118 อภิธานัปปทปี ิกา
๓๐๐. วเิ สสโก ตุ ติลโก ตยฺ โู ภ นิตฺถี จ จติ ฺตกํ
จนฺทโน นติ ถฺ ิยํ คนฺธ- สาโร มลยโช ปฺยถ.
๓๐๐. ดลิ ก, รอยเจิม ๓ : วิเสสก, ตลิ ก, จติ ตฺ ก อุโภ (สททฺ า)
วิเสสกและติลกศัพท์ทัง้ ๒ อนิตถฺ ี เป็นปุงลงิ คแ์ ละนปงุ สกลงิ ค์
แกน่ จันทน์ ๓: จนทฺ น, คนธฺ สาร, มลยช (จนทฺ โน) จนฺทน ศัพท์
อนิตฺถี เป็นปงุ ลงิ คแ์ ละนปงุ สกลิงค์
๓๐๑. โคสสี ํ เตลปณฺณิกํ ปุเม วา หริจนทฺ นํ
ติลปณฺณี ตุ ปตตฺ งคฺ - รญชฺ นํ รตฺตจนฺทน.ํ
๓๐๑. จนั ทน์เหลือง ๓ : โคสีส, เตลปณฺณิก, หริจนทฺ น
(หรจิ นทฺ นํ) หรจิ นฺทน ศพั ท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเป็นไป ปุเม วา ในปงุ ลิงคบ์ ้าง
นปงุ สกลงิ คบ์ า้ ง
จันทน์แดง ๔ : ติลปณณฺ ,ี ปตฺตงคฺ , รญฺชน, รตฺตจนฺทน
๓๐๒. กาฬานสุ ารี กาฬิยํ โลหํ ตวฺ า’ครุ จา’คฬุ
กาฬาครุ ตุ กาเฬ’สมฺ ึ ตรุ ุกฺโข ตุ จ ปณิ ฑฺ โก.
๓๐๒. กะล�ำพัก ๒ : กาฬานสุ าร,ี กาฬิย
กฤษณา ๓ : โลห, อครุ, อคฬุ
กาฬาครุ กาฬาครุ ศัพท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเปน็ ไป อสฺมึ (โลเห)
ในกฤษณานั้น กาเฬ อันด�ำ [กาฬาครุ กฤษณาดำ� ]
ก�ำยาน ๒ : ตรุ ุกฺข, ปิณฺฑก
ภกู ัณฑ์ : นรวรรค 119
๓๐๓. กตฺถูริกา มิคมโท กฏุ ฐฺ ํ ตุ อชปาลกํ
ลวงฺคํ เทวกุสมุ ํ กสมฺ ีรชํ ตุ กุงกฺ มุ ํ.
๓๐๔. ยกฺขธูโป สชฺชุลโส ตกฺโกลํ ตุ จ โกลกํ
โกสผล’มโถ ชาต-ิ โกสํ ชาตผิ ลํ ภเว.
๓๐๕. ฆนสาโร สติ พโฺ ภ จ กปปฺ ูรํ ปนุ นฺ ปุสเก
อลตตฺ โก ยาวโก จ ลาขา ชตุ นปุสเก.
๓๐๖. สริ ิวาโส ตุ สรลทฺ- ทโว’ ญชฺ นํ ตุ กชฺชลํ
วาสจณุ ฺณํ วาสโยโค วณณฺ กํ ตุ วเิ ลปนํ.
๓๐๓ - ๓๐๖. ชะมด ๒ : กตฺถรู กิ า, มิคมท
โกฐ ๒ : กฏุ ฺฐ, อชปาลก
กานพลู ๒ : ลวงคฺ , เทวกุสมุ
หญา้ ฝรน่ั ๒ : กสฺมีรช, กุงกฺ มุ
กำ� ยาน, ยางสน ๒ : ยกฺขธูป, สชฺชุลส
กระวาน ๓ : ตกโฺ กล, โกลก, โกสผล
จนั ทน์เหลืองแดง ๒ : ชาตโิ กส, ชาตผิ ล
การบูร ๓ : ฆนสาร, สิตพภฺ , กปปฺ รู (กปฺปูร)ํ กปปฺ ูร ศัพท์ (วตตฺ ต)ิ
ยอ่ มเป็นไป ปนุ ฺนปุสเก ในปงุ ลงิ ค์และนปุงสกลิงค์
ครัง่ ๔ : อลตตฺ ก, ยาวก, ลาขา, ชตุ (ชต)ุ ชตุ ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ
ยอ่ มเปน็ ไป นปสุ เก ในนปุงสกลงิ ค์
ยางสน ๒ : สริ วิ าส, สรลททฺ ว
ยาหยอดตา(ส�ำหรบั หยอดตาให้สวย) ๒ : อญชฺ น, กชฺชล
120 อภิธานปั ปทปี ิกา
จุณณ์สำ� หรับอาบ ๒ : วาสจุณณฺ , วาสโยค
เครอ่ื งลูบไล้ ๒ : วณฺณก, วิเลปน
๓๐๗. คนธฺ มาลยฺ าทิสงฺขาโร โย ตํ วาสน’มจุ ฺจเต
มาลา มาลฺยํ ปปุ ผฺ ทาเม ภาวิตํ วาสติ ํ ตสิ ุ.
๓๐๗. โย คนฺธมาลยฺ าทิสงฺขาโร การปรงุ ดว้ ยของหอมและประดับ
ด้วยมาลยั เปน็ ตน้ ใด (การเสรมิ สวย) อตถฺ ิ มอี ยู่, ตํ การปรุงด้วยของหอมและ
ประดับดว้ ยมาลยั เปน็ ตน้ น้ัน (ปณฑฺ เิ ตน) อนั บัณฑติ อุจจฺ เต ยอ่ มเรียก
วาสนํ (อติ ิ) ว่า วาสน(การประดบั , การอบสมุนไพร)
มาลา มาลา ศัพท์ มาลฺยํ และมาลฺย ศพั ท์ (วตฺตนฺต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป
ปปุ ผฺ ทาเม ในพวงดอกไม(้ พวงมาลยั ) [พวงดอกไม้ ๒ : มาลา, มาลฺย]
เครอ่ื งอบ ๒ : ภาวิต, วาสิต (ทวฺ ย)ํ ศพั ท์ทัง้ ๒ (วตตฺ ติ)
ยอ่ มเป็นไป ตีสุ (ลิงเฺ คส)ุ ใน ๓ ลงิ ค์
๓๐๘. อตุ ฺตํโส เสขรา’ เวฬา มทุ ธฺ มาลฺยํ วฏสํ โก
เสยยฺ า จ สยนํ เสนํ ปลฺลงโฺ ก ตุ จ มญฺจโก.
๓๐๘. ดอกไม้กรองบนศรี ษะ, เทริดดอกไม้ ๕ : อตุ ตฺ ํส, เสขร,
อาเวฬ(อาวีฬ), มทุ ธฺ มาลยฺ , วฏํสก
ท่ีนอน ๓ : เสยฺยา, สยน, เสน
เตยี ง ๒ : ปลฺลงฺก, มญฺจก
ภูกัณฑ์ : นรวรรค 121
๓๐๙. มญจฺ าธาโร ปฏิปาโท มญฺจงฺเค ตฺ’วฏน’ี ตถฺ ิย,ํ
๓๑๐. กฬุ รี ปาโท อาหจจฺ ปาโท เจว มสารโก
จตฺตาโร พนุ ฺทิกาพทโฺ ธ’ ตเิ ม มญจฺ นฺตรา สยิ ุ.
๓๐๙ - ๓๑๐. ขาเตยี ง ๒ : มญฺจาธาร, ปฏิปาท
อฏนี อฏนี ศพั ท์ (วตฺตมานา) ทเี่ ป็นไป มญจฺ งเฺ ค ในแม่แคร่ของ
เตียง (วตฺตต)ิ ย่อมเปน็ ไป อติ ถฺ ิยํ ในอติ ถีลงิ ค์
อเิ ม จตตฺ าโร (มญฺจา) เตยี งทัง้ ๔ อย่างเหลา่ น้ี อิติ คือ กฬุ รี ปาโท
เตยี งมเี ทา้ เหมือนกับเท้าของมา้ และแกะ เป็นตน้ อาหจฺจปาโท เตียงท่ใี ส่ขา
เข้าไปในแม่แคร่ พุนฺทกิ าพทโฺ ธ เตียงท่มี แี ม่แคร่ติดเป็นชนิ้ เดียวกบั ขา
มสารโก เตียงท่ีใสแ่ ม่แคร่เขา้ ไปในขา มญจฺ นฺตรา ชือ่ ว่าเปน็ ชนิดของเตยี ง55
๓๑๑. พมิ ฺโพหนํ56 โจ’ ปธานํ ปีฐิกา ปีฐ’มาสนํ
โกจฺฉํ ตุ ภททฺ ปเี ฐ ถา’ สนฺที ปฐี นตฺ เร มตา.
๓๑๑. หมอน ๒ : พิมโฺ พหน, อปุ ธาน
เกา้ อ้ี ๓ : ปีฐิกา, ปฐี , อาสน
โกจฺฉํ โกจฉฺ ศัพท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเป็นไป ภทฺทปเี ฐ ในเก้าอ้อี ยา่ งดี
(ต่งั หรือเกา้ อม้ี ลี ักษณะเหมือนกลองบณั เฑาะว์)
57อาสนฺที อาสนทฺ ี ศัพท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเป็นไป ปฐี นฺตเร ในเก้าอที้ ีม่ ี
ขาสูงเกินประมาณ(เกา้ อ้ีพเิ ศษ)
55 ดรู ายละเอยี ดจากคมั ภรี อ์ ัฏฐกถาปาจิตตยี ์
56 ฎกี าเปน็ พพิ โฺ พหน ํ เป็นตน้
57 ดรู ายละเอียดเรอ่ื งของอาสนฺทจี ากพระบาลีมีภกิ ขุนีวภิ งั ค์
122 อภิธานปั ปทปี ิกา
๓๑๒. มหนฺโต โกชโว ทีฆ- โลมโก โคนโก มโต
อณุ ณฺ ามยํ ต’ฺ วตฺถรณํ จติ ฺตกํ วานจติ ตฺ ก.ํ
๓๑๒. โกชโว ผ้าโกเชาว์ มหนฺโต อนั ยาวและกวา้ ง ทีฆโลกมโก มี
ขนยาวเกิน ๔ น้ิว (ปณฑฺ เิ ตน) อนั บัณฑิต มโต พึงทราบ โคนโก ว่า โคนก
(ผ้าโกเชาว์ผนื ใหญ)่
อตถฺ รณํ ผ้าปลู าด อุณณฺ ามยํ อันสำ� เรจ็ ดว้ ยขนสัตว์ วานจติ ฺตํ
อนั วจิ ติ รดว้ ยลวดลายทเี่ ย็บและทอ จติ ฺตกํ ช่ือวา่ จิตตฺ ก(พรม)
๓๑๓. ฆนปปุ ฺผํ ปฏลกิ า เสตํ ตุ ปฏิกา ป’ฺ ยถ
ทฺวทิ เสกทสานยฺ ’ุ ทฺท- โลมิเอกนตฺ โลมิโน.
๓๑๓. (อตถฺ รณ)ํ ผา้ ปูลาด (อณุ ณฺ ามยํ) อันส�ำเร็จดว้ ยขนสัตว์
ฆนปปุ ผฺ ํ ไว้ดอกลาย(อนั มีลายดอกไม้ต่างๆ) ปฏลกิ า ช่ือว่า ปฏลกิ า(พรมลาย
ดอกไม้) (อตถฺ รณ)ํ ผา้ ปูลาด (อณุ ฺณามย)ํ อันส�ำเรจ็ ดว้ ยขนสตั ว์ เสตํ อันมี
สีขาวอยา่ งเดยี ว ปฏิกา ชื่อว่า ปฏิกา
(อตถฺ รณาน)ิ ผา้ ปูลาดท้งั หลาย ทวฺ ิทเสกทสานิ ที่มีขน ๒ ดา้ นและ
ดา้ นเดียว อุทฺทโลมิเอกนตฺ โลมิโน ชื่อว่า อทุ ทฺ โลม(ิ พรมทม่ี ีขน ๒ ด้าน) และ
เอกนฺตโลม(ิ พรมที่มขี นดา้ นเดียว)
๓๑๔. ตเทว โสฬสติ ถฺ นี ํ นจจฺ โยคคฺ ญหฺ ิ กตุ ฺตกํ
สีหพฺยคฺฆาทริ เู ปหิ จติ ตฺ ํ วกิ ตกิ า ภเว.
๓๑๔. ตํ เอว (อตฺถรณํ) ผา้ ปลู าด ๒ ชนดิ นนั้ นจจฺ โยคคฺ ํ อนั
ภูกณั ฑ์ : นรวรรค 123
เพียงพอตอ่ การฟอ้ นรำ� โสฬสติ ฺถีนํ สำ� หรบั หญงิ นกั ฟอ้ นร�ำ ๑๖ คน กุตฺตกํ
ชอ่ื วา่ กุตฺตก(พรมขนแกะขนาดใหญท่ ่ีเพยี งพอแกห่ ญิง ๑๖ คนยนื ฟ้อนร�ำได)้
จิตฺตํ (อตฺถรณ)ํ ผ้าปลู าดท่ีวิจติ ร สหี พยฺ คฆฺ าทิรเู ปหิ ดว้ ยรูปสัตว์
มีสิงโตและเสอื เปน็ ตน้ วิกติกา ชือ่ วา่ วิกตกิ า(พรมลายรปู สตั วต์ า่ งๆ มีสิงห์
และเสอื เปน็ ต้น)
๓๑๕. กฏฺฏิสสฺ ํ โกเสยฺยํ รตน- ปริสพิ พฺ ติ ’มตฺถรณํ กมา
โกสิยกฏฏฺ ิสฺสมยํ โกสิยสตุ เฺ ตน ปกตญจฺ .
