The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-02-24 20:00:40

ศาสนาอยู่ที่ไหน

ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

ค�ำวา่ “สขุ ในข้ันใดๆ” นนั้ เราจะไม่ถามที่ไหน นอกไปจากใจ ทรี่ ู้อยู่โดยลำ� พัง
ตนเองเทา่ นน้ั จนกระทง่ั ถงึ “ปรมํ สขุ ”ํ แลว้ จะไมม่ ปี ญั หาอะไรอกี ไมต่ อ้ งไปถามทไ่ี หน
เมอื่ ถึงความจริงแล้วไม่ถาม!
เมอื่ ถงึ ความจรงิ แลว้ ไมอ่ ยาก? อยากไปนพิ พานกไ็ มอ่ ยาก อยากไปหาประโยชน์
อะไร? ความอยากคือความบกพร่อง ความหิวโหย เปน็ ความดีอย่หู รอื ? ความอยาก
ไปนพิ พานนนั้ กค็ อื ความหวิ นนั่ แล ความบกพรอ่ งอยนู่ นั่ แล มนั ถงึ อยาก เมอื่ อม่ิ แลว้
อะไรจะอยาก ไม่อยาก หวานกแ็ ล้ว คาวกแ็ ล้ว รสเอร็ดอรอ่ ยขนาดไหนที่เคยรับ
ประทานมา มนั ไมอ่ ยาก เพราะอ่มิ แล้ว พอแลว้ ธาตุขันธพ์ อแลว้ รับอีกไม่ได้ อ่ิม
พอตัวแล้ว?
เมอ่ื ธรรมพอตวั ภายในจติ แลว้ คำ� วา่ “นพิ พาน” กไ็ มอ่ ยาก อยากไปทำ� ไม และรู้
ดว้ ยวา่ นพิ พาน คอื อะไร!
เอาละ!

492

โลกไมว่ า่ งจากพระอรหนั ต์

พระพทุ ธเจา้ ทา่ นเปน็ นกั รบ ทรงสอนพทุ ธบรษิ ทั ใหเ้ ปน็ นกั รบเหมอื นกนั วธิ กี าร
ทพี่ ระทา่ นไปเทย่ี วกรรมฐานในทตี่ า่ งๆ ลว้ นเปน็ วธิ กี ารของ “นกั รบ” ทงั้ นน้ั ทา่ นไปตามปา่
ตามเขาลำ� เนาไพร อดอยากขาดแคลนไมส่ นใจ ตงั้ หนา้ ตง้ั ตาเขา้ สแู่ นวรบ เพอ่ื ฆา่ กเิ ลส
ซึ่งเปน็ ตัวกอ่ กวนทำ� ลายจติ ใจของสตั วโ์ ลกตลอดมา ไมม่ ีอะไรท่ีจะเปน็ ภยั นานาชนดิ
คือ เป็นภัยเล็ก ภยั นอ้ ย ภัยใหญ่ ภยั พิบตั ิ ภัยรอบดา้ น ยง่ิ ไปกว่ากเิ ลสสรา้ งในใจ
สตั ว์โลก

ฉะนน้ั ผปู้ ฏบิ ตั ซิ งึ่ เปน็ งานโดยตรงเพอ่ื ถอดถอนกเิ ลส จงพจิ ารณาเตม็ สตกิ ำ� ลงั
ความสามารถ ให้สมกับท่ีมองเห็นว่ากิเลสเป็นภัยต่อตัวเองและสัตว์โลกมาแต่กาล
ไหนๆ เพราะตา่ งคนตา่ งมกี นั ตา่ งคนตา่ งนำ� ออกมาจา่ ยตลาด คอื สงั คม ใหเ้ ดอื ดรอ้ น
นอนครางไปตามๆ กนั ทัว่ ดินแดนดงั ท่เี ปน็ อยู่น้ี เราและโลกจะหาความสงบรม่ เยน็
จากไหน การจา่ ยตลาดกเิ ลสมนั ไมเ่ หมอื นจา่ ยอาหารสด อาหารแหง้ ทนี่ ำ� มารบั ประทาน
เพ่อื ประโยชน์แกร่ ่างกายน้ี

การจา่ ยกเิ ลสคอื ความโลภ ความกรว้ิ โกรธ ความลมุ่ หลงงงงนั ดว้ ยราคะตณั หา
ตามืดบอดนี้ มันท�ำให้โลกและเราร้อนเป็นฟืนเป็นไฟ ไม่มีเวลาสร่างซาบ้างเลย
พระพทุ ธเจา้ จงึ ทรงสอนใหเ้ ปน็ “นกั รบ” กบั มนั เพราะทรงเหน็ โทษและทรงดำ� เนนิ มาแลว้
ไดผ้ ลอยา่ งไร กท็ รงนำ� วธิ กี ารทถ่ี กู ตอ้ งและไดผ้ ลเปน็ ทพี่ อพระทยั มาแลว้ นนั้ มาสงั่ สอน

493

สตั วโ์ ลก คอื พวกเราทก่ี ำ� ลงั กำ� ดำ� กำ� ขาวหาทางออกไมไ่ ดอ้ ยเู่ วลานี้ ผใู้ ดเชอื่ ฟงั และปฏบิ ตั ิ
ตามพระองคก์ เ็ ปน็ สริ มิ งคล และมชี ยั ชนะแกต่ นไปโดยลำ� ดบั ไมอ่ บั จนทนทกุ ขท์ รมาน
ไปนาน ผไู้ มเ่ ชอื่ ฟงั ทา่ นยง่ิ กวา่ การเชอ่ื ฟงั กเิ ลสของตวั กช็ ว่ ยไมไ่ ด้ จะตอ้ งปลอ่ ยใหก้ เิ ลส
เปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบเอง ผลจะเปน็ อยา่ งไรนนั้ ไมม่ ใี ครกลา้ เสยี่ ง เชน่ เดยี วกบั โจรผรู้ า้ ยจบั
เจา้ ของทรพั ยไ์ ป ไมม่ ใี ครกลา้ เสยี่ งภยั แทนเขาได้ ฉะนน้ั เราชาวพทุ ธจงึ ไมค่ วรประมาท
นอนใจในขณะทย่ี งั พอตะเกยี กตะกายไดอ้ ยู่ เวลาไปเจอความจนตรอก กจ็ ะเจอคำ� วา่
“สายเสยี แลว้ ” ในขณะเดียวกัน ซง่ึ ไม่ใช่ของดีเลย

พระพทุ ธเจา้ มาตรัสรู้แตล่ ะพระองค์ ปรากฏว่าไดท้ �ำประโยชน์แกโ่ ลกมากมาย
จนคณนานบั ไม่ได้ ทรงส่ังสอนสตั ว์โลกให้พน้ ทุกขไ์ ปได้ไมม่ ปี ระมาณ ขณะทย่ี ังทรง
พระชนมอ์ ยกู่ ม็ จี ำ� นวนมากมายทไี่ ดร้ บั แสงธรรมจากพระองค์ นอกจากนนั้ พระโอวาท
กย็ งั เปน็ แนวทางอนั ถกู ตอ้ งดงี ามเรอื่ ยมาเพอื่ บรรดาผทู้ น่ี บั ถอื ไดน้ อ้ มรบั ไว้ และไดน้ ำ�
ไปประพฤติปฏิบัติตาม ดังเราทัง้ หลายปฏบิ ัติบ�ำเพ็ญอย่เู วลานี้

อยา่ เข้าใจว่า “พระพทุ ธเจ้าเสด็จเข้าปรนิ ิพพานไปนานแล้ว มรรค ผล นพิ พาน
หมดเขตหมดสมยั ไปแลว้ ” นนั้ เปน็ ความเขา้ ใจผดิ ซงึ่ มฝี งั ใจอยแู่ ทบทกุ คนโดยไมท่ ราบ
วา่ เปน็ ความคดิ ผดิ และตดั ทอนผลประโยชนข์ องตวั อนั จะพงึ ไดพ้ งึ ถงึ จากการประพฤติ
การปฏบิ ัตติ ามศาสนา อันเป็น “สวากขาตธรรม” มาดัง้ เดมิ

ถา้ คดิ วา่ พระพทุ ธเจา้ ปรนิ พิ พานไปนานแลว้ นน้ั เปน็ ไปตามกาลตามสมยั ธรรมดา
กไ็ มม่ คี วามผดิ และเสยี หายอะไร แตส่ ำ� คญั ทวี่ า่ “พระพทุ ธเจา้ ปรนิ พิ พานไปนานแลว้ ”
เหมอื นกบั การรอื้ ถอนเอาศาสนธรรมไปดว้ ยหมด ทง้ั ฝา่ ยมรรคฝา่ ยผล ยงั เหลอื แตช่ อ่ื
คมั ภรี ใ์ บลานและตวั หนงั สอื เทา่ นน้ั ไมม่ อี ะไรเหลอื อยเู่ ลย ความคดิ ในลกั ษณะนจ้ี งึ เปน็
ความคดิ ท่ีผดิ

ก่อนที่จะเสด็จปรินิพพาน พระองค์ก็ได้ประทานพระโอวาทไว้กับพระอานนท์
ตอนทพ่ี ระอานนทไ์ ปทลู ถามทา่ นวา่ “เมอื่ พระองคป์ รนิ พิ พานแลว้ นานเทา่ ใด มรรค ผล
นพิ พาน จงึ จะหมดเขตหมดสมยั ” ทา่ นรบั สงั่ เฉยี บขาดเผด็ รอ้ นวา่ “อานนท์ ถามทำ� ไม?

494

โอวาททง้ั หมดทเ่ี ราตถาคตสง่ั สอนไวแ้ ลว้ เพอื่ มรรค ผล นพิ พาน ทง้ั นนั้ เราไมไ่ ดเ้ อา
มรรค ผล นพิ พาน ของใครทงั้ สนิ้ ไป นอกจากตวั ของเราเองเทา่ นน้ั ทเี่ ราชำ� ระบรสิ ทุ ธ์ิ
เรยี บรอ้ ยแลว้ อนั เปน็ สมบตั ขิ องเราโดยเฉพาะเพยี งเทา่ นน้ั นอกนนั้ ไมม่ อี ะไรบกพรอ่ ง
หากผปู้ ฏบิ ตั ดิ ี ปฏบิ ตั ชิ อบ ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมสมควรแกธ่ รรมยงั มอี ยู่ พระอรหนั ตไ์ มส่ นิ้ ไป
จากโลก อานนทอ์ ยา่ สงสยั ” นนั่ พระธรรมวนิ ยั นนั้ แล จะเปน็ ครเู ปน็ อาจารยแ์ ทนเรา
ตถาคต เมอื่ เราปรินพิ พานไปแล้ว” น่ัน ฟงั ดูซี นเี่ ปน็ หลักธรรมสำ� คัญมาก

เพราะฉะนนั้ การปรนิ พิ พานจงึ เปน็ เรอ่ื งของพระองคโ์ ดยเฉพาะ ไมเ่ กย่ี วกบั เรอ่ื ง
มรรค ผล นพิ พาน ทพี่ ระองคจ์ ะทรงรอื้ ถอนไปหมด ดงั ทส่ี ว่ นมากเขา้ ใจกนั เชน่ เขา้ ใจวา่
ศาสนาลว่ งไปนานแลว้ เวลานี้ มรรค ผล นพิ พาน หมดไปแลว้ ใครปฏบิ ตั ดิ ี ปฏบิ ตั ชิ อบ
เพยี งใด กไ็ มม่ หี วังได้รับ มรรค ผล นพิ พาน เปน็ เครือ่ งตอบสนอง การคิดเชน่ นน้ั
เป็นความเข้าใจผดิ

ความจรงิ ศาสนาลว่ งไปไหน พระโอวาทยงั มอี ยทู่ กุ บททกุ บาทโดยสมบรู ณ์ ความ
บกพรอ่ งกค็ อื การปฏบิ ตั ติ ามเทา่ นนั้ ทพ่ี าใหเ้ ปน็ ผบู้ กพรอ่ ง แมจ้ ะสมบรู ณก์ ข็ นึ้ อยกู่ บั การ
ปฏบิ ตั ิตามเปน็ ส�ำคญั กวา่ สถานที่ กาลเวลา

การทศี่ าสนธรรมจะบกพรอ่ งเพราะการปรนิ พิ พานของพระพทุ ธเจา้ นน้ั ไมป่ รากฏ
นอกจากพระโอวาททพี่ ระองคป์ ระทานดว้ ยพระองคเ์ องจากพระโอษฐ์ เมอ่ื ปรนิ พิ พาน
แลว้ กย็ ตุ ิ “พทุ ธภาระ” ในสว่ นนน้ั ทงั้ หมดกห็ มดไป ผทู้ คี่ วรจะไดร้ บั ประโยชนใ์ นระยะท่ี
พระองคย์ งั ทรงพระชนมอ์ ยู่ กเ็ ปน็ อนั วา่ ผา่ นไป เพราะสดุ วสิ ยั ทจ่ี ะทรงแสดงไดเ้ หมอื น
ขณะยงั ทรงพระชนมอ์ ยู่ แต่ พระโอวาทท่ีทรงสงั่ สอนไวแ้ ล้วเพอ่ื มรรค ผล นิพพาน
โดยตรงนน้ั ไม่มีอะไรบกพร่อง หรือขาดหายไปกบั การปรนิ ิพพานของพระองค์เลย
ศาสนธรรมยงั “คงเสน้ คงวาเรือ่ ยมา” ตลอดปัจจบุ ันน้ี

เบอื้ งตน้ ไดพ้ ดู ถงึ “นกั รบ” พระพทุ ธเจา้ ทรงเปน็ “นกั รบชนั้ เอก ชน้ั เยย่ี ม” ไมม่ ี
ใครบอกทางกลอุบายวิธีที่จะรบกบั กเิ ลสท้งั ปวง ไมม่ ีใครบอกไมม่ ีใครสอน เรยี กวา่
“สยัมภู”

495

เมอ่ื เรม่ิ บำ� เพญ็ ทแี รกกเ็ ปน็ ความดน้ เดา เปน็ ธรรมดาของทางทไี่ มเ่ คยเดนิ จำ� ตอ้ ง
สงสยั สดุ ทา้ ยกด็ ำ� เนนิ ถกู ตอ้ งจนชำ� ระกเิ ลสออกหมดจากพระทยั กลายเปน็ พระพทุ ธเจา้
องคเ์ อกขนึ้ มาใหโ้ ลกกราบไหวบ้ ชู า แลว้ ทรงนำ� “อบุ ายวธิ ที ถี่ กู ตอ้ ง” นน้ั มาสง่ั สอนโลก
โดยลำ� ดับๆ ผ้ทู ่เี ชอื่ ตามพระองค์ก็ไดส้ �ำเรจ็ มรรค ผล นพิ พาน ตามเสดจ็ ทา่ นทัน

จากนั้นก็ประทานพระโอวาทไว้ให้ผู้เคารพนับถือทั้งหลายปฏิบัติตามเร่ือยมา
จนกระทงั่ ปจั จบุ นั น้ี ไมป่ รากฏวา่ ธรรมบทใดบาทใดบกพรอ่ งไปเลย ทส่ี ำ� คญั อยา่ งยง่ิ
ก็คอื “มชั ฌิมาปฏิปทา” นเี่ ปน็ ทางด�ำเนนิ เพอ่ื มรรคเพ่อื ผลโดยตรง

สว่ นที่เปน็ “พระสตู ร” นน้ั คัมภีร์นี้ เปน็ เรื่องกลา่ วไวเ้ พือ่ เตือนใจใหค้ ติเป็น
แขนงๆ ไป แตส่ ว่ นส�ำคัญจรงิ ๆ ทเี่ ป็น “องคแ์ หง่ การปฏิบัติ” หรอื “องค์แหง่ มรรค”
หรอื “มรรค ผล นพิ พาน” จรงิ ๆ แลว้ กไ็ ดแ้ ก่ “สมั มาทฏิ ฐิ สมั มาสงั กปั โป จนกระทง่ั
สัมมาสมาธิ” นี้ เคล่ือนคลาดไปไมไ่ ด้ ทางน้ีเป็นทางด�ำเนินโดยตรง ใครจะไปตดั ลัด
ให้ขาด ทอนลงไปยิ่งกวา่ นไ้ี ม่ได้ จะท�ำใหย้ ดื เย้อื ยิ่งกวา่ น้ีกไ็ ม่ได้ เพราะเป็นธรรมที่
จำ� เพาะเหมาะสมแลว้ ในการแกก้ เิ ลสทกุ ประเภท ไมม่ กี เิ ลสตวั ใด ประเภทใด จะเหนอื
อ�ำนาจ “มรรค” ท่ีเปน็ “มัชฌมิ า” นีไ้ ปได้ เพราะธรรมนีค้ ือธรรมในทา่ มกลางความ
เหมาะสม

คำ� วา่ “สมั มาทฏิ ฐ”ิ จะหมายถงึ อะไร ถา้ ไมห่ มายถงึ “ปญั ญาความเฉลยี วฉลาด”
ความเฉลยี วฉลาดนน้ั แล เปน็ เครอ่ื งชำ� ระหรอื ฟาดฟนั หนั่ แหลกกเิ ลสทกุ ประเภทอยา่ ง
ทันสมัย เพราะกิเลสมันก็เฉลียวฉลาดไปแบบหน่ึงของมัน ไปแบบผูกมัดสัตว์โลก
ธรรมทเ่ี รียกวา่ “ปญั ญา” น้ี เป็นความเฉลยี วฉลาดในการถอดถอน ในการแก้สงิ่ ที่
ผกู มดั น้นั ออกจากจิตใจ

“สัมมาทฏิ ฐิ สมั มาสังกัปโป” สองอยา่ งน้เี ปน็ เรอ่ื งของ “ปัญญา” “สมั มาวาจา
สมั มากมั มนั โต สมั มาอาชโี ว สมั มาวายาโม สมั มาสติ สมั มาสมาธ”ิ นเ่ี ปน็ องคป์ ระกอบ
ไปโดยล�ำดับๆ น่ีเป็นธรรมจ�ำเป็นอย่างยิ่งและมีอยู่แล้วอย่างสมบูรณ์ ไม่มีอะไร
บกพรอ่ ง

496

ถา้ “มรรค” คอื ข้อปฏิบตั ินี้บกพร่องในรายใด อริ ยิ าบถใด ผูน้ ั้นกช็ ่ือวา่ “การ
ด�ำเนนิ ของตนบกพรอ่ ง” ถ้า “มชั ฌมิ าปฏปิ ทา” นี้สมบูรณ์ในใคร ไม่ว่าผู้หญิง ผ้ชู าย
ไมว่ า่ นกั บวช หรอื ฆราวาส ผนู้ น้ั ไดช้ อ่ื วา่ “ปฏบิ ตั ดิ ำ� เนนิ โดยถกู ตอ้ ง” จะถงึ จดุ ทหี่ มาย
ไมเ่ นน่ิ นาน ไม่มที างปลกี ทางแวะ คือทางมัชฌิมานี่เท่านั้น นอกน้ันเอาแน่ไมไ่ ด!้

นเี่ ปน็ ทางดำ� เนนิ ทพี่ ระพทุ ธเจา้ ทง้ั หลายทา่ นดำ� เนนิ มาแลว้ ทรงรทู้ รงเหน็ ดว้ ยการ
ดำ� เนนิ อยา่ งนี้ ประทานไว้แก่สัตว์โลกแบบเดียวกันนี้ ผปู้ ฏิบตั ิกป็ ฏบิ ตั ิตามน้ี

ธรรม คอื “มชั ฌมิ า” น้ี จงึ เปน็ ธรรมทเ่ี หมาะสมอยา่ งยง่ิ ในการแกก้ เิ ลสทกุ ประเภท
ไมม่ ีกเิ ลสตวั ใดจะนอกเหนืออ�ำนาจ “มัชฌิมาปฏิปทา” นี้ไปได้ เราจงึ เปน็ ทแี่ น่ใจกบั
ธรรมนี้ มีแต่จะพยายามส่งเสรมิ ให้ธรรมนีม้ ีก�ำลังมากขึ้น

คำ� วา่ “สมั มาทฏิ ฐ”ิ คอื ปญั ญา พจิ ารณาใหร้ อบตวั กเิ ลสมนั อยรู่ อบใจ ปญั ญาตอ้ ง
พจิ ารณาใหร้ อบใจรอบตวั กเิ ลสอยรู่ อบตวั ปญั ญาตอ้ งหมนุ ไปรอบตวั กเิ ลสออกไปแผ่
อ�ำนาจไกลขนาดไหน ปัญญาตามตอ้ นตามตดี ว้ ยอบุ ายแยบคายของตนเพอื่ สลัดตดั
ท้ิงกเิ ลสประเภทนน้ั ๆ ออกได้โดยล�ำดบั ๆ อยา่ ให้มอี ะไรเหลอื

มสี ติปัญญาเปน็ สำ� คญั สติติดตามงานท่ปี ญั ญาทำ� การขดุ คน้ ไปไม่ลดละ ขณะ
ก�ำหนดหรือพิจารณาก็ให้มีสติติดตาม สติกับปัญญานี้ส�ำคัญมากในการด�ำเนิน
“มรรค”

อะไรที่เรยี กว่า “กิเลส”? กิเลสทุกวนั น้ีคอื อะไร? เคร่อื งมือของกเิ ลสคอื อะไร?
ได้อธบิ ายมาแลว้ เราเคยทราบแล้ว เครอื่ งมอื ของกเิ ลส กค็ ือพวกสังขาร ความคิด
ความปรงุ เหลา่ นเี้ ปน็ ต้น อันน้แี หละเปน็ เครื่องมือของกิเลส กิเลสเอาไปใช้ ไปคดิ
ไปปรงุ ไปแต่ง ไปส�ำคัญมนั่ หมาย ส่ิงนัน้ เป็นน้นั ส่ิงน้เี ป็นน้ี สง่ิ นั้นว่าดี ส่ิงนี้ว่าชั่ว
วา่ ไปอยา่ งน้ันแหละ เพลงกลมายาของกเิ ลส

เรากค็ ลอ้ ยตามหลงตามชนดิ ไมเ่ บอื่ จงึ ถกู หลอกถกู ตม้ ตนุ๋ ไปตลอดกาล เมอ่ื หลง
ตามกเิ ลสแลว้ ผลทปี่ รากฏขน้ึ มาคอื อะไร? กค็ อื ความโศกเศรา้ ความทกุ ข์ ความทรมาน

497

ทางจติ ใจ เพราะฉะนน้ั ปญั ญาจงึ ตอ้ งตามแก้ สงิ่ ใดทก่ี เิ ลสเสกสรรขน้ึ มา ปญั ญาทำ� ลาย
ความเสกสรรนัน้ ให้ลงส่หู ลกั ความจริง

ความจรงิ คอื ธรรม ความแปลกปลอม คอื เรอื่ งของกเิ ลส แยกแยะใหเ้ หน็ ตาม
ความจริง เช่น เป็นสตั ว์เปน็ บุคคล อะไรเปน็ สตั ว์ อะไรเป็นบุคคล มนั ตดิ เรือ่ งอะไร
อะไรเปน็ สตั ว์ พจิ ารณาให้ร้ใู หท้ ราบว่าเปน็ สัตว์ เปน็ บคุ คล จรงิ หรือปลอม?

