The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mimm_jewpanya, 2022-07-19 02:10:42

คู่มือหลักสูตรท้องถิ่น

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

¤‹ÁÙÍסÒè´Ñ¡¨Ô¡ÃÃÁ¡ÒÃà¹ÃÙ‡
ËÅѡʵÙ÷ŒÍ§¶¹Ôè

˹‹Ç¡ÒÃà¹ÇÙàÛ̈́§“ÊÁà´ç¨¾ÃÐà¨ÒŒµÒ¡ÊÔ¹ÁËÒÃÒª”

¡ÅÁØ‹§Ò¹¾²Ñ¹ÒËÅ¡ÑÊٵáÒÃÈÖ¡ÉÒ¢Ñé¹¾¹×é°Ò¹áÅСÃкǹ¡ÒÃà¹ÇÙ
¡ÅØ‹Á¹àԷȵԴµÒÁáÅлÃÐàÁÔ¹¼Å¡ÒèѴ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ
ÊÓ¹¡Ñ§Ò¹à¢µ¾×é¹·è¡ÕÒÃÈÖ¡ÉÒ»ÃжÁÈÖ¡Éҵҡࢵ1
Êӹѡ§Ò¹¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒáÒÃÈÖ¡ÉÒ¢é¹Ñ¾¹×é°Ò¹
¡ÃзÃǧȡÖÉÒ¸¡ÒÃ

คมู่ ือการจัดกจิ กรรมการเรียนรูห้ ลกั สตู รท้องถิ่น

หน่วยการเรียนรู้เรือ่ ง“สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช”
สาระการเรยี นรปู้ ระวัติศาสตร์ กลุ่มสาระสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
( ฉบับปรับปรุงพทุ ธศกั ราช 2560 )
สาํ นกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาตาก เขต 1

กลุ่มงานพัฒนาหลกั สตู ร การศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐานและกระบวนการเรยี นรู้
กลมุ่ นิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา
สาํ นกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาตาก เขต 1
สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน
เอกสารลําดับที่ 14/2565 กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

คำนำ

สำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำประถมศึกษำตำก เขต 1 ได้ปรับปรุง “กรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ิน”
ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๑ ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำนพุทธศักรำช ๒๕๕๑ และแผนกำรศึกษำ
แห่งชำติ พ.ศ.2560 - 2579 โดยจัดทำเป็นหน่วยกำรเรียนรู้ เรื่อง สมเดจ็ พระเจำ้ ตำกสินมหำรำช มีวัตถปุ ระสงค์
เพ่ือให้สถำนศึกษำในสังกัด ใช้เป็นแนวทำงในกำรจัดกำรเรียนกำรสอน โดยจัดทำโครงสร้ำงเนื้อหำวิชำ
ประวัติศำสตร์ เร่ือง สมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำช (เป็นรำยช้ัน ) ตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษำ
ตอนต้น รำยละเอียดของเนื้อหำองค์ควำมรู้ที่เกี่ยวกับพระรำชประวัติของสมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำช
ให้เหมำะสมกบั ระดบั ชัน้

กำรจัดทำเอกสำรหน่วยกำรเรียนรู้เล่มนี้ คณะทำงำนได้ศึกษำหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน
พทุ ธศกั รำช 2551 มำตรฐำนกำรเรียนรูแ้ ละตัวช้วี ดั ในกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ข้อมูลเกี่ยวกับพระรำชประวัติของสมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำชมำประมวล
เพื่อปรับปรุงกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น ฉบับปรับปรุง พุทธศักรำช 2561 โดยวิเครำะห์ควำมสัมพันธ์
ของมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ข้อมูลสำรสนเทศของจังหวัดตำก และข้อมูลพระรำชประวัติของสมเด็จพระเจ้ำ
ตำกสินมหำรำช เพ่ือให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เก่ียวกับพระรำชประวัติของพระองค์ท่ำนที่เก่ียวข้องในท้องถ่ินตนเอง
ขณะทรงรับรำชกำร ณ เมืองตำก ก่อนสถำปนำข้ึนเป็นกษัตริย์สมัยกรุงธนบุรี ทั้งน้ีเพื่อให้ผู้เรียนเกิดควำมรัก
ควำมหวงแหน ในท้องถ่ินของตนเอง มีควำมรักควำมเสียสละ มีจิตอำสำ รักและภำคภูมิใจในควำมเป็นไทย
และเพ่ือเป็นแนวทำงให้สถำนศึกษำได้ใช้ในกำรจัดทำหลักสูตรสถำนศึกษำได้อย่ำงเหมำะสม และจัด
ประสบกำรณ์เรียนรู้ให้สอดคล้องกับมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตำมควำมต้องกำรของผู้เรียนและชุมชน อันจะส่งผลให้
ผู้เรียนมคี วำมรักทอ้ งถิ่น และภูมใิ จในท้องถน่ิ ของตนเอง

ขอขอบคุณผู้ท่มี ีสว่ นเกีย่ วขอ้ งทกุ ทำ่ นทไ่ี ด้ให้ควำมร่วมมือในกำรจัดทำแนวกำรจดั ทำหน่วยกำรเรยี นรู้
เรือ่ ง “สมเด็จพระเจ้ำตำกสนิ มหำรำช” ของสำนกั งำนเขตพ้นื ที่กำรศึกษำประถมศึกษำตำก เขต 1 ไว้ ณ โอกำสน้ี

สำนกั งำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำตำก เขต 1
พฤษภำคม 2565

สารบัญ

หน้า

คาํ นํา

สว่ นท่ี 1 ความสาํ คญั ของกรอบหลกั สตู รระดบั ทอ้ งถ่นิ 1

สว่ นท่ี 2 โครงสร้างเนื้อหาวชิ าประวัตศิ าสตร์ เรื่อง สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช (เป็นรายชั้น) 7
- ระดบั ชั้นปฐมวยั (อ.1 – อ.3) 12
- ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษา (ป.1 - ป.6) 15
- ระดบั ชั้นมัธยมศึกษา (ม.1 - ม.3)

สว่ นที่ 3 แผนการจดั การเรียนรู้
- ระดบั ชน้ั ปฐมวัย (อ.1 – อ.3)
17
อนุบาล 1 42
อนบุ าล 2 66
อนุบาล 3 95
- ระดับชั้นประถมศกึ ษา (ป.1 - ป.6) 120
ป.1 148
ป.2 166
ป.3 222
ป.4 277
ป.5 307
ป.6 338
- ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษา (ม.1 - ม.3) 376
ม.1
ม.2
ม.3

ภาคผนวก 407
เอกสารอ้างอิง 408
คณะผู้จดั ทาํ

ส่วนที่ 1
ความสําคญั ของกรอบหลกั สตู รระดบั ท้องถ่นิ

1

ความสาํ คญั ของกรอบหลักสูตรระดบั ทอ้ งถิ่น

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 81 ระบุไว้ว่า รัฐต้องจัดการศึกษา
อบรม และสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม จัดให้มีกฎหมายเกี่ยวกับ
การศึกษาแห่งชาติ ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม สร้างเสริม
ความรู้และปลูกฝังจิตสํานึกที่ถูกต้องเก่ียวกับการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สนับสนุนการค้นคว้าวิจัยในศิลปะวิทยาการต่างๆเร่งรัดพัฒนาวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาประเทศ พัฒนาวิชาชีพครู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ และ
วัฒนธรรมของชาติ

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
มาตรา 7 ระบุว่าในกระบวนการเรียนรู้ ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสํานึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมือง การปกครอง
ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาและส่งเสริม สิทธิ หน้าท่ี เสรีภาพ
การเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค และศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รู้จัก
รักษาผลประโยชน์ส่วนรวม และของประเทศชาติ รวมทั้งส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ การกีฬา
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และความรู้อันเป็นสากล ตลอดจนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
มีความสามารถในการประกอบอาชีพ รู้จักพ่ึงตนเอง มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ ใฝ่รู้ และเรียนรู้ด้วยตนเอง
อย่างต่อเนื่อง

มาตรา 27 กําหนดให้คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานกําหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พ้ืนฐาน เพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองดีของชาติ การดํารงชีวิต และการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพ่ือ
การศึกษาต่อ และให้สถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานมีหน้าท่ีจัดทําสาระของหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาใน
ชุมชนและสังคมภูมิปัญญาท้องถ่ิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือเป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครัว ชุมชน สังคม
และประเทศชาติ

นอกจากนี้ในมาตรา 39 กําหนดให้กระทรวงกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการศึกษา
ทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไป ไปยังคณะกรรมการและ
สาํ นกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา และสถานศึกษาในเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาโดยตรง

พระราชบัญญัติระเบียบการบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 35 ระบุว่า
สถานศึกษาท่ีจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานเฉพาะที่เป็นโรงเรียนมีฐานะเป็นนิติบุคคล และมาตรา 37 ให้มี
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทําหน้าท่ีในการดําเนินการให้เป็นไปตามอํานาจหน้าท่ีของคณะกรรมการ
เขตพ้ืนที่การศึกษา และให้มีอํานาจหน้าท่ีเก่ียวกับการศึกษา ตามท่ีกําหนดไว้ในกฎหมายน้ี หรือกฎหมายอ่ืน
และมีอาํ นาจหนา้ ท่ี ดงั นี้

(1) อํานาจหน้าท่ีในการบริหารและจัดการศึกษาและพัฒนาสาระของหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้อง
กบั หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐานของสาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน

(2) อํานาจหน้าที่ในการพัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
รว่ มกันกบั สถานศกึ ษา

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษา
ข้ันพื้นฐาน พ.ศ. 2544 ข้อ 5 ระบุว่าให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึงเรียกว่า “คณะกรรมการบริหารหลักสูตร
และงานวิชาการสถานศึกษา” อยู่ภายใต้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และข้อ 6 ให้คณะกรรมการ
มีหน้าท่ีวางแผนการดําเนินงานวชิ าการ กําหนดสาระรายละเอยี ดของหลักสูตรระดับสถานศึกษา และแนวการจัด

2

สดั ส่วนสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นของสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสตู รการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สภาพเศรษฐกจิ สังคม ศลิ ปวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาของท้องถ่นิ

จากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
ราชการกระทรวงศึกษาธิการ และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการดังกล่าว หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องในการจัด
การศึกษา นอกจากจะต้องจัดการศึกษาให้ผู้เรียนเกิดความรู้คู่คุณธรรมแล้วยังจะต้องจัดการศึกษาให้สอดคล้อง
กับสภาพของท้องถิ่น เพ่ือให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ชีวิตจริงของตนเองในท้องถิ่น เรียนรู้สภาพภูมิศาสตร์ ประวัติ
ความเป็นมา สภาพเศรษฐกิจ สังคม การดํารงชีวิต ภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม ตลอดจนให้มีความรัก
ความผูกพัน และมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง รวมทั้งสามารถนําไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์
ต่อการประกอบอาชีพและการดํารงชีวิตในสังคม สถานศึกษา หรือหน่วยงานที่เก่ียวข้อง จึงต้องตระหนักถึง
ความสําคัญดังกล่าวนี้ รวมทั้งจะต้องดําเนินการส่งเสริมสนับสนุนให้ครูผู้สอนสามารถนําสาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน
ไปจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรยี นเกิดสมั ฤทธผิ ลบรรลตุ ามมาตรฐานการเรียนรู้ ได้อยา่ งแท้จริง

