The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by neverstop.learning09, 2022-04-17 22:43:32

รายงานสืบเนื่องจากการประชุมระดับชาติ RTBEC 2022

Proceedings of The 9th RMUTT Global Business and
Economics National Conference 2022

Keywords: Rtbec

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

ทศั นคติและพฤติกรรมการตดั สินใจซ้อื โครงการบา นจดั สรรในเขตกรุงเทพมหานคร

จารุมาศ พลอยพทิ กั ษกุล01
นักศึกษาปริญญาตรหี ลกั สตู รบริหารธุรกิจบัณฑติ คณะบรหิ ารธุรกจิ

มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลกรุงเทพ
บญุ มี ยอมพันธ

อาจารยประจาํ สาขาวิชาการตลาด คณะบรหิ ารธุรกจิ
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลกรงุ เทพ
บทคัดยอ

การวิจัยคร้ังนี้มีจุดประสงคเพื่อ (1) เพื่อศึกษาทัศนคติของผูซ้ือในการตัดสินใจซื้อโครงการบาน
จัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร (2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผูบริโภคในการตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรรใน
เขตกรุงเทพมหานคร (3) เพื่อศึกษาปจจัยทางดานประชากรศาสตร ท่ีมีผลตอทัศนคติและพฤติกรรมการ
ตัดสินใจซ้ือท่ีโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร กลุมตัวอยางท่ีใชในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผูบริโภคท่ี
ตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร จํานวน 400 คน โดยใชแบบสอบถามเปนเคร่ืองมือท่ีใช
ในการเก็บรวบรวมขอมูล สถิติที่ใชในการวิเคราะห ไดแก ความถ่ี คารอยละ คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานดวยสถิติความแปรปรวนทางเดียว หากพบความแตกตางจะนําไปเปรียบเทียบเปน
รายคู โดยใชวิธีผลตางที่มีนัยสําคัญนอยท่ีสุด และทดสอบความแตกตางของตัวแปร 2 ตัวที่เปนอิสระตอกันดวย
สถิติไคสแควร ผลการทดสอบสมมติฐานพบวา กลุมตัวอยางท่ีเปนผูบริโภค สวนใหญเปนเพศหญิงมากกวาเพศ
ชาย มีสถานภาพสมรส อายุระหวาง 30 – 39 ป ระดับการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเทา มีอาชีพเปนพนักงาน
บริษัท รายไดเฉลี่ยตอครอบครวั ตํ่ากวาหรือเทยี บเทา 30,000 บาท และมีจํานวนสมาชิกทีอ่ าศัยอยูรวมกนั 2-4 คน
โดยรวมแตกตางกัน
คําสําคญั : พฤตกิ รรมผบู ริโภค บา นจดั สรร การตัดสนิ ใจซือ้

1 นกั ศึกษาปรญิ ญาตรีหลกั สตู รบริหารธุรกิจบณั ฑติ คณะบริหารธุรกิจ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
ถ.นางลิ้นจี่ แขวงทงุ มหาเมฆ เขตสาทร จ.กรุงเทพมหานคร 10102
หมายเลขตดิ ตอ: 094-925-2142 อเี มล: [email protected]

329

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ATTITUDES AND BEHAVIOURS OF PURCHASING HOUSING PROJECTS
IN BANGKOK

Jarumast Phoiphithakkun1
Undergraduate Students, Bachelor of Business Administration, Faculty of Business Administration

Rajamangala University of Technology Krungthep
Boonmee Yomphan

Lecturer at Department of Marketing, Faculty of Business Administration
Rajamangala University of Technology Krungthep
Abstract

The objectives of this research were to study (1) consumers' attitude in purchasing
housing projects in Bangkok, (2) consumer behaviors in purchasing housing projects in Bangkok,
and (3) demographic factors affecting attitudes and decisions related to purchasing housing
projects in Bangkok. The sample group used in this research comprised 400 consumers who
decided to buy a housing project in Bangkok. A questionnaire was used as the tool to collect
data. The statistics used in the analysis were frequency, percentage, mean, and standard
deviation. The hypothesis was tested using One-way ANOVA statistics. If any differences were
found, they would be compared in pairs using the LSD method, and by testing the difference
of two independent variables using Chi-Square statistic. The results found that potential
consumers had a higher proportion of females to males. The majority of them were married,
aged between 30 and 39 years old, had a bachelor’s degree or equivalent and were employed
as company officers. The average household income was 30,000 baht and below, and most
of the families consisted of 2 to 4 people.
Keywords: Customer Behavior, Housing Project, Purchase Decision

1 Corresponding Author: Undergraduate Students, Bachelor of Business Administration
Faculty of Business Administration, Rajamangala University of Technology Krungthep.
Contact number: +6694-925-2142 Email: [email protected]

330

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

บทนาํ
กรุงเทพมหานครเปนเมืองหลวงที่มีประชากรมากท่ีสุดของประเทศไทย เปนศูนยกลางการปกครอง

การศึกษา การคมนาคมขนสง การเงินการธนาคาร การพาณิชย การสื่อสาร และความเจริญของประเทศ ดวย
ทําเลท่ีต้ังที่เหมาะสมกับการใชชีวิต หรือมีส่ิงอํานวยความสะดวกครบครันทําใหประชากรสวนใหญเลือกซ้ือบาน
ในเขตกรงุ เทพมหานคร

บานหรือท่ีอยูอาศัย เปนสถานที่ ท่ีบุคคลในครอบครัวไดใชเวลารวมกัน ทํากิจกรรมรวมกันเปนสวน
ใหญในชีวิตประจําวัน ทําใหบานเปนปจจัยพ้ืนฐานที่สําคัญในการดํารงชีวิตของมนุษย และเปนสิ่งที่แสดงถึง
ความม่ันคงและความปลอดภัย ดังนั้นพฤติกรรมการเลือกซอ้ื ทบ่ี านที่เปนทรพั ยสินทม่ี ีราคาสูงตองคํานึงถึงปจจยั
หลายดาน เชน การพิจารณาทําเลท่ีตั้งโครงการ การเลือกโครงการและราคาที่เหมาะสม การเลือกตําแหนงท่ีดิน
และแบบบานทําเลที่ต้ัง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย “โครงการบานจัดสรร” จึงตองเติบโตขึ้นเพ่ือตอบสนองความ
ตองการของผบู รโิ ภค

แมวาแนวโนมธุรกจิ อสังหาริมทรัพยในปจจุบันจะมีอัตราการเติบโตที่ลดลงเนื่องจากการชะลอตัวของ
เศรษฐกิจท่ีไดรับผลกระทบการแพรระบาดของเช้ือ COVID -19 สงผลใหผูบริโภคตองระมัดระวังการใชจายมาก
ขึ้น ทําใหพฤติกรรมในการซื้อบานของผูบริโภคจึงเปล่ียนไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพยจึงตองตอบสนองความ
ตองการของบริโภคทเ่ี ปลี่ยนไป โดยการเพิ่มพ้ืนท่ใี ชสอย เพ่มิ ความปลอดภัย เพมิ่ ความเปนสวนตัวใหก ับผบู ริโภค
นําเทคโนโลยีเขามาใชในการติดตอส่ือสารและการขายสินคาเพื่อลดความเสี่ยงในการพบปะเจรจาการซื้อขาย
บาน การทําเทคโนโลยีนวัตกรรมเพ่ือสุขภาพเขามาใช และการดีไซนที่อยูอาศัยท่ีมีความทันสมัยดวยราคาท่ี
เหมาะสม

ดวยเหตุนี้ผูวิจัยจึงไดทําการศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมการตัดสินใจซ้ือโครงการบานจัดสรรในเขต
กรุงเทพมหานคร ท้ังน้ีเพื่อศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมในการตัดสินใจซ้ือโครงการบานจัดสรรในเขต
กรุงเทพมหานคร เพ่ือชวยใหผูประกอบการเขาใจพฤติกรรมและความตองการของผูบริโภคในการซ้ือที่อยูอาศัย
และสามารถนํามากําหนดนโยบายวางแผนกลยุทธทางการตลาดใหทันตอสถานการณการแขงขันในตลาด และ
ตรงกบั ความตองการของผบู ริโภคกลุม เปาหมายไดม ากทีส่ ุด
วัตถุประสงคใ นการวจิ ยั

1. เพอ่ื ศึกษาทศั นคติของผูบ ริโภคในการตัดสินใจซอ้ื โครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร
2. เพ่ือศึกษาพฤติกรรมของผบู ริโภคในการตัดสนิ ใจซือ้ โครงการบานจัดสรรในเขตกรงุ เทพมหานคร
3. เพ่ือศึกษาปจจัยทางดานประชากรศาสตร ซึ่งประกอบดวย เพศ สถานภาพ อายุ ระดับการศึกษา
อาชีพ รายไดเฉล่ียตอครอบครัว และจํานวนสมาชิกที่พักอาศัยรวมกัน ที่มีผลตอทัศนคติและพฤติกรรมการ
ตดั สนิ ใจซอื้ ทีโ่ ครงการบานจดั สรรในเขตกรงุ เทพมหานคร
สมมติฐานการวิจัย
1. ผูบริโภคที่มีปจจัยทางดานประชากรศาสตร ไดแก เพศ สถานภาพ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ
รายไดเฉลยี่ ตอครอบครัว และจาํ นวนสมาชกิ ทพี่ ักอาศัยรวมกัน ท่ีแตกตา งกัน มีผลตอทัศนคติในการตัดสินใจซื้อ
โครงการบา นจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร แตกตางกนั
2. ผูบริโภคที่มีปจจัยทางดานประชากรศาสตร ไดแก เพศ สถานภาพ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ
รายไดเฉลี่ยตอครอบครัว และจํานวนสมาชิกที่พักอาศัยรวมกัน ท่ีแตกตางกัน มีผลตอพฤติกรรมในการตัดสินใจ
ซือ้ โครงการบา นจดั สรรในเขตกรุงเทพมหานคร แตกตางกัน

331

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย
จากการศึกษาแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับทัศนคตติ พฤติกรรม การตัดสินใจ ลําดับขั้นความตองการของ
มาสโลว สวนประสมทางการตลาด (Marketing Mix หรือ 4Ps) และงานวิจัยที่เกี่ยวของ จึงนํามาสรุปเปนกรอบ
แนวความคดิ ในการวจิ ยั ไดดังน้ี
ตวั แปรตน ตวั แปรตาม

ปัจจยั ทางดา้ นประชากรศาสตร์ ทศั นคตใิ นการตดั สนิ ใจซอื้ โครงการบา้ น
1. เพศ จดั สรรในเขตกรุงเทพมหานคร
2. สถานภาพ 1. ปัจจยั ผลติ ภณั ฑ์ (Product)
3. อายุ 2. ปัจจยั ดา้ นราคา (Price)
4. ระดบั การศกึ ษา 3. ปัจจยั ดา้ นสถานท่ี (Place)
5. อาชีพ 4. การสง่ เสรมิ การตลาด
6. รายไดเ้ ฉล่ยี ตอ่ ครอบควั (Promotion)
7. จาํ นวนสมาชิกท่ีพกั อาศยั
รวมกนั (ศิริวรรณ เสรรี ัตนแ ละคณะ, 2546)

พฤตกิ รรมในการตดั สนิ ใจซือ้
โครงการบา้ นจดั สรรในเขต

กรุงเทพมหานคร
(Kotler and Amstrong.1996 : G1)

ภาพท่ี 1 กรอบแนวคิดในการวจิ ัย

สรุปผลการทดสอบสมมตฐิ าน พบวา
1. ผูบริโภคท่ีมีปจจัยทางดานประชากรศาสตร ไดแก เพศ สถานภาพ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ

รายไดเฉลี่ยตอครอบครัว และจํานวนสมาชิกท่ีพักอาศัยรวมกัน กับทัศนคติในการตัดสินใจซ้ือโครงการบาน
จัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร โดยรวมแตกตา งกัน ซึ่งสอดคลองกับสมมติฐานท่ตี ง้ั ไว

2. ผูบริโภคที่มีปจจัยทางดานประชากรศาสตร ไดแก เพศ สถานภาพ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ
รายไดเฉลี่ยตอครอบครัว และจํานวนสมาชิกท่ีพักอาศัยรวมกัน กับพฤติกรรมของผูบริโภคในการตัดสินใจซื้อ
โครงการบา นจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร โดยรวมแตกตา งกนั ซง่ึ สอดคลอ งกับสมมตฐิ านทต่ี งั้ ไว

ทบทวนวรรณกรรม
แนวคิดเกย่ี วกบั ทศั นคตติ
ทัศนคติ (Attitude) โดยภาพรวมหมายถึง ความรู ความเขาใจ ความรูสึกของบุคคลมีตอ ส่ิงใด

ส่งิ หน่งึ ซึง่ เปน ผลมาจากประสบการณห รือสิ่งแวดลอมอันมีแนวโนม ที่จะใหบุคคลแสดง ปฏิกริ ิยา และกระทําตอ

332

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

สิ่งนั้น ๆ ในทางสนับสนุนหรือปฏิเสธ ทัศนคติเปนส่ิงที่ไมสามารถมองเห็นไดอยางชัดเจน การท่ีจะรูถึงทัศนคติ
ของบคุ คลใดบุคคลหนึง่ ไดต อ งใชว ิธแี ปลความหมายของการแสดงออก (รุงนภา, 2536)

แนวคดิ เกย่ี วกับพฤตกิ รรม
เฉลิมพล ตันสกุล (2541 : 6) ใหความหมายพฤติกรรมไววา กิจกรรมตางๆที่เกิดข้ึนซึ่งอาจเปน

การกระทําที่บุคคลนั้นแสดงออกมา รวมทั้งกิจกรรมท่ีเกิดข้ึนภายในตัวบุคคลและกิจกรรมนี้ อาจสังเกตไดดวย
ประสาทสัมผัสหรือไมสามารถสังเกตไดแก 1. พฤติกรรมภายนอก คือ การกระทําที่เกิดขึ้นสามารถสังเกตไดดวย
ประสาทสัมผัสหรือใชเคร่ืองมือชวย 2. พฤติกรรมภายใน คือ กระบวนการที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ บุคคลอ่ืนไม
สามารถสงั เกตได

คําถามท่ีใชเพ่ือคนหาลักษณะพฤติกรรมผูบริโภค คือ 6w และ 1H ซึ่งประกอบดวย Who,
What ,Why, Whom, When, Where และ How เพ่ือคนหาคําตอบ 7 ประการหรือ 7 Os ซึ่งประกอบดวย
Occupants , Objects , Objective, Organizations , Occasions , Outlets แ ล ะ Operations (Kotler
and Amstrong.1996 : G1) โดยศึกษาในลักษณะการต้ังคําถาม ใครอยูตลาดเปาหมาย (Who is in the
target market?) ผูบริโภคซ้ืออะไร (What does the consumer buy?) ทําไมผูบริโภคจึงซ้ือ (Why does
the Consumer buy?) ผูบริโภคซื้อเมือ่ ใด (When does the consumer buy?) ผูบริโภคซื้อที่ไหน (where
does the consumer buy?) ผูบริโภคซ้ืออยางไร (How does the consumer buy?) ใครมีสวนรวมในการ
ตัดสินใจซื้อ (Who participates in the buying?) เพ่ือหาคําตอบท่ีตองการทราบถึง ลักษณะกลุมเปาหมาย
(Occupants) ส่ิงที่ผูบริโภคตองการซื้อ (Objects) วัตถุประสงคในการซื้อ (Objectives) โอกาสในการซ้ือ
(Occasions) ชองทางหรือแหลง (Outlets) ข้ันตอนในการตัดสินใจซื้อ (Operation) บทบาทของกลุมตาง ๆ
(Organizations)

แนวคดิ เก่ียวกบั การตัดสินใจ
คอตเลอร (Kotler, 1997) อางในราช ศิริวัฒน (2560) กลาวในเร่ือง กระบวนการตัดสินใจซื้อ

5 ข้ันตอนของบริโภค ผูบริโภคจะมีความแตกตางกัน มีความตองการแตกตางกันแตผูบริโภคจะมีรูปแบบการ
ตดั สนิ ใจซ้ือทค่ี ลายคลึงกนั ซึ่งกระบวนการตดั สนิ ใจซ้อื แบงออกเปน 5 ข้นั ตอน ดังน้ี

1. การรับรูถึงปญหาท่ีเกิดขึ้น (Problem recognition) กระบวนการซ้ือจะเกิดข้ึนเมื่อผูซ้ือมี
ความตองการ หรือมีปญหาที่ตองการแกไขความตองการอาจเกิดข้ึนไดโดยมีแรงกระตุนจากภายใน หรือ
ภายนอก ซ่ึงแรงกระตุนภายในจะเกิดจากปจจัยทางดานประชากรศาสตร เชน เพศ สถานภาพ อายุ ระดับ
การศึกษา อาชีพ และรายไดเฉล่ียตอครอบครัว ซ่ึงเกิดการรับรูปญหา (Problem recognition) จากภายในตัว
บุคคลเอง

2. การเสาะแสวงหาขอมูล (Search for Information) เม่ือเกิดปญหา ผูบริโภคก็ตองแสวงหา
หนทางแกไ ข โดยหาขอมลู เพ่มิ เตมิ เพื่อชวยในการตัดสินใจ

3. การประเมินทางเลือก (Evaluation of Alternative) เมื่อผูบริโภคไดขอมูลจากข้ันตอนท่ี 2
แลว ก็จะประเมินทางเลือกและตัดสินใจเลือกทางที่ดีที่สุด วิธีการท่ีผูบริโภคใชในการประเมินทางเลือกอาจจะ
ประเมนิ โดยการเปรยี บเทยี บขอ มูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของแตล ะสนิ คา และคัดสรรในการทจี่ ะตัดสินใจเลือกซ้อื

4. การตัดสินใจซื้อ (Decision Marking) โดยปกติแลวผูบริโภคแตละคนจะตองการขอมูลและ
ระยะเวลาในการตัดสินใจสําหรับผลิตภัณฑแตละชนิดแตกตางกัน คือ ผลิตภัณฑบางอยางตองการขอมูลมาก
ตองใชร ะยะเวลาในการเปรียบเทียบนาน แตบางผลติ ภัณฑผ ูบริโภคกไ็ มต องการระยะเวลาการตดั สนิ ใจนาน

333

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

5. พฤติกรรมหลังการซื้อ (Post purchase Behavior) หลังจากมกี ารซ้ือแลว ผูบรโิ ภคจะไดรับ
ประสบการณในการบริโภค ซึ่งอาจจะไดรับความพอใจหรือไมพอใจก็ได ซ่ึงความพอใจจะสงผลตอการซ้ือ
หรือไมซอื้ ในครัง้ ตอไป

แนวความคิดทฤษฎลี าํ ดับข้นั ความตองการของมาสโลว (Maslow’s Hierarchy of Needs)
พรศักด์ิ อุรัทฉทั ชัยรตั น (2551 : 7) เชื่อวาพฤตกิ รรมของมนษุ ยเ ปนจํานวนมากสามารถอธิบาย

โดยใชแนวโนมของบุคคลในการคนหาเปาหมายที่จะทําใหชีวิตของเขาไดรับความตองการ เปนความจริงที่จะ
กลา ววา กระบวนการของแรงจงู ใจเปนหัวใจของทฤษฎีบุคลิกภาพของ Maslow ไดแ ก

ระดับท่ี 1 ความตองการทางดานรางกาย (Physiological needs) ไดแก ความตองการข้ัน
พ้ืนฐานเบ้ืองตน อันเปนสิ่งจําเปนเพื่อการดํารงชีพของมนุษย ไดแก อาหาร นํ้า อากาศ การพักผอนหลับนอน
และความตองการทางเพศ เปน ตน

ระดับท่ี 2 ความตองการความปลอดภัย (Safety needs) เปนความตองการที่เกิดข้ึน
ภายหลังจากความตองการในระดับท่ี 1 ความตองการความปลอดภัยจึงเกิดข้ึน ความตองการนี้จะเห็นไดชัดใน
เด็กเล็ก ซึ่งตองการความอบอุนปลอดภัยจากพอแม ซึ่งสอดคลองตามลักษณะ “ความตองการหลีกเลี่ยง
อนั ตราย” (harm avoidance need)

ระดับท่ี 3 ความตองการทางสังคม (Social needs) บางคร้ังเรียกอีกอยางหน่ึงวา “ความ
ตองการความรักและการเปนเจาของ” (love and belongingness) เปนความตองการท่ีจะมีความรักความ
ผูกพนั กับผูอืน่ เชน ความรักจากเพอื่ น เพื่อนรว มงาน ครอบครวั หรือคนรกั เปน ตน

ระดับท่ี 4 ความตองการมีเกียรติยศมีศักด์ิศรีในสังคม (esteem needs หรือ egoistic
needs) เปนความตองการที่เก่ียวของกับความรูสึกของตนเองวาตนเองมีประโยชนมีคุณคา และตองการใหผูอื่น
เห็นคุณคาของตน ซึ่งความตองการดังกลาวน้ี มีลักษณะเหมือนกับ “ความตองการประสบความสําเร็จ”
(achievement need) ของเมอรเ รย

ระดับที่ 5 ความตองการสมหวังในชีวิต (self-actualization หรือ self-fulfillment
needs) เปน ความตองการขัน้ สูงสดุ ทีบ่ คุ คลปรารถนาที่จะไดรับผลสําเร็จในส่ิงท่ตี นคิด และต้ังความหวงั ไว

แนวความคิดทฤษฎสี วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix หรอื 4Ps)
ศิริวรรณ เสรีรัตนและคณะ (2546 : 53-55) กลาววา สวนประสมทางการตลาด (Marketing

Mix หรือ4Ps) เปนเครอ่ื งมือที่ประกอบดวยยสงิ่ ตาง ๆ ดงั ตอไปน้ี
1. ผลิตภัณฑ (Product) หมายถึง ส่ิงท่ีเสนอขายโดยธุรกิจ เพื่อตอบสนองความจําเปนหรือ

ความตองการของลูกคาใหเกิดความพึงพอใจ ประกอบดวย สิ่งท่ีสัมผัสไดและสัมผัสไมได เชน บรรจุภัณฑ สี
ราคา คุณภาพ ตราสินคา บริการ และชื่อเสียงของผูขาย ผลิตภัณฑอาจจะเปนสินคาบริการ สถานที่ บุคคลหรือ
ความคิด

2. ราคา (Price) หมายถึง จํานวนเงินหรือสิ่งอื่น ๆ ที่มีความจําเปนตองจายเพื่อใหได
ผลิตภัณฑ

3. การจัดจําหนาย (Place หรือ Distribution) หมายถึง โครงสรางของชองทาง ซึ่ง
ประกอบดวยสถาบันและกิจกรรม ใชเพ่ือเคลื่อนยายผลิตภัณฑและบริการจากองคการไปยังตลาดสถาบันท่ีนํา
ผลิตภณั ฑออกสูต ลาดเปาหมาย คอื สถาบนั การตลาด สวนกจิ กรรมท่ชี ว ยในการกระจาย ตัวสนิ คา ประกอบดวย
การขนสง การคลงั สนิ คา และการเก็บรกั ษาสนิ คา คงคลงั

334

การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

4. การสงเสริมการตลาด (Promotion) เปนเคร่ืองมือการสื่อสารเพื่อสรางความพึงพอใจ ตอตรา
สินคาหรือบริการ หรือความคิด หรือตอบุคคล โดยใชเพื่อจูงใจ (Persuade) ใหเกิดความตองการเพื่อเตือนความ
ทรงจาํ (Remind) ในผลิตภัณฑโ ดยคาดวา จะมีอิทธิพลตอ ความรสู ึก ความเช่ือ และพฤติกรรมการซ้อื

งานวิจยั ทเ่ี กย่ี วขอ ง
ศรัณยพร อินทรใจเอื้อ (2559) ไดทําการศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมการเลือกซื้อบานเด่ียว

ของประชากรในแตละชวงอายุในกรุงเทพมหานคร ผูวิจัยไดศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมการซื้อที่อยูอาศัยผาน
การสํารวจความคิดเห็น จากผลการศึกษาพบวาทุกชวงอายุมีความคิดเห็นตอปจจัยการตลาดดานราคาและ
ชอ งทางการจดั จาํ หนายคลายกนั คือราคามคี วามเหมาะสมกับรายได และตองการชอ งทางการติดตอหลากหลาย
เชนเดียวกันกับปจจยั ดานผลิตภัณฑ ทกุ กลุมใหความสนใจกับบรรยากาศโดยรวมของโครงการและที่อยูอาศัยอยู
ในทาํ เลท่ตี องการ รองลงมาคอื การมีพืน้ ทีว่ า งสาํ หรับใชป ระโยชนไดห ลากหลาย

จากผลการวิจัย ทําใหผูวิจัยทราบถึงทัศนคติและพฤติกรรมการซื้อที่อยูอาศัยประเภทบาน
เด่ียวของประชากรในแตละชวงอายุ ซ่ึงผูวิจัยสามารถนํามาประยุกตใชในการศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมการ
ตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้สามารถนําไปเสนอแนะแนวทางดานการปรับปรุง
การใหบ ริการของผูประกอบการ เพื่อใหเกิดประโยชนต อ ผูใชบรกิ ารตอไป