คำ� วา่ “คน” วา่ “หญงิ ” วา่ “ชาย” มอี ะไรอยใู่ นนน้ั ความจรงิ นน้ั กส็ ว่ นตา่ งๆ แหง่
ธาตผุ สมกนั อยเู่ ทา่ นนั้ กเิ ลสอาสวะ มนั วา่ “เปน็ คน เปน็ สตั ว์ วา่ สวย วา่ งาม วา่ จรี งั ถาวร
ว่ามคี ณุ มคี ่าน่าพงึ ใจ ใครไ่ ด้ใคร่เหน็ ใครอ่ ยากไดเ้ ป็นของตน” อะไรๆ มคี ่าไปหมด
บทเราจะตาย มันไม่บอกไมเ่ ตอื นเลย เห็นไหมเรื่องของกเิ ลส

เรอื่ งกเิ ลสทจี่ ะทำ� ใหค้ นหลงคลอ้ ยตามมนั หรอื ลม่ จมตามมนั มนั หลอกวา่ “มคี า่ ”
ทั้งนน้ั แหละ อะไรก็ตามว่ามคี ่าไปหมด เราไมไ่ ดใ้ ช้หัวคดิ ใช้ปญั ญาให้เห็นตามจริง
กเ็ ชอ่ื มนั ไป กล็ ม่ จมตามมนั ไปเรอ่ื ยๆ นนั่ ! ผลมแี ตค่ วามทกุ ข์ ความลำ� บากภายในจติ ใจ
น่เี พราะอำ� นาจแห่งความเชอ่ื กเิ ลส เพราะความคล้อยตามเคลิบเคลิ้มไปตามกเิ ลส

ปัญญาจึงต้องตามพิจารณาแยกแยะ เอา้ ยกตวั อยา่ งเชน่ คน อะไรเปน็ คน?
มอี ะไรบา้ ง ทเี่ รยี กวา่ เปน็ คน แยกกนั ออก หนงั หรอื เปน็ คน ผมหรอื เปน็ คน เลบ็ หรอื
เปน็ คน ฟนั หรอื เปน็ คน กระดกู นหี้ รอื เปน็ คน? รวมไปหมดนห้ี รอื เปน็ คน และดตู าม
ความจรงิ ให้เหน็ ชัดด้วยปญั ญาในขณะท่ีก�ำลังพิจารณาแยกแยะ ผมกเ็ รียกวา่ “ผม”
มันเป็นช่ือของผม แล้วนม่ี ันคนท่ไี หน? ผม ขน เล็บ ฟัน หนงั แต่ละอย่าง ละอย่าง
มนั กเ็ ปน็ อยา่ งนนั้ อยา่ งนน้ั มารวมกนั แลว้ เรยี กวา่ “คน” แนะ่ ! จะรวมกนั ขนาดไหน
มนั กส็ ง่ิ นนั้ ๆ แมจ้ ะรวมใหเ้ ทา่ ภเู ขาทง้ั ลกู มนั กค็ อื สง่ิ นนั้ ๆ อยนู่ น่ั เอง จะพอใหล้ มุ่ หลง
ทไ่ี หน จงแยกจากกนั ใหเ้ หน็ ชดั เจนดว้ ยปญั ญา จนถงึ ความแตกสลายของมนั สลายลง
ไปแลว้ มนั ไปเปน็ คนทไี่ หนกนั อกี มนั เปน็ สตั วต์ วั ไหนกนั อกี มนั กเ็ ปน็ ดนิ เปน็ นำ้� เปน็ ลม
เป็นไฟ ตามเดิมของมนั นั่นเอง แม้แต่อย่ใู นร่างกายของเราทป่ี ระชมุ กันอยู่ มันก็เปน็
ตามธรรมชาตขิ องมัน พจิ ารณาแยกแยะลงให้เหน็ ตามความจริงนี้ช่อื วา่ “ธรรม”

498

เมอื่ เหน็ ตามความจรงิ นแ้ี ลว้ จะไปสงสยั อะไร ไปตดิ ไปขอ้ งกบั สงิ่ ใด อนั นนั้ เปน็ นนั้
อนั นเ้ี ปน็ นี้ กท็ ราบวา่ อนั นนั้ เปน็ นนั้ อนั นเ้ี ปน็ น้ี ไมใ่ ชเ่ รา เราไมใ่ ชอ่ นั นน้ั เมอ่ื ปญั ญา
หยง่ั ทราบชดั ลงไปแลว้ จติ จะแยกตวั ออกมาเอง แยกตวั ออกมาดว้ ยอำ� นาจของปญั ญา
ทา่ นเรียกว่า “แก้กิเลส” แก้ตรงนี้

กเิ ลส คอื ความผกู มดั คอื ความยดึ ความถอื ความแบกความหาม ไมร่ จู้ กั หนกั
จกั เบา ไมร่ จู้ กั เปน็ จกั ตาย แบกไปหมดหามไปหมด ยดึ ไปหมด ดกี ย็ ดึ ชวั่ กย็ ดึ รกั กย็ ดึ
ชงั ก็ยดึ เกลยี ดก็ยึด โกรธกย็ ดึ อะไรๆ ยดึ หมด คือตวั กิเลส ไมถ่ อยหลงั มแี ตย่ ดึ
ยดึ เท่าไรกจ็ มลงไป ผู้ที่ยดึ นนั้ กจ็ มไป จมไป จมไปเรื่อยๆ เพราะกิเลสเหยียบย่�ำ
ทำ� ลาย

เมอ่ื ปญั ญาขดุ คน้ ลงไปใหถ้ งึ รากฐานของความจรงิ แลว้ จติ กด็ ดี ขน้ึ มา ดดี ขนึ้ มา
นั่น! น่ีเรยี นหลกั ความจริง ผลเปน็ อย่างน้ี ธรรมคือความจรงิ สอนตามความจรงิ
ผพู้ จิ ารณากพ็ จิ ารณาใหเ้ หน็ ตามความจรงิ เชน่ ทา่ นอยใู่ นปา่ ในเขา มคี วามทกุ ขค์ วาม
ลำ� บากทรมานขนาดไหน ทา่ นไมส่ นใจ ทา่ นพอใจปฏบิ ตั ิ พจิ ารณาในสถานทเี่ หมาะสม
เชน่ นนั้ เพอื่ แกก้ เิ ลสซงึ่ มอี ยภู่ ายในใจทา่ นโดยถา่ ยเดยี วเทา่ นน้ั ไมเ่ ถลไถลเปน็ อยา่ งอนื่
อยู่ไหนกร็ น่ื เรงิ

งานการอะไรกต็ าม ถา้ เราทำ� ลงไปหากมแี ตค่ วามบงั คบั บญั ชาเฉยๆ โดยไมม่ รี ส
มชี าติ ไมม่ คี วามดงึ ดดู ไมม่ คี วามพอใจแลว้ มนั ทำ� ไปไมไ่ ด้ ไมว่ า่ งานทางโลก ไมว่ า่ งาน
ทางธรรม งานทางโลกกท็ ำ� ไปไมต่ ลอดเหมอื นกนั ใครจะไปบงั คบั จติ ใจอยตู่ ลอดเวลา
ต้งั แตเ่ ริ่มงาน ไม่ว่างานช้นิ ไหนมีแต่การบังคับใหท้ ำ� แมแ้ ต่อยู่ในบ้านในเมอื งกม็ กี าร
บงั คบั ใหอ้ ยู่ มนั กอ็ ยไู่ มไ่ ดเ้ หมอื นกนั ไปไหนกถ็ กู บงั คบั จำ� จองใหไ้ ป ไมไ่ ดไ้ ปดว้ ยความ
สมคั รใจ มันจะเปน็ ไปไดย้ งั ไงคนเรา ไปกไ็ ปไมไ่ ด้ อยู่ก็อยไู่ ม่ได้ ท�ำงานก็ทำ� ไมไ่ ด้
จะรบั ประทานอะไรไมม่ รี สมชี าตเิ ลย กบ็ งั คบั ใหร้ บั ประทาน เมอ่ื ถกู บงั คบั ไปเสยี หมด
อยา่ งน้ี โลกจะเปน็ ไปไดอ้ ยา่ งไร มนั เปน็ ไปไมไ่ ด้ ไมม่ ใี ครจะทำ� มแี ตถ่ กู บงั คบั ไปหมด
มนั เปน็ ไปไมไ่ ด!้ สง่ิ เหลา่ นต้ี อ้ งลม้ ละลาย งานการทง้ั หลายตอ้ งลม้ ละลายไมส่ งสยั แตน่ ่ี
เพราะเหตใุ ด โลกจงึ เปน็ โลก งานจงึ เปน็ การเปน็ งาน กเ็ พราะมเี หตมุ ผี ล มเี ครอ่ื งดงึ ดดู

499

พาให้ท�ำถงึ ทำ� แมว้ า่ ล�ำบากกม็ เี หตมุ ีผลทค่ี วรท�ำ ต้องบังคับใจท�ำเพราะเหตุผลน้นั ๆ
เมอ่ื ทำ� ลงไปแลว้ ผลทพี่ งึ ไดร้ บั กเ็ ปน็ เครอื่ งสนบั สนนุ เปน็ สง่ิ พงึ ใจ เปน็ เครอ่ื งประจกั ษ์
กับใจ เปน็ เครือ่ งพาให้ดูดด่ืมให้เกดิ ความพอใจ คนเราจึงท�ำได้ด้วยการบงั คบั บา้ ง
ดว้ ยความพอใจบ้าง ตอ่ ไปกเ็ ป็นความพอใจ

การงานทง้ั หลายไมว่ า่ ชนิ้ เลก็ ชนิ้ ใหญ่ มนั สำ� เรจ็ ไปไดด้ ว้ ยอำ� นาจแหง่ ความพอใจ
เมื่อพอใจโดยทางเหตุทางผลแล้ว ความอุตส่าห์พยายามมันเป็นมาเอง นี่เราพูดถึง
ทางโลก งานของทางโลกเปน็ อยา่ งน้ี มนั มรี สมชี าติ มเี ครอ่ื งดงึ ดดู ใหพ้ าทำ� ใหเ้ ปน็ ใหไ้ ป
มนั จงึ เป็นไป มันจงึ ท�ำได้ งานไมส่ ญู พนั ธุ์

คนและสตั วไ์ มส่ ญู พนั ธไ์ุ ปจากโลก กเ็ พราะความดงึ ดดู มนั มอี ยใู่ นใจทกุ ๆ รายไป
เวน้ พระอรหันตเ์ ท่านน้ั ทีไ่ ม่มอี ะไรดงึ ดดู ใจท่านได้

แยกมาทางเรอื่ งงานของศาสนา งานแกก้ เิ ลสอาสวะ งานบำ� เพญ็ คณุ งามความดี
ก็มีรสมีชาติเชน่ เดยี วกัน การท�ำทานให้ทาน แมท้ รพั ยจ์ ะหมดไปกต็ าม เรากท็ ราบวา่
เราให้ เมอ่ื สงิ่ นไ้ี ดห้ มดไปจากมอื เรากเ็ พอื่ คนอนื่ ไดร้ บั ความสขุ ความสบายจากการให้
ของเราอยา่ งเหน็ ประจกั ษอ์ ยนู่ ี่ หลดุ จากมอื เราไปกไ็ ปอยใู่ นมอื คนทเ่ี ราให้ คนนน้ั ไดร้ บั
ความสขุ ความสบายเพราะการเสยี สละของเรา เรากเ็ หน็ ชดั ๆ คอื เรายน่ื ความสขุ ใหเ้ ขา
เขามคี วามหวิ โหย มคี วามลำ� บากลำ� บน ไมไ่ ดอ้ ยไู่ ดก้ นิ มแี ตเ่ รอ่ื งทกุ ขท์ งั้ นน้ั ไมส่ ะดวก
สบายกเ็ ปน็ ทกุ ข์ ไมไ่ ดก้ นิ อม่ิ หนำ� สำ� ราญกเ็ ปน็ ทกุ ข์ อะไรๆ เกดิ ขนึ้ มา เชน่ ความกระทบ
กระเทอื นรา่ งกายและจติ ใจเปน็ ทกุ ขท์ ง้ั นนั้ เมอื่ เราเสยี สละใหเ้ ขา จะใหข้ า้ วใหน้ ำ�้ กต็ าม
ให้ท่อี ยูท่ ี่อาศัยกต็ าม ให้เงนิ ให้ทองกต็ าม ใหข้ นมข้าวตม้ กต็ าม ล้วนแต่เป็นการเอา
ความสขุ ให้เขา หลดุ จากมือเราไปกเ็ ป็นความสขุ แกเ่ ขา เราเห็นประจักษ์

น่ีแหละท�ำให้เกิดความภาคภูมิใจ หมดเท่าไรก็หมดไป เพราะความสุขเห็น
ประจักษ์อยใู่ นส่งิ ทีเ่ ราให้ ไม่เสียผลเสยี ประโยชน์ คนอ่นื ได้รบั ความสขุ ตามเจตนา
ของเราจรงิ ๆ เห็นได้ชดั ! นีผ่ ลแหง่ การให้ทานก็เหน็ ชัดๆ อยูอ่ ย่างน้ี เพราะฉะน้นั
“ทาน” จงึ ไมเ่ สอื่ มไปจากโลก โลกเหน็ เหตเุ หน็ ผลประจำ� หลกั ธรรมอยเู่ ชน่ นแี้ ลว้ เรอื่ ง

500

การสงเคราะหซ์ ง่ึ กนั และกนั นี้ จะเปน็ ไปจนกระทงั่ ถงึ วนั ไมม่ มี นษุ ยค์ นใด สตั วต์ วั ใด
เหลอื อยู่ในโลก “ทาน” จึงจะหมดไป!

เรอ่ื งรกั ษาศลี กเ็ หมอื นกนั ศลี เปน็ อยา่ งไร? ทำ� ความรม่ เยน็ อยา่ งไรใหแ้ กเ่ ราบา้ ง
เราไม่ไปเบยี ดเบยี นใคร อันใดทีข่ ดั ขอ้ งต่อจติ ใจและสมบัติของเขา เปน็ อนั ตรายตอ่
จติ ใจและสมบตั เิ ขา เราไมท่ ำ� ใครมาทำ� เรา เรากเ็ สยี ใจ ตา่ งคนตา่ งรจู้ ติ ใจของกนั และกนั
แล้วกท็ �ำกันไม่ลง ตา่ งคนต่างก็เยน็ ถ้าเราไมไ่ ปทำ� ลายจิตใจของใคร สมบตั ขิ องใคร
เราก็เยน็ ไมว่ า่ ศลี ประเภทใดมีความเย็น และก็พอใจจะรกั ษา “ศีล” ถงึ จะรกั ษายาก
กพ็ อใจ เพราะเหตผุ ลบง่ บอกอยอู่ ยา่ งชดั เจน เราเองกภ็ มู ใิ จ เราไมไ่ ดก้ อ่ ความเดอื ดรอ้ น
ใหแ้ กผ่ ใู้ ด ไมเ่ บยี ดเบยี นใคร ไมฆ่ า่ ไมท่ ำ� ลายใคร ไมฉ่ ก ไมล่ กั ไมป่ ลน้ ไมส่ ะดมของใคร
ทรพั ยส์ มบตั ขิ องใครทไี่ มใ่ ชข่ องเราแลว้ เราไมเ่ อา เราอยดู่ ว้ ยความภมู ใิ จอยา่ งนเี้ พราะ
ศลี ของเรา เรากพ็ อใจรักษาและภาคภมู ใิ จ

การภาวนา เอา้ ! พดู ถงึ การภาวนา ถงึ จะทกุ ขจ์ ะลำ� บาก กเ็ ราทำ� งานน่ี เพอื่ “ฆา่ ” ตวั
อนั เปน็ เสนยี ดจญั ไรทม่ี อี ยภู่ ายในจติ ใจเรา ซงึ่ เหมอื นกบั เสอื รา้ ยทอ่ี ยภู่ ายในใจ เพราะ
คำ� วา่ “กิเลส” นั้น มนั มหี ลายประเภท ความโลภ กเ็ ปน็ เสอื รา้ ยตวั หน่งึ ความโกรธ
กเ็ ป็นเสอื รา้ ยตวั หนึง่ ความหลง ก็เป็นเสอื ร้ายตัวหนงึ่ แตกแขนงออกไปเป็นลกู เปน็
หลานของเสือรา้ ยทง้ั นั้น ล้วนแลว้ แตก่ ดั แตก่ ินแตฉ่ กี มนุษยแ์ ละสตั ว์กนิ ทัง้ น้นั

เสือร้ายเหล่าน้ีไม่เอาอะไรเป็นอาหาร นอกจากเอาหัวใจของสัตว์โลกน้ีเท่านั้น
เป็นอาหาร ฉกี อยอู่ ยา่ งน้ัน กัดอยู่อยา่ งนั้น ไมต่ ายกท็ ำ� ใหเ้ สยี สขุ ภาพภายในจิตใจ
ถา้ มากกวา่ นนั้ เสยี สขุ ภาพทางรา่ งกายอกี ดว้ ย คนทเี่ สยี ใจมากมกั เปน็ บา้ เปน็ บอไปกไ็ ด้
แลว้ จะไมเ่ สยี สขุ ภาพทางรา่ งกายดว้ ยไดอ้ ยา่ งไร นแี่ หละ “เสอื รา้ ย” มนั มอี ยภู่ ายในใจ

การแกไ้ ข การทำ� ลายเสอื รา้ ยเหลา่ น้ี มนั เปน็ ความถกู ตอ้ งดงี ามนี่ ลองพจิ ารณาดซู ิ
ท�ำไมจะไม่พอใจ คนเราเมื่อท�ำลายขา้ ศึกศตั รูไดเ้ ปน็ วรรคเปน็ ตอนแล้ว ทุกข์กพ็ อใจ
ทกุ ขเ์ พราะความเพยี ร เมอ่ื ทราบแลว้ วา่ สง่ิ นเ้ี ปน็ “อสรพษิ ” เปน็ เสอื รา้ ยอยแู่ ลว้ เราจะ
เลย้ี งมนั ไวท้ ำ� ไม เลย้ี งมนั ไมเ่ กดิ คณุ ประโยชนอ์ ะไร นอกจากคอยทำ� ลาย คอยเบยี ดเบยี น

501

คอยยแุ หย่กอ่ กวนจิตใจเราให้ชอกชำ�้ ขนุ่ มัวเดือดรอ้ น นอนไมห่ ลบั กินไม่ได้ โดย
ถา่ ยเดียว ซง่ึ ลว้ นแตเ่ สือรา้ ยมันเขา้ ไปท�ำลายจติ ใจคนและสัตวท์ ง้ั ส้ิน

การภาวนาเพ่อื ถอดถอน หรือเพือ่ ทำ� ลายเสือร้ายประเภทนใ้ี หต้ ายลงไป นับแต่
พอ่ แมล่ กู หลานของมนั ลงไป เพอ่ื บา้ นเมอื ง ซงึ่ หมายถงึ “จติ ใจ” ของเราจะไดร้ บั ความ
รม่ เยน็ เปน็ สขุ ท�ำไมเราจะไม่พอใจท�ำ!

นแ่ี หละ “ศากยบตุ ร พทุ ธชโิ นรส” คอื บรษิ ทั ของพระพทุ ธเจา้ ทมี่ คี วามพอใจตอ่
อรรถตอ่ ธรรม ตอ่ การบำ� เพญ็ ทาน บำ� เพญ็ ศลี บำ� เพญ็ ภาวนา กเ็ พราะเหตผุ ลอยา่ งนเ้ี อง
ท่านถงึ ทำ� กันมาไม่ขาดวรรคขาดตอน

เอา้ ! ทกุ ขก์ ท็ กุ ข์ ตายกต็ าย เมอื่ เขา้ สสู่ งครามแลว้ ไมต่ ายกใ็ หไ้ ดช้ ยั ชนะ ตายกต็ าย
น่เี ราเขา้ ส่สู งคราม คอื การรบกบั กิเลส สกู้ ับกเิ ลสที่เปน็ เสือร้าย หรอื เปน็ ปัจจามติ ร
ตวั สำ� คญั ทมี่ นั ทำ� ลายจติ ใจเรามาตลอดเวลา นพ่ี อไดส้ ตสิ ตงั และมเี ครอื่ งศาสตราวธุ
ได้แก่ “ธรรม” เป็นเครอื่ งตอ่ สูแ้ ล้ว เรากต็ ้องสู้!

เอา้ ! สดู้ ว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ ในอริ ยิ าบถตา่ งๆ ไมถ่ อย นงั่ กส็ ู้ นอนกส็ ู้ ยนื กส็ ู้ เดนิ กส็ ู้
อาการตา่ งๆ มี “ตอ่ ส”ู้ ทา่ เดยี ว กเิ ลสมนั จะมมี ากมายมาจากทไี่ หน แมม้ มี ากเพยี งไร
การสอู้ ยไู่ มย่ อมถอย และเขน่ ฆา่ อยไู่ มถ่ อย ไมม่ กี ารสง่ เสรมิ กเิ ลส มแี ตก่ ารทำ� ลายกเิ ลส
ไปโดยถา่ ยเดยี ว มนั กต็ อ้ งคอ่ ยหมดไปๆ ตายไปๆ ตายทนี่ น่ั ตายทนี่ อี่ ยไู่ มห่ ยดุ มนั จะ
ยกกองพนั กองพล มาจากโลกไหน เอา้ ! ยกมา จะฆา่ ให้ตายหมด ไมใ่ หเ้ หลอื ไว้ให้
ก่อกวนและท�ำลายอีกตอ่ ไป

นง่ั อยกู่ ฆ็ า่ กเิ ลส นอนอยกู่ ฆ็ า่ กเิ ลส กเิ ลสตายเกลอื่ นอยตู่ ามทนี่ งั่ ทน่ี อน หมอน มงุ้
ทางจงกรมและทน่ี ง่ั สมาธภิ าวนา รม่ ไม้ ในถำ้� เงอื้ มผา ชายปา่ ชายเขา มแี ตศ่ พของกเิ ลส
ที่ถกู ฆา่ ตายเกลื่อนไปหมดทกุ ทิศทุกทาง ไมต่ ้องไปเผาศพมัน กุสลา ธมั มา ไมย่ ุง่ ละ
ฆา่ กเิ ลส มนั ฆา่ งา่ ยจะตายไป ไมต่ อ้ งไปหานมิ นตพ์ ระมากสุ ลา ธมั มา กสุ ลา ธมั มา ยงุ่ ไป
ยงุ่ มา ลำ� บากเปล่า แต่ฆ่าด้วย “กสุ ลา ธัมมา” คอื ความฉลาดท่เี กดิ จากใจเราเอง

502

ฆา่ ตวั พษิ ตวั ภยั อยใู่ นจติ ใจของตนใหห้ มด เอาใหม้ คี วามเขม้ แขง็ กเิ ลสมนั สคู้ วาม
เขม้ แขง็ ไมไ่ ด้ สูส้ ติ ส้ปู ญั ญาไมไ่ ด้ เพราะเปน็ “ศาสตราวุธ” ทที่ ันสมัยท่สี ุดตัง้ แต่
สมยั ใดๆ มา ไม่วา่ พระพทุ ธเจา้ องค์ใด ล้วนแตใ่ ช้สติปัญญานที้ งั้ นั้นเป็นเครอื่ งปราบ
ปรามกเิ ลส อาศยั ความพากเพยี ร ความอตุ สา่ หพ์ ยายามเปน็ เครอื่ งหนนุ หลงั กเิ ลสกต็ าย
ไปดว้ ยอุบายอนั น้ี ดว้ ยวิธกี ารอนั นี้ เราจะเอาวิธีการอะไรมาใช้ ถา้ ไมใ่ ช้วธิ กี ารอันนี้
ยากกเ็ ปน็ วธิ กี ารทช่ี นะกเิ ลส เปน็ วธิ กี ารจะเอาชนะตอ่ กเิ ลส วธิ ที จี่ ะปราบปรามกเิ ลสให้
อยใู่ นเงือ้ มมอื ยากก็ปราบ ง่ายกป็ ราบ ไมถ่ อย! จนกระทงั่ เสอื รา้ ยภายในใจฉบิ หาย
ตายไปหมดแลว้ เราก็อยสู่ บาย!

ชยั ชนะมแี ลว้ ภายในใจเพราะกเิ ลสตายไปหมด ไมม่ อี ะไรมายงุ่ มากวน ไมม่ อี ะไร
มากดั มาฉกี มายแุ หยท่ ำ� ลาย แสนสบาย! อยไู่ หนๆ กส็ บาย “สขุ ํ วต สขุ ํ วต สขุ หนอ!
สขุ หนอ!” ดงั พระมหากปั ปนิ ทา่ นเปลง่ อทุ าน เวลาบรรลอุ รหตั ตผล ผา่ นพน้ ความทกุ ข์
ทรมานเพราะกเิ ลสไปหมดแลว้

แตก่ อ่ นทา่ นเปน็ พระเจา้ แผน่ ดนิ ยงุ่ ยากกบั กจิ บา้ นการแผน่ ดนิ เสยี จนไมม่ เี วลา
จะบรรทม พอเสดจ็ ออกทรงผนวช ไดบ้ รรลุธรรมถึงขั้นพระอรหันตแ์ ลว้ อยู่ท่ีไหนก็
“สุขํ วต สขุ ํ วต สขุ หนอ สขุ หนอ” ก็สขุ นะซี ไมม่ อี ะไรมาบังคบั ใจ ไมม่ อี ะไรมากดขี่
ไมม่ ีอะไรมากัดมาฉีก มายุมาแหย่ ก่อกวนภายในใจ

โลง่ ไปดว้ ยอรรถดว้ ยธรรม โลง่ ไปด้วยความบรสิ ทุ ธ์ิ วา่ งเปลา่ ไปหมดโลกธาตุ
ไม่มีอะไรเขา้ มาย่งุ กวนจิตใจเลย ว่างไปหมด!

นแ่ี หละ วา่ งจากกเิ ลส ตณั หา อาสวะ เหลอื แตใ่ จทบี่ รสิ ทุ ธ์ิ ลว้ นๆ จงึ กลายเปน็ ใจ
ทว่ี า่ งไปหมด วา่ งความทกุ ข์ วา่ งจากความโศกโศกาลยั วา่ งจากสง่ิ ทเี่ ปน็ เสนยี ดจญั ไร
ภายในจิตใจไม่มีเลย น่ัน! ว่างอยา่ งนั้นแสนสบาย!

