The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่มแผนการจัดการเรียนรู้ศศิธร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sasithorn33715, 2022-03-07 05:38:34

รวมเล่มแผนการจัดการเรียนรู้ศศิธร

รวมเล่มแผนการจัดการเรียนรู้ศศิธร

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน 235

คำช้ีแจง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน

321

1 เนอื้ หาละเอยี ดชัดเจน

2 ความถกู ตอ้ งของเนอ้ื หา

3 ภาษาที่ใชเ้ ขา้ ใจง่าย

4 ประโยชน์ที่ไดจ้ ากการนำเสนอ

5 วธิ ีการนำเสนอผลงาน

ลงชอ่ื …………………………………………………………. ผ้ปู ระเมิน
………../………………../………………

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางสว่ น ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

14-16 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรุง

236

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน
กลมุ่

คำชแี้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งทตี่ รงกับระดบั คะแนน

ลำดบั ช่ือ–สกลุ การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมีน้ำใจ การมี รวม
ท่ี ของนกั เรยี น ความคิดเห็น ฟงั คนอ่นื ตามท่ีได้รบั 321 สว่ นรว่ มใน 15
มอบหมาย การปรับปรงุ คะแนน
1. นายกรวกิ นอ้ ยยะ 321 321 ผลงานกลุ่ม
2. นายนทั ธพงศ์ สนุ ทรชัย 321
3. นายบัญญวตั ปอ้ มเชียงพิณ 321
4. นายวงศธร แสงนิกุล
5. นายภาณุพงศ์ พรมสชี า
6. นายพัสกร พันละเกตุ
7. นายฑนวฒั น์ มัน่ ศกั ดิ์
8. นายสริ ภพ แซ่ภู่
9. นายนราธิป เสนจนั ทร์ฒิไชย
10. นายปยิ วฒั น์ รอดชมภู
11. นายอนชุ า สลาพมิ พ์
12. นายจณิ ภทั ร สงิ หเสน
13. นายชนาธปิ กำพระบาง
14. นายรชต บตุ รโคตร
15. นายชนุวรรธน์ อภิรักษเ์ มธาวงศ์
16. นายปราบปวร ปทั มสนธิ์
17. นายกิตตภิ ัฏ เจอื จนั ทึก
18. นายสมุ ติ ร มาตสุทธิ์
19. น.ส.วันนิสา กิตตกิ ุลธร
20. น.ส.ญาณภทั ร เทศศรีเมือง
21. น.ส.นภสั รา รตั นคุณ
22. น.ส.สุชาวดี ผาระนตั ร
23. น.ส.พรทิพ เตนากลุ
24. น.ส.พรนภสั ชัยอาวธุ
25. น.ส.วาสนา ปติ ะสตุ
26. น.ส.นราพร พุฒฝอย
27. น.ส.วนันพร ตนั นารตั น์
28. น.ส.ศลษิ า มลู มงั่
29. น.ส.ศิรภสั สร ดอนชุม
30. น.ส.กัณฐิกา อินทะวงศ์

ลำดับ ช่ือ–สกลุ การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมนี ำ้ ใจ การมี 237
ที่ ของนักเรยี น ความคดิ เห็น ฟังคนอ่ืน ตามท่ีได้รับ 321 สว่ นร่วมใน
มอบหมาย การปรับปรุง รวม
31. น.ส.ณัฐวรา ชยั เดช 321 321 ผลงานกลมุ่ 15
32. น.ส.ธัญมาส อะตะมะ 321 คะแนน
33. น.ส.ปาณศิ า โฉมกระโทก 321
34. น.ส.ศภุ ดิ า นามบุรี
35. น.ส.อธิชา คำภูมี
36. น.ส.มาตา บทไธสง
37. น.ส.ณฏั ฐณชิ า บญุ ตาระวะ
38. น.ส.พรพิชญ์ เพ็งคำศรี
39. น.ส.ชาลสิ า หล้ากำ่
40. น.ส.ภทั รนันท์ ภูนาปี
41. น.ส.ลลนา เขม็ เลศิ
42. น.ส.มทุ ิตา คณะโท
43. น.ส.ธนญั ญา นามวงษ์
44. น.ส.พดั ชา วงไชยยา
45. น.ส.อาภาสริ ิ ฟุ้งกลน่ิ

ลงชอื่ …………………………………………………………. ผปู้ ระเมิน
………../………………../………………

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

14-16 ดีมาก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ

238

แบบประเมินการปฏิบัตกิ าร
คำชี้แจง : ให้ผสู้ อนประเมินการปฏิบัติการของนักเรียนตามรายการทีก่ ำหนดแล้วขดี ✓ลงในชอ่ งทีต่ รงกับระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321
1 การปฏิบัติการทดลอง
2 ความคลอ่ งแคล่วขณะปฏบิ ตั ิการ รวม
3 การนำเสนอ

ลงช่อื ................................................... ผูป้ ระเมิน
................./................../..................

เกณฑก์ ารประเมินรายงาน

ประเดน็ ทปี่ ระเมิน 4 ระดบั คะแนน 2 1
3

1. การปฏิบัติการ ทำตามทดลองตามขั้นตอน ทำตามทดลองตามขั้นตอน ต้องให้ความช่วยเหลือบ้าง ต้องให้ความช่วยเหลืออยา่ ง

ทดลอง และใช้อปุ กรณไ์ ด้อย่างถกู ต้อง และใช้อุปกรณ์ได้อย่าง ในการทำการทดลอง และ มากในการทำการทดลอง

ถูกต้อง แต่อาจต้องได้รับ การใชอ้ ุปกรณ์ และการใช้อุปกรณ์

คำแนะนำบา้ ง

2. ความคล่องแคล่ว มีความคล่องแคล่วในการทำ มีความคล่องแคล่วในการ ข า ด ค ว า ม ค ล ่ อ ง แ ค ล่ ว ทำการทดลองเสร็จไม่

ขณะปฏบิ ตั ิการ การทดลองโดยไม่ตอ้ งไดร้ ับคำ ทำการทดลองแต่ต้องได้รับ ในขณะการทำการทดลอง ทันเวลา และทำอุปกรณ์

ช้ีแนะ และทำการทดลองเสรจ็ คำแนะนำบ้าง และทำการ จึงทำการทดลองเสร็จไม่ เสียหาย

ทันเวลา ทดลองเสร็จทันเวลา ทันเวลา

3. การบันทึก สรุป บนั ทึกและสรุปผลการทดลอง บันทึกและสรุปผลการ ต้องให้คำแนะนำในการ ต้องให้ความช่วยเหลืออยา่ ง
และการนำเสนอ ไดถ้ กู ตอ้ ง รดั กมุ นำเสนอผล ทดลองได้ถูกต้อง แต่การ บันทึก สรุป และนำเสนอ มากในการบันทึกสรุป และ
ผลการทดลอง การทดลองเปน็ ขนั้ ตอนชัดเจน นำเสนอผลการทดลองยงั ไม่ ผลการทดลอง นำเสนอผลการทดลอง
เปน็ ขน้ั ตอน

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

11-12 ดีมาก

9-10 ดี

6-8 พอใช้

ต่ำกวา่ 6 ปรบั ปรงุ

239

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 12

โดยจดั กจิ กรรมการเรียนรู้แบบ 5E

รหัสวิชา ว32242 วชิ า ชีววิทยาเพ่ิมเติม 4 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 14 เรื่อง ระบบหายใจ เวลา 12 ชว่ั โมง

แผนการจดั การเรียนรเู้ รอื่ ง กลไกการหายใจ เวลา 3 ช่ัวโมง

ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564 ผูส้ อน นางสาวศศิธร นนั ทอง

กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นปทุมเทพวทิ ยาคาร

_________________________________________________________________________

1. สาระชีววทิ ยา

เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ การหายใจและการแลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียง

สารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้และการตอบสนอง การ

เคลื่อนที่ การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต ฮอร์โมนกับการรักษาดุลยภาพ และพฤติกรรมของสัตว์

รวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรยี นรู้

อธิบายการทำงานของปอด และทดลองวัดปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของ

มนุษย์

2. สาระสำคญั

ในการหายใจปกติ การหายใจเข้าจะทำให้กล้ามเนื้อกะบังลมหดตัว กะบังลมจะเคลื่อนต่ำลง
ขณะที่กล้ามเนื้อระหว่างกระดูกซโี่ ครงแถบนอกหดตัวทำให้กระดูกซ่โี ครงยกสูงขน้ึ ความดันอากาศใน
ปอดลดลง อากาศจะเคล่ือนเขา้ สปู่ อด สว่ นการหายใจเข้ากล้ามเนอ้ื กะบงั ลมหดตัว กะบังลมจะเคลื่อน
ต่ำลง ขณะที่กล้ามเนื้อระหว่างกระดูกซี่โครงแถบนอกหดตัวทำให้กระดูกซี่โครงยกสูงขึ้ น ความดัน
อากาศในปอดลดลง อากาศจะเคล่อื นเขา้ สูป่ อด
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

3.1 ด้านความรู้ (K) นักเรียนอธิบายการทำงานของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจเข้าและ
หายใจออกได้

3.2 ด้านทักษะและกระบวนการ (P) นักเรียนสามารถทดลองวัดปริมาตรของอากาศในการ
หายใจออกของมนษุ ย์ได้

3.3 ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) นกั เรยี นมีความรับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ท่แี ละงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย

240

4. สาระการเรยี นรู้
ทางเดนิ หายใจของมนุษย์ประกอบดว้ ย ชอ่ งจมูก โพรงจมูก คอหอย กล่องเสยี ง ท่อลม หลอดลม

และถุงลมในปอด
- ปอดเป็นบริเวณทีม่ ีการแลกเปลี่ยนแกส๊ ระหวา่ งถุงลมกบั หลอดเลอื ดฝอย และบรเิ วณเซลล์ของ
เนอื้ เยอื่ ต่าง ๆ มกี ารแลกเปล่ียนแกส๊ โดยการแพรผ่ ่านหลอดเลอื ดฝอยเช่นกนั
- การหายใจเขา้ และการหายใจออกเกิดจากการเปลีย่ นแปลงความดันของอากาศภายในปอด โดย
การทำงานร่วมกนั ของกลา้ มเนื้อกะบงั ลมและกลา้ มเน้ือระหว่างกระดูกซโ่ี ครง และควบคุมโดยสมอง
ส่วนพอนสแ์ ละเมดลั ลาออบลองกาตา
5.1 สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น

5.1 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะทเี่ กิดในแผนการจัดการเรยี นรู้นี้)
 1) ความสามารถในการสื่อสาร
 2) ความสามารถในการคิด
 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา
 4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5.2 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนของโรงเรยี นมาตรฐานสากล
(เฉพาะท่ีเกิดในแผนการจัดการเรียนรนู้ ี)้
 1) เปน็ เลศิ ทางวิชาการ
 2) ส่อื สารได้อย่างน้อย 2 ภาษา
 3) ลำ้ หนา้ ทางความคิด
 4) ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์
 5) ร่วมกันรบั ผิดชอบตอ่ สังคมโลก

6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) (เฉพาะท่ีเกดิ ในแผนการจดั การเรียนร้นู )้ี

 1) รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  5) อยู่อยา่ งพอเพยี ง

 2) ซื่อสตั ย์ สุจรติ  6) มุ่งมน่ั ในการทำงาน

 3) มีวนิ ยั  7) รักความเป็นไทย

 4) ใฝ่เรียนรู้  8) มจี ิตสาธารณะ

7. การบูรณาการตามพระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะท่ีเกิดในแผนการจดั การเรยี นรู้น้ี)

241

 บรู ณาการกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
 หลักความพอประมาณ
 หลกั ความมเี หตผุ ล
 หลกั การมภี ูมิค้มุ กนั
 เงอ่ื นไขความรู้
 เงือ่ นไขคุณธรรม

 บรู ณาการกบั การจัดการศึกษาเพอื่ อาชีพ
 บูรณาการกับหลกั สตู รต้านทจุ ริตศกึ ษา

 การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
 ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ
 STRONG : จิตพอเพียงต้านทจุ ริต
 พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม
 บรู ณาการขา้ มกลุ่มสาระการเรียนรู้
(ระบุ)…………………………………………………………………….......................................................
............................................................................................................................. ...................................
 อื่น ๆ
(ระบุ)…………………………………………………………………….......................................................
............................................................................................................................. ...................................

