ประเดน็ การประเมนิ วธิ กี ารวดั และประเมินผล เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์ประเมิน
5. ดา้ นการอ่าน คิดวิเคราะห์และ สังเกตดา้ นการอ่าน - แบบประเมิน - คะแนนด้านการอ่าน
เขียน คิดวิเคราะห์ และเขียน การอ่านคดิ คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น
โดยดปู ระเด็น วิเคราะห์ และเขียน โดยรวมมคี ณุ ภาพระดบั
- การอา่ น ผ่านข้ึนไป
- การคดิ วิเคราะห์
- การเขยี น
10. คุณธรรมจรยิ ธรรมทส่ี อดแทรก
10.1 ความรบั ผดิ ชอบมีระเบยี บวินยั ในตนเอง
10.2 ความซ่อื สัตย์ในการทำแบบฝกึ หัด
10.3 การยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะของผูอ้ ่นื
10.4 การตรงตอ่ เวลาในการสง่ งาน
11. กิจกรรมเสนอแนะ
-
12. บนั ทกึ ผลหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1. กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไป ตามแผนการจัดการเรียนรู้ ไม่เปน็ ไปตามแผนการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
2. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในคร้ังน้ี มนี กั เรียนเข้าร่วมกิจกรรมทงั้ หมด.....................................คน
คอื ชัน้ ………………………………………………............................................................................................................
3. สรปุ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ประเด็นการประเมนิ ดมี าก ระดับคุณภาพ ปรับปรุง
ดา้ นความรู้ (K) ดี พอใช้
จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% จำนวน………..คน จำนวน………..คน คิดเป็น…………%
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………%
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1. ทกั ษะกระบวนการทาง จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คณติ ศาสตร์ คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………%
2. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% คิดเป็น…………% คดิ เป็น…………% คิดเปน็ …………%
3. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เป็น…………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%
และเขยี น
ดา้ นคุณลักษณะ (A) จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%
4. ปญั หา/วิธีการแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
5. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
(ลงชอื่ )
(นายจำเนียร หงษ์คำมี)
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
แผนการจัดการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2/2564
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรื่อง การวเิ คราะหข์ ้อมลู เบื้องต้น 2 จำนวน 36 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 31 เร่ือง สัมประสทิ ธิ์ของพิสยั จำนวน 1 ช่วั โมง
ผ้สู อน นายจำเนยี ร หงษ์คำมี สอนครงั้ ท่.ี .......สัปดาห์ท่.ี ........สอนวนั ท่ี........เดือน................พ.ศ.............
1. สาระการเรยี นรูเ้ พม่ิ เติม
1. สาระสถติ ิและความน่าจะเปน็
เข้าใจหลกั การนบั เบ้ืองต้น ความนา่ จะเป็น และนำไปใช้
2. สาระสำคัญ
2.1 สัมประสิทธ์ขิ องพสิ ัย
3. ผลการเรยี นรู้
3.1 นักเรียนสามารถเลือกวิธีวิเคราะห์ข้อมลู เบื้องตน้ และอธบิ ายผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลไดถ้ ูกต้อง
3.2 นักเรียนสามารถนำความรู้เรื่องการวิเคราะห์ข้อมลู ไปใช้ได้
3.3 ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบทไ่ี ด้
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1) นกั ศึกษาสามารถอธบิ ายความหมายของสมั ประสิทธขิ์ องพสิ ยั ได้
2) นักศึกษาสามารถหาสมั ประสทิ ธิ์ของพิสัยของขอ้ มลู ได้
4.2 ดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ (Process)
1) การแกป้ ญั หา
2) การสือ่ สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
3) การเชอ่ื มโยง
4) การใหเ้ หตุผล
5) ทกั ษะการคดิ สรา้ งสรรค์
4.3 ดา้ นคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ (Attitude)
1) ซ่ือสัตย์สจุ ริต
2) มีวินยั ความรบั ผิดชอบ
3) ใฝเ่ รยี นรู้
4) มุ่งมนั่ ในการทำงาน
4.4 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1) ความสามารถในการส่อื สาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4.5 ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี น
1) การอ่าน : อ่านสรปุ ความหรอื สอ่ื สารได้
2) การคิดวิเคราะห์ : อภปิ รายผลได้
3) การเขยี น : เขียนสรปุ ความหรือยอ่ ความได้
5. สาระการเรยี นรู้
5.1 เน้ือหาสาระ
1) สมั ประสิทธ์ิของพสิ ัย (Coeffient of Range)
เป็นการเปรียบเทยี บการกระจายของขอ้ มูลตัง้ แต่ 2 ชุดขน้ึ ไป โดยใช้สัมประสทิ ธข์ิ อง
พสิ ยั มีขั้นตอนดงั นี้ 1.1) หาสัมประสทิ ธขิ์ องพิสัยของข้อมลู แต่ละชดุ จากสตู ร . . = max− min
max+ min
1.2) นำสมั ประสทิ ธิ์ของพสิ ัยของข้อมลู แตล่ ะชดุ เปรียบเทยี บกันได้
1.3) ถ้าสมั ประสทิ ธ์ิของพิสัยของข้อมูลชดุ ใดมีคา่ มากกวา่ สมั ประสิทธิข์ องพิสยั ของ
ขอ้ มลู ชดุ หน่งึ แสดงวา่ ขอ้ มลู ชดุ น้นั มีการกระจายมากกว่าข้อมูลอีกชดุ หนงึ่
5.2 การบรู ณาการ
1) บูรณาการข้ามกล่มุ สาระการเรียนรู้
1.1) ภาษาไทย
- เขยี นสื่อสารได้
- เขียนสรปุ ความได้
- อภปิ รายผลได้
1.2) วทิ ยาศาสตร์
- การสืบคน้ กระบวนการเรยี นรอู้ ยา่ งเปน็ ระบบ
1.3) สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
- การรู้จกั บทบาทหน้าที่
2) บูรณาการกบั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
2.1) ความมีเหตุผล
2.2) มีความรู้
3) บูรณาการหลักสตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School)
3.1) IS 1- การศึกษาค้นควา้ และสร้างองค์ความรู้
(Research and Knowledge Formation)
3.2) IS 2- การสอื่ สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
3.3) IS 3- การนำองค์ความรู้ไปใชบ้ ริการสงั คม (Social Service Activity)
6. กระบวนการจดั การเรียนรู้
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID–19) โรงเรียนได้จัดการเรียน
การสอนแบบ Onsite ควบค่ไู ปกับการเรยี นการสอน Online โดยแบ่งนกั เรียนออกเป็น 2 กลุ่มๆ ละเท่าๆ กัน
สลับการมาเรียน กลมุ่ นักเรียนที่ไม่ได้มาเรียนให้เรียน Online โดยครผู ้สู อนใช้ Application Zoom/Google
Meet ในการจดั การเรยี นการสอน นกั เรียนสามารถเรียนรู้ไปพร้อมกบั นักเรียนทเี่ รียน Onsite สามารถซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอในขณะที่สอน และใช้ Application Google Classroom
ในการศึกษาเพิ่มเติม ทบทวน (คลิปวิดีโอที่สร้างขึ้นเอง / ดาวน์โหลดจากแหลง่ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ ) มอบหมายงาน
การสง่ งาน การทดสอบ และการประเมินผล
1) ผู้สอนกลา่ วทกั ทายนกั เรยี น พรอ้ มทง้ั ทบทวนเกีย่ วกบั เรอ่ื งทเี่ รยี นไปแล้ว
(เช่น สมบัติท่ีสำคัญของสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน และความแปรปรวน)
2) ผู้สอนแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรใู้ หน้ ักเรียนทราบวา่ เม่อื เรียนแผนการจัดการเรียนรู้น้ีแลว้
นักศกึ ษาสามารถอธบิ ายความหมายและหาสัมประสทิ ธ์ิของพสิ ัยของข้อมลู ได้
3) ผสู้ อนไดอ้ ธบิ ายข้ันตอนในการหาสัมประสทิ ธขิ์ องพสิ ยั ดังน้ี
3.1) หาสมั ประสิทธขิ์ องพิสัยของข้อมลู แตล่ ะชุด จากสตู ร . . = max− min
max+ min
3.2) นำสมั ประสทิ ธ์ิของพิสัยของขอ้ มลู แตล่ ะชดุ เปรยี บเทียบกนั ได้
3.3) ถ้าสัมประสิทธิ์ของพิสัยของข้อมูลชุดใดมีค่ามากกว่าสัมประสิทธิ์ของพิสัยของ
ขอ้ มูลชดุ หนงึ่ แสดงว่าข้อมูลชดุ นั้นมกี ารกระจายมากกว่าขอ้ มลู อกี ชุดหนงึ่
4) ผสู้ อนและนกั เรียนร่วมกนั ทำตัวอย่างท่ี 85 – 88 ในเอกสารประกอบการเรยี นเพิ่มเสริม
ความเข้าใจใหก้ ับนกั เรยี น โดยมีขั้นตอนในการลำดับความคิดอย่างเปน็ ระบบดังนี้ 1. หาและรวบรวมสง่ิ ทโี่ จทย์
กำหนดให้ 2. หาสง่ิ ทีโ่ จทย์ต้องการทราบ หรอื ปญั หาของโจทย์ รวมทั้งวางแผนในการแก้ปญั หานน้ั อยา่ งไร
3. ดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อหาคำตอบตามแผนที่วางไว้ 4. สรุปขั้นตอนของการแก้ปัญหา สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก
โจทยป์ ญั หา รวมทง้ั คำตอบท่ีไดส้ อดคลอ้ งกับโจทย์ท่ตี ้องการหรือไม่
ตวั อย่างที่ 85 กำหนดข้อมลู 2 ชดุ ดงั นี้ ชดุ ที่ : 1 62, 65, 63, 64, 66, 61 และชุดที่ 2 : 90, 92, 94, 103,
109, 107 จงเปรียบเทียบการกระจายของขอ้ มูล 2 ชุด โดยใชส้ มั ประสทิ ธิข์ องพสิ ยั
ตวั อย่างท่ี 86 คะแนนสอบวิชาสถิติของนักเรยี น เปน็ ดงั น้ี
คะแนนสอบครัง้ ที่ 1 : 12 , 6 , 7 , 3 , 15 , 10 , 18 , 5
คะแนนสอบคร้งั ท่ี 2 : 9 , 4 , 6 , 8 , 10
จงเปรยี บเทียบการกระจายของขอ้ มูล 2 ชุด โดยใชส้ มั ประสทิ ธ์ขิ องพิสัย
ตัวอยา่ งท่ี 87 กำหนดตารางแจกแจงความถ่ขี องข้อมลู 2 ชดุ เป็นดงั ตาราง แล้วจงเปรียบเทยี บการกระจาย
ของขอ้ มลู 2 ชุด โดยใช้สัมประสิทธิข์ องพิสัย
ข้อมลู ชุดที่ 1 ขอ้ มูลชดุ ท่ี 2
ข้อมลู ความถ่ี ข้อมลู ความถ่ี
50 – 52 12 60 – 62 5
53 – 55 13 63 – 65 18
56 – 58 20 66 – 68 17
59 – 61 15 69 – 71 30
รวม 60 รวม 70
ตวั อยา่ งที่ 88 จากตารางแจกแจงความถีต่ ่อไปน้ี เป็นคะแนนสอบวชิ าคณติ ศาสตร์ของนกั เรยี น ช้ัน ม.6/1
และ ม.6/2 เป็น ดงั ตาราง แล้วจงเปรียบเทยี บการกระจายของข้อมูล 2 ชุด โดยใชส้ มั ประสทิ ธ์ขิ องพสิ ัย
ชน้ั ม.6/1 ชั้น ม.6/2
ข้อมูล ความถ่ี ขอ้ มูล ความถี่
20 – 25 8 15 – 19 10
26 – 31 10 20 – 24 15
32 – 37 22 25 – 29 3
38 – 43 3 30 – 34 12
5) ผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากกระบวนการจัดการเรียนรู้
(สัมประสทิ ธิ์ของพสิ ัย)
6) ผู้สอนให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะที่ 19 ในเอกสารประกอบการเรียน ส่งทาง google
classroom ภายในวันพรงุ่ น้ี และเฉลยในช่วั โมงถัดไป พรอ้ มท้ังเนน้ ยำ้ เรอื่ งความซอื่ สัตย์ในการทำงาน
7) ผูส้ อนใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หัดเพิ่มเตมิ โดยแสดงวิธีทำและส่งผ่าน
google classroom/ line ภายในระยะเวลาทีก่ ำหนด
7. หลกั ฐานการเรยี นรู้ (ชิน้ งาน / ภาระงาน)
7.1 ผลการทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนร้หู ลงั เรียน เรือ่ ง การวดั ตำแหน่งของขอ้ มูล
7.2 แบบประเมนิ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
7.3 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
7.4 แบบประเมนิ สมรรถนะทสี่ ำคัญของผู้เรียน
7.5 แบบประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น
8. ส่อื การเรยี นการสอนและแหลง่ การเรียนรู้
8.1 ส่ือการเรยี นการสอน
1) ผลการทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นรหู้ ลังเรียน เร่อื ง การวดั ตำแหน่งของขอ้ มลู
2) เอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง การวิเคราะห์ข้อมลู เบ้อื งตน้
