การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
การมีปฏิสัมพันธกับผูอ่ืน ในขณะท่ี McClelland (1973) แสดงแนวคิดของเขาในเรื่อง Competency วา IQ
ประกอบดวยความถนัด หรือความเชี่ยวชาญทางวิชาการความรู และความมุงมนั่ สูความสําเร็จ ไมใชตัวช้ีวัดที่ดี
ของผลงาน และความสําเร็จโดยรวม แต Competency กลับเปนสิ่งที่สามารถคาดหมายความสําเร็จในงานได
ดีกวา “ผทู ท่ี ํางานเกง” กม็ ไิ ดห มายถึง “ผูท่เี รียนเกง” จากคํานยิ าม McClelland กลา ววา Competency คือ
บุคลิกลักษณะที่ซอนอยูภายใตปจเจกบุคคล ซ่ึงสามารถผลักดันใหปจเจกบุคคลนั้นสรางผลการปฎิบัติงานท่ีดี
หรือตามเกณฑที่กําหนด ในงานที่ตนรับผิดชอบได โดยประกอบดวยกัน 5 สวน 1) ความรู 2) ทักษะ 3) ความ
คดิ เห็นเกี่ยวกบั ตนเอง 4) บุคลกิ ลักษณะประจาํ ตัวของบคุ คล 5) แรงจูงใจ/เจตคติ
บุรินทร รุจจนพันธุ (2554, หนา 1) กลาววาการจัดการความรู ถามีปญหาเก่ียวกับการเรียนรูให
คนหาสาเหตุของการมีสวนรวมและการแยกตัวของ บุคลากรในองคกร ตลอดจนเมื่อมีการนําความรูไปใชใน
บริบทอื่นหรือสงขาวสารไปยังหนวยงานหนึ่ง ใหมีการติดตามเรียนรูการปรับเปล่ียนที่อาจเกิดจากความเขาใจ
คลาดเคล่ือนและการแปลความหมายใหมที่เปล่ียนไปจากเดิมดวยซึ่งอาจนําไปสูการเกิด องคความรูใหม ๆ
เชนเดียวกับสุวรรณ เหรียญเสาวภาคย (2548, น.12-13) กลาวถึงองคประกอบท่ีสําคัญของการจัดการความรู
คือ คน เทคโนโลยี และกระบวนการจัดการความรู โดยเฉพาะคนเปนสวนท่ีสําคัญที่สุด ท่ีจะตองนําความรูไป
ใชใ หเ กิดประโยชนต อ องคก าร ท้งั 3 สว นนีจ้ ึงเชื่อมโยงกนั และบูรณาการใหเขากันอยางเหมาะสม
ชวลิต ศุภศักดิ์ดารง (2550, บทคัดยอ) ไดศึกษาวิจัยเร่ือง ความสําเร็จในการนําแนวคิดการ
จัดการความรูไปปฏิบัติในองคการและผลการจัดการความรูตอบุคลากร จากการศึกษาพบวา ในการทดสอบ
ความสัมพันธระหวางคุณลักษณะของตัวอยางกับผลของการบริหารจัดการความรู พบวา อายุ, การศึกษา,
ประสบการณการทํางาน, ตําแหนงงานและอายุงานตลอดจนกิจกรรมสงเสริมการจัดการความรู (ตอสัปดาห)
ไมแตกตางกัน ในทางตรงกันขาม พบวากลุมงานมีความแตกตางเฉพาะความสําเร็จการปฏิบัติงาน และเมื่อ
ทดสอบความสัมพันธและการพยากรณระหวางความสําเร็จกับผลการจัดการความรูตอบุคลากร พบวา การ
จัดการทรัพยากรมนุษย ถือเปนองคประกอบเดียวที่มีอํานาจในการทํานายผล และการจัดต้ังชุมชนนักปฏิบัติ
เปนองคประกอบดา นโอกาสในการนําไปปฏิบัตกิ บั ผลการจดั การความรู
ดังนั้นผูวิจัยจึงสนใจท่ีจะศึกษาองคประกอบดานบุคคล ประกอบดวย เพศ อายุ ตําแหนง รายได
ระดับการศึกษา เน่ืองจากเปนตัวแปรที่สําคัญที่สุด เปนผูที่จะนําความรูไปใชใหเกิดประโยชนตอองคกรและ
ธรุ กจิ ได
แนวคิดทฤษฎขี องกระบวนการจัดการความรู
แนวคิดในการจัดการความรูมีผูที่ใหความสนใจ และเปนที่นิยมสามารถนํามาปรับใชในการ
จัดการความรูไดเปนอยางดี คือทฤษฎีของปเตอร เชงก้ี (Senge, 1990, p.68) ซึ่งไดใหความสําคัญกับ
ความสามารถในการเรียนรูที่เร็วกวาคูแขงขัน ซ่ึงความสามารถขอน้ีถือวาเปนขอไดเปรียบทางธุรกิจที่ย่ังยืน
(Sustainable Competitive) โดยการเรียนรูจะตองเปนการเรียนรู ที่เต็มเปยม (Learning Full) ของทุกคน
และทุกระดับในองคกรโดยถือวาคนทุกคนมีธรรมชาติของการเปนผูเรียนรู (Learners) และรักที่จะเรียนรูเพื่อ
แสวงหาสิ่งที่ดีใหแกชีวิต นอกจากนั้น เชงกี้ (Senge, 1990, p.55) ยังไดเสนอแนวทางในการสรางองคกรแหง
การเรียนรูดวย วินัยหรือการฝกฝน 5 ประการท่ีเรียกวา The Fifth Discipline จะเปนพ้ืนฐานหลักของความ
เขาใจเรื่องการจัดการความรู และสามารถสนับสนุนใหองคการเหลาน้ันเปนองคการแหงการเรียนรูได ดังน้ี 1)
การเปนบุคคลรอบรู 2) การมีแบบแผนความคิด 3) การมีวิสัยทัศนรวมกัน (Shared Vision) 4) การเรียนรู
รวมกันเปนทีม 5) การคิดอยางเปนระบบ ตองเร่ิมจากการพัฒนาตัวบุคคลใหมีความเชี่ยวชาญเสริมสรางนิสัย
ใหเปนบุคคลผูใฝรูท้ังดานความคิดวิทยาการและขอมูลใหม ๆ อยูตลอดเวลา พรอมกับนําขอมูลความรูใหม ๆ
เหลาน้ันมาพัฒนาปรับปรุงโครงรางในองคการตอไป ในขณะที่วิจารณ พานิช (2550, หนา 167) ไดเสนอ
179
การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
แนวคิดเก่ียวการเรียนรู (Learning) วาเปนคือการทํางานผลิตผลงานไปพรอม ๆ กับเกิดการเรียนรู ส่ังสม
ความรูและสรางความรูจากประสบการณในการทํางาน พัฒนาวิธีทํางานและระบบงานขององคกรไปพรอม ๆ
กัน ผลลัพธ (Output) คือ ผลงานตามภารกิจท่ีกําหนดการสรางศาสตรหรือ สรางความรูในสวนท่ีเก่ียวของกับ
การปฏิบัติภารกิจขององคกรน้ัน รวมท้ังการสรางคนอันไดแก ผูที่ปฏิบัติงานอยูในองคกร หรือมีสวนเกี่ยวของ
สมั พนั ธก ับองคกรเปนการเรียนรแู บบบรู ณาการ โดยอาศยั การทํางานเปนรากฐานของการจัดการความรู
ฉัตรแกว ธีระเดชาสกุล (2551, น.1) ไดทําการศึกษาวิจัยเร่ือง การบริหารการจัดการความรูใน
สถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนการศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 พบวาในการบริหารกระบวนการบริหาร
จัดการความรูนั้น เกิดขึ้นจากบุคลากรเพศหญงิ ท่ีมอี ายุระหวาง 41-50 ป จบการศึกษาระดับปรญิ ญาตรี และมี
อายุการทางานมากกวา 21 ปขึ้นไปโดยเห็นวามีการปฏิบัติในข้ันตอนการแลกเปล่ียนความรูมากที่สุด ขณะท่ี
การจัดเก็บและเผยแพรทําไดนอยที่สุด ขณะที่ผลจากการเปรียบเทียบการบริหารกระบวนการจัดการความรู
พบวา โรงเรียนในระดับมัธยมศึกษามีการบริหารกระบวนการจัดการความรูมากกวาโรงเรียนในระดับ
ประถมศึกษาเนื่องจากมีการกําหนดเปาหมาย วิสัยทัศน และทิศทางการจัดการความรูที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยัง
ไดมีการใหความเห็นเก่ียวกับปจจัยทเี่ ออื้ ตอความสาํ เรจ็ ซึ่งประกอบดวย การใหความสําคัญของผบู ริหารการมี
สวนรวม และความจริงใจ สําหรับขอเสนอแนะ ผูวิจัยไดเสนอใหครูควรจะมีการแสวงหาความรูในเร่ืองการ
จัดการความรูเพิ่มเติม และมีทัศนคติในเชิงบวก ขณะท่ีผูบริหารควรจัดใหมีชองทางการแลกเปลี่ยนขอมูล ใช
กลยทุ ธต าง ๆ เพ่ือกระตุน แรงจูงใจครู รวมถงึ นาํ ตนเขา ไปมีสวนรว มกับกระบวนการแลกเปลีย่ นเรยี นรู
ดังน้ันในการกําหนดปจจัยดานน้ี จึงศึกษาตัวแปรจากทฤษฎีของปเตอรเชงเก โดยสรุปวาการ
จัดการความรู มีปจจัยตัวแปรท่ีสําคัญ อยู 5 ประการ คือ 1. การมีความรอบรูแหงตน 2. การมีแบบแผนทาง
ความคดิ 3. การมวี ิสัยทศั นร ว ม 4. การเรยี นรูรวมกนั เปนทมี 5. การคิดอยางมรี ะบบ
แนวคดิ ทฤษฎขี องประสทิ ธภิ าพการทาํ งานของพนักงาน
Herrington Emerson (1931, p.223) ไดกลาวถึงหลักการทํางานใหมีประสิทธิภาพในหนังสือ
The Twelve Principles of Efficiency โดยไดรับการยกลาวถึงกันมากในหลักการ 12 ประการ ของ
ประสิทธิภาพการปฎิบัติงานของพนักงาน 1. ทําความเขาใจและกําหนดแนวคิดใหกระจาง 2. ใชหลักสามัญใน
การพิจารณาความเปนไปไดของงาน 3. คําปรึกษาแนะนําตองสมบูรณ 4. ตองรักษาดวยความยุติธรรม
5. ปฎบิ ตั ดิ วยความยตุ ิธรรม 6. การทํางานตอ งเช่อื ถอื ได มีความฉบั พลัน มีสมรรถนะ และมีการลงระเบียนเปน
หลักฐาน 7. งานควรมีลักษณะแจงใหทราบอยางท่ัวถึง 8. งานสําเร็จทันเวลา 9. ผลงานไดมาตรฐาน 10. การ
ดําเนินงานสามารถยึดเปนมาตรฐานได 11. กําหนดมาตรฐานที่สามารถวัดเปนเครื่องมือในการฝกสอนได
12. ใหบําเหน็จรางวัลแกงานที่ดี ในขณะท่ี ชาคริต ศรีขาว (2551, น.22) ไดสรุปไดวาประสิทธิภาพในการ
ปฎิบัติงาน คือการผลิตสินคาหรือบริการไดเพ่ิมมากขึ้น พิจารณาถึงตนทุน หรือปจจัยนําเขาใหนอย และ
ประหยัดเวลาท่ีสุด ตองพิจารณาไปถึงความพยายาม ความพรอม ความสามารถ และความคลองตัวในการ
ปฎิบัติงานเพื่อเทียบกับผลที่ไดรับ น่ันก็คือการบรรลุเปาหมายที่ตั้งไวประกอบดวย ตนทุน คุณภาพ ปริมาณ
วธิ กี ารในการผลิต
นอกจากน้ันงานวิจัยของสมยศ แยมเผ่ือน (2551) ที่วิจัยเร่ืองปจจัยท่ีผลตอประสิทธิภาพการ
ทํางานของพนักงานปฎิบัติการบริษัท เอเชียน มารีน เซอรวิสส จํากัด(มหาชน) พบวาประสิทธิภาพของ
พนักงานดานปริมาณงาน ดานคุณภาพ และดานผลผลิต มีระดับประสิทธิภาพอยูในระดับดี ผลการทดสอบ
สมติฐานในดา นปจ จัยสวนบคุ คล เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตําแหนง และรายได แตกตา งกันมปี ระสิทธภิ าพใน
การปฎิบัติงานดานปริมาณงาน ดานคุณภาพ และดานผลผลิตแตกตางกัน เชนเดียวกับ ปยบุตร มิ่งประเสริฐ
(2552) ทําการวิจัยเรื่องปจจัยท่ีมีความสัมพันธตอประสิทธิภาพในการปฎิบัติงานของพนักงานบริษัท คูราโม
180
การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
(ไทยแลนด) จํากัด พบวาระดับประสิทธิภาพในการปฎิบัติงานของพนักงาน ดานปริมาณ ดานคุณภาพ และ
ดา นผลผลติ อยูในระดับปานกลาง
ดังน้ันองคกรธุรกิจจะสามารถวัดผลประสิทธิภาพของพนักงานไดอยางไร เม่ือไดทําการจัดการ
ความรูในองคกรธุรกิจแลว โดยวัดผลไดจากปจจัยตัวแปรที่สําคัญ ประกอบดวย 1.ตนทุนการทําที่ลดลง
2. คุณภาพของงานท่ผี ลติ สงู ขน้ึ 3. ระยะเวลาทใี่ ชในการผลติ
นิยามศพั ทเฉพาะ
พนักงาน หมายถึง ผูปฎิบัติงานของในธุรกิจ SMEs ในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาครในตําแหนง
พนักงานระดบั ปฎบิ ตั กิ าร
ปจจัยในการทํางาน หมายถึง ความรูสึกนึกคิด ทัศนคติ ของบุคคลหรือกลุมคนที่อยูในธุรกิจ
SMEs ในนิคมอุตสาหกรรมสมทุ รสาคร แสดงออกในรปู แบบพฤติกรรมตาง ๆ ตอ ปจ จัยทีม่ ผี ลตอ การปฎบิ ัตงิ าน
สงผลใหก ารทํางานสาํ เรจ็ ไดแก ความรแู ละความเขาใจในงานทีท่ ํา สภาพแวดลอมในการทาํ งาน ความสัมพนั ธ
กบั บคุ คลในองคกร ความม่ันคง ความกา วหนา ในการทํางาน
การมีความรอบรูแหงตน หมายถึง ทักษะ ความสามารถเปนสภาพที่เปนอยูตามความเปนจริง
เห็นวาอะไรมีความสําคัญตอเรา ตอองคการ การเรียนรูของบุคลากรจะเปนจุดเริ่มตน คนในองคกรจะตองให
ความสําคัญกับการเรียนรู ฝกฝน ปฏิบัติ และเรียนรูอยางตอเนื่องไปตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพ่ือเพ่ิม
ศักยภาพของตนเองอยูเสมอ
การมีแบบแผนความคิด หมายถึง แบบแผนทางความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ จากการสั่งสม
ประสบการณกลายเปนกรอบความคิดท่ีทําใหบุคคลน้ัน ๆ มีความสามารถในการทําความเขาใจ วินิจฉัย
ตัดสินใจในเรือ่ งตาง ๆ ไดอยา งเหมาะสม สงิ่ เหลานถ้ี ือเปน พืน้ ฐานของวุฒภิ าวะ
การมีวิสัยทัศนรวม หมายถึง การสรางและสานวิสัยทัศนองคการ เปนความมุงหวังของ องคการ
ที่ทุกคนตองรวมกันบูรณาการใหเกิดเปนรูปธรรมในอนาคต การสรางทัศนคติรวมกันของคนในองคกร ให
สามารถมองเห็นภาพและมีความตองการที่จะมุงไปในทิศทางเดียวกัน เปนการมองในระดับความมุงหวัง
เปรียบเสมอื นหางเสือของเรือทข่ี ับเคลื่อนใหเรอื นน้ั มงุ สเู ปาหมายในทศิ ทางทรี่ วดเร็ว ประหยดั และปลอดภัย
การเรียนรูรวมกนั เปนทมี หมายถึง การเรียนรูรวมกันของพนักงานองคการความมุงเนนใหทกุ คน
ในทีมมีจิตสํานึก รวมกันวา เรากําลังทําอะไรและจะทําอะไรตอไป ทําอยางไร จะชวยเพ่ิมคุณคาแกลูกคา การ
เรียนรูรวมกันของสมาชิกในลักษณะกลุม หรือทีมงาน เปนเปาหมายสําคัญที่จะตองทําใหเกิดขึ้นเพื่อใหมีการ
แลกเปลี่ยนถายทอดความรูและประสบการณกันอยางสม่ําเสมอ ท้ังในรูปแบบท่ีเปนทางการและไมเปน
ทางการ การเรียนรูชนิดนี้ เนนการทํางานเพื่อกอใหเกิดความรวมแรงรวมใจ มีความสามัคคีในการรวมมือกัน
แกป ญ หาตา ง ๆ ท่เี กิดขน้ึ
การคิดอยางเปนระบบ หมายถึง การท่ีคนในองคกรมีความสามารถที่จะเช่ือมโยงสิ่งตาง ๆ โดย
มองเห็นภาพความสัมพันธกันเปนระบบไดอยางเขาใจและมีเหตุมีผล เปนลักษณะการมองภาพรวมหรือระบบ
ใหญ (Total System) กอนวาจะมีเปาหมายในการทํางานอยางไร แลวจึงสามารถมองเห็นระบบยอย
(Subsystem) ทําใหสามารถนําไปวางแผนและดาํ เนนิ การทําสวนยอ ย ๆ น้นั ใหเ สร็จทลี ะสวน
ประสิทธิภาพการทํางาน หมายถึง ความสามารถในการปฎิบัติงานใหเกิดผลดีกับองคการ เปน
การปฎิบัติงานอยางมีขั้นตอนตามระยะเวลาที่กําหนดและมีผูรับผิดชอบดําเนินงานตามท่ีไดรับมอบหมาย โดย
มีตัวชี้วัดประสิทธภิ าพในการทํางาน ในการวจิ ัยนี้มตี วั ชวี้ ดั ระดบั ประสิทธิภาพ 5 ระดบั ประกอบดว ย
5 หมายถึง ประสิทธิภาพการปฏิบตั งิ านอยูใ นระดับมากท่สี ุด
4 หมายถึง ประสิทธภิ าพการปฏิบตั ิงานอยูในระดับมาก
181
การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
3 หมายถึง ประสิทธภิ าพการปฏบิ ตั ิงานอยูในระดบั ปานกลาง
2 หมายถงึ ประสิทธิภาพการปฏิบตั งิ านอยูในระดบั นอย
1 หมายถึง ประสิทธภิ าพการปฏิบตั งิ านอยใู นระดบั นอยทส่ี ดุ
ตนทุนการผลิตลดลง หมายถึง คาใชจายในการดําเนินการตางๆทางการผลิตเพื่อใหไดมาซ่ึง
ผลิตภัณฑที่ดี มีคุณภาพ ตามความตองการของลูกคา เมื่อมีการแขงขันที่สูงและรุนแรงในสภาพ
การตลาด ตนทนุ การผลติ . ที่ตอ งทาํ ใหตาํ่ ทสี่ ุดโดยท่คี ณุ ภาพและคุณคา ในการใชง านยังคงอยภู ายใตการยอมรับ
ของลกู คา
คุณภาพของงานผลิต หมายถึง คุณภาพของงานที่ไดรับมอบหมายโดยไมมีความผิดพลาด หรือมี
ความผิดพลาดนอยท่ีสุด ซึ่งองคการมีการควบคุมการทํางานท่ีมีมาตรฐาน พนักงานทํางานมีคุณภาพตรงตาม
มาตรฐาน ขององคการ ตรงตามเปาหมาย เปนท่ียอมรับตอองคการภายนอก และคุณภาพของงานที่ต่ํากวา
มาตรฐานอยูในเกณฑทสี่ ามารถรบั ได
ระยะเวลาท่ีใชในการผลิต หมายถึง พนักงานมีความเขาใจกับขั้นตอนในการปฎิบัติงานตามที่
ไดรับมอบหมาย การทํางานมีความถูกตองครบถวน รวดเร็ว และมีความเรียบรอยงานผลิตออกมามีคุณภาพ
เสรจ็ ตรงตามเวลาท่ีกาํ หนด
กรอบแนวความคิดการวจิ ยั ตวั แปรตาม
ตวั แปรตน้
ปจจยั สว นบุคคล H1 ประสิทธภิ าพการทํางานของพนกั งานใน
- เพศ H2 โรงงานอุตสาหกรรม
- อายุ
- ระดบั การศกึ ษา
- ประสบการณ
- รายได
- ตําแหนงงาน
การจัดการความรู
(แนวคิด Peter Senge)
- การมีความรอบรูแหง ตน
- การมแี บบแผนความคดิ
- การมวี สิ ัยทัศนรว ม
- การเรียนรูรวมกันเปนทีม
- การคิดอยา งเปนระบบ
ภาพท่ี 1 กรอบแนวคดิ ในการวิจัย
ระเบยี บวธิ ีวิจยั
ประชากรและกลมุ ตวั อยาง
182
การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
1. ประชากร ประชากรที่ผูวิจัยใชในการศึกษาคร้ังนี้ไดแก พนักงานที่ทํางานในโรงงานอุตสาหกรรม
นคิ มอตุ สาหกรรม จงั หวดั สมทุ รสาคร
2. กลุมตัวอยาง กลุมตัวอยางตามแนวทางการศึกษาเชิงปริมาณ ไดแก พนักงานในโรงงาน
อุตสาหกรรมนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร ท่ีมีอายุตั้งแต 21 ป ขึ้นไป ซ่ึงเปนผูท่ีทํางานอยูในธุรกิจ
SMEs
3. วิธีการสุมตัวอยาง ผูวิจัยจึงกําหนดขนาดตัวอยางโดยใชสูตรของ W.G. Cochran (Cochran,
1953 อางถึงใน พิเศษศักด์ิ ยืนยง, 2553, น.39) ไดประมาณกลุมตัวอยางทั้งหมดดวยคาความเชื่อมั่นเทากับ
รอยละ 95 ยอมใหมีคาความคลาดเคลื่อนเทากับ 0.05 เมื่อแทนคาในสูตรจะไดขนาดกลุมตัวอยาง จํานวน
385 คน โดยวิธีคาํ นวณตามสูตร ดงั น้ี
P(1 − P)Z2
= d2
เมื่อ n แทนจาํ นวนกลมุ ตัวอยา งท่ีตอ งการ
P แทนสดั สวนของประชากรทีผ่ วู ิจัยตอ งการจะสุม 0.5
Z แทนความเช่ือมนั่ ท่ีผูว จิ ัยกําหนดไว 95% ซ่ึงเปน ระดับนยั สําคัญทางสถิติ 0.05
มีคาเทา กับ 1.96 (เชอื่ ม่นั 95 % หรอื ผิดพลาด 5 %
d แทนสัดสว นของความคลาดเคลอ่ื นทย่ี อมใหเกิดข้นึ ได (d=0.05)
แทนคาในสตู รไดน ี้
= 0.5(1 − 0.5)(1.96)
(0.05)
= 0.25(3.8416)
(0.0025)
= 0.9604
0.0025
= 384.16 − = 400
จากการคํานวณได 385 คนเปนจํานวนกลุมตัวอยางข้ันตํ่า แตเพ่ือเพิ่มความเชื่อมั่นใหสูงข้ึน
ดังนั้นผวู ิจยั จะใชขนาดตวั อยาง จํานวน 400 คน โดยคดั เลอื กจากกลุมตวั อยาง ดวยวธิ ีการสมุ ตัวอยางแบบจาก
การคํานวณได 385 คนเปนจํานวนกลุมตวั อยา งขน้ั ต่าํ แตเ พอื่ เพิ่มความเชอ่ื ม่นั ใหสูงขึ้น ดังนน้ั ผวู ิจัยจะใชข นาด
ตัวอยา ง จาํ นวน 400 คน
เครือ่ งมือทใ่ี ชในการวิจยั
ผูวิจัยเลือกใชเคร่ืองมือที่เหมาะสมและสอดคลองกับกลุมตัวอยาง ดังนี้ เคร่ืองมือในการวิจัยเชิง
ปรมิ าณ
แบบสอบถาม (Questionnaire) แบบสอบถามมีความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity)
และความเช่ือถอื ได (Reliability) ผวู ิจัยไดทบทวนวรรณกรรม เอกสาร และงานวจิ ัยทเี่ กีย่ วของ
ผูวจิ ยั ไดแ บงแบบสอบถามออกเปน 3 สว น ดังนี้
สวนท่ี 1 แบบสอบถามสถานภาพทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม ขอมูลลกั ษณะของปจจยั สว น
บุคคลประกอบดวย เพศ อายุ ประสบการณ รายได ระดับการศึกษา ตําแหนง
183
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
สวนที่ 2 เปนแบบสอบถามเกี่ยวกับระดับการจัดการความรูตามหลักทฤษฎีของ ปเตอรเซงเก
โดยแบบสอบถามสวนน้ี มีลักษณะการวัดแบบ Likert Scale (สุวิมล ติรกานันท, 2543, น.105) กลาวคือ มี
การแบงลาํ ดบั ของคําตอบออกเปน 5 ระดับ ดงั นี้
5 หมายถึง เหน็ ดวยอยางยิง่
4 หมายถงึ เห็นดว ย
3 หมายถงึ เฉย ๆ
2 หมายถึง ไมเ ห็นดว ย
1 หมายถึง ไมเห็นดว ยอยางยงิ่
สวนที่ 3 เปนแบบสอบถามเกี่ยวกับแนวคิดการจัดการความรูของ ปเตอรเซงเก กับ
ประสทิ ธิภาพการทํางานของพนักงาน ในโรงงานอุตสาหกรรมนคิ มอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร
วิธเิ ก็บรวบรวมขอมลู
งานวิจัยคร้ังน้ีมีการเก็บรวบรวมแบบสอบถามจํานวน 400 ตัวอยาง และ เก็บรวบรวมได
นับตั้งแตเ ร่ิมดําเนนิ การสํารวจ โดยมขี น้ั ตอนในการเก็บตวั อยา งดังนี้
1. เริ่มจากการแจกแบบสอบถามไปสอบถามใหแก พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมธุรกิจ SMEs
นิคมอตุ สาหกรรม จังหวัดสมทุ รสาคร
2. เมื่อไดแบบสอบถามกลับมาแลว จึงทําการตรวจสอบความสมบูรณของแบบสอบถามที่ได
กลบั มา เพอ่ื ใหไดแ บบสอบถามทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพสูงสุด
3. จัดหมวดหมูของขอมูลในแบบสอบถามเพื่อนําขอมูลไปวิเคราะหทางสถิติ
สถติ ิท่ีใชในการวิจยั
การวิจัยในคร้ังนี้ใชสถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistics analysis) และสถิติเชิงอนุมาน
(inferential statistics analysis) โดยใชส ถติ ิวิเคราะหขอมลู ตามวตั ถปุ ระสงคด ังน้ี
1. วิเคราะหคุณลักษณะของปจจัยสวนบุคคล ระดับการจัดการความรู และประสิทธิภาพของ
พนักงาน โดยใชสถิติ สถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistic) ประกอบดวยการแจกแจงความถ่ี
(frequency) และหาคา สถติ ริ อ ยละ (percentage) คา สว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
2. วิเคราะหความแตกตางของปจจัยสวนบุคคล เชน เพศ รายได ตําแหนงงาน กับประสิทธิภาพ
ของพนักงาน ในนิคมอตุ สาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร โดยใชสถิติใชสถติ ิ t-test และวิเคราะหความแปรปรวน
ทางเดียว one-way ANOVA
3. วิเคราะหการจัดการความรูท่ีมีอิทธิพลตอประสิทธิภาพของพนักงาน ในนิคมอุตสาหกรรม
จังหวัดสมทุ รสาคร โดยใชส ถติ ิวิเคราะหก ารถดถอยเชงิ ซอ น Multiple Regression
ผลการวิจยั
1) ขอมูลท่ัวไปผลสํารวจคุณลักษณะของปจจัยสวนบุคคล (ประชากรศาสตร) ประชาการจํานวน
400 คน ที่ทํางานในโรงงานอุตสาหกรรมนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร แบงเปนแบงเปน เพศชาย
จํานวน 229 คน คิดเปนรอยละ 57.3 เพศหญิง จํานวน 171 คน คิดเปนรอยละ 42.8 อายุของกลุมตัวอยาง
เปนชวงอายุ 21-30 ป จํานวน 159 คน คิดเปนรอยละ 39.8 ชวงอายุ 31-40 ป จํานวน 193 คน คิดเปนรอย
ละ 48.3 ชวงอายุ 41-50 ป จํานวน 48 คน คิดเปนรอยละ 12.0 มีระดับการศึกษา มัธยมศึกษา/ปวช จํานวน
205 คน คิดเปนรอยละ 51.2 โดยมีประสบการณในการทํางาน แบงเปน ประสบการณ 2-5 ป มากที่สุด เปน
จํานวน 200 คน คิดเปนรอยละ 50.0 รายไดระหวาง 10,001-20,000 บาท เปนจํานวน 125 คน คิดเปนรอย
ละ 31.3 ตําแหนง งาน เปน ระดบั เจาหนาท่ี เปน จาํ นวน 281 คน คดิ เปนรอยละ 70.3
จากการวเิ คราะหความแตกตางปจจัยสวนบุคคล พบวา อายุ ประสบการณ รายได และระดับ
การศึกษา ท่ีแตกตางกันนั้นสงผลตอ ประสิทธิภาพการปฎิบัติงาน ของพนักงาน ในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม
