มีบางคนแถวๆ นี้ ว่า ถ้าอยากส่งเสริม soft power บ้านเรา ก็ให้ท าแบบลิซ่า คือให้รัฐหาทางให้ไปเป็นเด็กฝึก ไปดังที่ประเทศอื่นเถอะ แล้วให้ขายความเป็นไทย จากคนไทยที่ไปดังในต่างประเทศแทน ดูจะง่ายกว่า การต่อสู้กับความหัวโบราณในประเทศ …
วันนี้พวกผู้ผลิตเนื้อหา หรือ content creator ที่ส่งออกได้ง่ายที่สุด คือท าละครวาย … หรือละครที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ ของตัวละครชายหน้าตาดี บางคนเขาห้ามเด็ดขาด ห้ามเรียก ละครเกย์ แม้จะเป็นชายรักชาย แต่ก็เป็น pan romance คือรักเพราะเธอเป็นเธอ ไม่ใช่รักเพราะเธอเป็นเพศไหน...
อย่าท าเป็นเล่นไป ละครวายเรื่องไหนดังๆ สร้างคู่จิ้นได้ และคู่จิ้นนั้น ก็ต่อยอด ไปโชว์ตัวต่างประเทศ รับงานโฆษณา ฯลฯ
หรือในซีรีย์ ก็ใส่ชีวิตแนวไทยๆ ที่ไม่ใช่ไทยวัดวัง ไทยชั้นสูง แต่เป็นไทยแบบสัมผัสได้ และสามารถขายเป็นสินค้าได้ลงไปด้วย อย่างตัวละครกินอาหารไทย เรียนศิลปะการต่อสู้แบบไทย พวกนี้ใส่ลงไปในละครวายได้ แล้วก็กลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ..
อย่างเรื่องคนจีนชอบกินทุเรียน ส่วนหนึ่งก็มีข่าวว่า มาจากการที่เอาดารา จากหนัง “รักแห่งสยาม” ไปช่วยขายทุเรียน คนจีนชอบเรื่องนี้เยอะ... ก็เลยซื้อตาม
เรำมีควำมฝัน ทจ ี่ะผลต ิ soft power เพม ิ่ม ู ลค่ำทำงเศรษฐกจ ิ ให้สินค้ำ บริกำร ทอ่งเทย ี่วไทยนะ แต่ขอให้ก้าวข้ามความหัวโบราณ และความดัดจริตก่อน เพอ ื่สรา ้ งเนอ ื ้ หาทม ี่นัขายระดบัสากลได ้ และใสค่วามเป็ นไทยทจ ี่บัตอ ้ งไดไ้ปเนย ี นๆ.
ล ำดับเหตุกำรณ์ ช่วยชีวิต 13 หม ู ป่ ำอคำเดม ี http://doh.hpc.go.th/bs/topicDisplay.php?id=319 ภาพทีมหม ู ป่าและ โคชเอก ก่อนตดินา ้ อย ู่ในถา ้ หลวง
พบรองเทา ้ ทถ ี่อดอย ู่ในถา ้ หลวง เริ่มด้วย 23 มิ.ย.61 ทีมหมูป่ า 12 คน และโคชอีก 1 คน เข้าไปที่ถ ้าหลวง แต่ติดในถ ้าเนื่องฝนตกหนักต่อเนื่อง ท าให้น ้าท่วมทางออก ท าให้ออกจากถ ้าไม่ได้ จึงเดินลึกเข้าไปเพื่อหาพื้นที่สูงในถ ้า ไปเรื่อยๆ
2.เจ้าหน้าที่อุทยานและทีมกู้ภัย เข้าไปท าการค้นหาแต่ไม่สามารถเข้าไปลึกกว่านี้ได้ เนื่องจากน ้านถ้าเชี่ยวและลึก และฝนจะตกต่อเนื่อง ท าให้มีเส้นตายที่จะต้องเข้าไปช่วย แม้จะใช้เครื่องสูบน ้า Turbo Jet จนปล่อยน ้าท่วมไร่นาชาวบ้าน ก็ไม่สามารถสูบให้แห้งได้ 3.เอิร์น ซึ่งเป็นนักด าน ้าถ ้าที่เคยเข้าไปส ารวจถ ้าหลวงมาแล้ว แนะน าให้เชิญนักด าน ้าที่เชี่ยวชาญระดับโลกในการ ด าน ้าในถ ้า เพื่อมาช่วยเหลือในภารกิจนี้
