การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ปจ จยั ท่มี อี ิทธพิ ลตอการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
ของผูประกอบการธุรกิจออนไลนในประเทศไทย
พฒุ พร แสงประเสริฐ01
นิสติ ปรญิ ญาโทหลักสตู รศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตร
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร
นธกฤต วนั ตะเมล
อาจารยป ระจาํ ภาควิชานิเทศศาสตรแ ละสารสนเทศศาสตร คณะมนษุ ยศาสตร
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร
บทคัดยอ
การวิจยั คร้ังน้ีมีวัตถุประสงค 2 ประการคือ 1) เพื่อศกึ ษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอป
พลิเคชัน KineMaster ของผูประกอบการธุรกิจออนไลนในประเทศไทยจําแนกตามลักษณะทางประชากร 2)
เพอ่ื ศึกษาปจจัยที่มีอทิ ธพิ ลตอ พฤติกรรมการใชงานแอปพลเิ คชัน KineMaster ของผปู ระกอบการธุรกจิ ออนไลน
ในประเทศไทย การวิจัยคร้ังนี้ เปนวิจัยเชิงปริมาณ ทําการเก็บขอมูลโดยใชแบบสอบถามออนไลนกับ
ผูประกอบการธุรกิจออนไลนในประเทศไทย ท่ีใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster จํานวน 400 คน โดยใชวิธีการ
สุมตัวอยางแบบหลายข้ันตอน (Multi-Stage Sampling) และทําการวิเคราะหผลโดยการแจกแจงความถ่ี รอย
ละ คาเฉลี่ย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะหการถดถอยเชิงพหุคูณ ณ ระดับนัยสําคัญที่ 0.05
ผลการวจิ ยั พบวา 1) อายุ ระดบั การศึกษา และรายได ของผูป ระกอบการธุรกิจออนไลนที่ตางกัน จะมพี ฤตกิ รรม
การใชงานแอปพลิเคชนั KineMaster ทแ่ี ตกตา งกัน 2) การรบั รูความงาย (β = .174) การคลอ ยตามกลมุ อางอิง
(β = .174) และการรับรูความสามารถในการใชงาน (β = .171) มีอิทธิพลรวมกันตอพฤติกรรมการใชงานแอป
พลิเคชัน KineMaster จากผลการวิจัยในคร้ังน้ี ผูพัฒนาแอปพลิเคชันสามารถนําไปใชประโยชนในการวาง
แผนการสื่อสารการตลาดเพ่ือสงเสริมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ใหกับผูประกอบการธุรกิจออนไลน
ในประเทศไทยตอไป
คาํ สาํ คญั : แอปพลเิ คชนั KineMaster, ผูป ระกอบการธรุ กจิ ออนไลน
1 นสิ ติ ปริญญาโทหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบณั ฑติ คณะมนุษยศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร แขวงลาดยาว เขตจตจุ ักร
กรุงเทพมหานคร 10900 หมายเลขตดิ ตอ: 083-139-1682 อีเมล: [email protected]
479
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
FACTORS AFFECTING KINEMASTER APPLICATION USAGE AMONG
ONLINE ENTREPRENEURS IN THAILAND
Puttaporn Sangprasert1
Graduate Student, Master of Arts, Faculty of Humanities
Kasetsart University
Nottakrit Vantamay
Lecturer at Department of Communication Arts and Information Science, Faculty of Humanities
Kasetsart University
Abstract
This research has two objectives: 1) to study the difference of KineMaster application
usage behavior among online entrepreneurs in Thailand categorized by demographic
characteristics, and 2) to study the factors influencing KineMaster application usage behavior
among online entrepreneurs in Thailand. This research quantitatively used an online
questionnaire as a tool to collect data from 400 online entrepreneurs in Thailand, who used
the KineMaster application, and were selected through multi-stage sampling. The data were
analyzed in terms of frequency distribution, percentage, mean, standard deviation and
multiple regression analysis at the statistical significance level of 0.05. The research found that
1) online entrepreneurs who differ in age, education level, and income will have different
usage behaviors of the KineMaster application; and 2) perceived ease of use (β = .174),
subjective norm (β = .174) and perceived behavioral control (β = .171) had a joint influence
over the usage behaviors of the KineMaster application among online entrepreneurs.
Application developers can utilize these results in planning their marketing communications
to continue promoting the KineMaster application to online entrepreneurs in Thailand.
Keywords: KineMaster Application, Online Business Entrepreneurs
1 Corresponding Author: Graduate Student, Master of Arts, Faculty of Humanities, Kasetsart University
Contact Number: +6683-139-1682 Email: [email protected]
480
การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
บทนํา
โลกมีการเปล่ียนแปลงอยางรวดเร็ว การดําเนินชีวิตก็มีการปรับเปล่ียนไปตามยุคสมัย เชนเดียวกับ
การทําธุรกิจ เม่ือกาลเวลาเปล่ียน รูปแบบทางการสื่อสารการตลาดก็ตองมีการเปลี่ยนแปลงเชนกัน ทั้งน้ีก็เพ่ือ
การเขาถึงกลุมเปาหมายท่ีตองการ ซ่ึงในยุคปจจุบันมีการอาศัยเทคโนโลยีผานสื่อ Social ตางๆทางอินเทอรเน็ต
มาชวยทําการตลาด ซ่ึงเปนจุดกําเนิดของธุรกิจออนไลน การทําธุรกิจออนไลนในปจจุบัน สิ่งท่ีขาดไมไดและยัง
ตองมีการพัฒนาอยางตอเน่ืองนั้น ยังคงเปนเร่ืองของการใชเครื่องมือส่ือสารทางการตลาด ซึ่งเปนเคร่ืองมือ
สําคัญท่ีชวยใหธุรกิจสามารถเขาถึงผูบริโภคไดเปนจํานวนมาก และเคร่ืองมือสื่อสารทางการตลาดท่ีมีอิทธิพล
มากท่ีสุดในปจจุบันคือส่ือวิดีโอ (iplandigital, 2021) ดวยความนาสนใจและความตอเนื่องของวิดีโอสามารถ
ดึงดูดความสนใจและเพ่ิมการมีสวนรวมระหวางผูใชงานและวิดีโอแตละคลิปได ดังน้ันการเลือกโปรแกรมที่มาใช
งานสําหรับผูประกอบการธุรกิจออนไลน จะตองใชงานงาย สะดวก และเหมาะกับวิดีโอในแตละรูปแบบของการ
เลือกใช ซึ่งในบรรดาแอปพลิเคชันสําหรับการตัดตอวิดีโอนั้น แอปพลิเคชัน KineMaster ถือเปนหน่ึงในแอป
พลิเคชันท่ีกําลังไดรับความนิยมเปนอยางมากในปจจุบัน โดยมีจํานวนผูดาวนโหลดมากกวา 100 ลาน User
(KineMaster Corporation, 2021) และสําหรับประเทศไทย แอปพลิเคชัน KineMaster ถือเปนแอปพลิเคชัน
ยอดนิยมเนื่องจากมีความงาย ความคุมคา และความสะดวกในการใชงาน จึงทําใหเกิดการรวมกลุมกันในสังคม
ออนไลน เพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนขอมูลการใชแอปพลิเคชันซ่ึงกันและกัน อาทิ Facebook Fanpage และ Line
OpenChat ของ KineMaster Thailand
จากความสําคัญดังกลาวขางตน ผูวิจัยจึงตระหนักถึงความสําคัญ และมีความสนใจท่ีจะทําการศึกษา
เกี่ยวกับ ปจจัยท่ีมีอิทธิพลตอการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ของผูประกอบการธุรกจิ ออนไลนในประเทศ
ไทย โดยนํามาประยุกตใชกับทฤษฎีพฤติกรรมตามแบบแผน (Theory of Planned Behavior) และทฤษฎีการ
ยอมรับเทคโนโลยี (Technology of Acceptance Model) เพ่ือประโยชนในการพัฒนาชองทางการใชงานแอป
พลิเคชัน KineMaster อีกท้ังยังเปนประโยชนตอผูพัฒนาแอปพลิเคชัน ในการนําขอมูลท่ีไดจากการวิจัยไปใช
พัฒนาและปรบั ปรงุ ระบบใหส อดคลองกับความตองการของผูบริโภค ใหเ กดิ ประสิทธภิ าพสงู สุดในการใชงาน
วัตถุประสงคการวจิ ัย
1. เพื่อศึกษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ของผูประกอบการ
ธุรกิจออนไลนใ นประเทศไทยจําแนกตามลกั ษณะทางประชากร
2. เพอื่ ศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ของผูประกอบการ
ธรุ กิจออนไลนในประเทศไทย
สมมตฐิ านการวจิ ัย
สมมติฐานที่ 1 ลักษณะทางประชากรตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ที่
แตกตางกนั ประกอบดวยสมมติฐานยอยดังน้ี
H 1.1) เพศ ตา งกัน จะมีพฤตกิ รรมการใชง านแอปพลิเคชนั KineMaster ทแ่ี ตกตา งกัน
H 1.2) อายุ ตา งกนั จะมีพฤติกรรมการใชง านแอปพลิเคชนั KineMaster ทแ่ี ตกตา งกัน
H 1.3) ระดับการศึกษา ตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลเิ คชนั KineMaster ทีแ่ ตกตางกนั
H 1.4) ประเภทธุรกิจ ตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชง านแอปพลเิ คชัน KineMaster ทีแ่ ตกตางกนั
H 1.5) รายได ตา งกัน จะมพี ฤตกิ รรมการใชงานแอปพลเิ คชัน KineMaster ทีแ่ ตกตา งกัน
481
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
สมมติฐานท่ี 2 การรบั รปู ระโยชน การรบั รูความงาย ทัศนคตติ อการใชงาน การคลอยตามกลมุ อางอิง
และการรับรคู วามสามารถในการใชงาน มอี ิทธิพลรว มกนั ตอพฤตกิ รรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
กรอบแนวคิดการวิจยั
การรับรูป ระโยชน ลักษณะทางประชากร
(Perceived Usefulness) - เพศ
- อายุ
การรับรคู วามงาย - ระดบั การศึกษา
(Perceived Ease of Use) - ประเภทธุรกิจ
- รายได
ทศั นคตติ อ การใชง าน H1
(Attitude Toward Using) H2 พฤตกิ รรมการใชงาน
การคลอยตามกลมุ อางองิ
(Usage behavior)
(Subjective Norm)
การรบั รูความสามารถในการใชง าน - ความถ่ใี นการใชงาน
(Perceived Behavioral Control)
ภาพท่ี 1 กรอบแนวคิดในการวจิ ยั
การทบทวนวรรณกรรม
ในงานวจิ ัยครง้ั นี้ ผูวิจยั ไดทบทวนแนวคิดและทฤษฎดี ังตอ ไปนี้
1. ทฤษฎีพฤติกรรมตามแบบแผน Ajzen (1991) ใหความหมายวา ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน เปน
ทฤษฎีทางจิตวิทยาสังคม ท่ีพัฒนามาจากทฤษฎีการกระทําดวยเหตุผล (Theory of Reasoned Action) ของ
Ajzen และ Fishbein (1980) ทฤษฎีนี้อธิบายวา การแสดงพฤติกรรมของมนุษยจะเกิดจากการช้ีนําโดยความ
เช่ือ 3 ประการ ไดแก ความเช่ือเก่ียวกับพฤติกรรม ความเชื่อเกี่ยวกับกลุมอางอิง และความเช่ือเก่ียวกับ
ความสามารถในการควบคุม ซ่ึงความเช่ือแตละตัวจะสงผลตอตัวแปรตางๆ ทั้งนี้เนื่องจากพฤติกรรมการใชงาน
แอปพลิเคชัน KineMaster นั้น ตองดูทัศนคติของบุคคลตอพฤติกรรมการใชงาน ผูวิจัยจึงนําตัวแปรการคลอย
ตามกลุมอางอิง และการรับรูความสามารถในการใชงาน มาใชศึกษาถึงอิทธิพลของกลุมอางอิงท่ีมีตอพฤติกรรม
การใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ของกลมุ ผปู ระกอบการธรุ กจิ ออนไลนใ นประเทศไทย
2. ทฤษฎีการยอมรับเทคโนโลยี เปนทฤษฎีที่มีการพัฒนามาจากทฤษฎีการกระทําตามหลักเหตุและ
ผล และเปนทฤษฎีท่ีไดรับการยอมรับในการอธิบาย รวมถึงการคาดการณพฤติกรรมการยอมรับเทคโนโลยีของ
482
การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
บุคคล (Davis et al., 1989) นอกจากน้ี ศศิพร เหมือนศรีชัย (2555) ใหคํานิยามของการยอมรับเทคโนโลยีวา
เปนปจจัยสําคัญในการใชงานและอยูรวมกับเทคโนโลยี จากการที่ไดใชเทคโนโลยีทําใหเกิดประสบการณความรู
ทักษะ และความตองการใชงานเทคโนโลยี จากทฤษฎีที่กลาวมาน้ัน เกิดไดจากการทดลองใชและเกิดประโยชน
ตางๆ จึงทําใหเกิดการใชซ้ํา ซึ่งผูวิจัยไดศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีตางๆ ไมวาจะเปนเทคโนโลยีอินเทอรเน็ต
แอปพลิเคชนั รวมถงึ สอ่ื สังคมออนไลน โดยนาํ ทฤษฎกี ารยอมรับเทคโนโลยมี าศึกษาวิจยั ครั้งนี้ เพ่อื วดั การรบั รูถึง
ประโยชน และความงายของแอปพลิเคชัน วาหลังจากที่กลุมผูใชงานมีการรับรูในตัวแปรทั้งสองแลว ตัวแปรใด
สง ผลตอ ทัศนคตทิ ่ีทําใหเกิดการยอมรับการใชง าน
3. ทฤษฎีพฤติกรรมผูบริโภค เสรี วงษมณฑา (2548) ไดกลาววา พฤติกรรมบริโภค คือ พฤติกรรม
การแสดงออกของบุคคลแตละบุคคล ซ่ึงผูบริโภคคาดวาจะสามารถตอบสนองความตองการของตนเองได โดย
ผูวิจัยไดใชแนวคิดและทฤษฎีเก่ียวกับพฤติกรรม มาเปนแนวทางในการพัฒนารูปแบบของแบบสอบถาม เพ่ือใช
ในการนํามาวิเคราะหตลาดเปาหมาย ใหผูพัฒนาแอปพลิเคชันปรับปรุงแอปใหตรงกับความตองการของ
กลุมเปาหมายใหไดมากย่ิงข้ึน ซึ่งก็คือผูประกอบการธุรกิจออนไลนรวมถึงผูท่ีสนใจในการผลิตส่ือวิดีโอ ให
สามารถใชงานไดอยางมีประสิทธิภาพ และนําไปสูเปาหมายทางธุรกิจ อาทิ พฤติกรรมการเลือกใชงาน การ
ตัดสินใจใชงาน การใชงานแอปพลิเคชันนั้นซํ้า ระยะเวลาในการใชงาน รวมถึงฟงกชันที่ตอบโจทยสําหรับการใช
งาน
ระเบยี บวิธีการวิจัย
การศึกษาวิจัยคร้ังนี้ เปน วจิ ัยเชิงปรมิ าณ ดวยวิธกี ารวิจัยเชิงสํารวจ โดยประชากรที่ใชในการศึกษา มี
อายุ 18 ปข้ึนไป ซ่ึงเปนผูประกอบการธุรกิจออนไลนที่ใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster และเปนสมาชิกใน
Facebook Fanpage และ Line Openchat ของ KineMaster Thailand โดยผูวิจัยใชวิธีการสุมตัวอยางแบบ
หลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) ใหไดกลุมตัวอยางจํานวนทั้งส้ิน 400 คน ท้ังนี้ผูวิจัยแบงการสุมเปน 2
ข้ันตอนท้ังแบบอาศัยความนาจะเปน และไมอาศัยความนาจะเปน โดยในขั้นตอนท่ี 1 ผูวิจัยใชการสุมตัวอยาง
แบบชั้นภูมิ ซ่ึงเปนแบบอาศัยความนาจะเปน และขั้นตอนท่ี 2 ผูวิจัยใชการสุมแบบการกําหนดโควตา ซ่ึงเปน
การสมุ แบบไมอ าศัยความนาจะเปน โดยมีรายละเอยี ดดังน้ี
ข้ันตอนท่ี 1 การสุมชองทาง ผูวิจัยใชวิธีการสุมแบบชั้นภูมิตามชองทางสื่อโซเซียลมีเดีย (Stratified
Sampling) โ ด ย ป ร ะก อ บ ไ ป ด วย Facebook Fanpage (ไ ด แ ก KineMaster Thailand, Kinemaster
Professional Editors, KineMaster Thailand Official, และ KineMaster Community) และ Line Openchat
(ไดแก KineMaster, สอนใช KineMaster ฟรี, KineMaster by Chai, และCapcut kinemaster ibis paint)
จากน้ัน ผูวิจัยไดทําการสุมอยางงายโดยการจับสลาก Facebook Fanpage มาจํานวน 2 เพจ และ Line
Openchat มาจํานวน 2 หอง ไดชองทางดังน้ี 1.Facebook Fanpage KineMaster Thailand และ
KineMaster Community 2.Line Openchat KineMaster และ KineMaster by Chai
ขั้นตอนที่ 2 การสุมคนจากแตละชองทาง ผูวิจัยใชวิธีการสุมคนจากแตละชองทางส่ือโซเซียลมีเดีย
โดยการกําหนดโควตา (Quota Sampling) ซึ่งผูวิจัย เขาเก็บขอมูลกลุมตัวอยางจากแตละเพจ และแตละหอง
แชท ชอ งทางละ 100 คน จนครบจาํ นวน 400 คน
โ ด ย ใ ช แ บ บ ส อ บ ถ า ม อ อ น ไ ล น (Online Questionnaire) ใ น ก า ร เ ก็ บ ร ว บ ร ว ม ข อ มู ล
ซึ่งประกอบไปดวย คําถามปลายปด (Closed-Ended Question) และคําถามปลายเปด (Open-Ended
Question) โดยแบบสอบถามแบงออกเปน 7 สวนไดแก ลักษณะทางประชากร การรับรูประโยชน การรับรู
483
การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
ความงาย ทัศนคติตอการใชง าน การคลอยตามกลมุ อางอิง การรับรูค วามสามารถ และพฤตกิ รรมการใชงาน โดย
ใชมาตรวัดแบบประมาณคา 5 ระดบั (Likert Scale)
ในการวิเคราะหขอมูลสถิติเชิงพรรณนา ผูวิจัยใชการแจกแจงความถ่ี รอยละ และคาเบ่ียงเบน
มาตรฐาน สวนสถิติเชิงอนุมาน ผูวิจัยใช t-test การวิเคราะหความแปรปวนทางเดียว และการวิเคราะหถดถอย
เชงิ พหคุ ูณ ในการทดสอบสมมตฐิ านของการวิจยั
ผลการวิจัย
สว นท่ี 1 การวิเคราะหส ถิตเิ ชิงพรรณนา (Descriptive Statistic Analysis)
ลักษณะทางประชากรของกลุมตัวอยางสวนใหญ เปนเพศหญิง จํานวน 228 คน คิดเปนรอยละ
57.00 มีอายุ 25-29 ป จํานวน 161 คน คิดเปนรอยละ 40.25 มีระดับการศึกษา ปริญญาตรี จํานวน 277 คน
คิดเปนรอยละ 69.25 ทําธุรกิจประเภทสินคา จํานวน 227 คน คิดเปนรอยละ 56.75 และมีรายได 35,001-
55,000 บาท จาํ นวน 178 คน คดิ เปน รอยละ 44.50
การรับรูประโยชนของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster มีคาเฉล่ียเทากับ 3.75 สวนเบ่ียงเบน
มาตรฐานเทากับ 0.56 ในภาพรวมอยูในระดับมาก การรับรูความงายของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.75 สวนเบ่ียงเบนมาตรฐานเทากับ 0.60 ในภาพรวมอยูในระดับมาก ทัศนคติตอการใชงาน
แอปพลิเคชัน KineMaster มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.74 สวนเบ่ียงเบนมาตรฐานเทากับ 0.56 ในภาพรวมอยูในระดับ
มาก การคลอยตามกลุมอางอิงของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster มีคาเฉล่ียเทากับ 3.72 สวนเบี่ยงเบน
มาตรฐานเทากับ 0.62 ในภาพรวมอยูในระดับมาก การรับรูความสามารถของการใชงานแอปพลิเคชัน
KineMaster มีคาเฉล่ียเทากับ 3.73 สวนเบ่ียงเบนมาตรฐานเทากับ 0.62 ในภาพรวมอยูในระดับมาก และ
พฤติกรรมการใชงานในดานความถี่ พบวา กลุมตัวอยางมีการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster โดยมีคาสูงสุด
เทากับ40 คร้ังตอสัปดาห มีคาตํ่าสุดเทากับ 1 ครั้งตอสัปดาห และมีคาเฉลี่ยเทากับ 11.07 คร้ังตอสัปดาห สวน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน เทากบั 9.31
สวนท่ี 2 การวิเคราะหสถิตเิ ชงิ อนมุ าน (Inferential Statistic Analysis)
สมมติฐานที่ 1 ลักษณะทางประชากรตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
ที่แตกตางกนั
สมมติฐานที่ 1.1 เพศ ตางกัน จะมพี ฤติกรรมการใชงานแอปพลเิ คชัน KineMaster ท่แี ตกตา งกนั
ตารางท่ี 1 ตารางแสดงผลการศึกษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster จําแนก
ตามเพศ
เพศ จํานวน คาเฉลี่ย S.D. t df Sig.
ชาย 172 10.42 9.068 -1.201 398 .231
หญงิ 228 11.55 9.479
จากตารางที่ 1 พบวา เพศตางกันจะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ท่ีไม
แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ท้ังนี้เพศหญิงมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน
KineMaster มีคาเฉล่ียเทากับ 11.55 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 9.479 ขณะท่ีเพศชายมีพฤติกรรมการใช
งานแอปพลเิ คชนั KineMaster มคี า เฉล่ียเทา กับ 10.42 สว นเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 9.068
484
การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
สมมติฐานท่ี 1.2 อายุ ตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ท่ีแตกตางกัน
ตารางท่ี 2 ตารางแสดงผลการศึกษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster จําแนก
ตามอายุ
อายุ คาเฉลยี่ F (3,396) P Post-hoc
Analysis
1. ตาํ่ กวา 25 ป 14.66 3.185 .024* 2 < 1,3,4
3 < 1,4
2. 25-29 ป 9.91 4<1
3. 30-34 ป 11.04
4. ตัง้ แต 35 ป ขนึ้ ไป 11.97
*มนี ัยสาํ คญั ทางสถิติที่ระดบั .05
จากตารางท่ี 2 พบวา อายุตางกันจะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
ท่ีแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยอายุตํ่ากวา 25 ป มีคาเฉลี่ยของพฤติกรรมการใชงาน
แอปพลิเคชัน KineMaster สูงสุด เทากับ 14.66 รองลงมาคือ อายุต้ังแต 35 ป ขึ้นไป มีคาเฉลี่ยของพฤติกรรม
การใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster เทากับ 11.97 อายุ 30-34 ป มีคาเฉลี่ยของพฤติกรรมการใชงานแอป
พลิเคชัน KineMaster เทากับ 11.04 และ อายุ 25-29 ป มีคาเฉล่ียของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน
KineMaster เทากับ 9.91
นอกจากนี้เม่ือทาํ การเปรียบเทยี บคาเฉลยี่ รายคู (Post-hoc Analysis) พบวา กลุมตวั อยา งท่มี อี ายุ
25-29 ป มี พฤติ กรรมการใช งานแอปพลิ เคชั น KineMaster น อยกว ากลุ มตั วอย างที่ มี อายุ
ต่ํากวา 25 ปก ลมุ ตวั อยา งท่มี ีอายุ 30-34 ป และกลุม ตวั อยางท่มี ีอายุ ตงั้ แต 35 ป ข้นึ ไป ขณะท่กี ลมุ ตัวอยางที่มี
อายุ 30-34 ป มีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster นอยกวา กลุมตัวอยางที่มีอายุ ตํ่ากวา 25 ป
และกลมุ ตัวอยา งทีม่ ีอายุ ตง้ั แต 35 ป ข้นึ ไป และกลุม ตวั อยา งทม่ี อี ายุ ตั้งแต 35 ป ขึน้ ไป มีพฤตกิ รรมการใชงาน
แอปพลเิ คชนั KineMaster นอยกวา กลมุ ตวั อยา งทมี่ ีอายุ ต่ํากวา 25 ป
สมมติฐานท่ี 1.3 ระดับการศึกษา ตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ที่
แตกตา งกนั
ตารางท่ี 3 ตารางแสดงผลการศึกษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster จําแนก
ตามระดับการศึกษา
ระดับการศึกษา คาเฉลี่ย F (2,397) P Post-hoc
Analysis
1. ต่าํ กวาปริญญาตรี 12.38 4.635 .010* 2<1
2. ปริญญาตรี 11.58 3 < 1,2
3. สูงกวาปริญญาตรี 8.10
*มีนยั สาํ คญั ทางสถติ ิท่ีระดบั .05
จากตารางที่ 3 พบวา ระดับการศึกษาตางกันจะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
ที่แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุมตัวอยางที่มีระดับการศึกษาตํ่ากวาปริญญาตรี มี
คาเฉล่ียของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster สูงสุด เทากับ 12.38 รองลงมาคือกลุมตัวอยางท่ีมี
485
การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
ระดับการศึกษาปริญญาตรี มีคาเฉล่ียของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster เทากับ 11.58 และ
กลมุ ตัวอยางทีม่ ีระดบั การศกึ ษาสูงกวาปรญิ ญาตรี มคี าเฉล่ยี ของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
เทากับ 8.10
นอกจากนี้เม่ือทําการเปรียบเทียบคาเฉล่ียรายคู (Post-hoc Analysis) พบวา กลุมตัวอยางท่ีมี
ระดับการศึกษาปริญญาตรี มีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster นอยกวา กลุมตัวอยางท่ีมีระดับ
การศึกษาตํ่ากวาปริญญาตรี ขณะที่กลุมตัวอยางที่มีระดับการศึกษาสูงกวาปริญญาตรี มีพฤติกรรมการใชงาน
แอปพลิเคชัน KineMaster นอยกวากลุมตัวอยางที่มีระดับการศึกษาต่ํากวาปริญญาตรี และ กลุมตัวอยางที่มี
ระดับการศกึ ษาปริญญาตรี
สมมติฐานท่ี 1.4 ประเภทธุรกิจ ตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ท่ี
แตกตางกนั
ตารางที่ 4 ตารางแสดงผลการศึกษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster จําแนก
ตามประเภทธรุ กิจ
ประเภทธรุ กิจ จาํ นวน คา เฉล่ีย S.D. t df Sig.
