318 อภธิ านัปปทีปิกา
๗๙๔. ผเล วิปสสฺ นา ทพิ พฺ - จกฺขุ สพฺพญฺญุตาสุ จ
ปจฺจเวกฺขณญาณมฺห ิ มคฺเค จ ญาณทสฺสนํ.
๗๙๔. ญาณทสสฺ นํ ญาณทสสฺ น ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป
(ฉสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๖ อย่าง (อิติ) คอื ผเล ในผลสามญั วิปสฺสนาทิพพฺ -
จกฺขสุ พพฺ ญญตุ าสุ ในวปิ ัสสนาญาณ ทพิ พจกั ขุญาณและสัพพญั ญตุ ญาณ
ปจฺจเวกขฺ ณญาณมฺหิ ในปจั จเวกขณญาณ มคเฺ ค จ และในอริยมรรค(ทีฆนกิ าย
สามญญฺ ผลสตุ ตฺ อฏฺฐกถา, มูลปณฺณาส มหาสหี นาทสตุ ฺต อฏฺฐกถา)
๗๙๕. กมฺมารทุ ฺธน องคฺ าร- กปลลฺ ทีปิกาสุ จ
สวุ ณฺณการมสู ายํ อุกฺกา เวเค จ วายโุ น.
๗๙๕. อุกฺกา อุกฺกา ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ปญจฺ สุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๕ อยา่ ง (อติ )ิ คือ กมมฺ ารุทฺธนองฺคารกปลลฺ ทปี กิ าสุ ในเตาช่างเหล็ก
เตาถ่านสำ� หรับหลอมทองและคบเพลงิ สุวณฺณการมูสายํ ในเบา้ ของช่างทอง
วายุโน เวเค จ และในความเร็วแหง่ ลม (มลู ปณฺณาส วตถฺ สตุ ฺต อฏกฺ ถา, มงฺคลพุทธฺ วสํ
อฏฺกถา)
๗๙๖. เกโสหารณชีวิต- วุตตฺ ิสุ วปเน จ วาปสมกรเณ
กถเน ปมตุ ตฺ ภาวชฺ- เฌนาโท 88วตุ ตฺ ’ มปิ ตสี .ุ
๗๙๖. วตุ ฺตํ วุตฺต ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (สตฺตสุ อตฺเถสุ) ใน
อรรถ ๗ อย่าง (อติ )ิ คือ เกโสหารณชีวติ วุตฺติสุ ในการปลงผมและการเล้ียงชีพ
วปเน ในการหวา่ น วาปสมกรเณ ในการเกี่ยวพืชที่หว่านแลว้ ให้เสมอกนั กถเน
88 ชาคริโย (ฏี.)
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : คาถาเนกัตถวรรค 319
ในการกลา่ ว ปวุตตฺ ภาวชฺเฌนาโท ในอรรถการพน้ จากขัว้ และการเชื้อเชิญ
เปน็ ตน้ (ตํ วตุ ฺตํ) วตุ ฺต ศพั ท์ นั้น (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป ตีสุ ในลิงค์ท้ัง ๓
(มลู ปณฺณาส ธมมฺ ทายาทสตุ ฺต อฏฐฺ กถา, ฏีกา, อติ ิวุตตฺ อฏฺฐกถา )
๗๙๗. คมเน วิสสฺ เุ ต จา’ว- ธาริโต’ปจิเตสุ จ
อนโุ ยเค กลิ นิ ฺเน จ สุโต’ ภเิ ธยยฺ ลิงคฺ โิ ก.
๗๙๘. โสตวิญฺเญยยฺ สตเฺ ถส ุ สตุ ํ ปุตเฺ ต สโุ ต สิยา.
๗๙๗. - ๗๙๘. สโุ ต สตุ ศพั ท์ อภิเธยฺยลิงคฺ โิ ก อนั มีลงิ ค์ของอภเิ ธยยะ
(๓ ลิงค์) (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ฉสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๖ อย่าง (อติ )ิ คือ คมเน
ในการไป วสิ ฺสเุ ต ในการปรากฏ อวธารโิ ตปจิเตสุ ในการจดจำ� และการ
เลอื กเฟ้น อนุโยเค ในการถาม กิลินเฺ น จ ในการเปยี กชมุ่
สตุ ํ สตุ ศพั ท์ นปงุ สกลิงค์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ ิ) คือ โสตวิญฺเญยฺยสตเฺ ถสุ ในสทั ทารมณ์อนั โสต
ประสาทพงึ รู้ไดแ้ ละคัมภีร์
สุโต สตุ ศัพท์ ปงุ ลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (อตเฺ ถ) ในอรรถ ๑ อยา่ ง
(อติ )ิ คอื ปตุ เฺ ต ในบตุ รชาย (ทีฆนกิ าย พรฺ หฺมชาลสตุ ฺต อฏฐฺ กถา เปน็ ตน้ )
ปญญฺ ตฺตปิ รมายสุ ุ
๗๙๙. กปฺโป กาเล ยุเค เลเส โวหารกปฺปพินฺทสุ ุ
สทิเส ตสี ุ สมณ- ทิเก ตกฺเก วธิ มิ หฺ ิ จ.
สมนฺตตเฺ ถ’นตฺ รกปปฺ า-
๗๙๙. กปฺโป กปฺป ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวาทสสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๑๒ อยา่ ง (อติ ิ) คอื กาเล ในกาล ยเุ ค ในยคุ ท้งั ๔ มีกตยคุ เปน็ ต้น
320 อภธิ านปั ปทปี กิ า
เลเส ในอุบายข้ออ้าง ปญญฺ ตฺติปรมายุสุ ในนามบญั ญัติและการก�ำหนดชวี ิต
(อายุกปั ป์) สทิเส ในความเหมือนกนั (กปฺโป) กปฺป ศัพท์ (วตตฺ ติ)
ย่อมเป็นไป ตีสุ ในลิงค์ท้ัง ๓ สมณโวหารกปปฺ พนิ ฺทสุ ุ ในการกระท�ำกปั ปิยะ
และกปั ปพินทขุ องภิกษุ สมนฺตตฺเถ ในอรรถรอบด้าน อนฺตรกปฺปาทเิ ก
ในอนั ตรกัปป์ เปน็ ตน้ ตกฺเก ในการคดิ วธิ มิ ฺหิ และในการจดั แจง [ทีฆนกิ าย
พรฺ หมฺ ชาลสุตตฺ อฏฺฐกถา, อาฏานาฏยิ สตุ ฺต อฏกฺ ถา, มลู ปณณฺ าส วตฺถสตุ ตฺ อฏฺฐกถา
เป็นตน้ ]
๘๐๐. นพิ พฺ านมคฺควริ ต ิ สปเถ สจจฺ ภาสเิ ต
ตจฺเฉ จา’ริยสจจฺ มหฺ ิ ทิฏฺฐยิ ํ สจฺจ’มีรติ ํ.
๘๐๐. สจฺจํ สจฺจ ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (อฏฐฺ สุ อตเฺ ถสุ) ใน
อรรถ ๘ อยา่ ง (อิต)ิ คอื นิพพฺ านมคคฺ วริ ติสปเถ ในนิพพาน อรยิ มรรค วิรติ
สจั จะและการสบถ สจฺจภาสเิ ต ในการกลา่ วความจรงิ (วจสี ัจจะ) ตจฺเฉ
ในความจรงิ อริยสจจฺ มหฺ ิ ในอริยสัจจ์ ทฏิ ฐฺ ยิ ํ ในทฏิ ฐสิ ัจจะ (สจจฺ วิภงฺค อฏฺฐกถา,
สตุ ตฺ นปิ าต อาลาวกสตุ ฺต อฏฺฐกถา)
๘๐๑. สญชฺ าติเทเส เหตุมหฺ ิ วาสฏฐฺ านา’กเรสุ จ
สโมสรณฏฐฺ าเน จา’ ยตนํ ปทปรู เณ.
๘๐๑. อายตนํ อายตน ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ฉสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๖ อย่าง (อติ ิ) คอื สญชฺ าติเทเส ในสถานที่เกดิ เหตุมหฺ ิ ในเหตุ
วาสฏฐฺ านากเรสุ ในทอ่ี ยู่และบอ่ เกิด สโมสรณฏฺฐาเน ในทป่ี ระชมุ ปทปรู เณ
และในปทปูรณะ (ทีฆนกิ าย พรฺ หฺมชาลสตุ ฺต อฏฺฐกถา, อายตนวภิ งคฺ อฏฐฺ กถา)
สามัญญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : คาถาเนกัตถวรรค 321
๘๐๒. อนตฺ รํ มชฺฌ วตฺถ’ญฺญ ขโณ’กาโส’ธิเหตสุ ุ
พฺยวธาเน วนิ ฏเฺ ฐ จ เภเท ฉิทเฺ ท มนสฺย’ป.ิ
๘๐๒. อนตฺ รํ อนฺตร ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ าทสสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๑๒ อยา่ ง (อิติ) คือ มชฌฺ วตถฺ ญฺญขโณกาโสธเิ หตสุ ุ ในทา่ มกลาง
ผ้า ส่งิ อนื่ ชัว่ ขณะ โอกาส เขตแดนและเหตุ พฺยวธาเน ในการกั้น วนิ ฏฺเฐ
ในการเว้น เภเท ในความแตกต่าง ฉิทฺเท ในรู มนสิ และในใจ (ทฆี นิกาย
พรฺ หฺมชาลสตุ ตฺ , อฏฐฺ กถา, จตุกกฺ งฺคตุ ฺตร อฏฐฺ กถา)
๘๐๓. อาโรเคยฺ กสุ ลํ อิฏฺฐ- วปิ าเก กุสโล ตถา
อนวชฺชมหฺ ิ เฉเก จ กถโิ ต วาจจฺ ลิงคฺ ิโก.
๘๐๓. กุสลํ กุสล ศพั ท์นปุงสกลงิ ค์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป
(ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คอื อาโรคฺเย ในความไม่มีโรค
อิฏฐฺ วิปาเก และในวบิ ากอันน่าปรารถนา
ตถา นอกจากนัน้ กสุ โล กุสล ศพั ท์ วาจฺจลิงคฺ โิ ก อันมีลงิ ค์เหมอื น
ลิงคข์ องวาจจะ (ปณฑฺ ิเตหิ) อันบณั ฑิต กถโิ ต กลา่ วแล้ว (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ อนวชชฺ มหฺ ิ ในความไม่มีโทษ เฉเก และในผ้ฉู ลาด
(อฏฐฺ สาลินี อฏฺกถา, พทุ ธฺ วํส อฏกฺ ถา, ปฏิสมภฺ ิทามคคฺ อฏฺฐกถา, วิสทุ ธฺ มิ คคฺ , ฏกี า,
ทีฆนิกาย ฏกี า, สลี กฺขนฺธกวคฺคฏกี าใหม)่
322 อภิธานปั ปทีปกิ า
๘๐๔. ทรฺ วา’จาเรสุ วีริเย มธุราทีสุ ปารเท
สงิ ฺคาราโท ธาตเุ ภเท กิจฺเจ สมฺปตตฺ ยิ ํ รโส.
๘๐๔. รโส รส ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (นวสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๙
อย่าง (อิติ) คอื ทรฺ วาจาเรสุ ในของเหลวและความประพฤติ วรี ิเย ในความ
เพียร มธุราทสี ุ ในรส ๖ อยา่ ง มรี สหวาน เปน็ ตน้ ปารเท ในปรอท
สิงฺคาราโท ในรส ๙ อยา่ ง มสี งิ คาระ เปน็ ต้น ธาตเุ ภเท ในรสธาตุพิเศษ(แห่ง
ธาตุ ๗ อย่าง มี รส รตฺต มํส เป็นตน้ ) กิจเฺ จ ในกิจ(มสี ังฆัฏฏนะ เปน็ ตน้ )
สมปฺ ตฺตยิ ํ และในความบรบิ ูรณ์[แหง่ สงั ฆฏั ฏนะ เปน็ ต้น] (สยํ ตุ ตฺ นิกาย อฏฺฐกถา,
สตุ ฺตนิปาต อฏฐฺ กถา)
๘๐๕. โพธิ สพฺพญญฺ ุตญฺญาเณ ริยมคเฺ ค จ นาริยํ
ปญญฺ ตตฺ ิยํ ปเุ ม’ สสฺ ตฺถ รุกฺขมหฺ ิ ปุรสิ ติ ฺถยิ .ํ
๘๐๕. โพธิ โพธิ ศัพท์ ในอิตถลี งิ ค์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป
(ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ ิ) คอื สพฺพญญฺ ตุ ญฺญาเณ
ในสพั พัญญุตญาน อริยมคเฺ ค จ และในอรยิ มรรค
ปุเม โพธิ โพธิ ศัพท์ ที่เปน็ ไปในปงุ ลิงค์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (อตเฺ ถ)
ในอรรถ ๑ อย่าง (อติ ิ) คอื ปญฺญตตฺ ิยํ ในนามบัญญัติ เชน่ โพธิราชกมุ าร
ปรุ สิ ติ ถฺ ยิ ํ โพธิ โพธิ ศพั ท์ ทเ่ี ป็นไปในปงุ ลิงค์และอิตถลี ิงค์ (สิยา)
ยอ่ มเปน็ ไป (อตเฺ ถ) ในอรรถ ๑ อยา่ ง (อิต)ิ คือ อสสฺ ตฺถรกุ ขฺ มหฺ ิ ในต้นโพธ์ิ
(วินย เวรญฺชกณฑฺ อฏฐฺ กถา, มลู ปณณฺ าส มลู ปริยายสตุ ตฺ อฏฐฺ กถา)
สามัญญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : คาถาเนกัตถวรรค 323
๘๐๖. เสวิโต เยน โย นจิ ฺจํ ตตถฺ าปิ วสิ โย สยิ า
รูปาทเิ ก ชนปเท ตถา เทเส จ โคจเร.