184
การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
จังหวัดสมุทรสาคร เห็นไดชัดวาหากมีการจัดการความรูอยางมีระเบียบแบบแผน มีการจัดเก็บขอมูลคนหา
และเร่ิมตนไดงายจะทําให พนักงานทุกคนก็สามารถมีประสิทธิภาพในการทํางานไดเทาเทียมกัน ไมเกิดความ
เล่ือมลา้ํ ของประสบการณ และอายงุ าน
2) ผลการวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับระดับความคิดเห็นในดานการจัดการความรูของพนักงาน โดย
แบงเปน 5 ดาน ตามแนวคิดของ Peter Senge การวิเคราะหระดับความคิดเห็นของพนักงานดานความรอบรู
แหงตน (Personal Mastery) พบวาพนักงานยังไมคอยใหความสําคัญกบั การแสวงหาความรู และยังไมคอยใส
ใจกับกระบวนการการจัดการความรูเทาที่ควร เหมือนทํางานใหผานไปวัน ๆ โดยไมมีการจดบันทึก หรือเก็บ
ขอมูลไวใชในคร้ังถัดไป การวิเคราะหระดับความคิดเห็นของพนักงาน ดานการมีแบบแผนความคิด (Mental
Model) พบวา โรงงานใหค วามสําคญั นอยไป ไมต ั้งใจทจี่ ะมีการทํางานแบบมีระเบียบแบบแผน ทาํ ใหพนักงาน
ขาดขอมูลที่ถูกตองในการทํางาน ซึ่งจะสงผลตอการแสวงหาขอมูลของพนักงานลาชา ทําใหเกิดความลาชาตอ
การทํางาน และคณุ ภาพของสินคา ได
การวิเคราะหระดับความคิดเห็นของพนักงานดานการมีวิสัยทัศนรวม (Shared Vision) พบวา
ท้ังตวั โรงงานเองและพนกั งาน มีความเขา ใจตอการทํางานไดดี มที ศั นคติรว มกันท่ีดีตอ การทาํ งาน เหน็ ถึงระดับ
ความคิดเห็นที่พนักงานมีตอโรงงานนั้นดีพอสมควร หากโรงงานใสใจการวางแผนความรู รูปแบบกระบวนการ
จัดการทางความคิดของพนักงาน จะทําใหพนักงานเหลาน้ีเพ่ิมความสามารถในการทํางานไดมากยิ่งขึ้น
เนื่องจากการวิเคราะหแลวพนักงานคอนขางจะมีความ Engagement ตอโรงงานอยูพอสมควร การวิเคราะห
ระดบั ความคดิ เหน็ ของพนักงาน ดา นการเรยี นรทู ํางานเปนทีม (Team Learning) พบวา ความสําคญั ท่โี รงงาน
ใหกับพนักงานยังไมมากพอ ควรสงเสริมการทํางานรวมกันเปนทีม หรือใหเขาไดพบปะสังสรรคกันระหวาง
แผนก เพ่ือสรางความคุนเคยและใหเขาไดรวมปฎิบัติงานกันอยางเขาใจไดทุกแผนก การวิเคราะหระดับความ
คิดเห็นของพนักงาน ดานการคิดเชิงระบบ (System Thinking) พบวาโรงงานยังคงใหความรู การดําเนินงาน
และแผนงานยังไมตรงรูปแบบ อาจยังขาดความสมํ่าเสมอในการใหขอมูลตอพนักงาน ควรมีการจัดอบรมหรือ
วางแผนงานรวมกันเพื่อใหพนักงานไดฝกคิด การจัดการงานใหอยางมีระบบเพื่อคุณภาพของสินคา และความ
รวดเรว็ ในการผลิตตอไป
ตอนท่ี 1 ผลการวิเคราะหขอมูลเก่ียวกับระดับความคิดเห็นในดานการจัดการความรูตามแนวคิด
ของ Peter Senge ทมี่ ีอิทธพิ ลตอ ปจ จยั ของพนกั งานในโรงงาน นคิ มอตุ สาหกรรม จงั หวัดสมทุ รสาคร
ตารางที่ 1.1 คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นของพนักงานในโร งงาน นิค ม
อุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร ดานความรอบรูแหงตน (Personal Mastery)
ดานความรอบรแู หง ตน (Personal Mastery) ( ) S.D. ระดบั ความคิดเหน็
1. ในโรงงานอุตสาหกรรมของทานมีการสนับสนุนสงเสริม หรือจัดหา 2.70 .718 ปานกลาง
ผูเชี่ยวชาญท้ังภายในและภายนอกใหความรูท่ีเปนประโยชนตอการปฏิบัติงาน
และพฒั นางาน
2. ทานไดศึกษากฎ ระเบียบ ขอบังคับ คูมือการปฏิบัติงาน ตลอดจนศึกษา 2.72 .662 ปานกลาง
กระบวนการปฏิบตั ิงานเชงิ สรางสรรค เพือ่ นาํ มาประยุกตใชในการปฏิบตั ิงานให
สาํ เรจ็
3. ทานไดแสวงหาความรูจากผูรู เชน ผูเช่ียวชาญ หัวหนางาน หรือบุคคลอื่น ๆ 2.90 .779 ปานกลาง
ท้ังจากหนวยงานภายนอก ตลอดจนการปรับปรุงการปฏิบัติงานใหมี
ประสทิ ธิภาพ
4. ทานไดทําการกําจัดความรูที่ไมจําเปนและนําความรูใหม ๆ มาปรับปรุงการ 2.92 .782 ปานกลาง
ปฏิบตั ิงานใหทันตอสถานการณปจ จุบัน
5. ทานไดจดบันทึกผลงานที่ผิดพลาดไวเพ่ือนํามาใชในการปรับปรุงแกไขครั้ง 2.84 .719 ปานกลาง
ตอไป
185
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ตารางที่ 1.2 คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นของพนักงานในโรงงานนิคม
อตุ สาหกรรม จงั หวดั สมทุ รสาคร ดา นการมีแบบแผนความคดิ (Mental Model)
ดานการมีแบบแผนความคิด(Mental Model) ( ) S.D. ระดับความคดิ เหน็
6. ในโรงงานอุตสาหกรรมของทานมีการรวบรวมขอมูล ความรู และสราง 2.49 .832 นอย
ระบบฐานขอ มลู ที่สามารถคนหา นําไปใชป ระโยชนไดส ะดวก รวดเรว็ และถกู ตอ ง 2.47 .846 นอย
7. ในโรงงานอุตสาหกรรมของทานมีการรวบรวมผลการเรียนรูจาก
ประสบการณของบุคลากรดานตาง ๆ ไวอยางเปนระบบเพื่อใหบุคคลอ่ืน
สามารถนําไปเรียนรไู ด
8. ทานสามารถหาขอมูลและความรูตาง ๆ ไดจากฐานความรูที่หนวยงาน 2.46 .857 นอย
ของทานจัดทาํ ข้ึน 2.96 .196 ปานกลาง
9. ในโรงงานอุตสาหกรรมของทานมีการปรับปรุงขอมูลและแนวทาง
ปฎบิ ตั งิ านใหท ันสมัยอยูเสมอ
ตารางที่ 1.3 คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นของพนักงานในโรงงานนิคม
อุตสาหกรรม จงั หวดั สมทุ รสาคร ดา นการมวี สิ ัยทัศนรวม (Shared Vision)
ดานการมีวิสยั ทัศนรวม (Shared Vision) ( ) S.D. ระดับความคดิ เหน็
10. ในโรงงานอุตสาหกรรมของทานมีการกําหนดวิสัยทัศน / พันธกิจ / 3.26 .450 ปานกลาง
เปา หมาย ไวอยางชดั เจน
11. ในโรงงานอุตสาหกรรมของทา นใหความสาํ คญั กบั ความรทู ี่จาํ เปนตอการ 3.26 .450 ปานกลาง
ปฏบิ ัติงานของบุคลากร
12. ทานมีความปรารถนาดี ตอโรงงานชวยกันสรางภาพอนาคตของ 3.17 .498 ปานกลาง
หนว ยงานทที่ กุ คน ทุมเทผนึกแรงกายแรงใจกระทาํ ใหเ กดิ ข้ึน
ตารางที่ 1.4 คาเฉล่ีย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นของพนักงานในโรงงานนิคม
อุตสาหกรรม จังหวดั สมุทรสาคร ดานการเรยี นรทู าํ งานเปน ทีม (Team Learning)
ดานการเรยี นรทู ํางานเปนทมี (Team Learning) ( ) S.D. ระดบั ความคิดเหน็
13. โรงงานแหงน้ีมีการนําความรูท่ีไดรับจากบุคลากรมาใชประโยชนในการ 2.89 .393 ปานกลาง
ตัดสนิ ใจเพอื่ แกไ ขปญ หาและปรับปรุงการปฏบิ ัตงิ าน
14. โรงงานแหงนี้มีการสงเสริมใหมีการเรียนรูรวมกันเปนทีมในการ 3.17 .498 ปานกลาง
ปฏบิ ตั งิ าน
15. โรงงานแหงน้ีทําใหทานสามารถนําความรูที่ไดรับการแลกเปล่ียนความรู 2.65 .478 ปานกลาง
มาใชในการปรับปรงุ การปฏบิ ตั ิงานใหดขี ึ้น
ตารางที่ 1.5 คาเฉล่ีย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นของพนักงานในโรงงานนิคม
อตุ สาหกรรม จงั หวัดสมุทรสาคร ดา นการคิดเชิงระบบ (System Thinking)
ดานการคดิ เชงิ ระบบ (System Thinking) ( ) S.D. ระดบั ความคิดเห็น
16. โรงงานแหงน้ีทําใหทานสามารถอธิบาย และเขาใจกระบวนการทํางาน 2.86 .704 ปานกลาง
ของโรงงานอุตสาหกรรมของทานไดเปนอยา งดี
17. ทานสามารถวางแผนงานและดําเนินการจัดทําแผนงานเปนลายลักษณ 3.17 .708 ปานกลาง
อักษรเพอ่ื ใชส ําหรับพนกั งานทา นอื่นได
18. ทานสามารถทราบถึงปญหาและบอกวิธีการแกไขปญหา ใหกับเพื่อน 3.22 .411 ปานกลาง
รว มงานไดเ ปนอยางดี
186
การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ตารางท่ี 1.6 คาเฉล่ีย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นของพนักงานในโรงงานนิคม
อตุ สาหกรรม จงั หวดั สมุทรสาคร ดา นประสิทธภิ าพการปฎิบัติงานของพนักงาน
ดา นประสทิ ธภิ าพการปฏิบตั ิงานของพนักงาน ( ) S.D. ระดบั ความคิดเห็น
19. ตน ทนุ ของการดาํ เนินงาน (The Cost of Operation) 3.22 .411 ปานกลาง
20. คณุ ภาพของการปฏิบัตงิ าน (The Quality of work) 2.06 .707 นอย
21. เวลาของการปฏบิ ตั งิ าน (The Time of work) 3.22 .411 ปานกลาง
ตอนท่ี 2 ผลการวิเคราะหการศึกษาความแตกตางของปจจัยสวนบุคคล เชน เพศ อายุ ประสบการณ รายได
ระดับการศึกษา ตําแหนง สงผลตอปจจัยการปฎิบัติงาน ของพนักงาน ในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม จังหวัด
สมทุ รสาคร
ตารางท่ี 2.1 ผลการวิเคราะหความแตกตางของปจจัยสวนบุคคลดานเพศ สงผลตอประสิทธิภาพการ
ปฎบิ ตั ิงาน ของพนกั งานในโรงงานนคิ มอุตสาหกรรม จังหวดั สมทุ รสาคร
ประสทิ ธภิ าพการปฎิบตั ิงาน
เพศ N ( ) S.D. t Sig.
ชาย 229 2.84 .375 0.577 0.564
หญงิ 171 2.82 .345
*นัยสาํ คัญทางสถติ ิท่ีระดบั 0.05
จากตารางท่ี 2.1 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ปจจัยสวนบุคคลดานเพศที่แตกตางกันไม
สง ผลตอ ประสิทธภิ าพการปฎิบตั งิ านของพนกั งาน ไมแ ตกตางกัน โรงงานนคิ มอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร
มคี า Sig เทากบั 0.564 อยา งมนี ัยสาํ คัญทางสถติ ิทรี่ ะดบั 0.05 จงึ ไมยอมรบั สมตฐิ าน H1a
ตารางที่ 2.2 ผลการวิเคราะหความแตกตางของปจจัยสวนบุคคลดานอายุ สงผลตอประสิทธิภาพการ
ปฎบิ ัตงิ านของพนกั งานในโรงงานนคิ มอุตสาหกรรม จงั หวัดสมทุ รสาคร
ประสิทธิภาพการปฎบิ ัติงาน
อายุ N ( ) S.D. F Sig.
20-30ป 159 2.6897 .24339 35.017 0.000*
31-40ป 193 2.9758 .41457
41-50 ป 48 2.7153 .21733
*นยั สําคญั ทางสถติ ิทรี่ ะดบั 0.05
จากตารางที่ 2.2 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ปจจัยสวนบุคคลดานอายุท่ีแตกตางกัน สงผล
ตอประสิทธิภาพการปฎิบัติงานของพนักงาน ในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาครแตกตางกันมีคา
Sig เทากับ 0.000 มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จึงยอมรับสมติฐาน H1b ปจจัยดานอายุมีผลตอ
ประสิทธิภาพ เพราะความคิดการเรียนรูและพัฒนา ของแตละบุคคลแตกตางกัน คนที่มีอายุนอยกวา อาจะมี
กระบวนการจัดการท่ีดกี วา เรยี นรูไ ดเ ร็วกวา สามารถพฒั นาการใชเคร่ืองมอื ไดม ากกวา คนทีม่ ีอายมุ ากขน้ึ
187
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
ตารางที่ 2.3 ผลการวิเคราะหความแตกตางของปจจัยสวนบุคคลดานประสบการณสงผลตอ
ประสทิ ธภิ าพการปฎบิ ตั งิ าน ของพนกั งานในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม จงั หวัดสมทุ รสาคร
ประสทิ ธิภาพการปฎบิ ตั งิ าน
ประสบการณ N ( ) S.D. F Sig.
นอ ยกวา 2 ป 29 2.6782 .20860 4.195 0.006*
2-5 ป 200 2.8733 .39477
6-10 ป 142 2.8310 .35005
มากกวา 10 ป 29 2.6897 .21696
*นัยสําคัญทางสถติ ิทร่ี ะดับ 0.05
จากตารางที่ 2.3 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ปจจัยสวนบุคคลดานประสบการณท่ีแตกตาง
กัน สง ผลตอ ประสทิ ธภิ าพการปฎิบตั ิงานของพนกั งาน ในโรงงานนิคมอตุ สาหกรรม จังหวัดสมทุ รสาครแตกตาง
กนั มคี า Sig เทากบั 0.006 มีนัยสาํ คัญทางสถติ ิท่ีระดบั 0.05 จงึ ยอมรบั H1c ซง่ึ ประสบการณ คนท่ีอยมู านาน
จะสั่งสมความชํานาญ ความรูเฉพาะบุคคล จึงทําใหการแกปญหา หรือความรวดเร็วเกิดขึ้นไดกวาคนท่ีมี
ประสบการณนอ ย
ตารางท่ี 2.4 ผลการวิเคราะหความแตกตางของปจจัยสวนบุคคลดานรายไดสงผลตอประสิทธิภาพ
การปฎบิ ตั ิงาน ของพนักงานในโรงงานนคิ มอุตสาหกรรม จงั หวัดสมุทรสาคร
ประสิทธิภาพการปฎิบัติงาน
รายได N ( ) S.D. F Sig.
ตาํ่ กวา 10,000 บาท 17 2.7451 .22140 4.832 0.003*
10,000 – 20,000 บาท 125 2.9067 .38474
20,001 – 30,000 บาท 183 2.7650 .32599
30,001 – 40,000 บาท 75 2.8844 .40453
*นัยสาํ คัญทางสถิตทิ ร่ี ะดับ 0.05
จากตารางท่ี 2.4 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ปจจัยสวนบุคคลดานรายไดท่ีแตกตางกัน
สงผลตอประสิทธิภาพการปฎิบัติงานของพนักงาน ในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาครแตกตางกัน
มีคา Sig เทากับ 0.003 มีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 จึงยอมรับ H1d รายไดถือเปนสวนหนึ่งที่สามารถ
ปรับทัศนคติและขวัญกาํ ลังใจในการทํางานไดย ่ิงขึ้น เหตุน้ีจึงทําใหผ ูม ีอัตราจางมากกวา แสดงออกตอการเพ่มิ
ประสิทธภิ าพ และยอมรบั ไดดีกวา
ตารางท่ี 2.5 ผลการวิเคราะหความแตกตางของปจจัยสวนบุคคลดานระดับการศึกษาสงผลตอ
ประสทิ ธภิ าพการปฎบิ ตั ิงาน ของพนกั งานในโรงงานนคิ มอตุ สาหกรรม จงั หวัดสมุทรสาคร
ประสิทธิภาพการปฎิบตั งิ าน
ระดับการศกึ ษา N ( ) S.D. F Sig.
ต่ํากวา 10,000 บาท 17 2.7451 .22140 4.644 0.010*
มัธยมศึกษา/ปวช. 205 2.8699 .37252
อนปุ ริญญา/ปวส. 127 2.7507 .29388
ปริญญาตรหี รือเทยี บเทา 68 2.8627 .42413
*นยั สาํ คัญทางสถิติที่ระดบั 0.05
188
การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
จากตารางท่ี 2.5 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ปจจัยสวนบุคคลดานระดับการศึกษาที่
แตกตางกนั สง ผลตอประสิทธภิ าพการปฎบิ ตั ิงานของพนกั งาน ในโรงงานนคิ มอุตสาหกรรม จังหวัดสมทุ รสาคร
แตกตางกัน มีคา Sig เทากับ 0.010 มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จึงยอมรับ H1e การศึกษามีผลตอระดับ
การจัดการความคิด ท้ังน้ีแลว องคการจะตองปรับและคัดสรรบุคลากร ในการท่ีมีสวนเขาทํางานใหเหมาะสม
ตรงจุด ท่ีจะพัฒนาความรูนั้น ไดอยางถูกตอง ไมวาจะเปนการอาน การเขียน การรวบรวมขอมูล และการใช
คอมพวิ เตอร
ตารางที่ 2.6 ผลการวิเคราะหความแตกตางของปจจัยสวนบุคคลดานตําแหนงงาน สงผลตอ
ประสทิ ธิภาพการปฎบิ ัติงาน ของพนกั งานในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร
ประสิทธภิ าพการปฎบิ ัติงาน
ตําแหนงงาน N ( ) S.D. t Sig.
เจาหนา ทีป่ ฎบิ ตั งิ าน 281 2.8138 .36148 -1.449 0.148
ระดับหัวหนา งาน 119 2.8711 .36336
*นยั สาํ คัญทางสถติ ิที่ระดบั 0.05
จากตารางที่ 2.6 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ปจจัยสวนบุคคลดานตําแหนงงาน ไมแตกตางกัน
สงผลตอประสิทธิภาพการปฎิบัติงานของพนักงาน ในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร มีคา Sig
เทากบั 0.148 ไมมีนยั สาํ คญั ทางสถติ ิท่ีระดับ 0.05 จึงไมยอมรับ H1f
ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะหการจัดการความรูท่มี ีอิทธพิ ลตอประสิทธิภาพของพนกั งาน ในนิคมอุตสาหกรรม
จังหวดั สมุทรสาคร
ตารางท่ี 3.1 ผลการวิเคราะหการจัดการความรูที่มีอิทธิพลตอประสิทธิภาพของพนักงาน ในนิคมอุตสาหกรรม
จงั หวัดสมทุ รสาคร
Collinearity ผลการทดสอบ
การจดั การความรูต ามแนวคดิ β t Sig สมติฐาน
ของ Peter Senge
Tolerance VIF
ความรอบรแู หง ตน 0.020 0.506 0.613 .972 1.029 ไมย อมรบั
(Personal Mastery)
การมแี บบแผนความคิด 0.019 0.479 0.632 .979 1.022 ไมย อมรับ
(Mental Model)
การมีวสิ ัยทศั นรว ม 0.070 1.057 0.291 .357 2.805 ไมย อมรบั
(Shared Vision)
การเรียนรทู าํ งานเปน ทมี -.001 -.019 0.985 .457 2.186 ไมยอมรบั
(Team Learning)
การคดิ เชงิ ระบบ 0.567 9.58** 0.000 .446 2.243 ยอมรบั
(System Thinking)
*มนี ยั สําคญั ทางสถิติท่ีระดับ 0.05
R2= 0.38, Dubin-Watson = 1.59, R = 0.62, F-Value = 49.68, N = 400, P-Value ≤ 0.05
189
การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
จากตารางท่ี 3.1 ผลการทดสอบสมมติฐานพบวา แนวคิดการจัดการความรูของ Peter Senge
สงผลตอประสิทธิภาพในการปฎิบัติงานของพนักงานในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร โดยดาน
ที่สงผลสงู สุด คือ การคิดเชิงระบบ (System Thinking) (β=0.567) หรือตัวแปรตนมีความสมั พนั ธกันในระดบั
ทย่ี อมรบั ได สง ผลตอประสทิ ธิภาพการปฎิบตั ิงาน ของพนักงาน อยางมนี ัยสําคัญทางสถิตทิ ีร่ ะดบั 0.05
อภปิ รายผล
จากผลศึกษาการจัดการความรูท่ีมีอิทธิพลตอประสิทธิภาพการทํางานของพนักงานในโรงงาน
อุตสาหกรรม กรณีศึกษาธุรกิจ SMEs ในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร พบวาพนักงานสวนใหญเปนเพศเพศ
ชาย มีอายุระหวาง 31- 40 ป ระดับการศึกษาสวนใหญเปนระดับมัธยมศึกษา/ปวช มีประสบการณในการ
ทํางาน 2-5ป และมีรายไดระหวาง 20,001 – 30,000 บาท อยูในระดับตําแหนงงานคือเจาหนาที่ปฎิบัติงาน
จากผลการวิเคราะหระดับความคิดเห็นของพนักงานตอการจัดการความรูของโรงงานตามแนวความคิดของ ป
เตอรเซงเก โดยแบงเปน 5 ดาน ดังน้ี
1. ดานความรอบรูแหงตน (Personal Mastery) โรงงานยังขาดการฝกฝนอบรมพนักงานและ
การพัมนาตนเองของพนักงาน ขาดการเรียนรูอยูเสมอ ควรจะสนับสนุนใหเกิดการขยายขีดความสามารถเพ่ิม
ความเชี่ยวชาญมากข้ึน ความรอบรูเปนผลรวมของทักษะและความสามารถ จะแปรสภาพท่ีเปนอยูตามความ
เปนจรงิ เห็นวาอะไรมีความสาํ คญั ตอ เราตอองคก รได
2. ดานการมีแบบแผนความคิด(Mental Model) จากการศึกษาดังกลาวพนักงานในโรงงานยังขาด
การจัดระบบการจัดการความรู ไดรับการจัดการที่ยังไมถูกตอง จึงสงผลตอประสิทธิภาพในการทํางาน ตามท่ี
เซงเก เชื่อวาความคิดความเช่ือแบบแผนทําใหความคิดความอานของแตละคนมีขอบกพรอง ดังนั้นตองอาศัย
วินยั จากการ คิดอยา งเปนระบบ เขา ไปรว มทํางานดว ยซ่งึ จะมพี ลงั เกดิ ผลดีสูงสุด
3. ดานการมีวิสัยทัศนรวม (Shared Vision) โรงงานมีสวนสําคัญท่ีจะเผยแพรวิสันทัศน พันธกิจให
พนักงานเดินหนาและทําความเขาในกับโรงงานไปพรอมกัน จําเปนตอภาวะผูนําทุกคน ซ่ึงจะเปนพลัง
ขับเคลื่อนในภารกิจงานทุกอยางขององคการใหมุงสูเปาหมายเดียวกันได เซงเก จึงเห็นวา การสรางวิสัยทัศน
รวมน้ีเปนการช้ีนําองคการวาองคการคิดอยางไร มีเปาหมาย พันธกิจ และยึดถือคุณคาใด วิสัยทัศนท่ีดีตอง
สอดคลอ งกับคุณคา หรอื คานิยมทผี่ ูคนยึดถือได
4. ดานการเรียนรูทํางานเปนทีม (Team Learning) เซงเก เห็นวา ระดับความสามารถของทีม
จะตองอยูเหนือกวาระดับความสามารถของรายบุคคลในทีม ทีมสามารถพัฒนาขีดความสามารถประสาน
สัมพันธกันไดเปนอยางดี การเรียนรูเปนทีมมี 3 ลักษณะสําคัญ สมาชิกทีมตองมี ความสามารถในการคิด ตี
โจทย แกปญหา หรือสามารถพิจารณาใหได หลายหัวรวมกันคิด ยอมดีกวาการใหบุคคลคนเดียวคิด ภายใน
ทีมตองมีการทํางานท่ีประสานกันเปนอยางดี คิดในส่ิงท่ีใหมและแตกตาง มีความไววางใจตอกัน บทบาทของ
สมาชิกทีมหนึ่งที่มีตอทีมอื่น ๆ ขณะที่ทีมหน่ึงสมาชิกเรียนรูอยางตอเน่ืองการประพฤติปฏิบัติของทีมนั้นยัง
สงผลตอทีมอ่นื ๆ ดว ยซงึ่ จะชวยการสรางองคการแหงการเรยี นรใู หม พี ลงั มากข้นึ
5. ดานการคิดเชิงระบบ (System Thinking) เซงเก มองวาเปนวินัยที่มีความสําคัญมากที่สุดท่ีใน
ความเปน จริง ผคู น บคุ ลากร ผบู รหิ ารหลายคนไมส ามารถฝก ฝนตนเองใหมีความสามารถคิดไดอยา งเปนระบบ
อยางทันเหตุการณ หรือคิดไดลวงหนา ผลก็คือทําใหเกดิ ปญหาในการปฏิบัติงานในการบริหารจัดการ ลักษณะ
ของการคดิ อยา งเปน ระบบทีด่ ี
190
การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ขอเสนอแนะทไ่ี ดจากการนาํ ผลการวจิ ยั ไปใช
ขอเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาระบบการจัดการความรูในโรงงานอุตสาหกรรม นิคม
อตุ สาหกรรมจงั หวัดสมุทรสาคร แบง ออกไดเ ปนประเดน็ ดงั นี้
1. จัดใหผูท่ีมีสวนเกี่ยวของ ในทุกสวนงาน ไดมีความรูความเขาใจตรงกัน เชน การจัดอบรม
การเทรนนิ่งงานกอนเริ่มการปฎบิ ตั งิ าน
2. จัดใหมีการพัฒนาความรู ความสามารถในแผนกตาง ๆ ทุก 3 หรือ 6 เดือนเพื่อเปนแรง
กระตุน สรา งความจาํ ท่ีดีตอ การปฎบิ ตั ิงาน
3. จัดกิจกรรมที่เกี่ยวของกับตัวชี้วัดท่ีเปนภาพรวมของโรงงาน หรือของแตละหนวยงานใน
โรงงานนั้น ๆ
4. สรางแรงจูงใจในการเขียนงานวิชาการออกมาเพื่อใหเปนการเก็บขอมูลของแตละแผนก
แตละหนว ยงานได
5. ควรจัดทําฐานขอมูลในดานพัฒนางาน และมีการประชาสัมพันธใหพนักงานในโรงงาน
ทราบกันอยา งท่ัวถึง
ขอเสนอแนะเพื่อวิจัยคร้ังตอไป ทางโรงงานอุตสาหกรรมควรจัดใหมีการทําวิจัย การศึกษาการ
จัดการความรูในโรงงาน โดยใหพนักงานระดับหัวหนางาน เปนผูรวบรวมขอมูล การศึกษาในคร้ังนี้ เพื่อ
ประโยชนใ นการพฒั นาตนเอง และการจัดการความรูอยางเปนระบบขององคก ารน้ัน ๆ ตอ ไป
เอกสารอางอิง
ปณิตตรา นราภิรมยขวัญ และศิวะนันท ศิวพิทักษ. (2559). การจัดการความรูของมหาวิทยาลัยในกํากับรัฐ
และมหาวทิ ยาลัยเอกชน. SUTHIPARITHAT, 30(95), 186-200.
