The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by neverstop.learning09, 2022-04-17 22:43:32

รายงานสืบเนื่องจากการประชุมระดับชาติ RTBEC 2022

Proceedings of The 9th RMUTT Global Business and
Economics National Conference 2022

Keywords: Rtbec

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ปจ จยั ท่มี อี ิทธพิ ลตอการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
ของผูประกอบการธุรกิจออนไลนในประเทศไทย

พฒุ พร แสงประเสริฐ01
นิสติ ปรญิ ญาโทหลักสตู รศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตร

มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร
นธกฤต วนั ตะเมล

อาจารยป ระจาํ ภาควิชานิเทศศาสตรแ ละสารสนเทศศาสตร คณะมนษุ ยศาสตร
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร
บทคัดยอ

การวิจยั คร้ังน้ีมีวัตถุประสงค 2 ประการคือ 1) เพื่อศกึ ษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอป
พลิเคชัน KineMaster ของผูประกอบการธุรกิจออนไลนในประเทศไทยจําแนกตามลักษณะทางประชากร 2)
เพอ่ื ศึกษาปจจัยที่มีอทิ ธพิ ลตอ พฤติกรรมการใชงานแอปพลเิ คชัน KineMaster ของผปู ระกอบการธุรกจิ ออนไลน
ในประเทศไทย การวิจัยคร้ังนี้ เปนวิจัยเชิงปริมาณ ทําการเก็บขอมูลโดยใชแบบสอบถามออนไลนกับ
ผูประกอบการธุรกิจออนไลนในประเทศไทย ท่ีใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster จํานวน 400 คน โดยใชวิธีการ
สุมตัวอยางแบบหลายข้ันตอน (Multi-Stage Sampling) และทําการวิเคราะหผลโดยการแจกแจงความถ่ี รอย
ละ คาเฉลี่ย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะหการถดถอยเชิงพหุคูณ ณ ระดับนัยสําคัญที่ 0.05
ผลการวจิ ยั พบวา 1) อายุ ระดบั การศึกษา และรายได ของผูป ระกอบการธุรกิจออนไลนที่ตางกัน จะมพี ฤตกิ รรม
การใชงานแอปพลิเคชนั KineMaster ทแ่ี ตกตา งกัน 2) การรบั รูความงาย (β = .174) การคลอ ยตามกลมุ อางอิง
(β = .174) และการรับรูความสามารถในการใชงาน (β = .171) มีอิทธิพลรวมกันตอพฤติกรรมการใชงานแอป
พลิเคชัน KineMaster จากผลการวิจัยในคร้ังน้ี ผูพัฒนาแอปพลิเคชันสามารถนําไปใชประโยชนในการวาง
แผนการสื่อสารการตลาดเพ่ือสงเสริมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ใหกับผูประกอบการธุรกิจออนไลน
ในประเทศไทยตอไป
คาํ สาํ คญั : แอปพลเิ คชนั KineMaster, ผูป ระกอบการธรุ กจิ ออนไลน

1 นสิ ติ ปริญญาโทหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบณั ฑติ คณะมนุษยศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร แขวงลาดยาว เขตจตจุ ักร
กรุงเทพมหานคร 10900 หมายเลขตดิ ตอ: 083-139-1682 อีเมล: [email protected]

479

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

FACTORS AFFECTING KINEMASTER APPLICATION USAGE AMONG
ONLINE ENTREPRENEURS IN THAILAND

Puttaporn Sangprasert1
Graduate Student, Master of Arts, Faculty of Humanities

Kasetsart University
Nottakrit Vantamay
Lecturer at Department of Communication Arts and Information Science, Faculty of Humanities
Kasetsart University

Abstract
This research has two objectives: 1) to study the difference of KineMaster application
usage behavior among online entrepreneurs in Thailand categorized by demographic
characteristics, and 2) to study the factors influencing KineMaster application usage behavior
among online entrepreneurs in Thailand. This research quantitatively used an online
questionnaire as a tool to collect data from 400 online entrepreneurs in Thailand, who used
the KineMaster application, and were selected through multi-stage sampling. The data were
analyzed in terms of frequency distribution, percentage, mean, standard deviation and
multiple regression analysis at the statistical significance level of 0.05. The research found that
1) online entrepreneurs who differ in age, education level, and income will have different
usage behaviors of the KineMaster application; and 2) perceived ease of use (β = .174),
subjective norm (β = .174) and perceived behavioral control (β = .171) had a joint influence
over the usage behaviors of the KineMaster application among online entrepreneurs.
Application developers can utilize these results in planning their marketing communications
to continue promoting the KineMaster application to online entrepreneurs in Thailand.
Keywords: KineMaster Application, Online Business Entrepreneurs

1 Corresponding Author: Graduate Student, Master of Arts, Faculty of Humanities, Kasetsart University
Contact Number: +6683-139-1682 Email: [email protected]

480

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

บทนํา
โลกมีการเปล่ียนแปลงอยางรวดเร็ว การดําเนินชีวิตก็มีการปรับเปล่ียนไปตามยุคสมัย เชนเดียวกับ

การทําธุรกิจ เม่ือกาลเวลาเปล่ียน รูปแบบทางการสื่อสารการตลาดก็ตองมีการเปลี่ยนแปลงเชนกัน ทั้งน้ีก็เพ่ือ
การเขาถึงกลุมเปาหมายท่ีตองการ ซ่ึงในยุคปจจุบันมีการอาศัยเทคโนโลยีผานสื่อ Social ตางๆทางอินเทอรเน็ต
มาชวยทําการตลาด ซ่ึงเปนจุดกําเนิดของธุรกิจออนไลน การทําธุรกิจออนไลนในปจจุบัน สิ่งท่ีขาดไมไดและยัง
ตองมีการพัฒนาอยางตอเน่ืองนั้น ยังคงเปนเร่ืองของการใชเครื่องมือส่ือสารทางการตลาด ซึ่งเปนเคร่ืองมือ
สําคัญท่ีชวยใหธุรกิจสามารถเขาถึงผูบริโภคไดเปนจํานวนมาก และเคร่ืองมือสื่อสารทางการตลาดท่ีมีอิทธิพล
มากท่ีสุดในปจจุบันคือส่ือวิดีโอ (iplandigital, 2021) ดวยความนาสนใจและความตอเนื่องของวิดีโอสามารถ
ดึงดูดความสนใจและเพ่ิมการมีสวนรวมระหวางผูใชงานและวิดีโอแตละคลิปได ดังน้ันการเลือกโปรแกรมที่มาใช
งานสําหรับผูประกอบการธุรกิจออนไลน จะตองใชงานงาย สะดวก และเหมาะกับวิดีโอในแตละรูปแบบของการ
เลือกใช ซึ่งในบรรดาแอปพลิเคชันสําหรับการตัดตอวิดีโอนั้น แอปพลิเคชัน KineMaster ถือเปนหน่ึงในแอป
พลิเคชันท่ีกําลังไดรับความนิยมเปนอยางมากในปจจุบัน โดยมีจํานวนผูดาวนโหลดมากกวา 100 ลาน User
(KineMaster Corporation, 2021) และสําหรับประเทศไทย แอปพลิเคชัน KineMaster ถือเปนแอปพลิเคชัน
ยอดนิยมเนื่องจากมีความงาย ความคุมคา และความสะดวกในการใชงาน จึงทําใหเกิดการรวมกลุมกันในสังคม
ออนไลน เพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนขอมูลการใชแอปพลิเคชันซ่ึงกันและกัน อาทิ Facebook Fanpage และ Line
OpenChat ของ KineMaster Thailand

จากความสําคัญดังกลาวขางตน ผูวิจัยจึงตระหนักถึงความสําคัญ และมีความสนใจท่ีจะทําการศึกษา
เกี่ยวกับ ปจจัยท่ีมีอิทธิพลตอการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ของผูประกอบการธุรกจิ ออนไลนในประเทศ
ไทย โดยนํามาประยุกตใชกับทฤษฎีพฤติกรรมตามแบบแผน (Theory of Planned Behavior) และทฤษฎีการ
ยอมรับเทคโนโลยี (Technology of Acceptance Model) เพ่ือประโยชนในการพัฒนาชองทางการใชงานแอป
พลิเคชัน KineMaster อีกท้ังยังเปนประโยชนตอผูพัฒนาแอปพลิเคชัน ในการนําขอมูลท่ีไดจากการวิจัยไปใช
พัฒนาและปรบั ปรงุ ระบบใหส อดคลองกับความตองการของผูบริโภค ใหเ กดิ ประสิทธภิ าพสงู สุดในการใชงาน
วัตถุประสงคการวจิ ัย

1. เพื่อศึกษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ของผูประกอบการ
ธุรกิจออนไลนใ นประเทศไทยจําแนกตามลกั ษณะทางประชากร

2. เพอื่ ศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ของผูประกอบการ
ธรุ กิจออนไลนในประเทศไทย
สมมตฐิ านการวจิ ัย

สมมติฐานที่ 1 ลักษณะทางประชากรตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ที่
แตกตางกนั ประกอบดวยสมมติฐานยอยดังน้ี

H 1.1) เพศ ตา งกัน จะมีพฤตกิ รรมการใชง านแอปพลิเคชนั KineMaster ทแ่ี ตกตา งกัน
H 1.2) อายุ ตา งกนั จะมีพฤติกรรมการใชง านแอปพลิเคชนั KineMaster ทแ่ี ตกตา งกัน
H 1.3) ระดับการศึกษา ตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลเิ คชนั KineMaster ทีแ่ ตกตางกนั
H 1.4) ประเภทธุรกิจ ตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชง านแอปพลเิ คชัน KineMaster ทีแ่ ตกตางกนั
H 1.5) รายได ตา งกัน จะมพี ฤตกิ รรมการใชงานแอปพลเิ คชัน KineMaster ทีแ่ ตกตา งกัน

481

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

สมมติฐานท่ี 2 การรบั รปู ระโยชน การรบั รูความงาย ทัศนคตติ อการใชงาน การคลอยตามกลมุ อางอิง
และการรับรคู วามสามารถในการใชงาน มอี ิทธิพลรว มกนั ตอพฤตกิ รรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
กรอบแนวคิดการวิจยั

การรับรูป ระโยชน ลักษณะทางประชากร
(Perceived Usefulness) - เพศ
- อายุ
การรับรคู วามงาย - ระดบั การศึกษา
(Perceived Ease of Use) - ประเภทธุรกิจ
- รายได

ทศั นคตติ อ การใชง าน H1
(Attitude Toward Using) H2 พฤตกิ รรมการใชงาน
การคลอยตามกลมุ อางองิ
(Usage behavior)
(Subjective Norm)
การรบั รูความสามารถในการใชง าน - ความถ่ใี นการใชงาน
(Perceived Behavioral Control)

ภาพท่ี 1 กรอบแนวคิดในการวจิ ยั
การทบทวนวรรณกรรม
ในงานวจิ ัยครง้ั นี้ ผูวิจยั ไดทบทวนแนวคิดและทฤษฎดี ังตอ ไปนี้

1. ทฤษฎีพฤติกรรมตามแบบแผน Ajzen (1991) ใหความหมายวา ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน เปน
ทฤษฎีทางจิตวิทยาสังคม ท่ีพัฒนามาจากทฤษฎีการกระทําดวยเหตุผล (Theory of Reasoned Action) ของ
Ajzen และ Fishbein (1980) ทฤษฎีนี้อธิบายวา การแสดงพฤติกรรมของมนุษยจะเกิดจากการช้ีนําโดยความ
เช่ือ 3 ประการ ไดแก ความเช่ือเก่ียวกับพฤติกรรม ความเชื่อเกี่ยวกับกลุมอางอิง และความเช่ือเก่ียวกับ
ความสามารถในการควบคุม ซ่ึงความเช่ือแตละตัวจะสงผลตอตัวแปรตางๆ ทั้งนี้เนื่องจากพฤติกรรมการใชงาน
แอปพลิเคชัน KineMaster นั้น ตองดูทัศนคติของบุคคลตอพฤติกรรมการใชงาน ผูวิจัยจึงนําตัวแปรการคลอย
ตามกลุมอางอิง และการรับรูความสามารถในการใชงาน มาใชศึกษาถึงอิทธิพลของกลุมอางอิงท่ีมีตอพฤติกรรม
การใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ของกลมุ ผปู ระกอบการธรุ กจิ ออนไลนใ นประเทศไทย

2. ทฤษฎีการยอมรับเทคโนโลยี เปนทฤษฎีที่มีการพัฒนามาจากทฤษฎีการกระทําตามหลักเหตุและ
ผล และเปนทฤษฎีท่ีไดรับการยอมรับในการอธิบาย รวมถึงการคาดการณพฤติกรรมการยอมรับเทคโนโลยีของ

482

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

บุคคล (Davis et al., 1989) นอกจากน้ี ศศิพร เหมือนศรีชัย (2555) ใหคํานิยามของการยอมรับเทคโนโลยีวา
เปนปจจัยสําคัญในการใชงานและอยูรวมกับเทคโนโลยี จากการที่ไดใชเทคโนโลยีทําใหเกิดประสบการณความรู
ทักษะ และความตองการใชงานเทคโนโลยี จากทฤษฎีที่กลาวมาน้ัน เกิดไดจากการทดลองใชและเกิดประโยชน
ตางๆ จึงทําใหเกิดการใชซ้ํา ซึ่งผูวิจัยไดศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีตางๆ ไมวาจะเปนเทคโนโลยีอินเทอรเน็ต
แอปพลิเคชนั รวมถงึ สอ่ื สังคมออนไลน โดยนาํ ทฤษฎกี ารยอมรับเทคโนโลยมี าศึกษาวิจยั ครั้งนี้ เพ่อื วดั การรบั รูถึง
ประโยชน และความงายของแอปพลิเคชัน วาหลังจากที่กลุมผูใชงานมีการรับรูในตัวแปรทั้งสองแลว ตัวแปรใด
สง ผลตอ ทัศนคตทิ ่ีทําใหเกิดการยอมรับการใชง าน

3. ทฤษฎีพฤติกรรมผูบริโภค เสรี วงษมณฑา (2548) ไดกลาววา พฤติกรรมบริโภค คือ พฤติกรรม
การแสดงออกของบุคคลแตละบุคคล ซ่ึงผูบริโภคคาดวาจะสามารถตอบสนองความตองการของตนเองได โดย
ผูวิจัยไดใชแนวคิดและทฤษฎีเก่ียวกับพฤติกรรม มาเปนแนวทางในการพัฒนารูปแบบของแบบสอบถาม เพ่ือใช
ในการนํามาวิเคราะหตลาดเปาหมาย ใหผูพัฒนาแอปพลิเคชันปรับปรุงแอปใหตรงกับความตองการของ
กลุมเปาหมายใหไดมากย่ิงข้ึน ซึ่งก็คือผูประกอบการธุรกิจออนไลนรวมถึงผูท่ีสนใจในการผลิตส่ือวิดีโอ ให
สามารถใชงานไดอยางมีประสิทธิภาพ และนําไปสูเปาหมายทางธุรกิจ อาทิ พฤติกรรมการเลือกใชงาน การ
ตัดสินใจใชงาน การใชงานแอปพลิเคชันนั้นซํ้า ระยะเวลาในการใชงาน รวมถึงฟงกชันที่ตอบโจทยสําหรับการใช
งาน
ระเบยี บวิธีการวิจัย

การศึกษาวิจัยคร้ังนี้ เปน วจิ ัยเชิงปรมิ าณ ดวยวิธกี ารวิจัยเชิงสํารวจ โดยประชากรที่ใชในการศึกษา มี
อายุ 18 ปข้ึนไป ซ่ึงเปนผูประกอบการธุรกิจออนไลนที่ใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster และเปนสมาชิกใน
Facebook Fanpage และ Line Openchat ของ KineMaster Thailand โดยผูวิจัยใชวิธีการสุมตัวอยางแบบ
หลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) ใหไดกลุมตัวอยางจํานวนทั้งส้ิน 400 คน ท้ังนี้ผูวิจัยแบงการสุมเปน 2
ข้ันตอนท้ังแบบอาศัยความนาจะเปน และไมอาศัยความนาจะเปน โดยในขั้นตอนท่ี 1 ผูวิจัยใชการสุมตัวอยาง
แบบชั้นภูมิ ซ่ึงเปนแบบอาศัยความนาจะเปน และขั้นตอนท่ี 2 ผูวิจัยใชการสุมแบบการกําหนดโควตา ซ่ึงเปน
การสมุ แบบไมอ าศัยความนาจะเปน โดยมีรายละเอยี ดดังน้ี

ข้ันตอนท่ี 1 การสุมชองทาง ผูวิจัยใชวิธีการสุมแบบชั้นภูมิตามชองทางสื่อโซเซียลมีเดีย (Stratified
Sampling) โ ด ย ป ร ะก อ บ ไ ป ด วย Facebook Fanpage (ไ ด แ ก KineMaster Thailand, Kinemaster
Professional Editors, KineMaster Thailand Official, และ KineMaster Community) และ Line Openchat
(ไดแก KineMaster, สอนใช KineMaster ฟรี, KineMaster by Chai, และCapcut kinemaster ibis paint)
จากน้ัน ผูวิจัยไดทําการสุมอยางงายโดยการจับสลาก Facebook Fanpage มาจํานวน 2 เพจ และ Line
Openchat มาจํานวน 2 หอง ไดชองทางดังน้ี 1.Facebook Fanpage KineMaster Thailand และ
KineMaster Community 2.Line Openchat KineMaster และ KineMaster by Chai

ขั้นตอนที่ 2 การสุมคนจากแตละชองทาง ผูวิจัยใชวิธีการสุมคนจากแตละชองทางส่ือโซเซียลมีเดีย
โดยการกําหนดโควตา (Quota Sampling) ซึ่งผูวิจัย เขาเก็บขอมูลกลุมตัวอยางจากแตละเพจ และแตละหอง
แชท ชอ งทางละ 100 คน จนครบจาํ นวน 400 คน

โ ด ย ใ ช แ บ บ ส อ บ ถ า ม อ อ น ไ ล น (Online Questionnaire) ใ น ก า ร เ ก็ บ ร ว บ ร ว ม ข อ มู ล
ซึ่งประกอบไปดวย คําถามปลายปด (Closed-Ended Question) และคําถามปลายเปด (Open-Ended
Question) โดยแบบสอบถามแบงออกเปน 7 สวนไดแก ลักษณะทางประชากร การรับรูประโยชน การรับรู

483

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

ความงาย ทัศนคติตอการใชง าน การคลอยตามกลมุ อางอิง การรับรูค วามสามารถ และพฤตกิ รรมการใชงาน โดย
ใชมาตรวัดแบบประมาณคา 5 ระดบั (Likert Scale)

ในการวิเคราะหขอมูลสถิติเชิงพรรณนา ผูวิจัยใชการแจกแจงความถ่ี รอยละ และคาเบ่ียงเบน
มาตรฐาน สวนสถิติเชิงอนุมาน ผูวิจัยใช t-test การวิเคราะหความแปรปวนทางเดียว และการวิเคราะหถดถอย
เชงิ พหคุ ูณ ในการทดสอบสมมตฐิ านของการวิจยั
ผลการวิจัย

สว นท่ี 1 การวิเคราะหส ถิตเิ ชิงพรรณนา (Descriptive Statistic Analysis)
ลักษณะทางประชากรของกลุมตัวอยางสวนใหญ เปนเพศหญิง จํานวน 228 คน คิดเปนรอยละ

57.00 มีอายุ 25-29 ป จํานวน 161 คน คิดเปนรอยละ 40.25 มีระดับการศึกษา ปริญญาตรี จํานวน 277 คน
คิดเปนรอยละ 69.25 ทําธุรกิจประเภทสินคา จํานวน 227 คน คิดเปนรอยละ 56.75 และมีรายได 35,001-
55,000 บาท จาํ นวน 178 คน คดิ เปน รอยละ 44.50

การรับรูประโยชนของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster มีคาเฉล่ียเทากับ 3.75 สวนเบ่ียงเบน
มาตรฐานเทากับ 0.56 ในภาพรวมอยูในระดับมาก การรับรูความงายของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.75 สวนเบ่ียงเบนมาตรฐานเทากับ 0.60 ในภาพรวมอยูในระดับมาก ทัศนคติตอการใชงาน
แอปพลิเคชัน KineMaster มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.74 สวนเบ่ียงเบนมาตรฐานเทากับ 0.56 ในภาพรวมอยูในระดับ
มาก การคลอยตามกลุมอางอิงของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster มีคาเฉล่ียเทากับ 3.72 สวนเบี่ยงเบน
มาตรฐานเทากับ 0.62 ในภาพรวมอยูในระดับมาก การรับรูความสามารถของการใชงานแอปพลิเคชัน
KineMaster มีคาเฉล่ียเทากับ 3.73 สวนเบ่ียงเบนมาตรฐานเทากับ 0.62 ในภาพรวมอยูในระดับมาก และ
พฤติกรรมการใชงานในดานความถี่ พบวา กลุมตัวอยางมีการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster โดยมีคาสูงสุด
เทากับ40 คร้ังตอสัปดาห มีคาตํ่าสุดเทากับ 1 ครั้งตอสัปดาห และมีคาเฉลี่ยเทากับ 11.07 คร้ังตอสัปดาห สวน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน เทากบั 9.31

สวนท่ี 2 การวิเคราะหสถิตเิ ชงิ อนมุ าน (Inferential Statistic Analysis)
สมมติฐานที่ 1 ลักษณะทางประชากรตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster

ที่แตกตางกนั
สมมติฐานที่ 1.1 เพศ ตางกัน จะมพี ฤติกรรมการใชงานแอปพลเิ คชัน KineMaster ท่แี ตกตา งกนั

ตารางท่ี 1 ตารางแสดงผลการศึกษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster จําแนก
ตามเพศ

เพศ จํานวน คาเฉลี่ย S.D. t df Sig.
ชาย 172 10.42 9.068 -1.201 398 .231
หญงิ 228 11.55 9.479

จากตารางที่ 1 พบวา เพศตางกันจะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ท่ีไม
แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ท้ังนี้เพศหญิงมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน
KineMaster มีคาเฉล่ียเทากับ 11.55 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 9.479 ขณะท่ีเพศชายมีพฤติกรรมการใช
งานแอปพลเิ คชนั KineMaster มคี า เฉล่ียเทา กับ 10.42 สว นเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 9.068

484

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

สมมติฐานท่ี 1.2 อายุ ตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ท่ีแตกตางกัน
ตารางท่ี 2 ตารางแสดงผลการศึกษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster จําแนก
ตามอายุ
อายุ คาเฉลยี่ F (3,396) P Post-hoc
Analysis

1. ตาํ่ กวา 25 ป 14.66 3.185 .024* 2 < 1,3,4
3 < 1,4
2. 25-29 ป 9.91 4<1
3. 30-34 ป 11.04

4. ตัง้ แต 35 ป ขนึ้ ไป 11.97

*มนี ัยสาํ คญั ทางสถิติที่ระดบั .05

จากตารางท่ี 2 พบวา อายุตางกันจะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
ท่ีแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยอายุตํ่ากวา 25 ป มีคาเฉลี่ยของพฤติกรรมการใชงาน
แอปพลิเคชัน KineMaster สูงสุด เทากับ 14.66 รองลงมาคือ อายุต้ังแต 35 ป ขึ้นไป มีคาเฉลี่ยของพฤติกรรม
การใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster เทากับ 11.97 อายุ 30-34 ป มีคาเฉลี่ยของพฤติกรรมการใชงานแอป
พลิเคชัน KineMaster เทากับ 11.04 และ อายุ 25-29 ป มีคาเฉล่ียของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน
KineMaster เทากับ 9.91

นอกจากนี้เม่ือทาํ การเปรียบเทยี บคาเฉลยี่ รายคู (Post-hoc Analysis) พบวา กลุมตวั อยา งท่มี อี ายุ
25-29 ป มี พฤติ กรรมการใช งานแอปพลิ เคชั น KineMaster น อยกว ากลุ มตั วอย างที่ มี อายุ
ต่ํากวา 25 ปก ลมุ ตวั อยา งท่มี ีอายุ 30-34 ป และกลุม ตวั อยางท่มี ีอายุ ตงั้ แต 35 ป ข้นึ ไป ขณะท่กี ลมุ ตัวอยางที่มี
อายุ 30-34 ป มีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster นอยกวา กลุมตัวอยางที่มีอายุ ตํ่ากวา 25 ป
และกลมุ ตัวอยา งทีม่ ีอายุ ตง้ั แต 35 ป ข้นึ ไป และกลุม ตวั อยา งทม่ี อี ายุ ตั้งแต 35 ป ขึน้ ไป มีพฤตกิ รรมการใชงาน
แอปพลเิ คชนั KineMaster นอยกวา กลมุ ตวั อยา งทมี่ ีอายุ ต่ํากวา 25 ป

สมมติฐานท่ี 1.3 ระดับการศึกษา ตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ที่
แตกตา งกนั
ตารางท่ี 3 ตารางแสดงผลการศึกษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster จําแนก
ตามระดับการศึกษา
ระดับการศึกษา คาเฉลี่ย F (2,397) P Post-hoc
Analysis
1. ต่าํ กวาปริญญาตรี 12.38 4.635 .010* 2<1
2. ปริญญาตรี 11.58 3 < 1,2

3. สูงกวาปริญญาตรี 8.10

*มีนยั สาํ คญั ทางสถติ ิท่ีระดบั .05

จากตารางที่ 3 พบวา ระดับการศึกษาตางกันจะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
ที่แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุมตัวอยางที่มีระดับการศึกษาตํ่ากวาปริญญาตรี มี
คาเฉล่ียของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster สูงสุด เทากับ 12.38 รองลงมาคือกลุมตัวอยางท่ีมี

485

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

ระดับการศึกษาปริญญาตรี มีคาเฉล่ียของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster เทากับ 11.58 และ
กลมุ ตัวอยางทีม่ ีระดบั การศกึ ษาสูงกวาปรญิ ญาตรี มคี าเฉล่ยี ของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
เทากับ 8.10
นอกจากนี้เม่ือทําการเปรียบเทียบคาเฉล่ียรายคู (Post-hoc Analysis) พบวา กลุมตัวอยางท่ีมี
ระดับการศึกษาปริญญาตรี มีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster นอยกวา กลุมตัวอยางท่ีมีระดับ
การศึกษาตํ่ากวาปริญญาตรี ขณะที่กลุมตัวอยางที่มีระดับการศึกษาสูงกวาปริญญาตรี มีพฤติกรรมการใชงาน
แอปพลิเคชัน KineMaster นอยกวากลุมตัวอยางที่มีระดับการศึกษาต่ํากวาปริญญาตรี และ กลุมตัวอยางที่มี
ระดับการศกึ ษาปริญญาตรี
สมมติฐานท่ี 1.4 ประเภทธุรกิจ ตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ท่ี
แตกตางกนั
ตารางที่ 4 ตารางแสดงผลการศึกษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster จําแนก
ตามประเภทธรุ กิจ
ประเภทธรุ กิจ จาํ นวน คา เฉล่ีย S.D. t df Sig.

