361
ภาคผนวกของแผน
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ การจัดนทิ รรศการแสดงพัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี
ลาํ ดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดับคะแนน 1
การเชื่อมโยงความสัมพนั ธ์ระหว่างกรุงศรอี ยธุ ยา 32
1 และกรงุ ธนบรุ ี
2 การเรยี งลําดับพัฒนาการของอาณาจกั รธนบรุ ี
3 การวิเคราะหป์ ัจจัยที่ส่งผลตอ่ พัฒนาการของ
4 อาณาจกั รธนบุรี
การเชอ่ื มโยงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งภมู ปิ ัญญาไทย
5 สมยั อยุธยาและธนบุรี
การระบุอิทธพิ ลของภมู ปิ ัญญาไทยสมยั อยธุ ยา
และธนบุรีท่สี ง่ ผลตอ่ พฒั นาการของชาตไิ ทยในยคุ
ปจั จุบนั
รวม
ลงชอ่ื ......................................................ผูป้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ดมี าก = 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
ดี = 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
พอใช้ = 2 คะแนน 14 - 17 ดี
ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้
ต่าํ กวา่ 10 ปรับปรุง
362
แบบประเมินพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล
ช่ือ............................................................................................ ชัน้ .......................................
คําชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่อง
ท่ตี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาํ ดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อ่นื
3 การทาํ งานตามหน้าที่ท่ไี ด้รับมอบหมาย
4 ความมนี าํ้ ใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชือ่ ................................................. ผู้ประเมนิ
.......... /........... /.........
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมํ่าเสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตา่ํ กว่า 10 ปรบั ปรงุ
363
บตั รภาพ
ภาพบ้านไทยโบราณ ภาพประเพณลี งแขกเกยี่ วขา้ ว
ภาพจติ รกรรมฝาผนงั ภาพวัดในสมัยธนบรุ ี
ที่มา : ภาพท่ี 1 http://thaitrendhunter.blogspot.com
ภาพท่ี 2 http://www.matichon.co.th
ภาพท่ี 3 http://www.hamanan.com
ภาพท่ี 4 http://www.travel.thaiza.com
364
ใบงานท่ี 4.1
ภูมิปญั ญาและวัฒนธรรมไทยสมยั ธนบุรี
คาํ ช้ีแจง ให้นกั เรยี นตอบคําถามตอ่ ไปน้ี
1. การเลอื กทาํ เลทต่ี งั้ กรุงธนบุรีต้องอาศยั ภูมิปญั ญาใด
.............................................................................................................................................................................
2. ภูมิปญั ญาใดบา้ งท่เี ลือกมาใช้แกไ้ ขปัญหาการดํารงชวี ติ ของคนไทยขณะนน้ั
.............................................................................................................................................................................
3. การปลูกฝงั ศลี ธรรมเปน็ หลักคดิ ในการดาํ เนินชีวิตตอ้ งใช้ภมู ิปญั ญาใด
.............................................................................................................................................................................
4. ภูมิปญั ญาด้านใดที่นํามาใชใ้ นการปรบั ตัวกับคนต่างชาติ
.............................................................................................................................................................................
5. สมยั ธนบุรใี ชภ้ มู ปิ ญั ญาไทยในการสรา้ งผลงานด้านศิลปกรรมใดบ้าง
.............................................................................................................................................................................
2. ตามหลกั ฐานทีป่ รากฏในพระราชพงศาวดารกรุงธนบรุ ี กล่าวถึงความฉลาดในการแก้ไขปญั หาของ
สมเด็จพระเจา้ ตากสินอยา่ งไร
.............................................................................................................................................................................
7. จุดมงุ่ หมายในการวาดภาพไตรภูมิสมัยธนบรุ ี คืออะไร
.............................................................................................................................................................................
8. สถาปัตยกรรมเดน่ ในสมัยธนบรุ ี คอื อะไร มคี วามสาํ คัญอยา่ งไร
.............................................................................................................................................................................
9. แหลง่ เรยี นรภู้ มู ปิ ญั ญาในสมยั ธนบุรีมีปรากฏในท่ใี ดบา้ ง
.............................................................................................................................................................................
10. สมดุ ภาพไตรภูมิสมยั ธนบุรเี หมือนหรือตา่ งจากไตรภมู พิ ระรว่ งในสมยั สุโขทัยอยา่ งไร
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
365
ใบงานที่ 4.1
ภมู ปิ ญั ญาและวฒั นธรรมไทยสมัยธนบุรี
คาํ ชีแ้ จง ให้นักเรียนตอบคําถามต่อไปนี้
1. การเลอื กทาํ เลท่ตี ัง้ กรุงธนบุรีต้องอาศัยภูมิปญั ญาใด
เน้นการป้องกนั ราชธานี จงึ เลือกต้งั รมิ แมน่ า้ํ เจา้ พระยาและใกล้ทะเล
2. ภมู ิปญั ญาใดบ้างทเ่ี ลอื กมาใช้แกไ้ ขปญั หาการดํารงชีวิตของคนไทยขณะน้ัน
แก้ปญั หาการขาดแคลนข้าวโดยการซื้อแพงขายถกู ใช้ทะเลตมในการเกษตรและป้องกนั ขา้ ศกึ
3. การปลกู ฝงั ศลี ธรรมเป็นหลกั คิดในการดําเนินชีวิตตอ้ งใช้ภมู ิปัญญาใด
สอนจากการดูภาพวาดเกี่ยวกับไตรภูมไิ ด้ผลมากกว่าสอนดว้ ยคําพูด
4. ภูมปิ ญั ญาด้านใดทีน่ าํ มาใช้ในการปรบั ตวั กบั คนตา่ งชาติ
อุปนิสยั ที่ดงี ามของคนไทย ใหค้ วามรักและความเอ้อื อาทรกบั คนต่างชาติ เช่น พระเจา้ ตากมีเชอื้ สายจีน จงึ ขอ
ความชว่ ยเหลือจากจนี ด้านเสบยี งอาหาร หรือให้ความอุปถมั ภช์ าวมอญไมต่ อ้ งเสยี อากรทางการคา้ หรอื
พระราชทาน
ท่ดี ินในการสรา้ งโบสถ์คริสต์
5. สมยั ธนบรุ ใี ชภ้ ูมปิ ัญญาไทยในการสรา้ งผลงานดา้ นศลิ ปกรรมใดบ้าง
ด้านสถาปัตยกรรมด้วยการสรา้ งท้องพระโรงในพระราชวงั เดิม ด้านจิตรกรรม ด้านวาดภาพไตรภมู ิ
3. ตามหลกั ฐานทปี่ รากฏในพระราชพงศาวดารกรงุ ธนบรุ ี กลา่ วถงึ ความฉลาดในการแกไ้ ขปญั หาของสมเด็จ
พระเจ้าตากสนิ อย่างไร
ซ้ือข้าวสารจากพ่อคา้ ในราคาสงู มาแจกให้ราษฎรท่ขี าดแคลน จูงใจให้พอ่ คา้ นาํ ขา้ วเข้ามาจนมีปรมิ าณเพียงพอ
ไม่ขาดแคลนและราคาถกู ลง
7. จดุ มงุ่ หมายในการวาดภาพไตรภูมสิ มยั ธนบุรี คืออะไร
เตอื นใจใหค้ นทําความดี ละเว้นการทําชัว่
8. สถาปตั ยกรรมเด่นในสมัยธนบรุ ี คอื อะไร มีความสาํ คัญอยา่ งไร
ทอ้ งพระโรงในพระราชวงั เดิม ซ่ึงใชเ้ ปน็ ท่ที รงงาน บรรทม และออกวา่ ราชการของพระเจา้ ตาก
9.แหลง่ เรยี นรู้ภูมิปัญญาในสมยั ธนบุรมี ปี รากฏในทีใ่ ดบา้ ง
วดั อินทาราม กองบญั ชาการกองทัพเรือ (พระราชวงั เดมิ )
10.สมดุ ภาพไตรภูมิสมัยธนบรุ ีเหมอื นหรอื ตา่ งจากไตรภมู ิพระรว่ งในสมยั สโุ ขทัยอย่างไร
เหมอื นกันในเร่ืองการแบง่ โลกเปน็ 3 ภพ ได้แก่ กามภูมิ ปฐมภมู ิ และอรปู ภูมิ ต่างกันตรงทีไ่ ตรภมู พิ ระร่วง
สมัย สโุ ขทยั เป็นวรรณกรรมทางศาสนา ส่วนสมุดภาพไตรภูมิสมัยธนบุรีเปน็ จติ รกรรมทางศาสนา
366
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 5
รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 เวลา 1 ช่ัวโมง
เรอ่ื ง ประวตั สิ มเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช ภาคเรียนที่ 2
ใชส้ อนวนั ที่........................เดอื น...............................พ.ศ........................................
สาระสําคัญ
สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชเปน็ ผ้มู บี ทบาทสําคญั ในการกอบก้เู อกราช และการสถาปนากรุงธนบรุ ี
ซงึ่ นํามาส่คู วามภาคภมู ิใจ และควรแก่การยึดเป็นแบบอย่างของประชาชนชาวไทย
มาตรฐานการเรียนรู้
ส ๔.๓ เข้าใจความเปน็ มาของชาติไทย วัฒนธรรม ภมู ิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมใิ จและธาํ รง
ความเป็นไทย
ตัวชีว้ ัด
ม.๒/๓ ระบภุ ูมปิ ัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยธุ ยาและธนบุรี และอทิ ธิพลของภมู ปิ ญั ญาดงั กล่าว
ต่อการพฒั นาชาติไทยในยคุ ตอ่ มา
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกพระราชประวตั ขิ องสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชได้
2. เหน็ คณุ คา่ และความสําคัญของบคุ คลสาํ คัญในสมยั กรงุ ธนบุรี
3. นําความรู้และขอ้ คดิ ทีไ่ ด้จากการศึกษาประวตั แิ ละผลงานของสมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราชมาปรบั ใชในการดําเนินชวี ติ ประจาํ วันได้อย่างเหมาะสม
เนือ้ หา/สาระการเรียนรู้
พระราชประวัติ วรี กรรมของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผลงานสําคญั ที่มีสว่ นสรา้ งสรรค์ชาติไทย
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ นํา
1. ครแู จง้ ตวั ชวี้ ัดช้นั ปีและจุดประสงค์การเรียนรูใ้ หน้ กั เรียนทราบ
2. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตุ้นความคิด
คําถามกระตนุ้ ความคิด
ชาตทิ เ่ี ข้มแขง็ ควรมีผูน้ ําลักษณะอยา่ งไร
(พิจารณาตามคาํ ตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ้สู อน)
3. ครใู หน้ ักเรียนดภู าพแลว้ ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันแสดงความคดิ เห็นว่าคอื ใคร นา่ จะมีวรี กรรมในดา้ นใด
367
ข้นั สอน
1. นักเรยี นตอบคําถามกระตุน้ ความคดิ
2. แบ่งกลุ่มนักเรียนร่วมกนั ศกึ ษาประวัติและวรี กรรมของของสมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราชจากหนังสอื
เรียน หรอื หนังสือค้นควา้ เพิ่มเติม ในหวั ข้อต่อไปนี้
1) พระราชประวัติ
2) บทบาททมี่ ีสว่ นในการพฒั นาชาติไทย
3. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั วเิ คราะห์เนอ้ื หาท่ีศึกษา ผลัดกันอภิปรายและซกั ถามขอ้ สงสยั จนทุกคนมี
ความเขา้ ใจชดั เจนตรงกนั
คําถามกระตนุ้ ความคดิ
นักเรยี นเข้าใจว่าอย่างไรเกี่ยวกบั คํากล่าวที่วา่ “กรุงศรอี ยธุ ยาไมส่ ้ินคนดี”
(พิจารณาตามคาํ ตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
4.ครอู ธิบายเพ่มิ เตมิ เก่ียวกบั ประวัติสมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราชให้นกั เรยี นฟัง เพือ่ ใหน้ ักเรยี นมี
ความรคู้ วามเข้าใจชดั เจนมากยง่ิ ข้นึ
5.นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ชว่ ยกันทําใบงานที่ 4.6 เรือ่ ง สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราชแล้วร่วมกนั
ตรวจสอบความถกู ตอ้ งเสร็จแลว้ นาํ ส่งครู
ขัน้ สรปุ
1. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ออกมานําเสนอผลงานในใบงานท่ี 4.2 หน้าชั้นเรียนโดยครูและเพื่อนนกั เรยี น
เปน็
ผูต้ รวจสอบความถูกต้อง และใหข้ อ้ เสนอแนะ
2. นักเรียนตอบคาํ ถามกระตนุ้ ความคิด
คาํ ถามกระต้นุ ความคิด
ถ้าบ้านเมอื งเมื่อครัง้ เสยี กรงุ ศรอี ยธุ ยา ครง้ั ท่ี 2 ไมม่ ผี ้กู ล้าหาญท้งั สามทา่ น สถานการณบ์ ้านเมอื ง
จะเป็นอย่างไร (พิจารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยให้อย่ใู นดุลยพินจิ ของครผู ูส้ อน)
ส่อื และแหล่งเรียนรู้
1. หนังสือเรยี น ประวัตศิ าสตร์ ม.2
2. บัตรภาพ
3. งานท่ี 4.1 เรอ่ื งภูมิปัญญาและวฒั นธรรมไทยสมัยธนบรุ ี
368
การวดั และประเมินผล
วธิ ีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 4.2
ประเมินการนําเสนอผลงาน ใบงานท่ี 4.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ พฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล แบบประเมินการนําเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุ่ม แบบประเมินพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
การทํางานรายบคุ คล
ตรวจหนังสอื เลม่ เล็ก เรื่อง ประวัติและ
ผลงานสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช แบบประเมินพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
การทาํ งานกลุ่ม
แบบประเมินหนังสือเลม่ เลก็ เร่อื ง ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประวตั แิ ละผลงานของสมเด็จพระ
เจา้ ตากสนิ มหาราช
369
บันทึกผลหลงั สอน/การจดั การเรียนรู้
ผลทีเ่ กิดกบั ผู้เรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา / อุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไขปรับปรุง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ความเห็นของผู้อาํ นวยการโรงเรยี น
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
370
ภาคผนวกของแผน
แบบประเมนิ หนังสอื เล่มเลก็ เร่ือง ประวตั แิ ละผลงานสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช
ลาํ ดับท่ี รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 การสรปุ ประวตั แิ ละผลงานของสมเดจ็ พระเจา้ ตาก
สินมหาราช
การวเิ คราะหค์ ุณธรรมและแบบอยา่ งที่ดีของ
2 สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช
3 การวเิ คราะห์อทิ ธพิ ลหรอื ผลงานของบคุ คลสาํ คัญ
ทม่ี ีต่อการพฒั นาชาตไิ ทย
รวม
ลงช่อื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ดีมาก = 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ดี = 3 คะแนน 11 - 12 ดมี าก
พอใช้ = 2 คะแนน 9 - 10 ดี
ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 6 - 8 พอใช้
ต่ํากว่า 6 ปรับปรงุ
371
บตั รภาพ
ภาพพระบรมราชานสุ าวรยี ์ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช
372
ใบงานท่ี 5.1
สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช
คําชีแ้ จงใหน้ ักเรียนตอบคําถามตอ่ ไปน้ี
1. กอ่ นเสยี กรงุ ศรีอยุธยา คร้งั ท่ี 2 พระเจ้าตากสินถกู เรียกตัวเขา้ มาป้องกันกรุงศรอี ยธุ ยา ในขณะนน้ั พระองค์
ทรงดํารงตําแหนง่ ใด
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................…
...........................................................................................................................................................................…
...........................................................................................................................................................................…
..............................................................................................................................................................................