สมยศ แยมเผื่อน. (2551). ปจจัยท่ีมีผลตอประสิทธิภาพในการทํางํานของพนักงาน ปฏิบัติการ บริษัท
เอเชยี มารนี เซอรว ิส จาํ กัด (มหาชน). สารนิพนธ บรหิ ารธุรกจิ มหาบณั ฑติ (สาขาการจัดการ) บณั ฑิต
วทิ ยาลยั , มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ.
Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization.
London: Century Press.
191
การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ปจจยั ทมี่ ผี ลตอการรับรกู ารลดขยะบรรจุภัณฑอ าหารเดลเิ วอรี่
ในแนวทางการจัดการหว งโซอปุ ทานสเี ขียว
จักรพงศ ชาตสิ ิทธพิ ัฒน01
นกั ศกึ ษาปริญญาโทหลักสตู รบรหิ ารธุรกิจมหาบัณฑติ คณะบรหิ ารธรุ กจิ
มหาวิทยาลยั รามคําแหง
ปย ะฉัตร จารธุ รี ศานต
อาจารยประจาํ สาขาวิชาการจดั การโลจสิ ตกิ สแ ละโซอ ุปทาน คณะบริหารธรุ กิจ
มหาวิทยาลัยรามคาํ แหง
บทคัดยอ
การศึกษาวิจัยน้ีมีวัตถุประสงค 1) ศึกษาการรับรูเก่ียวกับการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ใน
แนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว 2) ศึกษาปจจัยที่มีผลตอการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี
ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว เปนการวิจัยเชิงปริมาณ เปนการเก็บรวบรวมขอมูล โดยใช
แบบสอบถาม กลุมตัวอยางท่ีใชในการวิจัย จํานวน 405 คน สถิติท่ีใชในการวิจัย ไดแก คาความถี่ คารอยละ
คาเฉลย่ี และสว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบคาเฉล่ยี สองกลมุ ตัวอยางแบบอสิ ระตอกัน การวเิ คราะหความ
แปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะหสมการถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการวิจัยเรื่อง ปจจัยที่มีผลตอการรับรูการ
ลดขยะบรรจภุ ัณฑอาหารเดลเิ วอรี่ ในแนวทางการจัดการหวงโซอ ุปทานสีเขยี ว พบวา ผูบริโภคอาหารเดลิเวอรี่
ท่ีมีเพศ อายุ ระดับการศึกษา รายไดตอเดือน ที่แตกตางกัน มีการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี
ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว ไมแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 นอกจากนี้
ปจจัยของผูบริโภคในการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ดานการตัดสินใจของผูบริโภค และดานบรรจุ
ภัณฑเพ่ือส่ิงแวดลอม มีผลตอการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหว งโซ
อุปทานสีเขียวอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 จากการศึกษาผูวิจัยมีขอเสนอแนะใหหนวยงานและผูท่ีมี
สวนเก่ียวของกับบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ควรมีการคํานึงถึงวัสดุท่ีใชในการผลิต ประสิทธิภาพการใชงาน
ราคาท่ีเหมาะสมกับคุณภาพ ความนาสนใจเปนที่สะดุดตา และรวมกันกําหนดแนวทางในการลดปริมาณขยะบรรจุ
ภัณฑ
คาํ สําคญั : บรรจภุ ัณฑ อาหารเดลเิ วอรี่ หวงโซอ ุปทานสเี ขียว
1 นักศกึ ษาปริญญาโทหลักสูตรบริหารธรุ กจิ มหาบัณฑิต คณะบรหิ ารธรุ กิจ มหาวิทยาลยั รามคาํ แหง แขวงหวั หมาก
เขตบางกะป กรุงเทพมหานคร 10240 หมายเลขตดิ ตอ : 092-345-1292 อีเมล: [email protected]
192
การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
FACTORS AFFECTING THE PERCEPTION OF FOOD DELIVERY PACKAGING
WASTE REDUCTION ACCORDING TO THE GREEN SUPPLY CHAIN
MANAGEMENT APPROACH
Chakrapong Chartsittipat1
Graduate Student, Master of Business Administration, Faculty of Business Administration
Ramkhamhaeng University
Piyachat Jarutirasarn
Lecturer at Department of Logistics and Supply Chain Management, Faculty of Business Administration
Ramkhamhaeng University
Abstract
The objectives of this research were to study the perception of food delivery
packaging waste reduction in the approach to green supply chain management and to study
the factors affecting the perception of food delivery packaging waste reduction according to
the green supply chain management approach. The research was quantitatively conducted
on a sample of 405 consumers of food delivery services. The instruments for data collection
were questionnaires. The statistics used in the research were frequency, percentage, mean,
standard deviation, independent sample T-Test, One-Way ANOVA, and Multiple Linear
Regression. The results found that differences in the personal factors of gender, age, education
level, and monthly income, among the consumers sampled, did not influence their perception
of reducing waste reduction according to green supply chain management approach with no
statistically significant difference at the 0.05 level. In contrast, the factors of consumers’
interest in reducing food delivery packaging waste, consumer decision-making, and awareness
of the environmental burden of food delivery packaging waste affects the perception of
reducing waste reduction according to the green supply chain management approach that is
statistically significant at the 0.05 level. From this study, we have suggestions for agencies and
people involved in food delivery packaging. First, these stakeholders should choose quality
materials that are suitable for production and performance as food containers while being
reasonable priced and visually pleasing to consumers. Second, they should jointly formulate
guidelines for reducing the amount of packaging waste.
Keywords: Packaging, Food Delivery, Green Supply Chain
1 Corresponding Author: Graduate Student, Master of Business Administration, Faculty of Business Administration,
Ramkhamhaeng University. Contact Number: +6692-345-1292 Email: [email protected]
193
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
บทนํา
ปจจุบันธุรกจิ จัดสงอาหารออนไลนหรอื การส่ังอาหารออนไลนเปนหน่ึงในธุรกิจใหมภ ายใตเศรษฐกิจ
แพลตฟอรม (Platform Economy) ที่มาพรอมกับความกาวหนาของเทคโนโลยีดิจิทัล ธุรกิจน้ีมีอัตราการ
เติบโตสูงทั่วโลก ดวยจุดขายท่จี ูงใจผบู รโิ ภคผานการนําเสนอทางเลือกใหม ๆ ในการรบั ประทานอาหาร โดยใน
ป 2563 ประเทศไทยมีการจัดสงอาหารอยูที่จํานวน 66 – 68 ลานคร้ังหรือขยายตัวสูงถึงรอยละ 78.0 - 84.0
เมื่อเทียบกับปที่ผานมา ซ่ึงเปนอัตราการเติบโตอยางกาวกระโดด (ศูนยวิจัยกสิกรไทย, 2563) เม่ือผูบริโภคหัน
มาสั่งอาหารออนไลนแทนการออกไปรับประทานที่รา นอาหาร สิ่งที่ตามมา คือ ปริมาณขยะบรรจุภัณฑจํานวน
มหาศาล สวนใหญเปนบรรจภุ ัณฑพ ลาสติกแบบใชครั้งเดียว ซ่ึงมีเพียงผูบริโภคบางสวนที่ไดทาํ การคัดแยกขยะ
ที่ตนทางแตระบบการเก็บขยะแบบแยกประเภทยังไมดีเทาท่ีควร ทําใหขยะพลาสติกถูกทิ้งปะปนกับขยะมูล
ฝอยอื่น ๆ มากข้ึน โดยภาพรวมสถานการณของขยะพลาสติกในประเทศไทย ตั้งแตเดือนมกราคม – ธันวาคม
2563 มีปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นรอยละ 40 โดยเฉล่ีย ประมาณ 134 กรัม/คน/วัน และในสถานการณโค
วิด-19 ระลอกใหม ชวงเดือนเมษายน 2564 เพ่ิมข้ึนเปนรอยละ 45 เฉลี่ยประมาณ 139 กรัม/คน/วัน ซ่ึงคาด
วาอาจจะมากกวาเดิม เนื่องจากการเปล่ียนแปลงวิถีชีวิต รวมไปถึงความจําเปน ในการใชพลาสติก ดังนั้น
หลังจากสถานการณโควิด-19 จะตองมีการวางแผนเพิ่มเติมถึงแนวทางในการจัดการขยะพลาสติก (อรรถพล
เจริญชันษา, 2564)
ตั้งแตสถานการณโควิด-19 ในปท่ีผานมา รัฐบาลประกาศล็อกดาวน ทําใหคนตองทํางานท่ีบานเปน
หลัก โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เปนศูนยกลางของประเทศ มีขยะพลาสติกพุงสูงข้ึนตอเนื่องจากการที่
ผูบริโภคหันมาส่ังอาหารออนไลนมากข้ึน สงผลใหอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑเติบโตคูขนานกันมาอยางตอเน่ือง
โดยภาพรวมมูลคาการสงออกบรรจุภัณฑไทย จากสํานักเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในไตรมาส 2/2563 มีมูลคา
14,253 ลานบาท มีการปรับตัวลดลงเม่ือเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปท่ีผานมารอยละ 2.64 เนื่องจากปญหา
ของระบบขนสงและโลจิสติกส รวมถึงสถานการณการปดประเทศในชวงท่ีผานมา ทวายังมีโอกาสเติบโตหรือ
ปรับตัวเพ่ิมสูงข้ึน เพราะยังมีความตองการใชบรรจุภัณฑในอุตสาหกรรมอาหารจํานวนมากหาก
ภาคอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑปรับรูปแบบการพัฒนาบรรจุภัณฑใหมีความสอดคลองกับความตองการของ
ผูบ รโิ ภคก็จะชวยเพิ่มมลู คา ทางเศรษฐกิจไดมากยง่ิ ข้ึน (ณัฐพล รงั สติ พล, 2563)
ดังน้ันผูวิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาการรับรูเกี่ยวกับการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ในแนวทาง
การจัดการหวงโซอุปทานสีเขียวของผูบริโภค และปจจัยท่ีมีผลตอการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี
ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว เพื่อเปนแนวทางใหกับผูประกอบการในหวงโซอุปทาน
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ ไดนําขอมูลผลการวิจัยในครั้งนี้ไปใชในการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑเพื่อ
ตอบสนองความตองการของผูบริโภค ควบคูไปกับการสรางความรวมมือจากทุกภาคสวนเพื่อกําหนดแนว
ทางการลดขยะบรรจุภัณฑทั้งระบบ ซ่ึงจะชวยลดผลกระทบท่ีเกิดจากขยะบรรจุภัณฑและยังสงผลใหบรรจุ
ภัณฑท ่เี ปน มติ รตอสง่ิ แวดลอมมีโอกาสขยายตลาดไดม ากยงิ่ ข้นึ
วัตถปุ ระสงคของการวิจัย
1. ศึกษาการรับรูเกี่ยวกับการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหวงโซ
อุปทานสีเขียว
2. ศึกษาปจจัยท่ีมีผลตอการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหวง
โซอ ุปทานสเี ขียว
194
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
สมมตฐิ านการวจิ ัย
สมมติฐานการวิจัยท่ี 1 ผูบริโภคอาหารเดลิเวอรี่ที่มีปจจัยสวนบุคคลที่แตกตางกันจะมีการรับรูการ
ลดขยะบรรจุภัณฑอ าหารเดลเิ วอร่ี ในแนวทางการจัดการหว งโซอปุ ทานสีเขียวแตกตา งกนั
สมมตฐิ านการวิจัยที่ 2 ปจ จยั ของผูบ รโิ ภคในการลดขยะบรรจุภณั ฑอ าหารเดลเิ วอรี่ ไดแก ดา นทศั นคติ
ของผูบริโภค ดานการตัดสินใจของผูบริโภค ดานบรรจุภัณฑเพื่อส่ิงแวดลอม นาจะมีผลตอกับการรับรูการลด
ขยะบรรจุภณั ฑอาหารเดลเิ วอรี่ ในแนวทางการจดั การหวงโซอปุ ทานสเี ขยี ว
กรอบแนวคิดในการวจิ ัย
ตัวแปรตน ตัวแปรตาม
ปัจจยั ส่วนบุคคล การรับรู้การลดขยะบรรจุภณั ฑ์
1. เพศ อาหารเดลเิ วอร่ี ในแนวทาง
2. อายุ การจดั การห่วงโซ่อปุ ทานสีเขยี ว
3. ระดบั การศึกษา
4. รายไดต้ ่อเดือน
ปัจจัยของผู้บริโภคในการลดขยะ
บรรจุภัณฑ์อาหารเดลเิ วอร่ี
1. ดา้ นทศั นคติของผบู้ ริโภค
2. ดา้ นการตดั สินใจของผบู้ ริโภค
ภา3พ. ดทา้ ี่ น1บกรรรอจบุภแณั นฑวคเ์ พิดือ่ในสกิ่งาแรววดิจลัยอ้ ม
การทบทวนวรรณกรรม
1. ความรูเกย่ี วกบั การจดั การหวงโซอปุ ทานสีเขียว
หวงโซอุปทาน (Supply Chain) เปนการดําเนินกิจกรรมตาง ๆ เก่ียวกับการบริหารจดั การสนิ คา
และบริการกวาจะสงมอบไปสูมือของผูบริโภคนั้นมีกระบวนการจัดการท่ีเกี่ยวเน่ืองกันตั้งแตการจัดซื้อ
(Procurement) การผลิต (Manufacturing) การจัดเก็บ (Storage) การขนสง (Transportation) และการจัด
จาํ หนาย (Distribution)
กาญจนา กาญจนสุนทร (2551) ไดใหความหมายไววาการจัดการกรีนซัพพลายเชน (Green
Supply Chain Management: GSCM) หมายถึง การออกแบบและวางแผนวิธีดําเนินธุรกิจท่ีสามารถชวยลด
ปญ หาสภาวะโลกรอ น (Global Warming) อันเปน สาเหตขุ องสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง (Climate Change)
โดยพิจารณาถึงผลกระทบท่ีมีตอสิ่งแวดลอมเปนสําคัญ ท้ังในสวนของการซ้ือหาวัตถุดิบ การคัดเลือกรูปแบบ
195
การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ของสินคาหรือบรกิ าร การผลิตดวยเทคโนโลยีสะอาด การเคลอ่ื นยายจัดเก็บ และการขนสงท่ีประหยดั พลงั งาน
ตลอดจนขัน้ ตอนการกาํ จัดของเสีย ดวยการนําสนิ คากลบั มาใชป ระโยชนใหมอ ีกครงั้
2. แนวคดิ และทฤษฎเี กยี่ วกบั การรับรู
ชูชัย สมิทธิไกร (2563) การรับรู (Perception) คือกระบวนการมองโลกรอบตัวของบคุ คล ซึ่งแตละ
คนอาจมีการรับรูที่แตกตางกัน แมวาจะอยูในสถานการณที่มีสิ่งเราเดียวกันก็ตาม ทั้งน้ีเนื่องจากแตละบุคคลมี
ความแตกตางในดานตาง ๆ เชน ความตองการ คานิยม หรือประสบการณเดิมโดยท่ัวไปแลวกระบวนการการ
รับรูของบุคคลเกิดข้ึนตอเนื่องจากความรูสึก (Sensation) ประกอบดวยข้ันตอนตาง ๆ รวมสามข้ันตอน ไดแก
การเลือกรับรู การจัดระเบียบการรับรู และการแปลความหมาย
3. แนวคิดและทฤษฎีเกีย่ วกับการตดั สินใจ
ฉัตยาพร เสมอใจ (2550) การตดั สนิ ใจ (Decision Making) หมายถงึ กระบวนการในการเลือกที่
จะกระทําส่ิงใดสิ่งหนึ่ง จากทางเลือกตาง ๆ ที่มีอยู เชน ผูบริโภคมักจะตองตัดสินใจในทางเลือกตาง ๆ ของ
สินคาและบริการอยูเสมอในชีวิตประจําวัน โดยที่ผูบริโภคจะเลือกสินคาหรือบริการตามขอมูลและขอจํากัด
ของสถานการณ การตัดสินใจจึงเปนกระบวนการที่สําคัญและอยูภายในจิตใจของผูบริโภค ซ่ึงถานักการตลาด
สามารถทําความเขาใจและเขาถึงจิตใจของผูบริโภค การวางแผนการกระจายสินคาและสรางการยอมรับของ
ผบู ริโภคกจ็ ะมีประสทิ ธภิ าพ
สดุ ใจ จนั ทรเ ลื่อน (2559) ไดศึกษาเร่ือง อทิ ธพิ ล 7R มีผลตอ พฤตกิ รรมการเลอื กใชบ รรจุภัณฑใส
อาหารท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม: กรณีศึกษา บ๊ิกซี ซูเปอรเซ็นเตอร สาขาติวานนท ผลการศึกษา พบวา ผูตอบ
แบบสอบถามสวนใหญเปนเพศหญิง มีอายุระหวาง 21-30 ป ระดับการศึกษาปริญญาตรี ผูบริโภคสว นใหญคิด
วาบรรจุภัณฑใสอาหารที่เปนมิตรกับส่ิงแวดลอม คือ บรรจุภัณฑที่ยอยสลายไดเองตามธรรมชาติ ความถี่ของ
การเลือกใชไมแนนอนแลวแตโอกาส เหตุผลสวนใหญที่เลือกใชเพราะมีความปลอดภัยตอสุขภาพ ระดับความ
คิดเห็นตอแนวคิด 7R ท่ีมีอิทธิพลตอพฤติกรรมการเลือกใชบรรจุภัณฑใสอาหารที่เปนมิตรกับส่ิงแวดลอมของ
ผบู ริโภค ท้งั 4 ดา น คอื (ดานการตัดสินใจซอ้ื ดานการซอ้ื ดา นการใชและดานการประเมินหลงั การบริโภค โดย
ภาพรวมอยูในระดับเห็นดวย เมื่อพิจารณาเปนรายดาน พบวามี 3R คือ Rethink: การคิดใหม Recycle: การ
นาํ กลบั มาใชใ หมแ ละ Reuse: การใชซ ้ํา มีอิทธิพลตอ พฤติกรรมการเลือกใชบ รรจุภณั ฑ ใสอาหารทเี่ ปน มิตรกับ
สิ่งแวดลอมของผูบริโภค (ดานการตัดสินใจซื้อ ดานการซื้อ ดานการใชและดานการประเมินหลังการบริโภค)
อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อม่ัน .05 สวนพฤติกรรมการเลือกใชบรรจุภัณฑใสอาหารท่ีเปนมิตร
กับสิ่งแวดลอ มแทนการใชกลองโฟมอยใู นระดับนาน ๆ ครงั้
4. แนวคดิ เกย่ี วกับบรรจุภณั ฑเ พือ่ ส่ิงแวดลอ ม
ในสังคมปจจุบัน ผูอุปโภคบริโภคใหความสนใจตอบรรจุภัณฑมากเปนทวีคูณ ผูบริโภคนอกจาก
จะมีความตองการความสวยงามภายนอกของตัวบรรจุภัณฑแลว ยังตองการบรรจุภัณฑท่ีเปนมิตรกับ
ส่ิงแวดลอม นักออกแบบบรรจภุ ัณฑจ ําเปนตองพิจารณาถึงความสามารถในการลดปรมิ าณบรรจุภัณฑท่ีใชแลว
ความตอ งการดังกลาวนี้ไดกอใหเกิดกระแสทางสังคมในประเทศท่ีพัฒนาแลว สง ผลใหส ินคา ท่สี งไปจัดจําหนาย
ยังประเทศเหลาน้ีจําตองสอดคลองกับกฏขอบังคับทางดานส่ิงแวดลอมของประเทศน้ันดวย (ปุน คงเจริญเกียรติ
และสมพร คงเจริญเกียรต,ิ 2541)
นภัสวรรณ วงกตวรินทร (2564) ไดศึกษาเร่ือง ปจจัยที่สงผลตอการซื้อผลิตภัณฑอาหารที่ใช
บรรจุภัณฑสีเขียว ผลการศึกษาพบวา กลุมผูบริโภคท่ีมีอายุตางกันจะมีความต้ังใจซื้อผลิตภัณฑอาหารท่ีใช
บรรจุภัณฑสีเขียวที่แตกตางกัน และกลุมผูบริโภคท่ีมีระดับการศึกษาตางกันจะมีการส่ือสารแบบปากตอปากท่ี
แตกตางกัน ในขณะที่เพศและรายไดไมสงผลตอพฤติกรรมของผูบริโภคตอผลิตภัณฑอาหารที่ใชบรรจุภัณฑสี
196
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
เขียวในสวนของผลวิจัย ตัวแปรตนตอตัวแปรตาม พบวา ปจจัยดานการสนับสนุนการอนุรักษสิ่งแวดลอ ม และ
ภาพลักษณทางสังคมมีอิทธิพลมากท่ีสุดตอความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑอาหารท่ีใชบรรจุภัณฑสีเขียว และการ
ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารที่ใชบรรจุภัณฑสีเขียวซํ้าและตอเนื่องมากที่สุด นอกจากน้ีเมื่อวิเคราะหตัวแปร
กํากับซ่ึงก็คือกระแสรักษโลกและวิกฤตการณโควิด -19 พบวา กระแสรักษโลกมีผลเชิงบวกตอความสัมพันธ
ระหวางการสนับสนุนการอนุรักษสิ่งแวดลอมตอความต้ังใจซ้ือผลิตภัณฑอาหารที่ใชบรรจุภัณฑสีเขียวและการ
ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารที่ใชบรรจุภัณฑสีเขียวซํ้าและตอเน่ือง แตมีผลเชิงลบตอความสัมพันธระหวาง
ปจ จัยดานราคาตอการสื่อแบบปากตอ ปาก ในขณะท่ีวิกฤตการณโ ควิด-19 มผี ลเชิงลบตอความสัมพันธระหวาง
การสนบั สนนุ การอนรุ ักษส ่ิงแวดลอ มและการสื่อแบบปากตอปาก
Martha Lucia Astorquiza Enriquez (2018) ไดศ กึ ษาเรอ่ื ง ผลกระทบตอ สิง่ แวดลอ ม และการ
จัดการบรรจุภัณฑอาหารในมหาวิทยาลัยเลทบริดจ กับการตระหนักถึงความย่ังยืนและทางเลือกของนักเรียน
โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาศักยภาพผลกระทบจากการใชและกําจัดบรรจุภัณฑอาหารท่ีเกิดข้ึนท่ี
มหาวิทยาลัยเลทบริดจ โดยคํานึงถึงสิ่งแวดลอม ผลการศึกษา พบวา การดําเนินงานตาง ๆ เชน การขนสง
และการฝงกลบทําใหเกิดการปลอยมลพิษสูงสุด ในขณะที่การรีไซเคิลชวยลดการปลอยมลพิษ ผลการสํารวจ
แสดงใหเห็นวานักศึกษารบั รูและเขาใจวามหาวิทยาลยั ไดทําการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญ เพื่อปรับปรุงความยั่งยืน
และรูวา สิ่งเหลา นเี้ ปน สว นสาํ คัญของการดูแลส่ิงแวดลอ ม
ระเบียบวิธีการวจิ ัย
การศึกษาวิจัยเร่ือง ปจจัยที่มีผลตอการรับรูเกี่ยวกับการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ีในแนว
ทางการจัดการหวงโซอปุ ทานสีเขยี ว ใชร ะเบยี บวธิ วี ิจัยเชิงปริมาณ โดยมหี วั ขอตา ง ๆ ดงั นี้
1. ประชากรและกลุมตวั อยาง
ประชากรท่ีเปนกลุมเปาหมายในการศึกษาคร้ังน้ี ไดแก ผูบริโภคอาหารเดลิเวอรี่ ในเขต
กรุงเทพมหานครและปรมิ ณฑล
ขนาดของกลุมตัวอยาง เนื่องจากเปนกลุมประชากรผูบริโภคอาหารเดลิเวอรี่ ในเขต
