The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sunny Strong, 2023-03-09 02:56:38

ชีวา ณ 5

ชีวา ณ 5

นั่นคือจุดชมวิวเขาเหมน ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะแต่ก่อน ที่นี่มีความเจริญรุ่งเรืองทางพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งทางใต้จะเรียกชื่อสั้น ๆเป็นเขาเมรุ หรือเขาเหมน ที่นี่เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ของอุทยานแห่งชาติน ้าตกโยง สูงประมาณ 1,307 เมตรจากระดับทะเล มีเมฆปกคลุมเกือบทั้งปี


จุดชมทิวทัศน์ยอดเขาเหมน สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้โดยรอบ เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม ที่ต้งั : ต ำบลช้ำงกลำง อ ำเภอช้ำงกลำง จังหวัดนครศรีธรรมรำช 80220 พิกดั : https://goo.gl/maps/PDJnYf2TKwzyZi1Q9 เปิ ดเข้ำชม : ทุกวัน 06.00 น. - 21.00 น. เว็บไซต์: - กำรเดินทำง : ใช้เส้นทำงสำยนครศรีธรรมรำช-ทุ่งสง ถึงที่สำมแยกควนไม้แดง เล้ียวเขำ้นำบอน ถนนหมำยเลข นศ 2001 ระยะทำง 11 กม. ถึงน้ำ ตกคลองจงั สำ หรับกำรเดินป่ำเขำเหมนตอ้งใชเ้วลำอยำ่งนอ้ย 2 วัน 1 คืน และช่วงเดินป่ำคือเดือน ธันวำคม ถึงเมษำยน


บร ิ ษ ั ททร ี ่ ่ ำ รวยทสุด ี ่ ในประวัติศำสตร์โลก? http://bit.ly/3lDREBR ในหน้าประวัติศาสตร์โลก เราจะเห็นชาติเล็กๆอยู่ชาติหนึ่ง ที่ชอบเข้ามาป้วนเปี้ยน อยู่ในเเถบเอเชียอยู่บ่อยๆครั้ง ผู้คนเรียกพวกเขาว่าชาวฮอลันดา ชาวฮอลแลนด์หรือชาวดัตช์ เเต่ท าไม่ชาติเล็กๆอย่างฮอลแลนด์ ถึงได้กลายเป็นประเทศที่ร ่ารวยที่สุดในโลกตอนนั้น


เเละอะไรที่ท าให้Dutch East India Company กลายเป็นบริษัทที่ร ่ารวยที่สุด ตลอดกาลในประวัติศาสตร์โลก? ทางออกที่ยั่งยืน… วางแผนระยะยาว… ห ้ ุ นท ิ วลปิ…


ทำงออกทย ี่ ่งัยน ื ช่วง 1543–1602 ฮอลแลนด์ ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของโปรตุเกสเเละสเปนอยู่ มีการสู้รบกันไปๆมาๆอย่างยืดยาว ไม่จบสิ้นของสเปนเเละอังกฤษ ( Anglo-Spanish War ) ที่ดูเหมือนหลายๆประเทศรอบข้างจะซวยไปด้วย เเละ ฮอลแลนด์ก็เป็นหนึ่งในนั้น โปรตุเกสกับสเปน เป็นนักล่าอาณานิคมที่มีอ านาจ


พวกเขาร ่ารวยมากๆจากการค้าเเรงงานทาส เเละส่งออกน าเข้าสินค้า ชาวดัตช์ จะซื้อพริกจากลิสบอน เพื่อไปขายต่อให้กับประเทศต่างๆทั่วยุโรป ซึ่งตอนนั้น โปรตุเกสเป็นประเทศที่ผูกขาดการค้าพริกอยู่ พวกเขาน าเข้าส่งออกพริกมาเป็นสิบๆปี พริก อาจจะเห็นทั่วไปในปัจจุบัน เเต่สมัยนั้น พริก ถือเป็นวัตถุดิบที่หายากมากๆ


มันสามารถเอามาใช้เป็นยา หมักดองอาหาร ท าให้เนื้อมีรสชาติเเละเชื่อว่าท าให้สุขภาพดี ชาวโปรตุเกส เชี่ยวชาญด้านการท าอาหารมาก เเล้วชอบเเนะน าเครื่องเทศ เมนูใหม่ๆให้กับประเทศที่พวกเขาไปเยือนเสมอ พร้อมพยายามเผยเเผ่ศาสนาคริสต์ไปในตัว วัชก ู ดำ กำมำ ( Vasco-da-Gama ) ได้เเนะน าพริกจากอเมริกาใต้ ให้อินเดียได้รู้จัก


