The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อภิธานัปปทีปิกา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

อภิธานัปปทีปิกา

อภิธานัปปทีปิกา

168 อภิธานัปปทีปกิ า

๔๒๐. จาโค วสิ สฺ ชชฺ นํ ทานํ โวสสฺ คโฺ ค จ’าปเทสนํ
วิสสฺ าณนํ วิตรณํ วหิ ายติ า’ปวชฺชน.ํ

๔๒๐. การสละ, การให้ ๙ : จาค, วิสสฺ ชชฺ น, ทาน, โวสสฺ คคฺ ,

ปเทสน(ปาเทสน), วิสสฺ าณน, วติ รณ, วหิ ายติ า(วหิ ายิก), อปวชชฺ น

วุตโฺ ต เสฏฺฐธนสสฺ จ
๔๒๑. ปญฺจมหาปริจฺจาโค รชฺชสฺส’งคฺ าน’เมว จ.
วเสน ปตุ ตฺ ทารานํ

๔๒๑. ปญจฺ มหาปรจิ ฺจาโค การบรจิ าคใหญ่ ๕ อย่าง (ปณฺฑิเตน)
อันบณั ฑิต วุตโฺ ต กล่าวแลว้ วเสน ด้วยประเภท เสฏฺฐธนสฺส แห่งทรพั ยอ์ ัน
ประเสริฐมชี า้ ง เปน็ ตน้ ปุตตฺ ทารานํ แห่งบตุ รและภรยิ าผู้เป็นทร่ี ักท้ังหลาย
รชฺชสสฺ แหง่ ราชสมบัติ องฺคานํ แห่งอวัยวะนอ้ ยใหญ่มีมือและเทา้ เปน็ ตน้

ยานํ มาลา วิเลปนํ
๔๒๒. อนนฺ ํ ปานํ ฆรํ วตฺถํ ทานวตฺถู สยิ ุ ทส.
คนโฺ ธ เสยฺยา ปทเี ปยยฺ ํ

๔๒๒. อนฺนํ ของกิน มขี ้าว เป็นตน้ ปานํ เครื่องดมื่ มนี ำ�้ เป็นต้น ฆรํ
ทอ่ี ยู่อาศยั มีกุฏิ เป็นตน้ วตถฺ ํ ผา้ มจี ีวร เปน็ ตน้ ยานํ ยานมีรองเท้า เป็นต้น
มาลา ดอกไม้และมาลัย วเิ ลปนํ เครื่องลูบไลม้ มี โนสิลา เป็นต้น คนโฺ ธ ของหอม
เสยยฺ า ทน่ี อน มเี ตยี งและตง่ั เปน็ ตน้ ปทเี ปยฺยํ ประทีปและน�้ำมนั อิติ อมิ านิ
(วตฺถูน)ิ สิ่งของทั้งหลายเหลา่ น้ี ทานวตถฺ ู (สยิ )ํุ ชอ่ื ว่า เปน็ ทานวตั ถุ ทส ๑๐
ประการ

ภกู ัณฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : พราหมณวรรค 169

๔๒๓. มตตฺถํ ตทเห ทานํ ตีเสวฺ ต’มทุ ธฺ เทหิกํ
ปิตทุ านํ ตุ นิวาโป สทฺธํ ตุ ตํ’ว สาตฺถโต.

๔๒๓. ยํ ทานํ ทานใด (ปุคคฺ เลน) อนั บุคคล (ทนิ นฺ ํ) ถวายแลว้
ตทเห มตตถฺ ํ เพื่อผตู้ ายไปแล้วในวนั น้นั อตฺถิ มีอยู่ เอตํ (ทาน)ํ ทานนัน้
อทุ ฺธเทหิกํ ช่ือว่า อุทฺธเทหกิ (ทานท่บี คุ คลอทุ ิศใหผ้ ู้ตายในวนั น้นั ) (ตํ)
อุทฺธเทหกิ ศัพท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป ตสี ุ (ลิงเฺ คสุ) ใน ๓ ลิงค์

ปิตุทานํ ทานทอ่ี ทุ ศิ ให้มารดาและบดิ าผตู้ ายไปแลว้ เป็นตน้ นวิ าโป
ชื่อวา่ นิวาป(ทานทีอ่ ุทศิ ใหแ้ กม่ ารดาบิดาผ้ตู ายไปแลว้ ภายใน ๑๐ วนั )

ตุ สว่ นว่า ตํ เอว ปติ ุทานนนั้ น่นั เทยี ว (ปคุ คฺ เลน) อนั บุคคล
(วิหิตํ) กระท�ำแลว้ สาตฺถโต ตามวิธีในคมั ภีร์โชตสิ ตั ถะและคัมภรี ์ราชมตั ตัณฑะ
เป็นตน้ สทฺธํ ชอ่ื ว่า สทฺธ(มตกทานที่อุทศิ ถวายแกผ่ วู้ ายชนม)์

๔๒๔. ปเุ ม อติถิ อาคนฺตุ ปาหุนา’เวสกิ า’ปยฺ ’ถ
อญฺญตฺถ คนฺต’ุ มิจฺฉนฺโต คมโิ ก’ถา’คฆฺ ’มคฺฆยิ ํ.

๔๒๔. แขก, ผมู้ าเยือน ๔ : อตถิ ิ, อาคนฺต(ุ อาคนตฺ กุ ), ปาหุน,

อาเวสิก
(อติถิ) อถิติ ศัพท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเปน็ ไป ปเุ ม ในปงุ ลิงค์
(ปุคคฺ โล) บคุ คล อิจฉฺ นโฺ ต ผ้ปู รารถนา คนฺตุํ เพ่ือไป อญญฺ ตฺถ

สทู่ อี่ น่ื คมโิ ก ชอ่ื ว่า คมิก(ผเู้ ตรียมเดินทาง)

การตอ้ นรบั แขก(ของท่ีนำ� มาเพอื่ ตอ้ นรับแขก) ๒ : อคฆฺ , อคฆฺ ิย

170 อภธิ านัปปทีปกิ า

๔๒๕. ปชฺชํ ปาโททกาโท’ถ สตตฺ ’าคนตฺ ฺวาทโย ติสุ
อปจิตฺย’จจฺ นา ปูชา’ ปหาโร พลิ มานนา.

๔๒๕. ปชชฺ ํ ปชฺช ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเป็นไป ปาโททกาโท ในน�้ำ
ลา้ งเทา้ และน�ำ้ มันทาเทา้ เปน็ ตน้

อาคนฺตวฺ าทโย(อาคนฺตาทโย) (สททฺ า) ศัพทท์ ง้ั หลายมี อาคนฺตุ
ศัพท์ เป็นตน้ ถงึ ปชฺช ศพั ท์ สตฺต ท้ัง ๗ ศพั ท์ (วตฺตนตฺ ิ) ยอ่ มเป็นไป ตีสุ (ลิงฺ
เคส)ุ ในลงิ ค์ ๓

การบูชา ๖ : อปจิติ, อจจฺ นา, ปูชา, อุปหาร, พลิ, มานนา

วนทฺ นา จ’าภวิ าทนํ
๔๒๖. นมสฺสา ตุ นมกกฺ าโร ปรุ เิ ส ปณธิ ี’ริโต.
ปตถฺ นา ปณธิ านญจฺ

๔๒๗. อชเฺ ฌสนา ตุ สกฺการ- ปุพฺพงฺคมนโิ ยชนํ

๔๒๖ - ๔๒๗. การกราบไหว้ ๔ : นมสสฺ า, นมกกฺ าร, วนทฺ นา,

อภิวาทน

การปรารถนา, การออ้ นวอน ๓ : ปตถฺ นา, ปณธิ าน, ปณิธิ

(ปณธิ ิ) ปณิธิ ศัพท์ (ปณฑฺ ิเตน) อันบัณฑติ อีริโต กล่าวแลว้ ปรุ เิ ส
(อติ )ิ ว่าเป็นไปในปุงลงิ ค์

สกกฺ ารปพุ ฺพงคฺ มนิโยชนํ การขอรอ้ งด้วยความเคารพ อชเฺ ฌสนา
ชื่อว่า อชฌฺ เฌสนา(การเชอ้ื เชญิ , การอาราธนา)

ภกู ณั ฑ์ : จตุพพัณณวรรค : พราหมณวรรค 171

๔๒๘. ปรเิ ยสนา’นฺเวสนา ปริเยฏฺฐิ คเวสนา
อุปาสนํ ตุ สสุ ฺสูสา สา ปารจิ ริยา ภเว.

การแสวงหา ๔ : ปริเยสนา(ปรเิ ยสณา), อนฺเวสนา(อนฺเวสณา),

ปริเยฏฺฐิ, คเวสนา(คเวสณา)

การอุปฏั ฐาก, การปรนนบิ ัตริ ับใช้ ๓ : อปุ าสน, สุสสฺ สู า,

อปารจิ รยิ า
สา สุสฺสสู าและปารจิ รยิ า ศัพทเ์ ป็นอิตถีลงิ ค์

ภาโว’ถ ปฏปิ าฏิ สา
๔๒๙. โมน’มภาสนํ ตุณฺหี- อนปุ พุ ยฺ ’ปเุ ม กโม.
อนุกฺกโม ปริยาโย

๔๒๙. การน่งิ (การปิดปากไม่พูดจา) ๓ : โมน, อภาสน,

ตณุ ฺหภี าว

ลำ� ดับ ๕ : ปฏปิ าฏิ(ปริปาฏ)ิ , อนุกฺกม, ปริยาย, อนปุ พุ ฺพ,ี กม

(ปฏิปาฏ)ิ ปฏิปาฏิ ศัพท์ สา เป็นอติ ถีลงิ ค์ (อนุปพุ ฺพี) อนุปุพพฺ ี
ศัพท์ (วตฺตติ) ย่อมเป็นไป อปุเม ในอิตถีลิงค์และนปงุ สกลิงค์

๔๓๐. ตโป จ สยํ โม สีลํ นิยโม ตุ วตญจฺ วา
วตี กิ ฺกโม’ชฌฺ จาโร’ถ วิเวโก ปุถคุ ตฺตตา.

๔๓๐. ศีล, ตบะ ๓ : ตป, สยํ ม, สลี
ข้อวตั รปฏบิ ตั ิ ๒ : นิยม, วต

172 อภิธานัปปทีปิกา

(วต)ํ วต ศัพท์ วา เปน็ ปงุ ลงิ คบ์ า้ ง นปงุ สกลิงค์บ้าง

การล่วงละเมดิ , การละเมดิ ๒ : วีตกิ กฺ ม, อชฌฺ าจาร
ความเงียบสงัด ๒ : วเิ วก, ปถุ ุคตฺตตา

๔๓๑. ขุทฺทานขุ ุทฺทกํ อาภิ- สมาจารกิ ’มุจจฺ เต
อาทิพรฺ หมฺ จรยิ ํ ต ุ ต’ทญฺญํ สลี ’มีริตํ.

๔๓๑. สีลํ จาริตศีล ขุทฺทานขุ ทุ ทฺ กํ อนั เปน็ (ขทุ ทะและอนขุ ทุ ทะ)
วัตรนอ้ ยและวัตรใหญ่ = จลุ วัตร, มหาวตั ร, (ปณฺฑิเตน) อนั บัณฑติ อจุ จฺ เต
ยอ่ มเรยี ก อาภิสมาจารกิ ํ (อติ )ิ ว่า อาภิสมาจาริก(อาภิสมาจารกิ ศลี )

สลี ํ ศีลสกิ ขาบท ตทญญฺ ํ อนั อน่ื จากวัตรน้อยและวตั รใหญน่ น้ั
(ปณฺฑเิ ตน) อนั บัณฑติ อีริตํ ยอ่ มเรียก อาทพิ รฺ หมฺ จริยํ (อติ ิ) ว่า อาทิพฺรหมฺ -
จรยิ (อาทพิ รหมจริยศีล)

วาโส สทฺธึ คเุ ณหิ โส
๔๓๒. โย ปาเปหิ อปุ าวตฺโต สพฺพโภคววิ ชฺชิโต.
อปุ วาโสติ วญิ ฺเญยฺโย

๔๓๒. โย วาโส การอย่ใู ด ปาเปหิ อุปาวตโฺ ต ที่ปราศจากอกศุ ล
ธรรมทงั้ หลาย สพฺพโภคววิ ชฺชโิ ต ซึง่ เป็นการอยูโ่ ดยเว้นจากทรพั ย์ท้งั หมด
สทฺธึ คเุ ณหิ วาโส อันเปน็ การอย่กู ับด้วยคณุ มีศลี เป็นตน้ อตฺถิ มีอยู,่ โส
(วาโส) การอยนู่ ้นั (ปณฑฺ เิ ตน) อนั บัณฑติ วิญฺเญยโฺ ย พึงทราบ อุปวาโส
อิติ ว่า อุปวาส(การบำ� เพญ็ ศีลพรต, การจ�ำศลี )

ภูกณั ฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : พราหมณวรรค 173

๔๓๓. ตปสฺสี ภิกฺขุ สมโณ ปพพฺ ชโิ ต ตโปธโน
วาจยํ โม ตุ มนุ ิ จ ตาปโส ตุ อสิ ’ี ริโต.

๔๓๓. ภกิ ษุ ๕ : ตปสฺส,ี ภกิ ฺข,ุ สมณ, ปพฺพชติ , ตโปธน
พระมุนีผ้สู ำ� รวมวาจา ๒ : วาจยํ ม, มุน6ิ 1
ฤาษี ๒ : ตาปส,อสิ ิ

๔๓๔. เย สํยตินทฺ รฺ ิยคณา ยตโย วสิโน จ เต
สาริปตุ ฺโต’ปติสฺโส ตุ ธมฺมเสนาปตี’ริโต.

๔๓๔. เย (ชนา) บุคคลท้ังหลายเหลา่ ใด สํยตินทฺ ฺรยิ คณา ผ้มู ีประชุม
แหง่ อินทรยี อ์ ันตนส�ำรวมดีแลว้ เต (ชนา) บุคคลทัง้ หลายเหล่านั้น ยตโย ชือ่
วา่ ยติ วสโิ น จ และชือ่ ว่า วสี(ภิกษผุ ู้มีอ�ำนาจ)

พระสารีบตุ ร ๓ : สารปิ ุตฺต, อปุ ติสฺส, ธมมฺ เสนาปติ

อริโย’ธคิ โต สิยา
๔๓๕. โกลิโต โมคฺคลฺลาโน’ถ ’นรโิ ย ตุ ปถุ ุชฺชโน.
โสตาปนฺนาทิกา เสกฺขา

๔๓๕. พระโมคคัลลานะ ๒ : โกลิต, โมคฺคลลฺ าน

อธคิ โต = อธคิ ตธมโฺ ม บคุ คลผ้มู ีโลกุตตรธรรมอันตนบรรลุแล้ว
อรโิ ย ชอ่ื วา่ อรยิ (อริยบคุ คล ๘ จ�ำพวก มพี ระโสตาปตั ตมิ คั คฏั ฐบคุ คลเปน็ ต้น)



61 มนุ ิ หรือ มุนี นั้นมีหลากหลาย เชน่ อคารยิ มนุ ,ิ อนคารยิ มนุ ิ, เสกขฺ มนุ ิ, อเสกขฺ มุนิ, ปจเฺ จกมุนิ และ มนุ มิ ุนิ
(ดรู ายละเอียดในอัฏฐกถาชาดกเอกกนิบาต)

โสตาปนนฺ าทกิ า (อรยิ า) พระอรยิ บคุ คลทัง้ หลาย มพี ระโสดาบัน
เป็นตน้ เสกขฺ า ช่ือวา่ เสกขฺ (พระเสกขบคุ คล)

ปถุ ชุ น(ผูย้ ังไมบ่ รรลโุ ลกุตตรธรรม) ๒ : อนรยิ , ปถุ ชุ ชฺ น

ถโู ป ตุ เจติยํ ภเว
๔๓๖. อญญฺ า ตุ อรหตตฺ ญจฺ อานนฺโท เทฺว สมา’ถ จ.
ธมมฺ ภณฺฑาคารโิ ก จ

๔๓๖. พระอรหตั ตผล ๒ : อญฺญา, อรหตฺต
เจดีย,์ สถูป ๒ : ถปู , เจตยิ
พระอานนท์ ๒ : ธมมฺ ภณฺฑาคาริก, อานนทฺ , เทฺว (สทฺทา)

ศัพท์ทัง้ ๒ สมา มอี รรถเหมือนกนั

สุทตฺโต’นาถปิณฺฑโิ ก
๔๓๗. วิสาขา มคิ ารมาตา

๔๓๘. ภิกฺขุ’ปิ สามเณโร จ สกิ ขฺ มานา จ ภิกขฺ นุ ี
สามเณรี’ติ กถติ า ปญฺเจ’เต สหธมฺมกิ า.

