368 อภิธานัปปทปี ิกา
๙๐๓. วินา ปปุ ผฺ ํ ผลคคฺ าหิ- รกุ เฺ ข รกุ ฺเข วนปปฺ ติ
อาหเต เหมรชเต รปู ิยํ รชเตปิ จ.
๙๐๓. วนปปฺ ติ วนปปฺ ติ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คอื ปุปฺผํ วนิ า ผลคคฺ าหิรุกฺเข ในตน้ ไม้เผลด็ ผลโดย
ปราศจากดอก (เชน่ มะเดื่อ) รกุ เฺ ข ในต้นไมท้ ัว่ ไป
รปู ยิ ํ รปู ิย ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒
อยา่ ง (อิต)ิ คอื เหมรชเต ในทองค�ำและเงิน อาหเต ที่ประทบั ตราแลว้
รชเต ในเงินท่ัวไป
๙๐๔. ขคาทิพนธฺ เน ปาโส เกสปุพโฺ พ จเย’ปฺย’ถ
ตารา’กฺขมิ ชฺเฌ นกฺขตเฺ ต ตาโร อุจจฺ ตรสฺสเร.
๙๐๔. ปาโส ปาส ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป ขคาทิพนฺธเน
ในบว่ งดักนก เป็นต้น
เกสปุพโฺ พ (ปาโส) ปาส ศพั ท์ ทีม่ ีเกสศพั ทอ์ ยู่ขา้ งหนา้ (สิยา)
ย่อมเป็นไป จเย ในหมู่
ตารา ตารา ศพั ท์ อิตถีลิงค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คือ อกขฺ ิมชเฺ ฌ ในตาด�ำ นกฺขตเฺ ต ในดาว
ตาโร ตาร ศพั ท์ ปุงลิงค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป อุจฺจตรสฺสเร ในเสียงสูง
สามัญญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : อัทธาเนกตั ถวรรค 369
๙๐๕. ปตเฺ ต จ โลหเภทสฺม ึ กํโส จตุกหาปเณ
มชฌฺ ิโม เทหมชฺฌสมฺ ึ มชฺฌภเว จ โส ตสิ .ุ
๙๐๕. กโํ ส กํส ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ตสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๓ อย่าง (อติ ิ) คอื ปตเฺ ต ในจานชาม โลหเภทสมฺ ึ ในโลหะชนดิ หนง่ึ
(กสํ โลห ทองสัมฤทธ์)ิ จตุกหาปเณ ในหนึ่งกังสะ(๔ กหาปณะ เป็น ๑ กงั สะ)
[ในฉบับสหี ฬ สพฺพโลหสมฺ ึ ในโลหะทุกชนิด]
มชฌฺ ิโม มชฌฺ มิ ศพั ท์ ปงุ ลงิ คแ์ ละนปุงสกลงิ ค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป
เทหมชฺฌสมฺ ึ ในสะเอว
โส มชฌฺ มิ ศัพท์ น้นั (วตตฺ มาโน) ทเี่ ป็นไป ตสี ุ (ลิงเฺ คสุ) ในลงิ ค์
ทัง้ ๓ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป มชฺฌภเว ในสงิ่ ของท่เี กิดขึ้นระหวา่ งกลาง
๙๐๖. อาเวสนํ ภตู าเวเส สิปปฺ สาลาฆเรสุ จ
โสภา สมฺปตฺตสี ุ สิรี ลกขฺ ี’ตถฺ ี เทวตาย จ.
๙๐๖. อาเวสนํ อาเวสน ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๓ อย่าง (อิต)ิ คอื ภตู าเวเส ในการเข้าสิงของภตู ผปี ีศาจ สปิ ปฺ สา-
ลาฆเรสุ ในโรงงาน(สถานที่ท�ำงาน)และบ้าน
สิรี สิรี ศัพท์ ลกขฺ ี ลกขฺ ี ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ตสี ุ อตฺเถสุ) ใน
อรรถ ๓ อยา่ ง (อิติ) คือ โสภาสมปฺ ตตฺ ีสุ ในความงามและความบริบูรณ์
เทวตาย ในเทวดา (สา) สิรี ศพั ท์ นน้ั อติ ถฺ ี เป็นอิตถลี ิงค์
370 อภธิ านปั ปทีปิกา
๙๐๗. กมุ าโร ยุวราเช จ ขนเฺ ท วุตฺโต สุสมุ ฺหิ จ
อถา’นิตฺถี ปวาโฬ จ มณิเภเท ตถา’งฺกเุ ร.
๙๐๗. กมุ าโรกุมาร ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อนั บณั ฑิต วตุ โฺ ต กลา่ วแลว้
(ตีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง (อิติ) คอื ยุวราเช ในราชกมุ าร ขนเฺ ท
ในขันทกมุ าร สุสมุ ฺหิ ในเด็ก
ปวาโฬ ปวาฬ ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบณั ฑิต วุตโฺ ต กล่าวแลว้
(ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ มรเิ ภเท ในแก้วปพาฬ องกฺ เุ ร
ในหน่อ (โส) ปวาฬ ศพั ท์ นนั้ อนิตฺถี เปน็ ปุงลงิ คแ์ ละนปงุ สกลิงค์
๙๐๘. ปโณ เวตนมเู ลสุ โวหาเร จ ธเน มโต
ปฏิคคฺ โห ตุ คหเณ กถิโต ภาชนนฺตเร.
๙๐๘. ปโณ ปณ ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อนั บณั ฑิต มโต พึงทราบ
(จตสู ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๔ อย่าง (อิติ) คอื เวตนมูเลสุ ในค่าจา้ งและเงิน
ตน้ ทุน(เงนิ เดิมพนั ) โวหาเร ในการค้าขาย ธเน ในทรัพย์
ปฏิคคฺ โห ปฏคิ ฺคห ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตหิ) อันบณั ฑิต กถิโต กลา่ วแล้ว
(ทฺวสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ )ิ คอื คหเณ ในการับ ภาชนนตฺ เร
ในภาชนะชนิดหน่ึงกล่าวคือกระโถน
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค 371
๙๐๙. อสเุ ภ จ สเุ ภ กมฺเม ภาคฺยํ วตุ ฺตํ ทวฺ เย’ปยฺ ’ถ
ปิปฺผลํ ตรเุ ภเท จ วตฺถจฺเฉทนสตถฺ เก.
๙๐๙. ภาคฺยํ ภาคฺย ศพั ท์ (ปณฺฑิเตหิ) อนั บณั ฑิต วุตตฺ ํ กล่าวแล้ว
(ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง (อิติ) คือ อสุเภ กมเฺ ม ในอกศุ ลกรรมด้วย สุเภ
กมเฺ ม จ ในกศุ ลกรรมด้วย ทฺวเย ในอกศุ ลกรรมและกุศลกรรมทง้ั สอง
ปปิ ผฺ ลํ ปิปฺผล ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อนั บณั ฑิต วตุ ตฺ ํ กลา่ วแลว้
ตรเุ ภเท ในตน้ โพธ(์ิ ตน้ ไทร) วตฺถจฺเฉทนสตถฺ เก ในกรรไกรตดั ผ้า
๙๑๐. อปวคโฺ ค ปรจิ จฺ าคา’ วสาเนสุ วิมตุ ฺติยํ
ลิงคฺ ํ ตุ องคฺ ชาตสฺม ึ ปมุ ตตฺ าทมิ ฺหิ ลกฺขเณ.
๙๑๐. อปวคโฺ ค อปวคฺค ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ )ิ คือ ปริจจฺ าคาวสาเนสุ ในการบรจิ าคและที่สดุ
วมิ ุตตฺ ิยํ ในพระนิพพาน
ลงิ ฺคํ ลิงคฺ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ตีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อติ )ิ คือ องคฺ ชาตสมฺ ึ ในองคชาต ปมุ ตฺตาทิมฺหิ ในความเป็นแหง่ ผชู้ าย
เปน็ ต้น (เพศชายหรอื เพศหญงิ ) ลกขฺ เณ ในเครอ่ื งหมาย
372 อภิธานัปปทปี กิ า
๙๑๑. จาเค สภาเว นมิ มฺ าเน สคฺโค ชฌฺ าเย ทเิ วปฺยถ
โรหโิ ต โลหิเต มจฉฺ - เภเท เจว มิคนตฺ เร.
๙๑๑. สคโฺ ค สคฺค ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ปญฺจสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๕ อยา่ ง (อิต)ิ คอื จาเค ในการสละ สภาเว ในสภาวะ นิมมฺ าเน
ในการสรา้ งสรรค์ อชฺฌาเย ในตอนแห่งคมั ภรี ์ ทเิ ว ในสวรรค์
โรหโิ ต โรหติ ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓
อย่าง (อิติ) คอื โลหเิ ต ในสีแดง มจฺฉเภเท ในปลาตะเพียน มิคนฺตเร
ในละมั่ง
๙๑๒. นิฏฺฐา นิปผฺ ตตฺ ยิ ํ เจวา’ วสานมหฺ ิ อทสสฺ เน
กณฺฏโก ตุ สปตฺตสฺม ึ รกุ ขฺ งฺเค โลมหสํ เน.
๙๑๒. นฏิ ฺฐา นฏิ ฐฺ า ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิต)ิ คือ นิปฺผตตฺ ยิ ํ ในความส�ำเรจ็ อวสานมฺหิ ในท่สี ุด
อทสฺสเน ในการหายไป
กณฺฏโก กณฺฏก ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓
อยา่ ง (อิต)ิ คือ สปตฺตสมฺ ึ ในศัตรู รกุ ขฺ งเฺ ค ในหนาม โลมหสํ เน ในขนลกุ
ชูชัน
สามญั ญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค 373
๙๑๓. มขุ ฺโย’ปาเยสุ วทเน อาทสิ ฺมึ มุข’มีริตํ
ทพฺพํ ภพเฺ พ คณุ าธาเร วิตเฺ ต จ พุธทารุส.ุ
๙๑๓. มขุ ํ มขุ ศพั ท์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อนั บณั ฑติ (อีริต)ํ กลา่ วแลว้
(จตูสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๔ อยา่ ง (อติ )ิ คอื มุขฺโยปาเยสุ ในความเป็นประธาน
และเหตุ วทเน ในใบหนา้ อาทสิ มฺ ึ ในเบอ้ื งแรก
ทพฺพํ ทพฺพ ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อนั บณั ฑิต อีริตํ กล่าวแลว้
(ปญฺจสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง (อิติ) คือ ภพฺเพ ในความสมควร คุณา
ธาเร ในทัพพวตั ถุ วติ ฺเต ในทรัพย์ พธุ ทารุสุ จ และในบณั ฑิต, ฟนื
๙๑๔. มานํ ปมาเณ ปตถฺ าโท มาโน วตุ โฺ ต วธิ าย จ
อโถ ปริสฺสเม วุตฺโต วายาโม วรี เิ ยปิ จ.
๙๑๔. มานํ มาน ศพั ท์ นปุงสกลิงค์ (ปณฺฑเิ ตหิ) อันบัณฑิต
(วุตตฺ ํ) กล่าวแลว้ (ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง (อิต)ิ คอื ปมาเณ
ในการตวง ปตถฺ าโท ในเคร่อื งตวงมปี ัตถะ เปน็ ต้น
มาโน มาน ศพั ท์ ปุงลงิ ค์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อนั บณั ฑติ (วตุ โฺ ต) กลา่ วแล้ว
วธิ าย ในความถอื ตัว
วายาโม วายาม ศพั ท์ (ปณฺฑิเตหิ) อันบัณฑิต (วตุ ฺโต) กลา่ วแล้ว
(ทวฺ ีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ ิ) คอื ปริสเม ในความเหน่อื ย วีรเิ ย
ในความเพียร
374 อภธิ านปั ปทีปกิ า
๙๑๕. สโรรเุ ห สตปตตฺ ํ สตปตโฺ ต ขคนตฺ เร
ฉิทฺเท ตุ ฉิทฺทวนเฺ ต จ สุสริ ํ ตรู ยิ นฺตเร.
๙๑๕. สตปตตฺ ํ สตปตฺต ศัพท์ นปงุ สกลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป
สโรรุเห ในดอกบัว
สตปตโฺ ต สตปตฺต ศัพท์ ปุงลิงค์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป ขคนตฺ เร ใน
นกหัวขวาน
สุสริ ํ สุสริ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง
(อติ ิ) คอื ฉทิ เฺ ท ในรู ฉทิ ทฺ วนเฺ ต ในวตั ถุทัพพะอันมรี ู ตรู ยิ นตฺ เร ในเครอ่ื ง
ดุริยางค์ มปี ่ีและขลุ่ย เปน็ ตน้
๙๑๖. เอกสมฺ ึ สทเิ ส สนฺเต สมานํ วาจฺจลงิ คฺ ิกํ
อโถ คารวภตี ีสุ สํเวเค สมภฺ โม มโต.
๙๑๖. สมานํ สมาน ศัพท์ วาจฺจลงิ คฺ กิ ํ อนั เป็นวาจจลงิ ค์
(ปณฺฑิเตหิ) อนั บณั ฑติ (มตํ) พงึ ทราบ (ตสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ ิ)
คอื เอกสมฺ ึ ในสง่ิ เดยี วกัน สทิเส ในส่งิ ท่ีเหมือนกัน สนฺเต และในส่ิงทม่ี อี ยู่
สมภฺ โม สมฺภม ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบัณฑติ มโต พงึ ทราบ
(ตีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ )ิ คือ คารวภตี สี ุ ในความเคารพและ
ความกลวั สเํ วเค ในความสังเวช
สามัญญกัณฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค 375
๙๑๗. ชณุ หฺ า จนฺทปฺปภายญฺจ ตทุเปตนิสาย จ
วิมานํ เทวตาวาเส สตตฺ ภูมิฆรมหฺ ิ จ.