นค่ี อื ผลแหง่ การรบ คอื ผลแหง่ การกระทำ� ทเ่ี ปน็ ความลำ� บากยากเยน็ ขนาดไหน
ผลกเ็ ปน็ ทยี่ อมรบั กนั วา่ “ประเสรฐิ อยา่ งน!้ี ” แลว้ เหตใุ ดพทุ ธบรษิ ทั เราจะไมพ่ อใจ ดงั ที่
เราทง้ั หลายบำ� เพญ็ อยใู่ นเวลานก้ี เ็ ปน็ ของยากของลำ� บาก แตเ่ รากพ็ อใจทำ� เพราะเหตผุ ล

503

บอกอยแู่ ลว้ วา่ การทำ� นเี้ ปน็ ผลประโยชนอ์ ยา่ งนี้ เราตอ้ งทำ� ยากกท็ ำ� งา่ ยกท็ ำ� เปน็ กส็ ู้
ตายกส็ ู้ ขนึ้ ชอื่ ว่า “นกั รบ” ไม่ใช่ “นกั หลบ”
น่ีแหละศาสนธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงส่ังสอนไว้ แม้ปรินิพพานไปแล้วก็ตาม
ธรรมใดทท่ี รงชไี้ วแ้ ลว้ โดยถกู ตอ้ ง สงิ่ นน้ั จะไมเ่ ปลยื่ นแปลงไปจากความถกู ตอ้ งนน้ั เลย
ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งจรงิ ตามสดั ตามสว่ นทพี่ ระพทุ ธเจา้ ตรสั ไวแ้ ลว้ “สวฺ ากขฺ าโต ภควตา ธมโฺ ม”
ตรัสไว้ชอบแล้ว “นยิ ยานกิ ธรรม” เปน็ ธรรมทจี่ ะน�ำบคุ คลผู้ปฏิบัติให้พ้นไปจากทกุ ข์
ได้โดยล�ำดับ เช่นเดยี วกับพระพทุ ธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ไม่มอี ะไรแตกตา่ งกันเลย
จงึ เปน็ ทภี่ มู ใิ จทเ่ี ราไดเ้ กดิ ในทา่ มกลางแหง่ “ศาสนธรรมอนั ถกู ตอ้ งดงี ามของพระพทุ ธเจา้ ”
เหมาะสมท่สี ดุ มนุษย์เป็นภมู ิทอ่ี ำ� นวยทีส่ ุด เหมาะสมท่สี ุดกบั ศาสนธรรม ท่านจึงได้
ประกาศศาสนาลงไวท้ ่ีมนุษย์เรา
มนษุ ยไ์ ดแ้ กใ่ คร ถา้ ไมไ่ ดแ้ กเ่ รา ใจนเี่ หมาะสมกบั ธรรม ไดแ้ กใ่ จใคร ถา้ ไมไ่ ดแ้ ก่
ใจเราผทู้ ปี่ ฏบิ ตั ธิ รรมอยเู่ วลานี้ มเี ทา่ นเ้ี ปน็ ทเี่ หมาะสมทส่ี ดุ จงึ ขอใหส้ ู้ เอา้ ! หวั ขาดเถอะ!
ชอ่ื วา่ “เปน็ ศษิ ยต์ ถาคต” แลว้ ถา้ ตายในแนวรบ เชอ่ื แนว่ า่ พระพทุ ธเจา้ จะทรง “กสุ ลา” เอง
ถ้าเราได้เป็นนกั รบจริงๆ อย่างนนั้ แลว้
เอาละ พดู ยอ่ ๆ

504

อิสระเสรี

งานของจิตเปน็ งานละเอยี ด ละเอียดยงิ่ กวา่ งานอ่ืนใดเทา่ ทีเ่ คยผา่ นมา ต้องใช้
สตปิ ญั ญาทมุ่ เทลงเตม็ ความสามารถ คำ� วา่ “สตปิ ญั ญา” กม็ คี วามออ่ นแอ และมคี วาม
กล้าแขง็ ต่างกัน ขณะท่ีพยายามฝกึ ฝนอบรมสตปิ ญั ญา เบ้ืองต้นก็ลม้ ลุกคลกุ คลาน
แพ้มากกว่าชนะ นี่พูดเร่ืองความแพ้ ความชนะ ถ้าพูดทางได้ก็ได้น้อยกว่าเสียไป
แตย่ ังดกี วา่ ทีเ่ สียไปตลอดเวลา และไม่มคี วามรสู้ กึ วา่ ตนได้เสียไป หรือไม่ไดค้ ิดวา่
ตนต่อสเู้ พอ่ื อะไรหรอื แก้ไขอะไรบา้ ง ยังดีกวา่ แบบไม่รอู้ ะไรเลยอย่างน้ี
เพียงขณะทเ่ี ริ่มฝกึ หดั จติ เบื้องต้น เราก็ได้เริ่มใชส้ ตแิ ลว้ มคี วามตัง้ ทา่ ตง้ั ทาง
ระมัดระวังอยภู่ ายในใจ คอื ทำ� ความรสู้ กึ กับใจ มีเจตนาพรอ้ ม ไมเ่ ช่นนัน้ กไ็ มท่ ราบ
เรื่องของจิตท่คี ิดออกอยา่ งละเอยี ดลอออยู่ตลอดเวลา
สว่ นงานอ่นื ๆ เราจะท�ำอะไรทางกาย ก็ท�ำไปได้อย่างสะดวกสบาย คดิ ไปไหน
กค็ ดิ ได้ และงานนน้ั กไ็ มเ่ สยี แตง่ านของจติ น้ี ถา้ จะปลอ่ ยใหค้ ดิ ไปอยา่ งนน้ั กไ็ มเ่ กดิ
ประโยชน์ ถา้ คิดตอ้ งคิดดว้ ยเจตนาจรงิ ๆ คือคิดอา่ นไตรต่ รอง ซง่ึ เรียกวา่ เป็นงาน
อันหน่ึง ถ้าปล่อยให้คิดตามธรรมดาของนิสัยจิตก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร นอกจาก
เกดิ โทษทกุ ขข์ น้ึ มา เพราะความคดิ ปรงุ ทไี่ มม่ สี ตคิ วบคมุ งานของจติ จงึ เรยี กวา่ “งาน
ละเอยี ด” แตก่ เ็ ป็นงานเพ่ือเราโดยเฉพาะจรงิ ๆ

505

อันดับแรกก็คือเพ่ือเรา อันดับต่อไปก็เพ่ือผู้อ่ืนท่ีควรจะได้รับ หรือควรจะได้
สงเคราะหก์ นั เปน็ ลำ� ดบั ดงั พระพทุ ธเจา้ ของเราในขณะทเี่ สดจ็ ออกทรงผนวช พระดำ� ริ
ในเบอื้ งตน้ แมจ้ ะทรงปรารถนาวา่ จะทรงเปน็ “ศาสดาสอนโลก” กต็ าม กไ็ มม่ นี ำ�้ หนกั
ยง่ิ กวา่ ทจี่ ะบำ� เพญ็ เพอ่ื พระองค์ คอื เพอ่ื ความรแู้ จง้ แทงตลอด หรอื เพอื่ ถอดถอนกเิ ลสที่
ขดั ขวางอยใู่ นพระทยั เพราะเปน็ ภาระหนกั อยา่ งมากใหส้ น้ิ ไปในขณะเดยี วกนั กอ่ นเปน็
“ศาสดาเพือ่ สอนสัตว์โลก”

ขณะที่ทรงบ�ำเพ็ญเพ่ือตัดจากส่ิงท่ีรักท่ีชอบใจทั้งหลายท่ีสัตว์ตัดกันไม่ค่อยได้
หรอื ตดั กนั ไมไ่ ด้ แตพ่ ระพทุ ธเจา้ ทรงฝนื อยา่ งยงิ่ ราวกบั ฝนื ตดั อวยั วะทร่ี กั สงวนอยา่ งยง่ิ
ของตนออกนนั่ แล ถา้ พดู ตามภาษาของเรา กอ็ ะไรจะรกั ยงิ่ กวา่ เมยี อะไรจะรกั ยงิ่ กวา่
ลกู เลา่ อะไรจะรกั ยงิ่ กวา่ สมบตั พิ สั ถาน ยงิ่ กวา่ เกยี รตยิ ศเกยี รตศิ กั ด์ิ ยง่ิ กวา่ อำ� นาจวาสนา
ท่ตี นปกครองอยู่

อันดับแรกก็คือพระชายา น่ีเป็นส�ำคัญมาก เพราะเป็นผู้พึ่งเป็นพึ่งตายกันมา
อันดบั ที่สองท่เี ปน็ สมบัตสิ ุดท่ีรกั คือพระราชโอรสทเี่ พ่งิ ประสตู ใิ หม่ๆ ที่กำ� ลังน่ารัก
นา่ พงึ พระทยั ขนาดไหน แมเ้ ชน่ นน้ั เพยี งจะเสดจ็ เขา้ ไปชมพระราชโอรส ซง่ึ กำ� ลงั ไสยาสน์
อยกู่ บั พระมารดา ก็ทรงร�ำพึงไตร่ตรองก่อนวา่ จะเปน็ เหตุใหพ้ ระมารดานน้ั ตืน่ จาก
บรรทมขนึ้ มา แลว้ จะเปน็ อปุ สรรคตอ่ การเสดจ็ ออกทรงผนวชของพระองค์ สดุ ทา้ ยก็
ตอ้ งทรงงดและฝนื พระทยั ตดั อยา่ งยง่ิ เหมอื นกบั ดวงพระทยั จะขาดลอยไปเลยเวลานน้ั
แล้วเสดจ็ ออกไปแบบตัดพระทยั ทเ่ี ตม็ ไปด้วยความรกั ความห่วงใยแน่นพระอุระ

ตง้ั แตว่ าระแรกทเี่ สดจ็ ออกทรงบำ� เพญ็ ปฏบิ ตั พิ ระองคอ์ ยดู่ ว้ ยความทกุ ขท์ รมาน
พระกายและพระทยั ตลอดเวลา ความคดิ ความหว่ งใย อนั เปน็ มารตวั สำ� คญั กไ็ มม่ อี ะไร
จะมากยงิ่ กวา่ กเิ ลสมารประเภทน้ี เพราะเปน็ สง่ิ ทเ่ี หนยี วแนน่ แกน่ “วฏั ฏะ” ทเี่ ปน็ ความ
หงึ หวงมากทสี่ ดุ อยภู่ ายในพระทยั แตพ่ ระองคก์ ท็ รงฝนื เตม็ พระสตกิ ำ� ลงั ความสามารถ
ตลอดมา นอกจากนน้ั ยงั ฝนื ตอ่ ความเปน็ อยู่ สถานทอ่ี ยู่ อาหาร ปจั จยั เครอ่ื งอาศยั และ
การบำ� เพญ็ ลำ� บากลำ� บนแคไ่ หน กท็ รงอดทรงทน มพี ระทยั ตงั้ ไวไ้ มล่ ดละ ไมท่ อ้ ถอย
ถงึ พระจติ จะยงั คดิ ถงึ อะไรๆ อยกู่ ต็ าม กท็ รงพยายามตดั อารมณน์ น้ั ๆ อยตู่ ลอดเวลา

506

เพราะเปน็ เรอื่ งของกเิ ลสดว้ ยกนั ซง่ึ ควรจะตดั ใหข้ าดสนิ้ ไปจากพระหฤทยั การถอดถอน
กิเลส ตอ้ งถอดถอนส่งิ เหล่านี้ ซึง่ เปน็ แก่นกเิ ลสของผู้ครองเรอื นจ�ำเปน็ ตอ้ งฝนื

พวกเราคิดดู ขณะที่เสด็จออกทรงผนวชเบ้ืองต้น! จนกระท่ังถึงวันได้ตรัสรู้
เปน็ เวลาหกปนี นั้ ! จะทรงมคี วามทกุ ขค์ วามทรมานมากมายเพยี งไร เพราะสถานที่ อาหาร
ปัจจัยต่างๆ เป็นคนละโลกกับท่ีพระองค์เคยประทับและเสวยอยู่แต่ก่อน จากหอ
ปราสาท ไปประทบั อยใู่ นปา่ ราวกบั สตั วป์ า่ ตวั หนงึ่ ในเวลานนั้ การบำ� เพญ็ กเ็ ตม็ ไปดว้ ย
ความเขม้ งวดกวดขนั สละเปน็ สละตาย ถงึ กบั สลบไสลไปสามครงั้ เหลา่ นม้ี ใี ครกลา้ ทำ� ได้
ท้ังในวงพุทธบริษัท

เพยี งเราอดอาหารเกา้ วนั สบิ วนั กเ็ ปน็ ความทกุ ขเ์ พยี งพออยแู่ ลว้ เฉพาะอยา่ งยงิ่ ใน
วดั ปา่ บา้ นตาด พระทา่ นกเ็ คยอดอาหารบา้ งเหมอื นกนั เปน็ เวลาหลายๆ วนั คอื ตง้ั สส่ี บิ
กวา่ วนั (๔๐ กว่าวัน) ก็มี การอดอาหารเปน็ การฝืนธาตุขันธ์ ท่านกต็ ้องทุกขข์ องทา่ น
เต็มท่ี ไม่สงสยั เป็นแตเ่ พียงแงแ่ ห่งการปฏบิ ตั ิทางใจนั้น ผิดกนั กับพระพทุ ธเจ้า

ตอนทพ่ี ระองคท์ รงอดพระกระยาหาร ไมเ่ สวยเลยสสี่ บิ เกา้ (๔๙) วนั นนั้ เปน็ ความ
มุ่งจะตรสั รู้ธรรมเพราะการอดอาหารโดยเฉพาะเท่านน้ั ไมม่ คี วามเพยี รทางจติ ใจเข้า
เกย่ี วขอ้ งเลย แตท่ พ่ี ระทา่ นอดอาหารน้ี ทา่ นอดเกย่ี วกบั เรอื่ งจติ ใจ คอื เปน็ แงห่ นงึ่ แหง่
อุบายวิธีแก้กิเลส หรือเป็นการช่วยสนับสนุนในการแก้กิเลสทางจิตภาวนา จึงมีที่
ผดิ แปลกกนั อยทู่ ี่ ระหวา่ งพระพทุ ธเจา้ ทรงอดพระกระยาหาร กบั พระทา่ นอดอาหารใน
วัดป่าบ้านตาด

การฝึกทรมานร่างกายเกี่ยวกับการฆ่ากิเลสด้วยจิตภาวนาเช่นน้ัน การหลับ
การนอนก็ไม่ได้เตม็ เม็ดเต็มหนว่ ย ท้ังส่อี ริ ยิ าบถ คอื ยืน เดิน น่งั นอน ไม่มคี วาม
สะดวกสบายเลย ภายในจติ ใจกร็ บกบั กเิ ลสทกุ ประเภททฝี่ งั อยภู่ ายในใจ เมอื่ เปน็ เชน่ นี้
การประกอบความเพยี รเพอื่ ถอดถอนกเิ ลสทกุ ประเภทออกจากใจ เหตใุ ดจะไมไ่ ดร้ บั
ความทกุ ขล์ ำ� บากทรมานเลา่ กค็ วามทกุ ขน์ น้ั ไมม่ ใี ครตอ้ งการ แตก่ จ็ ำ� ตอ้ งฝา่ ฝนื จำ� ตอ้ ง
ก้าวเข้ากองทุกข์นั้นด้วยความเพียร จนกระทั่งผ่านไปได้ เพราะไม่มีทางเลือกเดิน

507

ในขณะทกี่ า้ วเขา้ ไปบำ� เพญ็ ไป ผา่ นไปกบั กองทกุ ข์ ซงึ่ เตม็ อยใู่ นรา่ งกายเราทกุ คน ใครจะ
ไมม่ คี วามทกุ ข์ ความล�ำบาก จะไม่ได้รบั ความทรมานทงั้ ทางกายและทางจติ ใจเล่า?
ตอ้ งเปน็ ทุกขแ์ ละทรมานอยา่ งเตม็ ทีอ่ ยู่นนั่ แล โดยไมต่ อ้ งสงสยั

พระพุทธเจา้ ของพวกเราทรงบำ� เพญ็ ด้วยความล�ำบากทรมานอยู่ถึง ๖ ปี จึงได้
ตรสั รโู้ ดยวธิ ที ถี่ กู ตอ้ ง คอื ทรงกำ� หนด “อานาปานสต”ิ ไดแ้ ก่ ลมหายใจเขา้ ลมหายใจออก
เปน็ บาทฐานแลว้ เจรญิ วปิ สั สนาญาณ โดยการพจิ ารณา “ปฏจิ จสมปุ บาท” คอื “ปจั จยาการ
จงึ ไดต้ รสั รู้ และปลงพระทยั ลงได้ กลายเปน็ อกี คนละโลก คอื พระทยั ทเ่ี ตม็ ไปดว้ ยกเิ ลส
แตก่ อ่ นนน้ั ไดก้ ลายเปน็ พระทยั ทบ่ี รสิ ทุ ธขิ์ น้ึ มาเตม็ ดวง ทา่ มกลางแหง่ ความทกุ ขท์ รมาน
ของการบำ� เพญ็ แลว้ กท็ รงนำ� ธรรมมาสงั่ สอนโลกตามหลกั ของศาสนา ดงั ชาวพทุ ธเรา
พากนั ศกึ ษาและปฏบิ ตั เิ รอื่ ยมาจนถงึ ปจั จบุ นั นี้ ซงึ่ นา่ สะดดุ ใจในพระองคแ์ ละพระธรรม
อยไู่ มน่ อ้ ย การเกย่ี วขอ้ งกบั โลกดว้ ยแนะนำ� สงั่ สอนโลกไมน่ านนกั ทง้ั นกั บวชอยกู่ อ่ นแลว้
ทัง้ ประชาชนมีความเชอื่ เลือ่ มใสสนใจมากขึน้ โดยลำ� ดบั เพราะตา่ งคนตา่ งจะหนที ุกข์
และต่างคนต่างจะหาความสุขใส่ตน หาหลกั ฐานคอื ทพี่ ่งึ ทางใจ พอไดย้ ินกติ ติศพั ท์
กิตติคุณของพระองค์ว่าเป็นผู้ทรงสั่งสอนโดยถูกต้องแม่นย�ำ ก็ย่ิงเกิดความสนใจ
มากขน้ึ ทจ่ี ะเขา้ มาเกย่ี วขอ้ งกบั พระองค์ จนปรากฏเปน็ พระสาวกขน้ึ มามากมายในไมช่ า้
นอกจากนัน้ ยังแตกแขนงออกไปเป็นเหล่าเป็นคณะแหง่ พทุ ธบรษิ ทั อย่างรวดเรว็

พทุ ธภาระทพ่ี ระองคจ์ ะทรงเกยี่ วขอ้ งกบั ประชาชน จะยง่ิ มมี ากมายขน้ึ โดยลำ� ดบั
นก่ี เ็ ปน็ ความทกุ ขม์ ากในพระกาย และเกย่ี วกบั ความรผู้ ดิ ชอบในพระทยั แตค่ วามทกุ ข์
ประเภทน้ีก็เพื่อสงเคราะห์โลกโดยถ่ายเดียว ไม่เก่ียวกับพระทัยท่ีจะต้องแก้ไขหรือ
ถอดถอนกิเลสอาสวะแต่อยา่ งใด

สรปุ ความทกุ ขค์ วามลำ� บากแหง่ การประกอบความเพยี รพยายามทจี่ ะใหห้ ลดุ พน้
จากอำ� นาจของความกดถว่ ง หรอื ธรรมชาตอิ นั ตำ่� ทรามทบี่ งั คบั อยภู่ ายในพระทยั ของ
พระพุทธเจ้าให้ทรงมีความทุกข์ความล�ำบากทรมานดังที่ทราบกันมา ซ่ึงพอจะน�ำมา
ปลุกปลอบใจเราให้เกิดความวริ ยิ ะอุตสาหะไดเ้ ปน็ อย่างดี

508

ศาสนาของพระพุทธเจ้าก็เป็นมาด้วยความล�ำบาก พระพุทธเจ้าทรงล�ำบาก
การสง่ั สอนกต็ อ้ งสง่ั สอนตาม “ปฏปิ ทา” ทท่ี รงบำ� เพญ็ มา ดว้ ยความลำ� บากเชน่ เดยี วกนั
จะสอนอยา่ งอื่นไปไมไ่ ด้ ความฉลาดแหลมคมกไ็ ม่มใี ครจะเกนิ พระพุทธเจา้ หากวา่
ธรรมทจี่ ะนำ� มาสอนโลกเปน็ ไปดว้ ยความสะดวกสบาย โดยไมต่ อ้ งทำ� ความพากเพยี ร
ให้ล�ำบากล�ำบนเช่นเดียวกับพระพุทธเจ้า พระองค์จะประทานธรรมที่เหมาะสมให้
ทกุ ๆ คน ใครพอฟงั แลว้ กใ็ หไ้ ด้ มรรค ผล นพิ พาน ไปเรอื่ ยๆ ไมต่ อ้ งมาฝกึ ฝนทรมาน
ใหล้ �ำบากลำ� บน ด้วยการเดนิ จงกรม น่ังสมาธภิ าวนา ทำ� บญุ ท�ำทาน ให้เสยี อะไรๆ
ตลอดเวลำ�่ เวลา ก�ำลังวังชาอะไรเลย

แตน่ ไี่ มม่ ที างทจี่ ะใหเ้ หมาะสมยง่ิ กวา่ ทางทที่ รงดำ� เนนิ มาแลว้ และใหผ้ ลมาแลว้
อยา่ งพอพระทยั ไดแ้ ก่ “มชั ฌมิ าปฏปิ ทา” คอื ทางสายกลาง แปลวา่ เหมาะสมอยา่ งยง่ิ
เราแปลเอาความเลย “มชั ฌมิ าปฏปิ ทา” แปลวา่ เหมาะสมทส่ี ดุ ถา้ จะพดู ถงึ เครอ่ื งมอื
บรรดาเครื่องมือที่จะแก้กิเลสทุกประเภท ไม่มีเครื่องมือใดท่ีจะเหมาะสมยิ่งกว่า
มชั ฌมิ าปฏปิ ทา จงึ เรยี กวา่ เปน็ “ทา่ มกลางเสมอ หรอื เหมาะสมอยตู่ ลอดกาล” ในการ
แกก้ เิ ลสทุกประเภทออกจากหัวใจสัตว์

เม่ือมัชฌิมาปฏิปทาเป็นอย่างน้ี ผู้ปฏิบัติจะให้นอกเหนือไปจากมัชฌิมาโดยที่
ให้เป็นไปตามความต้องการของตน ไม่ต้องด�ำเนินตามหลักนี้เลย มันเป็นไปไม่ได้
จำ� เปน็ ตอ้ งยดึ หลกั ปฏปิ ทา จะยากลำ� บากเพยี งไร กเ็ ชน่ เดยี วกบั เราถากถางหนทางไปสู่
จดุ ทีห่ มาย จะรกรงุ รงั ขนาดไหน เมอ่ื เขม็ ทศิ ไดป้ ักลงแล้วโดยถกู ตอ้ ง มกี รยุ หมาย
ปา้ ยทางไวแ้ ลว้ วา่ ตอ้ งทำ� ไปตรงนี้ กต็ อ้ งทำ� ! แมภ้ เู ขากต็ อ้ งเจาะมนั ทะลไุ ป เชน่ เขาเจาะ
“ถำ้� ขนุ ตาล” เปน็ ทางรถไฟ เปน็ ตน้ ตน้ ไมใ้ หญโ่ ตขนาดไหน รกรงุ รงั เพยี งไร กต็ อ้ งถาก
ตอ้ งถาง สูงต่ำ� ก็ขุดทำ� ลายลงจนราบคาบเป็นทางที่ควรเดนิ ได้

การดำ� เนนิ ตามหลกั ธรรมทพี่ ระพทุ ธเจา้ ทรงสง่ั สอน คอื การนำ� เอาเรอ่ื งใจทม่ี กี เิ ลส
อยภู่ ายในวา่ มมี ากนอ้ ยเพยี งไรเปน็ ประมาณแหง่ ความเพยี ร ถา้ กเิ ลสหนา ถงึ มดื ดำ� กำ� ตา
(ตาบอด) แตจ่ ะใหส้ ำ� เรจ็ เสรจ็ สน้ิ ไปดว้ ยการนกึ เอาเพยี งเทา่ นนั้ สำ� เรจ็ แลว้ ศาสนากไ็ ม่
จ�ำเป็นตอ้ งสอนโลกมากมายนกั พระพุทธเจา้ ก็ไม่ตอ้ งทรงล�ำบากกบั บรรดาสตั ว์โลก

509

ดงั ทเ่ี ปน็ มาแลว้ พระพทุ ธเจา้ และพระสาวกทา่ นตอ้ งเปน็ มานานแลว้ และเปน็ ดว้ ยความ
สะดวกกวา่ นี้ แตก่ เ็ ปน็ ไปไมไ่ ด้ ตอ้ งเปน็ ไปตามหลกั “มชั ฌมิ าปฏปิ ทา” ทเี่ ปน็ ธรรมคคู่ วร
แก่การแก้การถอดถอนกิเลสทัง้ มวลใหส้ ้ินไป

กเิ ลสของเรามขี นาดไหนทจ่ี ะพอทำ� ในลกั ษณะ “เอากบไปไสไมท้ งั้ ตน้ ” ไมค้ วรถาก
ควรฟนั ควรตดั ควรเลอ่ื ย หนักเบาขนาดไหน เราก็ตอ้ งท�ำอยา่ งหนกั มือ จนกระท่ัง
มนั เหมาะสมกบั “กบที่จะไปไสไม”้ เราถึงจะไสได้

ถึงขั้นความเพียรท่ีจ�ำเป็นต้องใช้สติปัญญาละเอียดลออให้เหมาะสมกับกิเลส
ประเภทนนั้ ๆ มนั กเ็ ปน็ ไปเอง ในระยะทจี่ ะฟาดฟนั กนั อยา่ งหนกั มอื สละเปน็ สละตาย
กนั ลงทงั้ สว่ นรา่ งกาย เรากย็ อมรบั กนั ไมม่ ถี อย! เอา้ ! สกู้ นั ไปจนถงึ ทสี่ ดุ ตามหลกั มชั ฌมิ า
ทีเ่ ป็นอยา่ งนี้ และยังเป็นท่ีเหมาะสมกับผปู้ ฏบิ ตั เิ ปน็ รายๆ ไปดว้ ยในแง่หนกั เบาแห่ง
มชั ฌมิ า นสิ ยั เราเปน็ อยา่ งไร ถา้ นสิ ยั เราหยาบ กแ็ สดงวา่ กเิ ลสมนั หยาบ เราตอ้ งทำ� ให้
หนักมือ ถ้านสิ ัยเราละเอียด กเิ ลสมันก็ละเอยี ดลงไป พิจารณาอะไรมันคลอ่ งแคลว่
โดยลำ� ดบั แกก้ เิ ลสลงไปไดเ้ ปน็ ลำ� ดบั การปฏบิ ตั กิ ไ็ มล่ ำ� บากนกั เพราะกเิ ลสไมม่ าก เชน่
เราถางป่า ป่าไมไ้ ม่รกมากมายอะไร มนั กถ็ างไดง้ า่ ย ถ้าเปน็ ป่าหนาๆ จะไปท�ำง่ายๆ
เหมือนกับปา่ ไมบ้ างๆ ก็เปน็ ไปไม่ได้ มนั ต้องทำ� หนักมอื หน่อย

คนๆ เดยี วนนั้ แล กเิ ลสในขณะทมี่ นั หนกั มนั หยาบ มนั หยาบจรงิ ๆ เราตอ้ งไดใ้ ช้
ความพยายามอยา่ งหนกั หนว่ ง ทมุ่ เทกำ� ลงั ลงเตม็ ความสามารถ เอา้ ! ตายกย็ อมตายเถอะ
อยา่ งไรเรอื่ งความตายนเี้ ตม็ อยใู่ นตวั ของเราอยแู่ ลว้ จะแยกแยะไปไหน ปลกี ตวั ไปไหน
จากความตายนไี้ มใ่ หต้ าย ถงึ วาระถงึ กาลของมนั แลว้ กต็ อ้ งตาย ปา่ ชา้ มอี ยกู่ บั ตวั ของเรา
แลว้ เราไปกลวั อะไร! เมื่อจะท�ำประโยชน์ ท�ำไมจะกลวั ตาย? บทกเิ ลสพาเพลิดเพลนิ
ไม่เห็นนึกกลวั ตายบา้ งพอได้สติยบั ย้งั ตวั

การทำ� ประโยชน์ ไมใ่ ชก่ ารทำ� ความลม่ จมฉบิ หายแกต่ วั เอง ซง่ึ พอจะกลวั ความตาย
ความตายก็เป็นเรื่องของความตายต่างหาก การท�ำประโยชน์ก่อนตายเป็นเร่ืองของ
คนฉลาดมีปัญญา ฉวยโอกาสเวลากเิ ลสเผลอตวั

510

นีเ่ ป็นเหตใุ หเ้ กดิ มานะในทางที่ดี ทเี่ รยี กว่า “มรรควธิ ”ี มีกำ� ลงั ขดุ คน้ กนั ลงไป
ใหเ้ ห็นสงิ่ ที่มีอยใู่ นตน

ทา่ นวา่ “ทกุ ข”์ คมั ภีรท์ กุ คัมภรี ์สอนมาชม้ี าท่ี “กาย” ที่ “ใจ” เรานที้ ั้งนัน้ วา่
กองทกุ ขค์ อื อะไร กค็ อื กองกาย กบั กองใจ ของเรานแ้ี ลเปน็ กองทกุ ข์ “ขนั ธห์ า้ ” แปลวา่
หมวด หรอื กอง กก็ องทกุ ขน์ น่ั แล กำ� หนดดทู ตี่ รงน้ี แยกแยะดใู หด้ ี ใหเ้ หน็ ประจกั ษว์ า่
ทกุ ขม์ นั เปน็ ความจรงิ อยา่ งไร อยา่ งไรจงึ เรยี กวา่ ความจรงิ ใจเปน็ ความจรงิ อยา่ งไร ใหด้ ู
ใหเ้ หน็ ลงที่ “ขนั ธ”์ ใจของเรานแ่ี ล อยา่ ลงั เลสงสยั หาความพน้ ทกุ ขจ์ ากทอี่ นื่ จะผดิ หวงั
ตลอดไปไมม่ ีวันเจอ!

