468 อภิธานัปปทีปกิ า
อทธฺ านํ อทฺธาน ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อิติ) คอื กาเล ในเวลาทนี่ าน ทฆี ญฺชเส ในทางไกล
เสตุ เสตุ ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง
(อิติ) คือ อาลยิ ํ ในสะพาน การเณ ในเหตุ
๑๑๐๑. โอกาโส การเณ เทเส สภา เคเห จ สสํ เท
ยูโป ถมเฺ ภ จ ปาสาเท อยนํ คมเน ปเถ.
๑๑๐๑. โอกาโส โอกาส ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คอื การเณ ในเหตุ เทเส ในสถานที่
สภา สภา ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อิติ) คอื เคเห ในบ้าน สสํ เท ในสภา
ยูโป ยูป ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง
(อติ )ิ คือ ถมเฺ ภ ในหลักบชู ายญั ปาสาเท ในปราสาท
อยนํ อยน ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ )ิ คอื คมเน ในการไป ปเถ ในหนทาง
๑๑๐๒. อกโฺ ก รกุ ขฺ นตฺ เร สูเร อสโฺ ส โกเณ หเย’ปิ จ
อโํ ส ขนเฺ ธ จ โกฏฺฐาเส ชาลสํ ูสฺว’จจฺ ิ โน ปุเม.
๑๑๐๒. อกฺโก อกกฺ ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ รกุ ฺขนฺตเร ในต้นรักดอกขาว สเู ร ในพระอาทติ ย์
อสฺโส อสฺส ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อิต)ิ คอื โกเณ ในมุม หเย ในม้า
อํโส อํส ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง
สามญั ญกัณฑ์ : อเนกตั ถวรรค : ปาทาเนกัตถวรรค 469
(อิต)ิ คอื ขนเฺ ธ ในบา่ โกฏฐฺ าเส ในส่วน
อจจฺ ิ อจจฺ ิ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง
(อิต)ิ คือ ชาลํสูสุ ในเปลวไฟและรัศมี (อจจฺ ิ) อจฺจิ ศัพท์ โน (วตฺตติ)
ย่อมไมเ่ ปน็ ไป ปุเม ในปุงลิงค์ (หมายความว่า อจฺจิ เป็นอิตถีลิงคแ์ ละ
นปงุ สกลงิ ค)์
๑๑๐๓. นาสา’สตฺเตสฺว’ ภาโว’ถ อนนฺ ’โมทนภตุ ตฺ ิสุ
ชีวํ ปาเน ชเน ชีโว ฆาโส ตฺว’นฺเน จ ภกขฺ เณ.
๑๑๐๓. อภาโว อภาว ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ นาสา’สตฺเตสุ ในความพินาศและความไมม่ ี
อนฺนํ อนฺน ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ ิ) คือ โอทนภตุ ตฺ สิ ุ ในขา้ วสกุ และการกนิ
ชีวํ ชวี ศัพท์ นปงุ สกลิงค์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป ปาเณ ในชวี ิต
ชโี ว ชีว ศพั ท์ ปุงลิงค์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป ชเน ในสัตว์โลก
ฆาโส ฆาส ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ )ิ คือ อนฺเน ในอาหาร ภกฺขเณ ในการกิน
๑๑๐๔. ฉทเน’จฉฺ าทนํ วตเฺ ถ นกิ าโย เคหราสสิ ุ
อนฺนาโท อามสิ ํ มเํ ส ทกิ ฺขา ตุ ยชเน’จฺจเน.
๑๑๐๔. อจฺฉาทนํ อจฺฉาทน ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ ิ) คือ ฉทเน ในหลังคา วตฺเถ ในผา้
นกิ าโย นิกาย ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อิต)ิ คอื เคหราสิสุ ในบา้ นและหมู่
470 อภิธานปั ปทปี กิ า
อามสิ ํ อามิส ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ )ิ คือ อนนฺ าโท ในข้าว เปน็ ต้น มํเส ในเนอื้
ทกิ ฺขา ทกิ ขฺ า ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ )ิ คอื ยชเน ในการบชู ายญั อจจฺ เน ในการบชู าทัว่ ไป
๑๑๐๕. กฺริยายํ การิกา ปชเฺ ช เกตุ ตุ จหิ เน ธเช
กสุ ุมํ ถีรเช ปปุ ฺเผ วานเร ตุ พุเธ กวิ.
๑๑๐๕. การิกา การกิ า ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อิติ) คือ กฺริยายํ ในกิริยา ปชฺเช ในคาถา
เกตุ เกตุ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง
(อิติ) คือ จิหเน ในรอย ธเช ในธง
กุสุมํ กสุ ุม ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ ถรี เช ในระดูของผหู้ ญงิ ปปุ เฺ ผ ในดอกไม้
กวิ กวิ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง
(อิติ) คอื วานเร ในลงิ พเุ ธ ในนักปราชญ์
๑๑๐๖. อธเร ขรเภ โอฏฺโฐ ลทุ ฺโท ตุ ลทุ ทฺ เกปิ จ
กลุสํ ตวฺ า’วิเล ปาเป ปาเป กลิ ปราชเย.
๑๑๐๖. โอฏโฺ ฐ โอฏฺฐ ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ ิ) คือ อธเร ในรมิ ฝปี าก ขรเภ ในอูฐ
ลุทฺโธ ลทุ ธฺ ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป ลทุ ทฺ เกปิ ในนายพรานและ
ผู้ละโมบ [อปศิ พั ทร์ วมเอาอรรถวา่ ผู้ละโมบ]
สามญั ญกัณฑ์ : อเนกตั ถวรรค : ปาทาเนกัตถวรรค 471
กลุสํ กลสุ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ ิ) คอื อาวเิ ล ในความขนุ่ มวั ปาเป ในบาป
กลิ กลิ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง
(อิต)ิ คือ ปาเป ในบาป ปราชเย ในความพา่ ยแพ้
๑๑๐๗. กนฺตาโร วนทคุ เฺ คส ุ จโร จารมหฺ ิ จญจฺ เล
ชนาวาเส คเณ คาโม จมมฺ ํ ตุ ผลเก ตเจ.
๑๑๐๗. กนตฺ าโร กนตฺ าร ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ วนทคุ ฺเคสุ ในปา่ ลึกและทางกันดาร
จโร จร ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง
(อิติ) คือ จรมฺหิ ในนกั สืบ จญจฺ เล ในผทู้ ่องเทยี่ วไป
คาโม คาม ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ ิ) คอื ชนาวาเส ในหม่บู า้ น คเณ ในหมคู่ ณะ
จมมฺ ํ จมฺม ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อิต)ิ คือ ผลเก ในโล่ ตเจ ในหนงั
๑๑๐๘. อาโมโท หาสคนฺเธส ุ จารุ ตุ กนเกปิ จ
สตตฺ ายํ ภวนํ เคเห เลเส ตุ ขลิเต ฉล.ํ
๑๑๐๘. อาโมโท อาโมท ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คอื หาสคนเฺ ธสุ ในความยนิ ดแี ละกลิน่ หอมท่ีฟุง้ ไปไกล
จารุ จารุ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป กนเกปิ ในทองค�ำและงดงาม
[อปิศพั ท์รวมเอาอรรถวา่ งดงาม]
472 อภธิ านปั ปทีปกิ า
ภวนํ ภวน ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นมี (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิต)ิ คอื สตฺตายํ ในความมคี วามเปน็ เคเห ในบ้านเรือน
ฉลํ ฉล ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง
(อิติ) คอื เลเส ในเล่หก์ ล ขลิเต ในความผิดพลาด
๑๑๐๙. เวรํ ปาเป จ ปฏิเฆ ตโจ จมมฺ นิ วกฺกเล
อุจฺเจ’ธิโรเห อาโรโห เนตฺตํ วตฺถนตฺ ร’กขฺ ิสุ.
๑๑๐๙. เวรํ เวร ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ )ิ คอื ปาเป ในบาป ปฏเิ ฆ ในความแคน้ ใจ
ตโจ ตจ ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง
(อติ ิ) คือ จมมฺ นิ ในหนัง วกฺกเล ในเปลือกไม้
อาโรโห อาโรห ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ อุจฺเจ ในความสูง อธิโรเห ในการขน้ึ ไป
เนตตฺ ํ เนตฺต ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ )ิ คือ วตฺถนตฺ ร’กขฺ ิสุ ในผา้ พิเศษ(ผา้ ชนดิ หน่งึ อันเกดิ ในประเทศ
จนี ) และดวงตา
๑๑๑๐. ปฏิหาเร มเุ ข ทวฺ ารํ เปเต ญาเต มโต ตสิ ุ
มาโส’ปรณณฺ กาเลสุ นคโฺ ค ตฺว’เจลเกปิ จ.
๑๑๑๐. ทฺวารํ ทวฺ าร ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวสี ุ อฺตเถสุ)
ในอรรถ ๒ อย่าง (อิต)ิ คือ ปฏิหาเร ในประตู มเุ ข ในชอ่ ง
มโต มต ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : ปาทาเนกัตถวรรค 473
(อติ )ิ คอื เปเต ในผ้ตู าย ญาเต ในส่ิงทถ่ี ูกรู้ (โส) มต ศัพท์ นัน้ (วตฺตต)ิ
ยอ่ มเปน็ ไป ตีสุ (ลิงเฺ คส)ุ ในลงิ คท์ ้งั ๓
มาโส มาส ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อิต)ิ คือ อปรณฺณกาเลสุ ในถ่วั ราชมาสและเดอื น
นคฺโค นคฺค ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป อเจลเกปิ ในชเี ปลอื ยและผูท้ ี่
ไมน่ ุ่งผ้าท่วั ไป [อปิศัพท์รวมเอาอรรถวา่ ผู้ท่ไี มน่ ุง่ ผา้ ทว่ั ไป]
๑๑๑๑. โทเส ฆาเต จ ปฏิโฆ มคิ าโท ฉคเล ปสุ
อรเู ป จา’วฺหเย นามํ ทโร ทรถภตี ิส.ุ
๑๑๑๑. ปฏิโฆ ปฏฆิ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ )ิ คอื โทเส ในความโกรธ ฆาเต ในการทำ� ร้าย
ปสุ ปสุ ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง
(อิติ) คอื มคิ าโท ในสัตว์ส่ีเท้ามกี วาง เปน็ ตน้ ฉคเล ในแพะ
นามํ นาม ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อิต)ิ คอื อรูเป ในนามธรรม อวหฺ เย ในชอื่
ทโร ทร ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง
(อิติ) คือ ทรถภตี ิสุ ในความกระวนกระวายและความกลวั
๑๑๑๒. ยาจเน โภชเน ภิกขฺ า ภาเร ตวฺ ’ตสิ เย ภโร
ทพพฺ ’ิ นทฺ ชายาสุ สชุ า เมเฆ ตฺว’พภฺ ํ วิหายเส.
๑๑๑๒. ภิกขฺ า ภิกขฺ า ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ ยาจเน ในการขอ โภชเน ในอาหาร
ภโร ภรศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง
(อติ )ิ คือ ภาเร ในหาบ อตสิ เย ในความยง่ิ
474 อภิธานัปปทปี กิ า
สุชา สชุ า ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง
(อติ ิ) คอื ทพฺพนิ ฺทชายาสุ ในทัพพสี �ำหรบั ตกั เครื่องบูชายญั และนางสชุ าผเู้ ป็น
มเหสีของพระอนิ ทร์
อพภฺ ํ อพภฺ ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ )ิ คือ เมเฆ ในเมฆ วหิ ายเส ในท้องฟ้า
๑๑๑๓. โมทโก ขชฺชเภเทปิ มณิเก รตเน มณิ
เสลา’ราเมสุ มลโย สภาว’งฺเกสุ ลกขฺ ณ.ํ
๑๑๑๓. โมทโก โมทก ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป ขชชฺ เภเทปิ
ในขนมต้ม, ส่าเหลา้ , และผู้ยนิ ดี [อปิศัพทร์ วมเอาอรรถว่า ส่าเหล้าและผู้ยนิ ดี]
มณิ มณิ ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง
(อติ ิ) คือ มณเิ ก ในตุ่มน้�ำ รตเน ในแกว้ มณี
มลโย มลย ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อิติ) คอื เสลา’ราเมสุ ในภูเขามาลัยและสวน
ลกฺขณํ ลกฺขณ ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิต)ิ คอื สภาว’งฺเกสุ ในสภาวธรรมและเคร่อื งหมาย
๑๑๑๔. หวิ สปปฺ ิมฺหิ โหตพเฺ พ สิโร เสฏฺเฐ จ มทุ ธฺ นิ
วจิ าเร’ปิ วเิ วโก’ถ สขิ รี ปพพฺ เต ทุเม.
