The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Panudej Somrit, 2022-09-03 09:21:45

อ13101

อ13101

ครูสมุ่ นักเรียน 2-3 คน ออกมานําเสนอผลงานของตนเอง โดยใหเ้ พ่อื นในชั้นถาม เช่น
S1: (แสดงภาพลิงกบั ภาพหนงั สือ รถยนต์ และจกั รยาน)
S2: What’s that?
S1: It’s a monkey.
S3: Can it drive a car?
S1: No, it can’t.
S4: Can it ride a bike?
S1: Yes, it can!

จากนนั้ ครูนําผลงานของนักเรียนไปติดทบ่ี อร์ดหลังห้อง

7. การวัดและประเมนิ ผล เครือ่ งมือ เกณฑ์

วธิ ีการวดั แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์

สังเกตการพูดขอและใหข้ ้อมูล แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
เกยี่ วกับความสามารถ หนงั สอื แบบฝกึ หดั (Workbook) รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตการเล่นเกมภาษาอังกฤษ แบบประเมินคณุ ลักษณะ
ตรวจแบบฝึกหัด อนั พงึ ประสงค์

สงั เกตพฤติกรรมบง่ ชี้ด้าน
ใฝ่เรียนรแู้ ละมงุ่ มน่ั ในการทาํ งาน

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สือแบบฝกึ หัด EXTRA and Friends 3 ป. 3

8.2 บัตรภาพและบตั รคํา

8.3 อปุ กรณ์การทาํ งาน ไดแ้ ก่ กระดาษ A4 และดนิ สอสี

483

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4 What can we do?

เวลา 1 ช่ัวโมง

จดุ ประสงค์ (Objectives)
- อา่ นออกเสียง สะกดคาํ และบอกความหมายของคําศพั ท์ท่กี าํ หนดได้

- พูดถามเก่ียวกับกิจกรรมท่อี ยากทาํ และเสนอแนะโดยใช้โครงสรา้ งภาษาทกี่ าํ หนดได้

- รวบรวมคาํ ศัพทท์ เ่ี รยี นได้

1. สาระ มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
สาระที่ 1 ภาษาเพอ่ื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่อื งท่ฟี ังและอ่านจากสอื่ ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เหน็

อยา่ งมเี หตุผล
ตวั ชว้ี ัด
ต 1.1 ป. 3/2 อ่านออกเสยี งคํา สะกดคาํ อา่ นกลุ่มคาํ ประโยค และบทพูดเขา้ จังหวะ (chant) ง่าย ๆ

ถกู ตอ้ งตามหลกั การอา่ น
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มลู ขา่ วสาร แสดงความรูส้ ึก

และความคดิ เหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ
ตวั ช้ีวดั
ต 1.2 ป. 3/4 พดู ขอและให้ขอ้ มลู ง่าย ๆ เกีย่ วกับตนเองและเพอื่ นตามแบบที่ฟัง
ต 1.2 ป. 3/5 บอกความรสู้ กึ ของตนเองเกย่ี วกับสิง่ ตา่ ง ๆ ใกลต้ วั หรอื กจิ กรรมต่าง ๆ ตามแบบ

ที่ฟงั
สาระท่ี 4 ภาษากับความสมั พันธก์ ับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาตา่ งประเทศเป็นเครอื่ งมอื พ้ืนฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี

และการแลกเปลยี่ นเรียนรูก้ บั สังคมโลก
ตัวช้วี ัด
ต 4.2 ป. 3/1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศเพื่อรวบรวมคาํ ศพั ทท์ เ่ี กี่ยวขอ้ งใกล้ตวั

2. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
การรคู้ าํ ศัพท์และสาํ นวนภาษาที่ใช้ในการชักชวน เป็นพื้นฐานการสื่อสารในชวี ติ ประจาํ วนั ได้อย่าง

ถูกต้องและเหมาะสม

484

3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ทกั ษะเฉพาะวชิ า
1) Language Features and Function
Vocabulary: park, zoo, beach, cinema
Structure: What can we do? Let’s go to the park.
Function: suggesting
2) Language Skill
Speaking: พดู ถามเก่ยี วกบั กจิ กรรมทอี่ ยากทาํ และเสนอแนะโดยใชโ้ ครงสร้างภาษา
ท่ีกาํ หนด

4. สมรรถนะสําคญั ของผู้เรยี น
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร

5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
5.1 ใฝเ่ รยี นรู้

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั Warm up
1. ครเู ขา้ มาในหอ้ งและกลา่ วทักทาย พรอ้ มถามทกุ ขส์ ขุ กบั นักเรยี น
2. ทบทวนคํากรยิ า เชน่ jump, draw, sing, hear, see, fly, read, dance, draw, run, cook, drive,

swim, ride, fish, play ดว้ ยการเลน่ เกม Teacher says โดยครบู อกว่า ถ้าครูพดู ว่า Teacher says ตาม
ด้วยคาํ ส่ังใหน้ กั เรียนทาํ ท่าตามคําส่งั ทีไ่ ด้ยิน แต่ถา้ ครูพูดคําสั่งโดยไม่ได้พดู ว่า Teacher says ให้นักเรยี น
ทําท่าอ่ืน ทไี่ มใ่ ชค่ ําสง่ั ที่ครูบอก เช่น

T: Teacher says, “Jump!”
Ss: (ทาํ ทา่ กระโดด)
T: Dance!
Ss: (ทําทา่ อืน่ ทไ่ี ม่ใชเ่ ต้นรํา)

ขน้ั Presentation
1. ครสู อนคาํ ศพั ท์ park (สวนสาธารณะ), zoo (สวนสัตว)์ , beach (ชายหาด) และ cinema (โรงภาพยนตร)์

โดยแสดงบัตรภาพให้นักเรยี นดทู ลี ะใบ พรอ้ มท้งั ออกเสียงคําศพั ท์ และให้นกั เรยี นออกเสียงตาม
2-3 คร้ัง

485

2. หนงั สือเรียน หนา้ 66 Ex. 5 นักเรียนอ่านคําศัพท์ในกรอบสตี ่าง ๆ แลว้ นาํ ไปเตมิ ใตภ้ าพใหถ้ ูกต้อง

จากน้ันครเู ปิด CD ให้นักเรียนฟังคําศัพท์และชี้ภาพตามไปดว้ ย แลว้ ครูเปิด CD อีกครั้ง โดยหยดุ หลัง

คําศัพทแ์ ต่ละคาํ เพอื่ ใหน้ ักเรียนพูดตาม ครูตรวจสอบว่านกั เรียนออกเสยี งถกู ตอ้ งหรอื ไม่ แลว้ ช่วยกันเฉลย
คําตอบ

drive a car ride a bike play football
play tennis play the piano play the drum

swim fish park

zoo beach cinema

drive a car ride a bike play football
play tennis play the piano play the drum
swim fish

3. ครูทบทวนคาํ ว่า like (ชอบ) และ don’t like (ไมช่ อบ) บนกระดาน แลว้ ให้นกั เรียนอา่ นออกเสียงตามครู
จากนน้ั ครูพูดว่า I like to play football. ให้นกั เรยี นพดู ตาม ต่อมาครูพดู ว่า I don’t like to swim.
ให้นักเรยี นพูดตาม แล้วครเู ขียนประโยคที่พูดบนกระดานและอธิบายวา่ like + to + คาํ กริยาชอ่ งที่ 1
ใชบ้ อกสงิ่ ที่ชอบทาํ ส่วน don’t like + to + คํากริยาช่องท่ี 1 ใชบ้ อกสง่ิ ทไี่ มช่ อบทํา

4. ครูเขียนประโยค Let’s go. บนกระดาน และขีดเสน้ ใต้ Let’s แล้วอธิบายวา่ Let’s ยอ่ มาจากคาํ วา่ Let
us เปน็ ประโยคชกั ชวนให้ทาํ ส่งิ ใดสิ่งหนงึ่ มีโครงสร้างประโยค คือ Let’s + (คาํ กริยาช่องที่ 1). เช่น Let’s
go to the park. (ไปสวนสาธารณะกันเถอะ)

5. ครตู ิดบตั รภาพสถานท่ี เช่น beach บนกระดาน จากนั้นครูสนทนากับนกั เรียน 1 คนทีค่ รเู ตรียมไว้แลว้
ดงั นี้
S1: What can we do?
T: Let’s go to the beach!
(เดนิ คล้องแขนนกั เรยี นไปยงั บัตรภาพชายหาด)
จากน้นั ครูถามนกั เรียนวา่ What can we do? หมายความว่าอย่างไร (เราทาํ อะไรกันด)ี

486

ขั้น Practice
1. นักเรียนจบั ค่กู บั เพ่อื นผลดั กันพดู บอกสง่ิ ทชี่ อบทําและไม่ชอบทาํ โดยใช้ like หรือ don’t like และ

คาํ กรยิ าใน Ex. 5
2. หนงั สือเรียน หน้า 66 Ex. 6 นักเรยี นอา่ นตัวอยา่ งการถาม-ตอบ แล้วจบั คู่ผลัดกันพูดชักชวนไปยงั

สถานทต่ี ามท่ีกาํ หนดให้ ครเู ดนิ สังเกตขณะนักเรียนทํากิจกรรม แลว้ ให้คําแนะนาํ ท่ีจาํ เปน็ ดังน้ี
2 S1: What can we do?
S2: Let’s go to the zoo!
3 S3: What can we do?
S4: Let’s go to the beach!
4 S5: What can we do?
S6: Let’s go to the cinema!

ขัน้ Production
ครูตดิ บตั รภาพสถานทต่ี า่ ง ๆ ไดแ้ ก่ park, zoo, beach และ cinema ทีผ่ นังห้องด้านต่าง ๆ จากนัน้ ให้
นักเรียนจับคผู่ ลัดกันพดู ชกั ชวนไปทํากิจกรรมตา่ ง ๆ โดยใหต้ อบตกลงว่า OK. แล้วแต่ละคเู่ ดินไปทีบ่ ตั ร
ภาพดงั กลา่ วด้วย เช่น
S1: What can we do?
S2: Let’s go to the zoo.
S1: OK. (ทงั้ 2 คน เดนิ ไปทีบ่ ตั รภาพสวนสัตว์)

หนงั สอื แบบฝึกหดั (Workbook)
นักเรยี นทาํ แบบฝกึ หัดทบทวนส่ิงท่ีเรียนในหนงั สอื แบบฝึกหดั หน้า 56 Ex. 6 เป็นการบา้ น

หนงั สอื แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 56 Ex.6

487

My word book
นกั เรยี นบนั ทึกคาํ ศัพทท์ ่เี รียนลงในสมดุ คําศัพท์ พร้อมทง้ั บอกความหมาย โดยครูแนะนาํ ให้นกั เรียนบันทกึ
คาํ ศัพท์โดยเรียงตามตัวอักษร a-z

7. การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ์
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ระดับคณุ ภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
วิธีการวดั แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ระดับคณุ ภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์

สงั เกตการออกเสยี งคําศัพท์ แบบประเมนิ ชิ้นงาน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตการพดู ถามเก่ยี วกับกิจกรรม หนังสอื แบบฝึกหดั (Workbook) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ทอี่ ยากทาํ และเสนอแนะโดยใช้ แบบประเมินคณุ ลักษณะ ระดบั คุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
โครงสรา้ งภาษาท่กี ําหนด อนั พึงประสงค์

ตรวจสมุดคาํ ศัพท์

ตรวจแบบฝกึ หดั
สังเกตพฤติกรรมบง่ ช้ีดา้ น
ใฝเ่ รยี นรู้

8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 หนังสือเรยี น EXTRA and Friends 3 ป. 3

8.2 หนังสือแบบฝกึ หัด EXTRA and Friends 3 ป. 3

8.3 Class Audio CD ประกอบสือ่ ฯ ชุด EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.4 บตั รภาพ

488

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 5 I can play the guitar. เวลา 1 ชั่วโมง

จดุ ประสงค์ (Objective)
- พดู และเขยี นบอกความสามารถของตนเองเกย่ี วกับการเลน่ ดนตรแี ละกฬี าได้

1. สาระ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชีว้ ดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการส่ือสาร

มาตรฐาน ต 1.3 นาํ เสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องตา่ ง ๆ

โดยการพูดและการเขียน

ตวั ช้วี ัด
ต 1.3 ป. 3/1 พดู ใหข้ ้อมูลเก่ยี วกับตนเองและเรอ่ื งใกลต้ วั

2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
การรู้คาํ ศพั ท์เกย่ี วกับกีฬาและเครื่องดนตรี รวมทั้งโครงสร้างประโยคท่ีใชใ้ นการบอกความสามารถ

ชว่ ยให้เข้าใจสิง่ ทอ่ี ่าน พูด และเขยี นสอ่ื สารเก่ยี วกบั ตนเองในชีวิตประจาํ วนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม

3. สาระการเรียนรู้

3.1 ทกั ษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Function

Vocabulary: (sports) football, hockey, tennis, basketball, volleyball

(instruments) guitar, drum, piano, violin, recorder

Structure: I can play football and I can play tennis.

