The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อภิธานัปปทีปิกา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

อภิธานัปปทีปิกา

อภิธานัปปทีปิกา

68 อภิธานัปปทปี ิกา

๑๗๑. คพโฺ พ’ ภมิ าโน’หกํ าโร จนิ ตฺ า ตุ ฌาน’มจุ ฺจเต
นจิ ฺฉโย นิณฺณโย วุตฺโต ปฏิญฺญา ตุ ปฏสิ ฺสโว.

๑๗๑. ความหยง่ิ จองหอง ๓ : คพพฺ , อภมิ าน, อหกํ าร
ความคดิ ๒ : จินฺตา, ฌาน,

(ทวฺ ย)ํ ศพั ท์ทั้งสองน้ี (ปณฑฺ เิ ตน) อนั บัณฑติ อุจจฺ เต กล่าวไว้
แล้ว (สมานตฺถ)ํ วา่ มีอรรถเหมือนกนั

การตัดสนิ ๒ : นจิ ฺฉย, นณิ ฺณย, (อยํ สทฺทสมโู ห) กลมุ่ ศพั ทท์ ั้ง

สองนี้ (ปณฺฑิเตน) อันบัณฑติ วตุ โฺ ต กลา่ วแล้ว (สมานตโฺ ถ) วา่ มีอรรถ
เหมือนกัน

คำ� รบั รอง ๒ : ปฏิญญฺ า, ปฏสิ ฺสว

๑๗๒. อวมานํ ติรกฺกาโร ปริภโว ปยฺ ’นาทโร
ปราภโว ปยฺ ’วญญฺ า’ถ อุมฺมาโท จิตฺตวิพภฺ โม.

๑๗๒. การดูหมิน่ , การดถู กู , การเหยยี ดหยาม ๖ : อวมาน,

ติรกกฺ าร, ปรภิ ว, อนาทร, ปราภว, อวญญฺ า

ความบา้ , ความเสยี สติ ๒ : อุมมฺ าท, จิตตฺ วิพภฺ ม

๑๗๓. เปมํ สิเนโห สฺเนโห’ถ จิตตฺ ปฬี า วสิ ญญฺ ิตา
ปมาโท สติโวสฺสคโฺ ค โกตหู ลํ กุตูหลํ.

๑๗๓. ความรกั , ความเสนห่ า ๓ : เปม, สิเนห, เสนฺ ห

สคั คกณั ฑ์ 69

การสลบ ๒ : จติ ตฺ ปฬี า, วสิ ญญฺ ติ า38
ความประมาท, ความไมม่ สี ติ ๒ : สตโิ วสฺสคฺค, ปมาท
ความแตกต่นื ๒ : โกตูหล, กตุ ูหล

๑๗๔. วิลาโส ลลิตํ ลลี า หาโว เหฬา จ วิพฺภโม
อจิ จฺ าทิกา สยิ ุ นาร-ิ สงิ คฺ ารภาวชา กริ ยิ า.

๑๗๔. กริ ิยา อากัปกิริยา นาริสิงฺคารภาวชา อันเกดิ เพราะความ
ตอ้ งการซึง่ ความรกั ของสตรี อิติ อาทกิ า สยิ ุํ มีอยา่ งนี้เปน็ ตน้ คือ วิลาโส
อากัปกิรยิ าทแ่ี ปลก เชน่ การมองไปมองมาเวลาไปใกล้คนรัก ลลิตํ อากัปกริ ยิ า
วางท่าทางสงบเสง่ียมออ่ นหวาน ลีลา อากัปกิริยาเสแสร้ง หาโว อากัปกิรยิ า
ทเี่ ก็บอาการไว้แม้ตอ้ งการสนุกสนาน วิพภฺ โม อากปั กริ ิยาทแ่ี สดงอาการเขิน
อายเพราะการมาของคนรัก

๑๗๕. หสนํ หสิตํ หาโส มนโฺ ท โส มหิ ิตํ สิตํ
อฏฺฏหาโส มหาหาโส, โรมญฺโจ โลมหสํ นํ.

๑๗๕. การหัวเราะ ๓ : หสน, หสิต, หาส

โส (หาโส) การหวั เราะนั้น มนฺโท เพยี งนดิ หนอ่ ย มิหติ ํ ชือ่ วา่
มหิ ิตะ สติ ํ ช่ือวา่ สติ ะ[การย้ิม ๒ : มหิ ติ , สติ ] มหาหาโส การหัวเราะเสยี งดัง
อฏฺฏหาโส ช่อื ว่า อัฏฏหาสะ

38 อกี นัยหนงึ่ ถา้ เปน็ ปาฐะว่า “จิตฺตปฬี า’ธิ สญญฺ ิตา” พึงแปลวา่ จิตตปีฬา - ความทุกข์ระทมแห่งจิต
(ปณฑฺ ิเตน) อันบัณฑติ สญญฺ ติ า พงึ ทราบ อาธิ ว่า อาธิ [นยั แรกเปน็ มติฎกี า ส่วนนัยหลังเปน็ มตขิ องนสิ สยะ
สหี ฬ]

70 อภิธานัปปทีปิกา

อาการขนลุกขนพอง ๒ : โรมญฺจ, โลมหํสน

๑๗๖. ปรหิ าโส ทโว ขฑิ ฑฺ า เกฬิ กฬี า จ กฬี ติ ํ
นิททฺ า ตุ สปุ ินํ โสปปฺ ํ มทิ ธฺ ญจฺ ปจลายกิ า.

๑๗๖. การเล่น ๖ : ปรหิ าส, ทว, ขิฑฑฺ า, เกฬิ, กีฬา, กีฬติ
การนอนหลับ ๓ : นิททฺ า, สุปิน, โสปปฺ
การโงกงว่ ง ๒ : มิทธฺ , ปจลายกิ า



๑๗๗. ถยิ ํ นกิ ติ กูฏญฺจ ทมฺโภ สาฐยฺ ญฺจ เกตวํ
สภาโว ตุ นสิ สฺ คฺโค จ สรปู ํ ปกต’ิ ตฺถยิ .ํ

๑๗๘. สลี ญฺจ ลกขฺ ณํ ภาโว, อุสสฺ โว ตุ ฉโณ มโห.

๑๗๗. การโกง ๕ : นกิ ติ, กูฏ, ทมภฺ (รมภฺ ), สาฐฺย, เกตว (นิกต)ิ

นกิ ติ ศัพท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเปน็ ไป ถิยํ ในอิตถีลงิ ค์

๑๗๗-๑๗๘. สภาพเดิม ๗ : สภาว, นิสสฺ คฺค, สรูป, ปกติ, สีล,

ลกฺขณ, ภาว (ปกติ) ปกติ ศัพท์ (วตฺตติ) ย่อมเป็นไป อิตฺถิยํ ในอติ ถลี งิ ค์

การสมโภชน,์ การฉลอง ๓ : อุสสฺ ว, ฉณ, มห

สคั คกัณฑ์ 71

๑๗๙. ธาเรนฺโต ชนตฺ ุ สสฺเนห’ มภิธานปฺปทีปกิ ํ
ขุทฺทกาทฺยตถฺ ชาตานิ สมฺปสฺสติ ยถาสขุ ํ.

๑๗๙. ชนฺตุ ครสู อน นกั เรยี น ฆราวาสและภกิ ษสุ ามเณร ธาเรนโฺ ต
ผศู้ ึกษาเลา่ เรียนแล้วทรงไว้ได้ อภธิ านปปฺ ทีปิกํ ซ่ึงคัมภรี อ์ ภิธานปั ปทปี ิกา
สเสนฺ หํ ดว้ ยความรักทนถุ นอม สมปฺ สสฺ ติ ยอ่ มเข้าใจ ขุททฺ กาทอิ ตถฺ ชาตานิ
ซง่ึ อรรถาธิบายอันน้อยใหญ่ กว้าง แคบ เป็นต้น ยถาสขุ ํ โดยง่ายดาย

สคฺคกณโฺ ฑ
[สัคคกัณฑ์]
ปฐโม ซ่ึงเปน็ กัณฑท์ ี่ ๑
นิฏฐฺ ิโต จบแล้ว

๒.
ภกู ัณฑ์

๑. ภูมวิ รรค

ภูกัณฑ์ : ภมู วิ รรค 73

๑๘๐. วคฺคา ภูมิปุรีมจฺจ- จตุพพฺ ณฺณวนาทิหิ
ปาตาเลน จ วจุ จฺ นฺเต สางฺโค’ปงฺเคหิ’ธ’กฺกมา.

๑๘๐. วคฺคา วรรคทั้งหลาย (อุปลกฺขิตา) อันถกู ต้งั ช่ือไว้ ภมู ิปรุ -ี
มจฺจจตุพพฺ ณณฺ วนาทีหิ โดยช่อื ทั้งหลายมีภูมิวรรค ปรุ วรรค นรวรรค
จตุพพณั ณวรรค อรญั ญวรรคและอรญั ญาทิวรรค ปาตาเลน จ และโดยชอ่ื
สุดท้ายคือ ปาตาลวรรค สางโฺ คปงฺเคหิ อันประกอบด้วยคำ� ทเี่ ปน็ องค์ประธาน
มี ขาระ เปน็ ต้น และค�ำทเี่ ป็นองค์รองมีอทั ธา เป็นต้น (หรืออนั แสดงความ
หมายหลักมีขาระและมตั ตกิ า เปน็ ตน้ และความหมายรองมี มัคคะ เป็นต้น)
(มยา) อนั เรา วจุ ฺจนเฺ ต จักกลา่ ว อธิ (กณฺเฑ) ในภกู ณั ฑ์นี้ กมา ตามลำ� ดับ

๑๘๑. วสุนฺธรา ฉมา ภมู ิ ปถวี เมทนี มหี
อพุ ฺพี วสุมตี โค กุ วสธุ า ธรณี ธรา
ปุถวี ชคตี ภรู ี ภู จ ภูตธรา’วน.ี

๑๘๑. แผ่นดิน ๑๙ : วสนุ ธฺ รา, ฉมา, ภมู ,ิ ปถวี, เมทน,ี มห,ี อพุ พฺ ,ี

วสุมตี, โค, กุ, วสุธา, ธรณ,ี ธรา, ปถุ ว,ี ชคต,ี ภูรี, ภ,ู ภตู ธรา, อวนี

๑๘๒. ขารา ตุ มตตฺ ิกา อูโส อูสวา ต’ู สโร ติสุ
ถลํ ถลีตถฺ ี ภภู าเค ถทธฺ ลขู มฺหิ ชงฺคโล.

๑๘๒. มตตฺ กิ า ดิน ขารา อันเคม็ อูโส ชื่อวา่ อสู

พ้ืนทท่ี ่มี ีดินเคม็ ๒ : อูสวนฺต,ุ อสู ร ; (ทฺวย)ํ อูสวนฺตุและอูสร ศพั ท์

74 อภิธานปั ปทีปิกา

(วตตฺ ต)ิ ย่อมเปน็ ไป ตีสุ (ลงิ เฺ คสุ) ใน ๓ ลงิ ค์

พืน้ ทด่ี อน, พืน้ ที่บก ๒ : ถล, ถลี ; (ถล)ี ถลี ศพั ท์ อิตถฺ ี เปน็

อิตถลี งิ ค์
ชงฺคโล ชงคฺ ล ศพั ท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเป็นไป ภภู าเค ในส่วนแห่ง
แผน่ ดนิ ถทฺธลขู มฺหิ อันกระดา้ งและขรขุ ระ(ที่ไม่เสมอ)

๑๘๓. ปพุ ฺพวเิ ทโห จา’ปร- โคยานํ ชมฺพุทโี ป จ
อตุ ตฺ รกุรุ เจ’ติ สิยุ จตตฺ าโร’เม มหาทปี า.

๑๘๓. อิเม (ทปี า) ทวปี (เกาะ)ทง้ั หลายเหลา่ นี้ อิติ คือ ปพุ พฺ วิเทโห
ปพุ พวิเทหทวปี อปรโคยานํ อปรโคยานทวปี ชมพฺ ุทโี ป ชมพูทวปี อตุ ตฺ รกรุ ุ จ
และอุตตรกุรุทวปี มหาทีปา เปน็ ทวปี ใหญ ่ จตตฺ าโร ๔ ทวปี

๑๘๔. ปมุ พฺ หุตเฺ ต กุรู สกกฺ า โกสลา มคธา สวิ ี
กลิงคฺ า’วนฺตีปญฺจาลา วชชฺ ี คนธฺ ารเจตโย.
๑๘๕. วงคฺ า วเิ ทหา กมโฺ พชา มททฺ า ภคคฺ ’งคฺ สีหฬา
กสฺมรี า กาสิปณฺฑวาท ี สยิ ุ ชนปทนฺตรา.
๑๘๔.-๑๘๕. 39กุรู แคว้นกุรุ สกฺกา แควน้ สักกะ โกสลา แควน้ โกศล
มคธา แคว้นมคธ สวิ ี แคว้นสวิ ิ กลงิ คฺ า แควน้ กลงิ คะ อวนฺตี แคว้นอวนั ตี

39 กรุ ู นาม ชนปทิโน ราชกมุ ารา, เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รฬุ ฺหีสทเฺ ทน “กรุ ”ู ติ วุจฺจต.ิ (ทฆี นกิ ายมหานทิ าน
สตุ ฺตฏฺฐกถา), อน่ึง มหาชนบท(มหารัฐ) เหลา่ นเี้ ปน็ แคว้นใหญท่ ีม่ าในพระไตรปฎิ ก เช่นใน ติกงั คตุ ตรนกิ าย
มหาวรรค วิสาขุโปสถสูตร

ภกู ัณฑ์ : ภูมิวรรค 75

ปญจฺ าลา แควน้ ปัญจาละ วชฺชี แคว้นวชั ชี คนธฺ ารา แคว้นคนั ธาระ เจตโย
แควน้ เจติ วงคฺ า แคว้นวังคะ วิเทหา แคว้นวเิ ทหะ กมฺโพชา แคว้นกัมโพชะ
มทฺทา แคว้นมัททะ ภคคฺ า แควน้ ภัคคะ องฺคา แคว้นองั คะ สหี ลา แคว้น
สหี ละ กสมฺ รี า แควน้ กัสมีระ กาสปิ ณฺฑวาที แควน้ กาสแิ ละแควน้ ปณั ฑุ
เปน็ ตน้ ชนปทนตฺ รา เป็นแควน้ พิเศษ(แคว้นใหญ)่ (วตตฺ นตฺ )ิ ย่อมเปน็ ไป
ปุมพฺ หุตฺเต ในปุงลงิ ค์พหุวจนะ

๑๘๖. โลโก จ ภวุ นํ วตุ ฺตํ เทโส ตุ วสิ โย’ปฺย’ถ
มิลกขฺ เทโส ปจฺจนฺโต มชฌฺ เทโส ตุ มชฌฺ ิโม.40

