The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน รายวิชา ค33202 เสริมทักษะคณิตศาสตร์ 6 ชั้น ม.6_เทอม_2-2564_ครูจำเนียร_(ปรับปรุง 1-11-2564)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kruming2014, 2021-12-02 05:55:52

แผนการสอน รายวิชา ค33202 เสริมทักษะคณิตศาสตร์ 6 ชั้น ม.6_เทอม_2-2564_ครูจำเนียร_(ปรับปรุง 1-11-2564)

แผนการสอน รายวิชา ค33202 เสริมทักษะคณิตศาสตร์ 6 ชั้น ม.6_เทอม_2-2564_ครูจำเนียร_(ปรับปรุง 1-11-2564)

3.2) IS 2- การสือ่ สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
3.3) IS 3- การนำองค์ความรู้ไปใช้บริการสงั คม (Social Service Activity)

6. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID–19) โรงเรียนได้จัดการเรียน

การสอนแบบ Onsite ควบคู่ไปกับการเรียนการสอน Online โดยแบ่งนักเรยี นออกเป็น 2 กล่มุ ๆ ละเท่าๆ กัน
สลบั การมาเรยี น กลุม่ นกั เรียนที่ไม่ได้มาเรยี นใหเ้ รียน Online โดยครผู สู้ อนใช้ Application Zoom/Google
Meet ในการจัดการเรียนการสอน นกั เรียนสามารถเรยี นรู้ไปพร้อมกับนักเรียนทีเ่ รยี น Onsite สามารถซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอในขณะที่สอน และใช้ Application Google Classroom
ในการศึกษาเพิ่มเติม ทบทวน (คลิปวิดีโอที่สร้างข้ึนเอง / ดาวน์โหลดจากแหลง่ เรียนรู้ต่าง ๆ ) มอบหมายงาน
การส่งงาน การทดสอบ และการประเมินผล

1) ผสู้ อนกลา่ วทักทายนกั เรียน พรอ้ มท้งั ทบทวนเกยี่ วกับเรื่องทเ่ี รยี นไปแลว้
(เชน่ การหามธั ยฐานจากกราฟ)

2) ผู้สอนแจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นร้ใู ห้นักเรยี นทราบวา่ เม่ือเรยี นแผนการจดั การเรียนรนู้ ้ีแล้ว
นักเรียนสามารถบอกความหมายของสมบัตขิ องมธั ยฐานและวเิ คราะห์ขอ้ มลู โดยใช้สมบัตขิ องมัธยฐานได้

3) ผ้สู อนอธบิ าย สมบตั ิของมัธยฐาน ดังนี้
3.1) ค่ามธั ยฐานของข้อมลุ ชดุ ใด ๆ จะตอ้ งมีค่าระหว่างข้อมูลทมี่ คี า่ น้อยทส่ี ุด

( ) และขอ้ มลู ทมี่ คี ่ามากทีส่ ดุ ( ) กล่าวคือ ≤ Med ≤

3.2) ให้ x1, x2, x3, … , xN เปน็ ขอ้ มูลชุดท่ี 1 และ y1, y2, y3, … , yN เป็นข้อมลู ชุดท่ี
2 โดย yi = axi + b ; เมอ่ื a และ b เป็นค่าคงตัว จะได้ Medy = aMedx + b

3.3) ผลรวมของค่าสมั บูรณข์ องผลต่างระหว่างข้อมูลแต่ละค่ากับมัธยฐานของข้อมลู
ชุดนน้ั จะมีค่าน้อยท่สี ุด กล่าวคอื

∑Ni=1|xi − m| มีคา่ นอ้ ยทส่ี ุด เม่ือ m แทน ค่ามธั ยฐานของข้อมลู ชดุ นั้น

3.4) การเปลี่ยนแปลงค่าอื่นที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางของข้อมูลไม่มีผลทำ
ใหม้ ัธยฐานเปล่ยี นแปลงไป

3.5) ข้อมูลท่แี จกแจงความถแี่ ละอันตรภาคชนั้ แรก หรอื ชัน้ สุดท้ายเป็นอนั ตรภาคช้นั
เปดิ หรือแม้กระท่งั อนั ตรภาคชนั้ ในข้อมูลมีความกวา้ งไมเ่ ท่ากัน จะยงั คงสามารถหามัธยฐานได้

4) ผู้สอนและนกั เรียนรว่ มกนั ทำตวั อย่างท่ี 35 – 37 ในเอกสารประกอบการเรยี นเพ่ิมเสรมิ
ความเขา้ ใจให้กบั นักเรียน โดยมขี ั้นตอนในการลำดบั ความคดิ อย่างเปน็ ระบบดังน้ี 1. หาและรวบรวมสิง่ ทีโ่ จทย์
กำหนดให้ 2. หาส่ิงทโ่ี จทยต์ อ้ งการทราบ หรือปัญหาของโจทย์ รวมทงั้ วางแผนในการแก้ปัญหาน้นั อย่างไร

ตวั อย่างที่ 35 จงหาคา่ ท่นี ้อยทส่ี ดุ เมื่อกำหนดขอ้ มูลใหด้ ังน้ี 6, 7, 7, 8, 11, 12, 12 และ มัธยฐาน คอื 8

ตัวอยา่ งที่ 36 กำหนดข้อมูลชุดหนึ่งเป็น 3, 4, 6, 13, 8 และ 2 ตามลำดับ เมอ่ื xi คอื ข้อมลู ตวั ท่ี i ของ
ข้อมูลชดุ น้ี ถา้ m เปน็ จำนวนจริงท่ที ำให้ ∑i6=1|xi − m| มีค่านอ้ ยที่สดุ แลว้ m มีคา่ เทา่ กบั เทา่ ใด

ตัวอยา่ งที่ 37 กำหนดข้อมลู ชุดหน่ึง 13, 14, a, a, 16, 18, 21 ถา้ ค่าเฉลยี่ เลขคณิตของขอ้ มูลชุดน้ีเทา่ กับ
16 แล้วคา่ มธั ยฐานเทา่ กับเท่าใด

5) ผู้สอนแจกโจทย์ แบบฝึกทักษะเพิ่มเติม 2 เพื่อทดสอบวัดความสามารถในการแก้ปัญหา
ของนกั เรยี น โดยให้เวลาทำแบบทดสอบ 10 นาที

6) ผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากกระบวนการจัดการเรียนรู้
(สมบตั ิของมัธยฐาน)

7) ผสู้ อนให้นกั เรียนทำแบบฝึกทกั ษะที่ 5 ในเอกสารประกอบการเรียน สง่ ทาง
google classroom ภายในวนั พร่งุ นี้ และเฉลยในชั่วโมงถดั ไป พรอ้ มทั้งเน้นย้ำเรอื่ งความซ่ือสัตยใ์ นการทำงาน

8) ผู้สอนให้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั เพ่ิมเตมิ โดยแสดงวธิ ีทำและสง่ ผา่ น
google classroom/ line ภายในระยะเวลาท่ีกำหนด

7. หลกั ฐานการเรยี นรู้ (ชิ้นงาน / ภาระงาน)
7.1 สมุดบนั ทึกการเรยี นรู้
7.2 โจทย์แบบฝกึ หดั เพิ่มเตมิ
7.3 แบบฝึกหดั ในเอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
7.4 แบบประเมนิ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
7.5 แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.6 แบบประเมนิ สมรรถนะทีส่ ำคัญของผเู้ รียน
7.7 แบบประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียน

8. สอ่ื การเรียนการสอนและแหล่งการเรยี นรู้
8.1 ส่ือการเรยี นการสอน
1) โจทย์แบบฝกึ หัดเพ่ิมเติม
2) เอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
3) หนงั สอื เรียนคณติ ศาสตร์สาระเพ่ิมเตมิ เลม่ 2 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6
4) สอื่ ออนไลน์ เชน่ Google classroom, Zoom, Meet, Line เปน็ ต้น
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ โรงเรียน
2) บุคคลต่าง ๆ เชน่ ครู เพอ่ื น ผทู้ ่มี ีความรเู้ ร่ืองคณิตศาสตร์
3) แหลง่ เรียนร้อู ืน่ ๆ เชน่ อินเทอร์เนต็

9. กระบวนการวดั และประเมินผล

ประเดน็ ทป่ี ระเมนิ วธิ ีการวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การประเมนิ

1. ด้านความรู้ (Knowledge) - สงั เกตการตอบคำถามและการ - แบบฝกึ หดั -รอ้ ยละ 60 ถือว่าผา่ น
- นักเรียนสามารถบอกความหมายของ อธิบายให้เหตผุ ล เกณฑ์
สมบตั ิของมธั ยฐานได้ - ตรวจสมดุ บนั ทึกการเรยี นรู้
- นักเรยี นสามารถวิเคราะห์ขอ้ มลู โดยใช้ - ตรวจแบบฝกึ หดั
สมบัติของมธั ยฐานได้
2. ดา้ นทกั ษะและกระบวนการทาง สังเกตทักษะและกระบวนการใน - แบบประเมนิ ทกั ษะ - มคี ะแนนทกั ษะและ
คณิตศาสตร์ (Process) กระบวนการ
การทำงาน โดยดปู ระเดน็ และกระบวนการทาง โดยรวมมคี ณุ ภาพ
3. ด้านคุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ ระดบั ผ่านขึ้นไป
(Attitude) - การแก้ปญั หา คณิตศาสตร์

- การสอ่ื สารและการสื่อ

ความหมาย

ทางคณติ ศาสตร์

- การเช่ือมโยง

- การให้เหตุผล

- ทกั ษะการคิดสร้างสรรค์

สงั เกตคณุ ลักษณะอนั พึง - แบบประเมิน - มคี ะแนนคณุ ลักษณะ
ประสงค์ โดยดปู ระเดน็ คุณลกั ษณะ โดยรวมมีคณุ ภาพ
- ซือ่ สัตย์สจุ รติ อนั พึงประสงค์ ระดับผ่านขนึ้ ไป
- มีวินัย ความรบั ผดิ ชอบ
- ใฝเ่ รยี นรู้
- มุ่งมั่นในการทำงาน

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น สังเกตด้านสมรรถนะทส่ี ำคญั - แบบประเมนิ - คะแนนด้านสมรรถนะท่ี
โดยดูประเดน็ สมรรถนะทส่ี ำคัญ สำคัญโดยรวมมีคณุ ภาพ
- ความสามารถในการสื่อสาร ของผเู้ รยี น ระดับผ่านข้นึ ไป
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการแกป้ ญั หา
- ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชีวติ
- ความสามารถในการใช้

เทคโนโลยี

5. ดา้ นการอา่ น คดิ วเิ คราะห์และเขยี น สังเกตด้านการอ่าน - แบบประเมนิ การ - คะแนนด้านการอ่าน
อา่ นคิดวเิ คราะห์ และ คิดวเิ คราะห์ และเขียน
คิดวิเคราะห์ และเขยี น เขียน โดยรวมมคี ณุ ภาพระดับ
โดยดูประเด็น
- การอ่าน ผา่ นขึน้ ไป
- การคดิ วิเคราะห์
- การเขียน

10. คุณธรรมจริยธรรมท่สี อดแทรก
10.1 ความรบั ผิดชอบมรี ะเบียบวินยั ในตนเอง
10.2 ความซื่อสตั ย์ในการทำแบบฝึกหัด
10.3 การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของผ้อู น่ื
10.4 การตรงตอ่ เวลาในการสง่ งาน

11. กิจกรรมเสนอแนะ
-

12. บนั ทกึ ผลหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1. กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไป  ตามแผนการจัดการเรยี นรู้  ไม่เป็นไปตามแผนการจดั การเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................

2. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในคร้งั น้ี มีนกั เรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมทั้งหมด.....................................คน
คอื ชัน้ ………………………………………………............................................................................................................

3. สรปุ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

ประเด็นการประเมนิ ดีมาก ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ
ดา้ นความรู้ (K)
จำนวน………..คน ดี พอใช้ จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%
จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………%

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

1. ทกั ษะกระบวนการทาง จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน

คณติ ศาสตร์ คิดเป็น…………% คิดเปน็ …………% คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%

2. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คดิ เปน็ …………% คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%

3. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………%
และเขยี น

ดา้ นคุณลักษณะ (A) จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………% คิดเปน็ …………% คิดเปน็ …………%

4. ปญั หา/วิธีการแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

5. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

(ลงชื่อ)

(นายจำเนียร หงษค์ ำมี)
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

แบบฝึกหัดเพิ่มเติม 2

คำชแ้ี จง ให้นกั เรยี นแสดงวธิ ีทำโดยละเอียด

1. ตารางแจกแจงความถ่ีแสดงถงึ คะแนนของนักเรยี นทีส่ อบวชิ าวิทยาศาสตร์ เป็นดังตาราง

คะแนนสอบ จำนวนนกั เรยี น

1 – 10 8

11 – 20 10

21 – 30 20

31 – 40 12

จงหาวา่ คา่ มธั ยฐานของนำ้ หนักเด็กกลุม่ นีค้ ือ
ขั้นท่ี 1 สง่ิ ทีโ่ จทยก์ ำหนดให้..................................................................................................................................
......................................................................................................... .....................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ข้ันท่ี 2 สิ่งท่โี จทย์ต้องการและการวางแผนแก้ปัญหา...........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขั้นท่ี 3 การดำเนินการแกป้ ญั หา...........................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................................... .........
......................................................................................................................... .....................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................ ......................
............................................................................................................ ..................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................ ..................................
................................................................................................ ..............................................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................ ..............................................
.................................................................................... ..........................................................................................
ข้นั ท่ี 4 การสรปุ คำตอบและการตรวจสอบคำตอบ...............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................. .............