2.หลังจากสถาปนากรงุ ธนบรุ ีแล้ว สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชทรงดาํ เนนิ การอย่างไรบา้ ง เพอ่ื แก้ไขปญั หา
ปากท้องของประชาชน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
373
ใบงานที่ 5.1
สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช
คาํ ชี้แจง ใหน้ ักเรยี นตอบคําถามต่อไปนี้
1. ก่อนเสียกรุงศรอี ยธุ ยา ครง้ั ที่ 2 พระเจา้ ตากสินถกู เรียกตัวเข้ามาป้องกนั กรุงศรีอยธุ ยา
ในขณะนน้ั
พระยาวชริ ปราการ เจา้ เมอื งกําแพงเพชร
2. หลงั จากสถาปนากรงุ ธนบุรแี ลว้ สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชทรงดําเนินการอยา่ งไรบ้าง เพอ่ื แก้ไข
ใช้พระราชทรพั ย์ส่วนพระองค์ซื้อขา้ วจากสาํ เภาจีนแจกประชาชน ใหข้ า้ ราชการปลูกขา้ วปลี ะ 2
คร้งั เรยี กว่า นาปี และนาปรัง
374
แบบประเมนิ พฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล
ชื่อ........................................................................................................................ ชั้น.......................................
คาํ ช้แี จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดับคะแนน
ลาํ ดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผอู้ ่นื
3 การทํางานตามหนา้ ทที่ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
4 ความมนี าํ้ ใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชอ่ื ................................................. ผูป้ ระเมนิ
.......... /........... /.........
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมํ่าเสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมน้อยคร้งั ให้ 1 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตา่ํ กวา่ 10 ปรบั ปรงุ
375
แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุ่ม
ช่อื กลมุ่ ...................................................................................................... ชน้ั ................................
คําชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ ง
ท่ตี รงกบั ระดบั คะแนน
ลําดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321
1 การแบ่งหน้าท่ีกนั อย่างเหมาะสม
2 ความรว่ มมอื กันทาํ งาน ลงชอ่ื .................................ผปู้ ระเมนิ
3 การแสดงความคิดเห็น ................ /................ /................
4 การรับฟังความคดิ เหน็
5 ความมนี ้ําใจชว่ ยเหลือกัน
รวม
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
เกณฑก์ ารให้คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าํ เสมอ ให้ 4 คะแนน 18 - 20 ดีมาก
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครัง้ ให้ 3 คะแนน 14 - 17 ดี
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน 10 - 13 พอใช้
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน ต่ํากว่า 10 ปรบั ปรุง
376
แผนการจัดการเรยี นรู้
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3
377
รายวชิ า ประวตั ิศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เวลา 4 ชั่วโมง
เรอ่ื ง พฒั นาการด้านเศรษฐกิจและสังคม 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
ใช้สอนวนั ที่........................เดือน...............................พ.ศ........................................
สาระสาํ คัญ
สาเหตขุ องปัญหาเศรษฐกจิ ในสมัยกรุงธนบรุ ี เปน็ เหตุการณส์ ืบเนื่องจากสงครามคราวเสยี กรุงศรี
อยุธยา ครัง้ ท่ี 2 ซ่ึงพระเจ้าตากสนิ มหาราชได้ใช้นโยบายต่างๆ เพื่อแกป้ ญั หาเศรษฐกิจอยา่ งเร่งด่วน รวมทง้ั
การจัดการองคป์ ระกอบของโครงสรา้ งทางสังคมเพอื่ แบ่งสรรหนา้ ที่และความรบั ผิดชอบ
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มีความรัก ความภูมใิ จ
และธํารงความเป็นไทย
ตัวช้วี ดั ม.3/2
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. บอกสาเหตุของปญั หาเศรษฐกิจในสมยั กรุงธนบรุ ไี ด้
2. สรปุ นโยบายการแก้ปัญหาเศรษฐกจิ ในสมยั กรงุ ธนบรุ ไี ด้
3. อธิบายบทบาทและความสมั พันธข์ องชนช้นั ตา่ งๆ ในสังคมสมัยกรุงธนบรุ ีได้
เนือ้ หา/สาระการเรยี นรู้
พฒั นาการดา้ นเศรษฐกิจและสังคมของอาณาจกั รกรุงธนบรุ ี
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนํา
1. ครนู ําเขา้ สู่บทเรียนโดยการสอบถามนักเรียน เรอ่ื ง การเสียกรุงศรอี ยธุ ยาครัง้ ที่ 2 ทาํ ให้กรงุ กรุง
ธนบุรปี ระสบปัญหาเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง (แนวคําตอบ : เนือ่ งจากทําสงครามมานาน ผู้คนบาดเจบ็ ล้มตายเป็น
จํานวนมาก ทําใหข้ าดแคลนแรงงานในการทาํ นา ค้าขาย)
2. ครเู ล่าบรรยายเหตุการณ์สงครามคราวเสยี กรุงศรีอยธุ ยาครงั้ ที่ 2 เพอ่ื อธบิ ายและเช่อื มโยงถึง
ผลกระทบทางเศรษฐกจิ และสังคมของกรุงกรงุ ธนบรุ ใี หน้ กั เรยี นฟงั ประกอบใบความรู้ เร่ือง เศรษฐกิจสมยั กรุง
ธนบรุ ีจากพงศาวดาร
378
ขนั้ สอน
1. ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ พรอ้ มตั้งคาํ ถาม ถึง ชนชน้ั ทางสังคมในสมยั กรงุ ธนบุรี มีความแตกตา่ งจากสมยั
กรงุ ศรีอยธุ ยาหรอื ไม่ อธบิ ายเหตผุ ล (แนวคาํ ตอบ : ไม่แตกต่าง เนอื่ งจากกรุงกรงุ ธนบรุ ไี ด้ถอดแบบแผน
องคป์ ระกอบโครงสรา้ งทางสังคมมาจากสมยั อยธุ ยาตอนปลาย) นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น
2. แบ่งกล่มุ นกั เรียน 4-5 คน รว่ มกันศกึ ษาความรูเ้ รอื่ ง พฒั นาการดา้ นเศรษฐกจิ และสงั คมสมัยกรุง
ธนบุรี จากหนงั สอื เรยี น และหนังสอื คน้ คว้าเพม่ิ เตมิ ในหวั ขอ้ ต่อไปนี้
1) สาเหตุที่ทําให้เกดิ ปัญหาเศรษฐกจิ
2) นโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
3) บทบาทและความสัมพันธข์ องชนชนั้ ตา่ งๆ ในสงั คม
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มแบ่งบทบาทหน้าทข่ี องสมาชกิ ในกลุ่ม เพือ่ ศึกษาหาข้อมูลตามหัวขอ้ รว่ มกัน
วิเคราะห์เนื้อหาที่ศกึ ษา สรุปในรปู แบบ แผนผังความคดิ อภปิ รายและซักถามข้อสงสยั จน มคี วามเขา้ ใจมาก
ขนึ้
ขน้ั สรุป
1. ส่มุ นกั เรยี นแต่ละกล่มุ นําเสนอ แผนผงั ความคดิ หนา้ ชั้นเรยี น พร้อมท้งั อธิบายใหเ้ พือ่ นร่วมชน้ั ฟงั
จนเขา้ ใจ ชดั เจน ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง อธิบายและยกตัวอย่างเพิม่ เตมิ ใหแ้ ก่นกั เรียนทยี่ ังไม่เขา้ ใจ
สอื่ และแหล่งเรียนรู้
- ใบความรู้
- PowerPoint /บทความที่เกีย่ วขอ้ ง
- ห้องสมุด/อินเทอร์เนต็
- ศาลสมเดจ็ พระเจ้าตากสิน
การวัดและประเมินผล
วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
ตรวจผลงาน ผลงาน รอ้ ยละ 50 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกล่มุ แบบประเมนิ การทาํ งานกลุม่ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ ม่ัน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในการทาํ งาน
379
แบบประเมนิ กระบวนการทาํ งานกลุ่ม
รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมิน 4321
กระบวนการ มกี ารกําหนดบทบาท มีการกาํ หนดบทบาท มกี ารกาํ หนดบทบาท ไมม่ กี ารกําหนด
ทาํ งานกล่มุ สมาชกิ ชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชกิ
และมีการชแ้ี จง มีการชีแ้ จงเปา้ หมาย ไม่มีการชี้แจง และไมม่ ีการช้ีแจง
เป้าหมาย อยา่ งชัดเจนและ เปา้ หมาย เปา้ หมาย สมาชกิ
การทํางาน ปฏิบัตงิ านรว่ มกนั อย่างชดั เจน ต่างคนต่างทํางาน
มกี ารปฏิบตั ิงาน แตไ่ ม่มกี ารประเมนิ ปฏบิ ัตงิ านร่วมกนั
ร่วมกนั เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทุกคน
อย่างร่วมมอื ร่วมใจ
พร้อมกับการประเมนิ
เป็นระยะ ๆ
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
ตัวช้ีวดั ที่ 1.4 เคารพเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์
พฤตกิ รรมบ่งช้ี ดีเยย่ี ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไม่ผ่าน (0)
1.4.1 เข้ารว่ มและ เขา้ รว่ มกิจกรรม เข้าร่วมกิจกรรม เข้ารว่ มกจิ กรรม ไม่เข้ารว่ มกจิ กรรม
มสี ่วนร่วมในการ และมีสว่ นรว่ ม และมีสว่ นรว่ ม ทเี่ กีย่ วกับสถาบนั ทีเ่ ก่ยี วกับสถาบัน
จัดกิจกรรมที่ ในการจดั กิจกรรม ในการจดั กิจกรรม พระมหากษัตริย์ พระมหากษตั ริย์
เก่ียวกบั ท่เี ก่ียวกบั สถาบนั ทีเ่ กยี่ วกับสถาบัน ตามท่ีโรงเรียนและ
สถาบัน พระมหากษตั รยิ ์ตามที่ พระมหากษัตรยิ ต์ ามที่ ชุมชน
พระมหากษัตริย์ โรงเรียนและชมุ ชน โรงเรยี นและชมุ ชน จดั ข้ึน
1.4.2 แสดงความ จัดขึ้น ชน่ื ชมใน จัดขน้ึ
สํานึกในพระมหา พระราชกรณยี กจิ
กรณุ าธคิ ุณของ พระปรชี าสามารถ
พระมหากษตั ริย์ ของพระมหากษัตรยิ ์
1.4.3 แสดงออก และพระราชวงศ์
ซ่งึ ความจงรักภกั ดี
ตอ่ สถาบัน
พระมหากษตั รยิ ์
380
ใฝ่เรียนรู้
ตวั ชว้ี ัดที่ 4.2 แสวงหาความรูจ้ ากแหล่งเรยี นร้ตู ่าง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรียน ด้วยการเลือกใช้
สอื่ อย่างเหมาะสม บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนาํ ไปใช้ในชวี ิตประจําวนั ได้
พฤตกิ รรมบ่งชี้ ดีเยย่ี ม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ ่าน (0)
4.2.1 ศกึ ษาค้นคว้า ศกึ ษาคน้ ควา้ ศกึ ษาค้นคว้า ศึกษาค้นควา้ ไม่ศกึ ษาค้นควา้