๑๘๖. โลก ๒ : โลก, ภวุ น
พ้นื ท่,ี สถานท่ี ๒ : เทส, วิสย
ปจั จนั ตประเทศ, ชายแดน, ดนิ แดนของคนป่าเถอื่ น ๒ :

มิลกขฺ เทส, ปจฺจนฺต

มัชฌมิ ประเทศ, อารยประเทศ ๒ : มชฌฺ เทส, มชฺฌิม



40 ขอบเขตของมัชฌมิ ประเทศตามมตคิ ัมภรี ์ทางพระพุทธศาสนาน้ัน มีความยาว ๓๐๐ โยชน์ กว้าง ๒๕๐ โยชน์
(วัดโดยรอบกำ� แพงยาว ๙๐๐ โยชน)์ (ดรู ายละเอียดทีอ่ ัฏฐกถาแห่งสามัญผลสูตร เปน็ ต้น) ส่วนมติทางคัมภรี ์
ศาสนาพราหมณ์ไดร้ ะบุขอบเขตไวอ้ ีกแบบหนงึ่ ดงั นี้ว่า
หิมวพพฺ ิญฺชานํ มชฺฌ,ํ ปพุ ฺพํ วนิ สนา ทป,ิ ปจฉฺ ิมํ เจว ปยาคา, มชฺฌเทโส ปวตฺติโต. (มนุธรรมศาสตร์)
“มชัิ ฌิมประเทศ หมายเอาพ้นื ที่ตรงกลางระหว่างภูเขาหิมาลัยกับภูเขาวิญชบรรพตและพ้ืนที่บริเวณด้านตะวัน
ออกโดยนับจากท่าวนิ สนะ(แคว้นกรุ ุ ซ่งึ หมายถงึ พืน้ ที่แถบตะวันตกเฉยี งเหนอื ของเมืองเดลลีถงึ แม่น้�ำสรสั วด,ี
และบริเวณดา้ นตะวนั ตก โดยนับจากท่าปยาคตฏิ ฐะ(อลุ าหบาท)

76 อภธิ านัปปทปี ิกา

๑๘๗. อนโู ป สลลิ ปปฺ าโย กจฉฺ ํ ปมุ นปสุ เก
สททฺ โล หรเิ ต เทเส ตเิ ณน’าภนิ เวน ห.ิ

๑๘๗. พ้ืนทีช่ นื้ แฉะ, พืน้ ทม่ี ีนำ้� ขัง ๓ : อนปู , สลิลปปฺ าย, กจฺฉ

(กจฉฺ )ํ กจฺฉ ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเป็นไป ปมุ นปุํสเก ในปุงลิงคแ์ ละนปงุ สกลิงค์
สททฺ โล สททฺ ล ศัพท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเปน็ ไป เทเส ในพ้นื ท่ี หริเต
อันเขียวชอมุ่ ตเิ ณน ด้วยหญ้า อภินเวน อันเพิง่ งอกใหม่

๑๘๘. นทฺยมฺพุชวี โน เทโส วุฏฺฐินิปปฺ ชชฺ สสสฺ โก
โย นทีมาตโิ ก เทว, มาติโก จ กเมน โส.

๑๘๘. โย เทโส พ้ืนท่ใี ด นทยฺ มฺพุชีวโน มีตน้ ขา้ วงอกงามไดด้ ว้ ยนำ้�
ในแม่น้ำ� วุฏฐฺ ินิปปฺ ชฺชสสฺสโก มีขา้ วเปลือกผลติ ผลด้วยนำ้� ฝน (โหต)ิ มีอยู่,
โส (เทโส) พืน้ ทนี่ ั้น นทมี าตโิ ก ชือ่ วา่ นทมี าติกะ(พ้นื ท่อี าศยั น�ำ้ ในแม่นำ�้ ทำ� การ
เกษตร) เทวมาติโก ช่อื วา่ เทวมาติกะ(พื้นท่ีอาศัยนำ�้ ฝนทำ� การเกษตร) กเมน
ตามล�ำดบั

๑๘๙. ตสี วฺ นูปาทฺยโถ จนทฺ - สูราโท สสสฺ ตรี โิ ต
รฏฐฺ ํ ตุ วชิ ติ ญจฺ า’ถ ปุรเิ ส เสตุ อาลยิ ํ.

๑๘๙. อนูปาที อนูป ศพั ท์ เป็นตน้ (อนปู ศพั ท์ถึงเทวมาติกศพั ท์)
(วตตฺ นตฺ )ิ ย่อมเป็นไป ตสี ุ (ลิงเฺ คสุ) ใน ๓ ลิงค์ สสสฺ ตี สสฺสตี ศัพท์(วตั ถุทีต่ ้ังอยู่
ตลอดกาล) (ปณฑฺ ิเตน) อนั บัณฑติ อีริโต กลา่ วแลว้ ว่าเป็นไป สูราโท ใน

ภูกัณฑ์ : ภูมวิ รรค 77

เทหวัตถทุ ั้งหลายมดี วงจนั ทรแ์ ละดวงอาทิตย์ เปน็ ตน้ (เทหวัตถุทีต่ งั้ อย่ตู ลอด
กัปป์ เชน่ พระจันทรแ์ ละพระอาทติ ย์)

แวน่ แควน้ , ประเทศ ๒ : รฏฐฺ , วชิ ติ

เสตุ เสตุ ศพั ท์ (วตฺตมาโน) ท่ีเป็นไป ปรุ ิเส ในปงุ ลิงค์ (วตฺตติ)
ยอ่ มเปน็ ไป อาลยิ ํ ในสะพาน เข่ือนและคนั นา

สะพาน, เขอื่ น, คู, คันนา ๒ : เสตุ, อาลิ

๑๙๐. อปุ านฺตภู ปริสโร โคฏฺฐํ ตุ โคกุลํ วโช
มคโฺ ค ปนฺโถ ปโถ อทฺธา อญฺชสํ วฏมุ ํ ตถา.

๑๙๑. ปชโฺ ช’ยนญฺจ ปทว ี วตฺตนี ปทธฺ ติ’ตฺถิยํ
ตพเฺ ภทา ชงฆฺ สกฏ- มคฺคา เต จ มหทฺธน.ิ

๑๙๐-๑๙๑. อปุ านฺตภู พื้นท่ีใกล้เมอื งและภูเขา เปน็ ต้น ปริสโร
ชอ่ื ว่า ปริสระ

คอก, ท่ขี งั สัตวเ์ ลี้ยง ๓ : โคฏฺฐ, โคกุล, วช
ทาง ๑๑ : มคคฺ , ปนถฺ , ปถ, อทธฺ , อญชฺ ส, วฏุม(วฏม), ปชฺช(ปชชฺ า),

อยน, ปทว,ี วตฺตน,ี ปทธฺ ติ (ปทธฺ ต)ิ ปทธฺ ติ ศัพท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเปน็ ไป อติ ถฺ ยิ ํ
ในอิตถีลงิ ค์
ชงฺฆสกฏมคคฺ า ทางเทา้ และทางเกวียน ตพฺเภทา เป็นประเภทแห่ง
ทางน้นั เต (สทฺทา) ชงฆฺ มคฺคและสกฏมคคฺ ศพั ทเ์ หล่านัน้ (วตฺตนฺต)ิ ยอ่ มเปน็
ไป มหทธฺ นิ ในทางทก่ี วา้ งใหญ่

78 อภิธานัปปทปี กิ า

๑๙๒. เอกปเทฺยกปทเิ ก กนตฺ าโร ตุ จ ทุคคฺ เม

๑๙๓. ปฏิมคโฺ ค ปฏิปโถ อทฺธานํ ทีฆม’ญฺชสํ
สุปฺปโถ ตุ สุปนฺโถ จ อปุ ปฺ ถํ ตฺว’ปถํ ภเว.

๑๙๒-๑๙๓. เอกปทิ เอกปทิ ศัพท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเปน็ ไป เอกปทเิ ก
ในทางแคบพอส�ำหรบั ฝา่ เท้าเดยี ว(ทางทพ่ี อเดินไปไดค้ นเดียว)
กนฺตาโร กนฺตาร ศพั ท์ (วตฺตติ) ย่อมเป็นไป ทุคคฺ เม ในทางท่ีสญั จร
ไปมาลำ� บาก

ทางกันดาร ๒ : กนฺตาร, ทุคคฺ ม
ทางสวน ๒ : ปฏิมคฺค, ปฏิปถ

อญชฺ สํ ทาง ทีฆํ อันยาวไกล อทธฺ านํ ชอื่ ว่า อทั ธานะ

ทางด,ี ทางถูก ๒ : สปุ ถ(สมปฺ ท), สุปนฺถ
ไม่ใชท่ าง, ทางผดิ ๒ : อปุ ฺปถ, อปถ

๑๙๔. ฉตตฺ ึสปรมาณูน เม’โก’ณุ จ ฉตตฺ สึ เต
ตชชฺ ารี ตาปิ ฉตฺตสึ รถเรณุ ฉตฺตึส เต.
ธญญฺ มาโสติ สตฺต เต
๑๙๕. ลิกฺขา ตา สตฺต อกู า ตา วทิ ตฺถิ ตา ทุเว สยิ ุ.
สตฺต’งคฺ ุลม’มุ ทวฺ จิ ฺฉ

๑๙๔.-๑๙๕. ฉตฺตึส ๓๖ ปรมาณนู ํ แห่งปรมาณทู ั้งหลาย
เอโก อณุ เปน็ ๑ อณุ เต (อณ)ู อณทุ ั้งหลายเหล่าน้ัน ฉตฺตึส ๓๖ ตชชฺ ารี เปน็
๑ ตัชชารี ตาปิ แม้ตัชชารีเหลา่ นั้น ฉตตฺ ึส ๓๖ รถเรณุ เปน็ ๑ รถเรณุ เต
รถเรณทุ ัง้ หลายเหลา่ นน้ั ฉตฺตสึ ๓๖ ลกิ ฺขา เป็น ๑ ลกิ ขา ตา ลิกขาท้ังหลาย

ภกู ณั ฑ์ : ภูมวิ รรค 79

เหลา่ นนั้ สตตฺ ๗ อกู า เปน็ ๑ อูกา ตา อกู าท้งั หลายเหล่านน้ั สตตฺ ๗
ธญญฺ มาโส เปน็ ๑ เมล็ดขา้ วเปลอื ก เต เมล็ดข้าวเปลอื กทัง้ หลายเหล่านั้น
สตตฺ ๗ องฺคุลํ เปน็ ๑ น้ิว อมุ นว้ิ ทงั้ หลายเหลา่ นน้ั ทฺวจิ ฉฺ ๑๒ นิ้ว วทิ ตฺถิ
เป็น ๑ คืบ

๑๙๖. รตนํ ตานิ สตฺเตว ยฏฐฺ ิ ตา วสี ต’ู สภํ
คาวตุ ’มุสภาสตี ิ โยชนํ จตคุ าวุต.ํ

๑๙๗. ธนุปญฺจสตํ โกโส กรสี ํ จตรุ มพฺ ณํ
อพภฺ นตฺ รํ ตุ หตถฺ าน ม’ฏฐฺ วีส ปมาณโต.

๑๙๖-๑๙๗. ตา (วิทตถฺ โิ ย) คืบท้ังหลายเหล่าน้นั ทุเว ๒ คบื รตนํ
เปน็ ๑ ศอก ตานิ เอว (รตนานิ) ศอกท้งั หลายเหลา่ น้ันนั่นแล สตฺต ๗ ศอก
ยฏฺฐิ เปน็ ๑ ยัฏฐ(ิ ไม้เทา้ ) ตา (ยฏฺฐโิ ย) ยฏั ฐทิ งั้ หลายเหลา่ น้ัน วีสติ ๒๐ อุสภํ
เปน็ ๑ อสุ ภะ อุสภาสีติ ๘๐ อุสภะ คาวตุ ํ เป็น ๑ คาวุต จตุคาวุตํ ๔ คาวุต
โยชนํ เป็น ๑ โยชน์
ธนุปญจฺ สตํ ๕๐๐ ชั่วคนั ธนทู โี่ กง่ แลว้ โกโส เป็น ๑ โกสะ จตรุ มพฺ ณํ
พืน้ ท่อี นั พอหวา่ นพืชได้ ๔ อัมพณะ(๑๑ทะนาน= ๑ อมั พณะ) กรสี ํ ชอื่ วา่ ๑
กรีสะ อฏฐฺ วีส หตฺถานํ ๒๘ ศอก ปมาณโต โดยประมาณ อพฺภนฺตรํ ชอื่ วา่ ๑
อัพภันดร[หน่งึ อัพภนั ดรประมาณ ๒๘ ศอก]

ภูมิวคโฺ ค : ภูมิวรรค
นิฏฐฺ โิ ต จบแล้ว

๒.
ภกู ณั ฑ์

๒. ปรุ วรรค

ภูกณั ฑ์ : ปรุ วรรค 81

๑๙๘. ปุรํ นคร’มิตถฺ ี วา ฐานียํ ปฏุ เภทนํ
ขนธฺ าวาโร ภเว’ถ จ.
ถยิ ํ ตุ ราชธานี จ

๑๙๘. เมือง ๔ : ปรุ , นคร, ฐานีย, ปฏุ เภทน (ทฺวย)ํ ปุร ศพั ท์ และ

นคร ศพั ท์ อิตฺถี วา41 เป็นอติ ถีลิงค์บา้ ง [หมายความวา่ ใชเ้ ปน็ รูปวา่ ปุรํ,
นครํ, ‘ปรุ ,ี นคร’ี ]

เมืองหลวง ๑ : ราชธานี (ราชธาน)ี ราชธานี ศัพท์ (วตตฺ ติ)

ย่อมเป็นไป ถิยํ ในอิตถีลงิ ค์

เมอื งหนา้ ดา่ น ๑ : ขนฺธาวาร

(อีกนัยหนง่ึ )

เมืองหลวง ๒ : ราชธานี, ขนฺธาวาร, (ราชธานี) ราชธานี ศพั ท์

(วตตฺ ติ) ย่อมเป็นไป ถยิ ํ ในอิตถลี ิงค์


๑๙๙. สาขานคร’มญญฺ ตฺร ยํ ตํ มลู ปุรา ปุรํ
พาราณสี จ สาวตถฺ ิ เวสาลี มถิ ิล’าฬว.ี

๒๐๐. โกสมฺพุชฺเชนโิ ย ตกกฺ - สิลา จมฺปา จ สาคลํ
สุสมุ ารคริ 4ํ 2 ราช- คหํ กปิลวตฺถุ จ.



