The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by neverstop.learning09, 2022-04-17 22:43:32

รายงานสืบเนื่องจากการประชุมระดับชาติ RTBEC 2022

Proceedings of The 9th RMUTT Global Business and
Economics National Conference 2022

Keywords: Rtbec

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

การมีปฏิสัมพันธกับผูอ่ืน ในขณะท่ี McClelland (1973) แสดงแนวคิดของเขาในเรื่อง Competency วา IQ
ประกอบดวยความถนัด หรือความเชี่ยวชาญทางวิชาการความรู และความมุงมนั่ สูความสําเร็จ ไมใชตัวช้ีวัดที่ดี
ของผลงาน และความสําเร็จโดยรวม แต Competency กลับเปนสิ่งที่สามารถคาดหมายความสําเร็จในงานได
ดีกวา “ผทู ท่ี ํางานเกง” กม็ ไิ ดห มายถึง “ผูท่เี รียนเกง” จากคํานยิ าม McClelland กลา ววา Competency คือ
บุคลิกลักษณะที่ซอนอยูภายใตปจเจกบุคคล ซ่ึงสามารถผลักดันใหปจเจกบุคคลนั้นสรางผลการปฎิบัติงานท่ีดี
หรือตามเกณฑที่กําหนด ในงานที่ตนรับผิดชอบได โดยประกอบดวยกัน 5 สวน 1) ความรู 2) ทักษะ 3) ความ
คดิ เห็นเกี่ยวกบั ตนเอง 4) บุคลกิ ลักษณะประจาํ ตัวของบคุ คล 5) แรงจูงใจ/เจตคติ

บุรินทร รุจจนพันธุ (2554, หนา 1) กลาววาการจัดการความรู ถามีปญหาเก่ียวกับการเรียนรูให
คนหาสาเหตุของการมีสวนรวมและการแยกตัวของ บุคลากรในองคกร ตลอดจนเมื่อมีการนําความรูไปใชใน
บริบทอื่นหรือสงขาวสารไปยังหนวยงานหนึ่ง ใหมีการติดตามเรียนรูการปรับเปล่ียนที่อาจเกิดจากความเขาใจ
คลาดเคล่ือนและการแปลความหมายใหมที่เปล่ียนไปจากเดิมดวยซึ่งอาจนําไปสูการเกิด องคความรูใหม ๆ
เชนเดียวกับสุวรรณ เหรียญเสาวภาคย (2548, น.12-13) กลาวถึงองคประกอบท่ีสําคัญของการจัดการความรู
คือ คน เทคโนโลยี และกระบวนการจัดการความรู โดยเฉพาะคนเปนสวนท่ีสําคัญที่สุด ท่ีจะตองนําความรูไป
ใชใ หเ กิดประโยชนต อ องคก าร ท้งั 3 สว นนีจ้ ึงเชื่อมโยงกนั และบูรณาการใหเขากันอยางเหมาะสม

ชวลิต ศุภศักดิ์ดารง (2550, บทคัดยอ) ไดศึกษาวิจัยเร่ือง ความสําเร็จในการนําแนวคิดการ
จัดการความรูไปปฏิบัติในองคการและผลการจัดการความรูตอบุคลากร จากการศึกษาพบวา ในการทดสอบ
ความสัมพันธระหวางคุณลักษณะของตัวอยางกับผลของการบริหารจัดการความรู พบวา อายุ, การศึกษา,
ประสบการณการทํางาน, ตําแหนงงานและอายุงานตลอดจนกิจกรรมสงเสริมการจัดการความรู (ตอสัปดาห)
ไมแตกตางกัน ในทางตรงกันขาม พบวากลุมงานมีความแตกตางเฉพาะความสําเร็จการปฏิบัติงาน และเมื่อ
ทดสอบความสัมพันธและการพยากรณระหวางความสําเร็จกับผลการจัดการความรูตอบุคลากร พบวา การ
จัดการทรัพยากรมนุษย ถือเปนองคประกอบเดียวที่มีอํานาจในการทํานายผล และการจัดต้ังชุมชนนักปฏิบัติ
เปนองคประกอบดา นโอกาสในการนําไปปฏิบัตกิ บั ผลการจดั การความรู

ดังนั้นผูวิจัยจึงสนใจท่ีจะศึกษาองคประกอบดานบุคคล ประกอบดวย เพศ อายุ ตําแหนง รายได
ระดับการศึกษา เน่ืองจากเปนตัวแปรที่สําคัญที่สุด เปนผูที่จะนําความรูไปใชใหเกิดประโยชนตอองคกรและ
ธรุ กจิ ได

แนวคิดทฤษฎขี องกระบวนการจัดการความรู
แนวคิดในการจัดการความรูมีผูที่ใหความสนใจ และเปนที่นิยมสามารถนํามาปรับใชในการ

จัดการความรูไดเปนอยางดี คือทฤษฎีของปเตอร เชงก้ี (Senge, 1990, p.68) ซึ่งไดใหความสําคัญกับ
ความสามารถในการเรียนรูที่เร็วกวาคูแขงขัน ซ่ึงความสามารถขอน้ีถือวาเปนขอไดเปรียบทางธุรกิจที่ย่ังยืน
(Sustainable Competitive) โดยการเรียนรูจะตองเปนการเรียนรู ที่เต็มเปยม (Learning Full) ของทุกคน
และทุกระดับในองคกรโดยถือวาคนทุกคนมีธรรมชาติของการเปนผูเรียนรู (Learners) และรักที่จะเรียนรูเพื่อ
แสวงหาสิ่งที่ดีใหแกชีวิต นอกจากนั้น เชงกี้ (Senge, 1990, p.55) ยังไดเสนอแนวทางในการสรางองคกรแหง
การเรียนรูดวย วินัยหรือการฝกฝน 5 ประการท่ีเรียกวา The Fifth Discipline จะเปนพ้ืนฐานหลักของความ
เขาใจเรื่องการจัดการความรู และสามารถสนับสนุนใหองคการเหลาน้ันเปนองคการแหงการเรียนรูได ดังน้ี 1)
การเปนบุคคลรอบรู 2) การมีแบบแผนความคิด 3) การมีวิสัยทัศนรวมกัน (Shared Vision) 4) การเรียนรู
รวมกันเปนทีม 5) การคิดอยางเปนระบบ ตองเร่ิมจากการพัฒนาตัวบุคคลใหมีความเชี่ยวชาญเสริมสรางนิสัย
ใหเปนบุคคลผูใฝรูท้ังดานความคิดวิทยาการและขอมูลใหม ๆ อยูตลอดเวลา พรอมกับนําขอมูลความรูใหม ๆ
เหลาน้ันมาพัฒนาปรับปรุงโครงรางในองคการตอไป ในขณะที่วิจารณ พานิช (2550, หนา 167) ไดเสนอ

179

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

แนวคิดเก่ียวการเรียนรู (Learning) วาเปนคือการทํางานผลิตผลงานไปพรอม ๆ กับเกิดการเรียนรู ส่ังสม
ความรูและสรางความรูจากประสบการณในการทํางาน พัฒนาวิธีทํางานและระบบงานขององคกรไปพรอม ๆ
กัน ผลลัพธ (Output) คือ ผลงานตามภารกิจท่ีกําหนดการสรางศาสตรหรือ สรางความรูในสวนท่ีเก่ียวของกับ
การปฏิบัติภารกิจขององคกรน้ัน รวมท้ังการสรางคนอันไดแก ผูที่ปฏิบัติงานอยูในองคกร หรือมีสวนเกี่ยวของ
สมั พนั ธก ับองคกรเปนการเรียนรแู บบบรู ณาการ โดยอาศยั การทํางานเปนรากฐานของการจัดการความรู

ฉัตรแกว ธีระเดชาสกุล (2551, น.1) ไดทําการศึกษาวิจัยเร่ือง การบริหารการจัดการความรูใน
สถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนการศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 พบวาในการบริหารกระบวนการบริหาร
จัดการความรูนั้น เกิดขึ้นจากบุคลากรเพศหญงิ ท่ีมอี ายุระหวาง 41-50 ป จบการศึกษาระดับปรญิ ญาตรี และมี
อายุการทางานมากกวา 21 ปขึ้นไปโดยเห็นวามีการปฏิบัติในข้ันตอนการแลกเปล่ียนความรูมากที่สุด ขณะท่ี
การจัดเก็บและเผยแพรทําไดนอยที่สุด ขณะที่ผลจากการเปรียบเทียบการบริหารกระบวนการจัดการความรู
พบวา โรงเรียนในระดับมัธยมศึกษามีการบริหารกระบวนการจัดการความรูมากกวาโรงเรียนในระดับ
ประถมศึกษาเนื่องจากมีการกําหนดเปาหมาย วิสัยทัศน และทิศทางการจัดการความรูที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยัง
ไดมีการใหความเห็นเก่ียวกับปจจัยทเี่ ออื้ ตอความสาํ เรจ็ ซึ่งประกอบดวย การใหความสําคัญของผบู ริหารการมี
สวนรวม และความจริงใจ สําหรับขอเสนอแนะ ผูวิจัยไดเสนอใหครูควรจะมีการแสวงหาความรูในเร่ืองการ
จัดการความรูเพิ่มเติม และมีทัศนคติในเชิงบวก ขณะท่ีผูบริหารควรจัดใหมีชองทางการแลกเปลี่ยนขอมูล ใช
กลยทุ ธต าง ๆ เพ่ือกระตุน แรงจูงใจครู รวมถงึ นาํ ตนเขา ไปมีสวนรว มกับกระบวนการแลกเปลีย่ นเรยี นรู

ดังน้ันในการกําหนดปจจัยดานน้ี จึงศึกษาตัวแปรจากทฤษฎีของปเตอรเชงเก โดยสรุปวาการ
จัดการความรู มีปจจัยตัวแปรท่ีสําคัญ อยู 5 ประการ คือ 1. การมีความรอบรูแหงตน 2. การมีแบบแผนทาง
ความคดิ 3. การมวี ิสัยทศั นร ว ม 4. การเรยี นรูรวมกนั เปนทมี 5. การคิดอยางมรี ะบบ

แนวคดิ ทฤษฎขี องประสทิ ธภิ าพการทาํ งานของพนักงาน
Herrington Emerson (1931, p.223) ไดกลาวถึงหลักการทํางานใหมีประสิทธิภาพในหนังสือ

The Twelve Principles of Efficiency โดยไดรับการยกลาวถึงกันมากในหลักการ 12 ประการ ของ
ประสิทธิภาพการปฎิบัติงานของพนักงาน 1. ทําความเขาใจและกําหนดแนวคิดใหกระจาง 2. ใชหลักสามัญใน
การพิจารณาความเปนไปไดของงาน 3. คําปรึกษาแนะนําตองสมบูรณ 4. ตองรักษาดวยความยุติธรรม
5. ปฎบิ ตั ดิ วยความยตุ ิธรรม 6. การทํางานตอ งเช่อื ถอื ได มีความฉบั พลัน มีสมรรถนะ และมีการลงระเบียนเปน
หลักฐาน 7. งานควรมีลักษณะแจงใหทราบอยางท่ัวถึง 8. งานสําเร็จทันเวลา 9. ผลงานไดมาตรฐาน 10. การ
ดําเนินงานสามารถยึดเปนมาตรฐานได 11. กําหนดมาตรฐานที่สามารถวัดเปนเครื่องมือในการฝกสอนได
12. ใหบําเหน็จรางวัลแกงานที่ดี ในขณะท่ี ชาคริต ศรีขาว (2551, น.22) ไดสรุปไดวาประสิทธิภาพในการ
ปฎิบัติงาน คือการผลิตสินคาหรือบริการไดเพ่ิมมากขึ้น พิจารณาถึงตนทุน หรือปจจัยนําเขาใหนอย และ
ประหยัดเวลาท่ีสุด ตองพิจารณาไปถึงความพยายาม ความพรอม ความสามารถ และความคลองตัวในการ
ปฎิบัติงานเพื่อเทียบกับผลที่ไดรับ น่ันก็คือการบรรลุเปาหมายที่ตั้งไวประกอบดวย ตนทุน คุณภาพ ปริมาณ
วธิ กี ารในการผลิต

นอกจากน้ันงานวิจัยของสมยศ แยมเผ่ือน (2551) ที่วิจัยเร่ืองปจจัยท่ีผลตอประสิทธิภาพการ
ทํางานของพนักงานปฎิบัติการบริษัท เอเชียน มารีน เซอรวิสส จํากัด(มหาชน) พบวาประสิทธิภาพของ
พนักงานดานปริมาณงาน ดานคุณภาพ และดานผลผลิต มีระดับประสิทธิภาพอยูในระดับดี ผลการทดสอบ
สมติฐานในดา นปจ จัยสวนบคุ คล เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตําแหนง และรายได แตกตา งกันมปี ระสิทธภิ าพใน
การปฎิบัติงานดานปริมาณงาน ดานคุณภาพ และดานผลผลิตแตกตางกัน เชนเดียวกับ ปยบุตร มิ่งประเสริฐ
(2552) ทําการวิจัยเรื่องปจจัยท่ีมีความสัมพันธตอประสิทธิภาพในการปฎิบัติงานของพนักงานบริษัท คูราโม

180

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

(ไทยแลนด) จํากัด พบวาระดับประสิทธิภาพในการปฎิบัติงานของพนักงาน ดานปริมาณ ดานคุณภาพ และ
ดา นผลผลติ อยูในระดับปานกลาง

ดังน้ันองคกรธุรกิจจะสามารถวัดผลประสิทธิภาพของพนักงานไดอยางไร เม่ือไดทําการจัดการ
ความรูในองคกรธุรกิจแลว โดยวัดผลไดจากปจจัยตัวแปรที่สําคัญ ประกอบดวย 1.ตนทุนการทําที่ลดลง
2. คุณภาพของงานท่ผี ลติ สงู ขน้ึ 3. ระยะเวลาทใี่ ชในการผลติ

นิยามศพั ทเฉพาะ
พนักงาน หมายถึง ผูปฎิบัติงานของในธุรกิจ SMEs ในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาครในตําแหนง

พนักงานระดบั ปฎบิ ตั กิ าร
ปจจัยในการทํางาน หมายถึง ความรูสึกนึกคิด ทัศนคติ ของบุคคลหรือกลุมคนที่อยูในธุรกิจ

SMEs ในนิคมอุตสาหกรรมสมทุ รสาคร แสดงออกในรปู แบบพฤติกรรมตาง ๆ ตอ ปจ จัยทีม่ ผี ลตอ การปฎบิ ัตงิ าน
สงผลใหก ารทํางานสาํ เรจ็ ไดแก ความรแู ละความเขาใจในงานทีท่ ํา สภาพแวดลอมในการทาํ งาน ความสัมพนั ธ
กบั บคุ คลในองคกร ความม่ันคง ความกา วหนา ในการทํางาน

การมีความรอบรูแหงตน หมายถึง ทักษะ ความสามารถเปนสภาพที่เปนอยูตามความเปนจริง
เห็นวาอะไรมีความสําคัญตอเรา ตอองคการ การเรียนรูของบุคลากรจะเปนจุดเริ่มตน คนในองคกรจะตองให
ความสําคัญกับการเรียนรู ฝกฝน ปฏิบัติ และเรียนรูอยางตอเนื่องไปตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพ่ือเพ่ิม
ศักยภาพของตนเองอยูเสมอ

การมีแบบแผนความคิด หมายถึง แบบแผนทางความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ จากการสั่งสม
ประสบการณกลายเปนกรอบความคิดท่ีทําใหบุคคลน้ัน ๆ มีความสามารถในการทําความเขาใจ วินิจฉัย
ตัดสินใจในเรือ่ งตาง ๆ ไดอยา งเหมาะสม สงิ่ เหลานถ้ี ือเปน พืน้ ฐานของวุฒภิ าวะ

การมีวิสัยทัศนรวม หมายถึง การสรางและสานวิสัยทัศนองคการ เปนความมุงหวังของ องคการ
ที่ทุกคนตองรวมกันบูรณาการใหเกิดเปนรูปธรรมในอนาคต การสรางทัศนคติรวมกันของคนในองคกร ให
สามารถมองเห็นภาพและมีความตองการที่จะมุงไปในทิศทางเดียวกัน เปนการมองในระดับความมุงหวัง
เปรียบเสมอื นหางเสือของเรือทข่ี ับเคลื่อนใหเรอื นน้ั มงุ สเู ปาหมายในทศิ ทางทรี่ วดเร็ว ประหยดั และปลอดภัย

การเรียนรูรวมกนั เปนทมี หมายถึง การเรียนรูรวมกันของพนักงานองคการความมุงเนนใหทกุ คน
ในทีมมีจิตสํานึก รวมกันวา เรากําลังทําอะไรและจะทําอะไรตอไป ทําอยางไร จะชวยเพ่ิมคุณคาแกลูกคา การ
เรียนรูรวมกันของสมาชิกในลักษณะกลุม หรือทีมงาน เปนเปาหมายสําคัญที่จะตองทําใหเกิดขึ้นเพื่อใหมีการ
แลกเปลี่ยนถายทอดความรูและประสบการณกันอยางสม่ําเสมอ ท้ังในรูปแบบท่ีเปนทางการและไมเปน
ทางการ การเรียนรูชนิดนี้ เนนการทํางานเพื่อกอใหเกิดความรวมแรงรวมใจ มีความสามัคคีในการรวมมือกัน
แกป ญ หาตา ง ๆ ท่เี กิดขน้ึ

การคิดอยางเปนระบบ หมายถึง การท่ีคนในองคกรมีความสามารถที่จะเช่ือมโยงสิ่งตาง ๆ โดย
มองเห็นภาพความสัมพันธกันเปนระบบไดอยางเขาใจและมีเหตุมีผล เปนลักษณะการมองภาพรวมหรือระบบ
ใหญ (Total System) กอนวาจะมีเปาหมายในการทํางานอยางไร แลวจึงสามารถมองเห็นระบบยอย
(Subsystem) ทําใหสามารถนําไปวางแผนและดาํ เนนิ การทําสวนยอ ย ๆ น้นั ใหเ สร็จทลี ะสวน

ประสิทธิภาพการทํางาน หมายถึง ความสามารถในการปฎิบัติงานใหเกิดผลดีกับองคการ เปน
การปฎิบัติงานอยางมีขั้นตอนตามระยะเวลาที่กําหนดและมีผูรับผิดชอบดําเนินงานตามท่ีไดรับมอบหมาย โดย
มีตัวชี้วัดประสิทธภิ าพในการทํางาน ในการวจิ ัยนี้มตี วั ชวี้ ดั ระดบั ประสิทธิภาพ 5 ระดบั ประกอบดว ย

5 หมายถึง ประสิทธิภาพการปฏิบตั งิ านอยูใ นระดับมากท่สี ุด
4 หมายถึง ประสิทธภิ าพการปฏิบตั ิงานอยูในระดับมาก

181

การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

3 หมายถึง ประสิทธภิ าพการปฏบิ ตั ิงานอยูในระดบั ปานกลาง
2 หมายถงึ ประสิทธิภาพการปฏิบตั งิ านอยูในระดบั นอย
1 หมายถึง ประสิทธภิ าพการปฏิบตั งิ านอยใู นระดบั นอยทส่ี ดุ
ตนทุนการผลิตลดลง หมายถึง คาใชจายในการดําเนินการตางๆทางการผลิตเพื่อใหไดมาซ่ึง
ผลิตภัณฑที่ดี มีคุณภาพ ตามความตองการของลูกคา เมื่อมีการแขงขันที่สูงและรุนแรงในสภาพ
การตลาด ตนทนุ การผลติ . ที่ตอ งทาํ ใหตาํ่ ทสี่ ุดโดยท่คี ณุ ภาพและคุณคา ในการใชง านยังคงอยภู ายใตการยอมรับ
ของลกู คา
คุณภาพของงานผลิต หมายถึง คุณภาพของงานที่ไดรับมอบหมายโดยไมมีความผิดพลาด หรือมี
ความผิดพลาดนอยท่ีสุด ซึ่งองคการมีการควบคุมการทํางานท่ีมีมาตรฐาน พนักงานทํางานมีคุณภาพตรงตาม
มาตรฐาน ขององคการ ตรงตามเปาหมาย เปนท่ียอมรับตอองคการภายนอก และคุณภาพของงานที่ต่ํากวา
มาตรฐานอยูในเกณฑทสี่ ามารถรบั ได
ระยะเวลาท่ีใชในการผลิต หมายถึง พนักงานมีความเขาใจกับขั้นตอนในการปฎิบัติงานตามที่
ไดรับมอบหมาย การทํางานมีความถูกตองครบถวน รวดเร็ว และมีความเรียบรอยงานผลิตออกมามีคุณภาพ
เสรจ็ ตรงตามเวลาท่ีกาํ หนด

กรอบแนวความคิดการวจิ ยั ตวั แปรตาม

ตวั แปรตน้

ปจจยั สว นบุคคล H1 ประสิทธภิ าพการทํางานของพนกั งานใน
- เพศ H2 โรงงานอุตสาหกรรม
- อายุ
- ระดบั การศกึ ษา
- ประสบการณ
- รายได
- ตําแหนงงาน

การจัดการความรู
(แนวคิด Peter Senge)
- การมีความรอบรูแหง ตน
- การมแี บบแผนความคดิ
- การมวี สิ ัยทัศนรว ม
- การเรียนรูรวมกันเปนทีม
- การคิดอยา งเปนระบบ

ภาพท่ี 1 กรอบแนวคดิ ในการวิจัย
ระเบยี บวธิ ีวิจยั

ประชากรและกลมุ ตวั อยาง

182

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

1. ประชากร ประชากรที่ผูวิจัยใชในการศึกษาคร้ังนี้ไดแก พนักงานที่ทํางานในโรงงานอุตสาหกรรม
นคิ มอตุ สาหกรรม จงั หวดั สมทุ รสาคร
2. กลุมตัวอยาง กลุมตัวอยางตามแนวทางการศึกษาเชิงปริมาณ ไดแก พนักงานในโรงงาน
อุตสาหกรรมนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร ท่ีมีอายุตั้งแต 21 ป ขึ้นไป ซ่ึงเปนผูท่ีทํางานอยูในธุรกิจ
SMEs
3. วิธีการสุมตัวอยาง ผูวิจัยจึงกําหนดขนาดตัวอยางโดยใชสูตรของ W.G. Cochran (Cochran,
1953 อางถึงใน พิเศษศักด์ิ ยืนยง, 2553, น.39) ไดประมาณกลุมตัวอยางทั้งหมดดวยคาความเชื่อมั่นเทากับ
รอยละ 95 ยอมใหมีคาความคลาดเคลื่อนเทากับ 0.05 เมื่อแทนคาในสูตรจะไดขนาดกลุมตัวอยาง จํานวน
385 คน โดยวิธีคาํ นวณตามสูตร ดงั น้ี
P(1 − P)Z2
= d2

เมื่อ n แทนจาํ นวนกลมุ ตัวอยา งท่ีตอ งการ
P แทนสดั สวนของประชากรทีผ่ วู ิจัยตอ งการจะสุม 0.5
Z แทนความเช่ือมนั่ ท่ีผูว จิ ัยกําหนดไว 95% ซ่ึงเปน ระดับนยั สําคัญทางสถิติ 0.05
มีคาเทา กับ 1.96 (เชอื่ ม่นั 95 % หรอื ผิดพลาด 5 %
d แทนสัดสว นของความคลาดเคลอ่ื นทย่ี อมใหเกิดข้นึ ได (d=0.05)

แทนคาในสตู รไดน ี้

= 0.5(1 − 0.5)(1.96)
(0.05)

= 0.25(3.8416)
(0.0025)

= 0.9604
0.0025

= 384.16 − = 400

จากการคํานวณได 385 คนเปนจํานวนกลุมตัวอยางข้ันตํ่า แตเพ่ือเพิ่มความเชื่อมั่นใหสูงข้ึน
ดังนั้นผวู ิจยั จะใชขนาดตวั อยาง จํานวน 400 คน โดยคดั เลอื กจากกลุมตวั อยาง ดวยวธิ ีการสมุ ตัวอยางแบบจาก
การคํานวณได 385 คนเปนจํานวนกลุมตวั อยา งขน้ั ต่าํ แตเ พอื่ เพิ่มความเชอ่ื ม่นั ใหสูงขึ้น ดังนน้ั ผวู ิจัยจะใชข นาด
ตัวอยา ง จาํ นวน 400 คน

เครือ่ งมือทใ่ี ชในการวิจยั
ผูวิจัยเลือกใชเคร่ืองมือที่เหมาะสมและสอดคลองกับกลุมตัวอยาง ดังนี้ เคร่ืองมือในการวิจัยเชิง
ปรมิ าณ
แบบสอบถาม (Questionnaire) แบบสอบถามมีความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity)
และความเช่ือถอื ได (Reliability) ผวู ิจัยไดทบทวนวรรณกรรม เอกสาร และงานวจิ ัยทเี่ กีย่ วของ

ผูวจิ ยั ไดแ บงแบบสอบถามออกเปน 3 สว น ดังนี้
สวนท่ี 1 แบบสอบถามสถานภาพทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม ขอมูลลกั ษณะของปจจยั สว น

บุคคลประกอบดวย เพศ อายุ ประสบการณ รายได ระดับการศึกษา ตําแหนง

183

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

สวนที่ 2 เปนแบบสอบถามเกี่ยวกับระดับการจัดการความรูตามหลักทฤษฎีของ ปเตอรเซงเก
โดยแบบสอบถามสวนน้ี มีลักษณะการวัดแบบ Likert Scale (สุวิมล ติรกานันท, 2543, น.105) กลาวคือ มี
การแบงลาํ ดบั ของคําตอบออกเปน 5 ระดับ ดงั นี้

