The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mimm_jewpanya, 2022-07-19 02:10:42

คู่มือหลักสูตรท้องถิ่น

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

261
เฉลยใบงาน
เรอื่ ง การปกครองสมยั สมเดจ็ พระเจ้าตากสิน
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4 การปกครองสมัยสมเด็จพระเจา้ ตากสิน
ตัวชว้ี ัดชั้นปี อธบิ ายพฒั นาการของอาณาจกั รสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ โดยสงั เขป (ส 4.3 ป. 5/1)
คาํ ชีแ้ จง ตอบคําถาม (พิจารณาจากคําตอบของนกั เรียน)
1. การปกครองสมัยสมเด็จพระเจา้ ตากสินเปน็ อยา่ งไร
แนวคาํ ตอบ ยดึ แบบแผนการปกครองสมัยอยุธยา พระมหากษัตรยิ ท์ รงมอี ํานาจเดด็ ขาดในการปกครอง
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
2. เหตใุ ดในสมยั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินจึงนาํ การปกครองแบบอยธุ ยามาใช้
แนวคําตอบ สมัยกรุงธนบุรีนาํ การปกครองแบบอยธุ ยามาใช้ เน่อื งจากสมยั กรงุ ธนบุรบี ้านเมืองอยใู่ นภาวะ
สงคราม
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
3. เหตุใดในสมัยสมเด็จพระเจา้ ตากสินจงึ ขาดแคลนผู้เช่ยี วชาญทางดา้ นกฎหมาย
แนวคําตอบ เนื่องจากบ้านเมืองอยใู่ นภาวะสงครามข้าราชการช้นั ผใู้ หญ่ผเู้ ช่ยี วชาญทางดา้ นกฎหมายได้
หนีภัยสงคราม ไปยงั ท่ีตา่ ง ๆ จึงทําใหขาดแคลนผเู้ ชีย่ วชาญทางด้านกฎหมาย...............
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ชอ่ื – สกุล ...................................................................ชั้น ป. 5 โรงเรียน......................................

262

ใบความรู้
การปกครองในสมยั กรุงธนบรุ นี ้นั ดัดแปลงมาจากกรงุ ศรีอยุธยา โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดงั นี้
การปกครองสว่ นกลาง

กรงุ ธนบรุ เี ป็นศูนย์กลาง มีอัครมหาเสนาบดีตําแหน่ง " เจา้ พระยา " จํานวน 2 ทา่ น ไดแ้ ก่
สมุหนายก เป็นอคั รมหาเสนาบดฝี า่ ยพลเรือน เปน็ ผ้ดู ูแลหัวเมืองฝ่ายเหนอื ทัง้ ในราชการฝา่ ยทหาร
และพลเรอื น ในฐานะเจ้าเสนาบดีกรมมหาดไทย ผู้เป็นจะมียศเป็น "เจ้าพระยาจักรศี รีองครกั ษ์" หรอื ทีเ่ รียกวา่
"ออกญาจกั รี"
สมุหพระกลาโหม เปน็ อคั รมหาเสนาบดฝี ่ายทหาร เป็นผดู้ ูแลหัวเมอื งฝ่ายใตท้ ง้ั ปวง ยศนั้นก็จะมี "
เจ้าพระยามหาเสนา" หรอื ท่ีเรยี กวา่ "ออกญากลาโหม"
สว่ นจตุสดมภ์น้นั ยงั มีไวเ้ หมือนเดมิ มีเสนาบดีตําแหนง่ " พระยา " จํานวน 4 ท่าน ได้แก่
กรมเวยี ง หรอื นครบาล มีพระยายมราชทาํ หน้าทีด่ ูแล และ รักษาความสงบเรยี บร้อยภายในพระนคร
กรมวงั หรือ ธรรมาธิกรณ์ มีพระยาธรรมาธิกรณ์ ทําหนา้ ทดี่ ูแลความสงบเรียบร้อยในเขตพระราชฐาน
กรมคลัง หรอื โกษาธบิ ดี มีพระยาโกษาธิบดี ทําหนา้ ท่ดี แู ลการซอ้ื ขายสนิ ค้า ภายหลังได้รับการแต่งต้ัง
ใหด้ แู ลหัวเมอื งฝ่ายตะวันออกดว้ ย
กรมนา หรือ เกษตราธิการ มีพระยาพลเทพ ทําหน้าทีด่ ูแลการเกษตรกรรม หรือ การประกอบอาชพี
ของประชากร
การปกครองส่วนภมู ิภาค
หวั เมอื งช้ันใน จะมีผู้รั้งเมอื ง เป็นผู้ปกครอง จะอยู่รอบๆไมไ่ กลจากราชธานี
เมอื งพระยามหานคร จะแบ่งออกไดเ้ ปน็ เมืองเอก โท ตรี จตั วา มีเจ้าเมืองเป็นผู้ปกครอง
เมอื งประเทศราช คือเมืองทจ่ี ะตอ้ งสง่ เครอื่ งราชบรรณาการมาใหก้ รงุ ธนบุรี ซึง่ ในขณะนน้ั
จะมี นครศรีธรรมราช เชยี งแสน เชยี งใหม่ ลําปาง ลําพนู พะเยา แพร่ น่าน ปัตตานี ไทรบุรี ตรงั กานู มะริด
ตะนาวศรี พทุ ไธมาศ พนมเปญ จําปาศักด์ิ หลวงพระบาง และ เวียงจันทน์ ฯลฯ

263

รายวิชาประวัตศิ าสตร์ แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 5 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 เศรษฐกิจและการส้นิ สุดสมยั กรงุ ธนบุรี เวลา 2 ชว่ั โมง
เร่อื ง เศรษฐกจิ ในสมยั สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ เวลา 1 ช่วั โมง
ใชส้ อนวนั ที่........................เดือน...............................พ.ศ........................................

สาระสาํ คัญ
เศรษฐกิจระหว่างประเทศ ในสมยั สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชบา้ นเมอื งประสบกบั ภาวะเศรษฐกิจ

ตกตาํ่
ขาดแคลนขา้ วปลาอาหาร สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงแกไ้ ขด้วย การสละพระราชทรพั ย์ซ้ือขา้ วสารมา
แจกจา่ ย
แกร่ าษฎร ทรงสนับสนุนการทํานาและการค้ากับต่างชาติ
มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเปน็ มาของชาติไทย วัฒนธรรม ภมู ิปัญญาไทย มคี วามรกั
ความภมู ใิ จและธํารงความเป็นไทย

ตวั ชว้ี ดั
อธิบายพัฒนาการของอาณาจกั รกรุงธนบรุ โี ดยสังเขป (ส 4.3 ป. 5/1)

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถอธิบายและยกตวั อย่างเศรษฐกิจสมยั สมเดจ็ พระเจ้าตากสินได้
2. นักเรียนตระหนักและเหน็ ความสําคญั ของเศรษฐกจิ สมัยสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ
3. นกั เรยี นสบื ค้นและเผยแพร่ข้อมลู เกย่ี วกบั เศรษฐกจิ สมัยสมเด็จพระเจา้ ตากสินได้

เน้อื หา/สาระการเรยี นรู้ เศรษฐกิจสมัยสมเดจ็ พระเจ้าตากสิน

กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นํา

1.ครูเกริ่นนําเกีย่ วกบั เศรษฐกจิ สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสนิ แล้วซักถามนกั เรยี น ดังน้ี
1) เศรษฐกิจสมยั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินนกั เรียนคิดวา่ เป็นอยา่ งไร
2) เพราะเหตใุ ดสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ ทรงกระตุ้นให้ชาวจีนเขา้ มาตง้ั รกรากในกรงุ ธนบุรี

2. ครูสรุปเพื่อเชือ่ มโยงเข้าสเู่ นื้อหาทีจ่ ะเรยี น

ขนั้ สอน
3. ครสู นทนากับนกั เรยี นเกยี่ วกบั เศรษฐกจิ ในสมยั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสิน

264

4. ครูใหน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 3–5 คน เลน่ เกมมมุ สนทนา แล้วใหน้ กั เรียนกล่มุ ตา่ ง ๆ ไปนั่งท่มี มุ
ต่าง ๆ ของหอ้ งเรยี น ให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั คดิ คําตอบจากคาํ ถามทก่ี าํ หนดให้ ซึง่ นกั เรียนสามารถ
สบื ค้นหาคําตอบไดจ้ ากหนงั สือเรยี นประวัตศิ าสตร์ ป.5 และใความรู้ เช่น

1) ปัจจัยท่สี ่งเสริมความเจรญิ รงุ่ เรืองทางเศรษฐกิจสมยั สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ คอื อะไร
2) เม่ือมปี ญั หาขา้ วยากหมากแพงสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชทรงแกไ้ ขปัญหานนั้ อย่างไร
3) ประเทศใดทไี่ ดร้ บั การสนบั สนนุ ให้เข้ามาค้าขายในอาณาจกั รธนบรุ มี ากท่ีสดุ
4) ครูและนกั เรียนรว่ มกบั เฉลยคําตอบ
5. ในขณะปฏิบัตกิ ิจกรรมของนักเรียน ใหค้ รูสงั เกตพฤติกรรมในการทาํ งานและการนําเสนอผลงาน
ของนกั เรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทาํ งานเป็นรายบคุ คลหรือเป็นกลุ่ม

ขั้นสรปุ
6. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความร้เู รือ่ งเศรษฐกิจสมัยสมเด็จพระเจา้ ตากสิน โดยใหน้ กั เรยี นสรุป

คาํ ถามและคาํ ตอบจากเกมสนทนาลงในสมุด

สื่อและแหล่งเรียนรู้
1.เกมสนทนา
2.หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐานประวัตศิ าสตร์ ป. 5
3.ใบความรเู้ ศรษฐกิจสมยั สมเด็จพระเจ้าตากสนิ

การวัดและประเมินผล
วิธกี าร
1. การสงั เกต
- การสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี นในการทาํ งานกลุ่ม
2. ตรวจผลงานนักเรียน
- การทํากจิ กรรมสรปุ คาํ ถาม คําตอบลงสมดุ

เคร่ืองมอื
1. ใบความรู้
2.แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทํางาน
3.แบบบันทกึ การตรวจผลงานนกั เรยี น

เกณฑ์
นักเรียนผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70

265

บันทึกผลหลงั สอน/การจดั การเรียนรู้
ผลทีเ่ กดิ กบั ผู้เรยี นรู้
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
ปัญหา / อปุ สรรค
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขปรบั ปรงุ
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
ความเหน็ ของผู้อาํ นวยการโรงเรียน
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

266

ภาคผนวกของแผน

แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทาํ งานเปน็ กลุ่ม
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ หน่วยการเรียนรทู้ ี่
ชน้ั วันที่ เดือน พ.ศ.
คาํ ชี้แจง สงั เกตพฤตกิ รรมในการทาํ งานของนกั เรียน โดยเขยี นเครอ่ื งหมาย ü ลงในชอ่ งรายการ
พฤตกิ รรมท่นี ักเรียนปฏบิ ัติ
ระดับ
รายการประเมิน คณุ ภาพ

ท่ี ชือ่ –สกลุ แ ่บงงาน ักนรับ ิผดชอบ
มีกระบวนการทํางานเ ็ปน ้ัขนตอน
ํทาตามห ้นา ี่ท ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย 4321
ร่วม ักนแสดงความ ิคดเห็น
รับฟังความ ิคดเ ็หนของสมา ิชกกลุ่ม
ํนาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปป ิฏ ับติ
ร่วม ักนปรับป ุรงผลงาน ้ดวยความเต็มใจ
มุ่งม่ัน ํทางานให้ ํสาเ ็รจ
พอใจ ักบความ ํสาเ ็รจของงาน
บรรยากาศในการ ํทางาน

รวมคะแนน

1
2
3
4
5

6
7
8
เกณฑ์การประเมิน (ตวั อยา่ ง)
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมินใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กําหนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม
หรืออาจใชเ้ กณฑ์ดังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)

267

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทาํ งานเปน็ รายบคุ คล
เร่อื ง
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี
ชน้ั วันท่ี เดอื น พ.ศ.
คาํ ชีแ้ จง สังเกตพฤตกิ รรมในการทาํ งานของนกั เรียน โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ü ลงในช่องรายการ
พฤติกรรมทีน่ กั เรียนปฏิบตั ิ
ระดบั
รายการประเมนิ คณุ ภาพ

ท่ี ชื่อ–สกลุ สนใจในการ ํทางาน 4321
ไม่เอาเปรียบเพ่ือนในการทํางาน
เสนอความ ิคดเห็น
รับฟังความ ิคดเ ็หนของ ู้ผอ่ืน
ให้ความ ่ชวยเหลือ ู้ผ ื่อน
มุ่งม่ัน ํทางานให้ ํสาเ ็รจ
ประเ ิมนและป ัรบปรุงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพ ้ขอตกลงของกลุ่ม
ํทาตามห ้นา ่ีท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
พอใจ ักบความ ํสาเ ็รจของงาน

รวมคะแนน

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมิน (ตวั อยา่ ง)
1. การให้คะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมินใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กําหนดเกณฑ์ไดต้ ามความเหมาะสม

หรืออาจใชเ้ กณฑ์ดังนี้
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)