ธัญวิชญ ศิริทัพ (2561) การตัดสินใจซ้ือบานเด่ียวของผูบริโภคในเขตหนองจอก
กรุงเทพมหานคร ผลการทดสอบสมมติฐานพบวา ปจจัยสวนบุคคลดานอายุ ระดับการศึกษา และอาชีพ
แตกตางกันมีผลตอการตัดสินใจซ้ือบานเดี่ยวกันท่ีแตกตางกัน ปจจัยสวนประสมทางการตลาด ดานราคา ดาน
สงเสริมการตลาด ดานกระบวนการ และดานกายภาพ มีอิทธิพลตอการตัดสินใจซ้ือบานเด่ียวอยางมีนัยสําคัญ
ทางสถิติท่ีระดับ .05 ขอเสนอแนะจากผลการศึกษา ผูจัดจําหนายหรือเจาของโครงการควรใหความสําคัญกับ
เรื่อง ราคาที่ดิน ควรเลือกทําเลมูลคาท่ีดินท่ีไมสูงเนื่องจากมูลคาที่ดินจะสงผลตอการกําหนดบานเด่ียว มีการ
จัดหาธนาคารท่ีมีดอกเบ้ียราคาถูกท่ีสุดมาบริการไว ให มีการจูงใจโดยไมเก็บคาใช จายสวนกลางตามกําหนด
ระยะเวลา ใสใจสภาพแวดลอมภายในและภายนอกโครงการ สรางแผนดูแลความปลอดภัยในบริเวณโครงการ
จัดใหมีพาหนะนําชมบริเวณโครงการ มีการรับประกันหลังการขายที่ชัดเจน และ มีการวางระเบียบแบบแผนใน
การจอดรถในโครงการ

จากผลการวิจัย ทําใหผูวิจัยทราบถึงปจจัยสวนประสมทางการตลาด ท่ีมีผลตอการตัดสนิ ใจ
ซ้ือบานเด่ียว ซ่ึงผูวิจัยสามารถนํามาประยุกตใชในการศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อโครงการบาน
จัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร ในดานผลิตภัณฑ ดานราคา ดานสถานที่ดานสงเสริมการตลาด ที่มีอิทธิพลตอการ
ตดั สินใจซอ้ื บา นเดยี่ ว เพื่อเปน ประโยชนตอผปู ระกอบการตอ ไป
ระเบยี บวธิ ีการวจิ ัย

ประชากร ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผูบริโภคท่ีตัดสินใจซ้ือโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร
โดยแบงออกเปน 6 กลุมเขต คือ กรุงเทพฯกลาง กรุงเทพฯตะวันออก กรุงเทพฯใต กรุงเทพฯเหนือ กรุงธนใต
และกรงุ ธนเหนือ ระยะเวลาในการศกึ ษา เริ่มตงั้ แต 21 มถิ ุนายน 2564 ถึง 21 ตลุ าคม 2564

กลุมตัวอยางท่ีใชในการวิจัย ไดมาจากการคํานวณหากลุมตัวอยางแบบไมทราบจํานวนประชากร
ผูวิจัยไดกําหนดขนาดของกลุมตัวอยางดวยตารางสําเร็จรูปของ ทาโร ยามาเน(Yamane, 1973 อางใน ธีรวุฒิ
เอกะกุล, 2543) ท่ีมีระดับความเชื่อมั่นรอยละ 95 และคาความคลาดเคล่ือนรอยละ 5 เพื่อกําหนดขนาดของ
กลุมตัวอยางในการวิจัยโดยเลือกขนาดของประชากรจากตารางแบบไมทราบจํานวนที่แนนอน หรือ ∞
(Infinity) จึงไดข นาดของกลมุ ตวั อยา งจํานวน 400 คน

335

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

วิธีการเลือกกลุมตัวอยางสําหรับการวิจัยน้ี ผูวิจัยเลือกกลุมตัวอยางดวยวิธีการสุมตัวอยางแบบ
เจาะจง (Purposive sampling) สําหรับผูบริโภคท่ีซื้อโครงการบานจดั สรรในเขตกรุงเทพมหานคร และวิธีการ
สุมแบบตามสะดวก (Convenience Sampling) สําหรับผูบริโภคท่ีตองการซื้อโครงการบานจัดสรรในเขต
กรุงเทพมหานคร

เคร่อื งมือท่ีใชใ นการวจิ ัย
ประกอบดว ยแบบสอบถามสวนตางๆ ดังนี้
ตอนที่ 1 คําถามเกี่ยวกับขอมูลท่ัวไปของผูตอบแบบสอบถาม ประกอบไปดวยขอมูลตาง ๆ คือ

เพศ สถาณภาพ อายุ ระดบั การศึกษา อาชีพ รายไดเฉลยี่ ตอครอบครัว และจํานวนสมาชิกท่พี กั อาศัยรวมกนั มี
จํานวนท้งั สิ้น 7 ขอ โดยคําถามจะเปนลกั ษณะเลอื กคําตอบตามความเหมาะสมตามลักษณะของผูบรโิ ภคแตละ
คน เปนลกั ษณะแบบสอบถามปลายปด

ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับทัศนคติในการตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรรในเขต
กรุงเทพมหานครของผูบริโภค ลักษณะของคําถามเปนการวัดระดับทัศนคติในการตัดสินใจซื้อโครงการบาน
จัดสรร ลักษณะของแบบสอบถามเปนแบบปลายปด ใชแบบสอบถามมาตราสวนประเมินคาตอบ (Rating
Scale Questions) ซ่ึงเปนระดับการวัดขอมูลประเภทอันตรภาค (Interval Scale) มีจํานวนทั้งส้ิน 19 ขอ
แบงออกเปน 4 ดา น คือ ปจ จัยผลิตภัณฑ (Product) ปจ จยั ดา นราคา (Price) ปจ จยั ดานสถานท่ี (Place) และ
การสง เสริมการตลาด (Promotion) นาํ มาจากแนวความคดิ ทฤษฎีสวนประสมทางการตลาด (Marketing Mix
หรอื 4Ps)

ตอนที่ 3 คําถามเกี่ยวกับพฤติกรรมในการตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรรในเขต
กรุงเทพมหานคร เปนแบบสอบถามเก่ียวกับพฤติกรรมในการตัดสินใจซ้ือโครงการบานจัดสรรในเขต
กรงุ เทพมหานคร จํานวน 14 ขอ โดยมีลกั ษณะของคําถามปลายปด ทแ่ี ตกตา งกนั

ตอนท่ี 4 ปญหา / ขอเสนอแนะ เปนคําถามที่เก่ียวกับปญหาและขอเสนอแนะอื่นๆในการ
ตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร เปนลักษณะของแบบสอบถามแบบปลายเปด (Open
– Ended Response Questions)

การวิเคราะหข อมูล
1. ใชสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) โดยหาคาความถ่ี (Frequency) รอยละ

(Percentage) ในแบบสอบถามตอนท่ี 1, ตอนที่ 3 หาคาเฉล่ีย (Mean) และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(Standard Deviation) ในแบบสอบถามตอนท่ี 2 เพ่ืออธิบายถึงลักษณะประชากรศาสตรของกลุมตัวอยาง
ทศั นคติ พฤตกิ รรมในการตัดสินใจซื้อโครงการบา นจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร ปญ หาและขอเสนอแนะตาง
ๆ ในตอนที่ 4

2. ใชสถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) เพื่อทดสอบสมมติฐานแตละขอ โดยใชสถิติ
One-way ANOVA เพื่อทดสอบความแตกตางในการวิเคราะหความแตกตางของลักษณะประชากรศาสตรกับ
ทัศนคติในการตัดสนิ ใจซ้อื โครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร ใชสถิติ Chi-Square เพื่อทดสอบความ
แตกตางของลักษณะทางประชากรศาสตรกับพฤติกรรมในการตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรรในเขต
กรุงเทพมหานคร
ผลการวิจัย

ผลการวิจัย พบวาผูตอบแบบสอบถามทงั้ หมด 400 คน สวนใหญเปนเพศหญิง คิดเปนรอยละ 67.0
รองลงมา คือ เพศชาย คิดเปนรอยละ 28.8 และผูท่ีมีความหลากหลายทางเพศ คิดเปนรอยละ 4.3 ตามลําดับ
มีสถานภาพสมรส คิดเปนรอยละ 44.0 รองลงมา คือโสด คิดเปนรอยละ 38.0 และอยูดวยกัน คิดเปนรอยละ
11.5 ตามลําดับ มีอายุ 30 – 39 ป คิดเปนรอยละ 39.3 รองลงมา คือ อายุ 20 – 29 ปคิดเปนรอยละ 32.3
และอายุ 40 – 49 ปคิดเปน รอ ยละ 23.8 ตามลาํ ดับ มีระดับการศกึ ษาปริญญาตรหี รอื เทยี บเทา คิดเปน รอยละ

336

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

44.0 รองลงมา คือ อนุปริญญาหรอื เทียบเทา คิดเปนรอยละ 29.8 และสูงกวาปริญญาตรี คิดเปนรอยละ 14.3
ตามลําดับ มีอาชีพพนักงานบริษัท คิดเปนรอยละ 39.0 รองลงมา คือ ประกอบธุรกิจสวนตัว คิดเปนรอยละ
34.5 และอาชพี อสิ ระ คดิ เปน รอยละ 13.0 ตามลาํ ดบั มรี ายไดเฉล่ียตอ ครอบครวั ตํ่ากวาหรอื เทียบเทา 30,000
บาท คดิ เปนรอ ยละ 35.5 รองลงมา คือ 30,001 – 50,000 บาท คิดเปน รอยละ 34.3 และ 50,001 – 70,000
บาท คิดเปนรอยละ 14.3 ตามลําดับ มีจํานวนสมาชิกที่พักอาศัยรวมกัน 2 – 4 คน คิดเปนรอยละ 74.0
รองลงมา คือ 5 –7 คน คิดเปนรอยละ 16.0 และอยคู นเดยี วคดิ เปน รอยละ 9.3 ตามลําดบั

จากผลการศึกษาทัศนคติในการตัดสินใจซ้ือโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร จํานวน
400 คน พบวาโดยรวมในการตัดสินใจซ้ือโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร อยูในระดับเห็นดวย
อยางยิ่ง ( � = 4.61) เม่ือพิจารณาเปนรายดาน พบวา ผูบริโภคมีทัศนคติในการตัดสินใจซื้อโครงการบาน
จดั สรร ดา นปจ จัยดา นราคา ดา นการสงเสริมการตลาด ดา นปจ จยั ผลติ ภัณฑ และดานปจ จยั ดานสถานท่ี อยูใน
ระดบั เห็นดว ยอยา งย่งิ ( � = 4.72, 4.67, 4.65 และ4.41) ตามลําดบั

ดานปจ จยั ผลิตภัณฑ พบวา ผูบรโิ ภคมที ัศนคตโิ ดยรวมในการตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรร อยใู น
ระดับเห็นดวยอยางย่ิง ( � = 4.65) เมื่อพิจารณารายขอพบวา แตละขอผูบริโภคมีทัศนคติอยูในระดับเห็นดวย
อยางย่ิง ดังน้ี วัสดุในการสรางบานจัดสรรไดมาตรฐาน เจาหนาท่ีรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พื้นที่ภายใน
บานมีท่ีจอดรถเพียงพอ ระบบสาธารณูปโภค ดีไซนของบานจัดสรรมีสไตลและความทันสมัย มีระบบสมารท
โฮมภายในบา น และตําแหนง ของตัวบานถูกหลกั ฮวงจุย ( � = 4.79, 4.75, 4.75, 4.70, 4.68, 4.56 และ 4.31)
ตามลาํ ดบั

ดานปจจัยดา นราคา พบวา ผบู ริโภคมที ศั นคติโดยรวมในการตดั สินใจซ้อื โครงการบานจัดสรร อยูใน
ระดับเห็นดวยอยางย่ิง ( � = 4.72) เมื่อพิจารณารายขอพบวา แตละขอผูบริโภคมีทัศนคติอยูในระดับเห็นดวย
อยางย่ิง ดังนี้ ราคามีความเหมาะสมกับคุณภาพของบาน ราคามีความเหมาะสมกับทําเลของโครงการ ราคามี
ความเหมาะสมกบั ขนาดท่ดี ิน และเงอื่ นไขการชําระเงินมีความเหมาะสม ( � = 4.75 และ 4.70) ตามลําดบั

ดานปจจัยดานสถานที่ พบวา ผูบริโภคมีทัศนคติโดยรวมในการตัดสินใจซ้ือโครงการบานจัดสรร อยู
ในระดับเห็นดวยอยางยิ่ง ( � = 4.41) เม่ือพิจารณารายขอพบวา ขอที่ผูบริโภคมีทัศนคติอยูในระดับเห็นดวย
อยางย่ิง คือ บานจัดสรรเดินทางสะดวก รวดเร็ว บานจัดสรรมีบริการสาธารณะอยูในละแวกบาน และมี
สํานักงานใหคําแนะนํา และติดตอซ้ือขาย ( � = 4.67, 4.60 และ 4.60) ตามลําดับ สวนขอที่บานจัดสรรใกล
ระบบขนสง สาธารณะ เชน รถไฟฟาและอืน่ ๆ ผูบ รโิ ภคมที ัศนคตอิ ยใู นระดับเห็นดว ย ( � = 3.76)

ดานการสงเสริมการตลาด พบวา ผูบริโภคมีทัศนคติโดยรวมในการตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรร
อยูในระดับเห็นดวยอยางย่ิง ( � = 4.67) เม่ือพิจารณารายขอพบวา แตละขอผูบริโภคมีทัศนคติอยูในระดับ
เห็นดวยอยางยิ่ง ดังนี้ บานตัวอยางสามารถเยี่ยมชมไดเพื่อพิจารณากอนเลือกซื้อ พ้ืนท่ีสวนกลางที่ทาง
โครงการจัดสรรคมีความครบครัน มีการใหบริการดานสินเชื่อจากธนาคารตาง ๆ และมีสวนลด การแจก แถม
โปรโมชัน่ พเิ ศษที่นาสนใจใหล กู คา ( � = 4.80, 4.74, 4.56และ 4.56) ตามลาํ ดบั

จากผลการศึกษาพฤติกรรมในการตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร โดย
จําแนกตามประเภทบานที่ซื้อ 3 อันดับแรก คือ บานเดี่ยว คิดเปนรอยละ 51.0 ทาวนเฮาส คิดเปนรอยละ
42.5 และบานแฝด คิดเปนรอยละ 6.5 ตามลําดับ ตามลักษณะของบานที่ซื้อ 3 อันดับแรก คือ บานสองชั้น
คิดเปนรอ ยละ 85.5 บา นชัน้ เดยี ว คิดเปนรอยละ 9.5 และบานสามช้นั คิดเปนรอยละ 5.0 ตามลาํ ดบั ตามโซน
บานจัดสรรในเขตกรุงเทพที่ซื้อ 3 อันดับแรก คือ อยูในโซนกรุงเทพฯกลาง คิดเปนรอยละ 28.8 อยูในโซน
กรุงเทพฯเหนือ คิดเปนรอยละ 22.5 และอยูในโซนกรุงเทพฯตะวันออก คิดเปนรอยละ 19.5 ตามลําดับ ตาม
ราคาท่ีอยูบานจัดสรรท่ีซื้อ 3 อันดับแรก คือ ราคา 2,500,001 – 4,000,000 บาท คิดเปนรอยละ 37.3 ราคา
1,000,001 – 2,500,000 บาท คิดเปนรอยละ 26.8 และราคา 4,000,001 – 5,500,000 บาท คิดเปนรอยละ
16.0 ตามลําดับ ตามขนาดพ้ืนที่จัดสรรท่ีซ้ือ 3 อันดับแรก คือ ขนาดพื้นท่ี 46 – 60 ตารางวา คิดเปนรอยละ
38.3 ขนาด 31 – 45 ตารางวา คิดเปนรอยละ 30.3 และ 61 – 75 ตารางวา คิดเปนรอยละ 13.0 ตามลําดับ

337

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

ตามพื้นที่ใชสอยบานจัดสรรทซ่ี ้ือ 3 อันดับแรก คือ พ้ืนที่ 151 – 170 ตารางเมตร คิดเปนรอยละ 41.5 ตํ่ากวา
หรือเทียบเทา 150 ตารางเมตร คิดเปนรอยละ 37.8 และ 191 – 210 ตารางเมตร คิดเปนรอยละ 8.5
ตามลําดับ ตามจํานวนหองนอนท่ีตองการ 3 อันดับแรก คือ 4 หองนอน คิดเปนรอยละ 51.8 มี 3 หองนอน
คิดเปนรอยละ 31.5 และ มี 2 หองนอน คิดเปนรอยละ 8.5 ตามลําดับ ตามจํานวนหองน้ําที่ตองการ 3 อันดับ
แรก คือ มี 2 หองนํ้า คิดเปนรอยละ 42.0 มี 3 หองน้ํา คิดเปนรอยละ 26.3 และมี 4 หองนํ้า คิดเปนรอยละ
23.0 ตามลาํ ดบั ตามจํานวนท่ีจอดรถที่ทา นตองการ 3 อันดบั แรก คอื มีรถ 2 คัน คิดเปน รอ ยละ 69.0 มรี ถ 1
คัน คิดเปนรอยละ 15.8 และมีรถ 3 คัน คิดเปนรอยละ 12.8 ตามลําดับ ตามคาพื้นที่สวนกลางทานคิดวามี
ความเหมาะสมมากท่ีสุด 3 อันดับแรก คือ ราคา 20 – 29 บาท / ตารางวา คิดเปนรอยละ 39.0 ราคา 30 –
39 บาท / ตารางวา คิดเปน รอ ยละ 34.3 และราคา 40 – 49 บาท / ตารางวา คดิ เปนรอยละ 14.3 ตามลาํ ดับ
ตามทานคดิ วาสว นกลางควรมีอะไรบาง 3 อนั ดบั แรก คอื สระวา ยนํา้ คิดเปนรอยละ 82.0 หองฟตเนส คดิ เปน
รอยละ 72.5 และสนามหญา คิดเปนรอยละ 59.0 ตามลําดับ ตามเหตุผลที่ทานเลือกซ้ือบานจัดสรรใน
กรุงเทพมหานคร 3 อันดับแรก คือ ใกลสถานท่ีทํางาน คิดเปนรอยละ 58.0 มีจํานวนสมาชิกในครอบครัว
เพิ่มขึ้น คิดเปนรอยละ 34.3 และที่อยูอาศัยเดิมเกิดความเสียหายหรือชํารุด คิดเปนรอยละ 32.8 ตามลําดับ
ตามบุคคลใดทีเ่ ปน ผมู อี ิทธพิ ลตอทานในการเลอื กซอื้ บา นจัดสรร 3 อันดบั แรก คือ คูสมรส คดิ เปน รอยละ 41.0
บิดา – มารดา / ญาติพ่ีนอง คิดเปนรอยละ 33.5 และตัวทานเพียงคนเดียว คิดเปนรอยละ 10.8 ตามลําดับ
ตามทานตัดสินใจซ้ือโครงการบานจัดสรรจากบริษัทใด 3 อันดับแรก คือ แสนสิริ คิดเปนรอยละ 21.3 ศุภาลัย
คดิ เปน รอยละ 20.3 และพฤกษา คิดเปนรอยละ 19.5 ตามลาํ ดบั

ตารางท่ี 1 แสดงความแตกตา งของผูบรโิ ภคที่มที ัศนคติในการตัดสินใจซอ้ื โครงการบานจดั สรรในเขตกรุงเทพ
มหานคร จาํ แนกตามสถานภาพ

ทัศนคติในการตัดสินใจซ้ือ แหลงความแปรปรวน df SS MS F Sig.
โครงการบานจัดสรร (2-tailed)
ระหวางกลุม
1. ปจจัยผลิตภัณฑ ภายในกลุม 5 6.6637 1.327 10.090* .000
(Product)
2. ปจจัยดานราคา (Price) รวม 394 51.834 .132
3. ปจจัยดานสถานท่ี ระหวางกลุม 399 58.471
(Place) ภายในกลุม 5 6.535 1.307 8.877* .000
4. การสงเสริมการตลาด
(Promotion) รวม 394 58.015 .147
ระหวางกลุม 399 64.550
ภายในกลุม 5 1.485 .297 1.501 .188

รวม 394 77.967 .198
ระหวางกลุม 399 79.453
5 6.549 1.310 6.339* .000
ภายในกลุม
394 81.415 .207
รวม
399 87.965
ระหวางกลุม
5 3.978 .796 7.210* .000

รวม ภายในกลุม 394 43.477 .110

รวม 399 47.455

* มนี ัยสําคญั ทางสถติ ิทร่ี ะดับ .05

338

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

จากตารางที่ 1 พบวา ผูบริโภคมีทัศนคติในการตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรรในเขต
กรุงเทพมหานคร จําแนกตามสถานภาพ โดยรวม มีคาความนาจะเปน Sig.(2-tailed) นอยกวา .05 (.000 <
.05) นั่นคือ ปฏิเสธสมมติฐานหลัก (H0) หมายความวา สถานภาพที่แตกตางกัน มีผลตอทัศนคติในการ
ตัดสินใจซ้ือโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร แตกตางกันอยางมีนัยสาํ คัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่ง
สอดคลองกับสมมติฐานที่ตั้งไว เม่ือพิจารณารายขอพบวา ปจจัยผลิตภัณฑ (Product) ปจจัยดานราคา
(Price) และการสงเสริมการตลาด (Promotion) จําแนกตามสถานภาพ มีคาความนาจะเปน Sig.(2-tailed)
เทากับ .000 ซึ่งนอยวา .05 (.000 < .05) นั่นคือ ปฏิเสธสมมติฐานหลัก (H0) หมายความวา ผูบริโภคที่มี
สถานภาพที่แตกตางกัน มีทัศนคติในการตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร แตกตาง
กันที่ระดับนัยสาํ คัญทางสถิติ .05 ซ่ึงสอดคลองกับสมมติฐานท่ีต้ังไว

สรปุ ผลการทดสอบสมมตฐิ าน พบวา
1. ผูบริโภคที่มีปจจัยทางดานประชากรศาสตร ไดแก เพศ สถานภาพ อายุ ระดับการศึกษา

อาชีพ รายไดเฉลี่ยตอครอบครัว และจํานวนสมาชิกที่พักอาศัยรวมกัน กับทัศนคติในการตัดสินใจซื้อโครงการ
บานจดั สรรในเขตกรงุ เทพมหานคร โดยรวมแตกตา งกนั ซ่ึงสอดคลอ งกับสมมตฐิ านที่ตัง้ ไว

2. ผูบริโภคที่มีปจจัยทางดานประชากรศาสตร ไดแก เพศ สถานภาพ อายุ ระดับการศึกษา
อาชีพ รายไดเฉล่ียตอครอบครัว และจํานวนสมาชิกที่พักอาศัยรวมกัน กับพฤติกรรมของผูบริโภคในการ
ตัดสนิ ใจซอ้ื โครงการบา นจดั สรรในเขตกรุงเทพมหานคร โดยรวมแตกตางกนั ซ่งึ สอดคลอ งกบั สมมตฐิ านทต่ี ้ังไว
อภปิ รายผลการวจิ ัย

ผลการศึกษาพบวาปจจัยทางดานประชากรศาสตร ไดแก เพศ สถานภาพ อายุ ระดับการศึกษา
อาชีพ รายไดเฉล่ียตอครอบครัว และจํานวนสมาชิกที่พักอาศัยรวมกัน ท่ีแตกตางกัน มีผลตอทัศนคติในการ
ตัดสินใจซอ้ื โครงการบานจัดสรรในเขตกรงุ เทพมหานคร แตกตางกัน สอดคลองกับงานวิจัยของธัญวิชญ ศิริทัพ
(2561) เรื่องการตัดสินใจซื้อบานเด่ียวของผูบริโภคในเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ที่พบวา เพศ ระดับ
การศึกษา และอาชีพ มีความแตกตางกันอยา งมนี ัยสําคญั ทางสถติ ทิ ี่ .05

ทัศนคติในการตัดสนิ ใจซื้อโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร จากการวิเคราะหทัศนคติใน
การตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรรพบวา ผูบริโภคที่ตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร
มีทัศนคติโดยรวมในการตัดสินใจซ้ือโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร อยูในระดับเห็นดวยอยางยิ่ง
ดานปจจัยผลิตภัณฑ มีวัสดุในการสรางบานจัดสรรไดมาตรฐาน มีเจาหนาที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง มี
พื้นท่ีภายในบานมีที่จอดรถเพียงพอ มีระบบสาธารณูปโภค ดีไซนของบานจัดสรรมีสไตลและความทันสมัย มี
ระบบสมารทโฮมภายในบาน และตําแหนงของตัวบานถูกหลักฮวงจุย อยูในระดับเห็นดวยอยางย่ิงทุกขอ ซ่ึง
สอดคลอ งกบั ศรัณยพ ร อินทรใ จเอ้อื (2559) เรือ่ งทัศนคติและพฤติกรรมการเลือกซื้อบา นเด่ียวของประชากร
ในแตละชวงอายุในกรุงเทพมหานคร พบวา ปจจัยดานผลิตภัณฑที่ทุกกลุมใหความสนใจมากที่สุด คือ
บรรยากาศโดยรวมของโครงการ และที่อยูอาศัยอยูในทําเลท่ีตองการ ใกลเคียงกัน โดยความสําคัญรองลงมา
กับขนาดพื้นท่ีใชสอย และมีพ้ืนท่ีวางสําหรับการใชประโยชนไดหลากหลาย ดานปจจัยดานราคา มีทัศนคติอยู
ในระดับเห็นดวยอยางยิ่ง เม่ือพิจารณาเปนรายขอ พบวา ทุกขอมีทัศนคติอยูในระดับเห็นดวยอยางยิ่ง ไดแก
ราคามคี วามเหมาะสมกบั คุณภาพของบาน ราคามคี วามเหมาะสมกับทําเลของโครงการ ราคามีความเหมาะสม
กับขนาดท่ดี ิน และเงื่อนไขการชําระเงนิ มีความเหมาะสม ดา นปจ จัยดานสถานท่ี มีทัศนคติอยใู นระดบั เห็นดวย
อยางย่ิง เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา ผูบริโภคที่ตัดสินใจซ้ือโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานครมี
ทัศนคติอยูในระดับเห็นดวย ไดแก บานจัดสรรใกลระบบขนสงสาธารณะ เชน รถไฟฟา และอ่ืน ๆ และยูใน