5 หมายถึง เหน็ ดวยอยางยิง่
4 หมายถงึ เห็นดว ย
3 หมายถงึ เฉย ๆ
2 หมายถึง ไมเ ห็นดว ย
1 หมายถึง ไมเห็นดว ยอยางยงิ่
สวนที่ 3 เปนแบบสอบถามเกี่ยวกับแนวคิดการจัดการความรูของ ปเตอรเซงเก กับ
ประสทิ ธิภาพการทํางานของพนักงาน ในโรงงานอุตสาหกรรมนคิ มอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร
วิธเิ ก็บรวบรวมขอมลู
งานวิจัยคร้ังน้ีมีการเก็บรวบรวมแบบสอบถามจํานวน 400 ตัวอยาง และ เก็บรวบรวมได
นับตั้งแตเ ร่ิมดําเนนิ การสํารวจ โดยมขี น้ั ตอนในการเก็บตวั อยา งดังนี้
1. เริ่มจากการแจกแบบสอบถามไปสอบถามใหแก พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมธุรกิจ SMEs
นิคมอตุ สาหกรรม จังหวัดสมทุ รสาคร
2. เมื่อไดแบบสอบถามกลับมาแลว จึงทําการตรวจสอบความสมบูรณของแบบสอบถามที่ได
กลบั มา เพอ่ื ใหไดแ บบสอบถามทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพสูงสุด
3. จัดหมวดหมูของขอมูลในแบบสอบถามเพื่อนําขอมูลไปวิเคราะหทางสถิติ
สถติ ิท่ีใชในการวิจยั
การวิจัยในคร้ังนี้ใชสถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistics analysis) และสถิติเชิงอนุมาน
(inferential statistics analysis) โดยใชส ถติ ิวิเคราะหขอมลู ตามวตั ถปุ ระสงคด ังน้ี
1. วิเคราะหคุณลักษณะของปจจัยสวนบุคคล ระดับการจัดการความรู และประสิทธิภาพของ
พนักงาน โดยใชสถิติ สถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistic) ประกอบดวยการแจกแจงความถ่ี
(frequency) และหาคา สถติ ริ อ ยละ (percentage) คา สว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
2. วิเคราะหความแตกตางของปจจัยสวนบุคคล เชน เพศ รายได ตําแหนงงาน กับประสิทธิภาพ
ของพนักงาน ในนิคมอตุ สาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร โดยใชสถิติใชสถติ ิ t-test และวิเคราะหความแปรปรวน
ทางเดียว one-way ANOVA
3. วิเคราะหการจัดการความรูท่ีมีอิทธิพลตอประสิทธิภาพของพนักงาน ในนิคมอุตสาหกรรม
จังหวัดสมทุ รสาคร โดยใชส ถติ ิวิเคราะหก ารถดถอยเชงิ ซอ น Multiple Regression
ผลการวิจยั
1) ขอมูลท่ัวไปผลสํารวจคุณลักษณะของปจจัยสวนบุคคล (ประชากรศาสตร) ประชาการจํานวน
400 คน ที่ทํางานในโรงงานอุตสาหกรรมนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร แบงเปนแบงเปน เพศชาย
จํานวน 229 คน คิดเปนรอยละ 57.3 เพศหญิง จํานวน 171 คน คิดเปนรอยละ 42.8 อายุของกลุมตัวอยาง
เปนชวงอายุ 21-30 ป จํานวน 159 คน คิดเปนรอยละ 39.8 ชวงอายุ 31-40 ป จํานวน 193 คน คิดเปนรอย
ละ 48.3 ชวงอายุ 41-50 ป จํานวน 48 คน คิดเปนรอยละ 12.0 มีระดับการศึกษา มัธยมศึกษา/ปวช จํานวน
205 คน คิดเปนรอยละ 51.2 โดยมีประสบการณในการทํางาน แบงเปน ประสบการณ 2-5 ป มากที่สุด เปน
จํานวน 200 คน คิดเปนรอยละ 50.0 รายไดระหวาง 10,001-20,000 บาท เปนจํานวน 125 คน คิดเปนรอย
ละ 31.3 ตําแหนง งาน เปน ระดบั เจาหนาท่ี เปน จาํ นวน 281 คน คดิ เปนรอยละ 70.3
จากการวเิ คราะหความแตกตางปจจัยสวนบุคคล พบวา อายุ ประสบการณ รายได และระดับ
การศึกษา ท่ีแตกตางกันนั้นสงผลตอ ประสิทธิภาพการปฎิบัติงาน ของพนักงาน ในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม

184

การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

จังหวัดสมุทรสาคร เห็นไดชัดวาหากมีการจัดการความรูอยางมีระเบียบแบบแผน มีการจัดเก็บขอมูลคนหา
และเร่ิมตนไดงายจะทําให พนักงานทุกคนก็สามารถมีประสิทธิภาพในการทํางานไดเทาเทียมกัน ไมเกิดความ
เล่ือมลา้ํ ของประสบการณ และอายงุ าน

2) ผลการวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับระดับความคิดเห็นในดานการจัดการความรูของพนักงาน โดย
แบงเปน 5 ดาน ตามแนวคิดของ Peter Senge การวิเคราะหระดับความคิดเห็นของพนักงานดานความรอบรู
แหงตน (Personal Mastery) พบวาพนักงานยังไมคอยใหความสําคัญกบั การแสวงหาความรู และยังไมคอยใส
ใจกับกระบวนการการจัดการความรูเทาที่ควร เหมือนทํางานใหผานไปวัน ๆ โดยไมมีการจดบันทึก หรือเก็บ
ขอมูลไวใชในคร้ังถัดไป การวิเคราะหระดับความคิดเห็นของพนักงาน ดานการมีแบบแผนความคิด (Mental
Model) พบวา โรงงานใหค วามสําคญั นอยไป ไมต ั้งใจทจี่ ะมีการทํางานแบบมีระเบียบแบบแผน ทาํ ใหพนักงาน
ขาดขอมูลที่ถูกตองในการทํางาน ซึ่งจะสงผลตอการแสวงหาขอมูลของพนักงานลาชา ทําใหเกิดความลาชาตอ
การทํางาน และคณุ ภาพของสินคา ได

การวิเคราะหระดับความคิดเห็นของพนักงานดานการมีวิสัยทัศนรวม (Shared Vision) พบวา
ท้ังตวั โรงงานเองและพนกั งาน มีความเขา ใจตอการทํางานไดดี มที ศั นคติรว มกันท่ีดีตอ การทาํ งาน เหน็ ถึงระดับ
ความคิดเห็นที่พนักงานมีตอโรงงานนั้นดีพอสมควร หากโรงงานใสใจการวางแผนความรู รูปแบบกระบวนการ
จัดการทางความคิดของพนักงาน จะทําใหพนักงานเหลาน้ีเพ่ิมความสามารถในการทํางานไดมากยิ่งขึ้น
เนื่องจากการวิเคราะหแลวพนักงานคอนขางจะมีความ Engagement ตอโรงงานอยูพอสมควร การวิเคราะห
ระดบั ความคดิ เหน็ ของพนักงาน ดา นการเรยี นรทู ํางานเปนทีม (Team Learning) พบวา ความสําคญั ท่โี รงงาน
ใหกับพนักงานยังไมมากพอ ควรสงเสริมการทํางานรวมกันเปนทีม หรือใหเขาไดพบปะสังสรรคกันระหวาง
แผนก เพ่ือสรางความคุนเคยและใหเขาไดรวมปฎิบัติงานกันอยางเขาใจไดทุกแผนก การวิเคราะหระดับความ
คิดเห็นของพนักงาน ดานการคิดเชิงระบบ (System Thinking) พบวาโรงงานยังคงใหความรู การดําเนินงาน
และแผนงานยังไมตรงรูปแบบ อาจยังขาดความสมํ่าเสมอในการใหขอมูลตอพนักงาน ควรมีการจัดอบรมหรือ
วางแผนงานรวมกันเพื่อใหพนักงานไดฝกคิด การจัดการงานใหอยางมีระบบเพื่อคุณภาพของสินคา และความ
รวดเรว็ ในการผลิตตอไป

ตอนท่ี 1 ผลการวิเคราะหขอมูลเก่ียวกับระดับความคิดเห็นในดานการจัดการความรูตามแนวคิด
ของ Peter Senge ทมี่ ีอิทธพิ ลตอ ปจ จยั ของพนกั งานในโรงงาน นคิ มอตุ สาหกรรม จงั หวัดสมทุ รสาคร

ตารางที่ 1.1 คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นของพนักงานในโร งงาน นิค ม
อุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร ดานความรอบรูแหงตน (Personal Mastery)
ดานความรอบรแู หง ตน (Personal Mastery) ( ) S.D. ระดบั ความคิดเหน็
1. ในโรงงานอุตสาหกรรมของทานมีการสนับสนุนสงเสริม หรือจัดหา 2.70 .718 ปานกลาง
ผูเชี่ยวชาญท้ังภายในและภายนอกใหความรูท่ีเปนประโยชนตอการปฏิบัติงาน
และพฒั นางาน
2. ทานไดศึกษากฎ ระเบียบ ขอบังคับ คูมือการปฏิบัติงาน ตลอดจนศึกษา 2.72 .662 ปานกลาง
กระบวนการปฏิบตั ิงานเชงิ สรางสรรค เพือ่ นาํ มาประยุกตใชในการปฏิบตั ิงานให
สาํ เรจ็
3. ทานไดแสวงหาความรูจากผูรู เชน ผูเช่ียวชาญ หัวหนางาน หรือบุคคลอื่น ๆ 2.90 .779 ปานกลาง
ท้ังจากหนวยงานภายนอก ตลอดจนการปรับปรุงการปฏิบัติงานใหมี
ประสทิ ธิภาพ
4. ทานไดทําการกําจัดความรูที่ไมจําเปนและนําความรูใหม ๆ มาปรับปรุงการ 2.92 .782 ปานกลาง
ปฏิบตั ิงานใหทันตอสถานการณปจ จุบัน
5. ทานไดจดบันทึกผลงานที่ผิดพลาดไวเพ่ือนํามาใชในการปรับปรุงแกไขครั้ง 2.84 .719 ปานกลาง
ตอไป

185

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ตารางที่ 1.2 คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นของพนักงานในโรงงานนิคม
อตุ สาหกรรม จงั หวดั สมทุ รสาคร ดา นการมีแบบแผนความคดิ (Mental Model)

ดานการมีแบบแผนความคิด(Mental Model) ( ) S.D. ระดับความคดิ เหน็

6. ในโรงงานอุตสาหกรรมของทานมีการรวบรวมขอมูล ความรู และสราง 2.49 .832 นอย
ระบบฐานขอ มลู ที่สามารถคนหา นําไปใชป ระโยชนไดส ะดวก รวดเรว็ และถกู ตอ ง 2.47 .846 นอย
7. ในโรงงานอุตสาหกรรมของทานมีการรวบรวมผลการเรียนรูจาก
ประสบการณของบุคลากรดานตาง ๆ ไวอยางเปนระบบเพื่อใหบุคคลอ่ืน
สามารถนําไปเรียนรไู ด

8. ทานสามารถหาขอมูลและความรูตาง ๆ ไดจากฐานความรูที่หนวยงาน 2.46 .857 นอย
ของทานจัดทาํ ข้ึน 2.96 .196 ปานกลาง
9. ในโรงงานอุตสาหกรรมของทานมีการปรับปรุงขอมูลและแนวทาง
ปฎบิ ตั งิ านใหท ันสมัยอยูเสมอ

ตารางที่ 1.3 คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นของพนักงานในโรงงานนิคม
อุตสาหกรรม จงั หวดั สมทุ รสาคร ดา นการมวี สิ ัยทัศนรวม (Shared Vision)
ดานการมีวิสยั ทัศนรวม (Shared Vision) ( ) S.D. ระดับความคดิ เหน็
10. ในโรงงานอุตสาหกรรมของทานมีการกําหนดวิสัยทัศน / พันธกิจ / 3.26 .450 ปานกลาง
เปา หมาย ไวอยางชดั เจน
11. ในโรงงานอุตสาหกรรมของทา นใหความสาํ คญั กบั ความรทู ี่จาํ เปนตอการ 3.26 .450 ปานกลาง
ปฏบิ ัติงานของบุคลากร
12. ทานมีความปรารถนาดี ตอโรงงานชวยกันสรางภาพอนาคตของ 3.17 .498 ปานกลาง
หนว ยงานทที่ กุ คน ทุมเทผนึกแรงกายแรงใจกระทาํ ใหเ กดิ ข้ึน

ตารางที่ 1.4 คาเฉล่ีย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นของพนักงานในโรงงานนิคม
อุตสาหกรรม จังหวดั สมุทรสาคร ดานการเรยี นรทู าํ งานเปน ทีม (Team Learning)
ดานการเรยี นรทู ํางานเปนทมี (Team Learning) ( ) S.D. ระดบั ความคิดเหน็
13. โรงงานแหงน้ีมีการนําความรูท่ีไดรับจากบุคลากรมาใชประโยชนในการ 2.89 .393 ปานกลาง
ตัดสนิ ใจเพอื่ แกไ ขปญ หาและปรับปรุงการปฏบิ ัตงิ าน
14. โรงงานแหงนี้มีการสงเสริมใหมีการเรียนรูรวมกันเปนทีมในการ 3.17 .498 ปานกลาง
ปฏบิ ตั งิ าน
15. โรงงานแหงน้ีทําใหทานสามารถนําความรูที่ไดรับการแลกเปล่ียนความรู 2.65 .478 ปานกลาง
มาใชในการปรับปรงุ การปฏบิ ตั ิงานใหดขี ึ้น

ตารางที่ 1.5 คาเฉล่ีย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นของพนักงานในโรงงานนิคม
อตุ สาหกรรม จงั หวัดสมุทรสาคร ดา นการคิดเชิงระบบ (System Thinking)
ดานการคดิ เชงิ ระบบ (System Thinking) ( ) S.D. ระดบั ความคิดเห็น
16. โรงงานแหงน้ีทําใหทานสามารถอธิบาย และเขาใจกระบวนการทํางาน 2.86 .704 ปานกลาง
ของโรงงานอุตสาหกรรมของทานไดเปนอยา งดี
17. ทานสามารถวางแผนงานและดําเนินการจัดทําแผนงานเปนลายลักษณ 3.17 .708 ปานกลาง
อักษรเพอ่ื ใชส ําหรับพนกั งานทา นอื่นได
18. ทานสามารถทราบถึงปญหาและบอกวิธีการแกไขปญหา ใหกับเพื่อน 3.22 .411 ปานกลาง
รว มงานไดเ ปนอยางดี

186

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ตารางท่ี 1.6 คาเฉล่ีย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นของพนักงานในโรงงานนิคม
อตุ สาหกรรม จงั หวดั สมุทรสาคร ดา นประสิทธภิ าพการปฎิบัติงานของพนักงาน
ดา นประสทิ ธภิ าพการปฏิบตั ิงานของพนักงาน ( ) S.D. ระดบั ความคิดเห็น
19. ตน ทนุ ของการดาํ เนินงาน (The Cost of Operation) 3.22 .411 ปานกลาง

20. คณุ ภาพของการปฏิบัตงิ าน (The Quality of work) 2.06 .707 นอย

21. เวลาของการปฏบิ ตั งิ าน (The Time of work) 3.22 .411 ปานกลาง

ตอนท่ี 2 ผลการวิเคราะหการศึกษาความแตกตางของปจจัยสวนบุคคล เชน เพศ อายุ ประสบการณ รายได
ระดับการศึกษา ตําแหนง สงผลตอปจจัยการปฎิบัติงาน ของพนักงาน ในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม จังหวัด
สมทุ รสาคร

ตารางท่ี 2.1 ผลการวิเคราะหความแตกตางของปจจัยสวนบุคคลดานเพศ สงผลตอประสิทธิภาพการ
ปฎบิ ตั ิงาน ของพนกั งานในโรงงานนคิ มอุตสาหกรรม จังหวดั สมทุ รสาคร
ประสทิ ธภิ าพการปฎิบตั ิงาน
เพศ N ( ) S.D. t Sig.
ชาย 229 2.84 .375 0.577 0.564
หญงิ 171 2.82 .345
*นัยสาํ คัญทางสถติ ิท่ีระดบั 0.05

จากตารางท่ี 2.1 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ปจจัยสวนบุคคลดานเพศที่แตกตางกันไม
สง ผลตอ ประสิทธภิ าพการปฎิบตั งิ านของพนกั งาน ไมแ ตกตางกัน โรงงานนคิ มอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร
มคี า Sig เทากบั 0.564 อยา งมนี ัยสาํ คัญทางสถติ ิทรี่ ะดบั 0.05 จงึ ไมยอมรบั สมตฐิ าน H1a

ตารางที่ 2.2 ผลการวิเคราะหความแตกตางของปจจัยสวนบุคคลดานอายุ สงผลตอประสิทธิภาพการ
ปฎบิ ัตงิ านของพนกั งานในโรงงานนคิ มอุตสาหกรรม จงั หวัดสมทุ รสาคร
ประสิทธิภาพการปฎบิ ัติงาน
อายุ N ( ) S.D. F Sig.
20-30ป 159 2.6897 .24339 35.017 0.000*
31-40ป 193 2.9758 .41457
41-50 ป 48 2.7153 .21733
*นยั สําคญั ทางสถติ ิทรี่ ะดบั 0.05

จากตารางที่ 2.2 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ปจจัยสวนบุคคลดานอายุท่ีแตกตางกัน สงผล
ตอประสิทธิภาพการปฎิบัติงานของพนักงาน ในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาครแตกตางกันมีคา
Sig เทากับ 0.000 มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จึงยอมรับสมติฐาน H1b ปจจัยดานอายุมีผลตอ
ประสิทธิภาพ เพราะความคิดการเรียนรูและพัฒนา ของแตละบุคคลแตกตางกัน คนที่มีอายุนอยกวา อาจะมี
กระบวนการจัดการท่ีดกี วา เรยี นรูไ ดเ ร็วกวา สามารถพฒั นาการใชเคร่ืองมอื ไดม ากกวา คนทีม่ ีอายมุ ากขน้ึ

187

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

ตารางที่ 2.3 ผลการวิเคราะหความแตกตางของปจจัยสวนบุคคลดานประสบการณสงผลตอ
ประสทิ ธภิ าพการปฎบิ ตั งิ าน ของพนกั งานในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม จงั หวัดสมทุ รสาคร
ประสทิ ธิภาพการปฎบิ ตั งิ าน
ประสบการณ N ( ) S.D. F Sig.
นอ ยกวา 2 ป 29 2.6782 .20860 4.195 0.006*
2-5 ป 200 2.8733 .39477
6-10 ป 142 2.8310 .35005
มากกวา 10 ป 29 2.6897 .21696
*นัยสําคัญทางสถติ ิทร่ี ะดับ 0.05

จากตารางที่ 2.3 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ปจจัยสวนบุคคลดานประสบการณท่ีแตกตาง
กัน สง ผลตอ ประสทิ ธภิ าพการปฎิบตั ิงานของพนกั งาน ในโรงงานนิคมอตุ สาหกรรม จังหวัดสมทุ รสาครแตกตาง
กนั มคี า Sig เทากบั 0.006 มีนัยสาํ คัญทางสถติ ิท่ีระดบั 0.05 จงึ ยอมรบั H1c ซง่ึ ประสบการณ คนท่ีอยมู านาน
จะสั่งสมความชํานาญ ความรูเฉพาะบุคคล จึงทําใหการแกปญหา หรือความรวดเร็วเกิดขึ้นไดกวาคนท่ีมี
ประสบการณนอ ย

ตารางท่ี 2.4 ผลการวิเคราะหความแตกตางของปจจัยสวนบุคคลดานรายไดสงผลตอประสิทธิภาพ
การปฎบิ ตั ิงาน ของพนักงานในโรงงานนคิ มอุตสาหกรรม จงั หวัดสมุทรสาคร
ประสิทธิภาพการปฎิบัติงาน
รายได N ( ) S.D. F Sig.
ตาํ่ กวา 10,000 บาท 17 2.7451 .22140 4.832 0.003*
10,000 – 20,000 บาท 125 2.9067 .38474
20,001 – 30,000 บาท 183 2.7650 .32599
30,001 – 40,000 บาท 75 2.8844 .40453
*นัยสาํ คัญทางสถิตทิ ร่ี ะดับ 0.05

จากตารางท่ี 2.4 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ปจจัยสวนบุคคลดานรายไดท่ีแตกตางกัน
สงผลตอประสิทธิภาพการปฎิบัติงานของพนักงาน ในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาครแตกตางกัน
มีคา Sig เทากับ 0.003 มีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 จึงยอมรับ H1d รายไดถือเปนสวนหนึ่งที่สามารถ
ปรับทัศนคติและขวัญกาํ ลังใจในการทํางานไดย ่ิงขึ้น เหตุน้ีจึงทําใหผ ูม ีอัตราจางมากกวา แสดงออกตอการเพ่มิ
ประสิทธภิ าพ และยอมรบั ไดดีกวา

ตารางท่ี 2.5 ผลการวิเคราะหความแตกตางของปจจัยสวนบุคคลดานระดับการศึกษาสงผลตอ
ประสทิ ธภิ าพการปฎบิ ตั ิงาน ของพนกั งานในโรงงานนคิ มอตุ สาหกรรม จงั หวัดสมุทรสาคร
ประสิทธิภาพการปฎิบตั งิ าน
ระดับการศกึ ษา N ( ) S.D. F Sig.

ต่ํากวา 10,000 บาท 17 2.7451 .22140 4.644 0.010*
มัธยมศึกษา/ปวช. 205 2.8699 .37252
อนปุ ริญญา/ปวส. 127 2.7507 .29388
ปริญญาตรหี รือเทยี บเทา 68 2.8627 .42413
*นยั สาํ คัญทางสถิติที่ระดบั 0.05

188

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

จากตารางท่ี 2.5 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ปจจัยสวนบุคคลดานระดับการศึกษาที่
แตกตางกนั สง ผลตอประสิทธภิ าพการปฎบิ ตั ิงานของพนกั งาน ในโรงงานนคิ มอุตสาหกรรม จังหวัดสมทุ รสาคร
แตกตางกัน มีคา Sig เทากับ 0.010 มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จึงยอมรับ H1e การศึกษามีผลตอระดับ
การจัดการความคิด ท้ังน้ีแลว องคการจะตองปรับและคัดสรรบุคลากร ในการท่ีมีสวนเขาทํางานใหเหมาะสม
ตรงจุด ท่ีจะพัฒนาความรูนั้น ไดอยางถูกตอง ไมวาจะเปนการอาน การเขียน การรวบรวมขอมูล และการใช
คอมพวิ เตอร

ตารางที่ 2.6 ผลการวิเคราะหความแตกตางของปจจัยสวนบุคคลดานตําแหนงงาน สงผลตอ
ประสทิ ธิภาพการปฎบิ ัติงาน ของพนกั งานในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร
ประสิทธภิ าพการปฎบิ ัติงาน
ตําแหนงงาน N ( ) S.D. t Sig.
เจาหนา ทีป่ ฎบิ ตั งิ าน 281 2.8138 .36148 -1.449 0.148
ระดับหัวหนา งาน 119 2.8711 .36336
*นยั สาํ คัญทางสถติ ิที่ระดบั 0.05

จากตารางที่ 2.6 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ปจจัยสวนบุคคลดานตําแหนงงาน ไมแตกตางกัน
สงผลตอประสิทธิภาพการปฎิบัติงานของพนักงาน ในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร มีคา Sig
เทากบั 0.148 ไมมีนยั สาํ คญั ทางสถติ ิท่ีระดับ 0.05 จึงไมยอมรับ H1f

ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะหการจัดการความรูท่มี ีอิทธพิ ลตอประสิทธิภาพของพนกั งาน ในนิคมอุตสาหกรรม
จังหวดั สมุทรสาคร

ตารางท่ี 3.1 ผลการวิเคราะหการจัดการความรูที่มีอิทธิพลตอประสิทธิภาพของพนักงาน ในนิคมอุตสาหกรรม
จงั หวัดสมทุ รสาคร
Collinearity ผลการทดสอบ
การจดั การความรูต ามแนวคดิ β t Sig สมติฐาน
ของ Peter Senge
Tolerance VIF

ความรอบรแู หง ตน 0.020 0.506 0.613 .972 1.029 ไมย อมรบั
(Personal Mastery)
การมแี บบแผนความคิด 0.019 0.479 0.632 .979 1.022 ไมย อมรับ
(Mental Model)
การมีวสิ ัยทศั นรว ม 0.070 1.057 0.291 .357 2.805 ไมย อมรบั
(Shared Vision)
การเรียนรทู าํ งานเปน ทมี -.001 -.019 0.985 .457 2.186 ไมยอมรบั
(Team Learning)
การคดิ เชงิ ระบบ 0.567 9.58** 0.000 .446 2.243 ยอมรบั
(System Thinking)

*มนี ยั สําคญั ทางสถิติท่ีระดับ 0.05
R2= 0.38, Dubin-Watson = 1.59, R = 0.62, F-Value = 49.68, N = 400, P-Value ≤ 0.05

189

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

จากตารางท่ี 3.1 ผลการทดสอบสมมติฐานพบวา แนวคิดการจัดการความรูของ Peter Senge
สงผลตอประสิทธิภาพในการปฎิบัติงานของพนักงานในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร โดยดาน
ที่สงผลสงู สุด คือ การคิดเชิงระบบ (System Thinking) (β=0.567) หรือตัวแปรตนมีความสมั พนั ธกันในระดบั
ทย่ี อมรบั ได สง ผลตอประสทิ ธิภาพการปฎิบตั ิงาน ของพนักงาน อยางมนี ัยสําคัญทางสถิตทิ ีร่ ะดบั 0.05
อภปิ รายผล

จากผลศึกษาการจัดการความรูท่ีมีอิทธิพลตอประสิทธิภาพการทํางานของพนักงานในโรงงาน
อุตสาหกรรม กรณีศึกษาธุรกิจ SMEs ในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร พบวาพนักงานสวนใหญเปนเพศเพศ
ชาย มีอายุระหวาง 31- 40 ป ระดับการศึกษาสวนใหญเปนระดับมัธยมศึกษา/ปวช มีประสบการณในการ
ทํางาน 2-5ป และมีรายไดระหวาง 20,001 – 30,000 บาท อยูในระดับตําแหนงงานคือเจาหนาที่ปฎิบัติงาน
จากผลการวิเคราะหระดับความคิดเห็นของพนักงานตอการจัดการความรูของโรงงานตามแนวความคิดของ ป
เตอรเซงเก โดยแบงเปน 5 ดาน ดังน้ี

1. ดานความรอบรูแหงตน (Personal Mastery) โรงงานยังขาดการฝกฝนอบรมพนักงานและ
การพัมนาตนเองของพนักงาน ขาดการเรียนรูอยูเสมอ ควรจะสนับสนุนใหเกิดการขยายขีดความสามารถเพ่ิม
ความเชี่ยวชาญมากข้ึน ความรอบรูเปนผลรวมของทักษะและความสามารถ จะแปรสภาพท่ีเปนอยูตามความ
เปนจรงิ เห็นวาอะไรมีความสาํ คญั ตอ เราตอองคก รได

2. ดานการมีแบบแผนความคิด(Mental Model) จากการศึกษาดังกลาวพนักงานในโรงงานยังขาด
การจัดระบบการจัดการความรู ไดรับการจัดการที่ยังไมถูกตอง จึงสงผลตอประสิทธิภาพในการทํางาน ตามท่ี
เซงเก เชื่อวาความคิดความเช่ือแบบแผนทําใหความคิดความอานของแตละคนมีขอบกพรอง ดังนั้นตองอาศัย
วินยั จากการ คิดอยา งเปนระบบ เขา ไปรว มทํางานดว ยซ่งึ จะมพี ลงั เกดิ ผลดีสูงสุด

3. ดานการมีวิสัยทัศนรวม (Shared Vision) โรงงานมีสวนสําคัญท่ีจะเผยแพรวิสันทัศน พันธกิจให
พนักงานเดินหนาและทําความเขาในกับโรงงานไปพรอมกัน จําเปนตอภาวะผูนําทุกคน ซ่ึงจะเปนพลัง
ขับเคลื่อนในภารกิจงานทุกอยางขององคการใหมุงสูเปาหมายเดียวกันได เซงเก จึงเห็นวา การสรางวิสัยทัศน
รวมน้ีเปนการช้ีนําองคการวาองคการคิดอยางไร มีเปาหมาย พันธกิจ และยึดถือคุณคาใด วิสัยทัศนท่ีดีตอง
สอดคลอ งกับคุณคา หรอื คานิยมทผี่ ูคนยึดถือได