๔๓๗ - ๔๓๘. นางวสิ าขา ๒ : วสิ าขา, มคิ ารมาตุ
อนาถปิณฑกิ เศรษฐี ๒ : สทุ ตฺต, อนาถปณิ ฺฑิก

เอเต (ชนา) บคุ คลทั้งหลายเหล่านี้ อติ ิ คอื ภิกขฺ ุ ภิกษุ สามเณโร
สามเณร สิกฺขมานา นางสิกขมานา ภิกฺขนุ ี นางภิกษณุ ี สามเณรี สามเณรี
(ปณฑฺ เิ ตน) อันบณั ฑิต กถติ า กล่าวแล้ว ปญฺจ สหธมฺมกิ า (อติ )ิ วา่ เปน็
สหธรรมกิ ๕ จ�ำพวก

ภูกัณฑ์ : จตุพพัณณวรรค : พราหมณวรรค 175

๔๓๙. ปตโฺ ต ติจีวรํ กาย- พนฺธนํ วาสิ สจู ิ จ
ปริสฺสาวน’มจิ ฺเจเต ปริกขฺ ารา’ฏฐฺ ภาสิตา.

๔๓๙. เอเต สิง่ ของทัง้ หลาย อิติ คือ ปตฺโต บาตร ตจิ วี รํ ไตรจีวร
กายพนฺธนํ ประคตเอว วาสิ มดี น้อย สูจิ เข็ม ปริสฺสาวนํ ผา้ กรองน้ำ�
(ปณฑฺ เิ ตน) อันบณั ฑิต ภาสติ า กล่าวแล้ว อฏฐฺ ปรกิ ขฺ ารา วา่ เปน็ อัฏฐบรขิ าร

๔๔๐. สามเณโร จ สมณ-ุ ทเฺ ทโส จ’าถ ทคิ มฺพโร
อเจฬโก นิคณโฺ ฐ จ ชฏโิ ล ตุ ชฏาธโร.

๔๔๐. สามเณร ๒ : สามเณร, สมณุทเฺ ทส
นคิ รนถ์(ชีเปลอื ย) ๓ : ทคิ มฺพร, อเจฬก, นิคณฐฺ (นิคนถฺ )
ชฎลิ ๒ : ชฏลิ , ชฏาธร

ตตฺ สึ ทวฺ าสฏฺฐิ ทิฏฐฺ โิ ย
๔๔๑. กฏุ สี กาทิกา จต-ุ ปาสณฑฺ า สมฺปกาสติ า.
อิติ ฉนฺนวตุ ิ เอเต

๔๔๑. เอเต (สมยา) ลทั ธิท้ังหลายเหล่านี้ อิติ คอื จตตุ ตฺ สึ
(ทฏิ ฺฐโิ ย) ลัทธิทั้งหลาย ๓๔ ลัทธิ กุฏีสกาทกิ า อันมีลัทธิกฎุ สี กะ เปน็ ต้น
ทวฺ าสฏฐฺ ิ ทฏิ ฐฺ โิ ย ลทั ธทิ ง้ั ๖๒ อยา่ ง (ปณฑฺ เิ ตน) อันบณั ฑติ สมฺปกาสติ า

แสดงแล้ว ฉนฺนวตุ ิ ปาสณฺฑา (อิต)ิ วา่ เปน็ ลัทธิปาสัณฑะ ๙๖ ลทั ธ6ิ 2

62 ฉนฺนวตุ ิปาสณฺฑ คือ มิจฉาทฏิ ฐิ ๙๖ ซึ่งประกอบด้วยลัทธิทมี่ าโดยตรงในพระไตรปฎิ ก ทีฆนิกาย พรหมชาล
สตู ร มี ๖๒ ซึ่งประกอบด้วย สัสสตวาท ๔, เอกัจจสสั สตวาท ๔, อนั ตานนั ตกิ วาท ๔, อมราวิกเขปิกา ๔, อธิจจ
สมปุ ปนั นกิ า ๒, สญั ญีวาท ๑๖, อสัญญวี าท ๘, เนวสัญญีนาสญั ญีวาท ๘, อุจเฉทวาท ๗,ทิฏฐธัมมนพิ พานวาท ๕
และที่ไมไ่ ด้มาในพระไตรปิฎกอัฏฐกถาฎีกาอีก ๓๔ ลทั ธิ ซงึ่ ประกอบด้วย

176 อภธิ านปั ปทปี ิกา

๑. กุฏสี ก ลทั ธิว่าด้วยการบูชายญั
๒. โหติกะ ว่าดว้ ยการอยปู่ ระพฤติธรรมแต่ในกระท่อม
๓. พหทู กะ วา่ ดว้ ยการลอยบาปลงแมน่ ำ้�
๔. หงั สะ วา่ ดว้ ยการหลดุ พ้นในภพตอ่ ไปจากพรหมโลก
๕. ปรมสหงั สะ ว่าดว้ ยการหลุดพน้ ในภพชาติปจั จบุ นั
๖. กาชกะ ว่าด้วยการหาบบรขิ ารของฤาษีทอ่ งเท่ียวไป
๗. ติทณั ฑะ ว่าดว้ ยการถือไม้เทา้ ๓ ง่ามไวเ้ ปน็ อนุสรณแ์ กโ่ ทษทณั ฑ์ ๓ (กาย, วจ,ี มโน)
๘. โมนวตะ วา่ ดว้ ยการปฏิบัตโิ ดยไมพ่ ูด(ออกเสียง)
๙. เสวะ ว่าดว้ ยการนับถือพระศิวะ
๑๐. ปาสปุ ตกิ ะ วา่ ดว้ ยการนับถอื เทพรทุ ระ เจา้ แหง่ เดรัจฉาน
๑๑. ปัญจปทัตถิกะ วา่ ดว้ ยความเชื่อว่าสรรพสง่ิ คือ ธาตุ ๕ (ปถวี อาโป เตโช วาโย และอากาศ)
๑๒. โสมการกะ ว่าดว้ ยการนับถอื เทพเจ้าผู้เป็นใหญใ่ นการทำ� เหลา้ โสม
๑๓. มุคพั พะ วา่ ดว้ ยการประพฤตธิ รรมแบบไมเ่ คล่อื นไหวกาย
๑๔. จารพากะ วา่ ดว้ ยเรื่องรูปโดยนักเขยี นคัมภีรโ์ ลกายตะ
๑๕. ตปสะ วา่ ด้วยการบ�ำเพญ็ ตบะ
๑๖. นคิ ัณฐะ ลัทธขิ องศาสนาเชน
๑๗. อาชวี กะ ว่าดว้ ยการบ�ำเพญ็ ตบะไม่นุ่งผ้า
๑๘. อิสิ วา่ ด้วยการออกไปสูป่ า่ เพอ่ื หลกี หนีสงั คมของคูส่ ามีภรรยา
๑๙. ปารายณกิ ะ ว่าดว้ ยการข้ามฝ่ังแห่งสงั สารวฏั
๒๐. ปัญจาตปกิ ะ วา่ ด้วยการประพฤติ ดิ ้วยการยนื เพ่งดวงอาทติ ยท์ า่ มกลางกองไฟ ๔ กอง ในเวลาเทีย่ ง
๒๑. กาปิละ วา่ ดว้ ยสังขยาวาทะของฤาษกี ปิละ
๒๒. กาณาทะ ว่าด้วยวเิ สสิกวาทะของฤาษกี ณาทะ
๒๓. สงั สารโมจกะ วา่ ดว้ ยการหลดุ พน้ จากสังสารวัฏ
๒๔. อัคคิภัตติกะ วา่ ดว้ ยการบชู าไฟ
๒๕. มควติกะ ว่าด้วยการแอบซอ่ นอยูใ่ นปา่ ไม่คบหาผูค้ นเสมือนเนอื้ ในป่า
๒๖. โควติกะ ว่าดว้ ยการประพฤติเย่ียงโค (เชน่ เดนิ ๔ ขา กินหญ้าเปน็ อาหาร นอนบนดนิ เป็นตน้ )
๒๗. กกุ กุรวตกิ ะ วา่ ดว้ ยการประพฤตเิ ย่ยี งสุนัข
๒๘. กมณั ฑกุละ วา่ ดว้ ยการถอื คณโฑนำ้� เที่ยวไป(ส�ำหรับกรวดน้ำ� ใหพ้ ร และสาปแชง่ ด้วยน้ำ� จากคณโฑ)
๒๙. วคั คลุ วิ ตะ ว่าดว้ ยการประพฤติแบบคา้ งคาว (นอนเอาเทา้ เก่ียวก่งิ ไม้หรือราวไมแ้ ลว้ เอาหัวหอ้ ยลง)
๓๐. เอกสาฏกิ ะ ว่าดว้ ยการพาดพืน้ ผืนเดียวปกปดิ เฉพาะส่วนหน้าของรา่ งกาย ส่วนหลงั เปดิ โล่ง
๓๑ อุทกสุทธกิ ะ ว่าด้วยการลา้ งบาปหรอื กิเลสด้วยการอาบนำ�้ วนั ละ ๓ ครั้ง ทแี่ มน่ �ำ้ คงคาและท่าปยาคะ
๓๒. สรรี สนั ตาปกะ ว่าด้วยการทำ� ตนใหล้ ำ� บาก เชน่ อาบน�ำ้ ในเวลาอากาศเย็น ผงิ ไฟในเวลาอากาศร้อน
๓๓. สีลสุทธิกะ วา่ ดว้ ยการเขา้ ถงึ พระนพิ พานดว้ ยการสกั วา่ รกั ษาศีลเทา่ นั้น
๓๔. ฌานสทุ ธิกะ ว่าดว้ ยการหมดกิเลสดว้ ยการบรรลโุ ลกยิ ฌาณอภญิ ญา

ภกู ณั ฑ์ : จตพุ พัณณวรรค : พราหมณวรรค 177

๔๔๒. ปวติ โฺ ต ปยโต ปโู ต จมมฺ ํ ตุ อชนิ ’ํ ปยฺ ’ถ
ทนฺตโปโณ ทนตฺ กฏฺฐํ วกฺกโล วา ติรีฏกํ.

๔๔๒. ผบู้ ริสทุ ธิ์ด้วยการปฏิบัติ ๓ : ปวติ ฺต, ปยต, ปตู
หนงั สตั ว์ ๒ : จมมฺ , อชิน
ไม้สฟี ัน(แปรงสีฟัน) ๒ : ทนฺตโปณ, ทนตฺ กฏฺฐ
เปลือกไม้ ๒ : วกกฺ ล, ติรีฏก

กมณฑฺ ลุ ตุ กณุ ฑฺ ิกา
๔๔๓. ปตฺโต ปาติ’ตถฺ ยิ ’ํ นิตฺถ ี กตฺตรยฏฺฐิ นาริย.ํ
อถ’าลมพฺ ณทณฺฑสมฺ ึ

๔๔๓. บาตร, ถ้วย, ถาด ๒ : ปตตฺ , ปาติ

(ปาติ) ปาติ ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเป็นไป อิตถฺ ิยํ ในอติ ถีลงิ ค์

คนโท, ลักจั่นนำ้� ๒ : กมณฺฑลุ, กณุ ฑฺ ิกา

(กมณฺฑล)ุ กมณฺฑลุ ศพั ท์ อนิตฺถี เป็นปุงลิงคแ์ ละนปุงสกลิงค์
กตฺตรยฏฐฺ ิ กตตฺ รยฏฺฐิ ศัพท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป อาลมฺพณทณฑฺ สมฺ ึ
ในไม้เท้าอันเปน็ ท่ียดึ เหนยี่ ว (กตตฺ รยฏฐฺ ิ) กตฺตรยฏฐฺ ิ ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็
ไป นารยิ ํ ในอติ ถลี ิงค์

178 อภิธานัปปทปี กิ า

๔๔๔. ยํ เทหสาธนาเปกฺขํ นิจจฺ ํ กมมฺ มยํ ยโม
อาคนตฺ สุ าธนํ กมมฺ ํ อนจิ ฺจํ นยิ โม ภเว.
๔๔๔. ยํ กมฺมํ การกระทำ� คือการเว้นจากปาณาติบาต เปน็ ต้น
เทหสาธนาเปกฺขํ อันอาศยั ซ่ึงการสำ� เรจ็ ด้วยกาย นจิ ฺจํ เปน็ นิตย์ อตถฺ ิ มอี ย่,ู
อยํ กรรมนี้ ยโม ชอ่ื ว่า ยม(นิจศีลกลา่ วคอื ศลี ๕)
กมฺมํ การกระทำ� มกี ารรับอุโบสถศีล เป็นตน้ อาคนตฺ ุสาธนํ อันบุคคล
พงึ ใหส้ ำ� เรจ็ โดยคร้ังคราว อนิจฺจํ อันมิใช่กจิ กรรมในชวี ติ ประจำ� วนั นิยโม
ชอื่ ว่า นิยม(อโุ ปสถศีล) ภเว ย่อมเป็น

พฺราหมฺ ณวคฺโค
พราหมณวรรค

อิติ จบ

๒.
ภูกณั ฑ์

๔. จตพุ พณั ณวรรค

๔.๓ เวสสวรรค

180 อภิธานปั ปทีปกิ า

๔๔๕. เวสฺโส จ เวสยิ าโน’ถ ชวี นํ วุตฺติ ชวี ิกา
อาชีโว วตฺตนํ จา’ถ กสิกมฺมํ กส’ิ ตถฺ ิย.ํ

๔๔๕. คนวรรณะแพศย์, (พอ่ ค้า, คหบด)ี ๒ : เวสสฺ , เวสยิ าน
การเลี้ยงชพี ๕ : ชีวน, วตุ ฺติ, ชวี ิกา, อาชวี , วตตฺ น
การทำ� นา, กสิกรรม ๒ : กสกิ มฺม, กสิ

(กสิ) กสิ ศัพท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเปน็ ไป อติ ฺถยิ ํ ในอติ ถลี งิ ค์

โครกขฺ า ปสุปาลนํ
๔๔๖. วาณิชฺชญจฺ วณชิ ชฺ า’ถ คหฏฺฐา’คาริกา คิหิ.
เวสฺสสฺส วตุ ฺติโย ติสฺโส

๔๔๖. การค้าขาย ๒ : วาณชิ ชฺ , วณิชชฺ า
การเลีย้ งสตั ว์ ๒ : โครกขฺ า, ปสปุ าลน

ตสิ ฺโส การทำ� นา การค้าขายและการเล้ยี งสตั ว์ ๓ อย่าง วุตฺติโย
เป็นอาชพี เวสฺสสฺส ของคนวรรณะแพศย์

ผคู้ รองเรือน, คฤหัสถ์ ๓ : คหฏฺฐ, อคาริก, คหิ ิ


๔๔๗. เขตตฺ าชีโว กสสฺ โก’ถ เขตฺตํ เกทาร’มุจฺจเต
เลฑฑฺ ุ’ตโฺ ต มตฺตกิ าขณโฺ ฑ ขณติ ฺต’ิ ตถฺ ฺย’วทารณํ.

