The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sunny Strong, 2023-03-09 02:56:38

ชีวา ณ 5

ชีวา ณ 5

ชีวา ณ เคหาสน์ ณ อาศรม ณ อารมณ์ ณ อาลัย เรียบเรียงโดย เมทนี แสงธรรม Complied by: Martin Chan 编制者: 马丁 陈 16/02/2566 10.59AM. ๕


เคหาสน์ ค าว่า คฤหาสน์ แปลว่า บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย เป็นค าสนธิภาษาสันสกฤต จากค าว่า คฤห+อาสน ส่วนภาษาบาลีนั้น จะใช้เคห+อาสน = เคหาสน์มี ความหมายว่า บ้านเรือน หรือที่อยู่อาศัย เช่นเดียวกัน (บางคน เคยชินกับค าว่า เคหะ ในค าว่า เคหสถาน ที่แปลความหมายเช่นเดียวกัน มากกว่า )


ซึ่งมีหลายคนมักใช้ตัวการันต์ผิด เพราะคงเคยผ่านตากับค าว่า คฤหัสถ์ ที่แปลว่า ผู้ครองเรือน มาบ้าง จนจ าสับสน ค าว่า คฤหัสถ์แปลว่า ผู้ครองเรือน มีความหมายเช่นเดียวกับ ฆราวาส ใช้เรียกบุคคลทั่วไป ที่ไม่ได้ด ารงเพศสมณะ หรือเป็นสงฆ์ *ข้อควรจ า* คฤหัสถ์ใช้ถ์ เพราะ"ถือ"ครองความเป็นเจ้าเรือน คฤหาสน์ใช้น์ เพราะสนธิกับค าว่าอาสน ซึ่งเป็น ที่"นั่ง" https://www.facebook.com/Ruk.pasa/posts/414682928601424/


อาศรม อาศรม ในศาสนาฮินดู หมายถึง ระยะของชีวิต 4 ระยะ ซึ่งมีระบุไว้ในเอกสารยุคโบราณและยุคกลางของฮินดู อาศรมทั้งสี่ระยะ ได้แก่ พรหมจรรยะ (ผู้เรียน), คฤหัสถะ (ผู้ครองเรือน), วานปรัสถะ (ผู้ออกจาริก) และ สันยาสะ (ผู้ละทิ้งทางโลก)


อาศรมสี่ เป็นหนทางหนึ่งของแนวคิด ธรรมะ ในศาสนาฮินดู และเป็นส่วนหนึ่งของประเด็นทางจริยศาสตร์ของ ปรัชญาอินเดีย ที่ซึ่งถูกรวม เข้ากับเป้าหมายสี่ประการของชีวิตมนุษย์ (ปุรุษสรรถะ) เพื่อการเติมเต็ม, ความสุขและการบรรลุทางจิตวิญญาณ แนวคิดอาศรมสี่ ยังมีอิทธิพล ต่อการวางแผนด ารงชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะในอินเดีย http://bit.ly/3HCgc6K


อารมณ์ อารมณ์ ส่งผลกระทบทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมของตนเอง รวมทั้งส่งผลต่อผู้อื่นด้วย


การจัดการกับอารมณ์ เป็นทักษะ ที่สามารถพัฒนาได้ ด้วย วิธีการและเทคนิคต่างๆ เช่น การควบคุมอารมณ์ทางลบ ให้มีการแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสม ถือเป็นการพัฒนาตนเอง ให้มีความสามารถทางอารมณ์ ที่มีความจ าเป็นในการใช้ชีวิต และส่งผลต่อความส าเร็จในชีวิตด้วย


เทคนิคที่จะช่วยในการฝึกมีดังนี้ 1. ทบทวนการแสดงออกทางอารมณ์ของตัวเราเอง 2.เตรียมการในการแสดงอารมณ์ 3. ฝึกสติ 4. ฝึกการผ่อนคลายตนเอง 5. ประเมินสถานการณ์และอารมณ์