๘๐๖. วิสโย วสิ ย ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ปญฺจสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๕ อย่าง (อิติ) คอื โย แหล่งมนี ำ้� เป็นตน้ ใด เยน อันสตั ว์มปี ลา
เป็นตน้ เสวิโต เสพอาศยั แลว้ นจิ ฺจํ เป็นนจิ ตตถฺ าปิ ในนิจจเสวิตวิสยาธาระ
แม้นน้ั รปู าทิเก ในอารมณ์มีรปู ารมณ์ เปน็ ตน้ ชนปเท ในชนบท เทเส
ในพืน้ ท่ี โคจเร และในแหล่งหากิน
๘๐๗. ภาโว ปทตฺเถ สตตฺ าย’ มธปิ ปฺ ายกฺริยาสุ จ
สภาวสมฺ ิญฺจ ลีลายํ ปุรสิ ิ’ตฺถนิ ฺทฺริเยสุ จ.
๘๐๗. ภาโว ภาว ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (สตฺตสุ อตฺเถส)ุ ใน
อรรถ ๗ อยา่ ง (อติ ิ) คือ ปทตฺเถ ในความหมายของบท สตตฺ ายํ ในความมีอยู่
อธปิ ฺปายกรฺ ิยาสุ ในความประสงค์และกริ ิยาอาการ สภาวสมฺ ึ ในสภาวะ
ลลี ายํ ในการเยอ้ื งกราย ปุริสิตถฺ ินทฺ ฺริเยสุ ในปรุ สิ นิ ทรีย์และอิตถนิ ทรีย์
๘๐๘. โส พนธฺ เว’ตฺตนิ จ สํ โส ธนสฺมิม’นติ ฺถิยํ
สา ปเุ ม สนุ เข วุตโฺ ตตฺ ตนิเย โส ตลิ งิ ฺคิโก.
๘๐๘. โส ส ศพั ท์ ปงุ ลิงค์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป พนฺธเว ในเผา่ พันธ์ุ
สํ ส ศพั ท์ นปุงสกลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป อตฺตนิ ในตน
อนิตถฺ ิยํ โส ส ศัพท์ ท่ีเป็นไปในปุงลิงคแ์ ละนปุงสกลิงค์ (สิยา) ย่อม
เป็นไป ธนสฺมึ ในทรพั ย์
324 อภิธานปั ปทปี กิ า
ปุเม สา สา ศพั ท์ ที่เปน็ ไปในปุงลงิ ค์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อนั บัณฑติ
วตุ โฺ ต กล่าวแล้ว สุนเข ในสนุ ัข
โส ติลิงโฺ ค ส ศัพทท์ เี่ ป็น ๓ ลิงค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป อตตฺ นเิ ย
ในทรพั ย์ของตน
สวุ ณฺโณ ครเุ ฬ ตถา
๘๐๙. สวุ ณณฺ ํ กนเก วุตฺตํ ฉวิ สมปฺ ตฺตยิ มปฺ ิ จ.
ปญจฺ ธรณมตเฺ ต จ
๘๐๙. สวุ ณณฺ ํ สุวณณฺ ศพั ท์ นปุงสกลงิ ค์ วุตตฺ ํ ท่านกล่าวแล้ว
กนเก ในทองค�ำ
สุวณฺโณ สวุ ณฺณ ศพั ท์ ปงุ ลงิ ค์ วตุ ฺโต ท่านกลา่ วแล้ว (สยิ า)
ยอ่ มเป็นไป (ตสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ ิ) คือ ครุเฬ ในครฑุ ปญฺจ
ธรณ-มตฺเต ในประมาณ ๕ ธรณะ ฉวสิ มปฺ ตฺตยิ ํ และในความสมบูรณ์แหง่ ผวิ
พรรณ [ปีฐทายิกาวมิ านวตถฺ ุ อฏฐฺ กถา]
๘๑๐. วโร เทวาทกิ า อิฏฺเฐ ชามาตริ ปตมิ หฺ ิ จ
อุตฺตเม วาจจฺ ลิงฺโค โส วรํ มนทฺ ปปฺ ิเย’พยฺ ยํ.
๘๑๐. วโร วร ศพั ทป์ ุงลิงค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ ิ) คือ เทวาทกิ า อิฏฺเฐ ในพรอันบคุ คลพงึ ปรารถนาจาก
สำ� นักของเทวดา เปน็ ต้น ชามาตริ ในลูกเขย ปติมฺหิ และในสามี
โส วร ศพั ท์ นน้ั วาจฺจลิงฺคโิ ก อนั มลี ิงคเ์ หมือนกบั ลงิ ค์ของวาจจะ
(สิยา) ยอ่ มเป็นไป อุตตฺ เม ในผ้ปู ระเสรฐิ
วรํ วร ศพั ท์ อพฺยยํ อันเปน็ นบิ าต (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป มนฺทปปฺ ิเย
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : คาถาเนกตั ถวรรค 325
ในความหมายว่าผเู้ ป็นท่ีรักเลก็ นอ้ ย สยิ า โกส’มนิตถฺ ิยํ
๘๑๑. มกเุ ล ธนราสมิ ฺห ิ ธนปุ ญจฺ สเตปิ จ.
เนตฺตสึ าทปิ ธิ าเน จ
๘๑๑. โกสํ โกส ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (จตสู ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๔ อย่าง (อิต)ิ คอื มกุเล ในดอกตมู ธนราสมิ ฺหิ ในกองทรพั ย์ เนตตฺ สึ าท-ิ
ปิธาเน ในฝกั แห่งดาบ เป็นต้น ธนุปญฺจสเต ในหน่งึ โกสะ(ชว่ งระยะทาง ๕๐๐
คนั ธนู) (ตํ โกสํ) โกส ศพั ทน์ ัน้ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเปน็ ไป อนติ ถฺ ยิ ํ ในปงุ ลิงค์และ
นปงุ สกลิงค์
๘๑๒. ปติ ามเห ชิเน เสฏเฺ ฐ พฺราหฺมเณ จ ปิตสู วฺ ปิ
พรฺ หฺมา วตุ ฺโต ตถา พรฺ หมฺ ํ เวเท ตปสิ วจุ ฺจเต.
๘๑๒. พรฺ หมฺ า พฺรหมฺ ศพั ทป์ ุงลิงค์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อันบณั ฑิต วุตฺโต
กลา่ วแลว้ (ฉสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๖ อย่าง (อติ )ิ คอื ปิตามเห ในพรหม ชเิ น
ในพระพทุ ธเจา้ เสฏฺเฐ ในผ้ปู ระเสรฐิ พรฺ าหฺมเณ ในพราหมณ์ ปติ สู ุ
ในมารดาและบดิ า
พฺรหมฺ ํ พฺรหฺม ศัพท์ นปุงสกลิงค์ (ปณฺฑิเตห)ิ อันบณั ฑติ วุจจฺ เต
ย่อมกลา่ ว (ทวฺ ีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ ิ) คือ เวเท ในคมั ภีร์เวท
ตปสิ ในตบะกล่าวคอื ขอ้ ปฏบิ ัติ (มลู ปณณฺ าส มูลปริยายสตุ ฺต อฏฐฺ กถา)
326 อภธิ านปั ปทีปกิ า
๘๑๓. หตฺถนี ํ มชฺฌพนฺเธ จ ปโกฏฺเฐ กจฉฺ พนธฺ เน
เมขลายํ มตา กจฺฉา กจฺโฉ วุตโฺ ต ลตาย จ.
๘๑๔. ตเถว พาหุมลู มหฺ ิ อนูปมหฺ ิ ตเิ ณปิ จ
๘๑๓. - ๘๑๔. กจฺฉา กจฺฉา ศพั ท์ อิตถลี งิ ค์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อนั บัณฑติ
(มตา) พึงทราบ (จตูสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๔ อยา่ ง (อติ ิ) คอื หตถฺ ีนํ มชฌฺ พนฺเธ
ในเชอื กสำ� หรับรดั ตวั ชา้ ง ปโกฏฺเฐ ในปลายแขน กจฺฉพนธฺ เน ในการผกู
โจงกระเบน เมขลายํ และในสายรดั เอว
กจฺโฉ กจฉฺ ศพั ท์ ปุงลิงค์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อนั บณั ฑติ วุตโฺ ต กลา่ วแลว้
(จตสู ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๔ อยา่ ง (อติ )ิ คอื ลตายํ ในเถาวลั ย์ พาหุมูลมฺหิ
ในรกั แร้ อนปู มฺหิ ในพนื้ ท่ีท่มี ีน�ำ้ มาก ติเณ ในหญ้า
มาเน จ สจฺจวาทนิ ิ
๘๑๕. ปมาณํ เหตุสตฺเถส ุ มรยิ าทายมจุ จฺ เต.
ปมาตริ จ นิจจฺ มฺหิ
๘๑๕. ปมาณํ ปมาณ ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบัณฑิต อุจจฺ เต
ยอ่ มกลา่ ว (สตฺตสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๗ อย่าง (อิติ) คือ เหตุสตเฺ ถสุ ในเหตุ
และคมั ภีร์ มาเน ในการช่งั การตวงและการวดั สจฺจวาทินิ ในบุคคลผมู้ ีปกติ
กลา่ วคำ� จรงิ ปมาตริ ในบคุ คลผชู้ ั่ง นิจฺจมหฺ ิ ในความแน่นอน มริยาทายํ
ในขอบเขต
สามญั ญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : คาถาเนกตั ถวรรค 327
๘๑๖. สตตฺ ํ ทพพฺ ’ตฺตภาเวสุ ปาเณสุ จ พเล สิยา
สตตฺ ายญจฺ ชเน สตฺโต อาสตฺเต โส ตลิ ิงคฺ โิ ก.
๘๑๖. สตตฺ ํ สตฺต ศพั ท์ นปงุ สกลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป
(ปญจฺ สุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๕ อย่าง (อติ ิ) คือ ทพพฺ ตฺตภาเวสุ ในทรัยพ์และ
อตั ตภาพ ปาเณสุ ในชีวติ ินทรยี ์ พเล ในกำ� ลัง สตตฺ ายํ และในความมีความ
เป็น
สตฺโต สตฺต ศพั ท์ ปุงลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป ชเน ในสตั ว์
โส สตตฺ ศัพทน์ น้ั ตลิ ิงฺคิโก อนั มี ๓ ลิงค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป
อาสตเฺ ต ในการยึด, ตดิ
๘๑๗. เสมหฺ าโท รสรตฺตาโท มหาภเู ต ปภาทเิ ก
ธาตุ ทวฺ สี ฺว’ฏฺฐิจกฺขา’ทิ- ภวฺ า’ทีสุ เครกิ าทสิ ุ.
๘๑๗. ธาตุ ธาตุ ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (อฏฺฐสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๘ อยา่ ง (อิต)ิ คอื เสมหฺ าโท ในเสมหะ เปน็ ต้น รสรตฺตาโท ในธาตุ
๗ อยา่ ง มี รส รตฺต รทุ ิร มํสและเมท เปน็ ตน้ มหาภเู ต ในมหาภตู รูปและ
ภูธาตุ เป็นตน้ เคริกาทิสุ และในธาตมุ ีดินสอพอง(หรือแรต่ า่ งๆ) เป็นตน้
(โส ธาต)ุ ธาตุ ศพั ท์ (สิยา) ทฺวสี ุ ในปุงลงิ คแ์ ละอติ ถีลิงค์
328 อภธิ านัปปทีปิกา
๘๑๘. อมจจฺ าโท สภาเว จ โยนิยํ ปกตี’ริตา
สตวฺ าทิสามยฺ า’วตถฺ ายํ ปจฺจยา ปฐเมปิ จ.
๘๑๘. ปกติ ปกติ ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อันบัณฑิต อรี ติ า นกล่าวแลว้
(ปญจฺ สุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๕ อยา่ ง (อิติ) คอื ) อมจจฺ าโท ในองค์ประกอบ
ความเปน็ พระราชา ๗ อยา่ ง มีอ�ำมาตย์ เปน็ ต้น สภาเว ในสภาวะ โยนยิ ํ
ในเหตุแหง่ การเกดิ (ในอมรโกษฎีกาวา่ “โยนิ อุปปตฺติการณํ ยถา มลู ปกติ” แต่ในฉบับ
สีหฬ แปลวา่ โยนมิ คฺค) สตวฺ าทสิ ามฺยาวตฺถายํ ในสภาพตง้ั อยู่เสมอกนั ชว่ั คราว
แหง่ คุณ ๓ อยา่ ง คือ สตวฺ รช ตม เปน็ ต้น ปจฺจยา ปฐเมปิ ในลิงค์และธาตุ
ทตี่ ้งั ไว้กอ่ นวิภัตติและปจั จยั
๘๑๙. ปทํ ฐาเน ปริตฺตาเณ นพิ พฺ านมฺหิ จ การเณ
สทฺเท วตถฺ มุ หฺ ิ โกฏฺฐาเส ปาเท ตลลฺ ญฉฺ เน มตํ.
๘๑๙. ปทํ ปทศัพท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อนั บัณฑิต มตํ พงึ ทราบ
(นวสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๙ อยา่ ง (อติ )ิ คือ ฐาเน ในทีต่ ้งั ปรติ ตฺ าเณ ในการ
ค้มุ ครอง การเณ ในเหตุ สทเฺ ท ในศพั ท์ วตถฺ ุมฺหิ ในทพั พะส่งิ ของ โกฏฐฺ า
เส ในสว่ น ปาเท ในเท้า ตลลฺ ญฉฺ เน และในรอยแหง่ เทา้ นน้ั
สามัญญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : คาถาเนกตั ถวรรค 329
๘๒๐. โลหมคุ ฺครเมเฆส ุ ฆโนตาลาทเิ ก ฆนํ
นิรนฺตเร จ กฐเิ น วาจจฺ ลิงฺคิก’มจุ จฺ เต.