268

ผลงาน/กิจกรรมท่ี แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบุคคล
เร่อื ง
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี
ชั้น วันที่ เดือน พ.ศ.
รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ

ท่ี ชื่อ–สกุล ความถูก ้ตองการของผลงาน/ ิกจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการ ํนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การ ํนาไปใ ้ชประโยช ์น (3 คะแนน)

รวมคะแนน (20 คะแนน)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมิน (ตวั อย่าง)

การสรุปผลการประเมินใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาํ หนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม หรอื
อาจใชเ้ กณฑด์ ังนี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

269

ใบความรู้

เศรษฐกจิ ในสมยั สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ
ชว่ งต้นรัชกาล สภาพบ้านเมืองเสียหายจากการทําสงครามอยา่ งหนัก เกิดทพุ ภิกขภยั ครั้งรา้ ยแรงทีส่ ดุ ใน

ประวตั ิศาสตร์ไทย เนื่องจากขาดการทาํ นามานาน ราคาขา้ วในอาณาจกั รสูงเกือบตลอดรชั กาล กอ่ นจะค่อย ๆ
ลดลงในตอนปลายรัชกาล จะมีเพ่ิมสูงข้นึ บา้ งก็ในปี พ.ศ. 2312 ที่เกดิ หนรู ะบาด สมเด็จพระเจ้ากรงุ ธนบรุ ี
ทรงสละทรพั ยส์ ว่ นพระองค์ซอ้ื ขา้ วมาให้แก่ราษฎรทง้ั หลาย ชว่ ยคนไดห้ ลายหม่นื ท้งั ยงั กระตุ้นใหช้ าวบ้าน
ทั้งหลายเข้ามาอาศยั อยู่ในกรุงดว้ ย

นอกจากนี้ พระองคย์ ังไดท้ รงทาํ นุบาํ รุงการค้าขายทางเรือกับตา่ งชาติ เนื่องจากไม่อาจพึ่งรายไดจ้ าก
ภาษีอากรจากผู้คนทยี่ งั คงต้งั ตัวไม่ได้ อกี ท้ังการสง่ เสรมิ การขายสินคา้ พนื้ เมอื งยังเปน็ การสรา้ งงานใหก้ บั
ชาวบา้ น โดยพระองคไ์ ด้ทรงพยายามผูกไมตรกี บั จีนเพอ่ื ที่จะให้เกดิ ประโยชน์ทางการคา้ มากย่ิงข้นึ

ผลดปี ระการหน่ึงของสงครามคราวเสยี กรงุ คือมผี ้คู นอพยพมาสร้างความเจริญแกท่ ้องทีอ่ น่ื ใหด้ ีขน้ึ กวา่
สมัยอยุธยามาก กรงุ ธนบุรีไดก้ ลายมาเป็นเมอื งท่าท่สี ําคัญที่สุดของไทยแทนกรงุ ศรีอยุธยาเดมิ ทถ่ี กู เผาทาํ ลาย
ไป และเนื่องจากเมืองมะรดิ และตะนาวศรีได้ตกเปน็ ของพมา่ อยา่ งถาวร จงึ ทําใหเ้ มืองถลางได้กลายเป็นเมอื ง
ทา่ สําคญั ในการคา้ ขายกับตา่ งชาตทิ างฝงั่ ทะเลอนั ดามนั แทน โดยในสมยั อยธุ ยามีความสําคัญเป็นเมืองทา่ ลําดับ
สอง และมีดีบกุ เปน็ จํานวนมาก เช่นเดยี วกับเมอื งไชยาและเมอื งสงขลาท่เี จรญิ ก้าวหนา้ กวา่ ในสมัยอยุธยาเดมิ
ชาวต่างชาติยงั เขียนอกี ว่า ทอ้ งทใี่ ดมีชาวจนี อาศยั อยู่มาก ทอ้ งที่แหง่ นนั้ ย่อมเจรญิ แน่ เพราะคนจนี ขยันกว่าคน
ไทย

ไทยมรี ากฐานเศรษฐกจิ ดี มีภมู ิประเทศและภูมอิ ากาศเอือ้ ต่อเกษตรกรรม เมื่อเว้นวา่ งจากศกึ สงคราม
เสบยี งอาหารก็บรบิ ูรณข์ นึ้ ดงั เดิม ฝา่ ยคนจนี และคนไทยบางส่วนไดเ้ อาเงนิ และทองท่บี รรพชนเก็บไว้ใน
พระพทุ ธรปู ไป บา้ งกท็ ําลายพระพุทธรปู และพระเจดีย์เสียเพื่อเอาเงิน บาทหลวงคอรร์ ะบวุ า่ "การทป่ี ระเทศ
สยามกลับตง้ั แตไ่ ด้เรว็ เช่นน้ี กเ็ พราะความหมนั่ เพยี รของพวกจนี ถ้าพวกจีนไม่ใชเ่ ป็นคนมกั ได้แล้ว ในเมืองไทย
ทกุ วันน้คี งไมม่ เี งนิ ใชเ้ ป็นแน่

270

รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การส้นิ สุดสมัยสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ เวลา 2 ชว่ั โมง
เรือ่ ง การสนิ้ สดุ สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสนิ เวลา 1 ชวั่ โมง
ใช้สอนวันที่........................เดอื น...............................พ.ศ........................................

สาระสาํ คญั
ปลายสมัยธนบรุ ีได้เกดิ กบฏเมอื งพระนครศรอี ยุธยาหรอื กรงุ เก่า สมเดจ็ พระเจา้ ตาก โปรดให้พระยา

สรรคย์ กทัพไปปราบกบฏ แตพ่ ระยาสรรคก์ ลบั ไปเข้ารว่ มกับพวกกบฎยกทพมาตีกรุงธนบรุ ี ในทีส่ ุดสมเด็จ
พระเจา้ ตากสินมหาราชทรงยอมแพ้ และขอผนวชท่วี ัดแจง้ พระยาสรรค์พยายามจะรวบรวมกลุ่มคนเพ่ือหวัง
จะขึน้ ครองราชย์ แตก่ ็ไดร้ บั การขัดขวางจาก พระยาสุรยิ อภยั เจา้ เมอื งนครราชสีมา ซึง่ ได้ยกทพั มาระงบั เหตทุ ่ี
กรงุ ธนบุรี ในทีส่ ุดพระยาสุริยอภยั ก็ควบคมุ กรงุ ธนบุรไี วไ้ ด้ เมอื่ สมเดจ็ เจา้ พระยามหากษัตรยิ ศ์ กึ กลบั มาถึงกรุง
ธนบุรี จงึ เรียกประชุมขนุ นางเห็นพอ้ ง ให้สาํ เร็จโทษสมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช ดว้ ยเหตุผลเพอื่ ความเปน็
ระเบยี บเรยี บร้อยและความม่นั คง สมเดจ็ เจ้าพระยามหากษตั ริย์ศกึ จึงได้ปราบดาภิเษกขึ้นเปน็ ปฐมกษัตรยิ แ์ ห่ง
ราชวงศ์จกั รี ใน พ.ศ. 2325

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาตไิ ทย วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มีความรัก

ความภมู ิใจและธํารงความเป็นไทย

ตวั ชี้วดั
อธบิ ายพัฒนาการของอาณาจักรธนบรุ โี ดยสงั เขป (ส 4.3 ป. 5/1)

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.นักเรยี นสามารถอธบิ ายสาเหตขุ องการสิน้ สุดสมยั สมเด็จพระเจ้าตากสนิ ได้
2.นักเรยี นมคี วามตระหนักและเห็นความสาํ คัญ เรื่องการส้ินสุดสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสนิ
3.นกั เรยี นสามารถสืบคน้ และเผยแพร่ข้อมลู เรื่องการส้ินสดุ สมัยสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ ได้

เน้อื หา/สาระการเรยี นรู้ การส้นิ สดุ สมยั สมเด็จพระเจ้าตากสิน
กจิ กรรมการเรยี นรู้

271

ขัน้ นํา
1. ครนู ําภาพใหน้ กั เรยี นดู และถามเกีย่ วกับภาพว่าเกิดเหตุการณใ์ ดข้ึน
2. ครสู รปุ เพ่อื เช่ือมโยงเขา้ สู่เนือ้ หาท่ีจะเรียน

ขั้นสอน
3. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเกี่ยวกับการสนิ้ สดุ สมยั สมเดจ็ พระเจ้าตากสิน
4. ครูใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 3–5 คน เล่นเกมมมุ สนทนา แลว้ ใหน้ ักเรยี นกลุ่มตา่ ง ๆ

ไปนงั่ ทมี่ มุ ตา่ ง ๆ ของหอ้ งเรียน ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันคิดคาํ ตอบจากคําถาม นกั เรียนสามารถ
สืบค้นหาคําตอบได้จากหนังสอื เรยี นประวัตศิ าสตร์ ป.5 และใความรู้ ที่กําหนดให้

- อะไรเป็นสาเหตุสําคัญท่ีทาํ ใหอ้ าณาจักรกรงุ ธนบุรสี ้ินสุดลง ครแู ละนกั เรียนร่วมกบั เฉลยคําตอบ
5. ในขณะปฏิบัตกิ ิจกรรมของนกั เรยี น ให้ครสู งั เกตพฤติกรรมในการทํางานและการนาํ เสนอผลงาน
ของนกั เรียนตามแบบประเมินพฤตกิ รรมในการทํางานเป็นรายบคุ คลหรอื เป็นกลมุ่
6. ให้นักเรยี นทาํ สมดุ ภาพเกย่ี วกับการสนิ้ สุดสมยั สมเดจ็ พระเจ้าตากสิน จากภาพโปสเตอรก์ ารศึกษาที่
ครเู ตรียมให้ เพ่อื เผยแพร่ความรู้ตอ่ ไป

ข้ันสรปุ
7. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรูเ้ รื่องการสน้ิ สดุ สมยั สมเดจ็ พระเจ้าตากสิน และทาํ

แบบทดสอบหลังเรียน พร้อมทง้ั ช่วยกันเฉลยคําตอบ

ส่ือและแหล่งเรยี นรู้
1.แบบทดสอบหลังเรียน
2.หนังสอื เรียน รายวิชาพื้นฐานประวตั ิศาสตร์ ป. 5
3.ใบความรูก้ ารสน้ิ สดุ สมัยสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ
4.ภาพโปสเตอร์การศึกษาสมยั สมเด็จพระเจ้าตากสนิ

การวัดและประเมินผล
วิธีการ
1. การสังเกต
- การสังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี น
2. ตรวจผลงานนกั เรียน
- การทาํ กจิ กรรมลงสมุด
- ตรวจสมดุ ภาพ
- ตรวจแบบทดสอบ

272

เคร่ืองมือ

1. ใบความรู้ เรือ่ ง การสนิ้ สดุ สมัยสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ
2. แบบประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน
3. แบบบันทกึ การตรวจผลงานนักเรียน
4. แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน

บนั ทกึ ผลหลงั สอน/การจัดการเรียนรู้
ผลท่เี กดิ กับผูเ้ รยี นรู้
....................................................................................................................................................…
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
ปญั หา / อปุ สรรค
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขปรบั ปรุง
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

ความเหน็ ของผู้อํานวยการโรงเรยี น
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

273

ใบความรู้
การสนิ้ สดุ ในสมัยสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ

การสนิ้ สุดอาํ นาจทางการเมืองของสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช ในตอนปลายรัชกาล
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องจากพระองค์ทรงตรากตรํา ทาํ งานหนักในการสรา้ งความเปน็ ปึกแผน่ แก่
ชาตบิ า้ นเมอื ง พระราชพงศาวดารฉบับต่าง ๆ ได้ บนั ทึกไวว้ า่ สมเด็จพระเจา้ ตากสินทรงมพี ระสติฟน่ั เฟอื น ทํา
ใหบ้ ้านเมอื งเกดิ ความระสาํ่ ระสายและได้เกิดกบฏขน้ึ ทกี่ รงุ เก่า พวกกบฏไดท้ ําการปล้นจวนพระยาอนิ ทรอภยั
ผู้รักษากรงุ เกา่ จน
ตอ้ งหลบหนีมายังกรงุ ธนบุรี สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช โปรดให้พระยาสรรคไ์ ปสบื สวนเอาตัวผกู้ ระทาํ ผิด
มาลงโทษ แต่พระยาสรรคก์ ลบั ไปเข้าด้วยกับพวกกบฏ และคุมกําลังมาตีกรงุ ธนบุรี แลว้ จับตวั สมเดจ็ พระเจา้
ตากสนิ มหาราชมาคุมขงั เอาไว้ การจลาจลในกรุงธนบรุ ี ทําให้สมเดจ็ เจ้าพระยามหากษัตริย์ศกึ ตอ้ งรบี ยกทพั
กลับจากเขมร เพื่อเขา้ แกไ้ ขสถานการณ์ในกรุงธนบุรี และจบั กมุ ผูก้ อ่ การกบฏมาลงโทษรวมทง่ั ใหข้ ้าราชการ
ปรึกษาพจิ ารณา