8. กจิ กรรมการเรียนรู้
วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E (Inquiry Method : 5E)

ขนั้ สร้างความสนใจ (Engagement)
1.1) ตัวแทนนักเรียน 2 คนออกมาบริเวณหน้าชั้นเรียน แล้วเป่าลูกโป่งคนละลูกให้เป็นลูก

ใหญ่ท่สี ดุ ให้นกั เรียนสงั เกตการเปลี่ยนแปลง โดยให้นกั เรียนค่อย ๆ ปล่อยลมออกมาจากลูกโป่ง แล้ว
ถามคำถามกับนกั เรยี น ดังนี้

- เมื่อปล่อยลมออกจากลูกโป่ง ลูกโป่งจะมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ : ลูกโป่งจะมีขนาด
เล็กลงเรอื่ ย ๆ )

- ถ้าเปรียบลูกโป่งเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบหายใจ จะเปรียบได้กับอวัยวะใด เพราะ
เหตุใด (แนวคำตอบ : ปอด เพราะถ้าเป่าลมเข้าลูกโป่งหรือสูดอากาศเข้าจะทำให้กระดูกซี่โครงยกตัว
สงู ข้นึ และเมื่อปล่อยลมออกจากลูกโปง่ หรอื ปล่อยลมหายใจออกจะทำใหก้ ระดูกซ่ีโครงลดตำ่ ลง)

242

1.2) นักเรียนลองเอามือจับกระดูกซี่โครงขณะที่หายใจเข้าลึก ๆ พบการเปลี่ยนแปลงใด
เกิดขึ้น (แนวคำตอบ : ขณะที่หายใจเข้า กระดูกซี่โครงยกตัวสูงขึ้น และขณะการหายใจออก กระดูก
ซ่โี ครงลดตำ่ ลง) แลว้ ตอบคำถามเพอ่ื ตรวจสอบความรู้เดิม ดงั น้ี

- ขณะการหายใจเข้า กระดูกซี่โครงและกะบังลมจะทำงานอย่างไร (แนวคำตอบ : กระบังลม
เคลือ่ นตำ่ ลง กระดกู ซ่ีโครงยกตัวสงู ข้ึน)

- ขณะการหายใจออก กล้ามเนอ้ื ยึดซีโ่ ครงและกะบงั ลมจะทำงานอย่างไร (แนวคำตอบ : กระ
บังลมเคลื่อนยกตัวสูงข้ึน กระดูกซ่ีโครงลดต่ำลง)
ข้นั สำรวจค้นหา (Exploration)

2.1) นกั เรียนแบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุม่ กลุ่มละ 4-5 คน โดยคละตามความสามารถ คือ เก่ง ปาน
กลาง คอ่ นขา้ งเก่ง ปานกลางคอ่ นขา้ งออ่ น และออ่ น

2.2) ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมารับอุปกรณ์การทำกิจกรรม พร้อมกับแนะนำอุปกรณ์การ
ทำกิจกรรม ดังนี้ 1. หลอดฉีดยาพลาสติกใส ขนาด 50 mL 2. ลูกโป่ง 3. จุกยางเบอร์ 13 ที่มีรูตรง
กลาง 1 รู และใบกจิ กรรมเพอ่ื สร้างแบบจำลองการทำงานของกล้ามเนื้อกะบงั ลม

2.3) ครูและนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายวิธีการทำกิจกรรม แบบจำลองการทำงานของกล้ามเน้ือ
กะบงั ลม ดังน้ี

1) ตัดปลายหลอดฉดี ยาด้านท่ใี ชเ้ สยี บเข็มออกและเจาะรูขนาดเลก็ ๆ ขา้ งหลอดจำนวน 1
รู นำลูกโป่งใส่เข้าไปในหลอดฉีดยาโดยให้ขอบปากลูกโป่งหุ้มที่ปลายหลอดฉีดยา จากนั้นใส่จุกยางท่ี
ปลายหลอดฉีดยาและใหเ้ ลอ่ื นลูกสบู ไปอยู่ตรงกลางของหลอด

2) ใช้นิ้วหัวแม่มือปิดรูเล็ก ๆ ข้างหลอดแล้วดึงลูกสูบกลับไปด้านท้าย สังเกตการ
เปลย่ี นแปลง จากน้ันดันลกู สูบไปดา้ นหน้าพรอ้ มทัง้ สังเกตการเปล่ียนแปลง

3) ทำเช่นเดียวกับข้อ 2 โดยไม่ใช้นิ้วหัวแม่มือปิดรูเล็ก ๆ ที่ข้างหลอดสังเกตการ
เปลี่ยนแปลง

2.4) ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมารับอุปกรณ์การทำกิจกรรม พร้อมกับแนะนำอุปกรณ์การ
ทำกิจกรรม ดังนี้ 1. ขวดพลาสติกใสความจุ 5 ลิตร 2. ถ้วยตวงขนาด 500 ml 3. ปากกาสำหรับทำ
เครื่องหมาย 4. สายยางขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 cm ยาว 60 cm 5. กะละมังขนาดความสูง 15-
20 cm 6. น้ำ และใบกจิ กรรมท่ี 5.2 เพ่อื วดั ปรมิ าตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย์

2.5) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายวิธีการทำกิจกรรมที่ 5.2 วัดปริมาตรของอากาศในการ
หายใจออกของมนุษย์ ดังนี้

1) ใช้ถ้วยตวงตวงน้ำใส่ขวดพลาสติกให้เต็ม โดยทำเครื่องหมายทุก ๆ 500 mL แล้วปิด
ฝาขวด

243

2) เติมน้ำในกะละมังให้สูงประมาณ 5 cm แล้วนำขวดพลาสติกที่ใส่น้ำจนเต็มคว่ำลงใน
กะละมงั

3) เปิดฝาขวดใตน้ ำ้ แลว้ นำปลายของสายยางสอดเข้าที่ปากขวด และจบั ขวดให้ปากขวด
อยใู่ ต้ระดับผวิ นำ้ ตลอดเวลา

4) สูดอากาศเข้าปอดให้เต็มที่ แล้วเป่าอากาศออกให้มากที่สุดเพียงครั้งเดียวทางปลาย
สายยางอีกข้างหน่ึง สงั เกตผลและวัดปริมาตรของอากาศท่ีหายใจออกที่ไปแทนทน่ี ้ำในขวดจากน้ันทำ
การทดลองซำ้ อกี 2 ครงั้ และหาค่าเฉลย่ี

5) ออกแบบการทดลองและทดลองหาปัจจัยที่มีผลต่อปริมาตรของอากาศที่หายใจออก
ในแตล่ ะบคุ คล

ขน้ั อธิบายความรู้ (Explanation)
3.1) นักเรยี นรว่ มกันหาคำตอบเรื่องทวี่ า่ กระดูกซีโ่ ครงทีม่ คี วามสำคญั กบั การหายใจ ถา้ หาก

กระดูกซีโ่ ครงหักขั้นไม่รนุ แรงจะเกิดอะไรขน้ึ รักษา และป้องกนั อยา่ งไร (แนวคำตอบ : อาการ ผู้ป่วย
จะมอี าการปวดขณะก้มงอ บดิ ตวั หรือหายใจแรง ๆ และเม่ือใช้น้ิวกดถูกเบา ๆ จะรูส้ ึกเจบ็ การรักษา
ถ้ากระดูกซี่โครงหักแบบธรรมดา เพียงแต่รู้สกึ เจบ็ ปวด ขณะเคลื่อนไหวหรือหายใจแรง ๆ ให้นอนพัก
พยายามเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด อย่าหายใจเข้าออกแรง ๆ และให้กินยาแก้ปวด อาการเจ็บปวดจะ
ค่อย ๆ ดีขึ้น อาจกินเวลา 1-2 สัปดาห์ และอาจกินเวลาเป็นเดือน ๆ กว่าจะอาการปวดจะหายขาด
ถ้าอาการปวดไม่ทุเลาขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ หรือมีอาการหายใจหอบ ไอเป็นเลือดสด ๆ หรือสงสัยมี
ภาวะแทรกซ้อน ควรส่งโรงพยาบาล วิธีป้องกัน หลีกเลี่ยงการถูกแรงกระแทกบริเวณซี่โครง
โดยตรง เช่น ถกู ตี ถูกเตะ หกลม้ กระแทกถกู พืน้ หรอื มุมโต๊ะ)
ข้ันขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)

4.1) ครูยกสถานการณต์ วั อย่าง เพื่อใหน้ ักเรียนรว่ มกนั ตอบคำถาม ดังน้ี
“เมอื่ นกั เรยี นปนี ภูเขาทม่ี ีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมาก ๆ อาจมอี าการปวดศรี ษะ วงิ เวียน
อ่อนเพลีย และหายใจลำบาก นักเรียนคิดว่าเป็นเพราะเหตุใด จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิด
อาการแบบนี้ขึ้นเมื่ออยู่ในที่สูง” (แนวคำตอบ : เมื่อเดินทางไปยังพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล ความ
ดันอากาศจะลดลงทำให้ความดันย่อยของ O2 ในบรรยากาศลดลงความดันย่อยของ O2 ในทางเดิน
หายใจ ถุงลม และหลอดเลือดจึงลดลง ส่งผลให้ร่างกายได้รับ O2 ไม่เพียงพอ จึงมีอาการ altitude
sickness เช่นปวดศีรษะ วิงเวียน อ่อนเพลีย และหายใจลำบาก จะต้องปฏิบัติตัวเพื่อไม่ให้เกิดอาการ
แบบน้ขี ้นึ ดังนี้ หายใจชา้ ๆ เขา้ ออกลกึ ๆ ค่อย ๆ เดนิ ทางไปยงั พ้ืนที่สงู และใชร้ ะยะเวลาหนึ่งร่างกาย
จะมกี ารปรับตัวโดยเลอื ดจะสามารถรับ O2 ได้ดขี นึ้ ทำใหร้ ่างกายไดร้ ับ O2 เพยี งพอ)

244

ขนั้ ประเมนิ (Evaluation)
5.1) ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ กลไกการหายใจ โดยใชภ้ าพ แสดงการเปลี่ยนแปลงปรมิ าตร

ในชอ่ งอกและความดันอากาศในปอด

ภาพ การเปล่ยี นแปลงปริมาตรในช่องอกและความดนั อากาศในปอด
(ทมี่ า : สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธกิ าร)
กลไกการหายใจในการรักษาดุลยภาพของ O2 และ CO2 ของร่างกาย มนุษย์มกี ารหายใจโดย
สูดลมหายใจเข้าและปล่อยลมหายใจออกตลอดเวลา ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงความดันอากาศใน
ช่องอก โดยเป็นการทำงานรว่ มกนั ของกลา้ มเนือ้ กะบงั ลม และกลา้ มเนื้อระหว่างกระดูกซ่ีโครง
ในการหายใจปกติ เมื่อกล้ามเนื้อกะบังลมหดตัว กะบังลมจะเคลื่อนต่ำลง ขณะที่กล้ามเนื้อ
ระหว่างกระดูกซี่โครงแถบนอกหดตัวทำให้กระดูกซ่ีโครงยกสูงขึ้น ปริมาตรในชอ่ งอกเพิ่มข้ึนความดัน
อากาศภายในปอดลดลง อากาศภายนอกจะเคล่ือนเขา้ สปู่ อด ทำให้เกิดการหายใจเขา้
ส่วนการหายใจออกจะเกิดต่อเนื่องจากการหายใจเข้า โดยกล้ามเนื้อกะบังลมคลายตัวกะบัง
ลมจะโคง้ ขึน้ ในขณะเดียวกันกล้ามเน้ือระหว่างกระดูกซ่โี ครงแถบนอกคลายตัว ทำให้กระดูกซี่โครงลด
ต่ำลงปริมาตรในช่องอกลดลง ความดันอากาศในปอดเพิ่มขึ้นและมากกว่าความดันอากาศภายนอก
อากาศจะเคลื่อนออกจากปอดสู่ภายนอก ทำให้เกิดการหายใจออก ในขณะพักผู้ใหญ่มีอัตราการ
หายใจประมาณ 12-20 คร้งั ตอ่ นาที