I can play the guitar but I can’t play the piano.

Function: talking about ability

2) Language Skills

Speaking: พูดบอกความสามารถของตนเองเกย่ี วกบั การเล่นดนตรแี ละกฬี า

Writing: เขยี นบอกความสามารถของตนเองเกย่ี วกบั การเล่นดนตรีและกีฬา

4. สมรรถนะสําคัญของผูเ้ รยี น
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร

489

5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
5.1 ใฝ่เรียนรู้
5.2 มุง่ ม่นั ในการทํางาน

6. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้น Warm up

เล่นเกม Miming game ทบทวนคาํ กริยาทเ่ี รียนไปแลว้ โดยแบ่งนักเรยี นเป็น 2 กลมุ่ แล้วครูสุม่ เรียก
นักเรียน 1 คน ออกมาหยิบบตั รคาํ กรยิ าและแสดงท่าทางใบค้ ําใหเ้ พือ่ นทาย กล่มุ ใดทายถูกจะได้
1 คะแนน นักเรียนเลน่ เกมจนบตั รคาํ หมด กลมุ่ ใดมคี ะแนนมากท่ีสดุ เปน็ กลุ่มทีช่ นะ

ขัน้ Presentation

1. ครูแสดงบัตรภาพกฬี า ไดแ้ ก่ football (ฟตุ บอล), hockey (ฮอกกี้), tennis (เทนนสิ ), basketball

(บาสเกตบอล) และ volleyball (วอลเลยบ์ อล) และบัตรภาพเคร่อื งดนตรี ได้แก่ guitar (กีตาร์), drum

(กลอง), violin (ไวโอลนิ ), recorder (ขล่ยุ ) และ piano (เปียโน) จากนนั้ นกั เรียนออกเสยี งคําศพั ท์

พรอ้ มสะกดคาํ

2. ครูแสดงแถบประโยคใหน้ กั เรียนดู ดังน้ี

I can play the guitar. I can play basketball.

I can play the piano. I can play the drum.

I can play football. I can play volleyball.

I can play hockey. I can play tennis.

ครถู ามนักเรยี นวา่ สงั เกตเห็นการใช้ the หรือไม่ ทําไมบางประโยคมกี ารใช้ the บางประโยคจึงไมม่ ีการ

ใช้ the นักเรยี นรู้หรือไมเ่ ป็นเพราะอะไร จากน้ันกระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นดคู ําที่อยูห่ ลัง the แลว้ ให้นักเรียน

ช่วยกันสรปุ การใช้ the (ใช้ play + the + เคร่ืองดนตรี แตไ่ ม่ใช้ the นําหนา้ ชอ่ื กีฬา)

3. ครูเขยี นประโยคบนกระดาน และขดี เสน้ ใตค้ ําเชื่อม but และ and ดังนี้

I can play football and I can play tennis.

I can play tennis but I can’t play volleyball.

ครูอธบิ ายวา่ ประโยคบอกเลา่ 2 ประโยค ท่ีมีความหมายสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดยี วกันให้ใช้ and

ในการเช่ือมประโยค เชน่

I can play the guitar and I can play the drum.

แต่ถ้าประโยค 2 ประโยค มีความหมายขัดแย้งกนั จะใช้ but เช่อื ม เช่น

I can play the guitar but I can’t play the drum.

490

ขน้ั Practice
1. นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 5 คน แล้วออกมาเล่นเกมครง้ั ละ 2 กลมุ่ ดงั นี้

1) นกั เรียนทง้ั 2 กลุ่มน่ังลงทีเ่ ก้าอ้ีหน้าหอ้ ง ซง่ึ หันหนา้ เขา้ หากนั แล้วครแู จกบัตรภาพกฬี า
ใหน้ ักเรียนแตล่ ะคน โดยนกั เรียนตาํ แหน่งเดยี วกนั ของทั้ง 2 กลุ่ม จะไดบ้ ัตรภาพเดยี วกนั
‚ƒ„…
‚ƒ„…

2) ครจู ับเวลา ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ แขง่ กันพดู บอกกฬี าทเ่ี ล่นเป็นให้เร็วที่สุด เชน่
T: (ชไ้ี ปที่บัตรภาพฮอกก้ีของผู้เล่นคนที่ 1 ของทัง้ 2 กลุ่ม)
What can you do?
Group 1&2 S1: I can play hockey.
(ชไ้ี ปทบ่ี ตั รภาพเทนนสิ ของผเู้ ลน่ คนที่ 2) What can you do?
Group 1&2 S2: I can play tennis.
(ช้ีไปที่บตั รภาพฟตุ บอลของผเู้ ล่นคนท่ี 3) What can you do?
Group 1&2 S3: I can play football.
(ชไี้ ปท่บี ัตรภาพบาสเกตบอลของผู้เลน่ คนที่ 4) What can you
do?
Group 1&2 S4: I can play basketball.
(ชไ้ี ปท่บี ตั รภาพวอลเลย์บอลของผเู้ ลน่ คนท่ี 5) What can you
do?
Group 1&2 S5: I can play volleyball.

3) กลุ่มทพ่ี ูดบอกกีฬาที่เลน่ เปน็ เสรจ็ เร็วกว่าอกี กลุ่มจะเปน็ กลุม่ ที่ชนะในรอบนน้ั จากนน้ั ครใู ห้
นกั เรยี นกลุ่มอนื่ ออกมาเลน่ เกมรอบละ 2 กลมุ่ โดยเปล่ยี นเป็นบตั รภาพเครอ่ื งดนตรีบ้าง

2. หนังสอื แบบฝกึ หัด (Workbook) หน้า 56 Ex. 5 นกั เรยี นดูภาพใน Ex. 5 จากนั้นครูอธบิ ายว่า
เด็กผูช้ ายในภาพมีชือ่ วา่ George ใหน้ ักเรียนช่วยกนั พูดบอกกจิ กรรมที่ George สามารถทาํ ไดแ้ ละทาํ
ไม่ได้ เช่น
S1: George can play football.
T: That’s right. Repeat. George can play football.
Ss: George can play football.

S2: He can’t play hockey.
T: That’s right. Repeat. He can’t play hockey.
Ss: He can’t play hockey.

491

S3: He can play the guitar.
T: That’s right. Repeat. He can play the guitar.
Ss: He can play the guitar.
นักเรยี นทาํ กิจกรรมเชน่ เดยี วกันนีจ้ นครบทุกภาพ
3. นกั เรียนทํา Ex. 5 ภายในเวลา 2 นาที โดยเติมคาํ ว่า can หรือ can’t ลงในชอ่ งว่างให้ถกู ตอ้ ง เสรจ็ แล้ว
ครูสุม่ เรยี กนกั เรยี นอ่านคนละ 1 ประโยค แลว้ ใหเ้ พอ่ื น ๆ อ่านตามพรอ้ มกัน

หนงั สือแบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 56 Ex. 5
2 can’t 3 can 4 can 5 can’t
6 can 7 can 8 can’t

ขน้ั Production
1. ครูแจกกระดาษ A4 ให้นกั เรียนคนละ 1 แผน่ จากนั้นอธิบายภาระงานว่า ให้นักเรียนเขยี นบอก

ความสามารถของตนเองในการเล่นกีฬาและเคร่ืองดนตรี โดยใชข้ ้อความใน Ex. 5 เป็นตน้ แบบในการ
เขยี น พร้อมทั้งวาดภาพประกอบใหส้ วยงาม

Hello, My name’s Ginger and I go to Aksorn School. I can play
football but I can’t play volleyball. I can play the piano and I
can play the drum, but I can’t play the guitar. I can play tennis
and I can play basketball, but I can’t play hockey.

2. นกั เรียนจบั คู่กนั ผลดั กันอ่านงานเขยี นของตนเองใหเ้ พือ่ นฟัง ครเู ดนิ สงั เกตรอบ ๆ หอ้ งและสุม่ เรียก
นกั เรียน 1-2 คน ออกมาพูดนําเสนอใหเ้ พอื่ นฟงั ที่หนา้ ห้อง

7. การวัดและประเมินผล เคร่ืองมือ เกณฑ์
วิธกี ารวัด ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ ช้ินงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินชนิ้ งาน I can … ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหัด หนงั สือแบบฝกึ หดั (Workbook)
สงั เกตพฤตกิ รรมบ่งชด้ี ้าน แบบประเมินคุณลกั ษณะ
ใฝเ่ รยี นรแู้ ละมุ่งม่ันในการทํางาน อันพึงประสงค์

492

8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 หนังสอื แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.2 บตั รภาพ บัตรคํา และแถบประโยค
8.3 อปุ กรณ์การทาํ งาน ไดแ้ ก่ กระดาษ A4 และดินสอสี

493

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6 What can we do in the park?

เวลา 1 ช่ัวโมง

จุดประสงค์ (Objective)
- พดู ใหข้ อ้ มูลเก่ยี วกบั ส่ิงท่ีสามารถทาํ ในสถานทต่ี ่าง ๆ ได้

1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
สาระที่ 1 ภาษาเพือ่ การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.3 นาํ เสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเร่อื งตา่ ง ๆ โดยการ

พดู และการเขียน
ตัวชี้วดั
ต 1.3 ป. 3/1 พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกลต้ วั
สาระท่ี 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพนั ธร์ ะหว่างภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนาํ ไปใชไ้ ด้

อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ตัวชี้วดั
ต 2.1 ป. 3/3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย

2. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
การรสู้ าํ นวนภาษาเพอื่ ให้ขอ้ มูลเกยี่ วกับกจิ กรรมทสี่ ามารถทําไดใ้ นสถานทีต่ ่าง ๆ ใกลต้ วั ชว่ ยให้สือ่ สาร

เก่ยี วกบั ตนเองได้อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม

3. สาระการเรียนรู้
3.1 ทกั ษะเฉพาะวิชา
1) Language Feature and Functions
Structure: Tom can read and he can write too.
What can we do in the park? We can run in the park!
Functions: talking about ability,
talking about things you can do in some places
2) Language Skill
Speaking: พูดใหข้ ้อมลู เกยี่ วกับสง่ิ ที่สามารถทําได้ในสถานทต่ี ่าง ๆ

494

4. สมรรถนะสําคญั ของผเู้ รียน
4.1 ความสามารถในการส่อื สาร

5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
5.1 ใฝเ่ รียนรู้

6. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ Warm up
1. ครเู ขา้ มาในหอ้ งและกลา่ วทักทาย พร้อมถามทกุ ขส์ ุขกับนกั เรยี น
2. นักเรยี นทไ่ี ดค้ ะแนนสงู ที่สุดในการทาํ ช้นิ งาน I can … 2 คนแรกออกมาพูดนําเสนอผลงานของตนเองให้

เพื่อนฟงั ทีห่ นา้ ห้อง

ขนั้ Presentation
1. ครูช้ีทีต่ ัวเองแลว้ พดู วา่ I can swim and I can play the piano too. นักเรียนพดู ตาม 2 ครงั้ ครูเขียน

ประโยคนี้บนกระดาน และใหน้ ักเรียนอา่ นตามครู แลว้ ครูชใี้ หน้ ักเรียนเหน็ วา่ too มีความหมายวา่ ด้วย
เหมอื นกนั เมื่ออยู่ทา้ ยประโยค จากนัน้ ครูแสดงทา่ ทาง 2 ทา่ ทาง แล้วใหน้ ักเรียนพูดบอกความสามารถ
โดยใช้ too เช่น

T: (ทาํ ท่าอา่ นหนังสอื และวาดภาพ)
Ss: I can read and I can draw too.
2. ครสู ุ่มเรียกนักเรยี น 1 คน หยบิ บตั รภาพกจิ กรรมต่าง ๆ 2 ใบ และพูดบอกความสามารถตามบัตรภาพโดย
ใช้ too จากนั้นครพู ดู บอกความสามารถของนักเรียนคนดังกลา่ ว เชน่
S1: (หยบิ บตั รภาพข่ีจักรยานและเล่นฟตุ บอล)

I can ride a bike and I can play football too.
T: Win can ride a bike and he can play football too. Repeat
Ss: Win can ride a bike and he can play football too.
ครทู าํ กิจกรรมเชน่ น้ีอีก 3-4 รอบ จนนกั เรยี นพดู ไดค้ ล่อง

3. ครแู สดงบัตรภาพสวนสาธารณะและใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกกิจกรรมทีส่ ามารถทําไดท้ ส่ี วนสาธารณะ
ครรู วบรวมคาํ ตอบจากนกั เรยี นมาเขียนบนกระดาน จากน้นั นักเรยี นชว่ ยกนั พูดบอกกจิ กรรมตา่ ง ๆ ที่
สามารถทําท่ีสวนสาธารณะได้ เช่น We can walk in the park!, We can run in the park!, We can
ride a bike in the park! แลว้ ครูใหน้ ักเรียนทาํ กิจกรรมเชน่ เดียวกันนี้กบั สถานทีอ่ ืน่ เชน่
zoo: watch animals, feed animals

495

beach: make a sandcastle, swim
cinema: watch a film, eat popcorn

ขั้น Practice
1. หนงั สอื เรียน หน้า 67 Ex. 7 นักเรียนจับค่ผู ลัดกนั พูดบอกความสามารถตามภาพท่กี ําหนด แลว้ ครู

สุ่มเรยี กนกั เรียน 4 คน ออกมาพูดประโยคใหเ้ พื่อนฟังหน้าหอ้ ง ดังนี้
Tom can read and he can write too!
Oscar can play football and he can play tennis too!
Lin can dance and she can sing too!
Wendy can play the piano and she can play the guitar too!