๙๑๗. ชุณฺหา ชณุ หฺ า ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คือ จนทฺ ปปฺ ภายํ ในแสงจนั ทร์ ตทุเปตนิสาย
ในคืนทป่ี ระกอบด้วยแสงจันทร์น้ัน(คนื เดือนหงาย)
วมิ านํ วิมาน ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ ิ) คอื เทวตาวาเส ในเทววมิ าน สตตฺ ภูมฆิ รมหฺ ิ ในปราสาท ๗ ชัน้
๙๑๘. มาเส เชฏโฺ ฐติวุทฺธา’ติปฺ- ปสตเฺ ถสุ จ ตีสุ โส
ธมฺเม จ มงคฺ เล เสยโฺ ย โส ปสตถฺ ตเร ติสุ.
๙๑๘. เชฏโฐ เชฏฺฐ ศัพท์ ปุงลงิ ค์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป มาเส
ในเดอื น ๗
โส เชฏฺฐ ศัพท์ นั้น (วตตฺ มาโน) ท่เี ปน็ ไป อติวุทฺธาตปิ สตฺเถสุ
ในผ้ใู หญย่ ง่ิ และประเสริฐย่ิง (วตฺตต)ิ ยอ่ มเป็นไป ตีสุ (ลงิ เฺ คสุ) ในลงิ คท์ ้งั ๓
เสยโฺ ย เสยยฺ ศพั ท์ ปงุ ลิงค์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวีสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ )ิ คือ ธมเฺ ม ในโลกุตตรธรรม ๙ ประการ มงฺคเล
ในมงคล
โส เสยฺย ศพั ท์ น้ัน (วตตฺ มาโน) ท่ีเปน็ ไป ปสตฺถตเร ในบุคคลผู้น่า
สรรเสรญิ กว่า (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป ตสี ุ (ลิงเฺ คสุ) ในลิงค์ทงั้ ๓
376 อภิธานปั ปทปี ิกา
๙๑๙. อาทจิ ฺจาทิมฺหิ คหเณ นพิ นฺเธ จ ฆเร คโห
กาโจ ตุ มตตฺ ิกาเภเท สกิ ฺกายํ นยนามเย.
๙๑๙. คโห คห ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (จตูสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๔ อย่าง (อติ )ิ คือ อาทจิ ฺจาทมิ ฺหิ ในดาวนพเคราะหม์ ีดวงอาทติ ย์ เปน็ ตน้
คหเณ ในคราสคือสุรยิ คราสและจันทคราส นิพนเฺ ธ ในการยดึ ตดิ ฆเร
และในเรอื น
กาโจ กาจ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ตสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง
(อติ ิ) คือ มตตฺ กิ าเภเท ในแก้วหุง สกิ กฺ ายํ ในสาแหรก นยนามเย ในโรคตาต้อ
อธิเป คามเชฏฐฺ เก
๙๒๐. ตสี ุ คามณิ เสฏฺฐสฺมึ มณฑฺ เล พมิ ฺพิกาผเล.
พิมฺพํ ตุ ปฏิพมิ ฺเพ จ
๙๒๐. คามณิ คามณิ ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ )ิ คือ เสฏฐฺ สมฺ ึ ในผปู้ ระเสรฐิ อธเิ ป ในผูเ้ ป็นใหญ่ คาม
เชฏฺฐเก ในผ้ใู หญบ่ า้ น (โส) คามณิ ศพั ท์ นน้ั (วตฺตติ) ยอ่ มเปน็ ไป
ตสี ุ (ลงิ ฺเคสุ) ในลงิ คท์ งั้ ๓
พมิ พฺ ํ พิมพฺ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อิต)ิ คือ ปฏพิ มิ ฺเพ ในรูปเหมอื น มณฑฺ เล ในวงจนั ทร์ พิมพฺ ิกาผเล
ในผลต�ำลงึ
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค 377
๙๒๑. ภาชนาทปิ รกิ ฺขาเร ภณฺฑํ มลู ธเนปิ จ
มคโฺ ค ตฺ’วริยมคฺเค จ สมมฺ าทิฏฺฐาทิเก ปเถ.
๙๒๑. ภณฺฑํ ภณฺฑ ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ ภชานาทิปริกฺขาเร ในเครอ่ื งใชม้ ีภาชนะ เปน็ ตน้
มูลธเน ในต้นทุน
มคฺโค มคฺค ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ ิ) คือ สมมฺ าทิฏฐฺ าทิเก อรยิ มคฺเค ในอรยิ มรรคมีสมั มาทิฏฐิ
เปน็ ต้น ปเถ ในทาง
๙๒๒. สมา วสเฺ ส สโม เขท- สนฺตี สโุ ส นิเภ ติสุ
จาเป ตฺ’วิสสฺ าสมสุ ุโน อิสสฺ าโส เขปกมหฺ ิ จ.
๙๒๒. สมา สมา ศัพท์ อิตถลี ิงค์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป วสฺเส ในปี
สโม สม ศพั ท์ ปงุ ลิงค์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อิต)ิ คอื เขทสนตฺ ีสุ ในความล�ำบากและความสงบ
โส สม ศพั ท์ น้นั (วตตฺ มาโน) ทเี่ ป็นไป ตสี ุ (ลงิ ฺเคส)ุ ในลงิ ค์ ทัง้ ๓
(สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป นิเภ ในความเหมือนกัน
อสิ สฺ าสํ อิสสฺ าส ศพั ท์ นปงุ สกลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป จาเป ในธนู
อสิ สฺ าโส อิสสฺ าส ศัพท์ ปุงลงิ ค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป อสุ โุ น เขปกมฺหิ
ในบคุ คลผยู้ งิ ซ่ึงลูกศร(นายขมงั ธน,ู นักแมน่ ธนู)
378 อภิธานัปปทปี กิ า
๙๒๓. พาโล ตีสฺวา’ทวิ ยสา สมงฺคนิ ิ อปณฺฑิเต
รตฺตํ ตุ โสณิเต ตมฺพา- นรุ ตฺตรญฺชิเต ติส.ุ
๙๒๓. พาโล พาล ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิต)ิ คอื อาทวิ ยสา สมงฺคนิ ิ ในเดก็ ผอู้ ย่ใู นปฐมวัย
อปณฑฺ เิ ต ในคนพาล (โส) พาล ศพั ท์ นน้ั (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป ตีสุ (ลิงเฺ คส)ุ
ในลงิ ค์ท้ัง ๓
รตตฺ ํ รตฺต ศพั ท์ นปงุ สกลงิ ค์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป โสณเิ ต ในเลอื ด
รตตฺ ํ รตฺต ศพั ท์ (วตฺตมาโน) ท่ีเปน็ ไป ตสี ุ (ลิงฺเคส)ุ ในลิงค์ท้ัง ๓
(สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ตีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง (อิต)ิ คอื ตมพฺ านุรตตฺ -
รญฺชิเต ในสแี ดง ผมู้ คี วามกำ� หนัดและวตั ถอุ ันถกู ย้อม
๙๒๔. ตเจ กาเย จ ตนฺวิ’ตฺถ ี ตีสฺว’ปฺเป วิรเฬ กิเส
อุตุเภเท ตุ สสิ โิ ร หเิ ม โส สีตเล ตสิ .ุ
๙๒๔. ตนุ ตนุ ศพั ท์ อติ ถลี ิงค์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คอื ตเจ ในหนัง กาเย ในร่างกาย
ตนุ ตนุ ศพั ท์ (วตฺตมานํ) ท่เี ป็นไป ตีสุ (ลิงเฺ คสุ) ในลิงค์ทั้ง ๓
(สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ตสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ )ิ คือ อปเฺ ป ในสงิ่ เล็ก
น้อย วริ เฬ ในสงิ่ ท่ีห่าง กเิ ส ในส่งิ ที่บอบบาง
สิสิโร สิสริ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง
(อิติ) คอื อุตุเภเท ในฤดสู สิ ิระ หิเม ในนำ้� คา้ ง สีตเล ในสง่ิ ทเ่ี ยน็ โส
สิสิร ศัพท์ นั้น (วตตฺ ติ) ย่อมเป็นไป ตีสุ (ลิงเฺ คส)ุ ในลงิ ค์ท้งั ๓
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค 379
๙๒๕. สกขฺ รา คุฬเภเท จ กถเลปิ จ ทสิ ฺสติ
อนุคฺคเห ตุ สงฺเขเป คหเณ สงฺคโห มโต.
๙๒๕. สกขฺ รา สกขฺ รา ศพั ท์ ทิสฺสติ ยอ่ มปรากฏ (ทวฺ ีสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ )ิ คอื คุฬเภเท ในน�ำ้ ตาลกรวด กถเล ในก้อนกรวด
สงคฺ โห สงฺคห ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อนั บัณฑิต (มโต) พึงทราบ
(ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง (อิต)ิ คอื อนคุ คฺ เห ในการชว่ ยเหลือ
สงฺเขเป ในการย่อ คหเณ ในการถอื เอา
๙๒๖. ทกเฺ ข จ ตขิ เิ ณ พฺยตฺเต โรคมตุ ฺเต ปฏุตตฺ สิ ุ
ราชา ตุ ขตฺติเย วุตฺโต นรนาเถ ปภมุ ฺหิ จ.
๙๒๖. ปฏุ ปฏุ ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อนั บัณฑติ วตุ โฺ ต กล่าวแลว้
(จตสู ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๔ อยา่ ง (อติ ิ) คือ ทกฺเข ในผูห้ ลกั แหลม
(ผู้มปี ระสบการณ์) ตขิ ิเณ ในสิง่ ที่คม พยฺ ตเฺ ต ในผ้ฉู ลาด โรคมตุ ฺเต
ในผู้ปราศจากโรค (โส) ปฏุ ศัพท์ นัน้ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป ตีสุ (ลงิ ฺเคสุ)
ในลิงค์ทั้ง ๓
ราชา ราช ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตหิ) อนั บณั ฑิต วุตโฺ ต กลา่ วแลว้
(ตสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ ิ) คือ ขตฺตเิ ย ในชนชาตกิ ษตั ริย์ นรนาเถ
ในพระเจ้าแผน่ ดนิ ปภมุ ฺหิ ในผูเ้ ป็นใหญ่
380 อภิธานัปปทีปกิ า
๙๒๗. ขลญฺจ ธญฺญกรเณ กกเฺ ก นเี จ ขโล ภเว
อถุ’ปฺปาเท สมุทโย สมเู ห ปจจฺ เยปิ จ.
๙๒๗. ขลํ ขล ศพั ท์ นปุงสกลิงค์ (ภเว) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คือ ธญญฺ กรเณ ในลานนวดขา้ ว กกเฺ ก และในสบู่ผง
ส�ำหรบั อาบน้ำ� , ขโล ขลศพั ท์ ปงุ ลิงค์ (ภเว) ย่อมเปน็ ไป นเี จ ในคนต�ำ่ ทราม
สมุทโย สมทุ ย ศพั ท์ (ภเว) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๓ อยา่ ง (อิติ) คือ อปุ ปฺ าโท ในการเกิดขนึ้ สมเู ห ในหมู่ ปจฺจเย ในเหตุ
๙๒๘. พรฺ หมฺ จารี คหฏฐฺ าโท อสสฺ โม จ ตโปวเน
ภยงกฺ เร ตุ กฐเิ น กรุ ูโร ตีสุ นิททฺ เย.
๙๒๘. อสฺสโม อสฺสม ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ ิ) คือ พรฺ หมฺ จารคี หฏฺฐาโท ในอาศรม ๔ อย่างมี
พรฺ หฺมจารี และ คหฏฐฺ เปน็ ต้น (อาทศิ ัพท์รวมเอา วนปฺปตฺถ และภิกขฺ ุ)
ตโปวเน ในเรือนอาศรม
กรุ โู ร กรุ ูร ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อติ ิ) คอื ภยงกฺ เร ในวตั ถอุ นั ก่อใหเ้ กิดความกลัว กฐิเน ในวัตถอุ นั หยาบ
นทิ ทฺ เย ในผ้ทู ่ไี ร้ความกรณุ า (โส) กุรรู ศพั ท์ น้นั (วตฺตติ) ยอ่ มเป็นไป
ตีสุ (ลงิ เฺ คส)ุ ในลิงค์ทงั้ ๓
สามญั ญกัณฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค 381
๙๒๙. กนฏิ โฺ ฐ กนโิ ย ตีสุ อตยฺ ปเฺ ป’ตยิ เุ ว’ปยฺ ’ถ
สฆี มหฺ ิ ลหุ ตํ อฏิ ฺฐ- นิสสฺ ารา’ครุสตุ ตฺ ิสุ.
๙๒๙. กนฏิ โฺ ฐ กนฏิ ฐฺ ศัพท์ กนโิ ย กนยิ ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป
(ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คอื อตยฺ ปเฺ ป ในส่ิงทมี่ ีอยนู่ ้อยมาก
อติยุเว ในผ้ทู ี่หนุ่มกว่า (โส) กนฏิ ฺฐ ศพั ท์ นนั้ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเป็นไป ตีสุ
(ลงิ ฺเคสุ) ในลิงค์ทง้ั ๓
ลหุ ลหุ ศัพท์ นปงุ สกลงิ ค์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป สีฆมฺหิ ในความเร็ว
ตํ ลหุ ศพั ท์ น้ัน (วตตฺ มาน)ํ เป็นไป ตีสุ (ลงิ ฺเคส)ุ ในลิงค์ ทง้ั ๓
(สิยา) ยอ่ มเป็นไป (จตสู ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๔ อยา่ ง (อิต)ิ คอื อฏิ ฺฐนิสฺสา-
ราครุสตุ ตฺ ิสุ ในวัตถอุ ันนา่ ปรารถนา ความไมม่ ีแกน่ สาร ส่ิงทเ่ี บาและการ
หลับไหล
ปุเม ทนฺตจฺฉเท’ปยฺ ’ถ
๙๓๐. อธโร ตสี วฺ โธ หเี น สา ปารจิ รยิ าย จ.
