445
ใบงานที่ 5 การเปล่ียนแปลงในระยะเอ็มบริโอของสตั ว์
ช่ือ………………………………………………………………………………………… ช้นั ………………. เลขท่ี ………….
ตอนที่ 1 : การเจริญเตบิ โตของกบ
คำชี้แจง : จงเติมหมายเลยลงในตารางใหส้ มั พันธก์ บั ลำดบั ของกระบวนการทเี่ กิดข้นึ (สามารถตอบได้
มากกว่า 1 หมายเลข)
กระบวนการ หมายเลข
1. ปฏสิ นธิ (Fertilize)
2. คลีเวจ (Clevage) ………………………….
3. แกสทรูเลชนั่ (Gastrulation) …………………………
4. บลาสทรูเลชัน่ (Blastrulation) …………………………
5. ออร์แกโนเจเนซสิ (Organogenesis) …………………………
6. เมตามอรโ์ ฟซสิ (Metamorphosis) …………………………
………………………..
446
ตอนที่ 2 : การเจริญเตบิ โตของไก่
คำชี้แจง : จงเตมิ หมายเลยและช่ือโครงสร้างของเอม็ บริโอท่ีสัมพันธ์กับหน้าท่ีลงในตาราง
หนา้ ที่ เอ็มบรโิ อไก่ เอม็ บรโิ อมนษุ ย์
…………………………. ………………………….
1. แลกเปลยี่ นแก๊ส …………………………. ………………………….
…………………………. ………………………….
2. เก็บของเสยี …………………………. ………………………….
3. เกบ็ หรือลาํ เลีบง
สารอาหาร
4. ป้องกันเอ็มบริโฮไม่ให้
กระทบกระเทือน
447
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1.4 เรอ่ื ง การเจริญเตบิ โตของสตั ว์ (1)
คาชี้แจง : ให้นกั เรยี นเลือกคําตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. การเตบิ โต (Growth ) ของสงิ่ มีชีวติ จะเกดิ ข้ึนก็ต่อเม่ือ 6. โครงสร้างใดทําหนา้ ทีเ่ ก็บของเสยี ทีเ่ กดิ จาก
1. ได้รับ Growth hormone จากต่อมใตส้ มอง
2. เซลลม์ กี ารแบ่งตวั แลว้ ทําใหข้ นาดเพิ่มข้นึ เอม็ บรโิ อในชว่ งที่ไก่ยังไม่ฟักออกจากไข่
3. มกี ารดดู ซึมของสารเข้าไปในเซลล์
4. มกี ารเพม่ิ ปริมาณไซโทพลาซึมจากการสงั เคราะห์ 1. ถุงแอลแลนทอยส์ 2. ไขข่ าว
2. กระบวนการใดไม่เก่ียวข้องกับการเจรญิ เติบโตของสัตว์ 3. ถงุ ไข่แดง 4. ถงุ นํา้ ครํา่
1. Cell growth
2. Cell division 7. การแบง่ เซลลข์ องไซโกตในระยะคลีเวจ คอื จาก
3. Cell apoptosis
4. Morphagenesis 1 ไปเป็น 2 เซลล์ 2 เซลลไ์ ปเป็น 4 เซลล์ และ
3. การวัดการเจริญเตบิ โตของสัตว์มีกระดูกสนั หลงั นยิ มใช้วิธีใด เรอื่ ย ๆ ไปจนไดเ้ อ็มบริโอมีลักษณะคลา้ ยผล
มากทสี่ ดุ
น้อยหนา่ น้ัน ในสตั วแ์ ตล่ ะชนิดจะได้เซลล์ท่ีเลก็ ใหญ่
1. การวัดน้ําหนักหรอื มวลของรา่ งกาย
แตกตา่ งกนั ทั้งน้เี ปน็ เพราะ
1. การเจรญิ ของสัตว์แตกตา่ งกัน
2. ขนาดของแมส่ ตั ว์
3. ขนาดของไข่
2. การนับจํานวนเซลล์ 4. ปริมาณอาหารภายในไข่
3. การวัดความยาวหรือความสงู 8. ข้อใดไม่ใชป่ ระโยชน์ที่แท้จริงของวนุ้ ท่ีหุ้มอยรู่ อบ
4. การวดั ขนาดเสน้ รอบวงของลาํ ตวั ๆ ไข่กบ
4. หากแบง่ ตามปริมาณของไข่แดง ไขไ่ ก่จัดเปน็ ไข่ชนดิ ใด 1. เป็นอาหารสาํ หรับตัวอ่อนท่ีอยูภ่ ายในไข่ จะ
1. อะเลซทิ ลั 2. พอลเิ ลซิทัล ใชส้ ําหรับการเจริญเติบโต
3. มีโซเลซทิ ลั 4. เทโลเลซิทลั 2. ทาํ ใหไ้ ข่กบไม่จมนาํ้
5. ขอ้ ใดเป็นการเปลย่ี นแปลงของเอ็มบรโิ อในระยะบลาสทูเลช่นั 3. ป้องกนั ไมใ่ หเ้ ช้ือราหรอื แบคทีเรยี ทําให้ไขเ่ นา่
1. กลมุ่ เซลลช์ ั้นนอกบุม๋ ตัวเขา้ ไปข้างใน