2. นกั เรยี นเลน่ เกม โดยครูแจกบัตรภาพให้นกั เรยี นคนละ 1 ใบ นักเรยี นเดนิ ไปหาเพอื่ นทีไ่ ด้บัตรภาพ
เหมอื นกนั และจบั ค่กู ัน แล้วพูดบอกความสามารถที่ทําได้เหมือนกันจากบตั รภาพโดยใช้ too เชน่
S1: I can play the guitar.
S2: I can play the guitar too.
ถ้านกั เรียนพดู ได้ถูกต้องให้กลบั ไปน่งั ทีไ่ ด้

3. หนงั สอื เรียน หนา้ 67 Ex. 8 ครอู า่ นคาํ ถาม What can we do in the park? แลว้ เปดิ CD ใหน้ กั เรยี น
ฟงั เสียงกิจกรรมทส่ี ามารถทําได้ในสวนสาธารณะ แลว้ ครูเปิด CD อกี คร้ัง เพอ่ื เฉลยคาํ ตอบ

เสียงเล่นฟุตบอล (play football) เสียงข่ีจักรยาน (ride a bike)
เสียงคนวิง่ (run)

ภาพที่ 1 ภาพที่ 4 และภาพท่ี 5

ขน้ั Production
หนังสอื เรยี น หน้า 67 Ex. 9 นกั เรียนเลน่ เกม โดยครอู ธบิ ายวิธกี ารเล่นเกม ดังนี้
1) นักเรียนจับค่กู ัน ให้คนแรกพดู สถานที่มา 1 แหง่ และอีกคนหนึ่งพดู บอกกจิ กรรมท่ีสามารถทาํ
ได้ทนี่ ัน่ เชน่
S1: Beach
S2: We can play volleyball.

496

2) คู่ใดสามารถแต่งประโยคได้ถูกต้องมากทส่ี ดุ เป็นผ้ชู นะ แล้วนกั เรียนทชี่ นะออกมาพดู ประโยค
ใหเ้ พือ่ นฟัง

หนังสือแบบฝึกหดั (Workbook)
นกั เรียนทาํ แบบฝึกหดั ทบทวนสิ่งที่เรียนในหนังสือแบบฝึกหดั หน้า 57 Exs. 7-8 เป็นการบ้าน

หนงั สือแบบฝึกหดั (Workbook) หนา้ 57 Ex. 7

2 Miss Parker can drive a car.

3 Tom can fish.

4 Monica can play football.

หนังสอื แบบฝึกหดั (Workbook) หนา้ 57 Ex. 8

(Suggested Answer)

2 It’s green, yellow and red. 3 No, it can’t.

4 Yes, it can. 5 It’s a parrot.

7. การวัดและประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ์
แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ระดบั คุณภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
วิธีการวัด
หนงั สือแบบฝึกหดั (Workbook) รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตการพูดใหข้ อ้ มลู เก่ียวกับสงิ่ ที่ แบบประเมินคณุ ลักษณะ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
สามารถทําได้ในสถานทต่ี า่ ง ๆ อันพงึ ประสงค์

ตรวจแบบฝกึ หัด

สงั เกตพฤติกรรมบ่งชดี้ า้ น
ใฝเ่ รียนรู้

8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนังสือเรยี น EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.2 หนังสือแบบฝึกหดั EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.3 Class Audio CD ประกอบสอื่ ฯ ชดุ EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.4 บตั รภาพ

497

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 7 I can’t do my homework.

เวลา 2 ช่วั โมง

จุดประสงค์ (Objectives)
- อา่ นออกเสยี งเน้อื เร่ืองส้ัน ๆ ได้ถกู ต้องตามหลกั การอา่ น
- ตอบคําถามจากการฟงั และอา่ นได้
- แสดงบทบาทสมมตเิ กีย่ วกบั เรอ่ื งราวท่ีได้ฟงั หรืออา่ นได้

1. สาระ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้วี ัด
สาระที่ 1 ภาษาเพ่อื การสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรื่องท่ฟี งั และอ่านจากสอ่ื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเห็น

อย่างมเี หตผุ ล
ตวั ชี้วดั
ต 1.1 ป. 3/2 อา่ นออกเสยี งคํา สะกดคํา อา่ นกลมุ่ คํา ประโยค และบทพูดเข้าจงั หวะ (chant) งา่ ย ๆ

ถกู ต้องตามหลกั การอ่าน
ต 1.1 ป. 3/4 ตอบคําถามจากการฟงั หรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานงา่ ย ๆ
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นข้อมูลข่าวสาร แสดงความร้สู กึ

และความคิดเห็นอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ตวั ชี้วัด
ต 1.2 ป. 3/4 พูดขอและใหข้ ้อมลู ง่าย ๆ เกยี่ วกับตนเองและเพือ่ นตามแบบท่ีฟงั
สาระท่ี 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนาํ ไปใช้ได้

อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ
ตัวชี้วัด
ต 2.1 ป. 3/3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมทีเ่ หมาะกบั วยั

2. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
การเรยี นรูค้ ําศัพทแ์ ละโครงสร้างประโยค ชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจเรอื่ งราวทฟี่ งั และอ่าน และเข้าร่วมกิจกรรม

ทางภาษาได้อย่างสนุกสนาน

498

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 ทักษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features

Vocabulary: the Statue of Liberty

Structure: I can’t draw but I can fly!

I can see the Statue of Liberty!

He can play the guitar and he can play the drum too!

Can you help me, please?

2) Language Skills

Listening: ฟงั เพือ่ หาขอ้ มลู เฉพาะ

Speaking: แสดงบทบาทสมมตเิ กยี่ วกับเรอ่ื งที่ฟังและอา่ น

Reading: อ่านเพือ่ หาข้อมูลเฉพาะ,

อา่ นออกเสียงเน้อื เร่อื งส้ัน ๆ

4. สมรรถนะสําคัญของผู้เรยี น
4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร

5. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
5.1 ใฝเ่ รยี นรู้

5.2 มุ่งมนั่ ในการทํางาน

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

ช่ัวโมงท่ี 1

ข้นั Warm up
1. ครูเข้ามาในหอ้ งและพูดทกั ทายกบั นกั เรยี น
2. นักเรียนแบ่งเปน็ 2 กลมุ่ เลน่ เกม Noughts and Crosses โดยครเู ขยี นคาํ กริยาลงในตาราง 9 ชอ่ งบน

กระดาน ให้แตล่ ะกลมุ่ ผลัดกันแตง่ ประโยคโดยใช้ can และคํากรยิ าในตาราง กลมุ่ ที่แตง่ ไดถ้ กู ต้องจะมี
สทิ ธ์ทิ ําเครอ่ื งหมายของกลมุ่ ตนเอง คือ O หรอื X ลงในช่องคําศพั ทท์ ีแ่ ต่งประโยคได้ถกู ตอ้ ง กลมุ่ ทีท่ าํ
เครือ่ งหมายได้ 3 ชอ่ ง ตดิ กนั ก่อนในแนวใดกไ็ ดเ้ ป็นกลมุ่ ท่ีชนะ

499

fish dance cook
jump sing hear
read fly write

ข้นั Pre-listening and reading
1. ครูเขียนประโยค Can you help me, please? บนกระดาน แล้วให้นักเรยี นอ่านตามครูหลาย ๆ ครง้ั

จากนนั้ ครูอธบิ ายวา่ can นอกจากจะใชบ้ อกความสามารถแลว้ ยังใชใ้ นการขอความช่วยเหลอื หรือขอร้อง
ได้ แลว้ ครูบอกความหมายของประโยค (คณุ ชว่ ยผม/ฉันหน่อยไดไ้ หมครบั /คะ)
2. ครูติดภาพเทพีเสรีภาพบนกระดานและออกเสยี งคําศัพท์ ใหน้ ักเรียนออกเสยี งตามหลาย ๆ ครง้ั แล้วครู
เขยี นคําว่า the Statue of Liberty บนกระดาน ให้นกั เรียนอา่ นตามครู จากน้นั ครูถามนกั เรยี นวา่ รู้
หรือไม่ว่าเทพีเสรีภาพอย่ทู ปี่ ระเทศใด แล้วครูบอกขอ้ มูลสัน้ ๆ ใหน้ กั เรยี นฟงั

the Statue of Liberty (เทพีเสรภี าพ) ต้ังอยทู่ เ่ี กาะลิเบอรต์ ี อ่าวนิวยอรก์
นครนิวยอร์ก ประเทศสหรฐั อเมรกิ า เป็นของขวญั ทชี่ าวฝร่ังเศสมอบให้ชาวอเมริกนั
ในโอกาสฉลองวันชาตคิ รบ 100 ปี เม่อื วันท่ี 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2419 โดยสง่ มอบ
อย่างเป็นทางการในวนั ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2429

เทพีเสรีภาพเป็นประตมิ ากรรมโลหะสํารดิ รปู เทพีห่มเสอ้ื คลมุ มอื ขวาชูคบเพลงิ
มือซา้ ยถือแผน่ จารึกคําประกาศอิสรภาพของสหรฐั อเมริกา และมีอักษรสลกั ว่า “JULY
IV MDCCLXXVI” หรอื วนั ท่ี 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2319 (ค.ศ. 1776) เทา้ ขา้ งหน่งึ มโี ซ่
ทข่ี าด แสดงถึงความหลดุ พน้ จากการเปน็ ทาส สวมมงกฎุ 7 แฉก ซึง่ เป็นสัญลักษณ์ของ
ทะเลทงั้ เจด็ หรอื ทวปี ท้ังเจด็
ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/อนุสาวรยี เ์ ทพเี สรีภาพ

3. นักเรยี นดูภาพในหนังสอื เรียน หนา้ 68-69 แล้วบอกชอ่ื ตัวละคร (Tom, Wendy and Extra) จากนนั้ ให้
นักเรยี นบอกกิจกรรมทคี่ นในภาพท่ี 6-7 กาํ ลังทาํ (ride a bike, play the guitar, draw)

500

ขน้ั Listening and reading
1. หนังสอื เรียน หน้า 68 Ex. 10 นักเรียนอ่านประโยค 2 ประโยคทใี่ หม้ าพร้อมกนั แลว้ ปิดหนงั สือเรยี น

ครูบอกนกั เรยี นวา่ จะเปดิ CD ใหน้ กั เรียนฟัง เมอื่ ฟงั จบให้นักเรียนชว่ ยกนั ตอบคาํ ถาม จากนัน้ ครูเปิด CD
ให้นกั เรียนฟัง 2 ครง้ั เพอ่ื หาคาํ ตอบ เสรจ็ แลว้ ชว่ ยกันเฉลยคาํ ตอบ

1 no 2 yes

2. หนงั สือเรยี น หนา้ 69 Ex. 11 นักเรียนอา่ นประโยคข้อ 1-3 แล้วอา่ นเนื้อเรื่องในใจอย่างรวดเร็วเพ่ือหา
คําตอบ เสร็จแล้วชว่ ยกนั เฉลยคาํ ตอบ