หาความรจู้ ากหนังสอื หาความร้จู ากหนังสอื หาความร้จู ากหนงั สือ หาความร้จู ากหนังสือ หาความรู้
เอกสาร สง่ิ พิมพ์ เอกสาร ส่ิงพิมพ์ เอกสาร สิง่ พมิ พ์ เอกสาร สง่ิ พมิ พ์
สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ ส่ือเทคโนโลยี สอ่ื เทคโนโลยี สื่อเทคโนโลยี
แหลง่ เรยี นรทู้ ัง้ ภายใน และสารสนเทศ และสารสนเทศ แหลง่ เรยี นรู้
และภายนอกโรงเรียน แหลง่ เรยี นรูท้ ั้ง แหลง่ เรยี นรทู้ งั้ ภายใน ทัง้ ภายในและ
และเลือกใช้สอื่ ได้ ภายใน และภายนอกโรงเรียน ภายนอกโรงเรยี น
อย่างเหมาะสม และภายนอกโรงเรียน และเลอื กใชส้ อ่ื เลอื กใช้ส่อื
4.2.2 บนั ทึกความรู้ เลอื กใชส้ อื่ ได้อยา่ งเหมาะสม ไดอ้ ย่างเหมาะสม
วเิ คราะห์ ตรวจสอบ ได้อย่างเหมาะสม มีการบันทึกความรู้ มกี ารบันทึกความรู้
จากส่ิงที่เรียนรู้ มกี ารบนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะหข์ อ้ มลู
สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ วเิ คราะห์ขอ้ มลู สรปุ เปน็ องค์ความรู้
4.2.3 แลกเปลย่ี น สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ แลกเปลี่ยนเรยี นรู้
เรียนรู้ แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ กับผู้อื่นได้
ดว้ ยวิธกี ารตา่ ง ๆ ด้วยวธิ กี ารที่
และนําไปใช้ หลากหลาย
ในชวี ิตประจาํ วัน และนําไปใช้
ในชวี ิตประจําวนั ได้
ม่งุ มนั่ ในการทํางาน
ตัวชว้ี ัดที่ 6.1 ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบในการปฏบิ ตั หิ น้าทีก่ ารงาน
พฤตกิ รรมบ่งชี้ ดีเยยี่ ม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ า่ น (0)
6.1.1 เอาใจใส่ต่อ ต้งั ใจและรับผิดชอบ ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ ไมต่ ้งั ใจปฏบิ ตั ิ
การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี ในการปฏิบัตหิ น้าท่ี ในการปฏิบัติหน้าที่ ในการปฏบิ ัติหน้าที่ หน้าที่การงาน
ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ท่ีได้รับมอบหมาย ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
6.1.2 ตงั้ ใจและ ให้สาํ เรจ็ มกี าร ให้สําเร็จ มีการ ใหส้ าํ เร็จ
รบั ผดิ ชอบ ปรับปรุงและ ปรับปรงุ และ
ในการทาํ งานให้ พฒั นาการทํางาน พัฒนาการทาํ งาน
สําเรจ็ ให้ดีขึน้ ด้วยตนเอง ให้ดขี ึ้น
6.1.3 ปรบั ปรุง
และพัฒนาการ
ทํางาน
ด้วยตนเอง
381
รกั ความเปน็ ไทย
ตัวชวี้ ัดท่ี 7.3 อนรุ กั ษ์และสืบทอดภมู ปิ ัญญาไทย
พฤตกิ รรมบง่ ชี้ ดเี ยย่ี ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไม่ผ่าน (0)
7.3.1 นําภูมปิ ญั ญา สบื ค้นภูมิปญั ญาไทย สืบคน้ ภมู ปิ ัญญาไทย สบื ค้นภมู ปิ ญั ญาไทย ไมส่ นใจภูมิปัญญาไทย
ไทยมาใช้ให้ เขา้ ร่วมและชักชวน ที่มอี ยู่ในทอ้ งถิ่น ที่ใช้ในท้องถนิ่
เหมาะสม คนในครอบครวั เพอื่ น เข้าร่วมและชักชวน เข้ารว่ มและชกั ชวน
ในวถิ ชี ีวิต และผู้อน่ื เขา้ รว่ ม คนในครอบครัว เพอ่ื น คนในครอบครัว หรอื
7.3.2 ร่วมกิจกรรม กิจกรรมทีเ่ กีย่ วขอ้ งกับ และผอู้ ่ืนเข้ารว่ ม เพ่ือน เขา้ ร่วมกิจกรรม
ทเี่ กี่ยวข้องกับ ภูมิปญั ญาไทย กิจกรรมทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั ทเ่ี ก่ียวข้องกบั
ภมู ปิ ัญญาไทย ใช้และแนะนาํ ให้เพือ่ น ภมู ิปัญญาไทย ภูมิปญั ญาไทย
7.3.3 แนะนํา ใชภ้ ูมปิ ัญญาไทย ใชแ้ ละแนะนําใหเ้ พ่ือน ใชภ้ ูมปิ ญั ญาไทย
มสี ่วนรว่ ม ในชวี ิตประจาํ วัน และ ใช้ภมู ปิ ัญญาไทย ในชีวิตประจาํ วัน
ในการสืบทอด มีส่วนร่วมในการสบื ในชวี ิตประจาํ วนั
ภูมิปัญญาไทย ทอดภูมิปัญญาไทย
บนั ทึกผลหลังสอน/การจดั การเรียนรู้
ผลที่เกิดกบั ผู้เรียนรู้
................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ปัญหา / อุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขปรบั ปรงุ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ความเหน็ ของผู้อํานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
382
รายวชิ า ประวตั ศิ าสตร์ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 เวลา 4 ชว่ั โมง
เร่ือง พฒั นาการด้านเศรษฐกิจและสังคม 2 เวลา 1 ช่วั โมง
ใช้สอนวนั ท่ี........................เดือน...............................พ.ศ........................................
สาระสาํ คญั
สาเหตขุ องปัญหาเศรษฐกิจในสมัยกรุงธนบรุ ี เป็นเหตุการณส์ บื เนื่องจากสงครามคราวเสยี กรุงศรี
อยุธยา คร้งั ท่ี 2 ซงึ่ พระเจา้ ตากสินมหาราชได้ใช้นโยบายต่างๆ เพื่อแกป้ ัญหาเศรษฐกจิ อยา่ งเร่งด่วน รวมทัง้
การจดั การองค์ประกอบของโครงสรา้ งทางสงั คมเพื่อแบ่งสรรหนา้ ท่แี ละความรบั ผิดชอบ
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเปน็ มาของชาตไิ ทย วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มคี วามรัก ความภูมิใจ
และธาํ รงความเป็นไทย
ตวั ชี้วัด ม.3/2
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกสาเหตขุ องปญั หาเศรษฐกิจในสมัยกรุงธนบุรไี ด้
2. สรุปนโยบายการแกป้ ญั หาเศรษฐกจิ ในสมัยกรุงธนบรุ ไี ด้
3. อธบิ ายบทบาทและความสมั พันธ์ของชนช้นั ตา่ งๆ ในสงั คมสมยั กรงุ ธนบุรไี ด้
เน้อื หา/สาระการเรียนรู้
พัฒนาการด้านเศรษฐกจิ และสงั คมของอาณาจักรกรงุ ธนบรุ ี
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนํา
1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันทบทวนเนอื้ หา เรื่อง พฒั นาการด้านเศรษฐกิจและสงั คมสมัยกรงุ ธนบุรี
จากนน้ั นาํ เขา้ สบู่ ทเรยี นโดยการตั้งคําถามนกั เรยี นเร่อื ง การแก้ไขปัญหาเศรษฐกจิ ของพระเจ้าตากสนิ มหาราช
เหมาะสมกบั สถานการณ์ในขณะนน้ั หรือไม่
ขั้นสอน
1. นกั เรียนรับชม PowerPoint เร่อื ง พฒั นาการของอาณาจกั รกรุงธนบรุ ี ในหัวขอ้ พฒั นาการด้าน
เศรษฐกจิ และสังคม ครูอธิบายเพิ่มเตมิ และยกตวั อย่าง ให้นกั เรียนเขา้ ใจ
2. นกั เรียนจับคู่กัน รว่ มกนั ศกึ ษา คน้ ควา้ ความรู้ และบันทกึ ลงใน ใบงานเรื่อง พฒั นาการดา้ น
เศรษฐกิจและสงั คมสมัยกรุงธนบุรี
ขน้ั สรุป
1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรเู้ ร่อื ง พฒั นาการดา้ นเศรษฐกิจและสงั คมสมยั กรุงธนบุรี
383
ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้
- ใบความรู้/ใบงาน
- PowerPoint /บทความทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
- ห้องสมดุ /อนิ เทอร์เนต็
- ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน
การวัดและประเมินผล
วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจผลงาน
ผลงาน ร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบุคคล
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ่ รายบุคคล
สังเกตความมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ และม่งุ มั่น
ในการทาํ งาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุ่ม ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินกระบวนการทํางานกล่มุ
รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมนิ 4321
กระบวนการ มีการกําหนดบทบาท มกี ารกําหนดบทบาท มีการกําหนดบทบาท ไมม่ ีการกําหนด
ทาํ งานกลุ่ม สมาชกิ ชัดเจน สมาชกิ ชดั เจน เฉพาะหวั หน้า บทบาทสมาชิก
และมกี ารชี้แจง มกี ารชแี้ จงเป้าหมาย ไม่มีการชแ้ี จง และไม่มีการชแี้ จง
เปา้ หมาย อย่างชดั เจนและ เปา้ หมาย เปา้ หมาย สมาชกิ
การทาํ งาน ปฏบิ ัตงิ านรว่ มกัน อย่างชดั เจน ต่างคนต่างทาํ งาน
มีการปฏบิ ตั งิ าน แตไ่ มม่ ีการประเมนิ ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกนั
รว่ มกัน เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทุกคน
อยา่ งร่วมมอื รว่ มใจ
พรอ้ มกบั การประเมิน
เปน็ ระยะ ๆ
384
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
ตัวชีว้ ัดที่ 1.4 เคารพเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์
พฤติกรรมบง่ ช้ี ดเี ยี่ยม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ ่าน (0)
1.4.1 เข้าร่วมและ เข้ารว่ มกจิ กรรม เขา้ ร่วมกิจกรรม เข้ารว่ มกจิ กรรม ไมเ่ ข้ารว่ มกจิ กรรม
มสี ่วนร่วมในการ และมสี ว่ นร่วม และมสี ่วนร่วม ทเ่ี ก่ียวกบั สถาบัน ทเ่ี กยี่ วกบั สถาบัน
จัดกิจกรรมที่ ในการจดั กจิ กรรม ในการจดั กิจกรรม พระมหากษัตรยิ ์ พระมหากษัตรยิ ์
เก่ยี วกบั ที่เก่ียวกบั สถาบนั ท่เี ก่ยี วกบั สถาบัน ตามทโ่ี รงเรยี นและ
สถาบัน พระมหากษัตริยต์ ามที่ พระมหากษตั รยิ ์ตามที่ ชุมชน
พระมหากษัตริย์ โรงเรยี นและชุมชน โรงเรยี นและชุมชน จัดขน้ึ
1.4.2 แสดงความ จดั ขึน้ ช่ืนชมใน จดั ข้ึน
สํานึกในพระมหา พระราชกรณียกิจ
กรุณาธิคณุ ของ พระปรีชาสามารถ
พระมหากษตั ริย์ ของพระมหากษัตริย์
1.4.3 แสดงออก และพระราชวงศ์
ซง่ึ ความจงรักภกั ดี
ต่อสถาบัน
พระมหากษตั รยิ ์
ใฝ่เรียนรู้
ตวั ชีว้ ัดที่ 4.2 แสวงหาความรจู้ ากแหล่งเรยี นรตู้ ่าง ๆ ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น ดว้ ยการเลือกใช้
สอ่ื อยา่ งเหมาะสม บนั ทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนําไปใช้ในชวี ิตประจําวนั ได้
พฤติกรรมบง่ ชี้ ดเี ย่ยี ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไม่ผ่าน (0)
4.2.1 ศึกษาค้นคว้า ศึกษาคน้ คว้าหาความรู้ ศึกษาค้นคว้า ศึกษาคน้ คว้า ไมศ่ ึกษา