สถานศึกษาเป็นหน่วยงานระดับปฏิบัติการท่ีจะต้องนํากรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นท่ีสํานักงานเขต
พ้ืนที่การศึกษาเป็นผู้จัดทําไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม เพ่ือให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นของตนเอง
เกิดความรัก ความผูกพัน และมีความภาคภูมิใจในท้องถ่ิน สถานศึกษา จึงต้องนํากรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ิน
ลงสู่การเรียนการสอน โดยจัดสาระการเรียนรู้ องค์ความรู้ที่เก่ียวกับท้องถ่ินให้เหมาะสมกับบริบทของ
สถานศกึ ษา สภาพของชุมชน และระดบั การศึกษาของผู้เรียนน้นั ๆ
วตั ถุประสงค์ของกรอบหลักสูตรระดบั ท้องถน่ิ

1. เพอื่ กําหนดเปา้ หมายคุณภาพผ้เู รียนตามความตอ้ งการของคนเมืองตาก
2. เพื่อกาํ หนดสาระการเรยี นร้ทู อ้ งถ่นิ ของจังหวดั ตากให้สอดคล้องกบั ความตอ้ งการของทอ้ งถน่ิ และ
จดุ หมายของหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
3. เพอ่ื เปน็ กรอบให้กับโรงเรยี นในสังกดั นําไปใชใ้ นการจดั ทําหลักสูตรสถานศึกษา
นิยามและความหมาย
1. “ท้องถิ่น” หมายถึง บริเวณสถานที่รวมท้ังสภาพแวดล้อมและสังคมวัฒนธรรมที่ผู้เรียน
ส่วนมากมีวิถีชีวิตเกี่ยวข้อง คุ้นเคยมาต้ังแต่กําเนิด มีขอบข่ายครอบคลุมท้ังหมู่บ้าน ตําบล อําเภอ และจังหวัด
ของทอ้ งถ่ินนั้น ๆ
2. “กรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ิน” หมายถึง เป้าหมายคุณภาพผู้เรียน ผลการเรียนรู้ และขอบข่าย
ของสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นในจังหวัดตาก ที่สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1 และผู้ท่ี
มีส่วนเกี่ยวข้องได้ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยและกําหนดข้ึนให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถ่ิน โดยมุ่งเน้น
ในการพัฒนาผู้เรยี นให้เป็นคนดี มคี วามรู้ อยใู่ นสังคมได้อยา่ งเป็นสุข
3. “สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น” หมายถึง รายละเอียดของข้อมูลสารสนเทศ รวมท้ังเน้ือหาองค์ความรู้
ท่ีเก่ียวกับท้องถ่ินในด้านต่าง ๆ เช่น สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ประวัติความเป็นมา
สภาพเศรษฐกิจ สังคม การดํารงชีวิต การประกอบอาชีพ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา ฯลฯ
ตลอดจนสภาพปัญหาและส่ิงท่ีควรได้รับการพัฒนาในชุมชน และสังคมที่สถานศึกษากําหนดข้ึนเพ่ือจะนําไปใช้
จัดประสบการณ์ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รียนรเู้ กีย่ วกับทอ้ งถน่ิ ของตนเอง
4. “สถานศึกษา” หมายถึง โรงเรียนสงั กัดสาํ นกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาตาก เขต 1

3

5. “หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” หมายถึง หน่วยงานเป็นผู้มีส่วนได้เสียและมีส่วนร่วมในการจัดทํากรอบ
หลักสูตรระดับทอ้ งถิ่น ได้แก่ สํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดตาก การท่องเทย่ี วแห่งประเทศไทย (ททท.) สํานักงานตาก
สํานักงานปศุสัตว์จังหวัดตาก สํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตาก สํานักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตาก
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดตาก ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดตาก องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถน่ิ จังหวดั ตาก และหนว่ ยงานอื่น ๆ ทีเ่ กยี่ วข้องกับทอ้ งถิน่

6. “ข้อมูลสารสนเทศของท้องถ่ิน” หมายถึง รายละเอียดของข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับจังหวัดตาก
โดยครอบคลุมท้ังข้อมูลในด้านสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การดํารงชีวิต การประกอบอาชีพ ศิลปะ
วัฒนธรรม ประเพณี ภมู ปิ ัญญา ส่ิงแวดล้อมตลอดจนสภาพปัญหาในชมุ ชนจงั หวัดตาก
วสิ ยั ทศั น์

หลักสูตรระดับท้องถิ่นหน่วยการเรียนรู้เรื่อง “ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ” ของสํานักงานเขต
พ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1 มุ่งให้สถานศึกษาได้พัฒนาผู้เรียนทุกคน ได้เรียนรู้ถึงความเสียสละ
ความรักชาติ ความมีจิตอาสาและเกดิ ความภาคภมู ใิ จใน “สถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย”์
เปา้ หมายคณุ ภาพผูเ้ รยี น

กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นหน่วยการเรียนรู้เร่ือง “ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ” สํานักงานเขต
พ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1 มุ่งให้สถานศึกษาได้พัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข
และมศี กั ยภาพในการพัฒนาตนเองตลอดชีวติ ดงั นี้

๑. มีความรู้ความเข้าใจเร่ืองของจังหวัดตากและพระราชประวัติ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช"
เกย่ี วกับด้านประวัตศิ าสตร์ ลักษณะทางกายภาพ สังคม เศรษฐกิจ ประเพณี วฒั นธรรม

๒. มีคณุ ธรรม จริยธรรมตามหลกั ศาสนา และค่านยิ มที่พึงประสงค์ เห็นคณุ คา่ ของตนเอง มีจติ อาสา
มวี นิ ัย ปฏบิ ตั ติ นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

๓. มีจิตสํานึกรักบ้านเกิด มีความเสียสละ จิตอาสา เห็นคุณค่า และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์
ทรพั ยากรส่งิ แวดลอ้ ม ศลิ ปะ วัฒนธรรม ประเพณี และภมู ปิ ัญญาให้มีความยงั่ ยนื

๔. นําภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการดํารงชีวิต โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
อย่างเหมาะสม

๕. มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ และตดั สนิ ใจได้ดว้ ยตนเอง
สมรรถนะสาํ คัญของผเู้ รียน

๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและการส่ง และวัฒนธรรม ใช้ภาษาท้องถิ่น
และภาษากลางในการส่ือสารแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง
และสงั คม สร้างความเข้าใจอันดีดว้ ยการสื่อสารอย่างมีเหตผุ ลและมปี ระสิทธิภาพ ในสังคมท้องถ่ินและสงั คมชาติ

๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดอย่างเป็นระบบ เพ่ือสร้างความองค์ความรู้หรือสารสนเทศ
เพ่ือการตดั สนิ ใจเกยี่ วกบั ตนเอง สังคมทอ้ งถ่นิ และสงั คมชาติ

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเผชิญ
ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และ

4

การเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและ
แก้ปญั หา และมีการตัดสินใจทม่ี ีประสทิ ธิภาพ โดยคาํ นึงถงึ ผลกระทบท่เี กดิ ข้นึ ต่อตนเอง สงั คมและส่งิ แวดลอ้ ม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนํากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ
ดําเนินชีวิตประจําวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้ต่อเนื่อง การทํางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม
ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงคท์ สี่ ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อน่ื

๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และ
มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทํางาน
การแกป้ ัญหาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถูกตอ้ งเหมาะสมและมีคุณธรรม
คณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์

หลักสูตรระดับท้องถิ่นสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1 มุ่งให้สถานศึกษาได้
พฒั นาผเู้ รยี นใหม้ ีคุณลกั ษณะพึงประสงค์ เพือ่ สามารถอยู่ร่วมกบั ผู้อืน่ ในสังคมได้อยา่ งมีความสุข ดังน้ี

๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซือ่ สตั ย์สจุ ริต
๓. มวี นิ ยั
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมั่นในการทํางาน
๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มีจติ สาธารณะ
ผลการเรียนรรู้ ะดบั ปฐมวยั
1. มีพัฒนาการด้านสตปิ ัญญา ส่ือสารได้ มีทกั ษะการคิดพ้นื ฐาน และแสวงหาความรไู้ ด้
2. เด็กสนทนาโต้ตอบและเล่าเร่ืองให้ผู้อ่ืนเข้าใจ ตั้งคําถามในสิ่งท่ีตนเองสนใจหรือสงสัย และ
พยายามค้นหาคาํ ตอบ อา่ นนิทานและเลา่ เรอื่ งทีต่ นเอง อา่ นไดเ้ หมาะสมกับวยั
3. มีความสามารถในการคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผลทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ การคิด
แก้ปัญหาและสามารถตัดสินใจในเร่ืองง่าย ๆ ได้ สร้างสรรค์ผลงานตามความคิดและจิตนาการ เช่น งานศิลปะ
การเคลื่อนไหวท่าทาง การเล่นอิสระ เปน็ ต้น และใช้ส่ือเทคโนโลยี เช่น แว่นขยาย แม่เหล็ก กล้องดิจิตอล เปน็ ต้น
เป็นเครื่องมอื ในการเรยี นรแู้ ละแสวงหาความรูไ้ ด้
ผลการเรยี นร้รู ะดบั ประถมศึกษา
๑. นกั เรยี นศึกษา วิเคราะหแ์ ละอธิบายประวัติความเปน็ มาของศิลปะ วัฒนธรรม และภูมปิ ญั ญา
ของเมืองตากและพระราชประวัติ “สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช” ได้
๒. นักเรียนมีทักษะในการนําทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน
โดยยึดหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งได้อย่างเหมาะสม

5

๓. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรส่ิงแวดล้อม
ศลิ ปวฒั นธรรม ภูมิปัญญาของเมืองตาก และพระราชประวัติ “สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช” ให้มีความยงั่ ยนื

๔. นักเรยี นแสวงหาความรจู้ ากสอ่ื และแหลง่ เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
ผลการเรียนรู้ระดบั มัธยมศึกษา

1. นักเรียนสืบค้น วิเคราะห์ อภิปราย ประวัติศาสตร์ ลักษณะทางกายภาพ สังคมเศรษฐกิจ
ประเพณี วัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาของเมอื งตาก และพระราชประวตั ิ “สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช”

๒. นักเรียนมีทักษะกระบวนการนําภูมิปัญญาท้องถ่ินมาประยุกต์ใช้ในการดํารงชีวิต โดยยึดหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งอย่างเหมาะสม