1b 2a 3 a

ขั้น Post-listening and reading
1. ครูเปิด CD ใหน้ ักเรียนฟงั อกี คร้งั โดยหยุด CD เม่ือจบแตล่ ะประโยค เพื่อให้นักเรียนอ่านออกเสยี งตาม

ครตู รวจสอบการออกเสยี งและระดับเสยี งสูงตํา่ (intonation) และช่วยแกไ้ ขถ้านกั เรียนอ่านออกเสียง
ไม่ถูกต้อง จากนน้ั ให้นกั เรียนอ่านดว้ ยตนเอง
2. ครูถ่ายเอกสารหนังสอื แบบฝึกหัด (Workbook) หนา้ 84 Story Cutouts แลว้ ใหน้ กั เรยี นปดิ หนังสือเรียน
และแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 3-4 คน ครแู จก Story Cutouts ทต่ี ดั ภาพออกมาแลว้ ใหน้ ักเรียนกล่มุ ละ 1 ชุด
จากน้นั ครูอา่ นประโยคในเนือ้ เรื่องหรอื เปิด CD ให้นกั เรียนฟงั ให้แตล่ ะกล่มุ เรียงลําดับภาพตามเหตุการณ์
ใหถ้ ูกต้อง
3. นักเรียนแบ่งกลมุ่ กล่มุ ละ 3 คน ตามจาํ นวนตวั ละครในเนื้อเรือ่ ง แต่ละคนแบง่ บทบาทกันวา่ จะแสดงเป็น
ตวั ละครตวั ใด จากนั้นครูเปิด CD ใหน้ กั เรียนฝึกพูดบทของตวั ละครทต่ี นเองรับผิดชอบ แลว้ ครูใหเ้ วลาแต่
ละกลุม่ ฝึกซ้อมแสดงบทบาทสมมตเิ พื่อนาํ เสนอในคาบเรียนถัดไป ครเู ดนิ สังเกตการซ้อมบทของแต่ละกลุ่ม
และชว่ ยให้คาํ แนะนาํ
Weak classes: ครูแบ่งเน้อื เร่ืองออกเปน็ 2 ตอน คอื ตอนท่ี 1 หน้า 68 และตอนท่ี 2 หน้า 69 ดังนี้

501

ตอนท่ี 1 Oh, Tom! I can’t do my homework. Can you see Extra?
Wendy: No, I can’t but I can hear him! He’s under the bed!
Tom:
Wendy: Extra, can you help me, please?

Extra: Can you draw the Statue of Liberty?
Wendy:
I can’t draw but I can fly!
Wow! I can see the Statue of Liberty!

ตอนที่ 2 We’re on the Statue of Liberty!
Wendy: I can see a park! Let’s go to the park!
Tom: He can play the guitar and he can play the drum too!
Wendy: Wow! She can ride that bike!
Tom: Hey, Wendy, look! She can draw the Statue of Liberty!
Great ...!
Wendy: Extra! Can we go now?
Yes, OK! Oh ... hmm! Can you see my spaceship?
Extra:

ให้แต่ละกล่มุ แสดงบทบาทสมมตกิ ล่มุ ละ 1 ตอน โดยกล่มุ ที่แสดงตอนที่ 1 เป็นกลุ่มแรกออกมาแสดงก่อน
แล้วใหก้ ล่มุ ทแ่ี สดงตอนที่ 2 แสดงต่อ เพ่ือให้ครบตามเน้อื เร่ือง ครใู หน้ กั เรยี นแสดงตามลาํ ดบั เช่นน้ีจนครบ
ทกุ กลมุ่

ชวั่ โมงที่ 2

ข้นั Warm up
นักเรยี นแบ่งเปน็ 2 กลมุ่ ครูใหน้ ักเรยี นปดิ หนงั สือเรียน จากน้นั ครูเปดิ CD ประกอบหนังสอื เรยี น หนา้
68-69 Ex. 10 ใหน้ ักเรยี นฟงั ไปเรอ่ื ย ๆ แลว้ ครูหยดุ CD ให้นักเรยี นบอกว่า ประโยคถัดไปตัวละครพดู ว่า
อะไร กลุม่ ที่ทายถูกตอ้ งจะได้ 1 คะแนน กลุ่มทีท่ ายถูกตอ้ งมากท่สี ุดคอื กลุ่มทช่ี นะ

502

ข้ัน Post-listening and reading (ตอ่ )
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมาแสดงบทบาทสมมตทิ ่ีหนา้ ห้องเรยี น
2. นักเรยี นทเ่ี ป็นผ้ชู มจดบันทึกสง่ิ ท่ีควรช่ืนชมและสงิ่ ที่ควรแก้ไขระหวา่ งทเ่ี พ่ือนแตล่ ะกลมุ่ แสดง
3. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันใหข้ ้อมูลยอ้ นกลบั (feedback) การแสดงของนักเรียนแตล่ ะกลมุ่ เพื่อให้นกั เรียน

นาํ ไปปรบั ปรงุ และมอบรางวลั Best play และ Best actor and actress โดยใหน้ ักเรียนทกุ คนรว่ มกนั
ลงคะแนนเสยี งคดั เลอื ก
4. นักเรียนฝกึ อา่ นเนอ้ื เรอ่ื งในหนังสือเรียน หน้า 68-69 เปน็ การบา้ น แล้วมาอ่านให้ครฟู งั นอกเวลาเรียน

หนังสือแบบฝกึ หัด (Workbook)
นักเรียนทาํ แบบฝึกหดั ทบทวนสง่ิ ที่เรียนในหนงั สือแบบฝกึ หัด หนา้ 58 Exs. 9-10 เปน็ การบ้าน

หนังสือแบบฝกึ หัด(Workbook) หนา้ 58 Ex. 9

2 Wendy 3 Wendy 4 Extra
d1
หนงั สอื แบบฝกึ หัด (Workbook) หน้า 58 Ex. 10

b4 c2

7. การวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ์
วิธกี ารวดั
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ ระดับคณุ ภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
สงั เกตการอา่ นออกเสียงเน้อื เรือ่ ง
สนั้ ๆ แบบทดสอบ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจการตอบคาํ ถามจากการฟงั
และอา่ น แบบประเมนิ การแสดงละคร/ ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการแสดงบทบาทสมมติ บทบาทสมมติ
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหดั หนังสือแบบฝกึ หดั (Workbook) ระดับคุณภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมบง่ ชี้ดา้ น แบบประเมินคุณลักษณะ
ใฝ่เรียนรแู้ ละมุ่งม่นั ในการทาํ งาน อนั พงึ ประสงค์

503

8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สอื เรียน EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.2 หนังสอื แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.3 Class Audio CD ประกอบสื่อฯ ชดุ EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.4 ภาพเทพีเสรภี าพ
8.5 สําเนา Story Cutouts

504

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 8 What can you do?

เวลา 2 ชัว่ โมง

จุดประสงค์ (Objectives)
- ตอบคําถามจากการอ่านได้

- พูดนําเสนอเกยี่ วกบั สิง่ ทตี่ นเองทาํ ไดแ้ ละทําไมไ่ ด้

1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพอ่ื การส่อื สาร

มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตคี วามเรื่องที่ฟังและอา่ นจากส่อื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเห็น

อย่างมีเหตผุ ล

ตวั ชวี้ ดั
ต 1.1 ป. 3/4 ตอบคาํ ถามจากการฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนา หรอื นทิ านงา่ ย ๆ

มาตรฐาน ต 1.3 นาํ เสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรื่องต่าง ๆ โดยการ

พูดและการเขยี น

ตวั ชี้วัด
ต 1.3 ป. 3/1 พูดใหข้ ้อมูลเก่ียวกับตนเองและเรื่องใกลต้ ัว

2. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
การรสู้ ํานวนภาษาทใี่ ชเ้ พ่อื ใหข้ ้อมลู เกยี่ วกับส่งิ ทต่ี นเองทําได้และทาํ ไมไ่ ด้ ช่วยใหพ้ ดู และเขยี นสอื่ สาร

เก่ียวกบั ตนเองไดถ้ กู ต้องและเหมาะสม

3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ทกั ษะเฉพาะวิชา
1) Language Features and Functions
Structure: Hello, I’m Wendy and I’m eight years old.
I can write but I can’t draw.
I can sing and I can dance too.
Functions: introducing yourself,
talking about ability

505

2) Language Skills

Speaking: พดู นาํ เสนอเกย่ี วกับส่งิ ทต่ี นเองทําได้และทาํ ไมไ่ ด้

Reading: อ่านเพอ่ื หาข้อมลู เฉพาะ

Writing: เขยี นใหข้ ้อมูลเกยี่ วกบั สง่ิ ท่ีตนเองทําได้และทาํ ไม่ได้

4. สมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรยี น
4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร

5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

5.1 ใฝเ่ รียนรู้
5.2 มุ่งมน่ั ในการทาํ งาน

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

ชัว่ โมงที่ 1

ขน้ั Warm up
1. ครูและนกั เรียนกลา่ วทักทายกัน
2. ครูแสดงบตั รภาพ read, write, play football, play tennis, dance, sing, play the piano, play

the guitar, ride a bike และ swim ทีละใบ นักเรียนออกเสยี งคาํ ศัพท์ตามครู จากนัน้ นักเรียนเลน่ เกม
เพ่อื ทบทวนคาํ ศัพท์ ดงั นี้

1) นกั เรยี นแบ่งเปน็ 2 กล่มุ แตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมาเลน่ เกมคร้งั ละ 5 คน
2) ตัวแทนแต่ละกลมุ่ ยนื เข้าแถวเรยี งหนา้ กระดาน และหันหนา้ เข้าหาอกี กลุม่ จากนัน้ นกั เรียนแต่

ละกล่มุ นับเลข 1-5 ครูบอกใหน้ ักเรยี นจดจาํ ตวั เลขของตนเองไว้
3) ครนู ําบตั รภาพคร้งั ละ 5 ใบ มาวางเรยี งแถวตอ่ กันระหวา่ งแถวของท้ัง 2 กลมุ่

12 34…

12 34…

4) ครูบอกว่า ครูจะพดู ตัวเลขและคําศัพท์ เชน่ two - sing ใหน้ กั เรียนทน่ี ับเลข 2 ของแตล่ ะ
กลมุ่ แข่งกันออกมาแตะบตั รภาพ sing และตะโกนคําว่า sing ตวั แทนกลมุ่ ใดแตะบตั รภาพได้
กอ่ นและพดู คําศพั ท์ถกู ต้องจะมสี ทิ ธ์เิ ก็บบตั รภาพน้นั ไว้

5) กลุ่มทเ่ี กบ็ บัตรภาพได้มากที่สดุ เป็นกลมุ่ ทีช่ นะ

506

ขั้น Pre-reading
1. ครเู ขยี นประโยคคาํ ถาม What can you do? บนกระดาน แล้วนักเรยี นอา่ นออกเสียงตามครู ครตู อบ

คําถามโดยช้ีที่ตนเองและพูดว่า I can cook and I can sing too. แล้วสุม่ เรยี กนักเรยี นหลาย ๆ คน ให้
บอกวา่ ตนเองสามารถทําสิ่งใดได้บ้าง ครกู ระตนุ้ ให้นักเรยี นใช้ and เชือ่ มประโยคและใช้ too ทา้ ย
ประโยค ซ่ึงมคี วามหมายว่า และ ... ดว้ ยเหมอื นกัน เช่น

T: What can you do?
S1: I can jump and I can dance too.
S2: I can play football and I can swim too.
S3: I can write and I can read too.
2. ครูพดู ว่า I can sing but I can’t play the piano. แลว้ ถามนักเรียนว่ามสี งิ่ ใดบา้ งท่นี กั เรียนทําได้และ
ทาํ ไม่ได้ โดยกระตุ้นใหน้ ักเรยี นใช้ but เชอื่ มประโยค เชน่
S1: I can dance but I can’t sing.
S2: I can play football but I can’t play tennis.
S3: I can write but I can’t draw.
3. นกั เรยี นดูภาพในหนงั สอื เรยี น หนา้ 70 Ex. 12 แล้วตอบคาํ ถามครูวา่ Who is this girl? (Wendy.) จากนั้น
นักเรยี นอ่านชือ่ เร่ืองและชว่ ยกันบอกวา่ ข้อความนีเ้ กยี่ วกับเรอ่ื งอะไร (สง่ิ ท่ี Wendy ทําได้และทาํ ไมไ่ ด้)

