161
ใบงานท่ี 3 เรือ่ ง เหตุผลในการสรา้ งกลมุ่ ชุมนุม
ใหน้ ักเรียนร่วมกนั แสดงเหตผุ ลในการสร้างกลุ่มชมุ นุม
.............................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
162
รายวชิ า ประวัติศาสตร์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4 ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ................. สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช เวลา 4 ช่ัวโมง
เรือ่ ง การกอบกเู้ อกราช เวลา 1 ชั่วโมง
ใช้สอนวนั ท่ี........................เดือน...............................พ.ศ........................................
สาระสําคัญ สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมไพรพ่ ลกอบก้เู อกราชจากพมา่ และสรา้ งกรุงธนบรุ ี
เปน็ ราชธานี พระราชกรณียกจิ ทีส่ ําคัญ ไดแ้ ก่ ปอ้ งกันและขยายอาณาจกั ร ทําสงครามกบั เขมรและพม่า พร้อม
ทั้งการสร้างกลมุ่ ชมุ นุมตา่ งๆ เพ่ือให้เกิดความเขม้ แข็ง
มาตรฐานการเรียนรู้ ส 4.3 เข้าใจความเปน็ มาของชาติไทยวัฒนธรรม ภูมิปญั ญาไทย มีความรัก ความ
ภูมใิ จและธํารงความเปน็ ไทย
ตวั ชี้วดั ส 4.3 ป. 3/3 เลา่ วีรกรรมของบรรพบรุ ุษไทยท่มี ีสว่ นปกปอ้ งประเทศชาติ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอก/เลา่ เหตกุ ารณก์ ารกอบกูเ้ อกราช
เนอ้ื หา/สาระการเรียนรู้ การกอบกูเ้ อกราช
กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นํา
1. ครเู ปดิ เพลงพระเจ้าตาก พร้อมแจกเนอ้ื เพลง จากน้นั ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั
การต่อส้เู พือ่ ก้เู อกราชของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช
ข้ันสอน
1. ครูกําหนดประเด็นใหน้ ักเรียนแบง่ กลุ่มศึกษาความรูเ้ ร่อื ง สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช ดงั นี้
- เรียงลาํ ดับเหตกุ ารณพ์ ระราชกรณยี กจิ ที่สาํ คญั
- การกอบกู้เอกราช
2. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมาแสดงบทบาทสมมติเร่ืองการกอบกู้เอกราชของ
สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช
ขัน้ สรุป
1.นักเรียนรว่ มกันบอกส่ิงท่ีไดร้ ับจากการทาํ กจิ กรรมเร่อื งการกอบกเู้ อกราชของสมเด็จพระเจา้
ตากสนิ มหาราช
2. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันอภปิ รายและสรปุ เน้ือหาเรอื่ งการกอบกเู้ อกราชของสมเด็จพระเจ้า
ตากสนิ มหาราช
163
สื่อและแหลง่ เรยี นรู้
1. รูปภาพประกอบ
2. วดิ ิทัศน์
3. ห้องสมุด
การวดั และประเมินผล
วิธกี าร
- ประเมนิ การมีส่วนรว่ มในการทาํ กิจกรรม
เครอ่ื งมือ
- แบบประเมนิ กระบวนการทํางานกลุ่ม
เกณฑ์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
บนั ทึกผลหลังสอน/การจดั การเรยี นรู้
ผลท่เี กดิ กบั ผู้เรียนรู้
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
ปัญหา / อปุ สรรค
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
................................................................................................................................................…
แนวทางแกไ้ ขปรับปรุง
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
ความเหน็ ของผู้อาํ นวยการโรงเรยี น
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
164
แบบประเมนิ กระบวนการทาํ งานกลุ่ม
รายการการ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมิน 4 32 1
กระบวนการ มีการกําหนดบทบาท มีการกําหนดบทบาท มีการกาํ หนดบทบาท ไม่มกี ารกําหนด
ทาํ งานกลุ่ม สมาชกิ ชดั เจน และ สมาชิกชดั เจน เฉพาะหัวหน้า บทบาทสมาชิก
มกี ารชี้แจงเปา้ หมาย มกี ารช้แี จงเป้าหมาย ไมม่ ีการช้ีแจง และไม่มีการชี้แจง
การทาํ งาน มกี าร อย่างชัดเจนและ เปา้ หมาย เป้าหมาย สมาชิก
ปฏบิ ัตงิ านรว่ มกัน ปฏิบตั ิงานร่วมกนั อยา่ งชดั เจน ต่างคนต่างทาํ งาน
อยา่ งร่วมมือร่วมใจ แต่ไมม่ ีการประเมนิ ปฏบิ ัตงิ านรว่ มกนั
พรอ้ มกบั การประเมนิ เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทกุ คน
เป็นระยะ ๆ
165
แบบบันทึกผลการประเมนิ กระบวนการทํางานกลมุ่
ลําดับ ชื่อ-สกุล ระดบั คุณภาพ หมายเหตุ
4 3 21
..................................................
(.......................................................)
ผปู้ ระเมิน
166
แผนการจดั การเรียนรู้
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
167
รายวิชาประวัตศิ าสตร์ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 1 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 7 เวลา 5 ชั่วโมง
เร่อื ง ปราบดาภิเษก เวลา 1 ชั่วโมง
ใช้สอนวนั ท่ี........................เดือน...................................................พ.ศ........................................
สาระสาํ คัญ
สมเด็จพระเจา้ กรงุ ธนบรุ ีทรงปราบดาภิเษกขึน้ เป็นพระมหากษัตริย์ ณ พระราชวงั กรุงธนบรุ ี
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาตไิ ทย วฒั นธรรม ภูมิปญั ญาไทย มคี วามรัก
ความภมู ิใจและธํารงความเปน็ ไทย
ตัวชวี้ ดั
ส 4.3 ป.4/2 บอกประวัตแิ ละผลงานของบคุ คลสําคญั สมัยสมัยกรงุ ธนบุรี
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรยี นสามารถบอกวนั เดอื น ปี สถานท่ปี ราบดาภเิ ษกได้
2. นกั เรียนสามารถบอกความสาํ คัญของการสถาปนาปราบดาภเิ ษกได้
3. นกั เรยี นมีความภูมิใจ ตอ่ การสถาปนาปราบดาภเิ ษกของสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช
เน้อื หา/สาระการเรยี นรู้
-วนั เดอื น ปี สถานท่ีปราบดาภเิ ษก
- ความสาํ คญั ของการสถาปนาปราบดาภิเษก
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นํา
1. ครูสนทนาทักทายนักเรียน และนําภาพถ่ายของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช
ใหน้ ักเรยี นดู พรอ้ มกบั ให้ทายว่าภาพนี้คอื ใคร
2. ครูเปิดโอกาสใหน้ กั เรียนแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั องคส์ มเด็จพระเจา้ ตากสนิ
ในมุมมองของนกั เรยี น ครูกลา่ วช่นื ชม นกั เรยี นท่ีมสี ว่ นรว่ ม
ขน้ั สอน
3. ครูแจกใบความรู้ เรือ่ ง ปราบดาภิเษก ให้นกั เรยี นศึกษา ประกอบกบั การดู
การ์ตนู Animation อาณาจกั รกรงุ ธนบุรี สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช
ชว่ งปราบดาภิเษก ใชเ้ วลาประมาณ 15 นาที
4. ครูอธบิ ายเพ่มิ เติมเกี่ยวกับการ ปราบภิเษก และเปิดโอกาสใหน้ กั เรียนซกั ถาม
5. ใหน้ กั เรียนทาํ แผนผังความคิด การสถาปนาปราบดาภเิ ษกของสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ
มหาราช เปน็ รายบุคลล แล้วสง่ งานในช่ัวโมงถัดไป
ขัน้ สรปุ
7.จากนัน้ ครูและนกั เรยี นสรปุ ร่วมกนั เร่ือง ปราบดาภเิ ษก
พระเจา้ ตากทรงปราบดาภเิ ษกขน้ึ ทรงราชย์เป็นพระมหากษตั ริย์ตามแบบพระเจ้าแผ่นดนิ ครัง้ กรุงเกา่
จดหมายเหตุโหรระบวุ า่ เปน็ วนั องั คาร แรมส่ีคา่ํ จุลศักราช 1129 ซง่ึ ตรงกับวนั ท่ี 28 ธนั วาคม พ.ศ. 2311
เมือ่ พระชนพรรษา 34 พรรษา
168
ส่อื และแหลง่ เรียนรู้
-ใบความรู้
- Animation อาณาจักรกรุงธนบรุ ี (สมยั สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช)
การวดั และประเมินผล
1. วิธกี ารวัดและประเมินผล
- สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้
-สังเกตสมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรยี น
-สงั เกตคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
2. เครอ่ื งมือ
-แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้
-แบบสงั เกตสมรรถนะสาํ คัญของผ้เู รยี น
-แบบสังเกตคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
-แบบประเมินตรวจแผนผังความคดิ
3. เกณฑ์
-สังเกตสมรรถนะสาํ คัญของผูเ้ รยี น ตอ้ งผ่านระดบั คุณภาพ ระดับ 2 ขึ้นไป
- สงั เกตคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคผ์ เู้ รยี น ต้องผา่ นระดบั คณุ ภาพ ระดบั 2 ขึ้นไป