ธุรกจิ ประเภทสินคา 227 11.49 9.337 1.048 398 .295

ธรุ กิจประเภทบริการ 173 10.51 9.273

จากตารางที่ 4 พบวา ประเภทธุรกิจตางกันจะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
ที่ไมแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ท้ังน้ีกลุมตัวอยางที่ประกอบธุรกิจประเภทสินคา มี
พฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster มีคาเฉล่ียเทากับ 11.49 สวนเบ่ียงเบนมาตรฐานเทากับ 9.337
ขณะทกี่ ลมุ ตัวอยางทปี่ ระกอบธรุ กิจประเภทบริการ มพี ฤตกิ รรมการใชงานแอปพลเิ คชัน KineMaster มคี า เฉล่ีย
เทา กบั 10.51 สว นเบ่ียงเบนมาตรฐานเทา กับ 9.273
สมมติฐานท่ี 1.5 รายได ตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ท่ีแตกตาง
กัน
ตารางท่ี 5 ตารางแสดงผลการศึกษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster จําแนก
ตามรายได
รายไดเ ฉลย่ี คาเฉลยี่ F (3,396) P Post-hoc Analysis

1. ตาํ่ กวา 15,000 บาท 6.40 75.104 .000* 1 < 2,3
3<2
2. 15,000 – 35,000 บาท 21.01 4 < 1,2,3
3. 35,001 – 55,000 บาท 12.03

4. 55,001 บาทขน้ึ ไป 5.11

*มนี ัยสาํ คญั ทางสถิตทิ รี่ ะดับ .05

จากตารางที่ 5 พบวา รายไดตางกันจะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ท่ี
แตกตางกัน อยา งมนี ัยสําคัญทางสถิตทิ ่ีระดบั .05 โดยกลุมตวั อยางที่มีรายได 15,000 – 35,000 บาท มีคาเฉลี่ย
ของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster สูงสุด เทากับ 21.01 รองลงมาคือกลุมตัวอยางที่มีรายได
35,001 – 55,000 บาท มีคาเฉล่ียของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster เทากับ 12.03 กลุม
ตัวอยางท่ีมีรายได ตํ่ากวา 15,000 บาท มีคาเฉลี่ยของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster เทากับ

486

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

6.40 และกลุมตัวอยางท่ีมีรายได 55,001 บาทขึ้นไป มีคาเฉล่ียของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน
KineMaster เทา กบั 5.11
นอกจากนี้เมื่อทําการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยรายคู (Post-hoc Analysis) พบวา กลุมตัวอยางท่ีมี
รายได ตํ่ากวา 15,000 บาท มีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster นอยกวา กลุมตัวอยางท่ีมีรายได
15,000 – 35,000 บาท และ กลุมตัวอยางท่ีมีรายได 35,001 – 55,000 บาท กลุมตัวอยางท่ีมีรายได 35,001 –
55,000 บาท มพี ฤติกรรมการใชงานแอปพลเิ คชนั KineMaster นอยกวา กลมุ ตัวอยา งทีม่ รี ายได 15,000 – 35,000
บาท และกลมุ ตวั อยา งทีม่ รี ายได 55,001 บาทข้นึ ไป มีพฤตกิ รรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster นอ ยกวา
กลุม ตัวอยา งทีม่ รี ายได ตาํ่ กวา 15,000 บาท กลมุ ตัวอยา งที่มีรายได 15,000 – 35,000 บาท และกลมุ ตัวอยางท่ี
มีรายได 35,001 – 55,000 บาท
สมมตฐิ านที่ 2 การรบั รูประโยชน การรับรูความงาย ทัศนคติตอ การใชงาน การคลอ ยตามกลุม อางอิง
และการรบั รคู วามสามารถในการใชงาน มีอทิ ธพิ ลรว มกนั ตอพฤติกรรมการใชง านแอปพลิเคชนั KineMaster
ตารางท่ี 6 ตารางแสดงผลการวิเคราะหการถดถอยพหุเพื่อแสดงอิทธิพลรวมของการรับรูประโยชน การรับรู
ความงาย ทศั นคติตอ การใชง าน การคลอยตามกลุมอางอิง และการรับรูความสามารถในการใชงานตอพฤติกรรม
การใชงานแอปพลิเคชนั KineMaster
ตวั แปรอิสระ b Beta (β) t Sig. t

1.การรับรปู ระโยชน .895 .054 .919 .359

2. การรับรคู วามงาย 2.707 .174 2.650 .008*

3.ทัศนคติตอการใชงาน 1.426 .086 1.294 .196

4.การคลอ ยตามกลมุ อางองิ 2.607 .174 2.835 .005*

5.การรับรูความสามารถในการใชง าน 2.555 .171 2.702 .007*

Adjusted R2 = .302, F = 35.451, Sig. F = .000*

*มีนัยสาํ คญั ทางสถิติท่รี ะดับ .05

จากตารางที่ 6 พบวา กลุมของตัวแปรอิสระ 5 ตัว ไดแก การรับรูประโยชนของการใชงานแอปพลิเค
ชัน KineMaster การรับรูความงายของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ทัศนคติตอการใชงานแอปพลิเค
ชัน KineMaster การคลอยตามกลมุ อางองิ ของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster และการรบั รูค วามสามารถ
ในการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster สามารถรวมกันอธิบายการแปรผันของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเค
ชัน KineMaster ไดรอยละ 30.2 (Adjusted R2 = .302) และเม่ือควบคุมอิทธิพลของตัวแปรอิสระตัวอื่น ๆ ให
คงที่แลว มีตัวแปรอิสระเพียง 3 ตัว ท่ีมีอิทธิพลตอพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster อยางมี
นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 ไดแก การรับรูความงายของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster (β = .174)
การคลอยตามกลุมอางอิงของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster (β = .174) และการรับรูความสามารถใน
การใชงานแอปพลเิ คชัน KineMaster (β = . 171)

อภปิ รายผลการวิจัย
ในสว นของการอภปิ รายผล ผูวจิ ัยจะอภิปรายตามวัตถปุ ระสงคโดยแบงเปน 2 สวน ดงั นี้

487

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

1. ผลการศึกษาความแตกตางของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ของผูประกอบการ
ธรุ กิจออนไลนในประเทศไทยจําแนกตามลกั ษณะทางประชากร

อายุ ผลการศึกษาพบวา อายุที่ตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ท่ี
แตกตางกนั ทัง้ นเ้ี น่ืองจากชว งวยั ท่ีตางกัน จะมีความสามารถในการตีความตอเรือ่ งตางๆ ทเ่ี ขามาไดไ มเ หมือนกัน
คนท่ีมีอายุมากก็อาจพบเจอส่ิงตางๆกอนคนอายุนอย ดวยประสบการณจึงทําใหสามารถเขาใจ และตีความตอ
ประเด็นตางๆไดงายมากกวา ซ่ึงสอดคลองกับแนวคิดของ ก่ิงแกว ทรัพยพระวงศ (2546) เรื่องความคิด
ละเอียดละออ ซ่ึงเปนองคประกอบหนึ่งของความคิดสรางสรรค พบวา อายุหรือวัยเปนปจจัยที่ทําใหคนมีความ
แตกตางในเรื่องความคิด และพฤติกรรม บุคคลที่มีอายุมากจะมีพฤติกรรมการตอบสนองตอการติดตอสื่อสาร
ตางจากบุคคลท่ีมีอายุนอย ทั้งน้ีผลการวิจัยพบวา กลุมผูประกอบการธุรกิจออนไลนท่ีอายุตํ่ากวา 25 ป มี
คาเฉลี่ยของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster สูงสุด เนื่องดวยแอปพลิเคชัน KineMaster เปน
แอปพลิเคชันที่เกิดขึ้นในยุคปจจุบัน ทําใหคนรุนกอนเขาถึงไดนอยกวาคนรุนหลัง ซึ่งผูประกอบการธุรกิจ
ออนไลนในยุคกอน อาจชินกับการใชซอฟตแวรจากคอมพิวเตอรเปนหลัก แตในยุคปจจุบัน คนรุนหลังจะใชแอป
พลเิ คชันทีม่ าจากสมารต โฟน และแทบ็ เลต็ เปนหลกั

ผลการศึกษาพบวา ระดับการศึกษาตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster
ท่ีแตกตางกัน ท้ังน้ีเน่ืองจากระดับการศึกษา เปนปจจัยที่ทําใหการรับรูของบุคคลแตกตางกัน ซ่ึงคนที่มีระดับ
การศึกษาสูง จะเปนผูที่มีความรูสามารถตีความขอมูลขาวสาร หรือเรื่องราวตางๆไดดีกวาคนที่มีระดับการศกึ ษา
ท่ีนอยกวา ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัยของ ภานุวัฒน กองราช (2554:154) เรื่องการศึกษาพฤติกรรมการใช
เครือขายสังคมออนไลนกรณีศึกษา Facebook ในประเทศไทย พบวา ผูใชท่ีมีระดับการศึกษาที่แตกตางกัน มี
พฤตกิ รรมการใชเครือขายสังคมดานความถ่ีแตกตางกัน ทงั้ นีผ้ ลการวิจยั พบวา กลุมผปู ระกอบการธุรกิจออนไลน
ที่มีระดับการศึกษาต่ํากวาปริญญาตรี มีคาเฉลี่ยของพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster สูงสุด เห็น
ไดวาระดับการศึกษาของวัยนิสิตนักศึกษา เปนวัยที่กําลังเรียนรูเพื่อฝกฝน หาประสบการณในการริเริ่ม
ประกอบการธุรกิจออนไลน และยังเปนวัยที่เขาถึงแอปพลิเคชันบนสมารตโฟนคอนขางมาก จึงใชงานแอปพลิเค
ชัน KineMaster มากที่สดุ

รายได ผลการศึกษาพบวา ตางกนั จะมีพฤติกรรมการใชง านแอปพลเิ คชนั KineMaster ทแี่ ตกตา ง
กัน ผลการวิจัยพบวา กลุมผูประกอบการธุรกิจออนไลนที่มีรายได 15,000 – 35,000 บาท มีคาเฉลี่ยของ
พฤตกิ รรมการใชง านแอปพลเิ คชัน KineMaster สงู สุด ทั้งน้ีเนือ่ งจากความแตกตางของรายได สอดคลองกับการ
ทํางาน ซ่ึงผูประกอบการธุรกิจออนไลนที่มีรายไดในกลมุ นี้ จะอยูในชวงของระดับการปฏิบัติงานดวยตนเอง โดย
มีต้ังแตผูประกอบการธุรกิจออนไลนที่กําลังริเริ่ม ตลอดจนผูที่มีความเช่ียวชาญในการใชงานแอปพลิเคชัน
KineMaster ซ่ึงสอดคลองกับผลงานวิจัยของ ฉลองศรี พิมลสมพงศ (2548) ที่กลาวถึงปจจัยทางประชากรวา
อายุ ระดบั การศกึ ษา รายได ลวนเปน ปจ จยั ทสี่ งผลตอ ความตองการสนิ คา และบริการตางๆ ที่แตกตางกนั ออกไป
ซึ่งลักษณะทางประชากรท่ีแตกตางกัน ก็จะสงผลใหพฤติกรรม การเปดรับส่ือและความสนใจในเรื่องตางๆของ
แตละบุคคลแตกตางกัน

ในสวนของลักษณะทางประชากรอีก 2 ตัวแปรไดแก เพศ และประเภทธุรกิจ พบวา มีพฤติกรรม
การใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ท่ีไมแตกตางกัน ซ่ึงไมเปนไปตามสมมติฐานการวิจัย สามารถอธิบายได
ดังน้ี

เพศ ผลการศึกษาพบวา เพศตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ที่ไม
แตกตางกนั ทงั้ นเี้ นอ่ื งจากในปจ จุบนั ไมวาจะเพศหญิง หรอื ชาย ตางกม็ กี ารเขาถึงเทคโนโลยีไดเหมือนกนั การใช
ชีวิต การดําเนินธุรกิจ และการทํางาน ตางก็มีวัตถุประสงคที่คลายกัน ซ่ึงสอดคลองกับผลการวิจัยของ ศตพล

488

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

พนิชศักดิพัฒนา (2559) ไดทําการวิจัยเรื่อง ทัศนคติของประชาชนชาวจังหวัดสกลนครที่มีตอการบริหารงาน
ขององคก ารบริหารสว นจังหวัดสกลนคร: ศกึ ษาในหวงเวลาป พ.ศ. 2559 พบวา ประชาชนชาวจงั หวดั สกลนครท่ี
มเี พศแตกตา งกนั มีทัศนคติตอการบริหารงานขององคก ารบรหิ ารสวนจังหวดั สกลนครโดยรวมไมแตกตา งกัน

ประเภทธุรกิจ ผลการศึกษาพบวา ประเภทธุรกิจตางกัน จะมีพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน
KineMaster ท่ีไมแตกตางกัน ท้ังน้ีเนอ่ื งจากผทู ที่ ําธุรกิจประเภทสินคา หรือธุรกจิ ประเภทบริการ ตางกม็ กี ารใช
เทคโนโลยี หรือเครื่องมือในการสื่อสารการตลาดท่ีเหมือนกัน ไมวาจะเปนการทําคอนเทนต หรือการผลิตส่ือ
วิดีโอในการโฆษณาทางดานบริการ หรือดานการขายสินคา ท่ีเหมือนกัน ซ่ึงสอดคลองกับแนวคิดของ เรวัฒน
ชาตรวี ิศิษฎ และคณะ (2553) ทก่ี ลา ววา การบริหารท่ีรวดเร็วท่ีสงผลโดยตรงตอลูกคา และกอ ใหเกดิ ผลดใี นดาน
การพฒั นาผลติ ภณั ฑ/ การบรกิ าร การผลิตสนิ คา/บริการไดต รงตามความตอ งการของลูกคา

2. ผลการศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ของ
ผูประกอบการธุรกจิ ออนไลนในประเทศไทย

จากการวเิ คราะหถ ดถอยเชิงพหทุ พ่ี บวา การรบั รคู วามงาย การคลอ ยตามกลมุ อางอิง และการรับรู
ความสามารถ มีอิทธิพลตอ พฤตกิ รรมการใชง าน ดงั นนั้ ผวู จิ ยั จงึ ขอนาํ ตวั แปรเหลานมี้ าอภิปรายผลดังนี้

การรบั รูความงาย ผลการทดสอบสมมติฐานพบวา การรับรคู วามงายมีอทิ ธิพลตอพฤติกรรมการใช
งานแอปพลิเคชัน KineMaster เนื่องดวยแอปพลิเคชัน KineMaster เปนแอปพลิเคชันที่ใชงานงาย สะดวก ไม
ยุงยากซับซอน จึงทําใหผูใชสามารถเรียนรูไดอยางรวดเร็ว อีกท้ังยังรองรับกับอุปกรณท่ีหลากหลาย ซ่ึง
สอดคลองกับ การรับรูความงายในแบบจําลองของ TAM ท่ีเสนอโดย (Davis et al., 1989) ระบุวา การรับรู
ความงายมีความสัมพันธกับเจตนาเชิงพฤติกรรม โดยผูใชงานจะรับรูถึงความงายไดเม่ือไมตองใชความพยายาม
ในการใชงาน ดวยรูปแบบของระบบท่ีมีการพัฒนาอยูเสมอ เพื่อใหสอดคลองกับการใชงานดานการผลิตส่ือวิดีโอ
ก็เปนปจจัยที่สําคัญท่ีทําใหเกิดการรับรูถึงความงายไดอีกดวย เมื่อระบบการใชงานสามารถใชงานไดงาย ทําให
ผูใชสามารถใชงานสามาถผลิตสื่อวิดีโอไดอยางรวดเร็ว สมบูรณ อีกทั้งยังสงผลใหผูใชงานมีความรูสึกอยาก
เรียนรูในแตละฟงกชั่น รวมถึงคุณสมบัติอ่ืนๆของแอปพลิเคชัน KineMaster ดวย จึงทําใหเกิดการตัดสินใจใช
งานในที่สุด ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยของ วริษฐา สุริยไพฑูรย (2560) ท่ีไดทําการวิจัยเรื่อง อิทธิพลของการรับรู
ความมีประโยชนและความงายในการใชงานท่ีสงผลตอความต้ังใจซ้ือสินคาแฟชั่นของผูบริโภคผานระบบพาณิชย
บนโทรศัพทเคล่ือนท่ี โดยผบการศึกษาพบวา การรับรูความมีประโยชนและความงายในการใชงานมีอิทธิพลเชิง
บวกตอ ทัศนคติในการซ้ือสนิ คา ผา นระบบพาณิชยบ นโทรศัพทเ คล่ือนที่

การคลอยตามกลุมอางอิง ผลการทดสอบสมมติฐานพบวา การคลอยตามกลุมอางอิงมีอิทธิพลตอ
พฤตกิ รรมการใชงานแอปพลเิ คชัน KineMaster เห็นไดว าครอบครัวเปน สวนสาํ คัญที่ชวยตัดสินใจในการเลือกใช
งาน แอปพลิเคชันสําหรับการผลิตสื่อวิดีโอน้ัน มีมากมาย มีท้ังฟรีและเสียเงิน โดยแตละแอปพลิเคชัน มี
คุณสมบัติท่ีแตกตางกัน ข้ึนอยูกับความสอดคลองกับวัตถุประสงค และรายละเอียดยอยของการใชงาน การ
เลือกใชงานแอปพลิเคชันนั้นคอนขางมีความสําคัญกับผูใช หากเลือกแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย และครอบคลุม
กับงาน ก็จะชวยประหยัดคาใชจายได ทําใหไมตองซ้ือแพ็กเกจการใชงานแอปพลิเคชันแบบโปรในหลายๆแอป
พลิเคชัน รองลงมาจะเห็นไดวาเปอรเซ็นตการคลอยตามกลุมอางอิง ในการชวยตัดสินใจหรือแนะนําใหใชงาน
แอปพลิเคชัน KineMaster คือพ่ีนอง ถัดไปจะเปนคนรัก (แฟน) ครูอาจารย และเพ่ือน ซึ่งนอกจากคนใน
ครอบครัวแลว บุคคลอ่ืนในสังคม หรือผูที่มีประสบการณในการใชงานแอปพลิเคชันสําหรับการผลิตสื่อวิดีโอ
หรืออาจจะเปนการกระทําส่ิงอ่ืนที่เราสนใจ ก็ทําใหมีอิทธิพลในการใหคลอ ยตามและปฏิบัติตามได ซึ่งสอดคลอง
กับผลการสํารวจของ มูลนิธิสถาบันครอบครัวไทย (พชร แกวเขียว, 2555) ที่ระบุวา พฤติกรรมของวัยรุน มักจะ
ชอบอะไรท่ีคลายๆกัน ท่ีเปนไปในลักษณะเดียวกัน และวัยรุนตอนตนมักจะคบกับเพื่อนที่มีความคลายคลึงกัน

489

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

และสามารถตอบสนองความตองการของกันและกันได หากย่ิงตอบสนองความตองการของกันและกันไดมาก
เทาใดความสัมพนั ธก ย็ ิง่ เหนยี วแนนมากข้ึนเทา น้ัน

การรับรูความสามารถในการใชงาน ผลการทดสอบสมมติฐานพบวา การรับรูความสามารถในการ
ใชงาน มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster โดยการรับรูความสามารถของการใชงาน
นน้ั เกดิ จากผใู ชรับรถู ึงขนั้ ตอนในการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaser ไดเปนอยา งดี ซงึ่ การรับรถู ึงขนั้ ตอนตางๆ
ในการใชงานแอปพลิเคชันไดน้ัน สง ผลใหสามารถผลิต และสรางสรรคผ ลงานท่ดี ีได และการใชง านแอปพลิเคชัน
ในแตละฟงกชันไดอยางมืออาชีพนั้น อาจตองมีการสมัครแพ็กเกจเปนแบบโปร ทําให ตอบโจทยในการ
สรางสรรคผลงานใหดีย่ิงขึ้น ซ่ึงเห็นไดวากลุมตัวอยางผูประกอบการธุรกิจออนไลน รับรูวาตนเองสามารถชําระ
คาบริการของแอปพลิเคชันได ซึ่งชวยใหสามารถปลดล็อคฟงกชันใหมๆ รวมถึงทําใหการผลิตสื่อวิดีโอน้ันเสร็จ
เร็วยิ่งข้ึน ตลอดจนสามารถสรางสรรคผลงานไดในระยะเวลาท่ีกําหนดซ่ึงสอดคลองกับในทฤษฎีพฤติกรรมตาม
แผน ในสวนบทบาทของความเชื่อไดระบุวา การรับรูความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม เปนการรับรูของ
บุคคลวา เปนการยากหรืองายที่จะทําพฤติกรรมน้ันๆ ถาบุคคลเชื่อวา มีความสามารถท่ีจะกระทําพฤติกรรมใน
สภาพการณน้ันได และสามารถควบคุมใหเกิดผลดังต้ังใจ เขาก็มีแนวโนมท่ีจะทําพฤติกรรมน้ัน (สุวรรณา วรยะ
ประยูร, 2548) ทั้งนี้เน่ืองจากการรับรูความสามารถในการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster มีอิทธิพล ตอ
เจตนาเชิงพฤติกรรม การที่ผูประกอบการธุรกิจออนไลนรับรูถึงความสามารถในการเรียนรูถึงขั้นตอนตางๆของ
การใชงานแอปพลิเคชัน ทําใหอยากผลิตส่ือวิดีโอและสรางสรรคผลงานตางๆในแบบท่ีตองการ จึงสงผลตอ
พฤติกรรมการในการเลอื กใชงานแอปพลเิ คชัน KineMaster ในท่สี ุด
ขอ เสนอแนะ

ขอ เสนอแนะจากงานวจิ ยั ในครง้ั น้ี
1. ผูพัฒนาแอปพลิเคชัน KineMaster ควรออกแบบแอปพลิเคชันใหสอดคลองกับกลุมเปาหมาย

ซึ่งผลการศึกษาพบวา กลุมผูประกอบการธุรกจิ ออนไลนท่มี ีพฤติกรรมการใชแอปพลเิ คชันสงู กวากลุมอื่นๆอยางมี
นัยสําคัญ คือผูท่ีมีอายุต่ํากวา 25 ป ระดับการศึกษาปริญญาตรี และมีรายไดเฉลี่ยตอเดือนอยูที่ 15,000 –
35,000 บาท ซึ่งผูพฒั นาควรใหค วามสําคัญ ในเรื่องของการรับรูประโยชนของการใชงาน การรับรคู วามงา ย การ
สรา งทัศนคติท่ีดี การใชกลุมอางอิงเพื่อใหเ กิดการคลอยตาม และการสรางรับรคู วามสามารถในการใชงาน ใหกบั
กลุมเปาหมาย นอกจากนี้ควรมีการจัดการรูปแบบในสวนของฟงกชัน และรูปแบบของเครื่องมือตาง ๆ ใน
แอปพลเิ คชัน ใหต อบโจทยก บั กลมุ เปา หมายกลุมนี้ใหม ากท่สี ุด

2. จากผลการศึกษาท่ีพบวา การรับรูความงาย การคลอยตามกลุมอางอิง และการรับรู
ความสามารถในการใชงาน มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการใชงานของผูประกอบการธุรกิจออนไลน ดังนั้นผูพัฒนา
แอปพลเิ คชันควรมีการจดั การ และพัฒนาการใชงานในดานตา งๆดังนี้

ดานการรับรูความงาย ผูพัฒนาแอปพลิเคชันควรพัฒนาในสวนของรูปแบบการใชงานใหมี
ความงายท่ีมากข้ึน มีขั้นตอนวิธีการใชงานท่ีชัดเจน และใหกลุมผูใชงานสามารถเรียนรูไดอยางรวดเร็ว ซ่ึงก็จะ
สงผลใหผปู ระกอบการธุรกจิ ออนไลนมกี ารใชงานแอปพลิเคชันเพิ่มมากขน้ึ

ดา นการคลอยตามกลุม อางอิง ผูพฒั นาแอปพลิเคชนั ควรมกี ารสอ่ื สารไปยังสมาชกิ ในครอบครัว
ไดแก พอแม และพ่ีนอง ซึ่งถือเปนกลุมอางอิงท่ีสําคัญในการโนมนาวใหผูประกอบการธุรกิจออนไลนหันมาใช
งานแอปพลิเคชนั เพมิ่ มากขึ้น

ดานการรับรูความสามารถในการใชงาน ผูพัฒนาแอปพลิเคชันควรมีการจัดอบรมการใชงานใน
เพื่อสรางการรับรูความสามารถของการใชงานแอปพลิเคชัน KineMaster ใหกับผูประกอบการธุรกิจออนไลนใน

490

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

ประเด็นตาง ๆ ไดแก ข้ันตอนการใชงานแอปพลิเคชัน การสรางสรรคผลงานที่ดีจากการใชงานแอปพลิเคชัน
ความสามารถในการชําระคาบริการของแอปพลิเคชัน และความสามารถในการผลิตและตัดตอวิดีโอดวยตนเอง
จากแอปพลิเคชัน ซึ่งหากผูประกอบการธุรกิจออนไลนมีความสามารถในการใชงานแอปพลิเคชันที่เพ่ิมข้ึน ก็
ยอมสงผลใหผูประกอบการสามารถผลิตสื่อการสื่อสารการตลาดของผลิตภัณฑที่มีคุณภาพ อันจะทําให
ผปู ระกอบการสามารถขายสินคา และบรกิ ารไดเพ่มิ ข้นึ ทาํ ใหธ ุรกิจออนไลนมีการเตบิ โตมากยิ่งขึ้น

ขอ เสนอแนะสําหรบั งานวิจยั ในอนาคต
1. ควรศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอการใชงานแอปพลิเคชันอ่ืนๆที่ใชในการตัดตอสําหรับ

ผปู ระกอบการธรุ กิจออนไลน ไดแก LumaFusion, FilmoraGo, VivaVideo และ Vllo เปน ตน
2. ควรศึกษาแนวโนมของการนําเทคโนโลยีมาใชในการสื่อสารการตลาดของผูประกอบการธุรกิจ

ออนไลนในประเทศไทยเพม่ิ มากขนึ้
เอกสารอา งองิ
กง่ิ แกว ทรัพยพระวงศ. (2546). จิตวทิ ยาทั่วไป. กรุงเทพฯ: ไทยเจริญการพมิ พ.
ฉลองศรี พมิ ลสมพงศ. (2548). การวางแผนและการพัฒนาตลาดการทองเทยี่ ว. กรุงเทพฯ:

มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร.
พชร แกวเขียว. (2555). การยอมรบั การใชอนิ เทอรเ น็ตบนโทรศพั ทมอื ถอื ของวยั รนุ ในกรุงเทพฯ.

(วิทยานิพนธปริญญาศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร).
เรวัฒน ชาตรวี ิศษิ ฏ และคณะ. (2553). การจดั การเชงิ กลยุทธ (พิมพคร้ังที่ 2). กรงุ เทพฯ:

บริษทั อักษรเงินดี จาํ กัด.
ภานุวัฒน กองราช. (2554). การศึกษาพฤติกรรมการใชเครอื ขายสังคมออนไลน.

(วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร).
วริษฐา สรุ ิยไพฑูรย. (2560). อิทธิพลของการรบั รคู วามมปี ระโยชนแ ละความงา ยในการใชง านที่

สง ผลตอ ทัศนคติและความตั้งใจซอื้ สินคา แฟชนั่ ของผบู รโิ ภคผา นระบบพาณชิ ยบ น
โทรศัพทเคลอ่ื นท่ี. (วิทยานิพนธป ริญญามหาบัณฑติ , มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร) .
ศตพล พนิชศักด์พิ ฒั นา. (2559). ทัศนคติของ ประชาชนชาวจังหวดั สกลนครทีม่ ีตอการบริหารงาน
ขององคการบรหิ ารสวนจังหวดั สกลนคร. (สารนิพนธป ริญญามหาบณั ฑิต, มหาวิทยาลยั เกริก).
ศศิพร เหมือนศรีชัย. (2555). ปจ จยั ท่ีมผี ลตอการยอมรับ ERP Software ของผูใชงานดานบญั ช.ี
วารสารวชิ าชีพบัญช,ี 8(22), 38-51.
สวุ รรณา วิรยิ ะประยรู . (2548). พฤติกรรมการแบงปน แลกเปลย่ี นความรพู ฤติกรรมตามแผน.
สืบคนจาก http://www.mea. or.th/internet/hdd/hdd1.pdf
เสรี วงษม ณฑา. (2548). การวิเคราะหพฤติกรรมผบู รโิ ภค. กรุงเทพฯ: ธีระฟล มและไซเทก็ ซ.
Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human
Decision Processes, 50(2), 179-211.
Ajzen, I., & Fishbein, M. (1980). Understanding attitudes and predicting social
behavior. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
Davis, F. (1989). A technology acceptance model for empirically testing new end-
user information systems: theory and results Doctoral dissertation.
(Massachusetts Institute of Technology, Cambridge).

491

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

Iplandigital. (2021). พฤติกรรมการเสพยสือ่ วิดีโอในป 2020-2021. สืบคนจาก
https://www.iplandigital.co.th/youtube-marketing/video-content

492

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ความพงึ พอใจของผใู ชบ ริการและความคาดหวงั ตอหองเจาะเลอื ด
ของโรงพยาบาลสริ ินธร สํานกั การแพทย

จิรปรียา มอี ินถา01
นกั ศกึ ษาปริญญาโทหลักสตู รบริหารธุรกจิ มหาบณั ฑติ คณะบริหารธรุ กจิ

มหาวทิ ยาลัยรงั สติ
ชนะเกยี รติ สมานบตุ ร
อาจารยป ระจาํ สาขาวชิ าสาขาวิชาการจัดการโลจสิ ติกสแ ละซพั พลายเชน คณะบรหิ ารธุรกจิ

มหาวิทยาลยั รงั สติ
บทคัดยอ

การวิจัยคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค 1) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย จําแนกตามลักษณะประชากรศาสตร ไดแก เพศ อายุ อาชีพ รายได สิทธิ
การรักษา 2) เพ่ือศึกษาระดับความสัมพันธระหวางความคาดหวัง และความพึงพอใจของผูใชบริการหองเจาะ
เลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย เปนการวิจัยเชิงปริมาณโดยมี กลุมตัวอยางในการวิจัย คือ
ผูใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทยจํานวน 399 ราย โดยใชวิธีสุมตัวอยางแบบ
บังเอิญ และเก็บขอมูลแบบสอบถาม สถิติท่ีใชในการวิเคราะหขอมูลคือ คารอยละ คาความถ่ี คาเฉล่ีย คา
เบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานดวย คาสถิติการวิเคราะหความแปรปรวนทางเดียว และคา
สัมประสิทธิ์สหพันธแบบเพียรสัน ผลการวิจัยพบวา 1) ระดับความคาดหวังตอหองเจาะเลือดของโรงพยาบาล
สิรินธร สํานักการแพทย พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับมากที่สุด 2) ระดับความพึงพอใจของ
ผูใชบริการตอหองเจาะเลือดของโรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย ดานลักษณะทางกายภาพ ดาน
ผลิตภัณฑ ดานบุคลากร ดานกระบวนการบริการ พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับมากท่ีสุดและ
ดานชองทางการจัดจําหนาย ดานราคา ดานสงเสริมการตลาด พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับ
ระดับมาก 3) ลักษณะประชากรศาสตร ท่ีแตกตางกันมีผลตอระดับความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะ
เลือด ที่แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ 0.05 4) ระดับความคาดหวังของผูใชบริการมีความสัมพันธกับ
ระดับความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย พบวา มี
ความสมั พันธเชงิ บวก ตัวแปรท้งั สองตวั ไปในทศิ ทางเดยี วกันอยางมนี ยั สาํ คัญทางสถิติท่ีระดับ .05
คาํ สาํ คัญ: ความพงึ พอใจ ความคาดหวัง โรงพยาบาล

1 นักศึกษาปริญญาโทหลักสตู รบริหารธรุ กจิ มหาบัณฑติ คณะบรหิ ารธุรกจิ มหาวทิ ยาลยั รังสิต ต.หลกั หก อ.เมอื ง
จ.ปทุมธานี 12000 หมายเลขติดตอ: 064-550-1917 อเี มล: [email protected]

493

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

CUSTOMER SATISFACTION AND EXPECTATION
OF THE BLOOD COLLECTION ROOM AT SIRINDHORN HOSPITAL

Jirapreeya Meeinth1
Graduate Student, Master of Business Administration, Faculty of Business Administration

Rangsit University
Chanakiat Samarnbutra
Lecturer at Department of Logistics and Supply Chain Management, Faculty of Business Administration

Rangsit University
Abstract

This research aimed 1) To study the satisfaction level of service in the blood
collection room at Sirindhorn Hospital categorized by demographic characteristics such as sex,
age, occupation, income, and right to treatment and 2) the level of relationship between the
expectation and satisfaction of the service users in the blood collection room at Sirindhorn
Hospital. The research quantitatively employed a sample group of 399 users of the blood
collection room at Sirindhorn Hospital. The sampling method used accidental sampling and
the data collection was conducted by questionnaire. The statistics for data analysis consisted
of percentage, frequency, mean, standard deviation, and hypothesis testing with the tests of
statistical hypotheses including the independent sample: T-test, One Way Analysis of Variance
( ANOVA: F- test) , and Pearson Correlation Analysis. The result showed that 1) The overall
satisfaction level of service in the blood collection room at Sirindhorn Hospital among users
was high; 2) in terms of customer satisfaction towards the blood collection room at Sirindhorn
Hospital, the physical appearance of the medical office, the products, personnel, and service
processes, it was found that the opinions of the service users were at the highest level; 3) In
terms of the distribution channels, price, and marketing promotion, it was found that the
opinions of the service users were at a high level; 3) different demographic characteristics
affect the level of satisfaction with the service of the blood collection room that is significantly
different at 0.05; and 4) the level of expectation of the service users was positively correlated
to the level of satisfaction with using the services of the blood collection room and the
medical office at Sirindhorn Hospital with both variables in the same direction and statistically
significant at the .05 level.
Keywords: Satisfaction, Expectation, Hospital

1 Corresponding Author: Graduate Student, Master of Business Administration, Faculty of Business
Administration, Rangsit University. Contact Number: +6664-550-1917 Email: [email protected]

494

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

บทนาํ
โรงพยาบาลเปนสถานที่ใหบริการดานการแพทยและสาธารณสุขที่มีความจําเปนข้ันพ้ืนฐานในการ

ดํารงชีวิตโดยจะมุงเนนการสงเสริม ปองกัน รักษาและฟนฟูภาวะความเจ็บปวยหรือโรคตางๆทั้ง ทางรางกาย
และทางจิตใจแตดวยจํานวนประชากรท่ีมากขึ้น ปริมาณโรคติดตอ เพิ่มข้ึนและการกาวเขาสูสังคมผูสูงอายุ
(Aging society) ทําใหความตองการใชบริการดานสุขภาพมีมากข้ึน ซึ่งภาครัฐมีบทบาทสําคัญในการสราง
ระบบบริการสาธารณสุขข้ันพื้นฐานแกประชาชน แมวาปจจุบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทยจะ
พัฒนาอยางตอเนื่องแตยังมีประชาชนจํานวนมากในหลายพื้นที่เผชิญกับปญหาสุขภาพและการใหบริการดาน
สาธารณสุขที่ไมไดมาตรฐานความสามารถในการรับผูปวยของโรงพยาบาลของรัฐท่ีจํากัดทําใหประสบปญหา
ความแออัดของผูใชบริการ (วิโรจน ตั้งเจริญเสถียร, วรณัน วิทยาพิภพสกุล, วริศา พานิชเกรียงไกร, วลัยพร
พชั รนฤมล และแอนน มิลส, 2561)

โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย มีหนาท่ีในการใหบริการสาธารณสุขอยางมีประสิทธิภาพท้ัง
ทางดานการปองกันโรค การสงเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาลและการฟนฟูสภาพแกประชาชนในเขต
ลาดกระบัง หรือฝงกรุงเทพตะวันออก และยังมีหนาท่ีในการใหการรักษาพยาบาลแกผูปวยท่ีถูกสงมารักษาตอ
จากศูนยบริการสาธารณสุข ซ่ึงปจจุบันโรงพยาบาลมีขนาด 356 เตียง และอนาคตโรงพยาบาลจะมีการ
ยกระดับเปนตติยภูมิขนาด 800 เตียง ท่ีจะบูรณาการการดูแลผูปวยแบบครบวงจรอยางสมบูรณแบบในการ
รักษาพยาบาล โดยโรงพยาบาลก็มีความมุงหวังท่ีจะใหบริการของโรงพยาบาลดําเนินไปอยางมีประสิทธิภาพ
และไดผ ลเปนท่นี าพึงพอใจทีส่ ดุ

หอ งเจาะเลอื ดโรงพยาบาลสริ ินธร เปน ขน้ั ตอนหนึ่งในการเขามารับบริการ และเปนขน้ั ตอนที่สําคัญ
ที่ตองคํานึงถึงชีวิตของผูมารับบริการ การบริการจะตองมีนักเทคนิคการแพทยและนักวิทยาศาสตรการแพทย
เปนผูรับผิดชอบในการเจาะเลือดตลอดเวลา เพ่ือใหผูรับบริการมีความมั่นใจวาจะไดรับบริการท่ีมีคุณภาพ
ถูกตองและเหมาะสม เม่ือผูปวยเขามารับการรักษาท่ีโรงพยาบาลกอนที่พบแพทย จะตองมารับบริการเจาะ
เลือดจากเจาหนาท่ีหองเจาะเลือดกอน ซ่ึงเจาหนาท่ีหองเจาะเลือดจะเปนผูทําการเจาะเลือดนําไปตรวจการ
วิเคราะหผลในหองปฏิบัติการ ดูรายการตรวจของแพทยท่ีสงตรวจวารายการครบหรือไม ผูปวยมีรายการที่
จะตองอดอาหารมาไหม มีเก็บสิ่งสงตรวจวามีความเหมาะสมหรือไม ใชชนิดของหลอดเลือดไดถูกตองหรือไม
กอ นท่จี ะมกี ารเจาะเลือดตองตรวจสอบชื่อผูปวยกอนเจาะเลือด รายการตรวจทุกคร้งั กอนเจาะเลือดเพ่ือใหเกิด
ความม่ันใจวาไดวาเปนชื่อของผูปวย เจาะถูกตอง ถูกคนถูกรายการ และแนะนําการเก็บสิ่งสงตรวจ เชน
เสมหะ ปสสาวะ อุจจาระ เปนตน เพื่อไมใ หเ กดิ ขอผิดพลาด แตจ าํ นวนผปู ว ยทมี่ ารบั บริการมีจํานวนมากและมี
อัตราสวนมากกวาการใหบริการ การปฏิบัติงานอาจมีขอบกพรองและเปนการยากที่จะทําใหผูรับบริการเกิด
ความพึงพอใจและความคาดหวงั ตอการใหบริการ

หากการบริการท่ี ไดรับเปนไปตามหรือสูงกวาความคาดหวัง ผูรับบริการก็จะเกิดความพงึ พอใจและ
ประเมินวาการบริการ นั้นมีคุณภาพสูงจะเห็น ไดวาสวนใหญจะมีความคิดเห็นคลายคลึงกัน ซึ่งพอสรุปไดวา
ความพึงพอใจเปนความรูสึกท่ีเกิดจากความสมดุลหรือความสอดคลองระหวางส่ิงท่ีคาดหวังและส่ิงที่ไดรับจริง
หรือจากการที่ความตองการ ไดรับการตอบสนอง หรือจากประสบการณท่ีเขาไปใชบริการและประสบการณ
นนั้ ตรงตามความคาดหวงั
วตั ถปุ ระสงค

1. เพ่ือเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานัก
การแพทย จําแนกตามลกั ษณะประชากรศาสตร ไดแก เพศ อายุ อาชีพ รายได สิทธกิ ารรักษา

495

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

2. เพื่อศึกษาระดับความสัมพันธระหวางความคาดหวังและระดับความพึงพอใจตอหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสิรินธร สาํ นักการแพทย

สมมุติฐานการวิจัย
1. ลักษณะประชากรศาสตรของผูรับบริการที่แตกตางกันสงผลตอความพึงพอใจตอการใชบริการ

หองเจาะเลือด โรงพยาบาลสริ นิ ธร สาํ นกั การแพทย แตกตางกนั
2. ระดับความคาดหวังของผูใชบริการมีความสัมพันธกับระดับความพึงพอใจตอการใชบริการหอง

เจาะเลือด โรงพยาบาลสริ นิ ธร สาํ นกั การแพทย

กรอบแนวคดิ ในงานวิจัย ตวั แปรตาม
ตัวแปรตน

- เพศ ประชากรศาสตร ความพงึ พอใจในสว นประสมทาง
- อายุ - รายได การตลาดของผใู ชบ ริการหอ งเจาะเลอื ด
- อาชพี - สทิ ธิการรกั ษา 1. ดานผลิตภณั ฑ (Product)
2. ดานราคา (Price)
ความคาดหวังของผใู ชบรกิ าร 3. ดา นชองทางการจดั จําหนา ย (Place)
หอ งเจาะเลอื ด 4. ดานสง เสริมการตลาด (Promotion)
5. ดา นบุคลากร (People)
- ความคาดหวงั ของผูใชบริการตอ 6. ดา นลกั ษณะทางกายภาพ
เจาหนา ท่ใี หบ รกิ าร
- ความคาดหวังของผใู ชบริการตอ (Physical Evidency)
กระบวนการใหบ ริการ 7. ดา นกระบวนการบริการ (Process)
- ความคาดหวังของผูใชบริการตอ สถานที่ ( Kotler et al. , 2016, Serirat & Team,
- ความคาดหวงั ของผใู ชบรกิ ารตอ ขอ มูลที่ 2017)
ไดร ับจากการบรกิ าร
- ความคาดหวังของผูใ ชบริการตอความ
ปลอดภัย

ภาพที่ 1 กรอบแนวคดิ ในงานวิจยั
การทบทวนวรรณกรรม

งานวิจัยเร่ืองปจจัยสวนประสมทางการตลาด 7Ps และปจจัยดานการใหบริการท่ีสงผลเชิงบวกตอ
ความพึงพอใจของผูใชบริการที่คลนิ ิกการแพทยแผนจนี หวั เฉยี ว กรุงเทพมหานคร พบวาในภาพรวมปจจยั สว น
ประสมทางการตลาด7Ps สง ผลเชงิ บวกตอ ความพึงพอใจของผูม าใชบรกิ ารโดยปจจยั สวนประสมทางการตลาด

496

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

7Ps น้ัน สามารถทํานายผลของความพึงพอใจได รอยละ 48.5 หากพิจารณารายดาน พบวาปจจัยดาน
ผลิตภัณฑ ดานราคา ดานการสงเสริมการตลาด ดานบุคลากร ดานหลักฐานทางกายภาค ดานกระบวนการ
สงผลตอความพึงพอใจของผูใชบริการคลินิกการแพทยแผนจีนหัวเฉียว กรุงเทพมหานคร ยกเวนเพียงปจจัย
ดานชองทางการจัดจาหนายท่ีไมสงผลตอ ความพึงพอใจของผูมาใชบรกิ าร โดยมรี ะดับนัยสาํ คญั ทางสถิติ 0.05
ในการศึกษาความสัมพันธเชิงอิทธิพลระหวางปจจัยดานการใหบริการและความพึงพอใจของผูใชบริการคลินิก
การแพทยแผนจีนหัวเฉียว กรุงเทพมหานคร พบวาในภาพรวมปจจัยดานการใหบริการสงผลเชิงบวกตอความ
พึงพอใจของผูมาใช บริการโดยปจจัยดานการใหบริการสามารถทํานายผลของความพึงพอใจไดรอยละ 58.6
หากพิจารณารายประเด็น พบวาดานบุคลิกภาพ ดานอบรมและใหบริการความรู สงผลเชิงบวกตอความพึง
พอใจของผูใชบริการคลินิกการแพทยแผนจีนหัวเฉียว ยกเวนในดานของลูกคาสัมพันธที่ไมสงผลตอความพึง
พอใจของผูมาใชบริการ โดยมีระดับนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 โดยสรุปแลวจากผลจากการศึกษาวิจัยใน
ครั้งนี้พบวาปจจัยดานการใหบริการสงผลและสามารถทํานายผลของความพึงพอใจไดมากกวาปจจัยสวน
ประสมทางการตลาด 7Ps ถึงแมกระนั้นก็ตามปจจัยท้ัง 2 น้ัน ก็ยังคงมีความสําคัญท้ังคูและมองวาหาก
ผูประกอบการหรือนักลงทุนในธุรกิจการแพทยแผนจีนพิจารณาและนําปจจัยทั้ง 2 นี้มารวมผสมผสาน
ประกอบในการประยกุ ตใ ชใหม ีความเหมาะสมกจ็ ะเปนประโยชนตอ ธรุ กิจใหส ามารถแขงขันไดในระยะยาว

ลัดดาวัลย สําราญ, โสรยา สุภาผล, ภาคภูมิ พันธุทับทิม และธนภัทร ขาววิเศษ (2561: บทคัดยอ)
ศึกษาการตัดสินใจเลือกใชบริการโรงพยาบาลเจาพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี กลุมตัวอยางท่ีใช คือผูเขา
มาใชบริการโรงพยาบาลเจาพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี จํานวน 400 ตัวอยาง ท่ีสุมตัวอยางแบบ
เฉพาะเจาะจงจากผูท่ีสมัครใจใหขอมูล เคร่ืองมือในการเก็บรวบรวมขอมูล คือแบบสอบถามสถิติท่ีใชในการ
วิเคราะหขอมูล คือ คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และคาสัมประสิทธิสหสัมพันธแบบถดถอยพหุคูณ โดย
กําหนดนัยสําคัญท่ีระดับ 0.05 ผลการวิจัยพบวา ระดับความคิดเห็นตอปจจัยสวนประสมทางการตลาดโดย
ภาพรวมอยูในระดบั มาก ระดบั ความคดิ เหน็ ตอปจ จยั คุณภาพการใหบ รกิ ารโดยภาพรวมอยใู นระดบั มาก ระดับ
ความคิดเห็นตอการตัดสินใจเลือกใชบริการโดยภาพรวมอยูในระดับมาก และผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา
ปจ จัยสว นประสมทางการตลาด ดา นบคุ ลากรในการใหบรกิ าร ดานองคประกอบทางกายภาพ และดา นผลผลิต
และคุณภาพสงผลตอการตัดสินใจเลือกใชบริการโรงพยาบาลเจาพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี ปจจัย
คุณภาพการใหบริการ ดานความเชื่อถือไววางใจได ดานการตอบสนองตอลูกคา และดานความเขาใจ และเห็น
อกเหน็ ใจในผรู ับบรกิ ารสงผลตอการตดั สนิ ใจเลือกใชบ ริการโรงพยาบาลเจาพระยายมราช จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี

ณิชาภัทร อติเปรมินทร (2564: บทคัดยอ) ศึกษาจากความพึงพอใจ และศึกษาสวนประสมทาง
การตลาดบริการ เพื่อใหผูประกอบการทราบถึงการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกใชบริการโรงพยาบาล
เอกชนในชวงท่ีเกิดวิกฤติโควิด-19 อันจะกอใหเกิดผลกระทบโดยตรงตอระบบเศรษฐกิจในกลุมธุรกิจ
โรงพยาบาลเอกชน โดยใชวิธีการวิจัยเชิงสํารวจ (Survey Research) เคร่ืองมือท่ีใชคือแบบสอบถาม โดยที่
ศึกษาจากกลุมตัวอยาง จํานวน 400 คน ใชบริการโรงพยาบาลเอกชน (ท่ัวไป) เขตพื้นที่วังทองหลาง
กรุงเทพมหานคร ผลการศึกษา พบวา 1) กลุมตัวอยางจากปจจัยประชากรศาสตรมีความแตกตางกันในดาน
เพศ อายุ อาชีพ รายไดเฉล่ียตอเดือน สถานภาพ และระดับการศึกษา มีผลตอการตัดสินใจเลือกใชบริการ
โรงพยาบาลเอกชน (ท่ัวไป) ในชวงวิกฤติโควิด-19 ในเขตพื้นท่ีวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พบวา เพศของ
ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญ คือ เพศหญิง มีชวงอายุมากกวา 35 ป มีระดับการศึกษาปริญญาตรี ประกอบ
อาชพี ทําธุรกิจสวนตัว/คาขาย โดยผูตอบแบบสอบถามสวนใหญช ําระเงนิ ดว ยตนเองในโรงพยาบาลเอกชน โดย
ที่ตัวเองเปนผูมีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชน 2) ปจจัยสวนประสมทางการตลาด
บริการท่ีสงผลตอการเขาใชบริการโรงพยาบาลเอกชน (ท่ัวไป) ในชวงวิกฤติโควิด–19 ในเขตพื้นท่ีวังทองหลาง

497

การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

กรุงเทพมหานคร ภาพรวมอยูในระดับปานกลาง โดยดานกระบวนการสงผลตอการตัดสินใจเขาใชบริการ
โรงพยาบาลเอกชนในชวงวิกฤติ โควิด–19 มากที่สุด รองลงมา คือ ดานบุคลากร ดานลักษณะทางกายภาพ
ดานการสงเสริมการขาย ดานการบริการ ดานชองทางการจัดจําหนาย และดานราคา ตามลําดับ 3) ความพึง
พอใจตอปจจัยการตัดสินใจเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชน (ทั่วไป) ในเขตพ้ืนท่ีวังทองหลาง
กรุงเทพมหานคร ภาพรวมอยูในระดับมาก โดยผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจการรักษาและการบริการ
ทางการแพทยมากที่สุด รองลงมา คือ การจัดสถานที่ปลอดเช้ือเพื่อใหผูใชบริการมีความมั่นใจ การมีมาตรการ
ความปลอดภัยการเขาถึงพ้ืนที่ในชวงวิกฤติโควิด-19 ความนาเช่ือถือไววางใจที่มีผลตอการตัดสินใจใชบริการ
แพคเกจและโปรโมช่นั ทคี่ ุมคาคมุ ราคา และการบริการทสี่ ะดวกรวดเรว็