สสุ ฺสุสา โสต’ุ มจิ ฉฺ าย
๙๓๐. อธโร อธร ศัพท์ (วตตฺ มาโน) ทเี่ ป็นไป ตสี ุ (ลงิ เฺ คสุ)
ในลิงค์ทงั้ ๓ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ ิ) คือ
อโธ ในขา้ งล่าง หเี น ในผทู้ ต่ี กต�่ำ
ปุเม อธโร อธร ศัพท์ ในปงุ ลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป ทนฺตจฺฉเท
ในรมิ ฝีปาก
สสุ สฺ สู า สสุ สฺ ูสา ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อิต)ิ คอื โสตมุ จิ ฺฉาย ในการตงั้ ใจฟัง ปารจิ ริยายํ ในการปรนนบิ ตั ิ
(สสุ สฺ สู า) สสุ สฺ สู า ศัพท์ สา เป็นอติ ถีลิงค์
382 อภิธานัปปทปี ิกา
๙๓๑. หตโฺ ถ ปาณิมฺหิ รตเน คเณ โสณฑฺ าย ภนฺตเร
อาวาเฏ อุทปาเน จ กโู ป กมุ เฺ ภ จ ทสิ ฺสต.ิ
๙๓๑. หตฺโถ หตฺถ ศพั ท์ (ทิสฺสต)ิ ยอ่ มปรากฏ (ปญจฺ สุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๕ อยา่ ง (อติ ิ) คอื ปาณิมฺหิ ในมือ รตเน ในศอก คเณ ในหมู่
โสณฺฑาย ในงวงช้าง ภนตฺ เร ในดาวหตั ถะ
กโู ป กูป ศพั ท์ (ทิสฺสติ) ย่อมปรากฏ (ตีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อิต)ิ คอื อาวาเฏ ในหลุม อุทปาเน ในบ่อนำ�้ กมุ ฺเภ ในเสากระโดงเรือ
๙๓๒. อาโท ปธาเน ปฐมํ ปมขุ ญจฺ ตลิ ิงฺคกิ ํ
วชชฺ เภเท จ วติ ตํ ตํ วิตฺถาเร ติลิงคฺ ิกํ.
๙๓๒. ปฐมํ ปฐม ศพั ท์ ปมุขํ จ และปมุข ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป
(ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง (อิต)ิ คอื อาโท ในเบ้อื งแรก ปธาเน
ในส่ิงที่เปน็ ประธาน (ทวฺ ยํ) ทงั้ สองศพั ทน์ ัน้ ติลงิ คฺ ิกํ มี ๓ ลิงค์
วิตตํ วติ ต ศพั ท์ นปงุ สกลิงค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป วชชฺ เภเท ในกลอง
อันมีหนงั หมุ้ สองหนา้
ตํ วติ ต ศพั ท์ นน้ั ติลิงฺคิกํ อันมี ๓ ลิงค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป
วติ ถฺ าเร ในการแผข่ ยาย
สามญั ญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค 383
๙๓๒. สาโร พเล ถริ เํ ส จ อตุ ฺตเม โส ติลิงคฺ โิ ก
ภาโร ตุ ขนธฺ ภาราโท ทฺวิสหสฺสปเลปิ จ.
๙๓๒. สาโร สาร ศัพท์ ปงุ ลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ )ิ คอื พเล ในก�ำลงั ถริ ํเส ในแก่นสาร
โส สาร ศัพท์ นัน้ ติลงิ ฺคโิ ก อนั เปน็ ไปใน ๓ ลิงค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป
อตุ ฺตเม ในสิง่ ที่ประเสรฐิ
ภาโร ภาร ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ )ิ คือ ขนธฺ ภาราโท ในภาระท่ตี ้องแบกไปด้วยบ่า เป็นต้น
ทวฺ สิ หสสฺ ปเล ในสงิ่ ของอนั มจี ำ� นวนสองพันปละ
๙๓๔. มนทฺ ิเร โรคเภเท จ ขโย อปจยมหฺ ิ จ
วาโฬ ตุ สาปเท สปเฺ ป กุรูเร โส ตลิ งิ ฺคโิ ก.
๙๓๔. ขโย ขย ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ตสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๓ อย่าง (อิต)ิ คอื มนทฺ ิเร ในบ้าน โรคเภเท ในโรคผอมแหง้ อปจยมหฺ ิ
ในความหมดสิ้นไป
วาโฬ วาฬ ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อิติ) คอื สาปเท ในสัตวร์ ้าย สปเฺ ป ในงู กรุ เู ร ในผหู้ ยาบช้า โส วาฬ ศพั ท์
นนั้ ตลิ ิงฺคโิ ก มี ๓ ลงิ ค์
384 อภธิ านปั ปทปี กิ า
๙๓๕. สาโล สชฺชทฺทเุ ม รุกเฺ ข สาลา เคเห จ ทิสฺสติ
โสเต ตุ สวนํ วตุ ตฺ ํ ยชเน สตุ ยิ มฺปิ จ.
๙๓๕. สาโล สาล ศพั ท์ ปงุ ลิงค์ ทิสฺสติ ยอ่ มปรากฏ (ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คอื สชชฺ ทุเม ในต้นรัง รกุ ฺเข ในตน้ ไม้ท่ัวไป
สาลา สาลา ศัพท์ อติ ถีลงิ ค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป เคเห ในอาคาร
(ศาลา)
สวนํ สวน ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อันบัณฑิต วุตตฺ ํ กล่าวแลว้
(ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิต)ิ คือ โสเต ในหู ยชเน ในการบชู า
สุติยํ ในการฟัง
๙๓๖. ตีสุ ปโต ปเรโต จ มเต จ เปตโยนเิ ช
ขยฺ าเต ตุ หฏเฺ ฐ วิญญฺ าเต ปตตี ํ วาจฺจลงิ ฺคกิ ํ.
๙๓๖. เปโต เปต ศัพท์ ปเรโต ปเรต ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป
(ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คือ มเต ในคนตาย เปตโยนิเช
ในเปรต (ทวฺ ยํ) ท้งั ๒ ศัพท์ (วตฺตติ) ย่อมเปน็ ไป ตีสุ (ลงิ ฺเคสุ) ในลิงคท์ ง้ั ๓
ปตีตํ ปตตี ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง
(อติ )ิ คือ ขฺยาเต ในส่ิงทปี่ รากฏ หฏเฺ ฐ ในผูเ้ บกิ บานใจ วิญญฺ าเต ในผู้
ทป่ี รากฏเปน็ ท่ีรู้จัก วาจฺจลงิ ฺคกิ ํ เป็น วาจจลิงค์(หมายความว่า ศัพท์ท่มี ีลิงค์
เหมือนกับลงิ คข์ องวิเสสยะ)
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อัทธาเนกตั ถวรรค 385
๙๓๗. อธิปฺปาเย จ อาธาเร อาสโย กถโิ ต’ถ จ
ปตตฺ ํ ปกเฺ ข ทเล ปตฺโต ภาชเน โส คเต ตสิ ุ.
๙๓๗. อาสโย อาสย ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อนั บัณฑติ กถโิ ต
กลา่ วแล้ว (ทวฺ ีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อิต)ิ คือ อธิปฺปาเย ในอธั ยาศยั
อาธาเร ในท่อี าศยั
ปตตฺ ํ ปตฺต ศพั ท์ นปงุ สกลงิ ค์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ ปกเฺ ข ในปีกนก ทเล ในใบไม้
ปตโฺ ต ปตตฺ ศพั ท์ ปุงลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป ภาชเน ในภาชนะ
(ถว้ ยชาม)
โส ปตฺต ศพั ท์ นน้ั (วตตฺ มาโน) ทเ่ี ป็นไป ตีสุ (ลงิ ฺเคส)ุ ในลิงค์ท้ัง ๓
(สยิ า) ย่อมเป็นไป คเต ในสถานทที่ ถ่ี กู ถงึ หรอื ผู้ถึง
๙๓๘. กสุ เล สุกตํ สุฏฐฺ -ุ กเต จ สกุ โต ตสิ ุ
ตปสฺสี ตฺว’นุกมปฺ ายา- รเห วตุ โฺ ต ตโปธเน.
๙๓๘. สุกตํ สุกต ศพั ท์ นปงุ สกลิงค์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อันบัณฑิต วตุ ตฺ ํ
กล่าวแลว้ กสุ เล ในกุศล
สกุ โต สุกต ศพั ท์ ตีสุ (ลิงเฺ คสุ) ในลิงคท์ ้งั ๓ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบณั ฑิต
วตุ ฺโต กลา่ วแลว้ สฏุ ฐฺ กุ เต ในวัตถทุ ที่ า่ นกระทำ� ให้ดี
ตปสสฺ ี ตปสฺสี ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อนั บณั ฑติ วตุ โฺ ต กลา่ วแลว้
(ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อิติ) คอื อนกุ มปฺ ายารเห ในทกุ ขติ สตั ว์
ตโปธเน ในนักบวช
386 อภิธานปั ปทีปิกา
๙๓๙. ตสี ุ สรุ าทิโลลสมฺ ึ โสณโฺ ฑ หตถฺ กิ เร ทฺวิสุ
อสสฺ าทเน ตุ รสนํ ชวิ หฺ ายญจฺ ธนมิ หฺ ิ จ.
๙๓๙. โสณฺโฑ โสณฑฺ ศัพท์ (วตตฺ มาโน) ที่เป็นไป ตีสุ (ลงิ เฺ คสุ)
ในลิงคท์ ้งั ๓ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป สรุ าทโิ ลลสฺมึ ในนักเลงสรุ า เปน็ ต้น
โสณโฺ ฑ โสณฑฺ ศัพท์ (วตตฺ มาโน) ทเ่ี ป็นไปอยู่ ทฺวีสุ (ลิงเฺ คส)ุ
ในปุงลงิ คแ์ ละอติ ถีลงิ ค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป หตฺถิกเร ในงวงชา้ ง
รสนํ รสน ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ตสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อติ ิ) คือ อสฺสาทเน ในความเบาใจ ชิวหฺ ายํ ในล้ิน ธนิมฺหิ ในเสยี ง
๙๔๐. ปณโี ต ตสี ุ มธุเร อตุ ฺตเม วิหิเต’ปยฺ ’ถ
อญฺชเส วิสิขายญฺจ ปนฺติยํ วีถิ นาริย.ํ
๙๔๐. ปณโี ต ปณีต ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ ิ) คอื มธุเร ในสง่ิ ทีห่ วาน อุตฺตเม ในส่งิ ท่ปี ระเสรฐิ
วหิ เิ ต ในเรื่องท่จี ัดแจงแล้ว (โส) ปณตี ศัพท์ นั้น (วตฺตติ) ยอ่ มเป็นไป
ตีสุ (ลิงฺเคสุ) ในลิงคท์ ง้ั ๓
วถี ิ วถี ิ ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง
(อิติ) คือ อญชฺ เส ในแนวทาง วิสิขายํ ในถนน ปนฺติยํ ในแถว (สา) วถี ิ ศพั ท์
นั้น (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป นาริยํ ในอติ ถีลงิ ค์
๙๔๑. ปาปสฺมึ คคเน ทกุ ฺเข พยฺ สเน จา’ฆ’มุจจฺ เต
สมูเห ปฏลํ เนตฺต- โรเค วุตตฺ ํ ฉทมิ ฺหิ จ.
๙๔๑. อฆํ อฆ ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อันบัณฑิต อุจจฺ เต ย่อมกล่าว
(จตสู ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๔ อย่าง (อติ )ิ คอื ปาปสฺมึ ในบาป คคเน ในทอ้ งฟา้
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : อทั ธาเนกตั ถวรรค 387
ทกุ เฺ ข ในความทกุ ข์ พฺยสเน ในความเสอ่ื มเสีย
ปฏลํ ปฏล ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตหิ) อันบัณฑิต วตุ ฺตํ กลา่ วแล้ว (ทฺวีสุ
อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คอื สมเู ห ในหมู่ เนตฺตโรเค ในโรคตาต้อ
ฉทมิ ฺหิ ในหลงั คา
๙๔๒. สนฺธิ สงฺฆฏฺฏเน วตุ โฺ ต สนฺธิ’ตฺถิ ปฏสิ นฺธิยํ
สตตฺ นฺนํ ปรู เณ เสฏเฺ ฐ ตสิ นฺเต สตฺตโม ตสิ ุ.