339

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

ระดับเห็นดวยอยางย่ิง ไดแก บานจัดสรรเดินทางสะดวก รวดเร็ว บานจัดสรรมีบริการสาธารณะอยูในละแวก
บาน และมีสํานักงานใหคําแนะนําและติดตอซื้อขาย ดานการสงเสริมการตลาด มีทัศนคติอยูในระดับเห็นดวย
อยางยิ่ง เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา ทุกขอมีทัศนคติอยูในระดับเห็นดวยอยางยิ่ง ไดแก บานตัวอยาง
สามารถเยี่ยมชมไดเพ่ือพิจารณากอนเลือกซื้อ พื้นท่ีสวนกลางที่ทางโครงการจัดสรรคมีความครบครัน มีการ
ใหบ ริการดานสินเช่ือจากธนาคารตา ง ๆ และมสี วนลด การแจก แถม โปรโมช่ันพเิ ศษท่ีนาสนใจใหลูกคา

พฤติกรรมในการตัดสินใจซ้ือโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร จากการวิเคราะหขอมูล
จะอาศัยคําถาม 6W และ 1H ซึ่งประกอบดวย Who, What, Why, When, Where, Who Whom และ
How (Kotler and Amstrong.1996 : G1) จากผลการศกึ ษาพบวา ผบู รโิ ภคซอื้ บานเดย่ี ว มากท่ีสุด มลี ักษณะ
เปนบานสองช้ัน อยูในโซนกรุงเทพฯกลาง ราคา 2,500,001 – 4,000,000 บาท ขนาด 46 – 60 ตารางวา
พ้ืนที่ใชสอย 151 –170 ตารางเมตร มี 4 หองนอน 2 หองนํ้า จํานวนท่ีจอดรถท่ีตองการมากที่สุด 2 คัน คา
พืน้ ที่สวนกลาง 20 – 29 บาท/ตารางวา พนื้ ท่สี ว นกลางควรมีสระวายนํา้ หองฟตเนส และสนามหญา เหตผุ ลท่ี
เลือกซ้ือบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร เพราะใกลสถานที่ทํางาน และจํานวนสมาชิกครอบครัวเพ่ิมข้ึน
บคุ คลท่ีเปน ผูมอี ทิ ธพิ ลในการเลือกซอ้ื บานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร คอื คูส มรส และตัดสนิ ใจซอื้ โครงการ
บานจัดสรรจากแสนสิริมากที่สุด ท้ังนี้ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมของผูบริโภคในการตัดสินใจซื้อโครงการ
บานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร ผูบริโภคที่มีปจจัยทางดานประชากรศาสตร ไดแก เพศ สถานภาพ อายุ
ระดับการศึกษา อาชีพ รายไดเฉล่ียตอครอบครัว และจํานวนสมาชิกที่พักอาศัยรวมกัน กับพฤติกรรมของ
ผูบริโภคในการตัดสินใจซ้ือโครงการบานจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานครโดยรวมแตกตางกัน ซ่ึงสอดคลองกับ
ศรัณยพร อินทรใจเอื้อ (2559) เร่ืองทัศนคติและพฤติกรรมการเลือกซื้อบานเด่ียวของประชากรในแตละชวง
อายใุ นกรุงเทพมหานคร

ขอ เสนอแนะ
จากผลการศึกษาวิจัย ทัศนคติและพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อโครงการบานจัดสรรในเขต
กรงุ เทพมหานคร พบวา

1. ปญหาท่ีผูบริโภคพบเจอมากท่ีสุด คือ ปญหาถนนหนาบานแคบทําใหจอดรถลําบากรองลงมา
คอื เพอื่ นบา นเสยี งดัง สงเสียงรบกวน และบานราว บานทรุด จากปญหาดงั กลา ว ควรดาํ เนินการดังนี้

1.1 โครงการบานจัดสรรควรประชุมและแลกเปล่ียนความคิดเห็นเร่ืองการปรับพ้ืนที่จอดรถ
ใหกวางขึน้

1.2 โครงการจะมีกฎสําหรับการพักอาศัยรวมกันภายในหมูบานหามเพื่อนบานหรือผูอ่ืนทํา
เสียงดังรบกวน หากบานไหนทําเสียงรบกวนสามารถแจงนิติของหมูบานไดทันที นิติจะแจงเจาบานใหลดเสียง
รบกวน หากผูใดฝาฝน กฎเราจะปรบั ทานตามทไี่ ดเซ็นสัญญาในกฎการเขา พกั

1.3 ควรมีการตรวจสอบคุณภาพการกอสรางของโครงการบานจัดสรรใหเรียบรอยกอนท่ีจะ
ดําเนนิ การขายใหกับผบู รโิ ภค

ขอเสนอแนะในการทาํ วจิ ยั ครัง้ ตอไป
1. ควรเก็บขอมูลของแตละบรษิ ทั ทีท่ าํ โครงการหมบู านจดั สรรประกอบ เพ่ือดกู ารตดั สนิ ใจซอื้ ของผูซ อื้
2. ควรเพม่ิ ตวั แปรเขตพนื้ ที่อาศยั ในกรุงเทพ เน่อื งจากแตล ะเขตมคี าครองชีพตางกันมากสงผลให

ความเหลื่อมล้ําสูง การซื้อบานในจังหวัดกรุงเทพมหานครจึงควรมีตัวแปรเขตเพื่อใหทราบถึงคาครองชีพใน
พนื้ ท่ีน้ัน ๆ ชัดเจน

340

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

3. ควรมีการวิจัยในเรื่องความพึงพอใจหลังการซื้อและงานบริการหลังการขายในดานผลิตภัณฑ
ดานราคา ดานทําเลที่ตั้ง และดานการสงเสริมการตลาด เพ่ือนํามาเปนแนวทางในการปรับปรุงพัฒนารูปแบบ
โครงการ และสรางความพึงพอใจอยางสงู สดุ
กติ ตกิ รรมประกาศ

คณะผูวิจัยขอขอบคุณ อาจารยกรรณิการ แสงสุริศรี และอาจารยบุญมี ยอมพันธ ท่ีใหคําปรึกษา
และขอเสนอแนะ ในการดําเนินการจัดทําวิจัย และขอขอบคุณกลุมตัวอยาง จํานวน 400 คน ที่กรุณาใหความ
รว มมอื ในการเกบ็ ขอ มูล ซ่งึ มสี ว นใหก ารวิจยั ครั้งนส้ี าํ เรจ็ ลลุ วงดวยดี
เอกสารอางองิ
เฉลมิ พล ตนั สกุล. (2541). พฤติกรรมศาสตรส าธารณสขุ (พมิ พครง้ั ท่ี 2). กรงุ เทพฯ: สหประชาพาณิชย.
ชุดา จติ พิทกั ษ. (2525). พฤติกรรมศาสตรเ บ้ืองตน (พิมพคร้งั ที่ 2). กรงุ เทพฯ: สารมวลชน.
ทมิ เฮอรส นั . (2008). คิดอยา งอจั ฉริยะ. แปลจาก Think Better. โดย พรศักด์ิ อรุ ทั ฉัทชัยรัตน. ม.ป.ท.
ธญั วชิ ญ ศริ ทิ พั . (2561). การตัดสินใจซื้อบานเดีย่ วของผูบรโิ ภคในเขตหนองจอกกรุงเทพมหานคร.

(การศึกษาคน ควา อสิ ระปริญญามหาบณั ฑติ , มหาวทิ ยาลัยเกษมบัณฑติ )
ธีรวุฒิ เอกะกลุ . (2543). ระเบียบวิธีวจิยทางพฤตกิ รรมศาสตรและสงั คมศาสตร. อบุ ลราชธานี:

สถาบนั ราชภัฎอบุ ลราชธานี.
ราช ศริ ิวัฒน. (2560). ทฤษฎีเก่ียวกบั การตดั สินใจซอ้ื . สบื คนจาก:

https://doctemple.wordpress.com/2017/01/25/ทฤษฎีเกี่ยวกับการตดั สิน/
รงุ นภา บุญคุม. (2536). ทศั นคตขิ องพัฒนากรตอนโยบายการจัดต้งั ศนู ยส าธติ การตลาด กรณศี กึ ษาศนู ย

ชวยเหลอื ทางวิชาการพฒั นาชมุ ชนเขตท่ี 3. (วิทยานพิ นธปริญญามหาบัณฑติ สถาบนั บัณฑติ
พฒั นบรหิ ารศาสตร) .
ศรัณยพร อนิ ทรใ จเอือ้ . (2559). ทัศนคติและพฤติกรรมการเลอื กซอื้ บา นเดย่ี วของประชากรใน
แตล ะชว งอายใุ นกรงุ เทพมหานคร. (วทิ ยานิพนธป ริญญามหาบณั ฑิต, มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร) .
ศริ วิ รรณ เสรรี ตั น และคณะ. (2546). การบรหิ ารการตลาดยุคใหม. กรงุ เทพฯ: ธีระฟล มและไซเท็กซ.
Best, J. W. (1981). Research in education (3rd ed.) Englewood cliffs, NJ.: Prentice Hall.
Kotler, P., & Armstrong, G. (1996). Principles of marketing (7th ed.). Englewood cliffs, NJ.:
Prentice-Hall.
Maslow, A. (1908-1970). Motivation and personality. New York: Harper and Row.
Robbins, S. P. (1996). Organization behavior : concept, controversies
and applications. (7th ed.) Englewood Cliffs; NJ : Prentice Hall.

341

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ปจ จยั ทางการตลาดที่มสี งผลตอพฤติกรรมการซอ้ื ผลติ ภัณฑอาหารเสริม
ผา นแอปพลิเคชน่ั ในโมบายโฟน

วรี วลั ย ปน ชมุ พลแสง, สมใจ ศรีเนตร, รวสิ ตุ ศรสี งวน, เกศนิ ี กาญจนากร, เกศกนก โสดา01
อาจารยป ระจาํ หลักสตู รบริหารธรุ กิจ คณะบรหิ ารธุรกิจ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรตั นโกสนิ ทรว ทิ ยาเขตวังไกลกังวล
บทคัดยอ

จากการศึกษาเร่ืองปจจัยทางการตลาดที่มีสงผลตอพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมผาน
แอพพลิเคชันในโมบายโฟน มีวัตถุประสงค 1. เพ่ือศึกษาปจจัยทางดานประชากรศาสตรที่สงผลตอพฤติกรรม
การซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมผานแอพพลิเคชันในโมบายโฟนจากแอพพลิเคชันวามีจํานวนมากข้ึนหรือนอยลง
เพียงใด 2. เพื่อศึกษาปจจัยที่สงผลตอพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมผานแอพพลิเคชันในโมบายโฟน
โดยศึกษาจากขอมูลสินคาทางออนไลนทุกแอพพลิเคชันของการขายสินคาออนไลน 4 แหลง ไดแก Shopee,
Lazada, Shop back และ Facebook ผูว ิจัยไดเกบ็ รวบรวมขอมูลราน จาํ นวน 3,500 รา นเลอื กสมุ รา นอาหาร
เสริม ที่เขารวมกับแอพพลิเคชัน Shopee เก็บขอมูลเปนเวลา 2 เดือน รวมท้ังสิ้น 350 ราน ผลการวิจัยพบวา
พฤติกรรมของผูใชบริการ ในการสั่งซ้ือสินคาออนไลน ผานแอพพลิเคชันโมบายโฟน (4P’s) ระดับคาความพึง
พอใจสูง สวนใหญ เลือกขนาดผลิตภัณฑท่ีมีจํานวนนอยกวา 30 เม็ด รับประทานหลังอาหาร อายุของ
ผลิตภัณฑ นอยกวา 12 เดือน ราคาของผลิตภัณฑอยูระหวาง 251 – 500 บาท ราคาสวนลด (%) ของ
ผลิตภัณฑ ต่ํากวา 250 บาท และระดับคาความพึงพอใจตํ่าสุด สวนใหญเลือกขนาดผลิตภัณฑ มากกวา 100
เม็ด รบั ประทานชว งทองวา ง อายขุ องผลติ ภัณฑทีม่ ากกวา 24 เดือน ราคาเตม็ ของผลิตภณั ฑ 751– 1000 บาท
ราคาสวนลด (%) ของผลิตภัณฑลดมากกวา 51 บาท ราคาคาจัดสง ลดมากกวา 61 บาท ซึ่งบริษัทจัดสงของ
Shopee ไดมีโปรโมชันสงฟรี ขั้นต่ํา 150 บาท มีของแถม แอพพลิเคชันการสั่งซื้อ จํานวนรีวิวระหวาง 21 – 50
รายการ ความคิดเห็นทางการตลาดดานผลิตภัณฑดานบวก ผลิตภัณฑตรงปก ความคิดเห็นดานราคามีความ
เหมาะสม ดานชองทางการจัดจําหนายดานบวก มีการจัดรวดเร็ว ดานการสงเสริมการตลาดดานบวก ไมมีการ
ตอบกลบั ในดา นลบ
คําสาํ คัญ: ตลาดออนไลน แอปพลิเคชน่ั อาหารเสริม

1 อาจารยประจําหลักสตู รบริหารธรุ กจิ คณะบรหิ ารธุรกจิ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลรตั นโกสินทร
วทิ ยาเขตวงั ไกลกงั วล ต.หนองแก อ.หวั หนิ จ.ประจวบคีรีขนั ธ 77110 หมายเลขติดตอ: 089-8143219
อเี มล: [email protected], [email protected], [email protected]

342

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

MARKET FACTORS AFFECTING THE BEHAVIOR OF PURCHASING DIETARY
SUPPLEMENTS THROUGH MOBLIE PHONE APPLICATIONS

Weerawan Pinchumpholsang, Somjai Srinat, Rawisut Srisanguan
Kesinee Kanjanakorn, Gatkanok Soda1

Lecturer of Business Administration Program, Faculty of Business Administration
Rajamangala University of Technology Rattanakosin Wang Klai KangWon Campus

Abstract
This study was conducted to study 1) the demographic factors that influence the
behavior of buying dietary supplements through mobile phone applications and 2) factors
affecting the behavior of purchasing dietary supplements through mobile phone applications
based on all online product data from four platforms, namely Shopee, Lazada, Shop back and
Facebook. A total of 350 stores were randomly selected from those that had participated in
the Shopee application for 2 months. The results showed that high satisfaction levels among
users were associated with a product size of less than 30 tablets, doses taken after meals, a
product life less than 12 months, a product price between 251 and 500baht, and a discount
price of the product being less than 250 baht. The minimum satisfaction levels among users
were a product size more than 100 tablets, doses taken on an empty stomach, a product life
over 24 months, a product price between 751 and 1,000 Baht, the discount price of the
product is reduced to more than 51Baht, the shipping price is discounted to more than 61
baht, free delivery promotion, offered by Shopee, for a minimum order of 150 baht, and a
free order application. A number of reviews (between 21 and 50 reviews) related to the 4Ps
of marketing. Positive signs for product marketing were the actual products being the same as
pictured and the price was suitable. Place was reviewed positively when distribution channels
had fast to delivery and good organization. Promotion attracted positive reviews with no
negative responses.
Keywords: Online Marketplace, Application, Supplements

1 Corresponding Author: Lecturer of Business Administration Program, Faculty of Business
Administration, Rajamangala University of Technology Rattanakosin Wang Klai KangWon Campus.
Contact Number: +6689-814-3219 Email: [email protected], [email protected]

343

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ความสําคัญของปญหา
ปจจุบัน พบวาพฤติกรรมของผูบริโภคกลุมดังกลาวนี้จะลดความตองการอาหารเสริมความงามลงใน

ปริมาณท่ีชัดเจนตามอายุที่เพ่ิมข้ึน และหันมาบริโภคอาหารเสริมสุขภาพเพ่ิมข้ึนแทน โดยประเภทของอาหาร
เสริมสุขภาพท่ีไดรับความนิยม ไดแก อาหารเสริมเพ่ือบํารุงรางกาย บํารุงสมองและบํารุงสายตา โดยสาเหตุ
สวนใหญมาจากความเครียดจากการทํางาน การพักผอนไมเพียงพอ และการใชสายตามากเกินไป จาก
พฤติกรรมดังกลาวสะทอนไดวาเมื่อผูบริโภคมีอายุมากขึ้นก็จะมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพมากกวาความสวย
ความงามสอดคลองกับผลสํารวจท่ีพบวาผูบริโภคกลุมนี้ทั้งเพศชายและเพศหญิงมีแนวโนมออกกําลังกายเพื่อ
ดูแลตัวเองมากขึ้น อีกทั้ง ยังพบอีกวาการใชจายเกี่ยวกับอาหารเสริมในปจจุบันของผูบริโภคกลุมนี้กวา 45%
ใชจายไมเ กนิ 1,000 บาทตอ เดอื น ในขณะทยี่ งั สามารถใชจายในสว นนเี้ พมิ่ ข้ึนไดถ ึง 7 เทา ซ่งึ สะทอนใหเหน็ วา
ตลาดอาหารเสริมในปจจุบันยังไมมีสินคาหรือผลิตภัณฑท่ีสามารถตอบโจทยความตองการของผูบริโภคกลุมน้ี
ไดเต็มที่ดังนั้นทิศทางของตลาด อาหารเสริมในอนาคตสามารถเติบโตสูงข้ึนไดจากการตอบสนองความตองการ
ของผูบ รโิ ภคกลุมน้ี ใหต รงจุด

การตลาดออนไลนมีความสําคัญอยางมาก ไมวาจะเปนการตลาดที่ทําผานขอความ ตัวอักษร รูปภาพ
หรือวิดีโอ ที่กําลังไดรับความนิยมในปจจุบัน ชวยใหสามารถเขาถึงผูบริโภคไดอยางกวางขวาง เขาถึงลูกคาได
เฉพาะกลุมที่ตองการหรือเปนลูกคาในกลุมเปาหมาย เพื่อการกระจายสินคาใหตรงจุด ตรงตอความตองการ
ของผูบริโภค เปนการสรางภาพลักษณท่ีดีใหแกธุรกิจ ทําใหสินคาเปนที่จดจําไดมากยิ่งข้ึนและยังเปนการ
ประหยัดตนทุนอีกดวย นอกจากน้ันยังสะดวกสบายตอกลุมบริโภคไดโดยการใชนิ้วสัมผัสหนาจอเพียงไมกี่คร้ัง
และรอเพียงไมนานของก็มาอยูในบานแลว ทําใหผูซ้ือของออนไลนประหยัดเวลาในการเลือกซ้ือของไดมาก
ดวยเหตุนี้ทําใหผูวิจัยมีความสนใจท่ีจะศึกษาเก่ียวกับพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารในตลาด
ออนไลนของสินคาผานแอพพลิเคชันโมบายโฟนและการศึกษาปจจัยสวนประสมทางการตลาดที่มีผลตอ
พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารเพื่อสุขภาพของผูบริโภคนําขอมูลไปใชเปนแนวทางในการ
ตัดสินใจวางแผนและกาํ หนดกลยทุ ธทางดา นการตลาด
วัตถุประสงค

2.1 เพ่ือศึกษาปจจัยทางดานประชากรศาสตร ท่ีสงผลตอพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริม
ผานแอพพลิเคชันในโมบายโฟน จากแอพพลเิ คชันวามจี ํานวนมากข้ึนหรอื นอ ยลงเพยี งใด

2.2. เพื่อศึกษาปจจัยทางดานประชากรศาสตร ท่ีสงผลตอพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริม
ผา นแอพพลิเคชันในโมบายโฟน
ขอบเขตการวจิ ยั

งานวิจัยน้ีศึกษาเกี่ยวกับปจจัยท่ีมีอิทธิพลตอการซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหาร ของกลุมผูบริโภคที่ชอบ
ซ้ือสินคาผานแอพพลิเคชันหรือผานชองทางออนไลนตาง ๆ โดยแบงเปนปจจัยสวนประสมทางการตลาด
(4P’s) ซึง่ ประชากรและกลุมตวั อยา งท่ีใชใ นการศึกษางานวิจัยนี้ คือ ผบู ริโภคทซ่ี ื้อผลติ ภณั ฑเ สรมิ อาหาร

ตัวแปรทศี่ ึกษา
1. ตัวแปรตน (Independent Variable) คือ การตัดสินใจของผูบริโภคที่เลือกซ้ือผลิตภัณฑเสริม
อาหารผา นแอปพลเิ คชั่นออนไลน

ปจจัยสว นผสมทางการตลาด (4P’s) มีดังนี้
• ปจ จยั ดานผลิตภัณฑ Product

344

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

• ปจ จยั ดานชองทางการจดั จําหนาย Place
• ปจจัยดานการสง เสริมการตลาด Promotion
2. ตวั แปรตาม (Dependent Variable) คอื พฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมผา นแอพพลเิ ค
ชันในโมบายโฟน
กรอบแนวคิดในการวจิ ยั
จากแนวคิดที่เกี่ยวของ ผูวิจัยสรุปวา ปจจัยท่ีสงผลตอการตัดสินใจใน ส่ังซ้ือสินคาผานแอพ
พลิเคชันโมบายโฟน สินคาอาหารเสริม ผานแอปพลิเคชั่น SHOPEE LAZADA ประกอบดวยปจจัยสวนประสม
ทาง การตลาดบริการ 4 ดาน ไดแก ปจจัย ดานผลิตภัณฑ ปจจัยดานราคา ปจจัยดานชองทางกันจัดจําหนาย
และปจจัยดานการสงเสริมการตลาด รวมถึงปจจัยทางดานพฤติกรรมของผูใชบริการและ พฤติกรรมทาง
การตลาดของธุรกิจอาหารเสรมิ

ตวั แปรตน ตวั แปรตาม
พฤตกิ รรมของผใู ชบริการออนไลน ปจจยั สว นประสมทางการตลาด (4P)
ของสินคาผานแอพพลิเคชนั โมบายโฟน - ดา นผลติ ภัณฑ (Product )
- ดา นราคา (Price)
(สนิ คา อาหารเสริม) - ดานชองทางจัดจาํ หนา ย ( Place )
ผา น Application Shopee - ดานการสง เสริมการตลาด ( Promotion )

ภาพท่ี 1 กรอบแนวคิดในการวิจัย
ประโยชนท ีค่ าดวา จะไดรับ และหนวยงานท่นี ําผลการวจิ ัยไปใชประโยชน

1. ทําใหทราบถึงพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารของผูบริโภคในตลาดออนไลนผาน
แอปพลเิ คช่ันโมบาย

2. ทําใหทราบถึงลักษณะตลาดของสินคาประเภทผลิตภัณฑเสริมอาหารในตลาดออนไลนผาน
แอพพลเิ คชนั โมบาย

3. ทําใหทราบถึงเปรียบเทียบปจจัยสวนประสมทางการตลาดออนไลนที่สงผลพฤติกรรมการตัดสินใจ
ซ้อื ผลติ ภัณฑเสรมิ อาหารของผูบ รโิ ภค
แนวคดิ และทฤษฎที ่เี กย่ี วขอ ง

การศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรมท่ีมีตอผูบริโภคจะทําใหทราบลักษณะความตองการของ
ผูบริโภค ดังน้ันการศึกษาถึงลักษณะของผูซื้อจะมีประโยชนในการทราบความตองการและลักษณะของลูกคา
เพอ่ื ที่จะจัดสวนประสมทางการตลาด ซึง่ สามารถสรปุ ไดดงั น้ี

1. ทฤษฎีเก่ยี วกบั พฤติกรรมผบู รโิ ภค
การสรางความเขาใจในเก่ียวกับผูบริโภคจะชวยเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนกลยุทธตางโดยมี
การ เก็บขอมูลและสรางสถิติเก่ียวกับความตองการของผูบริโภคไดอยางถูกตองแมนยําและชัดเจน เพราะจะ
สามารถสอ่ื สารไปยงั ลกู คา อยางตรงจดุ