๘๒๐. ฆโน ฆน ศพั ท์ ปงุ ลิงค์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อนั บณั ฑติ อจุ จฺ เต
ย่อมกล่าว (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ โลหมุคคฺ รเมเฆสุ
ในค้อนเหลก็ และเมฆ
ฆนํ ฆน ศพั ท์ วาจจฺ ลิงคฺ ิกํ อนั มีลงิ ค์เหมือนกบั ลงิ คข์ องวาจจะ
(ปณฑฺ ิเตหิ) อันบัณฑติ อจุ จฺ เต ยอ่ มกลา่ ว (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง
(อติ )ิ คอื นิรนฺตเร ในความไมข่ าดตอน กฐเิ น และในความหยาบกระด้าง
๘๒๑. ขทุ ทฺ า จ มกขฺ กิ าเภเท มธุมฺหิ ขทุ ฺทมปปฺ เก
อธเม กปเณ จาป ิ พหุมฺหิ จตูสุ ตตฺ สิ .ุ
๘๒๑. ขทุ ทฺ า ขทุ ฺทา ศัพท์ อิตถลี ิงค์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป มกขฺ กิ า-
เภเท ในผึง้ ตัวอ่อน
ขทุ ฺทํ ขุททฺ ศัพท์ นปุงสกลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป มธุมหฺ ิ ในนำ�้ ผ้ึง
ขุทฺทํ ขุทฺท ศัพท์ (วตฺตานํ) ทเี่ ปน็ ไป ตสี ุ (ลิงเฺ คสุ) ในลงิ ค์ท้งั ๓
สยิ า ยอ่ มเปน็ ไป (จตสู ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๔ อย่าง (อติ ิ) คือ อปปฺ เก
ในความมีนอ้ ย อธเม ในความตำ่� ทราม กปเณ ในผ้ยู ากไร้ พหุมหฺ ิ และใน
ความมีมาก
330 อภิธานัปปทปี กิ า
๘๒๒. ตกเฺ ก มรณลงิ ฺเค จ อรฏิ ฺฐํ อสุเภ สุเภ
อรฏิ โฺ ฐ อาสเว กาเก นิมเฺ พ จ เผนลิ ทฺทุเม.
๘๒๒. อริฏฐฺ ํ อรฏิ ฐฺ ศพั ท์ นปุงสกลิงค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป
(จตูสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๔ อย่าง (อิต)ิ คอื ตกฺเก ในเปรยี ง มรณลิงเฺ ค ในเหตุ
อนั ใหร้ ู้ความตาย อสเุ ภ ในโชครา้ ย สุเภ ในโชคดี
อริฏโฺ ฐ อรฏิ ฐฺ ศพั ท์ ปงุ ลิงค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (จตูสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๔ อย่าง (อิติ) คอื อาสเว ในสรุ าทีด่ องไว้นาน กาเก ในนกกา
นิมฺเพ ในต้นสะเดา เผนิลททฺ ุเม และในตน้ ประคำ� ดีควาย
๘๒๓. มานภณเฺ ฑ ปลสเต สทิสตฺเต ตลุ า ตถา
เคหานํ ทารุพนธฺ ตถฺ - ปฐี ิกายญฺจ ทิสฺสติ.
๘๒๓. ตลุ า ตุลา ศพั ท์ ทิสฺสติ ย่อมปรากฏ (จตสู ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๔ อย่าง (อิติ) คอื มานภณฺเฑ ในตาชั่ง ปลสเต ใน ๑๐๐ ปละ สทสิ ตฺเถ
ในอรรถเหมือนกัน เคหานํ ทารพุ นธฺ ตถฺ ปฐี ิกายํ ในขอื่ ของเรือน
๘๒๔. มติ ตฺ กาเร ลญฺชทาเน พเล ราสวิ ิปตฺติสุ
ยทุ เฺ ธ เจว ปฏิญฺญายํ สงฺคโร สมปฺ กาสโิ ต.
๘๒๔. สงฺคโร สงคฺ ร ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบณั ฑติ สมฺปกาสิโต
แสดงแล้ว (ฉสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๖ อย่าง (อิต)ิ คือ มิตตฺ ากาเร ในการกระท�ำ
เหมือนมิตร ลญชฺ ทาเน ในการใหส้ ินบน พลราสวิ ปิ ตตฺ สิ ุ ในหมู่พลและความ
วิบัติ ยุทฺเธ ในการรบ ปฏญิ ญฺ ายํ และในการรับรอง
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : คาถาเนกตั ถวรรค 331
๘๒๕. ขนฺเธ ภเว นิมิตฺตมหฺ ิ รูปํ วณเฺ ณ จ ปจจฺ เย
สภาว สททฺ สณฺฐาน รปู ชฺฌาน วปูสุ จ.
๘๒๕. รปู ํ รปู ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทสสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๑๐ อยา่ ง (อติ )ิ คือ ขนฺเธ ในรูปขนั ธ์ ภเว ในรูปภพ นิมติ ฺตมหฺ ิ ในเหต(ุ เครื่อง
หมาย) วณฺเณ ในสี ปจฺจเย ในวภิ ัตติปจั จยั (เหต)ุ สภาวสททฺ สณฺฐานรูปชฺ-
ฌานวปูสุ ในสภาวะ ศพั ท์ สณั ฐาน รปู ฌาน และกาย (เอกงฺคุตฺตร รปู าทวิ คฺค
อฏฐฺ กถา, ปญฺจกนิปาต โสณเถรวี คคฺ อฏฐฺ กถา)
๘๒๖. วตฺถุกิเลสกาเมสุ อิจฺฉายํ มทเน รเต
กาโม กามํ นกิ าเมจ’า นญุ ญฺ ายํ กาม’มพยฺ ย.ํ
๘๒๖. กาโม กาม ศัพท์ ทเี่ ป็นปงุ ลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ปญจฺ สุ
อตเฺ ถส)ุ ในอรรถทง้ั หลาย ๕ อย่าง (อิต)ิ คอื วตถฺ กุ เิ ลสกาเมสุ ในวตั ถกุ าม
และกิเลสกามท้งั หลาย อิจฉฺ ายํ ในความตอ้ งการ มทเน ในกามเทพ รเต
ในเมถนุ
กามํ กาม ศพั ท์ ที่เป็นนปุงสกลิงค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป นิกาเม
ในความเป็นไปตามท่ีตนตอ้ งการ กามํ กาม ศพั ท์ อพฺยยํ ที่เป็นนิบาต (สิยา)
ย่อมเปน็ ไป อนุญฺญายํ ในการอนุญาต (ปฐมปีฐวิมานวตฺถุ อฏฺฐกถา)
๘๒๗. โปกฺขรํ ปทเุ ม เทเห วชชฺ ภณฑฺ มเุ ขปิ จ
สนุ ฺทรตเฺ ต จ สลิเล มาตงฺคกรโกฏิย.ํ
๘๒๗. โปกขฺ รํ โปกขฺ ร ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ฉสุ อตฺเถสุ)
332 อภธิ านปั ปทปี กิ า
ในอรรถท้งั หลาย ๖ อยา่ ง (อิติ) คอื ปทุเม ในดอกบวั เทเห ในรา่ งกาย
วชฺชภณฺฑมุเข อปิ จ ในช่องพณิ และปากกลอง เป็นต้น สุนฺทรตเฺ ต ในความ
งาม สลเิ ล ในน้ำ� มาตงคฺ กรโกฏิยํ ในปลายงวงชา้ ง
๘๒๘. ราสนิ จิ ฺจล มายาสุ ทมภฺ า’สจฺเจสวฺ ’โยฆเน
คิริสิงฺคมฺหิ สีรงฺเค ยนเฺ ต กูฏ มนิตถฺ ิย.ํ
๘๒๘. กูฎํ กูฏ ศัพท์ (วตฺตมาน)ํ อนั เปน็ ไปอยู่ อนิตฺถิยํ ในปงุ ลิงค์
และนปุงสกลิงค์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (นวสุ อตฺเถสุ) ในอรรถท้ังหลาย ๙ อย่าง
(อติ )ิ คอื ราสนิ ิจจฺ ลมายาสุ ในกอง ความตั้งม่นั และมายากลท้งั หลาย ทมภฺ า
สจเฺ จสุ ในความไมซ่ อ่ื ตรงและความเทจ็ อโยฆเน ในฆ้อนใหญ่ คิริสิงฺคมฺหิ
ในยอดเขา สรี งเฺ ค ในองค์ประกอบของคนั ไถ ยนฺเต ในเครื่องดักนก
๘๒๙. วุทธฺ ยิ ํ ชนเน กาม- ธาตฺวาทมี หฺ ิ จ ปตฺติยํ
สตฺตายญเฺ จว สํสาเร ภโว สสสฺ ตทฏิ ฐฺ ยิ .ํ
๘๒๙. ภโว ภโว ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (สตฺตสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถท้งั หลาย ๗ อย่าง (อติ )ิ คือ วุทธฺ ิยํ ในความเจรญิ ชนเน ในการเกิด
กามธาตวฺ าทิมหฺ ิ ในกามธาตุ เปน็ ต้น ปตฺติยํ ในการถึง สตฺตายํ ในความมี
ความเป็น สํสาเร ในสังสารวฏั สสสฺ ตทิฏฐฺ ิยํ ในสสั สตทฏิ ฐิ
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : คาถาเนกัตถวรรค 333
๘๓๐. ปฏวิ ากโฺ ย’ตฺตราสงเฺ ค- สุ’ตฺตรํ อุตฺตโร ตสิ ุ
เสฏเฺ ฐ ทสิ าทเิ ภเท จ ปรสมฺ ิ มปุ ร’ี ริโต.
๘๓๐. อตุ ตฺ รํ อตุ ตร ศพั ท์ ท่เี ปน็ นปุงสกลิงค์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ
อนั บัณฑิต อีรติ ํ กล่าวแล้ว ปฏวิ ากโฺ ยตฺตราสงเฺ คสุ ในคำ� ตอบและผา้ อุตตรา
สงค(์ ผา้ คลุมสว่ นบนของร่างกาย)
อุตตฺ โร อตุ ตร ศัพท์ (วตตฺ มาโน) อันเป็นไปอยู่ ตสี ุ (ลงิ เฺ คสุ) ในลิงค์
ทั้ง ๓ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อนั บณั ฑิต อิรโิ ต กล่าวแลว้ เสฏเฺ ฐ ในส่งิ ทีป่ ระเสริฐ
ทสิ าทิเภเท ในตำ� แหน่งพิเศษมีทศิ เหนือ เป็นตน้ ปรสมฺ ึ ในดา้ นหลัง
อปุ ริ ในเบือ้ งบน
๘๓๑. เนกฺขมมฺ ํ ปฐมชฺฌาเน ปพพฺ ชชฺ ายํ วิมตุ ฺตยิ ํ
วปิ สสฺ นาย นสิ เฺ สส- กุสลมฺหิ จ ทิสสฺ ติ.
๘๓๑. เนกฺขมมฺ ํ เนกขมฺม ศัพท์ ทิสสฺ ติ ยอ่ มปรากฏ (ปญจฺ สุ
อตเฺ ถส)ุ ในอรรถทง้ั หลาย ๕ อยา่ ง (อิต)ิ คือ ปฐมชฺฌาเน ในปฐมฌาน
ปพพฺ ชฺชายํ ในการบวช วิมุตฺตยิ ํ ในนิพพาน วปิ สสฺ นาย ในวิปัสสนา
นสิ เฺ สสกสุ ลมฺหิ ในกศุ ลทงั้ ปวง (อิติวตุ ตก อฏฺฐกถา)
๘๓๒. สงฺขาโร สงฺขเต ปุญญฺ า- ภสิ งฺขาราทเิ กปิ จ
ปโยเค กายสงฺขารา- ทยฺ ’ภสิ งฺขรเณสุ จ.
๘๓๒. สงขฺ าโร สงขฺ าร ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ปญจฺ สุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถท้งั หลาย ๕ อยา่ ง (อิติ) คือ สงฺขเต ในสังขารธรรม ปญุ ฺญาภ-ิ
334 อภิธานัปปทปี ิกา
สงฺขาราทิเก ในปุญญาภสิ ังขาร เปน็ ตน้ ปโยเค ในความเพียร กายสงฺขาราภิ
สงฺขรเณสุ ในกายสังขาร เปน็ ตน้ และการจดั แจงปรุงแต่ง
๘๓๓. อารมมฺ เณ จ สํสฏเฺ ฐ โวกิณฺเณ นิสสฺ เย ตถา
ตพฺภาเว จ’าปยฺ ’ภเิ ธยยฺ ลงิ โฺ ค สหคโต ภเว.
๘๓๓. สหคโต สหคต ศัพท์ อภเิ ธยฺยลงิ โฺ ค ท่ีมลี ิงค์กับลิงค์
ของอภเิ ธยย ศัพท์ (ภเว) ย่อมเปน็ ไป อารมมฺ เณ ในอารมณ์ สํสฏฺเฐ ในการ
ประกอบ โวกณิ ฺเณ ในการระคน นิสฺสเย ในท่อี าศัย ตพฺภาเว ในศพั ทท์ ่ไี ม่มี
ความหมาย (มหานิทเทส อฏฐฺ กถา)
๘๓๔. ตีสุ ฉนฺนํ ปติรเู ป ฉาทเิ ต จ นิคหู ิเต
นิวาสน ปารปุ เน รโห ปญฺญตฺติยํ ปุเม.
๘๓๔. ฉนนฺ ํ ฉนนฺ ศพั ท์ (วตฺตมาน)ํ ทเ่ี ปน็ ไป ตีสุ (ลงิ ฺเคสุ)
ใน ๓ ลิงค์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป ปติรเู ป ในสิง่ ทสี่ มควร ฉาทเิ ต ในสิ่งทถ่ี ูก
มงุ บังไว้ นิคหู ิเต ในส่งิ ทีถ่ กู ปิดซ่อนไว้ นิวาสนปารุปเน ในการนุง่ และการห่ม
รโห ในทีล่ บั
ฉนฺโน ฉนฺน ศัพท์ (วตฺตมาโน) อันเป็นไปอยู่ ปุเม ในปงุ ลิงค์
(สยิ า) ยอ่ มเป็นไป ปญญฺ ตตฺ ยิ ํ ในนามบญั ญัติ กลา่ วคือบคุ คลผ้ชู อ่ื วา่ ฉนั นะ
(สภุ ตู เิ ถรคาถา อฏฺฐกถา)
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : คาถาเนกัตถวรรค 335
๘๓๕. พุทฺธสมนฺตจกขฺ ูส ุ จกขฺ ุ ปญญฺ าย มีริตํ
ธมฺมจกขฺ มุ ฺหิ จ มํส- ทพิ พฺ จกขฺ ทุ วฺ เยสุ จ.