ความที่มีผู้ฟ้องร้องกล่าวโทษสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชในฐานะท่ีทรงเปน็ ต้นเหตแุ หง่ ความย่งุ ยาก
ในกรุงธนบุรีและมคี วามเหน็ ให้สาํ เร็จโทษพระองคเ์ พอื่ มใิ หเ้ กดิ ปัญหายุ่งยากอกี ต่อไป สมเดจ็ พระเจา้ ตากสิน
มหาราชจึงถกู สําเร็จโทษและเสดจ็ สวรรคตใน พ.ศ. ๒๓๒๕ พระชนมายไุ ด้ 45 พรรษา

274

ภาคผนวกของแผน
แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทาํ งานเป็นรายบคุ คล
ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่
ช้นั วนั ที่ เดือน พ.ศ.
คําชี้แจง สงั เกตพฤตกิ รรมในการทํางานของนักเรยี น โดยเขยี นเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการพฤติกรรม
ที่นกั เรียนปฏิบตั ิ
ระดับ
รายการประเมนิ คณุ ภาพ

ที่ ช่อื –สกลุ สนใจในการ ํทางาน 4321
ไ ่มเอาเป ีรยบเพ่ือนในการ ํทางาน
เสนอความคิดเห็น
ัรบฟังความคิดเห็นของ ู้ผอ่ืน
ให้ความ ่ชวยเห ืลอ ู้ผอื่น
ุม่ง ่ัมน ํทางานให้ ํสาเ ็รจ
ประเ ิมนและป ัรบป ุรงงาน ้ดวยความเต็มใจ
เคารพข้อตกลงของก ุ่ลม
ํทาตามห ้นา ่ีท ่ีทไ ้ด ัรบมอบหมาย
พอใจกับความ ํสาเ ็รจของงาน

รวมคะแนน

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ (ตัวอย่าง)
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดบั คณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาํ หนดเกณฑไ์ ดต้ ามความเหมาะสม
หรืออาจใช้เกณฑด์ ังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

275

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทาํ งานเป็นกลุ่ม
ผลงาน/กิจกรรมที่ เรอื่ ง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ หน่วยการเรียนรู้ท่ี
ชน้ั วันที่ เดอื น พ.ศ.
คําชีแ้ จง สงั เกตพฤติกรรมในการทาํ งานของนกั เรียน โดยเขียนเครือ่ งหมาย √ ลงในช่องรายการ
พฤติกรรมทีน่ ักเรยี นปฏบิ ตั ิ
ระดับ
รายการประเมิน คุณภาพ

ที่ ชอื่ –สกุล แ ่บงงาน ักนรับผิดชอบ
ีมกระบวนการ ํทางานเป็นข้ันตอน
ํทาตามห ้นา ี่ท ี่ทไ ้ด ัรบมอบหมาย 4321
่รวม ักนแสดงความ ิคดเ ็หน
ัรบฟังความคิดเห็นของสมา ิชกก ุ่ลม
ํนาม ิต/ข้อตกลงของก ุ่ลมไปปฏิบั ิต
่รวม ักนป ัรบป ุรงผลงาน ้ดวยความเต็มใจ
มุ่ง ่มัน ํทางานให้ ํสาเ ็รจ
พอใจกับความ ํสาเ ็รจของงาน
บรรยากาศในการ ํทางาน

รวมคะแนน

1
2
3
4
5

6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ (ตัวอยา่ ง)
1. การให้คะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมนิ ใหเ้ ปน็ ระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กําหนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม
หรืออาจใช้เกณฑด์ ังนี้

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)

276

แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 อาณาจักรกรงุ ธนบรุ ี พระเจา้ ตากสนิ
คําชแ้ี จง เลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคาํ ตอบเดียว
1. สาเหตุสาํ คญั ท่ีสุดทที่ าํ ใหก้ รุงศรอี ยธุ ยา 6. ชมุ นมุ เจ้าพมิ ายมีใครเป็นหัวหน้าชมุ นมุ
ส้นิ อํานาจใน พ.ศ. 2310 คอื อะไร ก เจ้าพระฝาง
ก พมา่ มกี าํ ลังเหนอื กวา่ ข พระปลัด (หนู)
ข พมา่ ใช้กลยทุ ธไ์ สศ้ กึ ภายใน ค กรมหม่นื เทพพิพธิ
ค การถูกปดิ ล้อมเปน็ เวลานาน ง เจ้าพระยาพษิ ณุโลก
ง ความออ่ นแอทางดา้ นทหารและการเมือง 7. สงครามครั้งใดไม่ได้เกิดในสมยั ธนบรุ ี
2. พระยาตากตฝี ่าวงลอ้ มของพม่าไปตง้ั มั่นอยู่ ก สงครามเก้าทพั
ท่ี ข ศึกอะแซหว่นุ กี้
เมืองใด ค ศึกท่คี า่ ยบางกงุ้
ก ระยอง ง ศกึ ท่ีคา่ ยบางแก้ว
ข นนทบุรี 8. ในสมยั ธนบุรีผรู้ ้งั ปกครองหวั เมอื งใด
ค จนั ทบรุ ี ก หัวเมอื งชัน้ ใน
ง นครสวรรค์ ข หวั เมืองชั้นนอก
3. พระเจ้าตากสินปราบดาภเิ ษกเปน็ กษัตรยิ ์ ค เมอื งประเทศราช
เฉลิม ง เมืองพระยามหานคร
พระนามว่าอะไร 9. ความสมั พนั ธร์ ะหว่างไทยกับเพือ่ นบา้ น
ก สมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ่ี 1 ในสมยั ธนบุรี ส่วนใหญ่ปรากฏในรปู แบบใด
ข สมเดจ็ พระราชาธบิ ดที ี่ 4 ก การคา้
ค สมเด็จพระบรมราชาท่ี 1 ข การทูต
ง สมเด็จพระบรมราชาท่ี 4 ค สงคราม
4. วัดท้ายตลาดหมายถงึ วัดใด ง วัฒนธรรม
ก วดั ยานนาวา 10. ในตอนปลายสมยั ธนบุรี ใครเปน็ ผู้จับกุม
ข วดั โมลโี ลกยาราม สมเด็จพระเจ้าตากสนิ และตั้งตนเปน็
ค วัดอรุณราชวราราม ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์
ง วดั สทุ ศั นเทพวราราม ก พระยาสรรค์
5. หวั หน้าชุมนุมทค่ี วบคุมหวั เมอื งทางภาค ข เจ้าพระยาสรุ สหี ์
กลาง ค เจา้ ฟา้ กรมขนุ อนิ ทรพิทกั ษ์
ตอนบนคือใคร ง สมเด็จเจา้ พระยามหากษตั ริยศ์ กึ
ก เจา้ พระฝาง ค กรมหมนื่ เทพพพิ ิธ
ข พระปลัด (หนู) ง เจา้ พระยาพิษณุโลก

277

แผนการจดั การเรียนรู้
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

278

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 1

รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 6

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช เวลา 4 ชั่วโมง

เรอ่ื ง พฒั นาการทางดา้ นการปกครองในสมยั ธนบุรี เวลา 1 ชั่วโมง

ใชส้ อนวนั ที่........................เดอื น...............................พ.ศ........................................

สาระสาํ คัญ สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชทรงรวบรวมไพรพ่ ลกอบกู้เอกราชจากพมา่ และสรา้ งกรุงธนบุรี
เปน็ ราชธานี พระราชกรณยี กจิ ทีส่ ําคัญ ได้แก่ การพัฒนาด้านการปกครอง การพฒั นาทางเศรษฐกิจ
การทํานบุ ํารงุ ด้านสังคมและวฒั นธรรม เพอ่ื ใหเ้ กิดความเข้มแข็งของชาติ

มาตรฐานการเรยี นรู้ ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปญั ญาไทย มคี วามรกั ความ
ภมู ใิ จ และธาํ รงความเปน็ ไทย
ตัวชี้วดั ...........................................................................................................................

จุดประสงค์การเรียนรู้

1.อธบิ ายพฒั นาการดา้ นการปกครองในสมยั กรงุ ธนบรุ ีได้

เนอ้ื หา/สาระการเรยี นรู้

การศึกษาขอ้ มูลเก่ียวกบั พัฒนาการทางดา้ นการปกครองในสมัยธนบุรี

กิจกรรมการเรียนรู้

ขั้นนํา

ครตู ั้งคาํ ถามถามนักเรียนเกีย่ วกบั สมเด็จพระเจา้ ตากสิน วา่ “นกั เรยี นรไู้ หม? วา่ การเมอื งและ
การปกครองในสมัยสมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราชเป็นอยา่ งไร” ครูเปดิ โอกาสให้นกั เรยี นไดต้ อบคําถาม (เปน็
คําถามปลายเปดิ ไมท่ ถี ูกผิด)

ข้ันสอน

ครเู ล่าเกี่ยวกบั ประวตั ิความเปน็ มาในสมัยกรงุ ธนบุรใี หน้ กั เรยี นฟงั ว่า “รูปแบบการปกครอง
สมัยกรุงธนบุรีจะแบบรปู แบบการปกครองออกเปน็ 2 รูปแบบ ได้แก่ รปู แบบการปกครองแบบสว่ นกลางและ
การปกครองแบบส่วนภมู ิภาค รปู แบบการปกครองแบบ ส่วนกลางมีดงั นี้ กรุงธนบรุ เี ป็นศูนย์กลาง มีอคั รมหา
เสนาบดีตาํ แหน่ง " เจา้ พระยา " จาํ นวน 2 ท่าน ไดแ้ ก่ สมุหนายก เปน็ อคั รมหาเสนาบดีฝ่ายพลเรือน เป็น
ผูด้ แู ลหัวเมอื งฝ่ายเหนอื ท้งั ในราชการฝ่ายทหารและพลเรอื น ในฐานะเจ้าเสนาบดีกรมมหาดไทย ผู้เป็นจะมยี ศ

279

เป็น "เจ้าพระยาจกั รศี รีองครกั ษ์" หรอื ที่เรียกว่า "ออกญาจกั รี" สมหุ พระกลาโหม เปน็ อคั รมหาเสนาบดีฝา่ ย
ทหาร เป็นผู้ดแู ลหวั เมืองฝา่ ยใตท้ ัง้ ปวง ยศน้นั กจ็ ะมี "เจา้ พระยามหาเสนา" หรือที่เรยี กวา่ "ออกญากลาโหม"
ส่วนจตุสดมภ์นั้นยงั มไี ว้เหมอื นเดิม มีเสนาบดีตําแหน่ง " พระยา " จาํ นวน 4 ทา่ น ได้แก่

กรมเวยี ง หรอื นครบาล มีพระยายมราชทําหนา้ ท่ดี ูแล และ รักษาความสงบเรียบร้อยภายในพระนคร
กรมวงั หรอื ธรรมาธกิ รณ์ มีพระยาธรรมาธกิ รณ์ ทาํ หนา้ ที่ดูแลความสงบเรยี บร้อยในเขตพระราชฐาน
กรมคลงั หรอื โกษาธบิ ดี มีพระยาโกษาธบิ ดี ทําหน้าทด่ี แู ลการซื้อขายสินค้า ภายหลังได้รับการแตง่ ต้ัง
ใหด้ แู ลหวั เมืองฝา่ ยตะวันออกดว้ ย
กรมนา หรือ เกษตราธิการ มพี ระยาพลเทพ ทาํ หนา้ ทดี่ ูแลการเกษตรกรรม หรอื การประกอบอาชพี
ของประชากร และในส่วนรูปแบบการปกครองแบบสว่ นภูมิภาคมดี งั น้ี
หัวเมอื งช้นั ใน จะมผี ูร้ ้งั เมือง เปน็ ผ้ปู กครอง จะอยรู่ อบๆไม่ไกลจากราชธานี
เมอื งพระยามหานคร จะแบ่งออกไดเ้ ปน็ เมืองเอก โท ตรี จตั วา มเี จ้าเมืองเปน็ ผูป้ กครอง
เมอื งประเทศราช คือเมอื งที่จะตอ้ งส่งเครื่องราชบรรณาการมาใหก้ รงุ ธนบุรี ซ่งึ ในขณะนนั้ จะมี
นครศรธี รรมราช เชียงแสน เชยี งใหม่ ลําปาง ลําพนู พะเยา แพร่ น่าน ปัตตานี ไทรบุรี ตรังกานู มะริด
ตะนาวศรี พุทไธมาศ พนมเปญ จําปาศักดิ์ หลวงพระบาง และ เวียงจันทน์ ฯลฯ ”

ครเู ปดิ คลปิ วดี โี อเกีย่ วกบั การปกครองในสมยั ธนบรุ ีใหน้ ักเรยี นดู และสรปุ ส่งิ ท่ไี ด้จากการ
ดวู ดี โี อโดยการตง้ั คําถามเปน็ คาํ ถามปลายเปดิ วา่ “นักเรยี นคิดว่าว่าการเมืองการปกครองสมยั ธนบรุ เี ป็นอย่างไง
และสอดคลอ้ งอยา่ งไรบา้ งกับรปู แบบในการปกครองแบบปัจจบุ ัน”

ครใู ห้นักเรียนแบ่งกลมุ่ ๆ ละ 3 คน ทาํ ผังมโนทัศน์เกีย่ วกบั การปกครองสมัยธนบรุ ี ใหเ้ วลาใน
การทํางาน 10 นาที

ข้นั สรปุ
ครูให้นักเรียนนาํ เสนอหนา้ ชนั้ เรียนโดยใช้เวลาในการนาํ เสนอ 5 นาที
ครูใหน้ ักเรียน Learning reflection (สะท้อนบทเรียน) ก่อนจบชั่วโมง เพื่อใหน้ กั เรียนได้

สรุปผลการเรียนวันนวี้ า่ ไดเ้ รยี นร้อู ะไรบา้ ง

ส่อื และแหลง่ เรียนรู้
- คลปิ วีดีโอ เรื่อง การเมืองการปกครองสมยั ธนบรุ ี
- ใบความรู้การเมอื งการปกครองในสมยั ธนบุรี

280

การวดั และประเมนิ ผล
วธิ ีการ
- ตรวจผลงาน/กจิ กรรมเปน็ รายกลมุ่
เคร่ืองมือ
- แบบประเมินช้ินงาน
เกณฑ์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

บันทกึ ผลหลงั สอน/การจัดการเรียนรู้
ผลที่เกิดกบั ผู้เรียนรู้
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ปญั หา / อุปสรรค
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขปรับปรุง
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................