ทางการไทย โดย นายว ี รศกัดิ์ โค้วสุรัตน์ รมต.ท่องเที่ยว ภายใต้ความเห็นชอบของ มท.1 (อนุพงษ์เผ่าจินดา) ได้โทรเชิญนักด าน ้าระดับโลกมาช่วย 4.ทีมด าน ้าระดับโลก จากประเทศอังกฤษ 3 คน ได้แก่ นายจอห์น โวลันเธน , ริชาร์ด สแตนตัน โรเบิร์ต ฮาร์เปอร์
เดินทางจากประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 27 มิย.61 เพื่อมาท าภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่ า โดยประสานความร่วมมือ กับทีมต่างๆโดยเฉพาะหน่วยซีล ที่อยู่ภายในถ ้า และทีมสนับสนุนต่างๆ ทั้งหน่วยราชการและเอกชน ทั้งไทยและต่างประเทศ ทั้งทีมสูบน ้าออกจากถ ้า ทีมสนับสนุนอาหาร ทีมแพทย์เป็นต้น โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์
5.จอห์น โวลันเธน, ริชาร์ด สแตนตัน เป็นแนวหน้า ในการวางแนวเชือกน าทางเพื่อเข้าไปในถ้า และพบทีมหมูป่ าและโคชรวม 13 คน ที่ยังมีชีวิตอยู่ ในวันที่ 2 กค.61 หรือวันที่ 10 ที่ทีมหมูป่ าติดอยู่ในถ ้า จอห์น โวลันเธน ได้ถามเด็กเป็นค าถามแรก ว่า How many of You? และได้ถ่าย Clip ที่share ไปทั่วโลก
และเขาเป็นทีมแรกที่เข้ามา และจะมีคนเข้ามาช่วยต่อไป และสัญญาว่าจะกลับมาอีก โดยข่าวมาว่า เป็นความโชดดีสุดปลายเชือก จึงโผล่ขึ้นมา พบทีมหมูป่ าทันที แต่จอห์น โวลันเธน ให้สัมภาษณ์BBC ว่าไม่ได้เป็นความบังเอิญ แต่เมื่อเจอที่ว่างจะโผล่พ้นน ้า และตะโกนถามและใช้การดมกลิ่น ซึ่งตนได้กลิ่นมาก่อน เห็นตัวเด็ก เป็นกลิ่นเหม็นของอุจจาระ
6.ภารกิจการช่วยเด็กและโคชออกมา เป็นเรื่องยาก โดยมีทางเลือกอยู่ 3 แนวทางคือ 1) รอให้น ้าลดก่อน แล้วจึงน าเด็กออกมา ซึ่งอาจจะกินเวลาเป็นเดือน โดยส่งอาหารเข้าไป ซึ่งเป็นทางเลือกที่ทางฝ่ ายไทยต้องการ
และภายในถ ้า ระดับ ออกซินเจนอยู่ที่ 15% ถ้าน้อยกว่า 13% จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ใช้แนวทางนี้มีความเสี่ยง และการเสียชีวิตของจ่าแซม ท าให้ทางไทย เปลี่ยนไม่ใช้แนวทางนี้ 2) หาทางเข้าทางอื่น โดยส ารวจโพรง ว่ามีโพรงที่สามารถติดต่อกับภายในถ ้าหรือไม่ (ท าการส ารวจแล้วไม่พบโพรงที่ติดต่อกับถ ้าได้ ถ้าจะเจาะคงใช้เวลานาน
