211
สมยั กรงุ ธนบรุ พี ระเจา้ ตากสนิ มหาราชมคี วามสัมพันธ์กบั ประเทศจีน ในระบบบรรณาการและทรง
ขยายอาํ นาจทางการเมอื งไปประเทศตา่ งๆคอื
3. ใหน้ กั เรยี นทําแผนผงั ความคิด สรปุ ความรู้
ข้ันสรปุ
4. ครูและนักเรยี นสรุปร่วมกนั จากส่อื powerpoit
สื่อและแหลง่ เรียนรู้
1. สื่อpowerpoit เรื่อง ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประเทศ
2. รูปภาพความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
3. แบบทดสอบหลงั เรียน
การวดั และประเมนิ ผล
1. วิธกี ารวัดและประเมินผล
-สังเกตสมรรถนะสําคญั ของผเู้ รียน
-สังเกตคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
2. เครอ่ื งมอื
-แบบสังเกตสมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น
-แบบสงั เกตคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
-แบบประเมนิ ตรวจแผนผงั ความคดิ
3. เกณฑ์
-สังเกตสมรรถนะสาํ คัญของผเู้ รียน ต้องผา่ นระดบั คุณภาพ ระดับ 2 ขนึ้ ไป
- สังเกตคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ผเู้ รียน ตอ้ งผา่ นระดบั คณุ ภาพ ระดบั 2 ข้นึ ไป
- ผลคะแนนการตรวจผลงานแผนผังความคิด ตอ้ งผ่านเกณฑไ์ ดค้ ะแนนร้อยละ 80
212
เกณฑก์ ารประเมนิ
แผนผังความคิด
รายการประเมนิ 4 ระดับคะแนน 1 คะแนน
32 ทีไ่ ด้
1.การสรปุ เนือ้ หา สรุปเนือ้ หาได้ สรุปเน้ือหาไดถ้ กู ต้อง สรุปเนอ้ื หาได้ สรปุ เนอื้ หาได้
ถกู ต้อง ตรง ตรงประเด็น ถกู ต้อง ตรง ไมถ่ กู ตอ้ ง
ประเด็น เห็นภาพรวมของ ประเดน็ ไม่ตรงประเดน็
เหน็ ภาพรวมของ เนอ้ื หา 2 ใน 3 ส่วน เหน็ ภาพรวม ไมเ่ ห็นภาพรวม
เนอื้ หาทง้ั หมด ของเนอ้ื หา
1 ใน 3 ส่วน
2.การเชือ่ มโยง เช่ือมโยงความรู้ เช่ือมโยงความร้ไู ด้ เชอ่ื มโยงความรู้ เชือ่ มโยง
ความรู้ ไดถ้ กู ตอ้ ง ถูกตอ้ ง ไดถ้ ูกตอ้ ง ความรไู้ ดไ้ ม่
ตามลาํ ดบั สาํ คัญ บางสว่ น ถกู ต้อง
และความสัมพันธ์
3.การเขยี นสอื่ เข้าใจง่าย ชัดเจน เข้าใจงา่ ย ชัดเจน เขา้ ใจงา่ ย เข้าใจ
ความหมายของ ครบถ้วน ตรง ครบถ้วน ตรงเน้อื หา ชดั เจนครบถ้วน แตไ่ ม่ชัดเจน
หวั ข้อ เนื้อหา ขยาย ตรงเนอ้ื หา ไม่ครบถ้วน
ความไดถ้ กู ต้อง บางสว่ น ไมต่ รงเนอ้ื หา
4.มคี วามคิด สามารถเขียน สามารถเขียนแผนผัง สามารถเขียน เขียนแผนผงั
สร้างสรรค์ แผนผงั ความคิด ความคิดรวบยอดได้ แผนผังความคิด ความคิดรวบ
รวบยอดไดอ้ ยา่ ง อยา่ งสรา้ งสรรคแ์ ละ รวบยอดได้ ยอดไม่ได้ ไมม่ ี
สรา้ งสรรค์และ สวยงามและมี ขอ้ บกพรอ่ ง ความ
สวยงาม ขอ้ บกพร่องบางสว่ น บางสว่ น สร้างสรรคไ์ ม่
สวยงาม
5.การตอ่ ยอด แสดงถึงความรทู้ ี่ แสดงถึงความรูท้ ่ี แสดงถึงความรู้ ไม่แสดงถงึ
ความคิด ถูกตอ้ ง สามารถ ถูกต้อง สามารถ ที่ถกู ตอ้ ง ความรทู้ ่ี
นาํ ไปถ่ายทอดแก่ นําไปถ่ายทอดแก่ สามารถนําไป ถูกต้อง ไม่
ผ้อู ่ืนไดถ้ ูกต้อง ผอู้ ื่นไดบ้ างสว่ น ถ่ายทอดแก่ผอู้ ่ืน สามารถนําไป
แมน่ ยาํ และเปน็ ถูกตอ้ ง และเปน็ ไดบ้ างส่วน ถ่ายทอดแก่
รูปธรรม รูปธรรม ผูอ้ ่ืนได้
คะแนนเตม็ 20
213
บันทึกผลหลงั สอน/การจัดการเรยี นรู้
ผลท่เี กดิ กบั ผูเ้ รยี นรู้
...........................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ปัญหา / อุปสรรค
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขปรับปรงุ
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ความเห็นของผ้อู ํานวยการโรงเรยี น
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
214
ภาคผนวกของแผน
1. ใบความรู้ เรอื่ ง ยคุ สมัยกรงุ ธนบรุ ี(ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประเทศ)
2. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้
3. ตัวอย่างแผนผังความคิดเรอ่ื ง ยุคสมัยกรุงธนบรุ ี(ความสัมพนั ธร์ ะหว่างประเทศ)
แบบบันทึกผลคะแนนแผนผงั ความคิด
ท่ี ชอื่ -สกลุ คะแนน รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
215
แบบสังเกตคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คาํ ชีแ้ จง กรอกคะแนนประเมินลงในชอ่ งรายการประเมนิ และสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
รายการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นใฝ่เรยี นรู้
ตั้งใจเรียน
เอาใจใส่ ีมความเพียร
พยายาม
เ ้ขาร่วม ิกจกรรม
ึศกษาค้นคว้าหาความรู้
บัน ึทกความรู้
เลขท่ี รวมคะแนน ผ่าน ไม่ผา่ น
33 33 3 15
1
2 ระดบั คณุ ภาพ สรปุ ผลการประเมิน
3 ระดับ 3 ดี ผา่ น
4 ระดับ 2 พอใช้ ผ่าน
5 ระดบั 1 ปรับปรุง ไมผ่ ่าน
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนรวม
11-15
6-10
1-5
เกณฑก์ ารผา่ นการประเมิน
นกั เรียนตอ้ งผ่านการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ทกุ ขอ้
216
เกณฑก์ ารประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นใฝ่เรยี นรู้
ตวั ช้ีวดั และพฤติกรรมบ่งช้ี
ตัวช้ีวดั พฤตกิ รรมบง่ ช้ี
4.1 ตงั้ ใจ เพียรพยายามในการ 4.1.1 ตัง้ ใจเรียน
เรียน และเข้าร่วมกิจกรรมการ 4.1.2 เอาใจใส่และมีความเพียรพยายามในการเรยี นรู้
เรียนรู้ 4.1.3 สนใจเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรียนรตู้ า่ งๆ
4.2 แสวงหาความรจู้ ากแหลง่ 4.2.1 ศกึ ษาค้นควา้ หาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร สงิ่ พิมพ์ สือ่ เทคโนโลยตี า่ งๆ
เรยี นรูต้ ่างๆ ทงั้ ภายในและภายนอก แหลง่ เรียนรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรียน และเลือกใชส้ อื่ ได้อยา่ งเหมาะสม
4.2.2 บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบจากสิ่งที่เรยี นรู้ สรุปเปน็ องค์ความรู้
โรงเรียน ด้วยการเลอื กใช้ส่อื อย่าง 4.2.3 แลกเปลีย่ นเรียนรูด้ ว้ ยวธิ กี ารต่างๆ และนําไปใช้ในชวี ิตประจาํ วัน
เหมาะสม บนั ทึกความรู้ วิเคราะห์
สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปลยี่ น
เรียนรู้ และนําไปใชใ้ น
ชีวิตประจาํ วันได้
เกณฑ์การให้คะแนน (ใชข้ ้อมูลจากการสังเกตตามสภาพจริงของครผู ู้สอน)
พฤตกิ รรมบง่ ชี้ ไมผ่ ่าน (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดเี ยี่ยม (3)
ตามข้อ 4.1 – ไมต่ ้ังใจเรยี น เข้าเรียนตรงเวลา เข้าเรยี นตรงเวลา เขา้ เรยี นตรงเวลา ต้ังใจเรยี น เอาใจ
4.2 ตงั้ ใจเรยี น เอาใจใส่ ตัง้ ใจเรยี น เอาใจใส่ ใส่ในการเรยี น และมสี ่วนรว่ มในการ
ไมศ่ กึ ษาคน้ คว้า ในการเรียน และมี ในการเรยี น และมี เรียนรู้ และเข้าร่วมกิจกรรมการ
หาความรู้ สว่ นร่วมในการ ส่วนร่วมในการ เรียนรตู้ ่างๆ ทั้งภายในและภายนอก
เรียนรู้ และเข้าร่วม เรียนรู้ และเขา้ รว่ ม โรงเรียนเป็นประจาํ
กจิ กรรมการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้
ตา่ งๆ เป็นบางคร้ัง ต่างๆ บอ่ ยครง้ั
เกณฑ์การให้คะแนน (ใชข้ ้อมูลการเขา้ ร่วมกจิ กรรมหนา้ เสาธงของนักเรยี นเป็นเกณฑ์พิจารณา)
คะแนนรวม ระดบั คณุ ภาพ สรปุ ผลการประเมิน
11-15 ระดับ 3 ดี ผา่ น
6-10 ระดับ 2 พอใช้ ผา่ น
1-5 ระดับ 1 ปรบั ปรงุ ไมผ่ ่าน
217
เกณฑก์ ารผ่านการประเมนิ
นกั เรียนตอ้ งผา่ นการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ทุกข้อ
แบบสงั เกตสมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น
คําช้ีแจง ใหผ้ ปู้ ระเมินทาํ เครอ่ื งหมาย /ลงในชอ่ งรายการสังเกตสมรรถนะสําคญั ของผูเ้ รียนท่ีกาํ หนด