4. ดานการเรียนรูทํางานเปนทีม (Team Learning) เซงเก เห็นวา ระดับความสามารถของทีม
จะตองอยูเหนือกวาระดับความสามารถของรายบุคคลในทีม ทีมสามารถพัฒนาขีดความสามารถประสาน
สัมพันธกันไดเปนอยางดี การเรียนรูเปนทีมมี 3 ลักษณะสําคัญ สมาชิกทีมตองมี ความสามารถในการคิด ตี
โจทย แกปญหา หรือสามารถพิจารณาใหได หลายหัวรวมกันคิด ยอมดีกวาการใหบุคคลคนเดียวคิด ภายใน
ทีมตองมีการทํางานท่ีประสานกันเปนอยางดี คิดในส่ิงท่ีใหมและแตกตาง มีความไววางใจตอกัน บทบาทของ
สมาชิกทีมหนึ่งที่มีตอทีมอื่น ๆ ขณะที่ทีมหน่ึงสมาชิกเรียนรูอยางตอเน่ืองการประพฤติปฏิบัติของทีมนั้นยัง
สงผลตอทีมอ่นื ๆ ดว ยซงึ่ จะชวยการสรางองคการแหงการเรยี นรใู หม พี ลงั มากข้นึ

5. ดานการคิดเชิงระบบ (System Thinking) เซงเก มองวาเปนวินัยที่มีความสําคัญมากที่สุดท่ีใน
ความเปน จริง ผคู น บคุ ลากร ผบู รหิ ารหลายคนไมส ามารถฝก ฝนตนเองใหมีความสามารถคิดไดอยา งเปนระบบ
อยางทันเหตุการณ หรือคิดไดลวงหนา ผลก็คือทําใหเกดิ ปญหาในการปฏิบัติงานในการบริหารจัดการ ลักษณะ
ของการคดิ อยา งเปน ระบบทีด่ ี

190

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ขอเสนอแนะทไ่ี ดจากการนาํ ผลการวจิ ยั ไปใช
ขอเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาระบบการจัดการความรูในโรงงานอุตสาหกรรม นิคม

อตุ สาหกรรมจงั หวัดสมุทรสาคร แบง ออกไดเ ปนประเดน็ ดงั นี้
1. จัดใหผูท่ีมีสวนเกี่ยวของ ในทุกสวนงาน ไดมีความรูความเขาใจตรงกัน เชน การจัดอบรม

การเทรนนิ่งงานกอนเริ่มการปฎบิ ตั งิ าน
2. จัดใหมีการพัฒนาความรู ความสามารถในแผนกตาง ๆ ทุก 3 หรือ 6 เดือนเพื่อเปนแรง

กระตุน สรา งความจาํ ท่ีดีตอ การปฎบิ ตั ิงาน
3. จัดกิจกรรมที่เกี่ยวของกับตัวชี้วัดท่ีเปนภาพรวมของโรงงาน หรือของแตละหนวยงานใน

โรงงานนั้น ๆ
4. สรางแรงจูงใจในการเขียนงานวิชาการออกมาเพื่อใหเปนการเก็บขอมูลของแตละแผนก

แตละหนว ยงานได
5. ควรจัดทําฐานขอมูลในดานพัฒนางาน และมีการประชาสัมพันธใหพนักงานในโรงงาน

ทราบกันอยา งท่ัวถึง
ขอเสนอแนะเพื่อวิจัยคร้ังตอไป ทางโรงงานอุตสาหกรรมควรจัดใหมีการทําวิจัย การศึกษาการ

จัดการความรูในโรงงาน โดยใหพนักงานระดับหัวหนางาน เปนผูรวบรวมขอมูล การศึกษาในคร้ังนี้ เพื่อ
ประโยชนใ นการพฒั นาตนเอง และการจัดการความรูอยางเปนระบบขององคก ารน้ัน ๆ ตอ ไป
เอกสารอางอิง
ปณิตตรา นราภิรมยขวัญ และศิวะนันท ศิวพิทักษ. (2559). การจัดการความรูของมหาวิทยาลัยในกํากับรัฐ

และมหาวทิ ยาลัยเอกชน. SUTHIPARITHAT, 30(95), 186-200.
สมยศ แยมเผื่อน. (2551). ปจจัยท่ีมีผลตอประสิทธิภาพในการทํางํานของพนักงาน ปฏิบัติการ บริษัท

เอเชยี มารนี เซอรว ิส จาํ กัด (มหาชน). สารนิพนธ บรหิ ารธุรกจิ มหาบณั ฑติ (สาขาการจัดการ) บณั ฑิต
วทิ ยาลยั , มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ.
Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization.
London: Century Press.

191

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ปจจยั ทมี่ ผี ลตอการรับรกู ารลดขยะบรรจุภัณฑอ าหารเดลเิ วอรี่
ในแนวทางการจัดการหว งโซอปุ ทานสเี ขียว

จักรพงศ ชาตสิ ิทธพิ ัฒน01
นกั ศกึ ษาปริญญาโทหลักสตู รบรหิ ารธุรกิจมหาบัณฑติ คณะบรหิ ารธรุ กจิ

มหาวิทยาลยั รามคําแหง
ปย ะฉัตร จารธุ รี ศานต
อาจารยประจาํ สาขาวิชาการจดั การโลจสิ ตกิ สแ ละโซอ ุปทาน คณะบริหารธรุ กิจ
มหาวิทยาลัยรามคาํ แหง

บทคัดยอ
การศึกษาวิจัยน้ีมีวัตถุประสงค 1) ศึกษาการรับรูเก่ียวกับการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ใน
แนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว 2) ศึกษาปจจัยที่มีผลตอการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี
ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว เปนการวิจัยเชิงปริมาณ เปนการเก็บรวบรวมขอมูล โดยใช
แบบสอบถาม กลุมตัวอยางท่ีใชในการวิจัย จํานวน 405 คน สถิติท่ีใชในการวิจัย ไดแก คาความถี่ คารอยละ
คาเฉลย่ี และสว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบคาเฉล่ยี สองกลมุ ตัวอยางแบบอสิ ระตอกัน การวเิ คราะหความ
แปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะหสมการถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการวิจัยเรื่อง ปจจัยที่มีผลตอการรับรูการ
ลดขยะบรรจภุ ัณฑอาหารเดลเิ วอรี่ ในแนวทางการจัดการหวงโซอ ุปทานสีเขยี ว พบวา ผูบริโภคอาหารเดลิเวอรี่
ท่ีมีเพศ อายุ ระดับการศึกษา รายไดตอเดือน ที่แตกตางกัน มีการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี
ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว ไมแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 นอกจากนี้
ปจจัยของผูบริโภคในการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ดานการตัดสินใจของผูบริโภค และดานบรรจุ
ภัณฑเพ่ือส่ิงแวดลอม มีผลตอการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหว งโซ
อุปทานสีเขียวอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 จากการศึกษาผูวิจัยมีขอเสนอแนะใหหนวยงานและผูท่ีมี
สวนเก่ียวของกับบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ควรมีการคํานึงถึงวัสดุท่ีใชในการผลิต ประสิทธิภาพการใชงาน
ราคาท่ีเหมาะสมกับคุณภาพ ความนาสนใจเปนที่สะดุดตา และรวมกันกําหนดแนวทางในการลดปริมาณขยะบรรจุ
ภัณฑ
คาํ สําคญั : บรรจภุ ัณฑ อาหารเดลเิ วอรี่ หวงโซอ ุปทานสเี ขียว

1 นักศกึ ษาปริญญาโทหลักสูตรบริหารธรุ กจิ มหาบัณฑิต คณะบรหิ ารธรุ กิจ มหาวิทยาลยั รามคาํ แหง แขวงหวั หมาก
เขตบางกะป กรุงเทพมหานคร 10240 หมายเลขตดิ ตอ : 092-345-1292 อีเมล: [email protected]

192

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

FACTORS AFFECTING THE PERCEPTION OF FOOD DELIVERY PACKAGING
WASTE REDUCTION ACCORDING TO THE GREEN SUPPLY CHAIN
MANAGEMENT APPROACH

Chakrapong Chartsittipat1
Graduate Student, Master of Business Administration, Faculty of Business Administration

Ramkhamhaeng University
Piyachat Jarutirasarn

Lecturer at Department of Logistics and Supply Chain Management, Faculty of Business Administration
Ramkhamhaeng University
Abstract

The objectives of this research were to study the perception of food delivery
packaging waste reduction in the approach to green supply chain management and to study
the factors affecting the perception of food delivery packaging waste reduction according to
the green supply chain management approach. The research was quantitatively conducted
on a sample of 405 consumers of food delivery services. The instruments for data collection
were questionnaires. The statistics used in the research were frequency, percentage, mean,
standard deviation, independent sample T-Test, One-Way ANOVA, and Multiple Linear
Regression. The results found that differences in the personal factors of gender, age, education
level, and monthly income, among the consumers sampled, did not influence their perception
of reducing waste reduction according to green supply chain management approach with no
statistically significant difference at the 0.05 level. In contrast, the factors of consumers’
interest in reducing food delivery packaging waste, consumer decision-making, and awareness
of the environmental burden of food delivery packaging waste affects the perception of
reducing waste reduction according to the green supply chain management approach that is
statistically significant at the 0.05 level. From this study, we have suggestions for agencies and
people involved in food delivery packaging. First, these stakeholders should choose quality
materials that are suitable for production and performance as food containers while being
reasonable priced and visually pleasing to consumers. Second, they should jointly formulate
guidelines for reducing the amount of packaging waste.
Keywords: Packaging, Food Delivery, Green Supply Chain

1 Corresponding Author: Graduate Student, Master of Business Administration, Faculty of Business Administration,
Ramkhamhaeng University. Contact Number: +6692-345-1292 Email: [email protected]

193

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

บทนํา
ปจจุบันธุรกจิ จัดสงอาหารออนไลนหรอื การส่ังอาหารออนไลนเปนหน่ึงในธุรกิจใหมภ ายใตเศรษฐกิจ

แพลตฟอรม (Platform Economy) ที่มาพรอมกับความกาวหนาของเทคโนโลยีดิจิทัล ธุรกิจน้ีมีอัตราการ
เติบโตสูงทั่วโลก ดวยจุดขายท่จี ูงใจผบู รโิ ภคผานการนําเสนอทางเลือกใหม ๆ ในการรบั ประทานอาหาร โดยใน
ป 2563 ประเทศไทยมีการจัดสงอาหารอยูที่จํานวน 66 – 68 ลานคร้ังหรือขยายตัวสูงถึงรอยละ 78.0 - 84.0
เมื่อเทียบกับปที่ผานมา ซ่ึงเปนอัตราการเติบโตอยางกาวกระโดด (ศูนยวิจัยกสิกรไทย, 2563) เม่ือผูบริโภคหัน
มาสั่งอาหารออนไลนแทนการออกไปรับประทานที่รา นอาหาร สิ่งที่ตามมา คือ ปริมาณขยะบรรจุภัณฑจํานวน
มหาศาล สวนใหญเปนบรรจภุ ัณฑพ ลาสติกแบบใชครั้งเดียว ซ่ึงมีเพียงผูบริโภคบางสวนที่ไดทาํ การคัดแยกขยะ
ที่ตนทางแตระบบการเก็บขยะแบบแยกประเภทยังไมดีเทาท่ีควร ทําใหขยะพลาสติกถูกทิ้งปะปนกับขยะมูล
ฝอยอื่น ๆ มากข้ึน โดยภาพรวมสถานการณของขยะพลาสติกในประเทศไทย ตั้งแตเดือนมกราคม – ธันวาคม
2563 มีปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นรอยละ 40 โดยเฉล่ีย ประมาณ 134 กรัม/คน/วัน และในสถานการณโค
วิด-19 ระลอกใหม ชวงเดือนเมษายน 2564 เพ่ิมข้ึนเปนรอยละ 45 เฉลี่ยประมาณ 139 กรัม/คน/วัน ซ่ึงคาด
วาอาจจะมากกวาเดิม เนื่องจากการเปล่ียนแปลงวิถีชีวิต รวมไปถึงความจําเปน ในการใชพลาสติก ดังนั้น
หลังจากสถานการณโควิด-19 จะตองมีการวางแผนเพิ่มเติมถึงแนวทางในการจัดการขยะพลาสติก (อรรถพล
เจริญชันษา, 2564)

ตั้งแตสถานการณโควิด-19 ในปท่ีผานมา รัฐบาลประกาศล็อกดาวน ทําใหคนตองทํางานท่ีบานเปน
หลัก โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เปนศูนยกลางของประเทศ มีขยะพลาสติกพุงสูงข้ึนตอเนื่องจากการที่
ผูบริโภคหันมาส่ังอาหารออนไลนมากข้ึน สงผลใหอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑเติบโตคูขนานกันมาอยางตอเน่ือง
โดยภาพรวมมูลคาการสงออกบรรจุภัณฑไทย จากสํานักเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในไตรมาส 2/2563 มีมูลคา
14,253 ลานบาท มีการปรับตัวลดลงเม่ือเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปท่ีผานมารอยละ 2.64 เนื่องจากปญหา
ของระบบขนสงและโลจิสติกส รวมถึงสถานการณการปดประเทศในชวงท่ีผานมา ทวายังมีโอกาสเติบโตหรือ
ปรับตัวเพ่ิมสูงข้ึน เพราะยังมีความตองการใชบรรจุภัณฑในอุตสาหกรรมอาหารจํานวนมากหาก
ภาคอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑปรับรูปแบบการพัฒนาบรรจุภัณฑใหมีความสอดคลองกับความตองการของ
ผูบ รโิ ภคก็จะชวยเพิ่มมลู คา ทางเศรษฐกิจไดมากยง่ิ ข้ึน (ณัฐพล รงั สติ พล, 2563)

ดังน้ันผูวิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาการรับรูเกี่ยวกับการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ในแนวทาง
การจัดการหวงโซอุปทานสีเขียวของผูบริโภค และปจจัยท่ีมีผลตอการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี
ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว เพื่อเปนแนวทางใหกับผูประกอบการในหวงโซอุปทาน
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ ไดนําขอมูลผลการวิจัยในครั้งนี้ไปใชในการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑเพื่อ
ตอบสนองความตองการของผูบริโภค ควบคูไปกับการสรางความรวมมือจากทุกภาคสวนเพื่อกําหนดแนว
ทางการลดขยะบรรจุภัณฑทั้งระบบ ซ่ึงจะชวยลดผลกระทบท่ีเกิดจากขยะบรรจุภัณฑและยังสงผลใหบรรจุ
ภัณฑท ่เี ปน มติ รตอสง่ิ แวดลอมมีโอกาสขยายตลาดไดม ากยงิ่ ข้นึ
วัตถปุ ระสงคของการวิจัย

1. ศึกษาการรับรูเกี่ยวกับการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหวงโซ
อุปทานสีเขียว

2. ศึกษาปจจัยท่ีมีผลตอการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหวง
โซอ ุปทานสเี ขียว

194

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

สมมตฐิ านการวจิ ัย
สมมติฐานการวิจัยท่ี 1 ผูบริโภคอาหารเดลิเวอรี่ที่มีปจจัยสวนบุคคลที่แตกตางกันจะมีการรับรูการ

ลดขยะบรรจุภัณฑอ าหารเดลเิ วอร่ี ในแนวทางการจัดการหว งโซอปุ ทานสีเขียวแตกตา งกนั
สมมตฐิ านการวิจัยที่ 2 ปจ จยั ของผูบ รโิ ภคในการลดขยะบรรจุภณั ฑอ าหารเดลเิ วอรี่ ไดแก ดา นทศั นคติ

ของผูบริโภค ดานการตัดสินใจของผูบริโภค ดานบรรจุภัณฑเพื่อส่ิงแวดลอม นาจะมีผลตอกับการรับรูการลด
ขยะบรรจุภณั ฑอาหารเดลเิ วอรี่ ในแนวทางการจดั การหวงโซอปุ ทานสเี ขยี ว

กรอบแนวคิดในการวจิ ัย

ตัวแปรตน ตัวแปรตาม
ปัจจยั ส่วนบุคคล การรับรู้การลดขยะบรรจุภณั ฑ์

1. เพศ อาหารเดลเิ วอร่ี ในแนวทาง
2. อายุ การจดั การห่วงโซ่อปุ ทานสีเขยี ว
3. ระดบั การศึกษา
4. รายไดต้ ่อเดือน

ปัจจัยของผู้บริโภคในการลดขยะ
บรรจุภัณฑ์อาหารเดลเิ วอร่ี

1. ดา้ นทศั นคติของผบู้ ริโภค
2. ดา้ นการตดั สินใจของผบู้ ริโภค
ภา3พ. ดทา้ ี่ น1บกรรรอจบุภแณั นฑวคเ์ พิดือ่ในสกิ่งาแรววดิจลัยอ้ ม

การทบทวนวรรณกรรม
1. ความรูเกย่ี วกบั การจดั การหวงโซอปุ ทานสีเขียว
หวงโซอุปทาน (Supply Chain) เปนการดําเนินกิจกรรมตาง ๆ เก่ียวกับการบริหารจดั การสนิ คา

และบริการกวาจะสงมอบไปสูมือของผูบริโภคนั้นมีกระบวนการจัดการท่ีเกี่ยวเน่ืองกันตั้งแตการจัดซื้อ
(Procurement) การผลิต (Manufacturing) การจัดเก็บ (Storage) การขนสง (Transportation) และการจัด
จาํ หนาย (Distribution)

กาญจนา กาญจนสุนทร (2551) ไดใหความหมายไววาการจัดการกรีนซัพพลายเชน (Green
Supply Chain Management: GSCM) หมายถึง การออกแบบและวางแผนวิธีดําเนินธุรกิจท่ีสามารถชวยลด
ปญ หาสภาวะโลกรอ น (Global Warming) อันเปน สาเหตขุ องสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง (Climate Change)
โดยพิจารณาถึงผลกระทบท่ีมีตอสิ่งแวดลอมเปนสําคัญ ท้ังในสวนของการซ้ือหาวัตถุดิบ การคัดเลือกรูปแบบ

195

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ของสินคาหรือบรกิ าร การผลิตดวยเทคโนโลยีสะอาด การเคลอ่ื นยายจัดเก็บ และการขนสงท่ีประหยดั พลงั งาน
ตลอดจนขัน้ ตอนการกาํ จัดของเสีย ดวยการนําสนิ คากลบั มาใชป ระโยชนใหมอ ีกครงั้

2. แนวคดิ และทฤษฎเี กยี่ วกบั การรับรู
ชูชัย สมิทธิไกร (2563) การรับรู (Perception) คือกระบวนการมองโลกรอบตัวของบคุ คล ซึ่งแตละ

คนอาจมีการรับรูที่แตกตางกัน แมวาจะอยูในสถานการณที่มีสิ่งเราเดียวกันก็ตาม ทั้งน้ีเนื่องจากแตละบุคคลมี
ความแตกตางในดานตาง ๆ เชน ความตองการ คานิยม หรือประสบการณเดิมโดยท่ัวไปแลวกระบวนการการ
รับรูของบุคคลเกิดข้ึนตอเนื่องจากความรูสึก (Sensation) ประกอบดวยข้ันตอนตาง ๆ รวมสามข้ันตอน ไดแก
การเลือกรับรู การจัดระเบียบการรับรู และการแปลความหมาย

3. แนวคิดและทฤษฎีเกีย่ วกับการตดั สินใจ
ฉัตยาพร เสมอใจ (2550) การตดั สนิ ใจ (Decision Making) หมายถงึ กระบวนการในการเลือกที่

จะกระทําส่ิงใดสิ่งหนึ่ง จากทางเลือกตาง ๆ ที่มีอยู เชน ผูบริโภคมักจะตองตัดสินใจในทางเลือกตาง ๆ ของ
สินคาและบริการอยูเสมอในชีวิตประจําวัน โดยที่ผูบริโภคจะเลือกสินคาหรือบริการตามขอมูลและขอจํากัด
ของสถานการณ การตัดสินใจจึงเปนกระบวนการที่สําคัญและอยูภายในจิตใจของผูบริโภค ซ่ึงถานักการตลาด
สามารถทําความเขาใจและเขาถึงจิตใจของผูบริโภค การวางแผนการกระจายสินคาและสรางการยอมรับของ
ผบู ริโภคกจ็ ะมีประสทิ ธภิ าพ

สดุ ใจ จนั ทรเ ลื่อน (2559) ไดศึกษาเร่ือง อทิ ธพิ ล 7R มีผลตอ พฤตกิ รรมการเลอื กใชบ รรจุภัณฑใส
อาหารท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม: กรณีศึกษา บ๊ิกซี ซูเปอรเซ็นเตอร สาขาติวานนท ผลการศึกษา พบวา ผูตอบ
แบบสอบถามสวนใหญเปนเพศหญิง มีอายุระหวาง 21-30 ป ระดับการศึกษาปริญญาตรี ผูบริโภคสว นใหญคิด
วาบรรจุภัณฑใสอาหารที่เปนมิตรกับส่ิงแวดลอม คือ บรรจุภัณฑที่ยอยสลายไดเองตามธรรมชาติ ความถี่ของ
การเลือกใชไมแนนอนแลวแตโอกาส เหตุผลสวนใหญที่เลือกใชเพราะมีความปลอดภัยตอสุขภาพ ระดับความ
คิดเห็นตอแนวคิด 7R ท่ีมีอิทธิพลตอพฤติกรรมการเลือกใชบรรจุภัณฑใสอาหารที่เปนมิตรกับส่ิงแวดลอมของ
ผบู ริโภค ท้งั 4 ดา น คอื (ดานการตัดสินใจซอ้ื ดานการซอ้ื ดา นการใชและดานการประเมินหลงั การบริโภค โดย
ภาพรวมอยูในระดับเห็นดวย เมื่อพิจารณาเปนรายดาน พบวามี 3R คือ Rethink: การคิดใหม Recycle: การ
นาํ กลบั มาใชใ หมแ ละ Reuse: การใชซ ้ํา มีอิทธิพลตอ พฤติกรรมการเลือกใชบ รรจุภณั ฑ ใสอาหารทเี่ ปน มิตรกับ
สิ่งแวดลอมของผูบริโภค (ดานการตัดสินใจซื้อ ดานการซื้อ ดานการใชและดานการประเมินหลังการบริโภค)
อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อม่ัน .05 สวนพฤติกรรมการเลือกใชบรรจุภัณฑใสอาหารท่ีเปนมิตร
กับสิ่งแวดลอ มแทนการใชกลองโฟมอยใู นระดับนาน ๆ ครงั้

4. แนวคดิ เกย่ี วกับบรรจุภณั ฑเ พือ่ ส่ิงแวดลอ ม
ในสังคมปจจุบัน ผูอุปโภคบริโภคใหความสนใจตอบรรจุภัณฑมากเปนทวีคูณ ผูบริโภคนอกจาก

จะมีความตองการความสวยงามภายนอกของตัวบรรจุภัณฑแลว ยังตองการบรรจุภัณฑท่ีเปนมิตรกับ
ส่ิงแวดลอม นักออกแบบบรรจภุ ัณฑจ ําเปนตองพิจารณาถึงความสามารถในการลดปรมิ าณบรรจุภัณฑท่ีใชแลว
ความตอ งการดังกลาวนี้ไดกอใหเกิดกระแสทางสังคมในประเทศท่ีพัฒนาแลว สง ผลใหส ินคา ท่สี งไปจัดจําหนาย
ยังประเทศเหลาน้ีจําตองสอดคลองกับกฏขอบังคับทางดานส่ิงแวดลอมของประเทศน้ันดวย (ปุน คงเจริญเกียรติ
และสมพร คงเจริญเกียรต,ิ 2541)

นภัสวรรณ วงกตวรินทร (2564) ไดศึกษาเร่ือง ปจจัยที่สงผลตอการซื้อผลิตภัณฑอาหารที่ใช
บรรจุภัณฑสีเขียว ผลการศึกษาพบวา กลุมผูบริโภคท่ีมีอายุตางกันจะมีความต้ังใจซื้อผลิตภัณฑอาหารท่ีใช
บรรจุภัณฑสีเขียวที่แตกตางกัน และกลุมผูบริโภคท่ีมีระดับการศึกษาตางกันจะมีการส่ือสารแบบปากตอปากท่ี
แตกตางกัน ในขณะที่เพศและรายไดไมสงผลตอพฤติกรรมของผูบริโภคตอผลิตภัณฑอาหารที่ใชบรรจุภัณฑสี

196

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

เขียวในสวนของผลวิจัย ตัวแปรตนตอตัวแปรตาม พบวา ปจจัยดานการสนับสนุนการอนุรักษสิ่งแวดลอ ม และ
ภาพลักษณทางสังคมมีอิทธิพลมากท่ีสุดตอความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑอาหารท่ีใชบรรจุภัณฑสีเขียว และการ
ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารที่ใชบรรจุภัณฑสีเขียวซํ้าและตอเนื่องมากที่สุด นอกจากน้ีเมื่อวิเคราะหตัวแปร
กํากับซ่ึงก็คือกระแสรักษโลกและวิกฤตการณโควิด -19 พบวา กระแสรักษโลกมีผลเชิงบวกตอความสัมพันธ
ระหวางการสนับสนุนการอนุรักษสิ่งแวดลอมตอความต้ังใจซ้ือผลิตภัณฑอาหารที่ใชบรรจุภัณฑสีเขียวและการ
ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารที่ใชบรรจุภัณฑสีเขียวซํ้าและตอเน่ือง แตมีผลเชิงลบตอความสัมพันธระหวาง
ปจ จัยดานราคาตอการสื่อแบบปากตอ ปาก ในขณะท่ีวิกฤตการณโ ควิด-19 มผี ลเชิงลบตอความสัมพันธระหวาง
การสนบั สนนุ การอนรุ ักษส ่ิงแวดลอ มและการสื่อแบบปากตอปาก

Martha Lucia Astorquiza Enriquez (2018) ไดศ กึ ษาเรอ่ื ง ผลกระทบตอ สิง่ แวดลอ ม และการ
จัดการบรรจุภัณฑอาหารในมหาวิทยาลัยเลทบริดจ กับการตระหนักถึงความย่ังยืนและทางเลือกของนักเรียน
โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาศักยภาพผลกระทบจากการใชและกําจัดบรรจุภัณฑอาหารท่ีเกิดข้ึนท่ี
มหาวิทยาลัยเลทบริดจ โดยคํานึงถึงสิ่งแวดลอม ผลการศึกษา พบวา การดําเนินงานตาง ๆ เชน การขนสง
และการฝงกลบทําใหเกิดการปลอยมลพิษสูงสุด ในขณะที่การรีไซเคิลชวยลดการปลอยมลพิษ ผลการสํารวจ
แสดงใหเห็นวานักศึกษารบั รูและเขาใจวามหาวิทยาลยั ไดทําการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญ เพื่อปรับปรุงความยั่งยืน
และรูวา สิ่งเหลา นเี้ ปน สว นสาํ คัญของการดูแลส่ิงแวดลอ ม
ระเบียบวิธีการวจิ ัย

การศึกษาวิจัยเร่ือง ปจจัยที่มีผลตอการรับรูเกี่ยวกับการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ีในแนว
ทางการจัดการหวงโซอปุ ทานสีเขยี ว ใชร ะเบยี บวธิ วี ิจัยเชิงปริมาณ โดยมหี วั ขอตา ง ๆ ดงั นี้

1. ประชากรและกลุมตวั อยาง
ประชากรท่ีเปนกลุมเปาหมายในการศึกษาคร้ังน้ี ไดแก ผูบริโภคอาหารเดลิเวอรี่ ในเขต