๓. นกั เรียนมคี วามภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของคนเมืองตาก และพระราชประวตั ิ “สมเดจ็ พระเจา้
ตากสินมหาราช” เห็นคุณค่าและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญา
ของเมืองตากให้มีความยั่งยืน

๔. นักเรียนมีทักษะในการแสวงหาความรจู้ ากส่ือ แหล่งเรยี นรู้ และนาํ ข้อมูลมาใช้ในการตดั สินใจ
แนวทางการวดั และประเมนิ ผล

๑. การประเมนิ ผลกอ่ นเรยี น
การประเมินผลก่อนเรียน เป็นหน้าท่ีของครูผู้สอนในแต่ละวิชาทุกกลุ่มสาระท่ีต้องประเมิน โดยมี

จุดมงุ่ หมายเพือ่ ตรวจสอบสารสนเทศของผู้เรียนในเบอ้ื งต้น สําหรบั การนําไปใชจ้ ดั กระบวนการเรยี นรู้
๒. การประเมินระหว่างเรยี น
การประเมินระหว่างเรียนเป็นการประเมินเพ่ือมุ่งตรวจสอบพัฒนาการของผู้เรียนว่าบรรลุตามผ

ลการเรียนรู้ ที่คาดหวังในการสอนตามแผนการสอนท่ีครูวางแผนไว้หรือไม่ ท้ังน้ีสารสนเทศท่ีได้จากการ
ประเมินนําไปสู่การปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของผู้เรียน และส่งเสริมผู้เรียนท่ีมีความรู้ ความสามารถให้เกิด
พัฒนาการสูงสดุ ตามศกั ยภาพ ได้แก่

๒.๑. การประเมินดว้ ยการส่ือสารส่วนบุคคล ไดแ้ ก่
2.๑.๑ การถามตอบระหวา่ งทาํ กจิ กรรมการเรียนรู้
2.๑.๒ การสนทนาพบปะพูดคุยกับผ้เู รยี น
2.๑.๓ การสนทนาพบปะพดู คุยกบั ผ้เู รียนกบั ผูเ้ ก่ยี วขอ้ งกับผเู้ รียน
2.๑.๔ การสอบปากเปล่าเพอ่ื ประเมนิ ความรู้
2.๑.๕ การอ่านบันทึกเหตกุ ารณ์ต่างๆ ของผู้เรยี น
2.๑.๖ การตรวจแบบฝกึ หดั และการบ้าน พร้อมใหข้ อ้ มลู ยอ้ นกลับแกผ่ ้เู รยี น

๒.๒. การประเมนิ จากการปฏบิ ตั ิ
เป็นวิธีการประเมินที่ผู้สอนมอบหมายงานหรือกิจกรรมให้ผู้เรียนทําเพ่ือให้ได้ข้อมูลสารสนเทศ

วา่ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้มากนอ้ ยเพยี งใด การประเมนิ การปฏบิ ตั ิ ผสู้ อนต้องตระเตรียมสิง่ สาํ คญั ๒ ประการ คือ
๒.๒.๑ ภาระงานหรือกิจกรรมท่จี ะให้ผเู้ รยี นปฏบิ ตั ิ
๒.๒.๒ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

6

๒.๓. การประเมนิ สภาพจริง
การประเมินสภาพจริงเป็นการประเมินจากการปฏิบัติอย่างหนึ่งเพียงแต่งานหรือกิจกรรม

ที่ผู้เรียนได้ปฏิบัติ จะเป็นงานหรือสถานการณ์ที่เป็นจริง หรือใกล้เคียงกับชีวิตจริง ดังนั้นงานหรือสถานการณ์
จึงมีส่ิงจาํ เป็นท่ีซับซ้อน และเป็นองค์รวมมากกว่างานปฏบิ ัติท่ัวไป

วิธีการประเมินตามสภาพจริงไม่มีความแตกต่างจากการประเมินปฏิบัติ เพียงแต่อาจมี
ความยุ่งยากในการประเมินมากกว่า เน่ืองจากเป็นสถานการณ์จริงหรือต้องจัดสถานการณ์ให้ใกล้จริง และเกิด
ประโยชน์กับผู้เรยี น ซึ่งจะทาํ ให้ทราบความสามารถทีแ่ ทจ้ ริงว่ามจี ุดเดน่ และข้อบกพร่องในเรอื่ งใด อนั จะนําไปสู่
การแกไ้ ขทตี่ รงประเด็นท่ีสดุ

๒.๔ การประเมนิ ด้วยแฟ้มสะสมงาน
เป็นวิธีการประเมินที่ช่วยส่งเสริมให้การประเมินตามสภาพจริง มีความเป็นไปได้มากขึ้น

โดยการให้ผู้เรียนได้เก็บรวบรวมผลงานจากการปฏิบัติจริงท่ีเก่ียวข้องกับการเรียนรู้ตามสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ
มาจัดแสดงอย่างเป็นระบบ ท้ังนี้ โดยมีจุดประสงค์เพ่ือสะท้อนให้เห็นความพยายาม เจตคติ แรงจูงใจ
พัฒนาการ และความสัมฤทธิ์ผลของการเรียนรู้ตามส่ิงที่มุ่งหวังจะให้แฟ้มสะสมงานนั้นสะท้อนออกมา ซึ่งผู้สอน
สามารถประเมนิ จากแฟ้มสะสมงานแทนการประเมนิ จากการปฏิบตั จิ รงิ ก็ได้

๓. การประเมนิ หลังเรียน
เป็นการประเมินเพื่อสรุปผลการเรียนเป็นการประเมินเพื่อมุ่งตรวจสอบความสําเร็จของผู้เรียน

เมื่อผ่านการเรียนรู้ในช่วงเวลาหนึ่ง เพ่ือตรวจสอบว่า ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามผลการเรียนที่คาดหวังหรือไม่
เมื่อนําไปเปรียบเทียบกับผลการประเมินก่อนเรียนแล้วผู้เรียนเกิดพัฒนาการขึ้นมากน้อยเพียงใด ทําให้สามารถ
ประเมินได้ว่าผู้เรียนมีศักยภาพในการเรียนรู้เพียงใด และกิจกรรมการเรียนรู้มีประสิทธิภาพในการพัฒนาผู้เรียน
เพียงใด ข้อมลู จากการประเมินภายหลงั การเรียนสามารถนาํ ไปใชป้ ระโยชน์ได้มากมาย ไดแ้ ก่

๑) ปรบั ปรุงแก้ไขซ่อมเสรมิ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั หรือจดุ ประสงคข์ องการเรยี น
๒) ปรับปรุงแกไ้ ขวิธีการเรยี นให้มีประสิทธภิ าพย่ิงขึ้น
๓) ปรับปรงุ แก้ไขและพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรยี น
การประเมินผลการเรียน สามารถใช้วิธีการและเครอื่ งมือการประเมินได้อยา่ งหลากหลาย ใหส้ อดคล้อง
กับผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง เนื้อหาสาระ กิจกรรมและช่วงเวลาในการประเมิน เพื่อให้การประเมินผลการเรียน
ดงั กล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องสมั พนั ธแ์ ละสนบั สนนุ การเรียนการสอน

ส่วนท่ี 2
โครงสรา้ งเน้อื หาวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช (เปน็ รายช้นั )

การวิเคราะหโ์ ครงสร้างหนว่ ยการจัดประสบการณต์

หน่วยท่ี ๒๕ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาร

รายการ อนุบาลปที ่ี ๑ ๑.รู้จกั ชือ่ สมเดจ็
สาระทค่ี วร ๑.รู้จักชื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ๒.วันที่ ๑๗ เมษา
เรียนรู้ ๒.วนั ที่ ๑๗ เมษายนของทุกปี เปน็ วันพระราช สมภพ(วันเกดิ ) ข
สมภพ(วันเกดิ ) ของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสิน มหาราช
มหาราช ๓.วันท่ี ๒๘ ธันว
๓..วนั ท่ี ๒๘ ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้าย ปราบดาภิเษก(ก
ปราบดาภิเษก(ข้นึ ครองราชย์)สมเด็จพระเจา้ ตาก ตากสินมหาราช
สินมหาราช พระมหากษตั รยิ แ์ หง่ กรงุ ธนบุรี ๔.ความสําคัญขอ
4.การจดั งานตากสินมหาราชานุสรณ์ เพื่อ ๕.การจดั งานตาก
เทิดพระเกยี รตสิ มเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช เทดิ พระเกยี รตสิ
5.สถานที่ต้งั ศาลสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช

มาตรฐานตัวบง่ ช้ี มฐ.๒ ตบช ๒.๑(๒.๑.๒) มฐ.๒ ตบช ๒.๑(
สภาพที่พึง ตบช ๒.๒(๒.๒.๑) ตบช ๒.๒(๒
ประสงค์ มฐ.๔ ตบช ๔.๑(๔.๑.๑)(๔.๑.๓)
มฐ.๕ ตบช ๕.๒(๕.๒.๑) มฐ.๔ ตบช ๔.๑(
มฐ.๘ ตบช ๘.๒(๘.๒.๑) มฐ.๕ ตบช ๕.๒(
มฐ.๙ ตบช ๙.๑(๙.๑.๑) มฐ.๗ ตบช ๗.๑(
ตบช ๙.๒(๙.๒.๑) มฐ.๘ ตบช ๘.๒(
มฐ.๑๐ ตบช ๑๐.๑(๑๐.๑.๒)(๑๐.๑.๓) มฐ.๙ ตบช ๙.๑(

ตบช ๙.๒(๙
มฐ.๑๐ ตบช ๑๐

ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐

ราช ช้ันอนบุ าลปีท่ี ๑ - ๓ ภาคเรยี นที่ 2

อนุบาลปที ่ี ๒ อนุบาลปที ี่ ๓
จพระเจ้าตากสนิ มหาราช ๑.รู้จกั ชอ่ื สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช
ายนของทกุ ปี เปน็ วนั พระราช ๒..วนั ท่ี ๑๗ เมษายนของทุกปี เปน็ วันพระราช
ของสมเด็จพระเจ้าตากสนิ สมภพ(วนั เกิด) ของสมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช
๓..วนั ที่ ๒๘ ธนั วาคมของทกุ ปี เปน็ วันคลา้ ย
วาคมของทุกปี เป็นวันคล้าย วันปราบดาภิเษก(การรบชนะขา้ ศกึ )สมเดจ็ พระเจา้
การรบชนะขา้ ศกึ )สมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราช พระมหากษัตรยิ แ์ ห่งกรุงธนบรุ ี
พระมหากษตั รยิ แ์ หง่ กรุงธนบุรี ๔.ความสาํ คญั ของสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช
องสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช ๕.การจดั งานตากสนิ มหาราชานสุ รณ์ เพือ่
7