อาลัย ค าว่า “อาลัย” ถ้าได้ยินค าว่า “อาลัย” หลายคน คงคิดถึงความหมาย ประมาณว่า ความห่วงใย, ความพัวพัน, ความระลึกถึงด้วยความเสียดาย แน่นอน แต่ค าว่า “อาลัย” ยังมีอีกความหมาย คือ ที่อยู่, ที่พัก ค าว่า “อาลัย” ในความหมายนี้ จะใช้ประกอบกับค าอื่น ด้วยการสมาสแบบสนธิ


ค าว่า “หิมาลัย” มาจาก หิมะ + อาลัย มีความหมายว่า “ที่อยู่แห่งหิมะ” ค าว่า “ชลาลัย” มาจาก ชล + อาลัย มีความหมายว่า “ที่อยู่แห่งน ้า” ค าว่า “วิทยาลัย” มาจาก วิทยา + อาลัย มีความหมายว่า “ที่อยู่แห่งความรู้” ค าว่า “เทวาลัย” มาจาก เทวะ + อาลัย มีความหมายว่า “ที่อยู่แห่งเทวดา” ค าว่า “สุราลัย” มาจาก สุร + อาลัย มีความหมายว่า “ที่อยู่แห่งเทวดา”


ค าว่า “ศิวาลัย” มาจาก ศิวะ + อาลัย มีความหมายว่า “ที่อยู่แห่งพระศิวะ” https://www.facebook.com/kumthai.th/photos/a.1502532273398314/2353947471590119/?type=3


15 ตำ แหน่งทิศทำงดำวโคจรท้งั 9 ดวงประจ ำปี พ.ศ. 2566 31 รู้จักเขำพระสุเมรุSumeru ยอดเขำเทพเจ้ำตำมควำมเชื่อฮินดู สถำนที่จริงอยทู่ ี่ไหน? 53 บริษัทที่ร ่ำรวยที่สุดในประวัติศำสตร์โลก? 98 ดดัตนแกป้ วดเอว 103 มือ บอกโรค 121 อยำกสร ้ ำงเมืองใหม่…ตอ ้ งเริ่มจำกอะไร? 147 ท ำไมพวกเขำถึงมีควำมสุขในกองขยะ? 157 จะเกิดอะไรข้ึน…ถำ ้ เรำไม่เคยเรียนรู้ อะไรสักอยำ่งเลย??? 219 เบญจธำตุท้งั 5 คืออะไร 234 ศำสตร์โป๊ ยหยี่ สี่เถี่ยว คืออะไร 310 ชนวนเหตุสินค้ำแพง ส่วนแบ่งกำรขำยเพิ่ม ต้นทุนแฝงผู้ผลิตเพียบ! 327 เมื่อฉนั ไดก ้ ลิ่นอำหำรจำกนิยำย Foods from novels สารบัญ


335 ปฏิทินอ้ีจิง (I Ching) กบั ปี2012 356 อ้ีจิงพ้ืนฐำน วธิีกำรเสี่ยงทำยดว ้ ยไมต ้ิ้ว วธิีเสี่ยงทำยมำตรฐำนสำ หรับอ้ีจิง 374 เมื่อคนไทยคิดส่งเสริม Soft power จะไปไดแ ้ ค่ไหน? 407 ลำ ดบัเหตุกำรณ ์ ช่วยชีวติ 13 หมูป่ ำอคำเดมี 433 ควำมรู้...คมัภีร ์ อ้ีจิง (โดย...ไทเ ้ ล่ำกงุ )


ตำ แหน ่ งทศ ิ ทำงดำวโคจรทง ั ้ 9 ดวง ประจ ำปี พ.ศ. 2566 http://bit.ly/3WMwCOd


ต าแหน่งทิศที่เป็นมงคลและอัปมงคล แบ่งออกได้ดังนี้ ทิศมหามงคล : ทิศใต้(8) ทิศมงคล : ทิศเหนือ(9) ทิศตะวันตกเฉียงใต้(1) ทิศปานกลาง : จุดศูนย์กลาง (4) ทิศตะวันตก (6) ทิศอัปมงคล : ทิศตะวันออก(2) ทิศตะวันออกฉียงใต้(3) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (5) ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ(7) 3 8 1 2 4 6 7 9 5