ธุรกจิ ประเภทสินคา 227 11.49 9.337 1.048 398 .295
ธรุ กิจประเภทบริการ 173 10.51 9.273
จากตารางที่ 4 พบวา ประเภทธุรกิจตางกันจะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
ที่ไมแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ท้ังน้ีกลุมตัวอยางที่ประกอบธุรกิจประเภทสินคา มี
พฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster มีคาเฉล่ียเทากับ 11.49 สวนเบ่ียงเบนมาตรฐานเทากับ 9.337
ขณะทกี่ ลมุ ตัวอยางทปี่ ระกอบธรุ กิจประเภทบริการ มพี ฤตกิ รรมการใชงานแอปพลเิ คชัน KineMaster มคี า เฉล่ีย
เทา กบั 10.51 สว นเบ่ียงเบนมาตรฐานเทา กับ 9.273
สมมติฐานท่ี 1.5 รายได ตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ท่ีแตกตาง
กัน
ตารางท่ี 5 ตารางแสดงผลการศึกษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster จําแนก
ตามรายได
รายไดเ ฉลย่ี คาเฉลยี่ F (3,396) P Post-hoc Analysis
1. ตาํ่ กวา 15,000 บาท 6.40 75.104 .000* 1 < 2,3
3<2
2. 15,000 – 35,000 บาท 21.01 4 < 1,2,3
3. 35,001 – 55,000 บาท 12.03
4. 55,001 บาทขน้ึ ไป 5.11
*มนี ัยสาํ คญั ทางสถิตทิ รี่ ะดับ .05
จากตารางที่ 5 พบวา รายไดตางกันจะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ท่ี
แตกตางกัน อยา งมนี ัยสําคัญทางสถิตทิ ่ีระดบั .05 โดยกลุมตวั อยางที่มีรายได 15,000 – 35,000 บาท มีคาเฉลี่ย
ของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster สูงสุด เทากับ 21.01 รองลงมาคือกลุมตัวอยางที่มีรายได
35,001 – 55,000 บาท มีคาเฉล่ียของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster เทากับ 12.03 กลุม
ตัวอยางท่ีมีรายได ตํ่ากวา 15,000 บาท มีคาเฉลี่ยของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster เทากับ
486
การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
6.40 และกลุมตัวอยางท่ีมีรายได 55,001 บาทขึ้นไป มีคาเฉล่ียของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน
KineMaster เทา กบั 5.11
นอกจากนี้เมื่อทําการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยรายคู (Post-hoc Analysis) พบวา กลุมตัวอยางท่ีมี
รายได ตํ่ากวา 15,000 บาท มีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster นอยกวา กลุมตัวอยางท่ีมีรายได
15,000 – 35,000 บาท และ กลุมตัวอยางท่ีมีรายได 35,001 – 55,000 บาท กลุมตัวอยางท่ีมีรายได 35,001 –
55,000 บาท มพี ฤติกรรมการใชงานแอปพลเิ คชนั KineMaster นอยกวา กลมุ ตัวอยา งทีม่ รี ายได 15,000 – 35,000
บาท และกลมุ ตวั อยา งทีม่ รี ายได 55,001 บาทข้นึ ไป มีพฤตกิ รรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster นอ ยกวา
กลุม ตัวอยา งทีม่ รี ายได ตาํ่ กวา 15,000 บาท กลมุ ตัวอยา งที่มีรายได 15,000 – 35,000 บาท และกลมุ ตัวอยางท่ี
มีรายได 35,001 – 55,000 บาท
สมมตฐิ านที่ 2 การรบั รูประโยชน การรับรูความงาย ทัศนคติตอ การใชงาน การคลอ ยตามกลุม อางอิง
และการรบั รคู วามสามารถในการใชงาน มีอทิ ธพิ ลรว มกนั ตอพฤติกรรมการใชง านแอปพลิเคชนั KineMaster
ตารางท่ี 6 ตารางแสดงผลการวิเคราะหการถดถอยพหุเพื่อแสดงอิทธิพลรวมของการรับรูประโยชน การรับรู
ความงาย ทศั นคติตอ การใชง าน การคลอยตามกลุมอางอิง และการรับรูความสามารถในการใชงานตอพฤติกรรม
การใชงานแอปพลิเคชนั KineMaster
ตวั แปรอิสระ b Beta (β) t Sig. t
1.การรับรปู ระโยชน .895 .054 .919 .359
2. การรับรคู วามงาย 2.707 .174 2.650 .008*
3.ทัศนคติตอการใชงาน 1.426 .086 1.294 .196
4.การคลอ ยตามกลมุ อางองิ 2.607 .174 2.835 .005*
5.การรับรูความสามารถในการใชง าน 2.555 .171 2.702 .007*
Adjusted R2 = .302, F = 35.451, Sig. F = .000*
*มีนัยสาํ คญั ทางสถิติท่รี ะดับ .05
จากตารางที่ 6 พบวา กลุมของตัวแปรอิสระ 5 ตัว ไดแก การรับรูประโยชนของการใชงานแอปพลิเค
ชัน KineMaster การรับรูความงายของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ทัศนคติตอการใชงานแอปพลิเค
ชัน KineMaster การคลอยตามกลมุ อางองิ ของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster และการรบั รูค วามสามารถ
ในการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster สามารถรวมกันอธิบายการแปรผันของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเค
ชัน KineMaster ไดรอยละ 30.2 (Adjusted R2 = .302) และเม่ือควบคุมอิทธิพลของตัวแปรอิสระตัวอื่น ๆ ให
คงที่แลว มีตัวแปรอิสระเพียง 3 ตัว ท่ีมีอิทธิพลตอพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster อยางมี
นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 ไดแก การรับรูความงายของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster (β = .174)
การคลอยตามกลุมอางอิงของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster (β = .174) และการรับรูความสามารถใน
การใชงานแอปพลเิ คชัน KineMaster (β = . 171)
อภปิ รายผลการวิจัย
ในสว นของการอภปิ รายผล ผูวจิ ัยจะอภิปรายตามวัตถปุ ระสงคโดยแบงเปน 2 สวน ดงั นี้
487
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
1. ผลการศึกษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ของผูประกอบการ
ธรุ กิจออนไลนในประเทศไทยจําแนกตามลกั ษณะทางประชากร
อายุ ผลการศึกษาพบวา อายุที่ตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ท่ี
แตกตางกนั ทัง้ นเ้ี น่ืองจากชว งวยั ท่ีตางกัน จะมีความสามารถในการตีความตอเรือ่ งตางๆ ทเ่ี ขามาไดไ มเ หมือนกัน
คนท่ีมีอายุมากก็อาจพบเจอส่ิงตางๆกอนคนอายุนอย ดวยประสบการณจึงทําใหสามารถเขาใจ และตีความตอ
ประเด็นตางๆไดงายมากกวา ซ่ึงสอดคลองกับแนวคิดของ ก่ิงแกว ทรัพยพระวงศ (2546) เรื่องความคิด
ละเอียดละออ ซ่ึงเปนองคประกอบหนึ่งของความคิดสรางสรรค พบวา อายุหรือวัยเปนปจจัยที่ทําใหคนมีความ
แตกตางในเรื่องความคิด และพฤติกรรม บุคคลที่มีอายุมากจะมีพฤติกรรมการตอบสนองตอการติดตอสื่อสาร
ตางจากบุคคลท่ีมีอายุนอย ทั้งน้ีผลการวิจัยพบวา กลุมผูประกอบการธุรกิจออนไลนท่ีอายุตํ่ากวา 25 ป มี
คาเฉลี่ยของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster สูงสุด เนื่องดวยแอปพลิเคชัน KineMaster เปน
แอปพลิเคชันที่เกิดขึ้นในยุคปจจุบัน ทําใหคนรุนกอนเขาถึงไดนอยกวาคนรุนหลัง ซึ่งผูประกอบการธุรกิจ
ออนไลนในยุคกอน อาจชินกับการใชซอฟตแวรจากคอมพิวเตอรเปนหลัก แตในยุคปจจุบัน คนรุนหลังจะใชแอป
พลเิ คชันทีม่ าจากสมารต โฟน และแทบ็ เลต็ เปนหลกั
ผลการศึกษาพบวา ระดับการศึกษาตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
ท่ีแตกตางกัน ท้ังน้ีเน่ืองจากระดับการศึกษา เปนปจจัยที่ทําใหการรับรูของบุคคลแตกตางกัน ซ่ึงคนที่มีระดับ
การศึกษาสูง จะเปนผูที่มีความรูสามารถตีความขอมูลขาวสาร หรือเรื่องราวตางๆไดดีกวาคนที่มีระดับการศกึ ษา
ท่ีนอยกวา ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัยของ ภานุวัฒน กองราช (2554:154) เรื่องการศึกษาพฤติกรรมการใช
เครือขายสังคมออนไลนกรณีศึกษา Facebook ในประเทศไทย พบวา ผูใชท่ีมีระดับการศึกษาที่แตกตางกัน มี
พฤตกิ รรมการใชเครือขายสังคมดานความถ่ีแตกตางกัน ทงั้ นีผ้ ลการวิจยั พบวา กลุมผปู ระกอบการธุรกิจออนไลน
ที่มีระดับการศึกษาต่ํากวาปริญญาตรี มีคาเฉลี่ยของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster สูงสุด เห็น
ไดวาระดับการศึกษาของวัยนิสิตนักศึกษา เปนวัยที่กําลังเรียนรูเพื่อฝกฝน หาประสบการณในการริเริ่ม
ประกอบการธุรกิจออนไลน และยังเปนวัยที่เขาถึงแอปพลิเคชันบนสมารตโฟนคอนขางมาก จึงใชงานแอปพลิเค
ชัน KineMaster มากที่สดุ
รายได ผลการศึกษาพบวา ตางกนั จะมีพฤติกรรมการใชง านแอปพลเิ คชนั KineMaster ทแี่ ตกตา ง
กัน ผลการวิจัยพบวา กลุมผูประกอบการธุรกิจออนไลนที่มีรายได 15,000 – 35,000 บาท มีคาเฉลี่ยของ
พฤตกิ รรมการใชง านแอปพลเิ คชัน KineMaster สงู สุด ทั้งน้ีเนือ่ งจากความแตกตางของรายได สอดคลองกับการ
ทํางาน ซ่ึงผูประกอบการธุรกิจออนไลนที่มีรายไดในกลมุ นี้ จะอยูในชวงของระดับการปฏิบัติงานดวยตนเอง โดย
มีต้ังแตผูประกอบการธุรกิจออนไลนที่กําลังริเริ่ม ตลอดจนผูที่มีความเช่ียวชาญในการใชงานแอปพลิเคชัน
KineMaster ซ่ึงสอดคลองกับผลงานวิจัยของ ฉลองศรี พิมลสมพงศ (2548) ที่กลาวถึงปจจัยทางประชากรวา
อายุ ระดบั การศกึ ษา รายได ลวนเปน ปจ จยั ทสี่ งผลตอ ความตองการสนิ คา และบริการตางๆ ที่แตกตางกนั ออกไป
ซึ่งลักษณะทางประชากรท่ีแตกตางกัน ก็จะสงผลใหพฤติกรรม การเปดรับส่ือและความสนใจในเรื่องตางๆของ
แตละบุคคลแตกตางกัน
ในสวนของลักษณะทางประชากรอีก 2 ตัวแปรไดแก เพศ และประเภทธุรกิจ พบวา มีพฤติกรรม
การใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ท่ีไมแตกตางกัน ซ่ึงไมเปนไปตามสมมติฐานการวิจัย สามารถอธิบายได
ดังน้ี
เพศ ผลการศึกษาพบวา เพศตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ที่ไม
แตกตางกนั ทงั้ นเี้ นอ่ื งจากในปจ จุบนั ไมวาจะเพศหญิง หรอื ชาย ตางกม็ กี ารเขาถึงเทคโนโลยีไดเหมือนกนั การใช
ชีวิต การดําเนินธุรกิจ และการทํางาน ตางก็มีวัตถุประสงคที่คลายกัน ซ่ึงสอดคลองกับผลการวิจัยของ ศตพล
488
การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
พนิชศักดิพัฒนา (2559) ไดทําการวิจัยเรื่อง ทัศนคติของประชาชนชาวจังหวัดสกลนครที่มีตอการบริหารงาน
ขององคก ารบริหารสว นจังหวัดสกลนคร: ศกึ ษาในหวงเวลาป พ.ศ. 2559 พบวา ประชาชนชาวจงั หวดั สกลนครท่ี
มเี พศแตกตา งกนั มีทัศนคติตอการบริหารงานขององคก ารบรหิ ารสวนจังหวดั สกลนครโดยรวมไมแตกตา งกัน
ประเภทธุรกิจ ผลการศึกษาพบวา ประเภทธุรกิจตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน
KineMaster ท่ีไมแตกตางกัน ท้ังน้ีเนอ่ื งจากผทู ที่ ําธุรกิจประเภทสินคา หรือธุรกจิ ประเภทบริการ ตางกม็ กี ารใช
เทคโนโลยี หรือเครื่องมือในการสื่อสารการตลาดท่ีเหมือนกัน ไมวาจะเปนการทําคอนเทนต หรือการผลิตส่ือ
วิดีโอในการโฆษณาทางดานบริการ หรือดานการขายสินคา ท่ีเหมือนกัน ซ่ึงสอดคลองกับแนวคิดของ เรวัฒน
ชาตรวี ิศิษฎ และคณะ (2553) ทก่ี ลา ววา การบริหารท่ีรวดเร็วท่ีสงผลโดยตรงตอลูกคา และกอ ใหเกดิ ผลดใี นดาน
การพฒั นาผลติ ภณั ฑ/ การบรกิ าร การผลิตสนิ คา/บริการไดต รงตามความตอ งการของลูกคา
2. ผลการศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ของ
ผูประกอบการธุรกจิ ออนไลนในประเทศไทย
จากการวเิ คราะหถ ดถอยเชิงพหทุ พ่ี บวา การรบั รคู วามงาย การคลอ ยตามกลมุ อางอิง และการรับรู
ความสามารถ มีอิทธิพลตอ พฤตกิ รรมการใชง าน ดงั นนั้ ผวู จิ ยั จงึ ขอนาํ ตวั แปรเหลานมี้ าอภิปรายผลดังนี้
การรบั รูความงาย ผลการทดสอบสมมติฐานพบวา การรับรคู วามงายมีอทิ ธิพลตอพฤติกรรมการใช
งานแอปพลิเคชัน KineMaster เนื่องดวยแอปพลิเคชัน KineMaster เปนแอปพลิเคชันที่ใชงานงาย สะดวก ไม
ยุงยากซับซอน จึงทําใหผูใชสามารถเรียนรูไดอยางรวดเร็ว อีกท้ังยังรองรับกับอุปกรณท่ีหลากหลาย ซ่ึง
สอดคลองกับ การรับรูความงายในแบบจําลองของ TAM ท่ีเสนอโดย (Davis et al., 1989) ระบุวา การรับรู
ความงายมีความสัมพันธกับเจตนาเชิงพฤติกรรม โดยผูใชงานจะรับรูถึงความงายไดเม่ือไมตองใชความพยายาม
ในการใชงาน ดวยรูปแบบของระบบท่ีมีการพัฒนาอยูเสมอ เพื่อใหสอดคลองกับการใชงานดานการผลิตส่ือวิดีโอ
ก็เปนปจจัยที่สําคัญท่ีทําใหเกิดการรับรูถึงความงายไดอีกดวย เมื่อระบบการใชงานสามารถใชงานไดงาย ทําให
ผูใชสามารถใชงานสามาถผลิตสื่อวิดีโอไดอยางรวดเร็ว สมบูรณ อีกทั้งยังสงผลใหผูใชงานมีความรูสึกอยาก
เรียนรูในแตละฟงกชั่น รวมถึงคุณสมบัติอ่ืนๆของแอปพลิเคชัน KineMaster ดวย จึงทําใหเกิดการตัดสินใจใช
งานในที่สุด ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยของ วริษฐา สุริยไพฑูรย (2560) ท่ีไดทําการวิจัยเรื่อง อิทธิพลของการรับรู
ความมีประโยชนและความงายในการใชงานท่ีสงผลตอความต้ังใจซ้ือสินคาแฟชั่นของผูบริโภคผานระบบพาณิชย
บนโทรศัพทเคล่ือนท่ี โดยผบการศึกษาพบวา การรับรูความมีประโยชนและความงายในการใชงานมีอิทธิพลเชิง
บวกตอ ทัศนคติในการซ้ือสนิ คา ผา นระบบพาณิชยบ นโทรศัพทเ คล่ือนที่
การคลอยตามกลุมอางอิง ผลการทดสอบสมมติฐานพบวา การคลอยตามกลุมอางอิงมีอิทธิพลตอ
พฤตกิ รรมการใชงานแอปพลเิ คชัน KineMaster เห็นไดว าครอบครัวเปน สวนสาํ คัญที่ชวยตัดสินใจในการเลือกใช
งาน แอปพลิเคชันสําหรับการผลิตสื่อวิดีโอน้ัน มีมากมาย มีท้ังฟรีและเสียเงิน โดยแตละแอปพลิเคชัน มี
คุณสมบัติท่ีแตกตางกัน ข้ึนอยูกับความสอดคลองกับวัตถุประสงค และรายละเอียดยอยของการใชงาน การ
เลือกใชงานแอปพลิเคชันนั้นคอนขางมีความสําคัญกับผูใช หากเลือกแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย และครอบคลุม
กับงาน ก็จะชวยประหยัดคาใชจายได ทําใหไมตองซ้ือแพ็กเกจการใชงานแอปพลิเคชันแบบโปรในหลายๆแอป
พลิเคชัน รองลงมาจะเห็นไดวาเปอรเซ็นตการคลอยตามกลุมอางอิง ในการชวยตัดสินใจหรือแนะนําใหใชงาน
แอปพลิเคชัน KineMaster คือพ่ีนอง ถัดไปจะเปนคนรัก (แฟน) ครูอาจารย และเพ่ือน ซึ่งนอกจากคนใน
ครอบครัวแลว บุคคลอ่ืนในสังคม หรือผูที่มีประสบการณในการใชงานแอปพลิเคชันสําหรับการผลิตสื่อวิดีโอ
หรืออาจจะเปนการกระทําส่ิงอ่ืนที่เราสนใจ ก็ทําใหมีอิทธิพลในการใหคลอ ยตามและปฏิบัติตามได ซึ่งสอดคลอง
กับผลการสํารวจของ มูลนิธิสถาบันครอบครัวไทย (พชร แกวเขียว, 2555) ที่ระบุวา พฤติกรรมของวัยรุน มักจะ
ชอบอะไรท่ีคลายๆกัน ท่ีเปนไปในลักษณะเดียวกัน และวัยรุนตอนตนมักจะคบกับเพื่อนที่มีความคลายคลึงกัน
489
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
และสามารถตอบสนองความตองการของกันและกันได หากย่ิงตอบสนองความตองการของกันและกันไดมาก
เทาใดความสัมพนั ธก ย็ ิง่ เหนยี วแนนมากข้ึนเทา น้ัน
การรับรูความสามารถในการใชงาน ผลการทดสอบสมมติฐานพบวา การรับรูความสามารถในการ
ใชงาน มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster โดยการรับรูความสามารถของการใชงาน
นน้ั เกดิ จากผใู ชรับรถู ึงขนั้ ตอนในการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaser ไดเปนอยา งดี ซงึ่ การรับรถู ึงขนั้ ตอนตางๆ
ในการใชงานแอปพลิเคชันไดน้ัน สง ผลใหสามารถผลิต และสรางสรรคผ ลงานท่ดี ีได และการใชง านแอปพลิเคชัน
ในแตละฟงกชันไดอยางมืออาชีพนั้น อาจตองมีการสมัครแพ็กเกจเปนแบบโปร ทําให ตอบโจทยในการ
สรางสรรคผลงานใหดีย่ิงขึ้น ซ่ึงเห็นไดวากลุมตัวอยางผูประกอบการธุรกิจออนไลน รับรูวาตนเองสามารถชําระ
คาบริการของแอปพลิเคชันได ซึ่งชวยใหสามารถปลดล็อคฟงกชันใหมๆ รวมถึงทําใหการผลิตสื่อวิดีโอน้ันเสร็จ
เร็วยิ่งข้ึน ตลอดจนสามารถสรางสรรคผลงานไดในระยะเวลาท่ีกําหนดซ่ึงสอดคลองกับในทฤษฎีพฤติกรรมตาม
แผน ในสวนบทบาทของความเชื่อไดระบุวา การรับรูความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม เปนการรับรูของ
บุคคลวา เปนการยากหรืองายที่จะทําพฤติกรรมน้ันๆ ถาบุคคลเชื่อวา มีความสามารถท่ีจะกระทําพฤติกรรมใน
สภาพการณน้ันได และสามารถควบคุมใหเกิดผลดังต้ังใจ เขาก็มีแนวโนมท่ีจะทําพฤติกรรมน้ัน (สุวรรณา วรยะ
ประยูร, 2548) ทั้งนี้เน่ืองจากการรับรูความสามารถในการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster มีอิทธิพล ตอ
เจตนาเชิงพฤติกรรม การที่ผูประกอบการธุรกิจออนไลนรับรูถึงความสามารถในการเรียนรูถึงขั้นตอนตางๆของ
การใชงานแอปพลิเคชัน ทําใหอยากผลิตส่ือวิดีโอและสรางสรรคผลงานตางๆในแบบท่ีตองการ จึงสงผลตอ
พฤติกรรมการในการเลอื กใชงานแอปพลเิ คชัน KineMaster ในท่สี ุด
ขอ เสนอแนะ
ขอ เสนอแนะจากงานวจิ ยั ในครง้ั น้ี
1. ผูพัฒนาแอปพลิเคชัน KineMaster ควรออกแบบแอปพลิเคชันใหสอดคลองกับกลุมเปาหมาย
ซึ่งผลการศึกษาพบวา กลุมผูประกอบการธุรกจิ ออนไลนท่มี ีพฤติกรรมการใชแอปพลเิ คชันสงู กวากลุมอื่นๆอยางมี
นัยสําคัญ คือผูท่ีมีอายุต่ํากวา 25 ป ระดับการศึกษาปริญญาตรี และมีรายไดเฉลี่ยตอเดือนอยูที่ 15,000 –
35,000 บาท ซึ่งผูพฒั นาควรใหค วามสําคัญ ในเรื่องของการรับรูประโยชนของการใชงาน การรับรคู วามงา ย การ
สรา งทัศนคติท่ีดี การใชกลุมอางอิงเพื่อใหเ กิดการคลอยตาม และการสรางรับรคู วามสามารถในการใชงาน ใหกบั
กลุมเปาหมาย นอกจากนี้ควรมีการจัดการรูปแบบในสวนของฟงกชัน และรูปแบบของเครื่องมือตาง ๆ ใน
แอปพลเิ คชัน ใหต อบโจทยก บั กลมุ เปา หมายกลุมนี้ใหม ากท่สี ุด
2. จากผลการศึกษาท่ีพบวา การรับรูความงาย การคลอยตามกลุมอางอิง และการรับรู
ความสามารถในการใชงาน มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการใชงานของผูประกอบการธุรกิจออนไลน ดังนั้นผูพัฒนา
แอปพลเิ คชันควรมีการจดั การ และพัฒนาการใชงานในดานตา งๆดังนี้
ดานการรับรูความงาย ผูพัฒนาแอปพลิเคชันควรพัฒนาในสวนของรูปแบบการใชงานใหมี
ความงายท่ีมากข้ึน มีขั้นตอนวิธีการใชงานท่ีชัดเจน และใหกลุมผูใชงานสามารถเรียนรูไดอยางรวดเร็ว ซ่ึงก็จะ
สงผลใหผปู ระกอบการธุรกจิ ออนไลนมกี ารใชงานแอปพลิเคชันเพิ่มมากขน้ึ
ดา นการคลอยตามกลุม อางอิง ผูพฒั นาแอปพลิเคชนั ควรมกี ารสอ่ื สารไปยังสมาชกิ ในครอบครัว
ไดแก พอแม และพ่ีนอง ซึ่งถือเปนกลุมอางอิงท่ีสําคัญในการโนมนาวใหผูประกอบการธุรกิจออนไลนหันมาใช
งานแอปพลิเคชนั เพมิ่ มากขึ้น
ดานการรับรูความสามารถในการใชงาน ผูพัฒนาแอปพลิเคชันควรมีการจัดอบรมการใชงานใน
เพื่อสรางการรับรูความสามารถของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ใหกับผูประกอบการธุรกิจออนไลนใน
490
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
ประเด็นตาง ๆ ไดแก ข้ันตอนการใชงานแอปพลิเคชัน การสรางสรรคผลงานที่ดีจากการใชงานแอปพลิเคชัน
ความสามารถในการชําระคาบริการของแอปพลิเคชัน และความสามารถในการผลิตและตัดตอวิดีโอดวยตนเอง
จากแอปพลิเคชัน ซึ่งหากผูประกอบการธุรกิจออนไลนมีความสามารถในการใชงานแอปพลิเคชันที่เพ่ิมข้ึน ก็
ยอมสงผลใหผูประกอบการสามารถผลิตสื่อการสื่อสารการตลาดของผลิตภัณฑที่มีคุณภาพ อันจะทําให
ผปู ระกอบการสามารถขายสินคา และบรกิ ารไดเพ่มิ ข้นึ ทาํ ใหธ ุรกิจออนไลนมีการเตบิ โตมากยิ่งขึ้น
ขอ เสนอแนะสําหรบั งานวิจยั ในอนาคต
1. ควรศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอการใชงานแอปพลิเคชันอ่ืนๆที่ใชในการตัดตอสําหรับ
ผปู ระกอบการธรุ กิจออนไลน ไดแก LumaFusion, FilmoraGo, VivaVideo และ Vllo เปน ตน
2. ควรศึกษาแนวโนมของการนําเทคโนโลยีมาใชในการสื่อสารการตลาดของผูประกอบการธุรกิจ
ออนไลนในประเทศไทยเพม่ิ มากขนึ้
เอกสารอา งองิ
กง่ิ แกว ทรัพยพระวงศ. (2546). จิตวทิ ยาทั่วไป. กรุงเทพฯ: ไทยเจริญการพมิ พ.
