514 Testing and Assessment for Psychology
ขอ้ คาถาม จริง จริง ค่อนขา้ ง คอ่ นขา้ ง ไม่จริง ไม่จริง
ทสี่ ุด จริง ไมจ่ รงิ เลย
9 ข้าพเจ้าเข้าใจว่าการเล่นเกมที่มีความรุนแรงทาให้ผู้เล่นมีความ
ก้าวร้าวข้ึน
10 ข้าพเจ้าเข้าใจว่าการติดตามโพสต์ของเพื่อนเสมอๆ ทาให้ข้าพเจ้า
เป็นทย่ี อมรบั ของเพือ่ น
แบบวัดชุดที่ 2 ความเหตุผลในการคดิ
คาช้ีแจงในการตอบ
ข้อความในแต่ละข้อเป็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ท่อี าจเกิดขน้ึ กบั นกั เรียน ขอให้นกั เรียนสมมตวิ ่าตนเองอยใู่ น
เหตุการณ์ดังกล่าว และให้เลือกคาตอบข้อที่ตรงกับการตัดสินใจของท่านมากท่ีสุดเพียงข้อเดียวในแต่ละ
เหตกุ ารณ์ โดยทาเคร่อื งหมายวงกลมขอ้ ที่ท่านเลอื กเพยี ง 1 ข้อ (กรณุ าตอบให้ครบท้งั 16 ข้อ)
1. ถ้าเพ่อื นแชรค์ ลปิ หลดุ ดารา ท่านจะทาอยา่ งไร
ก. แชร์ตอ่ ทนั ทเี พราะต้องการใหเ้ พอ่ื นเห็นว่าเราเป็นคนทนั สมยั
ข. กดไลค์เฉยๆ ไม่แชร์
ค. แชร์ทันที เพราะ อยากให้ทกุ คนรบั รู้
ง. พิจารณาว่าคลิปทแี่ ชรน์ น้ั ไมเ่ หมาะสม ทาใหผ้ ูอ้ ื่นเสยี หาย จะตกั เตือนเพอ่ื นให้ลบขอ้ มลู
2. ขณะที่ท่านกาลังดูหนังในยูทูป มีระบบ pop up วิดีโอไม่สุภาพ /ล่อแหลม หรือสื่อลามก ภาพโป๊ หนังโป๊ขึ้นมา
ทา่ นจะทาอย่างไร
ก. กดดูเพราะอยากรวู้ า่ จะเก่ียวกับอะไร
ข. กดปดิ หนา้ ตา่ ง เพราะไมส่ นใจ
ค. กดปิดหนา้ ต่าง เพราะ รู้วา่ มันไมด่ ตี ่อตนเอง
ง. กดปดิ เพราะกลวั ผู้ปกครองเห็น
3. เพือ่ นในหอ้ งกาลังนยิ มเลน่ เกมคาสโิ นซึง่ กาลงั เปน็ ทีน่ ยิ มในหมู่วยั รุน่ และส่งคาเชญิ มาให้ติดต้ัง ท่านจะทาอยา่ งไร
ก. ติดตัง้ ทนั ที เพราะต้องการใหค้ ยุ กบั เพื่อนรเู้ รื่องและอยากให้เพอ่ื นยอมรบั เราเขา้ กลมุ่
ข. ติดตั้งทนั ที เพราะ อยากรู้วา่ ทาไมเกมนจ้ี ึงเป็นทีน่ ิยม
ค. ไมต่ ิดต้งั ทันที เพราะ ต้องพิจารณาว่าเกมนม้ี โี ทษอยา่ งไรหรอื ไม่ก่อน
ง. ไม่ติดต้ังทนั ที เพราะไมอ่ ยากให้ผู้ปกครองเสยี ค่าอินเตอร์เน็ต
4. เพ่ือนสง่ ภาพงสู ี่หางมาให้แลว้ บอกว่าถา้ สง่ ครบ 9 คนจะโชคดี ท่านจะทาอย่างไร
ก. ส่งตอ่ ทันทเี พราะอยากใหต้ ัวเองโชคดี
ข. ส่งต่อทันที เพราะพจิ ารณาแล้วว่าเป็นสิง่ ทดี ี
ค. ไมส่ ง่ ตอ่ เพราะ พจิ ารณาแลว้ เป็นข้อมลู เท็จและไม่อยากรบกวนผู้รับ
ง. สง่ ต่อ เพราะ อยากใหผ้ รู้ ับโชคดี
การทดสอบและการประเมนิ ทางจติ วิทยา 515
5. ถ้าครไู มม่ าสอนในช่วั โมงเรยี น เพราะติดธุระ แต่ใหน้ ักเรยี นเข้าห้องคอมพิวเตอรแ์ ทน ท่านจะทาอยา่ งไร
ก. เขา้ ไปดภู าพยนตร์ตลก นาน ๆ จะมโี อกาสสกั ที
ข. เข้าไปเลน่ เกมท่ชี นื่ ชอบ เพอื่ ผ่อนคลาย เพราะครไู ม่ได้ห้ามไว้
ค. เข้าไปศกึ ษาหาความรู้เพิ่มเตมิ ในอินเตอรเ์ นต็ เกยี่ วกบั บทเรยี น
ง. ไมเ่ ข้าห้องคอมพวิ เตอร์แตไ่ ปน่งั คยุ เล่นในหอ้ งสมดุ แทน
6. เกมทท่ี ่านเลน่ อยู่ต้องใช้อาวธุ พิเศษในการผ่านดา่ นแตท่ า่ นไม่มี ทา่ นจะทาอย่างไร
ก. เลน่ จนกว่าจะไดแ้ ต้มไปแลกอาวุธนน้ั ท้าทายความสามารถตนเอง
ข. ขอเงนิ ผู้ปกครองไปซือ้ อาวธุ ในเกมนนั้
ค. ไปขโมยอาวุธจากไอดเี พ่อื น แล้วคอ่ ยไปบอกเพื่อนทีหลัง
ง. เลกิ เลน่ เพราะว่าไม่เกดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเอง
7. ท่านกาลังเล่นเกมท่ีชนื่ ชอบอยา่ งเพลิดเพลนิ แต่ปรากฏว่ามสี ญั ญาณเขา้ หอ้ งเรยี นดงั ขึ้น ท่านจะทาอยา่ งไร
ก. ขอต่อเวลาเล่นอกี ซัก 5 นาที เพราะครูยังไม่มาหรอก
ข. เซฟเกมน้นั แลว้ เดินเขา้ ห้องเรียน เพราะคิดวา่ การเรียนสาคญั มากกวา่
ค. เขา้ หอ้ งเรยี นแล้วแอบเลน่ ใตโ้ ต๊ะ เพราะเราสามารถเล่นไปเรียนไปได้
ง. เลน่ ต่อใหจ้ บเลเวล (level) ไม่ตอ้ งสนใจสัญญาณ เพราะวิชานีส้ ามารถอา่ นเองได้
8. เมือ่ อย่ใู นวงสนทนากับเพ่อื น ๆ ถา้ มีเสียงไลนด์ งั ข้นึ ทา่ นจะทาอยา่ งไร
ก. หยิบไลน์มาดแู ลว้ คุยกบั เพื่อนในไลน์ โดยไมส่ นใจเพ่ือนทก่ี าลังคยุ อยู่
ข. หยบิ ไลนม์ าอ่านว่าใครไลน์มาแล้ววางลง
ค. ไมส่ นใจเสียงไลน์ แตใ่ ห้ความสาคญั กบั เพ่อื นที่กาลงั คุยกัน
ง. หยบิ ไลนม์ าอา่ นและแชรข์ อ้ มลู เป็นความรู้ตอ่ ทันที
9. ท่านไดช้ มคลิปการแข่งขนั กฬี าท่ีชนื่ ชอบทางยทู ปู ผลการแขง่ ขนั พบว่าทีมทท่ี า่ นช่ืนชอบพ่ายแพ้ ท่านจะทาอยา่ งไร
ก. โพสต์ขอ้ ความกาลงั ใจนักกีฬาใหม้ ีกาลังใจในการแข่งขันต่อไป เพราะยอมรบั ว่าการเลน่ กีฬาย่อมมีแพแ้ ละชนะ
ข. โพสต์ขอ้ ความตาหนินักกฬี าว่าไม่ต้ังใจซ้อม
ค. โพสต์ตาหนิกรรมการไมย่ ุติธรรม เพราะว่ายอ้ นกลบั ไปดซู ้าเห็นว่ามีการไม่ชัดเจนในการตัดสนิ จริง
ง. ไมโ่ พสตข์ ้อความใด ๆ เพราะหงดุ หงดิ
10. ท่านกาลงั เล่นเกมออนไลน์อยา่ งเพลิดเพลิน แต่ปรากฏว่าคา่ อนิ เตอร์เนต็ หมด ท่านจะทาอยา่ งไร
ก. ตดั ใจเลกิ เล่น แต่ในใจยงั อยากเล่นอยู่
ข. รีบไปขอเงินผู้ปกครองมาเตมิ เงินอนิ เตอรเ์ นต๊ ทนั ที
ค. เลิกเลน่ แล้วไปทากิจกรรมอืน่ ท่เี ป็นโยชน์ตนเองและสว่ นรวม
ง. ไปขอใหเ้ พ่อื นเปิดฮ๊อตสป๊อต เพ่อื แชร์สญั ญาณเน๊ตให้
516 Testing and Assessment for Psychology
11. เพือ่ นโพสต์ข้อความระบายความร้สู ึกใน facebook ท่ีไมเ่ หมาะสม และใชภ้ าษาไมส่ ุภาพ ท่านจะทาอยา่ งไร
ก. โพสต์ตาหนติ อ่ ว่าเพื่อนทนั ทีว่าพดู จาไม่สุภาพ
ข. เลกิ คบเพ่อื น เพราะคดิ วา่ เพ่อื นเป็นคนไม่มีมารยาท
ค. เข้าใจว่าเพ่ือนคงมีเหตุผลในการโพสต์ จึงส่งข้อความส่วนตัวทางอินบ๊อก (inbox) แนะนาเพ่ือนให้ใช้ภาษาที่
สภุ าพ เพ่อื จะได้ไมม่ ีปญั หากระทบตอ่ ผอู้ น่ื ภายหลงั
ง. คัดลอก (copy) โพสต์ขอ้ ความนน้ั แลว้ แชร์ต่อทันที เพ่ือจะให้เพื่อนสบายใจ
12. ทา่ นไดช้ มภาพยนตรโ์ ฆษณาเก่ยี วกบั เด็กทีช่ ่วยพอ่ แมท่ ม่ี ีอาชีพเก็บทางานขยะ ทา่ นจะทาอยา่ งไร
ก. โพสตข์ ้อความดถู ูกเดก็ เพราะมีฐานะยากจน
ข. เอาขอ้ ดมี าเปน็ ตวั อยา่ งในการดาเนนิ ชีวิตของตนเองได้
ค. เฉยๆ เพราะเหน็ ว่าไมเ่ กย่ี วข้องกบั ตนเอง
ง. โพสตข์ ้อความวา่ เปน็ การสร้างภาพของเดก็
13. เพอ่ื นสนิทของทา่ นโพสต์ข้อความที่ทาให้คนอนื่ เสียหาย ทา่ นจะทาอย่างไร
ก. ช่วยเพ่อื นแชร์ข้อความดังกลา่ ว เพือ่ ความสะใจ
ข. ตักเตอื นเพอ่ื นสนิทใหป้ รบั เปลยี่ นขอ้ ความให้รุนแรงน้อยลงแล้วแชรต์ ่อ
ค. ตักเตือนเพื่อนให้ลบขอ้ ความนั้น เพราะทาใหผ้ ู้อืน่ เสยี หาย
ง. อย่เู ฉยๆ เพราะไมเ่ กี่ยวกบั เรา
14. ถ้าเพ่ือนทร่ี ูจ้ กั ทางอนิ เตอร์เน็ตมาขอใหท้ ่านออกไปพบ ทา่ นรสู้ กึ อยากออกไปพบมาก ทา่ นจะทาอยา่ งไร
ก. ออกไปพบตามวันเวลาทเ่ี พอ่ื นนัด
ข. แอบเช็คไทม์ไลน์ของเพ่อื นคนน้ันกอ่ น แลว้ คอ่ ยตัดสินใจวา่ จะออกไปพบหรือไม่
ค. ตอบตกลงแต่ขอนดั ช่วงทเ่ี วลาท่ีผ้ปู กครองไมอ่ ยู่
ง. แจง้ ผูป้ กครองใหท้ ราบเพื่อช่วยตดั สินใจวา่ ควรจะออกไปพบหรอื ไม่
15. หากทา่ นเลน่ เกมวนั ละ 5 ชว่ั โมงเปน็ เวลา 1 เดือน ตอ่ มาทา่ นมีอาการปวดตา ทา่ นจะทาอย่างไร
ก. แจ้งใหผ้ ปู้ กครองไปซือ้ ยามาหยอดตา แตก่ ็ยงั เล่นเกมตอ่ ไป
ข. หยดุ เลน่ เกมแล้วพกั สายตาให้หายปวดก่อนแลว้ กลับมาเลน่ ตอ่
ค. รู้ว่าการเล่นเกมทาใหป้ วดตาเลยพักสายตา ตัดสินใจไปทากิจกรรมทเ่ี ปน็ ประโยชน์มากกวา่
ง. รวู้ ่าการเล่นเกมทาให้ปวดตาเลยเล่นเกมใหน้ อ้ ยลง
16. ทา่ นเล่นเกมถงึ เทย่ี งคนื ตดิ ตอ่ กัน ส่งผลใหเ้ กรดเฉล่ยี ลดลง ท่านมีทางออกอย่างไร
ก. กาหนดเวลาให้ตวั เองเล่นเกมไดถ้ งึ สองทมุ่ เพอื่ ใหม้ ีเวลาพกั ผ่อนเพียงพอ
ข. เลกิ เล่นเกมแล้วหันมาทบทวนบทเรียนหลังเลิกเรยี น เพราะอยากเปน็ เดก็ ดี
ค. เลิกเล่นเกมแต่หนั ไปคุยกับเพื่อนทางไลน์แทน
ง. เล่นเกมตอ่ ไป เพราะเป็นการเล่นนอกเวลาเรียน
การทดสอบและการประเมินทางจติ วิทยา 517
แบบวดั ชดุ ท่ี 3 คา่ นิยมการใช้เครอื ข่ายสังคมออนไลน์
คาชี้แจง ในการตอบแบบสอบถามน้ีเพ่ือสอบถามเก่ียวกับความเช่ือ ความรู้สึกของนักเรียนที่มีต่อการใช้
เครือข่ายสังคมออนไลน์โดยให้อ่านคาถามอย่างช้า ๆ แล้วพิจารณาข้อความน้ัน ขอให้นักเรียนเลือกตอบตาม
ความรู้สึกที่แท้จริงของนักเรียนเอง โดยเลือกทาเครื่องหมาย ลงในช่อง “เห็นด้วยอย่างย่ิง” “เห็นด้วย”
“ค่อนข้างเห็นด้วย” “ค่อนข้างไม่เห็นด้วย” “ไม่เห็นด้วย” และ “ไม่เห็นด้วยอย่างย่ิง”ท่ีตรงกับความรู้สึกของ
นักเรยี นมากทสี่ ดุ เพยี งข้อเดยี วในแตล่ ะประโยค (กรุณาตอบให้ครบ 10 ขอ้ )
ข้อคาถาม เหน็ เห็น คอ่ นข้าง คอ่ นขา้ ง ไม่เหน็ ไมเ่ หน็
ด้วย ด้วย เหน็ ด้วย ไมเ่ หน็ ดว้ ย ด้วย
อย่างย่ิง ด้วย อย่างย่ิง
1 ข้าพเจา้ มักจะดาวนโ์ หลดเกมใหมๆ่ ทกี่ าลงั ไดร้ ับความ
นยิ มเพราะไม่อยากถูกมองวา่ เปน็ คนเชย (เอ้าท)์
2 ข้าพเจ้ารสู้ กึ ภูมิใจทสี่ ามารถอัพเลเวล (level) ในการ
เลน่ เกมออนไลนส์ งู ว่าเพื่อนในกลมุ่
3 ฉันเช่ือว่าเงนิ หามายากฉนั จึงต้องระมดั ระวังในการ
เตมิ เงินมือถือเพ่อื เลน่ เกมออนไลน
4 ขา้ พเจา้ ต้งั ใจจะไม่ดูคลปิ ผ่านโทรศัพทม์ ือถือเพราะ
เชอื่ ว่าเปน็ การสิน้ เปลืองคา่ ใช้จา่ ย
5 ขา้ พเจ้ามกั จะระมดั ระวังในการโพสตร์ ูปภาพของ
ตนเองที่ไม่เหมาะสมลงบนfacebookเพราะร้วู ่า
อาจจะส่งผลลบตอ่ ตนเองภายหลงั
6 การใช้เวลาไปกับการเล่นเกมออนไลนเ์ ป็นเวลานาน
ทาให้เกดิ ผลเสยี ตอ่ การเรยี น
7 ขา้ พเจา้ เช่ือวา่ การรบั ชมส่อื ลามกผ่านเครือขา่ ยสังคม
ออนไลน์เป็นประจาสามารถยว่ั ยใุ หเ้ กิดปัญหา