เเล้วใช้อินเดีย เป็นเเหล่งปลูกพริกให้โปรตุเกส ในเวลาต่อมา


วัชกูดา กามา บุกเบิกเส้ นทางไปสู่ เอเชีย [ Image source : CROSSING THE OCEAN SEA ] เเต่ในปี1580 โปรตุเกส ต้องเจอกับปัญหาภายใน ที่หากษัตริย์มาสืบทอดอ านาจไม่ได้


สเปน ได้เข้าไปควบคุมโปรตุเกส ลิสบอน จึงถูกตัดขาดการท าธุรกิจกับฮอลเเลนด์ไป ท าให้พวกเขาขาดรายได้ จึงต้องล่องเรือไปเอาพริก เเละต้องสร้างเครือข่ายการค้าด้วยตนเอง ถึงเเม้ว่ามันจะไกลมากๆก็ตาม


ฮอลแลนด์ ไม่มีทางเลือกมากนัก พวกเขาต้องการ ท าให้เศรษฐกิจในประเทศเข้มเเข็ง เพื่อที่จะป้องกันการรุกรานจากชาติอื่นๆ พวกเขาจึงเลือกท าในสิ่งที่พวกเขาถนัดที่สุด นั่นก็คือการล่องเรือ ทุกคนที่นั่นเติบโต เเละเข้าใจวิถีของชาวประมงเป็นอย่างดี เเต่ดูเหมือน มันจะถึงเวลาเเล้ว ที่พวกเขาจะเปลี่ยนไปท าอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่า


เรือขนส่ งสินค้าจากท่าเรืออัมสเตอร์ ดาม [ Image source : ipfs.io ] ในปี1594 พวกเขำจ ึ งก่อต ้ งับร ิ ษทัข ้ึ น เพื่อไปเอำพริก จำก มำลูกู-อินโดนีเซีย


ในปี1596 -1597 พวกเขำส่งเร ื อไปลำ เเรก ซึ่งพอเอำของมำขำย กไ็ ดก ้ ำ ไรเก ิ นกวำ่ค่ำเด ิ นทำงท ้ งัหมด


จำกน ้ นั พวกเขำส่งเร ื อไปอ ี ก รอบ 2 ในปี1598–1599 พวกเขำขำยของไดก ้ ำ ไรถ ึ ง 400% หลงัจำกน ้ นั จ ึ งเก ิ ดบร ิ ษทัเด ิ นเร ื อ เพื่อไปเอำพริกมำขำยมำกมำย ในฮอลแลนด์


ในช่วงเเรกๆ พวกเขำประสบควำมยำกล ำบำก ในกำรล่องเร ื อระยะไกลเเบบน ้ นั ช่วง 6 ปี เเรก ม ี กำรส่งเร ื อไป 65 ล ำ เรือ 1 ใน 10 จะไม่ไดก ้ ลบัมำเพรำะส ูญหำย ส่วนพวกท ี่กลบัมำได ้ กเ ็ หล ื อล ู กเร ื อเพ ี ยง 1 ใน 3 เท่ำน ้ นั


เเต่นอกเหน ื อจำกพร ิ กท ี่ไดก ้ ลบัมำเเลว ้ พวกเขำยังได้ควำมรู้มหำศำล ในกำรล่องเร ื อระยะไกล ร ู ้ วำ่จะล่องเร ื อเเบบไหน ถึงจะปลอดภัยเเละมีประสิทธิภำพสูงสุด จนขยำยสถำนะตัวเอง จำกชำวประมง เป็ นนักส ำรวจ ในเวลำต่อมำไดส้ ำ เร ็ จ เเละยงัร ู ้ ถ ึ งวธ ิี กำรท ี่จะสร ้ ำงเคร ื อข่ำยในกำรทำ ธุรก ิ จกบั ประเทศต่ำงๆอ ี กดว ้ ย


ควำมร ู ้ น ้ ี ท ำให้พวกเขำ เป็ นชำต ิ ท ี่ล ้ ำ หนำ ้ ท ี่สุด ในกำรล่องเร ื อ เพ ื่อทำ ธุรก ิ จเหน ื อกวำ่ชำต ิไหนๆ ในตอนน ้ นั เเต่กำรท ี่กลุ่มพอ่คำ ้ ชำวดตัช ์ เเยง่กนัทำ มำหำก ิ นเเบบน ้ ี กจ ็ ะไม่ม ี วนัท ี่จะส ู ก ้ บัชำต ิ องักฤษหร ื อสเปนไดอ ้ ยด ู่ ี ที่จ้องจะมำเอำผลประโยชน์ ตดัหนำ ้ ชำต ิ เลก ็ ๆอยเ ู่สมอ พวกเขำจ ำเป็ นจะตอ ้ งร่วมม ื อกนั