๓๑๕. อตฺถรณํ ผ้าปลู าดคลมุ ข้างบน รตนปริสพิ พฺ ติ ํ ที่เย็บระบาย
สลี ้อมรอบดว้ ยทองและเงินทุกผืน(ขลบิ ดว้ ยแผน่ ทองและแผน่ เงนิ ) โกสิย-
กฏฺฏิสฺสมยํ อนั ทอด้วยผา้ ไหมหยาบ(ผา้ ทที่ อดว้ ยเสน้ ทองปนไหมหรอื ทอดว้ ย
ผา้ ไหมปนผ้าป่านกฏั ฏิสสะทง้ั ๒ อยา่ งรวมกัน) กด็ ,ี อตถฺ รณํ จ และผา้ ปลู าด
คลมุ ขา้ งบน รตนปริสิพพฺ ิตํ ท่ีเย็บระบายสีลอ้ มรอบด้วยทองและเงินทกุ ผนื
(ขลบิ ดว้ ยแผ่นทองและแผ่นเงิน) ปกตํ อันเย็บ โกสิยสตุ เฺ ตน ดว้ ยไยไหม
กฏฏฺ ิสฺส(ํ กฏฐฺ สิ สฺ )ํ ชื่อวา่ กฏฺฏสิ ฺส(กฏฺฐิสสฺ ) โกเสยยฺ ํ ชื่อว่า โกเสยยฺ กมา
ตามล�ำดับ
๓๑๖. ทโี ป ปทโี ป ปชฺโชโต ปเุ ม ต’ฺ วาทาสทปฺปณา
เคณฑฺ ุโก กณฑฺ ุโก ตาล- วณฏฺ ํ ตุ พีชนี’ตถฺ ิย.ํ
๓๑๖. ตะเกียง, ประทปี , โคมไฟ, ๓ : ทีป, ปทีป, ปชโฺ ชต
กระจกเงา ๒ : อาทาส, ทปปฺ ณ
ลูกคลี, ลกู ฟตุ บอล, ลูกกอล์ฟ ๒ : เคณฺฑกุ , กณฺฑุก
124 อภธิ านปั ปทปี กิ า
พดั ๒ : ตาลวณฺฏ, พีชนี (พชี นี) พชี นี ศัพท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเป็นไป
อติ ถฺ ยิ ํ ในอิตถลี ิงค์
๓๑๗. จงโฺ กฏโก กรณฺโฑ จ สมุคฺโค สมปฺ โุ ฏ ภเว
คามธมฺโม อสทธฺ มฺโม พยฺ วาโย เมถุนํ รต.ิ
๓๑๗. ผอบ(ตลบั ใสข่ องลำ�้ ค่า) ๒ : จงฺโกฏก, กรณฑฺ
หีบ, กล่อง, ลงั ๒ : สมคุ คฺ , สมปฺ ุฏ
เมถนุ , การร่วมสังวาส ๕ : คามธมฺม, อสทธฺ มมฺ , พฺยวาย,
เมถุน, รติ
๓๑๘. ววิ าโห’ปยมา ปาณคิ ฺ- คโห ปรณิ โย’ป’ฺ ยถ
ตวิ คฺโค ธมฺมกาม ตถฺ า จตุวคฺโค สโมกฺขกา.
๓๑๘. การแต่งงาน ๔ : วิวาห, อุปยม, ปาณคิ ฺคห, ปริณย
ธมฺมกามตฺถา ท้งั ๓ อย่าง คือ ธมฺ ม กามและอตถฺ ติวคฺโค ชื่อว่า
ติวคคฺ ธมมฺ กามตฺถา ทั้ง ๓ อย่าง คอื ธมฺ ม กามและอตถฺ สโมกขฺ กา ท่ีเปน็ ไป
กบั ด้วยพระนิพพาน จตุวคฺโค ชอ่ื วา่ จตุวคคฺ
ภูกัณฑ์ : นรวรรค 125
๓๑๙. ขุชฺโช จ คณฑฺ ุโล รสฺส- วามนา ตุ ลกณุ ฺฑโก
ปงฺคุโล ปฐี สปปฺ ี จ ปงฺคุ ฉินฺนิริยาปโถ.
๓๒๐. ปกฺโข ขญโฺ ช ตุ โขณโฺ ฑ’ถ มโู ค สญุ ญฺ วโจ ภเว
กณุ ี หตฺถาทิวงฺโก จ วลโิ ร ตุ จ เกกโร.
๓๑๙ - ๓๒๐. คนค่อม ๒ : ขุชชฺ , คณฑฺ ุล
คนเตีย้ ๓ : รสฺส, วามน, ลกุณฺฑก
คนเปลย้ี ๕ : ปงคฺ ฬุ , ปฐี สปปฺ ี, ปงคฺ ,ุ ฉินฺนิริยาปถ, ปกขฺ
คนขากระเผก ๒ : ขญชฺ , โขณฺฑ
คนใบ้ ๒ : มูค, สุญญฺ วจ
หตถฺ าทิวงฺโก บคุ คลผู้มมี ือหงิก เป็นต้น กณุ ี ช่ือวา่ กณุ (ี คนงอ่ ย)
คนตาเหล่ ๒ : วลริ , เกกร
๓๒๑. นกิ ฺเกสสโี ส ขลลฺ าโฏ มุณโฺ ฑ ตุ ภณฑฺ ุ มณุ ฺฑโิ ก
กาโณ อกขฺ นี ’เมเกน สุญโฺ ญ อนฺโธ ทฺวเยน’ถ.
๓๒๑. คนหวั ลา้ น ๒ : นกิ เฺ กสสีส, ขลฺลาฏ
คนหัวโล้น ๓ : มุณฺฑ, ภณฺฑ,ุ มณุ ฺฑิก
อกขฺ นี ํ สญุ โฺ ญ ผ้มู ีดวงตาบอด เอเกน ขา้ งหนึ่ง กาโณ ชอื่ ว่า
กาณ(คนตาบอดขา้ งเดียว)
(อกขฺ ีนํ) สญุ โฺ ญ ผูม้ ีดวงตาบอด ทฺวเยน ๒ ข้าง อนฺโธ ชือ่ วา่ อนธฺ
(คนตาบอดสนทิ ๒ ขา้ ง)
126 อภิธานปั ปทีปกิ า
๓๒๒. พธโิ ร สตุ หิ โี น’ถ คิลาโน พยฺ าธิตา’ตุรา
อุมมฺ าทวติ อุมฺมตฺโต ขชุ ชฺ าที วาจฺจลงิ คฺ ิกา.
๓๒๒. คนหูหนวก ๒ : พธริ , สุติหีน
คนไข,้ คนปว่ ย ๓ : คลิ าน, พฺยาธิต, อาตรุ
อุมฺมตฺโต อมุ ฺมตตฺ ศพั ท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเปน็ ไป อุมฺมาทวติ ในคนบา้
[คนบา้ ๒ : อุมมฺ าทวนตฺ ุ, อุมฺมตฺต]
ขุชชฺ าที (สททฺ า) ศพั ทท์ ้ังหลายมี ขุชฺช ศพั ท์ เปน็ ตน้ วาจจฺ ลงิ คฺ ิกา
มลี ิงคเ์ หมอื นลิงคข์ องวาจจะ [หมายถงึ เป็นคำ� จ�ำพวกวิเสสนะซึ่งเปน็ ได้ ๓ ลิงค์]
๓๒๓. อาตงโฺ ก อามโย พยฺ าธ ิ คโท โรโค รชุ า’ปิ จ
เคลญฺญากลฺล’มาพาโธ โสโส ตุ จ ขโย สิยา.
๓๒๓. โรค ๙ : อาตงกฺ , อามย, พยฺ าธ,ิ คท, โรค, รชุ , เคลญฺญ,
อกลลฺ , อาพาธ
วัณโรค, โรคปอด ๒ : โสส, ขย
๓๒๔. ปนี โส นาสกิ าโรโค ฆาเน สงิ ฆฺ าณกิ า’สฺสโว
เญยฺยํ ตฺว’รุ วโณ’นิตฺถ ี โผโฏ ตุ ปฬิ กา ภเว.
๓๒๔. โรคริดสีดวงจมูก ๒ : ปีนส(ปินาส), นาสกิ าโรค
อสฺสโว นำ�้ อนั ไหลออกบอ่ ยๆ ฆาเน ในจมูก สงิ ฺฆาณกิ า ชือ่ วา่
สิงฆฺ าณกิ า(น�ำ้ มกู )
แผล ๒ : อรุ, วณ (อรุ) อรุ ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตน) อนั บณั ฑติ เญยฺยํ
ภกู ัณฑ์ : นรวรรค 127
พงึ ทราบว่าเป็นนปุงสกลงิ ค์, (วโณ) วณ ศัพท์ อนิตถฺ ี เปน็ ปงุ ลิงคแ์ ละ
นปุงสกลงิ ค์
ฝี ๒ : โผฏ, ปฬี กา
๓๒๕. ปุพโฺ พ ปูโย’ถ รตตฺ าติ- สาโร ปกฺขนฺทกิ า’ป’ฺ ยถ
อปมาโร อปสฺมาโร ปาทโผโฏ วปิ าทิกา.
๓๒๕. นำ้� หนอง ๒ : ปุพฺพ, ปยู
โรคลงแดง ๒ : รตตฺ าตสิ าร, ปกขฺ นฺทิกา
โรคลมบา้ หมู ๒ : อปมาร, อปสมฺ าร
โรคเทา้ แตก ๒ : ปาทโผฏ, วิปาทกิ า
๓๒๖. วฑุ ฺฒิโรโค ตุ วาตณฑฺ ํ สปี ทํ ภารปาทตา
กณฺฑู กณฺฑูติ กณฑฺ ยู า ขชฺชุ กณฺฑูวนํ’ป’ฺ ยถ.
๓๒๖. โรคไสเ้ ลอื่ น ๒ : วฑุ ฒฺ โิ รค, วาตณฺฑ
โรคเท้าช้าง ๒ : สปี ท, ภารปาทตา
โรคผน่ื คนั , การเกา ๕ : กณฑฺ ู(กณฺฑ)ุ , กณฑฺ ตู ,ิ กณฑฺ ยู า, ขชชฺ ุ,
กณฺฑวู น
128 อภิธานปั ปทปี กิ า
๓๒๗. ปามํ วิตจฉฺ กิ า กจฺฉ ุ โสโถ ตุ สยถู’ทิโต
ทุนนฺ ามกญจฺ อรสิ ํ ฉทฺทกิ า วมถู’ทิโต.
๓๒๗. โรคหิด ๓ : ปาม, วติ จฺฉิกา, กจฺฉุ
โรคบวม ๒ : โสถ, สยถุ (อยํ สทฺทสมโู ห) ศพั ท์ท้งั ๒ น้ี
(ปณฺฑิเตน) อันบณั ฑติ อทุ โิ ต กล่าวแล้ววา่ มีอรรถเหมอื นกัน
โรครดิ สดี วงทวาร ๒ : ทนุ ฺนามก, อริส
โรคอาเจยี น ๒ : ฉทฺทกิ า, วมถุ
ตลิ โก ตลิ กาฬโก
๓๒๘. ทวถุ ปริตาโป’ถ วิเรโก’ถ ภคนฺทโล.
วิสูจกิ า อติ ิ มหา-
๓๒๘. โรครอ้ นใน ๒ : ทวถุ, ปรติ าป
ไฝ ๒ : ตลิ ก, ติฬกาลก
โรคท้องร่วง ๒ : วิสุจิกา, มหาวเิ รก
บานทะโรค, รดิ สดี วง : ภคนฺทล
๓๒๙. เมโห ชโร กาสสาสา กฏุ ฺฐํ สลู ามยนตฺ รา
วุตโฺ ต เวชฺโช ภิสกโฺ ก จ โรคหารี ตกิ จิ ฉฺ โก.
๓๒๙. เมโห โรคเบาหวาน ชโร โรคไข้ กาโส โรคไอ สาโส โรคหดื
กฏุ ฐฺ ํ โรคเรือ้ น สโู ล โรคลมแทง อิเม (โรคา) โรคท้งั หลายเหลา่ นี้ อามยนตฺ รา
เปน็ ชนิดของโรค
หมอรกั ษาโรค ๕ : วตุ ตฺ , เวชชฺ , ภสิ กฺก, โรคหาร,ี ตกิ จิ ฉฺ ก
ภกู ัณฑ์ : นรวรรค 129
๓๓๐. สลลฺ เวชฺโช สลลฺ กตฺโต ติกิจฺฉา ตุ ปตกิ รฺ ยิ า
เภสชฺช’มคโท เจว เภสช’โมสธํ’ป’ฺ ยถ.
๓๓๐. หมอผ่าตดั ๒ : สลลฺ เวชฺช, สลฺลกตฺต
การรกั ษา, การเยียวยา ๒ : ติกจิ ฉฺ า, ปตกิ รฺ ยิ า
ยารักษาโรค ๔ : เภสชฺช, อคท, เภสช, โอสธ
๓๓๑. กุสลา’นามยา’โรคยฺ ํ อถ กลโฺ ล นิรามโยติ.
๓๓๑. ความไม่มโี รค ๓ : กุสล, อนามย, อาโรคยฺ
ผ้ไู มม่ ีโรค ๒ : กลฺล, นิรามย
นรวคโฺ ค
นรวรรค
นิฏฺฐิโต จบ
๒.
ภูกณั ฑ์
๔. จตุพพัณณวรรค
๔.๑ ขัตตยิ วรรค
ภูกณั ฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : ขัตติยวรรค 131
๓๓๒. กุลํ วโํ ส จ สนตฺ านา- ภิชนา โคตฺต’มนวฺ โย
ถยิ ํ สนตฺ ตยฺ ’โถ วณณฺ า จตตฺ าโร ขตฺตยิ าทโย.
๓๓๒. วงศ์ตระกลู ๗ : กุล, วสํ , สนฺตาน, อภิชน, โคตฺต, อนฺวย,
สนตฺ ติ (สนตฺ ต)ิ สนตฺ ติ ศัพท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเปน็ ไป ถิยํ ในอติ ถีลงิ ค์
ขตฺติยาทโย (วณณฺ า) วรรณะทั้งหลายมวี รรณะกษัตรยิ ์ วรรณะ
พราหมณ์ วรรณะแพศยแ์ ละวรรณะศูทร จตฺตาโร วณณฺ า ชอ่ื วา่ ตระกูลใหญ่
หรือวรรณะใหญ่ ๔ วรรณะ
๓๓๓. กุลโี น สชฺชโน สาธ ุ สภโฺ ย จ’ายโฺ ย มหากโุ ล
ราชา ภปู ติ ภูปาโล ปตฺถโิ ว จ นราธิโป.