๔๔๗. ชาวนา, ชาวไร่ ๒ : เขตฺตาชีว, กสสฺ ก
นา ๒ : เขตตฺ , เกทาร

มตตฺ ิกาขณฺโฑ กอ้ นดนิ (ก้อนมลู ไถ) (ปณฑฺ ิเตน) อนั บัณฑติ อุตโฺ ต
กลา่ วแล้ว เลฑฑฺ ุ (อติ ิ) วา่ เลฑฑฺ ุ

ภูกณั ฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : เวสสวรรค 181

จอบ, เสยี ม ๒ : ขณติ ตฺ ิ, อวทารณ

(ขณิตตฺ )ิ ขณติ ตฺ ิ ศพั ท์ อิตถฺ ี เปน็ อติ ถลี งิ ค์

๔๔๘. ทาตฺตํ ลวิตตฺ ’มสิตํ ปโตโท ตุตฺต ปาชนํ
โยตฺตํ ตุ รชชฺ ุ รสฺมิ’ตฺถี ผาโล ตุ กสโก ภเว.

๔๔๘. เคยี ว ๓ : ทาตฺต, ลวติ ฺต, อสติ
ปฏกั ๓ : ปโตท(โตทน), ตุตตฺ (โตตตฺ ), ปาชน(ปาจน)
เชอื ก ๓ : โยตฺต, รชชฺ ุ, รสมฺ ิ

(ทฺวยํ) รชชฺ ุและรสมฺ ิ ศพั ท์ อติ ถฺ ี เปน็ อติ ถลี งิ ค์

ผาล(ใบไถ) ๒ : ผาล, กสก

๔๔๙. นงคฺ ลญจฺ หลํ สโี ร อีสา นงคฺ ลทณฑฺ โก
สมฺมา ตุ ยุคกีลสมฺ ึ สีตา ตุ หลปทธฺ ติ.

๔๔๙. ไถ ๓ : นงฺคล(ลางคฺ ล), หล, สีร
งอนไถ ๒ : อีสา, นงฺคลทณฺฑก

สมมฺ า สมฺมา ศพั ท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเป็นไป ยุคกีลสฺมึ ในสลกั แอกไถ

รอยไถ ๒ : สตี า, หลปทฺธติ

182 อภิธานปั ปทีปกิ า

๔๕๐. มุคคฺ าทเิ ก’ปรณณฺ ญฺจ ปุพฺพณฺณํ สาลิอาทิเก
สาลิ วีหิ จ กุทฺรูโส โคธุโม วรโก ยโว
กงคฺ ’ู ติ สตฺต ธญฺญาน ิ นีวาราที ตุ ตพภฺ ิทา.

๔๕๐. อปรณณฺ ํ อปรณณฺ ศัพท์ (วตฺตติ) ย่อมเป็นไป มุคคฺ าทิเก
ในพชื ตระกลู ถ่วั มถี วั่ เขียว เป็นตน้ [ซง่ึ เป็นพืชทีป่ ลูกภายหลัง]

ปพุ พฺ ณฺณํ ปุพฺพณณฺ ศพั ท์ (วตตฺ ติ) ยอ่ มเปน็ ไป สาลิอาทเิ ก ในพืช
ตระกูลขา้ ว มขี ้าวสาลี เปน็ ต้น [ซ่ึงเป็นพืชที่เกิดก่อนต้งั แต่สมัยต้นกปั ป์]

อิมานิ ธญั พชื ทัง้ หลายเหล่าน ้ี อติ ิ คือ สาลิ ขา้ วสาลี วีหิ ข้าวเปลือก
กุทรฺ โู ส หญ้ากบั แก้ โคธโุ ม ขา้ วละมาน วรโก ขา้ วโพด ยโว ขา้ วบาเลย์
(ขา้ วฟา่ งอนิ เดีย) กงคฺ ุ ขา้ วฟ่าง(ขา้ วฟา่ งอติ าเลยี น) สตฺต ธญฺญานิ ช่อื ว่าเปน็
ธัญชาติ ๗ อย่าง

นวี าราที ธญั พชื ทง้ั หลายมีลูกเดอื ย เปน็ ตน้ ตพภฺ ิทา เปน็ ชนดิ ของ
ธัญพชื น้นั 63

๔๕๑. จณโก จ กฬาโย’ถ สิทฺธตโฺ ถ สาสโป ภเว.

๔๕๒. อถ กงคฺ ุ ปยิ งคฺ ’ุ ตฺถ ี อมุ ฺมา ตุ อตสี ภเว
กิฏฐฺ ํ ตุ สสสฺ ํ ธญญฺ ญฺจ วีหิ ถมฺพกรี’รโิ ต.

๔๕๑ - ๔๕๒. ถวั่ ด�ำ, ถวั่ แดง ๒ : จณก, กฬาย


63 ในทีฆนิกายอฏั ฐกถามหาสีหนาทสูตรอธิบายว่า นวี าร คือธัญพชื ประเภทขา้ วทเ่ี กิดเองตาม
ธรรมชาตใิ นปา่ อน่ึง ตพภฺ ทิ า ตัดสนธวิ า่ ต + ภิทา ภทิ า ศพั ท์เดิมมาจาก เภทา แลว้ ลดเสียงเป็น
ภทิ ด้วยอ�ำนาจฉนั ทลกั ษณ์

ภูกัณฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : เวสสวรรค 183

เมลด็ พนั ธผ์ุ กั กาด ๒ : สิทฺธตถฺ , สาสป
ข้าวฟ่าง ๒ : กงฺคุ, ปยิ งฺคุ

(ทวฺ ยํ) ศัพทท์ ั้ง ๒ อติ ฺถี เป็นอติ ถีลิงค์

ฝา้ ย, ผักตบ ๒ : อมุ ฺมา, อตสี
ขา้ วเปลอื ก64 ๕ : กิฏฺฐ, สสสฺ , ธญญฺ , วีห,ิ ถมฺพกรี

(สทฺทสมโู ห) กลมุ่ ศัพท์ท้ัง ๕ นี้ (ปณฑฺ ิเตน) อันบัณฑติ อีรโิ ต
กล่าวว่ามีอรรถเหมอื นกัน

๔๕๓. กณฺโฑ ตุ นาฬ’มถ โส ปลาล’ํ นิตฺถิ นิปฺผโล
ภุสํ กลิงคฺ โร จา’ถ ถุโส ธญญฺ ตตฺ เจ’ถ จ.

๔๕๓. ข้ัว, กา้ น, รวงข้าว ๒ : กณฑฺ , นาฬ

โส กา้ นของรวงขา้ วเปน็ ตน้ นั้น นปิ ฺผโล อันไมม่ ีผลเหลืออยู่ ปลาลํ
ช่อื ว่า ปลาล(ฟาง), (ปลาลํ) ปลาล ศพั ท์ อนติ ถฺ ิ เปน็ ปุงลงิ ค์และนปงุ สกลงิ ค์

ข้าวลีบ ๒ : ภุส, กลิงคฺ ร

ถุโส ถุส ศพั ท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป ธญฺญตฺตเจ ในเปลอื กของขา้ ว
เปน็ ต้น(แกลบ)

64 กิฏฺฐ ศพั ท์ เปน็ ตน้ นี้ เปน็ ศัพท์กล่าวถึงธัญพชื ทว่ั ไป มขี า้ วเปลอื ก, ขา้ วสาลี, ถัว่ , งา, ขา้ วโพด, เมลด็ พนั ธ ุ์
ผักกาด จะอยา่ งไรกต็ าม เนือ่ งจากว่าในฎีกาอภิธานัปปทีปกิ าท่านใชป้ าฐะว่า “กฏิ ฺฐํ ตุ สสสฺ ํ วญิ ฺเญยยฺ ”ํ จึงท�ำให้
ผู้แปลอภิธานปั ปทปี กิ านิสสยะฉบบั สหี ฬแปลแยกไว้เปน็ ๔ ศัพท์ ดงั นีว้ า่
ธัญพืชตระกูลข้าวพิเศษมขี ้าวสาลี เปน็ ต้น ๒ : กิฏฺฐ, สสฺส
ข้าวเปลือกท่ัวไป ๒ : วีหิ, ถมพฺ กรี
ซงึ่ การแปลเช่นน้ี ไม่สอดคลอ้ งกับคัมภรี ์อมรโกษทีม่ ีการรวมปรยิ ายศพั ท์ท่แี ปลวา่ ขา้ วเปลอื กไว้ ๕ ศพั ท์ คอื
กิฏฺฐ, สสฺส, ธญฺญ, วหี ิ, ถมพฺ กรี และไม่สอดคลอ้ งกับพระบาลที ่ีมาในสฬายตนสังยตุ ดังน้ีว่า เสยยฺ ถาปิ ภกิ ขฺ เว
กิฏฺฐํ สมฺปนนฺ ํ...

184 อภิธานัปปทปี กิ า

๔๕๔. เสตฏฏฺ ิกา สสสฺ โรโค กโณ ตุ กณุ ฺฑโก ภเว
ขโล จ ธญญฺ กรณํ ถมฺโพ คุมฺโพ ติณาทนิ ํ

๔๕๔. โรคเพลย้ี (ของข้าว) ๒ : เสตฏฏฺ ิกา, สสฺสโรค
รำ� ข้าว ๒ : กณ, กุณฺฑก
ลานนวดข้าว ๒ : ขล, ธญญฺ กรณ

คุมโฺ พ กอ ตณิ าทนี ํ แหง่ หญา้ และข้าว เป็นต้น ถมฺโพ ชื่อว่า ถมฺพ
(กอหญา้ , กอขา้ ว)

กุลโฺ ล สุปฺป’มนติ ถฺ ยิ ํ
๔๕๕. อโยคโฺ ค มุสโล’นิตถฺ ี กิลญฺโช ตุ กโฏ ภเว.
อโถ’ทฺธนญจฺ จลุ ลฺ ’ิ ตฺถ ี

๔๕๕. สาก ๒ : อโยคคฺ , มสุ ล

(ทฺวย)ํ ศพั ท์ทั้ง ๒ อนติ ฺถี เป็นปุงลงิ คแ์ ละนปุงสกลงิ ค์

กระดง้ ๒ : กลุ ลฺ , สปุ ฺป

(ทฺวยํ) ศัพทท์ งั้ ๒ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป อนิตฺถิยํ ในปุงลงิ คแ์ ละ
นปุงสกลงิ ค์

เตาไฟ ๒ : อทุ ฺธน, จุลฺลิ

(จลุ ลฺ )ิ จุลฺลิ ศัพท์ อติ ฺถี เป็นอิตถลี งิ ค์

เสอ่ื ล�ำแพน ๒ : กิลญชฺ , กฏ

ภูกณั ฑ์ : จตพุ พัณณวรรค : เวสสวรรค 185

๔๕๖. กุมภฺ ’ี ตถฺ ี ปฐิ โร กณุ ฑฺ ํ ขโฬปฺย’ุ กฺขลิ ถาลฺยุ’ขา
โกลมโฺ พ จา’ถ มณกิ ํ ภาณโก จ อรญฺชโร.

๔๕๖. หมอ้ ๘ : กมุ ฺภี, ปฐิ ร, กณุ ฺฑ, ขโฬปี(กโฬปี), อุกขฺ ลิ, ถาล,ิ

อุขา, โกลมฺพ(โกลมุ พฺ )
(กุมฺภี) กมุ ฺภี ศพั ท์ อิตถฺ ี เปน็ อติ ถลี งิ ค์

ไห, กระถาง ๓ : มณิก, ภาณก, อรญฺชร(อลญิ ชฺ ร)

กุมโฺ ภ กลสวารกา
๔๕๗. ฆโฏ ทฺวีสุ กุโฏ’นิตฺถ ี มตตฺ ํ ปตฺโต จ ภาชน.ํ
กโํ ส ภุญฺชนปตฺโต’ถา’

๔๕๗. หมอ้ น�ำ้ ๕ : ฆฏ, กฏุ , กมุ ฺภ, กลส, วารก

(ฆโฏ) ฆฏ ศัพท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเปน็ ไป ทวฺ สี ุ (ลิงฺเคส)ุ ในปุงลงิ คแ์ ละ
อิตถลี งิ ค์, (กโุ ฏ) กุฏ ศัพท์ อนิตฺถี เป็นปุงลิงคแ์ ละนปงุ สกลิงค์

ภญุ ฺชนปตฺโต จานสำ� หรับใส่ขา้ ว กํโส ช่อื ว่า กํส(จาน, ชาม, ถ้วย)

ภาชนะเคร่ืองป้ันดนิ เผา ๓ : อมตตฺ , ปตฺต, ภาชน

๔๕๘. อณฑฺ ปุ กํ จุมพฺ ฏกํ สราโว ตุ จ มลลฺ โก
ปเุ ม กฏจฉฺ ุ ทพพฺ ’ิ ตถฺ ี กสุ ูโล โกฏฺฐ’มจุ จฺ เต.