พฤตกิ รรมทางเพศได้
8 ขา้ พเจ้าเชื่อว่าการเลน่ เกมออนไลน์ไม่มผี ลตอ่
พฤตกิ รรมกา้ วรา้ วในเด็กและเยาวชน
9 ข้าพเจ้าจะระมดั ระวังการใช้คาพูดในการโพสต์ข้อมลู
ลงบน facebook เพราะอาจจะทาใหเ้ พอ่ื นร้สู ึกไม่
สบายใจ
10 ขา้ พเจ้ามกั จะติดตามเพจความรดู้ า้ นการศกึ ษาบน
facebook เพราะเชือ่ ว่าจะพัฒนาความรูข้ องข้าพเจา้
11 ข้าพเจ้าเช่อื วา่ ขอ้ มูลในโซเชียลไมม่ ีพษิ ภัยต่อเด็กและ
เยาวชน
518 Testing and Assessment for Psychology
แบบวดั ชดุ ท่ี 4 การควบคุมตนเองต่อการใช้เครอื ข่ายสงั คมออนไลน์
คาช้ีแจง ในการตอบแบบสอบถามนี้เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตนของนักเรียนในการใช้เครือข่ายสังคม
ออนไลน์โดยให้อ่านคาถามอย่างช้า ๆ แล้วพิจารณาข้อความนั้น ขอให้นักเรียนเลือกตอบที่สอดคล้องกับการ
ปฏิบตั ิตนนักเรียนมากที่สุด โดยเลือกทาเครื่องหมาย ลงในช่อง “เห็นด้วยอย่างย่งิ ” “เหน็ ด้วย” “ค่อนขา้ ง
เห็นด้วย” “ค่อนข้างไม่เห็นด้วย” “ไม่เห็นด้วย” และ “ไม่เห็นด้วยอย่างย่ิง”ที่ตรงกับความรู้สึกของนักเรียน
มากที่สดุ เพียงขอ้ เดียวในแต่ละประโยค (กรุณาตอบให้ครบ 10 ข้อ)
ข้อคาถาม เหน็ เห็น คอ่ นขา้ ง ค่อนขา้ ง ไม่เห็น ไมเ่ หน็
1 ขา้ พเจา้ ทาการบ้านเสรจ็ ก่อนทีจ่ ะเลน่ โซเชียล ด้วย ดว้ ย เห็นด้วย ไมเ่ ห็น ดว้ ย ดว้ ย
อยา่ งย่ิง ดว้ ย อย่างยงิ่
เน็ตเวริ ค์ เชน่ facebook Line หรือเลน่ เกมเสมอ
2 ในชว่ งเวลาเปิดเทอมขา้ พเจ้าใช้เวลาในการดูหนังและ
เลน่ ออนไลนม์ ากกวา่ อ่านหนงั สอื เรยี น
3 ถ้าไม่มีผู้ปกครองคอยเตือน ข้าพเจ้ามักจะต่ืนสาย
เพราะเล่นเกมออนไลนด์ กึ กบั เพ่ือน
4 ข้าพเจ้าไมแ่ อบเล่นอินเตอรเ์ น็ตตอนกลางคืนแมเ้ พ่ือน
มาชวนใหเ้ ล่นก็ตาม
5 ขา้ พเจ้าระวงั การเล่นเกมไมใ่ หเ้ กินเวลาท่เี หมาะสม
6 ข้าพเจ้าใช้คาพูดสุภาพและโพสต์ข้อความท่ีมี
ประโยชน์ใน facebook เสมอ เพราะเห็นเพ่ือนใน
กลุ่มกโ็ พสต์ข้อความทสี่ ภุ าพและมีประโยชน์
7 เมื่อข้าพเจ้าเห็นโพสต์ของดาราหรือนักร้องที่ข้าพเจ้า
ชนื่ ชอบแสดงออกอย่างไม่เหมาะสม ข้าพเจ้าไม่คิดจะ
เลยี นแบบ
8 ข้าพเจ้าจะหักห้ามใจไม่เสียเงินซ้ือของในเกมออนไลน์
เพราะรเู้ งินทองเปน็ ของหายาก
9 แม้พรุ่งน้จี ะมกี ารสอบ ข้าพเจา้ ไมส่ ามารถห้ามใจให้
หยดุ เล่นเกมได้
10 ข้าพเจ้าปฏิบัติตามข้อตกลงท่ีให้ไว้กับผู้ปกครองหรือ
ครูในการใช้อินเตอร์เนต็ อย่างเครง่ ครดั
การทดสอบและการประเมนิ ทางจติ วทิ ยา 519
แบบวดั ชดุ ท่ี 5 การเปลยี่ นแปลงพฤติกรรมการใชเ้ ครือขา่ ยสงั คมออนไลน์
คาชี้แจง ในการตอบแบบสอบถามนี้เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของนักเรียนใน
ชีวติ ประจาวันของนักเรยี นในช่วงเวลา 6 เดอื นที่ผ่านมา ขอให้อา่ นคาถามอย่างตง้ั ใจ แล้วพจิ ารณาข้อความนั้น
ขอให้นักเรียนเลอื กตอบท่ีสอดคล้องกับการปฏบิ ัติตนนักเรยี นมากท่ีสุด โดยเลือกทาเคร่ืองหมาย ลงในช่อง
“ประจา” “บ่อยครั้ง” “บางคร้ัง” “น้อยคร้ัง” “เกือบไม่เคย” และ “ไม่เคย” ที่ตรงกับการปฏิบัตขิ องนักเรยี น
มากทส่ี ุด เพยี งขอ้ เดียวในแต่ละประโยค (กรณุ าตอบใหค้ รบ 10 ขอ้ )
ขอ้ คาถาม ประจา บอ่ ย บาง น้อย เกือบ ไมเ่ คย
ครั้ง ครั้ง คร้ัง ไม่เคย
1) การใช้เครือขา่ ยสงั คมออนไลน์ด้านกายภาพ
1 ขา้ พเจา้ ใช้อินเตอร์เน็ตในการคน้ หาความรเู้ พื่อพัฒนา
ตนเอง
2 เม่ือถึงเวลาที่จะต้องเลิกเล่นเกมข้าพเจ้าสามารถหยุดเล่น
โดยไม่ขอต่อเวลาเพม่ิ
3 ข้าพเจ้าพิจารณาประโยชน์และโทษของการใช้โซเซียล
เนต็ เวริ ค์ กอ่ นใชท้ ุกครง้ั
4 ข้าพเจ้าเลือกแอด/รับแอดกลุ่มเพ่ือนที่พิจารณาแล้วว่า
เป็นกลุ่มที่แบ่งปนั ขอ้ มลู ทีส่ รา้ งสรรค์
5 ข้าพเจ้ามีการเปล่ียนอิริยาบถหลังจากการใช้ โซเซียล
เนต็ เวิร์คเป็นเวลานาน
6 เม่ือได้อ่านข่าวอินเตอร์เน็ตข้าพเจ้าจะไม่เชื่อโดยทันทีแต่
จะตรวจสอบข้อมูลจากหลายๆแห่งก่อน เพ่ือจะไม่
เผยแพรข่ า่ วสารท่ผี ดิ ให้ผูอ้ นื่ รบั ทราบ
7 ข้าพเจา้ ไม่เสียเงนิ ซ้อื ของในเกมออนไลน์
2) การใชเ้ ครือข่ายสงั คมออนไลนด์ า้ นสังคม
8 ข้าพเจ้าพจิ ารณาก่อนท่จี ะโพสตห์ รอื แชร์ขอ้ ความใน
facebook หรือ Line วา่ ทาให้ผอู้ นื่ เสยี หายหรอื ไม่
9 ข้าพเจ้าแลกเปลี่ยนความรู้และข่าวสารดี ๆ ทาง
อินเตอรเ์ น็ตท่เี ป็นประโยชนก์ ับเพอ่ื นทีร่ ้จู กั
10 ข้าพเจ้าปฏิเสธหากเพ่ือนท่ีร้จู ักทางอินเตอรเ์ น็ตชักขวนไป
ทาพฤตกิ รรมทไ่ี มเ่ หมาะสม
11 ข้าพเจ้าใช้เวลาในการเรียนมากกว่าการเล่นเกมออนไลน์
กับเพอ่ื น
12 ขา้ พเจ้าพิจารณากอ่ นทจี่ ะเชอ่ื คาพูดของเพอื่ นทีร่ จู้ กั ทาง
อินเตอรเ์ นต็ เสมอ
520 Testing and Assessment for Psychology
ข้อคาถาม ประจา บอ่ ย บาง นอ้ ย เกือบ ไมเ่ คย
ครั้ง ครั้ง ครั้ง ไมเ่ คย
13 ข้าพเจ้าใช้อินเตอรเ์ น็ตเพ่ือแชรข์ ้อมูลธรรมะแง่คิดดี ๆ ใน
การดาเนนิ ชวี ติ ทาง line หรือ facebook อยา่ งสม่าเสมอ
14 ข้าพเจ้าระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในโลก
โซเซียล
3) การใชเ้ ครือข่ายสังคมออนไลนด์ า้ นจติ ใจ
15 ข้าพเจา้ รู้สึกอมิ่ เอมใจทไ่ี ด้แนะนาแหลง่ ข้อมูลทสี่ รา้ งสรรค์
ให้กบั ผูอ้ น่ื
16 ข้าพเจา้ มคี วามเขม้ แข็งทางใจเพียงพอทีจ่ ะควบคุมตนเอง
ไม่ใหด้ ูคลิปทีไ่ มเ่ หมาะสม
17 ขา้ พเจ้ารสู้ ึกว่าตนเองมีคณุ คา่ เม่ือได้แบง่ ปันข้อมลู ทเี่ ป็น
ประโยชน์ใหเ้ พ่อื น
18 ขา้ พเจ้ามีสตพิ ิจารณาในการใช้สอ่ื อยา่ งถูกตอ้ ง
19 ข้าพเจ้ารับผิดชอบงานท่ีไดร้ บั มอบหมายให้เสรจ็ กอ่ นท่จี ะ
เล่นโซเซียลเน็ตเวริ ค์
20 เมอื่ ใกล้วนั สอบขา้ พเจ้าจะหกั หา้ มใจไม่เลน่ โซเซียล
เน็ตเวิรค์
21 ข้าพเจา้ รู้สกึ เบกิ บานใจเม่อื ไดโ้ พสตข์ อ้ ความทใ่ี หก้ าลังใจ
ตอ่ ผู้อ่นื
4) การใช้เครือขา่ ยสงั คมออนไลนด์ ้านปญั ญา
22 ขา้ พเจ้ากระตอื รอื ร้นในการใช้โซเซยี ลเนต็ เวริ ค์ เพอื่
แสวงหาความร้ใู หมๆ่ อยา่ งสมา่ เสมอ
23 ขา้ พเจ้ารเู้ ท่าทันการใช้โซเซียลเนต็ เวิรค์ วา่ สง่ิ ใดทเ่ี ปน็
ประโยชน/์ โทษต่อตนเองและสังคม
24 ข้าพเจ้าให้ความสาคัญกับสมั พันธภาพกับคนรอบข้าง
มากกวา่ สมั พันธภาพกับเพื่อนในอินเตอร์เนต็
25 ข้าพเจ้ารจู้ กั ความพอดใี นการใชโ้ ซเซียลเน็ตเวริ ค์ ในที่
เหมาะสมกบั ตนเอง
26 ขา้ พเจ้าเข้าใจว่าการใช้อนิ เตอร์เนต็ เกินความพอดที าให้
เกิดความห่างเหนิ กบั คนใกลต้ วั
27 ขา้ พเจ้าแสวงหาความสขุ จากการใช้โซเซยี ลเพ่อื การเผย
แพร่ข้อมลู ทส่ี ร้างสรรค์ใหเ้ กดิ คณุ คา่ ในการพัฒนาตนเอง
28 ข้าพเจา้ ใช้สอ่ื เครอื ขา่ ยสงั คมออนไลน์เพ่ือแสวงหาความรู้
มากกวา่ ความบนั เทงิ
การทดสอบและการประเมนิ ทางจิตวทิ ยา 521
ตัวอย่างท่ี 10.1.5 แบบสอบถาม General Health Questionnaire ฉบับภาษาไทย (Thai GHQ
12–28–30–60)6 พัฒนาโดยนายแพทย์ธนานิลชยั โกวิทยภ์ าควชิ าจติ เวชศาสตรโ์ รงพยาบาลรามาธิบดี และคณะ
Thai GHQ เป็นแบบคัดกรองปัญหาสุขภาพจิตที่พัฒนามาจาก GHQ ของ Goldberg, (1972) ซึ่ง
เป็นแบบคดั กรองปัญหาสขุ ภาพจติ ทีไ่ ดร้ บั การยอมรบั กวา้ งขวางท่ีสดุ ในปัจจุบันฉบบั หนึ่งและมผี แู้ ปลเป็นภาษา
ต่าง ๆ มากกว่า 36 ภาษา Thai GHQ ที่พัฒนาข้ึนสามารถคัดกรองปัญหาสุขภาพจิตได้ดีโดยบอกได้ว่าบุคคล
นั้นจะมีปัญหาสขุ ภาพจิตหรือไม่แต่ไม่สามารถบอกการวินจิ ฉัยไดว้ ่าเป็นโรคทางจติ เวชชนิดใด
1. คุณสมบัติของแบบสอบถาม
ผลการทดสอบความเชอ่ื ถือได้และความแม่นตรงของเครื่องมือในการคัดกรองปัญหาสุขภาพจิต
ในชุมชนเมือ่ เปรียบเทยี บกบั การวินจิ ฉยั ของจิตแพทยพ์ บวา่ Thai GHQ ทุกฉบับทง้ั ฉบบั เตม็ คือ Thai GHQ 60
และฉบับอ่ืน ๆ ที่ตัดตอนมาจากฉบับเต็มคือ Thai GHQ – 30, Thai GHQ – 28 และ Thai GHQ – 12 มีค่า
ความเชื่อถือได้และความแม่นตรงอยู่ในเกณฑ์ดีได้แก่ความสอดคล้องภายใน (Internal consistency) ของข้อ
คาถามมีค่าCronbach’s alpha coefficient) ตั้งแต่ 0.84 ถึง 0.94 และมีค่าความไว (Sensitivity) ต้งั แต่ร้อย
ละ 78.1 ถึง 85.3 และความจาเพาะ (Specificity) ต้ังแต่ร้อยละ 84.4 ถึง 89.7 และสมควรนาไปเป็นแบบคัด
กรองปัญหาสขุ ภาพจติ ในประชากรไทยได้
2. วตั ถปุ ระสงค์ของแบบสอบถาม
เพื่อคัดกรองปัญหาสุขภาพจิตของประชากรในชุมชนที่สามารถคัดกรองปัญหาสาคัญ 2
ประการ คอื
1) การไม่สามารถดาเนินชวี ติ ในด้านตา่ ง ๆ ได้อย่างปกติสขุ ตามท่คี วรจะเป็น
2) การมีปัญหาท่ีทาให้เกิดความทุกข์ใจโดยเน้นถึงปัญหาที่ผิดไปจากสภาวะปกติของบุคคล
ตา่ ง ๆ เชน่ ปญั หาบคุ ลิกภาพ
3. วิธีการใช้
เป็นแบบสอบถามท่ีประชาชนสามารถตอบได้ด้วยตนเองดงั นน้ั จงึ เหมาะทีจ่ ะนาไปใช้กบั บุคคลที่
สามารถอ่านออกเขียนได้ในกรณีที่ไม่สามารถอ่านด้วยตนเองได้อาจใช้วิธีให้บุคคลอื่นอ่านให้ฟังและผู้ตอบ
แบบสอบถามเป็นผู้เลือกคาตอบด้วยตนเองข้อคาถามของ Thai GHQ จะครอบคลุมปัญหาใหญ่ ๆ 4 ด้านคือ
ความรู้สึกไม่เป็นสุข (Unhappiness) ความวิตกกังวล (Anxiety) ความบกพร่องเชิงสังคม (Social
impairment) และความคิดว่ามีโรคทางกายโรคใดโรคหนึ่งหรอื หลายโรค (Hypochondriasis)
6 ธนานิล ชัยโกวิทย์, จักรกฤษณ์ สุขยิ่ง และชัชวาลย์ ศิลปะกิจ, (2539), ความเชื่อถือได้และความแม่นตรงของ General
Health Questionnaire ฉบับภาษาไทย, วารสารสมาคมจติ แพทยแ์ หง่ ประเทศไทย, 41(1), 2-17.