๓๓๔. ภูนาโถ ชคตปิ าโล ทสิ มปฺ ติ ชนาธิโป
รฏฐฺ าธิโป นรเทโว ภมู ิโป ภูภโุ ช’ปฺย’ถ.
๓๓๕. ราชญฺโญ ขตตฺ โิ ย ขตฺตํ มทุ ฺธาภิสติ ตฺ พาหุชา
สพพฺ ภมุ โฺ ม จกกฺ วตตฺ ี ภูโปญโฺ ญ มณฺฑลิสสฺ โร.
๓๓๓ - ๓๓๕. ผูเ้ กิดในตระกูลดี(ชนชั้นสูง), ผ้ดู ีมีสกลุ ๖ :
กุลนี , สชชฺ น, สาธุ, สภยฺ , อยฺย, มหากลุ
พระเจ้าแผน่ ดิน ๑๓ : ราช, ภปู ต,ิ ภปู าล, ปตถฺ ิว, นราธิป, ภนู าถ,
ชคตปิ าล, ทิสมฺปติ, ชนาธปิ , รฏฐฺ าธิป, นรเทว, ภมู ิป, ภภู ชุ
ราชวงศ์ : ราชญฺญ, ขตตฺ ยิ , ขตตฺ , มุทธฺ าภสิ ิตฺต, พาหุช
พระเจา้ จักรพรรดิ ๒ : สพพฺ ภุมมฺ , จกฺกวตฺตี
132 อภธิ านัปปทปี ิกา
ภโู ป พระราชา อญโฺ ญ พระองค์อ่ืน (ตโต) จากพระเจ้าจกั รพรรดิน้ัน
มณฺฑลิสฺสโร ทรงพระนามวา่ มณฺฑลิสสฺ ร(พระราชาสามญั , เจ้าประเทศราช)
๓๓๖. ปเุ ม ลจิ ฺฉวิ วชฺชี จ สกโฺ ย ตุ สากโิ ย’ถ จ
ภททฺ กจฺจานา’ราหุล- มาตา พิมฺพา ยโสธรา.
๓๓๗. โกฏีนํ เหฏฐฺ มิ นฺเตน สตํ เยสํ นธิ านคํ
กหาปณานํ ทิวส- วฬญฺโช วีสตมฺพณ.ํ
๓๓๘. เต ขตตฺ ิยมหาสาลา- สีติ โกฏธิ นานิ ตุ
นธิ านคานิ ทวิ ส- วฬญฺโช จ ทสมฺพณํ.
๓๓๙. เยสํ ทฺวชิ มหาสาลา ตทปุ ฑเฺ ฒ นิธานเค
วฬญเฺ ช จ คหปติ- มหาสาลา ธเน สิย.ุ
๓๓๖ - ๓๓๙. เจ้าลิจฉวี ๒ : ลจิ ฺฉว,ิ วชชฺ ี (ทวฺ ยํ) ศพั ท์ทง้ั ๒
(วตฺตต)ิ ยอ่ มเป็นไป ปเุ ม ในปุงลงิ ค์
เจา้ สกั ยะ(ศากยะ) ๒ : สกฺย, สากยิ
พระนางพิมพา ๔ : ภทฺทากจจฺ นา, ราหุลมาตา, พิมฺพา, ยโสธรา
(ธนํ) ทรัพย์ นธิ านคํ อนั ถงึ ซง่ึ การฝงั ไว้ เหฏฺฐิมนเฺ ตน โดยสว่ นนอ้ ย
ทส่ี ุด กหาปณานํ โกฏีนํ สตํ เปน็ ทรัพยร์ อ้ ยโกฏกิ หาปณะ ทิวสวฬญฺโช (จ)
และกหาปณะอันพึงนำ� ออกมาใช้สอยทกุ วนั วีสตมพฺ ณํ เป็นทรัพย์ ๒๐
อัมพณะ เยสํ (ราชาน)ํ ของพระราชาทัง้ หลายเหล่าใด (สยิ า) มีอย,ู่
เต (ราชาโน) พระราชาทั้งหลายเหล่านน้ั ขตตฺ ิยมหาสาลา ทรงพระนามว่า
ขตตฺ ยิ มฺหาสาลา(พระราชาผมู้ พี ระราชทรัพยต์ ั้งแต่ร้อยโกฏิขนึ้ ไป)
ภกู ัณฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : ขตั ติยวรรค 133
ธนานิ ทรพั ย์ทั้งหลาย นิธานคานิ อันถึงซงึ่ การฝังไว้ กหาปณานํ
อสีตโิ กฏิ เป็นทรัพย์ ๘๐ โกฏกิ หาปณะ ทวิ สวฬญโฺ ช จ และกหาปณะอันพึง
นำ� ออกมาใช้สอยทกุ วัน ทสมฺพณํ เปน็ ทรพั ย์ ๑๐ อมั พณะ เยสํ (พรฺ าหฺมณาน)ํ
ของพราหมณท์ ง้ั หลายเหลา่ ใด (สิย)ํุ มีอย,ู่ เต (พฺราหมฺ ณา) พราหมณ์
ท้งั หลายเหลา่ นน้ั ทวฺ ิชมหาสาลา ชอ่ื ว่า พฺราหมฺ ณมหาสาล [เนื่องจากทฺวชิ
เป็นไวพจนข์ องพรฺ าหมฺ ณ ท่านผู้รจนาจึงนำ� มาเปน็ คำ� แทนเพ่อื ใหล้ งกบั คณะ
ฉันทลักษณ์ แต่ความจรงิ ช่อื ท่ีเรยี กกันคอื พฺราหมฺ ณมหาสาล]
ธเน เมื่อทรพั ย์ นธิ านเค อันถงึ ซ่งึ การฝงั ไว้ วฬญฺเช จ และเมอ่ื
กหาปณะอันพงึ น�ำออกมาใช้สอยทุกวนั ตทุปฑฺเฒ เปน็ ทรัพย์ครง่ึ หน่งึ แหง่
ทรพั ยข์ องพราหมณม์ หาศาลนนั้ เยสํ (คหปตีนํ) ของคหบดที ั้งหลายเหลา่ ใด
สติ มอี ยู่, เต (คหปตโย) คหบดที ัง้ หลายเหล่านัน้ คหปติมหาสาลา ชอื่ ว่า
คหปตมิ หาสาล
๓๔๐. มหามตฺโต ปธานญจฺ มตสิ ชโี ว มนตฺ นิ ิ
สชโี ว สจิวามจฺโจ เสนานี ตุ จมปู ต.ิ
๓๔๐. มหาอำ� มาตย์, ประธานองคมนตร,ี นายกรัฐมนตรี
๒ : มหามตฺต, ปธาน(ปฏฐฺ าน)
มตสิ ชโี ว มติสชีว ศพั ท์ (วตตฺ ติ) ยอ่ มเปน็ ไป มนตฺ นิ ิ ในอำ� มาตยท์ ่ี
ปรกึ ษาของพระราชา
อำ� มาตย์ทปี่ รกึ ษาร่างกฎหมายของพระราชา ๒ : มตสิ ชีว
(มนตฺ สชีว), มนตฺ ี
134 อภิธานปั ปทีปกิ า
ราชเลขา, อ�ำมาตยผ์ ู้สนองงาน, อ�ำมาตย์คนสนิทของ
พระราชา ๓ : สชวี , สจวี , อมจฺจ
เสนาบด,ี ผู้บญั ชาการเหล่าทัพ, แม่ทัพ ๒ : เสนานี, จมูปติ
๓๔๑. นยฺ าสาทีนํ ววิ าทานํ อกขฺ ทสฺโส ปทฏฐฺ ริ
โทวารโิ ก ปฏหิ าโร ทวฺ ารฏโฺ ฐ ทฺวารปาลโก.
๓๔๑. อกฺขทสฺโส อกฺขทสฺส ศัพท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเป็นไป ปทฏฐฺ ริ
ในบุคคลผสู้ ามารถตดั สิน วิวาทานํ ซ่ึงการทะเลาะววิ าท(คดีฟอ้ งร้อง)ท้ังหลาย
นยฺ าสาทนี ํ มกี ารกหู้ นแี้ ละการแบง่ มรดก เปน็ ตน้
[อกขฺ ทสฺส = ผ้พู ิพากษา, อกฺข ในทน่ี ้มี ีความหมายวา่ วนิ ิจฉฺ ยสาลา
แปลวา่ ศาล]
ผเู้ ฝ้าประต,ู ยาม ๔ : โทวาริก, ปฏิหาร, ทวฺ ารฏฺฐ, ทวฺ ารปาลก
๓๔๒. อนีกฏฺโฐติ ราชนู ํ องฺครกขฺ คโณ มโต
กญฺจกุ ี โสวทิ ลฺโล จ อนุชวี ี ตุ เสวโก.
๓๔๒. องคฺ รกขฺ คโณ หมู่แหง่ ราชองค์รักษ์ ราชนู ํ ของพระราชาทง้ั
หลาย (ปณฺฑเิ ตน) อันบัณฑิต มโต พงึ ทราบ อนีกฏฺโฐติ วา่ อนกี ฏฐฺ
(ราชองครกั ษ)์
ขนั ท(ี คนรบั ใช้ฝา่ ยใน, ผดู้ แู ลนางสนม) ๒ : กญฺจุกี, โสวทิ ลลฺ
ข้าเฝา้ (ผภู้ ักดตี ่อพระราชา, ขา้ ราชการ) ๒ : อนชุ วี ,ี เสวก
ภกู ณั ฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : ขตั ติยวรรค
๓๔๓. อชฺฌกฺโข’ธิกโต เจว, เหรญญฺ โิ ก ตุ นกิ ฺขิโก
สเทสานนฺตโร สตฺต ุ มติ ฺโต ราชา ตโต ปร.ํ
๓๔๓. ขา้ ราชการช้ันผใู้ หญ่, ผบู้ รหิ าร ๒ : อชฺฌกฺข, อธิกต
เหรญั ญิก ๒ : เหรญญฺ ิก, นิกฺขกิ
ราชา พระราชา สเทสานนฺตโร ผู้ประทบั อย่บู นแผ่นดนิ ทมี่ ีพรมแดน
ตดิ กบั ประเทศของตน สตฺตุ ชื่อวา่ สตฺต(ุ ราชปรปกั ษ,์ พระราชาทเี่ ป็นอริราช)
ปรํ พระราชาผปู้ ระทับอยู่บนแผน่ ดินถัดต่อมา ตโต จากประเทศ
ของอรริ าชนน้ั มติ ฺโต ราชา ชื่อว่า ราชสมั พนั ธมิตร(พระราชาที่ทรงเปน็
พันธมติ รต่อกัน)
๓๔๔. อมิตฺโต รปิ ุ เวรี จ สปตฺตา ราติ สตฺว’ริ
ปจจฺ ตฺถโิ ก ปรปิ นฺถ ี ปฏิปกขฺ า หติ าปโร.
๓๔๕. ปจจฺ ามติ ฺโต วปิ กโฺ ข จ ปจฺจนีกวิโรธิโน
วทิ ฺเทสี จ ทิโส ทิฏฺโฐ ‘ ถา’นโุ รโธ’นุวตฺตน.ํ
๓๔๔ - ๓๔๕ ศัตรู ๑๙ : อมิตตฺ , รปิ ,ุ เวร,ี สปตฺต, อราติ, สตฺต,ุ อริ,
ปจจฺ ตฺถกิ , ปริปนถฺ ี, ปฏปิ กขฺ , อหติ , ปร, ปจฺจามิตตฺ , วิปกขฺ , ปจฺจนกี , วิโรธ,ี
วทิ เฺ ทสี, ทิส, ทฏิ ฐฺ
การไม่ขดั ขนื , การคลอ้ ยตาม ๒ : อนโุ รธ, อนุวตฺตน
136 อภิธานปั ปทปี ิกา
๓๔๖. มิตฺโต’นิตถฺ ี วยสโฺ ส จ สหาโย สหุ โท สขา
สมฺภตโฺ ต ทฬฺหมติ โฺ ต’ถ สนทฺ ฏิ โฺ ฐ ทิฏฐฺ มตตฺ โก.
๓๔๖. เพือ่ น ๕ : มิตตฺ , วยสสฺ , สหาย, สหุ ท, สข; (มิตโฺ ต)
มิตตฺ ศัพท์ อนติ ถฺ ี เปน็ ปุงลงิ คแ์ ละนปุงสกลงิ ค์
ทฬฺหมิตฺโต มิตรทค่ี บกนั มั่นคง สมภฺ ตฺโต ชอื่ ว่า สมฺภตฺต,
ทิฏฐฺ มตฺตโก มิตรทส่ี กั วา่ เคยเห็นหน้ากันเท่านนั้ สนทฺ ฏิ โฺ ฐ ชอ่ื วา่ สนฺ ทฏิ ฺฐ
๓๔๗. จโร จ คุฬหฺ ปุรโิ ส ปถาวี ปถิโก’ทฺธคู
ทโู ต ตุ สนเฺ ทสหโร คณโก ตุ มหุ ตุ ฺติโก.
๓๔๗. นักสบื , สายลบั , สนั ติบาล ๒ : จร(จาร), คุฬหฺ ปุรสิ
คนเดินทาง ๓ : ปถาวี, ปถกิ , อทธฺ คุ(อทธฺ ค)ู
ทตู ๒ : ทตู , สนฺเทสหร
โหร, หมอดู ๒ : คณก, มหุ ตุ ตฺ กิ
๓๔๘. เลขโก ลปิ กิ าโร จ วณฺโณ ตุ อกฺขโร’ปฺย’ถ
เภโท ทณโฺ ฑ สามทานา- นฺยุ’ปายา จตุโร อิเม.