รายการ ผลการประเมิน
ที่ ความสามารถในการ ่ืสอสาร
ความสามารถในการ ิคด
ผ่าน ไมผ่ ่าน
ความสามารถในการแ ้กไข ัปญหา
ความสามารถในการใ ้ช ัทกษะชี ิวต
32 1 3213213 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ ดี
พอใช้
3 หมายถงึ ปรบั ปรงุ
2 หมายถงึ
1 หมายถงึ
218
เกณฑ์การประเมินสมรรถนะสําคญั ของผเู้ รยี น
คําช้ีแจง ใหผ้ ู้ประเมนิ ให้คะแนนสมรรถนะของผเู้ รยี น ตามประเด็นท่ีกําหนดโดยทาํ เคร่อื งหมาย
ลงในช่องระดบั คะแนนในแบบประเมินตามความเป็นจริง
ประเด็นการประเมิน 3 (ดี) เกณฑก์ ารประเมนิ 1 (ปรับปรุง)
2 (พอใช้)
1. ความสามารถใน มคี วามสามารถในการ มีความสามารถใน มีความสามารถในการเลือกใช้
การสื่อสาร เลอื กใชว้ ธิ ีการสอื่ สาร การเลอื กใชว้ ธิ กี าร วธิ ีการส่ือสารได้โดยไม่เกดิ
ทท่ี าํ ใหเ้ กดิ ความเหมาะสม ส่อื สาร ที่ทําใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ ตนเองหรือ
และค้มุ คา่ ความเหมาะสม โดย สังคม
โดยไม่เกิดผลกระทบตอ่ ไม่เกิดผลกระทบต่อ
ตนเองและสังคม ตนเองและสังคม
2. ความสามารถใน 1. ร้จู ักคดิ ดว้ ยตนเอง ขาดเกณฑ์ 1 ขาดเกณฑ์ 2 รายการข้ึนไป
การคิด 2. แยกแยะขอ้ มลู ได้ถูกต้อง รายการ
3. เห็นคณุ คา่ รวู้ ธิ กี ารนาํ
ข้อมลู ไปใชใ้ หถ้ ูกตอ้ ง
3. ความสามารถในการ แก้ปัญหาไดถ้ กู ตอ้ งชดั เจน แกป้ ญั หาได้ได้ แกป้ ัญหาไดถ้ ูกตอ้ งชัดเจน
แก้ปญั หา ทุกคร้งั ถูกตอ้ งชัดเจน ได้ เป็นไดเ้ ปน็ บางคร้ัง
บ่อยครั้ง
4. ความสามารถในการ นําขอ้ มูลไปใชป้ ระโยชน์ นําข้อมลู ไปใช้ นาํ ข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้
ใชท้ ักษะชวี ติ สมา่ํ เสมอถูกต้องชัดเจน ประโยชนไ์ ด้บอ่ ยครั้ง เป็นบางคร้ัง
219
เนอื้ หาจาก power point
ความสัมพันธก์ บั ตา่ งประเทศ
ขณะท่ีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเป็นผู้นํา คนไทยร่วมแรงร่วมใจสร้างความเป็นเอกภาพ
ให้กับบ้านเมืองอยู่น้ัน คนไทยยังมีความกังวลที่จะรักษาชาติบ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัย ดังนั้น
ความสัมพันธ์กับต่างชาติสมัยธนบุรี จึงมีลักษณะการทําสงครามตลอดสมัย ทั้งสงครามป้องกัน
อาณาจักรและขยายอาณาเขต ตลอดจนความสัมพันธ์ทางการค้า สังคมสมัยธนบุรีคล้ายกับสังคม
อยุธยา คือ โครงสร้างทางสังคมประกอบด้วยกลุ่มคน เช่น กลุ่มชนช้ันผู้ปกครอง ได้แก่
พระมหากษัตริย์ พระราชวงศ์ และขุนนางกลุ่มชนช้ันท่ีถูกปกครอง ได้แก่ ไพร่ ทาสกลุ่มชนชั้นพิเศษ
ได้แก่ นักบวช เช่น พระสงฆ์ และพราหมณ์ ทางด้านการค้ากับต่างประเทศน้ันกรุงธนบุรีอยู่ในทําเลที่
เหมาะสมสามารถเป็นเมืองท่าติดกับต่างประเทศได้สะดวก เพราะการเป็นเมืองท่า ของกรุงธนบุรีนี้มี
ความสําคัญต่อการตั้งตัวใหม่มาก เพราะจําเป็นต้องพึ่งพาเสบียงอาหารจากภายนอก ซ่ึงปรากฏว่า
การค้าทําให้เศรษฐกจิ ของกรงุ ธนบุรดี ขี น้ึ มาก ชว่ ยแกไ้ ขปัญหาขา้ วยากหมากแพงไดห้ ลายคร้งั
ความสมั พนั ธก์ ับต่างประเทศ
สมัยธนบุรีนอกจากมีความสัมพันธ์กับจีนในระบบบรรณาการแล้ว สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ทรงขยายอทิ ธิพลและอาํ นาจทางการเมืองดงั น้ี
220
ในสมัยธนบุรี ไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับญวน เพราะญวนหวังพ่ึงไทยในการแย่งชิงอํานาจ ทาง
การเมืองภายในประเทศ แต่มีเร่ืองบาดหมางระหว่างกันเนื่องจากแย่งชิงความเป็นใหญ่เหนือกัมพูชา ทําให้
เกอื บมีสงครามระหวา่ งกนั ในตอนปลายรชั กาล
ภายหลังกรุงศรีอยุธยาเสยี แก่พม่า เขมรตั้งตนเปน็ อิสระ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรดให้ยกทัพ
ไปตีเขมรหลายครั้ง พ.ศ. 2341 สามารถยึดบันทายเพชรราชธานีของเขมร และบันทายมาศ ที่อยู่ภายใต้
อิทธิพลของญวนไทยได้สถาปนาพระรามราชาขึ้นเป็นกษัตริย์กัมพูชาในฐานะประเทศราชของไทย พ.ศ. 2324
เกิดการจลาจลในเขมร สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก เป็นแม่ทัพไป
ระงับความวุ่นวายพร้อมนําเสด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์โอรสพระองค์ใหญ่ไปเป็นกษัตริย์ ปกครองเขมร
เมอื่ กรงุ ธนบรุ ีเกดิ การจลาจลจึงไดเ้ ลกิ ทพั
ความสัมพนั ธเ์ ป็นไปในลักษณะการทําสงครามระหวา่ งกนั ในสมัยธนบุรีได้ทําสงคราม กับพม่าหลายครั้ง
ศึกคร้ังสําคัญได้แก่ ศึกบางแก้ว พ.ศ. 2317 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงใช้ วิธีการปิดล้อมให้ทัพพม่า
อดอยากจนต้องยอมจํานนต่อฝ่ายไทย ศึกอะแซหวุ่นก้ี พ.ศ.2318 นับเป็น สงครามคร้ังสําคัญที่สุดในสมัย
ธนบุรีพม่ายกทัพใหญ่มีอะแซหวุ่นกีเป็นแม่ทัพเข้ามาทางด่านแม่ละเมา โจมตีหัวเมืองเหนือเร่ือยมา ทัพกรุง
ธนบุรีต้ังรับอยู่ที่เมืองพิษณุโลก ประจวบกับช่วงดังกล่าวพม่า เปลี่ยนรัชกาล ไทยจึงถือโอกาสขับไล่พม่าออกไป
พ้นดินแดนไทย ศึกพม่าตีเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2319 เป็นการทําสงครามคร้ังสุดท้ายในสมัยธนบุรี ทัพพม่า
ตง้ั อยทู่ ่เี มอื งเชยี งแสนและพยายามจะเขา้ ยดึ เมืองเชียงใหม่ เจ้าเมืองเชียงใหม่อพยพผ้คู นมาอยทู่ ส่ี วรรคโลก
หัวเมืองมลายูเป็นประเทศราชของไทยสมัยอยุธยา ภายหลังเม่ือกรุงศรีอยุธยาล่มสลาย หัวเมือง
เหล่านี้ได้ตั้งตัวเป็นอิสระ และเน่ืองจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงติดพันศึกกับพม่าและการฟื้นฟู
ประเทศ หวั เมอื งมลายูจงึ เป็นอิสระจากไทยจนกระท่ังสนิ สมยั
221
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ 2 ครั้ง เพ่ือมิให้ตกอยู่ใต้อํานาจพม่าและ
พม่าใช้เป็นฐานโจมตีไทยได้พระยาจ่าบ้านและพระยากาวิละผู้นําล้านนาได้สวามิภักดิ์ ต่อกรุงธนบุรีและเป็น
กําลังสําคัญในการนําทัพธนบุรีเข้าตีเชียงใหม่ได้สําเร็จ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงแต่งต้ังพระยาจ่าบ้าน
เป็นพระยาวิเชียรปราการครองเมืองเชียงใหม่ และให้พระยากาวิละครองเมือง ลําปาง รวมท้ังตั้งเจ้าเมืองลําพูน
อันเป็นการวางรากฐานอํานาจทางการเมืองในลา้ นนา
ในขณะน้ันแบ่งแยกเป็น 3 แคว้น คือ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ และจําปาศักด์ิ สมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราชได้ขยายอํานาจไปยังดินแดนลาว 2 คร้ัง คร้ังแรกใน พ.ศ. 2319 กองทัพไทย ตีได้เมืองจําปาศักด์ิ
เมืองโขง เมืองอัตปือ ท้ังยังเกลี้ยกล่อมได้เขมรป่าดง คือ เมืองสุรินทร์ สังขะ และขุขันธ์ เข้ามารวมกับไทย
จึงทําให้ดินแดนลาวทางใต้อยู่ใต้อิทธิพลของไทยทั้งหมด ส่วนคร้ังท่ี 2 ใน พ.ศ. 2321 ไทยยกทัพไปตี
เวียงจันทน์ พร้อมทั้งอัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางมายังกรุงธนบุรี ส่วนแคว้น หลวงพระบางได้เข้ามา
สวามิภกั ด์ติ อ่ ไทย หวั เมืองลาว ท้ังหมดจงึ มฐี านะเปน็ ประเทศราชของไทยในสมัยธนบรุ ี
222
แผนการจดั การเรียนรู้
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
223
รายวชิ า ประวัตศิ าสตร์ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 ช้ัน ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 พัฒนาการของอาณาจกั รธนบรุ ี เวลา 2 ชัว่ โมง
เรอ่ื ง การกอบกู้เอกราช เวลา 1 ช่วั โมง
ใชส้ อนวนั ที่........................เดอื น...............................พ.ศ........................................