3) ให้ยาสลบ แล้วครอบ Full mask Oxygen แล้วน าตัวเด็กและโคชออกมา ซึ่งเป็นแนวทางที่ทีมอังกฤษเสนอ (ซึ่งภายหลังเลือกแนวทางนี้ เนื่องจากทางกองทัพ USA ที่ได้มาช่วยเหลือด้านการกู้ภัยช่วยทีมหมูป่ า ได้ช่วยโน้มน้าวให้ทีมไทยเลือกแนวทางนี้ เพราะเป็นแนวทางที่เสี่ยงน้อยที่สุด)
7.จอห์น โวลันเธน, ริชาร์ด สแตนตัน แนะน า หมอแฮลิส ซึ่งเป็นนักด าน ้า และวสัญญีแพทย์ชาวออสเตรเลีย มาร่วมทีม และขอทีมนักด าน ้าชาวอังกฤษมาเพิ่ม ได้แก่ คริสโตเฟอร์หรือ คริส จีเวลล์ และ เจสัน มัลลินสัน
ซึ่งตอนแรก หมอแฮลิส ก็ไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่ 3 แต่ตอนหลังเมื่อไม่มีทางเลือก ประกอบกับการให้ค ามั่นสัญญาว่า ทีมไม่ต้องรับผิดชอบ หากภารกิจล้มเหลว คริสโตเฟอร์หรือคริส จีเวลล์ และ เจสัน มัลลินสัน คู่หู ได้เดินทางมาถึงไทย ในวันที่ 6 กค.61
8.วันที่ 8 กค.61 ช่วยเหลือออกมาได้4 คน โดยเป็นการช่วยแบบนักด าน ้า 1 คน กับเด็ก 1 คน (ตอนแรกบอกจะประกบ 2 นักด าน ้าต่อเด็ก 1 คน ต่อมาเปลี่ยนแผน เนื่องจากทัศนวิสัยในน ้าขุ่นและมืดมาก ไม่มีประโยชน์ที่จะใช้2 คนประกบ) การจัดล าดับก่อนหลังนั้น ให้ทีมหมูป่ าตกลงกันเองว่าใครจะออกก่อนหลัง (ตอนแรกเสนอข่าวว่า หมอแฮริสเป็นคนจัดคิวซึ่งไม่ใช่) 9.วันที่ 9 กค.61 ช่วยเหลือออกมาได้4 คน
10.วันที่ 10 กค.61 ช่วยเหลือออกมาได้5 คน โดยล าดับการช่วยเหลือจะไม่ระบุชื่อ ให้เพียงรหัสว่า หมูป่ า 1-13 ซึ่งตอนแรก เข้าใจว่าโคชเอก ออกเป็นสุดท้าย แต่ตอนหลัง ได้รับการเปิดเผยว่าออกมาเป็นคนที่ 9 โดยคนที่ช่วยออกมาคือจิม วาร์นีย์ (นักแสดงน าในหนัง The Cave)
คา ใหส้ มัภาษณข ์ อง เจสัน มิลลิสัน เจสัน มิลลิสัน เป็นผู้อาสาน าเด็กคนแรกออกมา ร่วมกับนักประดาน ้าหลักอีก 3 คน คือริก สแตนตัน, จอห์น โวลันเธน และ คริสโตเฟอร์จีเวลล์ พร้อมด้วย ริชาร์ด แฮร์ริส ซึ่งเป็นวิสัญญีแพทย์ชาวออสเตรเลีย โดยเจสัน ได้ท าการช่วยเหลือออกมา ทั้งหมดรวม 4 คน
มัลลิสัน เล่าว่า ในตอนแรก ทางการไทย ต้องการแผนการช่วยเหลือที่ไร้ความเสี่ยง โดยมีแผนที่จะวางท่อต่อกันไป จนถึงจุดที่ทีมหมูป่ าติดอยู่ แต่ทั้งฝ่ ายนักด าน ้าอังกฤษ และกองทัพสหรัฐฯ ต่างก็ไม่เห็นด้วย