วิธีใช้เข็มทิศวัดทิศทาง 1.ยืนถือเข็มทิศอยู่ณ จุดกึ่งกลางห้อง หรือกึ่งกลางบ้าน (ขึ้นอยู่กับจุด ประสงค์ของท่านว่า ต้องการทราบต าแหน่งทิศที่ตั้งของวัตถุหรือ เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใด) 2.โดยปกติแล้ว ปลายลูกศรในเข็มทิศ จะชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ ตามแรงดึงดูดของขั้วแม่เหล็กโลกทางทิศเหนือ ดังนั้นท่านจึงต้องหมุน เข็มทิศ โดยพยายามจัดให้ปลายลูกศร ชี้ไปที่ตัว N (NORTH - ทิศเหนือ) หรือตัวเลข 360 องศา บนตัวเข็มทิศ


3.เมื่อเข็มทิศนิ่งสนิทแล้ว (โดยมีลูกศรชี้ไปทางทิศเหนือ) ให้อ่านในตัว เข็มทิศ ดูว่า วัตถุหรือเฟอร์นิเจอร์ ที่ท่านต้องการวัดนั้น ตกอยู่ในมุม ของทิศใด โดยอาจคะเนดูคร่าวๆ ด้วยตาเปล่า หรือหากต้องการองศาที่ละเอียดลึกซึ้ง ท่านสามารถเทียบได้จากข้อมูลดังนี้ N NORTH ทิศเหนือ มีองศาอยู่ระหว่าง 337.5 - 22.49 NE NORTH EAST ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีองศาอยู่ระหว่าง 22.5 - 67.49 E EAST ทิศตะวันออก มีองศาอยู่ระหว่าง 67.5 - 112.49 SE SOUTH EAST ทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีองศาอยู่ระหว่าง 112.5 - 157.49


S SOUTH ทิศใต้ มีองศาอยู่ระหว่าง 157.5 - 202.49 SW SOUTH WEST ทิศตะวันตกเฉียงใต ้ มีองศาอยู่ระหว่าง 202.5 – 247.49 W WEST ทิศตะวันตก มีองศาอยู่ระหว่าง 247.5 – 292.49 NW NORTH WEST ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีองศาอยู่ระหว่าง 292.5 – 337.49 4.ในขณะที่ท่านใช้เข็มทิศอยู่ มีข้อควรระวังคืออย่าอยู่ใกล้กับสิ่งของ หรือวัสดุที่เป็นโลหะ เช่น นาฬิกา รั้วเหล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของเหล็ก เพราะจะท าให้การวัดองศาในเข็มทิศ คลาดเคลื่อนได้


ในภาควิชาฮวงจุ้ยชั้นสูง คือ ทิศทางประจ าปี สัมพันธ์สอดคล้อง กับต าแหน่งของดวงดาว หรือ“ฮวงจุ้ยหลุ่งหลิ่วจ้วง” คือ การโคจรของดวงดาวหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกัน ท าหน้าที่ส่งผลดีและร้ายต่อมนุษย์ ประจ าอยู่ในแปดทิศหลักใหญ่ เรียกว่า “หลิ่งนี้ฮวงจุ้ย” หากท่านผู้อ่าน สามารถทราบล่วงหน้า ว่าต าแหน่งทิศทางใด ที่เมื่อตั้งโต๊ะท างานหรือเตียงนอนแล้ว จะบังเกิดความเป็นมงคลความเจริญรุ่งเรือง