กสนิ มหาราชานุสรณ์ เพ่อื เทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช
สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช ๖.สถานที่สําคัญท่ีเก่ียวกับสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ
มหาราช
(๒.๑.๒) มฐ.๒ ตบช ๒.๑(๒.๑.๒)
๒.๒.๑) ตบช ๒.๒(๒.๒.๑)
(๔.๑.๑)(๔.๑.๓) มฐ.๔ ตบช ๔.๑(๔.๑.๑)(๔.๑.๓)
(๕.๒.๑) มฐ.๕ ตบช ๕.๒(๕.๒.๑)
(๗.๑.๑) มฐ.๗ ตบช ๗.๑(๗.๑.๑)
(๘.๒.๑) มฐ.๘ ตบช ๘.๒(๘.๒.๑)
(๙.๑.๑) มฐ.๙ ตบช ๙.๑(๙.๑.๑)
๙.๒.๑) ตบช ๙.๒(๙.๒.๑)
๐.๑(๑๐.๑.๒) มฐ.๑๐ ตบช ๑๐.๑(๑๐.๑.๒)

รายการ รา่ งกาย อนบุ าลปีท่ี ๑ ร่างกาย
ประสบการณ์
สาํ คญั ๒.๑.๒ (๑) การเคลือ่ นไหวอยูก่ บั ท่ี ๒.๑.๒ (๑) การเค
(๒) การเคลอ่ื นไหวเคล่อื นที่ (๒) การเ
(๓) การเคลื่อนไหวพร้อมอปุ กรณ์ (๓) การเ
๑.๑.๒ (๒) การเขียนภาพและการเล่นกบั สี ๑.๑.๒ (๒) การเข
(๓) การปน้ั (๓) การป
(๔) การประดษิ ฐส์ ่ิงต่าง ๆ ด้วยเศษวัสดุ (๔) การป
(๕) การหยบิ จับและการใช้กรรไกร (๕) การห
อารมณ์ อารมณ์
๔.๑.๓ (๑) การฟังเพลง การร้องเพลง และแสดง ๔.๑.๓ (๑) การฟ
ปฏิกริ ิยาโตต้ อบเสยี งดนตรี ปฏิกิรยิ าโต้ตอบเ
(๒) การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี (๒) การเ
สงั คม สงั คม
๑.๒.๓ คณุ ธรรม จริยธรรม ๑.๒.๓ คุณธรรม
(๒) การฟังนทิ านเกี่ยวกับคณุ ธรรม (๒) การฟ
จริยธรรม(ความเมตตากรณุ า ความกตัญญู) จริยธรรม(ความเ
(๓) การรว่ มสนทนาและแลกเปลีย่ นความ (๓) การร
คิดเหน็ เชงิ จรยิ ธรรม คิดเหน็ เชงิ จริยธร
๑.๓.๔ (๑) การปฏิบัติตนเป็นสมาชกิ ที่ดขี อง ๑.๓.๔ (๑) การป
หอ้ งเรยี น ห้องเรยี น
(๔) การดแู ลห้องเรียนร่วมกนั (๔) การด
๑.๓.๗ (๑) เล่นร่วมกบั กลุ่มเพ่อื น (๕) การร
- การปฏบิ ตั
๑.๓.๗ (๑) เล่นร

อนบุ าลปที ่ี ๒ รา่ งกาย อนุบาลปีท่ี ๓

คลอื่ นไหวอยู่กบั ที่ ๒.๑.๒ (๑) การเคลอ่ื นไหวอยูก่ ับท่ี
เคลอื่ นไหวเคล่ือนที่ (๒) การเคล่ือนไหวเคลอ่ื นท่ี
เคลอื่ นไหวพรอ้ มอุปกรณ์ (๓) การเคลอื่ นไหวพรอ้ มอุปกรณ์
ขยี นภาพและการเล่นกับสี ๑.๑.๒ (๒) การเขยี นภาพและการเลน่ กับสี
ปัน้ (๓) การปน้ั
ประดษิ ฐส์ งิ่ ต่าง ๆ ดว้ ยเศษวสั ดุ (๔) การประดษิ ฐส์ ิ่งตา่ ง ๆ ด้วยเศษวัสดุ
หยบิ จบั และการใชก้ รรไกร (๕) การหยิบจับและการใช้กรรไกร
อารมณ์
ฟงั เพลง การร้องเพลง และแสดง ๔.๑.๓ (๑) การฟงั เพลง การรอ้ งเพลง และแสดง
เสียงดนตรี ปฏิกิรยิ าโตต้ อบเสียงดนตรี
8

เคลื่อนไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี สงั คม (๒) การเคลื่อนไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี

ม จริยธรรม ๑.๒.๓ คุณธรรม จรยิ ธรรม
ฟังนิทานเกี่ยวกับคุณธรรม (๒) การฟังนิทานเกยี่ วกับคณุ ธรรม
เมตตากรุณา ความกตญั ญู) จรยิ ธรรม(ความเมตตากรุณา ความกตญั ญู)
ร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความ (๓) การรว่ มสนทนาและแลกเปล่ยี น
รรม ความคิดเหน็ เชงิ จรยิ ธรรม
ปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชกิ ทดี่ ขี อง ๑.๓.๔ (๑) การปฏบิ ัตติ นเปน็ สมาชกิ ทดี่ ขี อง
ห้องเรยี น
ดูแลห้องเรยี นรว่ มกนั (๔) การดูแลห้องเรยี นร่วมกนั
ร่วมกิจกรรมวนั สาํ คัญ (๕) การรว่ มกจิ กรรมวันสาํ คญั
ติตนในวันชาติ - การปฏบิ ตั ิตนในวันชาติ
ร่วมกับกล่มุ เพือ่ น ๑.๓.๗ (๑) เล่นรว่ มกับกลมุ่ เพอื่ น

รายการ สติปัญญา อนบุ าลปีที่ ๑ สตปิ ญั ญา
ทกั ษะพ้นื ฐาน
คณติ ศาสตร์ ๑.๔.๑ (๒) การฟงั และปฏบิ ัติตามคําแนะนํา ๑.๔.๑ (๒) การฟ
(๓) การฟงั เพลง คาํ คลอ้ งจอง หรือ (๓) การฟ
เรอ่ื งราวต่าง ๆ เร่ืองราวต่าง ๆ
(๔) การพดู และแสดงความคดิ เหน็ (๔) การพ
ความรูส้ กึ และความต้องการ ความรูส้ ึกและคว
(๑๐) การอา่ นหนงั สอื ภาพหลากหลาย (๑๐) การ
รูปแบบ รปู แบบ
(๑๒) การเห็นแบบอยา่ งของการอา่ นที่ (๑๒) การ
ถูกต้อง ถกู ตอ้ ง
๑.๔.๒ (๘) การนบั และแสดงจาํ นวนของสง่ิ ตา่ ง ๆ ๑.๔.๒ (๘) การน
ในชวี ิตประจําวนั ในชีวติ ประจําวัน
(๙) การเปรยี บเทยี บและเรียงลําดบั (๙) การเ
จาํ นวนของส่งิ ตา่ ง ๆ จํานวนของสิ่งต่า
(๑๓) การจับคู่ การเปรียบเทยี บและ (๑๓) การ
เรียงลําดับสงิ่ ต่าง ๆ ตามลักษณะความยาว/ความ เรียงลาํ ดับสิง่ ตา่ ง
สงู นํา้ หนัก ปริมาตร ความสูง น้าํ หนัก
๑.นบั และแสดงจาํ นวน ๑-๕ ๑.นับและแสดงจ
๒.ระบตุ วั เลขฮนิ ดูอารบิกแสดงจํานวนของสง่ิ ต่าง ๒.ระบตุ ัวเลขฮิน
ๆ๑–๕ ตา่ ง ๆ ๑ – ๗
๓.บอกจาํ นวนทง้ั หมดทีเ่ กดิ จากการรวมส่งิ ตา่ ง ๆ ๓.เปรียบเทยี บจาํ
สองกลุ่มทีม่ ผี ลรวมไมเ่ กิน ๓ ละกลุม่ มีจํานวนไ
๔.เปรยี บเทยี บนํ้าหนกั ของสง่ิ ต่าง ๆ โดยใช้คํา ๔.บอกตาํ แหน่งข

อนุบาลปที ่ี ๒ สตปิ ญั ญา อนุบาลปีที่ ๓

ฟงั และปฏบิ ตั ิตามคาํ แนะนาํ ๑.๔.๑ (๒) การฟังและปฏิบตั ิตามคาํ แนะนํา
ฟงั เพลง คาํ คล้องจอง หรอื (๓) การฟงั เพลง คําคล้องจอง หรือเรอื่ งราว
ตา่ ง ๆ
พดู และแสดงความคดิ เห็น (๔) การพดู และแสดงความคดิ เห็น
วามต้องการ ความรู้สึกและความต้องการ
รอา่ นหนงั สือภาพหลากหลาย (๑๐) การอา่ นหนังสือภาพหลากหลาย
รปู แบบ
รเหน็ แบบอยา่ งของการอา่ นที่ (๑๒) การเหน็ แบบอย่างของการอา่ นที่
ถกู ตอ้ ง
นบั และแสดงจํานวนของสงิ่ ต่าง ๆ ๑.๔.๒ (๘) การนบั และแสดงจํานวนของสิง่ ตา่ ง ๆ
9

น ในชวี ติ ประจําวัน
เปรยี บเทยี บและเรยี งลําดบั (๙) การเปรียบเทยี บและเรยี งลาํ ดบั จํานวน
าง ๆ ของสิง่ ต่าง ๆ
รจับคู่ การเปรียบเทยี บและ (๑๓) การจับคู่ การเปรยี บเทยี บและ
ง ๆ ตามลกั ษณะความยาว/ เรียงลาํ ดบั สิง่ ตา่ ง ๆ ตามลักษณะความยาว/ความ
ก ปริมาตร สูง นํา้ หนัก ปรมิ าตร
จาํ นวน ๑ - ๗ ๑.นบั และแสดงจํานวน ๑ - ๑๒
นดูอารบิกแสดงจาํ นวนของสิง่ ๒.ระบตุ ัวเลขฮนิ ดูอารบิกแสดงจาํ นวนของสิ่งตา่ ง ๆ
๑ – ๑๒
านวนของส่งิ ต่าง ๆ สองกลมุ่ แต่ ๓.บอกจาํ นวนทัง้ หมดทเี่ กิดจากการรวมสิง่ ต่าง ๆ
ไมเ่ กิน ๗ สองกลมุ่ ทมี่ ผี ลรวมไม่เกนิ ๑๒
ของส่งิ ตา่ ง ๆ ท่ีกาํ หนดโดยใชค้ ํา ๔.บอกตาํ แหนง่ ทิศทาง และระยะทางของส่งิ ต่าง

รายการ อนบุ าลปีที่ ๑
หนกั กวา่ เบากวา่ หนักเท่ากัน ขา้ งบน ขา้ งลา่ ง
๕.บอกตาํ แหน่งของส่ิงต่าง ๆ ทก่ี าํ หนด โดยใชค้ าํ หลงั และสงิ่ ตา่ ง
ข้างบน ขา้ งล่าง ข้างใน ขา้ งนอก ๕.สาํ รวจส่ิงต่าง
๖.สาํ รวจสิ่งตา่ ง ๆ ในห้องเรยี น บอกตาํ แหนง่ ตาํ แหนง่ หรอื ทศิ
ทิศทางท่ีต้งั ของสงิ่ น้นั