๔๕๘. เทรดิ (ผา้ ม้วนเป็นวงวางบนศีรษะสำ� หรบั ตง้ั หมอ้ นำ�้ ) ๒ : อณฑฺ ุปก,

จมุ ฺพฏก

ถว้ ยดม่ื น้�ำ, ขันนำ้� , แกว้ ๒ : สราว, มลลฺ ก

186 อภธิ านปั ปทีปิกา ปุเม ในปุงลิงค์

ช้อน, ทัพพี ๒ : กฏจฺฉ,ุ ทพฺพิ

(กฏจฺฉ)ุ กฏจฺฉุ ศัพท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเป็นไป
(ทพพฺ )ิ ทพพฺ ิ ศัพท์ อิตถฺ ี เปน็ อิตถลี งิ ค์

ยงุ้ , ฉาง ๒ : กุสูล, โกฏฺฐ

สิงฺคีเวรํ ตุ อททฺ กํ
๔๕๙. สาโก อนิตฺถยิ ํ ฑาโก มริจํ ตุ จ โกลก.ํ
มโหสธํ ตุ ตํ สกุ ขฺ ํ

๔๕๙. ผกั ๒ : สาก, ฑาก

(สาโก) สาก ศัพท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเป็นไป อนิตถฺ ิยํ ในปงุ ลงิ ค์และ
นปงุ สกลิงค์

ขิง ๒ : สงิ ฺคเี วร, อทฺทก

ตํ (สงิ ฺคเี วร)ํ ขงิ นน้ั สุกฺขํ อนั แห้ง มโหสธํ ช่ือว่า มโหสธ(ขิงแหง้ )

พริก ๒ : มรจิ , โกลก

อารนาฬํ ถุโสทกํ
๔๖๐. โสวรี ํ กญชฺ ิยํ วตุ ตฺ ํ ลวณํ โลณ’มุจฺจเต.
ธญฺญมฺพิลํ พฬิ งฺโค’ถ

๔๖๐. น�้ำซาวขา้ ว ๖ : โสวรี , กญฺชยิ (กญชฺ กิ ), อารนาฬ, ถุโสทก,

ธญฺญมพฺ ลิ , พิฬงคฺ
(สทฺทฉกกฺ ํ) ศพั ทท์ ั้ง ๖ (ปณฑฺ เิ ตน) อนั บณั ฑิต วุตฺตํ กล่าววา่

มอี รรถเหมอื นกัน

เกลอื ๒ : ลวณ, โลณ

ภูกณั ฑ์ : จตพุ พัณณวรรค : เวสสวรรค 187

๔๖๑. สามทุ ทฺ ํ สนิ ฺธโว’นิตฺถ ี กาฬโลณํ ตุ อพุ ภฺ ิทํ
พฬิ กํ เจ’ติ ปญฺเจ’เต ปเภทา ลวณสสฺ ห.ิ

๔๖๑. เอเต ปญฺจ (ลวณา) เกลือทั้งหลาย ๕ อยา่ งเหลา่ นี้ อติ ิ
คอื สามุททฺ ํ เกลอื ทะเล สินฺธโว เกลอื สินเธาว์ กาฬโลณํ เกลอื สดี �ำ(มอี ยตู่ าม
ธรรมชาต)ิ อพุ ภฺ ทิ ํ เกลือแกง(เกลอื ทีเ่ ปน็ หนอ่ ขน้ึ ตามพนื้ ทีท่ ่มี ดี นิ เค็ม) พฬิ กํ
(พลิ ํ) เกลือต้ม ปเภทา เป็นประเภท ลวณสสฺ ของเกลอื

มจฺฉณฑฺ ี สกขฺ รา อิติ
๔๖๒. คุโฬ จ ผาณติ ํ ขณฺโฑ คฬุ สมฺ ึ วิสกณฺฏกํ.
อิเม อุจฉฺ วุ ิการา’ถ

๔๖๒. คโุ ฬ นำ้� อ้อยก้อน ผาณติ ํ นำ้� อ้อยงบ ขณฺโฑ น้ำ� ตาลแดง
มจฉฺ ณฺฑี นำ�้ อ้อยเม็ดเหมือนไข่ปลา(น้ำ� ตาลทราย) สกฺขรา นำ�้ ตาลกรวด
(สเี หมอื นแก้วผลึก) อติ ิ อิเม ส่ิงทกี่ ลา่ วมานี้ อุจฺฉวุ ิการา เปน็ นำ�้ ออ้ ยท่ีแปรรูป
แลว้ (สำ� เร็จมาจากนำ้� ออ้ ย)65

วสิ กณฏฺ กํ วิสกณฏฺ ก ศัพท์ (วตตฺ ติ) ยอ่ มเป็นไป คุฬสฺมึ ในน้�ำออ้ ย
กอ้ น(นำ�้ ตาลกอ้ น)

ธานา ภฏฺฐยเว ภเว
๔๖๓. ลาชา สยิ า’กฺขตํ จา’ถ ปูปา’ปูปา ตุ ปิฏฺฐโก.
อพทธฺ สตตฺ ุ มนฺโถ จ

๔๖๓. ขา้ วตอก ๒ : ลาชา(ลาช), อกขฺ ต



65 พงึ ดลู กั ษณะของคุฬ, ผาณติ , ขณฑฺ , มจฉฺ ณฺฑี, สกฺขรา เหล่านีไ้ ดใ้ นมูลปณั ณาสกอ์ ากังเขยยสตู รฎกี า และ
เอกังคตุ ตระ เอกธรรมวรรคฎกี า

188 อภิธานปั ปทปี ิกา

ธานา ธานา ศพั ท์ (วตตฺ ติ) ยอ่ มเปน็ ไป ภฏฺฐยเว ในข้าวบาเลยท์ ีค่ ว่ั
แล้ว(ขา้ วตอกอนั ทำ� จากข้าวบาเลย)์

ข้าวตกู อ้ น, หมน่ั โถ ๒ : อพทธฺ สตฺต,ุ มนถฺ

[อีกนยั หนงึ่ อพทฺธสตฺตุ ขนมผงพเิ ศษอนั ยังไม่ไดป้ นั้ เปน็ กอ้ น กล่าว
คือขนมทบ่ี ดเป็นผงสำ� หรับชงดม่ื , มนฺโถ ช่อื วา่ มนถฺ (ขนมผงชนั้ ดีส�ำหรบั ชง
ดมื่ ) นัยแรกตามฎกี า นยั หลงั ตามพระบาลีและอรรถกถา]

ขนม ๓ : ปปู , อปปู , ปิฏฐฺ ก

สโู ท อาฬาริโก ตถา
๔๖๔. ภตตฺ กาโร สูปกาโร สโู ป ตุ พฺยญชฺ นํ ภเว.
โอทนโิ ก จ รสโก

๔๖๔. พ่อครวั ๖ : ภตฺตการ, สูปการ, สูท, อาฬาริก, โอทนกิ , รสก
แกง, กับข้าว ๒ : สปู , พยฺ ญชฺ น

ภิกฺขา จา’นนฺ ’มถา’สนํ
๔๖๕. โอทโน วา กรุ ํ ภตฺตํ ตรลํ ยาคุ นารยิ .ํ
อาหาโร โภชนํ ฆาโส

๔๖๕. ข้าว ๕ : โอทน, กุร, ภตฺต, ภิกฺขา, อนฺน

(โอทโน) โอทน ศัพท์ วา เป็นปงุ ลิงค์บ้าง นปุงสกลิงคบ์ ้าง

อาหาร ๔ : อสน, อาหาร, โภชน, ฆาส
ขา้ วตม้ ๒ : ตรล(ตรลา), ยาคุ

(ยาคุ) ยาคุ ศัพท์ (วตตฺ ติ) ยอ่ มเปน็ ไป นารยิ ํ ในอิตถีลิงค์

ภกู ณั ฑ์ : จตพุ พัณณวรรค : เวสสวรรค 189

๔๖๖. ขชฺชํ ตุ โภชชฺ เลยยฺ านิ เปยยฺ นฺ’ติ จตุธา’สนํ
นสิ ฺสาโว จ ตถา’จาโม อาโลโป กพโฬ ภเว.

๔๖๖. อสนํ อาหาร จตุธา มี ๔ อย่าง อติ ิ คอื ขชชฺ ํ ของควรเคยี้ ว
โภชชฺ ํ ของควรกิน เลยฺยํ ของควรลม้ิ เปยฺยํ ของควรดืม่ (ซด)

นำ�้ ข้าว ๒ : นิสฺสาว, อาจาม
ค�ำข้าว ๒ : อาโลป, กพฬ

วิฆาโส ภุตฺตเสสเก
๔๖๗. มณโฺ ฑ’นิตถฺ ี รสคคฺ สฺม ึ ปปิ าสา ตุ จ ตสฺสนํ.
วิฆาสาโท จ ทมโก

๔๖๗. มณฺโฑ มณฺฑ ศพั ท์ (วตตฺ ต)ิ ย่อมเปน็ ไป รสคฺคสฺมึ ในน้ำ�
อันสกัดมาจากสงิ่ ใดสงิ่ หนง่ึ (หวั กะท)ิ

(มณฺโฑ) มณฑฺ ศพั ท์ อนิตถฺ ี เปน็ ปุงลิงค์และนปงุ สกลิงค์
วฆิ าโส วิฆาส ศัพท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเปน็ ไป ภุตฺตเสสเก ในอาหารอัน
เปน็ เดน(อาหารเหลอื )

คนกินเดน ๒ : วฆิ าสาท, ทมก
ความกระหายน้�ำ ๒ : ปิปาสา, ตสฺสน

๔๖๘. ขทุ ทฺ า ชิฆจฺฉา มสํ สสฺ ปฏิจฺฉาทนยิ ํ รโส
อุทเฺ รโก เจว อคุ ฺคาโร โสหิจฺจํ ตติ ฺติ ตปฺปน.ํ

๔๖๘. ความหวิ ๒ : ขทุ ทฺ า, ชิฆจฉฺ า

190 อภิธานัปปทีปกิ า

รโส นำ�้ มสํ สฺส ของเน้ือ ปฏิจฉฺ าทนียํ ชอ่ื ว่า ปฏิจฺฉาทนยี (นำ้� ลา้ ง
เนอื้ )

การสะอกึ , การเรอ, การสำ� ลัก ๒ : อุทเฺ รโก, อคุ ฺคาร
การอ่ิม ๓ : โสหจิ จฺ , ตติ ตฺ ,ิ ตปปฺ น(ตปฺปณ)

ปริยตตฺ ํ ยถิจฉฺ ิตํ
๔๖๙. กามํ ต’ฺ วฏิ ฺฐํ นิกามญฺจ วาหา’ปณกิ วาณิชา.
กยวกิ กฺ ยิโก สตถฺ -

๔๖๙. ความอยาก, ความตอ้ งการ ๕ : กาม, อิฏฺฐ, นกิ าม,

ปรยิ ตฺต, ยถิจฉฺ ติ

พอ่ ค้า ๔ : กยวกิ กฺ ยิก, สตฺถวาห, อาปณิก, วาณชิ

กยโิ ก ตุ จ กายิโก
๔๗๐. วกิ กฺ ยิโก ตุ วกิ เฺ กตา ’ธมณฺโณ ตุ อิณายิโก.
อตุ ตฺ มณฺโณ จ ธนิโก

๔๗๐. คนขาย ๒ : วิกกฺ ยิก, วิกฺเกตุ
คนซ้อื ๒ : กยิก, กายิก
เจ้าหน้ี ๒ : อุตฺตมณณฺ , ธนิก
ลกู หนี้ ๒ : อธมณฺณ, อิณายกิ

ภูกณั ฑ์ : จตพุ พัณณวรรค : เวสสวรรค 191

๔๗๑. อุทธฺ าโร ตุ อณิ ํ วตุ ฺตํ มลู ํ ตุ ปาภตํ ภเว
สจจฺ าปนํ สจฺจกํ าโร วกิ เฺ กยยฺ ํ ปณยิ ฺยํ ตสิ .ุ

๔๗๑. หน้ี ๒ : อทุ ธฺ าร, อิณ
ทรพั ยต์ ้นทุน ๒ : มลู , ปาภต
การให้สญั ญาล่วงหนา้ , สญั ญาซ้ือขาย ๒ : สจฺจาปน,

สจฺจํการ

สินคา้ ๒ : วกิ ฺเกยฺย, ปณิยยฺ

(ทฺวยํ) ศพั ทัง้ สอง (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเป็นไป ติสุ ใน ๓ ลงิ ค์

นฺยาโส ตู’ปนิธ’ี รโิ ต
๔๗๒. ปฏทิ านํ ปริวตฺโต

๔๗๓. อฏฐฺ ารสนตฺ า สงฺเขยฺ เยฺย สงฺขยฺ า เอกาทโย ตสิ ุ
สงขฺ ฺยาเน ตุ จ สงขฺ ฺเยยเฺ ย เอกตเฺ ต วสี ตาทโย
วคฺคเภเท พหตุ ฺเตป ิ ตา อานวุติ นารยิ .ํ

๔๗๒ - ๔๗๓. การชดใช,้ การตอบแทน ๒ : ปฏิทาน, ปริวตตฺ
การจ�ำนำ� , การจำ� นอง การฝากไว้ ๒ : นยฺ าส, อปุ นิธิ

(ปณฺฑิเตห)ิ อนั บัณฑติ อีริโต กลา่ วแลว้ (สโม) ว่ามอี รรถเหมือนกัน
สงฺขฺยา จ�ำนวน (ตวั เลข) เอกาทโย มเี อกะ(๑) เป็นตน้ อฏฺฐารสนฺตา

มีอฏฺฐารส(๑๘)เปน็ ทีส่ ดุ วตฺตมานา อันเป็นไปอยู่(เม่ือถกู น�ำมาใช)้ สงขฺ เฺ ยยฺเย
ในสังขเยยยทพั พะกลา่ วคือสิ่งทพ่ี งึ นับ วตฺตนฺติ ยอ่ มเป็นไป ติสุ ใน ๓ ลิงค์
สงฺขยฺ า จำ� นวน (ตวั เลข) วีสตาทโย มวี ีสต(ิ ๑๙)เปน็ ต้น วตตฺ มานา อันเป็นไป
อยู่ (เม่อื ถกู น�ำมาใช)้ สงฺขฺยาเน ในสงั ขยา สงฺขฺเยยฺเย และสังขเยยยะ วตตฺ นตฺ ิ
ยอ่ มเป็นไป เอกตเฺ ต ในเอกวจนะฒ, วคคฺ เภเท เมอื่ ครัน้ การแตกแยกแห่งหมู่

192 อภิธานัปปทปี กิ า

สติ มอี ยู่ (วตตฺ นฺต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป พหตุ เฺ ตปิ แม้ในพหวุ จนะ
ตา (สงขฺ ฺยา) สังขยาเหล่าน้ันต้ังแตว่ ีสต(ิ ๑๙) อา นวตุ ิ ถึงนวุติ(๙๙)

(วตฺตนฺติ) ยอ่ มเป็นไป นาริยํ ในอติ ถีลิงค์

ลกฺขํ โกฏิ ปโกฏิ สา
๔๗๔. สตํ สหสฺสํ นิยุตํ ตถา นนิ ฺนหุตมปฺ ิ จ.
โกฏปิ โกฏิ นหุตํ

๔๗๕. อกฺโขภน’ี ตถฺ ยิ ํ พินฺท ุ อพพฺ ทุ ญฺจ นิรพฺพทุ ํ
อหหํ อพพํ เจวา’ ฏฏํ โสคนฺธกิ ุปปฺ ลํ.

๔๗๖. กุมทุ ํ ปณุ ฑฺ รีกญจฺ ปทุมํ กถานมฺปิ จ
มหากถานา’สงฺขฺเยยฺยา- น’ิ จเฺ จตาสุ สตาทิ จ.

๔๗๗. โกฏฺยาทกิ ํ ทสคณุ ํ สตลกฺขคุณํ กมา
จตตุ โฺ ถ’ฑเฺ ฒน อฑฒฺ ุฑโฺ ฒ ตติโย’ฑฒฺ ตโิ ย ตถา.

๔๗๘. อฑฺฒเตยโฺ ย ทิยฑฺโฒ ต ุ ทิวฑโฺ ฒ ทตุ โิ ย ภเว
ตลุ าปตถฺ งฺคุลวิ สา ตธิ า มาน’มโถ สยิ า.

๔๗๙. จตตฺ าโร วหี โย คญุ ชฺ า เทวฺ คุญชฺ า มาสโก ภเว
เทฺว อกฺขา มาสกา ปญฺจ’ กขฺ านํ ธรณ’มฏฺฐกํ.