๓๔๘. เสมียน, เลขานกุ าร ๒ : เลขก, ลปิ ิการ(ลิปกิ ร)
อกั ษร ๒ : วณฺณ, อกฺขร
เภโท เภทบุ ายคืออุบายทที่ �ำใหแ้ ตกกนั ในหม่พู วกของศตั รู ทณฺโฑ
ทัณฑุบายคอื อบุ ายท่ีท�ำการรุกรบ สามทานานิ สามอุบายคืออุบายทท่ี �ำการ
ภูกัณฑ์ : จตุพพณั ณวรรค : ขัตติยวรรค 137
พูดประเล้าประโลมดีๆท�ำให้ใจอ่อนและทานอุบายคืออุบายที่ท�ำการ
ให้บรรณาการ เปน็ ตน้ อเิ ม จตุโร วิธีการท้ัง ๔ อยา่ งเหล่านี้ อปุ ายา ชื่อว่า
อปุ าย [อุบายเลห่ ์เหลยี่ มในการเอาชนะศตั รู ๔]
๓๔๙. อุปชาโป ตุ เภโท จ ทณฺโฑ ตุ สาหสํ ทโม
๓๕๐. สามยฺ ’มจฺโจ สขา โกโส ทคุ คฺ ญฺจ วิชิตํ พลํ
รชชฺ งคฺ าน’ี ติ สตฺเต’เต สิยุ ปกตโิ ย’ปิ จ.
๓๔๙ - ๓๕๐. เภทุบาย ๒ : อปุ ชาป, เภท
ทณั ฑอุบาย ๓ : ทณฑฺ , สาหส, ทม
เอเต สตฺต (องฺคา) องค์ประกอบ ๗ อยา่ งเหลา่ น้ี อิติ คือ สามี
พระราชาผู้ปกครองเมอื ง อมจโฺ จ อ�ำมาตย์ สขา พระราชาพันธมิตร โกโส
เรอื นคลงั ทุคคฺ ํ ปอ้ ม(คู ประตู หอรบ) วชิ ติ ํ แว่นแคว้น พลํ กองทัพ
ปกตโิ ย’ปิ จ และประชาชนท้งั หลาย รชชฺ งฺคานิ ชอ่ื วา่ เป็นองคข์ องการ
ปกครองประเทศ
๓๕๑. ปภาว’ุ สสฺ าหมนตฺ านํ วสา ติสฺโส หิ สตฺตโิ ย
ปภาโว ทณฺฑโช เตโช ปตาโป ปิ จ โกสโช58.
๓๕๑. สตตฺ ิโย เดช(อำ� นาจ, ราชอาญา)ทง้ั หลาย ตสิ ฺโส ๓ อยา่ ง
สิยุ ย่อมมี วสา ด้วยประเภท ปภาวสุ สฺ าหมนฺตานํ แหง่ ปภาวสัตต(ิ เดชอนั
เกดิ เพราะการต้ังไวซ้ ึง่ ราชอาญา) อสุ สาหสตั ต(ิ เดชอนั เกิดเพราะพระราช
58 บางฉบบั เปน็ “ปตาโป ตุ จ โกสโช “พงึ ทราบวา่ เปน็ ปาฐะพิรุธ
138 อภธิ านัปปทปี กิ า
อตุ สาหะ) และมนั ตสัตต(ิ เดชอันเกดิ เพราะการมที ่ีปรกึ ษา)
เตโช เดช ทณฺฑโช อนั เกดิ จากพระราชอาญา โกสโช และเกิดจาก
อำ� นาจเงินคลงั ปภาโว ชอื่ ว่า ปภาว ปตาโป ปิ จ และช่ือวา่ ปตาป ด้วย
[อกี นยั หนึง่ เตโช เดช ทณฑฺ โช อนั เกดิ เพราะราชอาญา ปภาโว
ชื่อว่า ปภาว เตโช เดช โกสโช อนั เกิดเพราะเรือนคลงั ปตาโป ชอ่ื วา่ ปตาป]
๓๕๒. มนโฺ ต จ มนฺตนํ โส ตุ จตกุ กฺ ณฺโณ ทฺวโิ คจโร
ตโิ คจโร ตุ ฉกฺกณโฺ ณ รหสสฺ ํ คุยฺห’มุจจฺ เต.
๓๕๒. มันตสตั ต(ิ เดชอันเกิดจากการมที ่ปี รกึ ษา) ๒ : มนฺต,
มนฺตน
โส (มนโฺ ต) มันตสัตตนิ ัน้ ทฺวิโคจโร หากเป็นวสิ ัยของคน ๒ คน
เท่านั้น จตุกกฺ ณฺโณ ช่อื วา่ จตุกฺกณณฺ (การปรึกษาความลบั ทีไ่ ดย้ นิ เพียง ๔ หู)
ติโคจโร หากเปน็ วิสัยเฉพาะคน ๓ คน ฉกฺกณฺโณ ชอื่ วา่ ฉกกฺ ณฺณ(การปรึกษา
ทไี่ ดย้ นิ เพยี ง ๖ ห)ู
ความลับ ๒ : รหสฺส, คุยหฺ
(ทฺวยํ) ศัพท์ทง้ั ๒ (ปณฺฑเิ ตน) อนั บณั ฑิต อุจฺจเต ยอ่ มกลา่ ววา่ มี
อรรถเหมอื นกัน
๓๕๓. ตีสุ วิวิตตฺ วชิ น- ฉนนฺ า รโห รโห’พฺยยํ
วสิ ฺสาโส ตุ จ วิสฺสมฺโภ ยตุ ตฺ ํ โตวฺ ’ปายิกํ ตสิ ุ.
๓๕๓. ทเี่ งียบสงดั , ท่ปี ลอดคน, ทลี่ ับ ๕ : วิวิตตฺ , วชิ น,
ภกู ัณฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : ขตั ตยิ วรรค 139
ฉนนฺ , รห, รโห
(ติกํ) ศพั ท์ ๓ ศัพท์คอื วิวิตฺต วชิ นและฉนนฺ ศพั ท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเปน็
ไป ตีสุ (ลงิ ฺเคส)ุ ในลงิ ค์ทัง้ ๓ (รโห) รโห ศัพท์ อพฺยยํ เป็นอพยฺ ย(นบิ าตบท)
ความค้นุ เคย ๒ : วิสฺสาส, วสิ สฺ มฺภ
การกระทำ� ทีส่ มเหตสุ มผล, ส่งิ ทสี่ มควร ๒ : ยตุ ตฺ , โอปายิก
(โอปยิก), (ทวฺ ยํ) ยตุ ตฺ และโอปายิก ศัพท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป ตสี ุ (ลิงฺเคสุ)
ในลงิ ค์ทงั้ ๓
๓๕๔. โอวาโท จ’านสุ ิฏฐฺ ’ิ ตถฺ ี ปมุ วชเฺ ช’นสุ าสนํ
อาณา จ สาสนํ เญยยฺ ํ อทุ ฺทานํ ตุ จ พนฺธนํ.
๓๕๔. โอวาท, ค�ำสอน ๓ : โอวาท, อนสุ ิฏฺฐ,ิ อนสุ าสน
(อนุสฏิ ฺฐ)ิ อนุสฏิ ฺฐิ ศัพท์ อติ ฺถี เปน็ อติ ถีลิงค์ (อนสุ าสน)ํ อนุสาสน
ศัพท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเป็นไป ปมุ วชฺเช ในลงิ ค์ทเ่ี ว้นจากปุงลิงคห์ มายถงึ
เป็นไปในอติ ถลี ิงค์และนปุงสกลิงค์ [ในกรณที ่เี ปน็ อิตถลี ิงค์ ใช้รปู ว่า อนุสาสนี]
ค�ำส่ัง ๒ : อาณา, สาสน
การพันธนาการ ๒ : อุทฺทาน, พนฺธน
140 อภธิ านัปปทีปิกา
๓๕๕. อาคุ มนฺตุ59 อปราโธ กโร ตุ พล’ิ มจุ จฺ เต
ปณุ ณฺ ปตฺโต ตฏุ ฺฐิทาโย อุปทา ตุ จ ปาภตํ.
ปณณฺ ากาโร ปเหณกํ
เทยเฺ ย ถา’โย ธนาคโม.
๓๕๖. ตโถ’ปายน’มุกฺโกโจ
สงุ ฺกํ ตฺว’นติ ฺถี คมุ ฺพาทิ
๓๕๕ - ๓๕๖. โทษ, ความผิด ๓ : อาคุ, มนฺตุ, อปราธ
[อีกนัยหน่ึงหากเปน็ ปาฐะวา่ อาคุ วุตฺตมปราโธ พึงทราบว่าศพั ท์ท่ีมคี วามหมาย
ว่า โทษ มี ๒ ค�ำ คือ อาคุ, อปราธ สว่ นค�ำวา่ “วุตตฺ ”ํ แปลวา่ อาคุ อาคุ ศัพท์
(ปณฺฑิเตน) อนั บัณฑิต วุตฺตํ กล่าววา่ เป็นนปุงสกลิงค]์
ภาษี ๒ : กร, พลิ
รางวัล ๒ : ปุณฺณปตฺต, ตฏุ ฺฐิทาย
เคร่ืองบรรณาการ ๖ : อปุ ทา, ปาภต, อปุ ายน, อกุ ฺโกจ,
ปณฺณาการ, ปเหณก
สงุ กฺ ํ สุงฺก ศพั ท์ (วตฺตติ) ย่อมเป็นไป คมุ พฺ าทิเทยเฺ ย ในภาษอี ัน
บุคคลพงึ เสยี ใหใ้ นทด่ี ่านเกบ็ ภาษีมีท่าน�้ำ เปน็ ตน้ , (สุงฺก)ํ สุงฺก ศพั ท์ อนิตฺถี เป็น
ปงุ ลิงค์และนปงุ สกลิงค์
[ส่วย, ภาษผี า่ นด่าน ๑ : สงุ กฺ ]
ก�ำไร, ดอกเบีย้ ๒ : อาย, ธนาคม
59 บางฉบบั เป็น วุตตฺ ํ
ภูกณั ฑ์ : จตพุ พัณณวรรค : ขตั ติยวรรค 141
๓๕๗. อาตปตฺตํ ตถา ฉตตฺ ํ รญฺญํ ตุ เหม’มาสนํ
สีหาสนํ อโถ วาฬ- พชี นี’ตถฺ ี จ จามรํ.
๓๕๗. รม่ ๒ : อาตปตฺต, ฉตตฺ
เหมํ อาสนํ ทป่ี ระทับน่งั อนั ส�ำเร็จดว้ ยทองคำ� รญฺญํ ของพระราชา
ทง้ั หลาย สหี าสนํ ช่อื วา่ สีหาสน(ทป่ี ระทบั อันประเสรฐิ , บลั ลงั กส์ ิงห,์ บลั ลังก์
ท่ีมีสัณฐานเหมือนกับรปู สงิ ห)์
พดั หางจามรี ๒ : วาฬพชี นี, จามร, (วาลพชี นี) วาลพชี นี ศพั ท์
อติ ฺถี เป็นอติ ถลี งิ ค์
๓๕๘. ขคฺโค จ ฉตตฺ ’มุณหฺ สี ํ ปาทุกา วาลพชี นี
อิเม กกธุ ภณฑฺ าน ิ ภวนตฺ ิ ปญฺจ ราชนุ ํ.
๓๕๘. ขคฺโค พระขรรค(์ ดาบ ๒ คม) ฉตฺตํ เศวตฉัตร(ฉัตรขาว)
อณุ ฺหสี ํ อุณหสิ (กรอบหนา้ , มงกฎุ ) ปาทุกา ฉลองพระบาท(รองเทา้ ) วาล-
พชี นี พัดหางจามรี อเิ ม ปญจฺ เครอื่ งราชย์ ๕ อย่างเหล่านี้ กกธุ ภณฺฑานิ
เป็นเครื่องประดับส�ำหรับอภิเษกเป็นพระราชา(เครื่องหมายความเป็นพระ
ราชา) ราชนู ํ ของพระราชาทัง้ หลาย ภวนฺติ ย่อมเป็น(ราชกกธุ ภัณฑ์ ๕)
142 อภิธานปั ปทปี ิกา
๓๕๙. ภทฺทกุมโฺ ภ ปุณฺณกุมโฺ ภ ภงิ กฺ าโร ชลทายโก
หตฺถ’ิ สฺสรถปตตฺ ี ตุ เสนา หิ จตรุ งคฺ ิน.ี
๓๕๙. หมอ้ มงคล(หมอ้ ท่มี ีนำ้� เต็ม) ๒ : ภททฺ กมุ ภฺ , ปณุ ณฺ กมุ ฺภ
เต้าน�้ำทอง ๒ : ภิงคฺ าร, ชลทายก
หตฺถิสสฺ รถปตฺติ กองทพั ช้าง กองทพั ม้า กองทพั รถ และกองทพั พล
เดนิ เทา้ เสนา ชือ่ วา่ เสนา จตุรงฺคนิ ี อนั มอี งค์ ๔
๓๖๐. กญุ ชฺ โร วารโณ หตฺถ ี มาตงโฺ ค ทฺวิรโท คโช
นาโค ทวฺ โิ ป อโิ ภ ทนฺต,ี ยูถเชฏฺโฐ ตุ ยูถโป.
๓๖๐. ชา้ ง ๑๐ : กุญชฺ ร, วารณ, หตถฺ ี, มาตงฺค, ทฺวิรท, คช, นาค,
ทฺวปิ , อิภ, ทนฺตี
ช้างจา่ โขลง, พญาชา้ ง ๒ : ยถู เชฏฐฺ , ยูถป
๓๖๑. กาฬาวกคงเฺ คยยฺ า
ปณฑฺ รตมฺพา จ ปงิ คฺ โล คนฺโธ
มงฺคลเหโม’โปสถ-
ฉทฺทนฺตา คชกลุ านิ เอตาน.ิ
๓๖๑. กาฬาวก ตระกลู ชา้ งกาฬาวก คงฺเคยยฺ ตระกลู ชา้ ง
คงเฺ คยย ปณฺฑร ตระกูลช้างปณฺฑร ตมฺพ ตระกูลช้างตมพฺ ปงิ คฺ ล ตระกลู ช้าง
ปิงคฺ ล คนธฺ ตระกูลชา้ งคนฺธ มงคฺ ล ตระกลู ชา้ งมงฺคล เหม ตระกูลชา้ งเหม
อุโปสถ ตระกลู ช้างอโุ ปสถ ฉททฺ นฺต ตระกลู ช้างฉทฺทนฺต เอตานิ เหล่าน้ี
คชกุลานิ เป็นตระกลู ช้าง (โหนตฺ ิ) ยอ่ มเปน็ (ตระกลู ช้าง ๑๐ ตระกูล)
ภกู ัณฑ์ : จตพุ พัณณวรรค : ขตั ติยวรรค 143
๓๖๒. กลโภ เจว ภิงฺโก’ถ ปภนิ ฺโน มตฺตคชฺชติ า
หตถฺ ิฆฏา ตุ คชตา หตฺถนิ ี ตุ กเรณุกา.