หาความรจู้ ากหนงั สือ เอกสาร จากหนงั สือ เอกสาร สิง่ พมิ พ์ หาความรู้จากหนงั สอื หาความรู้จาก ค้นควา้
ส่งิ พิมพ์ สอื่ เทคโนโลยตี า่ ง ๆ ส่อื เทคโนโลยี และ เอกสาร สิ่งพมิ พ์ หนังสอื เอกสาร หาความรู้
แหลง่ เรยี นรู้ท้ังภายในและ สารสนเทศ แหลง่ เรียนรทู้ ง้ั ส่อื เทคโนโลยี สิ่งพิมพ์
ภายนอกโรงเรียน และเลอื กใช้ ภายในและภายนอกโรงเรียน และสารสนเทศ สอื่ เทคโนโลยี
สอ่ื ได้อย่างเหมาะสม เลือกใช้สอ่ื ได้อยา่ งเหมาะสม แหลง่ เรยี นร้ทู ง้ั ภายใน แหล่งเรยี นรู้
4.2.2 บันทึกความรู้ วิเคราะห์ มกี ารบันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ และภายนอกโรงเรยี น ท้ังภายในและ
ตรวจสอบจากสง่ิ ทเ่ี รียนรู้ ข้อมูลสรุปเปน็ องคค์ วามรู้ และเลือกใช้สื่อ ภายนอกโรงเรยี น
สรุปเปน็ องค์ความรู้ แลกเปลย่ี นเรยี นร้ดู ว้ ยวิธีการ ได้อยา่ งเหมาะสม เลือกใช้สื่อ
4.2.3 แลกเปลย่ี นเรียนรู้ดว้ ย ท่ีหลากหลายและนําไปใช้ มกี ารบนั ทกึ ความรู้ ได้อยา่ งเหมาะสม
วิธีการต่าง ๆ และนําไปใช้ใน ในชวี ติ ประจาํ วนั ได้ วเิ คราะหข์ อ้ มลู มีการบันทกึ
ชวี ิตประจําวัน สรปุ เป็นองคค์ วามรู้ ความรู้
แลกเปล่ียนเรียนรู้
กับผ้อู นื่ ได้
385
มุ่งมนั่ ในการทาํ งาน
ตวั ช้วี ดั ที่ 6.1 ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบในการปฏิบตั ิหน้าทกี่ ารงาน
พฤตกิ รรมบ่งช้ี ดีเยี่ยม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ า่ น (0)
6.1.1 เอาใจใสต่ อ่ ตั้งใจและ ต้ังใจและรับผิดชอบ ตง้ั ใจและรับผิดชอบ ไมต่ ัง้ ใจปฏิบตั ิ
การปฏิบัตหิ นา้ ท่ี รับผดิ ชอบ ในการปฏิบัตหิ นา้ ท่ี ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี หนา้ ทก่ี ารงาน
ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ในการปฏิบัติหนา้ ท่ี ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย ที่ไดร้ บั มอบหมาย
6.1.2 ตั้งใจและ ทไี่ ด้รับมอบหมาย ให้สาํ เร็จ มีการ ใหส้ ําเรจ็
รบั ผดิ ชอบ ให้สําเร็จ มีการ ปรับปรงุ และ
ในการทาํ งานใหส้ าํ เรจ็ ปรบั ปรงุ และ พัฒนาการทาํ งาน
6.1.3 ปรบั ปรุง พัฒนาการทํางาน ใหด้ ขี ึ้น
และพัฒนาการ ให้ดีขึ้นด้วยตนเอง
ทาํ งานด้วยตนเอง
รกั ความเปน็ ไทย
ตัวช้ีวัดท่ี 7.3 อนุรักษแ์ ละสบื ทอดภูมิปญั ญาไทย
พฤตกิ รรมบง่ ชี้ ดีเยี่ยม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ า่ น (0)
7.3.1 นําภูมิปญั ญา สบื คน้ ภมู ปิ ญั ญาไทย สบื ค้นภูมิปัญญาไทย สบื คน้ ภูมปิ ัญญาไทย ไม่สนใจภมู ปิ ัญญาไทย
ไทยมาใชใ้ ห้ เขา้ รว่ มและชกั ชวน ท่มี อี ย่ใู นทอ้ งถ่นิ ทใ่ี ช้ในทอ้ งถิ่น
เหมาะสม คนในครอบครวั เพอ่ื น เข้ารว่ มและชกั ชวน เขา้ รว่ มและชักชวน
ในวิถีชีวติ และผู้อน่ื เข้าร่วม คนในครอบครัว เพอื่ น คนในครอบครัว หรอื
7.3.2 ร่วมกจิ กรรม กจิ กรรมทเี่ กีย่ วข้องกบั และผอู้ ื่นเขา้ ร่วม เพอื่ น เขา้ รว่ มกจิ กรรม
ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั ภมู ิปญั ญาไทย กจิ กรรมท่เี กย่ี วข้องกับ ทเี่ กยี่ วข้องกับ
ภูมิปัญญาไทย ใชแ้ ละแนะนาํ ใหเ้ พ่ือน ภมู ิปญั ญาไทย ภูมปิ ญั ญาไทย
7.3.3 แนะนาํ ใชภ้ ูมปิ ญั ญาไทย ใชแ้ ละแนะนําให้เพ่ือน ใชภ้ ูมปิ ัญญาไทย
มีสว่ นรว่ ม ในชีวติ ประจําวนั และ ใช้ภมู ิปัญญาไทย ในชวี ติ ประจาํ วนั
ในการสืบทอด มสี ว่ นร่วมในการสบื ในชวี ติ ประจาํ วนั
ภูมิปัญญาไทย ทอดภูมิปัญญาไทย
386
บันทึกผลหลงั สอน/การจัดการเรียนรู้
ผลทเี่ กดิ กับผเู้ รียนรู้
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ปัญหา / อุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................…
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขปรบั ปรงุ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ความเห็นของผอู้ าํ นวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
387
ใบความรู้
เรือ่ ง เศรษฐกิจสมยั กรงุ ธนบุรจี ากพงศาวดาร
การกวาดตอ้ นผู้คนกลบั ไปยงั พมา่ หลงั สงครามในปี พ.ศ.2310 เป็นปญั หาสําคัญทีท่ าํ ใหก้ รงุ ธนบรุ ี
ขาดแคลนแรงงานผลิตจํานวนมาก ภาวะสงครามทาํ ให้ไพร่หยดุ การทําไร่ไถนาเปน็ เวลาหลายปี จึง
ก่อใหเ้ กิดปัญหาขาดแคลนอาหารตามมา การที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรที รงเกลี้ยกล่อมผู้คนเข้า
สวามิภักด์ิ ทําให้ราษฎรเข้ามาอยู่รวมกันเปน็ จํานวนมาก จงึ เกิดปญั หาขา้ วยากหมากแพงและคนอดตาย
ทาํ ให้เศรษฐกจิ ในสมยั ธนบรุ ีมปี ัญหาดังทบี่ าทหลวงชาวฝรั่งเศส ช่อื มองเซนเยอร์ เลอบอง ซง่ึ เข้ามาใน
เมืองไทยเมื่อ พ.ศ.2318 จดบันทกึ ไว้ ดังน้ี
“..... จนถงึ เวลาเด๋ียวนี้ อาหารการกนิ ในเมอื งนี้ยงั แพงมาก เพราะบ้านเมอื งไมเ่ ปน็ อนั ทํามาหากนิ
มาเป็นเวลา 15 ปแี ลว้ และในเวลานี้ยงั หาสงบทเี ดยี วไม่....เวลานี้ขา้ วสารขายกนั ทะนานละ 2 เหรยี ญ
คร่ึง......”สภาพปัญหาเชน่ นีจ้ ึงทาํ สมเดจ็ พระเจา้ กรงุ ธนบรุ ีทรงมีพระราชปรารภว่า “บคุ คลผใู้ ดเป็นอาทิ
คอื เทวดา บุคคล ผู้มฤี ทธมิ์ าประสทิ ธ์ิ มากระทาํ ใหข้ า้ วปลาอาหารบรบิ ูรณข์ ้นึ ให้สัตว์โลกเปน็ สขุ ได้ แม้ผู้
นนั้ จะปรารถนาพระพาหาแห่งเราข้างหนงึ่ ก็อาจตดั บรจิ าคให้ผ้นู ้นั ได”้
ศาสตราจารย์ ดร.นธิ ิ เอียวศรวี งศ์ ช้วี า่ สมยั ธนบุรี สยามเผชิญกับปญั หาเศรษฐกจิ อยา่ งรนุ แรง
เฉพาะเร่อื งการผลติ ขา้ วใหพ้ อกินตลอดท้ังปีก็ตอ้ งใช้เวลาอยูห่ ลายปี ส่วนเรื่องการผลิตข้าวเพ่ือสง่ ออกนั้น
เปน็ ส่งิ ที่ทาํ ไมไ่ ด้เลยเกอื บตลอดรชั สมัย ยงิ่ ต้องทําสงครามเกือบทกุ ปกี ย็ ิง่ ทาํ ใหท้ างการต้องสะสมขา้ วใน
ฉางหลวงไว้มาก ส่วนแรงงานท่ีใช้ในการผลติ ข้าวกต็ อ้ งลดน้อยลงเน่อื งจากถูกเกณฑเ์ ขา้ กองทัพ มิหนําซํา้
รายได้จากการเก็บอากรค่านากเ็ กบ็ ได้เพยี ง 1 ใน 3 ของพื้นทเี่ พาะปลูกในทร่ี าบลุ่มแมน่ า้ํ เจา้ พระยากบั
พ้นื ท่ใี กลเ้ คยี งเท่านัน้ ความสามารถในการควบคมุ กาํ ลงั คนยงั เป็นสว่ นหน่ึงที่ทําใหร้ ายไดจ้ ากสนิ คา้ ปา่ มี
ปรมิ าณนอ้ ยกวา่ สมัยอยธุ ยาตอนปลาย พนื้ ท่เี กบ็ อากรคา่ นาเพิง่ ขยายไปถงึ เมืองพิชัย สงขลา ตราด และ
โคราชในสมยั รัตนโกสินทรน์ เี้ อง
นอกจากน้ีความสมั พนั ธ์ทางการคา้ ระหวา่ งทางการสยามและพอ่ คา้ จีนแม้จะมอี ยู่ แต่สง่ิ ทขี่ าด
หายไปคือสทิ ธิพเิ ศษของทางการสยามในการเว้นภาษขี าเขา้ และออกจากการคา้ กบั ราชสํานักจนี ใน
การค้าแบบบรรณาการ ผลท่ตี ามมาคอื การขาดแคลนเงนิ สาํ หรับแลกเปลยี่ นสินคา้ ทต่ี ้องการ อาทิ ปนื
ทาํ ใหท้ างการสยามตอ้ งนาํ สนิ คา้ ประเภท ดีบกุ งาชา้ ง และไม้มาแลกอาวธุ ปนื แทน นอกจากน้กี ารขาด
แคลนเงนิ และทรัพย์สนิ จากการค้ายงั ส่งผลกระทบต่อการพระราชทานเบ้ียหวัด เครอ่ื งยศ การเสริมสรา้ ง
พระราชฐานะ และพระราชอาํ นาจ ทําใหส้ มเด็จพระเจา้ กรงุ ธนบุรีทรงระมดั ระวงั การร่ัวไหลของ เงินทอง
อกี ท้ังยงั ทรงลงโทษผู้กระทําการทุจรติ อย่างรุนแรง จงึ เปน็ การขัดผลประโยชนอ์ ันพงึ มพี งึ ไดต้ ามปกตขิ อง
ขนุ นางอกี ทางหน่งึ เชน่ กนั
การแก้ปัญหาเฉพาะหนา้ ทางเศรษฐกจิ ในรชั สมยั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินด้วยการสละพระราชทรัพย์
ซอ้ื ขา้ วสารจากพอ่ คา้ ต่างเมืองมาแจกจ่ายราษฎร และการสนบั สนนุ ใหพ้ ่อค้าตา่ งชาติ เชน่ ชาวจีน เข้ามา
คา้ ขายในกรงุ ธนบุรีและทาํ ไร่อ้อย ไร่พรกิ ไทยตามหัวเมอื งชายฝ่ังตะวนั ออกและภาคใตท้ าํ ให้ภาวะขาด
แคลนอาหารบรรเทาแล้ว การแก้ปญั หาระยะยาวคอื โปรดฯใหเ้ จา้ นายและขุนนางทาํ นาบริเวณนอกคู
เมืองฟากตะวนั ออกของกรุงธนบุรี กระทมุ่ แบน หนองบวั และแขวงเมอื งนครชัยศรี รวมทง้ั ให้ทหาร
ราษฎร และเชลยชาวลาวและเขมรทําการเพาะปลกู ยามทีเ่ วน้ ว่างจากราชการสงคราม
(พทิ ยะ ศรวี ฒั นสาร : มหาวทิ ยาลัยธุรกจิ บัณฑิตย์ เรียบเรยี ง)
388
ใบงาน เรือ่ ง พัฒนาการด้านเศรษฐกจิ และสงั คมสมยั กรุงธนบรุ ี
คาํ ชแ้ี จง ให้นักเรยี นตอบคําถามตอ่ ไปนี้
1. เพราะเหตุใด สภาพเศรษฐกิจในสมัยกรุงธนบุรีในระยะแรกนน้ั จึงมีภาวะวิกฤตเขา้ ข้นั รนุ แรง
2. สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชทรงมีวธิ แี กป้ ัญหาเฉพาะหนา้ เพ่ือบรรเทาความอดอยากของราษฎร
อย่างไร
3. สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราชทรงมีนโยบายในการแกไ้ ขปัญหาเศรษฐกิจอยา่ งไรบ้าง
4. โดยภาพรวมแล้ว สภาพเศรษฐกิจสมัยกรงุ ธนบรุ มี ลี กั ษณะอยา่ งไร
5. ฐานะของพระมหากษตั ริยใ์ นสมัยกรงุ ธนบุรีเปน็ อย่างไร แตกต่างจากสมยั กรุงศรีอยธุ ยาหรอื ไม่
จงอธบิ าย
6. ลักษณะโครงสร้างทางสังคมของกรุงธนบุรี มปี ระโยชน์อย่างไรต่อการเมืองการปกครอง
7. ชนชน้ั “มูลนาย” หมายถึงชนชั้นใดบา้ ง และมเี กณฑก์ ารแบง่ อย่างไร
8. ชนช้ัน “เจ้านาย” และชนชัน้ “มูลนาย” แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
9. ชนชนั้ ขนุ นางในสมัยกรงุ ธนบุรี มีหนา้ ทีท่ างสงั คมอยา่ งไร
10. เพราะเหตใุ ด พระภิกษุสงฆ์ จึงถือเป็นชนช้ันพิเศษในสังคมสมัยกรุงธนบรุ ี
389
เฉลย
ใบงาน เร่ือง พัฒนาการด้านเศรษฐกิจและสงั คมสมัยกรงุ ธนบรุ ี
คําชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนตอบคาํ ถามต่อไปน้ี
1. เพราะเหตุใด สภาพเศรษฐกจิ ในสมัยกรงุ ธนบุรใี นระยะแรกนนั้ จงึ มีภาวะวิกฤตเข้าข้นั รนุ แรง
สาเหตทุ ี่ทําใหก้ รงุ ธนบรุ มี ีภาวะวิกฤตทางเศรษฐกจิ ข้นั รนุ แรง มี 3 ประการ คือ