ฉลองศรี พมิ ลสมพงศ. (2548). การวางแผนและการพัฒนาตลาดการทองเทยี่ ว. กรุงเทพฯ:
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร.
พชร แกวเขียว. (2555). การยอมรบั การใชอนิ เทอรเ น็ตบนโทรศพั ทมอื ถอื ของวยั รนุ ในกรุงเทพฯ.
(วิทยานิพนธปริญญาศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร).
เรวัฒน ชาตรวี ิศษิ ฏ และคณะ. (2553). การจดั การเชงิ กลยุทธ (พิมพคร้ังที่ 2). กรงุ เทพฯ:
บริษทั อักษรเงินดี จาํ กัด.
ภานุวัฒน กองราช. (2554). การศึกษาพฤติกรรมการใชเครอื ขายสังคมออนไลน.
(วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร).
วริษฐา สรุ ิยไพฑูรย. (2560). อิทธิพลของการรบั รคู วามมปี ระโยชนแ ละความงา ยในการใชง านที่
สง ผลตอ ทัศนคติและความตั้งใจซอื้ สินคา แฟชนั่ ของผบู รโิ ภคผา นระบบพาณชิ ยบ น
โทรศัพทเคลอ่ื นท่ี. (วิทยานิพนธป ริญญามหาบัณฑติ , มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร) .
ศตพล พนิชศักด์พิ ฒั นา. (2559). ทัศนคติของ ประชาชนชาวจังหวดั สกลนครทีม่ ีตอการบริหารงาน
ขององคการบรหิ ารสวนจังหวดั สกลนคร. (สารนิพนธป ริญญามหาบณั ฑิต, มหาวิทยาลยั เกริก).
ศศิพร เหมือนศรีชัย. (2555). ปจ จยั ท่ีมผี ลตอการยอมรับ ERP Software ของผูใชงานดานบญั ช.ี
วารสารวชิ าชีพบัญช,ี 8(22), 38-51.
สวุ รรณา วิรยิ ะประยรู . (2548). พฤติกรรมการแบงปน แลกเปลย่ี นความรพู ฤติกรรมตามแผน.
สืบคนจาก http://www.mea. or.th/internet/hdd/hdd1.pdf
เสรี วงษม ณฑา. (2548). การวิเคราะหพฤติกรรมผบู รโิ ภค. กรุงเทพฯ: ธีระฟล มและไซเทก็ ซ.
Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human
Decision Processes, 50(2), 179-211.
Ajzen, I., & Fishbein, M. (1980). Understanding attitudes and predicting social
behavior. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
Davis, F. (1989). A technology acceptance model for empirically testing new end-
user information systems: theory and results Doctoral dissertation.
(Massachusetts Institute of Technology, Cambridge).
491
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
Iplandigital. (2021). พฤติกรรมการเสพยสือ่ วิดีโอในป 2020-2021. สืบคนจาก
https://www.iplandigital.co.th/youtube-marketing/video-content
492
การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ความพงึ พอใจของผใู ชบ ริการและความคาดหวงั ตอหองเจาะเลอื ด
ของโรงพยาบาลสริ ินธร สํานกั การแพทย
จิรปรียา มอี ินถา01
นกั ศกึ ษาปริญญาโทหลักสตู รบริหารธุรกจิ มหาบณั ฑติ คณะบริหารธรุ กจิ
มหาวทิ ยาลัยรงั สติ
ชนะเกยี รติ สมานบตุ ร
อาจารยป ระจาํ สาขาวชิ าสาขาวิชาการจัดการโลจสิ ติกสแ ละซพั พลายเชน คณะบรหิ ารธุรกจิ
มหาวิทยาลยั รงั สติ
บทคัดยอ
การวิจัยคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค 1) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย จําแนกตามลักษณะประชากรศาสตร ไดแก เพศ อายุ อาชีพ รายได สิทธิ
การรักษา 2) เพ่ือศึกษาระดับความสัมพันธระหวางความคาดหวัง และความพึงพอใจของผูใชบริการหองเจาะ
เลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย เปนการวิจัยเชิงปริมาณโดยมี กลุมตัวอยางในการวิจัย คือ
ผูใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทยจํานวน 399 ราย โดยใชวิธีสุมตัวอยางแบบ
บังเอิญ และเก็บขอมูลแบบสอบถาม สถิติท่ีใชในการวิเคราะหขอมูลคือ คารอยละ คาความถ่ี คาเฉล่ีย คา
เบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานดวย คาสถิติการวิเคราะหความแปรปรวนทางเดียว และคา
สัมประสิทธิ์สหพันธแบบเพียรสัน ผลการวิจัยพบวา 1) ระดับความคาดหวังตอหองเจาะเลือดของโรงพยาบาล
สิรินธร สํานักการแพทย พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับมากที่สุด 2) ระดับความพึงพอใจของ
ผูใชบริการตอหองเจาะเลือดของโรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย ดานลักษณะทางกายภาพ ดาน
ผลิตภัณฑ ดานบุคลากร ดานกระบวนการบริการ พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับมากท่ีสุดและ
ดานชองทางการจัดจําหนาย ดานราคา ดานสงเสริมการตลาด พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับ
ระดับมาก 3) ลักษณะประชากรศาสตร ท่ีแตกตางกันมีผลตอระดับความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะ
เลือด ที่แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ 0.05 4) ระดับความคาดหวังของผูใชบริการมีความสัมพันธกับ
ระดับความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย พบวา มี
ความสมั พันธเชงิ บวก ตัวแปรท้งั สองตวั ไปในทศิ ทางเดยี วกันอยางมนี ยั สาํ คัญทางสถิติท่ีระดับ .05
คาํ สาํ คัญ: ความพงึ พอใจ ความคาดหวัง โรงพยาบาล
1 นักศึกษาปริญญาโทหลักสตู รบริหารธรุ กจิ มหาบัณฑติ คณะบรหิ ารธุรกจิ มหาวทิ ยาลยั รังสิต ต.หลกั หก อ.เมอื ง
จ.ปทุมธานี 12000 หมายเลขติดตอ: 064-550-1917 อเี มล: [email protected]
493
การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
CUSTOMER SATISFACTION AND EXPECTATION
OF THE BLOOD COLLECTION ROOM AT SIRINDHORN HOSPITAL
Jirapreeya Meeinth1
Graduate Student, Master of Business Administration, Faculty of Business Administration
Rangsit University
Chanakiat Samarnbutra
Lecturer at Department of Logistics and Supply Chain Management, Faculty of Business Administration
Rangsit University
Abstract
This research aimed 1) To study the satisfaction level of service in the blood
collection room at Sirindhorn Hospital categorized by demographic characteristics such as sex,
age, occupation, income, and right to treatment and 2) the level of relationship between the
expectation and satisfaction of the service users in the blood collection room at Sirindhorn
Hospital. The research quantitatively employed a sample group of 399 users of the blood
collection room at Sirindhorn Hospital. The sampling method used accidental sampling and
the data collection was conducted by questionnaire. The statistics for data analysis consisted
of percentage, frequency, mean, standard deviation, and hypothesis testing with the tests of
statistical hypotheses including the independent sample: T-test, One Way Analysis of Variance
( ANOVA: F- test) , and Pearson Correlation Analysis. The result showed that 1) The overall
satisfaction level of service in the blood collection room at Sirindhorn Hospital among users
was high; 2) in terms of customer satisfaction towards the blood collection room at Sirindhorn
Hospital, the physical appearance of the medical office, the products, personnel, and service
processes, it was found that the opinions of the service users were at the highest level; 3) In
terms of the distribution channels, price, and marketing promotion, it was found that the
opinions of the service users were at a high level; 3) different demographic characteristics
affect the level of satisfaction with the service of the blood collection room that is significantly
different at 0.05; and 4) the level of expectation of the service users was positively correlated
to the level of satisfaction with using the services of the blood collection room and the
medical office at Sirindhorn Hospital with both variables in the same direction and statistically
significant at the .05 level.
Keywords: Satisfaction, Expectation, Hospital
1 Corresponding Author: Graduate Student, Master of Business Administration, Faculty of Business
Administration, Rangsit University. Contact Number: +6664-550-1917 Email: [email protected]
494
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
บทนาํ
โรงพยาบาลเปนสถานที่ใหบริการดานการแพทยและสาธารณสุขที่มีความจําเปนข้ันพ้ืนฐานในการ
ดํารงชีวิตโดยจะมุงเนนการสงเสริม ปองกัน รักษาและฟนฟูภาวะความเจ็บปวยหรือโรคตางๆทั้ง ทางรางกาย
และทางจิตใจแตดวยจํานวนประชากรท่ีมากขึ้น ปริมาณโรคติดตอ เพิ่มข้ึนและการกาวเขาสูสังคมผูสูงอายุ
(Aging society) ทําใหความตองการใชบริการดานสุขภาพมีมากข้ึน ซึ่งภาครัฐมีบทบาทสําคัญในการสราง
ระบบบริการสาธารณสุขข้ันพื้นฐานแกประชาชน แมวาปจจุบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทยจะ
พัฒนาอยางตอเนื่องแตยังมีประชาชนจํานวนมากในหลายพื้นที่เผชิญกับปญหาสุขภาพและการใหบริการดาน
สาธารณสุขที่ไมไดมาตรฐานความสามารถในการรับผูปวยของโรงพยาบาลของรัฐท่ีจํากัดทําใหประสบปญหา
ความแออัดของผูใชบริการ (วิโรจน ตั้งเจริญเสถียร, วรณัน วิทยาพิภพสกุล, วริศา พานิชเกรียงไกร, วลัยพร
พชั รนฤมล และแอนน มิลส, 2561)
โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย มีหนาท่ีในการใหบริการสาธารณสุขอยางมีประสิทธิภาพท้ัง
ทางดานการปองกันโรค การสงเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาลและการฟนฟูสภาพแกประชาชนในเขต
ลาดกระบัง หรือฝงกรุงเทพตะวันออก และยังมีหนาท่ีในการใหการรักษาพยาบาลแกผูปวยท่ีถูกสงมารักษาตอ
จากศูนยบริการสาธารณสุข ซ่ึงปจจุบันโรงพยาบาลมีขนาด 356 เตียง และอนาคตโรงพยาบาลจะมีการ
ยกระดับเปนตติยภูมิขนาด 800 เตียง ท่ีจะบูรณาการการดูแลผูปวยแบบครบวงจรอยางสมบูรณแบบในการ
รักษาพยาบาล โดยโรงพยาบาลก็มีความมุงหวังท่ีจะใหบริการของโรงพยาบาลดําเนินไปอยางมีประสิทธิภาพ
และไดผ ลเปนท่นี าพึงพอใจทีส่ ดุ
หอ งเจาะเลอื ดโรงพยาบาลสริ ินธร เปน ขน้ั ตอนหนึ่งในการเขามารับบริการ และเปนขน้ั ตอนที่สําคัญ
ที่ตองคํานึงถึงชีวิตของผูมารับบริการ การบริการจะตองมีนักเทคนิคการแพทยและนักวิทยาศาสตรการแพทย
เปนผูรับผิดชอบในการเจาะเลือดตลอดเวลา เพ่ือใหผูรับบริการมีความมั่นใจวาจะไดรับบริการท่ีมีคุณภาพ
ถูกตองและเหมาะสม เม่ือผูปวยเขามารับการรักษาท่ีโรงพยาบาลกอนที่พบแพทย จะตองมารับบริการเจาะ
เลือดจากเจาหนาท่ีหองเจาะเลือดกอน ซ่ึงเจาหนาท่ีหองเจาะเลือดจะเปนผูทําการเจาะเลือดนําไปตรวจการ
วิเคราะหผลในหองปฏิบัติการ ดูรายการตรวจของแพทยท่ีสงตรวจวารายการครบหรือไม ผูปวยมีรายการที่
จะตองอดอาหารมาไหม มีเก็บสิ่งสงตรวจวามีความเหมาะสมหรือไม ใชชนิดของหลอดเลือดไดถูกตองหรือไม
กอ นท่จี ะมกี ารเจาะเลือดตองตรวจสอบชื่อผูปวยกอนเจาะเลือด รายการตรวจทุกคร้งั กอนเจาะเลือดเพ่ือใหเกิด
ความม่ันใจวาไดวาเปนชื่อของผูปวย เจาะถูกตอง ถูกคนถูกรายการ และแนะนําการเก็บสิ่งสงตรวจ เชน
เสมหะ ปสสาวะ อุจจาระ เปนตน เพื่อไมใ หเ กดิ ขอผิดพลาด แตจ าํ นวนผปู ว ยทมี่ ารบั บริการมีจํานวนมากและมี
อัตราสวนมากกวาการใหบริการ การปฏิบัติงานอาจมีขอบกพรองและเปนการยากที่จะทําใหผูรับบริการเกิด
ความพึงพอใจและความคาดหวงั ตอการใหบริการ
หากการบริการท่ี ไดรับเปนไปตามหรือสูงกวาความคาดหวัง ผูรับบริการก็จะเกิดความพงึ พอใจและ
ประเมินวาการบริการ นั้นมีคุณภาพสูงจะเห็น ไดวาสวนใหญจะมีความคิดเห็นคลายคลึงกัน ซึ่งพอสรุปไดวา
ความพึงพอใจเปนความรูสึกท่ีเกิดจากความสมดุลหรือความสอดคลองระหวางส่ิงท่ีคาดหวังและส่ิงที่ไดรับจริง
หรือจากการที่ความตองการ ไดรับการตอบสนอง หรือจากประสบการณท่ีเขาไปใชบริการและประสบการณ
นนั้ ตรงตามความคาดหวงั
วตั ถปุ ระสงค
1. เพ่ือเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานัก
การแพทย จําแนกตามลกั ษณะประชากรศาสตร ไดแก เพศ อายุ อาชีพ รายได สิทธกิ ารรักษา
495
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
2. เพื่อศึกษาระดับความสัมพันธระหวางความคาดหวังและระดับความพึงพอใจตอหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสิรินธร สาํ นักการแพทย
สมมุติฐานการวิจัย
1. ลักษณะประชากรศาสตรของผูรับบริการที่แตกตางกันสงผลตอความพึงพอใจตอการใชบริการ
หองเจาะเลือด โรงพยาบาลสริ นิ ธร สาํ นกั การแพทย แตกตางกนั
2. ระดับความคาดหวังของผูใชบริการมีความสัมพันธกับระดับความพึงพอใจตอการใชบริการหอง
เจาะเลือด โรงพยาบาลสริ นิ ธร สาํ นกั การแพทย
กรอบแนวคดิ ในงานวิจัย ตวั แปรตาม
ตัวแปรตน
- เพศ ประชากรศาสตร ความพงึ พอใจในสว นประสมทาง
- อายุ - รายได การตลาดของผใู ชบ ริการหอ งเจาะเลอื ด
- อาชพี - สทิ ธิการรกั ษา 1. ดานผลิตภณั ฑ (Product)
2. ดานราคา (Price)
ความคาดหวังของผใู ชบรกิ าร 3. ดา นชองทางการจดั จําหนา ย (Place)
หอ งเจาะเลอื ด 4. ดานสง เสริมการตลาด (Promotion)
5. ดา นบุคลากร (People)
- ความคาดหวงั ของผูใชบริการตอ 6. ดา นลกั ษณะทางกายภาพ
เจาหนา ท่ใี หบ รกิ าร
- ความคาดหวังของผใู ชบริการตอ (Physical Evidency)
กระบวนการใหบ ริการ 7. ดา นกระบวนการบริการ (Process)
- ความคาดหวังของผูใชบริการตอ สถานที่ ( Kotler et al. , 2016, Serirat & Team,
- ความคาดหวงั ของผใู ชบรกิ ารตอ ขอ มูลที่ 2017)
ไดร ับจากการบรกิ าร
- ความคาดหวังของผูใ ชบริการตอความ
ปลอดภัย
ภาพที่ 1 กรอบแนวคดิ ในงานวิจยั
การทบทวนวรรณกรรม
งานวิจัยเร่ืองปจจัยสวนประสมทางการตลาด 7Ps และปจจัยดานการใหบริการท่ีสงผลเชิงบวกตอ
ความพึงพอใจของผูใชบริการที่คลนิ ิกการแพทยแผนจนี หวั เฉยี ว กรุงเทพมหานคร พบวาในภาพรวมปจจยั สว น
ประสมทางการตลาด7Ps สง ผลเชงิ บวกตอ ความพึงพอใจของผูม าใชบรกิ ารโดยปจจยั สวนประสมทางการตลาด
496
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
7Ps น้ัน สามารถทํานายผลของความพึงพอใจได รอยละ 48.5 หากพิจารณารายดาน พบวาปจจัยดาน
ผลิตภัณฑ ดานราคา ดานการสงเสริมการตลาด ดานบุคลากร ดานหลักฐานทางกายภาค ดานกระบวนการ
สงผลตอความพึงพอใจของผูใชบริการคลินิกการแพทยแผนจีนหัวเฉียว กรุงเทพมหานคร ยกเวนเพียงปจจัย
ดานชองทางการจัดจาหนายท่ีไมสงผลตอ ความพึงพอใจของผูมาใชบรกิ าร โดยมรี ะดับนัยสาํ คญั ทางสถิติ 0.05
ในการศึกษาความสัมพันธเชิงอิทธิพลระหวางปจจัยดานการใหบริการและความพึงพอใจของผูใชบริการคลินิก
การแพทยแผนจีนหัวเฉียว กรุงเทพมหานคร พบวาในภาพรวมปจจัยดานการใหบริการสงผลเชิงบวกตอความ
พึงพอใจของผูมาใช บริการโดยปจจัยดานการใหบริการสามารถทํานายผลของความพึงพอใจไดรอยละ 58.6
หากพิจารณารายประเด็น พบวาดานบุคลิกภาพ ดานอบรมและใหบริการความรู สงผลเชิงบวกตอความพึง
พอใจของผูใชบริการคลินิกการแพทยแผนจีนหัวเฉียว ยกเวนในดานของลูกคาสัมพันธที่ไมสงผลตอความพึง
พอใจของผูมาใชบริการ โดยมีระดับนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 โดยสรุปแลวจากผลจากการศึกษาวิจัยใน
ครั้งนี้พบวาปจจัยดานการใหบริการสงผลและสามารถทํานายผลของความพึงพอใจไดมากกวาปจจัยสวน
ประสมทางการตลาด 7Ps ถึงแมกระนั้นก็ตามปจจัยท้ัง 2 น้ัน ก็ยังคงมีความสําคัญท้ังคูและมองวาหาก
ผูประกอบการหรือนักลงทุนในธุรกิจการแพทยแผนจีนพิจารณาและนําปจจัยทั้ง 2 นี้มารวมผสมผสาน
ประกอบในการประยกุ ตใ ชใหม ีความเหมาะสมกจ็ ะเปนประโยชนตอ ธรุ กิจใหส ามารถแขงขันไดในระยะยาว
ลัดดาวัลย สําราญ, โสรยา สุภาผล, ภาคภูมิ พันธุทับทิม และธนภัทร ขาววิเศษ (2561: บทคัดยอ)
ศึกษาการตัดสินใจเลือกใชบริการโรงพยาบาลเจาพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี กลุมตัวอยางท่ีใช คือผูเขา
มาใชบริการโรงพยาบาลเจาพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี จํานวน 400 ตัวอยาง ท่ีสุมตัวอยางแบบ
เฉพาะเจาะจงจากผูท่ีสมัครใจใหขอมูล เคร่ืองมือในการเก็บรวบรวมขอมูล คือแบบสอบถามสถิติท่ีใชในการ
วิเคราะหขอมูล คือ คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และคาสัมประสิทธิสหสัมพันธแบบถดถอยพหุคูณ โดย
กําหนดนัยสําคัญท่ีระดับ 0.05 ผลการวิจัยพบวา ระดับความคิดเห็นตอปจจัยสวนประสมทางการตลาดโดย
ภาพรวมอยูในระดบั มาก ระดบั ความคดิ เหน็ ตอปจ จยั คุณภาพการใหบ รกิ ารโดยภาพรวมอยใู นระดบั มาก ระดับ
ความคิดเห็นตอการตัดสินใจเลือกใชบริการโดยภาพรวมอยูในระดับมาก และผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา
ปจ จัยสว นประสมทางการตลาด ดา นบคุ ลากรในการใหบรกิ าร ดานองคประกอบทางกายภาพ และดา นผลผลิต
และคุณภาพสงผลตอการตัดสินใจเลือกใชบริการโรงพยาบาลเจาพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี ปจจัย
คุณภาพการใหบริการ ดานความเชื่อถือไววางใจได ดานการตอบสนองตอลูกคา และดานความเขาใจ และเห็น
อกเหน็ ใจในผรู ับบรกิ ารสงผลตอการตดั สนิ ใจเลือกใชบ ริการโรงพยาบาลเจาพระยายมราช จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี
ณิชาภัทร อติเปรมินทร (2564: บทคัดยอ) ศึกษาจากความพึงพอใจ และศึกษาสวนประสมทาง
การตลาดบริการ เพื่อใหผูประกอบการทราบถึงการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกใชบริการโรงพยาบาล
เอกชนในชวงท่ีเกิดวิกฤติโควิด-19 อันจะกอใหเกิดผลกระทบโดยตรงตอระบบเศรษฐกิจในกลุมธุรกิจ
โรงพยาบาลเอกชน โดยใชวิธีการวิจัยเชิงสํารวจ (Survey Research) เคร่ืองมือท่ีใชคือแบบสอบถาม โดยที่
ศึกษาจากกลุมตัวอยาง จํานวน 400 คน ใชบริการโรงพยาบาลเอกชน (ท่ัวไป) เขตพื้นที่วังทองหลาง
กรุงเทพมหานคร ผลการศึกษา พบวา 1) กลุมตัวอยางจากปจจัยประชากรศาสตรมีความแตกตางกันในดาน
เพศ อายุ อาชีพ รายไดเฉล่ียตอเดือน สถานภาพ และระดับการศึกษา มีผลตอการตัดสินใจเลือกใชบริการ
โรงพยาบาลเอกชน (ท่ัวไป) ในชวงวิกฤติโควิด-19 ในเขตพื้นท่ีวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พบวา เพศของ
ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญ คือ เพศหญิง มีชวงอายุมากกวา 35 ป มีระดับการศึกษาปริญญาตรี ประกอบ
อาชพี ทําธุรกิจสวนตัว/คาขาย โดยผูตอบแบบสอบถามสวนใหญช ําระเงนิ ดว ยตนเองในโรงพยาบาลเอกชน โดย
ที่ตัวเองเปนผูมีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชน 2) ปจจัยสวนประสมทางการตลาด
บริการท่ีสงผลตอการเขาใชบริการโรงพยาบาลเอกชน (ท่ัวไป) ในชวงวิกฤติโควิด–19 ในเขตพื้นท่ีวังทองหลาง
497
การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
กรุงเทพมหานคร ภาพรวมอยูในระดับปานกลาง โดยดานกระบวนการสงผลตอการตัดสินใจเขาใชบริการ
โรงพยาบาลเอกชนในชวงวิกฤติ โควิด–19 มากที่สุด รองลงมา คือ ดานบุคลากร ดานลักษณะทางกายภาพ
ดานการสงเสริมการขาย ดานการบริการ ดานชองทางการจัดจําหนาย และดานราคา ตามลําดับ 3) ความพึง
พอใจตอปจจัยการตัดสินใจเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชน (ทั่วไป) ในเขตพ้ืนท่ีวังทองหลาง
กรุงเทพมหานคร ภาพรวมอยูในระดับมาก โดยผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจการรักษาและการบริการ
ทางการแพทยมากที่สุด รองลงมา คือ การจัดสถานที่ปลอดเช้ือเพื่อใหผูใชบริการมีความมั่นใจ การมีมาตรการ
ความปลอดภัยการเขาถึงพ้ืนที่ในชวงวิกฤติโควิด-19 ความนาเช่ือถือไววางใจที่มีผลตอการตัดสินใจใชบริการ
แพคเกจและโปรโมช่นั ทคี่ ุมคาคมุ ราคา และการบริการทสี่ ะดวกรวดเรว็
ปญจพล เหลาทา, ฉัตรชัย ลอยฤทธิวุฒิไกร และเสาวภา มีถาวรกุล (2562: บทคัดยอ) ศึกษา 1.
สวนประสมการตลาดท่ีมีผลตอการเลือกใชโรงพยาบาลเอกชน ในจังหวัดสมุทรปราการ 2. เหตุผลของการ
เลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชนของผูปวยในในจังหวัดสมุทรปราการ 3. ความสัมพันธระหวางปจจัยสวน
บุคคลกับเหตุผลการเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชนของผูปวยในในจังหวัดสมุทรปราการ และ 4.