- ผลคะแนนการทําแผนผังความคดิ ตอ้ งผ่านเกณฑไ์ ด้คะแนนรอ้ ยละ 80
169
เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คะแนน คะแนน
แผนผงั ความคดิ 4 32 1 ทีไ่ ด้
รายการประเมิน สรปุ เนื้อหา สรุปเนื้อหาได้ สรปุ เนอื้ หาได้ สรุปเนอ้ื หา
1.การสรุปเนอ้ื หา ได้ถกู ต้อง ถูกต้อง ตรง ถูกต้อง ตรง ได้ไม่ถกู ตอ้ ง ไม่
ตรงประเดน็ ประเดน็ ประเดน็ เหน็ ตรงประเด็น
2.การเชอื่ มโยง เห็นภาพรวม เห็นภาพรวม ภาพรวมของ ไม่เหน็ ภาพรวม
ความรู้ ของเนอ้ื หา ของเนอ้ื หา2 ใน เนอื้ หา 1 ใน 3 เชื่อมโยงความรู้
3.การเขยี นสือ่ ท้ังหมด 3 ส่วน สว่ น ไดไ้ มถ่ กู ตอ้ ง
ความหมายของ เชอ่ื มโยงความรู้ เชอื่ มโยงความรู้ เชือ่ มโยงความรู้
หวั ขอ้ ได้ถกู ตอ้ ง ได้ถกู ต้อง ไดถ้ กู ต้อง เขา้ ใจ
4.มีความคิด ตามลาํ ดบั สําคญั บางส่วน แตไ่ มช่ ดั เจน
สร้างสรรค์ และ ไม่ครบถว้ น
ความสมั พันธ์ เขา้ ใจง่าย เข้าใจง่าย ไม่ตรงเน้ือหา
5.การตอ่ ยอด เขา้ ใจง่าย ชัดเจน ชัดเจน เขียนแผนผงั
ความคดิ ชัดเจน ครบถ้วน ครบถ้วน ตรง ความคิดรวบ
ครบถว้ น ตรง ตรงเนื้อหา เนื้อหา บางสว่ น ยอดไม่ได้
คะแนนเตม็ 20 เนื้อหา ขยาย ไมม่ คี วาม
ความได้ถูกต้อง สามารถเขยี น สามารถเขยี น สรา้ งสรรค์
สามารถเขยี น แผนผงั ความคิด แผนผังความคิด ไมส่ วยงาม
แผนผงั ความคิด รวบยอดได้อยา่ ง รวบยอดได้ ไมแ่ สดงถึง
รวบยอดไดอ้ ย่าง สรา้ งสรรคแ์ ละ ข้อบกพร่อง ความรทู้ ่ถี ูกตอ้ ง
สรา้ งสรรคแ์ ละ สวยงามและมี บางส่วน ไมส่ ามารถนําไป
สวยงาม ข้อบกพร่อง ถ่ายทอดแก่ผ้อู ื่น
แสดงถึงความรู้ บางสว่ น ได้
ท่ีถกู ตอ้ ง แสดงถึงความรู้ แสดงถึงความรู้
สามารถนําไป ท่ีถกู ต้อง ท่ถี ูกต้อง
ถา่ ยทอดแก่ผู้อืน่ สามารถนาํ ไป สามารถนาํ ไป
ได้ถูกต้อง ถ่ายทอดแกผ่ อู้ ่นื ถา่ ยทอดแก่ผู้อ่นื
แม่นยาํ และเปน็ ได้บางส่วน ได้บางส่วน
รปู ธรรม ถกู ต้อง และเป็น
รูปธรรม
170
บันทึกผลหลังสอน/การจดั การเรยี นรู้
ผลทเ่ี กิดกบั ผ้เู รียนรู้
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ปญั หา / อปุ สรรค
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขปรับปรงุ
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ความเหน็ ของผู้อํานวยการโรงเรียน
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
171
ภาคผนวกของแผน
1. ใบความรู้ เรอื่ ง ปราบดาภเิ ษก
2. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้
3. ตวั อยา่ งฟอร์มแผนผงั ความคิด
ผลคะแนนการตรวจแผนผงั ความคดิ
ที่ ช่ือ-สกลุ คะแนน รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
172
แบบสังเกตคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
คาํ ชี้แจง กรอกคะแนนประเมนิ ลงในชอ่ งรายการประเมินและสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
รายการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รยี นรู้
ตั้งใจเรียน
เอาใจใส่ ีมความเพียร
พยายาม
เ ้ขาร่วม ิกจกรรม
ึศกษาค้นคว้าหาความรู้
บัน ึทกความรู้
เลขท่ี รวมคะแนน ผ่าน ไม่ผา่ น
3 3 33 3 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมิน ระดับคณุ ภาพ สรปุ ผลการประเมิน
คะแนนรวม ระดับ 3 ดี ผ่าน
11-15 ระดับ 2 พอใช้ ผ่าน
6-10 ระดบั 1 ปรับปรงุ ไมผ่ ่าน
1-5
เกณฑ์การผา่ นการประเมิน
นกั เรียนตอ้ งผา่ นการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ทกุ ขอ้
173
เกณฑก์ ารประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ด้านใฝ่เรยี นรู้
ตวั ชี้วดั และพฤติกรรมบ่งช้ี
ตวั ช้วี ัด พฤตกิ รรมบ่งช้ี
4.1 ตัง้ ใจ เพยี รพยายามในการ 4.1.1 ต้ังใจเรยี น
เรียน และเขา้ รว่ มกิจกรรมการ 4.1.2 เอาใจใสแ่ ละมคี วามเพียรพยายามในการเรียนรู้
เรียนรู้ 4.1.3 สนใจเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรียนรตู้ ่างๆ
4.2 แสวงหาความรจู้ ากแหล่ง 4.2.1 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรู้จากหนังสอื เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สอื่
เรียนร้ตู า่ งๆ ทั้งภายในและภายนอก เทคโนโลยตี ่างๆ แหล่งเรยี นรู้ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และ
โรงเรียน ด้วยการเลือกใชส้ ่อื อยา่ ง เลือกใชส้ อื่ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
เหมาะสม บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ 4.2.2 บนั ทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบจากสิ่งท่เี รียนรู้ สรปุ เปน็
สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ แลกเปลีย่ น องคค์ วามรู้
เรยี นรู้ และนาํ ไปใชใ้ น 4.2.3 แลกเปลี่ยนเรียนรดู้ ้วยวิธกี ารต่างๆ และนําไปใชใ้ น
ชวี ติ ประจําวนั ได้ ชีวิตประจําวนั
เกณฑก์ ารให้คะแนน (ใช้ขอ้ มูลจากการสงั เกตตามสภาพจริงของครผู ้สู อน)
พฤตกิ รรมบง่ ช้ี ไมผ่ า่ น (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดเี ยย่ี ม (3)
ตามขอ้ 4.1 – ไม่ตั้งใจเรียน เข้าเรยี นตรงเวลา เข้าเรียนตรงเวลา เข้าเรยี นตรงเวลา
4.2 ไมศ่ ึกษาค้นคว้า ตง้ั ใจเรยี น เอาใจใส่ ตง้ั ใจเรียน เอาใจใส่ ตัง้ ใจเรยี น เอาใจใสใ่ น
หาความรู้ ในการเรยี น และมี ในการเรียน และมี การเรียน และมสี ่วน
สว่ นร่วมในการ ส่วนรว่ มในการ ร่วมในการเรียนรู้ และ
เรยี นรู้ และเข้าร่วม เรยี นรู้ และเข้าร่วม เข้ารว่ มกจิ กรรมการ
กิจกรรมการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรียนรู้ เรยี นรตู้ า่ งๆ ท้ังภายใน
ตา่ งๆ เป็นบางครงั้ ต่างๆ บอ่ ยครง้ั และภายนอกโรงเรียน
เปน็ ประจาํ
เกณฑ์การให้คะแนน (ใช้ข้อมลู การเขา้ ร่วมกิจกรรมหน้าเสาธงของนกั เรียนเปน็ เกณฑ์พจิ ารณา)
คะแนนรวม ระดับคุณภาพ สรปุ ผลการประเมนิ
11-15 ระดับ 3 ดี ผ่าน
6-10 ระดับ 2 พอใช้ ผา่ น
1-5 ระดับ 1 ปรบั ปรงุ ไม่ผา่ น
เกณฑก์ ารผา่ นการประเมนิ
นกั เรยี นตอ้ งผ่านการประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ทกุ ข้อ
174
แบบสงั เกตสมรรถนะสาํ คญั ของผูเ้ รียน
คําชแี้ จง ให้ผปู้ ระเมนิ ทําเครื่องหมาย /ลงในชอ่ งรายการสังเกตสมรรถนะสาํ คัญของผู้เรยี นทกี่ ําหนด
รายการ ผลการประเมิน
ท่ี
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการ ิคด ผา่ น ไม่ผ่าน
ความสามารถในการแก้ไขปัญหา
ความสามารถในการใช้ ัทกษะ ีชวิต
32 1 3213213 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน ดี
3 หมายถงึ พอใช้
2 หมายถงึ ปรับปรงุ
1 หมายถงึ
175
เกณฑก์ ารประเมินสมรรถนะสาํ คัญของผู้เรียน
คําช้ีแจง ให้ผ้ปู ระเมินใหค้ ะแนนสมรรถนะของผู้เรียน ตามประเด็นที่กาํ หนดโดยทาํ เครือ่ งหมาย
ลงในช่องระดบั คะแนนในแบบประเมินตามความเปน็ จริง
ประเด็นการประเมนิ 3 (ด)ี เกณฑ์การประเมนิ 1 (ปรบั ปรุง)
2 (พอใช้) มคี วามสามารถในการ
1. ความสามารถใน มคี วามสามารถในการ เลือกใช้วธิ ีการสอื่ สารไดโ้ ดย
การสื่อสาร เลอื กใช้วธิ กี ารสอ่ื สาร มคี วามสามารถในการ ไมเ่ กิดผลกระทบต่อตนเอง
ทที่ ําให้เกดิ ความ เลอื กใชว้ ิธีการสื่อสาร หรือสงั คม
เหมาะสม และคุ้มค่า ทที่ ําใหเ้ กดิ ความ ขาดเกณฑ์ 2 รายการข้ึนไป
โดยไม่เกดิ ผลกระทบต่อ เหมาะสม โดยไมเ่ กิด
ตนเองและสังคม ผลกระทบตอ่ ตนเอง แกป้ ัญหาไดถ้ ูกต้องชดั เจน
2. ความสามารถใน 1. รจู้ กั คดิ ด้วยตนเอง และสงั คม เป็นได้เป็นบางครัง้
การคดิ 2. แยกแยะข้อมูลได้ ขาดเกณฑ์ 1 รายการ
ถูกตอ้ ง แกป้ ัญหาได้ไดถ้ กู ตอ้ ง
3. เห็นคุณคา่ รู้วธิ ีการนํา ชดั เจน ไดบ้ อ่ ยครัง้
ข้อมูลไปใช้ให้ถูกตอ้ ง
3. ความสามารถในการ แกป้ ัญหาได้ถกู ตอ้ ง
แก้ปัญหา ชัดเจน ทุกคร้งั
4. ความสามารถในการ นําขอ้ มลู ไปใช้ประโยชน์ นําข้อมูลไปใชป้ ระโยชน์ นาํ ข้อมูลไปใช้ประโยชนไ์ ด้
ใช้ทกั ษะชีวิต สม่าํ เสมอถูกต้องชัดเจน ได้บ่อยครั้ง เปน็ บางครง้ั
176
แผนผังความคิด เร่ือง........................................................................