345

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

2. ทฤษฎีเกี่ยวกับแนวคิดทางการตลาด (4P’s) หรือ (Marketing Mix) หมายถึง สวนประสมทาง
การตลาด คือ ปจจัยท่ีกิจการสามารถควบคุมไดในการวางแผนวิเคราะหกลยุทธทางการตลาดไดอยาง
เหมาะสมสวนประสมทางการตลาดประกอบดวย ผลิตภัณฑ (Product) การจัดจําหนาย (Place) การกําหนด
ราคา (Price) การสงเสริมการตลาด (Promotion) สามารถเรียกสวนประสมทางการตลาดไดอีกอยางหนึ่งวา
4’Ps ซ่งึ ถือเปนสว นประกอบหลักของทฤษฎีทางการตลาดที่สาํ คญั ในการดาํ เนนิ งาน
งานวิจยั ทีเ่ กีย่ วขอ ง
วงคเดือน หุนทอง (2558) ศึกษาเร่ืองปจจัยสวนประสมการตลาดท่ีมีผลตอพฤติกรรมการซื้อ
ผลิตภัณฑเสริมอาหารของผูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร ผลการศึกษาพบวา กลุมตัวอยางสวนใหญเปนเพศ
หญิง อายุระหวาง 21-30 ป มีสถานภาพโสด ระดับการศึกษาระดับปริญญาตรีประกอบอาชีพพนักงาน
บริษัทเอกชน และมีรายไดระหวาง 20,001-30,000 บาท มากที่สุด มีพฤติกรรมการซ้ือผลิตภัณฑเสริมอาหาร
สวนใหญเลือกซ้ือผลิตภัณฑเสริมอาหารยี่หอแบรนด มีวัตถุประสงคในการซ้ือผลิตภัณฑเสริมอาหารเพื่อบํารุง
รางกายบํารุงสมองซึ่งเปนผลิตภัณฑที่ซ้ือเปนปกติเนื่องจากรับประทานเปนประจํา สถานที่ซื้อผลิตภัณฑเสริม
อาหารระหวา ง 500-1,000 บาทมคี วามถใ่ี นการซ้อื 2-3 คร้ัง/เดือน
ระเบยี บวธิ กี ารวิจัย
การศึกษาวิจัยคร้ังน้ี เรื่อง “ปจจัยสวนประสมทางการตลาด ที่มีสงผลตอพฤติกรรมการซื้อ
ผลิตภัณฑอาหารเสริมผานแอพพลิเคชันในโมบายโฟน” เปนการวิจัยโดยใชระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ
(Quantitative Research Approach) ซึงเปนการศึกษาพฤติกรรม และความคิดเห็นของผูใชบริการผาน
Application Shopee โดยขอมูลจะครอบคลุมเนื้อหาทุกสวนทั้งนี้ผูวิจัยไดนําเสนอระเบียบวิธีการวิจัยไว
ดังตอ ไปนี้
1. ประชากร และสุม 2. ตัวแปรทใี่ ชในการศกึ ษา
3. เครอ่ื งมือท่ใี ชใ นการวิจยั 4. การสรางและพัฒนาเครือ่ งมือ
5. การเกบ็ รวบรวมขอ มูล 6. การวิเคราะหขอมลู
7. การอภปิ รายผล
ประชากรและกลุมตัวอยา ง
ประชากรของงานวิจัยฉบับนี้ ไดแก ผูใชบริการการส่ังซื้อสินคาอาหารเสริม โดยการสุมไดจากการ
เก็บขอมูลจาก Application Shopee ของผูใชบริการการสั่งซ้ือสินคาผา นแอพพลเิ คชันในโมบายโฟน โดยการ
หยอดขอมูลท่ีไดผานจากระบบทางออนไลน ผูวิจัยสํารวจสุมตามสัดสวนรานอาหารเสริม จํานวน 3,500 ราน
สุมรานอาหารเสริม จํานวน 350 ราน คิดเปนสัดสวน 10/1 คือเปนการเลือกสุมจาก 10 ราน และเลือกมา 1
ราน ทเี่ ขา รวมกับ Application Shopee โดยการเก็บขอมลู ไดจ ัดทําข้นึ เปนเวลา 2 เดอื น
เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ นการวจิ ยั
เก็บขอมูลปจจัยสวนประสมทางการตลาด ที่มีสงผลตอพฤติกรรมการซือ้ ผลิตภัณฑอาหารเสริมผาน
แอปพลิเคช่ันในโมบายโฟน (สินคาอาหารเสรมิ ) ผาน Application Shopee เปนเคร่ืองมือในการเก็บรวบรวม
ขอมลู โดยลักษณะของการเก็บขอมูล
1. ดานผลติ ภัณฑ/ บรกิ าร (Product) 2. ดานราคา (Price)
3. ดานชองทางการจดั จาํ หนา ย (Place) 4. ดา นการสงเสรมิ ทางการตลาด (Promotion)
การสรา งและพัฒนาเครื่องมือ
การเก็บขอมูลปจจัยสวนประสมทางการตลาด ท่ีมีสงผลตอพฤติกรรมการซ้ือผลิตภัณฑอาหารเสริม
ผานแอปพลิเคชั่นในโมบายโฟนผาน Application Shopee โดยผูวิจัยไดลงสํารวจรานใน Application

346

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

Shopee จํานวน 3,500 ราน การวิจัยคร้ังนี้ผูวิจัยทําการสรางและพัฒนาเคร่ืองมือโดยดําเนินการตามข้ันตอน
ดงั น้ี
1. ผูวิจัยศึกษาคนควาเอกสาร และขอมูลที่เกี่ยวของกับความพึงพอใจของการใชบริการตลาด
ออนไลนของสินคาผา นแอพพลิเคชันในโมบายโฟน (สินคาอาหารเสริม) ผาน Application Shopee ใชวิธีการ
เก็บขอมูลจากเว็บไซต Shopee และ Application Shopee ในสวนดานพฤติกรรมการใชบริการ Shopee
ผาน Application Shopee เพ่ือใชเปนแนวทางในการสรางแบบสอบถามครอบคลุมเนื้อหาตามนิยามศัพท
โดยเฉพาะโดยขอคําแนะนาํ จากผูเช่ยี วชาญอีกสวนหนึ่งดว ย
2. นําแบบสอบถามฉบับรางเสนอตออาจารยที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบความถูกตอง และความ
สอดคลอ ง และความเหมาะสมของคาํ ถาม เพ่อื นํามาแกไ ขตามขอเสนอแนะ
3. ตรวจสอบความเท่ียงตรงของเนื้อหาของแบบสอบถามโดยนําแบบสอบถามท่ีผูวิจัยสรางขึ้นให
ผูเช่ียวชาญ จํานวน 3 ทาน ตรวจสอบในฐานะผูเช่ียวชาญ สาขาการจัดการอุตสาหกรรม คณะบริหารธุรกิจ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร วิทยาเขตวังไกลกังวล โดยใชหลักสูตรในการคํานวณดัชนีคา
ความสอดคลอ ง ดังตอ ไปน้ี

IOC = เมื่อ IOC = ดัชนีคาความสอดคลอง R = ความคิดเห็นของผูเชี่ยวชาญ ถาแนใจวา

ขอสอบเหมาะสมกับจุดประสงคใหคา +1 ถาแนใจวาขอสอบเหมาะสมกับจุดประสงคใหคา 0 ถาแนใจวา
ขอสอบเหมาะสมกับจุดประสงคใหคา -1 ดัชนีความสอดสอดคลองของเนื้อหาของแบบสอบถามโดยนํา
แบบสอบถามที่ผูวิจัยสรางขึ้นใหผูเชี่ยวชาญ จํานวน 3 ทาน ตรวจสอบในฐานะผูเช่ียวชาญ สาขาการจัดการ
อุตสาหกรรม คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร วิทยาเขตวังไกลกังวล โดยคา
ดัชนีสอดคลอ งจากการคาํ นวณมคี า เทากบั 0.928
ดังนั้นผูวิจัยเห็นสมควรคัดกรองขอคําถามเพื่อเปนประโยชนตองานวิจัย และสะดวกตอการตอบ
คําถามของผูใหขอ มูลการกําหนดขอมูลจากตัวแปรตามหรือตัวแปรท่ไี มอิสระ (Dependent Variables) คือ
พฤติกรรม และปจจัยสวนประสมทางการตลาด ท่ีมีสงผลตอพฤติกรรมการซ้ือผลิตภัณฑอาหารเสริมผานแอพ
พลิเคชันในโม บายโฟน ผาน Application Shopee เพื่อนําความคิดเห็นไปปรับปรุงแกไขการใหบริการ
สวนตัวแปรอิสระ (Independent Variables) ที่เปนขอมูลท่ีใชในการวิเคราะหปจจัยท่ีมีผลกระทบตอการ
ความพึงพอใจของผูเลือกซื้อสินคาในการวิจัย ไดแก ปจจัยสวนประสมทางการตลาด 4P พฤติกรรมของ
ผูใชบริการตลาดออนไลนของสินคาผานแอพพลิเคชันในโมบายโฟน (สินคาอาหารเสริม) ผาน Application
Shopee พฤตกิ รรมการใชโดยการวเิ คราะหวิธกี ารศึกษาเชิงปริมาณการใชบ ริการตลาดออนไลนข องสินคาผาน
แอพพลเิ คชันในโมบายโฟน (สนิ คาอาหารเสรมิ ) ผา น Application Shopee
การเกบ็ รวมรวมขอ มลู
การเกบ็ รวบรวมขอมลู ในการวจิ ัยครงั้ นีผ้ วู ิจัยไดดาํ เนนิ การตามขัน้ ตอนดงั ตอ ไปนี้
1. ขอมูลทุติยภูมิ ไดจากการศึกษาคนควาจากอินเตอรเน็ต ท้ังแหลงสถาบันการศึกษาตาง ๆ
รวมถึง บทความ งานวิจัยท่ีเก่ียวของ และสถิติท่ีเกี่ยวกับผูใชบริการการสั่งซื้อสินคาอาหารเสริมผานระบบ
ออนไลน
2. ขอมูลปฐมภูมิ ไดดวยการใชเก็บขอมูลออนไลน ซ่ึงไดแก ผูใชบริการการ การสั่งซื้อสินคา
ผา นระบบออนไลน
การวเิ คราะหขอ มลู
การเก็บรวบรวมขอมลู ในการวิจยั คร้ังนผี้ วู ิจยั ไดด ําเนินการตามขนั้ ตอนดงั ตอ ไปนี้

347

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

ตอนที่ 1 การวิเคราะหขอมูลปจจัยสวนประสมทางการตลาด ท่ีมีสงผลตอพฤติกรรมการซ้ือ
ผลิตภณั ฑอาหารเสริมผานแอพพลิเคชนั ในโมบายโฟน จํานวน 350 รายการ ใชสถิติคาเฉล่ยี จํานวนและรอยละ
โดยใชกลุมตัวอยางจําแนกประเภทตาม ขนาดบรรจุภัณฑ วิธีรับประทาน อายุผลิตภัณฑ ราคาเต็ม ราคาลด
สว นลด (%) บริษัทจัดสง คา จดั สง โปรโมช่นั ของแถม ในประเมนิ ผลดงั รายละเอียด

ตอนที่ 2 การวิเคราะหขอมูลปจจัยสวนประสมทางการตลาด ที่มีสงผลตอพฤติกรรมการซ้ือ
ผลิตภัณฑอาหารเสริมผานแอพพลิเคชันในโมบายโฟน ประกอบดวย ขนาดผลิตภัณฑ วิธีรับประทาน อายุ
ผลิตภัณฑ ราคาเต็ม ราคาลดสวนลด (%) ราคาลด บริษัทจัดสง โปรโมชั่น ของแถมและดําเนินการวิเคราะห
ผลขอมูล โดยการนําแบบสอบถามมาลงขอมูลในโปรแกรมสําเร็จรูปทางสถิติ เพ่ือท่ีจะดําเนินการวิเคราะหหา
คารอยละ คา เฉลีย่ และสว นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D) เปน ตน

สถติ ทิ ใี่ ชในการวเิ คราะห
การวิเคราะหขอมูลการทําประมวลผลและวิเคราะหขอมูลดวยคอมพิวเตอรโดยใชโปรแกรม
สําเร็จรปู (SPSS: Statistical Package for the Social Science) ซงึ่ ใชค า สถิตใิ นการวิเคราะหขอมูล คอื การ
คํานวณสวน เบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : S.D) ใชอธิบายขอมูลแบบสอบถาม โดยใชสูตร
คํานวณ คาสว นเบ่ียงเบนมาตรฐาน เพ่อื ศกึ ษาเปรยี บเทียบคาเฉลี่ยและสว นเบี่ยงเบน มาตรฐานตามสตู ร
ขั้นแรกคาํ นวณหาวากลุมตัวอยางท้งั 2 กลุม มีความแปรปรวนของคะแนนผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน
แตกตางกัน หรือไม ดวยสูตร F-Test มีสมมติฐาน ดังน้ี คํานวณดวยสูตร พิจารณาคา F-Test ถา F-Test ที่
คาํ นวณไดไ มม ีนยั สาํ คัญทางสถติ ินั่นคอื ยอมรับ แสดงวาความแปรปรวนของท้งั สองกลมุ เทากนั
สรปุ การอภิปรายผล
หลังจากไดวิเคราะหผลการศึกษาจากขอมูลท่ีไดเก็บแลว เปนการอภิปรายผล ตามกรอบแนวคิด
ของผูวิจัย โดยอธิบายถึงความคิดเห็นตอการเลือกใชบริการสั่งซื้อสินคาออนไลนผานแอปพลิเคช่ันโมบายโฟน
จากนั้นวิเคราะหปจจัยความคิดเห็นตอผูใชบริการของแอปพลิเคชั่น เพื่อนํามาใชเปนแนวทางในการศึกษา
ความคิดเห็นของผูใชบริการผา นแอปพลเิ คชั่นโมบายโฟน (สินคาอาหารเสริม) การอภิปรายคร้ังนี้จะครอบคลมุ
วตั ถปุ ระสงคข องการศึกษาได 3 ประการ ดังน้ี
1. เพ่ือศึกษาพฤติกรรมของตลาดออนไลนของสินคา ผานแอพพลิเคชันโมบายโฟน (สินคาอาหาร
เสริม) ผลการทดสอบพฤติกรรมผูใชบริการส่ังซ้ือสินคาออนไลนผานแอพพลิเคชันโมบาย 4 P สวนใหญเลือก
ขนาดผลิตภัณฑที่มีจํานวนนอยกวา 30 เม็ด รับประทานหลังอาหาร อายุของผลิตภัณฑ นอยกวา 12 เดือน
ราคาของผลิตภัณฑอยูระหวาง 251 – 500 บาท ราคาสวนลดของผลติ ภัณฑตํ่ากวา 250 บาท และในบางรา น
ไมมีสวนลด คา จดั สง อยูระหวา ง 21 – 40 บาท โดยบรษิ ทั ขนสง Standard Delivery โดยรว มรานคาสว นใหญ
ไมม โี ปรโมช่ันสง ฟรี และไมม ขี องแถม
2. เพ่ือศึกษาความคิดเห็นตอตลาดตลาดออนไลนของสินคา ผานแอพพลิเคชันโมบายโฟน
(สินคาอาหารเสริม)ดานผลิตภัณฑ (Product) ดานบวก พบวาสวนใหญจะเห็นดวยกับความคิดเห็นผลิตภัณฑ
ตรงปกดานลบ พบวาสวนใหญจะไมเห็นดวยกับความคิดเห็นผลิตภัณฑไมตรงปก ดานราคา (Price) ดานบวก
พบวาสวนใหญจะเห็นดวยกับความคิดเห็นราคาของผลิตภัณฑมีความเหมาะสม ดานลบ พบวาสวนใหญจะไม
เห็นดวยกับความคิดเห็นราคาไมเหมาะสม ดานชองทางการจัดจําหนาย (Place) ดานบวก พบวาสวนใหญจะ
เห็นดวยกับความคิดเห็นของการจัดสงรวดเร็วดานลบ พบวาสวนใหญจะไมเห็นดวยกับความคิดเห็นการจัดสง
ลาชา ดานการสงเสริมทางการตลาด (Promotion) ดานบวก พบวาสวนใหญจะเห็นดวยกับความคิดเห็นดาน
บวก ดานลบ พบวา สวนใหญจ ะไมเหน็ ดวยกับความคดิ เห็นดา นลบ

348

ตารางท่ี 1 ปจ จัยทีส่ งผลตอการตัดสินใจส่ังซอ้ื สินคาผา นแอพพลเิ คชนั โมบายโฟน (สนิ คา อาหารเสรมิ )
F-Test
ปจ จยั ทม่ี ผี ลตอ การ ดานผลิตภัณฑ ดา นราคา ดา นชอ งทาง ดานสงเสริม แอพพลิเคชนั การสง่ั ซื้อ
ตัดสินใจซ้อื ชว งขนาด ชว งวธิ ี ชว ง ชวง จดั จําหนาย การตลาด คะแนน สินคา สนิ คา สนิ คา
ราคาเต็ม ราคาตลาด สนิ คา ในคลัง ขายแลว ของรา น
ผลติ ภัณฑอาหาร บรรจุ รบั ประทา ชวงราคา โปรโมช่นั ของแถม ชวงการ
เสรมิ ผานชอ งทาง ผลติ ภัณฑ น จัดสง รีวิว

ออนไลน

1.ดานผลติ ภัณฑดี 2.236* 3.269** 8.002*** 19.340*** 2.865** 10.313*** 37.511***
2.ดานผลิตภัณฑไมด ี 10.747*** 11.541*** 4.933*** 4.299*** 29.959*** 2.830**
3. ดา นราคาดี 3.912*** 3.444*** 7.027*** 18.345*** 3.307*** 22.538*** 45.217***
4. ดา นราคาไมด ี 2.624* 5.723**** 6.347*** 2.770** 7.653*** 34.217***
5. ดานชองทางจดั 2.626** 5.651** 6.639*** 17.298*** 3.405*** 14.836*** 57.185***
จาํ หนา ยดี
6. ดานชอ งทางจดั 4.854*** 6.016** 6.534*** 3.373*** 7.93*** 43.825***
จาํ หนายไมด ี การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
7. ดานการสง เสริม 5.562*** 3.041** 7.142*** 13.321*** 29.717***
การตลาดดี349
8. ดานการสง เสริม 5.131*** 6.590*** 5.841*** 25.217*** 3.626** 3.431*** 7.363*** 37.955*** 18.793*** 2.605* 3.435** 17.577***
การตลาดไมด ี
รวม
หมายเหตุ *,** และ *** หมายถงึ มีนยั สําคญั ทางสถติ ริ ะดับ 0.1, 0.01 และ 0.001 ตามลาํ ดบั
ทมี่ า: จากการประมาณคา ของผูวิจยั

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

3. เพ่ือศึกษาปจจัยที่สง ผลตอการตัดสนิ ใจสง่ั ซ้อื สินคา ผา นแอพพลเิ คชันโมบายโฟน (สินคาอาหารเสริม)
ผลการศึกษาพบวา ดานผลิตภัณฑดี มีความพึงพอใจสูงสุด ชวงจํานวนสินคาที่ขายแลวอยูที่จํานวนมากกวา 501
คะแนนข้ึนไป จํานวนสินคาในคลังมากวา 1001 คะแนน คะแนนรานคาจํานวนมากกวา 51 คะแนน ราคาจริง
จํานวนระหวาง 251-500 บาท คะแนนสินคาจํานวนมากกวา 189 คะแนน ชวงวิธีรับประทานมากกวา 137
คะแนน ดานราคาดี มีความพึงพอใจสูงสุด ชวงจํานวนสินคาที่ขายแลวอยูที่จํานวนมากกวา 501คะแนน
จํานวนสินคาในคลังมากวา 1001 คะแนน คะแนนรานคาจํานวนมากกวา 51 คะแนน ราคาจริง จํานวนระหวาง
251-500 บาท คะแนนสินคาจํานวนมากกวา 189 คะแนน ชวงวิธีรับประทานมากกวา 137 คะแนน ดานชองทาง
จัดจําหนายดี มีความพึงพอใจสูงสุด ชวงจํานวนสินคาที่ขายแลวอยูที่จํานวนมากกวา 501 คะแนนข้ึนไป จํานวน
สินคาในคลังมากวา 1001 คะแนน คะแนนรานคาจํานวนมากกวา 51 คะแนน ราคาจริง จํานวนระหวาง 251-
500 บาท คะแนนสินคาจํานวนมากกวา 189 คะแนน ชวงวิธีรับประทาน มากกวา 137 คะแนน ดานสงเสริม
ทางการตลาดดี มคี วามพงึ พอใจสูงสุด ชว งจํานวนสนิ คาที่ขายแลวอยูทีจ่ าํ นวนมากกวา 501 คะแนนข้นึ ไป จาํ นวน
สินคาในคลังมากวา 1001 คะแนน คะแนนรานคาจํานวนมากกวา 51 คะแนนราคาจริง จํานวนระหวาง 251-500
บาท ชวงวิธีรับประทานมากกวา 137 คะแนน

ขอเสนอแนะของผทู าํ วจิ ัยสําหรับในการศกึ ษาครง้ั นี้
ผูวจิ ัยไดแ บง ขอเสนอแนะออกเปน 2 สวน ดงั น้ี

1. พฤติกรรมผูใชบริการสั่งซ้ือสินคาออนไลนผานแอพพลิเคชันโมบายโฟน 4 P คาความพึงพอใจตํ่า
ที่สุด ราคาสินคา ราคาเต็มของผลิตภัณฑ 751 – 1000 บาทราคาสวนลดเปอรเซ็นตของผลิตภัณฑลดมากกวา 51
บาท จํานวนรีวิว ระหวาง 21 – 50 รายการ คะแนนของสินคา ระดับไมพึงพอใจนอยท่ีสุด สินคาในคลัง ระหวาง
101 – 500 รายการ สินคาทีข่ ายแลว มากกวา 501 รายการ รายการสินคา มากกวา 501 รายการ

จากผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมตลาดออนไลนของสินคาผานแอพพลิเคชันในโมบายโฟน
สินคาอาหารเสริมผูวิจัยมีขอเสนอแนะดังน้ี ผูประกอบการจําเปนตองทําความเขาใจถึงลักษณะทัศนะคติ
และพฤติกรรมของผูบริโภคอยางเจาะลึก เพ่ือท่ีจะนํามาประยุกตใชในการวางกลยุทธการตลาดท่ีเหมาะสมและ
ตอบสนองความตองการของกลมุ เปา หมายไดม ากทีส่ ดุ โดยควรมีการจัดการวางแผนในดานโปรโมชน่ั และคาขนสง

2. การใชบริการส่ังซ้ือสินคาออนไลนผานแอพพลิเคชันโมบายโฟน ผูขายสินคาผานแอพพลิเคชัน
ตองมีการอัพเดตขอมูลเพ่ือใหผูบริโภคไดเห็นถึงการเคล่ือนไหวของผูประกอบการเพ่ือสรางความเชื่อม่ันวารานคา
นั้นยังมีการอัพเดตขอมูลเก่ียวกับสินคา และยังไมไดเลิกกิจการ แสดงขอมูลของสินคาตาง ๆ ใหชัดเจน ท้ังดาน
ราคาทแี่ สดงวา ถูกกวา รานคา ทว่ั ไป การแสดงปายราคา และสว นลดของสินคา บนแอพพลิเคชนั อยางชดั เจน

ขอเสนอแนะของผูจดั ทําวจิ ัย ในการทาํ วจิ ยั ครงั้ ตอไป
1. การศึกษาครั้งน้ีทําการศึกษาเฉพาะผูใชบริการส่ังซ้ือสินคาออนไลนผานแอพพลิเคชันโมบายโฟน

ประเภทผลิตภัณฑอาหารเสริมเทานั้น จึงไมสามารถทําใหทราบผลการศึกษาที่ครอบคลุมความตองการของกลุม
ผูใชบริการสั่งซื้อออนไลนผานแอพพลิเคชันโมบายโฟนทั้งหมด ดังนั้นจึงควรกําหนดขอบเขตการศึกษาไปยังกลุม
ตวั อยางอื่น ๆ เพิม่ เติม

2. การศึกษาครั้งนี้ทําการศึกษาเฉพาะกลุมตัวอยางที่เคยใชบริการสั่งซื้อสินคาออนไลนผาน
แอพพลิเคชันโมบายโฟน ประเภทผลิตภัณฑอาหารเสริมเทานั้น ดังนั้นควรทําการศึกษากลุมตัวอยางท่ียังไมเคยใช
บริการ เพื่อศึกษาถึงสาเหตุของการไมใชบริการออนไลน ซึ่งเปนแนวทางหนึ่งท่ีสามารถเพ่ิมจํานวนผูใชบริการให
มากขึ้นได

350

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

3. ควรมกี ารศึกษาปจ จยั ภายนอกอื่นๆ เชน วฒั นธรรม เศรษฐกจิ การเมอื ง และเทคโนโลยแี ละปจจยั
ภายในอื่นๆ ท่ีสงผลตอการตัดสินใจเลือกซ้ือสินคาผานแอพพลิเคชัน เพื่อนําขอมูลท่ีไดมาปรับกลยุทธตามความ
ตองการของผบู รโิ ภค
กิตตกิ รรมประกาศ

งานวิจัยฉบับน้ีสําเร็จลุลว งตามวัตถุประสงคไ ดดวยดี เนื่องจากไดรับความกรุณาความชวยเหลอื อยางสูง
จากผูเช่ียวชาญทางสาขาวิขาการจัดการเพื่อการตรวจสอบความถูกตอง รวมถึงขอขอบคุณผูบริหาร
หัวหนาสาขาวิชาการจัดการ รองคณบดี คณบดีคณะบริหารธุรกิจ รองอธิการประจําวิทยาเขตวังไกลกังวลและ
อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร ท่ีสนับสนุนทุน ส่ิงอํานวยความสะดวกและสถานที่
ดาํ เนินการวจิ ยั
เอกสารอา งอิง
กาญจนา แกวเทพ. 2541). การวิเคราะหส ่ือ:แนวคิดและเทคนคิ . กรุงเทพฯ: อนิ ฟน ิตี้เพรส.
กิจการโทรคมนาคมแหงชาติ. (2562). สถติ ปิ ริมาณการใชง านอนิ เทอรเ นต็ ผานโทรศพั ทเ คลือ่ นท่ี. กรุงเทพฯ:

สํานักงาน กสทช.
เกวลิน ชว ยบํารงุ . (2556). ปจ จัยทางการตลาดผาน ท่สี งผลตอ กา ตดั สนิ ใจซอ้ื ผลติ ภณั ฑของผบู รโิ ภคในเขต