1) สูญเสยี เครอ่ื งอุปโภคบริโภคจากการทาํ สงครามกบั พมา่ เป็นระยะเวลานานในสมัยกรงุ ศรี
อยธุ ยา
2) มกี ารทําสงครามในสมัยกรงุ ธนบุรที ัง้ สงครามปราบปรามชุมนุมคนไทย และสงครามกบั พม่า
3) มคี า่ ใช้จ่ายในการสร้างราชธานีใหม่เปน็ จํานวนมาก
2. สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช ทรงมีวธิ แี ก้ปญั หาเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความอดอยากของราษฎร
อย่างไร
ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อขา้ วสารจากพ่อค้าสาํ เภาจนี ซ่งึ มรี าคาแพง เพื่อนํามา
แจกจ่ายให้แก่ราษฎร
3. สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชทรงมนี โยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอยา่ งไรบ้าง
1) ทรงใชพ้ ระราชทรัพย์ส่วนพระองคซ์ ้ือขา้ วสารจากพ่อค้าสําเภาจีนซึ่งมีราคาแพง เพ่ือนาํ มา
แจกจา่ ยให้แก่ราษฎร
2) โปรดใหข้ า้ ราชการทาํ นาปีละ 2 คร้ัง เพือ่ แกไ้ ขปญั หาขาดแคลนขา้ วสาร
3) ทรงรับสั่งใหก้ ําจดั หนู เพอ่ื ให้หนทู ่กี ดั กินข้าวในย้งุ ฉางลดจาํ นวนลง
4) ทรงปราบปรามโจรผู้ร้ายดว้ ยมาตรการท่เี ดด็ ขาด
5) ประมลู ผูกเกบ็ ค่าภาคหลวง ขดุ ทรพั ย์ทีช่ าวบา้ นฝังไวใ้ นยามสงคราม
6) สง่ เสริมใหพ้ ่อคา้ ชาวตา่ งชาติเขา้ มาคา้ ขายในกรุงธนบุรี
4. โดยภาพรวมแลว้ สภาพเศรษฐกจิ สมัยกรงุ ธนบรุ มี ีลกั ษณะอย่างไร
ในระยะแรกประสบปัญหาเศรษฐกจิ อยา่ งรนุ แรง แมใ้ นระยะตอ่ มาจะสามารถฟ้ืนตัวได้ดว้ ยพระ
อัจฉรยิ ภาพของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช แต่การเกษตรกรรมและการคา้ ระหวา่ งประเทศกไ็ มเ่ ฟ่ืองฟูเท่า
สมยั กรงุ ศรีอยธุ ยา
5. ฐานะของพระมหากษตั ริยใ์ นสมัยกรุงธนบรุ ีเปน็ อยา่ งไร แตกต่างจากสมัยกรุงศรอี ยธุ ยาหรอื ไม่ จง
อธบิ าย
ทรงเป็นประมขุ ของอาณาจักร มีพระราชอาํ นาจสูงสดุ ในการปกครอง ดาํ รงฐานะเปน็ สมมติเทพ
และธรรมราชาโดยถอดแบบมาจากสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยาทั้งหมด
6. ลกั ษณะโครงสรา้ งทางสงั คมของกรงุ ธนบรุ ี มปี ระโยชนอ์ ย่างไรตอ่ การเมอื งการปกครอง
390
เป็นสง่ิ ทก่ี าํ หนดหน้าท่ีและความรบั ผิดชอบของประชาชนในสงั คม
7. ชนชนั้ “มูลนาย” หมายถึงชนชนั้ ใดบ้าง และมเี กณฑ์การแบง่ อย่างไร
ชนชัน้ มลู นาย หมายถึง พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานวุ งศ์ และขนุ นาง โดยมีศกั ดินา 400 ไร่
ข้ึนไป
8. ชนชน้ั “เจ้านาย” และชนชน้ั “มูลนาย” แตกต่างกนั หรือไม่ อยา่ งไร
แตกต่างกัน ชนชั้นเจา้ นาย หมายถงึ พระบรมวงศานุวงศ์เท่าน้ัน แต่ชนชั้นมลู นาย จะหมายรวมถงึ
พระมหากษตั ริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ และขนุ นาง
9. ชนช้นั ขุนนางในสมัยกรุงธนบุรี มีหนา้ ท่ที างสังคมอยา่ งไร
บรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ตามพระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์
10. เพราะเหตุใด พระภกิ ษุสงฆ์ จงึ ถอื เปน็ ชนชั้นพิเศษในสังคมสมัยกรุงธนบุรี
เพราะเปน็ ชนช้ันที่ได้รับการนบั ถอื จากประชาชนทกุ หม่เู หล่าในสงั คม ท้งั พระมหากษตั ริยล์ งมา
จนถึงชนชน้ั ทาส สามารถบวชเป็นพระภิกษุสงฆไ์ ด้ อกี ท้งั เมื่อทาสได้รับการบวชเปน็ ภกิ ษุแลว้ จะหลุดพ้นจาก
การเปน็ ทาสโดยทันที
391
รายวิชา ประวัติศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 3 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เวลา 4 ชว่ั โมง
เรอ่ื ง พฒั นาการด้านความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ 1 เวลา 1 ชวั่ โมง
ใชส้ อนวันที่........................เดอื น...............................พ.ศ........................................
สาระสําคัญ
ปจั จัยหลายประการส่งผลใหก้ รุงธนบรุ ีดาํ เนินความสมั พันธ์กบั รัฐใกล้เคียงและดนิ แดนทีอ่ ยไู่ กลออกไป
ในรปู แบบท่ีแตกตา่ งกันตามเหตผุ ลของสถานการณ์บา้ นเมืองและลักษณะความสัมพันธท์ สี่ บื เนอ่ื งมาจากสมยั
อยธุ ยา
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเปน็ มาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปญั ญาไทย มคี วามรัก ความภูมิใจ
และธํารงความเป็นไทย
ตวั ชว้ี ัด ม.3/3
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. วิเคราะหป์ จั จัยท่สี ่งผลตอ่ ความสมั พนั ธก์ ับรฐั ทีอ่ ยใู่ กลเ้ คียงอาณาจักรกรงุ ธนบุรีได้
2. อธบิ ายความสมั พันธ์ระหวา่ งกรงุ ธนบุรีกับจนี ได้
3 อธบิ ายลักษณะความสมั พนั ธร์ ะหว่างกรงุ ธนบุรกี บั ชาตติ ะวันตกได้
เนื้อหา/สาระการเรยี นรู้
พัฒนาการดา้ นความสัมพันธร์ ะหวา่ งประเทศของอาณาจักรกรงุ ธนบรุ ี
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาํ
1. ครอู ธบิ ายให้นักเรียนฟงั เรือ่ ง ระบบกระบวนการกล่มุ และถามคาํ ถามกระตุ้นความคดิ ยกตวั อย่าง
ความสมั พันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพือ่ นบา้ นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ว่ามคี วามเหมือนหรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
เช่น การเสียกรงุ ศรอี ยธุ ยาคร้งั ท่ี 2 สง่ ผลต่อความสมั พันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบา้ นในสมยั กรงุ ธนบรุ ี
เปน็ อยา่ งไร
(แนวคาํ ตอบ: ประเทศราชบางประเทศแยกตนเป็นอสิ ระ)
2. ครอู ธิบายเชื่อมโยงให้นักเรียนเขา้ ใจถงึ เหตุผลของความ สมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศไทยสมัยอยธุ ยาว่า
สง่ ผลตอ่ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประเทศไทยสมัยกรงุ ธนบุรอี ยา่ งไรบ้าง
392
ขั้นสอน
1. นกั เรียนแบ่งกลุม่ 4-5 คน ร่วมกนั ทาํ ใบงานเร่ือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมยั กรงุ ธนบรุ ี
2. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ อภิปราย หาคําตอบ และอธบิ ายคาํ ตอบให้สมาชกิ ทกุ
คนในกลุ่มมคี วามเขา้ ใจ กระตุ้นให้นักเรียนนาํ ความรูเ้ ดมิ ของตนเองออกมาเช่ือมโยงกับความรู้ใหม่
3. ครู ให้นกั เรยี นรับชม PowerPoint เร่อื ง พฒั นาการของอาณาจักรกรุงธนบุรี ในหัวข้อ พัฒนาการ
ดา้ นความสมั พนั ธ์ระหว่างประเทศสมยั กรงุ ธนบุรี พร้อมทัง้ ให้นักเรียนศกึ ษาใบงานเรอ่ื ง ความสมั พันธ์ระหวา่ ง
ประเทศสมัยกรุงธนบุรี
ขน้ั สรุป
1. ครูสุ่มนักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาํ เสนอ ใบงาน หนา้ ชั้น ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง อธิบายและ
ยกตวั อย่างเพ่ิมเติม ใหแ้ ก่นักเรียน
2. สรปุ ความรู้เรื่อง ดา้ นความสัมพนั ธร์ ะหว่างประเทศสมยั กรุงธนบรุ ี จากน้ันบันทึกความรู้ทไ่ี ด้
ในรูปแบบ แผนผงั ความคิด
ส่ือและแหลง่ เรียนรู้
- ใบความรู้/ใบงาน
- บทความทเี่ กี่ยวขอ้ ง
- หอ้ งสมุด/อนิ เทอรเ์ นต็
- ศาลสมเดจ็ พระเจ้าตากสิน
การวัดและประเมินผล
วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์
ตรวจผลงาน ผลงาน ร้อยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
รายบคุ คล เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สังเกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่ันในการ แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
ทํางาน เกณฑ์
393
แบบประเมนิ กระบวนการทาํ งานกลุ่ม
รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมิน 4321
กระบวนการ มกี ารกําหนดบทบาท มีการกาํ หนดบทบาท มกี ารกาํ หนดบทบาท ไมม่ กี ารกําหนด
ทาํ งานกล่มุ สมาชกิ ชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชกิ
และมีการชแ้ี จง มีการชีแ้ จงเปา้ หมาย ไม่มีการชี้แจง และไมม่ ีการช้ีแจง
เป้าหมาย อยา่ งชัดเจนและ เปา้ หมาย เปา้ หมาย สมาชกิ
การทํางาน ปฏิบัตงิ านรว่ มกนั อย่างชดั เจน ต่างคนต่างทํางาน
มกี ารปฏิบตั ิงาน แตไ่ ม่มกี ารประเมนิ ปฏบิ ัตงิ านร่วมกนั
ร่วมกนั เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทุกคน
อย่างร่วมมอื ร่วมใจ
พร้อมกับการประเมนิ
เป็นระยะ ๆ
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
ตัวช้ีวดั ที่ 1.4 เคารพเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์
พฤตกิ รรมบ่งช้ี ดีเยย่ี ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไม่ผ่าน (0)
1.4.1 เข้ารว่ มและ เขา้ รว่ มกิจกรรม เข้าร่วมกิจกรรม เข้ารว่ มกจิ กรรม ไม่เข้ารว่ มกจิ กรรม
มสี ่วนร่วมในการ และมีสว่ นรว่ ม และมีสว่ นรว่ ม ทเี่ กีย่ วกับสถาบนั ทีเ่ ก่ยี วกับสถาบัน
จัดกิจกรรมที่ ในการจดั กิจกรรม ในการจดั กิจกรรม พระมหากษัตริย์ พระมหากษตั ริย์
เก่ียวกบั ท่เี ก่ียวกบั สถาบนั ทีเ่ กยี่ วกับสถาบัน ตามท่ีโรงเรียนและ
สถาบัน พระมหากษตั รยิ ์ตามที่ พระมหากษัตรยิ ต์ ามที่ ชุมชน
พระมหากษัตริย์ โรงเรียนและชมุ ชน โรงเรยี นและชมุ ชน จดั ข้ึน
1.4.2 แสดงความ จัดขึ้น ชน่ื ชมใน จัดขน้ึ
สํานึกในพระมหา พระราชกรณยี กจิ
กรณุ าธคิ ุณของ พระปรชี าสามารถ
พระมหากษตั ริย์ ของพระมหากษัตรยิ ์
1.4.3 แสดงออก และพระราชวงศ์
ซ่งึ ความจงรักภกั ดี
ตอ่ สถาบัน
พระมหากษตั รยิ ์
394
ใฝ่เรียนรู้
ตวั ชว้ี ัดที่ 4.2 แสวงหาความรูจ้ ากแหล่งเรยี นร้ตู ่าง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรียน ด้วยการเลือกใช้
สอื่ อย่างเหมาะสม บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนาํ ไปใช้ในชวี ิตประจําวนั ได้