สาระสําคัญ
การกอบกู้เอกราชของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นับเป็นเหตุการณ์สําคัญทางประวัติศาสตร์ไทย
ซึ่งเป็นการรวบรวมกองกําลังเพ่ือขับไล่กองทัพพม่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในกรุงศรีอยุธยา ภายหลังการเสียกรุงศรี
อยุธยาคร้ังที่สอง อันส่งผลให้เกิดสภาพจลาจลโดยทั่วไป ราชอาณาจักรอยุธยาเดิมจึงถูกแบ่งออกเป็นชุมนุม
ต่าง ๆ เป็นอิสระต่อกันราวปี พ.ศ. 2309 ก่อนเสียกรุง พระยาตากได้นําทหารในบังคับบัญชาตีฝ่าวงล้อมของ
กองทัพพม่าไปทางด้านทิศตะวันออกของกรุงศรีอยุธยา เพื่อรวบรวมผู้คนและยุทธปัจจัยต่าง ๆ มาสู้รบกับ
กองทัพพม่าอีกคร้ัง ในระหว่างน้ันยังได้ต้ังตนเป็นเจ้าเมืองระยอง เมื่อพระเจ้าตาก เตรียมกําลังรบจน
พร้อมสรรพแล้ว จึงได้เคล่ือนพลกลับไปยังกรุงศรีอยุธยาทางด้านปากแม่น้ําเจ้าพระยา เพ่ือทําการขับไล่ทหาร
พม่าทย่ี ังคงเหลืออยอู่ อกไปได้สําเร็จ
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส4.3 เขา้ ใจความเปน็ มาของชาตไิ ทย วัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาไทย มคี วามรัก ความภูมใิ จและ
ธํารงความเปน็ ไทย
ตัวชว้ี ัด
อธิบายพัฒนาการของอาณาจักรกรงุ ธนบุรโี ดยสังเขป (ส4.3 ป.5/1)
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถอธบิ ายการกอบกู้เอกราชสมัยสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ ได้
2. นกั เรยี นตระหนกั และเห็นความสาํ คญั เก่ยี วกบั การกอบกู้เอกราชสมยั สมเด็จพระเจ้าตากสนิ
3. นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมลู การกอบกเู้ อกราชสมยั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินได้
เน้อื หา/สาระการเรียนรู้ การกอบกูเ้ อกราช
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาํ
1. ครแู จง้ ตวั ช้วี ดั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 และจุดประสงคก์ ารเรียนรูใ้ หน้ กั เรยี นทราบ
2. ครใู ห้นกั เรียนทําแบบทดสอบก่อนเรยี น
3. นักเรยี นสังเกตภาพพระบรมราชานุสาวรยี ท์ กี่ ําหนด แลว้ รว่ มกันสนทนาโดยใช้คําถาม ดงั นี้
224
บคุ คลในภาพคอื ใคร
(สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช)
บุคคลในภาพมคี วามสาํ คญั อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคําตอบ เป็นพระมหากษตั ริย์แห่งอาณาจกั รธนบรุ ี)
บุคคลในภาพทรงมีคุณูปการต่อบา้ นเมืองอย่างไร
(ตวั อย่างคําตอบ ทรงกอบกู้เอกราชใหแ้ ก่ชาติบ้านเมือง และรวบรวมผูค้ นทกี่ ระจดั กระจายใหม้ ี
กาํ ลังใจในการดํารงชวี ิตตอ่ ไป)
ข้นั สอน
4. ครใู ห้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 4–6 คน สมาชิกแตล่ ะกลุม่ เลอื กหัวหน้า และเลขานุการกลุ่ม แลว้ แบ่ง
หนา้ ทกี่ ันสบื คน้ ความรู้ในประเดน็ ที่กําหนด
5. สมาชิกแตล่ ะกลุม่ รว่ มกันวางแผนในการศกึ ษาและสืบค้นความรใู้ นประเดน็ ตามทคี่ รูกําหนด จากแหลง่
การเรยี นรู้ตา่ งๆ เช่นหนงั สือเรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ประวตั ศิ าสตร์ประถมศึกษาปที ี่ 5 ห้องสมุด หอ้ ง
คอมพิวเตอร์
6. สมาชิกแต่ละคนในกล่มุ ปฏบิ ัตติ ามหน้าท่ีตามทีต่ นเองไดร้ บั ผดิ ชอบเกยี่ วกบั การกอบกู้เอกราชสมัย
สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ แลว้ บันทกึ ผลลงในแบบบนั ทกึ ทึกความรู้จากนั้นนําขอ้ มลู มาแลกเปลีย่ นเรียนรู้
กันภายในกลมุ่ แล้วสง่ ตวั แทนนาํ เสนอหนา้ ชัน้ เรยี น
225
ข้นั สรปุ
7. หลังจากนักเรยี นนําเสนอผลงานครบทุกกลมุ่ แล้ว ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรุปสาระสาํ คัญเพอื่ ความ
เข้าใจทีช่ ดั เจนยิง่ ขึน้ แลกเปลี่ยนความรูซ้ ึ่งกันและกัน
8. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ ึกหลงั การเรยี นและหลงั การทาํ กิจกรรม
ในประเด็นตอ่ ไปน้ี
• ส่ิงทน่ี ักเรยี นไดเ้ รียนรู้ในวันน้ีคอื อะไร
• นกั เรียนมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพยี งใด
• เพอ่ื นนกั เรยี นในกลุ่มมสี ว่ นร่วมกจิ กรรมในกล่มุ มากน้อยเพยี งใด
• นกั เรียนพอใจกับการเรยี นในวันนีห้ รือไม่ เพยี งใด
• นกั เรยี นจะนาํ ความรูท้ ีไ่ ด้น้ไี ปใช้ให้เกดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมทวั่ ไป
ได้อยา่ งไร
จากนัน้ แลกเปล่ียนตรวจสอบขั้นตอนการทํางานทกุ ขั้นตอนว่าจะเพิม่ คุณค่าไปสสู่ ังคม
เกดิ ประโยชน์ต่อสงั คมให้มากข้ึนกว่าเดิมในข้นั ตอนใดบ้าง สาํ หรับการทาํ งานในคร้งั ตอ่ ไป
ส่ือและแหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน ประวัติศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5
2. หอ้ งสมดุ
3. ห้องคอมพวิ เตอร์
4. รูปภาพพระบรมราชานุสาวรยี ์สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช
5. ใบความรเู้ ร่ือง การกอบกู้เอกราช
การวดั และประเมินผล
วธิ ีการ สงั เกตพฤติกรรม และตรวจแบบบนั ทึกความรู้
เครอ่ื งมอื
1. แบบประเมินผลงาน/กจิ กรรมเปน็ รายบคุ คล
2. แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็นกล่มุ
3. แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทํางานเป็นรายบคุ คล
4. แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทํางานเปน็ กลุม่
เกณฑ์ นักเรยี นผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 70
226
บันทึกผลหลังสอน/การจัดการเรยี นรู้
ผลทีเ่ กิดกับผ้เู รยี นรู้
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................…
.......................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ปญั หา / อปุ สรรค
.......................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................…
.......................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขปรับปรงุ
.........................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................…
.......................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ความเห็นของผอู้ ํานวยการโรงเรยี น
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................…
227
ภาคผนวกของแผน
แบบบนั ทึกความรกู้ ารกอบกูเ้ อกราช
คาํ ช้ีแจง ใหน้ กั เรียนสืบคน้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั การกอบกเู้ อกราช จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น หนงั สือเรียนรายวชิ า
พ้ืนฐาน ประวตั ิศาสตร์ หอ้ งสมุด หอ้ งคอมพิวเตอร์ แลว้ ขอ้ มูลร่วมกนั
นกั เรียนคิดวา่ เพราะเหตุใดกรุงศรีอยธุ ยาจึงพา่ ยแพแ้ ก่พม่า
(ราชสาํ นกั เส่ือมโทรม ชาวอยธุ ยาขาดความสามคั คี)
นกั เรียนวเิ คราะห์วา่ การกอบกเู้ อกราชก่อใหเ้ กิดผลดีและผลเสียอยา่ งไร
ผลดี (ประชาชนมีขวญั และกาํ ลงั ใจ)
ผลเสีย (ขาดที่กาํ ลงั พลไปในการสูร้ บ)
นกั เรียนวเิ คราะห์วา่ ถา้ มีและไม่มีการกอบกเู้ อกราชจะก่อใหเ้ กิดผลอยา่ งไร
ถา้ มี ผลท่เี กดิ ขึน้
(บา้ นเมืองเป็นปึ กแผน่ และมีการพฒั นา
ความเจริญ)
การกอบก้เู อกราช
ใบงานท่ี 1 ผลที่เกดิ ขึน้
เรือ่ ง การกอบกถูเ้า้ อไกมร่มาี ชแล(ะบกา้ านรเสมถือางปแนตกากแรยุงกธแนลบะรุ ขี าดการพฒั นา)
228
ใบความรู้ เรื่องการกอบก้เู อกราช
แผนการกอบกู้กรุงศรีอยุธยา เจ้าตากได้เดินทางกลับจากตราดมาตั้งม่ันรวบรวมผู้คนอยู่ที่เมือง
จันทบุรี เพ่ือวางแผนปฏิบัติการรบเพื่อตีกรุงศรีอยุธยาคืนจากข้าศึก พร้อมกับสั่งให้ต่อเรือรบและรวบรวม
เครื่องศัตราวุธและยุทธภัณฑ์ภายในเวลา 3 เดือน พร้อมกับฝึกไพร่พลให้พร้อมท่ีจะปฏิบัติการ
เมื่อสิ้นฤดูมรสุมในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2310 เจ้าตากได้ยกกองทัพเรือจากจันทบุรีเข้ามาทางปาก
แม่นา้ํ เจ้าพระยา แล้วเข้าโจมตีข้าศึกท่ีเมืองธนบุรี เม่ือเจ้าตากยึดเมืองธนบุรีและปราบนายทองอินได้แล้ว
จึงเคล่ือนทัพต่อไปที่กรุงศรีอยุธยาเข้า ยึดค่ายโพธส์ิ ามต้นปราบพม่าจนราบคาบ สามารถกอบกู้กรุง
ศรีอยุธยากลับคืนมา เม่ือวันศุกร์ เดือน 12 ข้ึน 15 คาํ่ จุลศักราช 1129 ปีกุน นพศก เวลาบ่ายโมงเศษ
ซ่ึงตรงกับวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 เวลาประมาณ 13.00 น. ใช้เวลา 7 เดือน
หลังจากคราวเสียกรุงศรีอยุธยา
229
ใบงานท่ี 2
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1 เรื่อง การกอบกู้เอกราชและการสถาปนากรุงธนบุรี
ตัวชวี้ ดั ช้ันปี อธิบายพฒั นาการอณาจักรกรงุ ธนบุรีโดยสงั เขป (ส 4.3 ป. 5/1)
คาํ ช้แี จง แบง่ กลุม่ กลมุ่ ละ 4-6 คน ศึกษาคน้ คว้าเก่ยี วกบั การกอบกู้เอกราชและการสถาปนากรุงธนบุรี
แล้วนาํ ผลมาอภิปรายรว่ มกันหนา้ ช้ันเรยี น พิจารณาจากคําตอบของนกั เรยี น
การกอบก้เู อกราช
การสถาปนากรงุ ธนบรุ ี
กลมุ่ ที่ 4.
