามเพลงลูกทุ่งของ
อวชิ ชากล่อม

ใจความของเพลง “อวชิ ชา” ทส่ี ตั วโ์ ลกเคลบิ เคลม้ิ และรบั มาเลา่ สกู่ นั ฟงั วา่ “ภพหนา้
ชาตหิ น้าไมม่ ี ตายแล้วกส็ ูญพันธ์ุกนั ไปเลย ไมไ่ ดเ้ กิดอกี ”

แตก่ รณุ ายอ้ นมาคิดดู สตั วท์ ี่เกดิ มาเปน็ ประจ�ำทุกเวลา เฉพาะอยา่ งยงิ่ มนุษย์
นบั วนั มากขน้ึ ทกุ วนั เวลา เมอื่ ดตู ามนม้ี นั ขดั กนั ไหม กบั ความเหน็ ทว่ี า่ ภพหนา้ ชาตหิ นา้
ไม่มี ตายแล้วสูญพันธุ์น่ะ? ดูมันขัดมันขวางกันจนเกินกว่าจะหลงเชื่ออวิชชาจน
ลมื นึกลืมฝนั ไม่ลมื หูลืมตาดูความจริง คือใจอันเป็นตวั ภพตวั ชาติ พาให้เกิด ตาย
กนั บา้ งเลย

“อวิชชา” ท่ีพาใหเ้ กิด ตาย อยูก่ บั ใจ ผู้เปน็ เชื้อ รังแห่งภพชาติจึงคือใจโดยแท้
รู้ “อวชิ ชา” เมอ่ื ใด ถงึ จะทราบโดยสมบรู ณว์ า่ “ภพหนา้ ชาตหิ นา้ มแี กส่ ตั วโ์ ลก” เพราะ
มเี ครอื่ งยนื ยนั วา่ “อวชิ ชา” เปน็ ตวั การพาใหเ้ กดิ ตาย อวชิ ชาหมดจากใจ ใจกบ็ รสิ ทุ ธิ์
ไมม่ ผี พู้ าใหเ้ กดิ ตาย แตไ่ มไ่ ดส้ ญู และไมใ่ ชม่ อี ยแู่ บบโลกเขา้ ใจกนั แตม่ แี บบ “วมิ ตุ ต”ิ
ทนี่ อกสมมตุ แิ ลว้ ซง่ึ ใครๆ ในไตรโลกธาตไุ มอ่ าจคาดหมายและดน้ เดาได้ เพราะไมใ่ ช่
วสิ ยั จะคาดหมายเหมอื นสมมุตทิ วั่ ๆ ไป

การปฏบิ ตั ธิ รรม กเ็ พอื่ รเู้ รอ่ื งของตวั โดยชดั แจง้ นนั่ แล สง่ิ ทกี่ ลา่ วมานี้ มี “อวชิ ชา”
เปน็ ตน้ เปน็ ของมอี ยใู่ นตวั ในใจเราทกุ คน มี “วชิ ชา” ของพระพทุ ธเจา้ เทา่ นนั้ ทจ่ี ะสามารถ
เปิดสิ่งที่จอมปลอมท้ังหลายซ่ึงปิดบังจิตใจอย่างมิดชิดจนไม่รู้เนื้อรู้ตัวน้ีให้เปิดเผย
ออกมาตามความเปน็ จรงิ ได้ และ “ละ” ไดต้ ามความจรงิ กม็ ี “ธรรมของพระพทุ ธเจา้ ”
นี่เทา่ น้นั อยา่ งอ่นื ยงั มองไมเ่ ห็น ใครๆ อยา่ ไปหาญมองหาญควา้ ถ้าไม่อยากเจอ
“นำ้� เหลว” นะ่ จะว่าไม่บอก

245

“มรรคแปด” ทา่ นเรยี กวา่ “มชั ฌมิ าปฏปิ ทา” คอื ทางสายกลาง กลางตอ่ จดุ มงุ่ หมาย
กลางตอ่ ความจรงิ จงึ ไมเ่ ปน็ ธรรมทลี่ า้ สมยั ดงั คนทไี่ มม่ สี มยั ไรส้ าระพดู อยเู่ สมอ แตเ่ ปน็
สงิ่ ท่ีทันกบั เหตุการณเ์ สมอไป ไม่เชน่ นนั้ ท่านก็ไม่เรยี กว่า “มชั ฌิมา” คือศูนยก์ ลางท่ี
พร้อมจะรับเหตกุ ารณ์ดีชั่วอยูเ่ สมอ ไม่มีคำ� ว่า “ผิดพลาด หรอื ไมท่ ันกเิ ลสชนดิ ใด
ชนดิ หนงึ่ ” แต่ “มชั ฌมิ าปฏปิ ทา” ปราบไดท้ กุ ชนดิ จนกเิ ลสทกุ ประเภทดบั สนทิ ในพระทยั
และสะเทอื นโลก จึงทรงประกาศธรรมนี้สอนสัตว์โลกเรือ่ ยมาจนถงึ ปจั จบุ นั น้ี

ทา่ นแสดงเรอ่ื งความเกดิ แก่ เจบ็ ตาย กค็ อื พดู เรอื่ งของทกุ ขอ์ นั สำ� คญั ทเี่ กดิ ขนึ้
ในสวี่ าระ ซงึ่ ลว้ นเปน็ เรอ่ื ง “ทกุ ขใ์ นอรยิ สจั ส”่ี พดู อยา่ งนกี้ ก็ ระเทอื นไปทวั่ โลกธาตอุ ยแู่ ลว้
“ชาตปิ ิ ทกุ ขฺ า ชราปิ ทกุ ขฺ า มรณมปฺ ิ ทกุ ขฺ ,ํ โสกปรเิ ทวทกุ ขฺ โทมนสสฺ ปุ ายาสาปิ ทกุ ขฺ า” นี้
ทเ่ี ปน็ อยใู่ นธาตใุ นขนั ธข์ องสตั วแ์ ละบคุ คลทว่ั ๆ ไป เปน็ แตส่ ตั วไ์ มท่ ราบเรอื่ ง “สมมตุ ”ิ
กวา้ งขวางละเอยี ดลออเหมอื นอย่างพวกมนุษยเ์ รา ความจรงิ ก็มีเต็มตัวเชน่ เดียวกนั
แตเ่ ขาไมใ่ ชส่ ตั ว์ “ขบี้ น่ ” เหมอื นมนษุ ย์ ซง่ึ เปน็ จอมโลกในการบน่ แทบยาทน่ี ำ� มารกั ษา
สู้ไม่ได้

มนษุ ยเ์ ราทราบในสง่ิ เหลา่ นไ้ี ดด้ ี ศาสนาจงึ ควรแกม่ นษุ ยท์ จี่ ะพงึ ปฏบิ ตั ิ พระพทุ ธเจา้
จึงไดท้ รงสอนเรื่องของ “ทกุ ข”์ เปน็ อยา่ งน้ีๆ แกม่ นษุ ย์ ใน “อรยิ สัจสี่” ท่านแสดงไว้
ใน “ธัมมจักกปั ปวัตตนสูตร” สมุทัย อริยสัจจงั คืออะไร? “นนทฺ ริ าคสหคตา ตตฺร
ตตรฺ าภนิ นฺทนิ ี เสยยฺ ถที ํ กามตณฺหา ภวตณหฺ า วภิ วตณหฺ า” ความเพลดิ เพลนิ ดว้ ย
อำ� นาจราคะตณั หาทง้ั สามน้ี เปน็ เหตใุ หส้ ตั วล์ มุ่ หลงลมื ตวั ไมม่ วี นั เวลาสรา่ งซา ถา้ ไม่
บรรเทาหรือแกม้ ันเสยี บา้ ง พอมีความสงบเยน็ ใจด้วยธรรมเครื่องซักฟอกหรือก�ำจดั
ให้หมดไป

สามอยา่ งนเี้ ปน็ รากใหญ่ เปน็ สว่ นใหญข่ องกเิ ลสทงั้ หลาย ทา่ นกแ็ สดงวา่ อยทู่ จ่ี ติ นี้
ไมไ่ ดแ้ สดงวา่ อยทู่ ไ่ี หน ผฟู้ งั เมอ่ื เอาจติ คอื ผรู้ ตู้ งั้ ไวด้ แี ลว้ จะทราบความจรงิ ทที่ า่ นแสดง
เรอ่ื งของกเิ ลสซง่ึ มอี ยกู่ บั ตวั ไปทกุ ระยะ มนั เปน็ อยู่ มอี ยกู่ บั จติ กบั กายของเรานด้ี ว้ ยกนั
ทง้ั นั้น เช่น “ชาตปิ ิ ทกุ ขฺ า ชราปิ ทุกขฺ า” เป็นตน้ กค็ อื รา่ งกายเปน็ ผเู้ กิด ผแู้ ก่ แต่ใจ
เปน็ ผรู้ บั ทกุ ขท์ งั้ มวล ความเกดิ เปน็ ทกุ ข์ กห็ มายถงึ จติ ใจของผรู้ บั ทราบนน้ั เองเปน็ ทกุ ข์

246

ไมไ่ ดห้ มายถงึ รา่ งกายเปน็ ทกุ ข์ รา่ งกายไมร่ เู้ รอ่ื งรรู้ าวอะไร นอกจากจติ จะเปน็ ผรู้ บั ทราบ
ใหเ้ ทา่ นน้ั ความรบั ทราบของจติ ในขณะเดยี วกนั กร็ บั ความทกุ ขด์ ว้ ย ชาตปิ ิ ทกุ ขฺ า คอื
จติ ผมู้ ากอ่ กำ� เนดิ เกดิ ขน้ึ มา เปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบ เปน็ ผทู้ กุ ข์ แตท่ า่ นแยกออกมาวา่ “สงิ่ นี้
เปน็ ทกุ ข์ สง่ิ นนั้ เปน็ ทกุ ข”์ ใหจ้ ติ ไดเ้ หน็ โทษในสง่ิ เหลา่ นเี้ ตม็ ท่ี จะไดไ้ มล่ มุ่ หลงและเปน็
ทกุ ขไ์ ปตาม “ชราปิ ทกุ ขฺ า มรณมปฺ ิ ทกุ ขฺ ”ํ คอื เกดิ กเ็ ปน็ ทกุ ข์ แก่ ชราภาพ กเ็ ปน็ ทกุ ข์
ความตายกเ็ ปน็ ทกุ ข์ ใหเ้ หน็ โทษแหง่ ความทกุ ขน์ ้ี เพอ่ื จะไดถ้ อดอปุ าทาน ความยดึ มนั่
ถอื มนั่ นน่ั เสยี ไมใ่ ชเ่ พอ่ื อะไร กร็ า่ งกายสว่ นตา่ งๆ มใิ ช่ “ธาตรุ ”ู้ พอจะรบั รู้ และเสวย
เวทนา ฉะนนั้ ทที่ า่ นวา่ “ชาตปิ ิ ทกุ ขฺ า ชราปิ ทกุ ขฺ า” จงึ เพอ่ื จติ ผเู้ ปน็ เจา้ ของนน่ั เอง ใหร้ ู้
เทา่ ทนั เหตกุ ารณ์ระหว่างกายกบั จิตทเี่ ก่ียวเนอ่ื งกัน

ทีท่ ่านแสดงไวใ้ น “อนตั ตลักขณสตู ร” กเ็ หมอื นกันว่า ส่งิ น้ันเสียดแทง สง่ิ นี้
เสียดแทง มันเป็นไปเพือ่ ความอาพาธ หรือเป็นไปเพอ่ื อะไรกต็ าม ความเป็นไปน้นั ๆ
เมอื่ อะไรผดิ ปกตกิ เ็ สยี ดแทงเขา้ มาทใ่ี จ เสยี ดแทงมาทใี่ จ ใจเปน็ ผรู้ บั เคราะหท์ งั้ หมด และ
ใหเ้ หน็ โทษในส่งิ นน้ั ๆ ด้วย ใหเ้ หน็ ความหลงของตนทีไ่ ปเก่ยี วข้องผกู พันเขาด้วย

เทศนน์ ไี้ มม่ หี นจี ากจติ เทศนอ์ ยใู่ นจติ ลว้ นๆ เพราะเรอื่ งทง้ั ปวงเปน็ เรอื่ งของจติ
ซง่ึ เปน็ ผรู้ ู้ ผหู้ ลง รา่ งกายมใิ ชผ่ รู้ ู้ มใิ ชผ่ หู้ ลง จงึ ไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งสอนเขาใหเ้ ปน็ อะไร นอกจาก
เปน็ ร่างกายตามทสี่ มมุติใหเ้ ทา่ นั้น

ในข้อที่สามท่านวา่ “นิโรธ อรยิ สจั ” ท่พี งึ ทำ� ใหแ้ จ้ง ซง่ึ “นิโรธ” ความดบั ทุกข์
อะไรจะเป็นเครื่องท�ำ “นโิ รธ” ให้แจง้ ถา้ ไมใ่ ช่ “มรรค” มีสมาธิ สตปิ ญั ญา เป็นตน้
ซง่ึ เปน็ ธรรมเกยี่ วโยงกนั “มรรค” อะไรเปน็ สำ� คญั ? คอื “สมั มาทฏิ ฐ”ิ “สมั มาสงั กปั โป”
ไดแ้ ก่ “องคป์ ญั ญา” ตอ้ งเปน็ ผนู้ ำ� เสมอ คนฉลาดตอ้ งเปน็ หวั หนา้ งาน เอาคนโงไ่ ปเปน็
หวั หนา้ งานไมไ่ ด้ จะทำ� ใหง้ านแหลกเหลวป่นปไ้ี ปหมด ผลไดไ้ มค่ อ่ ยมี แลว้ ยังทำ� ให้
งานนนั้ เสยี ไปดว้ ย จงึ ตอ้ งเอาคนฉลาดเปน็ หวั หนา้ งาน ใน “มรรคแปด” “สมั มาทฏิ ฐิ
สมั มาสงั กปั โป” ท่านกเ็ อา “ปัญญา” เป็นผ้นู ำ� หนา้

247

“สัมมาวาจา สมั มากมั มนั ตะ” ทจ่ี ะ “ชอบ” ไปได้ ก็ต้องมปี ญั ญาเป็นผคู้ วบคมุ
“สมั มาสต,ิ สมั มาสมาธ”ิ กเ็ หมอื นกนั คอื ตอ้ งมี “ปญั ญา” เคลอื บแฝงอยดู่ ว้ ยเชน่ กนั
ไมย่ งั งน้ั จะเปน็ “สมาธหิ วั ตอ” หรอื เปน็ “สมาธมิ งั ก้ี (ลงิ )” โดดไปนอกโลก ไปสสู่ วรรค์
พรหมโลก กระทงั่ นพิ พาน ทง้ั ๆ ทกี่ เิ ลสยงั พอกพนู เตม็ หวั ใจ กลายเปน็ สมาธทิ นี่ า่ สงั เวช
เอน็ ดู ทง้ั ท่เี จา้ ตวั ภูมิใจ โออ่ ่า สงา่ ผา่ เผย แทบจะเหาะจะบินท้ังที่ไม่มีปีก

“สมั มาสต”ิ คอื ระลกึ ชอบ ระลกึ ชอบ ระลกึ ทไี่ หน ระลกึ ชอบ ใครๆ กท็ ราบวา่
คอื อะไร แลว้ ระลกึ ทไี่ หน ถงึ จะเรยี กวา่ “ชอบ”? ระลกึ ใน “สตปิ ฏั ฐานส”่ี คอื กาย เวทนา
จติ ธรรม กย็ อ้ นเขา้ มาอยทู่ นี่ ่ี (จติ ) อกี นน่ั แหละ สจั จะซอ้ นสจั จะ! ฉะนน้ั “สจั ธรรม” กบั
“สตปิ ฏั ฐาน” จึงใช้แทนกไ็ ดใ้ นวงปฏบิ ัติ

“สมั มาสมาธ”ิ เมอ่ื ระลกึ ชอบแลว้ สมั มาสมาธกิ ส็ งบโดยชอบ ไมใ่ ชเ่ ทยี่ วรนู้ น้ั รนู้ ี้
หลวกลวงตนเองโดยไมม่ ี “สติ ปญั ญา” เปน็ เครอ่ื งควบคมุ คมุ้ กนั กลน่ั กรองสงิ่ เหลา่ นนั้
วา่ ผดิ หรือ ถูก

“มรรคแปด” เหลา่ นีแ้ ลเป็นกญุ แจเปิดพระนพิ พาน! ทีว่ า่ “การท�ำพระนพิ พาน
ใหแ้ จง้ ” กท็ ำ� ดว้ ยขอ้ ปฏบิ ตั ิ ดว้ ย “สมั มาทฏิ ฐ,ิ สมั มาสงั กปั โป จนกระทงั่ สมั มาสมาธ”ิ
อาการแห่งการกระท�ำทงั้ ๘ น้ี เป็นการท�ำพระนิพพานให้แจง้

“นโิ รธ” คอื ความดบั ทกุ ข์ นน่ั ดบั ได้ ถา้ ดบั ตามวธิ ที ถ่ี กู ตอ้ ง คอื ดว้ ย “มรรค” น้ี
ถา้ ไมใ่ ชว่ ธิ นี แี้ ลว้ ทำ� อยา่ งไรทกุ ขก์ ไ็ มด่ บั ตอ้ งบน่ วนั ยงั คำ่� คนื ยงั รงุ่ ซง่ึ เปน็ การเพมิ่ ความ
ทุกขค์ วามล�ำบากขนึ้ อีกจนหาทางปลงวางจิตไม่ได้

การดบั ทกุ ขต์ ามความคลอ่ งปากคลอ่ งใจของโลกปจั จบุ นั มกั ดบั ดว้ ยวธิ เี พมิ่ เชอ้ื
เชน่ เวลาเกิดความกลดั กลุ้มขึน้ มา มักจะหาทางระบาย หรอื ดับทุกข์ด้วยวิธีด่ืมเหล้า
เขา้ โรงหนงั โรงบาร์ ซง่ึ เปน็ ทางสง่ เสรมิ ใหค้ นเปน็ บา้ ยง่ิ ขน้ึ ไปอกี แทนทจ่ี ะหาอบุ ายแก้
โดยถกู ตอ้ งถกู ทางพอใหท้ กุ ขเ์ บาบางลงไป สมกบั มนษุ ยเ์ ปน็ สตั วฉ์ ลาด แตก่ ารระบาย
ทุกข์แบบนก้ี ลบั ท�ำคนให้โงล่ งไปอกี จนไม่มีส้ินสดุ ยตุ ิ

248

ธรรมทง้ั หมดสอนลงทใี่ จ ใจนแี้ ลคอื ทอ่ี ยขู่ องกเิ ลส ทอี่ ยขู่ อง “วฏั วน” ทงั้ หลาย
คลังแห่งกิเลสคอื ใจ คลงั แห่งธรรมกค็ ือใจ เมอ่ื ถ่ายเท “กองแห่งกเิ ลส” ออกหมด
ธรรมกเ็ ขา้ แทนท่ี ใจกเ็ ป็นคลังแห่ง “ธรรม” ขึน้ มา

“วฏั ฏะ” หรอื วิวฏั ฏะ” ไมน่ อกเหนอื ไปจากใจดวงเดียวน้ี เมอ่ื ถ่ายเทสงิ่ ทเ่ี ป็น
“วัฏฏะ” ออกแล้ว “วิวัฏฏะ” ก็ปรากฏตัวข้ึนมาเอง เช่นเดียวกับสถานท่ีรกรุงรัง
เม่ือถากถางและตัดฟันต้นไม้ใบหญ้าออกให้หมดแล้ว ก็เตียนโล่งข้ึนมาในสถานที่
รกรงุ รงั นนั้ เอง ความรกรงุ รงั นน้ั เองปกคลมุ สถานทไี่ มใ่ หแ้ สดงความเตยี นโลง่ ขน้ึ มาได้
ผู้ต้องการสถานที่ให้เตียนและสะอาด จ�ำต้องถากถางส่ิงปกคลุมและปัดกวาดให้ดี
สถานทนี่ น้ั กเ็ ตยี นและสะอาดขนึ้ มาเอง

จติ เวลานกี้ ำ� ลงั รกรงุ รงั ดว้ ยอะไร? ความโลภกท็ บั ถมจติ ปกคลมุ จติ ความโกรธ
ความหลง กเิ ลสนอ้ ยใหญก่ ป็ กคลมุ จติ ดวงนนั้ จนโงหวั ไมข่ น้ึ ถา้ เปน็ คนถกู อะไรทบั ถม
ปกคลมุ ขนาดน้ัน ต้องตายไปนานแลว้

กเิ ลสไมป่ กคลมุ ทไี่ หนเลย ไมป่ กคลมุ ทต่ี า หู จมกู ลน้ิ กาย แตม่ นั ปกคลมุ ทใ่ี จ
ตา หู จมูก ลิ้น กาย และ รูป เสยี ง กลน่ิ รส สิง่ สมั ผสั เปน็ เพยี งทางเดนิ ของกิเลส
ไมใ่ ชก่ เิ ลสจริง ตัวกิเลสจรงิ มันปกคลุมอยู่ทใ่ี จ ท่านจงึ สอนลงท่ีใจ กจ็ ติ ใจมคี วาม
เกยี่ วเนอ่ื งกบั อะไร ทา่ นจงึ สอนแยกแยะออกไป ใหเ้ หน็ โทษเหน็ ภยั ในสง่ิ ตา่ งๆ ตามทจี่ ติ
ไปเกย่ี วขอ้ ง เชน่ ใหพ้ จิ ารณา รปู เสยี ง กลน่ิ รส เครอื่ งสมั ผสั ตา่ งๆ วา่ เปน็ เหมอื นลกู ศร
ทม่ิ แทงจติ ใจของบรุ ษุ ตาฟาง ท�ำให้ใจตดิ พัน รักใคร่ ชอบใจ หรอื เกลยี ดชังตา่ งๆ
แยกสงิ่ นนั้ ๆ และแยกดจู ติ ของตวั ใหเ้ หน็ เปน็ ฝกั เปน็ ฝา่ ย เปน็ ชน้ิ เปน็ อนั ไมใ่ หร้ ะคน
คละเคลา้ กนั อนั เปน็ การฝนื ความจรงิ อยา่ งยง่ิ เพราะสภาพทรี่ ู้ คอื จติ ตา่ งกบั ตา หู ฯลฯ
และ รปู เสยี ง ฯลฯ เหล่าน้ันยงิ่ กวา่ ฟ้ากับดิน

ทา่ นสอนขา้ งนอก (เสยี ง) และขา้ งใน (ห)ู กเ็ พอื่ ใหร้ ขู้ า้ งนอก ใหร้ ขู้ า้ งใน สอนขา้ งใน
กใ็ หร้ ขู้ า้ งในโดยตลอดทวั่ ถงึ ธรรมทง้ั หลายจงึ รวมอยทู่ ใี่ จ สอนดว้ ยอบุ ายใดกเ็ พอ่ื ใจ
ทงั้ นั้น เพราะใจเปน็ ตวั การส�ำคญั ที่เรียกวา่ “จอมหลง” ก็คอื ใจ “จอมร้”ู กค็ อื ใจ

249

“จอมปราชญ”์ กค็ อื ใจ เมอ่ื ชำ� ระความโงเ่ ขลาออกจากใจไดแ้ ลว้ ความฉลาดไมต่ อ้ งบอก
หากเกดิ ขน้ึ เอง! เมอ่ื กเิ ลสตวั พาใหโ้ งอ่ อกจากใจโดยสนิ้ เชงิ แลว้ ความเขา้ ใจวา่ ตนฉลาด
ที่กเิ ลสพาใหค้ ิดโง่ๆ เช่นน้นั กห็ มดไป สติปัญญาซง่ึ เปน็ ธรรมชว่ ยใหฉ้ ลาดกจ็ ะพาให้
ผนู้ น้ั ฉลาดขน้ึ และจะพาไมใ่ หล้ มื ตวั เพราะความโงก่ บั ความฉลาดอยใู่ นฉากเดยี วกนั
เหมอื นกบั มดี มที งั้ “สนั ” ทงั้ “คม” ตามแตจ่ ะมอี บุ ายใชม้ นั จติ กเ็ ชน่ กนั ตามแตผ่ เู้ ปน็
เจ้าของจะพาใหเ้ ป็นไป ทง้ั ความโง่ ความฉลาด เป็นได้ท้งั นัน้

ขอยำ้� อกี ครงั้ “ชาตปิ ิ ทกุ ขฺ า” เกดิ กค็ อื กายของเราน้ี เกดิ มาแลว้ มนั เปน็ อยา่ งไร
มนั กอ่ ความวนุ่ วายอะไร? แกเ่ ราบา้ ง ทเ่ี หน็ ไดช้ ดั เจน เปลย่ี นไปทงั้ วนั ทง้ั คนื ยนื เดนิ
นง่ั นอน มแี ตก่ ารเปลยี่ น เปน็ การบรรเทาทกุ ขท์ ง้ั นน้ั นง่ั นานกไ็ มไ่ ด้ ตอ้ งเปลย่ี นไปเดนิ
เดนิ ก็เปลย่ี นไปยืน ยืนก็เปล่ียนไปนอน เปลยี่ นไปเร่อื ยๆ อย่างนั้น ไมเ่ ปลีย่ นไม่ได้
อยใู่ นอริ ยิ าบถใดอริ ยิ าบถหนง่ึ นานๆ กเ็ ปน็ ทกุ ขข์ น้ึ มา เพราะฉะนน้ั อริ ยิ าบถจงึ เปน็ วธิ ี
การบรรเทาขนั ธ์ และปิดบังทุกขด์ ้วยในตัว

ถา้ จะเปรยี บเทยี บดู กเ็ หมอื นเอาถา่ นเพลงิ มาไวบ้ นฝา่ มอื จะใหม้ นั คา้ งอยบู่ นฝา่ มอื
ขา้ งหนงึ่ ไปเรอื่ ยๆ ไมไ่ ด้ ตอ้ งรอ้ นมาก และฝา่ มอื ตอ้ งพองไปหมด จงึ ตอ้ งโยนขน้ึ ไปบน
อากาศ และตกลงบนฝา่ มอื แลว้ โยนขนึ้ ไปอกี โยนขน้ึ ตกลง เชน่ น้ี จนถงึ ทป่ี ลง ความรอ้ น
ของถ่านเพลิงกไ็ มร่ นุ แรงมากนัก

ธาตขุ นั ธก์ เ็ หมอื นกนั ตอ้ งเปลย่ี นอริ ยิ าบถทงั้ ส่ี คอื ยนื เดนิ นงั่ นอน เรอื่ ยๆ ไป
จนกระทงั่ ถงึ วนั ตาย คดิ ดซู !ิ วนั ตายของเรานน่ั แหละ คอื วนั ปลอ่ ยวางธาตขุ นั ธ์ ธาตขุ นั ธ์
ก้อนนี้จะพจิ ารณาอย่างไร จิตเรายงั ยึดยงั ถือ ไม่ยอมปลอ่ ยวางเลย?