นอกจากเรื่องการวางแผน มัลลินสัน บอกว่า กองทัพสหรัฐฯ หน่วยพิเศษ มีส่วนส าคัญมาก ในการเจรจากับรัฐบาลไทย จนเชื่อมั่น ในแผนของนักด าน ้าอังกฤษ มัลลินสัน บอกว่า การเสียชีวิตของ "จ่าแซม" หรือจ.อ. สมาน กุนัน อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ(ซีล) "เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ทุกคนตระหนักว่า [ปฏิบัติการนี้] เสี่ยงแค่ไหน และไทยไม่มีบุคลากรและทักษะที่จะท าสิ่งนี้
มัลลินสัน เปิดเผยว่า ระหว่างการน าเด็กแต่ละคนออกไป เขาต้องเรียนรู้ วิธีการฉีดยาสลบ เคตามีน เอง จาก ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ เนอ ื่งจากการฉด ี แตล่ะครงั้ จะทา ใหเ ้ ดก ็ สลบไปเพย ี งคร่ง ึ ชว่ัโมงเทา่นนั้ เขาเล่าว่า หากเด็กกลับมาเริ่มรู้สึกตัวระหว่างด าน ้า ความตื่นตระหนก จะท าให้ทั้งเด็ก และตัวนักด าน ้าผู้ช่วยเหลือเอง เสียชีวิตได้
ครั้งหนึ่ง ระหว่างลุยน ้าที่สูงระดับอกออกไป เด็กคนหนึ่ง ที่เขาก าลังพยุงตัวอยู่ เริ่มรู้สึกตัว และท าให้เขาต้องรีบฉีดยาสลบเพิ่ม "ตอนนั้นผมอยู่คนเดียว ไม่อยากจะด าน ้ารอบต่อไป ขณะเด็กก าลังจะกลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง แต่ก็หาที่แห้งๆเพื่อฉีดยาไม่ได้... เพราะฉะนั้น ผมจึงต้องใช้เข่ายันตัวเด็กไว้กับก าแพง เปิดกระเป๋ ายาและกระบอกฉีดยาก็ลอยน ้าไปรอบ ๆ" มัลลินสัน กล่าว
เจสัน มัลลินสัน คืออีกหนึ่งในนักประดาน ้าชาวอังกฤษ จาก Cave Diving Group หรือกลุ่มด าน ้าถ ้าของอังกฤษ ซึ่งเมื่อปี2010 เขาคือเจ้ำของสถิติโลก ด้วยการด าน ้าลึก 5.5 ไมล์ เข้าไปยังถ ้า ใน สเปน
พร้อมกับ ริก สแตนตันและจอห์น โวแลนเธน โดยใช้ระยะเวลาในการอยู่ในถ ้า มากถึง 50 ชั่วโมง อีกทั้งเขายังเคยส ารวจ ระบบถ ้าฮัวอัตล่า ร่วมกับคริส จีเวลล์ ในปี2013 ด้วย
ส าหรับ เจสัน นั้น เขาเริ่มเดินถ ้าตั้งแต่อายุ16 ปี และเริ่มเรียนด าน ้า เมื่อตอนเข้ามหาวิทยาลัย ปัจจุบันมีธุรกิจเป็นของตนเอง แต่ก็เป็นสมาชิกของกลุ่มด าน ้าถ ้า อีกทั้งยังเคยท างานเป็นนักกู้ภัยด้วย เขาช่วยเด็กออกมาได้4 คน ในการปฏิบัติการครั้งนี้ โดยอาสาที่จะช่วยน าหมูป่ า ออกมาเป็นคนแรก
ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส คือแพทย์ชาวออสเตรเลีย และมีประสบการณ์ในการด าน ้า มานานกว่า 30 ปี เขาเคยมีส่วนร่วมในการด าน ้า ส ารวจถ ้าในประเทศจีน, เกาะคริสต์มาส, นิวซีแลนด์ รวมทั้งในออสเตรเลียด้วย