177
ใบความรู้ เรือ่ ง การปราบดาภเิ ษก
1.1 วนั เดือน ปี สถานท่ปี ราบดาภเิ ษก
สมเดจ็ พระเจ้ากรงุ ธนบุรที รงปราบดาภเิ ษกขนึ้ เปน็ พระมหากษัตรยิ ์ ณ พระราชวงั กรุงธนบุรี
ด้วยเหตผุ ลทางยุทธศาสตรแ์ ละการเมืองเป็นสาํ คญั ทาํ ใหเ้ จ้าตากมา "ยับยัง้ " อยู่ ณ เมืองธนบรุ ี ซง่ึ มี
ลักษณะเปน็ ราชธานีไมถ่ าวร ก่อนหนา้ น้นั เมอื งธนบรุ ีถกู ทิ้งร้าง มตี ้นไม้ขน้ึ และซากศพทงิ้ อยา่ งเกลอ่ื นกลาด
ทําให้ตอ้ งมกี ารเกณฑแ์ รงงานจัดการพืน้ ที่ข้ึนมาใหม่ เจ้าตากยงั มีรับสงั่ ใหค้ นไปอญั เชญิ พระบรมวงศานุวงศใ์ น
สมยั ตอนปลายอยุธยาจากเมืองลพบรุ ีมายังเมอื งธนบรุ ี และได้ถวายพระเพลงิ พระบรมศพสมเด็จพระเจา้ เอกทศั
ตามโบราณราชประเพณี
หลงั จากท่ีอพยพผู้คนและทรัพยส์ ินลงมาทางใตแ้ ละต้ังราชธานใี หมข่ ึ้นทเ่ี มอื งธนบุรี เรยี กนามวา่ "กรงุ
ธนบุรศี รมี หาสมุทร" แต่เอกสารราชการสมยั กรุงธนบรุ ียังคงเรยี กนามเมืองหลวงตามเดิมวา่ "กรุงพระมหานคร
ศรอี ยธุ ยา" เจา้ ตากทรงปราบดาภิเษกขึน้ ทรงครองราชยเ์ ป็นพระมหากษตั รยิ ์ตามแบบพระเจ้าแผน่ ดินครัง้ กรุง
เก่า จดหมายเหตุโหรระบุว่าเป็นวันองั คาร แรมสีค่ าํ่ จลุ ศกั ราช 1129 ซ่งึ ตรงกับวนั ที่ 28 ธนั วาคม พ.ศ.
2311 เมื่อพระชนพรรษา 34 พรรษา ความสําเรจ็ ดงั กลา่ วทาํ ให้มผี ู้ท่ีคิดรอ้ื ฟน้ื ราชอาณาจักรอยุธยาขนึ้ มา
ใหม่มาเขา้ ดว้ ยกับชุมนมุ ของพระองคเ์ ปน็ จาํ นวนมาก ทาํ ใหส้ ถานะการเป็นพระมหากษัตรยิ ข์ องพระองคเ์ ดน่ ชดั
ย่ิงข้ึน[51] อีกทัง้ พระองคย์ ังทรงเริม่ ประกอบพระราชกรณียกจิ ตามแบบอยา่ งพระมหากษัตรยิ ์แห่งกรงุ ศรอี ยธุ ยา
เพอ่ื แสดงถึงสิทธิธรรม[51] การเลือกกรงุ ธนบรุ เี ปน็ ราชธานยี ังถือไดว้ า่ เป็นกา้ วสาํ คญั ในการฟนื้ ฟเู ศรษฐกจิ ท่ี
เสยี หายจากสงครามกบั พม่าดว้ ย[52]
1.2 ความสาํ คัญของการสถาปนาปราบดาภเิ ษก
หลงั จากทรงสถาปนากรงุ ธนบรุ ีเป็นราชธานแี ลว้ สมเดจ็ พระเจา้ กรุงธนบรุ ีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้
สร้างพระราชวังกรงุ ธนบรุ ีเมื่อปี พ.ศ. 2310 ซึ่งเปน็ พระราชวังหลวงท่ีใช้เป็นสถานทป่ี ระทับและวา่ ราชการ
พรอ้ มกบั ปรับปรุงป้อมวไิ ชยเยนทร์ และเปลยี่ นชื่อใหมเ่ ปน็ ปอ้ มวไิ ชยประสทิ ธิ์ ตาํ แหนง่ ของพระราชวงั นเ้ี ปน็
จดุ สําคญั ทางยทุ ธศาสตร์ สามารถสงั เกตการณไ์ ด้ในระยะไกล อกี ทั้งยังใกล้กบั เสน้ ทางคมนาคมและเส้น
ทางการเดินทัพท่ีสาํ คญั อีกดว้ ย ซึง่ ปจั จุบนั เปน็ ทต่ี ั้งของกองทพั เรอื
178
รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 7 เวลา 5 ช่ัวโมง
เรอ่ื ง การขึน้ ครองราชย์ เวลา 1 ชวั่ โมง
ใช้สอนวันที่........................เดือน...............................พ.ศ........................................
สาระสําคญั
พระราชประวตั ิความเปน็ มาของการขึ้นครองราชย์
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเปน็ มาของชาติไทย วฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาไทย มคี วามรัก
ความภูมใิ จและธาํ รงความเปน็ ไทย
ตัวช้วี ดั
ส 4.3 ป.4/2 บอกประวัตแิ ละผลงานของบคุ คลสําคญั สมยั กรงุ ธนบรุ ี
จุดประสงค์การเรยี นรู้
-นกั เรยี นสามารถสรปุ พระราชประวตั ิความเปน็ มาของการขึน้ ครองราชยไ์ ด้
เนื้อหา/สาระการเรยี นรู้
พระราชประวัตคิ วามเปน็ มาของการขึ้นครองราชย์
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนาํ
1..ครสู นทนาทกั ทายนกั เรียน ทบทวนความรู้เดมิ
2.ครเู ปดิ เพลง พระเจา้ ตาก ให้นักเรยี นฟัง และสนทนาเนอื้ หาเกย่ี วกบั เหตกุ ารณท์ ี่เกดิ ขึ้น
ของพระเจ้าตาก รว่ มกัน
ขน้ั สอน
3. ให้นักเรียนศึกษาการ์ตนู Animation อาณาจกั รกรุงธนบรุ ี สมัยสมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช
(พระราชประวตั คิ วามเป็นมาของการขน้ึ ครองราชย์)
4.ครูอธิบายเพ่มิ เติมเก่ยี วกบั พระราชประวัตคิ วามเปน็ มาของการขึ้นครองราชย์ และแจกใบความรู้ให้
นักเรียนได้อา่ นออกเสยี งพร้อมๆกนั
5.ให้นกั เรียนทาํ ใบงาน เรอื่ ง พระราชประวัติความเปน็ มาของการข้ึนครองราชย์
ข้นั สรุป
6..จากน้ันครแู ละนกั เรยี นสรปุ รว่ มกัน เรอื่ ง พระราชประวตั ิความเปน็ มาของการขึน้ ครองราชย์
สมเดจ็ พระเจา้ ธนบรุ ี ทรงครองราชยต์ งั้ แต่ วนั ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2311
ประชาราษฎร์มีความสขุ โดยถว้ นท่วั พน้ จากภยั รกุ รานพม่ามาจนตราบเท่าทกุ วนั น้ี
สือ่ และแหลง่ เรียนรู้
-ใบความรู้ พระราชประวตั คิ วามเปน็ มาของการขนึ้ ครองราชย์
- Animation อาณาจกั รกรงุ ธนบุรี (สมยั สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช)
- เพลงพระเจา้ ตาก
179
การวัดและประเมนิ ผล
1. วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล
- สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้
-สงั เกตสมรรถนะสาํ คัญของผูเ้ รียน
-สงั เกตคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
2. เครือ่ งมือ
-แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้
-แบบสังเกตสมรรถนะสําคัญของผู้เรียน
-แบบสังเกตคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
-แบบประเมนิ ตรวจใบงาน
3. เกณฑ์
-สังเกตสมรรถนะสาํ คัญของผเู้ รยี น ต้องผา่ นระดับคุณภาพ ระดับ 2 ขึน้ ไป
- สงั เกตคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ผ้เู รยี น ตอ้ งผา่ นระดบั คณุ ภาพ ระดบั 2 ข้นึ ไป
- ผลคะแนนการตรวจผลงาน ต้องผ่านเกณฑไ์ ด้คะแนนร้อยละ 80
บนั ทึกผลหลงั สอน/การจัดการเรียนรู้
ผลทเี่ กดิ กับผู้เรียนรู้
...........................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ปัญหา / อุปสรรค
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขปรับปรงุ
...........................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ความเหน็ ของผอู้ าํ นวยการโรงเรียน
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
180
ภาคผนวกของแผน
4. ใบความรู้ เรอ่ื ง พระราชประวตั ิความเปน็ มาของการขน้ึ ครองราชย์
5. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้
6. ตัวอยา่ งใบงาน พระราชประวตั ิความเป็นมาของการขึน้ ครองราชย์
ผลคะแนนการตรวจใบงาน
ท่ี ชอื่ -สกุล คะแนน รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
181
แบบสงั เกตคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คาํ ชแี้ จง กรอกคะแนนประเมนิ ลงในชอ่ งรายการประเมนิ และสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
รายการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ด้านใฝเ่ รยี นรู้
ตั้งใจเรียน
เอาใจใส่ ีมความเพียร
พยายาม
เ ้ขาร่วม ิกจกรรม
ึศกษาค้นคว้าหาความรู้
บัน ึทกความรู้
เลขท่ี รวมคะแนน ผา่ น ไม่ผ่าน
3 3 33 3 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน ระดบั คุณภาพ สรปุ ผลการประเมนิ
คะแนนรวม ระดบั 3 ดี ผา่ น
11-15 ระดบั 2 พอใช้ ผา่ น
6-10 ระดบั 1 ปรับปรุง ไมผ่ ่าน
1-5
เกณฑ์การผา่ นการประเมิน
นกั เรียนต้องผ่านการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท์ กุ ข้อ
182
เกณฑก์ ารประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รียนรู้
ตัวช้วี ัดและพฤติกรรมบง่ ชี้
ตวั ช้ีวัด พฤติกรรมบง่ ช้ี
4.1 ตงั้ ใจ เพยี รพยายามในการ 4.1.1 ตงั้ ใจเรยี น
เรียน และเขา้ รว่ มกิจกรรมการ 4.1.2 เอาใจใสแ่ ละมคี วามเพียรพยายามในการเรียนรู้