สมาชกิ กลุ่ม 1. 5.
6.
2.
3.
230
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 อาณาจักรกรุงธนบุรี พระเจา้ ตากสนิ
คําชแ้ี จง เลอื กคําตอบท่ีถูกตอ้ งท่ีสดุ เพียงคาํ ตอบเดยี ว
1. สาเหตสุ ําคัญท่สี ุดท่ีทาํ ให้กรงุ ศรีอยุธยา 6. ชุมนุมเจ้าพิมายมีใครเปน็ หัวหนา้ ชมุ นุม
สิน้ อํานาจใน พ.ศ. 2310 คอื อะไร ก เจา้ พระฝาง
ก พมา่ มีกาํ ลังเหนอื กว่า ข พระปลดั (หนู)
ข พม่าใชก้ ลยุทธไ์ สศ้ ึกภายใน ค กรมหมื่นเทพพพิ ิธ
ค การถูกปิดล้อมเป็นเวลานาน ง เจา้ พระยาพิษณโุ ลก
ง ความออ่ นแอทางดา้ นทหารและการเมอื ง 7. สงครามครัง้ ใดไม่ไดเ้ กิดในสมัยธนบรุ ี
2. พระยาตากตีฝา่ วงลอ้ มของพม่าไปตัง้ ม่นั อย่ทู ่ี ก สงครามเกา้ ทัพ
เมืองใด ข ศึกอะแซหวุ่นก้ี
ก ระยอง ค ศกึ ทค่ี า่ ยบางกงุ้
ข นนทบรุ ี ง ศึกท่ีค่ายบางแก้ว
ค จันทบุรี 8. ในสมยั ธนบุรีผรู้ ั้งปกครองหวั เมอื งใด
ง นครสวรรค์ ก หวั เมอื งชัน้ ใน
3. พระเจ้าตากสนิ ปราบดาภเิ ษกเปน็ กษตั ริยเ์ ฉลิม ข หัวเมอื งชน้ั นอก
พระนามวา่ อะไร ค เมืองประเทศราช
ก สมเด็จพระรามาธบิ ดที ่ี 1 ง เมอื งพระยามหานคร
ข สมเด็จพระราชาธิบดที ่ี 4 9. ความสมั พันธ์ระหวา่ งไทยกับเพื่อนบา้ น
ค สมเดจ็ พระบรมราชาที่ 1 ในสมยั ธนบุรี สว่ นใหญป่ รากฏในรูปแบบใด
ง สมเด็จพระบรมราชาท่ี 4 ก การคา้
4. วดั ท้ายตลาดหมายถึงวัดใด ข การทูต
ก วัดยานนาวา ค สงคราม
ข วดั โมลโี ลกยาราม ง วฒั นธรรม
ค วดั อรุณราชวราราม 10. ในตอนปลายสมยั ธนบรุ ี ใครเป็นผูจ้ ับกมุ
ง วดั สทุ ศั นเทพวราราม สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ และตั้งตนเปน็
5. หัวหน้าชุมนมุ ท่คี วบคมุ หัวเมืองทางภาคกลาง ผสู้ าํ เร็จราชการแทนพระองค์
ตอนบนคอื ใคร ก พระยาสรรค์
ก เจ้าพระฝาง ค กรมหมื่นเทพพิพธิ ข เจ้าพระยาสรุ สีห์
ข พระปลัด (หนู) ง เจ้าพระยาพิษณโุ ลก ค เจา้ ฟา้ กรมขนุ อนิ ทรพิทกั ษ์
ง สมเดจ็ เจา้ พระยามหากษตั ริย์ศึก
231
แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบุคคล
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เร่อื ง
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ หน่วยการเรยี นรูท้ ี่
ช้ัน วนั ท่ี เดอื น พ.ศ.
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
ท่ี ชอื่ –สกุล ความถูก ้ตองของผลงาน/ ิกจกรรม (6 คะแนน)
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน) 432 1
รูปแบบการ ํนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การ ํนาไปใ ้ชประโยช ์น (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน (ตัวอยา่ ง)
การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ปน็ ระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กําหนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม หรอื
อาจใชเ้ กณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ต้องปรับปรุง)
232
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ กลมุ่
เรอื่ ง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี
ชัน้ วนั ท่ี เดือน พ.ศ.
กลมุ่ ท่ี
รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ
ท่ี ช่อื –สกุล ความถูก ้ตองของผลงาน/ ิกจกรรม (6 คะแนน) 4321
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (5 คะแนน)
ความ ิคดสร้างสรร ์ค (3 คะแนน)
รูปแบบการ ํนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การ ํนาไปใ ้ชประโยช ์น (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ (ตัวอย่าง)
การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาํ หนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม
หรอื อาจใชเ้ กณฑด์ งั นี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ต้องปรบั ปรุง)
233
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทํางานเปน็ รายบคุ คล
ผลงาน/กิจกรรมที่ เรอ่ื ง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่
ชัน้ วนั ท่ี เดือน พ.ศ.
คาํ ชแ้ี จง สังเกตพฤตกิ รรมในการทํางานของนกั เรยี น โดยเขยี นเคร่อื งหมาย √ ลงในชอ่ งรายการพฤตกิ รรม
ทนี่ กั เรยี นปฏบิ ตั ิ
รายการประเมิน ระดับ
คุณภาพ
ท่ี ช่ือ–สกลุ สนใจในการ ํทางาน 4321
ไม่เอาเปรียบเพ่ือนในการทํางาน
เสนอความ ิคดเห็น
รับฟังความ ิคดเ ็หนของ ู้ผอ่ืน
ให้ความ ่ชวยเหลือ ู้ผ ื่อน
มุ่งม่ัน ํทางานให้ ํสาเ ็รจ
ประเ ิมนและป ัรบปรุงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพ ้ขอตกลงของกลุ่ม
ํทาตามห ้นา ่ีท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
พอใจ ักบความ ํสาเ ็รจของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ (ตัวอยา่ ง)
1. การใหค้ ะแนน ü ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมินให้เปน็ ระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กําหนดเกณฑไ์ ดต้ ามความเหมาะสม
หรืออาจใชเ้ กณฑ์ดงั น้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ต้องปรับปรุง)
234
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทาํ งานเป็นกลุ่ม
เร่อื ง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่
ช้ัน วนั ท่ี เดอื น พ.ศ.
คาํ ชแี้ จง สงั เกตพฤตกิ รรมในการทํางานของนักเรียน โดยเขยี นเคร่อื งหมาย √ ลงในช่องรายการ
พฤติกรรมท่ีนักเรียนปฏิบัติ
ระดับ
รายการประเมนิ คุณภาพ
ท่ี ชื่อ–สกลุ แ ่บงงาน ักนรับ ิผดชอบ
มีกระบวนการทํางานเ ็ปน ้ัขนตอน
ํทาตามห ้นา ี่ท ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย 4321
ร่วม ักนแสดงความ ิคดเห็น
รับฟังความ ิคดเ ็หนของสมา ิชกกลุ่ม
ํนาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปป ิฏ ับติ
ร่วม ักนปรับป ุรงผลงาน ้ดวยความเต็มใจ
มุ่งม่ัน ํทางานให้ ํสาเ ็รจ
พอใจ ักบความ ํสาเ ็รจของงาน
บรรยากาศในการ ํทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ (ตวั อย่าง)
1. การให้คะแนน ü ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมินใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาํ หนดเกณฑไ์ ดต้ ามความเหมาะสม
หรืออาจใชเ้ กณฑ์ดงั นี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
235
รายวชิ าประวัติศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 2 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 พฒั นาการของอาณาจกั รธนบุรี เวลา 2 ช่ัวโมง
เรือ่ งการต้งั กรงุ ธนบรุ เี ป็นราชธานีใหม่ เวลา 1 ชัว่ โมง
ใชส้ อนวันที่........................เดือน...............................พ.ศ........................................