กรุงเทพมหานคร. (วิทยานพิ นธปริญญามหาบณั ฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ).
แกลลัพ จํากดั . (2562). การวจิ ัยตลาดและการสํารวจความคดิ เหน็ ของประชาชน. สบื คนจาก

https://www.etda.or.th
แกวฤทัย แกว ชัยเทยี ม. (2548). ศกึ ษาการรับรกู ารจดั การความปลอดภยั และพฤตกิ รรมความปลอดภยั ในการ

ทํางานของพนักงานระดบั ปฏิบัตกิ าร. (วทิ ยานิพนธป รญิ ญามหาบัณฑติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
พระจอมเกลาพระนครเหนอื ).
ยทุ ธนา ธรรมเจรญิ . (2530). พฤติกรรมของผบู รโิ ภค. กรงุ เทพฯ: ศรบี ุญอตุ สาหกรรม.
ระศักด์ิ จนั ทโรทยั . (2552). การศกึ ษาทศั นคตขิ องผบู รโิ ภคที่มตี อการทําการตลาดผา นโทรศพั ทมอื ถอื ดวย
เทคโนโลยี Bluetooth ในเขตกรุงเทพมหานคร. ปทมุ ธาน:ี มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.
วัศยา ธีรวนิชยไชยกุล. (2556). พฤติกรรมและความพึงพอใจของผใู ชแ อปพลเิ คชัน่ (Application) บนสมารท
โฟนระบบปฏบิ ตั กิ ารแอนดรอยด (Android). ปทมุ ธาน:ี มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร

351

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

การจัดเสนทางรถรบั -สง นักศึกษาดวยวธิ เี พอื่ นบานใกลท ี่สุด
กรณศี ึกษา มหาวิทยาลยั ศรปี ทุม วิทยาเขตขอนแกน

สวุ มิ ล ลา นทมุ เหลือง และ ปวณี า ชนะชยั 01
นักศกึ ษาปรญิ ญาตรีหลักสูตรบรหิ ารธุรกจิ บัณฑติ วทิ ยาลัยโลจิสตกิ สและซัพพลายเชน

มหาวทิ ยาลยั ศรปี ทมุ วิทยาเขตขอนแกน
วันพิชติ เบง็ จนี

อาจารยประจําสาขาวิชาการจัดการโลจสิ ติกสแ ละโซอ ุปทาน วทิ ยาลยั โลจสิ ตกิ สแ ละซพั พลายเชน
มหาวิทยาลยั ศรีปทมุ วทิ ยาเขตขอนแกน
บทคัดยอ

งานวิจัยน้ีมีวัตถุประสงคเพื่อนําเสนอเสนทางการเดินรถรับ-สงของมหาวิทยาลัย ดวยวิธีเพื่อนบาน
ใกลที่สุด (Nearest Neighbor Algorithm) พรอมท้ังวิเคราะหตนทุนคาโดยสารและวิเคราะหจุดคุมทุนของรถ
รับสง สํารวจและเก็บรวบรวมขอมูลตําแหนงที่ตั้งทางภูมิศาสตรระหวางมหาวิทยาลัยกับจุดรับ-สงนักศึกษาใน
รัศมี 5 กิโลเมตร โดยจะใช Google Maps และทําแบบสํารวจขอมูลกลุมตัวอยางนักศึกษาในมหาวิทยาลัย
จํานวน 400 ตัวอยาง ดวยการใชขอมูลตําแหนงท่ีตั้งโดยรอบมหาวิทยาลัยเพ่ือใหนักศึกษาระบุจุดที่ใกลกับท่ี
พักอาศัยของตนเองมากท่ีสุด ผลจากการคํานวณน้ันไดเสนทางทั้งหมด 18 เสนทาง โดยมีระยะทางรวม
111.19 กิโลเมตร เมื่อทําการวิเคราะหตนทุนพบวา ตนทุนรวมของรถรับ-สงนักศึกษาตอวันเทากับ 1,053.07
บาท สามารถคํานวณอัตราคาบริการตอคนได 4.39 บาท และการคํานวณหาจุดคุมทุนกรณีท่ีมหาวิทยาลัยใช
เงินลงทุน 1,216,500 บาท โดยจะคืนทุนในระยะเวลา 4 ป ซ่ึงมีตนทุนรับ-สง 420,482.93 บาท ในการจัด
เสนทางเดินรถรับสงนักศึกษาไมเพียงแตแกไขดวยวิธีเพื่อนบานใกลท่ีสุดเพียงวิธีเดียว แตยังสามารถใชวิธีการ
หาคําตอบจากระยะทางท่ีไกลท่ีสุด (Furthest Neighbor Algorithm ) และซอฟแวร LOGWAER ซึ่งวิธีการ
ท้ังหมดนี้ใชขอมูลในการคํานวณรูปแบบเดียวกัน ดังน้ันถาหากนําท้ัง 3 วิธีนี้มาปรับปรุงเสนทางเพ่ือ
เปรยี บเทยี บจะทําใหไ ดผลทดี่ ที ี่สุด
คําสําคญั : การจัดเสนทาง วิธีเพ่ือนบานใกลทส่ี ดุ จุดคมุ ทนุ

1 นกั ศกึ ษาปรญิ ญาตรีหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต วิทยาลัยโลจสิ ตกิ สและซพั พลายเชน มหาวิทยาลัยศรปี ทุม วิทยาเขต
ขอนแกน ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแกน จ.ขอนแกน 40000 หมายเลขติดตอ 061-118-6770 อีเมล: [email protected]

352

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

THE ROUTING OF STUDENT SHUTTLE BUSES
BY THE NEAREST NEIGHBOR METHOD — A CASE STUDY

OF SRIPATUM UNIVERSITY KHON KAEN CAMPUS

Suvimon Lanthumlueang and Paweena Chanachai1
Undergraduate Students, Bachelor of Business Administration Program
College of Logistics and Supply Chain, Sripatum University Khon Kaen Campus

Wanpichit Bengjeen
Lecturer at Department of Logistics and Supply Chain Management
College of Logistics and Supply Chain, Sripatum University Khon Kean Campus
The objectives of this research were 1) to study the routes of shuttle buses serving
the Sripatum University Khon Kean Campus with the Nearest Neighbor Algorithm, 2 ) to
determine the bus fare and analyze the break-even point of the shuttle bus, and 3) survey
and collect geographic location data between the university and bus stop within a radius of 5
kilometers using Google Maps. A sample of 400 university students were surveyed and asked,
to identify the point closest to their residence using location information around the university.
As the result of the calculations, a total of 18 routes were obtained with a total distance of
111. 19 kilometers. Analysis revealed the daily total cost of the bus for transporting students
was 1,053.07 baht and the service fee per person was 4.39 baht. The break-even point, in the
event that the university invests 1,216,500 baht, will return a pay back in a period of 4 years,
representing a transportation cost of 420,482.93 baht. It was found that the routing of student
shuttle buses is not only solved by Nearest Neighbor Algorithm, but may also be solved using
the Furthest Neighbor Algorithm and LOGWAER software. All of these three methods use the
same data for computation, so using all three to improve the path for comparison will give
the best results.
Keyword: Routing, Nearest Neighbor Method, Break-Even Poi

1 Corresponding Author: Undergraduate Students, Bachelor of Business Administration
College of Logistics and Supply Chain, Sripatum University Khon Kaen Campus.
Contact Number: +6661-118-6770 Email: [email protected]

353

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

บทนํา
มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแกน ซ่ึงเปนมหาวิทยาลัยหน่ึงที่ต้ังอยูในเขตอําเภอเมือง จังหวัด

ขอนแกน เริ่มเปดดําเนินการต้ังแตปการศึกษา 2556 โดยเปดสอนท้ังหมด 6 คณะ 2 วิทยาลัย ไดแก คณะ
นิเทศศาสตร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะบริหารธุรกิจ คณะศิลปศาสตร คณะบัญชี คณะนิติศาสตร
วิทยาการทองเท่ียวและบริการ และวิทยาลัยโลจิสติกสแ ละซพั ลายเชน ในแตละคณะมคี วามนาสนใจเปนอยาง
มากไมวาจะเปนภาคเรียนปกติ หรือภาคเรียนเสาร-อาทิตย ทางมหาวิทยาลัยเปดทําการเรียนการสอนทุก
รูปแบบเพื่อที่จะใหตอบสนองตอความตองการของผูที่จะทําการศึกษาตอ ทําใหมีผูที่สนใจสมัครเขามาศึกษา
เปนจํานวนมาก ดังนั้นจึงทําใหมีนักศึกษาเพ่ิมข้ึนอยางตอเนื่องในทุก ๆ ปการศึกษา และนักศึกษาสวนมากใช
รถสวนตัวในการเดินทางมาเรียน ไมวาจะเปนรถจักรยานยนต หรือรถยนต จึงทําใหเกิดปญหาพื้นท่ีจอดรถไม
เพียงพอตอความตองการของนักศกึ ษา เนื่องจากนักศึกษามีจํานวนไมตา่ํ กวา 1,000 – 2,000 คน แตพ ื้นท่จี อด
รถของทางมหาวิทยาลัยสามารถจอดรถไดเพียง 300 คัน และบริเวณโดยรอบของมหาวิทยาลัยยังเปนแหลง
ชุมชน มีสถาบันการศึกษาอีกหลายแหงซงึ่ ยากตอการขยายพ้ืนที่เพ่ิมเพ่ือทําท่ีจอดรถ ในชวงเวลาเรงดวนยังทํา
ใหเกิดการจราจรติดขัด หากทางมหาวิทยาลัยสามารถจัดรถรับ-สงนักศึกษาได จะทําใหเกิดประโยชนตอ
ประเทศชาติในดานการลดปริมาณแกสคารบอนไดรออกไซด และยังสามารถประหยัดงบประมาณที่จะขยาย
พื้นที่จอดรถในอนาคตไดอีกดวย ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงคเพ่ือนําเสนอเสนทางการเดินรถรับ-สง
นักศึกษาของมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแกน โดยใชวิธีเพ่ือนบานใกลท่ีสุด (Nearest Neighbor
Algorithm) เพอ่ื ชว ยลดระยะทางและระยะเวลาในการเดินรถรับ-สง
วตั ถปุ ระสงคก ารวจิ ยั

1. เพื่อนําเสนอเสนทางการเดินรถรบั -สง ของมหาวิทยาลยั ศรีปทมุ วิทยาเขตขอนแกน ดวยวิธีเพื่อน
บา นใกลท ่สี ดุ (Nearest Neighbor Algorithm)

2. เพือ่ วิเคราะหตนทนุ คาโดยสารรถรบั -สงของมหาวทิ ยาลยั ศรปี ทุม วทิ ยาเขตขอนแกน
3. เพอ่ื วเิ คราะหจ ุดคุมทนุ รถรับ-สงของมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแกน
ทฤษฎีท่เี กี่ยวขอ ง
1. วิธีเพ่ือนบานใกลท่ีสุด (Nearest Neighbor Algorithm) เปนการคํานวณปญหาการจัดเสนทาง
จากจุดที่ใกลท่ีสุดจากตําแหนงที่มีอยูท้ังหมด โดยจะพิจารณาจุดที่อยูใกลท่ีสุดจากจุดท่ีจะไปในจุดแรกซ่ึง
จะตอ งนํามาคาํ นวณทกุ ตําแหนง วิธีเพื่อนบานใกลท ีส่ ดุ จะเสนอรูปแบบการคนหาที่มปี ระสทิ ธิภาพสําหรับพื้นที่
ที่เก่ียวของ เปนรูปแบบท่ีนิยมใชในการคํานวณหาแนวคิดเพื่อท่ีเราจะปรับปรุงระยะทางในระหวางการทําซ้ํา
แตล ะครงั้ ของการคนหาเพอ่ื นบานทีใ่ กลเ คยี งทส่ี ดุ
2. ตนทุนฐานกิจกรรม (Activity - Based Costing) ตนทุนในการขนสงกิจกรรมการขนสงมี
ความสําคัญตอธุรกิจในปจจุบันเปนอยางมาก เพราะทุกกระบวนการต้ังแตตนน้ํา กลางนํ้า และปลายน้ํา
จําเปนตองมีการสงตอวัตถุดิบ สินคา และบริการ ดังน้ันการขนสงจึงมีความสําคัญในการทําใหซัพพลายเชนมี
ความสมดุล ในทกุ ธรุ กิจจึงไมส ามารถหลกี เลี่ยงตน ทุนของกิจกรรมการขนสงได หากพิจารณาถึงตนทุนของการ
ขนสง จะประกอบดวย

2.1 ตน ทนุ คงท่ี (Fixed Costs) เปนตนทุน หรือคาใชจายที่ไมมีการเปลี่ยนแปลงตาม
ปริมาณการขนสง ไมวาจะทําการผลิต หรือไมผลิตก็ตาม ตนทุนน้ีจะเกิดขึ้นเปนจํานวนท่ีคงท่ีซึ่งจะตองเสีย
คาใชจายในอัตราเทาเดิม เชน คาเชา ที่ดิน อาคาร คาประกันภัย คาทะเบียนยานพาหนะ คาเสื่อมราคา
เงินเดือนประจํา คาใบอนุญาตเชาสถานท่ี เปนตน

354

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

2.2 ตนทุนผันแปร (Variable Costs) หมายถึง ตนทุน หรือคาใชจายที่มีการเปลี่ยนแปลง
ตามปริมาณการใชงาน กลาวคือ จะเพ่ิมขึ้นเมื่อปริมาณการใชงานเพิ่มข้ึน และลดลงเม่ือปริมาณการใชงาน
ลดลง ไดแก คาเช้ือเพลิง คาบาํ รุงรักษา คาซอมแซม คานํา้ มันหลอลื่น เปนตน
2.3 ตนทุนรวม (Total cost) คือ ตน ทนุ ทรี่ วมทงั้ ตนทุนคงทแี่ ละตน ทนุ ผันแปร สามารถ
คาํ นวณได ดังนี้ ตนทุนรวม (Total cost) = ตนทุนผนั แปร + ตน ทุนคงท่ี
2.4 การวิเคราะหจดุ คมุ ทนุ (Break – Even Point) หมายถงึ ระดบั ปริมาณขายท่ไี มทํา
ใหกิจการมีกําไรหรือขาดทุน ซึ่งเปนจุดท่ีรายไดรวม (Total Revenue) เทากับตนทุนรวม (Total Cost) พอดี
หรอื เปนจุดที่กาํ ไรเทา กบั ศนู ย ซงึ่ การวเิ คราะหจดุ คุม ทนุ สามารถวิเคราะหไ ดด งั น้ี
2.4.1 โดยการทดลอง (Trial and Error Method) วธิ ีนเี้ ปนการทดลอง
คํานวณหาจํานวนทผี่ ลิตและขายของกจิ การ ทท่ี าํ ใหรายไดร วมเทา กบั ตน ทนุ รวม
2.4.2 โดยกราฟ (Graphic Method) วธิ นี จ้ี ะเปนการนาํ รายไดรวมหรือยอดขาย
และตนทุนรวมมาลงจุดบนกราฟแลวลากเสนรายไดและเสนตนทุนรวม เม่ือเกิดจุดท่ีเสนท้ังสองตัดกันก็คือจุดค
มทุน เพราะจะเปน จดุ ที่รายไดเ ทา กับตนทนุ รวม
2.4.3 โดยการคํานวณ (Algebraic Method) การหาจุดคม ทนุ ดว ยวิธคี าํ นวณนี้
เปนวิธีที่งาย และใหผลถูกตองกวา 2 วิธีที่กลาวมาแลว การคํานวณทําไดโดยอาศัยสมการเพื่อหาปริมาณการ
ผลิตและขายที่รายไดเทากับตนทุนรวม แตการคํานวณหาจุดคุมทุนจะตองทราบสมการของขอมูลท่ีจะใช
วเิ คราะห ไดแ ก
1) รายไดร วม (Total Revenue - TR) รายไดร วมเปนผลมาจาก
ราคาขายคูณกบั ปริมาณขาย
กําหนดให P = ราคาขายตอ หนว ย
Q = ปรมิ าณขาย
ดังนัน้ TR = T × Q
2) ตนทนุ รวม (Total Cost - TC) ตนทุนรวมเปน ผลรวมของตนทนุ
คงทก่ี ับตนทุนผันแปร
กําหนดให FC = ตนทุนคงท่ี
VC = ตน ทุนผนั แปร
ดงั นน้ั TC = FC + VC หรอื TC = FC + (Q x VC/unit)
a. การคาํ นวณหาปรมิ าณ ณ จุดคุม ทนุ (Break – Even Quantity)
ปรมิ าณ ณ จุดคมทนุ หมายถึง ปริมาณของสนิ คาหรอื บรกิ ารท่ที าํ ใหธรุ กิจมีรายไดร วมเทากบั ตน ทุนรวม
รายได = ตน ทุนรวม
ดงั น้ัน ปริมาณจุดคมุ TทRุนb.Q*ก==ารPคT-าํVCนCFวC/ณunหiาtรายได ณ จดุ คมุ ทนุ (Break – Even Revenue)
รายได ณ จุดคมทุน หมายถึง รายไดจากการดําเนินงานของธุรกิจท่ีเทากับตนทุนรวม การคํานวณรายได ณ
จุดคุมทุน ทําไดโดยนําอัตรากําไรสวนเกินไปหารตนทุนคงที่ ซ่ึงอัตรากําไรสวนเกิน หมายถึง กําไรสวนเกินตอ
หนว ยหารดว ยราคาขายตอ หนวย
ดงั น้ัน รายได ณ จุดคุมทนุ TR* FC

1-VCP/unit

355

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

การทบทวนวรรณกรรม
เกศินี สือนิ (2563) ไดศึกษาการจัดเสนทางการขนสงสินคาของบริษัทกรณีศึกษาโดยศึกษา

เปรียบเทียบระหวางการจัดเสนทางการดวยวิธีเซฟว่ิงอัลกอริทึม (Saving Algorithm) และขั้นตอนวิธีการ
เพื่อนบานใกลท่ีสุด อัลกอริทึม (Nearest Neighbor Algorithm) โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาเสนทางในการ
จัดสงสินคาแบบเดิมของบริษัทกรณีศึกษา และนํามาวิเคราะหเปรียบเทียบการจัดเสนทางแบบใหมเพ่ือทําให
สามารถลดตนทนุ การขนสง สินคาได

ชวลิต โควีระวงศ (2562) ไดศึกษาการขนสงของท่ีตองจอดแวะแตละสถานท่ีเปนจํานวนมากในแต
ละเท่ียว ลําดับการจอดแวะที่ดีมีผลตอระยะทางในทางคอมพิวเตอรกิจกรรมสอดคลองกับทฤษฎีในทาง
คอมพิวเตอรเร่ืองปญ หาการเดินทางของพนักงานขาย หรือท่รี ูจกั กนั ดีในช่อื Travelling Salesman Problem
(TSP) ซ่ึงเปนปญหาเกี่ยวกับกราฟท่ีใชหาวงจร Hamiltonian ที่ส้ันท่ีสุด TSP ถูกจัดอยูในกลุม NP-Hard หรือ
ปญหาไมสามารถหาคําตอบถูกดีที่สุดไดในเวลาอันรวดเร็ว การแกปญหา Travelling Salesman Problem
ในปจจุบันนิยมใช Heuristic Algorithm มากขึ้น ดังน้ันในงานวิจัยนี้จึงเปนการปรับปรุงระบบการเดินทาง
พนักงานขายแบบเพ่ือนบานใกลสุดดวยเทคนิคการเคลื่อนยายแบบ 2- opt ซึ่งจะเปนการจัดการขอเสียของ
Nearest Neighbor Algorithm

ฮัอเฮอ หวาลื้อ, ศักดิ์ กองสุวรรณ และเชษฐภณัฏ ลีลาศรีสิริ (2559) ไดศึกษาแนวทางการจัด
เสนทางการขนสงสินคาดวยวิธีฮิวริสติก กรณีศึกษา นางอําพร นอลินทา ตัวแทนจําหนาย บริษัท เบียรลาว
จํากัด แขวงหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อ 1) ศึกษาสภาพและปญหาของการ
จัดการขนสงของตัวแทนจําหนายในกรณีศึกษา และ 2) เพ่ือหาแนวทางการจัดเสนทางการขนสงสินคาดวยวิธี
ฮิวริสติกของตัวแทนจําหนายในกรณีศึกษา ซึ่ง เครื่องมือที่ใชในการวิจัย ประกอบดวย แบบสัมภาษณแบบกึ่ง
โครงสราง (Semi - Structured Review) สําหรับสัมภาษณ การวางแผนจัดเสนทางการเดินรถ การวางแผน
จัดเสนทางดว ยวิธีเพ่อื นบา นใกลท ีส่ ุด (Nearest Neighbor Heuristic) และ การสนทนากลุม (Focus Group)
ระเบยี บวิธกี ารวจิ ัย

การดําเนินงานวิจัยน้ีไดกําหนดระเบียบวิธีวิจัยตามขั้นตอนในการดําเนินงาน เพ่ือใหการศึกษา
เปน ไปตามวตั ถุประสงคสําหรบั การจัดเสนทางรบั -สงนักศึกษาทก่ี าํ หนดไว โดยมีรายละเอียดดงั ตอไปนี้

ประชากรประชากรท่ใี ชในการวจิ ัยคร้งั น้ี ไดแ ก นกั ศึกษามหาวทิ ยาลัยศรปี ทมุ วทิ ยาเขต
ขอนแกน ระดับช้ันปท่ี 1 ถึง ชั้นปที่ 4 จํานวน 400 คน โดยใชตารางสําเร็จรูปของทาโร ยามาเน (Yamane,
1973) เปนตารางท่ีใชหาขนาดของกลุมตัวอยาง เพ่ือประมาณคาสัดสวนของประชากร โดยคาดวาสัดสวนของ
ลักษณะท่ีสนใจในประชากร เทากับ 0.5 และระดับความเชื่อม่ัน 95% เชน ตองการหาขนาดของกลุมตัวอยาง
จากประชากร ท่ีมีขนาดเทากับ 2,000 คน ความคลาดเคล่ือนที่ผูวิจัยยอมรับไดเทากับ 5% ขนาดของกลุม
ตวั อยา งทตี่ อ งการจะเทากบั 333 คน เปน ตน

เครอ่ื งมอื ท่ีใชใ นการวิจยั ในครั้งน้ี ไดแก
1) Flow chart เพือ่ เสนอขัน้ ตอนการดาํ เนนิ งานวิจยั
2) Google Form เพอื่ จดั ทาํ แบบสาํ รวจขอมูลนกั ศึกษาในมหาวทิ ยาลัยทอ่ี าศยั อยูใกล

ปายรถเมลใ นแตล ะจุด
3) Google maps เพ่ือวดั ระยะทางระหวา งตําแหนง ทต่ี ง้ั มหาวิทยาลัยกับจุดรับ-สง

นักศึกษา
4) วิธเี พอ่ื นบานใกลท่ีสุด (Nearest Neighbor Algorithm) เพื่อใชจัดเสน ทางการเดิน

รถรับ-สง นักศกึ ษา จากจุดรับสงไปยงั มหาวทิ ยาลัย
ขนั้ ตอนการสรา งเครือ่ งมอื ในการวจิ ยั
1. สํารวจและเก็บรวบรวมขอมลู คณะผวู จิ ัยจะทําการเก็บรวบรวมขอ มลู เกีย่ วกับ

356

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ตําแหนงที่ต้ังทางภูมิศาสตรระหวางมหาวิทยาลัยกับจุดรับ-สงนักศึกษาในรัศมี 5 กิโลเมตร โดยจะใช Google
map ในการระบุตําแหนงที่ต้ัง พรอมท้ังเก็บรวบรวมขอมูลเก่ียวกับระยะทางในรัศมี 5 กิโลเมตร โดยจะใช
Google maps ในคาํ นวณระยะทางจากจุดรบั -สง นกั ศกึ ษาไปยังมหาวทิ ยาลยั

2. แบบสาํ รวจขอมูลกลมุ ตวั อยา ง คณะผูวจิ ยั ไดจดั ทาํ แบบสาํ รวจขอ มูลของนักศกึ ษาใน
มหาวิทยาลัย ซ่ึงในการตอบแบบสํารวจน้ันจะใชขอมูลกลุมตัวอยางจํานวน 400 ตัวอยาง โดยใชตาราง
สําเร็จรูปของทาโร ยามาเน (Yamane, 1973) เพ่ือนํามาหาจํานวนท่ีนักศึกษาอาศัยอยูใกลจุดรับ-สงนักศึกษา
ในแตล ะจุด

3. จัดเสนทางเดินรถและจัดหาจุดรับ-สง นกั ศกึ ษา เมือ่ ทราบขอมูลระยะทางระหวา งจดุ
รับ-สงนักศึกษากับมหาวิทยาลัยพรอมท้ังแบบสอบถาม คณะผูวิจัยจะทําการจัดเสนทางการเดินรถรับ-สง
นกั ศึกษาดว ยวิธเี พ่อื นบา นใกลท่สี ดุ (Nearest Neighbor Algorithm)

4. วเิ คราะหต นทุน คณะผวู จิ ัยจะทําการวิเคราะหตนทุนของรถรบั -สงนกั ศึกษาของ
มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแกน ไดแก ตนทุนคงท่ี (Fixed Costs) ประกอบไปดวย คาแรงพนักงาน
ขบั รถตู คาภาษรี ถยนต คา เส่ือมราคารถยนต คา ประกนั ภยั รถยนต ตน ทุนแปรผนั (Variable Costs) ประกอบ
ไปดวย คานํ้ามันเชื้อเพลิง คายางรถยนต คาน้ํามันหลอลื่น คาบํารุงรักษา จะทําใหทราบผลของตนทุนรวม
และอัตราคา บรกิ ารตอ คนของรถรบั -สง นักศึกษา