๓๖๒. ช้างรนุ่ (หนุ่ม) ๒ : กลภ, ภิงกฺ
ชา้ งตกมนั ๓ : ปภนิ ฺน, มตฺต, คชชฺ ติ
โขลงชา้ ง(ฝูงชา้ ง) ๒ : หตถฺ ิฆฏา, คชตา
ช้างพงั (ช้างตัวเมีย) ๒ : หตฺถิน,ี กเรณกุ า
๓๖๓. กุมฺโภ หตฺถสิ โิ รปณิ ฺฑา กณฺณมูลํ ตุ จูลกิ า
อาสนํ ขนฺธเทสมหฺ ิ ปุจฉฺ มลู ํ ตุ เมจโก.
๓๖๔. อาลาน’มาฬฺหโก ถมฺโภ ’นติ ถฺ ี ตุ นิคโฬ’นฺทุโก
สงฺขลํ ตีสฺว’โถ คณโฺ ฑ กโฏ ทานํ ตุ โส มโท.
๓๖๓ - ๓๖๔. หตถฺ ิสโิ รปณิ ฺฑา กอ้ น ๒ ก้อนบนหวั ช้าง กมุ ฺโภ ชอ่ื วา่
กุมฺภ(กระพองชา้ ง) กณฺณมูลํ โคนหู จลู กิ า ช่อื ว่า จลู ิกา(กกหชู า้ ง) อาสนํ
อาสน ศัพท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเปน็ ไป ขนฺธเทสมหฺ ิ ในบริเวณบา่ (คอช้าง) ปุจฺฉมูลํ
โคนหาง เมจโก ช่ือวา่ เมจก(โคนหางช้าง)
เสาตะลุง(เสาผูกชา้ ง) ๓ : อาลาน, อาฬฺหก(อาฬก), ถมภฺ
โซล่ ่ามเทา้ ช้าง ๓ : นคิ ฬ, อนทฺ กุ , สงขฺ ล นคิ โฬ นิคฬ ศพั ท์
อนิตถฺ ี เป็นปุงลิงค์และนปุงสกลิงค์ (สงขฺ ล)ํ สงขฺ ล ศัพท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเปน็ ไป
ตีสุ (ลิงเฺ คส)ุ ในลิงคท์ ้ัง ๓
แก้มชา้ ง ๒ : คณฺฑ, กฎ
น้�ำมนั ชา้ ง ๒ : ทาน, มท, (มโท) มท ศัพท์ โส เปน็ ปงุ ลงิ ค์
144 อภธิ านปั ปทปี กิ า
๓๖๕. โสณฺโฑ ตุ ทวฺ ีสุ หตฺโถ’ถ กรคฺคํ โปกขฺ รํ ภเว
มชฌฺ มหฺ ิ พนฺธนํ กจฉฺ า กปปฺ โน ตุ กถุ าทโย.
๓๖๕. งวงช้าง ๒ : โสณฑฺ , หตถฺ , (โสณโฺ ฑ) โสณฑฺ ศพั ท์
(วตตฺ ต)ิ ย่อมเป็นไป ทฺวสี ุ (ลิงเฺ คสุ) ในปงุ ลงิ คแ์ ละอิตถลี งิ ค์
กรคฺคํ ปลายงวงชา้ ง โปกฺขรํ ชื่อว่า โปกฺขร(ปลายงวงช้าง)
พนฺธนํ สายรดั มชฺฌมหฺ ิ ในทา่ มกลางล�ำตัว กจฉฺ า ชอ่ื วา่ กจฉฺ า
(สายรดั ทอ้ งชา้ ง)
กถุ าทโย ผา้ กัมพลอันวิจติ รและมลี วดลายส�ำหรับปลู าดบนหลงั ชา้ ง
เปน็ ต้น กปฺปโน ชอ่ื วา่ กปฺปน(ผ้าปแู ตง่ บนหลงั ช้าง)
๓๖๖. โอปวยโฺ ห ราชวยโฺ ห สชฺชโิ ต ตุ จ กปปฺ ิโต
โตมโร’นิตฺถิยํ ปาเท สยิ า วชิ ฺฌนกณฏฺ โก.
๓๖๗. ตตุ ฺตํ ตุ กณฺณมูลมฺห ิ มตถฺ กมฺหิ ตุ องฺกโุ ส
หตถฺ าโรโห หตฺถิเมณฺโฑ หตฺถิโป หตถฺ โิ คปโก.
๓๖๖ - ๓๖๗. ชา้ งทรงของพระราชา ๒ : โอปวยหฺ , ราชวยฺห
ชา้ งทต่ี กแตง่ แลว้ , ช้างทมี่ เี ครอื่ งประดับ ๒ : สชฺชิต, กปฺปิต
วิชฌฺ นกณฏฺ โก เหล็กแหลมส�ำหรบั แทง ปาเท ทีเ่ ทา้ ช้าง โตมโร
ช่ือว่า โตมร(ปฏกั , หอก) (โตมโร) โตมร ศพั ท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเป็นไป อนิตฺถยิ ํ
ในปงุ ลงิ ค์และนปุงสกลงิ ค์
วิชฺฌนกณฺฏโก เหล็กแหลมสำ� หรบั แทง กณณฺ มูลมฺหิ ที่กกหูช้าง
ตุตตฺ ํ ช่ือว่า ตุตตฺ (ปฏกั )
ภูกณั ฑ์ : จตุพพัณณวรรค : ขัตตยิ วรรค 145
วิชฺฌนกณฺฏโก เหลก็ แหลมส�ำหรับแทง มตถฺ กมฺหิ ท่ีหวั ช้าง
องกฺ โุ ส ชื่อวา่ องกฺ ุส(ขอช้าง)
ควาญชา้ ง ๔ : หตฺถาโรห, หตฺถเิ มณฺฑ, หตถฺ ปิ , หตถฺ โิ คปก
๓๖๘. คามณโี ย ตุ มาตงคฺ - หยาทฺยาจริโย ภเว
หโย ตุรงฺโค ตรุ โค วาโห อสโฺ ส จ สินฺธโว.
๓๖๘. มาตงฺคหยาทยฺ าจริโย ครูผู้ฝกึ ช้าง มา้ และสตั วอ์ น่ื ๆ คามณโี ย
มีชื่อว่า คามณีย(คนฝกึ ชา้ ง ฝึกมา้ ...) ภเว ย่อมมี
ม้า ๖ : หย, ตรุ งคฺ , ตรุ ค, วาห, อสสฺ , สินธฺ ว
๓๖๙. เภโท อสสฺ ตโร ตสสฺ า’ ชานิโย ตุ กลุ นี โก
สขุ วาหี วินโี ต’ถ กโิ สโร หยโปตโก.
๓๖๙. อสฺสตโร มา้ อสั ดร เภโท เป็นชนิด ตสสฺ ของมา้ นนั้
กุลนี โก ม้าพนั ธุ์ดี อาชานโี ย ช่ือวา่ อาชานยี (ม้าอาชาไนย)
สุขวาหี มา้ ทีร่ ับใช้เจา้ ของเปน็ อยา่ งดี วินโี ต ชื่อว่า วนิ ีต(ม้าทผ่ี ่าน
การฝึกจนเชือ่ งดแี ล้ว), หยโปตโก ลูกมา้ กิโสโร ช่อื ว่า กิโสร(ลูกม้า)
146 อภธิ านัปปทปี ิกา
๓๗๐. โฆฏโก ตุ ขฬุงโฺ ก’ถ ชวโน จ ชวาธโิ ก
มขุ าธานํ ขลโี น วา กสา ตวฺ ’สสฺ าภติ าฬนิ .ี
๓๗๐. มา้ รา้ ย, ม้าพยศ ๒ : โฆฏก, ขฬุงฺก
ชวาธโิ ก มา้ ตัววิ่งเรว็ ท่ีสดุ ชวโน ชอ่ื วา่ ชวน(ม้าเรว็ , มา้ บิน)
บงั เหยี นมา้ ๒ : มขุ าธาน, ขลนี , (ขลีโน) ขลีน ศพั ท์ (ปุลลฺ งิ ฺโค)
เป็นปงุ ลงิ คบ์ า้ ง วา เปน็ นปงุ สกลงิ คบ์ ้าง
อสฺสาภติ าฬนิ ี ไม้สำ� หรับตีม้า กสา ช่ือวา่ กสา(แสต้ ีม้า)
๓๗๑. กุสา ตุ นาสรชชฺ มุ ฺหิ วฬวา’สฺสา ขโุ ร สผํ
ปุจฉฺ ’มนิตฺถี นงคฺ ฏุ ฺฐํ วาลหตโฺ ถ จ วาลธิ.
๓๗๑. กุสา กสุ า ศพั ท์ (วตฺตติ) ย่อมเป็นไป นาสรชชฺ มุ หฺ ิ ในเชือก
สนจมูกม้า
แม่ม้า, ม้าตัวเมยี ๒ : วฬวา, อสสฺ า
กีบม้า ๒ : ขุร, สผ
หาง ๒ : ปุจฺฉ, นงคฺ ฏุ ฺฐ(นงคฺ ุฬ) (ปจุ ฉฺ ํ) ปจุ ฉฺ ศัพท์ อนติ ฺถี เป็น
ปุงลงิ ค์และนปงุ สกลงิ ค์
ปลายหางทม่ี ีขนเปน็ พวง ๒ : วาลหตฺถ, วาลธิ
ภกู ณั ฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : ขัตตยิ วรรค 147
๓๗๒. สนทฺ โน จ รโถ ผุสฺส- รโถ ตุ น รณาย โส
จมมฺ าวโุ ต จ เวยยฺ คฺโฆ เทปโฺ ป พยฺ คฆฺ สสฺ ทปี ิโน.
๓๗๒. รถสงคราม ๒ : สนฺทน, รถ
(โย) รโถ รถคันใด น (โหติ) ย่อมไมม่ ี รณาย เพื่อการรบ โส (รโถ)
รถคันนน้ั ผสุ ฺสรโถ ชือ่ ว่า ผสุ ฺสรถ(รถมงคล, รถสำ� ราญ)
จมฺมาวุโต รถท่หี มุ้ ดว้ ยหนัง พยฺ คฆฺ สฺส ของเสือโครง่ ทีปิโน
ของเสอื ดาว เวยฺยคโฺ ฆ ช่อื วา่ เวยฺยคฺฆ(รถหมุ้ ด้วยหนงั เสือโครง่ ) เทปฺโป
ชอ่ื วา่ เทปฺป(รถหมุ้ ด้วยหนงั เสอื ดาว) (กมา) ตามลำ� ดบั
๓๗๓. สวิ กิ า ยาปฺยยานญจฺ า’ นติ ถฺ ี ตุ สกโฏ’ปยฺ ’นํ
จกกฺ ํ รถงคฺ ’มาขฺยาตํ ตสฺสนฺโต เนมิ นารยิ .ํ
๓๗๓. วอ, ยานทีใ่ ชค้ นหาม ๒ : สวิ ิกา,ยาปฺยยาน
เกวียน ๒ : สกฏ, อน, (สกโฏ) สกฏ ศพั ท์ อนติ ฺถี เป็นปุงลงิ ค์
และนปุงสกลิงค์
ล้อ ๒ : จกฺก, รถงฺค, (ทวฺ ย)ํ ศัพท์ทง้ั ๒ (ปณฺฑิเตน) อันบัณฑิต
อาขฺยาตํ กลา่ วว่าเปน็ นปุงสกลงิ ค์
อนฺโต ปลาย ตสฺส แหง่ ล้อน้ัน เนมิ ช่ือวา่ เนมิ(กงลอ้ ) (เนมิ) เนมิ
ศพั ท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป นารยิ ํ ในอติ ถีลิงค์
148 อภิธานัปปทปี กิ า
๓๗๔. ตมมฺ ชฺเฌ ปณิ ฑฺ ิกา นาภิ กุพพฺ โร ตุ ยุคนธฺ โร
อกฺขคคฺ กีเล อาณ’ี ตถฺ ี วรุโถ รถคุตฺย’ถ.
๓๗๔. ปณิ ฑฺ ิกา ส่วนประกอบของรถมีสัณฐานกลมๆ (ฐิตา) อัน
ตง้ั อยู่ ตมฺมชเฺ ฌ ในท่ามกลางแห่งล้อนน้ั นาภิ ชื่อว่า นาภิ(ดมุ รถ)
ทบู (ไม้แม่แคร่เกวยี นท่ยี น่ื ออกมาติดกับแอก) ๒ : กพุ ฺพร, ยุคนฺธร
อาณิ อาณิ ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป อกขฺ คฺคกีเล ในสลกั อันใส่
เข้าไปในปลายแห่งเพลา(ไมส้ ลกั เพลา) (อาณ)ิ อาณิ ศัพท์ อิตถฺ ี เปน็ อิตถลี งิ ค์
ไมค้ ้ำ� , ตัวถงั เกราะกนั อาวธุ ๒ : วรุถ, รถคตุ ตฺ ิ
๓๗๕. ธโุ ร มเุ ข รถสฺสงฺคา ตวฺ ’กฺโข’ปกฺขรอาทโย
ยานญจฺ วาหนํ โยคคฺ ํ สพพฺ หตฺถยฺ าทิวาหเน.