ความสัมพันธระหวางสวนประสมการตลาดกับเหตุผลการเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชนของผูปวยในใน
จังหวัดสมุทรปราการ ที่ไมทราบจํานวนผูปวยที่แนนอน กําหนดขนาดตัวอยางโดยใชความเชื่อม่ันรอยละ 95
จํานวน 400 คน ใชวิธีการสุมตัวอยางอยางงายแบบมีสัดสวน เคร่ืองมือที่ใชคือแบบสอบถาม วิเคราะหขอมูล
โดยใชสถิติเชิงพรรณนา ไดแก คาความถี่ คารอยละ คาเฉลี่ย และคาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอนุมาน
ไดแก การทดสอบคาไคสแควร และคาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธเพียรสัน ผลการวิจัยพบวา 1. สวนประสม
การตลาดที่มีผลตอการเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชนของผูปวย ในภาพรวมอยูในระดับมาก เม่ือพิจารณา
เปนรายดานคาเฉล่ียมากที่สุด คือ ดานผลิตภัณฑบริการ และคาเฉล่ียนอยที่สุด คือ ดานการสงเสริมการตลาด
2. เหตุผลการเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชนของผูปวยใน ในภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด เม่ือพิจารณา
เปนรายดาน คาเฉล่ียมากที่สุด คือ ความรูสึกมั่นใจวาจะไดรับการรักษาอาการเจ็บปวยที่จะไดรับใหหายหรือ
ทุเลาลงจากการเขาบริการจากแพทยและพยาบาล คาเฉล่ียนอยที่สุด คือ มีความรวดเร็วในการใหบริการ 3.
ความสัมพันธระหวางปจจัยสวนบุคคลกับเหตุผลการเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชนของผูปวยใน พบวา
ปจจัยสวนบุคคลดานระดับการศึกษา รายไดเฉลี่ยตอเดือน และสิทธิในการรักษาพยาบาล มีความสัมพันธกับ
เหตุผลการเลือกใชบริการอยางมีนัยสําคัญ 0.05 4. ความสัมพันธระหวางสวนประสมการตลาดกับเหตุผลการ
เลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชน ของผูปวยใน มีความสัมพันธในทางบวกอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ
0.05 โดยพบวาดานผลิตภัณฑ บุคลากร และกระบวนการใหบริการ มีความสัมพันธในระดับมาก ดานความ
คุมคาของราคา ลักษณะทางกายภาพ และดานสถานที่มีความสัมพันธในระดับปานกลาง ดานสงเสริม
การตลาดมีความสมั พนั ธในระดบั นอยท่สี ดุ
วิธดี าํ เนนิ การวจิ ยั
รูปแบบการวิจัย
การวจิ ยั คร้งั นี้ ผูว ิจัยออกแบบการวิจยั เชิงปริมาณ (Quantitative Research)
ประชากรและกลุมตัวอยาง
ประชากรที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ ไดแก ผูใชบริการที่มารับบริการเจาะเลือดในหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสิรินธร สํานักแพทย โดยวิธีการวิธีสุมตัวอยางแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) และใช
จาํ นวน 399 รายที่เปนผูรบั บริการเจาะเลือด ซ่ึงจาํ นวนไดจากการใชส ตู รของ ทาโร ยามาเน (Yamane, 1973)
ซง่ึ มีสตู รดังน้ี
498
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
n= N
1+(N)(e2)
ซึง่ คํานวณไดด ังนี้
n = 107,297
1+(107,297)(0.052)
n = 398.51 ≈ 399 ราย
เครอ่ื งมอื ที่ใชในการวิจัย
เคร่ืองมือที่ใชในการรวบรวมขอมูล คือ แบบสอบถามเกี่ยวกับความคาดหวังของผูใชบริการและ
ความพงึ พอใจตอหองเจาะเลอื ดของโรงพยาบาลสิรนิ ธร สาํ นกั การแพทย โดยแบงเปน 4 ตอน ดังน้ี
ตอนที่ 1 ขอมูลท่ัวไปของผูตอบแบบสอบถาม ไดแก เพศ อายุ อาชีพ รายไดตอเดือน และสิทธิ
การรกั ษาเปนแบบตรวจสอบรายการ (check list)
ตอนที่ 2 ความคาดหวังของผูใชบริการตอหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย
จาํ นวน 19 ขอ โดยแบง เปนดานตาง ๆ ดังน้ี
ดา นความคาดหวงั ของผูใ ชบริการตอ เจาหนา ทีใ่ หบ ริการ จาํ นวน 5 ขอ
ดา นความคาดหวงั ของผูใชบรกิ ารตอกระบวนการใหบรกิ าร จํานวน 4 ขอ
ดา นความคาดหวงั ของผใู ชบรกิ ารตอ สถานที่ จาํ นวน 4 ขอ
ดานความคาดหวงั ของผใู ชบรกิ ารตอ ขอมลู ทไี่ ดจ ากการบรกิ าร จาํ นวน 3 ขอ
ดา นความคาดหวังของผูใชบ รกิ ารตอความปลอดภยั จาํ นวน 3 ขอ
ตอนท่ี 3 ความพึงพอใจของผูใชบริการตอหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย
จาํ นวน 21 ขอ โดยแบง เปนดา นตา ง ๆ ดงั นี้
ดานลกั ษณะทางกายภาพ จาํ นวน 3 ขอ
ดา นผลติ ภณั ฑ จํานวน 3 ขอ
ดานบุคลากร จํานวน 3 ขอ
ดา นกระบวนการบริการ จาํ นวน 3 ขอ
ดา นชอ งทางการจดั จาํ หนาย จํานวน 3 ขอ
ดานราคา จํานวน 3 ขอ
ดานสงเสรมิ การตลาด จํานวน 3 ขอ
ตอนที่ 4 ขอเสนอแนะ เพิ่มเติมตอความคาดหวังของผูใชบริการและความพึงพอใจตอหองเจาะ
เลือดของโรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย เปนคําถามปลายเปดเพื่อใหผูใชบริการสามารถแสดงความ
คิดเห็นไดอยางเตม็ ที่
การเก็บรวบรวมขอ มูล
ผูวิจยั ดําเนนิ การเกบ็ รวบรวมขอมูลในการศกึ ษาคร้ังนี้ มขี น้ั ตอนดังนี้
1. ขอมูลปฐมภูมิ (Primary data) เปนขอมูลที่ผูวิจัยไดเก็บรวบรวมจากแบบสอบถามของ
ผูใชบริการหองเจาะเลือด ท่ีเปนเพศชายและเพศหญิงในโรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทยจํานวน 399 ชุด
โดยมีระยะเวลาในการเก็บรวบรวมขอมูลต้ังแต 06.00 – 16.00 ระหวางเดือนพฤษภาคม 2564 - สิงหาคม
2564
499
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
สถติ ทิ ่ใี ชในการวจิ ยั
ผูวจิ ัยเลอื กใชสถิติในการวิเคราะหเ พอ่ื ใหส อดคลอ งกบั ลกั ษณะขอ มลู และตอบวตั ถุประสงค ดังนี้
ตอนท่ี 1 การวิเคราะหข อมูลเชิงพรรณนา (Descriptive Statistic) ศกึ ษาขอ มลู ทว่ั ไปของผูตอบ
แบบสอบถาม ไดแก เพศ อายุ อาชีพ รายไดตอเดือน และสิทธิการรักษา โดยนําเสนอวิเคราะหขอมูลในรูป
ตารางคาความถ่ี (Frequency) คารอ ยละ (Percentage)
ตอนที่ 2 การวเิ คราะหข อมูลเชิงอนุมาน (Inferential Statistic)
การวิเคราะหขอมูลเชิงอนุมาน เปนการศึกษาขอมูลของกลุมตัวอยางและทดสอบสมมติฐาน
โดยใชโปรแกรมสําเรจ็ รปู ทางสถติ ิ ดังตอ ไปน้ี
1. การวิเคราะห Independent Sample T-Test คือ ปจจัยลักษณะทางประชากรศาสตร
ดานเพศท่แี ตกตางกัน สงผลตอ ตอความพึงพอใจในการใชบริการโรงพยาบาลสริ ินธร สํานักการแพทย ของกลุม
ตัวอยางแตกตา งกันหรือไม
2. การวิเคราะห F-Test เปนการวเิ คราะหความแปรปรวนทางเดียว (One Way ANOVA)
3. การวิเคราะหคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธแบบเพียรสัน (Pearson Correlation) คือระดับ
ความคาดหวังของผูใชบริการกับความพึงพอใจปจจัยสวนประสมทางการตลาด (7Ps) ของผูใชบริการ
โรงพยาบาลสิรินธร สาํ นักการแพทย
4. ขอ เสนอแนะ เพิ่มเติมตอความพงึ พอใจของผูใ ชบรกิ ารและความคาดหวงั ตอ หองเจาะเลือด
ของโรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย วิเคราะหขอมูลโดยจัดกลุมของคาคําตอบไปในทิศทางเดียวกันเขามา
ไวในกลุม เดียวกัน
ผลการวิจัย
จากการวิเคราะหขอ มูลทไ่ี ดจ ากการวจิ ยั สามารถสรปุ ผลไดดงั นี้
1. ขอมลู ทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม
ผูตอบแบบสอบถามที่ตอบแบบสอบถามสวนใหญเปนเพศหญิง (รอยละ 52.60) และเพศชาย
(รอยละ 47.40) สวนใหญมีอายุอายุ 21-30 ป (รอยละ 30.80) รองลงมาคืออายุ 31-40 ป (รอยละ 21.80)
และอายุ 41-50 ป (รอยละ 13.40) ซึ่งมีอาชีพลูกจาง/พนักงานบริษัท (รอยละ 34.30) และอาชีพนักเรียน/
นักศึกษา รอยละ 11.30 โดยสวนมากมีรายได 10,001 - 20,000 บาท (รอยละ 27.80) รองลงมามีรายได
5,001 - 10,000 บาท (รอยละ 27.30) โดยสวนใหญใชสิทธิการรักษาหลักประกันสุขภาพ (30 บาท) / บัตร
ทอง (รอยละ 31.30) และสิทธิประกันสังคม (รอยละ 31.10)
2. ระดับขอมูลของความคิดเห็นของผูใชบริการตอความคาดหวังตอหองเจาะเลือดของโรงพยาบาล
สิรนิ ธร สาํ นักการแพทยโดยภาพรวมมรี ายละเอยี ดดงั ตอไปนี้
ตารางที่ 1 การเปรียบเทียบความคิดเห็นของผูใชบริการตอความคาดหวังตอหองเจาะเลือดของโรงพยาบาล
สิรินธร สาํ นกั การแพทย
ความคาดหวงั ในการใหบริการ χ� S.D. ระดบั ความคิดเหน็
1. มอี ปุ กรณเจาะเลือดท่ีสะอาดทนั สมยั ปลอดภยั ตอ ผใู ชบ รกิ าร 4.42 .621 มากทสี่ ดุ
2. มกี ารจดั ระบบควิ เจาะเลอื ดที่ดี 4.40 .711 มากที่สดุ
3. หอ งเจาะเลอื ดแตละจุดมีปา ยบอกชดั เจน 4.38 .662 มากทส่ี ดุ
4. หอ งเจาะเลอื ดมีความสะอาด 4.38 .680 มากทสี่ ุด
5. มรี ะบบการทวนถามชอื่ ผใู ชบ ริการกอนเจาะเลอื ด
ปองกนั การเจาะเลือดผดิ 4.37 .651 มากท่สี ุด
500
การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
จากตารางที่ 1 พบวาผูใชบริการที่มีความคิดเห็นตอความคาดหวังในการใหบริการโดยภาพรวม
สูงสุด 5 อันดับแรก เรียงลําดับจากมากไปนอย ไดแก มีอุปกรณเจาะเลือดท่ีสะอาด ทันสมัยปลอดภัยตอ
ผูใชบริการ มีคาเฉล่ียเทากับ 4.42 เห็นดวยมากที่สุด มีการจัดระบบคิวเจาะเลือดท่ีดี มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.40
เห็นดวยมากที่สุด หองเจาะเลือดแตละจุดมีปายบอกชัดเจน และหองเจาะเลือดมีความสะอาด มีคาเฉล่ีย
เทากับ 4.38 เห็นดวยมากที่สุด และมีระบบการทวนถามชื่อผูใชบริการกอนเจาะเลือด ปองกันการเจาะเลือด
ผดิ มีคาเฉล่ียเทา กับ 4.37 เห็นดว ยมากทสี่ ุด
3. ระดับขอมูลความคิดเห็นของผูใชบริการตอความพึงพอใจสวนประสมทางการตลาดของ
ผูใ ชบ ริการตอหอ งเจาะเลือดของโรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทยโ ดยภาพรวมมรี ายละเอยี ดดังตอไปน้ี
ตารางท่ี 2 การเปรียบเทียบความคิดเห็นของผูใชบริการตอความพึงพอใจสวนประสมทางการตลาดของ
ผใู ชบรกิ ารตอหองเจาะเลือดของโรงพยาบาลสริ นิ ธร สาํ นกั การแพทย
�� S.D. ระดับความคดิ เหน็
ความพึงพอใจของผูใชบ รกิ ารหอ งเจาะเลอื ด
1. การนาํ ระบบเรยี กควิ มาใชใ นการเรยี กเจาะเลือด เพ่ือเพิม่
คุณภาพการใหบ รกิ าร 4.39 .681 มากทีส่ ุด
2. อัตราคา บริการการตรวจวเิ คราะหของหอ งปฎบิ ัตกิ ารทาง 4.12 .822 มาก
การแพทย
3. หอ งเจาะเลอื ดของโรงพยาบาลบรกิ ารดี จงึ ทาํ ใหม ีสว นในการ
ตัดสนิ ใจมาใชบ รกิ าร 4.24 .703 มากที่สุด
4. การประชาสัมพนั ธโครงการเจาะเลือดตามบา น 3.82 .946 มาก
(Mobile Lab)
5. ความเชียวชาญในการเจาะเลอื ด 4.39 .682 มากทส่ี ดุ
6. หอ งเจาะเลอื ดมคี วามสะอาด กวางขวาง 4.39 .681 มากทส่ี ุด
7. ความสะดวกสบายและรวดเร็วของข้นั ตอนการใหบ ริการ
เรม่ิ ต้งั แตก ารกดบัตรควิ จนถงึ ข้ันตอนเจาะเลอื ด 4.30 .695 มากทสี่ ดุ
จากตารางท่ี 2 พบวา ผใู ชบ ริการทมี่ คี วามคดิ เห็นตอความพึงพอใจในการใหบรกิ ารสูงสดุ 7 อนั ดบั
แรกในแตละดาน ไดแกการนําระบบเรียกคิวมาใชในการเรียกเจาะเลือด เพ่ือเพิ่มคุณภาพการใหบริการ มี
คาเฉลี่ยเทากับ 4.39 เห็นดวยมากที่สดุ อัตราคาบริการการตรวจวิเคราะหของหองปฎิบตั ิการทางการแพทย มี
คาเฉล่ียเทากับ 4.12 เห็นดวยมาก หองเจาะเลอื ดของโรงพยาบาลบริการดี จึงทําใหมสี ว นในการตดั สนิ ใจมาใช
บริการ มีคาเฉล่ียเทากับ 4.24 เห็นดวยมากท่ีสุด การประชาสัมพันธโครงการเจาะเลือดตามบาน (Mobile
Lab) มีคาเฉล่ียเทากับ 3.82 เห็นดวยมาก ความเชียวชาญในการเจาะเลือด มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.39 เห็นดวย
มากท่ีสุด หองเจาะเลือดมีความสะอาด กวางขวาง มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.39 เห็นดวยมากท่ีสุด และมีความ
สะดวกสบายและรวดเร็วของขน้ั ตอนการใหบริการ เร่มิ ตัง้ แตการกดบัตรคิว จนถงึ ข้ันตอนเจาะเลือด มคี า เฉลี่ย
เทากบั 4.30 เหน็ ดว ยมากท่ีสุด
501
การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
4. ผลการทดสอบสมมติฐาน ลักษณะประชากรศาสตรของผูรับบริการที่แตกตางกันสงผลตอความ
พงึ พอใจตอ การใชบรกิ ารหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสริ นิ ธร สาํ นักการแพทย แตกตางกัน
ตารางที่ 3 การเปรียบเทียบลักษณะประชากรศาสตรของผูรับบริการที่แตกตางกันสงผลตอความพึงพอใจตอ
การใชบริการหองเจาะเลอื ด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย
ตัวแปร สถิติ คา T- test คา F - Test คา P value ผลการทดสอบ
สมมตฐิ าน
เพศ T- test 0.108 - 0.803 ปฎเิ สธสมมติฐาน
อายุ F - Test - 0.756 0.613 ปฎิเสธสมมติฐาน
อาชพี F - Test - 2.254 0.026 ยอมรับสมมตฐิ าน
รายได F - Test - 1.168 0.324 ปฎเิ สธสมมตฐิ าน
สิทธิการรกั ษา F - Test - 2.301 0.058 ปฎิเสธสมมตฐิ าน
*มีนยั สําคัญทางสถติ ิทรี่ ะดับ 0.05
จากตารางท่ี 3 พบวา การเปรียบเทียบ 1. เพศของผูรับบริการตอการใชบริการหองเจาะ
เลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย พบวา คา p เทากับ 0.803 ซ่ึงคามากกวาคานัยสําคัญทางสถิติท่ี
ระดับ 0.05 หมายความวา ผูรับบริการท่ีมีเพศตางกัน มีความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย ไมแตกตางกัน จึงปฎิเสธสมมติฐาน 2. อายุของผูรับบริการตอการใช
บริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย พบวา คา p เทากับ 0.613 ซ่ึงคามากกวาคา
นยั สาํ คญั ทางสถติ ิทร่ี ะดบั 0.05 หมายความวา ผูรบั บรกิ ารทม่ี อี ายตุ างกนั มีความพงึ พอใจตอการใชบ รกิ ารหอง
เจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย ไมแตกตางกัน จึงปฎิเสธสมมติฐานการวิจัย 3. อาชีพของ
ผูรับบริการตอการใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย พบวา คา p เทากับ 0.026
ซึ่งคานอยกวาคานัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 หมายความวา ผูรับบริการท่ีมีอาชีพตางกัน มีความพึงพอใจ
ตอการใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย แตกตางกัน จึงยอมรับสมมติฐาน 4.
รายไดตอ เดือนของผูรับบริการตอการใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสริ ินธร สาํ นกั การแพทย พบวา คา
p เทา กับ 0.324 ซง่ึ คา มากกวา คานัยสําคญั ทางสถิติท่รี ะดบั 0.05 หมายความวา ผูร ับบรกิ ารที่มรี ายไดตอ เดือน
ตางกัน มีความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย ไมแตกตางกัน
จึงปฎิเสธสมมติฐานการวิจัย และ 5. สิทธิการรักษาของผูรับบริการตอการใชบริการหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย พบวา คา p เทากับ 0.058 ซ่ึงคามากกวาคานัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ
0.05 หมายความวา ผูรับบริการท่ีมีสิทธิการรักษาตางกัน มีความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสริ นิ ธร สาํ นักการแพทย ไมแตกตางกัน จงึ ปฎิเสธสมมตฐิ านการวจิ ยั
5. สรุปผลการทดสอบสมมตฐิ าน ความสัมพันธร ะหวางความคาดหวังและระดับความพึงพอใจตอ
หองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรนิ ธร สาํ นักการแพทย
502
การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ตารางที่ 4 การเปรียบเทียบความสัมพันธระหวางความคาดหวังและระดับความพึงพอใจตอหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสริ ินธร สํานกั การแพทย
ความสมั พนั ธร ะหวางความคาดหวังและระดบั คา สมั ประสิทธิ์ ระดับ Sig.
