295
- คอลีซิสโตไคนิน สร้างจากเซลล์ผนังลำไส้เล็กส่วนต้น ทำหน้าที่กระตุ้นการบีบตัวของถุงน้ำดีและตับ
อ่อนใหห้ ลั่งเอนไซม์ และยบั ยงั้ การหลั่งแกสตรนิ ของกระเพาะอาหาร
23. ถามคำถามเพ่ือตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี น เช่น
- ฮิวแมนคอริโอนิกโกนาโดโทรฟนิ ถูกหล่งั เมือ่ ใด และมีผลต่อระบบสืบพนั ธุ์เพศหญงิ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ : ถูกหลงั่ หลงั จากเอม็ บรโิ อเข้าฝงั ตวั ที่ผนังมดลูก ทำหนา้ ที่กระตุ้นคอรป์ ัสลเู ทียมให้
เจริญตอ่ และสรา้ งโพรเจสเทอโรนซึง่ กระตนุ้ ใหเ้ ยอ่ื บุชนั้ ในผนังมดลูกหนาขน้ึ )
- หากไทมสั ติดเชื้อต้ังแตว่ ัยเดก็ จะส่งผลกระทบต่อรา่ งกายอย่างไร
(แนวคำตอบ : รา่ งกายไมส่ ามารถผลิตไทโมซนิ ได้ ทำใหต้ ดิ เช้ือและอาจเสียชวี จิ ได้)
- ฮอร์โมนทีส่ ร้างจากกระเพาะอาหารและลำไสเ้ ล็กมผี ลตอ่ การย่อยอาหารหรอื ไม่ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ : มี เนือ่ งจากฮอรโ์ มนบางชนดิ จะกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในระบบย่อยอาหาร
เชน่ แกสตรินกระตุ้นการหล่งั กรดไฮโดรคลอรกิ ในกระเพาะอาหาร คอลซี สิ โตไคนินกระตนุ้ การหล่งั เอนไซม์ของ
ตับอ่อน)
- ถา้ กระเพาะอาหารสร้างแกสตรินน้อยกว่าปกตจิ ะสง่ ผลต่อการย่อยอาหารประเภทใด และอย่างไร
(แนวคำตอบ : แกสตรินส่งผลต่อการหลงั่ กรดไฮโดรคลอริกซงึ่ ทำหน้าทเี่ ปลี่ยนเพปซิโนเจนเป็นเพป
ซิน ดงั น้ัน หากมแี กสตรินน้อยจะมีการหลง่ั กรดไฮโดรคลอรกิ น้อยซึง่ ทำให้มีเพปซินน้อยเช่นกัน การย่อยอาหาร
ประเภทโปรตีนจงึ เกดิ ขึน้ น้อยลง)
ข้ันท่ี 3 ขัน้ อธิบายความรู้ (Explanation)
1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมไร้ท่อและอวัยวะที่สำคัญเพื่อให้ได้
ข้อสรุปวา่ รา่ งกายมนุษย์มีต่อมไรท้ อ่ อย่จู าํ นวนมาก ต่อมไรท้ ่อแตล่ ะชนดิ สร้างฮอรโ์ มนทแ่ี ตกตา่ งกัน ไดแ้ ก่
- ต่อมไพเนียล สร้างเมลาโทนินซึ่งยับยั้งการเจริญเติบโตของอวัยวะสืบพันธุ์ช่วงก่อนวัยเจริญพันธ์ุ
และตอบสนองต่อการเปลยี่ นแปลงของแสงในรอบวนั
- ต่อมใต้สมองส่วนหน้า สร้างและหลั่งโกนาโดโทรปิน (FSH LH) มีผลต่อระบบสืบพันธุ์เพศหญิง
และเพศชาย โกรทฮอร์โมนทำหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย ไทรอยด์สติมิวเลติง
ฮอร์โมนทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างไทรอกซินของต่อมไทรอยด์ อะดรีโนคอร์ติโคโทรฟินทำหน้าท่ี
กระตุ้นการเจริญเติบโตและการสร้างฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตส่วนนอก โพรแลกทินทำหน้าที่
กระต้นุ การสรา้ งและหล่ังนำ้ นม และเอนเดอรฟ์ นิ มผี ลทำให้รา่ งกายตืน่ ตวั และมีความสุข
- ต่อมใต้สมองส่วนหลัง หลั่งฮอร์โมนซึ่งสร้างจากไฮโพทาลามัส ได้แก่ ฮอร์โมนแอนติไดยูเรติก
ควบคุมการดูดน้ำกลับของท่อหน่วยไต และออกซิโทซินกระตุ้นการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูก
ในขณะคลอด
- ต่อมไทรอยด์ สร้างไทรอกซินทำหน้าที่ควบคุมอัตราเมแทบอลิซึมของร่างกาย และสร้างแคลซิ-
โทนินทำหน้าที่ควบคมุ ระดบั แคลเซยี มในเลอื ดให้ปกติ
- ตอ่ มพาราไทรอยด์ สรา้ งพาราทอรโ์ มนทำหนา้ ที่ควบคุมระดับแคลเซยี มในเลือดใหป้ กติ
296
- ตับอ่อนมีกลุ่มไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์สร้างอินซูลินและกลูคากอนซึ่งควบคุมระดับน้ำตาลใน
เลอื ดให้ปกติ
- ต่อมหมวกไต แบ่งออกเป็นต่อมหมวกไตส่วนนอกสรา้ งกลุ่มกลโู คคอร์ติคอยด์ ทำหน้าที่ควบคุมเม
แทบอลิซมึ ของร่างกาย เช่น คอรต์ คิ อยด์ กลุ่มมเิ นราโลคอร์ตคิ อยด์ ทำหนา้ ทีค่ วบคุมสมดุลของน้ำ
และแร่ธสตุ เช่น แอลโดสเทอโรน และฮอร์โมนเพศ (สร้างในปริมาณน้อย) ต่อมหมวกไตส่วนใน
สร้างเอพิเนฟรนิ และนอร์เอพิเนฟริน ทำหน้าที่เพิ่มระดบั น้ำตาลในเลือด กระตุ้นการเต้นของหวั ใจ
และความดันเลอื ด
- อวัยวะสบื พนั ธ์ุ แบ่งออกเป็นอณั ฑะมีกลุ่มเซลล์สร้างเทสโทสเทอโรน ทำหนา้ ที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์
เพศชายและควบคุมลักษณะขั้นที่สองของเพศชาย และรังไข่มีกลุ่มเซลล์ที่สร้างอีสโทรเจนและ
โพรเจสเทอโรน ทำหน้าที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงชองเซลล์ไข่ในแต่ละรอบเดือนและควบคุม
ลักษณะขนั้ ท่สี องของเพศหญิง
- รก สร้างฮิวแมนคอริโอนิกโกนาโดโทรปินทำหน้าที่กระตุ้นคอร์ปัสลูเทียมให้เจริญต่อและสร้าง
โพรเจสเทอโรน
- ไทมัส สร้างไทโมซินทำหน้าทกี่ ระตุ้นตอ่ มไทมสั ใหส้ ร้างเซลล์เม็ดเลอื ดขาวลมิ โฟไซต์ชนิดเซลลท์ ี
- กระเพาะอาหาร สร้างแกสตรินทำหน้าที่กระตุ้นการหลั่งกรดไฮโดรคลอริกและเอนไซม์ในระบบ
ยอ่ ยอาหาร
- ลำไส้เล็ก สร้างซีครที ินทำหน้าท่ีกระต้นุ การหลัง่ โซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนตของตับอ่อน และคอ
ลีซิสโตไคนนิ ทำหนา้ ที่กระตนุ้ การบบี ตวั ของถงุ นำ้ ดีและการหล่งั เอนไซมข์ องตบั ออ่ น
2. นกั เรยี นเขียนสรปุ ในรปู แบบผงั มโนทศั น์ เร่ือง ฮอรโ์ มนและหนา้ ทีข่ องฮอรโ์ มนจากต่อมไรท้ ่อและ
อวัยวะท่สี ำคญั ลงในกระดาษ A4
ขั้นท่ี 4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)
1. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ 10 กลมุ่ จบั สลากเลือกต่อมไรท้ ่อและอวยั วะทส่ี รา้ งฮอร์โมน ดังน้ี
กลมุ่ ท่ี 1 ตอ่ มไพเนียล กลมุ่ ที่ 2 ต่อมใตส้ มองส่วนหน้า
กลมุ่ ที่ 3 ต่อมใต้สมองส่วนหลงั กล่มุ ที่ 4 ตอ่ มไทรอยด์
กลมุ่ ท่ี 5 ต่อมพาราไทรอยด์ กลมุ่ ท่ี 6 ตับออ่ น
กลมุ่ ที่ 7 ต่อมหมวกไต กลุ่มท่ี 8 อณั ฑะ
กลุ่มที่ 9 รังไขแ่ ละรก กลุ่มที่ 10 ไทมสั กระเพาะอาหารและลำไส้เลก็
นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ เขยี นแผนผังสรุปการทำงานของฮอรโ์ มนจากต่อมไร้ท่อและอวัยวะท่ีสำคัญ ความ
ผิดปกติของร่างกายทีเ่ กิดจากฮอรโ์ มนทส่ี ร้างจากต่อมไร้ท่อและอวัยวะทส่ี ำคัญทีจ่ ับสลากได้ โดยจดั ทำปา้ ย
นิเทศเพอ่ื นำเสนอหนา้ ช้ันเรียน
297
ชั่วโมงท่ี 7
ขั้นท่ี 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
2. นักเรยี นเขียนแผนภาพหรอื แผนผังสรุป เรอ่ื ง การควบคมุ การทำงานของต่อมไร้ท่อ แบ่งออกได้เป็น
ดังนี้
- ต่อมไรท้ ่อทถี่ ุกควบคมุ โดยต่อมใต้สมอง
- ตอ่ มไร้ท่อทเี่ ป็นอิสระจากต่อมใตส้ มอง
- ต่อมไรท้ อ่ ที่ถกู ควบคุมโดยระบบประสาท
3. นักเรียนเลือกโรคหรือกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและอวัยวะท่ี
สำคญั (นอกเหนือจากในหนังสอื เรียน) คนละ 1 โรคหรอื กลมุ่ อาการ สบื ค้นขอ้ มลู ในประเดน็ ต่าง ๆ ดังนี้
- สาเหตขุ องการเกดิ โรคหรือกลมุ่ อาการ
- อาการของโรคหรือกลมุ่ อาการ
- การรกั ษาโรคกลมุ่ อาการ
ทำลงในใบงานที่ 1 โรคหรอื กลมุ่ อาการทเ่ี กดิ จากความผดิ ปกตขิ องฮอร์โมน
ขนั้ ท่ี 5 ขนั้ ประเมิน (Evaluation)
1. ประเมินความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง ระบบต่อมไร้ท่อ โดยสังเกตพฤติกรรมการตอบคําถาม ตรวจตาราง
เปรียบเทียบ และตรวจแบบฝกึ หดั
2. ประเมนิ ทักษะและกระบวนการ โดยสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยสงั เกตพฤติกรรมความสนใจใฝร่ ใู้ นการศึกษาและความมุง่ มนั่
ในการทาํ งาน
สือ่ การเรยี นร/ู้ แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ชวี วิทยา เล่ม 5 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6
2. สือ่ Power Point เรอ่ื งระบบต่อมไรท้ ่อ
3. ใบงาน 1 เรอ่ื งฮอร์โมนจากตอ่ มไร้ท่อและอวัยวะที่สําคัญ
298
การวัดและประเมินผล วิธีวดั เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน
รายการวัด
- สังเกตจากการตอบ - แบบสังเกตพฤติกรรม - ประเมนิ ตาม
1. การประเมนิ ก่อนเรียน
- กิจกรรมนำส่กู าร คำถามและแสดงความ รายบุคคล สภาพจริง
เรยี น การตอบ
คำถาม คิดเห็น
2. การประเมินระหว่าง - ตรวจใบงาน 1 เร่อื ง - ใบงาน 1 เรื่อง - ร้อยละ 60
การจัดกจิ กรรม ฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อ ฮอร์โมนจากตอ่ มไร้ทอ่ ผ่านเกณฑ์
1) ระบบตอ่ มไร้ทอ่ และอวัยวะที่สําคญั และอวัยวะทสี่ าํ คัญ
- ตรวจแผนผงั สรุปการ - แบบประเมนิ - ระดบั คุณภาพดี
2) พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์
การทำงาน ทำงานของฮอร์โมน แผนผังมโนทัศน์
รายบุคคล จากต่อมไร้ท่อและ
อวยั วะท่ีสำคัญ - แผนภาพหรอื แผนผัง - ระดับคุณภาพดี
3) คุณลกั ษณะ - ตรวจแผนภาพหรอื สรุป เรอ่ื ง การควบคุม ผา่ นเกณฑ์
อันพงึ ประสงค์ แผนผงั สรุป เรอ่ื ง การ
ควบคุมการทำงานของ การทำงานของตอ่ มไร้
ตอ่ มไรท้ อ่
- สังเกตพฤตกิ รรม ทอ่
การทำงานรายบคุ คล
- แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพดี
- สงั เกตความมวี ินัย
ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งม่นั ผา่ นเกณฑ์
ในการทำงาน
การทำงาน
รายบคุ คล
- แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพดี
คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
อันพึงประสงค์
299
แบบประเมินความถูกตอ้ งของการสรุปความคดิ รวบยอดในรปู แบบของผงั มโนทัศน์
เรอื่ ง………………………………………………..……………ช้นั …………….วัน/เดอื น/ปี………………………..