ปญจพล เหลาทา, ฉัตรชัย ลอยฤทธิวุฒิไกร และเสาวภา มีถาวรกุล (2562: บทคัดยอ) ศึกษา 1.
สวนประสมการตลาดท่ีมีผลตอการเลือกใชโรงพยาบาลเอกชน ในจังหวัดสมุทรปราการ 2. เหตุผลของการ
เลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชนของผูปวยในในจังหวัดสมุทรปราการ 3. ความสัมพันธระหวางปจจัยสวน
บุคคลกับเหตุผลการเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชนของผูปวยในในจังหวัดสมุทรปราการ และ 4.
ความสัมพันธระหวางสวนประสมการตลาดกับเหตุผลการเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชนของผูปวยในใน
จังหวัดสมุทรปราการ ที่ไมทราบจํานวนผูปวยที่แนนอน กําหนดขนาดตัวอยางโดยใชความเชื่อม่ันรอยละ 95
จํานวน 400 คน ใชวิธีการสุมตัวอยางอยางงายแบบมีสัดสวน เคร่ืองมือที่ใชคือแบบสอบถาม วิเคราะหขอมูล
โดยใชสถิติเชิงพรรณนา ไดแก คาความถี่ คารอยละ คาเฉลี่ย และคาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอนุมาน
ไดแก การทดสอบคาไคสแควร และคาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธเพียรสัน ผลการวิจัยพบวา 1. สวนประสม
การตลาดที่มีผลตอการเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชนของผูปวย ในภาพรวมอยูในระดับมาก เม่ือพิจารณา
เปนรายดานคาเฉล่ียมากที่สุด คือ ดานผลิตภัณฑบริการ และคาเฉล่ียนอยที่สุด คือ ดานการสงเสริมการตลาด
2. เหตุผลการเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชนของผูปวยใน ในภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด เม่ือพิจารณา
เปนรายดาน คาเฉล่ียมากที่สุด คือ ความรูสึกมั่นใจวาจะไดรับการรักษาอาการเจ็บปวยที่จะไดรับใหหายหรือ
ทุเลาลงจากการเขาบริการจากแพทยและพยาบาล คาเฉล่ียนอยที่สุด คือ มีความรวดเร็วในการใหบริการ 3.
ความสัมพันธระหวางปจจัยสวนบุคคลกับเหตุผลการเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชนของผูปวยใน พบวา
ปจจัยสวนบุคคลดานระดับการศึกษา รายไดเฉลี่ยตอเดือน และสิทธิในการรักษาพยาบาล มีความสัมพันธกับ
เหตุผลการเลือกใชบริการอยางมีนัยสําคัญ 0.05 4. ความสัมพันธระหวางสวนประสมการตลาดกับเหตุผลการ
เลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชน ของผูปวยใน มีความสัมพันธในทางบวกอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ
0.05 โดยพบวาดานผลิตภัณฑ บุคลากร และกระบวนการใหบริการ มีความสัมพันธในระดับมาก ดานความ
คุมคาของราคา ลักษณะทางกายภาพ และดานสถานที่มีความสัมพันธในระดับปานกลาง ดานสงเสริม
การตลาดมีความสมั พนั ธในระดบั นอยท่สี ดุ
วิธดี าํ เนนิ การวจิ ยั

รูปแบบการวิจัย
การวจิ ยั คร้งั นี้ ผูว ิจัยออกแบบการวิจยั เชิงปริมาณ (Quantitative Research)

ประชากรและกลุมตัวอยาง
ประชากรที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ ไดแก ผูใชบริการที่มารับบริการเจาะเลือดในหองเจาะเลือด

โรงพยาบาลสิรินธร สํานักแพทย โดยวิธีการวิธีสุมตัวอยางแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) และใช
จาํ นวน 399 รายที่เปนผูรบั บริการเจาะเลือด ซ่ึงจาํ นวนไดจากการใชส ตู รของ ทาโร ยามาเน (Yamane, 1973)
ซง่ึ มีสตู รดังน้ี

498

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

n= N
1+(N)(e2)
ซึง่ คํานวณไดด ังนี้
n = 107,297
1+(107,297)(0.052)
n = 398.51 ≈ 399 ราย

เครอ่ื งมอื ที่ใชในการวิจัย
เคร่ืองมือที่ใชในการรวบรวมขอมูล คือ แบบสอบถามเกี่ยวกับความคาดหวังของผูใชบริการและ
ความพงึ พอใจตอหองเจาะเลอื ดของโรงพยาบาลสิรนิ ธร สาํ นกั การแพทย โดยแบงเปน 4 ตอน ดังน้ี
ตอนที่ 1 ขอมูลท่ัวไปของผูตอบแบบสอบถาม ไดแก เพศ อายุ อาชีพ รายไดตอเดือน และสิทธิ
การรกั ษาเปนแบบตรวจสอบรายการ (check list)
ตอนที่ 2 ความคาดหวังของผูใชบริการตอหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย
จาํ นวน 19 ขอ โดยแบง เปนดานตาง ๆ ดังน้ี
ดา นความคาดหวงั ของผูใ ชบริการตอ เจาหนา ทีใ่ หบ ริการ จาํ นวน 5 ขอ
ดา นความคาดหวงั ของผูใชบรกิ ารตอกระบวนการใหบรกิ าร จํานวน 4 ขอ
ดา นความคาดหวงั ของผใู ชบรกิ ารตอ สถานที่ จาํ นวน 4 ขอ
ดานความคาดหวงั ของผใู ชบรกิ ารตอ ขอมลู ทไี่ ดจ ากการบรกิ าร จาํ นวน 3 ขอ
ดา นความคาดหวังของผูใชบ รกิ ารตอความปลอดภยั จาํ นวน 3 ขอ
ตอนท่ี 3 ความพึงพอใจของผูใชบริการตอหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย
จาํ นวน 21 ขอ โดยแบง เปนดา นตา ง ๆ ดงั นี้
ดานลกั ษณะทางกายภาพ จาํ นวน 3 ขอ
ดา นผลติ ภณั ฑ จํานวน 3 ขอ
ดานบุคลากร จํานวน 3 ขอ
ดา นกระบวนการบริการ จาํ นวน 3 ขอ
ดา นชอ งทางการจดั จาํ หนาย จํานวน 3 ขอ
ดานราคา จํานวน 3 ขอ
ดานสงเสรมิ การตลาด จํานวน 3 ขอ
ตอนที่ 4 ขอเสนอแนะ เพิ่มเติมตอความคาดหวังของผูใชบริการและความพึงพอใจตอหองเจาะ
เลือดของโรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย เปนคําถามปลายเปดเพื่อใหผูใชบริการสามารถแสดงความ
คิดเห็นไดอยางเตม็ ที่
การเก็บรวบรวมขอ มูล
ผูวิจยั ดําเนนิ การเกบ็ รวบรวมขอมูลในการศกึ ษาคร้ังนี้ มขี น้ั ตอนดังนี้
1. ขอมูลปฐมภูมิ (Primary data) เปนขอมูลที่ผูวิจัยไดเก็บรวบรวมจากแบบสอบถามของ
ผูใชบริการหองเจาะเลือด ท่ีเปนเพศชายและเพศหญิงในโรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทยจํานวน 399 ชุด
โดยมีระยะเวลาในการเก็บรวบรวมขอมูลต้ังแต 06.00 – 16.00 ระหวางเดือนพฤษภาคม 2564 - สิงหาคม
2564

499

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

สถติ ทิ ่ใี ชในการวจิ ยั
ผูวจิ ัยเลอื กใชสถิติในการวิเคราะหเ พอ่ื ใหส อดคลอ งกบั ลกั ษณะขอ มลู และตอบวตั ถุประสงค ดังนี้
ตอนท่ี 1 การวิเคราะหข อมูลเชิงพรรณนา (Descriptive Statistic) ศกึ ษาขอ มลู ทว่ั ไปของผูตอบ

แบบสอบถาม ไดแก เพศ อายุ อาชีพ รายไดตอเดือน และสิทธิการรักษา โดยนําเสนอวิเคราะหขอมูลในรูป
ตารางคาความถ่ี (Frequency) คารอ ยละ (Percentage)

ตอนที่ 2 การวเิ คราะหข อมูลเชิงอนุมาน (Inferential Statistic)
การวิเคราะหขอมูลเชิงอนุมาน เปนการศึกษาขอมูลของกลุมตัวอยางและทดสอบสมมติฐาน

โดยใชโปรแกรมสําเรจ็ รปู ทางสถติ ิ ดังตอ ไปน้ี
1. การวิเคราะห Independent Sample T-Test คือ ปจจัยลักษณะทางประชากรศาสตร

ดานเพศท่แี ตกตางกัน สงผลตอ ตอความพึงพอใจในการใชบริการโรงพยาบาลสริ ินธร สํานักการแพทย ของกลุม
ตัวอยางแตกตา งกันหรือไม

2. การวิเคราะห F-Test เปนการวเิ คราะหความแปรปรวนทางเดียว (One Way ANOVA)
3. การวิเคราะหคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธแบบเพียรสัน (Pearson Correlation) คือระดับ
ความคาดหวังของผูใชบริการกับความพึงพอใจปจจัยสวนประสมทางการตลาด (7Ps) ของผูใชบริการ
โรงพยาบาลสิรินธร สาํ นักการแพทย
4. ขอ เสนอแนะ เพิ่มเติมตอความพงึ พอใจของผูใ ชบรกิ ารและความคาดหวงั ตอ หองเจาะเลือด
ของโรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย วิเคราะหขอมูลโดยจัดกลุมของคาคําตอบไปในทิศทางเดียวกันเขามา
ไวในกลุม เดียวกัน

ผลการวิจัย
จากการวิเคราะหขอ มูลทไ่ี ดจ ากการวจิ ยั สามารถสรปุ ผลไดดงั นี้
1. ขอมลู ทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม
ผูตอบแบบสอบถามที่ตอบแบบสอบถามสวนใหญเปนเพศหญิง (รอยละ 52.60) และเพศชาย

(รอยละ 47.40) สวนใหญมีอายุอายุ 21-30 ป (รอยละ 30.80) รองลงมาคืออายุ 31-40 ป (รอยละ 21.80)
และอายุ 41-50 ป (รอยละ 13.40) ซึ่งมีอาชีพลูกจาง/พนักงานบริษัท (รอยละ 34.30) และอาชีพนักเรียน/
นักศึกษา รอยละ 11.30 โดยสวนมากมีรายได 10,001 - 20,000 บาท (รอยละ 27.80) รองลงมามีรายได
5,001 - 10,000 บาท (รอยละ 27.30) โดยสวนใหญใชสิทธิการรักษาหลักประกันสุขภาพ (30 บาท) / บัตร
ทอง (รอยละ 31.30) และสิทธิประกันสังคม (รอยละ 31.10)

2. ระดับขอมูลของความคิดเห็นของผูใชบริการตอความคาดหวังตอหองเจาะเลือดของโรงพยาบาล
สิรนิ ธร สาํ นักการแพทยโดยภาพรวมมรี ายละเอยี ดดงั ตอไปนี้

ตารางที่ 1 การเปรียบเทียบความคิดเห็นของผูใชบริการตอความคาดหวังตอหองเจาะเลือดของโรงพยาบาล
สิรินธร สาํ นกั การแพทย
ความคาดหวงั ในการใหบริการ χ� S.D. ระดบั ความคิดเหน็
1. มอี ปุ กรณเจาะเลือดท่ีสะอาดทนั สมยั ปลอดภยั ตอ ผใู ชบ รกิ าร 4.42 .621 มากทสี่ ดุ
2. มกี ารจดั ระบบควิ เจาะเลอื ดที่ดี 4.40 .711 มากที่สดุ
3. หอ งเจาะเลอื ดแตละจุดมีปา ยบอกชดั เจน 4.38 .662 มากทส่ี ดุ
4. หอ งเจาะเลอื ดมีความสะอาด 4.38 .680 มากทสี่ ุด
5. มรี ะบบการทวนถามชอื่ ผใู ชบ ริการกอนเจาะเลอื ด
ปองกนั การเจาะเลือดผดิ 4.37 .651 มากท่สี ุด

500

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

จากตารางที่ 1 พบวาผูใชบริการที่มีความคิดเห็นตอความคาดหวังในการใหบริการโดยภาพรวม
สูงสุด 5 อันดับแรก เรียงลําดับจากมากไปนอย ไดแก มีอุปกรณเจาะเลือดท่ีสะอาด ทันสมัยปลอดภัยตอ
ผูใชบริการ มีคาเฉล่ียเทากับ 4.42 เห็นดวยมากที่สุด มีการจัดระบบคิวเจาะเลือดท่ีดี มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.40
เห็นดวยมากที่สุด หองเจาะเลือดแตละจุดมีปายบอกชัดเจน และหองเจาะเลือดมีความสะอาด มีคาเฉล่ีย
เทากับ 4.38 เห็นดวยมากที่สุด และมีระบบการทวนถามชื่อผูใชบริการกอนเจาะเลือด ปองกันการเจาะเลือด
ผดิ มีคาเฉล่ียเทา กับ 4.37 เห็นดว ยมากทสี่ ุด

3. ระดับขอมูลความคิดเห็นของผูใชบริการตอความพึงพอใจสวนประสมทางการตลาดของ
ผูใ ชบ ริการตอหอ งเจาะเลือดของโรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทยโ ดยภาพรวมมรี ายละเอยี ดดังตอไปน้ี

ตารางท่ี 2 การเปรียบเทียบความคิดเห็นของผูใชบริการตอความพึงพอใจสวนประสมทางการตลาดของ
ผใู ชบรกิ ารตอหองเจาะเลือดของโรงพยาบาลสริ นิ ธร สาํ นกั การแพทย
�� S.D. ระดับความคดิ เหน็
ความพึงพอใจของผูใชบ รกิ ารหอ งเจาะเลอื ด
1. การนาํ ระบบเรยี กควิ มาใชใ นการเรยี กเจาะเลือด เพ่ือเพิม่
คุณภาพการใหบ รกิ าร 4.39 .681 มากทีส่ ุด

2. อัตราคา บริการการตรวจวเิ คราะหของหอ งปฎบิ ัตกิ ารทาง 4.12 .822 มาก
การแพทย
3. หอ งเจาะเลอื ดของโรงพยาบาลบรกิ ารดี จงึ ทาํ ใหม ีสว นในการ
ตัดสนิ ใจมาใชบ รกิ าร 4.24 .703 มากที่สุด

4. การประชาสัมพนั ธโครงการเจาะเลือดตามบา น 3.82 .946 มาก
(Mobile Lab)
5. ความเชียวชาญในการเจาะเลอื ด 4.39 .682 มากทส่ี ดุ
6. หอ งเจาะเลอื ดมคี วามสะอาด กวางขวาง 4.39 .681 มากทส่ี ุด
7. ความสะดวกสบายและรวดเร็วของข้นั ตอนการใหบ ริการ
เรม่ิ ต้งั แตก ารกดบัตรควิ จนถงึ ข้ันตอนเจาะเลอื ด 4.30 .695 มากทสี่ ดุ

จากตารางท่ี 2 พบวา ผใู ชบ ริการทมี่ คี วามคดิ เห็นตอความพึงพอใจในการใหบรกิ ารสูงสดุ 7 อนั ดบั
แรกในแตละดาน ไดแกการนําระบบเรียกคิวมาใชในการเรียกเจาะเลือด เพ่ือเพิ่มคุณภาพการใหบริการ มี
คาเฉลี่ยเทากับ 4.39 เห็นดวยมากที่สดุ อัตราคาบริการการตรวจวิเคราะหของหองปฎิบตั ิการทางการแพทย มี
คาเฉล่ียเทากับ 4.12 เห็นดวยมาก หองเจาะเลอื ดของโรงพยาบาลบริการดี จึงทําใหมสี ว นในการตดั สนิ ใจมาใช
บริการ มีคาเฉล่ียเทากับ 4.24 เห็นดวยมากท่ีสุด การประชาสัมพันธโครงการเจาะเลือดตามบาน (Mobile
Lab) มีคาเฉล่ียเทากับ 3.82 เห็นดวยมาก ความเชียวชาญในการเจาะเลือด มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.39 เห็นดวย
มากท่ีสุด หองเจาะเลือดมีความสะอาด กวางขวาง มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.39 เห็นดวยมากท่ีสุด และมีความ
สะดวกสบายและรวดเร็วของขน้ั ตอนการใหบริการ เร่มิ ตัง้ แตการกดบัตรคิว จนถงึ ข้ันตอนเจาะเลือด มคี า เฉลี่ย
เทากบั 4.30 เหน็ ดว ยมากท่ีสุด

501

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

4. ผลการทดสอบสมมติฐาน ลักษณะประชากรศาสตรของผูรับบริการที่แตกตางกันสงผลตอความ
พงึ พอใจตอ การใชบรกิ ารหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสริ นิ ธร สาํ นักการแพทย แตกตางกัน

ตารางที่ 3 การเปรียบเทียบลักษณะประชากรศาสตรของผูรับบริการที่แตกตางกันสงผลตอความพึงพอใจตอ
การใชบริการหองเจาะเลอื ด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย

ตัวแปร สถิติ คา T- test คา F - Test คา P value ผลการทดสอบ
สมมตฐิ าน

เพศ T- test 0.108 - 0.803 ปฎเิ สธสมมติฐาน

อายุ F - Test - 0.756 0.613 ปฎิเสธสมมติฐาน

อาชพี F - Test - 2.254 0.026 ยอมรับสมมตฐิ าน

รายได F - Test - 1.168 0.324 ปฎเิ สธสมมตฐิ าน

สิทธิการรกั ษา F - Test - 2.301 0.058 ปฎิเสธสมมตฐิ าน

*มีนยั สําคัญทางสถติ ิทรี่ ะดับ 0.05

จากตารางท่ี 3 พบวา การเปรียบเทียบ 1. เพศของผูรับบริการตอการใชบริการหองเจาะ
เลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย พบวา คา p เทากับ 0.803 ซ่ึงคามากกวาคานัยสําคัญทางสถิติท่ี
ระดับ 0.05 หมายความวา ผูรับบริการท่ีมีเพศตางกัน มีความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย ไมแตกตางกัน จึงปฎิเสธสมมติฐาน 2. อายุของผูรับบริการตอการใช
บริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย พบวา คา p เทากับ 0.613 ซ่ึงคามากกวาคา
นยั สาํ คญั ทางสถติ ิทร่ี ะดบั 0.05 หมายความวา ผูรบั บรกิ ารทม่ี อี ายตุ างกนั มีความพงึ พอใจตอการใชบ รกิ ารหอง
เจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย ไมแตกตางกัน จึงปฎิเสธสมมติฐานการวิจัย 3. อาชีพของ
ผูรับบริการตอการใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย พบวา คา p เทากับ 0.026
ซึ่งคานอยกวาคานัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 หมายความวา ผูรับบริการท่ีมีอาชีพตางกัน มีความพึงพอใจ
ตอการใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย แตกตางกัน จึงยอมรับสมมติฐาน 4.
รายไดตอ เดือนของผูรับบริการตอการใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสริ ินธร สาํ นกั การแพทย พบวา คา
p เทา กับ 0.324 ซง่ึ คา มากกวา คานัยสําคญั ทางสถิติท่รี ะดบั 0.05 หมายความวา ผูร ับบรกิ ารที่มรี ายไดตอ เดือน
ตางกัน มีความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย ไมแตกตางกัน
จึงปฎิเสธสมมติฐานการวิจัย และ 5. สิทธิการรักษาของผูรับบริการตอการใชบริการหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย พบวา คา p เทากับ 0.058 ซ่ึงคามากกวาคานัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ
0.05 หมายความวา ผูรับบริการท่ีมีสิทธิการรักษาตางกัน มีความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสริ นิ ธร สาํ นักการแพทย ไมแตกตางกัน จงึ ปฎิเสธสมมตฐิ านการวจิ ยั

5. สรุปผลการทดสอบสมมตฐิ าน ความสัมพันธร ะหวางความคาดหวังและระดับความพึงพอใจตอ
หองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรนิ ธร สาํ นักการแพทย

502

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ตารางที่ 4 การเปรียบเทียบความสัมพันธระหวางความคาดหวังและระดับความพึงพอใจตอหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสริ ินธร สํานกั การแพทย
ความสมั พนั ธร ะหวางความคาดหวังและระดบั คา สมั ประสิทธิ์ ระดับ Sig.
ความพึงพอใจของผใู ชบรกิ าร สหพนั ธ ความสมั พนั ธ
(r)
1. ความคาดหวงั ตอเจา หนาท่ใี หบรกิ ารและความ
พึงพอใจสว นประสมทางการตลาดของ 0.624 ระดับมาก 0.000
ผใู ชบ ริการในดานตา ง ๆ
2. ความคาดหวงั ของผูใชบริการตอ กระบวนการ
ใหบรกิ ารและความพงึ พอใจสวนประสมทาง 0.639 ระดับมาก 0.000
การตลาดของผูใชบรกิ ารในดา นตา ง ๆ
3. ความคาดหวงั ของผใู ชบริการตอ สถานท่แี ละ
ความพงึ พอใจสวนประสมทางการตลาดของ 0.641 ระดบั มาก 0.000
ผูใชบรกิ ารในดา นตาง ๆ
4. ความคาดหวังของผูใชบ ริการตอขอ มลู ทีไ่ ดรับ
บริการและความพงึ พอใจสว นประสมทาง 0.638 ระดบั มาก 0.000
การตลาดของผใู ชบ รกิ ารในดา นตา ง ๆ
5. ความคาดหวังของผใู ชบ ริการตอความ
ปลอดภยั และความพึงพอใจสว นประสมทาง 0.645 ระดับมาก 0.000
การตลาดของผใู ชบริการในดานตาง ๆ
*มนี ัยสําคัญทางสถิติทรี่ ะดบั 0.05

จากตารางท่ี 4 พบวา ความสัมพนั ธระหวางความคาดหวงั และระดับความพึงพอใจตอหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย มีคาSignificant level มีคาเทากับ 0.000 อยางมีนัยสําคัญที่ระดับ 0.05
แปลวา ความคาดหวงั และความพงึ พอใจตอ หองเจาะเลอื ด โรงพยาบาลสิรนิ ธร สาํ นักการแพทย มคี วามสัมพันธ
กัน ซึ่งความคาดหวังและความพึงพอใจท่ีมีความสัมพันธกันมาก ไดแก1) ความคาดหวังตอเจาหนาท่ีใหบริการ
และความพึงพอใจของผูใชบริการดานผลิตภัณฑ 2) ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการ
และความพึงพอใจดานลักษณะทางกายภาค 3) ความคาดหวงั ของผใู ชบ ริการตอสถานทีแ่ ละความพงึ พอใจดาน
ลักษณะทางกายภาค 4) ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการและความพึงพอใจดาน
ลักษณะทางกายภาค 5) ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยและความพึงพอใจดานลักษณะทาง
กายภาค

สรุปผลการวิจัย
สมมติฐานที่ 1 ลกั ษณะประชากรศาสตรของผูรับบริการท่แี ตกตางกนั สงผลตอ ความพึงพอใจตอการ

ใชบรกิ ารหอ งเจาะเลอื ด โรงพยาบาลสริ นิ ธร สาํ นักการแพทย แตกตา งกัน
1.1 ผูรับบริการท่ีมีเพศตางกัน มีความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือดโรงพยาบาลสิริน

ธร สาํ นกั การแพทย ไมแตกตา งกนั จึงปฎเิ สธสมมตฐิ านการวิจัย

503

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

ในรายดาน พบวา ผูรับบริการที่มีเพศตางกันมีปจจัยดานลักษณะทางกายภาพ ดาน
ผลิตภัณฑ ดานบุคลากร ดานกระบวนการบริการ ดานชองทางการจัดจําหนาย ดานราคา และดานสงเสริม
การตลาด สง ผลตอ การใชบ ริการหอ งเจาะเลอื ดโรงพยาบาลสิรนิ ธร สาํ นกั การแพทยไ มแ ตกตา งกนั

1.2 ผรู บั บรกิ ารทมี่ อี ายตุ า งกนั มีความพงึ พอใจตอ การใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรินธร
สาํ นักการแพทย ไมแตกตา งกัน จึงปฎเิ สธสมมตฐิ านการวิจยั

ในรายดาน พบวา ผูรับบริการที่มีอายุตางกันมีปจจัยดานลักษณะทางกายภาพ ดาน
ผลิตภัณฑ ดานบุคลากร ดานกระบวนการบริการ ดานชองทางการจัดจําหนาย และดานราคา ไมแตกตางกัน
สวนปจจัยทางดานสงเสริมการตลาดสงผลตอการใชบริการหองเจาะเลือดโรงพยาบาลสริ ินธร สํานักการแพทย
แตกตางกนั

1.3 ผูรับบริการที่มีอาชีพตางกัน มีความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาล
สิรนิ ธร สาํ นกั การแพทย แตกตางกนั จึงยอมรับสมมตฐิ านการวจิ ยั

ในรายดาน พบวา ผูรับบริการที่มีอาชีพตางกันมีปจจัยดานลักษณะทางกายภาพ ดาน
ผลิตภัณฑ ดานกระบวนการบริการ ดานชองทางการจัดจําหนาย และดานสงเสริมการตลาด ไมแตกตางกัน
สวนปจจัยทางดานบุคลากร และดานราคา สงผลตอการใชบริการหองเจาะเลือดโรงพยาบาลสิรินธร สํานัก
การแพทย แตกตางกนั

1.4 ผูรับบริการที่มีรายไดตอเดือนตางกัน มีความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสริ ินธร สาํ นกั การแพทย ไมแ ตกตางกัน จึงปฎิเสธสมมติฐานการวจิ ยั

ในรายดาน พบวา ผูรับบริการที่มีรายไดตอเดือนตางกันมีปจจัยดานลักษณะทางกายภาพ
ดานผลิตภัณฑ ดานกระบวนการบริการ ปจจัยทางดานบุคลากร ดานชองทางการจัดจําหนายและดานสงเสริม
การตลาด ไมแตกตางกัน สวนปจจัยทางดานราคา สงผลตอการใชบริการหองเจาะเลือดโรงพยาบาลสิรินธร
สํานักการแพทย แตกตางกัน

1.5 ผูรับบริการที่มีสิทธิการรักษาตางกัน มีความพึงพอใจตอการใชบริการหองเจาะเลือด
โรงพยาบาลสิรินธร สํานกั การแพทย ไมแ ตกตางกัน จึงปฎเิ สธสมมตฐิ านการวิจัย