สาระสําคญั
สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราชสถาปนากรงุ ธนบุรเี ป็นราชธานแี ทนกรงุ ศรีอยุธยา เมอ่ื พ.ศ. 2310 และทํา
การฟื้นฟูบา้ นเมือง ทัง้ ทางด้านวัตถแุ ละจติ ใจ
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาไทย มคี วามรัก
ความภูมใิ จและธํารงความเป็นไทย
ตัวชวี้ ัด
อธิบายพฒั นาการของอาณาจักรกรงุ ธนบุรโี ดยสงั เขป (ส4.3 ป.5/1)
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอธิบายการสถาปนากรงุ ธนบุรีเป็นราชธานสี มยั สมเด็จพระเจา้ ตากสินได้
2. นักเรียนมตี ระหนักและเหน็ ความสาํ คัญการสถาปนากรงุ ธนบรุ สี มัยสมเด็จพระเจ้าตากสนิ
3. นักเรียนสามารถสบื ค้นขอ้ มลู การสถาปนากรงุ ธนบรุ ีสมัยสมเด็จพระเจา้ ตากสินได้
เน้อื หา/สาระการเรียนรู้ การต้ังกรงุ ธนบุรีเป็นราชธานใี หม่
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนํา
1. นักเรยี นร่วมกนั สนทนาเกยี่ วกับการสถาปนาอาณาจกั รธนบุรี แลว้ รว่ มกันสนทนา โดยใช้คําถาม ดงั นี้
เพราะเหตุใดสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชจงึ สถาปนาอาณาจกั รธนบรุ แี ทนอยธุ ยา (ตวั อยา่ ง
คําตอบ อยธุ ยาถกู เผา่ ทําลายจนเกดิ ความเสียหาย ไม่สามารถกลับมาฟ้ืนฟสู ภาพเดิม
จึงไดส้ ถาปนาธนบรุ ีเป็นเมืองหลวงแทน)
การสถาปนาอาณาจกั รธนบุรมี ีความสําคัญอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคําตอบ บา้ นเมืองกลบั คืนเป็นปึกแผ่นอกี ครัง้ หน่งึ )
2. นกั เรยี นอภปิ รายเปน็ ความรเู้ พม่ิ เตมิ รว่ มกันวา่ ภายหลังจากทพ่ี มา่ ยึดกรุงศรีอยธุ ยาได้ใน
พ.ศ. 2310 ทาํ ให้กรงุ ศรอี ยุธยาล่มสลายลง ผนู้ าํ ทอ้ งถนิ่ ต่าง ๆ พยายามรวบรวมคนไทย ซง่ึ หนีกระจดั กระจาย
ไปในทตี่ ่าง ๆ ให้กลับมารวมตัวกันในบรรดาผูน้ ําเหล่านน้ั พระยาตาก (สนิ ) ขนุ นางอยุธยาผ้หู นง่ึ ไดร้ วบรวม
กําลังพล แล้วจึงยกทัพกลบั เขา้ มาตกี องทัพพม่า ณ คา่ ยโพธ์ิสามตน้ ท่ีกรุงศรีอยุธยาจนกองทพั พมา่ แตกพ่ายไป
พระยาตากจึงยึดกรงุ ศรีอยธุ ยากลับคืนมาได้ ราษฎรจึงพร้อมใจอัญเชิญพระองคข์ ้ึนครองราชยโ์ ดยเฉลิมพระ
236
นามว่า สมเดจ็ พระบรมราชาท่ี 4 แต่คนท่ัวไปขนานพระนามว่า สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช หรอื สมเด็จ
พระเจา้ กรงุ ธนบรุ ี
ข้นั สอน
3. นกั เรียนสืบคน้ ข้อมลู และวเิ คราะหเ์ ก่ียวกบั ปจั จยั ท่ีสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราชทรงเลอื ก
กรุงธนบรุ เี ป็นเมืองหลวงแทนอาณาจกั รอยุธยา แล้วสรุปความรูเ้ ป็นความคดิ รวบยอด ลงในแผนภาพ
ความคดิ ดังตวั อยา่ ง
กรุงศรีอยธุ ยาเสียหาย มีแม่น้าํ เป็นปราการ
ยากแก่การบูรณะ ป้องกนั ศตั รู
ปัจจัยท่สี มเดจ็ พระเจ้า-
ตากสินมหาราชทรงเลือก
กรุงธนบุรีเป็ นเมืองหลวง
อยใู่ กลท้ ะเล
เหมาะแก่การติดต่อคา้ ขาย
กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกั ษะศตวรรษที่ 21 ดา้ นความรอบรู้ในสารสนเทศ
237
4. นักเรยี นวิเคราะหเ์ กย่ี วกบั การสถาปนาอาณาจักรธนบุรวี ่ามีความสาํ คัญอย่างไร แล้วสรุปความรเู้ ป็น
ความคดิ
รวบยอด ลงในแผนภาพความคิด ดังตัวอย่าง
ชาติไทยมนั่ คงเป็นเอกราช
ความสําคญั ไม่มีชาติใดกลบั เขา้ มารุกรานอีก
ของการสถาปนา บา้ นเมืองเกิดความมนั่ คงเจริญรุ่งเรือง
ชนชาติไทยรวมตวั กนั เป็นปึ กแผน่ มนั่ คง
กรุงธนบุรี
บา้ นเมืองเกิดการพฒั นาอยา่ งต่อเนื่องจนถึงปัจจุบนั
ต่อสมเดจ็ พระเจ้าตากสิน
ผลที่เกิดข้ึน (เป็นพระมหากษตั ริยเ์ พียงพระองคเ์ ดียว
ของอาณาจกั รกรุงธนบุรี)
การสถาปนาอาณาจักรธนบุรี
ต่อผู้คน
(มีบา้ นเมืองใหอ้ ยอู่ าศยั และมีการพฒั นา
วฒั นธรรมมาจนถึงปัจจุบนั )
ขนั้ สรปุ
5. หลงั จากนักเรยี นนาํ เสนอผลงานครบทกุ กลมุ่ แล้ว ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรปุ สาระสําคัญเพอื่ ความ
เขา้ ใจท่ีชัดเจนยิ่งขน้ึ แลกเปลยี่ นความรู้ซงึ่ กันและกนั
6. นกั เรยี นประเมินตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ ึกหลังการเรยี นและหลงั การทํากจิ กรรม
ในประเด็นต่อไปน้ี
• สิ่งทน่ี ักเรยี นได้เรยี นรูใ้ นวันนคี้ ืออะไร
• นักเรียนมีสว่ นร่วมกจิ กรรมในกลุม่ มากน้อยเพยี งใด
238
อยา่ งไร • เพือ่ นนักเรยี นในกลุ่มมีสว่ นรว่ มกจิ กรรมในกลุม่ มากนอ้ ยเพียงใด
• นักเรียนพอใจกบั การเรยี นในวนั นี้หรอื ไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนําความรู้ท่ไี ดน้ ้ไี ปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมท่ัวไปได้
จากนัน้ แลกเปลยี่ นตรวจสอบขัน้ ตอนการทํางานทุกข้นั ตอนว่าจะเพ่ิมคุณคา่ ไปสสู่ งั คม
เกดิ ประโยชนต์ ่อสังคมใหม้ ากขน้ึ กวา่ เดมิ ในขัน้ ตอนใดบา้ ง สําหรับการทํางานในคร้งั ต่อไป
ส่อื และแหล่งเรยี นรู้
1. หนังสือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ประวตั ิศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
2. หอ้ งสมุด
3. ห้องคอมพวิ เตอร์
การวดั และประเมนิ ผล
วธิ กี าร สังเกตพฤตกิ รรม และตรวจแผนภาพความคดิ (mild mapping)
เคร่อื งมอื
1. แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเปน็ กลุ่ม
3. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทาํ งานเป็นรายบคุ คล
4. แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทาํ งานเป็นกล่มุ
เกณฑ์ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70
บันทกึ ผลหลังสอน/การจดั การเรียนรู้
ผลท่เี กดิ กับผเู้ รียนรู้
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
239
ปญั หา / อุปสรรค
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขปรับปรงุ
....................................................................................................................................................…
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
ความเหน็ ของผู้อํานวยการโรงเรียน
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
240
ภาคผนวกของแผน
ใบความรู้
หลังจากได้กอบกู้กรงุ ศรีอยธุ ยากลับคืนจากพม่าไดแ้ ลว้ พระเจา้ ตากสินทรงเหน็ ว่ากรงุ ศรีอยุธยาถูก
พม่าเผาผลาญเสียหายมาก ยากท่จี ะฟ้นื ฟูให้เหมอื นเดิม พระองคจ์ ึงย้ายเมืองหลวง มาอยทู่ ่กี รงุ ธนบรุ ี แล้ว
ปราบดาภเิ ษกขึ้นเป็นกษัตรยิ ์ ทรงพระนามวา่ “ พระบรมราชาธิราชที่ 4 " (แต่ประชาชนนยิ มเรียกวา่ สมเดจ็
พระเจา้ ตากสนิ มหาราชหรอื สมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรี) ครองกรุงธนบุรีอยู่ 15 ปี นับว่าเป็นพระมหากษตั ริย์
พระองค์เดยี วท่ปี กครองกรุงธนบุรี การตงั้ กรุงธนบรุ ีเป็นราชธานี
สมเด็จพระเจ้าตากสนิ ทรงย้ายเมืองหลวงมาอยู่ท่กี รุงธนบรุ ี เนอ่ื งจากสาเหตุดงั ต่อไปนี้
1. กรงุ ศรีอยธุ ยาชํารดุ เสยี หายมากจนไมส่ ามารถจะบูรณะปฏสิ ังขรณใ์ หด้ เี หมอื นเดมิ ได้
กําลังร้ีพลของพระองคม์ นี ้อยจึงไมส่ ามารถรกั ษากรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองใหญ่ได้
2. ทําเลท่ตี ั้งของกรงุ ศรีอยธุ ยาทาํ ให้ข้าศกึ โจมตีไดง้ า่ ย
3. ขา้ ศึกรู้เสน้ ทางการเขา้ ตีกรุงศรอี ยธุ ยาดี
สว่ นสาเหตุท่ีพระเจา้ ตากสนิ ทรงเลือกกรุงธนบรุ เี ปน็ เมืองหลวงเนอ่ื งจากทาํ เลท่ตี ั้งกกรุงธนบรุ ีอยูใ่ กล้
ทะเล ถ้าเกิดมศี ึกมาแลว้ ตงั้ รับไมไ่ หวก็สามารถหลบหนี ไปต้งั ม่ันทางเรือได้กรุงธนบรุ ีเป็นเมอื งเลก็ จงึ เหมาะกบั
กาํ ลังคนทม่ี อี ย่พู อจะรักษาเมืองไดก้ รงุ ธนบุรีมปี อ้ มปราการท่สี ร้างไวต้ ้งั แตส่ มัยกรงุ ศรีอยธุ ยาหลงเหลืออยู่
ซง่ึ พอจะใช้เป็นเคร่อื งปอ้ งกันเมอื งได้ในระยะแรก
สําหรบั ขอบเขตของราชธานแี ห่งใหม่นี้ ครอบคลมุ สองฝ่ังน้ํา โดยมีแม่นํา้ เจา้ พระยาตัดผา่ นกลางเมอื ง
พ้นื ทใี่ นกาํ แพงเมือง ฝั่งตะวันตกเริม่ ตง้ั แตเ่ ขตเมอื งธนบุรี เดิมริมคลองบางกอกใหญ่ ไปจนถึงบริเวณหลงั วัดบาง
หว้านอ้ ย (วัดอนิ ทาราม) รมิ คลองบางกอกน้อย ส่วนฝงั่ ตะวนั ออกเรมิ่ ตง้ั แต่ศาลเทพารกั ษห์ ัวโชค(เชิงสะพาน
พระปน่ิ เกล้าฝั่งพระนคร) เลียบตามแนวคูเมอื ง (คลองคเู มืองบรเิ วณหลังกระทรวงมหาดไทย) ไปจรดแมน่ ํ้า
เจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาด โดยภายในกําแพงเมอื งธนบรุ เี ดมิ เปน็ ท่ตี ั้งของพระราชวงั กรุงธนบรุ ี
241
แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบุคคล
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เรือ่ ง
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่
ชนั้ วนั ที่ เดือน พ.ศ.