2. กลุม่ เซลลม์ ว้ นตัวเข้าไปในชอ่ งว่างภายในเอ็มบรโิ อ เสยี
3. กลุม่ เซลล์ทเี่ คล่อื นทแี่ ยกจากกนั ไปเรียงตวั บรเิ วณผิว 4. ไข่กบไม่อัดกันแนน่ จนเกินไป
ชั้นนอก 9. หนา้ ที่ของแอลแลนทอยส์ (Allantois) คอื
4. เซลล์แบง่ ตวั แบบไมโทซิสจนมลี กั ษณะคล้ายผลนอ้ ยหนา่ 1. แลกเปล่ยี นแกส๊ กับภายนอก
2. เกบ็ ของเสยี ประเภทกรดยูรกิ
3. ปอ้ งกันการสูญเสียนํ้า
4. ทง้ั 1 และ 2
448
10. หมายเลขใดคือบริเวณท่ีจะเจรญิ ไปเปน็ ตวั อ่อน
1. หมายเลข 1 2. หมายเลข 2
3. หมายเลข 3 4. หมายเลข 4
เฉลย 1. 2 2. 3 3. 1 4. 2 5. 3
6. 1 7. 4 8. 1 9. 4 10. 2
449
แบบทดสอบหลงั เรยี น
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1.4 เร่อื ง การเจริญเตบิ โตของสตั ว์ (1)
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรียนเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. การเตบิ โต (Growth ) ของสิง่ มีชวี ติ จะเกดิ ขึน้ ก็ต่อเมื่อ 6. โครงสรา้ งใดทาํ หนา้ ทีเ่ ก็บของเสยี ทีเ่ กิดจาก
1. ไดร้ บั Growth hormone จากต่อมใตส้ มอง
2. เซลล์มกี ารแบ่งตวั แลว้ ทาํ ให้ขนาดเพิ่มข้นึ เอม็ บรโิ อในชว่ งที่ไก่ยังไม่ฟักออกจากไข่
3. มกี ารดูดซึมของสารเขา้ ไปในเซลล์
4. มกี ารเพิม่ ปริมาณไซโทพลาซึมจากการสังเคราะห์ 1. ถุงแอลแลนทอยส์ 2. ไขข่ าว
2. กระบวนการใดไม่เก่ียวข้องกับการเจริญเติบโตของสัตว์ 3. ถุงไขแ่ ดง 4. ถงุ นํา้ ครํา่
1. Cell growth
2. Cell division 7. การแบ่งเซลลข์ องไซโกตในระยะคลีเวจ คอื จาก
3. Cell apoptosis
4. Morphagenesis 1 ไปเป็น 2 เซลล์ 2 เซลล์ไปเป็น 4 เซลล์ และ
3. การวัดการเจริญเตบิ โตของสัตว์มกี ระดูกสันหลงั นิยมใช้วิธีใด เรอื่ ย ๆ ไปจนไดเ้ อ็มบริโอมลี ักษณะคลา้ ยผล
มากทสี่ ดุ
น้อยหนา่ นัน้ ในสตั ว์แตล่ ะชนิดจะได้เซลลท์ ่ีเลก็ ใหญ่
1. การวัดนา้ํ หนักหรอื มวลของรา่ งกาย
แตกตา่ งกนั ทงั้ นเ้ี ป็นเพราะ
1. การเจรญิ ของสัตวแ์ ตกตา่ งกัน
2. ขนาดของแมส่ ตั ว์
3. ขนาดของไข่
2. การนบั จาํ นวนเซลล์ 4. ปรมิ าณอาหารภายในไข่
3. การวดั ความยาวหรอื ความสูง 8. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ที่แท้จริงของว้นุ ที่หุ้มอยรู่ อบ
4. การวดั ขนาดเสน้ รอบวงของลําตัว ๆ ไขก่ บ
4. หากแบง่ ตามปริมาณของไข่แดง ไขไ่ กจ่ ัดเปน็ ไข่ชนิดใด 1. เปน็ อาหารสําหรับตัวอ่อนที่อยู่ภายในไข่ จะ
1. อะเลซิทลั 2. พอลิเลซิทัล ใช้สาํ หรบั การเจริญเติบโต
3. มโี ซเลซทิ ลั 4. เทโลเลซทิ ลั 2. ทาํ ใหไ้ ข่กบไมจ่ มน้าํ
5. ขอ้ ใดเป็นการเปลย่ี นแปลงของเอม็ บรโิ อในระยะบลาสทูเลช่นั 3. ป้องกนั ไม่ใหเ้ ชื้อราหรือแบคทีเรยี ทําให้ไขเ่ นา่
1. กลมุ่ เซลล์ช้ันนอกบุม๋ ตัวเข้าไปข้างใน
2. กลุม่ เซลล์ม้วนตัวเข้าไปในชอ่ งว่างภายในเอ็มบรโิ อ เสีย
3. กลุม่ เซลลท์ ี่เคล่อื นทแี่ ยกจากกันไปเรยี งตัวบริเวณผิว 4. ไขก่ บไม่อัดกนั แนน่ จนเกินไป
ชั้นนอก 9. หนา้ ที่ของแอลแลนทอยส์ (Allantois) คอื
4. เซลล์แบง่ ตวั แบบไมโทซิสจนมีลกั ษณะคล้ายผลนอ้ ยหน่า 1. แลกเปลีย่ นแกส๊ กบั ภายนอก
