The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาชีววิทยา 135_ภควดี 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by earn-40z555, 2022-03-02 20:59:04

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาชีววิทยา 135_ภควดี 1

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาชีววิทยา 135_ภควดี 1

45

ขั้นที่ 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation)
1. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ทําการประเมนิ ผลการทาํ งานของกลมุ่ โดยใช้แบบบนั ทกึ การทาํ งานกลมุ่
2. นักเรยี นแต่ละคนทาํ แบบทดสอบเมอื่ จบบทเรียน คะแนนจากการทดสอบจะพิจารณาเป็น 2 ระดับ
ดงั น้ี

- คะแนนรายบุคคล ได้จากคะแนนดบิ ท่ีนักเรยี นแตล่ ะคนทําได้
- คะแนนเฉลี่ยของกลุ่ม ได้จากการนําคะแนนรายบุคคลของสมาชิกมารวมกันแล้วเฉลี่ยดว้ ย
จํานวนสมาชิก

ส่ือการเรยี นร้/ู แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตรร์ ายวชิ าชีววิทยา เล่ม 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6
2. สอ่ื Power Point เร่อื ง การรับรแู้ ละการตอบสนองของสงิ่ มชี วี ิต
3. ใบบนั ทึกกิจกรรม 1 เรื่อง ความหมายของการรบั ร้แู ละการตอบสนอง
4. ใบงาน 1.1 เรือ่ งการรับรูแ้ ละการตอบสนองของสัตว์
5. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น และแบบทดสอบหลงั สอบ เร่ือง การรับรู้และการตอบสนองของสิ่งมีชีวิต

46

การวัดและประเมินผล

รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมนิ

1. ประเมนิ กอ่ นเรยี น

- แบบทดสอบก่อน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบกอ่ นเรียน - ประเมินตาม

เรียนหน่วยการเรียนรู้ท่ี กอ่ นเรียน สภาพจริง

1.1

2. การประเมนิ ระหว่าง

การจดั กจิ กรรม

1) การรับรู้และการ - ตรวจPowerpoint - แ บ บ ป ร ะ เ มิ น - ระดบั คุณภาพดี

ตอบสนอง เรอ่ื ง การสำรวจระบบ รายงาน ผา่ นเกณฑ์

ประสาทของสตั ว์

- ตรวจผังมโนทัศน์ - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพดี

เรอ่ื ง การรบั รูแ้ ละการ ผงั มโนทศั น์ ผา่ นเกณฑ์

ตอบสนอง

2) การปฏบิ ตั ิการ - ประเมนิ - แบบประเมนิ - ระดบั คณุ ภาพดี
การปฏบิ ัตกิ าร
การปฏิบตั กิ าร ผ่านเกณฑ์
3) พฤติกรรม - สงั เกตพฤตกิ รรม
การทำงานกลุ่ม การทำงานกลมุ่ - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพดี

4) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมวี นิ ยั การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
อันพึงประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ มัน่
ในการทำงาน - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพดี

3. ประเมินหลังเรยี น คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
- แบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี หลงั เรยี น อนั พงึ ประสงค์
1.1
- แบบทดสอบหลังเรยี น - ประเมนิ ตาม
สภาพจรงิ

47

แบบประเมินความถกู ต้องของการสรุปความคิดรวบยอดในรูปแบบขอผังมโนทัศน์

เร่อื ง………………………………………………..……………ช้ัน…………….วัน/เดอื น/ป…ี ……………………..

เลข เนอื้ หา รูปแบบ ความ เวลา รวม ระดบั

ที่ ประเด็น สวยงาม/ คะแนน คุณภาพ

ชื่อ-สกลุ สรา้ งสรรค์

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

48

เลข เนอ้ื หา รปู แบบ ความ เวลา รวม ระดบั

ที่ ประเด็น สวยงาม/ คะแนน คณุ ภาพ

ช่ือ-สกลุ สรา้ งสรรค์

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

41

42

43

44

45

46

47

เกณฑ์การให้คะแนน
3 = ดี คะแนนช่วง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนชว่ ง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรับปรุง คะแนนช่วง 1-4 คะแนน

ลงชอื่ ………………………………………ผู้ประเมนิ
(……………………………………………………….)

49

เกณฑก์ ารประเมนิ ความถูกต้องของการสรปุ ความคดิ รวบยอดในรปู แบบของบนั ทกึ สรุป

ประเด็นการประเมิน ระดบั คณุ ภาพการประเมิน

การสรปุ ความคิดรวบ 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
ยอดในรปู แบบของผัง

มโนทศั น์

1. เนอ้ื หา ข้อมูลครบถ้วนทุกประเด็น มีข้อมูลที่ขาดไปเพียง 1-2 ดาเนินการค้นคว้าข้อมูลที่

หลากหลาย ถูกตอ้ ง สมบรู ณ์ และ ประเด็น ตอ้ งการได้เพียงบางส่วน

ชัดเจน

2. รูปแบบ รูปแบบผังมโนทัศน์ชัดเจน เข้าใจ รูปแบบผังมโนทัศน์ขาด รูปแบบผังมโนทัศน์ขาด

งา่ ย อ ง ค ์ ป ร ะ ก อ บ ไ ป 1-2 องค์ประกอบมากกว่า2

ประเด็น ประเด็น

3. ค ว า ม ส ว ย ง า ม / ผังมโนทัศน์สวยงาม สร้างสรรค์ ผังมโนทัศน์สวยงาม มีความ ผังมโนทัศน์ไม่มีความ

สร้างสรรค์ นาเสนอได้แปลกใหม่ นาไปเป็น สร้างสรรค์อยู่บ้างและยัง สวยงาม ไม่ค่อยสรา้ งสรรค์

ตวั อยา่ งได้ นาไปเปน็ ตวั อย่างได้ คอ่ นขา้ งสกปรก

4. เวลา ส่งไดท้ นั เวลาทุกครง้ั ทก่ี าหนด ส่งได้ทันเวลาบางครั้งท่ี ส่งไม่ทันเวลาทุกครั้งท่ี

กาหนด กาหนด

50

แบบสังเกตพฤติกรรมด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

เร่อื ง………………………………………………..……………ชั้น…………….วัน/เดอื น/ปี……………….

เลข ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อย่าง มงุ่ มั่นใน มีจิต รวม ระดับ

ที่ ประเดน็ พอเพยี ง การทางาน สาธารณะ คะแนน คุณภาพ

ชอ่ื -สกลุ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29

51

เลข ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง ม่งุ ม่นั ใน มจี ิต รวม ระดบั

ที่ ประเด็น พอเพยี ง การทางาน สาธารณะ คะแนน คุณภาพ

ชอ่ื -สกลุ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

41

42

43

44

45

46

47

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
3 = ดี คะแนนชว่ ง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนชว่ ง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรบั ปรุง คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน

ลงชือ่ ………………………………………..ผู้ประเมิน
(………………………………..……)

52

แนวทางการให้คะแนนแบบสังเกตพฤตกิ รรมดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

พฤติกรรม ระดบั คุณภาพการประเมนิ

3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )

1. ใฝ่เรียนรู้ มีความต้ังใจเรยี น แสวงหาความรู้ มีความตั้งใจเรียน แสวงหา ไม่ตั้งใจเรียน ไม่แสวงหา

เพียร พยายามในการเรียนและ ความรู้ เพยี ร ความรู้ ส่งเสียงดังและ

เขา้ รว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ พยายามในการเรียน ไม่เล่น เลน่ ในขณะทค่ี รสู อน

ในเวลาที่ครูสอน และส่ง

เ ส ี ย ง ร บ ก ว น เ พ ื ่ อ น เ ป็ น

บางคร้งั

2. อยู่อย่างพอเพยี ง มีเหตุผลรอบคอบ สามารถ มีเหตุผล รอบคอบและ ไม่สามารถปรับตัวเพื่ออยู่
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
ปรับตัวอยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดี สามารถปรับตัวเพื่ออยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้ไม่เห็น
4. มจี ติ สาธารณะ
เห็นความส าคัญของสื่อ การ ร่วมกับผูอ้ ื่นได้เปน็ บางคร้ัง ความส าคัญของสื่อการ

เรียนรทู้ ม่ี อี ยู่ เรยี นรู้ และไม่ดูแลรกั ษา

มีความตั้งใจและ รับผิดชอบใน มีความตั้งใจและ รับผิดชอบ ไม่มีความตั้งใจ ไม่มีความ

การปฏิบัติ หน้าที่การงาน ด้วย ในการปฏบิ ัติ หนา้ ที่การงาน รับผิดชอบในการปฏิบัติ

ความ เพียร พยายาม และอดทน เป็น บางครั้ง ชอบเล่นใน หน้าที่การงานและ ไม่มี

เพ่อื ใหง้ านสาเร็จ ตามเป้าหมาย เวลา เรียนบ้างเป็นบางครั้ง ความอดทน ท างานไม่

ไม่ ค่อยมีความอดทนในการ ส าเร็จได้ตามเป้าหมาย

ทางานให้สาเรจ็ เทา่ ทค่ี วร ชอบเล่นในเวลาเรียน ไม่

สนใจงานทร่ี ับมอบหมาย

ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความ เต็มใจ ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ให้คว ามช ่วยเหลือ

โดยไม่หวัง ผลตอบแทน เข้าร่วม อย่างเต็มใจเป็นบางครั้ง เพื่อนในการท า งานท่ี

กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ต่อ และให้ความร่วมมือใน การ ได้รับมอบหมายในกลุ่ม

โรงเรยี น ชมุ ชน และสังคม เ ข ้ า ร ่ ว ม ก ิ จ ก ร ร ม ข อ ง ชอบเกเรเพื่อน ไม่ให้

โรงเรยี นหรือชุมชน ความเข้าร่วมมือในการ

เข้าร่วมกิจกรรมของ

โรงเรียนหรอื ชมุ ชน

53

แบบประเมินสมรรถนะผเู้ รยี น

เรื่อง………………………………………………..……………ชน้ั …………….วัน/เดอื น/ปี……………….