ในรายดาน พบวา ผูรับบริการท่ีมีสิทธิการรักษาตางกันมีปจจัยดานลักษณะทางกายภาพ
ดานผลิตภัณฑ ดานกระบวนการบริการ ดานชองทางการจัดจําหนายและดานราคา ไมแตกตางกัน สวนปจจัย
ทางดานบุคลากร และปจจัยทางดานสงเสริมการตลาด สงผลตอการใชบริการหองเจาะเลือดโรงพยาบาลสิริน
ธร สํานักการแพทย แตกตางกนั

สมมติฐานท่ี 2 ระดับความคาดหวังของผูใชบริการมีความสัมพันธกับระดับความพึงพอใจตอการใช
บริการหอ งเจาะเลอื ด โรงพยาบาลสิรนิ ธร สํานกั การแพทย

2.1 ความคาดหวังของผูใชบริการตอเจาหนาท่ีใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ลกั ษณะทางกายภาคมคี วามสัมพันธก ัน และมีความสัมพนั ธกันในระดับมาก

2.2 ความคาดหวังของผูใชบริการตอเจาหนาที่ใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ผลติ ภณั ฑม ีความสัมพันธกนั และมคี วามสัมพนั ธกันในระดับมาก

2.3 ความคาดหวังของผูใชบริการตอเจาหนาท่ีใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
บุคลากรมีความสัมพนั ธกนั และมคี วามสมั พนั ธก ันในระดบั ปานกลาง

2.4 ความคาดหวังของผูใชบริการตอเจาหนาที่ใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
กระบวนการใหบ ริการมคี วามสมั พันธกัน และมคี วามสัมพันธกนั ในระดับปานกลาง

504

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

2.5 ความคาดหวังของผูใชบริการตอเจาหนาท่ีใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ชอ งการจัดจําหนายมคี วามสมั พนั ธกนั และมคี วามสมั พนั ธก นั ในระดับปานกลาง

2.6 ความคาดหวังของผูใชบริการตอเจาหนาที่ใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ราคามคี วามสัมพันธกนั และมคี วามสมั พนั ธกันในระดับนอย

2.7 ความคาดหวังของผูใชบริการตอเจาหนาที่ใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
สงเสรมิ การตลาดมีความสัมพนั ธก นั และมีความสมั พนั ธกันในระดบั ปานกลาง

2.8 ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ลกั ษณะทางกายภาพมีความสัมพันธกัน และมีความสัมพนั ธกันในระดบั มาก

2.9 ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ผลิตภณั ฑมคี วามสมั พันธก ัน และมคี วามสมั พันธก ันในระดับมาก

2.10 ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการ
ดานบุคลากรมีความสมั พนั ธกนั และมีความสัมพันธก ันในระดบั ปานกลาง

2.11 ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการ
ดานกระบวนการใหบ ริการมคี วามสัมพันธกนั และมคี วามสัมพนั ธก นั ในระดบั ปานกลาง

2.12 ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการ
ดา นชอ งทางการจัดจาํ หนา ยมคี วามสัมพนั ธก ัน และมคี วามสัมพนั ธกนั ในระดบั ปานกลาง

2.13 ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการ
ดานราคามีความสัมพนั ธกนั และมคี วามสัมพันธก ันในระดับปานกลาง

2.14 ความคาดหวังของผูใชบริการตอกระบวนการใหบริการกับความพึงพอใจของผูใชบริการ
ดา นสงเสริมการตลาดมคี วามสัมพันธก ัน และมคี วามสมั พันธกันในระดับปานกลาง

2.15 ความคาดหวังของผูใชบริการตอสถานท่ีกับความพึงพอใจของผูใชบริการดานลักษณะทาง
กายภาพมีความสมั พนั ธกนั และมีความสัมพันธกันในระดับมาก

2.16 ความคาดหวังของผูใชบริการตอสถานท่ีกับความพึงพอใจของผูใชบริการดานผลิตภัณฑมี
ความสัมพนั ธกันและมคี วามสมั พนั ธก นั ในระดบั ปานกลาง

2.17 ความคาดหวังของผูใชบริการตอสถานท่ีกับความพึงพอใจของผูใชบริการดานบุคลากรมี
ความสมั พนั ธกนั และมีความสมั พนั ธก ันในระดับปานกลาง

2.18 ความคาดหวังของผูใชบริการตอสถานที่กับความพึงพอใจของผูใชบริการดานกระบวนการ
ใหบริการมคี วามสัมพันธกัน และมคี วามสมั พันธก นั ในระดบั ปานกลาง

2.19 ความคาดหวังของผูใชบริการตอสถานที่กับความพึงพอใจของผูใชบริการดานชองทางการ
จดั จาํ หนา ยมีความสมั พนั ธกนั และมคี วามสมั พันธก นั ในระดบั ปานกลาง

2.20 ความคาดหวังของผูใชบริการตอสถานที่กับความพึงพอใจของผูใชบริการดานราคามี
ความสัมพนั ธก ัน และมคี วามสมั พันธก นั ในระดบั ปานกลาง

2.21 ความคาดหวังของผูใชบริการตอสถานท่ีกับความพึงพอใจของผูใชบริการดานสงเสริม
การตลาดมคี วามสัมพนั ธกัน และมคี วามสัมพันธก ันในระดับปานกลาง

2.22 ความคาดหวังของผูใชบริการตอขอมูลท่ีไดรับจากการบริการกับความพึงพอใจของ
ผใู ชบรกิ ารดานลักษณะทางกายภาพมคี วามสมั พันธกัน และมีความสัมพันธก ันในระดบั มาก

2.23 ความคาดหวังของผูใชบริการตอขอมูลที่ไดรับจากการบริการกับความพึงพอใจของ
ผูใชบ ริการดา นผลติ ภัณฑมคี วามสัมพันธกัน และมีความสมั พนั ธก นั ในระดบั มาก

505

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

2.24 ความคาดหวังของผูใชบริการตอขอมูลท่ีไดรับจากการบริการกับความพึงพอใจของ
ผใู ชบรกิ ารดา นบคุ ลากรมีความสมั พันธกัน และมคี วามสัมพันธก นั ในระดับมาก

2.25 ความคาดหวังของผูใชบริการตอขอมูลที่ไดรับจากการบริการกับความพึงพอใจของ
ผใู ชบ ริการดา นกระบวนการใหบริการมคี วามสัมพนั ธก ัน และมีความสมั พันธก ันในระดับปานกลาง

2.26 ความคาดหวังของผูใชบริการตอขอมูลท่ีไดรับจากการบริการกับความพึงพอใจของ
ผูใ ชบรกิ ารดานชอ งทางจดั จาํ หนายมีความสมั พนั ธก ัน และมคี วามสัมพันธกันในระดับปานกลาง

2.27 ความคาดหวังของผูใชบริการตอขอมูลที่ไดรับจากการบริการกับความพึงพอใจของ
ผใู ชบ ริการดา นราคามีความสมั พนั ธกัน และมีความสัมพันธก ันในระดับปานกลาง

2.28 ความคาดหวังของผูใชบริการตอขอมูลท่ีไดรับจากการบริการกับความพึงพอใจของ
ผูใชบรกิ ารดา นสง เสริมการตลาดมีความสัมพนั ธกนั และมีความสัมพันธก ันในระดับปานกลาง

2.29 ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ลักษณะทางกายภาพมคี วามสมั พนั ธก ัน และมคี วามสัมพนั ธก ันในระดับมาก

2.30 ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
ผลิตภณั ฑม คี วามสัมพนั ธกนั และมคี วามสมั พนั ธกนั ในระดบั มาก

2.31 ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
บคุ ลากร มีความสัมพันธก ัน และมคี วามสัมพนั ธก ันในระดบั มาก

2.32 ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
กระบวนการใหบ ริการมีความสัมพันธก นั และมีความสัมพนั ธก ันในระดบั ปานกลาง

2.33 ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยกับความพึงพอใจของผูใชบริการดานชอง
ทางการจดั จาํ หนายมีความสมั พนั ธก นั และมคี วามสมั พนั ธกนั ในระดบั ปานกลาง

2.34 ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยกับความพึงพอใจของผูใชบริการดานราคา
มคี วามสมั พันธก ัน และมีความสมั พันธกนั ในระดับปานกลาง

2.35 ความคาดหวังของผูใชบริการตอความปลอดภัยกับความพึงพอใจของผูใชบริการดาน
สงเสริมการตลาดมีความสัมพนั ธก ัน และมีความสัมพันธก ันในระดับนอ ย

2.36 ความคาดหวงั ของผใู ชบริการหองเจาะเลือด โรงพยาบาลสิรนิ ธร สาํ นักการแพทย กับความ
พึงพอใจของผใู ชบรกิ ารมคี วามสัมพนั ธก นั และมคี วามสัมพนั ธกนั ในระดบั มาก
อภปิ รายผลการวจิ ยั

จากการศึกษา ความพงึ พอใจของผใู ชบรกิ ารและความคาดหวังตอหองเจาะเลือดของโรงพยาบาลสิ
รนิ ธร สํานักการแพทย สรปุ การอภิปรายผลไดด งั น้ี

1.1 ดานลักษณะทางกายภาพ พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับมาก สวนใหญให
ความสําคญั กบั หอ งเจาะเลือดมีความสะอาด กวางขวาง มากที่สดุ รองลงมา คอื หองเจาะเลือดมจี ุดบรกิ ารเจล
แอลกอฮอลเพียงพอ และหองเจาะเลือดมีบรรยากาศที่ปลอดโปรง เปนระเบียบเรียบรอย สอดคลองกับ
งานวิจัยของ ณัฐฐา เสวกวิหารี (2560) ที่พบวา ปจจัยดานสภาพแวดลอมทางกายภาพที่มคี วามปลอดภัย มีสิ่ง
อํานวยความสะดวก สําหรับผูปวย เชน หองนํ้ารถเข็น, ลิฟตโดยสาร มีหองตรวจ และสถานท่ีนั่งคอยอยาง
เพียงพอ และสอดคลองกับงานวิจัย ปราณปริยา รัศมีแข (2559) พบวา ผูใชบริการใหความสําคัญ กับ
สภาพแวดลอ มทางกายภาพ ที่สงผลตอ ความพึงพอใจในการใชบ ริการ ในสถานพยาบาลเอกชนอยูระดบั มาก

1.2 ดานผลิตภัณฑ พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับมากที่สุด สวนใหญให

506

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ความสําคัญกับการนําระบบเรียกคิวมาใชในการเรียกเจาะเลือด เพ่ือเพิ่มคุณภาพการใหบริการ รองลงมา คือ
จํานวนเจาหนาท่ีเจาะเลือดมีความเพียงพอตอการใหบริการ และมีความทันสมัยของเคร่ืองมือ อุปกรณทาง
การแพทยที่พรอมใชในการเจาะเลือด สอดคลองกับงานวิจัยของผองพิมล พิจารณสรรค (2556) ไดศึกษาวิจัย
เรื่อง ปจจัยท่ีมีผลตอการเลือกใชบริการโรงพยาบาลศิริราชปยมหาราชการุณย ผลการศึกษา พบวาดาน
ผลติ ภัณฑ ควรมบี รกิ ารที่ หลากหลายครบวงจร และสะดวกรวดเร็ว และสอดคลอ ง และสอดคลองกับวิจัยของ
มนรัตน ใจเอื้อ (2550) ไดศึกษา การวางแผนยุทธศาสตร เพ่ือพัฒนาการทองเท่ียวดานการแพทยสําหรับ
นักทองเท่ียวตางชาติ กรณีศึกษา: กรุงเทพมหานคร พบวา ความมีช่ือเสียงในการบริการของโรงพยาบาล
เอกชนและมาตรฐานของเครือ่ งมอื ทางการแพทย

1.3. ดา นบุคลากร พบวา ผใู ชบริการมคี วามคิดเหน็ อยูใ นระดบั มากท่ีสดุ สวนใหญใ หความสําคญั
กับความเช่ียวชาญในการเจาะเลือด รองลงมา คือ มีการใหความชวยเหลือของเจาหนาท่ีเจาะเลือด ตอ
ผูใชบริการ และความเอาใจใสและมีอัธยาศัยไมตรีของเจาหนาท่ีเจาะเลือดในทุกขั้นตอนการใหบริการ
สอดคลองกับงานวิจัยของสิริกาญจน กมลปยะพัฒน (2558) กลาววา ผูใชบริการใหความสําคัญบุคลากรมี
กิริยามารยาทที่ดีและเหมาะสม การแตงกายของบุคลากรมีความเรียบรอย สะอาด นาเช่ือถือ บุคลากรมีความ
กระตือรือรนในการใหบริการ และบุคลากรมีความรูความเขาใจในการใหบริการ สามารถใหคําแนะนําไดอยาง
ถูกตองครบถวน และสอดคลองกับงานวิจัยของพันเพชร นอยเมล (2554) ไดศึกษาการประเมินความพึงพอใจ
ตอการใหบรกิ ารทางศลั ยพยาธิวทิ ยาในโรงพยาบาลศรนี ครนิ ทรหลังใชทฤษฎีขอ จาํ กัด ซ่ึงมรี ะดบั ความพงึ พอใจ
ดานเจนคติในระดับมาก การบริการดวยความสุภาพ ยิ้มแยม เต็มใจและเปนกันเองในขณะใหบริการ การเปน
ผูรับฟงท่ีดี เมื่อมีการมาติดตอประสานงานขอใชบริการ การมีจิตสํานึกกระตือรือรน และดูแลเอาใจใสผูมารับ
บริการอยางดี การยอมรับและยินดีในการปรับปรุงระบบการใหบริการ เม่ือมีขอเสนอแนะตางๆ และการ
ใหบริการประทบั ใจ และมคี วามสขุ ในการรบั บริการ

1.4. ดานกระบวนการบริการ พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับมากที่สุด สวนใหญให
ความสาํ คัญกับความสะดวกสบายและรวดเร็วของข้ันตอนการใหบ ริการ เริ่มตัง้ แตการกดบัตรคิว จนถงึ ข้ันตอน
เจาะเลือด รองลงมา คือ ระยะเวลาในการรอเจาะเลือดจากเจาหนาที่มีความไว และไดรับทราบข้ันตอนการ
ปฎบิ ัติขณะรับบรกิ ารเจาะเลือดอยางชัดเจน สอดคลอ งกับงานวิจัยของธนิตา ทองมา (2556) ไดศกึ ษาความพึง
พอใจของประชาชนผูมารับบริการโรงพยาบาลทหารผานศึก พบวา ดานขอมูลที่ไดรับจากการบริการ อยูใน
ระดบั ปานกลาง พบวา ไดรบั ขอมูลเก่ยี วกับการรักษาพยาบาลเปนอยา งดที กุ ครั้ง เมอ่ื เกิดความสงสัย รองลงมา
โรงพยาบาลทหารผานศกึ มกี ารจัดทําแผน พบั ประชาสมั พันธ ขอมูลการใหบริการ เจาหนาท่ีไดอธิบายเก่ยี วกบั
ขั้นตอนการรับบริการเปนอยางดี คําอธิบายของแพทยเก่ียวกับการตรวจรักษาเขาใจไดงาย คําอธิบายของ
เจาหนาท่ีมีความชัดเจนเขาใจงาย เจาหนาท่ีตอบปญหาขอของใจของทานไดอยางชัดเจน และมี เจาหนาที่
พรอมที่จะใหคําแนะนําหรือคําอธิบาย และสอดคลองกับงานวิจัยของนราธิป แนวคําดี (2559) ไดศึกษา
งานวิจัยเรื่องปจจัยที่มีผลตอการเลือกใชบริการโรงพยาบาลเอกชนแหงหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร พบวา
ผูใชบริการ สวนใหญใหความสําคัญ ข้ันตอนและกระบวนการใหบริการและการรักษามีประสิทธิภาพ และ
สะดวกรวดเร็ว ระยะเวลาในการเขารับการรักษามีความเหมาะสม การประสานงานของบุคลากรระหวาง
แผนกตา งๆ มีประสทิ ธิภาพ และการรอรับบรกิ ารใชเ วลาไมน าน

1.5. ดานชองทางการจัดจําหนาย พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับมาก สวนใหญให
ความสําคัญกับหองเจาะเลือดของโรงพยาบาลบริการดี จึงทําใหมีสวนในการตัดสินใจมาใชบริการ รองลงมา
คือ โรงพยาบาลมีท่ีจอดรถเพียงพอกับคนใชบริการ และที่ตั้งโรงพยาบาลตั้งอยูในสถานท่ีสะดวกแกการ
เดินทาง สอดคลองกับงานวิจัยของรัตนภรณ แดงพรหม (2561) ศึกษาปจจัยที่มีผลตอการเลือกรับบริการท่ี

507

การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

โรงพยาบาลสงขลานครินทร มีระดับความสําคัญในระดับมาก พบวา ที่ตั้งของโรงพยาบาลอยูในท่ีชุมชน และ
สะดวกตอการเดนิ ทาง มีที่จอดรถเพยี งพอตอผมู าใชบรกิ าร

1.6. ดานราคา พบวา ผใู ชบ รกิ ารมคี วามคดิ เหน็ อยูในระดับมาก สว นใหญใหความสาํ คัญกบั อัตรา
คาบริการการตรวจวิเคราะหของหองปฎิบัติการทางการแพทย รองลงมา คือ ความคุมคาของคาใชจายในการ
รักษากับผลการรักษา และราคาคาผลการตรวจโรคและคาบริการอ่ืนๆของโรงพยาบาล สอดคลองกับงานวิจัย
ของณิชาภัทร อติเปรมมินทร (2562) พบวา ดานราคา ผูใชบริการโรงพยาบาลเอกชน ในชวงโควิด-19 สวน
ใหญใหความสําคัญกับคาบริการในสวนของพนักงานและพยาบาลที่เหมาะสมที่สุด คาใชจายโดยรวมของการ
มารับบริการที่โรงพยาบาลมีความเหมาะสม และราคาคาแพทยมีความเหมาะสมกับการไดรับการดูแลรักษา
จากแพทย และสอดคลอ งกับงานวจิ ัยของสธุ ีราพร อว มครา ม (2555) พบวา ผูใชบ รกิ ารใหความสาํ คญั กับราคา
คา รักษาพยาบาลท่ีสง ผลตอความพงึ พอใจในการใชบรกิ ารในโรงพยาบาลรฐั บาลและเอกชนกรงุ เทพมหานคร

1.7. ดานสงเสริมการตลาด พบวา ผูใชบริการมีความคิดเห็นอยูในระดับมาก สวนใหญให
ความสําคัญกับการประชาสัมพันธโครงการเจาะเลือดตามบาน (Mobile Lab) รองลงมา คือ การ
ประชาสัมพันธแนะนําการตรวจสุขภาพรางกายประจําป และเอกสารภายในโรงพยาบาลเพื่อใหขอมูลความรู
เก่ียวกับสุขภาพในดานการปองกันและสงเสริมสุขภาพ สอดคลองกับงานวิจัยของผองพิมล พิจารณสรรค
(2556) ไดศึกษา ปจจัยที่มีผลตอการเลือกใชบริการ โรงพยาบาลศิริราชมหาราชการุณย พบวา ดานสงเสริม
การตลาด ควรมโี ปรโมชั่น และประชาสมั พันธโครงการตางๆท่โี รงพยาบาลมีการใหบริการ

1.8. จากผลการศึกษาความพึงพอใจของผูใชบริการและความคาดหวังตอหองเจาะเลือดของ
โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย พบวา รายได10,001 – 20,000 บาทและสิทธิประกันสุขภาพ (30 บาท
)/บัตรทอง มีความตองการใชบริการ หองเจาะเลือดของโรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย เน่ืองจากมีการมี
รับบริการสูง ควรกระตุนการใหบริการท่ีดีจากบุคลากรทางการแพทย มากกวาเดิม เพ่ือสรางความมั่นใจใหแก
ผูรบั บรกิ ารสองกลุมนี้ ซ่ึงมีความพึงพอใจและความคาดหวังในการรับบริการ

2. ขอเสนอแนะในการวิจัยคร้งั ตอไป
2.1. ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเก่ียวกับความพึงพอใจของผูใชบริการและความคาดหวังตอหอง

เจาะเลือดของโรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย ท่ีเปนเชิงคุณภาพรวมดวย เชน การสัมภาษณหรือมีการ
สังเกตรว มดว ย เพ่อื ใหงานวจิ ัยมีความสมบรู ณมากยิ่งขึน้

2.2. ควรศึกษาถึงปญหา อุปสรรค และความตองการของผูใชบริการที่มีตอหองเจาะเลือดของ
โรงพยาบาลสิรินธร สํานักการแพทย เพ่ือเปนขอมูลในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทํางานและการ
ใหบ ริการของหอ งเจาะเลอื ดของโรงพยาบาลสิรนิ ธร สํานักการแพทยต อ ไป
เอกสารอางองิ
จิตตินนั ท นนั ทไพบลู ย.2549.การศกึ ษาคณุ ภาพบรกิ ารแผนกผูปวยนอก โรงพยาบาลบานแพว

(องคการมหาชน) สาขาพรอ มมิตร. วทิ ยานพิ นธว ทิ ยาศาสตรมหาบัณฑติ สาขา
วทิ ยาการสังคมและการจดั การระบบสุขภาพ บัณฑิตวิทยาลัย ,มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร.
จินตนา บญุ บงการ.2539.การสรางจติ สํานึกการใหบริการกบั การปรบั ปรงุ การบริการของภาครฐั .
คณะปฎริ ปู รบั ระบบราชการ สํานกั นายกรัฐมนตรี กรงุ เทพมหานคร.
จริ าวรรณ ชางทอง.2554.ความคิดเห็นของผรู ับบรกิ ารท่มี ีตอคณุ ภาพบริการของแผนกผปู ว ยนอก
โรงพยาบาลพานทอง จังหวดั ชลบรุ ี.งานนิพนธร ัฐศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวิทยาการ
บรหิ ารงานยตุ ธิ รรมและสังคม คณะรฐั ศาสตรแ ละนติ ิศาสตร ,มหาวทิ ยาลัยบรู พา.

508

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ชอดาว เมอื งพรหม.2562.ความพงึ พอใจของประชาชนตอ คุณภาพการใหบ รกิ ารของโรงพยาบาล
ธนบุร.ี รัฐประศาสนศาสตรมหาบณั ฑติ สาขารัฐประศาสนศาสตร บัณฑิตวทิ ยาลยั
,มหาวทิ ยาลัยสยาม.

ณิชาภทั ร อติเปรมินทร.2560.ปจ จยั การตลาดบริการท่สี งผลการตดั สินใจเลือกใชบ รกิ าร
โรงพยาบาลเอกชน (ท่ัวไป) ในชว งวิกฤตโควดิ – 19 กรณีศกึ ษา ในเขตพื้นท่ีวงั
ทองหลาง กรงุ เทพมหานคร. ภาคนิพนธบรหิ ารธุรกิจมหาบณั ฑติ สาขาบริหารธรุ กจิ
บัณฑติ ศึกษา.

ณัฐฐา เสวกวิหารี.2560.ปจจยั ที่สงผลตอ ความพึงพอใจในการใชบ ริการโรงพยาบาลรามาธบิ ดี.
คณะพานชิ ยศาสตรแ ละการบัญชี หลักสูตรบริหารธุรกจิ มหาบัณฑติ .

ณฐั วฒุ ิ วงษส ิงห.2553.คุณภาพการใหบรกิ ารของศูนยแ พทยศ าสตรศึกษา โรงพยาบาลสรรพสิทธิ
ประสงค จังหวดั อบุ ลราชธาน.ี ภาคนิพนธบ ริหารธุรกจิ มหาบณั ฑิต สาขาวิชาการ
จัดการทว่ั ไป บัณฑิตวิทยาลยั ,มหาวิทยาลัยราชภฎั อุบลราชธาน.ี

ฤทธิ์เจตน รนิ แกวกาญจน.2561.ปจ จยั สวนประสมทางการตลาด 7Ps และปจ จัยดานการใหบ รกิ าร
ท่ีสง ผลเชิงบวกตอ ความพึงพอใจของผใู ชบ รกิ ารทค่ี ลินกิ การแพทยแผนจนี หัวเฉียว
กรงุ เทพมหานคร.วทิ ยานพิ นธบ ริหารธุรกจิ มหาบณั ฑติ . กรงุ เทพฯ: บณั ฑติ วิทยาลยั
มหาวทิ ยาลัยสยาม.

ทิพากร นอ ยเกษม.2552.ปจ จยั ท่มี ีอิทธพิ ลตอการเลอื กใชบ ริการโรงพยาบาลสงขลา.วิทยานิพนธ
ปรญิ ญามหาบัณฑติ ,มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร.

ธนนพภา สุวดษิ ฐ. 2552.ปจ จยั สวนประสมทางการตลาดและสิ่งแวดลอ มทางการตลาดท่ีมีผลตอ
การเลอื กใชบริการโรงพยาบาลภาคเอกชน ในเขตจงั หวัดชลบุร.ี วิทยานิพนธป รญิ ญา
มหาบัณฑิต ,มหาวิทยาลัยศรีปทมุ วทิ ยาเขตชลบรุ ี.

ธนิตา ทองมา.2556.ความพงึ พอใจของประชาชนผมู ารับบรกิ ารโรงพยาบาลทหารผา นศกึ .รฐั ประ
ศาสตรมหาบัณฑติ ,มหาวทิ ยาลยั ศรีปทุม

นราธิป แนวคาํ ดี และประพฒั สอน เปย กสอน.2559.ปจจัยท่ีมีผลตอการเลือกใชบ รกิ ารโรงพยาบาล
เอกชนแหงหน่งึ ในกรงุ เทพมหานคร.วารสารวทิ ยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครปฐม,2561.

ปญจพล เหลา ทา ฉัตรชัย ลอยฤทธิวฒุ ิไกร และเสาวภา มีถาวรกลุ .2562. สว นประสมการตลาดทีม่ ี
ผลตอ การเลอื กใชบรกิ ารโรงพยาบาลเอกชนของผปู วยใน ในจงั หวดั สมทุ รปราการ.
วารสารมนษุ ยศาสตรแ ละสงั คมศาสตร มหาวทิ ยาลัยนครพนม, 2562.