2. เก็บของเสยี ประเภทกรดยูรกิ
3. ป้องกันการสูญเสียนํ้า
4. ทง้ั 1 และ 2
450
10. หมายเลขใดคือบริเวณท่ีจะเจรญิ ไปเปน็ ตวั อ่อน
1. หมายเลข 1 2. หมายเลข 2
3. หมายเลข 3 4. หมายเลข 4
เฉลย 1. 2 2. 3 3. 1 4. 2 5. 3
6. 1 7. 4 8. 1 9. 4 10. 2
451
452
453
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 16 รหสั วชิ า ว32243
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5
รายวชิ าชวี วทิ ยา
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 15 ชัว่ โมง
บทท่ี 4 เรอื่ งระบบสืบพนั ธ์ุและการเจรญิ เตบิ โต 3 ช่ัวโมง
หน่วยการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1.5 เรอื่ ง การเจรญิ เตบิ โตของสัตว์ (2) ภาคเรียนท่ี 2/2564
ชอื่ ครผู ู้สอน นางสาวภควดี อ่อนสุระทุม
สาระชวี วิทยา
ข้อ 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ การหายใจและการแลกเปลี่ยนแก๊ส การลําเลียงสาร
และการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้ และการตอบสนอง การเคลื่อนที่ การ
สืบพันธุ์และการเจริญเติบโต ฮอร์โมนกับการรักษาดุลยภาพ และพฤติกรรมของสัตว์ รวมทั้งนําความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ชน้ั ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนร้เู พ่มิ เตมิ
ม.5 • อธิบายการเจริญเติบโตระยะเอ็มบริโอ และระยะ • การเจริญเติบโตของมนุษย์จะมีขั้นตอนคล้ายกับ การ
หลงั เอ็มบรโิ อของมนษุ ย์ เจริญเติบโตของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนํ้านมอื่น ๆ โดย
เอ็มบริโอจะฝังตัวที่ผนังมดลูก และมีการ แลกเปลี่ยน
สารระหว่างแม่กับลูกผา่ นทางรก
1. กาหนดเป้าหมายของการจดั การเรียนรู้
1.1 สาระการเรียนรู้/เนอ้ื หาการเรียนรู้
เร่อื งที่ 5 เรอ่ื ง การเจริญเติบโตของสัตว์ (2)
1) การเจริญเตบิ โตระยะเอ็มบริโอ และระยะหลังเอ็มบรโิ อของมนษุ ย์
1.2 สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอดของเรือ่ งท่เี รยี น
เมื่อสเปิร์มปฏิสนธิกับเซลล์ไข่จะได้ไซโกตซึ่งจะแบ่งเซลล์เพิ่มจำนวนและพัฒนาเป็นเอ็มบริโอ
ประกอบด้วย 4 ระยะ ได้แก่ ควีเวจเป็นระยะที่ไซโกตแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสจนได้เอ็มบริโอที่ประกอบด้วยกลุ่ม
เซลล์จำนวนมาก บลาสทูเลชันเป็นระยะที่เซลล์จัดเรียงตัวใหม่โดยแยกจากกันไปเรียงตัวบริเวณผิวรอบนอก
แกสทรูเลชันเป็นระยะที่เซลล์เคลื่อนที่และจัดเรียงตัวเป็นเนื้อเยื่อชั้น 3 ชั้น และออร์แกโนเจเนซิสเป็นระยะท่ี
เนอ้ื เยอื่ ทงั้ 3 ชนั้ พัฒนาเปน็ อวัยวะตา่ ง ๆ
- การเจริญเตบิ โตของมนุษย์ หลังการปฏิสนธทิ ท่ี ่อนำไข่ ไซโกตจะแบ่งเซลลเ์ พิม่ จำนวนและพฒั นาเป็น
เอ็มบริโอ เมื่อเข้าสู่วันที่ 7 เอ็มบริโอระยะบลาสทูลาจะฝังตัวที่ผนังมดลูก เมื่ออายุ 2 สัปดาห์
เอ็มบริโอเข้าสู่ระยะแกสทรูลา เกิดเนื้อเยื่อ 3 ชั้น เมื่ออายุ 3 สัปดาห์ เอ็มบริโอปรากฏร่องรอยของ
454
อวยั วะ เมื่ออายุ 8 สัปดาห์ เอ็มบริโอมีอวัยวะเจริญครบ ซึ่งเปน็ ระยะสิน้ สุดของเอ็มบริโอและหลังจาก
