268 อภิธานัปปทีปกิ า
๖๖๓. ชมฺพาโล กลลํ ปงฺโก จิกฺขลลฺ ํ กททฺ โม’ปฺย’ถ
ปลุ ินํ วาลกุ า วณณฺ ุ มร’ู รุ สิกตา ภเว.
๖๖๔. อนฺตรปี ญจฺ ทโี ป วา ชลมชฺฌคตํ ถลํ
ตรี ํ ตุ กูลํ โรธญฺจ ปตีรญฺจ ตฏํ ตสิ .ุ
๖๖๓. - ๖๖๔. โคลน, ตม ๕ : ชมพฺ าล, กลล, ปงกฺ , จิกฺขลลฺ ,
กททฺ ม
ทราย ๖ : ปลุ นิ , วาลกุ า, วณณฺ ,ุ มรุ, อรุ ,ุ สกิ ตา
ถลํ พื้นทบ่ี ก ชลมชฌฺ คตํ ทต่ี งั้ อยใู่ นกลางน้ำ� อนตฺ รปี ํ ช่อื วา่ อนฺตรีป
ทีโป ชอื่ วา่ ทีป(เกาะ ๒ : อนตฺ รีป, ทีป) (ทีโป) ทีป ศพั ท์ วา เป็นปุงลิงค์และ
นปงุ สกลิงคไ์ ดบ้ ้าง
ฝง่ั , ตล่งิ ๕ : ตรี , กลู , โรธ, ปตีร, ตฏ; ตโฏ ตฏ ศัพท์ (วตฺตติ)
ยอ่ มเปน็ ไป ตีสุ ในลงิ ค์ทั้ง ๓
๖๖๕. ปารํ ปรมหฺ ิ ตรี มหฺ ิ โอรํ ตวฺ ’ปาร มุจฺจเต
อุฬุมโฺ ป ตุ ปฺลโว กลุ โฺ ล ตโร จ ปจจฺ รี’ตถฺ ยิ ํ.
๖๖๕. ปารํ ปาร ศัพท์ (ปณฺฑิเตห)ิ อันบัณฑิต อจุ จฺ เต ย่อมกล่าว
ปรมหฺ ิ ตีรมฺปิ ในความหมายว่าฝ่ังโน้น, โอรํ ฝ่ังน้ี (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบณั ฑติ
อจุ ฺจเต ย่อมกล่าว อปารํ วา่ อปาระ(ฝ่ังน้)ี
แพ ๕ : อฬุ ุมฺป, ปลฺ ว, กลุ ลฺ , ตร, ปจจฺ ร;ี (ปจฺจรี) ปจฺจรี ศัพท์
(วตตฺ ติ) ยอ่ มเปน็ ไป อิตฺถิยํ ในอติ ถลี ิงค์
ภกู ัณฑ์ : ปาตาลวรรค 269
๖๖๖. ตรณี ตริ นาวา จ กูปโก ตุ จ กมุ ภฺ กํ
ปจฉฺ าพนฺโธ โคฏวโิ ส กณณฺ ธาโร ตุ นาวโิ ก.
๖๖๗. อริตตฺ ํ เกนิปาโต’ถ โปตวาโห นิยามโก
สยํ ตฺติกา ตุ นาวาย วาณชิ ชฺ มาจรนตฺ ิ เย.
๖๖๖. - ๖๖๗. เรอื ๓ : ตรณี, ตริ, นาวา
เสากระโดงเรือ ๒ : กปู ก, กุมฺภก
สมอเรอื ๒ : ปจฺฉาพนธฺ , โคฏวสิ
คนทา้ ยเรอื (กปั ตนั ) ๒ : กณฺณธาร, นาวิก
ไมถ้ ่อ, พาย ๒ : อรติ ตฺ , เกนิปาต
ตน้ หน(นายท้าย) ๒ : โปตวาห, นิยามก
เย (ชนา) บุคคลท้ังหลายเหล่าใด อาจรนฺติ ยอ่ มกระทำ� วาณิชชฺ ํ
ซง่ึ การค้าขาย นาวาย ด้วยเรอื สำ� เภา เต (ชนา) บคุ คลทัง้ หลายเหลา่ นน้ั
สยํ ตตฺ ิกา ชอื่ วา่ สํยตตฺ กิ (พ่อคา้ เรือสำ� เภา)
๖๖๘. นาวาย’งฺคา’ ลงฺกาโร จ วฏากาโร ผยิ าทโย
โปโต ปวหนํ วตุ ตฺ ํ โทณิ77 ตวฺ ’ิ ตฺถี ตถา’มฺพณ.ํ
๖๖๘. ลงฺกาโร ใบเรอื วฏากาโร เชอื กเกลียว ผิยาทโย และ
กรรเชยี งเปน็ ต้น องคฺ า เปน็ ส่วนประกอบ นาวาย ของเรอื
สัดจอง(เรอื เล็ก) ๒ : โปต, ปวหน
เรือโกลน ๒ : โทณิ, อมพฺ ณ; (โทณิ) โทณิ ศัพท์ อิตฺถิ
เปน็ อติ ถีลิงค์
77 กตฺถจิ โทณี
270 อภิธานปั ปทปี กิ า
๖๖๙. คภรี นนิ นฺ คมภฺ รี า’ โถ’ตตฺ านํ ตพฺพปิ กขฺ เก
อคาธํ ตวฺ ’ตลมผฺ สสฺ ํ อนจโฺ ฉ กลุสา’วลิ า.
๖๖๙. ความลึก ๓ : คภรี , นนิ นฺ , คมภฺ รี
อุตฺตานํ อตุ ตฺ าน ศัพท์ ตพพฺ ปิ กขฺ เก เป็นไปในที่ต้ืน(อนั ตรงกันขา้ ม
กบั อรรถลกึ นน้ั )
หย่ังไมถ่ ึง(ลกึ มาก) ๒ : อคาธ, อตลมผฺ สสฺ
ความขุ่น ๓ : อนจฉฺ , กลุส, อาวิล
๖๗๐. อจฺโฉ ปสนโฺ น วมิ โล คภรี ปปฺ ภตุ ี ติสุ
ธีวโร มจฺฉิโก มจฺฉ- พนธฺ เกวฏฏฺ ชาลิกา.
๖๗๐. ใส ๓ : อจฉฺ , ปสนนฺ , วิมล; คภีรปฺปภตุ ี คภรี ศัพท์ เปน็ ตน้
(วตฺตนตฺ )ิ ยอ่ มเป็นไป ตีสุ ในลิงคท์ งั้ ๓
ชาวประมง ๕ : ธีวร, มจฉฺ ิก, มจฉฺ พนฺธ, เกวฏฏฺ , ชาลิก
๖๗๑. มจฺโฉ มโี น ชลจโร ปถุ ุโลโม’มพฺ โุ ช ฌโส
โรหิโต มคคฺ ุโร สิงฺค ี พลโช มุญฺชปาวุสา.
นฬมโี น จ คณฺฑโก
๖๗๒. สตฺตวงฺโก สวงโฺ ก จ ปปฺ เภทา มกราทโย.
สุสุกา สผรี มจฺฉ- คโล ตมิ ิรปิงคฺ โล
อชฌฺ าโรโห มหาติมิ.
๖๗๓. มหามจฉฺ า ตมิ ิ ติมงิ ฺ-
อานนฺโท ติมนิ นโฺ ท จ
ภูกัณฑ์ : ปาตาลวรรค 271
๖๗๑. - ๖๗๓. ปลา ๖ : มจฺฉ, มีน, ชลจร, ปถุ ุโลม, อมพฺ ชุ , ฌส
โรหโิ ต ปลาตะเพียน มคฺคโุ ร ปลาดกุ สงิ คฺ ี ปลาแขยง พลโช
ปลาสวายหรือปลาหมอ มญุ ฺชปาวสุ า ปลาค้าวและปลากระบอก สตตฺ วงโฺ ก
ปลาไหล สวงโฺ ก ปลาหลด นฬมีโน ปลากด คณฺฑโก ปลาฉลาม สุสุกา
ปลาโลมา สผรี ปลาตาตมุ่ มกราทโย และปลามังกร เป็นต้น มจฺฉปปฺ เภทา
เป็นชนิดของปลา(ปลา ๑๓ ชนิด)
อิเม มจฺฉา ปลาท้งั หลายเหล่านี้ อิติ คือ ติมิ ปลาตมิ (ิ มีล�ำตวั ยาว
๒๐๐ โยชน)์ ติมิงฺคโล ปลาตมิ งิ คละ(มลี �ำตัวยาว ๓๐๐ โยชน)์ ติมปิ งิ ฺคโล
ปลาติมปิ ิงคละ(มลี �ำตัวยาว ๔๐๐ โยชน์) ตมิ ิรปงิ คฺ โล ปลาตมิ ริ ปงิ คละ(มีลำ� ตวั
ยาว ๕๐๐ โยชน์) อานนโฺ ท ปลาอานนั ทะ(มลี �ำตวั ยาว ๑,๐๐๐ โยชน์) ติมนิ นฺ
โท ปลาตมิ นิ นั ทะ(มีล�ำตวั ยาว ๑,๐๐๐ โยชน)์ อชฌฺ าโรโห ปลาอัชฌาโรหะ
(มีลำ� ตัวยาว ๑,๐๐๐ โยชน์) มหาตมิ ิ และปลามหาตมิ ิ (มีล�ำตวั ยาว ๑,๐๐๐
โยชน์) มหามจฉฺ า เป็นปลายกั ษ(์ ๗ ชนิด)
[ปลาใหญ่ทง้ั ปวงทมี่ าในคมั ภีรอ์ ภิธานปั ปทปี กิ า มีเพยี ง ๗ ชนดิ
เทา่ น้ัน แตว่ ่าในคมั ภีร์อัฏฐกถา เชน่ ที.ฐ. ๒/๗๗, สํ.ฐ. ๒/๘๑ มี ๘ ชนดิ โดย
เพ่ิมปลาตมิ ิปงิ คละซง่ึ มีล�ำตัวยาว ๔๐๐ โยชน์]
๖๗๔. ปาสาณมจฺโฉ ปาฐโี น วงโฺ ก ตุ พฬิโส ภเว
สสุ ุมาโร 78 ตุ กมุ ฺภีโล นกฺโก กมุ ฺโม ตุ กจฺฉโป.
ชลกู า ตุ จ รตตฺ ปา
๖๗๕. กกกฺ ฏโก กุฬีโร จ คณฑฺ ุปปฺ าโท มหลี ตา.
มณฑฺ โู ก ทททฺ ุโร เภโก
78 อมมฺ ณํ (สี.)
272 อภธิ านัปปทีปกิ า
๖๗๔. - ๖๗๕. แมวนำ้� ๒ : ปาสาณมจฉฺ (สหสฺสทนตฺ ), ปาฐีน
เบด็ ๒ : วงฺก, พฬิส
จระเข้ ๓ : สุสุมาร, กมุ ฺภีล, นกกฺ
เตา่ ๒ : กุมฺม, กจฺฉป
ปู ๒ : กกกฺ ฏก, กุฬีร
ปลงิ ๒ : ชลกู า, รตตฺ ปา
กบ, คางคก, เขียด ๓ : มณฺฑกู , ทททฺ ุร, เภก
ไสเ้ ดือน ๒ : คณฑฺ ุปปฺ าท, มหีลตา
๖๗๖. อถ สปิ ฺปี จ สุตฺติ’ตฺถ ี สงฺเข ตุ กมพฺ ’ุ นติ ถฺ ิยํ
ขุททฺ สงเฺ ขฺย สงฺขนโข ชลสตุ ตฺ ิ จ สมพฺ ุโก.
๖๗๗. ชลาสโย ชลาธาโร คมภฺ โี ร รหโท’ถ จ
อทุ ปาโน ปานกโู ป ขาตํ โปกฺขรณี’ตถฺ ิยํ.
๖๗๖. - ๖๗๗. หอยกาบ ๒ : สิปฺปี (สิปฺป)ิ , สตุ ตฺ ;ิ (ทวฺ ย)ํ
ศพั ท์ทัง้ ๒ อิตถฺ ี เป็นอิตถีลงิ ค์
หอยสังขใ์ หญ่ ๒ : สงฺข, กมพฺ ุ อนติ ถฺ ยิ ํ กมพฺ ุ ศพั ทเ์ ปน็ ไปใน
ปงุ ลงิ ค์และนปงุ สกลงิ ค์
หอยสังข์เลก็ ๒ : ขุททฺ สงขฺ , สงขฺ นข
หอยทาก ๒ : ชลสุตฺติ, สมฺพกุ
ทะเลสาบ ๒ : ชลาสย, ชลาธาร
คมภฺ ีโร ทะเลสาบอันลึก รหโท ชื่อวา่ รหท(ทะเลสาบลึก)
ภกู ณั ฑ์ : ปาตาลวรรค 273
บอ่ น้�ำ ๒ : อทุ ปาน, ปานกูป
[อกี นยั หน่ึง บอ่ น�้ำ ๓ : อทุ ปาน, ปาน, กูป นัยนตี้ ดั บทและแปล
ตามคมั ภีรส์ หี ฬนสิ สยะ]
สระโบกขรณี (สระนำ้� ท่มี ีรูปทรงสเี่ หลี่ยม) ๒ : ขาต,
โปกฺขรณี; (โปกขฺ รณ)ี โปกขฺ รณี ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป อติ ถฺ ยิ ํ ในอติ ถีลงิ ค์
๖๗๘. ตฬาโก จ สโร’นติ ฺถี วาปี จ สรส’ี ตฺถยิ ํ
ทโห’มพฺ ชุ ากโร จา’ถ ปลฺลลํ ขุทฺทโก สโร.
๖๗๘. สระน้ำ� , บงึ , หนอง ๖ : ตฬาก, สร, วาปี, สรส,ี ทห,
อมพฺ ชุ ากร ; (สโร) สโร ศพั ท์ อนิตถฺ ี เปน็ ปงุ ลงิ คแ์ ละนปุงสกลิงค์ (ทวฺ ย)ํ
วาปีและสรสี ศพั ท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเปน็ ไป อิตฺถยิ ํ ในอิตถีลิงค์
สโร สระน้�ำ ขุทฺทโก อนั เลก็ ปลฺลลํ ชอื่ ปลลฺ ล(สระเลก็ )
๖๗๙. อโนตตฺโต ตถา กณฺณ- มุณโฺ ฑ จ รถการโก
ฉททฺ นฺโต จ กุณาโล จ วุตตฺ า มนฺทากนิ ี’ตถฺ ิยํ.
เอเต สตตฺ มหาสรา
๖๘๐. ตถา สีหปฺปปาโตต ิ ขาตํ ตุ เทวขาตกํ.
อาหาโว ตุ นปิ านญจฺ า- สรติ า อาปคา นที
สมฺเภโท สนิ ฺธสุ งฺคโม.