เรียนรู้ 4.1.3 สนใจเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นร้ตู า่ งๆ
4.2 แสวงหาความรจู้ ากแหล่ง 4.2.1 ศึกษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สือ เอกสาร สง่ิ พิมพ์ ส่ือ
เรยี นรตู้ ่างๆ ท้งั ภายในและภายนอก เทคโนโลยีตา่ งๆ แหลง่ เรยี นรู้ทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรียน และ
โรงเรียน ด้วยการเลือกใชส้ ือ่ อยา่ ง เลอื กใชส้ ่ือได้อย่างเหมาะสม
เหมาะสม บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ 4.2.2 บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบจากส่ิงทีเ่ รียนรู้ สรุปเปน็
สรปุ เป็นองค์ความรู้ แลกเปลี่ยน องค์ความรู้
เรยี นรู้ และนาํ ไปใชใ้ น 4.2.3 แลกเปลยี่ นเรียนรูด้ ้วยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาํ ไปใช้ใน
ชวี ิตประจําวันได้ ชวี ติ ประจําวัน
เกณฑ์การให้คะแนน (ใช้ขอ้ มลู จากการสังเกตตามสภาพจรงิ ของครผู สู้ อน)
พฤติกรรมบง่ ชี้ ไมผ่ ่าน (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดีเยีย่ ม (3)
ตามขอ้ 4.1 – ไมต่ ้ังใจเรยี น เขา้ เรยี นตรงเวลา เข้าเรียนตรงเวลา เขา้ เรียนตรงเวลา
4.2 ไมศ่ กึ ษาค้นควา้ ต้งั ใจเรียน เอาใจใส่ ตงั้ ใจเรยี น เอาใจใส่ ตัง้ ใจเรียน เอาใจใส่ใน
หาความรู้ ในการเรยี น และมี ในการเรยี น และมี การเรียน และมีสว่ น
สว่ นร่วมในการ ส่วนร่วมในการ ร่วมในการเรยี นรู้ และ
เรียนรู้ และเขา้ รว่ ม เรยี นรู้ และเขา้ รว่ ม เขา้ รว่ มกิจกรรมการ
กิจกรรมการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรียนรู้ เรยี นรูต้ ่างๆ ท้งั ภายใน
ตา่ งๆ เปน็ บางครั้ง ต่างๆ บอ่ ยครัง้ และภายนอกโรงเรียน
เป็นประจาํ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (ใช้ขอ้ มลู การเข้าร่วมกจิ กรรมหนา้ เสาธงของนกั เรยี นเปน็ เกณฑพ์ ิจารณา)
คะแนนรวม ระดบั คุณภาพ สรุปผลการประเมิน
11-15 ระดับ 3 ดี ผา่ น
6-10 ระดบั 2 พอใช้ ผา่ น
1-5 ระดบั 1 ปรบั ปรงุ ไมผ่ า่ น
เกณฑก์ ารผ่านการประเมนิ
นักเรยี นตอ้ งผ่านการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ทุกข้อ
183
แบบสังเกตสมรรถนะสําคัญของผเู้ รียน
คําชแ้ี จง ให้ผู้ประเมินทําเครือ่ งหมาย /ลงในชอ่ งรายการสังเกตสมรรถนะสําคญั ของผเู้ รยี นทกี่ ําหนด
รายการ ผลการประเมิน
ท่ี
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการ ิคด ผา่ น ไมผ่ า่ น
ความสามารถในการแก้ไขปัญหา
ความสามารถในการใช้ ัทกษะ ีชวิต
32 1 3213213 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ ดี
3 หมายถึง พอใช้
2 หมายถงึ ปรบั ปรงุ
1 หมายถึง
184
เกณฑก์ ารประเมนิ สมรรถนะสาํ คัญของผู้เรียน
คาํ ชี้แจง ใหผ้ ปู้ ระเมินใหค้ ะแนนสมรรถนะของผูเ้ รยี น ตามประเด็นท่กี าํ หนดโดยทาํ เครื่องหมาย
ลงในช่องระดับคะแนนในแบบประเมนิ ตามความเป็นจริง
ประเด็นการประเมนิ 3 (ด)ี เกณฑก์ ารประเมนิ 1 (ปรบั ปรุง)
2 (พอใช้) มีความสามารถในการ
1. ความสามารถใน มีความสามารถในการ เลอื กใชว้ ธิ ีการสื่อสารได้
การส่ือสาร เลอื กใชว้ ิธกี ารสือ่ สาร มคี วามสามารถในการ โดยไม่เกิดผลกระทบต่อ
ทท่ี าํ ให้เกดิ ความ เลอื กใชว้ ิธีการส่ือสาร ตนเองหรือสังคม
เหมาะสม และค้มุ คา่ ท่ที ําใหเ้ กิดความ ขาดเกณฑ์ 2 รายการ
โดยไมเ่ กิดผลกระทบต่อ เหมาะสม โดยไมเ่ กิด ข้นึ ไป
ตนเองและสังคม ผลกระทบตอ่ ตนเอง
2. ความสามารถใน 1. รู้จักคิดดว้ ยตนเอง และสงั คม
การคิด 2. แยกแยะข้อมูลได้ ขาดเกณฑ์ 1 รายการ
ถกู ตอ้ ง
3. เหน็ คณุ ค่ารวู้ ิธีการนาํ
ขอ้ มูลไปใชใ้ หถ้ กู ตอ้ ง
3. ความสามารถในการ แกป้ ัญหาได้ถกู ตอ้ ง แก้ปัญหาไดไ้ ด้ถูกต้อง แก้ปัญหาได้ถูกต้อง
แกป้ ัญหา ชดั เจน ทุกครงั้ ชัดเจน ไดบ้ อ่ ยครง้ั ชัดเจนเปน็ ไดเ้ ปน็
บางครง้ั
4. ความสามารถในการ นาํ ข้อมูลไปใชป้ ระโยชน์ นําขอ้ มลู ไปใชป้ ระโยชน์ นําข้อมลู ไปใชป้ ระโยชน์
ใช้ทกั ษะชีวติ สมา่ํ เสมอถกู ตอ้ งชัดเจน ไดบ้ ่อยครั้ง ไดเ้ ปน็ บางครง้ั
185
ใบความรู้
เรอื่ ง การขน้ึ ครองราชย์
พระราชประวัติความเป็นมาของการขึน้ ครองราชย์
การเสด็จขนึ้ ครองราชยเ์ มอื่ 28 ธันวาคม ปี พ.ศ. 2311กรุงธนบรุ ี อาณาจักธนบรุ ี ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้เฉนิ เหมย่ เซนิ พอ่ ค้าเดินเรือจนี นาํ พระราชสาส์นไปถวายตอ่ จกั รพรรดิเฉยี นหลงแหง่ ราชสํานัก
ชงิ ใจความสําคญั วา่ ดว้ ยพระราชประสงค์ฟืน้ ฟสู ัมพันธไมตรี การคา้ ขายกับจนี และขอพระราชทานตราต้งั เพอื่
รับรองสถานภาพพระมหากษตั ริย์ แตร่ าชสาํ นกั ชงิ ปฏเิ สธในปแี รกเพราะมองวา่ พระองค์มิใช่ผสู้ บื ราชสนั ตติวงศ์
เจ้านายกรุงเก่า และเจ้านายกรุงเก่ายังมีพระขนมช์ ีพอยู่ คือ กรมหมืน่ เทพพิพธิ (พระราชโอรสในสมเด็จพระ
เจา้ อยหู่ วั บรมโกศ) เสดจ็ ไปก่อตงั้ ชุมนุมเจา้ พมิ าย สว่ นเจา้ จุ้ย (พระโอรสในเจา้ ฟ้าอภัยและพระราชนัดดาใน
สมเด็จพระสรรเพชญท์ ี่ 9) และเจ้าศรีสงั ข์ (พระโอรสในเจ้าฟ้าธรรมธเิ บศไชยเชษฐ์สรุ ยิ วงศ์และพระราชนัดดา
ในสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวบรมโกศ) เสดจ็ ลีภ้ ัยสงครามไปอย่กู ับพระยาราชาเศรษฐี ญวน (มอ่ ซอ่ื หลนิ ) ทเ่ี มอื ง
พุทไธมาศ อีกท้ังในระยะนัน้ จีนได้รบั รายงานทีไ่ ม่เปน็ ความจริงจากม่อซื่อหลนิ ทําให้เอกสารราชสํานกั ชงิ จึงไม่
เรียกขานพระนามอยา่ งพระมหากษตั ริย์ แต่เรยี กขานเพยี ง กนั เอนิ ซ่ือ (เจ้าเมืองตาก) เทา่ น้นั
186
ใบงาน
เรอ่ื ง พระราชประวตั ิความเป็นมาของการขน้ึ ครองราชย์
คําชแี้ จง ให้นกั เรยี นตอบคาํ ถามลงใน ชอ่ งว่างทีก่ ําหนดให้ถกู ตอ้ งโดยศึกษาจากใบความรู้
การเสดจ็ ข้ึนครองราชย์เมื่อ ..................................................................................................
อาณาจกั ธนบรุ ี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้.....................................................
พอ่ ค้าเดนิ เรอื .........................นําพระราชสาสน์ ไปถวายต่อจกั รพรรดิเฉยี นหลงแห่งราชสํานกั ชิง
ใจความสาํ คญั วา่ ดว้ ยพระราชประสงคฟ์ ืน้ ฟูสมั พนั ธไมตรี .................................... และขอพระราชทานตรา
ตั้งเพอื่ รับรองสถานภาพพระมหากษัตริย์ แต่ราชสาํ นกั ชงิ ปฏเิ สธในปีแรกเพราะมองว่าพระองคม์ ิใช่ผสู้ ืบราช
สนั ตตวิ งศ์เจา้ นายกรุงเก่า และเจา้ นายกรุงเกา่ ยังมพี ระขนมช์ ีพอยู่
คือ ..........................................…………………………………………เสดจ็ ไปก่อตั้ง
ชุมนมุ ……………………………………………………. และ………………………………(พระโอรสในเจ้าฟา้ ธรรมธเิ บศ
ไชยเชษฐส์ รุ ิยวงศ์และพระราชนดั ดาในสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั บรมโกศ) เสดจ็ ลีภ้ ยั สงครามไปอยู่
กบั ………………………………………(ม่อซือ่ หลนิ )
ที่เมอื ง……………………………………อกี ท้งั ในระยะนน้ั จีนไดร้ ับรายงานท่ีไม่เป็นความจรงิ จากมอ่ ซื่อหลิน
ทาํ ใหเ้ อกสารราชสาํ นักชิงจึงไม่เรยี กขานพระนามอยา่ งพระมหากษัตรยิ ์ แตเ่ รยี กขานเพียง ....................…
(เจา้ เมอื งตาก) เท่าน้ัน
ชื่อ..................................................................เลขที่...........ป.4/.......
187
รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 7 เวลา 5 ชว่ั โมง
เรื่อง การก่อตัง้ อาณาจักรกรุงธนบุรี เวลา 1 ชวั่ โมง
ใชส้ อนวันท่ี........................เดือน...............................พ.ศ........................................