พฤตกิ รรมบ่งชี้ ดีเยย่ี ม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ ่าน (0)
4.2.1 ศกึ ษาค้นคว้า ศกึ ษาคน้ ควา้ ศกึ ษาค้นคว้า ศึกษาค้นควา้ ไม่ศกึ ษาค้นควา้
หาความรจู้ ากหนังสอื หาความร้จู ากหนังสอื หาความร้จู ากหนงั สือ หาความร้จู ากหนังสือ หาความรู้
เอกสาร สง่ิ พิมพ์ เอกสาร ส่ิงพิมพ์ เอกสาร สิง่ พมิ พ์ เอกสาร สง่ิ พมิ พ์
สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ ส่ือเทคโนโลยี สอ่ื เทคโนโลยี สื่อเทคโนโลยี
แหลง่ เรยี นรทู้ ัง้ ภายใน และสารสนเทศ และสารสนเทศ แหลง่ เรยี นรู้
และภายนอกโรงเรียน แหลง่ เรยี นรูท้ ั้ง แหลง่ เรยี นรทู้ งั้ ภายใน ทัง้ ภายในและ
และเลือกใช้สอื่ ได้ ภายใน และภายนอกโรงเรียน ภายนอกโรงเรยี น
อย่างเหมาะสม และภายนอกโรงเรียน และเลอื กใชส้ อ่ื เลอื กใช้ส่อื
4.2.2 บนั ทึกความรู้ เลอื กใชส้ อื่ ได้อยา่ งเหมาะสม ไดอ้ ย่างเหมาะสม
วเิ คราะห์ ตรวจสอบ ได้อย่างเหมาะสม มีการบันทึกความรู้ มกี ารบันทึกความรู้
จากส่ิงที่เรียนรู้ มกี ารบนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะหข์ อ้ มลู
สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ วเิ คราะห์ขอ้ มลู สรปุ เปน็ องค์ความรู้
4.2.3 แลกเปลย่ี น สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ แลกเปลี่ยนเรยี นรู้
เรียนรู้ แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ กับผู้อื่นได้
ดว้ ยวิธกี ารตา่ ง ๆ ด้วยวธิ กี ารที่
และนําไปใช้ หลากหลาย
ในชวี ิตประจาํ วัน และนําไปใช้
ในชวี ิตประจําวนั ได้
ม่งุ มนั่ ในการทํางาน
ตัวชว้ี ัดที่ 6.1 ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบในการปฏบิ ตั หิ น้าทีก่ ารงาน
พฤตกิ รรมบ่งชี้ ดีเยยี่ ม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ า่ น (0)
6.1.1 เอาใจใส่ต่อ ต้งั ใจและรับผิดชอบ ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ ไมต่ ้งั ใจปฏบิ ตั ิ
การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี ในการปฏิบัตหิ น้าท่ี ในการปฏิบัติหน้าที่ ในการปฏบิ ัติหน้าที่ หน้าที่การงาน
ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ท่ีได้รับมอบหมาย ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
6.1.2 ตงั้ ใจและ ให้สาํ เรจ็ มกี าร ให้สําเร็จ มีการ ใหส้ าํ เร็จ
รบั ผดิ ชอบ ปรับปรุงและ ปรับปรงุ และ
ในการทาํ งานให้ พฒั นาการทํางาน พัฒนาการทาํ งาน
สําเรจ็ ให้ดีขึน้ ด้วยตนเอง ให้ดขี ึ้น
6.1.3 ปรบั ปรุง
และพัฒนาการ
ทํางาน
ด้วยตนเอง
395
รักความเปน็ ไทย
ตัวช้วี ัดที่ 7.3 อนุรกั ษแ์ ละสืบทอดภมู ิปัญญาไทย
พฤตกิ รรมบ่งช้ี ดเี ยีย่ ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไมผ่ ่าน (0)
7.3.1 นาํ ภูมปิ ัญญา สบื คน้ ภมู ิปัญญาไทย สืบค้นภมู ปิ ญั ญาไทย สืบคน้ ภมู ิปญั ญาไทย ไม่สนใจภูมปิ ญั ญาไทย
ไทยมาใชใ้ ห้ เข้ารว่ มและชกั ชวน ทมี่ อี ยใู่ นท้องถน่ิ ทใี่ ช้ในทอ้ งถน่ิ
เหมาะสม คนในครอบครวั เพอ่ื น เขา้ ร่วมและชักชวน เขา้ รว่ มและชกั ชวน
ในวิถชี วี ิต และผู้อน่ื เข้ารว่ ม คนในครอบครัว เพอ่ื น คนในครอบครัว หรอื
7.3.2 ร่วมกจิ กรรม กิจกรรมที่เก่ียวขอ้ งกับ และผอู้ ่ืนเข้าร่วม เพ่อื น เขา้ รว่ มกิจกรรม
ท่เี ก่ยี วข้องกับ ภูมปิ ัญญาไทย กิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกับ ท่เี กีย่ วข้องกับ
ภมู ิปญั ญาไทย ใชแ้ ละแนะนาํ ให้เพ่ือน ภมู ิปญั ญาไทย ภมู ิปัญญาไทย
7.3.3 แนะนาํ ใช้ภมู ปิ ญั ญาไทย ใช้และแนะนาํ ใหเ้ พ่อื น ใชภ้ มู ิปญั ญาไทย
มีสว่ นร่วม ในชีวิตประจาํ วัน และ ใชภ้ มู ิปญั ญาไทย ในชีวติ ประจําวนั
ในการสบื ทอด มสี ่วนร่วมในการสบื ในชีวิตประจาํ วัน
ภมู ปิ ัญญาไทย ทอดภูมิปัญญาไทย
บันทกึ ผลหลังสอน/การจดั การเรียนรู้
ผลทเี่ กดิ กบั ผ้เู รียนรู้
................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ปัญหา / อุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขปรับปรุง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ความเหน็ ของผู้อํานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
396
รายวิชา ประวตั ิศาสตร์ แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 4 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เวลา 4 ชว่ั โมง
เร่ือง พัฒนาการด้านความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ 2 เวลา 1 ชัว่ โมง
ใช้สอนวันท่ี........................เดอื น...............................พ.ศ........................................
สาระสําคญั
ปจั จัยหลายประการส่งผลใหก้ รุงธนบุรดี าํ เนนิ ความสัมพันธ์กบั รฐั ใกลเ้ คยี งและดินแดนท่ีอยไู่ กลออกไป
ในรูปแบบทีแ่ ตกตา่ งกันตามเหตผุ ลของสถานการณบ์ า้ นเมอื งและลกั ษณะความสัมพนั ธท์ ่ีสบื เนื่องมาจากสมัย
อยธุ ยา
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มีความรกั ความภมู ิใจ
และธํารงความเปน็ ไทย
ตัวชีว้ ัด ม.3/3
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. วเิ คราะห์ปัจจัยท่สี ่งผลตอ่ ความสัมพันธ์กับรฐั ท่อี ยใู่ กลเ้ คยี งอาณาจกั รกรงุ ธนบรุ ีได้
2. อธิบายความสัมพันธร์ ะหว่างกรุงธนบรุ กี ับจีนได้
3 อธบิ ายลักษณะความสมั พันธ์ระหวา่ งกรงุ ธนบุรกี ับชาตติ ะวนั ตกได้
เนอ้ื หา/สาระการเรยี นรู้
พัฒนาการดา้ นความสัมพันธร์ ะหว่างประเทศของอาณาจักรกรุงธนบุรี
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนํา
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันทบทวนเนอ้ื หา เรื่อง พัฒนาการดา้ นความสัมพันธ์ระหวา่ งประเทศสมยั กรุง
ธนบรุ ีจากน้นั นําเข้าสบู่ ทเรียน
ขั้นสอน
1. นักเรียนแบง่ กล่มุ 4-5 คน ตัวแทนแต่ละกลุ่มจับสลากเลอื กหวั ขอ้ ที่จะศึกษาเรือ่ ง พัฒนาการด้าน
ความสัมพันธร์ ะหว่างประเทศสมัยกรุงธนบรุ ี ในหัวข้อที่กาํ หนดให้ ดงั นี้
1) รูปแบบความสมั พันธ์ระหว่างประเทศ
2) ความสัมพนั ธก์ บั ประเทศใกลเ้ คยี ง เชน่ ล้านนา ลา้ นช้าง หวั เมืองมลายู
3) ความสัมพันธก์ บั ประเทศใกลเ้ คียง เชน่ พม่า เขมร
4) ความสัมพนั ธ์กบั ประเทศจีน
5) ความสัมพันธ์กบั ชาตติ ะวันตก
2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มแบง่ บทบาทหนา้ ท่ีของสมาชิกในกลมุ่ เพอื่ ศกึ ษาหาขอ้ มลู ตามหวั ข้อทีจ่ ับสลากได้
397
3. ครู ตงั้ คําถาม เพราะเหตุใด ความสัมพนั ธ์ระหว่างประเทศสมยั กรุงธนบุรกี ับจนี จงึ เป็นไปในรูปแบบ
รัฐบรรณาการ ซง่ึ แตกต่างกับประเทศอืน่ ๆ
(แนวคาํ ตอบ : เพื่อเหตผุ ลทางการค้าและตอ้ งการให้จักรพรรดจิ ีนรบั รองฐานะกษตั รยิ ์ของพระเจา้ ตาก
สินมหาราช) นกั เรยี นรว่ มกนั ตอบคําถาม
4. ครแู จกใบงาน เรอ่ื ง พฒั นาการด้านความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศสมัยกรุงธนบรุ ี
5. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั ทาํ ใบงาน และตรวจสอบความถูกตอ้ งของผลงานในใบงาน ถา้ มี
ขอ้ บกพร่องใหช้ ่วยกนั เตมิ เตม็ ให้สมบรู ณ์
6. ครูสุ่มนักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นาํ เสนอใบงาน หนา้ ชนั้ เรยี น พร้อมทง้ั อธบิ ายใหเ้ พ่อื นร่วมช้นั ฟงั จนเขา้ ใจ
ชัดเจน ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง อธบิ ายและยกตวั อย่างเพ่มิ เติม ใหแ้ กน่ กั เรียน ถงึ ปัจจยั ใดท่สี ่งผลตอ่
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งประเทศสมัยกรุงธนบุรี(แนวคาํ ตอบ : ความมน่ั คงของชาต)ิ
ขัน้ สรุป
1. ครสู ุม่ นักเรียนแต่ละกลุม่ นาํ เสนอ ใบงาน หนา้ ชน้ั ครตู รวจสอบความถูกต้อง อธิบายและ
ยกตัวอยา่ งเพิ่มเติม ให้แกน่ กั เรยี น
2. สรุปความรูเ้ รื่อง ดา้ นความสัมพันธร์ ะหว่างประเทศสมยั กรุงธนบรุ ี จากนนั้ บันทึกความรทู้ ่ีได้ ใน
รูปแบบ แผนผงั ความคดิ และ แบบบนั ทกึ สรปุ ผลการเรยี นรู้สาํ หรับผู้เรยี น
สื่อและแหลง่ เรียนรู้
- ใบความรู้/ใบงาน
- บทความท่เี กี่ยวขอ้ ง
- หอ้ งสมุด/อินเทอร์เนต็
- ศาลสมเด็จพระเจา้ ตากสิน
การวัดและประเมินผล
วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ตรวจผลงาน ผลงาน รอ้ ยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น
รายบคุ คล เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม่ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สังเกตความมวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ และม่งุ ม่นั ในการ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
ทํางาน เกณฑ์
398
แบบประเมนิ กระบวนการทาํ งานกลุ่ม
รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมิน 4321
กระบวนการ มกี ารกําหนดบทบาท มีการกาํ หนดบทบาท มกี ารกาํ หนดบทบาท ไมม่ กี ารกําหนด
ทาํ งานกล่มุ สมาชกิ ชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชกิ
และมีการชแ้ี จง มีการชีแ้ จงเปา้ หมาย ไม่มีการชี้แจง และไมม่ ีการช้ีแจง
เป้าหมาย อยา่ งชัดเจนและ เปา้ หมาย เปา้ หมาย สมาชกิ
การทํางาน ปฏิบัตงิ านรว่ มกนั อย่างชดั เจน ต่างคนต่างทํางาน
มกี ารปฏิบตั ิงาน แตไ่ ม่มกี ารประเมนิ ปฏบิ ัตงิ านร่วมกนั
ร่วมกนั เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทุกคน
อย่างร่วมมอื ร่วมใจ
พร้อมกับการประเมนิ
เป็นระยะ ๆ