เลข ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ รวม ระดบั

ที่ ประเดน็ ใน ใน ใน ในการใช้ คะแนน คุณภาพ

ชื่อ-สกลุ การส่อื สาร การคิด การแกป้ ญั หา ทกั ษะชีวิต

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

54

เลข ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ รวม ระดับ

ที่ ประเด็น ใน ใน ใน ในการใช้ คะแนน คณุ ภาพ

ชือ่ -สกุล การสอื่ สาร การคิด การแก้ปัญหา ทักษะชวี ิต

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

41

42

43

44

45

46

47

เกณฑ์การให้คะแนน
3 = ดี คะแนนช่วง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนชว่ ง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรบั ปรงุ คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน

ลงช่อื ………………………………………..ผปู้ ระเมนิ
(………………………………..……)

55

แนวทางการให้คะแนนแบบประเมนิ สมรรถนะผเู้ รยี น

พฤติกรรม ระดับคุณภาพการประเมนิ

1. ความสามารถใน 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
การส่ือสาร มคี วามสามารถในการรับ ส่งสาร
และถ่ายทอด ความรู้ ความคิด สามารถ่ายทอดความรู้ ความ ไม่สามารถถ่ายทอด ความรู้
2. ความสามารถใน ความ เข้าใจของตนเองให้ผู้อ่ืน
การคดิ เขา้ ใจได้ เข้าใจของตนเองให้ผูอ้ ่ืนเขา้ ใจ ความเข้าใจของตนเองให้ผู้อ่ืน

3. ความสามารถใน ได้เป็นบางคร้ัง เข้าใจได้
การแก้ปัญหา
มคี วามสามารถในการคิด วิเคราะห์ สามารถคิดวิเคราะห์ และ คิด ไม่สามารถคิดวิเคราะห์ และ
4. ความสามารถใน
การใช้ทักษะชีวิต และคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้าง อ ย ่ า ง เ ป ็ น ร ะ บ บ ไ ด ้ ไ ม ่ ดี คิดอย่างเป็นระบบได้ ทาให้

องค์ ความรูไ้ ด้ เท่าทคี่ วร สร้างองค์ความรูไ้ มไ่ ด้

มีความสามารถในการ แก้ปัญหา สามารถแก้ปัญหาโดยใช้ ไม่สามารถแก้ปัญหาอย่าง มี

อย่างมีเหตุผล และตัดสินใจโดย เหตุผลและตัดสินใจโดย เหตุผลได้ และตัดสินใจ โดยไม่

คานงึ ถึงผอู้ น่ื คานงึ ถงึ ผู้อนื่ เป็นบางคร้งั คานึงถงึ ผู้อน่ื

มีความสามารถในการปฏิบัติงาน สามารถปฏิบัติงานและ ไม่สามารถปฏิบัติงานและ

และทางานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ ทางานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ ทางานกลุ่มรว่ มกับผ้อู ่นื ได้

อยา่ งมีประสิทธภิ าพและสรา้ งสรรค์ อย่างมีประสิทธิภาพเป็น

บางคร้ัง

56

แบบประเมนิ พฤติกรรมปฏิบัติงานกลุ่ม

เรือ่ ง………………………………………………..……………ช้ัน…………….วนั /เดอื น/ป…ี …………….
คาชแี้ จง : ทาเครอื่ งหมาย ในช่องระดับคณุ ภาพการปฏิบตั งิ านกลุม่

ระดับคณุ ภาพการปฏิบตั งิ านกลมุ่ รวม
คะแนน
พฤติกรรม การให้ความ การมีส่วน การแสดง การ
ช่ือกลุ่ม 12
รว่ มมือ ร่วมในการ ความ ปฏบิ ตั ิงาน

ช่วยเหลือใน วางแผน คิดเห็น ตามบทบาท

การทางาน ภายในกลมุ่ หน้าท่ี

3 21321321321

เกณฑ์การให้คะแนน
3 = ดี คะแนนช่วง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนช่วง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรับปรงุ คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน

ลงช่ือ………………………………………ผปู้ ระเมนิ
(……………………………………………………….)

57

แนวทางการให้คะแนนแบบประเมนิ พฤติกรรมปฏิบตั ิงานกลุ่มเร่อื ง……………………………………..

พฤติกรรม ระดับคณุ ภาพการประเมนิ

3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)

1. การใหค้ วามรว่ มมือ สมาชิกกลุ่มให้ความร่วมมือ ในการ สมาชกิ บางคนในกลุ่มให้ความ สมาชิกบางคนในกลุ่มไม่ให้

ช่วยเหลือในการทางาน ท างานเป็นอย่างดี โดยที่ไม่มี รว่ มมอื ในการทางานเป็นอย่าง ความรว่ มมือในการทางาน

สมาชิกในกลมุ่ เอารัดเอาเปรียบกนั

2. การมสี ่วนรว่ มใน มีความร่วมมือในการวาง แผนการ มีความร่วมในการวางแผนการ มีความร่วมมือในการ ว า ง
การวางแผน
ปฏิบตั งิ านกลุ่มเป็นอยา่ งดี ปฏิบัติงานกลุ่มโดยที่นักเรียน แผนการปฏิบัติโดยที่นักเรียน
3. การแสดงความ
คิดเหน็ ภายในกล่มุ คนใดคนหนึ่งในกลุ่มไม่ให้ มากกว่า 2 คน ที่ไมใ่ ห้ความรว่ ม

4. การปฏบิ ัติงานตาม ความร่วมมอื
บทบาทหนา้ ท่ี
สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีการ แสดง สมาชิกบางคนในกลุ่มมีการ สมาชิกบางคนในกลุ่มไม่มี การ

ความคิดเห็นและมี การตัดสินใจใน แสดงความคิดเห็นและมีการ แสดงความคิดเห็น และไม่มีการ

การเลือกความคิดเห็นที่มีผู้คน ตัดสินใจในการเลือกความ ตัดสินใจในการเลือกความ

ยอมรบั มากทสี่ ุด คิดเห็นที่มีผู้คนยอมรับมาก คิดเหน็ ทม่ี ผี คู้ นยอมรับมากท่ีสดุ

ทีส่ ดุ

มีการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ มีการปฏิบัติงานตามบทบาท มีการปฏิบัติงานตามบทบาท

ของแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม หน้าที่ของแต่ละกลุ่มได้อย่าง หน้าที่ของแต่ละ กลุ่มได้อย่าง

และถูกต้อง เหมาะสมและถกู ตอ้ งโดยทไ่ี ม่ เหมาะสมและถูกต้องโดยที่ไม่มี

มีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มหรือ คนใดคนหนึ่งในกลุ่มหรื อ

มากกว่า 2 คนไม่ปฏิบัติตาม มากกว่า 3 คนไม่ปฏิบัติตาม

หนา้ ที่ หน้าท่ี

58

แบบประเมินการนำเสนอ/อภิปรายหน้าหอ้ ง
หน่วยการเรยี นรู้ที่……

เรอ่ื ง ……………………………………………………………..

สมาชกิ กลมุ่ ………………………… หอ้ ง…………………………………….

1…………………………………………………………………………………………… 4……………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………… 5……………………………………………………………………………………

3……………………………………………………………………………………………

คำชแ้ี จง : ใหท้ ำเครือ่ งหมาย ✓ ในชอ่ งว่างทก่ี ำหนดให้
✓ ประเมินตนเอง

รายการประเมิน พฤติกรรมบง่ ชี้ รวม

1. มีการวางแผนการทำงาน 54321
2. มีความพร้อมในการนำเสนอ
3. ความนา่ สนใจในการนำเสนอ
4. มีความคดิ สร้างสรรค์
5. ประโยชน์-ความถกู ต้องของงานนำเสนอ

✓ เพ่ือนประเมนิ พฤตกิ รรมบง่ ช้ี รวม

รายการประเมิน 54321

1. มกี ารวางแผนการทำงาน
2. มคี วามพร้อมในการนำเสนอ
3. ความน่าสนใจในการนำเสนอ
4. มคี วามคดิ สร้างสรรค์
5. ประโยชน์-ความถกู ตอ้ งของงานนำเสนอ

ลงช่ือ…………….………….ผปู้ ระเมิน ลงช่ือ…………….………….ผ้ปู ระเมนิ

59

กจิ กรรมที่ 1 ความหมายของการรับรแู้ ละการตอบสนอง

วนั ที่ทากิจกรรม : ……………………………………………
สมาชิกกลุ่ม : ………………………………….

1. ……………………………………………………… ช้นั ………………. เลขที่ ………….
2. ……………………………………………………… ชน้ั ………………. เลขที่ ………….
3. ……………………………………………………… ชน้ั ………………. เลขท่ี ………….
4. ……………………………………………………… ชน้ั ………………. เลขที่ ………….
5. ……………………………………………………… ชน้ั ………………. เลขที่ ………….
จดุ ประสงค์
1. ศึกษาการรับรู้และการตอบสนองของไสเ้ ดือนเมื่อถูกกระตุน้ จากส่ิงเรา้

1. สรุปผลการทดลองจากวดี ีทัศน์

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ให้นักเรยี นออกแบบขัน้ ตอนการตอบสนองของไส้เดอื นดนิ ตอ่ แสงไฟฉาย (เขียนวงจรการตอบสนองของ
ไส้เดือนดนิ )

60

ใบงาน 1.1 เร่อื งการรบั ร้แู ละการตอบสนองของสตั ว์ (1)

ช่อื ………………………………………………………………………………………… ช้นั ………………. เลขที่ ………….

คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นศึกษาจาก Powerpoint, หนงั สอื เรยี น, อินเทอรเ์ น็ต และตอบคําถามต่อไปนี้

1. พิจารณาภาพแลว้ ตอบคำถาม

ให้นักเรียนวาดโครงสร้างที่ใช้รับรู้และ
ตอบสนองของพารามเี ซยี ม

อวัยวะที่ใชใ้ นการรบั รูแ้ ละการตอบสนอง คือ ........................................................................................

2. พิจารณาภาพแล้วตอบคำถาม

ให้นักเรียนวาดโครงสร้างที่ใช้รับรู้และ
ตอบสนองของยูกลนี า

อวัยวะท่ีใช้ในการรับรู้และการตอบสนอง คือ ........................................................................................

3. พิจารณาภาพแล้วตอบคำถาม 61

ให้นักเรียนวาดโครงสร้างที่ใช้รับรู้และ
ตอบสนองของฟองน้า

อวัยวะทใ่ี ชใ้ นการรับรูแ้ ละการตอบสนอง คือ ........................................................................................