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 6
3) หนงั สอื เรียนคณิตศาสตรส์ าระเพิ่มเติม เล่ม 2 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6
4) ส่ือออนไลน์ เชน่ Google classroom, Zoom, Meet, Line เปน็ ตน้
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมุดโรงเรียน
2) บุคคลต่าง ๆ เชน่ ครู เพอ่ื น ผูท้ ม่ี ีความรูเ้ รือ่ งคณิตศาสตร์
3) แหลง่ เรยี นรอู้ ่ืน ๆ เชน่ อนิ เทอร์เน็ต
9. กระบวนการวัดและประเมินผล
ประเดน็ ทป่ี ระเมนิ วธิ กี ารวดั เคร่อื งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ
-ร้อยละ 60 ถือว่าผ่าน
1. ดา้ นความรู้ (Knowledge) - สงั เกตการตอบคำถามและ - แบบฝึกหดั เกณฑ์
- นักศึกษาสามารถอธิบาย การอธบิ ายใหเ้ หตุผล
ความหมายของสัมประสิทธ์ิของ - ตรวจสมดุ บันทกึ การเรยี นรู้ - มีคะแนนทักษะและ
กระบวนการ
พิสัยได้ - ตรวจแบบฝกึ หดั โดยรวมมคี ุณภาพ
- นักศกึ ษาสามารถหา ระดับผา่ นขน้ึ ไป
สมั ประสทิ ธข์ิ องพสิ ยั ของ
- มคี ะแนนคุณลักษณะ
ข้อมูลได้ โดยรวมมีคุณภาพ
ระดบั ผา่ นข้นึ ไป
2. ด้านทักษะและกระบวนการ สงั เกตทักษะและกระบวนการ - แบบประเมิน
ทางคณิตศาสตร์ (Process) ในการทำงาน โดยดูประเดน็ ทกั ษะและ
- การแกป้ ัญหา กระบวนการทาง
- การสื่อสารและการส่อื คณติ ศาสตร์
ความหมายทางคณิตศาสตร์
- การเชอ่ื มโยง
- การใหเ้ หตผุ ล
- ทกั ษะการคิดสร้างสรรค์
3. ดา้ นคุณลกั ษณะท่พี ึง สังเกตคุณลักษณะอันพึง - แบบประเมนิ
ประสงค(์ Attitude) ประสงค์ โดยดปู ระเด็น คุณลักษณะ
- ซ่ือสัตย์สจุ รติ อนั พึงประสงค์
- มีวินัย ความรับผิดชอบ
- ใฝเ่ รียนรู้
- มุ่งมน่ั ในการทำงาน
ประเดน็ การประเมิน วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล เครือ่ งมือวดั เกณฑป์ ระเมิน
4. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
สงั เกตด้านสมรรถนะที่สำคญั - แบบประเมนิ - คะแนนดา้ นสมรรถนะ
โดยดูประเดน็
- ความสามารถในการส่ือสาร สมรรถนะทส่ี ำคญั ที่สำคญั โดยรวมมี
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการ ของผู้เรยี น คุณภาพ
แกป้ ัญหา
- ความสามารถในการใช้ ระดบั ผ่านขนึ้ ไป
ทักษะชีวิต
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
5. ด้านการอ่าน คิดวิเคราะห์ สังเกตดา้ นการอ่าน - แบบประเมินการ - คะแนนดา้ นการอา่ น
และเขียน คิดวิเคราะห์ และเขียน
โดยดูประเด็น อ่านคิดวเิ คราะห์ คิดวเิ คราะห์ และเขยี น
และเขยี น
- การอา่ น โดยรวมมคี ุณภาพระดับ
- การคดิ วเิ คราะห์
- การเขียน ผา่ นขนึ้ ไป
10. คุณธรรมจริยธรรมที่สอดแทรก
10.1 ความรับผิดชอบมรี ะเบยี บวนิ ยั ในตนเอง
10.2 ความซื่อสัตยใ์ นการทำแบบฝกึ หดั
10.3 การยอมรับฟังความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะของผอู้ ่นื
10.4 การตรงต่อเวลาในการสง่ งาน
11. กจิ กรรมเสนอแนะ
-
12. บนั ทกึ ผลหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1. กิจกรรมการเรียนการสอนเปน็ ไป ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ ไม่เปน็ ไปตามแผนการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
2. การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนในครั้งน้ี มนี กั เรยี นเขา้ รว่ มกิจกรรมทง้ั หมด.....................................คน
คอื ชัน้ ………………………………………………............................................................................................................
3. สรุปผลหลงั การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ประเดน็ การประเมนิ ดีมาก ระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรงุ
ดา้ นความรู้ (K) ดี พอใช้
จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% จำนวน………..คน จำนวน………..คน คิดเป็น…………%
คิดเป็น…………% คิดเป็น…………%
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. ทกั ษะกระบวนการทาง จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คณติ ศาสตร์ คดิ เป็น…………% คดิ เป็น…………% คดิ เป็น…………% คดิ เป็น…………%
2. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………% คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%
3 ดา้ นการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………%
และเขียน
ด้านคุณลกั ษณะ (A) จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เป็น…………% คิดเปน็ …………% คิดเปน็ …………%
4. ปญั หา/วิธีการแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
(ลงชอื่ )
(นายจำเนยี ร หงษ์คำม)ี
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู ำนาญการพิเศษ
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2/2564
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 เร่อื ง การวเิ คราะห์ข้อมูลเบื้องต้น 2 จำนวน 36 ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 32 เรอ่ื ง สัมประสทิ ธิ์ของสว่ นเบยี่ งเบนควอไทล์ จำนวน 1 ชั่วโมง
ผ้สู อน นายจำเนียร หงษ์คำมี สอนคร้งั ท่.ี .......สปั ดาห์ท่.ี ........สอนวนั ท.ี่ .......เดอื น................พ.ศ.............
1. สาระการเรยี นรู้เพม่ิ เตมิ
1. สาระสถติ แิ ละความน่าจะเป็น
เขา้ ใจหลกั การนบั เบอ้ื งตน้ ความนา่ จะเปน็ และนำไปใช้
2. สาระสำคัญ
2.1 สัมประสทิ ธิ์ของส่วนเบ่ยี งเบนควอไทล์
3. ผลการเรียนรู้
3.1 นักเรียนสามารถเลือกวธิ ีวิเคราะห์ข้อมูลเบ้ืองต้นและอธบิ ายผลการวิเคราะหข์ ้อมูลไดถ้ ูกต้อง
3.2 นกั เรียนสามารถนำความรเู้ รอ่ื งการวิเคราะห์ข้อมูลไปใช้ได้
3.3 ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบทไี่ ด้
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
1) นักศึกษาสามารถอธบิ ายความหมายของสัมประสทิ ธิ์ของสว่ นเบย่ี งเบนควอไทล์ได้
2) นกั ศึกษาสามารถหาสมั ประสิทธิข์ องสว่ นเบย่ี งเบนควอไทล์ของขอ้ มูลได้
4.2 ด้านทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ (Process)
1) การแก้ปญั หา
2) การสอ่ื สารและการสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
3) การเช่อื มโยง
4) การให้เหตุผล
5) ทกั ษะการคิดสร้างสรรค์
4.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ (Attitude)
1) ซ่อื สัตย์สจุ รติ
2) มวี นิ ยั ความรับผดิ ชอบ
3) ใฝเ่ รยี นรู้
4) มุง่ ม่นั ในการทำงาน
4.4 สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
1) ความสามารถในการสื่อสาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา
4) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4.5 ด้านการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียน
1) การอ่าน : อา่ นสรปุ ความหรือสือ่ สารได้
2) การคิดวิเคราะห์ : อภปิ รายผลได้
3) การเขียน : เขยี นสรุปความหรือย่อความได้
5. สาระการเรียนรู้
5.1 เน้ือหาสาระ
1) สัมประสิทธิข์ องส่วนเบีย่ งเบนควอรไ์ ทล์ (Coefficient of Quartile Deviation)
เป็นการเปรียบเทียบการกระจายของข้อมูลตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไป โดยใช้สัมประสิทธ์ิ
มขี ้ันตอนดงั น้ี 1.1) หาสัมประสิทธ์ิของส่วนเบยี่ งเบนควอรไ์ ทลข์ องข้อมูลแต่ละชดุ จากสูตร
. . . = 3− 1
3+ 1
1.2) นำสัมประสทิ ธขิ์ องสว่ นเบี่ยงเบนควอรไ์ ทล์ของข้อมูลแต่ละชดุ เปรยี บเทียบกันได้
1.3) ถ้าสัมประสิทธิ์ของส่วนเบี่ยงเบนควอร์ไทล์ของข้อมูลชุดใดมีค่ามากกว่า
สมั ประสทิ ธข์ิ องส่วนเบีย่ งเบนควอไทล์ของ ขอ้ มูลชดุ หนึ่ง แสดงวา่ ขอ้ มูลชดุ นั้นมีการกระจายมากกว่าข้อมูลอีก
ชุดหนง่ึ
5.2 การบรู ณาการ
1) บรู ณาการขา้ มกล่มุ สาระการเรียนรู้
1.1) ภาษาไทย
- เขยี นสอื่ สารได้
- เขยี นสรุปความได้
- อภิปรายผลได้
1.2) วทิ ยาศาสตร์
- การสืบค้นกระบวนการเรยี นรู้อย่างเปน็ ระบบ
1.3) สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
- การรู้จักบทบาทหนา้ ท่ี
2) บรู ณาการกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
2.1) ความมีเหตุผล
2.2) มีความรู้
3) บรู ณาการหลักสูตรโรงเรยี นมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School)
3.1) IS 1- การศกึ ษาค้นควา้ และสรา้ งองค์ความรู้
(Research and Knowledge Formation)
3.2) IS 2- การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
3.3) IS 3- การนำองค์ความร้ไู ปใช้บรกิ ารสงั คม (Social Service Activity)
6. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID–19) โรงเรียนได้จัดการเรียน
การสอนแบบ Onsite ควบคไู่ ปกับการเรียนการสอน Online โดยแบ่งนกั เรยี นออกเป็น 2 กลุม่ ๆ ละเท่าๆ กัน
สลบั การมาเรียน กล่มุ นกั เรียนท่ีไม่ไดม้ าเรียนให้เรียน Online โดยครูผูส้ อนใช้ Application Zoom/Google
Meet ในการจดั การเรียนการสอน นักเรียนสามารถเรยี นรู้ไปพร้อมกบั นักเรียนทีเ่ รียน Onsite สามารถซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอในขณะที่สอน และใช้ Application Google Classroom
ในการศึกษาเพิ่มเติม ทบทวน (คลิปวิดีโอที่สร้างขึ้นเอง / ดาวน์โหลดจากแหล่งเรยี นรู้ต่าง ๆ ) มอบหมายงาน
การสง่ งาน การทดสอบ และการประเมนิ ผล
1) ผู้สอนกลา่ วทกั ทายนกั เรียน พร้อมท้งั ทบทวนเกี่ยวกบั เรอ่ื งท่ีเรียนไปแลว้
(เชน่ สมั ประสิทธิข์ องพิสัย)
2) ผสู้ อนแจ้งจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ใหน้ กั เรียนทราบว่า เมอื่ เรียนแผนการจัดการเรยี นรนู้ ีแ้ ล้ว
นักศึกษาสามารถอธบิ ายความหมายและหาสัมประสทิ ธขิ์ องส่วนเบยี่ งเบนควอไทล์ของข้อมลู ได้
3) ผสู้ อนไดอ้ ธบิ ายขั้นตอนในการหาสมั ประสทิ ธข์ิ อควอรไ์ ทล์ ดังนี้
3.1) หาสัมประสิทธข์ิ องสว่ นเบ่ยี งเบนควอรไ์ ทลข์ องข้อมูลแต่ละชุด จากสูตร
. . = 3− 1
3+ 1
3.2) นำสัมประสทิ ธข์ิ องส่วนเบยี่ งเบนควอรไ์ ทล์ของขอ้ มลู แตล่ ะชดุ เปรยี บเทยี บกนั
3.3) ถ้าสัมประสิทธิ์ของส่วนเบี่ยงเบนควอร์ไทล์ของข้อมูลชุดใดมีค่ามากกว่า
สัมประสิทธ์ขิ องสว่ นเบย่ี งเบนควอไทล์ของ ข้อมลู ชุดหน่ึง แสดงว่าข้อมูลชดุ นั้นมีการกระจายมากกว่าข้อมูลอีก
ชดุ หน่ึง
4) ผสู้ อนและนักเรียนร่วมกันทำตวั อย่างท่ี 89 – 90 ในเอกสารประกอบการเรียนเพ่ิมเสริม
ความเข้าใจใหก้ บั นกั เรียน โดยมีขั้นตอนในการลำดับความคิดอย่างเปน็ ระบบดงั นี้ 1. หาและรวบรวมสงิ่ ทโ่ี จทย์
กำหนดให้ 2. หาส่งิ ท่โี จทย์ตอ้ งการทราบ หรือปญั หาของโจทย์ รวมทงั้ วางแผนในการแกป้ ญั หานนั้ อยา่ งไร
3. ดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อหาคำตอบตามแผนที่วางไว้ 4. สรุปขั้นตอนของการแก้ปัญหา สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก
โจทย์ปญั หา รวมท้งั คำตอบทไี่ ด้สอดคลอ้ งกับโจทยท์ ่ตี ้องการหรอื ไม่
ตวั อยา่ งที่ 89 กำหนดข้อมลู 2 ชุด เป็นดงั น้ี ชดุ ที่ 1 : 13, 6, 8, 2, 15, 10, 19, 4 และ
ชดุ ท่ี 2 : 8, 2, 7, 7, 8, 7, 8, 19 จงเปรียบเทียบการกระจายของข้อมลู 2 ชุด โดยใชส้ มั ประสทิ ธิข์ องส่วน
เบย่ี งเบนควอร์ไทล์
ตัวอย่างท่ี 90 กำหนดข้อมูล 2 ชดุ เปน็ ดังน้ี ข้อมูลชุดที่ 1 : 63, 65, 66, 68, 70, 70, 73, 87, 68 และ