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งไมสามารถระบุจํานวนของประชากรที่แนนอนได ผูวิจัยจึงไดจัดทํา
แบบสอบถามสาํ หรับกลุม ตัวอยาง จํานวน 405 ตัวอยา ง
วิธีการเลือกกลุมตัวอยาง เน่ืองจากผูวิจัยไมทราบจํานวนประชากรที่แนนอนวามีจํานวนเทาใด
ทางผูวิจัยจึงเลือกใชวิธีการเลือกกลุมตัวอยางแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) คือ การเลือกแจก
แบบสอบถามเฉพาะกลุมตวั อยา งท่ีอาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปรมิ ณฑล ซงึ่ เปนผูบริโภคอาหารเดลิเวอร่ี
เปน วิธีการเลอื กกลุมตวั อยา งโดยไมใชความนาจะเปน (Nonprobability Sampling) ในการเก็บรวบรวมขอ มลู
โดยทําการแจกแบบสอบถามออนไลน
2. เครอื่ งมอื ทใ่ี ชในการวิจยั
เครื่องมือท่ีใชในการเก็บรวบรวมขอมูลเพื่อการศึกษาวิจัย คือ แบบสอบถาม (Questionnaire)
เร่ือง ปจจัยที่มีผลตอการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสี
เขียวเปนเคร่ืองมือในการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยสรางข้ึนจากการทบทวนวรรณกรรม
ทีเ่ ก่ียวขอ งโดยแบงออกเปน 3 สวน คอื
สวนที่ 1 ปจจัยสวนบุคคล ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา และรายไดตอเดือนของผูตอบ
แบบสอบถามโดยแบบสอบถามมีลักษณะเปนแบบตรวจสอบรายการ (Check-List) มีจํานวนขอคําถามท้ังหมด
4 ขอ
197
การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
สวนที่ 2 ปจจัยของผูบริโภคในการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ไดแก ดานทัศนคติของ
ผบู รโิ ภค ดา นการตดั สนิ ใจของผูบ ริโภค และดา นบรรจุภัณฑเพ่อื สงิ่ แวดลอม มีจาํ นวนขอคาํ ถามทัง้ หมด 15 ขอ
ประกอบดวยคําถามในลักษณะประเมินคาความสําคัญ 5 ระดับ (Rating Scale) โดยมีเกณฑการใหคะแนน
เพือ่ ตคี วามหมาย ดังน้ี
ระดบั คะแนน ระดับความเหน็
5 คะแนน เหน็ ดว ยมากทส่ี ุด
4 คะแนน เหน็ ดว ยมาก
3 คะแนน เห็นดวยปานกลาง
2 คะแนน เห็นดวยนอ ย
1 คะแนน เห็นดว ยนอ ยทีส่ ุด
สวนที่ 3 การรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว
มีจํานวนขอคําถามท้ังหมด 4 ขอ ประกอบดวยคําถามในลักษณะประเมินคาความสําคัญ 5 ระดับ (Rating Scale)
โดยมเี กณฑก ารใหคะแนนเพ่ือตคี วามหมาย ดังน้ี
ระดบั คะแนน ระดบั ความเหน็
5 คะแนน รบั รมู ากทสี่ ุด
4 คะแนน รบั รูมาก
3 คะแนน ไมแนใจ
2 คะแนน รบั รนู อย
1 คะแนน ไมรบั รู
3. การตรวจสอบคณุ ภาพของเครือ่ งมอื
ผูวิจัยดําเนินการทดสอบความตรงเชิงเนื้อหาและความนาเช่ือถือกอนนําแบบสอบถามไป
ดําเนินการใชจริง โดยนํารางแบบสอบถามใหอาจารยที่ปรึกษา 3 ทาน ทําการตรวจสอบขอคําถามใน
แบบสอบถาม เพื่อใหขอคําถามมีความครอบคลุมเนื้อหาท่ีตองการศึกษา การจัดเรียงลําดับคําถาม การใช
ภาษาในแบบสอบถามและความเหมาะสมของขอคําถาม ผูวิจัยใชวิธีการวัดความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหา
(Content Validity) โดยผูว ิจัยจัดทาํ แบบประเมนิ ความเทย่ี งตรงของแบบสอบถามดวยคาดัชนคี วามสอดคลอง
ของขอคําถามแตละขอกับวัตถุประสงค (Index of Item - Objective Congruence : IOC) ผลการตรวจสิบ
คา IOC รายขอ มีคา 1.00 นอกจากนั้นนําแบบสอบถามไปทดสอบกับกลุมตัวอยางท่ีไมใชกลุมตัวอยางท่ีเก็บ
แบบสอบถามจาํ นวน 30 ชดุ เพอ่ื หาคาความเชื่อม่ันของแบบสอบถาม
4. การเกบ็ รวบรวมขอมูล
ผูวิจัยไดนําแบบสอบถามฉบับสมบูรณที่ไดรับการแกไขและผานความเห็นชอบของอาจารยท่ี
ปรึกษาแลว มาดําเนินการจัดทําแบบสอบถามออนไลน เพ่ือเก็บขอมูลจากกลุมตัวอยางท่ีกําหนดจํานวน 405
คน ซึ่งกลุมตัวอยาง คือ ไดแก ผูบริโภคอาหารเดลิเวอร่ี ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยการสุม
ตัวอยางแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ซ่ึงหลังจากเก็บรวบรวมขอมูลครบ 405 ชุด ผูวิจัยได
ดําเนินการขั้นตอนตอไป คือ การนําขอมูลท่ีไดไปวิเคราะหคํานวณผลโดยใชโปรแกรมคอมพิวเตอรสําเร็จรูป
ทางสถติ ิ
5. สถิตทิ ีใ่ ชใ นการวเิ คราะหข อ มูล
5.1 สถิตเิ ชงิ พรรณนา (Descriptive Statistics) ใชใ นการวเิ คราะหข อมลู ดังน้ี
198
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
1. การวิเคราะหขอมูลเก่ียวกับปจจัยสวนบุคคลของกลุมตัวอยาง โดยใชคาแจกแจงความถี่
คา รอยละ และคาเบ่ยี งเบนมาตรฐาน เพื่อบรรยายลกั ษณะทางประชากรศาสตรข องกลมุ ตวั อยา ง ประกอบดว ย
เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา รายไดตอ เดอื น
2. การวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับปจจัยของผูบริโภคในการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่
โดยใชคาแจกแจงความถี่ คารอยละ และคาเบ่ียงเบนมาตรฐาน เพื่อบรรยายปจจัยของผูบริโภคในการลดขยะ
บรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ไดแ ก ดานทศั นคติของผบู ริโภค ดา นการตัดสนิ ใจของผบู รโิ ภค และดานบรรจภุ ัณฑ
เพื่อสิ่งแวดลอม และบรรยายผลการศึกษาเกี่ยวกับการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทาง
การจดั การหวงโซอ ุปทานสีเขยี ว
5.2 สถิติอนุมาน (Inferential Statistics) ใชในการวิเคราะหข อ มลู ดงั น้ี
1. การวิเคราะหคาสถิติทดสอบ (Independent Sample T-Test) ใชทดสอบความแตกตาง
ในปจจัยทมี่ ผี ลตอการรบั รกู ารลดขยะบรรจุภัณฑอ าหารเดลเิ วอร่ี ในแนวทางการจัดการหวงโซอ ุปทานสีเขียวที่
มีลักษณะปจจัยสวนบคุ คลแตกตา งกนั ไดแ ก เพศ
2. การวิเคราะหความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) ใชทดสอบความแตกตางใน
ปจจัยท่ีมีผลตอการรับรกู ารลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหวงโซอ ุปทานสเี ขียว ที่มี
ลักษณะปจจัยสวนบุคคลแตกตางกัน ไดแก อายุ ระดับการศึกษา รายไดตอเดือน หากพบความแตกตางจะ
นําไปสู การเปรยี บเทยี บเปนรายคู โดยใชเ ครอ่ื งมือทางสถิติวิธี Least Significant Difference (LSD)
3. การวิเคราะหสมการถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Linear Regression) ใชศึกษา
ความสัมพันธระหวางตัวแปรอิสระ ซ่ึงก็คือ ปจจัยของผูบริโภคในการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ไดแก
ดานทัศนคติของผูบริโภค ดานการตัดสินใจของผูบริโภค ดานบรรจุภัณฑเพ่ือสิ่งแวดลอม และตัวแปรตาม คือ
การรบั รู การลดขยะบรรจุภณั ฑอาหารเดลิเวอร่ี ในแนวทางการจัดการหว งโซอ ปุ ทานสีเขยี ว
ผลการวิจัย
1. ผลการวิเคราะหขอ มูล
ปจจัยสวนบุคคลของผูตอบแบบสอบถาม ไดแก เพศ พบวา สวนใหญเปนเพศหญิง จํานวน 234
คน คิดเปนรอยละ 57.8 รองลงมาเปนเพศชาย จํานวน 171 คน คิดเปนรอยละ 42.2 อายุ พบวา สวนใหญมี
อายุ 20-29 ป จํานวน 191 คน คิดเปนรอยละ 47.2 รองลงมา คือ อายุ 30-39 ป จํานวน 128 คน คิดเปน
รอยละ 31.6 ระดับการศึกษา พบวา สวนใหญมีระดับการศึกษาปริญญาตรี มีจํานวน 267 คน คิดเปนรอยละ
65.9 สวนระดับการศกึ ษาต่ํากวาปรญิ ญาตรี มีจํานวนนอยที่สดุ จํานวน 54 คน คิดเปนรอยละ 13.3 รายไดต อ
เดือน พบวา สวนใหญมีรายไดตอเดือน 15,001-30,000 บาท จํานวน 217 คน คิดเปนรอยละ 53.6 รองลงมา
คือ รายไดตอ เดอื น 30,001-45,000 บาท จาํ นวน 87 คน คดิ เปน รอยละ 21.5
ปจจัยของผูบริโภคในการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ โดยรวมแลวปจจัยของผูบริโภคใน
การลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ีมีคาเฉล่ีย 4.13 ซ่ึงจัดไดวามีความคิดเห็นอยูในระดับมาก และเมื่อ
พจิ ารณาเปนรายดา น พบวา ผูต อบแบบสอบถามมีความคิดเหน็ ในแตละดาน ไดแก ดา นทัศนคติของผบู ริโภคดาน
การตัดสนิ ใจของผบู รโิ ภค และดา นบรรจภุ ัณฑเ พ่อื สงิ่ แวดลอ ม อยูในระดบั มาก ดังตารางที่ 1
199
การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
ตารางท่ี 1 ปจจยั ของผูบริโภคในการลดขยะบรรจภุ ณั ฑอาหารเดลเิ วอรี่ (รายดาน)
ปจจัยของผูบ ริโภคในการลดขยะบรรจภุ ณั ฑ
อาหารเดลเิ วอร่ี � S.D. ระดบั ความคดิ เหน็
มาก
ดานทัศนคติของผบู รโิ ภค 4.19 0.549 มาก
ดานการตัดสินใจของผบู ริโภค 4.13 0.474 มาก
ดา นบรรจุภณั ฑเพ่ือส่งิ แวดลอม 4.08 0.475 มาก
ปจจัยของผูบ รโิ ภคในการลดขยะบรรจุภณั ฑ 4.13 0.371
อาหารเดลิเวอรีร่ วม
การรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว
เม่ือศึกษาจากกลุมตัวอยาง พบวา โดยรวมแลวการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ในแนวทาง
การจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว มีคาเฉลี่ย 3.89 ซึ่งจัดไดวามีระดับการรับรูอยูในระดับมาก และเมื่อพิจารณา
เปนรายขอ พบวา ผูตอบแบบสอบถามมรี ะดับการรับรทู ุกขออยใู นระดบั มาก ดังตารางที่ 2
ตารางที่ 2 การรบั รกู ารลดขยะบรรจุภณั ฑอ าหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจดั การหวงโซอ ปุ ทานสีเขยี ว (รายขอ)
การรบั รูการลดขยะบรรจุภณั ฑอาหารเดลิเวอร่ี ระดบั
ในแนวทางการจดั การหว งโซอ ุปทานสเี ขยี ว � S.D. การรับรู
สถานการณข ยะบรรจภุ ัณฑอ าหารเดลิเวอรี่ในปจจบุ นั 3.99 0.867 มาก
การจดั การหวงโซอ ุปทานสีเขียวสามารถชว ยลดปญหาสภาวะโลกรอน 3.90 0.897 มาก
การใชบรรจภุ ณั ฑเพือ่ สง่ิ แวดลอ มเปนสว นหนง่ึ ของโซอ ปุ ทานสีเขยี ว 3.91 0.929 มาก
วิธที ี่จะทาํ ใหบรรจภุ ณั ฑอาหารเดลิเวอรี่มีผลกระทบตอสิง่ แวดลอ มนอยทส่ี ดุ 3.92 0.900 มาก
การรับรูรวม 3.89 0.626 มาก
2. การทดสอบสมมตฐิ าน
เพศ พบวา ผูบริโภคอาหารเดลิเวอรี่ท่ีมีเพศแตกตางกัน มีการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหาร
เดลิเวอร่ีในแนวทางการจดั การหว งโซอ ปุ ทานสเี ขยี วไมแ ตกตา งกนั อยางมีนัยสําคัญทางสถติ ทิ ี่ระดับ 0.05
อายุ พบวา ผูบริโภคอาหารเดลิเวอรี่ท่ีมีอายุแตกตางกัน มีการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหาร
เดลเิ วอรี่ในแนวทางการจัดการหวงโซอปุ ทานสีเขยี วไมแ ตกตางกัน อยา งมีนยั สาํ คัญทางสถติ ิท่รี ะดับ 0.05
ระดับการศกึ ษา พบวา ผูบรโิ ภคอาหารเดลิเวอรีท่ ม่ี ีระดับการศึกษาแตกตางกัน มีการรบั รกู ารลด
ขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียวไมแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทาง
สถิตทิ ร่ี ะดับ 0.05
รายไดตอเดือน พบวา ผูบริโภคอาหารเดลิเวอร่ีที่มีรายไดตอเดือนแตกตางกัน มีการรับรูการลด
ขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลเิ วอรี่ ในแนวทางการจัดการหวงโซอปุ ทานสีเขียว ไมแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทาง
สถิติที่ระดับ 0.05
ปจจัยที่มีผลตอการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหวงโซ
อุปทานสีเขียว พบวา ปจจัยดานการตัดสินใจของผูบริโภค และดานบรรจุภัณฑเพ่ือสิ่งแวดลอม มีผลตอการ
รับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว อยางมีนัยสําคัญทาง
สถติ ิ .05 ดงั ตารางที่ 3
200
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ตารางท่ี 3 การวิเคราะหการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ระหวางปจจัยที่มีผลตอการ
รบั รูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลเิ วอรี่ ในแนวทางการจัดการหว งโซอ ุปทานสีเขียว
Std.
ปจจยั B Error Beta t Sig. F Sig.
Constant 1.674 0.334 - 5.018 0.000* 16.227 0.000*
1. ดา นทศั นคติของผบู รโิ ภค 0.070 0.059 0.061 1.187 0.236
2. ดา นการตดั สนิ ใจของผบู ริโภค 0.141 0.068 0.107 2.068 0.038*
3. ดานบรรจภุ ัณฑเ พ่ือสิ่งแวดลอ ม 0.328 0.067 0.249 4.882 0.000*
R = 0.326, R Square = 0.108, Adjuster R Square = 0.102,
Std. Error of the Estimate = 0.593
*Sig. < 0.05
อภิปรายผลการวิจัย
ผลการวิจยั เรื่อง ปจจัยท่ีมีผลตอการรับรกู ารลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลเิ วอรี่ ในแนวทางการจัดการ
หว งโซอปุ ทานสีเขียว ผวู จิ ยั สามารถนําผลการศึกษามาอภิปรายไดด ังน้ี
จากการทดสอบสมมติฐานท่ี 1 ของการศึกษาวิจัยครั้งน้ี พบวา กลุมตัวอยางผูบริโภคอาหารเดลิเวอ
รี่ ตามปจจัยสวนบุคคล แตกตางกัน มีการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ีไมแตกตางกัน อยางมี
นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัยของ นภัสวรรณ วงกตวรินทร (2564) ไดศึกษาเร่ือง
ปจจัยที่สงผลตอการซื้อผลิตภัณฑอาหารท่ีใชบรรจุภัณฑสีเขียว พบวา เพศ และรายได ไมสงผลตอพฤติกรรม
ของผูบริโภคตอผลิตภณั ฑอ าหารท่ใี ชบรรจภุ ณั ฑส เี ขียว
จากการทดสอบสมมติฐานที่ 2 ของการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ พบวา กลุมตัวอยางผูบริโภคอาหาร
เดลิเวอรี่ ตามปจจัยของผูบริโภคในการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลเิ วอรี่ ดานการตัดสินใจของผบู ริโภค มีผล
ตอการรับรูก ารลดขยะบรรจุภณั ฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหว งโซอปุ ทานสเี ขียว อยา งมีนัยสาํ คญั
ทางสถิติ 0.05 ซึ่งสอดคลองกับการวิจัยของ นภัสวรรณ วงกตวรินทร (2564) ไดศึกษาเร่ือง ปจจัยที่สงผลตอ
การซ้ือผลิตภณั ฑอ าหารที่ใชบ รรจุภณั ฑสีเขยี ว พบวา กระแสรกั ษโลกมผี ลเชงิ บวกตอ ความสมั พันธร ะหวางการ
สนับสนุนการอนุรักษส่ิงแวดลอมตอความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑอาหารที่ใชบรรจุภัณฑสีเขียวและการตัดสินใจซื้อ
ผลิตภัณฑอาหารท่ีใชบรรจุภัณฑสีเขียวซํ้าและตอเนื่อง สวนดานบรรจุภัณฑเพื่อส่ิงแวดลอม มีผลตอการรับรู
การลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัย
ของ สดุ ใจ จนั ทรเ ลือ่ น (2559) ไดศึกษาเร่ือง อทิ ธิพล 7R มีผลตอ พฤติกรรมการเลือกใชบรรจุภัณฑใ สอาหารท่ี
เปนมิตรกับส่ิงแวดลอม: กรณีศึกษา บ๊ิกซี ซูเปอรเซ็นเตอร สาขาติวานนท ผลการศึกษา พบวา ผูบริโภคสวน
ใหญคิดวาบรรจุภัณฑใสอาหารท่ีเปนมิตรกับส่ิงแวดลอม ระดับความคิดเห็นตอแนวคิด 7R ท่ีมีอิทธิพลตอ
พฤติกรรมการเลือกใชบรรจุภัณฑใสอาหารท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอมของผูบริโภค ทั้ง 4 ดาน คือ (ดานการ
ตัดสินใจซ้ือ ดานการซื้อ ดานการใชและดานการประเมินหลังการบริโภค) โดยภาพรวมอยูในระดับเห็นดวย
เมื่อพิจารณาเปนรายดาน พบวามี 3R มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการเลือกใชบรรจุภัณฑใสอาหารที่เปนมิตรกับ
ส่ิงแวดลอมของผูบริโภค (ดานการตัดสินใจซ้ือ ดานการซื้อ ดานการใชและดานการประเมินหลังการบริโภค)
อยางมีนยั สําคญั ทางสถติ ิที่ระดับความเชอื่ ม่ัน .05
201
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ขอ เสนอแนะจากผลการวจิ ยั
1. หนวยงานภาครัฐและเอกชนท่ีเก่ียวของกับสิ่งแวดลอมและบรรจุภัณฑ ควรมีการทําส่ือ
ประชาสัมพันธ พัฒนาแหลงขอมูลออนไลน เพื่อใหผูบริโภคทราบถึงสถานการณขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่
ในปจจุบัน รวมถึงแนวทางการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี เพื่อใหผูบริโภครับรูและตระหนักถึงการ
จัดการขยะบรรจภุ ณั ฑอาหารเดลิเวอรี่ใหมากท่สี ุด
2. หนวยงานและผูท่ีมีสวนเก่ียวของกับบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ
อาหาร ควรมีการคํานึงถึงราคาท่ีเหมาะสมกับคุณภาพ ประสิทธิภาพการใชงาน ความนาสนใจเปนที่สะดุดตา
เพือ่ ตอบสนองความคาดหวังของผูบรโิ ภคในการตดั สินใจซ้อื บรรจภุ ณั ฑอ าหารเดลเิ วอรเี่ พือ่ สง่ิ แวดลอม
3. หนวยงานภาครัฐควรตง้ั เปา หมายในการลดปรมิ าณขยะบรรจุภัณฑอ าหารในแตล ะป และออก
มาตรการใหผูผลิต ผูจําหนายตลอดจนอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑอาหารใชวัสดุท่ีมาจากธรรมชาติหรือวัสดุที่
สามารถนํากลับมาใชงานและผลิตใหมได เพ่ือลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑอาหารใหบรรลุตามเปาหมายท่ีต้ังไว
และรณรงคใหผูบริโภคหันมาใชบรรจุภัณฑเพ่ือสิ่งแวดลอมมากขึ้นโดยการชี้ใหเห็นถึงผลกระทบที่เกิดจากขยะ
บรรจุภัณฑอาหาร รวมถึงการสรางองคความรูในการแยกขยะใหกับผูบริโภคเพื่อเพ่ิมมูลคาขยะและทราบถึง
แนวทางการจดั การขยะบรรจภุ ณั ฑอาหารอยางถูกวธิ ี
ขอ เสนอแนะงานวจิ ยั ในอนาคต
ควรมีการศึกษาตัวแปรอ่ืน ๆ ที่อาจสงผลตอการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ีใน
แนวทางการจัดการหว งโซอุปทานสเี ขียว เชน ตัวแปรดานพฤติกรรมในการบริโภคอาหารเดลเิ วอร่ี ตัวแปรดาน
แรงจูงในของผูบริโภค ตัวแปรดานสวนประสมทางการตลาด ตัวแปรดานการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ
รวมทั้งตัวแปรที่เกี่ยวของกับลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ีในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว
ดานอ่นื ๆ ท่ยี งั ไมไดศึกษาในครงั้ นี้ เพอื่ นําขอมูลท่ไี ดไปใชเ ปนแนวทางในการทาํ วิจยั คร้ังตอไป
เอกสารอางองิ
กาญจนา กาญจนสนุ ทร. (2551). การจัดการโซอปุ ทานแบบกรนี (Green Supply Chain Management).
สืบคนจาก https://www.iok2u.com/attachments/article/680/Content_28.pdf
ฉตั ยาพร เสมอใจ. (2550). พฤตกิ รรมผบู ริโภค Consumer Behavior. กรุงเทพมหานคร: ซีเอด็ ยูเคช่นั .
ชชู ยั สมิทธิไกร. (2563). พฤตกิ รรมผบู รโิ ภค. กรงุ เทพมหานคร: จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลัย.
ณัฐพล รงั สิตพล. (2563). “กสอ.” เผย 4 เทรนดแ พกเกจจิ้งสรา งสรรค - รกั ษโลก ป 64 พรอมเปด ตวั 79
สตาร แชมปบ รรจภุ ัณฑเพ่ือความยงั่ ยนื ทส่ี รา งมลู คา เศรษฐกิจกวา 60 ลานบาท. สบื คนจาก
https://www.thansettakij.com/economy/453595
นภัสวรรณ วงกตวรนิ ทร. (2564). ปจจัยทส่ี งผลตอ การซอื้ ผลติ ภัณฑอ าหารท่ใี ชบรรจภุ ณั ฑสเี ขียว.
(สารนพิ นธปรญิ ญามหาบณั ฑิต, มหาวทิ ยาลยั มหิดล).
ปนุ คงเจริญเกยี รติ และสมพร คงเจรญิ เกยี รต.ิ (2541). บรรจุภณั ฑอ าหาร. กรุงเทพมหานคร:
โรงพมิ พห ย่เี ฮง.
ศูนยว จิ ยั กสิกรไทย. (2563). หลงั โควดิ -19 ธรุ กจิ Food Delivery ขยายตวั บนการแขง ขนั ท่ยี ่งิ รนุ แรง… ผู
ใหบ ริการแพลตฟอรม รกุ ไปสู Super Application (กระแสทรรศน ฉบับที่ 3128). สบื คน จาก
https://kasikornresearch.com/th/analysis/k-econ/business/Pages/z3128-Food-
Delivery.aspx
202
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
สุดใจ จันทรเลอ่ื น. (2559). อทิ ธิพล 7R มีผลตอพฤติกรรมการเลอื กใชบ รรจภุ ัณฑใสอ าหารทเ่ี ปน มติ รกับ
ส่งิ แวดลอม: กรณศี ึกษา บกิ๊ ซี ซูเปอรเซน็ เตอร สาขาตวิ านนท. ชลบรุ ี: มหาวทิ ยาลัยบูรพา.