น่ีเรยี กว่า “เรยี นเพือ่ รเู้ รื่องของเรา”!

เรานนั้ แลเปน็ ผู้กอ่ เร่ืองให้เรา สิ่งเหลา่ นัน้ เปน็ แตเ่ พยี ง “ตน้ เหต”ุ อันหนึง่ ท่จี ะ
ให้จิตไปยดึ แล้วมาก่ออารมณเ์ ป็นข้าศกึ ต่อตัวเองเทา่ นั้น

ความเปน็ ขา้ ศกึ อนั แทจ้ รงิ กค็ อื ความคดิ ความปรงุ ความสำ� คญั มนั่ หมายไปในทาง
ทผี่ ดิ ของจติ นน้ั แล จงึ เปน็ การสงั่ สมกองทกุ ขข์ นึ้ มาในขณะทจี่ ติ คดิ ไปในทางทเี่ ปน็ กเิ ลส
ทีท่ า่ นเรยี กว่า “สมทุ ยั ” เปน็ เคร่อื งผลิตทุกข์

กเ็ ม่ือเราคน้ ควา้ อยู่ตลอดเวลาตาม “สัจธรรม” ที่เป็นความจรงิ ลว้ นๆ อยู่แล้ว
ดว้ ยสตปิ ญั ญาไมล่ ดละความเพยี ร ความจรงิ ตอ้ งปรากฏขน้ึ มาโดยลำ� ดบั ลำ� ดา จนกระทง่ั
เปน็ ความจรงิ เต็มส่วนภายในใจ

ภาระทงั้ หมดจงึ เตม็ ไปดว้ ยความตะเกยี กตะกาย ความฝา่ ความฝนื ความทรมาน
ตนเอง เพอื่ ใหก้ เิ ลสหมดไป เปน็ ความดขี องเรา! นกี่ เ็ หลอื แตก่ องทกุ ข์ ซง่ึ เปน็ “กากเมอื ง”
อยภู่ ายในรา่ งกายอันนี้ ก็ไม่เหน็ มีพษิ มีสงอะไร!

สมบัติอันมีคุณค่าอย่างยิ่งก็คือใจ เราได้ประกอบบ�ำเพ็ญบรรจุธรรมเข้าเต็ม
ดวงใจแลว้ เหลอื แต่ “กากเมอื ง” คอื ขนั ธห์ า้ ไดแ้ กร่ า่ งกาย เอา้ ! จะไปเมอ่ื ไรกย็ อมรบั
กันอยู่แลว้ เพราะพจิ ารณาเพือ่ การยอมรับนี่ ไมไ่ ด้พิจารณาเพอ่ื ปฏเิ สธว่ามันไมต่ าย

511

เรอ่ื งความตายนน้ั มอี ยแู่ ลว้ ทกุ ธาตทุ กุ ขนั ธ์ ยอมรบั กนั ตามหลกั ความจรงิ วา่ นคี้ อื ปา่ ชา้
ของเรา ไดแ้ กธ่ าตขุ นั ธน์ เี้ อง พจิ ารณาจนจบขนั ธน์ แี้ ลว้ มนั กเ็ ปน็ “กากเมอื ง” ไป ถงึ คราว
สลาย เราจะเรยี กเปน็ บคุ คลาธษิ ฐานวา่ “พญามจั จรุ าชมาเอา” กเ็ อาไป มแี ตก่ ากเมอื ง!

ความจริง ค�ำวา่ “พญามจั จุราช” แปลว่าอะไร? กค็ ือความสลายของธาตุขนั ธ์
ทม่ี นั ประชมุ กนั นน้ี น้ั แล ไมใ่ ชเ่ ปน็ ตนเปน็ ตวั อะไรทไี่ หน ถา้ เปน็ ตวั กเ็ ปน็ ตวั ของเราเอง
สลายลงไป มันไมม่ อี น่ื ใดน่ี

เมื่อเรียนตามหลักความจริงนี่แล้ว อะไรจะมาหลอกลวงจิตใจเราได้ในโลกน้ี
นอกจากอาการของจติ เรอื่ งของจติ หลอกลวงตวั เอง เพราะมสี งิ่ จอมปลอมอยภู่ ายในนนั้
เปน็ สาเหตใุ หห้ ลอกลวง ไมม่ อี ะไรอนื่ เมอื่ สง่ิ จอมปลอมทงั้ หลายไดถ้ กู ทำ� ลาย ถกู ชำ� ระ
ออกแลว้ ดว้ ยสตปิ ญั ญา กไ็ มม่ อี ะไรมาหลอกลวงไดอ้ กี ขนั ธก์ ท็ ราบวา่ ขนั ธ์ ธาตกุ ท็ ราบวา่
ธาตุ ทีส่ มมุติว่าเป็น “กาย” เวลาจะตายกท็ ราบว่ามนั จะตายอยแู่ ลว้ ตั้งแต่ยงั ไม่ตาย
กท็ ราบอยู่แลว้ เวลาจะตายจริงๆ เราจะไปหว่ันไหวทไี่ หนกนั เพราะมนั เดินไปตาม
ความจรงิ ท่ปี ญั ญาพจิ ารณาไว้เรียบรอ้ ยแล้วนั้น

นท่ี า่ นเรยี กวา่ “การเปลอ้ื งตน” การสลดั สงิ่ ทเี่ ปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ ตนออกไป พน้ จากการ
กดขบี่ งั คบั ของใจซ่ึงมกี เิ ลสตัวสำ� คัญ

ตามปกติจติ ของสามัญชนเราเปน็ เหมอื น “นักโทษ” ไม่ไดอ้ ยูโ่ ดยลำ� พงั ต้องมี
ผคู้ วบคมุ มผี บู้ งั คบั บญั ชา มผี ทู้ รมานอยตู่ ลอดเวลา เพราะอยใู่ ตอ้ ำ� นาจของเขา เมอ่ื ได้
สลดั ปดั ทงิ้ หรอื ปลดแอกออกไปแลว้ เรากเ็ ปน็ “อสิ รเสร”ี พน้ จากการกดขบ่ี งั คบั พน้ จาก
การกดถว่ งใดๆ ทงั้ สน้ิ นน้ั แลทา่ นเรยี กวา่ “เสรี ธรรมเสรี จติ เสร”ี ใจเปน็ อสิ ระ ดไู ดท้ กุ สง่ิ
ทกุ อยา่ ง ฟงั ไดท้ ุกสิง่ ทกุ อยา่ ง ไมม่ ีอะไรสามารถที่จะท�ำอันตรายต่อจติ ใจเราได้

เมอ่ื ถงึ ขนั้ นน้ั ไมต่ อ้ งถามถงึ ความสบาย ความปลดเปลอื้ งอะไรทวี่ า่ ลำ� บากลำ� บน
มาแตก่ อ่ นนน้ั จะมาเปน็ ผลใหป้ ระจกั ษใ์ นจดุ นแี้ ล ความลำ� บากเพราะความพากเพยี ร
ก็หมด เปน็ ผลให้เราไดร้ บั ความอสิ ระ! เพราะฉะน้นั ความล�ำบากในการประกอบ
ความเพยี รจงึ ไม่มอี ะไรเสียหาย ยง่ิ เปน็ เคร่ืองสนับสนนุ มาโดยล�ำดับ จนถงึ จุดหมาย

512

ปลายทาง นเี่ ปน็ ความลำ� บากทมี่ คี ณุ คา่ ไมใ่ ชค่ วามลำ� บากทรมานกายทรมานใจเฉยๆ
แตล่ ำ� บากในการประกอบความพากเพยี รเพอื่ เราเองมคี ณุ คา่ มากอยา่ งนี้ จงึ เปน็ สงิ่ ไม่
นา่ กลัว เปน็ สง่ิ ไมน่ ่าขยะแขยง เปน็ ส่งิ ไม่นา่ อดิ หนาระอาใจ เปน็ ส่ิงทนี่ า่ ดำ� เนิน หรือ
น่าบ�ำเพญ็ เพอ่ื ความพน้ ทุกข์ หรอื เพือ่ ความหลดุ พน้ จากสงิ่ กดถว่ งภายในใจ

ใจเมอื่ ถงึ ธรรมชาตนิ นั้ แลว้ ยอ่ มหมดปญั หาไปทกุ อยา่ ง ไมม่ อี ะไรเขา้ ไปเกย่ี วขอ้ งเลย
นนั้ แลทา่ นวา่ “อสิ ระ” ถา้ จะพดู แบบโลกกว็ า่ มแี ตค่ วามสงา่ งาม ความสวา่ งไสว ใจทง้ั ดวง
เปน็ ธรรมทงั้ ดวง พลกิ ไปไดว้ า่ “ใจบรสิ ทุ ธ”ิ์ พดู ใหเ้ ตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ยตามหลกั ธรรมชาติ
จรงิ ๆ กก็ ลายเปน็ “ธรรมทงั้ ดวง” ไป อนั นแ้ี ลทา่ นเรยี กวา่ “ธรรมประเสรฐิ ” ออกจากใจ
ทป่ี ระเสรฐิ เพราะหลดุ พน้ จากสงิ่ ตา่ งๆ ตำ�่ ชา้ เลวทรามทงั้ หลายแลว้ ใจบรรลถุ งึ “ธรรม
หายห่วง”

น่ี “มชั ฌมิ าธรรม” ในหลกั ธรรมชาติ พาใหถ้ งึ ทอ่ี นั เกษม เปน็ ทา่ มกลางอยตู่ ลอดเวลา
คอื พอดอี ยโู่ ดยสมำ่� เสมอ ไมม่ กี าล ไมม่ สี ถานท่ี และไมต่ อ้ งยงุ่ กบั เรอ่ื งอดตี หรอื คดิ วนุ่
กับอนาคตว่าจะเป็นจะตายอย่างไรต่อไป เพราะปัจจุบันนี้เป็นธรรมชาติท่ีสิ้นปัญหา
โดยประการทง้ั ปวงอยแู่ ลว้ แมป้ จั จบุ นั กไ็ มต่ ดิ ตวั เอง จะไปวนุ่ กบั อดตี อนาคตใหเ้ สยี
เวลำ่� เวลาอะไรกนั นี่คือความหมดกังวล “ถึงทอี่ นั เกษม” ทา่ นถึงกนั อยา่ งนี!้

ความคาดความหมายของคนเรากค็ ดิ วา่ ไปโนน้ ไปนนู้ ขา้ มโลกขา้ มสงสารโนน้
กา้ วไปโนน้ เหมือนเขาขน้ึ ไปพระอาทิตย์ พระจันทรน์ น้ั แล ความจริงใจเราถกู กดถว่ ง
อยู่ที่ไหน เม่ือปลดเปลื้องได้แล้ว ก็เป็นความประเสริฐเป็นอิสระขึ้นมาในท่ีนั่นเอง!
แต่ค�ำวา่ “ทน่ี น่ั ” นี้หมายถงึ จติ เทา่ นั้น ไมไ่ ดห้ มายถงึ ท่ีสงู ต�ำ่ หรือสถานท่ีตา่ งๆ
แตห่ มายถงึ “ความรทู้ บี่ รสิ ทุ ธน์ิ เี้ ทา่ นนั้ ” คอื จติ นน้ั เปน็ ผถู้ กู กดถว่ ง ถกู กดขบี่ งั คบั มากกี่ ปั
กก่ี ลั ปจ์ นนบั ไมถ่ ว้ น แลว้ มาสลดั ตวั ออกเสยี จากความกดถว่ งนน้ั กลายเปน็ “อสิ รจติ
อสิ รธรรม” ขึน้ มาในความรูอ้ ันบรสิ ุทธิน์ น้ั

นี่แหละเรียกว่า “ทนี่ ั่น” หมายถึงทอ่ี ันนี้เอง น่เี ราตัง้ เปน็ สมมตุ ขิ น้ึ มา ถ้าไมต่ ง้ั
อย่างนน้ั โลกมีสมมตุ ิ พูดกันก็ไมท่ ราบจะคาดจะหมายว่าอยา่ งไร จงึ กรุยทางไวเ้ ปน็

513

ความหมายบง่ บอกตามสมมตุ ดิ ว้ ยคำ� พดู อยา่ งนี้ แตเ่ มอ่ื เขา้ ถงึ แลว้ กร็ กู้ นั เอง พดู อยา่ งไร
กไ็ มถ่ กู ตามความจรงิ ของธรรมชาตนิ นั้ จะถกู อยเู่ ฉพาะไมพ่ ดู เทา่ นนั้ ถกู อยโู่ ดยลำ� พงั
ตวั เอง คอื ผรู้ อู้ ยเู่ ทา่ นน้ั อยา่ งอนื่ พดู ไปเทา่ ไรกไ็ มถ่ กู ความรนู้ แี่ หละ ทง้ั ๆ ทเ่ี รารๆู้ กนั
อยเู่ วลาน้ี
ถ้าเราอาภัพ ก็คือธรรมชาตินี้เป็นผู้อาภัพ เพราะไม่มีอ�ำนาจ ไม่มีความรู้
เฉลียวฉลาดพอท่ีจะปลดเปลื้องส่ิงที่ท�ำให้อาภัพน้ันออกจากจิต จิตจึงกลายเป็น
“จิตอาภัพ” ไป แต่เมื่ออาศัยการอบรมอยู่โดยสม่�ำเสมอจนมีความสามารถแล้ว
ขจดั สง่ิ อาภพั นน้ั ออกไป ใจกก็ ลายเปน็ “ใจทอ่ี ศั จรรย”์ ขน้ึ มา เพราะไมม่ สี ง่ิ อาภพั เขา้ ไป
แทรกซมึ ได้ วา่ อาภพั กอ็ ยกู่ บั จติ วา่ ประเสรฐิ กอ็ ยกู่ บั จติ เปน็ แตเ่ พยี ง “พลกิ ตวั ” เสยี ใหม่
เท่านน้ั !
การแสดงธรรม ก็เหน็ ว่าสมควร

514

มาฆบูชา

วันน้ีเป็นวันมาฆบูชา คล้ายกับวันปลงพระชนมายุสังขารของพระพุทธเจ้าที่จะ
ทรงลาโลกลาสงสาร หรอื ลาเรอื นจำ� แหง่ วฏั จกั ร สละธาตขุ นั ธท์ งิ้ เพราะเปน็ “ภารา หเว
ปญจฺ กขฺ นธฺ า” มาเปน็ เวลาแปดสบิ พระพรรษาแลว้ ซง่ึ เปน็ ภาระหนกั มาก ทรงแบกมาถงึ
๘๐ ปี หนกั ตลอดเวลา ไมเ่ คยเบาเลย คอื ธาตขุ นั ธน์ แ้ี ล อยา่ งอน่ื ยงั มเี บาบา้ งหนกั บา้ ง
พอไดห้ ายใจโล่ง ขา้ ว นำ�้ เราหาบห้ิวมาหนกั ๆ น่ี เราคดกินไป รนิ ไป ใช้อยา่ งอ่ืนไป
กห็ มดไป หมดไป แลว้ กเ็ บาไป สว่ นธาตุขันธแ์ บกมาตง้ั แตว่ นั เกดิ ไมเ่ คยเบา หนกั มา
เรอื่ ยๆ ยงิ่ เฒา่ ยงิ่ แก่ กำ� ลงั วงั ชาทจี่ ะแบกจะหามไมพ่ อ กย็ งิ่ ปรากฏวา่ หนกั ขน้ึ ไปโดยลำ� ดบั
ท่านจงึ วา่ “ภารา หเว ปญจฺ กขฺ นธฺ า ขันธ์ทงั้ ห้านเี้ ปน็ ภาระอันหนักมาก”

แบกรปู แบกกายหนกั แลว้ ยงั ไมแ่ ลว้ ยงั แบกทกุ ขเวทนาทมี่ อี ยใู่ นกาย แบกสญั ญา
สงั ขาร วญิ ญาณ ซง่ึ ลว้ นแตเ่ ปน็ ของหนกั และยงั ทมิ่ แทงหวั ใจเราอกี ดว้ ย ไมเ่ พยี งหนกั
เฉยๆ มนั ยังมีหนามอันแหลมคมเสยี บแทงเขา้ มาภายในกายในใจอกี

พระพทุ ธเจา้ ทา่ นทรงอดทนแบกธาตขุ นั ธน์ ม้ี าจนถงึ ๘๐ พระพรรษา วนั นพ้ี ดู งา่ ยๆ
กว็ า่ “โอย๊ ! ขนั ธน์ เ้ี หลอื ทนแลว้ ลาเสยี ทเี ถอะ!” อนั เปน็ การปลงพระทยั วา่ จะทรงปลง
พระชนมายสุ งั ขาร จากนไ้ี ปอกี สามเดอื นจะทรงสลดั ปดั ทงิ้ ภเู ขาภเู รานเี่ สยี ที ทรงตรกึ
ในวันเพ็ญเดือนสามเช่นนี้ ในวันเพ็ญเดือนสามน้ันเอง ปรากฏว่ายังมีพระสาวก
๑,๒๕๐ องค์ ตา่ งองคต์ า่ งมาดว้ ยอธั ยาศยั นำ�้ ใจของตวั เอง ซงึ่ ไมต่ อ้ งถกู เชอื้ เชญิ นมิ นต์

515

มาแมแ้ ตอ่ งคเ์ ดยี ว มารวมกนั ในวนั นนั้ โดยพรอ้ มเพรยี ง จงึ ไดป้ ระทานพระโอวาทเปน็
“วิสุทธิอุโบสถ” ข้ึน ให้บรรดาสาวกอรหันต์ทั้งหลายเป็นเครื่องรื่นเริงในธรรมของ
พระพุทธเจา้ ทป่ี ระทานในวนั นั้น ในบทความย่อๆ วา่ “สพฺพปาปสฺส อกรณํ กสุ ลสฺ-
สปู สมปฺ ทา, สจติ ตฺ ปรโิ ยทปนํเ อตํพ ทุ ธฺ าน สาสน.ํ อนปู วาโท อนปู ฆาโต ปาฏโิ มกเฺ ข จ สวํ โร,
มตตฺ ญญฺ ตุ า จ ภตตฺ สมฺ ึ ปนตฺ ญจฺ สยนาสน,ํ อธจิ ติ เฺ ต จ อาโยโค เอตํ พทุ ธฺ าน สาสน”ํ

นี่เป็นพระโอวาทที่ประทานเป็นเครื่องรื่นเริงแก่บรรดาพระสาวกอรหันต์
๑,๒๕๐ องคใ์ นเวลาบา่ ย ซง่ึ คล้ายกบั วนั นี้ พระโอวาททั้งหมดน้ันเป็นเคร่อื งร่ืนเริง
ส�ำหรับสาวกอรหันต์เหล่าน้ัน ไม่ใช่แสดงเพ่ือให้ท่านเหล่าน้ันยึดเป็นเครื่องมือเพื่อ
ซกั ฟอกกเิ ลส หรอื นำ� ไปประพฤตปิ ฏบิ ตั เิ พอื่ กำ� จดั กเิ ลสอาสวะออกจากจติ ใจแตอ่ ยา่ งใด
เพราะทา่ นเหลา่ นนั้ เปน็ ผบู้ รสิ ทุ ธล์ิ ว้ นๆ แลว้ ทงั้ นน้ั จงึ เรยี กวา่ “วสิ ทุ ธอิ โุ บสถ” ทป่ี ระทาน
พระโอวาทในท่ามกลางพระสาวกอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์ นี้ก็เพียงครั้งเดียวเท่าน้ัน
ไมป่ รากฏอีกเลยในศาสนาของพระพทุ ธเจ้า ทง้ั ตอนท่ียงั ทรงพระชนมอ์ ยแู่ ละเวลาท่ี
ปรินพิ พานไปแล้ว และตลอดไป คงไม่มซี �้ำอีก

ทเ่ี ราระลกึ ถงึ ทา่ นเหลา่ นน้ั กเ็ พราะทา่ นเปน็ “อจั ฉรยิ บคุ คล” เปน็ บคุ คลอศั จรรย์
ในทา่ มกลางแหง่ มนษุ ยท์ ว่ั โลกทล่ี ว้ นเปน็ ผมู้ กี เิ ลสโสมมหมกั หมมอยภู่ ายในใจ ไมป่ รากฏ
แมค้ นหนึง่ จะบริสทุ ธิอ์ ย่างทา่ น

“สพพฺ ปาปสสฺ อกรณ”ํ การไมท่ ำ� บาป ความเศรา้ หมองอนั เปน็ ความทกุ ขท์ ง้ั ปวง หนงึ่
คอื บาปทางใจนนั้ สำ� คญั มาก คนเราสรา้ งไดท้ กุ เวลา บาปทางกาย ทางวาจา ยงั มกี าลมเี วลา
แต่บาปทางใจท่ีสร้างความเศร้าหมองข้ึนมาแก่จิตใจนั้น มันเกิดขึ้นด้วยความคิด
ความปรงุ ของตวั เอง สง่ิ ทผ่ี ลกั ดนั ออกมาใหป้ รงุ ใหจ้ ติ ใจเศรา้ หมองกค็ อื สงิ่ ทเ่ี ศรา้ หมอง
อยู่แล้ว ส่ิงทีส่ กปรกอยู่แล้วภายในใจ ทา่ นเรยี กวา่ “กิเลส” กิเลสเปน็ เครอื่ งปรงุ แต่ง
สญั ญา สงั ขาร ออกมา มนั เปน็ กเิ ลสอกี ประเภทหนงึ่ ทที่ ำ� ใหจ้ ติ ใจเศรา้ หมอง การทำ� บาป
คอื การสรา้ งความเศรา้ หมอง ไมไ่ ด้หมายความว่าต้องไปเที่ยวฉกลักปลน้ สะดมใคร
กต็ าม อนั นั้นเป็นส่วนหยาบ บาปสว่ นกลาง สว่ นละเอยี ดนน้ั คนเรามกั สร้างกนั อยู่
ภายในใจตลอดเวลา จึงเทา่ กบั สรา้ งความเศร้าหมองอยภู่ ายในจิตตลอดเวลาเช่นกัน

516

เมอ่ื ใจเปน็ ความเศรา้ หมอง นง่ั อยกู่ เ็ ศรา้ หมอง เพราะนง่ั อยกู่ ส็ รา้ งความเศรา้ หมองให้
แกใ่ จ ยนื เดนิ นงั่ นอน คดิ ไดส้ รา้ งไดท้ งั้ นน้ั ใจจงึ เศรา้ หมองไดท้ กุ อริ ยิ าบถ ทา่ นสอน
ให้ไม่ทำ� ความเศรา้ หมองน้ปี ระการหนงึ่

จะทำ� ดว้ ยวธิ ใี ด ใจจงึ จะไมเ่ ศรา้ หมอง? “กสุ ลสสฺ ปู สมปฺ ทา” จงยงั ความฉลาดให้
ถึงพรอ้ มเพือ่ จะแกไ้ ข เพอ่ื ซกั ฟอกความเศรา้ หมอง คอื “บาป” น้ันออกจากใจ แลว้
กลายเปน็ “สจติ ตฺ ปรโิ ยทปน”ํ ขนึ้ มา คอื ใจจะผอ่ งใสเมอื่ ความฉลาด คอื มสี ติ มปี ญั ญา
เปน็ เครือ่ งซักฟอกบาปความเศร้าหมอง ความสกปรกทง้ั หลายออกจากใจ ใจก็เปน็
ความผ่องใสขึ้นมาที่เรยี กว่า “สจติ ฺตปริโยทปนํ” บาปนอ้ ย บาปใหญ่ กค็ ่อยหมดไป
หมดไป กลายเปน็ ใจที่บริสทุ ธข์ิ ้นึ มา นค่ี ือพระโอวาทของพระพทุ ธเจ้าทุกๆ พระองค์
เป็นอยา่ งน้ีกนั ท้ังนนั้ สอนใหพ้ วกเราท�ำอย่างน้ดี ้วยกัน จงึ ไม่มีทางอน่ื ท่จี ะเลือก

หากมีทางเลอื กพอผอ่ นหนักผ่อนเบาได้ กไ็ มม่ ใี ครทจ่ี ะเฉลียวฉลาดแหลมคม
ยง่ิ กวา่ พระพทุ ธเจา้ คงจะสานอสู่ านเปลใหพ้ วกเรานอนเอกเขนกฆา่ กเิ ลสอยใู่ นอใู่ นเปล
เร่อื ยไปจนไมม่ ีเหลอื สมพระนามว่าเป็น ศาสดาที่เปีย่ มล้นด้วยพระเมตตากรุณาแก่
สัตว์โลกผอู้ อ่ นแอข้บี น่ แตพ่ ระองคท์ รงท�ำ “ทางลดั ทางตรง” ใหแ้ ล้ว เตม็ พระปรีชา
สามารถ

พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ ที่ทรงบ�ำเพ็ญพระบารมีมาจนได้เป็นพระพุทธเจ้า
ทรงช�ำระกิเลสออกจากพระทยั ไม่มอี ันใดเหลือดว้ ยธรรมใด จึงต้องทรงสอนไปตาม
แนวทางท่ีถูกต้องนั้น พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงเลือกเฟ้นเต็มพระสติก�ำลังความ
สามารถแลว้ จึงได้ธรรมทเ่ี หมาะสมแก่บรรดาสตั ว์มาสั่งสอนโลก

ค�ำวา่ “เหมาะสม” นัน้ ไม่ใชเ่ หมาะสมกับความชอบใจของบรรดาสัตว์ แตเ่ ป็น
ความเหมาะสมในการแกก้ ิเลสของสัตวโ์ ลกต่างหาก ธรรมท่ีถกู ต้องเหมาะสมมเี ท่านี้
ไมม่ ธี รรมอน่ื ทยี่ งิ่ ไปกว่า คอื “มัชฌิมาปฏิปทา” ทปี่ ระทานไวแ้ ลว้ เท่านนั้ นอกจากน้ี
ไมม่ ธี รรมใด เครอ่ื งมอื ใด วธิ กี ารใด ทก่ี เิ ลสจะกลวั กเิ ลสจะหลดุ ลอยออกไป แมแ้ ต่
ผิวหนังถลอก

517

อนูปวาโท อยา่ ไปกล่าวไม่ดีกับผูห้ น่งึ ผู้ใด

อนปู ฆาโต อยา่ ฆา่ อย่าทำ� ลาย หรือทำ� รา้ ยสัตว์ มนษุ ย์ ไม่ดี

ปาฏิโมกเฺ ข จ สํวโร ส�ำรวมอยู่ในข้ออรรถข้อธรรมท่ีจะเป็นเคร่ืองถอดถอน
กิเลส

มตฺตญญฺ ตุ า จ ภตตฺ สมฺ ึ ใหร้ จู้ กั ประมาณในการกนิ อยปู่ ูวาย อยา่ ใหฟ้ มุ่ เฟือย
จนเกนิ เหตุเกนิ ผลสำ� หรับนกั ปฏิบัติ ใหร้ ู้จักประมาณใน
ทุกสิ่งทกุ อย่างท่เี กยี่ วกบั ตน