245

9. สอ่ื การเรยี นรแู้ ละแหล่งการเรียนรู้
9.1 ส่ือการเรยี นรู้
1 .หนังสอื เรยี นชีววทิ ยา สสวท. ม.5 เล่ม 4
2. PowerPoint
3. ใบกจิ กรรม แบบจำลองการทำงานของกลา้ มเน้ือกะบงั ลม

4. ใบกิจกรรม ปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของมนษุ ย์
5. อุปกรณ์การทำกจิ กรรม ดงั นี้ 1. หลอดฉดี ยาพลาสตกิ ใส ขนาด 50 mL 2. ลูกโป่ง 3. จุกยาง
เบอร์ 13 ทม่ี รี ูตรงกลาง 1 รู
6. อปุ กรณก์ ารทำกจิ กรรม ดังน้ี 1. ขวดพลาสติกใสความจุ 5 ลิตร 2. ถว้ ยตวงขนาด 500 ml
3. ปากกาสำหรบั ทำเคร่ืองหมาย 4. สายยางขนาดเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง 1 cm ยาว 60 cm 5. กะละมัง
ขนาดความสูง 15-20 cm 6. น้ำ

9.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1. ห้องเรียน
2. หอ้ งสมดุ

10. การวัดและประเมินผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วิธกี าร เครอ่ื งมอื ทใี่ ช้ เกณฑ์
-แบบประเมนิ การ รอ้ ยละ 80%
ด้านความรู้ (K) ) นักเรียนอธิบาย -การนำเสนอเก่ยี วกับ นำเสนองาน ผ่านเกณฑ์

การทำงานของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับ หวั ขอ้ ท่ไี ด้รบั มอบหมาย

การหายใจเขา้ และหายใจออกได้

ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -นำเสนอผลงาน -แบบประเมนิ การ ร้อยละ 80 %
นักเรียนสามารถทดลองวัดปริมาตร -แบบประเมนิ ปฏิบตั ิการ นำเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์
ของอากาศในการหายใจออกของ -แบบประเมนิ ปฏิบัติการ
มนษุ ยไ์ ด้

ด้านคณุ ลกั ษณะ (A) -สังเกตพฤตกิ รรม การ -แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ
2 ผ่านเกณฑ์
นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อหน้าท่ี ทำงาน ความมีวนิ ัย ใฝ่ การทำงาน

และงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย เรยี นรู้ และมงุ่ ม่นั ในการ

ทำงาน

246

บนั ทกึ ผลหลงั การสอน

รหัสวชิ า ..................... วชิ า ............................... หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ..... เร่ือง .............................
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี .... เร่ือง .................................................................. เวลา ..... ช่ัวโมง

1. สรปุ ผลการเรยี นการสอน
……......................................................................................................................................... .................
……..........................................................................................................................................................
……......................................................................................................................................... .................
……............................................................................................................................................. .............
……......................................................................................................................................... .................
…….............................................................................................................. ............................................

2. ปญั หา / อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………….......................................................................................................... ……………
……......................................................................................................................................... .................
……......................................................................................................................................... .................

3. แนวทางแกไ้ ข / แนวทางการพัฒนา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………..........................................................................................................……………
……......................................................................................................................................... .................
……..........................................................................................................................................................

ลงชอ่ื …………………………………………..ผสู้ อน
(นางสาวศศธิ ร นนั ทอง)

นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณว์ ิชาชีพครู
วนั ท่ี.........เดอื น......................พ.ศ..............

247

ความคิดเหน็ ของครพู ่ีเล้ยี ง
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
……......................................................................................................................................... .................
…….............................................................................................................. ............................................
……......................................................................................................................................... .................

ลงชือ่ ................................................................ผูต้ รวจสอบ
(นางสาวลภสั ชวลั วจิ ิตพรวงศ์)
ครูพเ่ี ลยี้ ง

ความคิดเห็นของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
……..........................................................................................................................................................
……......................................................................................................................................... .................

ลงช่อื ................................................................ผู้ตรวจสอบ
(นางนิตยาภรณ์ ศรีภาแลว)

หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ความคิดเห็นของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
……......................................................................................................................................... .................
……......................................................................................................................................... .................
……......................................................................................................................................... .................
…….............................................................................................................. ............................................
……......................................................................................................................................... .................
……..........................................................................................................................................................
……......................................................................................................................................... .................

ลงช่อื ................................................................
(นางสาวสุธธี ดิ า บรรณารกั ษ์)

หวั หนา้ กลุ่มงานการจดั การเรียนรู้
วนั ท่ี.........เดอื น......................พ.ศ. .........

248

ภาคผนวก

หมายเหตุ ภาคผนวกประกอบดว้ ย
1. ส่อื การเรยี นรู้ เช่น ใบความรู้ ใบกจิ กรรม ใบงาน แบบฝึกทกั ษะ เป็นต้น (เฉพาะท่ี

ปรากฎในแผนการจัดการเรยี นรนู้ ้ี)
2. เครอ่ื งมือทใี่ ชว้ ัดผลประเมนิ ผล เชน่ แบบทดสอบก่อนเรียน / หลังเรยี น แบบประเมิน

ทกั ษะกระบวนการ แบบประเมินคณุ ลักษณอันพึงประสงค์ เป็นต้น (เฉพาะท่ีปรากฎในแผนการจัด
การเรยี นรู้นี้)

3. เกณฑ์การวดั ผลประเมนิ ผล เช่น เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นทักษะและกระบวนการทาง
คณิตศาสตร์ เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นต้น (เฉพาะทป่ี รากฎใน
แผนการจัดการเรียนร้นู ้ี)

249

ใบกิจกรรมที่ 2.2
เร่อื ง แบบจำลองการทำงานของกลา้ มเนอ้ื กะบงั ลม

สมาชกิ ในกลุ่ม ช้นั ........................
1. ช่อื ..............................................................................................เลขที.่ .....................
2. ชือ่ ..............................................................................................เลขท่ี......................
3. ช่ือ..............................................................................................เลขที.่ ......................

คำชแ้ี จง ให้นกั เรยี นรว่ มกนั ศึกษาวิธกี ารทำกิจกรรม วางแผนและลงมือทำกจิ กรรม
จุดประสงคก์ ารทำกจิ กรรม

1. ทดลองและอธบิ ายการทำงานของกล้ามเนอ้ื กะบังลมในขณะหายใจเข้าและหายใจออก
อปุ กรณก์ ารทำกจิ กรรม

1. หลอดฉดี ยาพลาสตกิ ใส ขนาด 50 mL
2. ลกู โป่ง
3. จุกยางเบอร์ 13 ทีม่ ีรตู รงกลาง 1 รู
วิธีการทำกจิ กรรม
1. ตัดปลายหลอดฉีดยาด้านทใี่ ชเ้ สยี บเข็มออกและเจาะรขู นาดเลก็ ๆ ขา้ งหลอดจำนวน 1 รู
2. นำลูกโป่งใสเ่ ขา้ ไปในหลอดฉดี ยาโดยให้ขอบปากลูกโป่งหุม้ ท่ีปลายหลอดฉีดยา
3. จากน้นั ใส่จุกยางทป่ี ลายหลอดฉดี ยาและให้เลอ่ื นลูกสูบไปอยตู่ รงกลางของหลอด
4. ใช้นว้ิ หัวแม่มือปดิ รเู ลก็ ๆ ขา้ งหลอดแล้วดึงลูกสบู กลับไปด้านทา้ ย สงั เกตการเปลย่ี นแปลง
จากน้ันดันลูกสูบไปดา้ นหน้าพรอ้ มทั้งสังเกตการเปลยี่ นแปลง
5. ทำเชน่ เดยี วกับขอ้ 4 โดยไม่ใช้นิ้วหวั แม่มือปิดรเู ล็ก ๆ ทขี่ ้างหลอดสงั เกตการเปล่ยี นแปลง

250

อภปิ รายก่อนทำกิจกรรม
1. อากาศเคลือ่ นทเี่ ข้าส่ลู ูกโป่งทางใด
............................................................................................................................. ......................................................
2. เมื่อดึงลกู สูบไปดา้ นท้ายของหลอดฉดี ยาจะมีการเปล่ยี นแปลงอย่างไร
........................................................................................................................................ ...........................................
....................................................................................... ............................................................................................
3. เม่อื ดันลูกสูบไปดา้ นหน้าของหลอดฉดี ยาจะมกี ารเปล่ยี นแปลงอยา่ งไร
.................................................................................................. .................................................................................
............................................................................................................................. ......................................................
ผลการทำกจิ กรรม

ใช้น้ิวหวั แม่มอื ปดิ รูเลก็ ๆ แล้วดึงลกู สบู กลับไปด้านทา้ ย ใช้นว้ิ หัวแมม่ ือปดิ รูเลก็ ๆ แลว้ ดันลูกสูบกลบั ไปดา้ นหน้า

ไมใ่ ช้น้ิวหัวแมม่ อื ปิดรเู ล็ก ๆ แลว้ ดึงลูกสบู กลับไปด้านทา้ ย ไม่ใชน้ ิว้ หัวแม่มือปิดรเู ล็ก ๆ แล้วดนั ลกู สูบกลับไปด้านหน้า

สรุปผลการทำกจิ กรรม
............................................................................................................................. ......................................................
...................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................................
............................................................................................................................. ......................................................
............................................................................................................................................................................. ......

251

ใบกิจกรรมที่ 2.3
เร่อื ง ปรมิ าตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย์

สมาชกิ ในกลุ่ม ชั้น........................
1. ช่อื ..............................................................................................เลขท.่ี .....................
2. ชอื่ ..............................................................................................เลขที่......................
3. ช่อื ..............................................................................................เลขท.ี่ ......................

คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นรว่ มกนั ศึกษาวธิ ีการทำกจิ กรรม วางแผนและลงมือทำกิจกรรม

จดุ ประสงค์การทำกจิ กรรม

1.วัดปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย์

2. ออกแบบการทดลองและทดลองเพื่อศึกษาปัจจยั ทม่ี ีผลต่อปริมาตรของอากาศท่หี ายใจออก

อปุ กรณ์การทำกิจกรรม

1. ขวดพลาสติกใสความจุ 5 ลติ ร 2. ถว้ ยตวงขนาด 500 ml

3. ปากกาสำหรับทำเครือ่ งหมาย 4. น้ำ

5. สายยางขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 cm ยาว 60 cm

6. กะละมังขนาดความสูง 15-20 cm

วิธกี ารทำกจิ กรรม

1. ใช้ถว้ ยตวงตวงนำ้ ใสข่ วดพลาสตกิ ใหเ้ ต็ม โดยทำเครื่องหมายทกุ ๆ 500 mL แลว้ ปิดฝาขวด

2. เติมนำ้ ในกะละมังใหส้ งู ประมาณ 5 cm แลว้ นำขวดพลาสติกท่ใี ส่น้ำจนเต็มคว่ำลงในกะละมัง

3. เปดิ ฝาขวดใต้น้ำ แล้วนำปลายของสายยางสอดเข้าที่ปากขวด และจบั ขวดใหป้ ากขวดอยู่ใตร้ ะดับผิวนำ้ ตลอดเวลา

4. สูดอากาศเข้าปอดใหเ้ ต็มที่ แล้วเปา่ อากาศออกให้มากที่สุดเพียงคร้ังเดยี วทางปลายสายยางอกี ขา้ งหนึ่ง สังเกตผล

และวัดปรมิ าตรของอากาศท่ีหายใจออกท่ีไปแทนทีน่ ำ้ ในขวดจากนัน้ ทำการทดลองซำ้ อีก 2 คร้งั และหาค่าเฉลย่ี

5. ออกแบบการทดลองและทดลองหาปัจจยั ท่ีมผี ลต่อปรมิ าตรของอากาศทห่ี ายใจออกในแต่ละบุคคล

252

อภิปรายก่อนทำกจิ กรรม
1. อัตราการสูดลมหายใจเข้าออกของนักเรียนประมาณกี่คร้งั ตอ่ นาที และจำนวนครงั้ ของการหายใจในขณะพักของผูใ้ หญ่ปกติ
ประมาณกค่ี รงั้ ต่อนาที
............................................................................................................................. ......................................................
2. ในการหายใจเข้า-ออกแตล่ ะครงั้ นา่ จะมปี ริมาตรเท่าไหร่
............................................................................................................................. ......................................................
............................................................................................................................. ......................................................
3. การวดั ปรมิ าตรของอากาสในลมหายใจออก เป็นอยา่ งไร
............................................................................................................................. ......................................................
4. นกั เรียนคดิ ว่า เราสามารถวัดปริมาตรของอากาศในลมหายใจด้วยวิธกี ารใดบ้าง และสามารถทำใหค้ ่าท่ีได้ถูกต้องมากท่ีสุด
............................................................................................................................. ......................................................
..................................................................................................................................................................... ..............
.................................................................................................................... ...............................................................
ผลการทำกจิ กรรม

ปรมิ าตรของอากาศที่หายใจออก(ลูกบาศก์เซนติเมตร)
การหายใจออก

คร้งั ท่ี 1

ครั้งที่ 2

คร้งั ที่ 3

ค่าเฉลยี่

สรุปผลการทำกิจกรรม
............................................................................................................................. ......................................................
...................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................................
............................................................................................................................. ......................................................
............................................................................................................................................................................. ......

แบบประเมินผังมโนทศั น์ 253

คำชแี้ จง ให้ผ้สู อนประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน แล้วขีด ลงในช่องท่ีตรงกบั ระดบั คะแนน 1

ระดบั คะแนน

ลำดับที่ รายการประเมนิ 432

1 ความสอดคล้องกบั จุดประสงค์

2 ความสอดคล้องกบั เนอ้ื หา

3 ความคิดสรา้ งสรรค์

4 ความตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื …………………………………………………………. ผู้ประเมิน
………../………………../………………

254

เกณฑ์การประเมนิ ผังมโนทัศน์

ประเด็นท่ี 4 ระดับคะแนน 2 1
ประเมนิ 3

1. ความ ผลงานสอดคลอ้ งกบั ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานไมส่ อดคล้องกับ
สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคท์ ุกประเดน็ จดุ ประสงค์เปน็ ส่วนใหญ่ จุดประสงคบ์ าง จดุ ประสงค์
จุดประสงค์ ประเด็น

2. ความถกู ต้อง เนื้อหาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของผลงาน
ผลงาน ถูกตอ้ งบาง ไม่ถูกต้องเป็นสว่ นใหญ่
ของ เนื้อหา ถูกต้องครบถว้ น ถูกต้องเปน็ ส่วนใหญ่ ประเดน็

3. ความคิด ผลงานแสดงถงึ ความคิด ผลงานแสดงถงึ ความคดิ ผลงานมีความ ผลงานไมม่ ีความ
สร้างสรรค์ น่าสนใจ และไม่แสดง
สรา้ งสรรค์ แปลกใหม่ สรา้ งสรรคแ์ ปลกใหม่ แต่ นา่ สนใจ แต่ ยงั ไม่มี ถงึ แนวคิด แปลกใหม่

และเปน็ ระบบ ยงั ไม่เปน็ ระบบ แนวคิดแปลกใหม่

4. ความตรงต่อ สง่ ชิน้ งานภายในเวลาที่ ส่งชนิ้ งานชา้ กวา่ เวลาท่ี สง่ ช้ินงานชา้ กว่าเวลา สง่ ชิ้นงานชา้ กว่าเวลาที่

เวลา กำหนด กำหนด 1 วนั ที่ กำหนด 2 วัน กำหนด 3 วันขึ้นไป

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

14-16 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรงุ

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน 255

คำช้ีแจง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน

321

1 เนอื้ หาละเอยี ดชัดเจน

2 ความถกู ตอ้ งของเนอ้ื หา

3 ภาษาที่ใชเ้ ขา้ ใจง่าย

4 ประโยชน์ที่ไดจ้ ากการนำเสนอ

5 วธิ ีการนำเสนอผลงาน

ลงชอ่ื …………………………………………………………. ผ้ปู ระเมิน
………../………………../………………

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางสว่ น ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

14-16 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรุง

256

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน
กลมุ่

คำชแี้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งทตี่ รงกับระดบั คะแนน

ลำดบั ช่ือ–สกลุ การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมีน้ำใจ การมี รวม
ท่ี ของนกั เรยี น ความคิดเห็น ฟงั คนอ่นื ตามท่ีได้รบั 321 สว่ นรว่ มใน 15
มอบหมาย การปรับปรงุ คะแนน
1. นายกรวกิ นอ้ ยยะ 321 321 ผลงานกลุ่ม
2. นายนทั ธพงศ์ สนุ ทรชัย 321
3. นายบัญญวตั ปอ้ มเชียงพิณ 321
4. นายวงศธร แสงนิกุล
5. นายภาณุพงศ์ พรมสชี า
6. นายพัสกร พันละเกตุ
7. นายฑนวฒั น์ มัน่ ศกั ดิ์
8. นายสริ ภพ แซ่ภู่
9. นายนราธิป เสนจนั ทร์ฒิไชย
10. นายปยิ วฒั น์ รอดชมภู
11. นายอนชุ า สลาพมิ พ์
12. นายจณิ ภทั ร สงิ หเสน
13. นายชนาธปิ กำพระบาง
14. นายรชต บตุ รโคตร
15. นายชนุวรรธน์ อภิรักษเ์ มธาวงศ์
16. นายปราบปวร ปทั มสนธิ์
17. นายกิตตภิ ัฏ เจอื จนั ทึก
18. นายสมุ ติ ร มาตสุทธิ์
19. น.ส.วันนิสา กิตตกิ ุลธร
20. น.ส.ญาณภทั ร เทศศรีเมือง
21. น.ส.นภสั รา รตั นคุณ
22. น.ส.สุชาวดี ผาระนตั ร
23. น.ส.พรทิพ เตนากลุ
24. น.ส.พรนภสั ชัยอาวธุ
25. น.ส.วาสนา ปติ ะสตุ
26. น.ส.นราพร พุฒฝอย
27. น.ส.วนันพร ตนั นารตั น์
28. น.ส.ศลษิ า มลู มงั่
29. น.ส.ศิรภสั สร ดอนชุม
30. น.ส.กัณฐิกา อินทะวงศ์

ลำดบั ชื่อ–สกลุ การแสดง การยอมรบั การทำงาน ความมีนำ้ ใจ การมี 257
ท่ี ของนกั เรียน ความคดิ เห็น ฟงั คนอื่น ตามทไี่ ด้รบั 321 สว่ นรว่ มใน
มอบหมาย การปรับปรุง รวม
31. น.ส.ณัฐวรา ชัยเดช 321 321 ผลงานกลมุ่ 15
32. น.ส.ธญั มาส อะตะมะ 321 คะแนน
33. น.ส.ปาณิศา โฉมกระโทก 321
34. น.ส.ศุภดิ า นามบรุ ี
35. น.ส.อธชิ า คำภมู ี
36. น.ส.มาตา บทไธสง
37. น.ส.ณฏั ฐณิชา บญุ ตาระวะ
38. น.ส.พรพิชญ์ เพ็งคำศรี
39. น.ส.ชาลสิ า หลา้ ก่ำ
40. น.ส.ภัทรนันท์ ภนู าปี
41. น.ส.ลลนา เข็มเลศิ
42. น.ส.มทุ ติ า คณะโท
43. น.ส.ธนัญญา นามวงษ์
44. น.ส.พัดชา วงไชยยา
45. น.ส.อาภาสิริ ฟุ้งกล่นิ

ลงชอ่ื …………………………………………………………. ผปู้ ระเมิน
………../………………../………………

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

14-16 ดีมาก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ต่ำกวา่ 8 ปรับปรุง

แบบประเมนิ การปฏิบตั ิการ

258

คำช้แี จง : ให้ผ้สู อนประเมินการปฏิบัติการของนักเรยี นตามรายการท่ีกำหนดแล้วขดี ✓ลงในชอ่ งทีต่ รงกับระดบั คะแนน

ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321
1 การปฏิบตั ิการทดลอง
2 ความคล่องแคลว่ ขณะปฏิบตั ิการ รวม
3 การนำเสนอ

ลงช่อื ................................................... ผูป้ ระเมิน
................./................../..................

เกณฑ์การประเมินรายงาน

ประเด็นท่ปี ระเมิน 4 ระดับคะแนน 2 1
3

1. การปฏิบัติการ ทำตามทดลองตามขั้นตอน ทำตามทดลองตามขั้นตอน ต้องให้ความช่วยเหลือบ้าง ต้องให้ความช่วยเหลืออยา่ ง

ทดลอง และใชอ้ ุปกรณ์ได้อยา่ งถกู ต้อง และใช้อุปกรณ์ได้อย่าง ในการทำการทดลอง และ มากในการทำการทดลอง

ถูกต้อง แต่อาจต้องได้รับ การใชอ้ ุปกรณ์ และการใช้อุปกรณ์

คำแนะนำบา้ ง

2. ความคล่องแคล่ว มีความคล่องแคล่วในการทำ มีความคล่องแคล่วในการ ข า ด ค ว า ม ค ล ่ อ ง แ ค ล่ ว ทำการทดลองเสร็จไม่

ขณะปฏิบัติการ การทดลองโดยไม่ตอ้ งได้รบั คำ ทำการทดลองแต่ต้องได้รับ ในขณะการทำการทดลอง ทันเวลา และทำอุปกรณ์

ชแ้ี นะ และทำการทดลองเสรจ็ คำแนะนำบ้าง และทำการ จึงทำการทดลองเสร็จไม่ เสียหาย

ทันเวลา ทดลองเสรจ็ ทันเวลา ทันเวลา

3. การบันทึก สรุป บันทกึ และสรุปผลการทดลอง บันทึกและสรุปผลการ ต้องให้คำแนะนำในการ ต้องให้ความช่วยเหลืออยา่ ง
และการนำเสนอ ไดถ้ ูกต้อง รัดกมุ นำเสนอผล ทดลองได้ถูกต้อง แต่การ บันทึก สรุป และนำเสนอ มากในการบันทึกสรุป และ
ผลการทดลอง การทดลองเป็นขน้ั ตอนชดั เจน นำเสนอผลการทดลองยงั ไม่ ผลการทดลอง นำเสนอผลการทดลอง
เปน็ ข้นั ตอน

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

11-12 ดีมาก

9-10 ดี

6-8 พอใช้

ต่ำกว่า 6 ปรบั ปรุง

259

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 13

โดยจดั กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5E

รหัสวชิ า ว32242 วิชา ชีววิทยาเพิ่มเติม 4 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 14 เร่ือง ระบบหายใจ เวลา 12 ชวั่ โมง

แผนการจดั การเรยี นรู้เรือ่ ง การควบคมุ การหายใจ เวลา 2 ช่ัวโมง

ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 ผสู้ อน นางสาวศศิธร นนั ทอง

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นปทุมเทพวิทยาคาร

_________________________________________________________________________

1. สาระชีววิทยา

เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ การหายใจและการแลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียง

สารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้และการตอบสนอง การ

เคลื่อนที่ การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต ฮอร์โมนกับการรักษาดุลยภาพ และพฤติกรรมของสัตว์

รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ผลการเรยี นรู้

อธิบายการทำงานของปอด และทดลองวัดปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของ

มนษุ ย์

2. สาระสำคญั

การหายใจถูกควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนวัติ โดยศูนย์ควบคุมการหายใจอยู่ที่สมองส่วน
พอนส์ และเมดัลลาออบลองกาตาที่จะส่งสัญญาณประสาทไปกระตุ้นกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการ
หายใจ มกี ารรกั ษาดลุ ยภาพของกรด-เบสของเลอื ดโดยระบบหายใจอยู่ตลอด ความผิดปกตทิ เี่ ก่ยี วข้อง
กับระบบหายใจเกดิ จากหลายสาเหตุ เชน่ การสูบบุหร่ี มลพษิ ทางอากาศ ได้แก่ โรคถงุ ลมโป่งพอง โรค
ปอดบวม เป็นตน้
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 ด้านความรู้ (K) นักเรียนอธิบายการควบคุมการหายใจของมนุษย์และการรักษาดุลยภาพ
ของกรด-เบสในเลอื ดได้

3.2 ด้านทักษะและกระบวนการ (P) นักเรียนสามารถสืบค้นและนำเสนอสาเหตุ อาการ และ
แนวทางการปอ้ งกนั โรคทีเ่ กดิ จากความผดิ ปกตขิ องระบบหายใจ

3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) นกั เรียนมีความรับผดิ ชอบตอ่ หน้าทีแ่ ละงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย

260

4. สาระการเรยี นรู้
- การควบคมุ การหายใจ
- การรกั ษาดุลยภาพของกรด-เบสในเลอื ดโดยระบบหายใจ
- ความผดิ ปกติทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั ระบบหายใจ

5.1 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
5.1 สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน (เฉพาะที่เกดิ ในแผนการจัดการเรียนรู้น)ี้
 1) ความสามารถในการสื่อสาร
 2) ความสามารถในการคิด
 3) ความสามารถในการแกป้ ญั หา
 4) ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5.2 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนของโรงเรยี นมาตรฐานสากล

(เฉพาะที่เกดิ ในแผนการจดั การเรยี นรู้นี)้
 1) เป็นเลิศทางวชิ าการ
 2) สอ่ื สารได้อยา่ งน้อย 2 ภาษา
 3) ล้ำหนา้ ทางความคิด
 4) ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์
 5) ร่วมกันรับผิดชอบตอ่ สังคมโลก

6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) (เฉพาะที่เกดิ ในแผนการจัดการเรยี นร้นู ้ี)

 1) รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  5) อยู่อยา่ งพอเพยี ง

 2) ซ่อื สตั ย์ สุจริต  6) มุ่งม่นั ในการทำงาน

 3) มวี นิ ยั  7) รกั ความเป็นไทย

 4) ใฝเ่ รยี นรู้  8) มจี ิตสาธารณะ

7. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัติการศกึ ษาแห่งชาติ (เฉพาะทเ่ี กิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้)
 บูรณาการกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
 หลกั ความพอประมาณ
 หลกั ความมีเหตผุ ล
 หลกั การมภี มู ิคมุ้ กนั

261

 เงือ่ นไขความรู้
 เงอ่ื นไขคณุ ธรรม
 บรู ณาการกบั การจัดการศึกษาเพอื่ อาชีพ
 บูรณาการกับหลักสูตรต้านทุจรติ ศึกษา
 การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
 ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ
 STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ รติ
 พลเมอื งกับความรับผิดชอบตอ่ สงั คม
 บรู ณาการข้ามกลุ่มสาระการเรยี นรู้
(ระบุ)…………………………………………………………………….......................................................
............................................................................................................................. ...................................
 อืน่ ๆ
(ระบุ)…………………………………………………………………….......................................................
............................................................................................................................. ...................................

8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E (Inquiry Method : 5E)

ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1) ครูใชภ้ าพ แสดงกลไกการหายใจเพือ่ ทบทวนความรเู้ ดิมของนักเรยี น

ภาพ กลไกการหายใจเขา้ -ออก
(ทีม่ า : สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธกิ าร)

262

1.2) นกั เรยี นรว่ มกนั ตอบคำถามเพื่อตรวจสอบความร้เู ดมิ ดังน้ี
- การหายใจนกั เรยี นคิดวา่ มีสมองสว่ นไหนที่ควบคมุ การหายใจ (แนวคำตอบ : สมองสว่ น
พอนส์ เมดลั ลาออบลองกาตา เซรบี รัลคอร์เทกซ์ และไฮโพทาลามัส)
- ในขณะท่ีนักเรยี นนอนหลับมกี ารควบคุมการหายใจแบบใด (แนวคำตอบ : มีการควบคุม
การหายใจโดยระบบประสาทอตั โนวัติซึง่ อยู่นอกอำนาจจติ ใจ)
- ใหน้ ักเรยี นยกตวั อย่างโรคท่ีเกิดจากระบบหายใจท่ีนกั เรยี นทราบมาวา่ มโี รคอะไรบา้ ง (แนว
คำตอบ : โรคมะเร็งปอด โรควัณโรค โรคปอดบวม โรคถงุ ลมโป่งพอง โรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ)
ข้นั สำรวจค้นหา (Exploration)
2.1) นกั เรยี นแบ่งกลุม่ เปน็ 4 กลุ่ม กลุม่ ละ 4-5 คน โดยคละตามความสามารถ คือ เก่ง ปาน
กลาง คอ่ นขา้ งเกง่ ปานกลางคอ่ นขา้ งออ่ น และออ่ น
2.2) นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ การควบคุมการหายใจและการรักษาดุลยภาพ
ของกรด-เบสในเลือดโดยระบบหายใจ จากหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ชีววิทยา เล่ม 4 หรือ
อินเทอร์เน็ต เป็นเวลา 15 นาที เพื่อทำกิจกรรม การควบคุมการหายใจและการรักษาดุลยภาพของ
กรด-เบสในเลอื ด
2.3) จากนั้นให้ตัวแทนของแตล่ ะกลุ่มออกมารบั อุปกรณ์การทำกิจกรรมและใบกิจกรรม การ
ควบคมุ การหายใจและการรักษาดุลยภาพของกรด-เบสในเลือด แลว้ ลงมือทำกิจกรรมร่วมกัน
2.4) ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมารับอุปกรณ์การทำกิจกรรม ดังนี้ 1. ขวดน้ำดื่มหรือขวด
น้ำอัดลม 2. ฝาขวดที่เจาะรู 3. ดินน้ำมัน 4. ทิชชูหรือสำลี 5. บุหรี่ก้นกรอง 6. น้ำ และใบกิจกรรมที่
6.2 ความผดิ ปกติท่เี กี่ยวข้องกบั ระบบหายใจ
2.5) ครแู ละนักเรียนร่วมกันอภปิ รายเก่ยี วกับวธิ กี ารทำกจิ กรรม ดังน้ี

1) เตรียมอุปกรณ์โดยน้ำขวดน้ำดื่มหรือน้ำอัดลม มาเจาะรูฝาขวด ขนาดขนาดพอดีกับ
ก้นมวนบหุ รี่

2) นำบุหร่ีก้นกรอง เอาดา้ นทีม่ ีก้นกรองเสียบเขา้ กับฝาขวดท่เี จาะพร้อมใช้ดินน้ำมันอุดรู
ไว้

3) จดุ บุหร่ี พรอ้ มกับบีบแล้วปล่อยขวดพลาสติกต่อเนือ่ งจนกระท่ังบุหรีเ่ ผาไหม้หมดมวน
4) เตรียมสำลแี ผ่นวางไว้ แลว้ เปิดฝาขวดออกแล้ววางปากขวดแนบกับสำลีและใช้มือบบี
ขวดไลล่ มออกทางปากขวดจนควนั บหุ รีอ่ อกจากขวดผ่านสำลจี นหมด
5) สงั เกตลกั ษณะของสำลี แล้วบนั ทึกผลการทำกจิ กรรม
6) ฉกี กระดาษไส้กรองบหุ ร่ีออกมา เทยี บกับก้นกรองบุหรีท่ ย่ี ังไม่ไดส้ ูบ และเทียบกับสำลี
ที่ผา่ นควนั บุหร่ี สงั เกตและบนั ทกึ ผล

263

ข้ันอธบิ ายความรู้ (Explanation)
3.1) นกั เรยี นนำเสนอผลงานจากการทำกิจกรรม การควบคุมการหายใจและการรักษา

ดุลยภาพของกรด-เบสในเลือด และกิจกรรม ความผิดปกติทเ่ี กีย่ วข้องกับระบบหายใจ โดยเปิดโอกาส
ให้สมาชิกกลุ่มอื่น ๆ ได้ถามคำถามเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกลุ่ม ผลจากการทำกิจกรรม
และเพ่อื ประเมินความถูกตอ้ งของผลจากการทำกิจกรรม

3.2) นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันภายในกลุ่มเกี่ยวกับกิจกรรม การ
ควบคมุ การหายใจและการรักษาดลุ ยภาพของกรด-เบสในเลอื ด และกจิ กรรม ความผิดปกตทิ ่ีเกีย่ วข้อง
กบั ระบบหายใจ

3.3) นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับสถานการณ์ตัวอย่าง เพื่อร่วมกันเสนอแนวคิดในการ
แกป้ ัญหาน้นั
ข้ันขยายความเข้าใจ (Elaboration)

4.1) นักเรยี นเสนอวธิ ีป้องกันความผิดปกติเกย่ี วกบั ระบบหายใจของโรคมะเรง็ ปอด โดยเขียน
สรปุ ลงในสมุดบนั ทกึ (แนวคำตอบ : วธิ ปี ้องกันโรคมะเรง็ ปอดทด่ี ที ่ีสุด คือ การไม่สูบบหุ ร่(ี เลิกสูบบุหร่ี)
และหลีกเลยี่ งการสัมผัสควันบุหรี่ แร่ใยหิน กา๊ ซเรดอน มลพษิ ต่าง ๆ และกินผักและผลไม้ใหม้ าก ๆ ผู้
ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการลดปัจจัยเสี่ยงและวาง
แผนการตรวจสุขภาพ เปน็ ต้น)
ขน้ั ประเมิน (Evaluation)

5.1) นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรปุ เกีย่ วกับการควบคุมการหายใจ การรกั ษาดลุ ยภาพของกรด-
เบสของเลือดโดยระบบหายใจ และความผิดปกติที่เก่ียวข้องกับระบบหายใจ ตามสาระการเรยี นรู้

5.2) นกั เรยี นทำแบบทดสอบท้ายบท

9. สอ่ื การเรียนรแู้ ละแหล่งการเรยี นรู้
9.1 ส่ือการเรียนรู้
1 .หนงั สือเรียนชีววิทยา สสวท. ม.5 เลม่ 4
2. PowerPoint
3. ใบกิจกรรม การควบคุมการหายใจและการรกั ษาดุลยภาพของกรด-เบสในเลือด
4. ใบกจิ กรรม ความผิดปกตทิ เ่ี กี่ยวขอ้ งกบั ระบบหายใจ
5. ภาพส่ือการสอน (กลไกการหายใจเข้า-ออก )
6. อปุ กรณก์ ารทำกิจกรรมท่ี ดงั น้ี 1. ขวดนำ้ ด่มื หรอื ขวดน้ำอัดลม 2. ฝาขวดทีเ่ จาะรู 3. ดนิ

น้ำมนั 4. ทิชชหู รอื สำลี 5. บหุ รีก่ ้นกรอง 6. น้ำ

264

9.2 แหล่งการเรียนรู้
1. หอ้ งเรียน
2. หอ้ งสมดุ

10. การวดั และประเมนิ ผล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการ เครอื่ งมือท่ใี ช้ เกณฑ์
-แบบประเมินการ ร้อยละ 80%
ด้านความรู้ (K) ) นักเรียนอธิบาย -การนำเสนอเก่ยี วกบั นำเสนองาน ผา่ นเกณฑ์

การควบคุมการหายใจของมนุษย์ หัวข้อทไี่ ด้รับมอบหมาย

และการรักษาดุลยภาพของกรด-เบส

ในเลือดได้

ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -นำเสนอผลงาน -แบบประเมินการ ร้อยละ 80 %
นักเรียนสามารถสืบค้นและนำเสนอ -แบบประเมนิ ปฏบิ ตั ิการ นำเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์
สาเหตุ อาการ และแนวทางการ -แบบประเมนิ ปฏิบตั ิการ
ป้องกันโรคที่เกิดจากความผิดปกติ
ของระบบหายใจ

ด้านคณุ ลกั ษณะ (A) -สังเกตพฤตกิ รรม การ -แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ
2 ผ่านเกณฑ์
นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อหน้าท่ี ทำงาน ความมีวินยั ใฝ่ การทำงาน

และงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย เรยี นรู้ และม่งุ มนั่ ในการ

ทำงาน

265

บันทึกผลหลงั การสอน

รหัสวชิ า ..................... วชิ า ............................... หน่วยการเรียนรู้ที่ ..... เรื่อง .............................
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ .... เรอื่ ง .................................................................. เวลา ..... ช่ัวโมง

1. สรปุ ผลการเรยี นการสอน
……......................................................................................................................................... .................
……......................................................................................................... .................................................
……......................................................................................................................................... .................
……..........................................................................................................................................................
……......................................................................................................................................... .................
…….............................................................................................................. ............................................