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
ตัวช้ีวดั ที่ 1.4 เคารพเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์
พฤตกิ รรมบ่งช้ี ดีเยย่ี ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไม่ผ่าน (0)
1.4.1 เข้ารว่ มและ เขา้ รว่ มกิจกรรม เข้าร่วมกิจกรรม เข้ารว่ มกจิ กรรม ไม่เข้ารว่ มกจิ กรรม
มสี ่วนร่วมในการ และมีสว่ นรว่ ม และมีสว่ นรว่ ม ทเี่ กีย่ วกับสถาบนั ทีเ่ ก่ยี วกับสถาบัน
จัดกิจกรรมที่ ในการจดั กิจกรรม ในการจดั กิจกรรม พระมหากษัตริย์ พระมหากษตั ริย์
เก่ียวกบั ท่เี ก่ียวกบั สถาบนั ทีเ่ กยี่ วกับสถาบัน ตามท่ีโรงเรียนและ
สถาบัน พระมหากษตั รยิ ์ตามที่ พระมหากษัตรยิ ต์ ามที่ ชุมชน
พระมหากษัตริย์ โรงเรียนและชมุ ชน โรงเรยี นและชมุ ชน จดั ข้ึน
1.4.2 แสดงความ จัดขึ้น ชน่ื ชมใน จัดขน้ึ
สํานึกในพระมหา พระราชกรณยี กจิ
กรณุ าธคิ ุณของ พระปรชี าสามารถ
พระมหากษตั ริย์ ของพระมหากษัตรยิ ์
1.4.3 แสดงออก และพระราชวงศ์
ซ่งึ ความจงรักภกั ดี
ตอ่ สถาบัน
พระมหากษตั รยิ ์
399
ใฝ่เรียนรู้
ตวั ชว้ี ัดที่ 4.2 แสวงหาความรูจ้ ากแหล่งเรยี นร้ตู ่าง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรียน ด้วยการเลือกใช้
สอื่ อย่างเหมาะสม บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนาํ ไปใช้ในชวี ิตประจําวนั ได้
พฤตกิ รรมบ่งชี้ ดีเยย่ี ม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ ่าน (0)
4.2.1 ศกึ ษาค้นคว้า ศกึ ษาคน้ ควา้ ศกึ ษาค้นคว้า ศึกษาค้นควา้ ไม่ศกึ ษาค้นควา้
หาความรจู้ ากหนังสอื หาความร้จู ากหนังสอื หาความร้จู ากหนงั สือ หาความร้จู ากหนังสือ หาความรู้
เอกสาร สง่ิ พิมพ์ เอกสาร ส่ิงพิมพ์ เอกสาร สิง่ พมิ พ์ เอกสาร สง่ิ พมิ พ์
สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ ส่ือเทคโนโลยี สอ่ื เทคโนโลยี สื่อเทคโนโลยี
แหลง่ เรยี นรทู้ ัง้ ภายใน และสารสนเทศ และสารสนเทศ แหลง่ เรยี นรู้
และภายนอกโรงเรียน แหลง่ เรยี นรูท้ ั้ง แหลง่ เรยี นรทู้ งั้ ภายใน ทัง้ ภายในและ
และเลือกใช้สอื่ ได้ ภายใน และภายนอกโรงเรียน ภายนอกโรงเรยี น
อย่างเหมาะสม และภายนอกโรงเรียน และเลอื กใชส้ อ่ื เลอื กใช้ส่อื
4.2.2 บนั ทึกความรู้ เลอื กใชส้ อื่ ได้อยา่ งเหมาะสม ไดอ้ ย่างเหมาะสม
วเิ คราะห์ ตรวจสอบ ได้อย่างเหมาะสม มีการบันทึกความรู้ มกี ารบันทึกความรู้
จากส่ิงที่เรียนรู้ มกี ารบนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะหข์ อ้ มลู
สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ วเิ คราะห์ขอ้ มลู สรปุ เปน็ องค์ความรู้
4.2.3 แลกเปลย่ี น สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ แลกเปลี่ยนเรยี นรู้
เรียนรู้ แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ กับผู้อื่นได้
ดว้ ยวิธกี ารตา่ ง ๆ ด้วยวธิ กี ารที่
และนําไปใช้ หลากหลาย
ในชวี ิตประจาํ วัน และนําไปใช้
ในชวี ิตประจําวนั ได้
ม่งุ มนั่ ในการทํางาน
ตัวชว้ี ัดที่ 6.1 ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบในการปฏบิ ตั หิ น้าทีก่ ารงาน
พฤตกิ รรมบ่งชี้ ดีเยยี่ ม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไมผ่ า่ น (0)
6.1.1 เอาใจใส่ต่อ ต้งั ใจและรับผิดชอบ ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ ไมต่ ้งั ใจปฏบิ ตั ิ
การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี ในการปฏิบัตหิ น้าท่ี ในการปฏิบัติหน้าที่ ในการปฏบิ ัติหน้าที่ หน้าที่การงาน
ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ท่ีได้รับมอบหมาย ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
6.1.2 ตงั้ ใจและ ให้สาํ เรจ็ มกี าร ให้สําเร็จ มีการ ใหส้ าํ เร็จ
รบั ผดิ ชอบ ปรับปรุงและ ปรับปรงุ และ
ในการทาํ งานให้ พฒั นาการทํางาน พัฒนาการทาํ งาน
สําเรจ็ ให้ดีขึน้ ด้วยตนเอง ให้ดขี ึ้น
6.1.3 ปรบั ปรุง
และพัฒนาการ
ทํางาน
ด้วยตนเอง
400
รักความเป็นไทย
ตวั ชีว้ ัดที่ 7.3 อนุรักษ์และสบื ทอดภูมปิ ัญญาไทย
พฤติกรรมบง่ ช้ี ดเี ย่ยี ม (3) ดี (2) ผา่ น (1) ไมผ่ า่ น (0)
7.3.1 นําภมู ิปญั ญา สืบค้นภมู ปิ ัญญาไทย สบื ค้นภูมปิ ญั ญาไทย สืบคน้ ภูมิปญั ญาไทย ไม่สนใจภมู ปิ ัญญาไทย
ไทยมาใชใ้ ห้ เขา้ รว่ มและชักชวน ท่มี อี ยใู่ นทอ้ งถิ่น ท่ีใช้ในทอ้ งถนิ่
เหมาะสม คนในครอบครวั เพอื่ น เข้ารว่ มและชกั ชวน เขา้ ร่วมและชักชวน
ในวิถีชวี ิต และผู้อน่ื เขา้ รว่ ม คนในครอบครัว เพอ่ื น คนในครอบครัว หรอื
7.3.2 รว่ มกจิ กรรม กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับ และผอู้ ื่นเข้าร่วม เพอ่ื น เขา้ ร่วมกจิ กรรม
ที่เกย่ี วขอ้ งกับ ภูมปิ ัญญาไทย กิจกรรมท่เี กี่ยวข้องกับ ที่เกยี่ วข้องกบั
ภมู ิปัญญาไทย ใชแ้ ละแนะนําใหเ้ พอ่ื น ภูมปิ ญั ญาไทย ภมู ปิ ญั ญาไทย
7.3.3 แนะนํา ใชภ้ ูมปิ ัญญาไทย ใช้และแนะนาํ ใหเ้ พือ่ น ใช้ภูมิปัญญาไทย
มีส่วนรว่ ม ในชวี ติ ประจาํ วัน และ ใช้ภมู ิปัญญาไทย ในชีวิตประจาํ วนั
ในการสบื ทอด มสี ว่ นรว่ มในการสบื ในชีวิตประจําวัน
ภูมปิ ัญญาไทย ทอดภูมิปัญญาไทย
บันทึกผลหลังสอน/การจัดการเรยี นรู้
ผลทเ่ี กิดกบั ผ้เู รียนรู้
................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ปญั หา / อุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขปรับปรุง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ความเห็นของผอู้ ํานวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
401
ใบงาน เรอ่ื ง ความสัมพันธ์ระหวา่ งประเทศสมัยกรุงธนบุรี
คําช้แี จง ใหน้ กั เรยี นตอบคาํ ถามต่อไปน้ี
1. สมเด็จเจ้าพระยามหากษตั รยิ ์ศกึ ได้อญั เชญิ พระแก้วมรกตมาจากประเทศใด
2. ความสัมพันธร์ ะหว่างไทย เขมร และญวน เกี่ยวขอ้ งกนั อย่างไร
3. เพราะเหตุใด ในสมัยกรุงธนบุรี ประเทศไทยจงึ ไมม่ คี วามสัมพนั ธท์ างการทตู กบั ชาติตะวนั ตก
4. ในภาพรวมความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งกรุงธนบรุ กี บั ลา้ นนา (เชยี งใหม่) เปน็ อยา่ งไร
5. ในสมัยกรุงธนบรุ ไี ทยทําสงครามกับพม่าถงึ 10 คร้ัง ส่วนใหญ่มีสาเหตมุ าจากเรอ่ื งใด
6. ศึกสงครามครัง้ สําคัญทีส่ ุดระหวา่ งไทยกับพม่าในสมยั กรุงธนบุรี คอื คร้ังใด
7. แม่ทพั คนสาํ คญั ที่ชว่ ยพระเจ้าตากทําสงคราม คอื ใคร
8. เพราะเหตใุ ด รอ้ ยเอกฟรานซิส ไลต์ จึงไดร้ ับพระราชทานยศเปน็ พระยาราชกปติ ัน
9. ชาติใดในทวีปเอเชยี ที่มีความสัมพนั ธเ์ ป็นพิเศษกับไทยในสมยั กรุงธนบรุ ี
10. ในสมัยกรุงธนบรุ ีไทยสนใจติดตอ่ กบั ชาตติ ะวนั ตกในเร่ืองใด
402
เฉลย
ใบงาน เรอ่ื ง ความสัมพันธร์ ะหวา่ งประเทศสมยั กรงุ ธนบุรี
คําชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นตอบคาํ ถามต่อไปน้ี
1. สมเดจ็ เจ้าพระยามหากษตั รยิ ศ์ ึกไดอ้ ัญเชญิ พระแก้วมรกตมาจากประเทศใด
ลาว
2. ความสัมพันธร์ ะหว่างไทย เขมร และญวน เกี่ยวข้องกนั อย่างไร
ไทยและญวนผลดั กนั มอี ํานาจเหนือดินแดนเขมร
3. เพราะเหตใุ ด ในสมัยกรุงธนบรุ ี ประเทศไทยจึงไมม่ ีความสมั พันธท์ างการทูตกับชาติตะวันตก
ไทยตดิ พันสงครามกบั ประเทศเพอื่ นบา้ น
4. ในภาพรวมความสัมพันธ์ระหว่างธนบรุ กี ับล้านนา (เชียงใหม่) เปน็ อยา่ งไร
เปน็ มิตรทีด่ ีต่อกัน
5. ในสมัยกรงุ ธนบุรีไทยทําสงครามกับพมา่ ถงึ 10 ครั้ง ส่วนใหญ่มีสาเหตมุ าจากเร่ืองใด
แยง่ ชิงความเป็นใหญ่ในสวุ รรณภูมิ
6. ศกึ สงครามคร้งั สําคญั ทสี่ ุดระหวา่ งไทยกับพม่าในสมยั กรงุ ธนบรุ ี คือคร้งั ใด
ศึกอะแซหวนุ่ กี้
7. แม่ทัพคนสาํ คญั ที่ชว่ ยพระเจ้าตากทําสงคราม คือใคร
เจา้ พระยาจกั รี
8. เพราะเหตใุ ด รอ้ ยเอกฟรานซิส ไลต์ จงึ ได้รับพระราชทานยศเปน็ พระยาราชกปิตัน
เป็นผ้จู ดั หาอาวธุ ใหแ้ ก่ไทย
9. ชาติใดในทวีปเอเชยี ทีม่ ีความสัมพันธ์เปน็ พิเศษกับไทยในสมัยกรงุ ธนบรุ ี
จนี
10. ในสมยั กรงุ ธนบรุ ไี ทยสนใจติดตอ่ กบั ชาตติ ะวันตกในเรอ่ื งใด
ปืนคาบศลิ า
403
ใบงาน เร่อื ง พัฒนาการดา้ นความสมั พันธ์ระหว่างประเทศสมยั กรุงธนบุรี
คาํ ชีแ้ จง ให้นกั เรยี นตอบคําถามตอ่ ไปนี้
1. ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประเทศในสมยั กรงุ ธนบรุ จี ําแนกเปน็ ลักษณะใดบ้าง
2. กรงุ ธนบรุ กี ับล้านนามีความสัมพนั ธ์กนั ในลกั ษณะใด
3. สงครามครัง้ สาํ คัญทส่ี ุดระหว่างไทยกบั พมา่ สมยั กรุงธนบรุ ีคอื สงครามใด
4. หัวเมอื งใดทีเ่ ปน็ ดินแดนกันชนระหวา่ งพม่ากับกรงุ ธนบรุ ี
5. พระแกว้ มรกตและพระบาง เปน็ พระพทุ ธรูปสําคัญทีไ่ ดม้ าจากสงครามกับชาติใด
6. หลังเสียกรงุ ศรอี ยุธยา ครงั้ ที่ 2 เขมรเปน็ อสิ ระจากไทย แตไ่ ทยตอ้ งยกทัพไปตีเขมรดว้ ยเหตใุ ด
7. เมื่อเกิดการแย่งชงิ อํานาจในเขมร ทาํ ให้เขมรตกอยูภ่ ายใต้อิทธพิ ลของชาตใิ ด
8. ไทยจัดการปกครองหัวเมอื งมลายูในสมัยกรงุ ธนบุรีอยา่ งไร
9. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งไทยกบั จนี ในสมยั กรงุ ธนบรุ เี หมอื นสมยั อยธุ ยาอย่างไร
10. ไทยไดป้ ระโยชนอ์ ะไรจากการคา้ ขายกับจนี
404
เฉลย
ใบงาน เรื่อง พัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมยั กรุงธนบรุ ี
คาํ ชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคําถามตอ่ ไปน้ี
1. ความสัมพันธร์ ะหวา่ งประเทศในสมยั กรุงธนบรุ ีจําแนกเป็นลกั ษณะใดบา้ ง
การทําสงคราม และค้าขายระหว่างประเทศ