ความเห็นของผ้อู ํานวยการโรงเรยี น
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

281
ใบงานรทู้ ี่ 1 เรอื่ ง การปกครองสมัยธนบุรี
คาํ ชีแ้ จง ให้นกั เรยี นเขยี นผังมโนทศั น์เรอื่ งการปกครองสมัยธนบรุ ี

ช่ือ...............................................................................................เลขที่.............ช้นั .............
ชื่อ...............................................................................................เลขท่ี.............ชัน้ .............
ชอ่ื ...............................................................................................เลขที่.............ช้นั .............

282

ใบความรทู้ ่ี 1 เรื่อง การปกครองสมัยธนบรุ ี
รูปแบบการปกครองสมัยกรุงธนบุรีจะแบบรูปแบบการปกครองออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบการ
ปกครองแบบส่วนกลางและการปกครองแบบส่วนภูมิภาค รูปแบบการปกครองแบบ ส่วนกลางมีดังน้ี กรุงธนบุรี
เป็นศูนย์กลาง มีอัครมหาเสนาบดีตําแหน่ง " เจ้าพระยา " จํานวน 2 ท่าน ได้แก่ สมุหนายก เป็นอัครมหา
เสนาบดีฝ่ายพลเรือน เป็นผู้ดูแลหัวเมืองฝ่ายเหนือ ทั้งในราชการฝ่ายทหารและพลเรือน ในฐานะเจ้าเสนาบดี
กรมมหาดไทย ผู้เป็นจะมียศเป็น "เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์" หรือที่เรียกว่า "ออกญาจักรี" สมุหพระ
กลาโหม เป็นอัครมหาเสนาบดีฝ่ายทหาร เป็นผู้ดูแลหัวเมืองฝ่ายใต้ทั้งปวง ยศนั้นก็จะมี "เจ้าพระยามหาเสนา"
หรือท่ีเรียกว่า "ออกญากลาโหม" ส่วนจตุสดมภ์น้ันยังมีไว้เหมือนเดิม มีเสนาบดตี ําแหน่ง " พระยา " จํานวน 4
ทา่ น ไดแ้ ก่
กรมเวยี ง หรอื นครบาล มีพระยายมราชทาํ หนา้ ท่ดี ูแล และ รกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยภายในพระนคร
กรมวงั หรือ ธรรมาธกิ รณ์ มีพระยาธรรมาธิกรณ์ ทําหน้าทด่ี แู ลความสงบเรยี บรอ้ ยในเขตพระราชฐาน
กรมคลัง หรือ โกษาธิบดี มีพระยาโกษาธิบดี ทําหน้าที่ดูแลการซ้ือขายสินค้า ภายหลังได้รับการแต่งต้ัง
ใหด้ แู ลหวั เมอื งฝ่ายตะวนั ออกดว้ ย
กรมนา หรือ เกษตราธิการ มีพระยาพลเทพ ทําหน้าท่ีดูแลการเกษตรกรรม หรือ การประกอบอาชีพ
ของประชากร

รูปแบบการปกครองแบบสว่ นภูมิภาคมดี ังน้ี
หวั เมอื งชัน้ ใน จะมผี รู้ ง้ั เมือง เป็นผปู้ กครอง จะอยรู่ อบๆไมไ่ กลจากราชธานี
เมืองพระยามหานคร จะแบง่ ออกไดเ้ ปน็ เมืองเอก โท ตรี จัตวา มเี จา้ เมืองเปน็ ผูป้ กครอง
เมืองประเทศราช คือเมืองทจ่ี ะต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมาใหก้ รุงธนบรุ ี ซง่ึ ในขณะน้นั จะมี
นครศรีธรรมราช เชยี งแสน เชียงใหม่ ลําปาง ลาํ พนู พะเยา แพร่ นา่ น ปตั ตานี ไทรบุรี ตรังกานู มะรดิ
ตะนาวศรี พุทไธมาศ พนมเปญ จาํ ปาศักดิ์ หลวงพระบาง และ เวยี งจนั ทน์ ฯลฯ ”

283

แบบประเมินชิ้นงาน เร่อื ง การปกครองสมยั ธนบุรี

รายการการประเมนิ 4 ระดบั คณุ ภาพ 1
32

ผงั มโนทศั น์ ผังมโนทัศน์ ผังมโนทัศนม์ กี าร ผังมโนทศั นม์ ีการ ผงั มโนทัศนม์ กี าร
นําเสนอผลงาน มกี ารเช่ือมโยงให้เหน็ เชอ่ื มโยงให้เห็นเปน็ เชอ่ื มโยงใหเ้ หน็ เป็น เชือ่ มโยงให้เหน็ เปน็
เปน็ ภาพรวม มีการ ภาพรวม มกี ารตกแตง่ ภาพรวม มกี ารตกแตง่ ภาพรวม
ตกแตง่ สวยงาม สวยงาม สามารถสรปุ สวยงาม
สามารถสรุปให้เห็น ใหเ้ ห็นเน้ือหาได้
เน้ือหาได้ถูกต้อง ถกู ต้อง
ชดั เจนมากทีส่ ดุ
มวี ิธกี ารนําเสนอ เปน็ มวี ิธกี ารนําเสนอ เป็น มวี ธิ กี ารนําเสนอ เปน็ มีวิธีการนําเสนอ ไม่
ลาํ ดบั ข้ันตอน ที่ ลาํ ดับข้นั ตอน ชัดเจน ลําดบั ขั้นตอน และ เป็นลําดับขนั้ ตอน
ชัดเจน โดดเดน่ เนอื้ หาสาระ เขา้ ใจง่าย เนือ้ หาสาระ ไมช่ ดั เจน และเนื้อหาสาระ ไม่
เน้อื หาสาระเขา้ ใจงา่ ย สามารถ นาํ ไปปฏบิ ัติ สามารถ นาํ ไปปฏบิ ตั ิ ชดั เจน ไมส่ ามารถ
สามารถนาํ ไป ปฏิบัติ ตาม ไดบ้ า้ ง ตามได้ คอ่ นขา้ งยาก นําไปปฏิบัตติ ามได้
ตามได้

284

แบบบันทึกผลการประเมนิ ชิ้นงานกล่มุ เรอ่ื ง การปกครองสมัยธนบุรี

ลําดับ ช่ือ-สกลุ ระดบั คุณภาพ หมายเหตุ
4321

...................................................ผูป้ ระเมิน
(.......................................................)

285

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 2

รายวิชาประวตั ิศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช เวลา 4 ชวั่ โมง

เรื่อง พฒั นาการทางเศรษฐกจิ สมัยธนบรุ ี เวลา 1 ชัว่ โมง

ใช้สอนวนั ท่ี........................เดอื น...............................พ.ศ........................................

สาระสาํ คัญ สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราชทรงรวบรวมไพร่พลกอบกเู้ อกราชจากพม่าและสรา้ งกรงุ
ธนบรุ เี ปน็ ราชธานี พระราชกรณียกจิ ท่ีสาํ คัญ ไดแ้ ก่ การพฒั นาด้านการปกครอง การพฒั นาทางเศรษฐกิจ การ
ทาํ นบุ ํารุงด้านสังคมและวฒั นธรรม เพ่ือให้เกิดความเขม้ แข็งของชาติ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาตไิ ทย วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มคี วามรกั ความ
ภูมิใจและธาํ รงความเป็นไทย
ตวั ช้วี ัด ...........................................................................................................................
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.อธบิ ายพฒั นาการทางด้านเศรษฐกิจสมยั ธนบรุ ไี ด้
2.วเิ คราะห์ปัจจยั ทีส่ ่งเสริมความเจรญิ รุ่งเรืองทางเศรษฐกจิ ในสมยั ธนบรุ ี
เน้อื หา/สาระการเรยี นรู้
การศึกษาข้อมลู เก่ยี วกบั พฒั นาการทางสงั คม เศรษฐกิจ ศิลปกรรมสมยั ธนบรุ ี
กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาํ
ครูทบทวนบทเรียนจากคาบท่แี ลว้ เกีย่ วกบั เรื่องการปกครองสมยั ธนบรุ ี เพื่อเข้าสบู้ ทเรยี นใหม่
ครูต้งั คําถามถามนกั เรยี นเกย่ี วกบั ระบบเศรษฐกจิ และสงั คมสมยั ธนบรุ ี ว่า “นักเรยี นรู้ไหมว่า
สมยั ธนบุรนี ั้นดา้ นเศรษฐกิจเปน็ อยา่ งไร”ครเู ปิดโอกาสให้นกั เรียนไดต้ อบคําถาม(เปน็ คําถามปลายเปิดไมม่ ี
ถูกผดิ )

ขนั้ สอน
ครูเล่าเก่ียวกับประวัติความเป็นมาในสมัยกรุงธนบุรีให้นักเรียนฟัง ว่า “ช่วงต้นรัชกาล สภาพ

บ้านเมืองเสียหายจากการทําสงครามอย่างหนัก เกิดทุพภิกขภัยครั้งร้ายแรงท่ีสุดในประวัติศาสตร์ไทยเน่ืองจาก
ขาดการทํานามานาน ราคาข้าวในอาณาจักรสูงเกือบตลอดรัชกาล ก่อนจะค่อย ๆ ลดลงในตอนปลายรัชกาล
จะมีเพิ่มสูงขึ้นบ้างก็ในปี พ.ศ. 2312 ท่ีเกิดหนูระบาด สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงสละทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อ
ขา้ วมาให้แกร่ าษฎรท้งั หลาย ชว่ ยคนได้หลายหมนื่ ทั้งยังกระตุ้นให้ชาวบา้ นทัง้ หลายเขา้ มาอาศัยอยใู่ นกรุงดว้ ย

นอกจากนี้ พระองค์ยังได้ทรงทํานุบาํ รุงการค้าขายทางเรือกับต่างชาติ เน่อื งจากไมอ่ าจพงึ่
รายได้จากภาษีอากรจากผู้คนท่ียังคงตั้งตัวไม่ได้ อีกท้ังการส่งเสริมการขายสินค้าพ้ืนเมืองยังเป็นการสร้างงาน
ให้กบั ชาวบ้าน โดยพระองคไ์ ดท้ รงพยายามผกู ไมตรีกบั จีนเพ่อื ทจี่ ะใหเ้ กดิ ประโยชน์ทางการคา้ มากย่งิ ข้ึน

286

ผลดีประการหน่ึงของสงครามคราวเสียกรุงคือมีผู้คนอพยพมาสร้างความเจริญแก่ท้องที่อื่นให้ดีข้ึนกว่าสมัย
อยุธยามากกรุงธนบุรีได้กลายมาเป็นเมืองท่าที่สําคัญที่สุดของไทยแทนกรุงศรีอยุธยาเดิมที่ถูกเผาทําลายไปและ
เน่ืองจากเมืองมะริดและตะนาวศรีได้ตกเป็นของพม่าอย่างถาวร จึงทําให้เมืองถลางได้กลายเป็นเมืองท่าสําคัญ
ในการค้าขายกับต่างชาติทางฝ่ังทะเลอันดามันแทน โดยในสมัยอยุธยามีความสําคัญเป็นเมืองท่าลําดับสอง และ
มีดีบุกเป็นจํานวนมาก เช่นเดียวกับเมืองไชยาและเมืองสงขลาที่เจริญก้าวหน้ากว่าในสมัยอยุธยาเดิม
ชาวต่างชาติยังเขียนอีกว่า ท้องท่ีใดมีชาวจีนอาศัยอยู่มาก ท้องท่ีแห่งนั้นย่อมเจริญแน่ เพราะคนจีนขยันกว่าคน
ไทย

ไทยมีรากฐานเศรษฐกิจดี มีภูมิประเทศและภูมิอากาศเอื้อต่อเกษตรกรรม เม่ือเว้นว่างจากศึกสงคราม
เสบียงอาหารก็บริบูรณ์ขึ้นดังเดิม ฝ่ายคนจีนและคนไทยบางส่วนได้เอาเงินและทองท่ีบรรพชนเก็บไว้ใน
พระพุทธรูปไป บ้างก็ทําลายพระพุทธรูปและพระเจดีย์เสียเพ่ือเอาเงิน บาทหลวงคอร์ระบุว่า "การท่ีประเทศ
สยามกลับต้ังแตไ่ ด้เร็วเชน่ นี้
ก็เพราะความหมนั่ เพียรของพวกจีน ถา้ พวกจนี ไมใ่ ช่เป็นคนมกั ได้แล้ว ในเมอื งไทยทุกวนั นคี้ งไม่มเี งนิ ใชเ้ ปน็ แน่"