๑๑๑๔. หวิ หวิ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิต)ิ คอื สปฺปมิ หฺ ิ ในเนยใส โหตพฺเพ ในเคร่ืองเซ่นสงั เวย
สโิ ร สิร ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง
(อติ ิ) คือ เสฏเฺ ฐ ในความประเสรฐิ มุทธฺ นิ ในศรี ษะ
วเิ วโก วิเวก ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป วจิ าเรปิ ในการพจิ ารณา
สามัญญกัณฑ์ : อเนกตั ถวรรค : ปาทาเนกัตถวรรค 475
ความเงยี บสงดั และรางน�้ำ [อปิศัพท์รวมเอาอรรถว่า ความเงยี บสงัดและรางน�ำ้ ]
สขิ รี สขิ รี ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง
(อติ ิ) คอื ปพฺพเต ในภเู ขา ทุเม ในต้นไม้
สงฺกุ ตุ ขลิ เหติสุ
๑๑๑๕. เวโค ชเว ปวาเห จ วราโห สูกเร คเช.
นิคคฺ หเี ต กเณ พนิ ฺท ุ
๑๑๑๕. เวโค เวค ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ )ิ คอื ชเว ในความเร็ว ปวาเห ในกระแสน�้ำ
สงฺกุ สงกฺ ุ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง
(อติ ิ) คือ ขิลเหติสุ ในตอและหลาว
พินทฺ ุ พนิ ทฺ ุ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ ิ) คอื นคิ ฺคหีเต ในนคิ คหิตอกั ษรหรือจดุ ทวั่ ๆไป กเณ ในหยาดน้ำ�
วราโห วราห ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒
อย่าง (อติ )ิ คอื สกู เร ในหมู คเช ในชา้ ง
๑๑๑๖. เนตฺตนเฺ ต จิตตฺ เก’ปางคฺ ํ สทิ ฺธตฺโถ สาสเป ชิเน
หาโร มตุ ตฺ าคเุ ณ คาเห ขารโก มกุเฬ รเส.
๑๑๑๖. อปางคฺ ํ อปางฺค ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คือ เนตฺตนเฺ ต ในหางตา จติ ฺตเก ในรอยเจมิ ท่หี นา้ ผาก
สิทฺธตฺโถ สทิ ฺธตถฺ ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิต)ิ คอื สาสเป ในเมลด็ พันธ์ผุ กั กาด ชเิ น ในพระพทุ ธเจา้ ผู้ทรง
พระนามว่าสิทธัตถะ
476 อภิธานัปปทปี กิ า
หาโร หาร ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อิติ) คือ มตุ ฺตาคเุ ณ ในสร้อยคอ คาเห ในการถอื เอาหรอื น�ำไป
ขารโก ขารก ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ ิ) คือ มกุเฬ ในดอกตมู รเส ในนำ้� ด่าง
๑๑๑๗. อจจฺ โย’ติกกฺ เม โทเส เสลรกุ เฺ ขสวฺ ’โค นโค
สวฺ ปฺเป’วธารเณ มตตฺ ํ อปจิตฺย’จฺจเน ขเย.
๑๑๑๗. อจฺจโย อจจฺ ยศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คือ อติกฺกเม ในการล่วงเลย โทเส ในโทษความผิด
อโค อค ศัพท์ นโค นค ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ )ิ คือ เสลรกุ ฺเขสุ ในภเู ขาและตน้ ไม้
มตตฺ ํ มตตฺ ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ สวฺ ปฺเป ในส่ิงที่มนี ้อยเกินไป อวธารเณ ในการเน้นหา้ ม
หรือตดั สนิ (ว่า เพียงเทา่ นนั้ , สักว่า)
อปจติ ิ อปจิติ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อิต)ิ คือ อจฺจเน ในการบชู า ขเย ในความส้ินไป
๑๑๑๘. ฉทิ โฺ ท’ตรเณโสวฺ ’ตาโร พรฺ หเฺ ม จ ชนเก ปิตา
ปิตามโห’ยยฺ เก พฺรหเฺ ม โปโต นาวาย พาลเก.
๑๑๑๘. โอตาโร โอตาร ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ ฉทิ โฺ ทตรเณสุ ในโทษและการหยัง่ ลง
ปติ า ปิตา ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : ปาทาเนกัตถวรรค 477
๒ อย่าง (อติ )ิ คอื พฺรหฺเม ในพรหม ชนเก ในบดิ า
ปติ ามโห ปติ ามห ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิติ) คือ อยฺยเก ในปู่ พรฺ หฺเม ในพรหม
โปโต โปต ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ ิ) คือ นาวาย ในเรือ พาลเก ในเด็ก
๑๑๑๙. รุกฺเข วณฺเณ สุเน โสโณ สคฺเค ตุ คคเน ทิโว
วตฺเถ คนเฺ ธ ฆเร วาโส จุลโฺ ล ขทุ เฺ ท จ อทุ ธฺ เน.
๑๑๑๙. โสโณ โสณ ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ตสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๓ อยา่ ง (อติ )ิ คือ รุกเฺ ข ในต้นเพกา วณฺเณ ในสีแดง สเุ น ในสุนขั
ทโิ ว ทิว ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง
(อิต)ิ คือ สคเฺ ค ในสวรรค์ คคเน ในทอ้ งฟ้า
วาโส วาส ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อติ ิ) คอื วตเฺ ถ ในผ้า คนฺเธ ในกล่ินหอม ฆเร ในเรือน
จลุ ฺโล จลุ ลฺ ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อิติ) คอื ขุทฺเท ในสิ่งเลก็ น้อย อุทฺธเน ในเตาไฟ
๑๑๒๐. กณฺโณ โกเณ จ สวเณ มาลา ปุปเฺ ผ จ ปนตฺ ยิ ํ
ภาโค ภาเคยฺ ’กเทเสส ุ กุฏฐฺ ํ โรเค’ชปาลเก.
๑๑๒๐. กณฺโณ กณฺณ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อิติ) คือ โกเณ ในมมุ สวเน ในหู
มาลา มาลา ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ )ิ คอื ปุปเฺ ผ ในพวงมาลยั ปนตฺ ยิ ํ ในทวิ แถว
478 อภิธานปั ปทีปิกา
ภาโค ภาค ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ )ิ คือ ภาเคฺยกเทเสสุ ในกรรมเก่าและภาคสว่ น
กฏุ ฺฐํ กฏุ ฺฐ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิติ) คอื โรเค ในโรคเรื้อน อชปาลเก ในต้นโกฏฐ์
จุนฺทภณฑฺ มฺหิ จ’พภฺ โม
๑๑๒๑. เสยฺยา เสนาสเน เสเน นิปาโต ปตเน’พยฺ เย.
วตถฺ าทโิ ลม’ํ สุ กเร
๑๑๒๑. เสยยฺ า เสยยฺ า ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ )ิ คอื เสนาสเน ในเสนาสนะคือท่อี ยอู่ าศยั เสเน
ในการนอน
ภโม ภม ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง
(อิติ) คอื จุนฺทภณฑฺ มฺหิ จ ในเคร่ืองกลึงและวกกลบั [จ ศพั ทร์ วมเอาอรรถ
“ถนตฺ ”ิ การวกไปกลบั ]
อํสุ อสํ ุ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง
(อิติ) คอื วตถฺ าทิโลเม ในขนแห่งผ้า เป็นต้น กเร ในรศั มี
นิปาโต นิปาต ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อิต)ิ คอื ปตเน ในการตก อพยฺ เย ในอพฺยย ศพั ท์ จ�ำพวกนบิ าต
๑๑๒๒. สาขายํ วฏิ โป ถมเฺ ภ สตฺตุ ขชฺชนตฺ เร ทเิ ส
สามโิ ก ปต’ิ ยิเรส ุ ปฏฐฺ านํ คติเหตสุ .ุ
๑๑๒๒. วฏิ โป วิฏป ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถส)ุ
สามัญญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : ปาทาเนกัตถวรรค 479
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คอื สาขายํ ในคา่ คบ ถมฺเภ ในโพลงหญา้
สตฺตุ สตฺตุ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิติ) คือ ขชฺชนฺตเร ในข้าวตู(ข้าวสตั ตุ) ทิเส ในศตั รู
สามโิ ก สามิก ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ )ิ คอื ปติ’ยเิ รสุ ในสามีและเจา้ นาย(ผู้บงั คบั บัญชา)
ปฏฺฐานํ ปฏฐฺ าน ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิติ) คือ คตเิ หตสุ ุ จ ในการไป, เหตุและการจ�ำแนก [จ ศพั ทร์ วมเอา
อรรถการจ�ำแนก]
๑๑๒๓. ราเค รงโฺ ค นจจฺ ฏฐฺ าเน ปานํ เปเยยฺ จ ปีตยิ ํ
อิณุ’กเฺ ขเปสุ อุทธฺ าโร อุมฺมาเร เอฬโก อเช.
๑๑๒๓. รงโฺ ค รงคฺ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิติ) คือ ราเค ในความกำ� หนดั นจจฺ ฏฐฺ าเน ในสถานที่ฟ้อนรำ� (เวที)
ปานํ ปา น ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ )ิ คอื เปยเฺ ย ในเคร่ืองดม่ื ปตี ยิ ํ ในการด่ืม
อุทฺธาโร อุทธฺ าร ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ ิ) คอื อิณุกเฺ ขเปสุ ในหนีแ้ ละการยกข้ึน
เอฬโก เอฬก ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อิติ) คือ อุมมฺ าเร ในธรณีประตู อเช ในแพะ
๑๑๒๔. ปหาโร โปถเน ยาเม สรโท หายโน’ตสุ ุ
กุณฑฺ กิ ายา’ฬฺหเก ตุมฺโพ ปลาโล ตุ ภุสมฺหิ จ.
480 อภิธานปั ปทีปิกา
๑๑๒๔. ปหาโร ปหาร ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อิต)ิ คือ โปถเน ในการโบยตี ยาเม ในโมงยาม
สรโท สรท ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒
อยา่ ง (อติ ิ) คอื หายโนตูสุ ในปีและฤดสู รทะ
ตมุ ฺโพ ตมุ พฺ ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ )ิ คือ กณุ ฺฑิกาย ในคนโท อาฬฺหเก ใน ๑ อาฬหกะ(๔ แล่ง)
ปลาโป ปลาป ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป ภสุ มหฺ ิ จ ในแกลบและ
การพูดเพอ้ เจ้อ [ใชเ้ ปน็ ปลาป หรอื ปลาล ก็ได้, จ ศพั ท์รวมเอาอรรถการพดู
เพ้อเจ้อ]
๑๑๒๕. มตา’วาเฏ จเย กาสุ ปนสิ า การเณ รโห
กาโส โปฏคเล โรเค โทโส โกเธ คุเณ’ตเร.
๑๑๒๕. กาสุ กาสุ ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อันบณั ฑติ มตา พงึ ทราบ
(ทฺวีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คอื อาวาเฏ ในหลุม จเย ในหมู่
อปุ นิสา อปุ นิสา ศพั ท์ (ปณฺฑิเตห)ิ อันบัณฑติ (มตา) พึงทราบ
(ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ การเณ ในเหตุ รโห ในทล่ี ับ
กาโส กาส ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อิติ) คือ โปฏคเล ในหญ้าเลา โรเค ในโรคไอ
โทโส โทส ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ โกเธ ในความโกรธ คเุ ณตเร ในส่ิงท่ีตรงกันข้ามกับ
คุณ=โทษ
สามัญญกัณฑ์ : อเนกตั ถวรรค : ปาทาเนกัตถวรรค 481
๑๑๒๖. ยตุ ฺย’ฏฺฏาล’ฏฺฏเิ ตสฺว’ฏฺโฏ กฬี ายํ กานเน ทโว
อุปฺปตตฺ ิยํ โจ’ปฺปตนํ อยุ ยฺ านํ คมเน วเน.
๑๑๒๖. อฏโฺ ฏ อฏฏฺ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ตีสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๓ อย่าง
(อติ )ิ คอื ยตุ ฺยฏฺฏาลฏฺฏเิ ตสุ (ยตุ ฺติอฏฺฏาล-อฏฺฏเิ ตสุ) ในคดี หอรบและ
การร้องครวญคราง
ทโว ทว ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง
(อิต)ิ คอื กีฬายํ ในการเล่น กานเน ในป่า
อปุ ฺปตนํ อุปฺปตน ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป อปุ ฺปตฺติยํ จ ในการเกดิ
และการเหาะและการกระโดด [จ ศัพท์รวมเอา การเหาะและการกระโดด]
อยุ ฺยานํ อยุ ยฺ าน ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ คมเน ในการไป วเน ในอุทยาน
๑๑๒๗. โวกาโร ลามเก ขนฺเธ มูโล’ปทาสุ ปาภตํ
ทสา’ วตฺถาปฏนเฺ ตสุ การณํ ฆาตเหตุส.ุ
๑๑๒๗. โวกาโร โวการ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คือ ลามเก ในความต�่ำชา้ ขนฺเธ ในขนั ธ์มรี ูปขันธ์
เปน็ ตน้
ปาภตํ ปาภต ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อิติ) คือ มโู ลปทาสุ ในต้นทนุ และภาษี
ทสา ทสา ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
482 อภธิ านปั ปทปี ิกา
๒ อย่าง (อิติ) คอื อวตฺถาปฏนฺเตสุ ในระยะเวลาและชายผา้
การณํ การณ ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิต)ิ คอื ฆาตเหตสุ ุ ในการฆ่าและเหตุ
๑๑๒๘. หตฺถิทาเน มโท คพฺเพ ฆฏา ฆฏนราสิสุ
อปุ หาโร’ภหิ าเรปิ จโย พนฺธนราสสิ ุ.