๖๘๑. สวนตฺ ี นินนฺ คา สินฺธ ุ
ภาครี ถี ตุ คงฺคา’ถ
อภิธานัปปทปี กิ า 274
๖๗๙. - ๖๘๑. เอเต สระเหล่าน้ัน อิติ คือ อโนตตโฺ ต สระอโนดาต
กณณฺ มุณฺโฑ สระกัณณมณุ ฑะ รถการโก สระรถการกะ ฉททฺ นโฺ ต สระฉัททัน
ตะ กุณาโล สระกณุ าละ มนฺทากินี สระมนั ทากินี (มนทฺ ากิน)ี มนฺทากินี ศัพท์
(ปณฺฑเิ ตห)ิ อันบณั ฑิต วตุ ตฺ า กลา่ วแล้ว อติ ฺถยิ ํ ในอิตถลี งิ ค,์ สีหปฺปปาโต
สระสหี ปั ปปาตะ สตตฺ มหาสรา เปน็ สระใหญ่ ๗ สระ (สระใหญ่ทั้ง ๗ นอ้ี ยู่บน
ภูเขาหิมาลัย)
รางนำ้� (ท่ีท�ำไวใ้ หส้ ัตวด์ ืม่ กิน) ๒: อาหาว, นิปาน
บ่อน้�ำเทวดา(แอง่ นำ้� ทเ่ี กิดจากการกดั เซาะของน�ำ้ ) ๒ :
อขาต, เทวขาตก
แม่นำ้� ๖ : สวนตฺ ,ี นนิ ฺนคา, สินฺธุ, สริตา, อาปคา, นที
แมน่ �้ำคงคา ๒ : ภาครี ถี, คงคฺ า
ปากน�ำ้ ๒ : สมเฺ ภท, สินธฺ ุสงฺคม
๖๘๒. คงฺคา’จริ วตี เจว ยมนุ า สรภ7ู 9 มหี
อมิ า มหานที ปญฺจ จนฺทภาคา สรสฺสตี80.
นมฺมทาที จ นนิ นฺ คา
๖๘๓. เนรญฺชรา จ กาเวร ี ปเุ ม จนฺทนกิ า ตุ จ.
วารมิ คโฺ ค ปณาล’ี ตฺถี81
79 สว่ นมากในคัมภรี พ์ ระไตรปฎิ ก, อฏั ฐกถา และคัมภีรไ์ วยากรณ์ เช่น ณวฺ าทิโมคคฺ ลลฺ าน ใช้
เปน็ ปาฐะทีเ่ ขียนดว้ ย ภ ส�ำเภาว่า สรภู แตใ่ นคมั ภีร์สันสกฤตใช้เปน็ ย ยักษ์ วา่ สรยู ซง่ึ โดยสว่ น
มาก ย ในสนั สกฤตจะแปลงรูปเป็น ว = พ ในบาลี ดงั นัน้ จึงสามารถใช้ปาฐะวา่ สรพู ได้
80 ปนาฬี (ฏ.ี )
81 โทสโน (ส.ี )
ภกู ณั ฑ์ : ปาตาลวรรค 275
๖๘๔. ชมพฺ าลี โอลคิ ลฺโล จ คามทวฺ ารมฺหิ กาสยุ ํ
สโรรหุ ํ สตปตตฺ ํ อรวินทฺ ญจฺ วารชิ ํ.
๖๘๕. อนิตถฺ ี ปทมุ ํ ปงฺเก- รหุ ํ นลนิ โปกขฺ รํ
มุฬาลปปุ ฺผํ กมลํ ภสิ ปุปผฺ ํ กุเสสย.ํ
๖๘๒. - ๖๘๕. อมิ า (นทิโย) แม่น�ำ้ ทั้งหลายเหล่าน้ี อติ ิ คอื คงฺคา
แมน่ �ำ้ คงคา อจิรวตี แมน่ ้ำ� อจริ วดี ยมุนา แม่นำ้� ยมุนา สรภู แม่น้�ำสรภู มหี
และแมน่ ำ�้ มหี ปญจฺ มหานที เปน็ แม่นำ�้ สายใหญ่ ๕ สาย
จนทฺ ภาคา แมน่ ำ้� จนั ทภาคา สรสสฺ ตี แมน่ ำ้� สรสั สตี เนรญชฺ รา
แมน่ ้�ำเนรญั ชรา กาเวรี แม่น�ำ้ กาเวรี นมมฺ ทาที และแม่นำ�้ นัมมทา เปน็ ตน้
นนิ นฺ คา เปน็ แมน่ �ำ้ พิเศษ(แมน่ ำ้� สายตา่ งๆที่มอี ยู่ในชมพทู วปี ดว้ ยอาทิศพั ท์ รวม
เอาแม่นำ้� อื่นๆ อีกเช่น สราวตี, เวตตาวตี, คณฺฑกี, โกสกิ ,ี กรโตยา, อชฺชุน,
ปติ หร, ปาปโสยา ฯลฯ)
วาริมคโฺ ค ทางเปน็ ทไี่ หลออกแห่งน�้ำ ปนาฬิ ชือ่ วา่ ปนาฬิ(ทางน�้ำ
ไหล, คลองชลประทาน) (ปนาฬ)ิ ปนาฬิ ศัพท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป อิตถฺ ิปเุ ม
ในอิตถลี ิงคแ์ ละปงุ ลิงค์
[ในคมั ภรี ส์ หี ฬนิสสยะสมั พนั ธ์จนฺทนกิ าศัพท์เข้ากับ ปเุ ม แต่ในฎกี า
น้ีตรงกันกับคัมภีรอมรโกษ คอื อติ ถฺ ิปุเม เปน็ ศัพทบ์ อกลงิ ค์ของปนาฬศิ ัพท์
ดังนัน้ จึงสมควรถือเอาตามฎีกา เพราะว่าหลงั จากจนทฺ นิกา ศพั ท์นน้ั มี ตุ ศพั ท์
ทกี่ ลา่ วศพั ท์อนั มอี รรถอน่ื อยู่แลว้ ]
จนฺทนิกา จนฺทนิกา ศัพท์ ชมพฺ าลี ชมพฺ าลี ศพั ท์ โอลคิ ลโฺ ล และ
โอลิคลฺล ศัพท์ (วตฺตนฺต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป กาสยุ ํ ในบอ่ อันเตม็ ไปดว้ ยสิ่งปฏิกูล
คามทวฺ ารมฺหิ ที่ใกล้ประตหู มูบ่ า้ น(บอ่ น�ำ้ ครำ� , แอง่ นำ้� ครำ� ๓)
อภธิ านปั ปทีปิกา 276
ดอกบัว ๑๒ : สโรรหุ , สตปตตฺ , อรวินทฺ , วารชิ , ปทุม, ปงฺเกรหุ ,
นลิน, โปกฺขร, มุฬาลปุปฺผ, กมล, ภิสปปุ ฺผ, กเุ สสย; (ปทมุ ํ) ปทุม ศพั ท์ อนิตถฺ ี
เปน็ ปุงลิงค์และนปุงสกลงิ ค์
๖๘๖. ปุณฑฺ รีกํ สติ รํ ตฺตํ โกกนทํ โกกาสโก
กิญชฺ กโฺ ข เกสโร’นติ ฺถ ี ทณฺโฑ ตุ นาล’มุจฺจเต.
๖๘๖. สิตํ บวั ขาว ปุณฺฑรีกํ ชอื่ วา่ ปุณฑฺ รีก
รตตฺ ํ บัวแดง โกกนทํ ช่อื ว่า โกกนท โกกาสโก ชื่อว่า โกกาสก
(บัวแดง ๒ : โกกนท, โกกาสก)
เกษรดอกบัว ๒ : กิญชฺ กขฺ , เกสร; (เกสโร) เกสร ศพั ท์ อนติ ถฺ ี
เปน็ ปงุ ลิงค์และนปุงสกลิงค์
ทณโฺ ฑ กา้ นบวั (ปณฑฺ ิเตห)ิ อันบณั ฑติ อุจฺจเต ยอ่ มเรยี ก นาลํ
(อติ )ิ วา่ นาล(นาละก้านบวั )
[ในคัมภีร์อัฏฐกถาวินิจฉยั ไวว้ ่า บัวทมี่ กี ลีบดอกไมถ่ ึงร้อยหรือบัวแดง
ช่อื วา่ ปุณฑรกี ะ บัวท่มี กี ลีบดอก ๑๐๐ หรอื บวั ขาว ช่อื วา่ ปทมุ ะ ดงั มปี รากฏ
อยูใ่ นสามญั ญผลสตู รอรรถกถาดงั น้วี า่ “เอตถฺ จ เสตรตตฺ นีเลสุ ยกํ ิญจฺ ิ
อุปปฺ ลเมว, อูนสตปตตฺ ํ ปณุ ฑฺ รกี ํ, สตปตตฺ ํ ปทมุ ,ํ ปตฺตนิยมํ วา วนิ าปิ เสตํ
ปทุม,ํ รตตฺ ํ ปณฑฺ รีกนตฺ ิ อยเมตถฺ วินิจฉฺ โย” และในติกนิปาต องฺคตุ ตฺ ร-
อฏฺฐกถา ว่า “ปทมุ นตฺ ิ ปณฺฑปุ ทมุ ,ํ ปณุ ฑฺ รีกนตฺ ิ รตตฺ ปทมุ ํ” ส�ำหรับในคาถา
นี้พึงทราบว่าท่านให้ความหมายตามคัมภีร์อภิธานของสันสกฤตจึงแปลกต่างไป
จากอฏั ฐกถา]
ภกู ณั ฑ์ : ปาตาลวรรค 277
๖๘๗. ภสิ ํ มฬุ าโล’นติ ถฺ ี จ พชี โกโส ตุ กณณฺ ิกา
ปทุมาทิสมูเห ต ุ ภเว สณฑฺ ม’นิตถฺ ิย.ํ
๖๘๗. เงา่ บวั ๒ : ภิส, มุฬาล; (มุฬาโล) มุฬาล ศัพท์ อนติ ฺถี
เป็นปุงลิงค์และนปงุ สกลงิ ค์
ฝกั บวั ๒ : พชี โกส, กณฺณิกา
สณฑฺ ํ สณฺฑ ศพั ท์ ภเว ย่อมเปน็ ไป ปทมุ าทสิ มเู ห ในปา่ แห่งดอกบวั
เปน็ ต้น (ตํ สณฑฺ ํ) สณฺฑ ศพั ท์ น้นั (วตฺตติ) ย่อมเป็นไป อนิตฺถิยํ ในปุงลงิ ค์
และนปุงสกลงิ ค์
[ในวงั คสี สงั ยตุ ตฎีกา สคาถาวรรคกล่าววา่ “มฬุ าลนฺติ เสตรตฺต
ปทุมานํ มูลํ ภสิ นตฺ ิ เตสเํ ยว กนทฺ ”ํ ซง่ึ ความหมายว่า มุฬาล คอื รากบัว
ภิส คือ เงา่ บวั ]
๖๘๘. อปุ ปฺ ลํ กวุ ลยญฺจ นลี ํ ตฺวิ’นทฺ ีวรํ สิยา
เสเต ตุ กุมุทญจฺ ’สฺส กนฺโท สาลูก’มจุ จฺ เต.
๖๘๘. ดอกอบุ ล(บัวสาย, ดอกโกมทุ ) ๒ : อปุ ฺปล, กุวลย
นีลํ บัวสายอันเขียว อนิ ทฺ ีวรํ ชื่อวา่ อนิ ฺทีวร(บวั ขาบ ๒)
กุมทุ ํ กุมทุ ศพั ท์ สิยา ยอ่ มเปน็ ไป เสเต ในบัวทม่ี ีสขี าว
กนโฺ ท เหงา้ อสสฺ (ภมุ ุทสสฺ ) แห่งบัวนน้ั (ปณฺฑิเตหิ) อนั บัณฑติ
อจุ ฺจเต ย่อมเรยี ก สาลกู ํ (อติ ิ) วา่ สาลูก(เหงา้ บวั )
278 อภธิ านัปปทีปกิ า
๖๘๙. โสคนธฺ กิ ํ กลฺลหารํ ทกสตี ลกิ ’ํ ปยฺ ’ถ
เสวาโล นลี ิกา จา’ถ ภิสนิ ยฺ ’มฺพุชนิ ี ภเว.
๖๘๙. จงกลน(ี บวั ขาวชนิดหนึง่ ที่บานยามเย็น) ๓ :
โสคนฺธิก, กลฺลหาร, ทกสีตลกิ [ในบางแห่งเป็นปาฐะ “หลลกํ รตตฺ สญฺฌกํ”
แปลว่า “บัวแดงชนดิ หนึ่งทบ่ี านในยามเยน็ ”]
สาหรา่ ย ๒ : เสวาล, นีลกิ า
หนองบวั , สระบวั ๒ : ภิสินี, อมพฺ ุชินี
๖๙๐. เสวาลา ติลพีชญจฺ สงฺเข จ ปณกาทโยติ.
๖๙๐. ตลิ พชี ํ สาหรา่ ยติลพีช(สาหร่ายเลก็ ) สงฺโข สาหร่ายสังขะ
(สาหร่ายใหญ)่ ปณกาทโย ตะไคร่นำ้� เป็นต้น เสวาลา เป็นชนิดของ
สาหร่าย(สาหรา่ ย ๓ ชนดิ )
ปาตาลวคฺโค
ปาตาลวรรค
อติ ิ จบ
ภูกณฺโฑ
ภกู ัณฑ์
ทุติโย ที่ ๒
นิฏฺฐโิ ต จบ
๓.
ภูกณั ฑ์
๑. วเิ สสยาธีนวรรค
280 อภธิ านปั ปทีปิกา
๖๙๑. วิเสสยฺ าธนี สํกิณฺณา เนกตฺเถหยฺ ’พฺยเยหิ จ
สา’งโฺ ค’ปางฺเคหิ กถยฺ นเฺ ต กณฺเฑ วคฺคา อิหกกฺ มา.
๖๙๒. คุณทพพฺ กฺรยิ าสททฺ า สิยุ สพเฺ พ วิเสสนา
วเิ สสยฺ าธีนภาเวน วเิ สสยฺ สมลิงคฺ โิ น.
๖๙๑.- ๖๙๒. วคคฺ า วิเสสฺยาธนี วรรค สงั กิณณวรรค อเนกตั ถวรรค
และอัพยวรรค (มยา) อันเรา กถฺยนฺเต จักกล่าว วเิ สสยฺ าธีนสกํ ณิ ณฺ าเนกตฺเถหิ
เกี่ยวกับวิเสสนศัพท์อันสัมพันธ์กับวิเสสยศัพท์,ปกิณฺณกศัพท์และอเนกัตถศัพท์
(ศัพท์อนั มอี รรถมาก) อพยฺ เยหิ และอัพยยศพั ทท์ ัง้ หลาย สางโฺ คปางฺเคหิ
อันเปน็ ไปกบั ด้วยองค์ประกอบน้อยใหญ่ อิห กณฺเฑ ในสามัญญกัณฑ์น้ี กมา
ตามลำ� ดบั
คุณทพฺพกรฺ ยิ าสทฺทา คณุ ศัพท,์ ทพั พศพั ท์ และกริ ิยา ศัพท์
วิเสสนา อันเปน็ วเิ สสนะ สพฺเพ ทกุ ศัพท์ วเิ สสยฺ สมลงิ คฺ โิ น ย่อมมลี ิงคเ์ หมือน
กันกับลงิ ค์ของวเิ สสยะ วเิ สสยิ าธนี ภาเวน เพราะเป็นศพั ท์ท่ีมคี วามเกยี่ วข้อง
กับวเิ สสยะ สิยุ พึงเปน็
๖๙๓. โสภนํ รุจริ ํ สาธ ุ มนุญญฺ ํ จารุ สนุ ทฺ รํ
วคคฺ ุ มโนรมํ กนฺตํ หารี มญฺชุ จ เปสลํ.