กรุงเทพมหานครและปรมิ ณฑล
ขนาดของกลุมตัวอยาง เนื่องจากเปนกลุมประชากรผูบริโภคอาหารเดลิเวอรี่ ในเขต

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งไมสามารถระบุจํานวนของประชากรที่แนนอนได ผูวิจัยจึงไดจัดทํา
แบบสอบถามสาํ หรับกลุม ตัวอยาง จํานวน 405 ตัวอยา ง

วิธีการเลือกกลุมตัวอยาง เน่ืองจากผูวิจัยไมทราบจํานวนประชากรที่แนนอนวามีจํานวนเทาใด
ทางผูวิจัยจึงเลือกใชวิธีการเลือกกลุมตัวอยางแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) คือ การเลือกแจก
แบบสอบถามเฉพาะกลุมตวั อยา งท่ีอาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปรมิ ณฑล ซงึ่ เปนผูบริโภคอาหารเดลิเวอร่ี
เปน วิธีการเลอื กกลุมตวั อยา งโดยไมใชความนาจะเปน (Nonprobability Sampling) ในการเก็บรวบรวมขอ มลู
โดยทําการแจกแบบสอบถามออนไลน

2. เครอื่ งมอื ทใ่ี ชในการวิจยั
เครื่องมือท่ีใชในการเก็บรวบรวมขอมูลเพื่อการศึกษาวิจัย คือ แบบสอบถาม (Questionnaire)

เร่ือง ปจจัยที่มีผลตอการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสี
เขียวเปนเคร่ืองมือในการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยสรางข้ึนจากการทบทวนวรรณกรรม
ทีเ่ ก่ียวขอ งโดยแบงออกเปน 3 สวน คอื

สวนที่ 1 ปจจัยสวนบุคคล ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา และรายไดตอเดือนของผูตอบ
แบบสอบถามโดยแบบสอบถามมีลักษณะเปนแบบตรวจสอบรายการ (Check-List) มีจํานวนขอคําถามท้ังหมด
4 ขอ

197

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

สวนที่ 2 ปจจัยของผูบริโภคในการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ไดแก ดานทัศนคติของ
ผบู รโิ ภค ดา นการตดั สนิ ใจของผูบ ริโภค และดา นบรรจุภัณฑเพ่อื สงิ่ แวดลอม มีจาํ นวนขอคาํ ถามทัง้ หมด 15 ขอ
ประกอบดวยคําถามในลักษณะประเมินคาความสําคัญ 5 ระดับ (Rating Scale) โดยมีเกณฑการใหคะแนน
เพือ่ ตคี วามหมาย ดังน้ี
ระดบั คะแนน ระดับความเหน็
5 คะแนน เหน็ ดว ยมากทส่ี ุด
4 คะแนน เหน็ ดว ยมาก
3 คะแนน เห็นดวยปานกลาง
2 คะแนน เห็นดวยนอ ย
1 คะแนน เห็นดว ยนอ ยทีส่ ุด
สวนที่ 3 การรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว
มีจํานวนขอคําถามท้ังหมด 4 ขอ ประกอบดวยคําถามในลักษณะประเมินคาความสําคัญ 5 ระดับ (Rating Scale)
โดยมเี กณฑก ารใหคะแนนเพ่ือตคี วามหมาย ดังน้ี
ระดบั คะแนน ระดบั ความเหน็
5 คะแนน รบั รมู ากทสี่ ุด
4 คะแนน รบั รูมาก
3 คะแนน ไมแนใจ
2 คะแนน รบั รนู อย
1 คะแนน ไมรบั รู
3. การตรวจสอบคณุ ภาพของเครือ่ งมอื
ผูวิจัยดําเนินการทดสอบความตรงเชิงเนื้อหาและความนาเช่ือถือกอนนําแบบสอบถามไป
ดําเนินการใชจริง โดยนํารางแบบสอบถามใหอาจารยที่ปรึกษา 3 ทาน ทําการตรวจสอบขอคําถามใน
แบบสอบถาม เพื่อใหขอคําถามมีความครอบคลุมเนื้อหาท่ีตองการศึกษา การจัดเรียงลําดับคําถาม การใช
ภาษาในแบบสอบถามและความเหมาะสมของขอคําถาม ผูวิจัยใชวิธีการวัดความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหา
(Content Validity) โดยผูว ิจัยจัดทาํ แบบประเมนิ ความเทย่ี งตรงของแบบสอบถามดวยคาดัชนคี วามสอดคลอง
ของขอคําถามแตละขอกับวัตถุประสงค (Index of Item - Objective Congruence : IOC) ผลการตรวจสิบ
คา IOC รายขอ มีคา 1.00 นอกจากนั้นนําแบบสอบถามไปทดสอบกับกลุมตัวอยางท่ีไมใชกลุมตัวอยางท่ีเก็บ
แบบสอบถามจาํ นวน 30 ชดุ เพอ่ื หาคาความเชื่อม่ันของแบบสอบถาม
4. การเกบ็ รวบรวมขอมูล
ผูวิจัยไดนําแบบสอบถามฉบับสมบูรณที่ไดรับการแกไขและผานความเห็นชอบของอาจารยท่ี
ปรึกษาแลว มาดําเนินการจัดทําแบบสอบถามออนไลน เพ่ือเก็บขอมูลจากกลุมตัวอยางท่ีกําหนดจํานวน 405
คน ซึ่งกลุมตัวอยาง คือ ไดแก ผูบริโภคอาหารเดลิเวอร่ี ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยการสุม
ตัวอยางแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ซ่ึงหลังจากเก็บรวบรวมขอมูลครบ 405 ชุด ผูวิจัยได
ดําเนินการขั้นตอนตอไป คือ การนําขอมูลท่ีไดไปวิเคราะหคํานวณผลโดยใชโปรแกรมคอมพิวเตอรสําเร็จรูป
ทางสถติ ิ
5. สถิตทิ ีใ่ ชใ นการวเิ คราะหข อ มูล
5.1 สถิตเิ ชงิ พรรณนา (Descriptive Statistics) ใชใ นการวเิ คราะหข อมลู ดังน้ี

198

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

1. การวิเคราะหขอมูลเก่ียวกับปจจัยสวนบุคคลของกลุมตัวอยาง โดยใชคาแจกแจงความถี่
คา รอยละ และคาเบ่ยี งเบนมาตรฐาน เพื่อบรรยายลกั ษณะทางประชากรศาสตรข องกลมุ ตวั อยา ง ประกอบดว ย
เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา รายไดตอ เดอื น

2. การวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับปจจัยของผูบริโภคในการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่
โดยใชคาแจกแจงความถี่ คารอยละ และคาเบ่ียงเบนมาตรฐาน เพื่อบรรยายปจจัยของผูบริโภคในการลดขยะ
บรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ไดแ ก ดานทศั นคติของผบู ริโภค ดา นการตัดสนิ ใจของผบู รโิ ภค และดานบรรจภุ ัณฑ
เพื่อสิ่งแวดลอม และบรรยายผลการศึกษาเกี่ยวกับการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทาง
การจดั การหวงโซอ ุปทานสีเขยี ว

5.2 สถิติอนุมาน (Inferential Statistics) ใชในการวิเคราะหข อ มลู ดงั น้ี
1. การวิเคราะหคาสถิติทดสอบ (Independent Sample T-Test) ใชทดสอบความแตกตาง

ในปจจัยทมี่ ผี ลตอการรบั รกู ารลดขยะบรรจุภัณฑอ าหารเดลเิ วอร่ี ในแนวทางการจัดการหวงโซอ ุปทานสีเขียวที่
มีลักษณะปจจัยสวนบคุ คลแตกตา งกนั ไดแ ก เพศ

2. การวิเคราะหความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) ใชทดสอบความแตกตางใน
ปจจัยท่ีมีผลตอการรับรกู ารลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหวงโซอ ุปทานสเี ขียว ที่มี
ลักษณะปจจัยสวนบุคคลแตกตางกัน ไดแก อายุ ระดับการศึกษา รายไดตอเดือน หากพบความแตกตางจะ
นําไปสู การเปรยี บเทยี บเปนรายคู โดยใชเ ครอ่ื งมือทางสถิติวิธี Least Significant Difference (LSD)

3. การวิเคราะหสมการถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Linear Regression) ใชศึกษา
ความสัมพันธระหวางตัวแปรอิสระ ซ่ึงก็คือ ปจจัยของผูบริโภคในการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ไดแก
ดานทัศนคติของผูบริโภค ดานการตัดสินใจของผูบริโภค ดานบรรจุภัณฑเพ่ือสิ่งแวดลอม และตัวแปรตาม คือ
การรบั รู การลดขยะบรรจุภณั ฑอาหารเดลิเวอร่ี ในแนวทางการจัดการหว งโซอ ปุ ทานสีเขยี ว
ผลการวิจัย

1. ผลการวิเคราะหขอ มูล
ปจจัยสวนบุคคลของผูตอบแบบสอบถาม ไดแก เพศ พบวา สวนใหญเปนเพศหญิง จํานวน 234

คน คิดเปนรอยละ 57.8 รองลงมาเปนเพศชาย จํานวน 171 คน คิดเปนรอยละ 42.2 อายุ พบวา สวนใหญมี
อายุ 20-29 ป จํานวน 191 คน คิดเปนรอยละ 47.2 รองลงมา คือ อายุ 30-39 ป จํานวน 128 คน คิดเปน
รอยละ 31.6 ระดับการศึกษา พบวา สวนใหญมีระดับการศึกษาปริญญาตรี มีจํานวน 267 คน คิดเปนรอยละ
65.9 สวนระดับการศกึ ษาต่ํากวาปรญิ ญาตรี มีจํานวนนอยที่สดุ จํานวน 54 คน คิดเปนรอยละ 13.3 รายไดต อ
เดือน พบวา สวนใหญมีรายไดตอเดือน 15,001-30,000 บาท จํานวน 217 คน คิดเปนรอยละ 53.6 รองลงมา
คือ รายไดตอ เดอื น 30,001-45,000 บาท จาํ นวน 87 คน คดิ เปน รอยละ 21.5

ปจจัยของผูบริโภคในการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ โดยรวมแลวปจจัยของผูบริโภคใน
การลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ีมีคาเฉล่ีย 4.13 ซ่ึงจัดไดวามีความคิดเห็นอยูในระดับมาก และเมื่อ
พจิ ารณาเปนรายดา น พบวา ผูต อบแบบสอบถามมีความคิดเหน็ ในแตละดาน ไดแก ดา นทัศนคติของผบู ริโภคดาน
การตัดสนิ ใจของผบู รโิ ภค และดา นบรรจภุ ัณฑเ พ่อื สงิ่ แวดลอ ม อยูในระดบั มาก ดังตารางที่ 1

199

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

ตารางท่ี 1 ปจจยั ของผูบริโภคในการลดขยะบรรจภุ ณั ฑอาหารเดลเิ วอรี่ (รายดาน)
ปจจัยของผูบ ริโภคในการลดขยะบรรจภุ ณั ฑ
อาหารเดลเิ วอร่ี � S.D. ระดบั ความคดิ เหน็
มาก
ดานทัศนคติของผบู รโิ ภค 4.19 0.549 มาก
ดานการตัดสินใจของผบู ริโภค 4.13 0.474 มาก
ดา นบรรจุภณั ฑเพ่ือส่งิ แวดลอม 4.08 0.475 มาก
ปจจัยของผูบ รโิ ภคในการลดขยะบรรจุภณั ฑ 4.13 0.371
อาหารเดลิเวอรีร่ วม

การรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว
เม่ือศึกษาจากกลุมตัวอยาง พบวา โดยรวมแลวการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ในแนวทาง
การจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว มีคาเฉลี่ย 3.89 ซึ่งจัดไดวามีระดับการรับรูอยูในระดับมาก และเมื่อพิจารณา
เปนรายขอ พบวา ผูตอบแบบสอบถามมรี ะดับการรับรทู ุกขออยใู นระดบั มาก ดังตารางที่ 2

ตารางที่ 2 การรบั รกู ารลดขยะบรรจุภณั ฑอ าหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจดั การหวงโซอ ปุ ทานสีเขยี ว (รายขอ)
การรบั รูการลดขยะบรรจุภณั ฑอาหารเดลิเวอร่ี ระดบั
ในแนวทางการจดั การหว งโซอ ุปทานสเี ขยี ว � S.D. การรับรู

สถานการณข ยะบรรจภุ ัณฑอ าหารเดลิเวอรี่ในปจจบุ นั 3.99 0.867 มาก
การจดั การหวงโซอ ุปทานสีเขียวสามารถชว ยลดปญหาสภาวะโลกรอน 3.90 0.897 มาก
การใชบรรจภุ ณั ฑเพือ่ สง่ิ แวดลอ มเปนสว นหนง่ึ ของโซอ ปุ ทานสีเขยี ว 3.91 0.929 มาก
วิธที ี่จะทาํ ใหบรรจภุ ณั ฑอาหารเดลิเวอรี่มีผลกระทบตอสิง่ แวดลอ มนอยทส่ี ดุ 3.92 0.900 มาก
การรับรูรวม 3.89 0.626 มาก

2. การทดสอบสมมตฐิ าน
เพศ พบวา ผูบริโภคอาหารเดลิเวอรี่ท่ีมีเพศแตกตางกัน มีการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหาร

เดลิเวอร่ีในแนวทางการจดั การหว งโซอ ปุ ทานสเี ขยี วไมแ ตกตา งกนั อยางมีนัยสําคัญทางสถติ ทิ ี่ระดับ 0.05
อายุ พบวา ผูบริโภคอาหารเดลิเวอรี่ท่ีมีอายุแตกตางกัน มีการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหาร

เดลเิ วอรี่ในแนวทางการจัดการหวงโซอปุ ทานสีเขยี วไมแ ตกตางกัน อยา งมีนยั สาํ คัญทางสถติ ิท่รี ะดับ 0.05
ระดับการศกึ ษา พบวา ผูบรโิ ภคอาหารเดลิเวอรีท่ ม่ี ีระดับการศึกษาแตกตางกัน มีการรบั รกู ารลด

ขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียวไมแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทาง
สถิตทิ ร่ี ะดับ 0.05

รายไดตอเดือน พบวา ผูบริโภคอาหารเดลิเวอร่ีที่มีรายไดตอเดือนแตกตางกัน มีการรับรูการลด
ขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลเิ วอรี่ ในแนวทางการจัดการหวงโซอปุ ทานสีเขียว ไมแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทาง
สถิติที่ระดับ 0.05

ปจจัยที่มีผลตอการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหวงโซ
อุปทานสีเขียว พบวา ปจจัยดานการตัดสินใจของผูบริโภค และดานบรรจุภัณฑเพ่ือสิ่งแวดลอม มีผลตอการ
รับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว อยางมีนัยสําคัญทาง
สถติ ิ .05 ดงั ตารางที่ 3

200

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ตารางท่ี 3 การวิเคราะหการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ระหวางปจจัยที่มีผลตอการ
รบั รูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลเิ วอรี่ ในแนวทางการจัดการหว งโซอ ุปทานสีเขียว
Std.
ปจจยั B Error Beta t Sig. F Sig.

Constant 1.674 0.334 - 5.018 0.000* 16.227 0.000*
1. ดา นทศั นคติของผบู รโิ ภค 0.070 0.059 0.061 1.187 0.236
2. ดา นการตดั สนิ ใจของผบู ริโภค 0.141 0.068 0.107 2.068 0.038*
3. ดานบรรจภุ ัณฑเ พ่ือสิ่งแวดลอ ม 0.328 0.067 0.249 4.882 0.000*
R = 0.326, R Square = 0.108, Adjuster R Square = 0.102,
Std. Error of the Estimate = 0.593
*Sig. < 0.05

อภิปรายผลการวิจัย
ผลการวิจยั เรื่อง ปจจัยท่ีมีผลตอการรับรกู ารลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลเิ วอรี่ ในแนวทางการจัดการ

หว งโซอปุ ทานสีเขียว ผวู จิ ยั สามารถนําผลการศึกษามาอภิปรายไดด ังน้ี
จากการทดสอบสมมติฐานท่ี 1 ของการศึกษาวิจัยครั้งน้ี พบวา กลุมตัวอยางผูบริโภคอาหารเดลิเวอ

รี่ ตามปจจัยสวนบุคคล แตกตางกัน มีการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ีไมแตกตางกัน อยางมี
นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัยของ นภัสวรรณ วงกตวรินทร (2564) ไดศึกษาเร่ือง
ปจจัยที่สงผลตอการซื้อผลิตภัณฑอาหารท่ีใชบรรจุภัณฑสีเขียว พบวา เพศ และรายได ไมสงผลตอพฤติกรรม
ของผูบริโภคตอผลิตภณั ฑอ าหารท่ใี ชบรรจภุ ณั ฑส เี ขียว

จากการทดสอบสมมติฐานที่ 2 ของการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ พบวา กลุมตัวอยางผูบริโภคอาหาร
เดลิเวอรี่ ตามปจจัยของผูบริโภคในการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลเิ วอรี่ ดานการตัดสินใจของผบู ริโภค มีผล
ตอการรับรูก ารลดขยะบรรจุภณั ฑอาหารเดลิเวอรี่ ในแนวทางการจัดการหว งโซอปุ ทานสเี ขียว อยา งมีนัยสาํ คญั
ทางสถิติ 0.05 ซึ่งสอดคลองกับการวิจัยของ นภัสวรรณ วงกตวรินทร (2564) ไดศึกษาเร่ือง ปจจัยที่สงผลตอ
การซ้ือผลิตภณั ฑอ าหารที่ใชบ รรจุภณั ฑสีเขยี ว พบวา กระแสรกั ษโลกมผี ลเชงิ บวกตอ ความสมั พันธร ะหวางการ
สนับสนุนการอนุรักษส่ิงแวดลอมตอความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑอาหารที่ใชบรรจุภัณฑสีเขียวและการตัดสินใจซื้อ
ผลิตภัณฑอาหารท่ีใชบรรจุภัณฑสีเขียวซํ้าและตอเนื่อง สวนดานบรรจุภัณฑเพื่อส่ิงแวดลอม มีผลตอการรับรู
การลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี ในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัย
ของ สดุ ใจ จนั ทรเ ลือ่ น (2559) ไดศึกษาเร่ือง อทิ ธิพล 7R มีผลตอ พฤติกรรมการเลือกใชบรรจุภัณฑใ สอาหารท่ี
เปนมิตรกับส่ิงแวดลอม: กรณีศึกษา บ๊ิกซี ซูเปอรเซ็นเตอร สาขาติวานนท ผลการศึกษา พบวา ผูบริโภคสวน
ใหญคิดวาบรรจุภัณฑใสอาหารท่ีเปนมิตรกับส่ิงแวดลอม ระดับความคิดเห็นตอแนวคิด 7R ท่ีมีอิทธิพลตอ
พฤติกรรมการเลือกใชบรรจุภัณฑใสอาหารท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอมของผูบริโภค ทั้ง 4 ดาน คือ (ดานการ
ตัดสินใจซ้ือ ดานการซื้อ ดานการใชและดานการประเมินหลังการบริโภค) โดยภาพรวมอยูในระดับเห็นดวย
เมื่อพิจารณาเปนรายดาน พบวามี 3R มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการเลือกใชบรรจุภัณฑใสอาหารที่เปนมิตรกับ
ส่ิงแวดลอมของผูบริโภค (ดานการตัดสินใจซ้ือ ดานการซื้อ ดานการใชและดานการประเมินหลังการบริโภค)
อยางมีนยั สําคญั ทางสถติ ิที่ระดับความเชอื่ ม่ัน .05

201

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ขอ เสนอแนะจากผลการวจิ ยั
1. หนวยงานภาครัฐและเอกชนท่ีเก่ียวของกับสิ่งแวดลอมและบรรจุภัณฑ ควรมีการทําส่ือ

ประชาสัมพันธ พัฒนาแหลงขอมูลออนไลน เพื่อใหผูบริโภคทราบถึงสถานการณขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่
ในปจจุบัน รวมถึงแนวทางการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ี เพื่อใหผูบริโภครับรูและตระหนักถึงการ
จัดการขยะบรรจภุ ณั ฑอาหารเดลิเวอรี่ใหมากท่สี ุด

2. หนวยงานและผูท่ีมีสวนเก่ียวของกับบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอรี่ ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ
อาหาร ควรมีการคํานึงถึงราคาท่ีเหมาะสมกับคุณภาพ ประสิทธิภาพการใชงาน ความนาสนใจเปนที่สะดุดตา
เพือ่ ตอบสนองความคาดหวังของผูบรโิ ภคในการตดั สินใจซ้อื บรรจภุ ณั ฑอ าหารเดลเิ วอรเี่ พือ่ สง่ิ แวดลอม

3. หนวยงานภาครัฐควรตง้ั เปา หมายในการลดปรมิ าณขยะบรรจุภัณฑอ าหารในแตล ะป และออก
มาตรการใหผูผลิต ผูจําหนายตลอดจนอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑอาหารใชวัสดุท่ีมาจากธรรมชาติหรือวัสดุที่
สามารถนํากลับมาใชงานและผลิตใหมได เพ่ือลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑอาหารใหบรรลุตามเปาหมายท่ีต้ังไว
และรณรงคใหผูบริโภคหันมาใชบรรจุภัณฑเพ่ือสิ่งแวดลอมมากขึ้นโดยการชี้ใหเห็นถึงผลกระทบที่เกิดจากขยะ
บรรจุภัณฑอาหาร รวมถึงการสรางองคความรูในการแยกขยะใหกับผูบริโภคเพื่อเพ่ิมมูลคาขยะและทราบถึง
แนวทางการจดั การขยะบรรจภุ ณั ฑอาหารอยางถูกวธิ ี

ขอ เสนอแนะงานวจิ ยั ในอนาคต
ควรมีการศึกษาตัวแปรอ่ืน ๆ ที่อาจสงผลตอการรับรูการลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ีใน

แนวทางการจัดการหว งโซอุปทานสเี ขียว เชน ตัวแปรดานพฤติกรรมในการบริโภคอาหารเดลเิ วอร่ี ตัวแปรดาน
แรงจูงในของผูบริโภค ตัวแปรดานสวนประสมทางการตลาด ตัวแปรดานการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ
รวมทั้งตัวแปรที่เกี่ยวของกับลดขยะบรรจุภัณฑอาหารเดลิเวอร่ีในแนวทางการจัดการหวงโซอุปทานสีเขียว
ดานอ่นื ๆ ท่ยี งั ไมไดศึกษาในครงั้ นี้ เพอื่ นําขอมูลท่ไี ดไปใชเ ปนแนวทางในการทาํ วิจยั คร้ังตอไป
เอกสารอางองิ
กาญจนา กาญจนสนุ ทร. (2551). การจัดการโซอปุ ทานแบบกรนี (Green Supply Chain Management).

สืบคนจาก https://www.iok2u.com/attachments/article/680/Content_28.pdf
ฉตั ยาพร เสมอใจ. (2550). พฤตกิ รรมผบู ริโภค Consumer Behavior. กรุงเทพมหานคร: ซีเอด็ ยูเคช่นั .
ชชู ยั สมิทธิไกร. (2563). พฤตกิ รรมผบู รโิ ภค. กรงุ เทพมหานคร: จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลัย.
ณัฐพล รงั สิตพล. (2563). “กสอ.” เผย 4 เทรนดแ พกเกจจิ้งสรา งสรรค - รกั ษโลก ป 64 พรอมเปด ตวั 79

สตาร แชมปบ รรจภุ ัณฑเพ่ือความยงั่ ยนื ทส่ี รา งมลู คา เศรษฐกิจกวา 60 ลานบาท. สบื คนจาก
https://www.thansettakij.com/economy/453595
นภัสวรรณ วงกตวรนิ ทร. (2564). ปจจัยทส่ี งผลตอ การซอื้ ผลติ ภัณฑอ าหารท่ใี ชบรรจภุ ณั ฑสเี ขียว.
(สารนพิ นธปรญิ ญามหาบณั ฑิต, มหาวทิ ยาลยั มหิดล).
ปนุ คงเจริญเกยี รติ และสมพร คงเจรญิ เกยี รต.ิ (2541). บรรจุภณั ฑอ าหาร. กรุงเทพมหานคร:
โรงพมิ พห ย่เี ฮง.
ศูนยว จิ ยั กสิกรไทย. (2563). หลงั โควดิ -19 ธรุ กจิ Food Delivery ขยายตวั บนการแขง ขนั ท่ยี ่งิ รนุ แรง… ผู
ใหบ ริการแพลตฟอรม รกุ ไปสู Super Application (กระแสทรรศน ฉบับที่ 3128). สบื คน จาก
https://kasikornresearch.com/th/analysis/k-econ/business/Pages/z3128-Food-
Delivery.aspx

202

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

สุดใจ จันทรเลอ่ื น. (2559). อทิ ธิพล 7R มีผลตอพฤติกรรมการเลอื กใชบ รรจภุ ัณฑใสอ าหารทเ่ี ปน มติ รกับ
ส่งิ แวดลอม: กรณศี ึกษา บกิ๊ ซี ซูเปอรเซน็ เตอร สาขาตวิ านนท. ชลบรุ ี: มหาวทิ ยาลัยบูรพา.