ระยะน้ี เรยี กวา่ ฟตี สั เมื่ออายุ 3 เดอื น สามารถแยกเพศของฟีตัสได้ เห็นน้ิวมอื น้วิ เท้าชัดเจน เม่ืออายุ
6 เดือน ฟีตัสมีผิวหนังเหี่ยวย่นและบางใส ศีรษะโต มีขนคิ้ว ขนตา สามารถลืมตาและหลับตาได้
ในช่วง 3 เดือน สุดท้ายก่อนคลอด ฟีตัสมีขนาดโตขึ้นมากและระบบประสาทเจรญิ มาก และเมื่ออายุ
9 เดอื น ฟีตัสคลอดออกมาเปน็ ทารก
1.3 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ : เมอ่ื ผู้เรียนจบกจิ กรรมการเรียนรู้ ผู้เรยี นสามารถ
ด้านความรู้ - นักเรียนสามารถอธิบายการเจริญเติบโตระยะ
(K: Knowledge) เอ็มบริโอและระยะหลงั เอ็มบรโิ อของมนุษย์
ด้านกระบวนการ - นกั เรยี นสามารถสืบคน้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั การเจรญิ เติบโต
(P: Process) ระยะเอม็ บรโิ อและระยะหลังเอม็ บริโอของมนุษย์
ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ การทาํ งานร่วมกบั ผู้อืน่ , รับผิดชอบต่อการทํางาน,
(A: Attribute) แสดงความคดิ เหน็ , นาํ เสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี นได้
ดา้ นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
(Sc.P: Science Process Skill) การลงความเหน็ จากข้อมลู
การกาํ หนดและควบคุมตัวแปร
การสังเกต การกาํ หนดนยิ ามเชิงปฏบิ ัติ
การวัด การตัง้ สมมตฐิ าน
การคาํ นวณ/การใชต้ ัวเลข การทดลอง
การจําแนกประเภท การตีความหมายข้อมูล
การจัดกระทําและสอื่ ความหมายข้อมลู การสรา้ งแบบจําลอง
การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกบั สเปส
และสเปสกับเวลา
การพยากรณ์/การทํานาย
455
2. การจดั กจิ กรรมการเรียนร้โู ดยใช้รูปแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ร่วมกับ
กจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบเชงิ รุก (Active Learning)
ชวั่ โมงท่ี 1 - 2
ขั้นท่ี 1 ข้นั กระตุน้ ความสนใจ (Engagement)
1. ครถู ามคำถามกระตุน้ ความคิด ให้นกั เรยี นเชอ่ื มโยงความรู้เดิมกบั ความรใู้ หมเ่ ขา้ ดว้ ยกนั
- มนุษยบ์ นโลกใบน้ีเกดิ มาได้อยา่ งไร
(แนวคำตอบ : เกิดจากการที่มนุษยม์ ีการสืบพนั ธ์ุเพื่อดำรงเผา่ พนั ธุ์ เกิดจากทีเ่ ซลล์ไข่กบั เซลล์
สเปริ ม์ ปฏสิ นธกิ ัน กลายเปน็ ไซโกต จากน้ันเจริญเปน็ เอม็ บรโิ อ จากนัน้ เจรญิ เตบิ โตในแต่ละช่วงอายุ)
- นักเรียนคิดว่ามนุษย์ในแต่ละช่วงวัยต้ังแต่อยู่ในครรภ์แม่ วัยทารก วัยเด็ก วัยรุ่น จนถึงวัยผู้ใหญ่
มีการเปลย่ี นแปลงอย่างไรบ้างในแต่ละวัย ใหน้ กั เรียนยกตัวอยา่ งมา
(แนวคำตอบ : พจิ ารณาจากคำตอบของนักเรียน)
ข้ันท่ี 2 ข้นั สารวจคน้ หา (Exploration)
1. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มย่อย ๆ กลุ่มละ 5 คน โดยใช้ผลทางการเรียนจัดนักเรียนตามระดับ
ความสามารถสูง ปานกลาง และคละกัน ในอัตราส่วน 1 : 2 : 2 เพื่อทำกิจกรรม ความหมายของการรับรู้และ
การตอบสนอง โดยให้สมาชกิ ในทมี ทาํ หน้าท่ดี ังนี้
- ผู้นํากลุ่ม ทําหน้าที่ควบคุมดูแลการทํางานให้ลุล่วง กระตุ้นเตือนและใหก้ ําลังใจสมาชิก รับ