๔๗๔ - ๔๗๙. เอตาสุ บรรดาสังขยาเหลา่ นี้ อิติ คือ สตํ ๑ ร้อย
สหสสฺ ํ ๑ พัน นยิ ุตํ (นหตุ ํ) ๑ หมื่น ลกขฺ ํ ๑ แสน โกฏิ ๑ โกฏ(ิ ๑ + ๗ ศนู ย์)
ปโกฏิ ๑ ปโกฏิ(๑ + ๑๔ ศนู ย์) โกฏปิ โกฏิ ๑ โกฏปิ โกฏ(ิ ๑ + ๒๑ ศนู ย)์ (ตย)ํ
โกฏิ ปโกฏิและโกฏิปโกฏิ ศพั ท์ สา เป็นอิตถลี งิ ค์ นหตุ ํ ๑ นหตุ ะ(๑ + ๒๘ ศูนย์)

ภูกณั ฑ์ : จตุพพัณณวรรค : เวสสวรรค 193

นนิ ฺนหตุ ํ ๑ นนิ นหุตะ (๑ + ๓๕ ศูนย์) อกโฺ ขภนี ๑ อกั โขภิณ(ี ๑ + ๔๒ ศนู ย)์
(อกโฺ ขภนี) อกโฺ ข ภนี ศัพท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเปน็ ไป อิตถฺ ยิ ํ ในอติ ถลี ิงค์ พินฺทุ ๑
พนิ ทุ (๑ + ๔๙ ศูนย)์ อพฺพทุ ํ ๑ อพั พุทะ(๑+๕๖ ศนู ย์) นริ พพฺ ุทํ ๑ นิรัพพทุ ะ
(๑+๖๓ ศูนย์) อหหํ ๑ อหหะ(๑+๗๐ ศูนย)์ อพพํ ๑ อพพะ(๑+๗๗ ศูนย์)
อฏฏํ ๑ อฏฏะ (๑+๘๔ ศูนย)์ โสคนธฺ กิ ํ ๑ โสคนั ธกิ ะ (๑+๙๑ ศนู ย์) อปุ ปฺ ลํ
๑ อุปปละ(๑+๙๘ ศูนย)์ กุมุทํ ๑ กุมทุ ะ(๑+๑๐๕ ศนู ย)์ ปุณฑฺ รกี ํ ๑ ปุณฑรีกะ
(๑+๑๑๒ ศูนย)์ ปทมุ ํ ๑ ปทุมะ(๑+๑๑๙ ศนู ย)์ กถานํ ๑ กถานะ(๑+๑๒๖
ศูนย์) มหากถานํ ๑ มหากถานะ(๑+๑๓๓ ศูนย์) อสงฺขฺเยยฺยํ ๑ อสงไขย
(๑+๑๔๐ ศนู ย)์

สตาทิ สงั ขยาตั้งแต่สตะถงึ ลักขะ ทสคณุ ํ เป็นสงั ขยาที่เพมิ่ หลักคูณ
ดว้ ย ๑๐ โกฏยฺ าทกิ ํ โกฏิถงึ อสังขเยยยะ สตลกขฺ คณุ ํ เป็นสงั ขยาท่ีเพม่ิ หลัก
โดยการคูณดว้ ยร้อยแสน(สิบล้าน) ภวติ ยอ่ มเป็น กมา ตามลำ� ดับ

จตตุ ฺโถ ๔ อฑเฺ ฒน กับดว้ ยครงึ่ อฑฒฺ ฑุ โฺ ฒ ชือ่ วา่ อฑฺฒุฑฺฒ(๓ คร่งึ )
ตตโิ ย ๓ อฑเฺ ฒน กบั ดว้ ยคร่ึง อฑฒฺ ตโิ ย ชอื่ ว่า อฑฒฺ ติย อฑฺฒเตยโฺ ย และ
ชื่อว่า อฑฒฺ เตยยฺ (๒ ครง่ึ ) ทตุ ิโย ๒ อฑเฺ ฒน กับด้วยครึง่ ทยิ ฑฺโฒ ชอ่ื ว่า
ทยิ ฑฒฺ ทวิ ฑโฺ ฒ ชอื่ วา่ ทิวฑฒฺ (๑ ครงึ่ )

มานํ มาตรา ตธิ า มี ๓ อยา่ ง ตลุ าปตฺถงฺคุลวิ สา คอื เครื่องช่งั
(ตาชั่ง) เคร่อื งตวงและเครื่องวัด

จตตฺ าโร วีหโย ขา้ วเปลือก ๔ เมลด็ คญุ ชฺ า ๑ คุญฺชา (๑ กลอ่ ม)
เทฺว คญุ ฺชา ๒ กลอ่ ม มาสโก เปน็ ๑ มาสก( ๑ กล่�ำ) เทฺวปญฺจ มาสกา ๑๐
มาสก อกโฺ ข เป็น ๑ อักขะ อกขฺ านํ อฏฺฐกํ ­๘ อักขะ ธรณํ เปน็ ๑ ธรณะ
(แปลตามฎีกา)

[อกี นยั หนึ่ง : ปญฺจ มาสกา ๕ มาสก เทวฺ อกขฺ า เปน็ ๒ อักขะ
อกฺขานํ อฏฐฺ กํ ๘ อักขะ ธรณํ เปน็ ๑ ธรณะ (แปลตามสหี ฬ) ]

194 อภธิ านปั ปทปี ิกา

๔๘๐. สุวณฺโณ ปญฺจธรณํ นิกขฺ ํ ตวฺ ’นติ ฺถิ ปญจฺ เต
ปาโท ภาเค จตตุ เฺ ถ’ถ ธรณานิ ปลํ ทส.

๔๘๐. ปญฺจธรณํ ๕ ธรณะ สวุ ณฺโณ เปน็ ๑ สุวัณณะ เต ปญจฺ
๕ สุวัณณะ นกิ ฺขํ เป็น ๑ นกิ ขะ

(นิกฺข)ํ นกิ ฺข ศัพท์ อนิตฺถี เปน็ ปงุ ลงิ ค์และนปุงสกลิงค์ ปาโท
ปาท ศพั ท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป ภาเค ในส่วน จตตุ ฺเถ ท่ี ๔ (๑ใน ๔,
ทส ธรณานิ ๑๐ ธรณะ ปลํ เป็น ๑ ปละ(๑ ต�ำลึง)

๔๘๑. ตุลา ปลสตํ จา’ถ ภาโร วีสติ ตา ตุลา
อโถ กหาปโณ’นติ ฺถ ี กถฺยเต กรสิ าปโณ.

ปลสตํ ๑๐๐ ปละ ตลุ า เปน็ ๑ ชั่ง ตา วีสติ ตลุ า ๒๐ ชงั่ เหลา่ นนั้
ภาโร เปน็ ๑ ภาระ(๑ หาบ)

กหาปณะ ๒ : กหาปณ, กริสาปณ

(ทวฺ ยํ) ศัพทท์ ง้ั สอง อนิตถฺ ี เป็นปงุ ลิงคแ์ ละนปุงสกลิงค์

๔๘๒. กฑุ โุ ว ปสโต เอโก ปตฺโถ เต จตุโร สิยุ
อาฬหฺ โก จตโุ ร ปตถฺ า โทณํ วา จตรุ าฬหฺ ก.ํ

๔๘๒. เอโก ปสโต ๑ ฟายมอื (ซองมอื ) กุฑุโว เปน็ ๑ กุฑวุ ะ
เต จตโุ ร ๔ กุฑุวะ ปตฺโถ เปน็ ๑ แล่ง จตุโร ปตถฺ า ๔ แลง่ อาฬหฺ โก เปน็
๑ อาฬหกะ(กระเชอ) จตรุ าฬหฺ กํ ๔ อาฬหกะ โทณํ เป็น ๑ โทณะ(ทะนาน)
(โทณ)ํ โทณ ศพั ท์ วา เป็นปงุ ลงิ คบ์ า้ ง นปงุ สกลิงคบ์ ้าง

ภูกณั ฑ์ : จตุพพัณณวรรค : เวสสวรรค 195

๔๘๓. มานิกา จตุโร โทณา ขาร’ี ตถฺ ี จตุมานิกา
ขาริโย วสี วาโห’ถ สิยา กุมโฺ ภ ทสมฺพณ.ํ

๔๘๓. จตโุ ร โทณา ๔ ทะนาน มานกิ า เปน็ ๑ มานิกา จตุมานกิ า
๔ มานกิ า ขารี เป็น ๑ ขารี

(ขาร)ี ขารี ศัพท์ อิตฺถี เปน็ อติ ถลี ิงค์ วีส ขารโิ ย ๒๐ ขารี วาโห
เป็น ๑ วาหะ( ๑ เกวยี น) ทสมฺพณํ ๑๐ อมั พณะ กมุ โฺ ภ เปน็ ๑ กมุ ภะ

๔๘๔. อาฬฺหโก’นติ ฺถิยํ ตมุ โฺ ภ ปตโฺ ถ ตุ นาฬิ นารยิ ํ
วาโห ตุ สกโฏ เจ’กา- ทส โทณา ตุ อมฺพณํ.

๔๘๔. กระเชอ ๒ : อาฬหฺ ก, ตุมภฺ (ตมุ ฺพ)

(อาฬหฺ โก) อาฬหฺ ก ศพั ท์ (วตฺตติ) ย่อมเปน็ ไป อนติ ฺถิยํ
ในปงุ ลงิ ค์และนปุงสกลิงค์

แลง่ ๒ : ปตถฺ , นาฬิ

(นาฬิ) นาฬิ ศพั ท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเป็นไป นารยิ ํ ในอิตถลี งิ ค์

เกวยี น ๒ : วาห, สกฏ

เอกาทส โทณา ๑๑ ทะนาน อมพฺ ณํ เป็น ๑ อัมพณะ

196 อภธิ านัปปทีปิกา

๔๘๕. ปฏวิ โี ส จ โกฏฐฺ าโส อํโส ภาโค ธนํ ตุ โส
ทพพฺ ํ วติ ฺตํ สาปเตยฺยํ วสฺว’ตโฺ ถ วภิ โว ภเว.

๔๘๕. สว่ น ๔ : ปฏิวีส, โกฏฺฐาส, อํส, ภาค
ทรพั ย์ ๘ : ธน, ส, ทพฺพ, วิตฺต, สาปเตยฺย, วส,ุ อตฺถ, วภิ ว

๔๘๖. โกโส หริ ญญฺ ญฺจ กตา- กตํ กญจฺ นรูปิยํ
กปุ ปฺ ํ ตทญฺญํ ตมพฺ าท-ิ รูปยิ ํ ทฺวย’มาหต.ํ

๔๘๖. กญฺจนรูปยิ ํ ทองและเงิน กตากตํ อนั กระท�ำแล้วและยังไมไ่ ด้
กระทำ� (ทองและเงนิ ทีท่ ำ� เปน็ รปู พรรณแลว้ และยังไมก่ ระทำ� ) โกโส ชือ่ วา่
โกส หิรญญฺ ํ จ และชือ่ วา่ หิรญฺญ

ตมพฺ าทิ ทองแดง เปน็ ตน้ [อาทศิ ัพท์ เอาทองสมั ฤทธิ์ ทองเหลือง
ดบี ุกและอ่นื ๆ] ตทญญฺ ํ แรอ่ ันอื่นจากทองและเงนิ น้นั กตากตํ อนั กระทำ� แลว้
และยงั ไมไ่ ด้กระทำ� กุปปฺ ํ ชอ่ื วา่ กุปฺป ทวฺ ยํ หิรญญฺ และกปุ ฺปทงั้ ๒ อาหตํ
อันตตี ราแล้ว รูปยิ ํ ช่ือว่า รปู ิย

๔๘๗. สวุ ณฺณํ กนกํ ชาต- รูปํ โสณฺณญฺจ กญจฺ นํ
สตฺถวุ ณโฺ ณ หรี กมพฺ ุ จารุ เหมญจฺ หาฏกํ.
เภทา จามกี รมฺ’ปิ จ
๔๘๘. ตปนียํ หริ ญฺญํ ตพฺ- นท6ํ 6 สงิ ฺคี จ นารยิ .ํ
สาตกมุ ภฺ ํ ตถา ชมพฺ -ุ

66 ในคมั ภรี อ์ ัฏฐกถาแห่งองั คตุ ตรนิกาย จตุกกนบิ าต ใชเ้ ปน็ ปาฐะว่า “ชมโฺ พนท” และอธบิ ายไว้วา่ เป็นแร่
ทองคำ� ธรรมชาติ(ชาตสิ วุ ณณฺ )

ภูกัณฑ์ : จตุพพัณณวรรค : เวสสวรรค 197

๔๘๗ - ๔๘๘. ทองคำ� ๑๓ : สุวณฺณ, กนก, ชาตรูป, โสณฺณ,

กญจฺ น, สตฺถุวณณฺ , หร,ิ กมพฺ ุ, จาร,ุ เหม, หาฏก, ตปนีย, หริ ญญฺ
อเิ ม ทองเหลา่ นี้ อิติ คอื จามกี รํ ทองจามกี ระ สาตกมุ ฺภํ ทอง

สาตกมุ ภะ ชมพฺ ุนทํ ทองชมั พุนทะ(ชัมพุราช) สิงคฺ ี และทองสงิ คี ตพฺเภทา เป็น
ชนิดของทองนน้ั นาริยํ สิงฺคี คัพท์ เป็นไปในอติ ถลี ิงค์

[หมายเหตุ : ทองสงิ คีราคาแพงกวา่ ดีกว่าทองทัง้ หมดเพราะมรี ศั มี
และกลนิ่ หอม]

๔๘๙. รปู ยิ ํ รชตํ สชฌฺ ุ รูปี สชฺฌํ อโถ วสุ
รตนญฺจ มณิ ทวฺ สี ุ ปุปผฺ ราคาที ตพภฺ ิทา.

๔๘๙. เงนิ ๕ : รูปิย, รชต, สชฌฺ ,ุ รปู ,ี สชฌฺ
รตนะ, แกว้ ๓ : วสุ, รตน, มณิ

(มณิ) มณิ ศัพท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเปน็ ไป ทฺวสี ุ (ลิงเฺ คส)ุ ใน ๒ ลิงค์ คอื
ปลุ ลิงค์และอติ ถีลงิ ค์ ปุปฺผราคาที แก้วบษุ ราคัม เปน็ ต้น ตพภฺ ิทา เปน็ ชนดิ
ของแก้วนั้น

๔๙๐. สุวณณฺ ํ รชตํ มุตตฺ า มณิ เวฬรุ ิยานิ จ
วชิรญจฺ ปวาฬนตฺ ิ 67สตตฺ า’หุ รตนาน’ิ เม.

๔๙๐. (ปณฑฺ ติ า) บณั ฑิตท้ังหลาย อาหุ ยอ่ มกล่าว (อิเม รตนานิ)
ซง่ึ แก้วทั้งหลายเหลา่ น้ี อิติ คอื สุวณณฺ ํ ทองค�ำ รชตํ เงนิ มุตตฺ า แก้วมุกดา

67 บางคัมภีรโ์ ลกิยะ เช่น คมั ภีรส์ ูกรนีติและปกาสะระบวุ า่ รัตนะ (มหารตนะ) มี ๙ (นวรัตน์) โดยไม่มที องค�ำ
และเงนิ รวมอยู่เลย

198 อภิธานัปปทีปิกา

มณิ แกว้ มณี เวฬุรยิ านิ แกว้ ไพฑรู ย์ วชริ ํ เพชร ปวาฬํ แกว้ ประพาฬ
สตฺต รตนานิ (อิต)ิ ว่าเป็นรตนะ ๗ ประการ

๔๙๑. โลหติ โก68 จ ปทมุ - ราโค รตฺตมณ’ิ ปฺย’ถ
วสํ วณฺโณ เวฬุริยํ ปวาฬํ วา จ วทิ ทฺ โุ ม.

๔๙๑. แกว้ ทับทมิ ๓ : โลหิตงฺก, ปทุมราค, รตตฺ มณิ
แก้วไพฑรู ย,์ เพชรตาแมว ๒ : วํสวณฺณ, เวฬรุ ยิ
แกว้ ประพาฬ ๒ : ปวาฬ, วทิ ทฺ ุม

(ปวาฬ)ํ ปวาฬ ศพั ท์ วา เปน็ ปุลลงิ ค์บ้าง นปงุ สกลิงค์บา้ ง

๔๙๒. มสารคลฺลํ กพรมณิ อถ มตุ ตฺ า จ มตุ ฺติกํ
รีติ’ตถฺ ี อารกูโฏ วา
อมลํ ตฺว’พฺภกํ ภเว

๔๙๒. แก้วลาย, แก้วมรกต ๒ : มสารคลฺล, กพรมณิ
แกว้ มกุ ดา ๒ : มตุ ตฺ า, มตุ ตฺ ิก
ทองเหลือง ๒ : รตี ,ิ อารกฏู

(รีต)ิ รตี ิ ศพั ท์ อติ ฺถี เปน็ อติ ถลี งิ ค์ (อารกฏู ) อารกูฏ ศัพท์
วา เปน็ ปงุ ลิงค์บา้ ง นปุงสกลงิ ค์บา้ ง

แกว้ เพทาย ๒ : อมล, อพภฺ ก

68 หากเป็นปาฐะวา่ โลหตงโฺ ก หรอื โลหติ งฺโค พงึ ทราบว่าเปน็ ปาฐะท่ีพิรุธบกพร่อง (ดู - ปา. ๕/๔/๓๐)

ภูกณั ฑ์ : จตุพพัณณวรรค : เวสสวรรค 199

๔๙๓. โลโห’นติ ฺถี อโย กาฬา- ยสญฺจ ปารโท รโส
กาฬตปิ ุ ตุ สีสญจฺ หริตาลํ ตุ ปีตนํ.