ครูเปิดคลิปวีดีโอเกี่ยวกับพัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจในสมัยธนบุรีให้นักเรียนดู และสรุปสิ่งที่ได้จาก
การดวู ีดโี อ โดยการตง้ั คาํ ถามเปน็ คาํ ถามปลายเปิดวา่ “นักเรียนคิดว่าวา่ พัฒนาการทางดา้ นเศรษฐกิจสมัยธนบุรี
เปน็ อยา่ งไงและสอดคล้องอย่างไรบา้ งกับรปู แบบในการปกครองแบบปัจจบุ นั ”

ครใู หน้ ักเรียนแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 3 คน ทาํ ผังมโนทัศนเ์ กย่ี วกบั พฒั นาการทางดา้ นสงั คม เศรษฐกจิ
ศิลปกรรม ในเวลาในการทาํ งาน 10 นาที

ข้นั สรุป
ครใู ห้นกั เรียนนําเสนอหน้าชนั้ เรยี นโดยใช้เวลาในการนาํ เสนอ 5 นาที
ครูใหน้ กั เรียน Learning reflection (สะท้อนบทเรยี น) ก่อนจบชั่วโมง เพอ่ื ให้นกั เรียนได้

สรุปผลการเรยี นวันนีว้ า่ ไดเ้ รียนรู้อะไรบา้ ง

สื่อและแหล่งเรยี นรู้
- คลปิ วีดโี อ เรือ่ ง พฒั นาการทางดา้ นเศรษฐกจิ สมัยธนบรุ ี
- ใบความรูพ้ ฒั นาการทางด้านเศรษฐกิจสมัยธนบุรี

การวดั และประเมินผล
วธิ ีการ
- ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็นกล่มุ

287

เคร่อื งมอื
- แบบประเมินชน้ิ งาน
เกณฑ์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

บนั ทกึ ผลหลังสอน/การจดั การเรยี นรู้
ผลทเี่ กดิ กับผูเ้ รยี นรู้
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ปัญหา / อปุ สรรค
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขปรบั ปรงุ
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................

ความเหน็ ของผ้อู ํานวยการโรงเรยี น
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

288
ใบงานรทู้ ่ี 2 เร่ือง พัฒนาการทางด้านเศรษฐกจิ สมัยธนบุรี
คาํ ช้ีแจง ให้นกั เรยี นเขียนผังมโนทัศน์เร่ืองพฒั นาการทางดา้ นเศรษฐกิจสมยั ธนบุรี

ชื่อ...............................................................................................เลขท.ี่ ............ช้ัน.............
ชอ่ื ...............................................................................................เลขท.ี่ ............ชัน้ .............
ช่อื ...............................................................................................เลขท.่ี ............ชน้ั .............

289

ใบความรทู้ ี่ 2 เรอื่ ง พฒั นาการทางด้านเศรษฐกจิ สมัยธนบรุ ี
ช่วงต้นรัชกาล สภาพบ้านเมืองเสียหายจากการทําสงครามอย่างหนัก เกิดทุพภิกขภัยคร้ังร้ายแรงที่สุด
ในประวัติศาสตร์ไทยเน่ืองจากขาดการทํานามานาน ราคาข้าวในอาณาจักรสูงเกือบตลอดรัชกาล ก่อนจะค่อย
ๆ ลดลงในตอนปลายรัชกาล จะมีเพ่ิมสูงขึ้นบ้างก็ในปี พ.ศ. 2312 ที่เกิดหนูระบาด สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
ทรงสละทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อข้าวมาให้แก่ราษฎรทั้งหลาย ช่วยคนได้หลายหม่ืน ท้ังยังกระตุ้นให้ชาวบ้าน
ทัง้ หลายเขา้ มาอาศัยอยู่ในกรุงดว้ ย
นอกจากนี้ พระองค์ยังได้ทรงทํานุบํารุงการค้าขายทางเรือกับต่างชาติ เน่ืองจากไม่อาจพ่ึงรายได้จาก
ภาษีอากรจากผู้คนท่ียังคงต้ังตัวไม่ได้ อีกท้ังการส่งเสริมการขายสินค้าพ้ืนเมืองยังเป็นการสร้างงานให้กับ
ชาวบ้าน โดยพระองค์ได้ทรงพยายามผูกไมตรกี ับจีนเพื่อท่จี ะให้เกิดประโยชนท์ างการคา้ มากยง่ิ ขนึ้
ผลดีประการหนึ่งของสงครามคราวเสียกรุงคือมีผู้คนอพยพมาสร้างความเจริญแก่ท้องที่อ่ืนให้ดีข้ึนกว่าสมัย
อยุธยามากกรุงธนบุรีได้กลายมาเป็นเมืองท่าท่ีสําคัญที่สุดของไทยแทนกรุงศรีอยุธยาเดิมท่ีถูกเผาทําลายไปและ
เน่ืองจากเมืองมะริดและตะนาวศรีได้ตกเป็นของพม่าอย่างถาวร จึงทําให้เมืองถลางได้กลายเป็นเมืองท่าสําคัญ
ในการค้าขายกับต่างชาติทางฝ่ังทะเลอันดามันแทน โดยในสมัยอยุธยามีความสําคัญเป็นเมืองท่าลําดับสอง และ
มีดีบุกเป็นจํานวนมาก เช่นเดียวกับเมืองไชยาและเมืองสงขลาที่เจริญก้าวหน้ากว่าในสมัยอยุธยาเดิม
ชาวต่างชาติยังเขียนอีกว่า ท้องท่ีใดมีชาวจีนอาศัยอยู่มาก ท้องที่แห่งนั้นย่อมเจริญแน่ เพราะคนจีนขยันกว่าคน
ไทย
ไทยมีรากฐานเศรษฐกิจดี มีภูมิประเทศและภูมิอากาศเอ้ือต่อเกษตรกรรม เม่ือเว้นว่างจากศึกสงคราม
เสบียงอาหารก็บริบูรณ์ข้ึนดังเดิม ฝ่ายคนจีนและคนไทยบางส่วนได้เอาเงินและทองท่ีบรรพชนเก็บไว้ใน
พระพุทธรูปไป บ้างก็ทําลายพระพุทธรูปและพระเจดีย์เสียเพ่ือเอาเงิน บาทหลวงคอร์ระบุว่า "การท่ีประเทศ
สยามกลับต้ังแต่ได้เร็วเช่นน้ี ก็เพราะความหมั่นเพียรของพวกจีน ถ้าพวกจีนไม่ใช่เป็นคนมักได้แล้ว ในเมืองไทย
ทุกวนั นค้ี งไมม่ เี งนิ ใชเ้ ป็นแน"่

290

แบบประเมินช้ินงาน เรือ่ ง พฒั นาการทางด้านเศรษฐกจิ สมัยธนบรุ ี

รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมิน
4321
ผังมโนทัศน์
ผงั มโนทศั น์ ผงั มโนทศั นม์ กี าร ผังมโนทัศน์มกี าร ผังมโนทศั นม์ กี าร
นําเสนอผลงาน มีการเช่อื มโยงให้เห็น เช่ือมโยงใหเ้ ห็นเป็น เชอ่ื มโยงใหเ้ ห็นเปน็ เชือ่ มโยงให้เหน็ เป็น
เปน็ ภาพรวม มีการ ภาพรวม มกี ารตกแต่ง ภาพรวม มีการตกแต่ง ภาพรวม
ตกแตง่ สวยงาม สวยงาม สามารถสรปุ สวยงาม
สามารถสรุปให้เหน็ ใหเ้ หน็ เนอื้ หาได้
เนื้อหาไดถ้ กู ตอ้ ง ถกู ต้อง
ชัดเจนมากที่สุด

มีวธิ ีการนําเสนอ เป็น มวี ิธกี ารนาํ เสนอ เป็น มวี ธิ ีการนาํ เสนอ เป็น มีวธิ กี ารนําเสนอ ไม่
ลาํ ดบั ข้ันตอน ทช่ี ัดเจน ลําดับขั้นตอน ชดั เจน ลาํ ดบั ขั้นตอน และ เป็นลําดบั ข้นั ตอน และ
โดดเด่น เนอื้ หาสาระ เนื้อหาสาระ เขา้ ใจงา่ ย เน้ือหาสาระ ไม่ชัดเจน เนอ้ื หาสาระ ไมช่ ดั เจน
เข้าใจงา่ ย สามารถ สามารถ นําไปปฏบิ ตั ิ สามารถ นาํ ไปปฏิบตั ิ ไมส่ ามารถ นําไป
นาํ ไป ปฏิบัตติ ามได้ ตาม ได้บา้ ง ตามได้ ค่อนขา้ งยาก ปฏบิ ัติตามได้

291

แบบบนั ทึกผลการประเมินชิ้นงานกลมุ่ เรอื่ ง พฒั นาการทางด้านเศรษฐกิจสมยั ธนบุรี

ลําดบั ช่อื -สกลุ ระดบั คณุ ภาพ หมายเหตุ
4321

...................................................ผปู้ ระเมิน
(.......................................................)

292

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3

รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช เวลา 4 ช่วั โมง

เรื่อง พัฒนาการทางดา้ นสงั คมและวฒั นธรรมในสัยกรุงธนบรุ ี เวลา 1 ชวั่ โมง

ใช้สอนวันที่........................เดอื น...............................พ.ศ........................................

สาระสําคัญ สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราชทรงรวบรวมไพรพ่ ลกอบก้เู อกราชจากพม่าและสร้างกรุง
ธนบุรีเปน็ ราชธานี พระราชกรณยี กิจที่สําคัญ ไดแ้ ก่ การพัฒนาดา้ นการปกครอง การพัฒนาทางเศรษฐกิจ การ
ทาํ นบุ าํ รงุ ด้านสังคมและวัฒนธรรม เพอื่ ใหเ้ กิดความเขม้ แขง็ ของชาติ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ส ๔.๓ เข้าใจความเปน็ มาของชาตไิ ทย วฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาไทย มีความรัก ความ
ภมู ิใจ และธาํ รงความเปน็ ไทย
ตวั ชีว้ ัด ...........................................................................................................................
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1.อธบิ ายพัฒนาการทางดา้ นสังคมและวฒั นธรรมในสมัยธนบรุ ไี ด้
เนื้อหา/สาระการเรียนรู้
การศกึ ษาขอ้ มลู เกย่ี วกับพฒั นาการทางด้านสงั คมและวฒั นธรรมในสมัยกรงุ ธนบุรี
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนํา
ครทู บทวนบทเรยี นจากคาบทแี่ ล้วเกีย่ วกับเร่อื งพฒั นาการทางด้านเศรษฐกิจสมัยธนบุรี เพ่ือ
เขา้ สู่บทเรยี นใหม่
ครูตั้งคําถามถามนักเรียนเกยี่ วกบั ดา้ นสังคมและวฒั นธรรมในสมยั กรงุ ธนบุรี ว่า “นกั เรียนรู้
ไหม? ว่านน้ั สมยั ธนบุรี นนั้ ดา้ นสังคมความเป็นอยูอ่ ย่างไรและมีวฒั นธรรมอะไรบ้างทีส่ ําคัญนน้ั ” ครเู ปดิ โอกาส
ให้นกั เรียนได้ตอบคําถาม (เปน็ คาํ ถามปลายเปดิ ไม่มีถกู ผิด)

ข้ันสอน
ครูเปิดคลิปวีดีโอเก่ียวกับพัฒนาการทางด้านสังคมและวัฒนธรรมในสมัยธนบุรีให้นักเรียนดู และสรุป
สิ่งที่ได้จากการดูวีดีโอ โดยการต้ังคําถามเป็นคําถามปลายเปิดว่า “นักเรียนคิดว่าพัฒนาการทางด้านสังคมและ
วัฒนธรรมในสมัยธนบรุ ไี ด้เป็นอย่างไงและสอดคล้องอย่างไรบ้างกบั รปู แบบในการปกครองแบบปจั จบุ นั ”
ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม โดยให้กลุ่มที่ 1 แสดงบทบาทสมมุดในด้านสังคมสมัยสมเด็ก
พระเจ้าตากสินมหาราช และกลุ่มที่ 2 แสดงบทบาทสมมุตจากวรรณกรรมที่นักเรียนชอบในสมัยสมเด็จพระเจ้า
ตากสนิ มหาราช

293

ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน ทําผังมโนทัศน์เก่ียวกับพัฒนาการพัฒนาการทางด้านสังคมและ
วัฒนธรรมในสมัยธนบุรีในเวลาในการทํางาน 5 นาที

ขน้ั สรุป
ครใู ห้นักเรียนนําเสนอหนา้ ช้ันเรยี นโดยใช้เวลาในการนําเสนอ 5 นาที
ครูใหน้ ักเรยี น Learning reflection (สะทอ้ นบทเรยี น) ก่อนจบชว่ั โมง เพ่อื ใหน้ ักเรียนได้

สรุปผลการเรยี นวนั นีว้ ่าได้เรียนรู้อะไรบา้ ง

ส่อื และแหล่งเรยี นรู้
- คลปิ วดี โี อ เรอื่ ง พฒั นาการทางดา้ นสังคมและวัฒนธรรมในสมยั ธนบรุ ี

- ใบความรพู้ ฒั นาการทางดา้ นสังคมและวัฒนธรรมในสมยั ธนบรุ ี

การวดั และประเมนิ ผล

วธิ กี าร
- ตรวจผลงาน/กิจกรรมเปน็ กลมุ่

เครอื่ งมอื
- แบบประเมนิ ช้นิ งาน

เกณฑ์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
บันทกึ ผลหลงั สอน/การจดั การเรยี นรู้

ผลท่ีเกดิ กับผ้เู รยี นรู้
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ปญั หา / อุปสรรค
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................…

294

แนวทางแกไ้ ขปรบั ปรุง
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ความเห็นของผอู้ าํ นวยการโรงเรียน
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

295
ใบงานรู้ท่ี 3 เรือ่ ง สังคมและวฒั นธรรมในสมยั ธนบรุ ี
คําช้แี จง ให้นักเรยี นเขยี นผงั มโนทศั นเ์ รอ่ื งสงั คมและวัฒนธรรมในสมัยธนบรุ ี

ช่ือ...............................................................................................เลขท่ี.............ชน้ั .............
ชอ่ื ...............................................................................................เลขที่.............ช้ัน.............
ช่ือ...............................................................................................เลขท่ี.............ชนั้ .............