๓๗๕. ธโุ ร ธรุ ศพั ท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเป็นไป มเุ ข ในหวั เกวียนหรือ
หวั รถ(แอก)
อกโฺ ข เพลา อุปกฺขรอาทโย และส่วนต่างๆมไี มท้ ี่ต้งั อยูบ่ นเพลา
เปน็ ตน้ องคฺ า เป็นสว่ นประกอบ รถสฺส ของรถ
ยาน, พาหนะ ๓ : ยาน, วาหน, โยคคฺ
(ตย)ํ ศัพท์ท้งั ๓ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเป็นไป สพฺพหตถฺ ยฺ าทิวาหเน
ในพาหนะทุกอย่างมีพาหนะชา้ ง เปน็ ต้น
ภูกัณฑ์ : จตพุ พัณณวรรค : ขตั ติยวรรค 149
๓๗๖. รถจารี ตุ สูโต จ ปาชติ า เจว สารถิ
รถาโรโห จ รถิโก รถี โยโธ ตุ โย ภโฏ.
๓๗๖. คนขับรถ ๔ : รถจารี, สูต, ปาชติ ,ุ สารถิ
ทหารประจ�ำรถ ๓ : รถาโรห, รถิก, รถี
ทหาร, ข้าราชการ ๒ : โยธ, ภฏ (ทวฺ ย)ํ ศพั ทท์ ้งั ๒ โย
เปน็ ปงุ ลิงค์
๓๗๗. ปทาติ ปตฺตี ตุ ปุเม ปทโค ปทิโก มโต
สนฺนาโห กงกฺ โฏ วมฺมํ กวโจ วา อุรจฺฉโท.
๓๗๘. ชาลกิ า’ถ จ สนนฺ ทฺโธ สชโฺ ช จ วมฺมโิ ก ภเว
อามุกโฺ ก ปฏิมุกโฺ ก’ถ ปุเรจารี ปเุ รจโร.
๓๗๙. ปพุ พฺ งคฺ โม ปเุ รคามี มนทฺ คามี ตุ มนถฺ โร
ชวโน ตรุ โิ ต เวค ี เชตพพฺ ํ เชยยฺ ’มจุ ฺจเต.
๓๗๗ - ๓๗๙. ทหารเดนิ เท้า, ทหารบก ๔ : ปทาติ, ปตฺติ,
ปทค, ปทิก
(อยํ สททฺ สมูโห) กลมุ่ ศัพทน์ ี้ (ปณฑฺ ิเตน) อันบณั ฑติ มโต พงึ ทราบ
ว่ามอี รรถเหมือนกนั , (ทฺวย)ํ ปทาตแิ ละปตฺติ ศัพท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเป็นไป
ปุเม ในปงุ ลงิ ค์
เกราะ ๖ : สนฺนาห, กงฺกฎ, วมฺม, กวจ, อรุ จฉฺ ท, ชาลกิ า
(กวโจ) กวจ ศพั ท์ วา เปน็ ปุงลงิ ค์บ้าง นปุงสกลิงคบ์ ้าง
ทหารสวมเกราะ ๓ : สนนฺ ทธฺ , สชชฺ , วมมฺ ิก
150 อภธิ านัปปทปี กิ า
ชดุ แต่งประจำ� ส�ำหรบั การรบ ๒ : อามกุ กฺ , ปฏมิ ุกฺก
[บางแหง่ แปลว่า ทหารผูแ้ ตง่ เครื่องแบบเตม็ ยศ]
ทพั หนา้ ๔ : ปุเรจารี, ปุเรจร, ปพุ พฺ งคฺ ม, ปเุ รคามี
ผ้ไู ปช้าๆ ๒ : มนฺทคาม,ี มนฺถร
ผู้ไปเร็ว ๓ : ชวน, ตรุ ิต, เวคี
เชตพฺพํ สง่ิ ทสี่ ามารถเอาชนะได้ (ปณฺฑเิ ตน) อนั บณั ฑติ อุจฺจเต
ยอ่ มเรียก เชยฺยํ ว่า เชยยฺ
๓๘๐. สูรวีรา ตุ วิกกฺ นฺโต สหาโย’นุจโร สมา
สนนฺ ทธฺ ปปฺ ภตุ ี ตสี ุ ปาเถยฺยํ ตุ จ สมพฺ ล.ํ
๓๘๐. ผกู้ ลา้ หาญ ๓ : สูร, วรี , วิกกฺ นตฺ
ผตู้ ามหลัง, ทพั หลัง, กองหนนุ ๒ : สหาย, อนจุ ร
(อิเม สทฺทา) ศพั ทท์ ัง้ หลายเหลา่ น้ี สมา มีอรรถเสมอกัน,
สนฺสทธฺ ปปฺ ภตุ ี ตั้งแตส่ นนฺ ทฺธ ศพั ท์ เปน็ ตน้ (ในคาถาที่ ๓๗๘) ถงึ อนุจร ศัพท์
(วตตฺ นตฺ ิ) ย่อมเป็นไป ตสี ุ (ลิงฺเคส)ุ ในลงิ ค์ทั้ง ๓
เสบียง(อาหารสำ� หรับเดนิ ทางไกล) ๒ : ปาเถยฺย, สมพฺ ล
๓๘๑. วาหินี ธชินี เสนา จมู จกกฺ ํ พลํ ตถา
อนีโก วา’ถ วนิ ฺยาโส พฺยโู ห เสนาย กถฺยเต.
๓๘๑. กองทพั ๗ : วาหินี, ธชนิ ี, เสนา, จม,ู จกฺก, พล, อนีก
(อนโี ก) อนกี ศัพท์ วา เป็นปุงลงิ คบ์ ้าง นปุงสกลิงคบ์ ้าง
วินยฺ าโส การจดั เตรียม เสนาย ซึง่ กองทพั (ปณฺฑเิ ตน) อนั บัณฑิต
กถฺยเต ท่านยอ่ มกลา่ ว พฺยูโห (อติ )ิ ว่า พยฺ ูห
ภูกัณฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : ขัตติยวรรค 151
๓๘๒. หตถฺ ี ทวฺ าทสโปโส ต ิ - ปุริโส ตรุ โค รโถ
จตุโปโส’ติ เอเตน ลกขฺ เณนา’ธมนฺตโต.
๓๘๓. หตถฺ านกี ํ หยานีกํ รถานกี ํ ตโย ตโย
คชาทโย สสตถฺ า ต ุ ปตฺตานีกํ จตชุ ฺชนา.
๓๘๒ - ๓๘๓. คชาทโย พาหนะมีชา้ ง เป็นต้น อธมนตฺ โต อย่างน้อย
ตโย ตโย อย่างละ ๓ เอเตน ลกฺขเณน ตามลักษณะนี้ อติ ิ คือ หตถฺ ี ช้าง ๑
เชือก ทวฺ าทสโปโส มที หาร ๑๒ นาย, ตุรโค ม้า ๑ ตวั ตปิ ุริโส มีทหาร ๓ นาย
รโถ รถ ๑ คนั จตโุ ปโส มีทหาร ๔ นาย หตฺถานีกํ ชื่อว่า หตฺถานีก(ทัพชา้ ง)
หยานีกํ ช่อื ว่า หยานกี (ทัพมา้ ) รถานีกํ ชือ่ วา่ รถานกี (ทพั รถ)
จตุชชฺ นา ทหาร ๔ นาย สสตฺถา พร้อมดว้ ยอาวธุ ปตฺตานกี ํ ชอื่ วา่
ปตตฺ านกี (ทพั พลเดนิ เท้า)
๓๘๔. สฏฺฐวิ สํ กลาเปส ุ ปจฺเจกํ สฏฐฺ ทิ ณฺฑสิ ุ
ธูลีกเตสุ เสนาย ยนฺติยา’กฺโขภนี’ตถฺ ยิ ํ.
๓๘๔. สฏฐฺ ิวสํ ปลาเปสุ ครั้นเมอ่ื มดั ไม้ไผ่ ๖๐ มัด สฏฺฐิทณฑฺ ิสุ
อันมีไมไ้ ผ่ ๖๐ ล�ำ ปจเฺ จกํ ทกุ ๆมัด เสนาย อันกองทัพ ยนตฺ ยิ า ผ้เู คลือ่ นไปอยู่
ธูลกี เตสุ กระทำ� ใหเ้ ปน็ ผยุ ผงแลว้ สนฺเตสุ มอี ยู่, เอสา (เสนา)กองทัพน้ี
อกโฺ ขภนี ชือ่ วา่ อกโฺ ขภนี (อยํ) อกโฺ ขภนี ศัพทน์ ้ี (วตตฺ ติ) ยอ่ มเปน็ ไป อิตถฺ ิยํ
ในอิตถีลงิ ค์ [อกโฺ ขภนี คือ กองทพั ท่ีประกอบด้วยชา้ ง ๒๑,๘๗๐ เชือก, รถ ๒๑,๘๗๐ คัน, มา้
๖๕,๖๑๐ ตวั , พลเดินเท้า ๑๐๙,๓๕๐ คน, รวมเปน็ ๗๑๘,๗๐๐ กองพล มีทหารท้งั หมด
๑๔,๘๑๑ โกฏิคน]
152 อภิธานัปปทีปิกา
๓๘๕. สมฺปตตฺ ิ สมปฺ ทา ลกฺขี สิรี วปิ ตฺติ อาปทา
อถา’วุธญฺจ เหต’ิ ตฺถี สตถฺ ํ ปหรณํ ภเว.
๓๘๕. ความสมบูรณ,์ ความพร้อม ๔ : สมฺปตตฺ ิ, สมปฺ ทา,
ลกขฺ ี, สิรี
ความหายนะ, ความวบิ ัติ ๒ : วิปตตฺ ิ, อาปทา
อาวธุ ๔ : อาวุธ(อายธุ ), เหต,ิ สตฺถ, ปหรณ, (เหติ) เหติ ศัพท์
อติ ฺถี เปน็ อติ ถีลิงค์
๓๘๖. มุตฺตามตุ ฺต’มมตุ ฺตญจฺ ปาณิโต มตุ ฺต’เมว จ
ยนตฺ มตุ ตฺ นตฺ ิ สกลํ อายธุ ํ ตํ จตพุ ฺพธิ ํ.
๓๘๖. ตํ อาวุธํ อาวุธนน้ั สกลํ ท้ังหมด จตุพฺพิธํ มี ๔ อย่าง อิติ
คอื มตุ ฺตามตุ ฺตํ อาวธุ ท่ใี ช้มือซดั และไม่ได้ใชม้ ือซัด อมตุ ฺตํ อาวุธที่ไมใ่ ช้มือซดั
ปาณโิ ต มตุ ตฺ ํ เอว จ อาวุธท่ีใช้มอื ซดั เทา่ นัน้ ยนตฺ มตุ ฺตํ อาวุธทย่ี งิ ด้วยเครื่องยิง
๓๘๗. มุตตฺ ามุตฺตญจฺ ยฏฐฺ ฺยาทิ อมตุ ฺตํ ฉรุ ิกาทกิ ํ
ปาณิมตุ ตฺ ํ ตุ สตยฺ าท ิ ยนฺตมตุ ตฺ ํ สราทิกํ.
๓๘๗. ยฏฺฐยฺ าทิ อาวธุ ไม้และตะบอง เปน็ ตน้ มุตตฺ ามตุ ฺตํ ช่อื ว่า
มุตฺตามุตฺต, ฉุรกิ าทกิ ํ ดาบและมีดสัน้ เป็นตน้ อมุตตฺ ํ ช่ือวา่ อมตุ ฺต สตฺยาทิ
หอก เป็นต้น ปาณิมตุ ฺตํ ชอื่ ว่า ปาณิมุตฺต, สราทิกํ ลูกศร เปน็ ตน้ ยนตฺ มตุ ตฺ ํ
ช่ือวา่ ยนฺตมุตฺต
ภกู ณั ฑ์ : จตุพพัณณวรรค : ขัตติยวรรค 153
๓๘๘. อิสสฺ าโส ธนุ โกทณฑฺ ํ จาโป’นติ ถฺ ี สราสนํ
อโถ คุโณ ชิยา ชฺยา’ถ สโร ปตตฺ ิ จ สายโก.
๓๘๙. วาโณ กณฑฺ ’มุสุ ทวฺ ีสุ ขุรปโฺ ป เตชนา’สนํ
ตณู ’ี ตถฺ ิยํ กลาโป จ ตูโณ ตูณีรวาณธ.ิ
๓๘๘ - ๓๘๙. ธนู ๕ : อิสฺสาส, ธน,ุ โกทณฺฑ, จาป, สราสน
(จาโป) จาป ศพั ท์ อนติ ฺถี เปน็ ปุงลิงค์และนปงุ สกลิงค์
สายธนู ๓ : คณุ , ชยิ า, ชยฺ า
ลูกศร ๙ : สร, ปตฺต,ี สายก, วาณ(พาณ), กณฺฑ, อสุ ุ, ขุรปฺป, เตชน,
อสน.