สัญลักษณ์VOC เห็นได้ทั่วไปในงานศิลปะโบราณในเเถบเอเชีย ในปี1602 กลุ่มของนกัเด ิ นเร ื อชำวฮอลแลนด ์ ไดร ้ วมตวักนั พร ้ อมร่วมม ื อกบัทำงรัฐบำล โดยใชช ้ื่อกำรรวมกลุ่มน ้ ี วำ่ Dutch East India Company ( VOC ) เพ ื่อใหพ ้ วกเขำทำ งำนไดง ้่ำยข ้ึ น


อีกท ้ งัยงัเพ ิ่มโอกำสในกำรขยำยธุรก ิ จ เพื่อน ำเข้ำเครื่องเทศจำกชำติอื่นๆมำด้วย ซ่ึ งพวกเขำจะไดร ้ับอำ นำจอยำ่งเตม ็ ท ี่ จำกทำงรัฐบำล พวกเขำจะเขำ ้ไปเยอ ื นแผน่ด ิ นอ ื่นๆ ในฐำนะรัฐบำลของประเทศฮอลแลนด์ พร้อมกองทัพที่ตำมไปด้วย นอกจากจะเอาพื้นที่มาเเล้ว ชาวดัตช์ยังเอาชาวเกาะมาเป็ นทาสอีกด้วย [ Image source : http://www.geheugenvannederland.nl ]


Dutch East India Company กลำยเป็ นควำมหวังหนึ่งเดียว ที่จะท ำให้ฮอลแลนด์ เป็ นอิสระจำกสเปน พวกเขำตอ ้ งกำรใชธ ุ้รก ิ จน ้ ี เป็ นอ ำนำจในกำรต่อรอง ไม่ใหช ้ ำต ิ มหำอำ นำจอ ื่นเขำ ้ มำรุกรำน สำมำรถต่อรอง ในยำมที่พวกเขำต้องกำรขยำยอำณำนิคม ไปในชำติอื่นๆ รวมถ ึ งต่อรองรำคำทำสดว ้ ย


วางแผนระยะยาว… เเต่กำรจะเป็ นชำต ิ มหำอำ นำจ ที่จะผูกขำดสินค้ำ ไม่ใช่เร ื่องง่ำยขนำดน ้ นั พวกเขำต้องกำรเงินทุนมหำศำลจำกชำวเมือง โดยอำจจะใหเ ้ เรงจ ู งใจต่อนกัลงทุน ดว ้ ยผลตอบเเทนท ี่มำกข ้ึ นในอนำคต มันจ ึ งเก ิ ดเเนวค ิ ดของกำรซ ้ ื อขำยหุน ้ ข ้ึ นมำ ตลาดหุ้นที่เเรกของโลก จึงเกิดขึ้น ที่อัมสเตอร์ ดัม


ตลาดหุ้ นที่เเรกของโลก[ Image source : wikiward / wikimedia.common ] ท ำให้Dutch East India Company กลำยเป็ นบริษัทเเรกของโลก ท ี่ม ี กำรซ ้ ื อขำยเเบบหุน ้ คนร ่ำรวย หร ื อเเมเ ้ เต่คนท ี่อพยพเขำ ้ มำ ต่ำงพำกนัเขำ ้ ตลำดหุน ้ เพ ื่อทำ กำรซ ้ ื อขำย


จนท้ำยที่สุด สำมำรถระดมทุน ได้ถึง 110 ล้ำนเหรียญ ( ค่ำเง ิ นในปัจจุบนั ) พวกเขำ ม ี เร ื อขนส่งส ิ นคำ ้ ขนำดใหญ่150 ล ำ 40 เรือรบ พนักงำน 5 หมื่นคน ทหำรกวำ่ 1 หมื่นนำย กระจำยไปท ี่จุดขนส่งส ิ นคำ ้ ต่ำงๆ