มนาปํ ลทฺธกํ สภุ ํ
๖๙๔. ภทฺทํ วามญจฺ กลยฺ าณํ ปมุขา’นตุ ตฺ โร วโร.
อตุ ฺตโม ปวโร เชฏฺโฐ ปรมคฺคญฺญมตุ ฺตรํ
คามณี เสฏฺฐสตตฺ มา.
๖๙๕. มขุ ฺโย ปธานํ ปาโมกฺโข
ปณีตํ ปรมํ เสยฺโย
สามัญญกัณฑ์ : วเิ สสยาธีนวรรค 281
๖๙๖. วสิ ฏิ ฺฐา’รยิ นาเค’โก- สภคฺคา โมกฺขปงุ คฺ วา
สีห กุญชฺ รสทฺทูลา- ที ตุ สมาสคา ปเุ ม.
๖๙๓. - ๖๙๖. ดี, งาม, สวย, นา่ ชอบใจ ๑๘ : โสภน, รจุ ิร,
สาธ,ุ มนุญญฺ , จาร,ุ สุนฺทร, วคฺคุ, มโนรม, กนตฺ , หาร,ี มญฺชุ, เปสล, ภทฺท, วาม,
กลฺยาณ, มนาป, ลทธฺ ก, สุภ
ประเสรฐิ , สงู สดุ , ประธาน ๒๖ : อตุ ตฺ ม, ปวร, เชฏฺฐ, ปมขุ ,
อนุตตฺ ร, วร, มุขฺย, ปธาน, ปาโมกฺข, ปร, อคคฺ ญฺญ, อตุ ตฺ ร, ปณตี , ปรม, เสยยฺ ,
คามณี, เสฏฐฺ , สตฺตม, วิสฏิ ฐฺ , อริย, นาค, เอก, อาสภ, อคฺค, โมกฺข, ปุงฺคว
สีหกญุ ชฺ รสททฺ ลู าที ศัพทท์ งั้ หลายมสี ีห ศัพท์ กุญชฺ ร ศพั ท์ และ
สทฺทูล ศพั ท์ เปน็ ตน้ สมาสคา อนั ตงั้ อยใู่ นสมาส (เสฏฐฺ ตฺถวาจกา) ย่อมเป็น
ศพั ทท์ มี่ คี วามหมายวา่ ประเสรฐิ (วตฺตนฺติ) ย่อมเป็นไป ปุเม ในปุงลิงค์
[ในคัมภีร์อมรโกษกลา่ วว่า พยฺ คฆฺ ปงุ คฺ ว, อุสภ กุญฺชร สหี สทฺทลู และ
นาคศัพท์ เปน็ ตน้ ซ่งึ เป็นชอ่ื ของสัตวป์ ่าส่เี ท้าทัง้ หลายวา่ หากเป็นคำ� หลงั ใน
กมั มธารยสมาส ยอ่ มถกู น�ำมาใชเ้ ป็นปุงลิงคแ์ ละมอี รรถวา่ “ประเสรฐิ ” ดังมี
คาถาวา่
อุตตฺ รสมฺ ึ ปเท พยฺ คฺฆ- ปงุ คฺ โวสภกญุ ชฺ รา
สีหสททฺ ูลนาคาทฺยา ปเุ ม เสฏฐฺ ตถฺ วาจกา
อทุ าหรณว์ ่า ปุริสพยฺ คโฺ ฆ(ชาติพยคั ฆบ์ รุ ษุ ประเสริฐ) มุนิปงุ ฺคโว
(พระพุทธเจ้าผปู้ ระเสรฐิ ) เป็นต้น อาทศิ พั ทใ์ นบทว่า “สีหสทฺทลู นาคาที” นนั้
รวมเอา วราห ปณุ ฺฑรกี โธรยหฺ และ โสวีร ศัพท์ เป็นตน้ ]
282 อภธิ านปั ปทีปกิ า
๖๙๗. จิตฺต’กขฺ ิ ปตี ชิ นน มพยฺ าเสก มเสจนํ
อฏิ ฺฐํ ตุ สภุ คํ หชชฺ ํ ทยติ ํ วลลฺ ภํ ปยิ .ํ
๖๙๘. ตจุ ฉฺ ญจฺ ริตตฺ กํ สญุ ฺญํ อถา’สารญจฺ เผคคฺ ุ จ
เมชฌฺ ํ ปตู ํ ปวิตฺโต’ถ อวิรทฺโธ อปณฺณโก.
๖๙๗. - ๖๙๘. จติ ฺตกขฺ ปิ ตี ิชนนํ วัตถอุ ันยังความยินดแี ห่งจิตและ
ดวงตาใหเ้ กดิ อพฺยาเสกํ อเสจนํ ชอื่ ว่า อพฺยาเสก และ อเสจน(วัตถุอันชวน
ดูไม่ร้จู กั อิม่ ๒ : อพยฺ าเสก, อเสจน)
น่าปรารถนา, น่ายินดี ๖ : อฏิ ฺฐ, สุภค, หชฺช, ทยติ , วลฺลภ, ปิย
เปลา่ , ว่าง ๓ : ตุจฉฺ , รติ ตฺ ก, สุญฺญ
กระพ้ี ๒ : อสาร, เผคฺคุ
สะอาด, หมดจด, ไมม่ ีโทษ ๓ : เมชฺฌ, ปูต, ปวติ ฺต
ไม่ผดิ , ไมพ่ ลาด(ถกู ) ๒ : อวริ ทธฺ , อปณณฺ ก
๖๙๙. อุกฺกฏฺโฐ จ ปกฏฺโฐ’ถ นหิ โี น หนี ลามกา
ปติกฏิ ฺฐํ นิกิฏฺฐญฺจ อติ ตฺ รา’วชฺชกุจฺฉติ า.
มลีโน ตุ มลีมโส
๗๐๐. อธโม’มกคารยฺหา วิสาลํ ปุถุลํ ปุถุ.
พฺรหา มหนตฺ ํ วิปุลํ ปนี ํ ถูลญฺจ ปวี รํ
อาจิตํ นจิ ิตํ ภเว.
๗๐๑. คร’ุ รุ วิตฺถิณณฺ ’มโถ
ถลุ ลฺ ญฺจ วฐรญฺจา’ถ
สามญั ญกัณฑ์ : วเิ สสยาธนี วรรค 283
๖๙๙.- ๗๐๑. ย่งิ , สงู สุด ๒ : อุกกฺ ฏฺฐ, ปกฏฺฐ
ต�่ำช้า, เลวทราม ๑๑ : นหิ นี , หนี , ลามก, ปตกิ ิฏฐฺ , นิกฏิ ฐฺ ,
อติ ตฺ ร, อวชชฺ , กจุ ฉฺ ิต, อธม, โอมก, คารยฺห
เศรา้ หมอง, มมี ลทิน ๒ : มลนี , มลีนส
ใหญ,่ กวา้ งขวาง ๙ : พฺรหา, มหนตฺ , วปิ ุล, วสิ าล, ปุถลุ , ปุถ,ุ ครุ,
อรุ ุ, วิตฺถิณณฺ
อ้วน ๕ : ปีน, ถลู , ปวี ร, ถลุ ฺล, วฐร
สะสม, เพ่ิมพนู ๒ : อาจติ , นิจติ
๗๐๒. สพฺพํ สมตตฺ ’มขิลํ นิขลิ ํ สกลํ ตถา
นสิ เฺ สสํ กสิณา’เสสํ สมคฺคญฺจ อนนู กํ.
๗๐๓. ภรู ิ ปหตุ ํ ปจรุ ํ ภยิ โฺ ย สมพฺ หลุ ํ พหุ
เยภุยยฺ ํ พหลุ ํ จา’ถ พาหริ ํ ปริพาหริ .ํ
๗๐๒.-๗๐๓. ทั้งหมด, ทงั้ ปวง, ๑๐ : สพพฺ , สมตตฺ , อขลิ , นขิ ลิ ,
สกล, นิสฺเสส, กสิณ, อเสส, สมคคฺ , อนูนก
มาก, เพียงพอ ๘ : ภรู ,ิ ปหูต(ปภูต), ปจรุ , ภิยยฺ , สมฺพหุล, พหุ,
เยภยุ ยฺ , พหลุ
ภายนอก ๒ : พาหิร, ปริพาหริ
284 อภิธานปั ปทีปกิ า
๗๐๔. ปโรสตาที เต เยสํ ปรํ มตตฺ ํ สตาทโิ ต
ปรติ ฺตํ สุขมุ ํ ขทุ ทฺ ํ โถก’มปฺปํ กิสํ ตน.ุ
๗๐๕. จุลลฺ ํ มตเฺ ต’ตฺถยิ ํ เลส ลวา’ณูหิ กโณ ปุเม
สมปี ํ นิกฏา’สนฺโน ปกฏฐฺ า’ภยฺ าสสนฺติก.ํ
๗๐๖. อวิทรู ญจฺ สามนฺตํ สนนฺ ิกฏฐฺ ’มปุ นตฺ ิกํ
สกาสํ อนฺติกํ ญตตฺ ํ ทรู ํ ตุ วปิ ปฺ กฏฐฺ ก.ํ
๗๐๔.- ๗๐๖. มตฺตํ จำ� นวน เยสํ แหง่ ทพั พวตั ถทุ ั้งหลายเหลา่ ใด ปรํ
ทม่ี ากกว่า สตาทิโต จากสตะ(๑๐๐) เปน็ ต้น เต ทพั พวัตถทุ ้ังหลายเหลา่ นั้น
ปโรสตาที ช่ือวา่ ปโรสต(๑๐๐ กว่า) เปน็ ตน้ [อาทศิ พั ท์รวมเอา ปโรปณฺณาส
๕๐ กวา่ , ปโรสหสฺส ๑,๐๐๐ กว่า เป็นตน้ ]
เลก็ , นอ้ ย, ๑๓ : ปริตตฺ , สขุ มุ , ขทุ ทฺ , โถก, อปปฺ , กิส, ตนุ, จลุ ลฺ ,
มตฺตา, เลส, ลว, อณ,ุ กณ (มตตฺ า) มตฺตา ศพั ท์ (วตฺตติ) ย่อมเป็นไป อิตถฺ ิยํ
ในอิตถีลิงค์ กโณ กณ ศัพท์ เลสลวาณุหิ และ เลส ลวและอณุ ศพั ท์
(วตฺตนตฺ )ิ ย่อมเป็นไป ปุเม ในปงุ ลิงค์
ใกล,้ ความใกล้ ๑๓ : สมปี , นิกฏ, อาสนนฺ , อุปกฏฺฐ, อภยฺ าส,
สนตฺ ิก, อวิทูร, สามนฺต, สนฺนิกฏฺฐ, อปุ นฺติก, สกาส, อนตฺ กิ , ญตฺต
ไกล, ความไกล ๒ : ทูร, วิปฺปกฏฐฺ (วิปฺปกฏฐฺ ก)
สามญั ญกณั ฑ์ : วิเสสยาธนี วรรค 285
๗๐๗. นิรนตฺ รํ ฆนํ สนทฺ ํ วิรฬํ เปลวํ ตนุ
อถ’า ยตํ ทฆี ’มโถ นติ ฺตลํ วฏฏฺ วฏฺฏลุ ํ.
๗๐๘. อุจฺโจ ตุ อนุ ฺนโต ตงุ โฺ ค อทุ คฺโค เจว อจุ ฺฉิโต
นีโจ รสโฺ ส วามโน’ถ อชิมฺโห ปคโุ ณ อชุ ุ.
๗๐๙. อฬารํ เวลลฺ ติ ํ วงกฺ ํ กุฏิลํ ชิมหฺ กญุ จฺ ติ ํ
ธโุ ว จ สสสฺ โต นจิ ฺโจ สทาตนสนนตฺ นา.
๗๐๗. - ๗๐๙. ไม่ขาดช่วง, ไมม่ รี ะหวา่ งค่ัน, ตอ่ เน่อื ง ๓ :
นิรนตฺ ร, ฆน, สนฺท
ห่างกัน ๓ : วิรฬ, เปลว, ตนุ
ยาว, ความยาว ๒ : อายต, ทฆี
กลม ๓ : นิตฺตล, วฏฏฺ , วฏฏฺ ลุ
สงู , ความสูง ๕ : อจุ จฺ , อนุ นฺ ต, ตงุ คฺ , อทุ คคฺ , อจุ ฉฺ ติ
ตำ่� , เตยี้ , สนั้ ๓ : นจี , รสฺส, วามน
ตรง, ความตรง ๓ : อชิมหฺ , ปคณุ , อุชุ
คด, งอ ๖ : อฬาร, เวลฺลิต, วงฺก, กฏุ ลิ , ชมิ ฺห, กุญฺจิต
แน่แท้, แน่นอน, ม่นั คง, เทย่ี ง ๕ : ธวุ , สสสฺ ต, นิจจฺ , สทาตน,
สนนฺตน
286 อภิธานัปปทปี ิกา
๗๑๐. กูฏฏโฺ ฐ เตวฺ ’กรเู ปน กาลพยฺ าปี ปกาสโิ ต
ลหุ สลลฺ หุกํ จา’ถ สงฺขฺยาตํ คณิตํ มิตํ.
๗๑๐. กาลพยฺ าปี นพิ พานและอากาศ เปน็ ต้น อันแผไ่ ปตลอดกาล
เอกรเู ปน โดยสภาพอยา่ งเดยี ว (ปณฺฑเิ ตห)ิ อนั บณั ฑติ ปกาสโิ ต แสดงแลว้
กฏู ฏโฺ ฐ (อิต)ิ วา่ กฏู ฏฺฐ
เบา, ไมห่ นัก ๒ : ลหุ, สลลฺ หกุ
ถูกนบั , สง่ิ ทถี่ ูกนับ ๓ : สงขฺ ยฺ าต, คณิต, มิต
๗๑๑. ติณฺหํ ตุ ติขณิ ํ ตพิ ฺพํ จณฑฺ ํ อุคฺคํ ขรํ ภเว
ชงฺคมญจฺ จรญเฺ จว ตสํ เญยฺยํ จราจร.ํ
๗๑๒. กมฺปนํ จลนํ จา’ถ อตริ ิตฺโต ตถา’ธิโก
ถาวโร ชงฺคมา อญฺโญ โลลํ ตุ จญฺจลํ จล.ํ
๗๑๓. ตรลญฺจ ปุราโณ ตุ ปุราตนสนนฺตนา
จิรนฺตโน’ถ ปจจฺ คโฺ ฆ นูตโน’ภินโว นโว.