อรรถพล เจรญิ ชนั ษา. (2564). งานเสวนา หวั ขอ 'ขยะพลาสติก : การจดั การและโอกาส Post COVID-19'
หาทางออก เพ่มิ โอกาส สรา งรปู แบบที่สมดลุ มงุ สเู ศรษฐกิจหมุนเวยี นอยางยง่ั ยืน. สืบคน จาก
https://www.isranews.org/article/isranews/99305-isranews-1000- 23.html

Martha Lucia Astorquiza Enriquez (2018). Environmental Impact and Management of Food
Packaging at the University of Lethbridge with Respect to Sustainability and
Students' Choices. Retrieved from https://www.proquest.com/pqdtglobal/docview/
2219325754/24A5C994D82D4D6CPQ/5?accountid=44787

203

การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

กลยทุ ธธ รุ กิจเพ่อื สรา งความไดเ ปรยี บทางการแขงขันในธุรกจิ ของ
บริษัท บจี ี คอนเทนเนอร กลา ส จาํ กดั (มหาชน)

เชษฐพงษ บณุ ยโพธิกลุ 01
นักศกึ ษาปรญิ ญาโทหลักสตู รบรหิ ารธรุ กิจมหาบณั ฑิต สาขาการตลาด คณะบริหารธรุ กิจ

มหาวิทยาลัยหอการคาไทย
อัศวิณ ปสุธรรม

อาจารยประจาํ สาขาการตลาด คณะบรหิ ารธรุ กิจ
มหาวิทยาลยั หอการคา ไทย
บทคดั ยอ

การศกึ ษาเรอ่ื งกลยทุ ธธ ุรกิจเพ่ือสรางความไดเ ปรียบทางการแขง ขนั ในธรุ กจิ ของบรษิ ัท บีจี คอนเทน
เนอร กลา ส จาํ กัด (มหาชน) เปน การศกึ ษากระบวนการจัดการเชิงกลยุทธเพื่อใหไ ดผ ลการศึกษาวจิ ยั เชิงคุณภาพ
โดยทําการศึกษารวบรวมขอมูลปฐมภูมิจากการสัมภาษณตัวแทนของกลุมบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส
จํากัด (มหาชน) โดยแบงเปน 4 กลุม ไดแก ฝายบริหาร ฝายการตลาด ฝายการผลิต และฝายจัดซ้ือ-จัดจาง
ทั้งหมด 9 คน และขอมูลทุติยภูมิ โดยการเก็บรวบรวมขอมูล รายละเอียดดานภาวะเศรษฐกิจ การเมือง
แนวโนมของธุรกิจผลติ ภัณฑแกวและบรรจุภัณฑ วิเคราะหสภาพการตลาดและการแขงขนั ผลการศึกษาพบวา
กลยุทธในการดําเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มยอดขายและกําไรสามารถทําได บริษัทเนนเพิ่มความหลากหลายของฐาน
ลูกคาโดยเพิ่มลูกคาและตลาดใหม การสรางสรรคผลิตภัณฑท่ีหลากหลาย สวนความเส่ียงหลักในการดําเนิน
ธรุ กิจ ไดแ ก ความเสยี่ งจากการพึ่งพากลมุ ลกู คารายใหญจํานวนนอยราย ความเสีย่ งจากการลงทนุ ในธุรกิจใหม
ความเส่ียงจากการท่ีไมสามารถจัดหาวัตถุดิบในราคาและปริมาณท่ีเหมาะสม สวนกลยุทธธุรกิจและกลยุทธ
การตลาดเพ่ือความไดเปรียบทางการแขงขันในธุรกิจของบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน)
ไดแก การทําใหบริษัทเกิดอํานาจตอรองกับลูกคามากข้ึน การสรางความแตกตาง การมีตนทุนการผลิตท่ีตํ่า
และการเจาะจงในตลาด
คาํ สาํ คญั : กลยุทธธุรกิจ กระบวนการจัดการเชงิ กลยุทธ ความไดเ ปรยี บทางการแขงขนั

1 นกั ศึกษาปรญิ ญาโท หลกั สูตรบริหารธุรกจิ มหาบัณฑติ สาขาการตลาด คณะบริหารธุรกจิ ,
มหาวทิ ยาลัยหอการคาไทย ถนนวิภาวดรี ังสติ เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
หมายเลขตดิ ตอ: 085-666-5432 อีเมล: [email protected], [email protected]

204

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

BUSINESS STRATEGIES TO CREATE A COMPETITIVE ADVANTAGE IN
THE BUSINESS OF BG CONTAINER GLASS PUBLIC COMPANY LIMITED

Chedtapong Bunyaphotikul1
Graduate Student, Master of Business Administration, Faculty of Business Administration

The University of Thai Chamber of Commerce
Asawin Pasutam

Lecturer at Department of Marketing, Faculty of Business Administration
The University of Thai Chamber of Commerce
Abstract

This independent study set out to study the business strategies and strategic
management process followed by BG Container Glass Public Company Limited. The primary
information was collected by conducting interviews with 9 company representatives of BG
Container Glass Public Company Limited representing 4 functional groups: Management
(C Level), Marketing, Production, and Procurement. The secondary information was collected
by gathering related information, including economic conditions, political conditions, outlook
for the glass container packaging business, market and competition analysis. The study findings
show that the company has applied an increasing revenue and profitability directed strategy
of diversifying customer segmentation, continually engaging new customers, and providing a
total packaging solution specific to customers’ needs. The key risk factors were identified as
raw material price fluctuations and raw material supply shortages. The key competitive
strategies implemented by the company involve creating its own bargaining power through its
customers, differentiating its products or related services, and focusing on low cost production
and marketing.
Keywords: Business Strategy, Strategic Management Process, Competitive Advantage

1 Corresponding Author: Graduate Student, Master of Business Administration,
Faculty of Business Administration, The University of Thai Chamber of Commerce
Contact Number: +6685-666-5432 E-mail: [email protected], [email protected]

205

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

บทนาํ
สถานการณในปจจุบันจากผลกระทบจากการแพรระบาดของเช้ือไวรัสโควิด-19 ทําใหบริษัทตาง ๆ

ไดรับผลกระทบและมีความจําเปนอยางย่ิงในการทบทวนแผนกลยุทธและแผนงานที่ไดวางแผนไว โดยเฉพาะ
อยางย่ิงการเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในดานเศรษฐกิจและสังคมในชวงที่ผานมาทําใหบริษัทตาง ๆ จําเปนตอง
ศึกษาและทําความเขาใจพฤติกรรมในความตองการของลูกคาและการสรางความไดเปรียบในการแขงขันของ
ธุรกิจเพื่อความอยูรอดโดยอาศัยคุณภาพสินคาและบริการ ดานเทคโนโลยี และการใชทรัพยกรตางๆใหเกิด
ประสิทธิภาพ ธุรกิจคาบรรจุภัณฑแกวถือเปนธุรกิจท่ีมีความสําคัญตอเศรษฐกิจของประเทศ เปนกิจการที่
เก่ียวของกับการซื้อขายสินคา หรือบริการไปทุกภาคสวนของอุตสาหกรรมซ่ึงโดยพ้ืนฐานสําคัญธุรกิจคาบรรจุ
ภัณฑแกวมาจากอุตสาหกรรมเคร่ืองด่ืมและอาหาร และอุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ ท้ังนี้ บรรจุภัณฑแกวยังคง
เปนบรรจุภัณฑชั้นนําสําหรับเคร่ืองดื่มไมผสมและผสมแอลกอฮอล เนื่องจากความตองการผลิตภัณฑเคร่ืองดมื่
ยังคงอยูในระดับสูง ซ่ึงพบวาตลาดบรรจุภัณฑแกวในประเทศไทยในป 2563 มีการใชบรรจุภัณฑแกวจํานวน
ท้ังสิ้น 13,360.3 ลานหนวย เพิ่มขึ้นจากในป 2557 ซึ่งมีการใชบรรจุภัณฑจํานวนท้ังส้ิน 12,630.1 ลานหนวย
คิดเปนอัตราการเติบโตเฉล่ียตอป (CAGR) รอยละ 0.9 เม่ือคิดตามจํานวน(บริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส
จํากัด (มหาชน), 2563ก) โดย Global Data Plc. คาดการณวามูลคาตลาดบรรจุภัณฑแกวในประเทศไทยจะ
เติบโตข้ึนโดยมีการใชบรรจุภัณฑจํานวนท้ังส้ิน 14,725.1 ลานหนวย ในป 2567 หรือคิดเปนอัตราการเติบโต
เฉลี่ยตอป (CAGR) รอยละ 2.2 เม่ือคิดตามจํานวน (บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน), 2563ข)
การศึกษานี้จึงเปนการศึกษาเพ่ือหากลยุทธธุรกิจเพื่อสรางความไดเปรียบทางการแขงขันในธุรกิจเพ่ือใชเปน
ขอมูลสําหรับผูประกอบการและเพ่ือนําขอมูลการวิจัยทไี่ ดมาใชประกอบในการวางแผนการตลาดใหสอดคลอง
กับความตองการของผูบริโภคไดอยางมีประสิทธิภาพ เพ่ือกอใหเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ
ดําเนนิ งานอยางยั่งยืนตอไป
วตั ถุประสงคก ารวิจัย

1. เพื่อศึกษาปญหาปจจัยสภาพแวดลอมทั้งภายนอกและภายในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑขวดแกว
รวมท้ังปจจัยการแขงขันและปจจัยอ่ืนๆที่เก่ียวของกับปญหาของบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด
(มหาชน)

2. เพื่อศึกษาแนวทางการแกไขปญหาทางธุรกิจเพ่ือกาํ หนดกลยุทธในการดําเนนิ ธุรกจิ รวมไปถึงการ
กําหนดกลยุทธการตลาดเพื่อเพิ่มผลประกอบการ และสรางความไดเปรียบทางการแขงขันในธุรกิจบรรจุภัณฑ
ขวดแกวและกลุมธุรกิจอื่นๆต้ังแตตนนํ้าถึงปลายนํ้าท่ีเกี่ยวเน่ือง กับบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด
(มหาชน)
การทบทวนวรรณกรรม

1. แนวคดิ การบริหารเชงิ กลยุทธ
คําวา "กลยุทธ" ในภาษากรีก คือ strategies หมายถึงศิลปะของการบัญชาการทางทหารของรุก

ฆาต เดิมเปนคําท่ีใชในทางทหารทศวรรษที่ 1960 ดานการคิดเชิงกลยุทธที่จะใชเริ่มตน ในพ้ืนท่ีเชิงพาณิชย
และกับแนวคิด "การคัดเลือกโดยธรรมชาติ"ของดารวินรวมกันเปนกําเนิดของอุดมการณของท้ังสองของ
วิชาการการบริหารเชิงกลยุทธ

Ansoff (2010) กลาววา การบริหารเชิงกลยุทธขององคกรเปนการวางแผนการตัดสินใจทาง
ธุรกิจของรายวนั และระยะยาวรวมถึงรูปแบบชุดของธรุ กิจและการบรหิ ารธุรกิจ

206

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

Yun and Chao (2003) กําหนดความหมายของการบรหิ ารเชิงกลยทุ ธเ ปนองคก รกําหนดภารกิจ
ของตนเอง แลวตามที่สภาพแวดลอมภายนอกและสภาพภายในองคกรต้ังวัตถุประสงคเชิงกลยุทธขององคกร
เพ่ือใหแนใจวาการดําเนินงานทเี่ หมาะสมและสํานึกของวัตถุประสงคสําหรับการวางแผน และใชความสามารถ
ขององคกรภายในดําเนินการตามแผนการ และในการดําเนินการสําหรับการควบคุมกระบวนการการจัดการ
แบบไดนามิก (Dynamic)

Rogers and David (2009) ไดใ หความหมายไวว า กลยทุ ธ หมายถึง วิธีหรอื แบบแผนปฏิบัติการ
ที่เก่ียวของกับการแบงสรรทรัพยากรท่ีมีอยูจํากัด เพ่ือใหเกิดผลดีที่เปนขอไดเปรียบ และสามารถบรรลุถึง
วัตถุประสงคอันใดอันหน่ึงหรือหลาย ๆ วัตถุประสงค พรอมกันโดยใหมีความเสี่ยงนอยที่สุด ณ ระดับที่ยอมรับ
ได

จากนิยามตางๆท่ีนักวิชาการที่ไดใหความหมายของคําวา “กลยุทธ” จึงสรุปไดวา กลยุทธเปน
การวางแผนท่ีประกอบดวยเปาหมายหลังขององคกร นโยบายและการดําเนินการตางๆเพ่ือใหองคกรไปสู
เปาหมายทีว่ างเอาไวได

กระบวนการบรหิ ารเชงิ กลยทุ ธ
Hill and Jone )2005 (กลาวถึง กระบวนการการบรหิ ารเชงิ กลยุทธ คือการวิเคราะหเชิงกลยุทธ

การเลือกและการประเมนิ กลยทุ ธ และการดาํ เนินการควบคุมกลยุทธท ง้ั สามดานใหมีความสมั พันธกนั เปน วงจร
ที่ชาๆแตปรับปรุงอยางตอเน่ือง และเปนกระบวนการการบริหารแบบไดนามิก )Dynamicจึงกลาวไดวา (
กระบวนการการบริหารเชิงกลยุทธ มี3 ขัน้ ตอนคอื

1การวิเคราะหเชิงกลยุทธ การวิเคราะหและประเมนิ สภาพแวดลอมของกลยุทธขององคกร .
และคาดการณแนวโนมในอนาคตของสภาพแวดลอมเหลานี้ และแนวโนมเหลาน้ีอาจสงผลกระทบตอและมี
อิทธิพลตอ ทิศทางขององคกรอยา งไร การวเิ คราะหส ภาพแวดลอ มแบงไดเปนสองอยางดังนี้

1.1 การวิเคราะหสภาพแวดลอมภายใน สภาพแวดลอมภายใน คือ คุณสมบัติของ
องคกร ซึ่งรวมถึงทุกดานของกิจกรรมการผลิตและการดําเนินธุรกิจเชน การผลิต เทคโนโลยีการตลาดการเงิน
การวิจัยและพัฒนาพนักงาน การบริหารจัดการและอ่ืนๆ วัตถุประสงคการวิเคราะหสภาพแวดลอมภายใน คือ
เพ่ือหาจุดเดนและจุดออนขององคกร การกําหนดและใชกลยุทธ สงเสริมจุดเดน หลบเส่ียงจุดออน ใช
ทรัพยากรขององคก รตนเองทมี่ ีประสทิ ธิภาพ

1.2 การวิเคราะหสภาพแวดลอมภายนอก สภาพแวดลอมภายนอก คือ ปจจัย
ภายนอกองคกรที่อาจสรางผลกระทบใหกับธุรกิจท้ังทางตรงและทางออม โดยทั่วไปหมายถึง ปจจัยทางดาน
กฎหมายและการเมือง ปจจัยทางเศรษฐกิจ ปจจัยทางเทคโนโลยี ปจจัยทางสังคม และสภาวะการแขงขันของ
อุตสาหกรรมที่องคกรอยู วัตถุประสงคการวิเคราะหสภาพแวดลอมภายนอก คือ ใหแสวงหาโอกาสท่ีเอื้อตอ
การพัฒนาและการดํารงอยูของภัยคุกคามตอองคกรใหทันเวลา เพ่ือทําใหเม่ือคัดเลือกและกําหนดกลยุทธ
สามารถใชประโยชนจากโอกาสท่อี ยูภ ายนอก และหลีกเล่ียงปจจยั ท่ีมีภัยคุกคามตอองคก ร

2. การเลอื กและการประเมนิ กลยทุ ธเปน กระบวนการตดั สินใจเลือกใชกลยทุ ธ การสํารวจการ
กําหนดและการเลอื กใชก ลยทุ ธ

3. การดําเนินการควบคุมกลยุทธหลังจากแผนกลยุทธขององคกรไดกําหนดไวแลว จะตองมี
การกระทําท่ีเปนรูปธรรมและนําไปปฏิบัติเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคเชิงกลยุทธและยุทธศาสตร อีกทั้งการ
ดําเนินการกลยุทธตองการควบคุมดวย เพื่อใหทิศทางการดําเนินงานเปนไปตามทิศทางท่ีกําหนดไว เพ่ือให
บรรลวุ ตั ถุประสงคข ององคกร

207

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

2. แนวคดิ เกยี่ วกับความไดเปรียบทางการแขง ขัน
ความไดเปรยี บทางการแขง ขันเปน ปจจัยตา ง ๆ ทท่ี ําใหองคกรมีความแตกตางและมีคุณคา

เหนือกวาคูแขง ขันรายอ่ืน ๆ ซงึ่ มีผลตอ ความพึงพอใจของลกู คา มากกวาคูแ ขงขนั ทาํ ใหม ีสวนครองสว นแบง
ตลาดเพิม่ ขน้ึ เปนความสามารถพิเศษขององคก รทคี่ ูแขงไมส ามารถเลยี นแบบได หรือคแู ขงตอ งใชเวลาในการ
ปรบั ตัวมากกวาทจ่ี ะเลยี นแบบความสามารถขององคก รได องคป ระกอบของการสรางความไดเ ปรยี บทางการ
แขงขัน Porter (1998) จะตอ งใสใจใน 3 อยางตอ ไปนี้ 1) สรางความแตกตา ง (Differentiation) 2) การมี
ตน ทนุ การผลติ ทีต่ ํ่า (Cost Leadership) 3) การเจาะจงในตลาด (Focus)

ตารางท่ี 1 ผลการวิจยั ท่เี ก่ียวขอ ง
ผูวิจยั เร่ือง วธิ กี ารวจิ ยั ผลของการวิจัย
ดวงพร กลยทุ ธการสรา ง การวิจัยเชงิ คุณภาพ มีการบรหิ ารจัดการในดา นทรพั ยากรมนุษย
ปฐมมาณิศ ความไดเ ปรียบ เก็บรวบรวมขอมลู โดย ดา นการเงนิ ดานการผลติ และดา นการตลาด
(2559) ทางการแขง ขนั ใชว ิธีการสมั ภาษณเชงิ มาใชใ นการดําเนินธุรกิจ การแขงขันของธรุ กจิ
ของบริษัท กดู ลกึ กลมุ ตัวอยางทใี่ ชใ น หลอดอกยางมีคแู ขงในปจ จบุ นั หรือจะเปน
ไทร รีเทรดดงิ้ การวจิ ัยคือ ผบู รหิ าร คแู ขง รายใหมท ี่เร่ิมจะลงทนุ ทําธุรกิจหลอดอก
จํากดั ในสภาวะ บริษัท กูดไทร รีเทรด ยางมจี าํ นวนลดลง การดาํ เนินธรุ กิจของ
เศรษฐกิจถดถอย ดงิ้ จาํ กัด และผูบริหาร บริษัทจะใชก ลยุทธการสรา งความแตกตา งใน
งานดานการตลาดของ ดา นสินคาดา นคุณภาพ ดานนวตั กรรมและ
บรษิ ัท เทคโนโลยี รวมถงึ การใชก ลยทุ ธการเปนผนู าํ
ดา นตนทุนตาํ่ กลยทุ ธก ารตอบสนองอยา ง
รวดเรว็ และกลยทุ ธก ารมุงตลาดเฉพาะสว น
ทําใหสามารถสรางตราสนิ คาใหเ ปน ที่รจู กั และ
เปนทีย่ อมของลกู คา
พรเทพ กลยุทธก ารสรา ง การวิจัยเชงิ คุณภาพ ใช มจี ดุ แขง็ ในเร่อื งของการบริการที่มคี ณุ ภาพ
บญุ ทศ ความไดเปรยี บ การศกึ ษาแบบ และการเอาใจใสของบุคลากร สภาพแวดลอ ม
(2559) ทางการแขง ขนั ปรากฏการณวิทยาโดย ภายนอกทส่ี ง เสริมการทําธุรกจิ ไดแ กในเรือ่ ง
ของธรุ กจิ สถาน เปนวธิ ีท่ีใหบคุ คลเลา สง่ิ ของกฎหมายและทีต่ ั้ง แตก พ็ บอุปสรรคใน
ดูแลผูสงู อายุใน ท่ีประสบมาโดยมีผูให เรอ่ื งของคูแขงและผูม ศี กั ยภาพเขาใหมและ
กรงุ เทพมหานคร ขอ มูลหลัก คอื บรกิ ารทีท่ ดแทนได กลยุทธการสรา งความ
ผปู ระกอบการ 5 คน ไดเ ปรียบทางการแขงขันทใ่ี ช กลยุทธ
บุคลากร 7 คน และ ระดบั องคก รทใี่ ชค ือ กลยุทธก ารเจาะตลาด
ผูใชบริการสถานดูแล กลยุทธการพฒั นาตลาดและพฒั นาผลิตภณั ฑ
ผสู ูงอายุ 4 คน และกลยทุ ธร ะดับธุรกิจท่ีใชค อื กลยุทธการ
เคร่ืองมอื ท่ีใชค อื แบบ เปนผูนําตนทนุ กลยทุ ธการสรา งความแตกตาง
สัมภาษณเปน ชุด

208

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ตารางที่ 1 ผลการวจิ ัยท่ีเกี่ยวขอ ง (ตอ) ผลของการวจิ ัย
ผวู ิจยั เรอ่ื ง วธิ กี ารวิจัย
กุลธิดา กลยุทธการสรา ง งานวิจัยเชิงคุณภาพ มี สภาพแวดลอ มทางธรุ กจิ ภายนอก พบวา
สวางจติ ร ความไดเปรยี บ การตั้งแบบคําถาม สังคมและวฒั นธรรมเปนสิง่ ทีส่ รางโอกาสใหแ ก
(2559) ทางการแขงขนั สมั ภาษณเปน ผูป ระกอบการสภาพแวดลอ มทางธุรกจิ ภายใน
ของธุรกิจคาเฟ ปลายเปด เก็บรวบรวม พบวา การบริหารจัดการและการบริการของ
แมวในเขต ขอมลู โดยวธิ ีการ พนักงานเปน ส่ิงทสี่ าํ คัญ เนอ่ื งจากธรุ กจิ ทด่ี มี กั
กรุงเทพมหานคร สมั ภาษณเ ชิงลกึ กลุม เกดิ จากการบริหารจดั การทีด่ เี ปนระบบ
ผใู หข อ มลู หลกั ไดแ ก ระเบยี บมขี ั้นตอนท่ีชดั เจน กลยุทธการสราง
ผปู ระกอบการคาเฟ ความไดเ ปรยี บทางการแขง ขันพบวา รปู แบบ
แมว พนักงานของราน ของรา นเปนสิง่ ทผี่ ปู ระกอบการเหน็
และลกู คาผูเคยใช ความสาํ คญั และคิดวา เปนขอไดเ ปรียบของ
บรกิ าร ธุรกจิ ซงึ่ รูปแบบของราน การตกแตงรา น
ภายในและภายนอกรา น สามารถดงึ ดูดให
ลูกคาเขามาใชบริการได และกลยทุ ธก ารมุง
ตลาดเฉพาะสว นคือการมุง เนน กลมุ ลกู คา ทร่ี กั
และชนื่ ชอบแมว

1.3 กรอบแนวคดิ ตวั แปรตาม
ตัวแปรตน

ความไดเ ปรยี บทางการแขง ขัน (Porter,1998)

การวเิ คราะหก์ ารแข่งขนั ในอตุ สาหกรรม (Five กลยทุ ธธรุ กิจเพ่อื สรา งความ
ไดเ ปรียบทางการแขง ขันในธุรกิจ
Forces Analysis) (Porter, Michael ของบรษิ ัท บจี ี คอนเทนเนอร กลาส

การวเิ คราะหจ ดุ แข็ง จุดออ น โอกาส และ จํากดั (มหาชน)
อปุ สรรคทางธรุ กิจ (Humphrey,1960)

วเิ คราะหส ภาพแวดลอมภายนอกองคก ร
(“PEST Analysis” หรือ “STEP Analysis)

(Humphrey,1960))

ภาพท่ี 1 กรอบแนวคิดในการวิจยั

209

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

วิธกี ารศึกษา
การศึกษาคร้ังน้ี เปนการศึกษาตามกรอบของกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ เพื่อใหไดผลการศกึ ษา

เชิงคุณภาพ (Qualitative Independent Study) โดยแบงการศึกษาออกเปน 2 สวน คือ 1. การเก็บขอมูล
แบบปฐมภูมิ โดยผูศึกษาจะทําการศึกษารวบรวมขอมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยการสัมภาษณ ตัวแทน
ของกลุมบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน) โดยแบงเปน 4 กลุม ไดแก ฝายบริหาร ฝาย
การตลาด ฝายการผลิต และฝายจัดซ้ือ-จัดจาง ทั้งหมด 9 คน 2. การเก็บขอมูลแบบทุติยภูมิ (Secondary
Data) โดยการเก็บรวบรวมขอมูล รายละเอียดดานภาวะเศรษฐกิจ การเมือง แนวโนมของธุรกิจผลิตภัณฑแกว
และบรรจุภัณฑ วิเคราะหสภาพการตลาดและการแขงขันของธุรกิจ นอกจากนี้ยังรวบรวมขอมูลจาก บทความ
สิ่งตีพิมพที่เก่ียวของกับการแขงขันทางธุรกิจ และพฤติกรรมผูบริโภค รายงาน 56-1 รายงานประจําป แบบ
แสดงรายการขอมูลประจาํ ป รวมถงึ ขอมูลเวบ็ ไซตภายในบรษิ ัท หนงั สือพมิ พ และวารสาร บรษิ ัท บีจี คอนเทน
เนอร กลา ส จาํ กดั (มหาชน)- ของบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จาํ กัด (มหาชน)

ประชากรและกลมุ ตัวอยาง
การวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยผูวิจัยไดแบงกลุมผูใหขอมูลหลักที่สําคัญและเลือกใช

วิธกี ารเลอื กกลมุ ตัวอยา งแบบเจาะจง (purposive sampling) โดยแบงผใู หข อ มลู หลกั ท่ีสาํ คัญออกเปน 4 กลุม
ไดแก ฝายบริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน) จํานวน 1 คน ฝายการตลาด บริษัท บีจี
คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน) จํานวน 3 คน 3. ฝายผลิต บริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด
(มหาชน) จํานวน 2 คน และฝา ยจัดซอื้ บรษิ ัท บจี ี คอนเทนเนอร กลา ส จาํ กัด (มหาชน) จํานวน 3 คน

เคร่อื งมือท่ีใชในการศึกษา
เคร่ืองมือที่ใชในการรวบรวมขอมูล เปนแบบสัมภาษณ โดยผูวิจัยไดสรางแนวคาํ ถาม (Interview

Guide ) เพ่ือใชในการสมั ภาษณผใู หข อมลู จาํ นวน 4 ฉบับ ไดแ ก
1. แบบสัมภาษณสําหรับ ประธานเจาหนาท่ีบริหารของบริษัท สัมภาษณในประเด็นเก่ียวกับ

ประวัติบริษัท วิสัยทัศน พันธกิจ เปาหมาย กลยุทธระดับองคกร กลยุทธระดับธุรกิจ การวิเคราะหจุดออน จุด
แข็ง โอกาสและอุปสรรค การวิเคราะหสภาพแวลลอมภายนอกองคกร การวิเคราะหการแขงขันใน
อุตสาหกรรม แนวทางการเติบโตในอนาคต 2. แบบสัมภาษณสําหรับ ฝายการตลาด บริษัท บีจี คอนเทนเนอร
กลาส จํากัด (มหาชน) ในประเด็นเกี่ยวกับงานดานการขาย การจัดการเชิงกลยุทธ กลยุทธสรางความแตกตาง
การเจาะจงในตลาด การแบงสวนตลาด (STP Marketing) กลยุทธการทําสวนประสมทางการตลาด
(Marketing mix 4P) 3. แบบสัมภาษณสําหรับ ฝายการผลติ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน)
ในประเด็นเก่ียวกับงานดานการผลิต การควบคุมการผลิต การมีตนทุนการผลิตที่ต่ํา นวัตกรรมและเทคโนโลยี
ท่ีใชในกระบวนการผลิต รวมท้ังการวิจยั และพฒั นาผลิตภัณฑใ หม 4. แบบสัมภาษณสําหรับ ฝายจัดซื้อ-จดั จาง
บริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน) ในประเด็นเกี่ยวกับการบริหารงานดานจัดซ้ือ-จัดจาง การ
จัดซื้อเชิงกลยุทธ วิธกี ารคัดสรรและประเมินผูข าย
วธิ ีการวเิ คราะหข อ มลู

ผูวิจัยวิเคราะหขอมูลโดยการนําขอมูลที่ไดจากการสัมภาษณ หรือ จากการฟงสัมภาษณสดผานส่ือ
ออนไลน และขอมูลตางๆที่ไดจากสืบคนที่เก่ียวของกับบริษัท มาลําดับเหตุการณเรียบเรียงและพรรณนา
วิเคราะหโ ดยขั้นตอนการวเิ คราะหข อมลู ดาํ เนนิ การ ดงั นี้

1. การวิเคราะหขอมูลเบ้ืองตน ขอมูลท่ีไดจากการสัมภาษณ หรือ จากการฟงสัมภาษณสดผาน
สื่อออนไลน ทําการวิเคราะหไปพรอมๆกับการเก็บขอมูล โดยผูวิจัยจะนําขอมูลที่ไดจากการจดบันทึกการถอด