(อสุ )ุ อสุ ุ ศพั ท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเป็นไป ทวฺ สี ุ (ลิงฺเคสุ) ในปงุ ลิงคแ์ ละ
อติ ถลี ิงค์
แลง่ ธนู ๕ : ตณู ,ี กลาป, ตณู , ตูณีร, วาณธิ
(ตณู ี) ตูณี ศัพท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเป็นไป อติ ฺถยิ ํ ในอิตถลี งิ ค์
๓๙๐. ปกโฺ ข ตุ วาโช ทิทฺโธ ต ุ วสิ ปปฺ โิ ต สโร ภเว
ลกฺขํ เวชฌฺ ํ สรพฺยญจฺ สราภฺยาโส ต’ุ ปาสน.ํ
๓๙๐. หางศร, ขนนกท่ีหางลูกศร ๒ : ปกฺข, วาช
สโร ลกู ศร วิสปฺปโิ ต อนั อาบยาพษิ ททิ ฺโธ ชอื่ ว่า ททิ ฺธ(ลกู ศรอาบยา
พษิ )
เปา้ ๓ : ลกฺข, เวชฺฌ, สรพยฺ
สราภยฺ าโส การฝกึ หดั ยิงธนู อปุ าสนํ ช่ือวา่ อุปาสน
154 อภิธานัปปทีปิกา
๓๙๑. มณฑฺ ลคโฺ ค ตุ เนตตฺ โึ ส อสิ ขคโฺ ค จ สายโก
โกส’ิ ตถฺ ี ตปฺปธิ าเน’โถ ถรุ ขคฺคาทิมุฏฐฺ ยิ .ํ
๓๙๑. ดาบ(กระบ่ี) ๕ : มณฺฑลคคฺ , เนตตฺ ึส, อสิ, ขคฺค, สายก
(โกสิ) โกสิ ศพั ท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเป็นไป ตปปฺ ธิ าเน ในฝักแหง่ ดาบนน้ั
(ฝักดาบ) (โกสิ) โกสิ ศัพท์ อติ ถฺ ี เปน็ อิตถลี ิงค์
ถรุ ถรุ ศพั ท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป ขคฺคาทมิ ฏุ ฐฺ ยิ ํ ในดา้ มของดาบ
เป็นต้น
๓๙๒. เขฏกํ ผลกํ จมฺมํ อิลลฺ ี ตุ กรปาลกิ า
ฉุรกิ า สตฺย’สปิ ตุ ฺตี ลคโุ ฬ ตุ จ มุคฺคโร.
๓๙๒. โล่ก�ำบัง ๓ : เขฏก, ผลก, จมฺม
กระบสี่ ้นั ๒ : อิลลฺ (ี อลี ี), กรปาลิกา
กรชิ ๓ : ฉุริกา, สตตฺ ี, อสิปตุ ฺตี
ไมฆ้ ้อน(ตะบองท่ีต้นกับปลายใหญเ่ ทา่ กนั ) ๒ : ลคฬุ , มุคฺคร
๓๙๓. สลฺโล’นติ ฺถี สงฺกุ ปุเม วาสี ตุ ตจฺฉนี’ตถฺ ยิ ํ
กุฐารี’ตฺถี ผรสุ โส ฏงฺโก ปาสาณทารโณ.
๓๙๓. ปลายลกู ศร, ขวาก ๒ : สลฺล, สงกฺ ุ (สลโฺ ล) สลฺล ศัพท์
อนติ ถฺ ี เป็นปงุ ลิงค์และนปุงสกลิงค์ (สงฺก)ุ สงกฺ ุ ศพั ท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเป็นไป
ปุเม ในปุงลงิ ค์
ภูกณั ฑ์ : จตุพพัณณวรรค : ขัตติยวรรค 155
ขวานถาก ๒ : วาสี, ตจฺฉนี
(ทฺวย)ํ วาสี และ ตจฉฺ นี ศพั ท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเปน็ ไป อติ ฺถิยํ
ในอติ ถีลงิ ค์
ขวาน ๒ : กฐุ ารี(กธุ าร)ี , ผรส(ุ ปรส)ุ
(กฐุ าร)ี กฐุ ารี ศัพท์ อิตฺถี เปน็ อิตถลี งิ ค์ (ผรส)ุ ผรสุ ศพั ท์ โส
เป็นปงุ ลงิ ค์
ปาสาณทารโณ เหลก็ สกดั หนิ (เหล็กท�ำลายหนิ ) ฏงโฺ ก ช่ือวา่ ฏงฺก
(เหล็กสกัดหิน, สว่ิ , หมุด)
๓๙๔. กณโย ภนิ ฺทวิ าโฬ จ จกฺกํ กนุ โฺ ต คทา ตถา
สตฺยา’ที สตฺถเภทา’ถ โกโณ’สฺโส โกฏิ นาริย.ํ
๓๙๔. กณโย ฉมวก ภนิ ฺทิวาโฬ ตะบองคด [มีรปู ทรงคดงอหวั คดและ
ใหญย่ าว ๑ ศอก กลมโดยรอบ ๑ กำ� มอื เวลาจะขวา้ งตะบองคดน้ัน ต้องยืนกา้ วขาซ้ายไปข้าง
หน้า ๑ ก้าว กำ� ตะบองแกวง่ หมนุ ๓ รอบ และขว้างออกไปหมายใหถ้ กู ข้าศึก วิธีนเ้ี ป็นการท�ำ
สงครามของคนฮินดูสมัยโบราณ] จกกฺ ํ กรงอาวธุ กุนโฺ ต ทวน(ยาว ๑๒ ศอก) คทา
ตะบอง(ยาว ๑ ศอก) สตฺยาที อาวุธทง้ั หลาย มีสตฺติ = หอก เปน็ ตน้ สตถฺ เภทา
เปน็ ศาสตราวธุ ชนดิ ต่างๆ
ปลายดาบ ๓ : โกณ, อสฺส, โกฏิ, (โกฏิ) โกฏิ ศัพท์ (วตตฺ ติ)
ยอ่ มเป็นไป นาริยํ ในอติ ถีลงิ ค์
156 อภธิ านัปปทปี กิ า
๓๙๕. นยิ ฺยานํ คมนํ ยาตรฺ า ปฏฺฐานญจฺ คโม คติ
จุณฺโณ ปํสุ รโช เจว ธลู ’ี ตฺถี เรณุ จ ทวฺ ิสุ.
๓๙๕. การออกรบ, ขบวนเสดจ็ ของพระราชา ๖ :
นิยฺยาน, คมน, ยาตฺรา, ปฏฐฺ าน, คม, คติ
ฝนุ่ ละออง, ผงธุลี ๕ : จุณณฺ , ปสํ ุ, รช, ธลู ,ิ เรณุ
(ธลู )ิ ธุลิ ศพั ท์ อติ ถฺ ี เป็นอติ ถีลงิ ค์ (เรณ)ุ เรณุ ศพั ท์ (วตตฺ ติ) ย่อม
เปน็ ไป ทฺวสี ุ (ลงิ เฺ คสุ) ในปงุ ลงิ ค์และอิตถีลงิ ค์
๓๙๖. มาคโธ มธโุ ก วุตฺโต วนทฺ ี ตุ ถตุ ิปาฐโก
เวตาฬโิ ก โพธกโร จกฺกิโก ตุ จ ฆณฏฺ ิโก.
๓๙๖.ผสู้ รรเสริญพระราชวงศ์ (ผูแ้ ต่งและขับร้องเพลง
สรรเสรญิ พระบารม)ี ๒ : มาคธ, มธกุ
ผูส้ รรเสรญิ คณุ พระราชามีทานและการรบเปน็ ต้น ๒ :
วนฺที, ถุติปาฐก
ผู้รอ้ งเพลงปลุกพระราชาในเวลาเชา้ ๒ : เวตาฬิก, โพธกร
ผตู้ ีโมงยาม ๒ : จกฺกิก, ฆณฏฺ ิก(ฆฏิก)
ภูกัณฑ์ : จตพุ พัณณวรรค : ขัตติยวรรค
๓๙๗. เกตุ ธโช ปฏากา จ กทลี เกตนํ’ปยฺ ’ถ
โย’หกํ าโร’ญฺญมญญฺ สสฺ สา’หมหมิกา ภเว.
๓๙๗. ธง ๕ : เกต,ุ ธช, ปฏากา, กทล,ี เกตน
โย อหกํ าโร ความอหังการวา่ เราแน่ อญฺญมญฺญสสฺ ซ่งึ กันและกนั ของ
ทหาร อตฺถิ มีอย่,ู โส (อหกํ าโร) ความอหงั การน้นั อหมหมิกา ชื่อว่า อหมห-
มกิ า[การถอื ตัวหยง่ิ ว่าเรามีความสามารถกวา่ ทา่ น เปน็ ตน้ เปน็ เหตุใหเ้ กิดการ
ขดั แย้งกนั จนแตกจากความสามัคค]ี
๓๙๘. พลํ ถาโม สหํ สตฺติ วิกฺกโม ตฺว’ติสรู ตา
รเณ ชติ สฺส ยํ ปานํ ชยปานนฺ’ติ ตํ มต.ํ
๓๙๘. กำ� ลงั , ความสามารถ ๔ : พล, ถาม, สห, สตฺติ
อตสิ ูรตา ความเป็นแห่งบคุ คลผูก้ ล้าย่ิง วิกฺกโม ชอื่ ว่า วกิ ฺกม(ความ
กลา้ หาญยง่ิ จนไม่กลวั ตอ่ ความตาย)
ยํ ปานํ การดื่มใด ชติ สฺส ของพระราชาผู้ทรงพชิ ิต รเณ ในสงคราม
อตฺถิ มีอย,ู่ ตํ (ปานํ) การดม่ื น้นั (ปณฑฺ เิ ตน) อนั บัณฑิต มตํ พึงทราบ
ชยปานนฺติ วา่ ชยปาน(การดื่มฉลองชยั )
158 อภิธานัปปทีปกิ า
๓๙๙. สงคฺ าโม สมปฺ หาโร จา’ นติ ฺถยิ ํ สมรํ รณํ
อาช’ิ ตฺถี อาหโว ยุทฺธ’ มาโยธนญฺจ สยํ ุค.ํ
๔๐๐. ภณฑฺ นํ ตุ ววิ าโท จ วคิ คฺ โห กลหเมธคา
มจุ ฺฉา โมโห’ถ ปสยฺโห พลกกฺ าโร หโฐ ภเว.
๓๙๙ - ๔๐๐. การรบ, สงคราม ๙ : สงคฺ าม, สมฺปหาร, สมร,
รณ, อาชิ, อาหว, ยุทฺธ, อาโยธน, สยํ คุ
(ทวฺ ย)ํ สมรและรณ ศัพท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเป็นไป อนติ ฺถิยํ ในปุงลงิ ค์
และนปงุ สกลิงค์
การทะเลาะวิวาท ๕ : ภณฑฺ น, วิวาท, วคิ คฺ ห, กลห, เมธค
ความงวยงงท�ำใหห้ ลง, การสยบ ๒ : มุจฉฺ า, โมห
การขม่ เหง ๓ : ปสยฺห, พลกกฺ าร, หฐ
๔๐๑. อปุ ปฺ าโท ภตู วกิ ติ ยา สภุ าสุภสจู ิกา
อีติ ตวฺ ิ’ตฺถี อชญฺญญฺจ อุปสคโฺ ค อุปททฺ โว.
๔๐๑. ยา ภูตวิกติ ความวปิ รติ แปรปรวนของดนิ ฟ้าอากาศใด
สุภาสภุ สูจิกา อันแสดงซง่ึ ผลดแี ละผลไม่ดี อตฺถิ มีอยู่, สา (ภตู วิกติ) ความ
วปิ ริตแปรปรวนของดนิ ฟ้าอากาศน้ัน อุปปฺ าโท (อุปปฺ าโต) ชอ่ื ว่า อปุ ปฺ าท
(อปุ ฺปาต) [ปพุ พนมิ ติ , ลางสงั หรณ์ อาเพศแหง่ ดินฟา้ อากาศที่แสดงผลดีและชัว่ ,
ลางชี้ผลดีและช่ัว]
ภกู ัณฑ์ : จตพุ พัณณวรรค : ขตั ตยิ วรรค 159
๔๐๒. นพิ ฺพุทธฺ ํ มลลฺ ยทุ ฺธมหฺ ิ ชโย ตุ วิชโย ภเว
ปราชโย รเณ ภงโฺ ค ปลายน’มปกกฺ โม.
๔๐๒. นพิ ฺพุทฺธํ นิพฺพุทธฺ ศัพท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเป็นไป มลฺลยทุ ธฺ มหฺ ิ
ในการแข่งขนั ชกมวยและการปล�้ำมวย
การชนะ ๒ : ชย, วชิ ย
ภงโฺ ค ความสูญเสยี รเณ ในสงคราม ปราชโย ช่อื วา่ ปราชย(การ
พ่ายแพ้)
การวงิ่ หนี ๒ : ปลายน, อปกกฺ ม
นาสนญฺจ นสิ ทู นํ
๔๐๓. มารณํ หนนํ ฆาโต วโธ สสนฆาตน.ํ
หสึ นํ สรณํ หสึ า
๔๐๔. มรณํ กาลกริ ยิ า ปลโย มจฺจุ อจฺจโย
นิธโน’นิตถฺ ยิ ํ นาโส กาโล’นฺโต จวนํ ภเว.
๔๐๓ - ๔๐๔. การฆ่า ๑๑ : มารณ, หนน, ฆาต, นาสน, นสิ ทู น,
หสึ น, สรณ, หึสา, วธ, สสน, ฆาตน
ความตาย ๑๐ : มรณ, กาลกริ ิยา, ปลย, มจจฺ ,ุ อจจฺ ย, นธิ น, นาส,
กาล, อนตฺ , จวน
(นธิ โน) นธิ น ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป อนิตถฺ ยิ ํ ในปงุ ลิงค์และ
นปงุ สกลิงค์
160 อภิธานปั ปทปี กิ า
๔๐๕. ตีสุ เปโต ปเรโต จ มโต’ถ จิตโก จโิ ต
อาฬหนํ สุสานญจฺ า’ นติ ถฺ ยิ ํ กุณโป ฉโว.
๔๐๕. คนตาย, เปรต ๓ : เปต, ปเรต, มต
(ตยํ) ศพั ท์ท้งั ๓ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเป็นไป ตีสุ(ลิงฺเคสุ) ในลิงค์ทง้ั ๓
เชงิ ตะกอน ๒ : จิตก, จิต
ปา่ ชา้ , สุสาน ๒ : อาฬาหน, สุสาน
ซากศพ ๒ : กุณป, ฉว
(ทวฺ ยํ) ศัพท์ท้ัง ๒ (วตตฺ ติ) ย่อมเป็นไป อนติ ฺถิยํ ในปุงลงิ ค์และ
นปงุ สกลงิ ค์
๔๐๖. กพนโฺ ธ’นิตฺถยิ ํ เทโห สโิ รสญุ ฺโญ สหกรฺ โิ ย
อถ สิวถิกา วตุ ตฺ า สุสานสมฺ ญิ ฺหิ อามเก.