ความพึงพอใจของผใู ชบรกิ าร สหพนั ธ ความสมั พนั ธ
(r)
1. ความคาดหวงั ตอเจา หนาท่ใี หบรกิ ารและความ
พึงพอใจสว นประสมทางการตลาดของ 0.624 ระดับมาก 0.000
ผใู ชบ ริการในดานตา ง ๆ
2. ความคาดหวงั ของผูใชบริการตอ กระบวนการ
ใหบรกิ ารและความพงึ พอใจสวนประสมทาง 0.639 ระดับมาก 0.000
การตลาดของผูใชบรกิ ารในดา นตา ง ๆ
3. ความคาดหวงั ของผใู ชบริการตอ สถานท่แี ละ
ความพงึ พอใจสวนประสมทางการตลาดของ 0.641 ระดบั มาก 0.000
ผูใชบรกิ ารในดา นตาง ๆ
4. ความคาดหวังของผูใชบ ริการตอขอ มลู ทีไ่ ดรับ
บริการและความพงึ พอใจสว นประสมทาง 0.638 ระดบั มาก 0.000
การตลาดของผใู ชบ รกิ ารในดา นตา ง ๆ
5. ความคาดหวังของผใู ชบ ริการตอความ
ปลอดภยั และความพึงพอใจสว นประสมทาง 0.645 ระดับมาก 0.000
การตลาดของผใู ชบริการในดานตาง ๆ
*มนี ัยสําคัญทางสถิติทรี่ ะดบั 0.05
จากตารางท่ี 4 พบวา ความสัมพนั ธระหวางความคาดหวงั และระดับความพึงพอใจตอหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย มีคาSignificant level มีคาเทากับ 0.000 อยางมีนัยสําคัญที่ระดับ 0.05
แปลวา ความคาดหวงั และความพงึ พอใจตอ หองเจาะเลอื ด โรงพยาบาลสิรนิ ธร สาํ นักการแพทย มคี วามสัมพันธ
กัน ซึ่งความคาดหวังและความพึงพอใจท่ีมีความสัมพันธกันมาก ไดแก1) ความคาดหวังตอเจาหนาท่ีใหบริการ
และความพึงพอใจของผูใชบริการดานผลิตภัณฑ 2) ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการ
และความพึงพอใจดานลักษณะทางกายภาค 3) ความคาดหวงั ของผใู ชบ ริการตอสถานทีแ่ ละความพงึ พอใจดาน
ลักษณะทางกายภาค 4) ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการและความพึงพอใจดาน
ลักษณะทางกายภาค 5) ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยและความพึงพอใจดานลักษณะทาง
กายภาค
สรุปผลการวิจัย
สมมติฐานที่ 1 ลกั ษณะประชากรศาสตรของผูรับบริการท่แี ตกตางกนั สงผลตอ ความพึงพอใจตอการ
ใชบรกิ ารหอ งเจาะเลอื ด โรงพยาบาลสริ นิ ธร สาํ นักการแพทย แตกตา งกัน
1.1 ผูรับบริการท่ีมีเพศตางกัน มีความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือดโรงพยาบาลสิริน
ธร สาํ นกั การแพทย ไมแตกตา งกนั จึงปฎเิ สธสมมตฐิ านการวิจัย
503
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
ในรายดาน พบวา ผูรับบริการที่มีเพศตางกันมีปจจัยดานลักษณะทางกายภาพ ดาน
ผลิตภัณฑ ดานบุคลากร ดานกระบวนการบริการ ดานชองทางการจัดจําหนาย ดานราคา และดานสงเสริม
การตลาด สง ผลตอ การใชบ ริการหอ งเจาะเลอื ดโรงพยาบาลสิรนิ ธร สาํ นกั การแพทยไ มแ ตกตา งกนั
1.2 ผรู บั บรกิ ารทมี่ อี ายตุ า งกนั มีความพงึ พอใจตอ การใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร
สาํ นักการแพทย ไมแตกตา งกัน จึงปฎเิ สธสมมตฐิ านการวิจยั
ในรายดาน พบวา ผูรับบริการที่มีอายุตางกันมีปจจัยดานลักษณะทางกายภาพ ดาน
ผลิตภัณฑ ดานบุคลากร ดานกระบวนการบริการ ดานชองทางการจัดจําหนาย และดานราคา ไมแตกตางกัน
สวนปจจัยทางดานสงเสริมการตลาดสงผลตอการใชบริการหองเจาะเลือดโรงพยาบาลสริ ินธร สํานักการแพทย
แตกตางกนั
1.3 ผูรับบริการที่มีอาชีพตางกัน มีความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาล
สิรนิ ธร สาํ นกั การแพทย แตกตางกนั จึงยอมรับสมมตฐิ านการวจิ ยั
ในรายดาน พบวา ผูรับบริการที่มีอาชีพตางกันมีปจจัยดานลักษณะทางกายภาพ ดาน
ผลิตภัณฑ ดานกระบวนการบริการ ดานชองทางการจัดจําหนาย และดานสงเสริมการตลาด ไมแตกตางกัน
สวนปจจัยทางดานบุคลากร และดานราคา สงผลตอการใชบริการหองเจาะเลือดโรงพยาบาลสิรินธร สํานัก
การแพทย แตกตางกนั
1.4 ผูรับบริการที่มีรายไดตอเดือนตางกัน มีความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสริ ินธร สาํ นกั การแพทย ไมแ ตกตางกัน จึงปฎิเสธสมมติฐานการวจิ ยั
ในรายดาน พบวา ผูรับบริการที่มีรายไดตอเดือนตางกันมีปจจัยดานลักษณะทางกายภาพ
ดานผลิตภัณฑ ดานกระบวนการบริการ ปจจัยทางดานบุคลากร ดานชองทางการจัดจําหนายและดานสงเสริม
การตลาด ไมแตกตางกัน สวนปจจัยทางดานราคา สงผลตอการใชบริการหองเจาะเลือดโรงพยาบาลสิรินธร
สํานักการแพทย แตกตางกัน
1.5 ผูรับบริการที่มีสิทธิการรักษาตางกัน มีความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสิรินธร สํานกั การแพทย ไมแ ตกตางกัน จึงปฎเิ สธสมมตฐิ านการวิจัย
ในรายดาน พบวา ผูรับบริการท่ีมีสิทธิการรักษาตางกันมีปจจัยดานลักษณะทางกายภาพ
ดานผลิตภัณฑ ดานกระบวนการบริการ ดานชองทางการจัดจําหนายและดานราคา ไมแตกตางกัน สวนปจจัย
ทางดานบุคลากร และปจจัยทางดานสงเสริมการตลาด สงผลตอการใชบริการหองเจาะเลือดโรงพยาบาลสิริน
ธร สํานักการแพทย แตกตางกนั
สมมติฐานท่ี 2 ระดับความคาดหวังของผูใชบริการมีความสัมพันธกับระดับความพึงพอใจตอการใช
บริการหอ งเจาะเลอื ด โรงพยาบาลสิรนิ ธร สํานกั การแพทย
2.1 ความคาดหวังของผูใชบริการตอเจาหนาท่ีใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ลกั ษณะทางกายภาคมคี วามสัมพันธก ัน และมีความสัมพนั ธกันในระดับมาก
2.2 ความคาดหวังของผูใชบริการตอเจาหนาที่ใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ผลติ ภณั ฑม ีความสัมพันธกนั และมคี วามสัมพนั ธกันในระดับมาก
2.3 ความคาดหวังของผูใชบริการตอเจาหนาท่ีใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
บุคลากรมีความสัมพนั ธกนั และมคี วามสมั พนั ธก ันในระดบั ปานกลาง
2.4 ความคาดหวังของผูใชบริการตอเจาหนาที่ใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
กระบวนการใหบ ริการมคี วามสมั พันธกัน และมคี วามสัมพันธกนั ในระดับปานกลาง
504
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
2.5 ความคาดหวังของผูใชบริการตอเจาหนาท่ีใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ชอ งการจัดจําหนายมคี วามสมั พนั ธกนั และมคี วามสมั พนั ธก นั ในระดับปานกลาง
2.6 ความคาดหวังของผูใชบริการตอเจาหนาที่ใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ราคามคี วามสัมพันธกนั และมคี วามสมั พนั ธกันในระดับนอย
2.7 ความคาดหวังของผูใชบริการตอเจาหนาที่ใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
สงเสรมิ การตลาดมีความสัมพนั ธก นั และมีความสมั พนั ธกันในระดบั ปานกลาง
2.8 ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ลกั ษณะทางกายภาพมีความสัมพันธกัน และมีความสัมพนั ธกันในระดบั มาก
2.9 ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ผลิตภณั ฑมคี วามสมั พันธก ัน และมคี วามสมั พันธก ันในระดับมาก
2.10 ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการ
ดานบุคลากรมีความสมั พนั ธกนั และมีความสัมพันธก ันในระดบั ปานกลาง
2.11 ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการ
ดานกระบวนการใหบ ริการมคี วามสัมพันธกนั และมคี วามสัมพนั ธก นั ในระดบั ปานกลาง
2.12 ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการ
ดา นชอ งทางการจัดจาํ หนา ยมคี วามสัมพนั ธก ัน และมคี วามสัมพนั ธกนั ในระดบั ปานกลาง
2.13 ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการ
ดานราคามีความสัมพนั ธกนั และมคี วามสัมพันธก ันในระดับปานกลาง
2.14 ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการ
ดา นสงเสริมการตลาดมคี วามสัมพันธก ัน และมคี วามสมั พันธกันในระดับปานกลาง
2.15 ความคาดหวังของผูใชบริการตอสถานท่ีกับความพึงพอใจของผูใชบริการดานลักษณะทาง
กายภาพมีความสมั พนั ธกนั และมีความสัมพันธกันในระดับมาก
2.16 ความคาดหวังของผูใชบริการตอสถานท่ีกับความพึงพอใจของผูใชบริการดานผลิตภัณฑมี
ความสัมพนั ธกันและมคี วามสมั พนั ธก นั ในระดบั ปานกลาง
2.17 ความคาดหวังของผูใชบริการตอสถานท่ีกับความพึงพอใจของผูใชบริการดานบุคลากรมี
ความสมั พนั ธกนั และมีความสมั พนั ธก ันในระดับปานกลาง
2.18 ความคาดหวังของผูใชบริการตอสถานที่กับความพึงพอใจของผูใชบริการดานกระบวนการ
ใหบริการมคี วามสัมพันธกัน และมคี วามสมั พันธก นั ในระดบั ปานกลาง
2.19 ความคาดหวังของผูใชบริการตอสถานที่กับความพึงพอใจของผูใชบริการดานชองทางการ
จดั จาํ หนา ยมีความสมั พนั ธกนั และมคี วามสมั พันธก นั ในระดบั ปานกลาง
2.20 ความคาดหวังของผูใชบริการตอสถานที่กับความพึงพอใจของผูใชบริการดานราคามี
ความสัมพนั ธก ัน และมคี วามสมั พันธก นั ในระดบั ปานกลาง
2.21 ความคาดหวังของผูใชบริการตอสถานท่ีกับความพึงพอใจของผูใชบริการดานสงเสริม
การตลาดมคี วามสัมพนั ธกัน และมคี วามสัมพันธก ันในระดับปานกลาง
2.22 ความคาดหวังของผูใชบริการตอขอมูลท่ีไดรับจากการบริการกับความพึงพอใจของ
ผใู ชบรกิ ารดานลักษณะทางกายภาพมคี วามสมั พันธกัน และมีความสัมพันธก ันในระดบั มาก
2.23 ความคาดหวังของผูใชบริการตอขอมูลที่ไดรับจากการบริการกับความพึงพอใจของ
ผูใชบ ริการดา นผลติ ภัณฑมคี วามสัมพันธกัน และมีความสมั พนั ธก นั ในระดบั มาก
505
การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
2.24 ความคาดหวังของผูใชบริการตอขอมูลท่ีไดรับจากการบริการกับความพึงพอใจของ
ผใู ชบรกิ ารดา นบคุ ลากรมีความสมั พันธกัน และมคี วามสัมพันธก นั ในระดับมาก
2.25 ความคาดหวังของผูใชบริการตอขอมูลที่ไดรับจากการบริการกับความพึงพอใจของ
ผใู ชบ ริการดา นกระบวนการใหบริการมคี วามสัมพนั ธก ัน และมีความสมั พันธก ันในระดับปานกลาง
2.26 ความคาดหวังของผูใชบริการตอขอมูลท่ีไดรับจากการบริการกับความพึงพอใจของ
ผูใ ชบรกิ ารดานชอ งทางจดั จาํ หนายมีความสมั พนั ธก ัน และมคี วามสัมพันธกันในระดับปานกลาง
2.27 ความคาดหวังของผูใชบริการตอขอมูลที่ไดรับจากการบริการกับความพึงพอใจของ
ผใู ชบ ริการดา นราคามีความสมั พนั ธกัน และมีความสัมพันธก ันในระดับปานกลาง
2.28 ความคาดหวังของผูใชบริการตอขอมูลท่ีไดรับจากการบริการกับความพึงพอใจของ
ผูใชบรกิ ารดา นสง เสริมการตลาดมีความสัมพนั ธกนั และมีความสัมพันธก ันในระดับปานกลาง
2.29 ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ลักษณะทางกายภาพมคี วามสมั พนั ธก ัน และมคี วามสัมพนั ธก ันในระดับมาก
2.30 ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ผลิตภณั ฑม คี วามสัมพนั ธกนั และมคี วามสมั พนั ธกนั ในระดบั มาก
2.31 ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
บคุ ลากร มีความสัมพันธก ัน และมคี วามสัมพนั ธก ันในระดบั มาก
2.32 ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
กระบวนการใหบ ริการมีความสัมพันธก นั และมีความสัมพนั ธก ันในระดบั ปานกลาง
2.33 ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยกับความพึงพอใจของผูใชบริการดานชอง
ทางการจดั จาํ หนายมีความสมั พนั ธก นั และมคี วามสมั พนั ธกนั ในระดบั ปานกลาง
2.34 ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยกับความพึงพอใจของผูใชบริการดานราคา
มคี วามสมั พันธก ัน และมีความสมั พันธกนั ในระดับปานกลาง
2.35 ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
สงเสริมการตลาดมีความสัมพนั ธก ัน และมีความสัมพันธก ันในระดับนอ ย
2.36 ความคาดหวงั ของผใู ชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรนิ ธร สาํ นักการแพทย กับความ
พึงพอใจของผใู ชบรกิ ารมคี วามสัมพนั ธก นั และมคี วามสัมพนั ธกนั ในระดบั มาก
อภปิ รายผลการวจิ ยั
จากการศึกษา ความพงึ พอใจของผใู ชบรกิ ารและความคาดหวังตอหองเจาะเลือดของโรงพยาบาลสิ
รนิ ธร สํานักการแพทย สรปุ การอภิปรายผลไดด งั น้ี
1.1 ดานลักษณะทางกายภาพ พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับมาก สวนใหญให
ความสําคญั กบั หอ งเจาะเลือดมีความสะอาด กวางขวาง มากที่สดุ รองลงมา คอื หองเจาะเลือดมจี ุดบรกิ ารเจล
แอลกอฮอลเพียงพอ และหองเจาะเลือดมีบรรยากาศที่ปลอดโปรง เปนระเบียบเรียบรอย สอดคลองกับ
งานวิจัยของ ณัฐฐา เสวกวิหารี (2560) ที่พบวา ปจจัยดานสภาพแวดลอมทางกายภาพที่มคี วามปลอดภัย มีสิ่ง
อํานวยความสะดวก สําหรับผูปวย เชน หองนํ้ารถเข็น, ลิฟตโดยสาร มีหองตรวจ และสถานท่ีนั่งคอยอยาง
เพียงพอ และสอดคลองกับงานวิจัย ปราณปริยา รัศมีแข (2559) พบวา ผูใชบริการใหความสําคัญ กับ
สภาพแวดลอ มทางกายภาพ ที่สงผลตอ ความพึงพอใจในการใชบ ริการ ในสถานพยาบาลเอกชนอยูระดบั มาก
1.2 ดานผลิตภัณฑ พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับมากที่สุด สวนใหญให
506
การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ความสําคัญกับการนําระบบเรียกคิวมาใชในการเรียกเจาะเลือด เพ่ือเพิ่มคุณภาพการใหบริการ รองลงมา คือ
จํานวนเจาหนาท่ีเจาะเลือดมีความเพียงพอตอการใหบริการ และมีความทันสมัยของเคร่ืองมือ อุปกรณทาง
การแพทยที่พรอมใชในการเจาะเลือด สอดคลองกับงานวิจัยของผองพิมล พิจารณสรรค (2556) ไดศึกษาวิจัย
เรื่อง ปจจัยท่ีมีผลตอการเลือกใชบริการโรงพยาบาลศิริราชปยมหาราชการุณย ผลการศึกษา พบวาดาน
ผลติ ภัณฑ ควรมบี รกิ ารที่ หลากหลายครบวงจร และสะดวกรวดเร็ว และสอดคลอ ง และสอดคลองกับวิจัยของ
มนรัตน ใจเอื้อ (2550) ไดศึกษา การวางแผนยุทธศาสตร เพ่ือพัฒนาการทองเท่ียวดานการแพทยสําหรับ
นักทองเท่ียวตางชาติ กรณีศึกษา: กรุงเทพมหานคร พบวา ความมีช่ือเสียงในการบริการของโรงพยาบาล
เอกชนและมาตรฐานของเครือ่ งมอื ทางการแพทย
1.3. ดา นบุคลากร พบวา ผใู ชบริการมคี วามคิดเหน็ อยูใ นระดบั มากท่ีสดุ สวนใหญใ หความสําคญั
กับความเช่ียวชาญในการเจาะเลือด รองลงมา คือ มีการใหความชวยเหลือของเจาหนาท่ีเจาะเลือด ตอ
ผูใชบริการ และความเอาใจใสและมีอัธยาศัยไมตรีของเจาหนาท่ีเจาะเลือดในทุกขั้นตอนการใหบริการ
สอดคลองกับงานวิจัยของสิริกาญจน กมลปยะพัฒน (2558) กลาววา ผูใชบริการใหความสําคัญบุคลากรมี
กิริยามารยาทที่ดีและเหมาะสม การแตงกายของบุคลากรมีความเรียบรอย สะอาด นาเช่ือถือ บุคลากรมีความ
กระตือรือรนในการใหบริการ และบุคลากรมีความรูความเขาใจในการใหบริการ สามารถใหคําแนะนําไดอยาง
ถูกตองครบถวน และสอดคลองกับงานวิจัยของพันเพชร นอยเมล (2554) ไดศึกษาการประเมินความพึงพอใจ
ตอการใหบรกิ ารทางศลั ยพยาธิวทิ ยาในโรงพยาบาลศรนี ครนิ ทรหลังใชทฤษฎีขอ จาํ กัด ซ่ึงมรี ะดบั ความพงึ พอใจ
ดานเจนคติในระดับมาก การบริการดวยความสุภาพ ยิ้มแยม เต็มใจและเปนกันเองในขณะใหบริการ การเปน
ผูรับฟงท่ีดี เมื่อมีการมาติดตอประสานงานขอใชบริการ การมีจิตสํานึกกระตือรือรน และดูแลเอาใจใสผูมารับ
บริการอยางดี การยอมรับและยินดีในการปรับปรุงระบบการใหบริการ เม่ือมีขอเสนอแนะตางๆ และการ
ใหบริการประทบั ใจ และมคี วามสขุ ในการรบั บริการ
1.4. ดานกระบวนการบริการ พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับมากที่สุด สวนใหญให
ความสาํ คัญกับความสะดวกสบายและรวดเร็วของข้ันตอนการใหบ ริการ เริ่มตัง้ แตการกดบัตรคิว จนถงึ ข้ันตอน
เจาะเลือด รองลงมา คือ ระยะเวลาในการรอเจาะเลือดจากเจาหนาที่มีความไว และไดรับทราบข้ันตอนการ
ปฎบิ ัติขณะรับบรกิ ารเจาะเลือดอยางชัดเจน สอดคลอ งกับงานวิจัยของธนิตา ทองมา (2556) ไดศกึ ษาความพึง
พอใจของประชาชนผูมารับบริการโรงพยาบาลทหารผานศึก พบวา ดานขอมูลที่ไดรับจากการบริการ อยูใน
ระดบั ปานกลาง พบวา ไดรบั ขอมูลเก่ยี วกับการรักษาพยาบาลเปนอยา งดที กุ ครั้ง เมอ่ื เกิดความสงสัย รองลงมา
โรงพยาบาลทหารผานศกึ มกี ารจัดทําแผน พบั ประชาสมั พันธ ขอมูลการใหบริการ เจาหนาท่ีไดอธิบายเก่ยี วกบั
ขั้นตอนการรับบริการเปนอยางดี คําอธิบายของแพทยเก่ียวกับการตรวจรักษาเขาใจไดงาย คําอธิบายของ
เจาหนาท่ีมีความชัดเจนเขาใจงาย เจาหนาท่ีตอบปญหาขอของใจของทานไดอยางชัดเจน และมี เจาหนาที่
พรอมที่จะใหคําแนะนําหรือคําอธิบาย และสอดคลองกับงานวิจัยของนราธิป แนวคําดี (2559) ไดศึกษา
งานวิจัยเรื่องปจจัยที่มีผลตอการเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชนแหงหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร พบวา
ผูใชบริการ สวนใหญใหความสําคัญ ข้ันตอนและกระบวนการใหบริการและการรักษามีประสิทธิภาพ และ
สะดวกรวดเร็ว ระยะเวลาในการเขารับการรักษามีความเหมาะสม การประสานงานของบุคลากรระหวาง
แผนกตา งๆ มีประสทิ ธิภาพ และการรอรับบรกิ ารใชเ วลาไมน าน
1.5. ดานชองทางการจัดจําหนาย พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับมาก สวนใหญให
ความสําคัญกับหองเจาะเลือดของโรงพยาบาลบริการดี จึงทําใหมีสวนในการตัดสินใจมาใชบริการ รองลงมา
คือ โรงพยาบาลมีท่ีจอดรถเพียงพอกับคนใชบริการ และที่ตั้งโรงพยาบาลตั้งอยูในสถานท่ีสะดวกแกการ
เดินทาง สอดคลองกับงานวิจัยของรัตนภรณ แดงพรหม (2561) ศึกษาปจจัยที่มีผลตอการเลือกรับบริการท่ี
507
การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
โรงพยาบาลสงขลานครินทร มีระดับความสําคัญในระดับมาก พบวา ที่ตั้งของโรงพยาบาลอยูในท่ีชุมชน และ
สะดวกตอการเดนิ ทาง มีที่จอดรถเพยี งพอตอผมู าใชบรกิ าร
1.6. ดานราคา พบวา ผใู ชบ รกิ ารมคี วามคดิ เหน็ อยูในระดับมาก สว นใหญใหความสาํ คัญกบั อัตรา
คาบริการการตรวจวิเคราะหของหองปฎิบัติการทางการแพทย รองลงมา คือ ความคุมคาของคาใชจายในการ
รักษากับผลการรักษา และราคาคาผลการตรวจโรคและคาบริการอ่ืนๆของโรงพยาบาล สอดคลองกับงานวิจัย
ของณิชาภัทร อติเปรมมินทร (2562) พบวา ดานราคา ผูใชบริการโรงพยาบาลเอกชน ในชวงโควิด-19 สวน
ใหญใหความสําคัญกับคาบริการในสวนของพนักงานและพยาบาลที่เหมาะสมที่สุด คาใชจายโดยรวมของการ
มารับบริการที่โรงพยาบาลมีความเหมาะสม และราคาคาแพทยมีความเหมาะสมกับการไดรับการดูแลรักษา
จากแพทย และสอดคลอ งกับงานวจิ ัยของสธุ ีราพร อว มครา ม (2555) พบวา ผูใชบ รกิ ารใหความสาํ คญั กับราคา
คา รักษาพยาบาลท่ีสง ผลตอความพงึ พอใจในการใชบรกิ ารในโรงพยาบาลรฐั บาลและเอกชนกรงุ เทพมหานคร
1.7. ดานสงเสริมการตลาด พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับมาก สวนใหญให
ความสําคัญกับการประชาสัมพันธโครงการเจาะเลือดตามบาน (Mobile Lab) รองลงมา คือ การ
ประชาสัมพันธแนะนําการตรวจสุขภาพรางกายประจําป และเอกสารภายในโรงพยาบาลเพื่อใหขอมูลความรู
เก่ียวกับสุขภาพในดานการปองกันและสงเสริมสุขภาพ สอดคลองกับงานวิจัยของผองพิมล พิจารณสรรค
(2556) ไดศึกษา ปจจัยที่มีผลตอการเลือกใชบริการ โรงพยาบาลศิริราชมหาราชการุณย พบวา ดานสงเสริม
การตลาด ควรมโี ปรโมชั่น และประชาสมั พันธโครงการตางๆท่โี รงพยาบาลมีการใหบริการ
1.8. จากผลการศึกษาความพึงพอใจของผูใชบริการและความคาดหวังตอหองเจาะเลือดของ
โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย พบวา รายได10,001 – 20,000 บาทและสิทธิประกันสุขภาพ (30 บาท
)/บัตรทอง มีความตองการใชบริการ หองเจาะเลือดของโรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย เน่ืองจากมีการมี
รับบริการสูง ควรกระตุนการใหบริการท่ีดีจากบุคลากรทางการแพทย มากกวาเดิม เพ่ือสรางความมั่นใจใหแก
ผูรบั บรกิ ารสองกลุมนี้ ซ่ึงมีความพึงพอใจและความคาดหวังในการรับบริการ
2. ขอเสนอแนะในการวิจัยคร้งั ตอไป
2.1. ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเก่ียวกับความพึงพอใจของผูใชบริการและความคาดหวังตอหอง
เจาะเลือดของโรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย ท่ีเปนเชิงคุณภาพรวมดวย เชน การสัมภาษณหรือมีการ
สังเกตรว มดว ย เพ่อื ใหงานวจิ ัยมีความสมบรู ณมากยิ่งขึน้
2.2. ควรศึกษาถึงปญหา อุปสรรค และความตองการของผูใชบริการที่มีตอหองเจาะเลือดของ
โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย เพ่ือเปนขอมูลในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทํางานและการ
ใหบ ริการของหอ งเจาะเลอื ดของโรงพยาบาลสิรนิ ธร สํานักการแพทยต อ ไป
เอกสารอางองิ
จิตตินนั ท นนั ทไพบลู ย.2549.การศกึ ษาคณุ ภาพบรกิ ารแผนกผูปวยนอก โรงพยาบาลบานแพว
(องคการมหาชน) สาขาพรอ มมิตร. วทิ ยานพิ นธว ทิ ยาศาสตรมหาบัณฑติ สาขา
วทิ ยาการสังคมและการจดั การระบบสุขภาพ บัณฑิตวิทยาลัย ,มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร.
จินตนา บญุ บงการ.2539.การสรางจติ สํานึกการใหบริการกบั การปรบั ปรงุ การบริการของภาครฐั .
คณะปฎริ ปู รบั ระบบราชการ สํานกั นายกรัฐมนตรี กรงุ เทพมหานคร.
จริ าวรรณ ชางทอง.2554.ความคิดเห็นของผรู ับบรกิ ารท่มี ีตอคณุ ภาพบริการของแผนกผปู ว ยนอก
โรงพยาบาลพานทอง จังหวดั ชลบรุ ี.งานนิพนธร ัฐศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวิทยาการ
บรหิ ารงานยตุ ธิ รรมและสังคม คณะรฐั ศาสตรแ ละนติ ิศาสตร ,มหาวทิ ยาลัยบรู พา.
508
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ชอดาว เมอื งพรหม.2562.ความพงึ พอใจของประชาชนตอ คุณภาพการใหบ รกิ ารของโรงพยาบาล
ธนบุร.ี รัฐประศาสนศาสตรมหาบณั ฑติ สาขารัฐประศาสนศาสตร บัณฑิตวทิ ยาลยั
,มหาวทิ ยาลัยสยาม.
ณิชาภทั ร อติเปรมินทร.2560.ปจ จยั การตลาดบริการท่สี งผลการตดั สินใจเลือกใชบ รกิ าร
โรงพยาบาลเอกชน (ท่ัวไป) ในชว งวิกฤตโควดิ – 19 กรณีศกึ ษา ในเขตพื้นท่ีวงั
ทองหลาง กรงุ เทพมหานคร. ภาคนิพนธบรหิ ารธุรกิจมหาบณั ฑติ สาขาบริหารธรุ กจิ
บัณฑติ ศึกษา.
ณัฐฐา เสวกวิหารี.2560.ปจจยั ที่สงผลตอ ความพึงพอใจในการใชบ ริการโรงพยาบาลรามาธบิ ดี.
คณะพานชิ ยศาสตรแ ละการบัญชี หลักสูตรบริหารธุรกจิ มหาบัณฑติ .
ณฐั วฒุ ิ วงษส ิงห.2553.คุณภาพการใหบรกิ ารของศูนยแ พทยศ าสตรศึกษา โรงพยาบาลสรรพสิทธิ
ประสงค จังหวดั อบุ ลราชธาน.ี ภาคนิพนธบ ริหารธุรกจิ มหาบณั ฑิต สาขาวิชาการ
จัดการทว่ั ไป บัณฑิตวิทยาลยั ,มหาวิทยาลัยราชภฎั อุบลราชธาน.ี
ฤทธิ์เจตน รนิ แกวกาญจน.2561.ปจ จยั สวนประสมทางการตลาด 7Ps และปจ จัยดานการใหบ รกิ าร
ท่ีสง ผลเชิงบวกตอ ความพึงพอใจของผใู ชบ รกิ ารทค่ี ลินกิ การแพทยแผนจนี หัวเฉียว
กรงุ เทพมหานคร.วทิ ยานพิ นธบ ริหารธุรกจิ มหาบณั ฑติ . กรงุ เทพฯ: บณั ฑติ วิทยาลยั
มหาวทิ ยาลัยสยาม.
ทิพากร นอ ยเกษม.2552.ปจ จยั ท่มี ีอิทธพิ ลตอการเลอื กใชบ ริการโรงพยาบาลสงขลา.วิทยานิพนธ
ปรญิ ญามหาบัณฑติ ,มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร.
ธนนพภา สุวดษิ ฐ. 2552.ปจ จยั สวนประสมทางการตลาดและสิ่งแวดลอ มทางการตลาดท่ีมีผลตอ
การเลอื กใชบริการโรงพยาบาลภาคเอกชน ในเขตจงั หวัดชลบุร.ี วิทยานิพนธป รญิ ญา
มหาบัณฑิต ,มหาวิทยาลัยศรีปทมุ วทิ ยาเขตชลบรุ ี.
ธนิตา ทองมา.2556.ความพงึ พอใจของประชาชนผมู ารับบรกิ ารโรงพยาบาลทหารผา นศกึ .รฐั ประ
ศาสตรมหาบัณฑติ ,มหาวทิ ยาลยั ศรีปทุม
นราธิป แนวคาํ ดี และประพฒั สอน เปย กสอน.2559.ปจจัยท่ีมีผลตอการเลือกใชบ รกิ ารโรงพยาบาล
เอกชนแหงหน่งึ ในกรงุ เทพมหานคร.วารสารวทิ ยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครปฐม,2561.
ปญจพล เหลา ทา ฉัตรชัย ลอยฤทธิวฒุ ิไกร และเสาวภา มีถาวรกลุ .2562. สว นประสมการตลาดทีม่ ี
ผลตอ การเลอื กใชบรกิ ารโรงพยาบาลเอกชนของผปู วยใน ในจงั หวดั สมทุ รปราการ.
วารสารมนษุ ยศาสตรแ ละสงั คมศาสตร มหาวทิ ยาลัยนครพนม, 2562.