ทักษะพื้นฐาน -สาํ รวจพระบรมฉายาลักษณข์ องสมเด็จพระเจ้า -สํารวจ สงั เกตแ
วทิ ยาศาสตร์ ตากสนิ มหาราช ภายในห้องเรยี นของตนหรอื หอ้ ง ลักษณข์ องสมเด
พัฒนาการทาง ขา้ งเคยี ง ในโรงเรยี น
ภาษาและการรู้ ๑.๔.๑ พฒั นาการทางภาษาและการรู้หนงั สอื ๑.๔.๑ พัฒนากา
หนังสอื ๑.การฟังและปฏบิ ัตติ ามคาํ แนะนาํ ๑.การฟังและปฏ
๒.การฟังเพลง นทิ าน คาํ คล้องจอง บทร้อยกรอง ๒.การฟงั เพลง น
หรอื เรือ่ งราวต่าง ๆ หรือเรือ่ งราวตา่ ง
๓.การพูดแสดงความคดิ ความรู้สึกและความ ๓.การพูดแสดงค
ตอ้ งการ ต้องการ
๔.การรอจงั หวะท่เี หมาะสมในการพูด ๔.การพดู อธิบาย
๕.การอ่านหนังสือ ภาพ นทิ าน หลากหลาย ความสมั พันธข์ อ
ประเภท/รปู แบบ ๕.การรอจังหวะท
๖.การเหน็ แบบอย่างของการอา่ นทถี่ ูกต้อง ๖.การอ่านหนังส
ประเภท/รปู แบบ
๗.การอ่านรว่ มก
๘.การเห็นแบบอ

อนุบาลปที ่ี ๒ อนบุ าลปที ี่ ๓
ขา้ งใน ข้างนอก ขา้ งหน้า ขา้ ง ๆ ทก่ี ําหนดโดยใชค้ าํ ข้างบน ขา้ งล่าง ขา้ งใน ขา้ ง
ๆ ตามตาํ แหน่งที่กาํ หนด นอก ขา้ งหนา้ ขา้ งหลงั ระหว่าง ข้างซ้าย ขา้ งขวา
ๆ ในห้องเรียน วาดภาพแสดง ใกล้ ไกล และแสดงส่งิ ต่าง ๆ ตามตําแหน่ง ทิศทาง
ศทางท่ีตัง้ ของสิ่งนั้น และระยะทางทก่ี ําหนด
๕.สาํ รวจสถานทตี่ า่ ง ๆ วาดภาพหรอื เขยี นแผนผงั
สถานท่นี นั้ พร้อมท้งั อธิบายตําแหน่งทิศทางของ
สถานท่ี
และบนั ทึกเก่ยี วกบั พระบรมฉายา -สบื คน้ จากครแู ละผปู้ กครองเกี่ยวกบั วีรกรรมความ
จ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช ทม่ี อี ยู่ เสียสละของสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช
-บนั ทึกสิ่งท่ีสืบค้นโดยสร้างสรรคช์ นิ้ งานด้วยตนเอง
ารทางภาษาและการรู้หนังสอื ๑.๔.๑ พัฒนาการทางภาษาและการรหู้ นงั สอื
ฏบิ ตั ิตามคําแนะนาํ ๑.การฟงั และปฏิบตั ิตามคําแนะนาํ 10

นิทาน คําคลอ้ งจอง บทร้อยกรอง ๒.การฟังเพลง นทิ าน คาํ คลอ้ งจอง บทร้อยกรอง
ง ๆ หรอื เร่ืองราวตา่ ง ๆ
ความคิด ความรู้สึกและความ ๓.การพูดแสดงความคดิ ความรูส้ กึ และความ
ต้องการ
ยเกย่ี วกับสงิ่ ของ เหตกุ ารณแ์ ละ ๔.การพดู อธบิ ายเกย่ี วกับสง่ิ ของ เหตกุ ารณแ์ ละ
องสงิ่ ต่าง ๆ ความสมั พันธข์ องส่งิ ต่าง ๆ
ทเ่ี หมาะสมในการพดู ๕.การพดู อย่างสรา้ งสรรค์ในการเล่นและกระทาํ สงิ่
สอื ภาพ นทิ าน หลากหลาย ตา่ ง ๆ
บ ๖.การรอจงั หวะทเ่ี หมาะสมในการพดู
กัน ๗.การอา่ นหนงั สือ ภาพ นทิ าน หลากหลาย
อย่างของการอ่านทีถ่ ูกตอ้ ง ประเภท/รปู แบบ

รายการ อนบุ าลปที ่ี ๑ ๙.การสงั เกตทิศท
ขอ้ ความ

อนบุ าลปีท่ี ๒ อนบุ าลปที ่ี ๓
ทางการอ่านตวั อักษรคาํ และ ๘.การอา่ นรว่ มกนั
๙.การอ่านโดยมผี ชู้ ี้แนะ
๑๐.การเห็นแบบอย่างของการอ่านทถ่ี ูกต้อง
๑๑.การสงั เกตทิศทางการอา่ น ตวั อักษรคํา
และขอ้ ความ
๑๒.การเห็นแบบอย่างการเขยี นทถี่ ูกต้อง

11

12

โครงสร้างเนอื้ หาวชิ าประวตั ิศาสตร์ เร่อื ง สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช (เป็นรายชั้น)
ระดับชนั้ ประถมศึกษา

ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ เน้อื หายอ่ ย เวลา (ชวั่ โมง)
ท่ี เน้ือหาหลัก 1.วนั พระราชสมภพ 1
1 พระราชประวัติของ 2.พระนามเดิม
3.พระนามบิดาและพระมารดา 1
สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช 1.พระอาจารย์ผสู้ อน 1
2 การศกึ ษาของ 2.สถานทีศ่ กึ ษา 1
1.วดั ดอยขอ่ ยเขาแก้ว
สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช 2.ศาลสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช
3 สถานท่สี าํ คัญของสมเด็จพระเจ้าตาก 1.รับราชการเปน็ เจา้ เมอื งตาก

สินมหาราชในจงั หวัดตาก
4 ความสําคัญของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ

มหาราช

ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ เนื้อหายอ่ ย เวลา (ชว่ั โมง)
ที่ เนือ้ หาหลัก - ช่วงรชั สมัยทเี่ กิด 1
1 ช่วงเวลาทรงพระเยาว์ ( วัยเดก็ ) - บรรพบุรษุ 1
2 การศึกษา - ชีวติ ในวัยเดก็ 1
3 การรบั ราชการ -ชว่ งเวลาวยั เด็ก
– กอ่ นเขา้ รับราชการ 1
4 การครองราชย์ - รับราชการในตาํ แหน่ง
มหาดเล็ก
หลวงยกกระบตั ร
พระยาตาก
พระยาวชิรปราการ
พระเจา้ ตากสิน
- ดาํ รงตาํ แหนง่ เจ้าเมือง
ตาก
กําแพงเพชร
ธนบรุ ี

ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๓ 13 เวลา (ชั่วโมง)
ท่ี เน้ือหาหลกั เนือ้ หาย่อย 1
1 วรี กรรมของสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ
สงครามกบั เขมร 1
มหาราช - สาเหตกุ ารทาํ สงคราม
2 วรี กรรมของสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ - ผลของการทําสงคราม 1
สงครามกับพม่า 1
มหาราช - สาเหตกุ ารทําสงคราม
3 สรา้ งกลมุ่ ชุมนุม - ผลของการทาํ สงคราม
4 การกอบกู้เอกราช สรา้ งกลุม่ ชมุ นมุ
- ทาํ ไมต้องสร้างกลมุ่ ชมุ นุม
กอบกูเ้ อกราช
-การกอบก้เู อกราช

ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เนอื้ หายอ่ ย เวลา (ชว่ั โมง)
ที่ เน้ือหาหลกั -วัน เดือน ปี สถานที่ปราบดาภิเษก 1
1 ปราบดาภิเษก -ความสําคัญของการสถาปนา
ปราบดาภเิ ษก 1
2 การข้ึนครองราชย์ -พระราชประวตั ิความเปน็ มาของการ 1
3 การกอ่ ตั้งอาณาจักรกรงุ ธนบรุ ี ขนึ้ ครองราชย์
-พระราชประวตั ิการกอ่ ตั้ง 2
4 ยคุ สมยั กรงุ ธนบุรี สมยั กรงุ ธนบุรี
และการขยายอาณาเขต
-การปกครองและสภาพสงั คม
-ศาสนากบั เศรษฐกิจ
-ความสมั พนั ธ์ระหว่างประเทศ

14

ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕ เน้ือหาย่อย เวลา (ชว่ั โมง)
ท่ี เน้ือหาหลกั 1.การกอบกูเ้ อกราช 2
1 พฒั นาการของอาณาจกั รธนบรุ ี 2.การตัง้ กรุงธนบรุ ีเปน็ ราชธานีใหม่ 2

สมเด็จพระเจ้าตากสนิ 2

2 สงครามป้องกันประเทศสมยั สมเดจ็ พระ 1.การปราบชุมนมุ ต่าง ๆและการทาํ
เจา้ ตากสนิ ศกึ ปอ้ งกันและขยายอาณาจกั ร
2.การปกครองสมยั ธนบุรี

3 เศรษฐกจิ และการสิ้นสุดสมัยธนบรุ ี ใน 1.เศรษฐกจิ ในสมยั พระเจ้าตากสนิ
สมัยพระเจ้าตากสิน 2.การสิ้นสดุ สมยั พระเจ้าตากสิน

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 เนื้อหายอ่ ย เวลา (ช่ัวโมง)
ที่ เน้อื หาหลกั - พัฒนาการทางด้านการปกครอง 1
1 ด้านการปกครอง ในสมยั ธนบุรี ๑
2 ด้านเศรษฐกจิ - พัฒนาการทางเศรษฐกิจสมยั ธนบรุ ี
- ปจั จัยทีส่ ง่ เสริมความเจริญรุง่ เรืองทาง 1
3 ดา้ นสงั คมและวฒั นธรรม เศรษฐกิจในสมัยธนบรุ ี 1
4 พระราชกรณียกิจ - พฒั นาการทางด้านสงั คมและ
วฒั นธรรม
-พระราชกรณยี กจิ ของ
สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช

15

โครงสรา้ งเน้ือหาวชิ าประวตั ศิ าสตร์ เรอ่ื ง สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช (เปน็ รายช้ัน)
ระดับช้ันมัธยมศึกษา

ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๑ เนอื้ หาย่อย เวลา (ชั่วโมง)
ท่ี เนอ้ื หาหลัก ภาคเรียนท่ี 1 1
1 การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งท่ี 2 1.สาเหตุการเสยี กรงุ ศรอี ยธุ ยาคร้งั ที่ 2 1
2 พระเจา้ ตากสนิ กับการเสีย 2.ผลกระทบของการเสยี กรุงศรอี ยุธยา
ครงั้ ท่ี 2 1
กรุงศรอี ยธุ ยาครัง้ ที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 1
1.บทบาทของพระเจ้าตากสิน ในการ
เสยี กรงุ ศรอี ยุธยาครงั้ ที่ 2
2.ตามรอยแบบอย่างทีด่ ีของพระเจ้า
ตากสนิ

ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒ เน้ือหายอ่ ย เวลา (ชว่ั โมง)
ท่ี เนื้อหาหลกั 1.การกอบกู้เอกราช 1
1 พัฒนาการของ 2.การสถาปนาอาณาจักรธนบรุ ี 1
3.การปราบชมุ นมุ ตา่ งๆ 1
อาณาจกั รธนบุรี 1 1.การเมอื งการปกครองสมยั กรุงธนบุรี 1
(พระเจา้ ตากสนิ ) 2
2 พัฒนาการของ 1. สังคมและเศรษฐกิจสมยั ธนบรุ ี
อาณาจกั รธนบุรี 2
(พระเจ้าตากสิน) 1.ภูมิปัญญาสมัยอยธุ ยาและธนบุรี
3 พฒั นาการของ 1.ศลิ ปวฒั นรรมไทย สมัยอยธุ ยาและ
อาณาจกั รธนบรุ ี 3 สมัยกรุงธนบุรี
(พระเจ้าตากสิน)
4 ภูมปิ ญั ญาและศลิ ปวฒั นธรรมไทยสมยั
อยุธยาและธนบรุ ี (พระเจา้ ตากสนิ )
5 ภมู ปิ ญั ญาและศลิ ปวัฒนรรมไทยสมยั
อยธุ ยาและธนบรุ ี (พระเจา้ ตากสนิ )

6 บุคคลสาํ คญั สมยั ธนบุรี 1.ประวตั ิสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช 1
(พระเจ้าตากสนิ )

16

ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 เน้อื หายอ่ ย เวลา (ช่วั โมง)
ท่ี เนื้อหาหลกั ภาคเรียนที่ 1 2
1 ความสมั พนั ธร์ ะหว่างประเทศ 1.พัฒนาการดา้ นเศรษฐกจิ และสงั คม
1.1 สาเหตขุ องปญั หาเศรษฐกจิ ในสมัย
กรงุ ธนบุรี
1.2 นโยบายแก้ปญั หาเศรษฐกจิ ในสมยั
กรงุ ธนบรุ ี
1.3 บทบาทและความสัมพันธ์ของชน
ชัน้ ต่างๆ ในสงั คมสมยั กรุงธนบุรี

ภาคเรียนที่ 2 2
2.พฒั นาการความสัมพันธร์ ะหว่าง
ประเทศ
2.1 ปัจจัยท่สี ่งผลต่อความสมั พนั ธก์ บั
รัฐทอ่ี ยใู่ กล้เคยี ง
2.2 ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสมัยกรงุ
ธนบรุ ีกบั จนี
2.3 ความสมั พันธ์ระหวา่ งสมัยกรุง
ธนบุรกี บั ชาตติ ะวันตก

ส่วนที่ 3
แผนการจัดการเรยี นรู้

แผนการจดั
ระดับปฐมวยั

ดการเรียนรู้ 17
: อนุบาล 1

หนว่ ยการจดั ประสบการณส์ ปั ดาห์ที่ ๒๕ หนว่ ยส

แนวคดิ

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีพระนามเดิมว่า “สิน” เป็นคนไทยเชื้อสายจีน
ราชอาณาจักรธนบุรี พระราชสมภพ(วันเกิด)เม่ือวันอาทิตย์ที่ ๑๗ เมษายน ๒๒๗๗ ปราบด
สามารถกอบกู้ประเทศชาติให้เป็นเอกราชอิสรภาพตราบเท่าทุกวันน้ีประชาราษฎร์ผู้สํานึก
สมเด็จพระเจ้าตากสินได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อแผ่นดินไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพ
(ซึ่งตรงกับวนั ทที่ รงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษตั ริย์) เปน็ "วนั สมเด็จพระเจา้ ตากสิน"

มาตรฐาน มาตรฐานหลักสูตรปฐมวัย สภาพทพี่ ึงประสงค์ จุด
ตวั บ่งช้ี
มาตรฐานท่ี ๒ ตัวบ่งช้ที ี่ ๒.๑ ๒.๑.๒ กระโดดสองขา ๑.กระโด
กล้ามเนือ้ ใหญ่และ เคล่อื นไหวรา่ งกาย อยกู่ บั ทไี่
กล้ามเนื้อเลก็ แขง็ แรง อยา่ งคลอ่ งแคล่ว ขึ้นลงอยู่กับท่ไี ด้

ใช้ไดอ้ ย่างคล่องแคลว่ ประสานสมั พันธแ์ ละ
และประสานสัมพนั ธก์ ัน ทรงตัวได้

ตวั บ่งชี้ ๒.๒ ๒.๒.๑ ใช้กรรไกร ๒. ใช้กรร
ใชม้ อื - ตา ประสาน ตัดกระดาษขาดจากกนั กันโดยใช
สัมพันธ์กัน ไดโ้ ดยใช้มือเดยี ว

มาตรฐานที่ ๔ ตัวบ่งชี้ ๔.๑ ๔.๑.๑ สนใจ มีความสขุ ๓. สนใจ
ชืน่ ชมและแสดงออก สนใจ มคี วามสขุ และ และแสดงออกผา่ นงาน และแสด
ทางศลิ ปะ ดนตรี และ แสดงออกผ่านงาน ศิลปะ ศลิ ปะได

สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช ชัน้ อนุบาลปีที่ 1

น เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ก่อต้ังอาณาจักรธนบุรี และเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวของ
ดาภิเษกเมื่อวันท่ี ๒๘ ธันวาคม ๒๓๑๑ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ท่ีทรงพระปรีชา
กในพระมหากรุณาธิคุณ จึงยกย่องถวายพระเกียรติพระองค์ท่านว่า“มหาราช” เน่ืองจาก
พาะได้ทรงกอบกู้เอกราชให้ชาติไทย รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันท่ี 28 ธันวาคม ของทุกปี

ดประสงค์การเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ สาระทค่ี วรเรียนรู้
ดดสองขาขึ้น ประสบการณ์สําคัญ
ได้ ๑.๑.๑ การใช้กล้ามเนอ้ื ใหญ่ ๑.รู้จักชอ่ื สมเด็จพระ
(๑)การเคล่ือนไหวอยูก่ บั ท่ี เจ้าตากสินมหาราช 18
รไกรตดั กระดาษขาดจาก
ช้มือเดียวได้ (๒)การเคลอ่ื นไหวเคล่ือนที่ ๒.วนั ที่ ๑๗ เมษายน
๑.๑.๒ การใช้กล้ามเนื้อเลก็ ของทกุ ปี เป็นวันพระ
จ มีความสขุ (1)การเขยี นภาพและการเล่น ราชสมภพ(วันเกิด)
ดงออกผ่านงาน กบั สี ของสมเดจ็ พระเจ้า
้ (2)การปัน้ ตากสินมหาราช
(3)การหยบิ จบั การใชก้ รรไกร การ ๓.วนั ท่ี ๒๘ ธนั วาคม
ตัด การปะ การรอ้ ยวสั ดุ ของทุกปี เป็นวัน
คล้ายปราบดาภิเษก
(การรบชนะข้าศึก)
๑.๒.๑ สุนทรยี ภาพ ดนตรี สมเด็จพระเจา้ ตากสิน
(1)การเคล่ือนไหวตามเสียงเพลง/ มหาราช
ดนตรี

มาตรฐานหลกั สูตรปฐมวัย จุด
มาตรฐาน ตวั บง่ ชี้ สภาพท่พี งึ ประสงค์
การเคลอ่ื นไหว ศลิ ปะ ดนตรีและการ ๔.๑.๓ สนใจ มีความสุข ๔. สนใจ
เคลอื่ นไหว และแสดงทา่ ทาง/ และแสด

เคลอื่ นไหวประกอบเพลง เคลอ่ื นไห

จังหวะ และดนตรี เพลง จงั

และดนต

มาตรฐานที่ ๕ ตัวบ่งช้ี ๕.๒ ๔.๑.๑ สนใจ มีความสขุ ๓. สนใจ
มคี ณุ ธรรม จริยธรรม มีความเมตตากรณุ า มี และแสดงออกผ่านงาน และแสด
และจิตใจที่ดีงาม นา้ํ ใจและช่วยเหลอื ศิลปะ ศิลปะได
แบ่งปนั ๔.๑.๓ สนใจ มีความสุข ๔. สนใจ

และแสดงทา่ ทาง/ และแสด

เคลอ่ื นไหวประกอบเพลง เคลอ่ื นไห

จังหวะ และดนตรี เพลง จัง

และดนต

มาตรฐานที่ ๗ ตัวบ่งช้ี ๗.๑ ๗.๑.๑ ดูแลรกั ษา ๖.ดแู ลรัก
รกั ธรรมชาติ ดูแลธรรมชาติและ ธรรมชาตแิ ละ สงิ่ แวดลอ้
สิง่ แวดล้อม วัฒนธรรม ส่งิ แวดล้อม ส่ิงแวดล้อมด้วยตนเอง
และความเปน็ ไทย

ดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ สาระท่ีควรเรยี นรู้
ประสบการณส์ ําคญั
จ มีความสขุ (2)การทํากจิ กรรมศิลปะ พระมหากษัตรยิ แ์ ห่ง
ดงท่าทาง/ กรุงธนบุรี
หวประกอบ 4.การจดั งานตากสนิ
งหวะ มหาราชานสุ รณ์ เพอื่
ตรี เทดิ พระเกียรติสมเดจ็
จ มีความสุข พระเจา้ ตากสนิ
ดงออกผา่ นงาน ๑.๒.2 คุณธรรม จริยธรรม มหาราช 19
้ (1)การฟงั นิทานเก่ียวกบั คณุ ธรรม 5.สถานท่ีต้งั ศาล
จ มีความสขุ จรยิ ธรรม สมเดจ็ พระเจา้ ตากสิน
ดงทา่ ทาง/ (2)การร่วมสนทนาและแลกเปลย่ี น มหาราช
หวประกอบ ความคิดเห็นเชิงจริยธรรม
งหวะ
ตรี ๑.2.๓ การมปี ฏสิ ัมพันธ์ มีวนิ ัยมี
กษาธรรมชาติและ ส่วนร่วมและบทบาทสมาชิกของ
อมดว้ ยตนเอง สงั คม
๑.2.4 การดแู ลรกั ษาธรรมชาตแิ ละ
สงิ่ แวดล้อม
(๑)การมสี ่วนรว่ มรบั ผดิ ชอบดแู ล
รกั ษาสง่ิ แวดลอ้ มทั้งภายในและ