๘๓๕. จกฺขุ จกขฺ ุ ศพั ท์ (ปณฺฑเิ ตหิ) อันบัณฑติ อรี ติ ํ กล่าวแลว้
(ฉสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๖ อย่าง (อติ )ิ คอื พุทธฺ สมนฺตจกฺขูสุ ในพุทธจักข(ุ คอื
อินทฺ ฺริยปโรปรยตตฺ แิ ละอาสยานสย) และสมนั ตจักข(ุ คือพระสพั พญั ญตุ ญาณ)
ปญฺญายํ ในปัญญาจกั ขุ ธมฺมจกฺขมุ หฺ ิ ในธรรมจักข(ุ คอื มรรคญาณ) มสํ ทิพพฺ -
จกขฺ ทุ วฺ เยสุ ในมงั สจักขุและทพิ พจกั ขุ (ทฆี นกิ าย สามญญฺ ผลสุตฺต อฏฐฺ กถา เป็นต้น)
๘๓๖. วาจฺจลิงฺโค อภิกฺกนฺโต สุนทฺ รมฺหิ อภิกฺกเม
อภริ ูเป ขเย วุตโฺ ต ตเถว’พภฺ นุโมทเน.
๘๓๖. อภกิ กฺ นโฺ ต อภิกฺกนฺต ศัพท์ วาจฺจลงิ คฺ ิโก อันเปน็ วาจจลิงค์
วุตโฺ ต กล่าวแลว้ (ปญฺจสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๕ อย่าง (อติ ิ) คือ สนุ ฺทรมฺหิ
ในความดี อภกิ กฺ เม ในการกา้ วไปขา้ งหนา้ อภริ ูเป ในผิวพรรณงาม ขเย
ในความเสือ่ มสิน้ ไป อพภฺ นโุ มทเน และในความยนิ ดยี ิ่ง (ทีฆนิกาย สามญฺญผล
สตุ ฺต อฏฺฐกถา, อาฏานาฏิยสุตฺต อฏฐฺ กถา)
๘๓๗. การเณ เทสนายญจฺ วาเร เววจเนปิ จ
ปาการสฺมึ อวสเร ปริยาโย กถยี ต.ิ
๘๓๗. ปริยาโย ปริยาย ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อันบัณฑติ กถยี ติ
ยอ่ มกล่าว (ฉสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๖ อย่าง (อติ )ิ คือ การเณ ในเหตุ
เทสนายํ ในธรรมเทศนา วาเร ในวาระคร้ังคราว เววจเนปิ ในค�ำไวพจน์
336 อภธิ านปั ปทีปิกา
ปการสฺมึ ในประเภท(ชนดิ , อยา่ ง) อวสเร และในโอกาส (ปาราชิกกณฑฺ อฏฺกถา,
มูลปณณฺ าส มลู ปรยิ ายสุตฺต อฏฺฐกถา)
๘๓๘. วิญญฺ าเณ จติ ฺตกเมมฺ จ วิจิตเฺ ต จิตตฺ ’มจุ ฺจเต
ปญฺญตฺตจิ ิตฺตมาเสส ุ จติ โฺ ต ตารนตฺ เร ถยิ ํ.
๘๓๘. จิตฺตํ จติ ตฺ ศพั ท์ นปุงสกลิงค์ (ปณฺฑิเตหิ) อันบณั ฑิต
อจุ จฺ เต ย่อมกลา่ ว (ปญฺจสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๕ อย่าง (อิติ) คือ วญิ ญฺ าเณ
ในจิต จติ ฺตกมฺเม ในจติ กรรม(ภาพเขียน ภาพสลกั ) วิจิตฺเต ในความวิจิตร
ปญฺญตตฺ จิ ิตฺตมาเสสุ ในนามบัญญัตคิ ือผชู้ อื่ ว่าจติ ตะและเดือนหา้
ถิยํ จิตตฺ า จติ ตฺ า ศพั ท์ ในอิตถีลิงค์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อนั บัณฑิต อุจจฺ เต
ย่อมกล่าว ตารนฺตเร ในดาวจติ ตะ (อฏฐฺ สาลนิ ี)
๘๓๙. สามํ เวทนตฺ เร สานตฺ ฺเว ตํ ปีเต สามเล ติสุ
สยมตเฺ ถ’พฺยยํ สามํ สามา จ สารวิ าย’ป.ิ
๘๓๙. สามํ สาม ศัพท์ นปงุ สกลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป
(ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คอื เวทนฺตเร ในสามเวท สานฺตฺเว
และในการปลอบโยน
สาม ศพั ท์นนั้ (วตฺตมาน)ํ ทเี่ ป็นไป ตสี ุ (ลิงฺเคสุ) ในลงิ ค์ทงั้ ๓
(สิยา) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ ปเี ต
ในสเี หลือง สามเล ในสีคราม
(ต)ํ สามํ ศัพท์ นัน้ อพยฺ ยํ ทีเ่ ป็นอัพยยะ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป
สยมตฺเถ ในอรรถวา่ ตนเอง
สามญั ญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : คาถาเนกัตถวรรค 337
สามา สามา ศัพท์ อิตถีลิงค์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป สาริวายํ
ในต้นจงิ จอ้ ครุ มาตาปติ สู ฺวปิ
ทชุ ชฺ รา’ลหุเกสุ จ.
๘๔๐. ปเุ ม อาจรยิ าทมิ ฺหิ
ครุ ตีสุ มหนฺเต จ
๘๔๐. ครุ ครุ ศัพท์ (วตตฺ มาโน) ทีเ่ ปน็ ไป ปุเม ในปุงลงิ ค์
(สยิ า) ย่อมเป็นไป (ตีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง (อิต)ิ คือ อาจริยาทิมหฺ ิ
ในผูท้ ่ีควรเคารพมอี าจารย์ เป็นต้น มาตาปติ สู ุ ในมารดาและบิดา
ครุ ครุ ศัพท์ (วตฺตมาโน) ทเี่ ป็นไปยู่ ตีสุ (ลงิ ฺเคส)ุ ในลงิ ค์ท้งั ๓
(สิยา) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง (อิติ) คอื มหนฺเต ในส่งิ ท่ี
มาก ทชุ ฺชราลหุเกสุ ในวัตถทุ ใ่ี ห้ครำ�่ คร่ายากและหนัก
๘๔๑. อจฺจิเต วิชฺชมาเน จ ปสตเฺ ถ สจฺจสาธุสุ
ขินฺเน จ สมิเต เจว สนโฺ ตภเิ ธยยฺ ลิงฺคโิ กติ.
๘๔๑. สนโฺ ต สนตฺ ศพั ท์ อภิเธยยฺ ลงิ ฺคโิ ก ท่ีเปน็ อภิเธยยลงิ ค์
(สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (สตตฺ สุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๗ อยา่ ง (อติ ิ) คือ อจจฺ เิ ต
ในการบูชา วิชชฺ มาเน ในสิ่งทีม่ ีอยู่ ปสตเฺ ถ ในส่งิ ทีไ่ ด้รบั การสรรเสรญิ
สจจฺ สาธสุ ุ ในความจริงและคนดี ขินเฺ น ในผเู้ หนด็ เหนอ่ื ย สมเิ ต ในผ้สู งบ
(มลู ปณณฺ าส อนงฺคณสตุ ฺต ฏกี า เปน็ ตน้ )
คาถาอเนกตถฺ วคโฺ ค
คาถาอเนกัตถวรรค
อติ ิ จบ
๓.
ภูกณั ฑ์
๓. อเนกัตถวรรค
๓.๒ อัทธาเนกตั ถวรรค
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อทั ธาเนกตั ถวรรค
๘๔๒. เทโว วิสุทธฺ ิเทวา’โท เมฆ มจจฺ ุนเภสุ จ
อโถปิ ตรุเณ สตฺเต โจเรปิ มาณโว ภเว.
๘๔๒. เทโว เทว ศพั ท์ (ภเว) ย่อมเปน็ ไป (จตสู ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๔ อยา่ ง (อติ )ิ คือ วิสทุ ธฺ เิ ทวาโท ในวิสทุ ธเิ ทพ อปุ ปตั ตเิ ทพและสมมตุ เิ ทพ
เมฆมจฺจุนเภสุ ในเมฆ พญามัจจรุ าช และท้องฟ้า
มาณโว มาณว ศพั ท์ (ภเว) ยอ่ มเป็นไป (ตีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓
อย่าง (อิต)ิ คอื ตรเุ ณ ในชายหน่มุ สตเฺ ต ในสตั ว์ โจเร ในขโมย
๘๔๓. อาทิ โกฏฐฺ าสโกฏสี ุ ปรุ โต’คฺคํวเร ตสี ุ
ปจฺจนีโก’ตตฺ เมสฺว’ญฺเญ ปจฺฉาภาเค ปโร ตสิ ุ.
๘๔๓. อคฺคํ อคคฺ ศัพท์ (ภเว) ยอ่ มเปน็ ไป (จตสู ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๔ อย่าง (อิติ) คอื อาทโิ กฏฐฺ าสโกฏีสุ ในเบอ้ื งแรก สว่ น และปลายแขน ปรุ โต
ในข้างหนา้
(ตํ) อคคฺ ศพั ท์น้นั (วตฺตมาน)ํ ท่เี ป็นไป ตีสุ (ลงิ ฺเคสุ) ในลิงค์ทง้ั ๓
(ภเว) ยอ่ มเปน็ ไป วเร ในส่ิงทีป่ ระเสรฐิ
ปโร ปร ศัพท์ (ภเว) ยอ่ มเปน็ ไป (จตูสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๔ อย่าง
(อติ ิ) คอื ปจจฺ นีโกตฺตเมสุ ในศตั รูและผูป้ ระเสรฐิ อญฺเญ ในสิ่งอน่ื 89
ปจฉฺ าภาเค และในสว่ นเบอ้ื งลา่ ง (อยํ ปโร) ปร ศพั ท์ น้ี (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเป็นไป
ตีสุ (ลงิ เฺ คสุ) ในลงิ ค์ทง้ั ๓
89 อญเฺ ญ ในคาถานีเ้ ปน็ ค�ำทส่ี ำ� เร็จรปู ตามคัมภีร์โมคคฺ ลฺลาน
340 อภธิ านปั ปทีปิกา
๘๔๔. โยนิ กาม สริ ิ’สฺสเร ธมฺมุ’ยยฺ ามยเส ภคํ
อุฬาโร ตสี ุ วปิ เุ ล เสฏเฺ ฐ จ มธเุ ร สิยา.
๘๔๔. ภคํ ภค ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (สตฺตสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๗ อย่าง (อิต)ิ คือ โยนกิ ามสิริสฺสเร ในอวยั วะเพศหญิง ความตอ้ งการ สริ ิมงคล
และความเปน็ ใหญ่ ธมมฺ ยุ ฺยามยเส ในคณุ ธรรมมศี ลี เปน็ ตน้ ความเพียร และ
ชอ่ื เสยี ง
อฬุ าโร อฬุ าร ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ตสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓
อย่าง (อติ )ิ คอื วปิ เุ ล ในความใหญ่ เสฏเฺ ฐ ในความประเสริฐ มธเุ ร ในรส
หวาน ตีสุ (ลิงเฺ คสุ) ในลิงคท์ ้งั ๓
๘๔๕. สมปฺ นฺโน ตีสุ สมปฺ ณุ ฺเณ มธเุ ร จ สมงคฺ นิ ิ
สงขฺ า ตุ ญาเณ โกฏฐฺ าส- ปญญฺ ตตฺ คิ ณเนสุ จ.
๘๔๕. สมฺปนฺโน สมฺปนฺน ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ )ิ คอื สมปฺ ุณฺเณ ในผ้ทู ี่บริบรู ณ์ มธุเร ในรสหวาน
สมงฺคนิ ิ ในผทู้ ถี่ ึงพร้อม (โส) สมฺปนฺน ศพั ท์ น้นั (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป
ตีสุ (ลิงฺเคส)ุ ในลิงค์ทัง้ ๓
สงฺขา สงขฺ า ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (จตูสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๔
อย่าง (อิต)ิ คอื ญาเณ ในญาณ โกฏฺฐาสปญญฺ ตตฺ ิคณนาสุ ในสว่ น บญั ญตั ิ
และการนับ
สามญั ญกัณฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อัทธาเนกัตถวรรค
๘๔๖. ฐานํ อิสสฺ รโิ ย’กาส- เหตูสุ ฐิตยิ มปฺ ิ จ
อโถ มาเน ปกาเร จ โกฏฐฺ าเส จ วโิ ธ ทวฺ ิสุ.
๘๔๖. ฐานํ ฐาน ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (จตสู ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๔ อย่าง (อติ )ิ คือ อสิ ฺสรโิ ยกาสเหตูสุ ในตำ� แหนง่ ขณะ และเหตุ ฐิติยํ ในการ
ตัง้ อยู่
วิโธ วิธ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อติ )ิ คอื มาเน ในความเยอ่ หยิง่ ปกาเร ในประการ(หรือรูปสัณฐาน90)
โกฏฺฐาเส ในส่วน (โส) วิธ ศัพท์นน้ั (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป ทวฺ ีสุ ในปงุ ลงิ คแ์ ละ
อติ ถลี งิ คท์ ง้ั ๒
๘๔๗. ปญโฺ ญ’ปวาสขนตฺ สี ุ ทโม อินฺทรฺ ิยสํวเร
ญาเณ จ โสมนสฺเส จ เวโท ฉนทฺ สิ โจ’จจฺ เต.
๘๔๗. ทโม ทม ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อนั บณั ฑิต อจุ ฺจเต ยอ่ มกลา่ ว
(จตูสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๔ อยา่ ง (อิติ) คือ ปญโฺ ญปวาสขนฺตสี ุ ในปญั ญา
การจำ� ศลี และความอดทน อนิ ฺทฺริยสวํ เร ในการสำ� รวมอินทรยี ์
เวโท เวท ศพั ท์ (ปณฺฑิเตหิ) อนั บณั ฑติ อุจจฺ เต ยอ่ มกล่าว
(ตีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิต)ิ คอื ญาเณ ในญาณ โสมนสฺเส ในความ
ยินดี ฉนฺทสิ ในคัมภรี ์เวท
90 ในอฏฐฺ สาลินรี ปู กณฑฺ กล่าววา่ กถํ วิธํ สลี วนตฺ ํ วทนตฺ ,ิ กถํ วธิ ํ ปญญฺ วนฺตํ วทนฺตีติ อาทสี ุ
สณฺฐานํ
342 อภิธานปั ปทปี กิ า
๘๔๘. ขนธฺ โกฏฺฐาสปสฺสาว- มคฺคเหตสู ุ โยนิ สา
กาเล ตุ กูเล สมี ายํ เวลา ราสิมฺหิ ภาสติ า.