เลข เนอ้ื หา รปู แบบ ความ เวลา รวม ระดับ
ท่ี ประเดน็ 321 321 สวยงาม/ 321 คะแนน คุณภาพ
สร้างสรรค์
ชื่อ-สกุล 321 12
1 นางสาวกณิษฏา สมบตุ ร
2 นางสาวกฤตมิ า แสนวงั
3 นายคณตุ พงศ์ แสงรัตน์
4 นางสาวจิณห์นภิ า ภกั ดี
5 นางสาวจิดาภา ชื่นชม
6 นายเจรญิ วทิ ย์ เพชรแสง
7 นายชนุดม สมบรู ณเ์ จรญิ ย่งิ
8 นายชานนท์ เชยี งไฝ
9 นางสาวทิฏฐิตา วระศิริ
10 นายณภทั ร วินัยแพทย์
11 นายธนวฒั น์ บวรดิเรกลาภ
12 นางสาวธมกร วงษศ์ รวี อ
13 นางสาวธวลั ย์รตั น์ นลิ ภูผาทวโี ชติ
14 นางสาวนิรดา ปยุ้ ธนาวฒั น์
15 นางสาวบารมี ป้านภมู ิ
16 นางสาวบญุ ยานุช เดชยศดี
17 นางสาวปณั ฑารยี ์ ไผ่ปอ้ ง
18 นางสาวปิลันธา อ่อนรู้ที่
19 นางสาวพรรธนช์ นนั ทิพย์ชยั วรภทั ร์
20 นางสาวพิมพ์พดั ชา เมธาณฐั ยศ
21 นางสาวพริ ยิ า พลศรี
22 นางสาวเพญ็ สายธาร สารบรรณ
23 นางสาวเพยี งรพี คลังแสง
24 นางสาวภาณมุ าศ สวุ รรณ
25 นายภานวุ ัฒน์ วิสูงเร
26 นางสาวเมษติ า ภูม่งิ ศรี
27 นายรชฏ ทองนาํ
28 นายรณธรี ์ หลอ่ ตระกูล
300
เลข เนอื้ หา รปู แบบ ความ เวลา รวม ระดับ
ท่ี ประเดน็ 321 321 สวยงาม/ 321 คะแนน คณุ ภาพ
สร้างสรรค์
ชื่อ-สกุล 321 12
29 นายรัชชานนท์ ศรีทา
30 นางสาววรรณศริ ิ พนั ธรุ ะ
31 นางสาววรนิ ธร อนญุ าหงษ์
32 นายวฒั นชัย บึงจันทร์
33 นางสาววนั วิสาข์ ภาชะรตั น์
34 นางสาวสิริอร พรหมคณุ
35 นายศภุ กิตต์ิ จนั ทร์ปัททตั
36 นายสุเมธ กุลศรี
37 นางสาวสวุ ภทั ร ทิพรักษ์
38 นางสาวอรกนก อว้ นศรี
39 นางสาวอรทัย จนั ทะศรี
40 นางสาวอญั ชษิ ฐา เดชสมบัติ
41 นางสาวอิสรยี ์ ชํานาญกิตติรฐั
42 นายปริญ นนั ทโพธเิ์ ดช
43 นางสาวพรพมิ ล พรอ้ มพร่ัง
44 นายกรชนกกมล ราชเทยี น
45 นายณชั พล พรหมบตุ ร
46 นายปญั ณกฤต วรกิจเกษมสกลุ
47 นายเจษนยั ษ์ วงศเ์ ลิศ
เกณฑ์การให้คะแนน
3 = ดี คะแนนชว่ ง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนช่วง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรับปรุง คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน
ลงช่อื ………………………………………ผ้ปู ระเมิน
(……………………………………………………….)
301
เกณฑก์ ารประเมนิ ความถูกต้องของการสรุปความคิดรวบยอดในรูปแบบของบนั ทกึ สรุป
ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพการประเมิน
การสรุปความคิดรวบ 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
ยอดในรูปแบบของผัง
มโนทศั น์
1. เนอื้ หา ข้อมูลครบถ้วนทุกประเด็น มีข้อมูลที่ขาดไปเพียง 1-2 ดําเนินการค้นคว้าข้อมูลที่
หลากหลาย ถกู ต้อง สมบรู ณ์ และ ประเดน็ ต้องการได้เพยี งบางสว่ น
ชัดเจน
2. รปู แบบ รูปแบบผังมโนทัศน์ชัดเจน เข้าใจ รูปแบบผังมโนทัศน์ขาด รูปแบบผังมโนทัศน์ขาด
งา่ ย อ ง ค ์ ป ร ะ ก อ บ ไ ป 1-2 องค์ประกอบมากกว่า2
ประเดน็ ประเดน็
3. ค ว า ม ส ว ย ง า ม / ผังมโนทัศน์สวยงาม สร้างสรรค์ ผังมโนทัศน์สวยงาม มีความ ผังมโนทัศน์ไม่มีความ
สร้างสรรค์ นําเสนอได้แปลกใหม่ นําไปเป็น สร้างสรรค์อยู่บ้างและยัง สวยงาม ไม่ค่อยสร้างสรรค์
ตวั อยา่ งได้ นาํ ไปเป็นตวั อยา่ งได้ คอ่ นขา้ งสกปรก
4. เวลา ส่งได้ทันเวลาทกุ ครั้งท่ีกาํ หนด ส่งได้ทันเวลาบางครั้งที่ ส่งไม่ทันเวลาทุกครั้งท่ี
กาํ หนด กาํ หนด
302
แบบสังเกตพฤตกิ รรมด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
เร่ือง………………………………………………..……………ชนั้ …………….วัน/เดอื น/ปี……………….
เลข ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อยา่ ง ม่งุ มนั่ ใน มจี ิต รวม ระดับ
ท่ี ประเด็น พอเพียง การทางาน สาธารณะ คะแนน คณุ ภาพ
ชอ่ื -สกุล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12
1 นางสาวกณิษฏา สมบตุ ร
2 นางสาวกฤติมา แสนวัง
3 นายคณตุ พงศ์ แสงรตั น์
4 นางสาวจิณห์นภิ า ภักดี
5 นางสาวจิดาภา ชื่นชม
6 นายเจรญิ วทิ ย์ เพชรแสง
7 นายชนดุ ม สมบรู ณเ์ จรญิ ยงิ่
8 นายชานนท์ เชียงไฝ
9 นางสาวทฏิ ฐติ า วระศิริ
10 นายณภทั ร วินัยแพทย์
11 นายธนวฒั น์ บวรดเิ รกลาภ
12 นางสาวธมกร วงษศ์ รีวอ
13 นางสาวธวลั ยร์ ตั น์ นลิ ภูผาทวโี ชติ
14 นางสาวนิรดา ปุ้ยธนาวฒั น์
15 นางสาวบารมี ปา้ นภูมิ
16 นางสาวบญุ ยานชุ เดชยศดี
17 นางสาวปัณฑารยี ์ ไผป่ ้อง
18 นางสาวปิลันธา ออ่ นรู้ที่
19 นางสาวพรรธน์ชนัน ทิพยช์ ัยวรภทั ร์
20 นางสาวพมิ พ์พัดชา เมธาณัฐยศ
21 นางสาวพริ ยิ า พลศรี
22 นางสาวเพญ็ สายธาร สารบรรณ
23 นางสาวเพียงรพี คลังแสง
24 นางสาวภาณมุ าศ สุวรรณ
25 นายภานวุ ัฒน์ วิสงู เร
26 นางสาวเมษิตา ภมู ิ่งศรี
27 นายรชฏ ทองนํา
28 นายรณธรี ์ หล่อตระกลู
29 นายรชั ชานนท์ ศรีทา
เลข 303
ท่ี ประเดน็
ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อย่าง มงุ่ มน่ั ใน มจี ิต รวม ระดับ
ช่ือ-สกลุ พอเพยี ง การทางาน สาธารณะ คะแนน คณุ ภาพ
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12
30 นางสาววรรณศิริ พนั ธรุ ะ
31 นางสาววรนิ ธร อนญุ าหงษ์
32 นายวฒั นชยั บึงจันทร์
33 นางสาววนั วิสาข์ ภาชะรัตน์
34 นางสาวสิรอิ ร พรหมคณุ
35 นายศุภกิตติ์ จนั ทรป์ ัททัต
36 นายสุเมธ กลุ ศรี
37 นางสาวสุวภทั ร ทพิ รักษ์
38 นางสาวอรกนก อ้วนศรี
39 นางสาวอรทัย จนั ทะศรี
40 นางสาวอัญชษิ ฐา เดชสมบตั ิ
41 นางสาวอิสรีย์ ชาํ นาญกิตตริ ฐั
42 นายปรญิ นันทโพธเ์ิ ดช
43 นางสาวพรพิมล พร้อมพร่ัง
44 นายกรชนกกมล ราชเทียน
45 นายณชั พล พรหมบุตร
46 นายปญั ณกฤต วรกิจเกษมสกลุ
47 นายเจษนยั ษ์ วงศเ์ ลศิ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
3 = ดี คะแนนชว่ ง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนช่วง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรบั ปรงุ คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน
ลงช่อื ………………………………………..ผู้ประเมิน
(………………………………..……)
304
แนวทางการใหค้ ะแนนแบบสงั เกตพฤตกิ รรมด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์
พฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพการประเมิน
3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. ใฝ่เรียนรู้ มคี วามตง้ั ใจเรยี น แสวงหาความรู้ มีความตั้งใจเรียน แสวงหา ไม่ตั้งใจเรียน ไม่แสวงหา
เพียร พยายามในการเรียนและ ความรู้ เพียร ความรู้ ส่งเสียงดังและ
เข้ารว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ พยายามในการเรียน ไม่เล่น เลน่ ในขณะทค่ี รูสอน
ในเวลาที่ครูสอน และส่ง
เ ส ี ย ง ร บ ก ว น เ พ ื ่ อ น เ ป็ น
บางคร้งั
2. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง มีเหตุผลรอบคอบ สามารถ มีเหตุผล รอบคอบและ ไม่สามารถปรับตัวเพื่ออยู่
3. มุ่งม่ันในการทาํ งาน
ปรับตัวอยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดี สามารถปรับตัวเพื่ออยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้ไม่เห็น
4. มีจติ สาธารณะ
เห็นความสําคัญของสื่อ การ ร่วมกับผอู้ น่ื ได้เปน็ บางคร้ัง ความสําคัญของสื่อการ
เรียนรทู้ ม่ี อี ยู่ เรียนรู้ และไม่ดูแลรักษา
มีความตั้งใจและ รับผิดชอบใน มีความตั้งใจและ รับผิดชอบ ไม่มีความตั้งใจ ไม่มีความ
การปฏิบัติ หน้าที่การงาน ด้วย ในการปฏบิ ัติ หน้าที่การงาน รับผิดชอบในการปฏิบัติ
ความ เพียร พยายาม และอดทน เป็น บางครั้ง ชอบเล่นใน หน้าที่การงานและ ไม่มี
เพ่อื ให้งานสําเร็จ ตามเป้าหมาย เวลา เรียนบ้างเป็นบางครั้ง ความอดทน ทํางานไม่
ไม่ ค่อยมีความอดทนในการ สําเร็จได้ตามเป้าหมาย
ทาํ งานให้สําเรจ็ เท่าทค่ี วร ชอบเล่นในเวลาเรียน ไม่
สนใจงานทรี่ ับมอบหมาย
ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความ เต็มใจ ให้ความช่วยเหลือผู้อ่ืน ไม่ให้คว ามช ่วยเหลือ
โดยไม่หวัง ผลตอบแทน เข้าร่วม อย่างเต็มใจเป็นบางคร้ัง เพื่อนในการทํา งานท่ี
กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ต่อ และให้ความร่วมมือใน การ ได้รับมอบหมายในกลุ่ม
โรงเรียน ชมุ ชน และสังคม เ ข ้ า ร ่ ว ม กิ จ ก ร ร ม ข อ ง ชอบเกเรเพื่อน ไม่ให้
โรงเรียนหรือชมุ ชน ความเข้าร่วมมือในการ
เข้าร่วมกิจกรรมของ
โรงเรียนหรือชุมชน
305
แบบประเมนิ สมรรถนะผู้เรียน
เรือ่ ง………………………………………………..……………ช้นั …………….วัน/เดอื น/ป…ี …………….