ปราณปริยา รศั มแี ข.2560.การศกึ ษาปจ จยั สว นบคุ คล คณุ ภาพในดานบริการ ความเชยี่ วชาญดาน
การแพทยส ภาพแวดลอ มท่ีมี ผลตอ การตดั สนิ ใจเลอื กใชบริการและความภักดีตอตรา
สินคา: กรณศี กึ ษาการเลอื กใชบ รกิ าร โรงพยาบาลรัฐบาล เขตราชเทว.ี วิทยานพิ นธ
ปรญิ ญามหาบัณฑิต,มหาวทิ ยาลัยกรงุ เทพ.

ผอ งพพิ ล พจิ ารณส รรค.2556.ปจจัยทีม่ ผี ลตอ การเลือกใชบรกิ ารโรงพยาบาลศริ ริ าช ปยมหาราช
การุณย. สารนพิ นธป ริญญามหาบัณฑติ ,มหาวทิ ยาลยั แสตมฟอรด .

พนั เพชร นอ ยเมล, สุพนิ ดา คูณมี,ปณ ณธร ศริ เิ วช,รัชนีกร ทองบอ .2554.การประเมินความพึงพอใจ
ตอ การใชบ รกิ ารทางศัลยพยาธวิ ิทยาในโรงพยาบาลศรนี ครนิ ทรห ลังใชทฤษฎี.วารสาร
ศรีนครินทรเวชสาร มหาวิทยาลยั ขอนแกน ,2554.

509

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

มนรัตน ใจเออื้ .2550.การวางแผนยุทธศาสตรเ พ่ือพฒั นาการทองเที่ยวดา นการแพทย สาํ หรับ
นกั ทองเทย่ี วชาวตา งชาติ กรณศี ึกษา : กรงุ เทพมหานคร.วิทยานิพนธปรญิ ญามหาบณั ฑิต
มหาวิทยาลยั นเรศวร.

รตั นภรณ แดงพรหม.2561.ปจจยั ทม่ี ผี ลตอ การเลือกรบั บรกิ ารทีโ่ รงพยาบาลสงขลานครนิ ทร.
วิทยานพิ นธปรญิ ญามหาบัณฑิต,มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร.

ลัดดาวลั ย สาํ ราญ โสรยา สภุ าผล ภาคภูมิ พันธทุ บั ทิม และธนภทั ร ขาววเิ ศษ.2561.สวนประสมทาง
การตลาดและคณุ ภาพการใหบ ริการทม่ี ผี ลตอการตดั สนิ ใจเลอื กใชบ รกิ ารโรงพยาบาล
เจา พระยายมราช จังหวัดสุพรรณบรุ .ี คณะบรหิ ารธรุ กิจและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
,มหาวทิ ยาลยั ราชมงคลสวุ รรณภมู ิ ศูนยส พุ รรณบรุ .ี

วิโรจน ต้ังเจรญิ เสถียร วรณัน วทิ ยาพิภพสกุล วรศิ า พานชิ เกรียงไกร วลยั พร พชั รนฤมล และแอนน
มลิ ส.2561.การพัฒนาระบบสุขภาพในประเทศไทย:รากฐานสาํ คัญของการบรรลุ
หลกั ประกนั สุขภาพลว งหนา.สาํ นักงานพฒั นาโยบายุขภาพระหวางประเทศ กระทรวง
สาธารณสขุ .

สิรกิ าญจน กมลปยะพฒั น.2558.การตดั สนิ ใจเลอื กใชบรกิ ารโรงพยาบาลเอกชนใน
กรุงเทพมหานคร.วทิ ยานิพนธปริญญามหาบณั ฑติ ,มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.

สุธีราพร อว มคราม.2555.ปจ จัยจาํ แนกการเลอื กใชบริการของผูรบั บรกิ ารโรงพยาบาลรัฐบาล และ
เอกชน กรุงเทพมหานคร.วทิ ยานพิ นธพ ยาบาลศาสตร, จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลัย.

Kotler, P. T., Bowen, J. T., Makens, J., and Baloglu, S. (2016). Marketing for
Hospitality and Tourism (7th ed.). United States: Pearson Education.

Serirat, Siriwan., and Team. (2017). Marketing Management, Revised version 2017.
Bangkok: Diamond in business world.

Yamane, T. (1967). Taro statistic: An introductory analysis. New York: Harper & row.

510

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ผลกระทบของระบบการควบคมุ ภายในตอ การดาํ เนินงานของกลุมออมทรัพย
เพอ่ื การผลติ ตําบลกดุ พมิ าน อาํ เภอดา นขนุ ทด จงั หวัดนครราชสีมา

ชุติมา ขลบิ ทอง, ขนษิ ฐา วเิ ศษช,ู พนดิ า งามขุนทด, ปท มา รกั สภุ าพ และองั ศุมา แฝดสงู เนนิ 01
อาจารยป ระจาํ หลกั สูตร สาขาวชิ าเทคโนโลยีการบัญชี
วิทยาลัยเทคนคิ หลวงพอ คูณ ปริสุทโฺ ธ
บทคัดยอ

วัตถุประสงคของการวิจัย มีดังน้ี 1) เพ่ือศึกษาระบบการควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยเพ่ือการ
ผลิต 2) เพ่ือศึกษาผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต 3) เพ่ือศึกษาความสัมพันธระหวางระบบ
ควบคุมภายในกับผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต 4) เพ่ือศึกษาระบบการควบคุมภายในท่ี
สง ผลตอ ผลการดาํ เนินงานของกลุมออมทรพั ยเพื่อการผลิต โดยใชแบบสอบถามเปน เครือ่ งมอื ในการเกบ็ รวบรวม
ขอมูล ประชากรท่ีใชในการวิจัย จํานวน 200 คน กลุมตัวอยางท่ีใชในการศึกษาครั้งนี้ คือ ประชากรท่ีเปน
สมาชิกในกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา จํานวน 134 คน
โดยใชวิธีการสุมตัวอยางแบบชั้นภูมิอยางเปนสัดสวน วิเคราะหขอมูลโดยโปรแกรมสําเร็จรูปทางสถิติ ไดแก
คารอยละ คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน คาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ และการวิเคราะหการถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบวา 1) สมาชิกในกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัด
นครราชสีมา มีความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายใน ภาพรวมอยูในระดับดี 2) ผลการดําเนินงานของ
กลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ภาพรวมอยูในระดับดี 3) การวิเคราะหความสัมพันธระหวางระบบการควบคุม
ภายในกับผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต มีความสัมพันธกับผลการดําเนินงานของกลุม
ออมทรัพยเพ่ือการผลิต ในระดับคอนขางสูง (r = 0.606) ในทางบวก อยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.01
และ 4) ระบบการควบคุมภายในสงผลตอผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต มี 3 ดาน จาก
ทงั้ หมด 5 ดาน คือ ดานสารสนเทศและการสื่อสาร ดานการประเมินความเส่ียง และดา นสภาพแวดลอมของการ
ควบคุม อยางมนี ยั สําคัญทางสถติ ทิ ีร่ ะดับ .05
คาํ สําคัญ: ระบบการควบคมุ ภายใน การดาํ เนินงาน กลมุ ออมทรพั ยเพ่ือการผลิต

1 อาจารยประจําหลักสตู ร สาขาวิชาเทคโนโลยกี ารบัญชี วทิ ยาลัยเทคนิคหลวงพอคณู ปรสิ ุทฺโธ ต.ดา นขนุ ทด อ.ดานขุนทด
จ.นครราชสมี า 30210 หมายเลขติดตอ: 063-529-9192 อีเมล: [email protected]

511

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

IMPACT OF INTERNAL CONTROL ON THE PERFORMANCE OF SAVING GROUP
FOR PRODUCTION IN THE KUD PHIMAN SUB-DISTRICT

OF DAN KHUN THOT DISTRICT, NAKHON RATCHASIMA PROVINCE

Chutima Khlipthong, Khanittha Wisedchoo, Parnida Ngamkhuntod
Pattama Rakphaph and Aungsuma Faedsoengnern1

Curriculum Instructor Information, Bachelor of Technology Program in Accounting
Luangphor Khoon Parisutho Technical College
Abstract

The purposes of this study were to 1) study the internal control system of the Saving
Group for Production, 2) study the operation of the Saving Group for Production, 3) examine
the relationship between the internal control system and the operating results, and 4) study
the internal control system which affects the operation of the Saving Group for Production.
The research tool for data collection was a questionnaire. The sample used in this study
consisted of 134 members of the Saving Group for Production in the Kudpiman Sub-district of
Dan Khun Thot District in Nakhon Ratchasima Province that were recruited using a proportional
sampling method. The data were analyzed by using statistical software packages to determine
percentage, average, standard deviation, correlation coefficient, and perform multiple
regression analysis. The results of the study were as follows: 1) the internal control system of
members of the Saving Group for Production located in the Kudphiman Sub-district of Dan
Khun Thot District in Nakhon Ratchasima Province was at a good level, as control
environmental aspects of control was at the first good level; 2) Overall results of the Saving
Group for Production were at a good level; and 3) the analysis of the relationship between
the internal control system and the operating results of the saving group for the internal
control system in all 5 areas were positively related to the performance of the Saving Group
for Production at a relatively high level (r = 0.606) and at a statistically significant difference
of .01. The Internal control system had an effect on the performance of the Saving Group for
Production, consisting of 3 aspects from a total of 5, being information and communication,
risk assessment, and the control environment at a statistically significant difference of .05
Keywords: Internal Control System, Performance, Saving Group for Production

1 Corresponding Author: Curriculum Instructor Information, Bachelor of Technology Program in Accounting
Luangphor Khoon Parisutho Technical College. Contact Number: +6663-529-9192 Email: [email protected]

512

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

บทนํา
การจัดต้ังกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ในการแกไขปญหาการขาดแคลนเงินทุนนั้น เปน

แนวความคิดต้ังแตเริ่มมีกระบวนการจัดต้ังกลุมออมทรัพยคร้ังแรก เนื่องจากในสมัยกอนประชาชนไมสามารถ
เขาถึงแหลงเงินทุน การกูเงินจากธนาคารเพื่อนํามาใชจายในครอบครัวหรือลงทุนในการประกอบอาชีพทําได
ยาก มีขั้นตอนที่ยุงยากซับซอนและมักจะไมไดรับการการอนุมัติใหกูยืม โดยในสวนของการสงเสริมและพัฒนา
ทุนกรมการพัฒนาชุมชนมุงสงเสริมและสนับสนุนใหประชาชนในชนบท รวมตัวกันระดมเงินออมเพ่ือจัดต้ัง
กองทุนของชุมชนในรูป “กลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต” เพื่อชวยเหลือซึ่งกันและกันในดานเงินทุนประกอบ
อาชพี โดยการบรหิ ารจดั การของสมาชิกและชว ยเหลอื แบงปน กนั ในชุมชน

การควบคุมภายในจึงเปนการสรางความมั่นใจไดอยางสมเหตุสมผลวาหากไดมีการปฏิบัติตาม
กระบวนการเหลาน้ีแลว กลุมออมทรัพยเพื่อการผลิตจะสามารถบรรลุวัตถุประสงคตามท่ีตองการได ผูบริหาร
หรือคณะกรรมการดําเนินการจะกําหนดวิธีการทํางานใหไปสูวัตถุประสงค เพ่ือปองกันความเส่ียงหรือ
ผลกระทบในทางลบท่ีอาจเกดิ ขึ้น เชน การทุจรติ การปลอมแปลงเอกสาร เปน ตน ระบบการควบคมุ ภายในท่ีดี
ประกอบดวย องคประกอบ 5 ดาน คือ 1) ดานสภาพแวดลอมการควบคุม 2) ดานการประเมินความเสี่ยง
3) ดานกิจกรรมควบคุม 4) ดานขอมูลและการส่ือสาร และ 5) ดานการติดตามและประเมินผล ในการบริหาร
จัดการของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต ท่ีพบปญหาเกิดขึ้นบอยและเปนขอบกพรองท่ีเกิดจากทางการเงินและ
การบัญชี ไดแก เงินสดขาดบัญชี ไมปฏิบัติตามระเบียบขอบังคับ การจัดทําบัญชีและรายละเอียดประกอบงบ
การเงินไมเรียบรอย รวมท้ังมีเอกสารหลักฐานประกอบบัญชีไมครบถวน เปนตน ปญหาเหลาน้ีอาจนําไปสูการ
ทจุ รติ ได

ดังน้ัน คณะผูวิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาวาระบบการควบคุมภายในท่ีมีผลตอการดําเนินงานของกลุม
ออมทรพั ยเพ่ือการผลิต ผลลัพธทีไ่ ดจ ากการวจิ ัยเพื่อเปน แนวทางในการจัดการเรียนการสอนและเปนการสราง
ความรวมมือกับชุมชนในการเสริมสรางและพัฒนาแนวคิดดานการควบคุมภายใน และเปนแนวทางในการ
พฒั นาและปรบั ปรงุ ผลการดาํ เนนิ งานของกลมุ ออมทรพั ยเพอ่ื การผลิตใหม ปี ระสทิ ธิภาพเพม่ิ สงู ข้นึ
วตั ถปุ ระสงคใ นการวจิ ยั

1. เพ่ือศึกษาระบบการควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอ
ดา นขนุ ทด จงั หวัดนครราชสมี า

2. เพ่ือศึกษาผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด
จงั หวัดนครราชสีมา

3. เพ่ือศึกษาความสัมพันธระหวางระบบควบคุมภายในกับผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพย
เพ่อื การผลิต ตําบลกุดพิมาน อาํ เภอดานขุนทด จงั หวดั นครราชสีมา

4. เพ่ือศึกษาระบบการควบคุมภายในที่สงผลตอผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต
ตําบลกดุ พิมาน อําเภอดา นขนุ ทด จังหวดั นครราชสีมา
สมมุติฐานการวิจยั

1. ระบบการควบคุมภายในทั้ง 5 ดานสงผลตอการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต
ตําบลกุดพิมาน อาํ เภอดา นขนุ ทด จังหวดั นครราชสมี า

513

การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022 ตวั แปรตาม
ผลการดาํ เนนิ งาน
กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย 1. ดานการเงิน
ตวั แปรตน 2. ดานสมาชกิ
3. ดา นกระบวนการภายใน
ระบบการควบคมุ ภายใน 4. ดานการเรียนรแู ละพฒั นา
1. ดา นสภาพแวดลอมการควบคุม
2. ดา นการประเมินความเส่ียง
3. ดานกจิ กรรมควบคุม
4. ดานสารสนเทศและการสอ่ื สาร
5. ดา นการตดิ ตามและประเมนิ ผล

ภาพท่ี 1 กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย
การทบทวนวรรณกรรม

1. แนวคดิ และทฤษฎีเกี่ยวกบั ระบบการควบคุมภายใน
การควบคุมภายในเปนเครื่องมือที่ผูบริหารนํามาใชเพื่อใหความมั่นใจอยางสมเหตุสมผลวา การ

ดําเนินงาน การบริหารจัดการนั้นๆ จะบรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงคท่ีกําหนดไวหรือไม ผูบริหารไมวาจะเปน
ภาครัฐและเอกชนจะตองรูจักและตองทําความเขาใจเพราะเปนหนาที่ที่สําคัญอยางหน่ึงของผูบริหารท่ีตอง
ปฏิบัติ เพื่อใหกิจการงานตางๆ สําเร็จลุลวงตามนโยบายและวัตถุประสงคขององคการ ท้ังนี้ไดมีผูใหความหมาย
เก่ยี วกบั การควบคมุ ภายในแตกตางกนั ไป ดังนี้ ประเสริฐ กายาไชย (2551 : 7) ใหค วามหมายการควบคมุ ภายใน
ไววา การบริหารจะครบวงจร หรือสมบูรณท่ีสุดหากมีการควบคุมดูแลและปฏิบัติงานตามแผนงานของผูบริหาร
อยางตอเนื่อง สมํ่าเสมอ เนื่องจากการควบคุมดูแลเปนการตรวจสอบ ติดตาม การรายงาน การวัด และ
ประเมินผล ซึ่งจะนําเขาสูวงจรของแผนในลักษณะการปรับปรุง ดีใหม อินทรพานิชย (2551: 10-11) ให
ความหมายการควบคมุ ภายใน หมายถึง การดําเนนิ การซึ่งประกอบดวยแผนการจดั องคก ร วธิ กี าร และมาตรการ
ตาง ๆ

1) ปองกนั ทรัพยสินจากการทจุ ริต ผดิ พลาดและภัยพิบตั ทิ ัง้ ปวง
2) ใหข อ มลู ทางการบญั ชถี กู ตองเชือ่ ถือได
3) การดาํ เนนิ งานเปน ไปอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ
4) ใหการดาํ เนินงานเปนไปตามนโยบายที่วางไว
ความหมายของการควบคุมภายในซึ่งเปนท่ียอมรับและนํามาประยุกตใชกันอยางแพรหลาย ใน
ปจจุบัน กําหนดข้ึนโดยคณะกรรมการจากสถาบันวิชาชีพ 5 สถาบันในประเทศสหรัฐอเมริกา ไดแกสถาบัน
ผูสอบบัญชีรับอนุญาตแหงสหรัฐอเมริกา (American Institute of Certified Public Accountants หรือ
AICPA) สถาบันผูตรวจสอบภายในสากล (Institute of Internal Auditors หรือ IIA) สถาบันผูบริหารการเงิน
(Financial Executives Institute หรือ FEI) สมาคมนักบัญชีแหงสหรัฐอเมริกา (American Accounting
Association หรือ AAA) และสถาบันนักบญั ชีเพื่อการบริหาร (Institute of Management Accountants หรอื
IMA) ซึ่งรูจักในนามของ The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission
หรอื COSO ไดรวมกนั ศกึ ษาพัฒนาความหมายและแนวคิดของการควบคมุ ภายใน

514

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

องคประกอบการควบคมุ ภายในตามแนวทาง COSO 2013 ดังน้ี
1) สภาพแวดลอมของการควบคุม (Control Environment)
2) การประเมนิ ความเส่ยี ง (Risk Assessment)
3) กิจกรรมการควบคุม (Control Activities)
4) สารสนเทศและการสอ่ื สาร (Information and Communications)
5) การตดิ ตามประเมินผล (Monitoring)

องคป ระกอบท้ัง 5 ประการ มีความเกย่ี วเนือ่ งสมั พนั ธก นั โดยมีสภาพแวดลอมของการ ควบคุมเปน
รากฐานท่ีสําคัญขององคประกอบอื่น ๆ องคประกอบทั้ง 5 น้ีเปนส่ิงจําเปนที่มีอยูในการดําเนินงานตามภารกิจ
ของหนวยรับตรวจเพ่ือใหการปฏิบัติงานบรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงคของ หนวยรับตรวจ 3 ประการคือ 1)
การดําเนินงานเกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพ 2) รายงานทางการเงินนาเช่ือถือ 3) มีการปฏิบัติตาม
กฎระเบยี บและขอบงั คบั ท่เี กยี่ วขอ ง

1.1 สภาพแวดลอมของการควบคุม หมายถึง ปจจัยตางๆ ท่ีสงผลใหมีระบบการควบคุมภายใน
เกิดข้ึน เชน ความซ่ือสัตยและจริยธรรม ความรูทักษะและความสามารถ มีสวนรวมของคณะกรรมการบริหาร
และคณะกรรมการตรวจสอบ ปรัชญาและรูปแบบการทํางานของผูบริหารโครงสรางการจัดองคกรการมอบ
อํานาจ และความรับผิดชอบ นโยบายและวิธีบริหารงานดานทรัพยากรมนุษย ความโปรงใส รวมทั้งการกําหนด
นโยบายโครงสรางและระเบียบวธิ ีปฏิบตั ิท่ีเหมาะสม ผบู รหิ ารจะมีบทบาทสาํ คญั ในการสรางจิตสํานกึ ใหบคุ ลากร
เพ่ือใหเ กิดทศั นคตทิ ีด่ ตี อการควบคุมภายใน ปฏิบตั งิ านดว ยความรับผดิ ชอบ

1.2 การประเมินความเสี่ยง หมายถึง การประเมินความเสี่ยงทั้งจากปจจยั ภายในและภายนอก
ที่มีผลกระทบกับองคกรโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การร่ัวไหล หรืออุปสรรคที่เกิดข้ึนในการ
ปฏิบัติงาน รวมทั้งระบุความเส่ียงที่พบในการปฏิบัติงานอยูในข้ันตอนใดและวิเคราะหโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง
มากนอยเพียงใดรวมท้ังวิธีลดความเสยี่ ง

1.3 กิจกรรมการควบคุม หมายถึง กิจกรรมการควบคุมเปนนโยบาย มาตรการ และวิธีการ
ดําเนนิ งานตางๆ ทผี่ ูบริหารนํามาใชเ พื่อใหเกิดความม่ันใจวาคําสั่งตาง ๆ ทกี่ ําหนดข้นึ นั้นสามารถลดหรือควบคุม
ความเสี่ยงและไดร ับการตอบสนองปฏบิ ตั ิตามในเวลาทีเ่ หมาะสม

1.4 ขอมูลสารสนเทศและการสื่อสาร หมายถึง ขอมูลสารสนเทศเปนขอมูลขาวสารท่ีใชในการ
บริหารดานการเงินบัญชีและดานการดําเนินงานอื่นๆ ฝายบริหารตองจัดใหมีสารสนเทศอยางเพียงพอ และ
เหมาะสม เชน รายงานการเงินท่ีถูกตอง ครบถวน ทันตอเวลา เขาใจงาย หรือนโยบาย ระเบียบทางราชการท่ี
ชัดเจนการส่ือสารเปนการสื่อสารใหฝายบริหารและบุคลากรอ่ืน ๆ รับสงขอมูล แบบสองทางและสามารถเขาใจ
ชดั เจนถูกตอง เชน การรับ-สงหนงั สอื ประกาศคําสงั่ หรือการติดตอกันภายในหนวยงาน

1.5 การติดตามและประเมินผล หมายถึง กระบวนการประเมินคุณภาพการปฏิบัติงาน และ
ประเมินประสทิ ธิผลของการควบคุมภายใน ทีก่ าํ หนดไวอ ยางตอเนื่องและสม่ําเสมอโดยการติดตามผลในระหวาง
การปฏิบตั ิงาน เชน การประเมนิ โดยผตู รวจสอบภายในการประเมนิ โดยคณะกรรมการตรวจเงินแผนดิน

สรุป การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการวิธีการปฏิบัติงานที่ผูบริหาร และบุคลากรทุกคนใน
องคกรจัดใหมีข้ึนเพื่อชวยใหการดําเนินงานในหนวยงาน มีความนาเชื่อถือวาจะสามารถปฏิบัติงานใหเกิด
ประสิทธิผล และมีประสทิ ธิภาพ

2. แนวคิดและทฤษฎีเกยี่ วกับผลการดําเนินงาน
ฐิติมา สุวรรณรังษี (2553) ไดใหความหมายของการวัดผลการดําเนินงานแบบดุลยภาพวา เปน

เครือ่ งมือท่ีเกิดจากแนวความคิดทแ่ี ปลจากกลยทุ ธใหเ ปน การปฏิบัตโิ ดยเร่ิมตน จากวิสัยทศั น พันธกิจ และ กลยุทธ

515

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

ขององคการ ซ่ึงเปนขั้นของการกําหนดปจจัยสําคัญตอความสําเร็จ จากน้ันเปนการสรางดัชนีวัด ผลสําเร็จ
(KPIs) เพ่ือเปนตัวบงช้ีถึงเปาหมายและใชวัดผลการดําเนินงานในสวนท่ีสําคัญตอกลยุทธ จึงถือไดวาการวัดผล
การปฏิบัติงานแบบดุลยภาพเปนระบบการวัดผลการดําเนินงาน ท่ีถายทอดวิสัยทัศนและกลยุทธขององคการสู
การปฏิบัติและสะทอนการดําเนินงานในมุมมอง 4 ดาน หลัก คือ ดานการเงิน ดานลูกคา ดานกระบวนการ
ภายใน และดานการเรียนรูแ ละพัฒนา

กรมการพัฒนาชุมชน (2558 : 1) ไดใหความหมายของ แนวทางการดําเนินงานกลุมออมทรัพย
เพ่อื การผลติ ดังน้ี

แนวคดิ ท่ี 1 การรวมคนในหมูบานเพื่อชวยเหลือซ่ึงกันและกัน โดยรวมคนท่มี ฐี านะแตกตางกัน
ใหชว ยเหลอื กันโดยอยูบนพ้นื ฐานคนในชมุ ชนเห็นอกเหน็ ใจกันและกนั

แนวคิดที่ 2 การแกไขปญหาการขาดแคลนแหลงเงินทุนโดยใหคนในหมูบาน การรวมตัวกัน
ระดมเงินออมเพื่อจดั ตั้งกลมุ ออมเงินแลวใหสมาชกิ กูยมื เปนทุนในการประกอบอาชีพ หรอื พัฒนาอาชพี

แนวคดิ ที่ 3 การนําเงินทุนไปใชดําเนินงาน ดวยความขยนั ซื่อสตั ยประหยัด ฉลาด และถูกตอง
เพ่ือใหไดทุนคืนและมีกาํ ไรเปนการสรางรายไดใ หแ กสมาชิกกลมุ ฯ

แนวคิดท่ี 4 การลดตนทุนในการดําเนินชีวิต โดยใหสมาชิกกลุมฯ มีการรวมตัวกันจัดต้ังศูนย
สาธิตการดําเนินตลาด ดําเนินการคลายรูปแบบสหกรณ ซ่ึงเปนการรวมตัวกันซื้อขาย ทําใหสามารถลดตนทุน
ของสนิ คา อุปโภคบรโิ ภคและลดตนทุนการผลติ ของตนเองในครอบครวั

ดังนั้นผูวิจัยจึงไดประยุกตแนวคิดเก่ียวกับการวัดผลการดําเนินงานแบบดุลยภาพ (Balanced
Scorecard: BSC) มาปรบั ใชใ นการวดั ผลการดาํ เนนิ งานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลติ ดงั น้ี