๔๙๓. เหล็ก ๓ : โลห, อย, กาฬายส

(โลโห) โลห ศพั ท์ อนิตฺถี เป็นปุงลงิ ค์และนปุงสกลิงค์

ปรอท ๒ : ปารท, รส
ดีบกุ ด�ำ ๒ : กาฬตปิ ุ, สีส
หรดาล ๒ : หรติ าล, ปตี น

๔๙๔. จนิ ปฏิ ฺฐญจฺ สินทฺ ูรํ อถ ตโู ล ตถา ปจิ ุ
ขทุ ทฺ ชํ ตุ มธุ ขุททฺ ํ มธจุ ฉฺ ิฏฺฐํ ตุ สิตฺถกํ.

๔๙๔. ตะก่ัวแดง, สารหนแู ดง ๒ : จินปิฏฐฺ , สินฺทรู
ฝ้าย, ส�ำลี ๒ : ตูล,ปิจุ
น�ำ้ ผ้งึ ๓ : ขุทฺทช, มธ,ุ ขุททฺ (โขทฺท)
ขผี้ ้ึง ๒ : มธุจฉฺ ิฏฺฐ, สติ ถฺ ก

๔๙๕. โคปาโล โคปโคสงขฺ ฺยา โคมา ตุ โคมิโก’ปยฺ ’ถ
อสุ โภ พลพี ทฺโธ จ โคโณ โค วสโภ วโุ ส.

๔๙๕. คนเล้ยี งวัว ๓ : โคปาล, โคป, โคสงขฺ ฺย
เจา้ ของวัว ๒ : โคมนฺต,ุ โคมกิ
โคตวั ผ,ู้ ววั ตวั ผู้ ๖ : อุสภ, พลีพทธฺ (พลพี ทฺท), โคณ, โค, วสภ,

วุส

200 อภิธานัปปทปี ิกา

๔๙๖. วทุ โฺ ธ ชรคฺคโว โส’ถ ทมโฺ ม วจฉฺ ตโร สมา
ธรุ วาหี ตุ โธรยฺโห โควินฺโท’ธกิ โต คว.ํ

๔๙๖. โส (โค) โคนนั้ วุทฺโธ ตัวแกแ่ ล้ว ชรคคฺ โว ชอื่ ว่า ชรคฺคว
(โคแก่)

โคหนุ่ม ๒ : ทมฺม, วจฺฉตร
โคใชง้ าน ๒ : ธรุ วาหี, โธรยหฺ

อธิกโต บุคคลผูป้ กครอง(หัวหน้า) ควํ ซ่งึ ววั โควนิ ฺโท ชอ่ื วา่
โควนิ ทะ(ผู้ปกครองวัว)

๔๙๗. วโห จ ขนฺธเทโส’ถ กกุโธ กกุ วจุ ฺจเต
อโถ วิสาณํ สิงคฺ ญจฺ รตตฺ คาวี ตุ โรหณิ ี.

๔๙๗. ขนฺธเทโส บรเิ วณต้นคอ วโห ช่ือวา่ วห (ต้นคอโคทีใ่ สแ่ อก)

หนอกโค ๒ : กกธุ (กกทุ ), กกุ
เขาสตั ว์, เงย่ี ง ๒ : วิสาณ, สงิ ฺค
แม่โคแดง ๒ : รตตฺ คาว,ี โรหิณี

๔๙๘. คาวี จ สงิ ฺคินี โค จ วญฌฺ า ตุ กถยฺ เต วสา
นวปปฺ สตู กิ า เธนุ วจฺฉกามา ตุ วจฺฉลา.

๔๙๘. แม่โค ๓ : คาวี, สงิ ฺคนิ ี, โค

วญฺฌา แมโ่ คหมัน (ปณฑฺ เิ ตน) อันบัณฑิต กถฺยเต ยอ่ มกล่าว

ภกู ณั ฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : เวสสวรรค 201

วสา วา่ วสา [แม่โคหมนั ๒ : วญฺฌา, วสา]
นวปฺปสตู กิ า แมโ่ คท่เี พ่งิ คลอดลกู ใหม่ เธนุ ชอื่ วา่ เธนุ(แม่โคนม

โคแม่ลูกออ่ น)
วจฉฺ กามา แมโ่ คตัวรกั ลกู วจฉฺ ลา ชื่อวา่ วจฉฺ ลา(แมโ่ คทห่ี วงลกู )

๔๙๙. คคคฺ รี มนถฺ น’ี ตถฺ ี เทฺว สนทฺ านํ ทาม’มุจจฺ เต
โคมฬิ ฺโห โคมโย’นิตถฺ ี อโถ สปปฺ ิ ฆตํ ภเว.

๔๙๙. ภาชนะสำ� หรบั กวนนมให้เป็นเนย ๒ : คคคฺ รี, มนถฺ นี

เทฺว (สททฺ า) ศัพทท์ ัง้ หลาย ๒ ศพั ท์ อิตฺถี เป็นอิตถีลงิ ค์

เชอื กผูกวัว ๒ : สนทฺ าน, ทาม
โคมยั (มลู โค) ๒ : โคมฬิ หฺ , โคมย

(เทวฺ สททฺ า) ศพั ท์ ๒ ศัพท์ อนิตถฺ ี เป็นปงุ ลงิ ค์และนปุงสกลิงค์

เนยใส ๒ : สปปฺ ,ิ ฆต

๕๐๐. นวทุ ฺธฏํ ตุ โนนีตํ ทมิมณฺฑํ ตุ มตถฺ ุ จ,
ขรี ํ ททุ ธฺ ํ ปโย ถญฺญํ ตกฺกํ ตุ มถติ ’ํ ปฺย’ถ.

๕๐๐. เนยขน้ ๒ : นวุทธฺ ฏ, โนนตี
เนยเหลว ๒ : ทธิมณฺฑ, มตฺถุ
นำ้� นม ๔ : ขรี , ททุ ฺธ, ปย, ถญฺญ
เปรยี ง ๒ : ตกฺก, มถิต

202 อภิธานัปปทีปิกา

๕๐๑. ขีรํ ทธิ ฆตํ ตกฺกํ โนนีตํ ปญจฺ โครสา
อุรพฺโภ เมณฺฑเมสา จ อรุ โณ อวิ เอฬโก.

๕๐๑. อิเม สง่ิ เหล่าน้ี อิติ คอื ขรี ํ น�้ำนม ทธิ นมสม้ ฆตํ เนยใส
ตกกฺ ํ เปรียง โนนตี ํ และเนยข้น ปญฺจ โครสา ชอ่ื ว่า ปญฺจ โครส (เบญจโครส
๕ หมายถงึ น้ำ� ทไี่ ดจ้ ากโค ๕ ชนิด มีน�้ำนม เป็นต้น)

แกะ ๖ : อรุ พภฺ , เมณฑฺ , เมส, อรุ ณ, อวิ, เอฬก

๕๐๒. วสฺโส ตวฺ โช ฉคลโก โอฏฺโฐ ตุ กรโภ ภเว
คทรฺ โภ ตุ ขโร วุตฺโต อุรณี ตุ อช6ี 9 อชา.

๕๐๒. แพะ ๓ : วสสฺ (วสตฺ ), อช, ฉคลก
อฐู ๒ : โอฏฺฐ กรภ
ลา ๒ : คทฺรภ, ขร
แม่แกะ (๒) : อุรณ,ี (อว)ี
แม่แพะ ๒ : อชี, อชา

เวสสฺ วคโฺ ค
เวสสวรรค
อติ ิ จบ

69 บางฉบับเปน็ ปาฐะว่า “อวี อชา” ซง่ึ ในกรณที ่ีเปน็ เชน่ นี้ใหแ้ ปล “อว”ี ว่า แม่แกะ ซึ่งก็จะไดแ้ ม่แกะ ๒ ศพั ท์
คือ อุรณี กบั อวี แต่ส�ำหรบั ในนิสสยะเล่มนเี้ ลอื กเอา “อชี อชา” จงึ ไดแ้ ม่แพะ ๒ ค�ำ โดยอาศยั ปาฐะท่ีมาใน
ชาดก (๒/๒๙๒) ที่วา่ อชยิ า ปาทโมลมฺพ มิตตฺ โก วิย โสจติ และปาฐะที่มาในอัฏฐกถาธัมมบท (๑/๑๑๓) ที่วา่
ขีรํ ปายนตฺ ึ อชึ ทสิ วฺ า.

๒.
ภูกัณฑ์

๔. จตุพพัณณวรรค

๔.๔ สทุ ทวรรค

204 อภิธานปั ปทปี กิ า

๕๐๓. สุทฺโท’นฺตวณฺโณ วสโล สกํ ิณฺณา มาคธาทโย
มาคโธ สทุ ฺทขตตฺ าโช อุคฺโค สทุ ทฺ าย ขตฺตโช.

๕๐๓. คนตระกลู ศูทร ๓ : สทุ ทฺ , อนตฺ วณณฺ , วสล

มาคธาทโยคนตระกูล มาคธะ เปน็ ต้น สกํ ิณณฺ า เปน็ ตระกลู ผสม,
สุททฺ ขตฺตาโช ลูกทเี่ กดิ จากหญิงตระกูลกษตั ริยก์ ับชายตระกลู ศทู ร มาคโธ
ชอ่ื วา่ มาคธ, สทุ ทฺ าย ขตตฺ โช ลกู ทเ่ี กดิ จากหญิงตระกลู ศูทรกบั ชายตระกูล
กษตั รยิ ์ อคุ โฺ ค ชอ่ื วา่ อุคคฺ

๕๐๔. ทฺวิชาขตฺติยโช สูโต การุ ตุ สิปฺปิโก ปุเม
สงฆฺ าโต ตุ สชาตนี ํ เตสํ เสณี ทวฺ ิส’ุ จฺจเต.

๕๐๔. ทฺวชิ าขตตฺ ิยโช ลูกทเ่ี กิดจากหญิงตระกูลพราหมณก์ บั ชาย
ตระกลู กษตั รยิ ์ สโู ต ชอ่ื วา่ สูต

นายชา่ ง ๒ : การุ, สิปปฺ ิก

(ทวฺ ยํ) ศัพทท์ ้ังสอง (วตฺตติ) ยอ่ มเปน็ ไป ปุเม ในปงุ ลิงค์
สงฆฺ าโต หมู่ เตสํ (สิปฺปกิ านํ) แหง่ นายชา่ งทง้ั หลายเหลา่ นนั้
สชาตีนํ ผมู้ ีตระกูลเสมอกนั (ปณฑฺ ิเตน) อนั บณั ฑติ อจุ ฺจเต ย่อมเรียก เสณี
วา่ เสณี, (เสณี) เสณี ศัพท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป ทวฺ ีสุ ในปงุ ลิงคแ์ ละอติ ถลี งิ ค์

๕๐๕. ตจฉฺ โก ตนฺตวาโย จ รชโก จ นหาปโิ ต
ปญฺจโม จมฺมกาโรต ิ การโว ปญฺจิ’เม สิย.ุ

๕๐๕. อิเม ปญจฺ (ชนา) บุคคล ๕ จ�ำพวกเหล่านี้ อติ ิ คือ ตจฺฉโก

ภกู ณั ฑ์ : จตุพพณั ณวรรค : สุททวรรค 205

ชา่ งไม้ ตนฺตวาโย ชา่ งหูก รชโก ชา่ งยอ้ ม นหาปิโต ช่างกลั บก(ช่างแตง่ ทรง
ผม) จมมฺ กาโร และช่างหนงั (ช่างท�ำรองเทา้ ) ปญฺจโม ซง่ึ เปน็ ที่ ๕ การโว
ชื่อวา่ การ(ุ ชา่ ง)

๕๐๖. ตจฉฺ โก วฑฺฒกี มโต ปลคณฺโฑ ถปตยฺ ’ปิ
รถกาโร’ถ สวุ ณณฺ - กาโร นาฬินฺธโม ภเว.

๕๐๖. ชา่ งไม้ ๕ : ตจฺฉก, วฑฒฺ ก,ี ปลคณฑฺ , ถปต,ิ รถการ
ช่างทอง ๒ : สุวณฺณการ, นาฬินธฺ ม

๕๐๗. ตนตฺ วาโย เปสกาโร มาลากาโร ตุ มาลโิ ก
กมุ ฺภกาโร กุลาโล’ถ ตุนฺนวาโย จ สูจิโก.

๕๐๗. ช่างหูก ๒ : ตนฺตวาย, เปสการ
ชา่ งดอกไม้ ๒ : มาลาการ, มาลกิ
ชา่ งหม้อ ๒ : กมุ ภฺ การ, กุลาล
ช่างชนุ , ช่างเย็บ ๒ : ตนุ นฺ วาย, สจู กิ

๕๐๘. จมฺมกาโร รถกาโร กปปฺ โก ตุ นหาปโิ ต
รงฺคาชีโว จิตตฺ กาโร ปกุ ฺกุโส ปปุ ผฺ ฉฑฑฺ โก.

๕๐๘. ช่างหนัง ๒ : จมมฺ การ, รถการ
ชา่ งกัลบก ๒ : กปปฺ ก, นหาปิต

206 อภิธานัปปทปี กิ า

จิตรกร, ชา่ งเขียน ๒ : รงคฺ าชีว, จติ ตฺ การ
คนทิ้งดอกไม้ (คนทิง้ อุจจาระ) ๒ : ปกุ กฺ สุ , ปุปผฺ ฉฑฺฑก

๕๐๙. เวโน วิลีวกาโร จ นฬกาโร สมา ตโย
จนุ ทฺ กาโร ภมกาโร กมมฺ าโร โลหการโก.

๕๐๙. ชา่ งสาน ๓ : เวน, วิลีวการ, นฬการ

ตโย (สททฺ า) ศัพทท์ ั้ง ๓ สมา มีอรรถเหมอื นกัน

ชา่ งกลึง ๒ : จุนทฺ การ, ภมการ
ช่างเหล็ก ๒ : กมมฺ าร, โลหการก

๕๑๐. นินฺเนชโก จ รชโก เนตฺติโก อทุ หารโก
วีณาวาที เวณโิ ก’ถ อสุ กุ าโร’สวุ ฑฺฒกี.

๕๑๐. ชา่ งย้อม ๒ : นินฺเนชก, รชก
นักชลประทาน(ผนู้ ำ� น้�ำไปดว้ ยเหมือง) ๒ : เนตฺติก, อุทหารก
นกั ดดี พิณ ๒ : วีณาวาท,ี เวณิก
ช่างศร ๒ : อุสกุ าร, อุสุวฑฒฺ กี

ภูกณั ฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : สุททวรรค 207

๕๑๑. เวณธุ โม เวณวิโก ปาณิวาโท ตุ ปาณิโฆ
ปูปิโย ปปู ปณโิ ย โสณฺฑิโก มชชฺ วกิ ฺกยี.