ก็จะได้ขยับขยายเคลื่อนย้ายจุดต่างๆ ในบ้าน เพื่อเปิดรับโชคลาภโภคทรัพย์ ณ ต าแหน่งทิศทางนั้น อย่างเต็มที่ แต่หากไม่สามารถขยับขยายได้ ก็จะได้หาสิ่งของอันเป็นสิริมงคล เพื่อกระตุ้นโชคลาภ และหลีกเลี่ยงเคราะห์ภัยต่างๆ ต่อไป โดยกลุ่มดาวเหนือ ที่โคจรเข้ามาส่งผลจะมีอยู่9 ดวง


เมื่อหมุนเวียนไปประจ าหน้าที่ใน 8 ทิศใหญ่แล้ว จะมีอีกหนึ่งดวง ที่ประจ าอยู่ณ จุดกึ่งกลางที่บ้านของท่านทุกหลัง ในปีเถาะ 2566 นี้ ดาวบินที่โคจรเข้ามา ณ ต าแหน่งจุดศูนย์กลางของบ้านท่านทุกหลัง คือ ดาวบิน “สี่เขียว” (ซี้เล็ก) “บุ่งเข็ก” โคจรเข้ามาสถิตอยู่ และตามหลักวิชานี้ ดาวบินอื่นๆ ก็จะสถิตหมุนเวียนตามทิศต่างๆ ดังนี้ 3 8 1 2 4 6 7 9 5


ทิศใต้ (ทิศมหามงคล) S SOUTH ทิศใต้ มีองศาอยู่ระหว่าง 157.5 - 202.49


ทิศใต้ประจ ำปี เถำะ พ.ศ.2566 ในปี น ้ ี แม้จะปรำกฏดำวมงคล “โป๊ ยแปะ” หรือ“ดำวแปดขำว” ซึ่งจัดเป็ นดำวดี เป็ นดำวแห่งส ิ ร ิ มงคล ท ี่ส่งผลในเร ื่องโชคลำภเง ิ นทอง และโอกำสทำงธุรก ิ จ ท ี่จะม ี เขำ ้ มำอยำ่งต่อเน ื่อง โคจรเข้ำมำ แต่เน ื่องจำกในตำ แหน่งท ิ ศทำงน ้ ี มีดำวค ำลวง ดำวพิพำกษำ ดำววิวำทะและดำวม้วนสำรเทพ โคจรเขำ ้ มำแผอ่ ิ ทธ ิ พลในดำ ้ นร ้ ำยร่วมอยด ู่ว ้ ย


ในเรื่องดี จ ึ งม ี แอบแฝงเร ื่องร ้ ำยอย ู่ ไม่ใช่นอ ้ ย ฉะน ้ นัจ ึ งหำ ้ มท่ำนต่อเต ิ มซ่อมแซมบำ ้ น ตอกตะปูขุด เจำะร ้ ื อถอนหนำ ้ ด ิ น หรือโยกย้ำยเครื่องเรือนเฟอร์นิเจอร์ ม ิ ฉะน ้ นันอกจำกผลด ี จะไม่เก ิ ด แต่จะส่งผลใหท ้ ่ำนประสบกบัเครำะห ์ ภยั คดีควำม เรื่องทะเลำะวิวำทหรือหำกละโมบโลภมำก จะเก ิ ดกำรส ูญเส ี ยหนกัแทน


ดงัน ้ นั ท่ำนควรจดัต ้ งั “ป้ ำยผำ ้ เทพใฉ่ซ ิ ้ งอำ นวยทรัพย” ์ 1 ช ิ ้ น แขวนไวบ ้ นโตะ ๊ ทำ งำนหร ื อโตะ ๊ เกบ ็ เง ิ น ซึ่งมีทิศใต้ เป็ นทิศหลังพิง ดงัท ี่กล่ำวไวข ้ ำ ้ งตน ้ กจ ็ ะช่วยส่งเสร ิ มเพ ิ่มพน ู โชคลำภ และส ิ่งส ิ ร ิ มงคลเป็ นทบเท่ำทวค ี ู ณ