41 แม้วา่ ในคัมภรี ์อภธิ านปั ปทปี ิกาฎีกาจะอธิบาย วา ศพั ท์ฺไว้วา่ “วากาเรน นครสททฺ สฺส ปลุ ฺลงิ คฺ ตตฺ ํ สมจุ จฺ ิโนต.ิ
ปรุ สทฺทสฺสปิตยฺ าจริยา. [อาจารยท์ ั้งหลายกว่าวว่า วา ศพั ท์ ท�ำหน้าที่ประมวลเอาความเปน็ ปลุ ลิงคข์ องนครศพั ท์
เข้ามาไว้ดว้ ย] แตก่ พ็ ึงทราบวา่ ในพระไตรปฎิ กกไ็ มม่ ใี ช้ รวมถึงในคัมภีรพ์ จนานกุ รมสันสกฤตกห็ ามีใชเ้ ปน็ ปุลลิงค์
ไม่, บณั ฑิตจงึ ควรพิจารณามตนิ ้ี

42 สสํ มุ าร (ฏกี า)

82 อภธิ านปั ปทปี ิกา

๒๐๑. สาเกตมนิ ฺทปตถฺ ญโฺ จ’ กฺกฏฐฺ า ปาฏลิปตุ ตฺ กํ
เชตุตฺตรญจฺ สงกฺ สฺสํ กุสินาราทโย ปรุ ี.

๑๙๙. - ๒๐๑. ยํ ปุรํ เมืองใด (อตฺถ)ิ ตัง้ อยู่ อญญฺ ตฺร ในที่อนื่
มลู ปรุ า จากเมืองใหญ่และเมอื งหลวง ตํ (ปรุ ํ) เมอื งนัน้ สาขานครํ ชื่อวา่
สาขานคร(เมืองสาขา, หวั เมอื ง, เมอื งขนึ้ )

พาราณสี เมอื งพาราณสี สาวตฺถิ เมืองสาวตั ถี เวสาลี เมืองเวสาลี
มิถลิ า เมืองมถิ ลิ า อาฬวี เมืองอาฬวี โกสมพฺ ี เมอื งโกสมั พี อุชฺเชนี เมอื ง
อชุ เชนี ตกฺกสลิ า เมืองตกั กสลิ า จมฺปา เมืองจมั ปา สาคลํ เมืองสาคละ
สุสุมารคิรํ เมอื งสุสุมารคริ ะ ราชคหํ เมอื งราชคฤห์ กปลิ วตถฺ ุ เมืองกบิลพัสด์ุ
สาเกตํ เมอื งสาเกต อินฺทปตฺถํ เมอื งอนิ ทปัตถ์ อุกฺกฏฐฺ า เมอื งอุกกฏั ฐา ปาฏล-ิ
ปตุ ฺตํ เมอื งปาฏลีบตุ ร เชตุตฺตรํ เมอื งเชตุตระ สงฺกสสฺ ํ เมืองสังกสั สะ
กสุ นิ าราทโย เมอื งกุสินารา เป็นต้น ปุรี เป็นเมืองใหญ่ ๒๐ เมอื ง

๒๐๒. รจฉฺ า จ วิสิขา วุตตฺ า รถกิ า วีถิ จ’าปยฺ ’ถ
พฺยูโห43 รจฉฺ า อนิพพฺ ิทธฺ า นพิ พฺ ทิ ฺธา ตุ ปถทธฺ ิ จ.

๒๐๒. ถนน, ทางในหมบู่ า้ นหรือเมือง ๔ : รจฉฺ า, วสิ ิขา,

รถิกา, วีถิ
รจฉฺ า ถนน อนพิ ฺพิทธฺ า อนั ตัดไม่ทะลุ พฺยูโห ชอื่ ว่า พยหู ะ(ทางตัน,

สดุ ทาง) (รจฉฺ า) ตุ ส่วนถนน นพิ พฺ ทิ ฺธา ท่ีตดั ทะลุ ปถทธฺ ิ ชื่อว่า ปถทั ธิ
(ถนนที่ตัดเช่อื มกับถนนสายอน่ื )

43 ในพระวินัยปาจิตตียํ ของภกิ ษนุ ี อธิบาย พฺยโู ห ไว้ดังนว้ี ่า
“พยฺ โู ห นาม เยเนว ปวสิ นตฺ ิ, เตเนว นิกฺขมนฺติ. [พยฺ หู คือทางทีค่ นเข้าทางไหนกอ็ อกทางนนั้ ]

ภูกัณฑ์ : ปุรวรรค 83

๒๐๓. จตกุ ฺกํ จจจฺ เร มคฺค- สนฺธิ สิงฆฺ าฏกํ ภเว
ปากาโร วรโณ จา’ถ อุทาโป อุปการิกา.

๒๐๓. (ตย)ํ คำ� ศพั ทท์ ั้งสาม (ธิต)ิ คอื จตกุ กฺ ํ44 จตุกกฺ ศัพท์
มคฺคสนธฺ ิ มคคฺ สนฺธิ ศพั ท์ สงิ ฺฆาฏกํ สิงฆฺ าฏก ศัพท์ ภเว ยอ่ มเปน็ ไป จจฺจเร
ในทางสามแพรง่

[ทางสามแพร่ง, ทางสีแ่ พรง่ , ทางส่แี พร่ง ๓ : จตุกฺก, มคฺคสนฺธ,ิ สิงฆาฏก]
(อกี นยั หนึ่ง) (ทฺวยํ) ศัพท์สองศัพท์ (อิต)ิ คือ จตกุ ฺกํ จตุกกฺ ศพั ท์
สิงฆฺ าฏกํ และสงิ ฆฺ าฏก ศพั ท์ ภเว ยอ่ มเปน็ ไป จจฺจเร ในสนาม, มคคฺ สนธฺ ิ
ทางแพร่ง [นยั แรกตามฎีกาส่วนนัยหลงั ตามนสิ สยะสหี ฬ]

ก�ำแพงเมือง ๒ : ปาการ, วรณ
ตนี ก�ำแพง(มีสณั ฐานเหมอื นกบี เท้ามา้ ) ๒ : อุทาป, อปุ การิกา

๒๐๔. กุฏฺฏํ ตุ ภติ ฺติ นารี’ถ โคปุรํ ทวฺ ารโกฏฺฐโก
เอสิกา อินฺทขโี ล จ อฏฺโฏ ตวฺ ’ฏฏฺ าลโก ภเว.

๒๐๔. ฝาผนัง ๒ : กฏุ ฏฺ , ภิตตฺ ิ (ภิตตฺ )ิ ภิตฺติ ศัพท์ นารี เป็น

อติ ถีลงิ ค์

ซุ้มประตูเมอื งหรอื วดั ๒ : โคปุร, ทวฺ ารโกฏฐฺ ก
เสาเขือ่ น(ฝังอยู่ที่ประต)ู ๒ : เอสกิ า, อนิ ฺทขีล
ปอ้ ม ๒ : อฏฏฺ (อฑฑฺ ), อฏฏฺ าลก(อฑฺฑาลก)



44 ในสารตั ถทปี นฎี กี า กล่าวไวว้ ่า สจงิตฆุนาฺนฏํ กมคคคฺ อื านทําสงมสพฺามนแฺธพฏรฐฺ ง่า]น ํ จตุกกฺ ํ, ติณณฺ ํ มคคฺ านํ สมฺพนฺธฏฐฺ านํ
สงิ ฆาฏก.ํ [จตุกกฺ คอื ทางส่แี พร่ง,

84 อภธิ านัปปทีปกิ า

๒๐๕. โตรณํ ตุ พหิทฺวารํ ปรขิ า ตุ จ ทีฆกิ า
มนทฺ ิรํ สทนาคารํ นิกาโย นิลยาลโย.

๒๐๖. อาวาโส ภวนํ เวสฺมํ นิเกตนํ นเิ วสนํ
ฆรํ คหญจฺ า’วสโถ สรณญจฺ ปติสสฺ โย.

๒๐๗. โอกํ สาลา ขโย วาโส ถิยํ กุฏิ วสตยฺ ’ปิ
เคหญจฺ า’นิตถฺ ี สทมุ ํ เจติยายตนานิ ตุ.

๒๐๕.- ๒๐๗. มขุ ประตู ๒ : โตรณ, พหทิ ฺวาร
คูรอบเมอื ง ๒ : ปริขา, ทฆี ิกา
บ้าน, เรอื น ๒๔ : มนทฺ ริ , สทน, อคาร, นิกาย, นิลย, อาลย,

อาวาส, ภวน, เวสฺม, นิเกตน, นเิ วสน, ฆร, คห, อาวสถ, สรณ, ปตสิ สฺ ย, โอก,
สาลา, ขย, วาส, กฏุ ิ, วสติ, เคห, สทุม. (ทฺวย)ํ กุฏแิ ละวสติ ศัพท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อม
เปน็ ไป ถิยํ ในอติ ถีลิงค์ (เคห)ํ เคห ศพั ท์ อนิตถฺ ี เปน็ ปงุ ลงิ ค์และนปงุ สกลงิ ค์

เทวสถาน, ศาลเจา้ ๒ : เจติย, อายตน

๒๐๘. ปาสาโท เจว ยูโป’ถ มุณฺฑจฺฉโท จ หมฺมิยํ
ยูโป ตุ คชกุมภฺ มฺหิ หตฺถนิ โข ปตฏิ ฐฺ โิ ต.

๒๐๘. ปราสาท, ตกึ ๒ : ปราสาท, ยูป
ปราสาทโล้น(เหมือนเตาเผาถ่าน) ๒ : มุณฺฑจฺฉท, หมมฺ ิย

(อกี นยั หนึง่ เปลี่ยนเป็น “สหมมฺ ิยํ”) สหมฺมิยํ เรอื นอนั มชี านดู
พระจนั ทร์และเฉลียงหน้าตา่ ง

ภกู ัณฑ์ : ปุรวรรค 85

มณุ ฑฺ จฺฉโท ช่อื วา่ มุณฑจั ฉทะ45 ยูโป ปราสาท ปติฏฺฐิโต อนั ตงั้ อยู่
คชกมุ ภฺ มหฺ ิ ท่ีพนื้ ลาดเหมอื นกบั เทา้ ช้าง หตถฺ นิ โข ชอ่ื วา่ หัตถนิ ขะ

๒๐๙. สปุ ณณฺ วงฺกจฉฺ ทน’ มฑฺฒโยโค สิยา’ถ จ
เอกกูฏยโุ ต มาโฬ ปาสาโท จตรุ สฺสโก.

๒๐๙. สุปณณฺ วงฺกจฉฺ ทนํ เรอื นที่มุง ๒ ขา้ งเหมอื นปีกครุฑ
อฑฺฒโยโค ชอ่ื วา่ อฑั ฒโยคะ เอกกฏู ยุโต เรือนกลมหลงั คามยี อดเดียว มาโฬ
ชือ่ ว่า มาฬะ(เรอื นกลมหลายมมุ แต่มยี อดเดียว) จตรุ สฺสโก เรอื นจตุรสั ๔ มมุ
ปาสาโท ชอ่ื วา่ ปาสาทะ(เรอื นจตุรมขุ )

๒๑๐. สภายญจฺ สภา จา’ถ มณฺฑปํ วา ชนาลโย
อโถ อาสนสาลายํ ปฏิกกฺ มน’ มรี ติ ํ.

๒๑๐. สภา, ที่ประชุม ๒ : สภาย, สภา
มณฑป, ปะร�ำ ๒ : มณฺฑป, ชนาลย. (มณฑฺ ป)ํ มณฺฑป ศัพท์

วา เป็นปุงลงิ คแ์ ละนปุงสกลิงค์ บา้ ง
ปฏกิ กฺ มนํ ปฏกิ กฺ มน ศพั ท์ (ปณฺฑเิ ตน) อนั บัณฑิต อรี ติ ํ กล่าวแลว้

อาสนสาลายํ ในหอฉนั




45 คำ� แปลนัยแรกแปลตามมตฎิ ีกา, นัยที่ ๒ แปลตามมตินสิ สยะสีหฬ

86 อภธิ านัปปทีปกิ า

๒๑๑. ชินสฺส วาสภวน’ มิตฺถี คนธฺ กุฏิ’ ปฺย’ถ
ถยิ ํ รสวตี ปากฏฺ- ฐานญฺเจว มหานส.ํ


๒๑๑. วาสภวนํ กุฏเิ ป็นทปี่ ระทบั ชินสฺส ของพระพุทธเจ้า คนฺธกุฏิ
ช่ือว่า คันธกฎุ ี (คนธฺ กุฏิ) คนฺธกุฏิ ศัพท์ อิตฺถี เป็นอติ ถลี ิงค์

โรงครัว ๓ : รสวต,ี ปากฏฐฺ าน, มหานส (รสวต)ี รสวตี ศพั ท์

(วตตฺ ต)ิ ย่อมเปน็ ไป ถยิ ํ ในอติ ถลี ิงค์

๒๑๒. อาเวสนํ สปิ ปฺ สาลา โสณฺฑา ตุ ปานมนทฺ ิรํ
วจจฺ ฏฐฺ านํ วจจฺ กุฏิ มนุ นี ํ ฐาน’มสฺสโม.

โรงงาน, โรงเรยี น, สถานศกึ ษา ๒ : อาเวสน, สิปฺปสาลา
ร้านขายสุรา, โรงดมื่ สุรา ๒ : โสณฺฑา, ปานมนทฺ ริ
เวจจกุฎ(ี วัจจกุฎ)ี , สว้ ม ๒ : วจจฺ ฏฺฐาน, วจจฺ กฏุ ิ

ฐานํ สถานทอี่ ยู่ มุนนี ํ ของฤาษีทัง้ หลาย อสฺสโม ชือ่ วา่ อสั สมะ
(อาศรม)

ปณฺยวิกฺกยสาลา ต ุ อาปโณ ปณยฺ วีถิกา
๒๑๓. อุโทสิโต ภณฑฺ สาลา จงกฺ มนํ ตุ จงฺกโม.


๒๑๓. ร้านตลาด, ตลาด ๓ : ปณฺยวกิ กฺ ยสาลา, อาปณ,

ปณฺยวีถกิ า

โรงเกบ็ ของ, คลงั พัสดุ ๒ : อโุ ทสิต, ภณฺฑสาลา
ทางเดนิ : จงฺกมน, จงกฺ ม

ภกู ัณฑ์ : ปุรวรรค 87

๒๑๔. ชนตฺ าฆรํ ตวฺ ’คฺคสิ าลา ปปา ปานยี สาลิกา
คพโฺ ภ โอวรโก วาสา- คารํ ตุ สยนิคฺคห.ํ

๒๑๔. เรือนไฟ ๒ : ชนตฺ าฆร, อคฺคิสาลา
ศาลาน้�ำดมื่ , การประปา ๒ : ปปา, ปานยี สาลิกา
หอ้ งทั่วไป ๒ : คพภฺ , โอวรก
ห้องนอน ๒ : วาสาคาร, สยนคิ คฺ ห

๒๑๕. อิตฺถาคารํ ตุ โอโรโธ สทุ ฺธนโฺ ต’นฺเตปุรมฺปิ จ
อสพพฺ วิสยฏฺฐานํ รญฺญํ กจฉฺ นตฺ รํ มตํ.