296

ใบความรทู้ ี่ 3 เรื่อง พัฒนาการทางดา้ นสงั คมและวัฒนธรรมในสมยั ธนบุรี
ดา้ นสภาพสังคมไทยสมยั กรุงธนบรุ ี มลี กั ษณะคล้ายคลงึ

กับสมยั อยุธยา คอื มีการแบ่งชนชั้นออกเปน็
พระมหากษตั ริย์
พระบรมวงศานุวงศ์
ขุนนาง
ไพร่ เป็นชนชัน้ ท่มี ีมากทีส่ ดุ ในสังคม
ทาส
หลังจากบ้านเมืองแตกแยก เพราะการล่มสลายของอาณาจักรอยุธยาแล้ว เม่ือพระเจ้ากรุงธนบุรีได้
รวบรวมอาณาจักรเป็นปึกแผ่น พม่าจึงเล็งเห็นว่า ไม่ต้องการให้อาณาจักรสยามเจริญได้อีก จึงต้องมีการรบรา
กันอยู่บ่อย การเรียกกําลังพลจึงเป็นส่ิงสําคัญอย่างย่ิง เพื่อป้องกันการหลบหนี พระเจ้ากรุงธนบุรีจึงตรา
กฎหมายการสักเลกขึ้น โดยไพร่ชายใดอายุถึงกําหนด ต้องสักเลก เพ่ือให้สามารถตรวจสอบจํานวนคนได้ และ
ถ้าหากมีการหลบหนีเมื่อใด อาจจะมีโทษถึงประหารชีวิต โดยพระเจ้ากรุงธนบุรีจะเป็นผู้ตัดสินคดีด้วยตัวของ
พระองค์เอง สว่ นชนช้ันอน่ื ๆ ทีเ่ หลือนนั้ ก็มโี ครงสรา้ งทคี่ ลา้ ยคลงึ กบั อยุธยา
ดา้ นการการศกึ ษา
สมัยกรุงธนบุรีเป็นระยะเวลาท่ีบ้านเมืองยังไม่สงบเรียบร้อย การฟ้ืนฟูการศึกษาจึงทําได้ไม่มากนัก แต่
วัดก็ยังเป็นแหล่งที่ให้การศึกษาอยู่ โดยมีแต่เด็กผู้ชายเท่านั้นท่ีมีโอกาสศึกษา เพราะต้องอยู่กับพระที่วัดเรียน
หนังสือและได้รับการอบรมความประพฤติ เรียนพระธรรม ภาษาบาลีสันสกฤต และศัพท์เขมร เพื่อประโยชน์ใน
การอ่านคัมภีร์พระพุทธศาสนา นอกจากน้ีมีวิชาเลข เน้นมาตรา ชั่ง ตวง วัด มาตราเงินไทย และการคิดหน้าไม้
ซ่ึงจะต้องนําไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีวิชาช่างฝีมือสําหรับเด็กโต ส่วนใหญ่เกี่ยวกับงานช่างก่อสร้าง เพ่ือ
ประโยชน์ในการบูรณะซ่อมแซมเสนาสนะ และสิ่งก่อสร้างภายในวัด สําหรับการเรียนวิชาชีพโดยตรงน้ันเป็น
หน้าท่ีของพ่อแม่ ใครมีอาชีพอะไรก็ถ่ายทอดวิชาน้ันๆ ให้แก่ลูกหลานของตนตามสายตระกูล เช่น วิชาแพทย์
แผนโบราณ วิชาช่างปั้น ช่างถม ช่างแกะสลัก ช่างปูนปั้น ช่างเหล็ก ช่างเงิน ช่างทอง ส่วนการศึกษาสําหรับ
เด็กหญิง จะถือตามประเพณีโบราณคือ เรียนเย็บปักถักร้อย ทํากับข้าว การจัดบ้านเรือน การฝึกอบรมมารยาท
ของกุลสตรี สงั คมสมัยน้นั ไม่นยิ มให้ผหู้ ญงิ เรียนหนังสอื จงึ มนี ้อยคนที่อา่ นออกเขียนได้
ด้านวรรณกรรม
ถึงแม้ว่ากรุงธนบุรีจะดํารงอยู่เป็นเวลาอันสั้น วรรณกรรม วรรณคดีท้ังหลายถูกทําลายลง แต่ก็มีเวลาท่ี
จะมาฟ้นื ฟศู ลิ ปวฒั นธรรม
- สมเดจ็ พระเจา้ กรงุ ธนบรุ ี บทละครเรอื่ งรามเกียรต์ิ พระราชทานเม่อื ปี พ.ศ. 2313 อันเปน็ ปีท่ี 3
ในรัชกาลพระองค์ บทละครเร่ืองรามเกียรต์ิฉบบั น้ีมี 4 ตอน แบง่ ออกเป็น 4 เล่มด้วยกัน
- นายสวน มหาดเลก็ ซึง่ แตง่ โคลงสี่สุภาพ แตง่ ขึน้ เพอ่ื ยกพระเกียรตแิ ละสรรเสรญิ สมเด็จพระเจา้
กรุงธนบุรี 85 บท เป็นสํานวนที่เรียบง่าย แต่ทรงคุณค่าด้วยเป็นหลักฐานที่คนรุ่นต่อมาได้ทราบถึงสภาพ
บา้ นเมอื งและความเปน็ ไปในยคุ น้ัน[26]

297
- หลวงสรวิชิต (หน) ซึ่งต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีบรรดาศักด์ิเป็นเจ้าพระยาพระคลัง (หน) งาน
ประพันธ์ของท่านเป็นท่ีรู้จักและแพร่หลาย จนถึงปัจจุบัน เช่น สามก๊ก เป็นต้น ส่วนในสมัยกรุงธนบุรี ประพันธ์
เรอื่ ง ลลิ ิตเพชรมงกุฎ (พ.ศ. 2310-2322) และอเิ หนาคาํ ฉนั ท์ (พ.ศ. 2322)
- พระยามหานภุ าพ
นริ าศพระยามหานภุ าพไปเมืองจีน หรือ นริ าศกวางต้งุ แตง่ เมื่อปี พ.ศ. 2324

298

แบบประเมินช้ินงาน เรอื่ ง พัฒนาการทางดา้ นสงั คมและวัฒนธรรมในสมัยธนบุรี

รายการการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมิน
4321
ผงั มโนทัศน์
ผังมโนทศั น์ ผังมโนทศั นม์ กี าร ผงั มโนทศั นม์ กี าร ผงั มโนทศั นม์ กี าร
นําเสนอผลงาน มีการเช่อื มโยงใหเ้ หน็ เชื่อมโยงใหเ้ ห็นเป็น เช่ือมโยงให้เหน็ เป็น เช่ือมโยงใหเ้ หน็ เป็น
เปน็ ภาพรวม มกี าร ภาพรวม มกี ารตกแต่ง ภาพรวม มีการตกแตง่ ภาพรวม
ตกแต่งสวยงาม สวยงาม สามารถสรุป สวยงาม
สามารถสรปุ ให้เหน็ ให้เห็นเน้ือหาได้
เนือ้ หาไดถ้ ูกต้อง ถูกต้อง
ชดั เจนมากทีส่ ุด

มีวธิ กี ารนําเสนอ เป็น มีวิธีการนําเสนอ เปน็ มวี ิธกี ารนาํ เสนอ เป็น มีวธิ ีการนําเสนอ ไม่
ลําดับข้นั ตอน ทช่ี ดั เจน ลําดับขั้นตอน ชดั เจน ลําดับขนั้ ตอน และ เป็นลาํ ดับขัน้ ตอน และ
โดดเดน่ เนอ้ื หาสาระ เนอ้ื หาสาระ เขา้ ใจง่าย เนอ้ื หาสาระ ไมช่ ัดเจน เนอื้ หาสาระ ไม่ชดั เจน
เข้าใจง่าย สามารถ สามารถ นําไปปฏิบัติ สามารถ นาํ ไปปฏบิ ัติ ไมส่ ามารถ นาํ ไป
นาํ ไป ปฏบิ ตั ิตามได้ ตาม ไดบ้ ้าง ตามได้ ค่อนข้างยาก ปฏบิ ัตติ ามได้

299

แบบบันทึกผลการประเมนิ ชิ้นงานกล่มุ เร่ือง พัฒนาการทางด้านสงั คมและวฒั นธรรมในสมัยธนบุรี

ลําดบั ชอ่ื -สกลุ ระดบั คุณภาพ หมายเหตุ
4321

...................................................ผู้ประเมิน
(.......................................................)

300

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4

รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช เวลา 4 ช่วั โมง

เร่อื ง พระราชกรณยี กจิ ของสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ เวลา 1 ช่ัวโมง

ใช้สอนวนั ท่ี........................เดอื น...............................พ.ศ........................................

สาระสําคัญ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชทรงรวบรวมไพร่พลกอบก้เู อกราชจากพม่าและสร้างกรงุ
ธนบุรีเปน็ ราชธานี พระราชกรณยี กิจที่สาํ คัญ ไดแ้ ก่ การพฒั นาด้านการปกครอง การพัฒนาทางเศรษฐกจิ การ
ทํานบุ ํารุงดา้ นสังคมและวัฒนธรรม เพอื่ ใหเ้ กดิ ความเขม้ แขง็ ของชาติ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ส ๔.๓ เข้าใจความเปน็ มาของชาติไทย วัฒนธรรม ภมู ิปญั ญาไทย มีความรกั ความ
ภมู ิใจ และธํารงความเปน็ ไทย
ตัวชวี้ ดั ...........................................................................................................................
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1.บอกประวัติและผลงานของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชได้

เนือ้ หา/สาระการเรียนรู้
การศึกษาขอ้ มูลเกยี่ วกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ

ขัน้ นํา
ครูทบทวนบทเรียนจากคาบที่แลว้ เกยี่ วกบั เรื่องพฒั นาการทางด้านเศรษฐกจิ สมัยธนบรุ ี เพอื่

เข้าสู่บทเรียนใหม่ครูเปิดรปู ใน Power Point ให้นักเรียนได้วิเคราะห์ว่าภาพทีน่ กั เรียนดูน้นั สมเด็จพระเจา้ ตาก
สินมหาราชกําลังทาํ อะไร?