ข้อมลู ชดุ ที่ 2 : 64, 66, 66, 69, 70, 70, 71, 75, 85 จงเปรียบเทยี บการกระจายของข้อมลู 2 ชดุ โดยใช้
สมั ประสทิ ธิข์ องส่วนเบ่ยี งเบนควอร์ไทล์
5) ผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากกระบวนการจัดการเรียนรู้
(สัมประสิทธข์ิ องส่วนเบ่ยี งเบนควอไทล์)
6) ผสู้ อนให้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัดเพิ่มเติม โดยแสดงวธิ ที ำและส่งผา่ น
google classroom/ line ภายในระยะเวลาที่กำหนด
7. หลักฐานการเรยี นรู้ (ช้นิ งาน / ภาระงาน)
7.1 สมุดบนั ทกึ การเรยี นรู้
7.2 โจทย์แบบฝึกหัดเพมิ่ เตมิ
7.3 แบบฝึกหัดในเอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
7.4 แบบประเมนิ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
7.5 แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
7.6 แบบประเมินสมรรถนะที่สำคัญของผ้เู รยี น
7.7 แบบประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน
8. สอ่ื การเรยี นการสอนและแหล่งการเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรยี นการสอน
1) โจทย์แบบฝึกหัดเพ่มิ เตมิ
2) เอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
3) หนังสือเรียนคณิตศาสตร์สาระเพิ่มเตมิ เลม่ 2 ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 6
4) สื่อออนไลน์ เชน่ Google classroom, Zoom, Meet, Line เปน็ ต้น
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ โรงเรียน
2) บคุ คลตา่ ง ๆ เชน่ ครู เพอื่ น ผ้ทู ่ีมีความรเู้ ร่อื งคณิตศาสตร์
3) แหลง่ เรยี นรู้อื่น ๆ เชน่ อินเทอรเ์ นต็
9. กระบวนการวัดและประเมินผล
ประเดน็ ทป่ี ระเมนิ วธิ กี ารวดั เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ ารประเมิน
- สงั เกตการตอบคำถามและ - แบบฝกึ หัด -รอ้ ยละ 60 ถือว่าผ่าน
1. ด้านความรู้ (Knowledge) การอธบิ ายให้เหตุผล เกณฑ์
- นกั ศกึ ษาสามารถอธบิ าย - ตรวจสมุดบันทึกการเรยี นรู้ - แบบประเมนิ
ความหมายของสมั ประสิทธิข์ อง - ตรวจแบบฝึกหัด ทกั ษะและ - มคี ะแนนทกั ษะและ
ส่วนเบ่ียงเบนควอไทล์ได้ กระบวนการทาง กระบวนการ
- นกั ศึกษาสามารถหา สงั เกตทกั ษะและกระบวนการ คณติ ศาสตร์ โดยรวมมคี ณุ ภาพ
สัมประสิทธิ์ของสว่ นเบย่ี งเบน ในการทำงาน โดยดูประเดน็ ระดบั ผ่านขึ้นไป
ควอไทล์ของข้อมูลได้ - การแก้ปญั หา
2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ - การส่อื สารและการสอ่ื
ทางคณิตศาสตร์ (Process) ความหมายทางคณิตศาสตร์
- การเชอื่ มโยง
- การให้เหตผุ ล
- ทกั ษะการคิดสรา้ งสรรค์
ประเด็นการประเมนิ วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์ประเมนิ
3. ด้านคณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ สงั เกตคณุ ลักษณะอันพึง - แบบประเมิน - มคี ะแนนคุณลกั ษณะ
(Attitude) ประสงค์ โดยดปู ระเดน็ คณุ ลกั ษณะ โดยรวมมีคณุ ภาพ
- ซ่ือสตั ยส์ ุจรติ อนั พึงประสงค์ ระดับผา่ นข้นึ ไป
- มวี นิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ
- ใฝเ่ รยี นรู้
- มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น สังเกตดา้ นสมรรถนะท่สี ำคัญ - แบบประเมิน - คะแนนด้านสมรรถนะ
โดยดปู ระเด็น สมรรถนะที่สำคัญ ทส่ี ำคญั โดยรวมมี
- ความสามารถในการส่อื สาร ของผเู้ รียน คณุ ภาพ
- ความสามารถในการคดิ ระดบั ผ่านขน้ึ ไป
- ความสามารถในการแก้ปัญหา
- ความสามารถในการใช้
ทักษะชีวิต
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
5. ด้านการอา่ น คิดวเิ คราะห์และ สังเกตด้านการอ่าน - แบบประเมินการ - คะแนนด้านการอ่าน
เขยี น คดิ วิเคราะห์ และเขียน
อา่ นคิดวเิ คราะห์ คดิ วเิ คราะห์ และเขียน
โดยดูประเด็น และเขยี น
โดยรวมมคี ณุ ภาพระดับ
- การอ่าน
- การคิดวิเคราะห์ ผ่านข้นึ ไป
- การเขยี น
10. คณุ ธรรมจริยธรรมทสี่ อดแทรก
10.1 ความรบั ผิดชอบมีระเบยี บวนิ ยั ในตนเอง
10.2 ความซอ่ื สัตยใ์ นการทำแบบฝึกหัด
10.3 การยอมรับฟงั ความคิดเห็น และขอ้ เสนอแนะของผอู้ ื่น
10.4 การตรงต่อเวลาในการส่งงาน
11. กจิ กรรมเสนอแนะ
-
12. บนั ทกึ ผลหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1. กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไป ตามแผนการจัดการเรียนรู้ ไม่เปน็ ไปตามแผนการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
2. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในคร้ังน้ี มนี กั เรียนเข้าร่วมกิจกรรมทงั้ หมด.....................................คน
คอื ชัน้ ………………………………………………............................................................................................................
3. สรปุ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ประเด็นการประเมนิ ดมี าก ระดับคุณภาพ ปรับปรุง
ดา้ นความรู้ (K) ดี พอใช้
จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% จำนวน………..คน จำนวน………..คน คิดเป็น…………%
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………%
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1. ทกั ษะกระบวนการทาง จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คณติ ศาสตร์ คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………%
2. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% คิดเป็น…………% คดิ เป็น…………% คิดเปน็ …………%
3. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เป็น…………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%
และเขยี น
ดา้ นคุณลักษณะ (A) จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%
4. ปญั หา/วิธีการแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
5. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
(ลงชอื่ )
(นายจำเนียร หงษ์คำมี)
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
แผนการจัดการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 2/2564
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรื่อง การวิเคราะหข์ ้อมูลเบ้ืองต้น 3 จำนวน 36 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 33 เร่อื ง สัมประสิทธิ์ของสว่ นเบี่ยงเบนเฉลีย่ จำนวน 2 ชั่วโมง
ผสู้ อน นายจำเนียร หงษ์คำมี สอนครง้ั ที.่ .......สัปดาห์ที่.........สอนวันที.่ .......เดือน................พ.ศ.............
1. สาระการเรยี นรูเ้ พิม่ เตมิ
1. สาระสถติ ิและความนา่ จะเป็น
เข้าใจหลกั การนบั เบอ้ื งตน้ ความนา่ จะเป็น และนำไปใช้
2. สาระสำคญั
2.1 สัมประสิทธขิ์ องสว่ นเบี่ยงเบนเฉลยี่
3. ผลการเรียนรู้
3.1 นักเรียนสามารถเลือกวิธีวิเคราะหข์ ้อมูลเบ้ืองตน้ และอธิบายผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู ได้ถูกต้อง
3.2 นักเรยี นสามารถนำความรู้เรอื่ งการวเิ คราะห์ข้อมูลไปใชไ้ ด้
3.3 ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบทีไ่ ด้
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1) นกั ศึกษาสามารถอธบิ ายความหมายของสัมประสทิ ธ์ิของส่วนเบยี่ งเบนเฉลี่ยได้
2) นกั ศึกษาสามารถหาสมั ประสทิ ธ์ิของส่วนเบ่ยี งเบนเฉล่ียของข้อมูลได้
4.2 ด้านทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ (Process)
1) การแกป้ ัญหา
2) การส่ือสารและการสอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์
3) การเช่ือมโยง
4) การให้เหตุผล
5) ทักษะการคดิ สร้างสรรค์
4.3 ด้านคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ (Attitude)
1) ซือ่ สัตยส์ จุ รติ
2) มวี ินัย ความรับผดิ ชอบ
3) ใฝเ่ รียนรู้
4) มุ่งม่ันในการทำงาน
4.4 สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1) ความสามารถในการส่ือสาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4) ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4.5 ดา้ นการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียน
1) การอา่ น : อา่ นสรุปความหรือสอ่ื สารได้
2) การคิดวิเคราะห์ : อภิปรายผลได้
3) การเขียน : เขียนสรปุ ความหรอื ย่อความได้
5. สาระการเรยี นรู้
5.1 เน้ือหาสาระ
1) สัมประสทิ ธ์ขิ องส่วนเบย่ี งเบนเฉลีย่ (Coefficient of Mean Deviation)
เป็นการเปรียบเทียบการกระจายของข้อมูลตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไป โดยใช้สัมประสทิ ธิ์ของส่วน
เบี่ยงเบนเฉล่ีย มีขั้นตอนดังน้ี
1.1) หาสัมประสิทธิข์ องส่วนเบย่ี งเบนเฉลี่ยของข้อมลู แต่ละชดุ จากสูตร
- ประชากร . .
. . . = µ
- กลุ่มตวั อย่าง . .
. . . =
̅
1.2) นำสมั ประสทิ ธิ์ของส่วนเบ่ยี งเบนเฉล่ียของข้อมูลแตล่ ะชุดเปรยี บเทียบกนั ได้
1.3) ถ้าสัมประสิทธิ์ของส่วนเบี่ยงเบนเฉลี่ยของข้อมูลชุดใดมีค่ามากกว่าสัมประสิทธ์ิ
ของสว่ นเบยี่ งเบนเฉลยี่ ของ ขอ้ มูลชดุ หนึ่ง แสดงวา่ ขอ้ มลู ชดุ น้นั มีการกระจายมากกวา่ ข้อมลู อีกชุดหน่งึ
5.2 การบรู ณาการ
1) บรู ณาการขา้ มกลมุ่ สาระการเรียนรู้
1.1) ภาษาไทย
- เขียนส่อื สารได้
- เขียนสรปุ ความได้
- อภิปรายผลได้
1.2) วทิ ยาศาสตร์
- การสืบค้นกระบวนการเรยี นรูอ้ ยา่ งเป็นระบบ
1.3) สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
- การรู้จกั บทบาทหน้าที่
2) บูรณาการกับปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2.1) ความมเี หตุผล
2.2) มีความรู้
3) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School)
3.1) IS 1- การศกึ ษาค้นควา้ และสรา้ งองค์ความรู้
(Research and Knowledge Formation)
3.2) IS 2- การสอื่ สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
3.3) IS 3- การนำองค์ความร้ไู ปใช้บรกิ ารสงั คม (Social Service Activity)
6. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID–19) โรงเรียนได้จัดการเรียน
การสอนแบบ Onsite ควบค่ไู ปกับการเรยี นการสอน Online โดยแบง่ นกั เรยี นออกเป็น 2 กลุ่มๆ ละเท่าๆ กัน
สลับการมาเรยี น กล่มุ นกั เรยี นที่ไม่ได้มาเรยี นให้เรยี น Online โดยครผู ้สู อนใช้ Application Zoom/Google
Meet ในการจดั การเรียนการสอน นักเรยี นสามารถเรยี นรู้ไปพร้อมกับนักเรียนที่เรยี น Onsite สามารถซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอในขณะที่สอน และใช้ Application Google Classroom
ในการศึกษาเพิ่มเติม ทบทวน (คลิปวิดีโอที่สร้างข้ึนเอง / ดาวน์โหลดจากแหลง่ เรียนรู้ต่าง ๆ ) มอบหมายงาน
การส่งงาน การทดสอบ และการประเมินผล
1) ผู้สอนกลา่ วทกั ทายนักเรยี น พรอ้ มท้ังทบทวนเก่ียวกบั เร่ืองทเ่ี รียนไปแล้ว
(เช่น สมั ประสิทธ์ขิ องสว่ นเบ่ยี งเบนควอร์ไทล์)
2) ผสู้ อนแจ้งจุดประสงค์การเรยี นรูใ้ หน้ ักเรียนทราบวา่ เม่ือเรยี นแผนการจดั การเรยี นรู้น้แี ล้ว
นักศึกษาสามารถอธบิ ายความหมายและหาสัมประสิทธ์ิของส่วนเบี่ยงเบนเฉลีย่ ของข้อมูลได้
3) ผสู้ อนไดอ้ ธบิ ายขั้นตอนในการสัมประสทิ ธขิ์ องส่วนเบ่ยี งเบนเฉลย่ี ดงั นี้
3.1) หาสมั ประสิทธ์ิของส่วนเบยี่ งเบนเฉลยี่ ของขอ้ มูลแต่ละชดุ จากสตู ร
ประชากร . .
กลุ่มตัวอยา่ ง
. . . = µ
. .