4. พจิ ารณาภาพแลว้ ตอบคำถาม

ให้นักเรียนวาดโครงสร้างที่ใช้รับรู้และ
ตอบสนองของไฮดรา

อวัยวะที่ใช้ในการรบั รู้และการตอบสนอง คอื ........................................................................................

4. พิจารณาภาพแลว้ ตอบคำถาม 62

ให้นักเรียนวาดโครงสร้างที่ใช้รับรู้และ
ตอบสนองของไฮดรา

อวัยวะทใ่ี ชใ้ นการรบั รู้และการตอบสนอง คือ ........................................................................................
6. พจิ ารณาภาพแลว้ ระบุโครงสรา้ งที่ใชร้ บั รู้และตอบสนองของไสเ้ ดือนดิน

อวัยวะที่ใช้ในการรับรูแ้ ละการตอบสนอง คือ ........................................................................................
7. พจิ ารณาภาพแลว้ ระบุโครงสร้างท่ใี ช้รบั รแู้ ละตอบสนองของแมลง

อวยั วะทใ่ี ชใ้ นการรบั รแู้ ละการตอบสนอง คอื ........................................................................................

63

8. พิจารณาภาพแลว้ ระบุโครงสร้างท่ใี ช้รบั รแู้ ละตอบสนองของหมึก

อวยั วะทใ่ี ช้ในการรับรู้และการตอบสนอง คือ ........................................................................................
9. พิจารณาภาพแล้วระบุโครงสร้างที่ใชร้ ับรแู้ ละตอบสนองของดาวทะเล

อวัยวะที่ใชใ้ นการรบั รแู้ ละการตอบสนอง คือ ........................................................................................
10. พิจารณาภาพแล้วระบุโครงสรา้ งท่ีใชร้ ับร้แู ละตอบสนองของมนุษย์

อวยั วะทใ่ี ช้ในการรับรู้และการตอบสนอง คือ ........................................................................................

64

ใบงาน 1.2 เรือ่ งการรบั ร้แู ละการตอบสนองของสตั ว์ (2)

ชอ่ื ………………………………………………………………………………………… ชัน้ ………………. เลขท่ี ………….

คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นจับคูข่ ้อความทม่ี คี วามสมั พนั ธ์กนั โดยนําอักษรย่อด้านหน้ามาเติมลงในชอ่ งวา่ งด้านหลังให้
ถกู ต้อง

A. ระบบประสาทดาวทะเล ………..… 1 มีปมประสาทสมองรปู ร่างคล้ายวงแหวนอยู่รอบคอ
หอย มเี สน้ ประสาททอดยาวตลอดลําตัวทางด้านท้อง
B. พลานาเรยี
………..… 2 มวี งแหวนประสาทอยู่รอบปากและมีแขนง
C. เส้นประสาททางดา้ นหลงั ประสาทแยกออกตามแนวรศั มี
(dorsal nerve cord)
D. ระบบประสาทไฮดรา 3 มีเซลลป์ ระสาทแทรกกระจายอยรู่ ะหวา่ งเน้ือเยื่อ
………..… สองชนั้ โดยประสาทกนั เปน็ ร่างแหประสาท
E. ระบบประสาทแบบขั้นบันได
(Ladder type) ………..… 4 มีลักษณะเปน็ เส้นใยอยู่ใต้ผิวของเย่ือหุ้มเซลลโ์ ดยจะ
F. ระบบประสาทแมลง เชื่อมโยงระหวา่ งโคนของซเิ ลีย

G. เสน้ ประสาททางด้านทอ้ ง ………..… 5 สตั วพ์ วกแรกทเ่ี ร่ิมมรี ะบบประสาทหรอื เซลล์ประสาท
(ventral nerve cord)
H. ระบบประสาทไสเ้ ดือนดนิ ………..… 6 สัตว์พวกแรกทีเ่ ร่ิมมีการรวมกล่มุ ของเซลล์
………..… ประสาทกลายเป็นปมประสาท (nerve ganglion)
I. ไฮดรา ………..… 7 เส้นประสาทยาวตลอดตัว 2 เส้นทางด้านข้าง โดยมใี ย
………..… ประสาทเชอื่ มโยงไว้ตามขวาง
J. เสน้ ใยประสานงาน ………..… 8 มลี ักษณะเป็นท่อกลวงภายในมีเสน้ ประสาททอด
(Coordination fiber) ตามยาว
9 มีปมประสาทอยู่ท่ีหัวแลว้ ยงั มปี มประสาทใน
ส่วนปลอ้ งของรา่ งกาย
10 nerve cord มีลกั ษณะเป็นแทง่ ตนั คล้ายวนุ้
พบได้ในแมลง

65

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1.1 เร่อื ง การรับรูแ้ ละการตอบสนองของสัตว์

คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นเลือกคําตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. ส่ิงมีชีวติ กลุ่มใดไม่มเี ซลลป์ ระสาท 6. ข้อใดถูกต้องเก่ยี วกับระบบประสาทของส่งิ มชี ีวติ

ก. หนอนตัวแบน ไส้เดือนดนิ แมงกะพรุน ชนิดตา่ ง ๆ
ข. พารามเี ซียม อะมีบา ฟองน้ําแก้ว 1. ไส้เดือนมีเสน้ ประสาทอยูท่ างด้านท้องของของ
ค. ไฮดรา ยูกลีนา พลานาเรีย ลาํ ตวั
ง. อะมีบา พยาธใิ บไม้ ดาวทะเล 2. กุง้ มเี ส้นประสาทอยูท่ างดา้ นหลังของลําตวั
2. ร่างแหประสาท (nerve net) ไม่พบในข้อใด 3. ไฮดรามรี ะบบประสาทเป็นรา่ งแหอย่ทู ว่ั ลาํ ตวั
ก. ไฮดรา ข. กุ้งกุลาดาํ 4. ไก่มเี ส้นประสาทเปน็ เส้นคู่อยูท่ างด้านหลังของ
ค. กลั ปงั หา ง. ผนงั ลาํ ไส้คน ลําตวั
3. สิง่ มชี วี ติ ในข้อใดมีลกั ษณะตรงกับคาํ จาํ กดั ความตอ่ ไปน้ี
“เป็นสตั ว์ช้นั ตาํ่ หลายเซลลม์ ีการตอบสนองซงึ่ เปน็ การกระทํา ก. ขอ้ 1 และ 2
ของแต่ละเซลล์ไมม่ ีเซลล์หน่งึ เซลลใ์ ดโดยเฉพาะทเ่ี ปล่ียนไป ข. ข้อ 2 และ 3
ทําหน้าท่ีควบคุมการประสานงานระหวา่ งเซลล์ตา่ ง ๆ ” ค. ข้อ 3 และ 4
ก. ม้านํา้ ข. ฟองน้าํ ง. ขอ้ 1 และ 3

ค. หอยลาย ง. พยาธใิ บไม้ 7. ขอ้ ใดไม่เป็นจริงเก่ยี วกับโครงสรา้ งท่ที ําหน้าทีร่ ับรู้

4. nerve net มคี ณุ สมบตั ิแตกตา่ งกับ neurons ท่วั ๆ ไป และตอบสนองของสงิ่ มีชวี ติ

เพราะเหตุใด ก. ไฮดรา ร่างแหประสาท (nerve net)

ก. สามารถสรา้ งฮอรโ์ มนได้ ข. ปู ปมประสาท (nerve ganglion)

ข. นาํ กระแสประสาทไดเ้ ร็วกวา่ ค. พารามีเซยี ม เส้นใยประสาท (nerve fiber)
ค. มที ศิ ทางของการนาํ กระแสประสาทไม่แน่นอน ง. มนุษย์ สมองและไขสันหลงั (brain and
ง. มที ิศทางการนากระแสประสาทไดส้ องทศิ ทาง spinal cord)
5. ปมประสาท ในสัตวจ์ าํ พวกหนอนตัวแบนทําหน้าที่ตรงกับ 8. กลมุ่ สัตว์ในขอ้ ใดทม่ี ีระบบประสาทในขอ้ 1 2
ข้อใด และ 3 ตามลาํ ดบั
ก. นํากระแสประสาทเข้าสูเ่ ซลล์ 1. ร่างแหประสาท
ข. นาํ กระแสประสาทออกจากเซลล์ 2. สมองและเสน้ ประสาท (nerve cord) ขนาด
ค. ศูนย์ควบคมุ การทํางานของระบบประสาท ตามยาวและตามขวาง
ง. ปฏิบตั ิงานประสานงานระหว่างเซลลป์ ระสาทกบั 3. สมองและเส้นประสาทด้านหนา้ (ventral) ท่มี ีปม
หนว่ ยรบั ความรู้สึก ประสาท (ganglion)

66

ก. ไฮดรา พลานาเรีย และกุ้ง
ข. แมงกะพรุน ปแู ละปลงิ นาํ้ จืด
ค. ปลงิ ทะเล พยาธเิ สน้ ด้าย ก้ิงกอื
ง. ดอกไม้ทะเล จิ้งหรีด และไส้เดือนดนิ
9. ส่งิ มีชวี ิตใดต่อไปน้ีมีระบบประสาททแี่ ตกตา่ งจาก
พวกอน่ื

ก. ปลา ข. หอย
ค. แมลง ง. ไส้เดือนดิน
10. ขอ้ ใดเรยี งลาํ ดบั เส้นทางของวงจรประสาทได้ถกู ต้อง
1. หนว่ ยรับความรูส้ ึก
2. หนว่ ยปฏบิ ตั ิการ
3. เซลล์ประสาทคําส่ังนําเข้า
4. เซลลป์ ระสาทคาํ สงั่ นาํ ออก
5. สมองและไขสนั หลงั
ก. 1 2 5 4 3
ข. 1 3 5 4 2
ค. 2 3 5 4 1
ง. 2 4 5 3 1

เฉลย 1. ข 2. ข 3. ข 4. ค 5. ค

6. ง 7. ค 8. ก 9. ก 10. ข

67

แบบทดสอบหลงั เรยี น

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1.1 เร่ือง การรบั รู้และการตอบสนองของสัตว์

คำช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นเลือกคําตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว

1. ขอ้ ใดเรียงลาํ ดับเสน้ ทางของวงจรประสาทได้ถกู ต้อง 4. สงิ่ มชี ีวติ ในข้อใดมลี ักษณะตรงกับคําจํากัดความ

1. หน่วยรบั ความรูส้ กึ ต่อไปน้ี

2. หนว่ ยปฏิบัติการ “เป็นสัตว์ชั้นต่าํ หลายเซลล์มกี ารตอบสนองซึ่ง

3. เซลล์ประสาทคําสั่งนาํ เข้า เป็นการกระทาํ ของแต่ละเซลลไ์ มม่ เี ซลลห์ นงึ่

4. เซลล์ประสาทคาํ สงั่ นําออก เซลล์ใดโดยเฉพาะทเ่ี ปล่ียนไปทําหนา้ ทคี่ วบคุม

5. สมองและไขสนั หลัง การประสานงานระหว่างเซลลต์ า่ ง ๆ ”

ก. 1 2 5 4 3 ก. ม้านา้ํ ข. ฟองนาํ้

ข. 1 3 5 4 2 ค. หอยลาย ง. พยาธใิ บไม้

ค. 2 3 5 4 1 5. ขอ้ ใดถกู ต้องเกีย่ วกบั ระบบประสาทของสิ่งมีชีวิต

ง. 2 4 5 3 1 ชนดิ ต่าง ๆ

2. กลุ่มสัตว์ในข้อใดทมี่ รี ะบบประสาทในขอ้ 1 2 และ 3 ตาม 1. ไสเ้ ดอื นมเี สน้ ประสาทอยู่ทางด้านท้องของของ

ลําดบั ลาํ ตวั

1. รา่ งแหประสาท 2. ก้งุ มีเส้นประสาทอยทู่ างด้านหลงั ของลําตวั

2. สมองและเส้นประสาท (nerve cord) ขนาดตามยาว 3. ไฮดรามีระบบประสาทเป็นร่างแหอยูท่ ่ัวลาํ ตวั

และตามขวาง 4. ไกม่ ีเสน้ ประสาทเป็นเส้นคู่อยู่ทางด้านหลงั ของ

3. สมองและเส้นประสาทดา้ นหน้า (ventral) ทีม่ ีปม ลาํ ตวั
ประสาท (ganglion) ก. ขอ้ 1 และ 2
ข. ข้อ 2 และ 3
ก. ไฮดรา พลานาเรยี และกงุ้ ค. ขอ้ 3 และ 4
ข. แมงกะพรุน ปแู ละปลงิ นา้ จืด ง. ข้อ 1 และ 3
ค. ปลงิ ทะเล พยาธเิ สน้ ด้าย ก้ิงกอื
ง. ดอกไม้ทะเล จ้ิงหรดี และไส้เดือนดนิ 6. สิง่ มชี วี ิตใดตอ่ ไปน้ีมีระบบประสาทท่ีแตกต่าง จาก
3. nerve net มีคุณสมบัติแตกตา่ งกบั neurons ทัว่ ๆ ไป พวกอนื่
เพราะเหตุใด ก. ปลา ข. หอย
ก. สามารถสรา้ งฮอรโ์ มนได้ ค. แมลง ง. ไส้เดือนดนิ
ข. นํากระแสประสาทได้เร็วกวา่
ค. มีทศิ ทางของการนากระแสประสาทไม่แน่นอน 7. ส่งิ มชี ีวิตกลุม่ ใดไม่มีเซลลป์ ระสาท
ง. มที ศิ ทางการนากระแสประสาทไดส้ องทิศทาง ก. หนอนตวั แบน ไส้เดือนดนิ แมงกะพรนุ
ข. พารามเี ซียม อะมีบา ฟองน้ําแกว้
ค. ไฮดรา ยูกลีนา พลานาเรยี

ง. อะมีบา พยาธใิ บไม้ ดาวทะเล

68

8. ข้อใดไมเ่ ปน็ จรงิ เกย่ี วกับโครงสร้างท่ีทาํ หนา้ ทรี่ บั รู้และ
ตอบสนองของสิ่งมีชวี ิต
ก. ไฮดรา ร่างแหประสาท (nerve net)
ข. ปปู มประสาท (nerve ganglion)
ค. พารามเี ซียม เสน้ ใยประสาท (nerve fiber)
ง. มนษุ ยส์ มองและไขสันหลงั (brain and spinal cord)

9. รา่ งแหประสาท (nerve net) ไม่พบในข้อใด
ก. ไฮดรา ข. กุ้งกุลาดํา
ค. กัลปงั หา ง. ผนงั ลาํ ไสค้ น

10. ปมประสาท ในสัตวจ์ ําพวกหนอนตัวแบนทาหนา้ ทต่ี รงกบั
ข้อใด

ก. นํากระแสประสาทเข้าส่เู ซลล์
ข. นาํ กระแสประสาทออกจากเซลล์
ค. ศนู ย์ควบคุมการทางานของระบบประสาท
ง. ปฏิบัติงานประสานงานระหวา่ งเซลลป์ ระสาทกับ
หน่วย

เฉลย 1. ข 2. ก 3. ค 4. ข 5. ง

6. ก 7. ข 8. ค 9. ข 10. ค

69

70

71

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 รหสั วิชา ว32243
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5
รายวชิ าชวี วทิ ยา
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 13 ชวั่ โมง
บทท่ี 1 เร่อื งระบบประสาทและอวัยวะรบั ความรสู้ ึก 3 ชวั่ โมง
หน่วยการจดั การเรียนรู้ท่ี 1.2 เรือ่ ง โครงสร้างและการทำงานของเซลล์ประสาท ภาคเรยี นที่ 2/2564
ช่อื ครูผสู้ อน นางสาวภควดี อ่อนสุระทุม

สาระชวี วิทยา
ขอ้ 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ การหายใจและการแลกเปล่ยี นแก๊ส การลาํ เลียงสารและ

การหมุนเวยี นเลือด ภมู คิ ุ้มกันของรา่ งกาย การขับถ่าย การรับรู้ และการตอบสนอง การเคลื่อนท่ี การสืบพันธ์ุและ
การเจริญเตบิ โต ฮอรโ์ มนกับการรักษาดลุ ยภาพ และพฤตกิ รรมของสตั ว์ รวมท้ังนําความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชัน้ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้เพิม่ เตมิ

ม.5 • อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าที่ของ เซลล์ • หน่วยทํางานของระบบประสาท คือ เซลล์ ประสาท

ประสาท ซึ่งประกอบดว้ ยตัวเซลลแ์ ละ เส้นใยประสาททที่ ําหน้าท่ี

• อธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของศักย์ไฟฟ้า ที่ รับและส่งกระแสประสาท เรียกว่า เดนไดรต์และแอก

เย่ือหุ้มเซลลข์ องเซลล์ประสาท และกลไกการถ่ายทอด ซอน ตามลําดบั

กระแสประสาท • เซลล์ประสาทจาํ แนกตามหนา้ ท่ี ไดเ้ ปน็ เซลลป์ ระสาท

รับความรู้สึก เซลล์ประสาทสั่งการ และเซลล์ประสาท

ประสานงาน

• เซลลป์ ระสาทจําแนกตามรปู รา่ งไดเ้ ปน็ เซลล์ ประสาท

ขั้วเดียว เซลลป์ ระสาทข้วั เดยี วเทียม เซลล์ประสาทสอง

ขั้ว และเซลลป์ ระสาทหลายขั้ว

• กระแสประสาทเกิดจากการเปลี่ยนแปลงศักย์ไฟฟ้าท่ี

เยื่อหุ้มเซลล์ของเดนไดรต์และแอกซอน ทําให้มี การ

ถ่ายทอดกระแสประสาทจากเซลล์ประสาท ไปยังเซลล์

ประสาท หรอื เซลล์อ่นื ๆ ผา่ นทาง ไซแนปส์

• ระบบประสาทของมนุษย์แบ่งได้เป็น 2 ระบบ ตาม

ตําแหน่งและโครงสร้าง คือ ระบบประสาท ส่วนกลาง

ไดแ้ ก่สมองและไขสนั หลัง และระบบ ประสาทรอบนอก

ไดแ้ ก่ เสน้ ประสาทสมอง และเสน้ ประสาทไขสนั หลงั

72

1. กาหนดเปา้ หมายของการจดั การเรยี นรู้

1.1 สาระการเรยี นร้/ู เน้อื หาการเรียนรู้
เรือ่ งท่ี 2 เร่อื ง โครงสรา้ งและการทางานของเซลลป์ ระสาท
1) โครงสรา้ งของเซลลป์ ระสาท
2) การทาํ งานของเซลล์ประสาท

1.2 สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอดของเร่อื งทเี่ รยี น
เซลล์ประสาททำหน้าท่ีรับและส่งสัญญาณประสาทไปยงั เซลลต์ ่าง ๆ ทัว่ ร่างกาย มโี ครงสรา้ งแบ่งออกเป็น
2 ส่วน ได้แก่ ตัวเซลล์ประกอบด้วยนิวเคลียสและไซโทพลาซึมที่มีออร์แกเนลล์อยู่ภายใน ทำหน้าที่สังเคราะห์
สารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของเซลล์ และเส้นใยประสาททำหน้าท่ีรับและส่งกระแสประสาท แบ่งออกเป็น 2
ชนิด ได้แก่ เดนไดรต์ทำหน้าที่นำกระแสประสาทเข้าสู่ตัวเซลล์และแอกซอนทำหน้าที่นำกระแสประสาทออก
จากตัวเซลล์
เซลลป์ ระสาทจำแนกตามหน้าทกี่ ารทำงานได้ 3 ประเภท ไดแ้ ก่ เซลลป์ ระสาทรับความรู้สึกเซลล์ประสาท
สั่งการ และเซลล์ประสาทประสานงาน และจำแนกตามรูปร่างได้ 4 ประเภท ได้แก่ เซลล์ประสาทขั้วเดียว
เซลล์ประสาทขว้ั เดยี วเทียม เซลลป์ ระสาทสองขวั้ และเซลลป์ ระสาทหลายข้ัว
การถ่ายทอดกระแสประสาทจากเซลล์ประสาทหนึ่งไปยังอีกเซลล์ประสาทหนึ่งอาศัยการเปลี่ยนแปลง
ศักย์ไฟฟ้าที่เยื่อหุ้มเซลล์ เรียกว่า แอกชันโพเทนเชียล ซึ่งการถ่ายทอดกระแสประสาทจะเกิดขึ้นระหว่าง
ไซแนปส์ เมื่อกระแสประสาทถูกส่งมาที่ปลายแอกซอนของเซลล์ประสาทก่อนไซแนปส์จะมีถุง บรรจุสารส่ือ
ประสาทเคลื่อนที่ไปยังเซลล์ประสาทหลังไซแนปส์ ทำให้เกิดการถ่ายทอดกระแสประสาทไปยังเซลล์ประสาท
ถดั ไป