สาระสําคญั
การกอ่ ตั้งอาณาจกั รกรงุ ธนบรุ ี
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาไทย มคี วามรัก ความภูมิใจ
และธาํ รงความเปน็ ไทย
ตัวช้วี ดั
ส 4.3 ป.4/2 บอกประวตั ิและผลงานของบคุ คลสาํ คญั สมยั กรงุ ธนบุรี
จุดประสงค์การเรียนรู้
1.นักเรียนบอกพระราชประวัตกิ ารก่อตงั้ กรงุ ธนบรุ ีและการขยายอาณาเขต
2.นกั เรยี นสามารถนาํ เสนอพระราชประวตั กิ ารกอ่ ตง้ั กรุงธนบุรีและการขยายอาณาเขตได้
เน้อื หา/สาระการเรียนรู้
พระราชประวัตกิ ารการก่อต้งั กรงุ ธนบุรีและการขยายอาณาเขต
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นาํ
6. ครสู นทนาทกั ทายนักเรยี น ทบทวนความรู้เดิม
7. ครูเปิดเพลง พระเจ้าตาก ให้นกั เรียนฟงั และให้นักเรียนร้องเพลงไปพร้อมๆกนั
ขั้นสอน
8. ครูนําแผนท่ี กรุงธนบรุ ี เปดิ ให้นักเรยี นดู พรอ้ มกบั อธบิ ายพระราชประวัติการการกอ่ ตงั้ กรุงธนบรุ ี
และการขยายอาณาเขต ใหน้ กั เรียนฟัง
188
9. ใหน้ กั เรยี นแบ่งกล่มุ ศึกษาพระราชประวัติการกอ่ ตง้ั กรงุ ธนบรุ ีและการขยายอาณาเขตจากใบ
ความรู้
และนําเสนอพระราชประวตั ิการก่อตง้ั กรงุ ธนบุรแี ละการขยายอาณาเขต
10.ให้นักเรียนทําแผนผังความคดิ อย่างง่าย ใหเ้ วลานาํ เสนอ กลุ่มละ 3-5 นาที
ขน้ั สรุป
6.จากนนั้ ครูและนกั เรียนสรุปรว่ มกัน เร่อื ง พระราชประวัติการกอ่ ต้งั กรงุ ธนบุรแี ละการขยายอาณาเขต
สมเดจ็ พระเจ้าตากสิน ได้ทรงต่อสู้เพ่ือขยายพระราชอาณาจักรเกอื บตลอดรัชกาล
อาณาเขตของประเทศไทยในสมยั นั้น มีดงั น้ี
ทิศเหนอื ไดด้ ินแดนหลวงพระบาง และเวยี งจันทน์
ทิศใต้ ได้ดินแดนกลันตัน ตรังกานู และไทรบุรี
ทศิ ตะวนั ออก ได้ดนิ แดนลาว เขมร ทางฝั่งแม่นาํ้ โขงจรดอาณาเขตญวน
ทิศตะวนั ตก จรดดินแดนเมาะตะมะ ได้ดนิ แดน เมอื งทวาย มะริด ตะนาวศรี
ส่ือและแหล่งเรยี นรู้
-ใบความรู้ พระราชประวตั ิการก่อต้ังกรุงธนบุรีและการขยายอาณาเขต
-เพลงพระเจ้าตาก
การวดั และประเมินผล
1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
- สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรียนรู้
-สงั เกตสมรรถนะสําคญั ของผู้เรยี น
-สงั เกตคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
2. เคร่ืองมอื
-แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรียนรู้
-แบบสงั เกตสมรรถนะสําคัญของผู้เรียน
-แบบสังเกตคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
-แบบประเมนิ ตรวจแผนผงั ความคดิ
3. เกณฑ์
-สังเกตสมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น ต้องผา่ นระดบั คุณภาพ ระดบั 2 ขึน้ ไป
- สังเกตคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคผ์ ูเ้ รียน ต้องผ่านระดบั คณุ ภาพ ระดบั 2 ข้นึ ไป
189
เกณฑก์ ารประเมนิ
รายการประเมนิ ระดบั คะแนน คะแนนที่
1.การสรปุ เนอ้ื หา 4 32 1 ได้
สรปุ เน้ือหาได้ สรปุ เนื้อหาไดถ้ กู ต้อง สรปุ เน้อื หาได้ สรปุ เน้อื หาได้ไม่
2.การเชือ่ มโยง ถกู ต้อง ตรง ตรงประเด็น เหน็ ถกู ตอ้ ง ตรง ถูกตอ้ ง ไม่ตรง
ความรู้ ประเด็น เห็น ภาพรวมของเนือ้ หา2 ประเดน็ เหน็ ประเดน็ ไมเ่ หน็
3.การเขยี นสอ่ื ภาพรวมของ ใน3สว่ น ภาพรวมของ ภาพรวม
ความหมายของ เนอ้ื หาทั้งหมด เน้อื หา 1 ใน เชอื่ มโยงความรู้ได้ไม่
หวั ขอ้ เช่อื มโยงความรู้ 3ส่วน ถูกต้อง
4.มคี วามคิด ได้ถูกตอ้ ง เชื่อมโยงความรู้ได้ เชอ่ื มโยง
สรา้ งสรรค์ ตามลําดับ ถกู ต้อง ความรู้ได้ เขา้ ใจ แตไ่ มช่ ดั เจน
สําคัญและ ถูกตอ้ ง ไมค่ รบถว้ น ไมต่ รง
5.การต่อยอด ความสัมพนั ธ์ บางส่วน เนือ้ หา
ความคิด เข้าใจง่าย เขียนแผนผงั ความคิด
ชัดเจน เข้าใจง่าย ชดั เจน เข้าใจง่าย รวบยอดไมไ่ ด้ ไมม่ ี
คะแนนเตม็ 20 ครบถ้วน ตรง ครบถว้ น ตรงเนอื้ หา ชัดเจน ความสรา้ งสรรคไ์ ม่
เนื้อหา ขยาย ครบถ้วน ตรง สวยงาม
ความได้ถูกต้อง เนอื้ หา ไมแ่ สดงถงึ ความรู้ท่ี
สามารถเขียน บางส่วน ถูกตอ้ ง ไมส่ ามารถ
แผนผังความคดิ สามารถเขียนแผนผัง สามารถเขียน นาํ ไปถา่ ยทอดแก่
รวบยอดได้ ความคดิ รวบยอดได้ แผนผัง ผอู้ ืน่ ได้
อย่างสร้างสรรค์ อย่างสร้างสรรคแ์ ละ ความคิดรวบ
และสวยงาม สวยงามและมี ยอดได้
แสดงถึงความรู้ ขอ้ บกพร่องบางส่วน ขอ้ บกพรอ่ ง
ทีถ่ กู ตอ้ ง บางส่วน
สามารถนําไป แสดงถึงความรทู้ ี่ แสดงถึง
ถ่ายทอดแก่ ถกู ต้อง สามารถนําไป ความรทู้ ี่
ผู้อนื่ ได้ถกู ตอ้ ง ถา่ ยทอดแกผ่ ูอ้ ื่นได้ ถกู ต้อง
แม่นยาํ และ บางสว่ นถูกตอ้ ง และ สามารถนําไป
เป็นรปู ธรรม เป็นรูปธรรม ถ่ายทอดแก่
ผู้อืน่ ได้
บางสว่ น
190
บันทึกผลหลงั สอน/การจัดการเรยี นรู้
ผลทเี่ กดิ กบั ผูเ้ รยี นรู้
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
ปัญหา / อุปสรรคแนวทางแก้ไขปรบั ปรุง
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
ความเห็นของผอู้ าํ นวยการโรงเรยี น
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
191
ภาคผนวกของแผน
1. ใบความรู้ เร่ือง พระราชประวตั ิการกอ่ ตง้ั กรุงธนบุรแี ละการขยายอาณาเขต
2. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้
3. ตวั อย่างแผนผังความคดิ เรอื่ ง พระราชประวตั กิ ารก่อตงั้ กรงุ ธนบรุ ีและการขยายอาณาเขต
ผลคะแนนการตรวจแผนผังความคดิ
ที่ ชื่อ-สกลุ คะแนน รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
192
แบบสงั เกตคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
คาํ ชแ้ี จง กรอกคะแนนประเมินลงในชอ่ งรายการประเมินและสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
รายการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้
ตั้งใจเ ีรยน
เอาใจใ ่สมีความเ ีพยร
พยายาม
เ ้ขา ่รวม ิกจกรรม
ึศกษา ้คนค ้วาหาความ ู้ร
ับน ึทกความ ู้ร
เลขท่ี รวมคะแนน ผา่ น ไม่ผ่าน
3 3 33 3 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมิน ระดับคณุ ภาพ สรปุ ผลการประเมนิ
คะแนนรวม ระดบั 3 ดี
ระดบั 2 พอใช้ ผา่ น
11-15 ระดับ 1 ปรับปรุง ผา่ น
6-10 ไมผ่ า่ น
1-5
เกณฑ์การผา่ นการประเมิน
นักเรยี นตอ้ งผ่านการประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ทุกขอ้
193
เกณฑก์ ารประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รยี นรู้
ตวั ชวี้ ดั และพฤติกรรมบง่ ช้ี
ตัวช้ีวัด พฤตกิ รรมบง่ ช้ี
4.1 ตั้งใจ เพียรพยายามในการ 4.1.1 ต้ังใจเรยี น
เรยี น และเขา้ ร่วมกิจกรรมการ 4.1.2 เอาใจใสแ่ ละมคี วามเพียรพยายามในการเรยี นรู้
เรยี นรู้ 4.1.3 สนใจเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ
4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่ง 4.2.1 ศึกษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร สง่ิ พิมพ์ ส่อื
เรียนรู้ต่างๆ ทัง้ ภายในและภายนอก เทคโนโลยตี ่างๆ แหล่งเรยี นรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน และ
โรงเรียน ดว้ ยการเลือกใชส้ อื่ อยา่ ง เลอื กใช้สือ่ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
เหมาะสม บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ 4.2.2 บนั ทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบจากสิ่งท่ีเรียนรู้ สรปุ เปน็
สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปล่ียน องคค์ วามรู้