“เต่ำหวัมงักร” ถ ื อเป็ นสญัลกัษณ ์ ของควำมแขง ็ แกร่งอำยุยืน สุขภำพดีและควำมต ้ งัใจมุมำนะไปส ู่ควำมกำ ้ วหนำ ้ ควำมสำ เร ็ จอยำ่งมนั่คงยน ื ยำว


และรวมถ ึ งกำรเพม ิ่พน ู ด้ำนทรัพย์สินเงินทอง และปกป้ องคุม ้ กนัภยัจำกส ิ่งชวั่ร ้ ำย “เต่ำหวัมงักร” จึงเป็ นสัตว์เทพที่มีพลังอ ำนำจ ตำมควำมหมำยแล้ว “เต่ำ” เป็ นตวัแทนของควำมยงั่ยน ื แข็งแรงอดทน ม ี เกรำะป้ องกนัภยัอนัตรำย ส่วน “มังกร”คือ พลงัอำ นำจท ี่ยง ิ่ใหญ่ ควำมกล้ำหำญที่ดีงำม และควำมมีบุญวำสนำบำรมีสูง จึงถือเป็ นมงคลพรอันสูงสุด


เม ื่อสตัวม ์ งคลท ้ งัสองชน ิ ดมำรวมตวักนั ซึ่งเป็ นสุดยอดปรำรถนำของชำวจีนในอดีต และเป็ นท ี่น ิ ยมเช ื่อถ ื อกนัมำจนถ ึ งปัจจุบนั ดงัน ้ นับำ ้ นหลงัใด ที่ประตูหน้ำบ้ำนหรือร้ำนค้ำ มีทิศหลังพิงคือ ทิศใต้ ท่ำนควรจดัต ้ งัวตัถุมงคลแกท ้ ิ ศ “พญำเต่ำมงักรเสร ิ มทรัพยเ ์ ร ืองอ ำนำจ” เอำไว้ เพ ื่อช่วยตำ ้ นเหตุเภทภยั และช่วยปรับเปล ี่ยน ส ิ่งอปัมงคลเลวร ้ ำยใหก ้ ลำยเป็ นด ี


เสร ิ มใหท ้ ่ำนท ี่นงั่ทำ งำน หร ื อนอนพกัผอ่น ในท ิ ศทำงน ้ ี เป็ นประจำ สำมำรถใชช ้ี วต ิ อยำ่งม ี ควำมสุข กำรงำนกำรค้ำรำบรื่นไร้อุปสรรค ท ้ งัเสร ิ มใหท ้ ่ำนม ีโชคดำ ้ นกำรเง ิ น ภำยในบำ ้ นเก ิ ดควำมสมดุลผำสุก และประสบควำมร่มเยน ็ เป็ นสุข ตลอดปี ต าแหน่งบ้านและดวงดาวประจ าทิศ ใต้ ตะวันออกเฉียงใต้ 3 8 1 ตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันออก 2 4 6 ตะวันตก ตะวันออกเฉียงเหนือ 7 9 5 ตะวันตกเฉียงเหนือ เหนือ


ร ู ้ จ ั ก เขำพระสุเมรุSumeru ยอดเขำเทพเจ้ำ ตำมควำมเชื ่ อฮน ิ ด ู สถำนทจ ี ่ ร ิ งอย ู ่ ทไี ่ หน? https://travel.trueid.net/detail/l6zG8EmG8rwM


ส าหรับผู้คน ในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว น่าจะคุ้นเคย กับชื่อของ เขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นเหมือนศูนย์กลางของจักรวาล ตามความเชื่อของทั้งศาสนาฮินดู ศาสนาพุทธและศาสนาเชน เรื่องของแรงศรัทธานั้น เราคงไม่ต้องพูดถึง แต่ถ้าหากว่าเขาพระสุเมรุมีอยู่จริงล่ะก็ ต าแหน่งที่ตั้งน่าจะอยู่ตรงไหนกัน? วันนี้เราจะมาหาค าตอบกันครับ