2. กรุงธนบุรีกับล้านนามคี วามสมั พันธ์กนั ในลักษณะใด
พระเจา้ ตากตีล้านนาหรอื เชียงใหม่หลายครง้ั ขจดั อิทธพิ ลของพม่าไดส้ ําเรจ็ และให้เจ้านาย
ล้านนาปกครองลา้ นนากนั เอง ในฐานะเมืองประเทศราช
3. สงครามคร้ังสาํ คญั ทสี่ ดุ ระหวา่ งไทยกับพม่าสมยั กรงุ ธนบุรีคือสงครามใด
สงครามอะแซหว่นุ ก้ตี หี ัวเมืองเหนอื หรอื เมืองพิษณุโลก
4. หวั เมืองใดทเ่ี ป็นดนิ แดนกนั ชนระหวา่ งพมา่ กบั กรุงธนบรุ ี
ลา้ นนา หรอื เชียงใหม่
5. พระแกว้ มรกตและพระบาง เปน็ พระพทุ ธรูปสาํ คัญท่ีไดม้ าจากสงครามกับชาติใด
กรงุ ธนบรุ ีทาํ สงครามกบั ล้านชา้ ง
6. หลงั เสยี กรุงศรอี ยธุ ยา ครั้งที่ 2 เขมรเปน็ อิสระจากไทย แตไ่ ทยตอ้ งยกทพั ไปตเี ขมรดว้ ยเหตใุ ด
สมเด็จพระนารายณ์ราชากษัตรยิ ์เขมรส่ังให้กองทพั เขมรโจมตีเมอื งตราด และเมืองจนั ทบุรี
7. เมอ่ื เกิดการแยง่ ชงิ อํานาจในเขมร ทําให้เขมรตกอยภู่ ายใตอ้ ิทธิพลของชาติใด
ญวน
8. ไทยจดั การปกครองหัวเมืองมลายูในสมัยกรุงธนบรุ ีอย่างไร
ให้เจ้าพระยานครศรธี รรมราชดแู ลหวั เมืองปัตตานีและไทรบุรี
9 ความสัมพันธร์ ะหว่างไทยกับจีนในสมัยกรุงธนบรุ เี หมือนสมัยอยุธยาอย่างไร
เป็นความสมั พันธ์ทางการค้าในระบบบรรณาการ
10. ไทยได้ประโยชน์อะไรจากการค้าขายกบั จนี
ความสะดวกทางการค้า การรบั รองพระราชฐานะของพระเจ้าตากทาํ ให้มคี วามมัน่ คงทาง
การเมือง
405
ตวั อย่าง
แผนผงั ความคิด
เร่อื ง ความสัมพันธร์ ะหว่างประเทศ
เขมร จนี
พมา่
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างประเทศ
หวั เมืองมลายู ลา้ นนา
ตะวันตก ลา้ นช้าง
406
แบบบันทึกสรปุ ผลการเรยี นรสู้ าํ หรับผเู้ รยี น
ช่ือ-นามสกุล _______________________________ เลขท่ี _________ ชน้ั ___________
วันที่ _________________________ เดือน _______________________ พ.ศ. ___________
คาํ ชแี้ จง นกั เรียนบนั ทึกสรปุ ผลการเรยี นรูจ้ ากหนว่ ยการเรียนร้นู ี้
นกั เรียนยงั ไม่เขา้ ใจเรื่องใดอีกบา้ งท่ี นกั เรียนมีความรู้สึกอยา่ งไร หลงั จากท่ี นกั เรียนไดร้ ับความรู้เร่ืองใดบา้ งจาก
เก่ียวกบั หน่วยการเรียนรู้น้ีซ่ึงตอ้ งการ เรียนหน่วยการเรียนรู้น้ีแลว้ หน่วยการเรียนรู้น้ี
ใหค้ รูอธิบายเพิม่ เติม
________________________________________ ________________________________________
________________________________________ ________________________________________ ________________________________________
________________________________________ ________________________________________
________________________________________ ________________________________________ ________________________________________
________________________________________ หน่วยการเรียนรู้ นกั เรียนไดท้ าํ กิจกรรมอะไรบา้ ง ใน
ความสัมพนั ธ์ระหว่างประเทศ หน่วยการเรียนรู้น้ี
นกั เรียนจะสามารถนาํ ความรู้ความเขา้ ใจ นกั เรียนชอบความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง ________________________________________
จากหน่วยการเรียนรู้น้ีไปใชป้ ระโยชน์ ประเทศใดในสมยั กรุงธนบุรีท่ีนกั เรียน ________________________________________
ในชีวติ ประจาํ วนั ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง สนใจ และเพราะเหตุใด ________________________________________
________________________________________
________________________________________ ________________________________________
________________________________________ ________________________________________
________________________________________ ________________________________________
หมายเหตุ ครสู าํ เนาแบบบนั ทกึ นเ้ี พอ่ื ใหน้ ักเรยี นบนั ทึกทกุ หนว่ ยการเรยี นรู้
1. ครูสามารถนาํ แบบบนั ทึกน้ีไปใชเ้ ป็นหลกั ฐานและขอ้ มูลเพื่อปรับปรุงและพฒั นากระบวนการเรียนรู้ของผเู้ รียน
2. ครูสามารถนาํ แบบบนั ทึกน้ีไปใชป้ ระกอบการทาํ วจิ ยั ในช้นั เรียนได้
ภาคผนวก
407
เอกสารอ้างองิ
*คณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง่ ชาติ สาํ นักงาน. การเขียนแผนการสอนให้สอดคลอ้ งกับความต้องการ
ของทอ้ งถ่ิน กรงุ เทพฯ : ครุ ุสภาลาดพรา้ ว, 2540
*คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติสาํ นกั นายกรัฐมนตรี สํานกั งาน. แผนการศกึ ษาแห่งชาติ (พ.ศ.2545-
2549)กรุงเทพฯ : บริษัท พรกิ หวานกราฟฟิค จํากดั , 2545
คณะกรรมการการประถมศึกษาแหง่ ชาติ สํานกั งาน. การพฒั นาหลกั สตู รท้องถนิ่ เอกสารลําดบั ท่ี
65/2549
*คณะกรรมการฝา่ ยประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ. วฒั นธรรม พฒั นาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์
และภมู ิปญั ญาจังหวดั ตาก คณะกรรมการอาํ นวยการจัดงานเฉลิมพระเกยี รติพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั
เนื่องในโอกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา 6 รอบ. กรงุ เทพฯ : คุรสุ ภาลาดพร้าว, 2544
* แนวทางการบรหิ ารจัดการหลักสตู ร ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
กรงุ เทพฯ : ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จาํ กดั , 2551
* (รา่ ง) เอกสารประกอบหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 แนวปฏบิ ตั กิ าร
วัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ กรงุ เทพฯ : ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จาํ กดั , 2551
* เอกสารประกอบหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 แนวปฏิบตั ิการวดั และ
ประเมินผลการเรยี นรู้ กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จํากัด, 2551
*หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชว้ี ัดฯ
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)http://academic.obec.go.th/missiondetail.php?id=๓๔
408
คณะกรรมการดําเนนิ งาน
คณะกรรมการท่ีปรึกษา
นายวนิ ัย เมฆหมอก ผอู้ ํานวยการสาํ นกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาตาก เขต 1
นายสมคดิ มาหลา้ รองผู้อาํ นวยการสํานกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาตาก เขต 1
นางอรชร ปราจันทร์ รองผู้อาํ นวยการสาํ นกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษา ตาก เขต 1
นายวีระพงศ์ คาํ กมล รองผอู้ าํ นวยการสํานักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษา ตาก เขต 1
นายสุรศกั ดิ์ เอีย่ มทุเรยี น ผอู้ ํานวยการกล่มุ นเิ ทศ ติดตามและประเมินผลทางการศกึ ษา
ดร.อภิชยั นุชเนอื่ ง ผ้ทู รงคุณวฒุ ิ
คณะกรรมการจัดทํา
1. นายสุรศักด์ิ เอี่ยมทเุ รียน ศึกษานเิ ทศก์ สพป.ตาก เขต 1
2. นางพทั ยา ชมถนอม ศกึ ษานเิ ทศก์ สพป.ตาก เขต 1
3. นางสาวพรทพิ ย์ เฉียบแหลม ศึกษานิเทศก์ สพป.ตาก เขต 1
4. นางราํ เพย อดุ มวงษ์ ศึกษานเิ ทศก์ สพป.ตาก เขต 1
5. นางสาวมุกดา ยพุ าเมืองปกั ศึกษานิเทศก์ สพป.ตาก เขต 1
6. นางรตั ตยิ า วงศ์หิรัญตระกูล ศกึ ษานิเทศก์ สพป.ตาก เขต 1
7. นางวริญญา นันทโกมล ศึกษานิเทศก์ สพป.ตาก เขต 1
8. นางสาวปราณี แก้วมา ศกึ ษานิเทศก์ สพป.ตาก เขต 1
9. นายเชาวลติ ไชยธงรัตน์ ศึกษานิเทศก์ สพป.ตาก เขต 1
10. นายจักษภณ ดีวงั ทอง ศึกษานเิ ทศก์ สพป.ตาก เขต 1
11. นางสาวกรรณกิ า สทิ ธกิ าร ศึกษานเิ ทศก์ สพป.ตาก เขต 1
12. นางสิรกิ ญั ญา ธรรมชาติ ครู ร.ร.ชุมชนบา้ นปา่ มะมว่ ง สพป.ตาก เขต 1
13. นางสพุ พตั สมพมิตร ครู ร.ร.บา้ นหนองนกปีกกา สพป.ตาก เขต 1
14. นางดวงเนตร จันทรอ์ น้ ครู ร.ร.บา้ นตากประถมวิทยา สพป.ตาก เขต 1
15. นางนฤมล สระอินทร์ ครู ร.ร.บ้านน้ําดิบ สพป.ตาก เขต 1
16. นางมลทพร พันธ์แก้ว ครู ร.ร.วงั หวายวทิ ยาคม สพป.ตาก เขต 1
17. นางสิรินภา ตะมะ ครู ร.ร.ตากสนิ ราชานสุ รณ์ สพป.ตาก เขต 1
18. นางศิรภิ รณ์ สมานมติ รภาพ ครู ร.ร.บา้ นมเู ซอ สพป.ตาก เขต 1
19. นางสาวธิดา สขุ ุมวัฒนะ ครู ร.ร.บ้านน้ําดบิ สพป.ตาก เขต 1
20. นางกาญจนา มีสกลุ ครู ร.ร.บา้ นแมส่ ลดิ สพป.ตาก เขต 1
409
21. นางนวลอนงค์ มว่ งมิตร ครู ร.ร.อนุบาลบ้านบ่อไม้หว้า สพป.ตาก เขต 1
22. นางนภวรรณ ปานทอง ครู ร.ร.อนบุ าลตาก สพป.ตาก เขต 1
23. นางสาวภทรวรรณ คุ้มจ่ัน ครู ร.ร.อนุบาลตาก สพป.ตาก เขต 1
24. นายอภิวุฒิ อินทนอ้ ย ครู ร.ร.บา้ นหว้ ยพลู สพป.ตาก เขต 1
25. นางสาวอัญชลี เนยี มสิน ครู ร.ร.ตากสินราชานุสรณ์ สพป.ตาก เขต 1
26. นางสาวอรทัย สังข์คํา ครู ร.ร.บ้านนาโบสถ์ สพป.ตาก เขต 1
27. นางรงุ่ ทิวา เน้ือไม้ ครู ร.ร.บา้ นตากประถมวิทยา สพป.ตาก เขต 1
28. นางสาวธนพร ดปี ระเสริฐ ครู ร.ร.ชุมชนชลประทานรังสรรค์ สพป.ตาก เขต 1
29. นางไพนารินทร์ คุณนาม ครู ร.ร.บ้านปา่ ยางตะวนั ตก สพป.ตาก เขต 1
30. นายธเนศพล พนั ธุแ์ กว้ ครู ร.ร.บา้ นใหมส่ ามคั คี สพป.ตาก เขต 1
31. นางสาวพรทพิ ย์ หมยู า ครู ร.ร.ดงซ่อมพิทยาคม สพป.ตาก เขต 1
32. นางสาวบุษบงกช ศรไี ชยวาน ครู ร.ร.บา้ นวังโพ สพป.ตาก เขต 1
33. นางสาวศภุ ารตั น์ กวยาวงศ์ ครู ร.ร.ตชด.ค่ายพระเจ้าตากฯ สพป.ตาก เขต 1
34. นางวราภรณ์ นาคเสววี งศ์ ครู ร.ร.ตชด.คา่ ยพระเจา้ ตากฯ สพป.ตาก เขต 1
ออกแบบปก รวบรวมและเรียบเรยี ง
นางสาวพรทิพย์ เฉยี บแหลม ศึกษานเิ ทศก์ สพป.ตาก เขต 1