มาตรฐาน มาตรฐานหลกั สูตรปฐมวัย สภาพทพี่ งึ ประสงค์ จดุ
ตวั บ่งช้ี

มาตรฐานที่ ๘ ตวั บง่ ช้ี ๘.๒ ๘.๒.๑ เล่นหรือทํางาน ๗.เลน่ หร
อยู่รว่ มกบั ผูอ้ น่ื ได้อยา่ ง มีปฏิสัมพันธท์ ่ดี ีกบั ผอู้ น่ื ร่วมมอื กับเพื่อนอย่างมี อย่างมีเป
มีความสุขและปฏบิ ัติ เป้าหมาย
ตนเป็นสมาชกิ ท่ีดขี อง
สงั คมในระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษัตรยิ ์ทรง
เปน็ ประมขุ

มาตรฐานที่ ๙ ตัวบ่งช้ี ๙.๑ ๙.๑.๑ ฟงั ผอู้ ืน่ พดู จน ๘.ฟังผอู้ ื่น
ใชภ้ าษาสอื่ สารได้ สนทนาโต้ตอบและเล่า จบและสนทนาโตต้ อบ โตต้ อบอ
เหมาะสม เร่อื งใหผ้ อู้ ืน่ เข้าใจ อยา่ งต่อเน่อื งเช่ือมโยง เร่อื งทีฟ่ ัง
กบั เรือ่ งที่ฟัง ๙.อา่ นภา

ดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้
ประสบการณ์สําคญั สาระท่คี วรเรยี นรู้
ภายนอกห้องเรียน

รอื ทํางานรว่ มมือกบั เพอื่ น ๑.๓.1 การมปี ฏสิ ัมพันธ์ มวี นิ ัยมี 20
ป้าหมาย สว่ นร่วมและบทบาทสมาชกิ ของ
สังคม
นพดู จนจบและสนทนา (1)การรว่ มกจิ กรรมวันสาํ คญั การ
อยา่ งตอ่ เน่อื งเช่ือมโยงกบั ระลึกถงึ พระคณุ ในวันสมเด็จพระเจ้า
ง ตากสินมหาราช
าพ สัญลกั ษณ์ คาํ ดว้ ย ๑.๓.2 การเลน่ และทาํ งานแบบ
ร่วมมือรว่ มใจ
(๒)การเล่นและทํางานรว่ มกับผู้อื่น
(๓)การเลน่ ตามมมุ ประสบการณ์
๑.๔.๑ ใช้ภาษา
(1) การฟงั และปฏิบัตติ ามคําแนะนํา
(2) การฟงั เพลง นทิ าน
คาํ คลอ้ งจอง หรือเรอ่ื งราวตา่ ง ๆ
(3)การพดู แสดงความคิดความรสู้ กึ

มาตรฐานหลักสตู รปฐมวัย สภาพท่ีพงึ ประสงค์ จดุ
มาตรฐาน ตัวบง่ ช้ี การชหี้ รือ
๙.๒.๑ อ่านภาพ และจดุ จ
สัญลกั ษณ์ คํา ด้วยการ
ชหี้ รือกวาดตามอง
จดุ เริ่มต้นและจุดจบ
ของข้อความ

มาตรฐานที่ ๑๐ ตัวบ่งชี้ ๑๐.๑ ๑๐.๑.๒ จบั คู่และ ๑๐.จบั ค
มีความสามารถในการ มคี วามสามารถในการ เปรยี บเทยี บความ
คิดที่เปน็ พื้นฐานในการ คดิ รวบยอด แตกตา่ งและความ
เรยี นรู้ เหมือนของส่งิ ต่าง ๆ
โดยใชล้ ักษณะทีส่ ังเกต
พบสองลกั ษณะขึน้ ไป

ดประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้
อกวาดตามองจดุ เร่ิมต้น ประสบการณ์สาํ คญั สาระท่ีควรเรียนรู้
จบของขอ้ ความ และความต้องการ
(๘)การรอจังหวะทีเ่ หมาะสม
คภู่ าพตามทก่ี ําหนดได้ ในการพูด
(4)การอา่ นหนังสือภาพ นิทาน
หลากหลายประเภท/รูปแบบ
(5)การเห็นแบบอยา่ งของการอา่ นท่ี
ถกู ต้อง
๑.๔.๒ การคดิ รวบยอด การคิดเชิง
เหตุผล การตัดสินใจและแก้ปญั หา
(1)การนับและแสดงจํานวนของส่งิ
21

ตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจาํ วัน

(2)การจับคู่ การเปรยี บเทยี บและ
การเรียงลําดบั สง่ิ ตา่ ง ๆ ตาม
ลกั ษณะ

ผงั ความคดิ แผนการจดั ประสบการณ์ หนว่ ย สม

กิจกรรมเคลื่อนไหวและจงั หวะ กจิ กรรมเสรมิ ปร
1. เคลื่อนไหวรา่ งกายทําทา่ กายบริหารเปน็ ผู้นาํ ๑. รู้จักชื่อสมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาร
ผู้ตาม ๒. วันที่ ๑๗ เมษายนของทกุ ปี เปน็ วนั
๒. เคลื่อนไหวร่างกายตามขอ้ ตกลง จังหวะช้าเรว็ ของสมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช
นบั 1-5 ๓. วนั ท่ี ๒๘ ธนั วาคมของทกุ ปี เป็นวัน
๓. เคล่อื นไหวร่างกายทาํ ท่าทางประกอบเพลง สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช พระมห
๔. เคลอื่ นไหวรา่ งกายตามขอ้ ตกลง นับ ๑-5
๕. เคลอ่ื นไหวรา่ งกายตามคําสง่ั นบั ๑-5 .4.การจดั งานตากสิน

5.สถานทตี่ ้งั ศาลสมเดจ็ พระเจา้ ตาก

กิจกรรมกลางแจ้ง หน่วยสมเดจ็ พระเจ
1. เลน่ เครือ่ งเลน่ สนาม ชั้นอนุบา
๒. เลน่ เกมกระต่ายขาคู่
๓. เล่นมา้ ก้านกล้วย กิจกรรมการเลน่
๔. เล่นเกมปดิ ตาตหี มอ้ เล่นในมมุ ประสบการณต์
๕. เลน่ น้ํา เล่นทราย

มเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช ช้ันอนบุ าลปที ่ี 1

ระสบการณ์ กจิ กรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์
ราช 1. การปัน้ ดินนํ้ามัน การวาดภาพด้วยสเี ทยี น
นพระราชสมภพ (วันเกิด) ๒. การตัดงเู ตน้ ระบํา การวาดภาพดว้ ยสเี ทียน
นคล้ายวันปราบดาภิเษก ๓. การพิมพภ์ าพด้วยวสั ดธุ รรมชาติ
หากษัตรยิ ์แหง่ กรุงธนบรุ ี การปั้นดินนาํ้ มัน
๔. การเลน่ กับสีนาํ้ การปั้นดินน้ํามัน
๕. ไม้หนีบสรา้ งสรรค์ การใช้สีเทยี น

22

จ้าตากสินมหาราช กจิ กรรมเกมการศกึ ษา
าลปีท่ี 1 1. เกมแสดงจาํ นวนของสิ่งตา่ งๆเกมนับและแสดง
จํานวนให้สัมพันธก์ นั 1-5
นตามมมุ ๒. เกมเปรยี บเทยี บจาํ นวนท่ีเทา่ กัน
ตา่ งๆในห้องเรียน ๓. เกมพนื้ ฐานการบวกผลรวมไมเ่ กนิ 3
๔. เกมเรยี งลาํ ดบั ของภาพ
๕. เกมจบั คภู่ าพกับคํา

การวางแผนกจิ กรรมรายหน่วยการจัดประสบการณ์ช

กิจกรรม

วันที่ เคลื่อนไหวและจงั หวะ เสรมิ ประสบการณ์ ศลิ ปะสรา้ ง

1 เคลอ่ื นไหวรา่ งกาย ๑.รจู้ กั ชอ่ื สมเด็จพระเจ้าตากสิน ๑.การปนั้ ดนิ นํา้
ทาํ ท่าทางตามคําสงั่ มหาราช 2. การวาดภาพ
นบั ๑ – ๕ ดว้ ยสีเทยี น

2 เคลือ่ นไหวร่างกาย ๒.วนั ที่ ๑๗ เมษายนของ ๑.กิจกรรมการต
ทาํ ท่าทางประกอบ ทกุ ปี เป็นวันพระราชสมภพ ระบํา
เพลง “พระเจา้ ตาก” (วนั เกิด) ของสมเดจ็ พระเจา้ ๒. กิจกรรมการว
ตากสนิ มหาราช ดว้ ยสีเทียน
3 เคลื่อนไหวรา่ งกาย วันท่ี ๒๘ ธนั วาคมของทุกปี เป็น ๑. การพมิ พภ์ าพ
เปน็ ผู้นาํ ผตู้ าม วนั คล้ายปราบดาภเิ ษก(การรบชนะ วัสดุธรรมชาติ
นบั ๑ – ๕ ขา้ ศกึ )สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ ๒. การปัน้ ดินนํ้า
มหาราช พระมหากษัตริย์
4 เคลอื่ นไหวประกอบ แห่งกรุงธนบุรี
อปุ กรณ์นับ ๑ – ๕ 4.การจัดงานตากสินมหาราชา ๑. การเลน่ กับสีน
นุสรณ์ เพ่อื เทดิ พระเกยี รตสิ มเด็จ ๒. การปนั้ ดนิ นา้ํ
พระเจ้าตากสนิ มหาราช

5 เคลอื่ นไหวร่างกายตาม 5.สถานท่ีตง้ั ศาลสมเดจ็ พระเจา้ ๑. ไมห้ นีบสรา้ งส
ข้อตกลงนบั ๑ – ๕ ตากสินมหาราช ๒. การวาดภาพด
สเี ทยี น

ชั้นอนบุ าลปีที่ 1 หนว่ ยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช



งสรรค์ เล่นตามมุม กลางแจ้ง เกมการศกึ ษา

ามนั เลน่ ในมุมประสบการณ์ เครื่องเล่นสนาม ๑.เกมแสขดงจาํ นวน
พ ต่าง ๆ ภายในหอ้ งเรยี น
๑-๕

ตดั งูเตน้ เล่นในมุมประสบการณ์ เล่นเกม เกมพ้นื ฐานการบวก
วาดภาพ ต่าง ๆภายในห้องเรยี น “กระต่ายหาค”ู่ มผี ลรวมไม่เกิน๓

พดว้ ย เลน่ ในมุมประสบการณ์ เคร่อื งเล่นสนาม เล่นเกมการ 23

ามนั ตา่ ง ๆภายในหอ้ งเรยี น เปรียบเทียบนา้ํ หนัก

นํา้ เล่นในมมุ ประสบการณ์ เลน่ เกม สนกุ จับคู่ภาพส่งิ ของใน
ามัน ตา่ ง ๆภายในห้องเรียน กระโดด ตาํ แหน่ง