๗๑๑. - ๗๑๓. คม, กล้า, รุนแรง ๓ : ติณฺห, ตขิ ณิ , ตพิ พฺ
ดุ, ร้าย, หยาบ, กระดา้ ง ๓ : จณฑฺ , อคุ ฺค, ขร
[ในคมั ภีร์สหี ฬนสิ สยะแปลบททัง้ ๖ เปน็ โดยความเปน็ ไวพจนก์ ัน]
วตั ถทุ ใ่ี หเ้ คลอ่ื นท่ีได้(มีเงินทองเป็นต้น) ๔ : ชงฺคม, จร, ตส,
จราจร; (จตกุ กฺ )ํ ทั้ง ๔ ศพั ท์นี้ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบณั ฑติ เญยยฺ ํ พึงทราบว่ามี
อรรถเหมอื นกนั
ความหว่นั ไหว, ปสัน่ สะเทอื น ๒ : กมฺปน, จลน
สามัญญกณั ฑ์ : วเิ สสยาธนี วรรค 287
เกิน, เหลอื เฟือ ๒ : อตริ ติ ฺต, อธิก
อญโฺ ญ วัตถุอนื่ ชงฺคมา จากชงฺคมวัตถุ ถาวโร ชอื่ วา่ ถาวร(วัตถทุ ี่
ให้เคล่อื นทไ่ี มไ่ ด้, ถาวรวตั ถุ)
กลง้ิ , โคลง, ไหว, ไม่คงที่ ๔ : โลล, จญจฺ ล, จล,ตรล
เกา่ , โบราณ ๔ : ปรุ าณ, ปรุ าตน, สนนฺตน(สนาตน), จริ นฺตน
ใหม่ ๔ : ปจจฺ คฆฺ , นูตน, อภนิ ว, นว
๗๑๔. กุรูรํ กฐนิ ํ ทฬฺหํ นิฏฺฐุรํ กกขฺ ฬํ ภเว
อนิตถฺ ยฺ ’นโฺ ต ปรยิ นโฺ ต ปนฺโต จ ปจฺฉมิ ’นตฺ มิ า.
๗๑๕. ชฆิ ญฺญํ จรมิ ํ ปพุ พฺ ํ ตวฺ ’คคฺ ํ ปฐม มาทิ โส
ปติรโู ป นจุ ฉฺ วิกํ อถ โมฆํ นริ ตฺถก.ํ
๗๑๔ - ๗๑๕. หยาบ, กระด้าง, แขง็ ๕ : กรุ รู (กรูร), กฐิน,
ทฬฺห, นิฏฐฺ ุร, กกขฺ ฬ(กกฺกส)
ที่สดุ , สุดทา้ ย, บั้นปลาย ๗ : อนตฺ , ปรยิ นฺต, ปนตฺ , ปจฺฉิม,
อนตฺ ิม, ชฆิ ญฺญ, จริม; (อนฺโต) อนตฺ ศพั ท์ อนิตถฺ ี เปน็ ปงุ ลงิ ค์และนปุงสกลิงค์
เบอื้ งแรก, เบอ้ื งตน้ , กอ่ น, ข้างหนา้ ๔ : ปพุ ฺพ, อคฺค, ปฐม,
อาทิ ; (อาท)ิ อาทิ ศพั ท์ โส เป็นปงุ ลงิ ค์
สมควร, ถูกต้อง, เหมาะสม ๒ : ปตริ ปู , อนจุ ฺฉวิก
ไม่มปี ระโยชน์, เปล่า ๒ : โมฆ, นิรตถฺ ก
288 อภธิ านปั ปทีปกิ า
๗๑๖. พยฺ ตฺตํ ปุฏญจฺ มุทุ ต ุ สกุ มุ ารญจฺ โกมลํ
ปจฺจกฺขํ อินฺทฺรยิ คคฺ ยฺหํ อปจจฺ กขฺ ํ อตนิ ฺทฺริยํ.
๗๑๖. ปรากฏชัด , แจม่ แจง้ ๒ : พฺยตฺต, ปฏุ
ออ่ น, ละเอยี ด ๓ : มทุ ,ุ สกุ ุมาร, โกมล
อินทฺ ฺรยิ คฺคยหฺ ํ ส่ิงทีไ่ ดส้ ัมผัสโดยตรงด้วยอินทรีย์ ๕ ของตน ปจฺจกฺขํ
ชื่อวา่ ปจจฺ กขฺ (สง่ิ ทเี่ หน็ มากบั ตา เป็นต้น) อตินทฺ รยิ ํ สง่ิ ทีไ่ ม่ได้สมั ผัสด้วย
อินทรยี ์ ๕ ของตน อปจจฺ กขฺ ํ ชอ่ื ว่า อปจฺจกฺข(สิ่งทีม่ ิได้ประจกั ษด์ ว้ ยตนเอง)
๗๑๗. อติ รา’ญญฺ ตโร เอโก อญโฺ ญ พหวุ โิ ธ ตุ จ
นานารโู ป จ วิวโิ ธ อพาธํ ตุ นริ คคฺ ล.ํ
๗๑๘. อเถ’กากี จ เอกจโฺ จ เอโก จ เอกโก สมา
สาธารณญจฺ สามญญฺ ํ สมฺพาโธ ตุ จ สกํ ฏ.ํ
๗๑๙. วามํ กเฬวรํ สพฺยํ อปสพยฺ ํ ตุ ทกฺขิณํ
ปฏกิ ลู ํ ตวฺ ’ปสพฺยํ คหนํ กลลิ ํ สมา.
๗๑๗. - ๗๑๙. อ่นื , นอกนี้ ๔ : อิตร, อญฺญตร, เอก, อญฺญ
มากมาย, ประการตา่ งๆ ๓ : พหวุ ธิ , นานารูป, วิวิธ
ไมข่ ัดขอ้ ง, ราบรน่ื , ไรส้ งิ่ กีดขวาง ๒ : อพาธ, นริ คฺคฬ
ผเู้ ดยี ว, ลำ� พงั ๔ : เอกากี, เอกจจฺ , เอก, เอกก
ทวั่ ไป, สามัญ ๒ : สาธารณ, สามญฺญ
คับแคบ ๒ : สมฺพาธ, สกํ ฏ
กเฬวรํ ร่างกาย วามํ ขา้ งซา้ ย สพยฺ ํ ชื่อวา่ สพยฺ
สามัญญกัณฑ์ : วิเสสยาธีนวรรค 289
กเฬวรํ รา่ งกาย ทกขฺ ิณํ ขา้ งขวา อปสพฺยํ ช่อื ว่า อปสพฺย
กลบั กนั , ตรงขา้ ม ๒ : ปฏกิ ลู , อปสพยฺ
รก, ทบึ , ยากลำ� บาก ๒ : คหน, กลลิ
๗๒๐. อุจฺจาวจํ พหเุ ภทํ สํกิณฺณา’ กิณฺณสกํ ลุ า
กตหตฺโถ จ กสุ โล ปวณี า’ภิญญฺ สิกฺขติ า.
๗๒๑. นิปุโณ จ ปฏุ เฉโก จาตุโร ทกฺขเปสลา
พาโล ทตฺตุ ชโล มฬู ฺโห มนโฺ ท วญิ ญฺ ู จ พาลโิ ส.
๗๒๐. - ๗๒๑. หลากหลาย, มากมาย ๒ : อจุ ฺจาวจ, พหุเภท
เกล่อื นกล่น, เรี่ยราย ๓ : สํกณิ ณฺ , อากิณฺณ, สํกลุ
[ในคัมภีรส์ ีหฬนสิ สยะแปลบททัง้ ๕ เป็นไวพจน์กัน]
ผฉู้ ลาด, ผูม้ ฝี ีมือ, ผูช้ ำ� นาญ ๑๑ : กตหตฺถ, กุสล, ปวณี ,
อภิญฺญ, สกิ ฺขติ , นปิ ณุ , ปฏุ, เฉก, จาตุร, ทกขฺ , เปสล
ผ้โู ง่, ผเู้ ขลา ๗ : พาล, ทตฺตุ, ชฬ, มฬู หฺ , มนฺท, อวญิ ฺญ,ู พาลสิ
๗๒๒. ปุญฺญวา สกุ ตี ธญโฺ ญ มหสุ ฺสาโห มหาธิติ
มหาตณฺโห มหจิ ฺโฉ’ถ หทยี หทยาลุ จ.
ทุมมฺ โน วมิ โน’ปฺย’ถ
๗๒๓. สมุ โน หฏฺฐจิตฺโต’ถ ทานโสณฺโฑ พหปุ ปฺ โท.
วทานิโย วทญญฺ ู จ ภิญญฺ าโต ปถิโต สุโต
ปสทิ โฺ ธ ปากโฏ ภเว.
๗๒๔. ขฺยาโต ปตีโต ปญฺญาโต
วสิ สฺ โุ ต วทิ โิ ต เจว
290 อภิธานัปปทปี กิ า
๗๒๕. อิสสฺ โร นายโก สามี ปตี’สา’ธปิ ตี ปภู
อยฺยา’ธปิ า’ธภิ ู เนตา อพิ ฺโภ ตวฺ ’ฑฺโฒ ตถา ธน.ี
๗๒๒. - ๗๒๕. ผมู้ ีบญุ (ผโู้ ชคด)ี ๓ : ปญุ ฺญวนฺตุ, สุกต,ี ธญญฺ
ผู้มีความเพียรมาก ๒ : มหสุ ฺสาห, มหาธิติ
ผโู้ ลภมาก ๒ : มหาตณฺห, มหจิ ฺฉ
ผ้ใู จดี ๒ : หทย,ี หทยาลุ
ผดู้ ใี จ ๒ : สุมน, หฏฺฐจติ ฺต
ผู้เสยี ใจ ๒ : ทุมฺมน, วิมน
ผมู้ ใี จโอบอ้อมอารี, ผ้มู ีน�ำ้ ใจ ๔ : วทานยี , วทญฺญ,ู ทานโสณฑฺ ,
พหปุ ปฺ ท
ผมู้ ชี อ่ื เสยี ง ๑๐ : ขยฺ าต, ปตตี , ปญญฺ าต, อภิญญฺ าต, ปถติ , สุต,
วสิ ฺสุต, วทิ ติ , ปสิทธฺ , ปากฏ
ผู้เป็นใหญ,่ เจ้านาย, ผูน้ ำ� ๑๑ : อิสสฺ ร, นายก, สามี, ปติ, อีส,
อธปิ ติ, ปภ,ู อยยฺ , อธปิ , อธภิ ,ู เนตุ
ผู้มง่ั คั่ง, ผู้ร่ำ� รวย ๓ : อพิ ภฺ , อฑฒฺ , ธนี
๗๒๖. ทานารโห ทกฺขเิ ณยโฺ ย สนิ ทิ ฺโธ ตุ จ วจฉฺ โล
ปริกฺขโก การณิโก อาสตโฺ ต ตุ จ ตปปฺ โร.
สรู โต อุสสฺ โุ ก ตุ จ
๗๒๗. การณุ โิ ก ทยาลุป ิ ทฆี สุตโฺ ต จริ กฺรโิ ย.
อิฏฺฐตฺเถ อยุ ยฺ ตุ โฺ ต จ’าถ
สามญั ญกณั ฑ์ : วิเสสยาธนี วรรค 291
๗๒๖. - ๗๒๗. ทกั ขเิ ณยยบคุ คล, ผูค้ วรรบั ทาน ๒ :
ทานารห, ทกฺขเิ ณยฺย
ผู้รกั ใคร,่ ผูน้ ุม่ นวล ๒ : สนิ ทิ ฺธ, วจฺฉล
ผสู้ ขุ มุ รอบคอบ ๒ : ปรกิ ฺขก, การณกิ
ผใู้ ส่ใจ ๒ : อาสตฺต, ตปฺปร
ผเู้ อ็นดู ๓ : การณุ ิก, ทยาลุ, สรู ต
อยุ ยฺ ตุ โฺ ต บคุ คลผ้พู ยายาม อฏิ ฐฺ ตเฺ ถ ในสง่ิ ที่อันตนปรารถนา
อสุ ฺสุโก ชอ่ื วา่ อสุ สฺ กุ (ผู้ขวนขวาย, ผูข้ มักเขม้น, ผมู้ ีความเพียร)
ผู้เฉื่อยชา, ผู้ชักช้า, ผู้ผลดั วนั ประกันพรุง่ ๒ : ทฆี สตุ ฺต,
จิรกรฺ ิย
๗๒๘. ปราธโี น ปรายตฺโต อายตฺโต ตุ จ สนตฺ โก
ปรคิ คฺ โห อธโี น จ สจฉฺ นโฺ ท ตุ จ เสรนิ .ิ
๗๒๙. อนิสมมฺ การี ชมโฺ ม อติตณโฺ ห ตุ โลลโุ ป
คิทโฺ ธ ตุ ลุทโฺ ธ โลโล ถ กณุ โฺ ฐ มนโฺ ท กฺรยิ าสุ ห.ิ
๗๒๘. - ๗๒๙. ผอู้ าศยั คนอน่ื (ผทู้ ่เี ก่ยี วขอ้ งกบั ผูอ้ ื่น) ๒ :
ปราธีน, ปรายตฺต
ทรัพยส์ นิ , สงิ่ ทบี่ คุ คลครอบครอง ๔ : อายตตฺ , สนตฺ ก,
ปริคคฺ ห, อธีน
สจฺฉนฺโท สจฺฉนทฺ ศัพท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเป็นไป เสรนิ ิ ในบุคคลผ้เู ปน็
อยู่ตามความปรารถนาของตนเอง(ผอู้ ยู่อย่างอสิ ระ, ผู้อสิ ระ ๒ : สจฺฉนทฺ , เสร)ี
ผ้เู ผลอเรอ ๒ : อนสิ มมฺ การี, ชมฺม
292 อภธิ านัปปทปี ิกา
ผู้มกั ใหญ่ไฝส่ ูง, ผทู้ ะเยอทะยาน ๒ : อติตณฺห, โลลุปปฺ
ผคู้ ลัง่ ไคล,้ ผ้ลู ะโมบ ๓ : คทิ ฺธ, ลทุ ฺธ, โลล
มนฺโท บคุ คลผูเ้ ชอ่ื งช้า กฺรยิ าสุ ในทกุ การกระท�ำ กุณโฺ ฐ ช่ือว่า กุณฺฐ
(ผู้เกยี จครา้ น, ผู้เช่อื งช้า)
๗๓๐. กามยิตา ตุ กมิตา กามโน กามิ กามโุ ก
โสณโฺ ฑ มตฺโต วิเธยฺโย ต ุ อสฺสโว สุพฺพโจ สมา.