เรยี นรู้ และนําไปใช้ใน 4.2.3 แลกเปลย่ี นเรียนรู้ดว้ ยวธิ ีการตา่ งๆ และนําไปใชใ้ น
ชีวติ ประจาํ วันได้ ชวี ติ ประจาํ วนั
เกณฑ์การให้คะแนน (ใช้ขอ้ มูลจากการสังเกตตามสภาพจรงิ ของครูผู้สอน) ดเี ยี่ยม (3)
พฤติกรรมบง่ ช้ี ไมผ่ า่ น (0) ผ่าน (1) ดี (2)
ตามขอ้ 4.1 – ไม่ตั้งใจเรยี น เขา้ เรียนตรงเวลา เขา้ เรียนตรงเวลา เขา้ เรยี นตรงเวลา
4.2 ไมศ่ ึกษาคน้ คว้า ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ ตง้ั ใจเรยี น เอาใจใส่ ต้งั ใจเรียน เอาใจใสใ่ น
หาความรู้ ในการเรียน และมี ในการเรยี น และมี การเรยี น และมสี ว่ น
สว่ นรว่ มในการ สว่ นรว่ มในการ รว่ มในการเรียนรู้ และ
เรยี นรู้ และเข้ารว่ ม เรียนรู้ และเขา้ ร่วม เขา้ ร่วมกิจกรรมการ
กจิ กรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ เรียนรู้ต่างๆ ทัง้ ภายใน
ตา่ งๆ เป็นบางคร้งั ต่างๆ บอ่ ยครัง้ และภายนอกโรงเรียน
เปน็ ประจํา
เกณฑก์ ารให้คะแนน (ใชข้ ้อมูลการเข้ารว่ มกจิ กรรมหนา้ เสาธงของนกั เรียนเป็นเกณฑพ์ ิจารณา)
คะแนนรวม ระดับคุณภาพ สรุปผลการประเมนิ
11-15 ระดับ 3 ดี ผา่ น
6-10 ระดบั 2 พอใช้ ผา่ น
1-5 ระดบั 1 ปรบั ปรุง ไมผ่ ่าน
เกณฑก์ ารผา่ นการประเมิน
นักเรียนต้องผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ทุกขอ้
194
แบบสังเกตสมรรถนะสาํ คัญของผูเ้ รียน
คาํ ชีแ้ จง ใหผ้ ปู้ ระเมนิ ทาํ เคร่ืองหมาย /ลงในช่องรายการสงั เกตสมรรถนะสําคญั ของผเู้ รียนท่กี ําหนด
รายการ ผลการประเมนิ
ท่ี ความสามารถในการ ่ืสอสาร
ความสามารถในการ ิคด
ความสามารถในการแ ้กไข ัปญหา ผา่ น ไมผ่ ่าน
ความสามารถในการใ ้ช ัทกษะชี ิวต
32 1 3213213 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ ดี
พอใช้
3 หมายถงึ ปรับปรุง
2 หมายถึง
1 หมายถึง
195
เกณฑก์ ารประเมนิ สมรรถนะสาํ คัญของผู้เรียน
คาํ ชี้แจง ใหผ้ ปู้ ระเมินใหค้ ะแนนสมรรถนะของผูเ้ รยี น ตามประเด็นท่กี าํ หนดโดยทาํ เครื่องหมาย
ลงในช่องระดับคะแนนในแบบประเมนิ ตามความเป็นจริง
ประเด็นการประเมนิ 3 (ด)ี เกณฑก์ ารประเมนิ 1 (ปรบั ปรุง)
2 (พอใช้) มีความสามารถในการ
1. ความสามารถใน มีความสามารถในการ เลอื กใชว้ ธิ ีการสื่อสารได้
การส่ือสาร เลอื กใชว้ ิธกี ารสือ่ สาร มคี วามสามารถในการ โดยไม่เกิดผลกระทบต่อ
ทท่ี าํ ให้เกดิ ความ เลอื กใชว้ ิธีการส่ือสาร ตนเองหรือสังคม
เหมาะสม และค้มุ คา่ ท่ที ําใหเ้ กิดความ ขาดเกณฑ์ 2 รายการ
โดยไมเ่ กิดผลกระทบต่อ เหมาะสม โดยไมเ่ กิด ข้นึ ไป
ตนเองและสังคม ผลกระทบตอ่ ตนเอง
2. ความสามารถใน 1. รู้จักคิดดว้ ยตนเอง และสงั คม
การคิด 2. แยกแยะข้อมูลได้ ขาดเกณฑ์ 1 รายการ
ถกู ตอ้ ง
3. เหน็ คณุ ค่ารวู้ ิธีการนาํ
ขอ้ มูลไปใชใ้ หถ้ กู ตอ้ ง
3. ความสามารถในการ แกป้ ัญหาได้ถกู ตอ้ ง แก้ปัญหาไดไ้ ด้ถูกต้อง แก้ปัญหาได้ถูกต้อง
แกป้ ัญหา ชดั เจน ทุกครงั้ ชัดเจน ไดบ้ อ่ ยครง้ั ชัดเจนเปน็ ไดเ้ ปน็
บางครง้ั
4. ความสามารถในการ นาํ ข้อมูลไปใชป้ ระโยชน์ นําขอ้ มลู ไปใชป้ ระโยชน์ นําข้อมลู ไปใชป้ ระโยชน์
ใช้ทกั ษะชีวติ สมา่ํ เสมอถกู ตอ้ งชัดเจน ไดบ้ ่อยครั้ง ไดเ้ ปน็ บางครง้ั
196
ใบความรู้
เรื่อง พระราชประวัติการก่อตัง้ กรุงธนบรุ แี ละการขยายอาณาเขต
ภายหลังการสูญเสียกรุงศรอี ยธุ ยาแก่พม่าแล้ว บา้ นเมืองอยใู่ นสภาพระสํ่าระสาย ขาดพระเจา้ แผ่นดิน
ปกครอง ประชาชนพากันหลบหนีไปอยู่ตามป่า และหัวเมืองห่างไกล อย่างไรก็ตาม การเสียกรุงคร้ังที่ 2 น้ียังมี
หัวเมืองอีกหลายแห่ง ท่ีรอดพ้นจากการทําลายของพม่า จึงได้มีผู้นําคนไทยตั้งตัวเป็นเจ้าชุมนุมขึ้น เพ่ือรวบรวม
กําลังเข้ากอบกอู้ ิสรภาพตอ่ ไปชุมนุมคนไทย ทง้ั 5 ชมุ นุม ได้แก่
- ชมุ นุมเจา้ พิมาย
- ชุมนุมเจ้าพระฝาง
- ชุมนุมเจา้ พระยาพิษณุโลก
- ชุมนุมเจ้านครศรธี รรมราช
- ชุมนุมเจ้าตาก หรือพระยาตาก (สิน) ซ่ึงสามารถกอบกู้เอกราชกลับคืนมาได้ภายในปีเดียวกันน้ัน
โดยใช้เวลาเพียง 7 เดือน พระราชประวัติพระเจ้าตากสินมหาราช และการกอบกู้อิสรภาพ พระเจ้าตากสิน
มหาราช มีพระนามเดิมว่า สิน มีชาติกําเนิดเป็นสามัญชน บิดาชื่อขุนพิพัฒน์ (ไหฮอง-เชื้อชาติจีน) มารดา
ช่ือ นางนกเอ้ียง ได้รับการศึกษาอบรม จนได้รบั ราชการเปน็ ขุนนางใน ตําแหน่ง เจา้ เมอื งตากพระยาตาก มฝี ีมือ
ในการรบแข้มแข็ง จึงถูกเกณฑ์มาช่วยรักษากรุงศรีอยุธยา แต่เกิดความท้อใจจึงนําพรรคพวก
ประมาณ 500 คน ตีฝ่ากองทัพพม่าออกไป พระยาตากได้รวบรวมหัวเมืองทะเลตะวันออก แล้วต้ังที่มั่นที่เมือง
จันทบุรี เพราะเป็นเมอื งทอ่ี ุดมสมบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหาร เมอ่ื ต่อเรือและรวบรวมผคู้ นได้พร้อมแล้ว พระยาตาก
จงึ ได้เคลื่อนทพั เรอื มุ่งเข้าตกี องทัพพม่า ท่คี า่ ยโพธ์สิ ามตน้ สุก้ีพระนายกองไดต้ ่อสจู้ นตายในท่รี บ
หลังจากกอบกู้เอกราชได้แล้ว เจ้านายและข้าราชการ ได้พร้อมใจกันอัญเชิญให้พระยาตากข้ึน
เป็นพระเจ้าแผน่ ดิน ทรงพระนามว่า สมเด็จพระรามาธิบดีท่ี 4 แต่ประชาชนทั่วไปนิยมเรียกว่า พระเจ้าตากสิน หรือ
พระเจ้ากรุงธนบุรีการรวบรวมไทยให้เป็นปึกแผ่น และการขยายอาณาจักรพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงกอบกู้
เอกราช และรวบรวมไทยให้เป็นปึกแผ่น โดยใช้เวลาเพียง 3 ปี สาเหตุท่ีพระเจ้าตากสินมหาราช สามารถกอบกู้
เอกราชและรวบรวมไทยให้เป็นปึกแผ่นได้ เน่ืองจากพระปรีชาสามารถในการรบพระปรีชาสามารถในการผูกมัด
ใจคนทหารของพระองค์มีระเบียบวินัย กล้าหาญหลังจากกอบกู้เอกราช รวบรวมไทยให้เป็นปึกแผ่น และต้ังกรุง
ธนบุรีเป็นราชธานีแล้ว ไทยต้องทําสงครามกับพม่า เพ่ือป้องกันอาณาจักรอีกถึง 9 ครั้ง โดยสามารถป้องกัน
บ้านเมืองไว้ได้สําเร็จการขยายอาณาจักรหลังจากเหตุการณ์ภายในกรุงธนบุรีสงบเรียบร้อยแล้ว พระเจ้าตากสิน
มหาราช ทรงเริ่มขยายอาณาเขตไปยังประเทศใกล้เคียง ดังนี้การขยายอํานาจไปยังเขมรเขมรเกิดการแย่ง
อํานาจกัน พระเจ้ากรุงธนบุรี จึงโปรดยกทัพไปปราบปราม แต่คร้ังแรกยังไม่สําเร็จในปี พ.ศ. 2314 โปรดให้
ยกทัพไปตีเขมรอีก และสามารถตีเขมรได้สําเร็จ ในปี พ.ศ. 2323 ได้เกิดกบฏในเขมร จึงโปรดให้ยกทัพไป
ปราบปรามอีก แต่ยังไม่ทันสําเร็จ พอดีเกิดการจลาจลในกรุงธนบุรี จึงยกทัพกลับการขยายอํานาจไปยังลาว
การตีเมืองจําปาศักดิ์ การตีเมืองเวียงจันทน์ ซ่ึงทําให้ได้พระพุทธรูปที่สําคัญมา 2 องค์ คือ พระแก้วมรกต
และพระบาง
197
การขยายอาณาเขต
สมเด็จพระเจ้าตากสิน ได้ทรงต่อสู้เพ่ือขยายพระราชอาณาจักรเกือบตลอดรัชกาล อาณาเขตของ
ประเทศไทยในสมัยนั้น มดี ังนี้
ทศิ เหนือ ได้ดินแดนหลวงพระบาง และเวยี งจนั ทน์
ทศิ ใต้ ไดด้ ินแดนกลนั ตนั ตรงั กานู และไทรบรุ ี
ทิศตะวันออก ได้ดินแดนลาว เขมร ทางฝั่งแม่น้ําโขงจรดอาณาเขตญวน
ทศิ ตะวนั ตก จรดดนิ แดนเมาะตะมะ ไดด้ ินแดน เมืองทวาย มะรดิ ตะนาวศรี
พระราชประวตั กิ ารกอ่ ตัง้ กรุงธนบรุ ี
พระราชประวตั กิ ารก่อต้งั กรงุ ธนบรุ ี
และการขยายอาณาเขต
การขยายอาณาเขต
198
รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4 ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 7 เวลา 5 ชัว่ โมง
เรอ่ื ง ยคุ สมัยกรุงธนบุรี เวลา 1 ช่ัวโมง
ใช้สอนวนั ท่ี........................เดือน...............................พ.ศ........................................