2. ปญั หา / อปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………..........................................................................................................……………
……......................................................................................................................................... .................
……..........................................................................................................................................................

3. แนวทางแก้ไข / แนวทางการพฒั นา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………..........................................................................................................……………
……......................................................................................................................................... .................
……..........................................................................................................................................................

ลงช่อื …………………………………………..ผสู้ อน
(นางสาวศศธิ ร นนั ทอง)

นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
วนั ท่ี.........เดอื น......................พ.ศ..............

266

ความคิดเห็นของครูพีเ่ ล้ยี ง
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
……..........................................................................................................................................................
……......................................................................................................................................... .................
……..........................................................................................................................................................

ลงชอื่ ................................................................ผตู้ รวจสอบ
(นางสาวลภัสชวลั วิจติ พรวงศ์)
ครูพเ่ี ลยี้ ง

ความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ...................................
.........................................................................................
.......................................................................
…….......................................................................................................................... ................................
……......................................................................................................................................... .................

ลงชื่อ................................................................ผตู้ รวจสอบ
(นางนิตยาภรณ์ ศรภี าแลว)

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ความคิดเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษาหรือผู้ท่ีได้รับมอบหมาย
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
……......................................................................................................................................... .................
……......................................................................................................................................... .................
……......................................................................................................................................... .................
…….............................................................................................................. ............................................
……......................................................................................................................................... .................
……..........................................................................................................................................................
……......................................................................................................................................... .................

ลงช่อื ................................................................
(นางสาวสธุ ธี ดิ า บรรณารกั ษ์)

หัวหนา้ กล่มุ งานการจดั การเรียนรู้

267

วนั ที่.........เดอื น......................พ.ศ. .........

ภาคผนวก

หมายเหตุ ภาคผนวกประกอบดว้ ย
1. สือ่ การเรยี นรู้ เชน่ ใบความรู้ ใบกิจกรรม ใบงาน แบบฝึกทกั ษะ เปน็ ตน้ (เฉพาะท่ี

ปรากฎในแผนการจดั การเรียนรู้น้ี)
2. เครื่องมือท่ใี ช้วดั ผลประเมินผล เช่น แบบทดสอบก่อนเรยี น / หลงั เรยี น แบบประเมิน

ทักษะกระบวนการ แบบประเมินคุณลักษณอนั พึงประสงค์ เป็นตน้ (เฉพาะทีป่ รากฎในแผนการจดั
การเรียนรนู้ ้ี)

3. เกณฑ์การวัดผลประเมนิ ผล เช่น เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทาง
คณิตศาสตร์ เกณฑ์การให้คะแนนด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เปน็ ตน้ (เฉพาะทปี่ รากฎใน
แผนการจดั การเรียนรู้น้ี)

268

ใบกจิ กรรมที่ 2.4
เร่ือง การควบคุมการหายใจและการรักษาดลุ ยภาพของกรด-เบสในเลือด

สมาชิกในกลุ่ม ชัน้ ........................

1. ชอ่ื ..............................................................................................เลขท.ี่ .....................

2. ช่ือ..............................................................................................เลขที่......................

3. ชอ่ื ..............................................................................................เลขท่.ี ......................

คำชี้แจง นักเรียนแต่ละกลุ่มสบื ค้นข้อมลู เกย่ี วกับการควบคุมการหายใจและการรกั ษาดุลยภาพของกรด-เบส
ในเลือดโดยระบบหายใจ พรอ้ มกบั ตกแตง่ ใหส้ วยงาม และนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

จุดประสงค์การทำกิจกรรม
1. นักเรยี นอธบิ ายการควบคุมการหายใจของมนษุ ย์และการรกั ษาดลุ ยภาพของกรด-เบสในเลือด
2. นกั เรียนมที กั ษะการสืบคน้ และนำเสนอสาเหตุ อาการ และแนวทางการปอ้ งกนั โรคท่เี กิดจาก
ความผดิ ปกติของระบบหายใจ

วธิ ีการทำกิจกรรม
1. นกั เรียนเขยี นสรปุ แผนผงั ความคิดหรอื แผนภาพเกีย่ วกบั การควบคมุ การหายใจของมนุษยแ์ ละ

การรักษาดุลยภาพของกรด-เบสในเลอื ด

269

ใบกิจกรรมที่ 2.5
เร่อื ง ความผดิ ปกตทิ เี่ กยี่ วขอ้ งกับระบบหายใจ

สมาชิกในกลุ่ม ชั้น........................
1. ชอ่ื ..............................................................................................เลขท.ี่ .....................
2. ชือ่ ..............................................................................................เลขท.่ี .....................
3. ชื่อ..............................................................................................เลขที.่ ......................

คำช้แี จง ให้นกั เรียนรว่ มกันศกึ ษาวธิ กี ารทำกจิ กรรม วางแผนและลงมือทำกิจกรรม

จุดประสงคก์ ารทำกจิ กรรม

1. นักเรยี นมที ักษะการสังเกตและการทดลอง

อปุ กรณก์ ารทำกจิ กรรม

1. ขวดน้ำด่มื หรือขวดนำ้ อัดลม 2. ฝาขวดทเ่ี จาะรู

3. ดนิ น้ำมัน 4. ทชิ ชหู รอื สำลี

5. บหุ รก่ี ้นกรอง 6. นำ้

วธิ กี ารทำกิจกรรม

1. เตรียมอปุ กรณโ์ ดยน้ำขวดน้ำดมื่ หรือน้ำอัดลม มาเจาะรูฝาขวด ขนาดขนาดพอดีกบั ก้นมวนบุหรี่

2. นำบหุ รี่กน้ กรอง เอาด้านท่ีมกี ้นกรองเสียบเข้ากับฝาขวดที่เจาะพรอ้ มใช้ดนิ น้ำมันอุดรูไว้

3. จดุ บหุ รี่ พร้อมกับบบี แล้วปล่อยขวดพลาสติกตอ่ เน่ืองจนกระทั่งบหุ ร่ีเผาไหม้หมดมวน

4. เตรยี มสำลีแผ่นวางไว้ แล้วเปิดฝาขวดออกแล้ววางปากขวดแนบกบั สำลแี ละใช้มือบีบขวดไล่ลมออกทางปากขวดจน
ควันบหุ ร่ีออกจากขวดผา่ นสำลจี นหมด

5. สงั เกตลกั ษณะของสำลี แล้วบนั ทึกผลการทำกจิ กรรม

6. ฉกี กระดาษไส้กรองบุหร่อี อกมา เทียบกับก้นกรองบุหร่ีท่ยี งั ไม่ไดส้ ูบ และเทยี บกับสำลที ผ่ี ่านควันบุหรี่ สังเกตและ
บันทกึ ผล

270

ผลการทำกจิ กรรม

271

แบบประเมินผังมโนทศั น์

คำชแี้ จง ให้ผ้สู อนประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน แล้วขีด ลงในช่องท่ีตรงกบั ระดบั คะแนน

ระดบั คะแนน

ลำดับที่ รายการประเมนิ 432 1

1 ความสอดคล้องกบั จุดประสงค์

2 ความสอดคล้องกบั เนอ้ื หา

3 ความคิดสรา้ งสรรค์

4 ความตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื …………………………………………………………. ผู้ประเมิน
………../………………../………………

272

เกณฑ์การประเมนิ ผังมโนทัศน์

ประเด็นท่ี 4 ระดับคะแนน 2 1
ประเมนิ 3

1. ความ ผลงานสอดคลอ้ งกบั ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานไมส่ อดคล้องกับ
สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคท์ ุกประเดน็ จดุ ประสงค์เปน็ ส่วนใหญ่ จุดประสงคบ์ าง จดุ ประสงค์
จุดประสงค์ ประเด็น

2. ความถกู ต้อง เนื้อหาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของผลงาน
ผลงาน ถูกตอ้ งบาง ไม่ถูกต้องเป็นสว่ นใหญ่
ของ เนื้อหา ถูกต้องครบถว้ น ถูกต้องเปน็ ส่วนใหญ่ ประเดน็

3. ความคิด ผลงานแสดงถงึ ความคิด ผลงานแสดงถงึ ความคดิ ผลงานมีความ ผลงานไมม่ ีความ
สร้างสรรค์ น่าสนใจ และไม่แสดง
สรา้ งสรรค์ แปลกใหม่ สรา้ งสรรคแ์ ปลกใหม่ แต่ นา่ สนใจ แต่ ยงั ไม่มี ถงึ แนวคิด แปลกใหม่

และเปน็ ระบบ ยงั ไม่เปน็ ระบบ แนวคิดแปลกใหม่

4. ความตรงต่อ สง่ ชิน้ งานภายในเวลาที่ ส่งชนิ้ งานชา้ กวา่ เวลาท่ี สง่ ช้ินงานชา้ กว่าเวลา สง่ ชิ้นงานชา้ กว่าเวลาที่

เวลา กำหนด กำหนด 1 วนั ที่ กำหนด 2 วัน กำหนด 3 วันขึ้นไป

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

14-16 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรงุ

273

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน

คำช้ีแจง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน

321

1 เนอื้ หาละเอยี ดชัดเจน

2 ความถกู ตอ้ งของเนอ้ื หา

3 ภาษาที่ใชเ้ ขา้ ใจง่าย

4 ประโยชน์ที่ไดจ้ ากการนำเสนอ

5 วธิ ีการนำเสนอผลงาน

ลงชอ่ื …………………………………………………………. ผ้ปู ระเมิน
………../………………../………………

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางสว่ น ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

14-16 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรุง

274

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน
กลมุ่

คำชแี้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งทตี่ รงกับระดบั คะแนน

ลำดบั ช่ือ–สกลุ การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมีน้ำใจ การมี รวม
ท่ี ของนกั เรยี น ความคิดเห็น ฟงั คนอ่นื ตามท่ีได้รบั 321 สว่ นรว่ มใน 15
มอบหมาย การปรับปรงุ คะแนน
1. นายกรวกิ นอ้ ยยะ 321 321 ผลงานกลุ่ม
2. นายนทั ธพงศ์ สนุ ทรชัย 321
3. นายบัญญวตั ปอ้ มเชียงพิณ 321
4. นายวงศธร แสงนิกุล
5. นายภาณุพงศ์ พรมสชี า
6. นายพัสกร พันละเกตุ
7. นายฑนวฒั น์ มัน่ ศกั ดิ์
8. นายสริ ภพ แซ่ภู่
9. นายนราธิป เสนจนั ทร์ฒิไชย
10. นายปยิ วฒั น์ รอดชมภู
11. นายอนชุ า สลาพมิ พ์
12. นายจณิ ภทั ร สงิ หเสน
13. นายชนาธปิ กำพระบาง
14. นายรชต บตุ รโคตร
15. นายชนุวรรธน์ อภิรักษเ์ มธาวงศ์
16. นายปราบปวร ปทั มสนธิ์
17. นายกิตตภิ ัฏ เจอื จนั ทึก
18. นายสมุ ติ ร มาตสุทธิ์
19. น.ส.วันนิสา กิตตกิ ุลธร
20. น.ส.ญาณภทั ร เทศศรีเมือง
21. น.ส.นภสั รา รตั นคุณ
22. น.ส.สุชาวดี ผาระนตั ร
23. น.ส.พรทิพ เตนากลุ
24. น.ส.พรนภสั ชัยอาวธุ
25. น.ส.วาสนา ปติ ะสตุ
26. น.ส.นราพร พุฒฝอย
27. น.ส.วนันพร ตนั นารตั น์
28. น.ส.ศลษิ า มลู มงั่
29. น.ส.ศิรภสั สร ดอนชุม
30. น.ส.กัณฐิกา อินทะวงศ์