๑๑๒๘. มโท มท ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ ิ) คอื หตฺถิทาเน ในนำ�้ มนั ของชา้ งทีต่ กมนั คพฺเพ ในความเย่อหย่ิง
ฆฏา ฆฏา ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ ิ) คอื ฆฏนราสสิ ุ ในการสืบตอ่ และกอง(หมู่)
อุปหาโร อปุ หาร ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป อภิหาเรปิ ในการนำ� ไปข้าง
หน้าและการบูชาเป็นตน้ [อปิ ศัพท์ มอี อรถ อวตุ ฺตสมุจจฺ ย ใส่เข้ามาเพื่อแสดง
ใหท้ ราบวา่ อุปหารศพั ท์มอี รรถมากมีการบชู าและของขวญั เปน็ ตน้ ]
จโย จย ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง
(อติ ิ) คอื พนฺธนราสิสุ ในการผูกมัดและหมู่
๑๑๒๙. คนฺโธ โถเก ฆายนีเย จาโค ตุ ทานหานสิ ุ
ปาเน ปโมเท ปตี ’ิ ตถฺ ี อิเณ ควิ า คเล’ปิ จ.
๑๑๒๙. คนฺโธ คนฺธ ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คือ โถเก ในความมีนอ้ ย ฆายนเี ย ในกล่ินหอม
จาโค จาค ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : ปาทาเนกัตถวรรค 483
๒ อย่าง (อติ )ิ คือ ทานหานสิ ุ ในการใหแ้ ละความเส่ือม
ปีติ ปตี ิ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง
(อิต)ิ คอื ปาเน ในการดืม่ ปโมเท ในความยินดปี รีดา (สา) ปีติ ศพั ท์ นน้ั
อติ ถฺ ี เปน็ อติ ถลี ิงค์
คีวา ควี า ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง
(อติ ิ) คอื อเิ ณ ในหนี้ คเล ในคอ
๑๑๓๐. ปตฏิ ฐฺ า นสิ สฺ เย ฐาเน พลกกฺ าเร’ปิ สาหสํ
ภงฺโค เภเท ปเฏ ภงคฺ ํ ฉตฺตํ ตุ ฉวเก’ปิ จ.
๑๑๓๐. ปติฏฐฺ า ปติฏฐฺ า ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คอื นสิ ฺสเย ในท่ีอาศยั ฐาเน ในฐานทีต่ ง้ั
สาหสํ สาหส ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิติ) คอื พลกฺกาเรปิ ในการขม่ เหงและการกระทำ� อยา่ งเร่งรีบและ
สนิ ไหม [อปิศัพทร์ วมเอาอรรถว่า การกระทำ� อยา่ งเร่งรบี และคา่ ปรับสินไหม]
ภงโฺ ค ภงฺค ศพั ท์ ปงุ ลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป เภเท ในการท�ำลาย
ภงฺคํ ภงคฺ ศัพท์ นปงุ สกลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป ปเฏ ในผ้าภงั คะ
(ผา้ ทผี่ สมด้วยผา้ โขมะ กัปปาสกิ ะ โกเสยยะ กัมพลและสาณะ)
ฉตฺตํ ฉตตฺ ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป ฉวเกปิ ในเห็ดและรม่ หรือฉตั ร
[อปิ ศัพท์รวมเอาอรรถวา่ รม่ และฉตั ร]
๑๑๓๑. ญาเณ ภวุ ิ จ ภรู ิ’ตถฺ ี อนงเฺ ค มทโน ทุเม
ปมาตร’ิ ปิ มาตา’ถ เวฐุณหฺ เี สสุ เวฐน.ํ
484 อภธิ านปั ปทปี ิกา
๑๑๓๑. ภรู ิ ภรู ศิ พั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อิต)ิ คือ ญาเณ ในปญั ญา ภุวิ ในแผน่ ดนิ (สา) ภรู ิ ศพั ท์
อิตฺถี เปน็ อติ ถีลงิ ค์
มทโน มทน ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิติ) คือ อนงฺเค ในกามเทพ(คือกเิ ลสมาร) ทุเม ในตน้ ไม้ทีม่ ีหนาม
มาตา มาตา ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิติ) คอื ปมาตริปิ ในผู้ตวงและแม่ [อปศิ ัพท์รวมเอาอรรถวา่ แม]่
เวฐนํ เวฐน ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อิต)ิ คอื เวฐุณฺหีเสสุ ในผา้ โพกศีรษะและกรอบหนา้ 99
๑๑๓๒. มาริโส ตณฑฺ ุเลยเฺ ยยฺเย โมกโฺ ข นิพฺพานมุตตฺ ิสุ
อนิ ฺโท’ธิปติ สกเฺ กสวฺ า’ รมฺมณํ เหตุโคจเร.
๑๑๓๒. มารโิ ส มารสิ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คอื ตณฺฑุเลยเฺ ย ในต้นกะเพรา อยเฺ ย ในเจา้ นาย
โมกฺโข โมกขฺ ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อิติ) คอื นพิ พฺ านมตุ ตฺ ิสุ ในพระนพิ พานและความหลุดพ้น
อารมมฺ ณํ อารมฺมณ ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ )ิ คือ เหตโุ คจเร ในเหตุและอารมณ์
99 เวฐน ศัพท์ ยงั มอี รรถวา่ “การพดู จาหว่านล้อม” ก็ได้ ตาว อทุ ธฺ ํ อุทฺธํ นหนา เวฐนาติวุตฺตํ โหติ. (วิสุทฺธ.ิ
๑/๒๖)
สามัญญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : ปาทาเนกตั ถวรรค 485
๑๑๓๓. องเฺ ก สณฺฐาน’มากาเร เขตฺเต วปโฺ ป ตเฏ’ปิ จ
สมฺมตุ ฺย’นุญญฺ า โวหาเร สวฺ ’ถ ลาชาสุ จา’กฺขตํ.
๑๑๓๓. สณฺฐานํ สณฐฺ านศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ องฺเก ในเครือ่ งหมาย อากาเร ในรปู ร่างทรวดทรง
วปฺโป วปปฺ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ )ิ คือ วปฺเป ในการหวา่ นพืช ตเฏปิ ในตลิง่ และตีนกำ� แพง,
นำ้� ตา, ไออุน่ [อปิศัพท์รวมเอาอรรถว่า ปาการมลู ตนี ก�ำแพง, เนตตฺ ชล นำ้� ตา, อสุ ุม
ความรอ้ น ฏีกา]
สมฺมตุ ิ สมฺมตุ ิ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ ิ) คือ อนญุ ฺญาโวหาเรสุ ในการอนุญาตและการสมมตุ ิ
อกขฺ ตํ อกฺขต ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ ิ) คือ ลาชาสุ จ ในขา้ วตอก ขา้ วบาเลย์และผมู้ ีโชค [จศัพทร์ วมเอา
อรรถวา่ ข้าวบาเลย์และผู้มีโชค]
โสโม ตุ โอสธิ’นทฺ ุสุ
๑๑๓๔. สตฺรํ ยาเค สทาทาเน ขาโร อูเส จ ภสมฺ นิ.
สงฺฆาโต ยคุ เคหงเฺ ค
๑๑๓๔. สตรฺ ํ สตฺร ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ )ิ คือ ยาเค ในการบชู าเทวดา สทาทาเน ในการบรจิ าคเปน็ นติ ย์
โสโม โสม ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ )ิ คอื โอสธินฺทสุ ุ ในต้นยาสมุนไพรโสมและพระจนั ทร์
สงฆฺ าโต สงฆฺ าต ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ )ิ คอื ยุคเคหงฺเค จ ในคู่ ข่อื เรอื นและวตั ถอุ นั ถกู รวมเขา้ ดว้ ยกนั
486 อภิธานัปปทีปกิ า
[จ ศพั ท์ ท่ีเปน็ อฏฐฺ านปฺปยตุ ฺต รวมเอาอรรถวา่ วตั ถุอนั ถูกรวมเขา้ ดว้ ยกัน]
ขาโร ขาร ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อิติ) คอื อูเส ในดินเค็ม ภสฺมนิ ในขี้เถ้า
๑๑๓๕. อาตาโป วรี ิเย ตาเป ภาเค สมี าย โอธิ จาติ.
๑๑๓๕. อาตาโป อาตาป ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ วีริเย ในความเพยี ร ตาเป ในความเรา่ รอ้ น
โอธิ โอธิ ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง
(อติ ิ) คอื ภาเค ในภาคสว่ น สมี าย ในขอบเขต
ปาทาเนกตถฺ วคโฺ ค
ปาทาเนกตั ถวรรค อติ ิ จบ
อเนกตถฺ วคฺโค
อเนกัตถวรรค นิฏฺฐิโต จบ
๓.
ภกู ัณฑ์
๔. อัพยยวรรค
488 อภิธานปั ปทปี กิ า
[เววจนนิบาต]
๑๑๓๖. อพฺยยํ วุจฺจเต ทาน ิ จริ สสฺ ํ ตุ จริ ํ ตถา
จเิ รน จริ รตตฺ าย สห สทธฺ ึ สมํ อมา.
๑๑๓๖. ทานิ บดั น้ี อพยฺ ยํ อพฺยย ศพั ท์(นิบาตและอุปสรรค)
(มยา) อันข้าพเจา้ วจุ ฺจเต จักกล่าว
นาน ๔ : จริ สสฺ ,ํ จิรํ, จิเรน, จิรรตฺตาย
พร้อมเพรยี งกนั ๔ : สห, สทฺธึ, สมํ, อมา
๑๑๓๗. ปนุ ปฺปนุ ํ อภณิ ฺหญฺจา’ สกึ จา’ภิกฺขณํ มุหุ
วชฺชเน ตุ วินา นานา อนตฺ เรน รเิ ต ปุถุ.
๑๑๓๗. เนอื งๆ ๕ : ปนุ ปฺปนุ ,ํ อภณิ ฺห,ํ อสกึ, อภกิ ฺขณํ, มหุ ุ
(อิเม ปญฺจ นิปาตา) นบิ าตท้งั หลาย ๕ ตัว เหลา่ น้ี คือ วินา, นานา,
อนฺตเรน, รเิ ต, ปถุ ุ (สยิ ุ)ํ ย่อมเปน็ ไป วชฺชเน ในการเว้น
[การเว้น ๕ : วินา, นานา, อนตฺ เรน, ริเต, ปุถ]ุ
๑๑๓๘. พลวํ สฏุ ฺฐุ จา’ตีวา’ ตสิ เย กิมุต สฺว’ติ
อโห ตุ กึ กมิ ู’ ทาหุ วกิ ปฺเป กิมุโต’ท จ.
สามญั ญกณั ฑ์ : อัพยยวรรค : เววจนนบิ าต 489
๑๑๓๘. (อเิ ม ฉ นิปาตา) นบิ าตทัง้ หลาย ๖ ตัว เหลา่ น้ี คือ
พลว,ํ สฏุ ฐฺ ,ุ อตีว, กมิ ุต, ส,ุ อติ (สิย)ํุ ยอ่ มเปน็ ไป อตสิ เย ในยง่ิ เกิน
[ย่ิงเกิน ๖ : พลวํ, สฏุ ฐฺ ุ, อตีว, กมิ ตุ , สุ, อติ ]
(อิเม ฉ นปิ าตา) นบิ าตทัง้ หลาย ๖ ตัว เหลา่ นี้ คอื อโห, กึ, กมิ ,ุ
อุทาหุ, กิมตุ , อทุ (สิยุ)ํ ยอ่ มเป็นไป วิกปฺเป ในความไมแ่ นน่ อน
๑๑๓๙. อวฺหาเน โภ อเร อมฺโภ หมฺโภ เร เช’งฺค อาวโุ ส
เห หเร ถ กถํ กึส ุ นนุ กจฺจิ นุ กึ สมา.