เขาคือคนที่เข้าไปตรวจสุขภาพทีมหมูป่ า และเป็นคนให้ไฟเขียว ว่า น้องๆ สามารถออกมาได้แล้ว รวมถึงเป็นคนเสนอแผนการ ว่าควรให้ใครออกมาก่อนหลัง ส่วนตามแผนการเดิม ที่เขาเคยวางเอาไว้ ดร.แฮร์ริส วางแผนจะลาพักร้อน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเพื่อไปเที่ยว แต่แล้วเขาก็ยกเลิกแผนการ เพื่อมาช่วยน้องๆทีมหมูป่ า
ซึ่งเขาคือคนที่นักประดาน ้า ชาวอังกฤษ สองคนที่เข้าไปพบทีมหมูป่ า เป็นทีมแรก แนะน ารัฐบาลไทย ว่าควรเชิญใครมาร่วมภารกิจ โดยอดีตหัวหน้างานของดร.แฮร์ริส กล่าวไว้ว่า การที่ดร.แฮร์ริส มีทั้งความรู้ทางการแพทย์และทักษะการด าน ้า นั่นคือเหตุผลว่า ท าไมนักด าน ้าชาวอังกฤษ จึงเรียกร้องให้ดร.แฮร์ริส มาช่วย
ส่วนเพื่อนของดร.แฮร์ริส เล่าว่า เขาเป็นคนที่มีประสบการณ์การด าน ้า ในหลายจุดทั่วโลก และในทุกทริปที่ ดร.แฮร์ริส จะไปเที่ยว มันต้องเป็นทริปผจญภัยเสียทุกครั้งไป เพราะว่า ดร.แฮร์ริส ชอบการท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ หรือแบบผจญภัย
ควำมร ู ้...คม ั ภร ี อ ์ จ ี ้ ง ิ (โดย...ไท้เล่ำกุง) https://bit.ly/3IBpksR นับเนื่องถึงปัจจุบันนี้ หากมีการกล่าวถึง "อี้จิง" คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เพราะอี้จิง เป็นต าราที่ว่าด้วยการพยากรณ์ชนิดหนึ่ง อาศัยความแน่วแน่ของจิตใจ ส่งผ่านเหรียญ แล้วเสี่ยงทายโดยทอดเหรียญ และน ามาตีความ
ว่ากันไปแล้ว ในยุคโบราณนั้น นิยมใช้วิธีนี้มากหลาย ในหมู่ชน เพราะผู้คนในยุคนั้น น้อยคนนัก ที่จะทราบวันเดือนปีเกิดที่ถูกต้องของตนเอง เว้นแต่ผู้คนที่อยู่ในราชส านัก
การเสี่ยงทาย ถือเป็นลิขิตฟ้า ดังนั้นปราชญ์ผู้ตีความ ต้องเป็นผู้ที่มีสติปัญญาแตกฉาน จึงจะสามารถอ่านความหมายได้อย่างละเอียด และมีน้อยคนนักที่จะเจนจบในการตีความ ด้วยความหมายโดยนัยนั้น ลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง แม้เล่าจื้อกับขงจื้อรวมกัน ยังเห็นต่าง
ในปัจจุบัน มีผู้คนให้ความสนใจ หันมาศึกษาศาสตร์พยากรณ์ ทั้งไทยและต่างประเทศ แม้กระทั่งศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย ต่างล้วนรู้จักอี้จิงอย่างแน่นอน เพราะมีการกล่าวอ้างถึงอี้จิง ในวิชาฮวงจุ้ยอยู่เสมอๆ ในลักษณะหรืออ้างอิงว่า ฮวงจุ้ย กม ็ ร ี ากฐานกา เนดิบางอย่างมาจากอจ ี ้ิง