ในปี1611 พวกเขำผูกขำดพริกได้ส ำเร็จที่อินโดนีเซีย เเลว ้ จดัต ้ งัสำ นกังำนใหญ่ท ี่จำกำร ์ ตำ ม ี ธุรก ิ จนำ เขำ ้ ผำ ้ ทอจำกอ ิ นเด ี ย เพ ื่อแลกกบัเคร ื่องเง ิ นจำกญ ี่ปุ่น น ำเข้ำผ้ำไหมจำกจ ี นไปขำยต่อท ี่อ ื่น ทำ ตวัเป็ นพอ่คำ ้ คนกลำงเเลว ้ไปขำยต่อ ซ่ึ งส ิ นคำ ้ ท ี่พวกเขำนำ ไปขำยต่อ สำมำรถม ี ม ู ลค่ำเพม ิ่ข ้ึ นถ ึ ง 1,500%


บริษัทได้สร้ างเครือข่าย เชื่อมต่อท่าเรืออย่างเป็ นระบบ เเละพวกเขำยังสร้ำงกองทัพ เพื่อ“คืนควำมสุขให้ประชำชน” ด้วยอำวุธครบมือ ในพ ้ ื นท ี่ ที่พวกเขำเข้ำไปท ำกำรค้ำ สิ่งที่พวกเขาท านี้ เป็ นสิ่งใหม่ที่ชาติอื่นไม่ท ากันในตอนนั้น ซึ่งได้กลายเป็ นเเนวทางให้ชาติอื่นท าตาม ในเวลาต่อมา


เรือขนส่ งสินค้า VOC ในมุมมองของศิลปิ นชาวญี่ปุ่ น [ Image source : Pictures from History / Granger, NYC ]


นอกเหนือจากท าการค้า พวกเขายังหาโอกาส ไปส ารวจผืนแผ่นดินอื่นๆด้วย จนพวกเขาได้พบประเทศใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น… การค้นพบนิวซีแลนด์ในปี1642 ค้นพบเกาะฟอร์โมซ่า ในปี1642 ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อ มาเป็น ไต้หวัน


ค้นพบนิวฮอลแลนด์ ในปี1644 ซึ่งต่อมา เปลี่ยนชื่อมาเป็น ออสเตรเลีย พวกเขามีอ านาจเหนือสเปนในท้ายที่สุด จนสามารถ ประกาศอิสรภาพอย่างเป็นทางการได้ ในปี1648


อยุธยาในสายตาของศิลปิ นชาวดัตช์ที่ท างานให้ กับ VOC Johannes Vingboons วาดไว้ในช่วงปี1662 -1663 [Image source : commons.wikimedia.org ] จนในปี1669 Dutch East India Company กลายเป็นบริษัทที่ร ่ารวยที่สุด ในประวัติศาสตร์โลก


ส่วนหนึ่งของเงินที่พวกเขาหามาได้ จะน าไปสร้างแผ่นดิน ( Land reclamation ) ให้กับประเทศของตนเอง เนื่องจาก ภูมิศาสตร์ที่ต ่ากว่าระดับน ้าทะเล มีการถมดินให้สูงขึ้น ( เป็นเหตุผลว่าท าไม ปัจจุบัน พื้นแผ่นดิน ฮอลแลนด์ ถึงราบเรียบเหมาะกับการปั่นจักรยาน ) เเละยังมีการสร้างระบบชลประทาน ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ เพื่อสร้างระบบจัดการน ้าที่มีประสิทธิภาพ


เเต่สิ่งที่ท าให้Dutch East India Company ร ่ารวยเเบบสุดขีด ไม่ใช่เครื่องเทศ เเต่มันคือ ดอกทิวลิป ไร้ ทิวลิปในฮอลเเลนด์[ Image source : http://www.thebulletin.be ]


หุ้นทิวลิป ผู้คนรู้จักดอกทิวลิป ในช่วงเเรกๆที่ ตุรกี ในปี1554 มันเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง เเละได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ การมีดอกทิวลิปในสวน ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง


ปกติเเล้ว ดอกทิวลิป จะใช้เวลา 7-12 เดือนถึงจะออกดอก เเละก็เบ่งบานเพียง 1 อาทิตย์เท่านั้น ด้วยความที่มันหายาก เลี้ยงดูยาก จึงเป็นสัญลักษณ์ ของความทะเยอทะยาน ของสังคมชั้นสูง ชาวดัตช์ ได้สร้างรูปแบบการเงินเป็นระบบ ผ่านตลาดหุ้น เเละยังสามารถ สร้างระบบการน าเข้าส่งออก ให้กับ ทิวลิป ทุกๆเดือนได้ด้วย