๘๔๘. โยนิ โยนิ ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อันบณั ฑติ ภาสิตา กล่าวแล้ว
(ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง (อิต)ิ คอื ขนฺธโกฏฐฺ าสปสฺสาวมคคฺ เหตสู ุ ใน
สว่ นแห่งขันธ์ ปสั สาวะมรรค(ของหญงิ ) และเหตุ (โยนิ) โยนิ ศพั ท์นนั้ สา
เปน็ อิตถีลงิ ค์
เวลา เวลา ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบัณฑิต ภาสิตา กลา่ วแล้ว
(จตสู ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๔ อยา่ ง (อิติ) คือ กาเล ในกาลเวลา กเู ล ในฝง่ั
สีมายํ ในขอบเขต ราสมิ หฺ ิ และในกอง
๘๔๙. โวหาโร สททฺ ปณฺณตตฺ -ิ วณชิ ชฺ าเจตนาสุ จ
นาโค ตุ’รคหตฺถสี ุ นาครกุ ฺเข ตถ’ุ ตตฺ เม.
๘๔๙. โวหาโร โวหาร ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (จตสู ุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๔ อย่าง (อติ ิ) คือ สทฺทปณณฺ ตตฺ ิวณิชฺชาเจตนาสุ ในศัพท์(ค�ำพูด)
บญั ญตั ิ(การเรยี ก) การคา้ ขายและเจตนา
นาโค นาค ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (จตสู ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๔
อย่าง (อิต)ิ คอื อุรคหตถฺ ีสุ ในพญานาคและชา้ ง นาครกุ เฺ ข ในตน้ กากะทงิ
อตุ ตฺ เม และในผปู้ ระเสรฐิ
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อทั ธาเนกตั ถวรรค 343
๘๕๐. เสฏฐฺ า’สหายสงขฺ ยฺ า’ญญฺ - ตเุ ลฺยเสฺว’โก ติลิงคฺ ิโก
ราเค ตุ มานโส จิตฺตา รหตเฺ ตสุ จ มานสํ.
๘๕๐. เอโก เอก ศพั ท์ ติลิงฺคิโก ซง่ึ เปน็ ๓ ลงิ ค์ (สยิ า) ยอ่ มเป็น
ไป (ปญฺจสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๕ อยา่ ง (อิต)ิ คือ เสฏฐฺ าสหายสงขฺ ยฺ าญฺญตุลฺ
เยสุ ในผ้ปู ระเสริฐ ผูไ้ มม่ เี พื่อน(คนเดียว) สงั ขยา(คอื ๑) สง่ิ อื่นและเหมอื นกนั
มานโส มานส ศพั ท์ ปงุ ลิงค์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป ราเค ในตัณหา
มานสํ มานส ศพั ท์ นปงุ สกลิงค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คือ จิตตฺ ารหตเฺ ตสุ ในจติ และอรหัตผล
๘๕๑. มูลํ เภ สนฺติเก มูล- มูเล เหตุมฺหิ ปาภเต
รูปาทยฺ ’ํ สปกณฺเฑส ุ ขนโฺ ธ ราสิ คุเณสุ จ.
๘๕๑. มูลํ มลู ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ปญฺจสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๕ อย่าง (อิติ) คือ เภ ในดาวมูละ สนตฺ ิเก ในท่ใี กล้ มูลมูเล ในโคน
ต้นไม้ เหตุมฺหิ ในเหตมุ ีโลภะ เปน็ ตน้ ปาภเต ในทรัพยอ์ ันเปน็ ตน้ ทุน
ขนโฺ ธ ขนฺธ ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ปญจฺ สุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๕
อย่าง (อติ ิ) คือ รปู าทฺยํสปกณฺเฑสุ ในรปู ขันธ์ เปน็ ต้น บา่ และล�ำตน้ ไม้
ราสิคุเณสุ ในกองวัตถแุ ละคุณ
๘๕๒. อารมโฺ ภ วีริเย กมเฺ ม อาทิกมฺเม วโิ กปเน
อโถ หทยวตถฺ ุมหฺ ิ จติ ฺเต จ หทยํ อุเร.
๘๕๒. อารมฺโภ อารมฺภ ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (จตสู ุ อตเฺ ถส)ุ
344 อภิธานัปปทีปกิ า
ในอรรถ ๔ อย่าง (อิต)ิ คือ วรี ิเย ในความเพียร กมเฺ ม ในการกระทำ� อาท-ิ
กมเฺ ม ในการรเิ รม่ิ วโิ กปเน ในการทำ� ลาย
หทยํ หทย ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อิติ) คือ หทยวตฺถุมหฺ ิ ในหทยวัตถุ จติ เฺ ต ในจติ อเุ ร ในอก
๘๕๓. ปจฉฺ าตาปา’นุพนเฺ ธสุ ราคาโท’นสุ โย ภเว
มาตงคฺ มุทฺธปิณฺเฑ ตุ ฆเฏ กุมฺโภ ทสมพฺ เณ.
๘๕๓. อนุสโย อนุสย ศัพท์ (ภเว) ย่อมเปน็ ไป (ตสี ุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิต)ิ คอื ปจฺฉาตาปานุพนฺเธสุ ในความเดอื ดร้อนในภาย
หลงั และการติดตาม ราคาโท ในอนสุ ัย ๗ อยา่ งมรี าคานสุ ัย เป็นต้น
กมุ โฺ ภ กุมภฺ ศพั ท์ (ภเว) ยอ่ มเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง
(อิต)ิ คอื มาตงคฺ มุทธฺ ปิณฺเฑ ในกระพองช้าง ฆเฏ ในหม้อ ทสมพฺ เณ ใน ๑๐
อัมพณะ
๘๕๔. ปรวิ าโร ปรชิ เน ขคคฺ โกเส ปรจิ ฉฺ เท
อาลมพฺ โร ตุ สารมฺเภ เภรเิ ภเท จ ทิสสฺ ต.ิ
๘๕๔. ปริวาโร ปริวาร ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๓ อย่าง (อิติ) คอื ปริชเน ในบุคคลผ้เู ป็นบริวาร ขคฺคโกเส
ในฝักดาบ ปรจิ ฉฺ เท ในเคร่ืองกำ� บัง
อาลมฺพโร อาลมพฺ ร ศัพท์ ทิสสฺ ติ ยอ่ มปรากฏ (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คือ สารมเฺ ภ ในการทำ� ลาย (หรอื ) ความพยายาม
(หรือ) การตระเตรียม เภรเิ ภเท และกลองพิเศษ(เปิงมาง)
สามญั ญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : อทั ธาเนกตั ถวรรค 345
๘๕๕. ขโณ กาลวเิ สเส จ นพิ ฺยาปารฏฐฺ ิตมิ หฺ ิ จ
กเุ ล ตฺว’ภิชโน วุตฺโต อปุ ปฺ ตฺตภิ มู ยิ มปฺ ิ จ.
๘๕๕. ขโณ ขณ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อิติ) คอื กาลวิเสเส ในเวลาพิเศษ(คือชว่ั ระยะการดดี นิ้ว
๑๐ ครัง้ ) นิพยฺ าปารฏฐฺ ติ มิ ฺหิ ในการอยู่เฉยโดยปราศจากความพยายาม
อภชิ โน อภิชน ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อนั บัณฑิต (วตุ ฺโต) กลา่ วแล้ว
(ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คอื กเุ ล ในตระกูล อุปฺปตตฺ ภมู ยิ ํ
และในแผน่ ดินบา้ นเกดิ
๘๕๖. อาหาโร กพฬีการา- หาราทีสุ จ การเณ
วสิ ฺสาเส ยาจนายญจฺ เปเม จ ปณโย มโต.
๘๕๖. อาหาโร อาหาร ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อนั บัณฑติ (มโต)
พงึ ทราบ (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อิติ) คือ กพฬกี าราหาราทีสุ
ในอาหารมกี พฬีการาหาร เปน็ ต้น การเณ ในเหตุ
ปณโย ปณย ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อนั บณั ฑติ (มโต) พงึ ทราบ
(ตีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง (อิต)ิ คอื วสิ สฺ าเส ในความคนุ้ เคย ยาจนายํ
ในการขอ เปเม ในความรัก
๘๕๗. ณาโท สทฺธาจวี ราท-ิ เหตฺวา’ธาเรสุ ปจฺจโย
กฬี าทิพพฺ วหิ าราโท วิหาโร สคุ ตาลเย.
๘๕๗. ปจฺจโย ปจฺจย ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อนั บณั ฑิต (มโต)
346 อภิธานัปปทีปกิ า
พึงทราบ (ปญฺจสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๕ อย่าง (อิต)ิ คือ ณาโท ในปัจจยั
มี ณ เป็นต้น สทธฺ าจวี ราทเิ หตวฺ าธาเรสุ ในความเชอ่ื ปัจจยั สีม่ จี วี รเป็นต้น
เหตุและที่ตั้ง
วหิ าโร วิหาร ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อันบณั ฑิต (มโต) พงึ ทราบ
(ตสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ )ิ คือ กีฬาทพิ พฺ วิหาราโท ในการเล่น
และทิพยวิหาร เป็นตน้ สคุ ตาลเย ในวดั
๘๕๘. สมตถฺ เน มโต จติ ฺเต- กคคฺ ตายํ สมาธิ จ
โยโค สงฺคติ กามาโท ฌาโน’ปาเยสุ ยตุ ฺติย.ํ
๘๕๘. สมาธิ สมาธิ ศัพท์ (มโต) พงึ ทราบ (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อิต)ิ คือ สมตถฺ เน ในการตกลง จิตฺเตกคฺคตายํ และใน
ความมอี ารมณเ์ ดยี วแหง่ จิต(สมาธ)ิ
โยโค โยค ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบัณฑติ (มโต) พงึ ทราบ
(ปญจฺ สุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๕ อยา่ ง (อิติ) คือ สงเฺ ค ในการตดิ ขัด กามาโท
ในกามโยคะ เปน็ ต้น ฌาโนปาเยสุ ในฌานและอบุ ายมีสามะอบุ าย เปน็ ตน้
ยุตตฺ ยิ ํ และในการประกอบ
๘๕๙. โภโค สปฺปผณ’งเฺ คสุ โกฏิลฺเล ภญุ ฺชเน ธเน
ภูมภิ าเค กเิ ลเส จ มเล จา’งคฺ ณมุจจฺ เต.
๘๕๙. โภโค โภค ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ปญฺจสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๕ อย่าง (อิต)ิ คือ สปฺปผณงเฺ คสุ ในพงั พานงแู ละขนดงู โกฏลิ เฺ ล ใน
ความคดงอ ภญุ ชฺ เน ในการบริโภค ธเน ในทรัพยส์ นิ
สามัญญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค 347
องคฺ ณํ องฺคณ ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อันบณั ฑิต (อุจฺจเต) ย่อมกลา่ ว
(ตสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ ิ) คือ ภมู ภิ าเค ในส่วนของแผ่นดนิ (สนาม
เปน็ ตน้ ) กเิ ลเส ในกิเลส มเล ในมลทนิ
๘๖๐. ธนาททิ ปเฺ ป ปญฺญาย อภมิ าโน มโต’ถ จ
อปเทโส นิมิตเฺ ต จ ฉเล จ กถเน มโต.
๘๖๐. อภมิ าโน อภมิ าน ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อันบณั ฑิต (มโต)
พึงทราบ (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คอื ธนาททิ ปฺเป ในความ
เยอ่ หยงิ่ เพราะมีทรัพย์ เปน็ ตน้ ปญฺญาย และในปญั ญา
อปเทโส อปเทส ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อนั บณั ฑิต (มโต) พึงทราบ
(ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิติ) คือ นิมติ ฺเต ในเหตุ ฉเล ในการฉ้อฉล
กถเน ในการกลา่ ว
๘๖๑. จติ เฺ ต กาเย สภาเว จ โส อตฺตา ปรมตตฺ นิ
อถ คมุ ฺโพ จ ถมฺพสฺม9ึ 1 สมูเห พลสชชฺ เน.
๘๖๑. อตฺตา อตฺต ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (จตสู ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๔ อย่าง (อิติ) คือ จติ เฺ ต ในจติ กาเย ในกาย สภาเว ในสภาวะ
ปรมตฺตนิ ในปรมอัตตา โส เป็นปงุ ลงิ ค์
คมุ โฺ พ คุมฺพ ศทั พ์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ตีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓
อยา่ ง (อิต)ิ คือ ถมพฺ สฺม9ึ 2 ในกอหญ้า สมูเห ในหมู่ พลสชฺชเน ในการ
91 เทวาทโิ ต (ส.ี )
92 เน่ืองจากว่าในอมรฎกี าไดอ้ ธิบายว่า “ถมโฺ พ กสุ าทคิ ุจโฺ ฉ (ถมฺพ คอื กอหญา้ มหี ญา้ คาเปน็ ต้น)
348 อภธิ านัปปทีปิกา
ตระเตรียมกองทัพ โกฏโฺ ฐ’นโฺ ตกจุ ฉฺ ิยํ’ปฺย’ถ
มกเุ ฏ สสี เวฐเน.
๘๖๒. อนโฺ ตฆเร กุสูเล จ
โสปานงฺคมฺหิ อณุ ฺหโี ส
๘๖๒. โกฏฺโฐ โกฏฐฺ ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ตสี ุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ )ิ คอื อนฺโตฆเร ในภายในบ้าน กุสเู ล ในฉางขา้ ว
อนฺโตกจุ ฉฺ ยิ ํ ในล�ำใส้
อณุ ฺหีโส อุณหฺ สี ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ตีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓
อยา่ ง (อติ )ิ คือ โสปานงฺคมฺหิ ในหวั บันได มกุเฏ ในมงกุฏ สสี เวฐเน
ในกรอบหนา้
๘๖๓. นิยฺยาเส เสขเร ทวฺ าเร นยิ ยฺ ูโห นาคทนฺตเก
อโถ สขิ ณเฺ ฑ ตณู เี ร กลาโป นิกเร มโต.