เอ้า พิจารณาลงท่นี เ่ี พื่อปลดปลงปล่อยวาง ปญั ญามไี วเ้ พอื่ อะไร หงุ ต้ม แกง
กินก็ไม่ได้? เอาไว้ส�ำหรับแก้สิ่งงมงาย ส่ิงท่ีท�ำให้เกิดทุกข์ ซ่ึงมีอยู่ในใจของเรา
จงพยายามแกล้ งทตี่ รงนี้ คอื ใจ พระพทุ ธเจา้ และสาวกทง้ั หลายทพ่ี น้ จากทกุ ขท์ ง้ั มวล
ไปแลว้ ทา่ นพจิ ารณาแกก้ นั ทน่ี ที่ งั้ นน้ั ไมม่ ที อี่ น่ื เปน็ ทพี่ จิ ารณาและปลอ่ ยวาง เอาธาตขุ นั ธ์
นแี้ หละเปน็ สนามรบ เปน็ ทพ่ี จิ ารณา ทกุ ขเ์ กดิ ขน้ึ ทไี่ หนกต็ าม ไมเ่ กดิ ขนึ้ กต็ าม ใหเ้ หน็

250

ตามสภาพแหง่ ความจรงิ ของมนั โดยสมำ�่ เสมอ เมอื่ ทกุ ขเ์ กดิ ขนึ้ กใ็ หพ้ จิ ารณาเรอ่ื งทกุ ข์
เราเคยพจิ ารณามาแลว้ เปน็ อยา่ งไร มนั เปน็ ความจรงิ อยตู่ ลอดเวลา การพจิ ารณาใหเ้ หน็
ตามความเปน็ จรงิ ของมนั อยอู่ ยา่ งนนั้ เรอ่ื ยๆ จนกระทง่ั จติ มคี วามสมำ่� เสมอตวั อะไรจะ
เกดิ ขน้ึ กร็ บั ทราบ รบั ทราบไปตามความจรงิ เพราะความคลอ่ งแคลว่ แกลว้ กลา้ ของสติ
ปญั ญาทเ่ี คยพจิ ารณาชำ่� ชองมาแลว้ ความจรงิ มนั เปน็ อยา่ งนนั้ ถา้ ยงั ตน่ื เตน้ อยู่ กพ็ จิ ารณา
ให้ชดั เจนลงไปจนแหลกละเอียด ไมต่ ื่นเตน้ แล้วพอ! พอตัว พอตวั เรื่อยๆ จนพอ
เต็มที่แลว้ ก็ปลอ่ ยวางได้เด็ดขาด ไม่มเี งอ่ื นต่อกบั สง่ิ น้ันๆ

การเรยี นวชิ าแก้ “วฏั วน” ภายในจิตใจ ทา่ นเรียนอยา่ งนี้ ปฏิบัติอย่างน้ี วิชาน้ี
เปน็ วชิ าทเ่ี ลศิ วชิ าทปี่ ระเสรฐิ แตเ่ ปน็ งานทที่ ำ� ไดย้ าก เพราะเปน็ งานใหญใ่ นวงศาสนา
ทา่ นเรยี กวา่ “งานกรรมฐาน กมั มฏั ฐาน” ดงั ทเี่ ขยี นไวใ้ นหนงั สอื “ปฏปิ ทาพระกรรมฐาน
สายท่านอาจารย์ม่นั ” นั่นเอง

“กมั มฏั ฐาน” แปลวา่ อะไร? แปลวา่ ทตี่ งั้ แหง่ งาน “ฐาน” แปลวา่ ทต่ี ง้ั คอื ทต่ี ง้ั
แหง่ งาน เปน็ งานทชี่ อบ แตง่ านนเ้ี ป็นงานทใี่ หญโ่ ตมากมาย เปน็ งาน “ร้อื วัฏสงสาร”
ออกจากใจ ไดแ้ กก่ ารพจิ ารณากมั มฏั ฐาน คอื รา่ งกายสว่ นตา่ งๆ ตลอดขนั ธห์ า้ อวชิ ชา
เปน็ ทสี่ ดุ จงึ เปน็ งานทหี่ นกั มาก “งานนเี้ ปน็ งานรอื้ ภพ รอื้ ชาติ รอื้ วฏั สงสาร” คอื รอ้ื กเิ ลส
ตณั หาชนดิ ตา่ งๆ ออกจากใจ จนกลายเปน็ “ววิ ฏั ฏะ” ขน้ึ มา จงึ เปน็ งานทยี่ าก ตอ้ งหา
ที่หาท�ำเลที่เหมาะสมเป็นท่ีประกอบบ�ำเพ็ญเพื่องานน้ีสะดวกและเร็วข้ึนตามใจหวัง
เมอื่ หาไมไ่ ดท้ ไ่ี หนกใ็ หพ้ จิ ารณาลงไปไมใ่ หเ้ สยี เวลาความพากเพยี รในวนั หนงึ่ คนื หนง่ึ
แตถ่ า้ ไดท้ ำ� เลทเี่ หมาะกเ็ ปน็ การดดี งั ทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ตรสั สอนพระวา่ “รกุ ขมลู เสนาสนงั ฯ”
เป็นต้น

ทรงสอนใหไ้ ปอยตู่ ามปา่ ตามเขา รกุ ขมลู รม่ ไม้ ในถำ�้ ซอกเหว ทไี่ หนกไ็ ด้ ขอแต่
สะดวกในการบำ� เพญ็ เพอ่ื แกก้ เิ ลส หรอื ปราบปรามกเิ ลส ใหอ้ ยใู่ นเงอื้ มมอื หรอื สน้ิ ซาก
ไปจากจติ ใจ การเปน็ อยปู่ วู ายไมไ่ ดค้ ำ� นงึ วา่ จะอดอยากขาดแคลนประการใด มแี ตก่ าร
ประกอบความพากเพยี ร ตามความมุ่งหมายอยา่ งเดยี ว

251

ไปอยู่ในสถานท่ีใดที่เป็นไปเพื่อความสะดวกแก่การแก้กิเลสอาสวะด้วยความ
พากเพยี รโดยลำ� ดบั สถานทนี่ น้ั เปน็ ทเี่ หมาะสมกบั ผทู้ หี่ วงั รอ้ื ถอนกเิ ลสดว้ ย “กมั มฏั ฐาน”
คอื งานอนั ใหญโ่ ตนี้ พระพทุ ธเจา้ ทรงสอนไวอ้ ยา่ งเหมาะสมทกุ ประการแลว้ ทง้ั วธิ กี าร
แก้กิเลส ทง้ั สถานทีอ่ ันเป็น “ชัยสมรภมู ิ” ส�ำหรับผู้ตง้ั หนา้ ฆ่ากิเลสจริงๆ

พระบวชมาแมอ้ งคห์ นง่ึ ก็ตาม อปุ ัชฌายไ์ ม่สอนกรรมฐานหา้ เป็นตน้ ให้ ไมถ่ กู !
เมอื่ บวชแลว้ ตอ้ งสอน “กมั มฏั ฐานหา้ ให”้ และ “รกุ ขมลู ฯ” รม่ ไม้ ใหเ้ ทยี่ วตามปา่ ตามเขา
สอนใหบ้ ณิ ฑบาต ทหี่ าดว้ ยกำ� ลงั ปลแี ขง้ ของตน เปน็ งานชอบธรรมอยา่ งยงิ่ ยง่ิ กวา่ งาน
การแสวงหาด้วยวธิ อี ่ืนๆ

ทา่ นสอนไว้ “อยนเฺ ต ปตโฺ ต” นนั่ “นบี่ าตรของเธอ” หรอื “ของเจา้ นะ” ทา่ นบอก
ไวเ้ ลย ทง้ั ๆ ทบี่ าตรกอ็ ยใู่ นมอื ทา่ นกร็ ู้ ยงั ชบ้ี อกอกี วา่ “นบ่ี าตรของเจา้ นะ” เพอื่ ประทบั ใจ
ลงไปอกี ทหี นงึ่ บอกซำ้� อกี วา่ “นบี่ าตรของเจา้ นะ” กค็ อื วา่ “นค่ี ชู่ วี ติ ของเจา้ นะ” นนั่ เอง
ใหบ้ ิณฑบาตมาฉัน ไดม้ าแล้วเอาใสล่ งในบาตรน่ันแหละ ไม่มีภาชนะใดทค่ี วรและ
เหมาะสมส�ำหรับสมณะยิ่งกว่าบาตร สอนลงไปที่ตรงนั้น บาตรเป็นสิ่งที่สมที่ควร
สำ� หรบั พระ เมอ่ื ไปบณิ ฑบาต กเ็ อาบาตรลกู นม้ี าฉนั กล็ งในบาตรนี่ เปน็ กจิ ทค่ี วรและ
เหมาะสมทสี่ ดุ ท่านจึงสอนว่า “อยนฺเต ปตโฺ ต” คอื ยงุ้ ขา้ วของพระนั่นเอง

ถา้ ไมส่ ำ� คญั ทา่ นไมส่ อน ทา่ นไมบ่ อก “อยงั สงั ฆาฏิ อยงั อตุ ตราสงั โค (ผา้ หม่ )
อยงั อนั ตรวาสโก (ผา้ นงุ่ )” “นผ่ี า้ สงั ฆาฏ,ิ นจี่ วี ร, นสี่ บง” นบี่ าตร ทา่ นบอกแลว้ ” ราวกบั
ยำ้� วา่ “นๆ่ี สมบตั ขิ องเธอผเู้ ปน็ พระ” บรขิ ารนเ้ี ปน็ สมบตั ทิ ช่ี อบธรรมสำ� หรบั พระ นอกนนั้
ทา่ นไมไ่ ดว้ า่ อะไร เชน่ ใหส้ ง่ั สมนน้ั สงั่ สมน้ี ใหห้ านน้ั หานม้ี ากอง หรอื พอกพนู เตม็ กฏุ ิ
เตม็ ที่อยอู่ าศยั ทา่ นไม่ไดว้ ่า ทา่ นบอกลงในจดุ สำ� คัญๆ วา่ “นี้เป็นทีเ่ หมาะสมที่สดุ ”
“ไปเถอะ” จะไปทไ่ี หน แลว้ ชบ้ี อกสถานที่ “ไปรกุ ขมลู ตามรม่ ไม้ ชายปา่ ชายเขา ไปหาอยู่
เพอ่ื ความสะดวกสบายในการบ�ำเพญ็ สมณธรรมเถิด

คร้งั พุทธกาลทา่ นสอนสาวกทัง้ หลายให้ไปบำ� เพญ็ ดว้ ยความแกล้วกล้าสามารถ
ในทางความเพยี รและทางสติปญั ญา ให้ร้ือถอนกเิ ลสกองทกุ ขท์ ่ีมอี ยภู่ ายในใจ และ

252

ฝงั จมกนั มาเปน็ เวลานานใหห้ มดสนิ้ ไปด้วยวธิ กี ารน้ี ยทุ ธวธิ แี บบนใ้ี นสถานทีเ่ ชน่ นน้ั
ซึ่งเป็นสถานท่เี หมาะสมท่ีสุด นีท่ า่ นสอน!

สบง จีวร เคร่ืองบรขิ าร ส�ำหรับใช้สอย กม็ เี ทา่ นนั้ ไม่ตอ้ งมีมากมายเหลือเฟือ
พะรุงพะรัง น่าสงั เวช เออื มระอา มีบาตรใบเดยี วเท่านั้น เป็นภาชนะทเี่ หมาะสมท่สี ดุ
ไปเถอะ ไปไหนกส็ บาย ไม่ต้องพะรุงพะรงั ห่วงหน้าห่วงหลัง เตรยี มการอยู่การกนิ
ให้ยุ่งไป ย่งุ กนั แตเ่ ร่ืองอยู่ เรอ่ื งกิน การยุ่งกับความพากเพียร ยุ่งกับการฆ่ากเิ ลส
ท�ำลายกิเลสไมม่ ี!

มแี ตย่ ุง่ กับการสัง่ สมกเิ ลสด้วยการเตรียมน้นั เตรยี มนี้ วุ่นไปหมด ราวกับแข่ง
พระตถาคตบรมศาสดาด้วยการสั่งสมกิเลสวัฏวนในอาการของผู้มักมาก เสริม
ความอยาก ไมม่ วี นั อม่ิ พอ ซงึ่ เปน็ การผดิ จากหลกั ของศาสดาทไ่ี ดส้ อนไวแ้ ลว้ คำ� ทวี่ า่
“ฆ่ากิเลส” ก็ไม่ปรากฏ มีแต่ส่ังสมกิเลสโดยไม่รู้สึกตัวเท่าน้ัน จะมีกิเลสตัวไหน
หายหนา้ ไป กเิ ลสตวั ไหนตายไป นอกจากจะแตกลกู แตกหลานออกมาจนเต็มหัวใจ
กระจายไปท้งั ขา้ งนอกขา้ งในเตม็ โลกเตม็ สงสาร มแี ต่กิเลส

การบวชมาบำ� เพญ็ เพอ่ื แกก้ เิ ลส แตก่ ลายมาเปน็ ผสู้ งั่ สมกเิ ลส ยอ่ มผดิ กบั โอวาท
คำ� สงั่ สอนของพระพทุ ธเจา้ ทว่ี า่ “มชั ฌมิ าปฏปิ ทา” คอื การปฏบิ ตั ทิ ถี่ กู เปา้ หมายของการ
ทำ� ลาย การสงั หารกิเลสให้ส้ินไป

การทำ� ลายกเิ ลสทง้ั มวล ตอ้ งดำ� เนนิ ตามหลกั ของพระพทุ ธเจา้ ทที่ รงสงั่ สอน ไมม่ ี
หลกั ใดทจี่ ะเหมาะสมยงิ่ กวา่ หลกั พระโอวาททที่ รงสง่ั สอนไวแ้ ลว้ ไมว่ า่ พระ ไมว่ า่ ฆราวาส
สอนลงทห่ี วั ใจ ดว้ ยการประพฤตปิ ฏบิ ตั แิ ละอบุ ายทส่ี อน ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งนนั้ ลว้ นแตเ่ ปน็
อบุ ายวธิ สี อนเพ่ือแก้กิเลสทง้ั น้นั ไม่ใช่เพือ่ สั่งสมกิเลสเลย!

ถ้าการปฏิบัติปีนเกลียวกับพระโอวาทที่ทรงสอนนั้น ก็เป็นการสั่งสมกิเลสขึ้น
โดยไม่รู้สึกตัว แม้เจา้ ของจะว่าไม่สั่งสมก็ตาม ก็คือการสงั่ สมโดยหลกั ธรรมชาติอยู่
น่นั แล

253

การอยปู่ ่า ถ้าจติ คดิ เปน็ เรอื่ งโลก เร่อื งสงสาร เรอื่ งวุ่นวายตา่ งๆ กเ็ ท่ากบั อยปู่ ่า
ธรรมดา เหมอื นกระรอก กระแต ไม่เห็นเกิดประโยชนอ์ ะไร อยูใ่ นบ้าน ถ้าคดิ อรรถ
คดิ ธรรมกย็ งั ดีกวา่ มันส�ำคญั อยทู่ ี่ใจทีค่ ิดถกู หรอื ผิด

การพจิ ารณา เมอื่ พจิ ารณารา่ งกาย กเ็ อาใหแ้ หลกลงไปโดยลำ� ดบั ดตู งั้ แตข่ า้ งบน
ลงไปขา้ งลา่ ง ขา้ งลา่ งขน้ึ มาขา้ งบน ดภู ายใน ดภู ายนอก ดใู หต้ ลอดทวั่ ถงึ มนั มอี ะไรบา้ ง
อยูภ่ ายในน้ี

ทท่ี า่ นวา่ “กรรมฐานหา้ ” คอื อะไร? คอื “เกสา โลมา นขา ทนั ตา ตโจ” ไปถงึ นนั่
ทา่ นหยดุ เสยี เพราะวา่ “ตโจ” คอื หนงั หมุ้ หอ่ ไปหมดแลว้ ในรา่ งกาย คนเราไมม่ หี นงั
ดูกนั ไมไ่ ดเ้ ลย ไม่ว่าสัตว์ ไม่วา่ บุคคล เมอื่ ถลกหนังออกแลว้ ดูไม่ไดเ้ ลย วา่ เปน็ หญิง
เปน็ ชายทไี่ หน ดูไม่ได้ นี่! มนั ครอบแล้ว ทา่ นจึงไม่ได้บอกตอ่ ไป

เมอื่ ขยายออกไป ทา่ นกว็ า่ ไปถงึ “อาการ ๓๒” เอา้ ใหด้ ไู ป อาการไหนกด็ เู ถดิ เปน็
สจั ธรรมทง้ั นน้ั เพอ่ื จะรอ้ื ถอนกเิ ลสออกจากใจ ใหพ้ จิ ารณาจนมคี วามชำ� นชิ ำ� นาญ แลว้
ดอู นั ไหนมนั กเ็ ปน็ ความจรงิ ไปหมด ไมต่ นื่ เตน้ ไมต่ กใจ ไมห่ วนั่ ไหว จติ ใจกป็ ราศจาก
อุปาทานความยึดม่ันถือมน่ั เปน็ ลำ� ดับๆ จะว่ายังไงอีกล่ะ!

เมอ่ื มนั ปลอ่ ยวางภาระออกมาดว้ ยการพนิ จิ พจิ ารณาแลว้ ทำ� ไมจติ จะไมเ่ บา จติ จะ
ฟ้งุ ซา่ นไปไหน ฟุ้งซ่านกฟ็ งุ้ ซ่านด้วยความหลง เมอื่ รู้แลว้ จะฟงุ้ ซา่ นไปท�ำไม หาความ
ฟงุ้ ซา่ นไมม่ ี มแี ตค่ วามสงบตวั เขา้ ไปเรอื่ ยๆ ทำ� ไมจติ จะไมเ่ ยน็ ไมส่ บาย เยน็ สบายอยู่
ภายในจิตใจเทา่ นัน้

ถ้าจติ สงบตัวได้ ไม่วนุ่ วายส่ายแส่ คนเราต้องมคี วามสขุ เทา่ ทโ่ี ลกมีความทกุ ข์
ร้อนตลอดมา ไมม่ ีวนั พักผ่อนหย่อนใจไดบ้ ้าง ก็เพราะจติ ไมไ่ ด้สงบตวั จากความคิด
ปรงุ ตา่ งๆ บา้ งเลยน่ันเอง

ถา้ พจิ ารณาตามหลกั ธรรมของพระพทุ ธเจา้ แลว้ มแี ตส่ อนใหถ้ อดถอนกเิ ลส และ
ความทกุ ขค์ วามทรมานภายในใจออกโดยถา่ ยเดยี ว ไมม่ พี ระโอวาทขอ้ ใดทส่ี ง่ั สอนให้

254

สงั่ สมกเิ ลส ใหส้ ตั วโ์ ลกไดร้ บั ความทกุ ขค์ วามลำ� บากเลย จงึ เรยี กวา่ เปน็ “สวากขาตธรรม”
ตรัสไวช้ อบยิ่งแล้ว เปน็ “นยิ ยานกิ ธรรม” ธรรมเครอื่ งนำ� ผู้ปฏิบัตอิ อกจากทุกขไ์ ป
โดยลำ� ดับ จนถึงความพ้นทุกขโ์ ดยสน้ิ เชิง

พน้ ทกุ ขน์ ะ่ พน้ ทไี่ หน? กเ็ วลานท้ี กุ ขอ์ ยทู่ ไี่ หน มนั กอ็ ยทู่ หี่ วั ใจเรานแี้ ล มนั จะอยู่
ทไี่ หน ทกุ ขท์ ก่ี ายกไ็ ปรวมทหี่ วั ใจ ถา้ ใจไมร่ อบคอบ ทกุ ขท์ ต่ี รงไหน อวยั วะสว่ นตา่ งๆ
ที่ปรากฏเป็นความผิดปกติข้ึนมาก็จะต้องไปทุกข์ที่หัวใจ เพราะใจไปเที่ยวกว้าน
เทยี่ วกอบโกยเอาความทกุ ขท์ เ่ี กดิ ขน้ึ ณ สถานทตี่ า่ งๆ จาก “อาการตา่ งๆ ของรา่ งกาย”
เขา้ มาสู่ตวั แลว้ ก็เปน็ ไฟเผาตัวเองขึน้ มา น่นั แหละ เลยทกุ ข์ไปหมด! ทกุ ขใ์ จน้นั เป็น
ทุกข์สำ� คัญย่งิ กวา่ ทกุ ข์ใดๆ และทกุ ข์มากย่ิงกว่าทกุ ข์ใดภายในรา่ งกายเรา

ถา้ ใจมคี วามฉลาด ตามทไี่ ดเ้ คยพจิ ารณาเหน็ ตามความจรงิ ของมนั แลว้ กไ็ มท่ กุ ข์
รา่ งกายสว่ นไหนเปน็ ทกุ ข์ กท็ ราบวา่ เปน็ ทกุ ข์ เมอื่ เกดิ ทกุ ข์ “ออ้ เกดิ ทกุ ขท์ นี่ ”่ี กร็ บั ทราบกนั
ทกุ ขเ์ พราะเหตนุ น้ั ทกุ ขท์ ต่ี รงนน้ั กร็ บั ทราบกนั ดว้ ยสตปิ ญั ญาเปน็ ผกู้ ำ� กบั ทกุ ขม์ นั จะ
ดับไปกด็ บั ไป ไปปรุงแตง่ มันทำ� ไม เรือ่ งของทกุ ข์ เวลามนั จะเกดิ เรากไ็ มไ่ ด้ปรุงแตง่
ใหม้ นั เกดิ เวลามนั เกดิ ขนึ้ มา มนั กเ็ ปน็ อยตู่ ามธรรมชาตขิ องมนั มนั ตงั้ อยตู่ ามธรรมชาติ
ของมนั มนั ดบั ไปตามเรอื่ งของมนั นนั่ ! ความจรงิ เปน็ อยา่ งนน้ั ไปฝนื ความจรงิ ทำ� ไม
การฝืนความจริง เปน็ การฝืนธรรม และสง่ เสรมิ กเิ ลสไปในตวั

การพจิ ารณา กใ็ หร้ ตู้ ามความจรงิ ของมนั ทกุ ระยะ ทกุ ระยะ เรากไ็ มท่ กุ ขใ์ จเสยี ใจ
เอา้ มนั จะทนไมไ่ หวจรงิ เหรอ? เคยทนกนั มาตงั้ แตว่ นั เกดิ จนถงึ วนั นี้ ทนี จี้ ะทนตอ่ ไป
ไมไ่ หวเหรอ? ทนไมไ่ ดก้ ป็ ลอ่ ยเสยี แนะ่ ! นนั่ แหละ เรอ่ื งของปญั ญา ไมฝ่ นื ความจรงิ
เมอ่ื พอทนได้กท็ นไป พจิ ารณาไป อย่าหลงขนั ธ์? อยา่ งพระพทุ ธเจา้ ทา่ นรับสง่ั ถาม
พระสาวก เชน่ พระกสั สปะ เป็นต้นวา่ “เป็นอยา่ งไร กัสสปะ? ขนั ธปัญจกของเธอ
พออดทนอยเู่ หรอ?” น่ี ทา่ นถามความสขุ ความสบายกนั ถามอยา่ งนนั้ แหละ ครงั้ พทุ ธกาล
เปน็ ยังไง ขันธปญั จกของเธอ พออดทนอยู่บา้ งเหรอ? นั่น! พอทนได้ก็ทนไป เพราะ
เคยทนมาแลว้ แตว่ นั เกดิ ไมน่ า่ ตนื่ เตน้ ตกใจ เมอ่ื เหลอื ทจ่ี ะทนตอ่ ไปไดก้ ป็ ลอ่ ยวางเสยี
ใหห้ มดภาระความรบั ผิดชอบตอ่ ไป

255

พวกเราก็ “สบายดเี หรอ?” ถามเรอื่ งกองทกุ ข์ มนั จะเอาความสบายมาจากไหน!
“ฮึ มนั เปน็ ยงั ไง สบายดเี หรอ? หลวงตาบวั ไมอ่ ยากจะถามใคร เพราะถามไป มนั กฝ็ นื
ภายในใจชอบกล คำ� วา่ “สบายๆ” กฝ็ นื วา่ ไปตามโลกอยา่ งนนั้ เอง ทงั้ ๆ ทไ่ี มส่ นทิ ใจวา่
สบายดี

สบายอะไร กองทกุ ขเ์ ตม็ อยภู่ ายในรา่ งกายไมม่ เี วลาเบาบาง “สบายดเี หรอ ภายใน
ใจชำ� ระกเิ ลสตวั กอ่ ทกุ ขใ์ หโ้ ลกไดแ้ คไ่ หนแลว้ เวลาน?้ี ไดผ้ า่ นอปุ สรรค หรอื ไดผ้ า่ นพน้
กองทุกข์ท่กี ลุ้มรุมอย่ภู ายในใจไปไดม้ ากน้อยเพยี งไร กเิ ลสตัวสำ� คัญๆ ทีเ่ ปน็ ภยั แก่
จติ ใจนน้ั มนั ไดต้ ายไปบา้ งหรอื เปลา่ หลานๆ เหลนๆ มนั อยา่ งนอ้ ยเหลนๆ มนั ไดต้ ายบา้ ง
หรือเปล่า ลกู มันตายบา้ งหรือเปล่า ยงั ไม่ต้องพูดถึงพ่อถึงแมม่ ันตายหรือเปล่า?”