๗๓๑. ปคพโฺ ภ ปฏิภายตุ โฺ ต ภสี ีโล ภรี ุ ภรี ุโก
อธโี ร กาตโร จาถ หสึ าสโี ล จ ฆาตุโก.
๗๓๒. โกธโน โรสโน 82 โกป ี จณโฺ ฑ ต’ฺ วจจฺ นตฺ โกธโน
สหโน ขมโน ขนตฺ า ติติกฺขวา จ ขนฺตมิ า.
๗๓๐. - ๗๓๒. ผตู้ ้องการ ๕ : กามยิตุ, กมติ ,ุ กามน, กาม,ี กามกุ
ผ้มู ัวเมา ๒ : โสณฑฺ , มตตฺ
ผู้ว่างา่ ย, ผู้เชื่อฟงั ๓ : วเิ ธยฺย, ปฏภิ ายุตฺต
ผกู้ ลัว, ผูข้ ้ีขลาด ๓ : ภีสลี , ภีร,ุ ภีรกุ
ผไู้ มแ่ น่ใจ, ผ้ลู ังเล ๒ : อธรี , กาตร
ผู้เบียดเบียน, ผฆู้ ่า ๒ : หึสาสลี , ฆาตกุ
ผู้มักโกรธ ๓ : โกธน,โทสน, โกปี
ผู้โหดเห้ยี ม, ผดู้ รุ ้าย, ผู้มีโทสะมาก ๒ : จณฑฺ , อจฺจนฺตโกธน
ผู้มีความอดทนสงู ๕ : สหน, ขมน,ขนตฺ ุ, ติตกิ ฺขวนฺตุ, ขนฺตมิ นฺตุ
82 ลชฺชาลุ ตุ จ ลชฺชวา (ก.)
สามญั ญกัณฑ์ : วเิ สสยาธนี วรรค 293
๗๓๓. สทฺธายุตฺโต ตุ สทฺธาลุ ลชชฺ าลุ ตุ จ ลชชฺ วา
นิทฺทาลุ นทิ ฺทาสโี ล’ถ ภสสฺ โร ภาสุโร ภเว.
๗๓๔. นคฺโค ทิคมฺพโร’วตโฺ ถ ฆสมฺ โร ตุ จ ภกขฺ โก
เอฬมโู ค ตุ วตฺตุญฺจ โสตุ จา’กุสโล ภเว.
๗๓๓. - ๗๓๔. ผมู้ ีศรัทธา, ผู้เชอื่ ม่นั ๒ : สทธฺ ายตุ ฺต, สทธฺ าลุ
ผมู้ ธี ง ๒ : ธชวนฺตุ, ธชาลุ
[อกี นัยหนงึ่ ในคัมภีร์อมรโกษ ใช้เป็นปาฐะวา่ “สทฺธายตุ ฺโต ตุ
สทธฺ าลุ ธชชฺ วา ตุ จ ลชชฺ วา” นกั ศึกษาจะพงึ จดจ�ำอยา่ งไรก็ได้]
ผู้มคี วามละอาย ๒ : ลชฺชาวนตฺ ,ุ ลชฺชาลุ
ผูช้ อบนอน ๒ : นทิ ฺทาลุ, นิททฺ าสีล
ผู้มีค�ำพดู มาก, ๒ : ภสฺสร, ภาสรุ 83
ผไู้ มน่ ุ่งผ้า, คนเปลอื ย, ชเี ปลอื ย ๓ : นคคฺ , ทิคมพฺ ร, อวตถฺ
ผู้ตะกละในอาหาร ๒ : ฆสฺมร, ภกฺขก
อกสุ โล ผู้ท่ีไมฉ่ ลาด วตฺตุ เพ่ือกล่าว โสตญุ ฺจ และเพอ่ื ฟัง เอฬมูโค
ชอื่ ว่า เอฬมคู (ผูท้ ั้งใบ้ทั้งหนวก)
๗๓๕. มุขโร ทุมมฺ ขุ า’พทฺธ- มขุ า จาปฺปยิ วาทินิ
วาจาโล พหุคารยฺห- วโจ วตฺตา ตุ โส วโท.
วมิ ฺหโย’จฺฉริย’พฺภุโต
๗๓๖. นโิ ช สโก อตตฺ นิโย อาตตายี วธทุ ฺยโต.
วิหตฺโถ พยฺ ากุโล จาถ
83 อีกนยั หนึ่ง แปลว่า “สง่ิ ทส่ี วา่ งสดใส”
294 อภธิ านัปปทปี กิ า
๗๓๕. - ๗๓๖. ผูป้ ากกลา้ , คนปากจัด ๓ : มุขร, ทมุ มฺ ุข,
อพทฺธมขุ ; อิเม (สทฺทา) ศพั ทท์ ั้งหลายเหลา่ นี้ (วตฺตนฺติ) ยอ่ มเปน็ ไป
อปฺปิยวาทนิ ิ ในบคุ คลผู้มปี กตกิ ล่าวซึ่งคำ� พดู อันไมน่ ่ารกั
พหคุ ารยหฺ วโจ บุคคลผู้กล่าวซงึ่ คำ� อนั นา่ ตเิ ตียนเป็นอนั มาก วาจาโล
ชือ่ ว่า วาจาละ(ผู้ไม่ส�ำรวมในคำ� พดู , ผู้พดู เหลวไหล, คนพดู พลอ่ ย) 84
ผู้กล่าว ๒ : วตฺตุ, วท
[บทว่า “โส” เป็นปาทปรู ณะใส่เพอื่ ใหเ้ ต็มบาทคาถาเทา่ นัน้ ]
ผู้เนอื่ งดว้ ยตน, ผู้เปน็ ตวั ของตัวเอง ๓ : นิช, สก, อตตฺ นิย
นา่ อศั จรรย์ ๓ : วมิ ฺหย, อจฺฉริย, อพภฺ ตุ
ผู้ซึมเศร้า ๒ : วิหตถฺ , พฺยากุล
ผู้พยายามฆา่ , คนรา้ ย ๒ : อาตตาย,ี วธุทยฺ ต
๗๓๗. สีสจฺเฉชชฺ มหฺ ิ วชโฺ ฌ’ถ นิกโต จ สโฐ’นชุ ุ
สูจโก ปสิ โุ ณ กณฺเณ ชโป ธุตโฺ ต ตุ วญฺจโก.
๗๓๘. อนสิ มมฺ หิ โย กิจฺจํ ปรุ โิ ส วธพนธฺ นาทิ’มาจรติ
อวินจิ ฺฉติ การิตตฺ า โส ขลุ จปโลติ วิญฺเญยฺโย.
๗๓๗. - ๗๓๘. วชฺโฌ วชฌฺ ศพั ท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป
สีสจเฺ ฉชชฺ มฺหิ ในบคุ คลผู้สมควรถกู ตดั ศีรษะ
ผ้ไู มน่ ่าเชือ่ ถือ, ผู้โกง ๓ : นกิ ต, สฐ, อนุชุ
ผูส้ ่อเสียด ๓ : สูจก, ปิสุณ, กณฺเณชป
84 ในกรณีท่ีเป็นปาฐะว่า “วาจาโล พหุทรยฺหวเจ” จะต้องแปลว่า วาจาโล วาจาล ศัพท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป
พหคุ ารยหฺ วเจ ในผ้ทู กี่ ล่าวค�ำอันนา่ ติเตยี นเปน็ อย่างมาก
สามัญญกัณฑ์ : วเิ สสยาธีนวรรค 295
ผูล้ ่อลวง ๒ : ธุตฺต, วญจฺ ก
โย ปุริโส บุรษุ ใด อนสิ ฺสมมฺ ไมใ่ ครค่ รวญแลว้ อาจรติ ย่อมประพฤติ
กจิ ฺจํ ซง่ึ หนา้ ที่ วธพนธฺ ะนาทึ มีการฆ่าและการจองจำ� เป็นต้น โส บุรุษนนั้
(ปณฺฑิเตหิ) อันบณั ฑิต วญิ ฺเญยโฺ ย พึงทราบ จปโลติ ว่า จปล(ลงมอื ท�ำโดยไม่
ไตร่ตรองกอ่ น) ขลุ แนแ่ ท้ อวนิ ิจฺฉติ การติ ฺตา เพราะความเป็นผมู้ ปี กติไม่
ใครค่ รวญก่อนแลว้ กระท�ำซ่ึงกรรม
[คาถาท่ี ๗๓๘ เป็นอริยคาถา หิ เปน็ ปาทปูรณะ และเป็นคาถาท่ี
แสดงลักษณะของคนพาล]
๗๓๙. ขุทโฺ ท กทริโย ถทธฺ - มจฺฉรี กปโณ’ปยฺ ’ถ
อกญิ จฺ โน ทลทิ ฺโท จ ทโี น นิทธฺ นทคุ คฺ ตา.
๗๔๐. อสมฺภาวิตสมฺปตฺตํ กากตาลิย’มจุ ฺจเต
อถ ยาจนโก อตถฺ ี ยาจโก จ วนิพพฺ โก.
๗๓๙. - ๗๔๐. ผู้ตระหน่ี ๔ : ขทุ ทฺ , กทรยิ , ถทฺธมจฺฉรี, กปณ
ผูต้ กยาก, คนจน ๕ : อกิญฺจน, ทลทิ ฺท, ทีน, นทิ ฺธน, ทุคฺคต
อสมฺภาวติ สมปฺ ตฺตํ กรรมอันมาถึงโดยไม่ไดค้ าดคิดมาก่อน
(ปณฺฑเิ ตห)ิ อนั บณั ฑิต อุจจฺ เต ย่อมกลา่ ว กากตาลยี ํ (อิต)ิ ว่า กากตาลยี
(กรรมอันไม่คาดคิดว่าจะมาถึงก็มาถึง,กรรมอันเช่นกับการบินขึ้นไปของกาและ
การหลน่ ของลกู ตาล, กรรมทเ่ี กิดขน้ึ โดยบังเอญิ )
คนขอทาน ๔ : ยาจนก, อตฺถี, ยาจก, วนพิ ฺพก
[บางคมั ภรี ก์ ลา่ วว่า วนิพฺพก กับ ยาจก มคี วามแตกตา่ งกัน วนพิ ฺพก
แปลว่า ผู้ขอทสี่ รรเสริญคุณ ส่วน ยาจก แปลวา่ ผูข้ อ ดังมปี รากฎอยู่ใน
296 อภธิ านัปปทปี กิ า
กฏู ทนตฺ สุตฺตอฏฐฺ กถา อรรถกถาและอิติวตุ ฺตกอฏฺฐกถา ว่า “วนิพฺพกาติ เย
อฏิ ฺฐํ ทนิ นฺ ํ กนตฺ ํ มนาปํ กาเลน อนวชชฺ ํ ทนิ นฺ ,ํ ททํ จิตตฺ ํ ปสาเทยยฺ , คจฉฺ โต
ภวํ พฺรหฺมโลกนตฺ ิ อาทนิ า นเยน ทานสฺส วณณฺ ํ โถมยมานา วิจรนตฺ ”ิ และใน
คัมภีรฎ์ ีกาของคมั ภีร์ทั้งสองนั้นว่า “วนิพฺพกาติ ทายกานํ คุณกติ ตฺ วเสน
กมมฺ ผลกติ ฺตนมุเขน จ ยาจกา, เสยยฺ ถาปิ นคฺคจริยาทโย”]
๗๔๑. อณฺฑชา ปกฺขิสปฺปาที นราที ตุ ชลาพชุ า
เสทชา กมิ ฑิ ํสาที เทวาที โตวฺ ’ ปปาติกา.
๗๔๑. ปกฺขิสปฺปาที สัตวท์ ั้งหลายมนี กและงู เป็นต้น อณฺฑชา ช่อื วา่
อณฺฑช(สัตว์ทเ่ี กดิ ในไข่) นราที สัตวท์ ้งั หลายมมี นษุ ย์ เปน็ ตน้ ชลาพชุ า ชอ่ื วา่
ชลาพชุ ะ(สัตวผ์ เู้ กิดในมดลูก) กิมิฑํสาที สตั วท์ ้ังหลายมหี นอนและเหลือบ
เป็นตน้ เสทชา ชอื่ ว่า เสทช(สตั ว์ที่เกิดในเหง่อื ไคลและน้ำ� เน่า) เทวาที สัตวท์ ้ัง
หลายมีเทวดา เป็นต้น โอปปาติกา ช่ือวา่ โอปปาตกิ (สัตว์ทเ่ี กิดมาโดยมีอวัยวะ
สมบรู ณเ์ สมอื นลอยมาเกิด)
๗๔๒. ชณฺณุตคโฺ ฆ ชณฺณมุ ตโฺ ต กปโฺ ป ตุ กิญจฺ ทิ ูนเก
อนฺตคฺคตํ ตุ ปริยา- ปนฺน’มนฺโตคโธ’คธา.
๗๔๓. ราธโิ ต สาธิโต จ’าถ นปิ ฺปกกฺ ํ กถุ ิตํ ภเว
อาปนฺโน ตฺวา’ปทปปฺ ตโฺ ต ววิ โส ตวฺ วโส ภเว.
๗๔๒. - ๗๔๓. นำ�้ ลึกประมาณเขา่ ๒ : ชณณฺ ตุ คฆฺ , ชณณฺ มุ ตตฺ
กปฺโป กปปฺ ศัพท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเป็นไป กญิ ฺจิทนู เก ในน�้ำเป็นตน้ ท่ี
สามัญญกัณฑ์ : วเิ สสยาธนี วรรค
อยใู่ นระดับต�่ำกว่าเขา่
นับเนอื่ ง, นับเข้า, รวมเขา้ ๔ : อนตฺ คฺคต(อนฺโตคต), ปรยิ า
ปนฺน, อนฺโตคธ, โอคธ
ที่ถูกทำ� ให้ส�ำเรจ็ แลว้ ๒ : ราธิต, สาธิต
ท่ีร้อนแลว้ , ทสี่ ุกเดอื ดแล้ว, สุกแลว้ ๒ : นิปฺปกกฺ , กุถติ
ผู้ท่ีไดร้ บั ภยั , ผถู้ งึ ความวบิ ัติ ๒ : อาปนนฺ , อาปทปฺปตตฺ
ผู้มีจติ ระสำ่� ระสายในตอนใกลต้ าย ๒ : ววิ ส, อวส
๗๔๔. นุนฺโน นตุ ฺตา’ตตฺ ขติ ตฺ า เจ’ ริตา วทิ ฺธา’ถ กมฺปิโต
ธูโต อาธูตจลิตา นิสติ ํ ตุ จ เตชิต.ํ
๗๔๕. ปตฺตพฺพํ คมฺม’มาปชฺชํ ปกกฺ ํ ปรณิ ตํ สมา
เวฐติ ํ ตุ วลยติ ํ รุทธฺ ํ สวํ ตุ ’มาวตุ .ํ
๗๔๖. ปรกิ ฺขติ ฺตญฺจ นวิ ตุ ํ วิสฏํ วติ ถฺ ตํ ตตํ
ลติ โฺ ต ตุ ทิทโฺ ธ คฬู ฺโห ตุ คตุ โฺ ต ปฏุ ฺโฐ ตุ โปสิโต.