เมื่อผู้ที่อ้างตน ว่าเป็นซินแสฮวงจุ้ย ออกเปิดอบรมหลักสูตรฮวงจุ้ย สารพัดวิชา เพื่อมาเก็บเงินเก็บทองเป็นค่าสอนผู้ที่สนใจ หรือสถาบันศาสตร์ฮวงจุ้ยที่ผู้คนสนใจ อุตส่าห์พากเพียรแสวงหา อ้อนวอนไปขอเรียนบอกมาอย่างไร ผู้ที่ศึกษาก็ได้แต่จดจ าตามไปด้วย จะท าอย่างไรได้เล่า เมื่อมนุษย์เรารักการเรียนรู้ เมื่อผู้ที่ตั้งตนเป็นครูบาอาจารย์สอนอย่างไร ก็ต้องเชื่อ ถ้าไม่จริงคงไม่กล้ามาเป็นอาจารย์เปิดสอน
คัมภีร์อี้จิง ถือว่าเป็นคัมภีร์ที่เก่าแก่ และคลาสสิกมากที่สุดของชาวจีน มีอายุยาวนานกว่า 6,000 ปี หากไม่มีดี คงไม่ยืนยาวนาน มาจนถึงปัจจุบัน แต่มีใครรู้ไหมว่าต าราหรือคัมภีร์อี้จิง บางส่วนสาบสูญไป ในหลายยุคที่ผ่านมายาวนาน
และในหลายความหมาย หลายหน้าที่บันทึกที่ถูกก าหนด ถูกเปลี่ยนแปลงจากการให้ความส าคัญ และของเก่าดั้งเดิม ที่ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข สืบสานต่อมา ก็ไม่ต ่ากว่า สามรุ่น อันได้แก่ 1.ยุคเลี่ยงซัวเอียะ ราว 6,000 ปีก่อน 2.ยุคกุยชั้งเอียะ ราว 5,000 ปีก่อน 3.ยุคจิวเอียะ ราว 4,000 ปีก่อน
1.ย ุ คเลย ี่งซัวเอย ี ะ รำว 6,000 ปี ก่อน ครั้งกระนั้น สังคมของผู้คน จะอาศัยอยู่ในถ ้าตามเทือกเขา ด ารงชีพด้วยการล่าสัตว์ และเก็บผักหักหญ้ากินตามมีตามเกิด แต่ในแถบถิ่นเนินเขาเลียกซัว มีสกุลหนึ่งชื่อว่า สกุลเลียกซัว เริ่มคิดถึงการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์
เพราะอาหารเริ่มหายากขึ้น และต้องท าสงครามแย่งชิงอาหารจากชนเผ่าอื่น พวกเขาจึงเริ่มเสาะหาสัตว์ที่เชื่อง เลี้ยงง่าย ออกลูกดกมาเลี้ยง และหาพืชที่เคยเก็บได้ มาเริ่มทดลองเพาะปลูก เพื่อที่จะน ามาใช้เป็นแหล่งอาหาร และก าหนดอาณาเขต
ซึ่งช่วงยุคสมัยเวลานั้น แนวคิดที่จะเริ่มเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ เริ่มมีขึ้นในหลายๆ กลุ่มชนต่างๆเพิ่มขึ้น เริ่มมีการปลูกข้าวสาลีลูกเดือย ฯลฯ ด้วยเหตุที่ชนเผ่านี้ มีความฉลาดและสติปัญญา จึงได้รับการยอมรับจากเผ่าอื่น จนสามารถรวบรวมหลายๆ กลุ่มเข้าด้วยกัน และมีหัวหน้าปกครอง นามว่า "เอี่ยมตี่" ภายหลังถูกยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งเกษตรกรรม "สิ่งโน้ง"