เลข ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ รวม ระดับ
ที่ ประเด็น ใน ใน ใน ในการใช้ คะแนน คุณภาพ
การคิด ทักษะชีวติ
ชอื่ -สกลุ การสอื่ สาร การแก้ปญั หา 321 12
321 321 321
1 นางสาวกณิษฏา สมบตุ ร
2 นางสาวกฤตมิ า แสนวงั
3 นายคณตุ พงศ์ แสงรตั น์
4 นางสาวจณิ ห์นภิ า ภักดี
5 นางสาวจดิ าภา ช่นื ชม
6 นายเจรญิ วิทย์ เพชรแสง
7 นายชนุดม สมบรู ณเ์ จรญิ ย่งิ
8 นายชานนท์ เชยี งไฝ
9 นางสาวทิฏฐติ า วระศริ ิ
10 นายณภัทร วนิ ยั แพทย์
11 นายธนวัฒน์ บวรดเิ รกลาภ
12 นางสาวธมกร วงษศ์ รวี อ
13 นางสาวธวัลยร์ ตั น์ นลิ ภูผาทวโี ชติ
14 นางสาวนริ ดา ปยุ้ ธนาวัฒน์
15 นางสาวบารมี ปา้ นภมู ิ
16 นางสาวบุญยานุช เดชยศดี
17 นางสาวปัณฑารีย์ ไผ่ป้อง
18 นางสาวปิลันธา อ่อนรูท้ ่ี
19 นางสาวพรรธน์ชนัน ทิพย์ชัยวรภทั ร์
20 นางสาวพิมพพ์ ดั ชา เมธาณฐั ยศ
21 นางสาวพริ ยิ า พลศรี
22 นางสาวเพญ็ สายธาร สารบรรณ
23 นางสาวเพียงรพี คลงั แสง
24 นางสาวภาณุมาศ สวุ รรณ
25 นายภานวุ ัฒน์ วสิ ูงเร
26 นางสาวเมษติ า ภูมิ่งศรี
27 นายรชฏ ทองนาํ
28 นายรณธรี ์ หลอ่ ตระกูล
306
เลข ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ รวม ระดับ
ท่ี ประเด็น ใน ใน ใน ในการใช้ คะแนน คุณภาพ
การคดิ ทกั ษะชวี ิต
ชื่อ-สกุล การสื่อสาร การแกป้ ญั หา 321 12
321 321 321
29 นายรชั ชานนท์ ศรที า
30 นางสาววรรณศิริ พันธุระ
31 นางสาววรินธร อนุญาหงษ์
32 นายวัฒนชัย บงึ จนั ทร์
33 นางสาววนั วิสาข์ ภาชะรตั น์
34 นางสาวสิรอิ ร พรหมคณุ
35 นายศภุ กิตติ์ จันทร์ปัททตั
36 นายสเุ มธ กลุ ศรี
37 นางสาวสวุ ภทั ร ทิพรักษ์
38 นางสาวอรกนก อว้ นศรี
39 นางสาวอรทัย จนั ทะศรี
40 นางสาวอัญชษิ ฐา เดชสมบัติ
41 นางสาวอิสรีย์ ชํานาญกติ ตริ ฐั
42 นายปริญ นันทโพธิ์เดช
43 นางสาวพรพมิ ล พรอ้ มพรั่ง
44 นายกรชนกกมล ราชเทยี น
45 นายณัชพล พรหมบตุ ร
46 นายปัญณกฤต วรกิจเกษมสกุล
47 นายเจษนยั ษ์ วงศ์เลศิ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
3 = ดี คะแนนช่วง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนชว่ ง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรับปรงุ คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน
ลงชือ่ ………………………………………..ผู้ประเมิน
(………………………………..……)
307
แนวทางการให้คะแนนแบบประเมนิ สมรรถนะผ้เู รียน
พฤติกรรม ระดับคณุ ภาพการประเมิน
1. ความสามารถใน 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
การสือ่ สาร มคี วามสามารถในการรบั ส่งสาร
และถ่ายทอด ความรู้ ความคิด สามารถ่ายทอดความรู้ ความ ไม่สามารถถ่ายทอด ความรู้
2. ความสามารถใน ความ เข้าใจของตนเองให้ผู้อื่น
การคิด เข้าใจได้ เข้าใจของตนเองให้ผูอ้ ่ืนเขา้ ใจ ความเข้าใจของตนเองให้ผู้อื่น
3. ความสามารถใน ไดเ้ ปน็ บางคร้งั เข้าใจได้
การแกป้ ัญหา
มคี วามสามารถในการคิด วิเคราะห์ สามารถคิดวิเคราะห์ และ คิด ไม่สามารถคิดวิเคราะห์ และ
4. ความสามารถใน
การใช้ทักษะชีวิต และคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้าง อ ย ่ า ง เ ป ็ น ร ะ บ บ ไ ด ้ ไ ม ่ ดี คิดอย่างเป็นระบบได้ ทําให้
องค์ ความร้ไู ด้ เทา่ ที่ควร สรา้ งองค์ความร้ไู มไ่ ด้
มีความสามารถในการ แก้ปัญหา สามารถแก้ปัญหาโดยใช้ ไม่สามารถแก้ปัญหาอย่าง มี
อย่างมีเหตุผล และตัดสินใจโดย เหตุผลและตัดสินใจโดย เหตุผลได้ และตัดสินใจ โดยไม่
คาํ นงึ ถึงผอู้ นื่ คํานงึ ถึงผอู้ ่นื เปน็ บางคร้ัง คํานงึ ถงึ ผ้อู ื่น
มีความสามารถในการปฏิบัติงาน สามารถปฏิบัติงานและ ไม่สามารถปฏิบัติงานและ
และทํางานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ ทํางานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ ทํางานกลุม่ ร่วมกับผูอ้ ืน่ ได้
อยา่ งมีประสิทธภิ าพและสรา้ งสรรค์ อย่างมีประสิทธิภาพเป็น
บางคร้งั
308
แบบประเมนิ พฤติกรรมปฏิบัติงานกลุ่ม
เรือ่ ง………………………………………………..……………ช้ัน…………….วนั /เดอื น/ป…ี …………….
คาชแี้ จง : ทําเครอื่ งหมาย ในช่องระดับคณุ ภาพการปฏิบตั งิ านกลุม่
ระดับคณุ ภาพการปฏิบตั งิ านกลมุ่ รวม
คะแนน
พฤติกรรม การให้ความ การมีส่วน การแสดง การ
ช่ือกลุ่ม 12
รว่ มมือ ร่วมในการ ความ ปฏบิ ตั ิงาน
ช่วยเหลือใน วางแผน คิดเห็น ตามบทบาท
การทางาน ภายในกลมุ่ หน้าท่ี
3 21321321321
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
3 = ดี คะแนนชว่ ง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนช่วง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรับปรุง คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน
ลงช่ือ………………………………………ผปู้ ระเมนิ
(……………………………………………………….)
309
แนวทางการให้คะแนนแบบประเมินพฤติกรรมปฏบิ ตั ิงานกลุม่ เร่อื ง……………………………………..
พฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพการประเมนิ
3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
1. การใหค้ วามรว่ มมือ สมาชิกกลุ่มให้ความร่วมมือ ในการ สมาชิกบางคนในกลุ่มให้ความ สมาชิกบางคนในกลุ่มไม่ให้
ช่วยเหลือในการทํางาน ทํางานเป็นอย่างดี โดยที่ไม่มี ร่วมมือในการทํางานเปน็ อย่าง ความรว่ มมือในการทํางาน
สมาชกิ ในกลุม่ เอารัดเอาเปรยี บกัน
2. การมีสว่ นร่วมใน มีความร่วมมือในการวาง แผนการ มีความรว่ มในการวางแผนการ มีความร่วมมือในการ ว า ง
การวางแผน
ปฏบิ ัตงิ านกลมุ่ เปน็ อย่างดี ปฏิบัติงานกลุ่มโดยที่นักเรียน แผนการปฏิบัติโดยที่นักเรียน
3. การแสดงความ
คดิ เห็นภายในกลมุ่ คนใดคนหนึ่งในกลุ่มไม่ให้ มากกว่า 2 คน ทีไ่ ม่ให้ความรว่ ม
4. การปฏบิ ตั ิงานตาม ความร่วมมือ
บทบาทหน้าท่ี
สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีการ แสดง สมาชิกบางคนในกลุ่มมีการ สมาชิกบางคนในกลุ่มไม่มี การ
ความคิดเห็นและมี การตัดสินใจใน แสดงความคิดเห็นและมีการ แสดงความคดิ เห็น และไม่มีการ
การเลือกความคิดเห็นที่มีผู้คน ตัดสินใจในการเลือกความ ตัดสินใจในการเลือกความ
ยอมรับมากที่สุด คิดเห็นที่มีผู้คนยอมรับมาก คดิ เห็นทีม่ ีผูค้ นยอมรบั มากทส่ี ดุ
ที่สุด
มีการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ี มีการปฏิบัติงานตามบทบาท มีการปฏิบัติงานตามบทบาท
ของแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม หน้าที่ของแต่ละกลุ่มได้อย่าง หน้าที่ของแต่ละ กลุ่มได้อย่าง
และถกู ตอ้ ง เหมาะสมและถกู ต้องโดยท่ไี ม่ เหมาะสมและถูกต้องโดยที่ไม่มี
มีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มหรือ คนใดคนหนึ่งในกลุ่มหรื อ
มากกว่า 2 คนไม่ปฏิบัติตาม มากกว่า 3 คนไม่ปฏิบัติตาม
หนา้ ท่ี หนา้ ที่
310
ใบงาน 1 เรอื่ งฮอรโ์ มนจากต่อมไร้ท่อและอวยั วะทส่ี าคญั
ชื่อ………………………………………………………………………………………… ช้นั ………………. เลขท่ี ………….
คำชีแ้ จง : จงเตมิ ข้อมลู ในตารางใหส้ มบูรณ์
แหล่งสรา้ ง ฮอร์โมน อวัยวะเปา้ หมาย หน้าที่
……………………… ……………………… มดลกู และ ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ตอ่ มนำ้ นม ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ……………………… กระตนุ้ การสร้างเทสโทสเทอโรน
……………………… ……………………… ………………………
ไอส์เลตออฟแลง- ……………………… ……………………… เพ่ิมระดบั นำ้ ตาลในเลือด
เกอรฮ์ านส์ (ตับออ่ น) ……………………… ………………………
……………………… อีสโทรเจน ……………………… ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ……………………………………………………………
รก ……………………… ……………………… ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ……………………………………………………………
ต่อมใต้สมอง ……………………… กระดกู ……………………………………………………………
สว่ นหนา้ ……………………… ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ……………………… กระต้นุ การดดู น้ำกลับท่ีท่อหนว่ ยไต
……………………… ……………………… ………………………
……………………… ไทโมซนิ ……………………… ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ถุงนำ้ ดี ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ……………………………………………………………
อัณฑะ ……………………… ……………………… ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ……………………………………………………………
………………………… ………………………… ………………………… กระตุ้นการเจริญของฟอลลเิ คิลเพ่ือให้
………………………… ………………………… ………………………… สรา้ งอสี โทรเจน
311
แหลง่ สรา้ ง ฮอร์โมน อวัยวะ หนา้ ท่ี
เปา้ หมาย
……………………… เมลาโทนนิ ……………………… ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ……………………… ชว่ ยระงับความเจบ็ ปวด
……………………… ……………………… ……………………… และเปน็ สารส่ือประสาท
……………………… ……………………… ตอ่ มไทรอยด์ ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ……………………………………………………………
……………………… อะดรนี าลีน ……………………… ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ……………………… กระตนุ้ การเจริญเติบโตของเยอื่ บุชั้นใน
……………………… ……………………… ……………………… ของผนังมดลูก
ตอ่ มไทรอยด์ ……………………… ส่วนต่าง ๆ ของ ……………………………………………………………
……………………… ร่างกาย ……………………………………………………………
……………………… แกสตรนิ ……………………… ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ……………………………………………………………
……………………… ……………………… ……………………… เพม่ิ ระดบั นำ้ ตาลในเลือดโดยสลายจาก
……………………… ……………………… ……………………… โปรตีนและลพิ ิด
……………………… ……………………… ต่อมหมวกไต ……………………………………………………………
……………………… ……………………… สว่ นนอก ……………………………………………………………
……………………… อินซลู ิน ……………………… ………………………………………………………………
……………………… ……………………… ………………………………………………………………
………………………… ………………………… ไต ลำไสเ้ ล็ก ………………………………………………………………
………………………… ………………………… กระดูก ฟนั ………………………………………………………………
312
313
314
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 11 รหสั วิชา ว32243
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5
รายวชิ าชวี วทิ ยา
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 9 ช่ัวโมง
บทที่ 3 เรือ่ งระบบต่อมไร้ทอ่ 1 ชว่ั โมง
หนว่ ยการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1.3 เรอื่ ง การรักษาสมดุลของฮอร์โมน ภาคเรยี นท่ี 2/2564
ช่ือครูผ้สู อน นางสาวภควดี อ่อนสรุ ะทุม
สาระชีววทิ ยา
ข้อ 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตวแ์ ละมนุษย์ การหายใจและการแลกเปลี่ยนแกส๊ การลําเลียงสาร
และการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้ และการตอบสนอง การเคลื่อนที่ การ
สืบพันธุ์และการเจริญเติบโต ฮอร์โมนกับการรักษาดุลยภาพ และพฤติกรรมของสัตว์ รวมทั้งนําความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ชัน้ ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรูเ้ พิ่มเติม
ม.5 • สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนผังสรุป หน้าที่ • ฮอร์โมนเปน็ สารท่ีควบคมุ สมดลุ ตา่ งๆของรา่ งกาย โดย
ของฮอรโ์ มนจากตอ่ มไร้ทอ่ และเนื้อเย่อื ทีส่ ร้างฮอร์โมน ผลิตจากต่อมไร้ท่อหรือเนื้อเยื่อโดยต่อมไร้ท่อน้ี จะ
กระจายอย่ตู ามตําแหน่งต่าง ๆ ทั่วรา่ งกาย
• ต่อมไร้ท่อที่สร้างหรือหลั่งฮอร์โมนไม่มีท่อในการ
ลําเลียงฮอร์โมนออกจากต่อมจึงถูกลําเลียง โดยระบบ
หมุนเวยี นเลือดไปยังอวยั วะเปา้ หมายท่จี าํ เพาะเจาะจง