210

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

เทปบันทึกเสียงมาจัดแยกเปนหมวดหมูตามประเด็นตางๆ พิจารณาขอมูลที่ไดแตละครั้งเพ่ือใหไดขอมูลท่ี
สมบูรณเพียงพอ และถาหากไดขอมูลท่ีไมเพียงพอ ก็ทําการสืบคนขอมูลตามแหลงตางๆเพ่ือหาขอมูลเพ่ิมเติม
เพ่ือใหไดขอมูลที่เพียงพอสมบูรณมากท่ีสุด 2. วิเคราะหและสังเคราะหขอมูลโดยการศึกษาจากเอกสารและ
ขอมูลจากบทสัมภาษณ โดยใชหลักแนวคิด ทฤษฎี และเอกสารงานวิจัยที่เก่ียวของมาอางอิงประกอบและ
นํามาวิเคราะหและบันทึกขอมูลอยางละเอียดแลวนําไปจัดเปนหมวดหมูแยกประเภทและวิเคราะหขอมูล ทํา
การสรุปขอมูลและอภิปรายผลของขอมูล เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคของงานวิจัย โดยผูวิจัยวิเคราะหขอมูลโดย
อาศยั วธิ ีการวิเคราะหเชิงพรรณนา(Description Analysis)

ผลการวิจัย ผลการศึกษาไดขอ มูลมาจาก 2 สวนไดแก 1. ขอมูลปฐมภูมิซงึ่ ไดมาจากการสมั ภาษณกลุมตัวอยา ง

ตัวแทนของกลุมบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน) โดยแบงเปน 4 กลุม ไดแก ฝายบริหาร ฝาย
การตลาด ฝา ยการผลติ และฝา ยจดั ซ้อื -จดั จา ง ทัง้ หมด 9 คนเพื่อใหทราบภาพรวมของบริษัทฯ การดาํ เนนิ งาน
ในสวนตางๆ การวางแผนการดําเนินงาน การกําหนดกลยุทธขององคกร โอกาสในการเติบโต และปญหาและ
อุปสรรคตาง ๆ 2. ขอมูลทุติยภูมิไดมาจากการเก็บรวบรวมขอมูล จาก บทความ ส่ิงตีพิมพที่เก่ียวของกับการ
แขงขันทางธุรกิจ และพฤติกรรมผูบริโภค รายงาน 56-1 รายงานประจําป แบบแสดงรายการขอมูลประจําป
รวมถึงขอมูลเว็บไซตภายในบริษัท รวมไปถึงหนังสือพิมพ และวารสารตาง ๆ โดยเมื่อนําขอมูลปฐมภูมิกับ
ขอมลู ทุตยิ ภมู มิ ารวบรวมและนาํ มาผนวกกบั กรอบแนวคดิ ตางๆสามารถสรุปไดเปน ประเด็นดงั ตอ ไปน้ี
1. การวเิ คราะหก์ ารแข่งขนั ในอตุ สาหกรรม (Five Forces Analysis)

ตารางท่ี 2 ตารางการวิเคราะหการแขงขนั ในอตุ สาหกรรม (Five Forces Analysis)
Five Forces Analysis การวเิ คราะหปจ จัย
1) แรงจากการแขงขันภายในอตุ สาหกรรม คูแขง ขนั นอ ยราย แตกเ็ ปนรายใหญ เน่ืองจากเปนอุตสาหกรรมที่
ทม่ี ีอยเู ดมิ ลงทนุ สูง สว นมากโรงงานแกวจะผกู ตดิ กบั บรษิ ทั เครอื่ งดื่มทเ่ี ปน บริษทั
แมเปนหลัก
2) แรงจากการตอ รองของลูกคา บรษิ ทั ฯเนนคุณภาพสินคา บริการ ภาพลักษณท ี่ดี ไมเนนการใชราคา
ต่าํ ทาํ ตลาด โดยมากลกู คา จะอา งอิงจากตน ทนุ ของเราเปนหลัก
3) แรงจากผจู าํ หนา ยหรอื ซัพพลายเออร ไปถือหุนในบรษิ ทั ทเี่ ปน ผขู ายวตั ถดุ บิ สําคญั โดยมกี ารทําสัญญาซอ้ื
ขายระยะยาว มกี ารกาํ หนดโครงสรางราคาเพอ่ื กําหนดราคาซอ้ื ขาย
ทง้ั นีเ้ นอื่ งจากเราถือวาเปน ผูนาํ ดานการผลติ ขวดแกว ทําใหมีความ
ตองการใชวตั ถดุ บิ มากทําใหม อี ํานาจตอรองกบั กับผขู ายไดด ีในระดับ
หนง่ึ
4) แรงจากการเขามาของคูแขงรายใหม High barrier to entrance แตผูขายรายยอ ย เนอ่ื งจากมีตนทนุ ตํ่า
กวา กอ็ าจจะไปตลี ูกคา กลุมยอ ย หรอื อาจจะเรียกไดวา มีลูกคาคนละ
กลมุ อยา งไรกต็ าม คูแขง ทน่ี ากลวั ไมใชคแู ขง ในประเทศ แตเ ปนลูกคา
จากตางประเทศเชน จนี ถา คาระวางเรือถูก ลกู คาเองก็สามารถส่ังซอ้ื
ขวดจากตา งประเทศได
5) แรงจากสนิ คาทดแทน ขวดแกว ถือวา เปน สนิ คา รักษโลก มากวา สนิ คา อ่นื ๆเชน ขวดพลาสตกิ
เพราะขวดแกวสามารถนํากลบั มาใชได 100 % แตในขณะเดยี วกนั
ขวดแกว เองกม็ ขี อเสียในเรอื่ งของนํา้ หนกั ท่ีมาก แตกงาย ในขณะที่
ขวดพลาสตกิ มนี า้ํ หนกั เบากวา แตก็คงไมส ามารถทดแทนไดท ้ังหมด

211

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

2.การวิเคราะหส ภาพแวลลอ ม SWOT Analysis
จดุ แขง็ (Strength)
1) บรษิ ทั ฯมีความสามารถในการผลติ บรรจุภณั ฑท่หี ลากหลาย ท้งั ในบรรจภุ ณั ฑประเภทแกว

(SKU Rationalization) ซึ่งรวมถึงการปรับเปล่ียนรูปแบบและขนาดของผลิตภัณฑ พัฒนารูปแบบของ
ผลติ ภัณฑ รวมถงึ สรา งสรรคผลิตภัณฑใ นรปู แบบเฉพาะทีต่ อบสนองความตอ งการของลกู คาเฉพาะรายท้ังในแง
ของราคา ความสวยงาม และประโยชนใชส อยของผลติ ภัณฑ

2) บริษัทฯ มีศักยภาพในดานเงินทุนและบุคลากรในการขยายฐานลูกคาทั้งในประเทศและ
ตางประเทศ โดยบริษัทมีฐานลกู คาในหลายภูมภิ าค เชน อเมริกา กลุมประเทศ CLMV กลุมประเทศ Oceania
กลมุ ประเทศในสหภาพยุโรป และอินเดีย เปน ตน

3) บริษัทฯ ดําเนินธุรกิจมานานถึง 40 ป มีบุคลากรท่ีมีความรูความสามารถ โดยบุคลากรใน
ทุกฝายและทุกระดับตองมีความรูความเช่ียวชาญเก่ียวกับบรรจุภัณฑแกว มีความเขาใจเก่ียวกับการผลิต และ
ภาพรวมธุรกิจอยางเปนองครวม โดยบุคลากรของบริษัทฯจะตองผานการอบรมเกี่ยวกับบรรจุภัณฑแกว
นอกจากน้ีในระดับผูบริหารของแตละโรงงาน บริษัทฯ มุงเนนใหผูบริหารทุกฝายตองมีความตระหนักถึงการ
ดําเนินงานดานการเงิน (Financial Awareness) เพื่อใหการบริหารงานเปนไปเพ่ือประโยชนสูงสุดตอผูถือหุน
ของบรษิ ทั ฯ

4) บริษัทฯ กอต้ังโดยการรวมตัวกันของผูผลิตเคร่ืองดื่มรายใหญของประเทศ อาทิ เชน
บริษัท บุญรอด บิวเวอร่ี จํากัด (เบียรสิงห), บริษัท ไทยนํ้าทิพย จํากัด (เคร่ืองดื่มโคก) และ บริษัท ที.ซี.ฟาร
มาซูติคอล อุตสาหกรรม จาํ กดั (กระทงิ แดง) ทาํ ใหบรษิ ทั ฯจะมยี อดสัง่ สนิ คาขั้นต่าํ ท่ีแนน อนและมนั่ คง

5) ธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑขวดแกว เปนอุตสาหกรรมท่ีตองการลงทุนเคร่ืองจักร โกดังโรงงาน
ตางๆคอนขางสูง โดยเตาหลอม 1 เตา อาจตองใชเงินลงทุนกวา 2,000 ลานบาท ทําใหเปนอุปสรรคในการเขา
มาของผูเลนรายใหมๆ ทําใหเปน ธรุ กจิ คอ นขา งผูกขาด

จดุ ออน (Weakness)
1) ในอุตสาหกรรมธุรกิจผลิตผลิตภัณฑบรรจุภัณฑแกว ผูผลิตตองใชเงินลงทุนเปนจํานวนสูง

มาก โดยเฉพาะการลงทุนในเคร่ืองจักรและเทคโนโลยีเกี่ยวกับการผลิตแกว เพ่ือใหบริษัทสามารถบรรลุ
เปาหมายและกลยุทธทางธุรกิจในการเปนผูนําดานการผลิตบรรจุภัณฑครบวงจรได ดังน้ันบริษัทฯจําเปนตอง
ใชเงินในการจัดซื้อเครื่องจักรจํานวนมากจึงจําเปนตองระดมเงินทุนจากการกูยืมจากแหลงเงินทุนและมีความ
เสยี่ งตอ การชําระหนใ้ี นการกูยมื เงนิ มาหมนุ เวยี นธรุ กิจ

2) ธุรกิจเปนธุรกิจเฉพาะดังนั้นการขยายธุรกิจแนวดิ่งกระทําไดยาก ในขณะเดียวกันตนทุน
บุคลากร ตนทุนการขนสงเพิ่มขึ้นเร่ือย ๆ ดังน้ันบริษัทจึงพยายามหาโอกาสใหม ๆ ในธุรกิจอ่ืนๆเพื่อเช่ือมโยง
ธรุ กิจตางๆไปดว ยกนั

3) คําส่ังซื้อสวนใหญมาจากบริษัทฯท่ีเปนผูถือหุน และสวนมากมาจากภายในประเทศ โดย
ปจจุบันสัดสวนการขายสินคามาจากในประเทศสูงถึงรอยละ 95 ในขณะเดียวกันการขายสินคาไปตางประเทศ
มเี พยี งรอยละ 5 ทําใหบรษิ ัทฯพง่ึ พาคาํ สัง่ ซื้อจากภายในประเทศมากเกินไป

โอกาส (Opportunities)
1) ผูบริโภคในประเทศไทยมีแนวโนมที่จะเลือกซ้ือสินคาท่ีมีคุณภาพดีขึ้นตามรายไดท่ีเพิ่มขึ้น

เชน บรรจุภัณฑที่มีความสวยงามและมีคุณภาพสูงเปนปจจัยสําคัญในการเลือกผลิตภัณฑท่ีมีราคาแพง
โดยเฉพาะบรรจุภัณฑสําหรับผลิตภัณฑของใชสวนตัว (Personal Care) และเคร่ืองดื่มท่ีผสมแอลกอฮอล
ดงั นัน้ ผผู ลิตจงึ มีแนวโนมทจ่ี ะใชบรรจุภณั ฑแ กวเพม่ิ ข้นึ เพ่ือดงึ ดดู ใหผ บู รโิ ภคใชผ ลติ ภัณฑของตน

212

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

2) ผูบริโภคในประเทศไทยมีแนวโนมในการเลือกใชผลิตภัณฑที่ใหความสําคัญตอสุขภาพซ่ึง
ไดรับความสนใจจากลูกคาท่ัวไปจํานวนมากซึ่งเปนปจจัยสําคัญในการเลือกซ้ืออาหารและเคร่ืองด่ืมของ
ผบู ริโภคไทย ดังน้ันความตอ งการใชบรรจุภัณฑแ กว จึงเพม่ิ ข้ึนเนื่องจากบรรจภุ ณั ฑแกวเปนบรรจุภัณฑท ่มี ีความ
ปลอดภยั และทําปฏิกิรยิ าเคมีนอ ยกวา บรรจภุ ัณฑป ระเภทอืน่

3) กระแสการอนุรักษส่ิงแวดลอมทําใหผูบริโภคเลือกใชบรรจุภัณฑท่ีสามารถนํากลับมาใช
ใหมไ ด (Recyclable Packaging) ซึง่ บรรจภุ ณั ฑแกว สามารถนํากลับมาใช ไดท ั้งหมด รอ ยละ 100 ทาํ ใหผูผ ลิต
หลายรายใช บรรจุภัณฑแ กว มากขน้ึ เพื่อดึงดูดให ผบู ริโภคท่ตี องการอนรุ กั ษสิ่งแวดลอมมาใชผลติ ภัณฑข องตน

4) การเลือกใชบรรจุภัณฑท่ีสรางสรรค (Creativity) แนวโนมดังกลาวมีผลทําใหผูผลิตบรรจุ
ภัณฑแกวตองออกดีไซนใหม ๆ ในการบรรจุผลิตภัณฑที่หลากหลายและสามารถใชงานไดอยางดี เชน บรรจุ
ภัณฑสําหรับอาหารและเครื่องด่ืม เปนตน เพื่อแสดงใหผูบริโภคเห็นถึงความคิดสรางสรรค ซ่ึงเปนการจุด
ประกายความสนใจในตัวผบู ริโภค ตลอดจนดงึ ดดู ผบู รโิ ภคใหม ๆ ดวย

5) การขยายตัวธุรกิจของบริษัทฯ มุงเนนการลงทุนธุรกิจใหมดวยนโยบายการลงทุนแบบการ
ควบรวมกิจการหรือรวมทุน (Mergers and Acquisitions : M&A) เพื่อเพิ่มชองทางในการเขาสูอุตสาหกรรม
ใหมรวมทั้งเพิ่มยอดขาย และเพิ่มสวนแบงการตลาดจากฐานลูกคาเดิม โดยบริษัทฯ มีนโยบายการลงทุนแบบ
M&A นั้นกเ็ พอ่ื เปนการชว ยประหยดั เวลาและตนทนุ ในการศกึ ษาและลงทุนเองใหมตั้งแตเ รมิ่ ตน

6) อัตราการบริโภคหรือการใชท่ีมากข้ึนทุกๆป ตลาดบรรจุภัณฑแกวในประเทศไทยในป
2562 มกี ารใชบรรจภุ ณั ฑแกว จํานวนท้งั สนิ้ 14,032.4 ลานหนว ย เพิม่ ข้ึนจากในป 2556ซ่ึงมกี ารใชบ รรจุภัณฑ
จํานวนท้ังส้ิน 12,534.9 ลานหนวย คิดเปนอัตราการเติบโตเฉลี่ยตอป (CAGR) รอยละ 2.3 ทําใหธุรกิจยังมี
โอกาสเติบโตในระยะยาวได

อุปสรรค (Weakness)
1) ขวดแกวเกิดจากการหลอมของวัตถุดิบหลายอยางรวมตัวกัน เชน ทรายแกว โซดาแอส

หินฟนมา หินโดโลไมค เศษแกวรีไซเคิล เปนตน โดยตนทุนของเศษแกวกับตนทุนพลังงานเช่ือเพลิง (NG) คิด
เปนสัดสวน รอยละ 50 ของตนทุนท้ังหมด การปรับตัวข้ึนลงของราคาวัตถุดิบและคาพลังงานอาจสงผลให
ตนทุนการผลิตของบรรจุภัณฑแกวเพิ่มสงู ขึ้นในขณะทบ่ี ริษทั ฯ ไมสามารถผลกั ภาระตนทุนท่ีเพม่ิ ขน้ึ ดังกลาวไป
ยังลูกคาได ประกอบกับภาวะการแขงขันที่ในตลาดอยูในระดับสูง และหากตนทุนดังกลาวยังคงเพิ่มข้ึนอยาง
ตอเนื่อง การดําเนินธุรกิจโอกาสทางธุรกิจ ฐานะทางการเงิน ตลอดจนผลประกอบการของบริษัทฯ อาจไดรับ
ผลกระทบในทางลบอยา งมนี ยั สําคัญ

2) บริษัทฯ ไดมีการลงทุนในโครงการใหม เงินลงทุนสวนหน่ึงจะใชเงินสกุลยูโรในการจัดหา
เครื่องจักรของโครงการ ซึ่งความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหวางประเทศอาจมีผลกระทบตอ
งบประมาณการลงทนุ ที่ไดว างแผนไว

3) บรรจุภัณฑประเภทอ่ืน เชน กระปองอลูมิเนียม ขวดพลาสติก เปนตน เร่ิมมีความนิยมใน
กลุมผูบริโภคมากขึ้น มีโอกาสเขามาทดแทนบรรจุภัณฑประเภทขวดแกวเนื่องจากมีน้ําหนักที่เบากวา งายตอ
การพกพา ไมแ ตกงา ยและชวยประหยดั คาขนสงในการกระจายสินคา

ท้ังน้ีเม่ือใชเครื่องมือทําการวิเคราะหแลว ทําใหสามารถกําหนดเปนกลยุทธตางๆ พรอมทั้งขอดี
และขอ เสยี ของแตละกลยทุ ธไดดงั น้ี

213

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

ตารางที่ 3 ตารางการแสดงกลยทุ ธใ นธุรกจิ และขอดีกับขอ เสยี ในแตละกลยทุ ธ
กลยทุ ธ ขอดี ขอ เสีย
1. การสตอ็ กเศษแกว ไวล วงหนา 1. ลดความเสย่ี งในการขาดแคลน 1. มีคาใชจายในการทําสตอก
อยา งนอ ย 3 เดอื น และเขาไป วตั ถดุ ิบทใี่ ชในการผลิต มากขึน้
เปนเจาของบริษัทผูผลิตวัตถดุ ิบ 2. สามารถรตู น ทุนท่แี ทจ รงิ ในการ 2. มตี น ทนุ ทางการเงินมากข้ึน
เศษแกว โดยการถือหนุ 100 % ผลิตวัตถดุ บิ เน่ืองจากมีภาระในการซอ้ื
3. สามารถบรหิ ารจดั การวัตถุดบิ ให กจิ การ
เหมาะสมกับการผลติ และสามารถ
Balance Demand กับ Supply ได
อยา งเหมาะสม ลดความเส่ยี งที่ทําให
เกดิ สงครามราคา
2. การสรางความแตกตาง 1.ทําใหเ กดิ ขอไดเปรยี บทางการ 1. มีตน ทนุ การการวิจยั และ
(Differentiation) การคดิ คน แขง ขนั มอี ํานาจตอรองกบั ลูกคา มาก พฒั นา
ผลิตภัณฑใ หมๆ ข้ึน
2.บรษิ ัทฯขายสินคาไดมากขน้ึ มี
กําไรมากขน้ึ
3. การมตี น ทนุ การผลิตท่ีตํา่ 1. สรางความไดเ ปรียบทางการ 1. มีการลงทุนและปรับปรงุ
(Cost Leadership) แขง ขันเหนือคแู ข็ง กระบวนการผลติ ในชว งเร่ิมตน
2. สรา งผลกําไรไดม ากขน้ึ
4. การเจาะจงในตลาด (Focus) 1. สามารถขยายกลมุ ลูกคา กลมุ ใหม 1.มีตนทุนการการวิจัยและ
มงุ เนนกลุมอตุ สาหกรรมยา ทําใหม โี อกาสเติบโตมากยงิ่ ข้ึน พัฒนา
เครอื่ งสําอางและความงาม โดย 2. สามารถสรา งผลกาํ ไรไดดีมากขน้ึ 2. เสยี คาใชจา ยในการทาํ ตลาด
ใหค วามสําคญั กบั สินคาที่มี ใหมเ พ่ือเจาะกลุมลูกคา กลมุ ใหม
รปู แบบซับซอนและเจาะจงกับ
กลมุ ผบู ริโภคโดยเฉพาะ
5. การจัดทาํ แผนพัฒนาบุคลากร 1. บุคลากรมศี กั ยภาพเพมิ่ ข้นึ พรอ ม 1. เสียงบประมาณในการอบรม
ของบรษิ ัทฯ สําหรับรองรบั การเติบโตของบรษิ ัทฯ พนกั งานและเสยี เวลาในการ
ในอนาคต ปฏิบตั ิงานของพนกั งาน
2. สรางการทาํ งานเปนทมี มากข้นึ ทํา
ใหบรษิ ัทฯสามารถเติบโตไดเ ร็วขึ้น
ทันตอการเปล่ียนแปลงของโลกไดด ี
ขึ้น
6. การจัดทําแผนพฒั นาผูขาย 1. ลดความเสยี่ งในการขาดแคลน 1. เสียงบประมาณในการสง
วตั ถุดิบท่ีสําคัญ วัตถุดบิ ที่ใชใ นการผลติ เจาหนา ทีข่ องบริษัทฯไปพัฒนา
2. บรษิ ทั ฯไดวัตถดุ บิ ท่ีดี มคี ณุ ภาพ ผูขาย
ลดความสูญเสยี ในกระบวนการผลิต
3. สรางคูคาทดี่ ใี นระยะยาว

214

การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

ตารางที่ 3 ตารางการแสดงกลยุทธใ นธรุ กจิ และขอดีกบั ขอเสียในแตล ะกลยุทธ (ตอ )
กลยทุ ธ ขอ ดี ขอเสีย
7. ลงทนุ ในระบบการผลิตตางๆ 1. บรษิ ทั ฯจะมตี นทุนการผลิตที่ 1. เสยี งบประมาณในการพฒั นาและ
เพ่ือใหค รอบคลุมระบบการผลิต ตํ่าไดใ นระยะยาว ปรบั ปรงุ กระบวนการผลติ
มุงสูการผลิตแบบ Machine 2. สรา งความไดเปรยี บเชงิ การ
Intensive แขงขัน
3. สามารถควบคมุ คณุ ภาพของ
สนิ คา ไดดยี ิ่งข้ึน
4. ลดความสญู เสยี ใน
กระบวนการผลิต
5. ลดปญ หาเรอ่ื งการขาดแคลน
แรงงาน
8. ทาํ การศึกษาขอ มูลที่เกีย่ วขอ ง 1. ลดความเสย่ี งในธรุ กจิ ที่จะ 1. เสยี งบประมาณในการศกึ ษา
ในโครงการทีจ่ ะไปลงทนุ โดย เขา ไปลงทุน โอกาสในการลงทุน
ละเอยี ด โดยคาํ นงึ ถงึ ปจ จัยดาน 2. เพิ่มโอกาสทางธรุ กจิ ทีจ่ ะเขา
ตา งๆ ท่เี กีย่ วของ ไปลงทนุ และขยายกลุม ลกู คา ใน
ตางประเทศ พรอมท้งั ยังเปน
การสรางโอกาสในการขยาย
ธรุ กจิ อ่นื ๆท้งั ทเ่ี ก่ยี วของกบั บรรจุ
ภัณฑแ กวและบรรจภุ ณั ฑอ นื่ ๆ
9. การลงทนุ เพมิ่ ในธรุ กิจท่ี 1. เปนการกระจายความเส่ยี ง 1. ตองเสยี เงินจํานวนมากในการ
เก่ียวเนื่องกนั Total Packaging เพือ่ ลดการพึ่งพาธรุ กิจบรรจุ เขาซ้ือกิจการอ่นื ตนทุนทาง
Solution ภัณฑแกวเพยี งอยางเดียว การเงนิ เพ่มิ ขึน้
2. สรา งโอกาสเตบิ โตใหธรุ กจิ 2. หากธรุ กจิ ทเ่ี ขา ไปซอ้ื ไมป ระสบ
ความสาํ เรว็ อาจทาํ ใหภาพรวมผล
กาํ ไรของบริษทั แยล ง

อภปิ รายผลการวจิ ัย
จากการศกึ ษากลยทุ ธธรุ กจิ เพ่ือสรางความไดเปรียบทางการแขงขันในธุรกิจของบรษิ ัท บจี ี คอนเทน

เนอร กลา ส จํากัด (มหาชน) ผวู ิจยั สามารถอภปิ รายผลการศึกษาไดด งั นี้
1. การทําใหบริษัทเกิดอํานาจตอรองกับลูกคามากข้ึน สามารถขายสินคาไดมากข้ึน มีกําไรมาก

ข้ึน สามารถสรางความไดเปรียบทางการแขงขันเหนือคูแข็งและยังสามารถขยายกลุมลูกคากลุมใหม ทําใหมี
โอกาสเติบโตมากย่ิงข้ึนน้ัน บริษัทจําเปนตองสรางความไดเปรียบในการแขงขันทางธุรกิจ เหมือนกับท่ี Porter
(1998) ไดก ลา วถงึ ความไดเ ปรียบในการแขงขันทางธรุ กิจชอ่ื วา Competitive Advantage โดยจะตอ งใสใ จใน
องคป ระกอบ 3 อยางดังนี้

1) สรางความแตกตาง (Differentiation) คือ สินคาหรือบริการท่ีธุรกิจผลิตข้ึนมาน้ัน จะตอง
มีความแตกตางท่ีอาจจะไมสามารถหาไดจากสินคาทั่วไปของผูอื่น หรือมีการเพ่ิมศักยภาพหรือประสิทธิภาพ
ของผลติ ภัณฑ จนทําใหส ามารถตงั้ ราคาขายที่แพงกวา คแู ขง ได

215

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

2) การมีตนทุนการผลิตที่ต่ํา (Cost Leadership) ยอมจะดํารงอยูในตลาดการแขงขันได
แมวาจะมี Profit Margin ท่ีต่ําซ่ึงลักษณะเชนนี้จะทําใหคูแขงขันรายอื่น ๆไมอยากที่จะเขามาแขงขันดวย
เพราะวาไมคุมกับความเส่ียงในการอยูรอดเพื่อทําตลาดแขงขัน ธุรกิจที่มีตนทุนการผลิตต่ําแตอยูมากอนและ
อยูเพยี งผเู ดยี วในตลาด จะสามารถอยไู ดเนอื่ งจากมีลูกคา จํานวนมาก และสามารถทาํ กําไรสุทธิทไ่ี ดเ พิ่มขน้ึ

3) การเจาะจงในตลาด (Focus) คือ การท่ีธุรกิจมุงเนนผลิตสินคาหรือบริการใหกับตลาด
เฉพาะสวน เมื่อเปน ดงั นแ้ี ลว ดวยสนิ คา และบรกิ ารทจ่ี ําเพาะจะทาํ ใหส ามารถตัง้ ราคาขายไดส งู เนือ่ งจากลูกคา
จาํ เปนตองซือ้ จากธุรกิจนนั้ และไมต อ งการเสี่ยงที่จะซือ้ จากผูอ ื่นอกี