อรรถพล เจรญิ ชนั ษา. (2564). งานเสวนา หวั ขอ 'ขยะพลาสติก : การจดั การและโอกาส Post COVID-19'
หาทางออก เพ่มิ โอกาส สรา งรปู แบบที่สมดลุ มงุ สเู ศรษฐกิจหมุนเวยี นอยางยง่ั ยืน. สืบคน จาก
https://www.isranews.org/article/isranews/99305-isranews-1000- 23.html
Martha Lucia Astorquiza Enriquez (2018). Environmental Impact and Management of Food
Packaging at the University of Lethbridge with Respect to Sustainability and
Students' Choices. Retrieved from https://www.proquest.com/pqdtglobal/docview/
2219325754/24A5C994D82D4D6CPQ/5?accountid=44787
203
การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
กลยทุ ธธ รุ กิจเพ่อื สรา งความไดเ ปรยี บทางการแขงขันในธุรกจิ ของ
บริษัท บจี ี คอนเทนเนอร กลา ส จาํ กดั (มหาชน)
เชษฐพงษ บณุ ยโพธิกลุ 01
นักศกึ ษาปรญิ ญาโทหลักสตู รบรหิ ารธรุ กิจมหาบณั ฑิต สาขาการตลาด คณะบริหารธรุ กิจ
มหาวิทยาลัยหอการคาไทย
อัศวิณ ปสุธรรม
อาจารยประจาํ สาขาการตลาด คณะบรหิ ารธรุ กิจ
มหาวิทยาลยั หอการคา ไทย
บทคดั ยอ
การศกึ ษาเรอ่ื งกลยทุ ธธ ุรกิจเพ่ือสรางความไดเ ปรียบทางการแขง ขนั ในธรุ กจิ ของบรษิ ัท บีจี คอนเทน
เนอร กลา ส จาํ กัด (มหาชน) เปน การศกึ ษากระบวนการจัดการเชิงกลยุทธเพื่อใหไ ดผ ลการศึกษาวจิ ยั เชิงคุณภาพ
โดยทําการศึกษารวบรวมขอมูลปฐมภูมิจากการสัมภาษณตัวแทนของกลุมบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส
จํากัด (มหาชน) โดยแบงเปน 4 กลุม ไดแก ฝายบริหาร ฝายการตลาด ฝายการผลิต และฝายจัดซ้ือ-จัดจาง
ทั้งหมด 9 คน และขอมูลทุติยภูมิ โดยการเก็บรวบรวมขอมูล รายละเอียดดานภาวะเศรษฐกิจ การเมือง
แนวโนมของธุรกิจผลติ ภัณฑแกวและบรรจุภัณฑ วิเคราะหสภาพการตลาดและการแขงขนั ผลการศึกษาพบวา
กลยุทธในการดําเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มยอดขายและกําไรสามารถทําได บริษัทเนนเพิ่มความหลากหลายของฐาน
ลูกคาโดยเพิ่มลูกคาและตลาดใหม การสรางสรรคผลิตภัณฑท่ีหลากหลาย สวนความเส่ียงหลักในการดําเนิน
ธรุ กิจ ไดแ ก ความเสยี่ งจากการพึ่งพากลมุ ลกู คารายใหญจํานวนนอยราย ความเสีย่ งจากการลงทนุ ในธุรกิจใหม
ความเส่ียงจากการท่ีไมสามารถจัดหาวัตถุดิบในราคาและปริมาณท่ีเหมาะสม สวนกลยุทธธุรกิจและกลยุทธ
การตลาดเพ่ือความไดเปรียบทางการแขงขันในธุรกิจของบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน)
ไดแก การทําใหบริษัทเกิดอํานาจตอรองกับลูกคามากข้ึน การสรางความแตกตาง การมีตนทุนการผลิตท่ีตํ่า
และการเจาะจงในตลาด
คาํ สาํ คญั : กลยุทธธุรกิจ กระบวนการจัดการเชงิ กลยุทธ ความไดเ ปรยี บทางการแขงขนั
1 นกั ศึกษาปรญิ ญาโท หลกั สูตรบริหารธุรกจิ มหาบัณฑติ สาขาการตลาด คณะบริหารธุรกจิ ,
มหาวทิ ยาลัยหอการคาไทย ถนนวิภาวดรี ังสติ เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
หมายเลขตดิ ตอ: 085-666-5432 อีเมล: [email protected], [email protected]
204
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
BUSINESS STRATEGIES TO CREATE A COMPETITIVE ADVANTAGE IN
THE BUSINESS OF BG CONTAINER GLASS PUBLIC COMPANY LIMITED
Chedtapong Bunyaphotikul1
Graduate Student, Master of Business Administration, Faculty of Business Administration
The University of Thai Chamber of Commerce
Asawin Pasutam
Lecturer at Department of Marketing, Faculty of Business Administration
The University of Thai Chamber of Commerce
Abstract
This independent study set out to study the business strategies and strategic
management process followed by BG Container Glass Public Company Limited. The primary
information was collected by conducting interviews with 9 company representatives of BG
Container Glass Public Company Limited representing 4 functional groups: Management
(C Level), Marketing, Production, and Procurement. The secondary information was collected
by gathering related information, including economic conditions, political conditions, outlook
for the glass container packaging business, market and competition analysis. The study findings
show that the company has applied an increasing revenue and profitability directed strategy
of diversifying customer segmentation, continually engaging new customers, and providing a
total packaging solution specific to customers’ needs. The key risk factors were identified as
raw material price fluctuations and raw material supply shortages. The key competitive
strategies implemented by the company involve creating its own bargaining power through its
customers, differentiating its products or related services, and focusing on low cost production
and marketing.
Keywords: Business Strategy, Strategic Management Process, Competitive Advantage
1 Corresponding Author: Graduate Student, Master of Business Administration,
Faculty of Business Administration, The University of Thai Chamber of Commerce
Contact Number: +6685-666-5432 E-mail: [email protected], [email protected]
205
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
บทนาํ
สถานการณในปจจุบันจากผลกระทบจากการแพรระบาดของเช้ือไวรัสโควิด-19 ทําใหบริษัทตาง ๆ
ไดรับผลกระทบและมีความจําเปนอยางย่ิงในการทบทวนแผนกลยุทธและแผนงานที่ไดวางแผนไว โดยเฉพาะ
อยางย่ิงการเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในดานเศรษฐกิจและสังคมในชวงที่ผานมาทําใหบริษัทตาง ๆ จําเปนตอง
ศึกษาและทําความเขาใจพฤติกรรมในความตองการของลูกคาและการสรางความไดเปรียบในการแขงขันของ
ธุรกิจเพื่อความอยูรอดโดยอาศัยคุณภาพสินคาและบริการ ดานเทคโนโลยี และการใชทรัพยกรตางๆใหเกิด
ประสิทธิภาพ ธุรกิจคาบรรจุภัณฑแกวถือเปนธุรกิจท่ีมีความสําคัญตอเศรษฐกิจของประเทศ เปนกิจการที่
เก่ียวของกับการซื้อขายสินคา หรือบริการไปทุกภาคสวนของอุตสาหกรรมซ่ึงโดยพ้ืนฐานสําคัญธุรกิจคาบรรจุ
ภัณฑแกวมาจากอุตสาหกรรมเคร่ืองด่ืมและอาหาร และอุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ ท้ังนี้ บรรจุภัณฑแกวยังคง
เปนบรรจุภัณฑชั้นนําสําหรับเคร่ืองดื่มไมผสมและผสมแอลกอฮอล เนื่องจากความตองการผลิตภัณฑเคร่ืองดมื่
ยังคงอยูในระดับสูง ซ่ึงพบวาตลาดบรรจุภัณฑแกวในประเทศไทยในป 2563 มีการใชบรรจุภัณฑแกวจํานวน
ท้ังสิ้น 13,360.3 ลานหนวย เพิ่มขึ้นจากในป 2557 ซึ่งมีการใชบรรจุภัณฑจํานวนท้ังส้ิน 12,630.1 ลานหนวย
คิดเปนอัตราการเติบโตเฉล่ียตอป (CAGR) รอยละ 0.9 เม่ือคิดตามจํานวน(บริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส
จํากัด (มหาชน), 2563ก) โดย Global Data Plc. คาดการณวามูลคาตลาดบรรจุภัณฑแกวในประเทศไทยจะ
เติบโตข้ึนโดยมีการใชบรรจุภัณฑจํานวนท้ังส้ิน 14,725.1 ลานหนวย ในป 2567 หรือคิดเปนอัตราการเติบโต
เฉลี่ยตอป (CAGR) รอยละ 2.2 เม่ือคิดตามจํานวน (บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน), 2563ข)
การศึกษานี้จึงเปนการศึกษาเพ่ือหากลยุทธธุรกิจเพื่อสรางความไดเปรียบทางการแขงขันในธุรกิจเพ่ือใชเปน
ขอมูลสําหรับผูประกอบการและเพ่ือนําขอมูลการวิจัยทไี่ ดมาใชประกอบในการวางแผนการตลาดใหสอดคลอง
กับความตองการของผูบริโภคไดอยางมีประสิทธิภาพ เพ่ือกอใหเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ
ดําเนนิ งานอยางยั่งยืนตอไป
วตั ถุประสงคก ารวิจัย
1. เพื่อศึกษาปญหาปจจัยสภาพแวดลอมทั้งภายนอกและภายในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑขวดแกว
รวมท้ังปจจัยการแขงขันและปจจัยอ่ืนๆที่เก่ียวของกับปญหาของบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด
(มหาชน)
2. เพื่อศึกษาแนวทางการแกไขปญหาทางธุรกิจเพ่ือกาํ หนดกลยุทธในการดําเนนิ ธุรกจิ รวมไปถึงการ
กําหนดกลยุทธการตลาดเพื่อเพิ่มผลประกอบการ และสรางความไดเปรียบทางการแขงขันในธุรกิจบรรจุภัณฑ
ขวดแกวและกลุมธุรกิจอื่นๆต้ังแตตนนํ้าถึงปลายนํ้าท่ีเกี่ยวเน่ือง กับบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด
(มหาชน)
การทบทวนวรรณกรรม
1. แนวคดิ การบริหารเชงิ กลยุทธ
คําวา "กลยุทธ" ในภาษากรีก คือ strategies หมายถึงศิลปะของการบัญชาการทางทหารของรุก
ฆาต เดิมเปนคําท่ีใชในทางทหารทศวรรษที่ 1960 ดานการคิดเชิงกลยุทธที่จะใชเริ่มตน ในพ้ืนท่ีเชิงพาณิชย
และกับแนวคิด "การคัดเลือกโดยธรรมชาติ"ของดารวินรวมกันเปนกําเนิดของอุดมการณของท้ังสองของ
วิชาการการบริหารเชิงกลยุทธ
Ansoff (2010) กลาววา การบริหารเชิงกลยุทธขององคกรเปนการวางแผนการตัดสินใจทาง
ธุรกิจของรายวนั และระยะยาวรวมถึงรูปแบบชุดของธรุ กิจและการบรหิ ารธุรกิจ
206
การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
Yun and Chao (2003) กําหนดความหมายของการบรหิ ารเชิงกลยทุ ธเ ปนองคก รกําหนดภารกิจ
ของตนเอง แลวตามที่สภาพแวดลอมภายนอกและสภาพภายในองคกรต้ังวัตถุประสงคเชิงกลยุทธขององคกร
เพ่ือใหแนใจวาการดําเนินงานทเี่ หมาะสมและสํานึกของวัตถุประสงคสําหรับการวางแผน และใชความสามารถ
ขององคกรภายในดําเนินการตามแผนการ และในการดําเนินการสําหรับการควบคุมกระบวนการการจัดการ
แบบไดนามิก (Dynamic)
Rogers and David (2009) ไดใ หความหมายไวว า กลยทุ ธ หมายถึง วิธีหรอื แบบแผนปฏิบัติการ
ที่เก่ียวของกับการแบงสรรทรัพยากรท่ีมีอยูจํากัด เพ่ือใหเกิดผลดีที่เปนขอไดเปรียบ และสามารถบรรลุถึง
วัตถุประสงคอันใดอันหน่ึงหรือหลาย ๆ วัตถุประสงค พรอมกันโดยใหมีความเสี่ยงนอยที่สุด ณ ระดับที่ยอมรับ
ได
จากนิยามตางๆท่ีนักวิชาการที่ไดใหความหมายของคําวา “กลยุทธ” จึงสรุปไดวา กลยุทธเปน
การวางแผนท่ีประกอบดวยเปาหมายหลังขององคกร นโยบายและการดําเนินการตางๆเพ่ือใหองคกรไปสู
เปาหมายทีว่ างเอาไวได
กระบวนการบรหิ ารเชงิ กลยทุ ธ
Hill and Jone )2005 (กลาวถึง กระบวนการการบรหิ ารเชงิ กลยุทธ คือการวิเคราะหเชิงกลยุทธ
การเลือกและการประเมนิ กลยทุ ธ และการดาํ เนินการควบคุมกลยุทธท ง้ั สามดานใหมีความสมั พันธกนั เปน วงจร
ที่ชาๆแตปรับปรุงอยางตอเน่ือง และเปนกระบวนการการบริหารแบบไดนามิก )Dynamicจึงกลาวไดวา (
กระบวนการการบริหารเชิงกลยุทธ มี3 ขัน้ ตอนคอื
1การวิเคราะหเชิงกลยุทธ การวิเคราะหและประเมนิ สภาพแวดลอมของกลยุทธขององคกร .
และคาดการณแนวโนมในอนาคตของสภาพแวดลอมเหลานี้ และแนวโนมเหลาน้ีอาจสงผลกระทบตอและมี
อิทธิพลตอ ทิศทางขององคกรอยา งไร การวเิ คราะหส ภาพแวดลอ มแบงไดเปนสองอยางดังนี้
1.1 การวิเคราะหสภาพแวดลอมภายใน สภาพแวดลอมภายใน คือ คุณสมบัติของ
องคกร ซึ่งรวมถึงทุกดานของกิจกรรมการผลิตและการดําเนินธุรกิจเชน การผลิต เทคโนโลยีการตลาดการเงิน
การวิจัยและพัฒนาพนักงาน การบริหารจัดการและอ่ืนๆ วัตถุประสงคการวิเคราะหสภาพแวดลอมภายใน คือ
เพ่ือหาจุดเดนและจุดออนขององคกร การกําหนดและใชกลยุทธ สงเสริมจุดเดน หลบเส่ียงจุดออน ใช
ทรัพยากรขององคก รตนเองทมี่ ีประสทิ ธิภาพ
1.2 การวิเคราะหสภาพแวดลอมภายนอก สภาพแวดลอมภายนอก คือ ปจจัย
ภายนอกองคกรที่อาจสรางผลกระทบใหกับธุรกิจท้ังทางตรงและทางออม โดยทั่วไปหมายถึง ปจจัยทางดาน
กฎหมายและการเมือง ปจจัยทางเศรษฐกิจ ปจจัยทางเทคโนโลยี ปจจัยทางสังคม และสภาวะการแขงขันของ
อุตสาหกรรมที่องคกรอยู วัตถุประสงคการวิเคราะหสภาพแวดลอมภายนอก คือ ใหแสวงหาโอกาสท่ีเอื้อตอ
การพัฒนาและการดํารงอยูของภัยคุกคามตอองคกรใหทันเวลา เพ่ือทําใหเม่ือคัดเลือกและกําหนดกลยุทธ
สามารถใชประโยชนจากโอกาสท่อี ยูภ ายนอก และหลีกเล่ียงปจจยั ท่ีมีภัยคุกคามตอองคก ร
2. การเลอื กและการประเมนิ กลยทุ ธเปน กระบวนการตดั สินใจเลือกใชกลยทุ ธ การสํารวจการ
กําหนดและการเลอื กใชก ลยทุ ธ
3. การดําเนินการควบคุมกลยุทธหลังจากแผนกลยุทธขององคกรไดกําหนดไวแลว จะตองมี
การกระทําท่ีเปนรูปธรรมและนําไปปฏิบัติเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคเชิงกลยุทธและยุทธศาสตร อีกทั้งการ
ดําเนินการกลยุทธตองการควบคุมดวย เพื่อใหทิศทางการดําเนินงานเปนไปตามทิศทางท่ีกําหนดไว เพ่ือให
บรรลวุ ตั ถุประสงคข ององคกร
207
การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
2. แนวคดิ เกยี่ วกับความไดเปรียบทางการแขง ขัน
ความไดเปรยี บทางการแขง ขันเปน ปจจัยตา ง ๆ ทท่ี ําใหองคกรมีความแตกตางและมีคุณคา
เหนือกวาคูแขง ขันรายอ่ืน ๆ ซงึ่ มีผลตอ ความพึงพอใจของลกู คา มากกวาคูแ ขงขนั ทาํ ใหม ีสวนครองสว นแบง
ตลาดเพิม่ ขน้ึ เปนความสามารถพิเศษขององคก รทคี่ ูแขงไมส ามารถเลยี นแบบได หรือคแู ขงตอ งใชเวลาในการ
ปรบั ตัวมากกวาทจ่ี ะเลยี นแบบความสามารถขององคก รได องคป ระกอบของการสรางความไดเ ปรยี บทางการ
แขงขัน Porter (1998) จะตอ งใสใจใน 3 อยางตอ ไปนี้ 1) สรางความแตกตา ง (Differentiation) 2) การมี
ตน ทนุ การผลติ ทีต่ ํ่า (Cost Leadership) 3) การเจาะจงในตลาด (Focus)
ตารางท่ี 1 ผลการวิจยั ท่เี ก่ียวขอ ง
ผูวิจยั เร่ือง วธิ กี ารวจิ ยั ผลของการวิจัย
ดวงพร กลยทุ ธการสรา ง การวิจัยเชงิ คุณภาพ มีการบรหิ ารจัดการในดา นทรพั ยากรมนุษย
ปฐมมาณิศ ความไดเ ปรียบ เก็บรวบรวมขอมลู โดย ดา นการเงนิ ดานการผลติ และดา นการตลาด
(2559) ทางการแขง ขนั ใชว ิธีการสมั ภาษณเชงิ มาใชใ นการดําเนินธุรกิจ การแขงขันของธรุ กจิ
ของบริษัท กดู ลกึ กลมุ ตัวอยางทใี่ ชใ น หลอดอกยางมีคแู ขงในปจ จบุ นั หรือจะเปน
ไทร รีเทรดดงิ้ การวจิ ัยคือ ผบู รหิ าร คแู ขง รายใหมท ี่เร่ิมจะลงทนุ ทําธุรกิจหลอดอก
จํากดั ในสภาวะ บริษัท กูดไทร รีเทรด ยางมจี าํ นวนลดลง การดาํ เนินธรุ กิจของ
เศรษฐกิจถดถอย ดงิ้ จาํ กัด และผูบริหาร บริษัทจะใชก ลยุทธการสรา งความแตกตา งใน
งานดานการตลาดของ ดา นสินคาดา นคุณภาพ ดานนวตั กรรมและ
บรษิ ัท เทคโนโลยี รวมถงึ การใชก ลยทุ ธการเปนผนู าํ
ดา นตนทุนตาํ่ กลยทุ ธก ารตอบสนองอยา ง
รวดเรว็ และกลยทุ ธก ารมุงตลาดเฉพาะสว น
ทําใหสามารถสรางตราสนิ คาใหเ ปน ที่รจู กั และ
เปนทีย่ อมของลกู คา
พรเทพ กลยุทธก ารสรา ง การวิจัยเชงิ คุณภาพ ใช มจี ดุ แขง็ ในเร่อื งของการบริการที่มคี ณุ ภาพ
บญุ ทศ ความไดเปรยี บ การศกึ ษาแบบ และการเอาใจใสของบุคลากร สภาพแวดลอ ม
(2559) ทางการแขง ขนั ปรากฏการณวิทยาโดย ภายนอกทส่ี ง เสริมการทําธุรกจิ ไดแ กในเรือ่ ง
ของธรุ กจิ สถาน เปนวธิ ีท่ีใหบคุ คลเลา สง่ิ ของกฎหมายและทีต่ ั้ง แตก พ็ บอุปสรรคใน
ดูแลผูสงู อายุใน ท่ีประสบมาโดยมีผูให เรอ่ื งของคูแขงและผูม ศี กั ยภาพเขาใหมและ
กรงุ เทพมหานคร ขอ มูลหลัก คอื บรกิ ารทีท่ ดแทนได กลยุทธการสรา งความ
ผปู ระกอบการ 5 คน ไดเ ปรียบทางการแขงขันทใ่ี ช กลยุทธ
บุคลากร 7 คน และ ระดบั องคก รทใี่ ชค ือ กลยุทธก ารเจาะตลาด
ผูใชบริการสถานดูแล กลยุทธการพฒั นาตลาดและพฒั นาผลิตภณั ฑ
ผสู ูงอายุ 4 คน และกลยทุ ธร ะดับธุรกิจท่ีใชค อื กลยุทธการ
เคร่ืองมอื ท่ีใชค อื แบบ เปนผูนําตนทนุ กลยทุ ธการสรา งความแตกตาง
สัมภาษณเปน ชุด
208
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ตารางที่ 1 ผลการวจิ ัยท่ีเกี่ยวขอ ง (ตอ) ผลของการวจิ ัย
ผวู ิจยั เรอ่ื ง วธิ กี ารวิจัย
กุลธิดา กลยุทธการสรา ง งานวิจัยเชิงคุณภาพ มี สภาพแวดลอ มทางธรุ กจิ ภายนอก พบวา
สวางจติ ร ความไดเปรยี บ การตั้งแบบคําถาม สังคมและวฒั นธรรมเปนสิง่ ทีส่ รางโอกาสใหแ ก
(2559) ทางการแขงขนั สมั ภาษณเปน ผูป ระกอบการสภาพแวดลอ มทางธุรกจิ ภายใน
ของธุรกิจคาเฟ ปลายเปด เก็บรวบรวม พบวา การบริหารจัดการและการบริการของ
แมวในเขต ขอมลู โดยวธิ ีการ พนักงานเปน ส่ิงทสี่ าํ คัญ เนอ่ื งจากธรุ กจิ ทด่ี มี กั
กรุงเทพมหานคร สมั ภาษณเ ชิงลกึ กลุม เกดิ จากการบริหารจดั การทีด่ เี ปนระบบ
ผใู หข อ มลู หลกั ไดแ ก ระเบยี บมขี ั้นตอนท่ีชดั เจน กลยุทธการสราง
ผปู ระกอบการคาเฟ ความไดเ ปรยี บทางการแขง ขันพบวา รปู แบบ
แมว พนักงานของราน ของรา นเปนสิง่ ทผี่ ปู ระกอบการเหน็
และลกู คาผูเคยใช ความสาํ คญั และคิดวา เปนขอไดเ ปรียบของ
บรกิ าร ธุรกจิ ซงึ่ รูปแบบของราน การตกแตงรา น
ภายในและภายนอกรา น สามารถดงึ ดูดให
ลูกคาเขามาใชบริการได และกลยทุ ธก ารมุง
ตลาดเฉพาะสว นคือการมุง เนน กลมุ ลกู คา ทร่ี กั
และชนื่ ชอบแมว
1.3 กรอบแนวคดิ ตวั แปรตาม
ตัวแปรตน
ความไดเ ปรยี บทางการแขง ขัน (Porter,1998)
การวเิ คราะหก์ ารแข่งขนั ในอตุ สาหกรรม (Five กลยทุ ธธรุ กิจเพ่อื สรา งความ
ไดเ ปรียบทางการแขง ขันในธุรกิจ
Forces Analysis) (Porter, Michael ของบรษิ ัท บจี ี คอนเทนเนอร กลาส
การวเิ คราะหจ ดุ แข็ง จุดออ น โอกาส และ จํากดั (มหาชน)
อปุ สรรคทางธรุ กิจ (Humphrey,1960)
วเิ คราะหส ภาพแวดลอมภายนอกองคก ร
(“PEST Analysis” หรือ “STEP Analysis)
(Humphrey,1960))
ภาพท่ี 1 กรอบแนวคิดในการวิจยั
209
การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
วิธกี ารศึกษา
การศึกษาคร้ังน้ี เปนการศึกษาตามกรอบของกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ เพื่อใหไดผลการศกึ ษา
เชิงคุณภาพ (Qualitative Independent Study) โดยแบงการศึกษาออกเปน 2 สวน คือ 1. การเก็บขอมูล
แบบปฐมภูมิ โดยผูศึกษาจะทําการศึกษารวบรวมขอมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยการสัมภาษณ ตัวแทน
ของกลุมบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน) โดยแบงเปน 4 กลุม ไดแก ฝายบริหาร ฝาย
การตลาด ฝายการผลิต และฝายจัดซ้ือ-จัดจาง ทั้งหมด 9 คน 2. การเก็บขอมูลแบบทุติยภูมิ (Secondary
Data) โดยการเก็บรวบรวมขอมูล รายละเอียดดานภาวะเศรษฐกิจ การเมือง แนวโนมของธุรกิจผลิตภัณฑแกว
และบรรจุภัณฑ วิเคราะหสภาพการตลาดและการแขงขันของธุรกิจ นอกจากนี้ยังรวบรวมขอมูลจาก บทความ
สิ่งตีพิมพที่เก่ียวของกับการแขงขันทางธุรกิจ และพฤติกรรมผูบริโภค รายงาน 56-1 รายงานประจําป แบบ
แสดงรายการขอมูลประจาํ ป รวมถงึ ขอมูลเวบ็ ไซตภายในบรษิ ัท หนงั สือพมิ พ และวารสาร บรษิ ัท บีจี คอนเทน
เนอร กลา ส จาํ กดั (มหาชน)- ของบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จาํ กัด (มหาชน)
ประชากรและกลมุ ตัวอยาง
การวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยผูวิจัยไดแบงกลุมผูใหขอมูลหลักที่สําคัญและเลือกใช
วิธกี ารเลอื กกลมุ ตัวอยา งแบบเจาะจง (purposive sampling) โดยแบงผใู หข อ มลู หลกั ท่ีสาํ คัญออกเปน 4 กลุม
ไดแก ฝายบริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน) จํานวน 1 คน ฝายการตลาด บริษัท บีจี
คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน) จํานวน 3 คน 3. ฝายผลิต บริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด
(มหาชน) จํานวน 2 คน และฝา ยจัดซอื้ บรษิ ัท บจี ี คอนเทนเนอร กลา ส จาํ กัด (มหาชน) จํานวน 3 คน