73

1.3 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ : เมอื่ ผู้เรียนจบกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถ

ดา้ นความรู้ - นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของ
(K: Knowledge) ศกั ยไ์ ฟฟา้ ทเี่ ยื่อหุ้มเซลลข์ องเซลล์ประสาท
- นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับกลไกการเกิดกระแส
ดา้ นกระบวนการ ประสาทและการถ่ายทอดกระแสประสาท
(P: Process) - นกั เรียนสามารถสืบคน้ ข้อมูลเกยี่ วกบั การเปลย่ี นแปลง
ของศักย์ไฟฟา้ ท่เี ย่ือหมุ้ เซลล์ของเซลล์ประสาท
ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ - นกั เรยี นสามารถสืบคน้ ข้อมูลเกย่ี วกับกลไกการเกดิ
(A: Attribute) กระแสประสาทและการถ่ายทอดกระแสประสาท
ด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การทาํ งานรว่ มกบั ผู้อืน่ , รับผิดชอบตอ่ การทํางาน,
(Sc.P: Science Process Skill) แสดงความคิดเห็น, นําเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียนได้

การสังเกต การลงความเห็นจากข้อมูล
การวัด การกําหนดและควบคุมตัวแปร
การคาํ นวณ/การใชต้ ัวเลข การกาํ หนดนยิ ามเชงิ ปฏิบัติ
การจําแนกประเภท การตั้งสมมติฐาน
การจดั กระทําและสือ่ ความหมายข้อมลู การทดลอง
การหาความสมั พันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส การตีความหมายข้อมูล
และสเปสกบั เวลา การสร้างแบบจําลอง
การพยากรณ/์ การทํานาย

74

2. การจัดกจิ กรรมการเรียนรูโ้ ดยใช้รปู แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ร่วมกับ
กจิ กรรมการเรยี นรูแ้ บบเชิงรุก (Active Learning)

ชัว่ โมงท่ี 1 - 2 เซลล์
ขัน้ ท่ี 1 ขัน้ กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement)
1. นาํ บัตรภาพหรือสไลดถ์ าวรของเซลลป์ ระสาทและเซลลช์ นิดอื่น ๆ เช่น เซลลเ์ ย่ือบขุ า้ งแก้ม

กล้ามเนอ้ื เซลลเ์ มด็ เลอื ด มาให้นักเรยี นดูและศึกษาความแตกตา่ ง

∆ เซลล์ประสาท ∆ เซลลก์ ลา้ มเนอ้ื

∆ เซลล์เย่อื บุข้างแกม้ ∆ เซลลเ์ มด็ เลอื ด

2. ถามคำถาม Key Question กับนกั เรยี นวา่ “เซลลป์ ระสาทมีลกั ษณะเหมอื นหรือแตกต่างจากเซลล์
อ่นื ๆ อยา่ งไร”

(แนวคำตอบ: เซลลป์ ระสาทมลี กั ษณะแตกตา่ งจากเซลลอ์ ่ืน ๆ ของร่างกาย เนือ่ งจากเซลล์ประสาทมีเสน้
ใยประสาทยืน่ ออกมาจากตัวเซลล์ แต่มีโครงสรา้ งของเซลล์ทว่ั ไป ไดแ้ ก่ เย่อื หุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม และ
นิวเคลียส เหมือนกับเซลล์รา่ งกายอน่ื ๆ)

75

ขน้ั ที่ 2 ขน้ั สารวจค้นหา (Exploration)
1. แบง่ นกั เรยี นเป็นกลุ่มย่อย ๆ กลมุ่ ละ 5 คน โดยใช้ผลทางการเรียนจัดนักเรยี นตามระดับความสามารถ
สูง ปานกลาง และคละกัน ในอัตราส่วน 1 : 2 : 2 เพื่อศึกษาโครงสร้างของเซลล์ประสาทภายใต้กล้องจุลทรรศน์
โดยศึกษาโครงสร้างของเซลล์ประสาทและประเภทของเซลล์ประสาท (จำแนกตามหน้าที่การทำงานและจำแนก
ตามรูปร่าง) ให้สมาชกิ ในทมี ทําหนา้ ที่ดงั นี้

- ผู้นํากลุ่ม ทําหน้าที่ควบคุมดูแลการทํางานให้ลุล่วง กระตุ้นเตือนและให้กําลังใจสมาชิก รับ
เอกสารจากครู และรวบรวมงานสง่ ครู

- ผ้บู นั ทกึ ทาํ หน้าที่จดบันทกึ ข้อตกลง สรปุ ผลการทํางานและรายงานผล
- ผชู้ แ้ี นะ ทําหน้าทขี่ ยายความรู้เพิม่ เติมความคิด
- ผู้ตรวจสอบ ทําหน้าที่ตรวจสอบความเข้าใจในบทเรียนของสมาชิกให้ทุกคนสามารถอธิบายได้
เหมอื นกนั
2. นักเรยี นแต่ละคนทําแบบทดสอบกอ่ นเรียน เรือ่ ง โครงสร้างและการทำงานของเซลล์ประสาท
3. ครูนําเสนอบทเรียน โดยครูสอนความรู้แก่นักเรียนทั้งชั้นประกอบกับสื่อการสอน เพื่อให้นักเรียนเกิด
ความสนใจและเกิดการเรยี นรรู้ วดเรว็ ขึ้น
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มวาดภาพเซลล์ประสาทที่สังเกตเห็นภายใตก้ ล้องจุลทรรศน์ พร้อมอธิบายโครงสร้าง
ของเซลลป์ ระสาท โดยนกั เรียนทํางานเป็นทมี และทกุ คนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง โดยการอภปิ รายแลกเปลีย่ นความ
คดิ เหน็ ปรึกษาหารอื ทําความเข้าใจจากใบงานกจิ กรรมการทดลอง
5. นักเรียนทำใบงานที่ 2.1 เรอื่ ง เซลลป์ ระสาท
6. ถามคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี น เช่น
- เซลล์ประสาทมลี ักษณะอย่างไร
(แนวคำตอบ: เซลลป์ ระสาทประกอบดว้ ยตัวเซลล์ ซงึ่ มนี ิวเคลยี สและออรแ์ กเนลลต์ ่าง ๆ อย่ใู น
ไซโทพลาซึม และมเี ส้นใยประสาทแยกออกจากตัวเซลล์ แบ่งเปน็ เดรนไซต์และแอกซอน)
- เดนไดรตก์ บั แอกซอนมีลักษณะแตกตา่ งกันอย่างไร
(แนวคำตอบ: เดนไดรตเ์ ปน็ เสน้ ใยประสาททีน่ ำกระแสประสาทเขา้ ส่ตู ัวเซลล์ เซลล์ประสาท 1 เซลล์
อาจมีเดนไดรตแ์ ยกออกจากตวั เซลล์ 1 เสน้ ใย หรอื หลายเสน้ ใย ส่วนแอกซอนเป็นเสน้ ใยประสาทท่ีนำกระแส
ประสาทออกจากตวั เซลล์ เซลล์ประสาท 1 เซลล์จะมีแอกซอนเพยี ง 1 เสน้ เท่านัน้ )
- เซลลป์ ระสาททสี่ งั เกตเห็นภายใต้กล้องจุลทรรศน์จำแนกตามรูปร่างได้เป็นประเภทใด อธบิ ายประกอบ
(แนวคำตอบ: คำตอบขึ้นอยูก่ ับสไลด์ถาวรของเซลลป์ ระสาทที่นำมาประกอบการสอน เช่น เซลล์
ประสาทสองขว้ั มเี ส้นใยประสาทแยกออกจากตวั เซลล์ 2 เส้น เสน้ หนึ่งเปน็ เดรนไดรตแ์ ละอีกเส้นเปน็ แอกซอน

76

หรอื เซลล์ประสาทหลายขว้ั มีเส้นใยประสาทแยกออกจากตวั เซลล์จำนวนมาก ซึง่ มเี ดรนไดรต์ 2 เสน้ หรอื
มากกว่า แตม่ แี อกซอนเพยี งเส้นเดียว)

7. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ร่วมกันศกึ ษาการเกิดกระแสประสาท ซง่ึ สามารถใชว้ ดี ทิ ศั น์ ดังนี้
- https://www.youtube.com/watch?v=oa6rvUJlg7o
หรอื ศึกษาจากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตรร์ ายวชิ าชวี วิทยา เล่ม 5 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6
8. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ศกึ ษาการถ่ายทอดกระแสประสาทผ่านไซแนปส์ ซ่งึ สามารถใชว้ ดี ิทศั น์ ดังน้ี
- https://www.youtube.com/watch?v=mItV4rC57kM
หรือศกึ ษาจากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตรร์ ายวิชาชีววทิ ยา เลม่ 5 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6
9. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั เขยี นแผนภาพแสดงการเปลีย่ นแปลงศกั ยไ์ ฟฟ้าที่เยอ่ื หมุ้ เซลลป์ ระสาทใน
สภาวะทีถ่ กู กระตนุ้ และเขียนแผนผงั แสดงการถา่ ยทอดกระแสประสาทผา่ นไซแนปส์

