The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sunny Strong, 2023-03-09 02:56:38

ชีวา ณ 5

ชีวา ณ 5

(จั้กขี่หรือโจ่ยะขี่) คือสภาพอากาศ ที่แตกต่างกันออกไป ตามการเคลื่อนที่ของโลก ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ท าให้เกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ จะเกิดทุก 5 วัน เรียกว่า 1 ฮ่าวหรือ1โฮ่วแปลว่ากาลเวลา 1 ฮ่าว ใช้เวลาเท่ากับ 5 วัน 3 ฮ่าว เป็น 1 สารทใหญ่ (โจ่ยะ ) สารทใหญ่1โจ่ยะ + สารทเล็ก 1 ขี่ เท่ากับเวลา 1 เดือน (ในระบบสุริยคติ)


สารทใหญ่ จะนับจากประมาณ วันที่3 - 9 ของเดือนสากล เมื่อดวงอาทิตย์ เข้ากลางราศีล่าง ท ามุมประมาณ 15 องศา ตามหลักสายนะ


ส่วนประมาณ วันที่20 - 24 ของเดือนสากล จะเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ย้ายราศี เปลี่ยนจากราศีหนึ่ง เข้าไปสู่อีกราศีหนึ่ง จะเรียกว่า สารทเล็ก -- หลักเดือนเดินครบ 1 รอบกะจื้อ จะใช้เวลา 5 ปี


หลักวันเกิด ให้เทียบกับปฏิทิน 100 ปี ว่า วันเกิด ตรงกับหลักจั๊บกะจื้อคู่ไหน -- หลักวัน จะขึ้นกะจื้อรอบใหม่ ใช้ระยะเวลา 2 เดือน หรือ60 วัน


หลักยามเกิด โลกหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ใช้เวลา 24 ชั่วโมง ท าให้เกิดกลางวันกลางคืน


เป็นช่วงกลางวัน พลังหยาง 6 ชั่วยาม และช่วงกลางคืน พลังหยิน 6 ชั่วยาม โดยใน 1 วัน มี12 ชั่วยาม หรือ1 ชั่วยาม ประมาณ 2 ชั่วโมง


โดยเริ่มจาก ยามจื้อ คือเวลา23.00น. ถึง24.59น. ไล่ไปจนถึง ยามไห คือเวลา21.00น. ถึง22.59น. เดินครบ 12 ราศี หลักยำม เดิน 1 รอบกะจอ ื ้ จะใช้เวลำ 5 วัน


ในกำรค ำนวณหลักยำม ดิถี(หลักวัน) จะเป็นตัวก าหนด ค านวณเวลาเกิด 时 ในตารางกะจื้อ ใน 1 ชั่วยามจะมี120 นาที ดังนั้นใน 2 นาทีจะเปลี่ยนนักษัตรใหม่ เรียกว่า หลักยามย่อย (小时 เสี่ยวซี้) นับอิม 60กะจอื้ 甲子 乙丑 ไห่ตงกิม ทองในทะเล 丙寅 丁卯 โลว้ตงฮว่ย ไฟในเตา 戊辰 己巳 ไต่ลิ้มบัก ไม ้ในป่ าใหญ่ 庚午 辛未 โล ้วผั่งโท่ว ดินข ้างทาง 壬申 癸酉 เกียมฮงกิม ทองปลายหอก 甲戌 乙亥 ซวัเทา้ฮว่ย ไฟบนภูเขา 丙子 丁丑 กั่งแอ๋จุ้ย ทิวน ้าในล าธาร 戊寅 己卯 เซยเท ้าโท่ว ี้ดินบนก าแพง(เมือง) 庚辰 辛巳 แปะหลากิม ทองค าขาว