๔๐๖. เทโห ร่างกาย สโิ รสญุ โฺ ญ อันไร้หวั สหกรฺ ิโย อนั สามารถท�ำ
กิรยิ าอาการมีการฟ้อนร�ำ เป็นตน้ กพนฺโธ ชอื่ ว่า กพนฺธ(ผีหวั ขาด)
สวิ ถกิ า สิวถกิ า ศพั ท์ (ปณฺฑิเตน) อนั บัณฑิต วุตฺตา กลา่ วแล้ว
สสุ านสฺมึ วา่ เปน็ ไปในสุสาน อามเก อันเปน็ ทท่ี งิ้ ศพดิบ(ปา่ ชา้ ผีดิบ)
๔๐๗. วนทฺ ’ี ตฺถิยํ กรมโร ปาโณ ตฺว’สุ ปกาสโิ ต
การา ตุ พนฺธนาคารํ การณา ตุ จ ยาตนา.
๔๐๗. เชลยศึก ๒ : วนทฺ ี, กรมร
(วนทฺ ี) วนฺที ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเป็นไป อิตถฺ ยิ ํ ในอิตถลี ิงค์
ภกู ณั ฑ์ : จตพุ พัณณวรรค : ขตั ติยวรรค 161
ชีวิต ๒ : ปาณ, อสุ
(สททฺ สมโู ห) ศัพท์ท้ัง ๒ (ปณฺฑิเตน) อันบัณฑิต ปกาสโิ ต แสดงวา่
มีอรรถเหมอื นกัน
เรือนจ�ำ ๒ : การา, พนธฺ นาคาร
การทรมานกาย, การทำ� ใหเ้ จบ็ ปวด ๒ : การณา, ยาตนา
ขตตฺ ยิ วคฺโค
ขัตตยิ วรรค
อติ ิ จบ
๒.
ภกู ัณฑ์
๔. จตพุ พัณณวรรค
๔.๒ พราหมณวรรค
ภกู ัณฑ์ : จตพุ พัณณวรรค : พราหมณวรรค 163
๔๐๘. พรฺ หมฺ พนธฺ ุ ทฺวโิ ช วปิ โฺ ป พฺรหฺมา โภวาที พฺราหฺมโณ
โสตฺตโิ ย ฉนฺทโส โส’ถ สิสฺสนเฺ ตวาสโิ น ปเุ ม.
๔๐๘. พราหมณ์ ๖ : พรฺ หมฺ พนธฺ ุ, ทฺวิช, วปิ ปฺ , พรฺ หมฺ , โภวาท,ี
พรฺ าหมฺ ณ
พราหมณผ์ ้สู าธยายคมั ภรี ์เวท ๒ : โสตตฺ ยิ , ฉนฺทส
(ทฺวยํ) ศพั ท์ท้ัง ๒ โส เป็นปุงลิงค์
ลูกศิษย์ ๒ : สสิ สฺ , อนฺเตวาสี
(ทวฺ ยํ) ศัพทท์ ั้ง ๒ (วตตฺ ติ) ย่อมเปน็ ไป ปุเม เป็นไปในปุงลิงค์
๔๐๙. พรฺ หฺมจารี คหฏโฺ ฐ จ วานปฺปตฺโถ จ ภกิ ฺขตุ ิ
ภวนตฺ ิ จตตฺ าโร เอเต อสสฺ มา ปุนฺนปสุ เก.
๔๐๙. เอเต จตตฺ าโร ชนทั้งหลาย ๔ จำ� พวกเหลา่ น(้ี หรอื ธรรม ๔
อยา่ งเหล่านี)้ อิติ คือ พรฺ หมฺ จารี บคุ คลผู้มีความประพฤตอิ ันประเสริฐและ
สวดซง่ึ คัมภีรเ์ วท คหฏโฺ ฐ บคุ คลผู้ตงั้ อย่ใู นธรรม อรรถ กามและมกี ารบชู ายัญ
วานปฺปตฺโถ บุคคลผู้ประพฤตอิ ย่ใู นเขตป่าและทเ่ี งียบสงดั ภิกฺขุ ผูน้ งุ่ หม่ ผา้
ยอ้ มดว้ ยน�้ำฝาดมีการไปบิณฑบาตและเขา้ ฌานเป็นวัตร อสฺสมา มชี ่ือวา่
อสฺ สม(ธรรมปฏิบัตอิ ันเป็นที่พ่ึง) ภวนฺติ ย่อมม,ี (อสสฺ โม) อสฺสม ศพั ท์
(วตตฺ ติ) ย่อมเปน็ ไป ปุนนฺ ปสุ เก ในปุงลิงค์และนปุงสกลิงค์
164 อภิธานัปปทปี กิ า
๔๑๐. จรนตฺ า สห สีลาที สพรฺ หมฺ จารโิ น มถิ ุ
อปุ ชฺฌาโย อปุ ชฺฌา’ถา’ จริโย นิสสฺ ยทาทิโก.
๔๑๐. จรนตฺ า บุคคลผูบ้ �ำเพญ็ สีลาที ซึง่ ไตรสิกขา มสี ีลสิกขา
เปน็ ตน้ สห มิถุ กับด้วยกนั และกัน สพรฺ หมฺ จาริโน ช่อื วา่ สพฺรหฺมจารี
(ผ้ปู ระพฤตพิ รหมจรรยร์ ว่ มกนั )
พระอุปชั ฌาย์ ๒ : อปุ ชฺฌาย, อุปชฌฺ า
นิสฺสยทาทโิ ก บคุ คลมนี สิ สยาจารยแ์ ละธรรมาจารย์ เปน็ ตน้
อาจริโย ชอื่ วา่ อาจริย(อาจารย)์
๔๑๑. อปุ นยี า’ถ วา ปพุ พฺ ํ เวท’มชฌฺ าปเย ทฺวิโช
โย สงคฺ ํ สรหสสฺ ญฺจา’ จรโิ ย พฺราหมฺ เณสุ โส.
๔๑๑. อถ วา อกี นยั หนึง่ โย ทฺวิโช พราหมณค์ นใด อุปนีย น�ำมา
แล้ว อชฌฺ าปเย สอน เวทํ ซึ่งคัมภีรเ์ วท สางฺคํ อนั เป็นไปกับด้วยองค์ ๖ มี
คัมภรี ์กปั ปะ เป็นตน้ สรหสสฺ ํ อันเป็นไปกบั ดว้ ยความเรน้ ลบั ปุพฺพํ ตั้งแตต่ ้น,
โส พราหมณ์คนนนั้ อาจริโย ช่อื วา่ อาจริย พรฺ าหมฺ เณสุ ในหมู่พราหมณ์(หรอื
ในลัทธิพราหมณ)์
ภูกณั ฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : พราหมณวรรค 165
๔๑๒. ปารมฺปริย’เมตหิ ฺยํ อปุ เทโส ตเถ’ติหา
ยาโค ตุ กตุ ยญฺโญ’ถ เวทีตถฺ ี ภู ปรกิ ฺขตา.
๔๑๒. กฎหมายท่ีสบื ทอดกนั มา, ขนบธรรมเนยี ม ๔ :
ปารมปฺ รยิ , เอตหิ ฺย, อปุ เทส, เอตหิ
ยัญ ๓ : ยาค, กต,ุ ยญฺญ
ภู พน้ื ท่ี ปริกขฺ ตา อันถูกสรา้ งข้ึนด้วยเวทมนต์ เปน็ ต้น เวที ชอ่ื ว่า
เวที(แท่นบชู ายัญอนั ส�ำเร็จด้วยมนต)์
๔๑๓. อสสฺ เมโธ จ ปรุ ิส- เมโธ เจว นริ คคฺ โฬ
สมมฺ าปาโส วาชเปยฺย’ มติ ิ ยาคา มหา อิเม.
๔๑๓. อสฺสเมโธ ยัญทีฆ่ า่ ม้าบชู า ปุรสิ เมโธ ยัญที่ฆา่ บุรุษบชู า
นิรคฺคโฬ ยญั ทถี่ อดกลอนประตูบชู า สมฺมาปาโส ยัญทีใ่ ส่สลักแอกบชู า
วาชเปยยฺ ํ ยญั ทดี่ ม่ื เนยใสและนำ้� ผ้ึงบูชา อิติ อเิ ม (ยญฺญา ) ยญั พิธี ๕ อย่างน้ี
เปน็ ตน้ มหา ยาคา ชื่อว่า ยญั ใหญ6่ 0
๔๑๔. อติ วฺ โิ ช’ยาชโก จาถ สภฺโย สามาชโิ ก’ปฺย’ถ
ปรสิ า สภา สมชฺชา จ ตถา สมิติ สํสโท.
๔๑๔. ผบู้ ชู ายญั ๒ : อติ ฺวิช, ยาชก
สมาชกิ ผนู้ ั่งในสภาท่ี(ประชุม) ๒ : สภยฺ , สามาชกิ
สภาทีป่ ระชุม ๕ : ปรสิ า, สภา, สมชชฺ า, สมติ ,ิ สสํ
60 ดูค�ำอธิบายในคัมภีร์อฏั ฐกถาแห่งสุตตนิบาต พราหมณธัมมิกสูตร
166 อภิธานปั ปทปี ิกา
๔๑๕. จตสฺโส ปริสา ภิกฺข ุ ภิกขฺ ุนี จ อปุ าสกา
อุปาสกิ าโยติ อมิ า ’ ถวา’ฏฺฐ ปริสา สยิ ุ.
๔๑๖. ตาวตสึ ,ทฺวิช,กขฺ ตตฺ , มาร,คคฺ หปตสิ สฺ จ
สมณานํ วสา จาต-ุ มหาราชกิ พรฺ หฺมนุ .ํ
๔๑๕ - ๔๑๖. อเิ ม บุคคลเหลา่ นี้ อติ ิ คือ ภกิ ฺขุ ภิกษุ ภกิ ขฺ นุ ี ภกิ ษุณี
อุปาสกา อุบาสก อปุ าสกิ าโย อุบาสกิ า จตสฺโส ปริสา ชื่อว่า จตปุ ริสา
(พทุ ธบรษิ ทั ๔)
อถ วา อกี นัยหน่ึง อฏฐฺ ปรสิ า บรษิ ัท ๘ สยิ ุ ย่อมมี วสา
ด้วยประเภท ตาวตสึ ทฺวิชกขฺ ตฺตมารคคฺ หปติสฺส แห่งเทวดาช้นั ดาวดึงส์,
พราหมณ,์ พระราชา, มารและคหบดี สมณานํ แห่งสมณะท้งั หลาย จาตุมหา-
ราชกิ พรฺ หมฺ ุนํ แห่งเทวดาชัน้ จาตุมหาราชิกาและพรหมทง้ั หลาย
จตุวีส’กฺขรํ ตุ ยํ
๔๑๗. คายตฺติปปฺ มขุ ํ ฉนทฺ ํ สาวิตฺตี ติปทํ สยิ า.
เวทาน’มาทภิ ูตํ สา
๔๑๗. คายตฺตปิ ปฺ มขุ ํ ฉันท์คายัตตฉี ันท์และอณุ หกิ าฉันท์ เป็นตน้
ฉนฺทํ ช่ือวา่ ฉนทฺ (ฉันทลกั ษณ์) ยํ ฉันท์ใด จตุวสี กขฺ รํ อนั มี ๒๔ พยางค์
อาทภิ ตู ํ อันเปน็ บทเร่ิมตน้ เวทานํ แห่งคัมภรี ์เวททง้ั หลาย อตฺถิ มอี ย่,ู สา
(ฉนทฺ ชาติ)ฉนั ท์นั้น สาวิตตฺ ี ช่อื วา่ สาวิตตฺ ี สาวติ ตฉี ันท์ (ตํ ฉนฺท)ํ สาวิตีฉนั น้นั
ติ ปทํ มี ๓ บาท สยิ า ยอ่ มมี
ภกู ณั ฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : พราหมณวรรค 167
๔๑๘. หพฺยปาเก จรุ มโต สุชา ตุ โหมทพพฺ ยิ ํ
ปรมนนฺ ํ ตุ ปายาโส หพยฺ ํ ตุ หวิ กถฺยเต.
๔๑๘. จรุ จรุ ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตน) อนั บัณฑติ มโต พงึ ทราบ
หพฺยปาเก ในข้าวอันปรุงดว้ ยนมเพือ่ บูชายัญ
สุชา สชุ า ศพั ท์ (ปณฺฑเิ ตน) อันบัณฑิต มตา พึงทราบ โหมทพพฺ ยิ ํ
ในทพั พ(ี หรือชอ้ น) ส�ำหรับตักอาหารบูชายัญ
ขา้ วปายาส(ปรงุ ดว้ ยนำ�้ นม) ๒ : ปรมนนฺ , ปายาส(ปายส)
เคร่อื งเซน่ , เครอื่ งบวงสรวง ๒ : หพยฺ , หวิ
ทารมุ หฺ ิ ตฺว’รณี ทวฺ ิสุ
๔๑๙. ยโู ป ถณู ายํ นิมมฺ นตฺ ฺย ทกฺขณิ คคฺ ิ ตโย’ คคฺ โย.
คาหปฺปจฺจา’หวนีโย
๔๑๙. ยูโป ยูป ศพั ท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเปน็ ไป ถูณายํ ในเสาบูชายญั
อรณี อรณี ศัพท์ (วตฺตติ) ย่อมเป็นไป นิมมฺ นถฺ ยฺ ทารมุ ฺหิ ในไมส้ ไี ฟ (อรณ)ิ
อรณิ ศัพท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเปน็ ไป ทฺวีสุ ในปงุ ลิงคแ์ ละอติ ถีลิงค์
อคคฺ โย ไฟทั้งหลาย ตโย มี ๓ กอง อิติ คอื คาหาปจฺโจ (คหปปฺ ติ,
คหปตคฺคิ) ไฟท่ีเก่ียวกับเจา้ ของบ้าน(ไฟคือสามีผู้เป็นเจา้ ของบา้ น) อาหวนโี ย
(อาหุเนยยฺ คฺค)ิ ไฟทคี่ วรบชู า(ไฟคือพ่อแม)่ ทกฺขณิ คคฺ (ิ ทกขฺ ิเณยฺยคฺค)ิ ไฟเปน็
ที่สละทาน(ไฟคอื ภิกษผุ รู้ บั ทาน)