๘๖๓. นิยฺยโู ห นยิ ยฺ ูห ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อนั บัณฑิต (มโต)
พงึ ทราบ (จตสู ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๔ อยา่ ง (อิติ) คือ นิยยฺ าเส ในยางไม้
เสขเร ในดอกไมป้ ระดับบนศีรษะ ทวฺ าเร ในประตู นาคทนฺตเก ในวัตถสุ �ำหรบั
แขวนหมวก เป็นตน้
กลาโป กลาป ศพั ท์ (ปณฺฑิเตหิ) อันบัณฑิต มโต พึงทราบ
ดงั นนั้ การที่ในอภิธานปั ปทปี กิ าฎกี าท่านไดข้ ยายไวด้ ว้ ย ถมภฺ (ท่เี ขยี นดว้ ย ภ สำ� เภา) ดังนวี้ ่า
ถมฺภสมฺ ึ เคหาทนี ํ ถมเฺ ภ จึงไม่เหมาะ
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : อัทธาเนกัตถวรรค 349
(ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ ิ) คอื สขิ ณฺเฑ ในหางนกยงู ตูณีเร
ในแล่งธนู นิกเร ในหม่(ู นกิ ร)
มกุเฏ โมฬิ จ ทวฺ ิสุ
๘๖๔. จูฬาสยํ ตเกเสส ุ นลาฏ’ฏฐฺ ีสุ โคปผฺ เก.
สงโฺ ข ตฺว’นิตถฺ ยิ ํ กมพฺ -ุ
๘๖๔. 93โมฬิ โมฬิ ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ตสี ุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ )ิ คอื จฬู าสํยตเกเสสุ ในผมจกุ และขมวดผม มกุเฏ
ในมงกฏุ (โส) โมฬิ ศัพทน์ ้ัน (วตฺตต)ิ ยอ่ มเป็นไป ทฺวิสุ ในปงุ ลิงคแ์ ละ
อติ ถีลิงค์
สงฺโข สงฺข ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อิติ) คือ กมพฺ นุ ลาฏฏฺฐสี ุ ในหอยสงั ข์และกระดกู หน้าผาก โคปฺผเก ในขอ้ เท้า
(โส) สงขฺ ศพั ท์ นัน้ (วตตฺ ติ) ย่อมเปน็ ไป อนิตฺถยิ ํ ในปุงลงิ คแ์ ละนปงุ สกลิงค์
๘๖๕. ปกฺโข กาเล พเล สาธเฺ ย สขีวาเชสุ ปงคฺ ุเล
เทเส’ณฺณเว ปุเม สินธฺ ุ สรติ ายํ ส นาริยํ.
๘๖๕. ปกฺโข ปกขฺ ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ฉสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๖ อยา่ ง (อติ ิ) คือ กาเล ในกาล(ขา้ งขนึ้ -ขา้ งแรม) พเล ในกองทัพ
สาธฺเย ในวตั ถุอนั พงึ ใหส้ ำ� เร็จ สขวี าเชสุ ในฝักฝ่ายและหางธนู ปงคฺ ุเฬ
93 ในฉบับสหี ลและฉบับมหามกุฏ รวมเอา จฬู า และ โมฬิ ทง้ั ๒ เปน็ วาจกบท แตใ่ น
คมั ภรี เ์ มทินโี กส อฏฐฺ วสี ติวคฺค คาถาที่ ๔๖ มเี นื้อความเดยี วกับทแ่ี ปลมานี้วา่ “โมฬ ิ
กิรเี ฏ ธมฺมลิ เฺ ล จฬู ายมนปุส กํ” ดงั นั้น การไม่นับเอาจฬู าศัพทเ์ ขา้ ด้วยจงึ นา่ จะเหมาะกวา่
ในคนเปล้ีย
ปเุ ม สนิ ธฺ ุ สนิ ธฺ ุ ศพั ท์ ท่ีเปน็ ไปในปงุ ลงิ ค์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวีสุ
อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คือ เทเส ในแคว้นสนิ ธุ อณณฺ เว ในมหาสมทุ ร
โส สินธฺ ุ ศัพท์ นัน้ (วตฺตมาโน) ท่ีเปน็ ไป นาริยํ ในอิตถีลิงค์
(สยิ า) ย่อมเป็นไป สริตายํ ในแมน่ ำ�้
๘๖๖. คเช กเรณุ ปุรเิ ส โส หตฺถนิ ิย’มิตถฺ ยิ ํ
รตเน วชโิ ร’นติ ฺถี มณเิ วธ’ิ นทฺ เหตสิ .ุ
๘๖๖. ปุรเิ ส กเรณุ กเรณุ ศัพท์ ทเี่ ปน็ ไปในปงุ ลิงค์ (สยิ า) ย่อม
เป็นไป คเช ในช้างพลาย
โส กเรณุ ศัพท์ น้ัน (วตตฺ มาโน) ทเ่ี ป็นไป อติ ฺถยิ ํ ในอิตถลี ิงค์
(สิยา) ย่อมเปน็ ไป หตถฺ ินยิ ํ ในช้างพัง
วชโิ ร วชิร ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ตสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อิต)ิ คอื รตเน ในเพชร มณิเวธินทฺ เหติสุ ในเครือ่ งเจียระไนแก้วและวเิ ชยี ร
(โส) วชิร ศัพท์นั้น อนิตฺถี ไมใ่ ช่อิตถีลิงค์
๘๖๗. วสิ าณํ ตสี ุ มาตงฺค- ทนฺเต จ ปสุสงิ คฺ เก
โกฏิยํ ตุ มโต โกโณ ตถา วาทติ ตฺ วาทเน.
๘๖๗. วิสาณํ วสิ าณ ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบณั ฑติ (มตํ)
พึงทราบ (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คอื มาตงคฺ ทนฺเต ในงาช้าง
ปสสุ งิ ฺคเก ในเขาสตั ว์ (ต)ํ วิสาณ ศัพท์ นน้ั (วตฺตติ) ย่อมเปน็ ไป ตสี ุ (ลงิ เฺ คสุ)
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อัทธาเนกัตถวรรค 351
ในลิงคท์ ั้ง ๓
โกโณ โกณ ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อันบณั ฑติ (มโต) พึงทราบ
(ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คอื โกฏยิ ํ ในมมุ หรอื ปลาย
วาทิตตฺ วาทเน ในอปุ กรณ์สำ� หรบั ดีดพิณ
๘๖๘. วณปิ ฺปเถ จ นคเร เวเท จ นคิ โม’ถ จ
วิวาทาโท’ ธกิ รณํ สิยา’ธาเร จ การเณ.
๘๖๘. นคิ โม นิคม ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิติ) คือ วณปิ ปฺ เถ ในยา่ นการค้า(หา้ งสรรพสินคา้ ,
ศนู ยก์ ารค้า) นคเร ในเมอื ง เวเท ในคัมภรี น์ คิ มเวท
อธิกรณํ อธกิ รณ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ตสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓
อยา่ ง (อติ )ิ คอื วิวาทาโท ในอธิกรณม์ วี วิ าทาธิกรณ์ เปน็ ตน้ อาธาเร อาธาระ
(อรรถแห่งสตั ตมวี ภิ ตั ิ ซ่งึ หมายถึง สถานที,่ ทต่ี ง้ั ) การเณ ในเหตุ
๘๖๙. ปสุมฺหิ วสุธายญจฺ วาจาโท โค ปมุ ิตฺถิยํ
หรเิ ต ตุ สวุ ณฺเณ จ วาสเุ ทเว หรี’ริโต.
๘๖๙. โค โค ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ตีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓
อย่าง (อิติ) คอื ปสุมหฺ ิ ในววั วสุธายํ ในแผน่ ดนิ วาจาโท ในค�ำพูด เป็นต้น
(โส) โค ศพั ทน์ ัน้ (วตฺตติ) ยอ่ มเปน็ ไป ปุมิตถฺ ยิ ํ ในปงุ ลงิ คแ์ ละอิตถีลงิ ค์
หริ หริ ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบณั ฑติ (อีรโิ ต) กลา่ วแลว้
(ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง (อิติ) คือ หรเิ ต ในสเี ขียวใบไม้ สุวณเฺ ณ
ในทองค�ำ วาสเุ ทเว ในพระวษิ ณุ
สามัญญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค
๘๗๐. อายตฺเต ปรวิ าเร จ ภรยิ ายํ ปรคิ คฺ โห
อุตตฺ โํ ส ตวฺ ’ วตโํ ส จ กณฺณปเู ร จ เสขเร.
๘๗๐. ปรคิ คฺ โห ปรคิ คฺ ห ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๓ อย่าง (อิติ) คือ อายตเฺ ต ในการยึดตดิ ปริวาเร ในบรวิ าร ภรยิ ายํ
ในภรรยา
อตุ ฺตํโส อตุ ตฺ สํ ศัพท์ อวตโํ ส และอวตสํ ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป
(ทฺวีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คือ กณณฺ ปูเร ในเครอื่ งประดับหู
เสขเร ในดอกไม้ประดบั ศรี ษะ
๘๗๑. วชิ ฺชยุ ํ วชเิ ร เจว’า สน’ิ ตฺถปิ ุริเส’ปยฺ ’ถ
โกเณ สงฺขฺยาวเิ สสสมฺ ึ อุกกฺ ํเส โกฏิ นาริย.ํ
๘๗๑. อสนิ อสนิ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ วชิ ชฺ ุยํ ในสายฟ้า วชิเร วิเชียร (โส) อสนิ ศัพท์
นนั้ (วตฺตต)ิ ย่อมเป็นไป อติ ฺถปิ ุริเส ในอติ ถลี ิงค์และปุงลงิ ค์
โกฏิ โกฏิ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ตสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง
(อิต)ิ คือ โกเณ ในมุม สงขฺ ฺยาวเิ สสสมฺ ึ ในสงั ขยาชนดิ หนึ่งคือหนง่ึ โกฏิ
อุกกฺ เํ ส ในทส่ี ุด (สา) โกฏิ ศพั ท์ น้ัน (วตฺตติ) ย่อมเปน็ ไป นารยิ ํ ในอติ ถีลงิ ค์
๘๗๒. จูฬา ชาลา ปธาน’คคฺ - โมรจฬู าสุ สา สิขา
สปปฺ ทาฐาย มาสี’ตฺถ ี อฏิ ฺฐสฺสา’สสี นายป.ิ
๘๗๒. สิขา สิขา ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ปญจฺ สุ อตเฺ ถสุ)
สามัญญกัณฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อัทธาเนกัตถวรรค 353
ในอรรถ ๕ อย่าง (อิต)ิ คอื จูฬาชาลาปธานคฺคโมรจฬู าสุ ในผมจุก เปลวไฟ
ความประเสริฐ ยอดและหงอนนกยูง, (สขิ า) สขิ า ศัพท์ สา เป็นอิตถลี ิงค์
อาสี อาสี ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง
(อิต)ิ คือ สปฺปทาฐายํ ในเข้ียวงู อิฏฐฺ สฺส อาสีสนาย อปิ ในความปรารถนา
ซึ่งส่งิ ทพ่ี ึงปรารถนา (อาสี) อาสี ศพั ท์ อติ ถฺ ี เป็นอิตถีลงิ ค์
๘๗๓. วสา วลิ ีนเตลสมฺ ึ วสคา วญฌฺ คาวสิ ุ
อภลิ าเส ตุ กิรเณ อภิสงฺเค รุจิ’ตถฺ ิยํ.
๘๗๓. วสา วสา ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓
อยา่ ง (อิติ) คือ วลิ นี เตลสฺมึ ในน�ำ้ มันเหลว วสคาวญฺฌคาวิสุ ในหญิงผูอ้ ย่ใู น
อำ� นาจและแมว่ วั หมนั
รุจิ รุจิ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ตีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง
(อิติ) คอื อภิลาเส ในความชอบใจ กริ เณ ในรศั มี อภิสงเฺ ค ความติดใจ,
(สา) รจุ ิ ศพั ท์ นั้น (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป อติ ฺถยิ ํ ในอิตถีลงิ ค์
๘๗๔. สญฺญา สญชฺ านเน นาเม เจตนายญฺจ ทิสสฺ ติ
อํเส สิปฺเป กลา กาเล ภาเค จนฺทสสฺ โสฬเส.
๘๗๔. สญญฺ า สญญฺ า ศพั ท์ ทสิ ฺสติ ยอ่ มปรากฏ (ตสี ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๓ อย่าง (อิติ) คือ สญชฺ านเน ในการรู้ นาเม ในชอื่ เจตนายํ ใน
ความจงใจ
กลา กลา ศพั ท์ ทสิ สฺ ติ ยอ่ มปรากฏ (จตูสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๔
อยา่ ง (อิติ) คอื อเํ ส ในสว่ น สิปฺเป ในศิลปะ(๖๔ อยา่ ง มี นจจฺ และวาทน
354 อภธิ านปั ปทีปกิ า
เป็นต้น) กาเล ในเวลาพิเศษ จนทฺ สสฺ โสฬเส ภาเค ในสว่ นเสี้ยวท่ี ๑๖ ของ
ดวงจันทร์
๘๗๕. พชี โกเส ฆรกเู ฏ กณณฺ ภสู าย กณณฺ ิกา
อาคามกิ าเล ทีฆตฺเต ปภาเว จ มต’ายต.ิ
๘๗๕. กณฺณกิ า กณณฺ ิกา ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อันบณั ฑิต (มตา)
พึงทราบ (ตีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ ิ) คือ พีชโกเส ในฝักบัว
ฆรกเู ฏ ในชอ่ ฟ้า กณณฺ ภสู าย ในตุ้มหู
อายติ อายติ ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อนั บัณฑติ (มตา) พงึ ทราบ
(ตีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ ิ) คอื อาคามกิ าเล ในอนาคตกาล
ทฆี ตฺเต ในความยาว ปภาเว ในอ�ำนาจที่เกิดจากการลงโทษ
๘๗๖. อณุ ฺณา เมสาทิโลเม จ ภูมชเฺ ฌ โรมธาตุยํ
วารุณี ต’ฺ วติ ถฺ ยิ ํ วตุ ตฺ า นฏฺฏกี มทิราทิส.ุ
๘๗๖. อุณฺณา อณุ ฺณา ศพั ท์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อันบณั ฑิต วุตฺตา
กลา่ วแล้ว (ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ)ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คอื เมสาทโิ ลเม ในขนแห่ง
แกะ เป็นตน้ ภมู ชฺเฌ โรมธาตุยํ ในพระอุณณาโลมอนั งอกในระหวา่ งพระขนง
ทั้งสอง
วารณุ ี วารุณี ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตหิ) อันบณั ฑิต วตุ ตฺ า กลา่ วแล้ว
(ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อิติ) คอื นฏฏฺ กมี ทิราสุ ในหญิงนักฟ้อนและ
สุรา (สา) วารุณี ศัพท์ น้ัน (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเป็นไป อติ ถฺ ยิ ํ ในอิตถีลิงค์
สามัญญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : อัทธาเนกัตถวรรค 355
๘๗๗. กฺริยจติ ฺเต จ กรเณ กิรยิ ํ กมฺมนิ กรฺ ิยา
สนุ ิสายํ ตุ กญญฺ าย ชายาย จ วธู มตา.