壬午 癸未 เอี้ยหลิวบัก ไม ้ต ้นหลิว 甲申 乙酉 จั๊วตงจุ้ย น ้า น ้าพุ 丙戌 丁亥 อกเจี่ยโท่ว ดินบนหลังคา 戊子 己丑 เพ็กแหละฮว่ย ไฟสายฟ้า 庚寅 辛卯 ซง่แปะบัก ไม ้ต ้นสน 壬辰 癸巳 เชยี่วหลวิจยุ้ น ้า แม่น ้า 甲午 乙未 ซาตงกิม ทองในทราย 丙申 丁酉 ซวัเอฮ๋ว่ย ไฟใต ้ภูเขา 戊戌 己亥 เพ ้งตี่บัก ไม ้บนที่ราบ 庚子 辛丑 เปียะเจี่ยโท่ว ดินบนก าแพง(บ ้าน) 壬寅 癸卯 กิมเป๊ าะกิม ทองค าเปลว 甲辰 乙巳 ฮกเต็งฮว่ย ไฟในตะเกียง 丙午 丁未 เทยีงฮอ้จยุ้ ล าธารสวรรค์ 戊申 己酉 ไต่เอี้ยะโท่ว ดินขาม ้า 庚戌 辛亥 เท็กชว่งกมิ ทองเครื่องประดับ 壬子 癸丑 ซงึเจ๊ยีะบัก ไม ้ต ้นหม่อน 甲寅 乙卯 ไต่เคยจุ้ย คลองน ้าใหญ่ 丙辰 丁巳 ซาตงโท่ว ดินปนทราย 戊午 己未 เทียงเจี่ย ฮว่ย ไฟบนท ้องฟ้า 庚申 辛酉 เจี๊ยะหลิ้วบัก ไม ้ต ้นทับทิม 壬戌 癸亥 ไตไ่ ฮจ้ยุ้ น ้ามหาสมุทร


ระบบจันทรคติ ใน 1 เดือน จะแบ่งเป็นเดือนจันทร์ใหญ่ มี30 วัน และเดือนจันทร์เล็ก มี29 วัน ในแต่ละเดือน จะมจ ี า นวนวนัทไี่ม่เทา่กนั ดังนั้นการเปลี่ยนเดือนตามระบบจันทรคติ ส่วนใหญ่จะไม่ตรง กับการเปลี่ยนสารทใหญ่ในระบบสุริยคติ


ใน 1 ปีจะมี354 วัน ต่างกับระบบสุริยคติ ประมาณ 10 กว่าวัน ดังนั้นในทุก 3 ปี จะทดเวลาเพิ่มอีกหนึ่งเดือน ระบบจันทรคติ จะเริ่มต้นปีในวันตรุษจีน ในวัน 1 ค ่าเดือน 1 จีน จะเกี่ยวกับปรากฏการณ์ข้างขึ้น -ข้างแรม , ดินฟ้าอากาศ , เมฆฝน , น ้าขึ้น - น ้าลง


โดยน ้าจะขึ้นเต็มที่ในวันที่3 กับวันที่18 และน ้าจะลงเต็มที่ในวันที่9 กับวันที่23 ตามปฏิทินจันทรคติ


ตเ ู ้ ซฟ วำงตรงไหนถึงปลอดภัย และร ่ ำ รวย https://www.huangjuidesign.com/knowleage11.php


ตู้เซฟ เป็นอุปกรณ์ชิ้นส าคัญ ที่ช่วยให้ทรัพย์สินชิ้นเล็ก ๆ หรือเอกสารส าคัญของเรา อยู่ในที่ปลอดภัยมากขึ้นค่ะ เช่น เครื่องประดับเพชร ทองค า นาฬิกาแบรนดเ ์ นม โฉนดที่ดิน สูติบัตร ทะเบียนบ้าน พาสปอร์ต ฯลฯ


แม้ว่าหลายครอบครัว จะตัดสินใจซื้อตู้เซฟ เพื่อมาเก็บทรัพย์สินมีค่า ก็ไม่พ้นที่จะถูกโจรขนไปทั้งตู้เซฟ หรือถูกเจาะท าลายเอาทรัพย์สินภายในไปได้ อย่างที่เราได้ยินข่าวกันอยู่เนือง ๆ อย่างไรก็แล้วแต่ โจรที่จะขนตู้เซฟหรือเจาะท าลายตู้เซฟได้นั้น จะต้องมีการวางแผน และรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องเจอกับอะไร จึงต้องเป็นโจรที่มีฝีมือ และมีอุปกรณ์ในการเจาะเซฟ จึงจะท าลายและเอาทรัพย์สินไปได้