เอกสารจากครู และรวบรวมงานส่งครู
- ผบู้ ันทึก ทาํ หน้าทจ่ี ดบันทึกขอ้ ตกลง สรุปผลการทํางานและรายงานผล
- ผู้ชี้แนะ ทาํ หนา้ ทีข่ ยายความรูเ้ พมิ่ เตมิ ความคิด
- ผตู้ รวจสอบ ทาํ หนา้ ท่ตี รวจสอบความเขา้ ใจในบทเรียนของสมาชิกให้ทุกคนสามารถอธิบาย
ได้เหมอื นกนั
2. นักเรียนแตล่ ะคนทาํ แบบทดสอบก่อนเรยี น เรอื่ ง การเจริญเตบิ โตของสตั ว์ (2)
3. ครูนําเสนอบทเรียน โดยครูสอนความรู้แก่นักเรียนทั้งชั้นประกอบกับสื่อการสอน ให้ศึกษาจากวีดี
ทัศน์ที่ครูให้ เพื่อให้นักเรียนเกิดความสนใจและเกิดการเรียนรู้รวดเร็วขึ้น โดยนำวีดิทัศน์หรือแบบจำลองการ
เจริญเตบิ โตของมนษุ ยม์ าใช้ประกอบการสอน เช่น
- https://www.youtube.com/watch?v=zLUFXG4575Q
- https://www.youtube.com/watch?v=l1qvUPYDnOY
- https://www.youtube.com/watch?v=ltgLb_teYHs
เมอ่ื นักเรยี นศึกษาวดี ทิ ศั น์หรือแบบจำลองแล้ว ให้นกั เรยี นศึกษาความรจู้ ากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์รายวิชา
ชวี วทิ ยา เลม่ 5 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6 แล้วนกั เรียนและครูรว่ มกันอภปิ รายเพอื่ ใหไ้ ด้ข้อสรปุ วา่
456
- หลังการปฏสิ นธทิ ่ีท่อนำไข่ ไซโกตจะแบ่งเซลลเ์ ป็นเอ็มบริโอ จนกลายเป็นเอม็ บริโอระยะบลาสทูลาใน
วันที่ 7 และเคลื่อนที่ตามท่อนำไข่ไปฝังตัวที่ผนังมดลูกชั้นเอนโดมีเทรียม ซึ่งจะมีการสร้างรกติดต่อ
ระหว่างแม่กับทารกในครรภ์เพื่อแลกเปลี่ยนแก๊ส สารอาหาร และของเสีย และยังสร้างถุงน้ำคร่ำหุ้ม
ตัวเองเพื่อปอ้ งกนั การกระทบกระเทอื น
- เมอื่ อายุ 2 สปั ดาห์ จะเขา้ สรู่ ะยะแกสทรูลา และเกิดเนอ้ื เย่ือ 3 ชั้น
- เมื่ออายุ 3 สัปดาห์ จะปรากฏรอ่ งรอยของอวัยวะ ไดแ้ ก่ หวั ใจและระบบประสาท
- เม่อื อายุ 4 สัปดาห์ อวยั วะต่าง ๆ เช่น แขน ขา เร่ิมเจริญ
- เมื่ออายุ 8 สัปดาห์ จะมีอวัยวะเจริญครบซ่ึงเป็นระยะสิ้นสุดของเอ็มบรโิ อ หลังจากระยะนี้จะเรียกว่า
ฟีตสั
- เมือ่ อายุ 3 เดือน จะสามารถแยกเพศของทารกได้ มอี วัยวะต่าง ๆ ครบ และเริ่มมกี ารเคลอ่ื นไหว
- เมื่ออายุ 4 เดือน อวัยวะเพศภายนอกพัฒนาขึ้น ได้แก่ ลูกอัณฑะของเพศชายและช่องคลอดของเพศ
หญงิ ขนและผมเรมิ่ งอก มีชั้นไขมนั ใตผ้ วิ หนงั หอ่ หมุ้ รา่ งกาย ผวิ มีสีชมพูและใสจนเหน็ หลอดเลือด
- เมื่ออายุ 5 เดือน มีศีรษะค่อนข้างโต แขน ขา และคอเคลื่อนไหวได้ดี หัวใจเต้นเป็นจังหวะ อวัยวะ
ภายในมีการพัฒนาที่สมบูรณ์มากขึ้น ฟันน้ำนมของทารกเริ่มพัฒนาขึ้นในเหงือก มีนิ้วมือและนิ้วเท้า
แยกกันอยา่ งชดั เจน
- เมื่ออายุ 6 เดอื น ลำตวั ของทารกพัฒนาขึ้น จนมีขนาดใหญก่ วา่ ศีรษะ มกี ารพฒั นาของเซลล์เม็ดเลือด
แดงข้นึ มาจำนวนมากและเริ่มผลิตเม็ดเลือดขาว มีลายมอื ลายเท้าชัดมากข้ึน ผิวหนังหนาทึบข้ึน แขน
และขามีกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์มากขึ้น อวัยวะเพศพัฒนาจนสมบูรณ์ ซึ่งในเพศหญิงจะมีการสร้างรังไข่
และเพศชายจะพัฒนาลูกอัณฑะขึ้นมาจนชัดเจนและมีการสร้างฮอร์โมนเพศชาย ระบบประสาทเริ่ม