เคร่อื งมือท่ีใชในการศึกษา
เคร่ืองมือที่ใชในการรวบรวมขอมูล เปนแบบสัมภาษณ โดยผูวิจัยไดสรางแนวคาํ ถาม (Interview
Guide ) เพ่ือใชในการสมั ภาษณผใู หข อมลู จาํ นวน 4 ฉบับ ไดแ ก
1. แบบสัมภาษณสําหรับ ประธานเจาหนาท่ีบริหารของบริษัท สัมภาษณในประเด็นเก่ียวกับ
ประวัติบริษัท วิสัยทัศน พันธกิจ เปาหมาย กลยุทธระดับองคกร กลยุทธระดับธุรกิจ การวิเคราะหจุดออน จุด
แข็ง โอกาสและอุปสรรค การวิเคราะหสภาพแวลลอมภายนอกองคกร การวิเคราะหการแขงขันใน
อุตสาหกรรม แนวทางการเติบโตในอนาคต 2. แบบสัมภาษณสําหรับ ฝายการตลาด บริษัท บีจี คอนเทนเนอร
กลาส จํากัด (มหาชน) ในประเด็นเกี่ยวกับงานดานการขาย การจัดการเชิงกลยุทธ กลยุทธสรางความแตกตาง
การเจาะจงในตลาด การแบงสวนตลาด (STP Marketing) กลยุทธการทําสวนประสมทางการตลาด
(Marketing mix 4P) 3. แบบสัมภาษณสําหรับ ฝายการผลติ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน)
ในประเด็นเก่ียวกับงานดานการผลิต การควบคุมการผลิต การมีตนทุนการผลิตที่ต่ํา นวัตกรรมและเทคโนโลยี
ท่ีใชในกระบวนการผลิต รวมท้ังการวิจยั และพฒั นาผลิตภัณฑใ หม 4. แบบสัมภาษณสําหรับ ฝายจัดซื้อ-จดั จาง
บริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน) ในประเด็นเกี่ยวกับการบริหารงานดานจัดซ้ือ-จัดจาง การ
จัดซื้อเชิงกลยุทธ วิธกี ารคัดสรรและประเมินผูข าย
วธิ ีการวเิ คราะหข อ มลู
ผูวิจัยวิเคราะหขอมูลโดยการนําขอมูลที่ไดจากการสัมภาษณ หรือ จากการฟงสัมภาษณสดผานส่ือ
ออนไลน และขอมูลตางๆที่ไดจากสืบคนที่เก่ียวของกับบริษัท มาลําดับเหตุการณเรียบเรียงและพรรณนา
วิเคราะหโ ดยขั้นตอนการวเิ คราะหข อมลู ดาํ เนนิ การ ดงั นี้
1. การวิเคราะหขอมูลเบ้ืองตน ขอมูลท่ีไดจากการสัมภาษณ หรือ จากการฟงสัมภาษณสดผาน
สื่อออนไลน ทําการวิเคราะหไปพรอมๆกับการเก็บขอมูล โดยผูวิจัยจะนําขอมูลที่ไดจากการจดบันทึกการถอด
210
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
เทปบันทึกเสียงมาจัดแยกเปนหมวดหมูตามประเด็นตางๆ พิจารณาขอมูลที่ไดแตละครั้งเพ่ือใหไดขอมูลท่ี
สมบูรณเพียงพอ และถาหากไดขอมูลท่ีไมเพียงพอ ก็ทําการสืบคนขอมูลตามแหลงตางๆเพ่ือหาขอมูลเพ่ิมเติม
เพ่ือใหไดขอมูลที่เพียงพอสมบูรณมากท่ีสุด 2. วิเคราะหและสังเคราะหขอมูลโดยการศึกษาจากเอกสารและ
ขอมูลจากบทสัมภาษณ โดยใชหลักแนวคิด ทฤษฎี และเอกสารงานวิจัยที่เก่ียวของมาอางอิงประกอบและ
นํามาวิเคราะหและบันทึกขอมูลอยางละเอียดแลวนําไปจัดเปนหมวดหมูแยกประเภทและวิเคราะหขอมูล ทํา
การสรุปขอมูลและอภิปรายผลของขอมูล เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคของงานวิจัย โดยผูวิจัยวิเคราะหขอมูลโดย
อาศยั วธิ ีการวิเคราะหเชิงพรรณนา(Description Analysis)
ผลการวิจัย ผลการศึกษาไดขอ มูลมาจาก 2 สวนไดแก 1. ขอมูลปฐมภูมิซงึ่ ไดมาจากการสมั ภาษณกลุมตัวอยา ง
ตัวแทนของกลุมบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน) โดยแบงเปน 4 กลุม ไดแก ฝายบริหาร ฝาย
การตลาด ฝา ยการผลติ และฝา ยจดั ซ้อื -จดั จา ง ทัง้ หมด 9 คนเพื่อใหทราบภาพรวมของบริษัทฯ การดาํ เนนิ งาน
ในสวนตางๆ การวางแผนการดําเนินงาน การกําหนดกลยุทธขององคกร โอกาสในการเติบโต และปญหาและ
อุปสรรคตาง ๆ 2. ขอมูลทุติยภูมิไดมาจากการเก็บรวบรวมขอมูล จาก บทความ ส่ิงตีพิมพที่เก่ียวของกับการ
แขงขันทางธุรกิจ และพฤติกรรมผูบริโภค รายงาน 56-1 รายงานประจําป แบบแสดงรายการขอมูลประจําป
รวมถึงขอมูลเว็บไซตภายในบริษัท รวมไปถึงหนังสือพิมพ และวารสารตาง ๆ โดยเมื่อนําขอมูลปฐมภูมิกับ
ขอมลู ทุตยิ ภมู มิ ารวบรวมและนาํ มาผนวกกบั กรอบแนวคดิ ตางๆสามารถสรุปไดเปน ประเด็นดงั ตอ ไปน้ี
1. การวเิ คราะหก์ ารแข่งขนั ในอตุ สาหกรรม (Five Forces Analysis)
ตารางท่ี 2 ตารางการวิเคราะหการแขงขนั ในอตุ สาหกรรม (Five Forces Analysis)
Five Forces Analysis การวเิ คราะหปจ จัย
1) แรงจากการแขงขันภายในอตุ สาหกรรม คูแขง ขนั นอ ยราย แตกเ็ ปนรายใหญ เน่ืองจากเปนอุตสาหกรรมที่
ทม่ี ีอยเู ดมิ ลงทนุ สูง สว นมากโรงงานแกวจะผกู ตดิ กบั บรษิ ทั เครอื่ งดื่มทเ่ี ปน บริษทั
แมเปนหลัก
2) แรงจากการตอ รองของลูกคา บรษิ ทั ฯเนนคุณภาพสินคา บริการ ภาพลักษณท ี่ดี ไมเนนการใชราคา
ต่าํ ทาํ ตลาด โดยมากลกู คา จะอา งอิงจากตน ทนุ ของเราเปนหลัก
3) แรงจากผจู าํ หนา ยหรอื ซัพพลายเออร ไปถือหุนในบรษิ ทั ทเี่ ปน ผขู ายวตั ถดุ บิ สําคญั โดยมกี ารทําสัญญาซอ้ื
ขายระยะยาว มกี ารกาํ หนดโครงสรางราคาเพอ่ื กําหนดราคาซอ้ื ขาย
ทง้ั นีเ้ นอื่ งจากเราถือวาเปน ผูนาํ ดานการผลติ ขวดแกว ทําใหมีความ
ตองการใชวตั ถดุ บิ มากทําใหม อี ํานาจตอรองกบั กับผขู ายไดด ีในระดับ
หนง่ึ
4) แรงจากการเขามาของคูแขงรายใหม High barrier to entrance แตผูขายรายยอ ย เนอ่ื งจากมีตนทนุ ตํ่า
กวา กอ็ าจจะไปตลี ูกคา กลุมยอ ย หรอื อาจจะเรียกไดวา มีลูกคาคนละ
กลมุ อยา งไรกต็ าม คูแขง ทน่ี ากลวั ไมใชคแู ขง ในประเทศ แตเ ปนลูกคา
จากตางประเทศเชน จนี ถา คาระวางเรือถูก ลกู คาเองก็สามารถส่ังซอ้ื
ขวดจากตา งประเทศได
5) แรงจากสนิ คาทดแทน ขวดแกว ถือวา เปน สนิ คา รักษโลก มากวา สนิ คา อ่นื ๆเชน ขวดพลาสตกิ
เพราะขวดแกวสามารถนํากลบั มาใชได 100 % แตในขณะเดยี วกนั
ขวดแกว เองกม็ ขี อเสียในเรอื่ งของนํา้ หนกั ท่ีมาก แตกงาย ในขณะที่
ขวดพลาสตกิ มนี า้ํ หนกั เบากวา แตก็คงไมส ามารถทดแทนไดท ้ังหมด
211
การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
2.การวิเคราะหส ภาพแวลลอ ม SWOT Analysis
จดุ แขง็ (Strength)
1) บรษิ ทั ฯมีความสามารถในการผลติ บรรจุภณั ฑท่หี ลากหลาย ท้งั ในบรรจภุ ณั ฑประเภทแกว
(SKU Rationalization) ซึ่งรวมถึงการปรับเปล่ียนรูปแบบและขนาดของผลิตภัณฑ พัฒนารูปแบบของ
ผลติ ภัณฑ รวมถงึ สรา งสรรคผลิตภัณฑใ นรปู แบบเฉพาะทีต่ อบสนองความตอ งการของลกู คาเฉพาะรายท้ังในแง
ของราคา ความสวยงาม และประโยชนใชส อยของผลติ ภัณฑ
2) บริษัทฯ มีศักยภาพในดานเงินทุนและบุคลากรในการขยายฐานลูกคาทั้งในประเทศและ
ตางประเทศ โดยบริษัทมีฐานลกู คาในหลายภูมภิ าค เชน อเมริกา กลุมประเทศ CLMV กลุมประเทศ Oceania
กลมุ ประเทศในสหภาพยุโรป และอินเดีย เปน ตน
3) บริษัทฯ ดําเนินธุรกิจมานานถึง 40 ป มีบุคลากรท่ีมีความรูความสามารถ โดยบุคลากรใน
ทุกฝายและทุกระดับตองมีความรูความเช่ียวชาญเก่ียวกับบรรจุภัณฑแกว มีความเขาใจเก่ียวกับการผลิต และ
ภาพรวมธุรกิจอยางเปนองครวม โดยบุคลากรของบริษัทฯจะตองผานการอบรมเกี่ยวกับบรรจุภัณฑแกว
นอกจากน้ีในระดับผูบริหารของแตละโรงงาน บริษัทฯ มุงเนนใหผูบริหารทุกฝายตองมีความตระหนักถึงการ
ดําเนินงานดานการเงิน (Financial Awareness) เพื่อใหการบริหารงานเปนไปเพ่ือประโยชนสูงสุดตอผูถือหุน
ของบรษิ ทั ฯ
4) บริษัทฯ กอต้ังโดยการรวมตัวกันของผูผลิตเคร่ืองดื่มรายใหญของประเทศ อาทิ เชน
บริษัท บุญรอด บิวเวอร่ี จํากัด (เบียรสิงห), บริษัท ไทยนํ้าทิพย จํากัด (เคร่ืองดื่มโคก) และ บริษัท ที.ซี.ฟาร
มาซูติคอล อุตสาหกรรม จาํ กดั (กระทงิ แดง) ทาํ ใหบรษิ ทั ฯจะมยี อดสัง่ สนิ คาขั้นต่าํ ท่ีแนน อนและมนั่ คง
5) ธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑขวดแกว เปนอุตสาหกรรมท่ีตองการลงทุนเคร่ืองจักร โกดังโรงงาน
ตางๆคอนขางสูง โดยเตาหลอม 1 เตา อาจตองใชเงินลงทุนกวา 2,000 ลานบาท ทําใหเปนอุปสรรคในการเขา
มาของผูเลนรายใหมๆ ทําใหเปน ธรุ กจิ คอ นขา งผูกขาด
จดุ ออน (Weakness)
1) ในอุตสาหกรรมธุรกิจผลิตผลิตภัณฑบรรจุภัณฑแกว ผูผลิตตองใชเงินลงทุนเปนจํานวนสูง
มาก โดยเฉพาะการลงทุนในเคร่ืองจักรและเทคโนโลยีเกี่ยวกับการผลิตแกว เพ่ือใหบริษัทสามารถบรรลุ
เปาหมายและกลยุทธทางธุรกิจในการเปนผูนําดานการผลิตบรรจุภัณฑครบวงจรได ดังน้ันบริษัทฯจําเปนตอง
ใชเงินในการจัดซื้อเครื่องจักรจํานวนมากจึงจําเปนตองระดมเงินทุนจากการกูยืมจากแหลงเงินทุนและมีความ
เสยี่ งตอ การชําระหนใ้ี นการกูยมื เงนิ มาหมนุ เวยี นธรุ กิจ
2) ธุรกิจเปนธุรกิจเฉพาะดังนั้นการขยายธุรกิจแนวดิ่งกระทําไดยาก ในขณะเดียวกันตนทุน
บุคลากร ตนทุนการขนสงเพิ่มขึ้นเร่ือย ๆ ดังน้ันบริษัทจึงพยายามหาโอกาสใหม ๆ ในธุรกิจอ่ืนๆเพื่อเช่ือมโยง
ธรุ กิจตางๆไปดว ยกนั
3) คําส่ังซื้อสวนใหญมาจากบริษัทฯท่ีเปนผูถือหุน และสวนมากมาจากภายในประเทศ โดย
ปจจุบันสัดสวนการขายสินคามาจากในประเทศสูงถึงรอยละ 95 ในขณะเดียวกันการขายสินคาไปตางประเทศ
มเี พยี งรอยละ 5 ทําใหบรษิ ัทฯพง่ึ พาคาํ สัง่ ซื้อจากภายในประเทศมากเกินไป
โอกาส (Opportunities)
1) ผูบริโภคในประเทศไทยมีแนวโนมที่จะเลือกซ้ือสินคาท่ีมีคุณภาพดีขึ้นตามรายไดท่ีเพิ่มขึ้น
เชน บรรจุภัณฑที่มีความสวยงามและมีคุณภาพสูงเปนปจจัยสําคัญในการเลือกผลิตภัณฑท่ีมีราคาแพง
โดยเฉพาะบรรจุภัณฑสําหรับผลิตภัณฑของใชสวนตัว (Personal Care) และเคร่ืองดื่มท่ีผสมแอลกอฮอล
ดงั นัน้ ผผู ลิตจงึ มีแนวโนมทจ่ี ะใชบรรจุภณั ฑแ กวเพม่ิ ข้นึ เพ่ือดงึ ดดู ใหผ บู รโิ ภคใชผ ลติ ภัณฑของตน
212
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
2) ผูบริโภคในประเทศไทยมีแนวโนมในการเลือกใชผลิตภัณฑที่ใหความสําคัญตอสุขภาพซ่ึง
ไดรับความสนใจจากลูกคาท่ัวไปจํานวนมากซึ่งเปนปจจัยสําคัญในการเลือกซ้ืออาหารและเคร่ืองด่ืมของ
ผบู ริโภคไทย ดังน้ันความตอ งการใชบรรจุภัณฑแ กว จึงเพม่ิ ข้ึนเนื่องจากบรรจภุ ณั ฑแกวเปนบรรจุภัณฑท ่มี ีความ
ปลอดภยั และทําปฏิกิรยิ าเคมีนอ ยกวา บรรจภุ ัณฑป ระเภทอืน่
3) กระแสการอนุรักษส่ิงแวดลอมทําใหผูบริโภคเลือกใชบรรจุภัณฑท่ีสามารถนํากลับมาใช
ใหมไ ด (Recyclable Packaging) ซึง่ บรรจภุ ณั ฑแกว สามารถนํากลับมาใช ไดท ั้งหมด รอ ยละ 100 ทาํ ใหผูผ ลิต
หลายรายใช บรรจุภัณฑแ กว มากขน้ึ เพื่อดึงดูดให ผบู ริโภคท่ตี องการอนรุ กั ษสิ่งแวดลอมมาใชผลติ ภัณฑข องตน
4) การเลือกใชบรรจุภัณฑท่ีสรางสรรค (Creativity) แนวโนมดังกลาวมีผลทําใหผูผลิตบรรจุ
ภัณฑแกวตองออกดีไซนใหม ๆ ในการบรรจุผลิตภัณฑที่หลากหลายและสามารถใชงานไดอยางดี เชน บรรจุ
ภัณฑสําหรับอาหารและเครื่องด่ืม เปนตน เพื่อแสดงใหผูบริโภคเห็นถึงความคิดสรางสรรค ซ่ึงเปนการจุด
ประกายความสนใจในตัวผบู ริโภค ตลอดจนดงึ ดดู ผบู รโิ ภคใหม ๆ ดวย
5) การขยายตัวธุรกิจของบริษัทฯ มุงเนนการลงทุนธุรกิจใหมดวยนโยบายการลงทุนแบบการ
ควบรวมกิจการหรือรวมทุน (Mergers and Acquisitions : M&A) เพื่อเพิ่มชองทางในการเขาสูอุตสาหกรรม
ใหมรวมทั้งเพิ่มยอดขาย และเพิ่มสวนแบงการตลาดจากฐานลูกคาเดิม โดยบริษัทฯ มีนโยบายการลงทุนแบบ
M&A นั้นกเ็ พอ่ื เปนการชว ยประหยดั เวลาและตนทนุ ในการศกึ ษาและลงทุนเองใหมตั้งแตเ รมิ่ ตน
6) อัตราการบริโภคหรือการใชท่ีมากข้ึนทุกๆป ตลาดบรรจุภัณฑแกวในประเทศไทยในป
2562 มกี ารใชบรรจภุ ณั ฑแกว จํานวนท้งั สนิ้ 14,032.4 ลานหนว ย เพิม่ ข้ึนจากในป 2556ซ่ึงมกี ารใชบ รรจุภัณฑ
จํานวนท้ังส้ิน 12,534.9 ลานหนวย คิดเปนอัตราการเติบโตเฉลี่ยตอป (CAGR) รอยละ 2.3 ทําใหธุรกิจยังมี
โอกาสเติบโตในระยะยาวได
อุปสรรค (Weakness)
1) ขวดแกวเกิดจากการหลอมของวัตถุดิบหลายอยางรวมตัวกัน เชน ทรายแกว โซดาแอส
หินฟนมา หินโดโลไมค เศษแกวรีไซเคิล เปนตน โดยตนทุนของเศษแกวกับตนทุนพลังงานเช่ือเพลิง (NG) คิด
เปนสัดสวน รอยละ 50 ของตนทุนท้ังหมด การปรับตัวข้ึนลงของราคาวัตถุดิบและคาพลังงานอาจสงผลให
ตนทุนการผลิตของบรรจุภัณฑแกวเพิ่มสงู ขึ้นในขณะทบ่ี ริษทั ฯ ไมสามารถผลกั ภาระตนทุนท่ีเพม่ิ ขน้ึ ดังกลาวไป
ยังลูกคาได ประกอบกับภาวะการแขงขันที่ในตลาดอยูในระดับสูง และหากตนทุนดังกลาวยังคงเพิ่มข้ึนอยาง
ตอเนื่อง การดําเนินธุรกิจโอกาสทางธุรกิจ ฐานะทางการเงิน ตลอดจนผลประกอบการของบริษัทฯ อาจไดรับ
ผลกระทบในทางลบอยา งมนี ยั สําคัญ
2) บริษัทฯ ไดมีการลงทุนในโครงการใหม เงินลงทุนสวนหน่ึงจะใชเงินสกุลยูโรในการจัดหา
เครื่องจักรของโครงการ ซึ่งความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหวางประเทศอาจมีผลกระทบตอ
งบประมาณการลงทนุ ที่ไดว างแผนไว
3) บรรจุภัณฑประเภทอ่ืน เชน กระปองอลูมิเนียม ขวดพลาสติก เปนตน เร่ิมมีความนิยมใน
กลุมผูบริโภคมากขึ้น มีโอกาสเขามาทดแทนบรรจุภัณฑประเภทขวดแกวเนื่องจากมีน้ําหนักที่เบากวา งายตอ
การพกพา ไมแ ตกงา ยและชวยประหยดั คาขนสงในการกระจายสินคา
ท้ังน้ีเม่ือใชเครื่องมือทําการวิเคราะหแลว ทําใหสามารถกําหนดเปนกลยุทธตางๆ พรอมทั้งขอดี
และขอ เสยี ของแตละกลยทุ ธไดดงั น้ี
213
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
ตารางที่ 3 ตารางการแสดงกลยทุ ธใ นธุรกจิ และขอดีกับขอ เสยี ในแตละกลยทุ ธ
กลยทุ ธ ขอดี ขอ เสีย
1. การสตอ็ กเศษแกว ไวล วงหนา 1. ลดความเสย่ี งในการขาดแคลน 1. มีคาใชจายในการทําสตอก
อยา งนอ ย 3 เดอื น และเขาไป วตั ถดุ ิบทใี่ ชในการผลิต มากขึน้
เปนเจาของบริษัทผูผลิตวัตถดุ ิบ 2. สามารถรตู น ทุนท่แี ทจ รงิ ในการ 2. มตี น ทนุ ทางการเงินมากข้ึน
เศษแกว โดยการถือหนุ 100 % ผลิตวัตถดุ บิ เน่ืองจากมีภาระในการซอ้ื
3. สามารถบรหิ ารจดั การวัตถุดบิ ให กจิ การ
เหมาะสมกับการผลติ และสามารถ
Balance Demand กับ Supply ได
อยา งเหมาะสม ลดความเส่ยี งที่ทําให
เกดิ สงครามราคา
2. การสรางความแตกตาง 1.ทําใหเ กดิ ขอไดเปรยี บทางการ 1. มีตน ทนุ การการวิจยั และ
(Differentiation) การคดิ คน แขง ขนั มอี ํานาจตอรองกบั ลูกคา มาก พฒั นา
ผลิตภัณฑใ หมๆ ข้ึน
2.บรษิ ัทฯขายสินคาไดมากขน้ึ มี
กําไรมากขน้ึ
3. การมตี น ทนุ การผลิตท่ีตํา่ 1. สรางความไดเ ปรียบทางการ 1. มีการลงทุนและปรับปรงุ
(Cost Leadership) แขง ขันเหนือคแู ข็ง กระบวนการผลติ ในชว งเร่ิมตน
2. สรา งผลกําไรไดม ากขน้ึ
4. การเจาะจงในตลาด (Focus) 1. สามารถขยายกลมุ ลูกคา กลมุ ใหม 1.มีตนทุนการการวิจัยและ
มงุ เนนกลุมอตุ สาหกรรมยา ทําใหม โี อกาสเติบโตมากยงิ่ ข้ึน พัฒนา
เครอื่ งสําอางและความงาม โดย 2. สามารถสรา งผลกาํ ไรไดดีมากขน้ึ 2. เสยี คาใชจา ยในการทาํ ตลาด
ใหค วามสําคญั กบั สินคาที่มี ใหมเ พ่ือเจาะกลุมลูกคา กลมุ ใหม
รปู แบบซับซอนและเจาะจงกับ
กลมุ ผบู ริโภคโดยเฉพาะ
5. การจัดทาํ แผนพัฒนาบุคลากร 1. บุคลากรมศี กั ยภาพเพมิ่ ข้นึ พรอ ม 1. เสียงบประมาณในการอบรม
ของบรษิ ัทฯ สําหรับรองรบั การเติบโตของบรษิ ัทฯ พนกั งานและเสยี เวลาในการ
ในอนาคต ปฏิบตั ิงานของพนกั งาน
2. สรางการทาํ งานเปนทมี มากข้นึ ทํา
ใหบรษิ ัทฯสามารถเติบโตไดเ ร็วขึ้น
ทันตอการเปล่ียนแปลงของโลกไดด ี
ขึ้น
6. การจัดทําแผนพฒั นาผูขาย 1. ลดความเสยี่ งในการขาดแคลน 1. เสียงบประมาณในการสง
วตั ถุดิบท่ีสําคัญ วัตถุดบิ ที่ใชใ นการผลติ เจาหนา ทีข่ องบริษัทฯไปพัฒนา
2. บรษิ ทั ฯไดวัตถดุ บิ ท่ีดี มคี ณุ ภาพ ผูขาย
ลดความสูญเสยี ในกระบวนการผลิต
3. สรางคูคาทดี่ ใี นระยะยาว
214
การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
ตารางที่ 3 ตารางการแสดงกลยุทธใ นธรุ กจิ และขอดีกบั ขอเสียในแตล ะกลยุทธ (ตอ )
กลยทุ ธ ขอ ดี ขอเสีย
7. ลงทนุ ในระบบการผลิตตางๆ 1. บรษิ ทั ฯจะมตี นทุนการผลิตที่ 1. เสยี งบประมาณในการพฒั นาและ
เพ่ือใหค รอบคลุมระบบการผลิต ตํ่าไดใ นระยะยาว ปรบั ปรงุ กระบวนการผลติ
มุงสูการผลิตแบบ Machine 2. สรา งความไดเปรยี บเชงิ การ
Intensive แขงขัน
3. สามารถควบคมุ คณุ ภาพของ
สนิ คา ไดดยี ิ่งข้ึน
4. ลดความสญู เสยี ใน
กระบวนการผลิต
5. ลดปญ หาเรอ่ื งการขาดแคลน
แรงงาน
8. ทาํ การศึกษาขอ มูลที่เกีย่ วขอ ง 1. ลดความเสย่ี งในธรุ กจิ ที่จะ 1. เสยี งบประมาณในการศกึ ษา
ในโครงการทีจ่ ะไปลงทนุ โดย เขา ไปลงทุน โอกาสในการลงทุน
ละเอยี ด โดยคาํ นงึ ถงึ ปจ จัยดาน 2. เพิ่มโอกาสทางธรุ กจิ ทีจ่ ะเขา
ตา งๆ ท่เี กีย่ วของ ไปลงทนุ และขยายกลุม ลกู คา ใน
ตางประเทศ พรอมท้งั ยังเปน
การสรางโอกาสในการขยาย
ธรุ กจิ อ่นื ๆท้งั ทเ่ี ก่ยี วของกบั บรรจุ
ภัณฑแ กวและบรรจภุ ณั ฑอ นื่ ๆ
9. การลงทนุ เพมิ่ ในธรุ กิจท่ี 1. เปนการกระจายความเส่ยี ง 1. ตองเสยี เงินจํานวนมากในการ
เก่ียวเนื่องกนั Total Packaging เพือ่ ลดการพึ่งพาธรุ กิจบรรจุ เขาซ้ือกิจการอ่นื ตนทุนทาง
Solution ภัณฑแกวเพยี งอยางเดียว การเงนิ เพ่มิ ขึน้
2. สรา งโอกาสเตบิ โตใหธรุ กจิ 2. หากธรุ กจิ ทเ่ี ขา ไปซอ้ื ไมป ระสบ
ความสาํ เรว็ อาจทาํ ใหภาพรวมผล
กาํ ไรของบริษทั แยล ง
อภปิ รายผลการวจิ ัย
จากการศกึ ษากลยทุ ธธรุ กจิ เพ่ือสรางความไดเปรียบทางการแขงขันในธุรกิจของบรษิ ัท บจี ี คอนเทน
เนอร กลา ส จํากัด (มหาชน) ผวู ิจยั สามารถอภปิ รายผลการศึกษาไดด งั นี้
1. การทําใหบริษัทเกิดอํานาจตอรองกับลูกคามากข้ึน สามารถขายสินคาไดมากข้ึน มีกําไรมาก
ข้ึน สามารถสรางความไดเปรียบทางการแขงขันเหนือคูแข็งและยังสามารถขยายกลุมลูกคากลุมใหม ทําใหมี
โอกาสเติบโตมากย่ิงข้ึนน้ัน บริษัทจําเปนตองสรางความไดเปรียบในการแขงขันทางธุรกิจ เหมือนกับท่ี Porter
(1998) ไดก ลา วถงึ ความไดเ ปรียบในการแขงขันทางธรุ กิจชอ่ื วา Competitive Advantage โดยจะตอ งใสใ จใน
องคป ระกอบ 3 อยางดังนี้
1) สรางความแตกตาง (Differentiation) คือ สินคาหรือบริการท่ีธุรกิจผลิตข้ึนมาน้ัน จะตอง
มีความแตกตางท่ีอาจจะไมสามารถหาไดจากสินคาทั่วไปของผูอื่น หรือมีการเพ่ิมศักยภาพหรือประสิทธิภาพ
ของผลติ ภัณฑ จนทําใหส ามารถตงั้ ราคาขายที่แพงกวา คแู ขง ได
215
การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
2) การมีตนทุนการผลิตที่ต่ํา (Cost Leadership) ยอมจะดํารงอยูในตลาดการแขงขันได
แมวาจะมี Profit Margin ท่ีต่ําซ่ึงลักษณะเชนนี้จะทําใหคูแขงขันรายอื่น ๆไมอยากที่จะเขามาแขงขันดวย
เพราะวาไมคุมกับความเส่ียงในการอยูรอดเพื่อทําตลาดแขงขัน ธุรกิจที่มีตนทุนการผลิตต่ําแตอยูมากอนและ
อยูเพยี งผเู ดยี วในตลาด จะสามารถอยไู ดเนอื่ งจากมีลูกคา จํานวนมาก และสามารถทาํ กําไรสุทธิทไ่ี ดเ พิ่มขน้ึ
3) การเจาะจงในตลาด (Focus) คือ การท่ีธุรกิจมุงเนนผลิตสินคาหรือบริการใหกับตลาด
เฉพาะสวน เมื่อเปน ดงั นแ้ี ลว ดวยสนิ คา และบรกิ ารทจ่ี ําเพาะจะทาํ ใหส ามารถตัง้ ราคาขายไดส งู เนือ่ งจากลูกคา
จาํ เปนตองซือ้ จากธุรกิจนนั้ และไมต อ งการเสี่ยงที่จะซือ้ จากผูอ ื่นอกี
ทั้งน้ีสอดคลองกับงานวิจัยของ พรเทพ บุญทศ. (2559). ท่ีวิจัยเรื่องกลยุทธการสรางความ
ไดเปรียบทางการแขงขันของธุรกิจสถานดูแลผูสูงอายุในกรุงเทพมหานคร โดยพบวากลยุทธการสรางความ
ไดเปรียบทางการแขงขันที่ใช กลยุทธระดับองคกรท่ีใชคือ กลยุทธการเจาะตลาด กลยุทธการพัฒนาตลาดและ
พัฒนาผลิตภัณฑ และกลยุทธระดับธุรกิจที่ใชคือ กลยุทธการเปนผูนําตนทุน กลยุทธการสรางความแตกตาง
กลยุทธพันธมิตรทางธรุ กจิ นอกจากน้ีแลว ยังสอดคลองกับงานวิจัยของ ดวงพร ปฐมมาณศิ .(2559).ท่ีวิจัยเรอ่ื ง
การวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมขอมูลโดยใชวิธีการสมั ภาษณเชิงลกึ กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจยั คือ ผูบริหาร
บริษัท กูดไทร รีเทรดดิ้ง จํากัด และผูบริหารงานดานการตลาดของบริษัท โดยพบวา การดําเนินธุรกิจของ