๑๑๓๙. (อเิ ม ทส นปิ าตา) นิบาตท้ังหลาย ๑๐ ตวั เหลา่ นี้ คอื
โภ, อเร, อมฺโภ, หมฺโภ, เร, เช, องฺค, อาวโุ ส, เห, หเร (สยิ )ํุ ย่อมเปน็ ไป
อวหฺ าเน ในการรอ้ งเรยี ก(อาลปนะ)
[โภ ผ้เู จริญ ทา่ น, อเร นี่แน่ะ เฮ้ย, อมฺโภ พ่อ ทา่ น, หมฺโภ ผ้เู จริญ,
เร เฮ้ย, เช นี่เธอ, องคฺ อาวโุ ส ผู้มีอายุ ท่าน, เห, หเร เฮ้ เฮ้ย]
๑๑๔๐. อธุเน’ตรห’ี ทาน ิ สมปฺ ติ อญญฺ ทตฺถุ ตุ
ตเคฆฺ ’ กํเส สสกกฺ ญฺจา ทธฺ า กามํ ชาตุ เว หเว.
๑๑๔๐. นิบาตกล่าวอรรถปจั จุบัน ๔ ศพั ท์ คอื อธุนา เด่ียวน้,ี
เอตรหิ ขณะน,้ี อิทานิ เวลาน้ี ในกาลน้ี, สมปฺ ติ บัดน้ี เด่ยี วน้ี
(อเิ ม อฏฺฐ นิปาตา) นบิ าต ๘ บท ทั้งหลายเหล่าน้ี คือ อญญฺ ทตถฺ ุ
แน่แท้, ตคฺฆ จรงิ ๆ, สสกกฺ ํ ถกู ตอ้ ง, อทฺธา แน่แท้, กามํ เทย่ี งแท้, ชาตุ
แน่นอน, เว โดยแท,้ หเว แท้
490 อภิธานปั ปทปี ิกา
(สิยํ)ุ ย่อมเป็นไป เอกํเส ในความแนน่ อน
๑๑๔๑. ยาวตา ตาวตา ยาว ตาว กิตตฺ าวตา ตถา
เอตตฺ าวตา จ กเี ว’ต ิ ปรจิ เฺ ฉทตถฺ วาจกา.
๑๑๔๑. (อเิ ม สตฺต นปิ าตา) นิบาต ๗ ค�ำ เหล่าน้ี คือ ยาวตา
มปี ระมาณเทา่ ใด, ตาวตา มีประมาณเทา่ นนั้ , ยาว เพยี งใด, ตาว เพยี งนัน้ ,
กติ ฺตาวตา มปี ระมาณเพียงไร, เอตฺตาวตา มปี ระมาณเพียงน้ัน, กวี สักเทา่ ไร
ปริจเฺ ฉทตถฺ วาจกา เป็นนิบาตกล่าวอรรถ การก�ำหนด
๑๑๔๒. ยถา ตถา ยเถเว’วํ ยถานาม ยถาหิ จ
เสยยฺ ถาเปยฺ ’วเมวํวา ตเถว จ ยถาปิ จ.
๑๑๔๓. เอวมปฺ ิ จ เสยยฺ ถาปิ นาม ยถริวา’ปิ จ
ปฏภิ าคตฺเถ ยถา จ วิย ตถรวิ า’ปิ จ.
๑๑๔๒. - ๑๑๔๓ ปฏภิ าคตเฺ ถ นิปาตา นิบาตในอรรถอปุ มา สตฺตรส
มี ๑๗ ศัพท์ (อิต)ิ คือ ยถา ฉนั ใด, ตถา ฉันนนั้ , ยเถว ฉนั ใดน่นั เทยี ว, เอวํ ฉนั
นน้ั , ยถานาม ชอ่ื ฉันใด, ยถาหิ ฉนั ใดแล, เสยฺยถาปิ แมไ้ ฉน, เอวเมวํ ฉนั นนั้ ,
วา เชน่ , ตเถว ฉันนน้ั น่ันเทยี ว, ยถาปิ แมฉ้ นั ใด, เอวมฺปิ แมฉ้ ันนน้ั , เสยยฺ ถาปิ
นาม ชอื่ แม้ไฉน, ยถรวิ , ยถาจ เพียงใด, ฉันใด, วยิ ราวกะ, ตถริว เพียงนั้น
(จ, อปิ จ ไม่มีอรรถ)
สามญั ญกัณฑ์ : อัพยยวรรค : เววจนนิบาต 491
๑๑๔๔. สํ สามญฺจ สยํ จา’ถ อาม สาหุ ลห’ู ปิ จ
โอปายิกํ ปติรูป ํ สาเธวฺ ’วํ สมฺปฏจิ ฺฉเน.
๑๑๔๔. นิบาตในอรรถวา่ “เอง” ๓ ศพั ท์ คือ สํ, สามํ, สยํ
สมปฺ ฏจิ ฺฉเน (นิปาตา) นิบาตในอรรถ “การรบั ค�ำ ยอมรบั ” ๗ ศพั ท์
คือ อาม ถกู ต้อง เออ ใช,่ สาหุ ดี, ลหุ ดีแลว้ , โอปายิกํ สมควร, ปติรูปํ ถูกต้อง
สมควร เหมาะสม, สาธุ ด,ี เอวํ ใช่, อยา่ งนน้ั (จ, อปิ จ ไม่มีอรรถ)
๑๑๔๕. ยํ ตํ ยโต ตโต เยน เตเน’ติ การเณ สิยุ
อสากลเฺ ย ตุ จน จ ิ นิปผฺ เล ตุ มุธา ภเว.
๑๑๔๕. การเณ (นปิ าตา) นิบาตในอรรถเหตุ ๖ ศพั ท์ คือ
ยํ ยโต เยน เพราะเหตุใด, ตํ ตโต เตน เพราะเหตนุ นั้
อสากลฺเย (นิปาตา) นบิ าตในอรรถไม่เจาะจง ๒ ศพั ท์ คอื จน
บางครง้ั บางคราว, จิ บางอยา่ ง บางคน บางพวก(เชน่ กุทาจน, โกจ)ิ
มุธา มธุ านิบาต ภเว ยอ่ มเปน็ ไป นิปผฺ เล ในอรรถสญู เปลา่ , ไรผ้ ล
๑๑๔๖. กทาจิ ชาตุ100 ตลุ ฺยา’ถ สพพฺ โต จ สมนตฺ โต
ปรโิ ต จ สมนฺตาป ิ อถ มจิ ฉฺ า มุสา ภเว.
๑๑๔๖. (นิปาตา) นิบาต ๒ ศัพท์ คอื กทาจิ , ชาตุ, ตุลยฺ า กลา่ ว
ความหมายเหมอื นกันคือ “บางครง้ั บางคราว” [บางคราว, บางครัง้ บางที,
ไมแ่ นน่ อน]
100 ชาตุ นิปาต น้ี นอกจากจะมีความหมายว่า บางครง้ั แลว้ ยังใช้เป็น “เอกํสตถฺ นิปาต” (ส่องความหมายว่า
“แน่นอน”) ไดอ้ ีก
492 อภธิ านัปปทีปิกา สามญั ญกณั ฑ
(สมนตฺ ตฺถนิปาตา) นิบาตท่ีมีอรรถโดยรอบ ๔ ศพั ท์ คือ สพฺพโต
สมนฺตโต, ปรโิ ต, สมนตฺ า
(มจิ ฺฉตฺถโชตกนิปาตา) นบิ าตทม่ี อี รรถวา่ ผิด เท็จ มี ๒ ศพั ท์
คือ มจิ ฉฺ า, มุสา
๑๑๔๗. นเิ สเธ น อโนมา’ลํ นหิ เจ ตุ สเจ ยทิ
อานุกลุ ฺเย ตุ สทฺธญจฺ นตฺต’ํ โทโส ทวิ า ตวฺ ’เห.
๑๑๔๗. นเิ สเธ (นปิ าตา) นิบาตในอรรถการปฏเิ สธ ๖ ศพั ท์ คอื
น อ โน ไมใ่ ช,่ มา อยา่ , อลํ พอ, นหิ ไม่ใช่
(ปรกิ ปฺตเฺ ถ นปิ าตา) นบิ าตบอกอรรถการคาดคะเน ๓ ศัพท์ คือ
เจ สเจ ยทิ หากว่า ถ้าวา่ ผวิ า่
สทฺธํ สทธฺ ํนิบาต สยิ า ย่อมเปน็ ไป อานกุ ุลเฺ ย ในอรรถสมควร
เหมาะสม
นบิ าตบอกอรรถ กลางคืน ๒ ศพั ท์ คือ นตตฺ ํ, โทโส
ทิวา ทวิ านิบาต ภเว ยอ่ มเปน็ ไป อเห ในเวลากลางวัน
๑๑๔๘. อีสํ กิญจฺ ิ มนํ อปฺเป สหสา ตุ อตกฺกเิ ต
ปุเร’คฺคโต ตุ ปรุ โต เปจฺจา’มุตฺร ภวนตฺ เร.
๑๑๔๘. อปฺเป (นปิ าตา) นิบาตบอกอรรถวา่ นอ้ ย, เล็กนอ้ ย ๓
ศัพท์ คือ อีสํ, กญิ ฺจ,ิ มนํ
สหสา สหสานบิ าต ภเว ย่อมเปน็ ไป อตกฺกิเต ในการกระทำ� โดย
ไม่ทันไตร่ตรอง, เรง่ รบี
สามัญญกณั ฑ์ : อพั ยยวรรค : เววจนนิบาต 493
ปเุ ร (นปิ าตา) นบิ าตในอรรถวา่ ขา้ งหนา้ ๒ ศัพท์ คือ อคคฺ โต, ปุรโต
ภวนตฺ เร (นิปาตา) นิบาตในอรรถว่า “ในภพอน่ื ๒” ศพั ท์ คือ
ฑ์ : อัพยยวรรค : เววจนนเปบิ าจตฺจ, อมุตฺร
๑๑๔๙. อโห หิ วิมฺหเย ตณุ หฺ ี ตุ โมเน ถา’วิ ปาตุ จ
ตงขฺ เณ สชฺชุ สปท ิ พลกฺกาเร ปสยหฺ จ.
๑๑๔๙. วิมฺหเย นบิ าตในอรรถความอศั จรรย์ ๒ ศพั ท์ คือ อโห โอ้โฮ,
หิ นา่ อศั จรรย์
ตณุ ฺหี ตุณฺหีนบิ าต (ภเว) ย่อมเปน็ ไป โมเน ในความนง่ิ
(ปาตฺวตฺถนปิ าตา) นิบาตมอี รรถว่า ปรากฏ แจ้งชัด ๒ ศพั ท์
คือ อาว,ิ ปาตุ
ตงฺขเณ (นปิ าตา) นิบาตในอรรถ “ขณะนัน้ เด๋ยี วนนั้ ทันทที นั ใด” ๒
ศัพท์ คอื สชชฺ ุ, สปทิ
ปสยฺห ปสยฺหนิบาต (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป พลกกฺ าเร ในอรรถการ
“ข่ม กด ข่มเหง ทำ� โดยพลการ”
๑๑๕๐. สทุ ํ โข’อสฺสุ ยคเฺ ฆ เวหา’ทโย ปทปูรเณ
อนฺตเรน’นตฺ รา อนฺโต วสสฺ ํ นูน จ นจิ ฉฺ เย.
๑๑๕๐. ปทปูรเณ (นปิ าตา) นบิ าตในอรรถปทบูรณะ(สักวา่ ให้เตม็
บทไม่มีคำ� แปล) ๖ ศพั ท์ คือ สทุ ,ํ โข, อสฺส,ุ ยคเฺ ฆ, เว, หาทโย และ ห นิบาต
เป็นตน้
494 อภิธานปั ปทปี กิ า
อนตฺ ตฺถนปิ าตา นบิ าตในอรรถระหวา่ ง กลาง ภายใน ๓ ศพั ท์ คอื
อนฺตเรน, อนตฺ รา, อนโฺ ต
นิจฺฉเย (นิปาตา) นิบาตในอรรถการตัดสนิ แน่นอน ๒ ศัพท์ คอื
อวสฺส,ํ นูน
๑๑๕๑. อานนฺเท สญฺจ ทิฏฺฐ’ถ วิโรธกถเน นนุ
กามปฺปเวทเน กจจฺ ิ อสุ ูโยปคเม’ตฺถุ จ.
๑๑๕๑. อานนฺเท นิปาตา นบิ าตในอรรถความยินดี ๒ ศพั ท์ คอื
ส,ํ ทิฏฺฐา (ดจี รงิ ไชโย)
นนุ นนุนบิ าต (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป วโิ รธกถเน ในอรรถกลา่ วแยง้
หรอื โจทย(์ มิใชห่ รอื , ใช่หรอื ไม่)
กจฺจิ กจฺจินบิ าต (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป กามปฺปเวทเน ในอรรถการ
ถามถึงความประสงค(์ หรือเปลา่ , แลหรอื , บ้างหรือ)
อตฺถุ อตฺถนุ ิบาต (สิยา) ย่อมเป็นไป อสุ โู ยปคเม ในอรรถการเข้าถงึ
ความริษยา(จงยกไว,้ ก็ตามแต,่ ก็ตามท)ี
๑๑๕๒. เอวา’วธารเณ เญยฺยํ ยถาตตฺ ํ ตุ ยถาตถํ
นีจํ อปฺเปมหตฺย’ุ จฺจํ อถ ปาโต ปเค สมา.