ปราณปริยา รศั มแี ข.2560.การศกึ ษาปจ จยั สว นบคุ คล คณุ ภาพในดานบริการ ความเชยี่ วชาญดาน
การแพทยส ภาพแวดลอ มท่ีมี ผลตอ การตดั สนิ ใจเลอื กใชบริการและความภักดีตอตรา
สินคา: กรณศี กึ ษาการเลอื กใชบ รกิ าร โรงพยาบาลรัฐบาล เขตราชเทว.ี วิทยานพิ นธ
ปรญิ ญามหาบัณฑิต,มหาวทิ ยาลัยกรงุ เทพ.
ผอ งพพิ ล พจิ ารณส รรค.2556.ปจจัยทีม่ ผี ลตอ การเลือกใชบรกิ ารโรงพยาบาลศริ ริ าช ปยมหาราช
การุณย. สารนพิ นธป ริญญามหาบัณฑติ ,มหาวทิ ยาลยั แสตมฟอรด .
พนั เพชร นอ ยเมล, สุพนิ ดา คูณมี,ปณ ณธร ศริ เิ วช,รัชนีกร ทองบอ .2554.การประเมินความพึงพอใจ
ตอ การใชบ รกิ ารทางศัลยพยาธวิ ิทยาในโรงพยาบาลศรนี ครนิ ทรห ลังใชทฤษฎี.วารสาร
ศรีนครินทรเวชสาร มหาวิทยาลยั ขอนแกน ,2554.
509
การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
มนรัตน ใจเออื้ .2550.การวางแผนยุทธศาสตรเ พ่ือพฒั นาการทองเที่ยวดา นการแพทย สาํ หรับ
นกั ทองเทย่ี วชาวตา งชาติ กรณศี ึกษา : กรงุ เทพมหานคร.วิทยานิพนธปรญิ ญามหาบณั ฑิต
มหาวิทยาลยั นเรศวร.
รตั นภรณ แดงพรหม.2561.ปจจยั ทม่ี ผี ลตอ การเลือกรบั บรกิ ารทีโ่ รงพยาบาลสงขลานครนิ ทร.
วิทยานพิ นธปรญิ ญามหาบัณฑิต,มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร.
ลัดดาวลั ย สาํ ราญ โสรยา สภุ าผล ภาคภูมิ พันธทุ บั ทิม และธนภทั ร ขาววเิ ศษ.2561.สวนประสมทาง
การตลาดและคณุ ภาพการใหบ ริการทม่ี ผี ลตอการตดั สนิ ใจเลอื กใชบ รกิ ารโรงพยาบาล
เจา พระยายมราช จังหวัดสุพรรณบรุ .ี คณะบรหิ ารธรุ กิจและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
,มหาวทิ ยาลยั ราชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนยส พุ รรณบรุ .ี
วิโรจน ต้ังเจรญิ เสถียร วรณัน วทิ ยาพิภพสกุล วรศิ า พานชิ เกรียงไกร วลยั พร พชั รนฤมล และแอนน
มลิ ส.2561.การพัฒนาระบบสุขภาพในประเทศไทย:รากฐานสาํ คัญของการบรรลุ
หลกั ประกนั สุขภาพลว งหนา.สาํ นักงานพฒั นาโยบายุขภาพระหวางประเทศ กระทรวง
สาธารณสขุ .
สิรกิ าญจน กมลปยะพฒั น.2558.การตดั สนิ ใจเลอื กใชบรกิ ารโรงพยาบาลเอกชนใน
กรุงเทพมหานคร.วทิ ยานิพนธปริญญามหาบณั ฑติ ,มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
สุธีราพร อว มคราม.2555.ปจ จัยจาํ แนกการเลอื กใชบริการของผูรบั บรกิ ารโรงพยาบาลรัฐบาล และ
เอกชน กรุงเทพมหานคร.วทิ ยานพิ นธพ ยาบาลศาสตร, จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลัย.
Kotler, P. T., Bowen, J. T., Makens, J., and Baloglu, S. (2016). Marketing for
Hospitality and Tourism (7th ed.). United States: Pearson Education.
Serirat, Siriwan., and Team. (2017). Marketing Management, Revised version 2017.
Bangkok: Diamond in business world.
Yamane, T. (1967). Taro statistic: An introductory analysis. New York: Harper & row.
510
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ผลกระทบของระบบการควบคมุ ภายในตอ การดาํ เนินงานของกลุมออมทรัพย
เพอ่ื การผลติ ตําบลกดุ พมิ าน อาํ เภอดา นขนุ ทด จงั หวัดนครราชสีมา
ชุติมา ขลบิ ทอง, ขนษิ ฐา วเิ ศษช,ู พนดิ า งามขุนทด, ปท มา รกั สภุ าพ และองั ศุมา แฝดสงู เนนิ 01
อาจารยป ระจาํ หลกั สูตร สาขาวชิ าเทคโนโลยีการบัญชี
วิทยาลัยเทคนคิ หลวงพอ คูณ ปริสุทโฺ ธ
บทคัดยอ
วัตถุประสงคของการวิจัย มีดังน้ี 1) เพ่ือศึกษาระบบการควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยเพ่ือการ
ผลิต 2) เพ่ือศึกษาผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต 3) เพ่ือศึกษาความสัมพันธระหวางระบบ
ควบคุมภายในกับผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต 4) เพ่ือศึกษาระบบการควบคุมภายในท่ี
สง ผลตอ ผลการดาํ เนินงานของกลุมออมทรพั ยเพื่อการผลิต โดยใชแบบสอบถามเปน เครือ่ งมอื ในการเกบ็ รวบรวม
ขอมูล ประชากรท่ีใชในการวิจัย จํานวน 200 คน กลุมตัวอยางท่ีใชในการศึกษาครั้งนี้ คือ ประชากรท่ีเปน
สมาชิกในกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา จํานวน 134 คน
โดยใชวิธีการสุมตัวอยางแบบชั้นภูมิอยางเปนสัดสวน วิเคราะหขอมูลโดยโปรแกรมสําเร็จรูปทางสถิติ ไดแก
คารอยละ คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน คาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ และการวิเคราะหการถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบวา 1) สมาชิกในกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัด
นครราชสีมา มีความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายใน ภาพรวมอยูในระดับดี 2) ผลการดําเนินงานของ
กลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ภาพรวมอยูในระดับดี 3) การวิเคราะหความสัมพันธระหวางระบบการควบคุม
ภายในกับผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต มีความสัมพันธกับผลการดําเนินงานของกลุม
ออมทรัพยเพ่ือการผลิต ในระดับคอนขางสูง (r = 0.606) ในทางบวก อยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.01
และ 4) ระบบการควบคุมภายในสงผลตอผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต มี 3 ดาน จาก
ทงั้ หมด 5 ดาน คือ ดานสารสนเทศและการสื่อสาร ดานการประเมินความเส่ียง และดา นสภาพแวดลอมของการ
ควบคุม อยางมนี ยั สําคัญทางสถติ ทิ ีร่ ะดับ .05
คาํ สําคัญ: ระบบการควบคมุ ภายใน การดาํ เนินงาน กลมุ ออมทรพั ยเพ่ือการผลิต
1 อาจารยประจําหลักสตู ร สาขาวิชาเทคโนโลยกี ารบัญชี วทิ ยาลัยเทคนิคหลวงพอคณู ปรสิ ุทฺโธ ต.ดา นขนุ ทด อ.ดานขุนทด
จ.นครราชสมี า 30210 หมายเลขติดตอ: 063-529-9192 อีเมล: [email protected]
511
การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
IMPACT OF INTERNAL CONTROL ON THE PERFORMANCE OF SAVING GROUP
FOR PRODUCTION IN THE KUD PHIMAN SUB-DISTRICT
OF DAN KHUN THOT DISTRICT, NAKHON RATCHASIMA PROVINCE
Chutima Khlipthong, Khanittha Wisedchoo, Parnida Ngamkhuntod
Pattama Rakphaph and Aungsuma Faedsoengnern1
Curriculum Instructor Information, Bachelor of Technology Program in Accounting
Luangphor Khoon Parisutho Technical College
Abstract
The purposes of this study were to 1) study the internal control system of the Saving
Group for Production, 2) study the operation of the Saving Group for Production, 3) examine
the relationship between the internal control system and the operating results, and 4) study
the internal control system which affects the operation of the Saving Group for Production.
The research tool for data collection was a questionnaire. The sample used in this study
consisted of 134 members of the Saving Group for Production in the Kudpiman Sub-district of
Dan Khun Thot District in Nakhon Ratchasima Province that were recruited using a proportional
sampling method. The data were analyzed by using statistical software packages to determine
percentage, average, standard deviation, correlation coefficient, and perform multiple
regression analysis. The results of the study were as follows: 1) the internal control system of
members of the Saving Group for Production located in the Kudphiman Sub-district of Dan
Khun Thot District in Nakhon Ratchasima Province was at a good level, as control
environmental aspects of control was at the first good level; 2) Overall results of the Saving
Group for Production were at a good level; and 3) the analysis of the relationship between
the internal control system and the operating results of the saving group for the internal
control system in all 5 areas were positively related to the performance of the Saving Group
for Production at a relatively high level (r = 0.606) and at a statistically significant difference
of .01. The Internal control system had an effect on the performance of the Saving Group for
Production, consisting of 3 aspects from a total of 5, being information and communication,
risk assessment, and the control environment at a statistically significant difference of .05
Keywords: Internal Control System, Performance, Saving Group for Production
1 Corresponding Author: Curriculum Instructor Information, Bachelor of Technology Program in Accounting
Luangphor Khoon Parisutho Technical College. Contact Number: +6663-529-9192 Email: [email protected]
512
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
บทนํา
การจัดต้ังกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ในการแกไขปญหาการขาดแคลนเงินทุนนั้น เปน
แนวความคิดต้ังแตเริ่มมีกระบวนการจัดต้ังกลุมออมทรัพยคร้ังแรก เนื่องจากในสมัยกอนประชาชนไมสามารถ
เขาถึงแหลงเงินทุน การกูเงินจากธนาคารเพื่อนํามาใชจายในครอบครัวหรือลงทุนในการประกอบอาชีพทําได
ยาก มีขั้นตอนที่ยุงยากซับซอนและมักจะไมไดรับการการอนุมัติใหกูยืม โดยในสวนของการสงเสริมและพัฒนา
ทุนกรมการพัฒนาชุมชนมุงสงเสริมและสนับสนุนใหประชาชนในชนบท รวมตัวกันระดมเงินออมเพ่ือจัดต้ัง
กองทุนของชุมชนในรูป “กลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต” เพื่อชวยเหลือซึ่งกันและกันในดานเงินทุนประกอบ
อาชพี โดยการบรหิ ารจดั การของสมาชิกและชว ยเหลอื แบงปน กนั ในชุมชน
การควบคุมภายในจึงเปนการสรางความมั่นใจไดอยางสมเหตุสมผลวาหากไดมีการปฏิบัติตาม
กระบวนการเหลาน้ีแลว กลุมออมทรัพยเพื่อการผลิตจะสามารถบรรลุวัตถุประสงคตามท่ีตองการได ผูบริหาร
หรือคณะกรรมการดําเนินการจะกําหนดวิธีการทํางานใหไปสูวัตถุประสงค เพ่ือปองกันความเส่ียงหรือ
ผลกระทบในทางลบท่ีอาจเกดิ ขึ้น เชน การทุจรติ การปลอมแปลงเอกสาร เปน ตน ระบบการควบคมุ ภายในท่ีดี
ประกอบดวย องคประกอบ 5 ดาน คือ 1) ดานสภาพแวดลอมการควบคุม 2) ดานการประเมินความเสี่ยง
3) ดานกิจกรรมควบคุม 4) ดานขอมูลและการส่ือสาร และ 5) ดานการติดตามและประเมินผล ในการบริหาร
จัดการของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต ท่ีพบปญหาเกิดขึ้นบอยและเปนขอบกพรองท่ีเกิดจากทางการเงินและ
การบัญชี ไดแก เงินสดขาดบัญชี ไมปฏิบัติตามระเบียบขอบังคับ การจัดทําบัญชีและรายละเอียดประกอบงบ
การเงินไมเรียบรอย รวมท้ังมีเอกสารหลักฐานประกอบบัญชีไมครบถวน เปนตน ปญหาเหลาน้ีอาจนําไปสูการ
ทจุ รติ ได
ดังน้ัน คณะผูวิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาวาระบบการควบคุมภายในท่ีมีผลตอการดําเนินงานของกลุม
ออมทรพั ยเพ่ือการผลิต ผลลัพธทีไ่ ดจ ากการวจิ ัยเพื่อเปน แนวทางในการจัดการเรียนการสอนและเปนการสราง
ความรวมมือกับชุมชนในการเสริมสรางและพัฒนาแนวคิดดานการควบคุมภายใน และเปนแนวทางในการ
พฒั นาและปรบั ปรงุ ผลการดาํ เนนิ งานของกลมุ ออมทรพั ยเพอ่ื การผลิตใหม ปี ระสทิ ธิภาพเพม่ิ สงู ข้นึ
วตั ถปุ ระสงคใ นการวจิ ยั
1. เพ่ือศึกษาระบบการควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอ
ดา นขนุ ทด จงั หวัดนครราชสมี า
2. เพ่ือศึกษาผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด
จงั หวัดนครราชสีมา
3. เพ่ือศึกษาความสัมพันธระหวางระบบควบคุมภายในกับผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพย
เพ่อื การผลิต ตําบลกุดพิมาน อาํ เภอดานขุนทด จงั หวดั นครราชสีมา
4. เพ่ือศึกษาระบบการควบคุมภายในที่สงผลตอผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต
ตําบลกดุ พิมาน อําเภอดา นขนุ ทด จังหวดั นครราชสีมา
สมมุติฐานการวิจยั
1. ระบบการควบคุมภายในทั้ง 5 ดานสงผลตอการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต
ตําบลกุดพิมาน อาํ เภอดา นขนุ ทด จังหวดั นครราชสมี า
513
การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022 ตวั แปรตาม
ผลการดาํ เนนิ งาน
กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย 1. ดานการเงิน
ตวั แปรตน 2. ดานสมาชกิ
3. ดา นกระบวนการภายใน
ระบบการควบคมุ ภายใน 4. ดานการเรียนรแู ละพฒั นา
1. ดา นสภาพแวดลอมการควบคุม
2. ดา นการประเมินความเส่ียง
3. ดานกจิ กรรมควบคุม
4. ดานสารสนเทศและการสอ่ื สาร
5. ดา นการตดิ ตามและประเมนิ ผล
ภาพท่ี 1 กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย
การทบทวนวรรณกรรม
1. แนวคดิ และทฤษฎีเกี่ยวกบั ระบบการควบคุมภายใน
การควบคุมภายในเปนเครื่องมือที่ผูบริหารนํามาใชเพื่อใหความมั่นใจอยางสมเหตุสมผลวา การ
ดําเนินงาน การบริหารจัดการนั้นๆ จะบรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงคท่ีกําหนดไวหรือไม ผูบริหารไมวาจะเปน
ภาครัฐและเอกชนจะตองรูจักและตองทําความเขาใจเพราะเปนหนาที่ที่สําคัญอยางหน่ึงของผูบริหารท่ีตอง
ปฏิบัติ เพื่อใหกิจการงานตางๆ สําเร็จลุลวงตามนโยบายและวัตถุประสงคขององคการ ท้ังนี้ไดมีผูใหความหมาย
เก่ยี วกบั การควบคมุ ภายในแตกตางกนั ไป ดังนี้ ประเสริฐ กายาไชย (2551 : 7) ใหค วามหมายการควบคมุ ภายใน
ไววา การบริหารจะครบวงจร หรือสมบูรณท่ีสุดหากมีการควบคุมดูแลและปฏิบัติงานตามแผนงานของผูบริหาร
อยางตอเนื่อง สมํ่าเสมอ เนื่องจากการควบคุมดูแลเปนการตรวจสอบ ติดตาม การรายงาน การวัด และ
ประเมินผล ซึ่งจะนําเขาสูวงจรของแผนในลักษณะการปรับปรุง ดีใหม อินทรพานิชย (2551: 10-11) ให
ความหมายการควบคมุ ภายใน หมายถึง การดําเนนิ การซึ่งประกอบดวยแผนการจดั องคก ร วธิ กี าร และมาตรการ
ตาง ๆ
1) ปองกนั ทรัพยสินจากการทจุ ริต ผดิ พลาดและภัยพิบตั ทิ ัง้ ปวง
2) ใหข อ มลู ทางการบญั ชถี กู ตองเชือ่ ถือได
3) การดาํ เนนิ งานเปน ไปอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ
4) ใหการดาํ เนินงานเปนไปตามนโยบายที่วางไว
ความหมายของการควบคุมภายในซึ่งเปนท่ียอมรับและนํามาประยุกตใชกันอยางแพรหลาย ใน
ปจจุบัน กําหนดข้ึนโดยคณะกรรมการจากสถาบันวิชาชีพ 5 สถาบันในประเทศสหรัฐอเมริกา ไดแกสถาบัน
ผูสอบบัญชีรับอนุญาตแหงสหรัฐอเมริกา (American Institute of Certified Public Accountants หรือ
AICPA) สถาบันผูตรวจสอบภายในสากล (Institute of Internal Auditors หรือ IIA) สถาบันผูบริหารการเงิน
(Financial Executives Institute หรือ FEI) สมาคมนักบัญชีแหงสหรัฐอเมริกา (American Accounting
Association หรือ AAA) และสถาบันนักบญั ชีเพื่อการบริหาร (Institute of Management Accountants หรอื
IMA) ซึ่งรูจักในนามของ The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission
หรอื COSO ไดรวมกนั ศกึ ษาพัฒนาความหมายและแนวคิดของการควบคมุ ภายใน
514
การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
องคประกอบการควบคมุ ภายในตามแนวทาง COSO 2013 ดังน้ี
1) สภาพแวดลอมของการควบคุม (Control Environment)
2) การประเมนิ ความเส่ยี ง (Risk Assessment)
3) กิจกรรมการควบคุม (Control Activities)
4) สารสนเทศและการสอ่ื สาร (Information and Communications)
5) การตดิ ตามประเมินผล (Monitoring)
องคป ระกอบท้ัง 5 ประการ มีความเกย่ี วเนือ่ งสมั พนั ธก นั โดยมีสภาพแวดลอมของการ ควบคุมเปน
รากฐานท่ีสําคัญขององคประกอบอื่น ๆ องคประกอบทั้ง 5 น้ีเปนส่ิงจําเปนที่มีอยูในการดําเนินงานตามภารกิจ
ของหนวยรับตรวจเพ่ือใหการปฏิบัติงานบรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงคของ หนวยรับตรวจ 3 ประการคือ 1)
การดําเนินงานเกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพ 2) รายงานทางการเงินนาเช่ือถือ 3) มีการปฏิบัติตาม
กฎระเบยี บและขอบงั คบั ท่เี กยี่ วขอ ง
1.1 สภาพแวดลอมของการควบคุม หมายถึง ปจจัยตางๆ ท่ีสงผลใหมีระบบการควบคุมภายใน
เกิดข้ึน เชน ความซ่ือสัตยและจริยธรรม ความรูทักษะและความสามารถ มีสวนรวมของคณะกรรมการบริหาร
และคณะกรรมการตรวจสอบ ปรัชญาและรูปแบบการทํางานของผูบริหารโครงสรางการจัดองคกรการมอบ
อํานาจ และความรับผิดชอบ นโยบายและวิธีบริหารงานดานทรัพยากรมนุษย ความโปรงใส รวมทั้งการกําหนด
นโยบายโครงสรางและระเบียบวธิ ีปฏิบตั ิท่ีเหมาะสม ผบู รหิ ารจะมีบทบาทสาํ คญั ในการสรางจิตสํานกึ ใหบคุ ลากร
เพ่ือใหเ กิดทศั นคตทิ ีด่ ตี อการควบคุมภายใน ปฏิบตั งิ านดว ยความรับผดิ ชอบ
1.2 การประเมินความเสี่ยง หมายถึง การประเมินความเสี่ยงทั้งจากปจจยั ภายในและภายนอก
ที่มีผลกระทบกับองคกรโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การร่ัวไหล หรืออุปสรรคที่เกิดข้ึนในการ