เขำพระสุเมรุ ภเ ู ขำเทพสถต ิ ตำมควำมเชอ ื่ชำวฮน ิ ด ู เร ื่องรำวโดยสังเขปของเขำพระส ุ เมร ุ ก่อนจะไปหำกนัวำ่ สถำนที่จริงๆ ของท ี่แห่งน ้ ี อยต ู่รงไหน เรำกค ็ วรจะป ู พ ้ น ื คร่ำวๆ กนัซะก่อน


เขำพระสุเมรุน ้ นั ถ ู กอธ ิ บำยวำ่สร ้ ำงข ้ึ นโดยพระอ ิ ศวร ทรงมีพระประสงค์ จะต ้ งัภ ู เขำใหญ่ ให้เป็ นหลักของโลก จึงทรงเอำพระจุฑำมณี (ปิ่นปักผม) ปักลงท ี่ใจกลำงของพ ้ ื นภพ บนัดำลใหเ ้ป็ นเขำพระสุเมรุข ้ึ นมำ ต ้ งัอยเ ู่หน ื อน ้ ำ 84,000 โยชน์


บนยอดเขำ เป็ นสวรรคช ์ ้ นัดำวด ึ งส ์ โดยมีพระอินทร์เป็ นผู้ปกครอง พร ้ อมกบัเป็ นท ี่อำศยัของทวยเทพท ้ งัหลำย ใต้เขำพระสุเมรุ มีเขำ 3 ลูกรองรับเป็ นฐำน เร ี ยกวำ่ ตรีกูฏ ม ี มหำทวปี ท ้ งั4 โดยรอบ คืออุตรกุรุทวีป บุพวิเทหทวีป ชมพูทวีป และอมรโคยำนทวีป


โดยทวปี ท ี่เรำคุน ้ เคยกนัมำกท ี่สุด กค ็ื อ ชมพูทวีป ซ่ึ งตำ แหน่งปัจจุบนั กค ็ื อท ี่ประเทศอ ิ นเด ี ยน ี่เอง


เขาไกรลาส ต าแหน่งที่เช ื่อว ่ าค ื อเขาพระส ุ เมร ุ หำกจะอ้ำงอิง จำกตำมพระคมัภ ี ร ์ ต่ำงๆ แล้ว


ยอดเขำส ู งท ี่ม ี อยบ ู่นโลก และมีควำมใกล้เคียงเขำพระสุเมรุมำกที่สุด เห็นจะเป็ น เขำไกรลำส (Mount Kailash) ท ี่อยท ู่ำงท ิ ศตะวนัตก ของเขตปกครองตนเองทิเบต นนั่เอง มีควำมสูง 22,020 ฟุต ถือเป็ นล ำดับที่32 ของโลก และสูงเป็ นล ำดับดับที่19 ในบรรดำยอดเขำของเทือกเขำหิมำลัย


มีชื่อภำษำทิเบต วำ่ คัง-ติเซ (Gang Tise) แปลวำ่ธำรน ้ ำ แขง ็ ส่วนคำ วำ่ ไกรลำส ม ี ควำมหมำยวำ่ ภูเขำสีเงิน ซ่ึ งกน ็ บัวำ่ม ี ควำมใกลเ ้ ค ี ยงกนั นนั่กเ ็ พรำะภ ู เขำน ้ ี จะปกคลุมด้วยหิมะและน ้ ำ แขง ็ ดูเป็ นสีขำวโพลน ตลอดท ้ งัปี


เขำไกรลำส ยงัเป็ นตน ้ กำ เน ิ ด ของแม่น ้ ำ ท ี่ยำวท ี่สุด 4 สำยของเอเชีย ไดแ ้ ก่ แม่น ้ ำ พรหมบุตร (Brahmaputra River) ไหลไปทำงภำคกลำงของทิเบต แล้วลงไปที่แคว้นอัสสัมของอินเดีย