๑๑๕๒. เอว เอวนิบาต (ปณฑฺ ิเตหิ) อนั บัณฑิต เญยฺยํ พงึ ทราบ
อวธารเณ ในอรรถการกำ� หนด(แน่, เท่าน้ัน, น่นั เทยี ว)
(สจจฺ ตฺเถ นิปาตา) นบิ าตในอรรถความเป็นจริง ๒ ศพั ท์ คอื ยถาตตฺ ,ํ
ยถาตถํ
สามญั ญกัณฑ์ : อพั ยยวรรค : เววจนนบิ าต 495
นจี ํ นจี นํ ิบาต (สิยา) ย่อมเปน็ ไป อปฺเป ในความต�ำ่ , น้อย
อจุ ฺจํ อุจจฺ นํ ิบาต (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป มหติ ในความสงู , ใหญ่
นิบาตในอรรถเวลาเชา้ ๒ ศัพท์ (อติ ิ) คอื ปาโต ปเค แตเ่ ช้า เช้าตรู่
เวลาเช้า
๑๑๕๓. นจิ ฺเจ สทา สนํปาโย พาหลุ ฺเย พาหริ ํ พหิ
พหิทฺธา พาหิรา พาเหฺย สีเฆตุ สณกิ ํ ภเว.
๑๑๕๓. นิจเฺ จ (นปิ าตา) นิบาตในอรรถแน่นอน ๒ ศัพท์ คอื
สทา, สนํ
ปาโย ปาโยนบิ าต (สิยา) ยอ่ มเป็นไป พาหลุ เฺ ย ในอรรถวา่ มาก
พาเหฺย นิบาตในอรรถภายนอก ๔ ศัพท์ คือ พาหิร,ํ พหิ, พหทิ ฺธา,
พาหริ า
สณกิ ํ สณิกศํ ัพท์ (ภเว) ยอ่ มเปน็ ไป อสเี ฆ ในอรรถวา่ “เบา ค่อย
ชา้ ”
๑๑๕๔. อตถฺ ํ อทสสฺ เน ทฏุ ฺฐุ นินฺทายวํ นทฺ เน นโม
สมมฺ า สุฏฐฺ ุ ปสสํ ายํ อโถ สตฺตาย มตถฺ ิ จ.
๑๑๕๔. อตถฺ ํ อตฺถนํ ิบาต (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป อทสสฺ เน ในอรรถวา่
ไมเ่ ห็น, หายไป
ทุฏฐฺ ุ ทฏุ ฺฐนุ ิบาต (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป นินฺทายํ ในอรรถการนนิ ทา
นโม นโมนบิ าต (สิยา) ย่อมเป็นไป วนฺทเน ในอรรถการนอบน้อม
ปสสํ ายํ (นปิ าตา) นิบาตในอรรถยกย่อง สรรเสริญ ๒ ศพั ท์ คอื
สมฺมา สุฏฺฐุ (โดยด)ี
อตฺถิ อตถฺ ินิบาต (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป สตฺตายํ ในความมีความเป็น
496 อภิธานัปปทีปกิ า
๑๑๕๕. สายํ สาเย’ชฺช อตรฺ า’เห สเุ ว ตุ เสฺว อนาคเต
ตโต ปเร ปรสุเว หยิ โฺ ย ตุ ทวิ เส คเต.
๑๑๕๕. สายํ สายนํ ิบาต (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป สาเย ในเวลาเย็น
อชชฺ อชฺชนบิ าต (สิยา) ย่อมเป็นไป อตฺราเห ในวนั น้ี
สเุ ว สุเวนบิ าต เสฺว เสวฺ นบิ าต (สิยา) ยอ่ มเป็นไป อนาคเต
ในวันพรุง่ น้ี
ปรสุเว ปรสเุ วนบิ าต (สิยา) ยอ่ มเป็นไป ตโต ปเร ในวันมะรนื
หิยฺโย หยิ ฺโยนบิ าต (สิยา) ย่อมเปน็ ไป คเต ทิวเส ในวนั อนั
ลว่ งไปแลว้
๑๑๕๖. ยตฺถ ยตรฺ ยหึจา’ถ ตตฺถ ตตฺร ตหึ ตหํ
อโถ อทุ ธฺ ญจฺ อปุ ร ิ เหฏฺฐา ตุ จ อโธ สมา.
๑๑๕๖. ยตฺถ, ยตรฺ , ยหึ นิบาตแปลวา่ ใน...ใด
ตตฺถ, ตตฺร, ตหึ, ตหํ นิบาตแปลวา่ ใน...นนั้
อุทฺธ,ํ อปุ ริ นบิ าตแปลวา่ เบ้อื งบน
เหฏฐฺ า, อโธ นิบาตแปลวา่ ขา้ งลา่ ง,
๑๑๕๗. โจทเน อิงฆฺ หนทฺ า’ถ อารา ทรู า จ อารกา
สามญั ญกณั ฑ์ : อัพยยวรรค : เววจนนบิ าต 497
ปรมมฺ ขุ า ตุ จ รโห สมฺมุขา ตฺวา’วิ ปาตุ จ.
๑๑๕๗. อิงฺฆ หนทฺ (นปิ าตา) นิบาตท้งั หลาย คอื องิ ฆฺ และ หนทฺ
(สิยุ)ํ ย่อมเป็นไป โจทเน ในการเชอื้ เชญิ (เชญิ เถิด, เอาเถดิ )
อารา, ทรู า, อารกา นบิ าต แปลว่า ไกล
ปรมมฺ ุขา, รโห นบิ าต แปลว่า ลับหลัง
สมมฺ ุขา, อาว,ิ ปาตุ นบิ าต แปลวา่ ต่อหนา้
๑๑๕๘. สํสยตถฺ มหฺ ิ อปฺเปว อปเฺ ปวนาม น’ู ติ จ
นิทสสฺ เน อิต’ิ ตถฺ ญฺจ เอวํ กจิ เฺ ฉ กถญฺจิ จ.
๑๑๕๘. (นิปาตา) นิบาตทั้งหลาย อปเฺ ปว อปเฺ ปวนาม นุ (อิติ) คอื
อปฺเปว อปฺเปวนาม และ นุ (สยิ ุํ) ยอ่ มเปน็ ไป สสํ ยตถฺ มฺหิ ในอรรถสงสยั
(ถ้ากระไร, ไฉนหนอ)
(นิปาตา) นิบาตทัง้ หลาย อติ ิ อติ ถฺ ํ เอวํ (อิติ) คอื อิติ อิตฺถํ เอวํ
(สิย)ํุ ย่อมเปน็ ไป นทิ สฺสเน ในอรรถการชแ้ี จง(อยา่ งน้ี, ดังน้,ี เชน่ น้)ี
กถญจฺ ิ กถญจฺ นิ ิบาต (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป กิจฺเฉ ในความลำ� บาก
๑๑๕๙. หา เขเท สจฺฉิ ปจฺจกเฺ ข ธวุ ํ ถเิ ร’วธารเณ
498 สามัญญกัณฑ์ :ออภัพธิ ยายนวปั รปรทคปี :กิ เวาวจนนิบาต
ติโร ตุ ติริยํ จาถ กจุ ฉฺ ายํ ทุฏฺฐุ กุ’จจฺ เต.
๑๑๕๙. หา หานบิ าต (สิยา) ย่อมเปน็ ไป เขเท ในความเหนอ่ื ย(โอ,้
อา้ )
สจฺฉิ สจฉฺ ินบิ าต (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป ปจจฺ กเฺ ข ในการกระท�ำให้แจง้
ธวุ ํ ธุวนํ ิบาต (สิยา) ยอ่ มเป็นไป ถิเร ในอรรถมั่นคง อวธารเณ
และในการกำ� หนด(แน,่ ย่ังยนื , แนน่ อน)
ติโร, ตริ ิยํ บอกอรรถวา่ ขวาง
ทฏุ ฺฐุ กุ, ทฏุ ฐฺ ุ กุ นบิ าต (ปณฺฑเิ ตหิ) อันบัณฑติ อจุ จฺ เต ย่อมกล่าว
กจุ ฺฉายํ ในอรรถนา่ รงั เกยี จ
๑๑๖๐. สุวตฺถิ อาสิฏฺฐตฺถมหฺ ิ นนิ ทฺ ายํ ตุ ธี กถยฺ เต
กหุ ิญฺจนํ กุหึ กุตรฺ กุตถฺ กตถฺ กหํ กวฺ ’ถ.
๑๑๖๐. สวุ ตถฺ ิ สวุ ตฺถนิ ิบาต (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป อาสฏิ ฐฺ ตฺถมหฺ ิ
ในอรรถอวยพร(สวัสดี, มชี ยั )
ธ(ิ ธ)ี ธินบิ าต (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อนั บณั ฑติ กถฺยเต ยอ่ มกล่าว นินทฺ ายํ
ในการติเตียน(ดังเราจะติเตยี น, ถยุ !)
กุหญิ ฺจน,ํ กุหึ, กตุ ฺร, กตุ ฺถ, กตฺถ, กหํ, กฺว นบิ าตเหล่านบ้ี อกออรถวา่
ใน....ไหน, ณ ท่ีไหน
๑๑๖๑. อิเห’ธา’ตฺร ตุ เอตฺถา’ตถฺ อถ สพฺพตรฺ สพฺพธิ
499
กทา กุทาจนํ จาถ ตทานิ จ ตทา สมา.
๑๑๖๑. อิห, อิธ นิบาต แปลว่า ใน...นี้
อตฺร, เอตถฺ , อตฺถ นิบาต แปลวา่ ใน...นน้ั
สพพฺ ตรฺ , สพฺพธิ นบิ าต แปลวา่ ใน...ทัง้ ปวง
กทา, กทุ าจนํ นิบาต แปลว่า ในกาลไหน
ตทาน,ิ ตทา นบิ าต แปลว่า ในกาลนนั้ ,
[เววจนนปิ าต]
จบ.
500 อภิธานปั ปทีปิกา
[อปุ สัค]
๑๑๖๒. อาทกิ มเฺ ม ภสุ ตเฺ ถ จ สมฺภโว’ตณิ ณฺ ติตฺติสุ
นโิ ยค’ิ สสฺ รยิ ’ปปฺ ีต-ิ ทานปชู า’คคฺ สนฺติสุ.
๑๑๖๓. ทสฺสเน ตปฺปเร สงฺเค ปสํสาคตสิ ทุ ฺธสิ ุ
หสึ าปการนฺโต’ภาว- วโิ ยคา’วยเวสุ จ
โป’ปสคฺโค ทิสาโยเค ปตฺถนาธิติอาทิส.ุ
๑๑๖๒. - ๑๑๖๓. โป’ปสคโฺ ค ปอุปสัค (สิยา) ย่อมเปน็ ไป
(อิจเฺ จเตสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถท้งั หลายเหล่าน้ี (อิต)ิ คอื อาทกิ มเฺ ม ในกรรม
เบอ้ื งแรก ภุสตฺเถ ในอรรถยง่ิ
สมภฺ โวตณิ ฺณตติ ฺตสี ุ ในการเกิดเบื้องแรก การหยัง่ ลงและความอม่ิ
นิโยคสิ สฺ ริยปปฺ ตี ทิ านปูชาคคฺ สนฺตสี ุ ในการใช้ ความเปน็ ใหญ่ ความยินดี
การให้ การบูชา ความประเสริฐและความสงบระงับ
ทสฺสเน ในการสอ่ ง ตปปฺ เร ในความเป็นประธาน สงเฺ ค ในการติดขัด
ปสํสาคติสทุ ธฺ ิสุ ในการสรรเสริญ การไปและความบริสุทธ์ิ
หึสาปการนฺโตภาววิโยคาวยเวสุ ในการเบยี ดเบยี น ประการ การจดั
สงั เคราะห์ การพลัดพรากและส่วน
ทสิ าโยเค ในทปี่ ระกอบแหง่ ทสิ าศัพทเ์ ปน็ ตน้
ปตฺถนาธติ อิ าทสี ุ ในอรรถความปรารถนาและความเพียร เปน็ ต้น
๑๑๖๔. ปราสทโฺ ท ปรหิ านิ ปราชยคตีสุ จ
ภุสตฺเถ ปฏิโลมตเฺ ถ วิกกฺ มา’มสนาทสิ ุ.
สามัญญกัณฑ์ : อัพยยวรรค : อปุ สัค 501
๑๑๖๔. ปราสทฺโท ปราอุปสัค (สิยา) ย่อมเปน็ ไป ปรหิ านปิ ราชยคตสี ุ
ในความเสือ่ ม ความพา่ ยแพ้ และการไป ภสุ ตเฺ ถ ในอรรถยงิ่ ปฏิโลมตเฺ ถ ใน
อรรถตรงข้าม วกิ ฺกมามสนาทสี ุ ในความบากบน่ั และการต้องสมั ผัสเปน็ ตน้
ภุสตถฺ โมกขฺ ราสสิ ุ
๑๑๖๕. นสิ เฺ สสา’ภาว สนฺยาส- ปสาทนคิ ฺคตา’จจฺ เย.