ทำงานสามารถจดจำและเรียนรู้ไดบ้ า้ งแลว้
- เมื่ออายุ 7 เดือน มีการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การดูดนิ้วมือและนิ้วเท้า การลืมตา สมอง
พฒั นาขนึ้ จนโตเต็มกะโหลกศีรษะและมีรอยหยกั บนสมอง
- เมื่ออายุ 8 เดือน สมองและเส้นประสาททำงานได้อย่างเต็มที่ ทารกเริ่มกลับตัวให้อยู่ในท่าศีรษะลง
เพ่อื เตรยี มพร้อมทีจ่ ะคลอด และเร่ิมกะพริบตาถขี่ ้นึ
- เม่อื อายุ 9 เดือน ทารกกลบั หวั พรอ้ มคลอด
4. นักเรยี นทาํ ใบงานที่ 7 การเจริญเตบิ โตของเด็กทารก และใบงานท่ี 6 การเจริญเติบโตของมนุษย์
ขั้นที่ 3 ข้ันอธิบายความรู้ (Explanation)
1. ครอู ธิบายเพม่ิ เติม่ เก่ียวกับฮอรโ์ มนเพศท่ีเกย่ี วข้องกับการตั้งครรภ์ ประกอบดว้ ยฮอร์โมนหลายชนิด
ดงั น้ี
- อีสโทรเจน (estrogen) สร้างขึ้นจากรังไข่ ช่วยเสริมสร้างร่างกายของคุณแม่ให้เหมาะสมต่อการ
ต้งั ครรภ์และชว่ ยใหท้ ารกมกี ารเจรญิ เติบโตท่ีสมบรู ณ์แขง็ แรง
457
- โพรเจสเทอโรน (progesterone) สร้างขึ้นจากรังไข่ ช่วยกระตุ้นให้ผนังมดลูกหนาตัวขึ้นเพื่อให้เซลล์
ไข่ทถ่ี กู ปฏสิ นธิเข้าฝังตวั และเจรญิ เติบโตเป็นทารกได้
- ฮิวแมนคอริโอนิกโกนาโดโทรปิน (human chorionic gonadotropin) สร้างขึ้นจากรก ช่วยทำให้
คอร์ปัสลูเทียมผลิตอีสโทรเจนและโพรเจสเตอโรนต่อ และยั้งการทำงานของโกนาโดโทรปินจาก
ต่อมใต้สมองส่วนหน้าไม่ให้มีการเจริญของเซลล์ไข่ในรอบต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นฮอร์โมนที่ถูก
นำมาใชต้ รวจการต้งั ครรภ์
- ออกซิโทซิน (oxytocin) หลั่งมาจากต่อมใต้สมองส่วนหลัง ทำหน้าที่กระตุ้นการบีบตัวของกล้ามเนื้อ
มดลูกทำให้คลอดบุตรง่ายขึ้น และยังกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบในเต้านมทำให้หลั่งน้ำนม
มากข้ึน
- โพรแลกตนิ (prolactin) สร้างจากตอ่ มใตส้ มองส่วนหน้า ทำหน้าทีก่ ระตุ้นการเจริญของท่อผลิตน้ำนม
กระตุ้นการสร้างและหลัง่ น้ำนม
2. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ เร่ือง การเจริญเตบิ โตหลงั คลอด สว่ นใหญ่เปน็ การเพมิ่ นำ้ หนักและความสงู ของ
รา่ งกาย ซึ่งอวยั วะต่าง ๆ จะเจริญเตบิ โตแตกต่างกัน เชน่
- เมอื่ เปรียบเทยี บความยาวของศรีษะ ลำตัว และขา พบวา่ ศีรษะมอี ัตราการเพ่ิมขนาดน้อยท่ีสุด ส่วน
ขามีอัตราการเพมิ่ ขนาดมากที่สุด
- เมื่อเปรียบเทียบการเพิ่มขนาดของสมองและศีรษะ ขนาดของร่างกาย อวัยวะสืบพันธุ์ และเนื้อเยื่อที่
สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว ในช่วงอายุ 0-20 ปี พบว่า เนื้อเยื่อที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวมีอัตราการ
เติบโตอย่างรวดเร็ว ขนาดร่างกาย สมองและศีรษะมีอัตราการเจริญอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่อวัยวะ
สืบพันธุ์มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างช้า ๆ ในช่วงก่อนวัยเจริญพันธุ์และจะมีอัตราการเติบโตอย่าง
รวดเรว็ ในวัยเจรญิ พันธ์ุ
3. ถามคำถามเพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียน เชน่