แม่น ้ ำ ส ิ นธุ (Indus or Sindhus) ในปำก ี สถำน แม่น ้ ำ สตัเลจ (Sutlej หรือ Sutudri) ซ่ึ งไหลไปรวมกบัแม่น ้ ำ ส ิ นธุ แม่น ้ ำ กำร ์ ล ี ซ่ึ งไดก ้ ลำยเป็ นแม่น ้ ำ คงคำ (Ganges) ในอินเดีย


อีกจุดที่ส ำคัญ กค ็ื อ ทะเลสำบมำนัสโรวำร์ (Manasrowar) เป็ นทะเลสำบน ้ ำ จ ื ดขนำดใหญ่ กว้ำง 15 ไมล์ อยท ู่ ำงใต้ของเขำไกรลำส ซ่ึ งกเ ็ ช ื่อวำ่เป็ น สระอโนดำต ในป่ ำหิมพำนต์ ตำมควำมเชื่อเรื่องจักรวำลของศำสนำพุทธด้วย


ในมหำกำพย์รำมำยณะ และมหำกำพย์มหำภำรตะยุทธ วำ่ ใครไดส้ มัผสัหร ื อชำ ระลำ ้ งร่ำงกำย ในทะเลสำบน ้ ี ผน ู ้้ นัจะไดไ้ปส ู่สรวงสวรรค ์ ซึ่งปัจจุบัน ผู้ที่อยำกเดินทำงไปเยือนเขำไกรลำส ส่วนใหญ่จะใชว ้ ธ ิี เด ิ นทำงไปจ ี นก่อน แลว ้ ค่อยนงั่รถเขำ ้ไปท ิ เบต ไม่กไ็ปเนปำลก่อน แลว ้ ค่อยนงั่รถเขำ ้ไปท ิ เบต ซ่ึ งกำรเด ิ นทำงกค ็ อ่นขำ ้ งลำ บำก และตอ ้ งอำศยัควำมแขง ็ แรงของร่ำงกำย และจ ิ ตใจอยพ ู่อสมควร


เขำเซอเมรู เขำพระสุเมรุแห่งอ ิ นโดนีเซีย ไม่ใช่แค่ทิเบตเท่านั้น แต่ในหมู่เกาะชวาเอง ก็มีเขาพระสุเมรุอยู่เหมือนกันนะ นั่นคือเขาเซอเมรู Gunung Semeru เป็นภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ ในจังหวัดชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย


ภูเขาไฟนี้ มีอีกชื่อหนึ่งว่า มหาเมรุ หมายถึง ภูเขาไฟที่ยิ่งใหญ่ ด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะนิยมไปเดินเขาโบรโม Bromo กัน มากกว่า โดยจากจุดชมวิวบนยอดโบรโม จะเห็นยอดเขาเซอเมรูนี้ สูงๆอยู่ข้างหลัง


ซึ่งชาวอินโดนีเซียนเอง ก็ยกย่องให้ที่นี่ เป็นดั่งศูนย์กลางจักรวาล ก็เพราะทัศนียภาพที่ยิ่งใหญ่ เป็นภูเขาที่สูงเด่นจนไม่มีลูกอื่นใดเทียบ ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาอื่นๆ รายล้อมหลายชั้น แถมยังพ่นควันพวยพุ่งออกมา ทุกๆ20-40 นาทีอีกด้วย นับเป็นที่น่าย าเกรงต่อบรรดานักเดินเขา


ที่นี่สามารถเดินเท้าเข้าไปชมได้ด้วย ใช้เวลาเดินประมาณ 3 วัน 2 คืน หรือ4 วัน 3 คืน โดยมักจะเริ่มจากหมู่บ้าน Ranu Pane ไปทางทิศเหนือ


จุดชมวิวเขำเหมน เขำพระสุเมรุในไทย ใครจะไปรู้ว่า ในไทยเองก็มีเขาพระสุเมรุเหมือนกัน


Click to View FlipBook Version