เคหา’เทโส’ปมาหนี ป-ฺ
๑๑๖๖. ทสสฺ โน’สานนิกฺขนตฺ า โธภาเคสฺว’วธารเณ
สามปี ฺเย พนฺธเน เฉก นฺ- โตภาโค’ปรตีสุ จ.
นิเสธาโท นิ ทิสฺสติ
ปาตุภาเว วิโยเค จ
๑๑๖๗. อโถ นหี รเณ เจวา- วรณาโท จ นี สิยา.
๑๑๖๕. - ๑๑๖๗. นิ นิอปุ สัค ทิสฺสติ ยอ่ มปรากฏ (อจิ เฺ จเตสุอตเฺ ถส)ุ
ในอรรถทั้งหลายเหล่านีค้ ือ นสิ เฺ สสาภาวสนยฺ าสภสุ ตถฺ โมกฺขราสสิ ุ ในความ
ไมม่ เี หลอื การไม่ฟัง อรรถยงิ่ ความพ้นและกอง เคหาเทโสปมาหีนปปฺ สาท
นคิ ฺคตาจฺจเย ในบ้านเรือน การอ้าง การเปรยี บเทียบ ความตำ่� ชา้ ความสดใส
การออกไปและการลว่ งละเมิด
ทสฺสโนสานนกิ ขฺ นตฺ าโธภาเคสุ ในการแสดง ท่ีสดุ การออกและส่วนขา้ ง
ลา่ ง อวธารเณ ในการตัดสนิ สามีปเฺ ย ในความใกล้ พนธฺ เน ในการผกู
เฉกนฺโตภาโคปรตสี ุ ในความฉลาด ส่วนภายในและการเวน้ ปาตภุ าเว ใน
ความปรากฏ วโิ ยเค ในการพลดั พราก(แตกแยก) นเิ สธาโท และในอรรถการ
หา้ มเป็นต้น
นี นีอุปสัค สยิ า ยอ่ มเปน็ ไป นหี รเณ ในการนำ� ออก อาวรณาโท
และในการห้าม เป็นตน้
502 อภิธานัปปทปี กิ า
๑๑๖๘. อทุ ฺธกมฺมวิโยคตฺต- ลาภตติ ฺติสมิทธฺ สิ ุ
ปาตุภาว’จฺจยาภาว- ปพลตฺเต ปกาสเน
ทกขฺ ’คฺคตาสุ กถเน สตฺตโิ มกฺขาทิเก อุ จ.
๑๑๖๘. อุ อุอปุ สคั (ภเว) ยอ่ มเป็นไป (อิจเฺ จเตสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
ทงั้ หลายเหล่าน้ี คอื อทุ ฺธกมมฺ วิโยคตตฺ ลาภตติ ตฺ ิสมทิ ฺธสี ุ ในการทำ� ไวข้ ้างบน
การแยก การได้ซึ่งสภาพ ความอิม่ และความบริสทุ ธิ์
ปาตุภาวจฺจยาภาวปพลตฺเต ในความปรากฏ ความไมม่ ีโทษและ
ความมีก�ำลังมาก ปกาสเน ในการแสดง ทกขฺ คฺคตาสุ ในความฉลาดและความ
เปน็ ผูป้ ระเสริฐ กถเน ในการกล่าว สตตฺ ิโมกขฺ าทิเก ในความสามารถและ
พระนิพพาน เป็นต้น
๑๑๖๙. ทุ กุจฺฉเิ ต’สทตฺเถส ุ วริ ปู ตฺเต’ปยฺ ’โสภเน
สยิ า’ภาวา’สมิทฺธสี ุ กจิ เฺ ฉ จา’นนทฺ นาทิเก.
๑๑๖๙. ทุ ทอุ ุปสัค (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (อจิ เฺ จเตสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
ทั้งหลายเหล่านี้คือ กจุ ฺฉิเตสทตฺเถสุ ในความน่าเกลยี ดและอรรถนอ้ ย วิรปู ตเฺ ต
ในความมีรูปไมง่ าม อโสภเน ในความไม่งาม อภาวาสมิทฺธสี ุ ในความไม่มีและ
ความไม่บริบูรณ์ กิจฺเฉ ในความทุกขย์ าก อนนทฺ นาทเิ ก และในความไมน่ ่ายินดี
เปน็ ต้น
๑๑๗๐. สํ สโมธานสงฺเขป- สมนตฺ ตฺตสมทิ ฺธิสุ
สมมฺ าภสุ สหปปฺ ตถฺ า- ภิมุขตฺเถสุ สงฺคเต
วธิ าเน ปภเว ปชู า ปุนปปฺ ุนกรฺ ิยาทิสุ.
สามัญญกณั ฑ์ : อัพยยวรรค : อปุ สัค 503
๑๑๗๐. สํ สํอุปสัค (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (อิจเฺ จเตสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถทง้ั หลายเหล่านี้ คือ สโมธานสงฺเขปสมนฺตตฺตสมิทธฺ ิสุ ในความพร้อม
(รวมกนั ) การย่อ ความมีอยู่โดยรอบและความบริบูรณ์ สมฺมาภุสสหปปฺ ตฺถา-
ภิมขุ ตเฺ ถสุ ในความด(ี ความไมเ่ ปลี่ยนแปลง) ความยิ่ง อรรถพรอ้ มกนั อรรถ
นอ้ ยและอรรถเฉพาะหนา้ สงฺคเต ในการรวมกัน วธิ าเน ในการจดั แจง
(บางฉบบั เป็น ปิธาเน ในการปิด) ปภเว ในแดนเกดิ ปชู าปุนปปฺ ุนกรฺ ิยาทีสุ
ในการบชู าและการกระทำ� บ่อยๆ เปน็ ต้น
๑๑๗๑. ววิ ธิ า’ตสิ ยา’ภาว- ภุสตตฺ ิ’สฺสริยา’จฺจเย
วโิ ยเค กลเห ปาตุ- ภาเว ภาเส จ กจุ ฺฉเน.
๑๑๗๒. ทรู า’นภมิ ุขตฺเตสุ โมหา’นวฏฺฐิตสี ุ จ
ปธานทกฺขตาเขท- สหตฺถาโท วิ ทสิ ฺสต.ิ
๑๑๗๑. - ๑๑๗๒. วิ วอิ ุปสัค ทสิ สฺ ติ ย่อมปรากฏ (อิจเฺ จเตสุ
อตฺเถสุ) ในอรรถท้งั หลายเหล่านี้ คือ วิวิธาติสยาภาวภสุ ตตฺ ิสฺสริยาจฺจเย ใน
ประการตา่ งๆ ความย่งิ เกิน ความไม่มี ความยงิ่ ยวด ความเปน็ ใหญแ่ ละการลว่ ง
ละเมิด วโิ ยเค ในการไม่ประกอบ กลเห ในการทะเลาะกัน ปาตภุ าเว ในความ
ปรากฏ ภาเส ในความสว่าง กจุ ฉฺ เน ในความน่าเกลยี ด ทรู านภมิ ุขตฺเถสุ
ในความไกลและไมใ่ ช่ตอ่ หนา้ โมหานวฏฐฺ ติ ีสุ ในความหลงและการไม่ต้ังอยู่
ปธานทกขฺ ตาเขทสหตถฺ าโท ในความเป็นประธาน ความฉลาด ความเหนอ่ื ย
หน่ายและอรรถพร้อมกนั เป็นตน้
504 อภิธานปั ปทีปิกา
๑๑๗๓. วิโยเค ชานเน จา’โธ ภาคนิจฉฺ ย101 สุทฺธสิ ุ
อีสทตเฺ ถ ปริภเว เทส พยฺ าปน หานสิ ุ
วโจกฺรยิ าย เถยฺเย จ ญาณปฺปตฺตาทิเก อว.
๑๑๗๓. อว อวอุปสัค (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (อจิ ฺเจเตสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถทั้งหลายเหลา่ นี้ คอื วโิ ยเค ในการไมป่ ระกอบ ชานเน ในการรู้
อโธภาคนจิ ฺฉยสทุ ธฺ ีสุ ในส่วนภายใต้ การตดั สินและความบรสิ ทุ ธ์ิ อสี ทตเฺ ถ
ในอรรถนอ้ ย ปริภเว ในความดูหม่นิ เทสพฺยาปนหานสิ ุ ในสถานท่ี การแผ่
ไปและความเส่อื ม วโจกฺริยาย ในกริ ิยาการกล่าว เถยเฺ ย ในการขโมย
ญาณปตตฺ าทิเก ในการรูแ้ ละการถงึ เปน็ ตน้
๑๑๗๔. ปจฉฺ าภสุ ตตฺ สาทสิ ฺยา- นุปจฺฉินฺนา’นุวตฺติสุ
หเี น จ ตตยิ ตถฺ า’โธ- ภาเคสฺว’นุคเต หิเต
เทเส ลกขฺ ณ วิจฺเฉ’ตฺถ- มฺภูต ภาคาทิเก อน.ุ
๑๑๗๔. อนุ อนุอุปสคั (สยิ า) ย่อมเป็นไป (อิจฺเจเตสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถทง้ั หลายเหลา่ นี้ คอื ปจฉฺ าภสุ ตตฺ สาทิสยฺ านุปจฉฺ นิ นฺ านวุ ตตฺ สี ุ ในความ
เป็นภายหลงั ความแรง ความเหมือนกนั ความไม่ขาดและการคล้อยตาม หีเน
ในความต�่ำทราม ตติยตถฺ าโธภาเคสุ ในอรรถตตยิ าวิภตั แิ ละส่วนล่าง อนุคเต
ในการตดิ ตาม หิเต ในความเกื้อกลู เทเส ในสถานที่ ลกขฺ ณวจิ เฺ ฉตถฺ มภฺ ตู ภา
คาทเิ ก ในอรรถลกั ขณะ อรรถวจิ ฉา อรรถอติ ถัมภูตะและอรรถภาคะ เปน็ ตน้
101 สนฺตนาลปเน (ก.)
สามญั ญกณั ฑ์ : อพั ยยวรรค : อุปสคั 505
๑๑๗๕. สมนตฺ ตฺเถ ปรจิ เฺ ฉเท ปูชา’ลงิ ฺคนวชฺชเน
โทสกฺขาเน นวิ าสนา- วญฺญา’ธาเรสุ โภชเน
โสกพฺยาปนตตเฺ วส ุ ลกขฺ ณาโท สยิ า ปร.ิ
๑๑๗๕. ปริ ปริอปุ สัค (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (อิจฺเจเตสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถทง้ั หลายเหล่าน้ี คอื สมนฺตตฺเถ ในอรรถโดยรอบ ปรจิ เฺ ฉเท ในการ
ก�ำหนด ปูชาลิงฺคนวชฺชเน ในการบชู า การกอดและการเว้น โทสกฺขาเน
ในการกล่าวโทษ นวิ าสนาวญฺญาธาเรสุ ในการนุง่ การดหู มิน่ และทต่ี งั้ โภชเน
ในการใหบ้ ริโภค(เลี้ยง) โสกพยฺ าปนตตฺเวสุ ในความเศร้าโศก ความซาบซา่ น
และสภาพ ลกขฺ ณาโท ในอรรถลักขณะ เป็นตน้
๑๑๗๖. อาภมิ ุขยฺ วิสฏิ ฐฺ ’ุ ทฺธ- กมฺมสารุปฺปวทุ ฺธิสุ
ปชู า’ธิก กลุ า’สจฺจ- ลกขฺ ณาทิมฺหิ จา’ปยฺ ’ภ.ิ
๑๑๗๖. อภิ อภอิ ุปสัค (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (อจิ เฺ จเตสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถทัง้ หลายเหล่านี้ คือ อาภิมุขยฺ วิสฏิ ฐฺ ุทธฺ กมมฺ สารุปปฺ วุทธฺ สี ุ ในความเปน็
เฉพาะหน้า ความพิเศษ การกระทำ� ในเบื้องบน ความสมควรและความเจรญิ
ปชู าธกิ กุลาสจฺจลกขฺ ณาทิมหฺ ิ ในอรรถการบูชา ความยง่ิ ตระกลู ดี ความไม่จริง
และอรรถลักขณะเป็นตน้
ฐานปาปณุ เนสฺว’ธิ
๑๑๗๗. อธกิ ’ิ สฺสรปาฐา’ธฏิ ฺ ภวเน จ วิเสสเน.