ปนตฺ ญจฺ สยนาสนํ ใหแ้ สวงหาทนี่ งั่ ทนี่ อนอนั สงดั เพอื่ กำ� จดั กเิ ลสดว้ ยความ
วเิ วกนน้ั ๆ

อธิจิตฺเต จ อาโยโค พงึ ประกอบจติ ใหย้ งิ่ ในอรรถธรรมดว้ ยสตปิ ญั ญาไปโดย
ล�ำดับ

เมอ่ื ขยายความออกกม็ เี ทา่ น้ี นเ่ี ปน็ พระโอวาทของพระพทุ ธเจา้ ทงั้ หลาย หรอื เปน็
คำ� สอนของพระพทุ ธเจ้าทกุ พระองค์ทป่ี ระทานไว้

เวลาประกาศธรรมใหเ้ ปน็ เครอ่ื งรนื่ เรงิ แกบ่ รรดาสาวก ทา่ นประกาศอยา่ งนี้ เวลา
ทรงสอนสาวกเหลา่ นท้ี ย่ี งั ไมไ่ ดเ้ ปน็ พระอรหนั ต์ ทา่ นกท็ รงสอน “สพพฺ ปาปสสฺ อกรณ”ํ น้ี
ทงั้ นน้ั ซง่ึ เปน็ ความจำ� เปน็ ทพี่ วกเราทงั้ หลายจะตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามนนั้ มที างเดยี วทจี่ ะทำ� ให้
กิเลสหมดสนิ้ ไปจากใจได้โดยลำ� ดับๆ พระโอวาทนีถ้ งึ ใจพวกเราไหม? หรือมเี ฉพาะ
อูก่ บั เปลเทา่ นั้นที่ถึงใจพวกเราน่ะ

ธรรมอนั บรสิ ทุ ธข์ิ องพระพทุ ธเจา้ ทกุ ๆ พระองค์ ทรงถอดถอนจากพระทยั มาสอน
พวกเรา พวกเราถงึ ใจบา้ งไหม? พระองคก์ ป็ ระทานดว้ ยพระเมตตาเตม็ สว่ น พวกเรา
รบั ดว้ ยความจงรกั ภกั ดี เตม็ จติ เตม็ ใจ มากนอ้ ยประการใดบา้ ง? หากวา่ การรบั ธรรม
ดจุ จะทงิ้ เสยี ธรรมกไ็ มเ่ กดิ ประโยชนอ์ ะไรแกเ่ รา ไมส่ มเจตนาทพี่ ระพทุ ธเจา้ ประทานไว้

518

ถงึ วนั เพญ็ เดอื นหก กเ็ ปน็ วนั ทรงปลงสงั ขารตามทที่ รงประกาศไว้ ตงั้ แตว่ นั เพญ็
เดอื นสาม ซงึ่ คลา้ ยกบั วนั น้ี จากนน้ั มาเรอ่ื งธาตเุ รอื่ งขนั ธ์ สง่ิ บงั คบั กอ่ กวน กห็ มดสน้ิ ไป
จากพระพทุ ธเจา้ เปน็ “อนปุ าทเิ ลสนพิ พาน” ลว้ นๆ หมดความกงั วล หมดความรบั ผดิ ชอบ
ในสมมตุ ทิ ั้งปวง ไมม่ ีอะไรเหลืออยเู่ ลย น่เี รยี กวา่ “ธรรมเหนือโลก” “ธรรมสุดสว่ น”

โลกคอื สมมตุ ทิ ง้ั หลายนน้ั เอง สมมตุ นิ อ้ ยใหญม่ อี ยใู่ นโลกนท้ี ง้ั นนั้ “สามโลก” คอื
โลกแหง่ ความสมมตุ แิ หง่ ความเสกสรร แหง่ ความแปรปรวน “โลกแหง่ อนจิ จงั ทกุ ขงั
อนตั ตา” ซง่ึ เปน็ โลกกอ่ ความวนุ่ วายตลอดสาย ไมว่ า่ จะเปน็ ภพใด ชาตใิ ด เปน็ โลกทห่ี มนุ
ไปดว้ ย อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา เปน็ เจา้ อำ� นาจ เปน็ ทางเดนิ ใครจะหกั หา้ มไมไ่ ด้ พอพน้
จากนแ้ี ล้วกห็ มดปัญหา!

นิจฺฉาโต ปรนิ พิ ฺพุโต หมดความหิวโหย ดับสนิท ไม่มีสมมตุ ใิ ดๆ เหลืออยเู่ ลย
ธรรมนเ้ี ปน็ เคร่ืองกังวานอย่ใู นความจรงิ ท่พี ระองคต์ รสั ไว้ทกุ แหง่ หน

ถ้าเราได้น้อมเข้ามาประพฤติปฏิบัติด้วยความซึ้งใจในธรรมเหล่าน้ัน ธรรม
เหล่านั้นก็จะมากังวานอยู่ในจิตของเรา เบื้องต้นก็จะกังวานอยู่ในความสงบร่มเย็น
ภายในใจ คือสมาธิเป็นข้ันๆ แล้วก็กังวานอยู่ด้วยปัญญา ความคิดค้นหาเหตุผล
เพอ่ื เปลอื้ งตนใหห้ ลุดพ้นไดเ้ ปน็ ระยะๆ สุดทา้ ยก็กงั วานถึง “ความบรสิ ทุ ธ”ิ์ หลดุ พ้น
โดยประการท้ังปวง นัน่ ! นจิ ฉฺ าโต ปรนิ ิพฺพโุ ต ดับความหิวโหยอะไรทงั้ หมด เพราะ
กเิ ลสทุกประเภทเปน็ เช้ือแหง่ ความหิวโหยทงั้ นนั้ ไม่มีความอ่ิมตัว ไมม่ คี วามพอตวั
ก็คือกิเลส เราจะยกน�้ำในมหาสมุทรมาท้ังมหาสมุทรก็สู้ความหิวนี้ไม่ได้ “นตฺถิ
ตณหฺ าสมา นที” ความหวิ โหยดว้ ยอำ� นาจของกิเลสนี้ จะเอาแม่นำ้� มหาสมทุ รมาแขง่
กส็ ู้ไมไ่ ด้ มีเตม็ อยู่ในหวั ใจของสตั ว์โลกไม่เคยบกพรอ่ งเลยตลอดกาลไหนๆ

น้�ำน้จี ะเหอื ดแหง้ ดว้ ยวธิ ใี ด เหือดแหง้ ด้วยการวิดออกโดยทางความเพียรของ
ผปู้ ฏบิ ตั ิ ใหค้ อ่ ยหมดไป หมดไป ถอนทกุ วนั พจิ ารณาทกุ วนั เขา้ ใจทกุ วนั ปลดเปลอื้ ง
ไปไดท้ กุ วนั นำ�้ อนั นไี้ มใ่ หญโ่ ตอะไรมากนกั เทา่ ขนั ธเ์ รานแ่ี หละ! “รปู ขนั ธ์ เวทนาขนั ธ์
สญั ญาขนั ธ์ สังขารขนั ธ์ วิญญาณขนั ธ์ มนั ก็มีเท่านี้ แตม่ ันเป็นเรือ่ งใหญ่ส�ำหรบั จติ

519

ทยี่ ดึ ทถ่ี อื แผน่ ดนิ ทง้ั แผน่ ใจกไ็ มไ่ ปยดึ มนั มายดึ เอาตรงน้ี เรอ่ื งนก้ี เ็ ลยเปน็ เรอ่ื งใหญ่
เปน็ เร่ืองหนกั เป็นเร่อื งร้อน เป็นฟืนเปน็ ไฟเผาจิตใจ กค็ อื ธรรมชาติอนั นี้ ไฟทไี่ หน
มนั ก็ไมไ่ หม้ ไม่เหมอื นไฟกิเลส ตณั หา อาสวะ ซ่งึ มอี ยภู่ ายในจติ ใจ และเผาที่ตรงน้ี
ไมม่ ีวนั หยดุ วนั ถอย

“นำ้� ทว่ ม” เราเคยไดย้ นิ “นำ้� ทว่ มปอด” ใหห้ มอชว่ ยสบู เอาออกได้ นำ�้ กเิ ลสตณั หา
อาสวะ มันทว่ มหัวใจ จะเอาอะไรมาสบู มาดูดออกละ่ ? ถา้ ไมเ่ อาศรัทธา ความเพยี ร
สติ ปญั ญา มาดดู ออก ฉะนนั้ จงคน้ คดิ พนิ จิ พจิ ารณาใหเ้ หน็ ชดั ตามเปน็ จรงิ มนั ไปถอื
อยกู่ บั อะไร? ไปส�ำคัญอะไร? ไม่ฟังเสยี งอรรถเสยี งธรรม เครอื่ งรือ้ ถอนบ้างหรอื ?

ธรรมดากเิ ลสมกั ต้องอวดดีตอ่ พระพทุ ธเจา้ มันเป็นคแู่ ขง่ กบั พระพุทธเจ้า ต้อง
อวดดกี วา่ ธรรม จงึ เปน็ “คแู่ ขง่ ” ของธรรม ความยดึ ถอื นเี้ ปน็ เรอ่ื งของกเิ ลส การแกไ้ ข
การถอดถอนกเิ ลสนี้ คอื ธรรม ถอนดว้ ยปญั ญา คอื ธรรม หลดุ พน้ ไปไดเ้ ปน็ ความสขุ
กค็ อื “นิพพานธรรม” “วสิ ุทธิธรรม” ทเ่ี ป็นคูแ่ ขง่ กนั อยูต่ ลอด

จงพยายาม! อยา่ ใหแ้ พส้ ง่ิ เหล่าน!้ี เวลานเ้ี ราข้นึ เวทีแล้วเอาใหเ้ ปน็ “แชมเปย้ี น”
สไู้ มถ่ อย! ตายเทา่ นนั้ จงึ จะใหเ้ ขาหามลงจากเวที ถา้ ยงั ไมต่ าย ลม้ ลง พอจะเอาอะไร
สู้ได้ สูล้ งไป สไู้ มไ่ ด้ กแ็ ช่งมันบนเวทีเปน็ ไร น่เี ราเปน็ นกั สู้ สู้ไม่ได้กด็ ่าพอ่ ด่าแม่ของ
กเิ ลสเขา้ ไปซิ กฉ็ นั มอี าวธุ อนั นนี้ ะ่ ฉนั ลม้ ลงแลว้ ตอ่ ยไมไ่ ด้ ปากฉนั ยงั มี ถงึ ลม้ ลงกพ็ ดู ได้
ด่าได้ แช่งได้น่วี ะ! ส้กู ันถึงขนาดนัน้ ซิ จงึ จะเรียก “นักรบ”!

นเ่ี ราพดู เทยี บเคยี ง “นกั รบ” ไมไ่ ดห้ มายความใหไ้ ปแชง่ ไปดา่ คนอนื่ เขา แตห่ มายถงึ
เราสู้กันกับกิเลส ท�ำขนาดน้ันทีเดียว จึงเหมาะสมกับเราท่ีเป็นลูกศิษย์พระตถาคต
ผเู้ ปน็ เลือดแหง่ นักรบ

เคยเห็นไหมล่ะ การปฏิบัติของครูบาอาจารย์น่ะ ที่เราได้กราบไหว้บูชาท่าน
ทา่ นมแี ตน่ กั สแู้ บบนท้ี ง้ั นนั้ แหละ ทา่ นไดช้ ยั ชนะมาดว้ ยวธิ นี ้ี แลว้ จะใหท้ า่ นเอาวธิ ไี หน
มาสอนพวกเรา?

520

เอา้ ! พจิ ารณา! พลกิ แพลงเปลย่ี นแปลงเรอื่ งปญั ญาใหท้ นั กบั เหตกุ ารณท์ เี่ กดิ ขนึ้
อยภู่ ายใน ปญั ญานเี่ ปน็ ความเฉลยี วฉลาดแหลมคม สามารถทจ่ี ะถอดถอนตนไดจ้ าก
หลม่ ลกึ ทปี่ กั จมภายในธาตใุ นขนั ธน์ เ้ี ปน็ เวลาหลายกปั นบั ไมถ่ ว้ น สดุ ทา้ ยกป็ กั อยทู่ จ่ี ติ
ถอดถอนออกใหห้ มด ถอดถอน “เรา” ออกจาก “รปู ” จาก “กาย” จากธาตุ ดนิ นำ้�
ลม ไฟ นี้ ถอนจิตเราออกจาก “ทุกขเวทนา” ทเ่ี ข้าใจวา่ เป็นตนน้ี การถอนรปู กถ็ อน
ออกจากรปู ทย่ี ดึ วา่ เปน็ ตนน้ี ถอนออกจากเวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ ทถ่ี อื วา่ เปน็
“เรา” เปน็ ของเรา พยายามถอดถอนตรงนดี้ ว้ ยปัญญา เอาใหท้ นั การณ์

จติ เปน็ ของละเอยี ด เปน็ ของวเิ ศษวโิ ส ธาตขุ นั ธไ์ มไ่ ดว้ เิ ศษวโิ สอะไร ถงึ จะไปแบก
ไปหามเขา ไปยดึ ไปถอื เขา ถ้าไมใ่ ช่เราโงเ่ สยี เตม็ ภูมิ ถงึ ไดย้ อมแบกสง่ิ ทีห่ ยาบๆ นนั้
ไม่ยอมปล่อยวาง ถา้ เราฉลาด เรากไ็ มแ่ บกซิ รู้เทา่ ทนั ปลอ่ ยลงไปตามสภาพของมัน
จะไปแบกมันทำ� ไม! คน้ คิดลงไป สตปิ ัญญามี!

เราไมต่ อ้ งไปกลวั หรอกเรอ่ื งตายนะ่ กลวั ไปทำ� ไม ความกลวั มนั เปน็ กเิ ลส สรา้ ง
กิเลสขน้ึ มาด้วยความกลวั ท�ำไม จงสร้างความกลา้ หาญ ซึง่ เป็นธรรมแก้กเิ ลสขึน้ มา
ตอ่ สกู้ นั ใหเ้ หน็ ความจรงิ วา่ “อะไรมนั ตายกนั แน?่ ” ความจรงิ มนั ไมม่ อี ะไรตายน่ี กเิ ลส
มนั โกหกเราอยตู่ ลอดเวลา เผลอแพลบ็ เดยี ว มนั ยอ่ งเขา้ มาและกระซบิ วา่ “เราจะตาย
วนั ไหน ตายวนั นนั้ ตายวนั นี้ ตายทนี่ นั่ ตายทน่ี ่ี และจะตายในไมช่ า้ ” คดิ ยงุ่ ตวั เองเขา้
อกี แหละ อยๆู่ กค็ ดิ ยงุ่ ธาตมุ นั กอ็ ยเู่ ฉยๆ สว่ นเราเปน็ คนยงุ่ เอง เขา้ ใจวา่ เรารบั ผดิ ชอบ
ตวั เอง รบั ผดิ ชอบอะไร? นัน่ มันก่อกวนตวั เอง มันไม่ได้รับผิดชอบนท่ี �ำอย่างน้นั !

ถ้าเรารับผิดชอบตัวเองด้วยความจริงใจ ใจเราต้องเต็มไปด้วยสติปัญญา
พจิ ารณาถอดถอน พจิ ารณาปลดเปลอื้ งความกงั วลวนุ่ วายอะไรทเี่ กย่ี วกบั เรอ่ื งการเปน็
การตาย การเจบ็ ไขอ้ ะไรๆ ออกจากใจ ไมล่ ดละ ไมใ่ หก้ เิ ลสมาหลอกได้ นนั่ สมนามของ
นกั ธรรมะทรี่ บั ผดิ ชอบตวั เองโดยแท้ อะไรๆ กพ็ จิ ารณาใหร้ รู้ อบขอบชดิ และถอดถอนจน
หมดสนิ้ จากใจ มนั กส็ บายเทา่ นน้ั เอง! ความสบายอยทู่ ตี่ รงนี้ ความรบั ผดิ ชอบทถี่ กู ตอ้ ง
อยู่ท่ีตรงนี้ ชยั ชนะก็อยู่ท่ตี รงน้!ี

521

ไดย้ นิ แตข่ า่ ว “ทา่ นเปน็ พระอรหตั อรหนั ต”์ เชน่ พระอรหนั ต์ ๑,๒๕๐ องค์ แนะ่ !
มแี ตข่ า่ ววา่ “คนนนั้ สำ� เรจ็ โสดา คนนนั้ สำ� เรจ็ สกทิ า คนนน้ั สำ� เรจ็ อนาคา คนนน้ั สำ� เรจ็ พระ
อรหนั ต”์ สว่ นขา่ วของเรา? มแี ตค่ วามออ่ นแอทอ้ แท้ ทอ้ ถอย ความอบั เฉาเบาความคดิ
ความโศกเศร้า ความวนุ่ วาย นีข่ ่าวของเรามันขัดขวางกนั กบั ขา่ วของท่านไหมละ่ ?

ขา่ วของเราเป็นไปอยา่ งนน้ั ตรงขา้ มกบั ขา่ วของทา่ นท่เี ปน็ เจา้ ของ “อรยิ ทรัพย”์
หรอื “ธรรมสมบตั ”ิ ครอบครองใจ เมอ่ื ขา่ วของเราเปน็ แตอ่ ยา่ งนนั้ ความทกุ ขร์ อ้ ยแปด
ก็เป็นขา่ วของเรานะซี ความ “จมปลกั ” กเ็ ปน็ ข่าวของเราอีกแหละ ส่ิงท่ไี ม่ปรารถนา
มนั กม็ าเปน็ ขา่ วของเรา เพราะเราสรา้ งขา่ วขนึ้ มา เรอื่ งผลมนั กต็ อ้ งเปน็ ของเราอยโู่ ดยด!ี

ธรรมะมไี วเ้ พอื่ ใคร? ทสี่ อนไวน้ ส้ี อนเพอื่ ใคร? พทุ ธบรษิ ทั คอื ใครบา้ ง? ถา้ ไมใ่ ช่
เราคนหนง่ึ ในพทุ ธบรษิ ทั นนั้ ๆ ธรรมนส้ี อนเพอื่ ใคร ถา้ ไมใ่ ชส่ อนเพอื่ เรา สอนเราเพอ่ื
ใหแ้ กอ้ ะไร และสงิ่ ทเี่ ราจะแกม้ อี ยกู่ บั เราหรอื ไม่ มนั กม็ อี ยทู่ น่ี ี่ เหมอื นกบั พระพทุ ธเจา้
ทรงช้ีแจงอยู่ต่อหน้าต่อตาเราเวลาน้ีอย่างสดๆ ร้อนๆ ห่างไกลท่ีไหน! ธรรมของ
พระพทุ ธเจา้ อยกู่ บั ตวั เรา เราไปคาดไปหมายหาประโยชนอ์ ะไรวา่ “พระพทุ ธเจา้ นพิ พาน
อยทู่ โี่ นน่ นานแสนนานแลว้ พระธรรมทา่ นสอนแตค่ รงั้ โนน้ นานแสนนาน ธรรมจดื ชดื
ไปหมดแลว้ ไมม่ รี สมาถงึ สมยั ปจั จบุ นั นหี้ รอก” นน่ั ! ฟงั ซิ กเิ ลสมนั โกหก พากนั ไดย้ นิ
บ้างไหม!

โปรดทราบ สังขารมารมันก�ำลงั ทำ� ลายผ้คู ิดแบบนน้ั ใหแ้ หลกเปน็ “เลน” กเ็ มอ่ื
ความจริงไม่มีกาลไม่มีสมัย มีอยู่กับบุคคลทุกคนผู้เสาะแสวงหาความจริงอยู่แล้ว
ธรรมจะหมดเขตหมดสมัยไปไหน? คิดท�ำลายความจริงให้ตัวเองฉิบหายล่มจมไป
เปลา่ ๆ ทำ� ไม? การท�ำลายตัวเองน้นั ดที ี่ไหน?

ใครจะรยู้ งิ่ กวา่ พระพทุ ธเจา้ ในโลกน้ี พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ ประทบั บนเวที
แหง่ ความจริงอยูต่ ลอดเวลา ราวกบั ท้าทายกเิ ลส แบบ “อกาลิโก”

ฉะนน้ั ศลี สมาธิ ปญั ญา จงึ ไมไ่ ดล้ า้ สมยั ไมม่ กี าล ไมม่ สี ถานท่ี มอี ยกู่ บั บคุ คล
ผลติ ขน้ึ เมอ่ื ไรกไ็ ด้ บำ� รงุ เมอ่ื ไรกเ็ จรญิ ดำ� เนนิ ตามกถ็ งึ “มรรค ผล นพิ พาน” ตลอดกาล

522

สถานที่ เปน็ “อกาลโิ ก” เชน่ เดยี วกนั กบั กเิ ลส มอี ยทู่ กุ กาลทกุ เวลาในใจของสตั วโ์ ลก
น่ันแล

ไมว่ า่ ครงั้ พทุ ธกาลโนน้ หรอื ครงั้ ปจั จบุ นั น้ี ลว้ นเปน็ คนมกี เิ ลสดว้ ยกนั การแกก้ เิ ลส
ก็ตอ้ งแกด้ ้วย ศลี สมาธิ ปัญญา ศรทั ธา ความเพียร ดว้ ยกนั จะหา่ งเหินเน่ินนาน
ทไี่ หน ไมไ่ ดห้ า่ งน่ี แกใ้ หถ้ กู จดุ เถอะ พน้ ทกุ ขไ์ ปดว้ ยกนั ทง้ั นน้ั จงบกุ เบกิ ออก ตรงไหน
มนั ปดิ กำ� บงั ใจ มนั มสี งิ่ มวั หมองตรงไหน จอ่ ปญั ญา จอ่ สติ ลงไปตรงนน้ั พจิ ารณาตรงนนั้
เปน็ อารมณ์ มนั เศร้าหมองท่ีตรงไหน ความเศรา้ หมองเปน็ สภาพอนั หนง่ึ ท่ใี จเรารนู้ ่ี
เหมอื นกบั ความมดื ความสวา่ ง มนั มาสมั ผสั ดวงตาของเรา มดื กม็ องเหน็ วา่ มดื ผทู้ รี่ ู้
วา่ มดื ไมไ่ ดม้ ดื นี่ สวา่ งกร็ ู้ มดื กร็ ู้ แมจ้ ะมดื ขนาดไหน ภายในใจของเรากร็ อู้ ยู่ อบั เฉากร็ ู้
ผ่องใสก็รู้น่!ี

ผรู้ ู้ รอู้ ยา่ งน้ี จงใหป้ ญั ญาพจิ ารณาเขา้ ไป ถอื เอาจติ หรอื ถอื เอาสง่ิ นน้ั เปน็ เปา้ หมาย
แหง่ การพจิ ารณา อยา่ ไปตกใจ อยา่ ไปดใี จ เสยี ใจ กบั ความเศรา้ หมอง และความอบั เฉา
ทป่ี รากฏขน้ึ มาภายในใจ จงเหน็ วา่ สภาพนเ้ี ปน็ สภาพหนง่ึ ทจ่ี ะตอ้ งพจิ ารณา เพราะเปน็
ส่งิ ทเี่ กดิ ทด่ี ับ นอกไปจากใจ เป็นแต่เพยี งอาศยั ใจเกิดข้ึน แลว้ เกาะอย่ทู ใี่ จเทา่ น้ัน
จงพจิ ารณาให้ทราบด้วยความพยายาม จะไปแสดงความวิตกวิจารณ์ไปกบั มันทำ� ไม
อะไรผา่ นข้นึ มาใหร้ ูห้ มด

ชอื่ วา่ “นักศกึ ษา นกั ปฏบิ ตั ิ” ตอ้ งศึกษาให้รู้ สอดสอ่ งด้วยปญั ญา ให้เขา้ ใจกบั
สงิ่ ทป่ี รากฏกบั ตน ความรแู้ ทๆ้ ไมไ่ ดม้ ขี น้ึ มลี ง ไมไ่ ดเ้ ปน็ อยา่ งนน้ั นน่ั เปน็ อาการอนั หนง่ึ
ท่ีจะใหผ้ ้ปู ฏิบัติทราบ

เมอ่ื อาการเหลา่ นห้ี มดไป กเ็ หลอื แตค่ วามบรสิ ทุ ธล์ิ ว้ นๆ เทา่ นนั้ ไมไ่ ดก้ งั วลกบั
สงิ่ เหลา่ นอี้ กี ตอ่ ไป การทเ่ี ราไดพ้ จิ ารณาและไดพ้ บไดเ้ หน็ สงิ่ เหลา่ นเ้ี สมอภายในจติ ใจ
ก็เพราะส่ิงเหลา่ น้ยี ังมี เขาจะตอ้ งประกาศความมอี ยู่ของเขาให้เราทราบ ถ้าตอ้ งการ
ความจรงิ กต็ อ้ งดู ตอ้ งพจิ ารณา ตามหนา้ ท่ี และเวทนาทป่ี รากฏขนึ้ ทงั้ ความเศรา้ ความใส
ทงั้ ความอบั เฉา ทงั้ ความสขุ ความทกุ ข์ ทปี่ รากฏขนึ้ มา นชี่ อื่ วา่ “ผรู้ รู้ อบดว้ ยปญั ญา”

523

เพราะสิ่งเหล่าน้ีเปน็ อาการอันหนง่ึ ทีอ่ าศยั อยใู่ นจติ ซึง่ เราต้องรู้ด้วยปัญญากันทัง้ สิน้
เรยี นจบ จบกันตรงน้ี ไมใ่ ชจ่ บที่ไหน!