ถา้ พดู อยา่ งนนั้ นา่ ฟงั ! จนกระทง่ั “เปน็ ยงั ไง ปยู่ า่ ตายาย มนั ตายหรอื ยงั ยง่ิ หลาน
เหลน ไมต่ อ้ งวา่ นะ ถา้ มนั ตายฉบิ หายไปหมดแลว้ ปยู่ า่ ตายายตวั สำ� คญั ไดฆ้ า่ มนั แลว้
หรอื ยงั ? “ฆา่ แลว้ ตายหมดแลว้ !” “ออ้ ! สวสั ดนี า!” ไมต่ อ้ งถาม กส็ วสั ดอี ยา่ งสมบรู ณ์
ภายในใจแลว้

นแี่ หละ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นรบั สงั่ ถามพระกสั สปะ เปน็ ตน้ วา่ “เปน็ ยงั ไง กสั สปะ
ขนั ธปญั จกของเธอ พออดพอทนอยเู่ หรอ?” พระกสั สปะกก็ ราบทลู วา่ “พระเจา้ ขา้ พออด
พอทนกนั ไป”

นน่ั ฟงั ซิ นกั ปราชญท์ า่ นตอบกนั โอย๊ นา่ ฟงั มาก! “พออดพอทนกนั ไป!” ถา้ ไม่
พออดพอทนกท็ งิ้ เสยี เทา่ นนั้ เรอ่ื งมนั กม็ อี ยเู่ ทา่ นน้ั เอง ตอ่ ความยาวสาวความยดื ใหว้ นุ่
ไปทำ� ไม ชาวพทุ ธผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมแท้ ถามความสวสั ดกี นั ควรถามใหก้ เิ ลสสะเทอื นบา้ ง
ไมค่ วรถามแบบกเิ ลสหัวเราะเยาะดงั ทเ่ี คยเปน็ มา

“เปน็ ยังไง สบายดีเหรอ? จิตใจเปน็ ยังไง? มีหลักมเี กณฑ์ยงั ไงบ้างหรอื เปล่า?
พยายามรักษาใจอยบู่ า้ งหรือหรือเปลา่ หรือรกั ษายังไมไ่ ด้ วุ่นรักษากันแตภ่ ายนอก
ลมื แลว้ เหรอตวั สำ� คญั อยภู่ ายในจติ นนั้ ไดร้ กั ษาบา้ งหรอื เปลา่ ? ไดม้ องดบู า้ งหรอื เปลา่ ?
ตวั สาระสำ� คญั คอื ใจนนั่ นะ่ ถกู กเิ ลสพอกพนู จนตอ้ งเปน็ มลู สดมลู แหง้ หมดแลว้ เวลาน้ี

256

ไมไ่ ดม้ องดบู า้ งเหรอ?” อยากใหด้ ตู รงนนั้ แพทยค์ อื เรา รกั ษาพยาบาลใจเรา ดอี ยหู่ รอื ?
วา่ “สบายดเี หรอ มนั ถึงเหมาะสมกบั ผ้ปู ฏบิ ตั ิไมล่ ืมตัว น่นี ักปฏิบตั เิ รา ถามความ
สวสั ดกี นั ใหถ้ ามอยา่ งนี้ เหมาะสมทส่ี ดุ แลว้ เพราะการพจิ ารณาแกก้ เิ ลสตา่ งๆ ทกุ วนั
ทกุ วนั น่ี

ยาแกล้ งไป “โอสถํ อุตฺตมํ วรํ” น!ี่

สักกัตวา พุทธะระตะนงั โอสะถัง อุตตะมงั วะรัง,
สกั กตั วา ธมั มะระตะนงั โอสะถงั อุตตะมงั วะรัง,
สกั กตั วา สงั ฆะระตะนงั โอสะถงั อตุ ตะมัง วะรัง,

พระพทุ ธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ เปน็ โอสถอนั ใหญ่ เปน็ โอสถอะไร กแ็ กก้ เิ ลสตณั หา
อาสวะภายในใจของเรานีเ้ อง น่ัน!

“พทุ ธะ” แปลวา่ ผรู้ ู้ เอาผูร้ ผู้ ู้ฉลาดนล้ี ะมาแก้

“ธรรมะ” ท่ีปรากฏข้ึนภายในจิตใจเพราะความเพียร ย่อมระงับดับโรคความ
วุน่ วายไปไดห้ มด

“สงั ฆะ” ผู้ทรงไวซ้ ง่ึ ธรรมอศั จรรย์ ตามเสด็จพระพุทธเจา้ ทัน

นเี่ ปน็ โอสถแตล่ ะอยา่ ง ละอยา่ ง หรอื แตล่ ะธรรมชาติ จงึ เปน็ เครอื่ งพยงุ จติ ใจได้
อยา่ งดเี ลศิ อยทู่ ไี่ หนอยา่ ลมื “พทุ ธะ ธรรมะ สงั ฆะ” ซง่ึ มคี วามประเสรฐิ แทอ้ ยภู่ ายใน
ใจนี้ จติ ของเรานแี้ ลจะเปน็ ภาชนะสำ� คญั สำ� หรบั รบั “พทุ ธะ” อนั แทจ้ รงิ จากพระพทุ ธเจา้
มาเปน็ “พทุ ธะ” ของเรา “ธรรมะ” อนั แทจ้ รงิ จากธรรมของพระพทุ ธเจา้ เปน็ ธรรมะของเรา
ดว้ ยการชำ� ระได้ จากสงั ฆะของพระสงฆส์ าวกทา่ น มาเป็น “สงั ฆะ” ของเราผ้ทู รงไว้
ซง่ึ ธรรมทั้งหลายที่มอี ยู่ภายในใจดว้ ยการปฏิบัตธิ รรมของตน

นี้ “พทุ ธฺ ํ ธมมฺ ํ สงฆฺ ํ สรณํ คจฉฺ าม”ิ ถงึ ทจ่ี ติ นแี้ ลว้ อยทู่ ไี่ หน กไ็ ดเ้ ฝา้ พระพทุ ธเจา้
เฝา้ พระธรรม เฝา้ พระสงฆ์ อยูต่ ลอดเวลา “อกาลิโก” เพราะพระพุทธเจ้า พระธรรม

257

พระสงฆ์ รวมเปน็ หลกั ธรรมชาตอิ ยใู่ นจติ ของเราดวงเดยี ว ทา่ นพดู ไวเ้ ปน็ เพยี งอาการ
เทา่ น้ันแหละ เช่น

“พทุ โฺ ธ ธมโฺ ม สงโฺ ฆ จาติ นานาโหนตฺ มปฺ ิ วตถฺ โุ ต” เปน็ ตน้ พระพทุ ธ พระธรรม
พระสงฆ์ ถา้ กลา่ วโดยอาการแลว้ กเ็ ปน็ คนละอยา่ งจรงิ แตอ่ าศยั ซง่ึ กนั และกนั เมอื่ พดู
โดยธรรมตามหลกั ธรรมชาตแิ ลว้ เปน็ อนั เดยี วเทา่ นนั้ ทา่ นวา่ เปน็ อนั เดยี ว กค็ อื “ธรรม
ทง้ั แท่ง” “ธรรมท้ังดวง” คอื ใจดวงเดยี วทีบ่ ริสทุ ธิ์นั้นแล เป็นธรรมแทข้ องท่านผนู้ นั้

“พทุ ธะอนั ใด ธรรมะอนั นน้ั ธรรมะอนั ใด สงั ฆะอนั นนั้ ” รวมลงไปในธรรมชาติ คอื
จติ ทบ่ี รสิ ทุ ธดิ์ วงเดยี วเทา่ นน้ั “ความประเสรฐิ อยทู่ ค่ี วามรู้ ใหแ้ กส้ ง่ิ จอมปลอมทงั้ หลาย
ทก่ี ดขบ่ี ังคับใจจนหาคณุ ค่าไม่ไดอ้ อกให้หมดดว้ ยอุบายแหง่ สติปญั ญาของเราเอง”

เอา้ แกล้ งไป แกล้ งไป สาระสำ� คญั จะคอ่ ยๆ ปรากฏขน้ึ โดยลำ� ดบั แลว้ กถ็ งึ “บางออ้ ”
ทเ่ี ขยี นไวใ้ นประวตั ทิ า่ นอาจารยม์ นั่ บางคนเขา้ ใจวา่ เปน็ “หนองออ้ ” บงึ นน้ั บงึ นี้ จรงิ ๆ กม็ ี
คำ� วา่ “หนองออ้ ” นนั้ ทา่ นเจอเขา้ ทภ่ี ายในจติ ใจนเ้ี อง “ออ้ ๆ นเี่ หรอ!” ไปถงึ หนองออ้ แลว้
ออ้ นเี้ หรอ ธรรมชาตทิ เี่ ทยี่ วหาแทบลม้ แทบตาย มาปรากฏแลว้ เหรอ? นอี่ ยภู่ ายในจติ นี้
หมายถึงอนั นี้ตา่ งหาก

คนทไ่ี ปเทยี่ วหาดู “หนองออ้ ” กม็ นี ะ ไปเทย่ี วเชยี งใหม่ กไ็ ปเทย่ี วหาดหู นองออ้
ทที่ า่ นอาจารยม์ น่ั ทา่ นเจอ ไปจนตายกไ็ มไ่ ดเ้ จอ ความสำ� คญั ของคน “ผดิ ” ขนาดนแี้ ล
นไี่ ดย้ นิ ตอ่ หเู จา้ ของเองนะ เรากเ็ กดิ สลดสงั เวชขน้ึ มาทไี่ ดฟ้ งั เขาพดู วา่ “เขาไปหาหนองออ้
ทที่ ่านอาจารยม์ นั่ ท่านเจอ” ว่ายงั งั้น

ทา่ นไปเจอ “ธรรม” อยทู่ ี่หนองอ้อ ไปหาตรงไหนๆ กไ็ ม่เจอ เราก็ยิ้มนดิ หนึ่ง
สลดสงั เวช นไี่ ดย้ นิ ดว้ ยหตู วั เองจรงิ ๆ ไมท่ ราบจะอธบิ ายใหฟ้ งั ไดอ้ ยา่ งไร ขนาดนนั้ แลว้
ท้งั ๆ ท่มี คี วามสนใจอยูก่ ็จรงิ แตถ่ า้ เราจะพูดวา่ “หนองอ้อนต้ี ่างหาก” เขาก็ไม่พอจะ
เกดิ ความเขา้ ใจอะไรนกั ถา้ เปน็ ผปู้ ฏบิ ตั ิแลว้ จะถงึ ใจทนั ที “หนองออ้ ทไี่ หน” คำ� เดยี ว
เทา่ นนั้ ปฏบิ ตั เิ พอ่ื อะไร ปฏบิ ตั เิ พอ่ื รอู้ ะไร รทู้ ไี่ หน เทา่ นนั้ เขา้ ใจทนั ทสี ำ� หรบั ผปู้ ฏบิ ตั ิ

258

พวกเรา เวลาพยายามใหเ้ จอ “หนองออ้ ” มแี ตห่ นองวนุ่ หนองวาย หนองยงุ่ ไปหมด
ทงั้ วนั ทง้ั คนื ยนื เดนิ นงั่ นอน หนองอนั นม้ี นั หนองอะไร? ทำ� คนใหล้ ม่ จมไปมากมาย
นอนจมอยกู่ บั หนองวนุ่ หนองวายน้ี ความเดอื ดรอ้ นอยทู่ น่ี ่ี ไมเ่ จอหนองออ้ บงึ ออ้ ภายใน
จติ ใจสักท!ี

เอ้า แกะออกใหห้ มด แกอ้ อกให้หมด อะไรไมด่ ไี ม่งาม พิจารณาให้เขา้ ใจโดย
ถอ่ งแท้ เฉพาะอย่างยง่ิ คอื เร่อื งขันธห์ ้า อย่าปลอ่ ยอยา่ วาง จงพิจารณาให้รู้ น่ีแหละ
เปน็ ตวั สำ� คญั ไมม่ อี ะไรเปน็ ขา้ ศกึ ยง่ิ กวา่ ขนั ธห์ า้ เปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ เรา เพราะความหลงมนั

การพิจารณาขันธ์ห้าจึงเป็นเร่ืองบุกเบิกทางให้ถึงความเกษมได้อย่างไม่มีอะไร
สงสยั เอา้ พจิ ารณาลงไป รปู ดงั ทเ่ี คยสอนแลว้ มนั เปน็ ยงั ไง กำ� หนดลงใหเ้ หน็ วา่ รปู คอื
ความจรงิ อนั หนงึ่ เวทนา คอื ความจรงิ อนั หนงึ่ วนั นมี้ นั กจ็ รงิ ขณะนม้ี นั กจ็ รงิ ขณะหนา้
มนั กจ็ รงิ กาลใดๆ มนั เกดิ ขนึ้ มา มนั กเ็ ปน็ ความจรงิ ของมนั ตลอดสาย เราอยา่ ไปหลง
ความจรงิ ของเขาใหเ้ ปน็ ความปลอมขน้ึ มาวา่ นน้ั เปน็ เรา นเี้ ปน็ ของเรากพ็ อ นไี่ ดช้ อื่ วา่
“ปญั ญา” ใหต้ ามความจรงิ ใหเ้ หน็ เพราะสง่ิ เหลา่ นม้ี อี ยกู่ บั ตวั ตลอดเวลา สญั ญา สงั ขาร
วญิ ญาณ แตล่ ะอยา่ งละอยา่ ง มนั จรงิ ของเขา ปรากฏขน้ึ มาเปน็ ระยะๆ แลว้ ดบั ไป ดบั ไป
โดยทเี่ ขาเองกไ็ มม่ คี วามหมายกบั เขาแตอ่ ยา่ งใดเลย มแี ตเ่ ราไปใหค้ วามหมายเขาแลว้
กห็ ลง พายุ่งไปหมด

ถา้ เหน็ ตามความจรงิ นแ้ี ลว้ กป็ ลอ่ ยกนั สบายๆ เบกิ ออกๆ อะไรทมี่ าหมุ้ หอ่ จติ ใจ
ให้เหลือแต่จิตท่ีเป็นธรรมชาติ มีปัญญาเป็นเครื่องแก้ไขดัดแปลงและรักษาจิตใจ
สลดั ออกไดจ้ นหมดไมม่ อี ะไรเหลอื ขนั ธก์ บั จติ อยดู่ ว้ ยกนั เขาจะเปน็ อะไรไป เขาเคย
อยดู่ ว้ ยกนั มาตง้ั แตว่ นั เกดิ อยแู่ ลว้ น่ี เราเคยอยดู่ ว้ ยความพวั พนั ถอื เขาวา่ เปน็ อนั หนง่ึ
อนั เดียวกับตนมาเปน็ เวลานาน ทีนม้ี าแยกกันไดแ้ ลว้ ต่างอนั ตา่ งอยู่ ต่างอันตา่ งจรงิ
แล้วจะเป็นพิษเป็นภัยกันท่ีไหน นอกจากเป็นพิษเป็นภัยต่อกันเพราะความถือขันธ์
วา่ เปน็ เราว่าเป็นของเราเท่าน้ัน

259

เมื่อรู้ความเป็นจริงของกันและกันแล้ว จิตก็เป็นจิตด้วยความบริสุทธ์ิของตน
แล้ว ก็อยู่ด้วยกันได้อย่างสบายหายห่วง จนถึงวันตายด้วยกัน ก็ตายไปอย่างผู้รู้
ผปู้ ล่อยวาง เมอ่ื จิตบริสุทธ์ิแล้ว ก็เปน็ “วมิ ุตต”ิ ทีน่ นั่ เอง วมิ ตุ ติ ไมต่ ้องไปหาท่ีไหน!
เอาละ การแสดงธรรม ก็เห็นวา่ สมควรยุติ

260

สรณะ

“พหงุ เว สรณงั ยนั ต”ิ ในภาษติ ทยี่ กขน้ึ นี้ ทา่ นพดู ถงึ ความจนตรอกจนมมุ ของคน
ทตี่ อ้ งวง่ิ หาทพ่ี ง่ึ ระสำ�่ ระสายไมเ่ ปน็ ทา่ เปน็ สาระ เพราะภยั ตา่ งๆ คกุ คาม แลว้ กว็ ง่ิ หาทพี่ ง่ึ
ตามประสาคนกลวั ตาย ตามภาษติ ทท่ี า่ นวา่ ไวว้ า่ “พหงุ เว สรณงั ยนั ติ ปพั พตานิ วนานิ
จ อารามรกุ ขเจตยานิ มนสุ สา ภยตชั ชิตา เนตัง โข สรณงั เขมงั  เนตงั สรณมตุ ตมงั
เนตงั สรณมาคัมม สพั พ ทกุ ขา ปมุจจติ” มนษุ ยเ์ มอ่ื ถกู ภยั คกุ คามแลว้ ยอ่ มวงิ่ หา
ท่พี ่ึงตา่ งๆ ตามทต่ี นเหน็ ว่าจะปลอดภยั ไร้ทกุ ข์ โดยวง่ิ ไปพึ่งต้นไม้บา้ ง พึง่ ภเู ขาบ้าง
วงิ่ เขา้ พงึ่ เจดยี ร์ า้ งบา้ ง ทำ� การบวงสรวงไหวว้ อนอะไรตา่ งๆ นานา เพอื่ พน้ จากทกุ ขจ์ ากภยั
เข้าในอารามรา้ งบา้ งว่าเปน็ ทีพ่ ่ึงอนั ปลอดภยั

ทวี่ า่ “เนตงั โข สรณงั เขมงั ” นน้ั วา่ สรณะนน้ั ไมเ่ กษม สรณะนนั้ ไมเ่ ปน็ ไปเพอ่ื พน้ ทกุ ข์
ไมเ่ ปน็ ไปเพอ่ื ความปลอดภยั ไมเ่ ปน็ ไปเพอื่ อดุ มมงคล ใครจะถงึ สกั เพยี งใดกเ็ ปน็ โมฆะ
หาความศักดิ์สทิ ธ์ิมิได้

นต่ี ามบาลที แี่ ปลออกมาเปน็ อยา่ งนี้ “โย จ พทุ ธญั จ ธมั มญั จ สงั ฆญั จ สรณงั คโต”
ผู้ใดถึงซึ่งพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ว่าเป็นสรณะ “จัตตาริ อริยสัจจานิ
สมั มปั ปญั ญา ย ปสั สติ ทกุ ขงั ทกุ ขสมปุ ปาทงั ทกุ ขสั ส จ อตกิ กมงั อรยิ ญั จฏั ฐงั คกิ งั
มคั คงั ทกุ ขปู สมคามนิ งั ” และผใู้ ดปฏบิ ตั ติ นจนถงึ ความรแู้ จง้ สจั ธรรมทงั้ ๔ คอื ทกุ ข์
สมุทัย นโิ รธ มรรค อยา่ งประจักษใ์ จ ผู้นน้ั ย่อมถงึ ความพน้ ทุกข์ “เอตัง โข สรณัง

261

เขมงั เอตัง สรณมุตตมัง เอตงั สรณมาคมั ม สพั พทกุ ขา ปมจุ จตตี ”ิ นัน้ แลเปน็
สรณะอันเกษม เปน็ สรณะอันอดุ ม ปลอดภยั ไร้ทกุ ขโ์ ดยประการท้ังปวง

ธรรมทก่ี ลา่ วมาน้ี จงึ ไมใ่ ชธ่ รรมอนั เลก็ นอ้ ย เปน็ ธรรมเพอื่ หวั ใจของสตั วผ์ แู้ สวงหา
ทพ่ี งึ่ ทง้ั ในเวลาจนตรอกจนมมุ และผแู้ สวงหาทพ่ี ง่ึ ในทางธรรม คอื ความหลดุ พน้ จรงิ ๆ
ตามปกตสิ ตั วโ์ ลกตอ้ งแสดงความวา้ วนุ่ ขนุ่ มวั เสาะแสวงหาทพ่ี ง่ึ มอี าการยงุ่ โนน่ ยงุ่ นี่
อยทู่ ำ� นองน้แี ตไ่ หนแต่ไรมา เวลาภัยเข้าถงึ ตัว เทีย่ วยดึ ผดิ ๆ ถกู ๆ ไปตามประสาคน
ไม่มีหลักใจ เพราะไม่ได้ส�ำเหนียกศึกษา ไม่เข้าใจว่าอันใดเป็นภัย อะไรเป็นคุณ
จงึ ยดึ แบบสมุ่ สสี่ มุ่ หา้ กนั อยา่ งนน้ั ผทู้ เี่ ขา้ ใจกย็ ดึ ไดห้ ลกั ทถ่ี กู ตอ้ ง ยอ่ มเปน็ ไปเพอื่ ความ
ปลอดภยั มีพระพุทธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นต้น ทชี่ ื่อวา่ “สรณะอันเกษม”

จิตใจของเราทุกคนบรรดาที่มีกิเลสครอบง�ำ ย่อมจะมีภัยทั้งภายในภายนอก
คกุ คามดว้ ยกนั ไมม่ ากกน็ อ้ ยในกาลใดสถานทห่ี นง่ึ จนได้ ฉะนนั้ โลกเราจงึ อยใู่ นขา่ ย
แหง่ ความคกุ คามของภัยดว้ ยกัน เมอื่ เปน็ อยา่ งนท้ี �ำอย่างไรจงึ จะได้หลกั “สรณะอนั
ถกู ตอ้ งแมน่ ย�ำเปน็ ทพ่ี ึงพอใจ” ทีจ่ ะไมใ่ หเ้ สียใจโดยอาศยั สงิ่ นนั้ ๆ เปน็ เคร่ืองยดึ

ทา่ นจงึ สอนใหร้ สู้ รณะ คอื “พทุ ธงั ธมั มงั สงั ฆงั ” และการเขา้ ถงึ “พทุ ธฺ ญจฺ ธมมฺ ญจฺ
สงฆฺ ญจฺ สรณํ คโต” ใหร้ ะลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ซึง่ เปน็ สรณะอัน
ประเสรฐิ พงึ ใจทง้ั ในปจั จบุ นั และอนาคต ไมป่ ลอ่ ยวางเมอื่ ถงึ คราวจำ� เปน็ หรอื จวนตวั
กค็ วา้ ยดึ ตดิ แนบกบั ใจและไปแบบสคุ โต หายหว่ ง

นอกจากการระลึกธรรมเป็นสรณะแล้ว ยังต้องประพฤติปฏิบัติตนตามหลัก
ปฏิปทาทที่ า่ นทรงสอนไว้ ใหร้ เู้ ร่ืองของความทกุ ขท์ ่มี อี ย่ใู นสตั วโ์ ลก ทุกธาตุ ทุกขันธ์
ทุกสกลกาย ไมว่ ่าหญิง ว่าชาย สัตวบ์ คุ คลเหมอื นกนั หมด ไมม่ ใี ครได้เปรียบและ
เสียเปรียบใคร

เรอื่ งของทกุ ขเ์ ปน็ สงิ่ นา่ กลวั ทต่ี ดิ แนบอยภู่ ายในกายในใจของสตั วโ์ ลกทวั่ ๆ ไป
เราจะหาอุบายวธิ หี ลกี เลย่ี งหรือทำ� ใหห้ ลุดพน้ จากทุกข์น้ไี ด้โดยวิธีใด ทา่ นจึงสอนว่า
“หนามยอกใหเ้ อาหนามบง่ ”