นิจฺฉเย โจปรติ ฺตา’ธ ิ
๑๑๗๗. อธิ อธอิ ปุ สคั (สิยา) ย่อมเป็นไป (อจิ เฺ จเตสุ อตฺเถสุ)
506 อภธิ านปั ปทีปิกา
ในอรรถทงั้ หลายเหลา่ น้ี คือ อธิกิสสฺ รปาฐาธิฏฐฺ านปาปณุ เนสุ ในความยงิ่
ความเป็นใหญ่ การสวด ความตง้ั ใจและการถึง นจิ ฺฉเย ในการตดั สนิ
อปุ รติ ฺตาธิภวเน ในความเป็นเบอื้ งบนและการครอบง�ำ วเิ สสเน ในการ
กระทำ� พิเศษ
๑๑๗๘. ปฏทิ านนิเสเธส ุ วามา’ทานนิวตฺตสิ ุ
สาทเิ ส ปฏินิธิมฺห ิ อาภมิ ุขฺยคตีสุ จ.
๑๑๗๙. ปตโิ พเธ ปตคิ เต ตถา ปุนกฺริยาย จ
สมฺภาวเน ปฏิจฺจตเฺ ถ ปตีติ ลกขฺ ณาทเิ ก
สุ โสภเน สุเข สมมฺ า ภุส สุฏฐฺ ุ สมิทธฺ ิสุ.
๑๑๗๘. - ๑๑๗๙. ปตตี ิ (อปุ สคโฺ ค) อุปสัค คือ ปติ ทิสฺสติ
ยอ่ มปรากฏ (อิจเฺ จเตสุ อตฺเถสุ) ในอรรถท้ังหลายเหล่านี้ ปติทานนเิ สเธสุ
ในการใหท้ านและการห้าม วามาทานนวิ ตตฺ สี ุ ในการตรงขา้ ม การถอื เอาและ
การกลบั สาทเิ ส ในความเหมอื นกนั ปตินธิ มิ หฺ ิ ในการทดแทน อาภมิ ุขฺยคตสี ุ
ในการอยู่ตอ่ หน้าและการไป ปฏิโพเธ ในการแทงตลอด ปติคเต ในการถึง
เฉพาะ ปนุ กรฺ ยิ าย ในการกระทำ� เนืองๆ สมฺภาวเน ในการสรรเสรญิ
ปฏจิ ฺจตฺเถ ในอรรถปฏิจฺจ(อาศยั ) ลกขฺ ณาทเิ ก และในอรรถลักขณะเปน็ ตน้
สุ สุอปุ สัค (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (อจิ เฺ จเตสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถทงั้ หลาย
เหลา่ น้ี คอื โสภเน ในความงาม สุเข ในความงา่ ย สมฺมาภุสสฏุ ฐฺ ุสมทิ ฺธสี ุ
ในความไมว่ ิปริตผิดเพีย้ น ความรนุ แรง ความดีและความบรบิ รู ณ์
๑๑๘๐. อาภิมขุ ยฺ สมปี า’ท-ิ กมฺมา’ลงิ คฺ นปตฺติสุ
มรยิ าทุ’ทฺธกมมฺ ’ิ จฺฉา- พนฺธนา’ภิวธิ สี ุ อา.
สามญั ญกัณฑ์ : อพั ยยวรรค : อปุ สคั 507
๑๑๘๑. นวิ าสา’วฺหาน คหณ- กจิ เฺ ฉ’สตถฺ นวิ ตฺตสิ ุ
อปฺปสาทา’สิ สรณ- ปตฏิ ฐฺ า’วิมฺหยาทสิ ุ.
๑๑๘๐. - ๑๑๘๑. อา อาอปุ สคั (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (อิจฺเจเตสุ
อตเฺ ถสุ) ในอรรถทั้งหลายเหล่าน้ี คอื อาภิมุขฺยสมปี าทกิ มฺมาลิงฺคนปตฺตสี ุ
ในความเป็นตอ่ หน้า ทีใ่ กล้ การงานเบื้องแรก การกระทบและการถงึ มรยิ า-
ทุทฺธกมมฺ จิ ฉฺ าพนฺธนาภวิ ธิ ีสุ ในขอบเขต การกระทำ� ข้างบน ความปรารถนา
การผกู และการล�ำ้ เขต นวิ าสาวฺหานคหณกิจฉฺ สี ตถฺ นิวตฺตีสุ ในการอยู่ การ
เรยี ก การถือเอา ความยากล�ำบาก อรรถน้อยและการกลับ อปปฺ สาทาสสี รณ-
ปตฏิ ฐฺ าวิมฺหยาทสี ุ ในความไม่เลือ่ มใส การอวยพร การต่อสู้ ที่ต้งั และความ
อัศจรรย์เปน็ ตน้
๑๑๘๒. อนฺโตภาวภุสตตฺ า’ติ- สยปูชาสฺว’ตกิ ฺกเม
ภตู ภาเว ปสํสายํ ทฬหฺ ตถฺ าโท สิยา อต.ิ
๑๑๘๒. อติ อตอิ ุปสคั (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (อจิ ฺเจเตสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถท้ังหลายเหล่านี้ คือ อนโฺ ตภาวภุสตตฺ าตสิ ยปูชาสุ ในความเปน็ ภายใน
ความแรง ความย่ิงและการบชู า อตกิ ฺกเม ในการก้าวลว่ ง ภตู ภาเว ในอดตี
ปสํสายํ ในการสรรเสริญ ทฬหฺ ตถฺ าโท และในความม่นั คงเป็นต้น
508 อภธิ านปั ปทปี กิ า
๑๑๘๓. สมภฺ าวเน จ ครหา- เปกฺขาสุ จ สมจุ จฺ เย
ปญเฺ ห สวํ รเณ เจว อาสสี ตฺเถ อปี’รติ ํ.
๑๑๘๓. อปิ อปศิ ัพท์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อนั บณั ฑติ (อีรติ ํ) กล่าวแลว้
(อจิ ฺเจเตสุ อตฺเถสุ) ในอรรถทง้ั หลายเหล่านี้ คือ สมฺภาวเน ในการสรรเสรญิ
ครหาเปกขฺ าสุ ในการตเิ ตยี นและการมองหา สมจุ ฺจเย ในการรวบรวม ปญฺเห
ในคำ� ถาม สวํ รเณ ในการปดิ อาสีสตฺเถ และในการอวยพร(ปรารถนาดี)
๑๑๘๔. นทิ ฺเทเส วชฺชเน ปูชา- ปคเต วารเณปิ จ
ปทสุ สฺ เน จ ครหา- โจรกิ า’โท สิยา อป.
๑๑๘๔. อป อปอปุ สัค (สิยา) ย่อมเป็นไป (อิจเฺ จเตสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถทัง้ หลายเหลา่ นี้ คอื นิทเฺ ทเส ในการแสดง วชฺชเน ในการเว้น
ปชู าปคเต ในการบูชาและความปราศจาก วารเณ ในการหา้ ม ปทุสฺสเน ใน
การประทุษรา้ ย ครหาโจรกิ าโท ในการตเิ ตยี นและการขโมยเปน็ ต้น
๑๑๘๕. สมีปปูชา สาทสิ สฺ - โทสกฺขาโน’ปปตฺติสุ
ภสุ ตโฺ ต’ปคมา’ธกิ ยฺ - ปพุ ฺพกมมฺ นิวตตฺ สิ ุ
คยฺหากาโร’ปรติ ฺเตสุ อุเป’ตฺย’นสนา’ทเิ ก.
๑๑๘๕. อเุ ปติ (สทโฺ ท) อปุ อปุ สคั (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (อิจฺเจเตสุ
อตฺเถสุ) ในอรรถทง้ั หลายเหล่านี้ คอื สมีปปูชาสาทสิ สฺ โทสกฺขาโนปปตตฺ ีสุ
ในท่ีใกล้ การบชู า ความเหมือนกัน การกล่าวโทษและความสมควร ภุสตฺโตป
คมาธิกยฺ ปพุ พฺ กมฺมนิวตตฺ สี ุ ในความแรง การเขา้ ใกล้ ความยงิ่ การกระท�ำ
สามญั ญกัณฑ์ : อัพยยวรรค : อปุ สัค 509
เบอ้ื งแรกและการกลบั คยหฺ ากาโรปรติ เฺ ตสุ ในอาการอันพงึ ถอื เอาและความ
เป็นเบือ้ งบน อนสนาทเิ ก และในการอดอาหารเปน็ ต้น
[พึงดอู ทุ าหรณข์ องอปุ สัคเหลา่ น้ีในคมั ภรี ป์ ทรูปสิทธิ สทั ทนตี ิสตุ ตมา
ลา ปโยคสิทธิ นริ ตุ ตทิ ปี นี เปน็ ต้น]
[อปุ สัค จบ]
510 อภธิ านปั ปทปี ิกา
[อเนกัตถนบิ าต]
๑๑๘๖. เอวํ นิทสสฺ นา’กาโร- ปมาสุ สมฺปหํสเน
อุปเทเส จ วจน- ปฏิคฺคาเห’วธารเณ
ครหาเย’ทมตฺเถ จ ปริมาเณ จ ปุจฉฺ เน.
๑๑๘๖. เอวํ เอวํ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (อจิ ฺเจเตสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถท้ังหลายเหลา่ น้ี คือ นทิ สสฺ นกาโรปมาสุ ในการแสดงอ้าง อาการและ
อปุ มา(อยา่ งน้ี, ดว้ ยอาการอย่างน้ี, ฉนั นน้ั ) สมฺปหํสเน ในความรา่ เรงิ อุปเทเส
ในการแนะนำ� วจนปฏคิ ฺคาเห ในการรับคำ� อวธารเณ ในการก�ำหนดแน่นอน
(เทยี ว, เทา่ นั้น) ครหายํ ในการตเิ ตยี น อทิ มตฺเถ ในอรรถของ อทิ ํ ศพั ท์
ปรมิ าเณ ในการวดั ปุจฺฉเน และในการถาม
๑๑๘๗. สมจุ จฺ เย สมาหาเร นฺวาจเย เจ’ตรตี เร
ปทปูรณมตเฺ ต จ จสทโฺ ท อวธารเณ.
๑๑๘๗. จสทโฺ ท จ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (อิจเฺ จเตสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถทงั้ หลายเหลา่ น้ี คือ สมจุ จฺ เย ในการรวบรวม สมาหาเร ในการประมลู
อนฺวาจเย ในการรวมสงเคราะห์ อติ รีตเร ในอิตรตี รทวนั ทสมาส ปทปรู ณมตฺเต
ในความเป็นปทปรู ณะศัพทเ์ ทา่ นน้ั อวธารเณ ในอรรถอวธารณะ(การห้าม)
สามญั ญกณั ฑ์ : อพั ยยวรรค : อเนกัตถนบิ าต 511
๑๑๘๘. อติ ิ เหตปุ กาเรสุ อาทมิ หฺ ิ จา’วธารเณ
นิทสสฺ เน ปทตฺถสฺส วิปลลฺ าเส สมาปเน.
๑๑๘๘. อิติ อติ ิ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (อจิ ฺเจเตสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถทงั้ หลายเหล่าน้ี คอื เหตุปกาเรสุ ในเหตแุ ละประการ(เพราะเหตุน้นั ,
ดว้ ยประการอยา่ งน)้ี อาทมิ หฺ ิ ในอรรถเปน็ ต้น อวธารเณ ในการตดั สิน
นทิ สสฺ เน ในการแสดง(วา่ ดงั น)้ี ปทตถฺ สฺส วิปลลฺ าเส ในการเปลีย่ นแปลงเน้อื
ความของบท สมาปเน และในการจบข้อความ
๑๑๘๙. สมุจฺจเย โจ’ปมายํ สํสเย ปทปูรเณ
ววตฺถิตวภิ าสายํ วา’วสฺสคเฺ ค วิกปปฺ เน.
๑๑๘๙. วา วา ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (อิจเฺ จเตสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถทง้ั หลายเหลา่ น้ี คือ สมุจจฺ เย ในการรวบรวม อุปมายํ ในการอุปมา
สํสเย ในความสงสัย ปทปรู เณ ในความเป็นปทปูรณะศัพท์ ววตฺถิตวิภาสายํ
ในการกำ� หนดรปู พิเศษ อวสฺสคเฺ ค ในการตดั สนิ วิกปปฺ เน และในความดำ� ริ
พิเศษ(ก็ตาม, กด็ )ี
๑๑๙๐. ภสู เน วารเณ จา’ลํ วุจจฺ เต ปริยตตฺ ิยํ
อโถ’ถา’นนตฺ รา’รมฺภ- ปญฺเหสุ ปทปรู เณ.
๑๑๙๐. อลํ อลํ ศัพท์ (ปณฺฑิเตห)ิ อันบณั ฑิต วุจจฺ เต ย่อมกล่าว
(อิจเฺ จเตสุ อตฺเถสุ) ในอรรถท้ังหลายเหล่านี้ คอื ภูสเน ในการประดบั วารเณ
ในการหา้ ม ปริยตฺติยํ และในความสามารถ
512 อภิธานปั ปทีปิกา
อโถ อโถ ศัพท์ อถ และอถ ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อันบณั ฑิต วุจฺจเต
ย่อมกล่าว (อจิ เฺ จเตสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถทง้ั หลายเหล่าน้ี คอื อนนตฺ รารมภฺ -
ปญฺเหสุ ในท่ีไม่มรี ะหวา่ ง การเริ่มต้นและค�ำถาม ปทปรู เณ ในความเปน็
ปทปรู ณะศพั ท์
๑๑๙๑. ปสํสาครหาสญญฺ า- สกี าราโท’ปิ นาม’ถ
นจิ ฺฉเย จา’นมุ านสฺมึ สิยา นูน วติ กกฺ เน.