๒๑๕. ต�ำหนกั ใน, บ้านนางสนม ๔ : อติ ถฺ าคาร, โอโรธ,

สทุ ฺธนฺต, อนเฺ ตปุร
อสพฺพวสิ ยฏฐฺ านํ ทสี่ ่วนพระองค์ รญฺญํ ของพระราชาทั้งหลาย

(ปณฺฑเิ ตน) อนั บัณฑติ มตํ พึงทราบ กจฺฉนตฺ รํ วา่ กจั ฉนั ตระ(ท่ีประทับพัก
ผ่อนอิริยาบถส่วนพระองค์)

๒๑๖. โสปาโน วา’โรหณญจฺ , นสิ ฺเสณี สาธิโรหิณี
วาตปานํ ควกฺโข จ ชาลญจฺ สหี ปญฺชรํ.
ลงฺค’ี ตถฺ ี ปลโิ ฆ ภเว
๒๑๗. อาโลกสนฺธิ วตุ ฺโต ถ นิพพฺ ํ ตุ ฉททฺ โกฏยิ ํ.
กปิสีโสคคฺ ลตถฺ มฺโภ

88 อภธิ านัปปทปี ิกา

๒๑๖. - ๒๑๗. บนั ไดอิฐ ๒ : โสปาน, อาโรหณ
บันไดไม้ ๒ คือ นิสเฺ สณี, อธิโรหิณี (ทฺวย)ํ ศัพท์ทั้งสอง สา

เป็นอิตถีลิงค์

หนา้ ต่าง ๕ : วาตปาน, ควกขฺ , ชาล, สหี ปญฺชร, อาโลกสนฺธิ

(อาโลกสนธฺ )ิ อาโลกสนฺธิ ศพั ท์ (ปณฺฑิเตน) อันบณั ฑิต วตุ ฺโต กลา่ ววา่ เป็น
ปงุ ลิงค์

กลอนประตู ๒ : ลงคฺ ,ี ปลิฆ (ลงคฺ ี) ลงฺคี ศัพท์ อติ ฺถี เปน็ อติ ถีลิงค์
วงกบประตูหนา้ ต่าง ๒ : กปสิ ีส, อคฺคลตฺถมภฺ

นพิ ฺพํ นิพฺพ ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเปน็ ไป ฉทฺทโกฏยิ ํ ในมมุ ทีส่ ุดแห่ง
หลังคา(มุมชายคา) [อกี นยั หนง่ึ ในอัฏฐกถามหาหัตถิปโทปมสตู ร ได้กลา่ วถึงคำ�
ศพั ท์ทีแ่ ปลว่า “ชายคา” ไวห้ ลายค�ำ จึงไดค้ ำ� ไวพจนเ์ พมิ่ อกี คือ

ชายคา ๕ : นิพพฺ , โอสฺสวน, ฉทนคฺค, ฉทนนฺต, ฉททฺ โกฏิ

๒๑๘. ฉทนํ ปฏลํ ฉททฺ มชิรํ จจจฺ โรงคฺ ณํ
ปฆาโน ปฆนาลินโฺ ท ปมุขํ ทวฺ ารพนธฺ น.ํ

๒๑๘. หลังคา ๓ : ฉทน, ปฏล, ฉทฺท
สนาม, ลาน, เนิน ๓ : อชริ , จจจฺ ร, องคฺ ณ



ระเบยี ง ๕ : ปฆาน, ปฆน, อาลนิ ฺท, ปมขุ , ทฺวารพนธฺ น

[อีกนัยหนึง่ ]

ระเบียง ๒ : ปฆาน, ปฆน
ประตมู ณฑป ๓ : อาลินทฺ , ปมขุ , ทวฺ ารพนฺธน

ภูกณั ฑ์ : ปรุ วรรค 89

๒๑๙. ปฏิ ฺฐสงฺฆาฏกํ ทฺวาร- พาหา กูฏํ ตุ กณณฺ กิ า
ทฺวารญจฺ ปฏิหาโร’ถ อมุ มฺ าโร เทหนี’ตฺถยิ ํ.

๒๒๐. เอฬโก อินฺทขโี ล’ถ ถมฺโภ ถูโณ ปุมติ ฺถิยํ
ปาฏกิ า’ฑฺเฒนทฺ ุปาสาเณ คญิ ชฺ กา ตุ จ อฏิ ฺฐกา.

๒๑๙- ๒๒๐. บานประตู ๒ : ปฏิ ฺฐสงฆฺ าฏก, ทฺวารพาหา
ชอ่ ฟา้ , ยอดเรอื น ๒ : กูฏ, กณฺณิกา
ประตู ๒ : ทฺวาร, ปฏหิ าร
ธรณีประตู ๔ : อมุ มฺ าร, เทหน,ี เอฬก, อินฺทขีล (เทหน)ี เทหนี

ศัพท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเปน็ ไป อติ ถฺ ิยํ ในอติ ถลี งิ ค์

เสา ๒ : ถมภฺ , ถูณ (ถูโณ) ถูณ ศพั ท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเป็นไป

ปุมิตถฺ ยิ ํ ในปุงลิงคแ์ ละอติ ถีลิงค์
ปาฏิกา ปาฏิกา ศัพท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเปน็ ไป อฑฺเฒนฺทุปาสาเณ

ในหนิ หวั บนั ไดท่มี ีสัณฐานเหมือนพระจันทรค์ รึง่ เสย้ี ว

อฐิ ๒ : คญิ ฺชกา, อฏิ ฺฐกา

วงเฺ ก โคปานสี’ตฺถยิ ํ
๒๒๑. วลภิจฺฉาททิ ารมุ หฺ ิ วิฏงโฺ ก’นติ ฺถิยํ ภเว.
กโปตปาลกิ ายํ ตุ

๒๒๑. โคปานสี โคปานสี ศพั ท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเปน็ ไป วลภิจฺฉาท-ิ
ทารมุ หฺ ิ ในคานไม้ไผ่ส�ำหรับมุงซง่ึ หลังคา วงฺเก อนั โก่ง (โคปานสี) โคปานสี
ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป อติ ฺถยิ ํ ในอติ ถีลิงค์

วฏิ งโฺ ก วฏิ งฺก ศพั ท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเป็นไป กโปตปาลิกายํ ในกรง
แห่งนกพิราบ (วฏิ งโฺ ก) วิฏงกฺ ศพั ท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเปน็ ไป อนิตถฺ ยิ ํ ในปุงลงิ ค์
และนปุงสกลิงค์

90 อภธิ านัปปทปี ิกา

๒๒๒. กญุ จฺ กิ าวิวรํ ตาฬ- จฺฉคิ ฺคโล’ปฺย’ถ กญุ จฺ กิ า
ตาโฬ’วาปรุ ณํ จา’ถ เวทิกา เวทิ กถยฺ เต.

๒๒๒. ลกู ดาน ๒ : กญุ ฺจกิ าววิ ร, ตาฬจฉฺ ิคฺคล
ลูกกญุ แจ ๓ : กุญฺจิกา, ตาฬ, อวาปุรณ
ไพท(ี ฐานบัวคว่�ำบัวหงายบนยอดเจดยี ์เปน็ ต้น) ๒ : เวทิกา, เวทิ

(ทฺวยํ) ศัพท์ทั้งสอง (ปณฑฺ เิ ตน) อนั บัณฑิต กถฺยเต กล่าวว่ามอี รรถเหมือนกัน

๒๒๓. สงฆฺ าโต ปกฺขปาโส จ มนทฺ ิรงคฺ า ตุลา อิเม46
ถยิ ํ สมมฺ ุชชฺ นี เจว สมฺมชฺชนี จ โสธนี.

๒๒๓. สํฆาโต เตา้ (เสาคำ้� ) ปกขฺ ปาโส เพดาน(สันหลงั คา) ตลุ า
และขื่อ อเิ ม ไม้ท้ังหลายเหลา่ น้ี มนทฺ ิรงคฺ า เป็นสว่ นประกอบของบ้าน

ไม้กวาด ๓ : สมฺมชุ ชฺ นี, สมมฺ ชฺชนี, โสธนี (ตย)ํ ศพั ท์ ๓ ศพั ท์

(วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป ถยิ ํ ในอิตถีลิงค์

๒๒๔. สงฺกฏีรํ ตุ สงกฺ าร- ฏฺฐานํ สงกฺ ารกูฏกํ
อโถ กจวโรกลฺ าโป สงกฺ าโร จ กสมฺพ’ุ ป.ิ

๒๒๔. กองขยะ ๓ : สงกฺ ฏีร, สงกฺ ารฏฐฺ าน, สงฺการกูฏก
ขยะ, หยากเยอื่ ๔ : กจวร, อกุ ฺลาป, สงฺการ, กสมพฺ ุ

46 บางฉบบั เป็น อปิ

ภูกัณฑ์ : ปรุ วรรค 91

๒๒๕. ฆราทภิ ูมิ ตํ วตฺถุ คาโม สํวสโถ’ถ โส
ปากโฏ นคิ โม โภค มจฺจาทโิ ภยฺ ’ธิ ตู’ทิโต.

๒๒๖. สีมา จ มรยิ าทา ถ, โฆโส โคปาลคามโกต.ิ

๒๒๕.- ๒๒๖. ฆราทิภมู ิ พนื้ ท่ีอนั เป็นท่ีตง้ั แห่งเรอื น เป็นต้น วตถฺ ุ
ชื่อวา่ วตั ถุ(ท่ปี ลกู บา้ น) (วตฺถ)ุ วตฺถุ ศัพท์ ตํ เป็นนปงุ สกลิงค์

หมบู่ ้าน ๒ : คาม, สวํ สถ

โส หมบู่ ้านนนั้ ปากโฏ อันเนืองแนน่ โภคมจจฺ าทิภิ ด้วยโภคทรัพย์
และมนุษย์ เปน็ ต้น นิคโม ชื่อว่า นคิ ม(ตำ� บล, อ�ำเภอ)

ขอบเขต ๓ : โอธ,ิ สมี า, มริยาท (โอธิ) โอธิ ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตน)

อนั บัณฑิต อุทโิ ต กล่าววา่ เปน็ ปงุ ลิงค์

หมู่บา้ นคนเลยี้ งวัว ๒ : โฆส, โคปาลคามก

ปรุ วคโฺ ค
ปุรวรรค
นฏิ ฐฺ โิ ต จบ

๒.
ภูกณั ฑ์

๓. นรวรรค

ภูกัณฑ์ : นรวรรค 93

๒๒๗. มนุสฺโส มานุโส มจโฺ จ มานโว มนโุ ช นโร
โปโส ปุมา จ ปรุ โิ ส โปรโิ ส’ปฺย’ถ ปณฺฑิโต.

๒๒๘. พโุ ธ วิทฺวา วภิ าวี จ สนโฺ ต สปฺปญญฺ โกวทิ า
ธีมา สุธี กวิ พฺยตฺโต วจิ กฺขโณ วิสารโท.

๒๒๙. เมธาวี มติมา ปญฺโญ วญิ ฺญู จ วิทุโร วิทู
ธีโร วิปสสฺ ี โทสญฺญ ู พุทฺโธ จ ทพฺพ วทิ ฺทส.ุ

๒๒๗ - ๒๒๙ . มนุษย์ ๖ : มนุสสฺ , มานสุ , มจฺจ, มานว, มนชุ , นร
บรุ ุษ, ผูช้ าย ๔ : โปส, ปุม, ปรุ ิส, โปรสิ (ปรู สิ )
บัณฑติ , นักปราชญ,์ ผู้รู,้ คนฉลาด ๒๕ : ปณฑฺ ิต, พุธ, วิทวฺ า,

(วทิ ฺวนตฺ ), วิภาว,ี สนฺต, สปปฺ ญญฺ , โกวิท, ธีมนตฺ ุ, สธุ ี, กว,ิ พยฺ ตฺต, วจิ กฺขณ,
วิสารท, เมธาวี, มตมิ นตฺ ุ, ปญญฺ , วญิ ญฺ ,ู วิทรุ , วทิ ู, ธรี , วิปสสฺ ี, โทสญฺญู, พทุ ฺธ,
ทพพฺ , วิทฺทสุ

๒๓๐. อติ ถฺ ี สีมนฺตนิ ี นาร ี ถี วธู วนิตางคฺ นา
ปมทา สนุ ฺทรี กนฺตา รมณี ทยิตาพลา.

๒๓๑. มาตคุ าโม จ มหลิ า ลลนา ภีรุ กามนิ ี
กมุ ารกิ า ตุ กญฺญา’ถ ยวุ ตี ตรณุ ี ภเว.

๒๓๐ - ๒๓๑. สตรี, ผหู้ ญิง ๑๘ : อติ ถฺ ี, สมี นตฺ นิ ี, นาร,ี ถี, วธู,

วนติ า, องฺคณา, ปมทา, สนุ ฺทร,ี กนฺตา, รมณี, ทยิตา, อพลา, มาตุคาม, มหิ
ลา, ลลนา, ภรี ุ, กามินี.47

47 ส่วนในฎีกาเดนิ ตามมติของอมรโกษ จึงนับอภิธานศัพท์ทีม่ ีความหมายวา่ ผู้หญิง (สตรีทัว่ ไป) เพยี ง ๑๕ แลว้
เอา ลลนา, ภีรุ และกามินี เปน็ ไปในความหมายวา่ “ผู้หญิงพิเศษ”

94 อภิธานปั ปทปี ิกา

เด็กหญิง ๒ : กมุ ารกิ า, กญฺญา
หญงิ สาว ๒ : ยวุ ต,ี ตรุณี

๒๓๒. มเหสี สาภิเสกาญญฺ า โภคินี ราชนารโิ ย
ธวตฺถนิ 4ี 8 ตุ สงเฺ กตํ ยาติ ยา สาภิสารกิ า.

๒๓๒. สาภเิ สกา พระชายาของพระราชาผไู้ ดร้ บั อภิเษกแลว้ มเหสี
ช่อื วา่ มเหสี, ราชนารโิ ย หญงิ ของพระราชา อญญฺ า เหล่าอื่น โภคนิ ี ช่อื วา่
โภคนิ ี(นางบำ� เรอ, นางสนม)

ยา (อิตถฺ )ี หญิงใด ธวตถฺ ินี มคี วามตอ้ งการซึง่ สามี ยาติ จงึ ไป
สงเฺ กตํ สทู่ น่ี ัดหมาย สา (อิตถฺ ี) หญงิ นัน้ อภิสาริกา ช่ือวา่ อภิสารกิ า(หญิง
ท่ีหนีตามชาย)

๒๓๓. คณกิ า เวสิยา วณณฺ - ทาสี นครโสภินี
รูปูปชีวนิ ี เวสี กลุ ฏา ตุ จ พนธฺ กี.