522 Testing and Assessment for Psychology
Thai GHQ – 60 มีทัง้ หมด 4 ฉบบั ดังนี้
1. Thai GHQ – 60 มขี ้อคาถามท้งั หมด 60 ข้อ
2. Thai GHQ – 30 มขี อ้ คาถามทง้ั หมด 30 ข้อ
3. Thai GHQ – 28 มีข้อคาถามทง้ั หมด 28 ข้อ
4. Thai GHQ – 12 มขี อ้ คาถามทง้ั หมด 12 ข้อ
สาหรบั Thai GHQ – 28 ซ่ึงเป็น Sub-scaled GHQ แบง่ คะแนนเป็น 4 กลุ่มไดแ้ ก่
กลมุ่ 1 ขอ้ 1 – 7 เป็นอาการทางกาย (Somatic Symptoms)
กลมุ่ 2 ข้อ 8 – 14 เปน็ อาการวติ กกงั วลและการนอนไม่หลับ (Anxiety and insomnia)
กลมุ่ 3 ขอ้ 15 – 21 เปน็ ความบกพร่องทางสังคม (Social dysfunction)
กล่มุ 4 ขอ้ 22 – 28 เปน็ อาการซมึ เศรา้ ท่ีรนุ แรง (Severe depression)
เป็นแบบคัดกรองที่สามารถนาไปใช้ในการสารวจชุมชนทั่วไปและสถานบริการสาธารณสุขหรือ
คลินกิ ผ้ปู ว่ ยนอกทว่ั ไป
4. ขอ้ จากดั
Thai GHQ – 60 มีค่าความแม่นตรงดีใกล้เคียงกับ Thai GHQ – 30 และมีค่าความเช่ือถือได้ดี
ท่ีสดุ แตม่ คี วามยาวมากกวา่ ดังนนั้ ในทางปฏิบตั ิ Thai GHQ – 30 จงึ น่าจะเป็นฉบับที่เหมาะสมทีส่ ุด
สว่ น Thai GHQ – 28 มีความเหมาะสมในกรณีท่ีต้องการคะแนนของ Sub – Scale ต่างๆเพ่ือ
ดูรายละเอียดของอาการ
Thai GHQ – 12 แม้จะมีค่าความแม่นตรงและความเช่ือถือได้ต่ากว่าฉบับอ่ืนๆก็ไม่ได้มีความ
แตกตา่ งอย่างมนี ยั สาคญั และมขี ้อดีทีม่ ีขนาดสัน้ กะทัดรัด
ตวั อยา่ งท่ี 10.1.6 แบบสอบถามสขุ ภาพทั่วไป (Thai GHQ – 12)
คาชี้แจง แบบสอบถามนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือต้องการทราบถึงสภาวะสุขภาพของท่านในระยะสองถึงสาม
สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้างกรุณาตอบคาถามต่อไปนี้โดยเขียนเคร่ืองหมายวงกลมรอบคาตอบที่ใกล้เคียง
กับสภาพของท่านในปัจจุบันหรือในช่วงสามสัปดาห์ท่ีผ่านมามากท่ีสุดโดยไม่รวมถึงปัญหาท่ีท่ านเคยมีในอดีต
และกรณุ าตอบคาถามทกุ ข้อ
ในระยะสองถงึ สามสัปดาหท์ ่ผี ่านมานี้ท่าน
1) สามารถมสี มาธจิ ดจอ่ กบั สง่ิ ทีก่ าลงั ทาอยู่ได้
ก. ดกี วา่ ปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. นอ้ ยกว่าปกติ ง. นอ้ ยกวา่ ปกติมาก
2) นอนไม่หลับเพราะกังวลใจ
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกว่าปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
การทดสอบและการประเมินทางจติ วิทยา 523
3) รู้สกึ ว่าไดท้ าตัวให้เป็นประโยชนใ์ นเรอ่ื งต่าง ๆ
ก. มากกวา่ ปกติ ข. เหมือนปกติ ค. น้อยกวา่ ปกติ ง. น้อยกว่าปกตมิ าก
4) รสู้ กึ ว่าสามารถตัดสนิ ใจในเรื่องต่าง ๆ ได้
ก. มากกว่าปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. น้อยกวา่ ปกติ ง. นอ้ ยกว่าปกติมาก
5) ร้สู ึกตึงเครียดอยูต่ ลอดเวลา
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ค่อนข้างมากกวา่ ปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
6) รู้สึกว่าไม่สามารถท่จี ะเอาชนะความยากลาบากตา่ ง ๆ ได้
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
7) สามารถมีความสขุ กบั กจิ กรรมในชวี ติ ประจาวนั ตามปกติได้
ก. มากกว่าปกติ ข. เหมือนปกติ ค. นอ้ ยกว่าปกติ ง. น้อยกวา่ ปกตมิ าก
8) สามารถทจี่ ะเผชญิ หนา้ กบั ปัญหาตา่ ง ๆ ของตวั เองได้
ก. ดีกวา่ ปกติ ข. เหมือนปกติ ค. น้อยกว่าปกติ ง. นอ้ ยกวา่ ปกตมิ าก
9) รู้สกึ ไม่มคี วามสุขและเศรา้ หมอง
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. คอ่ นข้างมากกวา่ ปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
10) รู้สึกเสียความมัน่ ใจในตัวเองไป
ก. ไม่เลย ข. ไมม่ ากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
11) คิดวา่ ตัวเองเป็นคนไรค้ ่า
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกว่าปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
12) รู้สกึ มีความสขุ ดตี ามสมควรเม่อื ดโู ดยรวมๆ
ก. มากกวา่ ปกติ ข. เท่า ๆ ปกติ ค. นอ้ ยกวา่ ปกติ ง. น้อยกวา่ ปกติ
ตวั อย่างที่ 10.1.7 แบบสอบถามสุขภาพท่ัวไป (Thai GHQ – 28)
คาชแ้ี จง แบบสอบถามนีม้ วี ตั ถุประสงคเ์ พ่ือตอ้ งการทราบถึงสภาวะสุขภาพของทา่ นในระยะสองถึงสาม
สัปดาห์ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรกรุณาตอบคาถามต่อไปนโ้ี ดยขีดเครื่องหมายวงกลมรอบคาตอบท่ีใกล้เคียงกับ
สภาพของท่านในปจั จุบนั หรือในช่วงสองถงึ สามสปั ดาห์ทีผ่ า่ นมามากทสี่ ุดโดยไม่รวมถึงปัญหาท่ีท่านเคยมีใน
อดตี และกรุณาตอบคาถามทุกข้อ
ในระยะสองถึงสามสปั ดาห์ท่ีผ่านมานี้ทา่ น
1) รู้สกึ สบายและมีสขุ ภาพดี
ก. ดีกว่าปกติ ข. เหมือนปกติ ค. แยก่ ว่าปกติ ง. แย่กวา่ ปกติมาก
524 Testing and Assessment for Psychology
2) รูส้ กึ ต้องการยาบารุงใหม้ ีกาลังวังชา
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
3) รสู้ ึกทรดุ โทรมและสขุ ภาพไม่ดี
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกว่าปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
ค. ค่อนขา้ งมากกว่าปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
4) รสู้ ึกไมส่ บาย
ก. ไม่เลย ข. ไมม่ ากกวา่ ปกติ
5) เจบ็ หรือปวดบริเวณศรี ษะ
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกวา่ ปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
6) รู้สึกตึงหรอื คลา้ ยมแี รงกดทศ่ี ีรษะ
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. คอ่ นข้างมากกว่าปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
7) มีอาการวบู ร้อนหรือหนาว
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
8) นอนไมห่ ลับเพราะกงั วลใจ
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกว่าปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
9) ไมส่ ามารถหลับไดส้ นทิ หลงั จากหลบั แลว้
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกว่าปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
10) รู้สกึ ตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
11) รสู้ กึ หงดุ หงิดอารมณ์ไมด่ ี
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกว่าปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
12) รสู้ ึกกลวั หรือตกใจโดยไม่มเี หตุผลสมควร
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
13) รสู้ กึ เร่ืองตา่ ง ๆ ทับถมจนรับไม่ไหว
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นข้างมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
14) ร้สู ึกกังวลกระวนกระวายและเครยี ดอยูต่ ลอดเวลา
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
15) หาอะไรทาใหต้ ัวเองไมม่ ีเวลาวา่ งได้
ก. มากกวา่ ปกติ ข. เหมือนปกติ ค. ค่อนขา้ งนอ้ ยกว่าปกติ ง. น้อยกว่าปกติมาก
การทดสอบและการประเมนิ ทางจิตวทิ ยา 525
16) ทาอะไรชา้ กวา่ ปกติ
ก. เรว็ กว่าปกติ ข. เหมือนปกติ ค. ชา้ กว่าปกติ ง. ชา้ กวา่ ปกติมาก
17) รู้สึกวา่ โดยทว่ั ไปแล้วทาอะไรๆไดด้ ี
ก. ดีกวา่ ปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. ดีน้อยกวา่ ปกติ ง. ดีนอ้ ยกว่าปกติมาก
18) พอใจกบั การท่ที างานลุล่วงไป
ก. มากกว่าปกติ ข. พอๆกบั ตามปกติ ค. นอ้ ยกวา่ ปกติ ง. นอ้ ยกวา่ ปกติมาก
19) รสู้ กึ ว่าได้ทาตัวใหเ้ ป็นประโยชน์ในเร่ืองตา่ ง ๆ
ก. มากกว่าปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. ค่อนข้างมากกว่าปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
20) รู้สกึ วา่ สามารถตัดสนิ ใจในเร่อื งตา่ ง ๆ ได้
ก. มากกว่าปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. น้อยกวา่ ปกติ ง. นอ้ ยกว่าปกติมาก
21) สามารถมีความสุขกบั กิจกรรมในชวี ติ ประจาวันตามปกติได้
ก. มากกวา่ ปกติ ข. เหมือนปกติ ค. น้อยกวา่ ปกติ ง. น้อยกว่าปกตมิ าก
22) คิดว่าตวั เองเป็นคนไรค้ า่
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. คอ่ นข้างมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
23) รู้สกึ ว่าชีวติ นี้หมดหวังโดยส้ินเชิง
ก. ไม่เลย ข. ไมม่ ากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นข้างมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
24) รู้สึกไมค่ ุ้มค่าท่ีจะมชี ีวิตอยู่ต่อไป
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
25) คิดวา่ มีความเปน็ ไปได้ท่ีจะอยากจบชวี ติ ตวั เอง
ก. ไม่อย่างแน่นอน ข. ไมค่ ดิ ว่าเป็นอยา่ งน้ัน ค. มีอยบู่ า้ งเหมือนกัน ง. มแี น่ ๆ
26) รู้สกึ วา่ บางคร้ังทาอะไรไม่ไดเ้ ลยเพราะประสาทตึงเครยี ดมาก
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
27) พบว่าตวั เองรู้สึกอยากตายไปให้พ้นๆ
ก. ไม่เลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกว่าปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
28) พบว่ามีความรู้สกึ ทีอ่ ยากจะทาลายชวี ิตตัวเองเข้ามาอยู่ในความคิดเสมอๆ
ก. ไมอ่ ยา่ งแนน่ อน ข. ไมค่ ดิ วา่ เป็นอยา่ งน้นั ค. มีอยู่บา้ งเหมือนกนั ง. มแี น่ ๆ
526 Testing and Assessment for Psychology
ตวั อย่างท่ี 10.8 แบบสอบถามสขุ ภาพทั่วไป (Thai GHQ – 30)
คาชี้แจง แบบสอบถามนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือต้องการทราบถึงสภาวะสุขภาพของท่านในระยะสองถึงสาม
สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรกรุณาตอบคาถามต่อไปน้ีโดยขีดเครื่องหมายวงกลมรอบคาตอบที่ใกล้เคียงกับ
สภาพของท่านในปัจจุบันหรือในช่วงสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมามากท่ีสุดโดยไม่รวมถึงปัญหาท่ีท่านเคยมีใน
อดตี และกรณุ าตอบคาถามทุกขอ้
ในระยะสองถึงสามสปั ดาห์ที่ผา่ นมานีท้ ่าน
1) สามารถมีสมาธิจดจอ่ กับสิ่งทก่ี าลงั ทาอยู่ได้
ก. ดีกวา่ ปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. แยก่ วา่ ปกติ ง. แยก่ ว่าปกติมาก
2) นอนไมห่ ลบั เพราะกังวลใจ
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
3) มอี าการกระสับกระสา่ ยหลับไม่สนทิ
ก. ไม่เลย ข. ไมม่ ากกวา่ ปกติ
4) หาอะไรทาและทาให้ตวั เองไมม่ ีเวลาวา่ งได้
ก. มากกวา่ ปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. ค่อนขา้ งน้อยกว่าปกติ ง. นอ้ ยกว่าปกตมิ าก
5) ออกไปนอกบา้ นบ่อยเท่าที่เคย
ก. มากกว่าปกติ ข. เทา่ ปกติ ค. นอ้ ยกว่าปกติ ง. น้อยกวา่ ปกติมาก
6) จัดการกับสง่ิ ต่าง ๆ ไดด้ พี อ ๆ กบั คนส่วนใหญ่ท่ีอยู่ในสภาพเดยี วกบั ทา่ น
ก. ดีกว่ามาก ข. ดพี อ ๆ กัน ค. คอ่ นขา้ งนอ้ ยกว่า ง. นอ้ ยกว่ามาก
7) รู้สกึ วา่ โดยทว่ั ไปแล้วทาอะไร ๆ ได้ดี
ก. ดกี วา่ ปกติ ข. เหมือนปกติ ค. ดีนอ้ ยกว่าปกติ ง. ดีน้อยกวา่ ปกติมาก
8) พอใจกบั การท่ีทางานลลุ ่วงไปได้
ก. มากกว่าปกติ ข. พอๆกบั ตามปกติ ค. นอ้ ยกว่าปกติ ง. นอ้ ยกว่าปกติมาก
9) สามารถมีความรูส้ กึ รักและอบอนุ่ ต่อคนใกลช้ ิดได้
ก. ดกี ว่าปกติ ข. เทา่ ปกติ ค. น้อยกว่าปกติ ง. น้อยกว่าปกติมาก
10) รู้สึกวา่ สามารถเขา้ กบั คนอนื่ ไดง้ ่าย
ก. ดกี วา่ ปกติ ข. เทา่ ปกติ ค. น้อยกว่าปกติ ง. น้อยกวา่ ปกตมิ าก
11) ใชเ้ วลาคยุ เล่นกบั คนอืน่ มาก ค. นอ้ ยกว่าปกติ ง. น้อยกวา่ มาก
ก. ใช้เวลามากกวา่ ปกติ ข. เทา่ ปกติ
การทดสอบและการประเมินทางจติ วทิ ยา 527
12) รสู้ กึ วา่ ได้ทาตวั ให้เป็นประโยชนใ์ นเรอื่ งต่าง ๆ
ก. มากกว่าปกติ ข. เหมือนปกติ ค. นอ้ ยกว่าปกติ ง. นอ้ ยกว่าปกตมิ าก
ง. นอ้ ยกวา่ ปกตมิ าก
13) รู้สึกวา่ สามารถตัดสนิ ใจในเร่อื งตา่ ง ๆ ได้ ง. มากกว่าปกติมาก
ง. มากกว่าปกติมาก
ก. มากกวา่ ปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. นอ้ ยกวา่ ปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
ง. น้อยกว่าปกตมิ าก
14) รสู้ ึกตึงเครยี ดอยู่ตลอดเวลา ง. มากกว่าปกติมาก
ง. มากกว่าปกติมาก
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. นอ้ ยกว่าปกตมิ าก
ง. มากกว่าปกติมาก
15) รู้สึกวา่ ไมส่ ามารถท่จี ะเอาชนะความยากลาบากตา่ ง ๆ ได้ ง. ชา้ กว่าปกติมาก
ง. มากกว่าปกติมาก
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกว่าปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
ง. มากกว่าปกติมาก
16) รสู้ ึกวา่ ชวี ิตตอ้ งด้ินรนอยู่ตลอดเวลา
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นข้างมากกวา่ ปกติ
17) สามารถมีความสุขกับกจิ กรรมในชีวติ ประจาวนั ตามปกติได้
ก. มากกวา่ ปกติ ข. เหมือนปกติ ค. นอ้ ยกว่าปกติ
18) มองอะไรเครง่ เครียดไปหมด
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ
19) รู้สกึ กลวั หรือตกใจโดยไม่มเี หตผุ ลสมควร
ก. ไม่เลย ข. ไมม่ ากกวา่ ปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกวา่ ปกติ
20) สามารถท่จี ะเผชิญหนา้ กับปญั หาต่าง ๆ ของตวั เองได้
ก. ดกี วา่ ปกติ ข. เหมือนปกติ ค. นอ้ ยกวา่ ปกติ
21) รสู้ กึ เรือ่ งต่าง ๆ ทับถมจนรบั ไมไ่ หว
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกว่าปกติ
22) ร้สู กึ ไมม่ คี วามสขุ และเศร้าหมอง
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ช้ากวา่ ปกติ
23) รูส้ ึกเสยี ความมัน่ ใจในตวั เองไป
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. ค่อนข้างมากกว่าปกติ
24) คิดวา่ ตัวเองเปน็ คนไรค้ ่า
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกว่าปกติ
25) รสู้ ึกว่าชีวิตนห้ี มดหวังโดยส้ินเชิง
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. คอ่ นข้างมากกว่าปกติ
528 Testing and Assessment for Psychology
26) รสู้ ึกมีความหวงั ในอนาคตของตวั เอง
ก. มากกว่าปกติ ข. เท่าปกติ ค. นอ้ ยกวา่ ปกติ ง. มคี วามหวังนอ้ ยมาก
ง. น้อยกวา่ ปกตมิ าก
27) รสู้ กึ มีความสุขดีตามสมควรเม่ือดูโดยรวม ๆ ง. มากกวา่ ปกติมาก
ง. มากกว่าปกติมาก
ก. มากกว่าปกติ ข. เท่าปกติ ค. นอ้ ยกวา่ ปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
28) รู้สกึ กังวลกระวนกระวายและเครียดอยตู่ ลอดเวลา
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. คอ่ นข้างมากว่าปกติ
29) รสู้ กึ ไม่คมุ้ ค่าทจี่ ะมีชีวติ อยตู่ อ่ ไป
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. คอ่ นข้างมากกว่าปกติ
30) รสู้ กึ วา่ บางคร้ังทาอะไรไม่ได้เลยเพราะประสาทตึงเครียด
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกว่าปกติ
ตัวอยา่ งที่ 10.1.9 แบบสอบถามสุขภาพท่ัวไป (Thai GHQ – 60)
คาช้ีแจง แบบสอบถามนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการทราบถึงสภาวะสุขภาพของท่านในระยะสองถึงสาม
สัปดาห์ท่ีผ่านมาว่าเป็นอย่างไรกรุณาตอบคาถามต่อไปนี้โดยขีดเครื่องหมายวงกลมรอบคาตอบท่ีใกล้เคียงกับ
สภาพของท่านในปัจจุบันหรือในช่วงสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมามากท่ีสุดโดยไม่รวมถึงปัญหาที่ท่านเคยมีใน
อดีตและกรุณาตอบคาถามทุกขอ้
ในระยะสองถงึ สามสปั ดาหท์ ่ีผา่ นมานที้ ่าน
1) รู้สึกสบายและมสี ุขภาพดี