• ต่อมไพเนยี ลสรา้ งเมลาโทนินซงึ่ ยับยง้ั การเจรญิ เตบิ โต
ของอวัยวะสืบพันธุ์ช่วงก่อนวัยเจริญพันธุ์ และ
ตอบสนองตอ่ การเปล่ยี นแปลงของแสงในรอบวนั
• ต่อมใต้สมองส่วนหน้าสร้างและหลั่งโกรทฮอร์โมน
โพรแลกทิน ACTH TSH FSH LH เอนดอร์ฟิน ซึ่งทํา
หน้าที่แตกต่างกนั
• ต่อมใต้สมองส่วนหลังหลั่งฮอร์โมนซึ่งสร้างจากไฮโพ
ทาลามัส คือ ADH และออกซิโทซิน ซึ่งทําหน้าท่ี
แตกตา่ งกัน
• ตอ่ มไทรอยด์สรา้ งไทรอกซินซงึ่ ควบคมุ อตั รา เมแทบอ
ลซิ ึมของร่างกาย และสร้างแคลซโิ ทนนิ ซึง่ ควบคมุ ระดบั
แคลเซยี มในเลอื ดใหป้ กติ
• ต่อมพาราไทรอยด์สร้างพาราทอร์โมนซึ่งควบคุม
ระดับแคลเซียมในเลอื ดใหป้ กติ
• ตับอ่อนมีกลุ่มเซลล์ที่สร้างอินซูลินและกลูคากอน ซึ่ง
ควบคมุ ระดบั น้ําตาลในเลือดใหป้ กติ
315
• ต่อมหมวกไตส่วนนอกสร้างกลูโคคอร์ติคอยด์ มิเน
ราโลคอร์ติคอยด์และฮอร์โมนเพศซึ่งมีหน้าที่ แตกต่าง
กัน ส่วนต่อมหมวกไตส่วนในสร้างเอพิเนฟรินและนอร์
เอพิเนฟรนิ ซึ่งมหี น้าท่เี หมือนกนั
• อัณฑะมีกลุ่มเซลล์สร้างเทสโทสเทอโรน ส่วนรังไข่ มี
กลุ่มเซลล์ที่สร้างอีสโทรเจน และโพรเจสเทอโรน ซึ่งมี
หนา้ ทแ่ี ตกตา่ งกัน
1. กาหนดเป้าหมายของการจัดการเรียนรู้
1.1 สาระการเรียนรู/้ เน้ือหาการเรียนรู้
เรอื่ งที่ 1 เรอื่ ง การรักษาสมดุลฮอรโ์ มน
1.) การรักษาสมดุลฮอร์โมน
1.2 สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอดของเรื่องท่เี รียน
การหลั่งฮอร์โมนถูกควบคุมโดยวิธีการควบคุมแบบป้อนกลับ (feedback control) แบ่งออกเป็น 2
ประเภท ดังน้ี
1. การควบคุมแบบป้อนกลับยับยั้ง (negative feedback control) เป็นการควบคุมการหลั่ง
ฮอรโ์ มนโดยมีผลยบั ย้ังการทำงานของต่อมไรท้ ่อ เช่น การหลง่ั พาราไทรอยด์ฮอรโื มน
2. การควบคุมแบบป้อนกลับกระตุ้น (positive feedback control) เป็นการควบคุมการหล่ัง
ฮอรโ์ มนโดยมผี ลกระตุ้นการทำงานของต่อมไรท้ ่อ เช่น การหลงั่ ออกซิโทซิน
1.3 จุดประสงค์การเรียนรู้ : เม่ือผ้เู รียนจบกิจกรรมการเรยี นรู้ ผู้เรยี นสามารถ
ดา้ นความรู้ - นักเรียนสามารถอธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้าง
(K: Knowledge) และหน้าที่ของระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรีย
ไส้เดือนดนิ ก้งุ หอย แมลง และสัตวม์ ีกระดกู สันหลงั
ด้านกระบวนการ - นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของ
(P: Process) ศกั ยไ์ ฟฟ้าท่เี ยื่อหุม้ เซลล์ของเซลลป์ ระสาท
- นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับกลไกการเกิดกระแส
ประสาทและการถ่ายทอดกระแสประสาท
- นักเรยี นสามารถสบื คน้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั โครงสรา้ งและ
หน้าที่ของระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรยี ไสเ้ ดือน
ดิน กุง้ หอย แมลง และสตั ว์มีกระดูกสันหลงั
316
ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ - นักเรยี นสามารถสืบค้นขอ้ มูลเก่ยี วกับการเปลย่ี นแปลง
(A: Attribute) ของศักย์ไฟฟา้ ท่เี ยื่อห้มุ เซลล์ของเซลลป์ ระสาท
ด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ - นกั เรียนสามารถสบื คน้ ข้อมูลเกี่ยวกับกลไกการเกดิ
(Sc.P: Science Process Skill) กระแสประสาทและการถา่ ยทอดกระแสประสาท
การทํางานรว่ มกบั ผู้อื่น, รับผิดชอบตอ่ การทาํ งาน,
การสงั เกต แสดงความคิดเห็น, นาํ เสนอผลงานหน้าช้ันเรยี นได้
การวดั
การคํานวณ/การใช้ตวั เลข การลงความเห็นจากข้อมูล
การจําแนกประเภท การกําหนดและควบคุมตวั แปร
การจัดกระทําและสอ่ื ความหมายข้อมูล การกาํ หนดนิยามเชิงปฏบิ ัติ
การหาความสัมพนั ธ์ระหว่างสเปสกับสเปส การตั้งสมมตฐิ าน
และสเปสกับเวลา การทดลอง
การพยากรณ์/การทาํ นาย การตีความหมายข้อมลู
การสร้างแบบจาํ ลอง
2. การจดั กจิ กรรมการเรียนรูโ้ ดยใชร้ ูปแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ร่วมกับ
กจิ กรรมการเรียนรแู้ บบเชิงรุก (Active Learning)
ชั่วโมงที่ 1
ข้นั ท่ี 1 ขัน้ กระตุ้นความสนใจ (Engagement)
1. ทบทวนความรเู้ กี่ยวกบั การหลั่งฮอรโ์ มนประเภทตา่ ง ๆ เช่น
- การหลัง่ อนิ ซูลนิ จากกล่มุ เซลลไ์ อส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์ของตบั อ่อนเมื่อมีน้ำตาลในเลือดสงู
- การหลัง่ แคลซโิ ทนนิ จากเซลล์พาราฟอลลคิ ิวลาร์ของต่อมไทรอยด์เมื่อมแี คลเซียมในเลือดสูง
- การหลง่ั ฮอร์โมนแอนตไิ ดยเู รติกจากต่อมใต้สมองส่วนหลังเมอ่ื อยู่ในสภาวะขาดน้ำ
2. ถามคำถามนำเขา้ สกู่ ารเรยี น ดงั น้ี
- การสรา้ งฮอร์โมนของต่อมไรท้ ่อเกิดข้ึนเมื่อไร และสง่ ผลอยา่ งไร
(แนวคำตอบ : การสร้างฮอรโ์ มนของต่อมไรท้ ่อจะต้องมสี ิ่งเร้ามากระตุ้นใหห้ ล่ังฮอร์โมนแตล่ ะชนิด ซ่งึ
จะควบคมุ การทำงานของอวยั วะเป้าหมายอยา่ งจำเพาะเจาะจง)
317
- จากข้อมูลท่ีได้ศึกษามา นักเรียนคิกวา่ มีปจั จัยไดบ้ ้างท่ีทำให้เกดิ การหลง่ั ฮอร์โมนมากขน้ึ หรอื ลดลง
(แนวคำตอบ : คำตอบขนึ้ อย่กู บั ดุลยพินจิ ของครผู สู้ อน เชน่ ปรมิ าณสารตา่ ง ๆ เชน่ ระดับน้ำตาลใน
เลือดมผี ลต่อการหล่งั ของอินซลู ินและกลูคากอน ระดบั แคลเซียมในเลอื ดมผี ลตอ่ การหลั่งของแคลซโิ ทนินและ
พาราไทรอยด์ฮอร์โมน ปริมาณฮอร์โมน เช่น ปรมิ าณของโกนาโดรโทปินมีผลตอ่ การหลังของฮอร์โมนเพศ
ปริมาณของ ACTH มีผลต่อการหลั่งของฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตส่วนนอก)
ขน้ั ที่ 2 ขนั้ สารวจค้นหา (Exploration)
1. ให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ กัน ให้ศึกษาเกี่ยวกับฮอร์โมน ซึ่งฮอร์โมนแต่ละชนิดควบคุม
การทำงานของอวัยวะเป้าหมายอย่างจำเพาะ เนื่องจากบริเวณเซลล์เป้าหมายจะมีตัวรับสัญญาณที่มี
ความจำเพาะต่อชนิดของฮอร์โมน และถามคำถามกับนักเรียนว่า “โรคเบาหวานประเภทที่ 2 เกิดจากสาเหตุ
ใด”
(แนวคำตอบ : โรคเบาหวานประเภทที่ 2 เกดิ จากตบั ออ่ นสรา้ งอินซลู นิ ได้ แต่ตวั รบั สญั ญาณของ
อินซลู ินผิดปกต)ิ
2. ครอู ธบิ ายให้นักเรยี นฟงั ว่า นอกจากตัวรับสญั ญาณทม่ี ีความจาํ เพาะแลว้ รา่ งกายยงั มกี ลไกรกั ษา
ดลุ ยภาพของฮอรโ์ มนโดยวธิ กี ารควบคมุ แบบป้อนกลบั เพื่อไม่ให้อวยั วะเป้าหมายถูกกระตุ้นตลอดเวลา ซ่งึ การ
ควบคมุ แบบป้อนกลับแบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ได้แก่
- การควบคุมแบบป้อนกลับยับยั้ง เป็นการควบคุมการหลั่งฮอร์โมนโดยมีผลยับยั้งการทำงานของ
ตอ่ มไรท้ อ่ เช่น การหลั่งพาราไทรอยด์ฮอร์โมน
- การควบคุมแบบป้อนกลับกระตุ้น เป็นการควบคุมการหลั่งฮอร์โมนโดยมีผลกระตุ้นการทำงาน
ของตอ่ มไรท้ อ่ เชน่ การหลงั่ ออกซิโทซินในขณะคลอด
3. ถามคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี น โดยให้คู่ของนักเรยี นช่วยกนั ตอบคำถาม และ
เขยี นลงสมดุ บันทึก ดังนี้
- ร่างกายรักษาดลุ ยภาพการหลัง่ ฮอรโ์ มนให้อย่ใู นระดับปกตไิ ดอ้ ยา่ งไร
(แนวคำตอบ : ใช้การควบคมุ แบบปอ้ นกลับ ซ่ึงแบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท ได้แก่ การควบคุมแบบ
ปอ้ นกลบั ยับย้ัง ซ่ึงเมือ่ ฮอรโ์ มนถกู หลั่งออกมามากกว่าปกติจะมผี ลยับยั้งการหลงั่ ฮอรโ์ มนของตอ่ มไร้ท่อ และ
การควบคุมแบบป้อนกลบั กระต้นุ ซึง่ เม่ือฮอรโ์ มนถกู หลังออกมามากจะมีผลกระตนุ้ การหลง่ั ฮอร์โมนของต่อมไร้
ท่อ)
- อสี โทรเจนและโพรเจสเทอโรนมีกลไกควบคมุ การหลั่งฮอร์โมนรูปแบบใด
(แนวคำตอบ : การควบคมุ แบบป้อนกลบั ยบั ยั้ง โดยไฮโพทาลามสั จะหลงั่ ฮอร์โมนประสาทไปกระตนุ้
ต่อมใต้สมองสว่ นหนา้ ใหห้ ล่ัง FSH และ LH ไปกระตุ้นรังไขใ่ หห้ ลั่งอีสโทรเจนและโพรเจสเทอโรน ซึ่งเมื่อ
อสี โทรเจนและโพรเจสเทอโรนเพ่มิ สงู ข้ึนจะไปยบั ย้ังการหล่ังฮอร์โมนประสาทจากไฮโพทาลาทสั และยับยง้ั การ
หล่งั FSH และ LH จากต่อมใต้สมองสว่ นหน้า)
318
4. นกั เรียนทำใบงานที่ 2 เรอ่ื ง การรักษาดุลยภาพของร่างกายด้วยฮอร์โมน
5. นักเรยี นทำ Topic Questions ท้ายหัวขอ้ เรื่อง การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายดว้ ยฮอรโ์ มน โดย
บนั ทึกลงในสมดุ บันทกึ ของนกั เรยี น
ข้ันท่ี 3 ข้ันอธิบายความรู้ (Explanation)
นักเรียนและครูร่วมกันสรปุ เกยี่ วกับการรักษาดุลยภาพของร่างกายดว้ ยฮอร์โมนเพ่อื ให้ได้ขอ้ สรปุ วา่
ร่างกายมีการรกั ษาดลุ ยภาพของการหล่ังฮอรโื มนใหอ้ ยใู่ นระดบั ทีเ่ หมาะสมโดยวธิ กี ารควบคมุ แบบป้อนกลบั
แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ได้แก่ การควบคุมแบบป้อนกลบั ยับยง้ั เป็นการควบคมุ การหล่ังฮอร์โมนโดยมผี ลยับยงั้
การทํางานของต่อมไรท้ ่อ เช่น การหลัง่ พาราไทรอยดฮ์ อรโ์ มน และการควบคุมแบบป้อนกลับกระตนุ้ เปน็ การ
ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนโดยมีผลกระตุ้นการทาํ งานของต่อมไรท้ อ่ เชน่ การหลงั่ ออกซิโทซิน
ขน้ั ที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
นกั เรียนสรปุ แผนผัง เรื่อง การรักษาดลุ ยภาพของรา่ งกายด้วยฮอรโ์ มนโดยวธิ กี ารควบคุมแบบ
ปอ้ นกลบั พร้อมเขยี นแผนผงั ตวั อย่างการควบคมุ แบบป้อนกลับแต่ละประเภท
ขน้ั ท่ี 5 ขัน้ ประเมิน (Evaluation)
1. ประเมินความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง ระบบต่อมไร้ท่อ โดยสังเกตพฤติกรรมการตอบคําถาม ตรวจตาราง
เปรยี บเทยี บ และตรวจแบบฝกึ หดั
2. ประเมินทักษะและกระบวนการ โดยสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล
3. ประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ โดยสังเกตพฤติกรรมความสนใจใฝร่ ใู้ นการศึกษาและความมุ่งมนั่
ในการทํางาน
สอ่ื การเรยี นรู้/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตรช์ ีววทิ ยา เล่ม 5 ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6
2. สอ่ื Power Point เร่อื งระบบตอ่ มไรท้ ่อ
3. ใบงานท่ี 2 เรอ่ื ง การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายด้วยฮอร์โมน
319
การวดั และประเมนิ ผล วธิ วี ดั เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
รายการวดั
- สังเกตจากการตอบ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ประเมนิ ตาม
1. การประเมนิ ก่อนเรียน คำถามและแสดงความ
- กิจกรรมนำสกู่ าร คิดเหน็ รายบคุ คล สภาพจรงิ
เรยี น การตอบ
คำถาม - ตรวจใบงานที่ 2 เรอ่ื ง - ใบงานท่ี 2 เร่ือง การ - รอ้ ยละ 60
การรกั ษาดลุ ยภาพของ
2. การประเมินระหวา่ ง ร่างกายด้วยฮอร์โมน
การจัดกจิ กรรม
1) ระบบตอ่ มไร้ท่อ
รักษาดลุ ยภาพของ ผา่ นเกณฑ์
รา่ งกายด้วยฮอรโ์ มน
- ตรวจแผนผังมโนทัศน์ - แบบประเมิน - ระดบั คณุ ภาพดี
เรื่อง การรักษาดุลย แผนผังมโนทัศน์ ผ่านเกณฑ์
ภาพของร่างกายด้วย
ฮอร์โมนโดยวิธีการ
ควบคุมแบบ
ปอ้ นกลบั
2) พฤติกรรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพดี
การทำงาน
รายบคุ คล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
3) คุณลกั ษณะ การทำงาน
อนั พงึ ประสงค์
รายบุคคล
- สงั เกตความมวี ินยั - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพดี
ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมน่ั คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
ในการทำงาน อันพึงประสงค์
320
แบบประเมินความถูกตอ้ งของการสรุปความคดิ รวบยอดในรปู แบบของผงั มโนทัศน์
เรอื่ ง………………………………………………..……………ช้นั …………….วัน/เดอื น/ปี………………………..