สาระสําคัญ
พระราชประวัติความเป็นมาของการขนึ้ ครองราชย์
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาไทย มคี วามรกั
ความภมู ใิ จและธาํ รงความเปน็ ไทย
ตวั ชี้วัด
ส 4.3 ป.4/2 บอกประวตั แิ ละผลงานของบุคคลสําคัญสมยั กรุงธนบรุ ี
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1.นักเรยี นสามารถบอกรปู แบบการปกครองและสภาพสงั คม ศาสนา เศรษฐกิจ
ในสมัยกรงุ ธนบุรไี ด้
2.นักเรียนสามารถเปรยี บเทียบรูปแบบการปกครองและสภาพสังคม ศาสนา เศรษฐกิจ
ในสมัยกรงุ ธนบุรีกับสมยั สโุ ขทยั ได้
เน้อื หา/สาระการเรยี นรู้
การปกครองและสภาพสงั คม ศาสนา เศรษฐกิจในสมยั กรุงธนบรุ ี
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นํา
1. ครูสนทนาทักทายนกั เรยี น ทบทวนความรู้เดมิ
2. ครนู ํารปู ภาพ มาใหน้ ักเรียนทาย วา่ ภาพใด คอื การปกครองในสมยั สโุ ขทัย และภาพใดคอื การ
ปกครองสมนั กรุงธนบุรี และให้บอกถึงความแตกต่างของแตล่ ะสมยั ครูกล่าวชืน่ ชมนักเรยี นท่มี ี
ส่วนร่วมในการเรียนรู้
199
การปกครองสมยั สุโขทยั
การปกครองสมยั กรุงธนบุรี
ข้นั สอน
3.ครูอธบิ ายการปกครองและสภาพสงั คม ศาสนา เศรษฐกจิ ในสมยั กรงุ ธนบรุ ใี ห้นักเรียนฟังโดยใช้ส่อื
Powerpoint
โครงสรา้ งทางสังคมสมัยกรุงธนบุรี
200
ลักษณะทางสังคมในสมัยธนบุรีกม็ ลี ักษณะเช่นเดยี วกับสมยั อยธุ ยา เพราะพระมหากษัตริย์ ขนุ นางก็มาจาก
อยธุ ยา เพยี งมาสรา้ งเมอื งหลวงใหมท่ ี่ธนบรุ แี ทนอยธุ ยาเท่าน้นั รูปแบบกฎหมายและศาลก็ใช้ลักษณะเดยี วกัน
กับอยธุ ยา”
เกบ็ ภาษีในรูปของเงินและของพ้ืนเมืองจากผู้มรี ายได้ มพี ่อคา้ ชาวจนี มาทําการคา้ มากขน้ึ
มีการแตง่ สาํ เภาไปทําการคา้ กบั จนี
ด้านเศรษฐกจิ
สมยั ธนบรุ ี
ทรงเกณฑแ์ รงงานทํานาปีละ 2 คร้ัง
เศรษฐกจิ ดีขนึ้ มน่ั คงตามลาํ ดับ
ด้านศาสนา รวบรวมคัมภรี ห์ ลักคําสอน
สมัยธนบุรี สมดุ ภาพไตรภมู ิพระร่วง เพื่อเปน็
หลกั ปฏิบตั ิของคนในสงั คม
ทรงโปรดใหม้ ีการคัดลอก
พระไตรปฎิ ก
รวบรวมหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา บรรยายถงึ
ภาพภูมิตา่ ง ๆ ภมู นิ รก ภมู ิมนุษย์ ภูมิสวรรค์ สอน
เรือ่ ง ผลของการทาํ กรรมดี และกรรมช่วั
4.จากนัน้ แจกใบกจิ กรรมจาํ นวน 4 เรอ่ื ง โดยนักเรียนจะไดใ้ บกิจกรรมแตกตา่ งกนั ตามหวั ข้อ คือ การ
ปกครอง สภาพสงั คม ศาสนา เศรษฐกจิ ใหน้ กั เรยี นเขยี นตอบคําถามสัน้ ๆ โดยครูให้เวลา 10 นาที
5.เพือ่ สมุ่ เรียกนักเรยี นสรปุ ความรู้ และนาํ เสนอใบกจิ กรรมท่ตี นเองไดร้ บั เพอ่ื กระตนุ้ การเรียนรู้
สนุกสนาน
6.จากนนั้ ให้นกั เรียนทุกคนส่งใบกิจกรรมเพอ่ื บนั ทึกคะแนน
201
ขั้นสรุป
7.ครแู ละนักเรียนสรุปรว่ มกนั จากสื่อ powerpoint
ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้
1.ส่ือpowerpoit เรอื่ ง การปกครองและสภาพสงั คม ศาสนา เศรษฐกิจ
2.รปู ภาพการปกครอง สภาพสงั คม ในสมยั กรุงธนบุรีกับสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
การวดั และประเมินผล
1. วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล
-สังเกตสมรรถนะสําคัญของผเู้ รียน
-สงั เกตคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
2. เครือ่ งมอื
-แบบสงั เกตสมรรถนะสาํ คัญของผ้เู รียน
-แบบสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์
-แบบประเมนิ ตรวจแผนผงั ความคดิ
3. เกณฑ์
-สงั เกตสมรรถนะสําคญั ของผู้เรยี น ตอ้ งผา่ นระดบั คณุ ภาพ ระดับ 2 ข้ึนไป
- สังเกตคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคผ์ ู้เรียน ต้องผา่ นระดับคณุ ภาพ ระดบั 2 ขึ้นไป
202
บันทึกผลหลังสอน/การจัดการเรียนรู้
ผลทเ่ี กิดกบั ผ้เู รียนรู้
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ปญั หา / อุปสรรค
.................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................…
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขปรับปรุง
.................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................…
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ความเหน็ ของผอู้ ํานวยการโรงเรียน
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
203
เกณฑก์ ารประเมิน
แผนผังความคดิ
รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1 คะแนน
32 ที่ได้
1.การสรปุ เน้ือหา สรปุ เนื้อหาได้ สรปุ เน้ือหา สรปุ เนื้อหาได้ สรุปเนื้อหาได้
ถกู ตอ้ ง ตรง ได้ถกู ตอ้ งตรประเดน็ ถูกต้อง ตรง ไม่ถกู ต้อง
ประเด็น เห็น เหน็ ภาพรวมของ ประเด็น เห็น ไม่ตรง
ภาพรวมของเนือ้ หา เนอ้ื หา 2 ใน 3 สว่ น ภาพรวมของเน้อื หา ประเดน็ ไม่
ท้งั หมด 1 ใน 3 ส่วน เห็นภาพรวม
2.การเชอ่ื มโยง เชือ่ มโยงความรูไ้ ด้ เชอื่ มโยงความรู้ได้ เช่อื มโยงความรู้ได้ เช่ือมโยง
ความรู้ ถกู ตอ้ งตามลําดับ ถูกต้อง ถกู ตอ้ งบางส่วน ความรไู้ ดไ้ ม่
สําคัญและ ถูกต้อง
ความสัมพนั ธ์
3.การเขยี นสอ่ื เข้าใจงา่ ย ชดั เจน เข้าใจง่าย ชดั เจน เขา้ ใจง่าย ชดั เจน เขา้ ใจ แต่ไม่
ความหมายของ ครบถ้วน ตรง ครบถ้วน ตรงเนื้อหา ครบถ้วน ตรง ชัดเจน
หัวข้อ เนือ้ หา ขยายความ เน้ือหา บางสว่ น ไม่ครบถว้ น
ไดถ้ ูกต้อง ไม่ตรงเน้อื หา
4.มีความคิด สามารถเขียน สามารถเขียน สามารถเขียน เขียนแผนผัง
สรา้ งสรรค์ แผนผังความคดิ รวบ แผนผงั ความคดิ รวบ แผนผงั ความคิด ความคิดรวบ
ยอดได้อยา่ ง ยอดไดอ้ ยา่ ง รวบยอดได้ ยอดไมไ่ ด้ ไมม่ ี
สรา้ งสรรคแ์ ละ สร้างสรรค์และ ขอ้ บกพร่อง ความ
สวยงาม สวยงามและมี บางส่วน สร้างสรรค์ไม่
ขอ้ บกพร่องบางสว่ น สวยงาม
5.การตอ่ ยอด แสดงถงึ ความรู้ที่ แสดงถงึ ความรู้ที่ แสดงถึงความรทู้ ่ี ไม่แสดงถงึ
ความคิด ถูกตอ้ ง สามารถ ถกู ตอ้ ง สามารถ ถูกต้อง สามารถ ความรทู้ ี่
นาํ ไปถา่ ยทอดแก่ นาํ ไปถา่ ยทอดแก่ นาํ ไปถ่ายทอดแก่ ถูกต้อง ไม่
ผ้อู ่ืนได้ถูกต้อง ผอู้ น่ื ได้บางสว่ น ผอู้ นื่ ไดบ้ างสว่ น สามารถนาํ ไป
แมน่ ยาํ และเป็น ถกู ต้อง และเป็น
ถ่ายทอดแก่
รปู ธรรม รูปธรรม ผอู้ ื่นได้
คะแนนเต็ม 20
204
ภาคผนวกของแผน
1. ใบความรู้ เรือ่ ง พระราชประวตั ิการกอ่ ตงั้ กรงุ ธนบรุ ีและการขยายอาณาเขต
2. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้
3. ตวั อย่างแผนผังความคดิ เรอื่ ง พระราชประวัติการก่อตง้ั กรงุ ธนบรุ แี ละการขยายอาณาเขต
ผลคะแนนการตรวจใบกิจกรรม
ที่ ช่อื -สกลุ คะแนน รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
205
แบบสงั เกตคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คาํ ชีแ้ จง กรอกคะแนนประเมินลงในชอ่ งรายการประเมนิ และสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
รายการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รียนรู้
ตั้งใจเรียน
เอาใจใส่ ีมความเพียร
พยายาม
เ ้ขาร่วม ิกจกรรม
ึศกษาค้นคว้าหาความรู้
บัน ึทกความรู้
เลขท่ี รวมคะแนน ผ่าน ไมผ่ า่ น
3 3 33 3 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ ระดับคุณภาพ สรุปผลการประเมิน
คะแนนรวม ระดับ 3 ดี ผา่ น
11-15 ระดับ 2 พอใช้ ผ่าน
6-10 ระดับ 1 ปรบั ปรงุ ไม่ผ่าน
1-5
เกณฑ์การผ่านการประเมนิ
นักเรยี นต้องผา่ นการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคท์ กุ ข้อ
206