1) ผลการดําเนินงานดานการเงิน หมายถึง ขอมูลทางการเงินท่ีไดจัดทําข้ึนจากขอมูลทาง
การเงินที่กิจการไดจดบันทึกไวในรอบระยะเวลาหนึ่ง ซ่ึงสามารถแสดงใหเห็นถึงผลการดําเนินการฐานะการเงิน
หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงนิ ของกจิ การในรอบระยะเวลาน้นั ๆ

2) ผลการดําเนินงานดานสมาชิก หมายถึง การรวมกันทํางานของสมาชิกทมี่ ากกวา 1 คน โดย
ทสี่ มาชกิ ทกุ คนนั้นจะตองมีเปาหมายเดียวกนั จะทําอะไรแลวทุกคนตองยอมรับรวมกนั มกี ารวางแผนการทํางาน
รว มกนั

3) ผลการดําเนินงานดานกระบวนการภายใน หมายถึง การควบคุมภายในจะชวยใหการ
ดําเนินงานขององคกรบรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงค จําเปนตองมีการปฏิบัติอยางตอเน่ือง สมํ่าเสมอ ไมใชทํา
ครั้งเดียวเรื่องเดียวเสร็จ และจําเปนตองมีการติดตามประเมินผลการควบคุมภายในอยางเปนระบบและมี
ประสิทธิผลดว ย

4) ผลการดําเนินงานดานการเรียนรูและพัฒนา หมายถึง การเรียนรูและพัฒนาความสามารถ
ไมวาจะเปนดานทรัพยากรมนุษย และวัฒนธรรมองคกร เพื่อชวยใหมีการดําเนินงานในกระบวนการท่ีกอใหเกิด
คณุ คากบั สมาชิก เพื่อใหบ รรลเุ ปา หมายท่วี างไว โดยมุงเนน การวัดผลการพฒั นาเศรษฐกิจ โดยการระดมเงินออม
ทรัพยจัดต้ังเปนกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิตทําใหชุมชนมีแหลงเงินทุนดอกเบ้ียตํ่าในการกูยืมไปประกอบอาชีพ
การพฒั นาสงั คม โดยการ ปลกู ฝงวถิ ปี ระชาธิปไตยทําใหเ กิดความรกั ความสามัคคกี นั ในหมบู านชมุ ชน

3. แนวคดิ และทฤษฎเี กี่ยวกบั กลุมออมทรัพยเ พ่ือการผลิต
การดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต หมายถึง การดําเนินงานกลุมออมทรัพยเพ่ือการ

ผลิต มีการบริหารจัดการโดยคณะกรรมการซึ่งมาจากสมาชิก และทําเพื่อสมาชิก ดังนั้น กิจกรรมตาง ๆ จะตอง
เปนไปตามแนวคิดหลักการของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิตที่เกิดจากความตองการของสมาชิก และเพื่อ
ประโยชนของสมาชิก การบริหารจัดการยึดหลักการมีสวนรวมของสมาชิกในการทํางานรูปแบบคณะกรรมการ

516

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

โดยสมาชกิ เลือกตัวแทนเขามาบริหารกลมุ ซ่ึงคณะกรรมการจะมีบทบาทหนาทีใ่ นการบรหิ ารงานของกลุม ไดแก
พิจารณาคํารองขอกูเงินของสมาชิก ติดตามการใชจายเงินกูใหเปนไปตามวัตถุประสงค เรงรัดการสงคืนเงินกู
กรณีสมาชิกผิดสัญญา และชวยเหลือใหคําแนะนําสมาชิก เปนตน และสมาชิกรวมกันกําหนดระเบียบขอบังคับ
รวม

กรมการพัฒนาชุมชน (2558 : 8) ไดใหความหมายของแนวคิดในการดําเนินงานกลุมออมทรัพย
เพ่อื การผลิต ไวด ังนี้

1) การรวมคนในหมูบานใหชวยเหลือซึ่งกันและกัน โดยรวมคนที่มีฐานะแตกตางกันให
ชวยเหลอื กนั อันจะเปน การยกฐานะคนยากจน

2) การแกไ ขปญ หาการขาดแคลนเงินทนุ โดยรวมกลมุ กนั ออมเงนิ แลว กไู ปทําทนุ
3) การนําเงินทุนไปดําเนินการดวยความขยัน ประหยัดและถูกตอง เพือ่ ใหไดท นุ คืนและมีกําไร
เปนรายได
4) การลดตนทุนในการครองชีพ โดยการจัดต้ังศูนยสาธิตการตลาด เปนการรวมกันซื้อ – ขาย
สามารถลดตน ทุนในการซือ้ สนิ คา อปุ โภค – บริโภค และปจจัยการผลิต
4. งานวิจยั ทีเ่ กย่ี วของ
กิตติศักด์ิ โมกขญาณอนันต (2557) ทําการศึกษาผลกระทบของการบริหารงานท่ีมุงเนนการ
ใหบริการที่มตี อ ความสาํ เรจ็ ในการดาํ เนนิ งานของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ดว ยกรอบแนวคิดการ บริหารงาน
ที่มุงเนนการใหบริการ โดยการประยุกตจากแนวคิดหลักการบริหารงานการใหบริการของ Oliveira และ Roth
(2011: 157-159) ท่ีสงผลตอ ความสาํ เร็จในการดาํ เนนิ งานจากแนวคิดการวดั ผลการปฏบิ ตั ิงานแบบดลุ ยภาพ ซงึ่
ใชก ลุมตัวอยาง คือ ผบู ริหารธรุ กจิ โรงแรมระดับ 3 - 5 ดาว จาํ นวน 300 คน และเครอ่ื งมือทใ่ี ชเปน แบบสอบถาม
ผลการศึกษาพบวา 1) การบริหารงานท่มี ุงเนนการ ใหบ ริการดานการเขาใจตลาด มีผลตอ ความสําเร็จดานลูกคา
2) การบริหารงานที่มุงเนนการใหบริการ ดานการจัดการกระบวนการบริการ มีผลตอความสําเร็จ ดานลูกคา
ดานกระบวนการภายใน และดานการเรียนรูและพัฒนา 3) การบริหารงานท่ีมุงเนนการใหบริการดานนโยบาย
ทรัพยากรบุคคลที่มุงเนน การใหบริการ มีผลตอความสําเร็จดานกระบวนการภายใน และดานการเรียนรูและ
พัฒนา 4) การบริหารงานท่ีมุงเนนดานการใหบริการ ดานระบบการวัดผลมาตรฐานการบริการ ท่ีสงผลตอ
ความสําเร็จดานการเงิน และดานกระบวนการภายใน ซึ่งการบริหารงานที่มุงเนนการใหบริการมีผลตอ
ความสาํ เร็จในการดาํ เนินงานของธุรกจิ โรงแรมในประเทศไทย
กมลวรรณ พุฒชาต (2558) ศกึ ษาปจ จยั ทมี่ ีความสมั พนั ธก ับการควบคมุ ภายในโดยประเมินตนเอง
(Control Self-Assessment CSA) ของสํานักงานทรัพยสินสวนพระมหากษัตริย ผลการวิจัยพบวา (1) ลักษณะ
ประชากรศาสตร สวนใหญเปนผูหญิง มีอายุระหวาง 20-30 ป สถานภาพโสด การศึกษาระดับปริญญาตรี
ตําแหนงบริหารระดับ 1-2 ระยะเวลาการปฏิบัติงานระหวาง 1-5 ป (2) ความคิดเห็นของพนักงานท่ีมีตอการ
ควบคุมภายในตามแนวทางของ COSO ในภาพรวมมีความ คิดเห็นในระดับมาก ดานสภาพแวดลอมการควบคุม
มากที่สุด รองลงมาคือดานกิจกรรมควบคุม ดานสารสนเทศและการสื่อสาร และเห็นดวยปานกลางในดานการ
ติดตามและประเมินผล ดานการประเมินความเสี่ยง ผลการทดสอบสมมุติฐานพบวา กลุมตัวอยางท่ีมีอายุ
แตกตางกัน มีความคิดเห็นตอการควบคมุ ภายในตามแนวทางของ COSO ในดา นการประเมนิ ความเสีย่ งแตกตาง
กันอยางมีนัยสาํ คญั ทางสถิติทรี่ ะดบั .05
กุสุมา โสเขียว (2559) ศึกษาผลกระทบของประสิทธิภาพการควบคุมภายในและสภาพแวดลอม
ธุรกิจท่ีมีตอคุณภาพขอมูลทางการบัญชี ผลการวิจัยพบวา นักบัญชีบริษัทจดทะเบียน มีความคิดเห็นดวย
เก่ียวกับการมีประสิทธิภาพการควบคุมภายใน โดยรวมและรายดานทุกดาน อยูในระดับมาก ไดแก ดาน

517

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

สภาพแวดลอมของการควบคุม และดานการติดตามและการประเมินผลจากการวิเคราะหความสัมพันธและ
ผลกระทบของประสทิ ธิภาพการควบคมุ ภายในพบวา (1) ประสทิ ธภิ าพการควบคมุ ภายในดานการประเมนิ ความ
เส่ียง มีความสัมพันธและผลกระทบเชิงบวกกับคุณภาพขอมูลทางการบัญชี ดานความเขาใจได และดานความ
เกี่ยวของกับการตัดสินใจ (2) ประสิทธิภาพการควบคุมภายใน ดานกิจกรรมการควบคุม มีความสัมพันธและ
ผลกระทบ เชิงบวกกับคุณภาพขอมูลทางการบัญชี ดานความเกี่ยวของกับการตัดสินใจ (3) ประสิทธิภาพการ
ควบคุมภายใน ดานสารสนเทศและการส่ือสาร มีความสัมพันธและผลกระทบเชิงบวกกับคุณภาพขอมูลทางการ
บญั ชดี า นความเช่อื ถอื ได ดา นการเปรียบเทยี บกันได

ธนัชชา โยธาทัย (2559) ศึกษาความสัมพันธระหวางประสิทธิผลการควบคุมภายในกับผลการ
ดําเนินงานของสหกรณการเกษตรใน เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลการวิจัยพบวา ประสิทธิผลการควบคุม
ภายในเปนปจจัยหน่ึงที่ชวย ใหสหกรณการเกษตรในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถดําเนินธุรกิจบรรลุ
ตามเปาหมายที่กําหนดไวไดอยางมีประสิทธิภาพ ซ่ึงสหกรณการเกษตรควรใหความสําคัญการพัฒนาทักษะ
บุคลากรเพื่อใหเกิดการเรียนรูและพัฒนา นอกจากน้ีควรใหความสําคัญกับกระบวนการดําเนินงานและการ
บริการที่ดี ซ่ึงจะนําไปสูความพึงพอใจของลูกคาและผลการดําเนินงานที่ดีตลอดจนการดํารงอยูไดอยางยั่งยืน
ของสหกรณก ารเกษตร

จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎี รวมไปถึงงานวิจัยที่เกี่ยวของ ผูวิจัยไดนําแนวคิดการควบคุม
ภายในของ COSO 2013 มาเปน ตัวแปรวัดระบบการควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยเพอื่ การผลติ ซ่ึงประกอบ
ไปดวย 1) ดานสภาพแวดลอมของการควบคุม 2) ดานการประเมินความเสี่ยง 3) ดานกิจกรรมการควบคุม
4) ดานสารสนเทศและการสื่อสาร 5) ดานการติดตามประเมินผล โดยผูวิจัยมีความเห็นวา ระบบการควบคุม
ภายในเปนกลไกที่สําคัญและเปนเคร่ืองมือในการบริหารงานในกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ใหอยูในระดับที่
ยอมรบั ได ซึ่งจะทาํ ใหก ารปฏิบัตงิ านและการจัดการของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลติ บรรลุตามวัตถปุ ระสงค และ
ตัวแปรผลการดําเนินงานผูวิจัยไดประยุกตแนวคิดเกี่ยวกับการวัดผลการดําเนินงานแบบดุลยภาพ (Balanced
Scorecard: BSC) มาปรับใชในการวัดผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ซ่ึงประกอบไปดวย 1)
ดานการเงนิ 2) ดา นสมาชกิ 3) ดานกระบวนการภายใน 4) ดานการเรยี นรแู ละพัฒนา โดยผูว ิจัยมคี วามเหน็ วา มี
ความเชื่อมโยงกับแนวทางการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิตไมวาจะเปนการรายงานขอมูลทาง
การเงิน การรวมคนในหมูบานเพ่ือชวยเหลือซึ่งกันและกัน การลดตนทุนของสินคาอุปโภคบริโภคและลดตนทุน
การผลิตของตนเองในครอบครัว การตรวจสอบการปฏิบัติงาน เพื่อใหเกิดการเรียนรูและพัฒนาการบริหารงาน
กลุมออมทรัพยเ พอ่ื การผลิต
ระเบียบวธิ ีการวิจยั

1. ประชากรและกลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย
ประชากรท่ีใชในการวิจัย คือ ประชากรท่ีเปนสมาชิกในกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต ตําบลกุด

พิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา จํานวน 200 คน กลุมตัวอยางท่ีใชในการวิจัย ไดแก สมาชิกใน
กลมุ ออมทรัพยเ พือ่ การผลิต ตาํ บลกุดพิมาน อาํ เภอดานขุนทด จงั หวัดนครราชสมี า จํานวน 134 คน โดยใชวิธี
คํานวณจากสูตรของทาโร ยามาเน (Yamane Taro,1973) ซึ่งไดกําหนดความเชื่อม่ัน รอยละ 95 คา
คลาดเคลื่อนไมเกิน 0.05 ผูวิจัยไดทําการสุมกลุมตัวอยางแบบช้ันภูมิอยางเปนสัดสวน (Proportional
Stratified Random Sampling) โดยเทียบสัดสวนกลุมตัวอยางจากประชากรท่ีเปนสมาชิกกลุมออมทรัพย
เพือ่ การผลติ ในแตละหมบู า นทอ่ี ยตู ําบลกุดพมิ าน (กลั ยา วานชิ ยบญั ชา, 2558, น.19)

2. เครอ่ื งมอื ท่ีใชใ นการวิจยั คอื แบบสอบถาม โดยแบบสอบถามแบง ออกเปน 4 สว นคือ

518

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

สวนที่ 1 เปนแบบสอบถามขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม จํานวน 5 ขอ ประกอบไปดวย
1) เพศ 2) อายุ 3) ระดับการศึกษา 4) อาชพี 5) รายไดเ ฉลีย่ ตอเดือน เปน ขอ คาํ ถามเลือกตอบ สว นท่ี 2 ระบบ
การควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต ประกอบไปดวย 1) ดานสภาพแวดลอมของการควบคุม
2) ดานการประเมินความเส่ียง 3) ดานกิจกรรมการควบคุม 4) ดานสารสนเทศและการสื่อสาร 5) ดานการ
ติดตามประเมินผล จํานวน 19 ขอ สวนท่ี 3 ผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต ประกอบไป
ดวย 1) ดานการเงิน 2) ดานสมาชิก 3) ดานกระบวนการภายใน 4) ดานการเรียนรูและพัฒนา จํานวน 13 ขอ
รวมทั้งสิ้นเปน 32 ขอ มีลักษณะเปนคําถามแบบมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ (Rating Scale) โดยมี
หลักเกณฑการใหคะแนน ดังนี้ 5 หมายถึง ระดับความคิดเห็นดีมาก 4 หมายถึง ระดับความคิดเห็นดี 3
หมายถึง ระดับความคิดเหน็ ปานกลาง 2 หมายถึง ระดับความคิดเห็นนอย 1 หมายถึง ระดับความคิดเห็นนอย
ที่สุด สวนที่ 4 ขอเสนอแนะและความคิดเห็นอ่ืน เปนแบบสอบถามปลายเปด (Open End) เพื่อใหผูตอบ
แบบสอบถามไดแสดงความคดิ เหน็

3. การตรวจสอบคุณภาพเคร่อื งมอื ท่ใี ชใ นการวิจัย โดยมีวธิ ีการดงั น้ี
1) การหาความเท่ียงตรง (Validity) โดยการนําแบบสอบถามฉบับรางเสนอตอผูเชี่ยวชาญเพื่อ

ชวยตรวจสอบความเท่ียงตรงเชิงเน้ือหา (Content Validity) โดยการหาคาดัชนีความสอดคลอง (Item
Objective Congruence : IOC) ไดคา IOC อยูระหวาง 0.60 – 1.00 จํานวน 32 ขอ และความถูกตอง
เหมาะสมของภาษาทใี่ ช เพื่อนาํ ขอเสนอแนะไปปรับปรุงและแกไ ขแบบสอบถาม

2) การหาความเชื่อม่ัน (Reliability) ไดนําแบบสอบถามท่ีปรับปรุงแกไขแลวไปทดสอบ (Pre-
Test) แบบสอบถามกบั สมาชิกในกลุมออมทรัพยเ พื่อการผลติ จาํ นวน 30 ชดุ (ทไ่ี มใ ชก ลุมตัวอยาง) นาํ ขอ มูลท่ี
ไดมาวิเคราะหหาความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม โดยใชวิธีหาคาสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบราค
(Cronbach’s Coefficient Alpha) โดยไดคาความเช่ือถือไดของตัวแปรระบบการควบคุมภายในเทากับ
0.874 ผลการดาํ เนินงาน เทากับ 0.928 ซ่งึ เปนคา ทมี่ ากกวา 0.70 ถือวาสามารถนําไปใชใ นการเก็บตวั อยา งได

4. การเกบ็ รวบรวมขอมลู
ในการเก็บรวบรวมขอมูล โดยขอหนังสือจากวิทยาลัยเทคนิคหลวงพอคูณ ปริสุทฺโธ เพื่อขอ

อนุญาตในการเก็บขอมูลจากกลุมตัวอยาง และนําแบบสอบถามท่ีไดรับการตรวจสอบคุณภาพแลวไปจัดเก็บ
ขอ มลู กับกลุมตัวอยา งกับสมาชิกของกลุมออมทรพั ยเ พ่ือการผลิต จํานวน 134 คน

5. การวเิ คราะหขอ มูลและสถติ ทิ ี่ใชใ นการวเิ คราะหข อ มลู
1) การวิเคราะหขอมูลแบบสอบถามสวนท่ี 1 ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถามโดยการแจก

แจงความถี่ (Frequency Distribution) และคา รอ ยละ (Percentage)
2) การวิเคราะหขอมูลแบบสอบถามสวนที่ 2 ระบบการควบคุมภายใน และสวนที่ 3 ผลตอการ

ดําเนินงาน โดยใชวิธหี าคาเฉลยี่ (Mean) และสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: S.D.)
การแปลความหมายของคะแนนในแบบสอบถามสวนท่ี 2 และสวนที่ 3 ใชเกณฑคาเฉล่ียในแตละ

ระดับ เพื่อวิเคราะหระบบการควบคุมภายในและผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต ตําบลกุด
พิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา มดี ังนี้ (เบสท Best, 1978, น.174)

คาเฉล่ยี 4.21 – 5.00 หมายถึง มรี ะดบั ความคดิ เห็นทด่ี ีมาก
คา เฉลย่ี 3.41 – 4.20 หมายถึง มีระดับความคิดเห็นที่ดี
คา เฉลีย่ 2.61 – 3.40 หมายถงึ มีระดับความคดิ เห็นปานกลาง
คา เฉลีย่ 1.81 – 2.60 หมายถึง มรี ะดบั ความคดิ เหน็ นอ ย
คาเฉลี่ย 1.00 – 1.80 หมายถึง มรี ะดับความคดิ เหน็ นอ ยที่สดุ
3) การวิเคราะหความสัมพันธระหวางระบบการควบคุมภายในกับผลการดําเนินงานของกลุม
ออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยใชคาสัมประสิทธ์ิ

519

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

สหสัมพันธ (Correlation Coefficient) และแสดงความสัมพันธระหวางตัวแปรอิสระดวยกันเอง ซ่ึงอาจ
กอใหเกิดปญหา Multicollinearity

4) การวิเคราะหระบบการควบคุมภายในที่สงผลตอการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการ
ผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยใชการวิเคราะหก ารถดถอยพหูคูณ (Multiple
Regression Analysis)

ผลการวจิ ัย1. ระบบการควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด

จงั หวัดนครราชสีมา
ตารางท่ี 1 ผลการวิเคราะหเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยเพื่อการ ตําบลกุดพิมาน
อาํ เภอดา นขนุ ทด จังหวดั นครราชสมี า
ระบบการควบคมุ ภายใน � S.D. ระดบั อันดบั
1. ดานสภาพแวดลอมของการควบคมุ 3.99 0.53 ดี 1
2. ดา นการประเมนิ ความเส่ียง 3.71 0.55 ดี 4
3. ดา นกิจกรรมการควบคุม 3.49 0.60 ดี 5
4. ดา นสารสนเทศและการส่ือสาร 3.79 0.64 ดี 2
5. ดานการตดิ ตามประเมนิ ผล 3.77 0.58 ดี 3
รวม 3.75 0.40 ดี

จากตารางที่ 1 พบวา ระบบการควบคุมภายในภาพรวมอยูในระดับดี เม่ือพิจารณาเปนรายดาน
พบวา ดานสภาพแวดลอมของการควบคุม อยูในระดับดีเปนอันดับแรก รองลงมา คือดานสารสนเทศและการ
สือ่ สาร ดา นการตดิ ตามประเมนิ ผล ดานการประเมินความเส่ยี ง และดา นกิจกรรมการควบคุม ตามลาํ ดบั

2. ผลการดาํ เนินงานของกลมุ ออมทรพั ยเ พือ่ การผลติ ตําบลกุดพมิ าน อาํ เภอดา นขนุ ทด จงั หวดั
นครราชสีมา
ตารางที่ 2 ผลการดําเนนิ งานของกลุมออมทรัพยเพอ่ื การผลติ ตาํ บลกดุ พมิ าน อําเภอดานขุนทด
จงั หวดั นครราชสีมา โดยภาพรวม
ผลการดําเนนิ งาน � S.D. ระดบั อันดบั
1. ดา นการเงิน 4.17 0.60 ดี 1
2. ดา นสมาชกิ 3.73 0.66 ดี 3
3. ดานกระบวนการภายใน 3.75 0.62 ดี 2
4. ดานการเรยี นรแู ละพัฒนา 3.72 0.70 ดี 4
รวม 3.84 0.48 ดี

จากตาราง 2 พบวา มผี ลการดําเนินงานภาพรวมอยใู นระดับดี เมื่อพจิ ารณาเปนรายดาน พบวา
ดา นการเงิน อยใู นระดบั ดเี ปน อันดบั แรก รองลงมา คอื ดานกระบวนการภายใน ดานสมาชกิ และดา นการ
เรยี นรูและพฒั นา ตามลําดับ

520

การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

3. การวเิ คราะหค วามสมั พนั ธร ะหวา งระบบการควบคมุ ภายในกบั ผลการดาํ เนนิ งานของกลุม ออม
ทรพั ยเ พอ่ื การผลติ ตําบลกดุ พมิ าน อาํ เภอดานขุนทด จงั หวัดนครราชสีมา

ตารางที่ 3 คาสมั ประสทิ ธ์สิ หสมั พันธระหวางระบบการควบคมุ ภายในกับผลการดาํ เนินงานของกลมุ ออมทรัพย
เพ่อื การผลิต ตําบลกดุ พมิ าน อาํ เภอดา นขนุ ทด จังหวดั นครราชสมี า
ตวั แปร � S.D. ระบบการควบคมุ ภายใน ผลการดําเนินงาน
ระบบการควบคุมภายใน 3.75 0.40 1 0.606**
ผลการดาํ เนินงาน 3.84 0.48 0.606** 1
**มีนัยสาํ คัญทางสถติ ทิ ี่ระดบั 0.01

จากตารางที่ 3 พบวา ระบบการควบคุมภายในมีความสัมพันธกับผลการดําเนินงานของกลุม
ออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยภาพรวมมีความสัมพันธใ น
ระดับ (r = 0.606) ในทางบวก อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 หมายความวาระบบการควบคุมภายใน
ทั้ง 5 ดาน คือ 1) ดานสภาพแวดลอมของการควบคุม 2) ดานการประเมินความเสี่ยง 3) ดานกิจกรรมการ
ควบคุม 4) ดานสารสนเทศและการสื่อสาร 5) ดา นการติดตามประเมินผล มคี วามสมั พันธกับผลการดําเนนิ งาน
ระดับคอนขางสูง ซึ่งหมายความวา ถากลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอ ดานขุนทด จังหวัด
นครราชสีมา มีระบบการควบคุมภายในที่ดี ก็จะทําใหมีผลการดําเนินงานที่ดีดวยเชนกันนอกจากนี้ เม่ือ
วิเคราะหความสัมพันธเปนรายดานของระบบการควบคุมภายใน โดยใชคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ
(Correlation Coefficient) ผลการวเิ คราะหแสดงดังรูปภาพ

ระบบการควบคุมภายใน ผลการดาํ เนนิ งาน

ดานสารสนเทศและการสอื่ สาร 0.517

ดานการประเมนิ ความเสยี่ ง 0.497

ดานสภาพแวดลอ มของการควบคุม 0.441 ผลการดําเนนิ งาน

ดานการตดิ ตามประเมนิ ผล 0.327

ดานกิจกรรมการควบคุม 0.300

โดยที่ หมายถงึ มคี วามสมั พันธกนั อยางมนี ัยสําคัญทางสถติ ิท่รี ะดับ .01

ภาพที่ 1 ความสัมพันธร ะหวา งระบบการควบคุมภายในกับผลการดาํ เนนิ งานของกลุมออมทรัพยเ พื่อการผลิต
ตาํ บลกดุ พมิ าน อําเภอดานขุนทด จงั หวดั นครราชสีมา

521

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

จากภาพท่ี 1 ผลการดําเนินงาน มีความสัมพันธกับระบบการควบคุมภายในของกลุมออมทรัพย
เพื่อการผลิต ในดานสารสนเทศและการส่ือสาร ดานการประเมินความเสี่ยง และดานสภาพแวดลอมของการ
ควบคุม ในระดับปานกลาง (r=0.517, r=0.497, r=0.441) สวนดานการติดตามประเมินผล และดานกิจกรรม
การควบคมุ ในระดับคอนขา งต่ํา (r=0.327, r=0.300)