๒๓๓. หญิงแพศยา ๖ : คณกิ า, เวสิยา, วณณฺ ทาสี, นครโสภินี,

รปู ูปชีวินี, เวสี

หญิงไม่ดี(หญิงผู้ไมซ่ ่ือสัตย์ตอ่ สาม)ี ๒ : กลุ ฏา, พนฺธกี



48 ในฎีกาเอา “ธวตฺติณ”ี เป็นไวพจน์ ของ ‘อภิสารกิ า’ แตก่ ไ็ ม่เหมาะเพราะไม่ตรงกับค�ำอธิบายทมี่ าอฏั ฐกถา
อมั พชาดก จตุกกนบิ าตท่วี ่า “สา ปตึ ปตฺถยมานา ตสสฺ สนฺติกํ อภสิ รณตาย อภิสารกิ า นาม หุตวา”

ภูกัณฑ์ : นรวรรค 95

๒๓๔. วราโรโห’ตตฺ มา มตตฺ - กาสนิ ี วรวณณฺ นิ ี
ปติพฺพตา ตฺวปิ สต ี กุลิตฺถี กลุ ปาลิกา.

๒๓๔. หญิงประเสริฐ ๔ : วราโรหา, อุตฺตมา, มตฺตกาสิน,ี

วรวณณฺ นิ ี

หญิงด(ี หญงิ ผซู้ ่ือสัตยต์ อ่ สาม)ี ๒ : ปติพพฺ ตา, สตี
หญิงรักษาตระกลู (กลุ สตร)ี ๒ : กุลติ ฺถ,ี กุลปาลกิ า

๒๓๕. วธิ วา ปตสิ ุญฺญา’ถ ปตมิ พฺ รา สยมฺพรา
วิชาตา ตุ ปสูตา จ ชาตาปจฺจา ปสูตกิ า.

๒๓๕. หญงิ หมา้ ย ๒ : วิธวา, ปติสุญญฺ า
หญงิ แตง่ งานเอง ๒ : ปติมพฺ รา, สยมฺพรา
หญิงมีลกู แล้ว ๔ : วิชาตา, ปสูตา, ชาตาปจฺจา, ปสตู ิกา

๒๓๖. ทูตี สญฺจาริกา ทาส ี ตุ เจฏี กฏุ ธารกิ า
วารุณกี ขฺ ณกิ า ตลุ ยฺ า ขตตฺ ยิ านี ตุ ขตฺตยิ า.

๒๓๖. หญงิ แมส่ อื่ ๒ : ทูต,ี สญฺจารกิ า
นางทาสี, หญงิ รบั ใช้ ๓ : ทาส,ี เจฏี, กฏุ ธารกิ า
หญิงแม่มด, เจา้ แม่ ๒ : วารณุ ,ี อกิ ขฺ ณกิ า (อิเม สททฺ า)

ศัพท์ท้งั หลายเหล่านี้ ตลุ ยฺ า มีอรรถเหมือนกนั

เจ้าหญงิ ๒ : ขตฺติยานี, ขตตฺ ิยา

96 อภิธานัปปทีปิกา

๒๓๗. ทาโร ชายา กลตตฺ ญฺจ ฆรณี ภริยา ปยิ า
ปชาปตี จ ทุตยิ า สา ปาทปรจิ ารกิ า.

๒๓๗. ภรรยา ๙ : ทาร, ชายา, กลตฺต, ฆรณ,ี ภริยา, ปยิ า, ปชาปตี,

ทตุ ิยา, ปาทปริปาจริกา, สา ปาทปรจิ าริกา ศพั ทน์ ั้นเป็นอติ ถีลงิ ค์

ชารี เจวา’ตจิ ารนิ ี
๒๓๘. สขี ตวฺ า’ลี วยสสฺ า’ถ อตุ ุนี ตุ รชสฺสลา.
ปุเม ตู’ตุ รโช ปุปฺผํ

๒๓๙. ปุปผฺ วตี ครคุ พฺภา ปนฺนสตตฺ า จ คพภฺ นิ ี
คพภฺ าสโย ชลาพุ’ปิ กลลํ ปุนฺนปสุ เก.

๒๓๘.- ๒๓๙. เพอื่ นหญงิ ๓ : สขี, อาล,ี วยสสฺ า
หญิงชู้ ๒ : ชาร,ี อติจารินี
ระดูของหญิง ๓ : อตุ ,ุ รช, ปุปฺผ, (อุตุ) อุตุ ศพั ท์ (วตฺตต)ิ

ย่อมเป็นไป ปเุ ม ในปงุ ลงิ ค์

หญิงมรี ะดู ๓ : อตุ ุนี, รชสฺสลา, ปปุ ฺผวตี
หญงิ ตัง้ ครรภ์ ๓ : ครคุ พฺภา, อาปนนฺ สตตฺ า, คพภฺ ินี
มดลกู ๒ : คพฺภาสย, ชลาพุ
น�ำ้ กลละ ๑ : กลล49 (กลฺล)ํ กลล ศัพท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเปน็ ไป

ปนุ ฺนปสุ เก ในปงุ ลิงค์และนปงุ สกลงิ ค์

49 น้�ำกลละ หมายถึง (รปู กลาปที่เกิดขน้ึ ๗ วัน ต้งั แต่อปุ าทขณะของปฏิสนธจิ ติ )

ภูกณั ฑ์ : นรวรรค 97

๒๔๐. ธโวตุ สามิโก ภตตฺ า กนฺโต ปติ วโร ปิโย
อโถ ปปติ ชาโร ถา, ปจฺจํ ปุตฺโต’ตรฺ โช สโุ ต.

๒๔๑. ตนโุ ช ตนโย สูนุ ปุตตฺ าที ธีตริ’ตฺถยิ ํ
นาริยํ ทุหิตา ธตี า, สชาโต โตฺว’รโส สโุ ต.

๒๔๐ - ๒๔๑. สามี ๗ : ธว, สามกิ , ภตฺต,ุ กนฺต, ปติ, วร, ปิย
ชายชู้ ๒ : อุปปติ, ชาร
บตุ ร, ลูกชาย ๗ : อปจจฺ , ปุตฺต, อตรฺ ช, สตุ , ตนุช, ตนย, สนู ุ

ปุตฺตาที ปตุ ตฺ ศพั ท์ เปน็ ตน้ (วตตฺ มานา) เมื่อถกู น�ำมาใช้ ธตี ริ
ในบุตรสาว (วตตฺ นฺต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป อิตฺถยิ ํ ในอิตถลี ิงค์

ลกู สาว ๒ : ทหุ ิต,ุ ธตี ุ (ทวฺ ยํ) ศพั ท์ทงั้ สอง (วตตฺ ต)ิ ย่อมเปน็ ไป

นาริยํ ในอิตถีลงิ ค์
สโุ ต ลูกชาย สชาโต ผเู้ กดิ จากตนเอง โอรโส ช่อื วา่ โอรส(ลกู ในไส)้

๒๔๒. ชายาปตี ชานปิ ตี ชยมปฺ ตี ตุ ทมปฺ ตี
อถ วสสฺ วโร วุตโฺ ต ปณฑฺ โก จ นปุสก.ํ

๒๔๒. สามีภรรยา ๔ : ชายาปตี, ชานปิ ตี, ชยมปฺ ตี,

ตทุ มปฺ ต(ี ทมฺปตี)50

บัณเฑาะก,์ กระเทย ๓ : วสสฺ วร, ปณฑฺ ก, นปุสก

50 “ตุทมปฺ ต”ิ เป็นปาฐะท่มี าในกจั จายนะ, ปทรปู สิทธ,ิ สทั ทนีติ และ อภิธานัปปทปี กิ า สว่ นในอมรโกษ และ
อภธิ านัปปทีปกิ านสิ สยะของสหี ฬเป็นปาฐะวา่ “ทมปฺ ต”ี

98 อภิธานปั ปทีปกิ า

๒๔๓. พนธฺ โว พนฺธุ สชโน สโคตโฺ ต ญาติ ญาตโก
สาโลหโิ ต สปิณโฺ ฑ จ ตาโต ตุ ชนโก ปิตา.

๒๔๓. ญาติ ๖ : พนฺธว, พนฺธ,ุ สชน, สโคตฺต, ญาติ, ญาตก
51ญาตสิ ายโลหติ ๒ : สาโลหติ , สปิณฺฑ
พอ่ , บิดา ๓ : ตาต, ชนก, ปติ ุ

๒๔๔. อมฺมมพฺ า ชนนี มาตา ชเนตตฺ ิ ชนิกา ภเว
อปุ มาตา ตุ ธาต’ิ ตถฺ ี, สาโล ชายาย ภาติโก.

๒๔๔. แม,่ มารดา ๖ : อมมฺ า, อมฺพา, ชนน,ี มาตุ, ชเนตฺติ, ชนกิ า
แมน่ ม ๒ : อปุ มาตุ, ธาติ (ธาต)ิ ธาติ ศพั ท์ อิตถฺ ี เปน็ อิตถีลิงค์

ภาติโก พีช่ ายนอ้ งชาย ชายาย ของภรรยา สาโล ชอ่ื ว่า สาล

๒๔๕. นนนทฺ า สามิภคนิ ี มาตามหี ตุ อยยฺ กิ า
มาตุโล มาตุภาตา’สฺส มาตุลานี ปชาปติ.

๒๔๕. สามิภคินี พีส่ าวนอ้ งสาวของสามี นนนทฺ า ชอื่ วา่ นนนฺทา

ย่า, ยาย ๒ : มาตามห,ี อยฺยกิ า

มาตุภาตา พีช่ ายน้องชายของแม่ มาตุโล ช่ือว่า มาตลุ (ลงุ , นา้ )
ปชาปติ ภรรยา อสสฺ (มาตลุ สสฺ ) ของลงุ น้นั มาตลุ านี ช่อื ว่า
มาตุลานี(ป้า)

51 ในอฏั ฐกถาวัตถสตู ร มลู ปณั ณาสก์ อธิบายไว้วา่ “ญาตตี ิ สสฺสุสสุรปกฺขกิ า, สาโลหิตาติเอกโลหิตพทฺธาปตี ิ
ปติ ามหาทโย : [ญาติ คอื ญาตทิ ่เี กย่ี วดองทวั่ ไป, สาโลหิต คอื สายโลหิต]

ภกู ณั ฑ์ : นรวรรค 99

๒๔๖. ชายาปตีนํ ชนน ี สสฺสุ วตุ ฺตา’ถ ตปฺปติ า
สสุโร ภาคเิ นยโฺ ย ตุ ปุตฺโต ภคนิ ิยา ภเว.

๒๔๖. ชนนี แม่ ชายาปตนี ํ ของภรรยาและสามี (ปณฑฺ เิ ตน)
อนั บัณฑติ วุตตฺ า กลา่ วแล้ว สสสฺ ุ (อิติ) ว่า สสฺสุ(แม่สามี, แมย่ าย)

ตปฺปิตา พ่อของภรรยาและสามนี นั้ (ปณฑฺ เิ ตน) อนั บัณฑิต วุตฺโต
กลา่ วแลว้ สสุโร (อิติ) วา่ สสุร (ตา, ปู่)

ปตุ ฺโต บุตร ภคินิยา ของพ่ีสาวน้องสาว ภาคิเนยโฺ ย ช่ือวา่
ภาคิเนยฺย(หลาน)

๒๔๗. นตตฺ า วุตโฺ ต ปปตุ โฺ ต’ถ สามภิ าตา ตุ เทวโร
ธีตปุ ติ ตุ ชามาตา อยยฺ โก ตุ ปติ ามโห.

๒๔๗. หลาน ๒ : นตฺต,ุ ปปตุ ตฺ (ปณฺฑิเตน) อนั บณั ฑิต วตุ โฺ ต

กล่าวว่ามีอรรถเหมือนกนั
สามภิ าตา พีช่ ายของสามี เทวโร ช่ือวา่ เทวระ
ธีตปุ ติ สามีของลกู สาว ชามาตา ช่อื ว่า ชามาตุ(ลกู เขย)

ป,ู่ ตา ๒ : อยยฺ ก, ปิตามห

๒๔๘. มาตจุ ฉฺ า มาตภุ คิน ี ปิตุจฺฉา ภคนิ ี ปติ ุ
ปปิตามโห ปยยฺ โก สณุ ฺหา ตุ สณุ ิสา หุสา.

๒๔๘. มาตุภคินี พีส่ าวนอ้ งสาวของแม่ มาตจุ ฺฉา ชอ่ื วา่ มาตจุ ฉฺ า
(ป้า, นา้ )

100 อภิธานัปปทปี กิ า

ปติ ุภคนิ ี พสี่ าวน้องสาวของพอ่ ปติ จุ ฺฉา ชือ่ วา่ ปติ ุจฉฺ า(ปา้ , อา)

ปทู่ วด ๒ : ปปติ ามห, ปยยฺ ก
ลูกสะใภ้ ๓ : สณุ หฺ า, สุณสิ า,หสุ า

๒๔๙. โสทรโิ ย สคพโฺ ภ จ โสทโร สหโช’ปฺย’ถ
มาตาปติ ู เต ปติ โร ปุตตฺ า ตุ ปุตตฺ ธตี โร.

พีน่ ้องร่วมท้อง ๔ : โสทริย, สคพภฺ , โสทร, สหช

เต มาตาปิตู ทงั้ แมแ่ ละพ่อนน้ั ปิตโร ชอื่ วา่ ปติ ุ
ปุตฺตธตี โร บตุ รชายและบุตรสาว ปุตตฺ า ชื่อว่า ปุตฺต

๒๕๐. สสรุ า สสสฺ สุ สรุ า ภาตุภคินี ภาตโร
พาลตฺตํ พาลตา พาลยฺ ํ โยพฺพญฺญํ ตุ จ โยพฺพน.ํ

๒๕๐. สสสฺ ุสสุรา แม่ยาย แม่สามี พ่อตาและพอ่ สามี สสรุ า ชือ่ ว่า
สสรุ

ภาตุภคินี พ่ชี ายนอ้ งชายและพี่สาวนอ้ งสาว ภาตโร ชือ่ วา่ ภาตุ

ความเปน็ เดก็ ๓ : พาลตฺต, พาลตา, พาลยฺ
ความเปน็ หนุ่ม ๒ : โยพพฺ ญฺญ, โยพพฺ น

ภูกัณฑ์ : นรวรรค 101

๒๕๑. สกุ กฺ า ตุ ปลติ ํ เกสา ทโย’ถ ชรตา ชรา
ปุถโุ ก ปิลฺลโก ฉาโป กุมาโร พาลโปตกา.