ซึ่งราคาจะถูกตั้ง ในช่วงที่ทิวลิปได้ออกดอกเเล้ว ชาวดัตช์ ได้สร้างนิยามที่ถูกใช้กันมากในปัจจุบัน นั่นก็คือค าว่า “เก็บไว้ลงทุน” อันน าไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจ ในเวลาต่อมา


ในช่วงปี1630 ผู้คนเเห่กันขายของใช้ส่วนตัว เพื่อเอาเงินไปลงทุนกับทิวลิป เพราะเห็นพ่อค้าระดับตัวท๊อป ท าเงินได้ถึง 6 หมื่นเหรียญต่อเดือน (ค่าเงินในปัจจุบัน) หลังจากที่ทิวลิปเข้าตลาดหุ้น เเละมีการซื้อขายกันอยู่ ทั้งใน อังกฤษ ฝรั่งเศส ราคาของมัน จึงสูงขึ้นเรื่อยๆชนิดที่ฉุดไม่อยู่


เพื่อให้เห็นภาพ ในช่วงที่ทิวลิปมีราคาสูงที่สุด ดอกทิวลิปดอกนึง จะมีราคาสูง มากกว่า รายได้ตลอดทั้งปีของคนใช้เเรงงานทั่วไป ถึง 10 เท่า จนถึงวันที่เกิดฟองสบู่เเตก ครั้งเเรกของโลก ในปี1636


หุ้ นทิวลิปที่ตกลงฮวบฮาบในปี1636 [ Image source : amsterdamtulipmuseumonline.com ] สัญญำณ มันเร ิ่มขน ึ ้ ตอนทน ี่ำยหน ้ ำจำกทำงเหน ื อของฮอลแลนด ์ ไม่เข ้ ำมำร่วมกำรประม ู ลรำคำ เหมอ ื นอยำ่งทเ ี่คยเป็ น


มันเป็นสัญญาณ บอกถึงราคาจะไม่สูงไปมากกว่านี้เเล้ว หลังจากนั้น ก็เริ่มมีพ่อค้ารายใหญ่ๆทยอยขายหุ้น เพราะรู้สึกเป็นกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พ่อค้ารายเล็กๆจึงแห่กันขายตามมา จนหุ้นร่วงเป็นประวัติการณ์ภายใน 1 อาทิตย์ ประเทศฮอลแลนด์ จึงเกิดภาวะฝืดเคืองทางเศรษฐกิจอย่างรุนเเรง


เเต่นั่นคือการเรียนรู้ครั้งส าคัญ ของรัฐบาลฮอลแลนด์ ว่าท าอย่างไร ถึงไม่ให้สถานกาณ์เเบบนี้ เกิดขึ้นอีก ปี1669 พวกเขาได้กลายเป็ นบริษัทที่ร ่ารวยที่สุดในประวัติศาสตร์ โลกโดยมีมูลค่ารวมถึง 7.9 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งถ้าเทียบกับปัจจุบันก็ให้ ลองเอา Apple , Microsoft , Google มารวมกันเเล้วคูณ 3 เข้าไปก็จะมีมูลค่ารวมเท่ากับ Dutch East India Company [ Image source: Visual Capitalist ]


Dutch East India Company ยังคงเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ๆ ทั่วเอเชียเเละแอฟริกาต่อไป เพราะมีอะไรหลายอย่างที่ยังขายได้อยู่ ระบบการจัดการที่เกิดในบริษัท ส่งผลอย่างมากต่อเเนวคิดทางธุรกิจในปัจจุบัน เพราะมันเป็นบริษัทเเรกๆของโลก ที่มีการจัดการที่ซับซ้อนเเบบนั้น มีการสร้างความน่าเชื่อถือ มีการสร้างระบบการร่วมทุนโต๊ะจีน เพื่อสร้างระบบการค้าแบบผูกขาด


เป็นส่วนส าคัญ ในการถ่ายทอดวิทยาการล ้าสมัย ให้กับชาวเอเชีย ช่วยบันทึกประวัติศาสตร์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในสมัยก่อนผ่านรูปวาด เเละสอนให้ใช้การค้าขาย เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการล่าอาณานิคม ได้อย่างเป็นระบบ เเละเเนบเนียน


จุดจบ Dutch East India Company ยังคงเป็นบริษัทที่มีความมั่นคง จนถึงช่วงกลางยุค 1700 ปัญหา มันเริ่มตั้งเเต่ที่พวกเขาประสบความยากล าบาก ในการบริหารจัดการกับประเทศคู่ค้าส าคัญ อย่างจีน ญี่ปุ่ น ที่มีปัญหาในคาบสมุทรของตัวเอง ตลาดเครื่องเทศ เริ่มไม่ฮิตเหมือนเมื่อก่อน