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
ที่ ชอ่ื –สกลุ ความถูก ้ตองของผลงาน/ ิกจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการ ํนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การ ํนาไปใ ้ชประโยช ์น (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ (ตวั อยา่ ง)
การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ปน็ ระดบั คณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาํ หนดเกณฑไ์ ดต้ ามความเหมาะสม หรอื
อาจใชเ้ กณฑด์ ังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ต้องปรบั ปรุง)
242
ผลงาน/กจิ กรรมที่ แบบประเมินผลงาน/กจิ กรรมเปน็ กลมุ่
เรอ่ื ง
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี
ชัน้ วันท่ี เดือน พ.ศ.
กล่มุ ที่
รายการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ
ท่ี ชื่อ–สกุล ความถูก ้ตองของผลงาน/ ิกจกรรม (6 คะแนน) 4321
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (5 คะแนน)
ความ ิคดสร้างสรร ์ค (3 คะแนน)
รูปแบบการ ํนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การ ํนาไปใ ้ชประโยช ์น (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ (ตัวอย่าง)
การสรุปผลการประเมนิ ให้เป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาํ หนดเกณฑไ์ ดต้ ามความเหมาะสม
หรอื อาจใชเ้ กณฑ์ดงั นี้
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ต้องปรับปรงุ )
243
แบบประเมินพฤติกรรมในการทาํ งานเป็นรายบคุ คล
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เรอื่ ง
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี
ชัน้ วันท่ี เดือน พ.ศ.
คาํ ช้แี จง สงั เกตพฤติกรรมในการทาํ งานของนกั เรยี น โดยเขียนเครื่องหมาย ü ลงในช่องรายการพฤติกรรม
ที่นกั เรยี นปฏิบตั ิ
รายการประเมิน ระดบั
คณุ ภาพ
ที่ ชือ่ –สกลุ สนใจในการ ํทางาน 4321
ไม่เอาเปรียบเพ่ือนในการทํางาน
เสนอความ ิคดเห็น
รับฟังความ ิคดเ ็หนของ ู้ผอ่ืน
ให้ความ ่ชวยเหลือ ู้ผ ื่อน
มุ่งม่ัน ํทางานให้ ํสาเ ็รจ
ประเ ิมนและป ัรบปรุงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพ ้ขอตกลงของกลุ่ม
ํทาตามห ้นา ่ีท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
พอใจ ักบความ ํสาเ ็รจของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมิน (ตวั อย่าง)
1. การให้คะแนน ü ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมนิ ให้เป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กําหนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม
หรืออาจใช้เกณฑ์ดังนี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ตอ้ งปรับปรงุ )
244
ผลงาน/กจิ กรรมที่ แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทาํ งานเป็นกลุ่ม
เร่อื ง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่
ชั้น วนั ท่ี เดอื น พ.ศ.
คําช้แี จง สงั เกตพฤติกรรมในการทํางานของนักเรียน โดยเขยี นเคร่อื งหมาย ü ลงในช่องรายการ
พฤติกรรมท่นี ักเรียนปฏิบัติ
ระดับ
รายการประเมนิ คุณภาพ
ท่ี ช่อื –สกุล แ ่บงงาน ักนรับ ิผดชอบ
มีกระบวนการทํางานเ ็ปน ้ัขนตอน
ํทาตามห ้นา ี่ท ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย 4321
ร่วม ักนแสดงความ ิคดเห็น
รับฟังความ ิคดเ ็หนของสมา ิชกกลุ่ม
ํนาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปป ิฏ ับติ
ร่วม ักนปรับป ุรงผลงาน ้ดวยความเต็มใจ
มุ่งม่ัน ํทางานให้ ํสาเ ็รจ
พอใจ ักบความ ํสาเ ็รจของงาน
บรรยากาศในการ ํทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน (ตวั อย่าง)
1. การให้คะแนน ü ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาํ หนดเกณฑไ์ ดต้ ามความเหมาะสม
หรอื อาจใช้เกณฑด์ ังนี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
245
รายวิชา ประวัติศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 สงครามปอ้ งกันประเทศสมัยสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ เวลา 2 ช่ัวโมง
เรื่อง การปราบชุมนุมต่าง ๆ การทาํ ศึกปอ้ งกนั และขยายอาณาจักร เวลา 1 ชว่ั โมง
ใช้สอนวนั ท่ี........................เดือน...............................พ.ศ........................................
สาระสําคัญ
จากผลของการเสียกรุงศรีอยุธยาคร้ังท่ีสอง ทําให้อาณาจักรอยุธยาไม่อาจกลับมาตั้งใหม่เป็นอาณาจักร
ของคนไทยได้อีก ท้ังยังเกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัยในชีวิตตามมา มีการรวมกลุ่มของ
ประชาชนขึ้นด้วยวัตถุประสงค์แตกต่างกัน แต่สําคัญคือเพ่ือเอาชีวิตรอด นอกจากนี้กลุ่มการเมืองหรือ "ชุมนุม"
ขนาดใหญ่ ๆ น้ันยังแตกออกเป็น 4-6 ชุมนุมใหญ่ แต่ไม่มีก๊กใดเลยที่คิดจะกอบกู้เอกราชหรือฟ้ืนฟูชาติกลับคืน
มาดังเดิม พระราชพงศาวดารบันทึกว่ามีกองกําลัง 2,000 คน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จนํากองทัพออกตี
พม่าจนแตกพา่ ย กติ ตศิ พั ทท์ ที่ รงรบชนะทาํ ใหพ้ ระราชอํานาจทางการเมืองในภาคกลางย่ิงเขม้ แข็งยง่ิ ขึ้น
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส4.3 เขา้ ใจความเปน็ มาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภมู ใิ จและ
ธาํ รงความเป็นไทย
ตัวชี้วดั
อธิบายพัฒนาการของอาณาจกั รกรงุ ธนบรุ โี ดยสงั เขป (ส4.3 ป.5/1)
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรยี นสามารถอธิบายการปราบชมุ นุมต่าง ๆ การทําศึกปอ้ งกันและขยายอาณาจกั รสมยั สมเด็จ
พระเจา้ ตากสินได้
2. นักเรยี นมีความตระหนกั และเหน็ ความสําคัญเกย่ี วกับการปราบชุมนมุ ต่าง ๆ การทาํ ศึกป้องกันและขยาย
อาณาจกั รสมยั สมเดจ็ พระเจ้าตากสิน
3. นกั เรียนสามารถแสดงบทบาทสมมติการปราบชุมนุมต่าง ๆ การทาํ ศึกป้องกนั และขยายอาณาจักรสมัย
สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ ได้
เน้อื หา/สาระการเรยี นรู้ การปราบชุมนุมต่าง ๆ การทําศกึ ป้องกนั และขยายอาณาจกั ร
กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นํา
ครูให้นักเรยี นดแู ผนทแ่ี สดงทตี่ ้งั ชุมนุมตา่ ง ๆ แลว้ ซักถามนักเรยี นในประเด็นตอ่ ไปน้ี ให้
นกั เรยี นชว่ ยกนั ตอบ
1. แผนที่นแ้ี สดงถงึ เรอ่ื งอะไรคมู่ อื ครู แผนการจดั การเรียนรู้ ประวัติศาสตร์
2. จากแผนท่มี ีชุมนุมอะไรบา้ งทสี่ มเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราชทรงปราบ
246
3. ครสู รปุ คาํ ตอบของนักเรียน จากนั้นอธบิ ายเนือ้ หาเกี่ยวกบั การปราบชุมนมุ ต่าง ๆ และการทําศกึ
ป้องกนั อาณาจักร โดยใช้แผนทปี่ ระกอบการอธิบาย
ข้ันสอน
4. ครใู ห้นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 6–8 คน แต่ละกลุม่ อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ เร่ือง การปราบ
ชุมนุมตา่ ง ๆ และการทาํ ศกึ ป้องกนั อาณาจักรในประเดน็ ต่อไปน้ี
การปราบชุมนมุ ต่าง ๆ การทาํ ศกึ ปอ้ งกนั และขยายอาณาจักรมชี มุ นมุ ใดบ้าง
(ตัวอย่างคาํ ตอบ 1. ชมุ นุมพระยาตาก (รวมกับชมุ นุมสุก้ีพระนายกอง) 2. ชมุ นมุ เจา้ พระยาพิษณโุ ลก
3. ชุมนุมเจ้าพระฝาง 4. ชมุ นุมเจา้ พิมาย 5. ชมุ นุมเจา้ พระยานครศรีธรรมราช)
เพราะเหตใุ ดสมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราชจงึ ตอ้ งปราบชมุ นุมต่าง ๆ
(ตัวอย่างคําตอบ ทรงพยายามท่ีจะขยายอํานาจเพ่อื รวบรวมดินแดนของกรงุ ศรอี ยธุ ยาเดิมให้กลับมาอยู่
ใต้ศนู ยอ์ าํ นาจรัฐของพระองค์)
ชุมนุมใดมอี ํานาจมากท่ีสุด
(ตัวอย่างคําตอบ ชุมนุมเจ้าพระยานครศรีธรรมราช)
ชมุ นุมใดทมี่ ีพระเปน็ หัวหน้าชุมนุม
(ตัวอย่างคําตอบ ชุมนมุ เจา้ พระฝาง)
5. ครูใหน้ กั เรียนสรปุ ความรูเ้ ปน็ ความคดิ รวบยอด ลงในแผนภาพความคดิ (mind mapping)
6. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุม่ แสดงบทบาทสมมตุ ิ เก่ียวกับการปราบชุมนมุ ตา่ ง ๆ และการทาํ ศกึ ป้องกัน
อาณาจกั รแล้ว
ขน้ั สรปุ
7. หลงั จากนกั เรียนแสดงบทบาทสมมุตทิ ุกกลุม่ แลว้ ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปสาระสาํ คัญเพอ่ื ความ
เขา้ ใจที่ชดั เจนย่งิ ขึ้นแลกเปลย่ี นความรู้ซ่ึงกันและกนั
8.นกั เรยี นประเมินตนเอง โดยเขยี นแสดงความรูส้ กึ หลังการเรยี นและหลงั การทํากจิ กรรม
ในประเด็นตอ่ ไปนี้
• สิง่ ท่นี กั เรยี นได้เรียนรใู้ นวันนี้คืออะไร
• นกั เรียนมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด
• เพือ่ นนักเรียนในกลุ่มมสี ว่ นร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพยี งใด
• นกั เรยี นพอใจกบั การเรยี นในวันน้หี รอื ไม่ เพียงใด
• นักเรียนจะนาํ ความรูท้ ีไ่ ดน้ ไี้ ปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมทั่วไป