262

ทุกข์ที่เกิดกับตนให้ก�ำหนดรู้ว่านี้คือทุกข์ คือส่ิงที่เป็นภัยอันสัตว์โลกท้ังหลาย
กลวั กันยงิ่ นกั เมอื่ ทราบชดั วา่ สง่ิ นี้เป็นภัยแล้ว ให้ค้นหาสมฏุ ฐานคอื สาเหตุน้นั เช่น
ใจคิดเร่ืองใดขึ้นมามากน้อย ท�ำให้เกิดความเดือดร้อนขุ่นเคืองหรือจิตใจเป็นทุกข์
เพราะความคดิ น้ันๆ ให้พยายามละความคิดนั้น อยา่ ไดค้ ิดซ�ำ้ คิดซาก ผลจะตามมา
ซำ�้ ๆ ซากๆ คอื เปน็ ทกุ ขแ์ ลว้ ทกุ ขเ์ ลา่ เปน็ หลายหนหลายครง้ั กเ็ ปน็ ทกุ ขม์ ากขน้ึ ไปเอง
จนปลงใจลงสูค่ วามสขุ ไม่ได้ ถึงขนาดเสียสติสตงั ไปกม็ เี พราะความคดิ มากซ่ึงมีเป็น
จำ� นวนมาก

นค่ี อื สาเหตทุ ที่ ำ� ใหเ้ พม่ิ ความทกุ ข์ ทา่ นสอนใหพ้ ยายามละ พยายามกำ� จดั พยายาม
ห้ามความคดิ เช่นน้ี ดว้ ยก�ำลังแหง่ สติ คิดคน้ ดว้ ยปญั ญา เพอ่ื จะคลี่คลายสิง่ เหลา่ น้ี
ให้เห็นตามความเปน็ จรงิ ของมนั

การทจ่ี ะคน้ ไปถงึ สมฏุ ฐาน คอื เหตใุ หเ้ กดิ ทกุ ขน์ ี้ กไ็ มน่ อกเหนอื ไปจากสตปิ ญั ญา
ซงึ่ เรยี กวา่ “มรรค” ทอี่ ยใู่ นสจั ธรรมอนั เดยี วกนั นนั่ เอง คำ� วา่ “นโิ รธ” คอื ความดบั ทกุ ข์
กด็ บั ทกุ ขท์ เี่ กดิ จากความกงั วลวนุ่ วายเหลา่ นดี้ ว้ ยสตปิ ญั ญา ทกุ ขท์ เี่ กดิ จากความกงั วล
วนุ่ วายนเ้ี กดิ ขนึ้ ทจี่ ติ จงใชค้ วามพยายามระงบั ดบั ลงทตี่ รงนดี้ ว้ ย สติ ปญั ญา ศรทั ธา
ความเพียร

เรื่องโลกน่ะ จะว่ากว้างก็กว้าง แผ่นดินท้ังแผ่นใครจะก�ำหนดได้ว่ามันกว้าง
ขนาดไหน นอกจากคนทม่ี คี วามรคู้ วามชำ� นาญทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละวธิ คี ำ� นวณ จงึ จะ
คำ� นวณไดถ้ กู ตอ้ ง คนเราธรรมดาไมส่ ามารถจะทราบไดว้ า่ โลกนว้ี ดั โดยรอบไดส้ กั กกี่ โิ ล
กไี่ มล์ ความหนาของมนั ประมาณเทา่ ไร เรากไ็ มท่ ราบ โลกทงั้ หมดนอี้ ะไรทเ่ี ปน็ กองทกุ ข์
สำ� คญั ดนิ กเ็ ปน็ ดนิ ไมใ่ ชท่ กุ ข์ ตน้ ไม้ ภเู ขา ทเ่ี กดิ อยกู่ บั ดนิ กบั พนื้ ทเี่ หลา่ นนั้ มนั กเ็ ปน็
ต้นไม้ภูเขาตามหลกั ธรรมชาตขิ องมนั ไม่ใช่เปน็ ตวั ทุกข์ พระอาทิตย์อยู่บนฟ้ากไ็ ม่ใช่
ตวั ทกุ ข์ ดาวอยบู่ นฟา้ กเ็ ชน่ เดยี วกนั อากาศกลางหาวกไ็ มใ่ ชต่ วั ทกุ ขท์ ง้ั นนั้ ทนี ใ้ี ครละ่
เปน็ ตัวทกุ ข์? ใครล่ะท่รี บั ทุกขท์ ่ีกระทบกระเทอื นกับทกุ ข์ตา่ งๆ อยเู่ วลาน้ี แลว้ มีใคร
จะเปน็ ผรู้ บั เคราะหร์ บั กรรมแหง่ ทกุ ขท์ ง้ั หลายทก่ี ระทบกระเทอื นอยเู่ วลาน้ี นอกจากใจ
จักมีอะไรเลา่ !

263

เมอื่ สรุปแล้วกไ็ ดแ้ กธ่ าตขุ นั ธ์ ไดแ้ ก่จิตใจของเรานีเ้ ทา่ นน้ั เป็นภาชนะยอมรบั
สุขและทุกข์ท้งั หลายท่เี ป็นไปทง้ั วันท้งั คืน เวล�ำ่ เวลาท่ผี ่านไป ก็ผ่านไปตามกาล ตาม
ธรรมชาตขิ องเขา แม้เวล่�ำเวลานน้ั ๆ ทผ่ี ่านไปผา่ นมา เขากไ็ ม่ได้มีความหมายในตวั
ของเขาเลย ผ้มู ีความหมายในตวั นแี้ ล ไปคาดไปหมายเรอื่ งนนั้ เรอ่ื งน้ี นำ� ทุกขเ์ ขา้ มา
ใหต้ วั ไดแ้ กใ่ จนแี้ ล ยงั ไมท่ ราบวา่ ใจเปน็ ตวั คะนองและจอมหลงอยหู่ รอื สำ� หรบั ผเู้ ปน็
นักปฏบิ ตั ิธรรมท้ังหลาย ถ้ายงั ไมท่ ราบวา่ ใจเป็นนักก่อเหตใุ ห้เกิดเรือ่ งต่างๆ ข้ึนมา
เผาตน กย็ ากจะหาทางออกได้

นอกจากใจกค็ อื รา่ งกาย ยน่ เขา้ มาแลว้ กม็ แี ตร่ า่ งกายและใจของแตล่ ะรายละราย
แหง่ สัตวโ์ ลก ท้งั มนุษยแ์ ละสตั ว์นีเ้ ท่านนั้ เปน็ กองทกุ ข์ เปน็ ผรู้ ับทราบทุกข์ เป็นผรู้ บั
ความทกุ ขท์ ง้ั หลายทเี่ กดิ ขนึ้ มากนอ้ ย และกระทบกระเทอื นภายในรา่ งกายและจติ ใจอยู่
ตลอดเวลา

ศาสนาทา่ นจงึ สอนลงทจี่ ดุ สำ� คญั นคี้ อื ใจ เพราะจดุ นเี้ ปน็ จดุ ทรี่ บั เคราะหร์ บั กรรม
อยตู่ ลอดเวลา สรา้ งเคราะหส์ รา้ งกรรมอะไรกอ็ ยทู่ จ่ี ดุ นเ้ี ปน็ ผสู้ รา้ ง ไมใ่ ชส่ งิ่ อน่ื เปน็ ผสู้ รา้ ง
เราจะวา่ โลกธาตมุ นั กวา้ ง กว็ า่ ไปตามความสำ� คญั ของจติ และคำ� พดู ทอ่ี อกจากปากเพยี ง
เทา่ นนั้ แต่กไ็ ม่สามารถจะลบล้างความทุกข์ที่มีอยภู่ ายในกายและใจน้ไี ด้

ถา้ ไมย่ อ้ นเขา้ มาแกจ้ ดุ แหง่ ทกุ ข์ ทกี่ ายทใี่ จนี้ ใหถ้ กู ตอ้ งตามธรรมทพี่ ระองคท์ รง
สงั่ สอนไว้ ทกุ ขก์ จ็ ะไมพ่ น้ จากตวั เรา ทกุ ขจ์ ะวา่ เทา่ ภเู ขาหรอื ใหญก่ วา่ ภเู ขากว็ า่ ได้ เพราะ
มนั มอี ยเู่ ตม็ ตวั เรา ภเู ขาท้ังลกู ใครเคยเห็นมันวง่ิ เข้าโรงพยาบาลมีไหม? และนีห่ มอ
คนไหนไปรกั ษาเยยี วยาภเู ขาทง้ั ลกู วา่ มนั เจบ็ มนั ไขท้ ไ่ี หน มไี หม? ตน้ ไม้ ใบหญา้ เคยมี
นางพยาบาล มหี มอไปรกั ษาเขาไหม ถา้ วา่ เขาเปน็ ทกุ ข์ เขาเคยมโี รงพยาบาลเพอื่ รกั ษา
เขาไหม? กม็ ันไม่มีน่ี ดินกเ็ ป็นดิน ไม่ใช่สถานท่เี กดิ ทุกข์ จึงไม่มหี มอไปประจ�ำเพอื่
รกั ษาดิน รักษาน้�ำ รักษาไฟ รักษาส่งิ ต่างๆ ทีม่ ีอยูใ่ นโลกน้ี นอกจากเร่อื งของสตั ว์
ของบคุ คลนเี้ ทา่ นนั้ เปน็ สง่ิ สำ� คญั ทเ่ี ปน็ ผรู้ บั ความทกุ ขค์ วามลำ� บากทง้ั หลายซง่ึ มาจากท่ี
ตา่ งๆ เขา้ มาสมั ผสั สมั พนั ธก์ บั กายและใจ หรอื เกดิ ขน้ึ ภายในตวั เองโดยธรรมชาตแิ ละ
ความคิดนึกพาใหเ้ ปน็

264

ถา้ มองขา้ มจดุ ทเ่ี ปน็ ความจรงิ คอื ความทกุ ข์ ความสขุ ทมี่ อี ยเู่ ฉพาะภายในใจ
เราน้ี ก็ช่อื วา่ เรามองข้ามตัวเอง มองข้ามความจรงิ กไ็ ม่สามารถมองเหน็ ความจริงได้
แลว้ จะแกส้ ่งิ ทผ่ี ูกพนั หรือทบั ถมเรา ซง่ึ ได้แก่ทุกข์และสมทุ ัยน้อี อกจากใจไดอ้ ยา่ งไร
เมอ่ื ไมม่ องจดุ ทคี่ วรมอง ไมแ่ กจ้ ดุ ทคี่ วรแก้ จงึ ควรแกล้ งทจ่ี ดุ นซี้ งึ่ เปน็ ความชอบธรรม

วบิ ากขันธ์ คือ รา่ งกายมันเปน็ ผลสืบเนอื่ งมาจาก “วัฏฏะ” เราจะแก้ไขใหเ้ ปน็
อยา่ งอนื่ กแ็ กไ้ มไ่ ด้ จะไมใ่ หม้ กี ไ็ มไ่ ด้ เพราะมนั มขี นึ้ มาแลว้ การเยยี วยารกั ษารา่ งกายนี้
ด้วยวิธีใดที่เคยรักษากันมา เราก็พอทราบได้ และเคยรักษากันตลอดมาอยู่แล้ว
การทำ� มาหาเลยี้ งชีพ มหี ยูกยาปลาแป้งอะไร ก็นำ� มาบำ� รงุ รักษากันเท่าทีจ่ ะเปน็ ไปได้
เม่ือร่างกายผดิ ปกติ นเ่ี ราเคยรกั ษากันมา

สว่ นเร่ืองจติ ใจ เราจะรักษาด้วยวธิ ีใด นีเ่ ป็นส�ำคญั มาก ท่านสอนใหร้ กั ษาด้วย
ธรรมโอสถ “สกั กตั วา พทุ ธรตนงั ธมั มรตนงั สงั ฆรตนงั โอสถงั อตุ ตมงั วรงั ” นแ่ี หละ
เป็นยารกั ษาใจ

ใจเป็นอย่างไรจึงต้องรักษา เพราะใจเต็มไปด้วยโรคด้วยภัยต่างๆ ภัยมีอยู่
รอบดา้ นของใจ ทกุ ขจ์ งึ มอี ยรู่ อบดา้ นของใจ เพราะฉะนน้ั ใจจงึ ควรเปน็ คนไขส้ ำ� หรบั
รับยาคือ “ธรรมโอสถ” ถ้าปราศจากธรรมโอสถเป็นเครื่องเยยี วยารกั ษาแลว้ ใจจะ
ไม่พ้นจากความล่มจม จะไม่พ้นจากความทุกข์ความทรมาน ตลอดกัปตลอดกัลป์
หากำ� หนดกฎเกณฑจ์ ดุ หมายปลายทางไมไ่ ด้ เกดิ มาชาตใิ ดภพใดจะเจอแตค่ วามทกุ ข์
ทรมาน เพราะความไขห้ นกั หรอื ปว่ ยหนกั ของใจดว้ ยกเิ ลสอาสวะเปน็ เครอื่ งเสยี ดแทง
อยตู่ ลอดเวลา ผลคอื ความทกุ ขบ์ บี คน้ั จติ ใจอยเู่ สมอทกุ ภพทกุ ชาตไิ มว่ า่ ภพใดชาตใิ ด
ตอ้ งเปน็ ภพชาตทิ ี่คละเคล้าไปดว้ ยทุกขม์ ากน้อยอยา่ งหลกี เลีย่ งไม่ได้ ถ้าไม่พยายาม
หาอุบายหลีกเลยี่ งแตบ่ ัดน้เี ป็นตน้ ไป

ถ้าไม่พยายามแก้ไขในจุดน้ีให้ดีเท่าท่ีควรแล้ว ไปภพไหนก็คือใจจะเป็นผู้ไป
เป็นผู้รับเคราะห์รับกรรมในภพน้ันๆ เราจะหวังความสุขความเจริญจากภพไหน
ถ้าไม่แก้จิตใจน้ีให้เป็นไปเพ่ือความสุขความเจริญเสียตั้งแต่บัดน้ี ซึ่งก�ำลังรู้และ

265

รบั ผดิ ชอบกนั อยนู่ ้ี ไมม่ ที างอน่ื ใดทจ่ี ะแกไ้ ขจติ ใหเ้ บาบางสรา่ งซาลงไปจากความทกุ ข์
ความทรมาน ทเี่ รยี กวา่ “โรคหวั ใจ” นไี้ ด้ ถา้ ไมเ่ ขา้ พง่ึ หมอ คอื พระพทุ ธเจา้ และรกั ษา
ดว้ ย “ธรรมโอสถ” อนั มีสตปิ ญั ญาเปน็ ยาขนานเอก

ฉะนน้ั ธรรมโอสถ จงึ เปน็ สงิ่ จำ� เปน็ อยา่ งยงิ่ สำ� หรบั รกั ษาใจของสตั วโ์ ลก เราเปน็
มนษุ ยผ์ สู้ งู สดุ ในโลกน้ี มคี วามเฉลยี วฉลาดและสมควรแกธ่ รรมของพระพทุ ธเจา้ ไมว่ า่
พระพทุ ธเจา้ พระองคใ์ ดกม็ าประกาศสอนธรรมทโ่ี ลกมนษุ ยน์ เี้ ปน็ สำ� คญั ยง่ิ กวา่ ทอ่ี น่ื ใด
เพราะทรงเล็งเห็นวา่ แดนมนุษยน์ ้เี ป็นแดนท่เี หมาะสม

สำ� หรบั “เรา” เหมาะสมกบั “ธรรม” หรอื ไม?่ เราตอ้ งตงั้ ปญั หาขนึ้ ถามตวั เราอกี
ทหี น่ึง ปญั หาท่เี ราต้ังขน้ึ ถามตวั เองน้ี เพอื่ ให้ทราบความบกพรอ่ งความสมบรู ณห์ รอื
ความผดิ ความถกู ของตนมปี ระการใดบา้ ง จะไดแ้ กไ้ ขสงิ่ ทบี่ กพรอ่ งและสง่ เสรมิ ความดี
ทม่ี อี ยแู่ ลว้ ใหเ้ จรญิ รงุ่ เรอื งยง่ิ ขน้ึ ไป การปฏบิ ตั ดิ งั กลา่ วน้ี ชอื่ วา่ รกั ษาดว้ ยยา คอื “ธรรม”
โดยถูกต้อง สมกบั เราเป็นคนไข้ทไี่ ม่อยากลม่ จมป่นปที้ ัง้ ทย่ี งั ไม่ควรจะเป็น

ถา้ คนไขไ้ มส่ นใจกบั หมอ ไมส่ นใจกบั หยกู ยา โรคคนไขน้ น้ั กม็ ที างจะกำ� เรบิ ขน้ึ
เรื่อยๆ หาทางดีทางหายไม่ได้ ถ้าคนไข้มีความสนใจต่อหยูกต่อยาต่อหมออยู่แล้ว
โรคแมม้ มี ากนอ้ ยกม็ ที างจะหายได้ นเี่ ราเปน็ ประเภททส่ี นใจตอ่ “ธรรมโอสถ” อยแู่ ลว้
เพราะความพยายามบำ� เพญ็ ตนดว้ ยอรรถดว้ ยธรรม ชอ่ื วา่ “รกั ษาตนดว้ ยธรรมโอสถ”
อนั เปน็ ยาประเสริฐ ตอ้ งมหี วังความเบาบางและหายไดว้ ันเวลาหน่ึงแน่นอน

“พทุ ฺธํ ธมมฺ ํ สงฆฺ ํ สรณํ คจฺฉาม”ิ นเี้ ปน็ หลักสำ� คัญของใจทีย่ ดึ เป็นธรรมโอสถ
เพอ่ื เปน็ เครอ่ื งหลอ่ เลยี้ งจติ ใจใหม้ คี วามชมุ่ เยน็ คดิ ไปไหนกค็ ดิ ไดค้ นเรานะ่ แตค่ วาม
ทกุ ขค์ วามลำ� บากทง้ั ทางกายทางใจน้ี เปน็ ไปทวั่ โลกทว่ั สงสาร ไมว่ า่ ประเทศใด ชาติ ชน้ั
วรรณะใด เพราะตา่ งกอ็ ยใู่ นทา่ มกลางแหง่ กองทกุ ข์ จะไมใ่ หเ้ กดิ ทกุ ขใ์ นบคุ คลในสตั ว์
เป็นไปไมไ่ ด้ เพราะเราเกดิ มาในกองทุกข์อย่แู ลว้

ธาตขุ นั ธเ์ รานคี้ อื กองไฟ มคี วามบกพรอ่ งอยตู่ ลอดเวลาทต่ี อ้ งการการเยยี วยารกั ษา
จะอยเู่ ฉยๆ ราวกบั ไมม่ อี ะไรเกดิ ขนึ้ ยอ่ มไมไ่ ด้ แมธ้ รรมโอสถอนั เปน็ เครอ่ื งบำ� รงุ รกั ษาใจ

266

ให้มีความร่มเย็นเป็นสุข ให้มีหลักฐานภายในใจ ก็เป็นธรรมที่ควรสนใจอย่างยิ่ง
เปน็ กรณพี เิ ศษอยภู่ ายในใจโดยเฉพาะ ไมว่ า่ จะทำ� กจิ การบา้ นการเรอื น หรอื หนา้ ทกี่ าร
งานหนกั เบาเพียงใด การระลึกถงึ คุณธรรม คอื พระพทุ ธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ น้ี
เปน็ สิง่ ที่ไมห่ นักหน่วงถ่วงเวลาจนเสียการเสียงาน แมแ้ ต่ความคดิ ความปรงุ ในเร่อื ง
ทง้ั หลายขณะทกี่ ำ� ลงั ทำ� งานอยนู่ น้ั เรายงั คดิ ได้ เหตไุ รจะคดิ อรรถคดิ ธรรม คอื “พทุ ธงั
ธมั มัง สงั ฆัง ภายในใจไมไ่ ด!้

การสรา้ งหลกั ฐานคอื ธรรมใหแ้ กจ่ ติ สรา้ งทยี่ ดึ ทมี่ นั่ คงใหแ้ กใ่ จ เปน็ กรณที ค่ี วร
อยา่ งยิ่ง ใจจะค่อยสวา่ งสร่างซาจากกิเลสอาสวะตวั ก่อกวนลงได้โดยลำ� ดับ และจะมี
ความรม่ เยน็ อยภู่ ายในตลอดเวลา การแสวงหาทพี่ ง่ึ ทเี่ ปน็ ความถกู ตอ้ งตามหลกั ธรรม
ได้แก่การแสวงหาคณุ งามความดีเข้าสใู่ จ ใจมคี วามตอ้ งการความสขุ ความสบายอยู่
ตลอดเวลา แตก่ ารหาโอกาสสรา้ งความสขุ ใหแ้ กใ่ จตามความมงุ่ หมายนนั้ เปน็ ไปไดบ้ า้ ง
ไม่ไดบ้ า้ ง เพราะความฉลาดหรือกำ� ลงั วังชาไมพ่ อ

นอกจากนน้ั ผไู้ มส่ นใจทจ่ี ะทำ� ความสขุ ใหแ้ กใ่ จรสู้ กึ จะมอี ยมู่ าก พากนั ไปแสวงหา
ความสขุ จากสง่ิ นน้ั สง่ิ น้ี ซง่ึ เปน็ “เครอื่ งเสรมิ ไฟ” เสยี มากกวา่ ทจี่ ะเปน็ “เครอ่ื งดบั ไฟ”
ฉะน้ัน การแสวงหาผิดทางจึงท�ำให้เกิดความทุกข์ร้อนแก่ตนแทนท่ีจะเป็นสุขดัง
ใจหมาย

ส่วน “ธรรม” เป็น “เคร่ืองดับไฟ” ค�ำว่า “กเิ ลส” นัน้ แล คือเช้อื ไฟอันส�ำคัญ
แสดงเปน็ ไฟขนึ้ มา คอื ความรมุ่ รอ้ น จะแสดงมาจากไหน ถา้ ไมแ่ สดงออกมาจากกเิ ลส
ซง่ึ เปน็ เชอื้ ไฟอนั สำ� คญั อยแู่ ลว้ กเิ ลสทกุ ประเภทจะดบั ลงไดด้ ว้ ยนำ้� คอื อรรถคอื ธรรม
คอื ความดที ง้ั หลาย อยา่ งอนื่ ดับไมไ่ ด้

เวลานเ้ี ปน็ โอกาสอันเหมาะสมกบั เราท้ังหลายทพี่ อเปน็ ไปได้ ร่างกายก็สมบูรณ์
ถงึ แมว้ ่าจะไม่สมบรู ณ์ แต่จติ ใจก็ยังสมบรู ณ์อยดู่ ้วยอรรถดว้ ยธรรม ดว้ ยสตปิ ัญญา
พอทจี่ ะประคบั ประคองตนไปไดจ้ นถงึ วาระสดุ ทา้ ย อย่าใหเ้ สียทที เ่ี กดิ มาเปน็ มนุษย์
ทเี่ รยี กวา่ เปน็ “สตั วพ์ เิ ศษ” จากสตั วท์ มี่ อี ยเู่ ตม็ โลกซงึ่ ไมเ่ หมอื นมนษุ ยน์ เ้ี ลย มนษุ ยเ์ รา

267

ไดเ้ ปรยี บสตั วท์ งั้ หลายอยมู่ าก จงอยา่ ใหเ้ สยี เปรยี บสตั วท์ งั้ หลายในตอนทวี่ า่ “มนษุ ยส์ งู
ดว้ ยความฉลาด แตต่ ำ่� ดว้ ยความประพฤต”ิ กอบโกยทกุ ขม์ าเผาลนตนเอง ซง่ึ ไมส่ มควร
แกค่ วามเปน็ มนษุ ย์เลย

สง่ิ ใดทดี่ งี าม สง่ิ ใดทเ่ี ปน็ ความสขุ ดงั ทจ่ี ติ มงุ่ หวงั อยตู่ ลอดเวลา จงเสาะแสวงหา
มาให้ได้ ความสขุ จะเป็นขึ้นทใ่ี จเราเอง คนมีธรรมกับคนไมม่ ีธรรม คนแสวงหาทีพ่ ่งึ
ผิดกับคนแสวงหาทพี่ งึ่ ถูก มีผลตา่ งกนั ดังทีก่ ลา่ วมาน้ี

ในบทธรรมทไี่ ดก้ ลา่ วมาเบอื้ งตน้ คอื “พหํุ เว สรณํ ยนตฺ ”ิ การเสาะแสวงหาทพี่ ง่ึ
ท่หี ลบภยั น้ัน แสวงหาตา่ งๆ กันตามความรู้สกึ ถกู บา้ ง ผิดบ้าง แตส่ ว่ นมากกเ็ ป็นไป
ในทางทผี่ ดิ ทา่ นจงึ ไดแ้ นะไวท้ ง้ั สองทาง คอื ทางหนงึ่ แสดงใหท้ ราบวา่ เปน็ ทางทผ่ี ดิ
ทางทสี่ อง เปน็ ทางถกู ตอ้ ง ไดแ้ ก่ “พทุ ธฺ ญจฺ ธมมฺ ญจฺ สงฆฺ ญจฺ สรณํ คโต” แลว้ กแ็ สดง
เร่ืองการปฏิบัติในอริยสัจธรรมท้ังสี่ ซึ่งเป็นหลักธรรมอันถูกต้องดีงามและเป็นที่พ่ึง
อนั อุดมสูงสุด ผปู้ ฏบิ ัตดิ ว้ ยความเข้มแขง็ ย่อมรู้แจ้งสัจธรรมท้งั สีโ่ ดยรอบภายในใจ
ถึงความบรสิ ุทธ์ิ