ขน้ั สอน
ครเู ปดิ คลิปวดี โี อเก่ียวกับพระราชกรณยี กจิ ของสมเด็จพระเจ้าตากสนิ ให้นักเรียนดู และสรปุ สง่ิ ที่ได้
จากการดูวดี โี อ โดยการตงั้ คําถามเป็นคาํ ถามปลายเปดิ ว่า “นกั เรยี นคิดว่าพระราชกรณียกิจของสมเดจ็ พระเจ้า
ตากสินทที่ ่านได้ทํามอี ะไรบ้างแลว้ ส่งผลอยา่ งไรกบั ปจั จบุ นั ”
ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 2 กลุ่ม เพ่ือทําเกมต่อภาพจ๊ิกซอ พระราชกรณียกิจในแต่ละด้านของสมเด็จ
พระเจ้าตากสนิ มหาราช จํานวน 5 ภาพ กลมุ่ ไหนตอ่ ภาพไดม้ ากที่สดุ ตามระยะเวลาทีก่ ําหนดจะถอื วา่ ผา่ ยชนะ
ครูให้นกั เรยี นแบง่ กลุม่ กลุ่มละ 3 คน ทําผงั มโนทศั นเ์ กย่ี วกบั พระราชกรณยี กิจของสมเดจ็ พระเจ้าตาก
สนิ มหาราช ในเวลาในการทํางาน 10 นาที
ขัน้ สรุป

ครใู ห้นกั เรียนนําเสนอหน้าชัน้ เรียนโดยใช้เวลาในการนาํ เสนอ 5 นาที
ครใู หน้ ักเรียน Learning reflection (สะท้อนบทเรียน) ก่อนจบชั่วโมง เพ่อื ใหน้ ักเรยี นได้
สรุปผลการเรยี นวนั นี้ว่าได้เรียนร้อู ะไรบา้ ง

301

ส่อื และแหล่งเรียนรู้

- คลปิ วดี โี อ เรือ่ ง พระราชกรณียกจิ ของสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช

- ใบความรพู้ ระราชกรณยี กจิ ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

การวดั และประเมินผล

วธิ ีการ

- ตรวจผลงาน/กจิ กรรมเปน็ กลุม่

เครอื่ งมือ

- แบบประเมินช้ินงาน

เกณฑ์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

บันทึกผลหลงั สอน/การจัดการเรียนรู้
ผลท่เี กดิ กับผ้เู รยี นรู้
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ปญั หา / อุปสรรค
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขปรบั ปรงุ
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ความเห็นของผ้อู ํานวยการโรงเรียน
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

302
ใบงานท่ี 4 เรอ่ื ง พระราชกรณียกิจของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช
คําชี้แจง ให้นกั เรียนเขียนผังมโนทศั น์เร่ืองพระราชกรณยี กจิ ของสมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช

ชใ่อื บ...ค...ว..า...ม...ร..ทู้...่ี..4....เ..ร..อ่ื...ง....พ...ร..ะ...ร..า...ช..ก...ร...ณ....ีย..ก...ิจ...ข...อ...ง..ส...ม...เ.ด...จ็...พ...ร..ะเลเขจท้าี่.ต...า..ก...ส...นิ .ชม้นั ห...า..ร..า...ช...

ชือ่ ...............................................................................................เลขท่ี.............ชั้น.............
ชื่อ...............................................................................................เลขที่.............ช้นั .............

303
พระราชกรณยี กจิ

ด้านการปกครอง ยังคงใช้ระบบการปกครองแบบกรุงศรีอยุธยา ส่วนด้านกฎหมาย เม่ือคร้ังกรุงแตก
กฎหมายบ้านเมืองกระจัดกระจายหายสูญไปมาก จึงโปรดให้ทําการสืบเสาะค้นหามารวบรวมไว้ได้ประมาณ ๑
ใน ๑๐ และโปรดให้ชําระกฎหมายเหล่าน้ัน ฉบับใด ยังเหมาะแก่กาลสมัยก็โปรดให้คงไว้ และเป็นการแก้ไข
เพื่อให้ราษฎรได้รับผลประโยชน์มากขึ้น เช่น โปรดให้แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการพนัน ให้อํานาจการตัดสิน
ลงโทษข้ึนแก่ศาลแทนนายตราสิทธิขาด และยังห้ามนายตรา นายบ่อนออกเงินทดรองให้ผู้เล่นเกาะกุม ผูกมัด
จําจอง เร่งรัดผู้เล่น กฎหมายพิกัดภาษีอากรเกือบไม่มี เพราะผลประโยชน์แผ่นดินได้จากการค้าสําเภามาก
พอแล้ว กฎหมายว่าด้วยการจุกช่องล้อมวง ก็ยังไม่ตราข้ึน เปิดโอกาสให้ราษฎรได้เฝ้าตามรายทาง โดยไม่ต้องมี
พนักงานตํารวจแม่นปืนคอยยิงราษฎร ซึ่งแม้แต่ชาวต่างประเทศก็ยังช่ืนชมในพระราชอัธยาศัยน้ี ในช้ันศาล ก็
ไม่โปรดให้อรรถคดีคั่งค้าง แม้ยามศึก หากคู่ความไม่ได้เข้ากองทัพหรือประจําราชการต่างเมือง ก็โปรดให้
ดําเนินการพิจารณาคดีไปตามปกติ ท้ังในการฟ้องร้อง ยังโปรดให้โจทย์หาหมอความแต่งฟ้องได้เช่นเดียวกับ
ปัจจุบันอีกด้วย วิธีพิจารณาคดีในสมัยน้ันสะท้อนให้เห็นได้แจ่มชัด ในบทละครรามเกียรติ์ตอนท้าว มาลีวราช
พิพากษาความ พระราชนพิ นธใ์ นสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินกรงุ ธนบุรี

ด้านการทหาร ทรงรวบรวมคนไทยท่ีแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า ๕ ก๊ก และปราบปรามก๊กต่าง ๆ ทํา
สงครามกับพม่า ขยายพระราชอาณาเขตไปยังหลวงพระบาง เวียงจันทน์ และกัมพูชาด้านเศรษฐกิจ เน่ืองใน
สมัยกรุงธนบุรี เป็นระยะเวลาท่ีสร้างบ้านเมืองกันใหม่ การค้าเจริญรุ่งเรืองทั้งของหลวงและของราษฎร สมเด็จ
พระเจ้าตากสินมหาราชทรงทํานุบํารุงการค้าขายทางเรืออย่างเต็มท่ี ทรงแต่งสําเภาหลวงออกไปค้าขาย
ทางด้านตะวันออกไปถึงเมืองจีน ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือถึงอินเดียตอนใต้ ผลประโยชน์ท่ีได้รับจากการค้า
ของหลวงช่วยบรรเทาภาระภาษีของราษฎรไปได้มาก สมเด็จ พระเจ้าตากสิน ฯ ทรงส่งเสริมการนําสินค้า
พ้ืนเมืองไปขายทางเรือ ซ่ึงอํานวยผลประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่องานสร้างชาติ ทําให้ราษฎรมีงานทํา มีรายได้
ทั้งยังฝึกให้คนไทยเช่ียวชาญการค้าขาย ป้องกันมิให้การค้าตกไปอยู่ในมือต่างชาติด้านการคมนาคม ใน ยามว่าง
จากศึกสงคราม จะโปรดให้ตัดถนนและขุดคลองมากขึ้น เพื่อประโยชน์ในทางค้าขาย ทรงยกเลิกความคิดแนว
เก่าท่ีว่าหากถนนหนทาง การคมนาคมมีมากแล้ว จะเป็นการอํานวยความสะดวกให้ข้าศึกศัตรู และพวกก่อการ
จลาจล แต่กลับทรงเห็นประโยชน์ในทางค้าขายมากกว่า ดังนั้นในฤดูหนาวหากว่างจากศึกสงคราม ก็จะโปรด
ให้ตัดถนน และขุดคลอง จะเห็นได้จากแนวถนนเก่า ๆ ในเขตธนบุรี ซ่ึงมีอยู่มากสาย ส่วนการขุดชําระคลองมัก
มีวัตถุประสงค์เบ้ืองต้นเพ่ือประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ เช่น คลองท่าขามจากนครศรีธรรมราชไปออกทะเล เป็น
ตน้

ด้านศิลปกรรม ใน สมัยน้ี แม้สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรีจะมีการงานศึกสงครามแทบจะมิได้
วา่ งเว้นก็ ตาม แต่ก็ทรงหาโอกาสฟน้ื ฟู และบํารุงศลิ ปกรรมไทย โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ทางด้านนาฏดุรยิ างค์ และ

วรรณกรรม ด้านนาฏดุริยางค์โปรดให้ฟ้ืนฟูอย่างเต็มท่ี เพ่ือสร้างบรรยากาศที่รื่นเริงครึกครื้นเหมือน
คร้ังกรุงเก่านับเป็นวิธี บํารุงขวัญท่ีใกล้ตัวราษฎรที่สุด พระราชทานโอกาสให้ประชาชนทั่วไป เปิดการสอนและ
ออกโรงเล่นได้โดยอิสระ เครื่องแต่งกายไม่ว่าจะเป็นเคร่ืองต้นเคร่ืองทรงก็แต่งกันได้ตามลักษณะเรื่อง แม้สมเด็จ
พระเจ้ากรุงธนบุรีเองก็คงจะทรงสนพระทัยในกิจการด้านนี้มิใช่น้อย ด้วยมักจะโปรดให้มีละครและการละเล่น
อย่างมโหฬาร

304

ในงานสมโภชอยู่เนือง ๆ สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรีทรงพระราชนิพนธ์บทละครรามเกียรติ์ไว้ ๔
เล่มสมุดไทยแบ่งเป็นตอนไว้ ๔ ตอน คือ เล่ม ๑ ตอนพระมงกุฎ เล่ม ๒ ตอนหนุมานเก้ียววานรินจนท้าวมาลีว
ราชมา เล่ม ๓ ตอนท้าวมาลีวราชพิพากษา จนทศกรรฐ์เข้าเมือง เล่ม ๔ ตอนทศกรรฐ์ตั้งพิธีทรายกรด, พระ
ลกั ษณ์ต้องหอกกบิลพสั ตร์ จนผกู ผมทศกรรฐก์ ับนางมณโฑ

การท่ีพระมหากษัตริย์ทรงใฝ่พระทยั ในกวีนิพนธ์ถงึ กับพระราชนิพนธท์ ้งั ๆ ที่แทบจะมไิ ดว้ า่ งเวน้ จาก
ราชการทัพเชน่ น้ี เทา่ กบั เปน็ แรงบันดาลใจใหผ้ ทู้ ี่มีความสามารถทางกวีนิพนธใ์ นยุคน้ันสร้าง สรรคง์ านขึ้นมาได้
บา้ ง แมเ้ หตกุ ารณ์ของบา้ นเมอื งจะยังมิไดค้ ืนส่สู ภาพปกตสิ ขุ ดนี ัก และสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินกรุงธนบุรี ก็ทรงให้
ความอุปถัมภ์กวใี นราชสาํ นกั เปน็ อยา่ งดี

ด้านการช่าง โปรดให้รวบรวมชา่ งฝีมือ และให้ฝกึ งานช่างทุกแผนกเท่าทีม่ คี รูสอน เช่น ช่างต่อเรือ ชา่ ง
กอ่ สรา้ ง ช่างรกั ช่างประดบั ชา่ งเขียน เปน็ ต้น สาํ หรับงานช่างต่อเรือได้รบั ความนยิ มมากทีส่ ุด เพราะเป็นยุคที่
มกี ารต่อเรอื รบ และเรอื สําเภาค้าขายเปน็ จาํ นวนมากมาย ชา่ งสมยั กรุงธนบรุ ีนี้อาจจะไมม่ เี วลาทนั สร้างผลงาน
ดเี ดน่ เฉพาะสมัย แต่ก็ได้เป็นผู้สืบทอดศลิ ปกรรมแบบอยธุ ยาไปสู่แบบรตั นโกสินทร์ ดา้ นการศึกษา ในสมยั น้ัน
วัดเปน็ แหลง่ ทใ่ี ห้การศึกษา จึงโปรดใหบ้ ํารุงการศกึ ษาตามวดั ตา่ งๆ และโปรดให้ต้ังหอหนังสอื หลวงข้นึ
เช่นเดียวกนั กบั สมยั กรงุ ศรีอยธุ ยา ซึง่ คงจะเทยี บได้กับหอพระสมดุ ในระยะหลัง สว่ นตํารบั ตาํ ราท่กี ระจัด
กระจายไปเมอ่ื คราวกรุงแตก ก็โปรดใหส้ ืบเสาะหามาจาํ ลองไว้เป็นแบบฉบับ สาํ หรบั ผสู้ นใจอาศยั คัดลอกกนั ตอ่
ๆ ไป และท่ีแต่งใหม่ก็มีดา้ นการศาสนา โปรด ให้ปฏสิ ังขรณว์ ัดวาอารามต่าง ๆ ที่รกรา้ งปรกั หกั พังตงั้ แตค่ รง้ั
พม่าเข้าเผาผลาญทาํ ลายและกวาดตอ้ นทรัพย์สนิ ไปพม่า แล้วโปรดใหอ้ าราธนาพระภิกษุสงฆ์เข้าจําวดั ตา่ ง ๆ
ส่วนพระไตรปิฎกยงั เหลอื ตกค้างอยูท่ ีใ่ ด กโ็ ปรดให้คัดลอกสร้างเปน็ ฉบับหลวง แล้วสง่ คืนกลับไปทเ่ี ดมิ เรอ่ื ง
สงั ฆมณฑล โปรดให้ดาํ เนนิ ตามธรรมเนียมการปกครองคณะสงฆท์ ม่ี ีมาแตก่ อ่ น โดยแยกเป็นฝา่ ยคันถธรุ ะและ
ฝา่ ยวิปสั สนาธุระ ฝา่ ยคนั ถธรุ ะดําเนินการศึกษาพระปรยิ ัติธรรมให้เจรญิ ส่งเสรมิ การสอนภาษาบาลี เพื่อช่วย
การอ่านพระไตรปฎิ ก ฝ่ายวิปสั นาธุระ โปรดให้กวดขันการปฏิบตั ิพระธรรมวนิ ัยเป็นขน้ั ๆ ไปตามภูมปิ ฏิบตั สิ ว่ น
ลทั ธิอ่นื ๆ ในชัน้ ตน้ สมเด็จพระเจ้าตากสนิ กรงุ ธนบรุ ี พระราชทานเสรีภาพในการนับถอื ศาสนา แต่ตอ่ มา
ขา้ หลวงท่ีเขา้ รีต ไดพ้ ยายามหา้ มปรามชาวไทยปฏิบตั ิพิธกี ารทางศาสนา เชน่ พิธีถือนาํ้ พระพิพัฒนส์ ตั ยา ความ
ขัดแยง้ มมี ากขึ้นเร่ือย ถึงกบั จับพวกบาทหลวงกมุ ขังกม็ ี ในท่สี ดุ พระองคจ์ ําต้องขอใหบ้ าทหลวงไปจากพระราช
อาณาเขต แล้วห้ามชาวไทยนบั ถอื ศาสนาครสิ ต์ ต้งั แตว่ นั ท่ี ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๓๒๒