ตลาดหุ้นจากประเทศอื่นๆ เริ่มเติบโตเเข็งเเรงขึ้นเรื่อยๆ เกิดปัญหาคอร์รัปชันภายใน เกิดสงครามระหว่างฮอลแลนด์กับอังกฤษขึ้น เรียกได้ว่าทุกๆปัญหา ถาโถมเข้ามาหา Dutch East India Company จนยากที่จะต้านทานไหว ต่อเนื่องยาวนาน


https://www.youtube.com/watch?v=lzOU-CRhDSw Battle of Texel, 1673 (Third AngloDutch War): 제3차 잉글랜드네덜란드 전쟁, 설 전 [ การต่อสู้ในซีรีส์Anglo-Dutch War ที่มีมาอย่างยาวนาน ]


ในปี1780 – 1784 พวกเขาท าสงครามกับอังกฤษ เเละก็เเพ้อย่างย่อยยับ ในท้ายที่สุด ( Fourth Anglo-Dutch War ) ท าให้เครือข่ายการค้ากับเอเชียถูกตัดขาด ในปี1790 เป็นต้นมา เกิดปัญหาคอร์รัปชันอย่างหนักภายใน ในปี1795 ฝรั่งเศสเข้ามายึดฮอลแลนด์ได้ส าเร็จ ( Batavian Revolution )


ประเทศที่เคยเข้าไปยึดครองเเถบเอเชีย เริ่มเเข็งเเรง รัฐบาลต้องถอนก าลังออกมาในท้ายที่สุด เเละ Dutch East India Company ก็ค่อยๆหายไปจากโลก ในปี1799 ปิดต านานบริษัทที่ครองความยิ่งใหญ่ มานานกว่า 197 ปี ในท้ายที่สุด


ชะตากรรมของพวกเขา ไม่ต่างจากบริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆทั่วโลก ในหน้าประวัติศาสตร์ เเต่สิ่งที่พวกเขา ยังมีอยู่เเน่ๆ คือผืนเเผ่นดินของพวกเขาเอง ที่Dutch East India Company ได้สร้างไว้ ยามที่พวกเขารุ่งเรืองเเบบสุดๆ ผืนแผ่นดินที่สูงขึ้นจากโครงการยกหน้าดิน( Land reclamation ) [ Image source : K Cantner, AGI ]


ดัดตนแก้ปวดเอว https://www.doctor.or.th/article/detail/4153 เคยมีอาจารย์หมอนวด ตั้งค าถามผมในที่ประชุมโครงการฟื้นฟูการนวดไทย เรื่องการปวดเอวแบบเส้นสะดุ้งขบมาแล้ว แต่ผมไม่ได้ตอบ เพราะยังไม่เคยเจอคนที่มีอาการเช่นนี้มาหา หลังจากนั้น ผมถึงได้เจอคนที่มีอาการเช่นนี้ มาหาหลายครั้ง หลังจากนวดเสร็จแล้วเขาบอกว่าอาการดีขึ้น แต่พอเคลื่อนไหวผิดท่านิดเดียว ก็เสียวแปลบแบบเส้นสะดุ้งขบที่เอวอีก ก็ต้องนวดแก้ตามแบบผมที่เขียนมาในที่นี้หลายครั้ง


ในขณะที่ผมเขียน ผมได้คุยกับหมอนวดตาบอด เขาบอกว่าเคยมีอาการแบบนี้มาแล้ว ผมให้เขายืนหันหน้าเข้าหาฝาผนัง ใช้ฝ่ ามือทั้งสองข้างยันฝาผนังไว้ ก้าวขา ข้างที่ปวดมาทางด้านหลัง หนึ่งก้าว


หายใจเข้าช้าๆ พร้อมทั้งย่อเข่าหน้า เข้าชิดฝา โดยให้ขาด้านหลังเหยียดตึง ส้นเท้าและฝ่ าเท้าเหยียบพื้นไว้ให้แน่น พอหายใจออก ก็กลับมายืนท่าเดิม เขายังยืนยันว่าหายจากอาการเพราะท่านี้ แต่ถ้าคนที่มีพื้นที่น้อย เช่น อยู่ในรถก็ใช้ท่าฤาษีดัดตน ที่ผมเขียนมานี้ก็ได้ เพราะมีคนใช้ท่านี้ หายมาหลายคนแล้ว


Click to View FlipBook Version