คำ� วา่ “บรสิ ทุ ธ”ิ์ น้ี เราเคยไดย้ นิ มานาน อะไรบรสิ ทุ ธเ์ิ รากช็ อบ ยงิ่ จติ ใจบรสิ ทุ ธ์ิ
ดว้ ยแลว้ เปน็ สงิ่ ที่ “รำ่� ลอื ” มาก ประหลาดอศั จรรย์ หาอะไรเสมอเหมอื นไมไ่ ดใ้ นโลก
ท้งั สาม

เพราะฉะนนั้ พระพทุ ธเจา้ กด็ ี พระธรรมกด็ ี พระสงฆก์ ด็ ี ซงึ่ เปน็ ธรรมชาตบิ รสิ ทุ ธ์ิ
ดว้ ยกนั จงึ เป็น “สรณะอันประเสรฐิ ของโลก” โลกได้กราบไหว้บูชา ไมม่ ีใครอาจยก
ตนไปกดขพ่ี ระพทุ ธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ ได้ เพราะเปน็ ธรรมชาตทิ ส่ี งู สง่ นอกจาก
คนประเภทต�่ำช้าเลวทรามเลยสัตว์ลงไปเท่านั้นถึงจะเป็นไปได้ หากคนท่ีระลึกดีช่ัว
ไดอ้ ยแู่ ลว้ ยอ่ มไมก่ ลา้ ทำ� ถา้ เปน็ ประเภท “อาจารยเ์ ทวทตั ” นนั้ เปน็ ไปได้ เทวทตั กถ็ งึ
ขนาดคอยท�ำลายพระพุทธเจ้า แต่สุดท้ายเทวทัตก็เห็นโทษ ผู้ไม่ยอมเห็นโทษนั้น
ตอ้ งขนาด “อาจารย์ของเทวทตั ” นั้นอาจเปน็ ไปได้ อาจทำ� ได้ อาจเหยยี บย�ำ่ ท�ำลาย
ศาสนธรรมได้

268

การตำ� หนติ เิ ตยี นหรอื ลบลา้ งศาสนธรรม ลบลา้ งพระพทุ ธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์
ลบลา้ งบญุ ลบลา้ งบาปใหส้ ญู ไปจากโลก ไมใ่ หม้ ดี ว้ ยความสำ� คญั หรอื ดว้ ยกเิ ลสความ
อยากอันลามกของตนนั้น เปน็ ฐานะของคนใจทราม ชาวพุทธทำ� ไมไ่ ด้
กเิ ลสคอื สง่ิ ลามกอนั มอี ยภู่ ายในใจของสตั ว์ จะไปลบลา้ งอะไรใหม้ นั สญู หายไป
กต็ าม ถา้ ไมล่ บลา้ งกเิ ลสตวั มนั อยากใหบ้ ญุ บาป เปน็ ตน้ สญู หายไปนน้ั ออกไปจากใจ
ไดแ้ ลว้ ผนู้ นั้ แลจะเปน็ ผทู้ หี่ าบเอากองทกุ ขห์ นกั ทง้ั ๆ ทกี่ ารลบลา้ งบญุ บาป เปน็ ตน้ ยงั ไม่
สำ� เรจ็ ตามความมงุ่ หมายเลย ทา่ นวา่ ไวว้ า่ “บญุ บาป นรก สวรรค์ พรหมโลก นพิ พาน”
เหลา่ น้ี “เปน็ เอส ธมั โม สนนั ตโน” เปน็ ของมมี าดงั้ เดมิ จะโยกยา้ ยเปลยี่ นแปลงหรอื
ลบล้างไม่ได้ ถา้ ไมล่ บล้างทตี่ น
ย่นเขา้ มาทห่ี ัวใจของเรา จงพยายามลบล้างทกุ ขด์ ว้ ยการปฏบิ ตั ิดี ปฏบิ ตั ชิ อบ
ความสุขความสบายไม่ต้องไปถามที่ไหนละ ทุกข์มีอยู่ที่ใด ความวุ่นวายมีอยู่ที่ใด
แกจ้ ดุ นน้ั ไดแ้ ลว้ ความสขุ ความสบายความสงบเยน็ ใจจะปรากฏขนึ้ มาเอง เทา่ ทจ่ี ติ หา
ความสงบเยน็ ใจไมไ่ ดก้ เ็ พราะกเิ ลสผกู้ อ่ ความวนุ่ วายนนั้ แล เปน็ เครอ่ื งกอ่ กวน เปน็ เครอ่ื ง
ทำ� ลายความสงบสุขของใจ สขุ จงึ หาทางเกดิ หาทางเป็นขึน้ ไมไ่ ด้ เรื่องกม็ เี ท่านี้
วนั นไ้ี ดอ้ ธบิ ายเรอื่ งการเสาะแสวงหาทพี่ งึ่ ใหท้ า่ นทง้ั หลายฟงั ทง้ั ทางทถ่ี กู ทงั้ ทาง
ทผ่ี ดิ ในการเลอื กเฟน้ นำ� เอามาประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ เพอ่ื เสาะแสวงหาทพ่ี งึ่ อนั พงึ ใจภายในจติ
จะไดท้ ่ีพงึ่ อนั เหมาะสม ทีพ่ ่งึ อนั เกษม จะมคี วามเกษมสำ� ราญเบิกบานอยภู่ ายในใจ
ท้งั ปัจจบุ นั และอนาคตไมม่ ีทสี่ ้นิ สุด จึงขอยุตเิ พียงเท่าน้ี

269

ความสว่างเสมอดว้ ยปัญญาไมม่ ี

ทา่ นอาจารยม์ น่ั ทา่ นทำ� หนา้ ทขี่ องทา่ นอยเู่ ปน็ ประจำ� เพราะฉะนนั้ เรอ่ื งพธิ รี ตี องจงึ
ไมค่ อ่ ยมเี วลา มลี กู ศษิ ยล์ กู หาไปลาทา่ นออกไปเทย่ี ว บางองคท์ า่ นบอกวา่ “ไปทำ� เถอะ
ทำ� อยทู่ ไี่ หนกไ็ ด้ ขอใหป้ ฏบิ ตั ติ วั เองใหด้ ี นนั่ แลคอื เปน็ ผปู้ ฏบิ ตั พิ ระพทุ ธเจา้ ระลกึ ถงึ
ท่านด้วยการระมัดระวังตัวให้ดี นั่นแลคือการระลึกถึงพระพุทธเจ้า ถึงพระธรรม
ถึงพระสงฆ์ พระสงฆ์ทา่ นปฏิบตั ิดีอย่างไร เราปฏิบตั ดิ อี ย่างนั้น น่นั แลคอื การบชู า
พระสงฆ์”
“อยทู่ ไี่ หน ใหถ้ อื ความสำ� คญั ในความเพยี รอยเู่ สมอ อยา่ ใหเ้ สยี เวลำ่� เวลา อยา่ ให้
เปน็ โมฆภิกษุ” ท่านวา่
“การขาด “สติ” เพยี งอยา่ งเดยี ว เปน็ เหตุใหข้ าดหลายๆ อย่าง ถ้ามี “สติ” และ
“ปญั ญา” อยู่ในตวั อย่ไู หนกเ็ ปน็ ความเพยี ร”
คำ� วา่ “สติ กบั ปญั ญา” ในทน่ี ้ี ทา่ นหมายถงึ สตปิ ญั ญาเพอ่ื ระงบั ดบั กเิ ลสลว้ นๆ
ทา่ นไมไ่ ดห้ มายออกไปทางโลก ทา่ นจงึ พดู อยา่ งนน้ั บรรดาทา่ นผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมทง้ั หลาย
ก็เข้าใจกันทันทโี ดยไม่ตอ้ งอธิบาย
เวลาท่านแสดงธรรมในวันส�ำคัญ เช่น วันมาฆบูชา ท่านยกเอาพระอรหันต์
๑,๒๕๐ องค์ ขนึ้ มาแสดงวา่ “ทา่ นเหลา่ นี้ เปน็ พระอรหนั ตล์ ว้ นๆ ทำ� “วสิ ทุ ธอิ โุ บสถ” คอื

270

อโุ บสถในทา่ มกลางแหง่ ทา่ นผบู้ รสิ ทุ ธลิ์ ว้ นๆ ดว้ ยกนั แตพ่ วกเรานมี้ แี ตค่ นมกี เิ ลสหนา
ปญั ญาหยาบลว้ นๆ อยดู่ ว้ ยกนั ในวนั ทำ� “วสิ ทุ ธอิ โุ บสถ” ของพระพทุ ธเจา้ คอื วนั มาฆบชู า
พวกเราไมค่ ดิ ละอายตวั บา้ งหรอื ถา้ ละอายกใ็ หท้ ำ� ความรสู้ กึ ตวั อยา่ ประมาท อยา่ นอนใจ
สตปิ ัญญาเป็นส่ิงส�ำคัญ

เครอ่ื งประกอบความเพยี ร มสี ตปิ ญั ญาเปน็ สำ� คญั อยทู่ ไ่ี หนอยา่ ใหเ้ ผลอสติ ใหม้ ี
ปญั ญาเสมอ อยา่ สะทกสะทา้ น อยา่ หวนั่ ไหว อยา่ กลวั วา่ จะไมไ่ ดไ้ มถ่ งึ นอกไปจากกลวั
จะเผลอสติ กลวั จะไมม่ ปี ญั ญา นแ่ี หละคอื เครอื่ งมอื ขดุ คน้ ธรรมเพอ่ื ความรแู้ จง้ แทงตลอด
ในขณะเดยี วกันก็เปน็ เครื่องมือถอดถอนกเิ ลสทุกประเภทออกใหห้ มด”

ทา่ นเทศนใ์ นวนั “มาฆบชู า” ทา่ นเทศนอ์ ยา่ งนน้ั ทา่ นเลา่ วา่ “ควรมี “ด”ี มาอวด
มาแขง่ กนั บา้ งดกี วา่ คนอวดดแี ขง่ ดกี นั ทงั้ ๆ ทอ่ี วดชว่ั และแขง่ ชวั่ กนั บางรายอวดดแี ขง่ ดี
แตป่ ากไมพ่ อ ตอ้ งอวดดว้ ยฝมี อื ถงึ กบั ฆา่ กนั ตายกม็ ี การอวดกเิ ลสกนั มนั ใหผ้ ลผดิ
อยา่ งน้ีแล จึงตอ้ งฟงั และจดจำ� ให้ถึงใจ”

“ทา่ นลงอโุ บสถ มแี ตพ่ ระอรหนั ตล์ ว้ นๆ ๑,๒๕๐ องค์ เราอยดู่ ว้ ยกนั นม้ี ใี ครเปน็
พระอรหนั ตบ์ า้ งไหม? เหน็ มแี ต่ “กองกเิ ลส” เตม็ ศาลา จนมองหา “องคพ์ ระ” ไมเ่ จอ
เพราะกเิ ลสปดิ บงั เสยี จนมดิ ” ทา่ นวา่ อยา่ งนนั้ ฟงั แลว้ กน็ า่ อบั อายตวั เอง แตจ่ ำ� ตอ้ งทนเอา
จะท�ำอย่างไรได้ เพราะพวกเรามันมอี ยา่ งทา่ นว่าจรงิ ๆ

“ถา้ พระพทุ ธเจา้ เสดจ็ มาทน่ี ี่ มาเหน็ กองกเิ ลสเตม็ ศาลาอยา่ งพวกเรานี้ จะเปน็ ยงั ไง”
ทา่ นพดู มเี รอ่ื งขบขนั “และถา้ พระอรหนั ตบ์ งั เอญิ เดนิ มาทนี่ ี่ มาเหน็ กองกเิ ลสเตม็ ศาลานี้
ท่านจะว่ายงั ไง ทา่ นต้องเบอื่ ทา่ นตอ้ งเอือมระอา ทา่ นตอ้ งขยะแขยงอยา่ งบอกไมถ่ ูก
และเขด็ หลาบเตม็ ประดานนั่ แล ทา่ นไมก่ ลบั มาอกี แลว้ แตพ่ วกเรากอดกนั อยกู่ บั กเิ ลส
นอนจมอยกู่ บั กเิ ลส ไมเ่ หน็ มคี วามสะดดุ ใจอะไรเลย ไมม่ คี วามขยะแขยง นบั วา่ เกง่ จรงิ
พวกเรา”

นนั่ แนะ่ ! ฟงั ดซู ิ พวกเราเกง่ ในของไมเ่ ปน็ ทา่ กลา้ ในของไมด่ ี ทา่ นวา่ เวลาทา่ น
อาจารย์ม่นั ทา่ นเทศน์ อยากใหบ้ รรดาเราทง้ั หลายไดย้ นิ ได้ฟงั โอวาทของท่านบา้ ง อยุ๊

271

แหลมคมอย่างบอกไม่ถูก พูดแลว้ กระเทอื นถงึ จติ กระเทือนถึงจิตก็คือกระเทือนตวั
กเิ ลสนน่ั เอง ทำ� ใหส้ ะดดุ ใจ สลดสงั เวช บางครง้ั จนนำ้� ตารว่ งในขณะฟงั ทา่ น เพราะมนั
ถงึ ใจขนาดนั้น ท่านเทศน์ดว้ ยอรรถด้วยธรรมจริงๆ ท่านไม่มี “โลก” เขา้ มาแฝงเลย
แม้จะพดู เดด็ เด่ียวดุด่าขนาดไหนกต็ าม มีแตเ่ ร่อื ง “ขบั ไล่กเิ ลสออกจากใจ” ทั้งน้นั
ทา่ นไมน่ ำ� โลก คอื กเิ ลสมาใชใ้ นวงแหง่ การแสดงธรรมนน้ั เลย ฟงั แลว้ จงึ อศั จรรยธ์ รรม
ท่านอยา่ งบอกไม่ถกู ใจสะอึกสะอนื้ อย่ใู นหัวอก ชนิดพูดไมอ่ อก บอกใครไมถ่ กู อีก
เช่นเดยี วกัน

แสดงทแี รกกเ็ สยี งแผว่ เบา แลว้ คอ่ ยเรง่ ขนึ้ เรง่ ขน้ึ เนอ้ื อรรถเนอ้ื ธรรมกเ็ ขม้ ขน้ ขน้ึ
โดยลำ� ดบั ๆ นน่ั แหละทนี ม้ี แี ต่ “ธรรมลว้ นๆ” แสดงออกบทใดบาทใด ประโยคใด มแี ต่
เหตุแตผ่ ล มแี ตค่ ตทิ ี่จะควรยดึ ไดท้ ้ังสนิ้ เพราะมีแต่เนื้อๆ ซึ้งๆ ทงั้ มวล

ทา่ นวา่ “พระอรหนั ต์ ๑,๒๕๐ องค์ ทา่ นมาเอง พระพทุ ธเจา้ ไมไ่ ดท้ รงเชอื้ เชญิ มา
และเปน็ “เอหภิ กิ ขอุ ปุ สมั ปทา” ลว้ นๆ ทพี่ ระองคท์ รงบวชเอง” ทา่ นพดู เทา่ นี้ แลว้ ทา่ น
ก็ย้อนเข้ามาอีกหลายช้ัน คนฉลาดน่ีเทศน์และพูดมีหลายสันพันนัยแห่งการแสดง
คลค่ี ลายธรรมทงั้ หลายลกึ ตน้ื หยาบละเอยี ด รอื้ ฟน้ื ขน้ึ มาใหพ้ วกเรา ซง่ึ กำ� ลงั ตาบอด
ลูบคลำ� ไปตามแบบล้มลุกคลุกคลานท่ีนา่ เอน็ ดูขณะทน่ี งั่ ฟังท่าน

ทา่ นวา่ “พระอรหนั ตเ์ หลา่ นน้ั ทา่ นเปน็ เอหภิ กิ ข”ุ “ทา่ นเปน็ เอหภิ กิ ข”ุ ทพ่ี ระพทุ ธเจา้
ทรงบวชให้เอง พวกเราจะโอนเป็น “เอหภิ กิ ขุ ในเรา” ทำ� ไมจะท�ำไมไ่ ด้ พระพทุ ธเจา้
ไมท่ รงผกู ขาด บวชตวั เองเขา้ ทนี่ ่ี “เอหภิ กิ ขอุ ปุ สมั ปทา เขา้ ทน่ี ี่ “เอหๆิ ” นะ ทา้ ทายอยู่
ทา่ นจงดทู นี่ ๆี่ เรอ่ื งสจั ธรรมไมอ่ ยทู่ ไี่ หน นอกจากในตวั ของเราเอง ทกุ ขก์ องอยใู่ นตวั ของ
เราทงั้ หลายเอง สมทุ ยั กค็ อื กองกเิ ลส ตวั เราทง้ั หมดกค็ อื กองกเิ ลส เตม็ อยนู่ จ่ี นนา่ กลวั
เมอื่ ไรจะผลติ “สตปิ ญั ญา” “ศรทั ธา ความเพยี ร” ขน้ึ มาตอ่ สกู้ บั กเิ ลส อนั เปน็ กองภยั
ทนี่ า่ กลัวนี้บา้ งใหร้ ะงบั ดับไป แลว้ จะไดด้ ับกลนิ่ เหม็นของกเิ ลสเสยี บา้ ง”

นน่ั ฟงั ดซู ี “นแี่ หละ เอหภิ กิ ขอุ ปุ สมั ปทา” ละ บวชตวั เองนเ้ี ปน็ ความบรสิ ทุ ธอิ์ ยา่ งยง่ิ
พระพุทธเจ้าก็ดี พระสาวกอรหันต์ก็ดี ที่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้เป็นเอหิภิกขุก็ดี

272

กเ็ ปน็ การประกาศใหท้ ราบวา่ ตวั เปน็ นกั บวชซง่ึ มเี พศตา่ งจากฆราวาสแลว้ แตก่ เิ ลสนน้ั
ยงั ไม่หลดุ ลอยไปสกั ตัวเพราะการบวชนัน้ ๆ เช่นเดยี วกนั ” ทา่ นวา่ ยังงน้ั

“อยากจะใหก้ เิ ลสหลดุ ลอยไป ตอ้ งบวชตวั เองอกี ครงั้ หนงึ่ พระพทุ ธเจา้ กท็ รงบวช
พระองค์เอง พระสาวกทง้ั หลายกบ็ วชตัวเอง หลงั จากทพี่ ระพุทธเจ้าทรงบวชให้ดว้ ย
“เอหภิ กิ ขอุ ปุ สมั ปทา” แลว้ “นน่ั ทา่ นยอ้ นเขา้ มานา่ ฟงั ไหม?” สว่ นพวกเราชอบแตก่ ลว้ ยกนั
ไมส่ นใจบวชตัวเอง โดยเป็นอปุ ัชฌาย์ตัวเอง

ใครทยี่ งั ไมบ่ วชตวั เองเสยี กอ่ น ผา่ นพน้ ไปไมไ่ ด้ “เอหิ เอห”ิ นนี่ ะ่ แปลวา่ ทา่ นจงมา
ทา่ นจงเปน็ ภกิ ขเุ ถดิ วา่ ยงั งน้ั แหละ ทา่ นจงดทู น่ี นี่ ะ ทน่ี นี่ ะ ทา่ นจงดทู นี่ นี่ ะ ธรรมของจรงิ
ประกาศทา้ ทายอยทู่ ง้ั วนั ทงั้ คนื ดว้ ยความจรงิ ไมค่ รนั่ ครา้ มตอ่ สง่ิ ใดทง้ั สนิ้ เพราะเปน็
ความจรงิ ดเู มอ่ื ใดกเ็ หน็ พจิ ารณาเมอื่ ใดกร็ ถู้ า้ จะพจิ ารณา นท่ี า่ นพดู นา่ ฟงั ความจรงิ
กอ็ ยา่ งทา่ นว่า

ตอ้ งมาบวชตวั เอง เปน็ หญงิ เปน็ ชาย เปน็ นกั บวช หรอื ฆราวาส ตอ้ งบวชตวั เอง
ทงั้ นนั้ บทสดุ ทา้ ยตอ้ งบวชตวั เอง! ตดั สง่ิ ทเี่ กยี่ วขอ้ งภายในตวั เองใหห้ มดไปโดยลำ� ดบั ๆ
กก็ ลายเปน็ “พระ” ขน้ึ มา! เปน็ พระโสดา เปน็ พระสกทิ า เปน็ พระอนาคา เปน็ พระอรหนั ต์
ขนึ้ มา แนะ่ จากการบวชตัวเองด้วยปฏปิ ทาข้อปฏบิ ัติ หรอื เรยี กว่า “ด้วยมรรคแปด”
ให้เปน็ พระขึ้นมาอยา่ งสมบูรณ์แบบ

สว่ นการบวชกบั พระพทุ ธเจา้ หรอื อปุ ชั ฌายน์ นั้ ๆ เปน็ เครอื่ งประกาศใหโ้ ลกทราบ
และเป็นเครื่องเตือนให้ตัวเองให้ทราบว่าได้บวชแล้ว เพ่ือจะได้ท�ำหน้าที่ของตนให้
เต็มภมู ิ ปลอ่ ยภาระอะไรทงั้ สิ้น ซึง่ ไม่ใช่กจิ สมณะ

“บวชแลว้ อยเู่ ฉยๆ มนั กไ็ มผ่ ดิ อะไรกบั หม”ู แนะ่ ฟงั ซิ “ผา้ เหลอื งอยทู่ ไ่ี หน กไ็ มอ่ ด!
อยใู่ นตลาด หา้ งรา้ นตา่ งๆ เตม็ ไปหมด ไมอ่ ดไมอ่ นั้ ถา้ จะวเิ ศษดว้ ยผา้ เหลอื งจรงิ ๆ แลว้
รา้ นเจก๊ ทม่ี ผี า้ เหลอื งกว็ เิ ศษไปหมด พวกนนั้ จะไมม่ กี เิ ลสกนั เลย แตแ่ ลว้ กเ็ ปน็ คนทม่ี ี
กเิ ลสด้วยกันทัง้ น้นั นั่นจงึ เป็นเพยี งเคร่อื งประกาศเตอื นตนให้ทราบวา่ เปน็ “นักบวช
เท่านั้น” ท่านวา่ นา่ ฟังมาก หาฟังไดย้ าก

273

ต้องบวชตวั เองและละเวน้ คำ� ว่า “ละเว้น” นน้ั ละเวน้ อะไร? เวน้ จากส่ิงที่เปน็
ขา้ ศกึ ตอ่ เพศและจติ ใจเรานัน้ แล มอี ารมณเ์ ป็นขา้ ศกึ สำ� คัญ ค�ำว่า “สมทุ ยั ” ถ้าไม่ใช่
อารมณ์ทางใจทีแ่ สดงออกมา จะเปน็ อะไร ตวั “สมุทยั แท”้ ก็คือตัว “อวิชชา” กิรยิ า
ทแี่ สดงออกมาก็ออกมาโดยทางอารมณ์ ท�ำใหผ้ กู พนั รกั ใคร่ ชอบใจ เกลียด โกรธ
อะไรเหลา่ นเี้ ปน็ อารมณท์ ง้ั สน้ิ นแี่ หละทา่ นเรยี กวา่ “สมทุ ยั ” แดนทเี่ กดิ แหง่ ทกุ ข์ หรอื
แดนผลติ ทกุ ขใ์ หเ้ กดิ ขน้ึ แกใ่ จ ไมม่ อี นั ใดเปน็ เครอ่ื งผลติ ทกุ ขใ์ หแ้ กส่ ตั วโ์ ลกได้ นอกจาก
“สมทุ ยั ” คือ กเิ ลสเท่าน้ัน

แลว้ จะดบั “สมทุ ยั ” นด้ี ว้ ยอะไร? กด็ ว้ ย “มรรค” คอื ศลี สมาธิ ปญั ญา เปน็ ตน้
นัน้ แล ที่เคยปราบปรามกิเลสมาแล้วในวงนักปราชญ์ จนโลกธาตสุ ะเทือนหวัน่ ไหว
เครอื่ งมอื อนั นที้ นั สมยั อยตู่ ลอดเวลา กเิ ลสหมอบราบและกลวั มาตลอดกาล แลว้ ยงั จะ
เกรงกลวั ตอ่ ไปอกี ไมม่ กี ำ� หนด ถา้ ผตู้ อ้ งการฆา่ กเิ ลสนำ� มาใชใ้ หถ้ กู หลกั “มชั ฌมิ าธรรม”
กิเลสทุกประเภทจะส้ินหรือจะตายเพราะเครื่องมืออันน้ีไม่สงสัย ถ้าผู้น�ำมาใช้ให้
เหมาะสมกบั การแก้กิเลสประเภทต่างๆ

ทกุ ข์ ทางกายกป็ ระกาศกงั วานอยทู่ ว่ั ทงั้ กาย ทางใจกร็ อบใจ เพราะ สมทุ ยั มอี ยู่
ภายในใจ เมอื่ แสดงผลออกมาตอ้ งรอ้ นทใ่ี จ ถา้ แสดงเหตมุ าก ผลคอื ความทกุ ขก์ ม็ าก
ภายในใจ ใจท้งั ดวงก็กลายเป็นไฟไปไดไ้ มส่ งสัย

มรรค มีสัมมาทิฎฐิ สมั มาสังกัปโป เป็นต้น มสี ัมมาสมาธิเปน็ ที่สดุ เปน็ เครือ่ ง
ดบั ไฟคอื ทกุ ข์ ดว้ ยความรเู้ ทา่ ทนั ดว้ ยการบงั คบั ดว้ ยการคน้ ควา้ เพอื่ เหน็ เหตเุ หน็ ผล
แลว้ ปลอ่ ยวางกนั ได้ นท่ี า่ นเรยี กวา่ “มรรค” เรยี กวา่ “ทางเดนิ ” กไ็ ด้ เรยี ก “เครอื่ งแก้
กิเลสทกุ ประเภท” กถ็ กู

นิโรธ คอื ความดบั ทกุ ข์ เม่อื ดับกิเลสไปแลว้ ทุกข์กต็ ้องดบั เพราะเปน็ ตัวผล
ไม่ใช่ “นโิ รธ” จะต้องทำ� หนา้ ทข่ี องตวั ตามลำ� พัง โดยไมต่ อ้ งเกีย่ วขอ้ งกับ “มรรค”

แม้ว่าผลทสี่ ืบเนือ่ งไปจาก “มรรค” ท่ีทำ� หนา้ ท่ีแกก้ ิเลสให้หมดสิน้ ไปกจ็ รงิ แต่
“นโิ รธ” จะปรากฏมากนอ้ ย เพราะอำ� นาจเหตุ คอื “มรรค” ผทู้ ำ� หนา้ ทบี่ กุ เบกิ เปน็ สำ� คญั

274

เมอ่ื “มรรค” ทำ� หน้าที่สมบูรณ์เต็มที่แลว้ ทุกขท์ จี่ ะเกดิ เพราะกิเลสก็ไม่มี แมท้ กุ ข์ที่
เกิดขึ้นอย่แู ล้วก็ดับไป เพราะไมม่ เี คร่ืองสบื ตอ่ หรือไม่มีเครอ่ื งสนบั สนนุ

ธรรมทง้ั สอี่ ยา่ งนเ้ี ปน็ อาการเทา่ นน้ั ทำ� หนา้ ทอ่ี นั หนงึ่ ทเ่ี กย่ี วเนอ่ื งกนั ไป อยา่ เขา้ ใจ
ว่า พอก�ำหนดรู้ทกุ ขแ์ ล้ว ถงึ จะไปดบั “สมทุ ยั ” แล้วจึงไปบำ� เพ็ญ “มรรค” ให้เกดิ ข้นึ
เพอื่ “นโิ รธ” จะได้ดับทกุ ข์ ไมไ่ ด้!