สรรค์ เลน่ ในมุมประสบการณ์ การเลน่ ทราย เกมสังเกต
ด้วย ตา่ ง ๆภายในห้องเรียน
รายละเอยี ดของ

ส่ิงของท่กี ําหนด

แผนการจัดประสบการณร์ ายวันวนั ที่ 1 หนว่ ย

จดุ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ ก
การเรียนรู้ ประสบการณส์ าํ คัญ สาระทีค่ วรเรยี นรู้
กจิ กรรม (๑) การฟังเพลง และ การเคลอ่ื นไหวร่างกาย 1. กจิ กรรมพ
เคลอื่ นไหวและ แสดงปฏกิ ริ ยิ าโต้ตอบ เปน็ ผู้นําผูต้ าม ร่างกายไปทว่ั บ
จงั หวะ เสียงดนตรี ตามจงั หวะช้า
รว่ มกิจกรรม (๒) การเคลื่อนไหว ให้หยดุ เคล่อื น
การเคล่ือนไหว ตามเสียงเพลง/ดนตรี ๒.ใหเ้ ดก็ เข้าแ
ร่างกายอย่างมี ๓.ใหเ้ ด็กท่ีอย
ความสขุ ได้ ทา่ ทางทีช่ อบ
เพือ่ นๆปฏบิ ัต
“หยดุ ” ใหเ้ ด
๒ มาอยู่หัวแ
จงั หวะท่คี รเู ค
4.ปฏิบตั ติ ามข
๔.ใหเ้ ด็กน่งั ผอ่
กิจกรรมเสริม (๒) การฟงั และปฏิบัติ รจู้ ักช่ือสมเดจ็ พระเจา้ ๑. เดก็ นัง่ เปน็
ประสบการณ์ ตามคาํ แนะนาํ ตากสินมหาราช ๒.ครอู า่ นคาํ ค
๑.ฟังและพูด (๓) การฟงั เพลง ๒.วันที่ ๑๗ เมษายนของ ตาก”ใหเ้ ดก็ ฟ
โตต้ อบเก่ียวกับ คําคลอ้ งหรอื เรอ่ื งตา่ งๆ ทุกปี เป็นวันพระราช ๓.ครูอา่ นคําค
เร่ืองทฟ่ี ังได้ (๔) การพดู แสดง สมภพ(วันเกดิ ) ของ เด็กอ่านตาม
๒.อา่ นขอ้ ความ ความรูส้ กึ และ สมเด็จพระเจา้ ตากสิน ๔.ครแู ละเด็ก
ดว้ ยภาษาของ ความต้องการ มหาราช “คาํ ขวญั จงั ห
คําคลอ้ งจอง
ตนตามครไู ด้

ยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชช้ันอนุบาลปีที่ 1

กิจกรรมการเรยี นรู้ สือ่ การประเมินพฒั นาการ 24
พื้นฐานให้เด็กเคล่อื นไหว เครอื่ งเคาะจังหวะ สังเกต
บรเิ วณอย่างอสิ ระ การร่วมกิจกรรม
า-เร็ว เม่ือไดย้ นิ สญั ญาณหยุด คําคลอ้ งจอง การเคลือ่ นไหวร่างกาย
นไหวในท่าน้ันทนั ที “คําขวญั จังหวัดตาก” อย่างมคี วามสุข
แถวตอนแถวละ๔-๕ คน
ยู่หวั ทําทา่ ทางเลียนแบบ สงั เกต
บตามจงั หวะทค่ี รูเคาะให้ ๑.การฟงั และพดู
ตติ ามเมือ่ ไดย้ ินสญั าณ โตต้ อบเกยี่ วกับเร่ืองที่ฟัง
ดนิ ไปต่อทา้ ยแถวให้เด็กคนท่ี
แถว ทาํ ท่าทางอิสระตาม
คาะให้เพ่อื นๆปฏบิ ัตติ าม
ข้อ 3 ซ้าํ อีก
อนคลายกลา้ มเนอื้ ๒-๓ นาที
นรปู ครึง่ วงกลม
คล้องจอง“คําขวญั จงั หวดั
ฟัง
คลอ้ งจองทีละวรรค

กร่วมกนั ท่องคาํ คล้องจอง ๒.การอา่ นขอ้ ความ
หวดั ตาก” และสนทนาเกี่ยวกบั ดว้ ยภาษาของตน
ตามครู

จุดประสงค์ สาระการเรยี นรู้ ก
การเรยี นรู้ ประสบการณส์ าํ คญั สาระที่ควรเรยี นรู้
5.ครแู ละเด็กส
กิจกรรมศลิ ปะ (๕) การทาํ กจิ กรรม ๑.การปั้นดินนํา้ มนั พระเจ้าตากส
สร้างสรรค์ ศิลปะ 2. การวาดภาพ
สนใจมคี วามสขุ ด้วยสีเทียน -ชื่อ
และแสดงออก -วันพระร
ผา่ นงานศิลปะ ๖. เดก็ และคร
ได้ วนั พระราชสม
สนิ มหาราช
1. จัดกจิ กรรม
- การปนั้
- การวา
2. แบ่งกล่มุ เ
เหมาะสม
เพ่อื ใชว้ สั ดุอปุ
3. เดก็ ทาํ กจิ
ที่กระดาษผล
บตั ร
แลว้ นาํ ผลงาน
๔.เดก็ ทําอกี
๕.นาํ เสนอเม
๖. เดก็ ช่วยก
เข้าที่ให้เรยี บร

กิจกรรมการเรียนรู้ สือ่ การประเมนิ พฒั นาการ
สนทนารว่ มกนั เกี่ยวกบั สมเด็จ สังเกต
สินมหาราช ความสนใจ
มีความสุข
ราชสมภพ และแสดงออก
รรู ว่ มกบั สรุปเก่ียวกับชอ่ื และ ผา่ นงานศิลปะ
มภพของสมเด็จพระเจา้ ตาก

ม ๒ กจิ กรรม ๑. ดนิ นาํ้ มนั 25
นดนิ นํ้ามัน ๒. ภาชนะรองปนั้
าดภาพด้วยสีเทยี น ๓.กระดาษวาดเขียน
เดก็ จาํ นวนตามความ เอ ๔
ปกรณ์รว่ มกนั 4.สีเทียน
จกรรมแรกเสรจ็ เขยี นชอ่ื ตน
ลงานด้านล่างโดยดูแบบจาก

นติดไว้ที่แสดงผลงาน
๑ กิจกรรม
มื่อเสรจ็ ครบทง้ั ๒กจิ กรรม
กันเกบ็ อุปกรณ์วัสดุอุปกรณ์
รอ้ ย

จดุ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ ก
การเรยี นรู้ ประสบการณ์สําคัญ สาระท่ีควรเรียนรู้ 1. เดก็ เลือกก
กจิ กรรมเล่น (๓) การใหค้ วามรว่ มมอื เล่นในมมุ ประสบการณ์ ประสบการณ
ตามมุม ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ต่าง ๆ ภายในหอ้ งเรยี น ประสบการณ
ช่วยเหลือและ (๔) การดูแล ควรมีอย่างน
แบ่งปนั ผู้อ่ืน ห้องเรียนรว่ มกัน
ดว้ ยตนเองได้ - มุมนทิ า
- มุมบลอ็ ก
กจิ กรรม (๒) การเลน่ และ การเล่นเครอ่ื งเล่นสนาม
กลางแจ้ง ทาํ งานร่วมกับผู้อื่น - มมุ ศลิ ป
เล่นหรอื ทาํ งาน - มมุ บทบาทส
ร่วมมอื กบั เพอื่ น ๒.มุมนทิ านค
อย่างมีเปา้ หมาย สมเดจ็ พระเจ
ได้ ๓.เม่อื หมดเวล
เรยี บรอ้ ย
เกมการศกึ ษา (๘) การนบั และแสดง เล่นเกมแสดงจํานวน 1. ครูแนะนํา
จบั คภู่ าพท่ี จํานวนของสิง่ ตา่ งๆ ของสิง่ ต่างๆเกมนับ สนามแต่ละช
กําหนดได้ ในชวี ิตประจําวนั และแสดงจํานวน ร่วมกับเพอ่ื น
2. เลน่ เครอ่ื ง
ใกลช้ ิด
3. เมอื่ ครใู หส้
ทาํ ความสะอา
1.ครสู าธติ กา
ตา่ งๆเกมนบั
กนั ๑-๕
2. แบง่ เดก็ เป

กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่อื การประเมินพัฒนาการ
กิจกรรมเลน่ ตามมุม สอื่ ตามมุม สงั เกต
ณ์ตามความสนใจ มมุ ประสบการณ์ การชว่ ยเหลอื และ
ณ์ในหอ้ งเรียน ในหอ้ งเรียน แบง่ ปนั ผู้อืน่ ดว้ ยตนเอง
นอ้ ย ๔ มมุ เชน่
าน

ปะ 26
สมมตุ ิ
ครูเตรียมหนงั สือเก่ียวกับ
จ้าตากสินมหาราช
ลาใหเ้ ดก็ เกบ็ ของเขา้ ที่ให้

าขอ้ ตกลงในการเล่นเคร่อื งเล่น เคร่ืองเลน่ สนาม สังเกต
ชนดิ พรอ้ มทั้งคําแนะนําวิธเี ลน่ การเล่นหรอื ทาํ งาน
นอยา่ งปลอดภยั ร่วมมอื กับเพื่อนอย่างมี
งเลน่ สนามโดยมีครดู ูแลอยา่ ง เปา้ หมาย

สัญญาณหมดเวลาเดก็ เข้าแถว เกมแสดงจาํ นวนของ สังเกต
าดรา่ งกาย สิ่งต่างๆเกมนบั การจับคู่ภาพ
ารเลน่ เกมแสดงจาํ นวนของส่ิง และแสดงจํานวน ที่กําหนด
บและแสดงจาํ นวนใหส้ มั พันธ์
ป็นกลมุ่ ตามความเหมาะสม

จดุ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ ก
การเรียนรู้ ประสบการณส์ ําคัญ สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ๓.เดก็ กลมุ่ หน
(13) การจบั คู่ ใหส้ ัมพันธ์กนั ๑-๕ ส่ิงต่างๆเกมน
การเปรยี บเทยี บ สัมพนั ธ์กัน ๑
และการเรยี งลําดับ การศึกษาชุด
สิ่งตา่ ง ๆ ตามลกั ษณะ ให้หมุนเวยี น
4.ครูนาํ เกมไป

กิจกรรมการเรียนรู้ สอ่ื การประเมนิ พัฒนาการ
น่งึ มารบั เกมแสดงจาํ นวนของ ใหส้ มั พันธ์กัน ๑-๕
นบั และแสดงจาํ นวนให้
๑-๕ เดก็ กล่มุ อ่นื เล่นเกม
ดเดมิ หลังจากน้ัน
นกนั เล่น
ปเกบ็ เขา้ ที่

27


Click to View FlipBook Version