ลำดับ ช่ือ–สกลุ การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมนี ำ้ ใจ การมี 275
ที่ ของนักเรยี น ความคดิ เห็น ฟังคนอ่ืน ตามท่ีได้รับ 321 สว่ นร่วมใน
มอบหมาย การปรับปรุง รวม
31. น.ส.ณัฐวรา ชยั เดช 321 321 ผลงานกลมุ่ 15
32. น.ส.ธัญมาส อะตะมะ 321 คะแนน
33. น.ส.ปาณศิ า โฉมกระโทก 321
34. น.ส.ศภุ ดิ า นามบุรี
35. น.ส.อธิชา คำภูมี
36. น.ส.มาตา บทไธสง
37. น.ส.ณฏั ฐณชิ า บญุ ตาระวะ
38. น.ส.พรพิชญ์ เพ็งคำศรี
39. น.ส.ชาลสิ า หล้ากำ่
40. น.ส.ภทั รนันท์ ภูนาปี
41. น.ส.ลลนา เขม็ เลศิ
42. น.ส.มทุ ิตา คณะโท
43. น.ส.ธนญั ญา นามวงษ์
44. น.ส.พดั ชา วงไชยยา
45. น.ส.อาภาสริ ิ ฟุ้งกลน่ิ

ลงชอื่ …………………………………………………………. ผปู้ ระเมิน
………../………………../………………

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

14-16 ดีมาก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ

276

แบบประเมินการปฏิบัตกิ าร
คำชี้แจง : ให้ผสู้ อนประเมินการปฏิบัติการของนักเรียนตามรายการทีก่ ำหนดแล้วขดี ✓ลงในชอ่ งทีต่ รงกับระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321
1 การปฏิบัติการทดลอง
2 ความคลอ่ งแคล่วขณะปฏบิ ตั ิการ รวม
3 การนำเสนอ

ลงช่อื ................................................... ผูป้ ระเมิน
................./................../..................

เกณฑก์ ารประเมินรายงาน

ประเดน็ ทปี่ ระเมิน 4 ระดบั คะแนน 2 1
3

1. การปฏิบัติการ ทำตามทดลองตามขั้นตอน ทำตามทดลองตามขั้นตอน ต้องให้ความช่วยเหลือบ้าง ต้องให้ความช่วยเหลืออยา่ ง

ทดลอง และใช้อปุ กรณไ์ ด้อย่างถกู ต้อง และใช้อุปกรณ์ได้อย่าง ในการทำการทดลอง และ มากในการทำการทดลอง

ถูกต้อง แต่อาจต้องได้รับ การใชอ้ ุปกรณ์ และการใช้อุปกรณ์

คำแนะนำบา้ ง

2. ความคล่องแคล่ว มีความคล่องแคล่วในการทำ มีความคล่องแคล่วในการ ข า ด ค ว า ม ค ล ่ อ ง แ ค ล่ ว ทำการทดลองเสร็จไม่

ขณะปฏบิ ตั ิการ การทดลองโดยไม่ตอ้ งไดร้ ับคำ ทำการทดลองแต่ต้องได้รับ ในขณะการทำการทดลอง ทันเวลา และทำอุปกรณ์

ช้ีแนะ และทำการทดลองเสรจ็ คำแนะนำบ้าง และทำการ จึงทำการทดลองเสร็จไม่ เสียหาย

ทันเวลา ทดลองเสร็จทันเวลา ทันเวลา

3. การบันทึก สรุป บนั ทึกและสรุปผลการทดลอง บันทึกและสรุปผลการ ต้องให้คำแนะนำในการ ต้องให้ความช่วยเหลืออยา่ ง
และการนำเสนอ ไดถ้ กู ตอ้ ง รดั กมุ นำเสนอผล ทดลองได้ถูกต้อง แต่การ บันทึก สรุป และนำเสนอ มากในการบันทึกสรุป และ
ผลการทดลอง การทดลองเปน็ ขนั้ ตอนชัดเจน นำเสนอผลการทดลองยงั ไม่ ผลการทดลอง นำเสนอผลการทดลอง
เปน็ ขน้ั ตอน

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

11-12 ดีมาก

9-10 ดี

6-8 พอใช้

ต่ำกวา่ 6 ปรบั ปรงุ

277

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 14

โดยจดั กิจกรรมการเรยี นรู้แบบ 5E

รหัสวิชา ว32242 วิชา ชีววิทยาเพมิ่ เติม 4 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 15 เรือ่ ง ระบบหมุนเวียนเลือดและน้ำเหลอื ง เวลา 12 ช่วั โมง

แผนการจดั การเรียนรูเ้ ร่ือง การลำเลียงสารในรา่ งการของสตั ว์ เวลา 3 ช่ัวโมง

ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564 ผ้สู อน นางสาวศศิธร นนั ทอง

กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนปทุมเทพวทิ ยาคาร

_________________________________________________________________________

1. สาระชีววิทยา

เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ การหายใจและการแลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียง

สารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้และการตอบสนอง การ

เคลื่อนที่ การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต ฮอร์โมนกับการรักษาดุลยภาพ และพฤติกรรมของสัตว์

รวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรียนรู้

สืบค้นข้อมูล อธิบายและเปรียบเทียบระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดและระบบหมุนเวียน

เลือดแบบปิด สังเกตและอธิบายทิศทางการไหลของเลือดและการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดในหาง

ปลา

2. สาระสำคัญ

สัตว์ที่มีโครงสร้างร่างกายซับซ้อนจะมีการลำเลียงสารโดยระบบหมุนเวียนเลือด ซ่ึง
ประกอบด้วย หัวใจ หลอดเลือด และเลือดระบบหมุนเวียนเลือดมี 2 แบบ คือ ระบบหมุนเวียนเลือด
แบบเปิดและระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดพบในสัตว์จำพวกหอย
แมลง ก้งุ สว่ นระบบหมนุ เวียนเลอื ดแบบปดิ พบในไสเ้ ดือนดนิ และสัตว์มีกระดูกสันหลงั
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 ด้านความรู้ (K) นักเรียนอธิบายและเปรียบเทียบระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดและระบบ
หมุนเวียนเลอื ดแบบปดิ ได้

3.2 ด้านทักษะและกระบวนการ (P) นักเรียนสามารถทำการทดลองเกี่ยวกับระบบหมุนเวียน
เลอื ดของสตั ว์ และนำเสนอหน้าช้นั เรยี นได้

3.3 ด้านคณุ ลักษณะ (A) นกั เรยี นมีความรับผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ีและงานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย

278

4. สาระการเรยี นรู้
ระบบเลอื ดแบง่ ออกเปน็ 2 ระบบ
- ระบบหมุนเวยี นเลือดแบบวงจรปดิ (Closed circulatory System) ระบบนี้เลือดจะ

ไหลเวียนอยใู่ นท่อของหลอดเลอื ดตลอดเวลา มีหลอดเลือดฝอยเชอื่ มระหวา่ งหลอดเลือดอาร์เทอรี
และหลอดเลือดเวนพบในแอนลิ ดิ า (ไสเ้ ดอื นทากดูดเลือด) ปลาหมึก สัตวม์ ีกระดูกสันหลังทุกชนิด

- ระบบหมนุ เวียนเลือดแบบวงจรเปิด (Open circulatory System) ระบบน้ีเลือดไหลออก
จากหัวใจไปตามหลอดเลือดแลว้ ไหลออกจากหลอดเลอื ดผ่านชอ่ งว่างระหว่างลำตัว และที่ว่างระหวา่ ง
อวัยวะต่างๆ เลือดและนำ้ เหลอื งจงึ ปนกันได้ เรียกว่า ฮโี มลิทพ์ (HaemolymphX ) และชอ่ งว่าง
ระหว่างเนื้อเยื่อทเี่ ปน็ ทางผา่ นของ ฮีโมลิทพ์ จะเรยี กว่า ฮีโมซีล (Heamocoel) ลักษณะเช่นน้ีพบใน
สัตวพ์ วกอาร์โทรพอด,มอลลัสก์,โพรโทคอรเ์ คต (เพรียงหวั หอม และแอมฟิออกซสั )

1. กลมุ่ สตั ว์ท่ียงั ไมม่ ีระบบหมนุ เวยี นเลอื ด
โพรโทซวั เชน่ อะมบี า พารามเี ซียม และสตั วช์ ้ันตำ่ เชน่ ไฮดรา พลานาเรยี หนอน

ตัวแบน ไม่มรี ะบบหมนุ เวียนเลือด จงึ ใชพ้ ื้นท่ีผวิ ลำตวั แลกเปล่ยี นสารกับสิง่ แวดล้อมโดยตรง

ภาพ ระบบหมุนเวยี นเลือดของสตั ว์ช้ันตำ่
2. แมลง

มีระบบหมนุ เวยี นเลือดแบบวงจรเปิด หัวใจของแมลงมลี ักษณะเปน็ ท่อของหลอด
เลือด อย่บู รเิ วณดา้ นบนของลำตัว หวั ใจมรี ูเปดิ เปน็ ระยะๆ เพอื่ ให้เลือดผ่านเข้าไปภายในทอ่ ไดท้ ่อน้ี
จะบีบตวั ดนั เลือดออกไปยังหลอดเลือดที่แยกออกจากหัวใจและไปสสู่ ่วนตา่ งๆของร่างกายนอกหลอด
เลอื ดซึง่ เปน็ ชอ่ งว่างภายในลำตวั ของแมลง เลอื ดจงึ สัมผัสกับเน้อื เย่ือโดยตรง

279

ภาพ ระบบหมุนเวยี นเลือดของแมลง
3. ไส้เดือนดนิ

ไส้เดือนดินเป็นสัตว์พวกแรกท่ีมรี ะบบหมนุ เวียนเลอื ดแบบวงจรปดิ มีหวั ใจเทียมซ่งึ
เป็นหลอดเลอื ดท่โี ป่งพอง ทำหน้าท่สี ูบฉดี เลอื ดให้ไหลเวียนไปตามหลอดเลอื ดได้

ภาพ ระบบหมุนเวียนเลอื ดของไส้เดอื นดนิ
4. ปลา

ปลามีระบบหมนุ เวียนเลือดแบบวงจรปดิ มหี ัวใจ 2 ห้อง เลอื ดทมี่ ีออกซเิ จนต่ำจาก
สว่ นตา่ งๆ ของร่างกายจะเข้าทางหัวใจหอ้ งบนแล้วเคล่อื นที่ลงสหู่ วั ใจห้องลา่ ง จากน้ันจะถูกสูบฉีด
ตอ่ ไปยังเหงือกภายในเหงือกจะมีหลอดเลือดฝอยจำนวนมาก ทำหน้าทแี่ ลกเปลีย่ นแกส๊ ออกซเิ จนทม่ี า
กบั น้ำ ทำให้เลือดมปี รมิ าณออกซิเจนสงู ข้นึ จากน้ันเลือดที่มอี อกซิเจนสูงจะถูกสง่ ต่อไปเลย้ี งสว่ นตา่ งๆ
ของร่างกายกลายเป็นเลือดที่มีออกซเิ จนตำ่ ไหลกลบั สหู่ ัวใจหอ้ งบนอีกครั้ง