ก. ดกี ว่าปกติ ข. เหมือนปกติ ค. แยก่ วา่ ปกติ ง. แย่กวา่ ปกตมิ าก
2) รู้สึกต้องการยาบารุงให้มีกาลังวังชา
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกว่าปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
3) รสู้ กึ ทรดุ โทรมและสุขภาพไม่ดี
ก. ไม่เลย ข. ไมม่ ากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
4) ร้สู ึกไมส่ บาย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
ก. ไมเ่ ลย
5) เจ็บหรือปวดบริเวณศรีษะ
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
6) รสู้ ึกตงึ หรอื คลา้ ยมีแรงกดทศี่ รีษะ
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. คอ่ นข้างมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
การทดสอบและการประเมนิ ทางจติ วิทยา 529
7) สามารถมสี มาธิจดจอ่ กบั สง่ิ ทก่ี าลังทาอยู่ได้
ก. ดีกวา่ ปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. น้อยกวา่ ปกติ ง. น้อยกวา่ ปกติมาก
ง. มากกวา่ ปกติมาก
8) รสู้ ึกกลัวว่าตนเองจะเป็นลมหมดสติไปในทีส่ าธารณะ ง. มากกวา่ ปกติมาก
ง. มากกว่าปกติมาก
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกว่าปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
ง. มากกว่าปกติมาก
9) มอี าการวูบรอ้ นหรือหนาว ง. มากกว่าปกติมาก
ง. มากกวา่ ปกติมาก
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกว่าปกติ ง. น้อยกว่าปกติมาก
ง. นอ้ ยกวา่ ปกตมิ าก
10) มีเหงื่อออกมาก ง. มากกว่าปกติมาก
ง. มากกว่าปกติมาก
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
ง. มากกวา่ ปกติมาก
11) ตื่นเชา้ กว่าปกติและหลับต่อไม่ได้
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ค่อนข้างมากกวา่ ปกติ
12) หลงั จากตืน่ นอนแล้วร้สู ึกนอนไม่เต็มอิ่ม
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกวา่ ปกติ
13) รูส้ กึ เพลียมากและไมม่ แี รงแม้แตจ่ ะกินอาหาร
ก. ไม่เลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. คอ่ นข้างมากกว่าปกติ
14) นอนไม่หลบั เพราะกงั วลใจ
ก. ไม่เลย ข. ไมม่ ากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ
15) รู้สกึ ตืน่ ตัวและความคิดวอ่ งไว
ก. ดีกว่าปกติ ข. เหมือนปกติ ค. นอ้ ยกวา่ ปกติ
16) รสู้ ึกมีกาลังวงั ชา
ก. ดีกวา่ ปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. น้อยกว่าปกติ
17) เมื่อเข้านอนใช้เวลานานกว่าจะหลับได้
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. คอ่ นข้างมากกวา่ ปกติ
18) ไมส่ ามารถหลบั ไดส้ นิทหลังจากหลบั แล้ว
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นข้างมากกวา่ ปกติ
19) ฝนั ไมด่ หี รือนา่ กลัว
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นข้างมากกว่าปกติ
20) มีอาการกระสับกระสา่ ยหลับไมส่ นิท
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ค่อนข้างมากกวา่ ปกติ
530 Testing and Assessment for Psychology
21) หาอะไรทาและทาให้ตวั เองไมม่ ีเวลาว่างได้
ก. มากกวา่ ปกติ ข. เหมือนปกติ ค. ค่อนขา้ งนอ้ ยกว่าปกติ ง. นอ้ ยกว่าปกติมาก
ง. ชา้ กว่าปกตมิ าก
22) ทาอะไรช้ากวา่ ปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
ง. มากกว่าปกติมาก
ก. เรว็ กวา่ ปกติ ข. เหมือนปกติ ค. ชา้ กวา่ ปกติ ง. น้อยกว่าปกตมิ าก
ง. น้อยกวา่ ปกติมาก
23) รู้สกึ ขาดความสนใจในกิจกรรมทเี่ คยทาตามปกติ ง. น้อยกวา่ มาก
ง. ดีนอ้ ยกวา่ ปกติมาก
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ค่อนข้างมากกวา่ ปกติ ง. สายกว่าปกติมาก
ง. น้อยกว่าปกติมาก
24) ปล่อยปละละเลยไมส่ นใจรปู รา่ งหนา้ ตาของตนเอง ง. น้อยกวา่ ปกติมาก
ง. นอ้ ยกว่าปกตมิ าก
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกว่าปกติ ง. น้อยกว่าปกตมิ าก
ง. มากกว่าปกติมาก
25) พิถพี ิถนั กบั การแต่งเนื้อแต่งตวั น้อยลง ค. น้อยกว่าปกติ
ก. พถิ พี ิถันมากกวา่ ปกติ ข. เทา่ ๆ ปกติ
26) ออกไปนอกบ้านบ่อยเทา่ ทีเ่ คย
ก. มากกวา่ ปกติ ข. เทา่ ปกติ ค. นอ้ ยกว่าปกติ
27) จดั การกบั สิ่งตา่ ง ๆ ได้ดีพอ ๆ กับคนส่วนใหญ่ที่อยใู่ นสภาพเดียวกับท่าน
ก. ดกี วา่ มาก ข. ดพี อ ๆ กนั ค. คอ่ นข้างนอ้ ยกวา่
28) รู้สึกว่าโดยทวั่ ไปแลว้ ทาอะไร ๆ ไดด้ ี
ก. ดกี ว่าปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. ดนี อ้ ยกว่า
ค. คอ่ นข้างสายกว่าปกติ
29) ไปทางานหรือทางานบ้านสาย
ก. ไม่สายเลย ข. ไมส่ ายกวา่ ปกติ
30) พอใจกับการทีท่ างานลุล่วงไป
ก. มากกวา่ ปกติ ข. พอๆกับตามปกติ ค. น้อยกวา่ ปกติ
31) สามารถมีความรู้สึกรกั และอบอุ่นต่อคนใกลช้ ิดได้
ก. ดีกวา่ ปกติ ข. เท่าปกติ ค. น้อยกว่าปกติ
32) รสู้ ึกว่าสามารถเข้ากบั คนอน่ื ไดง้ ่าย
ก. ดกี วา่ ปกติ ข. เท่าปกติ ค. น้อยกว่าปกติ
33) ใชเ้ วลาคยุ เลน่ กบั คนอืน่ มาก ค. น้อยกวา่ ปกติ
ก. ใช้เวลามากกว่าปกติ ข. เทา่ ปกติ
34) รสู้ ึกกลัวทจี่ ะพูดอะไรออกไปต่อหน้าคนอ่นื เพราะเกรงจะทาให้ตัวเองดูโง่
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ
การทดสอบและการประเมนิ ทางจติ วทิ ยา 531
35) รสู้ กึ ว่าได้ทาตวั ให้เปน็ ประโยชนใ์ นเรอ่ื งตา่ ง ๆ
ก. มากกว่าปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. นอ้ ยกว่าปกติ ง. น้อยกว่าปกติมาก
ง. น้อยกวา่ ปกติมาก
36) รู้สึกวา่ สามารถตัดสินใจในเรือ่ งตา่ ง ๆ ได้ ง. มากกว่าปกติมาก
ง. มากกว่าปกติมาก
ก. มากกวา่ ปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. น้อยกว่าปกติ ง. มากกวา่ ปกติมาก
ง. มากกว่าปกติมาก
37) รู้สึกวา่ ตวั เองไมส่ ามารถท่ีจะเริม่ ทาอะไรได้เลย ง. มากกว่าปกติมาก
ง. นอ้ ยกวา่ ปกติมาก
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. นอ้ ยกว่าปกติมาก
ง. มากกวา่ ปกติมาก
38) จะทาอะไรกร็ ู้สกึ หวาดกลัวไปหมด ง. มากกว่าปกติมาก
ง. นอ้ ยกว่าปกตมิ าก
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
ง. มากกวา่ ปกติมาก
39) รสู้ ึกตงึ เครียดอยู่ตลอดเวลา
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกว่าปกติ
40) รสู้ กึ ว่าไม่สามารถที่จะเอาชนะความลาบากต่าง ๆ ได้
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ค่อนข้างมากกว่าปกติ
41) รสู้ ึกว่าชวี ิตต้องดิ้นรนอยู่ตลอดเวลา
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกวา่ ปกติ
42) สามารถมคี วามสุขกับกิจกรรมในชีวติ ประจาวันตามปกตไิ ด้
ก. มากกวา่ ปกติ ข. เหมือนปกติ ค. นอ้ ยกว่าปกติ
43) มองอะไรเครง่ เครยี ดไปหมด
ก. มากกว่าปกติ ข. เหมือนปกติ ค. น้อยกว่าปกติ
ค. คอ่ นข้างมากกว่าปกติ
44) รู้สกึ หงุดหงดิ อารมณไ์ มด่ ี
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ
45) รสู้ ึกกลัวหรือตกใจโดยไม่มเี หตุสมควร
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกวา่ ปกติ
46) สามารถทจี่ ะเผชิญหนา้ กับปญั หาต่าง ๆ ของตัวเองได้
ก. มากกว่าปกติ ข. เหมือนปกติ ค. น้อยกว่าปกติ
47) รสู้ ึกเรือ่ งต่าง ๆ ทบั ถมจนรบั ไม่ไหว
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. ค่อนข้างมากกว่าปกติ
48) มคี วามรสู้ ึกวา่ คนรอบข้างจบั ตามองคณุ อยู่
ก. ไม่เลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. ค่อนข้างมากกว่าปกติ
532 Testing and Assessment for Psychology
49) รสู้ ึกไม่มคี วามสุขและเศร้าหมอง
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
ง. มากกวา่ ปกติมาก
50) รูส้ กึ เสียความมน่ั ใจในตัวเองไป ง. มากกวา่ ปกติมาก
ง. มากกวา่ ปกติมาก
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกว่าปกติ ง. นอ้ ยกว่าปกตมิ าก
ง. น้อยกวา่ ปกตมิ าก
51) คดิ วา่ ตวั เองเป็นคนไรค้ ่า ง. มากกวา่ ปกติมาก
ง. มากกว่าปกติมาก
ก. ไม่เลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. ค่อนขา้ งมากกว่าปกติ ง. มากกว่าปกติมาก
ง. มากกวา่ ปกติมาก
52) รู้สึกว่าชีวติ นี้หมดหวังโดยสิ้นเชงิ ง. มากกวา่ ปกติมาก
ง. มีแน่ ๆ
ก. ไมเ่ ลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. คอ่ นข้างมากกว่าปกติ
53) รู้สกึ มีความหวงั ในอนาคตของตัวเอง
ก. มากกว่าปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. นอ้ ยกว่าปกติ
54) รสู้ กึ มีความสขุ ดตี ามสมควรเมอื่ ดโู ดยรวมๆ
ก. มากกวา่ ปกติ ข. เหมอื นปกติ ค. น้อยกวา่ ปกติ
55) รูส้ ึกกังวลกระวนกระวายและเครียดอยตู่ ลอดเวลา
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นข้างมากกว่าปกติ
56) รู้สกึ ไม่คุ้มคา่ ทีจ่ ะมีชีวติ อยูต่ อ่ ไป
ก. ไมเ่ ลย ข. ไม่มากกวา่ ปกติ ค. คอ่ นข้างมากกวา่ ปกติ
57) คิดว่ามีความเป็นไปได้ทจ่ี ะอยากจบชีวติ ตัวเอง
ก. ไม่เลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกว่าปกติ
58) ร้สู ึกว่าบางคร้ังทาอะไรไม่ไดเ้ ลยเพราะประสาทตึงเครียดมาก
ก. ไม่เลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. คอ่ นขา้ งมากกวา่ ปกติ
59) พบว่าตนเองรูส้ ึกอยากตายไปให้พน้ ๆ
ก. ไม่เลย ข. ไมม่ ากกว่าปกติ ค. ค่อนข้างมากกวา่ ปกติ
60) พบว่ามีความร้สู ึกท่ีอยากจะทาลายชวี ติ ตัวเองเขา้ มาอยู่ในความคิดเสมอๆ
ก. ไมอ่ ยา่ งแนน่ อน ข. ไมค่ ิดว่าเป็นอย่างนัน้ ค. มอี ยูบ่ ้างเหมือนกัน
การทดสอบและการประเมนิ ทางจิตวิทยา 533
10.2 แหล่งทีม่ าของเคร่ืองมือวิจยั และคุณภาพของเครือ่ งมือทางพุทธจติ วิทยา
ตัวอย่างงานวิจัยทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับพทุ ธจิตวทิ ยา
สาหรบั งานวจิ ยั ท่ีเกยี่ วขอ้ งกบั พุทธจิตวิทยา มีตวั อยา่ งดงั ตอ่ ไปนี้
10.2.1 การเสรมิ สรา้ งจิตสานึกดา้ นคณุ ธรรมตามหลักพุทธจิตวิทยาสาหรับเยาวชน
กมลาศ ภวู ชนาธิพงศ์ และคณะ7
รูปแบบการวิจยั : ระเบียบวิธีวจิ ัยแบบผสมวธิ ี (Mixed Method)
เคร่อื งมอื ท่ีใช้: แบบสอบถาม สมดุ บันทกึ กิจกรรม การสังเกตแบบมสี ่วนร่วม และชุดกิจกรรม
การหาคุณภาพเคร่ืองมอื
1) ตรวจสอบความตรง โดยผ้เู ชีย่ วชาญจานวน 7 คน
2) แบบวัดฉันเป็นคนดีมีจานวนท่ีผ่านเกณฑ์ท้ังสิ้น 25 ข้อ ด้านกาย 6 ข้อ ด้านสังคม 7 ข้อ ด้าน
จิตใจ 6 ข้อ และด้านปัญญา 6 ข้อ มีค่า CITC รายข้ออยู่ระหว่าง .210-.680แบบวัดฉันเป็นคนดีมีค่า
สมั ประสิทธ์ิแอลฟาคอนบาคทัง้ ฉบบั เทา่ กับ .849
วิธีการวัด: แบบวัดเป็นลักษณะประเมินค่า 5 ระดับ วัดผล 3 ระยะแบ่งระยะเวลาอบรม 3 ระยะ
ได้แก่ ระยะท่ี 1 ฝึกอบรม 10 กจิ กรรมเป็นเวลา 3วนั ระยะที่ 2 ฝกึ ทาโครงการเปน็ เวลา 6เดือน และระยะที่ 3
ฝึกอบรม 9 กิจกรรม 10 กจิ กรรม เป็นเวลา 2 วนั
การวิเคราะหข์ อ้ มลู :
วเิ คราะหข์ อ้ มลู เชิงปริมาณ
1) วิเคราะห์คา่ สถิติพน้ื ฐานได้ ร้อยละ (percentage) ค่าเฉล่ีย (mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(standard deviation) สาหรับอธิบายข้อมูลแบบสอบถามเบื้องต้นของกลุ่มตัวอย่าง และใช้ค่าเฉล่ีย (mean)
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (standard deviation) สาหรับอธิบายข้อมูลท่ีได้จากแบบวัดฉันเป็นเด็กดี แบบ
เหตุผลในการคดิ แบบสอบถามความพงึ พอใจ
2) การวิเคราะห์เพ่ือเปรียบเทียบผลการเข้าร่วมกิจกรรมการเสริมสร้างความสุ ขชีวีวิถีพุทธ
รายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปนี้
(1) การวิเคราะห์เปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียและความแตกต่างของคะแนนก่อนและหลังการเข้า
รว่ มกิจกรรมของกลุ่มทดลอง และวัดผลก่อนและหลังของกลุ่มควบคุม โดยใช้สถิติ Paired – Sample t-Test
7 กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์ และคณะ, (2562), การเสริมสร้างจิตสานึกด้านคุณธรรมตามหลักพุทธจิตวิทยาสาหรับ
เยาวชน, วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ (คณะมนุษยศาสตร์) มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั , 15(ฉบับเพ่ิมเติม),
(supplemental issues) สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JGSR/article/view/222489
534 Testing and Assessment for Psychology
(2) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยและความแตกต่างของคะแนนก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม ระหว่าง
กลมุ่ ทดลองและกลุ่มควบคมุ โดยใช้สถิตทิ ดสอบ Independent Sample t-Test
(3) การวิเคราะห์เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยและความแตกต่างของคะแนนก่อนและหลังการเข้า
ร่วมกจิ กรรมของกลมุ่ ทดลอง และวัดผลก่อนและหลงั ของกลุม่ ทดลอง โดยใช้สถติ ิ Paired – Sample t-test
(4) เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉล่ียของการเสริมสร้างจิตสานึกด้านคุณธรรมก่อนการ
ทดลอง หลังการทดลองของนักเรียนและกลุ่มควบคุม โดยพิจารณาจากค่า F-test ด้วยการวิเคราะห์ความ
แปรปรวนสองทางแบบวดั ซ้า (two-way repeated measures ANOVA) และแยกวิเคราะห์ทีละกลุ่มด้วยการ
วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้า (one-way repeated measures ANOVA)
วเิ คราะห์ข้อมลู เชิงคุณภาพ
วิเคราะหข์ ้อมลู เชงิ คุณภาพด้วยวธิ ีการวเิ คราะห์เน้อื หา (Content Analysis) โดยการเก็บขอ้ มูล
แบบการมสี ่วนรว่ มในกิจกรรม (Participation) ด้วยวธิ ีการรวบรวมขอ้ มลู คือ 1) การสังเกตแบบมสี ่วนรว่ ม
ระหว่างทากจิ กรรม 2) การสัมภาษณ์ 3) ประชุมกล่มุ ย่อย 4) สมุดบนั ทึกสว่ นตวั โดยผ้วู จิ ยั ไดน้ าข้อมูลทง้ั หมด
มาวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และตีความ (Interpretation) จดั ขอ้ มลู มาจดั หมวดหมู่ และสรา้ ง
ข้อสรปุ แบบอปุ นยั จากการเชื่อมโยงประเด็นสาคญั ท่ีไดแ้ ลว้ นาข้อสรปุ ท่ีไดม้ าขยายความเชอ่ื มโยงใหเ้ ห็นเปน็
ภาพรวมเขยี นเป็นคาอธบิ ายโดยใช้คาพดู ของผ้ใู หข้ ้อมูลมาเป็นตัวอยา่ งเพ่ือแสดงวา่ ขอ้ มลู มคี วามน่าเชื่อและ
สามารถตรวจสอบได้
ตัวอย่างท่ี 10.2.2 โครงการนวัตกรรมสุขภาวะวิถีพุทธและพุทธจิตวิทยาบาบัดเพื่อลดปัจจัย
เสย่ี งภาวะซมึ เศร้าของเยาวชนไทย กมลาศ ภูวชนาธพิ งศ์ และคณะ8
รูปแบบการวิจยั : ระเบยี บวธิ วี ิจยั แบบผสมวิธี (Mixed Method)
เครื่องมือทใ่ี ช้: แนวคาถามในการสมั ภาษณ์ แบบประเมนิ สุขภาวะ
การหาคณุ ภาพเคร่ืองมอื การตรวจสอบคุณภาพของแบบประเมนิ
1) ผู้วิจัยได้นาแบบวัดตรวจสอบปรับปรุงโครงสร้างของเนื้อหา ความถูกต้องเหมาะสม ชัดเจน
ภาษาท่ีใช้สอดคล้องกับบริบทกลุ่มตัวอย่าง เกณฑ์การให้คะแนน การแปลความหมาย ผู้วิจัยปรับปรุงตาม
ข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิและเสนอท่ีประชุมประเมินตัวชี้วัดสุขภาวะและปรับปรุงแก้ไขเพ่ิมเติม เป็นขั้น
ปรับปรงุ ครั้งท่ี 1
8 กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์ และคณะ, (2562), โครงการนวัตกรรมสุขภาวะวิถีพุทธและพุทธจิตวิทยาบาบัดเพื่อลด
ปัจจัยเสี่ยงภาวะซึมเศร้าของเยาวชนไทย, (รายงานผลการวิจัย), คณะมนุษยศาสตร์. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหา
จฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั .
การทดสอบและการประเมนิ ทางจติ วิทยา 535
2) นาแบบวดั ตรวจสอบความปรนัย (objectivity) ที่พัฒนาข้นึ นาไปให้กลุ่มเยาวชนอายุ 13-15 ปี
จานวน 5 คน อ่านข้อความเพื่อประเมินว่า ข้อคาถามมีความกากวมหรือไม่ มีความชัดเจนหรือไม่ มีการแปล
ความหมายตรงกับกล่มุ ตวั อย่างหรือไม่ ปรบั ปรุงสานวนภาษาตามขอ้ เสนอแนะ ครงั้ ท่ี 2
3) นาแบบวัดไปทดลองเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างที่ใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่างจริง (try out)
จานวนทั้งส้ิน 30 ฉบับ ค่าความเชื่อมัน่ ของแบบวัดด้วยสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาคทั้งฉบับเท่ากับ .963
มีค่า CITC (Corrected Item-Total Correlation: CITC) รายข้ออยู่ระหว่าง .224-.800 และค่าสัมประสิทธิ์
แอลฟ่ารายด้าน ได้แก่ สุขภาวะทางกายเท่ากับ .863 สุขภาวะทางสังคมเท่ากับ .913 สุขภาวะทางจิต เท่ากับ
.952 และสขุ ภาวะทางปัญญา เท่ากบั .853
4) ผู้วิจัยนามาตรวัดไปเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง จานวน 120 คน จากน้ันได้ทาการวิเคราะห์หา
ความเที่ยงแบบสอดคล้องภายใน (Internal Consistency) โดยวิธีการหาสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาค โดย
มาตรวัดสขุ ภาวะทางพุทธ มคี ่าสัมประสิทธ์ิแอลฟาคอนบาคทั้งฉบบั เทา่ กบั .946
วธิ ีการวดั : แบบประเมินเป็นลักษณะประเมินคา่ 5 ระดับ แบบประเมินรายงานตนเอง
การวิเคราะห์ข้อมูล: สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย การตรวจสอบองค์ประกอบเชิงยืนยัน
อันดับที่สอง (Second Order Confirmatory Factor Analysis) ด้วยโปรแกรมลิสเรล และการวิเคราะห์
ข้อมูลเชิงคณุ ภาพดว้ ยการวิเคราะห์เนื้อหา
วิธกี ารวดั : แบบประเมนิ เป็นลักษณะประเมนิ ค่า 5 ระดับ แบบประเมนิ รายงานตนเอง
วธิ กี ารวดั : แบบประเมนิ เปน็ ลักษณะประเมนิ คา่ 5 ระดบั แบบประเมินรายงานตนเอง
ตวั อย่างที่ 10.2.3 การพัฒนาโปรแกรมฝกึ อบรมเพ่อื เสริมสรา้ งสมรรถนะวิชาชีพของพนกั งาน
รักษาความปลอดภยั ตามหลักพทุ ธจิตวิทยา ณฐกร วัชรสินธ์ุ9
รูปแบบการวจิ ัย: เปน็ การวิจัยแบบกึง่ ทดลอง (Quasi-Experimental Research)
เคร่ืองมอื ท่ใี ช้: 1. แบบสมั ภาษณเ์ ชิงลึก
2. แบบสอบถาม ได้แก่ 1) สมรรถะของพนักงานรกั ษาความปลอดภยั ท่ีเปน็ อยู่
และที่ควรจะเป็น
3. โปรแกรมฝึกอบรมมีองค์ประกอบ 8 ข้อ 1) ชื่อกิจกรรม 2) แนวคิดและ
หลักการ 3) วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 4) ขั้นตอนกิจกรรม 5) ผลที่คาดว่าจะได้รับ 6) ส่ือและอุปกรณ์ 7)
เวลาท่ีใช้ 8) การประเมินผล ประกอบด้วย 10 กิจกรรมใช้เวลาในการอบรม 3 วัน มีกิจกรรมภายในห้อง
บรรยาย และกิจกรรมภาคสนามตามฐานปฏิบัติการ มีข้ันตอนกิจกรรมได้แก่ ข้ันนา ข้ันกิจกรรม ขั้นสะท้อน
9 ณฐกร วัชรสินธุ์, (2562), การพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมเพ่ือเสริมสร้างสมรรถนะวิชาชีพของพนักงานรักษาความ
ปลอดภัยตามหลักพุทธจิตวิทยา, (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต), พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลยั .
536 Testing and Assessment for Psychology
ข้ันสรุป มีการจาลองสถานการณ์จากประสบการณ์ในการทางานที่เกิดข้ึนจริง ทุกกิจกรรมมีข้อหลักธรรมทาง
พทุ ธศาสนา มกี ารฝึกฝนอบรมจิตใจสรา้ งสติ ฝึกสมาธิ และสวดมนต์ภาวนา
การหาคุณภาพเคร่อื งมอื
1) การวพิ ากษโ์ ปรแกรมฝกึ อบรม
2) ตรวจสอบความตรง (Validity) เพ่ือยืนยันค่าดัชนีความสอดคล้อง (Item-Objective
Congruence Indexes หรือ IOC) โดยผ้เู ชีย่ วชาญ จานวน 7 ท่าน โดยคา่ (IOC อยู่ระหว่าง 0.9-1.00)
3) ทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง (try-out) โดยการหาค่าอานาจจาแนก (Discrimination) และความ
เช่ือมั่น (Reliability) และค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์ระหว่างข้อแต่ละข้อกับคะแนนของข้อคาถามในแบบวัด
(Corrected Item-total correlation: CITC)
4) ทดลองใช้กับกลุ่มตวั อยา่ งจานวน 30 คน
วิธีการวดั : แบบประเมินเป็นลักษณะประเมนิ ค่า 5 ระดับ และโปรแกรมฝึกอบรม วดั ผลและหลัง
การเข้าร่วมโปรแกรม
การวิเคราะห์ข้อมูล:
1) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) แบบการมีส่วน
รว่ มในกิจกรรม (Participation) นาขอ้ มูลทง้ั หมดมาวิเคราะห์เน้ือหา (Content Analysis) ตีความ (Interpre-
tation) และสรุปผล
2) วเิ คราะหข์ ้อมูลเชิงปรมิ าณ ร้อยละ (percentage) ค่าเฉลีย่ (mean) และค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน
(standard deviation) สาหรับอธิบายข้อมูลแบบประเมินเบ้ืองต้นของกลุ่มตัวอย่าง และใช้ค่าเฉล่ีย (mean)
ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (standard deviation) และโดยใช้สถติ ิ Paired sample t-test
ตัวอยา่ งที่ 10.2.4 การพฒั นาตัวบ่งชี้ภูมิคุม้ กันเพอื่ การเผชิญวิกฤติตามแนวพุทธจิตวิทยา
สาหรับวัยผู้ใหญ่ ทิพยธ์ ดิ า ณ นคร10
รูปแบบการวจิ ยั : การวจิ ัยแบบผสานวิธี (Mixed methods research)
เครือ่ งมือท่ีใช้: แนวคาถามในการสมั ภาษณ์ แบบวดั ตัวบง่ ช้ภี มู ิคมุ้ กันเพือ่ การเผชิญวิกฤติ จานวน
48 ข้อ
การหาคณุ ภาพเครื่องมอื
1) การตรวจสอบความตรงของเน้ือหา (Content Validity)
การตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหานั้น ผู้วิจัยได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหา
จานวน 5 ท่าน ประกอบด้วย ผทู้ รงคุณวฒุ ิด้านการวดั และประเมินผล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวจิ ัย ผู้ทรงคุณวุฒิ
10 ทิพย์ธิดา ณ นคร, (2563), การพัฒนาตัวบ่งชี้ภูมิคุ้มกันเพ่ือการเผชิญวิกฤติตามแนวพุทธจิตวิทยาสาหรับวัย
ผใู้ หญ่, (ปริญญานพิ นธป์ รญิ ญาดุษฎีบัณฑติ ), พระนครศรีอยุธยา: มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย.
การทดสอบและการประเมินทางจติ วิทยา 537
ที่มีความเชี่ยวชาญทางพุทธศาสนา ด้านจิตวิทยา เพื่อตรวจสอบคุณภาพของเคร่ืองมือในด้านความตรงเชิง
เนื้อหา (Content Validity) ความครอบคลุมของคาถาม เพ่ือตรวจสอบว่าข้อคาถามแต่ละข้อเป็นตัวแทน
พฤตกิ รรมท่ีตอ้ งการวัด
2) ทดลองใช้ Try out จากกลุ่มตัวอย่าง นิสิตระดับปริญญาเอกและโท สาขาวิชาพุทธจิตวิทยา
อายุ 41-60 ปี ทก่ี าลงั ศึกษาอย่แู ละจบการศึกษาแล้ว จานวน 30 คน ได้คา่ Alpha Cronbach = .945
3) แบบวัด (ฉบบั สมบูรณ์) จานวน 48 ข้อ สาหรับวัยผใู้ หญ่ ท่ีมอี ายรุ ะหว่าง 41-60 ปี จานวน 480
คน
วธิ กี ารวดั : แบบวัดเป็นลกั ษณะประมาณคา่ 5 ระดับ ใช้แจกแบบสอบถามประเมินรายงานตนเอง
การวิเคราะห์ข้อมูล: การวิเคราะห์ข้อมูลผลการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
(Content Analysis) และวิเคราะห์เชิงปริมาณใช้สถิติเชิงอนุมาณ (Inferential Statistics) ได้แก่ การ
วิเคราะห์องค์ ประกอบเชิงสารวจ (Exploratory analysis) และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน
(Confirmatory Factor Analysis) วเิ คราะหอ์ งค์ประกอบเชงิ ยืนยันดว้ ยโปรแกรม LISREL
10.3 แหล่งข้อมูลค้นคว้างานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทางจิตวิทยาและผลงานทางพุทธ
จติ วิทยา
ฐานข้อมลู มาตรวัดทางจิตวิทยาอืน่ ๆ
1. ระบบฐานขอ้ มูลคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แหล่งทม่ี า: http://www.psy.chula.ac.th/psy/psy/
2. กรมสุขภาพจติ , แบบประเมนิ ความเครียด, Health Check ประเมินสขุ ภาพดว้ ยตวั เอง
แหลง่ ท่มี า: https://www.programmerthailand.com/health/self-check/stress
ฐานข้อมลู วารสารในประเทศไทย
1. ศูนย์ดัชนีอา้ งอิงวารสารไทย TCI : Thai-Journal Citation Index Centre
แหล่งทีม่ า: https://tci-thailand.org/
2. มจร. มนุษยศาสตรป์ ริทรรศน์ Journal of MCU Humanities Review
แหล่งทีม่ า: https://so03.tci-thaijo.org/index.php/human
3. วารสารจิตวทิ ยาคลินกิ Thai Journal of Clinical Psychology
แหลง่ ที่มา: https://so03.tci-thaijo.org/index.php/tci-thaijclinicpsy/index
4 .วารสารจติ วทิ ยา มหาวทิ ยาลัยเกษมบัณฑิต Journal of psychology Kasem Bandit
University
แหล่งท่ีมา: http://journal.psy.kbu.ac.th/
538 Testing and Assessment for Psychology
ฐานขอ้ มูลค้นคว้าตา่ งประเทศ
1. Minnesota Multiphasic Personality Inventory (MMPI) By Jane Framingham, Ph.D.
Last updated: 13 Oct 2018
https://psychcentral.com/lib/minnesota-multiphasic-personality-inventory-
mmpi/
2. Female and male entrepreneurs: Psychological characteristics and their role in
gender related discrimination
http://sciencedirect.com/science/article/abs/pi/088390269090024N
การทดสอบและการประเมินทางจิตวิทยา 539
3. Some Psychological Studies of Schizophrenics.
https://psycnet.apa.org/record/1960-08158-008
4. The Persistence of Underpowered Studies in Psychological Research: Causes,
Consequences, and Remedies.
https://psycnet.apa.org/record/1960-08158-008
540 Testing and Assessment for Psychology
5. Standards for the development and review of instrumental studies:
Considerations about testselection in psychological research. Hugo Carretero-
Dios, and Cristino Pérez (University of Granada, Spain)
https://www.redalyc.org/pdf/337/33770319.pdf
6. PSYCHOLOGY AND EDUCATION (ISSN: 1553-6939)
http://psychologyandeducation.net/pae/index.php/pae
การทดสอบและการประเมนิ ทางจิตวิทยา 541
10.4 สรุป
การวัดผลและการประเมินผลมีความแตกต่างกัน กาหนดวิธีการหรือเครื่องมือวัด เพ่ือพิจารณา
เครื่องมือที่เหมาะสมในการวัด พฤติกรรมที่สนใจ โดยยึดหลักเหมาะสม และไม่ยุงยากในการเก็บข้อมูล เป็น
การกาหนดขอบเขตเน้ือหาของส่ิงที่จะวัดให้อยู่ในรูปแบบของพฤติกรรม การพิจารณาเลือกใช้แบบวัดใน
งานวิจัยต้องคานึงการออกแบบและสร้างแบบวัดตัวแปรได้ รู้ว่าจะสร้างอย่างไร .รู้ว่าจะกาหนดนิยาม
ปฏิบตั ิการอย่างไร .รู้ว่าจะสร้างขอ้ คาถามอย่างไร.รู้วา่ จะใช้สเกลวัดแบบไหนจึงจะวัดได้ตรงทส่ี ุด.รู้วา่ จะจดั การ
กับข้อมูลที่ได้จากการวัดอย่างไร การหาคณุ ภาพเคร่ืองมือวัดอย่างไร ผลทดสอบคณุ ภาพเครื่องมือเป็นอย่างไร
ความน่าเช่ือถือของเครื่องมือวิจัย ข้ึนอยู่กับการวิเคราะห์งานที่ถูกต้อง องค์ประกอบของงานแต่ละงาน จะ
แปลงเป็นชุดของพฤติกรรม หรือแปลงเป็นข้อคาถามแต่ละขอ้ โดยสร้างเครื่องมือวัดผลและตรวจสอบคุณภาพ
เครื่องมือ มักนิยมนาไปทดลองใชกับกลุมตัวอย่างที่มีลักษณะใกลเคียงกับกลุมท่ีตองการวัด เพ่ือคานวณหา
คุณภาพเคร่ืองมือ ดังนั้นการพิจารณาการเลือกใช้แบบทดสอบ จึงต้องคานึงถึงคุณภาพของแบบทดสอบท่ีมี
มาตรฐาน เหมาะสมกับกล่มุ ตัวอย่างทน่ี าไปใช้จริงในงานวจิ ยั
542 Testing and Assessment for Psychology
คาถามทบทวนบทที่ 10
1) แบบทดสอบทีม่ มี าตรฐาน มลี กั ษณะอย่างไร อธบิ ายโดยสังเขป
2) การใชแ้ บบทดสอบที่มาตรฐาน จาเป็นต้องมเี กณฑพ์ จิ ารณาเรอื่ งอะไรบ้าง
3) แหล่งขอ้ มลู สืบคน้ แบบทดสอบ หรือแบบประเมนิ ทม่ี าตรฐาน มฐี านขอ้ มูลในและตา่ งประเทศ อะไรบ้าง
ยกตัวอยา่ ง
4) ทาไมต้องมคี าชแ้ี จงการใช้แบบทดสอบ แบบประเมินทุกคร้งั ใหผ้ ้ตู อบ เพราะอะไร แสดงเหตผุ ล
5) ทาอย่างไรให้ผตู้ อบแบบทดสอบ โดยไม่มกี ารลาเอียง และมีอคติในการตอบคาถามในแตล่ ะข้อ
6) การตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบก่อนนาไปใช้จรงิ มขี ้ันตอนอย่างไรบ้าง
การทดสอบและการประเมนิ ทางจติ วิทยา 543
เอกสารอา้ งอิงประจาบท
กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์ และคณะ. (2562). การเสริมสร้างจิตสานึกด้านคุณธรรมตามหลักพุทธจิตวิทยาสาหรับ
เยาวชน. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ (คณะมนุษยศาสตร์) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย, 15(ฉบับเพิ่มเติม). สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JGSR/article
/view/222 489
_________. (2562). โครงการนวัตกรรมสุขภาวะวิถีพุทธและพุทธจิตวิทยาบาบัดเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงภาวะ
ซึมเศร้าของเยาวชนไทย. (รายงานผลการวิจัย). คณะมนุษยศาสตร์. พระนครศรีอยุธยา:
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
กมลาศ ภูวชนาธพิ งศ์ และคณะ, พระมหานันทวิทย์ แก้วบุตรดี, ดร. (2559). ค่านิยมและพฤติกรรมต้นแบบใช้
เครือข่ายสังคมออนไลน์ตามแนวพุทธจิตวิทยา บูรณาการของสามเณร. (รายงานผลการวิจัย).
สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. สืบค้น
จาก http://198.7.63.81:8080/xmlui/handle/123456789/64
สุชาดา สกลกิจรุ่งโรจน์. (2558). การประยุกต์โมเดลการตอบสนองข้อสอบในการพัฒนามาตรวัดความสุขของ
คนไทย: การทดสอบแบบปรับเหมาะด้วยคอมพิวเตอร์. (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต).
ชลบรุ ี: วทิ ยาลยั วทิ ยาการวจิ ัยและวิทยาการปัญญา มหาวิทยาลัยบูรพา.
ณฐกร วัชรสินธุ์. (2562). การพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะวิชาชีพของพนักงานรักษาความ
ปลอดภัยตามหลักพุทธจิตวิทยา. (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา:
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั .
ทิพย์ธิดา ณ นคร. (2563). การพัฒนาตัวบ่งชี้ภูมิคุ้มกันเพื่อการเผชิญวิกฤติตามแนวพุทธจิตวิทยาสาหรับวัย
ผู้ใหญ่. (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลยั .
ธนานิล ชัยโกวิทย์, จักรกฤษณ์ สุขยิ่ง และชัชวาลย์ ศิลปะกิจ. (2539). ความเชื่อถือได้และความแม่นตรงของ
General Health Questionnaire ฉบับภาษาไทย. วารสารสมาคมจิตแพทยแ์ ห่งประเทศไทย. 41(1), 2-
17.
ยทุ ธ ไกยวรรณ์. (2559). การวางแผนการทดลองสาหรับการวิจัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั .
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2556). ทฤษฎีการทดสอบแบบด้ังเดิม. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์
จฬุ าลงกรณ์ราชวทิ ยาลยั .
ศิริบูรณ์ สายโกสุม. (2556). การใช้แบบทดสอบในการให้คาปรึกษา. กรุงเทพมหานคร: สานักพิมพ์
มหาวิทยาลัยรามคาแหง.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2561). จากจิตวิทยาสู่จิตภาวนา. (พิมพ์คร้ังที่ 18).
กรงุ เทพมหานคร: สานักพิมพ์ผลธิ มั ม์.
544 Testing and Assessment for Psychology
สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธ์ุ. (2543). สถิติสาหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งท่ี 4). กรุงเทพมหานคร:
เฟอื่ งฟา้ .
_________. (2556). การใช้สถิติในงานวิจัยอย่างถูกต้องและได้มาตรฐานสากล. (พิมพ์ครั้งที่ 6).
กรงุ เทพมหานคร: หจก.สามลดา.
สุวัฒน์ ธนกรนุวัฒน์, นพ. (2562). ผลของการฝึกสติและคิดบวกที่มีต่อสุขภาวะเชิงอัตวิสัยของบุคลากรใน
โรงพยาบาลชุมชน. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬา
ลงกรณราชวทิ ยาลยั .
อารยา องคเ์ อย่ี ม, พงศ์ธารา วิจิตเวชไพศาล. (2561). การตรวจสอบคณุ ภาพเครือ่ งมือวิจยั , วารสารวิสัญญีสาร
44(1), 36-42.
กรมสุขภาพจิต. แบบประเมินความเครียด. Health Check ประเมินสุขภาพด้วยตัวเอง. แหล่งที่มา: https:
//www.programmerthailand.com/health/self-check/stress
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ระบบฐานข้อมูลคณะจิตวิทยา. สืบค้นจาก http://www.psy.chula.ac.th/psy/
psy/
ท่านพุทธทาสภิกขุ. (2556). จิตวิทยาในพระพุทธศาสนา. สืบค้น 16 มิถุนายน 2564 จาก http://keji.siam
ganesh.com/?p=1871
มจร. มนุษยศาสตร์ปริทรรศน์. Journal of MCU Humanities Review. สืบค้นจาก https://so03.tci-
thaijo.org/index.php/human
มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต. วารสารจิตวิทยา. Journal of psychology Kasem Bandit University. สืบค้น
จาก http://journal.psy.kbu.ac.th/
ศูนย์ดัชนีอ้างอิงวารสารไทย. TCI : Thai-Journal Citation Index Centre. สืบค้นจาก https://tci-thai
land.org/
สมาคมนักจิตวิทยาคลินิกไทย. วารสารจิตวิทยาคลินิก. Thai Journal of Clinical Psychology. สืบค้นจาก https
://so03.tci-thaijo.org/index.php/tci-thaijclinicpsy/index
Allen, Marry J. and Yen, Wendy M. (1979). Introduction to Measurement Theory. U.S.A.:
Brooks/Cole Publishing Company.
Anastasi A., (1986). Evolving Concepts of Test Validation. Annual Review of Psychology. 37, 1-
15.
_________. (1982). Psychological Testing. U.S.A.: Macmillan Publishing Company.
Anne Anastasi & Susana Urbina. (2012). Psychological Testing. (Seventh edition). New Delhi:
PHI Learning Private Limited.
การทดสอบและการประเมินทางจิตวทิ ยา 545
Arun Kumar Singh. (2013). Tests. Measurements and Research Methods in Behavioral
Sciences. New Delhi: Bharati Bhawan.
C. James Goodwin. (1998). Research in Psychology. (Second edition). New York: Johh Wiley &
Sons, Inc.
Chris Spatz, Edward P Kardas . (2008). Research Methods in Psychology. New York: McGraw-Hill
Companies, Inc.
Cardaciotto, L.A., Herbert, T.D., Forman, E.M., Moitra, E., & Farrow, V. (2008). The assessment
of present– moment awareness and acceptance: The Philadelphia mindfulnees
scale. Assessment. 15(2), 204-223.
Cohen, R. J. & Swerdlik, M. E. (2002). Psychological testing and assessment: An introduction
to tests and measurement. (5th ed.). New York: McGraw-Hill.
David Thissen and Lynne Steinberg, Thomas Pyszczynski, Jeff Greenberg. An Item Response
Theory for Personality and Attitude Scales: Item Analysis Using Restricted. Factor
Analysis. Applied Psychological Measurement. from http://citeseerx.ist.psu. edu/
viewdoc/download?doi=10.1.1.466.3520&rep=rep1&type=pdf
Diener, E., & Emmons, R. A. (1984). The independence of positive and negative affect.
Journal of Personality and Social Psychology. 47(5), 1105-1117.
Diener, Ed. (2009). A Primer for Report and Newxomers. Retrieved 10 June 2019, From
http://labs.psychology.illinois.edu/~ediener/faq.html
Female and male entrepreneurs: Psychological characteristics and their role in gender
related discrimination. from http://sciencedirect.com/science/article/abs/pi/0883902690900
24N
Gibbons, R. D., Weiss, D.J., Kupfer, D. J, Frank, E., Fagiolini, A. Grochocinski, V. J., Bhaumik, D.
K., Stover, A., Bock, R. D., & Immekus, J. C. (2008). Using Computerized Adaptive
Testing to Reduce the Burden of Mental Health Assessment. Psychiatric Services,
59(4), 361–368
Goodwin, C. J. (1995). Research in Psychology: Methods and Design. New York: John Wiley
and Son.
Griffin, John I. (1962). Statistics: Methods And Applications. New York: Holt, RineHart and
Winston.
546 Testing and Assessment for Psychology
Guilford, J.P. &Fruchter, B. (1978). Fundamental Statistics in Psychology and Education. (6th
ed). Singapore: McGraw Hill.
Hays, William L. (1963). Statistics for Psychologists. New York: Holt, Rinehart And Winston.
HothersaLL, D. (1990). History of Psychology. (2nd ed.). New York: McGraw-Hill.
John J. Shaughnessy, Eugene B, Zechmeister. (1997). Research Methods in Psychology.
Singapore: McGraw-Hill Companies Inc.
Maxwell, S. E. (2004). The Persistence of Underpowered Studies in Psychological Research:
Causes, Consequences, and Remedies. Psychological Methods, 9(2), 147–163.
Mc Nemar, Quinn. (1969). Psychological Statistics. (Fourth Edition). New York: John Wiley @
Sons.Inc.
Mehrens, W.A. & Lehmann, I. J. (1973). Standardized Test in Education. New York: Holt, Rinehart
& Wiston.
Messick, Samuel. (1989). “Validity” in Educational Measurement. Linn, Robert L. (Ed.). (Third
Edition). U.S.A.: Macmillan Publishing Company.
Minnesota Multiphasic Personality Inventory (MMPI) By Jane Framingham, Ph.D. Last updated:
13 Oct 2018. From https://psychcentral.com/lib/minnesota-multiphasic-persona
lity-inventory-mmpi/
Paul. C.Cozby. (1977). Methods In Behavioral Research. (Tenth edition). New York: McGraw-
Hill.
PSYCHOLOGY AND EDUCATION (ISSN: 1553-6939). from http://psychologyandeducation.net
/pae/index.php/pae
Robert M. Kaplan & Dennis P. Saccuzzo. (2009). Psychological Testing. International Student
Edition. USA: Wadsworth, Cengage Learning.
Some Psychological Studies of Schizophrenics. from https://psycnet.apa.org/record/1960-
08158-008
Standards for the development and review of instrumental studies: Considerations about
testselection in psychological research. Hugo Carretero-Dios, and Cristino Pérez
(University of Granada, Spain). from https://www.redalyc.org/pdf/337/33770319.pdf
Trochim WMK. (2017). Research Methods Knowledge Base. Jan 20. Available from: http://
www.socialresearchmethods.net/kb/relandval.php
การทดสอบและการประเมนิ ทางจติ วิทยา 547
Wainer, Howard and Braun, Henry I. (1988). Test Validity. U.S.A.: Lawrence Erlbaum
Associates, Inc.
Weiss, D. J. (2011). Better Data From Better Measurements Using Computerized Adaptive
Testing. Journal of Methods and Measurement in the Social Sciences, 2(1), 1-27.
The Persistence of Underpowered Studies in Psychological Research: Causes, Consequences,
and Remedies. from https://psycnet.apa.org/record/1960-08158-008
548 Testing and Assessment for Psychology
การทดสอบและการประเมินทางจติ วทิ ยา 549
บรรณานุกรม
(1) หนังสือ
กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์. (2560). การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ. เอกสารประกอบการสอนระเบียบวิธีวิจัย
ทางจิตวิทยา. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. สืบค้น 16
พฤษภาคม 2563 จาก https://www.researchgate.net/publication/345977017_xeksar
prakxbkarsxnrabeiybwithiwicaythangcitwithya
กรมสุขภาพจิต. (2545). โครงการจัดทาโปรแกรมสาเร็จรูปในการสารวจสุขภาพจิตในพ้ืนท่ี. กรุงเทพมหานคร:
กระทรวงสาธารณสขุ .
_________. (2545). แบบประเมินความเครียด. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้น 26 ธันวาคม
2562. จาก https://www.programmerthailand.com/health/self-check/stress
_________. (2545). แบบประเมินภาวะซึมเศร้า. โครงการจดั ทาโปรแกรมสาเร็จรูปในการสารวจสขุ ภาพจิตใน
พน้ื ท่ปี .ี กรุงเทพมหานคร: กระทรวงสาธารณสุข.
กัลยา วานชิ ย์บญั ชา. (2554). สถิติสาหรบั งานวจิ ยั . (พมิ พ์ครัง้ ท่ี 6). กรงุ เทพมหานคร: ธรรมสาร.
การทดสอบแบบปรับเหมาะด้วยคอมพิวเตอร์. (2558). หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาการวัดและ
เทคโนโลยีทางวิทยาการปัญญาวิทยาลัยวทิ ยาการวจิ ัยและวิทยาการปัญญา. ชลบุรี: มหาวทิ ยาลัย
บูรพา.
กุลชลี จงเจริญ และนิตยา ภัสสรศิริ. (2560). การออกแบบและการวางแผนการวิจัย . นนทบุรี:
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สืบค้น 26 กันยายน 2562 จาก www:edu.stou.ac.th/
UploadedFile/9.pdf
ขวัญหล้า ประสาทเขตการณ์. (2547). บุคลิกภาพกับระดับความเครียดในการปฏิบัติงาน ของผู้พิพากษาศาล
ยุติธรรมในศาลช้ันต้น : กรณีศึกษาผู้พิพากษาสังกัดสานักศาลยุติธรรมประจาภาค 1 .
กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลยั รามคาแหง.
คณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2559). พุทธจิตวิทยากับสังคมและวัฒนธรรมไทย
(Buddhist Psychology and Thai Society and Culture). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัย
มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย.
โครงการจัดทาโปรแกรมสาเร็จรูปในการสารวจสุขภาพจิตในพื้นท่ี. (2545). เครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิตของ
องคก์ ารอนามยั โลกชดุ ยอ่ ฉบบั ภาษาไทย (WHOQOL–BREF–THAI). สืบค้น 10 พฤษภาคม 2562.
โครงการจัดทาและพัฒนาหลักสูตร. (2559). พุทธจิตวิทยากับสังคมและวัฒนธรรมไทย. เอกสารประกอบการ
สอน รหัสวิชา 300 303 หลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต วิชาพระพุทธศาสนาประยุกต์ . สานัก
อธิการบดี: มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย.
550 Testing and Assessment for Psychology
จติ ราภา กุณฑลบุตร. (2557). การวิจัยเชิงบรรยาย จาก ทฤษฎีสู่การปฏิบัตจิ ริง. (พิมพ์คร้ังท่ี 2). สมุทรสาคร:
โรงพิมพ์ บรษิ ทั แปลน พริ้นตง้ิ จากดั .
ชยั พร วชิ ชาวุธ. (2523). การวิจยั เชิงจิตวิทยา. กรุงเทพมหานคร: บริษทั สานกั พิมพ์ ไทยวฒั นาพานิช จากดั .
เดโช สวนานนท์. (2512). ปทานุกรมจิตวิทยา. กรุงเทพมหานคร: บริษัท สานักพิมพ์ ไทยวัฒนาพานิช จากัด.
สืบค้นจาก http://phatrsa.blogspot.com/2010/01/attitude.html
นงลักษณ์ วิรัชชัย และสุวิมล ว่องวาณิช. (2541). การวิเคราะห์การจัดอันดับมหาวิทยาลัยของประเทศเอเชีย.
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร: นักงานคณะกรรมการการศึกษา
แห่งชาต.ิ
นภัทร์ แก้วนาค. เครื่องมือการวิจัยและการหาคุณภาพ (Improve Version). เอกสารประกอบการสอน
รายวิชาสถิติช้นั สูง. (เอกสารสารอดั สาเนา).
นวลฉวี ประเสริฐสุข. (2557). จติ วิทยาการทดลอง: หลกั การและการปฏิบัติ. (พิมพค์ ร้งั ท่ี 2). นครปฐม: โรงพิมพ์
มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร.
นนั ทา สู้รกั ษา. (2561). ร้เู ข้าใจ ใชแ้ บบทดสอบ. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พ์แห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
บุญชม ศรีสะอาด. (2528). การวัดและการประเมนิ ผลทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช.
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธ์ิ. (2535). การวัดและประเมินผลการเรียนการสอน. กรุงเทพมหานคร: สามเจริญ
พานิช.
_________. (2542). เทคนิคการสร้างเครื่องมือรวบรวมข้อมูลสาหรับการวิจัย . (พิมพ์ครั้งที่ 5).
กรุงเทพมหานคร: เจริญดีการพมิ พ์.
ประคอง กรรณสูตร. (2524). สถิติเพื่อการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: คณะครุศาสตร์
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
พรเพ็ญ เพชรสขุ ศิริ. (2540). การสร้างมาตรวดั . (พิมพค์ ร้ังที่ 2). พิษณโุ ลก: โรงพมิ พ์โกลบอลพร้นิ ท์.
พระครูปริยัติธรรมวงศ์ (สุพล ธมฺมวโส/แสนพงษ์). (2557). “จิตวิทยาแนวพุทธ: พุทธจิตวิทยา”. จิตวิทยาใน
พระไตรปิฎก. เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 101 409 จิตวิทยาในพระไตรปิฎก. ขอนแก่น:
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแกน่ .
พระใบฎีกากิตติพงษ์ สีลสุทฺโธ. (2560). พุทธจิตวิทยา (Buddhist Psychology). เอกสารประกอบการสอน
รายวชิ า 304 307 พทุ ธจติ วิทยา. กรงุ เทพมหานคร: มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย.
พระมหาสุทิตย์ อาภากโร และเขมณัฐ อินทรสุวรรณ. (2553). ตัวชี้วัดความสุข: กลยุทธ์การสร้างและการใช้
เพื่อชุมชนเปน็ สขุ . กรุงเทพมหานคร: ริชแมกซ์อนิ เตอร์พร้นิ ท์.
ภาณุวงั โส และมิน ชอง ชิน. (2549). เกินกวา่ ฟรอยด์จะจินตนาการ. กรงุ เทพมหานคร: เคลด็ ไทย.
ยงยุทธ วงศ์ภริ มยศ์ านต์ิ. (2543). คมู่ อื การพฒั นาตนเองแนวพทุ ธสาหรบั ผู้ใหก้ ารปรึกษา. (ฉบับที่ 2). จติ วิทยา
แนวพุทธ. กรงุ เทพมหานคร: กรมสุขภาพจติ .
การทดสอบและการประเมินทางจิตวิทยา 551
ยุทธ ไกยวรรณ์. (2559). การวางแผนการทดลองสาหรับการวิจัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2539). เทคนคิ การวัดผลการเรยี นรู้. กรงุ เทพมหานคร: ชมรมเด็ก.
วรรณี แกมเกตุ, รศ.ดร. (2555). วิธีวิทยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. (พิมพ์คร้ังท่ี 3). กรุงเทพมหานคร :
โรงพมิ พแ์ หง่ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
วิจิตพาณี เจริญขวัญ. (2554). การทดสอบทางจิตวิทยา. (พิมพ์คร้ังที่ 8). กรุงเทพมหานคร: สานักพิมพ์
มหาวิทยาลัยรามคาแหง.