นอกจากการมีตู้เซฟแล้ว การเลือกวางตู้เซฟไว้ในที่ลับตาและปลอดภัย จึงเป็นอีกปัจจัยส าคัญ ที่จะช่วยให้ทั้งตู้เซฟและทรัพย์สินที่อยู่ข้างในนั้น ปลอดภัยจากโจรผู้ร้ายได้ แล้วเราควรวางตู้เซฟไว้ตรงไหนดีล่ะ ถึงเรียกว่า ปลอดภัย • ที่ๆโจรนึกไม่ถึง • ไม่วางให้เด่น • ยึดตู้เซฟติดถาวรกับผนัง • เลือกวางไว้ชั้นบนของบ้าน


• ที่ๆโจรนึกไม่ถึง คนส่วนใหญ่จะเก็บตู้เซฟไว้ใกล้กับตัวเอง ซึ่งก็คือห้องนอนหรือห้องเก็บเสื้อผ้า ซึ่งแน่นอนว่าโจร เมื่อเข้ามารื้อค้นของมีค่า ก็มาที่สองห้องนี้ก่อนอย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าต้องการให้ปลอดภัย ควรเลือกวางตู้เซฟไว้ในจุดอื่น ๆของบ้าน ที่คิดว่าโจรไม่น่าจะคิดว่ามีของมีค่า เช่น ห้องเก็บของ ห้องครัว ห้องเก็บเครื่องมือ หรือจุดอื่น ๆ ที่แต่ละบ้านเห็นว่าสมควร


• ไม่วางให้เด่น ถึงแม้ว่าจะเลือกสถานที่ที่คิดว่าลับตา และไม่น่ามีใครเห็นแล้วก็ตาม แต่การตั้งวางตู้เซฟ ก็ไม่ควรที่จะวางเปลือย ๆไว้ให้เห็นได้ง่าย ควรหาผ้ามาคลุมเอาไว้ หรือหาสิ่งของมาวางเพื่อบังตู้เซฟไว้ด้วย แน่นอนว่าเราเจ้าของบ้านหรือสมาชิกในครอบครัว ก็คงไม่มีความจ าเป็นต้องเปิดตู้เซฟบ่อย ๆอยู่แล้ว เก็บให้ลับตาและมิดชิดมากที่สุด ก็จะปลอดภัยมากที่สุด


• ยึดตู้เซฟติดถาวรกับผนัง ตู้เซฟที่มีรูส าหรับให้ยึดติดผนังได้อย่างถาวร ไม่สามารถเอียงให้ล้มหรือคว ่าลงได้นั้น จะมีความปลอดภัยมากกว่า ส าหรับโจรผู้ร้ายที่ต้องการยกทั้งตู้เซฟไป หรือจะงัดแงะเจาะเซฟ ก็จะท าไม่ได้หรือท าได้ยากกว่า ดังนั้นนอกจากจะวางตู้เซฟ ไว้ในที่ลับตาและมิดชิดแล้ว ก็ควรจะยึดตู้เซฟให้ติดผนังแบบถาวร เพื่อความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้นด้วย


• เลือกวางไว้ชั้นบนของบ้าน ถ้าบ้านมีหลายชั้น ก็ให้เลือกวางตู้เซฟไว้ที่ชั้นบนของบ้าน ยิ่งสูงก็ยิ่งดีค่ะ เพราะถ้าโจรคิดจะขนตู้เซฟไปก็คงท าได้ยากขึ้น หรืออย่างน้อยก็ใช้เวลานานขึ้น ย่อมดีกว่าตั้งไว้ที่ชั้นล่างสุด ถ้าโจรหาต าแหน่งเจอ ก็ขนตู้เซฟไปได้สบาย ๆ ไหน ๆ ก็ซื้อตู้เซฟมาใช้งานแล้ว ก็อย่าให้โจรผู้ร้ายเห็นง่าย ขนสบาย ต้องเลือกวางในจุดที่คิดว่าปลอดภัย มิดชิดและลับตาให้มากย่อมดีที่สุด


นอกเหนือไปจาก ควรวางตู้เซฟ ไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว หลักการเลือกวางตู้เซฟ เพื่อให้เจ้าของบ้านร ่ารวย ตามหลักฮวงจุ้ย ก็ส าคัญไม่แพ้กัน เรื่องนี้ที่จริงแล้วเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ได้ยากจนเกินไป ท าแล้วสบายใจ ก็ไม่เสียหายอะไร ถ้าจะลองฟังไว้สักนิด