๙๔๒. สนฺธิ สนธฺ ิ ศัพท์ ปุงลิงค์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อันบัณฑิต วุตโฺ ต
กลา่ วแล้ว สงฺฆฏฏฺ เน ในการติดตอ่
อติ ฺถี สนธฺ ิ สนธฺ ิ ศพั ท์ อิตถลี งิ ค์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อนั บณั ฑิต วุตตฺ า
กล่าวแลว้ ปฏสิ นธฺ ิยํ ในการถอื ปฏิสนธิ
สตฺตโม สตฺตม ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตหิ) อันบณั ฑิต วตุ โฺ ต กลา่ วแล้ว
(ตีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง (อิติ) คือ สตตฺ นนฺ ํ ปูรเณ ในสิง่ ทอ่ี ยลู่ �ำดับท่ี ๗
เสฏฺเฐ ในสง่ิ ท่ปี ระเสรฐิ อติสนเฺ ต ในผ้ทู ีส่ งบยง่ิ (โส) สตฺตม ศัพท์ นั้น (วตฺตต)ิ
ยอ่ มเปน็ ไป ตีสุ (ลิงเฺ คส)ุ ในลงิ คท์ ั้ง ๓
๙๔๓. โอชา ตุ ยาปนายญจฺ โอโช ทิตตฺ ิพเลสุ จ
อโถ นิสามนํ วุตฺตํ ทสสฺ เน สวเนปิ จ.
๙๔๓. โอชา โอชา ศพั ท์ อติ ถีลิงค์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อันบัณฑิต
(วตุ ตฺ า) กล่าวแล้ว ยาปนายํ ในรสอาหารท่ซี มึ ซาบเข้าไปหลอ่ เล้ยี งรา่ งกาย
โอโช โอช ศัพท์ ปงุ ลิงค์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อนั บัณฑติ (วุตโฺ ต) กลา่ วแล้ว
(ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ ทิตตฺ ิพเลสุ ในความรงุ่ เรอื งและ
388 อภิธานปั ปทปี กิ า
กำ� ลังกาย
นสิ ามนํ นิสามน ศัพท์ (ปณฺฑิเตห)ิ อนั บัณฑิต วุตฺตํ กล่าวแลว้
(ทฺวีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ ทสฺสเน ในการเห็น(การด)ู สวเน
ในการฟัง
๙๔๔. คพโฺ ภ กุจฺฉิฏฐฺ สตฺเต จ กจุ ฉฺ โิ อวรเกสุ จ
ขณฑฺ เน ตวฺ ’ปทานญจฺ อิตวิ ุตฺเต จ กมมฺ น.ิ
๙๔๔. คพโฺ ภ คพภฺ ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ตสี ุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ ิ) คอื กจุ ฺฉฏิ ฐฺ สตเฺ ต ในสตั วผ์ อู้ ยใู่ นครรภ์ กจุ ฺฉโิ อวรเกสุ
ในท้องและห้อง
อปทานํ อปทาน ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ ขณฑฺ เน ในการตัด อติ ิวุตฺเต กมฺมนิ ในกรรมอนั ดแี ละไมด่ ี
ทตี่ นยอมรบั วา่ “เราทำ� มาแล้วอยา่ งนี้”
๙๔๕. จิตตฺ เก รุกขฺ เภเท จ ตลิ โก ติลกาฬเก
สลี าโท ปฏิปตฺต’ิ ตถฺ ี โพเธ ปตตฺ ปิ วตตฺ ิส.ุ
๙๔๕. ตลิ โก ตลิ ก ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ตสี ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๓ อย่าง (อิติ) คอื จติ ฺตเก ในรอยเจมิ ทห่ี นา้ ผาก รุกขฺ เภเท ในตน้
หมากหอมควาย(หมากเมา่ ควาย) ติลกาฬเก ในไฝ(ขแ้ี มลงวนั หรอื รอยตกกระ)
ปฏิปตตฺ ิ ปฏิปตฺติ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (จตสู ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๔ อย่าง (อติ )ิ คอื สลี าโท ในศลี เป็นตน้ โพเธ ในความรู้ ปตตฺ ปิ วตตฺ สิ ุ
ในการถึงและความเปน็ ไป (สา) ปฏปิ ตตฺ ิ ศัพท์ นน้ั อติ ถฺ ี เปน็ อิตถีลงิ ค์
สามัญญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : อัทธาเนกัตถวรรค 389
๙๔๖. อายุมฺหิ จ พเล ปาโณ สตเฺ ต หทยคา’นเิ ล
ฉนฺโท วเส อธิปฺปาเย เวเท’จฺฉา’นฏุ ฐฺ ภุ าทสิ ุ.
๙๔๖. ปาโณ ปาณ ศัพท์ สยิ า ย่อมเป็นไป (จตูสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๔ อย่าง (อติ ิ) คือ อายุมหฺ ิ ในชวี ิต พเล ในก�ำลัง สตฺเต ในสตั ว์
หทยคานเิ ล ในลมหายใจเข้าออก
ฉนฺโท ฉนทฺ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ปญฺจสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๕
อย่าง (อติ ิ) คือ วเส ในอ�ำนาจ อธปิ ฺปาเย ในความตอ้ งการ เวเท ในคมั ภรี ์เวท
อจิ ฉฺ านฏุ ฐฺ ุภาทสิ ุ ในความตอ้ งการอารมณแ์ ละช่อื ฉันทม์ อี นุฏฐุภฉันท์ เป็นต้น
๙๔๗. กาโมฆาโทสมหู สฺมึ โอโฆ เวเค ชลสสฺ จ
กปาลํ สริ สฏฐฺ ิมหฺ ิ ฆฏาทสิ กเลปิ จ.
๙๔๗. โอโฆ โอฆ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ตีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๓ อยา่ ง (อติ ิ) คอื กาโมฆาโท ในกาโมฆะ เปน็ ต้น สมหู สฺมึ ในหมู่ ชลสสฺ
เวเค ในกระแสน้�ำ
กปาลํ กปาล ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒
อย่าง (อติ ิ) คอื สิรสฏฐฺ มิ หฺ ิ ในกระโหลกศีรษะ ฆฏาทสิ กเล ในเศษวัสดมุ ีหม้อ
เป็นตน้ (เศษกระเบ้อื ง)
390 อภธิ านัปปทีปกิ า
๙๔๘. เวณวฺ าทสิ าขาชาลสมฺ ึ ลคคฺ เกเส ชฏา’ลเย
สรณํ ตุ วเธ เคเห รกฺขติ สฺมิญฺจ รกขฺ เณ.
๙๔๘. ชฏา ชฏา ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ตีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๓ อยา่ ง (อติ ิ) คอื เวณฺวาทสิ าขาชาลสมฺ ึ ในเชงิ ที่ท�ำดว้ ยไม้ไผ่ เป็นต้น
ลคฺคเกเส ในขมวดผมของฤๅษี อาลเย ในตณั หา
สรณํ สรณ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (จตสู ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๔ อยา่ ง
(อิติ) คอื วเธ ในการฆา่ เคเห ในเรอื นอันเป็นทอี่ าศยั รกฺขติ สมฺ ึ ในผ้คู ุ้มครอง
รกฺขเณ ในการรักษาค้มุ ครอง (ท่ีพึง่ )
๙๔๙. ถยิ ํ กนฺตา ปเิ ย กนโฺ ต มนญุ เฺ ญ โส ตลิ ิงคฺ โิ ก
ควกเฺ ข ตุ สมเู ห จ ชาลํ มจฉฺ าทิพนฺธเน.
๙๔๙. กนฺตา กนตฺ า ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป ถยิ ํ ในผ้หู ญงิ
กนโฺ ต กนตฺ ศัพท์ ปงุ ลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป ปเิ ย ในสามี
โส กนฺต ศพั ท์ นนั้ ตลิ งิ ฺคโิ ก ทเี่ ป็น ๓ ลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป
มนญุ ฺเญ ในส่ิงทนี่ ่าชอบใจ
ชาลํ ชาล ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง
(อติ ิ) คือ ควกเฺ ข ในหนา้ ต่าง สมูเห ในหมู่ มจฺฉาทพิ นธฺ เน ในตาข่ายดกั ปลา
เป็นตน้
สามญั ญกัณฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อทั ธาเนกตั ถวรรค 391
๙๕๐. ปจุ ฉฺ ายํ ครหายญฺจา’ นยิ เม กึ ตลิ ิงฺคิกํ
สสทฺเธ ตสี ุ นวิ าเป สทฺธํ สทธฺ า จ ปจฺจเย.
๙๕๐. กึ กึ ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ตสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓
อย่าง (อติ ิ) คือ ปจุ ฉฺ ายํ ในค�ำถาม ครหายํ ในการนนิ ทา(วา่ “อะไรกนั ”)
อนิยเม ในความไม่แน่นอน (ต)ํ กึ ศพั ท์ นน้ั ตลิ ิงคฺ กิ ํ เปน็ ไปในลิงคท์ ง้ั ๓
สทฺโท สททฺ ศพั ท์ (วตตฺ มาโน) ทเ่ี ป็นไป ตีสุ (ลิงเฺ คส)ุ ในลิงค์ทง้ั ๓
(สิยา) ย่อมเป็นไป สสทฺเธ ในผมู้ ศี รัทธา
สทธฺ ํ สทธฺ ศัพท์ นปงุ สกลงิ ค์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป นิวาเป ในทาน
ทอี่ ทุ ิศให้ญาตผิ ้ลู ่วงลบั ไปแล้ว
สทธฺ า สทฺธา ศัพท์ อิตถลี ิงค์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป ปจจฺ เย ในศรทั ธา
(ความเช่อื มน่ั )
๙๕๑. พีชํ เหตมุ หฺ ิ อฏฺฐิสฺมึ องฺคชาเต จ ทสิ สฺ ติ
ปุพโฺ พ ปเู ย’คฺคโต อาโท โส ทสิ าโท ตลิ ิงคฺ โิ ก.
๙๕๑. พชี ํ พชี ศพั ท์ ทิสฺสติ ยอ่ มปรากฏ (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิติ) คือ เหตมุ ฺหิ ในเหตุ อฏฐฺ ิสมฺ ึ ในเมล็ดพชื องฺคชาเต
ในองคชาต(อวัยวะเพศชาย)
ปุพโฺ พ ปพุ พฺ ศพั ท์ ทิสสฺ ติ ย่อมปรากฏ (ตสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๓ อยา่ ง (อิติ) คอื ปเู ย ในน้�ำหนอง อคฺคโต ในเบ้ืองหนา้ อาโท ในเบ้อื งแรก
(โส) ปุพพฺ ศพั ท์ น้นั ติลิงฺคิโก ทีเ่ ป็นไปในลงิ คท์ ั้ง ๓ (สิยา) ยอ่ มเป็น
ไป ทิสาโท ในทศิ เทสะและกาละ
392 อภธิ านปั ปทปี ิกา
๙๕๒. ผลจติ ฺเต เหตุกเต ลาเภ ธญฺญาทเิ ก ผลํ
อาคมเน ตุ ทีฆาท-ิ นิกาเยสุ จ อาคโม.
๙๕๒. ผลํ ผล ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (จตูสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๔ อยา่ ง (อิต)ิ คอื ผลจติ เฺ ต ในผลจติ เหตกุ เต ในผล(วบิ าก) อันเป็นมาแต่เหตุ
ลาเภ ในประโยชน์อนั พงึ ได้ ธญญฺ าทเิ ก ในขา้ วเปลือก เปน็ ตน้
อาคโม อาคม ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ )ิ คือ อาคมเน ในการมา ทีฆาทนิ กิ ายสมฺ ึ ในทีฆนกิ าย เป็นต้น
๙๕๓. สนตฺ าโน เทวรุกฺเข จ วุตฺโต สนตฺ ตยิ ’ํ ปยฺ ’ถ
อุตตฺ รวปิ รีเต จ เสฏฺเฐ จา’นุตฺตรํ ติส.ุ
๙๕๓. สนตฺ าโน สนฺตาน ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบณั ฑิต วุตโฺ ต
กล่าวแล้ว (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คอื เทวรกุ เฺ ข ในต้นซกึ
สนฺตตยิ ํ ในตน้ ตระกลู
อนุตตฺ รํ อนุตตฺ ร ศพั ท์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อนั บณั ฑติ วุตตฺ ํ กล่าวแลว้
(ทวฺ ีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ อุตตฺ รวิปรเี ต ในสง่ิ ทตี่ ำ�่ เสฏเฺ ฐ
ในสงิ่ ทป่ี ระเสริฐทสี่ ุด (ต)ํ อนุตตฺ ร ศพั ท์ นั้น (วตตฺ ติ) ย่อมเปน็ ไป ตีสุ (ลิงฺเคส)ุ
ในลงิ ค์ทัง้ ๓
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค 393
๙๕๔. สตฺตสิ มปฺ ตตฺ ยิ ํ วุตฺโต กนฺตมิ ตฺเต จ วกิ กฺ โม
ฉายา ตุ อาตปาภาเว ปฏิพมิ ฺเพ ปภาย จ.
๙๕๔. วิกฺกโม วิกกฺ ม ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบณั ฑติ วตุ โฺ ต
กล่าวแล้ว (ทฺวีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ สตฺตสิ มฺปตตฺ ยิ ํ
ในความถงึ พรอ้ มด้วยศกั ดา กนฺตมิ ตเฺ ต ในการก้าวไป
ฉายา ฉายา ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อนั บัณฑิต วตุ ฺตา กลา่ วแล้ว
(ตีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิต)ิ คอื อาตปาภาเว ในรม่ เงา ปฏิพิมฺเพ
ในรูปเหมือน ปภาย ในรศั มี
๙๕๕. คิมเฺ ห ฆมฺโม นทิ าโฆ จ อุณฺเห เสทชเล’ปยฺ ’ถ
กปฺปนํ กนฺตเน วตุ ฺตํ วิกปเฺ ป สชฺชเน’ตถฺ ิย.ํ
๙๕๕. ฆมโฺ ม ฆมฺม ศัพท์ นทิ าโฆ นทิ าฆ ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ
อนั บณั ฑิต วุตโฺ ต กล่าวแล้ว (ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ ิ) คอื
คิมฺเห ในฤดรู ้อน อณุ ฺเห ในความรอ้ น เสทชเล ในเหงื่อ
กปปฺ นํ กปฺปน ศัพท์ นปงุ สกลิงค์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อนั บณั ฑติ วตุ ตฺ ํ
กล่าวแลว้ กนตฺ เน ในการตดั
ถิยํ กปปฺ นา กปปฺ นา ศัพท์ อิตถีลิงค์ (ปณฺฑเิ ตหิ) อันบณั ฑติ วุตฺตา
กลา่ วแลว้ (ทฺวสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อิต)ิ คือ วิกปฺเป ในความคดิ
ต่างๆ สชชฺ เน ในการตระเตรียม
394 อภิธานัปปทีปิกา
๙๕๖. องโฺ ค เทเส วปมุ หฺ งคฺ ํ95 ตถา’วยวเหตสุ ุ
เทวาลเย จ ถูปสมฺ ึ เจติยํ เจตยิ ’ทฺทุเม.