. . . = ̅
3.2) นำสมั ประสทิ ธข์ิ องส่วนเบ่ียงเบนเฉลี่ยของข้อมลู แตล่ ะชดุ เปรยี บเทียบกันได้
3.3) ถ้าสัมประสิทธ์ิของสว่ นเบย่ี งเบนเฉล่ียของข้อมูลชุดใดมีค่ามากกว่าสัมประสิทธิ์
ของส่วนเบย่ี งเบนเฉล่ียของ ขอ้ มูลชุดหนึง่ แสดงวา่ ขอ้ มลู ชุดนน้ั มีการกระจายมากกว่าข้อมูลอีกชดุ หนึ่ง
4) ผสู้ อนและนกั เรียนรว่ มกันทำตวั อย่างที่ 91 – 92 ในเอกสารประกอบการเรียนเพิม่ เสรมิ
ความเข้าใจให้กับนกั เรยี น โดยมีขั้นตอนในการลำดบั ความคิดอย่างเป็นระบบดงั นี้ 1. หาและรวบรวมสิ่งท่ีโจทย์
กำหนดให้ 2. หาส่งิ ทโี่ จทยต์ ้องการทราบ หรอื ปัญหาของโจทย์ รวมทั้งวางแผนในการแกป้ ญั หานน้ั อย่างไร
3. ดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อหาคำตอบตามแผนที่วางไว้ 4. สรุปขั้นตอนของการแก้ปัญหา สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก
โจทย์ปญั หา รวมทง้ั คำตอบท่ีไดส้ อดคล้องกบั โจทย์ทีต่ ้องการหรือไม่
ตวั อยา่ งที่ 91 กำหนดข้อมลู 2 ชุด ซึง่ เป็นข้อมลู เกีย่ วกบั น้ำหนกั ของนักเรียนชัน้ ม.6 ซึง่ สมุ่ มาจำนวนหนึ่ง
ของโรงเรยี นบางบวั ทอง ดงั นี้ ห้องเรียน 6/1 : 52, 56, 57, 59, 64 และ ห้องเรยี น 6/2 : 54, 60, 65, 67, 68,
58 จงเปรียบเทยี บการกระจายของข้อมูล 2 ชดุ โดยใช้สมั ประสทิ ธ์ิของส่วนเบีย่ งเบนเฉล่ีย
ตัวอย่างท่ี 92 กำหนดข้อมูล 2 ชดุ เป็นดงั นี้ ขอ้ มลู ชดุ ที่ 1 : 63, 65, 66, 68 และ ข้อมลู ชุดท่ี 2 : 64, 66,
66, 69, 70 จงเปรยี บเทยี บการกระจายของข้อมูล 2 ชุด โดยใช้สมั ประสทิ ธิ์ของสว่ นเบ่ียงเบนเฉลีย่
5) ผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากกระบวนการจัดการเรียนรู้
(สมั ประสทิ ธ์ขิ องสว่ นเบ่ียงเบนเฉล่ยี )
6) ผสู้ อนใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หัดเพ่ิมเตมิ โดยแสดงวิธีทำและสง่ ผ่าน
google classroom/ line ภายในระยะเวลาท่กี ำหนด
7. หลกั ฐานการเรียนรู้ (ชนิ้ งาน / ภาระงาน)
7.1 สมุดบนั ทกึ การเรยี นรู้
7.2 โจทยแ์ บบฝึกหัดเพมิ่ เติม
7.3 แบบฝกึ หดั ในเอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
7.4 แบบประเมินทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
7.5 แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
7.6 แบบประเมนิ สมรรถนะทส่ี ำคญั ของผู้เรยี น
7.7 แบบประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน
8. ส่ือการเรียนการสอนและแหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรียนการสอน
1) โจทย์แบบฝกึ หัดเพิ่มเติม
2) เอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
3) หนงั สือเรียนคณติ ศาสตรส์ าระเพ่ิมเตมิ เล่ม 2 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6
4) สอื่ ออนไลน์ เช่น Google classroom, Zoom, Meet, Line เป็นตน้
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมดุ โรงเรียน
2) บุคคลตา่ ง ๆ เช่น ครู เพื่อน ผทู้ ม่ี คี วามรู้เรอ่ื งคณิตศาสตร์
3) แหลง่ เรยี นรู้อืน่ ๆ เชน่ อินเทอรเ์ น็ต
9. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล
ประเด็นท่ีประเมิน วธิ กี ารวดั เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมิน
- แบบฝึกหัด
1. ดา้ นความรู้ (Knowledge) - สงั เกตการตอบคำถามและ -ร้อยละ 60 ถือว่าผ่าน
เกณฑ์
- นกั ศกึ ษาสามารถอธิบาย การอธบิ ายให้เหตุผล
ความหมายของสัมประสิทธิข์ อง - ตรวจสมดุ บนั ทึกการเรียนรู้
ส่วนเบีย่ งเบนเฉล่ยี ได้ - ตรวจแบบฝึกหัด
- นักศกึ ษาสามารถหา
สมั ประสทิ ธิข์ องสว่ นเบ่ยี งเบน
เฉลย่ี ของข้อมูลได้
2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ สังเกตทกั ษะและกระบวนการ - แบบประเมนิ - มีคะแนนทกั ษะและ
ทางคณิตศาสตร์ (Process) ในการทำงาน โดยดูประเด็น ทักษะและ กระบวนการ
- การแกป้ ญั หา กระบวนการทาง โดยรวมมคี ณุ ภาพ
- การสอ่ื สารและการสอ่ื คณิตศาสตร์ ระดับผ่านขึ้นไป
ความหมายทางคณิตศาสตร์
- การเชื่อมโยง
- การให้เหตุผล
- ทักษะการคดิ สรา้ งสรรค์
3. ดา้ นคณุ ลักษณะที่พึง สังเกตคุณลักษณะอันพึง - แบบประเมนิ - มีคะแนนคุณลักษณะ
ประสงค(์ Attitude) ประสงค์ โดยดปู ระเดน็ คุณลักษณะ โดยรวมมคี ณุ ภาพ
- ซ่อื สตั ย์สุจริต อนั พึงประสงค์ ระดับผ่านขน้ึ ไป
- มีวนิ ยั ความรบั ผดิ ชอบ
- ใฝ่เรียนรู้
- มุ่งมนั่ ในการทำงาน
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น สังเกตดา้ นสมรรถนะทส่ี ำคัญ - แบบประเมนิ - คะแนนดา้ นสมรรถนะ
โดยดปู ระเด็น สมรรถนะท่สี ำคัญ ที่สำคัญโดยรวมมี
- ความสามารถในการส่อื สาร ของผู้เรยี น คณุ ภาพ
- ความสามารถในการคดิ ระดับผ่านขึ้นไป
- ความสามารถในการ
แกป้ ัญหา
- ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชวี ิต
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
ประเด็นการประเมนิ วิธีการวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมือวดั เกณฑ์ประเมิน
5. ดา้ นการอ่าน คิดวิเคราะห์ สังเกตด้านการอ่าน
คิดวเิ คราะห์ และเขยี น - แบบประเมนิ การ - คะแนนด้านการอ่าน
และเขยี น โดยดูประเด็น
อ่านคดิ วิเคราะห์ คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น
- การอ่าน และเขียน
โดยรวมมคี ณุ ภาพระดบั
- การคิดวิเคราะห์
- การเขยี น ผา่ นข้นึ ไป
10. คณุ ธรรมจริยธรรมท่ีสอดแทรก
10.1 ความรับผดิ ชอบมรี ะเบยี บวนิ ยั ในตนเอง
10.2 ความซ่ือสตั ย์ในการทำแบบฝกึ หดั
10.3 การยอมรับฟงั ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของผอู้ น่ื
10.4 การตรงต่อเวลาในการสง่ งาน
11. กิจกรรมเสนอแนะ
-
12. บนั ทกึ ผลหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1. กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไป ตามแผนการจัดการเรียนรู้ ไม่เปน็ ไปตามแผนการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
2. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในคร้ังน้ี มนี กั เรียนเข้าร่วมกิจกรรมทงั้ หมด.....................................คน
คอื ชัน้ ………………………………………………............................................................................................................
3. สรปุ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ประเด็นการประเมนิ ดมี าก ระดับคุณภาพ ปรับปรุง
ดา้ นความรู้ (K) ดี พอใช้
จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% จำนวน………..คน จำนวน………..คน คิดเป็น…………%
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………%
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1. ทกั ษะกระบวนการทาง จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คณติ ศาสตร์ คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………%
2. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% คิดเป็น…………% คดิ เป็น…………% คิดเปน็ …………%
3. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เป็น…………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%
และเขยี น
ดา้ นคุณลักษณะ (A) จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%
4. ปญั หา/วิธีการแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
5. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
(ลงชอื่ )
(นายจำเนียร หงษ์คำมี)
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรียนที่ 2/2564
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 เรือ่ ง การวเิ คราะห์ข้อมูลเบื้องตน้ 2 จำนวน 36 ชัว่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 34 เรอ่ื ง สมั ประสทิ ธิ์ของความแปรผนั จำนวน 2 ชั่วโมง
ผู้สอน นายจำเนยี ร หงษค์ ำมี สอนครัง้ ที่........สัปดาห์ที่.........สอนวนั ท่.ี .......เดือน................พ.ศ.............
1. สาระการเรียนรเู้ พม่ิ เติม
1. สาระสถติ ิและความน่าจะเปน็
เข้าใจหลักการนับเบื้องต้น ความน่าจะเปน็ และนำไปใช้
2. สาระสำคัญ
2.1 สมั ประสทิ ธิ์ของความแปรผนั
3. ผลการเรียนรู้
3.1 นกั เรียนสามารถเลือกวธิ ีวเิ คราะหข์ ้อมูลเบื้องต้นและอธบิ ายผลการวเิ คราะห์ข้อมูลได้ถูกต้อง
3.2 นกั เรียนสามารถนำความรู้เร่ืองการวเิ คราะห์ข้อมูลไปใชไ้ ด้
3.3 ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบทไี่ ด้
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1) นกั ศึกษาสามารถอธบิ ายความหมายของสมั ประสิทธข์ิ องความแปรผนั ได้
2) นักศึกษาสามารถหาสัมประสิทธิ์ของความแปรผันของข้อมูลได้
4.2 ดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ (Process)
1) การแก้ปัญหา
2) การสือ่ สารและการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์
3) การเชื่อมโยง
4) การให้เหตุผล
5) ทักษะการคิดสร้างสรรค์
4.3 ด้านคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ (Attitude)
1) ซือ่ สัตย์สุจรติ
2) มีวนิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ
3) ใฝ่เรียนรู้
4) มุ่งมน่ั ในการทำงาน
4.4 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1) ความสามารถในการสือ่ สาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา
4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4.5 ดา้ นการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน
1) การอ่าน : อ่านสรปุ ความหรือสื่อสารได้
2) การคิดวิเคราะห์ : อภิปรายผลได้
3) การเขียน : เขียนสรปุ ความหรือย่อความได้
5. สาระการเรยี นรู้
5.1 เน้อื หาสาระ
1) สมั ประสทิ ธขิ์ องความแปรผนั (Coefficient of Variation)
เป็นการเปรียบเทยี บการกระจายของข้อมูลตั้งแต่ 2 ชุดข้ึนไป โดยใช้สัมประสทิ ธิ์ของการ
แปรผันมีขัน้ ตอนดังนี้ 1.1) หาสัมประสทิ ธข์ิ องความแปรผนั ของข้อมูลแตล่ ะชดุ จากสูตร
- ประชากร . . = µ
- กลุม่ ตวั อยา่ ง
. . = ̅
1.2) นำสมั ประสิทธ์ขิ องความแปรผันของข้อมูลแต่ละชุดเปรียบเทียบกนั ได้
1.3) ถ้าสัมประสิทธิ์ของความแปรผันของข้อมูลชุดใดมีค่ามากกว่าสัมประสิทธิ์ของ
ความแปรผนั ของ ข้อมลู ชุดหนึ่ง แสดงว่าข้อมลู ชุดนน้ั มีการกระจายมากกวา่ ข้อมูลอีกชดุ หนง่ึ