๑๑๙๑. นาม นามศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (อจิ เฺ จเตสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถทั้งหลายเหล่าน้ี คือ ปสํสาครหาสญฺญาสีการาโท ในการสรรเสริญ
การตเิ ตียน ช่ือและการรบั รอง เป็นตน้
นูน นนู ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (อจิ ฺเจเตสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถทั้งหลายเหล่าน้ี คอื นิจฺฉเย ในความแนน่ อน อนมุ านสมฺ ึ ในการ
ไตรต่ รอง วติ กฺกเน และในความคดิ
๑๑๙๒. ปุจฉฺ า’วธารณา’นุญญฺ า- สนตฺ นา’ลปเน นนุ
วเต’กสํ ทยาหาส- เขทา’ลปนวิมฺหเย.
๑๑๙๒. นนุ นนุ ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (อิจเฺ จเตสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถท้งั หลายเหล่าน้ี คอื ปจุ ฉฺ าวธารณานญุ ฺญาสนฺตนาลปเน ในการถาม
การตดั สิน การอนญุ าต การปลอบโยนและการเรยี ก
วต วต ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (อิจเฺ จเตสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถทงั้ หลายเหล่านี้ คอื เอกสํ ทยาหาสเขทาลปนวิมหฺ เย ในความเปน็ จริง
ความสงสาร ความร่าเริง ความล�ำบาก การเรยี กและความอัศจรรย์
สามญั ญกณั ฑ์ : อพั ยยวรรค : อเนกตั ถนิบาต 513
๑๑๙๓. วากฺยารมฺภวิสาเทสุ หนฺท หาเส’นกุ มปฺ เน
ยาว ตุ ตาว สากลยฺ - มานา’วธฺย’วธารเณ.
๑๑๙๓. หนทฺ หนฺทศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (อจิ เฺ จเตสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถทั้งหลายเหลา่ นี้ คือ วากยฺ ารมฺภวสิ าเทสุ ในการเร่มิ ซ่ึงค�ำพดู ใหม่
และความวา้ เหวใ่ จ หาเส ในความรา่ เริง อนุกมฺปเน และในความสงสาร
ยาว ยาว ศพั ท์ ตาว และตาวศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (อิจเฺ จเตสุ
อตฺเถส)ุ ในอรรถทั้งหลายเหล่าน้ี คือ สากลฺยมานาวธยฺ วธารเณ ในความ
มีท้ังหมด การตวงและการตดั สิน
๑๑๙๔. ปาจีปุรงคฺ โตตฺเถส ุ ปรุ ตฺถา ปฐเม’ปยฺ ’ถ
ปพนฺเธ จ จิราตเี ต นิกฏาคามิเก ปุรา.
๑๑๙๔. ปุรตฺถา ปุรตถฺ า ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (อิจฺเจเตสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถทงั้ หลายเหล่าน้ี คือ ปาจีปรุ คคฺ โตตฺเถสุ ในทิศตะวันออก อรรถปุรา
ก่อน) อรรถ อคคฺ โต (ขา้ งหน้า) ปฐเม และในอรรถก่อน
ปุรา ปรุ า ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (อิจฺเจเตสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
ทัง้ หลายเหล่าน้ี คือ ปพนเฺ ธ ในลำ� ดบั คำ� พูดโบราณ จริ าตีเต ในกาลล่วงมานาน
นกิ ฏาคามเิ ก และในอนาคตกาลอนั ใกล้
514 อภิธานัปปทปี กิ า
๑๑๙๕. นิเสธวากยฺ าลงกฺ ารา- วธารณปสิทธฺ ิสุ
ขลวฺ า’สนเฺ น ตุ อภิโต- ภิมุโข’ภยโตทิเก.
๑๑๙๕. ขลุ ขลุ ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (อจิ เฺ จเตสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถท้งั หลายเหลา่ น้ี คอื นิเสธวากฺยาลงกฺ าราวธารณปสิทธฺ ีสุ ในการหา้ ม
วากยาลังการะ(ประดับค�ำพดู ) การก�ำหนดและการปรากฏ
อภโิ ต อภโิ ต ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (อจิ เฺ จเตสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถทงั้ หลายเหลา่ น้ี คอื อาสนฺเน ในทใ่ี กล้ อภมิ เุ ข ในทเี่ ฉพาะหนา้
อุภยโตทเิ ก และในอรรถ อภุ ยโต(ทั้งสองขา้ ง) เป็นตน้
๑๑๙๖. กามํ ยทยฺ ปิสททฺ ตฺเถ เอกํสตฺเถ จ ทสิ ฺสติ
อโถ ปน วเิ สสสฺมึ ตเถว ปทปรู เณ.
๑๑๙๖. กามํ กามํ ศัพท์ ทิสฺสติ ยอ่ มปรากฏ (อิจฺเจเตสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถทง้ั หลายเหล่าน้ี คือ ยทยฺ ปสิ ททฺ ตฺเถ ในอรรถของยทิปิ เอกํสตฺเถ จ
ในอรรถคือ แนน่ อน อโถปน นอกจากน้ี ปน ปน ศพั ท์ ทิสฺสติ ย่อมปรากฏ
(อจิ ฺเจเตสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถท้งั หลายเหล่านคี้ อื วเิ สสมหฺ ิ ในความแตกตา่ ง
ปทปรู เณ และในความเป็นปทปูรณะศพั ท์
๑๑๙๗. หิ การเณ วเิ สสา’ว ธารเณ ปทปรู เณ
ตุ เหตุวชฺเช ตตฺถา’ถ กุ ปาเป’สตถฺ กจุ ฺฉเน.
๑๑๙๗. หิ หิ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (อจิ ฺเจเตสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
ทัง้ หลายเหล่านี้ คอื การเณ ในเหตุ วเิ สสาวธารเณ ในความพเิ ศษและการ
สามญั ญกัณฑ์ : อัพยยวรรค : อเนกัตถนบิ าต 515
ก�ำหนด ปทปรู เณ และในความเป็นปทปรู ณะศัพท์
ตุ ตุ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (อจิ ฺเจเตสุ อตฺเถสุ) ในอรรถทั้งหลาย
เหล่าน้ี คอื ตตถฺ ในอรรถทเ่ี หมอื น หิ ศพั ท์นน้ั เหตวุ ชเฺ ช โดยยกเวน้ อรรถเหตุ
กุ กุ ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (อจิ ฺเจเตสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถทงั้ หลาย
เหล่าน้ี คอื ปาเป ในความชัว่ อสี ตถฺ กุจฺฉเน ในอรรถนอ้ ยและความนา่ เกลยี ด
๑๑๙๘. นุ สํสเย จ ปญฺเห’ถ นานา’ เนกตฺถวชชฺ เน
กึ ตุ ปจุ ฉฺ าชิคจุ ฺฉาสุ กํ ตุ วารมิ ฺหิ มทุ ฺธนิ.
๑๑๙๘. นุ นศุ พั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (อจิ ฺเจเตสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถทงั้ หลายเหลา่ น้ี คอื สํสเย ในความสงสยั ปญฺเห และในปัญหา
นานา นานา ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (อจิ ฺเจเตสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถทงั้ หลายเหล่านี้ คือ อเนกตถฺ วชฺชเน ในอรรถมากและการเวน้
กึ กึ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (อิจฺเจเตสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
ทั้งหลายเหลา่ นี้ คือ ปจุ ฉฺ าชิคุจฉฺ าสุ ในการถามและความรังเกยี จ
กํ กํ ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (อจิ เฺ จเตสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
ท้ังหลายเหล่าน้ี คอื วาริมหฺ ิ ในน้�ำ มุทธฺ นิ และในศีรษะ
๑๑๙๙. อมา สหสมีเป’ถ เภเท อปปฺ ฐเม ปนุ
กิรา’นสุ ฺสวา’รจุ ิส ุ อทุ า’ปยฺ ตฺเถ วิกปปฺ เน.
๑๑๙๙. อมา อมา ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (อิจฺเจเตสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถทง้ั หลายเหล่านี้ คือ สหสมีเป ในอรรถพรอ้ มกันและใกล้
ปนุ ปุน ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (อิจฺเจเตสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถทั้งหลายเหลา่ น้ี คือ เภเท ในความต่างกนั อปปฺ ฐเม และในความ
ไมใ่ ชท่ ่ีหนึง่
516 อภธิ านปั ปทีปกิ า
กิร กิร ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (อิจเฺ จเตสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
ทง้ั หลายเหล่าน้ี คือ อนสุ สฺ วารจุ สี ุ ในการไดย้ ินมาและความไม่ชอบ
อุท อทุ ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (อิจฺเจเตสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
ทงั้ หลายเหล่านี้ คือ อปฺยตฺเถ ในอรรถ อปิศพั ท์ วกิ ปปฺ เน และในความดำ� ริ
(หรือวา่ )
๑๒๐๐. ปตีจี จริเม ปจฉฺ า สามิ ตวฺ ทฺเธ ชคิ จุ ฉฺ เน
ปกาเส สมฺภเว ปาตุ อญโฺ ญญฺเญ ตุ รโห มิโถ.
๑๒๐๐. ปจฺฉา ปจฉฺ า ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (อจิ เฺ จเตสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถท้ังหลายเหลา่ นี้ คือ ปตีจิจรเิ ม ในทิศตะวันออกและภายหลงั
สามิ สามิ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (อจิ ฺเจเตสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถท้ังหลายเหลา่ นี้ คอื อทเฺ ธ ในครง่ึ ชคิ ุจฺเฉ และในความรงั เกยี จ
ปาตุ ปาตุ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (อจิ เฺ จเตสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถท้งั หลายเหลา่ นี้ คอื ปกาเส ในความปรากฏ สมภฺ เว และในความ
มีอยู่
มโิ ถ มิโถ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (อจิ เฺ จเตสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
ทั้งหลายเหลา่ นี้ คอื อญฺโญญเฺ ญ ในอรรถซึง่ กันและกัน รโห และในที่ลับ
๑๒๐๑. หา เขทโสกทุกฺเขสุ เขเท ตวฺ ’หห วมิ ฺหเย
ภสึ าปเน ธี นินฺทายํ ปิธาเน ตริ ยิ ํ ตโิ ร.
สามัญญกัณฑ์ : อัพยยวรรค : อเนกตั ถนิบาต 517
๑๒๐๑. หา หา ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (อิจเฺ จเตสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถทั้งหลายเหลา่ นี้ คอื เขทโสกทกุ ฺเขสุ ในความล�ำบาก ความโศกและ
ความทุกข์
อหห อหห ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (อจิ เฺ จเตสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถทง้ั หลายเหลา่ นี้ คอื เขเท ในความลำ� บาก วมิ ฺหเย และในความ
อัศจรรย์
ธิ (ธ)ี ธศิ ัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (อจิ เฺ จเตสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถทั้งหลายเหลา่ นี้ คอื ภสึ าปเน ในการขู่กรรโชก นินทฺ ายํ และในการ
นินทา
ตโิ ร ติโร ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (อิจฺเจเตสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถทง้ั หลายเหล่าน้ี ปิธาเน ในการปดิ ติรยิ ํ และในการขวาง
๑๒๐๒. ตุน ตวฺ าน ตเว ตวฺ า ตุ ธา โส ถา กขฺ ตฺตเุ มว จ
โต ถ ตฺร หญิ ฺจนํ หึ หํ ธิ ห หิ ธ ธนุ า รหิ.
๑๒๐๓. ทานิ โวทาจนํ ทา ชชฺ ถํ ตตฺตํ ชฌฺ ชฺชุ อาทโย
สมาโส จา’พยฺ ยภี าโว ยาเทโส จา’พฺยยํ ภเวติ.
๑๒๐๒. - ๑๒๐๓. ตุน ตวฺ าน ตเว ตวฺ า ตุ ธา โส ถา กฺขตตฺ ุ โต ถ
ตรฺ หญิ จฺ นํ หึ หํ ธิ ห หิ ธ ธุนา รหิ ทานิ โว ทาจนํ ทา ชฺช ถํ ตตฺตํ ชฺฌ ชฺชอุ าท
โย ปัจจัยท้ังหลายมี ต.ุ ..ชฺชุปัจจยั เป็นต้น ก็ดี อพยฺ ยีภาโว สมาโส อพั ยยภี าว
สมาส ก็ดี ยาเทโส และการอาเทศตุนปัจจัย เป็นตน้ กด็ ี เป็น อพฺยยํ มีชื่อว่า
อพยฺ ย ภเว ย่อมมี