ศักด์ิ สุนทรเสณี. (2531). เจตคติ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพรุงวัฒนา. สืบค้น 10 พฤษภาคม 2564 จาก
http://phatrsa.blogspot.com/2010/01/attitude.html
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2556). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่ง
จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
ศิริบูรณ์ สายโกสุม. (2549). การใช้แบบทดสอบในการให้คาปรึกษา. (พิมพ์คร้ังที่ 1). กรุงเทพมหานคร:
สานักพมิ พ์มหาวิทยาลยั รามคาแหง
_________. (2556). การใช้แบบทดสอบในการให้คาปรึกษา. กรุงเทพมหานคร: สานักพิมพ์มหาวิทยาลัย
รามคาแหง.
สมชาย รัตนทองคา. (2556). การวัดและประเมินผลทางการศึกษา. เอกสารประกอบการสอน 475 788 การ
สอนทางกายภาพบาบัด ภาคต้นปกี ารศึกษา 2556.
สมชาย วรกิจเกษมสกุล. (2553). ระเบียบวิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. (พิมพ์คร้ังท่ี 2).
อุดรธานี: อักษรศิลป์การพมิ พ.์
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2561). จากจิตวิทยาสู่จิตภาวนา. (พิมพ์ครั้งท่ี 18).
กรงุ เทพมหานคร: สานกั พมิ พผ์ ลธิ มั ม์.
สมั ฤทธิ์ กางเพง็ และ สรายุทธ กันหลง. (2560). การวิจัยแบบผสมวิธี: กระบวนทศั น์การวิจัยในศตวรรษท่ี 21.
(พมิ พค์ รั้งที่ 3). ขอนแกน่ : หา้ งหนุ้ ส่วนจากดั อภชิ าตการพมิ พ์.
สานกั งานกองทุนสนับสนนุ การสร้างเสริมสขุ ภาพและสถาบันวิจยั พุทธศาสตร์. (2562). เสี่ยงภาวะซึมเศร้าของ
เยาวชนไทย. พระนครศรีอยุธยา: มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั .
สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2552). การศึกษาองค์ความรู้เก่ียวกับคุณลักษณะของคนไทยที่พึง
ประสงค์: เชาว์ทางปัญญา (Intelligence Quotient: IQ). (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร:
บริษทั พรกิ หวานกราฟฟิค จากัด.
สิริอร วิชชาวุธ. (2544). จิตวิทยาการอุตสาหกรรมและองค์การเบ้ืองต้น. กรุงเทพมหานคร:มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์.
สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. (2543). สถิติสาหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์. (พิมพ์คร้ังที่ 4). กรุงเทพมหานคร:
เฟือ่ งฟา้ .
552 Testing and Assessment for Psychology
_________. (2555). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. (พิมพ์คร้ังที่ 15). กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วน
จากดั สาขาลดา.
_________. (2556). การใช้สถิติในงานวิจัยอย่างถูกต้องและได้มาตรฐานสากล. (พิมพ์คร้ังท่ี 6).
กรุงเทพมหานคร: หจก.สามลดา.
_________. (2558). การเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ และแบบผสมท่ีถูกต้องได้
มาตรฐานสากล. กรุงเทพมหานคร: หา้ งห้นุ สว่ นจากดั สามลดา.
สุชรี า ภัทรายุตวรรตน.์ (2556). คูม่ ือการวัดทางจิตวทิ ยา. (พมิ พค์ ร้งั ที่ 5). กรุงเทพมหานคร: ตรีเทพ.
สุภางค์ จันทวานิช. (2540). วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ. (พิมพ์คร้ังที่ 7). กรุงเทพมหานคร: สานักพิมพ์แห่ง
จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
สุวัฒสัน รกั ขนั โท, ดร. (2560). จิตวทิ ยาในพระไตรปฎิ ก (Psychology in Tipitaka). พระนครศรีอยุธยา: โรง
พมิ พ์มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั .
สุวิญ รักสัตย์. (2559). ปัจจัยท่ีมีผลต่อความคลาดเคลื่อนของการวัด. เอกสารประกอบการอบรมโครงการ
ฝึกอบรม “สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่” (ลูกไก่). เครือข่ายมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
รว่ มกบั สานักงานคณะกรรมการวจิ ัยแห่งชาติ (วช.).
สวุ ิมล ติรกานันท์. (2557). ระเบียบวิธีการวิจยั ทางสงั คมศาสตร์: แนวทางสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: โรง
พิมพ์แหง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
อนุวัฒิ คูณแก้ว. (2558). การวัดผลและประเมินผลการศึกษาแนวใหม่. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรงุ เทพมหานคร: โรง
พิมพแ์ หง่ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
อรพินทร์ ชูชม. (2545). เอกสารประกอบคาสอน วป 502 การสร้างและพัฒนาเครื่องมือวัดทางพฤตกิ รรมศาสตร์.
สถาบนั วิจยั พฤติกรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ ประสานมติ ร.
อุบลวรรณา ภวกานันท์ และคณะ. (2554). จิตวิทยาท่ัวไป. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพมหานคร: สานักพิมพ์
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร.์
(2) งานวจิ ยั /วิทยานพิ นธ์
กมลาศ ภวู ชนาธพิ งศ์ และคณะ, พระมหานันทวิทย์ แก้วบุตรดี, ดร. (2559). ค่านิยมและพฤติกรรมต้นแบบใช้
เครือข่ายสังคมออนไลน์ตามแนวพุทธจิตวิทยา บูรณาการของสามเณร. (รายงานผลการวิจัย).
สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. สืบค้น
จาก http://198.7.63.81:8080/xmlui/handle/123456789/64
กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์ และคณะ. (2561). โครงการสุขชีววี ถิ พี ุทธในชมุ ชนเมอื ง ยุค 4.0: กระบวนการมีสว่ นรว่ ม
ของชุมชนบ้าน วัด โรงเรียน. (รายงานผลการวิจัย). คณะมนุษยศาสตร์. พระนครศรีอยุธยา:
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั .
การทดสอบและการประเมินทางจติ วทิ ยา 553
_________. (2562). โครงการนวัตกรรมสุขภาวะวิถีพุทธและพุทธจิตวิทยาบาบัดเพ่ือลดปัจจัยเสี่ยงภาวะ
ซึมเศร้าของเยาวชนไทย. (รายงานผลการวิจัย). คณะมนุษยศาสตร์. พระนครศรีอยุธยา:
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย.
จรรยจ์ ารี ธรรมา. (2560). การพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมเพื่อสรา้ งสมรรถนะนักการตลาดในศตวรรษที่ 21 ตาม
แนว. (ปริญญานพิ นธ์ปริญญาดษุ ฎบี ัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราช
วทิ ยาลัย.
ณฐกร วัชรสินธุ์. (2562). การพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมเพ่ือเสริมสร้างสมรรถนะวิชาชีพของพนักงานรักษาความ
ปลอดภัยตามหลักพุทธจิตวิทยา. (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา:
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ทิพย์ธิดา ณ นคร. (2563). การพัฒนาตัวบ่งช้ีภูมิคุ้มกันเพ่ือการเผชิญวิกฤติตามแนวพุทธจิตวิทยาสาหรับวัย
ผู้ใหญ่. (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลยั .
ผจงจิต อินทสุวรรณ และคณะ. (2545). การสร้างและพัฒนามาตรวัดปรีชาเชิงอารมณ์ตามแนวพุทธศาสนา
สาหรับวัยรุ่นไทย. (รายงานผลการวิจัย). ฉบับที่ 84. กรุงเทพมหานคร: สถาบันวิจัยพฤติกรรม
ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ.
พนัทเทพ ณ นคร. (2562). การศึกษาคุณลักษณะนักขายที่ประสบความสาเร็จและมีความสุขตามหลักพุทธ
จติ วิทยา. (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑติ ). พระนครศรอี ยุธยา: มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลยั .
พรวิไล อุรัจฉัทชัยรัตน์. (2540). การพัฒนามาตรวัดแบบบุคลิกภาพของไมเยอร์-บริขช์ ฟอร์มอี ฉบับภาษาไทย
เพ่ือศึกษาบุคลิกภาพพยาบาลไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพมหานคร:
มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง.
พระมหาสมเกียรติ รตนปัญโญ (แก้วเกาะสะบ้า). (2553). ผลของการฝึกสารวมสติและการฝึกคิดแบบโยนิโส
มนสิการปรีชาเชิงอารมณ์แนวพุทธศาสนาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนศรีอยุธยา
ในพระอปุ ถัมภฯ์ . (วิทยานิพนธ์ปรญิ ญามหาบัณฑิต). กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิ
โรฒ.
พระมหาสุทิตย์ อาภากโร และคณะ. (2558). การสร้างและพัฒนาตัวชี้วัดความสุขของประชาชนตามหลักคา
สอนของพระพุทธศาสนา. (รายงานผลการวิจัย). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลยั .
_________. (2559). การสร้างและพัฒนาตัวชี้วัดความสุขตามหลักพระพุทธศาสนา. (รายงานผลการวิจัย).
พระนครศรอี ยุธยา: มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั .
554 Testing and Assessment for Psychology
ภัทธิดา แรงทน. (2560). รปู แบบการพัฒนาวุฒภิ าวะทางอารมณ์ตามหลกั พุทธธรรมสาหรับสถานศึกษา สังกัด
สานั กงาน เขตพ้ื น ท่ี การศึกษ ามัธยมศึกษ า . (ป ริญ ญ านิ พ น ธ์ป ริญ ญ าดุษ ฎี บั ณ ฑิ ต).
พระนครศรีอยธุ ยา: มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั .
แม่ชีสุดา โรจนอุทัย. (2559). รูปแบบการพัฒนาเชาว์อารมณ์ของวัยรุ่นตามหลักพระพุทธศาสนา. (ปริญญา
นพิ นธ์ปรญิ ญาดุษฎบี ณั ฑติ ). พระนครศรีอยุธยา: มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
โย่ง ศรีเวียน. (2560). การพัฒนาแบบประเมินเจตสิกปัจจัยเชิงทานายบุคลิกภาพของผู้ปฏิบัติธรรม. (ปริญญา
นิพนธ์ปริญญาดษุ ฎีบณั ฑิต). พระนครศรอี ยธุ ยา: มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั .
รัตน์นที วิโรจน์ฤทธ์ิ. (2559). การพัฒนาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุความสุขในความรักตามหลักพุทธ
จิตวิทยา. (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบณั ฑติ ). พระนครศรอี ยุธยา: มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลยั .
ศิลป์ชัย สีมาวงศ์อนันต์. (2562). การพัฒนาโปรแกรมการพัฒนาตนตามหลักพุทธจิตวิทยาเพื่อเสริมสร้าง
สมรรถนะของบุคลากรสายวิศวกรรมในยุคไทยแลนด์ 4.0. (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต).
พระนครศรอี ยธุ ยา: มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย.
สุชาดา สกลกิจรุ่งโรจน์. (2558). การประยุกต์โมเดลการตอบสนองข้อสอบในการพัฒนามาตรวัดความสุขของ
คนไทย: การทดสอบแบบปรับเหมาะด้วยคอมพิวเตอร์. (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต),
ชลบรุ ี: วิทยาลยั วทิ ยาการวิจัยและวทิ ยาการปญั ญา มหาวิทยาลัยบรู พา.
สุเมธ โสฬศ. (2560). การศึกษาเครื่องมือจาแนกจริตท่ีเหมาะสมในการเจริญสติปัฏฐาน. (ปริญญานิพนธ์
ปรญิ ญาดุษฎีบัณฑติ ). พระนครศรอี ยุธยา: มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ..
สุวัฒน์ ธนกรนุวัฒน์, นพ. (2562). ผลของการฝึกสติและคิดบวกที่มีต่อสุขภาวะเชิงอัตวิสัยของบุคลากรใน
โรงพยาบาลชุมชน. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบณั ฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬา
ลงกรณราชวทิ ยาลัย.
สุวฒั น์ มหัตนิรันดร์กลุ , ปรทิ รรศ ศิลปะกจิ และวนิดา พมุ่ ไพศาลชัย. (2541). คณุ ภาพชวี ติ ของคนไทยในภาวะ
วกิ ฤตเศรษฐกิจ. (รายงานผลการวจิ ยั ). กรมสุขภาพจติ . เชยี งใหม่: โรงพยาบาลสวนปรงุ .
_________. (2540). เปรียบเทียบแบบวัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกทุก 100 ตัวชี้วัดและ 26
ตวั ชี้วดั . (รายงานผลการวิจัย). กรมสขุ ภาพจติ . เชยี งใหม่: โรงพยาบาลสวนปรุง.
อภิชัย มงคล, วัชนี หัตถพนม, ภัสรา เชษฐ์โชติศักดิ์, วรรณประภา ชะลอกุล, ละเอียด ปัญโญใหญ่. (2544).
การศึกษาดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทย (ระดับบุคคล). (รายงานผลการวิจยั ). ขอนแก่น: โรงพยาบาล
จติ เวชขอนแกน่ .
(3) บทความ/วารสาร
กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์ และคณะ. (2562). การเสริมสร้างจิตสานึกด้านคุณธรรมตามหลักพุทธจิตวิทยาสาหรับ
เยาวชน. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ (คณะมนุษยศาสตร์) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
การทดสอบและการประเมินทางจิตวิทยา 555
วิทยาลัย, 15(ฉบับเพ่ิมเติม). สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JGSR/article
/view/222 489
ณรงค์ศักด์ิ จันทร์นวล และคณะ. (2523). การประเมินบุคลิกภาพโดยใช้แบบทดสอบ CPI. วารสารจิตวิทยา
คลนิ กิ , 11(2).
ธนานิล ชัยโกวิทย์, จักรกฤษณ์ สุขย่ิง และชัชวาลย์ ศิลปะกิจ. (2539). ความเชื่อถือได้และความแม่นตรงของ
General Health Questionnaire ฉบับภาษาไทย. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 41(1), 2-
17.
ธรี ภทั ร สุดโต และอภนั ตรี นาคอาไพ. (2560). การวัดเจตคติ. วารสารการวดั ผลการศกึ ษา. 34(96), 1-9.
บุญชม ศรีสะอาด. (2528). ความเช่ือม่ันของแบบทดสอบอิงเกณฑ์. วารสารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
มหาสารคาม 4(2).
ผ่องพรรณ เกิดพทิ ักษ์. (2560). การสงั เกต. วารสารจติ วทิ ยา (มหาวิทยาลยั เกษมบณั ฑิต), 7(2), 1-18.
สมนึก ภัททิยธนี. เกณฑ์ปกติ. วารสารวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ภาควิชาวิจัยและพัฒนา
การศึกษา คณะศึกษาศาสตร์) 4(1), 31-35 สืบค้น 20 พฤษภาคม 2563 จาก https://so02.tci-
thaijo.org/index.php/jemmsu/article/view/154512/112416
สมบัติ ท้ายเรือคา. (2559). การพัฒนาแบบสอบถามและแบบวัดทางจิตวิทยา. วารสารวิจัยเพ่ือพัฒนาสังคม
และชุมชน (มหาวิทยาลยั ราชภัฏมหาสารคาม). 3(1)(5), 35-37.
สักกพัฒน์ งามเอก. แบบวัดทางจิตวิทยา. บทความสารคดีทางวิทยุ รายการ “จิตวิทยาเพื่อคุณ” วิทยุจุฬาฯ
FM 101.5 MHz. สืบค้น 2 พฤษภาคม 2563 จาก http://smarterlifebypsychology.com/
2018/01/09
อารยา องค์เอ่ียม, พงศ์ธารา วิจิตเวชไพศาล. (2561). การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย. วารสารวิสัญญี
สาร. 44(1), 36-42.
อุมาพร ตรังคสมบัติ และดุสิต ลิขนะพิชิตกุล. (2539). อาการซึมเศร้าในเด็ก: การศึกษาโดยใช้ Children’s
Depression Inventory. วารสารสมาคมจติ แพทย์แหง่ ประเทศไทย. 41(4), 221-230.
(4) เอกสาร/หนงั สอื ภาษาอังกฤษ
Adler, P. A. and Adler, P. (1994). Observational techniques. In N.K. Denzin and Y.S. Lincoln
(eds.). (Handbook of Qualitative Research). London: SAGE.
Aiken LR. (1994). Psychological Testing and Assessment. (8nd ed.). Boston: Allyn and Bacom.
Alaszwski, A. (2006). Using Diaries for Social Research. (1st Edition). UK: SAGE.
556 Testing and Assessment for Psychology
Allen, Marry J. and Yen, Wendy M. (1979). Introduction to Measurement Theory. U.S.A.:
Brooks/Cole Publishing Company.
Anastasi A., (1986). Evolving Concepts of Test Validation. Annual Review of Psychology. 37, 1-
15.
_________. (1982). Psychological Testing. U.S.A.: Macmillan Publishing Company.
Anne Anastasi & Susana Urbina. (2012). Psychological Testing. (Seventh edition). New Delhi:
PHI Learning Private Limited.
Arun Kumar Singh. (2013). Tests. Measurements and Research Methods in Behavioral
Sciences. New Delhi: Bharati Bhawan.
Berg, B.L. (2010). Qualitative Research Methods. (5th Edition). USA: Peason.
C. James Goodwin. (1998). Research in Psychology. (Second edition). New York: Johh Wiley &
Sons, Inc.
Cardaciotto, L.A., Herbert, T.D., Forman, E.M., Moitra, E., & Farrow, V. (2008). The assessment
of present– moment awareness and acceptance: The Philadelphia mindfulnees
scale. Assessment. 15(2), 204-223.
Chris Spatz, Edward P Kardas. (2008). Research Methods in Psychology. New York: McGraw-
Hill Companies, Inc.