ได้อย่างไร
จากน้ันแลกเปลี่ยนตรวจสอบขัน้ ตอนการทาํ งานทุกข้นั ตอนว่าจะเพมิ่ คณุ ค่าไปส่สู ังคม
เกิดประโยชน์ตอ่ สังคมใหม้ ากขึน้ กว่าเดมิ ในขน้ั ตอนใดบา้ ง สาํ หรบั การทาํ งานในครง้ั ตอ่ ไป
247
ส่ือและแหลง่ เรียนรู้
1. แผนทแ่ี สดงทตี่ ั้งชมุ นุมต่าง ๆ
2. หนังสอื เรยี น รายวิชาพื้นฐาน ประวัตศิ าสตร์
การวัดและประเมินผล
วธิ ีการ สงั เกตพฤติกรรมการแสดงบทบาทสมมตุ ิ และตรวจแผนภาพความคดิ (mild mapping)
เคร่ืองมอื
๑. แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ รายบุคคล
๒. แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็นกล่มุ
๓. แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทํางานเปน็ รายบุคคล
๔. แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทาํ งานเป็นกลมุ่
เกณฑ์ นกั เรียนผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70
บนั ทึกผลหลังสอน/การจดั การเรยี นรู้
ผลทเ่ี กิดกับผเู้ รียนรู้
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................…
....................................................................................................................................................…
ปญั หา / อุปสรรค
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขปรบั ปรุง
.......................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................…
....................................................................................................................................................…
....................................................................................................................................................…
ความเหน็ ของผอู้ ํานวยการโรงเรียน
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................…
....................................................................................................................................................…
248
ภาคผนวกของแผน
ใบความรู้
จากผลของการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งท่ีสอง ทําให้อาณาจักรอยุธยาไม่อาจกลับมาตั้งใหม่เป็นอาณาจักร
ของคนไทยได้อีก ทั้งยังเกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัยในชีวิตตามมา มีการรวมกลุ่มของประชาชน
ขึ้นด้วยวัตถุประสงค์แตกต่างกัน แต่สําคัญคือเพื่อเอาชีวิตรอด นอกจากน้ีกลุ่มการเมืองหรือ "ชุมนุม" ขนาดใหญ่
ๆ นนั้ ยงั แตกออกเป็น 4-6 ชมุ นมุ ใหญ่ แต่ไมม่ กี ๊กใดเลยท่คี ิดจะกอบก้เู อกราชหรอื ฟ้นื ฟชู าติกลับคนื มาดังเดิม
เมื่อพระเจ้ามังระทราบข่าวว่ามีคนไทยต้ังตนเป็นใหญ่อีกคร้ัง จึงได้มีพระราชโองการให้เจ้าเมืองทวายยก
ทัพมาปราบปราม กองทัพพม่ายกมาถึงอําเภอบางกุ้งซ่ึงต้ังอยู่ทางทิศตะวันตกของกรุงธนบุรี พระราช
พงศาวดารบันทึกว่ามีกองกําลัง 2,000 คน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จนํากองทัพออกตีพม่าจนแตกพ่าย
กติ ติศพั ท์ที่ทรงรบชนะทาํ ใหพ้ ระราชอํานาจทางการเมอื งในภาคกลางยงิ่ เขม้ แขง็ ยิ่งขึ้น
พ.ศ. 2311 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงเร่ิมจากยกทัพไปตีชุมนุมพิษณุโลกเป็นชุมนุมแรก แต่พระองค์
ต้องกระสุนปืนจึงต้องยกทัพกลับและรักษาพระองค์ยังพระนคร ชุมนุมพิษณุโลกน้ีภายหลังอ่อนแอลงจนกระทั่ง
ถูกชุมนุมเจ้าพระฝางผนวกไป หลังหายจากพระอาการประชวรแล้ว สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงใช้เวลา
ปราบปรามชุมนุมอื่น ๆ เพ่ือรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นต่อไป โดยเร่ิมจากชุมนุมเจ้าพิมาย กรมหม่ืนเทพ
พิพิธทรงถูกปราบปรามและสําเร็จโทษเมื่อ พ.ศ. 2311 ตามด้วยชุมนุมเจ้านครศรีธรรมราช ซ่ึงพระปลัดผู้ร้ัง
เมืองนครศรีธรรมราชได้ต้ังตัวเองข้ึนเป็นเจ้า เจ้านครศรีธรรมราชสู้ไม่ได้หนีต่อลงไปยังหัวเมืองทางใต้ พระยา
ปัตตานีกลัวก็จับตัวมาส่งให้สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเม่ือ พ.ศ. 2313 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงยกทัพไปตี
ชุมนุมเจ้าพระฝางในหัวเมืองฝ่ายเหนือ สามารถยึดได้เมืองพิษณุโลกและชุมนุมเจ้าพระฝางเมืองสวางคบุรี รบ
กันได้เพียง 3 วัน เจ้าพระฝางก็แตกหนี เม่ือทรงปราบปรามชุมนุมต่าง ๆ ลงอย่างราบคาบ และทรงปราบ
กองทัพของม่อซื่อหลินท่ีเมืองพุทไธมาศสําเร็จเมื่อ พ.ศ. 2314 รัฐบาลจีนเร่ิมยอมรับสถานะพระมหากษัตริย์
ของพระองค์อย่างเป็นทางการ โดยทางราชสํานักชิงเห็นว่ากรุงธนบุรีภายใต้การปกครองของสมเด็จพระเจ้ากรุง
ธนบุรีเป็นปึกแผ่น พระบรมวงศานุวงศ์ครั้งกรุงเก่าหมดหนทางกลับมาสืบราชสันตติวงศ์ อีกท้ังมีนโยบายจับกุม
เชลยศึกที่หลบหนีเข้ามาไทยส่งกลับไปให้รัฐบาลจีนเป็นระยะๆ จักรพรรดิเฉียนหลงจึงทรงเปลี่ยนท่าทีต่อ
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีต้ังแต่ พ.ศ. 2315 เป็นต้นมา เอกสารราชการของราชสํานักชิงเปลี่ยนการเรียกขาน
พระนามจาก กันเอนิ ซ่ือ หรือ พระยาสิน เปน็ เจิง้ เจา (กษัตรยิ เ์ จิง้ )
249
แผนทแ่ี สดงท่ีตง้ั ชมุ นมุ ตา่ ง ๆ
ภาพแสดงทีต่ ัง้ ชมุ นมุ ต่าง ๆ หลงั การเสยี กรงุ ศรอี ยธุ ยาคร้งั ทสี่ อง (พ.ศ. 2310)
1. ชมุ นุมพระยาตาก (รวมกบั ชุมนมุ สุก้พี ระนายกอง)
2. ชมุ นุมเจ้าพระยาพษิ ณโุ ลก
3. ชุมนุมเจ้าพระฝาง
4. ชุมนมุ เจ้าพมิ าย
5. ชมุ นุมเจา้ พระยานครศรธี รรมราช
250
แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบุคคล
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เร่ือง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่
ช้นั วันท่ี เดือน พ.ศ.
รายการประเมิน ระดับคุณภาพ
ที่ ชื่อ–สกุล ความถูก ้ตองของผลงาน/ ิกจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการ ํนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การ ํนาไปใ ้ชประโยช ์น (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ (ตัวอย่าง)
การสรุปผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาํ หนดเกณฑไ์ ดต้ ามความเหมาะสม หรอื
อาจใช้เกณฑ์ดงั น้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ต้องปรับปรุง)
251
แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเปน็ กลุ่ม
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เร่ือง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ หน่วยการเรียนร้ทู ่ี
ชั้น วันท่ี เดือน พ.ศ.
กล่มุ ท่ี
รายการประเมิน ระดับคุณภาพ
ที่ ชอ่ื –สกลุ ความถูก ้ตองของผลงาน/ ิกจกรรม (6 คะแนน) 4321
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (5 คะแนน)
ความ ิคดสร้างสรร ์ค (3 คะแนน)
รูปแบบการ ํนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การ ํนาไปใ ้ชประโยช ์น (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมิน (ตวั อย่าง)
การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กําหนดเกณฑ์ไดต้ ามความเหมาะสม หรอื
อาจใชเ้ กณฑ์ดังนี้
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ตอ้ งปรับปรุง)
252
ผลงาน/กิจกรรมท่ี แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทํางานเปน็ รายบุคคล
เรือ่ ง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ หน่วยการเรียนร้ทู ี่
ชนั้ วนั ท่ี เดอื น พ.ศ.
คาํ ชี้แจง สงั เกตพฤติกรรมในการทาํ งานของนกั เรยี น โดยเขียนเครือ่ งหมาย ü ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมท่ีนกั เรยี นปฏบิ ัติ
รายการประเมิน ระดับ
คุณภาพ
ท่ี ชอ่ื –สกลุ สนใจในการ ํทางาน 4321
ไม่เอาเปรียบเพ่ือนในการทํางาน
เสนอความ ิคดเห็น
รับฟังความ ิคดเ ็หนของ ู้ผอ่ืน
ให้ความ ่ชวยเหลือ ู้ผ ื่อน
มุ่งม่ัน ํทางานให้ ํสาเ ็รจ
ประเ ิมนและป ัรบปรุงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพ ้ขอตกลงของกลุ่ม
ํทาตามห ้นา ่ีท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
พอใจ ักบความ ํสาเ ็รจของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน (ตัวอย่าง)
1. การให้คะแนน ü ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมนิ ใหเ้ ปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาํ หนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม
หรืออาจใช้เกณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ตอ้ งปรบั ปรุง)
253
ผลงาน/กจิ กรรมที่ แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทาํ งานเป็นกลุ่ม
เร่อื ง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่
ชั้น วนั ท่ี เดอื น พ.ศ.