ภาพ ระบบหมุนเลอื ดของปลา

280

5. สัตวส์ ะเทินนำ้ สะเทนิ บก
สตั วส์ ะเทินนำ้ สะเทินบกมหี ัวใจ 3 หอ้ งประกอบดว้ ย หวั ใจหอ้ งบนขวา หัวใจหอ้ งบน

ซา้ ย สว่ นหวั ใจหอ้ งล่างมเี พยี งหอ้ งเดียว ทำหน้าท่ีรับทงั้ เลอื ดทม่ี อี อกซเิ จนสงู และมอี อกซิเจนต่ำ เลือด
ท่มี ีออกซเิ จนต่ำจากส่วนต่างๆของร่างกายไหลกลับเข้าสู่ห้องบนขวา ส่วนเลือดที่มีออกซิเจนสูง ท่ีได้
รบั มาจากการแลกเปลีย่ นแกส๊ ทีป่ อดหรือผิวหนังจะเข้าสู่หวั ใจห้องบนซ้าย เมื่อเลือดไหลลงสู่หวั ใจห้อง
ล่างเลือดจะปะปนกัน (mix blood) หวั ใจห้องลา่ งบีบตัวเลือดทปี่ ะปนกันไปเลย้ี งส่วนต่างๆของ
รา่ งกาย รวมถึงสง่ ไปยังปอดหรือผวิ หนงั เพือ่ แลกเปล่ยี นแก๊สใหก้ ลายเปน็ เลือดที่มีออกซเิ จนสูงกลับ
เขา้ สู่หอ้ งบนซ้ายอีกคร้งั

ภาพ ระบบหมุนเวยี นเลอื ดของสัตวค์ ร่ึงบกคร่งึ นำ้
6. สตั วเ์ ลื้อยคลาน

สัตวเ์ ลอื้ ยคลานมีหวั ใจ 4 หอ้ งไม่สมบรู ณ์คอื มีหวั ใจหอ้ งบน 2 หอ้ ง และหัวใจห้อง
ล่าง 2 หอ้ ง แตผ่ นงั กั้นหัวใจห้องล่างไมส่ มบรู ณย์ กเวน้ จระเข้ทม่ี ีผนังกน้ั หวั ใจหอ้ งลา่ งสมบูรณ์จึงมี
หวั ใจ 4 ห้องสมบูรณ์ เลอื ดที่มีออกซิเจนสูงจากหัวใจหอ้ งบนซา้ ยกบั เลือดทีม่ ีออกซเิ จนต่ำจากหวั ใจ
ห้องบนขวาจะไหลปะปนกนั ในหอ้ งล่างได้เลก็ น้อยเลอื ดที่มีออกซิเจนสงู ที่มีเลอื ดออกซเิ จนต่ำผสมอยู่
บา้ งจะไปเลี้ยงสว่ นต่างๆ ของรา่ งกายแลว้ กลบั เข้าสหู่ วั ใจห้องบนขวาส่วนเลือดท่ีมีออกซเิ จนต่ำที่มี
เลอื ดออกซิเจนสงู ผสมอยู่บา้ งจะออก จากห้องล่างขวาไปฟอกทป่ี อด

281

ภาพ ระบบหมนุ เวียนเลือดของสัตวเ์ ลอื้ ยคลาน
7. นกและสัตวเ์ ลี้ยงลูกด้วยนม

นกและสตั วเ์ ลีย้ งลูกด้วยนม มีหัวใจ 4 หอ้ งสมบรู ณม์ รี ะบบหมุนเวียนเลอื ดเหมือนคน

ภาพ ระบบหมนุ เวียนเลอื ดของนกและสัตวเ์ ลีย้ งลูกด้วยนม
5.1 สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

5.1 สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน (เฉพาะท่เี กิดในแผนการจัดการเรียนรนู้ )้ี
 1) ความสามารถในการส่ือสาร
 2) ความสามารถในการคิด
 3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา
 4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
 5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5.2 สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียนของโรงเรียนมาตรฐานสากล
(เฉพาะทเ่ี กดิ ในแผนการจดั การเรียนรู้น)ี้
 1) เป็นเลิศทางวชิ าการ
 2) สือ่ สารได้อยา่ งน้อย 2 ภาษา

282

 3) ล้ำหนา้ ทางความคิด
 4) ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์
 5) รว่ มกนั รับผิดชอบตอ่ สังคมโลก

6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจดั การเรยี นรู้น้ี)

 1) รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  5) อยอู่ ยา่ งพอเพียง

 2) ซื่อสัตย์ สจุ ริต  6) มุ่งมนั่ ในการทำงาน

 3) มีวินยั  7) รักความเปน็ ไทย

 4) ใฝ่เรียนรู้  8) มีจิตสาธารณะ

7. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ (เฉพาะทเ่ี กดิ ในแผนการจัดการเรยี นรู้นี)้
 บรู ณาการกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
 หลักความพอประมาณ
 หลักความมีเหตผุ ล
 หลักการมภี มู คิ มุ้ กัน
 เงอ่ื นไขความรู้
 เงอื่ นไขคณุ ธรรม
 บรู ณาการกบั การจัดการศกึ ษาเพือ่ อาชีพ
 บูรณาการกบั หลักสตู รต้านทจุ รติ ศึกษา
 การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
 ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
 STRONG : จติ พอเพยี งต้านทุจริต
 พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม
 บูรณาการขา้ มกลุ่มสาระการเรยี นรู้
(ระบุ)…………………………………………………………………….......................................................

............................................................................................................................. ...................................
 อ่นื ๆ
(ระบุ)…………………………………………………………………….......................................................

............................................................................................................................. ...................................

283

8. กจิ กรรมการเรียนรู้
วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E (Inquiry Method : 5E)

ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1) ครูตั้งคำถามเพื่อให้ทราบความรู้พื้นฐานของนักเรียน จากนั้นเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับ

ความรู้เดิมของนักเรยี น โดยใช้คำถามดงั ต่อไปนี้
- นักเรียนคิดว่าการลำเลียงสารของสิ่งมีชีวิต มีรูปแบบการลำเลียงเหมือนกันหรือไม่

อยา่ งไร
(แนวคำตอบ: สิ่งมีชีวิตมีรูปแบบการลำเลียงสารแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของ

ร่างกาย เช่น อะมีบา พารามีเซียม ลำเลียงสารโดยการแพร่ระหว่างเซลล์กับสิ่งแวดล้อม บางชนิด
ลำเลยี งสารโดยระบบหมนุ เวยี นเลอื ด)
ข้นั สำรวจค้นหา (Exploration)

2.1) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน โดยใช้วิธีการนับเลข 1-5 ตามลำดับ จากนั้นให้
นกั เรยี นเขา้ ประจำกลุ่ม

2.2) ครูชี้แจงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ “ให้นักเรียนทำการทดลอง โดยศึกษาระบบหมุนเวียน
เลือดของปลา” ดงั น้ี

วัสดแุ ละอุปกรณ์
1. สำลี
2. สไลด์และกระจกปดิ สไลด์
3. น้ำ
4. กล้องจุลทรรศนใ์ ช้แสงเชิงประกอบ
5. ปลาขนาดเลก็ เชน่ ปลาหางนกยูงเพศเมยี ปลานลิ

วธิ กี ารทดลอง
1. วางปลาบนสไลด์ ใช้สำลีชุบน้ำวางคลุมบริเวณหัวปลา แล้วนำกระจกปิดสไลด์วางทับ

บรเิ วณหางปลา
2. นำสไลด์ไปตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ โดยใช้เลนส์ใกล้วัตถุกำลังขยายต่ำ สังเกต

บริเวณหางปลาเพื่อศึกษาขนาดของหลอดเลือด ทิศทางความเร็วของการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือด
และการจดั เรยี งตัวของเม็ดเลอื ด

3. นักเรียนแต่ละกลมุ่ รับอปุ กรณก์ ารทดลอง จากน้ันลงมอื ทำการทดลองตามแผนที่วางไว้
4. ในขณะที่นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมการทดลอง ครูให้คำแนะนำและสังเกตพฤติกรรมการ
ทำงานของนักเรยี น

284

ขั้นอธิบายความรู้ (Explanation)
3.1) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดลองหน้าช้ันเรียน
3.2) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภิปรายและสรุปผลการทดลองรว่ มกัน ดงั ตอ่ ไปนี้
“จากการทำกิจกรรมการทดลองพบว่า ระบบหมุนเวียนเลือดของปลา เลือดที่มีแก๊ส

ออกซิเจนตำ่ ไหลผา่ นหวั ใจไปยังเหงือก จากนั้นเลอื ดท่มี ีออกซิเจนสูงไหลเวียนไปยังเนื้อเย่ือต่างๆ แล้ว
เลือดที่มีออกซิเจนต่ำไหลกลับเข้าสู่หัวใจ ซึ่งเป็นการไหลเวียนเลือดผ่านหัวใจ 1 ครั้ง จากการสังเกต
พบว่าเลอื ดไหลเวียนในเส้นเลือด ซึ่งเรียกว่าระบบหมนุ เวียนเลอื ดแบบปดิ ”

3.3) ครูอธบิ ายเพิ่มเติมในเร่อื งรูปแบบการหมนุ เวียนเลอื ด ดังนี้
จากการทดลองสรุปได้วา่ ระบบหมุนเวียนเลอื ดแบ่งออกเปน็ 2 ระบบ คอื
1. ระบบหมุนเวียนเลือดแบบวงจรเปิด (Open circulatory System) ระบบนี้

เลือดไหลออกจากหัวใจไปตามหลอดเลือดแล้วไหลออกจากหลอดเลือดผ่านช่องว่างระหว่างลำตัว
และที่ว่างระหวา่ งอวัยวะต่างๆ เลือดและน้ำเหลืองจึงปนกนั ได้ เรียกว่า ฮีโมลทิ พ์ และชอ่ งว่างระหว่าง
เนื้อเย่ือที่เปน็ ทางผ่านของฮีโมลทิ พ์ จะเรยี กว่า ฮโี มซีล

2. ระบบหมุนเวียนเลือดแบบวงจรปิด (Closed circulatory System) ระบบน้ี
เลือดจะไหลเวียนอยู่ในท่อของหลอดเลือดตลอดเวลา มีหลอดเลือดฝอยเชือ่ มระหวา่ งหลอดเลือดอาร์
เทอรีและหลอดเลือดเวน
ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaboration)

4.1) ให้นักเรียนยกตัวอย่างเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของนักเรียนที่มีลักษณะคล้ายระบบ
หมุนเวียนเลือดแบบปิดและระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด (แนวคำตอบ: การไหลของน้ำตกใน
ธรรมชาติ,แม่น้ำ,ทะเล เปรียบเสมือนระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด ส่วนในสระน้ำหรือตู้ปลา
เปรยี บเสมือนระบบหมนุ เวียนเลือดแบบปดิ )
ข้นั ประเมนิ (Evaluation)

5.1) ครูถามคำถามเพื่อประเมนิ ความเขา้ ใจของนกั เรียน โดยมีแนวคำถาม ดงั นี้
- นักเรียนคิดว่าปลามีระบบหมุนเวียนหรือไม่ สังเกตได้จากอะไร (แนวคำตอบ: ปลา

มรี ะบบหมนุ เวยี นเลอื ด สังเกตได้จากนำ้ เลอื ดไหลเวียนไปตามหลอดเลือด)
- อวยั วะใดของปลาท่ที ำหน้าทีค่ ลา้ ยปอดของมนุษย์ (แนวคำตอบ: เหงอื ก )
- แก๊สออกซิเจนที่ปลานำเข้าสู่เซลล์ จะถูกส่งไปยังบริเวณใด (แนวคำตอบ: ออกซิเจน

จะถกู ลำเลยี งไปยงั สว่ นตา่ งๆของรา่ งกาย)


Click to View FlipBook Version