๙๕๖. องฺโค องคฺ ศพั ท์ ปงุ ลงิ ค์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป เทเส ในแควน้
องั คะ
องคฺ ํ องคฺ ศพั ท์ นปงุ สกลิงค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ ิ) คอื วปุมฺหิ ในรา่ งกาย อวยวเหตสุ ุ ในอวยั วะ
(องค์ประกอบ)และเหตุ
เจติยํ เจติย ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง
(อิต)ิ คอื เทวาลเย ในเทวาลัย (ศาลเจ้าหรือวดั ที่มีแตพ่ ระพทุ ธรปู ไม่มพี ระ
ภิกษอุ ยู่ หรือสถานทอี่ นั ศกั ดิส์ ทิ ธิ์) ถปู สฺมึ ในสถูปเจดีย์ เจติยทฺทุเม ในต้นไม้ท่ี
คนสกั การะบูชา
๙๕๗. สชฺชโน สาธุปุรเิ ส สชฺชนํ กปฺปเน’ปฺย’ถ
สปุ ินํ สุปิเน สุตตฺ - วิญญฺ าเณ ตม’นิตถฺ ิยํ.
๙๕๗. สชชฺ โน สชชฺ น ศัพท์ ปงุ ลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป สาธุปุริเส
ในคนดี
สชชฺ นํ สชฺชน ศพั ท์ นปุงสกลงิ ค์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป กปปฺ เน ในการ
ตระเตรยี ม
สุปนิ ํ สปุ นิ ศพั ท์ นปงุ สกลงิ ค์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป สุปเน ในการนอน
หลบั
95 ในฉบับบสีหฬเป็นปาฐะว่า “องคฺ า เทเส พหุมหฺ งฺคํ”
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค 395
(ต)ํ สปุ นิ ศัพท์ นัน้ (วตตฺ มานํ) ทเี่ ป็นไป สุตตฺ วญิ ฺญาเณ ในจิตของ
ผหู้ ลบั (ความฝนั ) (วตฺตติ) ยอ่ มเป็นไป อนิตถฺ ิยํ ในปุงลิงคแ์ ละนปุงสกลงิ ค์
(ในฎกี าแปลเป็น ๓ อรรถ)
๙๕๘. ปจฺจกฺเข สนนฺ ธิ าเน จ สนฺนิธิ ปริกิตตฺ ิโต
ภยิ โฺ ย พหตุ รตฺเถ โส ปุนรตเฺ ถ’พยฺ ยํ ภเว.
๙๕๘. สนนฺ ิธิ สนฺนิธิ ศัพท์ ปรกิ ติ ตฺ โิ ต กลา่ วแล้ว (ทวฺ ีสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คือ ปจจฺ กฺเข ในทตี่ อ่ หนา้ สนนฺ ธิ าเนในความใกลเ้ คยี ง
ภยิ ฺโย ภิยฺโย ศพั ท์ ภเว ย่อมเปน็ ไป พหตุ รตฺเถ ในอรรถคือมากยง่ิ
โส อพยฺ ยํ ภยิ โฺ ย ศพั ท์ ทเ่ี ปน็ นิบาตนน้ั ภเว ยอ่ มเปน็ ไป ปุนรตฺเถ
ในความหมายว่าอกี
๙๕๙. วิสลิตฺตสเร ททิ ฺโธ ททิ ฺโธ ลิตเฺ ต ติลิงฺคโิ ก
วาเส ธมู าทิสงฺขาเร ’ธวิ าโส สมฺปฏิจฉฺ เน.
๙๕๙. ทิทโฺ ธ ททิ ธฺ ศัพท์ ปงุ ลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป วสิ ลิตฺตสเร
ในลูกศรอาบยาพิษ
ททิ โฺ ธ ททิ ฺธ ศัพท์ ตลิ งิ ฺคิโก ท่ีเปน็ ไปใน ๓ ลงิ ค์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป
ลติ ฺเต ในวตั ถอุ ันถูกฉาบทา
อธิวาโส อธิวาส ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๓ อยา่ ง (อิต)ิ คอื วาเส ในการอยู่ ธมู าทสิ งฺขาเร ในการอบดว้ ยของหอม
เป็นตน้ สมฺปฏจิ ฺฉเน ในการรบั
396 อภิธานปั ปทปี กิ า
๙๖๐. วตุ โฺ ต วสิ ารโท ตีส ุ สปุ ฺปคพเฺ ภ จ ปณฺฑิเต
อถ สิตถฺ ํ มธุจฉฺ ิฏเฺ ฐ วุตฺตํ โอทนสมภฺ เว.
๙๖๐. วสิ ารโท วิสารท ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อนั บัณฑิต (วตุ ฺโต)
กล่าวแล้ว (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง (อิต)ิ คอื สุปฺปคพฺเภ
ในผูอ้ งอาจ ปณฺฑิเต ในบัณฑติ (โส) วสิ ารท ศพั ท์ นน้ั (วตตฺ ติ) ย่อมเปน็ ไป
ตีสุ (ลิงเฺ คส)ุ ในลิงค์ ท้งั ๓
สติ ฺถํ สติ ถฺ ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อนั บัณฑิต วุตฺตํ กลา่ วแล้ว
(ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ )ิ คอื มธจุ ฺฉิฏฺเฐ ในขีผ้ ึง้ โอทนสมฺภเว
ในเศษขา้ วท่ตี กในเวลากิน
๙๖๑. ทรฺ เว วณเฺ ณ รสเภเท กสาโย สรุ ภิมฺหิ จ
อโถ อคุ ฺคมนํ วตุ ฺตํ อุปฺปตตฺ ุ’ทธฺ คตสี ุ จ.
๙๖๑. กสาโย กสาย ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อันบณั ฑิต (วตุ โฺ ต)
กล่าวแลว้ (จตสู ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๔ อย่าง (อิต)ิ คือ ทฺรเว ในยางไม้ วณฺเณ
ในสี รสเภเท ในรสฝาด สรุ ภมิ ฺหิ ในกลน่ิ หอม
อุคฺคมนํ อคุ ฺคมน ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อันบณั ฑิต วุตฺตํ กล่าวแล้ว
(ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ )ิ คือ อุปปฺ ตฺต’ุ ทฺธคตสี ุ ในการเกิดขึ้น
และการข้นึ สู่ข้างบน
สามัญญกัณฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อทั ธาเนกตั ถวรรค 397
๙๖๒. ลูเข นฏิ ฺฐรุ วาจายํ ผรุสํ วาจฺจลิงฺคกิ ํ
ปวาโห ตวฺ ’มพฺ ุเวเค จ สนทฺ ิสสฺ ติ ปวตฺติยํ.
๙๖๒. ผรุสํ ผรุส ศพั ท์ (สนทฺ ิสฺสต)ิ ย่อมปรากฏ (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อิต)ิ คอื ลเู ข ในความหยาบ นฏิ ฺฐึรวาจายํ ในค�ำพดู
หยาบคาย (ตํ) ผรสุ ศัพท์ นน้ั วาจจฺ ลงิ คฺ กิ ํ เปน็ วาจจลิงค์
ปวาโห ปวาห ศพั ท์ สนทฺ สิ สฺ ติ ยอ่ มปรากฏ (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ ิ) คือ อมพฺ ุเวเค ในกระแสน�้ำ ปวตฺติยํ ในความเป็นไปไมข่ าดสาย
๙๖๓. นิสสฺ เย ตปปฺ เร อิฏฺเฐ ปรายณปทํ ติสุ
กวเจ วารวาเณ จ นิมฺโมเกปิ จ กญจฺ ุโก.
๙๖๓. ปรายณปทํ ปรายณ ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ )ิ คอื นสิ ฺสเย ในทอี่ าศยั ตปปฺ เร ในประธาน อฏิ เฺ ฐ
ในสิง่ ทน่ี า่ ปรารถนา (วตตฺ ติ) ยอ่ มเปน็ ไป ตีสุ (ลงิ ฺเคสุ) ในลงิ คท์ ้ัง ๓
กญฺจุโก กญฺจกุ ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๓ อย่าง (อติ )ิ คอื กวเจ ในเสอ้ื เกราะ วารวาเณ ในโล่ นิมฺโมเก ในคราบงู
๙๖๔. โลหเภเท มตํ ตมฺพํ ตมฺโพ รตเฺ ต ติลิงฺคิโก
ตสี ุ ตวฺ ’วสิตํ ญาเต อวสานคเต มต.ํ
๙๖๔. ตมฺพํ ตมพฺ ศัพท์ นปงุ สกลงิ ค์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อนั บัณฑติ
(มตํ) พงึ ทราบ โลหเภเท ในทองแดง
ตมฺโพ ตมฺพ ศพั ท์ ติลิงฺคโิ ก ทเ่ี ปน็ ๓ ลงิ ค์ (ปณฺฑเิ ตหิ) อนั บณั ฑิต
398 อภธิ านัปปทปี กิ า
(มโต) พงึ ทราบ รตฺเต ในวตั ถสุ แี ดง
อวสิตํ อวสติ ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อนั บัณฑิต (มต)ํ พึงทราบ
(ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คอื ญาเต ในสง่ิ ท่ถี กู รู้ อวสานคเต
ในการถงึ ทส่ี ดุ (ต)ํ อวสติ ศพั ท์ นั้น (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเป็นไป ตสี ุ (ลงิ ฺเคส)ุ
ในลงิ คท์ งั้ ๓
๙๖๕. โพธเน จ ปทาเน จ วิญฺเญยฺยํ ปฏปิ าทนํ
เสเล นิชชฺ ลเทเส จ เทวตาสุ มรู’รโิ ต.
๙๖๕. ปฏปิ าทนํ ปฏิปาทน ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบณั ฑติ วิญฺเญยฺยํ
พงึ ทราบ (ทฺวสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ โพธเน ในการรู้ ปทาเน
ในการให้
มรุ มรุ ศพั ท์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อนั บัณฑิต อรี โิ ต กล่าวแลว้ (ตสี ุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิติ) คอื เสเล ในภูเขาหนิ นชิ ฺชลเทเส ในทะเลทราย
เทวตาสุ ในเทวดา
๙๖๖. สตฺถํ อายุธคนเฺ ถส ุ โลเห สตโฺ ถ จ สญจฺ เย
ชีวกิ ายํ ววิ รเณ วตฺตเน วตุ ฺติ นารยิ .ํ
๙๖๖. สตถฺ ํ สตฺถ ศพั ท์ นปงุ สกลิงค์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป
(ตสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิต)ิ คือ อายธุ คนเฺ ถสุ ในอาวธุ และคมั ภีร์
โลเห ในเหลก็
สตโฺ ถ สตถฺ ศพั ท์ ปงุ ลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป สญจฺ เย ในหมู่
วุตฺติ วตุ ฺติ ศัพท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : อัทธาเนกัตถวรรค 399
(อติ )ิ คอื ชีวกิ ายํ ในการเลยี้ งชีพ ววิ รเณ ในการขยายความ วตฺตเน ในความ
เปน็ ไป (สา) วตุ ตฺ ิ ศัพท์ น้นั (วตตฺ ติ) ย่อมเป็นไป นาริยํ ในอติ ถลี ิงค์
๙๖๗. วีริเย สูรภาเว จ กถียติ ปรกฺกโม
อถ กมฺพุ มโต สงฺเข สวุ ณเฺ ณ วลเยปิ จ.
๙๖๗. ปรกกฺ โม ปรกกฺ ม ศัพท์ (ปณฺฑิเตห)ิ อันบัณฑิต กถยี ติ
ย่อมกล่าว (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คือ วรี ิเย ในความเพยี ร
สรู ภาเว ในความกล้าหาญ
กมฺพุ กมฺพุ ศพั ท์ (ปณฺฑิเตหิ) อนั บณั ฑติ มโต พึงทราบ
(ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิติ) คอื สงฺเข ในหอยสงั ข์ สุวณฺเณ
ในทองค�ำ วลเย ในก�ำไลข้อมือ
๙๖๘. สโร กณเฺ ฑ อการาโท สทเฺ ท วาปิมฺห’ิ นิตฺถยิ ํ
ทุปฺผสเฺ ส ตขิ เิ ณ ตสี ุ คทรฺ เภ กกเจ ขโร.