คําช้แี จง สงั เกตพฤติกรรมในการทํางานของนักเรียน โดยเขยี นเคร่อื งหมาย ü ลงในช่องรายการ
พฤติกรรมท่นี ักเรียนปฏิบัติ
ระดับ
รายการประเมนิ คุณภาพ
ท่ี ช่อื –สกุล แ ่บงงาน ักนรับ ิผดชอบ
มีกระบวนการทํางานเ ็ปน ้ัขนตอน
ํทาตามห ้นา ี่ท ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย 4321
ร่วม ักนแสดงความ ิคดเห็น
รับฟังความ ิคดเ ็หนของสมา ิชกกลุ่ม
ํนาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปป ิฏ ับติ
ร่วม ักนปรับป ุรงผลงาน ้ดวยความเต็มใจ
มุ่งม่ัน ํทางานให้ ํสาเ ็รจ
พอใจ ักบความ ํสาเ ็รจของงาน
บรรยากาศในการ ํทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน (ตวั อย่าง)
1. การให้คะแนน ü ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาํ หนดเกณฑไ์ ดต้ ามความเหมาะสม
หรอื อาจใช้เกณฑด์ ังนี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
254
รายวิชาประวัติศาสตร์ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 สงครามปอ้ งกนั ประเทศสมัยสมเดจ็ พระเจ้าตากสิน เวลา 2 ช่วั โมง
เร่ือง การปกครองสมัยกรุงธนบุรี พระเจ้าตากสิน เวลา 1 ชั่วโมง
ใช้สอนวันท่ี........................เดือน...............................พ.ศ........................................
สาระสาํ คญั
การปกครองในสมัยธนบุรยี ดึ แบบแผนการปกครองสมยั อยุธยา พระมหากษตั ริยท์ รงมอี าํ นาจ เดด็ ขาด
ในการรักษาบา้ นเมืองแบง่ ออกเป็น การปกครองสว่ นกลาง มีกรงุ ธนบรุ ีเป็นราชธานีมสี มหุ นายก เป็นอัครมหา
เสนาบดี ฝา่ ยพลเรอื น สมหุ ะกลาโหมเป็นอัครมหาเสนาบดฝี ่ายทหารการบรหิ ารแบ่ง ออกเป็น 4 กรม
เรียกว่าจตุสดมภไ์ ด้แก่ กรมเวียง กรมวัง กรมคลงั และกรมนา และการปกครองหัวเมอื งแบง่ เปน็ หัวเมอื งช้ันใน
หวั เมอื งช้นั นอกหรือเมืองพระยามหานครประเทศราช
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเปน็ มาของชาตไิ ทย วฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาไทย มีความรกั
ความภมู ใิ จและธํารงความเป็นไทย
ตวั ช้ีวดั
อธบิ ายพฒั นาการของอาณาจกั รกรงุ ธนบุรโี ดยสังเขป (ส 4.3 ป. 5/1)
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรยี นสามารถอธิบายและยกตวั อยา่ งการเมอื งการปกครองสมยั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินได้
2. นกั เรยี นตระหนกั และเห็นความสําคัญของการเมืองการปกครองสมัยสมเดจ็ พระเจา้ ตากสิน
3. นักเรียนสามารถสบื คน้ และเผยแพรข่ อ้ มูลเก่ียวกับการเมืองการปกครองสมยั สมเดจ็
พระเจา้ ตากสินได้
เน้อื หา/สาระการเรียนรู้ การปกครองสมัยกรุงธนบุรีสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ
กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาํ
1.ครูสนทนาและซกั ถามนกั เรียนว่าการปกครองสมยั สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มลี ักษณะอย่างไร
นักเรียนตอบ ครู อธบิ ายสรปุ และเช่ือมโยงไปสู่เน้ือหาทีจ่ ะเรียน
ข้นั สอน
2.ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 4–6 คน ศกึ ษาความรู้เร่ือง การปกครองสมัยสมเดจ็
พระเจ้าตากสนิ จากใบความรู้ หรอื แหล่งเรยี นรู้อื่น ๆ แล้วอภปิ รายร่วมกันในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
1) การปกครองในสมัยกรุงสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มลี กั ษณะอยา่ งไร
2) ปัจจยั ใดท่ีสง่ เสรมิ ความเจรญิ รุ่งเรอื งทางการเมอื งการปกครองสมัยสมเดจ็
พระเจ้าตากสนิ
255
3. ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกล่มุ สรปุ ผลการอภปิ รายบันทกึ ลงในแบบบนั ทึกการอภปิ ราย
แลว้ สมุ่ เลอื กนักเรียนแตล่ ะกลุม่ ออกมาอา่ นความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการอภิปราย
4. ในขณะทีน่ ักเรียนปฏิบัตกิ ิจกรรม ครูสงั เกตพฤติกรรมในการทาํ งานและการนําเสนอ
ผลงานของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทาํ งานเป็นรายบคุ คลหรือเปน็ กลมุ่
ขนั้ สรปุ
5. ครใู ห้นักเรยี นทําใบงาน เรอ่ื ง การปกครองสมยั สมเด็จพระเจ้าตากสิน
แล้วชว่ ยกนั เฉลยคาํ ตอบ
ส่ือและแหล่งเรยี นรู้
1.ใบงาน เร่ืองการปกครองสมยั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ
2.หนงั สอื เรยี น รายวิชาพนื้ ฐานประวัติศาสตร์ ป. 5
3.ใบความรกู้ ารปกครองสมยั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสิน
การวดั และประเมินผล
วิธีการ
1. การสงั เกต
1.1 การสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรยี น
1.2 สงั เกตการนาํ เสนอผลงาน
2. ตรวจผลงานนักเรยี น
- การทาํ กิจกรรมตามใบงาน
- การบนั ทกึ ผลการอภิปราย
เครือ่ งมือ
1. ใบงาน
2.แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทาํ งาน
3. แบบบันทกึ การตรวจผลงานนกั เรียน
เกณฑ์
นกั เรยี นผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 70
256
บันทึกผลหลังสอน/การจดั การเรยี นรู้
ผลทีเ่ กิดกบั ผู้เรียนรู้
.......................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................…
.......................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................…
.......................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................…
ปัญหา / อุปสรรค
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขปรับปรงุ
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
ความเห็นของผอู้ าํ นวยการโรงเรียน
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
257
ภาคผนวกของแผน
บันทึกผลการอภปิ ราย
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 4 เรอื่ ง การเมอื งการปกครองสมยั สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ
ตัวชี้วดั ชน้ั ปี อธิบายพฒั นาการของอาณาจกั รกรงุ ธนบรุ โี ดยสงั เขป (ส 4.3 ป. 5/1)
คําช้แี จง แบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4 - 6 คน อภิปรายเกยี่ วกับการเมอื งการปกครองสมยั สมเดจ็
พระเจ้าตากสนิ นําผลมาอภิปรายร่วมกนั แลว้ บนั ทกึ ผล
บนั ทกึ ผลการอภปิ ราย
กลมุ่ ที่ 4.
สมาชิก 5.
6.
1.
2.
3.
258
แบบประเมินพฤติกรรมในการทาํ งานเป็นรายบคุ คล
ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ หน่วยการเรียนรู้ท่ี
ชัน้ วันท่ี เดอื น พ.ศ.
คําชี้แจง สังเกตพฤติกรรมในการทาํ งานของนกั เรยี น โดยเขียนเครอื่ งหมาย √ ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมที่นกั เรียนปฏิบตั ิ
ระดบั
รายการประเมิน คณุ ภาพ
ที่ ชื่อ–สกลุ สนใจในการ ํทางาน 4321
ไม่เอาเปรียบเพ่ือนในการทํางาน
เสนอความ ิคดเห็น
รับฟังความ ิคดเ ็หนของ ู้ผอ่ืน
ให้ความ ่ชวยเหลือ ู้ผ ื่อน
มุ่งม่ัน ํทางานให้ ํสาเ ็รจ
ประเ ิมนและป ัรบปรุงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพ ้ขอตกลงของกลุ่ม
ํทาตามห ้นา ่ีท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
พอใจ ักบความ ํสาเ ็รจของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ (ตวั อยา่ ง)
1. การให้คะแนน ü ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมินให้เปน็ ระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาํ หนดเกณฑ์ไดต้ ามความเหมาะสม
หรืออาจใช้เกณฑ์ดงั น้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)
259
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทาํ งานเป็นกลมุ่
เร่อื ง
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี หน่วยการเรยี นรทู้ ี่
ชั้น วันท่ี เดอื น พ.ศ.
คาํ ช้ีแจง สงั เกตพฤติกรรมในการทาํ งานของนกั เรยี น โดยเขียนเคร่ืองหมายถูก √ ลงในชอ่ งรายการ
พฤตกิ รรมทน่ี กั เรียนปฏบิ ตั ิ
ระดับ
รายการประเมนิ คณุ ภาพ
ท่ี ชือ่ –สกุล แ ่บงงาน ักนรับ ิผดชอบ 4321
มีกระบวนการทํางานเ ็ปน ้ัขนตอน
ํทาตามห ้นา ี่ท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วม ักนแสดงความ ิคดเห็น
รับฟังความ ิคดเ ็หนของสมา ิชกกลุ่ม
ํนาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปป ิฏ ับติ
ร่วม ักนปรับป ุรงผลงาน ้ดวยความเต็มใจ
มุ่งมั่น ํทางานให้ ํสาเ ็รจ
พอใจ ักบความ ํสาเ ็รจของงาน
บรรยากาศในการ ํทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ (ตวั อย่าง)
1. การให้คะแนน ü ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กําหนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม
หรอื อาจใชเ้ กณฑ์ดงั นี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )
260
ใบงาน
เรือ่ ง การปกครองสมัยสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 4 การปกครองสมัยสมเด็จพระเจา้ ตากสิน
ตัวชวี้ ดั ชัน้ ปี อธบิ ายพัฒนาการของอาณาจักรสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ โดยสังเขป (ส 4.3 ป. 5/1)
คาํ ชี้แจง ตอบคาํ ถาม (พิจารณาจากคําตอบของนักเรียน)
1. การปกครองสมัยสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ เปน็ อยา่ งไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. เหตใุ ดในสมยั สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ จงึ นาํ การปกครองแบบอยุธยามาใช้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................…
3. เหตใุ ดในสมัยสมเดจ็ พระเจ้าตากสินจงึ ขาดแคลนผู้เช่ียวชาญทางดา้ นกฎหมาย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ชอ่ื – สกุล ...................................................................ช้ัน ป. 5 โรงเรียน...................................…