ขั้น Reading
1. หนังสือเรยี น หน้า 70 Ex. 12 ครูเปดิ CD ใหน้ ักเรยี นฟงั และอ่านขอ้ ความตามในใจ จากนั้นครเู ปดิ CD

อกี ครง้ั ให้นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งตาม CD
2. หนงั สอื เรยี น หน้า 70 Ex. 13 นกั เรยี นอ่านประโยคขอ้ 1-8 ทใี่ ห้มา แล้วยอ้ นกลับไปอ่านขอ้ ความและ

ตอบคําถาม เสรจ็ แล้วเฉลยคําตอบรว่ มกนั

1 no 2 yes 3 yes 4 no

5 yes 6 no 7 yes 8 yes

ขน้ั Post-reading

1. หนังสือเรยี น หนา้ 70 Ex. 14 นักเรยี นอา่ นตัวอย่างการแนะนาํ ตนเองและบอกความสามารถ จากนัน้
นกั เรยี นจบั คกู่ บั เพ่อื นผลัดกนั พูดแนะนาํ ตนเองและบอกสิ่งทท่ี าํ ได้และทําไม่ไดเ้ หมือนดงั ตวั อยา่ ง เสรจ็

แล้วครขู ออาสาสมัครนกั เรยี นหลาย ๆ คน ออกมาพูดทห่ี น้าห้อง

507

2. หนงั สือเรียน หน้า 75 Portfolio ครใู ห้นกั เรียนอ่านข้อความในหนา้ 70 Ex. 12 เพอ่ื เปน็ ต้นแบบในการ

เขยี น แลว้ ครูแจกกระดาษ A4 ให้นกั เรียนวาดภาพและเขียนบรรยายส้นั ๆ เกี่ยวกับส่งิ ที่ตนเองสามารถทํา

ได้หรอื ทําไม่ได้
3. นกั เรียนผลัดกันอ่านผลงานของตนเองให้เพอื่ นฟงั และเตรยี มออกมาพดู นาํ เสนอในคาบถัดไป

ช่ัวโมงที่ 2

ขน้ั Warm up
เลน่ เกม Teacher says โดยครบู อกวา่ ถ้าครพู ดู วา่ Teacher says ตามดว้ ยคาํ สัง่ ให้นักเรยี นทาํ ทา่ ตาม
คาํ สั่งท่ไี ดย้ ิน แตถ่ า้ ครพู ดู คาํ สัง่ โดยไมไ่ ด้พดู วา่ Teacher says ให้นกั เรียนทําทา่ อื่นทีไ่ มใ่ ช่คาํ สั่งท่คี รูบอก
เชน่
T: Teacher says, “Sing!”
Ss: (ทาํ ท่ารอ้ งเพลง)
T: Play the piano!
Ss: (ทําทา่ อน่ื ทไี่ ม่ใช่เล่นเปยี โน)

ขั้น Post-reading (ต่อ)
1. ครูเตรียมตวั ผู้ฟัง จากนน้ั สุม่ เรยี กนักเรยี นออกมาพูดนําเสนอเกย่ี วกบั สง่ิ ท่ีตนเองสามารถทําได้หรอื

ทําไม่ได้
2. เมื่อนกั เรียนแต่ละคนพูดนาํ เสนอเสร็จ ครูสมุ่ เรยี กผูฟ้ ัง 1 คน พูดชมเชยเพอ่ื น 1 ข้อ และบอกสิง่ ทค่ี วร

ปรับปรงุ แก้ไข 1 ขอ้

7. การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมือ เกณฑ์
วิธีการวดั แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมินชิน้ งาน ระดับคณุ ภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
ตรวจการตอบคําถามจากการอ่าน แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์

ประเมนิ ช้ินงาน Portfolio แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
อนั พงึ ประสงค์
สังเกตการพูดนาํ เสนอเก่ียวกบั ส่ิงท่ี
ตนเองทําไดแ้ ละทําไมไ่ ด้
สังเกตพฤตกิ รรมบ่งชด้ี ้าน
ใฝ่เรยี นรแู้ ละมุง่ มัน่ ในการทํางาน

508

8. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียน EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.2 Class Audio CD ประกอบสือ่ ฯ ชดุ EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.3 อปุ กรณ์การทํางาน ไดแ้ ก่ กระดาษ A4 และดนิ สอสี

509

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 9 Let’s sing!

เวลา 1 ชว่ั โมง

จดุ ประสงค์ (Objectives)
- รอ้ งเพลงและเล่นเกมทางภาษาตามทีก่ าํ หนดได้

- ตอบคําถามจากการอ่านได้

- พูดขอและให้ขอ้ มูลเกี่ยวกับความสามารถได้

1. สาระ มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชี้วดั
สาระที่ 1 ภาษาเพ่อื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรื่องท่ฟี งั และอ่านจากส่อื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น

อยา่ งมเี หตุผล
ตวั ชวี้ ดั
ต 1.1 ป. 3/4 ตอบคําถามจากการฟงั หรืออา่ นประโยค บทสนทนา หรอื นทิ านงา่ ย ๆ
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรู้สกึ

และความคิดเห็นอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ตวั ชี้วดั
ต 1.2 ป. 3/4 พูดขอและใหข้ อ้ มลู ง่าย ๆ เกีย่ วกบั ตนเองและเพอื่ นตามแบบท่ีฟัง
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพันธ์ระหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนําไปใชไ้ ด้

อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ตัวชี้วดั
ต 2.1 ป. 3/3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมทีเ่ หมาะกับวัย

2. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด
การรคู้ ําศัพทแ์ ละโครงสร้างประโยคในการขอและให้ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ส่งิ ทท่ี ําได้และทําไม่ไดผ้ า่ นการเขา้

รว่ มกจิ กรรมทางภาษา ทําใหเ้ กิดความสนกุ สนานและเกดิ เจตคตทิ ี่ดใี นการเรียนรภู้ าษา

510

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 ทักษะเฉพาะวิชา

1) Language Features and Function

Structure: I can play the piano and you can play with me!

Can you sing? No, I can’t.

Can you dance? Yes, I can.

Function: talking about ability

2) Language Skills

Speaking: ร้องเพลงภาษาองั กฤษ, พูดขอและใหข้ ้อมูลเกี่ยวกับความสามารถ

Reading: อ่านเพอ่ื หาขอ้ มูลเฉพาะ

4. สมรรถนะสําคญั ของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร

5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
5.1 ใฝเ่ รยี นรู้

6. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ัน Warm up
1. ครแู ละนกั เรียนกลา่ วทกั ทายกนั
2. ทบทวนการบอกความสามารถของตนเอง โดยครสู ุ่มเรียกนักเรียนใหบ้ อกส่ิงท่ีตนเองสามารถทาํ ไดแ้ ละทาํ

ไม่ไดใ้ หเ้ พือ่ นในห้องฟัง เช่น
S1: I can swim but I can’t play tennis.
S2: I can ride a bike but I can’t swim.
S3: I can play the guitar but I can’t play the piano.

ขั้น Presentation
นกั เรยี นดภู าพในหนงั สือเรยี น หน้า 72 Ex. 16 ครชู ี้ทีภ่ าพ Extra แลว้ ถามนกั เรยี น ดงั นี้
T: Who can you see in the picture?
Ss: Extra.
T: What can Extra do?
Ss: He can play the piano. (run, jump, dance, sing, fish and swim)

511

ครอู ่านเน้ือเพลงทีละประโยคชา้ ๆ และใหน้ ักเรียนอา่ นออกเสยี งตาม

ขั้น Practice
1. หนังสือเรียน หนา้ 72 Ex. 16 ครูบอกวา่ นักเรียนจะได้ฝกึ รอ้ งเพลงภาษาองั กฤษ จากนนั้ ครเู ปดิ CD 2-3

คร้ัง และนักเรยี นฝกึ ร้องตามไปดว้ ย แล้วครูแบง่ นกั เรยี นออกเป็น 4 กล่มุ ให้แตล่ ะกลุ่มร้องเพลงกลุ่มละ
1 ท่อน และคิดทา่ ทางประกอบดว้ ย เสรจ็ แล้วครูเปดิ CD เมือ่ ถึงเนอื้ เพลงของกลมุ่ ใดใหก้ ลุ่มนั้นรอ้ งเพลง
พรอ้ มกบั ทาํ ทา่ ประกอบ
2. ครถู ามนกั เรียนวา่ ในเนอื้ เพลงมีคาํ กริยาทง้ั หมดก่คี ํา อะไรบ้าง (7 คํา - play (the piano), sing, dance,
run, jump, fish, swim)
3. หนังสือเรยี น หนา้ 72 Ex. 17 นักเรยี นอ่านเน้ือเพลงใน Ex. 16 แล้วเขยี นส่งิ ที่ Extra สามารถทําได้

Extra can do lots of things. He can play the piano. He can sing. He can
dance.
He can run. He can jump. He can fish and he can swim too.

ข้นั Production
หนังสอื เรยี น หน้า 71 Ex. 15 ครูเปดิ CD ใหน้ ักเรยี นฟงั ตวั อยา่ งการเลน่ เกมและฝึกพูดตาม แล้วนักเรียน
เลน่ เกมทบทวนคาํ ถาม Can …? ครอู ธบิ ายกติกาการเล่นเกมว่า ให้นกั เรยี น 1 คน ออกมาแสดงท่าทาง
และใหเ้ พ่ือนในห้องทายวา่ นักเรยี นคนดังกลา่ วสามารถทําอะไรได้ คนทที่ ายถกู ให้ออกมาแสดงทา่ ทางให้
เพือ่ นทายบ้าง

หนงั สือแบบฝึกหดั (Workbook)
นักเรียนทาํ แบบฝึกหดั ทบทวนสิ่งที่เรยี นในหนังสือแบบฝกึ หัด หนา้ 60 Ex. 13 เปน็ การบา้ น

หนังสือแบบฝกึ หัด (Workbook) หน้า 60 Ex. 13
2a 3d 4b

512

7. การวดั และประเมนิ ผล เครอื่ งมอื เกณฑ์
แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
วิธกี ารวดั แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดบั คุณภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์

ตรวจการตอบคาํ ถามจากการอ่าน แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดับคณุ ภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์

สงั เกตการรอ้ งเพลงและเล่นเกม หนงั สือแบบฝกึ หัด (Workbook) ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ทางภาษา แบบประเมินคุณลกั ษณะ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
อนั พึงประสงค์
สงั เกตการพดู ขอและใหข้ อ้ มูล
เกี่ยวกบั ความสามารถ

ตรวจแบบฝึกหดั

สงั เกตพฤติกรรมบง่ ชีด้ า้ น
ใฝเ่ รียนรู้

8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้

8.1 หนังสอื เรียน EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.2 หนังสือแบบฝกึ หัด EXTRA and Friends 3 ป. 3

8.3 Class Audio CD ประกอบสอื่ ฯ ชดุ EXTRA and Friends 3 ป. 3

513

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 10 Final sounds: /m/ and /n/

เวลา 1 ชัว่ โมง

จดุ ประสงค์ (Objectives)
- ออกเสยี งคาํ ศพั ทท์ ลี่ งทา้ ยด้วยเสยี งพยญั ชนะ /m/ และ /n/ ได้
- ระบุคําศพั ท์ตรงตามคาํ ทีฟ่ งั ได้

1. สาระ มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรอ่ื งทฟ่ี งั และอา่ นจากสอ่ื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เห็น

อยา่ งมีเหตผุ ล
ตัวช้ีวดั
ต 1.1 ป. 3/2 อา่ นออกเสยี งคาํ สะกดคาํ อ่านกลมุ่ คํา ประโยค และบทพดู เข้าจงั หวะ (chant) งา่ ย ๆ

ถูกต้องตามหลักการอ่าน
ต 1.1 ป. 3/3 เลอื ก/ระบภุ าพหรือสญั ลกั ษณ์ตรงตามความหมายของกล่มุ คําและประโยคที่ฟงั

2. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด
การรจู้ กั เสียงพยญั ชนะในภาษาอังกฤษ เปน็ พ้ืนฐานในการอา่ นและสะกดคาํ

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 ทกั ษะเฉพาะวิชา

1) Language Features

Vocabulary: mum, jam, drum, arm, green, run, sun, moon

Pronunciation: final sounds: /m/ and /n/

2) Language Skills

Listening: ฟงั และระบุคํา

Reading: อ่านออกเสยี งคาํ ศัพทท์ ลี่ งทา้ ยดว้ ยเสยี งพยญั ชนะ /m/ และ /n/

4. สมรรถนะสําคัญของผู้เรยี น
4.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร

514

5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
5.1 ใฝเ่ รียนรู้

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั Warm up
1. ครแู ละนกั เรยี นกล่าวทักทายกนั
2. เลน่ เกม Whisper ทบทวนคาํ ศัพทแ์ ละโครงสรา้ งประโยคทเ่ี รยี นมาแลว้ โดยนักเรียนแบ่งออกเป็น

4-5 กลุม่ แตล่ ะกลมุ่ ต้องมีจํานวนสมาชิกเทา่ กัน ใหแ้ ต่ละกล่มุ ยืนเรียงเปน็ แถวตอนลึก ครูเรยี กนกั เรียน ที่
ยืนหวั แถวของแต่ละกล่มุ ออกมาหน้าหอ้ งเรียน แลว้ กระซบิ ประโยค เชน่ Extra can dance and he can
sing too. โดยตวั แทนแตล่ ะกลุม่ จะไดย้ นิ ประโยคไมเ่ หมอื นกัน จากน้ันนักเรยี นกลับไปท่ีแถวของตนเอง
แล้วกระซบิ ประโยคทไ่ี ด้ยนิ จากครูให้เพือ่ นคนถัดไปฟัง สมาชกิ ในกลุ่มกระซิบต่อกันไปเร่อื ย ๆ จนถงึ คน
สุดทา้ ยของแถว ซึง่ คนสดุ ท้ายจะต้องวิ่งมาท่ีหน้าห้องเรยี นและพูดประโยคทีไ่ ดย้ ิน กลมุ่ ใดพูดประโยคได้
ถกู ต้องและเรว็ ทีส่ ุดจะได้ 1 คะแนน กลมุ่ ทมี่ ีคะแนนมากที่สดุ เป็นกลมุ่ ทช่ี นะ

ขนั้ Presentation
สอนคําศัพท์ mum (แม)่ , jam (แยม), drum (กลอง) และ arm (แขน) ดังน้ี
1) แสดงบัตรภาพ นักเรียนบอกคาํ ศัพท์ เมอื่ ได้คาํ ตอบที่ถกู ตอ้ ง นกั เรยี นออกเสยี งคําศพั ท์พร้อมกัน
2) ครตู ิดบตั รภาพบนกระดานและสมุ่ เรียกนักเรียนออกมาเขียนคําศพั ท์ใต้บัตรภาพ แลว้ นกั เรียนอา่ น
ออกเสียงคําศพั ท์พรอ้ มกัน
3) ขดี เส้นใต้ m และถามนกั เรยี นวา่ m ออกเสียงวา่ อยา่ งไร เม่อื ไดค้ ําตอบว่า /m/ แล้ว ครูอธิบาย
วา่ เสียงพยญั ชนะ /m/ คลา้ ยกับเสียงท่ีสะกดดว้ ย “ม” ในภาษาไทย ในการออกเสียงนใ้ี ห้
นักเรียนปิดริมฝีปากท้ังสอง ครสู าธิตการออกเสียงและใหน้ ักเรียนออกเสยี งตามหลาย ๆ ครั้ง
4) ครทู าํ กจิ กรรมเช่นเดียวกันนกี้ บั คําศพั ท์ green (สีเขียว), run (วิ่ง), sun (พระอาทิตย)์ และ
moon (พระจันทร)์ เพอื่ สอนเสยี ง /n/ โดยครอู ธิบายว่า เสียงพยญั ชนะ /n/ คล้ายกบั เสียงที่
สะกดด้วย “น” ในภาษาไทย ครสู าธิตการออกเสยี งและให้นกั เรยี นออกเสยี งตาม

ข้นั Practice
1. หนงั สือเรยี น หน้า 71 Sound Spot นกั เรยี นดภู าพในหวั ขอ้ Sound Spot และฟงั เสียง /m/ และ /n/

จาก CD 2-3 คร้ัง นกั เรยี นออกเสยี งตามโดยเน้นออกเสียงใหถ้ กู ต้อง ครูตรวจสอบการออกเสียง
ด้วยการสมุ่ เรียกนักเรียนให้ออกเสยี งทีละคน

515

-m: mum, jam -n: green, run

ขอ้ ควรจําและปฏบิ ัตใิ นการออกเสียงพยัญชนะ /m/ เสยี งพยญั ชนะ /m/ คลา้ ยกบั เสยี ง
ที่
สะกดด้วย “ม” ในภาษาไทย รมิ ฝปี ากทั้งสองปดิ สนทิ แนน่ เพดานอ่อนลดระดับลง
กระแสลมจากปอดผ่านเขา้ ไปในช่องจมกู และออกมาทางรจู มูก ในการออกเสยี งพยญั ชนะ
/m/ เส้นเสียงต้องสัน่
ข้อควรจําและปฏบิ ัตใิ นการออกเสียงพยญั ชนะ /n/ เสยี งพยัญชนะ /n/ คล้ายกบั เสียงที่
สะกดด้วย “น” หรือ “ณ” ในภาษาไทย ปลายลนิ้ แตะท่ีปุ่มเหงอื ก เพดานออ่ นลดระดับลง
กระแสลมจากปอดผา่ นเข้าไปในช่องจมูกและออกมาทางรจู มกู ในการออกเสยี งพยญั ชนะ
/n/ เสน้ เสียงต้องสน่ั
ที่มา : ปรารมภร์ ัตน์ โชติกเสถยี ร. (2557). การออกเสยี งสระและเสยี งพยญั ชนะ

ในภาษาอังกฤษ. กรงุ เทพมหานคร : สํานักพิมพแ์ หง่ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั .

2. ครูแสดงบตั รภาพและออกเสียงคําศัพท์ต่อไปนท้ี ีละคาํ mum (แม่), jam (แยม), drum (กลอง)

room (หอ้ ง), green (สเี ขยี ว), run (วิง่ ), sun (พระอาทติ ย์), can (กระป๋อง) และ moon (พระจนั ทร)์

ให้นกั เรยี นบอกว่า คําศพั ท์เหลา่ นีล้ งท้ายดว้ ยตวั อักษรใด

3. นักเรยี นทาํ ใบงานที่ 2 (Worksheet 2) Ex. A โดยอา่ นคาํ ศพั ท์ท่ใี ห้มาในขอ้ ที่ 1-4 ตามครู แลว้ ฟังครู

ออกเสยี งคาํ ศัพท์ จากนั้นวงกลมล้อมรอบคําศัพท์ตามท่ีครูพูด

ครอู อกเสียงคําศพั ท์ ดงั นี้

ข้อ 1 mum ขอ้ 2 room

ขอ้ 3 can ข้อ 4 sun

ใบงานท่ี 2 (Worksheet 2) Ex. A

1 mum 2 room 3 can 4 sun

516

4. นกั เรยี นทําใบงานท่ี 2 (Worksheet 2) Ex. B ดภู าพและเติมคาํ ใหส้ มบรู ณ์ จากนั้นครูพดู คําศพั ท์
ใหน้ กั เรียนฟังและตรวจคําตอบ

ใบงานที่ 2 (Worksheet 2) Ex. B 3n
6n
1m 2m
4n 5m

ขน้ั Production

นกั เรยี นแบ่งกลุ่มคละความสามารถ กลุ่มละ 4 คน เดก็ เก่งชว่ ยเหลอื เพ่อื นในการอา่ นคําศัพทใ์ นใบงาน
ท่ี 2 (Worksheet 2) Ex. B แลว้ มาอา่ นให้ครฟู งั

My word book
นักเรียนบันทกึ คาํ ศัพทท์ ีเ่ รียนลงในสมดุ คาํ ศพั ท์ พรอ้ มทั้งบอกความหมาย โดยครูแนะนาํ ใหน้ กั เรียนบันทกึ

คาํ ศพั ทโ์ ดยเรยี งตามตัวอกั ษร a-z

7. การวดั และประเมนิ ผล เครือ่ งมือ เกณฑ์
แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดับคณุ ภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
วธิ ีการวัด
สงั เกตการออกเสียงคําศัพท์ ใบงานที่ 2 (Worksheet 2) รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ทลี่ งท้ายด้วยเสียงพยัญชนะ /m/ ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
และ /n/ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะ
อนั พึงประสงค์
ตรวจการระบุคําศัพท์ตรงตามคําท่ี
ฟังและอ่าน

สังเกตพฤติกรรมบง่ ชดี้ า้ น
ใฝ่เรยี นรู้

8. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
8.1 หนงั สอื เรยี น EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.2 Class Audio CD ประกอบสือ่ ฯ ชุด EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.3 ใบงานที่ 2 (Worksheet 2)
8.4 บตั รภาพ

517

ใบงานที่ 2 (Worksheet 2) run
A. Listen and circle the words. moon
can
1. mum drum
2. room
3. jam
4. sun

B. Write. Listen and check. ‚



ja___ mu___
ƒ „

ru___ moo___
… †

dru___ su___
518

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 11 What can Greg do? เวลา 1 ชั่วโมง

จุดประสงค์ (Objectives)
- ระบุข้อมลู เฉพาะจากการฟงั ได้
- พูดขอและให้ขอ้ มลู เกย่ี วกับความสามารถได้

1. สาระ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วัด
สาระที่ 1 ภาษาเพือ่ การสอื่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตคี วามเรอ่ื งท่ีฟังและอา่ นจากสือ่ ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเหน็

อย่างมเี หตผุ ล
ตัวช้วี ดั
ต 1.1 ป. 3/3 เลือก/ระบภุ าพหรือสัญลกั ษณต์ รงตามความหมายของกลุ่มคําและประโยคท่ีฟัง
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรสู้ ึก

และความคดิ เหน็ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ตัวชว้ี ัด
ต 1.2 ป. 3/4 พูดขอและให้ข้อมูลง่าย ๆ เกี่ยวกับตนเองและเพือ่ นตามแบบที่ฟัง

2. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด
การรู้สาํ นวนภาษาทใ่ี ช้ในการพดู ขอและใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกบั ความสามารถ ช่วยให้เข้าใจเรอ่ื งทฟี่ งั และพดู

สือ่ สารเก่ียวกบั ตนเองและเพ่ือนไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง

3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ทักษะเฉพาะวชิ า
1) Language Features
Vocabulary: ride a bike, play the piano, drive a car, play the drum
Structure: Can you drive a car? No, I can’t.
2) Language Skills
Listening: ฟังเพ่อื หาขอ้ มูลเฉพาะ
Speaking: พูดขอและให้ขอ้ มูลเกี่ยวกับความสามารถ

519

4. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการส่อื สาร

5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
5.1 ใฝเ่ รียนรู้

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้น Warm up

ทบทวนคาํ สรรพนาม โดยครชู บู ัตรคาํ และใหน้ กั เรียนบอกคาํ สรรพนามท่ีใชแ้ ทนคาํ นามในบตั รคํา เชน่
T: (ชบู ตั รคํา a cat)
Ss: It.
T: (ชบู ตั รคาํ books)
Ss: They.
T: (ชูบัตรคาํ you and me)
Ss: We.
T: (ชบู ตั รคาํ a girl)
Ss: She.

ครูทํากิจกรรมเช่นนจ้ี นกวา่ นกั เรยี นจะตอบไดค้ ลอ่ ง

ขัน้ Pre-listening
1. ครูสนทนากบั นกั เรยี น 1 คน ทเ่ี ตรียมไว้แลว้ ดงั น้ี

T: Can you play football, Pop?
S1: Yes, I can.
T: Can you play the drum?
S1: Play the drum? Oh, no! I can’t play the drum.
T: Can you swim?
S1: No! I can’t swim!
T: Can you play the guitar?
S1: Oh, yes! I can play the guitar!
แลว้ ครถู ามนักเรยี นในช้นั วา่ บทสนทนานเี้ ปน็ เรอ่ื งเก่ยี วกบั อะไร (ถาม-ตอบความสามารถ)
2. ทบทวนสํานวนการถามและบอกความสามารถดว้ ยประโยค Can you …? โดยใหน้ ักเรยี นเลน่ เกม ดงั น้ี

520

1) ครเู ขียนความสามารถของตนเองไวใ้ นกระดาษ จากนน้ั ใหน้ กั เรียนถามครดู ้วยประโยค
Can you …? เช่น
S1: Can you play the piano?
T: No, I can’t.
S2: Can you play the drum?
T: No, I can’t.
S3: Can you drive a car?
T: Yes, I can.