- เอม็ บรโื อเข้าฝงั ตัวท่ผี นงั มดลูกอยใู่ นระยะใด
(แนวคำตอบ : ระยะบลาสทูเลชัน)
- เอม็ บรโิ อจะเรียกวา่ ฟีตัสเมือ่ มอี ายเุ ท่าใด
(แนวคำตอบ : อายุ 8 สัปดาห์)
- อัตราการเจรญิ เติบโตของเอม็ บริโอกบั ฟีตสั แตกตา่ งกนั หรือไม่ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ : แตกต่างกัน เพราะชว่ งทีเ่ ป็นเอ็มบริโอเป็นการเจริญเตบิ โตเพอ่ื สร้างอวยั วะต่าง ๆ แต่
ชว่ งท่ีเปน็ ฟีตสั เปน็ การเจริญเตบิ โตเพ่ือเพมิ่ ขนาดของร่างกาย)
- ชว่ งใดที่มีการเจริญเติบโตน้อยท่ีสุด เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ : สปั ดาห์ท่ี 1-4 เพราะเปน็ ชว่ งทม่ี กี ารเพม่ิ จำนวนเซลล์เพอื่ สร้างเน้อื เยื่อและอวยั วะ)
- อวยั วะสบื พนั ธจุ์ ะเริม่ จะเจริญเมอ่ื อายเุ ท่าไร
(แนวคำตอบ : ตั้งแต่อายุ 12 ปี จะเจรญิ เข้าสวู่ ยั เจริญ ซ่งึ ในเพศชายจะมกี ารสรา้ งสเปิรม์ และในเพศ
หญงิ จะมกี ารเจรญิ ของเซลลไ์ ข่)
458
4. ครอู ธิบายเพมิ่ เตมิ เก่ยี วกบั ภาวะที่สง่ ผลต่อการเจริญเติบโตของฟตี สั ในครรภ์ เช่น
- อาหาร หญิงมีครรภค์ วรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตนี ซง่ึ หากขาดโปรตีนในช่วง
3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด จะมผี ลตอ่ การเจริญของระบบประสาท
- สารเคมีบางชนดิ เช่น สารกลุ่มเทอราโทเจนทพี่ บในยากล่อมประสาทพวกทาลิโดไมด์มีผลต่อ การ
เจริญเติบโตของเอ็มบริโอใน 2 เดือนแรก ทำให้การเจรญิ ของแขนและขาผิดปกติ หรอื สารเคมีท่ีพบใน
บหุ รีแ่ ละสรุ ามีผลต่อการเจริญเตบิ โตของเอ็มบริโอและทำใหเ้ กิดการแท้งได้
- เชื้อโรคบางชนิด เช่น เชื้อหัดเยอรมัน ทำให้การเจริญของสมอง หูส่วนใน เลนส์ตา และกล้ามเนื้อ
หัวใจผิดปกติ เชอ้ื เอชไอวีอาจส่งผลใหท้ ารกพิการแต่กำเนดิ ได้
- โรคบางชนิด หากหญิงมีครรภ์เป็นโรคบางชนิดอาจทำให้ฟีตัสเจริญเติบโตผิดปกติ เช่น โรคเบาหวาน
อาจทำให้ทารกในครรภ์ตัวโตมากกว่าปกติ มีโอกาสพิการแต่กำเนิด เสี่ยงแท้ง หรือตายตอนคลอดได้
โรคความดันโลหิตสูง อาจทำให้พัฒนาการของทารกในครรภ์เติบโตช้า โรคหัวใจอาจทำให้ทารกขาด
ออกซเิ จนและเจริญเตบิ โตชา้ ในครรภ์
5. นักเรียนทำ Test for U จากสือ่ Power Point โดยบนั ทึกลงในสมดุ บันทกึ ของนกั เรยี น (อาจใหน้ ักเรียน
ทำเป็นการบา้ น)
6. นักเรยี นและครูร่วมกันสรุปเกยี่ วกับการเจริญเติบโตของสตั ว์ เพื่อใหไ้ ดข้ ้อสรปุ วา่ เมอ่ื สเปริ ์มปฏสิ นธิ
กับเซลล์ไขจ่ ะไดไ้ ซโกตซึง่ จะแบ่งเซลลเ์ พ่ิมจำนวนและพัฒนาเปน็ เอ็มบรโิ อ ประกอบด้วย 4 ระยะ ไดแ้ ก่ ควี
เวจเปน็ ระยะทไี่ ซโกตแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซิสจนไดเ้ อม็ บริโอทปี่ ระกอบดว้ ยกลุ่มเซลลจ์ ำนวนมาก บลาสทเู ล
ชันเป็นระยะทเี่ ซลลจ์ ัดเรยี งตวั ใหมโ่ ดยแยกจากกนั ไปเรียงตวั บริเวณผวิ รอบนอก แกสทรเู ลชนั เป็นระยะที่
เซลลเ์ คล่อื นท่ีแบบต่าง ๆ และจัดเรียงตัวเปน็ เน้อื เยือ่ ชน้ั 3 ชัน้ และระยะออรแ์ กโนเจเนซสิ เปน็ ระยะที่เนอ้ื เยอ่ื
ทั้ง 3 ช้ันพฒั นาเปน็ อวยั วะตา่ ง ๆ ซึ่งสัตว์กบ ไก่ จะมีการเจรญิ เติบโตใน