ปฏิบัติงาน รวมทั้งระบุความเส่ียงที่พบในการปฏิบัติงานอยูในข้ันตอนใดและวิเคราะหโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง
มากนอยเพียงใดรวมท้ังวิธีลดความเสยี่ ง
1.3 กิจกรรมการควบคุม หมายถึง กิจกรรมการควบคุมเปนนโยบาย มาตรการ และวิธีการ
ดําเนนิ งานตางๆ ทผี่ ูบริหารนํามาใชเ พื่อใหเกิดความม่ันใจวาคําสั่งตาง ๆ ทกี่ ําหนดข้นึ นั้นสามารถลดหรือควบคุม
ความเสี่ยงและไดร ับการตอบสนองปฏบิ ตั ิตามในเวลาทีเ่ หมาะสม
1.4 ขอมูลสารสนเทศและการสื่อสาร หมายถึง ขอมูลสารสนเทศเปนขอมูลขาวสารท่ีใชในการ
บริหารดานการเงินบัญชีและดานการดําเนินงานอื่นๆ ฝายบริหารตองจัดใหมีสารสนเทศอยางเพียงพอ และ
เหมาะสม เชน รายงานการเงินท่ีถูกตอง ครบถวน ทันตอเวลา เขาใจงาย หรือนโยบาย ระเบียบทางราชการท่ี
ชัดเจนการส่ือสารเปนการสื่อสารใหฝายบริหารและบุคลากรอ่ืน ๆ รับสงขอมูล แบบสองทางและสามารถเขาใจ
ชดั เจนถูกตอง เชน การรับ-สงหนงั สอื ประกาศคําสงั่ หรือการติดตอกันภายในหนวยงาน
1.5 การติดตามและประเมินผล หมายถึง กระบวนการประเมินคุณภาพการปฏิบัติงาน และ
ประเมินประสทิ ธิผลของการควบคุมภายใน ทีก่ าํ หนดไวอ ยางตอเนื่องและสม่ําเสมอโดยการติดตามผลในระหวาง
การปฏิบตั ิงาน เชน การประเมนิ โดยผตู รวจสอบภายในการประเมนิ โดยคณะกรรมการตรวจเงินแผนดิน
สรุป การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการวิธีการปฏิบัติงานที่ผูบริหาร และบุคลากรทุกคนใน
องคกรจัดใหมีข้ึนเพื่อชวยใหการดําเนินงานในหนวยงาน มีความนาเชื่อถือวาจะสามารถปฏิบัติงานใหเกิด
ประสิทธิผล และมีประสทิ ธิภาพ
2. แนวคิดและทฤษฎีเกยี่ วกับผลการดําเนินงาน
ฐิติมา สุวรรณรังษี (2553) ไดใหความหมายของการวัดผลการดําเนินงานแบบดุลยภาพวา เปน
เครือ่ งมือท่ีเกิดจากแนวความคิดทแ่ี ปลจากกลยทุ ธใหเ ปน การปฏิบัตโิ ดยเร่ิมตน จากวิสัยทศั น พันธกิจ และ กลยุทธ
515
การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
ขององคการ ซ่ึงเปนขั้นของการกําหนดปจจัยสําคัญตอความสําเร็จ จากน้ันเปนการสรางดัชนีวัด ผลสําเร็จ
(KPIs) เพ่ือเปนตัวบงช้ีถึงเปาหมายและใชวัดผลการดําเนินงานในสวนท่ีสําคัญตอกลยุทธ จึงถือไดวาการวัดผล
การปฏิบัติงานแบบดุลยภาพเปนระบบการวัดผลการดําเนินงาน ท่ีถายทอดวิสัยทัศนและกลยุทธขององคการสู
การปฏิบัติและสะทอนการดําเนินงานในมุมมอง 4 ดาน หลัก คือ ดานการเงิน ดานลูกคา ดานกระบวนการ
ภายใน และดานการเรียนรูแ ละพัฒนา
กรมการพัฒนาชุมชน (2558 : 1) ไดใหความหมายของ แนวทางการดําเนินงานกลุมออมทรัพย
เพ่อื การผลติ ดังน้ี
แนวคดิ ท่ี 1 การรวมคนในหมูบานเพื่อชวยเหลือซ่ึงกันและกัน โดยรวมคนท่มี ฐี านะแตกตางกัน
ใหชว ยเหลอื กันโดยอยูบนพ้นื ฐานคนในชมุ ชนเห็นอกเหน็ ใจกันและกนั
แนวคิดที่ 2 การแกไขปญหาการขาดแคลนแหลงเงินทุนโดยใหคนในหมูบาน การรวมตัวกัน
ระดมเงินออมเพื่อจดั ตั้งกลมุ ออมเงินแลวใหสมาชกิ กูยมื เปนทุนในการประกอบอาชีพ หรอื พัฒนาอาชพี
แนวคดิ ที่ 3 การนําเงินทุนไปใชดําเนินงาน ดวยความขยนั ซื่อสตั ยประหยัด ฉลาด และถูกตอง
เพ่ือใหไดทุนคืนและมีกาํ ไรเปนการสรางรายไดใ หแ กสมาชิกกลมุ ฯ
แนวคิดท่ี 4 การลดตนทุนในการดําเนินชีวิต โดยใหสมาชิกกลุมฯ มีการรวมตัวกันจัดต้ังศูนย
สาธิตการดําเนินตลาด ดําเนินการคลายรูปแบบสหกรณ ซ่ึงเปนการรวมตัวกันซื้อขาย ทําใหสามารถลดตนทุน
ของสนิ คา อุปโภคบรโิ ภคและลดตนทุนการผลติ ของตนเองในครอบครวั
ดังนั้นผูวิจัยจึงไดประยุกตแนวคิดเก่ียวกับการวัดผลการดําเนินงานแบบดุลยภาพ (Balanced
Scorecard: BSC) มาปรบั ใชใ นการวดั ผลการดาํ เนนิ งานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลติ ดงั น้ี
1) ผลการดําเนินงานดานการเงิน หมายถึง ขอมูลทางการเงินท่ีไดจัดทําข้ึนจากขอมูลทาง
การเงินที่กิจการไดจดบันทึกไวในรอบระยะเวลาหนึ่ง ซ่ึงสามารถแสดงใหเห็นถึงผลการดําเนินการฐานะการเงิน
หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงนิ ของกจิ การในรอบระยะเวลาน้นั ๆ
2) ผลการดําเนินงานดานสมาชิก หมายถึง การรวมกันทํางานของสมาชิกทมี่ ากกวา 1 คน โดย
ทสี่ มาชกิ ทกุ คนนั้นจะตองมีเปาหมายเดียวกนั จะทําอะไรแลวทุกคนตองยอมรับรวมกนั มกี ารวางแผนการทํางาน
รว มกนั
3) ผลการดําเนินงานดานกระบวนการภายใน หมายถึง การควบคุมภายในจะชวยใหการ
ดําเนินงานขององคกรบรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงค จําเปนตองมีการปฏิบัติอยางตอเน่ือง สมํ่าเสมอ ไมใชทํา
ครั้งเดียวเรื่องเดียวเสร็จ และจําเปนตองมีการติดตามประเมินผลการควบคุมภายในอยางเปนระบบและมี
ประสิทธิผลดว ย
4) ผลการดําเนินงานดานการเรียนรูและพัฒนา หมายถึง การเรียนรูและพัฒนาความสามารถ
ไมวาจะเปนดานทรัพยากรมนุษย และวัฒนธรรมองคกร เพื่อชวยใหมีการดําเนินงานในกระบวนการท่ีกอใหเกิด
คณุ คากบั สมาชิก เพื่อใหบ รรลเุ ปา หมายท่วี างไว โดยมุงเนน การวัดผลการพฒั นาเศรษฐกิจ โดยการระดมเงินออม
ทรัพยจัดต้ังเปนกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิตทําใหชุมชนมีแหลงเงินทุนดอกเบ้ียตํ่าในการกูยืมไปประกอบอาชีพ
การพฒั นาสงั คม โดยการ ปลกู ฝงวถิ ปี ระชาธิปไตยทําใหเ กิดความรกั ความสามัคคกี นั ในหมบู านชมุ ชน
3. แนวคดิ และทฤษฎเี กี่ยวกบั กลุมออมทรัพยเ พ่ือการผลิต
การดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต หมายถึง การดําเนินงานกลุมออมทรัพยเพ่ือการ
ผลิต มีการบริหารจัดการโดยคณะกรรมการซึ่งมาจากสมาชิก และทําเพื่อสมาชิก ดังนั้น กิจกรรมตาง ๆ จะตอง
เปนไปตามแนวคิดหลักการของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิตที่เกิดจากความตองการของสมาชิก และเพื่อ
ประโยชนของสมาชิก การบริหารจัดการยึดหลักการมีสวนรวมของสมาชิกในการทํางานรูปแบบคณะกรรมการ
516
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
โดยสมาชกิ เลือกตัวแทนเขามาบริหารกลมุ ซ่ึงคณะกรรมการจะมีบทบาทหนาทีใ่ นการบรหิ ารงานของกลุม ไดแก
พิจารณาคํารองขอกูเงินของสมาชิก ติดตามการใชจายเงินกูใหเปนไปตามวัตถุประสงค เรงรัดการสงคืนเงินกู
กรณีสมาชิกผิดสัญญา และชวยเหลือใหคําแนะนําสมาชิก เปนตน และสมาชิกรวมกันกําหนดระเบียบขอบังคับ
รวม
กรมการพัฒนาชุมชน (2558 : 8) ไดใหความหมายของแนวคิดในการดําเนินงานกลุมออมทรัพย
เพ่อื การผลิต ไวด ังนี้
1) การรวมคนในหมูบานใหชวยเหลือซึ่งกันและกัน โดยรวมคนที่มีฐานะแตกตางกันให
ชวยเหลอื กนั อันจะเปน การยกฐานะคนยากจน
2) การแกไ ขปญ หาการขาดแคลนเงินทนุ โดยรวมกลมุ กนั ออมเงนิ แลว กไู ปทําทนุ
3) การนําเงินทุนไปดําเนินการดวยความขยัน ประหยัดและถูกตอง เพือ่ ใหไดท นุ คืนและมีกําไร
เปนรายได
4) การลดตนทุนในการครองชีพ โดยการจัดต้ังศูนยสาธิตการตลาด เปนการรวมกันซื้อ – ขาย
สามารถลดตน ทุนในการซือ้ สนิ คา อปุ โภค – บริโภค และปจจัยการผลิต
4. งานวิจยั ทีเ่ กย่ี วของ
กิตติศักด์ิ โมกขญาณอนันต (2557) ทําการศึกษาผลกระทบของการบริหารงานท่ีมุงเนนการ
ใหบริการที่มตี อ ความสาํ เรจ็ ในการดาํ เนนิ งานของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ดว ยกรอบแนวคิดการ บริหารงาน
ที่มุงเนนการใหบริการ โดยการประยุกตจากแนวคิดหลักการบริหารงานการใหบริการของ Oliveira และ Roth
(2011: 157-159) ท่ีสงผลตอ ความสาํ เร็จในการดาํ เนนิ งานจากแนวคิดการวดั ผลการปฏบิ ตั ิงานแบบดลุ ยภาพ ซงึ่
ใชก ลุมตัวอยาง คือ ผบู ริหารธรุ กจิ โรงแรมระดับ 3 - 5 ดาว จาํ นวน 300 คน และเครอ่ื งมือทใ่ี ชเปน แบบสอบถาม
ผลการศึกษาพบวา 1) การบริหารงานท่มี ุงเนนการ ใหบ ริการดานการเขาใจตลาด มีผลตอ ความสําเร็จดานลูกคา
2) การบริหารงานที่มุงเนนการใหบริการ ดานการจัดการกระบวนการบริการ มีผลตอความสําเร็จ ดานลูกคา
ดานกระบวนการภายใน และดานการเรียนรูและพัฒนา 3) การบริหารงานท่ีมุงเนนการใหบริการดานนโยบาย
ทรัพยากรบุคคลที่มุงเนน การใหบริการ มีผลตอความสําเร็จดานกระบวนการภายใน และดานการเรียนรูและ
พัฒนา 4) การบริหารงานท่ีมุงเนนดานการใหบริการ ดานระบบการวัดผลมาตรฐานการบริการ ท่ีสงผลตอ
ความสําเร็จดานการเงิน และดานกระบวนการภายใน ซึ่งการบริหารงานที่มุงเนนการใหบริการมีผลตอ
ความสาํ เร็จในการดาํ เนินงานของธุรกจิ โรงแรมในประเทศไทย
กมลวรรณ พุฒชาต (2558) ศกึ ษาปจ จยั ทมี่ ีความสมั พนั ธก ับการควบคมุ ภายในโดยประเมินตนเอง
(Control Self-Assessment CSA) ของสํานักงานทรัพยสินสวนพระมหากษัตริย ผลการวิจัยพบวา (1) ลักษณะ
ประชากรศาสตร สวนใหญเปนผูหญิง มีอายุระหวาง 20-30 ป สถานภาพโสด การศึกษาระดับปริญญาตรี
ตําแหนงบริหารระดับ 1-2 ระยะเวลาการปฏิบัติงานระหวาง 1-5 ป (2) ความคิดเห็นของพนักงานท่ีมีตอการ
ควบคุมภายในตามแนวทางของ COSO ในภาพรวมมีความ คิดเห็นในระดับมาก ดานสภาพแวดลอมการควบคุม
มากที่สุด รองลงมาคือดานกิจกรรมควบคุม ดานสารสนเทศและการสื่อสาร และเห็นดวยปานกลางในดานการ
ติดตามและประเมินผล ดานการประเมินความเสี่ยง ผลการทดสอบสมมุติฐานพบวา กลุมตัวอยางท่ีมีอายุ
แตกตางกัน มีความคิดเห็นตอการควบคมุ ภายในตามแนวทางของ COSO ในดา นการประเมนิ ความเสีย่ งแตกตาง
กันอยางมีนัยสาํ คญั ทางสถิติทรี่ ะดบั .05
กุสุมา โสเขียว (2559) ศึกษาผลกระทบของประสิทธิภาพการควบคุมภายในและสภาพแวดลอม
ธุรกิจท่ีมีตอคุณภาพขอมูลทางการบัญชี ผลการวิจัยพบวา นักบัญชีบริษัทจดทะเบียน มีความคิดเห็นดวย
เก่ียวกับการมีประสิทธิภาพการควบคุมภายใน โดยรวมและรายดานทุกดาน อยูในระดับมาก ไดแก ดาน
517
การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
สภาพแวดลอมของการควบคุม และดานการติดตามและการประเมินผลจากการวิเคราะหความสัมพันธและ
ผลกระทบของประสทิ ธิภาพการควบคมุ ภายในพบวา (1) ประสทิ ธภิ าพการควบคมุ ภายในดานการประเมนิ ความ
เส่ียง มีความสัมพันธและผลกระทบเชิงบวกกับคุณภาพขอมูลทางการบัญชี ดานความเขาใจได และดานความ
เกี่ยวของกับการตัดสินใจ (2) ประสิทธิภาพการควบคุมภายใน ดานกิจกรรมการควบคุม มีความสัมพันธและ
ผลกระทบ เชิงบวกกับคุณภาพขอมูลทางการบัญชี ดานความเกี่ยวของกับการตัดสินใจ (3) ประสิทธิภาพการ
ควบคุมภายใน ดานสารสนเทศและการส่ือสาร มีความสัมพันธและผลกระทบเชิงบวกกับคุณภาพขอมูลทางการ
บญั ชดี า นความเช่อื ถอื ได ดา นการเปรียบเทยี บกันได
ธนัชชา โยธาทัย (2559) ศึกษาความสัมพันธระหวางประสิทธิผลการควบคุมภายในกับผลการ
ดําเนินงานของสหกรณการเกษตรใน เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลการวิจัยพบวา ประสิทธิผลการควบคุม
ภายในเปนปจจัยหน่ึงที่ชวย ใหสหกรณการเกษตรในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถดําเนินธุรกิจบรรลุ
ตามเปาหมายที่กําหนดไวไดอยางมีประสิทธิภาพ ซ่ึงสหกรณการเกษตรควรใหความสําคัญการพัฒนาทักษะ
บุคลากรเพื่อใหเกิดการเรียนรูและพัฒนา นอกจากน้ีควรใหความสําคัญกับกระบวนการดําเนินงานและการ
บริการที่ดี ซ่ึงจะนําไปสูความพึงพอใจของลูกคาและผลการดําเนินงานที่ดีตลอดจนการดํารงอยูไดอยางยั่งยืน
ของสหกรณก ารเกษตร
จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎี รวมไปถึงงานวิจัยที่เกี่ยวของ ผูวิจัยไดนําแนวคิดการควบคุม
ภายในของ COSO 2013 มาเปน ตัวแปรวัดระบบการควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยเพอื่ การผลติ ซ่ึงประกอบ
ไปดวย 1) ดานสภาพแวดลอมของการควบคุม 2) ดานการประเมินความเสี่ยง 3) ดานกิจกรรมการควบคุม
4) ดานสารสนเทศและการสื่อสาร 5) ดานการติดตามประเมินผล โดยผูวิจัยมีความเห็นวา ระบบการควบคุม
ภายในเปนกลไกที่สําคัญและเปนเคร่ืองมือในการบริหารงานในกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ใหอยูในระดับที่
ยอมรบั ได ซึ่งจะทาํ ใหก ารปฏิบัตงิ านและการจัดการของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลติ บรรลุตามวัตถปุ ระสงค และ
ตัวแปรผลการดําเนินงานผูวิจัยไดประยุกตแนวคิดเกี่ยวกับการวัดผลการดําเนินงานแบบดุลยภาพ (Balanced
Scorecard: BSC) มาปรับใชในการวัดผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ซ่ึงประกอบไปดวย 1)
ดานการเงนิ 2) ดา นสมาชกิ 3) ดานกระบวนการภายใน 4) ดานการเรยี นรแู ละพัฒนา โดยผูว ิจัยมคี วามเหน็ วา มี
ความเชื่อมโยงกับแนวทางการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิตไมวาจะเปนการรายงานขอมูลทาง
การเงิน การรวมคนในหมูบานเพ่ือชวยเหลือซึ่งกันและกัน การลดตนทุนของสินคาอุปโภคบริโภคและลดตนทุน
การผลิตของตนเองในครอบครัว การตรวจสอบการปฏิบัติงาน เพื่อใหเกิดการเรียนรูและพัฒนาการบริหารงาน
กลุมออมทรัพยเ พอ่ื การผลิต
ระเบียบวธิ ีการวิจยั
1. ประชากรและกลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย
ประชากรท่ีใชในการวิจัย คือ ประชากรท่ีเปนสมาชิกในกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต ตําบลกุด
พิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา จํานวน 200 คน กลุมตัวอยางท่ีใชในการวิจัย ไดแก สมาชิกใน
กลมุ ออมทรัพยเ พือ่ การผลิต ตาํ บลกุดพิมาน อาํ เภอดานขุนทด จงั หวัดนครราชสมี า จํานวน 134 คน โดยใชวิธี
คํานวณจากสูตรของทาโร ยามาเน (Yamane Taro,1973) ซึ่งไดกําหนดความเชื่อม่ัน รอยละ 95 คา
คลาดเคลื่อนไมเกิน 0.05 ผูวิจัยไดทําการสุมกลุมตัวอยางแบบช้ันภูมิอยางเปนสัดสวน (Proportional
Stratified Random Sampling) โดยเทียบสัดสวนกลุมตัวอยางจากประชากรท่ีเปนสมาชิกกลุมออมทรัพย
เพือ่ การผลติ ในแตละหมบู า นทอ่ี ยตู ําบลกุดพมิ าน (กลั ยา วานชิ ยบญั ชา, 2558, น.19)
2. เครอ่ื งมอื ท่ีใชใ นการวิจยั คอื แบบสอบถาม โดยแบบสอบถามแบง ออกเปน 4 สว นคือ
518
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
สวนที่ 1 เปนแบบสอบถามขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม จํานวน 5 ขอ ประกอบไปดวย
1) เพศ 2) อายุ 3) ระดับการศึกษา 4) อาชพี 5) รายไดเ ฉลีย่ ตอเดือน เปน ขอ คาํ ถามเลือกตอบ สว นท่ี 2 ระบบ
การควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต ประกอบไปดวย 1) ดานสภาพแวดลอมของการควบคุม
2) ดานการประเมินความเส่ียง 3) ดานกิจกรรมการควบคุม 4) ดานสารสนเทศและการสื่อสาร 5) ดานการ
ติดตามประเมินผล จํานวน 19 ขอ สวนท่ี 3 ผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต ประกอบไป
ดวย 1) ดานการเงิน 2) ดานสมาชิก 3) ดานกระบวนการภายใน 4) ดานการเรียนรูและพัฒนา จํานวน 13 ขอ
รวมทั้งสิ้นเปน 32 ขอ มีลักษณะเปนคําถามแบบมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ (Rating Scale) โดยมี
หลักเกณฑการใหคะแนน ดังนี้ 5 หมายถึง ระดับความคิดเห็นดีมาก 4 หมายถึง ระดับความคิดเห็นดี 3
หมายถึง ระดับความคิดเหน็ ปานกลาง 2 หมายถึง ระดับความคิดเห็นนอย 1 หมายถึง ระดับความคิดเห็นนอย
ที่สุด สวนที่ 4 ขอเสนอแนะและความคิดเห็นอ่ืน เปนแบบสอบถามปลายเปด (Open End) เพื่อใหผูตอบ
แบบสอบถามไดแสดงความคดิ เหน็
3. การตรวจสอบคุณภาพเคร่อื งมอื ท่ใี ชใ นการวิจัย โดยมีวธิ ีการดงั น้ี
1) การหาความเท่ียงตรง (Validity) โดยการนําแบบสอบถามฉบับรางเสนอตอผูเชี่ยวชาญเพื่อ
ชวยตรวจสอบความเท่ียงตรงเชิงเน้ือหา (Content Validity) โดยการหาคาดัชนีความสอดคลอง (Item
Objective Congruence : IOC) ไดคา IOC อยูระหวาง 0.60 – 1.00 จํานวน 32 ขอ และความถูกตอง
เหมาะสมของภาษาทใี่ ช เพื่อนาํ ขอเสนอแนะไปปรับปรุงและแกไ ขแบบสอบถาม
2) การหาความเชื่อม่ัน (Reliability) ไดนําแบบสอบถามท่ีปรับปรุงแกไขแลวไปทดสอบ (Pre-
Test) แบบสอบถามกบั สมาชิกในกลุมออมทรัพยเ พื่อการผลติ จาํ นวน 30 ชดุ (ทไ่ี มใ ชก ลุมตัวอยาง) นาํ ขอ มูลท่ี
ไดมาวิเคราะหหาความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม โดยใชวิธีหาคาสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบราค
(Cronbach’s Coefficient Alpha) โดยไดคาความเช่ือถือไดของตัวแปรระบบการควบคุมภายในเทากับ
0.874 ผลการดาํ เนินงาน เทากับ 0.928 ซ่งึ เปนคา ทมี่ ากกวา 0.70 ถือวาสามารถนําไปใชใ นการเก็บตวั อยา งได
4. การเกบ็ รวบรวมขอมลู
ในการเก็บรวบรวมขอมูล โดยขอหนังสือจากวิทยาลัยเทคนิคหลวงพอคูณ ปริสุทฺโธ เพื่อขอ
อนุญาตในการเก็บขอมูลจากกลุมตัวอยาง และนําแบบสอบถามท่ีไดรับการตรวจสอบคุณภาพแลวไปจัดเก็บ
ขอ มลู กับกลุมตัวอยา งกับสมาชิกของกลุมออมทรพั ยเ พ่ือการผลิต จํานวน 134 คน
5. การวเิ คราะหขอ มูลและสถติ ทิ ี่ใชใ นการวเิ คราะหข อ มลู
1) การวิเคราะหขอมูลแบบสอบถามสวนท่ี 1 ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถามโดยการแจก
แจงความถี่ (Frequency Distribution) และคา รอ ยละ (Percentage)
2) การวิเคราะหขอมูลแบบสอบถามสวนที่ 2 ระบบการควบคุมภายใน และสวนที่ 3 ผลตอการ
ดําเนินงาน โดยใชวิธหี าคาเฉลยี่ (Mean) และสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: S.D.)