๕๑๑. คนเป่าขลุ่ย ๒ : เวณธุ ม, เวณวิก
คนปรบมือ ๒ : ปาณิวาท, ปาณฆิ
คนขายขนม ๒ : ปูปิย, ปูปปณิย
คนขายเหล้า ๒ : โสณฺฑกิ , มชฺชวกิ ฺกยี

๕๑๒. มายา ตุ สมฺพรี มายา กาโร ตุ อนิ ฺทชาลโิ ก
๕๑๓. โอรพฺภกิ า สูกริกา มาควกิ า เต จ สากุณิกา
หนฺตฺวา ชีวนเฺ ต’ฬกสกู ร- มิคปกขฺ โิ น กมโต.

๕๑๒. - ๕๑๓ มายากล ๒ : มายา, สมพฺ รี
นกั มายากล ๒ : มายาการ, อินฺทชาลกิ

เย ชนา บุคคลทัง้ หลายเหล่าใด ชวี นฺติ ย่อมเล้ียงชพี หนตฺ ฺวา
โดยฆา่ เอฬกสกู รมิคปกฺขโิ น ซึ่งแกะ หมู เนือ้ และนก, เต (ชนา) บุคคลเหล่า
น้ัน โอรพฺภิกา ช่อื วา่ โอรพฺภกิ (คนฆ่าแกะ) สูกรกิ า ช่ือวา่ สูกรกิ (คนฆา่ หม)ู
มาควิกา ชอื่ วา่ มาควกิ (พรานเน้อื ) สากณุ ิกา ชอื่ วา่ สากุณิก(พรานนก) กมโต
ตามลำ� ดับ

208 อภธิ านปั ปทปี ิกา

๕๑๔. วาครุ ิโก ชาลิโก’ถ ภารวาโห ตุ ภาริโก
เวตนิโก ตุ ภตโก กมฺมกโร’ถ กึ กโร
ทาโส จ เจฏโก เปสโฺ ส ภจโฺ จ จ ปริจาริโก.

๕๑๔. คนดักข่าย ๒ : วาครุ ิก(วาครกิ ), ชาลิก
คนแบกหาม ๒ : ภารวาห, ภารกิ
ลูกจ้าง ๓ : เวตนกิ , ภตก, กมมฺ กร(กมมฺ การ)
ทาส ๖ : กกึ ร, ทาส, เจฏก, เปสฺส, ภจฺจ, ปรจิ าริก

๕๑๕. อนโฺ ตชาโต ธนกฺกีโต ทาสพฺโย’ปคโต สยํ
ทาสา กรมรานโี ต’ จเฺ จวํ เต จตุธา สยิ ุ.

๕๑๕. เต ทาสา ทาสทั้งหลายเหล่านนั้ สยิ ุ มอี ยู่ จตธุ า ๔ ประเภท
อิจฺเจวํ อย่างนคี้ ือ อนฺโตชาโต ทาสเกิดในเรือน ธนกฺกีโต ทาสทซ่ี อื้ มาดว้ ยเงิน
สยํ ทาสพฺโยปคโต ทาสท่ยี อมตัวเข้าไปเป็นทาสเอง กรมรานโี ต และทาสเชลย

๕๑๖. อทาโส ตุ ภุชิสฺโส’ถ นีโจ ชมโฺ ม นหิ นี โก
นิกฺโกสชฺโช อกลิ าส ุ มนฺโท ตุ อลโส’ปฺย’ถ.

๕๑๖. อทาโส บุคคลผ้ไู ม่ใชท่ าส ภชุ สิ ฺโส ช่ือวา่ ภุชิสสฺ (คนทีไ่ ด้รบั
อสิ รภาพจากการเปน็ ทาส)

คนเลว ๓ : นีจ, ชมมฺ , นิหนี ก(นิหนี )
คนขยัน ๒ : นิกโฺ กสชชฺ , อกิลาสุ
คนเกียจครา้ น ๒ : มนทฺ , อลส

ภูกัณฑ์ : จตพุ พัณณวรรค : สุททวรรค 209

๕๑๗. สปาโก เจว จณฑฺ าโล มาตงฺโค สปโจ ภเว
ตพฺเภทา มิลกขฺ ชาตี กริ าตสวราทโย.

๕๑๗. คนจัณฑาล ๔ : สปาก, จณฑฺ าล, มาตงฺค, สปจ

มลิ กขฺ ชาตu ตระกูลของคนป่าเถื่อนทัง้ หลาย กิราตสวราทโย มี
กิราตและสวร เป็นต้น ตพฺเภทา เปน็ ประเภทพเิ ศษของจัณฑาลนนั้ [ด้วยอาทิ
ศพั ทร์ วมเอา วาชิก คนป่าเถื่อน]

๕๑๘. เนสาโท ลุทฺทโก พฺยาโธ มิคโว ตุ มิคพฺยโธ
สารเมยฺโย จ สุนโข สุโน โสโณ จ กุกกฺ โุ ร.

๕๑๙. สวฺ าโน สุวาโน สาฬูโร สโู น สาโน จ สา ปเุ ม
อมุ มฺ ตฺตาทติ ’มาปนฺโน อฬกฺโกติ สโุ น มโต.

๕๑๘ - ๕๑๙. นายพราน ๓ : เนสารท, ลทุ ฺทก, พฺยาธ
พรานเน้อื ๒ : มิคว, มคิ พฺยธ
สุนขั ๑๑ : สารเมยฺย, สนุ ข, สนุ , โสณ, กุกกฺ ุร, สฺวาน, สุวาน,

สาฬูร, สนู , สาน, สา
(สา) สา ศัพท์ (วตฺตติ) ย่อมเปน็ ไป ปเุ ม ในปงุ ลงิ ค์
สุโน สนุ ัข อาปนโฺ น ท่ถี ึง อมุ มฺ ตฺตาทิตํ ซ่ึงความเป็นบ้า เปน็ ต้น

(ปณฑฺ ิเตน) อนั บณั ฑิต มโต พึงทราบ อฬกโฺ กติ ว่า อฬกฺก(หมาบา้ เปน็ ต้น)
[บางฉบบั เปน็ “อลกกฺ ”]

210 อภิธานปั ปทปี กิ า

๕๒๐. สาพนฺธนํ ตุ คททฺ ูโล ทปี โก ตุ จ เจตโก
พนฺธนํ คณฐฺ ิ ปาโส’ถ วาคุรา มคิ พนฺธน.ี

๕๒๐. สาพนธฺ นํ เครอื่ งผกู ซ่งึ สุนัข คทฺทโู ล ชอื่ ว่า คททฺ ูล(เชอื กหนงั
ล่ามท่ีคอสนุ ัข)

สัตว์ต่อ(เชน่ นกตอ่ ) ๒ : ทีปก, เจตก(โอกฺก, โอกกจร)
บ่วง, แร้ว, จั่น, กับดัก ๒ : พนธฺ นคณฐฺ ิ, ปาส70
บว่ งดักสตั ว,์ ข่าย ๒ : วาครุ า(วากรา), มคิ พนฺธนี

อานโย ชาล’มุจฺจเต
๕๒๑. ถิยํ กเุ วณี กมุ ีนํ สูนา ตุ อธิโกฏฏฺ นํ.
อาฆาตนํ วธฏฺฐานํ

๕๒๑. ไซ, ลอบ ๒ : กุเวณี, กุมนี

(กุเวณี) กุเวณี ศัพท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเป็นไป ถิยํ เปน็ ไปในอติ ถลี งิ ค์

แห, อวน ๒ : อานย, ชาล
โรงฆา่ สตั ว์ ๒ : อาฆาตน, วธฏฐฺ าน
เขยี ง ๒ : สูนา, อธโิ กฏฏฺ น



70 ในคมั ภรี ฎ์ กี าแบง่ ไวพจน์ออกเปน็ ๓ ศพั ท์ คือ พนธฺ น, คณฐฺ ,ิ ปาส

ภกู ณั ฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : สุททวรรค 211

๕๒๒. ตกกฺ โร โมสโก โจโร เถเน’กาคารโิ ก สมา
เถยยฺ ญจฺ โจรกิ า โมโส เวโม วายนทณฺฑโก.

๕๒๒. โจร, ขโมย ๕ : ตกฺกร, โมสก, โจร, เถน, เอกาคาริก
การลักขโมย ๓ : เถยยฺ , โจรกิ า, โมส
กระสวยทอหูก ๒ : เวม, วายนทณฺฑก

๕๒๓. สุตตฺ ํ ตนฺตุ ปุเม ตนฺตํ โปตฺถํ เลปยฺ าทิกมฺมนิ
ปญจฺ าลิกา โปตถฺ ลิกา วตฺถทนฺตาทินิมฺมติ า.

๕๒๓. เส้นด้าย ๓ : สตุ ฺต, ตนฺตุ, ตนฺต

(ตนฺตุ) ตนฺตุ ศัพท์ (วตตฺ ติ) ย่อมเป็นไป ปุเม ในปงุ ลงิ ค์
โปตถฺ ํ โปตฺถ ศัพท์ (วตตฺ ต)ิ ยอ่ มเปน็ ไป เลปยฺ าทิกมฺมนิ ในการกระ
ท�ำซ่ึงรปู ป้นั ด้วยดนิ เหนียวเป็นตน้ (อาทิศพั ทร์ วมเอารปู ท่ที �ำด้วยไม)้ วตฺถทน-ฺ
ตาทินิมมฺ ิตา รปู ท้งั หลายท่ีทา่ นกระทำ� ดว้ ยผา้ และงาชา้ ง เปน็ ตน้ ปญฺจาลกิ า
ช่ือวา่ ปญจฺ าลกิ า โปตถฺ ลิกา ช่ือวา่ โปตถลิกา [ตกุ๊ ตา ๒ = ปญฺจาลกิ า,
โปตฺถลิกา]

กปู มพฺ ุพพฺ าหนํ ภเว
๕๒๔. อุคฺฆาฏนํ ฆฏียนฺตํ ตวฺ ’ิ ตถฺ ยิ ํ ปจฺฉิ เปฏโก.
มญชฺ ูสา เปฬา ปิฏโก สกิ กฺ า ตฺว’ตฺรา’วลมพฺ นํ
๕๒๕. พยฺ าภงคฺ ี ตฺว’ิ ตถฺ ยิ ํ กาโช ตพเฺ ภทา ปาทกุ า’ทยฺ ’ถ.
อุปาหโน วา ปาท’ุ ตถฺ ี

212 อภิธานัปปทีปิกา

๕๒๔ - ๕๒๕ กปู มฺพพุ ฺพาหนํ เครอ่ื งตักน�ำ้ จากบ่อ อุคฆฺ าฏนํ ชือ่ ว่า
อุคฆฺ าฏน ฆฏยี นตฺ ํ ชือ่ ว่า ฆฏียนฺต [คันโพงตกั น้ำ� ๒ : อคุ ฆฺ าฏน, ฆฏียนตฺ ]

หบี ไม้ ๒ : มญฺชสู า, เปฬา(เปฏา)
ตะกรา้ , กระบงุ , กระเช้า ๓ : ปิฏก, ปจฉฺ ,ิ เปฏก

(ปจฺฉิ) ปจฉฺ ิ ศัพท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเป็นไป อติ ถฺ ิยํ ในอติ ถีลิงค์

ไมค้ าน ๒ : พยฺ าภงฺค,ี กาช(กาจ, วชิ )

(พยาภงฺค)ี พยฺ าภงฺคี ศัพท์ (วตฺตติ) ยอ่ มเป็นไป อติ ถฺ ยิ ํ ในอิตถีลงิ ค์
อวลมฺพนํ เชือกและหวายท่ีท่านแขวนไว้ อตฺร (กาเช) ที่ไม้คานนน้ั
สิกกฺ า ช่ือว่า สกิ กฺ า(สาแหรก)

รองเท้า ๒ : อุปาหน, ปาทุ

(อปุ าหโน) อปุ าหน ศพั ท์ วา เปน็ ปงุ ลงิ ค์บ้าง นปงุ สกลงิ ค์บ้าง
(ปาทุ) ปาทุ ศัพท์ อติ ฺถี เปน็ อิตถีลงิ ค์

ปาทกุ าที เขียงเท้า ถงุ เท้า เปน็ ตน้ ตพเฺ ภทา เปน็ ชนดิ ของรองเท้า

๕๒๖. วรตตฺ า วทฺธกิ า นทธฺ ี ภสฺตา จมมฺ ปสิพฺพกํ
โสณฺณาทฺยาวตฺตนี มสู า ’ ถ กฏู ํ วา อโยฆโน.

๕๒๖. เชือกหนงั ๓ : วรตตฺ า, วทธฺ ิกา, นทฺธี
ถงุ หนงั , กระเปา๋ หนงั ๒ : ภสตฺ า, จมฺมปสพิ ฺพก(จมมฺ ปเสวิกา)

โสณณฺ าทฺยาวตฺตนี ภาชนะแม่พมิ พส์ �ำหรับหลอมทองคำ� เป็นต้น
มสู า ช่ือวา่ มสู า(เบา้ )

พะเนินเหล็ก, ค้อนปอนด์ ๒ : กูฏ, อโยฆน, (ทฺวย)ํ ศัพท์ทั้ง ๒

วา เปน็ ปุงลงิ คบ์ ้าง นปุงสกลงิ ค์บ้าง

ภูกณั ฑ์ : จตุพพัณณวรรค : สทุ ทวรรค 213

๕๒๗. กมฺมารภณฺฑา สณฺฑาโส มุฏฐฺ ฺยา’ธกิ รณี’ตถฺ ิยํ
ตพฺภสฺตา คคฺครี นาร ี สตตฺ ํ ตุ ปปิ ฺผลํ ภเว.

๕๒๗. สณฺฑาโส คีม มฏุ ฐฺ ิ ค้อนเหล็ก อธกิ รณี ทัง่ (แทน่ เหล็กใช้
รองในการตโี ลหะ)
(ทฺวย)ํ มุฏฺฐิ และ อธิกรณี ศัพท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเป็นไป อติ ฺถยิ ํ
ในอติ ถลี งิ ค์ อเิ ม วตั ถุเหล่าน้ี กมมฺ ารภณฺฑา เป็นเครื่องมอื ของชา่ งเหลก็

ตพฺภสตฺ า ถงุ หนงั ของชา่ งเหล็กน้นั คคฺครี ชือ่ ว่า คคฺ ครี(ถุงหนงั
ส�ำหรับสูบลม) (คคฺคร)ี คคฺครี ศพั ท์ นารี เป็นอติ ถลี ิงค์

สตฺถํ มดี ตดั (ของช่างเหลก็ นั้น) ปิปฺผลํ ชือ่ วา่ ปิปฺผล(กรรไกรตดั
เหล็ก)

๕๒๘. สาโณ ตุ นิกโส วุตฺโต อารา ตุ สูจิวิชฌฺ นํ
ขโร จ กกโจ’นิตฺถ ี สิปฺปํ กมมฺ ํ กลาทกิ ํ.