๗๔๔. - ๗๔๖. ยิง, พุง่ , ซัด ๖ : นนุ ฺน(นณุ ณฺ ), นุตตฺ , อตตฺ , ขติ ตฺ ,
อีริต, อาวิทธฺ
หวัน่ ไหว, สนั่ , สะเทือน ๔ : กมปฺ ิต, ธูต, อาธตู , จลติ
ลบั (ทำ� ใหค้ ม) ๒ : นิสติ , เตชิต
พึงถึง ๓ : ปตตฺ พฺพ, คมมฺ , อาสชฺช
แก,่ สกุ ๒ : ปกกฺ , ปริณต
298 อภธิ านัปปทปี ิกา
โพก, พัน ๒ : เวฐติ วลยิต
ก้ัน, ลอ้ ม ๕ : รุทธฺ , สํวุต, อาวตุ , ปรกิ ฺขิตตฺ , นวิ ุต
แผ่ไป, กวา้ งขวาง ๓ : วิสฏ, วติ ถฺ ต, ตต
ทา, ไล้ ๒ : ลิตตฺ , ทิทฺธ
ปกปดิ , ซ่อน ๒ : คฬุ ฺห, คตุ ตฺ
เลีย้ งดู ๒ : ปฏุ ฺฐ, โปสิต
๗๔๗. ลชชฺ ิโต หฬี โิ ต จ’าถ สนิตํ ธนติ ํ’ปยฺ ’ถ
สนทฺ านิโต สิโต พทโฺ ธ กลี ิโต สํยโต ภเว.
๗๔๘. สทิ เฺ ธ นิปผฺ นฺนนพิ ฺพตฺตา ทาริเต ภนิ นฺ เภทิตา
ฉนโฺ น ตุ ฉาทิเต จ’าถ วิทฺเธ ฉทิ ทฺ ิตเวธติ า.
๗๔๗. - ๗๔๘. ละอาย ๒ : ลชฺชิต, หฬี ิต(หีรติ )
สง่ เสยี ง, มเี สียง ๒ : สนติ , ธนิต
ผกู ,มดั ๕ : สนทฺ านติ , สติ , พทธฺ , กลี ติ , สํยต
นปิ ผฺ นนฺ นพิ ฺพตตฺ า นปิ ผฺ นฺน ศพั ท์ และนิพฺพตตฺ ศัพท์ (วตฺตนตฺ )ิ
ย่อมเป็นไป สทิ ฺเธ ในส่ิงทีส่ �ำเรจ็ แล้ว(สง่ิ สำ� เร็จรูป ๓ : นิปฺผนนฺ , นพิ พฺ ตฺต, สทิ ฺธ)
ภินนฺ เภทติ า ภนิ ฺน และ เภทิต ศัพท์ (วตตฺ นตฺ )ิ ย่อมเป็นไป หารเิ ต
ในการแตกและท�ำลาย(แตก, ทำ� ลาย, ทลาย ๓)
ฉนโฺ น ฉนนฺ ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเปน็ ไป ฉาทเิ ต ในส่ิงอนั ถกู ปกปิด
(สิ่งถกู ปกปดิ ๒ : (ฉนิ ฺน, ฉาทติ )
สามญั ญกณั ฑ์ : วเิ สสยาธนี วรรค 299
ฉทิ ทฺ ติ เวธติ า ฉทิ ทฺ ิต และ เวธิต ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเป็นไป วทิ เฺ ธ
ในสิ่งอันถูกแทง(สงิ่ ที่ถูกแทง ๓ : ฉิททฺ ติ , เวธติ , วทิ ธฺ )
๗๔๙. อาหโฏ อาภตา’นีตา ทนโฺ ต ตุ ทมิโต สยิ า
สนฺโต ตุ สมโิ ต เจว ปณุ ฺโณ ตุ ปูริโต ภเว.
๗๕๐. อปจายิโต มหิโต ปูชิตา’รหิโต’จฺจโิ ต
มานิโต จา’ปจโิ ต จ ตจฉฺ ิตํ ตุ ตนกู เต.
๗๕๑. สนตฺ ตโฺ ต ธูปโิ ต โจป- จรโิ ต ตุ อปุ าสโิ ต
ภฏฺฐํ ตุ คลติ ํ ปนนฺ ํ จุตญจฺ ธํสติ ํ ภเว.
๗๔๙. - ๗๕๑. น�ำมา ๓ : อาหฏ, อาภต, อานตี
ฝึกหัด, ทรมาน, อบรม, ขม่ ๒ : ทนฺต, ทมิต
สงบ, ระงับ ๒ : สนฺต, สมติ
เต็ม, บรบิ ูรณ์ ๒ : ปณุ ณฺ , ปูรติ
บูชา, นบั ถอื ๗ : อปจายติ , มหติ , ปชู ติ , อรหติ , อจจฺ ิต, มานิต,
อปจิต
ตจฉฺ ติ ํ ตจฺฉติ ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเป็นไป ตนุกเต ในการกระทำ� ให้
บาง(เหลา, ถาก ๒ : ตจฉฺ ติ , ตนุกต)
รม, อบ, ท�ำใหร้ ้อน ๒ : สนฺตตตฺ , ธูปติ
เข้าไปใกล,้ บ�ำเรอ ๒ : อุปจรติ , อุปาสิต
ตกหล่น, เคลอื่ น, พลัด ๕ : ภฏฺฐ, คฬิต, ปนฺน, จุต, ธํสิต
300 อภิธานปั ปทีปิกา
๗๕๒. ปโี ต ปมทุ โิ ต หฏฺโฐ มตฺโต ตฏุ ฺโฐ’ถ กนฺติโต
สญฺฉนิ โฺ น ลนู ทาตา’ถ ปสตโฺ ถ วณฺณโิ ต ถโุ ต.
๗๕๓. ตนิ ฺโต’ลลฺ ’ทฺท กลิ นิ โฺ น’นฺนา มคคฺ ิตํ ปริเยสติ ํ
อเนฺวสิตํ คเวสติ ํ ลทธฺ ํ ตุ ปตตฺ ’มุจจฺ เต.
๗๕๒. - ๗๕๓. ยนิ ด,ี รา่ เริง, อิม่ ใจ ๕ : ปีต, ปมทุ ติ , หฏฐฺ , มตตฺ ,
ตฏุ ฺฐ
ตัด, เฉือน, เก่ยี ว ๔ : กนตฺ ิต, สญฉฺ นิ ฺน, ลูน, ทาต
สรรเสรญิ , ยกย่อง ๓ : ปสฏฺฐ, วณฺณิต, ถุต
เปียก, ช่มุ , ช้ืนแฉะ ๕ : ตนิ ตฺ , อลฺล, อททฺ , กิลินนฺ , อุนนฺ
แสวงหา ๔ : มคคฺ ติ , ปริเยสติ , อนฺเวสติ , คเวสิต
ได้, ถึง, บรรลุ ๒ : ลทธฺ , ปตฺต
๗๕๔. รกฺขติ ํ โคปิตํ คุตฺตํ ตาตํ โคปายติ า’วิตา
ปาลิตํ อถ โอสฺสฏฺฐํ จตฺตํ หนี ํ สมชุ ฺฌติ .ํ
ภิหติ า’ขฺยาตชปปฺ ติ า
๗๕๕. ภาสติ ํ ลปิตํ วุตตฺ า’ คทติ ํ ภณิโต’ทติ า.
อทุ ีริตญฺจ กถิตํ ปริภูตา’วมานติ า
ฉาโต เจว พภุ กุ ขฺ ิโต.
๗๕๖. อวญฺญาตา’วคณติ า วิทิตา’วคตํ มตํ
ชิฆจฺฉโิ ต ตุ ขทุ ิโต ภกฺขิโต’ชฺโฌหฏา’สติ า.
๗๕๗. พุทฺธํ ญาตํ ปฏิปนฺนํ
คลิ โิ ต ขาทโิ ต ภุตโฺ ต
สามัญญกัณฑ์ : วเิ สสยาธนี วรรค 301
๗๕๔. - ๗๕๗. รักษา, คุ้มครอง, ปอ้ งกัน ๗ : รกขฺ ติ , โคปิต,
คตุ ฺต, ตาต, โคปายิต, อาวิต, ปาลิต
สละ, ทิ้ง, เพกิ ถอน ๔ : อวญญฺ าต, อวคณติ , ปริภตู , อวมานิต
หิว ๔ : โอสสฺ ฏฐฺ (โวสฺสคคฺ ), จตตฺ , หนี , สมชุ ฺฌติ
กลา่ ว, พดู , สนทนา ๑๑ : ภาสติ , ลปติ , วุตตฺ , อภิหติ , อาขยฺ าต,
ชปฺปิต, อทุ รี ติ , กถิต, คทติ , ภณิต, อทุ ติ
ดูหมิ่น, ดูถูก ๔ : อวญฺญาต, อวคณิต, ปริภูต, อวมานติ
หิว ๔ : ชิฆจฉฺ ติ , ขุทติ , ฉาต, พภุ ุกฺขติ
ร,ู้ เข้าใจ ๖ : พุทฺธ, ญาต, ปฏิปนนฺ , วิทติ , อวคต, มต
กลนื กนิ , ๖ : คลิต, ขาทติ , ภตุ ตฺ , ภกฺขติ , อชโฺ ฌหฏ, อสิต
วเิ สสฺยาธนี วคฺโค
วิเสสยาธีนวรรค
อิติ จบ
๓.
ภูกณั ฑ์
๒. สังกิณณวรรค
สามญั ญกัณฑ์ : สงั กิณณวรรค 303
๗๕๘. เญยยฺ ํ ลิงคฺ ’มหิ กวฺ าป ิ ปจจฺ ยตถฺ วเสน จ
กฺรยิ า ตุ กิรยิ ํ กมมฺ ํ สนฺติ ตุ สมโถ สโม
ทโม จ ทมโถ ทนตฺ ิ วตฺตํ ตุ สุทฺธกมมฺ นิ
อโถ อาสงคฺ วจนํ ตีสุ วตุ ตฺ ํ ปรายณ.ํ
๗๕๙. เภโท วิทาโร ผฏุ นํ ตปฺปนํ ตุ จ ปีณนํ
อกฺโกสน มภสิ งฺโค ภิกขฺ า ตุ ยาจนา’ตถฺ นา.
๗๕๘. - ๗๕๙. อิห ในสังกณิ ณวรรคน้ี ลงิ คฺ ํ ลิงค์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ
อนั บณั ฑิต เญยยฺ ํ พึงทราบ ปจจฺ ยตถฺ วเสน โดยอ�ำนาจแห่งลงิ คโชตกปจั จัย
กวฺ าปิ ในบททีม่ กี ริ ยิ า เปน็ ต้นบางบท
การกระทำ� (การงาน) ๓ : กฺรยิ า(กิริยา), กริ ิย, กมมฺ
ความสงบทางจติ ๓ : สนฺติ, สมถ, สม
ความสงบทางกาย(การฝกึ , การข่ม, การส�ำรวมอนิ ทรีย)์
๓ : ทม, ทมถ, ทนตฺ ิ
วตฺตํ วตตฺ ศพั ท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเป็นไป สุทฺธกมฺมนิ ในความประพฤติ
อันบริสุทธ(ิ์ วตั รปฏบิ ัติ)
ปรายณํ ปรายณ ศพั ท์ อาสงฺควจนํ ทีม่ ีความหมายวา่ การติด
(ปณฺฑเิ ตห)ิ อนั บัณฑติ วตุ ฺตํ กลา่ วไวแ้ ล้ว ตสี ุ (ลงิ ฺเคสุ) ในลิงคท์ ั้ง ๓ [ตัวอยา่ ง
เช่น ธมมฺ ปรายโณ แปลวา่ “ผมู้ ีธรรมเป็นท่ียดึ เหนย่ี ว” ในฉบบั บสีหฬ อธบิ าย
อาสงคฺ วจนํ โดยใช้คำ� ว่า อภิรติวาจกํ แปลวา่ “ท่ีแสดงความหมายว่าความ
ยินดี”]
การทำ� ลาย, การแตก, การผ่า ๓ : เภท(ภทิ า), วิทาร(วทิ ร),
ผุฏน
304 อภิธานปั ปทปี ิกา
ความอิม่ ๒ : ตปฺปน, ปีณน
การด่า, การแช่ง ๒ : อกโฺ กสน, อภสิ งฺค
การขอ ๓ : ภิกขฺ า, ยาจนา, อตฺถนา
๗๖๐. นินนฺ มิ ติ ฺตํ ยทจิ ฉฺ า’ถา’ ปจุ ฺฉนา นนฺทนานิ จ
สภาชน’มโถ ญาโย นโย ผาติ ตุ วุทธฺ ยิ ํ.
๗๖๑. กลิ มโถ กิลมนํ ปสโว ตุ ปสูตยิ ํ
อกุ กฺ ํโส ตฺวตสิ โย’ถ ชโย จ ชยนํ ชติ ิ.
๗๖๒. วโส กนตฺ ิ พฺยโธ เวโธ คโห คาโห วโร วตุ ิ
ปจา ปาโก หโว หตุ ิ เวโท เวทน’มิตฺถิ วา.
๗๖๓. ชรี ณํ ชานิ ตาณํ ตุ รกขฺ ณํ ปมติ ิปฺปมา
สเิ ลโส สนฺธิ จ ขโย ตฺวปจโย รโว รโณ.
๗๖๔. นคิ าโท นิคโท มาโท มโท ปสติ ิ พนธฺ นํ
อากโร ตวฺ ิงฺคติ ํ องิ ฺโค อถ’ตฺถาปคโม พฺยโย.