2) นกั เรียนถามไปเรื่อย ๆ จนกว่าครจู ะตอบว่า Yes, I can.
3) นักเรยี นคนใดที่ถามแล้วครตู อบวา่ Yes, I can. จะไดอ้ อกมาเปน็ คนเขียนความสามารถและ

ให้เพ่อื นในชน้ั ทาย
3. หนงั สือแบบฝกึ หัด (Workbook) หนา้ 59 Ex. 11 นกั เรยี นดภู าพและบอกคาํ ศัพท์ เชน่ ride a bike,

play the piano, drive a car, play the drum จากน้ันครูอธบิ ายว่า นักเรียนจะได้ฟงั บทสนทนาถาม-
ตอบส่งิ ท่ี Greg ทาํ ได้และทาํ ไมไ่ ด้ ใหน้ ักเรียนดูภาพและฟงั แล้วทาํ เครอ่ื งหมาย ü หรอื ลงในชอ่ งวา่ ง
ใต้ภาพให้ถกู ต้อง

ขน้ั Listening
ครูเปดิ CD ใน Ex. 11 ใหน้ กั เรียนฟงั 2 รอบ รอบท่ี 1 เปดิ CD ให้นักเรยี นฟังบทสนทนาอยา่ งตอ่ เนือ่ ง
รอบท่ี 2 เปิดใหน้ ักเรียนฟังและหยดุ เปน็ ระยะ เพื่อทาํ เครื่องหมาย ü หรอื ในช่องว่างให้ถูกต้อง

Narrator: Listen and put a tick or a cross. What can Greg do?
Female: Can you ride a bike, Greg?
Male: Yes, I can.
Female: Can you play the piano?
Male: Play the piano? Oh, no! I can’t play the piano.
Female: Can you drive a car?
Male: No! I can’t drive a car!
Female: Can you play the drum?
Male: Oh, yes! I can play the drum! Listen!

521

ข้ัน Post-listening
1. เมอ่ื นักเรียนทํากจิ กรรมการฟงั เสรจ็ ครตู รวจคําตอบโดยถามคําถามและให้นักเรยี นตอบ ดังน้ี

T: Can Greg ride a bike?
Ss: Yes, he can.
T: Can Greg play the piano?
Ss: No, he can’t.
T: Can Greg drive a car?
Ss: No, he can’t.
T: Can Greg play the drum?
Ss: Yes, he can.

หนงั สือแบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 59 Ex. 11
1 ü 2 3 4 ü

2. ครูนาํ Audio Script ของ Ex. 11 มาติดบนกระดาน จากนัน้ เปดิ CD ให้นักเรยี นฟงั และอา่ นตามในใจ

เสร็จแล้วเปิด CD อีกคร้งั และใหน้ ักเรียนอ่านออกเสยี งตาม CD
3. ครูแจกกระดาษคร่งึ A4 ใหน้ ักเรยี นคนละ 1 แผ่น จากน้ันครวู าดตารางบนกระดานเป็นตัวอยา่ งและ

ให้นักเรยี นวาดตารางลงในกระดาษที่ครูแจกให้

Name I/He/She can …
1.
2.
3.
4.

นกั เรียนเขียนชอื่ ตนเองลงในตารางช่องท่ี 1 ดา้ นซ้ายมือ และเขยี นความสามารถในช่องท่ี 1 ดา้ นขวามือ

จากนั้นถามความสามารถของเพือ่ นในช้นั 3 คน และเขยี นข้อมูลของเพอ่ื นลงในตาราง ซ่งึ ในการตอบ
คําถามนักเรียนจะตอ้ งใช้ข้อมูลของตนเองทเ่ี ขียนไว้ในตาราง เช่น

S1: What’s your name?

S2: My name’s Pop.
S1: Can you dance?

522

S2: No, I can’t.
S1: Can you swim?
S2: Yes, I can.
ครูสุม่ เรียกนกั เรยี นหลาย ๆ คน พูดรายงานสิ่งท่เี พ่ือนทาํ ได้และทําไมไ่ ด้ เชน่ Pop can swim but he
can’t dance.
4. หนงั สอื แบบฝกึ หดั (Workbook) หนา้ 59 Ex. 12 นกั เรียนทาํ เป็นการบา้ น

หนังสอื แบบฝกึ หดั (Workbook) หนา้ 59 Ex. 12
2a 3b 4d

7. การวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์
วิธกี ารวดั รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
หนงั สอื แบบฝกึ หัด (Workbook)
ตรวจการระบุขอ้ มูลจากการฟงั และแบบทดสอบ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตการพูดขอและให้ข้อมูล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
เกีย่ วกบั ความสามารถ
ตรวจแบบฝึกหดั หนงั สือแบบฝกึ หดั (Workbook) รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมบง่ ชี้
ด้านใฝ่เรียนรู้ แบบประเมินคุณลักษณะ ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์

อนั พึงประสงค์

8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนังสอื แบบฝกึ หดั EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.2 Class Audio CD ประกอบส่อื ฯ ชดุ EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.3 Audio Script หนังสอื แบบฝึกหัด หน้า 59 Ex. 11
8.4 บตั รคํา

523

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 12 Blackpool

เวลา 1 ชว่ั โมง

จุดประสงค์ (Objective)
- พดู ให้ข้อมูลเกี่ยวกบั กิจกรรมท่สี ามารถทาํ ไดท้ สี่ ถานทที่ ่องเทีย่ วในประเทศอังกฤษและ

ประเทศไทยได้

1. สาระ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ัด
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พันธ์ระหว่างภาษากบั วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนําไปใช้

ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ตัวชว้ี ดั
ต 2.1 ป. 3/2 บอกช่ือและคําศัพท์ง่าย ๆ เกยี่ วกบั เทศกาล/วันสาํ คญั /งานฉลอง และชีวติ

ความเปน็ อยู่ของเจ้าของภาษา
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพันธก์ ับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาตา่ งประเทศเป็นเครอ่ื งมือพนื้ ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ

และการแลกเปลี่ยนเรียนรกู้ ับสงั คมโลก
ตัวชี้วดั
ต 4.2 ป. 3/1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเพอื่ รวบรวมคาํ ศัพท์ท่เี กี่ยวข้องใกล้ตวั

2. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
การรขู้ อ้ มลู เกย่ี วกับประเทศเจา้ ของภาษา ช่วยให้พูดสอื่ สารเกี่ยวกบั ประเทศนน้ั เขา้ ใจวฒั นธรรม

และนาํ ไปใชไ้ ด้อยา่ งเหมาะสม

3. สาระการเรียนรู้
3.1 ทกั ษะเฉพาะวชิ า
1) Language Features
Vocabulary: visit, wonderful, view, roller coaster, circus
Structure: Visit Blackpool and have a fantastic time!
You can swim at the Pleasure Beach.

524

2) Language Skills

Speaking: พูดให้ข้อมูลเก่ยี วกบั กิจกรรมทส่ี ามารถทาํ ไดท้ ส่ี ถานท่ีท่องเท่ียวในประเทศ

องั กฤษและประเทศไทย

Reading: อ่านและเติมคาํ

4. สมรรถนะสําคัญของผเู้ รียน
4.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร

5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
5.1 ใฝเ่ รยี นรู้

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั Warm up
1. ครูและนักเรียนพดู ทักทายกัน
2. ทบทวนคํากริยา เช่น fly, jump, run, fish, dance, draw, swim, write ดว้ ยการเล่นเกม Teacher

says โดยครบู อกวา่ เมอ่ื ครูพดู ว่า Teacher says ตามดว้ ยคาํ สง่ั ใหน้ ักเรยี นทาํ ทา่ ตามคําส่งั ทค่ี รูพูด แต่ถ้า
ครพู ูดคาํ ส่งั โดยไมไ่ ดพ้ ดู ว่า Teacher says ใหน้ กั เรยี นทําทา่ อนื่ ที่ไม่ใช่คําสั่งทค่ี รูพูด เช่น

T: Teacher says, “swim!”
Ss: (ทําทา่ ว่ายนํา้ )
T: Fish!
Ss: (ทําทา่ อ่นื ทไ่ี ม่ใช่ตกปลา)

ข้นั Pre-reading
1. ครเู ขยี นคําว่า Blackpool บนกระดาน และถามนักเรยี นวา่ เคยได้ยนิ ชื่อสถานทนี่ ้ีหรือไม่ จากนั้นครนู าํ

ภาพ Blackpool มาตดิ บนกระดาน และบอกขอ้ มูลส้นั ๆ ของสถานท่ีนใ้ี ห้นักเรียนฟัง

525

Blackpool เป็นเมอื งชายทะเลท่อี ยทู่ างตะวนั ตกเฉียงเหนอื ของอังกฤษ บนฝง่ั ทะเล
ไอรชิ หา่ งจากเมืองลิเวอรพ์ ลู ไปทางทศิ เหนือ 45 กโิ ลเมตร มีสถานท่ที ่องเที่ยว ไดแ้ ก่
Blackpool Pleasure Beach, Blackpool Tower, Grand Theatre, Winter
Gardens, Blackpool Zoo
ดูข้อมูลสถานท่ที ่องเท่ยี วเพม่ิ เติมได้ที่ : https://www.thecrazytourist.com/14-best-
things-to-do-in-blackpool-lancashire-england/

2. ครูนาํ เสนอคําศพั ท์ ได้แก่ visit (เยยี่ ม, ชม), wonderful (ดเี ย่ยี ม, ยอดเย่ียม, มหศั จรรย์), view (ววิ ,
ทวิ ทัศน์), roller coaster (รถไฟเหาะ), circus (โรงละครสัตว์) และ tower (หอคอย) โดยเขียนคําศัพท์
บนกระดาน และใหน้ กั เรยี นอ่านตามครหู ลาย ๆ ครัง้ จากนั้นครูบอกความหมายของคาํ ศัพท์

3. นักเรียนดภู าพในหนังสอื เรยี น หนา้ 73 Ex. 18 แล้วช่วยกนั บอกวา่ เหน็ อะไรในภาพบา้ ง เช่น tower,
roller coaster, beach

4. ครูเขียนประโยค Visit Blackpool and have a fantastic time! You can swim at the Pleasure
Beach. บนกระดาน ให้นกั เรียนอ่านตามครูและช่วยกันบอกความหมาย จากนั้นครบู อกนกั เรียนว่า
วนั น้จี ะได้รจู้ ัก Blackpool ซงึ่ เปน็ สถานที่ท่องเท่ยี วแห่งหนง่ึ ของอังกฤษ

ข้ัน Reading
1. หนงั สอื เรียน หนา้ 73 Ex. 18 นกั เรยี นอ่านข้อความตามครทู ลี ะประโยค เมือ่ อา่ นถึงกรอบสีเหลือง

ให้นักเรียนเรียงตวั อกั ษรในกรอบใหเ้ ป็นคําท่ีถกู ต้อง เสรจ็ แลว้ ชว่ ยกันเฉลยคาํ ตอบ

1 swim 2 Beach 3 look
4 ride 5 cinema 6 zoo

ครูช้ีใหน้ กั เรียนเหน็ ว่า เครอื่ งเลน่ ตา่ ง ๆ ในสวนสนุกเราจะใชร้ ่วมกับคํากรยิ า ride เชน่ ride a roller
coaster
2. นกั เรียนอ่านขอ้ ความเกีย่ วกบั Blackpool ตามครทู ลี ะประโยค แล้วชว่ ยกนั อธิบายความหมาย

526

ขนั้ Post-reading
1. ครูถามนักเรยี นว่า What can you do in Blackpool? ให้นักเรยี นใชข้ อ้ มลู จากบทอา่ นในหนงั สอื เรียน

หนา้ 73 Ex. 18 พดู ตอบครู
2. ครถู ามนกั เรยี นว่า มลี กั ษณะเมอื งที่ใกล้เคียงกบั เมือง Blackpool ในประเทศไทยบา้ งหรือไม่
3. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน ให้แตล่ ะกลุ่มเลอื กสถานท่ีทอ่ งเทีย่ วในประเทศไทยมา 1 แหง่ แล้วช่วยกนั

ระดมสมองบอกกิจกรรมท่สี ามารถทําไดท้ ่นี ั่น เสรจ็ แล้วแต่ละกลมุ่ ออกมาพูดนําเสนอท่ีหน้าห้อง เช่น Visit
Dream World and have a fantastic time! You can ride on a sky coaster. You can swim at
the Water Fun.