เกณฑก์ ารประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รียนรู้
ตัวช้วี ัดและพฤติกรรมบง่ ชี้
ตวั ช้ีวัด พฤติกรรมบง่ ช้ี
4.1 ตงั้ ใจ เพยี รพยายามในการ 4.1.1 ตงั้ ใจเรยี น
เรียน และเขา้ รว่ มกิจกรรมการ 4.1.2 เอาใจใสแ่ ละมคี วามเพียรพยายามในการเรียนรู้
เรียนรู้ 4.1.3 สนใจเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นร้ตู า่ งๆ
4.2 แสวงหาความรจู้ ากแหล่ง 4.2.1 ศึกษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สือ เอกสาร สง่ิ พิมพ์ ส่ือ
เรยี นรตู้ ่างๆ ท้งั ภายในและภายนอก เทคโนโลยีตา่ งๆ แหลง่ เรยี นรู้ทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรียน และ
โรงเรียน ด้วยการเลือกใชส้ ือ่ อยา่ ง เลอื กใชส้ ่ือได้อย่างเหมาะสม
เหมาะสม บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ 4.2.2 บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบจากส่ิงทีเ่ รียนรู้ สรุปเปน็
สรปุ เป็นองค์ความรู้ แลกเปลี่ยน องค์ความรู้
เรยี นรู้ และนาํ ไปใชใ้ น 4.2.3 แลกเปลยี่ นเรียนรูด้ ้วยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาํ ไปใช้ใน
ชวี ิตประจําวันได้ ชวี ติ ประจําวัน
เกณฑ์การให้คะแนน (ใช้ขอ้ มลู จากการสังเกตตามสภาพจรงิ ของครผู สู้ อน)
พฤติกรรมบง่ ชี้ ไมผ่ ่าน (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดีเยีย่ ม (3)
ตามขอ้ 4.1 – ไมต่ ้ังใจเรยี น เขา้ เรยี นตรงเวลา เข้าเรียนตรงเวลา เขา้ เรียนตรงเวลา
4.2 ไมศ่ กึ ษาค้นควา้ ต้งั ใจเรียน เอาใจใส่ ตงั้ ใจเรยี น เอาใจใส่ ตัง้ ใจเรียน เอาใจใส่ใน
หาความรู้ ในการเรยี น และมี ในการเรยี น และมี การเรียน และมีสว่ น
สว่ นร่วมในการ ส่วนร่วมในการ ร่วมในการเรยี นรู้ และ
เรียนรู้ และเขา้ รว่ ม เรยี นรู้ และเขา้ รว่ ม เขา้ รว่ มกิจกรรมการ
กิจกรรมการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรียนรู้ เรยี นรูต้ ่างๆ ท้งั ภายใน
ตา่ งๆ เปน็ บางครั้ง ต่างๆ บอ่ ยครัง้ และภายนอกโรงเรียน
เป็นประจาํ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (ใช้ขอ้ มลู การเข้าร่วมกจิ กรรมหนา้ เสาธงของนกั เรยี นเปน็ เกณฑพ์ ิจารณา)
คะแนนรวม ระดบั คุณภาพ สรุปผลการประเมิน
11-15 ระดับ 3 ดี ผา่ น
6-10 ระดบั 2 พอใช้ ผา่ น
1-5 ระดบั 1 ปรบั ปรงุ ไมผ่ า่ น
เกณฑก์ ารผ่านการประเมนิ
นักเรยี นตอ้ งผ่านการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ทุกข้อ
207
แบบสงั เกตสมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรียน
คาํ ชีแ้ จง ให้ผ้ปู ระเมนิ ทาํ เครอื่ งหมาย /ลงในชอ่ งรายการสงั เกตสมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรียนทีก่ ําหนด
รายการ ผลการประเมิน
ที่
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการ ิคด ผา่ น ไมผ่ ่าน
ความสามารถในการแก้ไขปัญหา
ความสามารถในการใช้ ัทกษะ ีชวิต
32 1 3213213 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน ดี
พอใช้
3 หมายถงึ ปรับปรงุ
2 หมายถงึ
1 หมายถึง
208
เกณฑก์ ารประเมนิ สมรรถนะสาํ คัญของผู้เรียน
คาํ ชี้แจง ใหผ้ ปู้ ระเมินใหค้ ะแนนสมรรถนะของผูเ้ รยี น ตามประเด็นท่กี าํ หนดโดยทาํ เครื่องหมาย
ลงในช่องระดับคะแนนในแบบประเมนิ ตามความเป็นจริง
ประเด็นการประเมนิ 3 (ด)ี เกณฑก์ ารประเมนิ 1 (ปรบั ปรุง)
2 (พอใช้) มีความสามารถในการ
1. ความสามารถใน มีความสามารถในการ เลอื กใชว้ ธิ ีการสื่อสารได้
การส่ือสาร เลอื กใชว้ ิธกี ารสือ่ สาร มคี วามสามารถในการ โดยไม่เกิดผลกระทบต่อ
ทท่ี าํ ให้เกดิ ความ เลอื กใชว้ ิธีการส่ือสาร ตนเองหรือสังคม
เหมาะสม และค้มุ คา่ ท่ที ําใหเ้ กิดความ ขาดเกณฑ์ 2 รายการ
โดยไมเ่ กิดผลกระทบต่อ เหมาะสม โดยไมเ่ กิด ข้นึ ไป
ตนเองและสังคม ผลกระทบตอ่ ตนเอง
2. ความสามารถใน 1. รู้จักคิดดว้ ยตนเอง และสงั คม
การคิด 2. แยกแยะข้อมูลได้ ขาดเกณฑ์ 1 รายการ
ถกู ตอ้ ง
3. เหน็ คณุ ค่ารวู้ ิธีการนาํ
ขอ้ มูลไปใชใ้ หถ้ กู ตอ้ ง
3. ความสามารถในการ แกป้ ัญหาได้ถกู ตอ้ ง แก้ปัญหาไดไ้ ด้ถูกต้อง แก้ปัญหาได้ถูกต้อง
แกป้ ัญหา ชดั เจน ทุกครงั้ ชัดเจน ไดบ้ อ่ ยครง้ั ชัดเจนเปน็ ไดเ้ ปน็
บางครง้ั
4. ความสามารถในการ นาํ ข้อมูลไปใชป้ ระโยชน์ นําขอ้ มลู ไปใชป้ ระโยชน์ นําข้อมลู ไปใชป้ ระโยชน์
ใช้ทกั ษะชีวติ สมา่ํ เสมอถกู ตอ้ งชัดเจน ไดบ้ ่อยครั้ง ไดเ้ ปน็ บางครง้ั
209
ใบกิจกรรม
เร่ือง การปกครอง
การปกครองสมัยกรุงธนบรุ ี ปกครองแบบ........................................................
พระมหากษตั ริยแ์ ห่งกรงุ ธนบรุ ี คือ...................................................................
ชื่อ............................................................เลขท่ี...............ห้อง ป 4/....
ใบกิจกรรม
เรือ่ ง สภาพทางสังคม
ชนชนั้ ทางสังคมในสมัยกรุงธนบรุ มี กี แ่ี บบ .......................ไดแ้ กอ่ ะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ชอ่ื ............................................................เลขท่ี...............ห้อง ป 4/....
ใบกิจกรรม
เรอ่ื ง เศรษฐกจิ
เศรษฐกิจในสมัยธนบรุ ีมีลกั ษณะอย่างไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………
……………….………………………………………………………………………………………………
ชือ่ ............................................................เลขท่ี...............หอ้ ง ป 4/....
ใบกจิ กรรม
เรอื่ ง ศาสนา
ด้านศาสนาสมยั กรุงธนบรุ ี มอี ะไรบ้าง
1.……………………………………………………………………………………………
2.………….………………………………………………………………………………
ชื่อ.........................แ..ผ..น...ก..า..ร..จ..ัด..ก...า..ร..เ.ร..ีย..น...ร.ู้ท..เ่ี ล5ขที่...............หอ้ ง ป 4/....
210
รายวิชาประวัติศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5 ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 4
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 7 เวลา 5 ชั่วโมง
เรอ่ื ง ยุคสมยั กรุงธนบุรี(ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ) เวลา 1 ชั่วโมง
ใช้สอนวนั ที่........................เดอื น...............................พ.ศ........................................
สาระสาํ คญั
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างประเทศ
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเปน็ มาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก
ความภูมิใจและธาํ รงความเปน็ ไทย
ตัวชี้วดั
ส 4.3 ป.4/2 บอกประวัตแิ ละผลงานของบุคคลสาํ คญั สมัยกรุงธนบรุ ี
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.นักเรยี นสามารถ วเิ คราะห์ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งประเทศ เกี่ยวกับการสงครามและการคา้ ระหวา่ ง
ประเทศ
2.นกั เรยี นสามารถสรุปองคค์ วามรู้เก่ยี วกบั ยคุ สมัยของกรุงธนบุรีได้
เนือ้ หา/สาระการเรียนรู้
ความสมั พันธ์ระหว่างประเทศ
กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาํ
1. ครสู นทนาทกั ทายนกั เรียน ทบทวนความร้เู ดมิ
ข้ันสอน
2. ครใู หน้ ักเรียนดภู าพความสัมพันธ์ระหวา่ งประเทศในสมยั กรุงธนบรุ ี ประกอบส่ือ powerpoint
และอธิบายใหน้ ักเรียนฟงั