๗๖๐. - ๗๖๔. นนิ นฺ ิมติ ตฺ ํ ภาวะทป่ี ราศจากเหตุผล ยทจิ ฺฉา ชอ่ื วา่
ยทิจฉฺ า(ความเป็นไปตามอำ� เภอใจ, การกระทำ� ตามอ�ำเภอใจ)
การทกั ทาย, การไต่ถามทุกขส์ ุข ๓ : อาปจุ ฉฺ น, อานนทฺ น,
สภาชน
นยั (นยะ), แนวทาง, หลักการ ๒ : ญาย, นย
ผาติ ผาติ ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเปน็ ไป วุทฺธยิ ํ ในความเจรญิ (ความ
เจริญ ๒ : ผาต,ิ วทุ ฺธิ)
สามัญญกัณฑ์ : สงั กิณณวรรค 305
ความล�ำบาก, ความเหน็ดเหนือ่ ย ๒ : กิลมถ, กิลมน
ปสโว ปสว ศัพท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป ปสูติยํ ในการคลอด
ความยงิ่ , ดยี ิง่ , เกนิ ๒ : อกุ กฺ ํส, อตสิ ย
การชนะ ๓ : ชย, ชยน, ชติ ิ
อำ� นาจ, ความตอ้ งการ ๒ : วส, กนฺติ
การแทง, การเจาะ ๒ : พฺยธ, เวธ
การจบั , การยดึ ครอง : คห, คาห
การกั้น, การระวัง, การหา้ ม, การภกั ดี ๒ : วร, วุติ
การหงุ , การต้ม, การท�ำให้สกุ ๒ : ปจ, ปาก
การเรยี ก ๒ : หว, หูติ
การเสวยอารมณ,์ ความรสู้ ึก ๒ : เวท, เวทน (เวทน)ํ เวทน
ศัพท์ อติ ถฺ ี วา (เปน็ นปงุ สกลิงค์และเป็นอติ ถลี งิ ค์ไดบ้ า้ ง
ความเสอ่ื ม ๒ : ชีรณ, ชานิ
การดแู ลรกั ษา ๒ : ตาณ, รกขฺ ณ
การตวง, การนับ ๒ : ปมติ ,ิ ปมา
การตอ่ , การเชอื่ ม ๒ : สเิ ลส, สนฺธิ
การส้ินไป, การหมดไป ๒ : ขย, อปจย
การรอ้ ง ๒ : รว,รณ
การกล่าว ๒ : นิคาท, นคิ ท
ความเมา ๒ : มาท, มท
การผูก ๒ : ปสิต,ิ พนฺธน
306 อภธิ านัปปทปี กิ า
อาการ, กริ ยิ า, ทา่ ทาง ๓ : อาการ, อิงคฺ ิต, อิงคฺ
ความเสื่อม, ความเสยี หาย ๒ : อตถฺ าปคม, พยฺ ย
๗๖๕. อนฺตราโย จ ปจจฺ ูโห วิกาโร ตุ วกิ ตฺย’ปิ
ปวสิ เิ ลโส วิธรุ ํ อปุ เวสน’มาสน.ํ
๗๖๖. อชฌฺ าสโย อธิปฺปาโย อาสโย จ’าภสิ นธฺ ิ จ
ภาโว’ธมิ ตุ ฺติ ฉนฺโท ถ โทโส อาทนี โว ภเว.
๗๖๕. - ๗๖๖. อันตราย ๒ : อนตฺ ราย, ปจจฺ ูห
การเปล่ยี นแปลง, ความผดิ แผก ๒ : วกิ าร, วิกติ
การแยกกัน, ความเหนิ ห่าง, ความเป็นปฏปิ ักษ์ ๒ :
ปวสิ ิเลส, วิธรุ
การอย(ู่ ทีอ่ ยู่), การนั่ง ๒ : อุปเวสน, อาสน
ความม่งุ หมาย, ความประสงค,์ ความคิดเหน็ ๗ :
อชฺฌาสย, อธปิ ปฺ าย, อาสย, อภสิ นฺธ,ิ ภาว, อธิมตุ ฺติ, ฉนทฺ
โทษ ๒ : โทส, อาทนี ว
๗๖๗. อานิสโํ ส คโุ ณ จ’าถ มชฺฌํ เวมชฌฺ ’มจุ ฺจเต
มชฌฺ นหฺ ิโก ตุ มชฺฌนโฺ ห เวมตตฺ ํ ตุ จ นานตา.
ปวาโห ตุ ปวตตฺ ิ จ
๗๖๘. วา ชาคโร ชาคริยํ ยาโม ตุ สยํ โม ยโม.
พยฺ าโส ปปญโฺ จ วิตฺถาโร
สามญั ญกัณฑ์ : สังกิณณวรรค 307
๗๖๙. สมฺพาหนํ มททฺ นญฺจ ปสโร ตุ วิสปฺปนํ
สนฺถโว ตุ ปริจโย เมลโก สงคฺ สงฺคมา.
๗๗๐. สนนฺ ธิ ิ สนนฺ กิ ฏฺฐมหฺ ิ วนิ าโส ตุ อทสสฺ นํ
ลโว’ภลิ าโว ลวนํ ปตฺถาโว’วสโร สมา.
๗๖๗. - ๗๗๐. อานิสงส,์ คุณประโยชน์ ๒ : อานสิ สํ , คุณ
ท่ามกลาง ๒ : มชฺฌ, เวมชฺฌ
เที่ยงวนั ๒ : มชฌฺ นฺหกิ (มชฌฺ นตฺ ิก), มชฺฌนฺห(มชฌฺ นฺต)
ความตา่ ง ๒ : เวมตตฺ , นานตา
การต่ืนตัวอยูเ่ สมอ, ความไมป่ ระมาท ๒ : ชาคร, ชาครยิ ;
(ชาคโร) ชาคร ศัพท์ วา เปน็ ปุงสกลงิ คแ์ ละเปน็ นปุงสกลงิ ค์ได้บ้าง
กระแสน�ำ้ , ความเป็นไปโดยไมข่ าดสาย ๒ : ปวาห,ิ ปวตฺติ
การขยาย, ความกวา้ งขวาง, ความพิสดาร ๓ : พยฺ าส,
ปปญจฺ , วิตถฺ าร
การงดเว้น, การระวงั ๓ : ยาม, สํยม, ยม
การนวด ๒ : สมฺพาหน, มทฺทน
การแผ่ไป, การซ่านออกไป ๒ : ปสร, วิสปปฺ น
การเชยชิด, ความคุน้ เคย ๒ : สนถฺ ว, ปริจย
ความเกีย่ วขอ้ ง, การพบปะ ๓ : เมลก, สงฺค, สงคฺ ม
สนฺนธิ ิ สนนฺ ิธิ ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป สนฺนกิ ฏฺฐมฺหิ ในความ
ใกล้กนั (ความใกล้กนั ๒ : สนนฺ ธิ ิ, สนฺนกิ ฏฺฐ)
ความพนิ าศ, การหายไป ๒ : วินาส, อทสฺสน
การเก็บเกย่ี ว ๓ : ลว, อภลิ าว, ลวน [เชน่ การเกี่ยวขา้ ว,
308 อภธิ านปั ปทปี กิ า
เกีย่ วหญา้ ] อกุ กฺ โํ ส’ติสโย ภเว
อถา’พภฺ นตฺ ร’มนตฺ ร.ํ
โอกาส, ช่วง ๒ : ปตฺถาว, อวสร
๗๗๑. โอสานํ ปรโิ ยสานํ
สนฺนเิ วโส จ สณฺฐานํ
๗๗๒. ปาฏหิ รี ํ ปาฏเิ หรํ ปาฏิหารยิ ’มจุ ฺจเต
กิจจฺ ํ ตุ กรณยี ญจฺ สงขฺ าโร วาสนา ภเว.
๗๗๓. ปวนํ ปวนปิ ฺปาวา ตสโร สุตฺตเวฐนํ
สงกฺ โม ทคุ คฺ สญจฺ าโร ปกกฺ โม ตุ อุปกฺกโม.
๗๗๑. - ๗๗๓. ความสำ� เร็จ, อวสาน, การส้นิ สุด ๒ :
โอสาน, ปริโยสาน
เหลือเกิน, ย่ิงยวด ๒ : อุกฺกํส, อตสิ ย
การกองสุมกันอยู่, ทรวดทรง, สณั ฐาน ๒ : สนนฺ เิ วส,
สณฐฺ าน
ภายใน, ระหว่าง ๒ : อพฺภนตฺ ร, อนฺตร
ปาฏหิ ารยิ ์ ๓ : ปาฏหิ ีร, ปาฏเิ หร, ปาฏหิ ารยิ
การกระท�ำ, กิจอนั ควรกระท�ำ ๒ : กิจจฺ , กรณยี 85
การปรงุ แต่ง, การอบ ๒ : สงฺขาร, วาสนา
การฝดั ๓ : ปวน(ปาวน), ปว, นปิ ฺปาว(นิปผฺ าว)
การพัดหลอด, การทอผ้า ๒ : ตสร, สตุ ตฺ เวฐน
ทางล�ำบาก, การสญั จรลำ� บาก ๒ : สงฺกม, ทคุ ฺคสญจฺ าร
85 ยญหฺ ิ อกาตมุ ฺปิ วฏฺฏติ, ตํ “กิจจฺ น”ฺ ติ วุจจฺ ติ. ยํ อวสฺสํ กาตพพฺ เมว, ตํ กรณียํ นาม. (มหาลิสุตตฺ ฏฺฐกถา)
สามัญญกัณฑ์ : สังกณิ ณวรรค 309
ความพยายาม, ความมุ่งม่นั ๒ : ปกฺกม, อปุ กฺกม
๗๗๔. ปาโฐ นิปาโฐ นิปโฐ วจิ โย มคคฺ นา ปุเม
อาลงิ ฺคนํ ปรสิ ฺสงฺโค สิเลโส อุปคหู นํ.
๗๗๕. อาโลกนญจฺ นชิ ฺฌานํ อิกฺขนํ ทสสฺ น’ํ ปฺย’ ถ
ปจจฺ าเทโส นิรสนํ ปจฺจกฺขานํ นริ ากต.ิ
๗๗๖. วิปลฺลาโส’ญญฺ ถาภาโว พยฺ ตตฺ โย วิปรียโย
วิปรยิ าโส’ติกฺกโม ตฺว’ติปาโต อปุ จจฺ โย.
๗๗๔. - ๗๗๖. การอา่ น, การสวด ๓ : ปาฐ, นิปาฐ, นิปฐ
การเลือก ๒ : วิจย, มคฺคนา. (มคฺคนา) มคฺคนา ศพั ท์
(วตตฺ ต)ิ ย่อมเปน็ ไป อปเุ ม ในอติ ถลี งิ ค์และนปุงสกลิงค์
การกอดรดั , การเคล้าคลงึ ๔ : อาลงิ ฺคน, ปริสสฺ งคฺ , สิเลส,
อุปคูหน
การด,ู การเห็น, การมอง ๔ : อาโลกน, นชิ ฌฺ าน, อกิ ขฺ น, ทสฺสน
การบอกคนื , การบอกปัด, การไมย่ อมรับ ๔ : ปจจฺ าเทส,
นริ สน, ปจฺจกฺขาน, นิรากติ
ความวปิ รติ ผดิ เพี้ยน, การเปลี่ยนแปลง, ความแปรปรวน
๕ : วิปลลฺ าส, อญญฺ ถาภาว, พยฺ ตฺตย, วปิ รยิ ย, วิปรยิ าส
การกา้ วล่วง, การกระโดดข้าม, การลว่ งเลย, การผา่ น
พน้ ๓ : อตกิ ฺกม, อติปาต, อปุ จจฺ ย
สกํ ิณฺณวคฺโค
สังกิณณวรรค
อติ ิ จบ
๓.
ภกู ณั ฑ์
๓. อเนกัตถวรรค
๓.๑ คาถาเนกัตถวรรค
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : คาถาเนกัตถวรรค
๗๗๗. อเนกตเฺ ถ ปวกขฺ าม ิ คาถา’ทธฺ ปาทโต กมา
เอตถฺ ลงิ ฺควเิ สสตถฺ ’ เมกสสฺ ปุนรตุ ตฺ ตา.
๗๗๗. (อห)ํ ข้าพเจา้ ปวกขฺ ามิ จกั กล่าว อเนกตเฺ ถ ซ่ึงศพั ท์
ท้งั หลายอนั มอี รรถมาก คาถาทธฺ ปาทโต โดยเต็มคาถา คร่งึ คาถา และบาท
คาถา (โดยแบ่งเปน็ ๓ วรรค คือ (๑) คาถาเนกัตถวรรค (๒) อทั ธาเนกัตถวรรค
(๓) ปาทาเนกตั ถวรรค) กมา ตามล�ำดบั
ปุนรุตตฺ ตา สาเหตุทีต่ อ้ งกล่าวซ�้ำ เอกสฺส ซ่งึ ศัพท์ศพั ทเ์ ดยี ว เอตฺถ
ในอเนกัตถวรรคน้ี ลิงฺควเิ สสตถฺ ํ มีวัตถุประสงค์เพ่อื แสดงความแตกตา่ งแห่ง
ลงิ ค์ (โหต)ิ ย่อมมี
๗๗๘. สมโย สมวาเย จ สมเู ห การเณ ขเณ
ปฏเิ วเธ สยิ า กาเล ปหาเน ลาภ ทิฏฐฺ ิส.ุ
๗๗๘. สมโย สมย ศัพท์ สิยา ยอ่ มเปน็ ไป (นวสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๙ อย่าง (อิติ) คือ สมวาเย ในความถึงพร้อมแหง่ เหตุ สมูเห ในหมู่ การเณ
ในเหตุ ขเณ ในขณะ ปฏเิ วเธ ในการแทงตลอด กาเล ในกาลเวลา ปหาเน
ในกาละ ลาภทิ ิฏฐฺ ิสุ ในการได้และลทั ธ(ิ นักศกึ ษาพงึ ดูตวั อย่างการใชใ้ นคมั ภีร์
ปาราชิกกณฺฑ สลี กฺขนฺธวคฺค อฏฐฺ กถา เป็นต้น)
312 อภธิ านปั ปทีปิกา
๗๗๙. วณโฺ ณ สณฺฐานรูเปสุ ชาตจิ ฉฺ วสี ุ การเณ
ปมาเณ จ ปสสํ ายํ อกขฺ เร จ ยเส คุเณ.
๗๗๙. วณฺโณ วณฺณ ศพั ท์ สยิ า ยอ่ มเป็นไป (ทสฺสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๑๐ อย่าง (อติ ิ) คือ สณฺฐานรเู ปสุ ในสณั ฐาน(มีตำ�่ และสูง เป็นตน้ ) และสี(มีสี
แดงและดำ� เปน็ ต้น) ชาติจฉฺ วีสุ ในชาติและผิวพรรณ การเณ ในเหตุ ปมาเณ
ในประมาณ ปสํสายํ ในการสรรเสรญิ อกฺขเร ในอักษร ยเส ในชอื่ เสียง คเุ ณ
และในคณุ (สีลขนธฺ วคฺค อฏฐฺ กถา ,มลู ปณณฺ าส อฏกฺ ถา, วมฺมิกสุตตฺ อฏกฺ ถา. เป็นต้น)
๗๘๐. อทุ ฺเทเส ปาติโมกขฺ สสฺ ปณฺณตตฺ ยิ ’มโุ ปสโถ
อุปวาเส จ อฏฺฐงฺเค อุโปสถทเิ น สิยา.
๗๘๐. อโุ ปสโถ อโุ ปสถ ศัพท์ สยิ า ย่อมเปน็ ไป (ปญจฺ สุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๕ อย่าง (อติ ิ) คอื ปาติโมกขฺ สฺส อุทเฺ ทเส ในการสวดพระปาติโมกข์
ปณณฺ ตฺติยํ ในนามบญั ญัติ อปุ วาเส ในการรกั ษาอโุ บสถ ศีล (สมาทานศีล ๘)
อฏฺฐงเฺ ค ในศลี ๘ อุโปสถทเิ น และในวันอโุ ปสถ (สลี ขนธฺ วคคฺ อฏกฺ ถา,
อุปาลิปณฺณาส อฏกฺ ถา เปน็ ต้น) [ในสามญฺญผลสตุ ตฺ ฏีกากล่าววา่ อปุ วาโส สมาทานํ]
๗๘๑. รถงเฺ ค ลกขฺ เณ ธมฺโม รจกฺเก’สวฺ รี ิยาปเถ
จกกฺ ํ สมฺปตฺตยิ ํ จกฺก- รตเน มณฺฑเล พเล.