เลข เนอ้ื หา รปู แบบ ความ เวลา รวม ระดับ
ท่ี ประเดน็ 321 321 สวยงาม/ 321 คะแนน คุณภาพ
สร้างสรรค์
ชื่อ-สกุล 321 12
1 นางสาวกณิษฏา สมบตุ ร
2 นางสาวกฤตมิ า แสนวงั
3 นายคณตุ พงศ์ แสงรัตน์
4 นางสาวจิณห์นภิ า ภกั ดี
5 นางสาวจิดาภา ชื่นชม
6 นายเจรญิ วทิ ย์ เพชรแสง
7 นายชนุดม สมบรู ณเ์ จรญิ ย่งิ
8 นายชานนท์ เชยี งไฝ
9 นางสาวทิฏฐิตา วระศิริ
10 นายณภทั ร วินัยแพทย์
11 นายธนวฒั น์ บวรดิเรกลาภ
12 นางสาวธมกร วงษศ์ รวี อ
13 นางสาวธวลั ย์รตั น์ นลิ ภูผาทวโี ชติ
14 นางสาวนิรดา ปยุ้ ธนาวฒั น์
15 นางสาวบารมี ป้านภมู ิ
16 นางสาวบญุ ยานุช เดชยศดี
17 นางสาวปณั ฑารยี ์ ไผ่ปอ้ ง
18 นางสาวปิลันธา อ่อนรู้ที่
19 นางสาวพรรธนช์ นนั ทิพย์ชยั วรภทั ร์
20 นางสาวพิมพ์พดั ชา เมธาณฐั ยศ
21 นางสาวพริ ยิ า พลศรี
22 นางสาวเพญ็ สายธาร สารบรรณ
23 นางสาวเพยี งรพี คลังแสง
24 นางสาวภาณมุ าศ สวุ รรณ
25 นายภานวุ ัฒน์ วิสูงเร
26 นางสาวเมษติ า ภูม่งิ ศรี
27 นายรชฏ ทองนาํ
28 นายรณธรี ์ หลอ่ ตระกูล
321
เลข เนอื้ หา รปู แบบ ความ เวลา รวม ระดับ
ท่ี ประเดน็ 321 321 สวยงาม/ 321 คะแนน คณุ ภาพ
สร้างสรรค์
ชื่อ-สกุล 321 12
29 นายรัชชานนท์ ศรที า
30 นางสาววรรณศิริ พนั ธรุ ะ
31 นางสาววรนิ ธร อนญุ าหงษ์
32 นายวฒั นชัย บึงจนั ทร์
33 นางสาววนั วิสาข์ ภาชะรตั น์
34 นางสาวสิริอร พรหมคณุ
35 นายศภุ กิตต์ิ จันทร์ปัททตั
36 นายสุเมธ กลุ ศรี
37 นางสาวสวุ ภทั ร ทิพรักษ์
38 นางสาวอรกนก อ้วนศรี
39 นางสาวอรทัย จันทะศรี
40 นางสาวอญั ชิษฐา เดชสมบัติ
41 นางสาวอิสรยี ์ ชํานาญกิตติรฐั
42 นายปริญ นันทโพธเิ์ ดช
43 นางสาวพรพมิ ล พร้อมพร่ัง
44 นายกรชนกกมล ราชเทยี น
45 นายณชั พล พรหมบตุ ร
46 นายปญั ณกฤต วรกจิ เกษมสกลุ
47 นายเจษนยั ษ์ วงศเ์ ลิศ
เกณฑ์การให้คะแนน
3 = ดี คะแนนช่วง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนช่วง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรับปรุง คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน
ลงช่อื ………………………………………ผ้ปู ระเมิน
(……………………………………………………….)
322
เกณฑก์ ารประเมนิ ความถูกต้องของการสรุปความคิดรวบยอดในรูปแบบของบนั ทกึ สรุป
ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพการประเมิน
การสรุปความคิดรวบ 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
ยอดในรูปแบบของผัง
มโนทศั น์
1. เนอื้ หา ข้อมูลครบถ้วนทุกประเด็น มีข้อมูลที่ขาดไปเพียง 1-2 ดําเนินการค้นคว้าข้อมูลที่
หลากหลาย ถกู ต้อง สมบรู ณ์ และ ประเดน็ ต้องการได้เพยี งบางสว่ น
ชัดเจน
2. รปู แบบ รูปแบบผังมโนทัศน์ชัดเจน เข้าใจ รูปแบบผังมโนทัศน์ขาด รูปแบบผังมโนทัศน์ขาด
งา่ ย อ ง ค ์ ป ร ะ ก อ บ ไ ป 1-2 องค์ประกอบมากกว่า2
ประเดน็ ประเดน็
3. ค ว า ม ส ว ย ง า ม / ผังมโนทัศน์สวยงาม สร้างสรรค์ ผังมโนทัศน์สวยงาม มีความ ผังมโนทัศน์ไม่มีความ
สร้างสรรค์ นําเสนอได้แปลกใหม่ นําไปเป็น สร้างสรรค์อยู่บ้างและยัง สวยงาม ไม่ค่อยสร้างสรรค์
ตวั อยา่ งได้ นาํ ไปเป็นตวั อยา่ งได้ คอ่ นขา้ งสกปรก
4. เวลา ส่งได้ทันเวลาทกุ ครั้งท่ีกาํ หนด ส่งได้ทันเวลาบางครั้งที่ ส่งไม่ทันเวลาทุกครั้งท่ี
กาํ หนด กาํ หนด
323
แบบสังเกตพฤตกิ รรมด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
เร่ือง………………………………………………..……………ชนั้ …………….วัน/เดอื น/ปี……………….
เลข ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อยา่ ง ม่งุ มนั่ ใน มจี ิต รวม ระดับ
ท่ี ประเด็น พอเพียง การทางาน สาธารณะ คะแนน คณุ ภาพ
ชอ่ื -สกุล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12
1 นางสาวกณิษฏา สมบตุ ร
2 นางสาวกฤติมา แสนวัง
3 นายคณตุ พงศ์ แสงรตั น์
4 นางสาวจิณห์นภิ า ภักดี
5 นางสาวจิดาภา ชื่นชม
6 นายเจรญิ วทิ ย์ เพชรแสง
7 นายชนดุ ม สมบรู ณเ์ จรญิ ยงิ่
8 นายชานนท์ เชียงไฝ
9 นางสาวทฏิ ฐติ า วระศิริ
10 นายณภทั ร วินัยแพทย์
11 นายธนวฒั น์ บวรดเิ รกลาภ
12 นางสาวธมกร วงษศ์ รีวอ
13 นางสาวธวลั ยร์ ตั น์ นลิ ภูผาทวโี ชติ
14 นางสาวนิรดา ปุ้ยธนาวฒั น์
15 นางสาวบารมี ปา้ นภูมิ
16 นางสาวบญุ ยานชุ เดชยศดี
17 นางสาวปัณฑารยี ์ ไผป่ ้อง
18 นางสาวปิลันธา ออ่ นรู้ที่
19 นางสาวพรรธน์ชนัน ทิพยช์ ัยวรภทั ร์
20 นางสาวพมิ พ์พัดชา เมธาณัฐยศ
21 นางสาวพริ ยิ า พลศรี
22 นางสาวเพญ็ สายธาร สารบรรณ
23 นางสาวเพียงรพี คลังแสง
24 นางสาวภาณมุ าศ สุวรรณ
25 นายภานวุ ัฒน์ วิสงู เร
26 นางสาวเมษิตา ภมู ิ่งศรี
27 นายรชฏ ทองนํา
28 นายรณธรี ์ หล่อตระกลู
29 นายรชั ชานนท์ ศรีทา
เลข 324
ท่ี ประเดน็
ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อย่าง มงุ่ มน่ั ใน มจี ิต รวม ระดับ
ช่ือ-สกลุ พอเพยี ง การทางาน สาธารณะ คะแนน คณุ ภาพ
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12
30 นางสาววรรณศิริ พนั ธรุ ะ
31 นางสาววรนิ ธร อนญุ าหงษ์
32 นายวฒั นชยั บึงจันทร์
33 นางสาววนั วิสาข์ ภาชะรัตน์
34 นางสาวสิรอิ ร พรหมคณุ
35 นายศุภกิตติ์ จนั ทรป์ ัททัต
36 นายสุเมธ กลุ ศรี
37 นางสาวสุวภทั ร ทพิ รักษ์
38 นางสาวอรกนก อ้วนศรี
39 นางสาวอรทัย จนั ทะศรี
40 นางสาวอัญชษิ ฐา เดชสมบตั ิ
41 นางสาวอิสรีย์ ชาํ นาญกิตตริ ฐั
42 นายปรญิ นันทโพธเ์ิ ดช
43 นางสาวพรพิมล พร้อมพร่ัง
44 นายกรชนกกมล ราชเทียน
45 นายณชั พล พรหมบุตร
46 นายปญั ณกฤต วรกิจเกษมสกลุ
47 นายเจษนยั ษ์ วงศเ์ ลศิ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
3 = ดี คะแนนชว่ ง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนช่วง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรบั ปรงุ คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน
ลงช่อื ………………………………………..ผู้ประเมิน
(………………………………..……)
325
แนวทางการใหค้ ะแนนแบบสงั เกตพฤติกรรมดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
พฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพการประเมนิ
3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. ใฝ่เรียนรู้ มคี วามตง้ั ใจเรยี น แสวงหาความรู้ มีความตั้งใจเรียน แสวงหา ไม่ตั้งใจเรียน ไม่แสวงหา
เพียร พยายามในการเรียนและ ความรู้ เพยี ร ความรู้ ส่งเสียงดังและ
เข้ารว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ พยายามในการเรียน ไม่เล่น เลน่ ในขณะทค่ี รูสอน
ในเวลาที่ครูสอน และส่ง
เ ส ี ย ง ร บ ก ว น เ พ ื ่ อ น เ ป็ น
บางคร้ัง
2. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง มีเหตุผลรอบคอบ สามารถ มีเหตุผล รอบคอบและ ไม่สามารถปรับตัวเพื่ออยู่
3. มุ่งม่ันในการทาํ งาน
ปรับตัวอยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดี สามารถปรับตัวเพื่ออยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้ไม่เห็น
4. มีจติ สาธารณะ
เห็นความสําคัญของสื่อ การ รว่ มกับผ้อู ืน่ ไดเ้ ปน็ บางครง้ั ความสําคัญของสื่อการ
เรียนรทู้ ม่ี อี ยู่ เรียนรู้ และไม่ดูแลรักษา
มีความตั้งใจและ รับผิดชอบใน มีความตั้งใจและ รับผิดชอบ ไม่มีความตั้งใจ ไม่มีความ
การปฏิบัติ หน้าที่การงาน ด้วย ในการปฏบิ ัติ หนา้ ที่การงาน รับผิดชอบในการปฏิบัติ
ความ เพียร พยายาม และอดทน เป็น บางครั้ง ชอบเล่นใน หน้าที่การงานและ ไม่มี
เพ่อื ให้งานสําเร็จ ตามเป้าหมาย เวลา เรียนบ้างเป็นบางครั้ง ความอดทน ทํางานไม่
ไม่ ค่อยมีความอดทนในการ สําเร็จได้ตามเป้าหมาย
ทํางานใหส้ าํ เร็จเท่าท่ีควร ชอบเล่นในเวลาเรียน ไม่
สนใจงานทรี่ ับมอบหมาย
ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความ เต็มใจ ให้ความช่วยเหลือผู้อ่ืน ไม่ให้คว ามช ่วยเหลือ
โดยไม่หวัง ผลตอบแทน เข้าร่วม อย่างเต็มใจเป็นบางคร้ัง เพื่อนในการทํา งานท่ี
กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ต่อ และให้ความร่วมมือใน การ ได้รับมอบหมายในกลุ่ม
โรงเรียน ชมุ ชน และสังคม เ ข ้ า ร ่ ว ม ก ิ จ ก ร ร ม ข อ ง ชอบเกเรเพื่อน ไม่ให้
โรงเรยี นหรอื ชุมชน ความเข้าร่วมมือในการ
เข้าร่วมกิจกรรมของ
โรงเรียนหรือชุมชน
326
แบบประเมนิ สมรรถนะผู้เรียน
เรือ่ ง………………………………………………..……………ช้นั …………….วัน/เดอื น/ป…ี …………….