จบปรญิ ญาตรี ปริญญาโท ปรญิ ญาเอก ก็วา่ กันไปอย่างน้นั จบมหาเปรยี ญ
ประโยค ๓ ประโยค ๔ ประโยค ๕ ประโยค ๙ วา่ กนั ไปอยา่ งนนั้ ตามสมมตุ นิ ยิ มของ
สมยั นนั้ ๆ สมมตุ นิ ยิ มของคนมกี เิ ลสเขานะ่ มมี าก พรรณนาไมจ่ บ ไมเ่ หมอื น “ธรรมนยิ ม”
ซ่ึงเปน็ ธรรมชาตติ ายตัว ลำ� ดับลำ� ดาเท่าไรๆ กไ็ มส่ น้ิ สดุ ๑๕ ประโยค ๓๐ ประโยค
ว่ากันไปกไ็ ด้ แตก่ ิเลสไมท่ ราบวา่ มันมีประโยคไหนซี มันสนกุ ร้องเพลงบนหวั ใจคน
ตลอดเวลา มันต�ำ่ ตอ้ ยน้อยหนา้ กวา่ คนเมื่อไร อ�ำนาจมนั สูงกว่าคน ถ้าเป็นคนโง!่

ถา้ เปน็ คนฉลาด กเ็ หยยี บยำ่� ทำ� ลายมนั ลงไปได้ นเ่ี ราสรา้ ง “วฒุ ”ิ ทต่ี รงน้ี เรยี น
ความรู้ เรียนทตี่ รงน้ี

“ปรญิ ญาตร”ี กร็ อบตัว ศีล สมาธิ ปัญญา ปรญิ ญาตรี เอาตรงนีซ้ ิ

“ปรญิ ญาโท” กเ็ ลอื่ นขน้ึ ไป ขนั้ “เอก” กท็ ำ� ใหม้ ี “เอกจติ เอกธรรม” แตไ่ มใ่ ช่ “เอก”
ทมี่ นี ัยน์ตาขา้ งเดียวนะ นั่นมนั จวนจะบอดแล้ว อยา่ ให้เป็นเอกแบบน้นั

“เอก” ของพระพทุ ธเจา้ จริงๆ เอกจิต เอกธรรม

เรียนใหถ้ ึงขน้ั “ปริญญาเอก” น่ีซิ ปริญญากต็ อ้ งร้รู อบซิ ถงึ จะเป็นเอก รรู้ อบ
เจา้ ของนนั่ แหละ เพราะเจา้ ของกำ� ลงั โง่ นำ� ปญั ญาเขา้ มาไตรต่ รองพนิ จิ พจิ ารณา ชำ� ระถงึ
“ธรรมชัน้ เอก” “ธรรมแท้” เปน็ อนั เดียว “จติ กับ ธรรม เป็นอนั เดยี วกนั ”!

“พุทธฺ ํ ธมมฺ ํ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ” ลงในธรรมอนั เดยี วทั้งน้นั

“ธมโฺ ม ปทโี ป” สวา่ งกระจา่ งแจง้ อยตู่ ลอดเวลา “อกาลโิ ก” นคี้ อื ธรรมแท้ ไมใ่ ช่
อาการ แต่เปน็ “ธรรมแท้”

เอ้า! สร้างพระพทุ ธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ให้มีขึน้ ทใ่ี จเรา “พทุ ธฺ ํ ธมฺมํ สงฆฺ ํ
สรณํ คจฺฉาม”ิ เราถงึ พระพทุ ธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ ยน่ เขา้ มาให้ถงึ

524

พระพุทธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ ในองคแ์ ห่งความบรสิ ุทธ์ิภายในใจน้ี ซึ่งเปน็ ทรี่ วม
แห่ง “สรณะ” ทงั้ สาม ใหเ้ หน็ ชัดเจนภายในใจ ชอื่ ว่า “สร้างสรณะข้นึ ภายในตัวเอง”
“อตตฺ า หิ อตตฺ โน นาโถ” เต็มภมู ิ ไม่ต้องอาศัยอะไรละ!

“พทุ ธนฉ้ี นั ใด ธรรมนฉ้ี นั ใด สงั ฆะนฉ้ี นั ใด พทุ ธะ ธรรมะ สงั ฆะ นนั้ กเ็ หมอื นกนั ”
เมอื่ ถงึ ขนั้ นแ้ี ลว้ ไมท่ ราบวา่ จะไปหากราบพระพทุ ธเจา้ ทไี่ หน เอาความบรสิ ทุ ธใ์ิ จในนี้
บชู าทา่ นเลย เอาธรรมทงั้ ดวงในความบรสิ ทุ ธนิ์ บี้ ชู าทา่ นเลย เขา้ กนั ไดส้ นทิ ไมม่ อี ะไร
สนทิ ยงิ่ กวา่ พทุ ธะของทา่ นฉนั ใด พทุ ธะของเราฉนั นนั้ ธรรมะนน้ั ฉนั ใด ธรรมะนฉี้ นั นนั้
เปน็ อนั เดยี วกนั ไมส่ งสยั พระพทุ ธเจา้ นพิ พานไปนานแลว้ หรอื ไมน่ าน ไมส่ งสยั ! เพราะ
เปน็ อาการน่ี เพราะเปน็ เรอ่ื งธาตุ เรอ่ื งขนั ธ์ ทา่ นปลอ่ ยธาตขุ นั ธต์ า่ งหากในสถานทน่ี น้ั
กาลเวลานั้น ปีนัน้ พ.ศ. น้ัน

พระสงฆ์สาวกก็เหมอื นกนั ท่านนพิ พานไปแลว้ กห็ ายไปหมด สูญสิ้นไปหมด
อยา่ งนั้นหรือ? น้นั คอื ความเห็นของ “โมฆบรุ ุษ, โมฆสตรี” ตา่ งหาก ไม่ใช่ความจริง
ของธรรมประเภท “ปรมํ สุขํ” อันเปน็ เครื่องรับรองผลจากความบริสุทธิ์

“สงั โฆ” คอื อะไร ก็คือผู้ทรงไว้ซงึ่ ความบรสิ ทุ ธ์ิในขณะน้ี นั้นแลคอื สงั โฆแท้
หาไดท้ ตี่ วั เราเปน็ “อตตฺ า หิ อตตฺ โน นาโถ” สรา้ งทพี่ งึ่ ใหเ้ พยี งพอตรงนเี้ ปน็ จดุ สำ� คญั
สำ� คญั ทจี่ ติ จะปลดเปลอื้ งตนออกจากสง่ิ ทเี่ ปน็ ภยั ทง้ั หลายใหห้ ลดุ พน้ ทไี่ หนเปน็ ทพี่ อใจ
เปน็ จุดท่เี ราตอ้ งการ เอาตรงนี้

อยา่ ไปกงั วลกบั เรอื่ งอะไรทงั้ หมด โลกเราไมม่ อี ะไรหรอก มแี ตใ่ จเราไปกงั วลกบั
เขาอยา่ งเดยี ว หาเรอ่ื งหาราวใหม้ นั ยงุ่ ไปเอง ตดั ออกดว้ ยสตดิ ว้ ยปญั ญาของเรา อยทู่ ไี่ หน
ก็เราคนเดียว คนเดียวเทา่ น้นั แหละ เกดิ กเ็ กดิ คนเดียว ญาตทิ ี่มงุ ล้อมอย่นู ้ัน ไม่ใช่
ผเู้ จบ็ ในขณะนนั้ เราเทา่ นนั้ เปน็ ผเู้ จบ็ ตายกเ็ ราเทา่ นนั้ เปน็ ผตู้ าย คนอน่ื ตายแทนไมไ่ ด้
เจบ็ แทนไมไ่ ด้ เราตอ้ งเปน็ คนเจบ็ คนตาย เทา่ นน้ั แลว้ ตอ้ งเปน็ ผชู้ ว่ ยตวั เอง “อตตฺ า หิ
อตตฺ โน นาโถ” ดว้ ยสตปิ ญั ญาของเราเองนนั่ แหละ เปน็ ความถกู ตอ้ งเหมาะสมอยา่ งยง่ิ

525

พระพทุ ธเจา้ ทา่ นทรงปลงชนมายุสังขารในวันนี้ เราก็ปลงกเิ ลส ตัณหา อาสวะ
ใหม้ นั ตกเสียในวันนี้ เพราะตัวนีเ้ ปน็ ตวั สำ� คัญ ปลงใหต้ กเสยี !
การตายเมื่อไรกต็ าม จะไปตายวนั นน้ั วันนี้ ดังพระพุทธเจ้าทา่ นว่าก็ไมส่ ำ� คัญ
สำ� หรบั เรานะ่ มนั หมดลมหายใจเมอ่ื ไร วนั นน้ั เปน็ วนั ตายของเรา เราเอาแตล่ มหายใจ
หมดนเ้ี ทา่ นนั้ ลมหายใจยงั มีอยู่ มนั กย็ งั ไม่ตาย เอา้ ! หายใจไปเร่ือยๆ มันไม่เป็น
ปญั หาอะไร เรื่องเหล่านีเ้ ร่อื งลมๆ แล้งๆ
ทสี่ ำ� คญั กค็ อื สรา้ งหลกั ฐานเตรยี มพรอ้ มเพอ่ื จติ ใจของตน เปน็ “อตตฺ า หิ อตตฺ โน
นาโถ” อยา่ งเตม็ ภมู ิ นน่ั เปน็ ทพี่ อใจ การเปน็ การตาย ตายทน่ี นั่ ตายทน่ี ี่ กาลนนั้ สมยั นี้
ไมม่ อี ะไรเป็นปญั หาทั้งหมด เพราะมันเป็นเร่ืองสมมุตินี่
เอาละการแสดงธรรม กเ็ หน็ วา่ สมควร ขอยุติฯ

526

การปฎบิ ตั ิของพระอาจารย์

ศาสนามอี ยใู่ นทใี่ ด ทนี่ น้ั กร็ ม่ เยน็ ผปู้ ฏบิ ตั ศิ าสนาบกพรอ่ ง ณ ทใี่ ด ทนี่ นั้ กร็ อ้ น
ถา้ ศาสนาไมม่ เี ลย ใจกร็ อ้ นเปน็ ไฟ ระยะใดมศี าสนา คอื มสี ตปิ ญั ญาพจิ ารณารกั ษาใจ
ใจก็เย็น การปราบปรามโจรผู้ร้ายภายในจิตใจ เมอื่ เร่ิมปราบปรามทีแรกกเ็ ปน็ ทกุ ข์
เพราะสว่ นมากมแี ตแ่ พม้ นั กย็ งั ดที เี่ รายงั มกี ำ� ลงั พอตอ่ สมู้ นั ถงึ จะไดร้ บั ความแพบ้ า้ ง
ก็ยังดีกวา่ ทย่ี อมอย่างหมอบราบเลยทเี ดียวโดยหมดทางสู้

การปฏิบัติทางด้านจติ ใจนนั้ เปน็ ข้ันๆ ย่อมมคี วามยุ่งยาก ความลำ� บากในการ
ปฏบิ ตั เิ ปน็ ธรรมดา เฉพาะอยา่ งยง่ิ ในเบอ้ื งตน้ คอื ยากชนดิ ไมเ่ หน็ ตน้ เหน็ ปลาย ไมเ่ หน็
เหตเุ หน็ ผล ไมร่ เู้ รอ่ื งรรู้ าวอะไร ขอ้ อรรถขอ้ ธรรมทไี่ ดร้ บั จากตำ� รบั ตำ� รา หรอื ครบู าอาจารย์
ทา่ นสอนใหพ้ องๆู ปลาๆ กเ็ อามาปฏบิ ตั ิ ถกู บา้ งผดิ บา้ ง ตอนนแี้ หละยากมาก ความที่
อยากรู้อยากเหน็ กม็ ีกำ� ลงั มาก แตใ่ จไม่ยอมเปน็ ไปให้ น่กี ็เป็นความทุกขเ์ ดอื ดรอ้ น
อนั หนง่ึ ทเ่ี คยเปน็ มาแลว้ มนั เหลอื แตใ่ จ พดู งา่ ยๆ ความอยากรอู้ ยากเหน็ ธรรมภายใน
จติ ใจเหมือนกับจะล้นฝงั่ เวลาปฏิบตั ิ จติ ใจไม่เปน็ ไปตามความท่อี ยากรอู้ ยากเห็น
กเ็ ดอื ดรอ้ น เสยี ใจ ลางทนี ง่ั นำ�้ ตารว่ งอยกู่ ม็ ี เพราะการตำ� หนติ วั เองนนั่ แหละ วา่ อำ� นาจ
วาสนานอ้ ย มาบวชให้หนกั ศาสนาทา่ นเปลา่ ๆ มาน่ังภาวนากห็ าทางออกทางเข้าไมไ่ ด้
นง่ั จมอยูก่ บั กองทกุ ข์ มนั คดิ ไปต่างๆ ดว้ ยความนอ้ ยเนอื้ ต่ำ� ใจ วา่ ตนเปน็ คนอาภพั
วาสนาน้อยบ้าง วาสนาไม่ถึงธรรมวิเศษนั้นบา้ ง ไม่มีวาสนาบ้าง ยงุ่ ไปหมด

527

ความจรงิ การปฏบิ ตั ขิ องเรายงั ไมถ่ กู คอื เรามงุ่ แตผ่ ลคอื รายได้ โดยไมค่ ำ� นงึ ถงึ งาน
ทที่ ำ� วา่ ถกู หรอื ผดิ ความอยากกม็ กี ำ� ลงั เมอ่ื ไมส่ มหวงั กเ็ กดิ ความทกุ ขข์ น้ึ มา ถา้ คำ� นงึ ถงึ
การปฏบิ ตั ขิ องตนวา่ ถกู หรอื ผดิ บา้ ง มนั กพ็ อจะไดส้ ตปิ ญั ญามาทดสอบกนั ได้ หาความ
ยดึ มั่นถือมนั่ หรอื ลดความอยากอันน้นั ลงมาบา้ ง ความทกุ ขก์ ็จะเบาบางลง

นเี่ วลาภาวนาไป กำ� หนดอะไร กม็ แี ตจ่ ะใหร้ ใู้ หเ้ หน็ มรรค ผล นพิ พาน ถา่ ยเดยี ว
ซงึ่ คดิ คาดเอาไวน้ น่ั เอง สวรรคจ์ ะเปน็ อยา่ งนนั้ พรหมโลกจะเปน็ อยา่ งนี้ นพิ พานจะเปน็
อยา่ งนน้ั คาดไปเดาไป ความอยากมนั กร็ นุ แรง อยากรู้ อยากเหน็ อยากพน้ ทกุ ข์ แตก่ าร
ปฏบิ ตั ไิ มก่ า้ วหนา้ มแี ตอ่ ยากอยเู่ ฉยๆ นง่ั อยาก นอนอยาก เดนิ อยาก ยนื อยาก อยเู่ ฉยๆ
นง่ั ภาวนาอยาก แตจ่ ติ ไมท่ ำ� งานกบั ภาวนา มแี ตค่ วามอยาก เดนิ จงกรมอยกู่ ม็ แี ตค่ วาม
อยาก จนลมื งานทที่ ำ� กไ็ มเ่ กดิ ผลอะไร เพราะเหตใุ หเ้ ปน็ ไปตามสงิ่ ทหี่ มายไมม่ เี ทา่ ทคี่ วร
แลว้ จะไปถงึ จดุ ทหี่ มายไดอ้ ยา่ งไร นเ่ี คยเปน็ มาแลว้ รสู้ กึ งานภาวนานล้ี ำ� บากมากกวา่
งานอ่ืนใด

ภาวนาพุทโธ พทุ โธ พทุ โธ นะ่ แตค่ วามอยากคอยแทรกเข้ามา เพราะอยากรู้
และอยากใหจ้ ติ เปน็ อยา่ งนนั้ อยา่ งนี้ จติ กเ็ ลยเพลนิ ไปกบั ความอยากไปเสยี แลว้ กล็ มื
งานภาวนาจนไมท่ ราบวา่ พทุ โธหายไปไหน สดุ ทา้ ยกไ็ มไ่ ดอ้ ะไร จงึ บงั เกดิ ความเบอื่ หนา่ ย
ความเสียใจ เคยเป็นอยู่เสมอภายในจติ ใจ

แตจ่ ะเปน็ ทไี รกไ็ มเ่ หมอื นจติ ทเี่ สอ่ื ม จติ เสอื่ มรอ้ นมาก เพราะเคยเหน็ เหตเุ หน็ ผล
เคยไดร้ บั ความสะดวกสบาย สงบ เยอื กเยน็ จติ ใจมาแลว้ ปรากฏเปน็ พนื้ เปน็ ฐานอยา่ ง
ชดั เจน แตแ่ ลว้ มาเสอื่ มไปเสยี จติ นจ่ี งึ รอ้ นมากจรงิ ๆ รอ้ นจนไมม่ ที ยี่ บั ทยี่ ง้ั ดอี ยอู่ ยา่ งหนงึ่
ที่ร้อนก็ไมถ่ อย มีแต่จะเอาใหไ้ ดท้ ่าเดียว ถา้ หากจติ ถอยหรอื อ่อนก�ำลงั ลงเสีย หรือ
ทอดอาลยั เสยี อยา่ งนี้ กค็ งหมดทา่ หมดหวงั เลย แตน่ ยี้ งั ดที จ่ี ติ ไมถ่ อย มแี ตจ่ ะเอาใหไ้ ด้
อยา่ งเดยี ว ไมย่ อมทอ้ ถอย ดอ้ ยกำ� ลงั ความเพยี ร ทเ่ี สอ่ื มไปแลว้ กลบั ตวั ไมไ่ ด้ กเ็ พราะ
ความอยากนน่ั แหละ ไมใ่ ชเ่ พราะอะไร จติ อยากรอู้ ยากเหน็ อยา่ งทเ่ี คยเปน็ มาแลว้ แตว่ า่
หน้าทก่ี ารงานท่ีท�ำไมส่ มั พันธเ์ กี่ยวเนอ่ื งกนั มแี ต่ความอยาก อยากเทา่ ไรกไ็ มไ่ ดผ้ ล
เพราะผดิ กบั หลกั ของเหตุ เหตไุ มท่ ำ� ใหส้ มบรู ณเ์ ทา่ ทคี่ วร จะรไู้ ดต้ ามใจอยา่ งไร มนั กร็ ู้

528

ไมไ่ ด้ นง่ั อยกู่ ็ร้อน นอนอยู่ก็รอ้ น เขา้ ในปา่ ขน้ึ บนภเู ขา ในขณะท่ีจติ เสื่อมกห็ าชิ้นดี
ไมไ่ ดเ้ ลย ไม่ทราบเป็นอยา่ งไร

ความรอ้ นของเพศนกั บวชในศาสนาน้ี มคี รงั้ นนั้ รอ้ นมากทส่ี ดุ รอ้ นเพราะความ
อยากได้ เสียใจท่จี ิตเสอื่ มลงไป ทำ� อย่างไรก็ไมไ่ ดก้ ลับคืนมา เส่ือมไปเพยี งเล็กน้อย
แลว้ กเ็ สอื่ มไป เสอ่ื มไปจนหมด ไมม่ อี ะไรเหลอื สกั สตางคเ์ ดยี ว ปรากฏวา่ เหมอื นไมเ่ คย
ภาวนามาเลย

เวลาน่งั อยา่ งน้ีร้อนเป็นฟืนเป็นไฟ เพราะความอยากน้ัน ความเสยี ใจทสี่ มบตั ิ
ของตนหลดุ ลอยไป หายไปจากตวั กบั ความอยากไดก้ ลบั มาอกี สองอยา่ งนป้ี ระดงั กนั
เขา้ มากเ็ ลยมกี ำ� ลงั รนุ แรง อยทู่ ไี่ หนกไ็ มส่ บาย ไมเ่ กดิ ประโยชน์ ถงึ ทกุ ขก์ ท็ กุ ขอ์ ยอู่ ยา่ งนน้ั
ไมร่ ทู้ างออก อยากกอ็ ยากอยา่ งนน้ั แหละ ไมร่ วู้ ธิ กี ารทจี่ ะทำ� ใหส้ มาธนิ น้ั กลบั มาได้ มแี ต่
ความอยาก ความอาลยั อาวรณส์ ง่ิ ทเ่ี คยเกดิ ขนึ้ แลว้ เปน็ ความแปลกประหลาดอศั จรรย์
แตไ่ ดห้ ายไปเสยี มแี ตค่ วามเสยี ใจเตม็ หวั ใจ มแี ตค่ วามอยากเฉยๆ กไ็ มส่ ามารถจะยงั
ธรรมทห่ี ายไปนน้ั คนื มาได้ จนกระทง่ั หมดอาลยั ตายอยากทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งแลว้ คราวนี้
จิตกเ็ ลยทอดธรุ ะในความอยากนน้ั

เรอื่ งผลอะไรทเี่ คยอยากได้ กอ็ ยากมานานแลว้ ทกุ ขก์ ท็ กุ ขแ์ สนทกุ ขเ์ พราะความ
อยาก ไมเ่ หน็ ไดอ้ ะไร กลบั มาทนี ไ้ี มเ่ อามนั แลว้ ปลอ่ ยมนั ทงิ้ ใหห้ มด จะรกู้ ร็ ู้ ไมร่ กู้ ไ็ มร่ ู้
จะเอาแตพ่ ทุ โธเทา่ นลี้ ะ จติ มนั จะคดิ อะไรกไ็ มย่ อมใหเ้ ผลอ เอามนั ละ จะไมร่ จู้ รงิ ๆ เหรอ
เปน็ ยงั ไงกเ็ ป็นกนั

พอทอดธรุ ะแลว้ ความอยากกไ็ มร่ นุ แรง ทนี คี้ วามทกุ ขน์ น้ั คอ่ ยเบาลงไป ตงั้ หนา้
ทำ� งานอยไู่ หน กบ็ รกิ รรมพทุ โธๆๆ อยา่ งนนั้ แล นเี้ คยเปน็ นสิ ยั เอาจรงิ เอาจงั มาแตด่ งั้ เดมิ
ทำ� อะไรกท็ ำ� จรงิ ไมเ่ หลาะแหละ นสิ ยั นไี้ ดช้ ม การบรกิ รรมพทุ โธนนั้ ไมล่ ดละ ปลอ่ ยวาง
เดิน ปัดกวาด ก็ไมย่ อมใหเ้ ผลอ พยายามอยอู่ ยา่ งนัน้ ปดั กวาดลานวดั กพ็ ยายาม
ระมดั ระวังจนจติ เผลอไปชั่วขณะเดียว สติก็ทนั กัน ใจรีบกลับมา น่ถี กู ต้องดแี ลว้ ทนี ้ี
พอทอดธรุ ะแลว้ จติ กไ็ มไ่ ปเกย่ี วขอ้ งกบั อดตี ทผ่ี า่ นมาแลว้ นนั้ เลย มนั อยใู่ นวงปจั จบุ นั

529

มแี ตส่ งั่ สมหรอื ภาวนา พทุ โธๆ นอ้ี ยา่ งเดยี วเทา่ นน้ั ไดห้ รอื ไมไ่ ดอ้ ะไรกแ็ ลว้ แตพ่ ทุ โธจะ
ดลบนั ดาลให้ จนกระทง่ั จติ สงบแลว้ พทุ โธกไ็ มจ่ ำ� เปน็ ปลอ่ ยคำ� บรกิ รรมไดใ้ นขณะนน้ั
ทีนี้จติ ยอมลงแลว้ แตก่ ่อนไมย่ อมลง

พอจติ สงบตวั ลงแลว้ คำ� วา่ พทุ โธ กไ็ มจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งบรกิ รรม เหลอื แตค่ วามรลู้ ว้ นๆ
เดน่ อยอู่ ยา่ งชดั เจน แลว้ จติ กอ็ ยกู่ บั ความรลู้ ว้ นๆ นน้ั แหละ พอถอยออกมากเ็ อาพทุ โธ
อดั เข้าไป ไม่หวงั เพราะเคยหวงั มาแลว้ จะเกิดอะไรก็ไมห่ วงั จะมผี ลอะไรก็ไมห่ วงั
เคยหวงั มาแลว้ ไมเ่ กดิ ผลดอี ะไรเลย เหน็ โทษแหง่ ความหวงั แลว้ ทนี ค้ี วามหวงั แบบปาวๆ
แบบไม่มเี หตุมีผล แบบไม่ท�ำงาน หวงั แตผ่ ลถา่ ยเดยี ว อ้าว ทนี ้ีจะทำ� แตง่ านๆ คือ
บรกิ รรมพทุ โธ ไมล่ ดละปลอ่ ยวางแมข้ ณะหนงึ่ ใจเมอ่ื ไดร้ บั การบำ� รงุ รกั ษาโดยถกู ตอ้ ง
แลว้ ใจกส็ งบ คอ่ ยสงบขนึ้ มา สงบขนึ้ มา แนบแนน่ เขา้ ไป แนบแนน่ เขา้ ไป จนถงึ ระดบั เกา่
ท่เี คยเปน็ มาแลว้ คราวทจ่ี ติ ยังไม่เสอ่ื มให้เห็นเลย

ทนี ี้แปลกนะ พอถึงระดบั เก่ากท็ อดอาลยั ไว้อยา่ งนนั้ ว่า เอ้า มนั จะเส่ือมไปไหน
กเ็ สอื่ มไปเถอะ เราเคยตา้ นทานไวพ้ อแลว้ ดว้ ยความอยาก ไมเ่ หน็ เกดิ ประโยชนอ์ ะไร
แมน้ ิดเดียว ฉะนน้ั จิตจะเส่อื มอยา่ งไรกเ็ สอื่ มไปเถดิ แต่จะละพุทโธ ฉนั ไมย่ อมละ
จะอย่อู ยา่ งนัน้ เป็นประจำ�

พอถงึ วนั ทเ่ี คยเสอื่ มแลว้ ไมเ่ สอื่ ม นนั่ แนใ่ จตอ่ เหตเุ ขา้ ไปอกี เปน็ กอง ยง่ิ เรง่ เหตุ
คอื บรกิ รรมพทุ โธเขา้ ไมห่ ยดุ จะหยดุ เฉพาะเวลาจติ รวมสงบเทา่ นนั้ ทนี จี้ ติ แนบแนน่
เขา้ ไปเปน็ ลำ� ดบั ๆ นงั่ ทไ่ี หนกส็ วา่ งไสว เบาจติ เบาใจ โลง่ ไปหมด คดิ แนใ่ จตวั เองวา่ ทนี ้ี
ไมเ่ สอ่ื ม นบั เปน็ วนั สองวนั กแ็ ลว้ นบั เปน็ เดอื นกแ็ ลว้ สองเดอื นกแ็ ลว้ ไมเ่ สอื่ ม แตก่ อ่ น
เพยี งสองสามวนั กเ็ สอ่ื ม สองสามวนั แลว้ ลดลงฮวบ เลยหมดตวั พยายามบำ� รงุ อยตู่ งั้
๑๔-๑๕ วนั กวา่ จะถงึ ทน่ี น้ั พอเขา้ ไปถงึ ทนี่ นั้ มนั อยไู่ ดเ้ พยี งวนั สองวนั แลว้ ลดลงอยา่ ง
ปุบปับ หมดตัว ไม่มอี ะไรเหลือเลย เหลือแตค่ วามเสยี ใจ และความแหง้ แลง้ เทา่ นัน้