๒๕๑. เกสาทโย ผม เปน็ ตน้ สกุ ฺกา ทข่ี าวแล้ว ปลติ ํ ชอ่ื วา่ ปลิต
(ผมหงอก, หนวดหงอก เป็นต้น)

ความแก่ ๒ : ชรตา, ชรา
เดก็ เล็ก, กุมาร ๖ : ปุถกุ , ปลิ ลฺ ก, ฉาป, กุมาร,พาล, โปตก

๒๕๒. อถ’ุ ตฺตานสยุ’ตฺตาน- เสยยฺ กา ถนโป’ปิ จ

๒๕๓. ตรุโณ จ วยฏโฺ ฐ จ ทหโร จ ยวุ า สสุ ุ
มาณโว ทารโก จา’ถ สกุ ุมาโร สเุ ขธิโต.

๒๕๒. - ๒๕๓. เด็กทารก, เด็กยังดืม่ นม ๓ : อุตฺตานสย,

อตุ ฺตานเสยยฺ ก, ถนป

คนหน่มุ ๗ : ตรุณ, วยฏฐฺ , ทหร, ยวุ , สุสุ, มาณว, ทารก
ผเู้ กิดมาดี ๒ : สุกุมาร, สุเขธิต

๒๕๔. มหลฺลโก จ วทุ ฺโธ จ เถโร ชณิ โฺ ณ จ ชิณณฺ โก
อคฺคโช ปพุ ฺพโช เชฏโฺ ฐ กนโิ ย กนฏิ โฺ ฐ’นุโช.

๒๕๔. คนแก่ ๕ : มหลลฺ ก, วทุ ธฺ , เถร, ชิณฺณ, ชณิ ณฺ ก
พ,ี่ พชี่ าย, ๓ : อคคฺ ช, ปพุ พฺ ช, เชฏฺฐ
นอ้ ง, น้องชาย, : กนิย, กนฏิ ฐฺ , อนุช

102 อภิธานัปปทปี กิ า

๒๕๕. วลติ ฺตโจ ตุ วลิโน ตสี ’ุ ตตฺ านสยาทโย
๒๕๖. สีโส’ตฺตมงคฺ านิ สิโร มุทธฺ า จ มตฺถโก ภเว
เกโส ตุ กนุ ตฺ โล วาโล’ตตฺ มงคฺ รหุ มทุ ธฺ ชา.

๒๕๕.- ๒๕๖. ผู้มหี นังเหี่ยวยน่ ๒ : วลิตตฺ จ, วลิน

อุตตฺ านสยาทโย อุตตฺ านสย ศัพท์ เปน็ ตน้ [วลนิ ศัพท์เปน็ ทสี่ ุด รวม
๒๕ ศพั ท]์ (วตฺตนตฺ ิ) ยอ่ มเปน็ ไป ตีสุ ในลงิ คท์ ั้ง ๓

ศีรษะ, หวั ๕ : สสี , อตุ ตฺ มงฺค, สริ , มทุ ธฺ า, มตถฺ ก
ผม ๕ : เกส, กนุ ตฺ ล, วาล, อตุ ตฺ มงคฺ รหุ , มทุ ธฺ ช

๒๕๗. ธมฺมลิ โฺ ล สํยตา เกสา กากปกโฺ ข สขิ ณฑฺ โก
ปาโส หตโฺ ถ เกสจเย ตาปสานํ ตหึ ชฏา.

๒๕๗. เกสา ผมทัง้ หลาย สยํ ตา อันขมวดเปน็ มัด ธมฺมลิ โฺ ล ชอ่ื ว่า
ธัมมลิ ฺล(ทรงผมท่ขี มวดไว้และประดับด้วยแก้วมุกดา เป็นตน้ )

ผมส้ัน, ผมจกุ , ผมเปยี ๒ : กากปกฺข, สขิ ณฺฑก

52ปาโส ปาส ศพั ท์ หตฺโถ และหตฺถ ศัพท์ (วตตฺ ติ) ยอ่ มเปน็ ไป
เกสจเย ในหมู่แห่งผม(มวยผม)

ชฏา ชฏา ศพั ท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเปน็ ไป ตหึ (เกสจเย) ในมวยผมน้นั
ตาปสานํ ของฤาษที ้งั หลาย (ชฏา ผมท่ีเกลา้ เป็นชฎา)

52 ปาส และ หตฺถ ศพั ท์น้ี หากใชโ้ ดดๆ จะไมส่ ามารถกล่าวระบถุ ึงทรงผมดังกล่าวไดจ้ ะต้องใชค้ ู่กับค�ำทีแ่ ปลวา่
“ผม” เช่น เกส วา่ “เกสปาโส เกสหตโฺ ถ” จึงจะมีความหมาายว่า “มวยผม” ได ้

ภกู ัณฑ์ : นรวรรค 103

๒๕๘. ถยิ ํ เวณี ปเวณี จ อโถ จฬู า สิขา สิยา
สีมนฺโต ตุ มโต นาร-ิ เกสมชฺฌมหฺ ิ ปทธฺ ติ.

๒๕๘. ช้องผมท่ีไมห่ วี(ของผู้หญิงทแี่ ต่งงานแล้ว) ๒ :

เวณ,ี ปเวณี (ทวฺ ยํ) ศพั ท์ทัง้ สอง (วตฺตต)ิ ย่อมเป็นไป ถยิ ํ ในอติ ถีลิงค์

ผมจุก ๒ : จฬู า, สขิ า

ปทฺธติ รอยเสน้ แหวก นาริเกสมชฺฌมฺหิ ในทา่ มกลางแหง่ ผมของผู้
หญงิ (ปณฑฺ ิเตน) อนั บณั ฑติ มโต พงึ รู้ สมี นฺโต (อิติ) ว่า สีมนตฺ (รอยแสก
กลางศรี ษะผ้หู ญงิ )

๒๕๙. โลมํ ตนุรุหํ โรมํ ปมหฺ ํ ปขมุ ’มกฺขคิ ํ
มสฺสุ วุตฺตํ ปมุ มุเข ภู ต’ฺ วติ ฺถี ภมุโก ภมุ.

๒๕๙. ขน ๓ : โลม, ตนรุ ุห, โรม
ขนตา ๓ : ปมหฺ , ปขุม, อกฺขคิ

มสฺสุ มสฺสุ ศัพท์ (ปณฑฺ เิ ตน) อนั บัณฑติ วตุ ตฺ ํ กลา่ วแล้ว ปุมมเุ ข
ในขนอนั งอกบนใบหนา้ ของผ้ชู าย [มสฺสุ: หนวด]

คิว้ ๓ : ภ,ู ภมุก, ภมุ (ภ)ู ภู ศพั ท์ อิตถฺ ี เป็นอติ ถีลงิ ค์

๒๖๐. พปโฺ ป เนตตฺ ชล’สฺสนู ิ เนตฺตตารา กนีนิกา
วทนํ ตุ มุขํ ตุณฑฺ ํ วตตฺ ํ ลปน’มานน.ํ

๒๖๐. นำ้� ตา ๓ : พปฺป, เนตฺตชล, อสฺสุ
ลูกตาด�ำ ๒ : เนตตฺ ตารา, กนีนิกา
ปาก ๖ : วทน, มขุ , ตณุ ฺฑ, วตฺต, ลปน, อานน

104 อภิธานปั ปทีปิกา

๒๖๑. ทฺวโิ ช ลปนโช ทนโฺ ต ทสโน รทโน รโท
ทาฐา ตุ ทนฺตเภทสฺมึ อปางฺโค ตฺว’กขฺ ิโกฏิส.ุ

๒๖๑. ฟัน ๖ : ทวฺ ชิ , ลปนช, ทนตฺ , ทสน, รทน, รท

ทาฐา ทาฐา ศัพท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเป็นไป ทนตฺ เภทสฺมึ ในฟันพเิ ศษ
(เขี้ยว)

อปางโฺ ค อปางฺค ศัพท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเป็นไป อกฺขโิ กฏสิ ุ ในมุมตา
(หางตา)

๒๖๒. ทนตฺ าวรณ’โมฏฺโฐ จ’า- ปฺย’ธโร ทสนจฉฺ โท
คณฺโฑ กโปโล หนฺวติ ฺถ ี จพุ กุ ํ ตวฺ ’ ธรา อโธ.

๒๖๒. รมิ ฝปี าก ๔ : ทนตฺ าวรณ, โอฏฐฺ , อธร, ทสนจฉฺ ท
แก้ม ๒ : คณฺฑ(คณฑฺ )ี , กโปล
คาง ๑ : หน,ุ (หนุ) หนุ ศัพท์ อิตถฺ ี เป็นอิตถลี ิงค5์ 3

อโธ สว่ นลา่ ง อธรา จากรมิ ฝปี าก จพุ ุกํ ช่อื ว่า จพุ ุกะ(คาง)

๒๖๓. คโล จ กณฺโฐ คีวา จ กนฺธรา จ สโิ รธรา
กมฺพุควี า ตุ ยา คีวา สวุ ณณฺ าลิงคฺ สนนฺ ภิ า
องกฺ ติ า ตหี ิ เลขาห ิ กมฺพคุ วี า’ถ วา มตา.

๒๖๓. ลูกกระเดอื ก ๒ : คล, กณฺฐ

53 น้เี ปน็ การระบุลิงค์ตามมตขิ องคัมภรี ์นิฆันฑุ ส่วน หนุ ท่ีมาในคมั ภีรอ์ ัฏฐกถา ทา่ นใช้เป็นปุลลงิ ค์และนปงุ
สกลงิ ค์ ดังนว้ี า่ “มหาหนโุ ก วา โคหนสุ ทิเสน หนุนา สมนฺนทโต. (วนิ ยมหาวคคฺ ฏฐฺ กถา); เต หนสู ุ กลื นเฺ ตส ุ
หนกุ ญฺจ สสุ สฺ ต.ิ (เอกกนปิ าตกากชาตกฏฐฺ กถา)

ภกู ัณฑ์ : นรวรรค 105

คอ ๓ : คีวา, กนธฺ รา, สโิ รธรา

ยา คีวา คอใด สวุ ณณฺ าลิงฺคสนฺนิภา อันเหมอื นกบั กลองมโหระทกึ
ทองน้อย, สา คอนั้น กมพฺ คุ วี า ชอ่ื ว่า กมฺพุคีวา(คอเหมอื นกลองทอง, คอมี
ปล้องสามปล้อง) อถ วา อีกหนึง่ องกฺ ิตา คอทม่ี ีรอย ตีหิ เลขาหิ ด้วยเสน้ ๓
เสน้ (ปณฑฺ ิเตน) อันบณั ฑติ มตา พึงทราบ กมฺพคุ ีวา (อิติ) ว่า กมพฺ ุคีวา
[กมฺพุ = ทอง, คีวา = คอ = คอทอง]



๒๖๔. อโํ ส นิตถฺ ี ภุชสโิ ร ขนโฺ ธ ตสสฺ นฺธิ ชตตฺ ุ ตํ
พาหมุ ูลํ ตุ กจฺโฉโธ ตฺว’สสฺ ปสสฺ ม’นติ ฺถิยํ.

๒๖๔. บา่ ๓ : อํส, ภชุ สริ , ขนธฺ (อโํ ส) อสํ ศัพท์ อนิตถฺ ี เป็นปุง

ลงิ คแ์ ละนปุงสกลิงค์ ตสฺสนฺธิ อวยั วะทต่ี อ่ จากบ่านน้ั ชตตฺ ุ ช่ือว่า ชัตตุ(ไหล)่
(ชตตฺ ุ) ชตฺตุ ศพั ท์ ตํ เปน็ นปุงสกลงิ ค์

พาหุมลู ํ โคนแขน กจโฺ ฉ ชื่อวา่ กัจฉะ(รกั แร)้ , อโธ ส่วนลา่ ง อสสฺ
(กจฺฉสสฺ ) ของรกั แรน้ ้นั ปสสฺ ํ ช่ือวา่ ปสสฺ (สีข้าง) (ปสสฺ ํ) ปสฺส ศัพท์ (วตฺตติ)
ยอ่ มเป็นไป อนติ ฺถยิ ํ ในปงุ ลงิ ค์และนปุงสกลงิ ค์

๒๖๕. พาหุ ภชุ าทวฺ สี ุ พาหา หตโฺ ถ ตุ กรปาณโย
มณิพนฺโธ ปโกฏฺฐนฺโต กปปฺ โร ตุ กโปณยฺ ’ถ.

๒๖๕. แขน ๓ : พาห,ุ ภชุ , พาหา (ทวฺ ยํ) ศพั ท์ ๒ ศพั ท์ คือ หาหุ

และภุช (วตฺตติ) ย่อมเปน็ ไป ทวฺ สี ุ (ลิงเฺ คสุ) ในปุงลิงคแ์ ละอิตถีลงิ ค์

มือ ๓ : หตถฺ , กร, ปาณิ

ปโกฏฺฐนโฺ ต ขอ้ มือ มณิพนโฺ ธ ช่อื ว่า มณิพนั ธะ

ข้อศอก, ขอ้ พบั ๒ : กปปฺ ร, กโปณิ

106 อภิธานปั ปทปี กิ า

๒๖๖. มณพิ นธฺ กนิฏฺฐานํ ปาณสิ ฺส กรโภ’นตฺ รํ
กรสาขา’งคฺ ลุ ี ตา ต ุ ปญจฺ งฺคุฏฺโฐ จ ตชชฺ นี
มชฺฌมิ า นามกิ า จา’ป ิ กนิฏฺฐา’ติ กมา สิยุ.
๒๖๖. อนตฺ รํ ระหว่าง มณิพนธฺ กนิฏฐฺ านํ แหง่ ข้อมอื และนิ้วก้อย
(สมพฺ นฺธีน)ํ อนั ตอ่ เน่ืองกนั ปาณสิ สฺ ด้วยฝา่ มือ กรโภ ช่อื ว่า กรภะ(สนั มอื )

นิ้วมอื ๒ : กรสาขา, องคฺ ุลี ตา (องฺคลุ ิโย) นิ้วมือทงั้ หลายเหล่านน้ั

สยิ ุํ มีอยู่ ปญจฺ ๕ น้ิว อติ ิ คือ องฺคุฏโฺ ฐ นวิ้ หวั แมม่ อื (นิ้วโป้ง) ตชชฺ นี นิ้วช้ี
มชฺฌิมา นว้ิ กลาง อนามิกา นิว้ นาง กนิฏฐฺ า นวิ้ กอ้ ย กมา ตามลำ� ดบั

๒๖๗. ปเทโส ตาลโคกณณฺ า วิทตฺถ’ิ ตฺถี กมา ตเต
ตชฺชนยฺ าทยิ เุ ต’งฺคุฏเฺ ฐ ปสโต ปาณิ กุญฺจิโต.