นอกจากมีความช านาญด้านเกษตรกรรมแล้ว ยังเป็นผู้ช านาญ ในเรื่อง "ฮกฮีโป้ยข่วย" ใช้ในการหาท าเลที่เหมาะสม เอื้ออ านวยต่อการเพาะปลูก อีกทั้งให้ความส าคัญ และนับถือ"ขุนเขา" ยกย่องภูเขาให้เป็น "ราชา"
ในยุคแรกนั้น การให้ความส าคัญกับ "ภูเขา" มีมาก เพราะลักษณะของการอยู่อาศัยตามถ ้าต่างๆ ภูเขาให้ความรู้สึกที่มั่นคงปลอดภัย ท าให้เอี่ยมตี้ รู้สึกว่า ต าราของฮกฮี ที่ยึดถือเอาสัญลักษณ์"เคี้ยง" แทนค าว่า "ท้องฟ้า" ที่ยกให้เป็นแกนหลักนั้น ยึดถือไม่ได้
จึงได้ท าการเปลี่ยนต าราใหม่ โดยท าการเปลี่ยนชื่อสัญลักษณ์ทั้ง 8 เป็น 1. กุง (ราชา) 2. ชิ้ง (ขุนนาง) 3. มิ้ง (ปวงประชา) 4. ม่วย (สรรพสิ่ง) 5. อิม 6. เอี้ยง 7. เปีย (ทหาร) 8. เสียง (รูปลักษณ์) โดยให้"ราชา" เป็น "ภูเขา" เป็นหลักน า
เอี่ยมตี้ ได้ท าการเปลี่ยนชื่อ เป็น "เลี่ยงซัวข่วย" หรือเรียกอีกชื่อหนึ่ง ว่า "เลี่ยงซัวเอียะ" "เลี่ยงซัวเอียะ" ได้ก าหนดให้"กึ้งซัว" (ภูเขา) เป็นแกนน าหลัก นอกจากนี้ เอี่ยมตี้ ยังเรียก "กึ้งซัว" ว่า "ซัวกุง" หมายถึง ราชาภูเขา
หลักเกณฑ์ของ "เลี่ยงซัวข่วย" คือราชาเป็นผู้ก าหนดทิศทาง ขุนนางเป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุน ปวงประชาเป็นผู้สร้างสิ่งต่างๆ สรรพสิ่งต่างๆ ล้วนก าเนิดมาจาก การผสมผสานกันของหยินและหยาง (ธรรมชาติ) ส่วนทหาร รักษาความปลอดภัยทุกอย่าง ให้มีความสงบสุข สรรพสิ่งก็จะเจริญรุ่งเรือง
2.ยุคกุยชั้งเอียะ รำว 5.000 ปี ก่อน สืบทอดต่อจาก เอี่ยมตี้ มาอีกหลายสมัย เริ่มมีการค้นคิดเข็มทิศ ซึ่งมีใช้กันเฉพาะ ในหมู่ชนชั้นปกครอง และมีผู้น าอีกคน ชื่อ"อิงอ้วง" แห่งเมือง "อู่ฮิ้ม" เป็นผู้มีความเข้าใจช ่าชอง จนมีสามารถใช้เข็มทิศ
จนได้รับการยกย่อง จากบรรดาหัวเมืองข้างเคียง พร้อมสถาปนาให้เป็นหัวหน้าปกครอง ขนานนามใหม่ ว่า "อึ้งตี่" ต่อมา ได้รับการยกย่อง ให้เป็นบรรพบุรุษของทุกชนเผ่า คนรุ่นหลัง เรียกตนเอง ว่า "เป็นลูกหลานของเอี่ยมอึ้ง" ซึ่งหมายถึงชนชาติจีน
เมื่ออึ้งตี้ ได้รับการสถาปนา เป็นผู้ปกครองแผ่นดินแล้ว ก็รีบด าเนินภารกิจส าคัญ เพื่อเปลี่ยนแปลง คุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น มีพระบัญชาให้ข้าราชการ รายนามต่อไปนี้ ด าเนินการเรื่องต่างๆ ดังนี้