คราวน้ีจะเสอ่ื มกเ็ สอ่ื มไปเถอะ เคยหวังแลว้ ไมเ่ กิดประโยชน์ จะเอาเท่านแ้ี หละ
เอาอันเดยี วเท่านี้ คือพทุ โธ

530

พูดถึงเรื่องความทุกข์ในเวลาจิตเสื่อมนั้น ทุกข์มากจริงๆ ทุกข์จนเข็ดหลาบ
คาบหญ้า แตเ่ ดชะอย่างหนึ่งที่จิตไมถ่ อย มีแต่จะเอาท่าเดียว น่ีแหละที่พอทนพออยู่
กนั ไดน้ ะ ถา้ หากจติ ทอ้ ถอยเสยี หยดุ เสยี ดกี วา่ อยา่ งนแี้ ลว้ กเ็ ปน็ อนั หมดเนอื้ หมดตวั
หมดเรื่องสืบต่อไปเลย

แตน่ น้ั มาใจเจรญิ ขนึ้ เรอ่ื ยมา กเี่ ดอื นกแ็ นว่ แน่ ยงิ่ มน่ั คงเขา้ ไป มนั่ คงเขา้ ไป สว่ น
คำ� บรกิ รรมภาวนาไมย่ อมลดละ จะกระทง่ั จติ เดน่ อยตู่ ลอดมาแลว้ ถงึ ปลอ่ ย คอื ความรู้
ของจิตน่ันแหละเด่นดวง ความรู้นั้นแหละเป็นท่ีพ่ึงพิงได้แล้วจนไม่ต้องอาศัยค�ำ
บรกิ รรมใดมาชว่ ยสนบั สนนุ จติ รจู้ ติ และทรงตวั ไดอ้ ยา่ งเตม็ ท่ี ทนี ไ้ี มบ่ รกิ รรมกไ็ ด้ เพราะ
จิตเด่นอยู่ตลอดเวลา ก�ำหนดตรงนั้นเลย ไปไหนกำ� หนดอยู่ตรงน้ัน รู้อยู่ตรงนั้น
เหมอื นเรากำ� หนดพทุ โธอันเป็นฐานของจิตได้เป็นอย่างดี แนใ่ จเจา้ ของวา่

๑. ฐานมน่ั คงขนึ้ โดยลำ� ดบั จนกระทง่ั มน่ั คงกวา่ ทเ่ี คยเจรญิ ขน้ึ แลว้ เสอื่ มลงเมอื่
คราวก่อนนัน้

๒. การกำ� หนดความรนู้ น้ั เมอื่ ความรเู้ ดน่ ดวงแลว้ กำ� หนดอนั นนั้ ไมล่ ดละ กำ� หนด
เช่นเดียวกบั ก�ำหนดภาวนาพุทโธ จนละเอียดลงไป ละเอียดลงไป นเ่ี ป็นฐานของจติ
อันเปน็ ท่ีแนใ่ จ

จากนัน้ มาก็เรง่ ใหญ่ ตอนจะน่ังภาวนาไดต้ ลอดรงุ่ นัน้ ก็จากน่แี หละ ทนี ้เี รมิ่ น่ัง
กำ� หนด กำ� หนดลงไปๆ ทแี รกใจกล็ ง เพราะมนั เคยลง มนั ลงไดง้ า่ ย เรยี กวา่ มหี ลกั มฐี าน
อนั ดี กำ� หนดภาวนาลงไป เมอ่ื เวทนาอนั ใหญห่ ลวงยงั ไมเ่ กดิ ภาวนามนั กส็ งบดี พอถอย
ขนึ้ มากเ็ ปน็ เวลาหลายชว่ั โมง เวทนาใหญก่ เ็ กดิ ขนึ้ และเกดิ ขนึ้ จนจะทนไมไ่ หว ใจทเ่ี คย
สงบน้นั ก็ล้มไปหมด ฐานดีๆ น้ันล้มไปหมด เหลือแต่ความทุกขเ์ ตม็ ในสว่ นรา่ งกาย
แต่จิตใจไม่รอ้ นชอบกล

รา่ งกายทกุ ขม์ าก สนั่ ไปหมดทง้ั ตวั นแี่ หละตอนทไ่ี ดเ้ ขา้ ตะลมุ บอนกนั ในเบอ้ื งตน้
แหง่ เหตทุ จี่ ะไดอ้ บุ ายสำ� คญั ขน้ึ มา ตอนทกุ ขเวทนากลา้ สาหสั เกดิ ขน้ึ โดยไมค่ าดไมฝ่ นั
คืนวันนั้นก็ยังไม่ได้ตั้งใจว่าจะน่ังจนตลอดรุ่งนะ เราไม่ได้ต้ังสัจอธิษฐานอะไรเลย

531

นงั่ ภาวนาธรรมดาๆ แตเ่ วลาทกุ ขเวทนาเกดิ ขน้ึ มามาก “เอะ๊ นย่ี งั ไงกนั นะ เราจะตอ้ งสู้
ใหเ้ หน็ เหตเุ หน็ ผลกบั เวทนานเ้ี สยี วนั น”้ี เลยตงั้ สจั อธษิ ฐานในขณะนนั้ เลย “เอา้ ถา้ ไมถ่ งึ
เวลาลุก จะไมล่ ุกจรงิ ๆ เอ้า สู้กนั จนถงึ สว่างเปน็ วันใหม่ วนั น้ีจะพจิ ารณาทุกขเวทนา
ให้เหน็ แจง้ เห็นชัดกนั สักที ถ้าไมเ่ ห็น แม้จะตายก็ให้มนั ตายไป ใหร้ ้กู นั ขุดกันลงไป
ค้นกนั ลงไป” น่แี หละตอนปญั ญาเรมิ่ ท�ำงานอยา่ งเอาจริงเอาจงั

เราไมท่ ราบ ไมค่ าดไมฝ่ นั วา่ ปญั ญาจะมคี วามแหลมคม เวลามนั จนตรอกจนมมุ
ไมม่ ที างออกจรงิ ๆ ปญั ญากห็ มนุ ตวิ้ เลย ปญั ญาออกขดุ คน้ สกู้ นั แบบไมย่ อมถอยทพั
กลบั แพเ้ ลย เวลาจนตรอก ปญั ญาเกดิ จงึ ทำ� ใหเ้ ขา้ ใจวา่ คนเราไมใ่ ชจ่ ะโงอ่ ยเู่ รอื่ ยไป
เวลาจนตรอกยอ่ มหาวธิ ีช่วยตัวเองจนได้

นกี่ เ็ หมอื นกนั พอจนตรอกเพราะทกุ ขเวทนากลา้ ครอบงำ� สตปิ ญั ญาคน้ เขา้ ไปถงึ
ทกุ ขเวทนา เมอ่ื เวทนาเกดิ ขน้ึ มากๆ เชน่ น้ี มนั เปน็ ไปหมดทง้ั รา่ งกาย ทแี รกมนั กอ็ อกรอ้ น
ตามหลงั มอื หลงั เทา้ ซงึ่ ไมใ่ ชเ่ วทนาใหญโ่ ตอะไรเลย เวลามนั ใหญโ่ ตจรงิ ๆ เกดิ ขน้ึ มา
รา่ งกายเป็นไฟไปหมด กระดกู ทกุ ทอ่ นทกุ ชิ้นท่ีตดิ ตอ่ กัน เป็นฟืนเสริมไฟในรา่ งกาย
ทกุ สว่ น เหมอื นมนั จะแตกไปเดย๋ี วนนั้ กระดกู ตน้ คอมนั กจ็ ะขาด กระดกู ทกุ ทอ่ นทกุ ชนิ้
ทตี่ ดิ ตอ่ กนั มนั กจ็ ะขาด หวั จะขาดตกลงพน้ื ในขณะนนั้ เวลาเปน็ ทกุ ข์ อะไรๆ กพ็ อๆ กนั
และทวั่ ไปหมดทงั้ รา่ งกายนี้ ไมท่ ราบจะไปยบั ยงั้ พอหายใจไดท้ ต่ี รงไหน ทไ่ี หนกม็ แี ต่
กองไฟ คอื ความทกุ ขม์ ากๆ ทั้งสิน้

เมอ่ื หาทป่ี ลงใจไมไ่ ด้ สตปิ ญั ญากข็ ดุ คน้ ลงไปทที่ กุ ขเวทนานน้ั โดยหมายเอาจดุ ที่
มนั ทกุ ขม์ ากกวา่ เพอ่ื น อนั ไหนทม่ี นั เปน็ ทกุ ขม์ ากกวา่ เพอ่ื น สตปิ ญั ญาพจิ ารณาขดุ คน้
ลงทตี่ รงนน้ั โดยแยกทกุ ขเวทนาออกใหเ้ หน็ ชดั เจนวา่ เวทนานเ้ี กดิ มาจากไหน ใครเปน็
ทกุ ข์ ถามสกลกายสว่ นตา่ งๆ อาการตา่ งๆ ตา่ งอนั ตา่ งเปน็ อยตู่ ามธรรมชาติ หนงั กเ็ ปน็ หนงั
เน้อื ก็เปน็ เนือ้ เอน็ กเ็ ปน็ เอน็ ฯลฯ มีมาแต่วันเกดิ ไม่ปรากฏว่ามนั เปน็ ทุกขม์ าตงั้ แต่
วันเกดิ ตดิ ตอ่ กนั มาเหมอื นเนอื้ หนังที่มอี ย่ตู งั้ แตว่ นั เกิดนี้ ส่วนทกุ ข์เกิดข้นึ และดบั ไป
เป็นระยะๆ ไมค่ งอยู่เหมือนอวยั วะเหล่าน้ันนี่

532

ก�ำหนดลงไป อวัยวะส่วนไหนซึ่งเป็นรูป อันน้ันก็จริงของมันอยู่อย่างน้ัน
ทกุ ขเวทนาขณะนม้ี นั เกดิ อยตู่ รงไหน ถา้ วา่ สงิ่ เหลา่ นน้ั เปน็ เวทนาทงั้ หมด ทำ� ไมมนั จงึ มี
จดุ เดยี วที่มนั หนกั มาก แน่ะ แยกมันออกไป สติปญั ญาตอนนัน้ หนีไปไหนไม่ไดแ้ ล้ว
ต้องว่งิ อยตู่ ามบริเวณที่เจ็บปวด และหมุนต้ิวรอบตัว แยกเวทนากบั กาย ดกู ายแลว้
ดูเวทนา ดจู ติ มีสามอยา่ งน้ีเปน็ หลักใหญ่

จติ กเ็ หน็ สบายดนี ี่ ถงึ ทกุ ขเวทนาจะเกดิ ขน้ึ มากนอ้ ยเพยี งไร จติ กไ็ มเ่ หน็ ทรุ นทรุ าย
เกดิ ความเดอื ดรอ้ นระสำ่� ระสายอะไรน่ี แตค่ วามทกุ ขใ์ นรา่ งกายนนั้ ชดั วา่ ทกุ ขม์ าก มนั ก็
เปน็ ธรรมดาของทกุ ขแ์ ละกเิ ลสท่ีมอี ยู่ มนั ต้องเขา้ ประสานกนั ไม่เชน่ นนั้ จติ จะไมเ่ กิด
ความเดือดร้อนหรือกระทบกระเทือนไปตามทุกขเวทนาทางกายที่สาหัสในขณะน้ัน
ปญั ญาขดุ คน้ ลงไป จนกระทง่ั กายกช็ ดั เวทนากช็ ดั จติ กช็ ดั ตามความจรงิ ของแตล่ ะอยา่ ง
ละอย่าง

จิตเป็นผู้ไปหมายไปส�ำคัญเวทนาว่าเป็นนั้นเป็นน้ีก็รู้ชัด พอมันชัดเข้าจริงๆ
เชน่ นน้ั แลว้ เวทนากห็ ายวบู ไปเลย ในขณะนนั้ กายกส็ กั แตว่ า่ กาย จรงิ ของมนั อยอู่ ยา่ งนนั้
เวทนากส็ กั แตเ่ วทนา และหายวบู เขา้ ไปในจติ ไมไ่ ดไ้ ปทอี่ นื่ นะ พอเวทนาหายวบู เขา้ ไป
ในจิต จติ ก็รู้ว่าทกุ ขเวทนาดับหมด ทุกขเวทนาดับหมดราวกบั ปลดิ ท้ิง นอกจากนั้น
กายกห็ ายหมดในความรสู้ กึ ขณะนน้ั กายไมม่ ใี นความรสู้ กึ เลย เหลอื แตค่ วามรลู้ ว้ นๆ
เพราะยงั เหลอื อยอู่ นั เดยี วคอื ความรแู้ ละเพยี งสกั แตว่ า่ รเู้ ทา่ นนั้ จติ ละเอยี ดมาก แทบจะ
พดู อะไรไมไ่ ดเ้ ลย สกั แตว่ า่ รู้ เพราะละเอยี ดออ่ นทส่ี ดุ อยภู่ ายใน รา่ งกายหายหมด เวทนา
หายหมด เวทนาทางกายไม่มีเหลือเลย ร่างกายทีก่ �ำลงั นง่ั ภาวนาอยูน่ นั้ ก็หายไปหมด
ในความรสู้ กึ เหลอื แตค่ วามสกั แตว่ า่ รู้ จะคดิ จะปรงุ เปน็ อยา่ งนนั้ อยา่ งนไ้ี มม่ ี ขณะนน้ั
จติ ไมค่ ดิ ปรงุ เลย ถา้ ไมป่ รงุ กเ็ รยี กวา่ ไมข่ ยบั เขยอื้ นอะไรทงั้ นนั้ จติ มนั แนว่ คอื แนว่ อยู่
โดยลำ� พงั ตนเอง เปน็ จติ ลว้ นๆ ตามขน้ั ของจติ ทรี่ วมสงบ นไี่ มไ่ ดห้ มายถงึ อวชิ ชาไมม่ นี ะ
อวชิ ชามนั แทรกอยใู่ นนน้ั แหละ เพราะจติ ยงั ไมถ่ อนออกจากอวชิ ชา มนั กม็ จี ติ กบั อวชิ ชา
ทีส่ งบตัวอยู่ด้วยกัน เพราะอวิชชาไม่ออกทำ� งาน ขณะที่ถกู ตีตอ้ นดว้ ยปญั ญา อวิชชา
กห็ ดตัว สงบลงไปแทรกอย่กู ับใจเหมอื นตะกอนนอนกน้ โอ่งฉะน้นั

533

ขณะนั้นเกิดความอัศจรรย์ขึ้นมา ทุกขเวทนาไม่เหลือ กายหายหมด สิ่งที่
ไมห่ ายมอี นั เดยี ว คอื ความรอู้ นั ละเอยี ดทพ่ี ดู ไมถ่ กู คอื สกั แตว่ า่ ปรากฏเทา่ นน้ั พดู นอก
ออกไปจากนั้นไม่ได้ ส่ิงที่สักแต่ว่าปรากฏนั้นแล คือความอัศจรรย์ยิ่งในขณะนั้น
ไมข่ ยบั เขยอ้ื นภายในจติ ใจ ไมก่ ระเพอ่ื มไมอ่ ะไรทง้ั หมด สงบแนว่ อยอู่ ยา่ งนน้ั จนกระทงั่
พอแก่กาลแล้วก็ขยับ คือใจเร่ิมถอยออกมา และกระเพื่อมแย็บแล้วหายเงียบไป
การกระเพอ่ื ม มนั เปน็ เองของมนั นะ เราไปหมายไมไ่ ด้ ถา้ ไปหมายกจ็ ะถอน คอื จติ พอดบิ
พอดีของมันเอง กระเพอื่ มแยบ็ อยา่ งนม้ี นั กร็ ู้ พอกระเพื่อมแย็บ มนั ก็ดบั ไปพรอ้ ม
สกั ประเด๋ยี วกระเพอ่ื มแย็บอีก หายไปพรอ้ ม แลว้ คอ่ ยถเ่ี ขา้ ถเี่ ขา้

นี่ละจติ เวลามันลงถงึ ฐานเตม็ ทแี่ ล้ว ขณะทจี่ ะถอนกไ็ มถ่ อนทเี ดียว เรารู้ได้ชัด
ขณะนน้ั มนั คอ่ ยกระเพอ่ื ม คอื สงั ขารมนั ปรงุ แยบ็ ขน้ึ มา หายเงยี บไป ยงั ไมไ่ ดค้ วามอะไร
กระเพอื่ มแยบ็ แลว้ ดบั ไปพรอ้ ม แลว้ ประเดยี๋ วแยบ็ ขนึ้ มาอกี คอ่ ยๆ ถเ่ี ขา้ พอถเ่ี ขา้ ถงึ วาระ
สุดทา้ ยกร็ สู้ กึ ตวั ถอนขึ้นมาเปน็ จิตธรรมดา แล้วกร็ เู้ รื่องรา่ งกาย เวทนากห็ ายเงียบ
เวลาจติ ถอนขน้ึ มาแลว้ เวทนายงั ไมม่ ี ยงั หายเงยี บอยกู่ อ่ น จนกวา่ จะถงึ เวลาทเี่ วทนา
จะเกิดขนึ้ มาใหม่

นไี่ ดห้ ลกั เกณฑท์ นี่ แ่ี ละแนใ่ จ เกดิ ความเขา้ ใจวา่ ไดห้ ลกั ในการตอ่ สกู้ บั เวทนาวา่
ออ๋ เปน็ อยา่ งนเี้ อง ทกุ ขม์ นั เปน็ อนั หนง่ึ ตา่ งหากแทๆ้ กายเปน็ อนั หนงึ่ จติ เปน็ อนั หนงึ่
ต่างหาก แต่เพราะความล่มุ หลงอยา่ งเดียว จึงได้รวมทั้งสามอย่างมาเป็นอันเดียวกัน
จิตเลยกลายเป็นความหลงทง้ั ดวง จิตกเ็ ปน็ ผหู้ ลงทั้งดวง แม้ทุกขเวทนาจะเกดิ ตาม
ธรรมชาตขิ องมนั กต็ าม แตเ่ มอ่ื ยดึ เอามาเผาเรา มนั กร็ อ้ น เพราะความสำ� คญั นเ้ี องพาให้
รอ้ น

เมื่อนานพอสมควรแลว้ ทกุ ขเวทนากเ็ กิดขน้ึ อีก เกิดขึน้ อกี เอาอีก ต่อส้กู นั อีก
ไมถ่ อย ขดุ คน้ ลงไปอกี อยา่ งทเ่ี คยขดุ คน้ มาแลว้ แตห่ นกอ่ น แตเ่ ราจะเอาอบุ ายทเ่ี คย
พจิ ารณาแกไ้ ขในระยะกอ่ นมาใชใ้ นปจั จบุ นั นไี้ มไ่ ด้ มนั ตอ้ งเปน็ อบุ ายสตปิ ญั ญาคดิ ขนึ้
มาใหม่ ผลติ ขน้ึ มาใหม่ ใหท้ นั กบั เหตกุ ารณซ์ งึ่ เปน็ เวทนาเหมอื นกนั แตอ่ บุ ายวธิ กี ต็ อ้ ง
ใหเ้ หมาะสมกนั ในขณะนนั้ เทา่ นนั้ เราจะไปยดึ เอาอบุ ายวธิ ที เ่ี ราเคยพจิ ารณารคู้ รง้ั นนั้ ๆ

534

มาแกไ้ มไ่ ด้ มนั ตอ้ งเปน็ อบุ ายสดๆ รอ้ นๆ เกดิ ขน้ึ ในปจั จบุ นั แกก้ นั ในปจั จบุ นั ใจกส็ งบ
ลงไดอ้ กี อย่างแนบสนิทเช่นเคย

ในคนื แรกนน้ั ลงไดถ้ งึ สามหน แตส่ กู้ นั แบบตะลมุ บอนถงึ สามหน พอดสี วา่ ง โอย๊
เวลาต่อสู้กันแบบใครดีใครอยู่ ใครไมด่ ใี ครไป ดว้ ยเหตุผลโดยทางสตปิ ัญญาจรงิ ๆ
ใจเกดิ ความอาจหาญรนื่ เรงิ ไมก่ ลวั ตาย ทกุ ขจ์ ะมมี ากมนี อ้ ยเพยี งไรกเ็ ปน็ เรอื่ งของมนั
ธรรมดา เราไมเ่ ขา้ ไปแบกหามมนั เสยี อยา่ งเดยี ว ทกุ ขม์ นั กไ็ มเ่ หน็ มคี วามหมายอะไรใน
จติ เรา จติ มนั รชู้ ดั กายกไ็ มม่ คี วามหมายอะไรในตวั ของมนั และมนั กไ็ มม่ คี วามหมายใน
ตวั เวทนา และมนั กไ็ มม่ คี วามหมายในตวั ของเราอกี นอกจากจติ ไปใหค้ วามหมายมนั
แล้วก็กอบโกยทกุ ข์เข้ามาเผาตนเองเท่าน้ัน ไม่มอี ย่างอ่นื ใดเข้ามาท�ำใหใ้ จเปน็ ทกุ ข์

ต่ืนเช้าขน้ึ มาใหร้ สู้ ึกห้าวหาญมากผิดธรรมดา อยากจะกราบเรียนความร้คู วาม
สามารถถวายท่านอาจารย์ม่ัน ท้ังนี้เน่ืองจากมันเกิดความห้าวหาญอย่างพูดไม่ถูก
ท�ำไมถึงอัศจรรย์ชนิดนี้ ทไี่ มเ่ คยพบเคยเห็นมาก่อน ต้ังแตเ่ ริม่ ปฏิบตั ิมาก็ไมเ่ คยเปน็
ใจมันขาดวรรคขาดตอนกับอารมณ์ใดๆ ท้ังส้ิน และรวมลงด้วยความองอาจกล้า
หาญจริงๆ รวมดว้ ยการพจิ ารณารอบหมดแลว้ มนั ถงึ ได้สงบตัวเข้าไปแบบอาชาไนย
เมอ่ื ถอยออกมาแลว้ กย็ ังมีความอาจหาญเตม็ ตัว ไมค่ ดิ กลัวเป็นกลัวตายอะไรท้งั ส้นิ
ดว้ ยความมนั่ ใจวา่ เราเคยพจิ ารณาอยา่ งนนั้ ๆ มาแลว้ เมอ่ื ทกุ ขเวทนาเปน็ ขน้ึ คราวหนา้
คราวหลงั เรากไ็ มก่ ลวั เพราะเปน็ ทกุ ขเวทนาอนั เกา่ คอื ทกุ ขก์ ท็ กุ ขห์ นา้ เกา่ กายกก็ าย
อนั เกา่ ปญั ญาอนั เกา่ ทเี่ คยใชอ้ ยนู่ แ้ี หละ ใจจงึ ไมก่ ลวั ตาย จนถงึ เกดิ ความอะไรๆ บอก
ไมถ่ กู ถา้ เปน็ โลกกเ็ รยี กวา่ ทา้ ทายกนั อยา่ งออกหนา้ ออกตา ไมม่ สี ะทกสะทา้ นตอ่ ความ
เจบ็ ความตายเลย

นน่ั เหน็ ไหม ใจเม่อื คราวกล้า กลา้ เต็มที่ หาญเตม็ ท่ี และส้ไู มถ่ อย เอาเถอะ
พูดง่ายๆ แบบตรงไปตรงมาเป็นอยา่ งนั้น เมือ่ ถงึ คราวตายกเ็ อาเถอะ จิตเป็นไม่ถอย
เมอ่ื ถงึ คราวจะตายนะ่ ความตายจะเอาทกุ ขม์ าจากไหนทยี่ งิ่ ไปกวา่ นไี้ มม่ ี ทกุ ขก์ แ็ คท่ กุ ข์
ทมี่ อี ยใู่ นขนั ธเ์ ทา่ นนั้ มมี ากมนี อ้ ยกไ็ ดร้ กู้ นั แลว้ ในขนั ธน์ ี้ ทกุ ขจ์ ะเกดิ มากนอ้ ย หนกั เบา
ขนาดไหน กไ็ มเ่ หนอื จากความรคู้ วามสามารถ ไมเ่ หนอื จากสตปิ ญั ญาไปได้ สตปิ ญั ญา

535

เปน็ ผสู้ ามารถจะตามรไู้ ดห้ มด ดงั ทไี่ ดร้ มู้ าแลว้ ดงั ทไ่ี ดเ้ คยถอดถอนกนั มาแลว้ จงึ ทำ�
ใหเ้ กดิ ความกลา้ หาญมาก เวลาตายกไ็ มเ่ หน็ มปี ญั หาอะไร เมอื่ สตปิ ญั ญามรี อบตวั อยู่
เชน่ นแ้ี ลว้ จะตายกต็ ายเถดิ ความเกดิ กบั ความตายเปน็ ของคกู่ นั จะแยกจากการเกดิ
แล้วไม่ใหต้ ายย่อมไมไ่ ด้ เพราะเปน็ ความจริงเทา่ กนั

คราวตอ่ ไปกเ็ อาอกี กร็ เู้ หมอื นนนั้ รเู้ หมอื นนนั้ อยเู่ รอ่ื ย ชนะทกุ ที ลงไดท้ มุ่ กำ� ลงั
ขนาดนนั้ แลว้ ไมม่ วี นั ไหนทจ่ี ะไดต้ ำ� หนติ นวา่ นง่ั ตลอดรงุ่ ทง้ั คนื ไมม่ ผี ลอะไรปรากฏเลย
แตค่ นื ใดทจ่ี ติ พจิ ารณายาก ลงไดย้ าก กม็ คี วามบอบชำ้� ไปทว่ั รา่ งกาย ปรากฏวา่ ระบม
ไปหมด การไดอ้ บุ ายและกำ� ลงั ใจนน้ั คนื ไหนกค็ นื นนั้ ไดอ้ ยา่ งเดน่ ทกุ คนื จนกระทงั่ เรอื่ ง
ความตายนม้ี นั ไมก่ ลวั เลย กจ็ ะเอากลวั มาจากไหน ความตายกเ็ ปน็ ธรรมดา คอื ปญั ญา
แยกแยะลงไปจนกระทงั่ อนั ไหนมนั ตาย ผม ขน เล็บ ฟนั หนัง เนือ้ หนงั กระดกู น้ี
มนั เปน็ สว่ นธาตุเดมิ ธาตุดนิ