ตัวแปรอิสระของระบบการควบคุมภายในแตละดานมีความสัมพันธกัน ซึ่งอาจเกิดปญหา
Multicollinearity ผูวิจัยจึงทําการทดสอบ Multicollinearity โดยใชคา VIF ปรากฏวาคา VIF ของตัวแปร
อิสระ คือระบบการควบคุมภายในแตละดานมีคาต้ังแต 1.239 – 2.862 ซึ่งมีคานอยกวา 10 แสดงวา ตัวแปร
อิสระไมถึงขั้นกอใหเกิดปญหา Multicollinearity (Black, 2006 : 585) สามารถนําไปวิเคราะหการถดถอย
พหุคณู (Multiple Regression Analysis) ได

4. ระบบการควบคุมภายในท่ีสง ผลตอผลการดาํ เนินงานของกลุมออมทรพั ยเพ่อื การผลิต ตาํ บล
กดุ พมิ าน อําเภอดานขนุ ทด จังหวัดนครราชสมี า

ตารางท่ี 4 ระบบการควบคุมภายในท่ีสงผลตอผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุด
พิมาน อาํ เภอดา นขนุ ทด จังหวัดนครราชสีมา
ระบบการควบคุมภายในที่มผี ลตอ B Std.Error Beta t Sig
ผลการดําเนนิ งาน
ดานสารสนเทศและการส่อื สาร 0.259 0.053 0.355 4.898 0.000**
ดานการประเมินความเส่ียง 0.242 0.065 0.385 3.746 0.000**
ดา นสภาพแวดลอ มของการควบคมุ 0.189 0.066 0.214 2.858 0.005**
ดา นการติดตามประเมินผล 0.049 0.071 0.057 0.697 0.487
ดานกจิ กรรมการควบคุม 0.024 0.080 0.025 0.298 0.766
N = 134, Constant = 1.208, R2 = 0.420, R adj. = 0.406, S.E.est = 0.360, F = 8.166

**มีนัยสําคัญทางสถติ ิท่ีระดบั 0.01

จากตารางท่ี 4 แสดงการวิเคราะหการถดถอยพหูคูณ (Multiple Regression Analysis) พบวา
มีระบบการควบคุมภายในทม่ี ผี ลตอผลการดําเนินงาน 3 ดาน จากทั้งหมด 5 ดาน คือ ดานสารสนเทศและการ
สื่อสาร ดานการประเมินความเสี่ยง และดานสภาพแวดลอมของการควบคุม โดยหากกลุมออมทรัพยเพ่ือการ
ผลิต มีสารสนเทศและการส่ือสารกันท่ีชัดเจน มีการจัดทําขอมูลสารสนเทศท่ีมีความครบถวนถูกตองและเปน
ปจจุบัน มีการพิจารณาความคุมคาของคาใชจายจากการควบคุมหรือการจัดการกับความเส่ียงท่ีเกิดข้ึน มีการ
กําหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติงานอยางชัดเจนและเปนลายลักษณอักษรพรอมท้ังเผยแพรใหทุกคนในกลุม
ออมทรัพยเพ่ือการผลิตทราบ ถือเปนปจจัยหนึ่งท่ีชวยใหผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต
สามารถดําเนินธุรกิจบรรลุตามเปาหมายท่ีกําหนดไวไดอยางมีประสิทธิภาพ ในดานการเงิน ดานสมาชิก
ดานกระบวนการภายใน และดานการเรียนรูและพัฒนา อยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 โดยคิดเปนรอย
ละ 42.00

522

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

อภิปรายผลการวจิ ยั
1. ระบบการควบคุมภายในของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด

จังหวัดนครราชสีมา โดยสมาชิกในกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต มีความเห็นเก่ียวกับระบบการควบคุมภายใน
ภาพรวมอยใู นระดับดี เมื่อพจิ ารณาเปน รายดาน พบวา อยูใ นระดับดที กุ ดาน โดยระบบการควบคุมภายในดาน
สภาพแวดลอ มของการควบคมุ อยใู นระดับดีเปน อนั ดบั แรก รองลงมา คอื ดา นสารสนเทศและการส่ือสาร ดา น
การตดิ ตามประเมนิ ผล ดานการประเมนิ ความเส่ยี ง และดานกจิ กรรมการควบคุม ทงั้ น้เี นื่องจากกลุม ออม
ทรัพยเพื่อการผลิต มีการกําหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติงานอยางชัดเจนและเปนลายลักษณอักษรพรอมท้ัง
เผยแพรใหทุกคนในกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิตทราบ มีการนําขอมูลสารสนเทศมาใชประกอบในการตัดสนิ ใจ
อยางมีประสิทธิผล มีการประเมินผลการปฏิบัติงานและรายงานผลการปฏิบัติงานใหผูบริหารทราบทุกคร้ัง ซ่ึง
สอดคลองกับงานวิจัย กมลวรรณ พุฒชาต (2558) ศึกษาปจจัยท่ีมีความสัมพันธกับการควบคุมภายในโดย
ประเมินตนเอง (Control Self-Assessment CSA) ของสํานักงานทรัพยสินสวนพระมหากษัตริย ผลการวิจัย
พบวา ความคิดเห็นของพนักงานที่มีตอการควบคุมภายในตามแนวทางของ COSO ในภาพรวมมีความคิดเห็น
ในระดับมาก ดานสภาพแวดลอมการควบคุมมากที่สุด รองลงมาคือดานกิจกรรมควบคุม ดานสารสนเทศและ
การส่ือสาร และเหน็ ดว ยปานกลางในดานการติดตามและประเมินผล ดานการประเมนิ ความเสี่ยง

2. ผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัด
นครราชสีมา โดยสมาชิกในกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต มีความเห็นเก่ียวกับผลการดําเนินงานภาพรวมอยูใน
ระดบั ดี เมือ่ พจิ ารณาเปน รายดาน พบวา อยูในระดบั ดที กุ ดาน โดยผลการดาํ เนินงานดา นการเงิน อยูในระดบั ดี
เปนอันดับแรก รองลงมา คือดานกระบวนการภายใน ดานสมาชิก ดานการเรียนรูและพัฒนา ท้ังนี้เน่ืองจาก
สมาชิกกลุมออมทรพั ยเ พ่ือการผลิตใหค วามสนใจใสใจการจัดทํารายงานการเงินมีความครบถวนของขอมูลและ
นาเชอ่ื ถือ มกี ารตรวจสอบกนั เองไดอยางเปนระบบ สามารถดาํ เนนิ งานบรรลุตามเปาหมายที่กาํ หนดไวไ ดอยาง
มีประสิทธิภาพ ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัย ธนัชชา โยธาทัย (2559) ศึกษาความสัมพันธระหวางประสิทธิผลการ
ควบคมุ ภายในกบั ผลการดาํ เนินงานของสหกรณก ารเกษตรใน เขตภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ผลการวจิ ัยพบวา
ประสิทธิผลการควบคุมภายในเปนปจจัยหนึ่งที่ชวย ใหสหกรณการเกษตรในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สามารถดําเนินธุรกิจบรรลุตามเปาหมายท่ีกําหนดไวไดอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่งสหกรณการเกษตรควรให
ความสําคัญการพัฒนาทักษะบุคลากรเพ่ือใหเกิดการเรียนรูและพัฒนา นอกจากน้ีควรใหความสําคัญกับ
กระบวนการดําเนินงานและการบริการที่ดี ซ่ึงจะนําไปสูความพึงพอใจของลูกคาและผลการดําเนินงานที่ดี
ตลอดจนการดํารงอยูไ ดอยา งยัง่ ยืนของสหกรณการเกษตร

3. การวิเคราะหความสัมพันธระหวางระบบการควบคุมภายในกับผลการดําเนินงานของกลุมออม
ทรัพยเ พ่ือการผลติ ในดานสารสนเทศและการสอ่ื สาร ดานการประเมินความเส่ยี ง และดานสภาพแวดลอ มของ
การควบคุม ในระดับปานกลาง สวนดานการติดตามประเมินผล และดานกิจกรรมการควบคุม ในระดับ
คอนขางต่ํา ดังน้ันความสัมพันธระหวางระบบการควบคุมภายในกับผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือ
การผลิต ภาพรวมมีความสัมพันธในระดับคอนขางสูง (r = 0.606) ในทางบวก อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่
ระดับ 0.01 ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัย กุสุมา โสเขียว (2559) ศึกษาผลกระทบของประสิทธิภาพการควบคุม
ภายใน และสภาพแวดลอมธุรกิจที่มีตอคุณภาพขอมูลทางการบัญชี ผลการวิจัยพบวา ประสิทธิภาพการ
ควบคุมภายใน ดานการประเมินความเส่ียง มีความสัมพันธและผลกระทบเชิงบวกกับคุณภาพขอมูลทางการ
บัญชี ดานความเขาใจได และดานความเก่ียวของกับการตัดสินใจ ประสิทธิภาพการควบคุมภายในดาน
กิจกรรมการควบคุม มีความสัมพันธและผลกระทบเชิงบวกกับคุณภาพขอมลู ทางการบัญชี ดานความเกี่ยวของ

523

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

กับการตัดสินใจ ประสิทธิภาพการควบคุมภายใน ดานสารสนเทศและการส่ือสาร มีความสัมพันธและ
ผลกระทบเชิงบวกกบั คุณภาพขอ มูลทางการบญั ชี ดานความเช่ือถือได ดา นการเปรยี บเทียบกนั ได

4. ระบบการควบคุมภายในที่สงผลตอผลการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต บานโนน
สงา ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา มี 3 ดาน จากทั้งหมด 5 ดาน คือ ดานสารสนเทศ
และการส่ือสาร ดานการประเมินความเสี่ยง และดานสภาพแวดลอมของการควบคุม มีการจัดทําขอมูล
สารสนเทศท่ีมีความครบถวนถูกตองและเปนปจจุบัน มีการพิจารณาความคุมคาของคาใชจายจากการควบคุม
หรือการจัดการกับความเสี่ยงทเี่ กิดขน้ึ มีการกําหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติงานอยางชัดเจนและเปนลายลกั ษณ
อักษรพรอมทั้งเผยแพรใหทุกคนในกลุมออมทรัพยเพื่อการผลิตทราบ ถือเปนปจจัยหนึ่งท่ีชวยใหผลการ
ดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต สามารถดําเนินธุรกิจบรรลุตามเปาหมายท่ีกําหนดไวไดอยางมี
ประสิทธิภาพ ในดานการเงิน ดานสมาชิก ดานกระบวนการภายใน และดานการเรียนรูและพัฒนา อยางมี
นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 โดยคิดเปนรอยละ 42.00 ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัย กิตติศักด์ิ โมกขญาณ
อนันต (2557) ทําการศึกษาผลกระทบของการบริหารงานที่มุงเนนการใหบริการที่มีตอความสําเร็จในการ
ดาํ เนนิ งานของธุรกจิ โรงแรมในประเทศไทย ผลการศกึ ษาพบวา การบริหารงานทมี่ ุงเนนดานการใหบริการดาน
ระบบการวัดผลมาตรฐานการบริการ ที่สงผลตอความสําเร็จดานการเงิน ดานลูกคา และดานกระบวนการ
ภายใน ซ่ึงการบริหารงานที่มุงเนนการใหบริการมีผลตอความสําเร็จในการดําเนินงานของธุรกิจโรงแรมใน
ประเทศไทย เชนเดยี วกนั

ขอเสนอแนะ
1) ควรใหมีการส่ือสารขอมูลอยางมีประสิทธิภาพและเหมาะสม โดยใหมีการสื่อสารขอมูล

เหมาะสมเพียงพอกบั ระดับการดาํ เนินงาน สวนผบู รหิ ารและบุคลากรนําขอมูลสารสนเทศมาใชประกอบในการ
ตัดสนิ ใจอยางมปี ระสทิ ธิผลได

2) ควรกําหนดแนวทางการควบคุมหรือบริหารความเสี่ยง เพื่อใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรมี
การกําหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติงานอยางชัดเจนและเปนลายลักษณอักษรพรอมท้ังเผยแพรใหทุกคนในกลุม
ออมทรพั ยเพอ่ื การผลติ ทราบได

3) ควรสงเสริมใหสมาชิกทุกคนมีจิตสํานึกที่ดี ในการปฏิบัติงานในความรับผิดชอบและดํารง
รักษาไวซ ่งึ สภาพแวดลอ มของการควบคุมท่ดี ี

ขอ เสนอแนะสาํ หรบั การทาํ วจิ ัยคร้งั ตอไป
1) ควรมีศึกษาระบบการควบคุมภายในที่มีผลตอการดําเนินงานของกลุมออมทรัพยเพ่ือการผลิต

ของหมูบานใกลเคียง เพ่ือนําผลมาเปรียบเทียบกัน เพ่ือเปนแนวทางในการบริหารจัดการและการควบคุม
ภายในใหเ กดิ ประสิทธิภาพมากย่งิ ขึน้

2) ควรศึกษาผลกระทบหรือปจจัยดานอ่ืนที่มีผลตอการดําเนินของกลุมออมทรัพย เชน ระบบ
บัญชี การตรวจสอบกิจการ การสอบบัญชี ปจจัยภายในและปจจัยภายในนอก เปนตน เพ่ือใชเปนแนวทางใน
การพฒั นาระบบการควบคมุ ภายของกลุม ออมทรัพยเ พื่อการผลติ ตอไป
เอกสารอางอิง
กมลวรรณ พทุ ธชาต. (2553). ปจ จัยท่ีมีความสมั พันธก ับการควบคมุ ภายใน โดยการประเมนิ ตนเองของ

สาํ นักงานทรพั ยสนิ สว นพระมหากษตั รยิ . (ปรญิ ญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลยั
ศิลปากร).

524

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

กรมการพัฒนาชมุ ชน. (2558). แนวทางการดาํ เนนิ งานกลุมออมทรพั ยเพอ่ื การผลติ พ.ศ. 2558. สืบคน จาก
http://www.fund.cdd.go.th

กสุ มุ า โสเขยี ว. (2559). ผลกระทบของประสิทธภิ าพการควบคุมภายในและสภาพแวดลอ มธรุ กจิ ท่มี ตี อ
คณุ ภาพขอ มลู ทางการบญั ช.ี มหาสารคาม: มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม.

กติ ตศิ ักด์ิ โมกญาณอนันต. (2557). ผลกระทบของการบริหารงานท่มี งุ เนน การใหบริการท่ีมตี อ ความสําเร็จ
ในการดาํ เนนิ งานของธรุ กจิ โรงแรมในประเทศไทย. (วิทยานพิ นธปรญิ ญาการจดั การมหาบณั ฑิต,
มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม).

กัลยา วานชิ ยบญั ชา. (2558). สถติ สิ าํ หรบั งานวิจัย พมิ พค รง้ั ที่ 9. กรงุ เทพฯ: สามลดา.
ฐิตมิ า สุวรรณณรงั ส.ี (2553). การกาํ หนดสมรรถนมาตรฐานของบรษิ ัทจาํ หนา ยสนิ คา อตุ สาหกรรมโดย

อาศัยหลกั การประเมนิ เชงิ ดลุ ยภาพ (balanced scorecard). (วิทยานพิ นธปริญญาการศึกษา
วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑติ , จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลัย).
ดีใหม อินทรพาณชิ ย. (2551). สภาพและปญ หาการดาํ เนนิ การควบคุมภายในของโรงเรียนสงั กัดสาํ นกั งาน
เขตพน้ื ท่กี ารศึกษาสกลนครเขต 2. (วิทยานพิ นธป รญิ ญามหาบัณฑติ , มหาวทิ ยาลัยราชภฏั
สกลนคร).
ธนชั ชา โยธาทยั . (2559). ความสมั พนั ธร ะหวางประสทิ ธผิ ลการควบคมุ ภายในกบั ผลการดาํ เนนิ งานของ
สหกรณก ารเกษตรในเขตภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ. (ปรญิ ญามหามหาบณั ฑิต, มหาวิทยาลยั
มหาสารคาม).
ประเสรฐิ กายาไชย. (2551). การควบคุมภายในของกลมุ ออมทรพั ยเพอ่ื การผลติ บานโปง ฮ้ึง หมู 2 และหมู
17 ตาํ บลหวยสกั อําเภอเมอื ง จังหวดั เชียงราย.(วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑติ ,มหาวิทยาลยั
ราชภฏั เชียงราย).
Yamane, T. (1973). Statistics: an introductory analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.

525

การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

การพฒั นาแอปพลิเคชันความเปนจรงิ เสรมิ เพอ่ื ประชาสัมพันธการทอ งเท่ียว
กรณีศึกษา อาํ เภอชางกลาง จงั หวดั นครศรีธรรมราช

เตชติ า สทุ ธริ กั ษ01
อาจารยประจําสาขาวชิ าการจัดการ คณะวิทยาการจัดการ

มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครศรธี รรมราช
วิสตุ ร เพชรรตั น

อาจารยประจาํ สาขาวิชาคอมพวิ เตอรธุรกิจ คณะวทิ ยาการจดั การ
มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรธี รรมราช
กลุ วดี จันทรว เิ ชยี ร

อาจารยประจําสาขาวชิ าการจัดการ คณะวทิ ยาการจัดการ
มหาวิทยาลยั ราชภัฏนครศรีธรรมราช
บทคัดยอ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค 1) เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันความเปนจริงเสริมในการประชาสัมพันธ
การทอ งเทีย่ ว กรณีศึกษา อําเภอชางกลาง จังหวดั นครศรีธรรมราช 2) เพ่อื ศึกษาความพึงพอใจการใชแ อปพลิเค
ชนั ความเปน จริงเสรมิ ในการประชาสมั พันธการทองเทย่ี ว อําเภอชางกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช กลมุ ตัวอยาง
คือนักทองเที่ยวจํานวน 100 คน แอปพลิเคชันพัฒนาดวยโปรแกรม Unity และภาษาโปรแกรม C# ทําการเก็บ
ขอมูลประเมินความพึงพอใจดวยแบบสอบถาม ผลการวิจัยพบวา แอปพลิเคชันที่ไดมีขนาดเล็กและมีความ
รวดเร็วในการทํางาน สามารถแสดงขอมูลวิดีโอนําเสนอสถานที่ทองเที่ยวไดอยางรวดเร็ว และชวยสงเสริมการ
ทองเที่ยวทําใหนักทองเท่ียวอยากไปเท่ียวสถานท่ีจริงมากข้ึน ผลประเมินความพึงพอใจโดยรวม อยูระดับดีมาก
คาเฉลย่ี 4.58
คําสาํ คญั : เทคโนโลยีความเปน จริงเสริม แอปพลิเคชัน การทอ งเทย่ี ว

1 อาจารยป ระจาํ สาขาวิชาการจดั การ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรธี รรมราช
เลขที่ 1 ม.4 ต.ทาง้ิว อ.เมอื ง จ.นครศรีธรรมราช 80280
หมายเลขตดิ ตอ: 086-9488-176 อเี มล: [email protected]

526

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

THE DEVELOPMENT AND IMPLEMENTATION OF AN AUGMENTED REALITY
APPLICATIONIN PUBLIC RELATIONS TOURISM — A CASE STUDY OF
CHANG KLANG DISTRICT IN NAKHON SRI THAMMARAT

Taechita Sutthirak1
Lecturer at Department of Management, Faculty of Management Sciences

Nakhon Si Thammarat Rajabhat University
Wisut Petcharat

Lecturer at Department of Business Computer, Faculty of Management Sciences
Nakhon Si Thammarat Rajabhat University
Kunwadee Janwichian

Lecturer at Department of Management, Faculty of Management Sciences
Nakhon Si Thammarat Rajabhat University
Abstract

The objectives of this research were to 1) develop augmented reality applications in
tourism promotion in the Chang Klang District of Nakhon Si Thammarat Province as a case
study, and 2) study the satisfaction of using augmented reality applications to promote tourism
in the Chang Klang District of Nakhon Si Thammarat Province. The sample consisted of 100
tourists. The application was developed using Unity and C# programming language.
Questionnaires were the tool for data collection of satisfaction. The results showed that the
application was small and fast in operation; it could display video information that presented
attractions at a glance and helped promote tourism by making tourists want to visit the actual
places. The overall assessment of satisfaction was at the highest level with an average of 4.58
Keywords: Augmented Reality, Mobile Application, Tourism

1 Corresponding Author: Lecturer at Department of Management
Faculty of Management Sciences, Nakhon Si Thammarat Rajabhat University.
Contact Number: +6686-948-8176 Email: [email protected]

527

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

บทนาํ
การทองเที่ยวมีความสําคัญตอประเทศไทยอยางมากในการชวยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของ

ประเทศในป 2556 ประเทศไทยมรี ายไดจ ากการทองเที่ยวอยทู ่ี 1.2 ลา นลานบาท เพิ่มข้ึนรอ ยละ 19 จากปทีผ่ าน
มาและจากการเก็บสถิติของ UNWTO ประเทศไทยมีรายไดจากนักทองเท่ียวตางชาติสูงถึง 44.6 พันลานเหรียญ
สหรัฐ หรือสูงเปนอับดับที่ 6 ของโลก ในระดับชาติรัฐบาลไดกําหนดยุทธศาสตรการทองเที่ยวไทย พ.ศ. 2560-
2564 ใหมีการพัฒนาคุณภาพแหลงทองเท่ียว สินคาและบริการดานการทองเท่ียวใหเกิดความสมดุล และยั่งยืน
(กระทรวงการทองเท่ียวและกีฬา, 2561) ประเทศไทยเปนประเทศที่อุดมสมบูรณ มีทรัพยากรการทองเที่ยวท่ี
หลากหลายเชน ทะเล น้ําตก ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงมีประวัติศาสตรอันยาวนาน ซึ่งเปนเอกลักษณท่ีสําคัญที่
ดึงดูดใจนักทองเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวตางชาติ อําเภอชางกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเน้ือที่ประมาณ 96
ตารางกโิ ลเมตรหรือประมาณ 60,299 ไร ลกั ษณะภูมปิ ระเทศโดยทั่วไป เปน ทร่ี าบเชิงเขา ประกอบดวยปาไมและ
ภูเขา มีแหลงน้ําตามธรรมชาติ มีสถานท่ีทองเทียวตามธรรมชาติอุดมสมบูรณท่ีนาสนใจจํานวนมาก (องคการ
บริหารสวนตําบลชางกลาง, 2561) ในปจจุบันยังขาดการประชาสัมพันธและการเผยแพรที่มีประสิทธิภาพ ทําให
สง ผลกระทบตอจาํ นวนนักทองเที่ยวได

ในยุคปจ จุบนั การประชาสมั พันธเปนชองทางการสื่อสารทีส่ ําคัญในการเผยแพรขอมลู แกนักทองเท่ียว
รวมถึงสาธารณชนทั่วไป งานประชาสัมพันธเปนงานท่ีเก่ียวของกับการใชเครื่องมือส่ือสาร ในอดีตการ
ประชาสัมพันธอาศัยโทรทัศนวิทยุกระจายเสียงและสื่อสิ่งพิมพ เปนเคร่ืองมือส่ือสารหลักในการประชาสัมพันธ
เม่ือเทคโนโลยีกาวหนาเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการถือกําเนิดของส่ือใหม (new media) เชน สื่ออินเทอรเน็ต
ส่ือสังคมออนไลน เปนเทคโนโลยีท่ีถูกนํา มาใชอยางกวางขวางในวงวิชาชีพการประชาสัมพันธ ดวยการนําขอมูล
หรอื กจิ กรรมตา ง ๆ มาเผยแพรผานเวบ็ ไซตหอ งสนทนา การสงผานอีเมล การสง ขา วประชาสัมพันธผานเครือขาย
สังคมออนไลน (กุลทิพย ศาสตระรุจิ และ อภิชัจ พุกสวัสด์ิ, 2556) เทคโนโลยีความเปนจริงเสริม (Augmented
Reality) ก็เปนเทคโนโลยีหนึ่งท่ีทันสมัยและไดถูกนํามาใชเปนเคร่ืองมือในการประชาสัมพันธมากข้ึน โดยนําเอา
ความสามารถในการเพิ่มความเปนจริงเสริมลงไปในสื่อประชาสัมพันธในรูปแบบ 2 มิติ 3 มิติ หรืออาจเปน
มลั ติมีเดีย ทําใหก ารนําเสนอขอมลู มคี วามนาสนใจมากยิ่งขน้ึ ท้ังยงั สามารถนําเสนอผา นโทรศพั ทม อื ถือไดอีกดว ย

จากปญหาและความสําคัญดังกลาว ผูวิจัยจงึ ไดนําเทคโนโลยคี วามเปนจริงเสริมมาประยุกตใชก ับการ
ประชาสัมพันธสถานท่ีทองเท่ียว ในรูปแบบเสมือนจริง เพ่ือสรางประสบการณในการรับรูขอมูลในรูปแบบใหม
ใหกับนักทองเท่ียว สรางความนาสนใจแกนักทองเท่ียวและยังไดรับขอมูลของสถานที่ทองเท่ียวแบบเสมือนจริง
ทําใหมีการพัฒนาและเพ่ิมศักยภาพดานประชาสัมพันธการทองเท่ียวของอําเภอชางกลาง จังหวัด
นครศรธี รรมราชมากยิง่ ขน้ึ
วัตถปุ ระสงคใ นการวจิ ัย

1. เพ่ือพัฒนาแอปพลิเคชันความเปนจริงเสริมในการประชาสัมพันธการทองเที่ยว กรณีศึกษา อําเภอ
ชางกลาง จังหวดั นครศรธี รรมราช

2. เพ่ือศกึ ษาความพงึ พอใจการใชแอปพลิเคชันความเปนจริงเสรมิ ในการประชาสัมพันธการทอ งเท่ียว
อาํ เภอชางกลาง จงั หวดั นครศรธี รรมราช

528


Click to View FlipBook Version