บริษัทจะใชกลยุทธการสรา งความแตกตางในดานสินคาดา นคุณภาพ ดานนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงการ
ใชกลยุทธการเปนผูนําดานตนทุนต่ํา กลยุทธการตอบสนองอยางรวดเร็ว และกลยุทธการมุงตลาดเฉพาะสวน
ทาํ ใหส ามารถสรางตราสนิ คา ใหเ ปน ทร่ี จู ักและเปนทย่ี อมของลูกคา
2. การวิเคราะหปจจัยตาง ๆ ทั้งภายนอกและภายในองคกร จะชวยใหผูบริหารขององคกรทราบ
ถึงการเปลี่ยนแปลงตางๆ ท่ีเกิดข้ึนภายนอกองคกร และแนวโนมการเปล่ียนแปลงในอนาคต รวมทั้งผลกระทบ
ของการเปลี่ยนแปลงเหลาน้ีท่ีมีตอองคกร ธุรกิจและจุดแข็ง จุดออน และความสามารถดานตาง ๆ ท่ีองคกรมี
อยูซ่ึงขอมูลเหลาน้ีจะเปนประโยชนอยางมากตอการกําหนดวิสัยทัศน การกําหนดกลยุทธและการดําเนินตาม
กลยุทธขององคกรระดับท่ีเหมาะสมตอไป เหมือนกับที่ Humphrey (1960) ผูคิดคนทฤษฎีการวิเคราะหจุด
แขง็ จดุ ออ น โอกาส และอปุ สรรคทางธุรกิจ คือการวเิ คราะหส ภาพแวดลอมภายในและภายนอก ประกอบดว ย
การวิเคราะหจุดแข็ง จุดออน เพ่ือใหรูตนเอง (รูเรา) รูจักสภาพแวดลอม (รูเขา) ชัดเจน และวิเคราะหโอกาส-
อุปสรรค นอกจากน้ีแลวยังสอดคลองกับงานวิจัยของ กุลธิดา สวางจิตร .(2559).ที่วิจัยเรื่องกลยุทธการสราง
ความไดเปรียบทางการแขงขันของธุรกิจคาเฟแมวในเขตกรุงเทพมหานคร โดยพบวาสภาพแวดลอมทางธุรกิจ
ภายนอก พบวา สังคมและวัฒนธรรมเปนสงิ่ ท่สี รางโอกาสใหแกผ ปู ระกอบกา รสภาพแวดลอ มทางธรุ กจิ ภายใน
พบวา การบริหารจัดการและการบริการของพนักงานเปนส่ิงที่สําคัญ เน่ืองจากธุรกิจท่ีดีมักเกิดจากการบริหาร
จดั การท่ดี ีเปน ระบบระเบียบมขี ้ันตอนทีช่ ดั เจน
3. นอกจากการการวิเคราะหปจจัยตางๆ ท้ังภายนอกและภายในองคกร การวิเคราะหการ
แขง ขนั ในอตุ สาหกรรมทบ่ี ริษัทอยูจงึ เปน สงิ่ สําคญั ดว ยเชนกนั เหมอื นกบั ท่ี Michael E. Porter เปนผคู ดิ ทฤษฎี
แรงกดดันท้งั 5 (Five Force Model) ทัง้ น้เี พ่ือการวางแผนกลยุทธของกิจการและปจจยั ทีส่ าํ คญั ตอการดาํ เนนิ
ธุรกิจ ซึง่ ประกอบดว ยแรงกดดนั 5 ดานคอื
1. แรงจากการแขงขันภายในอตุ สาหกรรมที่มอี ยเู ดิม
2. แรงจากการตอรองของลูกคา
3. แรงจากผจู าํ หนายหรือซัพพลายเออร
4. แรงจากการเขามาของคแู ขงรายใหม
5. แรงจากสนิ คาทดแทน
216
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
กลาวโดยสรุปคือ เม่ือเราใชเครื่องมือท่ีถูกตองมาทําการวิเคราะหองคกร ก็จะทําใหเราไดเครื่องมือ
หรือกลยุทธท่ีเหมาะสมมาใชกับองคกร นํามาซ่ึงการสรางความไดเปรียบเชิงการแขงขันและสรางผลกําไรไดใน
ระยะยาว
ขอ เสนอแนะ
1. การทําวิจัยในครั้งน้ีมีระยะเวลาวิจัยเพียง 3 เดือน และทําภายใตสถาการณการแพรระบาด
ของโควิด-19 ทําใหก ารไดม าซ่งึ ขอ มลู อาจไมครบถวน ละเอียดเพยี งพอ
2. เมือ่ ผูบริหารไดก ําหนดกลยทุ ธในการดําเนินธุรกจิ แลว จําเปน ตองสือ่ สารไปยงั ผใู ตบ ังคับบัญชา
ทุกแผนก ทุกสายงาน และสรางความเขาใจไปในวงกวางและท่ัวถึง เพ่ือใหกลยุทธน้ันมีประสิทธิภาพ โดย
ผูบริหารตองวางนโยบายจากฝายบริหารลงมาสูฝายปฏิบัติการและใหฝายปฏิบัติการระดมความคิดรวมมือ
สรางกระบวนการตาง ๆ นําไปใชงานจริง และนําขอสรุปหรือปญ หาที่พบเจอจากกลยุทธนนั้ ๆมาปรบั ปรุงแกไ ข
หาแนวทางอ่ืนๆเพอื่ พฒั นาองคก รตอไปไดอยา งยง่ั ยนื
3. งานวิจัยครั้งน้ีสามารถเปนแนวทางใหกับผูสนใจหรือผูบริหารองคกรตาง ๆ นําไปประยุกตใช
กับธุรกิจของตนเองที่เปนเจา ของหรอื ทาํ งานอยแู ละทาํ ใหเ ขาใจถึงรปู แบบการดําเนินธุรกิจบรรจภุ ัณฑข วดแกว
ในปจจุบันมากยิ่งข้ึน เพ่ือสรางความพึงพอใจใหกับลูกคามากท่ีสุด สามารถบริหารจัดการภายในองคกรไดมี
ประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น สามารถสรางกลยุทธท่ีเหมาะสมกับองคกรทําใหเกิดประโยชนสูงสุดและทําใหเกิดขอ
ไดเ ปรยี บเชงิ การแขง ขนั ไดใ นระยะยาว
ขอ เสนอแนะสําหรับการศกึ ษาคร้ังตอ ไป
1. การวิจัยครั้งน้ี เปนการวิจัยเชิงคุณภาพไดศึกษากลยุทธธุรกิจเพ่ือสรางความไดเปรียบทางการ
แขงขันในธุรกิจของบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน) โดยใชวิธีการสัมภาษณซ่ึงอาจเปน
สถานการณแวดลอมภายในบริษัทเพียงอยางเดียวดังนั้นหากใหมีความสมบูรณของเนื้อหาควรมีการวิจัยเชิง
ปริมาณควบคูก นั ไปอาจไดขอมูลที่ละเอียดและครบถวนมากยิ่งขึน้
2. ควรศึกษาถงึ ปจจัยตา งๆท่มี ีผลตอการตัดสนิ ใจเลือกใชบ รรจุภณั ฑข วดแกวของผบู ริโภค
3. ควรศึกษาถึงปจจัยตางๆที่มีผลกระทบตอการเปล่ียนแปลงของราคาวัตถุดิบที่สําคัญเชน เศษ
แกว โซดาแอช เปนตน
เอกสารอางอิง
กุลธิดา สวางจิตร. 2559). กลยุทธการสรางความไดเปรียบทางการแขงขันของธุรกิจคาเฟแมวในเขต
กรุงเทพมหานคร. (วิทยานพิ นธปริญญามหาบัณฑติ , มหาวิทยาลยั ศรปี ทมุ ).
ดวงพร ปฐมมาณิศ. (2559). กลยุทธการสรา งความไดเ ปรยี บทางการแขง ขันของบริษทั กูด ไทร รีเทรด ดิ้ง
จาํ กัด ในสภาวะเศรษฐกิจถดถอย. (วทิ ยานิพนธป ริญญามหาบัณฑิต, มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร).
บริษทั บจี ี คอนเทนเนอร กลา ส จาํ กดั (มหาชน). (2563ก). รายงาน 56-1 ประจําป2 563. สบื คน จาก
https://www.bgc.co.th/investor/index.php?r=PublicationsWebcasts/Publications&iYe
ar=2020
บรษิ ทั บจี ี คอนเทนเนอร กลา ส จาํ กัด (มหาชน). (2563ข). รายงานประจาํ ป2 563. สบื คนจาก
https://www.bgc.co.th/investor/index.php?r=PublicationsWebcasts/Publications&iYear=2
020
217
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
พรเทพ บญุ ทศ. (2559). กลยุทธก ารสรา งความไดเ ปรยี บทางการแขง ขนั ของธรุ กจิ สถานดแู ลผูสงู อายใุ น
กรุงเทพมหานคร. (วทิ ยานิพนธปรญิ ญามหาบัณฑติ , มหาวิทยาลัยศิลปากร).
Ansoff, I. (2010). Strategy management. Beijing: China Machine Press.
Humphrey, A. S. (1960). SWOT analysis for management consulting. Retrieved from
https://www.sri.com/sites/default/files/brochures/dec-05.pdf
Porter, M. E. (1998). Competitive Strategy: Techniques for analyzing industries and
competitions: with a new introduction. New York: Free Press.
Yun, S., & Chao, C. (2003). Strategic Management of enterprises. Beijing: Capital University
of Economics & Business Press.
Hill Charles W. L. & Jones Gareth R. (2005). Strategic management (6th ed.). Beijing: China
Machine Press.
Rogers D. & David C. (2009). Strategy management. Journal of Ji Nan University, 13(5), 33-34.
218
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
การศกึ ษาเปรียบเทียบคณุ คา คณุ ภาพการบริการ และการยอมรับเทคโนโลยี
จากการใชบ รกิ ารแอปพลเิ คชันบริการจดั สงอาหาร
ณชั ธิกร แกวธนะสนิ 01
นกั ศกึ ษาปรญิ ญาโทหลกั สตู รวิทยาศาสตรมหาบณั ฑิต คณะอุตสาหกรรมเกษตร
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร
อจั ฉรา เกษสวุ รรณ
อาจารยประจาํ สาขาวชิ าการจัดการเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรมเกษตร คณะอตุ สาหกรรมเกษตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร
บทคดั ยอ
งานวิจัยน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาเปรียบเทียบคุณคา คุณภาพการบริการ และการยอมรับ
เทคโนโลยีจากการใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยเทียบกับบริษัทตางชาติ การวิจัยครั้งนี้
เปนการวิจัยเชิงสํารวจโดยใชแบบสอบถามจากกลุมตัวอยางผูมีประสบการณใชบริการแอปพลิเคชันจัดสง
อาหาร จํานวน 363 คน วิเคราะหผลดวยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะหการถดถอยโลจิสติกสแบบทวิ
โดยแบงกลุมตัวอยางเปนกลุมผูบริโภคที่เลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย และกลุม
ผูบริโภคที่เลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทตางชาติ ผลการวิเคราะหพบวา ผูบริโภคจะ
เลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย เนื่องจากแอปพลิเคชันมีชองทางสําหรับคนหา
รา นอาหารทสี่ นใจ คาํ ส่งั ซอื้ มีความถกู ตอง มกี ารแสดงขนั้ ตอนการขนสงตลอดเวลา ราคาคาจัดสงเหมาะสมกับ
ระยะทาง เนนใหราคาอาหารที่จําหนายผานแอปพลิเคชันมีราคาถูกกวาหนารานท่ัวไป เนนกลยุทธการส่ือสาร
ทางการตลาดเพ่ือใหผูบริโภคทราบวาแอปพลิเคชันมีความปลอดภัย และมีการปกปองขอมูลการใชงานของ
ผูบริโภค สามารถติดตอเจาหนาท่ีไดงาย และไดรับการชวยเหลือทันทีเมื่อเกิดขอผิดพลาดในการใชงาน
ตลอดจนนําเสนอประเด็นสําคัญเร่ืองการสนับสนุนและชวยเหลือผูขายท่ีเปนผูประกอบการไทยรายเล็ก และ
รายยอ ย ผลการวิจัยสามารถนํามาพฒั นากลยทุ ธก ารสงมอบคุณคา และคุณภาพการบรกิ าร เพือ่ สงเสรมิ การใช
บรกิ ารแอปพลเิ คชนั จัดสง อาหารของบรษิ ทั ไทยตอไป
คาํ สาํ คญั : แอปพลิเคชนั จัดสง อาหาร คุณภาพการบรกิ าร การยอมรับเทคโนโลยี
1 นสิ ิตปรญิ ญาโทหลกั สูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร แขวงลาดยาว
เขตจตจุ กั ร กรุงเทพมหานคร 10900 หมายเลขติดตอ: 096-619-5733 อีเมล: [email protected]
219
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
THE COMPARATIVE STUDY OF VALUE PROPOSITION
SERVICE QUALITY AND TECHNOLOGY ACCEPTANCE
OF FOOD DELIVERY SERVICE APPLICATIONS
Nuttikorn Kaewthanasin1
Graduate Student, Master of Science, Faculty of Agro-Industry
Kasetsart University
Ajchara Kessuvan
Lecturer at Department of Agro-Industrial Technology, Faculty of Agro-Industry
Kasetsart University
Abstract
This research aims to conduct a comparative study of perceived value, service quality, and
technology acceptance for local and foreign food delivery service applications. The survey research,
using a questionnaire, sampled 363 consumers of food delivery service. The results were analyzed
by descriptive statistics and binary logistic regression. The sample was divided into a group of
consumers who choose local food delivery applications and another group who prefer foreign food
delivery applications. The results indicate that consumers will choose the local food delivery
application because the application provides the search tool for interesting restaurants, a correct
order system, a map of all delivery stages is shown, a suitable delivery cost with the distance, and
a lower price on the application than in the offline shop. Furthermore, this research suggests that
the marketing communication strategy must be developed to (a) inform consumers about the safety
and protection of their personal data, (b) provide a convenient channel to contact the staff in case
of any incidents, and (c) meet the significant objective of supporting small restaurant owners. The
result from this research can become a guideline for value and service quality delivery strategy to
enhance local foodservice delivery applications.
Keyword: Food Delivery Application, Service Quality, Technology Acceptance
1 Corresponding Author: Graduate Student, Master of Science, Faculty of Agro-Industry, Kasetsart University.
Contact Number: +6696-619-5733 Email: [email protected]
220
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
บทนาํ
ธุรกิจจัดสงอาหาร (Food Delivery) เปนหน่ึงในธุรกิจที่ไดรับความนิยมและเปนที่สนใจอยางมาก
ในปจจุบัน โดยธุรกิจจัดสงอาหารไดมีการขยายตัวอยางตอเนื่อง (ศูนยวิจัยกสิกรไทย, 2563) เมื่อพิจารณา
มูลคาตลาดของธุรกิจจัดสงอาหาร พบวาธุรกิจจัดสงอาหารมีการเติบโตตอเนื่องถึง รอยละ 10 ตอป (The
Matter, 2563) โดยชวงครึ่งแรกของป 2563 ปริมาณการส่ังอาหารไปยังที่พักผานแอปพลิเคชันมีการขยายตัว
สูงถึงประมาณรอยละ 150 เม่ือเทียบกับชวงเวลาเดียวกันของปกอน (ศูนยวิจัยกสิกรไทย, 2563) และตลอดป
2564 ธุรกิจจัดสงอาหารมีการขยายตัวสูงถึงรอยละ 46.4 และคาดวาป 2565 ธุรกิจจัดสงอาหารนาจะมีการ
ขยายตวั สงู ถึงรอ ยละ 4.5 (ศนู ยวจิ ัยกสิกรไทย, 2564)
จากพฤติกรรมของผูบริโภคท่ีเปล่ียนแปลงไป ผูบริโภคสวนใหญเลือกที่จะซื้อสินคาผานชองทาง
ออนไลนมากขน้ึ เนนใชบริการเดลเิ วอรีม่ ากขนึ้ (SME Startup, 2563) สงผลใหแพลตฟอรมสัง่ อาหารกลายมา
เปนชองทางสําคัญของทั้งผูประกอบธุรกิจรานอาหารและผูบริโภค (ศูนยวิจัยกสิกรไทย, 2563) โดยผูบริโภค
สวนใหญจะมีระดับราคาเฉล่ียตอการส่ังซื้อหนึ่งคร้ังลดลงถึงรอยละ 20-25 เมื่อเทียบกับปท่ีผานมา เนื่องจาก
ปจจัยดานกําลังซื้อของผูบริโภคท่ีลดลงและการสงเสริมการตลาดของผูประกอบการที่มีการมอบสวนลดและ
ยกเวนคาธรรมเนียมการจัดสง สงผลใหระดับราคาเฉล่ียตอการสั่งซ้ือหน่ึงคร้ังลดลง รานอาหารขางทาง
(Street Food) เริ่มเขามามีบทบาทมากข้ึน ผูบริโภคใหความสนใจเมนูอาหารท่ีมีระดับราคายอมเยา สงผลให
ความถี่ในการส่ังซ้ืออาหารจากรานอาหารขางทางเพิ่มจํานวนมากขึ้น (ไทยโพสต, 2564) และในป 2564 มี
มลู คามากกวา 1.8 แสนลา นบาท (Marketeer, 2565)
จากการเติบโตของธุรกิจจัดสงอาหาร ปญหาหลักที่รานอาหารตองพบเจอจากแพลตฟอรมจัดสง
อาหารตางประเทศคือคาธรรมเนียมที่ตองจาย (Gross Profit) โดยคาธรรมเนียมที่รานอาหารตองจายจะอยูใน
อัตราท่ีสูงถึงรอยละ 30-40 สงผลใหรานอาหารท่ีไมมีความสามารถในการจายคาธรรมเนียมทําการผลักภาระ
ใหกับผูบริโภค และอีกหน่ึงปญหาที่รานอาหารตองพบเจอ คือปญหาในเร่ืองของระยะเวลาท่ีไดรับเงินจาก
แพลตฟอรม เน่ืองจากรานอาหารมีความจําเปนที่จะตองใชเงินทุนหมุนเวียน การไดรับเงินลาชาสงผลให
รา นอาหารไมมีเงินทุนหมนุ เวยี นท่ีเพียงพอตอการดาํ เนินธุรกจิ (SME one, 2563)
ปจจุบันบริษัทภายในประเทศเร่ิมมีการพัฒนาแอปพลิเคชันสั่งอาหาร อาทิ โรบินฮูด (Robinhood)
ทรูฟูดส (True Food) (ลงทุนศาสตร, 2564) โดยโรบินฮูด (Robinhood) ถือเปนแพลตฟอรมแรกที่ถูก
พัฒนาขึ้นมาดวยบริษัทภายในประเทศ เพ่ือชวยเหลือรานคาและผูบริโภค แอปพลิเคชันโรบินฮูดจะไมมีการ
เก็บคาสมัคร ไมคิดคาธรรมเนียม (Gross Profit) จากรานอาหาร สงผลใหรานอาหารไดรับเงินเต็มจํานวน ทํา
ใหสามารถขายอาหารที่มีคุณภาพและปริมาณท่ีเหมาะสมใหกับผูบริโภคได และรานอาหารจะไดรับเงินทันที
ภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากปดคําสั่งซื้อ ถือเปนหนึ่งในโครงการความรับผิดชอบตอสังคมของกลุมธนาคารไทย
พาณชิ ย เพอื่ ใหผ ูซ อื้ ผขู าย และผูสง สนิ คาไดร ับประโยชนอยางเตม็ ท่ีและเปนธรรม (ธนาคารไทยพาณิชย จาํ กัด
(มหาชน), 2063) การใชบริการแอปพลิเคชันโรบินฮูดจึงเปนชองทางในการสนับสนุนรานอาหารรายเล็กและ
ผูบริโภคภายในประเทศ
เน่ืองจากผูบริโภคสามารถเลือกใชบริการแอปพลิเคชันสั่งอาหารไดหลายแพลตฟอรม ท้ังที่เปน
แพลตฟอรมของบริษัทไทยและบริษัทตางชาติ ขึ้นอยูกับคุณคาท่ีผูบริโภคไดรับ ความพึงพอใจตอคุณภาพการ
บริการ รวมทั้งการใชเทคโนโลยีของแอปพลิเคชันบริการจัดสงอาหาร งานวิจัยน้ีจึงดําเนินการศึกษาปจจัยดาน
คุณคา ทัศนคติตอคุณภาพการบริการ และการยอมรับเทคโนโลยีของแอปพลเิ คชันบริการจดั สงอาหาร ท่ีสงผล
ตอการเลือกใชบริการแอปพลิเคชันของบริษัทไทยเม่ือเทียบกับแอปพลิเคชันของบริษัทตางประเทศ รวมถึง
พัฒนากลยุทธการสงมอบคุณคา และคุณภาพการบริการ เพื่อสงเสริมการใชบริการแอปพลิเคชันของบรษิ ทั ไทย
221
การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
นําไปออกแบบกลยุทธทางการตลาดและสรางแรงจูงใจใหก ับผบู ริโภคทใี่ ชบริการแอปพลเิ คชันจดั สงอาหาร ผล
จากงานวิจัยน้ีจะเปนขอมูลที่เปนประโยชนตอการดําเนินธุรกิจของผูใหบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของ
บริษัทไทยตอไป
วตั ถุประสงค
1. เพื่อศึกษาคุณคาที่ผูบริโภคไดรับ (Value proposition) ทัศนคติของผูบริโภคที่มีตอคุณภาพการ
ใหบริการ (Service quality) และการยอมรับเทคโนโลยี (Technology acceptance) ของผูบริโภคจากการ
ใชบริการแอปพลิเคชันจดั สง อาหารของบริษทั ไทยและบรษิ ัทตางชาติ
2. เพ่ือหาปจจยั ท่สี ง ผลตอการเลือกใชบ ริการแอปพลเิ คชันจัดสงอาหารของบริษทั ไทย
3. เพื่อพัฒนาแนวทางกลยุทธการสงมอบคุณคาและคุณภาพการบริการ เพื่อสงเสริมการใชบริการ
แอปพลเิ คชันจัดสงอาหารของบรษิ ทั ไทยตอไป
กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย ตัวแปรตาม
ตวั แปรอสิ ระ
คุณคาที่รับรู (Perceived value)
คุณคาดานอรรถประโยชน คุณคาดานอารมณหรือ
ประสบการณ คุณคาดานสังคมหรือสัญลักษณ คุณคา
ดา นตน ทนุ
คณุ ภาพการบรกิ าร (Service quality) การเลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสง
ความเปนรูปธรรมของบริการ ความเชื่อถือไววางใจได อาหาร 2 กลุม คือ ผูบริโภคท่ีใชบริการ
การตอบสนองตอลูกคา การใหความเช่ือม่ันตอลูกคา แอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย
การรูจ ักและเขา ใจลูกคา และบริษทั ตางชาติ
การยอมรับเทคโนโลยี (Technology acceptance)
การรับรูถึงประโยชน การรับรคู วามงา ยในการใชงาน
ภาพท่ี 1 กรอบแนวคดิ ในการวิจยั
การทบทวนวรรณกรรม
แอปพลิเคชัน (Application) หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอรท่ีพัฒนาข้ึนมา เพื่ออํานวยความ
สะดวกและตอบสนองความตองการของผูบริโภคผานอุปกรณเคล่ือนท่ี ในที่นี้ หมายถึง แอปพลิเคชันจัดสง
อาหารผานสมารทโฟน (ธัญลักษณ เพชรประดับสุข, 2563) แอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย คือ
แอปพลิเคชันท่ีถูกพัฒนาข้ึนมาโดยคนไทย เชน Robinhood, True Food และแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของ
222
การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022
บริษัทตางชาติ คือ แอปพลิเคชันท่ีถูกพัฒนาข้ึนมาโดยบริษัทตางชาติ เชน Line man, Food panda, Grab
food, Gojek food (ลงทุนศาสตร, 2564)
แนวคดิ /ทฤษฎีดา นคุณคา
คุณคาที่รับรู (Perceived value) หมายถึง ประโยชนท่ีผูบริโภคไดรับจากการใชสินคาหรือ
บริการน้ัน โดยคุณคาสามารถแบงออกไดเปน 4 ประเภท คือ 1. Functional value เปนคุณคาเชิงอรรถ
ประโยชน โดยสินคาหรือบริการจะตองมีคุณลักษณะตามที่ออกแบบไว มีประโยชน สามารถใชงานไดตาม
จุดประสงค คุณลักษณะและคุณสมบัติจะตองมีความถูกตองเหมาะสม เชน มีคุณภาพ ความคิดสรางสรรค
ความนาเชื่อถือ การบริการท่ีเหมาะสม กอใหเกิดประโยชนเมื่อมีการใชงาน 2. Emotional/Experiential
value เปนคุณคาเก่ียวกับการสรางประสบการณ ความรูสึก และอารมณใหกับผูบริโภค 3. Symbolic/Social
value เปนคุณคาท่ีเชื่อมโยงจิตวิทยาเขากับสินคาหรือบริการ เปนสัญลักษณท่ีใชสะทอนตัวตนของผูบริโภค
ผานการเลือกใชสินคาหรือบริการน้ัน และ 4. Cost/Sacrifice value เปนคุณคาเชิงตนทุน ผูบริโภคจะ
พิจารณาดานความคุมคาของทรัพยากรท่ีใชกับสิ่งท่ีไดรับจากสินคาหรือบริการ โดยราคา เวลา และพลังงาน