ธาตดุ นิ นมี้ นั ตายเมอ่ื ไร สลายลงไปแลว้ เปน็ อยา่ งไร กำ� หนดตามลงไปกร็ วู้ า่ ลงไปสู่
ธาตเุ ดมิ ของมนั ธาตนุ ำ้� กล็ งไปสธู่ าตนุ ำ้� ตามเดมิ ของมนั ธาตลุ ม ธาตไุ ฟ กล็ งไปสธู่ าตเุ ดมิ
ของตนเทา่ นน้ั ไมไ่ ดม้ อี ะไรฉบิ หาย มแี ตเ่ พยี งวา่ ธาตเุ หลา่ นมี้ าประชมุ หรอื มาผสมเขา้ กนั
เปน็ ก้อน อาศยั จติ เขา้ ไปสงิ ตวั เจา้ มหาหลงเขา้ ไปสิงเท่าน้ัน กไ็ ปแบกเอาหมด น่เี ป็น
ตวั ของตนไปจบั จองเอา นเี่ ปน็ เรา นเ่ี ปน็ ของเรา จงึ ไปกอบโกยเอาทกุ ขท์ ง้ั มวลแบบรบั
เหมาหมดดว้ ยความส�ำคญั อนั นั้นเขา้ มาเผาลนตนเองเท่านน้ั ไมม่ ีอยา่ งอ่ืน

ตวั จติ นเ้ี องเปน็ นกั โทษ ธาตขุ นั ธเ์ ขาไมไ่ ดเ้ ปน็ นกั โทษ เขาไมไ่ ดเ้ ปน็ ตวั ขา้ ศกึ อะไร
แก่เรา เขามีความจริงของเขาอยู่อย่างน้ัน แต่เราไปแบกไปหามไปส�ำคัญต่างหาก
ความทกุ ขจ์ งึ เปน็ เราเปน็ ผผู้ ลติ ขนึ้ มาเอง สง่ิ เหลา่ นนั้ ไมไ่ ดผ้ ลติ ใหเ้ รา ไมม่ อี ะไรมาให้
ทกุ ขแ์ กเ่ รา แนะ่ มนั เขา้ ใจอยา่ งนี้ เราเองเปน็ ผสู้ ำ� คญั ผดิ เปน็ ผทู้ กุ ข์ เพราะสำ� คญั ผดิ
เปน็ เหตุ ให้เป็นทุกข์เกิดข้ึนมาเผาลนจติ ใจให้เดอื ดรอ้ น เหน็ ได้ชดั วา่ ไมม่ ีอะไรตาย

จติ กไ็ มต่ าย มนั ยงิ่ เดน่ พจิ ารณาธาตสุ ี่ ดนิ นำ�้ ลม ไฟ ลงถงึ ธาตเุ ดมิ ของเขาเตม็ ที่
แลว้ จติ ยิง่ เด่นชดั คำ� วา่ ตายทไี่ หนตาย อะไรตาย อาการเหล่านมี้ ันก็ไมต่ าย ธาตุสี่

536

ดิน นำ�้ ลม ไฟ กไ็ ม่ตาย จติ ละ่ มนั ตายอยา่ งไร จติ ยงิ่ รู้ ย่ิงเด่น ยงิ่ เหน็ ได้ชดั อันน้ี
มนั กไ็ มต่ าย แลว้ มนั กลวั ตายอะไร ออ้ นห่ี ลอกกนั นน่ั แนะ่ หลอกกนั มาตงั้ กปั ตง้ั กลั ป์
ความจริงแลว้ ไม่มอี ะไรตาย

คำ� ว่า หลอก น่ี ไมไ่ ด้หมายความวา่ ดว้ ยเจตนา หลอกเพราะความหลงพาเปน็
ต่างหาก กลัวตาย ออ๋ โลกกลวั ตาย กลัวอยา่ งนี้ เม่อื เรยี นไม่ถึงความจริงของมนั
เพราะไมท่ ราบอะไรตาย กม็ นั ไมม่ ีอะไรตายน่ี ตา่ งอันตา่ งจริงอยู่เพยี งเทา่ นี้ รู้ชดั เจน
จติ มันประกาศตนโดยธรรมชาติ เหน็ ความอศั จรรยท์ ุกครง้ั อย่างเดน่ ชดั

เวลามนั ดบั หมดจรงิ ๆ ดว้ ยการพจิ ารณา ทงั้ ๆ ทที่ กุ ขเวทนามนั เหมอื นจะสง่ ตวั ไป
ถงึ เมฆนน่ั แนะ่ ความทกุ ขค์ วามรอ้ นเปน็ ฟนื เปน็ ไฟภายในรา่ งกาย แตแ่ ลว้ มนั กด็ บั ลง
ด้วยอ�ำนาจของสติปัญญาอย่างราบ ไม่มีอะไรเหลือเลย ร่างกายก็ดับไปด้วยกันใน
ความรสู้ กึ ไมป่ รากฏเลย เลยเปน็ ความรอู้ นั เดยี ว เหมอื นอยใู่ นกลางอากาศ แตก่ ไ็ มไ่ ป
เทยี บกนั เวลานนั้ มนั วา่ งไปหมด แตค่ วามรนู้ นั้ รอู้ ยชู่ ดั เจน มอี นั เดยี วเทา่ นน้ั สงิ่ ทแ่ี ปลก
ในโลกนม้ี อี ันเดียวคือใจ

ดนิ นำ�้ ลม ไฟ กบั ใจ ไมส่ มั ผสั สมั พนั ธ์ จงึ หมดความรสู้ กึ จากดนิ จากนำ�้ จากลม
จากไฟ จากร่างกายทกุ ส่วน เหลอื แต่ความรอู้ ยลู่ �ำพังตนเองลว้ นๆ เป็นความรทู้ ่ีไม่
เกยี่ วขอ้ งกบั อะไรเลย เปน็ ความรทู้ อ่ี ศั จรรยจ์ ากการพจิ ารณารอบคอบแลว้ ถอนตวั ออก
มาจากสง่ิ เหล่านัน้ เดน่ ชดั เจน อศั จรรย์

ถ้าลงจติ ได้เป็นเชน่ นนั้ แล้ว แม้จะเปน็ อยู่สักก่วี ันก่คี นื ก็ตาม กไ็ มม่ คี วามหมาย
ถงึ ทกุ ขเวทนาวา่ รา่ งกายจะแตกจะดบั หรอื จะเจบ็ จะปวดทไ่ี หน มนั ไมม่ ี จะเอาอะไรมามี
กาล สถานที่ ไมม่ ใี นขณะจติ นนั้ นก่ี ท็ ำ� ใหห้ ยง่ั ถงึ เรอ่ื งพระสาวกหรอื พระพทุ ธเจา้ หรอื
พระปจั เจกพระพทุ ธเจา้ ทา่ นเขา้ นโิ รธสมาบตั ิ ๗ วนั ทา่ นถงึ ออก เขา้ เทา่ ไรกเ็ ขา้ ได้ ถา้ ลง
จติ ไมไ่ ดเ้ กย่ี วขอ้ งกบั อะไรเลยเชน่ นน้ั เหลือแตค่ วามรลู้ ว้ นๆ ซึง่ สักแตว่ า่ ปรากฏขน้ึ น้ี
เทา่ นน้ั ไมม่ กี าล สถานที่ เขา้ ไปเกยี่ วขอ้ ง จะนง่ั อยตู่ งั้ กปั ตง้ั กลั ปก์ น็ งั่ เถอะ แมร้ า่ งกาย
ทนไมไ่ หว มันจะแตกก็สลายไปเฉยๆ น่นั แนะ่ โดยไม่กระทบกระเทอื นถงึ ธรรมชาติ
นั้นเลย

537

ทีน้ีจิตยอมรับแล้ว เชื่อจริงๆ ในการเข้านิโรธสมาบัติ ได้เท่าน้ันวันเท่านี้วัน
ของทา่ นผวู้ เิ ศษทง้ั หลาย ลงถงึ จติ ชนั้ นแ้ี ลว้ ไมถ่ อนตวั ออกมาสอู่ ะไรๆ เขา้ ไปกว่ี นั กเี่ ดอื น
กไ็ มร่ คู้ วามหมายอะไร รา่ งกายมนั มสี ขุ มที กุ ขท์ ไ่ี หน ไมม่ เี ลย รา่ งกายมนั ไมม่ คี วามรสู้ กึ
เวทนามันกไ็ ม่มคี วามรู้สึก เหลือแต่ความรลู้ ้วนๆ น่ังอยตู่ ้ังกัปต้ังกัลป์กน็ ั่งได้ถา้ เป็น
อยา่ งนี้ ทำ� ใหเ้ ช่ือถึงเร่ืองพระปัจเจกพุทธเจ้า ทา่ นเขา้ นิโรธสมาบัติ เลยถืออันนี้เป็น
หลักฐานยืนยันภายในจิต ใครจะว่าบ้าก็ว่าไป ปากเขามี หูเรามี อยากฟังก็ฟังไป
ไม่อยากฟังก็เฉยเสีย เรอื่ งนเี้ รื่องนัน้ ก็รไู้ ปเหน็ ไป ไม่มใี ครผูกขาดนี่

แมเ้ ราจะไมน่ ง่ั ไปนานกต็ าม แตข่ ณะจติ ทม่ี นั สงบตวั ขนาดนนั้ ชวั่ ระยะเดยี ว กพ็ อ
เปน็ หลกั ฐานพยานไดก้ บั ทา่ นทเี่ ขา้ สนู่ โิ รธสมาบตั ไิ ดเ้ ปน็ เวลานานๆ เพราะเปน็ ลกั ษณะน้ี
ลกั ษณะทไ่ี มเ่ กยี่ วขอ้ งกบั อะไรเลย รา่ งกายกม็ แี ตร่ า่ งกาย เปอ่ื ยพงั ไปหมด มนั ทนไมไ่ หว
เพราะรา่ งกายมนั เปน็ อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา มนั กเ็ ปอ่ื ยไปเฉยๆ โดยทจ่ี ติ นนั้ ไมร่ บั ทราบเลย
มันเป็นขั้นท่ีเกิดขึ้นด้วยสติปัญญา น่ีเป็นขั้นของปัญญาอบรมสมาธิ คือจิตดวงน้ี
มนั เตม็ ภมู เิ ตม็ ฐานของความสงบเชน่ นนั้ เพราะปญั ญาคน้ ควา้ อยา่ งเตม็ เหตเุ ตม็ ผลแลว้
รวมลงไปนร้ี วมอยา่ งองอาจกลา้ หาญ รวมอยา่ งละเอยี ดมากทเี ดยี ว ลำ� พงั จติ ทเ่ี ตม็ ไป
ดว้ ยกำ� ลงั ของสมาธิ กำ� หนดแลว้ ลงไปเลยนน้ั มนั แนว่ อยอู่ ยา่ งเดยี วเทา่ นนั้ ไมไ่ ดล้ กึ ซง้ึ
ละเอียดเหมือนอย่างน้ี แตจ่ ิตทีส่ งบลงด้วยอ�ำนาจของปัญญานนั้ ละเอยี ดทุกครัง้ ไป
ถา้ ลงได้ตะลุมบอนขนาดนีแ้ ล้วเปน็ ผลขนึ้ มา จะต้องสงบเต็มที่ดังทีเ่ ปน็ อยู่น้ี

นเ่ี ปน็ รากฐานหรอื เปน็ ตน้ ทนุ แหง่ ความอาจหาญ หรอื เปน็ เชอ้ื อนั สำ� คญั ทใ่ี หเ้ กดิ
ความเชอื่ มน่ั ในเรอื่ งของจติ อะไรจะสญู สนิ้ ไปเพยี งไรกต็ าม แตธ่ รรมชาตทิ ร่ี นู้ ไี้ มส่ ญู
เหน็ ไดช้ ดั เจน เหน็ กเ็ หน็ กนั อยา่ งชดั เจน ในขณะทไ่ี มม่ อี ะไรเขา้ เกย่ี วขอ้ งเลยในความ
รสู้ กึ นนั้ มสี กั แตว่ า่ รอู้ นั เดยี วเทา่ นนั้ จงึ เดน่ มาก นจ่ี ะวา่ ขนั้ สมาธหิ รอื ขน้ั ปญั ญา มนั พดู
ไม่ถกู นะ เวลาจติ เป็นจรงิ ๆ เปน็ อย่างนัน้

แตน่ น้ั มากเ็ รอื่ ยๆ พจิ ารณาเรอื่ ย ออกทางปญั ญาน้ี ขยบั ขยายออกอยา่ งกวา้ งขวาง
แลว้ กย็ น่ เขา้ มา พอเขา้ ใจเปน็ ลำ� ดบั ลำ� ดาแลว้ จติ กป็ ลอ่ ยเขา้ มา ปลอ่ ยเขา้ มา ยน่ เขา้ มา
เขา้ วงแคบๆ มาเร่อื ยๆๆ พิจารณาถงึ ธาตุ ถึงขันธ์ แยกธาตแุ ยกขันธ์

538

ทีน้ีจะเร่ิมเป็นสมุจเฉทปหาน คือจะละกันได้โดยเด็ดขาดจากการพิจารณาใน
วาระตอ่ มานนั้ มนั ชนะกนั ไดช้ ว่ั กาลพอใหเ้ ปน็ หลกั ฐานพยานยนื ยนั ไดเ้ ทา่ นน้ั ในเวลาที่
เรายงั พจิ ารณามนั ไมเ่ ดด็ ขาด ยงั ไมเ่ ปน็ สมจุ เฉทปหาน เวลาพจิ ารณาทางดา้ นปญั ญานี้
มนั เขา้ ใจไดช้ ดั ขาดออกจากกนั ถอนออกจากกนั ขาดออกเปน็ ลำ� ดบั ๆ ขาดไมม่ ชี น้ิ ตอ่
ขาดไปโดยลำ� ดบั ๆ เหลอื แตค่ วามรลู้ ว้ นๆ รปู กข็ าดจากความยดึ มน่ั เวทนา สญั ญา สงั ขาร
วญิ ญาณ กข็ าดจากความยดึ มน่ั ถอื มนั่ จะวา่ ใจขาดจากเขากถ็ กู ขาดไปเรอ่ื ยๆ เหลอื แต่
ความรู้ คอื จติ กบั อวชิ ชาทฝี่ งั จมอยภู่ ายในนนั้ คน้ เขา้ ไป ตใี หแ้ หลก ฟนั ใหแ้ หลกละเอยี ด
ด้วยสตปิ ัญญาอนั ทันสมัย จติ อวิชชาก็แตก พอจติ อวชิ ชาแตกไปแล้วก็หมด

ความอัศจรรยท์ กี่ ล่าวมาท้งั หมดน้ี เปน็ เรอ่ื งของอวิชชาท้ังเพ น่ัน รแู้ ลว้ ทีน่ ี่

ทนี ี้ นน่ั เพยี งเปน็ ฐานทอ่ี ยทู่ อี่ าศยั เปน็ เชอื้ ทจี่ ะใหเ้ กดิ ความเชอ่ื มน่ั ไปโดยลำ� ดบั ๆ
แตต่ ่อมาเลยเป็น ถา้ จะพูดว่าดกี ็ดี ถ้าจะมุง่ ถึงธรรมอนั ละเอยี ดแล้ว ดอี นั นน้ั ก็เปน็ ดี
อยกู่ บั อวชิ ชา ไมใ่ ชด่ แี ท้ ไมใ่ ชด่ ที บี่ รสิ ทุ ธิ์ ดแี ตป่ นอยกู่ บั ชวั่ กบั ทกุ ข์ ทกุ ขย์ งั มที างเกดิ
ไดอ้ ยู่ มนั ใหเ้ จยี ระไนเขา้ ไปอกี ที เขา้ ไปอกี ที จนแหลกละเอยี ดภายในจติ อะไรเปน็ เชอื้
มคี วามแปลกปลอมปนอยใู่ นจติ ชำ� ระใหห้ มด ฟอกใหห้ มด จนไม่มีเหลือแล้ว หมด
จติ หมดดวงท่สี มมุตินิยมว่า อนั น้ัน อนั น้ี หมด ในตอนน้จี ติ ถงึ ความบรสิ ทุ ธ์ิลว้ นๆ
ถึงไมม่ ีสมมุติโดยประการทั้งปวง นั่นหมดแท้ เปน็ อศั จรรย์ ไม่อัศจรรย์ก็ไม่พ้นทกุ ข์
นเ่ี ป็นธรรมอกี อยา่ งหนง่ึ เปน็ ธรรมพน้ สมมุติ

การกล่าวมาทั้งน้ี มนั ยากหรือไมย่ ากกข็ อให้พิจารณากนั จนถึงขน้ั จะสลบไสล
บางครง้ั เปน็ ไฟไปหมดทงั้ ตวั เลย ขณะทเ่ี วทนากลา้ สาหสั จรงิ ๆ เหมอื นกบั จะเปน็ ไฟทงั้
รา่ งกายนเี้ ลย เสรจ็ แลว้ กผ็ า่ นของมนั ไปได้ กแ็ กข้ องมนั ไปไดด้ ว้ ยสตปิ ญั ญา เพราะฉะนน้ั
เร่ืองของสติปัญญาแล้วจึงไม่จนตรอกถ้าเราน�ำมาใช้ คนเราไม่ใช่จะโง่อยู่เสมอไป
เมอื่ ถงึ คราวจนตรอก ตอ้ งชว่ ยตนเองไปจนได้ ใครจะยอมใหจ้ มอยเู่ ฉยๆ ทงั้ ๆ ทสี่ ติ
ปญั ญากม็ พี อจะแก้ หรอื มชี อ่ งทางพอจะเลด็ ลอดออกมาได้ พอทจี่ ะบกึ บนึ ออกมาได้
ใครจะยอมตายจมอยเู่ ฉยๆ เลา่ ตอ้ งหาทางออกด้วยกนั จนไดน้ ้นั แล

539

เมอื่ ทกุ ขเวทนามนั พอกพนู เขา้ มาแลว้ ยงั ไมม่ องเหน็ ทางใดทจ่ี ะแกท้ กุ ขเวทนาได้
นอกจากสตปิ ญั ญาคน้ ควา้ จนมชี อ่ งออกจนได้ ฉะนนั้ ปญั ญาจงึ ไมข่ น้ึ อยกู่ บั ผใู้ ด เมอื่ ถงึ
วาระทีจ่ ติ จะพจิ ารณาในคราวจนตรอก หากรวมตัวมาเองชว่ ยกันจนได้

พระพทุ ธเจา้ จงึ สอนใหไ้ ปอยใู่ นทสี่ ำ� คญั ๆ ซงึ่ เปน็ สถานทจ่ี นตรอกนนั่ เอง อยงู่ า่ ยๆ
เพื่อสตปิ ญั ญาจะไดท้ �ำงานให้เตม็ เมด็ เตม็ หน่วยและเหน็ ความสามารถของตน ดีกว่า
คอยใหผ้ อู้ นื่ ชว่ ยโดยถา่ ยเดยี ว เมอื่ พดู ถงึ กาล สถานท่ี นนั่ กช็ ว่ ยใหส้ ตปิ ญั ญาเกดิ ได้
ไปอยใู่ นทกี่ ลวั ๆ สตมิ ันดี ปัญญาก็แหลมคม พิจารณาอะไรก็คลอ่ งแคลว่ แกล้วกล้า
ถา้ ไดร้ บั ความสะดวกสบายละก็ มนั ขเ้ี กยี จ กนิ มาก นอนมาก แนะ่ เรอ่ื งของจติ เปน็ ยงั งน้ั
อยู่ตามธรรมดา ขีเ้ กียจมาก อดื อาดมาก เนือยนายมาก ถา้ อยใู่ นสถานทีไ่ ม่นา่ กลวั
ความนอนใจกม็ ขี ้นึ กป็ ระมาทอีกแลว้ นอนเหมือนหมูอกี แล้ว

ถา้ อยใู่ นสถานทก่ี ลวั มนั ตนื่ ตวั อยตู่ ลอดเวลาจติ น่ี เมอ่ื ความตนื่ ตวั มอี ยู่ ความ
รสู้ กึ ตวั มนั กม็ อี ยตู่ ลอด เพราะความตนื่ ตวั นนั้ คอื ความมสี ติ สตปิ รากฏอยใู่ นตวั มคี วาม
รตู้ วั อยตู่ ลอดเวลา เปน็ ความเพยี รอยเู่ สมอ อะไรมาสมั ผสั สมั พนั ธก์ เ็ ขา้ ใจ เพราะความ
ไมน่ อนใจ เพราะความมสี ตปิ ระจำ� ตวั สถานทเี่ หมาะสมตา่ งๆ ทา่ นจงึ สอนใหไ้ ปอยู่ เพราะ
เปน็ เครอื่ งส่งเสริมหรอื เครอื่ งสนบั สนุนความพากเพยี รได้ดี

มกี ฏุ อิ ยสู่ ะดวกสบายดงั ทอ่ี ยนู่ ้ี อะไรมนั กป็ รนปรอื ไปหมด อาหารการขบฉนั กล็ น้
บาตร ทว่ มทงั้ วนั ทงั้ คนื ดว้ ยนำ�้ สม้ นำ้� หวาน โกโก้ กาแฟ อาหารหวานคาว ไหลมาจาก
ทศิ ตา่ งๆ ถา้ ผไู้ มม่ สี ตปิ ญั ญากน็ อนกอดอาหารอยรู่ าวกบั หมนู อนเฝา้ รำ� แลว้ กข็ น้ึ นอน
บนเขียง

สว่ นธรรมนนั้ ไมม่ หี วงั จะไดค้ รองละ ขนึ้ ชอื่ วา่ พระกรรมฐานทเี่ กง่ แบบน้ี มนั ตอ้ ง
จบแบบนแ้ี นไ่ มส่ งสยั ความมสี ตปิ ญั ญามนั ตอ้ งคดิ ปจั จยั สมี่ มี ากมนี อ้ ย จะตอ้ งหาอบุ าย
ฟิตตวั เสมอ ระวงั ตัวเสมอ ไม่นอนใจ เหมือนแม่เน้อื ตั้งท่าระวงั ภัย ในทีไ่ ม่ตอ้ งระวัง
เร่อื งอาหารอยา่ งนี้ ใจก็คดิ ของมันไปอีกแบบหน่งึ ทดี่ ัดสันดานเช่นนน้ั จะเอาอะไรมา
เหลือเฟือ อะไรๆ ก็มแี ตข่ าดๆ เขินๆ บกๆ พร่องๆ ข้าวบณิ ฑบาตมา บางวนั ก็พอ

540

บางวนั กไ็ มพ่ อ อยา่ งนก้ี ไ็ มว่ ติ กกงั วล เพราะเคยอดเคยอมิ่ มาแลว้ อดเพยี งวนั สองวนั
มันไม่ได้ตาย มนั คิดแก้ตัวเองอยา่ งนัน้ เสีย ใจกไ็ มเ่ ปน็ กังวล

อาหารหรอื อะไรกเ็ หมอื นกนั มแี ตข่ า้ วเปลา่ ๆ มาฉนั กไ็ มเ่ หน็ เปน็ กงั วล กเ็ รามา
สถานทอี่ ยา่ งนน้ี ่ี มอี ะไรกก็ นิ ไปซี จะเปน็ อะไร จะหากบั ทไ่ี หน ขา้ วเคยเลยี้ งกนั มาตง้ั แต่
วนั เกดิ อยแู่ ลว้ น่ี กนิ แตข่ า้ วจะเปน็ ไรไป ถา้ กนิ แตก่ บั ไมต่ อ้ งกนิ ขา้ วจะไดไ้ หม ถา้ เกง่ จรงิ
การกินกับกก็ นิ มามากแลว้ ทำ� ไมไม่อม่ิ เสยี บา้ ง นเี่ รามาแสวงธรรมนะ ไม่ใช่มาหากนิ
จะมายงุ่ กบั ทอ้ งอะไรกนั นกั นี่ เราเคยกนิ มามากแลว้ ไมเ่ หน็ วเิ ศษวโิ สอะไร มาหาธรรม
อนั วเิ ศษ จะมายงุ่ กบั การอยกู่ ารกนิ มอี ยา่ งเหรอ นกั ธรรมไมใ่ ชน่ กั กนิ นน่ี ะ แกม้ นั ไปได้
ปับ๊ ๆ ผลสดุ ท้ายก็ไมม่ ีกังวล นน่ั วธิ ขี องพระกรรมฐานท่านปราบตัวเอง ซึง่ กค็ อื ปราบ
ความโลภโลเลในปัจจัยสน่ี ั่นเอง

ผลจากการแกไ้ ขตนเอง เรอ่ื งฉนั ไมฉ่ นั ใจกห็ มนุ ตว้ิ อยอู่ ยา่ งนน้ั นง่ั ภาวนากไ็ ม่
เมื่อย อาหารไมม่ ใี นทอ้ ง จะไปง่วงอะไร ย่ิงไมก่ ินแล้ว ยงิ่ ไม่งว่ งเลย ภาวนาสบาย

นคี่ อื อบุ ายการเสยี้ มสอนพระใหไ้ ปเจรญิ ธรรม รกุ ขฺ มลู เสนาสนํ บา้ ง ใหอ้ ยใู่ นปา่
ในเขาลำ� เนาไพรทเี่ ปลยี่ วๆ ทน่ี า่ กลวั บา้ ง อาหารสปั ปายะ อาหารเปน็ ทส่ี บายบา้ ง คำ� วา่
สบาย หมายถึงไมท่ �ำให้ธาตุขนั ธ์กำ� เรบิ ไมเ่ ปน็ โทษเปน็ ภัย แล้วยงั จิตไม่ให้กำ� เริบ
เกย่ี วกับอาหารสปั ปายะ อาหารทส่ี บายน้ี มีขา้ วเปลา่ ๆ บ้าง อาหารมีเพียงเล็กน้อย
ภาวนาดี เปน็ ที่สบายสำ� หรับผ้มู งุ่ ธรรม

แตผ่ มู้ งุ่ บำ� รงุ ทอ้ งใหก้ าย จะไปทำ� อยา่ งนน้ั ไมไ่ ด้ เดย๋ี วตายจะวา่ ไมบ่ อก ธรรมดา
แลว้ กนิ มากๆ อาหารมีแต่กับดีๆ กนิ แล้วนอนเหมือนหมู มันจะเป็นทส่ี บายอย่างไร
มนั กส็ บายของกเิ ลสนะ่ ซี มนั ไมส่ บายในคลองอรรถคลองธรรม สบายเรอื่ งของกเิ ลส
ของหมูต่างหาก แน่ะ

คำ� วา่ อาหารสปั ปายะ ตอ้ งหมายถงึ เกดิ ประโยชนจ์ ากการฉนั ฉนั นอ้ ยๆ มนั ให้
เกดิ ประโยชน์ นงั่ ภาวนาทไี่ หน จติ แนว่ ไปเลย ถา้ เกยี่ วกบั สมาธิ จติ แนว่ ไปเลย ถา้ เกย่ี วกบั
ปัญญาแล้วหมุนตว้ิ ไปเลย มันคลอ่ งแคล่วผดิ กนั อยมู่ าก

541


Click to View FlipBook Version