๒๖๗. องฺคุฏเฺ ฐ เมอ่ื น้วิ หัวแม่มือ ตชชฺ นฺยาทยิ เุ ต อนั ประกอบดว้ ย
น้วิ ช้ี เปน็ ต้น ตเต ถกู เหยยี ดไปแลว้ ปเทโส คืบนวิ้ ชี้ ตาลโคกณฺณา คืบนว้ิ
กลางและคบื น้ิวนาง วทิ ตฺถิ คืบน้ิวก้อย (ภวนตฺ ิ) ย่อมมี กมา ตามล�ำดับ,
(วทิ ตฺถ)ิ วทิ ตฺถิ ศัพท์ อติ ถฺ ี เป็นอิตถีลงิ ค์

ปาณิ ฝา่ มอื กญุ จฺ ิโต อันงุ้มเขา้ ปสโต ชือ่ ว่า ปสตะ(ฟายมือ,
ซองมอื )

๒๖๘. รตนํ กุกกฺ ุ หตฺโถ’ถ ปเุ ม กรปุโฏ’ญชฺ ลิ
กรโช ตุ นโข’นติ ถฺ ี ขฏโก มุฏฐฺ ิ จ ทฺวสี .ุ

ศอก ๓ : รตน, กกุ กฺ ุ(กิกฺกุ), หตฺถ
กระพุม่ มอื ๒ : กรปุฏ, อญชฺ ล,ิ (ทวฺ ยํ) ศพั ทท์ ง้ั สอง (วตฺตต)ิ

ภูกณั ฑ์ : นรวรรค 107

ยอ่ มเปน็ ไป ปุเม ในปุงลิงค์

เลบ็ ๒ : กรช, นข, (นโข) นข ศัพท์ อนติ ฺถี เปน็ ปุงลิงคแ์ ละ

นปงุ สกลงิ ค์

กำ� มือ ๒ : ขฏก, มุฏฐฺ ิ (มฏุ ฺฐิ) มุฏฐฺ ิ ศพั ท์ (วตฺตติ) ย่อมเป็นไป

ทฺวสี ุ (ลิงเฺ คสุ) ในปุงลงิ ค์และอติ ถีลงิ ค์

๒๖๙. พยฺ าโม สหกรา พาหู เทฺว ปสฺสทวฺ ยวิตฺถตา
อทุ ฺธนฺตตภุชโปสป-ฺ ปมาเณ โปรสิ ํ ตสิ .ุ

๒๖๙. เทวฺ พาหู แขน ๒ ข้าง สหกรา พร้อมกบั มือ ปสฺสทฺวย-
วติ ถฺ ตา อันถูกเหยยี ดออกไปทง้ั ๒ ข้าง พฺยาโม ช่อื ว่า พยามะ(วานอน)
ตสี ุ โปรสิ ํ โปริส ศพั ท์ (วตตฺ มานํ) อนั เปน็ ไปอยู่ (ตีสุ ลงิ ฺเคสุ) ในลิงคท์ ง้ั ๓
(วตฺตติ) ยอ่ มเปน็ ไป อุทฺธนตฺ ตภชุ โปสปฺปมาเณ ในประมาณแห่งบรุ ุษผ้มู ีมือ
เหยยี ดขึน้ สเู่ บอื้ งบน(วายนื )


๒๗๐. อโุ ร จ หทยํ จา’ถ ถโน กจุ ปโยธรา
จจู กุ ํ ตุ ถนคฺคสฺม ึ ปิฏฐฺ ํ ตุ ปิฏฐฺ ิ นารยิ ํ.

๒๗๐. อก ๒ : อรุ , หทย
ถัน ๓ : ธน, กจุ , ปโยธร

จจู ุกํ จูจกุ ศัพท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเปน็ ไป ถนคคฺ สฺมึ ในหัวนม

หลัง, ๒ : ปิฏฐฺ , ปฏิ ฐฺ ิ (ปฏิ ฺฐ)ิ ปิฏฐฺ ิ ศัพท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเปน็ ไป

นาริยํ ในอิตถีลิงค์

108 อภธิ านัปปทปี กิ า

๒๗๑. มชฺโฌ’นติ ฺถี วลิ คฺโค จ มชฌฺ ิมํ กุจฺฉิ ตุ ทวฺ สิ ุ
คหณตี ฺถยฺ ทุ รํ คพฺโภ โกฏโฺ ฐนโฺ ตกุจฉฺ ยิ ํ ภเว54.

๒๗๑. สะเอว ๓ : มชฺฌ, วลิ คฺค, มชฺฌิม (มชฺโฌ) มชชฺ ศัพท์

อนิตฺถี เปน็ ปงุ ลงิ ค์และนปงุ สกลงิ ค์

ทอ้ ง ๓ : กจุ ฉฺ ิ, คหณี, อุทร (กจุ ฺฉิ) กจุ ฺฉิ ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ

ยอ่ มเปน็ ไป ทฺวสี ุ (ลิงเฺ คส)ุ ในปุงลงิ ค์และอติ ถีลงิ ค์ (คหณ)ี คหณี ศพั ท์
อติ ถฺ ี เป็นอิตถลี ิงค์

คพโฺ ภ คพฺภ ศัพท์ โกฏฺโฐ และโกฏฺฐ ศพั ท์ ภเว ยอ่ มเปน็ ไป อนฺโต
กุจฺฉิยํ ในอวัยวะอันตง้ั อยใู่ นท้อง(ลำ� ไส้) [ตามนสิ สยะ]

[อกี นัยหนึ่ง ตามฎีกา]

ท้อง ๔ : กจุ ฺฉ,ิ คหณ,ี อทุ ร, คพภฺ

โกฏโฺ ฐ โกฏฐฺ ศัพท์ อนโฺ ต และอนฺต ศพั ท์ กจุ ฺฉสิ มภฺ เว เป็นไปใน
อวยั วะอันมีอยใู่ นทอ้ ง[หมายถงึ ลำ� ไส้]

โสณี จ กฏิ นาริยํ
๒๗๒. ชฆนํ ตุ นิตมฺโพ จ วตฺถคุยฺหญจฺ เมหน.ํ
องคฺ ชาตํ รหสสฺ งคฺ ํ

๒๗๓. นิมิตตฺ ญฺจ วรงฺคญจฺ พีชญฺจ ผลเมว จ
ลิงคฺ ํ อณฑฺ ํ ตุ โกโส จ โยนิ ตวฺ ติ ถฺ ปี เุ ม ภค.ํ

๒๗๒ - ๒๗๓. สะโพก ๔ : ชฆน, นติ มฺพ, โสณ,ิ กฏิ (ทฺวย)ํ โสณิ

และกฏิ ศพั ท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเป็นไป นาริยํ ในอิตถีลิงค์

องคชาต(อวัยวะเพศชาย) ๙ : องคฺ ชาต, รหสสฺ งคฺ , วตฺถคยุ หฺ ,

เมหน, นมิ ิตตฺ , วรงฺค, พีช, ผล, ลงิ ฺค

54 ในก่รณีท่ถี อื ตามมติของคมั ภรี ฎ์ ีกา พึงใช้ปาฐะว่า “โกฏฺโฐนฺโต กจุ ฺฉิสมภฺ เว.”

ภกู ณั ฑ์ : นรวรรค 109

ลกู อัณฑะ, ๒ : อณฑฺ , โกส
อวัยวะเพศหญิง ๒ : โยน,ิ ภค, (โยน)ิ โยนิ ศพั ท์ (วตตฺ ติ)

ย่อมเปน็ ไป อติ ถฺ ิปุเม ในอติ ถีลิงคแ์ ละปงุ ลงิ ค์

๒๗๔. อสุจิ สมฺภโว สกุ กฺ ํ ปายุ ตุ ปรุ เิ ส คทุ ํ
วา ปุเม คถู กรีส วจฺจานิ จ มลํ ฉก.ํ

๒๗๕. อุจฺจาโร มีฬหฺ ’มุกฺกาโร ปสสฺ าโว มตุ ตฺ ’มจุ จฺ เต
ปตู ิมุตฺตญฺจ โคมุตเฺ ต’ สฺสาทนี ํ ฉกณํ มเล.

๒๗๔ - ๒๗๕. นำ้� อสจุ ิ ๓ : อสจุ ,ิ สมภฺ ว, สุกกฺ
วัจจมรรค, ทวารหนัก ๒ : ปายุ, คทุ (ปายุ) ปายุ ศัพท์

(วตฺตติ) ย่อมเปน็ ไป ปุรเิ ส ในปุงลงิ ค์

อุจจาระ ๘ : คถู , กรีส, วจจฺ , มล, ฉก, อุจฺจาร, มฬี หฺ , อกุ กฺ าร

(ติกํ) ศัพท์ ๓ ศพั ทค์ อื คูถ, กรสี และ วจฺจ ศัพท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเปน็ ไป ปุเม วา
ในปุงลงิ คบ์ ้าง นปงุ สกลิงคบ์ า้ ง

ปัสสาวะ ๒ : ปสสฺ าว, มตุ ฺต

ปตู มิ ตุ ตฺ ํ ปูตมิ ุตฺต ศพั ท์ (วตฺตติ) ย่อมเป็นไป โคมุตเฺ ต ในน้ำ� มตู รโค
ฉกณํ ฉกณ ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป มเล ในมูล อสฺสาทีนํ
ของสัตว์ทั้งหลายมี ม้า เป็นต้น

110 อภิธานัปปทปี ิกา

๒๗๖. ทวฺ สี วฺ โธ นาภิยา วตถฺ ิ อจุ ฉฺ งฺค’งกฺ า ตุ’โภ ปุเม
อูรุ สตถฺ ิ ปุเม อูร-ุ ปพฺพํ ตุ ชาณุ ชณณฺ ุ จ.

๒๗๖. อโธ สว่ นลา่ ง นาภิยา แห่งสะดือ วตถฺ ิ ช่อื วา่ วตถฺ ิ(กระเพาะ
ปัสสาวะ) (วตฺถิ) วตฺถิ ศัพท์ (วตฺตติ) ย่อมเป็นไป ทวฺ ีสุ (ลิงเฺ คส)ุ ในปุงลิงค์
และอิตถลี งิ ค์

พก, ตกั ๒ : อจุ ฺฉงคฺ . องฺก อโุ ภ ศัพทท์ ั้ง ๒ (วตฺตนตฺ )ิ

ยอ่ มเปน็ ไป ปเุ ม ในปงุ ลงิ ค์

ต้นขา, ขาออ่ น ๒ : อรู ุ, สตถฺ ิ (ทฺวย)ํ ศพั ทท์ ัง้ ๒ (วตฺตติ)

ย่อมเป็นไป ปุเม ในปงุ ลิงค์
อรู ุปพฺพํ ขอ้ ขาอ่อน(หัวเขา่ ) ชาณุ ชือ่ วา่ ชาณ(ุ ชาน)ุ ชณฺณุ ชื่อวา่

ชณณฺ ุ(ชนฺน)ุ

๒๗๗. โคปฺผโก ปาทคณฐฺ ิ’ป ิ ปเุ ม ตุ ปณหฺ ิ ปาสณิ
ปาทคคฺ ํ ปปโท ปาโท ตุ ปโท จรณญฺจ วา.

๒๗๗. ขอ้ เท้า ๒ : โคปผฺ ก, ปาทคณฺฐิ
สน้ เทา้ ๒ : ปณฺหิ, ปาสณิ (ทฺวยํ) ศพั ท์ทั้ง ๒ (วตตฺ ติ)

ยอ่ มเป็นไป ปุเม ในปุงลิงค์

ปลายเท้า ๒ : ปาทคคฺ , ปปท
เท้า ๓ : ปาท, ปท, จรณ (จรณ)ํ จรณ ศัพท์ วา เปน็ ปุงลิงคแ์ ละ

นปุงสกลงิ ค์

ภูกณั ฑ์ : นรวรรค 111

๒๗๘. องฺคํ ตฺว’วยโว วุตโฺ ต ผาสุลกิ า ตุ ผาสุกา
ปณฺฑเก อฏฺฐิ ธาตวฺ ิ’ตถฺ ี คลนฺตฏฐฺ ิ ตุ อกฺขโก.

๒๗๘. อวยั วะ ๒ : องฺค, อวยว
กระดกู ซ่โี ครง ๒ : ผาสุลกิ า, ผาสกุ า
กระดูก ๒ : อฏฐฺ ,ิ ธาตุ (อฏฺฐ)ิ อฏฺฐิ ศัพท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป

ปณฑฺ เก ในนปงุ สกลงิ ค์ (ธาต)ุ ธาตุ ศพั ท์ อติ ถฺ ี เป็นอิตถลี ิงค์
คลนฺตฏฺฐิ กระดกู ที่ต้งั อย่ใู ตล้ ูกกระเดอื ก อกฺขโก ช่ือวา่ อกฺขก

(กระดกู ไหปลาร้า)


๒๗๙. กปฺปโร ตุ กปาลํ วา กณฑฺ รา ตุ มหาสิรา
ปุเม นฺหารุ จติ ฺถี สริ า ธมนี ถ รสคฺคสา.

๒๘๐. รสหรณฺย’โถ มํส มามสิ ํ ปสิ ติ ํ ภเว
ติลิงคฺ ิกํ ตุ วลฺลรู มุตตฺ ตฺตํ อถ โลหติ .ํ

๒๘๑. รธุ ริ ํ โสณิตํ รตฺตํ ลาลา เขโฬ เอลา ภเว
ปุรเิ ส มายุ ปิตฺตญฺจ เสมฺโห นิตถฺ ี สเิ ลสุโม.

๒๗๙ - ๒๘๑. กระโหลกศรี ษะ ๒ : กปปฺ ร, กปาล (กปาลํ)

กปาล ศัพท์ วา เปน็ ปุงลิงค์และนปงุ สกลงิ ค์

เอน็ ใหญ่ ๒ : กณฑฺ รา, มหาสริ า
เอน็ ๓ : นหฺ ารุ, สิรา, ธมน(ี ธมนิ), (นหฺ ารุ) นฺหารุ ศพั ท์ (วตฺตติ)

ย่อมเป็นไป ปเุ ม ในปงุ ลิงค์ (ทฺวยํ) สริ าและธมนี ศพั ท์ อิตถฺ ี เปน็ อิตถีลิงค์

เอน็ รบั รส, ๒ : รสคคฺ สา, รสหรณี

112 อภธิ านัปปทปี ิกา

เนื้อ ๓ : มสํ , อามสิ , ปสิ ิต
เนือ้ แหง้ ๒ : วลฺลรู , อุตตฺ ตตฺ (ทวฺ ยํ) ศพั ทท์ ้งั ๒ ติลิงคฺ กิ ํ
เป็น ๓ ลงิ ค ์
เลือด ๔ : โลหิต, รุธริ , โสณิต, รตฺต
น้ำ� ลาย ๓ : ลาลา, เขฬ, เอลา
น้ำ� ดี ๒ : มาย,ุ ปติ ตฺ (มายุ) มายุ ศัพท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเป็นไป

ปรุ ิเส ในปุงลิงค์

เสลด ๒ : เสมฺห, สิเลสุม (เสมฺโห) เสมฺห ศัพท์ อนิตฺถี เปน็ ปุงลงิ ค์

และนปงุ สกลงิ ค์

๒๘๒. วสา วิลนี สเฺ นโห’ถ เมโท เจว วปา ภเว
อากปโฺ ป เวโส เนปจฉฺ ํ มณฑฺ นํ ตุ ปสาธนํ.