ทั้งน้ีสอดคลองกับงานวิจัยของ พรเทพ บุญทศ. (2559). ท่ีวิจัยเรื่องกลยุทธการสรางความ
ไดเปรียบทางการแขงขันของธุรกิจสถานดูแลผูสูงอายุในกรุงเทพมหานคร โดยพบวากลยุทธการสรางความ
ไดเปรียบทางการแขงขันที่ใช กลยุทธระดับองคกรท่ีใชคือ กลยุทธการเจาะตลาด กลยุทธการพัฒนาตลาดและ
พัฒนาผลิตภัณฑ และกลยุทธระดับธุรกิจที่ใชคือ กลยุทธการเปนผูนําตนทุน กลยุทธการสรางความแตกตาง
กลยุทธพันธมิตรทางธรุ กจิ นอกจากน้ีแลว ยังสอดคลองกับงานวิจัยของ ดวงพร ปฐมมาณศิ .(2559).ท่ีวิจัยเรอ่ื ง
การวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมขอมูลโดยใชวิธีการสมั ภาษณเชิงลกึ กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจยั คือ ผูบริหาร
บริษัท กูดไทร รีเทรดดิ้ง จํากัด และผูบริหารงานดานการตลาดของบริษัท โดยพบวา การดําเนินธุรกิจของ
บริษัทจะใชกลยุทธการสรา งความแตกตางในดานสินคาดา นคุณภาพ ดานนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงการ
ใชกลยุทธการเปนผูนําดานตนทุนต่ํา กลยุทธการตอบสนองอยางรวดเร็ว และกลยุทธการมุงตลาดเฉพาะสวน
ทาํ ใหส ามารถสรางตราสนิ คา ใหเ ปน ทร่ี จู ักและเปนทย่ี อมของลูกคา

2. การวิเคราะหปจจัยตาง ๆ ทั้งภายนอกและภายในองคกร จะชวยใหผูบริหารขององคกรทราบ
ถึงการเปลี่ยนแปลงตางๆ ท่ีเกิดข้ึนภายนอกองคกร และแนวโนมการเปล่ียนแปลงในอนาคต รวมทั้งผลกระทบ
ของการเปลี่ยนแปลงเหลาน้ีท่ีมีตอองคกร ธุรกิจและจุดแข็ง จุดออน และความสามารถดานตาง ๆ ท่ีองคกรมี
อยูซ่ึงขอมูลเหลาน้ีจะเปนประโยชนอยางมากตอการกําหนดวิสัยทัศน การกําหนดกลยุทธและการดําเนินตาม
กลยุทธขององคกรระดับท่ีเหมาะสมตอไป เหมือนกับที่ Humphrey (1960) ผูคิดคนทฤษฎีการวิเคราะหจุด
แขง็ จดุ ออ น โอกาส และอปุ สรรคทางธุรกิจ คือการวเิ คราะหส ภาพแวดลอมภายในและภายนอก ประกอบดว ย
การวิเคราะหจุดแข็ง จุดออน เพ่ือใหรูตนเอง (รูเรา) รูจักสภาพแวดลอม (รูเขา) ชัดเจน และวิเคราะหโอกาส-
อุปสรรค นอกจากน้ีแลวยังสอดคลองกับงานวิจัยของ กุลธิดา สวางจิตร .(2559).ที่วิจัยเรื่องกลยุทธการสราง
ความไดเปรียบทางการแขงขันของธุรกิจคาเฟแมวในเขตกรุงเทพมหานคร โดยพบวาสภาพแวดลอมทางธุรกิจ
ภายนอก พบวา สังคมและวัฒนธรรมเปนสงิ่ ท่สี รางโอกาสใหแกผ ปู ระกอบกา รสภาพแวดลอ มทางธรุ กจิ ภายใน
พบวา การบริหารจัดการและการบริการของพนักงานเปนส่ิงที่สําคัญ เน่ืองจากธุรกิจท่ีดีมักเกิดจากการบริหาร
จดั การท่ดี ีเปน ระบบระเบียบมขี ้ันตอนทีช่ ดั เจน

3. นอกจากการการวิเคราะหปจจัยตางๆ ท้ังภายนอกและภายในองคกร การวิเคราะหการ
แขง ขนั ในอตุ สาหกรรมทบ่ี ริษัทอยูจงึ เปน สงิ่ สําคญั ดว ยเชนกนั เหมอื นกบั ท่ี Michael E. Porter เปนผคู ดิ ทฤษฎี
แรงกดดันท้งั 5 (Five Force Model) ทัง้ น้เี พ่ือการวางแผนกลยุทธของกิจการและปจจยั ทีส่ าํ คญั ตอการดาํ เนนิ
ธุรกิจ ซึง่ ประกอบดว ยแรงกดดนั 5 ดานคอื

1. แรงจากการแขงขันภายในอตุ สาหกรรมที่มอี ยเู ดิม
2. แรงจากการตอรองของลูกคา
3. แรงจากผจู าํ หนายหรือซัพพลายเออร
4. แรงจากการเขามาของคแู ขงรายใหม
5. แรงจากสนิ คาทดแทน

216

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

กลาวโดยสรุปคือ เม่ือเราใชเครื่องมือท่ีถูกตองมาทําการวิเคราะหองคกร ก็จะทําใหเราไดเครื่องมือ
หรือกลยุทธท่ีเหมาะสมมาใชกับองคกร นํามาซ่ึงการสรางความไดเปรียบเชิงการแขงขันและสรางผลกําไรไดใน
ระยะยาว

ขอ เสนอแนะ
1. การทําวิจัยในครั้งน้ีมีระยะเวลาวิจัยเพียง 3 เดือน และทําภายใตสถาการณการแพรระบาด

ของโควิด-19 ทําใหก ารไดม าซ่งึ ขอ มลู อาจไมครบถวน ละเอียดเพยี งพอ
2. เมือ่ ผูบริหารไดก ําหนดกลยทุ ธในการดําเนินธุรกจิ แลว จําเปน ตองสือ่ สารไปยงั ผใู ตบ ังคับบัญชา

ทุกแผนก ทุกสายงาน และสรางความเขาใจไปในวงกวางและท่ัวถึง เพ่ือใหกลยุทธน้ันมีประสิทธิภาพ โดย
ผูบริหารตองวางนโยบายจากฝายบริหารลงมาสูฝายปฏิบัติการและใหฝายปฏิบัติการระดมความคิดรวมมือ
สรางกระบวนการตาง ๆ นําไปใชงานจริง และนําขอสรุปหรือปญ หาที่พบเจอจากกลยุทธนนั้ ๆมาปรบั ปรุงแกไ ข
หาแนวทางอ่ืนๆเพอื่ พฒั นาองคก รตอไปไดอยา งยง่ั ยนื

3. งานวิจัยครั้งน้ีสามารถเปนแนวทางใหกับผูสนใจหรือผูบริหารองคกรตาง ๆ นําไปประยุกตใช
กับธุรกิจของตนเองที่เปนเจา ของหรอื ทาํ งานอยแู ละทาํ ใหเ ขาใจถึงรปู แบบการดําเนินธุรกิจบรรจภุ ัณฑข วดแกว
ในปจจุบันมากยิ่งข้ึน เพ่ือสรางความพึงพอใจใหกับลูกคามากท่ีสุด สามารถบริหารจัดการภายในองคกรไดมี
ประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น สามารถสรางกลยุทธท่ีเหมาะสมกับองคกรทําใหเกิดประโยชนสูงสุดและทําใหเกิดขอ
ไดเ ปรยี บเชงิ การแขง ขนั ไดใ นระยะยาว

ขอ เสนอแนะสําหรับการศกึ ษาคร้ังตอ ไป
1. การวิจัยครั้งน้ี เปนการวิจัยเชิงคุณภาพไดศึกษากลยุทธธุรกิจเพ่ือสรางความไดเปรียบทางการ

แขงขันในธุรกิจของบริษัท บีจี คอนเทนเนอร กลาส จํากัด (มหาชน) โดยใชวิธีการสัมภาษณซ่ึงอาจเปน
สถานการณแวดลอมภายในบริษัทเพียงอยางเดียวดังนั้นหากใหมีความสมบูรณของเนื้อหาควรมีการวิจัยเชิง
ปริมาณควบคูก นั ไปอาจไดขอมูลที่ละเอียดและครบถวนมากยิ่งขึน้

2. ควรศึกษาถงึ ปจจัยตา งๆท่มี ีผลตอการตัดสนิ ใจเลือกใชบ รรจุภณั ฑข วดแกวของผบู ริโภค
3. ควรศึกษาถึงปจจัยตางๆที่มีผลกระทบตอการเปล่ียนแปลงของราคาวัตถุดิบที่สําคัญเชน เศษ
แกว โซดาแอช เปนตน
เอกสารอางอิง
กุลธิดา สวางจิตร. 2559). กลยุทธการสรางความไดเปรียบทางการแขงขันของธุรกิจคาเฟแมวในเขต
กรุงเทพมหานคร. (วิทยานพิ นธปริญญามหาบัณฑติ , มหาวิทยาลยั ศรปี ทมุ ).
ดวงพร ปฐมมาณิศ. (2559). กลยุทธการสรา งความไดเ ปรยี บทางการแขง ขันของบริษทั กูด ไทร รีเทรด ดิ้ง
จาํ กัด ในสภาวะเศรษฐกิจถดถอย. (วทิ ยานิพนธป ริญญามหาบัณฑิต, มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร).
บริษทั บจี ี คอนเทนเนอร กลา ส จาํ กดั (มหาชน). (2563ก). รายงาน 56-1 ประจําป2 563. สบื คน จาก
https://www.bgc.co.th/investor/index.php?r=PublicationsWebcasts/Publications&iYe
ar=2020
บรษิ ทั บจี ี คอนเทนเนอร กลา ส จาํ กัด (มหาชน). (2563ข). รายงานประจาํ ป2 563. สบื คนจาก
https://www.bgc.co.th/investor/index.php?r=PublicationsWebcasts/Publications&iYear=2
020

217

การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

พรเทพ บญุ ทศ. (2559). กลยุทธก ารสรา งความไดเ ปรยี บทางการแขง ขนั ของธรุ กจิ สถานดแู ลผูสงู อายใุ น
กรุงเทพมหานคร. (วทิ ยานิพนธปรญิ ญามหาบัณฑติ , มหาวิทยาลัยศิลปากร).

Ansoff, I. (2010). Strategy management. Beijing: China Machine Press.
Humphrey, A. S. (1960). SWOT analysis for management consulting. Retrieved from

https://www.sri.com/sites/default/files/brochures/dec-05.pdf
Porter, M. E. (1998). Competitive Strategy: Techniques for analyzing industries and

competitions: with a new introduction. New York: Free Press.
Yun, S., & Chao, C. (2003). Strategic Management of enterprises. Beijing: Capital University

of Economics & Business Press.
Hill Charles W. L. & Jones Gareth R. (2005). Strategic management (6th ed.). Beijing: China

Machine Press.
Rogers D. & David C. (2009). Strategy management. Journal of Ji Nan University, 13(5), 33-34.

218

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

การศกึ ษาเปรียบเทียบคณุ คา คณุ ภาพการบริการ และการยอมรับเทคโนโลยี
จากการใชบ รกิ ารแอปพลเิ คชันบริการจดั สงอาหาร

ณชั ธิกร แกวธนะสนิ 01
นกั ศกึ ษาปรญิ ญาโทหลกั สตู รวิทยาศาสตรมหาบณั ฑิต คณะอุตสาหกรรมเกษตร

มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร
อจั ฉรา เกษสวุ รรณ

อาจารยประจาํ สาขาวชิ าการจัดการเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรมเกษตร คณะอตุ สาหกรรมเกษตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร
บทคดั ยอ

งานวิจัยน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาเปรียบเทียบคุณคา คุณภาพการบริการ และการยอมรับ
เทคโนโลยีจากการใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยเทียบกับบริษัทตางชาติ การวิจัยครั้งนี้
เปนการวิจัยเชิงสํารวจโดยใชแบบสอบถามจากกลุมตัวอยางผูมีประสบการณใชบริการแอปพลิเคชันจัดสง
อาหาร จํานวน 363 คน วิเคราะหผลดวยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะหการถดถอยโลจิสติกสแบบทวิ
โดยแบงกลุมตัวอยางเปนกลุมผูบริโภคที่เลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย และกลุม
ผูบริโภคที่เลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทตางชาติ ผลการวิเคราะหพบวา ผูบริโภคจะ
เลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย เนื่องจากแอปพลิเคชันมีชองทางสําหรับคนหา
รา นอาหารทสี่ นใจ คาํ ส่งั ซอื้ มีความถกู ตอง มกี ารแสดงขนั้ ตอนการขนสงตลอดเวลา ราคาคาจัดสงเหมาะสมกับ
ระยะทาง เนนใหราคาอาหารที่จําหนายผานแอปพลิเคชันมีราคาถูกกวาหนารานท่ัวไป เนนกลยุทธการส่ือสาร
ทางการตลาดเพ่ือใหผูบริโภคทราบวาแอปพลิเคชันมีความปลอดภัย และมีการปกปองขอมูลการใชงานของ
ผูบริโภค สามารถติดตอเจาหนาท่ีไดงาย และไดรับการชวยเหลือทันทีเมื่อเกิดขอผิดพลาดในการใชงาน
ตลอดจนนําเสนอประเด็นสําคัญเร่ืองการสนับสนุนและชวยเหลือผูขายท่ีเปนผูประกอบการไทยรายเล็ก และ
รายยอ ย ผลการวิจัยสามารถนํามาพฒั นากลยทุ ธก ารสงมอบคุณคา และคุณภาพการบรกิ าร เพือ่ สงเสรมิ การใช
บรกิ ารแอปพลเิ คชนั จัดสง อาหารของบรษิ ทั ไทยตอไป
คาํ สาํ คญั : แอปพลิเคชนั จัดสง อาหาร คุณภาพการบรกิ าร การยอมรับเทคโนโลยี

1 นสิ ิตปรญิ ญาโทหลกั สูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร แขวงลาดยาว
เขตจตจุ กั ร กรุงเทพมหานคร 10900 หมายเลขติดตอ: 096-619-5733 อีเมล: [email protected]

219

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

THE COMPARATIVE STUDY OF VALUE PROPOSITION
SERVICE QUALITY AND TECHNOLOGY ACCEPTANCE

OF FOOD DELIVERY SERVICE APPLICATIONS

Nuttikorn Kaewthanasin1
Graduate Student, Master of Science, Faculty of Agro-Industry

Kasetsart University
Ajchara Kessuvan
Lecturer at Department of Agro-Industrial Technology, Faculty of Agro-Industry
Kasetsart University

Abstract

This research aims to conduct a comparative study of perceived value, service quality, and
technology acceptance for local and foreign food delivery service applications. The survey research,
using a questionnaire, sampled 363 consumers of food delivery service. The results were analyzed
by descriptive statistics and binary logistic regression. The sample was divided into a group of
consumers who choose local food delivery applications and another group who prefer foreign food
delivery applications. The results indicate that consumers will choose the local food delivery
application because the application provides the search tool for interesting restaurants, a correct
order system, a map of all delivery stages is shown, a suitable delivery cost with the distance, and
a lower price on the application than in the offline shop. Furthermore, this research suggests that
the marketing communication strategy must be developed to (a) inform consumers about the safety
and protection of their personal data, (b) provide a convenient channel to contact the staff in case
of any incidents, and (c) meet the significant objective of supporting small restaurant owners. The
result from this research can become a guideline for value and service quality delivery strategy to
enhance local foodservice delivery applications.

Keyword: Food Delivery Application, Service Quality, Technology Acceptance

1 Corresponding Author: Graduate Student, Master of Science, Faculty of Agro-Industry, Kasetsart University.
Contact Number: +6696-619-5733 Email: [email protected]

220

การประชมุ วชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

บทนาํ
ธุรกิจจัดสงอาหาร (Food Delivery) เปนหน่ึงในธุรกิจที่ไดรับความนิยมและเปนที่สนใจอยางมาก

ในปจจุบัน โดยธุรกิจจัดสงอาหารไดมีการขยายตัวอยางตอเนื่อง (ศูนยวิจัยกสิกรไทย, 2563) เมื่อพิจารณา
มูลคาตลาดของธุรกิจจัดสงอาหาร พบวาธุรกิจจัดสงอาหารมีการเติบโตตอเนื่องถึง รอยละ 10 ตอป (The
Matter, 2563) โดยชวงครึ่งแรกของป 2563 ปริมาณการส่ังอาหารไปยังที่พักผานแอปพลิเคชันมีการขยายตัว
สูงถึงประมาณรอยละ 150 เม่ือเทียบกับชวงเวลาเดียวกันของปกอน (ศูนยวิจัยกสิกรไทย, 2563) และตลอดป
2564 ธุรกิจจัดสงอาหารมีการขยายตัวสูงถึงรอยละ 46.4 และคาดวาป 2565 ธุรกิจจัดสงอาหารนาจะมีการ
ขยายตวั สงู ถึงรอ ยละ 4.5 (ศนู ยวจิ ัยกสิกรไทย, 2564)

จากพฤติกรรมของผูบริโภคท่ีเปล่ียนแปลงไป ผูบริโภคสวนใหญเลือกที่จะซื้อสินคาผานชองทาง
ออนไลนมากขน้ึ เนนใชบริการเดลเิ วอรีม่ ากขนึ้ (SME Startup, 2563) สงผลใหแพลตฟอรมสัง่ อาหารกลายมา
เปนชองทางสําคัญของทั้งผูประกอบธุรกิจรานอาหารและผูบริโภค (ศูนยวิจัยกสิกรไทย, 2563) โดยผูบริโภค
สวนใหญจะมีระดับราคาเฉล่ียตอการส่ังซื้อหนึ่งคร้ังลดลงถึงรอยละ 20-25 เมื่อเทียบกับปท่ีผานมา เนื่องจาก
ปจจัยดานกําลังซื้อของผูบริโภคท่ีลดลงและการสงเสริมการตลาดของผูประกอบการที่มีการมอบสวนลดและ
ยกเวนคาธรรมเนียมการจัดสง สงผลใหระดับราคาเฉล่ียตอการสั่งซ้ือหน่ึงคร้ังลดลง รานอาหารขางทาง
(Street Food) เริ่มเขามามีบทบาทมากข้ึน ผูบริโภคใหความสนใจเมนูอาหารท่ีมีระดับราคายอมเยา สงผลให
ความถี่ในการส่ังซ้ืออาหารจากรานอาหารขางทางเพิ่มจํานวนมากขึ้น (ไทยโพสต, 2564) และในป 2564 มี
มลู คามากกวา 1.8 แสนลา นบาท (Marketeer, 2565)

จากการเติบโตของธุรกิจจัดสงอาหาร ปญหาหลักที่รานอาหารตองพบเจอจากแพลตฟอรมจัดสง
อาหารตางประเทศคือคาธรรมเนียมที่ตองจาย (Gross Profit) โดยคาธรรมเนียมที่รานอาหารตองจายจะอยูใน
อัตราท่ีสูงถึงรอยละ 30-40 สงผลใหรานอาหารท่ีไมมีความสามารถในการจายคาธรรมเนียมทําการผลักภาระ
ใหกับผูบริโภค และอีกหน่ึงปญหาที่รานอาหารตองพบเจอ คือปญหาในเร่ืองของระยะเวลาท่ีไดรับเงินจาก
แพลตฟอรม เน่ืองจากรานอาหารมีความจําเปนที่จะตองใชเงินทุนหมุนเวียน การไดรับเงินลาชาสงผลให
รา นอาหารไมมีเงินทุนหมนุ เวยี นท่ีเพียงพอตอการดาํ เนินธุรกจิ (SME one, 2563)

ปจจุบันบริษัทภายในประเทศเร่ิมมีการพัฒนาแอปพลิเคชันสั่งอาหาร อาทิ โรบินฮูด (Robinhood)
ทรูฟูดส (True Food) (ลงทุนศาสตร, 2564) โดยโรบินฮูด (Robinhood) ถือเปนแพลตฟอรมแรกที่ถูก
พัฒนาขึ้นมาดวยบริษัทภายในประเทศ เพ่ือชวยเหลือรานคาและผูบริโภค แอปพลิเคชันโรบินฮูดจะไมมีการ
เก็บคาสมัคร ไมคิดคาธรรมเนียม (Gross Profit) จากรานอาหาร สงผลใหรานอาหารไดรับเงินเต็มจํานวน ทํา
ใหสามารถขายอาหารที่มีคุณภาพและปริมาณท่ีเหมาะสมใหกับผูบริโภคได และรานอาหารจะไดรับเงินทันที
ภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากปดคําสั่งซื้อ ถือเปนหนึ่งในโครงการความรับผิดชอบตอสังคมของกลุมธนาคารไทย
พาณชิ ย เพอื่ ใหผ ูซ อื้ ผขู าย และผูสง สนิ คาไดร ับประโยชนอยางเตม็ ท่ีและเปนธรรม (ธนาคารไทยพาณิชย จาํ กัด
(มหาชน), 2063) การใชบริการแอปพลิเคชันโรบินฮูดจึงเปนชองทางในการสนับสนุนรานอาหารรายเล็กและ
ผูบริโภคภายในประเทศ

เน่ืองจากผูบริโภคสามารถเลือกใชบริการแอปพลิเคชันสั่งอาหารไดหลายแพลตฟอรม ท้ังที่เปน
แพลตฟอรมของบริษัทไทยและบริษัทตางชาติ ขึ้นอยูกับคุณคาท่ีผูบริโภคไดรับ ความพึงพอใจตอคุณภาพการ
บริการ รวมทั้งการใชเทคโนโลยีของแอปพลิเคชันบริการจัดสงอาหาร งานวิจัยน้ีจึงดําเนินการศึกษาปจจัยดาน
คุณคา ทัศนคติตอคุณภาพการบริการ และการยอมรับเทคโนโลยีของแอปพลเิ คชันบริการจดั สงอาหาร ท่ีสงผล
ตอการเลือกใชบริการแอปพลิเคชันของบริษัทไทยเม่ือเทียบกับแอปพลิเคชันของบริษัทตางประเทศ รวมถึง
พัฒนากลยุทธการสงมอบคุณคา และคุณภาพการบริการ เพื่อสงเสริมการใชบริการแอปพลิเคชันของบรษิ ทั ไทย

221

การประชุมวิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

นําไปออกแบบกลยุทธทางการตลาดและสรางแรงจูงใจใหก ับผบู ริโภคทใี่ ชบริการแอปพลเิ คชันจดั สงอาหาร ผล
จากงานวิจัยน้ีจะเปนขอมูลที่เปนประโยชนตอการดําเนินธุรกิจของผูใหบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของ
บริษัทไทยตอไป

วตั ถุประสงค
1. เพื่อศึกษาคุณคาที่ผูบริโภคไดรับ (Value proposition) ทัศนคติของผูบริโภคที่มีตอคุณภาพการ

ใหบริการ (Service quality) และการยอมรับเทคโนโลยี (Technology acceptance) ของผูบริโภคจากการ
ใชบริการแอปพลิเคชันจดั สง อาหารของบริษทั ไทยและบรษิ ัทตางชาติ

2. เพ่ือหาปจจยั ท่สี ง ผลตอการเลือกใชบ ริการแอปพลเิ คชันจัดสงอาหารของบริษทั ไทย
3. เพื่อพัฒนาแนวทางกลยุทธการสงมอบคุณคาและคุณภาพการบริการ เพื่อสงเสริมการใชบริการ
แอปพลเิ คชันจัดสงอาหารของบรษิ ทั ไทยตอไป

กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย ตัวแปรตาม
ตวั แปรอสิ ระ

คุณคาที่รับรู (Perceived value)
คุณคาดานอรรถประโยชน คุณคาดานอารมณหรือ
ประสบการณ คุณคาดานสังคมหรือสัญลักษณ คุณคา
ดา นตน ทนุ

คณุ ภาพการบรกิ าร (Service quality) การเลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสง
ความเปนรูปธรรมของบริการ ความเชื่อถือไววางใจได อาหาร 2 กลุม คือ ผูบริโภคท่ีใชบริการ
การตอบสนองตอลูกคา การใหความเช่ือม่ันตอลูกคา แอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย
การรูจ ักและเขา ใจลูกคา และบริษทั ตางชาติ

การยอมรับเทคโนโลยี (Technology acceptance)
การรับรูถึงประโยชน การรับรคู วามงา ยในการใชงาน

ภาพท่ี 1 กรอบแนวคดิ ในการวิจยั
การทบทวนวรรณกรรม

แอปพลิเคชัน (Application) หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอรท่ีพัฒนาข้ึนมา เพื่ออํานวยความ
สะดวกและตอบสนองความตองการของผูบริโภคผานอุปกรณเคล่ือนท่ี ในที่นี้ หมายถึง แอปพลิเคชันจัดสง
อาหารผานสมารทโฟน (ธัญลักษณ เพชรประดับสุข, 2563) แอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย คือ
แอปพลิเคชันท่ีถูกพัฒนาข้ึนมาโดยคนไทย เชน Robinhood, True Food และแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของ

222

การประชุมวชิ าการระดับชาติ RTBEC 2022

บริษัทตางชาติ คือ แอปพลิเคชันท่ีถูกพัฒนาข้ึนมาโดยบริษัทตางชาติ เชน Line man, Food panda, Grab
food, Gojek food (ลงทุนศาสตร, 2564)

แนวคดิ /ทฤษฎีดา นคุณคา
คุณคาที่รับรู (Perceived value) หมายถึง ประโยชนท่ีผูบริโภคไดรับจากการใชสินคาหรือ

บริการน้ัน โดยคุณคาสามารถแบงออกไดเปน 4 ประเภท คือ 1. Functional value เปนคุณคาเชิงอรรถ
ประโยชน โดยสินคาหรือบริการจะตองมีคุณลักษณะตามที่ออกแบบไว มีประโยชน สามารถใชงานไดตาม
จุดประสงค คุณลักษณะและคุณสมบัติจะตองมีความถูกตองเหมาะสม เชน มีคุณภาพ ความคิดสรางสรรค
ความนาเชื่อถือ การบริการท่ีเหมาะสม กอใหเกิดประโยชนเมื่อมีการใชงาน 2. Emotional/Experiential
value เปนคุณคาเก่ียวกับการสรางประสบการณ ความรูสึก และอารมณใหกับผูบริโภค 3. Symbolic/Social
value เปนคุณคาท่ีเชื่อมโยงจิตวิทยาเขากับสินคาหรือบริการ เปนสัญลักษณท่ีใชสะทอนตัวตนของผูบริโภค
ผานการเลือกใชสินคาหรือบริการน้ัน และ 4. Cost/Sacrifice value เปนคุณคาเชิงตนทุน ผูบริโภคจะ
พิจารณาดานความคุมคาของทรัพยากรท่ีใชกับสิ่งท่ีไดรับจากสินคาหรือบริการ โดยราคา เวลา และพลังงาน
เปน สวนหนึ่งท่ีชวยในการตดั สินใจซอื้ และใชในการเปรยี บเทยี บผลิตภัณฑ (Smith & Colgate, 2007) งานวิจัย
ที่เกี่ยวของไดแก Kaur, Dhir, Talwar and Ghuman (2020) ศึกษาคุณคาของแอปพลิเคชันจัดสงอาหารจาก
ทฤษฎีคุณคาของการบริโภค พบวา คุณคาทางความรูความคิด (Epistemic value) เปนปจจัยที่มีอิทธิพลตอ
การขับเคล่ือนความตั้งใจซ้ือบนแอปพลิเคชันจัดสงอาหารมากที่สุด รองลงมาเปนคุณคาทางเง่ือนไข
(Conditional value) คุณคาดานอรรถประโยชนหรือการใชงาน (Functional value) และคุณคาทางสังคม
(Social value) ตามลาํ ดับ