• เลือกวางตู้เซฟ ในต าแหน่งที่เป็นมงคลของบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ย • ไม่ควรวางตู้เซฟในต าแหน่ง ที่เมื่อเปิดประตูบ้านเข้ามาแล้ว เห็นตู้เซฟทันที • ไม่ควรตั้งวางตู้เซฟ ให้หันหน้าตรงกับประตูห้องหรือประตูบ้าน จะท าให้เงินทองรั่วไหลออกนอกประตูไป ท าให้เก็บเงินไม่อยู่


• ไม่ควรตั้งวางตู้เซฟ โดยให้ด้านหลังของตู้เซฟ ชนกับผนังของห้องน ้า จะท าให้การเงินมีปัญหา • ไม่ควรตั้งวางตู้เซฟ ไว้เหนือเตาไฟ เพราะจะท าให้เก็บเงินไม่อยู่ • ไม่ควรตั้งวางตู้เซฟ ไว้ใต้คาน ใต้แอร์หรือใต้บันได เพราะจะท าให้เหมือนมีอะไรมากดทับ ท าให้หาเงินได้ยาก


• ไม่ควรใช้ตู้เซฟ เพื่อเป็นที่วางของใช้ที่ไม่จ าเป็น • สามารถวางกระจกเงา หรือภาพวิวทิวทัศน์สวยงาม ที่ด้านข้างของตู้เซฟได้ เพื่อเป็นการเสริมโชคลาภ ให้เงินทองเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ • ควรคลุมตู้เซฟ ด้วยผ้าขาวหรือผ้าสีครีม เพื่อไม่ให้เห็นว่าเป็นตู้เซฟ หรือไม่ก็ท าเป็นตู้ครอบตู้เซฟอีกที ก็ได้เช่นกัน


• ตั้งโคมไฟฟ้าที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง หรอ ื นาฬิกาทา จากครสิตลัท่ี ม ี การเคล่ื อนไหว ที่ด้านบนของตู้เซฟ เพื่อเป็นการเรียกเงินเข้าเซฟ อยู่ตลอดเวลา • วางลูกคิดไว้ด้านบนของตู้เซฟ หรือด้านในของตู้เซฟก็ได้เช่นกัน เพื่อเป็นเคล็ดลับของความร ่ารวย มีความหมายถึงว่า มีเงินทองเข้ามามากมายจนนับไม่ถ้วน ถ้าเป็นลูกคิดที่บรรพบุรุษ ปู่ ย่าตายาย หรือเป็นลูกคิดของคนที่เป็นเศรษฐีร ่ารวยมาก่อน ได้ยิ่งดีเพราะจะยิ่งสร้างพลังได้มาก


• วางแรดหยกข้างในตู้เซฟ โดยให้หันหน้าเข้าด้านใน เพื่อเป็นเคล็ดลับของการน าความมั่งคั่ง มาสู่ตู้เซฟ จากความเชื่อที่ว่า แรดเป็นสัตว์ที่มีความแข็งแรงและอดทน การวางแรดหันหน้าเข้าตู้เซฟ จะท าให้การเงินในบ้าน มีความมั่นคงและแข็งแกร่ง


ต าแหน่งในการวางตู้เซฟ เพื่อให้ปลอดภัย และถูกหลักฮวงจุ้ยเพิ่มความร ่ารวยด้วย ดูแล้วก็ไม่ยากจนเกินไป ในบ้านเราน่าจะต้องมีต าแหน่งที่ดี เหมาะในการวางตู้เซฟกันบ้าง ใครที่ก าลังคิดจะซื้อตู้เซฟ ก็อย่าลืมว่าไม่ใช่จะวางตู้เซฟตรงไหนก็ได้ ต้องมีหลักนิดหนึ่ง


ส่วนใครที่มีตู้เซฟอยู่แล้ว ลองเช็คดูสักนิดว่าตู้เซฟของเรานั้น อยู่ในที่ปลอดภัยดีหรือยัง และอยู่ในต าแหน่งเสริมดวง เสริมความร ่ารวยและความมั่งคั่งให้เราหรือไม่ ถ้าดูแล้วไม่ใช่ ก็ลองพิจารณาปรับเปลี่ยน เพื่อให้เหมาะสม