แผนการจดั การเรยี นรู้

กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2/2564

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 เร่ือง การวเิ คราะห์ข้อมูลเบื้องต้น 1 จำนวน 35 ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12 เร่อื ง ฐานนิยม จำนวน 2 ชัว่ โมง

ผู้สอน นายจำเนียร หงษ์คำมี สอนครง้ั ท.ี่ .......สัปดาห์ท่ี.........สอนวนั ที.่ .......เดอื น................พ.ศ.............

1. สาระการเรยี นร้เู พิม่ เตมิ
1. สาระสถติ แิ ละความนา่ จะเปน็
เข้าใจหลกั การนับเบ้อื งต้น ความนา่ จะเปน็ และนำไปใช้

2. สาระสำคัญ
2.1 ฐานนิยม

3. ผลการเรียนรู้
3.1 นักเรยี นสามารถเลือกวธิ วี เิ คราะห์ข้อมลู เบ้ืองตน้ และอธิบายผลการวเิ คราะห์ข้อมูลไดถ้ กู ต้อง
3.2 นกั เรียนสามารถนำความรเู้ รื่องการวเิ คราะห์ข้อมลู ไปใช้ได้
3.3 ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบทไ่ี ด้

4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
1) นักเรียนสามารถบอกความหมายฐานได้
2) นักเรียนสามารถวเิ คราะห์ข้อมูลโดยใช้ฐานนยิ มได้
4.2 ดา้ นทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ (Process)
1) การแก้ปัญหา
2) การส่อื สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
3) การเชอ่ื มโยง
4) การใหเ้ หตผุ ล
5) ทักษะการคิดสร้างสรรค์
4.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ (Attitude)
1) ซือ่ สัตย์สุจริต
2) มวี ินัย ความรับผดิ ชอบ
3) ใฝ่เรยี นรู้
4) มุ่งม่ันในการทำงาน
4.4 สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1) ความสามารถในการส่อื สาร
2) ความสามารถในการคิด

3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4.5 ดา้ นการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น
1) การอา่ น : อ่านสรุปความหรอื ส่ือสารได้
2) การคดิ วิเคราะห์ : อภปิ รายผลได้
3) การเขียน : เขยี นสรุปความหรือยอ่ ความได้

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 เนอ้ื หาสาระ
1) ฐานนิยม (Mode : Mod)
ฐานนิยม คือ คา่ ของข้อมูลทม่ี คี วามถ่ีสงู สดุ นิยมใช้กับขอ้ มูลเชงิ คณุ ภาพมากกว่า

ข้อมูลเชิงปริมาณ หรือข้อมูลที่แจกแจงความถี่ตามกลุ่มหรือช่วงต่าง ๆ โดยเฉพาะกรณีที่ข้อมูลมีค่าสูงหรือต่ำ
ผดิ ปกติรวมอย่ดู ้วย เช่น ขนาดเสือ้ ผา้ คะแนนความนิยม ซ่ึงการหาฐานนยิ มแบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คือ
การหาฐานนิยมของข้อมูลที่ไม่ได้แจกแจงความถ่ี และ การหาฐานนยิ มของข้อมูลท่ีแจกแจงความถ่ี

5.2 การบรู ณาการ
1) บรู ณาการข้ามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
1.1) ภาษาไทย
- เขยี นส่อื สารได้
- เขียนสรุปความได้
- อภปิ รายผลได้
1.2) วทิ ยาศาสตร์
- การสบื คน้ กระบวนการเรียนรู้อย่างเปน็ ระบบ
1.3) สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
- การรจู้ ักบทบาทหน้าท่ี
2) บูรณาการกบั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2.1) ความมเี หตุผล
2.2) มีความรู้
3) บูรณาการหลกั สูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School)
3.1) IS 1- การศึกษาค้นควา้ และสร้างองค์ความรู้
(Research and Knowledge Formation)
3.2) IS 2- การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
3.3) IS 3- การนำองค์ความรูไ้ ปใชบ้ ริการสงั คม (Social Service Activity)

6. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID–19) โรงเรียนได้จัดการเรียน

การสอนแบบ Onsite ควบคู่ไปกับการเรยี นการสอน Online โดยแบง่ นักเรียนออกเป็น 2 กลุ่มๆ ละเท่าๆ กัน
สลบั การมาเรยี น กลมุ่ นกั เรียนท่ีไม่ได้มาเรยี นใหเ้ รยี น Online โดยครูผู้สอนใช้ Application Zoom/Google
Meet ในการจดั การเรยี นการสอน นกั เรียนสามารถเรยี นรู้ไปพร้อมกับนักเรยี นที่เรียน Onsite สามารถซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอในขณะที่สอน และใช้ Application Google Classroom
ในการศึกษาเพิ่มเติม ทบทวน (คลิปวิดีโอที่สร้างขึ้นเอง / ดาวน์โหลดจากแหล่งเรียนรู้ตา่ ง ๆ ) มอบหมายงาน
การสง่ งาน การทดสอบ และการประเมินผล

1) ผูส้ อนกลา่ วทักทายนักเรียน พร้อมทั้งทบทวนเกี่ยวกบั เรื่องทีเ่ รยี นไปแล้ว
(เช่น สมบตั ิของมธั ยฐาน)

2) ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนรูใ้ หน้ ักเรียนทราบว่า เมื่อเรียนแผนการจดั การเรยี นรนู้ ้ีแลว้
นักเรียนสามารถบอกความหมายและวเิ คราะห์ข้อมลู โดยใช้ฐานได้

3) ผสู้ อนอธบิ าย ความหมายของฐานนยิ ม ดังนี้ ฐานนิยม คือ คา่ ของข้อมลู ท่ีมคี วามถส่ี งู สดุ
นิยมใช้กับข้อมูลเชิงคุณภาพมากกว่าข้อมูลเชิงปริมาณ หรือข้อมูลที่แจกแจงความถี่ตามกลุ่มหรือช่วงต่าง ๆ
โดยเฉพาะกรณีที่ข้อมูลมีค่าสูงหรือต่ำผิดปกติรวมอยู่ด้วย เช่น ขนาดเสื้อผ้า คะแนนความนิยม ซึ่งการหาฐาน
นิยมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การหาฐานนิยมของข้อมูลที่ไม่ได้แจกแจงความถ่ี และ การหาฐานนิยมของ
ข้อมลู ทีแ่ จกแจงความถ่ี

4) ผ้สู อนอธบิ ายการหาฐานนยิ มของขอ้ มลู ทไี่ ม่ไดแ้ จกแจงความถี่ ดงั น้ี ฐานนิยมของข้อมูล
ชนิดนี้หาได้จากการสังเกตดูว่าข้อมูลใดจากข้อมูลทั้งหมดมีค่าซ้ำ พบบ่อยมากที่สุด หรือมีความถี่สูงสุด
ซึง่ สำหรับข้อมูลบางชนดิ อาจไม่พบฐานนยิ มเพราะไม่มีข้อมูลใดซ้ำกนั และบางคร้ังฐานนิยมอาจมีมากกว่าหน่ึง
คา่ หากข้อมูลมีคา่ ซำ้ สูงสุดมากกว่าค่าเดยี ว

5) ผู้สอนและนกั เรียนรว่ มกันทำตัวอยา่ งที่ 38 – 39 ในเอกสารประกอบการเรียนเพ่มิ เสรมิ
ความเข้าใจใหก้ ับนักเรยี น โดยมีขั้นตอนในการลำดับความคิดอย่างเปน็ ระบบดงั น้ี 1. หาและรวบรวมสิ่งท่ีโจทย์
กำหนดให้ 2. หาสิ่งที่โจทย์ต้องการทราบ หรือปัญหาของโจทย์ รวมทั้งวางแผนในการแก้ปัญหานั้นอย่างไร
3. ดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อหาคำตอบตามแผนที่วางไว้ 4. สรุปขั้นตอนของการแก้ปัญหา สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก
โจทย์ปัญหา รวมทั้งคำตอบทไี่ ดส้ อดคลอ้ งกับโจทย์ท่ตี ้องการหรือไม่

ตัวอย่างที่ 38 กำหนดข้อมูล 10 จำนวนดงั น้ี 6, 7, 7, 8, 9, 9, 9, 10, 10, 11 จงหาฐานนยิ มของข้อมูล

ตวั อย่างท่ี 39 กำหนดข้อมูล 10 จำนวนดงั นี้ 6, 6, 7, 7, 7, 9, 9, 9, 10, 11 จงหาฐานนยิ มของข้อมลู

6) ผสู้ อนอธิบายการหาฐานนยิ มของข้อมลู ทีแ่ จกแจงความถ่ี ดังน้ี หากมขี ้อมูลดิบควรหาฐาน
นิยมจากข้อมูลดิบมากกว่าข้อมูลที่มีการแจกแจงความถี่ เนื่องจากเป็นการให้คำตอบของฐานนิยมในรูป
คา่ ประมาณ สำหรับการหาฐานนยิ มของขอ้ มูลที่แจกแจงความถี่นั้นทำได้หลายวิธี

6.1) ความกวา้ งแต่ละช้ันเท่ากัน : หาจุดกงึ่ กลางช้นั ของอนั ตรภาคช้ันทีม่ คี วามถี่
สงู สุดอยู่ จะได้ค่าประมาณของฐานนิยม

6.2) ความกว้างแต่ละช้ันไมเ่ ท่ากนั : ตอ้ งหารความถี่ดว้ ยความกวา้ งของแต่ละอันตร
ภาคช้นั โดยอันตรภาคช้นั ที่มีผลหารมากทสี่ ุดคือช้นั ท่มี ีฐานนยิ ม

ฮิสโทแกรม 6.3) ขอ้ มูลในรูปฮิสโทแกรม : จุดกึ่งกลางชน้ั ของส่ีเหลี่ยมมมุ ฉากท่มี ีค่าสูงสดุ ใน

โดนผสู้ อนเนน้ ยำ้ วา่ การหาฐานนิยมจากกราฟ คา่ ที่ไดจ้ ะเป็นคา่ โดยประมาณอย่างหยาบ ๆ
Mode

ขนั้ สรปุ บทเรยี น

7) ผู้สอนและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ องค์ความรทู้ ีไ่ ด้จากกระบวนการจัดการเรยี นรู้ (ฐานนยิ ม)
8) ผสู้ อนให้นักเรียนทำแบบฝกึ ทักษะท่ี 6 ในเอกสารประกอบการเรยี น สง่ ทาง
google classroom ภายในวนั พรุง่ น้ี และเฉลยในชวั่ โมงถัดไป พรอ้ มทัง้ เน้นยำ้ เรอื่ งความซื่อสัตย์ในการทำงาน
9) ผสู้ อนใหน้ ักเรยี นทำแบบฝึกหดั เพมิ่ เตมิ โดยแสดงวิธีทำและสง่ ผ่าน
google classroom/ line ภายในระยะเวลาท่ีกำหนด

7. หลกั ฐานการเรียนรู้ (ชน้ิ งาน / ภาระงาน)
7.1 สมุดบันทึกการเรยี นรู้
7.2 โจทย์แบบฝกึ หัดเพม่ิ เตมิ
7.3 แบบฝกึ หดั ในเอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
7.4 แบบประเมินทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
7.5 แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
7.6 แบบประเมนิ สมรรถนะท่ีสำคัญของผูเ้ รียน
7.7 แบบประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น

8. ส่ือการเรียนการสอนและแหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรียนการสอน
1) โจทย์แบบฝกึ หดั เพ่ิมเตมิ
2) เอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
3) หนงั สอื เรยี นคณติ ศาสตร์สาระเพิ่มเตมิ เล่ม 2 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6
4) ส่อื ออนไลน์ เช่น Google classroom, Zoom, Meet, Line เป็นต้น

8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมดุ โรงเรยี น
2) บคุ คลต่าง ๆ เชน่ ครู เพ่อื น ผูท้ มี่ ีความรเู้ ร่อื งคณิตศาสตร์
3) แหลง่ เรียนรู้อน่ื ๆ เชน่ อนิ เทอรเ์ น็ต

9. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล

ประเดน็ ที่ประเมนิ วธิ กี ารวัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ

1. ดา้ นความรู้ (Knowledge) - สังเกตการตอบคำถามและ - แบบฝึกหดั -ร้อยละ 60 ถือวา่ ผา่ น
- นกั เรยี นสามารถบอกความหมายฐานได้ การอธบิ ายใหเ้ หตุผล เกณฑ์
- นักเรียนสามารถวเิ คราะห์ข้อมลู โดยใช้ - ตรวจสมดุ บันทึกการเรยี นรู้
ฐานนยิ มได้ - ตรวจแบบฝกึ หดั

2. ด้านทักษะและกระบวนการทาง สังเกตทักษะและกระบวนการ - แบบประเมนิ ทักษะ - มคี ะแนนทักษะและ
คณติ ศาสตร์ (Process) ในการทำงาน โดยดปู ระเด็น และกระบวนการทาง กระบวนการ
- การแก้ปญั หา คณิตศาสตร์ โดยรวมมีคณุ ภาพ
3. ดา้ นคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ - การสอื่ สารและการสือ่ ระดับผ่านข้ึนไป
(Attitude)
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ความหมาย

5. ดา้ นการอ่าน คดิ วิเคราะห์และเขียน ทางคณติ ศาสตร์

- การเช่ือมโยง

- การใหเ้ หตผุ ล
- ทกั ษะการคดิ สรา้ งสรรค์

สงั เกตคณุ ลักษณะอนั พึง - แบบประเมนิ - มคี ะแนนคณุ ลกั ษณะ
ประสงค์ โดยดูประเดน็ คณุ ลกั ษณะ โดยรวมมีคณุ ภาพ
- ซ่ือสัตย์สจุ รติ อนั พงึ ประสงค์ ระดบั ผา่ นขึ้นไป
- มวี ินยั ความรับผดิ ชอบ
- ใฝ่เรยี นรู้
- มุง่ มนั่ ในการทำงาน

สงั เกตดา้ นสมรรถนะทสี่ ำคญั - แบบประเมนิ - คะแนนด้านสมรรถนะที่
โดยดปู ระเดน็ สมรรถนะทีส่ ำคัญ สำคัญโดยรวมมคี ณุ ภาพ
- ความสามารถในการสอ่ื สาร ของผ้เู รยี น ระดับผา่ นขึน้ ไป
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการ
แกป้ ัญหา
- ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชีวิต
- ความสามารถในการใช้

เทคโนโลยี

สงั เกตด้านการอ่าน - แบบประเมนิ การ - คะแนนด้านการอา่ น
อ่านคิดวเิ คราะห์ และ คิดวเิ คราะห์ และเขียน
คดิ วเิ คราะห์ และเขียน เขยี น โดยรวมมคี ณุ ภาพระดบั
โดยดูประเด็น
- การอ่าน ผ่านข้นึ ไป
- การคิดวเิ คราะห์
- การเขยี น

10. คุณธรรมจริยธรรมท่สี อดแทรก
10.1 ความรบั ผิดชอบมรี ะเบียบวินยั ในตนเอง
10.2 ความซื่อสตั ย์ในการทำแบบฝึกหัด
10.3 การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของผ้อู น่ื
10.4 การตรงตอ่ เวลาในการสง่ งาน

11. กิจกรรมเสนอแนะ
-

12. บนั ทกึ ผลหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1. กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไป  ตามแผนการจัดการเรยี นรู้  ไม่เป็นไปตามแผนการจดั การเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................

2. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในคร้งั น้ี มีนกั เรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมทั้งหมด.....................................คน
คอื ชัน้ ………………………………………………............................................................................................................

3. สรปุ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

ประเด็นการประเมนิ ดีมาก ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ
ดา้ นความรู้ (K)
จำนวน………..คน ดี พอใช้ จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%
จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………%

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

1. ทกั ษะกระบวนการทาง จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน

คณติ ศาสตร์ คิดเป็น…………% คิดเปน็ …………% คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%

2. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คดิ เปน็ …………% คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%

3. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………%
และเขยี น

ดา้ นคุณลักษณะ (A) จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………% คิดเปน็ …………% คิดเปน็ …………%

4. ปญั หา/วิธีการแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

5. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

(ลงชื่อ)

(นายจำเนียร หงษค์ ำมี)
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

แผนการจัดการเรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2/2564

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรอ่ื ง การวิเคราะหข์ ้อมลู เบ้ืองตน้ 1 จำนวน 35 ชว่ั โมง

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 13 เรื่อง ฐานนิยมของข้อมลู ที่แจกแจงความถ่ี จำนวน 1 ชว่ั โมง

ผสู้ อน นายจำเนยี ร หงษ์คำมี สอนครง้ั ท่.ี .......สัปดาห์ท่ี.........สอนวนั ที.่ .......เดือน................พ.ศ.............

1. สาระการเรยี นรเู้ พมิ่ เตมิ

1. สาระสถติ แิ ละความนา่ จะเป็น
เข้าใจหลักการนับเบือ้ งต้น ความน่าจะเป็น และนำไปใช้

2. สาระสำคญั
2.1 ฐานนิยมของขอ้ มูลทแ่ี จกแจงความถ่ีแบบอันตรภาคชน้ั

3. ผลการเรยี นรู้
3.1 นกั เรยี นสามารถเลือกวิธวี ิเคราะหข์ ้อมูลเบื้องตน้ และอธิบายผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ไดถ้ ูกต้อง
3.2 นักเรยี นสามารถนำความรู้เรอ่ื งการวิเคราะหข์ ้อมลู ไปใชไ้ ด้
3.3 ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้

4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
1) นกั เรยี นสามารถบอกความหมายฐานนยิ มของข้อมลู ที่แจกแจงความถี่

แบบอนั ตรภาคช้นั ได้
2) นักเรียนสามารถวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ฐานนยิ มของข้อมูลท่แี จกแจงความถี่แบบ

อนั ตรภาคชัน้ ได้
4.2 ด้านทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ (Process)
1) การแก้ปัญหา
2) การสื่อสารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์
3) การเชื่อมโยง
4) การใหเ้ หตุผล
5) ทักษะการคดิ สรา้ งสรรค์
4.3 ดา้ นคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ (Attitude)
1) ซื่อสัตยส์ ุจริต
2) มวี ินัย ความรบั ผดิ ชอบ
3) ใฝเ่ รยี นรู้
4) ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
4.4 สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร

2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา
4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4.5 ดา้ นการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี น
1) การอา่ น : อ่านสรปุ ความหรอื สือ่ สารได้
2) การคิดวเิ คราะห์ : อภปิ รายผลได้
3) การเขยี น : เขยี นสรปุ ความหรอื ย่อความได้

5. สาระการเรยี นรู้

5.1 เนอื้ หาสาระ

1) ฐานนิยมของขอ้ มูลที่แจกแจงความถี่แบบอันตรภาคชนั้

การหาฐานนยิ มของขอ้ มลู ท่แี จกแจงความถ่ีแบบอันตรภาคช้ัน เป็นการทจ่ี ะใช้สูตร

ได้นนั้ ตอ้ งเปน็ การหาฐานนิยมของข้อมูลทแ่ี จกแจงความถแ่ี บบอนั ตรภาคชน้ั และมคี วามกว้างของแต่ละ

อนั ตรภาคชน้ั เทา่ กันทุกชน้ั จะหาได้จากสตู ร Mod = L + I ( d1 )

5.2 การบรู ณาการ d1+d2

1) บรู ณาการข้ามกล่มุ สาระการเรียนรู้

1.1) ภาษาไทย

- เขียนสอ่ื สารได้

- เขียนสรุปความได้

- อภิปรายผลได้

1.2) วทิ ยาศาสตร์

- การสืบคน้ กระบวนการเรยี นรอู้ ยา่ งเปน็ ระบบ

1.3) สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

- การรู้จักบทบาทหน้าที่

2) บูรณาการกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

2.1) ความมเี หตุผล

2.2) มคี วามรู้

3) บูรณาการหลกั สตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School)

3.1) IS 1- การศึกษาค้นคว้าและสรา้ งองค์ความรู้

(Research and Knowledge Formation)

3.2) IS 2- การส่อื สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)

3.3) IS 3- การนำองค์ความรูไ้ ปใชบ้ รกิ ารสงั คม (Social Service Activity)

6. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID–19) โรงเรียนได้จัดการเรียน

การสอนแบบ Onsite ควบค่ไู ปกับการเรยี นการสอน Online โดยแบ่งนกั เรยี นออกเป็น 2 กลมุ่ ๆ ละเท่าๆ กัน
สลบั การมาเรียน กลุม่ นกั เรียนที่ไม่ไดม้ าเรียนให้เรียน Online โดยครผู สู้ อนใช้ Application Zoom/Google
Meet ในการจดั การเรียนการสอน นกั เรียนสามารถเรียนรู้ไปพร้อมกับนักเรยี นที่เรียน Onsite สามารถซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอในขณะที่สอน และใช้ Application Google Classroom
ในการศึกษาเพิ่มเติม ทบทวน (คลิปวิดีโอที่สร้างขึ้นเอง / ดาวน์โหลดจากแหลง่ เรียนรู้ตา่ ง ๆ ) มอบหมายงาน
การส่งงาน การทดสอบ และการประเมินผล

1) ผู้สอนกลา่ วทักทายนักเรียน พรอ้ มทง้ั ทบทวนเกี่ยวกบั เรื่องที่เรยี นไปแลว้ (เชน่ ฐานนยิ ม)
2) ผ้สู อนแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนรใู้ หน้ ักเรยี นทราบว่า เมื่อเรียนแผนการจัดการเรยี นรนู้ ี้แลว้
นักเรียนสามารถบอกความหมายฐานนิยมและวิเคราะห์ขอ้ มลู โดยใชฐ้ านนิยมของข้อมูลทแี่ จกแจงความถ่ีแบบ
อันตรภาคชั้นได้
3) ผูส้ อนอธิบาย การหาฐานนยิ มของขอ้ มลู ทีแ่ จกแจงความถี่แบบอนั ตรภาคชัน้ ดังน้ี การที่
จะใช้สตู รได้นนั้ ต้องเป็นการหาฐานนิยมของข้อมลู ท่ีแจกแจงความถีแ่ บบอนั ตรภาคชนั้ และมีความกวา้ งของแต่
ละอันตรภาคชน้ั เทา่ กนั ทุกชัน้

4) ผูส้ อนอธบิ ายสตู รการหาฐานนิยมของขอ้ มลู ทแ่ี จกแจงความถ่ีแบบอนั ตรภาคชน้ั

หาไดจ้ ากสตู ร Mod = L + I ( d1 )

d1+d2

เมื่อ L แทน ขอบลา่ งของอันตรภาคชั้นของชนั้ ทมี่ ฐี านนยิ มอยู่

d1 แทน ผลตา่ งระหวา่ งความถ่ขี องอันตรภาคช้ันทม่ี ีความถีม่ ากท่ีสุดกับความถี่ของ
อนั ตรภาคชั้นท่ีมีความถตี่ ่ำกว่าและอยู่ตดิ กัน

d2 แทน ผลต่างระหว่างความถ่ขี องอนั ตรภาคช้นั ท่มี คี วามถ่มี ากทีส่ ดุ กบั ความถ่ีของ
อนั ตรภาคชัน้ ทมี่ ีความถ่ีสงู กว่าและอยู่ติดกนั

I แทน ความถี่ของชั้นที่มคี วามถ้ามากทสี่ ดุ

โดยผู้สอนเน้นยำ้ วา่ การหาฐานนยิ มโดยใชส้ ูตรนัน้ จะได้ค่าฐานนิยมท่ลี ะเอียด แต่ไม่นิยม

5) ผสู้ อนและนกั เรยี นรว่ มกนั ทำตัวอย่างที่ 40 – 41 ในเอกสารประกอบการเรียนเพิม่ เสริม

ความเขา้ ใจใหก้ บั นักเรียน โดยมีข้ันตอนในการลำดบั ความคิดอย่างเป็นระบบดังน้ี 1. หาและรวบรวมสงิ่ ทโี่ จทย์
กำหนดให้ 2. หาสิ่งที่โจทย์ต้องการทราบ หรือปัญหาของโจทย์ รวมทั้งวางแผนในการแก้ปัญหานั้นอย่างไร
3. ดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อหาคำตอบตามแผนที่วางไว้ 4. สรุปขั้นตอนของการแก้ปัญหา สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก
โจทยป์ ญั หา รวมทั้งคำตอบท่ไี ดส้ อดคล้องกบั โจทย์ทต่ี ้องการหรอื ไม่

ตวั อยา่ งท่ี 40 จงหาฐานนิยม จากตารางแจกแจงความถ่ีต่อไปน้ี

น้ำหนัก (กโิ ลกรมั ) 40 – 44 45 – 49 50 – 54 55 – 59 60 – 64 65 – 69

จำนวน 8 12 16 2 8 4

ตัวอย่างที่ 41 จงหาฐานนยิ ม จากตารางแจกแจงความถต่ี ่อไปนี้

คะแนน 11 – 16 17 – 22 23 – 28 29 – 34 35 – 40
ความถีส่ ะสม 8 12 16 2 8

6) ผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากกระบวนการจัดการเรียนรู้
(ฐานนิยมของขอ้ มลู ท่แี จกแจงความถี่แบบอันตรภาคชั้น)

7) ผสู้ อนใหน้ ักเรยี นทำแบบฝึกทกั ษะที่ 7 ในเอกสารประกอบการเรียน สง่ ทาง
google classroom ภายในวนั พร่งุ นี้ และเฉลยในชั่วโมงถดั ไป พร้อมทัง้ เน้นยำ้ เรอ่ื งความซื่อสัตย์ในการทำงาน

8) ผสู้ อนใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หัดเพ่ิมเติม โดยแสดงวิธีทำและส่งผา่ น
google classroom/ line ภายในระยะเวลาท่ีกำหนด

7. หลักฐานการเรยี นรู้ (ชิ้นงาน / ภาระงาน)
7.1 สมุดบันทกึ การเรยี นรู้
7.2 โจทยแ์ บบฝกึ หัดเพมิ่ เตมิ
7.3 แบบฝึกหัดในเอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
7.4 แบบประเมนิ ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
7.5 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
7.6 แบบประเมินสมรรถนะทสี่ ำคัญของผเู้ รยี น
7.7 แบบประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียน

8. ส่อื การเรียนการสอนและแหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรียนการสอน
1) โจทยแ์ บบฝึกหัดเพมิ่ เติม
2) เอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
3) หนงั สอื เรยี นคณติ ศาสตร์สาระเพิ่มเติม เล่ม 2 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6
4) สื่อออนไลน์ เช่น Google classroom, Zoom, Meet, Line เปน็ ต้น
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ โรงเรยี น
2) บคุ คลต่าง ๆ เช่น ครู เพื่อน ผทู้ มี่ คี วามรเู้ ร่ืองคณิตศาสตร์
3) แหล่งเรยี นรูอ้ ื่น ๆ เช่น อินเทอรเ์ น็ต

9. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล

ประเดน็ ทีป่ ระเมิน วิธีการวัด เครอื่ งมือวัด เกณฑ์การประเมิน

1. ดา้ นความรู้ (Knowledge) - สังเกตการตอบคำถามและการ - แบบฝกึ หดั -รอ้ ยละ 60 ถือว่าผ่าน
เกณฑ์
- นกั เรียนสามารถบอกความหมาย อธบิ ายใหเ้ หตผุ ล

ฐานนิยมของข้อมลู ที่แจกแจงความถี่ - ตรวจสมดุ บันทึกการเรยี นรู้

แบบอันตรภาคชัน้ ได้ - ตรวจแบบฝกึ หดั

- นกั เรยี นสามารถวิเคราะห์ข้อมูล

โดยใชฐ้ านนิยมของข้อมูลทแ่ี จกแจง

ความถแี่ บบอนั ตรภาคชนั้ ได้

2. ด้านทกั ษะและกระบวนการทาง สงั เกตทกั ษะและกระบวนการใน - แบบประเมินทกั ษะ - มคี ะแนนทกั ษะและ
คณติ ศาสตร์ (Process) การทำงาน โดยดปู ระเด็น และกระบวนการทาง กระบวนการ
- การแกป้ ัญหา คณติ ศาสตร์ โดยรวมมคี ณุ ภาพ
3. ด้านคุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ - การส่ือสารและการส่อื ระดับผ่านข้นึ ไป
(Attitude)
ความหมาย - แบบประเมิน - มคี ะแนนคุณลกั ษณะ
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น คณุ ลกั ษณะ โดยรวมมคี ณุ ภาพ
ทางคณิตศาสตร์ อนั พงึ ประสงค์ ระดบั ผ่านขน้ึ ไป
5. ดา้ นการอ่าน คดิ วเิ คราะห์และ
เขยี น - การเชอื่ มโยง - แบบประเมนิ - คะแนนด้านสมรรถนะท่ี
สมรรถนะทส่ี ำคัญ สำคญั โดยรวมมีคณุ ภาพ
- การให้เหตผุ ล ของผู้เรียน ระดับผา่ นขึ้นไป
- ทักษะการคิดสร้างสรรค์
- แบบประเมินการ - คะแนนดา้ นการอา่ น
สงั เกตคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ อา่ นคดิ วิเคราะห์ และ คดิ วิเคราะห์ และเขียน
โดยดูประเดน็ เขยี น โดยรวมมคี ณุ ภาพระดับ
- ซอื่ สัตยส์ จุ รติ
- มีวนิ ยั ความรบั ผดิ ชอบ ผ่านขึ้นไป
- ใฝเ่ รียนรู้
- มุ่งมัน่ ในการทำงาน
สังเกตดา้ นสมรรถนะทส่ี ำคญั
โดยดปู ระเดน็
- ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการแกป้ ัญหา
- ความสามารถในการใช้
ทักษะชวี ติ
- ความสามารถในการใช้

เทคโนโลยี

สังเกตด้านการอ่าน

คิดวิเคราะห์ และเขียน
โดยดปู ระเด็น
- การอ่าน
- การคดิ วิเคราะห์
- การเขียน

10. คุณธรรมจริยธรรมท่สี อดแทรก
10.1 ความรบั ผิดชอบมรี ะเบียบวินยั ในตนเอง
10.2 ความซื่อสตั ย์ในการทำแบบฝึกหัด
10.3 การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของผ้อู น่ื
10.4 การตรงตอ่ เวลาในการสง่ งาน

11. กิจกรรมเสนอแนะ
-

12. บนั ทกึ ผลหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1. กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไป  ตามแผนการจัดการเรยี นรู้  ไม่เป็นไปตามแผนการจดั การเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................

2. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในคร้งั น้ี มีนกั เรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมทั้งหมด.....................................คน
คอื ชัน้ ………………………………………………............................................................................................................

3. สรปุ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

ประเด็นการประเมนิ ดีมาก ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ
ดา้ นความรู้ (K)
จำนวน………..คน ดี พอใช้ จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%
จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………%

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

1. ทกั ษะกระบวนการทาง จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน

คณติ ศาสตร์ คิดเป็น…………% คิดเปน็ …………% คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%

2. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คดิ เปน็ …………% คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%

3. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………%
และเขยี น

ดา้ นคุณลักษณะ (A) จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………% คิดเปน็ …………% คิดเปน็ …………%

4. ปญั หา/วิธีการแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

5. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

(ลงชื่อ)

(นายจำเนียร หงษค์ ำมี)
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

แผนการจัดการเรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรียนที่ 2/2564

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่ือง การวเิ คราะห์ข้อมลู เบ้ืองต้น 1 จำนวน 35 ช่ัวโมง

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 14 เรือ่ ง สมบัตขิ องฐานนิยม จำนวน 1 ชว่ั โมง

ผสู้ อน นายจำเนียร หงษค์ ำมี สอนครัง้ ท.่ี .......สปั ดาหท์ ี่.........สอนวันท่.ี .......เดือน................พ.ศ.............

1. สาระการเรียนรูเ้ พ่ิมเติม

1. สาระสถติ แิ ละความน่าจะเปน็
เขา้ ใจหลกั การนับเบ้อื งตน้ ความนา่ จะเป็น และนำไปใช้

2. สาระสำคัญ
2.1 สมบตั ิของฐานนิยม

3. ผลการเรียนรู้
3.1 นักเรียนสามารถเลือกวธิ วี ิเคราะห์ข้อมลู เบื้องตน้ และอธิบายผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ได้ถูกต้อง
3.2 นกั เรียนสามารถนำความรเู้ รอ่ื งการวเิ คราะหข์ ้อมลู ไปใช้ได้
3.3 ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบท่ไี ด้

4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
1) นักเรยี นสามารถบอกความหมายของสมบตั ิของฐานนยิ มได้
2) นักเรยี นสามารถวเิ คราะห์ขอ้ มลู โดยใช้สมบัติของฐานนิยมได้
4.2 ดา้ นทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ (Process)
1) การแกป้ ญั หา
2) การสอ่ื สารและการสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
3) การเชือ่ มโยง
4) การให้เหตุผล
5) ทักษะการคดิ สร้างสรรค์
4.3 ด้านคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ (Attitude)
1) ซอ่ื สตั ย์สจุ ริต
2) มีวินัย ความรับผดิ ชอบ
3) ใฝ่เรียนรู้
4) มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
4.4 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1) ความสามารถในการส่อื สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา

4) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4.5 ด้านการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน
1) การอ่าน : อ่านสรปุ ความหรือสือ่ สารได้
2) การคดิ วิเคราะห์ : อภิปรายผลได้
3) การเขยี น : เขยี นสรุปความหรือย่อความได้

5. สาระการเรียนรู้
5.1 เนอื้ หาสาระ
1) สมบัตขิ องฐานนยิ ม
1.1) ฐานนยิ มสามารถหาไดจ้ ากกราฟเส้นโคง้ ความถ่ี และฮิสโทแกรม
1.2) ในข้อมูลแต่ละชุดอาจมีฐานนิยม หรือไม่มีก็ได้ ถ้ามีอาจจะมีเพียงค่าเดียวหรือ

หลายค่าก็ได้ (สงู สดุ 2 คา่ )
1.3) ถ้าให้ 1, 2, 3, … , N เปน็ ขอ้ มลู ชุดหน่ึงท่ีมีฐานนยิ มเท่ากับ M ถา้ k เปน็ คา่

คงตวั จะได้ว่า 1 + k, 2 + k , 3 + k, … , N + k เปน็ ฐานข้อมูลที่ฐานนยิ มเทา่ กบั M + k

1.4) ถ้าให้ 1, 2, 3, … , N เปน็ ขอ้ มูลชุดหน่ึงท่มี ฐี านนิยมเท่ากบั M ถ้า k เป็นคา่

คงตัว ซง่ึ k ≠ 0 จะไดว้ า่ 1k, 2k, 3k, … , Nk เปน็ ฐานขอ้ มลู ท่ฐี านนยิ มเท่ากบั Mk

5.2 การบูรณาการ
1) บูรณาการข้ามกล่มุ สาระการเรียนรู้
1.1) ภาษาไทย
- เขยี นสื่อสารได้
- เขียนสรปุ ความได้
- อภิปรายผลได้
1.2) วิทยาศาสตร์
- การสืบค้นกระบวนการเรียนรอู้ ยา่ งเปน็ ระบบ
1.3) สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
- การรู้จักบทบาทหน้าท่ี
2) บูรณาการกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2.1) ความมีเหตุผล
2.2) มีความรู้
3) บรู ณาการหลักสูตรโรงเรยี นมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School)
3.1) IS 1- การศึกษาค้นควา้ และสร้างองค์ความรู้
(Research and Knowledge Formation)
3.2) IS 2- การสือ่ สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
3.3) IS 3- การนำองค์ความร้ไู ปใช้บรกิ ารสงั คม (Social Service Activity)

6. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID–19) โรงเรียนได้จัดการเรียน

การสอนแบบ Onsite ควบค่ไู ปกับการเรยี นการสอน Online โดยแบง่ นกั เรียนออกเป็น 2 กลุม่ ๆ ละเท่าๆ กัน
สลบั การมาเรียน กล่มุ นักเรยี นท่ีไม่ไดม้ าเรยี นให้เรียน Online โดยครผู ูส้ อนใช้ Application Zoom/Google
Meet ในการจดั การเรียนการสอน นกั เรียนสามารถเรยี นรู้ไปพร้อมกบั นักเรยี นที่เรยี น Onsite สามารถซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอในขณะที่สอน และใช้ Application Google Classroom
ในการศึกษาเพิ่มเติม ทบทวน (คลิปวิดีโอที่สร้างข้ึนเอง / ดาวน์โหลดจากแหล่งเรียนรู้ตา่ ง ๆ ) มอบหมายงาน
การสง่ งาน การทดสอบ และการประเมนิ ผล

1) ผูส้ อนกล่าวทักทายนกั เรยี น พรอ้ มทง้ั ทบทวนเกีย่ วกับเรื่องท่ีเรยี นไปแล้ว
(เชน่ ฐานนิยมของขอ้ มลู ที่แจกแจงความถี่)

2) ผู้สอนแจ้งจดุ ประสงค์การเรยี นรูใ้ ห้นักเรยี นทราบว่า เมื่อเรยี นแผนการจดั การเรียนรนู้ ี้แลว้
นักเรียนสามารถบอกความหมายของสมบัติของฐานนยิ มและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สมบัติของฐานนิยมได้

3) ผสู้ อนอธบิ าย สมบตั ขิ องมัธยฐาน ดงั น้ี
3.1) ฐานนยิ มสามารถหาได้จากกราฟเส้นโคง้ ความถี่ และฮสิ โทแกรม
3.2) ในข้อมูลแต่ละชุดอาจมีฐานนิยม หรือไม่มีก็ได้ ถ้ามีอาจจะมีเพียงค่าเดียวหรือ

หลายค่ากไ็ ด้ (สงู สดุ 2 คา่ )
3.3) ถ้าให้ 1, 2, 3, … , N เปน็ ขอ้ มูลชุดหนึง่ ทีม่ ีฐานนยิ มเท่ากบั M ถ้า k เปน็ ค่า

คงตัว จะได้วา่ 1 + k, 2 + k , 3 + k, … , N + k เปน็ ฐานข้อมูลที่ฐานนยิ มเท่ากับ M + k
3.4) ถ้าให้ 1, 2, 3, … , N เปน็ ขอ้ มลู ชดุ หนึ่งทม่ี ฐี านนิยมเทา่ กับ M ถา้ k เป็นคา่

คงตัว ซึง่ k ≠ 0 จะไดว้ า่ 1k, 2k, 3k, … , Nk เป็นฐานข้อมูลทฐ่ี านนิยมเท่ากับ Mk

4) ผู้สอนแจกโจทย์ แบบฝึกทักษะเพิ่มเติม 3 เพื่อทดสอบวัดความสามารถในการแก้ปัญหา
ของนกั เรียน โดยใหเ้ วลาทำแบบทดสอบ 10 นาที

ขัน้ สรปุ บทเรียน
5) ผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากกระบวนการจัดการเรียนรู้

(สมบตั ิของฐานนิยม)
6) ผู้สอนใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ ทักษะที่ 8 ในเอกสารประกอบการเรียน สง่ ทาง

google classroom ภายในวนั พรุ่งนี้ และเฉลยในชัว่ โมงถัดไป พร้อมทง้ั เนน้ ย้ำเรื่องความซ่อื สตั ย์ในการทำงาน
7) ผ้สู อนใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หัดเพ่ิมเตมิ โดยแสดงวธิ ีทำและสง่ ผ่าน

google classroom/ line ภายในระยะเวลาท่ีกำหนด

7. หลักฐานการเรยี นรู้ (ช้นิ งาน / ภาระงาน)
7.1 สมุดบนั ทึกการเรยี นรู้
7.2 โจทย์แบบฝกึ หัดเพม่ิ เตมิ
7.3 แบบฝกึ หัดในเอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
7.4 แบบประเมินทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
7.5 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์

7.6 แบบประเมนิ สมรรถนะทสี่ ำคญั ของผเู้ รยี น
7.7 แบบประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียน

8. ส่ือการเรยี นการสอนและแหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรยี นการสอน
1) โจทย์แบบฝึกหัดเพ่ิมเติม
2) เอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
3) หนังสือเรียนคณิตศาสตรส์ าระเพิ่มเตมิ เล่ม 2 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 6
4) ส่อื ออนไลน์ เช่น Google classroom, Zoom, Meet, Line เปน็ ต้น
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ โรงเรยี น
2) บคุ คลตา่ ง ๆ เชน่ ครู เพ่อื น ผูท้ ม่ี ีความรู้เร่ืองคณิตศาสตร์
3) แหล่งเรยี นรูอ้ นื่ ๆ เชน่ อนิ เทอรเ์ น็ต

9. กระบวนการวัดและประเมินผล

ประเด็นทีป่ ระเมนิ วิธกี ารวัด เครอ่ื งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมิน
- แบบฝกึ หัด -รอ้ ยละ 60 ถือวา่ ผ่าน
1. ด้านความรู้ (Knowledge) - สังเกตการตอบคำถามและการ เกณฑ์
- แบบประเมิน
- นักเรยี นสามารถบอกความหมายของ อธิบายให้เหตผุ ล ทกั ษะและ - มีคะแนนทักษะและ
กระบวนการทาง กระบวนการ
สมบตั ขิ องฐานนยิ มได้ - ตรวจสมุดบันทกึ การเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ โดยรวมมคี ณุ ภาพ
ระดบั ผา่ นข้ึนไป
- นกั เรยี นสามารถวเิ คราะห์ข้อมูลโดย - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบประเมนิ
คุณลักษณะ - มีคะแนนคุณลกั ษณะ
ใช้สมบัตขิ องฐานนิยมได้ อนั พงึ ประสงค์ โดยรวมมคี ุณภาพ
ระดับผา่ นขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ษะและกระบวนการทาง สังเกตทักษะและกระบวนการใน

คณิตศาสตร์ (Process) การทำงาน โดยดูประเด็น

- การแกป้ ัญหา

- การส่อื สารและการส่ือ

ความหมาย

ทางคณติ ศาสตร์

- การเชื่อมโยง

- การใหเ้ หตผุ ล

- ทักษะการคิดสรา้ งสรรค์

3. ดา้ นคุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ สงั เกตคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

(Attitude) โดยดูประเด็น

- ซ่ือสัตย์สจุ ริต

- มีวนิ ัย ความรับผิดชอบ

- ใฝ่เรยี นรู้

- มุง่ มน่ั ในการทำงาน

ประเด็นการประเมิน วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมอื วัด เกณฑ์ประเมนิ
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
สงั เกตดา้ นสมรรถนะท่สี ำคัญ - แบบประเมนิ - คะแนนด้านสมรรถนะ

โดยดูประเด็น สมรรถนะที่สำคัญ ทส่ี ำคัญโดยรวมมี

- ความสามารถในการส่ือสาร ของผู้เรยี น คุณภาพ

- ความสามารถในการคดิ ระดบั ผา่ นขน้ึ ไป

- ความสามารถในการแก้ปัญหา

- ความสามารถในการใช้

ทักษะชวี ติ

- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. ดา้ นการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขยี น สงั เกตดา้ นการอ่าน - แบบประเมนิ การ - คะแนนด้านการอ่าน
คดิ วิเคราะห์ และเขยี น
โดยดูประเดน็ อา่ นคิดวิเคราะห์ คิดวเิ คราะห์ และเขยี น
และเขียน
- การอา่ น โดยรวมมคี ณุ ภาพระดับ
- การคิดวิเคราะห์
- การเขยี น ผ่านขึ้นไป

10. คณุ ธรรมจริยธรรมทีส่ อดแทรก
10.1 ความรับผิดชอบมรี ะเบียบวนิ ัยในตนเอง
10.2 ความซือ่ สตั ยใ์ นการทำแบบฝึกหดั
10.3 การยอมรบั ฟงั ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของผู้อ่ืน
10.4 การตรงตอ่ เวลาในการส่งงาน

11. กจิ กรรมเสนอแนะ
-

12. บนั ทกึ ผลหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1. กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไป  ตามแผนการจัดการเรยี นรู้  ไม่เป็นไปตามแผนการจดั การเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................

2. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในคร้งั น้ี มีนกั เรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมทั้งหมด.....................................คน
คอื ชัน้ ………………………………………………............................................................................................................

3. สรปุ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

ประเด็นการประเมนิ ดีมาก ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ
ดา้ นความรู้ (K)
จำนวน………..คน ดี พอใช้ จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%
จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………%

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

1. ทกั ษะกระบวนการทาง จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน

คณติ ศาสตร์ คิดเป็น…………% คิดเปน็ …………% คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%

2. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คดิ เปน็ …………% คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%

3. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………%
และเขยี น

ดา้ นคุณลักษณะ (A) จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………% คิดเปน็ …………% คิดเปน็ …………%

4. ปญั หา/วิธีการแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

5. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

(ลงชื่อ)

(นายจำเนียร หงษค์ ำมี)
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

แบบฝึกหัดเพ่มิ เตมิ 3

คำช้ีแจง ให้นักเรยี นแสดงวิธีทำโดยละเอียด

1. ถา้ ตารางแจกแจงความถี่แสดงค่าขนมของเดก็ จำนวน 30 คน เป็นดงั น้ี

คา่ ขนม (บาท) จำนวน

40 – 44 8

45 – 49 12

50 – 54 16

55 – 59 2

60 – 64 8

65 – 69 4

จงหาวา่ ฐานนยิ มของค่าขนมของเด็กกลุ่มน้ีคือ

ข้นั ท่ี 1 ส่งิ ท่ีโจทยก์ ำหนดให้..................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

ข้นั ท่ี 2 ส่งิ ทโี่ จทยต์ ้องการและการวางแผนแกป้ ัญหา...........................................................................................

..............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

ข้นั ที่ 3 การดำเนินการแก้ปญั หา...........................................................................................................................

......................................................................................... .....................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

ขั้นท่ี 4 การสรุปคำตอบและการตรวจสอบคำตอบ...............................................................................................

..............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

แผนการจดั การเรียนรู้

กล่มุ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2/2564

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เร่อื ง การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น 1 จำนวน 35 ชว่ั โมง

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 15 เรอื่ ง คา่ กง่ึ กลางพสิ ยั จำนวน 1 ช่วั โมง

ผู้สอน นายจำเนียร หงษ์คำมี สอนครงั้ ท่ี........สัปดาห์ที.่ ........สอนวันท.่ี .......เดือน................พ.ศ.............

1. สาระการเรยี นร้เู พิม่ เตมิ

1. สาระสถิติและความน่าจะเปน็
เขา้ ใจหลักการนับเบอื้ งตน้ ความนา่ จะเปน็ และนำไปใช้

2. สาระสำคญั
2.1 คา่ กึ่งกลางพิสยั

3. ผลการเรียนรู้
3.1 นกั เรียนสามารถเลือกวิธวี เิ คราะห์ข้อมลู เบ้ืองต้นและอธบิ ายผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ได้ถูกต้อง
3.2 นกั เรียนสามารถนำความรู้เรื่องการวเิ คราะหข์ ้อมลู ไปใชไ้ ด้
3.3 ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้

4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
4.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1) นักเรียนสามารถอธิบายคา่ ก่งึ กลางพสิ ยั ได้
2) นักเรยี นสามารถวิเคราะห์ขอ้ มูลโดยใช้ค่ากงึ่ กลางพสิ ยั ได้
4.2 ด้านทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ (Process)
1) การแกป้ ัญหา
2) การสอ่ื สารและการส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์
3) การเชื่อมโยง
4) การใหเ้ หตุผล
5) ทักษะการคิดสร้างสรรค์
4.3 ดา้ นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ (Attitude)
1) ซ่ือสัตยส์ ุจรติ
2) มวี นิ ยั ความรบั ผดิ ชอบ
3) ใฝ่เรียนรู้
4) มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
4.4 สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1) ความสามารถในการส่อื สาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา

4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4.5 ด้านการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี น
1) การอ่าน : อา่ นสรุปความหรือส่ือสารได้
2) การคิดวเิ คราะห์ : อภิปรายผลได้
3) การเขยี น : เขยี นสรุปความหรือยอ่ ความได้

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 เนื้อหาสาระ
1) คา่ กึ่งกลางพสิ ัย (Mid – Range : M.R.)
คา่ ก่ึงกลางพสิ ัย เปน็ วธิ กี ารหาค่ากลางของข้อมลู ทั้งหมดอยา่ งครา่ ว ๆ และเสยี เวลา

ในการคำนวณนอ้ ย โดยใชข้ อ้ มลู ในการคำนวณเพียง 2 ตวั คอื ค่าสูงสดุ และค่าต่ำสุด
5.2 การบูรณาการ
1) บรู ณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้
1.1) ภาษาไทย
- เขยี นส่ือสารได้
- เขียนสรปุ ความได้
- อภปิ รายผลได้
1.2) วทิ ยาศาสตร์
- การสืบคน้ กระบวนการเรยี นรู้อยา่ งเป็นระบบ
1.3) สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
- การรู้จักบทบาทหนา้ ที่
2) บรู ณาการกบั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
2.1) ความมีเหตุผล
2.2) มีความรู้
3) บูรณาการหลกั สูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School)
3.1) IS 1- การศึกษาค้นควา้ และสรา้ งองค์ความรู้
(Research and Knowledge Formation)
3.2) IS 2- การสอ่ื สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
3.3) IS 3- การนำองค์ความรู้ไปใช้บรกิ ารสงั คม (Social Service Activity)

6. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID–19) โรงเรียนได้จัดการเรียน

การสอนแบบ Onsite ควบค่ไู ปกับการเรยี นการสอน Online โดยแบง่ นักเรียนออกเป็น 2 กลุ่มๆ ละเท่าๆ กัน
สลับการมาเรยี น กลุม่ นักเรียนที่ไม่ไดม้ าเรียนให้เรียน Online โดยครผู ูส้ อนใช้ Application Zoom/Google
Meet ในการจดั การเรียนการสอน นักเรียนสามารถเรียนรู้ไปพร้อมกบั นักเรียนที่เรยี น Onsite สามารถซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอในขณะที่สอน และใช้ Application Google Classroom

ในการศึกษาเพิ่มเติม ทบทวน (คลิปวิดีโอที่สร้างขึ้นเอง / ดาวน์โหลดจากแหล่งเรยี นรู้ต่าง ๆ ) มอบหมายงาน
การสง่ งาน การทดสอบ และการประเมนิ ผล

1) ผู้สอนกลา่ วทักทายนักเรยี น พร้อมท้ังทบทวนเกย่ี วกบั เร่ืองทเ่ี รียนไปแล้ว
(เช่น สมบตั ขิ องฐานนิยม)

2) ผสู้ อนแจ้งจดุ ประสงค์การเรยี นรูใ้ ห้นักเรยี นทราบว่า เมื่อเรียนแผนการจดั การเรยี นรนู้ ี้แลว้
นกั เรยี นสามารถอธิบายค่ากง่ึ กลางพสิ ัยและวิเคราะห์ขอ้ มูลโดยใช้คา่ กงึ่ กลางพสิ ัยได้

3) ผสู้ อนอธบิ าย ค่าก่งึ กลางพสิ ยั (Mid – Range : M.R.) วา่ ค่ากง่ึ กลางพสิ ัย เปน็ วธิ ีการหา
ค่ากลางของข้อมูลทั้งหมดอย่างคร่าว ๆ และเสียเวลาในการคำนวณน้อย โดยใช้ข้อมูลในการคำนวณเพียง 2
ตัวคือ ค่าสูงสดุ และคา่ ต่ำสดุ ดงั นน้ั คา่ ที่ไดจ้ ึงเป็นค่าประมาณอยา่ งหยาบ ๆ

กล่าวคือ ค่ากึ่งกลางพิสัย = max+ min ; เม่อื max และ min เป็นคา่ สงู สุดและตำ่ สุด ตามลำดบั
2

โดยผู้สอนเน้นย้ำว่า ถ้าหาค่ากึ่งกลางพิสัยแบบแจกแจงความถี่แบบอัตรภาคชั้น ค่าสูงสุดและต่ำสุดจะมาจาก
ขอบบนของอตั รภาคชั้นมากสุดและขอบลา่ งของอนั ตรภาคช้นั นอ้ ยสดุ ตามลำดับ

4) ผสู้ อนและนกั เรียนร่วมกันทำตวั อย่างที่ 42 – 45 ในเอกสารประกอบการเรียนเพม่ิ เสริม

ความเขา้ ใจให้กบั นกั เรียน โดยมขี ้นั ตอนในการลำดบั ความคิดอย่างเป็นระบบดงั น้ี 1. หาและรวบรวมส่ิงท่ีโจทย์
กำหนดให้ 2. หาสิ่งที่โจทย์ต้องการทราบ หรือปัญหาของโจทย์ รวมทั้งวางแผนในการแก้ปัญหานั้นอย่างไร
3. ดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อหาคำตอบตามแผนที่วางไว้ 4. สรุปขั้นตอนของการแก้ปัญหา สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก
โจทยป์ ัญหา รวมท้ังคำตอบที่ได้สอดคล้องกบั โจทยท์ ีต่ ้องการหรอื ไม่

5) ผสู้ อนแจกโจทย์ แบบฝกึ ทักษะเพ่ิมเติม 4 เพือ่ ทดสอบวัดความสามารถในการแกป้ ญั หา
ของนกั เรียน โดยใหเ้ วลาทำแบบทดสอบ 10 นาที

6) ผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากกระบวนการจัดการเรียนรู้
(ค่ากึง่ กลางพสิ ยั )