๒๘๓. วภิ ูสนํ จ’าภรณํ อลงฺกาโร ปลิ นธฺ นํ
กิรฏี มกฏุ า’นิตฺถี จฬู ามณิ สิโรมณิ.

๒๘๒ - ๒๘๓. น้�ำมันใส, น�ำ้ มันเหลว ๒ : วสา, วลิ นี เสฺนห
นำ�้ มันขน้ , ไขมนั ๒ : เมท, วปา
ทรวดทรงอนั งดงาม ๓ : อากปฺป, เวส, เนปจฺฉ
เครอ่ื งประดบั ๖ : มณฺฑน, ปสาธน, วภิ ูสน, อาภรณ, อลงฺการ,

ปิลนฺธน

มงกุฏ ๒ : กิรฏี , มกุฏ (ทวฺ ยํ) ศพั ทท์ ัง้ ๒ อนติ ถฺ ี เป็นปงุ ลิงค์และ

นปงุ สกลิงค์

ป่นิ (อยู่บนยอดมงกุฏ) ๒ : จฬู ามณิ, สิโรมณิ

ภกู ัณฑ์ : นรวรรค 113

๒๘๔. สโิ รเวฐน’มุณหฺ ีสํ กุณฺฑลํ กณฺณเวฐนํ
กณฺณกิ า กณฺณปูโร จ สยิ า กณฺณวภิ สู น.ํ

๒๘๔. อุณหิส, กรอบหนา้ ๒ : สโิ รเวฐน, อุณหฺ สี
ตมุ้ หู, ต่างหู ๒ : กุณฑฺ ล, กณณฺ เวฐน
เคร่อื งประดบั หู (ทั่วไป) ๓ : กณฺณิกา, กณณฺ ปูร, กณฺณวภิ ูสน

หาโร มุตฺตาวล’ิ ตถฺ ิยํ
๒๘๕. กณฺฐภสู า ตุ คีเวยฺยํ กฏกํ ปริหารกํ.
นยิ โุ ร วลโย’นติ ถฺ ี

๒๘๕. สร้อยคอ ๒ : กณฺฐภสู า, คีเวยฺย
สรอ้ ยไขม่ กุ ๒ : หาร, มตุ ฺตาวลิ, (มตุ ตฺ าวลิ) มุตฺตาวลิ ศพั ท์

(วตตฺ ติ) ยอ่ มเป็นไป อิตฺถิยํ ในอิตถลี ิงค์

กำ� ไลขอ้ มือ ๔ : นิยรุ , วลย, กฏก, ปรหิ ารก, (วลโย) วลย ศพั ท์

อนิตฺถี เปน็ ปุงลงิ ค์และนปงุ สกลงิ ค์

๒๘๖. กงกฺ ณํ กรภูสา ถ กงิ ฺกิณ’ี ขุทฺทฆณฺฏกิ า
องคฺ ลุ ียก’มงฺคลุ ยฺ า ภรณํ สากฺขรํ ตุ ต.ํ

๒๘๗. มุทฺทิกา’งคฺ ุลมิ ุทฺทา ถ รสนา เมขลา ภเว
เกยูร’มงฺคทเญจฺ ว พาหมุ ูลวภิ ูสนํ.

๒๘๖ - ๒๘๗. ก�ำไลฝังมุก, ก�ำไลเพชร ๒ : กงฺกณ, กรภสู า

114 อภิธานัปปทปี ิกา

กระด่ิงข้อเท้า ๒ : กิงกฺ ิณ,ี ขทุ ฺทฆณฏฺ ิกา
แหวน ๒ : องคฺ ลุ ียก, องฺคุลฺยาภรณ

ตํ (องคฺ ลุ ียกํ) แหวนนนั้ สากขฺ รํ อนั สลักอักษรเปน็ ตรา มทุ ฺทิกา
ชอ่ื ว่า มทุ ฺทิกา องคฺ ุลิมุทฺทา ช่ือว่า องฺคุลิมุทฺทา

เข็มขัด, สายรัดเอวผู้หญิง ๒ : รสนา, เมขลา
กำ� ไลตน้ แขน ๓ : เกยรู , องคฺ ท, พาหุมลู วิภสู น

ปาทกฏก นปู รุ า
๒๘๘. ปาทงคฺ ทํ ตุ มญชฺ ีโร

๒๘๙. อลงกฺ ารปปฺ เภทา ตุ มุขผลุ ฺลํ ตโถ’ณณฺ ตํ
อุคฺคตฺถนํ คิงคฺ มก มิจฺเจวมาทโย สิยุ.

๒๘๘ - ๒๘๙. ก�ำไลเทา้ ๔ : ปาทงคฺ ท, มญฺชีร, ปาทกฏก, นูปุร

อิจเฺ จวมาทโย เครือ่ งประดบั ท้งั หลายเป็นต้นอย่างนค้ี อื มขุ ผุลลฺ ํ เครอ่ื ง
ประดับหน้า อุณฺณตํ เครอ่ื งประดบั หน้าผาก อุคฺคตถฺ นํ เครอ่ื งประดบั ทรวงอก
(เป็นสรอ้ ยไขม่ กุ ๔ เส้น) คงิ คฺ มกํ เคร่ืองประดับไหล(่ เปน็ สรอ้ ยไข่มุก ๓๒ เส้น)
อลงฺการปฺเภทา เป็นประเภทแห่งเครื่องประดบั

๒๙๐. เจล’มจฺฉาทนํ วตถฺ ํ วาโส วสน’มํสกุ ํ
อมพฺ รญฺจ ปโฏ’นิตถฺ ี ทสุ สฺ ํ โจโล จ สาฏโก.

๒๙๐. ผ้า ๑๑ : เจล, อจฉฺ าทน, วตถฺ , วาส, วสน, อสํ ุก, อมพฺ ร, ปฏ,

ทุสสฺ , โจล, สาฏก (ปโฏ) ปฏ ศพั ท์ อนิตถฺ ี เปน็ ปงุ ลงิ คแ์ ละนปงุ สกลิงค์

ภูกณั ฑ์ : นรวรรค 115

๒๙๑. โขมํ ทกุ ลู ํ โกเสยยฺ ํ ปตฺตณุ ฺณํ กมพฺ โล จ วา
สาณํ โกฏมฺพุรํ ภงฺคน’ฺ ตฺยาทิ วตถฺ นตฺ รํ มต.ํ

๒๙๑. โขมํ ผ้าเปลอื กไม้ ทุกูลํ ผ้าทุกูละ โกเสยยฺ ํ ผา้ ไหม
ปตฺตุณฺณํ(ปฏฺฏุณฺณํ)ผ้าไหมท่ีซักแล้ว(ผ้าไหมที่เกิดในแคว้นปัฏฏุณณะ)
กมพฺ โล ผ้าขนสัตว(์ ผ้ากัมพล) (กมฺพโล) กมฺพล ศพั ท์ วา เป็นปุงลิงคแ์ ละ
นปงุ สกลิงค์ สาณํ ผ้าเปลอื กปา่ น โกฏุมพฺ รํ ผ้าเกิดในแควน้ โกฏุมพระ
ภงคฺ ํ ผ้าภงั คะ(ผา้ ท่ผี สมดว้ ยผ้า ๕ อย่างข้างต้น) อติ ฺยาทิ ผา้ เปน็ ต้น
เหลา่ น้ี (ปณฑฺ เิ ตน) อันบณั ฑติ มตํ พงึ ทราบ วตถฺ นตฺ รํ ว่าเป็นผ้าเนือ้ ดี
พเิ ศษ(อาทิ ศัพทเ์ อา กปฺป ผา้ ฝา้ ย เปน็ ตน้ )

๒๙๒. นวิ าสนนตฺ รยี าน’ฺ ยน-ฺ ตร’มนฺตรวาสโก
ปาวาโร ต’ุ ตฺตราสงโฺ ค อปุ สํพฺยาน’มตุ ตฺ รํ.

๒๙๓. อุตฺตรีย’มโถ วตถฺ ’ มหตนฺติ มตํ นวํ
นนฺตกํ กปฺปโฏ ชิณฺณ- วสนํ ตุ ปฏจฺจรํ.

๒๙๒ - ๒๙๓. ผ้านุ่ง ๔ : นวิ าสน, อนตฺ รยี , อนฺตร, อนฺตรวาสก
ผ้าหม่ ๕ : ปาวาร, อุตฺตราสงฺค, อุปสพํ ฺยาน, อตุ ฺตร, อตุ ฺตรยี

วตฺถํ ผ้า นวํ อันใหม่ (ปณฺฑเิ ตน) อนั บณั ฑิต มตํ พึงทราบ
อหตนตฺ ิ ว่า อหตะ(ผ้าใหม)่

ผา้ ขาด, ผา้ ขีร้ วิ้ ๒ : นนฺตก, กปฺปฏ

ชณิ ณฺ วสนํ ผ้าเก่า ปฏจจฺ รํ ชือ่ วา่ ปฏจจฺ ร(ผา้ เก่า)

116 อภธิ านัปปทีปิกา

๒๙๔. กญจฺ โุ ก วารวาณํ วา ’ถ วตถฺ าวยเว ทสา
นาลิปฏโฺ ฏติ กถิโต อตุ ฺตมงคฺ มฺหิ กญจฺ ุโก.

๒๙๔. เส้ือ ๒ : กญฺจุก, วารวาณ

ทสา ทสา ศัพท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเป็นไป วตถฺ าวยเว ในส่วนของผ้า
(ชายผ้า)

กญจฺ โุ ก ผา้ สำ� หรบั สวม อุตตฺ มงคฺ มหฺ ิ บนศรี ษะ (ปณฺฑเิ ตน) อนั
บณั ฑิตกถโิ ต กลา่ วแลว้ นาลปิ ฏฺโฏติ ว่า นาลปิ ฏฏฺ (หมวก)

๒๙๕. อายาโม ทฆี ตา’โรโห ปรณิ าโห วิสาลตา.

๒๙๖. อรหทฺธโช จ กาสาย- กาสาวานิ จ จวี รํ
มณฺฑลํ ตุ ตทงฺคานิ ววิ ฏฺฏกุสอิ าทโย.

๒๙๕ - ๒๙๖. ความยาว ๓ : อายาม, ทีฆตา, อาโรห
ความกว้าง ๒ : ปรณิ าห, วสิ าลตา
จวี ร ๔ : อรหทธฺ ช, กาสาย, กาสาว, จีวร

มณฑฺ ลํ มณฑล คือ ผืนแผน่ ผา้ ใหญ่ในขนั ธจ์ วี รทงั้ ๔ ขันธ์
ววิ ฏฏฺ กสุ ิอาทโย วิวฏั ฏะและกสุ ิ กลา่ วคือส่วนท่ามกลางอนั เย็บเป็นมณฑลและ
อฑั ฒมณฑลใหเ้ ปน็ อันเดียวกนั และสว่ นของผา้ อนั ไปในทา่ มกลาง ๑ เส้น
เป็นตน้ ตทงฺคานิ เป็นสว่ นประกอบของจวี รนัน้

[อาทศิ พั ท์ เอา อฑฺฒกสุ ,ิ อนุวิวฏฏฺ , คีเวยฺย, ชงเฺ คยฺย, พาหนตฺ
เป็นตน้ ]

ภูกัณฑ์ : นรวรรค 117

๒๙๗. ผลตฺตจกิมโิ รมา- เนยฺ ตา วตฺถสฺส โยนโิ ย
ผาลํ กปฺปาสิกํ ตสี ุ โขมาที ตุ ตจพฺภวา.

๒๙๗. ยานิ ผลตฺตจกิมิโรมานิ ผลไม้ เปลือกไม้ หนอน(ไหม) และขน
สตั ว์ท้ังหลายเหล่าใด สนฺติ มอี ย,ู่ เอตานิ วัตถุเหล่านัน้ โยนโิ ย

เปน็ ต้นก�ำเนดิ วตฺถสสฺ แหง่ ผา้ กปฺปาสกิ ํ ผา้ ฝา้ ย ผาลํ เป็นผ้าเกดิ จากผลไม้
(กปฺปาสิก)ํ กปฺปาสิก ศพั ท์ (วตฺตติ) ย่อมเปน็ ไป ตสี ุ (ลงิ ฺเคสุ) ในลิงคท์ ัง้ ๓
โขมาที ผา้ ทัง้ หลายมผี ้าโขมะ เปน็ ต้น ตจพภฺ วา เปน็ ผา้ ทีท่ �ำมาจากเปลอื กไม้

๒๙๘. โกเสยฺยํ กิมชิ ํ โรม- มยํ ตุ กมพฺ ลํ ภเว
สมานตฺถา ชวนกิ า สา ติโรกรณี ปยฺ ถ.

๒๙๘. โกเสยฺยํ ผา้ ไหม กมิ ิชํ เป็นผา้ ที่ท�ำจากตวั ไหม กมพฺ ลํ
ผา้ ขนสตั ว์ โรมมยํ เป็นผ้าที่ท�ำจากขนสัตว์

ผา้ มา่ น ๒ : ชวนกิ า, ติโรกรณี (อเิ ม สททฺ า) ศพั ท์ท้งั ๒ นี้

สมานตฺถา มอี รรถเหมือนกนั (ทวฺ ย)ํ ศพั ท์ทง้ั ๒ สา เปน็ อิตถลี ิงค์

๒๙๙. ปุนฺนปสุ ก’มุลโฺ ลจํ วติ านํ ทวฺ ย’มีริตํ
นหานญฺจ สินาเน’โถ’ พฺพฏฏฺ นุ’มฺมชฺชนํ สม.ํ

๒๙๙. ผา้ เพดาน ๒ : อุลโฺ ลจ, วิตาน ทวฺ ยํ ท้งั ๒ ศัพท์

(ปณฺฑิเตน) อนั บณั ฑิต อีรติ ํ กล่าวแล้ว ปนุ ฺนปุส กํ (อิต)ิ ว่าเปน็ ปุงลิงค์และ
นปงุ สกลงิ ค์

นหานํ นหาน ศัพท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเปน็ ไป สินาเน ในการอาบน�้ำ

การถตู ัว ๒ : อพุ พฺ ฏฺฏน, อมุ ฺมชฺชน


Click to View FlipBook Version