丁未


ว ั นน ี ม ้ ี“อุตุฯ” แจ ้ งฤดห ู นำวมำ แล้วคน(จีน)โบรำณ ร ู ้ ฤดก ู ำลทเ ี ่ ปล ี ่ ยนแปลงไดอ ้ ย ่ ำงไร? https://www.silpa-mag.com/history/article_21791 ภาพประกอบเนื้อหา - ภาพเขียนหญิงชาวจีน เขียนขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 (ภาพจาก Walters Art Museum ไฟล์ public domain)


สมัยนี้เรามีกรมอุตุฯ ที่ประกาศแจ้งเตือน ว่าฝนก าลังหมด หนาวก าลังมา แต่คนเมื่อหลายพันปีก่อน รู้ฤดูที่เปลี่ยนแปลง โดยสังเกตความสัมพันธ์ ของ โลก-ดวงอาทิตย์-ดวงจันทร์ แบ่งสภาพอากาศทั้งปี เป็น 24 ตามการโคจรของดวงอาทิตย์


ในสังคมเก่าของจีน การท านาเป็นอาชีพหลักของประชาชน ซึ่งต้องสอดคล้องกับฤดูกาล คนจีนโบราณ จึงพยายามศึกษาวิถีแห่งฤดูกาล เพื่อใช้ท าปฏิทินเป็นเครื่องบอกเวลา แต่ที่ส าคัญ คือการก าหนดการกสิกรรมให้ฤดูกาล และใช้บอกวันเทศกาลให้แน่นอนด้วย เพราะเทศกาลจีนในยุคแรก เกี่ยวเนื่องกับฤดูกาลและการเกษตร


การเฝ้าสังเกตของนักดาราศาสตร์จีน พบว่า เดือน ปีฤดูกาล ในแต่ละปีนั้น เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างโลก กับดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ เดือน เป็นไปตามอิทธิพลของดวงจันทร์ ฤด ู เป็ นไปตามอทิธิพลของดวงอาทติย ์ ส่วนปีมี2 แบบ คือรอบปีสุริยคติกับรอบปีจันทรคติ ซึ่งปีปฏิทินจีนเก่า ใช้ทั้ง 2 แบบควบกัน


เดือน เกิดจากดวงจันทร์โคจรรอบโลก 1 รอบ กินเวลาประมาณ 29 ½ วัน ปฏิทินจีน จึงมีเดือนใหญ่30 วัน เดือนเล็กมี29 วัน เดือนมี29 หรือ 30 วัน ต้องค านวณอย่างละเอียด ไม่มีหลักตายตัวอย่างปฏิทินไทย ซ่ึ งถอ ื เดอ ื นค ู เ่ ป็ นเดอ ื นเตม ็ ม ี30 วัน เดอ ื นคเ ี่ป็ นเดอ ื นขาดม ี29 วัน


ส่วนฤดูกาล เกิดจากโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยแกนโลกท ามุมเอียง 23 ½ องศา กับแนวซึ่งตั้งฉากกับวิถีโคจรของโลก พร้อมกับ กำรหมุนรอบตัวเองของโลก ท ำให้ส่วนต่ำงๆ ของโลก หมุนเวียนกันรับแสงสว่ำงจำกดวงอำทิตย์ มำกน้อยต่ำงกัน เกด ิ เป็ นฤดก ู ำล


ภาพแสดงการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลก (ภาพจาก www.wikipedia.org) พื้นที่เกือบทั้งหมดของประเทศจีน อยู่ในเขตอบอุ่นเหนือ 1 ปีมี4 ฤดู (ฤดูใบไม้ผลิ, ฤดูร้อน, ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว)


แต่ละฤดู แบ่งเป็นกาลย่อย ตามลักษณะดินฟ้าอากาศ ได้อีก 6 ช่วง แต่ละช่วง กินเวลาประมาณ 15 วัน รวม 1 ปี มีสภาวะอากาศ 24 ปักษ์(ช่วงย่อยของฤดู) เมื่อครบ 4 ฤดู24 ปักษ์365 วัน เป็น 1 รอบปีสุริยคติ


ต าแหน่งของโลกบนเส้นสุริยวิถีใน 24 ปักษ์ (ภาพจากหนังสือประเพณีและการเซ่นไหว้) หลิวจั๋ว (พ.ศ. 1087-1151) นักดาราศาสตร์ สมัยราชวงศ์สุย (พ.ศ.960-1161) แบ่งเส้นสุริยวิถีเป็น 24 ช่วง มีระยะห่างเท่าๆกัน ช่วงละ 15 องศา ตามดาราศาสตร์ตามปัจจุบัน