๕๒๘. หนิ ฝนทอง ๒ : สาณ, นิกส

(สทฺทสมูโห) หมศู่ ัพท์ทงั้ ๒ น้ี (ปณฑฺ ิเตน) อนั บัณฑติ วตุ โฺ ต
กลา่ วแล้ววา่ มีอรรถเหมือนกัน

เหล็กแหลม, ชะแลง ๒ : อารา, สูจวิ ชิ ฺฌน
เลอื่ ย ๒ : ขร, กกจ

(กกโจ) กกจ ศพั ท์ อนติ ฺถี เปน็ ปงุ ลิงค์และนปงุ สกลงิ ค์
กมฺมํ กายกรรมและการแสดง กลาทิกํ มีกลา เป็นต้น [ศลิ ปะการ
แสดงอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง มกี ารแสดงทา่ ทางภายนอก ๖๔ อยา่ ง มกี ารฟ้อนร�ำ
และการบรรเลง เปน็ ต้น และการแสดงท่าทางภายใน ๖๔ อย่าง มีการสวมกอด

214 อภิธานปั ปทปี ิกา

การหอมแกม้ เปน็ ต้น ที่กลา่ วไว้คมั ภรี ์วัจฉายนะ สปิ ฺปํ ชื่อวา่ สิปฺป(ศลิ ปะการ
7แ1สดคอืงก)า71รงานอาชีพ เป็นงานชา่ งฝมี ือ [ซึ่งต่างจาก วชิ ชฺ า ท่ีเปน็ ความรทู้ ีอ่ าศัยวาจา บางแหง่ ระบุวา่ วิชชฺ ามี ๑๘
บางแห่งระบวุ ่ามี ๑๒ ] น้ันไดแ้ ก่
กลา ๖๔
[๑] นจฺจ ศลิ ปะการฟอ้ นรำ� ทป่ี ระกอบกบั หาวะและภาวะ เป็นตน้
[๒] วาทน ศลิ ปะการบรรเลงดุริยางค์ชนิดตา่ งๆ
[๓] วตถฺ าลงกฺ ารสนฺธาน ศิลปะการนงุ่ ห่มและประดบั ตกแตง่ ใหเ้ หมาะสมเขา้ กบั บคุ ลกิ
ของแต่ละคน
[๔] อเนกรปู าวิภากรณ ศิลปะการท�ำให้เกดิ สีสนั รปู ทรงสัณฐานชนดิ ตา่ งๆ
[๕] เสยฺยตถฺ รณาทสิ โํ ยคปปุ ผฺ าทิคนถฺ น ศลิ ปะการจัดปเู ตียง-ทน่ี อน-และทน่ี ัง่ เปน็ ตน้ ใหส้ วยงามและอยู่
ในตำ� แหนง่ ทีเ่ หมาะสม รวมถงึ ศลิ ปะการร้อยเรยี งดอกไม้เปน็
พวงมาลยั
[๖] ชตู าทฺยเนกกีฬารญชฺ น ศิลปะการให้ความบนั เทงิ แก่มหาชนดว้ ยการละเล่นมีการเล่น
สะกา เป็นตน้
[๗] อเนกาสนสนธฺ านรติชานน ศิลปะการเรียนรู้ถงึ วธิ กี ารเพลิดเพลนิ ในกามคุณโดยสถานท่ีและ
วธิ กี ารตา่ งๆ
[ศิลปะ ๗ ประการขา้ งตน้ น้ีมาจากคนั ธัพพเพทปกรณ]์
[๘] มชฺชาสวาทกิ รณ ศิลปะการทำ� สุราและเมรัย
[๙] สลลฺ หรณวณวชิ ฌฺ น ศิลปะการถอนลกู ศร บง่ หนามและการผ่าตดั แผล
[๑๐] อนนฺ าทิปจน ศลิ ปะการทำ� อาหาร
[๑๑] พีชาโรปปาลนาทกิ รณ ศลิ ปะการเกษตรมกี ารเพาะชำ� เมลด็ พนั ธ์,ุ ตน้ กล้า และการบำ� รงุ
รกั ษาเปน็ ต้น
[๑๒] ปาสาณธาตฺวาทิวทิ ารณภสฺมกี รณ ศิลปะการผา่ หินและแรธ่ าตุตา่ งๆ มี ทองคำ� เปน็ ต้นและศลิ ปะ
การทำ� แร่เหลา่ น้นั ให้เปน็ เถ้าถา่ น
[๑๓] อุจฉฺ วุ ิการกรณ ศิลปะการท�ำนำ้� ตาล น้�ำออ้ ย
[๑๔] ธาโตสธิสโํ ยคาทกิ รฺ ิยา ศลิ ปะการปรุงธาตแุ ละยา เปน็ ตน้
[๑๕] ธาตุสโํ ยคาทวิ ิภากรณ ศลิ ปะการผสมธาตตุ ่างๆ
[๑๖] ธาตวฺ าทสิ โํ ยคปุพพฺ วิญญฺ าณ ศิลปะการศึกษาวิจัยวิธีการผสมธาตุ เปน็ ต้น
[๑๗] ขารนกิ ฺกาสน ศลิ ปะการสกัดด่างเกลอื และสบู่ เปน็ ตน้ ออกจากวัตถดุ ิบ
[ศลิ ปะ ๑๐ ประการนี้ (๘- ๑๗) นีม้ าจากคัมภรี ์อายุรเวท]
[๑๘] สตถฺ สนฺธานวิกเฺ ขป ศลิ ปะการฝกึ ใชอ้ าวธุ
[๑๙] มลลฺ ยุทฺธ ศลิ ปะการปล�้ำมวย
[๒๐] พาหุยทุ ธฺ ศลิ ปะการชกมวย
[๒๑] ปติกฺริยา ศลิ ปะการเอาตวั รอดจากเง้อื มมอื ศัตรู

ภูกัณฑ์ : จตพุ พณั ณวรรค : สุททวรรค

[๒๒] พยฺ ูหรจนาทกิ รณ ศลิ ปะการจัดทัพและยุทธวธิ กี ารใช้อาวุธ
[ศิลปะ ๕ (๑๘-๒๒) นี้ มาจากคมั ภีรธ์ นพุ เพท]
[๒๓] เทวตาโตสน วชิ าว่าด้วยการเปน็ อยทู่ ี่กอ่ ให้เกดิ ความพงึ พอใจแกท่ วยเทพ
[๒๔] สารถยฺ หตถฺ ิอสสฺ คติสิกฺขา วิชาวา่ ด้วยการขับรถ- ขี่ชา้ ง - ขีม่ ้า
[๒๕] มตตฺ กิ าภณฺฑสํกรฺ ิยา วิชาวา่ ด้วยการปั้นหมอ้
[๒๖] กฏฐฺ ภณฺฑสํกฺรยิ า วิชาว่าด้วยการทำ� ไม้แปรรูป
[๒๗] ปาสาณภณฺฑสกํ รฺ ยิ า วชิ าวา่ ดว้ ยการแกะสลักหิน
[๒๘] ธาตุภณฑฺ สกํ ฺริยา วิชาวา่ ด้วยการแปรรูปโลหะ
[๒๙] จติ ตฺ าทฺยาเลขน ํ วชิ าว่าด้วยการเขยี นภาพจิตรกรรม
[๓๐] ตฬากวาปปี าสทสมภูมกิ ฺริยา วิชาว่าด้วยการปรบั สภาพพ้ืนผวิ ดนิ ใหเ้ รียบเสมอในการขดุ บอ่ น�้ำ
สระนำ้� คนู �ำ้ เปน็ ต้น
[๓๑] ยนตฺ ฺกรณ วชิ าว่าด้วยการประดิษฐน์ าฬกิ าและดรุ ยิ างค์
[๓๒] วณณฺ รญชฺ น วชิ าวา่ ดว้ ยการยอ้ มผา้ สตี า่ งๆ
[๓๓] ชลวายฺวคคฺ ิสโํ ยคนิโรธกรฺ ิยา วชิ าว่าด้วยการควบคมุ น้�ำ-ลม-ไฟ
[๓๔] ยานกรณ วชิ าวา่ ด้วยการท�ำยานพาหนะ
[๓๕] สุตตฺ าทริ ชฺชกุ รณวญิ ฺญาณ วิชาวา่ ดว้ ยการปนั่ ดา้ ย เป็นต้น
[๓๖] วตฺถวายน วชิ าว่าดว้ ยการทอผา้
[๓๗] รตนเวธาทิสนตฺ าสนตฺ ญฺญาณ วิชาวา่ ดว้ ยการทำ� นาย
[๓๘] สวุ ณฺณาทิยถายถวญิ ฺญาณ วิชาว่าด้วยการตรวจสอบแร่ต่างๆ มีทองค�ำ เปน็ ตน้
[๓๙] กิตตฺ ิมสุวณณฺ รตนาทิกรฺ ยิ าวญิ ญฺ าณ วชิ าวา่ ด้วยการผลิตอัญมณเี ทยี ม มี ทองค�ำ เปน็ ตน้
[๔๐] สุวณณฺ าทฺยลงฺการกฺรยิ า วิชาชา่ งทอง
[๔๑] เลปาทสิ กํ ฺริยา วิชาชา่ งปูน (ชา่ งก่อสร้าง)
[๔๒] จมมฺ มททฺ วาทิกรฺ ิยา วิชาวา่ ด้วยการฟอกหนงั
[๔๓] ปสุจมฺมงคฺ นีหารกฺริยา วชิ าว่าดว้ ยการถลกหนงั สตั ว์
[๔๔] ททุ ฺธโทหาทิวิญฺญาณ วิชาว่าดว้ ยกรรมวธิ กี ารทำ� ผลติ ภณั ฑน์ ม
[๔๕] กญจฺ ุกาทิสีวน วิชาวา่ ด้วยการเย็บเส้อื เกราะ
[๔๖] ชลตภน วิชาว่าดว้ ยการว่ายน้�ำ
[๔๗] เคหภณฺฑาทิมชฺชน วชิ าว่าด้วยการขดั เงาเครือ่ งใช้ภายในเรือน
[๔๘] วตฺถสมฺมชฺชน วิชาว่าดว้ ยการยอ้ มผา้
[๔๙] ขุรกมฺม วิชาช่างกัลบก
[๕๐] ตลิ มสํ าทสิ ิเนหนกิ ฺกาสน วชิ าว่าดว้ ยการสกดั นำ้� มันพืชและน้�ำมันสตั ว์ เปน็ ตน้
[๕๑] สรี าทยฺ ากสสฺ น วิชากสิกรรม
[๕๒] รุกฺขาโรหณ วิชาวา่ ด้วยการปีนตน้ ไม้
[๕๓] มโนนุกลู เสวากรณ วชิ าว่าดว้ ยการรับใช้เจ้านาย
[

216 อภธิ านปั ปทปี กิ า

๕๒๙. ปฏิมา ปฏิพิมพฺ ญจฺ พิมฺโพ ปฏนิ ธิ ’ี ริโต
ตีสุ สโม ปฏิภาโค สนฺนกิ าโส สรกิ ขฺ โก.

๕๓๐. สมาโน สทิโส ตลุ โฺ ย สงกฺ าโส สนฺนโิ ภ นโิ ภ
โอปมมฺ ’มุปมานํ จ’ุ ปมา ภติ ตุ นาริย.ํ

๕๓๑. นิพฺเพโส เวตนํ มูลยฺ ํ ชตู ํ ตฺว’นติ ถฺ ิ เกตวํ
ธตุ โฺ ต’กฺขธุตฺโต กิตโว ชตู การ’กฺขเทวโิ น.

๕๒๙ - ๕๓๑. รปู เหมือน, ตกุ๊ ตา ๔ : ปฏมิ า, ปฏพิ มิ พฺ , พมิ พฺ ,

ปฏินิธิ (สทฺทสมโู ห) กลมุ่ ศพั ท์ทั้ง ๔ น้ี (ปณฑฺ เิ ตห)ิ อนั บัณฑิต อีริโต กล่าวว่า

มีอรรถเหมอื นกนั

เสมอ, เหมือนกนั ๑๐ : สม, ปฏภิ าค, สนฺนิกาส, สริกขฺ ก, สมาน,

สทสิ , ตลุ ยฺ , สงฺกาส, สนนฺ ิภ, นภิ

๕๔] เวณุติณาทปิ ตฺตกรณ วิชาว่าดว้ ยการสานภาชนะดว้ ยวัสดตุ า่ งๆมี ไมไ้ ผ่และตน้ หญ้า
เปน็ ตน้
[๕๕] กาจปตฺตาทิกรณ วชิ าวา่ ด้วยการทำ� ภาชนะด้วยแก้วผลกึ เป็นตน้
[๕๖] ชลสเํ สจนสํหรณ วิชาวา่ ด้วยการจดั การน�้ำ
[๕๗] โลหาภิสารสตฺถกรณ วิชาวา่ ดว้ ยการใช้เหล็กไรส้ นิม(เหลก็ สแตนเลส)ทำ� อาวธุ
[๕๘] หตถฺ ิอสฺสาทปิ ฏิ ฐฺ ตกฺ รณกรฺ ยิ า วิชาว่าดว้ ยการทำ� เสลีย่ งบนหลงั ช้างและอานน่ังบนหลังม้า
[๕๙] สุภิสรํ กขฺ ณธารณาทกิ รฺ ิยา วิชาวา่ ด้วยการดูแลคุม้ ครองเด็กเล็ก เปน็ ตน้
[๖๐] อปราธติ าฬญญฺ าณ วชิ าวา่ ดว้ ยการลงโทษทณั ฑ์แกค่ นท่ีทำ� ผิด
[๖๑] นานาเทสยิ วณฺณเลขน วิชาว่าด้วยการเขียนอักษรของนานาประเทศ
[๖๒] ตมพฺ ลู รกขฺ าทกิ ฺรยิ า วชิ าว่าดว้ ยการเสกเป่า
[๖๓] อาทานคุณ คุณคอื การทำ� ช้าๆตามความเหมาะสมในกลาท้งั ๖๔ น้ัน
[๖๔] ปตทิ านคุณ คุณคอื การท�ำอยา่ งรวดเร็วในกลาทง้ั ๖๔ นน้ั

ภกู ณั ฑ์ : จตุพพณั ณวรรค : สุททวรรค 217

(สพพฺ ํ) ศพั ท์ทั้งหมดนี้ (วตฺตติ) ย่อมเป็นไป ตีสุ ในลงิ ค์ทง้ั ๓

การอุปมา, เปรยี บเทียบ ๓ : โอปมมฺ , อุปมาน, อุปมา
ค่าจา้ ง, เงินเดือน ๔ : ภต,ิ นิพฺเพส, เวตน, มูลฺย

(ภต)ิ ภติ ศพั ท์ (วตฺตติ) ย่อมเปน็ ไป นาริยํ ในอติ ถีลิงค์

การเล่นสกา, การพนัน ๒ : ชตุ , เกตว

(ชตู )ํ ชตู ศพั ท์ อนิตฺถี เป็นปงุ ลิงค์และนปุงสกลิงค์

นักเลน่ สกา, นักพนนั ๕ : ธตุ ตฺ , อกฺขธตุ ตฺ , กติ ว, ชตู การ,

อกขฺ เทวี

๕๓๒. ปาฏิโภโค ตุ ปฏิภู อกโฺ ข ตุ ปาสโก ภเว
ปุเม วา’ฏฐฺ ปทํ สาริ- ผลเก’ถปโณ’พภฺ โุ ต.

๕๓๒. ผูค้ ำ้� ประกัน, เจ้ามือ ๒ : ปาฏโิ ภค(ปาตโิ ภค), ปฏภิ ู
ลกู บาสก,์ ลูกเตา๋ ๒ : อกขฺ , ปาสก

อฏฺฐปทํ อฏฐฺ ปท ศพั ท์ (วตฺตต)ิ ย่อมเป็นไป สารผิ ลเก ในกระดาน
สำ� หรบั เลน่ สกา (กระดานหมากรุก)

(อฏฺฐปทํ) อฏฺฐปท ศพั ท์ (วตฺตต)ิ ยอ่ มเป็นไป วา ปเุ ม ในปุงลงิ ค์
บ้าง

สง่ิ ของเดิมพัน ๒ : ปณ, อพฺภตุ


Click to View FlipBook Version