๙๖๘. สโร สร ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (จตสู ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๔ อยา่ ง (อติ ิ) คือ กณฺเฑ ในลกู ศร อการาโท ในสระ ๘ ตวั มี อ เป็นตน้
สทฺเท ในเสยี ง วาปมิ ฺหิ ในสระน�้ำ (โส) สร ศัพท์ นั้น (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเป็นไป
อนิตฺถยิ ํ ในปงุ ลิงคแ์ ละนปงุ สกลิงค์
ขโร ขร ศัพท์ (วตตฺ มาโน) ที่เป็นไป ตสี ุ (ลิงเฺ คส)ุ ในลงิ คท์ ้งั ๓
(สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ )ิ คอื ทปุ ผฺ สเฺ ส
ในวัตถอุ นั หยาบกระด้าง ตขิ เิ ณ ในวตั ถทุ คี่ ม
400 อภธิ านัปปทปี กิ า
ขโร ขร ศพั ท์ ปงุ ลิงค์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อิติ) คอื คทฺรเภ ในลา กกเจ ในเลือ่ ย
๙๖๙. สรุ าย’ุ ปททฺ เว กามา สวาทิมฺหิ จ อาสโว
เทเห วุตโฺ ต รถงเฺ ค จ จตโุ ร’ปธิสู’ปธิ.
๙๖๙. อาสโว อาสว ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อนั บัณฑติ วุตฺโต
กล่าวแล้ว (ตีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ ิ) คือ สรุ ายํ ในเหล้า อุปททฺ เว
ในความจญั ไร กามาสวาทิมหฺ ิ ในกามาสวะ เป็นต้น
อุปธิ อุปธิ ศพั ท์ (ปณฺฑิเตหิ) อนั บัณฑิต วตุ โฺ ต กล่าวแลว้
(ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ ิ) คอื เทเห ในกาย รถงเฺ ค ในล้อรถ
จตโุ รปธิสุ ในอุปธิ ๔ อยา่ ง
๙๗๐. วตฺถุ’ตตฺ ํ การเณ ทพเฺ พ ภเู ภเท รตนตฺตเย
ยกฺโข เทเว มหาราเช กุเวรานุจเร นเร.
๙๗๐. วตถฺ ุ วตฺถุ ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อนั บัณฑติ อตุ ตฺ ํ กลา่ วแล้ว
(จตูสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๔ อย่าง (อติ ิ) คอื การเณ ในเหตุ ทพฺเพ ในวตั ถุ
ภเู ภเท ในสวน รตนตตฺ เย ในพระรัตรตรัย
ยกโฺ ข ยกฺข ศพั ท์ (ปณฺฑิเตห)ิ อันบณั ฑิต (อุตฺโต) กลา่ วแลว้
(จตูสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๔ อยา่ ง (อิต)ิ คอื เทเว ในเทวดา มหาราเช
ในพระอินทร์และทา้ วมหาราชทัง้ ๔ กุเวรานจุ เร ในยกั ษผ์ ้เู ป็นบริวารของทา้ ว
เวสสวุ รรณ นเร ในสตั ว์
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค 401
๙๗๑. ทารกุ ขฺ นเฺ ธ ปีฐกิ ายํ อาปเณ ปีฐ’มาสเน
ปริวาเร ปรกิ ขฺ าโร สมฺภาเร จ วิภสู เน.
๙๗๑. ปีฐํ ปีฐ ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (จตสู ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๔ อย่าง (อติ )ิ คอื ทารกุ ฺขนเฺ ธ ในท่อนไม้ ปีฐิกายํ ในเกา้ อี้ อาปเณ ในตลาด
อาสเน ในทนี่ ง่ั
ปรกิ ขฺ าโร ปรกิ ขฺ าร ศัพท์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๓ อยา่ ง (อิติ) คือ ปริวาเร ในบรวิ าร สมฺภาเร ในเคร่อื งใชส้ อย วภิ สู เน
ในเครื่องประดบั
๙๗๒. โวหารสมฺ ญิ จฺ ฐปเน ปญฺญตฺติ’ตฺถี ปกาสเน
ปฏิภานํ ตุ ปญญฺ ายํ อุปฏฺฐติ คริ าย จ.
๙๗๒. ปญฺญตฺติ ปญญฺ ตตฺ ิ ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิต)ิ คือ โวหารสมฺ ึ ในขอ้ บญั ญตั ิ ฐปเน ในการปลู าด
ปกาสเน ในการแสดง (สา) ปญฺญตตฺ ิ ศพั ท์ น้ัน อิตฺถี เป็นอิตถลี งิ ค์
ปฏิภานํ ปฏิภาน ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ
๒ อย่าง (อิติ) คอื ปญญฺ าย ในปญั ญา อุปฏฺฐิตคิราย ในค�ำพูดอันเกิดขึ้นด้วย
ปฏภิ านไหวพรบิ
๙๗๓. วจนาวยเว มเู ล กถิโต เหตุ การเณ
อุทเร ตุ ตถา ปาจา’ นลสฺมึ คหณี’ตถฺ ิยํ.
๙๗๓. เหตุ เหตุ ศพั ท์ (ปณฺฑเิ ตหิ) อนั บัณฑติ กถิโต กล่าวแลว้
402 อภธิ านปั ปทปี ิกา
(ตีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง (อิติ) คือ วจนาวยเว ในเหตุอนั เป็นส่วนหนึง่
แห่งสมั ปณุ ณวากยะซ่งึ ประกอบด้วยปฏญิ ญาและเหตุ เปน็ ตน้ มูเล ในเหตุ
มีโลภะ เป็นต้น การเณ ในเหตุทว่ั ไป
คหณี คหณี ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อนั บัณฑติ กถิตา กล่าวแล้ว
(ทฺวีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คือ อุทเร ในทอ้ ง ปาจานลสมฺ ึ
ในไฟเผาผลาญอาหารให้ย่อย (สา) คหณี ศพั ท์ นัน้ (วตฺตต)ิ ย่อมเปน็ ไป
อติ ฺถิยํ ในอิตถีลิงค์
๙๗๔. ปิโย ภตฺตริชายายํ ปิยา อิฏเฺ ฐ ปโิ ย ติสุ
ยมราเช ตุ ยุคเฬ สยํ เม จ ยโม ภเว.
๙๗๔. ปโิ ย ปยิ ศัพท์ ปุงลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป ภตตฺ ริ ในสามี
ปยิ า ปยิ า ศพั ท์ อิตถีลงิ ค์ (สิยา) ย่อมเป็นไป ชายายํ ในภรรยา
ปโิ ย ปยิ ศพั ท์ (วตตฺ มาโน) ทเ่ี ป็นไป ตีสุ (ลิงฺเคสุ) ในลิงค์ทง้ั ๓
(สยิ า) ย่อมเปน็ ไป อฏิ ฺเฐ ในวตั ถุอันนา่ ปรารถนา
ยโม ยม ศพั ท์ (ภเว) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง
(อติ )ิ คือ ยมราเช ในพญายม ยคุ เฬ ในคู่ สยํ เม ในการส�ำรวม
๙๗๕. มุทฺทิกสฺส จ ปุปฺผสสฺ รเส ขุทเฺ ท มธู’ริตํ
อุลฺโลเจ ตุ จ วิตฺถาเร วิตานํ ปุนนฺ ปสุ เก.
๙๗๕. มธุ มธุ ศพั ท์ (ปณฺฑิเตห)ิ อนั บณั ฑิต อรี ิตํ กล่าวแลว้
(ตีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิติ) คือ มุทฺทิกสสฺ รเส ในนำ�้ แหง่ ผลมะซาง
ปปุ ผฺ สฺส รเส ในน�ำ้ แห่งดอกไม้ ขทุ เฺ ท ในรสหวาน
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค 403
วิตานํ วติ าน ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อันบัณฑติ อีริตํ กล่าวแลว้
(ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ อลุ โฺ ลเจ ในผ้าเพดาน วติ ถฺ าเร
ในความพิสดาร (ตํ) วิตาน ศพั ท์ น้ัน (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป ปุนฺนปุส เก ในปงุ
ลงิ ค์และนปงุ สกลงิ ค์
๙๗๖. อปวคฺเค จ สลเิ ล สธุ ายํ อมตํ มตํ
โมเห ตุ ติมเิ ร สงฺขฺยา คุเณ ตม’มนิตฺถิยํ.
๙๗๖. อมตํ อมต ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อันบัณฑิต มตํ พงึ ทราบ
(ตีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิติ) คอื อปวคเฺ ค ในพระนิพพาน สลิเล
ในนำ้� สธุ ายํ ในสธุ าโภชน์
ตมํ ตม ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อนั บัณฑติ มตํ พงึ ทราบ (ตสี ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๓ อย่าง (อิต)ิ คือ โมเห ในอวิชชา ตมิ ิเร ในความมดื สงฺขยฺ าคเุ ณ
ในตมคุณอันมาจากคัมภรี ส์ งั ขยา (ตํ) ตม ศพั ท์ น้ัน (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป
อนิตถฺ ยิ ํ ในปงุ ลิงค์และนปุงสกลิงค์
๙๗๗. ขเร จา’การเิ ย ตีส ุ รสมหฺ ิ ปรุ ิเส กฏุ
ปณฑฺ เก สกุ เต ปุญญฺ ํ มนญุ ฺเญ ปวเน ตสิ ุ.
๙๗๗. ตีสุ (ลิงฺเคสุ) กฏุ กฏุ ศัพท์ ทีเ่ ป็นไปใน ๓ ลิงค์ (สยิ า)
ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อิต)ิ คือ ขเร ในวัตถอุ ันหยาบ
อการเิ ย ในกรรมทไี่ ม่ควรทำ�
ปรุ เิ ส กฏุ กฏุ ศัพท์ ที่เปน็ ไปในปงุ ลิงค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป รสมหฺ ิ
ในรสเผด็
404 อภิธานปั ปทปี กิ า
ปณฺฑเก ปุญญฺ ํ ปญุ ฺญ ศัพท์ ทเ่ี ป็นไปในนปงุ สกลิงค์ (สิยา)
ย่อมเปน็ ไป สุกเต ในความดี
ตสี ุ (ลงิ ฺเคสุ) ปุญญฺ ํ ปญุ ฺญ ศัพท์ ที่เป็นไปในลงิ ค์ทั้ง ๓ (สยิ า)
ย่อมเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อิติ) คอื มนญุ เฺ ญ ในความ
นา่ ยนิ ดี ปวเน ในความสะอาด
๙๗๘. รุกโฺ ข ทุมมฺหิ ผรสุ า- สนิ ทิ เฺ ธสุ จ โส ติสุ
อปุ ฺปตตฺ ิยํ ตุ เหตุมฺหิ สงเฺ ค สกุ ฺเก จ สมภฺ โว.
๙๗๘. รกุ โฺ ข รุกฺข ศพั ท์ ปุงลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป ทุมมฺหิ
ในต้นไม้
โส รุกฺข ศัพท์ นน้ั (วตฺตมาโน) เมอื่ เป็นไป ตีสุ ในลิงคท์ ั้ง ๓ (สยิ า)
ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ)ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คือ ผรุสาสนิ ทฺเธสุ ในวัตถุ
อนั หยาบและวตั ถอุ นั แขง็ กระดา้ ง
สมฺภโว สมภฺ ว ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (จตูสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๔
อยา่ ง (อติ ิ) คอื อปุ ฺปตฺตยิ ํ ในการเกิดขน้ึ เหตุมหฺ ิ ในเหตุ สงฺเค ในการ
ข้องติด สกุ เฺ ก ในนำ้� อสุจิ
๙๗๙. นมิ ติ ตฺ ํ การเณ วตุ ฺตํ องคฺ ชาเต จ ลญฉฺ เน
อาทิ สีมาปกาเรส ุ สมเี ป’วยเว มโต.
๙๗๙. นิมติ ฺตํ นมิ ิตตฺ ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อนั บณั ฑติ วุตฺตํ
กล่าวแล้ว (ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง (อิต)ิ คอื การเณ ในเหตุ องคฺ ชาเต
ในองคชาต ลญฺฉเน ในรอย(ตรา, เคร่ืองหมาย)
สามัญญกัณฑ์ : อเนกัตถวรรค : อัทธาเนกัตถวรรค 405
อาทิ อาทิ ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบัณฑติ (มโต) พงึ ทราบ
(จตสู ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๔ อย่าง (อิติ) คือ สีมาปกาเรสุ ในขอบเขตและ
ประการ สมีเป ในทใ่ี กล้ อวยเว ในสว่ นต่างๆ
๙๘๐. เวเท จ มนตฺ เน มนโฺ ต มนฺตา ปญฺญาย’มจุ จฺ เต
อนโย พยฺ สเน เจว สนทฺ สิ ฺสติ วิปตฺตยิ ํ.
๙๘๐. มนโฺ ต มนตฺ ศัพท์ ปงุ ลิงค์ (ปณฺฑิเตห)ิ อันบณั ฑิต อุจจฺ เต
ย่อมกล่าว (ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ เวเท ในคมั ภีร์เวท
มนฺตเน ในการปรกึ ษา
มนฺตา มนฺตา ศัพท์ อิตถีลงิ ค์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อันบณั ฑิต อจุ ฺจเต
ย่อมกลา่ ว ปญฺญายํ ในปญั ญา
อนโย อนย ศัพท์ สนฺทิสฺสติ ยอ่ มปรากฏ (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อิต)ิ คือ พฺยสเน ในความสูญเสยี วปิ ตฺตยิ ํ ในความเสอ่ื ม
๙๘๑. อรโุ ณ รสํ เิ ภเท จา’ พยฺ ตตฺ ราเค จ โลหเิ ต
อนุพนฺโธ ตุ ปกตา’ นวิ ตฺเต นสฺสนกฺขเร.