5.2 การบรู ณาการ
1) บูรณาการขา้ มกลุ่มสาระการเรยี นรู้
1.1) ภาษาไทย
- เขียนสื่อสารได้
- เขยี นสรุปความได้
- อภิปรายผลได้
1.2) วทิ ยาศาสตร์
- การสืบค้นกระบวนการเรียนรอู้ ย่างเป็นระบบ
1.3) สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
- การรจู้ ักบทบาทหนา้ ที่
2) บูรณาการกับปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
2.1) ความมเี หตุผล
2.2) มคี วามรู้
3) บรู ณาการหลกั สตู รโรงเรยี นมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School)
3.1) IS 1- การศกึ ษาค้นควา้ และสรา้ งองค์ความรู้
(Research and Knowledge Formation)
3.2) IS 2- การส่ือสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
3.3) IS 3- การนำองค์ความรไู้ ปใชบ้ ริการสงั คม (Social Service Activity)
6. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID–19) โรงเรียนได้จัดการเรียน
การสอนแบบ Onsite ควบคไู่ ปกับการเรียนการสอน Online โดยแบง่ นกั เรียนออกเป็น 2 กลมุ่ ๆ ละเท่าๆ กัน
สลับการมาเรียน กลมุ่ นกั เรียนที่ไม่ได้มาเรยี นให้เรียน Online โดยครผู ูส้ อนใช้ Application Zoom/Google
Meet ในการจดั การเรยี นการสอน นกั เรียนสามารถเรียนรู้ไปพร้อมกบั นักเรียนทเ่ี รยี น Onsite สามารถซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอในขณะที่สอน และใช้ Application Google Classroom
ในการศึกษาเพิ่มเติม ทบทวน (คลิปวิดีโอที่สร้างข้ึนเอง / ดาวน์โหลดจากแหลง่ เรียนรู้ต่าง ๆ ) มอบหมายงาน
การส่งงาน การทดสอบ และการประเมินผล
1) ผู้สอนกลา่ วทักทายนักเรยี น พร้อมทง้ั ทบทวนเก่ียวกับเรือ่ งท่เี รยี นไปแล้ว
(เช่น สมั ประสทิ ธ์ขิ องสว่ นเบี่ยงเบนเฉล่ีย)
2) ผ้สู อนแจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรใู้ ห้นกั เรียนทราบวา่ เมื่อเรยี นแผนการจัดการเรียนรู้น้แี ลว้
นักศกึ ษาสามารถอธบิ ายความหมายและหาสัมประสิทธ์ขิ องความแปรผันของข้อมลู ได้
3) ผ้สู อนไดอ้ ธบิ ายข้ันตอนในการสมั ประสทิ ธิข์ องความแปรผนั ดงั น้ี
3.1) หาสมั ประสิทธข์ิ องความแปรผนั ของข้อมูลแต่ละชุด จากสูตร
ประชากร
กลุ่มตัวอยา่ ง . . = µ
. . = ̅
3.2) นำสัมประสทิ ธ์ขิ องความแปรผันของข้อมูลแตล่ ะชุดเปรยี บเทยี บกนั ได้
3.3) ถ้าสัมประสิทธิ์ของความแปรผันของข้อมูลชุดใดมีค่ามากกว่าสัมประสิทธิ์ของ
ความแปรผันของ ข้อมูลชดุ หนง่ึ แสดงว่าขอ้ มลู ชดุ นน้ั มีการกระจายมากกวา่ ข้อมลู อีกชดุ หนงึ่
4) ผ้สู อนและนกั เรียนรว่ มกนั ทำตวั อยา่ งที่ 93 – 95 ในเอกสารประกอบการเรียนเพ่ิมเสรมิ
ความเข้าใจใหก้ บั นักเรยี น โดยมีขัน้ ตอนในการลำดับความคิดอย่างเป็นระบบดังนี้ 1. หาและรวบรวมสง่ิ ทีโ่ จทย์
กำหนดให้ 2. หาสิง่ ทโี่ จทย์ตอ้ งการทราบ หรือปัญหาของโจทย์ รวมท้งั วางแผนในการแกป้ ัญหาน้นั อยา่ งไร
3. ดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อหาคำตอบตามแผนที่วางไว้ 4. สรุปขั้นตอนของการแก้ปัญหา สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก
โจทย์ปัญหา รวมทัง้ คำตอบที่ไดส้ อดคล้องกับโจทย์ทต่ี ้องการหรอื ไม่
ตัวอย่างท่ี 93 กำหนดข้อมูล 2 ชดุ เป็นดังนี้ ชุดที่ 1 : 2, 4, 6, 8, 10 และชุดท่ี 2 : 3, 5, 7, 9 จง
เปรยี บเทยี บการกระจายของขอ้ มลู 2 ชุด โดยใชส้ มั ประสิทธิ์ของความแปรผัน
ตวั อยา่ งที่ 94 กำหนดข้อมูล 2 ชดุ เปน็ ดังนี้ ชดุ ที่ 1 : 4, 5, 6, 9 และชุดที่ 2 : 3, 4, 5, 6, 7 จงเปรียบเทยี บ
การกระจายของข้อมูล 2 ชดุ โดยใชส้ มั ประสิทธ์ขิ องความแปรผนั
ตัวอยา่ งที่ 95 กำหนดตารางแจกแจงความถ่ีซ่งึ เปน็ ข้อมลู แสดงคะแนนสอบวชิ าคณติ ศาสตรข์ องนักเรียน
ชั้น ม.6/2 และช้นั ม.6/3 ในโรงเรยี นบางบัวทอง ปีการศกึ ษา 2561 มดี ังนี้
ขัน้ สรปุ บทเรยี น
5) ผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากกระบวนการจัดการเรียนรู้
(สมั ประสิทธ์ิของความแปรผัน)
6) ผู้สอนให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะที่ 20 ในเอกสารประกอบการเรียน ส่งทาง google
classroom ภายในวันพร่งุ นี้ และเฉลยในชัว่ โมงถัดไป พร้อมทัง้ เน้นยำ้ เรื่องความซอ่ื สัตยใ์ นการทำงาน
7) ผูส้ อนให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเพิม่ เตมิ โดยแสดงวิธที ำและส่งผา่ น
google classroom/ line ภายในระยะเวลาทก่ี ำหนด
7. หลกั ฐานการเรยี นรู้ (ชนิ้ งาน / ภาระงาน)
7.1 สมุดบนั ทกึ การเรียนรู้
7.2 โจทย์แบบฝึกหดั เพิม่ เตมิ
7.3 แบบฝกึ หัดในเอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
7.4 แบบประเมนิ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
7.5 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
7.6 แบบประเมนิ สมรรถนะทส่ี ำคัญของผเู้ รยี น
7.7 แบบประเมนิ การอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขียน
8. สื่อการเรยี นการสอนและแหลง่ การเรียนรู้
8.1 ส่ือการเรยี นการสอน
1) โจทยแ์ บบฝึกหดั เพ่ิมเตมิ
2) เอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
3) หนังสือเรียนคณิตศาสตรส์ าระเพ่ิมเตมิ เลม่ 2 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6
4) สอ่ื ออนไลน์ เช่น Google classroom, Zoom, Meet, Line เปน็ ตน้
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมุดโรงเรยี น
2) บคุ คลต่าง ๆ เช่น ครู เพ่ือน ผู้ทีม่ ีความรู้เรอ่ื งคณิตศาสตร์
3) แหลง่ เรียนร้อู ืน่ ๆ เชน่ อินเทอรเ์ น็ต
9. กระบวนการวดั และประเมินผล
ประเดน็ ทปี่ ระเมิน วิธกี ารวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การประเมิน
- แบบฝกึ หัด
1. ดา้ นความรู้ (Knowledge) - สงั เกตการตอบคำถามและ -รอ้ ยละ 60 ถือว่าผ่าน
- นกั ศึกษาสามารถอธบิ ายความหมาย การอธิบายให้เหตผุ ล เกณฑ์
ของสัมประสิทธข์ิ องความแปรผันได้ - ตรวจสมุดบันทึกการเรียนรู้
- นักศึกษาสามารถหาสัมประสทิ ธขิ์ อง - ตรวจแบบฝกึ หัด
ความแปรผนั ของข้อมลู ได้
2. ด้านทกั ษะและกระบวนการทาง สงั เกตทกั ษะและกระบวนการ - แบบประเมิน - มคี ะแนนทักษะและ
คณิตศาสตร์ (Process) กระบวนการ
ในการทำงาน โดยดปู ระเด็น ทกั ษะและ โดยรวมมคี ุณภาพ
ระดับผา่ นขึ้นไป
- การแกป้ ัญหา กระบวนการทาง
- การส่อื สารและการสื่อ คณิตศาสตร์
ความหมายทางคณิตศาสตร์
- การเชื่อมโยง
- การให้เหตผุ ล
- ทักษะการคิดสร้างสรรค์
3. ด้านคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ สังเกตคุณลักษณะอนั พึง - แบบประเมนิ - มีคะแนนคณุ ลักษณะ
(Attitude) ประสงค์ โดยดูประเดน็ คุณลักษณะ โดยรวมมคี ุณภาพ
- ซื่อสตั ยส์ จุ รติ อันพึงประสงค์ ระดบั ผา่ นขนึ้ ไป
- มวี นิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ
- ใฝเ่ รียนรู้
- มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น สงั เกตด้านสมรรถนะทีส่ ำคญั - แบบประเมนิ - คะแนนดา้ นสมรรถนะ
โดยดูประเดน็ สมรรถนะท่ีสำคัญ ท่ีสำคญั โดยรวมมี
- ความสามารถในการสอื่ สาร ของผเู้ รียน คณุ ภาพ
- ความสามารถในการคดิ ระดับผา่ นขนึ้ ไป
- ความสามารถในการ
แก้ปญั หา
- ความสามารถในการใช้
ทักษะชีวิต
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
ประเด็นการประเมนิ วธิ กี ารวัดและประเมินผล เครือ่ งมอื วดั เกณฑป์ ระเมิน
5. ดา้ นการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน สงั เกตดา้ นการอา่ น - แบบประเมินการ - คะแนนดา้ นการอ่าน
คดิ วิเคราะห์ และเขยี น อา่ นคดิ วิเคราะห์ คิดวเิ คราะห์ และเขียน
และเขียน
โดยดูประเดน็ โดยรวมมีคณุ ภาพระดบั
- การอ่าน ผ่านข้ึนไป
- การคดิ วเิ คราะห์
- การเขยี น
10. คณุ ธรรมจริยธรรมท่ีสอดแทรก
10.1 ความรับผิดชอบมีระเบียบวนิ ยั ในตนเอง
10.2 ความซื่อสตั ย์ในการทำแบบฝึกหัด
10.3 การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของผอู้ ่นื
10.4 การตรงตอ่ เวลาในการสง่ งาน
11. กจิ กรรมเสนอแนะ
-
12. บนั ทกึ ผลหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1. กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไป ตามแผนการจัดการเรียนรู้ ไม่เปน็ ไปตามแผนการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
2. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในคร้ังน้ี มนี กั เรียนเข้าร่วมกิจกรรมทงั้ หมด.....................................คน
คอื ชัน้ ………………………………………………............................................................................................................
3. สรปุ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ประเด็นการประเมนิ ดมี าก ระดับคุณภาพ ปรับปรุง
ดา้ นความรู้ (K) ดี พอใช้
จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% จำนวน………..คน จำนวน………..คน คิดเป็น…………%
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………%
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1. ทกั ษะกระบวนการทาง จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คณติ ศาสตร์ คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………%
2. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% คิดเป็น…………% คดิ เป็น…………% คิดเปน็ …………%
3. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เป็น…………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%
และเขยี น
ดา้ นคุณลักษณะ (A) จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%
4. ปญั หา/วิธีการแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
5. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
(ลงชอื่ )
(นายจำเนียร หงษ์คำมี)
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2/2564
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 เร่อื ง การวเิ คราะห์ข้อมลู เบ้ืองตน้ 2 จำนวน 36 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 35 เรอ่ื ง รูปแบบการแจกแจงของเส้นโคง้ ความถี่ จำนวน 1 ช่วั โมง
ผูส้ อน นายจำเนียร หงษค์ ำมี สอนคร้ังท.่ี .......สัปดาห์ท่ี.........สอนวันที.่ .......เดือน................พ.ศ.............