๘๗๗. กิริยํ กิรยิ ศพั ท์ นปงุ สกลิงค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป
(ทฺวีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คือ กฺริยจิตเฺ ต ในกริ ยิ าจิต กรเณ
ในการกระทำ�
กฺริยา กฺรยิ า ศัพท์ อติ ถีลิงค์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อันบัณฑิต (มตา)
พงึ ทราบ กมมฺ นิ ในกรรม [ฉบบั สีหฬรวมกริ ยิ และ กรฺ ยิ า ศพั ท์ในความหมาย
เดยี วกนั ]
วธู วธู ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อนั บัณฑติ (มตา) พึงทราบ (ตสี ุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ ิ) คอื สณุ สิ ายํ ในลูกสะไภ้ กญฺญาย ในเดก็ หญิง (อายุ
ระหว่างแปดขวบถึงสิบขวบ) ชายาย ในภรรยา
๘๗๘. ปมาณิ’สฺสรเิ ย มตตฺ า อกขฺ ราวยเว’ปปฺ เก
สุตตฺ ํ ปาวจเน’ริฏเฺ ฐ ตนฺเต ตํ สุปเิ ต ติส.ุ
๘๗๘. มตตฺ า มตตฺ า ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (จตูสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๔ อยา่ ง (อิติ) คือ ปมาณสิ สฺ ริเย ในประมาณและความเป็นใหญ่
อกขฺ ราวยเว ในมาตรการ(ระยะการเปล่งอกั ษร) อปฺปเก ในความเล็กน้อย
สตุ ตฺ ํ สตุ ตฺ ศพั ท์ ท่ีเป็นนปุงสกลิงค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิติ) คือ ปาวจเน ในพระพุทธพจน์ อริฏฺเฐ ในยาอริฏฐะ
(ยา ดองชนิดหนงึ่ ทีม่ สี ิกลนิ่ และรสเหมือนสรุ า) ตนฺเต ในเส้นดา้ ย
ตํ สตุ ตฺ ศพั ท์ นั้น (วตตฺ มานํ) ที่เป็นไป ตสี ุ (ลิงเฺ คสุ) ในลิงคท์ ้ัง ๓
(สยิ า) ย่อมเปน็ ไป สปุ ิเต ในบุคคลผู้หลบั
356 อภิธานปั ปทีปิกา
๘๗๙. ราชลิงฺโค’สภงเฺ คสุ รกุ ฺเข จ กกโุ ท’ปฺย’ถ
นิมติ ตฺ ’กขฺ รสเู ปสุ พฺยญฺชนํ จิหเน ปเท.
๘๗๙. กกุโท กกทุ ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ตีสุ อตฺเถสุ) ใน
อรรถ ๓ อยา่ ง (อติ ิ) คอื ราชลงิ โฺ คสภงเฺ คสุ ในเครื่องประดับของพระราชา
(ราชกกุทภัณฑ)์ และหนอกวัว รกุ ฺเข ในต้นกุ่ม [ค�ำศัพท์น้ีใช้ได้ ๒ ปาฐะคือ กกทุ
หรอื กกธุ กไ็ ด]้
พฺยญชฺ นํ พยฺ ญฺชน ศพั ท์ (ปณฺฑเิ ตหิ) อันบัณฑติ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป
(ปญจฺ สุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๕ อย่าง (อิติ) คอื นมิ ติ ตฺ กขฺ รสเู ปสุ ในองคชาต,
อักษรคือ พยญั ชนะและกับข้าว จิหเน ในรอย ปเท ในวิภตั ยันตบท
๘๘๐. โวหาเร เชต’ุ มิจฉฺ ายํ กีฬาโท จาปิ เทวนํ
ภริยายํ ตุ เกทาเร สรีเร เขตตฺ ’มรี ิต.ํ
๘๘๐. เทวนํ เทวน ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อันบณั ฑิต (อีรติ ํ)
กลา่ วแลว้ (ตสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง (อิต)ิ คอื โวหาเร ในการคา้ ขาย
เชตุมิจฺฉายํ ในความปรารถนาชัยชนะ กีฬาโท และในการเล่น เป็นต้น
เขตตฺ ํ เขตตฺ ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อันบณั ฑิต อรี ติ ํ กลา่ วแล้ว
(ตีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ )ิ คอื ภรยิ ายํ ในภรรยา เกทาเร ในนา
สรเี ร ในร่างกาย
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : อัทธาเนกัตถวรรค 357
๘๘๑. สสุ สฺ สู ายญจฺ วญิ ฺเญยฺยํ อิสสฺ าภฺยาเส’ปฺย’ุ ปาสนํ
สูลํ ตุ’นิตถฺ ิยํ เหต ิ เภเท สกํ รุ ชุ าสุ จ.
๘๘๑. อปุ าสนํ อปุ าสน ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อนั บัณฑติ วญิ เฺ ญยฺยํ
พงึ ทราบ (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อิต)ิ คือ สุสฺสสู ายํ ในการตงั้ ใจฟงั
(หรือ)การปรนนิบตั ิรับใช้ อสิ ฺสาภยฺ าเส ในการฝึกยงิ ธนู (ฉบบั สหี ฬเปน็
อฏิ ฐฺ าภยฺ าเส แปลวา่ ในการพยายามเรยี นศิลปะอันตนปรารถนา เป็นตน้ )
สูลํ สูล ศพั ท์ (ปณฺฑิเตห)ิ อันบณั ฑิต วิญเฺ ญยฺยํ พงึ ทราบ
(ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิติ) คอื เหตเิ ภเท ในอาวุธพิเศษ(คอื หลาว)
สงกฺ ุรุชาสุ ในขวากและโรคจกุ เสยี ด (ต)ํ สลู ศพั ท์ นนั้ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเป็นไป
อนิตถฺ ิยํ ในปงุ ลิงคแ์ ละนปุงสกลิงค์
๘๘๒. ตนตฺ ิ วีณาคุเณ ตนตฺ ํ มขุ ยฺ สิทธฺ นตฺ ตนตฺ สุ ุ
รถาทฺยงเฺ ค ตุ จ ยุโค กปปฺ มฺหิ ยุคเล ยคุ .ํ
๘๘๒. ตนตฺ ิ ตนตฺ ิ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป วีณาคเุ ณ ในสายพณิ
ตนตฺ ํ ตนตฺ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ตีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง
(อติ )ิ คอื มุขยฺ สิทฺธนฺตตนฺตสุ ุ ในประธาน อุทาหรณ์และเสน้ ด้าย
ยุโค ยุค ศัพท์ ปุงลิงค์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป รถาทฺยงฺเค ในแอกของรถ
เปน็ ตน้
ยคุ ํ ยคุ ศพั ท์ ท่ีเป็นนปงุ สกลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๒ อย่าง (อิติ) คอื กปปฺ มฺหิ ในยคุ ๔ อย่าง มี กตยคุ เป็นตน้ ยคุ เล
ในคู่ (ในฉบับสีหฬ เอาอรรถ “กปฺปมหฺ ิ” ไปไวข้ า้ ง ยคุ ศพั ท์ ปุลลิงค์ ซ่งึ ไมส่ อดคลอ้ งกบั
อมรโกษ)
358 อภธิ านัปปทปี ิกา
๘๘๓. อติ ฺถิปปุ เฺ ผ จ เรณมุ หฺ ิ รโช ปกติเช คเุ ณ
นฺยาสปปฺ เณ ตุ ทานมฺห ิ นยิ ฺยาตน’มทุ รี ิต.ํ
๘๘๓. รโช รช ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓
อย่าง (อิติ) คอื อติ ฺถิปุปฺเผ ในระดขู องผหู้ ญิง เรณุมหฺ ิ ในฝนุ่ ละออง ปกตเิ ช
ในปกติรชคณุ
นิยฺยาตนํ นยิ ฺยาตน ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อนั บณั ฑิต อทุ ีรติ ํ กล่าวแลว้
(ทวฺ ีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คือ นยฺ าสปฺปเณ ในการคืนสิ่งของที่
ฝากไว้ให้แก่เจ้าของ ทานมหฺ ิ ในการให้
๘๘๔. คร’ุ ปายา’วตาเรสุ ตติ ฺถํ ปตู มฺพุทิฏฺฐสิ ุ
ปณฺฑเก โชติ นกขฺ ตฺต- รสํ ีสวฺ ’คฺคมิ ฺหิ โชติ โส.
๘๘๔. ตติ ฺถํ ตติ ฺถ ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ปญฺจสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๕ อย่าง (อติ )ิ คอื คุรปุ ายาวตาเรสุ ในอาจารย์ เหตแุ ละธาตุน้ำ�
ปูตมพฺ ุทิฏฺฐสิ ุ ในน�้ำสะอาดและทฏิ ฐิ
ปณฑฺ เก โชติ โชติ ศัพท์ ทีเ่ ป็นไปในนปงุ สกลงิ ค์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป
(ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คือ นกขฺ ตตฺ รํสีสุ ในดาวและรัศมี
โชติ โชติ ศพั ท์ โส อนั เปน็ ปงุ ลิงค์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป อคคฺ มิ หฺ ิ ในไฟ
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : อัทธาเนกัตถวรรค 359
๘๘๕. กณโฺ ฑ’นิตถฺ ี สเร ทณเฺ ฑ วคเฺ ค จ’าวสเร’ปยฺ ’ถ
อทุ ฺธํพาหุทวฺ ยมาเน สรู ตเฺ ต’ปิ จ โปรสิ .ํ
๘๘๕. กณฺโฑ กณฑฺ ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (จตสู ุ อตเฺ ถส)ุ ใน
อรรถ ๔ อยา่ ง (อิติ) คอื สเร ในลูกศร ทณฺเฑ ในทอ่ นไม้ วคเฺ ค ในกัณฑ์
อวสเร ในโอกาส (โส) กณฺฑ ศพั ท์ นนั้ อนติ ฺถี เปน็ ปงุ ลงิ ค์และนปุงสกลิงค์
โปรสิ ํ โปริส ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒
อยา่ ง (อติ ิ) คือ อุทฺธพํ าหทุ วฺ ยมาเน ในวายนื (ของมชั ฌมิ บุรษุ ) สรู ตฺเต
ในความกล้าหาญ
๘๘๖. อุฏฐฺ านํ โปรเิ ส’หาส ุ นสิ ินนฺ าทยฺ ’ุ คฺคเม’ปยฺ ’ถ
อนิสฺสยมหภี าเค ตฺว’ิ รีณํ อูสเร สยิ า.
๘๘๖. อฏุ ฺฐานํ อุฏฐฺ าน ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ตีสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ )ิ คือ โปริเส’หาสุ ในความกลา้ หาญ(ความเปน็ ชาย)และ
ความเพียร นสิ นิ นฺ าทยฺ ุคคฺ เม ในการลุกขึน้ จากทน่ี ่งั เปน็ ต้น
อริ ณี ํ อิรีณ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒
อย่าง (อิติ) คือ อนสิ สฺ ยมหภี าเค ในส่วนภาคพน้ื อันไรท้ ่อี าศยั (สถานท่ีโล่งแจง้ )
อูสเร ในท่ีมดี ินเค็ม
360 อภธิ านัปปทีปกิ า
๘๘๗. อาราธนํ สาธเน จ ปตตฺ ิยํ ปริโตสเน
ปธาเน ตุ จ สานมุ หฺ ิ วิสาเณ สิงคฺ ’มุจจฺ เต.
๘๘๗. อาราธนํ อาราธน ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบัณฑิต อุจฺจเต
ยอ่ มกลา่ ว (ตีสุ อตฺเถสุ)ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ ิ) คอื สาธเน ในการกระทำ� ให้
ส�ำเร็จ ปตตฺ ิยํ ในการถึง ปรโิ ตสเน ในความยินดี
สิงฺคํ สิงฺค ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบัณฑิต อจุ ฺจเต ยอ่ มกล่าว
(ตสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิติ) คอื ปธาเน ในประธาน สานุมฺหิ
ในยอดเขา วสิ าเณ ในเขาสัตว์
๘๘๘. ทฏิ ฺฐา’ทิมคเฺ ค ญาณ’กฺขิ- กฺขณลทธฺ ีสุ ทสสฺ นํ
เหเม ปญจฺ สวุ ณเฺ ณ จ นิกฺโข’นิตถฺ ี ปสาธเน.
๘๘๘. ทสฺสนํ ทสฺสน ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ฉสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๖ อยา่ ง (อิติ) คือ ทฏิ ฺฐาทมิ คฺเค ในรูปารมณแ์ ละโสดาปัตตมิ รรค
ญาณกฺขกิ ฺขณลทธฺ สี ุ ในญาณ ดวงตา การเหน็ และลัทธิ
นกิ โฺ ข นกิ ฺข ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ตีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อิติ) คอื เหเม ในทองค�ำ ปญจฺ สุวณฺเณ ใน ๕ สวุ รรณะ( = ๑ นิกขะ) ปสาธเน
และในเครื่องประดบั (โส) นิกขฺ ศพั ท์ นั้น อนติ ฺถี เป็นปุงลงิ ค์และนปุงสกลิงค์
สามัญญกัณฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อัทธาเนกตั ถวรรค 361
๘๘๙. ติถเิ ภเท จ สาขาท-ิ ผฬุมหฺ ิ ปพพฺ ’มุจฺจเต
นาคโลเก ตุ ปาตาลํ ภาสติ ํ พลวามเุ ข.