๗๘๒. กุลาลภณเฺ ฑ อาณาย’ มายเุ ธ ทาน ราสสิ ุ.
๗๘๑. - ๗๘๒. จกกฺ ํ จกฺก ศพั ท์ สยิ า ย่อมเป็นไป (จุททฺ เสสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๑๔ อย่าง (อติ )ิ คือ รถงเฺ ค ในลอ้ รถ ลกฺขเณ ในลายลกั ษณท์ ี่
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : คาถาเนกัตถวรรค 313
ฝา่ พระบาท ธมโฺ มรจกเฺ กส8ุ 6 ในธรรมจกั รและกงจักร อิริยาปเถ ในอิริยาบถ
สมปฺ ตฺตยิ ํ ในสัมปตั ติจกั ร จกฺกรตเน ในจักรรัตนะ มณฑฺ เล ในวงกลม พเล
ในกองทัพ กุลาลภณเฺ ฑ ในภมรชา่ งหม้อ อาณายํ ในอาณาจักร อายเุ ธ
ในอาวุธคือจักร ทานราสิสุ ในวตั ถทุ านและกอง (มูลปณณฺ าส อฏกฺ ถา, มหาสีห
นาทสุตตฺ อฏกฺ ถา เปน็ ต้น)
๗๘๓. ทานสมฺ ึ พรฺ หฺมจริย’ มปปฺ มญญฺ าสุ สาสเน
เมถนุ ารติยํ เวยฺยา’ วจเฺ จ สทารตุฏฺฐยิ ํ
ปญจฺ สีลา’ริยมคฺโค โปสถงฺคธิตสี ุ จ.
๗๘๓. พรฺ หฺมจริยํ พรฺ หมฺ จริย ศพั ท์ สยิ า ยอ่ มเปน็ ไป
(ทสสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๑๐ อย่าง (อิติ) คอื ทานสมฺ ึ ในทาน อปปฺ มญฺญาสุ
ในอปั ปมัญญา สาสเน ในพระศาสนา เมถุนารติยํ ในการงดเวน้ จากเมถุน
เวยยฺ าวจเฺ จ ในการช่วยขวนขวาย สทารตุฏฺฐิยํ ในการยินดใี นภรรยาตน
ปญจฺ สลี ารยิ มคฺโคโปสถงฺคธิตีสุ จ ในศีล ๕, อริยมรรค, องคอ์ ุโบสถและความ
เพียร (สีลขนฺธวคคฺ , อฏกฺ ถา, มูลปณณฺ าส อฏฺกถา, มหาสหี นาทสตุ ตฺ อฏกฺ ถา เปน็ ต้น)
๗๘๔. ธมฺโม สภาเว ปริยตฺตปิ ญฺญา
ญาเยสุ สจจฺ ปปฺ กตสี ุ ปญุ เฺ ญ
เญยฺเย คุณา’จารสมาธสิ ปู ิ
นิสฺสตฺตตา’ปตตฺ สิ ุ การณาโท.
86 อุร ศพั ท์ ใน อุรจกกฺ นีม้ ีความหมายว่า “ขรุ ” จึงมคี วามหมายเป็น “ปหรณจกกฺ ” คือ จกั รท่มี ีฟนั เลื่อยใช้
ส�ำหรับเป็นเคร่ืองประหาร
314 อภิธานปั ปทปี กิ า
๗๘๔. ธมโฺ ม ธมมฺ ศัพท์ สยิ า ยอ่ มเปน็ ไป (พหูสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
ท้งั หลายจ�ำนวนมาก (อิติ) คอื สภาเว ในสภาวะ ปริยตฺตปิ ญฺญาญาเยสุ
ในพระปรยิ ตั ิ ปัญญาและความสมเหตสุ มผล สจจฺ ปฺปกตีสุ ในสจั จะและปกติ
ปุญฺเญ ในบญุ เญยฺเย ในเญยยธรรม ๕ อยา่ ง(คอื สงั ขาร วกิ าร ลกั ษณะ
นพิ พาน และบัญญตั ิ) คณุ าจารสมาธิสปู ิ ในคณุ , ความประพฤติและสมาธิ
นสิ ฺสตฺตตาปตตฺ ีสุ ในสภาวะซ่งึ ไรบ้ ุคคลตัวตนเราเขาและอาบัติ การณาโท
ในเหตุ เป็นต้น (สลี ขนฺธวคคฺ , อฏฺกถา, มูลปณณฺ าส อฏกฺ ถา, มปู รยิ ายสตุ ฺต อฏกฺ ถา
เปน็ ต้น)
๗๘๕. อตฺโถ ปโยชเน สททฺ า- ภเิ ธเยยฺ วุทฺธิยํ ธเน
วตฺถุมฺหิ การเณ นาเส หิเต ปจฺฉมิ ปพฺพเต.
๗๘๕. อตโฺ ถ อตถฺ ศพั ท์ สิยา ยอ่ มเปน็ ไป (นวสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๙ อย่าง (อติ ิ) คอื ปโยชเน ในประโยชน์ สททฺ าภิเธยเฺ ย ในอรรถทศ่ี พั ทก์ ล่าว
ถงึ วฑุ ฒฺ ยิ ํ ในความเจริญ ธเน ในทรัพย์ วตถฺ มุ ฺหิ ในวัตถุ การเณ ในเหตุ
นาเส ในความพนิ าศ หิเต ในประโยชนเ์ กอ้ื กลู ปจฺฉมิ ปพพฺ เต ในภูเขาทิศ
ตะวนั ตก (สุตตฺ นปิ าต อาฬาวกสุตตฺ อฏฺกถา)
๗๘๖. เยภุยยฺ ตา’พยฺ ามิสฺเสสุ วสิ ํโยเค จ เกวลํ
ทฬฺหตเฺ ถ’นตเิ รเก จ’า นวเสสมฺหิ ตํ ติสุ.
๗๘๖. เกวลํ เกวล ศัพท์ สยิ า ยอ่ มเป็นไป (ฉสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๖
อย่าง คอื เยภุยยฺ ตาพยฺ ามิสเฺ สสุ ในความมีมากและการไมป่ ะปนกัน วสิ ํโยเค
ในการไม่ประกอบกัน ทฬฺหตเฺ ถ ในอรรถคอื ทฬั หะ(มนั่ คง) อนตเิ รเก ในความ
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : คาถาเนกตั ถวรรค 315
ไม่เกินไป อนวเสสมหฺ ิ และในส่ิงทง้ั หมด ตํ (เกวลํ) เกวลศัพท์ น้นั (วตตฺ ติ)
ยอ่ มเปน็ ไป ตสี ุ ในลิงค์ทงั้ ๓ (ทีฆนิกาย อาฏานาฏยิ สตุ ฺต อฏฺกถา, มลู ปณณฺ าส
วมฺมิกสุตตฺ อฏฐฺ กถา)
๗๘๗. คโุ ณ ปฏลราสีสุ อานิสเํ ส จ พนธฺ เน
อปฺปธาเน จ สลี าโท สกุ ฺกาทิมหฺ ิ ชิยาย จ.
๗๘๗. คุโณ คณุ ศพั ท์ สยิ า ยอ่ มเป็นไป (อฏฺฐสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๘ อย่าง (อติ ิ) คือ ปฏลราสีสุ ในช้ันและกอง อานสิ ํเส ในอานิสงส์ พนธฺ เน
ในเครอ่ื งผกู อปฺปธาเน ในวิเสสนะ สีลาโท ในคณุ มีศลี เป็นต้น สุกกฺ าทมิ ฺหิ
ในสมี ีสขี าว เปน็ ต้น ชิยาย จ และในสายธนู (ทฆี นิกาย เตวิชฺชสุตฺต อฏฺกถา,
มลู ปณฺณาส มหาทุกขฺ กฺขนธฺ สตุ ตฺ อฏกฺ ถา)
๗๘๘. รกุ ฺขาโท วชิ ชฺ มาเน จ’า รหนฺเต ขนฺธปญฺจเก
ภโู ต สตตฺ มหาภูตา มนสุ ฺเสสุ น นาริย.ํ
๗๘๙. วาจฺจลิงฺโค อตตี สฺมึ ชาเต ปตเฺ ต สเม มโต.
๗๘๘. - ๗๘๙. ภูโต ภตู ศพั ท์ สยิ า ยอ่ มเปน็ ไป (เอกาทสสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๑๑ อย่าง (อติ )ิ คอื รกุ ขฺ าโท ในตน้ ไม้ เป็นตน้ วิชฺชมาเน ในความ
มอี ยู่ อรหนฺเต ในพระอรหนั ต์ ขนฺธปญจฺ เก ในขันธ์ ๕ สตฺตมหาภูตามนสุ เฺ สสุ
ในสัตว์ มหาภูตและเทวดา (ภโู ต) ภูต ศัพท์ น (วตฺตต)ิ ยอ่ มไมเ่ ป็นไป นาริยํ
ในอติ ถลี ิงค์
(ภโู ต) ภตู ศัพท์ วาจจฺ ลงิ โฺ ค ทเี่ ป็นไปตามวาจจลิงค์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ
อันบณั ฑติ มโต พงึ ทราบ อตตี สมฺ ึ ในกาลล่วงไปแลว้ ชาเต ในการเกดิ
316 อภิธานปั ปทปี ิกา
ปตเฺ ต ในการถึงแล้ว สเม และในความเสมอกนั (มูลปณฺณาส อฏฐฺ กถา, ขคคฺ -
วสิ าณสุตตฺ อฏฺฐกถา, จูฬนิทฺเทส อฏฺฐกถา เปน็ ต้น)
๗๙๐. สนุ ฺทเร ทฬหฺ ิกมเฺ ม จ’า ยาจเน สมปฺ ฏิจฉฺ เน
สชชฺ เน สมฺปหสํ ายํ สาธวฺ า’ภิเธยยฺ ลิงฺคิก.ํ
๗๙๐. สาธุ สาธุ ศพั ท์ สิยา ยอ่ มเปน็ ไป (ฉสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๖
อยา่ ง (อิต)ิ คือ สุนทฺ เร ในความดี ทฬหฺ ิกมเฺ ม ในการกระท�ำใหม้ ง่ั คง
อายาจเน ในการออ้ นวอน สมฺปฏจิ ฺฉเน ในการรบั ค�ำ สชชฺ เน ในคนดี
สมฺปหํสายํ และในความยินดี อภเิ ธยฺยลิงคฺ ิกํ มลี งิ คเ์ พยี งดังลิงคข์ องอภิเธยยะ
[วิเสสยะ] (สีลกขฺ นฺธวคฺค อฏฐฺ กถา, มลู ปณณฺ าส มูลปรยิ ายสุตตฺ อฏฐฺ กถา)
๗๙๑. อนฺโต’นติ ถฺ ี สมีเป จ’า วสาเน ปทปูรเณ
เทหาวยเว โกฏฐฺ าเส นาสสีมาสุ ลามเก.
๗๙๑. อนโฺ ต อนตฺ ศพั ท์ สยิ า ยอ่ มเปน็ ไป (อฏฐฺ สุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๘ อยา่ ง (อิต)ิ คอื สมีเป ในท่ีใกล้ อวสาเน ในทีส่ ดุ ปทปรู เณ ในปทปูรณะ
[ไมม่ ีอรรถเพียงทำ� บทใหส้ ละสลวยเท่านัน้ เช่น สุตตฺ นฺต, วนนฺต เปน็ ตน้ เรียกอกี อยา่ งหน่งึ
วา่ ตัพภาวะ] เทหาวยเว ในอวัยวะร่างกาย คอื ลำ� ใส้ใหญ่ โกฏฺฐาเส ในสว่ น
นาสสีมาสุ ในความพนิ าศของเขตแดน ลามเก ในความต�่ำทราม (อนฺโต) อนฺต
ศพั ท์ อนติ ถฺ ี เป็นปงุ ลิงคแ์ ละนปุงสกลงิ ค์ (สลี กฺขนธฺ วคฺค อฏฺฐกถา, อตวิ ตฺต
ติกนปิ าต อฏฐฺ กถา)
สามัญญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : คาถาเนกตั ถวรรค 317
๗๙๒. นิกาเย สนธฺ ิ สามญญฺ ป ฺ ปสูตีสุ กเุ ล ภเว
วิเสเส สุมนายญจฺ ชาติสงฺขตลกฺขเณ.
๗๙๒. ชาติ ชาติ ศพั ท์ ภเว ย่อมเป็นไป (อฏฐฺ สุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๘ อย่าง (อติ ิ) คอื นิกาเย ในหมู่ของบุคคลผู้มีความประพฤตเิ หมือนกนั สนธฺ ิ-
สามญฺญปฺปสตู สี ุ ในปฏิสนธิ, สามัญและการคลอดบตุ ร กุเล ในตระกลู
วิเสสฺเย ในวิเสสยชาตมิ คี วามเปน็ แห่งววั เปน็ ต้น (ฉบบั สหี ฬเป็น วิเสเส ในอรรถ
พิเศษ) สุมนายํ ในดอกมะลิ สงขฺ ตลกฺขเณ และในอุปลักขณะของสงั ขตธรรม
(สจจฺ วภิ งฺค อฏฐฺ กถา, กามสุตฺต มหานทิ เฺ ทส อฏฐฺ กถา เป็นตน้ )
๗๙๓. ภวเภเท ปตฏิ ฐฺ ายํ นฏิ ฺฐา’ชฺฌาสยพุทธฺ สิ ุ
วาสฏฐฺ าเน จ คมเน วิสฏตเฺ ต87 คตี’ริตา.
๗๙๓. คติ คติ ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อันบณั ฑติ อีริตา กลา่ วแล้ว
(อฏฺฐสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๘ อย่าง (อติ ิ) คือ ภวเภเท ในภพพเิ ศษมเี ทวคติ
เป็นตน้ ปตฏิ ฐฺ ายํ ในท่ตี ง้ั นฏิ ฐฺ าชฺฌาสยพุทธฺ สิ ุ ในการตดั สิน อธั ยาศยั และ
ญาณ วาสฏฐฺ าเน ในท่ีเปน็ ท่อี ยู่ คมเน ในการไป วสิ รตฺเถ และในอรรถ
การแผไ่ ป [ฉบับสหี ฬเปน็ วิสทตฺเถ ในความปรากฏ] (สลี กขฺ นฺธวคฺค อมฺพฏฺฐสตุ ฺต
อฏฺฐกถา, มูลปณณฺ าส มหาสหี นาทสตุ ตฺ อฏฺฐกถา)
87 อาสชฺชํ (ก.)