1. สาระการเรยี นรู้เพมิ่ เตมิ
1. สาระสถิติและความน่าจะเปน็
เข้าใจหลกั การนับเบอ้ื งต้น ความนา่ จะเปน็ และนำไปใช้
2. สาระสำคัญ
2.1 รปู แบบการแจกแจงของเสน้ โค้งความถี่
3. ผลการเรียนรู้
3.1 นักเรียนสามารถเลือกวิธวี เิ คราะห์ข้อมลู เบ้ืองต้นและอธบิ ายผลการวิเคราะห์ข้อมลู ได้ถูกต้อง
3.2 นกั เรียนสามารถนำความรู้เรื่องการวเิ คราะหข์ ้อมูลไปใช้ได้
3.3 ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบทไี่ ด้
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1) นักศึกษาสามารถอธิบายความหมายของรปู แบบการแจกแจงของเส้นโค้งความถี่ได้
4.2 ดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ (Process)
1) การแก้ปัญหา
2) การส่ือสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
3) การเชือ่ มโยง
4) การให้เหตุผล
5) ทกั ษะการคดิ สร้างสรรค์
4.3 ดา้ นคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ (Attitude)
1) ซื่อสัตยส์ จุ รติ
2) มวี ินยั ความรบั ผดิ ชอบ
3) ใฝ่เรียนรู้
4) ม่งุ มั่นในการทำงาน
4.4 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1) ความสามารถในการสือ่ สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4) ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4.5 ดา้ นการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น
1) การอา่ น : อา่ นสรุปความหรือส่อื สารได้
2) การคิดวิเคราะห์ : อภปิ รายผลได้
3) การเขยี น : เขยี นสรุปความหรอื ยอ่ ความได้
5. สาระการเรยี นรู้
5.1 เนื้อหาสาระ
1) รูปแบบการแจกแจงของเส้นโค้งความถ่ี (Frequency Curve)
1.1) เส้นโค้งเบล้ าดทางด้านซ้ายหรือทางลบ (Negatively Skewed Curve)
1.1) เสน้ โค้งปกติ (Normal Curve)
1.1) เส้นโคง้ เบ้ลาดทางดา้ นขวาหรือทางบวก (Positively Skewed Curve)
5.2 การบูรณาการ
1) บูรณาการข้ามกลุม่ สาระการเรยี นรู้
1.1) ภาษาไทย
- เขียนสอื่ สารได้
- เขียนสรปุ ความได้
- อภปิ รายผลได้
1.2) วทิ ยาศาสตร์
- การสืบค้นกระบวนการเรียนร้อู ย่างเปน็ ระบบ
1.3) สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
- การรู้จักบทบาทหนา้ ที่
2) บูรณาการกับปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2.1) ความมเี หตุผล
2.2) มีความรู้
3) บูรณาการหลักสตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School)
3.1) IS 1- การศกึ ษาค้นควา้ และสรา้ งองค์ความรู้
(Research and Knowledge Formation)
3.2) IS 2- การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
3.3) IS 3- การนำองค์ความรูไ้ ปใชบ้ ริการสงั คม (Social Service Activity)
6. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID–19) โรงเรียนได้จัดการเรียน
การสอนแบบ Onsite ควบคู่ไปกับการเรยี นการสอน Online โดยแบ่งนกั เรียนออกเป็น 2 กล่มุ ๆ ละเท่าๆ กัน
สลับการมาเรียน กล่มุ นักเรียนที่ไม่ไดม้ าเรยี นให้เรียน Online โดยครผู ูส้ อนใช้ Application Zoom/Google
Meet ในการจดั การเรียนการสอน นักเรยี นสามารถเรียนรู้ไปพร้อมกับนักเรยี นท่ีเรียน Onsite สามารถซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอในขณะที่สอน และใช้ Application Google Classroom
ในการศึกษาเพิ่มเติม ทบทวน (คลิปวิดีโอที่สร้างขึ้นเอง / ดาวน์โหลดจากแหลง่ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ ) มอบหมายงาน
การสง่ งาน การทดสอบ และการประเมนิ ผล
1) ผู้สอนกล่าวทกั ทายนักเรียน พร้อมทั้งทบทวนเกี่ยวกับเรอื่ งทเ่ี รยี นไปแลว้
(เช่น สัมประสทิ ธ์ิของความแปรผนั )
2) ผ้สู อนแจง้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ให้นักเรยี นทราบวา่ เมื่อเรียนแผนการจดั การเรยี นรนู้ ีแ้ ลว้
นกั ศึกษาสามารถอธิบายความหมายของรปู แบบการแจกแจงของเสน้ โค้งความถี่ได้
3) ผู้สอนได้อธิบาย รูปแบบการแจกแจงของเส้นโค้งความถี่ (Frequency Curve) ได้ดังน้ี
รูปแบบการแจกแจงของเส้นโค้งความถี่ เป็นการเขียนความสมั พันธ์ระหว่างการแจกแจงความถี่ ค่ากลาง และ
การกระจายตัวของข้อมูล ซึ่งสามารถแบ่งได้ 3 ประเภท คือ โค้งปกติเป็นลักษณะข้อมูลธรรมชาติที่เกาะกลุ่ม
อยู่ตรงกลาง (ระฆังคว่ำ) โค้งเบ้ขวาเป็นลักษณะข้อมูลที่เกาะกลุ่มด้านซา้ ย และโค้งเบ้ซ้ายเป็นลักษณะข้อมูลที่
เกาะกลมุ่ ด้านขวา
4) ผู้สอนเขียนกราฟของรูปแบบการแจกแจงของเส้นโค้งความถ่ี ทั้ง 3 ประเภทบนกระดาน
ดังนี้
รูปที่ 1 รูปท่ี 2 รปู ท่ี 3
5) ผู้สอนใหน้ ักเรียนสังเกตกราฟในรปู ที่ 1 – 3 พร้อมท้ังบอกลักษณะของกราฟท้งั 3 วา่
แตกต่างกนั อยา่ งไร โดยมีประเดน็ ดังน้ี
5.1) เสน้ โคง้ เบ้ลาดทางดา้ นซ้ายหรือทางลบ หรอื เบ้ซ้าย (Negatively Skewed
Curve) และมีคา่ เฉลย่ี เลขคณิต < มัธยฐาน < ฐานนยิ ม
5.2) เส้นโคง้ ปกติ หรอื ลักษณะระฆงั คว่ำ (Normal Curve) และ
มคี า่ เฉลย่ี เลขคณติ = มัธยฐาน = ฐานนิยม
5.3) เส้นโคง้ เบล้ าดทางดา้ นขวาหรือทางบวก หรือ เบ้ขวา (Positively Skewed
Curve) และมีฐานนยิ ม < มธั ยฐาน < ค่าเฉลย่ี เลขคณิต
6) ผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากกระบวนการจัดการเรียนรู้
(รปู แบบการแจกแจงของเส้นโคง้ ความถ่ี)
7) ผู้สอนให้นักเรียนทุกคนยกตัวอย่างข้อมูลที่มีรูปแบบการแจกแจงของเส้นโค้งความถ่ี
(Frequency Curve) ท่ีมคี ่าเฉลี่ยเลขคณติ < มธั ยฐาน < ฐานนิยม, ค่าเฉลี่ยเลขคณิต = มธั ยฐาน = ฐานนยิ ม
และ ฐานนิยม < มัธยฐาน < ค่าเฉลี่ยเลขคณิต มาอย่างละ 1 ตัวอย่าง โดยแสดงวิธีทำและส่งผ่าน google
classroom/ line ภายในระยะเวลาทกี่ ำหนด
7. หลักฐานการเรยี นรู้ (ช้นิ งาน / ภาระงาน)
7.1 สมุดบนั ทึกการเรียนรู้
7.2 โจทยแ์ บบฝกึ หัดเพ่มิ เติม
7.3 แบบฝกึ หดั ในเอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
7.4 แบบประเมินทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
7.5 แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
7.6 แบบประเมินสมรรถนะทสี่ ำคัญของผู้เรียน
7.7 แบบประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
8. ส่อื การเรียนการสอนและแหล่งการเรยี นรู้
8.1 ส่ือการเรยี นการสอน
1) โจทย์แบบฝึกหัดเพิ่มเตมิ
2) เอกสารประกอบการสอนคณติ ศาสตร์
3) หนังสอื เรียนคณติ ศาสตรส์ าระเพิ่มเตมิ เลม่ 2 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6
4) ส่อื ออนไลน์ เชน่ Google classroom, Zoom, Meet, Line เปน็ ตน้
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมุดโรงเรยี น
2) บคุ คลตา่ ง ๆ เชน่ ครู เพอื่ น ผ้ทู มี่ คี วามรูเ้ รื่องคณิตศาสตร์
3) แหล่งเรยี นร้อู น่ื ๆ เช่น อินเทอรเ์ นต็
9. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล
ประเด็นท่ีประเมิน วธิ ีการวดั เครื่องมอื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ
-ร้อยละ 60 ถือวา่ ผา่ น
1. ด้านความรู้ (Knowledge) - สังเกตการตอบคำถามและการ - แบบฝกึ หดั เกณฑ์
- นักศึกษาสามารถอธบิ ายความหมาย
ของรูปแบบการแจกแจงของเสน้ โคง้ อธบิ ายใหเ้ หตุผล - มคี ะแนนทักษะและ
ความถี่ได้ กระบวนการ
2. ด้านทกั ษะและกระบวนการทาง - ตรวจสมดุ บนั ทึกการเรียนรู้ โดยรวมมคี ณุ ภาพ
คณติ ศาสตร์ (Process) ระดับผ่านข้ึนไป
- ตรวจแบบฝกึ หัด
สงั เกตทักษะและกระบวนการใน - แบบประเมนิ
การทำงาน โดยดปู ระเดน็ ทกั ษะและ
- การแกป้ ญั หา กระบวนการทาง
- การสื่อสารและการส่ือความหมาย คณิตศาสตร์
ทางคณิตศาสตร์
- การเช่ือมโยง
- การให้เหตุผล
- ทักษะการคดิ สรา้ งสรรค์
ประเด็นการประเมิน วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมือวัด เกณฑ์ประเมนิ
3. ดา้ นคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ สังเกตคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ - แบบประเมิน - มคี ะแนนคุณลักษณะ
(Attitude)
โดยดปู ระเด็น คุณลักษณะ โดยรวมมีคุณภาพ
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
- ซ่ือสัตยส์ จุ รติ อันพงึ ประสงค์ ระดับผา่ นขนึ้ ไป
- มีวนิ ัย ความรับผิดชอบ
- ใฝเ่ รยี นรู้
- มุ่งมัน่ ในการทำงาน
สังเกตด้านสมรรถนะทส่ี ำคญั - แบบประเมิน - คะแนนด้านสมรรถนะ
โดยดูประเด็น สมรรถนะท่ีสำคัญ ทสี่ ำคญั โดยรวมมี
- ความสามารถในการส่ือสาร ของผเู้ รยี น คณุ ภาพ
- ความสามารถในการคดิ ระดับผ่านข้ึนไป
- ความสามารถในการแก้ปัญหา
- ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชีวติ
- ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. ด้านการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขยี น สงั เกตด้านการอ่าน - แบบประเมนิ การ - คะแนนด้านการอา่ น
คิดวิเคราะห์ และเขียน
โดยดปู ระเดน็ อา่ นคิดวิเคราะห์ คิดวิเคราะห์ และเขียน
และเขียน
- การอา่ น โดยรวมมคี ณุ ภาพระดบั
- การคิดวเิ คราะห์
- การเขยี น ผา่ นขน้ึ ไป
10. คุณธรรมจรยิ ธรรมท่สี อดแทรก
10.1 ความรับผดิ ชอบมรี ะเบยี บวินัยในตนเอง
10.2 ความซอ่ื สัตย์ในการทำแบบฝกึ หดั
10.3 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็น และขอ้ เสนอแนะของผ้อู น่ื
10.4 การตรงต่อเวลาในการสง่ งาน
11. กจิ กรรมเสนอแนะ
-
12. บนั ทกึ ผลหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1. กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไป ตามแผนการจัดการเรียนรู้ ไม่เปน็ ไปตามแผนการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
2. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในคร้ังน้ี มนี กั เรียนเข้าร่วมกิจกรรมทงั้ หมด.....................................คน
คอื ชัน้ ………………………………………………............................................................................................................
3. สรปุ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ประเด็นการประเมนิ ดมี าก ระดับคุณภาพ ปรับปรุง
ดา้ นความรู้ (K) ดี พอใช้
จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% จำนวน………..คน จำนวน………..คน คิดเป็น…………%
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………%
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1. ทกั ษะกระบวนการทาง จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คณติ ศาสตร์ คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………%
2. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% คิดเป็น…………% คดิ เป็น…………% คิดเปน็ …………%
3. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เป็น…………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%
และเขยี น
ดา้ นคุณลักษณะ (A) จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%
4. ปญั หา/วิธีการแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
5. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
(ลงชอื่ )
(นายจำเนียร หงษ์คำมี)
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
แผนการจัดการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2/2564
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรื่อง การวิเคราะห์ข้อมลู เบ้ืองต้น 2 จำนวน 36 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 36 เรอ่ื ง การสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นรู้หลังเรียน จำนวน 1 ชว่ั โมง
ผ้สู อน นายจำเนยี ร หงษ์คำมี สอนครั้งท.่ี .......สปั ดาหท์ ่.ี ........สอนวันท่.ี .......เดอื น................พ.ศ.............