7) ผู้สอนให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเพ่มิ เตมิ โดยแสดงวิธีทำและสง่ ผ่าน
google classroom/ line ภายในระยะเวลาที่กำหนด

7. หลกั ฐานการเรียนรู้ (ช้ินงาน / ภาระงาน)
7.1 สมุดบนั ทึกการเรยี นรู้
7.2 โจทย์แบบฝกึ หดั เพม่ิ เตมิ
7.3 แบบฝกึ หัดในเอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์
7.4 แบบประเมินทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
7.5 แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
7.6 แบบประเมินสมรรถนะท่ีสำคัญของผเู้ รียน
7.7 แบบประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียน

8. สอ่ื การเรียนการสอนและแหลง่ การเรียนรู้
8.1 ส่ือการเรยี นการสอน
1) โจทยแ์ บบฝกึ หดั เพ่มิ เตมิ
2) เอกสารประกอบการสอนคณติ ศาสตร์
3) หนงั สอื เรยี นคณิตศาสตรส์ าระเพ่ิมเตมิ เลม่ 2 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6
4) สือ่ ออนไลน์ เชน่ Google classroom, Zoom, Meet, Line เปน็ ตน้
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมุดโรงเรยี น
2) บุคคลตา่ ง ๆ เช่น ครู เพ่อื น ผทู้ มี่ คี วามรู้เร่ืองคณิตศาสตร์
3) แหลง่ เรียนรอู้ นื่ ๆ เชน่ อนิ เทอร์เน็ต

9. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล

ประเด็นทป่ี ระเมิน วิธีการวัด เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ
- แบบฝึกหดั
1. ด้านความรู้ (Knowledge) - สังเกตการตอบคำถามและการ -ร้อยละ 60 ถือวา่ ผ่าน
- นักเรยี นสามารถอธบิ ายคา่ ก่ึงกลาง อธบิ ายให้เหตุผล เกณฑ์
พสิ ยั ได้ - ตรวจสมดุ บันทกึ การเรียนรู้
- นักเรียนสามารถวิเคราะห์ข้อมลู โดย - ตรวจแบบฝึกหดั
ใชค้ า่ กง่ึ กลางพิสยั ได้

2. ดา้ นทกั ษะและกระบวนการทาง สงั เกตทักษะและกระบวนการใน - แบบประเมิน - มีคะแนนทกั ษะและ
คณติ ศาสตร์ (Process) กระบวนการ
การทำงาน โดยดูประเดน็ ทักษะและ โดยรวมมีคณุ ภาพ
3. ดา้ นคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ ระดบั ผ่านขนึ้ ไป
(Attitude) - การแกป้ ญั หา กระบวนการทาง
- มีคะแนนคุณลกั ษณะ
- การสือ่ สารและการสอื่ ความหมาย คณติ ศาสตร์ โดยรวมมีคุณภาพ
ระดับผา่ นข้ึนไป
ทางคณิตศาสตร์

- การเชอ่ื มโยง

- การให้เหตผุ ล

- ทักษะการคดิ สรา้ งสรรค์

สงั เกตคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ - แบบประเมนิ
โดยดปู ระเดน็ คุณลกั ษณะ
- ซื่อสตั ย์สุจรติ อนั พึงประสงค์
- มวี ินยั ความรับผิดชอบ
- ใฝ่เรยี นรู้
- มุง่ มนั่ ในการทำงาน

ประเด็นการประเมิน วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมอื วัด เกณฑ์ประเมนิ
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
สงั เกตดา้ นสมรรถนะท่สี ำคัญ - แบบประเมนิ - คะแนนด้านสมรรถนะ

โดยดูประเด็น สมรรถนะที่สำคัญ ทส่ี ำคัญโดยรวมมี

- ความสามารถในการส่ือสาร ของผู้เรยี น คุณภาพ

- ความสามารถในการคดิ ระดบั ผา่ นขน้ึ ไป

- ความสามารถในการแก้ปัญหา

- ความสามารถในการใช้

ทักษะชวี ติ

- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. ดา้ นการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขยี น สงั เกตดา้ นการอ่าน - แบบประเมนิ การ - คะแนนด้านการอ่าน
คดิ วิเคราะห์ และเขยี น
โดยดูประเดน็ อา่ นคิดวิเคราะห์ คิดวเิ คราะห์ และเขยี น
และเขียน
- การอา่ น โดยรวมมคี ณุ ภาพระดับ
- การคิดวิเคราะห์
- การเขยี น ผ่านขึ้นไป

10. คณุ ธรรมจริยธรรมทีส่ อดแทรก
10.1 ความรับผิดชอบมรี ะเบียบวนิ ัยในตนเอง
10.2 ความซือ่ สตั ยใ์ นการทำแบบฝึกหดั
10.3 การยอมรบั ฟงั ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของผู้อ่ืน
10.4 การตรงตอ่ เวลาในการส่งงาน

11. กจิ กรรมเสนอแนะ
-

12. บนั ทกึ ผลหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1. กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไป  ตามแผนการจัดการเรยี นรู้  ไม่เป็นไปตามแผนการจดั การเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................

2. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในคร้งั น้ี มีนกั เรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมทั้งหมด.....................................คน
คอื ชัน้ ………………………………………………............................................................................................................

3. สรปุ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

ประเด็นการประเมนิ ดีมาก ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ
ดา้ นความรู้ (K)
จำนวน………..คน ดี พอใช้ จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%
จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………%

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

1. ทกั ษะกระบวนการทาง จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน

คณติ ศาสตร์ คิดเป็น…………% คิดเปน็ …………% คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%

2. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คดิ เปน็ …………% คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………%

3. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% คิดเป็น…………% คดิ เปน็ …………% คิดเป็น…………%
และเขยี น

ดา้ นคุณลักษณะ (A) จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………% คิดเปน็ …………% คิดเปน็ …………%

4. ปญั หา/วิธีการแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

5. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

(ลงชื่อ)

(นายจำเนียร หงษค์ ำมี)
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

แบบฝกึ หัดเพิ่มเติม 4

คำชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นแสดงวธิ ีทำโดยละเอียด ความถ่ี
1. จงหาค่าก่ึงกลางพิสัยจากตารางทีก่ ำหนดให้ 7
6
อนั ตรถาคชั้น 9
5–9 3
10 – 14 2
15 – 19
20 – 24
25 - 29

ขน้ั ที่ 1 ส่งิ ทโี่ จทย์กำหนดให.้ .................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ขน้ั ท่ี 2 สิ่งท่ีโจทยต์ ้องการและการวางแผนแก้ปญั หา...........................................................................................
.................................................................................................................................................. ............................
...................................................................................................... ........................................................................
ข้ันที่ 3 การดำเนินการแก้ปญั หา...........................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................................... .....
ขั้นที่ 4 การสรุปคำตอบและการตรวจสอบคำตอบ...............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

แผนการจดั การเรียนรู้

กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2/2564

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื ง การวิเคราะห์ข้อมูลเบ้ืองต้น 1 จำนวน 35 ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 16 เรื่อง การสอบวัดผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นรู้หลังเรียน จำนวน 1 ช่ัวโมง

ผูส้ อน นายจำเนยี ร หงษ์คำมี สอนครง้ั ท.่ี .......สัปดาห์ท.ี่ ........สอนวันท.ี่ .......เดือน................พ.ศ.............

1. สาระการเรียนร้เู พิ่มเติม

1. สาระสถติ แิ ละความน่าจะเป็น
เขา้ ใจหลกั การนบั เบอ้ื งต้น ความน่าจะเปน็ และนำไปใช้

2. สาระสำคญั
2.1 การสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นรู้หลงั เรยี น เรอ่ื ง การวัดคา่ กลางของขอ้ มูล

3. ผลการเรยี นรู้
3.1 นกั เรียนสามารถเลือกวิธีวิเคราะหข์ ้อมลู เบ้ืองต้นและอธิบายผลการวิเคราะหข์ ้อมูลไดถ้ กู ต้อง
3.2 นักเรยี นสามารถนำความรูเ้ รื่องการวเิ คราะห์ข้อมลู ไปใช้ได้
3.3 ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบท่ไี ด้

4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
1) เพ่ือทดสอบความก้าวหน้าหลงั เรียนจบบทเรียนแลว้
2) เพื่อตรวจสอบผลการเรียนรู้
4.2 ด้านทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ (Process)
1) การแกป้ ญั หา
2) การสอ่ื สารและการสอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์
3) การเชื่อมโยง
4) การให้เหตุผล
5) ทกั ษะการคดิ สรา้ งสรรค์
4.3 ด้านคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ (Attitude)
1) ซื่อสัตย์สุจริต
2) มีวนิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ
3) ใฝเ่ รยี นรู้
4) มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
4.4 สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา

4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4.5 ดา้ นการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น
1) การอ่าน : อ่านสรปุ ความหรอื สื่อสารได้
2) การคดิ วเิ คราะห์ : อภิปรายผลได้
3) การเขยี น : เขียนสรุปความหรอื ย่อความได้

5. สาระการเรียนรู้
5.1 เน้ือหาสาระ
1) การสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนรู้หลังเรยี น เรื่อง การวัดคา่ กลางของข้อมลู
5.2 การบูรณาการ
1) บูรณาการขา้ มกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
1.1) ภาษาไทย
- เขียนสื่อสารได้
- เขยี นสรุปความได้
- อภิปรายผลได้
1.2) วิทยาศาสตร์
- การสืบคน้ กระบวนการเรียนรอู้ ยา่ งเป็นระบบ
1.3) สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
- การรู้จักบทบาทหน้าท่ี
2) บูรณาการกบั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2.1) ความมีเหตุผล
2.2) มคี วามรู้
3) บรู ณาการหลกั สูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School)
3.1) IS 1- การศึกษาค้นควา้ และสรา้ งองค์ความรู้
(Research and Knowledge Formation)
3.2) IS 2- การสอื่ สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
3.3) IS 3- การนำองค์ความรไู้ ปใชบ้ รกิ ารสงั คม (Social Service Activity)

6. กระบวนการจดั การเรียนรู้
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID–19) โรงเรียนได้จัดการเรียน

การสอนแบบ Onsite ควบคไู่ ปกับการเรียนการสอน Online โดยแบ่งนักเรยี นออกเป็น 2 กลมุ่ ๆ ละเท่าๆ กัน
สลบั การมาเรียน กลุม่ นักเรียนที่ไม่ได้มาเรียนให้เรียน Online โดยครูผู้สอนใช้ Application Zoom/Google
Meet ในการจดั การเรียนการสอน นักเรียนสามารถเรียนรู้ไปพร้อมกบั นักเรียนทเี่ รียน Onsite สามารถซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอในขณะที่สอน และใช้ Application Google Classroom
ในการศึกษาเพิ่มเติม ทบทวน (คลิปวิดีโอที่สร้างข้ึนเอง / ดาวน์โหลดจากแหลง่ เรยี นรู้ต่าง ๆ ) มอบหมายงาน
การส่งงาน การทดสอบ และการประเมินผล

1) ผู้สอนกล่าวทักทายนักเรียน และทบทวนความรู้เดิมเรื่อง การวัดค่ากลางของข้อมูล
ทเี่ รียนมา โดยวธิ กี ารถามตอบ

2) ผู้สอนชีแ้ จงนกั เรยี นใหท้ ราบถงึ จุดประสงคใ์ นการทำแบบทดสอบ ดังน้ี
2.1) การทดสอบเป็นการต้องการทราบว่า นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในบทเรียน

เรอ่ื ง การวัดค่ากลางของขอ้ มลู หรอื ไม่
2.2) เพ่ือนำความบกพรอ่ งมาปรับปรงุ แก้ไขดา้ นการเรยี นรู้ของนกั เรยี นรายบลุ คล

3) ผู้สอนชี้แจงวิธีทำแบบทดสอบ กำหนดเวลาให้ทำเสร็จตามเวลาที่กำหนด แล้วแจก
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนรู้หลังเรยี น เรื่อง การวัดค่ากลางของข้อมูลและกระดาษคำตอบ แล้วให้
นักเรยี นลงมือทำแบบทดสอบ

4) เมื่อครบกำหนดเวลา ผู้สอนให้นกั เรียนสง่ กระดาษคำตอบ และผู้สอนจะแจ้งผล
การประเมินการทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้หลังเรียน ให้นกั เรยี นทราบในชว่ั โมงถัดไป

7. หลักฐานการเรยี นรู้ (ชน้ิ งาน / ภาระงาน)
7.1 ผลการทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นรหู้ ลังเรยี น เร่ือง การวัดคา่ กลางของข้อมูล
7.2 แบบประเมนิ ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
7.3 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
7.4 แบบประเมินสมรรถนะท่ีสำคญั ของผเู้ รียน
7.5 แบบประเมนิ การอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขียน

8. ส่ือการเรียนการสอนและแหลง่ การเรียนรู้
8.1 ส่ือการเรยี นการสอน
1) ผลการทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนรู้หลงั เรียน เรือ่ ง การวดั ค่ากลางของข้อมูล
2) เอกสารประกอบการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง การวิเคราะหข์ ้อมูลเบ้อื งต้น

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6
3) หนงั สอื เรยี นคณติ ศาสตร์สาระเพิ่มเติม เล่ม 2 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6
4) สอ่ื ออนไลน์ เช่น Google classroom, Zoom, Meet, Line เปน็ ตน้