สจั ธรรมทงั้ สนี่ ที้ ำ� งานเกยี่ วโยงเปน็ ลำ� ดบั กนั ไป ไมม่ กี ารแยกยา้ ยกนั ถา้ คดิ อยา่ งนน้ั
ผดิ ความจรงิ ทางสจั ธรรม หาทางไปไมไ่ ด้เลย เพราะเปน็ อาการทเ่ี กย่ี วเนือ่ งกนั

การกำ� หนดรทู้ กุ ข์ กก็ ำ� หนด เพอื่ จะใหท้ ราบถงึ สาเหตขุ องทกุ ข์ คอื สมทุ ยั นนั่ เอง
การทราบสาเหตขุ องทกุ ข์ คอื ตวั สมทุ ยั นนั้ ถา้ ไมท่ ราบดว้ ยสตปิ ญั ญา จะทราบดว้ ยอะไร
ต้องทราบและถอดถอนสมุทัยด้วยสติปัญญาเป็นส�ำคัญ แล้วเมื่อทราบ เม่ือระงับ
เมอื่ แกไ้ ขถอดถอนสมทุ ยั ไดม้ ากนอ้ ยเพยี งไร คำ� วา่ “ความดบั ทกุ ข”์ ทเี่ รยี กวา่ “ดบั ทกุ ข”์
ด้วย “นโิ รธ” น้ัน ก็เปน็ ไปในขณะเดยี วกันนนั้ โดยลำ� ดับตง้ั แตต่ ้นจนอวสานสดุ ท้าย

ทกุ ขจ์ ะดบั ไปโดยลำ� ดบั ๆ ทลี ะเลก็ ละนอ้ ย ตามอำ� นาจของ มรรค ทที่ ำ� หนา้ ทไ่ี ด้
ผลมากนอ้ ยเพยี งไร กเ็ ปน็ “นโิ รธ” ออกมาตามนนั้ เมอื่ มรรค มกี ำ� ลงั เตม็ ที่ ตดั กเิ ลสขาด
โดยไมม่ อี ะไรเหลอื แลว้ ทกุ ขก์ ด็ บั พรอ้ มในขณะนน้ั ไมม่ ที กุ ขใ์ ดทจี่ ะปรากฏอยภู่ ายใน
จติ ใจ เรือ่ งกม็ เี ทา่ น้นั

ทก่ี ลา่ วมาทงั้ หมดน้ี ไมน่ อกเหนอื ไปจากเบญจขนั ธ์ อนั เปน็ “รวงรงั แหง่ สจั ธรรม”
นเี้ ลย ผปู้ ฏบิ ตั จิ งึ ควรคน้ ควา้ อยทู่ ตี่ รงน้ี หากจะพจิ ารณาในธาตใุ ดขนั ธใ์ ด กใ็ หพ้ งึ นอ้ ม
เขา้ มาเพอ่ื เทยี บเคยี งกบั สงิ่ ทต่ี นยดึ ตนถอื วา่ “เปน็ ตน เปน็ ของตน” อนั เปน็ สว่ นสำ� คญั นี้
เพอ่ื จะได้ปลอ่ ยวางลงไปด้วยการเทยี บเคยี งกับส่ิงภายนอก ถ้าจะพอเขา้ ใจไดใ้ นการ
พจิ ารณาตนเองโดยลำ� พงั กใ็ หเ้ ขา้ ใจ หากยงั ไมเ่ ขา้ ใจ จำ� ตอ้ งอาศยั สงิ่ ภายนอกเปน็ เครอื่ ง
สนบั สนุนหรอื เปน็ ขอ้ เทียบเคียงเพอ่ื แก้ภายใน ก็ท�ำการพจิ ารณาภายนอก ยอ่ มเป็น
มรรค คือเปน็ สติปัญญาได้ ถา้ พจิ ารณาภายในให้เป็นสตปิ ญั ญา หรือให้เปน็ มรรค
ก็เปน็ มรรคได้ พิจารณาภายในก็เปน็ มรรคได้ท้ังขา้ งนอกข้างใน จะทำ� ให้เปน็ สมุทัย

275

หรอื ใหเ้ ปน็ มรรคกเ็ ปน็ ได้ ทง้ั นขี้ น้ึ อยกู่ บั การคดิ ปรงุ ของจติ ทมี่ แี งต่ า่ งกนั ไปในทางถกู
หรือทางผิด

การพจิ ารณากาย อยา่ ไดค้ าดไดห้ มายวา่ ทา่ นผนู้ น้ั เหน็ กายเหน็ อยา่ งนน้ั เรากอ็ ยาก
จะเหน็ อยา่ งนนั้ ตาม อยา่ งนเี้ ปน็ ตน้ ผดิ วสิ ยั ของตน หรอื ขดั ตอ่ จรติ นสิ ยั ของตน กายนน้ั
เรยี กวา่ “กาย” เหมอื นกนั ความเขา้ ใจตามจรติ นสิ ยั ความรู้ ความเหน็ ตามจรติ นสิ ยั
จะรู้อยา่ งไรกต็ าม กค็ อื รกู้ ายร้สู ัจธรรมท้งั น้นั หลกั ใหญ่อยู่ทตี่ รงน้ี

ก�ำหนดพจิ ารณาซ้�ำๆ ซากๆ รู้หลายครงั้ หลายหน กเ็ ข้าใจไปเอง และปล่อยวาง
ไปเอง การเทย่ี วกรรมฐานนะ่ ใหเ้ ทย่ี วตรงนี้ “การเทยี่ วกรรมฐาน” จะตอ้ งหมายถงึ เทยี่ ว
ตรงนเี้ ปน็ สำ� คญั และถกู กบั จดุ มงุ่ หมายของธรรม จะไปเทย่ี วกรรมฐานในปา่ นน้ั เขาน้ี
กเ็ พ่ือจะพิจารณากรรมฐานนี้ให้เขา้ ใจน่ันเองทั้งภายในภายนอกซงึ่ มีอยู่ดว้ ยกัน

เพอื่ ความสะดวกในการภาวนา เพอื่ ใหร้ ู้ “กมั มฏั ฐาน หรอื กรรมฐานหา้ ” คำ� วา่
“ฐาน” แปลว่าทตี่ ้งั ที่ต้งั แห่งงานอันเปน็ งานสำ� คญั ก็มีอยใู่ นกาย เวทนา จิต ธรรม น้ี
หรอื ในสจั ธรรมทง้ั ๔ นี้ อยใู่ นปา่ กต็ อ้ งพจิ ารณาทน่ี ี้ อยใู่ นเขาในทไี่ หนๆ กต็ อ้ งพจิ ารณาน้ี
เพราะตดิ หลงทนี่ ี่ นเ่ี ปน็ เครอ่ื งปดิ บงั จติ ใจไมม่ คี วามสวา่ งกระจา่ งแจง้ ตามความเปน็ จรงิ
ไม่เห็นอรรถเหน็ ธรรม คอื ความจริงทมี่ ีอยูร่ อบตวั จึงตอ้ งอาศยั พจิ ารณาสง่ิ เหลา่ น้ี

การทจี่ ติ มดื ดำ� กเ็ พราะสง่ิ มดื ดำ� ปกปดิ จติ แทม้ ไิ ดม้ ดื ดำ� เปน็ ธรรมชาตสิ วา่ งไสวมาก
ผดิ กบั อะไรทงั้ สน้ิ “กาย เวทนา จติ ธรรม” หรอื “อรยิ สจั ” เปน็ หนิ ลบั ปญั ญากไ็ ด้ คอื
คดิ ใหเ้ ปน็ ประโยชนก์ ไ็ ด้ คดิ ใหเ้ ปน็ โทษกไ็ ด้ ตามแตก่ ารคดิ ปรงุ ของจติ จะคดิ ไปในแง่
“ถกู ธรรม” หรอื “ผดิ ธรรม”

คอื “กาย เวทนา จติ ธรรม” น้ี คิดใหเ้ ปน็ การสัง่ สมกเิ ลสขึ้นมาก็ได้ คิดเพื่อ
แกก้ เิ ลสกไ็ ด้ เพราะทกุ ขสจั ภายในกายภายในจติ เตอื นเราอยทู่ กุ วนั เพราะมนั ขนึ้ เวที
กอ่ นเรา และคอยเราอยบู่ นเวทที กุ ระยะอยแู่ ลว้ ทา้ ทายเราอยตู่ ลอดเวลาดว้ ยความจรงิ
เราจะตอ้ งฟติ ตัวให้พอกับก�ำลงั ของขา้ ศึก ถ้าก�ำลงั ไม่พอก็แพ้

276

เวลานเ้ี รากำ� ลงั กา้ วเขา้ สสู่ งคราม คอื “สงคราม ชรา โรคา พยาธิ มรณะ” นเี่ ปน็
สงครามลา้ งโลก ถา้ ชนะแลว้ กล็ า้ งโลก แนะ่ ! ถา้ แพก้ จ็ มอยใู่ นโลก และเสวยผลทนทกุ ข์
ทรมานตนอยใู่ นโลกตอ่ ไป ทา่ นจงึ สอนใหย้ ดึ กรรมฐานเปน็ หลกั ชยั ในการรบ ซงึ่ เปน็
เครอ่ื งมอื สำ� คญั สมกบั งานอนั ใหญโ่ ตคอื งานรอ้ื ถอนกเิ ลส อาสวะ งานรอ้ื ภพ รอื้ ชาติ
ร้อื วฎั สงสาร ออกจากใจ

สจั ธรรมทงั้ สอง คอื ทกุ ข์ กบั สมทุ ยั ไมเ่ คยลงจากเวที เวน้ แตจ่ ะตายเสยี เทา่ นนั้
นอกน้นั เขาอยบู่ นเวที คือร่างกายและจิตใจของเรานตี้ ลอดเวลา สติปญั ญา ซ่ึงเปน็
สัจธรรมฝ่ายปราบปราม จงสร้างขึ้นมาให้ทันกันกับสิ่งเหล่าน้ี ให้ได้รู้เท่าทันกันกับ
ความจรงิ มอี ยา่ งไร พระพทุ ธเจา้ ทรงสอนอยา่ งนน้ั ระวงั ตวั เราอยา่ ใหม้ คี วามรนู้ อกเหนอื
ไปกวา่ พระพทุ ธเจา้ อยา่ ปนี เกลยี วกบั ธรรมของพระองค์ จะมแี ตค่ วามทกุ ข์ เชน่ เดยี วกบั
เราเดนิ ไปตามทาง กย็ งั ไมส่ งบและฉลาดเทา่ ทีค่ วรอยแู่ ลว้ ยงั ฝนื กา้ วออกไปเดนิ สอง
ฟากทาง และเหยยี บขวาก เหยยี บหนาม นนั่ เปน็ ความสขุ และเปน็ ความถกู ตอ้ งดงี าม
แล้วหรือ? นี่เป็นการเตือนตวั เอง ผใู้ ดทจ่ี ะมากล่าวเปน็ ความถกู ตอ้ งแมน่ ยำ� ย่งิ กวา่
พระพทุ ธเจ้า มที ไี่ หนในโลกนี!้

ศาสดามเี พยี งองคเ์ ดยี วทสี่ อนถกู ตอ้ งแมน่ ยำ� จงนำ� ธรรมนนั้ เขา้ มาพจิ ารณาดใู น
ตวั เรา ทา่ นสอนวา่ อยา่ งไรบา้ ง ถอื เอาคำ� ทถี่ กู ตอ้ งนน้ั แหละเปน็ หลกั ดำ� เนนิ ทจ่ี ะหมนุ จติ
หมนุ สติปญั ญาเขา้ ไปส่คู วามจรงิ นนั้ ฝนื จากสง่ิ จอมปลอมท้งั หลายท่คี อยฉุดลากเรา
ใหอ้ อกนอกลนู่ อกทางอยเู่ สมอ ฝนื โดยไมห่ ยดุ ไมถ่ อย นชี่ อ่ื วา่ “นกั รบ” เพราะจติ ซง่ึ
กเิ ลสคอยกระซบิ นน้ั กระซบิ อยตู่ ลอดเวลาใหเ้ ราทราบวา่ ความกระซบิ เหลา่ นนั้ สว่ นมาก
ร้อยทงั้ รอ้ ยมแี ต่เรอื่ งของกิเลสท้ังมวล

ความฝนื สงิ่ กระซบิ ความฝนื ความฉดุ ลาก ความฝนื ใจจากสงิ่ จอมปลอม นนั้ แลคอื
“ธรรม” เมอื่ เกดิ ความทกุ ขข์ นึ้ มาทางรา่ งกาย จติ ใจรสู้ กึ ทอ้ แทอ้ อ่ นแอ นนั่ คอื โลกแท้
คือกเิ ลสตัวหลอกลวงแท้ ไมส่ งสยั ให้เสยี เวลา

277

ตามหลกั ธรรมท่ที า่ นสอนไว้ ทกุ ข์ กค็ อื ทกุ ข์ จะให้เขาเป็นอะไรอกี สติปญั ญา
ก็พิจารณาให้ทราบวา่ ทุกข์ คอื ทกุ ข์ เรา คอื เรา เมื่อความจริงเข้าถงึ กนั แลว้ ไมม่ ี
ใครแพ้ ไมม่ ใี ครชนะ เป็นความจริงเสมอกัน เม่อื ตา่ งอนั ตา่ งเป็นความจริงแลว้ กไ็ ม่
ทะเลาะวิวาทกันอีก ไม่เป็นขา้ ศกึ ตอ่ กันอีก

การพจิ ารณาน้ี อยา่ งนอ้ ยกเ็ พอ่ื ความสงบศกึ มากยง่ิ กวา่ นน้ั กใ็ หเ้ สรจ็ ใหส้ น้ิ การ
เปน็ ขา้ ศกึ กนั เพราะการพจิ ารณาอยเู่ วลานี้ จงคลคี่ ลายดใู หห้ มด จะทกุ ขม์ าก ทกุ ขน์ อ้ ย
เพยี งไร เราไมใ่ ชผ่ ลู้ ม่ จมไปดว้ ยทกุ ข์ เราเปน็ “ผรู้ ”ู้ ทกุ ขต์ า่ งหาก และเราเปน็ ผพู้ จิ ารณา
ทุกข์ตา่ งหาก ทำ� ไมจงึ จะมากลวั ในเร่ืองทุกข์ ซงึ่ มนั เป็นอันหน่งึ ตา่ งหากจากใจ

ความจริง ถา้ มี “สต”ิ มาก จติ เด่น เราฝกึ หัดสติเราให้ไดม้ ากเทา่ ไร ความรู้นน้ั
ยง่ิ เดน่ เพราะสตเิ ปน็ เครอื่ งเสรมิ ความรู้ ปญั ญา คอื ความฉลาด เปน็ เครอื่ งบกุ เบกิ สง่ิ ท่ี
จติ ตดิ ขอ้ งใหก้ า้ วไปอยา่ งฝดื เคอื งไมร่ าบรน่ื ชน่ื ใจ พจิ ารณาใหท้ นั กบั เหตกุ ารณ์ เพราะ
ไมเ่ หน็ มสี งิ่ แปลกอะไรในรา่ งกายเราน้ี มแี ตส่ ง่ิ ทเี่ คยรเู้ คยเหน็ คอื สจั ธรรมเทา่ นน้ั ไมเ่ หน็
มีอะไรท่ีจะแปลกปลอมยิ่งกว่านั้นไปอีก มีอะไรมาเพิ่มเติมพอให้เกิดความท้อถอย
ทุกขน์ ะ่ กม็ เี ท่านั้น เขาเคยแสดงอยตู่ ลอดเวลา เราเคยพิจารณาอยแู่ ลว้

ปญั ญาเปน็ เครอ่ื งแกท้ กุ ข์ เปน็ เครอื่ งรเู้ ทา่ ทนั ทกุ ข์ เรากท็ ราบอยแู่ ลว้ นำ� มาพจิ ารณา
ใหเ้ ห็นเร่ืองของทกุ ขว์ า่ เปน็ ทกุ ข์อยา่ งแท้จรงิ ตามหลักธรรมชาติ ผ้รู ู้ กใ็ ห้ร้ทู กุ ขอ์ ยา่ ง
แทจ้ รงิ ตามหลกั ธรรมชาตขิ องตน ทกุ ขจ์ ะเกดิ มากนอ้ ยเพยี งใดกไ็ มม่ ปี ญั หาอะไร เพราะ
มนั คนละเรอื่ ง ทกุ ขก์ เ็ ปน็ อนั หนงึ่ เรากเ็ ปน็ อนั หนง่ึ มนั คนละเรอ่ื ง ถา้ เอามาคละเคลา้ กนั
ตอ้ งเดอื ดรอ้ น เพราะทกุ ขเ์ ปน็ ของรอ้ นอยแู่ ลว้ เชน่ เดยี วกบั ไฟ เปน็ ของรอ้ น เราเอามา
จเี้ รา มนั กร็ อ้ น ถา้ ไฟเปน็ ไฟ เราเปน็ เรา ไมเ่ อามาเกย่ี วขอ้ งกนั ไฟกไ็ มม่ คี วามหมายอะไร
กบั เรา จะมาทำ� ความทกุ ขใ์ หเ้ ราไมไ่ ด้ นถี่ า้ เราไมไ่ ปจบั ไปควา้ ไฟคอื ทกุ ข์ พอจะใหเ้ กดิ
ความรอ้ นขึ้นมา ความทกุ ขก์ ไ็ มม่ าเสียดแทงจิตใจเราได้ สติปญั ญาขุดคน้ จนให้ถึง
ความจรงิ แหง่ ทกุ ข์ ใหถ้ งึ ความจรงิ แหง่ กาย กายกเ็ ปน็ กาย ทกุ ขก์ เ็ ปน็ ทกุ ข์ หรอื รปู เปน็ รปู
เวทนาเป็นเวทนา พิจารณาให้ละเอยี ดลออ

278

ตัวสัญญาที่คอยหมายม่ันนั้นเร็วท่ีสุด ตัวสัญญานี่มันคอยจะหมายอยู่เรื่อยๆ
ถา้ แยกออก เรากเ็ ป็นกรรมการคนหนึง่ ทีท่ รงพลงั สติปัญญาไวอ้ ย่างเตม็ ภมู ิ จงแยก
ขนั ธน์ นั้ ๆ ดว้ ยสตปิ ญั ญา อยา่ ใหม้ นั เขา้ พวั พนั กนั ไมเ่ กดิ ประโยชน์ นอกจากเกดิ ทกุ ข์
โดยถา่ ยเดยี ว

จงแยกมนั ออกดว้ ยปญั ญา มี ๕ อาการเทา่ นแี้ หละ รปู คอื กาย เวทนา คอื สขุ
ทกุ ข์ เฉยๆ สญั ญา คอื ความจดจำ� ความสำ� คญั ตา่ งๆ สงั ขาร คอื ความคดิ ความปรงุ
ของใจ วญิ ญาณ คอื ความรบั ทราบ เวลามสี งิ่ ภายนอกมาสมั ผสั ตา หู จมกู ลน้ิ กาย
มีอยู่เทา่ น้ี

ทส่ี ำ� คญั ทส่ี ดุ คอื สญั ญา กบั เวทนา นแ้ี หละ สำ� คญั อยมู่ าก สตติ อ้ งจดจอ่ ลงทน่ี ี่
พจิ ารณาทนี่ ใี่ หช้ ดั เจน ใจจะมคี วามมน่ั คงตอ่ ตนเอง และอบอนุ่ ดว้ ยสตปิ ญั ญา รเู้ ทา่ ทนั
สิ่งเหล่านี้ ข้าศึกก็คือสิ่งเหล่าน้ีเองเป็นข้าศึกต่อเราไม่ใช่อะไร ถ้าพิจารณาไม่รอบ
พจิ ารณารไู้ มเ่ ทา่ ทนั กท็ กุ ขเวทนานแ้ี ลจะมาเปน็ ตวั ทกุ ขภ์ ายในจติ ใจเพม่ิ เขา้ อกี เพราะ
เราเออื้ มไปจบั หรอื ไปยดึ จติ ใจอยดู่ ๆี กเ็ ลยกลายเปน็ ทกุ ขข์ นึ้ มา แทนทใ่ี จจะเปน็ ภาชนะ
แหง่ ธรรม เลยกลายเปน็ ภาชนะแหง่ ทกุ ขข์ น้ึ มาเสยี ฉะนนั้ จงึ ตอ้ งแยกออกดว้ ยปญั ญา
ให้รูต้ ามความจรงิ ของมัน พระพทุ ธเจา้ ทรงรอู้ ยา่ งน้ี พระสาวกทั้งหลายรูด้ ้วยวธิ กี าร
พิจารณาอย่างน้ี และรู้เด็ดขาดด้วยอ�ำนาจของสติปัญญาท่ีแหลมคม พิจารณาแล้ว
พิจารณาเล่าจนเปน็ ทเ่ี ข้าใจ

สดุ ทา้ ย ขนั ธก์ เ็ ปน็ ขนั ธ์ จติ กเ็ ปน็ จติ ไมม่ อี ะไรเปน็ ขา้ ศกึ กนั ทงั้ ๆ ทอ่ี ยดู่ ว้ ยกนั
นน่ั ! เพราะตา่ งอนั ตา่ งไมม่ เี รอ่ื งอะไรมากระทบกระเทอื นกนั เมอ่ื ตา่ งอนั ตา่ งจรงิ แลว้ เปน็
เชน่ นนั้ ทา่ นมคี วามผาสกุ สบายในทา่ มกลางแหง่ ขนั ธท์ เ่ี ปน็ กองเพลงิ ทง้ั กองนน้ั แตเ่ รา
อยใู่ นกองเพลงิ หรอื ทกุ ขร์ อ้ นอยใู่ นกองเพลงิ คอื เบญจขนั ธ์ จงึ ตอ้ งอาศยั สตปิ ญั ญา
ศรทั ธา ความเพยี ร เป็นน�้ำดบั ไฟให้เป็นความเยน็ ข้นึ มาทใ่ี จของตน

เรอื่ งความเปน็ ความตาย มนั อยใู่ นขนั ธน์ ้ี อยา่ ไปคดิ ไปคาด ถงึ วนั มนั ตายของ
มันเอง ถงึ กาลเวลามันตายของมันเอง อยไู่ หนมันก็ตาย เพราะเรื่องความตายเปน็