1. สาระการเรียนร้เู พิ่มเติม
1. สาระสถิติและความน่าจะเป็น
เขา้ ใจหลักการนบั เบื้องต้น ความนา่ จะเปน็ และนำไปใช้
2. สาระสำคัญ
2.1 การสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนรูห้ ลังเรียน เรอื่ ง การวัดการกระจายของข้อมูล
3. ผลการเรียนรู้
3.1 นกั เรยี นสามารถเลือกวิธีวิเคราะหข์ ้อมูลเบื้องตน้ และอธบิ ายผลการวเิ คราะห์ข้อมูลได้ถกู ต้อง
3.2 นกั เรียนสามารถนำความรูเ้ รือ่ งการวิเคราะหข์ ้อมูลไปใช้ได้
3.3 ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบท่ีได้
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1) เพื่อทดสอบความก้าวหนา้ หลังเรียนจบบทเรียนแล้ว
2) เพ่ือตรวจสอบผลการเรยี นรู้
4.2 ด้านทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ (Process)
1) การแก้ปญั หา
2) การสอ่ื สารและการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์
3) การเชอื่ มโยง
4) การให้เหตุผล
5) ทักษะการคิดสร้างสรรค์
4.3 ดา้ นคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ (Attitude)
1) ซ่อื สัตยส์ ุจรติ
2) มีวนิ ยั ความรับผิดชอบ
3) ใฝเ่ รียนรู้
4) ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
4.4 สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1) ความสามารถในการสื่อสาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4.5 ดา้ นการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียน
1) การอ่าน : อา่ นสรุปความหรอื ส่อื สารได้
2) การคดิ วเิ คราะห์ : อภปิ รายผลได้
3) การเขยี น : เขยี นสรปุ ความหรือย่อความได้
5. สาระการเรียนรู้
5.1 เนือ้ หาสาระ
1) การสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นรหู้ ลงั เรียน เร่ือง การวัดการกระจายของข้อมูล
5.2 การบูรณาการ
1) บรู ณาการข้ามกลุ่มสาระการเรยี นรู้
1.1) ภาษาไทย
- เขยี นส่ือสารได้
- เขียนสรปุ ความได้
- อภปิ รายผลได้
1.2) วทิ ยาศาสตร์
- การสบื ค้นกระบวนการเรยี นรู้อย่างเป็นระบบ
1.3) สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
- การร้จู ักบทบาทหน้าที่
2) บรู ณาการกบั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2.1) ความมเี หตุผล
2.2) มคี วามรู้
3) บูรณาการหลกั สูตรโรงเรยี นมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School)
3.1) IS 1- การศกึ ษาค้นควา้ และสร้างองค์ความรู้
(Research and Knowledge Formation)
3.2) IS 2- การสือ่ สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
3.3) IS 3- การนำองค์ความรไู้ ปใชบ้ ริการสังคม (Social Service Activity)
6. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID–19) โรงเรียนได้จัดการเรียน
การสอนแบบ Onsite ควบคู่ไปกับการเรียนการสอน Online โดยแบ่งนกั เรียนออกเป็น 2 กลมุ่ ๆ ละเท่าๆ กัน
สลบั การมาเรียน กลุม่ นักเรยี นท่ีไม่ได้มาเรยี นใหเ้ รยี น Online โดยครผู สู้ อนใช้ Application Zoom/Google
Meet ในการจัดการเรยี นการสอน นักเรียนสามารถเรยี นรู้ไปพร้อมกับนักเรยี นท่ีเรยี น Onsite สามารถซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอในขณะที่สอน และใช้ Application Google Classroom
ในการศึกษาเพิ่มเติม ทบทวน (คลิปวิดีโอที่สร้างขึ้นเอง / ดาวน์โหลดจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ) มอบหมายงาน
การส่งงาน การทดสอบ และการประเมินผล
1) ผู้สอนกล่าวทักทายนักเรียน และทบทวนความรู้เดิมเรื่อง การวัดการกระจายของข้อมูล
ทีเ่ รียนมา โดยวธิ ีการถามตอบ
2) ผู้สอนชแี้ จงนักเรียนใหท้ ราบถงึ จุดประสงค์ในการทำแบบทดสอบ ดงั น้ี
2.1) การทดสอบเป็นการต้องการทราบว่า นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในบทเรียน
เรือ่ ง การวดั การกระจายของขอ้ มูล หรอื ไม่
2.2) เพื่อนำความบกพรอ่ งมาปรบั ปรงุ แก้ไขดา้ นการเรียนรขู้ องนักเรียนรายบลุ คล
3) ผู้สอนชี้แจงวิธีทำแบบทดสอบ กำหนดเวลาให้ทำเสร็จตามเวลาที่กำหนด แล้วแจก
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้หลังเรียน เรื่อง การวัดการกระจายของข้อมูล และกระดาษคำตอบ
แล้วใหน้ กั เรยี นลงมือทำแบบทดสอบ
4) เมื่อครบกำหนดเวลา ผู้สอนใหน้ กั เรยี นส่งกระดาษคำตอบ และผู้สอนจะแจ้งผล
การประเมนิ การทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นรหู้ ลังเรียน ใหน้ กั เรียนทราบในชัว่ โมงถดั ไป
7. หลักฐานการเรยี นรู้ (ชิ้นงาน / ภาระงาน)
7.1 ผลการทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนรหู้ ลงั เรยี น เรื่อง การวดั การกระจายของขอ้ มูล
7.2 แบบประเมินทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
7.3 แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
7.4 แบบประเมนิ สมรรถนะทีส่ ำคัญของผู้เรียน
7.5 แบบประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียน
8. ส่ือการเรยี นการสอนและแหล่งการเรียนรู้
8.1 ส่ือการเรียนการสอน
1) ผลการทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นร้หู ลงั เรียน เร่ือง การวัดการกระจายของข้อมูล
2) เอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์ เร่ือง การวิเคราะห์ข้อมลู เบื้องตน้
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6
3) หนงั สอื เรียนคณิตศาสตรส์ าระเพ่ิมเตมิ เลม่ 2 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6
4) สอ่ื ออนไลน์ เช่น Google classroom, Zoom, Meet, Line เปน็ ต้น
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมดุ โรงเรยี น
2) บุคคลต่าง ๆ เช่น ครู เพ่อื น ผทู้ ม่ี คี วามร้เู รอ่ื งคณิตศาสตร์
3) แหลง่ เรยี นร้อู น่ื ๆ เชน่ อินเทอรเ์ นต็
9. กระบวนการวดั และประเมินผล
ประเด็นทป่ี ระเมิน วธิ กี ารวดั เครื่องมือวดั เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นความรู้ (Knowledge) - แบบทดสอบ
- เพื่อทดสอบความก้าวหนา้ หลงั - สังเกตการตอบคำถามและ -ร้อยละ 60 ถือวา่ ผ่าน
เรียนจบบทเรยี นแล้ว การอธบิ ายใหเ้ หตุผล เกณฑ์
- เพ่ือตรวจสอบผลการเรียนรู้ - ตรวจสมดุ บนั ทึกการเรยี นรู้
2. ด้านทักษะและกระบวนการ - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบประเมนิ ทักษะ - มีคะแนนทกั ษะและ
ทางคณิตศาสตร์ (Process) สงั เกตทักษะและกระบวนการ
ในการทำงาน โดยดปู ระเด็น และกระบวนการทาง กระบวนการ
3. ดา้ นคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ - การแก้ปญั หา
(Attitude) - การสื่อสารและการส่ือ คณิตศาสตร์ โดยรวมมีคุณภาพ
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น ความหมายทางคณิตศาสตร์ ระดับผา่ นขน้ึ ไป
5. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ - การเชือ่ มโยง - แบบประเมิน - มคี ะแนนคุณลักษณะ
และเขียน คุณลกั ษณะ โดยรวมมีคุณภาพ
- การใหเ้ หตุผล อันพึงประสงค์ ระดับผ่านขน้ึ ไป
- ทักษะการคดิ สรา้ งสรรค์
สังเกตคณุ ลักษณะอนั พึง - แบบประเมนิ - คะแนนด้านสมรรถนะ
ประสงค์ โดยดปู ระเด็น สมรรถนะที่สำคัญ ท่ีสำคญั โดยรวมมี
- ซือ่ สตั ยส์ จุ รติ ของผู้เรียน คณุ ภาพ
- มีวนิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ ระดบั ผา่ นขึน้ ไป
- ใฝเ่ รียนรู้
- มงุ่ มน่ั ในการทำงาน - แบบประเมนิ การ - คะแนนด้านการอา่ น
สังเกตด้านสมรรถนะทส่ี ำคัญ อา่ นคิดวิเคราะห์ คิดวเิ คราะห์ และเขียน
โดยดูประเด็น และเขยี น โดยรวมมคี ุณภาพระดบั
- ความสามารถในการส่อื สาร ผา่ นขน้ึ ไป
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการ
แกป้ ญั หา
- ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชีวติ
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
สงั เกตด้านการอ่าน
คิดวิเคราะห์ และเขยี น
โดยดูประเดน็
- การอา่ น
- การคดิ วเิ คราะห์
- การเขียน
10. คุณธรรมจริยธรรมท่สี อดแทรก
10.1 ความรบั ผิดชอบมรี ะเบียบวินยั ในตนเอง
10.2 ความซื่อสตั ย์ในการทำแบบฝึกหัด
10.3 การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของผ้อู น่ื
10.4 การตรงตอ่ เวลาในการสง่ งาน
11. กิจกรรมเสนอแนะ
-
12. บนั ทกึ ผลหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1. กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไป ตามแผนการจัดการเรียนรู้ ไม่เปน็ ไปตามแผนการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
2. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในคร้ังน้ี มนี กั เรียนเข้าร่วมกิจกรรมทงั้ หมด.....................................คน
คอื ชัน้ ………………………………………………............................................................................................................
3. สรปุ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ประเด็นการประเมนิ ดมี าก ระดับคุณภาพ ปรับปรุง
ดา้ นความรู้ (K) ดี พอใช้
จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% จำนวน………..คน จำนวน………..คน คิดเป็น…………%
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………%
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1. ทกั ษะกระบวนการทาง จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คณติ ศาสตร์ คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………%
2. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% คิดเป็น…………% คดิ เป็น…………% คิดเปน็ …………%
3. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เป็น…………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%
และเขยี น
ดา้ นคุณลักษณะ (A) จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%
4. ปญั หา/วิธีการแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
5. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
(ลงชอื่ )
(นายจำเนียร หงษ์คำมี)
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรยี น
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 เรือ่ ง การวิเคราะหข์ อ้ มูลเบื้องตน้ 2 ครูผู้สอน นายจำเนียร หงษค์ ำมี
รายวิชา ค33202 เสริมทักษะคณิตศาสตร์ 6 สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
ช่ือ ชน้ั เลขที่ วนั ทส่ี อบ
.
คำชี้แจง จงทำเครือ่ งหมาย X ทับอักษร ก ข ค หรือ ง ซึ่งเปน็ คำตอบทถี่ ูกตอ้ งที่สุดเพยี งข้อเดียว
ใช้ขอ้ มูลตอ่ ไปนี้ในการตอบข้อ 1 – 4 : 14, 6, 8, 12, 10
1. สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน มีค่าเทา่ กับข้อใด
ก. 8.82 ข. 6.82 ค. 4.82 ง. 2.82
2. ส่วนเบ่ยี งเฉล่ยี มีคา่ เท่ากับขอ้ ใด
ก. 2.4 ข. 3.4 ค. 4.4 ง. 6.4
3. ส่วนเบ่ยี งควอร์ไทล์ มคี ่าเท่ากบั ข้อใด
ก. 5 ข. 4 ค. 3 ง. 2
4. พสิ ัย มีคา่ เทา่ กบั ข้อใด ข. 8 ค. 14 ง. 20
ก. 6
5. ในการสอบวชิ าคณติ ศาสตร์ของนักเรยี นห้อง ก และห้อง ข ปรกฎวา่ ค่าเฉลีย่ เลขคณิตเท่ากัน สว่ นเบี่ยงเบน
มาตรฐานของห้อง ก และห้อง ข เป็น 3 และ 4 ตามลำดับ ถา้ ห้อง ก มนี ักเรียน 40 คน หอ้ ง ข มีนักเรยี น 30
คน ดงั น้นั ความแปรปรวนรวมของคะแนนสอบของนักเรียนทัง้ สองเปน็ เท่าใด
ก. 12 ข. 6 ค. 4 ง. 2
6. มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมี นักศกึ ษาชาย 10 คน หาอายเุ ฉล่ียได้ 30 ปี สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานได้ 8 ปี และ
นักศกึ ษาหญิง 15 คน หาอายุเฉลี่ยได้ 25 ปี สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐานได้ 3 ปี จงหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของ
นกั ศึกษาท้ังหมด
ก. 6.95 ข. 6.17 ค. 6.08 ง. 5.14
ใช้ข้อมลู ต่อไปน้ีในการตอบข้อ 7 – 10 จำนวนนักเรียน
กำหนดตารางแจกแจงความถ่ี ดังนี้ 2
8
คะแนน 10
21 – 23 17
24 – 26 5
27 – 29 2
30 – 32
33 – 35
36 – 38
7. พสิ ัย มคี ่าเท่ากับเทา่ ใด ข. 18 ค. 49 ง. 59
ก. 17 ง. 1.3
ง. 3.94
8. ส่วนเบย่ี งเบนควอไทล์ มีค่าเทา่ กับจำนวนใด ค. 2.3 ง. 3.53
ก. 4.3 ข. 3.3
9. สว่ นเบย่ี งเบนเฉล่ีย มคี ่าเท่ากับจำนวนใด
ก. 0.94 ข. 1.94 ค. 2.94
10. ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน เท่ากับจำนวนใด
ก. 6.53 ข. 5.53 ค. 4.53
แผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2/2564
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 เร่ือง การวิเคราะหข์ ้อมลู เบื้องต้น 2 จำนวน 36 ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 37 เรือ่ ง คะแนนมาตรฐาน จำนวน 1 ช่ัวโมง
ผู้สอน นายจำเนียร หงษค์ ำมี สอนครง้ั ท่.ี .......สัปดาห์ท.่ี ........สอนวันท่.ี .......เดือน................พ.ศ.............