การแปลความหมายของคะแนนในแบบสอบถามสวนท่ี 2 และสวนที่ 3 ใชเกณฑคาเฉล่ียในแตละ
ระดับ เพื่อวิเคราะหระบบการควบคุมภายในและผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต ตําบลกุด
พิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา มดี ังนี้ (เบสท Best, 1978, น.174)
คาเฉล่ยี 4.21 – 5.00 หมายถึง มรี ะดบั ความคดิ เห็นทด่ี ีมาก
คา เฉลย่ี 3.41 – 4.20 หมายถึง มีระดับความคิดเห็นที่ดี
คา เฉลีย่ 2.61 – 3.40 หมายถงึ มีระดับความคดิ เห็นปานกลาง
คา เฉลีย่ 1.81 – 2.60 หมายถึง มรี ะดบั ความคดิ เหน็ นอ ย
คาเฉลี่ย 1.00 – 1.80 หมายถึง มรี ะดับความคดิ เหน็ นอ ยที่สดุ
3) การวิเคราะหความสัมพันธระหวางระบบการควบคุมภายในกับผลการดําเนินงานของกลุม
ออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยใชคาสัมประสิทธ์ิ
519
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
สหสัมพันธ (Correlation Coefficient) และแสดงความสัมพันธระหวางตัวแปรอิสระดวยกันเอง ซ่ึงอาจ
กอใหเกิดปญหา Multicollinearity
4) การวิเคราะหระบบการควบคุมภายในที่สงผลตอการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการ
ผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยใชการวิเคราะหก ารถดถอยพหูคูณ (Multiple
Regression Analysis)
ผลการวจิ ัย1. ระบบการควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด
จงั หวัดนครราชสีมา
ตารางท่ี 1 ผลการวิเคราะหเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยเพื่อการ ตําบลกุดพิมาน
อาํ เภอดา นขนุ ทด จังหวดั นครราชสมี า
ระบบการควบคมุ ภายใน � S.D. ระดบั อันดบั
1. ดานสภาพแวดลอมของการควบคมุ 3.99 0.53 ดี 1
2. ดา นการประเมนิ ความเส่ียง 3.71 0.55 ดี 4
3. ดา นกิจกรรมการควบคุม 3.49 0.60 ดี 5
4. ดา นสารสนเทศและการส่ือสาร 3.79 0.64 ดี 2
5. ดานการตดิ ตามประเมนิ ผล 3.77 0.58 ดี 3
รวม 3.75 0.40 ดี
จากตารางที่ 1 พบวา ระบบการควบคุมภายในภาพรวมอยูในระดับดี เม่ือพิจารณาเปนรายดาน
พบวา ดานสภาพแวดลอมของการควบคุม อยูในระดับดีเปนอันดับแรก รองลงมา คือดานสารสนเทศและการ
สือ่ สาร ดา นการตดิ ตามประเมนิ ผล ดานการประเมินความเส่ยี ง และดา นกิจกรรมการควบคุม ตามลาํ ดบั
2. ผลการดาํ เนินงานของกลมุ ออมทรพั ยเ พือ่ การผลติ ตําบลกุดพมิ าน อาํ เภอดา นขนุ ทด จงั หวดั
นครราชสีมา
ตารางที่ 2 ผลการดําเนนิ งานของกลุมออมทรัพยเพอ่ื การผลติ ตาํ บลกดุ พมิ าน อําเภอดานขุนทด
จงั หวดั นครราชสีมา โดยภาพรวม
ผลการดําเนนิ งาน � S.D. ระดบั อันดบั
1. ดา นการเงิน 4.17 0.60 ดี 1
2. ดา นสมาชกิ 3.73 0.66 ดี 3
3. ดานกระบวนการภายใน 3.75 0.62 ดี 2
4. ดานการเรยี นรแู ละพัฒนา 3.72 0.70 ดี 4
รวม 3.84 0.48 ดี
จากตาราง 2 พบวา มผี ลการดําเนินงานภาพรวมอยใู นระดับดี เมื่อพจิ ารณาเปนรายดาน พบวา
ดา นการเงิน อยใู นระดบั ดเี ปน อันดบั แรก รองลงมา คอื ดานกระบวนการภายใน ดานสมาชกิ และดา นการ
เรยี นรูและพฒั นา ตามลําดับ
520
การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
3. การวเิ คราะหค วามสมั พนั ธร ะหวา งระบบการควบคมุ ภายในกบั ผลการดาํ เนนิ งานของกลุม ออม
ทรพั ยเ พอ่ื การผลติ ตําบลกดุ พมิ าน อาํ เภอดานขุนทด จงั หวัดนครราชสีมา
ตารางที่ 3 คาสมั ประสทิ ธ์สิ หสมั พันธระหวางระบบการควบคมุ ภายในกับผลการดาํ เนินงานของกลมุ ออมทรัพย
เพ่อื การผลิต ตําบลกดุ พมิ าน อาํ เภอดา นขนุ ทด จังหวดั นครราชสมี า
ตวั แปร � S.D. ระบบการควบคมุ ภายใน ผลการดําเนินงาน
ระบบการควบคุมภายใน 3.75 0.40 1 0.606**
ผลการดาํ เนินงาน 3.84 0.48 0.606** 1
**มีนัยสาํ คัญทางสถติ ทิ ี่ระดบั 0.01
จากตารางที่ 3 พบวา ระบบการควบคุมภายในมีความสัมพันธกับผลการดําเนินงานของกลุม
ออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยภาพรวมมีความสัมพันธใ น
ระดับ (r = 0.606) ในทางบวก อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 หมายความวาระบบการควบคุมภายใน
ทั้ง 5 ดาน คือ 1) ดานสภาพแวดลอมของการควบคุม 2) ดานการประเมินความเสี่ยง 3) ดานกิจกรรมการ
ควบคุม 4) ดานสารสนเทศและการสื่อสาร 5) ดา นการติดตามประเมินผล มคี วามสมั พันธกับผลการดําเนนิ งาน
ระดับคอนขางสูง ซึ่งหมายความวา ถากลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอ ดานขุนทด จังหวัด
นครราชสีมา มีระบบการควบคุมภายในที่ดี ก็จะทําใหมีผลการดําเนินงานที่ดีดวยเชนกันนอกจากนี้ เม่ือ
วิเคราะหความสัมพันธเปนรายดานของระบบการควบคุมภายใน โดยใชคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ
(Correlation Coefficient) ผลการวเิ คราะหแสดงดังรูปภาพ
ระบบการควบคุมภายใน ผลการดาํ เนนิ งาน
ดานสารสนเทศและการสอื่ สาร 0.517
ดานการประเมนิ ความเสยี่ ง 0.497
ดานสภาพแวดลอ มของการควบคุม 0.441 ผลการดําเนนิ งาน
ดานการตดิ ตามประเมนิ ผล 0.327
ดานกิจกรรมการควบคุม 0.300
โดยที่ หมายถงึ มคี วามสมั พันธกนั อยางมนี ัยสําคัญทางสถติ ิท่รี ะดับ .01
ภาพที่ 1 ความสัมพันธร ะหวา งระบบการควบคุมภายในกับผลการดาํ เนนิ งานของกลุมออมทรัพยเ พื่อการผลิต
ตาํ บลกดุ พมิ าน อําเภอดานขุนทด จงั หวดั นครราชสีมา
521
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
จากภาพท่ี 1 ผลการดําเนินงาน มีความสัมพันธกับระบบการควบคุมภายในของกลุมออมทรัพย
เพื่อการผลิต ในดานสารสนเทศและการส่ือสาร ดานการประเมินความเสี่ยง และดานสภาพแวดลอมของการ
ควบคุม ในระดับปานกลาง (r=0.517, r=0.497, r=0.441) สวนดานการติดตามประเมินผล และดานกิจกรรม
การควบคมุ ในระดับคอนขา งต่ํา (r=0.327, r=0.300)
ตัวแปรอิสระของระบบการควบคุมภายในแตละดานมีความสัมพันธกัน ซึ่งอาจเกิดปญหา
Multicollinearity ผูวิจัยจึงทําการทดสอบ Multicollinearity โดยใชคา VIF ปรากฏวาคา VIF ของตัวแปร
อิสระ คือระบบการควบคุมภายในแตละดานมีคาต้ังแต 1.239 – 2.862 ซึ่งมีคานอยกวา 10 แสดงวา ตัวแปร
อิสระไมถึงขั้นกอใหเกิดปญหา Multicollinearity (Black, 2006 : 585) สามารถนําไปวิเคราะหการถดถอย
พหุคณู (Multiple Regression Analysis) ได
4. ระบบการควบคุมภายในท่ีสง ผลตอผลการดาํ เนินงานของกลุมออมทรพั ยเพ่อื การผลิต ตาํ บล
กดุ พมิ าน อําเภอดานขนุ ทด จังหวัดนครราชสมี า
ตารางท่ี 4 ระบบการควบคุมภายในท่ีสงผลตอผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุด
พิมาน อาํ เภอดา นขนุ ทด จังหวัดนครราชสีมา
ระบบการควบคุมภายในที่มผี ลตอ B Std.Error Beta t Sig
ผลการดําเนนิ งาน
ดานสารสนเทศและการส่อื สาร 0.259 0.053 0.355 4.898 0.000**
ดานการประเมินความเส่ียง 0.242 0.065 0.385 3.746 0.000**
ดา นสภาพแวดลอ มของการควบคมุ 0.189 0.066 0.214 2.858 0.005**
ดา นการติดตามประเมินผล 0.049 0.071 0.057 0.697 0.487
ดานกจิ กรรมการควบคุม 0.024 0.080 0.025 0.298 0.766
N = 134, Constant = 1.208, R2 = 0.420, R adj. = 0.406, S.E.est = 0.360, F = 8.166
**มีนัยสําคัญทางสถติ ิท่ีระดบั 0.01
จากตารางท่ี 4 แสดงการวิเคราะหการถดถอยพหูคูณ (Multiple Regression Analysis) พบวา
มีระบบการควบคุมภายในทม่ี ผี ลตอผลการดําเนินงาน 3 ดาน จากทั้งหมด 5 ดาน คือ ดานสารสนเทศและการ
สื่อสาร ดานการประเมินความเสี่ยง และดานสภาพแวดลอมของการควบคุม โดยหากกลุมออมทรัพยเพ่ือการ
ผลิต มีสารสนเทศและการส่ือสารกันท่ีชัดเจน มีการจัดทําขอมูลสารสนเทศท่ีมีความครบถวนถูกตองและเปน
ปจจุบัน มีการพิจารณาความคุมคาของคาใชจายจากการควบคุมหรือการจัดการกับความเส่ียงท่ีเกิดข้ึน มีการ
กําหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติงานอยางชัดเจนและเปนลายลักษณอักษรพรอมท้ังเผยแพรใหทุกคนในกลุม
ออมทรัพยเพ่ือการผลิตทราบ ถือเปนปจจัยหนึ่งท่ีชวยใหผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต
สามารถดําเนินธุรกิจบรรลุตามเปาหมายท่ีกําหนดไวไดอยางมีประสิทธิภาพ ในดานการเงิน ดานสมาชิก
ดานกระบวนการภายใน และดานการเรียนรูและพัฒนา อยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 โดยคิดเปนรอย
ละ 42.00
522
การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
อภิปรายผลการวจิ ยั
1. ระบบการควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด
จังหวัดนครราชสีมา โดยสมาชิกในกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต มีความเห็นเก่ียวกับระบบการควบคุมภายใน
ภาพรวมอยใู นระดับดี เมื่อพจิ ารณาเปน รายดาน พบวา อยูใ นระดับดที กุ ดาน โดยระบบการควบคุมภายในดาน
สภาพแวดลอ มของการควบคมุ อยใู นระดับดีเปน อนั ดบั แรก รองลงมา คอื ดา นสารสนเทศและการส่ือสาร ดา น
การตดิ ตามประเมนิ ผล ดานการประเมนิ ความเส่ยี ง และดานกจิ กรรมการควบคุม ทงั้ น้เี นื่องจากกลุม ออม
ทรัพยเพื่อการผลิต มีการกําหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติงานอยางชัดเจนและเปนลายลักษณอักษรพรอมท้ัง
เผยแพรใหทุกคนในกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิตทราบ มีการนําขอมูลสารสนเทศมาใชประกอบในการตัดสนิ ใจ
อยางมีประสิทธิผล มีการประเมินผลการปฏิบัติงานและรายงานผลการปฏิบัติงานใหผูบริหารทราบทุกคร้ัง ซ่ึง
สอดคลองกับงานวิจัย กมลวรรณ พุฒชาต (2558) ศึกษาปจจัยท่ีมีความสัมพันธกับการควบคุมภายในโดย
ประเมินตนเอง (Control Self-Assessment CSA) ของสํานักงานทรัพยสินสวนพระมหากษัตริย ผลการวิจัย
พบวา ความคิดเห็นของพนักงานที่มีตอการควบคุมภายในตามแนวทางของ COSO ในภาพรวมมีความคิดเห็น
ในระดับมาก ดานสภาพแวดลอมการควบคุมมากที่สุด รองลงมาคือดานกิจกรรมควบคุม ดานสารสนเทศและ
การส่ือสาร และเหน็ ดว ยปานกลางในดานการติดตามและประเมินผล ดานการประเมนิ ความเสี่ยง
2. ผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัด
นครราชสีมา โดยสมาชิกในกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต มีความเห็นเก่ียวกับผลการดําเนินงานภาพรวมอยูใน
ระดบั ดี เมือ่ พจิ ารณาเปน รายดาน พบวา อยูในระดบั ดที กุ ดาน โดยผลการดาํ เนินงานดา นการเงิน อยูในระดบั ดี
เปนอันดับแรก รองลงมา คือดานกระบวนการภายใน ดานสมาชิก ดานการเรียนรูและพัฒนา ท้ังนี้เน่ืองจาก
สมาชิกกลุมออมทรพั ยเ พ่ือการผลิตใหค วามสนใจใสใจการจัดทํารายงานการเงินมีความครบถวนของขอมูลและ
นาเชอ่ื ถือ มกี ารตรวจสอบกนั เองไดอยางเปนระบบ สามารถดาํ เนนิ งานบรรลุตามเปาหมายที่กาํ หนดไวไ ดอยาง
มีประสิทธิภาพ ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัย ธนัชชา โยธาทัย (2559) ศึกษาความสัมพันธระหวางประสิทธิผลการ
ควบคมุ ภายในกบั ผลการดาํ เนินงานของสหกรณก ารเกษตรใน เขตภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ผลการวจิ ัยพบวา
ประสิทธิผลการควบคุมภายในเปนปจจัยหนึ่งที่ชวย ใหสหกรณการเกษตรในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สามารถดําเนินธุรกิจบรรลุตามเปาหมายท่ีกําหนดไวไดอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่งสหกรณการเกษตรควรให
ความสําคัญการพัฒนาทักษะบุคลากรเพ่ือใหเกิดการเรียนรูและพัฒนา นอกจากน้ีควรใหความสําคัญกับ
กระบวนการดําเนินงานและการบริการที่ดี ซ่ึงจะนําไปสูความพึงพอใจของลูกคาและผลการดําเนินงานที่ดี
ตลอดจนการดํารงอยูไ ดอยา งยัง่ ยืนของสหกรณการเกษตร
3. การวิเคราะหความสัมพันธระหวางระบบการควบคุมภายในกับผลการดําเนินงานของกลุมออม
ทรัพยเ พ่ือการผลติ ในดานสารสนเทศและการสอ่ื สาร ดานการประเมินความเส่ยี ง และดานสภาพแวดลอ มของ
การควบคุม ในระดับปานกลาง สวนดานการติดตามประเมินผล และดานกิจกรรมการควบคุม ในระดับ
คอนขางต่ํา ดังน้ันความสัมพันธระหวางระบบการควบคุมภายในกับผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือ
การผลิต ภาพรวมมีความสัมพันธในระดับคอนขางสูง (r = 0.606) ในทางบวก อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่
ระดับ 0.01 ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัย กุสุมา โสเขียว (2559) ศึกษาผลกระทบของประสิทธิภาพการควบคุม
ภายใน และสภาพแวดลอมธุรกิจที่มีตอคุณภาพขอมูลทางการบัญชี ผลการวิจัยพบวา ประสิทธิภาพการ
ควบคุมภายใน ดานการประเมินความเส่ียง มีความสัมพันธและผลกระทบเชิงบวกกับคุณภาพขอมูลทางการ
บัญชี ดานความเขาใจได และดานความเก่ียวของกับการตัดสินใจ ประสิทธิภาพการควบคุมภายในดาน
กิจกรรมการควบคุม มีความสัมพันธและผลกระทบเชิงบวกกับคุณภาพขอมลู ทางการบัญชี ดานความเกี่ยวของ
523
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
กับการตัดสินใจ ประสิทธิภาพการควบคุมภายใน ดานสารสนเทศและการส่ือสาร มีความสัมพันธและ
ผลกระทบเชิงบวกกบั คุณภาพขอ มูลทางการบญั ชี ดานความเช่ือถือได ดา นการเปรยี บเทียบกนั ได
4. ระบบการควบคุมภายในที่สงผลตอผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต บานโนน
สงา ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา มี 3 ดาน จากทั้งหมด 5 ดาน คือ ดานสารสนเทศ
และการส่ือสาร ดานการประเมินความเสี่ยง และดานสภาพแวดลอมของการควบคุม มีการจัดทําขอมูล
สารสนเทศท่ีมีความครบถวนถูกตองและเปนปจจุบัน มีการพิจารณาความคุมคาของคาใชจายจากการควบคุม
หรือการจัดการกับความเสี่ยงทเี่ กิดขน้ึ มีการกําหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติงานอยางชัดเจนและเปนลายลกั ษณ
อักษรพรอมทั้งเผยแพรใหทุกคนในกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิตทราบ ถือเปนปจจัยหนึ่งท่ีชวยใหผลการ
ดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต สามารถดําเนินธุรกิจบรรลุตามเปาหมายท่ีกําหนดไวไดอยางมี
ประสิทธิภาพ ในดานการเงิน ดานสมาชิก ดานกระบวนการภายใน และดานการเรียนรูและพัฒนา อยางมี
นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 โดยคิดเปนรอยละ 42.00 ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัย กิตติศักด์ิ โมกขญาณ
อนันต (2557) ทําการศึกษาผลกระทบของการบริหารงานที่มุงเนนการใหบริการที่มีตอความสําเร็จในการ
ดาํ เนนิ งานของธุรกจิ โรงแรมในประเทศไทย ผลการศกึ ษาพบวา การบริหารงานทมี่ ุงเนนดานการใหบริการดาน
ระบบการวัดผลมาตรฐานการบริการ ที่สงผลตอความสําเร็จดานการเงิน ดานลูกคา และดานกระบวนการ
ภายใน ซ่ึงการบริหารงานที่มุงเนนการใหบริการมีผลตอความสําเร็จในการดําเนินงานของธุรกิจโรงแรมใน
ประเทศไทย เชนเดยี วกนั
ขอเสนอแนะ
1) ควรใหมีการส่ือสารขอมูลอยางมีประสิทธิภาพและเหมาะสม โดยใหมีการสื่อสารขอมูล
เหมาะสมเพียงพอกบั ระดับการดาํ เนินงาน สวนผบู รหิ ารและบุคลากรนําขอมูลสารสนเทศมาใชประกอบในการ
ตัดสนิ ใจอยางมปี ระสทิ ธิผลได
2) ควรกําหนดแนวทางการควบคุมหรือบริหารความเสี่ยง เพื่อใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรมี
การกําหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติงานอยางชัดเจนและเปนลายลักษณอักษรพรอมท้ังเผยแพรใหทุกคนในกลุม
ออมทรพั ยเพอ่ื การผลติ ทราบได
3) ควรสงเสริมใหสมาชิกทุกคนมีจิตสํานึกที่ดี ในการปฏิบัติงานในความรับผิดชอบและดํารง
รักษาไวซ ่งึ สภาพแวดลอ มของการควบคุมท่ดี ี
ขอ เสนอแนะสาํ หรบั การทาํ วจิ ัยคร้งั ตอไป
1) ควรมีศึกษาระบบการควบคุมภายในที่มีผลตอการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต
ของหมูบานใกลเคียง เพ่ือนําผลมาเปรียบเทียบกัน เพ่ือเปนแนวทางในการบริหารจัดการและการควบคุม
ภายในใหเ กดิ ประสิทธิภาพมากย่งิ ขึน้
2) ควรศึกษาผลกระทบหรือปจจัยดานอ่ืนที่มีผลตอการดําเนินของกลุมออมทรัพย เชน ระบบ
บัญชี การตรวจสอบกิจการ การสอบบัญชี ปจจัยภายในและปจจัยภายในนอก เปนตน เพ่ือใชเปนแนวทางใน
การพฒั นาระบบการควบคมุ ภายของกลุม ออมทรัพยเ พื่อการผลติ ตอไป
เอกสารอางอิง
กมลวรรณ พทุ ธชาต. (2553). ปจ จัยท่ีมีความสมั พันธก ับการควบคมุ ภายใน โดยการประเมนิ ตนเองของ
สาํ นักงานทรพั ยสนิ สว นพระมหากษตั รยิ . (ปรญิ ญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลยั
ศิลปากร).
524
การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
กรมการพัฒนาชมุ ชน. (2558). แนวทางการดาํ เนนิ งานกลุมออมทรพั ยเพอ่ื การผลติ พ.ศ. 2558. สืบคน จาก
http://www.fund.cdd.go.th
กสุ มุ า โสเขยี ว. (2559). ผลกระทบของประสิทธภิ าพการควบคุมภายในและสภาพแวดลอ มธรุ กจิ ท่มี ตี อ
คณุ ภาพขอ มลู ทางการบญั ช.ี มหาสารคาม: มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม.
กติ ตศิ ักด์ิ โมกญาณอนันต. (2557). ผลกระทบของการบริหารงานท่มี งุ เนน การใหบริการท่ีมตี อ ความสําเร็จ
ในการดาํ เนนิ งานของธรุ กจิ โรงแรมในประเทศไทย. (วิทยานพิ นธปรญิ ญาการจดั การมหาบณั ฑิต,
มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม).
กัลยา วานชิ ยบญั ชา. (2558). สถติ สิ าํ หรบั งานวิจัย พมิ พค รง้ั ที่ 9. กรงุ เทพฯ: สามลดา.
ฐิตมิ า สุวรรณณรงั ส.ี (2553). การกาํ หนดสมรรถนมาตรฐานของบรษิ ัทจาํ หนา ยสนิ คา อตุ สาหกรรมโดย
อาศัยหลกั การประเมนิ เชงิ ดลุ ยภาพ (balanced scorecard). (วิทยานพิ นธปริญญาการศึกษา
วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑติ , จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลัย).
ดีใหม อินทรพาณชิ ย. (2551). สภาพและปญ หาการดาํ เนนิ การควบคุมภายในของโรงเรียนสงั กัดสาํ นกั งาน
เขตพน้ื ท่กี ารศึกษาสกลนครเขต 2. (วิทยานพิ นธป รญิ ญามหาบัณฑติ , มหาวทิ ยาลัยราชภฏั
สกลนคร).
ธนชั ชา โยธาทยั . (2559). ความสมั พนั ธร ะหวางประสทิ ธผิ ลการควบคมุ ภายในกบั ผลการดาํ เนนิ งานของ
สหกรณก ารเกษตรในเขตภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ. (ปรญิ ญามหามหาบณั ฑิต, มหาวิทยาลยั
มหาสารคาม).
ประเสรฐิ กายาไชย. (2551). การควบคุมภายในของกลมุ ออมทรพั ยเพอ่ื การผลติ บานโปง ฮ้ึง หมู 2 และหมู
17 ตาํ บลหวยสกั อําเภอเมอื ง จังหวดั เชียงราย.(วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑติ ,มหาวิทยาลยั
ราชภฏั เชียงราย).
Yamane, T. (1973). Statistics: an introductory analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.
525
การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
การพฒั นาแอปพลิเคชันความเปนจรงิ เสรมิ เพอ่ื ประชาสัมพันธการทอ งเท่ียว
กรณีศึกษา อาํ เภอชางกลาง จงั หวดั นครศรีธรรมราช
เตชติ า สทุ ธริ กั ษ01
อาจารยประจําสาขาวชิ าการจัดการ คณะวิทยาการจัดการ
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครศรธี รรมราช
วิสตุ ร เพชรรตั น
อาจารยประจาํ สาขาวิชาคอมพวิ เตอรธุรกิจ คณะวทิ ยาการจดั การ
มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรธี รรมราช
กลุ วดี จันทรว เิ ชยี ร
อาจารยประจําสาขาวชิ าการจัดการ คณะวทิ ยาการจัดการ
มหาวิทยาลยั ราชภัฏนครศรีธรรมราช
บทคัดยอ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค 1) เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันความเปนจริงเสริมในการประชาสัมพันธ
การทอ งเทีย่ ว กรณีศึกษา อําเภอชางกลาง จังหวดั นครศรีธรรมราช 2) เพ่อื ศึกษาความพึงพอใจการใชแ อปพลิเค
ชนั ความเปน จริงเสรมิ ในการประชาสมั พันธการทองเทย่ี ว อําเภอชางกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช กลมุ ตัวอยาง
คือนักทองเที่ยวจํานวน 100 คน แอปพลิเคชันพัฒนาดวยโปรแกรม Unity และภาษาโปรแกรม C# ทําการเก็บ
ขอมูลประเมินความพึงพอใจดวยแบบสอบถาม ผลการวิจัยพบวา แอปพลิเคชันที่ไดมีขนาดเล็กและมีความ
รวดเร็วในการทํางาน สามารถแสดงขอมูลวิดีโอนําเสนอสถานที่ทองเที่ยวไดอยางรวดเร็ว และชวยสงเสริมการ
ทองเที่ยวทําใหนักทองเท่ียวอยากไปเท่ียวสถานท่ีจริงมากข้ึน ผลประเมินความพึงพอใจโดยรวม อยูระดับดีมาก
คาเฉลย่ี 4.58
คําสาํ คญั : เทคโนโลยีความเปน จริงเสริม แอปพลิเคชัน การทอ งเทย่ี ว
1 อาจารยป ระจาํ สาขาวิชาการจดั การ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรธี รรมราช
เลขที่ 1 ม.4 ต.ทาง้ิว อ.เมอื ง จ.นครศรีธรรมราช 80280
หมายเลขตดิ ตอ: 086-9488-176 อเี มล: [email protected]
526
การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
THE DEVELOPMENT AND IMPLEMENTATION OF AN AUGMENTED REALITY
APPLICATIONIN PUBLIC RELATIONS TOURISM — A CASE STUDY OF
CHANG KLANG DISTRICT IN NAKHON SRI THAMMARAT
Taechita Sutthirak1
Lecturer at Department of Management, Faculty of Management Sciences
Nakhon Si Thammarat Rajabhat University
Wisut Petcharat
Lecturer at Department of Business Computer, Faculty of Management Sciences
Nakhon Si Thammarat Rajabhat University
Kunwadee Janwichian
Lecturer at Department of Management, Faculty of Management Sciences
Nakhon Si Thammarat Rajabhat University
Abstract
The objectives of this research were to 1) develop augmented reality applications in
tourism promotion in the Chang Klang District of Nakhon Si Thammarat Province as a case
study, and 2) study the satisfaction of using augmented reality applications to promote tourism
in the Chang Klang District of Nakhon Si Thammarat Province. The sample consisted of 100
tourists. The application was developed using Unity and C# programming language.
Questionnaires were the tool for data collection of satisfaction. The results showed that the
application was small and fast in operation; it could display video information that presented
attractions at a glance and helped promote tourism by making tourists want to visit the actual
places. The overall assessment of satisfaction was at the highest level with an average of 4.58
Keywords: Augmented Reality, Mobile Application, Tourism
1 Corresponding Author: Lecturer at Department of Management
Faculty of Management Sciences, Nakhon Si Thammarat Rajabhat University.
Contact Number: +6686-948-8176 Email: [email protected]
527
การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
บทนาํ
การทองเที่ยวมีความสําคัญตอประเทศไทยอยางมากในการชวยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของ
ประเทศในป 2556 ประเทศไทยมรี ายไดจ ากการทองเที่ยวอยทู ่ี 1.2 ลา นลานบาท เพิ่มข้ึนรอ ยละ 19 จากปทีผ่ าน
มาและจากการเก็บสถิติของ UNWTO ประเทศไทยมีรายไดจากนักทองเท่ียวตางชาติสูงถึง 44.6 พันลานเหรียญ
สหรัฐ หรือสูงเปนอับดับที่ 6 ของโลก ในระดับชาติรัฐบาลไดกําหนดยุทธศาสตรการทองเที่ยวไทย พ.ศ. 2560-
2564 ใหมีการพัฒนาคุณภาพแหลงทองเท่ียว สินคาและบริการดานการทองเท่ียวใหเกิดความสมดุล และยั่งยืน
(กระทรวงการทองเท่ียวและกีฬา, 2561) ประเทศไทยเปนประเทศที่อุดมสมบูรณ มีทรัพยากรการทองเที่ยวท่ี
หลากหลายเชน ทะเล น้ําตก ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงมีประวัติศาสตรอันยาวนาน ซึ่งเปนเอกลักษณท่ีสําคัญที่
ดึงดูดใจนักทองเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวตางชาติ อําเภอชางกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเน้ือที่ประมาณ 96
ตารางกโิ ลเมตรหรือประมาณ 60,299 ไร ลกั ษณะภูมปิ ระเทศโดยทั่วไป เปน ทร่ี าบเชิงเขา ประกอบดวยปาไมและ
ภูเขา มีแหลงน้ําตามธรรมชาติ มีสถานท่ีทองเทียวตามธรรมชาติอุดมสมบูรณท่ีนาสนใจจํานวนมาก (องคการ
บริหารสวนตําบลชางกลาง, 2561) ในปจจุบันยังขาดการประชาสัมพันธและการเผยแพรที่มีประสิทธิภาพ ทําให
สง ผลกระทบตอจาํ นวนนักทองเที่ยวได
ในยุคปจ จุบนั การประชาสมั พันธเปนชองทางการสื่อสารทีส่ ําคัญในการเผยแพรขอมลู แกนักทองเท่ียว
รวมถึงสาธารณชนทั่วไป งานประชาสัมพันธเปนงานท่ีเก่ียวของกับการใชเครื่องมือส่ือสาร ในอดีตการ
ประชาสัมพันธอาศัยโทรทัศนวิทยุกระจายเสียงและสื่อสิ่งพิมพ เปนเคร่ืองมือส่ือสารหลักในการประชาสัมพันธ
เม่ือเทคโนโลยีกาวหนาเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการถือกําเนิดของส่ือใหม (new media) เชน สื่ออินเทอรเน็ต
ส่ือสังคมออนไลน เปนเทคโนโลยีท่ีถูกนํา มาใชอยางกวางขวางในวงวิชาชีพการประชาสัมพันธ ดวยการนําขอมูล
หรอื กจิ กรรมตา ง ๆ มาเผยแพรผานเวบ็ ไซตหอ งสนทนา การสงผานอีเมล การสง ขา วประชาสัมพันธผานเครือขาย
สังคมออนไลน (กุลทิพย ศาสตระรุจิ และ อภิชัจ พุกสวัสด์ิ, 2556) เทคโนโลยีความเปนจริงเสริม (Augmented
Reality) ก็เปนเทคโนโลยีหนึ่งท่ีทันสมัยและไดถูกนํามาใชเปนเคร่ืองมือในการประชาสัมพันธมากข้ึน โดยนําเอา
ความสามารถในการเพิ่มความเปนจริงเสริมลงไปในสื่อประชาสัมพันธในรูปแบบ 2 มิติ 3 มิติ หรืออาจเปน
มลั ติมีเดีย ทําใหก ารนําเสนอขอมลู มคี วามนาสนใจมากยิ่งขน้ึ ท้ังยงั สามารถนําเสนอผา นโทรศพั ทม อื ถือไดอีกดว ย
จากปญหาและความสําคัญดังกลาว ผูวิจัยจงึ ไดนําเทคโนโลยคี วามเปนจริงเสริมมาประยุกตใชก ับการ
ประชาสัมพันธสถานท่ีทองเท่ียว ในรูปแบบเสมือนจริง เพ่ือสรางประสบการณในการรับรูขอมูลในรูปแบบใหม
ใหกับนักทองเท่ียว สรางความนาสนใจแกนักทองเท่ียวและยังไดรับขอมูลของสถานที่ทองเท่ียวแบบเสมือนจริง
ทําใหมีการพัฒนาและเพ่ิมศักยภาพดานประชาสัมพันธการทองเท่ียวของอําเภอชางกลาง จังหวัด
นครศรธี รรมราชมากยิง่ ขน้ึ
วัตถปุ ระสงคใ นการวจิ ัย
1. เพ่ือพัฒนาแอปพลิเคชันความเปนจริงเสริมในการประชาสัมพันธการทองเที่ยว กรณีศึกษา อําเภอ
ชางกลาง จังหวดั นครศรธี รรมราช
2. เพ่ือศกึ ษาความพงึ พอใจการใชแอปพลิเคชันความเปนจริงเสรมิ ในการประชาสัมพันธการทอ งเท่ียว
อาํ เภอชางกลาง จงั หวดั นครศรธี รรมราช
528