5. วิเคราะหจ ดุ คุม ทนุ หลงั จากทค่ี ณะผวู จิ ัยไดทําการวิเคราะหตน ทุนแลว คณะผูว ิจยั จะ
ทําการวิเคราะหหาจุดคุมทุน (Break-Even Point) จากสูตร TC=FC+(VC×Q) แลวนํามาสรางกราฟโดยนํา
รายไดรวม และตนทุนรวมมาแสดงลงบนกราฟแลวลากเสนรายไดและเสนตนทุนรวม เมื่อเกิดจุดท่ีเสนทั้งสอง
ตัดกันก็คือจุดคุมทุน เพราะจะเปนจุดที่รายไดเทากับตนทุนรวม พรอมท้ังคํานวนหาอัตราคาบริการและ
ระยะเวลาในการคนื ทุน

ผลการวิจัยในสวนของผลการวิจัยไดกําหนดขอบเขตการศึกษาและขั้นตอนการดําเนินงานวิจัยอยางครบถวน

ซง่ึ จะสามารถอธิบายรายละเอียดไดดงั ตอไปนี้
1) สํารวจและเกบ็ รวบรวมขอมูล
คณะผูวิจัยเก็บรวบรวมตําแหนงท่ีตั้งทางภูมศิ าสตรระหวางมหาวิทยาลยั กับจุดรับ-สง นักศกึ ษาใน
รัศมี 5 กิโลเมตร โดยใช Google maps ในการระบุตําแหนงที่ต้ังซึ่งจะรวบรวมขอมูลท่ีไดไวในรูปแบบของ
ตาราง แสดงดงั ตารางที่ 1
ตารางที่ 1 ตาํ แหนงทตี่ ้งั ทางภมู ศิ าสตรข องแตละจดุ รบั -สง
จุดท่ี ชือ่ จดุ รับสง ละตจิ ดู ลองจิจดู
0 มหาวิทยาลยั ศรีปทมุ 16.4269042 102.8517063
1 หนา ตึกคอม 16.4310833 102.8310485
2 หนา เจริญธานี 16.4306510 102.8332966
3 หนา หางนาฬิกาเบง็ เซ็ง 16.4304984 102.8344472
4 หนา บริษัทแคน จํากดั 16.4300385 102.8382828
5 หนาวทิ ยาลยั เทคนคิ ขอนแกน 16.4287165 102.8475368
6 หนาโรงพยาบาลศูนย ขอนแกน 16.4287165 102.8475368
7 หนา ท่วี า การอําเภอเมอื งขอนแกน 16.4381223 102.8389168

8 หนา หอนาฬกิ า 16.4388047 102.8351745
9 หนา บขส.เกา 16.4390128 102.8335437
10 หนา ธนาคารกรงุ ไทยสาขาสามเหล่ียม 16.4397866 102.8267360

357

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ตารางที่ 1 ตําแหนง ที่ต้งั ทางภูมิศาสตรของแตล ะจุดรับ-สง (ตอ)
จดุ ที่ ชื่อจุดรบั สง ละติจูด ลองจิจดู
11 หนาโรงเรียนแกนนครวทิ ยาลยั 16.4151250 102.8240262
12 หนา โรงเรยี นเทศบาลวัดกลาง 16.4134600 102.8312069
13 หนา โรงเรียนกวดวชิ าอาจารยปง 16.4141155 102.8323223
14 หนา เฮียเปยวหมูกระทะ 16.4170769 102.8324691
15 หนาแฟร่พี ลาซา ขอนแกน 16.4237668 102.8331973
16 หนา รา นขายยา บีอาร ฟามาซี 16.4263918 102.8335639
17 หนารานรวมทวี ขอนแกน 16.4263918 102.8335639
18 หนา รา นเมืองทองเฟอรน เิ จอร 16.4374892 102.8346199
19 หนารา นยาํ ยาํ กลางเมอื ง 16.4344290 102.8394815
20 หนา โรงเรียนขอนแกนวิทยายน 16.4329237 102.8359094
21 หนาไปรษณียขอนแกน 16.4296550 102.8354846
22 หนา โรงเรยี นกลั ยาณวัตร 16.4275459 102.8353381
23 หนา หอกลางเมืองแมนชน่ั 16.4228203 102.8347202
24 หนา โรงเรยี นเทศบาลสวนสนกุ 16.4212513 102.8344637
25 หนาหอ OLD TOWN BLUES 16.4164260 102.8341800
26 หนา รา นมงคลอเิ ล็กทรคิ 16.4137592 102.8339233
27 หนา โรงเรียนเทศบาลโนนทนั 16.4217070 102.8498981
28 หนาวิทยาลยั อาชวี ะศกึ ษา ขอนแกน 16.4374033 102.8383952
29 หนา คลนิ ิก ทพ.ดร.นวิ ัตร-อาภา 16.4347693 102.8381232
30 หนา โรงเรียนลิมบสั 16.4318310 102.8378271

จากตารางที่ 1 ไดบันทึกระยะทางตําแหนงที่ตั้งทางภูมิศาสตรระหวางมหาวิทยาลัยกับจุดรับ-สง
นักศกึ ษา และคณะผวู จิ ัยไดทาํ การปก หมดุ ตามพิกดั จากตารางลงในแผนที่ใน Google Maps แสดงดังภาพที่ 1

ภาพที่ 1 แผนทจ่ี ดุ รบั -สง นักศึกษาในแตละตําแหนง
เม่ือทราบถึงขอมูลตําแหนงที่ตั้งทางภูมิศาสตร ของมหาวิทยาลัยและจุดรับ-สงนักศึกษาแลว

คณะผูวิจัยจึงเก็บรวบรวมขอมูลเก่ียวกับระยะทาง เพ่ือใชคํานวณระยะทางจากจุดรับสงนักศึกษาไปยัง
มหาวิทยาลัยในการคํานวณหาระยะทางซ่งึ จะรวบรวมขอมูลไวในรูปแบบของตาราง แสดงดังตารางท่ี 2

358

ตารางท่ี 2 แสดงผลระยะทางระหวา งมหาวิทยาลัยไปยงั จุดรับ-สง นกั ศกึ ษา
j
i 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30

0 - 2.5 2.2 2.1 1.7 0.6 0.5 2.7 2.9 3.3 5.4 4.8 4 3.8 3.5 2.7 2.6 2.3 2.8 2.4 2.3 2.1 2.3 2.5 2.7 3.3 3.6 0.6 2.4 2.3 1.9
5 5
0.2 0.3 0.4 0.9 0.7 0.5
1 - 4 5 0.8 1.8 2 2.6 1.5 1.4 2.9 2.4 2.4 2.2 1.8 1.1 0.8 5 1.1 5 5 5 0.8 1.3 1.5 2.1 2.3 3 1.5 1.2 0.9

2 - 0.1 0.5 1.5 1.7 2 1.3 1.1 3.2 2.6 2.1 1.9 1.6 0.8 0.5 0.1 0.8 0.7 0.5 0.3 0.5 1.1 1.3 2.2 2.1 2.5 1.3 1 0.6
2 5 5 5 9 5 5 5 5
0.5 0.5 0.4 0.9 0.8 0.5
3 - 0.4 1.4 1.6 1.9 1.2 1.1 3.3 2.7 2.1 1.9 1.6 0.8 5 1.8 0.8 5 0.4 0.2 5 5 1.1 1.7 2 2.4 1.2 5 5

4 - 1 1.2 1.9 1.3 1.5 3.7 3.2 2.5 2.3 2 1.2 0.9 0.6 1.2 0.7 0.6 0.4 0.6 1.1 1.3 1.8 2.1 2 0.9 0.6 0.2
5 5 6

5 - 1.2 2.9 3.3 3.5 5.6 5.4 4.6 4.4 4.1 2.9 2.8 2.5 3.5 2.6 2.4 2.2 2.5 3.1 3.3 3.9 4.2 1.2 2.6 2.5 2.1

6 - 2.7 3.1 3.3 5.4 5 4.4 3.9 3.9 2.8 2.6 2.3 3.3 2.4 2.5 2.1 2.3 2.9 3.1 3.7 4 1 2.4 2.3 1.9

7 - 0.4 0.6 3 3.9 3.4 3.2 2.8 2.1 1.8 1.2 0.7 0.7 0.8 1.2 1.5 2 2.2 2.7 3 3.3 0.1 0.4 0.7
5 3 5 5
การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 20220.10.80.10.8
8 - 8 2.5 3.8 3 2.8 2.5 1.7 1.4 5 9 0.8 5 1.2 1.5 2 2.2 2.7 3 4.2 0.9 1.1 1.2
359
9 - 2.4 3.3 3.5 3.3 3 2.2 1.9 1.6 1.1 1.5 1.5 1.7 1.9 2.5 2.7 3.2 3.5 4.8 1.6 1.9 1.9

10 - 3.6 3.8 3.6 3.3 3.1 2.9 1.6 1 1.6 1.7 2 2.3 2.8 3 3.5 3.8 4.6 1.3 1.6 2

11 - 0.8 1 1.3 2.1 2.4 2.8 3.5 3.4 3.3 2.9 2.7 2.3 2.1 1.4 1.1 4.2 4 3.7 3.4

12 - 0.2 0.5 1.3 1.6 2.5 2.8 2.6 2.5 2.1 1.9 1.5 1.3 0.6 0.3 3.4 3.2 2.9 2.6
5 5 5
0.3 0.5 0.2
13 - 5 1.1 1.4 2 2.6 2.5 2.3 1.9 1.7 1.3 1.2 5 9 2.9 3 2.7 2.4

14 - 0.7 1 1.6 2.3 2.1 2 1.6 1.4 1 0.8 0.2 0.5 2.8 2.7 2.4 2.1
5 5 4 5
0.2 0.8 0.2 0.4
15 - 9 0.9 1.5 1.4 1.2 5 0.6 5 5 1 1.3 2.4 2 1.7 1.3

หนว ยเปน : กโิ ลเมตร

ตารางท่ี 2 แสดงผลระยะทางระหวางมหาวทิ ยาลยั ไปยังจุดรับ-สงนกั ศึกษา (ตอ )
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022i
j 0 1 2 3 4 5 6 7 8
360
9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30

16 - 0.6 1.2 1.1 0.9 0.5 0.3 0.5 0.7 1.3 1.6 2.2 1.7 1.4 1
5 5 5 5
0.6
17 - 5 0.5 0.6 0.4 0.6 1.1 1.3 1.9 2.2 2.8 1.1 0.8 0.7

18 - 0.6 0.6 1 1.3 1.8 2 2.5 2.8 3.2 0.6 0.8 1
5 5
0.1 0.5 0.7 0.5 0.3
19 - 7 5 5 1.3 1.5 2 2.3 2.7 5 5 0.5

20 - 0.3 0.6 1.1 1.3 1.8 2.1 2.5 0.7 0.4 0.5
5 5 5 5
0.2 0.7 0.9
21 - 3 5 5 1.5 1.8 2.6 1.1 0.8 0.5

22 - 0.5 0.7 1.2 1.5 2.1 1.4 1.1 0.7
5 5
0.1
23 - 8 0.7 1 2.6 2 1.7 1.4

24 - 0.5 0.8 2.2 2.3 2 1.7
5 5

25 - 0.3 2.7 2.6 2.3 1.9

26 - 3 2.9 2.6 2.2

27 - 3.4 2.8 2.5

28 - 0.3 0.6

29 - 0.3
5

30 -

หนวยเปน : กโิ ลเมตร

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

2) แบบสํารวจขอ มลู กลมุ ตัวอยา ง
แบบสํารวจขอ มูลของนักศกึ ษาในมหาวิทยาลยั โดยใช Google Form ในการตอบแบบสํารวจ

ใชก ลมุ ตวั อยา งจํานวน 400 กลุมตัวอยาง มีจุดรบั -สงนกั ศกึ ษาทัง้ หมด 30 จดุ เกณฑใ นการเลือกกลมุ ตวั อยา ง
ไดแก นักศกึ ษามหาวทิ ยาลยั ระดับชน้ั ปที่ 1 ถึง ชั้นปท ่ี 4 โดยผลสรปุ ของการสาํ รวจขอ มูลกลมุ ตวั อยางไดแจก
แจงความถีไ่ วด งั ภาพท่ี 2

ภาพท่ี 2 สรุปผลการสาํ รวจขอ มลู กลมุ ตวั อยา ง

3) จัดเสนทางเดินรถและจดั หาจดุ รบั -สงนักศึกษา
คณะผูวิจัยทําการจัดเสนทางการเดินรถรับ-สงนักศึกษาดวยวิธีเพ่ือนบานใกลที่สุด(Nearest

Neighbor Algorithm) โดยคํานวณหาเสนทางท่ีส้ันที่สุดดวยวิธีเพ่ือนบานใกลที่สุด (Nearest Neighbor
Algorithm) ดังนี้

1. เลือกตัวเลขหรือระยะทางท่ีนอยหรือใกลที่สุดในตารางและใหตําแหนงแถวเดินทางไป
ตําแหนงหลัก (ยกเวนเมอ่ื เมือ่ i คอื แถว j คอื หลัก)

2. เลือกตําแหนงหลักในขอมูล ใหเปนตําแหนงแถวแลวเลือกเสนทางที่ส้ันท่ีสุดจาก
ตําแหนงนนั้ (จดุ ท่ีเดนิ ผา นมาแลว ใหตดั ออก)

3. ดําเดินการซํา้ ขอ 2 จนเลือกตําแหนง จดุ รบั สง นักศึกษาครบทกุ จดุ
4. รวมเสน ทางท่ไี ดจ ากการเลือกตาํ แหนงของจดุ รับสงนักศกึ ษาแลว กลับไปยงั จุดเริม่ ตน
5. คาํ นวณระยะทางรวมทั้งหมด แสดงดังตารางท่ี 3

ตารางท่ี 3 การจดั เสนทางการเดนิ รถรับ-สงนกั ศกึ ษา
ระยะทาง จํานวน ระยะทางรวม เวลา
เสนทาง ใชเสน ทาง (ก.ม./เทย่ี ว) (เท่ียว) (ก.ม.) (นาท)ี
6 72
1 0-6-0 1 6 1.33 18
2 0-6-5-0 1.33 1 2.6 16
3 0-5-0 1.3 2 3.81 18
4 0-5-4-30-0 3.81 1

361

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

ตารางท่ี 3 การจดั เสน ทางการเดินรถรับ-สง นกั ศกึ ษา (ตอ) จาํ นวน ระยะทางรวม เวลา
ระยะทาง (เทีย่ ว) (ก.ม.) (นาท)ี
เสน ทาง ใชเ สนทาง (ก.ม./เท่ยี ว) 5.38 26
1 6 30
5 0-30-29-28-7-0 2.7 1 6.98 34
6 0-7-8-0 2.9 1 6.02 28
7 0-8-9-18-0 2.8 1 4.62 22
8 0-18-19-20-21-0 2.1 1 5.34 24
9 0-21-3-2-0 2.2 1 5 20
10 0-2-17-1-0 2.5 1 6.29 28
11 0-1-0 2.5 1 7.42 42
1 8.05 36
12 0-1-16-15-0 2.7 1 10.25 40
1 10.25 40
13 0-15-23-24-25-14-0 3.5 1 5.2
1 10.65 4
14 0-14-13-12-0 4 1 42
111.19
15 0-12-26-11-0 4.8 544
30.22
16 0-11-22-27-0 0.65

17 0-27-0 4

18 0-27-10-0 5.4

รวม
เฉลี่ย

จากนนั้ จะนําขอมลู ที่ไดจากตารางมาแสดงเสน ทางลงแผนท่ีใน Google Maps แสดงดังภาพท่ี 3 ถงึ
ภาพที่ 2 0

ภาพท่ี 3 การจัดเสนทางเดินรถรับสงนักศกึ ษา เสน ทางที่ 1
เรมิ่ จากจุดที่ 0 – 6 – 0
ระยะทางรวม 0.5+0.5 = 1*6 = 6 กิโลเมตร

362

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

คําอธิบาย : เสน ทางท่ี 1 เรม่ิ ตนจากจดุ ที่ 0 ไปจุดที่ 6 เปนจดุ แรก เน่อื งจากมีระยะทางท่ีสน้ั ท่สี ดุ ซึง่ มนี ักศึกษา
ในจุดน้ีจํานวน 100 คน รถตูสามารถรับไดเพียง 15 คน จึงจําเปนตองรับท่ีจดุ เดิม 6 รอบ จํานวน 90 คน และ
เหลอื นักศึกษาจํานวน 10 คน

ภาพที่ 4 การจดั เสนทางเดนิ รถรบั สงนกั ศกึ ษา เสน ทางที่ 2
เร่มิ จากจุดท่ี 0 – 6 – 5 – 0
ระยะทางรวม 0.5+0.18+0.65 = 1.33 กโิ ลเมตร
คําอธิบาย : เสนทางท่ี 2 เริ่มตนจากจุดท่ี 0 ไปจุดที่ 6 อีกครั้ง เนื่องจากยังมีนักศึกษาเหลืออยูจํานวน 10 คน
จากน้ันจึงไปตอจุดท่ี 5 ซึ่งมีนักศึกษาท้ังหมดจํานวน 43 คน รถตูสามารถรับไดเพียง 15 คน จึงรับนักศึกษาใน
จุดน้เี พ่ิมจํานวน 5 คน และเหลอื นักศึกษาจาํ นวน 38 คน

4) วิเคราะหต นทนุ
(1) ตนทุนคงท่ี (Fixed Costs)
1.1 คาจางพนักงานขับรถ จะคํานวณไดจากอัตราเงินเดือนพนักงาน 9,750 บาท
โดยรถ 1 คนั มีพนกั งานจํานวน 1 คน คิดเปน คา แรงตอวัน 325 บาทตอ วัน สามารถคํานวณได ดงั น้ี
คาแรงพนกั งานขบั รถ(วนั ) = 325 บาทตอวัน
1.2 คาภาษีรถยนต ซึ่งรถของทางมหาวิทยาลัยจดั อยูใ นประเภทรถโดยสาร
ขนาดเลก็ เก็บตามน้ําหนกั รถต้งั แต 2,501 - 3,000 กิโลกรมั ปล ะ 1,500 บาท สามารถคาํ นวณได ดงั นี้
1,500
คา ภาษีรถยนต( วัน) = 43.1615 บาทตอ วนั
คาภาษรี ถยนต(วัน) =
1.3 คาเสอื่ มราคารถยนต โดยรถตูมีระยะการใชง านจํากดั อยทู ่ี 10 ป จาก
กรณีท่ผี บู ริหารซอ้ื เงนิ สด ซงึ่ รถตมู ีมลู คา 1,216,500 บาท สามารถคํานวณได ดงั นี้
มูลคา รถ = 1,216,500 บาท
1,216,500
มลู คา ซาก(ป) = 10

363

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

แปลงหนว ย มูลคาซาก(ป) = 12==1,61150,0291,4บ68า,55ท01ต00อ -บ1ป2า ท1,ต6อ5ป0
ตนทนุ คาเสอ่ื มราคารถ(ป)
ตนทนุ คาเสอ่ื มราคารถ(ป)

ตนทนุ คาเสอ่ื มราคารถ(วนั ) = 109,485
365
ตน ทุนคา เสอ่ื มราคารถ(วนั ) = 299.96 บาทตอ วนั
1.4 คาประกันภัยรถยนต ในกรณีท่ผี ูบริหารเลือกใชป ระกันภยั ชน้ั 1 เพื่อ
การคุมครองอุบตั เิ หตสุ งู สุดคา เบ้ียปคระากปนัระรกถันจะภอัยย(วูทนั ่ี 2) 7=,000273บ,60า50ท0ตอ ป สามารถคํานวณได ดังน้ี

คาประกนั ภยั (วนั ) = 73.97 บาทตอ วัน
จากการคํานวณตนทุนคงที่ (Fixed Costs) ในแตละรายการแสดงใหเห็นวามีตนทุนคงท่ีตอวันเทากับ
703.04 บาท และมตี นทนุ คงทีต่ อ ปเ ทากับ 256,609.04 บาท
(2) ตนทุนผันแปร (Variable Costs)
2.1 คาน้ํามันเช้ือเพลิง งานวิจัยน้ีไดทําการเก็บราคานํ้ามันย่ีหอแกสโซฮอล91 ไวที่
ราคาลิตรละ 26.98 บาท (อางอิงราคา ณ วันที่ 2 พฤษภาคม 2564) และอัตราการส้ินเปลืองน้ํามันของรถตู
ขนาด 15 ที่นั่งน้ันมีอัตราส้ินเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงอยูที่ 10 กิโลเมตรตอลิตร และราคานํ้ามันเช้ือเพลิงจะ
เปลี่ยนไปตามระยะทางทีร่ ถบรรทุกวงิ่ จริง สามารถคํานวณได ดังนี้
คาน้าํ มนั เชื้อเพลงิ (บาทตอวัน) = 111.19 × 26.98
คาน้ํามนั เช้อื เพลิง(บาทตอวัน) = 30100
2.2 คายางรถยนต งานวิจัยเลมนี้อางองิ จากราคาเริ่มตนอยทู ี่ ราคา 3,000
บาทตอเสน ซ่ึงมีอายุการใชงานของยางอยูที่ 70,000 กิโลเมตร ซ่ึงรถตูประกอบดวยยาง จํานวน 4 เสน
สามารถคํานวณได ดังน้ี
4 × 3,000
คายางรถยนต(บาทตอกิโลเมตร) = 70,000

แปลงหนว ย คายางรถยนต( บาทตอกิโลเมตร) = 0.17

คายางรถยนต( บาทตอวัน) = 0.17 × 111.19
คา ยางรถยนต( บาทตอ วนั ) = 18.90
2.3 คานาํ้ มันหลอลน่ื เคร่ืองยนต วจิ ยั เลมน้ีไดอางอิงจากราคานา้ํ มันหลอลื่น
เครื่องยนตท่ีเปนท่ียอมรับในประเทศไทย ราคาอยูท่ี 190 บาทตอลิตร มีอายุการใชงาน 10,000 กิโลเมตร ซ่ึง
รถตูใชน ํา้ มันหลอ ลื่น 7 ลิตร สามารถคํานวณได ดังน้ี
คานํ้ามนั หลอ ล่นื เครือ่ งยนต(บาทตอ กิโลเมตร) 190 × 7
=
10,000
คา นา้ํ มนั หลอ ลนื่ เคร่อื งยนต( บาทตอกโิ ลเมตร) = 0.13

364

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

แปลงหนวย คา นา้ํ มนั หลอ ล่ืนเคร่ืองยนต( บาทตอวนั ) = 0.13 × 111.19

คา นา้ํ มนั หลอล่นื เครือ่ งยนต(บาทตอ วัน) = 14.45
2.4 คาบํารุงรกั ษา สําหรับงานวจิ ัยเลมนไี้ ดอา งอิงคาบํารงุ รักษาเร่ิมตนท่ี
5,000 บาท สามารถคาํ นวณได ดงั น้ี
คาบํารงุ รักษา(บาทตอ กิโลเมตร) = 5,000
คา บาํ รุงรกั ษา(บาทตอ กโิ ลเมตร) = 101.115.19 × 300
แปลงหนว ย
คา บาํ รงุ รักษา(บาทตอ วัน) = 0.15 × 111.19
คาบํารุงรักษา(บาทตอวนั ) = 16.68
จากการคํานวณตนทุนผันแปร (Variable Costs) ในแตละรายการแสดงใหเห็นวามีตนทุนผันแปรตอ
วันเทา กับ 350.03 บาท และมตี น ทุนผันแปรตอ คนเทากบั 1.46 บาท
คาํ นวณตนทุนรวมบาทตอ วนั ไดดังน้ี
ตนทนุ รวม (Total cost) = 703.04 + 350.03
ตนทนุ รวม (Total cost) = 1,053.07 บาทตอวัน
คํานวณอัตราคาบรกิ ารบาทตอคนไดด งั นี้
1,053.07
อตั ราคาบรกิ าร = 240

5). วเิ คราะหจ ดุ คุมทนุ อัตราคาบรกิ าร = 4.39 บาทตอ คน

คณะผวู จิ ัยไดท าํ การคํานวณจาํ นวนเทย่ี วท่ีรถสามารถว่ิงไดตอวัน โดยพิจารณาได
จากช่ัวโมงการทํางานของรถตู 1 วัน มีเวลาทํางาน 8 ช่ัวโมง คิดเปน 480 นาที และมีเวลาเฉลี่ยในการรับ-สง
แตละรอบอยทู ่ี 30.22 นาที สามารถคาํ นวณได ดังนี้
480
1 เท่ียวใชเ วลา 30.22 = 15.88 ≈ 16 เที่ยวตอวัน

แลว นํามาหาจํานวนนักศกึ ษาที่รถตสู ามารถรบั ไดต อ วนั ซ่ึงรถตบู รรทกุ ได 15 คน
ตอเท่ยี ว จึงคาํ นวณออกมาได ดังนี้

16 × 15 = 240 คนตอ วัน
หลังจากทีค่ ณะผูวิจัยไดท าํ การวิเคราะหตนทนุ และคาํ นวณหาจํานวนนักศึกษาที่
สามารถรับไดตอวันแลว คณะผูวิจัยไดทําการวิเคราะหหาจุดคุมทุน (Break-Even Point) โดยพิจารณาจาก
จาํ นวนวนั ทําการของมหาวิทยาลัยใน 1 ป และจํานวนนักศึกษาตอวัน สามารถคํานวณได ดงั นี้