Cohen, R. J. & Swerdlik, M. E. (2002). Psychological testing and assessment: An introduction
to tests and measurement. (5th ed.). New York: McGraw-Hill.
Crocker, L. and Algina, J. (1 9 8 6 ). Introduction to Classical and Modern Test Theory. New
York: CBS College Publishing.
Cronbach L. J. (1960). Essential of Psychological Testing. New York: Harper & Row Publishers.
Diener, E., & Emmons, R. A. (1984). The independence of positive and negative affect.
Journal of Personality and Social Psychology. 47(5), 1105-1117.
Eble R.L. (1978). Essrmtial of Educational Measurement. Prentice-Hall, Inc.
Garcher H, Kornhaber M, & Wake W. ( 1996) . Intelligence Multiple perspectives. Fort Worth:
Harcourt Brace.
Gary W.Heiman. (1995). Research Methods in Psychology. U.S.A: Houghton Mifflin Company.
Gibbons et al. (2008). Using Computerized Adaptive Testing to Reduce the Burden of Mental
Health Assessment. Psychiatric Services. 59(4), 361–368.
การทดสอบและการประเมนิ ทางจติ วทิ ยา 557
Goodwin, C. J. (1995). Research in Psychology: Methods and Design. New York: John Wiley
and Son.
Graham JR. (1979). The MMPI: A Practical Guide. NY: Oxford University Press.
Griffin, John I. (1962). Statistics: Methods And Applications. New York: Holt, RineHart and
Winston.
Guilford, J. P. & Fruchter, B. (1978). Fundamental Statistics in Psychology and Education.
(Sixth Edition). New York: McGraw Hill.
Hambleton, R. K. Swaminathan, H. & Rogers, H. J. (1 9 9 1 ). Fundamentals of item response
theory. United States of America: Sage Publications.
Hathaway, S.R., & McKinley, J. C. (1976). Minnesota Multiphasic Personality Inventory:
Manual. New York: Psychological Corporation.
Hays, William L. (1963). Statistics for Psychologists. New York: Holt, Rinehart And Winston.
HothersaLL, D. (1990). History of Psychology. (2nd ed.). New York: McGraw-Hill.
Howard B. Lyman. (1971). Test Scores and What They Mean. New Jersey: Prentice-Hall.
Ivancevich, J. M. & Matteson, M. T. (1980). Stress and work: A managerial perspective.
Tucker, GA: Scott Foreman and company.
John J. Shaughnessy, Eugene B, Zechmeister. (1997). Research Methods in Psychology.
Singapore: McGraw-Hill Companies Inc.
Kaplan R.M. & Saccuzzo. (1997). Psychological Testing. California: Brooks/Cole Co.
Kretch Crutchfield & Ballachey. (1963). Individual, in Society. New York: McGraw-Hill.
Maxwell, S. E. (2004). The Persistence of Underpowered Studies in Psychological Research:
Causes, Consequences, and Remedies. Psychological Methods, 9(2), 147–163.
Mc Nemar, Quinn. (1969). Psychological Statistics. (Fourth Edition). New York: John
[email protected].
Mehrens W. A., & Lehmann, I. J. (1978). Measurement and Evolution in Education and
Psychology. (2nd ed.). New York: Holt, Rinehart and Winston.
_________. (1973). Standardized Test in Education. New York: Holt, Rinehart and Winston.
Merriam, S. B. (2001). Qualitative Research and Case Study Applications in Education. San
Francisco: Jossey-Bass. [2010, February, 25].
558 Testing and Assessment for Psychology
Messick, S. (1989). Validity. In R. L. Linn (Ed.). Educational measurement. (3rded.). New York:
American Council on education and Macmillan.
Monroe, W.S. & Carter, R.E. (1923). The Use of Different Types of Thought Questions in
Secondary Schools and Their Relative Difficulty for Students. Urbana: University of
Illinois Bulletin. 20(34).
Myers Isabel Briggs and McCaulley Mary H. (1985). Manual: A Guide to the development and use
of the Myers-Briggs Type Indicator. California: Counselling Psychology Press.
Nackmias, C. F. and Nackmaias, D. (2000). Research Methods in Social Science. (4th Edition).
New York: Worth Publish.
Paul. C.Cozby. (1977). Methods In Behavioral Research. (Tenth edition). New York: McGraw-
Hill.
Puchta, C. and Potter, J. (2006). Focus Group Practice. (2nd Edition). UK: SAGE.
Robert M. Kaplan & Dennis P. Saccuzzo. (2009). Psychological Testing. International Student
Edition. USA: Wadsworth, Cengage Learning.
Schaerbroeck, J., Cotton, J. L., & Jennings, K. R. (1989). Antecedents and consequences of rote
stress: A covariance structure analysis. Journal of Organizational Behavior. 10, 35-58.
Vitaliano, P. P., Russo, J., Weber, L., & Celum, C. (1993). The Dimensions of Stress Scale:
Psychometric properties. Journal of Applied Social Psychology, 23(22), 1847–1878.
_________. (1993). What Is Coefficient Alpha? – CiteSeerX. Journal of Applied Psychology, 78(1),
98.
Wainer, Howard and Braun, Henry I. (1988). Test Validity. U.S.A.: Lawrence Erlbaum
Associates, Inc.
Weiss, D. J. (2 0 1 1 ). Better Data From Better Measurements Using Computerized Adaptive
Testing. Journal of Methods and Measurement in the Social Sciences. 2(1), 1-27.
William G. Zikmund. (1994). Business Research Methods. (Fourth Edition). TX: The Dryden
Press.
(5) Internet
Crocker, L. & Algina, J. (2008). IRTPRO 2.1. Retrieved from http://www.ssicentral.com/irt/
IRTPRO_by_SSI.pdf p. 339.
การทดสอบและการประเมนิ ทางจิตวทิ ยา 559
David Thissen, Lynne Steinberg, Thomas Pyszczynski, Jeff Greenberg. (1983). An Item
Response Theory for Personality and Attitude Scales: Item Analysis Using
Restricted. Factor Analysis. Journal of Applied Psychological Measurement. 7(2),
214-225 Retrieved from http://citeseerx.ist.psu.edu/viewdoc/download?doi=10.1.1.
466.3520&rep=rep1&type=pdf
Diener, Ed. (2009). A Primer for Report and Newxomers. Retrieved 10 June 2019 from http://
labs.psychology.illinois.edu/~ediener/faq.html
Donald L.Sexton. (1990). Female and male entrepreneurs: Psychological characteristics and
their role in gender related discrimination. Journal of Business Venturing. 5(1), 29-
36 Retrieved from http://sciencedirect.com/science/article/abs/pii/088390269090
024N
Francis Galton. Retrieved 16 June 2021 from https://www.thwiki.press/wiki/Francis_Galton
Hugo Carretero-Dios, and Cristino Pérez. (2007). Standards for the development and review
of instrumental studies: Considerations about test selection in psychological
research. Spain: University of Granada. Retrieved from https://www.redalyc.org/
pdf/337/3377 0319.pdf
James McKeen Cattell. Retrieved 16 June 2021 from https://www.thwiki.press/wiki/James_
McKeen_Cattell
Jane Framingham, Ph.D. (2016). Minnesota Multiphasic Personality Inventory (MMPI).
Retrieved from https://psychcentral.com/lib/minnesota-multiphasic-personality-
inventory-mmpi/
Margare Bevans Ph.D. (2013). Patient–Reported Outcome Measurement Information System
(PROMIS): Efficient, standardized tools to measure self-reported health and
quality of life. Retrieved from https://www.sciencedirect.com/science/article/abs
/pii/S002965541400 1067
Maxwell, S. E. (2004). The Persistence of Underpowered Studies in Psychological Research:
Causes, Consequences, and Remedies. Psychological Methods, 9(2), 147-163
Retrieved from https://psycnet.apa.org/record/2004-14114-001
Newcomb. (1854). Attitude. Retrieved 10 May 2021 from http://www.novabizz.Ace/Attitude.
html อ้างอิงจาก http://phatrsa.blogspot.com/2010/01/attitude.html
560 Testing and Assessment for Psychology
PSYCHOLOGY AND EDUCATION (ISSN: 1553-6939). Retrieved from http://psychologyand
education.net/pae/index.php/pae
Roger. (1978). อ้างถึงใน สุรพงษ์ โสธนะเสถียร. (2533). ทัศนคติ. สืบค้น 5 พฤษภาคม 2564 จาก
http://www.novabizz.com/NovaAce/Attitude.htm
Rosenberg M.J., Hovland C.I., McGuire W.J., Abelson R.P., & Brehm J.W. (1960). Attitude
organization and change: An analysis of consistency among attitude components.
Yales studies in attitude and communication. Yale University. Retrieved 10 May
2021 from http://phatrsa.blog spot.com/2010/01/attitude.html
Trochim WMK. (2017). Reliability & Validity. Research Methods Knowledge Base. Jan 20.
Available from: http://www.socialresearchmethods.net/kb/relandval.php
Winder, C. L. (1960). Some Psychological Studies of Schizophrenics. In D. D. Jackson (Ed.), The
etiology of schizophrenia. from https://psycnet.apa.org/record/1960-08158-008
เทคนิคการออกข้อสอบ. สืบค้น 16 พฤษภาคม 2563 จาก https://www.trueplookpanya.com/educa
tion/content/68600/-teaartedu-teaart-teaarttea-
กรแก้ว จันทภาษา. การสัมภาษณ์. สืบค้น 8 มิถุนายน 2564 จาก https://home.kku.ac.th/korcha/obs1.
html
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ระบบฐานข้อมูลคณะจิตวิทยา. สืบค้นจาก http://www.psy.chula.ac.th/psy/
psy/
ท่านพุทธทาสภิกขุ. (2556). จิตวิทยาในพระพุทธศาสนา. สืบค้น 16 มิถุนายน 2564 จาก http://keji.siam
ganesh.com/?p=1871
นรรัชต์ ฝันเชียร. (2561). เทคนิคการออกข้อสอบ. สืบค้น 16 พฤษภาคม 2563 จาก https://www.true
plookpanya.com/education/content/68600/-teaartedu-teaart-teaarttea-
มจร. มนุษยศาสตร์ปริทรรศน์. Journal of MCU Humanities Review. สืบค้นจาก https://so03.tci-
thaijo.org/index.php/human
มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต. วารสารจิตวิทยา. Journal of psychology Kasem Bandit University. สืบค้น
จาก http://journal.psy.kbu.ac.th/
ศูนย์ดัชนีอ้างอิงวารสารไทย. TCI : Thai-Journal Citation Index Centre. สืบค้นจาก https://tci-thai
land.org/
สมาคมนักจิตวิทยาคลินิกไทย. วารสารจิตวิทยาคลินิก. Thai Journal of Clinical Psychology. สืบค้นจาก https
://so03.tci-thaijo.org/index.php/tci-thaijclinicpsy/index
การทดสอบและการประเมนิ ทางจติ วิทยา 561
ประวัติผู้เขียน
ช่ือ /ฉายา/ นามสกลุ ผศ.ดร.กมลาศ ภวู ชนาธิพงศ์
ตาแหน่ง
สถานที่ทางาน อาจารย์
วุฒกิ ารศกึ ษา ภาควชิ าจติ วทิ ยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราช
ประสบการณ์การสอน วิทยาลยั
79 หมทู่ ่ี 1 ตาบล ลาไทร อาเภอ วังน้อย จงั หวัด พระนครศรีอยธุ ยา 13170
ประสบการณว์ จิ ยั /ผลงานวจิ ัย เบอร์โทรศัพทม์ ือถือ 095 596 8864
ในรอบ 3 ปี อีเมล์ [email protected]
นศ.บ. (ประชาสมั พันธ)์ เกียรตนิ ยิ มอนั ดบั 2,
วท.ม.(จิตวทิ ยาพฒั นาการ)
พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)
ระดับปรญิ ญาตรี จิตวิทยาพัฒนาการ
จิตวิทยาผู้ใหญแ่ ละผูส้ งู อายุ
-
- การวดั และการประเมนิ ทางพุทธจติ วิทยาการปรึกษา
ระดับปรญิ ญาโท ระเบียบวธิ ีวิจัยทางจติ วทิ ยา
- พทุ ธจติ วิทยาการพฒั นาศักยภาพมนษุ ย์
- จิตวทิ ยารู้คิดและการเรียนรู้
- กระบวนและทักษะการปรึกษาทางพุทธจิตวทิ ยา
-
- จติ วทิ ยาการเรียนรู้
ระดับปรญิ ญาเอก การทดสอบและการประเมนิ ทางจิตวทิ ยา
- พทุ ธจติ วิทยาเพ่ือการปรกึ ษา
-
-
ผลงานวิจัย
หวั หน้าโครงการวจิ ยั
1. กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์. “การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของสาระการเรียนรู้
หลักสูตรธรรมศึกษาและหลักสูตรวิชาพระพุทธศาสนาในโรงเรียน”. รายงาน
การวิจัย. สถาบนั วจิ ยั พทุ ธศาสตร์ มจร. (2558).
562 Testing and Assessment for Psychology
2. กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์. “ค่านิยมและพฤติกรรมต้นแบบการใช้เครือข่าย
สังคมออนไลน์ตามแนวพุทธจิตวิทยาบูรณาการของสามเณร”. รายงานการ
วิจยั . สถาบันวิจยั พุทธศาสตร์ มจร. (2560).
3. กระบวนการเรียนร้เู พอื่ การจดั การเครือข่ายพระสงฆ์พิทักษ์วัฒนธรรม
(2561)
4. รปู แบบและกระบวนการพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษของนิสิต
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั (2561)
5. กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์. “โครงการสุขชีวีวิถีพุทธ : ในชุมชนเมืองยุค 4.0 :
กระบวนการมีส่วนร่วมชุมชน บ้านวัด โรงเรียน ”. รายงานการวิจัย.
สถาบันวจิ ัยพุทธศาสตร์ มจร. (2561).
6. กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์. “การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างจิตสานึกด้าน
คุณธรรมตามหลักพุทธจิตวิทยาสาหรับเยาวชน” “โครงการวิจัยรับใช้สังคม
ท้อปเทร็นด์สู่ท้อปมายด์ ปี 2561 (วินัย ใฝ่ดี มีจิตอาสาเพื่อสังคม)”. รายงาน
การวิจัย.ทุนสนับสนุนบริษัทท้อปเทร็นด์แมนูเฟอร่ิง จากัด และสถาบันวิจัย
พุทธศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั . (2561).(ปิดโครงการ
2563)
7. กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์. “โครงการนวัตกรรมสุขภาวะวิถีพุทธและพุทธ
จิตวิทยาบาบัดเพื่อลดปัจจัยเส่ียงภาวะซึมเศร้าของเยาวชนไทย”.สานักงาน
กองทุนสนับสนนุ การสรา้ งเสริมสุขภาพและสถาบันวิจยั พทุ ธศาสตร์ มจร.รหัส
โครงการ 62-00053.(2562). รายงานวิจัย.หัวหน้าโครงการวิจัยย่อย ภายใต้
โครงการการเสริมสร้างสขุ ภาวะเชงิ พุทธของหนว่ ยงานอบรมประชาชนประจา
ตาบล (อ.ป.ต) ในสังคมไทย โดย พระสธุ ีรตั นบัณฑิต รศ.ดร.
8. กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์. “การพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบสันติสุขตามหลักคา
สอนทางศาสนาในพ้ืนที่ภาคกลางและภาคใต้” รายงานวิจัย. ปีงบประมาณ
2563
การทดสอบและการประเมนิ ทางจิตวทิ ยา 563
9. กมลาศ ภวู ชนาธพิ งศ์ และคณะ รปู แบบการออกกาลงั กายด้วยการเจรญิ สติ
ของผ้สู ูงอายุในจังหวัดฉะเชงิ เทราคณะมนษุ ยศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลง
กรณราชวทิ ยาลัย ปงี บประมาณ 2561 (ปดิ โครงการ 2563)
ผู้ร่วมวิจยั
1. กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์. “การสรา้ งและพัฒนาตวั ชี้วัดความสุขของประชาชน
ตามหลักคาสอนของพระพุทธศาสนา”. รายงานการวิจัย. สถาบันวิจัยพุทธ
ศาสตร์ มจร. (2558). โดย พระสุธีรัตนบัณฑิต รศ.ดร.เป็นหัวหน้า
โครงการวิจัย
2. การเสริมสรา้ งจรยิ ธรรมสาหรบั ผตู้ ้องขังในเขตกรงุ เทพมหานคร พ.ศ.2559
3. กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์. “การขับเคลื่อนการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา:
นโยบายและแนวปฏิบัติเพ่ือการพัฒนาสังคมสันติสุข”. รายงานการวิจัย.
สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มจร. (2560) โดยพระเทพปวรเมธี รศ.ดร.เป็น
หัวหน้าโครงการวจิ ยั
4. กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์. “การพัฒนาจิตและปัญญาแบบองค์รวมด้วย
กระบวนการ Bio Feedback”. โครงการย่อยที่ 2 การพัฒนากิจกรรมเพื่อ
เสรมิ สร้างสุขชีวีตามแนวทางการพัฒนาจิตและปัญญาแบบองค์รวม. รายงาน
การวิจัย. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มจร. (2560).โดย พระมหาบุญเลิศ ช่วย
ธานี ศ.ดร.เป็นหัวหนา้ โครงการ
5. กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์. “อัตลักษณ์กับการท่องเที่ยว : ศึกษาการนาอัต
ลักษณ์มาใช้กับการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมของเมืองหลวงพระบาง ประเทศ
สาธารณรฐั ประชาธิปไตย ประชาชนลาว”. รายงานการวจิ ยั . สถาบนั วิจยั พทุ ธ
ศาสตร์ มจร. (2560).
6. กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์. “การติดตามการปฏิบัติศาสนกิจของพระธรรมฑูต
สายต่างประเทศของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย”. รายงาน
การวิจยั . สถาบนั วิจยั พทุ ธศาสตร์ มจร. (2561).