เปน สวนหนึ่งท่ีชวยในการตดั สินใจซอื้ และใชในการเปรยี บเทยี บผลิตภัณฑ (Smith & Colgate, 2007) งานวิจัย
ที่เกี่ยวของไดแก Kaur, Dhir, Talwar and Ghuman (2020) ศึกษาคุณคาของแอปพลิเคชันจัดสงอาหารจาก
ทฤษฎีคุณคาของการบริโภค พบวา คุณคาทางความรูความคิด (Epistemic value) เปนปจจัยที่มีอิทธิพลตอ
การขับเคล่ือนความตั้งใจซ้ือบนแอปพลิเคชันจัดสงอาหารมากที่สุด รองลงมาเปนคุณคาทางเง่ือนไข
(Conditional value) คุณคาดานอรรถประโยชนหรือการใชงาน (Functional value) และคุณคาทางสังคม
(Social value) ตามลาํ ดับ
แนวคดิ /ทฤษฎดี า นคณุ ภาพการบรกิ าร
การบริการเปนองคประกอบสําคัญที่ขับเคล่ือนใหบริษัทประสบความสําเร็จ บริการที่มีคุณภาพ
จะชวยใหบริษทั ไดรับประโยชนสูงสุด คุณภาพการบริการสามารถแบงไดเปน 5 มิติหลัก ไดแก 1. ความเช่ือถอื
ไววางใจได (Reliability) คือ ความสามารถในการใหบริการตามสัญญาอยางถูกตองและเช่ือถือได ถือเปน
พื้นฐานของการบริการ 2. การตอบสนองตอลูกคา (Responsiveness) คือ ความเต็มใจที่จะชวยเหลือลูกคา
และใหบ ริการอยางรวดเรว็ 3. การใหค วามเช่ือมั่นตอ ลกู คา (Assurance) คอื ความรูและมารยาทของพนักงาน
และความสามารถในการถายทอดความไววางใจและความมั่นใจ 4. การรูจักและเขาใจลูกคา (Empathy) คือ
การดูแลเอาใจใสเปนรายบุคคลใหกับลูกคา 5. ความเปนรูปธรรมของบริการ (Tangibility) คือ การปรากฏตัว
ของส่ิงอํานวยความสะดวกทางกายภาพ ไดแก อุปกรณ บุคลากร และอุปกรณส่ือสาร (Berry, Parasuraman,
& Zeithaml, 1994) งานวิจัยท่ีเกี่ยวของไดแก วริษฐา เขียนเอี่ยม และสุรัสวดี ราชกุล (2562) ศึกษาคุณภาพ
การใหบริการของแอปพลิเคชันจดั สงอาหาร พบวา ผูบริโภคใหความสําคัญกับปจจัยดานการตอบสนองตอการ
ใชบริการมากที่สุด รองลงมา คือ ปจจัยดานความสามารถของระบบ และดานการทําใหบรรลุผลสําเร็จ
ตามลําดับ Yusra and Agus (2020) ศึกษาอิทธิพลของคุณภาพการบริการจัดสงอาหารออนไลนท่ีมีตอความ
พึงพอใจของลูกคาและความภักดีของลูกคา พบวาเมื่อคุณภาพการใหบริการของแอปพลิเคชันจัดสงอาหารยิ่ง
สูงยิ่งเพ่ิมโอกาสท่ีจะทําใหผูบริโภคเกิดความจงรักภักดีมากข้ึนโดยผูบริโภคจะใหความสัมพันธกับปจจัยดาน
การตอบสนองตอ การใชบริการมากทสี่ ดุ
แนวคิด/ทฤษฎดี านการยอมรับเทคโนโลยี
แบบจําลองการยอมรับเทคโนโลยี (Technology Acceptance Model: TAM) เปนแบบจําลอง
ท่ีถูกพัฒนาขึ้นมาจากทฤษฎีการกระทําตามหลักเหตุและผล (Theory of Reasoned Action: TRA) เปน
แบบจําลองที่ใชอธิบายการยอมรับเทคโนโลยีของผูบริโภค ปจจัยหลักท่ีสงผลโดยตรงตอการยอมรับเทคโนโลยี
223
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022
ของผูใช ไดแก การรับรูถึงความงายในการใชงาน (Perceived Ease of Use) หมายถึง ระดับที่ผูใชงาน
คาดหวังวาระบบจะมีความงายในการใชงาน และการรับรูถึงประโยชนท่ีเกิดจากการใชงาน (Perceived
Usefulness) หมายถึง เมือ่ มีการใชงานระบบแลวเปน การเพิม่ ประสิทธิภาพใหก ับตวั ผูใชงาน (Davis, Bagozzi,
& Warshaw, 1989) งานวิจัยที่เกี่ยวของไดแก พรพรรณ ตันเจริญ และอริสสา สะอาดนัก (2563) ศึกษาการ
ย อ ม รั บ เ ท ค โ น โ ล ยี ที่ มี ผ ล ต อ ก า ร เ ลื อ ก ใ ช แ อ ป พ ลิ เ ค ชั น ข อ ง ธุ ร กิ จ ข น ส ง อ า ห า ร ข อ ง ผู บ ริ โ ภ ค ใ น เ ข ต
กรุงเทพมหานคร พบวาปจจัยทางตรงที่สงผลตอการยอมรับเทคโนโลยีในการเลือกใชแอปพลิเคชันจัดสง
อาหารของผูบริโภคไดแก ความงายในการใชงาน อิทธิพลของสังคม และปจจัยทางออมตรงที่สงผลตอการ
ยอมรับเทคโนโลยีในการเลือกใชแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของผูบริโภค ไดแก ทัศนคติท่ีมีตอการใชเทคโนโลยี
ความเชื่อม่นั ของผูใ ชงาน และความรูส กึ ตา งๆ ท่ีเกดิ ขน้ึ ระหวา งการใชงาน
ระเบยี บวิธวี ิจยั
ประชากรและกลุมตัวอยา ง
ดําเนินการวิจัยเชิงสํารวจโดยเก็บขอมูลดวยแบบสอบถามกับกลุมตัวอยาง โดยสุมตัวอยางแบบ
เจาะจง (Purposive sampling) กับผูบริโภคที่มีประสบการณใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารทั้งของ
บริษัทไทยและตางชาติ กําหนดขนาดของกลุมตัวอยางดวยวิธีของ Churchill and Lacobucci (2002) ที่
ระดับความเชื่อมั่นเทากับรอยละ 95 ไดจํานวนตัวอยางขั้นต่ํา 342 คน ซ่ึงผูวิจัยทําการเก็บขอมูลจาก
แบบสอบถามท่ีสมบูรณไดท้ังหมด 363 คน แบงเปนผูบริโภคที่เลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของ
บริษทั ไทย จาํ นวน 181 คน และผูบริโภคทีเ่ ลอื กใชบรกิ ารแอปพลิเคชนั จัดสง อาหารของบริษัทตา งชาติ จาํ นวน
182 คน
เครอื่ งมอื ทใ่ี ชในงานวจิ ัย
แบบสอบถามประกอบดวย 4 สวน ไดแก 1) ขอมูลทางประชากรศาสตรและพฤติกรรมศาสตร
2) ความคิดเห็นตอคุณคาที่ไดรับ 3) ปจจัยดานคุณภาพการบริการ และ 4) ปจจัยดานการยอมรับเทคโนโลยี
สําหรับคําถามปจจัยที่สงผลตอการเลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหาร ในแบบสอบถามสวนท่ี 2, 3 และ
4 จะเปนการวัดความคดิ เหน็ ดว ยสเกลแบบ 5 ระดับ 5-point Likert scale โดย 1 คือ เหน็ ดว ยนอ ยทสี่ ุด และ
5 คือ เห็นดวยมากที่สุด ดําเนินการ Pre-test แบบสอบถามจํานวน 30 ตัวอยาง และวิเคราะหคาความเช่ือถือ
ไดของแบบสอบถามโดยใชคาสัมประสิทธิ์ Cronbach’s Alpha พบวาแบบสอบถามสวนท่ีเปนสเกล 5 ระดับ
ทุกสวน มีคา Cronbach’s Alpha มากกวา 0.70 (ดังตารางที่ 1) แสดงวาแบบสอบถามมีความนาเช่ือถือ
สามารถนําไปใชเกบ็ ขอมูลได
ตารางที่ 1 คา Cronbach’s Alpha ของคาํ ถามท่เี ปน สเกล 5 ระดับ
คา Cronbach’s Alpha
คําถามทเี่ ปน สเกล 5 ระดบั กลมุ ท่ีใชแอปพลเิ คชนั จัดสง กลมุ ทใ่ี ชแอปพลเิ คชนั จัดสง
อาหารของบรษิ ทั ไทย อาหารของบรษิ ทั ตา งชาติ
การรบั รูคุณคาในดา นตางๆ 0.886 0.853
คุณภาพการบรกิ าร 0.940 0.919
การยอมรบั เทคโนโลยี 0.843 0.779
224
การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022
การวเิ คราะหขอมลู
ผูวิจัยใชโปรแกรมสําเร็จรูปทางสถิติวิเคราะหขอมูลดังน้ี 1) ขอมูลทางประชากรศาสตรและ
พฤติกรรมศาสตร ใชสถิติพรรณนาในรูปแบบของความถ่ี รอยละ 2) คุณคาท่ีไดรับทัศนคติของผูบริโภคตอ
คุณภาพการบริการและการยอมรับเทคโนโลยี ใชสถิติพรรณนาในรูปแบบของคาเฉลี่ย และสวนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน 3) วิเคราะหหาปจจัยท่ีสงผลตอการเลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยเม่ือ
เทียบกับบริษัทตางชาติ โดยวิธีวิเคราะหการถดถอยโลจิสติกแบบทวิ (Binary logistic regression analysis)
4) สรุปผลและเสนอแนวทางกลยุทธการสงมอบคุณคาและคุณภาพการบริการเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันจัดสง
อาหารของบริษทั ไทย
ผลการวจิ ยั
1. ขอมลู ทางประชากรศาสตร และพฤตกิ รรมในการใชบริการแอปพลเิ คชนั จดั สง อาหาร
ผลการศึกษาขอมูลดานประชากรศาสตร และพฤติกรรมศาสตรของผูบริโภคที่ใชบริการ
แอปพลิเคชันจัดสงอาหารทั้งหมด 363 คน พบวากลุมตัวอยางสวนใหญเปนเพศหญิง รอยละ 65.6 มีอายุอยู
ในชวง Generation Y (23-37 ป) รอยละ 55.9 การศึกษาอยูในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเทา รอยละ 68.9
โดยเปนนักเรียน นกั ศึกษา รอ ยละ 48.2 สวนใหญมีรายไดตอเดือนตํา่ กวา 15,000 บาท รอยละ 38.3
สําหรับขอมูลดานพฤตกิ รรมศาสตร พบวากลุมตัวอยา งสวนใหญใ ชบริการสั่งอาหารไทยมากที่สุด
รอยละ 43.5 รองลงมาคือ อาหารญี่ปุน ฟาสตฟูด เครื่องดื่ม อาหารเกาหลี สตรีทฟูด ขนมและของหวาน
อาหารสุขภาพ อาหารตะวันตก และอาหารอื่นๆ รอยละ 17.6, 10.5, 7.2, 6.1, 5.2, 4.7, 2.5, 1.9 และ 0.8
ตามลําดับ และนิยมส่ังอาหารในชวงเวลา 11.00-13.00 น. มากท่ีสุด รอยละ 38.6 รองลงมาจะเปนชวงเวลา
16.00-19.00 น. รอ ยละ 31.4 ชวงเวลา 13.00-16.00 น. รอ ยละ 21.2 ชว งเวลา 19.00-22.00 น. รอ ยละ 5.5
และชวงเวลา 6.00-11.00 น. รอ ยละ 3.3
2. การรับรูคุณคาในดานตางๆ (Value Proposition) ท่ีมีผลตอการใชบริการแอปพลิเคชันจัดสง
อาหารของบรษิ ัทไทยและบรษิ ทั ตางชาติ
คุณคาดานอรรถประโยชนท่ีผูบริโภคท่ีใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยให
ความสําคัญมากท่ีสุด คือ มีชองทางสําหรับคนหารานอาหารที่สนใจ มีคาเฉล่ียเทากับ 4.29 ขณะท่ีคุณคาดาน
อรรถประโยชนท่ีผูบริโภคท่ีใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทตางชาติใหความสําคัญมากท่ีสุด คือ
รานคา บนแอปพลิเคชนั มคี วามหลากหลาย มีคาเฉลยี่ เทากับ 4.34
คุณคาดานอารมณหรือประสบการณที่ผูบริโภคที่ใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัท
ไทยและบรษิ ัทตา งชาติ ใหความสําคัญมากทีส่ ุด คอื รสู กึ วา การซื้ออาหารผา นแอปพลเิ คชันเปนเรื่องงายและไม
ยุงยาก มีคา เฉลยี่ เทากบั 4.30 และ 4.34 ตามลําดับ
คุณคาดานสังคมหรือสัญลักษณท่ีผูบ ริโภคท่ีใชบรกิ ารแอปพลเิ คชันจดั สงอาหารของบรษิ ัทไทยให
ความสําคัญมากที่สุด คือ มุงเนนใหผูขายบนแอปพลิเคชันเปนผูประกอบการรายเล็กและรายยอย มีคาเฉล่ีย
เทากับ 4.24 ขณะท่ีคุณคาดานสังคมหรือสัญลักษณท่ีผูบริโภคท่ีใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัท
ตา งชาติใหความสาํ คัญมากทีส่ ดุ คอื กระแสสงั คมเปนแรงกระตนุ ในการซ้อื มคี า เฉล่ยี เทา กับ 4.03
คณุ คาดา นตนทนุ ของผูบริโภคท่ีใชบรกิ ารแอปพลิเคชนั จัดสงของบรษิ ทั ไทยและบรษิ ัทตางชาติให
ความสาํ คัญมากท่ีสุด คอื การใชบริการแอปพลเิ คชนั ชวยใหท านมีความสะดวกสบายมากกวาการเดินทางไปซ้ือ
สนิ คา ท่หี นารา น มคี า เฉล่ียเทากับ 4.48 และ 4.38 ตามลาํ ดับ
225
การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
3. คุณภาพการบริการที่มีผลตอการใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยและบริษัท
ตา งชาติ
ดา นความเปน รูปธรรมของแอปพลเิ คชันจัดสงอาหารของบริษทั ไทยและบริษทั ตางชาตทิ ่ผี ูบริโภค
ใหความสําคัญมากท่ีสุด คือ ข้ันตอนการส่ังซ้ือผานแอปพลิเคชันงาย ไมซับซอน มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.31 และ
4.33 ตามลาํ ดบั
ดานความเชื่อถือไววางใจของแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยที่ผูบริโภคใหความสําคัญ
มากที่สุด คือ คาบริการตรงตามคําสั่งซ้ือที่แสดงบนแอปพลิเคชัน มีคาเฉล่ียเทากับ 4.43 ขณะที่ความเช่ือถือ
ไววางใจของแอปพลเิ คชันจดั สง อาหารของบริษัทตางชาติ ที่ผูบริโภคใหความสําคัญมากที่สุด คือ แอปพลิเคชัน
มีรูปแบบการชําระเงินท่ีมีความปลอดภัย และคาบริการตรงตามคําส่ังซื้อที่แสดงบนแอปพลิเคชัน โดยมี
คาเฉล่ยี เทากันท่ี 4.34
ดานการตอบสนองตอลูกคาของแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยและบริษัทตางชาติที่
ผูบริโภคใหความสําคัญมากท่ีสุด คือ แอปพลิเคชันแสดงผลลัพธอยางรวดเร็วเม่ือมีการยืนยันคําส่ังซื้อ มี
คา เฉลย่ี เทากับ 4.33 และ 4.34 ตามลาํ ดบั
ดานการใหความเช่ือมัน่ ตอลูกคา ของแอปพลเิ คชันจัดสง อาหารของบริษทั ไทยและบริษทั ตางชาติ
ที่ผูบริโภคใหความสําคัญมากท่ีสุด คือ รายการอาหารถูกตองและครบถวนตามที่สั่ง มีคาเฉล่ียเทากับ 4.41
และ 4.34 ตามลําดับ
ดานการรจู ักและเขา ใจลูกคา ท่ีมผี ลตอการใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยและ
บริษัทตางชาติท่ีผูบริโภคใหความสําคัญมากท่ีสุด คือ รานแนะนําบนแอปพลิเคชันตรงตามความสนใจ มี
คา เฉลี่ยเทา กับ 4.18 และ 4.23 ตามลําดับ
5. ปจจัยดานการยอมรับเทคโนโลยีท่ีมีผลตอการใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย
และบรษิ ัทตางชาติ
การรับรูถึงประโยชนของแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยและบริษัทตางชาติท่ีผูบริโภค
ใหความสําคัญมากท่ีสุด คือ การใชบริการสั่งอาหารผานแอปพลิเคชันเหมาะสมกับชีวิตประจําวัน ชวยทําให
สะดวกสบายมากยงิ่ ข้นึ มคี าเฉลย่ี เทา กับ 4.44 และ 4.47 ตามลําดบั
การรับรูความงายในการใชงานของแอปพลิเคชันจัดสง อาหารของบริษทั ไทยและบรษิ ทั ตางชาตทิ ี่
ผูบริโภคใหความสําคัญมากท่ีสุด คือ ระบบของแอปพลิเคชันใชงานงายไมยุงยากซับซอน มีการอธิบายรูปแบบ
การใชงานและขอ มูลทชี่ ัดเจน มคี าเฉลีย่ เทา กัน คือ 4.38
6. ผลการวิเคราะหปจ จยั ทีส่ ง ผลตอ การเลอื กใชบ รกิ ารแอปพลิเคชนั ของบริษทั ไทยเมอื่ เทียบกบั แอป
พลเิ คชนั ของบรษิ ัทตางชาติ
ดําเนินการศึกษาปจจัยที่มีผลตอการเลือกใชบริการแอปพลิเคชันของบริษัทไทยเมื่อเทียบกับ
แอปพลิเคชันของบริษัทตางชาติ ดวยการวิเคราะหการถดถอยโลจิสติกสแบบทวิ (Binary Logistic
Regression) โดยแบงกลุมผูบริโภคเปน 2 กลุม คือ กลุมที่ 1 ผูท่ีเลือกใชบริการแอปพลิเคชันของบริษัทไทย
จํานวน 181 คน และกลุมที่ 2 ผูที่เลือกใชบริการแอปพลิเคชันของบริษัทตางชาติ จํานวน 182 คน สําหรับตัว
แปรอิสระของการวิเคราะหการถดถอยโลจิสติกส มี 3 กลุม ไดแก คุณคา (Value: V), คุณภาพการใหบริการ
(Service Quality: S) และการยอมรับเทคโนโลยี (Technology Acceptance: T) รายละเอียดของตัวแปร
อิสระแสดงดังตารางที่ 2 สําหรับตัวแปรตาม คือ การเลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหาร (1 คือ กลุมที่
เลือกใชแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย และ 0 คือ กลุมท่ีเลือกใชแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของ
บริษัทตางชาติ)
226
การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
ตารางท่ี 2 ตวั แปรอิสระของการวเิ คราะหก ารถดถอยโลจิสตกิ สแบบทวิ
ปจ จัยดา นคณุ คา ปจจยั ดา นคณุ ภาพการใหบริการ ปจจยั ดานการยอมรับเทคโนโลยี
(Value: V) (Service Quality: S) (Technology Acceptance: T)
V1 มชี องทางสาํ หรับคนหารานอาหาร S1 ระบบรับสงขอมลู ไดมเี สถยี รภาพ T1 ก า ร ใ ช แ อ ป พ ลิ เ ค ชั น ช ว ย ใ ห
ท่สี นใจ สะดวกสบายมากขึ้น
V2 มีชองทางสําหรับติดตอรานคาและ S2 มี ช อ ง ท า ง ใ ห ติ ด ต อ ข อ ค ว า ม T2 ใชงานไดจากหลายอุปกรณและ
พนักงานจัดสง สนิ คา ชวยเหลือกรณีทีเ่ กิดปญหา รองรบั ระบบปฏบิ ัติการที่แตกตา งกัน
V3 รานคาบนแอปพลิเคชันมีความ S3 ขนั้ ตอนการสง่ั ซื้องา ย ไมซับซอ น T3 เทคโนโลยีทันสมัย ชวยประมวลผล
หลากหลาย สะดวก รวดเร็ว ถกู ตอ ง และแมนยาํ
V4 ขอมูลท่ีแสดงบนแอปพลิเคชันมี S4 คาํ สัง่ ซื้อมีความถกู ตอ ง T4 ระบบของแอปพลิเคชันใชงานงายมี
ความครบถว น การอธิบายการใชงานทชี่ ดั เจน
V5 อาหารที่จําหนายมีราคาถูกกวา S5 การชําระเงินมคี วามปลอดภัย T5 ระยะเวลาในการประมวลผลขอมูล
หนารา นท่ัวไป เพ่อื สงคาํ ส่งั ซื้อสินคาเหมาะสม
V6 ไอคอนและรูปภาพมีความสวยงาม S6 มีการปกปอ งขอมูลผใู ชง าน T6 เมื่อเกิดขอผิดผลาดสามารถติดตอ
เจา หนา ที่ไดง า ย มกี ารชวยเหลือทนั ที
V7 การจัดวางองคประกอบทําใหงาย S7 คาบริการตรงตามคําสั่งซื้อท่ีแสดง
ตอ การคน หา บนแอปพลิเคชัน
V8 การจัดหมวดหมูของโปรโมชั่นและ S8 แอปพลิเคชันแสดงผลลัพธอยาง
รา นอาหารทําใหคน หางา ย รวดเร็วเม่ือมีการยืนยนั คาํ ส่งั ซ้อื
V9 รสู ึกวา งายไมยุงยาก S9 แอปพลิเคชันแสดงขั้นตอนการ
ขนสง ตลอดเวลา
V1สามารถซ้ืออาหารจากรานท่ีไดรับ S10 แอปพลิเคชันตอบสนองตอปญหา
ความนยิ มไดงาย ทันทีและแกปญ หาได
V11 เนนผูประกอบการรายเล็กและ S11 มีระบบติดตามการจัดสงท่ีสามารถ
รายยอ ย ตรวจสอบไดท ันที
V12 กระแสของสังคมเปน แรงกระตุน ใน S12 ร า ย ก า ร อ า ห า ร ถู ก ต อ ง แ ล ะ
การซ้ืออาหารผานแอปพลิเคชัน ครบถวนตามทสี่ ่ัง
V13 เปนการสนับสนุนแบรนด Food S13 ระยะเวลาในการจัดสงตรงตามที่
Delivery ของไทย ระบบุ นแอปพลเิ คชัน
V14 ประหยัดเวลาในการหาขอมูล S14 แอปพลิเคชันมีการแนะนําสิทธิ
สนิ คา พเิ ศษเฉพาะทา น
V15 มีความสะดวกสบายมากกวาการ S15 รานแนะนําบนแอปพลิเคชันตรง
เดนิ ทางไปซอ้ื ท่หี นา รา น ตามความสนใจของทา น
V16 ประหยัดเวลาในการเดนิ ทาง S16 มีระบบเก็บขอมูลการซ้ือและ
รายละเอยี ดลูกคา
V17 การใชแอปพลิเคชันชวยใหทานมี
เวลาในการทําสิง่ อ่ืนมากขน้ึ
จากการศึกษาความสัมพันธระหวางคุณคาดานตางๆ คุณภาพการใหบริการ การยอมรับเทคโนโลยี
ตอการเลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของกลุมผูบริโภคที่เลือกใชบริการ โดยการสรางแบบจําลอง
การถดถอยโลจิสติกสแบบทวิ คัดเลือกตัวแปรพยากรณเขาสมการดวยวิธี Enter จากขอมูลกลุมตัวอยาง
ทั้งหมด 363 คน แบงขอมูลรอยละ 70 ทําโมเดลชุดเรียนรู (Training set) จํานวน 253 คน และแบงขอมูล
รอยละ 30 ทําชุดทวนสอบความถูกตองของโมเดล (Validation set) จํานวน 110 คน โดยคํานวณอยูในรูป
227
การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022
รอยละของการทํานายถูกตองภาพรวม (% Overall Correct) จากชุดเรียนรูคํานวณคา Overall Correct ได
รอยละ 64.2 และเมื่อนําไปทวนสอบไดคา Overall Correct รอยละ 65.5 แสดงวาสมการถดถอยดังกลาว
สามารถนํามาใชทํานายคาการเลอื กใชบ รกิ ารแอปพลเิ คชนั จดั สง อาหารของบรษิ ทั ไทยไดเหมาะสม
ตารางที่ 3 คา สมั ประสทิ ธิ์การถดถอยโลจิสตกิ ส Odd ratio T6 Constant
V1 V2 S4 S6 S9
B 0.270 -0.139 0.564 0.555 -0.475 0.406 -1.122
Exp(B) 1.310 0.870 1.759 1.742 0.622 1.501 0.325
Sig. 0.269 0.498 0.040 0.024 0.031 0.048 0.313
* มนี ยั สําคัญทางสถิติท่รี ะดับ 0.05
นําคา สมั ประสทิ ธ์ิการถดถอยโลจิสตกิ ส (B) จากตารางที่ 3 มาเขยี นเปนสมการทวั่ ไปไดดังนี้
= −1.122+(0.270 1 )+(−0.139 2 )+⋯+(0.406 6 )
1 + −1.122+(0.270 1)+(−0.139 2)+⋯+(0.406 6)
เม่ือ PY = ความนา จะเปนของการทผี่ ูบรโิ ภคมคี วามตง้ั ใจจะใชบ ริการแอปพลิเคชันจดั สง
อาหารของไทย
b0 = คา คงที่ของสมการ
b1, 2, 3, …, 39 = สมั ประสทิ ธหิ์ นาตวั แปรอิสระ
V1, V2, …, V17 = คุณคาทมี่ ผี ลตอการใชบ ริการแอปพลิเคชนั จดั สง อาหารของ
บริษัทไทยและบรษิ ัทตา งชาติ
S1, S2, …, S16 = คุณภาพการบริการทีม่ ีผลตอ การใชบ ริการแอปพลิเคชนั จัดสง
อาหารของบริษทั ไทยและบรษิ ัทตางชาติ
T1, T2, …, T6 = ปจ จัยดานการยอมรับเทคโนโลยที ่มี ผี ลตอ การใชบรกิ าร
แอปพลเิ คชันจัดสง อาหารของบรษิ ัทไทยและบริษทั ตา งชาติ
จากคา Odd ratio หรือ Exp(B) ของสมการถดถอยโลจิสติกสแบบทวิ (ตารางท่ี 3) พบวา ผูบริโภค
ท่ีเลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย เนื่องจากคําสั่งซ้ือบนแอปพลิเคชันมีความถูกตอง
(S4), แอปพลิเคชันมีการปกปองขอมูลการใชงาน (S6), เม่ือเกิดขอผิดผลาดในการใชงานสามารถติดตอ
เจาหนาท่ีไดงายมีการชวยเหลือทันที (T6) จะมีความตั้งใจใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย
เพ่ิมข้ึนรอยละ 71.8, 69.5 และ 51.0 ตามลําดับ ในขณะที่ผูบริโภคที่เลือกใชแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของ
บริษัทไทย เน่ืองจากแอปพลิเคชันแสดงข้ันตอนการขนสงตลอดเวลา (S9) มีเครื่องหมายในทิศทางตรงกันขาม
กับความตั้งใจใชบริการแอปพลิเคชันของบริษัทไทย แสดงวาการที่แอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย
ไมไดแสดงขั้นตอนการขนสงตลอดเวลา ทําใหความตั้งใจใชบริการแอปพลิเคชันของบริษัทไทยลดลงเมื่อเทียบ
กับบรษิ ัทตางชาติ
228