1. สาระการเรียนรเู้ พิม่ เตมิ
1. สาระสถิตแิ ละความนา่ จะเปน็
เขา้ ใจหลกั การนับเบือ้ งต้น ความนา่ จะเป็น และนำไปใช้
2. สาระสำคญั
2.1 คะแนนมาตรฐาน
3. ผลการเรยี นรู้
3.1 นักเรียนสามารถนำความรเู้ ร่อื งคา่ มาตรฐานไปใชใ้ นการเปรียบเทียบข้อมลู
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
4.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1) นักศึกษาสามารถอธบิ ายความหมายของคะแนนมาตรฐานได้
2) นักเรยี นสามารถอธิบายขนั้ ตอนการคำนวณคะแนนมาตรฐานได้
4.2 ดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ (Process)
1) การแก้ปัญหา
2) การสอื่ สารและการส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์
3) การเชือ่ มโยง
4) การใหเ้ หตุผล
5) ทักษะการคิดสร้างสรรค์
4.3 ดา้ นคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ (Attitude)
1) ซื่อสัตย์สุจริต
2) มีวนิ ัย ความรับผิดชอบ
3) ใฝเ่ รียนรู้
4) มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
4.4 สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1) ความสามารถในการส่อื สาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา
4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4.5 ดา้ นการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี น
1) การอ่าน : อ่านสรปุ ความหรอื สื่อสารได้
2) การคดิ วเิ คราะห์ : อภิปรายผลได้
3) การเขียน : เขียนสรุปความหรือย่อความได้
5. สาระการเรียนรู้
5.1 เนื้อหาสาระ
1) คะแนนมาตรฐาน หรือค่ามาตรฐาน (Standard Score: Z-score)
ค่ามาตรฐานเปน็ คา่ ทบี่ อกให้ทราบว่า ความแตกตา่ งระหวา่ งค่าข้อมลู นนั้ ๆ กับค่าเฉลี่ยเลข
คณติ ของขอ้ มลู ชุดน้นั เป็นกเ่ี ทา่ ของส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน ซงึ่ แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภทตามกลุ่มของขอ้ มูล
ดังนี้
1.1) ค่ามาตรฐานของประชากร (Population Standard Score)
1.2) คา่ มาตรฐานของกลุม่ ตัวอย่าง (Sample Standard Score)
5.2 การบรู ณาการ
1) บรู ณาการข้ามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
1.1) ภาษาไทย
- เขียนส่อื สารได้
- เขียนสรปุ ความได้
- อภปิ รายผลได้
1.2) วิทยาศาสตร์
- การสืบคน้ กระบวนการเรยี นรู้อยา่ งเป็นระบบ
1.3) สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
- การรูจ้ ักบทบาทหน้าที่
2) บรู ณาการกบั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
2.1) ความมเี หตผุ ล
2.2) มคี วามรู้
3) บูรณาการหลกั สูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School)
3.1) IS 1- การศกึ ษาค้นคว้าและสรา้ งองค์ความรู้
(Research and Knowledge Formation)
3.2) IS 2- การสอ่ื สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
3.3) IS 3- การนำองค์ความรไู้ ปใชบ้ รกิ ารสงั คม (Social Service Activity)
6. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID–19) โรงเรียนได้จัดการเรียน
การสอนแบบ Onsite ควบคไู่ ปกับการเรยี นการสอน Online โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุม่ ๆ ละเท่าๆ กัน
สลบั การมาเรยี น กลมุ่ นักเรียนท่ีไม่ไดม้ าเรียนให้เรียน Online โดยครผู ้สู อนใช้ Application Zoom/Google
Meet ในการจัดการเรียนการสอน นักเรยี นสามารถเรยี นรู้ไปพร้อมกับนักเรยี นท่เี รียน Onsite สามารถซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอในขณะที่สอน และใช้ Application Google Classroom
ในการศึกษาเพิ่มเติม ทบทวน (คลิปวิดีโอที่สร้างข้ึนเอง / ดาวน์โหลดจากแหล่งเรียนรู้ตา่ ง ๆ ) มอบหมายงาน
การสง่ งาน การทดสอบ และการประเมินผล
1) ผูส้ อนกลา่ วทกั ทายนักเรียน พร้อมทง้ั ทบทวนเก่ยี วกับเร่อื งทเ่ี รียนไปแลว้
(เชน่ รปู แบบการแจกแจงของเส้นโค้งความถ่ี)
2) ผสู้ อนแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรยี นทราบวา่ เมือ่ เรียนแผนการจัดการเรยี นรู้นแ้ี ลว้
นกั ศกึ ษาสามารถอธิบายความหมายและขน้ั ตอนการคำนวณคะแนนมาตรฐานได้
3) ผู้สอนได้อธิบายการแจกแจง ว่า การแจกแจงแบบปกติ คือ การคำนวณหาค่าความน่าจะ
เป็นของข้อมูลที่สนใจเทียบกับข้อมูลทั้งหมดโดยจะกล่าวถึงการแจกแจงแบบปกติ และ“ เส้นโค้งปกติ” ซ่ึง
เกี่ยวข้องกับ “คะแนนมาตรฐาน” ซึ่งคะแนนมาตรฐานมีประโยชน์ในการวัดตำแหน่งที่หรือตำแหน่งสัมพัทธ์
อีกทั้งยังใช้ตอ่ ยอดในการคำนวณเส้นโค้งปกติ และค่าความน่าจะเปน็ ผ่านพื้นที่ใต้โค้งปกติ ซึ่งที่เราจะเรยี นกนั
ในวันนจ้ี ะเป็นเร่ืองของ คะแนนมาตรฐาน หรือคา่ มาตรฐาน (Standard Score: Z-score)
4) ผู้สอนได้อธิบายคำว่า คะแนนมาตรฐาน หรือค่ามาตรฐาน (Standard Score: Z-score)
ดังนี้ ค่ามาตรฐานเป็นค่าที่บอกให้ทราบว่า ความแตกต่างระหว่างค่าข้อมูลนั้น ๆ กับค่าเฉลี่ยเลขคณิตของ
ข้อมูลชดุ น้นั เปน็ ก่ีเทา่ ของส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน โดยจะแบง่ ออกเปน็ 2 ประเภทตามกลุม่ ของขอ้ มูลดงั นี้
4.1) ค่ามาตรฐานของประชากร (Population Standard Score)
ถา้ เป็นคา่ ท่ี ของตัวแปร แล้ว คะแนนมาตรฐานของ คอื จะได้ = −µ
เม่อื = 1, 2, 3, … , และให้ แทน ค่าท่ี ของตวั แปร , µ แทน สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐานของประชากร,
แทน ค่าเฉล่ียเลขคณติ ของประชากร, แทน จำนวนของประชากร
4.2) คา่ มาตรฐานของกลมุ่ ตวั อย่าง (Sample Standard Score)
ถา้ เปน็ คา่ ท่ี ของตวั แปร แล้ว คะแนนมาตรฐานของ คือ จะได้ = − ̅
เมื่อ = 1, 2, 3, … , และให้ แทน ค่าที่ ของตัวแปร , ̅ แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของกลุ่ม
ตัวอย่าง, แทน คา่ เฉล่ยี เลขคณติ ของประชากร, แทน จำนวนของประชากร
โดยครเู นน้ ยำ้ วา่ คะแนนมาตรฐานหรอื คา่ มาตรฐาน ของขอ้ มลู ใด ๆ นน้ั สามารถเปน็ ได้ทง้ั ค่าบวกและค่าลบ
5) ผู้สอนเขียนตัวอย่างที่ 96 บนกระดานพร้อมทั้งอธิบายถึงการหาค่ามาตรฐานของข้อมูล
จากสูตรทไ่ี ดก้ ล่าวไปแล้วขา้ งตน้
ตวั อยา่ งที่ 96 จงหาค่ามาตรฐานของทกุ ค่าในข้อมูลดังน้ี 1, 2, 3, 4, 5
6) ผู้สอนและนกั เรียนร่วมกนั ทำตวั อยา่ งที่ 97 – 98 ในเอกสารประกอบการเรียนเพ่มิ เสริม
ความเขา้ ใจให้กับนักเรยี น โดยมีขั้นตอนในการลำดับความคิดอย่างเป็นระบบดงั นี้ 1. หาและรวบรวมสง่ิ ทีโ่ จทย์
กำหนดให้ 2. หาสง่ิ ทโี่ จทย์ต้องการทราบ หรือปัญหาของโจทย์ รวมท้งั วางแผนในการแกป้ ญั หานั้นอย่างไร
3. ดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อหาคำตอบตามแผนที่วางไว้ 4. สรุปขั้นตอนของการแก้ปัญหา สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก
โจทย์ปัญหา รวมทัง้ คำตอบท่ีได้สอดคลอ้ งกับโจทยท์ ต่ี ้องการหรอื ไม่
ตวั อยา่ งที่ 97 ในการสอบครั้งหนึ่ง ถ้าค่าเฉลี่ยเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนสอบเป็น
500 และ 50 คะแนนตามลำดับ ถ้าถือเกณฑ์ตัดสินว่า ผู้ที่สอบได้ต้องได้คะแนนตั้งแต่ 600 คะแนนขึ้นไป
แล้วอยากทราบวา่ คนที่สอบได้น้นั ตอ้ งสอบได้คา่ มาตรฐานอยา่ งต่ำเปน็ เทา่ ใด
ตวั อย่างท่ี 98 ในการสอบครั้งหนึ่ง ถ้าค่าเฉลี่ยเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนสอบเป็น
500 และ 50 คะแนนตามลำดับ ถ้าคะแนนการสอบเต็ม 1,000 คะแนน เด็กคนหน่ึงสอบไดค้ ะแนน ซึง่ คิดเปน็
คา่ มาตรฐานไดเ้ ทา่ กบั 1.8 แล้วอยากทราบวา่ เด็กคนน้สี อบได้กี่เปอรเ์ ซ็นต์
7) ผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากกระบวนการจัดการเรียนรู้
(คะแนนมาตรฐาน หรอื ค่ามาตรฐาน)
8) ผสู้ อนให้นักเรยี นทำแบบฝึกทักษะท่ี 21 – 22 ในเอกสารประกอบการเรียน ส่งทาง
google classroom ภายในวันพร่งุ นี้ และเฉลยในชวั่ โมงถดั ไป พร้อมท้ังเนน้ ย้ำเร่ืองความซอื่ สตั ย์ในการทำงาน
9) ผู้สอนให้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัดเพม่ิ เตมิ โดยแสดงวธิ ที ำและส่งผา่ น
google classroom/ line ภายในระยะเวลาท่ีกำหนด
7. หลกั ฐานการเรยี นรู้ (ช้ินงาน / ภาระงาน)
7.1 สมุดบนั ทกึ การเรียนรู้
7.2 โจทย์แบบฝึกหัดเพ่ิมเติม
7.3 แบบฝกึ หัดในเอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
7.4 แบบประเมนิ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
7.5 แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
7.6 แบบประเมินสมรรถนะที่สำคญั ของผู้เรยี น
7.7 แบบประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น
8. ส่ือการเรียนการสอนและแหลง่ การเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรียนการสอน
1) โจทย์แบบฝึกหัดเพิม่ เติม
2) เอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
3) หนังสือเรียนคณิตศาสตรส์ าระเพิ่มเติม เลม่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6
4) สื่อออนไลน์ เชน่ Google classroom, Zoom, Meet, Line เปน็ ต้น
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ โรงเรียน
2) บุคคลต่าง ๆ เชน่ ครู เพ่อื น ผู้ทีม่ คี วามรู้เร่อื งคณิตศาสตร์
3) แหลง่ เรียนรูอ้ นื่ ๆ เชน่ อนิ เทอร์เนต็
9. กระบวนการวดั และประเมินผล
ประเดน็ ท่ปี ระเมิน วธิ กี ารวัด เครือ่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นความรู้ (Knowledge) - แบบฝึกหดั
- นักศึกษาสามารถอธบิ าย - สังเกตการตอบคำถามและ -รอ้ ยละ 60 ถือว่าผา่ น
ความหมายของคะแนนมาตรฐานได้ การอธิบายใหเ้ หตุผล เกณฑ์
- นกั เรียนสามารถอธบิ ายข้นั ตอน - ตรวจสมุดบนั ทกึ การเรยี นรู้
การคำนวณคะแนนมาตรฐานได้ - ตรวจแบบฝึกหดั
2. ดา้ นทักษะและกระบวนการทาง
คณติ ศาสตร์ (Process) สงั เกตทกั ษะและกระบวนการ - แบบประเมิน - มคี ะแนนทกั ษะและ
ในการทำงาน โดยดปู ระเด็น ทักษะและ กระบวนการ
3. ด้านคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ - การแกป้ ัญหา กระบวนการทาง โดยรวมมคี ุณภาพ
(Attitude) - การสอื่ สารและการส่ือ คณิตศาสตร์ ระดับผา่ นขนึ้ ไป
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น ความหมายทางคณิตศาสตร์ - แบบประเมนิ - มีคะแนนคณุ ลกั ษณะ
คุณลักษณะ โดยรวมมีคณุ ภาพ
5. ดา้ นการอ่าน คิดวิเคราะห์และ - การเชอ่ื มโยง อันพึงประสงค์ ระดบั ผ่านขึน้ ไป
เขียน
- การใหเ้ หตุผล - แบบประเมนิ - คะแนนด้านสมรรถนะ
- ทักษะการคดิ สรา้ งสรรค์ สมรรถนะที่สำคัญ ทสี่ ำคัญโดยรวมมี
ของผเู้ รยี น คุณภาพ
สงั เกตคณุ ลักษณะอนั พึง ระดบั ผ่านขึ้นไป
ประสงค์ โดยดปู ระเดน็ - แบบประเมินการ
- ซอ่ื สตั ย์สจุ รติ อา่ นคิดวิเคราะห์ - คะแนนด้านการอ่าน
- มวี ินยั ความรบั ผิดชอบ และเขยี น คิดวิเคราะห์ และเขียน
- ใฝเ่ รียนรู้ โดยรวมมีคุณภาพระดบั
- มุ่งม่นั ในการทำงาน ผา่ นขึน้ ไป
สงั เกตด้านสมรรถนะท่ีสำคญั
โดยดูประเด็น
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการแก้ปญั หา
- ความสามารถในการใช้
ทักษะชวี ิต
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
สงั เกตดา้ นการอ่าน
คดิ วเิ คราะห์ และเขียน
โดยดปู ระเดน็
- การอา่ น
- การคิดวเิ คราะห์
- การเขียน
10. คุณธรรมจริยธรรมท่สี อดแทรก
10.1 ความรบั ผิดชอบมรี ะเบียบวินยั ในตนเอง
10.2 ความซื่อสตั ย์ในการทำแบบฝึกหัด
10.3 การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของผ้อู น่ื
10.4 การตรงตอ่ เวลาในการสง่ งาน
11. กิจกรรมเสนอแนะ
-
12. บนั ทกึ ผลหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1. กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไป ตามแผนการจัดการเรียนรู้ ไม่เปน็ ไปตามแผนการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
2. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในคร้ังน้ี มนี กั เรียนเข้าร่วมกิจกรรมทงั้ หมด.....................................คน
คอื ชัน้ ………………………………………………............................................................................................................
3. สรปุ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ประเด็นการประเมนิ ดมี าก ระดับคุณภาพ ปรับปรุง
ดา้ นความรู้ (K) ดี พอใช้
จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% จำนวน………..คน จำนวน………..คน คิดเป็น…………%
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………%
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1. ทกั ษะกระบวนการทาง จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คณติ ศาสตร์ คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………%
2. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% คิดเป็น…………% คดิ เป็น…………% คิดเปน็ …………%
3. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เป็น…………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%
และเขยี น
ดา้ นคุณลักษณะ (A) จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%
4. ปญั หา/วิธีการแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
5. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
(ลงชอื่ )
(นายจำเนียร หงษ์คำมี)
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