๙๘๑. อรุโณ อรุณ ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (จตสู ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิต)ิ คอื รํสเิ ภเท ในแสงอรณุ ยามเช้า อพยฺ ตตฺ ราเค
ในสแี ดงระเรือ่ โลหเิ ต ในสีแดงสด
อนุพนโฺ ธ อนุพนฺธ ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๒ อย่าง (อติ ิ) คอื ปกตานวิ ตเฺ ต ในการไม่กลบั จากสภาพปกต(ิ การตามไปโดย
นทโี สตนยะ เป็นต้น) นสฺสนกฺขเร ในอนุพันธอกั ษรซงึ่ จะถกู ลบไปในชว่ งของ
406 อภธิ านัปปทปี ิกา
นปิ ผันนบท ติตฺถมหฺ ิ วิวเร’ปฺย’ถ
๙๘๒. อวตาโร’วตรเณ สณฐฺ าเน องิ คฺ ิเตปิ จ.
อากาโร การเณ วุตฺโต
๙๘๒. อวตาโร อวตาร ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อนั บัณฑิต วตุ โฺ ต
กล่าวแล้ว (ตีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิต)ิ คอื อวตรเณ ในการข้าม
ตติ ฺถสฺมึ ในทา่ น�้ำ ววิ เร ในช่อง
อากาโร อาการ ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อันบณั ฑติ วุตโฺ ต กล่าวแล้ว
(ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ )ิ คือ การเณ ในเหตุ สณฺฐาเน
ในทรวดทรง องิ ฺคเิ ต ในกริ ิยาอาการ
๙๘๓. สุทฺทติ ถฺ ิ ตนเย ขตฺตา อุคโฺ ค ติพพฺ มฺหิ โส ตสิ ุ
ปธานํ ตุ มหามตเฺ ต ปกตยฺ ’คคฺ ธิตีสุ จ.
๙๘๓. อคุ ฺโค อุคคฺ ศพั ท์ ปุงลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป ขตฺตา
สทุ ทฺ ติ ฺถิตนเย ในลูกของหญงิ ตระกูลศทู ร กบั ชายชาตกิ ษตั ริย์
โส อุคคฺ ศพั ท์ นัน้ (วตฺตมาโน) ที่เปน็ ไป ตสี ุ ในลงิ คท์ งั้ ๓
(สิยา) ย่อมเปน็ ไป ติพฺพมหฺ ิ ในผูด้ รุ า้ ย
ปธานํ ปธาน ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (จตสู ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๔ อยา่ ง (อติ )ิ คือ มหามตฺเต ในมหาอำ� มาตย์ ปกตยฺ คฺคธิตสี ุ ในความเป็น
ปกติ ความประเสริฐและความเพียร
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อัทธาเนกัตถวรรค 407
๙๘๔. กลฺลํ ปภาเต นิโรค- สชชฺ ทกเฺ ขสุ ตีสุ ตํ
กุหนา กฏู จริยายํ กุหโน กุหเก ติส.ุ
๙๘๔. กลฺลํ กลฺล ศพั ท์ นปงุ สกลงิ ค์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป ปภาเต
ในเวลาใกล้รุ่ง
ตํ กลลฺ ศพั ท์ น้นั (วตตฺ มาน)ํ ทีเ่ ปน็ ไป ตีสุ (ลงิ เฺ คสุ) ในลิงค์ทงั้ ๓
(สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ตีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ ิ) คือ นิโรคสชชฺ -
ทกฺเขสุ ในผู้สบาย วัตถุอนั ถูกตระเตรยี มและผู้ฉลาด
กหุ นา กุหนา ศพั ท์ อติ ถลี ิงค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป กุฏจริยายํ
ในความประพฤตคิ วามคดโกง
ตีสุ กุหโน กหุ น ศัพท์ ในลงิ คท์ ้ัง ๓ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป กุหเก
ในคนโกง
๙๘๕. กโปโต ปกฺขิเภเท จ ทิฏฺโฐ ปาราวเต’ถ จ
สารโท สารทพภฺ ูเต อปคพฺเภ มโต ติส.ุ
๙๘๕. กโปโต กโปต ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อันบณั ฑติ ทิฏโฺ ฐ
พึงทราบ (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ )ิ คือ ปกฺขิเภเท ในนกเขา
ปาราวเต ในนกพริ าบ
สารโท สารท ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตหิ) อันบัณฑิต มโต พงึ ทราบ
(ทฺวีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ ิ) คอื สรทพฺภเู ต ในสิ่งทเี่ กดิ ในฤดูสรทะ
อปปฺ คพฺเภ ในผู้ท่ีไม่แกล้วกลา้ (โส) สารท ศัพท์ นน้ั (วตฺตต)ิ ยอ่ มเป็นไป
ตสี ุ (ลิงเฺ คส)ุ ในลงิ ค์ทัง้ ๓
408 อภิธานัปปทปี ิกา
๙๘๖. ตสี ุ ขเร จ กฐิเน กกฺกโส สาหสปฺปเิ ย
อการเิ ย ตุ คุยหฺ งฺเค จเี ร โกปี’มุจฺจเต.
๙๘๖. กกกฺ โส กกกฺ ส ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตหิ) อันบณั ฑติ อุจฺจเต
ยอ่ มกลา่ ว (ตีสุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิติ) คอื ขเร ในความหยาบคาย
กฐเิ น ในวตั ถอุ ันแข็ง สาหสปปฺ เิ ย ในผู้ชอบท�ำกรรมอันผลุนผลนั (โส)
กกกฺ ส ศัพท์ นั้น (วตตฺ ติ) ย่อมเปน็ ไป ตสี ุ (ลงิ เฺ คสุ) ในลิงคท์ ั้ง ๓
โกปนี ํ โกปนี ศพั ท์ (ปณฑฺ ิเตห)ิ อนั บณั ฑติ อจุ จฺ เต ย่อมกล่าว
(ตสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง (อิติ) คือ อการเิ ย ในกรรมอนั ไม่ควรท�ำ
คยุ ฺหงเฺ ค ในองคชาต จเี ร ในผ้าปิดอวัยวะ
๙๘๗. มิคเภเท ปฏากายํ โมเจ จ กทลี’ตถฺ ิยํ
ทกฺขณิ า ทานเภทสฺม ึ วามโต’ญฺญมหฺ ิ ทกฺขิโณ.
๙๘๗. กทลี กทลี ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๓ อย่าง (อติ ิ) คอื มคิ เภเท ในชะมด ปฏากายํ ในธง โมเจ ในต้นกล้วย
(สา) กทลี ศัพท์ นัน้ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป อิตถฺ ยิ ํ ในอิตถีลงิ ค์
ทกขฺ ิณา ทกขฺ ณิ า ศพั ท์ อติ ถีลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป ทานเภทสมฺ ึ
ในทานพิเศษ(ทานท่ีบุคคลถวายโดยเชือ่ กรรมและผลของกรรม)
ทกขฺ โิ ณ ทกฺขณิ ศพั ท์ ปงุ ลงิ ค์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป วามโต อญญฺ มหฺ ิ
ในแขนขา้ งขวา ซ่งึ ตรงขา้ มกับแขนซา้ ย
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อทั ธาเนกตั ถวรรค 409
๙๘๘. ทตุ ิยา ภรยิ ายญจฺ ทวฺ นิ ฺนํ ปรู ณิยํ มตา
อถุปปฺ าเต สิยา ธูม เกตุ เวสสฺ านเรปิ จ.
๙๘๘. ทุติยา ทุติยา ศพั ท์ (ปณฺฑิเตหิ) อนั บัณฑิต มตา พงึ ทราบ
ภรยิ ายํ ในภรรยา ทวฺ ินนฺ ํ ปูรณิยํ ในวตั ถลุ ำ� ดับที่ ๒
ธูมเกตุ ธมู เกตุ ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒
อย่าง (อิต)ิ คือ อุปปฺ าเต ในดาวท่เี ปน็ นมิ ิตหรือลางบอกเหตุ (เชน่ ดาวหาง)
เวสสฺ านเร ในไฟ
๙๘๙. ภวนิคฺคมเน ยาเน ทวฺ าเร นิสสฺ รณํ สิยา
นยิ ามโก โปตวาเห ติลิงโฺ ค โส นิยนตฺ ริ.
๙๘๙. นสิ ฺสรณํ นิสสฺ รณ ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ตีสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๓ อย่าง (อิต)ิ คือ ภวนิคฺคมเน ในการออกจากภพ ยาเน ในการไป
ทฺวาเร ในประตู
นิยามโก นิยามก ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ
๒ อยา่ ง (อติ ิ) คือ โปตวาเห ในนายท้ายเรือ นิยนตฺ ริ ในพลขบั โส นยิ ฺยามก
ศัพท์ นน้ั ติลงิ คฺ โิ ก มี ๓ ลิงค์
นิโรโธ โรธเน’ปยฺ ’ถ
๙๙๐. อปวคฺเค วนิ าเส จ ติลงิ คฺ ํ ตํ ภยกํ เร.
ภเย ปฏภิ ยํ วตุ ฺตํ
๙๙๐. นโิ รโธ นโิ รธ ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๓ อย่าง (อิติ) คือ อปวคฺเค ในพระนิพพาน วนิ าเส ในความพนิ าศ
410 อภธิ านปั ปทีปิกา
โรธเน ในความดับ
ปฏิภยํ ปฏิภย ศัพท์ นปุงสกลิงค์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อันบัณฑติ วุตฺตํ
กล่าวแลว้ ภเย ในความนา่ กลัว
ติลงิ ฺคํ ตํ ปฏิภย ศพั ท์ ทเ่ี ป็น ๓ ลงิ ค์ น้นั (วตฺตติ) ยอ่ มเปน็ ไป
ภยกํ เร ในวตั ถุอันก่อให้เกิดความกลวั
๙๙๑. ปฏิ กํ ภาชเน วตุ ตฺ ํ ตเถว ปรยิ ตฺติยํ
ชราสถิ ิลจมฺมสฺม ึ อุทรงฺเค มตา วล.ิ
๙๙๑. ปิฏกํ ปฏิ ก ศัพท์ (ปณฺฑิเตหิ) อนั บณั ฑติ วตุ ตฺ ํ กลา่ วแลว้
(ทฺวสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อิติ) คอื ภาชเน ในตะกร้า ปริยตฺตยิ ํ ใน
พระไตรปิฎก
วล(ิ วลี) วลิ ศพั ท์ (ปณฺฑิเตห)ิ อนั บัณฑติ มตา พึงทราบ
(ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คอื ชราสถิ ลิ จมมฺ สฺมึ ในหนงั หยอ่ น
เพราะความชรา อทุ รงเฺ ค ในรอยยน่ ที่หนงั ท้อง
๙๙๒. ภนิ ฺนํ วทิ ารเิ ต’ญฺญสฺม ึ นิสฺสเิ ต วาจฺจลิงฺคกิ ํ
อปุ ชาเป มโต เภโท วิเสเส จ วิทารเณ.
๙๙๒. ภนิ นฺ ํ ภนิ ฺน ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ตีสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ ิ) คือ วทิ ารเิ ต ในวัตถุอนั ถกู ทำ� ลาย อญญฺ สมฺ ึ ในส่ิงอน่ื
นสิ สฺ เิ ต ในการผสมส่วน วาจฺจลิงคฺ กิ ํ เปน็ วาจจลิงค์
เภโท เภท ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตหิ) อนั บัณฑิต (มโต) พึงทราบ
(ตสี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิต)ิ คอื อปุ ชาเป ในเภทอบุ าย วเิ สเส
สามญั ญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : อัทธาเนกัตถวรรค 411
ในความพเิ ศษ(ความแตกตา่ ง) วทิ ารเณ ในการทำ� ลาย
๙๙๓. มณฑฺ ลํ คามสนฺโทเห พิมฺเพ ปรธิ ิราสสิ ุ
อาณาย’มาคเม เลเข สาสนํ อนสุ าสเน.
๙๙๓. มณฺฑลํ มณฑฺ ล ศัพท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (จตสู ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๔ อย่าง (อติ ิ) คอื คามสนโฺ ทเห ในหมู่บา้ น พิมเฺ พ ในรูปเหมือน
ปรธิ ริ าสสิ ุ ในพระจันทร์หรอื พระอาทิตยท์ รงกลดและกองวัสดุ
สาสนํ สาสน ศพั ท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (จตูสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๔
อยา่ ง (อติ )ิ คอื อาณายํ ในคำ� สง่ั อาคเม ในค�ำสอน(ของสมเด็จพระสัมมา-
สมั พทุ ธเจ้า) เลเข ในจดหมาย อนุสาสเน ในการอบรมสัง่ สอน
๙๙๔. อคเฺ ค ตุ สิขรํ จา’โย มยวชิ ฌฺ นกณฺฏเก
คุณุกฺกเํ ส จ วิภเว สมปฺ ตตฺ ิ เจว สมปฺ ทา.
๙๙๔. สิขรํ สขิ ร ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทฺวีสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ อคฺเค ในยอด อโยมยวชิ ฺฌนกณฺฏเก ในเหลก็
แหลมสำ� หรับเจาะ
สมฺปตฺติ สมฺปตตฺ ิ ศพั ท์ สมปฺ ทา สมปฺ ทา ศัพท์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป
(ทวฺ สี ุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ คุณุกฺกํเส ในความยิง่ ดว้ ยคณุ
วภิ เว ในสมบัติ
412 อภิธานปั ปทปี ิกา
๙๙๕. ภูขนตฺ ีสุ ขมา โยเคฺย หิเต สกฺเก96 ขโม ติสุ
อทโฺ ธ ภาเค ปเถ กาเล เอกํเส’ทฺโธ’พยฺ ยํ ภเว
อโถ กรสี ํ วจจฺ สมฺ ึ วจุ ฺจเต จตุรมฺพเณ.