8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมุดโรงเรยี น
2) บคุ คลต่าง ๆ เชน่ ครู เพื่อน ผทู้ ่ีมีความรูเ้ รอื่ งคณิตศาสตร์
3) แหลง่ เรียนรูอ้ ื่น ๆ เชน่ อนิ เทอรเ์ นต็

9. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล

ประเด็นทป่ี ระเมนิ วิธีการวัด เคร่อื งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมิน
- แบบทดสอบ
1. ดา้ นความรู้ (Knowledge) - สังเกตการตอบคำถามและ -ร้อยละ 60 ถือว่าผ่าน
- เพื่อทดสอบความกา้ วหน้าหลงั เรยี นจบ การอธบิ ายใหเ้ หตผุ ล เกณฑ์
บทเรยี นแลว้ - ตรวจสมุดบันทึกการเรยี นรู้
- เพื่อตรวจสอบผลการเรยี นรู้ - ตรวจแบบฝึกหัด

2. ดา้ นทกั ษะและกระบวนการทาง สังเกตทักษะและกระบวนการ - แบบประเมินทักษะ - มีคะแนนทักษะและ
คณิตศาสตร์ (Process) ในการทำงาน โดยดปู ระเดน็ และกระบวนการทาง กระบวนการ
- การแก้ปัญหา คณิตศาสตร์ โดยรวมมีคณุ ภาพ
3. ดา้ นคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ - การส่ือสารและการสือ่ ระดับผา่ นขึ้นไป
(Attitude)
ความหมายทางคณิตศาสตร์
4. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
- การเชือ่ มโยง

- การใหเ้ หตผุ ล
- ทกั ษะการคิดสร้างสรรค์

สงั เกตคณุ ลักษณะอนั พึง - แบบประเมนิ - มคี ะแนนคุณลักษณะ
ประสงค์ โดยดปู ระเด็น คุณลกั ษณะ โดยรวมมคี ณุ ภาพ
- ซ่อื สัตย์สจุ รติ อนั พึงประสงค์ ระดับผา่ นขึ้นไป
- มีวนิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ
- ใฝเ่ รยี นรู้
- ม่งุ มั่นในการทำงาน

สงั เกตด้านสมรรถนะท่ีสำคญั - แบบประเมนิ - คะแนนดา้ นสมรรถนะ
ทส่ี ำคัญโดยรวมมี
โดยดูประเดน็ สมรรถนะทีส่ ำคัญ คุณภาพ
ระดับผา่ นข้นึ ไป
- ความสามารถในการสอ่ื สาร ของผูเ้ รียน

- ความสามารถในการคดิ

- ความสามารถในการแก้ปญั หา

- ความสามารถในการใช้ทักษะ

ชวี ติ

- ความสามารถในการใช้

เทคโนโลยี

ประเด็นการประเมนิ วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑป์ ระเมนิ
5. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์และเขียน สงั เกตด้านการอ่าน - คะแนนดา้ นการอ่าน
คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น - แบบประเมินการ คิดวเิ คราะห์ และเขียน
โดยดูประเด็น อา่ นคดิ วิเคราะห์ โดยรวมมีคณุ ภาพระดบั
และเขียน ผ่านขนึ้ ไป
- การอ่าน

- การคดิ วิเคราะห์
- การเขียน

10. คณุ ธรรมจรยิ ธรรมท่ีสอดแทรก
10.1 ความรบั ผิดชอบมีระเบยี บวินัยในตนเอง
10.2 ความซอื่ สตั ย์ในการทำแบบฝึกหัด
10.3 การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของผู้อน่ื
10.4 การตรงต่อเวลาในการส่งงาน

11. กิจกรรมเสนอแนะ
-

12. บนั ทกึ ผลหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1. กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไป  ตามแผนการจัดการเรยี นรู้  ไม่เป็นไปตามแผนการจัดการเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................

2. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในคร้ังน้ี มีนักเรียนเขา้ รว่ มกิจกรรมท้ังหมด.....................................คน
คอื ชัน้ ………………………………………………............................................................................................................

3. สรปุ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

ประเด็นการประเมนิ ดีมาก ระดบั คณุ ภาพ ปรับปรุง
ดา้ นความรู้ (K) ดี พอใช้
จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คดิ เป็น…………% จำนวน………..คน จำนวน………..คน คดิ เปน็ …………%
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………%

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

1. ทกั ษะกระบวนการทาง จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน

คณติ ศาสตร์ คดิ เปน็ …………% คิดเปน็ …………% คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………%

2. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เปน็ …………% คดิ เปน็ …………% คดิ เป็น…………%

3. ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คดิ เป็น…………% คิดเปน็ …………% คิดเปน็ …………%
และเขยี น

ดา้ นคุณลักษณะ (A) จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน จำนวน………..คน
คิดเปน็ …………% คิดเป็น…………% คิดเปน็ …………% คิดเปน็ …………%

4. ปญั หา/วิธีการแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

5. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

(ลงช่อื )

(นายจำเนียร หงษค์ ำม)ี
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนหลงั เรียน

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรือ่ ง การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เบื้องต้น 1 ครูผสู้ อน นายจำเนียร หงษค์ ำมี

รายวิชา ค33202 เสริมทักษะคณิตศาสตร์ 6 สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564

ช่ือ ชัน้ เลขที่ วันที่สอบ
.

ตอนที่ 1 เป็นปรนัยชนดิ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ 10 คะแนน
คำช้แี จง จงทำเครอื่ งหมาย X ทบั อักษร ก ข ค หรือ ง ซง่ึ เป็นคำตอบท่ีถูกตอ้ งที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ค่าเฉล่ียเลขคณิตของคะแนนสอบนกั เรียน 6 เรยี น เป็น 20 คะแนน แต่ครทู ำคะแนนของนาย ก หายไป
เหลือแต่คะแนนของเรยี น 5 คน ดังนี้ 12, 17, 14, 27, 13 แลว้ จงหาคะแนนของนาย ก

ก. 4 ข. 23 ค. 28 ง. 37

2. ผลสอบวชิ คณติ ศาสตรข์ องนาย ก ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 เปน็ ดังนี้

รหสั วชิ า ค41101 ค42101 ค41102 ค41202
1.5
จำนวนหนว่ ยกิต 1 1.5 1 2

เกรด 2.5 3 3.5 ง. 2.75

เกรดเฉลย่ี วิชาคณิตศาสตร์ของนาย ก ในชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 เท่ากบั ข้อใด

ก. 2.60 ข. 2.65 ค. 2.70

3. นกั เรียนห้องหนึ่ง มี 20 คน เป็นผู้หญิง 8 คน ถา้ คะแนนเฉลยี่ ของนักเรียนหญิง คือ 12 คะแนนและคะแนน
เฉลย่ี ของนักเรยี นชาย คอื 6 คะแนน จงหาคะแนนเฉลี่ยของนกั เรยี นทง้ั ห้อง

ก. 8.4 ข. 8.5 ค. 8.6 ง. 8.7

4. คา่ เฉลีย่ เลขคณิตรวมของราคาบตั ร BTS เที่ยวหนึง่ เท่ากับ 48.01 บาท โดยมผี ู้ใหญ่มาใช้บริการ 43 คน

และมเี ด็กมาใช้บริการ 57 คน ถา้ ค่าเฉล่ียเลขคณิตของราคาบตั ร BTS ต่อเท่ยี วของเด็กราคาเท่ากบั 45 บาท

แล้วราคาบัตร BTS ท้ังหมดรวมกันของผู้ใหญ่มีคา่ เท่ากบั ข้อใด

ก. 2,236 ข. 2,279 ค. 2,322 ง. 2,365

5. กำหนดข้อมลู 5, 7, 9, 11 จงหาจำนวนจรงิ ซึ่งทำให้ ∑( − ) = 0 เมื่อ แทนค่าข้อมูลท่ีกำหนดให้

ก. 6 ข. 7 ค. 8 ง. 9

6. ตารางแจกแจงความถี่แสดงถงึ อายขุ องผู้ทย่ี งั ไมบ่ รรลนุ ติ ิภาวะในชว่ งต่าง ๆ เป็นดงั ตาราง

ชว่ งอายุ (ปี) ความถี่ (คน)

1–5 4

6 – 10 9

11 – 15 2

16 – 20 5

จงหาวา่ อายเุ ฉลยี่ ของผู้ท่ยี งั ไม่บรรลนุ ติ ภิ าวะกลุ่มนคี้ ือเทา่ ใด

ก. 9 ปี ข. 9.5 ปี ค. 10 ปี ง. 10.5 ปี

7. จงหามธั ยฐานของข้อมูลดังต่อไปน้ี 16, 14, 22, 11, 9, 2, 17, 18 ง. 16
ก. 13 ข. 14 ค. 15

8. จากการสอบถามเยาวชนจำนวน 12 คน ว่าเคยไปใชบ้ ริการหอ้ งสมุดมาแลว้ กี่ครงั้ ซงึ่ ผลของการสำรวจได้
แสดงดังต่อไปน้ี

แล้วมัธยฐานของข้อมลู ชุดนมี้ ีค่าตรงกับขอ้ ใด

ก. 3 ครงั้ ข. 3.25 ครั้ง ค. 3.5 ครัง้ ง. 4 คร้ัง

9. ตารางแจกแจงความถ่ีแสดงถงึ คะแนนของนักเรียนท้ังหมด 50 คนท่ีสอบวิชาคณิตศาสตร์ เปน็ ดังตาราง

คะแนนสอบ ความถสี่ ะสม

1 – 10 8

11 – 20 18

21 – 30 38

31 – 40 50

จงหาวา่ มธั ยฐานของคะแนนนกั เรยี นกล่มุ น้ีคือเทา่ ใด

ก. 23 ข. 24 ค. 25 ง. 26

10. จงหาค่าที่น้อยที่สุดของ ∑| − | = 0 เม่ือกำหนดข้อมูลให้ดังน้ี 6, 7, 7, 8, 11, 12, 12 และ
มัธยฐาน คือ 8

ก. 8 ข. 9.5 ค. 11 ง. 15

11. จากขอ้ มูลตอ่ ไปนี้ 11, 11, 12, 14, 14, 14, 15, 15 ฐานนยิ มมคี า่ เท่ากบั ข้อใดต่อไปน้ี
ก. 11 ข. 12 ค. 14 ง. 11 และ 15

12. ข้อมูลดังต่อไปน้ี เปน็ ระดับนำ้ ท่ีประตูน้ำแหง่ หนงึ่ ในเวลา 30 วัน

ระดบั น้ำ (เซนติเมตร) จำนวนวนั

20 – 22 2

23 – 25 3

26 – 28 4

29 – 31 7

32 – 34 9

35 – 37 5

จงหาว่าฐานนิยมของระดับน้ำมคี ่าเทา่ กับข้อใด

ก. 31.2 ข. 32.5 ค. 33 ง. 33.5

13. จงหาคา่ กึง่ กลางพสิ ัยจากขอ้ มูล 30, 20, 51, 72, 80, 13, 81, 95, 85, 84 ง. 54
ก. 51 ข. 52 ค. 53

14. จงหาคา่ ก่ึงกลางพิสัยจากตารางแจกแจงความถท่ี ี่กำหนดให้

อนั ตรภาคช้นั ความถีส่ ะสม

1 – 10 6

11 – 20 8

21 – 30 12

ก. 15 ข. 15.5 ค. 20 ง. 20.5

15. จากขอ้ มลู ต่อไปนี้ 20, 20, 20, 40, 40, 40, 50, 50, 50, 360

ก. ค่าเฉลย่ี เลขคณิต ข. มัธยฐาน ค. ฐานนิยม ง. มีข้อถูกมากกวา่ 1 ข้อ

16. ถ้าข้อมูลชดุ หน่งึ ประกอบดว้ ย 10, 12, 15, 13 และ 10 แล้วขอ้ ใดต่อไปนี้เปน็ เทจ็
ก. มัธยฐานเทา่ กบั 12
ข. ฐานนยิ มน้อยกวา่ 12
ค. คา่ เฉล่ยี เลขคณิตมากกวา่ 12
ง. ฐานนยิ มน้อยกว่าค่าเฉล่ียเลขคณติ

17. ข้อมลู ชุดหนงึ่ ประกอบด้วย 4, 9, 2, 7, 6, 5, 4, 6, 3, 4 แล้วขอ้ ใดต่อไปน้ีถูกต้อง
ก. คา่ เฉล่ียเลขคณติ < ฐานนิยม < มธั ยฐาน
ข. ฐานนยิ ม < มธั ยฐาน < ค่าเฉล่ยี เลขคณิต
ค. ฐานนยิ ม < คา่ เฉลย่ี เลขคณิต < มธั ยฐาน
ง. มธั ยฐาน < ฐานนยิ ม < คา่ เฉล่ียเลขคณติ

18. ความสูงในหนว่ ยเซนตเิ มตรของนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาตอนปลายแห่งหนงึ่ ซึ่งมจี ำนวน 10 คน ดังน้ี 158,

166, 157, 165, 163, 161, 160, 158, 161 และ 155 ถา้ มีการรบั นักเรียนเพม่ิ เติมเข้ามาในโรงเรียน 1 คน

ซึง่ มีความสงู 158 เซนติเมตร อยากทราบว่า ค่าสถติ ิในตวั เลือกใดต่อไปนี้จะไมเ่ กดิ การเปลี่ยนแปลง

ก. คา่ เฉล่ยี เลขคณิต ข. มธั ยฐาน ค. ฐานนิยม ง. ค่ากง่ึ กลางพิสัย

19. กำหนดข้อมลู ชดุ หน่งึ คือ 10, 3, , 6, 6 คา่ เฉลยี่ เลขคณิตของข้อมูลนม้ี ีคา่ เท่ากับ มัธยฐาน แลว้ | | มีค่า
เทา่ กับข้อใด

ก. 3 ข. 4 ค. 5 ง. 6

20. ขอ้ มูลสองชุดเป็นดังนี้ ชุดที่ 1 : 1, 3, 3, 6, 8, 9 และชดุ ที่ 2 : 2, 3, 4, 5, 5, 5 แลว้ ขอ้ ใดต่อไปนี้ผดิ
ก. ฐานนิยมของข้อมูลสองชดุ น้ตี ่างกนั อยู่ 2
ข. คา่ เฉลย่ี เลขคณิตรวมของข้อมูลทงั้ สองชุดเท่ากับ 4.5
ค. คา่ เฉล่ียเลขคณติ ของข้อมุลชุดท่ี 1 เท่ากับฐานนิยมของขอ้ มลู ชดุ ท่ี 2
ง. คา่ เฉล่ียเลขคณิตของข้อมุลชดุ ท่ี 1 มากกวา่ ค่าเฉล่ียเลขคณติ ของข้อมลู ชุดที่ 2 อยู่ 0.5

ตอนท่ี 2 เป็นอตั นัย จำนวน 2 ขอ้ 10 คะแนน

คำชี้แจง ให้นักเรียนแสดงวิธีทำโดยละเอียด

1. ตารางแจกแจงความถี่แสดงถึงคะแนนของนักเรียนทส่ี อบวชิ าคณติ ศาสตร์ เป็นดังตาราง

คะแนนสอบ จำนวนนกั เรียน

1 – 10 3

11 – 20 12

21 – 30 15

31 – 40 24

41 – 50 6

จงหาวา่ ค่าเฉล่ียเลขคณิตของคะแนนนักเรียนกลมุ่ นี้คอื เทา่ ใด

ข้ันท่ี 1 ส่งิ ทีโ่ จทย์กำหนดให.้ .................................................................................................................................