ขน้ั ท่ี 3 ข้นั อธบิ ายความรู้ (Explanation)
1. ถามคำถาม Key Question กบั นกั เรียนว่า กระแสประสาทถูกสง่ จากเซลล์ประสาทหนึ่งไปยังอีก
เซลล์ประสาทหนงึ่ ไดอ้ ย่างไร
(แนวคำตอบ: การถา่ ยทอดกระแสประสาทผ่านไซแนปส์ โดยอาศัยสารสื่อประสาทในการนำและควบคุม
สัญญาณไฟฟ้าจากเซลล์ประสาทหน่งึ ไปยงั อีกเซลลป์ ระสาทหนง่ึ ทำใหเ้ กิดการส่งกระแสประสาทไปเรอ่ื ย ๆ)
2. สมุ่ เลือกนักเรยี น 2 กล่มุ อธิบายโครงสรา้ งของเซลลป์ ระสาทจากภาพวาดเซลล์ประสาทท่ี
สงั เกตภายใต้กลอ้ งจุลทรรศน์
สุ่มเลือกนักเรยี น 2 กลมุ่ อธบิ ายการเกดิ กระแสประสาท จากแผนภาพ
ส่มุ เลอื กนักเรยี น 2 กลมุ่ อธบิ ายการถ่ายทอดกระแสประสาทผ่านไซแนปส์ จากแผนผัง
ส่มุ เลือกนกั เรียน 2 กลมุ่ เปรยี บเทยี บการถ่ายทอดกระแสประสาทระหว่างเซลล์ประสาททีม่ เี ยื่อไมอลี นิ
หุ้มกบั เซลลป์ ระสาททไี่ มม่ ีเยอ่ื หุ้ม
10. ถามคำถามเพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียน โดยให้นกั เรยี นจดลงสมุดบันทึก เชน่
- โนดออฟแรนเวยี ร์ส่งผลตอ่ การถ่ายทอดกระแสประสาทอย่างไร
(แนวคำตอบ: โนดออฟแรนเวียร์ทำใหก้ ารส่งกระแสประสาทเกิดไดเ้ รว็ ขนึ้ เนื่องจากการเกิดแอกชัน-
โพแทนเชียลจะเคล่อื นทจี่ ากโนดออฟแรนเวียร์หน่ึงขา้ มไปยังอีกโนดออฟแรนเวยี รห์ น่งึ )
- การเปลี่ยนแปลงศกั ย์เยือ่ เซลลร์ ะยะพกั และระยะทีถ่ ูกกระต้นุ มลี กั ษณะอย่างไร
(แนวคำตอบ: ในระยะศกั ยเ์ ย่ือเซลล์ระยะพกั ภายนอกเซลลม์ ี Na+ และภายในเซลลม์ ี K+ มคี า่ ศกั ย์
เย่อื เซลล์ระยะพัก -70 mV แตเ่ มื่อมีสิ่งเร้ามากระตุน้ จะทำใหช้ อ่ งโซเดยี มเปิด Na+ ไหลเขา้ สูเ่ ซลลม์ ากขึ้น
ทำใหภ้ ายในเซลลม์ ศี ักย์ไฟฟ้าเปน็ บวกมากขน้ึ ค่างตา่ งศกั ยเ่ี ย่ือห้มุ เซลล์เปลีย่ นจาก -70 mV เปน็ +50
mV จากนนั้ ช่องโซเดยี มจะปดิ ช่องโพแทสเซยี มจะเปดิ K+ ไหลออกนอกเซลล์ ทำให้ภายในเซลล์สญู เสยี

77

ประจุบวก ค่างตา่ งศักย่เี ยอื่ หุ้มเซลล์เปลีย่ นจาก +50 mV เป็น -70 mV หรอื กลับเข้าสรู่ ะยะพกั อีกคร้งั )
- หากไม่มีการขับ Na+ ออกจากเซลล์ และดงึ K+ เข้าสู่เซลล์ จะเกดิ ผลต่อการส่งกระแสประสาทอย่างไร

(แนวคำตอบ: เซลล์ประสาทไมเ่ ขา้ สรู่ ะยะพัก)
- ความเรว็ ของการส่งกระแสประสาทขนึ้ อยู่กบั ปจั จยั ใดบา้ ง

(แนวคำตอบ: ขนาดของเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางและระยะของโนดออฟแรนเวียร์ (เฉพาะเซลลป์ ระสาททีม่ ี
เยอ่ื ไมอลี นิ หุ้ม))
- ถ้าไมม่ ีการส่งสารสื่อประสาทจากแอกซอนของเซลล์ประสาทก่อนไซแนปส์จะเกิดการสง่ กระแส ประสาท
ขึน้ ท่เี ดรนไดรตข์ องเซลลป์ ระสาทหลังไซแนปส์หรอื ไม่

(แนวคำตอบ: ไม่เกิดกระแสประสาท)
- เย่ือไมอลี ินทีห่ มุ้ บริเวณแอกซอนของเซลลป์ ระสาทสง่ ผลต่อการเคลอื่ นทข่ี องกระแสประสาทอย่างไร

(แนวคำตอบ: เย่ือไมอีลินทหี่ ุ้มบรเิ วณแอกซอนของเซลลป์ ระสาททำหนา้ ท่ีเป็นฉนวนก้นั ไฟฟา้ ทำให้
แอกซอนบริเวณทมี่ เี ยื่อไมอีลนิ หุ้มไมเ่ กิดแอกชันโพเทนเชียล ทำให้แอกชันโพเทนเชยี ลเคลอื่ นทจ่ี ากโนด
ออฟเรนเวยี ร์หน่งึ ขา้ มไปยังอีกโนดออฟเรนเวยี ร์หนึง่ กระแสประสาทจึงเคลื่อนทีไ่ ดเ้ ร็วขน้ึ )
- เพราะเหตุใดจงึ พบสารสอื่ ประสาทเฉพาะท่ีปลายแอกซอน และมผี ลตอ่ การเคลื่อนทีข่ องกระแส ประสาท
อยา่ งไร

(แนวคำตอบ: สารส่อื ประสาทพบเฉพาะทปี่ ลายแอกซอน ทำให้การเคล่ือนท่ีของกระแสประสาท
เกดิ ขึน้ ในทิศทางเดยี ว จากแอกซอนของเซลลป์ ระสาทหนง่ึ ไปยงั เดนไดรต์ ของอกี เซลล์ประสาทหนงึ่ )

3. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเซลล์ประสาทและการทํางานของเซลล์ประสาท เพื่อให้ได้ข้อสรุป
ว่าเซลล์ประสาทมีโครงสรา้ งประกอบด้วยตวั เซลล์ทําหน้าที่สังเคราะห์สารที่จําเปน็ ต่อการดํารงชีวติ ของเซลล์ และ
เส้นใยประสาททําหน้าที่รับส่งกระแสประสาท แบ่งออกเป็นเดนไดรต์ทําหน้าที่นํากระแสประสาทเข้าสู่ตัวเซลล์
และแอกซอนทาํ หน้าทนี่ ํากระแสประสาทออกจากตวั เซลล์ เซลลป์ ระสาทแบง่ ประเภทตามหน้าท่ีการทํางานได้เป็น
เซลล์ประสาทรับความรู้สึก เซลล์ประสาทสั่งการ และเซลล์ประสาทประสานงาน และแบ่งประเภทตามรูปร่างได้
เป็นเซลล์ประสาทขั้วเดียว เซลล์ประสาทขั้วเดียวเทียม เซลล์ประสาทสองขั้ว และเซลล์ประสาทหลายขั้ว กระแส
ประสาทจะถูกการถ่ายทอดจากเซลล์ประสาทหนึ่งไปยังอีกเซลลป์ ระสาทหน่ึงโดยกระบวนการแอกชันโพเทนเชียล
ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงศักย์ไฟฟ้าที่เยื่อหุ้มเซลล์ การถ่ายทอดกระแสประสาทจะเกิดขึ้นระหว่างไซแนปส์ เมื่อ
กระแสประสาทถกู สง่ มาท่ปี ลายแอกซอนของเซลล์ ประสาทก่อนไซแนปส์ จะมถี งุ บรรจุสารสือ่ ประสาทเคล่ือนที่ไป
ยงั เซลล์ประสาทหลงั ไซแนปส์ ทาํ ใหเ้ กดิ การถ่ายทอดกระแสประสาทไปยังเซลลป์ ระสาทถัดไป

4. นกั เรียนเขียนสรุปในรูปแบบผงั มโนทัศน์ เรอื่ ง โครงสรา้ งและประเภทของเซลล์ประสาท ลงใน
กระดาษ A4

5. นักเรยี นสร้างตารางเปรยี บเทียบประเภทเซลลป์ ระสาทตามหนา้ ท่ีของเซลลป์ ระสาทและตาม

78

จำนวนใยประสาท ลงในสมดุ บันทึกของนกั เรียน
6. นักเรยี นเขยี นแผนภาพ เรอ่ื ง การเปล่ียนแปลงศักย์ไฟฟ้าท่ีเยือ่ หุม้ เซลลแ์ ละการถ่ายทอด

กระแสประสาทระหวา่ งเซลลป์ ระสาท ลงในกระดาษ A4

ช่ัวโมงท่ี 3
ข้ันที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
1. นักเรยี นทำใบงานที่ 2.2 โครงสรา้ งและการทำงานของเซลลป์ ระสาท
2. นักเรยี นศึกษาคำวา่ “electrical synapse” และ “chemical synapse” แลว้ เปรยี บเทียบความ
แตกตา่ งของ electrical synapse และ chemical synapse พรอ้ มยกตัวอย่างประกอบ

ขน้ั ท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ (Evaluation)
1. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ทําการประเมินผลการทาํ งานของกล่มุ โดยใชแ้ บบบันทึกการทาํ งานกลุ่ม
2. นักเรียนแต่ละคนทําแบบทดสอบเมื่อจบบทเรียน คะแนนจากการทดสอบจะพิจารณาเป็น 2 ระดับ
ดังนี้

- คะแนนรายบคุ คล ได้จากคะแนนดบิ ท่นี ักเรียนแต่ละคนทําได้
- คะแนนเฉลี่ยของกลุ่ม ได้จากการนําคะแนนรายบุคคลของสมาชิกมารวมกันแล้วเฉลี่ยด้วย
จํานวนสมาชกิ

สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้
1. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์รายวิชาชีววิทยา เล่ม 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 บทท่ี 1 ระบบประสาทและ