๘๘๙. ปพพฺ ํ ปพฺพ ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อนั บัณฑิต อุจฺจเต
ย่อมกลา่ ว (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ ิ) คือ ตถิ เิ ภเท ในดถิ พี เิ ศษ(มี
อัฏฐมีและอมาวาสี เป็นต้น) สาขาทผิ ฬมุ ฺหิ ในข้อแห่งภตู คามมีก่ิงไม้ เป็นตน้
ปาตาลํ ปาตาล ศัพท์ (ปณฺฑิเตห)ิ อันบัณฑติ ภาสติ ํ กลา่ วแล้ว
(ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คอื นาคโลเก ในโลกบาดาล
พลวามเุ ข และในช่องพลวามขุ (ดคู วามพสิ ดารของพลวามขุ ะได้ในเถรคาถา
อฏั ฐกถา. ๒/๔๖๘)
๘๙๐. กามเช โกปเช โทเส พฺยสนญจฺ วปิ ตฺติยํ
อโถ’ปกรเณ สทิ ฺธ-ิ การเกสุ จ สาธน.ํ
๘๙๐. พฺยสนํ พฺยสน ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ตีสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิติ) คอื กามเช โทเส ในโทษอนั เกดิ เพราะความอยาก
โกปเช โทเส ในโทษอนั เกิดเพราะความโกรธ วปิ ตฺตยิ ํ ในความวบิ ัติ
สาธนํ สาธน ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ตสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓
อยา่ ง (อิต)ิ คอื อุปกรเณ ในเครอ่ื งอุปกรณ์ สิทฺธิการเกสุ ในความส�ำเรจ็
และการกะ
362 อภิธานัปปทปี กิ า
๘๙๑. ตีสวฺ รี ิโต ทานสีเล วทญฺญู วคคฺ ุวาทนิ ิ
ปุรกขฺ โต ภสิ ิตเฺ ต จ ปูชเิ ต ปรุ โตกเต.
๘๙๑. วทญญฺ ู วทญฺญู ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ ทานสีเล ในบคุ คลผู้ใหท้ านเปน็ ปกติ(คนโอบอ้อม
อารี) วคฺคุวาทินิ และในบคุ คลผกู้ ล่าวคำ� พูดไพเราะ
อิโต (ปร)ํ คำ� ศัพท์นับแตน่ ี้ไป(จากวทญฺญูศัพท์น)ี้ ยาว อสุ ฺสติ ํ
ถงึ อุสฺสติ ศัพท์ (วตตฺ ติ) ยอ่ มเปน็ ไป ตีสุ (ลงิ ฺเคส)ุ ในลิงคท์ ัง้ ๓
ปรุ กฺขโต ปรุ กฺขต ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓
อย่าง (อติ )ิ คอื อภิสิตฺเต ในกษัตริย์ผ้ทู รงไดร้ บั ราชาภิเษกแล้ว ปูชเิ ต ใน
บคุ คล ทเี่ ขายกย่อง ปรู โตกเต ในบคุ คลผ้เู ป็นผูน้ �ำ
๘๙๒. มนโฺ ท ภาคฺยวหิ เี น จา’ป ปเก มูฬฺหา’ปฏสู ฺว’ปิ
วุทฺธยิ ุตเฺ ต สมนุ นฺ ทเฺ ธ อุปปฺ นเฺ น อสุ ฺสติ ํ ภเว.
๘๙๒. มนฺโท มนทฺ ศพั ท์ (ภเว) ยอ่ มเป็นไป (จตูสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๔ อยา่ ง (อิติ) คือ ภาคฺยวหิ เี น ในบุคคลผเู้ สอ่ื มจากโชค อปปฺ เก
ในความมีนอ้ ย มูฬหฺ ’าปฏูสุ ในผหู้ ลงและผู้ไมฉ่ ลาด
อุสฺสติ ํ อุสสฺ ติ ศพั ท์ (ภเว) ยอ่ มเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓
อยา่ ง (อิต)ิ คือ วทุ ฺธยิ ตุ เฺ ต ในการประกอบดว้ ยความเจริญ สมุนฺนทฺเธ
ในมานะเยอ่ หยง่ิ อุปปฺ นฺเน ในการเกิดข้ึน
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อัทธาเนกัตถวรรค 363
๘๙๓. รถงฺเค’กโฺ ข สวุ ณณฺ สฺม ึ ปาสเก อกขฺ ’มินฺทฺริเย
สสสฺ เต จ ธุโว ตีสุ ธุวํ ตกเฺ ก จ นจิ ฺฉเิ ต.
๘๙๓. อกฺโข อกขฺ ศพั ท์ ปงุ ลงิ ค์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ )ิ คอื รถงฺเค ในเพลารถ สุวณณฺ สมฺ ึ ในหนงึ่ สุวรรณะ
ปาสเก ในลูกบาสก์
อกฺขํ อกฺข ศพั ท์ นปงุ สกลงิ ค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป อินทฺ ฺริเย
ในอนิ ทรยี ์มจี ักษุ เป็นตน้
ธโุ ว ธุว ศพั ท์ ตีสุ ในลิงค์ทั้ง ๓ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป สสสฺ เต ในความ
เท่ียงแทแ้ นน่ อน
ธุวํ ธวุ ศพั ท์ นปงุ สกลิงค์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คือ ตกเฺ ก ในความคดิ นิจฺฉิเต ในการตัดสนิ
๘๙๔. หเร สโิ วสวิ ํ ภทฺท- โมกฺเขสุ ชมฺพุเก สิวา
เสนายํ สตฺติยญฺเจว ถูลตเฺ ต จ พลํ ภเว.
๘๙๔. สโิ ว สิว ศัพท์ ปุงลิงค์ (ภเว) ยอ่ มเปน็ ไป หเร ในพระศวิ ะ
(มหาเทพ)
สวิ ํ สิว ศัพท์ นปงุ สกลงิ ค์ (ภเว) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๒ อย่าง (อิติ) คือ ภททฺ โมกฺเขสุ ในความยินดแี ละนพิ พาน
สวิ า สวิ า ศัพท์ อติ ถีลิงค์ (ภเว) ย่อมเปน็ ไป ชมฺพเุ ก ในสุนัขจ้งิ จอก
พลํ พล ศพั ท์ (ภเว) ย่อมเปน็ ไป (ตสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อติ ิ) คอื เสนายํ ในกองทัพ สตฺตยิ ํ ในความสามารถ ถลู ตฺเต และในความ
ลำ�่ สัน
364 อภธิ านัปปทีปิกา
๘๙๕. สงฺขยฺ านรกเภเทส ุ ปทุมํ วาริเช’ปฺย’ถ
เทวเภเท วสุ ปุเม ปณฺฑกํ รตเน ธเน.
๘๙๕. ปทมุ ํ ปทุม ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ตีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๓ อยา่ ง (อิติ) คอื สงฺขฺยานรกเภเทสุ ในปทุมสงั ขยาและปทุมนรก วาริเช
ในดอกบวั
ปเุ ม วสุ วสุ ศัพท์ ในปุงลงิ ค์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป เทวเภเท ในพวก
วสุเทวดา
วสุ วสุ ศัพท์ ที่เป็นไปในปงุ สกลิงค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ
อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อิต)ิ คือ รตเน ในรัตนะ ธเน ในทรพั ย์
๘๙๖. นพิ ฺพานํ อตฺถคมเน อปวคฺเค สยิ า’ถ จ
เสตมฺพเุ ช ปุณฑฺ รกี ํ พฺยคเฺ ฆ รุกขฺ นตฺ เร ปุเม.
๘๙๖. นพิ พฺ านํ นพิ พฺ าน ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ ิ) คือ อตถฺ คมเน ในการดับ อปวคฺเค ในพระนพิ พาน
ปุณฺฑรีกํ ปุณฑฺ รกี ศพั ท์ นปุงสกลิงค์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป เสตมฺพเุ ช
ในดอกบวั ขาว
ปุเม ปณุ ฑฺ ริโก ปณุ ฑฺ รกิ ศพั ทท์ ี่เป็นไปในปุงลิงค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป
(ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ พยฺ คเฺ ฆ ในเสือโครง่ รกุ ขฺ นฺตเร
และในตน้ มะมว่ งสวายสอ
สามญั ญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : อัทธาเนกตั ถวรรค 365
๘๙๗. อุปหาเร พลิ ปเุ ม กรสฺมจึ า’สรุ นฺตเร
สกุ กฺ ํ ตุ สมภฺ เว สกุ ฺโก ธวเล กุสเล ตสิ .ุ
๘๙๗. พลิ พลศิ พั ท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ตสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓
อย่าง (อติ )ิ คอื อุปหาเร ในพลิเทวดา เป็นต้น(หรือในเคร่ืองเซ่น) กรสฺมึ
ในสว่ ย อสุรนตฺ เร และในพลอิ สรู (พาล)ิ พลิ ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเป็นไป ปเุ ม
ในปงุ ลงิ ค์
สุกกฺ ํ สกุ ฺก ศพั ท์ นปงุ สกลิงค์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป สมภฺ เว ในนำ้� อสุจิ
สกุ ฺโก สุกฺก ศพั ท์ ปุงลิงค์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป ธวเล ในสีขาว
สกุ ฺโก สุกฺก ศพั ท์ (วตตฺ มาโน) ท่ีเปน็ ไป ตสี ุ ในลงิ คท์ ั้ง ๓ (สิยา)
ยอ่ มเปน็ ไป กสุ เล ในกุศล(ธรรมฝา่ ยขาว)
๘๙๘. ทาโย ทาเน วภิ ตตฺ พพฺ - ธเน จ ปติ นุ ํ วเน
ปภตุ ฺตา’ยตตฺ ตา’ยตตฺ า’ ภลิ าเสสุ วโส ภเว.
๘๙๘. ทาโย ทายศัพท์ (ภเว) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ ิ) คือ ทาเน ในการให้ ปิตุนํ วิภตตฺ พพฺ ธเน ในทรัพยท์ ่ีมารดา
บดิ าพึงแบง่ แกบ่ ตุ รธิดา(มรดก) วเน ในป่า
วโส วส ศพั ท์ ภเว ยอ่ มเป็นไป (จตสู ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๔ อยา่ ง
(อิต)ิ คอื ปภตุ ตฺ ายตตฺ ตฺ ายตตฺ าภลิ าเสสุ ในอำ� นาจ ความเป็นผอู้ ยู่ในอำ� นาจ
ผอู้ ย่ใู นอำ� นาจและความปรารถนา
366 อภิธานัปปทีปกิ า
๘๙๙. ปรภิ าสน’มกโฺ กเส นิยเม ภาสเน’ถ จ
ธนมหฺ ิ เสฬนํ โยธ- สหี นาทมฺหิ ทิสฺสติ.
๘๙๙. ปริภาสนํ ปริภาสน ศพั ท์ (ทิสสฺ ต)ิ ยอ่ มปรากฏ
(ตีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ )ิ คอื อกฺโกเส ในการดา่ นิยเม ในการ
กำ� หนด ภาสเน ในการกล่าว
เสฬนํ เสฬน ศพั ท์ ทิสสฺ ติ ยอ่ มปรากฏ (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒
อยา่ ง (อติ )ิ คือ ธนิมฺหิ ในเสียง โยธสีหนาทมหฺ ิ ในเสียงโหร่ อ้ งเพียงดงั ราชสหี ์
ของเหลา่ ทหาร
๙๐๐. ปภโว ชาตเิ หตุมฺห ิ ฐาเน จ’าทฺยุปลทธฺ ยิ ํ
อโถ’ตุ นาริปุปฺผสมฺ ึ เหมนตฺ าทิมฺหิ จ ทวฺ สิ ุ.
๙๐๐. ปภโว ปภว ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อิติ) คอื ชาตเิ หตมุ หฺ ิ ในเหตแุ หง่ การเกิดข้นึ อาทยฺ ปุ ลทฺธยิ ํ
ฐาเน ในสถานท่ีอันก�ำหนดรเู้ บ้ืองแรก(แหล่งกำ� เนดิ )
อตุ ุ อุตุ ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง
(อิติ) คอื นารปิ ปุ ฺผสมฺ ึ ในระดขู องหญิง เหมนฺตาทมิ ฺหิ และในฤดูเหมนั ต์
เป็นตน้ (โส) อุตุ ศัพท์ น้นั (วตฺตติ) ย่อมเป็นไป ทฺวิสุ ในปงุ ลิงคแ์ ละอิตถีลิงค์
สามญั ญกัณฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค 367
๙๐๑. กรณํ สาธกตเม กฺริยาคตฺเตสุ อนิ ฺทฺรเิ ย
ตาโล94 ตุ กุญจฺ กิ ายญฺจ ตรู ิยงฺเค ทมุ นฺตเร.
๙๐๑. กรณํ กรณ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (จตสู ุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๔ อยา่ ง (อติ )ิ คือ สาธกตเม ในกรณการกะ กฺรยิ าคตเฺ ตสุ ในการ
กระทำ� และรา่ งกาย อินทฺ ฺริเย ในอินทรยี ์
ตาโล ตาล ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อิติ) คอื กญุ ฺจิกายํ ในลกู กญุ แจ ตรู ยิ งฺเค ในดุริยางค์มีฉิง่ เปน็ ตน้ ทมุ นตฺ เร
ในตน้ ไม้ชนิดหนึง่ กลา่ วคือต้นตาล
๙๐๒. ปุปฺเผ ผเล จ ปสโว อปุ ฺปาเท คพภฺ โมจเน
คายเน คายเก อสฺเส คนฺธพโฺ พ เทวตานฺตเร.
๙๐๒. ปสโว ปสว ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (จตูสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๔ อย่าง (อติ )ิ คอื ปปุ เฺ ผ ในดอกไม้ ผเล ในผลไม้ อุปฺปาเท ในการ
เกิดขึน้ คพภฺ โมจเน ในการคลอดบตุ ร
คนฺธพฺโพ คนฺธพพฺ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (จตูสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๔ อย่าง (อติ )ิ คือ คายเน ในการขับรอ้ ง คายเก ในนักรอ้ ง อสฺเส ในม้า
เทวตานฺตเร ในคนั ธพั พเทวดา
94 ลลาฏฏฺฐสี ุ (ส.ี )