ด้านการศึกสงคราม ขณะ ท่พี ระยาตากได้รับพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้เลื่อนตาํ แหน่งขน้ึ เป็นพระ
ยาวชิรปราการ (สนิ ) สําเร็จราชการเมอื งกาํ แพงเพชรแทนเจา้ เมืองเดมิ ท่ีถงึ แกก่ รรม แตก่ ย็ งั มไิ ด้ไปครองเมอื ง
กาํ แพงเพชร เพราะต้องต่อสกู้ บั ข้าศกึ ในการป้องกันพระนคร เมือ่ พระยาวชริ ปราการ (สิน) เล็งเหน็ ว่าถงึ แม้จะ
อยูช่ ่วยรกั ษาพระนครต่อไป กค็ งไม่ก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์อันใด พมา่ ก็ตงั้ ล้อมพระนครกระชัน้ เข้ามาทกุ ขณะจนถงึ
คูพระนครแล้ว กรงุ ศรีอยธุ ยาคงไมพ่ ้นเงื้อมมือพม่าเป็นแนแ่ ท้ ไพร่ฟา้ ข้าทหารในพระนครกอ็ ดิ โรยลงมาก
เน่ืองจากขัดสนเสบยี งอาหาร ทหารไม่มกี ําลังใจจะสู้รบ ดังน้นั พระยาวชิรปราการ (สิน) จึงตดั สนิ ใจร่วมกบั พระ
ยาพิชยั อาสา พระเชียงเงิน หลวงพรหมเสนา หลวงราชเสนห่ า ขุนอภัยภักดี และพรรคพวก รวม ๕๐๐ คน ยก
กําลังออกจากคา่ ยวัดพชิ ยั ตีฝ่าพม่าไปทางทิศตะวันออก เวลาค่ําในวนั เสาร์ เดือนย่ี ขึ้น ๔ คาํ่ ปีจอ พ.ศ.
๒๓๐๙ ตรงกับวันท่ี ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๓๐๙ ทัพพม่าได้ส่งทหารไล่ติดตามพระยาวชริ ปราการ (สนิ ) และพรรค
พวกมาทนั กนั ในวนั รุ่งขน้ึ ที่ บา้ นโพธส์ิ ังหาร พระยา

305

วชิรปราการ (สนิ ) ได้นาํ พลทหารไทยจนี เข้ารบกบั ทหารพม่าเปน็ สามารถจนทหารพมา่ แตกพ่ายไป และยงั ได้
ยดึ เครอ่ื งศาสตราวธุ อีกเป็นจํานวนมาก แลว้ ออกเดินทางไปตัง้ พกั ทบ่ี ้านพรานนก เพ่ือหาเสบยี งอาหาร ระหว่าง
ทที่ หารพระยาวชิรปราการ (สิน) หาเสบียงอาหารอย่นู นั้ ไดพ้ บทพั พมา่ จาํ นวนพลข่มี า้ ประมาณ ๓๐ มา้ พลเดนิ
เท้าประมาณ ๒,๐๐๐ คน ยกทพั มาจากบางคาง แขวงเมืองปราจนี บรุ ี เพอื่ เขา้ รวมพลเข้าตกี รุงศรีอยุธยาใน
โอกาสตอ่ ไป ทหารพระยาวชริ ปราการ (สิน) จึงหนีกลบั มาทบี่ า้ นพรานนก โดยมที หารพมา่ ไลต่ ิดตามมาอยา่ ง
กระชน้ั ชิดและชะลา่ ใจ พระยาวชริ ปราการ (สิน) จึงให้ทหารซ่งึ เปน็ พลเดินเท้าแยกออกเปน็ ปีกกาเข้าตโี อบพวก
พม่าท้งั สองข้าง ส่วนพระยาวชิรปราการ (สนิ ) กับทหารอีก ๔ คน กข็ ี่ม้าตรงเขา้ ไล่ฟันทหารม้าพม่าซง่ึ นําทัพมา
อย่างไม่ทันรู้ตวั ก็แตกร่นไป ถึงพลเดินเทา้ พวกทหารพระยาวชิรปราการได้ทเี ขา้ รุกไล่ฆา่ ฟนั ทหารพมา่ จนแตก
พา่ ยไป การชนะในครงั้ นี้ช่วยสร้างขวญั และกําลังใจใหท้ หารพระยาวชริ ปราการ (สิน) เปน็ อยา่ งมากในโอกาสสู้
รบกบั พม่าในโอกาสต่อไป

แบบประเมนิ ช้นิ งาน เรอื่ ง พระราชกรณยี กิจของสมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช

รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมนิ
4321
ผงั มโนทัศน์
ผงั มโนทศั น์ ผงั มโนทศั นม์ กี าร ผังมโนทศั นม์ ีการ ผงั มโนทศั นม์ ีการ
นาํ เสนอผลงาน มีการเชอ่ื มโยงให้เหน็ เชอ่ื มโยงใหเ้ หน็ เปน็ เชื่อมโยงใหเ้ หน็ เปน็ เชื่อมโยงใหเ้ หน็ เปน็
เป็นภาพรวม มีการ ภาพรวม มกี ารตกแต่ง ภาพรวม มีการตกแต่ง ภาพรวม
ตกแตง่ สวยงาม สวยงาม สามารถสรุป สวยงาม
สามารถสรปุ ให้เห็น ใหเ้ ห็นเนอื้ หาได้
เนื้อหาได้ถูกต้อง ถูกต้อง
ชดั เจนมากทสี่ ุด

มีวิธีการนําเสนอ เป็น มวี ธิ ีการนําเสนอ เปน็ มีวธิ ีการนาํ เสนอ เปน็ มีวิธีการนําเสนอ ไม่
ลําดบั ขัน้ ตอน ที่ชัดเจน ลําดับข้นั ตอน ชดั เจน ลําดบั ขนั้ ตอน และ เปน็ ลาํ ดบั ข้นั ตอน และ
โดดเดน่ เนอ้ื หาสาระ เนื้อหาสาระ เข้าใจง่าย เนื้อหาสาระ ไม่ชัดเจน เน้ือหาสาระ ไม่ชัดเจน
เข้าใจง่าย สามารถ สามารถ นาํ ไปปฏบิ ัติ สามารถ นาํ ไปปฏบิ ตั ิ ไมส่ ามารถ นาํ ไป
นําไป ปฏิบัติตามได้ ตาม ไดบ้ ้าง ตามได้ คอ่ นขา้ งยาก ปฏิบตั ิตามได้

306

แบบบนั ทึกผลการประเมินชิ้นงานกล่มุ เรื่อง พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช

ลําดับ ชื่อ-สกุล ระดบั คณุ ภาพ หมายเหตุ
4321

...................................................
(.......................................................)

ผปู้ ระเมนิ

307

แผนการจัดการเรยี นรู้
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1

308

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 ชั้น มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
รายวชิ า ประวัติศาสตร์ ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 2 ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 การเสยี กรงุ ศรีอยธุ ยาครง้ั ที่ 2 เวลา 1 ชว่ั โมง
เร่ือง สาเหตกุ ารเสียกรงุ ศรีอยธุ ยาคร้งั ท่ี 2
ใชส้ อนวนั ที่........................เดอื น...............................พ.ศ........................................

สาระสาํ คัญ สาเหตกุ ารเสยี กรุงศรีอยุธยาคร้งั ที่ 2

มาตรฐานการเรียนรู้ ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสําคญั ของเวลาและยุคสมยั ทางประวัตศิ าสตร์
สามารถ ใช้วธิ ีทางประวตั ิศาสตรม์ าวิเคราะห์เหตุการณต์ ่าง ๆ อย่างเป็นระบบ
ตวั ชวี้ ัด ม.1/3 วิธีการนาํ วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรม์ าใช้ในการศกึ ษาประวตั ศิ าสตรท์ อ้ งถ่ิน
และประวตั ศิ าสตรส์ โุ ขทยั
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. บอกสาเหตกุ ารเสยี กรงุ ศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ได้
2. นาํ เสนอสาเหตกุ ารเสียกรงุ ศรอี ยธุ ยาครัง้ ท่ี 2 ได้
3. เหน็ ความสําคญั ของการศึกษาเรยี นรคู้ วามเป็นมาของประวตั ศิ าสตรช์ าตไิ ทย
เพอ่ื นาํ มาปรับใช้ในการดาํ เนินชวี ิตตามแบบอยา่ งการเปน็ พลเมืองท่ีดขี องชาติ
เนอื้ หา/สาระการเรยี นรู้

สาเหตุการเสียกรุงศรีอยธุ ยาคร้ังท่ี 2 มาจากหลายประการ อาทิ ปัญหาการแย่งชิงราชสมบัติ การขาด
ผ้นู าํ ทีด่ ีและมีความสามารถ การไร้ประสทิ ธภิ าพของราชสาํ นักและส่วนกลาง การวา่ งเวน้ จากสงครามเป็น
เวลานาน การคา้ กบั ชาติตะวนั ตกลดนอ้ ยลง และการสูญเสียขวญั และกําลังใจของราษฎรไทย

กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นาํ
1.นักเรยี นดวู ดิ ที ศั น์เพลง อยธุ ยารําลกึ
2.ครูสนทนากบั นักเรยี น เกีย่ วกับเนอ้ื หาในบทเพลง
ขน้ั สอน
1. แบ่งนกั เรียนออกเป็น 3 กลมุ่ ให้แต่ละกลมุ่ ศกึ ษาความรู้เร่อื ง สาเหตกุ ารเสยี กรุงศรีอยุธยา
ครัง้ ที่ 2

โดยแบง่ กลุ่มอภปิ รายในประเด็นหัวข้อสาระสาํ คญั ท่คี รูกําหนดให้ ดงั น้ี
กลุ่มที่ 1 - ปญั หาการแย่งชิงราชสมบัติ
- การขาดผนู้ าํ ทดี่ แี ละมีความสามารถ
กลมุ่ ท่ี 2 - การไร้ประสทิ ธภิ าพของราชสาํ นกั และสว่ นกลาง
- การว่างเวน้ จากสงครามเป็นเวลานาน
กลุ่มท่ี 3 - การคา้ กบั ชาวตะวนั ตกลดนอ้ ยลง
- การสูญเสียขวัญและกาํ ลงั ใจของราษฎรไทย

309

โดยใหแ้ ต่ละกลมุ่ ศึกษาวเิ คราะหส์ าเหตใุ นหัวขอ้ ทก่ี ลมุ่ ได้รบั สรุปความรู้อภปิ รายหน้าช้ัน
แลกเปล่ยี นประสบการณ์เรยี นรูร้ ะหวา่ งกลมุ่

2. ครอู ธิบายสรปุ เพ่ิมเตมิ เมือ่ จบกิจกรรมกลมุ่ ของนกั เรียนและเขยี นเป็นแผนภาพสรปุ เปน็ ความรู้ ลง
ในสมดุ ของนกั เรียน

ขน้ั สรุป
1. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังน้ี

- สาเหตขุ องอาณาจกั รอยธุ ยามาจากหลายประการ อาทิ ปัญหาการแยง่ ชิงราชสมบตั ิ การขาดผู้นาํ ที่
ดแี ละมีความสามารถ การไร้ประสิทธิภาพของราชสํานกั และสว่ นกลาง การวา่ งเวน้ จากสงครามเป็นเวลานาน
การค้ากับชาติตะวันตกลดนอ้ ยลง และการสูญเสยี ขวัญและกําลงั ใจของราษฎรไทย

- การศึกษาเรยี นรคู้ วามเป็นมาของประวัตศิ าสตร์ชาตไิ ทย นักเรียนสามารถนําความรูม้ าปรบั ใช้ในการ
ดาํ เนนิ ชวี ิต
ส่อื และแหล่งเรียนรู้ 1. เพลง อยุธยารําลกึ

2. คอมพวิ เตอร์
3. หนังสอื แบบเรยี นประวตั ศิ าสตร์
การวดั และประเมนิ ผล
1. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
1.3 ตรวจแผนผงั สรุปความรู้
2. เครื่องมือ
2.1 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ
2.3 แบบประเมินผลงาน
3. เกณฑ์การประเมนิ
3.1 การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรม
ผา่ นต้ังแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผา่ น
ผา่ น 1 รายการ ถอื ว่า ไมผ่ า่ น
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่

คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดับ ดี
คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง

310

บันทึกผลหลงั สอน/การจัดการเรียนรู้
ผลที่เกดิ กบั ผู้เรียนรู้
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ปญั หา / อุปสรรค
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขปรบั ปรงุ
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ความเหน็ ของผู้อาํ นวยการโรงเรยี น
............................................................................................................................................................…
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................…

.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version