อวัยวะรบั ความรู้สกึ
2. ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง เซลล์ประสาท
3. ใบงานท่ี 2.2 โครงสรา้ งและการทำงานของเซลล์ประสาท
4. PowerPoint เรือ่ ง โครงสร้างและการทำงานของเซลล์ประสาท
5. วดี ิทัศน์ เร่อื ง เกิดกระแสประสาท และการถ่ายทอดกระแสประสาทผ่านไซแนปส์
6. ภาพเซลลใ์ นรา่ งกาย
7. แบบทดสอบก่อนเรยี น และแบบทดสอบหลังสอบ เรื่อง โครงสร้างและการทำงานของเซลลป์ ระสาท

79

การวัดและประเมนิ ผล

รายการวัด วธิ วี ัด เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ

1. ประเมนิ กอ่ นเรยี น

- แบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น - ประเมนิ ตาม

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1.2 ก่อนเรียน สภาพจริง

2. การประเมินระหวา่ ง

การจดั กิจกรรม

1) โครงสรา้ งและการ - ตรวจใบงานที่ 2.1 เร่อื ง - ใบงานที่ 2.1 เร่ือง - รอ้ ยละ 75

ทำงานของเซลลป์ ระสาท เซลล์ประสาท เซลล์ประสาท ผา่ นเกณฑ์

- ตรวจใบงานที่ 2.2 - ใบงานที่ 2.2 โครงสร้าง - รอ้ ยละ 75

โครงสร้างและการ และการทำงานของ ผ่านเกณฑ์

ทำงานของเซลล์ เซลล์ประสาท - ระดบั คณุ ภาพดี

ประสาท ผา่ นเกณฑ์

- ตรวจผงั มโนทศั น์ เร่ือง

โครงสรา้ งและประเภท - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพดี

ของเซลล์ประสาท ผงั มโนทศั น์ ผา่ นเกณฑ์

- ตรวจตารางเปรียบเทยี บ

ประเภทเซลลป์ ระสาท - สมดุ บันทึกของ

- ตรวจแผนภาพ เร่อื ง นักเรียน

การเปล่ียนแปลง

ศักย์ไฟฟา้ ท่ีเย่ือหุม้ เซลล์ - ผลงานทีน่ ำเสนอ

และการถา่ ยทอดกระแส

ประสาทระหว่างเซลล์

ประสาท

2) การปฏิบัตกิ าร - ประเมินการนำเสนอ - ผลงานที่นำเสนอ - ระดบั คณุ ภาพดี

ผลงาน ผา่ นเกณฑ์

3) พฤตกิ รรม - ประเมนิ การปฏบิ ตั กิ าร - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพดี

การทำงานกลุ่ม การปฏิบัติการ ผ่านเกณฑ์

80

4) คุณลักษณะ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพดี

อันพงึ ประสงค์ การทำงานกล่มุ การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์

3. ประเมนิ หลงั เรียน

- แบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรียน - ประเมนิ ตาม
สภาพจริง
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1.2 หลังเรียน

81

แบบประเมินความถกู ต้องของการสรุปความคิดรวบยอดในรูปแบบขอผังมโนทัศน์

เร่อื ง………………………………………………..……………ช้ัน…………….วัน/เดอื น/ป…ี ……………………..

เลข เนอื้ หา รูปแบบ ความ เวลา รวม ระดบั

ที่ ประเด็น สวยงาม/ คะแนน คุณภาพ

ชื่อ-สกลุ สรา้ งสรรค์

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

82

เลข เนอ้ื หา รปู แบบ ความ เวลา รวม ระดบั

ที่ ประเด็น สวยงาม/ คะแนน คณุ ภาพ

ช่ือ-สกลุ สรา้ งสรรค์

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

41

42

43

44

45

46

47

เกณฑ์การให้คะแนน
3 = ดี คะแนนช่วง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนชว่ ง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรับปรุง คะแนนช่วง 1-4 คะแนน

ลงชอื่ ………………………………………ผู้ประเมนิ
(……………………………………………………….)

83

เกณฑก์ ารประเมนิ ความถูกต้องของการสรปุ ความคดิ รวบยอดในรปู แบบของบนั ทกึ สรุป

ประเด็นการประเมิน ระดบั คณุ ภาพการประเมิน

การสรปุ ความคิดรวบ 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
ยอดในรปู แบบของผัง

มโนทศั น์

1. เนอ้ื หา ข้อมูลครบถ้วนทุกประเด็น มีข้อมูลที่ขาดไปเพียง 1-2 ดาเนินการค้นคว้าข้อมูลที่

หลากหลาย ถูกตอ้ ง สมบรู ณ์ และ ประเด็น ตอ้ งการได้เพียงบางส่วน

ชัดเจน

2. รูปแบบ รูปแบบผังมโนทัศน์ชัดเจน เข้าใจ รูปแบบผังมโนทัศน์ขาด รูปแบบผังมโนทัศน์ขาด

งา่ ย อ ง ค ์ ป ร ะ ก อ บ ไ ป 1-2 องค์ประกอบมากกว่า2

ประเด็น ประเด็น

3. ค ว า ม ส ว ย ง า ม / ผังมโนทัศน์สวยงาม สร้างสรรค์ ผังมโนทัศน์สวยงาม มีความ ผังมโนทัศน์ไม่มีความ

สร้างสรรค์ นาเสนอได้แปลกใหม่ นาไปเป็น สร้างสรรค์อยู่บ้างและยัง สวยงาม ไม่ค่อยสรา้ งสรรค์

ตวั อยา่ งได้ นาไปเปน็ ตวั อย่างได้ คอ่ นขา้ งสกปรก

4. เวลา ส่งไดท้ นั เวลาทุกครง้ั ทก่ี าหนด ส่งได้ทันเวลาบางครั้งท่ี ส่งไม่ทันเวลาทุกครั้งท่ี

กาหนด กาหนด

84

แบบสังเกตพฤติกรรมด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

เร่อื ง………………………………………………..……………ชั้น…………….วัน/เดอื น/ปี……………….

เลข ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อย่าง มงุ่ มั่นใน มีจิต รวม ระดับ

ที่ ประเดน็ พอเพยี ง การทางาน สาธารณะ คะแนน คุณภาพ

ชอ่ื -สกลุ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29

85

เลข ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง ม่งุ ม่นั ใน มจี ิต รวม ระดบั

ที่ ประเด็น พอเพยี ง การทางาน สาธารณะ คะแนน คุณภาพ

ชอ่ื -สกลุ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

41

42

43

44

45

46

47

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
3 = ดี คะแนนชว่ ง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนชว่ ง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรบั ปรุง คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน

ลงชือ่ ………………………………………..ผู้ประเมิน
(………………………………..……)

86

แนวทางการให้คะแนนแบบสังเกตพฤตกิ รรมดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

พฤติกรรม ระดบั คุณภาพการประเมนิ

3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )

1. ใฝ่เรียนรู้ มีความต้ังใจเรยี น แสวงหาความรู้ มีความตั้งใจเรียน แสวงหา ไม่ตั้งใจเรียน ไม่แสวงหา

เพียร พยายามในการเรียนและ ความรู้ เพยี ร ความรู้ ส่งเสียงดังและ

เขา้ รว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ พยายามในการเรียน ไม่เล่น เลน่ ในขณะทค่ี รสู อน

ในเวลาที่ครูสอน และส่ง

เ ส ี ย ง ร บ ก ว น เ พ ื ่ อ น เ ป็ น

บางคร้งั

2. อยู่อย่างพอเพยี ง มีเหตุผลรอบคอบ สามารถ มีเหตุผล รอบคอบและ ไม่สามารถปรับตัวเพื่ออยู่
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
ปรับตัวอยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดี สามารถปรับตัวเพื่ออยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้ไม่เห็น
4. มจี ติ สาธารณะ
เห็นความส าคัญของสื่อ การ ร่วมกับผูอ้ ื่นได้เปน็ บางคร้ัง ความส าคัญของสื่อการ

เรียนรทู้ ม่ี อี ยู่ เรยี นรู้ และไม่ดูแลรกั ษา

มีความตั้งใจและ รับผิดชอบใน มีความตั้งใจและ รับผิดชอบ ไม่มีความตั้งใจ ไม่มีความ

การปฏิบัติ หน้าที่การงาน ด้วย ในการปฏบิ ัติ หนา้ ที่การงาน รับผิดชอบในการปฏิบัติ

ความ เพียร พยายาม และอดทน เป็น บางครั้ง ชอบเล่นใน หน้าที่การงานและ ไม่มี

เพ่อื ใหง้ านสาเร็จ ตามเป้าหมาย เวลา เรียนบ้างเป็นบางครั้ง ความอดทน ท างานไม่

ไม่ ค่อยมีความอดทนในการ ส าเร็จได้ตามเป้าหมาย

ทางานให้สาเรจ็ เทา่ ทค่ี วร ชอบเล่นในเวลาเรียน ไม่

สนใจงานทร่ี ับมอบหมาย

ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความ เต็มใจ ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ให้คว ามช ่วยเหลือ

โดยไม่หวัง ผลตอบแทน เข้าร่วม อย่างเต็มใจเป็นบางครั้ง เพื่อนในการท า งานท่ี

กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ต่อ และให้ความร่วมมือใน การ ได้รับมอบหมายในกลุ่ม

โรงเรยี น ชมุ ชน และสังคม เ ข ้ า ร ่ ว ม ก ิ จ ก ร ร ม ข อ ง ชอบเกเรเพื่อน ไม่ให้

โรงเรยี นหรือชุมชน ความเข้าร่วมมือในการ

เข้าร่วมกิจกรรมของ

โรงเรียนหรอื ชมุ ชน

87

แบบประเมินสมรรถนะผเู้ รยี น

เรื่อง………………………………………………..……………ชน้ั …………….วัน/เดอื น/ปี……………….