300 × 240 = 72,000 คนตอ ป

ซ่งึ นําขอ มูลทไี่ ดลงบนั ทกึ ไวด ังตารางที่ 4

365

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ตารางท่ี 4 ผลการคาํ นวณเพอื่ วเิ คราะหห าจุดคมุ ทนุ (Breakeven Point)
ตารางคาํ นวณจดุ คมุ ทนุ
ปริมาณ ตนทนุ คงที่ (FC) ตนทนุ ผนั แปร (VC) (VC ×
ป (Q) (บาท/คน) (บาท/คน) Q) TC=FC+(VC×Q)

1 72,000 2.93 1.46 105,120 105,122.93
2 144,000 2.93 1.46 210,240 210,242.93
3 216,000 2.93 1.46 315,360 315,362.93
4 288,000 2.93 1.46 420,480 420,482.93
5 360,000 2.93 1.46 525,600 525,602.93

จากตารางที่ 4 เปน ตารางผลการคํานวณตนทนุ แบบแจกแจงรายละเอยี ด เพอ่ื นาํ ไปใชสรา งกราฟ
วเิ คราะหห าจุดคุมทุน (Breakeven Point) ตนทนุ การรบั -สง แสดงดังภาพที่ 21

400000 กราฟจุดคุ้มทุน (Break-Even Point)
300000
200000 360,000
100000 288,000
216,000
0 144,000

72,000 จุดคุม ทุน

12345
ปี ปรมิ าณ(คน)

ภาพท่ี 5 ผลการวเิ คราะหจุดคุมทุน (Breakeven Point)
จากภาพท่ี 5 แสดงใหเหน็ ถงึ เสนกราฟจดุ คมุ ทนุ เมอ่ื มหาวิทยาลัยซ้ือรถตูข นาด 15
ท่ีนั่ง จํานวน 1 คนั ใชเงนิ ลงทุนจาํ นวน 1,216,500 บาท ซึ่งมกี ารคิดอตั ราคาบรกิ าร 4.39 บาทตอคน สามารถ
คาํ นวณจาํ นวนนกั ศกึ ษาที่ทําใหคนื ทุนไดด งั นี้
1,216,500
4.39 = 277,107.06 ≈ 277,108 คน

ซ่ึงเงนิ ลงทุนจะหมดในระยะเวลา 4 ป และมตี นทุนรับ-สง เทา กับ 420,482.93 บาท

อภปิ รายผลการวิจัย
ปญ หาพ้นื ทจี่ อดรถไมเพียงพอของมหาวทิ ยาลยั เปนการศกึ ษาการจดั เสนทางเดินรถรับสง นกั ศกึ ษา

ในการวิเคราะหหาตนทุนของรถตูหน่ึงคัน เน่ืองจากรถตู 1 คันสามารถบรรจุได 15 ท่ีน่ัง ซึ่งผูวิจัยไดทําการหา
คําตอบของปญหาดงั กลาวโดยใชวิธีเพ่อื นบานใกลทสี่ ดุ ( Nearest Neighbor Algorithm ) ผลท่ีไดจากการจัด
เสนทางนั้น แสดงใหเห็นวามีเสนทางทั้งหมด 18 เสนทาง โดยมีระยะทางรวมท้ังหมด 111.19 กิโลเมตร ซึ่งใช
เวลาในการเดินทาง 544 นาที โดยมีเวลาเฉล่ียเสนทางละ 30.22 นาที ในการวิเคราะหตนทุนคงที่ (Fixed

366

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

Costs) และตนทุนผันแปร (Variable Costs) ทําใหไดตนทุนรวม (Total cost) เทากับ 1,053.97 บาทตอวัน
สามารถคํานวณอัตราคา บริการได 4.39 บาทตอ คน และผลการวเิ คราะหจุดคมุ ทนุ (Breakeven Point) น้ันจะ
คืนทุนในระยะเวลา 4 ป ซึ่งมีตนทุนรับสงอยูที่ 420,482.93 บาท โดยผลที่ไดจากการวิจัยนั้นสอดคลองกับ
งานวิจยั ของ เกศินี สือนิ (2563) ไดศ กึ ษาการจดั เสนทางการขนสงสินคา จงึ ยืนยนั ไดวาวิธีเพ่ือนบานใกลท่สี ุด (
Nearest Neighbor Algorithm ) สามารถจัดเสนทางการเดินรถรับ-สงของมหาวิทยาลัย วิเคราะหตนทุนและ
จุดคมุ ทุนไดจ รงิ
ขอเสนอแนะท่ไี ดจ ากการวจิ ัย

1. การศึกษาในงานวิจัยครั้งนี้ไดใชขอมูลของนักศึกษาในปการศึกษา 2/2564 ซึ่งในภาค การศึกษา
อ่นื อาจมขี อ มูลเปล่ยี นแปลง ดงั น้นั ทางผูวจิ ยั จึงไดทาํ การเสนอเพ่อื เปนแนวทางในการ ประยุกตใ ชในปถ ัดไป
ขอเสนอแนะทีไ่ ดจ ากการวจิ ยั ในอนาคต

1. งานวิจัยนี้ทางคณะผูวิจัยไดทําการศึกษาเพียงการจัดการเรื่องระยะทาง ผูท่ีสนใจที่จะศึกษาใน
ปญหารูปแบบน้ี สามารถนําปจจัยทางดานอ่ืน ๆ มาพิจารณารวมกับการจัดเสนทางได ทําใหสามารถเพิ่ม
ประสทิ ธิภาพมากยิง่ ข้ึน

2. เสนทางเดินรถรับ-สงบางเสนทางอาจเกินความจุ ดังน้ันทางผูที่สนใจหรือตองการนําไปใชงาน
สามารถปรับปรุงยานพาหนะใหเ หมาะสมกับความจไุ ด เพอื่ การขนสง ทีม่ ปี ระสิทธภิ าพมากข้นึ

3. ในการศึกษางานวิจัยในคร้ังตอไปอาจจะมีการทดสอบดวยวิธีอื่น เชน การแทรกที่ไกลมากที่สุด
(Farthest Insert) การแทรกท่ี ใกลท ส่ี ดุ (Nearest Insert) และ การกวาด (Sweep)
เอกสารอางอิง
เกศนิ ี สือนิ, (2563). การจดั เสนทางการขนสง สินคาโดยการเปรยี บเทยี บระหวางการใชว ิธเี ซฟวิง่

อัลกอริทึมและวิธีขั้นตอนวิธีการเพื่อนบานใกลท่ีสุดอัลกอริทึม. Economics and Business
Administration Journal Thaksin University, 12(2), 1-14.
ชวลิต โควรี ะวงศ, (2562). การปรับปรงุ ระบบการเดนิ ทางพนกั งานขายแบบเพือ่ นบา นใกลสดุ ดวย
เทคนคิ การเคลื่อนยายแบบ 2-opt. การประชุมวิชาการระดบั ชาติ วทิ ยาลยั นครราชสมี า คร้งั ท่ี 6.
ฮัอเฮอ หวาล้ือ, ศกั ดิ์ กองสวุ รรณ, & เชษฐภ ณฏั ลีลาศรสี ิร.ิ (2559). แนวทางการจดั เสนทางการ
ขนสง สนิ คาดว ยฮิวรสิ ตกิ ส กรณีศกึ ษา ตัวแทนจําหนายบริษัทเบียรลาว จํากัด ของนาง
อําพร นอลินทา แขวงหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว. Journal of
Energy and Environment Technology of Graduate School Siam Technology
College, 3(2), 1-11.

367

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ศึกษาปจจัยของลกู คา ในการใชบรกิ ารบรษิ ัทไปรษณยี ไ ทย
เพอื่ เพมิ่ ประสิทธภิ าพการบริการบรษิ ัทไปรษณยี ไ ทยในกรุงเทพมหานคร

พีรกจิ หวงั พทิ กั ษ01
นักศกึ ษาปรญิ ญาโทหลกั สตู รบรหิ ารธุรกจิ มหาบณั ฑิต คณะบรหิ ารธรุ กจิ

มหาวทิ ยาลยั รามคําแหง
ปย ะฉตั ร จารธุ รี ศานต
อาจารยประจาํ สาขาวิชาการจัดการโลจสิ ตกิ สและโซอ ปุ ทาน คณะบริหารธรุ กิจ
มหาวทิ ยาลัยรามคาํ แหง

บทคดั ยอ
การศึกษาวิจัยน้ีมีวัตถุประสงค 1) เพื่อศึกษาปจจัยสวนบุคคลของลูกคาในการใชบริการบริษัท
ไปรษณียไทยในกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาปจจัยของลูกคาในการใชบริการที่สงผลตอประสิทธิภาพของ
การบรกิ ารบริษัทไปรษณยี ไทยในกรงุ เทพมหานคร การวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมขอมลู โดยใชแบบสอบถาม
กลุมตวั อยางทีใ่ ชใ นการวจิ ยั จาํ นวน 400 คน สถิตทิ ีใ่ ชใ นการวจิ ัย ไดแก คาความถี่ สว นเบ่ียงเบนมาตรฐาน คา
รอยละ คาเฉลี่ย และทดสอบสมมุติฐานดวยการทดสอบคาเฉลี่ยสองกลุมตัวอยางแบบอิสระตอกัน และการ
วิเคราะหความแปรปรวนทางเดียว ผลการวิจัย พบวา กลุมตัวอยางที่ใชบริการบริษัทไปรษณียไทยตามปจจัย
สวนบุคคล เพศ อายุ รายได และระดับการศึกษาท่ีแตกตางกันมีประสิทธิภาพของการบริการบริษัทไปรษณีย
ไทยไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 กลุมตัวอยางที่ใชบริการบริษัทไปรษณียไทยตาม
ปจจัยของลูกคาในการใชบริการบริษัทไปรษณียไทยในดานคุณภาพการบริการ ราคา บุคลิกภาพของ
พนักงานผใู หบ ริการ ความนาเชือ่ ถือของการบรกิ ารทแ่ี ตกตางกนั มีประสทิ ธภิ าพของการบริการบรษิ ทั ไปรษณีย
ไทยไมแตกตา งกนั อยา งมีนัยสําคัญทางสถิตทิ รี่ ะดบั 0.05
คาํ สาํ คญั : ปจ จัยของลูกคา คณุ ภาพการบรกิ าร บรษิ ัทไปรษณียไ ทย

1 นักศึกษาปรญิ ญาโทหลักสตู รบริหารธุรกิจมหาบัณฑติ คณะบริหารธุรกจิ มหาวทิ ยาลยั รามคําแหง แขวงหัวหมาก
เขตบางกะป กรุงเทพมหานคร 10240 หมายเลขตดิ ตอ: 086-336-7330 อีเมล: [email protected]

368

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

THE STUDY OF FACTORS OF CUSTOMERS IN USING PARCEL DELIVERY
FOR OPTIMIZING THE SERVICE EFFICIENCY OF THAILAND POST

Peerakit Wangpita1
Graduate Student, Master of Business Administration, Faculty of Business Administration

Ramkhamhaeng University
Piyachat Jarutirasarn

Lecturer at Department of Logistics and Supply Chain Management, Faculty of Business Administration
Ramkhamhaeng University
Abstract

The objectives of this research were to study 1) the personal factors of customers in
using the services of a Thai postal company in Bangkok, and 2) the factors of customers in
using the service that affects the service efficiency of the Thai Postal company in Bangkok.
Research was conducted quantitatively using questionnaires for data collection from a sample
of 400 people. The statistics studied in the research were frequency, standard deviation
percentage, mean, independent sample T-test, and One Way ANOVA. From the results, it was
found that consumers used the services of Thai Postal companies that varied according to
differences in 4 personal factors, namely gender, age, income, and level of education. With
respect to the efficiency of the service of a Thai Postal company, there was no statistically
significant difference at the 0.05 level. The sample group used the service of a Thai postal
company that varied according to the factors of the customers in terms of service quality,
price, the personality of service providers, and service reliability. Again, with respect to the
efficiency of the service of a Thai postal company, there was no statistically significant
difference at the .05 level.
Keywords: Customer Factor, Service Efficiency, Thailand Post

1 Corresponding Author: Graduate Student, Master of Business Administration, Faculty of Business Administration
Ramkhamhaeng University. Contact Number: +6686-336-7330 Email: [email protected]

369

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

บทนํา
ปจจุบันในป 2564 ประเทศไทยไดเผชิญกับวิกฤตการณแพรระบาดของเช้ือไวรัสโควิด 19 จนเกิด

กระแส New Normal ที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผูบริโภคไปอยางมาก การดําเนินชีวิตประจําวันชะลอตัวลง
มีความระมัดระวังในการจับจายใชสอยมากขึ้นจากมาตรการการเวนระยะหางทางสังคมหรือ Social
distancing สงผลใหธุรกิจตาง ๆ ท่ีไดรับผลกระทบท้ังทางตรงและทางออมตองปรับตัวเพื่อความอยูรอด บีบ
ตัวเองใหเขากับสภาพเศรษฐกิจที่เปล่ียนไป ผูประกอบการท้ังรายเกาและรายใหมจึงหันมาประกอบธุรกิจที่
สอดคลองกับวิถีชีวิตในยุคใหมนี้กันมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวของกับอี-คอมเมิรซธุรกิจอี-คอมเมิรซไดมี
การเติบโตสงู ขึ้นเปน อยา งมากในป 2564 (Best express, 2564)

บริษัท ไปรษณียไทย จํากัด (2563) ในป 2563 สถานการณการแพรระบาดของ COVID-19 สงผล
กระทบตอโครงสรางสดั สว นรายไดของการไปรษณียทว่ั โลก โดยในสองไตรมาสแรกของป 2563 พบวา ปรมิ าณ
การใชบริการพัสดุไปรษณียเพิ่มสูงถึงรอยละ 43 เม่ือเทียบกับปริมาณงานในชวงเวลาเดียวกันของป 2562
เนื่องมาจากปจจัยสนับสนุนทั้งเร่ืองการเติบโตของตลาด e-Commerce และมาตรการ Lockdown โดยจาก
ผลสํารวจพบวา ผูใชบริการมีการปรับพฤติกรรมและหันมาใหความสําคัญกับสุขอนามัยและสุขภาพมากขึ้น
ธุรกิจตาง ๆ ท่ัวโลกไดรับผลกระทบและตองปรับตัวเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการใหบริการ เชนเดียวกับการ
ไปรษณียทั่วโลกท่ีตองปรับกลยุทธเพ่ือเพ่ิมศักยภาพในการแขงขัน พัฒนาระบบการใหบริการเพ่ือตอบสนอง
ความตองการของผูใชบริการ และวางแผนเพ่ือพรอมรับตอการแขงขันและสถานการณความไมแนนอนที่
เกิดข้ึนในอนาคต แมวาตลาดธุรกิจขนสงพัสดุจะมีการเติบโตสงู แตก็มีการแขง ขันทีร่ ุนแรง ทั้งในดานของราคา
คุณภาพการใหบริการ และความรวดเร็วในการจัดสงสินคาท่ีเขมขนมากขึ้นอีกดวย ทําใหธุรกิจไปรษณียของ
ไทยยังตองเผชิญกับความทาทายสําคัญ และเตรียมรับมือกบั สถานการณตาง ๆ ดวยการสรางความแตกตางใน
การบริการ เพือ่ ตอบโจทยความตอ งการท่มี ากขน้ึ

ดังนั้นผูวิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาเรื่อง ศึกษาปจจัยของลูกคาในการใชบริการบริษัทไปรษณีย
ไทยเพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพการบริการบริษัทไปรษณียไทยในกรุงเทพมหานคร เพื่อผลการวิจัยที่ไดรับจะเปน
ประโยชนในการนําขอมูลพฤติกรรมของลูกคาไปปรับปรุงและพัฒนาเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการบริการของ
บริษัทไปรษณียไทยใหดียิ่งขึ้น และอาจสงผลตอภาพลักษณของบริษัทไปรษณียไทยใหดียิ่งข้ึน เพ่ือใหเกิดการ
พัฒนาดานคุณภาพและอาจสามารถนําไปเปนประโยชนตอบริษัทไปรษณียไทยในการวางแผนปรับปรุงและ
พัฒนาเพอื่ เพิ่มประสทิ ธภิ าพใหต อบโจทยต รงตามความตองการของผูใชบริการมากทีส่ ุดไดในอนาคต
วตั ถปุ ระสงคใ นการวิจยั

1. เพ่ือศึกษาถึงปจจัยสวนบุคคลของลูกคาในการใชบริการบริษัทขนสงไปรษณียไทยใน
กรุงเทพมหานคร

2. เพื่อศึกษาถึงปจจัยของลกู คาในการใชบริการทสี่ งผลตอประสิทธิภาพของการบริการบริษัทขนสง
ไปรษณยี ไ ทยในกรงุ เทพมหานคร
สมมตฐิ านของการวจิ ยั

1. ปจ จัยสวนบคุ คล แตกตา งกันตามประสทิ ธิภาพของการบริการบริษัทไปรษณยี ไทย
2. ปจจัยของลูกคาในการใชบริการบริษัทไปรษณียไทย ตางกันตามประสิทธิภาพของการบริการ
บรษิ ทั ไปรษณียไ ทย

370

กรอบแนวความคิดการวจิ ยั การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ตวั แปรตน
ปจ จัยสว นบคุ คล ตัวแปรตาม

1. เพศ ประสิทธภิ าพของการบรกิ าร
2. อายุ บรษิ ทั ไปรษณยี ไทย
3. รายได
4. ระดบั การศกึ ษา

ปจ จยั ของลูกคาในการใชบรกิ าร
บริษทั ไปรษณยี ไทย

1. ดา นคุณภาพของการบริการ
2. ดานราคา
3. ดานบุคลิกภาพของพนกั งาน
4. ดานความนา เชอื่ ถือของการบริการ

ภาพที่ 1 กรอบแนวคดิ ในการวิจัย
วรรณกรรมและงานวิจัยทเ่ี กีย่ วขอ ง

1. แนวคิดทฤษฎคี วามหมายและลักษณะเฉพาะของการบริการ
การบริการที่มีความแตกตางหลากหลาย (variability) การบริการจะมีแตกตางกัน รวมไปถึง

คุณภาพของการบริการอาจเปล่ียนแปลงไปตามผูใหบริการ เนื่องจากการบริการของแตละบุคคลอาจมีความรู
ความสามารถในการใหบริการที่มีความตางกันออกไป และการรับบริการท่ีตางกัน รวมทั้งการเปลี่ยนเวลาและ
รวมถงึ ทใ่ี นการใหบรกิ ารกท็ าํ ใหก ารบริการมีความตา งกนั ได (ชชู ยั สมทิ ธิไกร, 2562)

2. แนวคดิ ทฤษฎีดานราคา
ราคาเปนส่ิงท่ีกําหนดรายไดของกจิ การ กลา วคือ การต้ังราคาสูงกจ็ ะทําใหธ รุ กจิ มีรายไดตอหนวย

สินคาหรือตอลูกคาสูงขึ้น การต้ังราคาต่ําก็จะทําใหรายไดตอหนวยสินคาน้ันต่ํา ในมุมมองของผูบริโภคหรือ
ลูกคา การตั้งราคาเปนการตัดสินใจซื้อบริการของผูบริโภค และคําวาราคาในการบริการเปนส่ิงท่ีสําคัญท่ีจะ
การบอกถึงดานคุณภาพท่ีกําลังไดรับ ถาราคาของสินคาสูง คุณคาของการบริการจะตองสูงดวยเชนกัน ทําให
ความหวังของผูบริโภคตอการบรกิ ารทีไ่ ดร บั บรกิ ารก็จะสูงตามไปดว ย แตผลลัพธท ไ่ี ดร บั คอื บรกิ ารจะตองมีคุณ
คาท่ีจะสามารถตอบสนองความตอ งการใหล กู คา ได (ธธีรธ ร ธีรขวัญโรจน, 2563)

3. แนวคดิ ทฤษฎคี วามหมายของธุรกจิ บรกิ ารดา นบคุ ลิกภาพของพนักงาน
ผูใหบริการเปนผูผลิตการบริการและเปนผูมีโอกาสในการพบปะผูรับบริการโดยตรง จึงเปนกลุม

บุคคลสําคัญท่ีจะสรางความสัมพันธ ความพึงพอใจ และความประทับใจใหแกผูรับบริการ ผูรับบริการจะ

371

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

ตัดสินใจวาผลิตภัณฑและการบริการมีคุณภาพหรือไมก็อาจตัดสินใจจากบุคลิกภาพและรูปแบบการบริการท่ี
ผูใหบริการนําเสนอแกผูรับบริการ ในขณะเดียวกันผูบริหารจําเปนตองเขาใจความตองการของผูรับบริการเพื่อ
สามารถออกแบบรูปแบบผลิตภัณฑและบริการไดสอดคลองกับความตองการของผูรับบริการ ดวยเหตุนี้ ท้ัง
ผูใหบริการและผูบริหารจึงจําเปนตองสามารถวิเคราะหและเขาใจความตองการและความคาดหวังของ
ผูร ับบรกิ าร เตรยี มความพรอมดานบุคลากร และมีเทคนิคในการเผชญิ สถานการณต าง ๆ อยางเหมาะสม
(ธธีรธร ธรี ขวัญโรจน, 2563)

4. แนวคดิ ทฤษฎีดา นความนา เช่ือถือของการบรกิ าร
ความนาเช่ือถือในทางธุรกิจน้ันเปนหนึ่งในขอสําคัญท่ีสามารถเปล่ียนผูท่ีสนใจสินคาหรือบริการ

ใหกลายเปนลูกคาของเราได ทุกธุรกิจจําเปนตองสรางความนาเชื่อถือ เพื่อใหลูกคาไดไววางใจหากสรางความ
นาเชื่อถือไดก็จะทําใหมีโอกาสท่ีลูกคาเปาหมายกลายมาเปนลูกคา เพราะการสรางความเช่ือมั่นใหลูกคาเปน
องคประกอบสําคญั ของธุรกจิ ที่ประสบความสําเรจ็ (Terresrial, 2560)

5. แนวคดิ ทฤษฎีความหมายของประสิทธิภาพ
การสรางประสิทธิภาพเปนการลดตนทุนคุณภาพ (Cost of Quality) ไมวาองคการจะทําอะไร

ลวนตองจายเงิน การผลิตสินคาสักช้ิน เขียนใบกํากับสินคาสักฉบับ ซอมแซม เคร่ืองจักรสักหนอย การบริการ
งานท่ีฉลาดจึงตองใชเงินเปน เล่ียงการสูญเปลา กุญแจสําคัญท่ีจะชวยให องคการบรรลุเปาหมาย คือ ตนทุน
คุณภาพ (สุภาพรณ สมุดรัมย, 2559)

6. แนวคดิ ทฤษฎีปจจยั สวนบุคคล
ลักษณะประชากรศาสตร (Demographic) ประกอบไปดวย เพศ อายุ สถานภาพครอบครัว

ระดับการศึกษา อาชีพ รายได เปนเกณฑท่ีนิยมใชในการแบงสวนตลาด ลักษณะประชากรศาสตรเปนลักษณะ
ทีส่ าํ คญั ที่ชว ยกําหนดตลาดเปาหมาย (ศริ ิวรรณ เสรีรัตน, 2550)

7. งานวิจยั ท่ีเก่ยี วขอ ง
รัตนะ พุทธรักษา (2560) ไดศึกษาวิจัยเรื่อง คุณภาพการบริการดานการนําจายที่สงผลตอความ

พึงพอใจของลูกคาบริษัท ไปรษณียไทย จํากัด กรณีศึกษาทที่ ําการไปรษณียรามอินทรา โดยมีวัตถุประสงคเพือ่
ศึกษาคุณภาพการบริการดานการนําจายท่ีสงผลตอความพึงพอใจของลูกคา บริษัทไปรษณียไทยจํากัด
กรณีศึกษาท่ีทําการไปรษณียรามอินทรา กลุมตัวอยาง คือผูที่เคยไดรับสิ่งของผานบริการ นําจายของท่ีทําการ
ไปรษณียรามอินทราอยางนอย 1 ครั้งขึ้นไปภายในระยะเวลา 1 เดือนที่ผานมา โดยใชแบบสอบถามเปน
เครื่องมือในการเก็บรวบรวมขอมูลจํานวน 400 ชุด และวิเคราะหขอมูลดวยสถิติเชิงพรรณนาไดแก คาความถี่
คารอยละ คาเฉล่ีย คาสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และทําการทดสอบสมมติฐานดวยการวิเคราะหความถดถอย
พหุคูณ (Multiple Regression Analysis) เพื่อหาความสัมพันธระหวางตัวแปรตามและตัวแปรอิสระ
ผลการศึกษาพบวา ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญไดรับจดหมายดวนพิเศษ (EMS) เปนจํานวนมากท่ีสุด โดย
เปนเพศชายและเพศหญิงในจํานวนที่เทากัน สวนใหญมีอายุอยูในชวง 30-39 ป มีการศึกษาระดับปริญญาตรี
สวนใหญมีอาชีพเปนขาราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และมีรายไดตอเดือนประมาณ 30,001 บาทข้ึนไป โดยมี
ระดับความพึงพอใจตอกระบวนการใหบริการโดยรวมอยูในนระดับมาก ซึ่งผูตอบแบบสอบถามมีระดับ
ความพึงพอใจดานความเช่ือมั่น ตอคุณภาพบริการมากท่ีสุด รองลงมาคือการดูแลเอาใจใส ความนาเชื่อถือ
การตอบสนอง และความเปน รูปธรรมของบรกิ ารตามลําดับซง่ึ ตวั แปรทกุ ตวั ลวนมอี ทิ ธพิ ลตอ ความพงึ พอใจ