๙๙๕. ขมา ขมา ศัพท์ อติ ถีลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิติ) คือ ภูขนตฺ สี ุ ในแผน่ ดินและความอดทน โยเคยฺ
ในความสมควร
ตีสุ ขโม ขมศัพท์ ในลงิ คท์ ัง้ ๓ (สิยา) ย่อมเป็นไป (ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ ิ) คอื หเิ ต ในความเก้ือกูล สกเฺ ก ในความสามารถ
อทโฺ ธ อทฺธ ศัพท์ (ภเว) ย่อมเป็นไป (ตีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง
(อิติ) คอื ภาเค ในสว่ นคร่ึง ปเถ ในหนทาง กาเล ในกาลเวลา
อพฺยยํ อทธฺ า อทธฺ า ศพั ท์ ท่เี ปน็ นิบาต (ภเว) ยอ่ มเป็นไป เอกํเส
ในความแนแ่ ท(้ แนน่ อน)
กรสี ํ กรีส ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อันบณั ฑิต วุจฺจเต ยอ่ มกล่าว
(ทวฺ ีสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คือ วจจฺ สฺมึ ในอุจจฺ าระ จตุรมฺพเณ
ใน ๔ อมั พณะ(๔ ขารี)
๙๙๖. อสุ โภ’สธ โค เสฏเฺ ฐ สู’สภํ วีสยฏฺฐยิ ํ
เสตสุ ฺมึ ตนตฺ ิ ปนฺตีสุ นารยิ ํ ปาฬิ กถฺยเต.
๙๙๖. อุสโภ อสุ ภ ศพั ท์ ปุงลิงค์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ตีสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิต)ิ คือ โอสธโคเสฏฺเฐสุ ในสมนุ ไพร ชือ่ ว่า อสุ ภะ โคถกึ
และผปู้ ระเสรฐิ
96 สาหสปฺปเิ ย=สาหส+อปฺปเิ ย (ฏี.)
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกตั ถวรรค : อทั ธาเนกตั ถวรรค 413
อสุ ภํ อสุ ภ ศพั ท์ นปงุ สกลิงค์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป วสี ยฏฐฺ ยิ ํ
ใน ๒๐ ยัฏฐิ
ปาฬิ ปาฬิ ศพั ท์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อันบัณฑติ กถฺยเต ย่อมกล่าว
(ตสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ ิ) คอื เสตมุ ฺหิ ในสะพาน ตนตฺ ิปนฺตีสุ
ในพระไตรปิฎกและลำ� ดับ (สา) ปาฬิ ศัพท์ นน้ั (วตตฺ ติ) ยอ่ มเป็นไป นารยิ ํ
ในอติ ถลี ิงค์
๙๙๗. กโฏ ชเย’ตฺถินิมติ เฺ ต กิลญเฺ ช โส กเต ตสิ ุ
มหยิ ํ ชคตี วุตตฺ า มนทฺ ริ าลนิ ฺทวตฺถมุ ฺหิ.
๙๙๗. กโฏ กฎ ศพั ท์ ปงุ ลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ตีสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อิติ) คอื ชเย ในความชนะ อติ ถฺ ินมิ ติ ฺเต ในนิมิตของผหู้ ญิง
กิลญเฺ ช ในเสื่อลำ� แพน
โส กฎ ศพั ท์ น้นั (วตตฺ มาโน) ทเ่ี ป็นไป ตีสุ (ลงิ ฺเคส)ุ ในลิงคท์ งั้ ๓
(สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป กเต ในส่ิงทีถ่ กู กระทำ� แล้ว
ชคตี ชคตี ศพั ท์ (ปณฺฑเิ ตหิ) อนั บัณฑติ วุตฺตา พงึ ทราบ
(ทวฺ สี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อิต)ิ คือ มหิยํ ในแผน่ ดิน มนฺทริ าลนิ ฺท-
วตฺถุนิ ในพื้นที่อันเปน็ สว่ นแห่งระเบยี งเรอื น
๙๙๘. วติ กฺเก มถิเต ตกโฺ ก ตถา สูจิผเล มโต
สุทสสฺ นํ สกกฺ ปุเร ตีสุ ตํ ททุ ฺทเส’ตเร.
๙๙๘. ตกฺโก ตกฺก ศัพท์ (ปณฺฑิเตห)ิ อนั บัณฑิต มโต พงึ ทราบ
414 อภิธานปั ปทปี ิกา
(ตสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ )ิ คอื วิตกเฺ ก ในความคดิ มถเิ ต ในน�้ำมัน
เปรียง สจู ิผเล ในผลอินทผลัม
สุทสสฺ นํ สุทสฺสน ศพั ท์ นปงุ สกลิงค์ (ปณฑฺ เิ ตหิ) อนั บณั ฑิต มตํ
พงึ ทราบ สกกฺ ปุเร ในเมอื งสุทสั สนะของพระอนิ ทร์
ตํ สุทสสฺ น ศพั ท์ น้นั (วตฺตมาน)ํ ทเ่ี ปน็ ไป ตสี ุ (ลงิ ฺเคส)ุ ในลงิ ค์ท้ัง ๓
(สิยา) ยอ่ มเป็นไป ททุ ทฺ เสตเร ในวตั ถอุ นั เห็นไดง้ ่าย
๙๙๙. ทีโป’นฺตรปี ’ปชฺโชต- ปตฏิ ฺฐา นพิ พฺ ตุ ีสุ จ
พทธฺ นิสฺสติ เสเตสุ ตสี ุ ตํ มิหเิ ต สิตํ.
๙๙๙. ทโี ป ทีป ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (จตูสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ
๔ อย่าง (อติ ิ) คือ อนตฺ รปี ปชโฺ ชตปตฏิ ฺฐานิพฺพตุ ีสุ ในเกาะ ตะเกยี ง ทพี่ ึ่งและ
พระนพิ พาน
ตีสุ สิตํ สติ ศัพท์ ในลงิ ค์ทง้ั ๓ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถส)ุ
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คอื พทธฺ นิสฺสติ เสเตสุ ในส่งิ ทถี่ ูกผูกหรือถูกอาศยั
สิตํ สิต ศัพท์ ตํ อันเป็นนปงุ สกลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป มิหิเต
ในการแยม้
๑๐๐๐. ถิยํ ปชาปติ ทาเร พฺรเหฺม มาเร สุเร ปเุ ม
วาสเุ ทเว’นตฺ เก กณโฺ ห โส ปาเป อสเิ ต ติสุ.
๑๐๐๐. ถิยํ ปชาปติ ปชาปติ ศพั ท์ ในอติ ถลี ิงค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป
ทาเร ในภรรยา
ปเุ ม ปชาปติ ปชาปติ ศพั ท์ ในปงุ ลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : อัทธาเนกัตถวรรค 415
(ตสี ุ อตเฺ ถสุ) ในอรรถ ๓ อย่าง (อิติ) คอื พรฺ หเฺ ม ในพรหม มาเร ในพญามาร
สเุ ร ในเทวราชา ชื่อวา่ ปชาปติ
กณโฺ ห กณหฺ ศัพท์ ปุงลงิ ค์ (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตฺเถส)ุ
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คอื วาสุเทเว ในพระวษิ ณุ อนตฺ เก และในพญามาร
โส กณฺห ศัพท์ น้ัน (วตตฺ มาโน) ทีเ่ ป็นไป (ทวฺ ีสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อิติ) คือ ปาเป ในผู้ลามก อสิเต ในสีด�ำ (โส) คณฺห ศัพท์
นน้ั (วตฺตติ) ย่อมเปน็ ไป ตสี ุ (ลงิ ฺเคส)ุ ในลงิ ค์ทงั้ ๓
๑๐๐๑. อปุ จาโร อุปฏฐฺ าเน อาสนฺเน อญฺญโรปเน
สกโฺ ก อนิ ฺเท ชนปเท สากิเย โส ขเม ตสิ .ุ
๑๐๐๑. อุปจาโร อุปจาร ศัพท์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ตีสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๓ อยา่ ง (อติ ิ) คือ อุปฏฐฺ าเน ในการปรนนิบัติ อาสนเฺ น ในทใ่ี กล้
อญญฺ โรปเน ในการยกขน้ึ สูส่ ภาพอยา่ งอน่ื (อปุ จาโวหาร) [ในฉบับสีหฬเป็น
อาสนเฺ นญญฺ ตโรปเน]
สกฺโก สกฺก ศัพท์ ปงุ ลิงค์ (สิยา) ยอ่ มเปน็ ไป (ทวฺ สี ุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ )ิ คือ อินเฺ ท ในพระอนิ ทร์ ชนปเท ในแคว้นสักกะ
สากเิ ย ในศากยวงศ์
ตีสุ โส สกกฺ ศัพท์ ในลิงค์ทัง้ ๓ น้ัน (สยิ า) ย่อมเปน็ ไป ขเม
ในผู้สามารถ
416 อภิธานปั ปทีปิกา
๑๐๐๒. วชฺชเน ปริหาโร จ สกกฺ าเร เจว รกขฺ เณ
โสตาปนฺนาทเิ ก อคเฺ ค อรโิ ย ตีสุทวฺ ิเช ปุเม.
๑๐๐๒. ปรหิ าโร ปริหาร ศพั ท์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป (ตีสุ อตฺเถสุ)
ในอรรถ ๓ อย่าง (อติ )ิ คือ วชฺชเน ในการเวน้ สกฺกาเร ในการทำ� สักการะ
รกฺขเณ ในการรกั ษา
ตสี ุ อรโิ ย อริย ศพั ท์ ในลงิ คท์ ัง้ ๓ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป
(ทวฺ ีสุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คอื โสตาปนฺนาทเิ ก ในพระอรยิ บุคคล
มีโสดาบนั เปน็ ต้น อคเฺ ค ในผูป้ ระเสริฐ
ปุเม อรโิ ย อรยิ ศัพท์ ในปุงลงิ ค์ (สยิ า) ย่อมเป็นไป ทฺวเิ ช ในผู้เกดิ
ในตระกูลอรยิ ะ คอื พราหมณ์ กษัตริย์และแพศย์
๑๐๐๓. สสุ ุโก สสุ มุ าเร จ พาลเก จ อุลปู ินิ
อินฺทีวรํ มตํ นีลุ ปปฺ เล อทุ ฺทาลปาทเป.
๑๐๐๓. สุสุโก สสุ ุก ศพั ท์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป (ตสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ
๓ อยา่ ง (อิต)ิ คือ สุสุมาเร ในจระเข้ พาลเก ในเด็ก อุลปู ินิ ในปลาวาฬ
อินฺทีวรํ อนิ ทฺ ีวร ศพั ท์ (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อนั บณั ฑิต มตํ พึงทราบ
(ทฺวสี ุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ )ิ คือ นีลปุ ปฺ เล ในอบุ ลขาบ อุทฺทาล
ปาทเป ในต้นราชพฤกษ์
สามัญญกณั ฑ์ : อเนกัตถวรรค : อทั ธาเนกัตถวรรค 417
๑๐๐๔. อสโน ปยิ เก กณฺเฑ ภกขฺ เณ ขปิ เน’ สนํ
ยเุ ค’ธกิ าเร97 วีรเิ ย ปธาเน จา’นฺตเิ ก ธโุ ร.
๑๐๐๔. อสโน อสน ศัพท์ ปงุ ลงิ ค์ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทวฺ ีสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ ิ) คือ ปยิ เก ตน้ ประดู่ กณฺเฑ ในลกู ศร
อสนํ อสน ศัพท์ นปุงสกลงิ ค์ (สยิ า) ยอ่ มเปน็ ไป (ทฺวีสุ อตเฺ ถสุ)
ในอรรถ ๒ อยา่ ง (อติ ิ) คือ ภกฺขเน ในการกนิ ขปิ เน ในการท้งิ
ธุโร ธุร ศพั ท์ (สยิ า) ยอ่ มเป็นไป (ปญฺจสุ อตเฺ ถส)ุ ในอรรถ ๕ อยา่ ง
(อติ ิ) คือ ยุเค ในแอก อธกิ าเร ในหน้าที่ วรี ิเย ในความเพยี ร ปธาเน
ในประธาน อนตฺ ิเก ในท่ใี กล้
๑๐๐๕. กาเฬ จ ภกฺขเิ ต ตีสุ ลวติ เฺ ต อสโิ ต ปุเม
ปวารณา ปฏิกฺเขเป กถิตา’ชฺเฌสนาย จ.
๑๐๐๕. อสโิ ต อสติ ศพั ท์ (วตตฺ มาโน) ท่เี ปน็ ไป ตีสุ (ลิงเฺ คสุ)
ในลิงคท์ ้ัง ๓ (สิยา) ยอ่ มเป็นไป (ทฺวีสุ อตฺเถสุ) ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ ิ) คือ
กาเฬ ในสง่ิ ด�ำ ภกขฺ เิ ต ในสง่ิ ท่ถี ูกกนิ
ปเุ ม อสโิ ต อสติ ศัพท์ ในปงุ ลงิ ค์ (สิยา) ย่อมเปน็ ไป ลวิตเฺ ต
ในเคียว(เครื่องเกย่ี ว)
ปวารณา ปวารณา ศัพท์ (ปณฺฑเิ ตห)ิ อันบัณฑิต กถิตา กลา่ วแล้ว
(ทฺวสี ุ อตฺเถส)ุ ในอรรถ ๒ อย่าง (อติ )ิ คอื ปฏิกเฺ ขเป ในการหา้ ม อชเฺ ฌ
สนาย ในการเชือ้ เชญิ
97 อสุ โภ อุสเภ (ฏ.ี )