เลข ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ รวม ระดบั

ที่ ประเดน็ ใน ใน ใน ในการใช้ คะแนน คุณภาพ

ชื่อ-สกลุ การส่อื สาร การคิด การแกป้ ญั หา ทกั ษะชีวิต

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

88

เลข ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ รวม ระดับ

ที่ ประเด็น ใน ใน ใน ในการใช้ คะแนน คณุ ภาพ

ชือ่ -สกุล การสอื่ สาร การคิด การแก้ปัญหา ทักษะชวี ิต

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

41

42

43

44

45

46

47

เกณฑ์การให้คะแนน
3 = ดี คะแนนช่วง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนชว่ ง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรบั ปรงุ คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน

ลงช่อื ………………………………………..ผปู้ ระเมนิ
(………………………………..……)

89

แนวทางการให้คะแนนแบบประเมนิ สมรรถนะผเู้ รยี น

พฤติกรรม ระดับคุณภาพการประเมนิ

1. ความสามารถใน 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
การส่ือสาร มคี วามสามารถในการรับ ส่งสาร
และถ่ายทอด ความรู้ ความคิด สามารถ่ายทอดความรู้ ความ ไม่สามารถถ่ายทอด ความรู้
2. ความสามารถใน ความ เข้าใจของตนเองให้ผู้อ่ืน
การคดิ เขา้ ใจได้ เข้าใจของตนเองให้ผูอ้ ่ืนเขา้ ใจ ความเข้าใจของตนเองให้ผู้อ่ืน

3. ความสามารถใน ได้เป็นบางคร้ัง เข้าใจได้
การแก้ปัญหา
มคี วามสามารถในการคิด วิเคราะห์ สามารถคิดวิเคราะห์ และ คิด ไม่สามารถคิดวิเคราะห์ และ
4. ความสามารถใน
การใช้ทักษะชีวิต และคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้าง อ ย ่ า ง เ ป ็ น ร ะ บ บ ไ ด ้ ไ ม ่ ดี คิดอย่างเป็นระบบได้ ทาให้

องค์ ความรูไ้ ด้ เท่าทคี่ วร สร้างองค์ความรูไ้ มไ่ ด้

มีความสามารถในการ แก้ปัญหา สามารถแก้ปัญหาโดยใช้ ไม่สามารถแก้ปัญหาอย่าง มี

อย่างมีเหตุผล และตัดสินใจโดย เหตุผลและตัดสินใจโดย เหตุผลได้ และตัดสินใจ โดยไม่

คานงึ ถึงผอู้ น่ื คานงึ ถงึ ผู้อนื่ เป็นบางคร้งั คานึงถงึ ผู้อน่ื

มีความสามารถในการปฏิบัติงาน สามารถปฏิบัติงานและ ไม่สามารถปฏิบัติงานและ

และทางานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ ทางานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ ทางานกลุ่มรว่ มกับผ้อู ่นื ได้

อยา่ งมีประสิทธภิ าพและสรา้ งสรรค์ อย่างมีประสิทธิภาพเป็น

บางคร้ัง

90

แบบประเมนิ พฤติกรรมปฏิบัติงานกลุ่ม

เรือ่ ง………………………………………………..……………ช้ัน…………….วนั /เดอื น/ป…ี …………….
คาชแี้ จง : ทาเครอื่ งหมาย ในช่องระดับคณุ ภาพการปฏิบตั งิ านกลุม่

ระดับคณุ ภาพการปฏิบตั งิ านกลมุ่ รวม
คะแนน
พฤติกรรม การให้ความ การมีส่วน การแสดง การ
ช่ือกลุ่ม 12
รว่ มมือ ร่วมในการ ความ ปฏบิ ตั ิงาน

ช่วยเหลือใน วางแผน คิดเห็น ตามบทบาท

การทางาน ภายในกลมุ่ หน้าท่ี

3 21321321321

เกณฑ์การให้คะแนน
3 = ดี คะแนนช่วง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนช่วง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรับปรงุ คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน

ลงช่ือ………………………………………ผปู้ ระเมนิ
(……………………………………………………….)

91

แนวทางการให้คะแนนแบบประเมนิ พฤติกรรมปฏิบตั ิงานกลุ่มเร่อื ง……………………………………..

พฤติกรรม ระดับคณุ ภาพการประเมนิ

3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)

1. การใหค้ วามรว่ มมือ สมาชิกกลุ่มให้ความร่วมมือ ในการ สมาชกิ บางคนในกลุ่มให้ความ สมาชิกบางคนในกลุ่มไม่ให้

ช่วยเหลือในการทางาน ท างานเป็นอย่างดี โดยที่ไม่มี รว่ มมอื ในการทางานเป็นอย่าง ความรว่ มมือในการทางาน

สมาชิกในกลมุ่ เอารัดเอาเปรียบกนั

2. การมสี ่วนรว่ มใน มีความร่วมมือในการวาง แผนการ มีความร่วมในการวางแผนการ มีความร่วมมือในการ ว า ง
การวางแผน
ปฏิบตั งิ านกลุ่มเป็นอยา่ งดี ปฏิบัติงานกลุ่มโดยที่นักเรียน แผนการปฏิบัติโดยที่นักเรียน
3. การแสดงความ
คิดเหน็ ภายในกล่มุ คนใดคนหนึ่งในกลุ่มไม่ให้ มากกว่า 2 คน ที่ไมใ่ ห้ความรว่ ม

4. การปฏบิ ัติงานตาม ความร่วมมอื
บทบาทหนา้ ท่ี
สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีการ แสดง สมาชิกบางคนในกลุ่มมีการ สมาชิกบางคนในกลุ่มไม่มี การ

ความคิดเห็นและมี การตัดสินใจใน แสดงความคิดเห็นและมีการ แสดงความคิดเห็น และไม่มีการ

การเลือกความคิดเห็นที่มีผู้คน ตัดสินใจในการเลือกความ ตัดสินใจในการเลือกความ

ยอมรบั มากทสี่ ุด คิดเห็นที่มีผู้คนยอมรับมาก คิดเหน็ ทม่ี ผี คู้ นยอมรับมากท่ีสดุ

ทีส่ ดุ

มีการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ มีการปฏิบัติงานตามบทบาท มีการปฏิบัติงานตามบทบาท

ของแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม หน้าที่ของแต่ละกลุ่มได้อย่าง หน้าที่ของแต่ละ กลุ่มได้อย่าง

และถูกต้อง เหมาะสมและถกู ตอ้ งโดยทไ่ี ม่ เหมาะสมและถูกต้องโดยที่ไม่มี

มีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มหรือ คนใดคนหนึ่งในกลุ่มหรื อ

มากกว่า 2 คนไม่ปฏิบัติตาม มากกว่า 3 คนไม่ปฏิบัติตาม

หนา้ ที่ หน้าท่ี

92

ใบงาน 2.1 เร่ือง เซลล์ประสาท

ชื่อ………………………………………………………………………………………… ชนั้ ………………. เลขที่ ………….

คาชแ้ี จง : ระบุโครงสร้างและอธิบายลักษณะของเซลล์ประสาทที่กำหนดให้

1
2
3
4

หมายเลข 1 คอื .................................................... หมายเลข 2 คอื ....................................................
หน้าที่ ................................................................... หน้าท่ี ....................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................

หมายเลข 3 คือ .................................................... หมายเลข 4 คือ ....................................................
หนา้ ท่ี ................................................................... หน้าท่ี ....................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................
............................................................................... ...............................................................................

93

ใบงานที่ 2.2 โครงสร้างและการทางานของเซลล์ประสาท
ชอื่ ………………………………………………………………………………………… ชน้ั ………………. เลขท่ี ………….
คาช้แี จง : ให้นกั เรียนตอบคําถามต่อไปนี้ให้ถูกตอ้ ง
1. ระบบประสาทของมนุษย์แบ่งเปน็ 2 ระบบ คือ ………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ระบบประสาทส่วนกลาง(Central nervous system : CNS) ประกอบด้วย ……………………………….
3. ระบบประสาทรอบนอก (Peripheral nervous system : PNS) ประกอบด้วย…………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
4. เซลล์ประสาท(nerve cell) หรอื นิวรอน(neuron) ทําหน้าที่ ………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………......................................
5. เซลล์ประสาท ประกอบด้วยส่วนที่สาํ คญั 2 สว่ น คือ ………………………………………………………………..
6. วาดภาพเซลล์ประสาทพร้อมระบุโครงสร้างของเซลล์

7. ตัวเซลล์ (cell body) มลี ักษณะ …………………………………………………………………….……………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
8. ใยประสาท (nerve fiber) มีลักษณะ ……………………………………………………………………………………………
มี 2 ชนิด คอื ……………………………………………………………………………………………………………………………..
9. เดนไดรต์ (dendrite) ทําหน้าท่ี ……………………………………………………………………………………………………
10. แอกซอน (axon) ทําหนา้ ที่ ……………………………………………………………………………………………………….
11. เยอ่ื ไมอีลนิ มีลักษณะ ……………………………………………………………………………………………………….
12. โนดออฟแรนเวยร์ (node of Ranvier) มีลักษณะ ………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………….
13. ถา้ ใชจ้ าํ นวนเสน้ ใยประสาทเป็นหลกั อาจแบ่งเซลลป์ ระสาทได้เป็น 3 ชนิดคือ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

94

………………………………. …………………………… …………………………….. ……………………………..

14. เซลล์ประสาทจาํ แนกตามหน้าท่ไี ด้ 3 ชนดิ ได้แก่ ………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

15. เซลลป์ ระสาทรบั ความรู้สึก (sensory neuron) คือ ………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………

16. เซลลป์ ระสาทส่ังการ (motor neuron) คือ ………………………………………………………..………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………

17. เซลลป์ ระสาทประสานงาน (association neuron) คอื ………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………

18. ฮอดจ์กิน (A.L. Hodgkin) และ ฮักซเลย์ (A.F. Huxley) ทําการทดลองท่คี น้ พบการเกดิ กระแสประสาทได้ อย่างไร

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 19.

ความตา่ งศักย์ไฟฟ้า คือ ……………………………………………………………………………………………………………….

20. ความตา่ งศักยไ์ ฟฟ้าระหว่างภายในและภายนอกเซลลป์ ระสาทของหมึกท่วี ัดไดจ้ ากการทดลองมีคา่ เทา่ กับ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

21. กระบวนการโซเดยี มโพแทสเซยี มปัม๊ (sodium-potassium pump) หมายถึงอะไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

22. จงอธิบายการเกดิ กระแสประสาทในระยะต่างๆ ดังน้ี

22.1 ระยะพัก(resting state) …………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

22.2 ระยะดโี พลาไรเซชัน(depolarization)………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

22.3 ระยะรโี พลาไรเซชัน (repolarization) ………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


Click to View FlipBook Version