279

ธรรมชาติตายตวั อยแู่ ลว้ กบั ขนั ธน์ นั้ ๆ สำ� คัญทเี่ ราจะให้เกิดสารประโยชนแ์ ก่ตัวเราน้ี
จะให้เกดิ ได้ด้วยวธิ ีใด นเ่ี ป็นส่ิงส�ำคญั ขาดทนุ กข็ าดทุนไปตรงน้ี ได้ก�ำไรกไ็ ด้ตรงนี้
แตเ่ รอื่ งความตาย เขาไมไ่ ดห้ วงั ทนุ หวงั กำ� ไรกบั ใคร มนั เปน็ ความจรงิ อนั หนง่ึ ของหลกั
ธรรมชาตขิ องเขา เราไมต่ อ้ งไปยงุ่ เอาตรงทส่ี ำ� คญั น้ี คน้ ลงใหเ้ หน็ ความตายอยา่ งชดั เจน
ประจกั ษใ์ จ หมดลมทไ่ี หนกป็ ลอ่ ยกนั ยากอะไร! ความตายไมย่ าก เพราะเปน็ การทง้ิ น่ี

การหลงนะ่ ซี มนั ลำ� บาก มนั เปน็ ทกุ ข์ การหลง การหว่ ง มนั ลำ� บาก มนั เปน็ กเิ ลส
มนั เปน็ ทกุ ข์ การตายจรงิ ๆ มนั ไมท่ กุ ขน์ ่ี เปน็ การสลดั ปดั ทง้ิ ทกุ อยา่ ง รคู้ วามเปน็ จรงิ แลว้
กส็ ลดั ทงิ้ อยา่ งนน้ั ไมม่ ปี ญั หาอะไร พจิ ารณาใหเ้ ดน่ ในจติ เมอ่ื มนั เดน่ แตท่ กุ ข์ เดน่ แต่
สมุทยั มนั กม็ ีแตท่ กุ ขเ์ ต็มตวั เตม็ หัวใจนั้นแล

ถา้ สติปัญญาเด่น จติ ก็เด่น เด่นดวง รืน่ เรงิ ตวั เป็นหลกั เปน็ เกณฑ์ของตวั เอง
ตวั เปน็ ตวั ของตวั เอง เปน็ เนอื้ เปน็ หนงั ของตวั แลว้ ไมต่ อ้ งอาศยั อะไรมาเปน็ เนอ้ื เปน็ หนงั
อาการเหลา่ นนั้ เปน็ ของทไี่ วใ้ จไมไ่ ดท้ ง้ั นนั้ ถา้ เราไปจบั ไปตอ้ ง ไปยดึ ไปถอื กก็ ลายเปน็
พิษไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ จะถอื เอาเปน็ ประโยชนจ์ ริงๆ ไม่ได้ แต่จะใหเ้ ปน็ โทษจรงิ ๆ มนั
รวดเร็ว ขันธ์กเ็ ปน็ โทษในความยึดถือของเราทไี่ ปสำ� คัญมัน่ หมายนน่ั แล

อะไรจะสวา่ งยง่ิ กวา่ ใจ เมอื่ ขดั สง่ิ ทเี่ ปน็ มลทนิ ทสี่ กปรกทง้ั หลายออกจากใจแลว้
ไมต่ อ้ งบอกวา่ ใจจะสวา่ งหรอื ไมส่ วา่ ง สวา่ งขน้ึ เอง สามารถฉลาดรทู้ กุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง ไมม่ อี ะไร
นอกเหนือจากใจนี้ไปได้ สงครามอันนี้เป็นสงครามท่ีส�ำคัญมากส�ำหรับเราแต่ละคน
ละคน ผปู้ ฏบิ ตั ศิ าสนาจงึ ตอ้ งถอื นเี้ ปน็ จดุ สำ� คญั เพราะนเ้ี ปน็ จดุ จำ� เปน็ ทเ่ี ราตอ้ งรเู้ ทา่ ทนั
โดยแท้ เปน็ จุดแพ้ จดุ ชนะ จุดเปน็ จดุ ตาย จุดทุกข์ จดุ ล�ำบากทรมาน กอ็ ยู่ทจ่ี ุดนี้
หลดุ พน้ กอ็ ยทู่ จี่ ดุ น้ี ไดช้ ยั ชนะกอ็ ยทู่ จ่ี ดุ น้ี คอื ความเกษมสำ� ราญ ถา้ ไมถ่ งึ ทจ่ี ดุ นี้ จะไป
ถงึ ทตี่ รงไหน ถงึ ทน่ี แี่ หละ! เมอ่ื ถงึ ทน่ี แ่ี ลว้ ไมต่ อ้ งไปถามหา “นพิ พาน” ใหเ้ สยี เวลำ่� เวลา

เอา้ ชอื่ สมมตุ วิ า่ กนั ไป กเิ ลสมนั อยภู่ ายในหวั ใจเรา เราไมไ่ ดใ้ หช้ อ่ื มนั วา่ “กเิ ลส”
มนั ยงั ทำ� ใหเ้ ราทกุ ขไ์ ดท้ ง้ั วนั ทง้ั คนื “โอย๊ วนั นไี้ มส่ บายใจ! อะไรตา่ งๆ ยงุ่ ไปหมด จนนอน
ไม่หลบั จะเป็นบา้ เปน็ บอ” กิเลสไมเ่ หน็ ได้พูดวา่ มันท�ำอนั ตรายเราอย่างน้ันอยา่ งนี้

280

หรอื ท�ำพิษเรา มันไมเ่ ห็นวา่ กัน ไม่ว่ากันกต็ าม เมื่อมันเปน็ กิเลส มนั ก็เป็นของมนั อยู่
อย่างนน้ั

ธรรมคอื “นพิ พานธรรม” ถงึ ขนั้ บรสิ ทุ ธแิ์ ลว้ วา่ ไมว่ า่ ใจกบ็ รสิ ทุ ธอิ์ ยนู่ นั่ แล จะให้
ชอื่ ใหน้ ามหรอื ไม่ ไมส่ ำ� คญั ขอใหไ้ ดถ้ งึ ไดอ้ ยทู่ คี่ วามบรสิ ทุ ธิ์ จะเปน็ ความเกษมสำ� ราญ
อยา่ งยงิ่ ภายในนน้ั นแี่ หละคอื สนามรบ! ทแี่ สดงมาน้ี เอาใหร้ ใู้ หเ้ หน็ กนั ทน่ี ี่ รทู้ นี่ แ้ี ลว้
กเ็ ปน็ “โลกวทิ ”ู รแู้ จง้ ไปหมด นนั้ แหละ เพราะสภาพทง้ั หลายเหมอื นๆ กนั พอเขา้ ใจ
อนั หนง่ึ แลว้ กเ็ ขา้ ใจไปหมด แมแ้ ตร่ า่ งกาย เราเขา้ ใจอาการใดอาการหนง่ึ มนั ยงั ทว่ั ถงึ
ไปหมด หลดุ พน้ ไปหมด เวทนา กท็ มี่ อี ยใู่ นจดุ หนง่ึ มนั กซ็ าบซา่ นไปหมด เปน็ “โลกวทิ ”ู
เขา้ ใจไปเหมอื นกนั นแ่ี หละ “โลกวทิ ”ู ของพวกเราเป็นอย่างนี้

“โลกวทิ ”ู ของพระพทุ ธเจา้ นอกจากรอู้ ยา่ งนแ้ี ลว้ ยงั รอู้ ยา่ งกวา้ งขวางลกึ ซง้ึ ไปอกี
มากมายเก่ียวกับสตั วโ์ ลก เกีย่ วกับสภาวธรรมต่างๆ ท่วั ๆ ไป เราไม่ใช่วสิ ัยอยา่ งน้นั

ทีเ่ หมาะแก่จรติ นิสยั หรือความสามารถของเรา จงใหเ้ ปน็ “โลกวทิ ”ู รแู้ จง้ ตรงท่ี
มนั ก�ำลังมดื อยู่เวลานี้ สงิ่ ใดเป็นสง่ิ ท่ปี ิดบงั ก�ำหนดพิจารณาสิ่งนั้นให้ทราบชัดตาม
ความจรงิ ด้วยปญั ญา ทา่ นวา่ “นตฺถิ ปญฺาสมา อาภา ความสว่างเสมอด้วยปญั ญา
ไม่มี” แน่ะ! และอะไรท่ีจะมดื เสมอด้วยกิเลสไมม่ ี จงึ ตอ้ งแก้ดว้ ยปัญญาความสวา่ ง

เราตามไฟไปส่องหากเิ ลสวนั ยงั ค�่ำ ก็ไม่มีกิเลสตัวไหนจะมาโงๆ่ ใหเ้ ราได้ดมู นั
เปิดไฟฟ้าเข้าไปใหเ้ หน็ ตัวของกิเลส แต่กเิ ลสมนั ไม่ได้โงเ่ หมือนเรานี่

เพอื่ ใหท้ นั กเิ ลส มนั ตอ้ งใชป้ ญั ญาเปน็ เครอ่ื งตามกเิ ลส สอ่ งดกู เิ ลสดว้ ยสตปิ ญั ญา
เหน็ ทง้ั หนา้ ทงั้ ตา เหน็ ทงั้ โคตรทง้ั แซ่ เหน็ ทง้ั รากเหงา้ เคา้ มลู ของมนั ถอนขนึ้ มาไดห้ มด
ดว้ ยอำ� นาจของปญั ญานเี้ ทา่ นน้ั ทา่ นจงึ วา่ “เครอ่ื งมอื ทท่ี นั สมยั คอื ปญั ญา” สวา่ งโรอ่ ยู่
ท้งั กลางวันกลางคืน ทา่ นวา่ “อาโลโก อทุ ปาทิ ในธมั มจักกปั ปวตั ตนสูตร” “ญาณัง
อทุ ปาทิ ปญั ญา อทุ ปาทิ วชิ ชา อทุ ปาทิ อาโลโก อทุ ปาท”ิ เกดิ ขน้ึ ทไ่ี หน กเ็ กดิ ขน้ึ ทน่ี น่ั
ท่เี คยมดื ด�ำและสว่างขึน้ ท่ีนั้นแล

281

“จกขฺ กุ รณ ี าณกรณี อุปสมาย อภิญฺาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สวํ ตฺตติ”
นแ่ี หละ “มรรค ๘” เปน็ ไปเพ่ืออยา่ งนี้แหละ เปน็ ไปเพ่อื บรรลุ เพ่อื ตรัสรู้ เปน็ ไปเพ่อื
นพิ พาน
วนั หนง่ึ ๆ ใหพ้ จิ ารณารอบตัวอยูน่ เี่ สมอ จติ เมื่อมีเครือ่ งรกั ษาก็สวา่ ง ปัญญา
พาให้สว่างโล่งอยู่ภายในตัวเอง อะไรจะเกิดขึ้นก็รู้ ทุกข์เกิดขึ้นก็รู้ ทุกข์ดับไปก็รู้
รู้โดยความโล่งของสตปิ ญั ญาเอง
น่ีแหละเย็นสบาย ตายเมื่อไรก็ไม่มีปัญหา เพราะธรรมชาตินั้นไม่ตายแล้ว
ไมห่ ลงแล้ว ไม่ล่มจมแลว้ กม็ เี ทา่ นนั้ สงิ่ ที่เราตอ้ งการ ขอใหน้ �ำไปพจิ ารณา
เอาละ แสดงธรรม ก็เหน็ ว่าพอสมควร

282

อาโลโก อุทปาทิ ความสวา่ งบงั เกดิ ข้นึ แล้ว

ถา้ มแี ตล่ ะคน อยกู่ นั คนละหนละแหง่ กไ็ มเ่ ปน็ เครอ่ื งสะดดุ ใจอะไรมากนกั แตถ่ า้
มารวมกนั เขา้ รวมกนั เขา้ รวมกนั มากเขา้ กก็ ลายเปน็ สงั คมแหง่ ทกุ ข์ กลายเปน็ ครวั เรอื น
แหง่ ทกุ ข์ กลายเปน็ บา้ นแหง่ กองทกุ ข์ เมอื งแหง่ กองทกุ ข์ เมอื งๆ หนงึ่ เตม็ ไปดว้ ยกองทกุ ข์
อย่างเห็นประจักษ์ แล้วขยายออกไปถึงประเทศ ประเทศท้ังประเทศเป็นกองทุกข์
โลกเปน็ กองทกุ ข์ และคนท้ังโลกเปน็ แบบเดยี วกันน้ี จะเป็นยงั ไง?

ใครอยากจะอยลู่ ะ่ ในโลกแหง่ กองทกุ ขน์ !้ี เมอื่ รวมกนั เขา้ มนั หากทำ� ใหเ้ กดิ พลงั
อันหน่ึงขนึ้ มาทจ่ี ะใหค้ วามทกุ ขส์ ะดดุ ภายในใจ ถ้าโดยล�ำพังตา่ งคนตา่ งอยู่ ตา่ งคน
ตา่ งทกุ ข์ ไมม่ องเหน็ กนั และไมค่ อ่ ยไดย้ นิ เสยี งรอ้ งครวญครางอะไรมากนกั มนั กเ็ ปน็
โลกทีพ่ อน่าอยู่บา้ ง

เรากา้ วเขา้ ไปสโู่ รงพยาบาล กบั เราอยปู่ กติ ความรสู้ กึ นนั้ ตา่ งกนั ไมค่ อ่ ยสะเทอื นใจ
ทเ่ี กยี่ วกบั ทกุ ขม์ ากนกั พอกา้ วเขา้ โรงพยาบาลอนั เปน็ สถานทร่ี วมแหง่ กองทกุ ขท์ งั้ หลาย
มองดูคนไขท้ งั้ ไดย้ นิ เสียงครวญครางของคนไข้ในท่ีต่างๆ ย่อมหาความเบิกบานและ
ชนื่ ใจไมไ่ ด้ พอกา้ วเขา้ สโู่ รงพยาบาล ใจมนั ผดิ ปกตไิ มน่ อ้ ยเลย คนทเ่ี ขา้ ไปในโรงพยาบาล
ส่วนมากมีแตค่ นเป็นทกุ ข์ทางใจทเ่ี ขา้ ไปเย่ยี มทกุ ขก์ นั ซึง่ เต็มโรงพยาบาล แทบไม่มี
ห้องว่างเลย ทุกขท์ างกาย ทุกขท์ างใจ รวมเตม็ อยูใ่ นท่นี ั้น ส�ำหรับคนไข้กท็ ุกข์ทาง
รา่ งกายและจติ ใจ ผเู้ กยี่ วขอ้ งกท็ กุ ขท์ างจติ ใจ คนไปเยย่ี มไขส้ ว่ นมากเปน็ คนทกุ ขท์ างใจ

283

กา้ วเดินไปห้องไหนเตยี งใดทีค่ นไข้เรยี งรายกันอยู่ มแี ต่คนเปน็ ทุกข์ทรมานทางกาย
ทรมานใจ เปน็ “คนจนตรอกจนมมุ ” ไปเยยี่ มกไ็ ปเยยี่ มคนจนตรอกจนมมุ อบั เฉาดา้ น
จติ ใจไปดว้ ย!

โรงพยาบาลทุกแห่งนอกจากจะเป็นห้องคนทุกข์จนตรอกจนมุมแล้ว ยังเป็น
สถานทต่ี ายและสถานทเี่ กบ็ ศพของคนอกี ดว้ ย ไมใ่ ชจ่ ะเปน็ ทรี่ กั ษาพยาบาลจนหายจาก
โรคแลว้ ออกมาโดยถา่ ยเดยี ว เมอ่ื ทนไมไ่ หว สดุ กำ� ลงั ของหมอของยาแลว้ คนไขก้ ต็ อ้ ง
ตายอยใู่ นหอ้ งน้นั ๆ และเตียงน้ันๆ แต่ละหอ้ ง แต่ละเตยี ง มันตอ้ งเป็นห้องคนตาย
เตยี งคนตาย หรอื เปน็ ปา่ ชา้ กอ่ นฝงั ก่อนเผากันทงั้ น้ัน แต่เราไมไ่ ดค้ ิดกนั บ้าง ถา้ คดิ
ซอกแซกอย่างนบ้ี ้าง กจ็ ะเปน็ เหตุใหม้ ีสติปญั ญา เกิดความรสู้ ึกตัวข้นึ มาโดยล�ำดบั
ไม่ประมาทลมื ตัวจนเกินไปดังทเ่ี ปน็ อยูน่ ้ี

แมท้ สี่ ดุ กา้ วเขา้ ไปในครวั ไฟ เตาไฟในบา้ นหนง่ึ บา้ นหนง่ึ ซงึ่ เปน็ ทเ่ี ผาศพสตั วช์ นดิ
ตา่ งๆ อยเู่ ปน็ ประจำ� วนั เวลามไิ ดว้ า่ งเวน้ เรากพ็ อปลง อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา ไดแ้ ลว้
เพราะเปน็ ปา่ ช้าของสตั วเ์ ตม็ ไปหมด ไม่ทราบวา่ เผากันมาต้งั แต่เมือ่ ไร แต่เราถือเป็น
“อาหาร” จงึ ไมเ่ คยสะดดุ ใจวา่ สถานทนี่ น้ั คอื ปา่ ชา้ การตม้ การแกง จะเปน็ เนอื้ อะไรกต็ าม
ขนึ้ ชอ่ื วา่ สตั วเ์ ปน็ สตั วต์ ายแลว้ มนั กเ็ ปน็ เรอ่ื งปา่ ชา้ ทงั้ นน้ั แตเ่ ราถอื วา่ “นน่ั เปน็ อาหาร”
กไ็ มค่ อ่ ยสนใจคดิ กนั และไมไ่ ดค้ ดิ วา่ สถานทน่ี นั้ เปน็ ปา่ ชา้ มนั มผี ดิ กนั ทแี่ งค่ วามรสู้ กึ
เทา่ นนั้

ถา้ ความรสู้ กึ คดิ ไปในแงใ่ ด ผลมนั กต็ ามๆ กนั ไปใหเ้ กดิ ความขยะแขยง เกดิ ความ
กลวั เกดิ ความกลา้ หาญ เกดิ ความดใี จ เสยี ใจ ขนึ้ มาจากแงค่ วามรสู้ กึ นน้ั ๆ พระพทุ ธเจา้
ท่านทรงสอนไม่ใหป้ ระมาทนอนใจ!

ในวนั ทไี่ ปแจกสงิ่ ของแกพ่ วกคนอพยพทจ่ี งั หวดั หนองคาย พอเขาเหน็ คณะเรา
ไปเทา่ นน้ั กห็ ลงั่ ไหลกนั ออกมา ตาจดจอ้ งมองดเู ปน็ ลกั ษณะความหวิ ความกระหาย
ความสมหวงั ไปพรอ้ มๆ กนั เวลาแจกสง่ิ ของ โอโ้ ห! นา่ สงั เวช นา่ สงสาร และนา่ สงสาร
อยา่ งมากทเี ดยี ว ไมท่ ราบวา่ มาจากทศิ ไหนแดนใด หลงั่ ไหลออกมาจากทกุ ทศิ ทกุ ทาง

284

เตม็ ไปหมด สนามกวา้ งๆ จนจะหาทเี่ ดนิ ไมไ่ ด้ นกี่ ค็ อื พวกทไี่ ดร้ บั ความทกุ ข์ ความลำ� บาก
ไม่มีผู้จะให้ความสงเคราะห์ช่วยเหลือเท่าท่ีควรจะเป็น พอมองเห็นผู้ใจบุญมาเย่ียม
ก็มีความหวงั วา่ จะไดร้ บั การสงเคราะห์ช่วยเหลือ เพราะความจ�ำเป็นบงั คับ ไมว่ า่ ทา่ น
วา่ เราทนอยไู่ มไ่ ด้ ตอ้ งออกมา ไมว่ า่ เดก็ ไมว่ า่ ผใู้ หญ่ ไมว่ า่ ผหู้ ญงิ ผชู้ าย เตม็ ไปหมด
ในสถานท่ีนัน้

เมอ่ื ไดร้ บั แจกไปแลว้ ซง่ึ พอเปน็ เครอ่ื งบรรเทา ขณะไดไ้ ปกด็ อี กดใี จเพราะสมหวงั
ทง้ั เปน็ เครอื่ งบรรเทาทกุ ข์ เชน่ คนื นคี้ วามหนาว แมจ้ ะหนาวอยตู่ ามปกติ แตค่ วามอบอนุ่
รู้สึกจะดีขน้ึ กวา่ ทุกๆ วนั ซ่งึ ไมม่ ีผา้ ห่ม อาหารการกนิ ก็เหมอื นกนั ซึง่ ก�ำลังขาดแคลน
อยแู่ ล้ว หรือกำ� ลังหมด วนั นอ้ี าหารและเครื่องนุ่งห่มตา่ งๆ กเ็ ข้าไปถงึ พอดพี อเปน็
เครอ่ื งสนบั สนนุ ใหไ้ ดร้ บั ความสขุ ความเบาใจ เยน็ ใจไปบา้ ง ความปตี ยิ นิ ดยี อ่ มเกดิ ขนึ้
เพราะการแจกของวันน้ีไม่ใช่น้อย แจกมากมายก่ายกอง คนท่ีมารับแจกน้ันก็รู้สึก
สมหวังดว้ ยกนั ทุกครอบครัว ใครเล่าจะไม่ดใี จ!

นีแ่ ลการท�ำบุญ การให้ทาน ยอ่ มเหน็ ผลประจักษ์อย่างนี้ สิง่ ของหลดุ ออกจาก
มอื เราดว้ ยการเสยี สละโดยเจตนาอนั บรสิ ทุ ธ์ิ แลว้ กไ็ ปอยใู่ นมอื อกี คนหนง่ึ คอื ออกจาก
มอื ของผ้ใู หก้ ไ็ ปปรากฏอย่ใู นมอื ของผรู้ บั ผใู้ หก้ ม็ ีความดใี จ ผรู้ บั กม็ คี วามดีอกดีใจ
บางรายจนถึงกับน้�ำตาร่วงดังที่มองเห็นแล้ว เพราะความดีใจหรืออะไรก็ยากจะเดา
ไดถ้ กู

น่ีแหละอ�ำนาจแห่งการสงเคราะห์กัน เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากทางด้านจิตใจเป็น
ส�ำคัญ ความปีตยิ ินดีจะเกดิ ข้นึ มากเพยี งไร บางรายก็ต้องเกดิ ข้นึ มากมาย บางรายก็
เกดิ ขน้ึ เฉพาะวา่ วนั นมี้ คี วามสะดวกสบาย เพราะไดอ้ าหารและไดผ้ า้ หม่ มาหม่ กนั หนาว
บางคนกต็ อ้ งคดิ ถงึ เจา้ ของทา่ นผนู้ ำ� มาบรจิ าค เพราะคนเรามคี วามรสู้ กึ ลกึ ตนื้ หนาบาง
ตา่ งกนั แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามสรปุ แลว้ ผรู้ บั มคี วามภาคภมู ใิ จ ผใู้ หม้ คี วามภาคภมู ใิ จ คอื
ภาคภมู ใิ จดว้ ยการให้ ภาคภมู ใิ จดว้ ยการรบั เรอื่ งของ “ทาน” จงึ เปน็ สง่ิ จำ� เปน็ ตอ่ โลก
อยา่ งยง่ิ แต่กาลไหนกาลใดมา

285

คำ� วา่ “ทาน” คอื การให้ การเสยี สละเพอื่ ผอู้ นื่ นี้ เปน็ ของมมี าดงั้ เดมิ แตก่ าลไหนๆ
มาแลว้ หากงดการใหท้ านนเี้ สยี งดการเสยี สละเพอื่ กนั และกนั นเ้ี สยี โลกกจ็ ะเปน็ โลก
ไปไมไ่ ด้ เพราะคำ� วา่ “ทาน” นี้ แมแ้ ตส่ ตั วเ์ ขากท็ ำ� ตอ่ กนั เชน่ เดยี วกบั มนษุ ยเ์ รา เขายงั
แบง่ กนั กนิ เหมอื นมนษุ ยเ์ รา พอ่ แมข่ องสตั ว์ เขาใหล้ กู เขา เขาเลยี้ งลกู เขา เขาอยดู่ ว้ ยกนั
เขากนิ ดว้ ยกนั เชน่ มดงา่ ม เปน็ ตน้ ตา่ งตวั ตา่ งขน หรอื สตั วต์ า่ งชนดิ คาบอาหารเขา้ ไป
ในรหู รอื ในโพรงไม้ทอ่ี ย่เู ขา แลว้ ก็กินด้วยกัน

มนษุ ยเ์ รากอ็ ยใู่ นครอบครวั อยใู่ นสงั คม เกย่ี วเนอ่ื งกนั มากนอ้ ยเพยี งไร ยอ่ มมี
ความเสยี สละตอ่ กนั นบั ตงั้ แตพ่ อ่ แมก่ บั ลกู ลงไปเปน็ ลำ� ดบั จนกระทงั่ ถงึ สว่ นรวมหรอื
สว่ นใหญเ่ ปน็ ไปดว้ ยทานการเสยี สละทง้ั นนั้ ชวี ติ จติ ใจความเปน็ อยเู่ กย่ี วเนอื่ งถงึ ความ
พงึ่ พงิ อาศยั ซึ่งกนั และกนั จำ� ต้องมคี วามเสยี สละตอ่ กัน