เลข ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ รวม ระดับ
ที่ ประเด็น ใน ใน ใน ในการใช้ คะแนน คุณภาพ
การคิด ทักษะชีวติ
ชอื่ -สกลุ การสอื่ สาร การแก้ปญั หา 321 12
321 321 321
1 นางสาวกณิษฏา สมบตุ ร
2 นางสาวกฤตมิ า แสนวงั
3 นายคณตุ พงศ์ แสงรตั น์
4 นางสาวจณิ ห์นภิ า ภักดี
5 นางสาวจดิ าภา ช่นื ชม
6 นายเจรญิ วิทย์ เพชรแสง
7 นายชนุดม สมบรู ณเ์ จรญิ ย่งิ
8 นายชานนท์ เชยี งไฝ
9 นางสาวทิฏฐติ า วระศริ ิ
10 นายณภัทร วนิ ยั แพทย์
11 นายธนวัฒน์ บวรดเิ รกลาภ
12 นางสาวธมกร วงษศ์ รวี อ
13 นางสาวธวัลยร์ ตั น์ นลิ ภูผาทวโี ชติ
14 นางสาวนริ ดา ปยุ้ ธนาวัฒน์
15 นางสาวบารมี ปา้ นภมู ิ
16 นางสาวบุญยานุช เดชยศดี
17 นางสาวปัณฑารีย์ ไผ่ป้อง
18 นางสาวปิลันธา อ่อนรูท้ ่ี
19 นางสาวพรรธน์ชนัน ทิพย์ชัยวรภทั ร์
20 นางสาวพิมพพ์ ดั ชา เมธาณฐั ยศ
21 นางสาวพริ ยิ า พลศรี
22 นางสาวเพญ็ สายธาร สารบรรณ
23 นางสาวเพียงรพี คลงั แสง
24 นางสาวภาณุมาศ สวุ รรณ
25 นายภานวุ ัฒน์ วสิ ูงเร
26 นางสาวเมษติ า ภูมิ่งศรี
27 นายรชฏ ทองนาํ
28 นายรณธรี ์ หลอ่ ตระกูล
327
เลข ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ รวม ระดับ
ท่ี ประเด็น ใน ใน ใน ในการใช้ คะแนน คุณภาพ
การคดิ ทกั ษะชวี ิต
ชื่อ-สกุล การสื่อสาร การแกป้ ญั หา 321 12
321 321 321
29 นายรชั ชานนท์ ศรที า
30 นางสาววรรณศิริ พันธุระ
31 นางสาววรินธร อนุญาหงษ์
32 นายวัฒนชัย บงึ จนั ทร์
33 นางสาววนั วิสาข์ ภาชะรตั น์
34 นางสาวสิรอิ ร พรหมคณุ
35 นายศภุ กิตติ์ จันทร์ปัททตั
36 นายสเุ มธ กลุ ศรี
37 นางสาวสวุ ภทั ร ทิพรักษ์
38 นางสาวอรกนก อว้ นศรี
39 นางสาวอรทัย จนั ทะศรี
40 นางสาวอัญชษิ ฐา เดชสมบัติ
41 นางสาวอิสรีย์ ชํานาญกติ ตริ ฐั
42 นายปริญ นันทโพธิ์เดช
43 นางสาวพรพมิ ล พรอ้ มพรั่ง
44 นายกรชนกกมล ราชเทยี น
45 นายณัชพล พรหมบตุ ร
46 นายปัญณกฤต วรกิจเกษมสกุล
47 นายเจษนยั ษ์ วงศ์เลศิ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
3 = ดี คะแนนช่วง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนชว่ ง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรับปรงุ คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน
ลงชือ่ ………………………………………..ผู้ประเมิน
(………………………………..……)
328
แนวทางการให้คะแนนแบบประเมนิ สมรรถนะผ้เู รียน
พฤติกรรม ระดับคณุ ภาพการประเมิน
1. ความสามารถใน 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
การสือ่ สาร มคี วามสามารถในการรบั ส่งสาร
และถ่ายทอด ความรู้ ความคิด สามารถ่ายทอดความรู้ ความ ไม่สามารถถ่ายทอด ความรู้
2. ความสามารถใน ความ เข้าใจของตนเองให้ผู้อื่น
การคิด เข้าใจได้ เข้าใจของตนเองให้ผูอ้ ่ืนเขา้ ใจ ความเข้าใจของตนเองให้ผู้อื่น
3. ความสามารถใน ไดเ้ ปน็ บางคร้งั เข้าใจได้
การแกป้ ัญหา
มคี วามสามารถในการคิด วิเคราะห์ สามารถคิดวิเคราะห์ และ คิด ไม่สามารถคิดวิเคราะห์ และ
4. ความสามารถใน
การใช้ทักษะชีวิต และคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้าง อ ย ่ า ง เ ป ็ น ร ะ บ บ ไ ด ้ ไ ม ่ ดี คิดอย่างเป็นระบบได้ ทําให้
องค์ ความร้ไู ด้ เทา่ ที่ควร สร้างองค์ความร้ไู มไ่ ด้
มีความสามารถในการ แก้ปัญหา สามารถแก้ปัญหาโดยใช้ ไม่สามารถแก้ปัญหาอย่าง มี
อย่างมีเหตุผล และตัดสินใจโดย เหตุผลและตัดสินใจโดย เหตุผลได้ และตัดสินใจ โดยไม่
คาํ นงึ ถึงผอู้ นื่ คํานงึ ถึงผอู้ ่นื เปน็ บางคร้ัง คํานงึ ถงึ ผ้อู ื่น
มีความสามารถในการปฏิบัติงาน สามารถปฏิบัติงานและ ไม่สามารถปฏิบัติงานและ
และทํางานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ ทํางานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ ทํางานกลุม่ ร่วมกับผูอ้ ืน่ ได้
อยา่ งมีประสิทธภิ าพและสรา้ งสรรค์ อย่างมีประสิทธิภาพเป็น
บางคร้งั
329
แบบประเมนิ พฤติกรรมปฏิบัติงานกลุ่ม
เรือ่ ง………………………………………………..……………ช้ัน…………….วนั /เดอื น/ป…ี …………….
คาชแี้ จง : ทําเครอื่ งหมาย ในช่องระดับคณุ ภาพการปฏิบตั งิ านกลุม่
ระดับคณุ ภาพการปฏิบตั งิ านกลมุ่ รวม
คะแนน
พฤติกรรม การให้ความ การมีส่วน การแสดง การ
ช่ือกลุ่ม 12
รว่ มมือ ร่วมในการ ความ ปฏบิ ตั ิงาน
ช่วยเหลือใน วางแผน คิดเห็น ตามบทบาท
การทางาน ภายในกลมุ่ หน้าท่ี
3 21321321321
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
3 = ดี คะแนนชว่ ง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนช่วง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรับปรุง คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน
ลงช่ือ………………………………………ผปู้ ระเมนิ
(……………………………………………………….)
330
แนวทางการให้คะแนนแบบประเมินพฤติกรรมปฏบิ ตั ิงานกลุม่ เร่อื ง……………………………………..
พฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพการประเมนิ
3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
1. การใหค้ วามรว่ มมือ สมาชิกกลุ่มให้ความร่วมมือ ในการ สมาชิกบางคนในกลุ่มให้ความ สมาชิกบางคนในกลุ่มไม่ให้
ช่วยเหลือในการทํางาน ทํางานเป็นอย่างดี โดยที่ไม่มี ร่วมมือในการทํางานเป็นอย่าง ความรว่ มมือในการทํางาน
สมาชกิ ในกลุม่ เอารัดเอาเปรยี บกัน
2. การมีสว่ นร่วมใน มีความร่วมมือในการวาง แผนการ มีความรว่ มในการวางแผนการ มีความร่วมมือในการ ว า ง
การวางแผน
ปฏบิ ัตงิ านกลมุ่ เปน็ อย่างดี ปฏิบัติงานกลุ่มโดยที่นักเรียน แผนการปฏิบัติโดยที่นักเรียน
3. การแสดงความ
คดิ เห็นภายในกลมุ่ คนใดคนหนึ่งในกลุ่มไม่ให้ มากกว่า 2 คน ทีไ่ ม่ให้ความรว่ ม
4. การปฏบิ ตั ิงานตาม ความร่วมมือ
บทบาทหน้าท่ี
สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีการ แสดง สมาชิกบางคนในกลุ่มมีการ สมาชิกบางคนในกลุ่มไม่มี การ
ความคิดเห็นและมี การตัดสินใจใน แสดงความคิดเห็นและมีการ แสดงความคดิ เห็น และไม่มีการ
การเลือกความคิดเห็นที่มีผู้คน ตัดสินใจในการเลือกความ ตัดสินใจในการเลือกความ
ยอมรับมากที่สุด คิดเห็นที่มีผู้คนยอมรับมาก คดิ เห็นทีม่ ีผูค้ นยอมรบั มากทส่ี ดุ
ที่สุด
มีการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ี มีการปฏิบัติงานตามบทบาท มีการปฏิบัติงานตามบทบาท
ของแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม หน้าที่ของแต่ละกลุ่มได้อย่าง หน้าที่ของแต่ละ กลุ่มได้อย่าง
และถกู ตอ้ ง เหมาะสมและถกู ต้องโดยทีไ่ ม่ เหมาะสมและถูกต้องโดยที่ไม่มี
มีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มหรือ คนใดคนหนึ่งในกลุ่มหรื อ
มากกว่า 2 คนไม่ปฏิบัติตาม มากกว่า 3 คนไม่ปฏิบัติตาม
หนา้ ท่ี หนา้ ที่
331
ใบงานท่ี 2 เรอ่ื ง การรกั ษาดุลยภาพของร่างกายด้วยฮอร์โมน
ชื่อ………………………………………………………………………………………… ช้ัน ………………. เลขที่ ………….
คำชแ้ี จง : เขยี นแผนผงั แสดงการรกั ษาดุลยภาพของร่างกายด้วยฮอรโ์ มนโดยการหลัง่ ฮอร์โมนทีก่ ำหนดให้
1. การหล่ังไทรอกซิน
2. การหลั่งฮอร์โมนเพศหญงิ
332
333
334
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 12 รหสั วชิ า ว32243
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5
รายวชิ าชวี วทิ ยา
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 15 ชั่วโมง
บทที่ 4 เร่อื งระบบสืบพันธุ์และการเจริญเตบิ โต 3 ชวั่ โมง
หน่วยการจัดการเรยี นรู้ที่ 1.1 เร่ือง การสืบพันธ์ุของสัตว์ ภาคเรียนท่ี 2/2564
ชื่อครูผสู้ อน นางสาวภควดี อ่อนสุระทุม
สาระชีววิทยา
ข้อ 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนษุ ย์ การหายใจและการแลกเปล่ียนแก๊ส การลําเลียงสารและ
การหมุนเวียนเลือด ภูมคิ ุม้ กนั ของรา่ งกาย การขบั ถา่ ย การรับรู้ และการตอบสนอง การเคลื่อนท่ี การสืบพันธุ์และ
การเจริญเติบโต ฮอรโ์ มนกบั การรกั ษาดลุ ยภาพ และพฤตกิ รรมของสัตว์ รวมทัง้ นําความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ชน้ั ผลการเรยี นรู้ สาระการเรียนร้เู พิ่มเตมิ
ม.5 • สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่าง การสืบพันธ์ุ • การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของสัตว์เป็นการ
แบบไม่อาศัยเพศและการสืบพันธุ์ แบบอาศัยเพศใน สืบพันธุ์ที่ไม่มีการรวมของเซลล์สืบพันธุ์เช่น การแตก
สัตว์ หน่อและการงอกใหม่
• การสืบพนั ธแ์ุ บบอาศัยเพศของสตั วเ์ ปน็ การสบื พนั ธ์ุ ที่
เกิดจากการรวมนิวเคลยี สของเซลล์สืบพันธุ์ ซงึ่ มีท้ังการ
ปฏิสนธิภายนอกและการปฏิสนธิ ภายใน สัตว์บางชนดิ
มี 2 เพศในตัวเดียวกัน แต่การผสมพันธ์ุส่วนใหญ่จะ
ผสมขา้ มตวั
1. กาหนดเปา้ หมายของการจดั การเรียนรู้
1.1 สาระการเรียนรู้/เนอ้ื หาการเรยี นรู้
เรือ่ งที่ 1 เรือ่ ง การสืบพันธุ์ของสัตว์
1) การสืบพันธแุ์ บบไม่อาศัยเพศของสัตว์
2) การสบื พนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศของสตั ว์
335
1.2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอดของเรือ่ งทเ่ี รยี น
การสืบพันธ์ขุ องสตั ว์ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดงั นี้
1. การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เป็นการสืบพันธ์ุท่ีไม่มีการรวมของเซลลส์ ืบพนั ธุ์ เช่น การงอกใหม่ การ
แตกหนอ่ การหกั เป็นท่อน พาร์ทีโนเจเนซิส
2. การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เป็นการสืบพันธุ์ที่เกิดจากการรวมกันนิวเคลียสของเซลล์สืบพันธุ์ แบ่ง
ออกเปน็ การปฏสิ นธิภายนอกและการปฏสิ นธภิ ายใน ซงึ่ สัตว์สว่ นใหญจ่ ะแยกเพศกัน แต่สตั ว์บางชนดิ มี
2 เพศ ในตัวเดียวกนั แตก่ ารผสมพันธส์ุ ว่ นใหญ่จะผสมข้ามตวั
1.3 จุดประสงค์การเรียนรู้ : เมื่อผเู้ รยี นจบกจิ กรรมการเรยี นรู้ ผเู้ รยี นสามารถ
ดา้ นความรู้ - นักเรียนสามารถอธิบาย และยกตัวอย่างการสืบพันธ์ุ
(K: Knowledge) แบบไม่อาศัยเพศและการสบื พนั ธแุ์ บบอาศัยเพศในสัตว์