แนวคดิ /ทฤษฎดี า นคณุ ภาพการบรกิ าร
การบริการเปนองคประกอบสําคัญที่ขับเคล่ือนใหบริษัทประสบความสําเร็จ บริการที่มีคุณภาพ

จะชวยใหบริษทั ไดรับประโยชนสูงสุด คุณภาพการบริการสามารถแบงไดเปน 5 มิติหลัก ไดแก 1. ความเช่ือถอื
ไววางใจได (Reliability) คือ ความสามารถในการใหบริการตามสัญญาอยางถูกตองและเช่ือถือได ถือเปน
พื้นฐานของการบริการ 2. การตอบสนองตอลูกคา (Responsiveness) คือ ความเต็มใจที่จะชวยเหลือลูกคา
และใหบ ริการอยางรวดเรว็ 3. การใหค วามเช่ือมั่นตอ ลกู คา (Assurance) คอื ความรูและมารยาทของพนักงาน
และความสามารถในการถายทอดความไววางใจและความมั่นใจ 4. การรูจักและเขาใจลูกคา (Empathy) คือ
การดูแลเอาใจใสเปนรายบุคคลใหกับลูกคา 5. ความเปนรูปธรรมของบริการ (Tangibility) คือ การปรากฏตัว
ของส่ิงอํานวยความสะดวกทางกายภาพ ไดแก อุปกรณ บุคลากร และอุปกรณส่ือสาร (Berry, Parasuraman,
& Zeithaml, 1994) งานวิจัยท่ีเกี่ยวของไดแก วริษฐา เขียนเอี่ยม และสุรัสวดี ราชกุล (2562) ศึกษาคุณภาพ
การใหบริการของแอปพลิเคชันจดั สงอาหาร พบวา ผูบริโภคใหความสําคัญกับปจจัยดานการตอบสนองตอการ
ใชบริการมากที่สุด รองลงมา คือ ปจจัยดานความสามารถของระบบ และดานการทําใหบรรลุผลสําเร็จ
ตามลําดับ Yusra and Agus (2020) ศึกษาอิทธิพลของคุณภาพการบริการจัดสงอาหารออนไลนท่ีมีตอความ
พึงพอใจของลูกคาและความภักดีของลูกคา พบวาเมื่อคุณภาพการใหบริการของแอปพลิเคชันจัดสงอาหารยิ่ง
สูงยิ่งเพ่ิมโอกาสท่ีจะทําใหผูบริโภคเกิดความจงรักภักดีมากข้ึนโดยผูบริโภคจะใหความสัมพันธกับปจจัยดาน
การตอบสนองตอ การใชบริการมากทสี่ ดุ

แนวคิด/ทฤษฎดี านการยอมรับเทคโนโลยี
แบบจําลองการยอมรับเทคโนโลยี (Technology Acceptance Model: TAM) เปนแบบจําลอง

ท่ีถูกพัฒนาขึ้นมาจากทฤษฎีการกระทําตามหลักเหตุและผล (Theory of Reasoned Action: TRA) เปน
แบบจําลองที่ใชอธิบายการยอมรับเทคโนโลยีของผูบริโภค ปจจัยหลักท่ีสงผลโดยตรงตอการยอมรับเทคโนโลยี

223

การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ RTBEC 2022

ของผูใช ไดแก การรับรูถึงความงายในการใชงาน (Perceived Ease of Use) หมายถึง ระดับที่ผูใชงาน
คาดหวังวาระบบจะมีความงายในการใชงาน และการรับรูถึงประโยชนท่ีเกิดจากการใชงาน (Perceived
Usefulness) หมายถึง เมือ่ มีการใชงานระบบแลวเปน การเพิม่ ประสิทธิภาพใหก ับตวั ผูใชงาน (Davis, Bagozzi,
& Warshaw, 1989) งานวิจัยที่เกี่ยวของไดแก พรพรรณ ตันเจริญ และอริสสา สะอาดนัก (2563) ศึกษาการ
ย อ ม รั บ เ ท ค โ น โ ล ยี ที่ มี ผ ล ต อ ก า ร เ ลื อ ก ใ ช แ อ ป พ ลิ เ ค ชั น ข อ ง ธุ ร กิ จ ข น ส ง อ า ห า ร ข อ ง ผู บ ริ โ ภ ค ใ น เ ข ต
กรุงเทพมหานคร พบวาปจจัยทางตรงที่สงผลตอการยอมรับเทคโนโลยีในการเลือกใชแอปพลิเคชันจัดสง
อาหารของผูบริโภคไดแก ความงายในการใชงาน อิทธิพลของสังคม และปจจัยทางออมตรงที่สงผลตอการ
ยอมรับเทคโนโลยีในการเลือกใชแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของผูบริโภค ไดแก ทัศนคติท่ีมีตอการใชเทคโนโลยี
ความเชื่อม่นั ของผูใ ชงาน และความรูส กึ ตา งๆ ท่ีเกดิ ขน้ึ ระหวา งการใชงาน

ระเบยี บวิธวี ิจยั
ประชากรและกลุมตัวอยา ง
ดําเนินการวิจัยเชิงสํารวจโดยเก็บขอมูลดวยแบบสอบถามกับกลุมตัวอยาง โดยสุมตัวอยางแบบ

เจาะจง (Purposive sampling) กับผูบริโภคที่มีประสบการณใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารทั้งของ
บริษัทไทยและตางชาติ กําหนดขนาดของกลุมตัวอยางดวยวิธีของ Churchill and Lacobucci (2002) ที่
ระดับความเชื่อมั่นเทากับรอยละ 95 ไดจํานวนตัวอยางขั้นต่ํา 342 คน ซ่ึงผูวิจัยทําการเก็บขอมูลจาก
แบบสอบถามท่ีสมบูรณไดท้ังหมด 363 คน แบงเปนผูบริโภคที่เลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของ
บริษทั ไทย จาํ นวน 181 คน และผูบริโภคทีเ่ ลอื กใชบรกิ ารแอปพลิเคชนั จัดสง อาหารของบริษัทตา งชาติ จาํ นวน
182 คน

เครอื่ งมอื ทใ่ี ชในงานวจิ ัย
แบบสอบถามประกอบดวย 4 สวน ไดแก 1) ขอมูลทางประชากรศาสตรและพฤติกรรมศาสตร

2) ความคิดเห็นตอคุณคาที่ไดรับ 3) ปจจัยดานคุณภาพการบริการ และ 4) ปจจัยดานการยอมรับเทคโนโลยี
สําหรับคําถามปจจัยที่สงผลตอการเลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหาร ในแบบสอบถามสวนท่ี 2, 3 และ
4 จะเปนการวัดความคดิ เหน็ ดว ยสเกลแบบ 5 ระดับ 5-point Likert scale โดย 1 คือ เหน็ ดว ยนอ ยทสี่ ุด และ
5 คือ เห็นดวยมากที่สุด ดําเนินการ Pre-test แบบสอบถามจํานวน 30 ตัวอยาง และวิเคราะหคาความเช่ือถือ
ไดของแบบสอบถามโดยใชคาสัมประสิทธิ์ Cronbach’s Alpha พบวาแบบสอบถามสวนท่ีเปนสเกล 5 ระดับ
ทุกสวน มีคา Cronbach’s Alpha มากกวา 0.70 (ดังตารางที่ 1) แสดงวาแบบสอบถามมีความนาเช่ือถือ
สามารถนําไปใชเกบ็ ขอมูลได

ตารางที่ 1 คา Cronbach’s Alpha ของคาํ ถามท่เี ปน สเกล 5 ระดับ
คา Cronbach’s Alpha
คําถามทเี่ ปน สเกล 5 ระดบั กลมุ ท่ีใชแอปพลเิ คชนั จัดสง กลมุ ทใ่ี ชแอปพลเิ คชนั จัดสง
อาหารของบรษิ ทั ไทย อาหารของบรษิ ทั ตา งชาติ
การรบั รูคุณคาในดา นตางๆ 0.886 0.853
คุณภาพการบรกิ าร 0.940 0.919
การยอมรบั เทคโนโลยี 0.843 0.779

224

การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ RTBEC 2022

การวเิ คราะหขอมลู
ผูวิจัยใชโปรแกรมสําเร็จรูปทางสถิติวิเคราะหขอมูลดังน้ี 1) ขอมูลทางประชากรศาสตรและ

พฤติกรรมศาสตร ใชสถิติพรรณนาในรูปแบบของความถ่ี รอยละ 2) คุณคาท่ีไดรับทัศนคติของผูบริโภคตอ
คุณภาพการบริการและการยอมรับเทคโนโลยี ใชสถิติพรรณนาในรูปแบบของคาเฉลี่ย และสวนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน 3) วิเคราะหหาปจจัยท่ีสงผลตอการเลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยเม่ือ
เทียบกับบริษัทตางชาติ โดยวิธีวิเคราะหการถดถอยโลจิสติกแบบทวิ (Binary logistic regression analysis)
4) สรุปผลและเสนอแนวทางกลยุทธการสงมอบคุณคาและคุณภาพการบริการเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันจัดสง
อาหารของบริษทั ไทย
ผลการวจิ ยั

1. ขอมลู ทางประชากรศาสตร และพฤตกิ รรมในการใชบริการแอปพลเิ คชนั จดั สง อาหาร
ผลการศึกษาขอมูลดานประชากรศาสตร และพฤติกรรมศาสตรของผูบริโภคที่ใชบริการ

แอปพลิเคชันจัดสงอาหารทั้งหมด 363 คน พบวากลุมตัวอยางสวนใหญเปนเพศหญิง รอยละ 65.6 มีอายุอยู
ในชวง Generation Y (23-37 ป) รอยละ 55.9 การศึกษาอยูในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเทา รอยละ 68.9
โดยเปนนักเรียน นกั ศึกษา รอ ยละ 48.2 สวนใหญมีรายไดตอเดือนตํา่ กวา 15,000 บาท รอยละ 38.3

สําหรับขอมูลดานพฤตกิ รรมศาสตร พบวากลุมตัวอยา งสวนใหญใ ชบริการสั่งอาหารไทยมากที่สุด
รอยละ 43.5 รองลงมาคือ อาหารญี่ปุน ฟาสตฟูด เครื่องดื่ม อาหารเกาหลี สตรีทฟูด ขนมและของหวาน
อาหารสุขภาพ อาหารตะวันตก และอาหารอื่นๆ รอยละ 17.6, 10.5, 7.2, 6.1, 5.2, 4.7, 2.5, 1.9 และ 0.8
ตามลําดับ และนิยมส่ังอาหารในชวงเวลา 11.00-13.00 น. มากท่ีสุด รอยละ 38.6 รองลงมาจะเปนชวงเวลา
16.00-19.00 น. รอ ยละ 31.4 ชวงเวลา 13.00-16.00 น. รอ ยละ 21.2 ชว งเวลา 19.00-22.00 น. รอ ยละ 5.5
และชวงเวลา 6.00-11.00 น. รอ ยละ 3.3

2. การรับรูคุณคาในดานตางๆ (Value Proposition) ท่ีมีผลตอการใชบริการแอปพลิเคชันจัดสง
อาหารของบรษิ ัทไทยและบรษิ ทั ตางชาติ

คุณคาดานอรรถประโยชนท่ีผูบริโภคท่ีใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยให
ความสําคัญมากท่ีสุด คือ มีชองทางสําหรับคนหารานอาหารที่สนใจ มีคาเฉล่ียเทากับ 4.29 ขณะท่ีคุณคาดาน
อรรถประโยชนท่ีผูบริโภคท่ีใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทตางชาติใหความสําคัญมากท่ีสุด คือ
รานคา บนแอปพลิเคชนั มคี วามหลากหลาย มีคาเฉลยี่ เทากับ 4.34

คุณคาดานอารมณหรือประสบการณที่ผูบริโภคที่ใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัท
ไทยและบรษิ ัทตา งชาติ ใหความสําคัญมากทีส่ ุด คอื รสู กึ วา การซื้ออาหารผา นแอปพลเิ คชันเปนเรื่องงายและไม
ยุงยาก มีคา เฉลยี่ เทากบั 4.30 และ 4.34 ตามลําดับ

คุณคาดานสังคมหรือสัญลักษณท่ีผูบ ริโภคท่ีใชบรกิ ารแอปพลเิ คชันจดั สงอาหารของบรษิ ัทไทยให
ความสําคัญมากที่สุด คือ มุงเนนใหผูขายบนแอปพลิเคชันเปนผูประกอบการรายเล็กและรายยอย มีคาเฉล่ีย
เทากับ 4.24 ขณะท่ีคุณคาดานสังคมหรือสัญลักษณท่ีผูบริโภคท่ีใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัท
ตา งชาติใหความสาํ คัญมากทีส่ ดุ คอื กระแสสงั คมเปนแรงกระตนุ ในการซ้อื มคี า เฉล่ยี เทา กับ 4.03

คณุ คาดา นตนทนุ ของผูบริโภคท่ีใชบรกิ ารแอปพลิเคชนั จัดสงของบรษิ ทั ไทยและบรษิ ัทตางชาติให
ความสาํ คัญมากท่ีสุด คอื การใชบริการแอปพลเิ คชนั ชวยใหท านมีความสะดวกสบายมากกวาการเดินทางไปซ้ือ
สนิ คา ท่หี นารา น มคี า เฉล่ียเทากับ 4.48 และ 4.38 ตามลาํ ดับ

225

การประชุมวิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

3. คุณภาพการบริการที่มีผลตอการใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยและบริษัท
ตา งชาติ

ดา นความเปน รูปธรรมของแอปพลเิ คชันจัดสงอาหารของบริษทั ไทยและบริษทั ตางชาตทิ ่ผี ูบริโภค
ใหความสําคัญมากท่ีสุด คือ ข้ันตอนการส่ังซ้ือผานแอปพลิเคชันงาย ไมซับซอน มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.31 และ
4.33 ตามลาํ ดบั

ดานความเชื่อถือไววางใจของแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยที่ผูบริโภคใหความสําคัญ
มากที่สุด คือ คาบริการตรงตามคําสั่งซ้ือที่แสดงบนแอปพลิเคชัน มีคาเฉล่ียเทากับ 4.43 ขณะที่ความเช่ือถือ
ไววางใจของแอปพลเิ คชันจดั สง อาหารของบริษัทตางชาติ ที่ผูบริโภคใหความสําคัญมากที่สุด คือ แอปพลิเคชัน
มีรูปแบบการชําระเงินท่ีมีความปลอดภัย และคาบริการตรงตามคําส่ังซื้อที่แสดงบนแอปพลิเคชัน โดยมี
คาเฉล่ยี เทากันท่ี 4.34

ดานการตอบสนองตอลูกคาของแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยและบริษัทตางชาติที่
ผูบริโภคใหความสําคัญมากท่ีสุด คือ แอปพลิเคชันแสดงผลลัพธอยางรวดเร็วเม่ือมีการยืนยันคําส่ังซื้อ มี
คา เฉลย่ี เทากับ 4.33 และ 4.34 ตามลาํ ดบั

ดานการใหความเช่ือมัน่ ตอลูกคา ของแอปพลเิ คชันจัดสง อาหารของบริษทั ไทยและบริษทั ตางชาติ
ที่ผูบริโภคใหความสําคัญมากท่ีสุด คือ รายการอาหารถูกตองและครบถวนตามที่สั่ง มีคาเฉล่ียเทากับ 4.41
และ 4.34 ตามลําดับ

ดานการรจู ักและเขา ใจลูกคา ท่ีมผี ลตอการใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยและ
บริษัทตางชาติท่ีผูบริโภคใหความสําคัญมากท่ีสุด คือ รานแนะนําบนแอปพลิเคชันตรงตามความสนใจ มี
คา เฉลี่ยเทา กับ 4.18 และ 4.23 ตามลําดับ

5. ปจจัยดานการยอมรับเทคโนโลยีท่ีมีผลตอการใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย
และบรษิ ัทตางชาติ

การรับรูถึงประโยชนของแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทยและบริษัทตางชาติท่ีผูบริโภค
ใหความสําคัญมากท่ีสุด คือ การใชบริการสั่งอาหารผานแอปพลิเคชันเหมาะสมกับชีวิตประจําวัน ชวยทําให
สะดวกสบายมากยงิ่ ข้นึ มคี าเฉลย่ี เทา กับ 4.44 และ 4.47 ตามลําดบั

การรับรูความงายในการใชงานของแอปพลิเคชันจัดสง อาหารของบริษทั ไทยและบรษิ ทั ตางชาตทิ ี่
ผูบริโภคใหความสําคัญมากท่ีสุด คือ ระบบของแอปพลิเคชันใชงานงายไมยุงยากซับซอน มีการอธิบายรูปแบบ
การใชงานและขอ มูลทชี่ ัดเจน มคี าเฉลีย่ เทา กัน คือ 4.38

6. ผลการวิเคราะหปจ จยั ทีส่ ง ผลตอ การเลอื กใชบ รกิ ารแอปพลิเคชนั ของบริษทั ไทยเมอื่ เทียบกบั แอป
พลเิ คชนั ของบรษิ ัทตางชาติ

ดําเนินการศึกษาปจจัยที่มีผลตอการเลือกใชบริการแอปพลิเคชันของบริษัทไทยเมื่อเทียบกับ
แอปพลิเคชันของบริษัทตางชาติ ดวยการวิเคราะหการถดถอยโลจิสติกสแบบทวิ (Binary Logistic
Regression) โดยแบงกลุมผูบริโภคเปน 2 กลุม คือ กลุมที่ 1 ผูท่ีเลือกใชบริการแอปพลิเคชันของบริษัทไทย
จํานวน 181 คน และกลุมที่ 2 ผูที่เลือกใชบริการแอปพลิเคชันของบริษัทตางชาติ จํานวน 182 คน สําหรับตัว
แปรอิสระของการวิเคราะหการถดถอยโลจิสติกส มี 3 กลุม ไดแก คุณคา (Value: V), คุณภาพการใหบริการ
(Service Quality: S) และการยอมรับเทคโนโลยี (Technology Acceptance: T) รายละเอียดของตัวแปร
อิสระแสดงดังตารางที่ 2 สําหรับตัวแปรตาม คือ การเลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหาร (1 คือ กลุมที่
เลือกใชแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย และ 0 คือ กลุมท่ีเลือกใชแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของ
บริษัทตางชาติ)

226

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

ตารางท่ี 2 ตวั แปรอิสระของการวเิ คราะหก ารถดถอยโลจิสตกิ สแบบทวิ
ปจ จัยดา นคณุ คา ปจจยั ดา นคณุ ภาพการใหบริการ ปจจยั ดานการยอมรับเทคโนโลยี
(Value: V) (Service Quality: S) (Technology Acceptance: T)
V1 มชี องทางสาํ หรับคนหารานอาหาร S1 ระบบรับสงขอมลู ไดมเี สถยี รภาพ T1 ก า ร ใ ช แ อ ป พ ลิ เ ค ชั น ช ว ย ใ ห
ท่สี นใจ สะดวกสบายมากขึ้น
V2 มีชองทางสําหรับติดตอรานคาและ S2 มี ช อ ง ท า ง ใ ห ติ ด ต อ ข อ ค ว า ม T2 ใชงานไดจากหลายอุปกรณและ
พนักงานจัดสง สนิ คา ชวยเหลือกรณีทีเ่ กิดปญหา รองรบั ระบบปฏบิ ัติการที่แตกตา งกัน
V3 รานคาบนแอปพลิเคชันมีความ S3 ขนั้ ตอนการสง่ั ซื้องา ย ไมซับซอ น T3 เทคโนโลยีทันสมัย ชวยประมวลผล
หลากหลาย สะดวก รวดเร็ว ถกู ตอ ง และแมนยาํ
V4 ขอมูลท่ีแสดงบนแอปพลิเคชันมี S4 คาํ สัง่ ซื้อมีความถกู ตอ ง T4 ระบบของแอปพลิเคชันใชงานงายมี
ความครบถว น การอธิบายการใชงานทชี่ ดั เจน
V5 อาหารที่จําหนายมีราคาถูกกวา S5 การชําระเงินมคี วามปลอดภัย T5 ระยะเวลาในการประมวลผลขอมูล
หนารา นท่ัวไป เพ่อื สงคาํ ส่งั ซื้อสินคาเหมาะสม
V6 ไอคอนและรูปภาพมีความสวยงาม S6 มีการปกปอ งขอมูลผใู ชง าน T6 เมื่อเกิดขอผิดผลาดสามารถติดตอ
เจา หนา ที่ไดง า ย มกี ารชวยเหลือทนั ที
V7 การจัดวางองคประกอบทําใหงาย S7 คาบริการตรงตามคําสั่งซื้อท่ีแสดง
ตอ การคน หา บนแอปพลิเคชัน
V8 การจัดหมวดหมูของโปรโมชั่นและ S8 แอปพลิเคชันแสดงผลลัพธอยาง
รา นอาหารทําใหคน หางา ย รวดเร็วเม่ือมีการยืนยนั คาํ ส่งั ซ้อื
V9 รสู ึกวา งายไมยุงยาก S9 แอปพลิเคชันแสดงขั้นตอนการ
ขนสง ตลอดเวลา
V1สามารถซ้ืออาหารจากรานท่ีไดรับ S10 แอปพลิเคชันตอบสนองตอปญหา
ความนยิ มไดงาย ทันทีและแกปญ หาได
V11 เนนผูประกอบการรายเล็กและ S11 มีระบบติดตามการจัดสงท่ีสามารถ
รายยอ ย ตรวจสอบไดท ันที
V12 กระแสของสังคมเปน แรงกระตุน ใน S12 ร า ย ก า ร อ า ห า ร ถู ก ต อ ง แ ล ะ
การซ้ืออาหารผานแอปพลิเคชัน ครบถวนตามทสี่ ่ัง
V13 เปนการสนับสนุนแบรนด Food S13 ระยะเวลาในการจัดสงตรงตามที่
Delivery ของไทย ระบบุ นแอปพลเิ คชัน
V14 ประหยัดเวลาในการหาขอมูล S14 แอปพลิเคชันมีการแนะนําสิทธิ
สนิ คา พเิ ศษเฉพาะทา น
V15 มีความสะดวกสบายมากกวาการ S15 รานแนะนําบนแอปพลิเคชันตรง
เดนิ ทางไปซอ้ื ท่หี นา รา น ตามความสนใจของทา น
V16 ประหยัดเวลาในการเดนิ ทาง S16 มีระบบเก็บขอมูลการซ้ือและ
รายละเอยี ดลูกคา
V17 การใชแอปพลิเคชันชวยใหทานมี
เวลาในการทําสิง่ อ่ืนมากขน้ึ

จากการศึกษาความสัมพันธระหวางคุณคาดานตางๆ คุณภาพการใหบริการ การยอมรับเทคโนโลยี
ตอการเลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของกลุมผูบริโภคที่เลือกใชบริการ โดยการสรางแบบจําลอง
การถดถอยโลจิสติกสแบบทวิ คัดเลือกตัวแปรพยากรณเขาสมการดวยวิธี Enter จากขอมูลกลุมตัวอยาง
ทั้งหมด 363 คน แบงขอมูลรอยละ 70 ทําโมเดลชุดเรียนรู (Training set) จํานวน 253 คน และแบงขอมูล
รอยละ 30 ทําชุดทวนสอบความถูกตองของโมเดล (Validation set) จํานวน 110 คน โดยคํานวณอยูในรูป

227

การประชมุ วิชาการระดับชาติ RTBEC 2022

รอยละของการทํานายถูกตองภาพรวม (% Overall Correct) จากชุดเรียนรูคํานวณคา Overall Correct ได
รอยละ 64.2 และเมื่อนําไปทวนสอบไดคา Overall Correct รอยละ 65.5 แสดงวาสมการถดถอยดังกลาว
สามารถนํามาใชทํานายคาการเลอื กใชบ รกิ ารแอปพลเิ คชนั จดั สง อาหารของบรษิ ทั ไทยไดเหมาะสม

ตารางที่ 3 คา สมั ประสทิ ธิ์การถดถอยโลจิสตกิ ส Odd ratio T6 Constant
V1 V2 S4 S6 S9

B 0.270 -0.139 0.564 0.555 -0.475 0.406 -1.122

Exp(B) 1.310 0.870 1.759 1.742 0.622 1.501 0.325

Sig. 0.269 0.498 0.040 0.024 0.031 0.048 0.313

* มนี ยั สําคัญทางสถิติท่รี ะดับ 0.05

นําคา สมั ประสทิ ธ์ิการถดถอยโลจิสตกิ ส (B) จากตารางที่ 3 มาเขยี นเปนสมการทวั่ ไปไดดังนี้

= −1.122+(0.270 1 )+(−0.139 2 )+⋯+(0.406 6 )
1 + −1.122+(0.270 1)+(−0.139 2)+⋯+(0.406 6)

เม่ือ PY = ความนา จะเปนของการทผี่ ูบรโิ ภคมคี วามตง้ั ใจจะใชบ ริการแอปพลิเคชันจดั สง
อาหารของไทย

b0 = คา คงที่ของสมการ
b1, 2, 3, …, 39 = สมั ประสทิ ธหิ์ นาตวั แปรอิสระ
V1, V2, …, V17 = คุณคาทมี่ ผี ลตอการใชบ ริการแอปพลิเคชนั จดั สง อาหารของ

บริษัทไทยและบรษิ ัทตา งชาติ
S1, S2, …, S16 = คุณภาพการบริการทีม่ ีผลตอ การใชบ ริการแอปพลิเคชนั จัดสง

อาหารของบริษทั ไทยและบรษิ ัทตางชาติ
T1, T2, …, T6 = ปจ จัยดานการยอมรับเทคโนโลยที ่มี ผี ลตอ การใชบรกิ าร

แอปพลเิ คชันจัดสง อาหารของบรษิ ัทไทยและบริษทั ตา งชาติ

จากคา Odd ratio หรือ Exp(B) ของสมการถดถอยโลจิสติกสแบบทวิ (ตารางท่ี 3) พบวา ผูบริโภค
ท่ีเลือกใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย เนื่องจากคําสั่งซ้ือบนแอปพลิเคชันมีความถูกตอง
(S4), แอปพลิเคชันมีการปกปองขอมูลการใชงาน (S6), เม่ือเกิดขอผิดผลาดในการใชงานสามารถติดตอ
เจาหนาท่ีไดงายมีการชวยเหลือทันที (T6) จะมีความตั้งใจใชบริการแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย
เพ่ิมข้ึนรอยละ 71.8, 69.5 และ 51.0 ตามลําดับ ในขณะที่ผูบริโภคที่เลือกใชแอปพลิเคชันจัดสงอาหารของ
บริษัทไทย เน่ืองจากแอปพลิเคชันแสดงข้ันตอนการขนสงตลอดเวลา (S9) มีเครื่องหมายในทิศทางตรงกันขาม
กับความตั้งใจใชบริการแอปพลิเคชันของบริษัทไทย แสดงวาการที่แอปพลิเคชันจัดสงอาหารของบริษัทไทย
ไมไดแสดงขั้นตอนการขนสงตลอดเวลา ทําใหความตั้งใจใชบริการแอปพลิเคชันของบริษัทไทยลดลงเมื่อเทียบ
กับบรษิ ัทตางชาติ

228


Click to View FlipBook Version