พระพทุ ธเจา้ ของเราตงั้ แตค่ รง้ั บำ� เพญ็ พระบารมเี พอื่ โพธสิ มภาร กท็ รงบำ� เพญ็ ทาน
มาโดยลำ� ดบั จนกระทง่ั กติ ตศิ พั ทก์ ติ ตคิ ณุ ของพระองคร์ ำ่� ลอื กระฉอ่ นไปทกุ ทศิ ทกุ ทาง
เพราะการใหท้ าน เวลามาตรัสรูเ้ ปน็ พระพทุ ธเจ้าแลว้ ไปท่ีไหนกม็ แี ต่คนสักการบูชา
นำ� สงิ่ ของมา “ใหท้ าน” ตลอดเทวดาเทวบตุ รกใ็ หท้ านเชน่ เดยี วกนั ไปทไี่ หนมแี ตข่ องทพิ ย์
ของทำ� ขนึ้ ทม่ี าเองโดยไมต่ อ้ งขอรอ้ งจากใครๆ ใครกม็ คี วามเชอ่ื ความเลอ่ื มใส อยากจะ
ให้ท้งั นน้ั ต่างนำ� มาถวายพระองค์

จนกระทง่ั พระสงฆส์ นทนากนั ในธรรมสภาทช่ี มุ นมุ วา่ “ทพ่ี ระพทุ ธเจา้ เสดจ็ ไปใน
สถานทใ่ี ด มแี ตค่ นนบั ถอื มแี ตค่ นทำ� บญุ ใหท้ านเกลอ่ื นไปหมดดว้ ยวตั ถไุ ทยทานนนั้
เปน็ เพราะอำ� นาจแห่งความเป็นพระพุทธเจ้าของพระองค์”

พระองคท์ รงทราบ ไดร้ บั สงั่ คดั คา้ นวา่ “เมอ่ื เราตถาคตไปทไ่ี หน มแี ตผ่ นู้ ำ� สงิ่ ของ
มาให้ทานจ�ำนวนมากมายนนั้ ไมใ่ ช่เพราะความเป็น “พระพุทธเจา้ ” ของเรา แต่เป็น
เพราะอ�ำนาจแห่งทานของเราที่ได้ท�ำมาโดยล�ำดับๆ ต่างหาก แม้แต่ความเป็น
พระพทุ ธเจา้ ของเรา กเ็ ปน็ มาจากความดี มที านเปน็ ตน้ ไมใ่ ชจ่ ะเกดิ ขน้ึ มาเฉยๆ และ
มีฤทธาศักดานุภาพด้วยความเป็นพระพุทธเจ้าอย่างเดียวเท่าน้ัน แม้แต่ความเป็น

286

พระพุทธเจ้ายังต้องอาศัยคุณงามความดีท้ังหลาย มีทานบารมีเป็นต้น จึงได้เป็น
พระพทุ ธเจา้ ขึ้นมา” ท่านรบั สงั่ อยา่ งน้ัน

ฉะนั้น การให้ทานจึงเป็นสิ่งท่ีจ�ำเป็นอยู่มากส�ำหรับโลกท่ีอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่ม
เปน็ คณะ นอกจากนนั้ ยงั เปน็ “อปุ นสิ ยั ” ตดิ ตามผมู้ นี สิ ยั เชน่ นนั้ อกี ดว้ ย คนทชี่ อบใหท้ าน
ไปไหนมแี ต่อยากให้ทานเร่ือยๆ เปน็ นสิ ยั ฝงั อยู่ภายในจติ ใจ ยงิ่ มีคนแนะนำ� สั่งสอน
อบรมใหร้ เู้ รอ่ื งรรู้ าวเรอ่ื งการทำ� บญุ สนุ ทานดว้ ยแลว้ กย็ ง่ิ เพมิ่ นสิ ยั นน้ั ใหม้ ากมนู ขนึ้ ไป
จนกลายเปน็ “นกั เสยี สละ” ประจำ� นสิ ยั วาสนา นอกจากนนั้ ไปเกดิ ในสถานทใ่ี ด คนนน้ั
พวกนั้นไม่อดอยากขาดแคลน เพราะอำ� นาจแหง่ ทานที่ตนไดท้ ำ� ไวแ้ ล้วใน “บพุ ชาต”ิ
เปน็ เคร่ืองสนบั สนุน

ยกตวั อยา่ งเชน่ “พระสวี ล”ี เปน็ ตน้ ทา่ นไปในสถานทใี่ ด มแี ตค่ นถวายวตั ถปุ จั จยั
ไทยทานเตม็ ไปหมด ตามถนนหนทาง ตามบา้ นตามเมอื ง ทา่ นไปทไ่ี หน ไทยทานเตม็
ไปหมด รองพระพุทธเจ้าลงมา พระสาวกองค์หน่ึงท่ีมีอติเรกลาภมากคือพระสีวลี
ในอดตี ชาติ ทา่ นเปน็ นกั เสยี สละ ไปทไ่ี หนกม็ แี ตใ่ หท้ านเปน็ พนื้ เปน็ นสิ ยั ทานอยา่ งไมอ่ ดั
ไมอ่ น้ั ใหท้ านตามนสิ ยั จรงิ ๆ จะอดอยากขาดแคลนหรอื จะมง่ั มศี รสี ขุ ขนาดไหน กไ็ มเ่ คย
ลดละในการใหท้ าน ขอแตม่ พี อจะใหท้ านเปน็ ใหท้ านไมถ่ อย จงึ เปน็ อปุ นสิ ยั ตดิ ตวั มา
โดยล�ำดับ เพราะฉะนั้นวาระสุดท้ายท่ีท่านมาบวช และบรรลุธรรมเป็นสาวกของ
พระพุทธเจ้าแล้ว จึงเป็นเลิศในทาง “อติเรกลาภ” มาก ไม่มีองค์ใดเสมอเหมือน
ยกพระพระพทุ ธเจ้าเสยี เท่านั้น นเี่ ป็นเพราะอปุ นิสัยของทา่ นเอง

บรรดาพระสาวกทเ่ี ปน็ พระอรหนั ตด์ ว้ ยกนั จงึ มี “เอตทคั คะ” คอื ความเลศิ ตา่ งๆ กนั
ไมค่ อ่ ยจะซำ�้ กนั เนอ่ื งจากจรติ นสิ ยั ทมี่ คี วามหนกั แนน่ ในแงต่ า่ งๆ แหง่ ความดที ง้ั หลายนน้ั
ตา่ งกนั บางองคส์ ำ� เรจ็ เปน็ พระอรหนั ตแ์ ลว้ ไมม่ คี นเคารพนบั ถอื ไมม่ อี ตเิ รกลาภเยอะ
แต่ทา่ นดีในทางอนื่ ซ่ึงเปน็ ความดเี ช่นเดียวกนั จงึ เป็นเครือ่ งสนบั สนนุ ใหท้ า่ นบรรลุ
ธรรมถงึ ความพน้ ทกุ ข์ แตส่ งิ่ ทไี่ ดก้ แ็ สดงใหเ้ หน็ ชดั เจนอยู่ แมถ้ งึ ความเปน็ พระอรหนั ตแ์ ลว้
สิ่งท่ีไดก้ ค็ อื ไม่มีคนถวายจตปุ ัจจยั ไทยทานมากสมกบั ความเปน็ พระอรหนั ต์ของท่าน
ก็มี น่เี ป็นเพราะอปุ นิสยั ทเี่ คยสรา้ งมาต่างกนั

287

ค�ำวา่ “อุปนสิ ยั ” เป็นส่งิ ทฝ่ี งั แนบภายในจติ ใจ ทำ� มาจนเกิดเป็นความเคยชนิ
ภายในจติ ใจ ไมม่ ใี ครบอก กเ็ ปน็ ความถนดั ใจ เปน็ ความอยากทำ� ไปเอง นนั่ ทา่ นเรยี กวา่
“เปน็ อปุ นสิ ัย” แลว้ หรือเปน็ “นิสัยปัจจยั ” แล้ว

วันน้พี ดู ถงึ เร่ือง “กองทุกข์” ในเบ้อื งต้น คอื กองทกุ ข์มีแต่ละรายๆ ถา้ ตา่ งคน
ตา่ งอยู่ ตา่ งคนตา่ งแยกกนั ไป กไ็ มส่ เู้ ทา่ ไร ถา้ มารวมกนั เขา้ เปน็ จำ� นวนมาก กย็ ง่ิ เปน็
ความทุกข์และสลดสงั เวชมากข้นึ จนกระทัง่ กลายเปน็ บา้ นเป็นเมืองแห่งกองทกุ ขไ์ ป
ด้วยกนั เสยี สน้ิ โลกนี้ไมม่ ีใครต้องการมาอยู่ จะมาอยูท่ ำ� ไม มแี ตก่ องทกุ ข์

เม่ือเราประมวลเข้าหาตวั เรา กองทุกขม์ นั มีอยู่ตลอดเวลา เราต้องการอะไรเพื่อ
ขนั ธอ์ นั น?ี้ ขนั ธน์ ม้ี แี ตก่ องทกุ ขท์ ง้ั นนั้ ถา้ ผจู้ ะทำ� ตวั ใหพ้ น้ ไปเสยี จากทกุ ข์ ไมม่ เี ยอื่ ใยใน
อนั ใดเลย เหน็ ความทกุ ขเ์ ปน็ ตวั ภยั ตอ่ ตนอยา่ งยง่ิ แลว้ กต็ อ้ งเรง่ ความพากเพยี ร อะไรๆ
กห็ นกั แนน่ ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง มคี วามมน่ั คง ความพากเพยี รกม็ าก ความอตุ สา่ หพ์ ยายาม
ความอด ความทน ก็มากไปตามๆ กัน เพราะความอยากพน้ สติปญั ญากพ็ ยายาม
หาอบุ ายคิดคน้ ทจี่ ะใหผ้ า่ นพน้ ไปได้โดยลำ� ดบั ๆ

แตถ่ า้ เปน็ ความนอนใจแล้ว มนั ไมเ่ ป็นอยา่ งนน้ั พอมคี วามสุขบา้ งเล็กน้อยก็
นอนใจไปเสยี เชน่ เดยี วกบั คนไมม่ คี วามฉลาด หาเงนิ มาไดบ้ าทสองบาท จะพยายาม
เกบ็ หอมรอมรบิ กไ็ มเ่ กบ็ ซอ้ื อะไรใหเ้ พลนิ ไป จำ� เปน็ หรอื ไมจ่ ำ� เปน็ กไ็ มส่ นใจ ขอแตไ่ ดซ้ อื้
ซอื้ อยา่ งไมอ่ ดั ไมอ่ นั้ ซอื้ อยา่ งไมค่ ดิ ไมไ่ ตรต่ รอง เลยกลายเปน็ นสิ ยั แหง่ การซอื้ การจา่ ย
โดยไม่ค�ำนึงถึงเหตุถึงผลถึงความจ�ำเป็น เวลาจนตรอกจนมุมมาก็หาทางไปไม่ได้
เลยจมอยู่ในทุกข์เพราะความอดอยากขาดแคลนอันสืบเน่ืองมาจากความสุรุ่ยสุร่าย
ไมร่ จู้ กั ประมาณในการจบั จา่ ย คดิ เหน็ แตเ่ ฉพาะสดๆ รอ้ นๆ ไมค่ ดิ คาดการณไ์ กล เพราะ
ไมม่ ปี ัญญา ความฉลาดคาดการณ์

สว่ นผทู้ ใี่ ชส้ ตปิ ญั ญา ทจ่ี า่ ยกจ็ า่ ยไปดว้ ยความจำ� เปน็ จา่ ยสง่ิ ใดกเ็ หน็ ความจำ� เปน็
ในสง่ิ นน้ั และเปน็ ผลเปน็ ประโยชนจ์ าการจา่ ยจรงิ ๆ สงิ่ ทเ่ี กบ็ ไว้ กเ็ พอื่ ความจำ� เปน็ จรงิ ๆ
ในกาลต่อไป อย่างนี้เรยี กว่า “ผู้มปี ัญญา” นีพ่ ดู ถึง “ทรพั ย์ภายนอก”

288

ทนี กี้ ารพยายามส่ังสมทรพั ยภ์ ายในก็เช่นเดียวกนั เราอยู่ในโลกนี้ เราพอเปน็
พอไปในธาตุในขันธ์ ไม่อดอยากขาดแคลน บา้ นเรือน ทอี่ ยู่อาศยั ปัจจัยทเ่ี กย่ี วกับ
สว่ นรา่ งกายจะตอ้ งอาศยั กม็ พี อเปน็ พอไป ทนี ป้ี จั จยั ภายใน คอื “อรยิ ทรพั ย”์ ทรพั ยท์ ่ี
พน้ จากขา้ ศกึ โดยประการทง้ั ปวงนน้ั ไดแ้ กบ่ ญุ ไดแ้ กก่ ศุ ล ไมม่ ใี ครจะมาแยง่ ชงิ หรอื
ฉกชงิ วง่ิ ราว

หากเรามเี ชอ้ื จะเกดิ ในภพใดสถานทใ่ี ดอยตู่ ามเรอ่ื งของคนมกี เิ ลส กใ็ หไ้ ดม้ ธี รรม
มคี วามดเี ปน็ ทพ่ี งึ่ พงิ อาศยั จะไมท่ กุ ขร์ อ้ นเกนิ ไป พอเปน็ พอไป พออด พอทน นแี่ หละ
เปน็ สมบตั อิ นั สำ� คญั หรอื เปน็ เครอื่ งมอื อนั สำ� คญั ทจ่ี ะบกุ เบกิ ทางใหถ้ งึ แดนแหง่ ความ
เกษม

ความอ่อนแอมีแต่เร่ืองตัดรอนตัวเองโดยล�ำดับ ผลประโยชน์ท่ีพอจะได้ไม่มี
ทา่ นจงึ สอนใหล้ ะ เพราะความออ่ นแอ ความขเี้ กียจ ความมกั ง่าย เปน็ เรอื่ งของกเิ ลส
ท้ังนน้ั ไม่ใช่เร่อื งของธรรมพอจะให้เกดิ ความรม่ เย็นได้

ถา้ เปน็ เรอื่ งของธรรมแลว้ กต็ รงกนั ขา้ มทเี ดยี ว ธรรมของพระพทุ ธเจา้ บทใดกด็ ี
บาทใดกด็ ี มแี ตส่ อนใหพ้ นิ จิ พจิ ารณา สอนใหม้ คี วามขยนั หมนั่ เพยี ร หนกั กเ็ อา เบากส็ ู้
ขอแต่ใหเ้ หตุผลไปจดุ นั้น ไปทางนนั้ เดนิ ตามสายน้ัน จะยากลำ� บากแคไ่ หนกต็ าม
ก็พยายามท�ำไปโดยล�ำดับ นั่นแหละทางของนักปราชญ์! ท่านมีความสมบุกสมบัน
อย่างนน้ั ทา่ นไม่เหน็ ว่า “รอ้ นนัก หนาวนกั ขีเ้ กยี จ สายนกั เช้านกั ดึกนัก ข้ีเกยี จ”
ทา่ นไมไ่ ดว้ า่ นน่ั เปน็ ลกั ษณะของคนขเ้ี กยี จหาเรอื่ งผกู มดั คอตวั เองตา่ งหาก จะทำ� สง่ิ ทดี่ ี
จะทำ� ความดี มแี ตเ่ รอ่ื งแตร่ าวสรา้ งขน้ึ มาใหเ้ ปน็ ขวากเปน็ หนามกนั้ ทางตวั เองเสยี หมด
หาทางไปไมไ่ ด้ สดุ ทา้ ยกน็ อนจมหนามอยนู่ นั่ แหละ ตอนจะนอนจมหนามไมค่ ดิ เอาแต่
ความสะดวกสบายในปจั จบุ นั แตเ่ รอื่ งของความทกุ ขท์ จ่ี ะเกดิ ขนึ้ เพราะความสะดวกน้ี
ไมไ่ ด้ค�ำนงึ ถงึ จงึ โดนเอา โดนเอาแต่สงิ่ ที่ไมพ่ งึ ปรารถนา

นกั ปราชญท์ า่ นใช้สตปิ ญั ญา พิจารณาคาดหนา้ คาดหลงั ให้เห็นอย่างแจม่ แจง้
ชดั เจนแลว้ ทา่ นกบ็ กุ ไมย่ อมถอย! ตายกต็ าย คนทง้ั โลกตายดว้ ยกนั ทง้ั นน้ั สตั วท์ งั้ โลก

289

ตายดว้ ยกนั ทงั้ สน้ิ ไมม่ ใี ครจะยงั เหลอื อยแู่ มร้ ายเดยี ว! ตายกข็ อใหต้ ายดี จะทำ� ความ
เพยี รกท็ ำ� ไดเ้ มอื่ ยงั มชี วี ติ อยนู่ ี่ ตายแลว้ ทำ� อะไรไมไ่ ด้ จะแกต้ วั กแ็ กใ้ นเวลามชี วี ติ อยนู่ ้ี
ตายแลว้ แก้ไม่ได้ เหตุผลกบ็ อกอยู่อย่างนี้

ใหพ้ ยายามแกน้ ะ แกใ้ หจ้ นหมด แกโ้ ทษหมดแลว้ กไ็ มม่ โี ทษ เหมอื นนกั โทษพน้
จากความเปน็ นักโทษ พน้ จากเรือนจ�ำกก็ ้าวเข้าสู่ “ความอิสระ” จิตใจพน้ จากโทษ
จากกรรมภายในใจแลว้ กก็ ลายเปน็ “ใจอสิ ระ” ความเปน็ อสิ ระ เราผเู้ ปน็ อสิ ระ แสนสบาย!
ไม่มีใครมากดข่ีบังคับได้ จิตใจที่เป็นอิสระก็ย่ิงผาสุกสบายย่ิงกว่านี้ร้อยเท่าพันทวี
จนหาท่เี ทยี บที่เปรยี บไม่ได้!

ใครจะตอ้ งการเป็น “บ๋อย” ใครจะต้องการเปน็ ทาสของใคร? แตเ่ วลาเปน็ ทาส
ของกเิ ลส เราไมค่ อ่ ยจะคำ� นงึ จงึ ตอ้ งตดิ อยใู่ นหว่ งของกเิ ลส กเิ ลสจงึ บงั คบั บญั ชาใหร้ บั
ความทกุ ข์ ความทรมาน เพราะฉะนนั้ จงเหน็ กเิ ลสนเี้ ปน็ ขา้ ศกึ แลว้ ตอ่ สกู้ เิ ลสเพอ่ื ชยั ชนะ
ใจเปน็ อสิ ระแกต่ วั เอง ตอ่ สไู้ มห่ ยดุ ไมถ่ อย กเิ ลสจะมมี ากนอ้ ยบนหวั ใจกส็ ลายตวั ไปได้
เพราะอ�ำนาจแห่งการตอ่ สู้ การตา้ นทาน การท�ำลาย ใจกก็ ลายเปน็ อสิ ระขนึ้ มา

ใจเปน็ อสิ ระแลว้ กไ็ มม่ อี ะไร มแี ตค่ วามเกษมสำ� ราญเทา่ นน้ั ไมม่ อี ะไรทจี่ ะสบาย
ยง่ิ กวา่ ความเปน็ อิสระของใจ!

“ธมฺมํ สรณํ คจฉฺ าม”ิ เป็นธรรมอันประเสริฐเลศิ โลก เกดิ ขนึ้ จากการประพฤติ
ปฏบิ ตั ดิ ปี ฏบิ ตั ชิ อบของพระองค์ และการประพฤตปิ ฏบิ ตั ดิ ปี ฏบิ ตั ชิ อบนน้ั แล เปน็ ทางที่
จะกา้ วเข้าสธู่ รรมอันเกษม

“สงฆฺ ํ สรณํ คจฉฺ าม”ิ พระสงฆอ์ งคป์ ระเสรฐิ ทงั้ หลาย ทา่ นเดนิ นำ� หนา้ เรา เราเดนิ
ตามหลงั ทา่ นไปโดยลำ� ดบั ดว้ ยขอ้ ปฏบิ ตั ดิ ี ทา่ นเหลา่ นเ้ี ปน็ ผพู้ น้ ทกุ ขไ์ ปแลว้ ตามเสดจ็
พระพทุ ธเจา้ ทนั เรากต็ ามรอยของทา่ นดว้ ยการประพฤตปิ ฏบิ ตั ดิ ี อยทู่ ไ่ี หนใหม้ ธี รรม
ภายในใจ คนมธี รรมภายในใจ กเิ ลสกลวั ไมใ่ ช่กเิ ลสจะไม่กลวั กิเลสมนั มีท้ังกล้า
ทงั้ กลวั อยใู่ นตวั ของมนั แตม่ อี ยใู่ นใจของเรา เราจงึ มคี วามกลา้ ความกลวั ไปตามกเิ ลส
ถา้ หมดกเิ ลสจรงิ ๆ แลว้ ความกลา้ กไ็ มม่ ี ความกลวั กไ็ มม่ ี มแี ตค่ วามเสมอภาค มแี ต่

290

ความสมำ�่ เสมอ ความคงเสน้ คงวา ปรากฏชอ่ื ลอื นามวา่ “ประเสรฐิ ” อยอู่ ยา่ งนน้ั ตลอดไป
นไ่ี ม่ใช่กิเลส แตเ่ ปน็ ธรรมแท้ เปน็ อย่างนน้ั

เราต้องพยายามรีบเร่งขวนขวาย ลมหายใจหมดไปทุกวนิ าที แมล้ มหายใจเข้า
ลมหายใจออกอยู่ เหมอื นไมห่ มดกต็ าม แตม่ นั หมดไปในหลกั ธรรมชาตขิ องมนั ทลี ะเลก็
ละนอ้ ยโดยลำ� ดบั แลว้ เอากลบั คนื มาไมไ่ ด้ เมอื่ หมดไปๆ กถ็ งึ ทส่ี นิ้ สดุ คอื หมดไปเสยี
จรงิ ๆ จนไมม่ อี ะไรเหลอื เมอ่ื ไมม่ ลี มหายใจเหลอื อยแู่ ลว้ เขาจะเรยี กวา่ อะไร? กเ็ รยี กวา่
“คนตาย”

การตายขอใหต้ ายแต่รา่ งกาย จิตใจอย่าให้ตายจากคุณงามความดี ให้ได้เกาะ
คณุ งามความดนี ไี้ ป เพราะสาระสำ� คญั กค็ อื ใจ และเปน็ “มหาสมบตั ”ิ ใหพ้ ยายามบำ� รงุ
ใหพ้ ยายามรอื้ ฟน้ื ขน้ึ มาดว้ ยความพากเพยี ร ใหเ้ ดน่ ดวงภายในจติ นแี่ ลทา่ นวา่ “สมบตั ิ
อนั ประเสริฐ คอื ใจ”

สมบัติอ่ืนเหล่าน้ัน เป็นสมบัติภายนอกพอได้อาศัยเป็นวันๆ ไม่ได้ประมาท
เกดิ ขน้ึ มากต็ อ้ งอาศยั สมบตั ภิ ายนอกนแ้ี หละเปน็ เครอ่ื งบำ� รงุ สง่ เสรมิ รา่ งกายของเราให้
เจรญิ เตบิ โตขน้ึ มา สดุ ทา้ ยกต็ อ้ งอาศยั ความดที เ่ี ปน็ สาระสำ� คญั ภายในใจพาไปตงั้ ราก
ต้ังฐานในภพชาติตอ่ ไป หากกิเลสยงั ไมส่ ้ิน

เมอ่ื กเิ ลสสนิ้ ไปแลว้ เพราะความพากเพยี รอนั ถงึ เหตถุ งึ ผล ถงึ ทถ่ี งึ แดนนน้ั กห็ มด
ปัญหาเรอื่ งเกิดๆ ตายๆ กลายเปน็ “มหาสมบตั ”ิ ดังพระพุทธเจ้าตรสั รู้ ก็คือ ตรัสรู้
มหาสมบัติ สาวกบรรลุก็บรรลุธรรมท่ีเป็นมหาสมบัติ ไม่ต้องมาวกเวียนเปล่ียนไป
เปลย่ี นมาเหมอื นกงั หนั เกดิ แลว้ ตาย ตายแลว้ เกดิ จนตวั เองกน็ บั ไมจ่ บไมส่ นิ้ ไมท่ ราบวา่
จะนบั ไดอ้ ยา่ งไร มนั เหมอื น “ตามรอยววั ในคอก” นนั่ แหละ ไมท่ ราบรอยเกา่ รอยใหม่
มนั เหยยี บยำ่� แหลกไปทง้ั คอก จะตามไดอ้ ยา่ งไร! มนั วกมนั เวยี น มนั สบั มนั สน เดนิ ไป
ท่ไี หน มองไปทีไ่ หน มแี ตร่ อยววั เตม็ อยใู่ นคอก เพราะมนั เหยียบย่�ำไปมาเปน็ ประจ�ำ
ทั้งคนื ทงั้ วัน ไมท่ ราบรอยไหนรอยออก รอยไหนรอยเข้า เพราะมนั อยใู่ นคอก ไม่มี
ทางออก

291


Click to View FlipBook Version