ดา้ นกระบวนการ - นกั เรียนสามารถสืบคน้ ข้อมูลเกย่ี วกับการสืบพนั ธ์ุแบบ
(P: Process) ไม่อาศยั เพศและการสืบพันธ์แุ บบ อาศยั เพศในสัตว์
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ การทํางานร่วมกบั ผอู้ ืน่ , รบั ผิดชอบตอ่ การทํางาน,
(A: Attribute) แสดงความคิดเหน็ , นําเสนอผลงานหน้าชัน้ เรียนได้
ดา้ นทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
(Sc.P: Science Process Skill)
การสังเกต การลงความเห็นจากข้อมลู
การวดั การกําหนดและควบคุมตวั แปร
การคํานวณ/การใช้ตัวเลข การกาํ หนดนิยามเชงิ ปฏิบัติ
การจาํ แนกประเภท การตงั้ สมมตฐิ าน
การจัดกระทาํ และสอ่ื ความหมายข้อมลู การทดลอง
การหาความสมั พันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส การตคี วามหมายข้อมลู
และสเปสกบั เวลา การสรา้ งแบบจําลอง
การพยากรณ์/การทํานาย
336
2. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้โดยใชร้ ปู แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ร่วมกับ
กิจกรรมการเรียนรแู้ บบเชิงรุก (Active Learning)
ช่วั โมงที่ 1 - 2
ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ (Engagement)
1. นกั เรยี นทำ Understanding Check เพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจของตนเองก่อนเรยี น
2. ทบทวนความรู้ เรื่อง ธรรมชาตขิ องสิ่งมีชีวติ ซ่งึ เกณฑ์ทใี่ ช้จำแนกส่งิ มีชวี ติ มดี ังน้ี
- สง่ิ มีชีวติ มีการสืบพนั ธ์ุ
- สงิ่ มีชวี ิตตอ้ งการสารอาหารและพลังงาน
- สง่ิ มชี ีวติ มกี ารเจรญิ เตบิ โต มีอายขุ ัย และมขี นาดจำกัด
- สง่ิ มชี ีวิตมกี ารตอบสนองต่อส่ิงเรา้
- สิ่งมีชวี ิตมีการรักษาดลุ ยภาพของรา่ งกาย
- สง่ิ มชี วี ิตมกี ารปรบั ตัวทางววิ ัฒนาการ
3. อธิบายให้นักเรียนฟังถึงเกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนกส่ิงมีชีวิตในข้อที่ 1 ว่า สิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนต้องมีการ
สืบพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรและดำรงรักษาเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่ โดยสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีรูปแบบการสืบพันธุ์ท่ี
แตกต่างกนั ไป แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ได้แก่ การสืบพนั ธแ์ุ บบไมอ่ าศยั เพศและการสืบพนั ธุแ์ บบอาศยั เพศ
4. ถามคำถาม เพื่อให้นักเรียนร่วมกันวเิ คราะห์ว่า “เพราะเหตุใดสิ่งมีชีวิตต้องมีการสืบพันธ์ุ และหากไม่มี
จะส่งผลอยา่ งไร”
(แนวคำตอบ : การสืบพันธ์เุ ปน็ กระบวนการดำรงเผ่าพนั ธุข์ องสงิ่ มชี วี ิตไม่ให้สญู พันธุ์ หากไมม่ ี
การสบื พนั ธส์ุ ิง่ มชี วี ิตทุกชนดิ จะสญู พนั ธ์)ุ
5. ถามคำถามกบั นักเรียนวา่ “การสบื พันธแุ์ บ่งเป็นกปี่ ระเภท แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร”
(แนวคำตอบ : การสบื พันธ์ุแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การสบื พันธุ์แบบไม่อาศัยเพศเปน็ การสืบพนั ธท์ุ ไ่ี ม่
ต้องอาศัยเซลลส์ ืบพนั ธ์ุ สิ่งมชี วี ิตตวั ใหม่ท่ีเกิดข้นึ จะมีลกั ษณะเหมือนตวั เดิมทุกประการ และการสบื พันธุ์แบบ
อาศัยเพศเป็นการสืบพันธุท์ อี่ าศยั เซลล์สบื พนั ธ์เุ พศผู้ คือ สเปิรม์ และเซลลส์ ืบพนั ธเุ์ พศเมยี คือ เซลลไ์ ข่มา
ปฏสิ นธิกัน (นกั เรียนอาจยงั ไมส่ ามารถตอบคำถามได)้ )
ขน้ั ที่ 2 ขนั้ สารวจค้นหา (Exploration)
1. แบ่งนักเรียนเปน็ กลุ่มย่อย ๆ กลุ่มละ 5 คน โดยใช้ผลทางการเรียนจัดนักเรียนตามระดับความสามารถ
สูง ปานกลาง และคละกัน ในอัตราส่วน 1 : 2 : 2 เพือ่ ทำกจิ กรรม ความหมายของการรับรูแ้ ละการตอบสนอง โดย
ให้สมาชิกในทีมทาํ หน้าทด่ี ังนี้
- ผู้นํากลุ่ม ทําหน้าที่ควบคุมดูแลการทํางานให้ลุล่วง กระตุ้นเตือนและให้กําลังใจสมาชิก รับ
เอกสารจากครู และรวบรวมงานส่งครู
- ผู้บนั ทกึ ทําหน้าทจี่ ดบนั ทึกข้อตกลง สรุปผลการทํางานและรายงานผล
- ผชู้ ้ีแนะ ทาํ หนา้ ทข่ี ยายความรเู้ พ่มิ เติมความคดิ
337
- ผู้ตรวจสอบ ทําหน้าที่ตรวจสอบความเข้าใจในบทเรียนของสมาชิกให้ทุกคนสามารถอธิบายได้
เหมอื นกัน
2. นักเรยี นแต่ละคนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน เรอ่ื ง การสบื พนั ธ์ขุ องสัตว์
3. ครอู ธิบายประเภทของการสืบพนั ธุ์ของส่ิงมีชวี ติ ให้นักเรียนฟังว่า การสบื พนั ธุ์ของสิ่งมีชีวิตแบ่งออกเป็น
2 ประเภท ได้แก่ การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศเป็นการสืบพันธุ์ที่ไม่ต้องอาศัยเซลล์สืบพันธุ์ สิ่งมีชีวิตตัวใหม่ที่
เกิดขึน้ จะมลี ักษณะเหมือนส่ิงมีชีวติ ตัวเดมิ ทุกประการ พบในสิง่ มชี ีวติ ทยี่ ังไมเ่ ป็นเซลล์ ส่งิ มีชีวิต เซลล์เดยี ว และ
สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ และการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็นการสืบพันธุ์ที่อาศัยเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ คือ สเปิร์ม และ
เซลลส์ บื พันธเ์ุ พศเมยี คือ เซลลไ์ ข่ มาปฏสิ นธิกัน พบในส่งิ มีชวี ิตเซลล์เดยี วบางชนดิ และสง่ิ มชี วี ติ หลายเซลล์
4. นําวีดิทัศน์แสดงการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของสัตว์มาประกอบการสอน เช่น การงอกใหม่ของ
พลานาเรยี การงอกใหมข่ องดาวทะเล การแตกหนอ่ ของไฮดรา ตวั อยา่ งวดี ิทศั น์ เช่น
- https://www.youtube.com/watch?v=hTC1eNTBXvE
- https://www.youtube.com/watch?v=BNNOx4KBgk4
- https://www.youtube.com/watch?v=m12xsf5g3Bo
- https://www.youtube.com/watch?v=P7Fkidv8yIc
แล้วนักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการสืบพันธุ์ของสตั วจ์ ากวีดิทัศน์ที่ศึกษา
โดยการเขียนลงใสก่ ระดาษฟลิบชาร์ต
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศประเภทอื่น ๆ เช่น การ
หักเป็นท่อนที่พบในหนอนตัวแบน สาหร่ายทะเล และสาหร่ายไฟ และพาร์ทีโนเจเนซิสที่พบในแมลง จากสื่อ
อิเลก็ ทรอนกิ สห์ รือจากหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตรร์ ายวชิ าชวี วิทยา เล่ม 5 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6
6. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ศึกษาการสบื พันธุ์แบบอาศยั เพศของสตั ว์ ซ่ึงแบ่งออกเปน็ การสบื พันธ์ุของสัตว์ที่มี 2
เพศในตัวเดียวกัน และการสืบพันธุ์ของสัตว์ที่มีเพศผู้และเพศเมียแยกกัน จากสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือจาก หนังสือ
เรียนวิทยาศาสตร์รายวิชาชีววิทยา เล่ม 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และทําใบงานที่ 1.2 เรื่องการสืบพันธุ์แบบอาศัย
เพศ
ข้ันที่ 3 ข้นั อธบิ ายความรู้ (Explanation)
1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ จับสลากเลอื กสตั วต์ ่าง ๆ ดังนี้
- ไฮดรา - พลานาเรีย - ดาวทะเล - ฟองน้าํ - สาหร่ายทะเล
- ผ้ึง - ไส้เดือนดนิ - ตก๊ั แตน - กบ - ปลาชอ่ น
ร่วมกันวิเคราะห์ว่า “สัตว์ที่จับสลากได้มีการสืบพันธุ์ประเภทใดและสืบพันธุ์อย่างไร” โดยเขียนใส่
กระดาษฟลิบชาร์ต ส่งตัวแทนกลมุ่ ออกมานาํ เสนอท่หี น้าชัน้ เรียน
2. ถามคําถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี น เช่น
- เพราะเหตุใดสตั ว์ทเ่ี กดิ จากการการสืบพนั ธุแ์ บบไมอ่ าศยั เพศจงึ มีลักษณะเหมือนสัตว์ตัวแมท่ ุกประการ
338
(แนวคําตอบ : สัตว์ตัวใหม่เกิดข้ึนเกิดจากการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสของสัตว์ตัวเดิม ทําให้เซลล์ทุกเซลล์
ของสัตว์ตัวใหม่มีสารพนั ธุกรรมเหมือนสัตวต์ ัวแมท่ กุ ประการ)
- การสบื พันธ์ุประเภทใดทลี่ กู มโี อกาสมลี กั ษณะแตกตา่ งจากลักษณะของพอ่ และแม่ เพราะเหตใุ ด
(แนวคําตอบ : การสบื พันธ์แุ บบอาศยั เพศ เน่อื งจากลกู ทเ่ี กิดมาจะประกอบด้วยสารพันธกุ รรมของพ่อและ
ของแม่อย่างละครึ่ง ทําใหล้ กู มีลกั ษณะแตกตา่ งจากลกั ษณะของพอ่ และแม่)
- หากสัตวท์ กุ ชนดิ มกี ารสืบพันธ์ุแบบไมอ่ าศยั เพศเพยี งประเภทเดียวจะส่งผลอย่างไร
(แนวคําตอบ : สัตว์แต่ละชนิดจะมีลักษณะเหมือนเดิมทุกประการ ซึ่งหากเกิดการเปลี่ยนแปลงของ
สภาพแวดล้อมอาจทําใหส้ ัตวบ์ างชนิดสูญพนั ธ์ุ เนอ่ื งจากไมส่ ามารถปรบั ตัวได้)
- เพราะเหตุใดสตั ว์บางชนดิ ท่มี ี 2 เพศ ในตวั เดียวกนั จึงไมส่ ามารถผสมกันภายในตัวเดียวกันได้
(แนวตอบ : เซลล์ไข่และสเปริ ์มเจริญไม่พร้อมกนั จึงตอ้ งผสมขา้ มตัว)
- การจบั คู่ผสมพันธข์ุ องสัตว์ท่มี ี 2 เพศ ในตวั เดยี วกันสง่ ผลดอี ย่างไร
(แนวคําตอบ : ลักษณะของสัตว์มีความหลากหลายมากขึ้น เนื่องจากได้รับสเปิร์มและเซลล์ไข่จากสัตว์คน
ละตวั ทําใหส้ ามารถอย่รู อดและดํารงเผ่าพันธไ์ุ ดห้ ากเกิดการเปลย่ี นแปลงของสภาพแวดลอ้ ม
- การปฏิสนธิภายในหรอื ภายนอกร่างกายมผี ลต่อการวางไขห่ รือการตกไข่ของสัตวเ์ พศเมียหรือไม่
อยา่ งไร
(แนวคาํ ตอบ : มี เน่ืองจากสัตว์ทมี่ ีการปฏิสนธิภายนอกจําเป็นต้องวางไขจ่ ํานวนมาก เนอ่ื งจากมีปัจจัยทาง
สภาพแวดล้อมหลายปัจจัยที่อาจทําให้สเปิร์มไม่สามารถเข้าผสมกับเซลล์ไข่ได้ และหากเซลล์ไข่ได้รบั การผสมจาก
สเปิร์มแล้วก็อาจเป็นอาหารของสัตว์อื่น ๆ ได้เช่นกัน ทําให้มีโอกาสรอดน้อยกว่าสัตว์ที่มีการปฏิสนธิภายในจึง
จาํ เป็นต้องวางไข่จํานวนมาก แตส่ ําหรบั สตั ว์ทีม่ ีการปฏิสนธภิ ายในจะมีการตกไข่จํานวนน้อยกว่า เพราะมีข้อจํากัด
ใน การต้ังครรภ์ของแม่ แตจ่ ะมโี อกาสมีชีวติ รอดมากกวา่ )
- การสบื พนั ธ์ุแบบไม่อาศยั เพศและแบบอาศัยเพศมีขอ้ ดี-ขอ้ เสยี แตกต่างกันอย่างไร
(แนวคําตอบ : การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศมีข้อดี คือ สามารถเพิ่มจํานวนได้รวดเร็ว สืบพันธุ์ได้ด้วย
ตนเอง และไม่ทําให้เกิดการกลายพันธุ์ แต่มีข้อเสีย คือ สิ่งมีชีวิตจะไม่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของ
สภาพแวดล้อมได้
การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศมีข้อดี คือ สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นมีความหลากหลายทางพันธุกรรมจึงสามารถ
ปรับตัวและดํารงชีวติ ในสภาพแวดล้อมทีเ่ ปล่ียนแปลงได้ แต่มีข้อเสีย คือ มีการเพิ่มจํานวนช้าและสูญเสียพลังงาน
มากในการเพิ่มจาํ นวน)
3. นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรุปเกย่ี วกับการสบื พันธุข์ องสตั ว์เพ่ือให้ไดข้ ้อสรปุ ดงั น้ี การสืบพันธ์ขุ องสัตวแ์ บ่ง
ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
- การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เป็นการสืบพันธุ์ที่ไม่อาศัยเซลล์สืบพันธุ์ สัตว์ตัวใหม่ที่ได้จะมีลักษณะ
เหมือนตัวแม่ทุกประการ เช่น การงอกใหม่พบในพลานาเรีย ไส้เดือนดิน และดาวทะเล การแตกหน่อพบในไฮดรา
339
หนอนตัวแบน และฟองนํ้า การหักเป็นท่อนพบในหนอนตัวแบน สาหร่ายทะเล และสาหร่ายไฟ พาร์ทีโนเจเนซิส
พบในแมลง
- การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เป็นการสืบพันธุ์ที่อาศัยเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ คือ สเปิร์ม และเซลล์สืบพันธุ์
เพศเมีย คือ เซลล์ไข่ มาปฏิสนธิกันเป็นไซโกต ซึ่งจะแบ่งเซลล์เพิ่มจํานวนและพัฒนาเป็นเอ็มบริโอ และตัวเต็มวัย
ต่อไป แบ่งออกเป็นการสืบพันธุ์ของสัตว์ที่มีสองเพศในตัวเดียวกัน พบในพลานาเรียและไส้เดือนดิน และการ
สบื พันธข์ุ องสัตว์ทมี่ เี พศผแู้ ละเพศเมยี แยกตวั กนั เช่น ปลา แมลง
2. นักเรียนเขียนสรุปในรูปแบบผังมโนทัศน์ เรื่อง การสืบพันธุ์ของสัตว์ โดยอธิบายประเภทของการ
สืบพันธ์ุพร้อมยกตัวอย่างสัตว์ท่ีมกี ารสบื พนั ธป์ุ ระเภทนั้น ๆ ลงในกระดาษ A4
ชัว่ โมงที่ 3
ขนั้ ที่ 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเปน็ 4 กลุ่ม จับสลากเพ่อื สืบค้นขอ้ มูล เรือ่ ง การสบื พันธ์ุของสัตวม์ กี ระดูกสันหลัง
ในหัวข้อ ดงั น้ี
- กลมุ่ ที่ 1 การสืบพันธขุ์ องปลา
- กลุม่ ท่ี 2 การสบื พนั ธข์ุ องสตั ว์สะเทนิ น้ําสะเทนิ บก
- กลุ่มท่ี 3 การสบื พันธุข์ องสตั ว์ปกี
- กลมุ่ ท่ี 4 การสืบพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ํานม
อธิบายลักษณะของการสืบพันธุ์ และร่วมกันวิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสียของรูปแบบการสืบพันธุ์ของสัตว์มี
กระดูกสันหลังที่กลุ่มของนักเรียนศึกษา และลงมือเขียนลงในกระดาษฟลิบชาร์ต ตกแต่งให้สวยงาม ติดหน้าห้อง
แสดงผลงาน
ขั้นท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ (Evaluation)
1. นักเรยี นแต่ละกลุ่มทําการประเมนิ ผลการทํางานของกลุ่มโดยใช้แบบบันทึกการทํางานกล่มุ
2. นักเรียนแต่ละคนทําแบบทดสอบเมื่อจบบทเรียน คะแนนจากการทดสอบจะพิจารณาเป็น 2 ระดับ
ดังนี้
- คะแนนรายบุคคล ได้จากคะแนนดิบที่นักเรยี นแต่ละคนทําได้
- คะแนนเฉลี่ยของกลุ่ม ได้จากการนําคะแนนรายบุคคลของสมาชิกมารวมกันแล้วเฉลี่ยด้วย
จํานวนสมาชกิ
340
ส่ือการเรียนรู/้ แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์รายวชิ าชีววทิ ยา เลม่ 5 ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 6
2. สอื่ Power Point เรื่อง การสืบพนั ธุข์ องสัตวแ์ ละการเจริญเตบิ โต
3. ใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง การสืบพันธข์ุ องสตั ว์ (1)
4. ใบงานท่ี 1.2 เรื่อง การสบื พันธ์ขุ องสัตว์ (2)
5. แบบทดสอบกอ่ นเรียน และแบบทดสอบหลังสอบ เร่ือง การสบื พันธขุ์ องสัตว์
การวดั และประเมนิ ผล
รายการวดั วธิ วี ัด เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมิน
1. ประเมินก่อนเรียน - ประเมินตาม
สภาพจรงิ
- แบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น
- ระดบั คณุ ภาพดี
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1.1 กอ่ นเรยี น ผา่ นเกณฑ์
2. การประเมินระหวา่ ง - ระดับคณุ ภาพดี
ผ่านเกณฑ์
การจัดกิจกรรม
- ระดับคณุ ภาพดี
1) การรับรแู้ ละการ - ตรวจใบงานที่ 1.1 เรือ่ ง - ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ผา่ นเกณฑ์
ตอบสนอง การสบื พนั ธ์ขุ องสตั ว์ (1) การสืบพนั ธุ์ของสตั ว์ - ระดบั คุณภาพดี
ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจใบงานท่ี 1.2 เรื่อง (1)
- ระดบั คณุ ภาพดี
การสบื พันธ์ขุ องสัตว์ (2) - ใบงานท่ี 1.2 เรื่อง ผา่ นเกณฑ์
การสบื พันธ์ุของสัตว์ - ประเมนิ ตาม
สภาพจริง
(2)
- ตรวจผังมโนทศั น์ เร่อื ง - แบบประเมนิ
การสืบพันธข์ุ องสัตว์ ผังมโนทศั น์
2) การปฏบิ ัตกิ าร - ประเมนิ - แบบประเมนิ
การปฏิบตั ิการ การปฏบิ ัติการ
3) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม
การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม การทำงานกลมุ่
4) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมีวินยั - แบบประเมนิ
อนั พงึ ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมั่น คุณลกั ษณะ
ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์
3. ประเมนิ หลังเรยี น
- แบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรยี น
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1.1 หลังเรยี น
341
แบบประเมินความถูกตอ้ งของการสรุปความคดิ รวบยอดในรปู แบบของผงั มโนทัศน์
เร่อื ง………………………………………………..……………ช้นั …………….วัน/เดอื น/ปี………………………..
เลข เนอ้ื หา รปู แบบ ความ เวลา รวม ระดับ
ท่ี ประเดน็ 321 321 สวยงาม/ 321 คะแนน คุณภาพ
สร้างสรรค์
ชื่อ-สกลุ 321 12
1 นางสาวกณิษฏา สมบตุ ร
2 นางสาวกฤตมิ า แสนวงั
3 นายคณตุ พงศ์ แสงรัตน์
4 นางสาวจิณห์นภิ า ภกั ดี
5 นางสาวจิดาภา ชื่นชม
6 นายเจรญิ วทิ ย์ เพชรแสง
7 นายชนุดม สมบรู ณเ์ จรญิ ย่งิ
8 นายชานนท์ เชยี งไฝ
9 นางสาวทิฏฐิตา วระศิริ
10 นายณภทั ร วินัยแพทย์
11 นายธนวฒั น์ บวรดิเรกลาภ
12 นางสาวธมกร วงษศ์ รวี อ
13 นางสาวธวลั ย์รตั น์ นลิ ภูผาทวโี ชติ
14 นางสาวนิรดา ปยุ้ ธนาวฒั น์
15 นางสาวบารมี ป้านภมู ิ
16 นางสาวบญุ ยานชุ เดชยศดี
17 นางสาวปณั ฑารีย์ ไผ่ปอ้ ง
18 นางสาวปิลันธา อ่อนรู้ที่
19 นางสาวพรรธนช์ นนั ทิพย์ชยั วรภทั ร์
20 นางสาวพิมพ์พดั ชา เมธาณฐั ยศ
21 นางสาวพริ ยิ า พลศรี
22 นางสาวเพญ็ สายธาร สารบรรณ
23 นางสาวเพยี งรพี คลังแสง
24 นางสาวภาณมุ าศ สวุ รรณ
25 นายภานวุ ัฒน์ วิสูงเร
26 นางสาวเมษติ า ภูม่งิ ศรี
27 นายรชฏ ทองนาํ
28 นายรณธรี ์ หลอ่ ตระกูล
342
เลข เน้ือหา รปู แบบ ความ เวลา รวม ระดับ
ท่ี ประเด็น 321 321 สวยงาม/ 321 คะแนน คุณภาพ
สร้างสรรค์
ช่อื -สกุล 321 12
29 นายรชั ชานนท์ ศรีทา
30 นางสาววรรณศิริ พนั ธุระ
31 นางสาววรนิ ธร อนุญาหงษ์
32 นายวฒั นชยั บงึ จนั ทร์
33 นางสาววันวิสาข์ ภาชะรัตน์
34 นางสาวสิริอร พรหมคณุ
35 นายศุภกติ ต์ิ จันทรป์ ทั ทัต
36 นายสุเมธ กุลศรี
37 นางสาวสุวภัทร ทิพรักษ์
38 นางสาวอรกนก อ้วนศรี
39 นางสาวอรทยั จันทะศรี
40 นางสาวอัญชิษฐา เดชสมบตั ิ
41 นางสาวอสิ รยี ์ ชํานาญกิตตริ ฐั
42 นายปรญิ นันทโพธิ์เดช
43 นางสาวพรพิมล พรอ้ มพรัง่
44 นายกรชนกกมล ราชเทยี น
45 นายณัชพล พรหมบุตร
46 นายปัญณกฤต วรกจิ เกษมสกลุ
47 นายเจษนัยษ์ วงศเ์ ลศิ
เกณฑก์ ารให้คะแนน
3 = ดี คะแนนชว่ ง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนช่วง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรบั ปรงุ คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน
ลงชอื่ ………………………………………ผ้ปู ระเมนิ
(……………………………………………………….)
343
เกณฑก์ ารประเมนิ ความถูกต้องของการสรุปความคิดรวบยอดในรูปแบบของบนั ทกึ สรุป
ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพการประเมิน
การสรุปความคิดรวบ 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
ยอดในรูปแบบของผัง
มโนทศั น์
1. เนอื้ หา ข้อมูลครบถ้วนทุกประเด็น มีข้อมูลที่ขาดไปเพียง 1-2 ดําเนินการค้นคว้าข้อมูลที่
หลากหลาย ถกู ต้อง สมบรู ณ์ และ ประเดน็ ต้องการได้เพยี งบางสว่ น
ชัดเจน
2. รปู แบบ รูปแบบผังมโนทัศน์ชัดเจน เข้าใจ รูปแบบผังมโนทัศน์ขาด รูปแบบผังมโนทัศน์ขาด
งา่ ย อ ง ค ์ ป ร ะ ก อ บ ไ ป 1-2 องค์ประกอบมากกว่า2
ประเดน็ ประเดน็
3. ค ว า ม ส ว ย ง า ม / ผังมโนทัศน์สวยงาม สร้างสรรค์ ผังมโนทัศน์สวยงาม มีความ ผังมโนทัศน์ไม่มีความ
สร้างสรรค์ นําเสนอได้แปลกใหม่ นําไปเป็น สร้างสรรค์อยู่บ้างและยัง สวยงาม ไม่ค่อยสร้างสรรค์
ตวั อยา่ งได้ นาํ ไปเป็นตวั อยา่ งได้ คอ่ นขา้ งสกปรก
4. เวลา ส่งได้ทันเวลาทกุ ครั้งท่ีกาํ หนด ส่งได้ทันเวลาบางครั้งที่ ส่งไม่ทันเวลาทุกครั้งท่ี
กาํ หนด กาํ หนด
344
แบบสังเกตพฤตกิ รรมดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
เรื่อง………………………………………………..……………ชั้น…………….วัน/เดอื น/ปี……………….
เลข ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อย่าง ม่งุ มนั่ ใน มจี ิต รวม ระดับ
ท่ี ประเด็น พอเพียง การทางาน สาธารณะ คะแนน คณุ ภาพ
ชอ่ื -สกุล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12
1 นางสาวกณิษฏา สมบตุ ร
2 นางสาวกฤติมา แสนวัง
3 นายคณตุ พงศ์ แสงรตั น์
4 นางสาวจิณห์นภิ า ภักดี
5 นางสาวจิดาภา ชื่นชม
6 นายเจรญิ วทิ ย์ เพชรแสง
7 นายชนดุ ม สมบรู ณเ์ จรญิ ยงิ่
8 นายชานนท์ เชยี งไฝ
9 นางสาวทฏิ ฐติ า วระศิริ
10 นายณภทั ร วินัยแพทย์
11 นายธนวฒั น์ บวรดเิ รกลาภ
12 นางสาวธมกร วงษศ์ รีวอ
13 นางสาวธวลั ยร์ ตั น์ นลิ ภูผาทวโี ชติ
14 นางสาวนิรดา ปุ้ยธนาวฒั น์
15 นางสาวบารมี ปา้ นภูมิ
16 นางสาวบญุ ยานชุ เดชยศดี
17 นางสาวปัณฑารยี ์ ไผป่ ้อง
18 นางสาวปิลันธา ออ่ นรู้ที่
19 นางสาวพรรธน์ชนัน ทิพยช์ ัยวรภทั ร์
20 นางสาวพมิ พ์พัดชา เมธาณัฐยศ
21 นางสาวพริ ยิ า พลศรี
22 นางสาวเพญ็ สายธาร สารบรรณ
23 นางสาวเพียงรพี คลังแสง
24 นางสาวภาณมุ าศ สุวรรณ
25 นายภานวุ ัฒน์ วิสงู เร
26 นางสาวเมษิตา ภมู ิ่งศรี
27 นายรชฏ ทองนํา
28 นายรณธรี ์ หล่อตระกลู
29 นายรชั ชานนท์ ศรีทา