เบญชภา แจงเวชฉาย (2559) ไดศึกษาวิจัยเรื่อง คุณภาพการใหบริการท่ีสงผลตอความพึงพอใจ
ของผูโดยสารรถไฟฟา BTS ในกรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงคเพื่อ 1) เพ่ือศึกษาคุณภาพการใหบริการ
ของรถไฟฟา BTS ใน กรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผูโดยสารรถไฟฟา BTS ใน

372

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

กรุงเทพมหานคร และ 3) เพ่ือศึกษาถึงผลกระทบของดานคุณภาพการใหบริการ ท่ีสงผลตอความพึงพอใจของ
ผูโดยสารรถไฟฟา BTS ในกรุงเทพมหานครโดยใชแบบสอบถามปลายปดที่ผานการตรวจสอบความเชื่อมั่นใน
การเก็บ รวบรวมขอมูลจากผูบริโภคจานวน 220 คนที่อยูอาศัยอยูในคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟาใน
กรุงเทพมหานคร สถิติเชิงอนุมานท่ีใชทดสอบสมมติฐาน คือ การวิเคราะหความถดถอยเชิงพหุ ผลการศึกษา
พบวา คุณภาพการบริการที่สงผลตอความพึงพอใจของผูโดยสารรถไฟฟา BTS ใน กรุงเทพมหานคร อยางมี
นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ไดแก คุณภาพการบริการดานความนาเชื่อถือ ดานการใหความมั่นใจแกลูกคา
และดานการเขาใจและรูจักลูกคา โดยรวมกันพยากรณ ความพึงพอใจของผูโดยสารรถไฟฟา BTS ใน
กรุงเทพมหานคร คิดเปนรอยละ 78.10 ในขณะท่ีคุณภาพการบริการดานความเปนรูปธรรมของการบริการ
และดานการตอบสนองตอลกู คาไมสง ผลตอความพงึ พอใจของ ผโู ดยสารรถไฟฟา BTS ในกรงุ เทพมหานคร

นรากร รุจินันทพรกุล และปะราสี เอนก (2557) ไดศึกษาวิจัยเร่ือง ปจจัยสวนบุคคลท่ีมีผลตอ
การรับรูระดับคุณภาพ การใหบริการของผูใชบริการศูนยบริการรวมกระทรวงแรงงาน: กรณีศึกษาจังหวัด
ลําปาง โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาปจจัยสวนบุคคลท่ีมีผลตอการรับรู ระดับคุณภาพการใหบริการของ
ผูใชบริการศูนยบริการรวมกระทรวงแรงงาน สาขาบ๊ิกซี จังหวัดลําปาง เพ่ือนําขอมูลท่ีไดมาจากการศึกษาใช
เปนแนวทางในการวางแผนปรับปรุง พัฒนาคุณภาพการใหบริการของศูนยบริการรวมกระทรวงแรงงาน
สาขาบิ๊กซี จังหวัดลําปาง ใหมีประสิทธิภาพสอดคลองกับความตองการของผูใชบริการโดยกลุมตัวอยางท่ีใชใน
การวิจัยคือ ประชาชนผูใชบริการท่ีเขารับบริการศูนยบริการรวมกระทรวงแรงงาน สาขาบิ๊กซี จังหวัดลําปาง
จํานวน 480 คน ซึ่งเปนการสุมจากประชากรตอบแบบสอบถาม ผลการวิจัยพบวา ศูนยบริการรวมกระทรวง
แรงงาน สาขาบิ๊กซี จังหวัดลําปาง มีคุณภาพในการบริการ โดยรวมระดับมีความพึงพอใจมากท่ีสุด เม่ือดู
บริการแตละดาน พบวา คุณภาพของใหบริการนั้นมีคุณภาพสูงสุดไดแก คุณภาพดานความม่ันใจ รองลงมา
ไดแก คุณภาพดานความนาเชื่อถือ สําหรับผลการทดสอบสมมติฐานปจจัยสวนบุคคลท่ีมีผลตอการรับรูระดับ
คณุ ภาพการใหบ ริการ ศนู ยบ ริการรว มกระทรวงแรงงาน สาขาบกิ๊ ซี จงั หวัดลําปาง พบวา เพศ ระดบั การศึกษา
อาชพี รายได ของผใู ชบริการทีแ่ ตกตางกนั มีการรับรูระดับคุณภาพการใหบ ริการของศูนยบ ริการรวม กระทรวง
แรงงาน สาขาบิ๊กซี จังหวัดลําปาง ไมแตกตางกัน สวนปจจัยบุคคลคอื อายุของผูใช บริการท่ีแตกตางกัน มีการ
รับรูระดับคุณภาพการใหบริการของศูนยบริการรวมกระทรวงแรงงาน สาขาบ๊ิกซี จังหวัดลําปาง แตกตางกัน
อยางมีนัยสาํ คญั ทางสถิติทร่ี ะดบั 0.05

วิธดี าํ เนนิ การวิจยั
การวิจัยเรื่อง ศึกษาปจจัยของลูกคาในการใชบริการบริษัทไปรษณียไทยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ
บริการบริษัทไปรษณียไทยในกรุงเทพมหานคร ในครั้งน้ี เปนการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรในการวิจัย คือ ผูท่ี
มีอายุ 15 - 30 ป, 31 - 45 ป, 46 - 50 ป และมากกวา 50 ปข้ึนไป ทั้งเพศชายและเพศหญิง ซึ่งอาศัยอยูใน
จังหวดั กรุงเทพมหานคร ในเขตสะพานสูง จํานวน 96,059 คน (การเคหะแหง ชาติ,2562)
เน่ืองจากในการศึกษาวิจัยบางครั้งไมสามารถเก็บขอมูลจากประชากรเปาหมายท้ังหมดได ผูวิจัยจึง
เลือกทําการสุมประชากรกลุมตัวอยางมาทําการศึกษาแทน ประชากรกลุมตัวอยางเปาหมายท่ีไดเลือกทําการ
สุม คือ ประชาชนท่ีอาศัยอยูในจังหวัดกรุงเทพมหานครในเขตสะพานสูง การสุมตัวอยางโดยการใช
แบบสอบถาม กรณีทราบจํานวนประชากร ในการวิจัยใหใชสูตรของ Yamane (1967) ในการกําหนดขนาด
ตวั อยา ง
การกําหนดขนาดตัวอยา งกรณที ราบจํานวนประชากร
N
= 2

373

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

= 96,059
1+96,059(0.05)2

= 96,059
1+96,059(0.0025)

= 96,059
1+240.15

= 96,059
241.15

= 398.34 = 400 คน

การตรวจสอบความตรง (Validity)
ผูวิจัยไดนําแบบสอบถามที่สรางขึ้นใหผูเชี่ยวชาญเพ่ือตรวจสอบภาษาที่ใชและความถูกตอง
เที่ยงตรงเชิงเน้ือหา (Validity) ดวยคาดัชนีความสอดคลอง (Item-Objective Congruence Index : IOC)
โดยในการวิจัยคร้ังนี้ มีผูเ ชี่ยวชาญจํานวน 3 ทา น เปนผทู าํ การพจิ ารณาประเมินดังนี้
1. ผศ.มนตรี จังธนสมบัติ อาจารยประจําภาควิชาการบริหารท่ัวไป คณะบริหารธุรกิจ
มหาวิทยาลัยรามคําแหง
2. ผศ.ศุภสิทธิ์ จารุพัฒนหิรัญ อาจารยประจําหลักสูตร หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต
สาขาวิชาการจดั การโลจสิ ตกิ ส และโซอ ปุ ทาน มหาวทิ ยาลยั รามคาํ แหง
3. น.ส.ปยมาศ สื่อสวัสด์ิวณิชย อาจารยประจําหลักสูตร หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต
สาขาวิชาการจัดการโลจสิ ติกส และโซอปุ ทาน มหาวิทยาลัยรามคาํ แหง
ผลการตรวจสอบไดคาดัชนีความสอดคลอง IOC รายขอ ปรากฏผลดังรายละเอียดในภาคผนวก
ทั้งนี้ ขอ คําถามท่มี คี าดชั นี IOC ตํา่ กวา 0.50 ผูวิจัยจะทาํ การปรบั ปรุงแกไ ขคาํ ถามใหม เพื่อใหต รงประเด็นตาม
เนื้อหา สําหรับคาดัชนีความสอดคลอง (Index of objective congruence) ของแบบสอบถามท่ีเปนแบบ
มาตราสวนประเมินคา มีคาอยูระหวาง -1.00 ถึง 1.00 โดยมีขอคําถามที่ผานเกณฑการตรวจสอบความตรง
ตามเนื้อหาทงั้ หมดทกุ ขอ คาํ ถาม
การตรวจสอบความเช่ือถือได (Reliability)
ผูวิจัยไดนําแบบสอบถามท่ีผานการตรวจสอบจากผูเชี่ยวชาญมาดําเนินการปรับปรุงแกไขแลว
นําไปทดลองใชกับกลุมตัวจํานวน 400 ราย และหาคาความเช่ือมั่น (Reliability) ดวยคา Cronbach alpha
Reliability ไดค า ความเชอื่ มั่นดงั นี้
ตารางที่ 1 ดานปจ จยั ของลูกคา ในการใชบริการ
ประเดน็ คาํ ถาม จาํ นวนขอ คาความเช่อื มน่ั
ดา นคุณภาพของการบรกิ าร 4 1.00
ดา นราคา 4 1.00
ดานบคุ ลิกภาพของพนักงาน 4 0.84
ดานความนาเช่อื ถือของการบรกิ าร 4 0.92
รวม 16 0.94

คาความเชื่อมั่นโดยรวมของแบบสอบถามมีคา Cronbach alpha Reliability เทากับ 0.94
แสดงวา มีความเชอื่ ถือของแบบสอบถาม

374

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ตารางท่ี 2 ดานประสทิ ธภิ าพการบริการ จํานวนขอ คาความเชอื่ ม่นั
ประเดน็ คาํ ถาม 1 1.00
1 1.00
ประสทิ ธิภาพการบริการ
รวม

คาความเชื่อม่นั โดยรวมของแบบสอบถามมคี า Cronbach alpha Reliability เทา กบั 1.00
แสดงวามคี วามเชื่อถอื ของแบบสอบถาม

วิธีการเกบ็ ขอ มลู
วิธีการเก็บขอมูล เปนแหลงขอมูลปฐมภูมิ เพ่ือเปนขอมูลท่ีผูวิจัยสามารถเก็บขอมูลไดตรงตามที่

ตนตองการสอดคลองกับวัตถุประสงคของการวิจัย สามารถควบคุมเร่ืองคุณภาพของการเก็บขอมูลไดตาม
ความรูความสามารถของตน ศึกษาปจจัยของลูกคาในการใชบริการบริษัทไปรษณียไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
การบริการบริษัทไปรษณียไทยในกรุงเทพมหานคร ใชวิธีการเก็บขอมูลจากการสํารวจ แบบสอบถาม
ประกอบดวย 1) แบบมีคําตอบใหเลือก (Check List) ใชกับขอคําถาม ปจจัยสวนบุคคล 2) แบบมาตรา
สวนประเมินคา (Rating Scale) ใชกับขอคําถามปจจัยของลูกคาในการใชบริการบริษัทไปรษณียไทย และ
ประสิทธิภาพของการบริการบริษัทไปรษณียไทย เครื่องมือท่ีใชในการวิจัย เชน เก็บดวยตนเอง เก็บขอมูลจาก
ประชากรกลุมตัวอยางดวยแบบสอบถามที่ทําข้ึนผาน Google Form ซ่ึงผูวิจัยไดดําเนินการสงแบบสอบถาม
ผานชองทางออนไลน อาทิเชน Line, Facebook, Instagram ใหแกผูที่อยู ณ บริเวณ เขตสะพานสูง ใชเวลา
ในการเก็บขอ มลู เปน ระยะเวลา 20 วัน

วิธวี ิเคราะหข อมูล
ในการวจิ ัย เรือ่ งศึกษาปจ จัยของลูกคา ในการใชบรกิ ารบรษิ ทั ไปรษณียไ ทย เพ่ือเพิ่มประสิทธภิ าพ

การบรกิ ารบริษัทไปรษณียไ ทยในกรงุ เทพมหานคร ใชค า สถติ ิในการวิเคราะหข อมูลดงั นี้
1. สถิติเชิงบรรยาย เพื่ออธิบายถึงลักษณะของกลุมตัวอยางในการวิจัยไดแกคาแจกแจง

ความถี่ คารอยละ คาเฉล่ียเลขคณิต และคาเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อบรรยายลักษณะสวนบุคคลของกลุม
ตัวอยางประกอบดวย เพศ อายุ รายได ระดับการศึกษา ซึ่งเปนตัวแปรตนหรือตัวแปรอิสระในการวิจัยครั้งน้ี
บรรยายลกั ษณะปจจยั ของลูกคาในการใชบรกิ ารบรษิ ทั ไปรษณียไทยประกอบดว ย ดานคุณภาพของการบริการ
ดานราคา ดานบุคลิกภาพของพนักงาน ดานความนาเชื่อถือของการบริการ ซ่ึงเปนตัวแปรตน และ
ประสิทธภิ าพของการบรกิ ารบริษัทไปรษณียไทย ซึ่งเปนตัวแปรตามในการวิจยั คร้ังน้ี

2. สถิติเชิงวิเคราะห (Inferential statistics) เพื่อทําการทดสอบสมมติฐานประกอบดวยการ
ทดสอบคาเฉลี่ยสองกลุมตัวอยางแบบอิสระตอกัน (Independent Sample t-test) การวิเคราะหความ
แปรปรวนทางเดียว (One Way ANOVA) เพื่อทดสอบความแตกตางของคาเฉล่ียประสิทธิภาพของการบริการ
บริษัทไปรษณียไทย ซ่ึงเปนตัวแปรตามจําแนกตามลักษณะสวนบุคคลซึ่งเปนตัวแปรตนในที่นี้ไดแก เพศ อายุ
รายได ระดับการศึกษา และประสิทธิภาพของการบริการบริษัทไปรษณียไทย ซึ่งเปนตัวแปรตามจําแนกตาม
ตามปจจัยของลูกคาในการใชบริการบริษัทไปรษณียไทยซึ่งเปนตัวแปรตนในท่ีนี้ไดแก ดานคุณภาพของการ
บริการ ดานราคา ดา นบุคลิกภาพของพนักงาน ดานความนาเชื่อถือของการบรกิ าร

375

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

ผลการศึกษาและวเิ คราะหข อมูล
การศึกษาวิจัยแบบสอบถาม เรื่อง ศึกษาปจจยั ของลกู คา ในการใชบริการบริษัทไปรษณียไทยเพอื่

เพิ่มประสิทธิภาพการบริการบริษัทไปรษณียไทยในกรุงเทพมหานคร ดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลจากกลุม
ตัวอยา งดวยแบบสอบถาม จํานวน 400 ราย มีผลการวิเคราะหข อ มูลดังน้ี

ลักษณะสว นบคุ คลของกลมุ ตวั อยาง
ลักษณะสวนบุคคลของกลุมตัวอยางในการศึกษาคร้ังน้ี พบวา ประชากรสวนใหญเปนเพศ

หญิง มีจํานวน 248 คน คิดไดเปนจํานวนรอยละ 62.0 ท่ีเหลือเปนเพศชาย มีจํานวน 152 คน คิดไดเปนจํานวน
รอยละ 38.0 ในสวนอายุของกลุมประชากร พบวา ประชากรสวนใหญเปนผูที่มีอายุในระหวาง 15-30 ป มี
จํานวน 211 คน คิดไดเปนรอยละ 52.8 ในลําดับถัดไปเปนผูที่มีอายุในระหวาง 31-45 ป มีจํานวน 108 คน
คิดไดเปนจํานวนรอยละ 27.0 รายไดแตละเดือนของกลุมประชากร พบวา ประชากรสวนใหญ เปนผูมีรายได
แตละเดือน 10,001 - 20,000 บาท มีจํานวน 146 คน คิดเปนจํานวนรอยละ 36.5 ในลําดับถัดไปเปนผูมี
รายได นอ ยกวา หรอื เทากับ 10,000 บาท มีจํานวน 91 คน คิดไดเ ปน จาํ นวนรอ ยละ 22.8 และระดบั การศึกษา
ของกลุมประชากร พบวา ประชากรสวนใหญสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี มีจํานวน 216 คน คิดไดเปน
จํานวนรอยละ 54.0 ในลําดับถัดไปเปนผูท่ีมีการศึกษาตํ่ากวาปริญญาตรี มีจํานวน 136 คน คิดไดเปนจํานวน
รอ ยละ 34.0

ปจ จัยของลูกคา ในการใชบรกิ ารบริษัทไปรษณยี ไทย
เมื่อพิจารณาปจจัยของลูกคาในการใชบริการบริษัทไปรษณียไทยในภาพรวม พบวา กลุม

ตัวอยางมีระดับปจจัยของลูกคาในดาน ดานคุณภาพของการบริการ ในเรื่องของความนาเช่ือถือขององคกร
โดยมีคาเฉลี่ยเทากับ 4.23 อยูในระดับมาก ดานราคา มีการระบุราคาของสินคาชัดเจน โดยมีคาเฉล่ียเทากับ
4.03 อยูในระดับมาก ดานบุคลิกภาพของพนกั งานผูใ หบริการ พบวา พนักงานแตง กายเรยี บรอยเหมาะสมโดย
มีคาเฉล่ียเทากับ 4.31 อยูในระดับมาก และดานความนาเชื่อถือของการบริการ พบวา มีการทํางานอยางเปน
ระบบ โดยมคี าเฉลี่ยเทากับ 4.11 อยใู นระดับมาก

ประสทิ ธิภาพการบริการ
เม่ือพิจารณาประสิทธิภาพการบริการ ในภาพรวม พบวา กลุมตัวอยางมีระดับประสิทธิภาพ

การบริการ ดานประสิทธิภาพการบริการ พบวา ประสิทธิภาพการบริการของบริษัทไปรษณียไทยโดยคาเฉลี่ย
ไดเทากับ 4.14 อยูในระดับมาก

ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการบริการจําแนกตามปจจัยลักษณะสวนบุคคล สามารถแสดงได
ดังตารางตอไปนี้

ตารางที่ 1 ผลการเปรยี บเทยี บคาเฉลี่ยประสิทธิภาพการบรกิ ารจาํ แนกตามเพศ T Sig
ประสิทธภิ าพการบริการ ชาย (n = 152) หญงิ (n = 248) 0.95 0.58
S.D S.D
ประสทิ ธภิ าพการบรกิ ารของ 4.18 0.817 4.10 0.803
บรษิ ัทไปรษณยี ไ ทย

* ระดบั นยั สาํ คญั ทางสถิติท่ี 0.05

จากตารางท่ี 1 พบวา ประชาชนในกรุงเทพมหานครที่มีเพศที่ตางกันมีประสิทธิภาพการบริการ
ในภาพรวมทไ่ี มตางกนั ณ ระดับนัยสําคญั ทางสถติ ทิ ่ี 0.05

376

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

ตารางท่ี 2 ผลการเปรียบเทียบประสทิ ธภิ าพการบริการจําแนกตามอายุ
ประสทิ ธภิ าพการบริการ แหลงความแปรปรวน SS df MS F Sig.
ประสทิ ธิภาพการบริการ ระหวา งกลมุ 0.15 3 0.05 0.08 0.97
ของบริษัทไปรษณยี ไ ทย ภายในกลุม 260.56 396 0.66
รวม 260.71 399
*ระดบั นัยสําคญั ทางสถติ ทิ ี่ 0.05

จากตารางที่ 2 พบวา ประชาชนในกรุงเทพมาหานครที่มีอายุ ท่ีตางกัน มีประสิทธิภาพการ
บริการในภาพรวมทไี่ มต างกนั ณ ระดบั นยั สําคัญทางสถติ ิท่ี 0.05

ตารางท่ี 3 ผลการเปรยี บเทียบประสทิ ธภิ าพการบรกิ ารจาํ แนกตามรายได
ประสิทธิภาพการบริการ แหลงความแปรปรวน SS df MS F Sig.
ประสทิ ธิภาพการบริการ ระหวา งกลมุ 5.46 5 1.09 1.69 0.14
ของบริษัทไปรษณียไ ทย ภายในกลุม 255.25 394 0.65
รวม 260.71 399
* ระดบั นัยสําคัญทางสถติ ทิ ี่ 0.05

จากตารางที่ 3 พบวา ประชาชนในกรุงเทพมาหานครท่ีมีรายไดที่ตางกัน มีประสิทธิภาพการ
บริการในภาพรวมท่ไี มต า งกนั ณ ระดบั นยั สําคัญทางสถติ ทิ ี่ 0.05

ตารางท่ี 4 ผลการเปรยี บเทียบประสิทธภิ าพการบริการจาํ แนกตามระดับการศึกษา
ประสิทธิภาพการบรกิ าร แหลง ความ SS df MS F Sig.
แปรปรวน
ประสทิ ธภิ าพการบรกิ ารของ ระหวางกลมุ 0.06 2 0.03 0.05 0.95
บริษัทไปรษณยี ไ ทย ภายในกลุม 260.65 397 0.66
รวม 260.71 399
* ระดับนยั สาํ คญั ทางสถติ ิที่ 0.05

จากตารางท่ี 4 พบวา ประชาชนในกรุงเทพมาหานครที่มีระดับในการศึกษาที่ตางกัน จะมี
ประสทิ ธภิ าพการบรกิ ารในภาพรวมทีไ่ มตางกนั ณ ระดบั นัยสําคญั ทางสถติ ทิ ี่ 0.05

ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการบริการจําแนกไดตามปจจัยของลูกคาในการใชบริการ
บรษิ ัทไปรษณียไทย

ตารางที่ 5 ผลการเปรยี บเทยี บประสิทธภิ าพการบรกิ ารจําแนกตามความคงเสน คงวาใหบริการอยา งถกู ตอง
ประสิทธิภาพการบรกิ าร แหลง ความแปรปรวน SS df MS F Sig.
ประสทิ ธภิ าพการบรกิ าร ระหวางกลุม 110.66 4 27.67 72.83 0.00
ของบริษัทไปรษณยี ไ ทย ภายในกลุม 150.05 395 0.38
รวม 260.71 399
* ระดับนัยสาํ คัญทางสถิตทิ ่ี 0.05

377

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

จากตารางที่ 5 พบวา ดานท่ีมีความคงเสนคงวาใหบริการอยางถูกตองท่ีตางกันมีประสิทธิภาพ
การบรกิ ารในภาพรวมท่ไี มตางกัน ณ ระดับนัยสําคญั ทางสถิตทิ ี่ 0.05

ตารางท่ี 6 ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการบริการจําแนกตามมีความตอบสนองอยางรวดเร็วในการ
ใหบ รกิ าร
ประสิทธิภาพการบริการ แหลงความแปรปรวน SS df MS F Sig.
ประสทิ ธิภาพการบริการ ระหวางกลุม 116.37 4 29.09 79.62 0.00
ของบริษัทไปรษณียไ ทย ภายในกลุม 144.33 395 0.37
รวม 260.71 399
* ระดบั นยั สาํ คญั ทางสถิตทิ ี่ 0.05

จากตารางท่ี 6 พบวา ดานตอบสนองอยางรวดเร็วในการใหบริการที่ตางกันจะมีประสิทธิภาพ
การบริการในภาพรวมท่ีไมต างกัน ณ ระดับนัยสําคัญทางสถติ ทิ ี่ 0.05

ตารางที่ 7 ผลการเปรยี บเทยี บประสทิ ธิภาพการบริการจําแนกตามความสะดวกสบายในการใชบริการ
ประสทิ ธิภาพการบริการ แหลง ความแปรปรวน SS df MS F Sig.
ประสิทธภิ าพการบริการ ระหวา งกลมุ 112.78 4 28.20 75.29 0.00
ของบริษัทไปรษณียไทย ภายในกลุม 147.93 395 0.38
รวม 260.71 399
* ระดบั นัยสําคญั ทางสถิตทิ ่ี 0.05

จากตารางท่ี 7 พบวา ดานท่ีมีความสะดวกสบายการใชบริการท่ีตางกันมีประสิทธิภาพการ
บริการในภาพรวมทไี่ มตางกนั ณ ระดบั นัยสาํ คัญทางสถติ ิที่ 0.05

ตารางท่ี 8 ผลการเปรยี บเทยี บประสิทธิภาพการบรกิ ารจําแนกตามความนา เชื่อถอื ขององคกร
ประสิทธิภาพการบริการ แหลง ความแปรปรวน SS df MS F Sig.
ประสิทธิภาพการบรกิ าร ระหวา งกลมุ 114.71 4 28.68 77.59 0.00
ของบรษิ ทั ไปรษณยี ไทย ภายในกลมุ 146.00 395 0.37
รวม 260.71 399
* ระดบั นยั สาํ คญั ทางสถติ ิท่ี 0.05

จากตารางท่ี 8 พบวา ดานท่ีมีความนาเชื่อถือขององคกรท่ีตางกันมีประสิทธิภาพการบริการใน
ภาพรวมทไี่ มต า งกนั ณ ระดับนยั สาํ คัญทางสถติ ิท่ี 0.05

ตารางท่ี 9 ผลการเปรยี บเทยี บประสิทธิภาพการบรกิ ารจําแนกตามราคาเหมาะสมกบั คุณภาพการใหบริการ
ประสิทธภิ าพการบรกิ าร แหลง ความแปรปรวน SS df MS F Sig.
ประสิทธิภาพการบรกิ าร ระหวางกลุม 84.06 4 21.01 46.99 0.00
ของบรษิ ัทไปรษณียไทย ภายในกลมุ 176.65 395 0.45
รวม 260.71 399
* ระดับนยั สําคญั ทางสถติ ทิ ี่ 0.05

378


Click to View FlipBook Version