My word book
นักเรยี นบนั ทกึ คาํ ศพั ทท์ ีเ่ รยี นลงในสมดุ คําศพั ท์ พร้อมทง้ั บอกความหมาย โดยครูแนะนาํ ให้นกั เรียนบนั ทกึ
คาํ ศัพทโ์ ดยเรียงตามตัวอกั ษร a-z

หนังสอื แบบฝึกหัด (Workbook)
นกั เรียนทําแบบฝึกหดั ทบทวนสิง่ ที่เรียนในหนงั สอื แบบฝกึ หัด หนา้ 61 Ex. 14 เปน็ การบา้ น

หนังสอื แบบฝึกหดั (Workbook) หน้า 61 Ex. 14

2 Beach 3 zoo 4 go 5 cinema

7. การวดั และประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑ์
วธิ กี ารวัด
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ระดบั คุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
สังเกตการพูดใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกับ
กิจกรรมที่สามารถทาํ ไดท้ สี่ ถานท่ี แบบประเมนิ ชิน้ งาน ระดบั คุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
ทอ่ งเทีย่ วในประเทศองั กฤษและ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ประเทศไทย หนงั สือแบบฝึกหดั (Workbook) ระดับคุณภาพ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์

ตรวจสมุดคาํ ศัพท์ แบบประเมินคณุ ลักษณะ
อนั พึงประสงค์
ตรวจแบบฝึกหัด

สังเกตพฤติกรรมบง่ ชี้ด้าน
ใฝ่เรยี นรู้

527

8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
8.1 หนังสอื เรยี น EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.2 หนังสอื แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 3 ป. 3
8.3 ภาพ Blackpool

528

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 13 Playtime in the Philippines

เวลา 1 ช่ัวโมง

จดุ ประสงค์ (Objectives)
- ตอบคาํ ถามจากการอ่านได้
- บอกชือ่ การละเลน่ ของไทยและประเทศในอาเซยี นได้

1. สาระ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้วี ัด
สาระที่ 1 ภาษาเพือ่ การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรื่องทฟ่ี ังและอ่านจากส่ือประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเหน็

อย่างมีเหตผุ ล
ตวั ชว้ี ดั
ต 1.1 ป. 3/4 ตอบคาํ ถามจากการฟังหรอื อ่านประโยค บทสนทนา หรอื นิทานงา่ ย ๆ
สาระที่ 3 ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั กลมุ่ สาระการเรียนรู้อน่ื
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเชอ่ื มโยงความรกู้ บั กลุม่ สาระการเรียนรอู้ น่ื และเป็น

พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
ตวั ชวี้ ดั
ต 3.1 ป. 3/1 บอกคําศัพท์ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรียนร้อู ่นื
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพันธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเป็นเครื่องมือพ้ืนฐานในการศกึ ษาตอ่ การประกอบอาชีพ

และการแลกเปลย่ี นเรียนรกู้ บั สังคมโลก
ตวั ชีว้ ัด
ต 4.2 ป. 3/1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเพื่อรวบรวมคาํ ศัพทท์ เ่ี กีย่ วขอ้ งใกลต้ วั

2. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเรยี นรเู้ กีย่ วกบั การละเล่นต่าง ๆ ของประเทศในอาเซียนชว่ ยใหร้ ้ขู อ้ มลู เกย่ี วกับชีวิตความเป็นอยู่

และเข้าใจวัฒนธรรมของประเทศตา่ ง ๆ

529

3. สาระการเรียนรู้

3.1 ทกั ษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Functions

Vocabulary: playtime, great, fun, bar, jump over, touch, hold, bump, lose,

ground, cross, line, catch

2) Language Skills

Reading: อ่านเพ่อื หาข้อมูลเฉพาะ

4. สมรรถนะสําคัญของผูเ้ รียน

4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ

5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

5.1 ใฝเ่ รียนรู้
5.2 ม่งุ ม่นั ในการทาํ งาน

6. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ Warm up
1. ครูและนักเรยี นกลา่ วทักทายกนั
2. นักเรยี นทบทวนเพลง I can … จากหนังสอื เรียน หนา้ 72 โดยแบ่งนกั เรียนเป็น 4 กลุม่ ผลัดกันรอ้ งเพลง

กลุ่มละ 1 ทอ่ น และทําทา่ ประกอบ

ขน้ั Pre-reading
1. ครสู อนคําศพั ท์ทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั เนือ้ เรือ่ งทีจ่ ะอ่าน ไดแ้ ก่ playtime (เวลาเล่น), great (ดมี าก), fun

(สนุกสนาน), bar (เครอ่ื งกีดขวาง), jump over (กระโดดข้าม), touch (แตะ, สมั ผัส), hold (จับ, ยดึ ),
bump (ชน, กระทบ), lose (พา่ ยแพ)้ , ground (พน้ื ดนิ ), cross (ขา้ ม), line (เส้น) และ catch (จับ)
โดยเขียนคาํ ศัพทบ์ นกระดานและออกเสียงคําศพั ท์ ใหน้ ักเรียนออกเสยี งตาม
2. ครูถามนักเรยี นว่า รหู้ รือไมว่ า่ ประเทศในอาเซียนมกี ารละเลน่ อะไรบา้ ง
3. นกั เรียนดูภาพการละเล่นในประเทศอาเซียน 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศฟิลปิ ปนิ ส์และเมียนมา
ในหนงั สือเรียน หนา้ 74 แล้วครูถามนกั เรียนว่า ร้หู รอื ไม่ว่าเป็นการละเล่นอะไร มีวธิ เี ลน่ อยา่ งไร จากนัน้
ครอู ธบิ ายให้นกั เรียนฟัง

530

การละเล่นในฟิลปิ ปนิ ส์
Piko วิธีการเล่นเหมอื น hopscotch ในฟิลปิ ปินส์เรียกว่า Piko (pee-ko) บางครง้ั
เรยี กว่า Kiki (ki ki) มวี ิธีเล่น ดังนี้
สถานทเ่ี ล่น บริเวณลานกว้างทวั่ ไป เชน่ สนามหญ้าหรือลานดิน
ผเู้ ลน่ เล่นได้ท้งั ผ้ชู ายและผู้หญิง ไม่จาํ กดั จาํ นวนผู้เล่น
อปุ กรณ์ ตารางเล่นเกม, ก้อนหนิ แบน ๆ
วธิ เี ลน่
- ผ้เู ล่นวาดตารางบนพน้ื จํานวน 10 ชอ่ ง โดยวาดสลบั 1 ช่อง และ 2 ชอ่ ง ไปจนครบ

10 ช่อง ให้แตล่ ะชอ่ งมีขนาดใหญพ่ อสําหรบั เทา้ 1 ขา้ ง
- ผู้เลน่ โยนหินลงในตารางช่องใดชอ่ งหนงึ่ แล้วเขย่งเทา้ ขา้ งเดียวกระโดดไปตามช่อง โดย

ข้ามชอ่ งทโี่ ยนหินไวไ้ ป และห้ามเหยยี บเส้นด้วย
- ผเู้ ล่นกระโดดไปตามชอ่ งจนถึงชอ่ งที่ 10 เมือ่ กระโดดไปถึงแลว้ ให้กระโดดกลบั มาที่

ชอ่ งทโี่ ยนหนิ ไว้ และโนม้ ตัวลงหยิบหินข้ึนมา แลว้ กระโดดออกจากตาราง
- ผเู้ ล่นโยนหินในชอ่ งใหม่ และกระโดดไปหยิบหนิ เหมอื นเดมิ
- ถ้าผ้เู ลน่ โยนหนิ ออกนอกตาราง ลืมเขย่งเท้า เหยยี บเสน้ ตอ้ งเปล่ยี นให้ผู้เลน่ คนอื่น

มาเลน่ แทน คนท่โี ยนหินไดค้ รบทุกชอ่ งคือผู้ชนะ

Luksong Tinik มีวธิ เี ลน่ ดงั นี้
สถานทเี่ ลน่ บรเิ วณลานกว้างทัว่ ไป เช่น สนามหญา้ หรอื ลานดนิ
ผู้เล่น เลน่ ได้ทง้ั ผชู้ ายและผู้หญิง จาํ นวนผ้เู ลน่ 3 คนขึน้ ไป
อุปกรณ์ -
การเลน่ Luksong Tinik มีท่าพ้ืนฐานทใ่ี ชเ้ ลน่ ทัว่ ไป คือ
ท่าท่ี 1 ผู้ก้นั 2 คน เหยยี ดขาออกมาทง้ั 2 ข้าง ใหฝ้ ่าเทา้ ประกบกัน
ท่าท่ี 2 ผู้กั้นเหยียดแขน กํามือทั้ง 2 ข้าง แลว้ วางเรยี งต่อกันข้ึนไป
ทา่ ที่ 3 ผู้ก้ันกางมือออก ให้ปลายนิ้วก้อยของคนที่ 1 จรดปลายเท้า ส่วนมอื อีกขา้ งหนงึ่

วางต่อกนั ข้ึนไป โดยใหป้ ลายน้ิวก้อยจดกับน้ิวหัวแมม่ อื ของมือแรก จากน้นั
ผกู้ น้ั คนที่ 2 กางมือแล้ววางมือให้ปลายนวิ้ ก้อยของตนจดกับปลายนวิ้ โปง้ ของ
ผู้กนั้ คนที่ 1 แล้ววางมืออกี ข้างตอ่ ขน้ึ ไปอีกช้นั หนึ่ง

531

วิธีเล่น
- แบง่ ผ้เู ล่นเปน็ ผู้กระโดดและผู้กนั้ (2 คน)
- ผู้กน้ั เรม่ิ ทาํ ท่า 3 ทา่ โดยทาํ ทลี ะท่า แลว้ ใหผ้ ูก้ ระโดดเร่มิ กระโดดขา้ ม ซึง่ ผู้กน้ั ตอ้ งใหผ้ ู้

กระโดดกระโดดข้ามจนครบทกุ คนก่อนจงึ เปล่ยี นท่าได้
- ผเู้ ล่นทกุ คนจะกระโดดไดค้ นละ 2 ครั้ง ในแตล่ ะทา่ ถา้ ผู้กระโดดคนใดกระโดดครงั้ ท่ี 2

ไมผ่ า่ นต้องออกจากการเลน่ ทันที

การละเล่นในเมยี นมา
Kyak Hpa Khun (chicken bumping) มีวิธีเลน่ ดังน้ี
สถานที่เลน่ บริเวณลานกว้างทัว่ ไป เช่น สนามหญ้าหรือลานดนิ
ผูเ้ ล่น เล่นได้ท้ังผู้ชายและผ้หู ญิง ไม่จาํ กัดจาํ นวนผู้เล่น (แตต่ อ้ งเล่นกนั เป็นค่)ู
อุปกรณ์ -
วธิ เี ล่น
- ผู้เล่นน่งั ยอง ๆ มอื ประสานกนั ไว้ใต้ข้อพับเข่า
- เม่อื ไดย้ นิ สญั ญาณเร่ิมเล่น ใหผ้ ู้เลน่ แต่ละคนกระโดดชนฝา่ ยตรงข้าม โดยใชด้ า้ นข้าง

ลาํ ตัวชน
- ผู้เล่นคนใดล้มหรอื มือหลดุ ออกจากกนั ถอื ว่าเปน็ ผู้แพ้

Htote Si Toe มีวิธีเล่น ดังนี้
สถานทเี่ ล่น บริเวณลานกวา้ งท่ัวไป เชน่ สนามหญ้าหรือสนามกฬี า
ผู้เล่น เล่นไดท้ ้ังผูช้ ายและผู้หญิง แต่ผหู้ ญิงนยิ มเล่นมากกวา่ จาํ นวนผู้เลน่ 10 คน
อุปกรณ์ -
วธิ เี ล่น
- แบง่ ผ้เู ลน่ ออกเปน็ 2 ฝา่ ย เทา่ ๆ กนั ขีดเส้นบนพืน้ เปน็ ตารางขนาดไม่กวา้ ง

หรือแคบเกินไป (จํานวน 10 ชอ่ งตาราง)
- ผูเ้ ลน่ ทง้ั 2 ฝ่าย แบง่ ฝ่ายตั้งรับและฝ่ายหนี
- ฝา่ ยตง้ั รบั เข้าประจาํ ที่ของตนเองบนเสน้ ตาราง (1 คน ต่อ 2 ช่องตาราง)
- เรม่ิ เล่นโดยฝา่ ยหนีตอ้ งวิง่ หลบหลีกเพ่ือฝ่าด่านของฝา่ ยตั้งรับไปจนถงึ ดา่ นสุดทา้ ย
แล้วสามารถกลบั มายังจดุ เริ่มตน้ ไดโ้ ดยไมถ่ ูกฝ่ายต้งั รบั แตะถกู ตัว

532


Click to View FlipBook Version