เมื่อดวงอาทิตย์(ที่ถูกคือโลก) โคจรมาถึง จุดต่อของแต่ละช่วง ก็เข้าสู่ปักษ์ใหม่ รายละเอียดดังนี้ หลิบชุน-เริ่มฤดูใบไม้ผลิ โลกโคจรมาถึงจุด 315 องศา ในวันที่4-5 กุมภาพันธ์ อากาศเริ่มคลายหนาว หิมะเริ่มละลาย


2. อู๋จุ้ย-น ้าฝน เริ่มมีฝนตก โลกโคจรมาถึงจุด 330 องศา ในวันที่19-20 กุมภาพันธ์ 3. เก็งเต๊ก-สัตว์จ าศีลสะดุ้ง เพราะเสียงฝนตกฟ้าร้อง ท าให้สัตว์จ าศีลในฤดูหนาว สะดุ้งตื่นออกมาใช้ชีวิตปกติ เหมาะแก่การหว่านไถ โลกโคจรมาถึงจุด 345 องศา ในวันที่5-6 มีนาคม


4. ชุงฮุง-กึ่งใบไม้ผลิ เพราะโลกโคจรมาถึงจุด 0 องศา ในวันที่20 หรือ21 มีนาคม วันนั้นเป็นวันกึ่งกลางฤดูใบไม้ผลิพอดี กลางคืนกลางวันยาวเท่ากัน อากาศหายหนาวเย็นสบาย ศัพท์บัญญัติดาราศาสตร์ เรียกว่า “วสันตวิษุวัต” หรือ Vernal Equinox (วิษุวัต หรือ Equinox แปลว่าจุดราตรีเสมอภาค เพราะดวงอาทิตย์โคจรมาถึงจุดที่กลางวัน-กลางคืน บนโลกยาวเท่ากัน)


5. เช็งเม้ง-แจ่มใส บรรยกาศสดชื่นแจ่มใส ต้นเขียว ดอกไม้ออกดอก โลกโคจรมาถึงจุด 15 องศา ในวันที่4-5 เมษายน 6. ก๊กอู้-ฝนธัญชาติ ฝนตกมาก หล่อเลี้ยงพืชพรรณ ธัญญาหารทั้งหลาย โลกโคจรมาถึงจุด 30 องศา ในวันที่20-21 เมษายน


7. หลิบเห่-เริ่มฤดูร้อน โลกโคจรมาถึงจุด 45 องศา ในวันที่5-6 พฤษภาคม


8. เสียวมั่ว-รวงน้อย ข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ออกรวง โลกโคจรมาถึงจุด 60 องศา ในวันที่21-22 พฤษภาคม


9. หมั่งเจ้ง-ปลูกธัญชาติที่มีเมล็ดหรือฝักเป็นขน ข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ที่ออกรวง ในปักษ์ก่อนหน้าสุกแล้ว ให้รีบเก็บเกี่ยว และปลูกธัญชาติที่มีขน เช่น ข้าวฟาง, เกาเหลียง, ข้าวโพด เพราะถ้าปลูกไม่ทันปักษ์นี้ จะไม่ได้ผล โลกโคจรมาถึงจุด 75 องศา ในวันที่6-7 มิถุนายน


10. เห่จี่-จุดสูงสุดของฤดูร้อน กลางวันยาวสุด ศัพท์บัญญัติดาราศาสตร์ เรียกว่า “ครีษมายัน” (Summer Solstice คือจุดสูงสุดทางเหนือในฤดูร้อน กลางวันจะยาวที่สุด) โลกโคจรมาถึงจุด 90 องศา ในวันที่21-22 มิถุนายน


11. เสียวซู่-ร้อนน้อย แต่ความจริงร้อนมาก เริ่มเมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 105 องศา ในวันที่7-8 กรกฎาคม 12. ไต่ซู่-ร้อนมาก อากาศร้อนที่สุดในรอบปี เริ่มเมื่อโลกโคจรมาถึงจุด 120 องศา ในวันที่23-24 กรกฎาคม


Click to View FlipBook Version