......................................................................................................... .....................................................................

............................................................................................................................. .................................................

ข้นั ท่ี 2 สิ่งที่โจทยต์ ้องการและการวางแผนแก้ปญั หา...........................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

ขัน้ ท่ี 3 การดำเนินการแก้ปญั หา...........................................................................................................................

..................................................................................................................................... .........................................

......................................................................................... .....................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

ขั้นที่ 4 การสรปุ คำตอบและการตรวจสอบคำตอบ...............................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

2. ตารางแจกแจงความถี่แสดงถงึ คะแนนของนักเรยี นทสี่ อบวชิ าวิทยาศาสตร์ เป็นดังตาราง

คะแนนสอบ จำนวนนกั เรียน ความถีส่ ะสม

1 – 10 8

11 – 20 18

21 – 30 38

31 – 40 12 50

จงหาเปรียบเทยี บวา่ มัธยฐาน และฐานนยิ มของคะแนนนักเรยี นกลุ่มน้ี ค่าใดมคี ่ามากกว่ากนั

ขั้นท่ี 1 สิง่ ทโ่ี จทย์กำหนดให้..................................................................................................................................

......................................................................................................... .....................................................................

............................................................................................................................. .................................................

ขน้ั ที่ 2 สิ่งทโี่ จทยต์ ้องการและการวางแผนแกป้ ญั หา...........................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

ขั้นท่ี 3 การดำเนินการแกป้ ัญหา...........................................................................................................................

..................................................................................................................................... .........................................

......................................................................................... .....................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

ขั้นที่ 4 การสรุปคำตอบและการตรวจสอบคำตอบ...............................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรียนรู้

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรียนท่ี 2/2564

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 เรือ่ ง การวิเคราะห์ข้อมลู เบื้องต้น 1 จำนวน 35 ช่ัวโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 17 เรื่อง การวดั ตำแหน่งทีข่ องข้อมูล จำนวน 2 ชว่ั โมง

ผู้สอน นายจำเนยี ร หงษ์คำมี สอนครงั้ ที่........สัปดาห์ท่.ี ........สอนวันที่........เดือน................พ.ศ.............

1. สาระการเรยี นรเู้ พิ่มเติม

1. สาระสถิตแิ ละความน่าจะเป็น
เขา้ ใจหลกั การนบั เบอ้ื งตน้ ความนา่ จะเป็น และนำไปใช้

2. สาระสำคัญ
2.1 การวดั ตำแหนง่ ทีห่ รือตำแหน่งสัมพัทธ์ของข้อมูลโดยการหาควอร์ไทล์ เดไชล์ และเปอร์เซน็ ไทล์

3. ผลการเรยี นรู้
3.1 นักเรียนสามารถเลือกวธิ วี ิเคราะหข์ ้อมูลเบ้ืองต้นและอธิบายผลการวิเคราะหข์ ้อมูลไดถ้ ูกต้อง
3.2 นกั เรียนสามารถนำความรูเ้ ร่อื งการวิเคราะหข์ ้อมลู ไปใช้ได้
3.3 ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบท่ไี ด้

4. จุดประสงค์การเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)
1) นักเรียนสามารถบอกความหมายของควอร์ไทล์ เดไชล์ และเปอร์เซ็นไทล์ได้
2) นักเรยี นสามารถหาตำแหน่งที่ และค่าของควอร์ไทล์เดไชล์ และเปอรเ์ ซน็ ไทล์ของข้อมลู ได้
4.2 ดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ (Process)
1) การแก้ปญั หา
2) การสือ่ สารและการส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์
3) การเชื่อมโยง
4) การใหเ้ หตผุ ล
5) ทกั ษะการคดิ สรา้ งสรรค์
4.3 ดา้ นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ (Attitude)
1) ซอื่ สตั ยส์ ุจริต
2) มวี ินยั ความรับผดิ ชอบ
3) ใฝเ่ รียนรู้
4) มุ่งมน่ั ในการทำงาน
4.4 สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1) ความสามารถในการสื่อสาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา

4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4.5 ดา้ นการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
1) การอ่าน : อา่ นสรปุ ความหรอื สอ่ื สารได้
2) การคิดวิเคราะห์ : อภปิ รายผลได้
3) การเขยี น : เขียนสรปุ ความหรอื ยอ่ ความได้

5. สาระการเรยี นรู้

5.1 เนอ้ื หาสาระ

1) ควอร์ไทล์ (Quartiles : )

ควอรไ์ ทล์ คือ การวดั ตำแหน่งที่แบ่งข้อมลู ทงั้ หมดที่เรยี งจากนอ้ ยไปหามากออกเปน็

4 ส่วนเท่า ๆ กนั แตล่ ะส่วนประกอบด้วยจำนวนขอ้ มลู จำนวน เมอ่ื แทนจำนวนข้อมลู ทั้งหมด
2
2) เดไซล์ (Deciles : )

เดไซล์ คอื เปน็ การวดั ตำแหนง่ ทแ่ี บง่ ขอ้ มูลทง้ั หมดท่ีเรยี งจากน้อยไปหามากออกเป็น

10 ส่วนเท่า ๆ กัน แตล่ ะสว่ นประกอบดว้ ยจำนวนขอ้ มูล จำนวน เมื่อ แทนจำนวนขอ้ มลู ทง้ั หมด
10
3) เปอร์เซน็ ไทล์ (Percentile : )

เปอร์เซ็นไทล์ คือ เป็นการวัดตำแหน่งที่แบ่งข้อมูลทั้งหมดที่เรียงจากน้อยไปหามาก

ออกเป็น 100 ส่วนเท่า ๆ กัน แต่ละส่วนประกอบด้วยจำนวนข้อมูล จำนวน เมื่อ แทนจำนวนข้อมูล
100
ทั้งหมด

5.2 การบรู ณาการ

1) บูรณาการข้ามกลุม่ สาระการเรียนรู้

1.1) ภาษาไทย

- เขยี นสอ่ื สารได้

- เขยี นสรปุ ความได้

- อภิปรายผลได้

1.2) วทิ ยาศาสตร์

- การสืบค้นกระบวนการเรียนรอู้ ย่างเป็นระบบ

1.3) สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

- การรจู้ กั บทบาทหน้าท่ี

2) บรู ณาการกับปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

2.1) ความมเี หตผุ ล

2.2) มคี วามรู้

3) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School)

3.1) IS 1- การศกึ ษาค้นคว้าและสรา้ งองค์ความรู้

(Research and Knowledge Formation)

3.2) IS 2- การส่ือสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)

3.3) IS 3- การนำองค์ความรู้ไปใชบ้ รกิ ารสงั คม (Social Service Activity)

6. กระบวนการจดั การเรียนรู้
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID–19) โรงเรียนได้จัดการเรียน

การสอนแบบ Onsite ควบคู่ไปกับการเรียนการสอน Online โดยแบ่งนักเรยี นออกเป็น 2 กลุ่มๆ ละเท่าๆ กัน
สลับการมาเรียน กลมุ่ นักเรียนที่ไม่ได้มาเรยี นใหเ้ รียน Online โดยครผู ู้สอนใช้ Application Zoom/Google
Meet ในการจดั การเรียนการสอน นกั เรียนสามารถเรยี นรู้ไปพร้อมกับนักเรียนท่ีเรียน Onsite สามารถซักถาม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอในขณะที่สอน และใช้ Application Google Classroom
ในการศึกษาเพิ่มเติม ทบทวน (คลิปวิดีโอที่สร้างข้ึนเอง / ดาวน์โหลดจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ) มอบหมายงาน
การสง่ งาน การทดสอบ และการประเมินผล

1) ผสู้ อนกล่าวทักทายนักเรียน พร้อมทง้ั ทบทวนเกีย่ วกบั เร่ืองท่ีเรยี นไปแลว้
(เช่น คา่ กึ่งกลางพสิ ัย)

2) ผู้สอนแจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรใู้ หน้ ักเรยี นทราบวา่ เม่ือเรยี นแผนการจดั การเรียนรู้นี้แลว้
นกั เรียนสามารถบอกความหมาย, หาตำแหนง่ ท่ี และคา่ ของควอรไ์ ทล์เดไชล์ และเปอรเ์ ซ็นไทล์ของข้อมลู ได้

3) ผสู้ อนอธิบาย ควอรไ์ ทล์ (Quartiles : ) วา่ ควอร์ไทล์ คอื การวดั ตำแหน่งทีแ่ บง่ ขอ้ มลู
ทั้งหมดที่เรียงจากน้อยไปหามากออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน แต่ละส่วนประกอบด้วยจำนวนข้อมูล จำนวน

2

เม่ือ แทนจำนวนขอ้ มูลทงั้ หมด และเขียนแผนภาพบนกระดาน ดังน้ี

ขอ้ มูลเรยี งจากน้อยไปมาก

25% ของข้อมูล 25% ของข้อมูล 25% ของข้อมลู 25% ของข้อมูล

4) ผู้สอนใหน้ กั 1เรียนสงั เกตความสมั พ ัน 2ธข์ อง ควอรไ์ ทล์กบั จ ำ น3 วนของข้อมูล ในแผนภาพบน
กระดาษ (เชน่ ควอร์ไทล์ท่ี 1 ( 1) มขี ้อมูลที่มีค่าน้อยกวา่ หรือเทา่ กบั อยู่กี่เปอรเ์ ซน็ ) โดยผ้สู อนจะเน้นตาม
หัวข้อดังน้ี

4.1) ควอรไ์ ทลท์ ี่ 1 ( 1) ข้อมูลที่มขี ้อมูลตวั อ่ืน ๆ ที่มีคา่ น้อยกวา่ หรือเทา่ กบั มันอยู่
1 ส่วน (25%) และมีข้อมลู ตัวอนื่ ๆ ท่มี ีค่ามากกว่า หรอื เท่ากับมันอยู่ 3 สว่ น เมอื่ แบง่ ข้อมูลออกเปน็ 4 ส่วน
เทา่ ๆ กนั

4.2) ควอรไ์ ทลท์ ่ี 2 ( 2) ข้อมลู ที่มีข้อมูลตวั อนื่ ๆ ทม่ี ีค่าน้อยกวา่ หรือเทา่ กบั มนั อยู่
2 สว่ น (50%) และมีข้อมลู ตวั อืน่ ๆ ทมี่ คี ่ามากกวา่ หรอื เท่ากบั มนั อยู่ 2 ส่วน เมอื่ แบ่งขอ้ มลู ออกเปน็ 4 สว่ น
เท่า ๆ กัน

4.3) ควอร์ไทล์ที่ 3 ( 3) ข้อมูลท่ีมขี อ้ มูลตวั อน่ื ๆ ทีม่ ีค่าน้อยกวา่ หรอื เท่ากบั มนั อยู่
3 สว่ น (75%) และมีขอ้ มูลตัวอื่น ๆ ทีม่ ีค่ามากกวา่ หรือเท่ากับมนั อยู่ 1 ส่วน เมื่อแบ่งขอ้ มลู ออกเปน็ 4 ส่วน
เท่า ๆ กนั

5) ผ้สู อนและนักเรยี นรว่ มกันทำตวั อย่างที่ 46 ในเอกสารประกอบการเรยี นเพมิ่ เสรมิ ความ
เข้าใจใหก้ ับนักเรียน พรอ้ มท้ังยกตวั อย่างเพิ่มเตมิ นอกเหนือจากเอกสารประกอบการเรยี นโดยมีข้ันตอนในการ
ลำดับความคิดอยา่ งเปน็ ระบบดังนี้ 1. หาและรวบรวมส่ิงทีโ่ จทย์กำหนดให้ 2. หาส่ิงท่ีโจทยต์ ้องการทราบ หรือ


Click to View FlipBook Version