- การเจริญเติบโตของมนุษย์ หลังการปฏิสนธิที่ท่อนำไข่ ไซโกตจะแบ่งเซลล์เป็นเอ็มบริโอ เมื่อ
เขา้ สวู่ นั ที่ 7 เอม็ บริโอระยะบลาสทูลาจะฝังตัวท่ีผนังมดลูก อายุ 2 สัปดาห์ เอ็มบรโิ อเขา้ สรู่ ะยะแกสทรูลา
เกดิ เนื้อเยอ่ื 3 ชัน้ อายุ 3 สัปดาห์ เอม็ บรโิ อปรากฏรอ่ งรอยของอวัยวะ อายุ 8 สัปดาห์ เอ็มบริโอมีอวัยวะ
เจรญิ ครบ ซงึ่ เปน็ ระยะสิน้ สุดของเอ็มบรโิ อและหลังจากระยะน้ี เรียกว่า ฟตี สั อายุ 3 เดือน สามารถแยก
เพศของฟีตัสได้ เห็นนิ้วมือนิ้วเท้าชดั เจน อายุ 6 เดือน ฟีตัสมีผิวหนังรอยเหี่ยวย่นและบางใส ศีรษะโต มี
ขนค้วิ ขนตา สามารถลมื ตาและหลบั ตาได้ ในชว่ ง 3 เดือน สุดทา้ ยกอ่ นคลอด ฟีตัสมีขนาดโตขึ้นมากและ
ระบบประสาทเจรญิ มาก และเมือ่ อายุ 9 เดือน ฟตี ัสคลอดออกมาเปน็ ทารก
. นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนสรุปในรูปแบบผังมโนทัศน์เรื่อง การเจริญเติบโตของมนุษย์ ลงในกระดาษ A4
และใบงานที่ 8 การคุมกำเนิดของมนุษย์ (ให้นกั เรียนทำเป็นการบ้าน)
459
ชั่วโมงท่ี 3
ข้ันที่ 4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)
1. นักเรียนแต่ละกลุม่ สืบค้นขอ้ มูลเกี่ยวกบั การแกป้ ญั หาภาวการณ์มีบุตรยาก โดยใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเลือก
มากล่มุ ละ 1 วธิ ี ลงในกระดาษฟลิบชาร์ต ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มออกมานาํ เสนอ
ข้นั ท่ี 5 ข้นั ประเมนิ (Evaluation)
1. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ทําการประเมนิ ผลการทาํ งานของกลมุ่ โดยใช้แบบบนั ทึกการทาํ งานกลุ่ม
2. นักเรียนแตล่ ะคนทาํ แบบทดสอบเมื่อจบบทเรียน คะแนนจากการทดสอบจะพิจารณาเปน็ 2 ระดับ
ดงั นี้
- คะแนนรายบคุ คล ได้จากคะแนนดิบทน่ี ักเรยี นแตล่ ะคนทําได้
- คะแนนเฉลี่ยของกลุ่ม ได้จากการนําคะแนนรายบุคคลของสมาชิกมารวมกันแล้วเฉลี่ยดว้ ย
จํานวนสมาชกิ
ส่อื การเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตรร์ ายวชิ าชวี วิทยา เลม่ 5 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6
2. สื่อ Power Point เร่ือง ระบบสืบพนั ธแ์ุ ละการเจรญิ เติบโต
3. ใบงานท่ี 6 การเจริญเติบโตของมนุษย์
4. ใบงานท่ี 7 การเจรญิ เติบโตของเด็กทารก
5. ใบงานท่ี 8 การคมุ กําเนดิ ของมนุษย์
6. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น และแบบทดสอบหลังสอบ เรื่อง การเจริญเติบโตของสตั ว์ (2)
460
การวดั และประเมินผล
รายการวดั วิธวี ดั เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
1. ประเมนิ กอ่ นเรยี น - แบบทดสอบก่อนเรยี น - ประเมนิ ตาม
สภาพจรงิ
- แบบทดสอบก่อน - ตรวจแบบทดสอบ - ใบงานที่ 6 การ
เจรญิ เติบโตของ - ระดับคณุ ภาพดี
เรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ กอ่ นเรยี น มนษุ ย์ ผา่ นเกณฑ์
1.3 - ใบงานท่ี 7 การ - ระดบั คุณภาพดี
เจริญเติบโตของเด็ก ผ่านเกณฑ์
2. การประเมินระหว่าง ทารก
- ระดบั คณุ ภาพดี
การจดั กจิ กรรม - ใบงานที่ 8 การ ผ่านเกณฑ์
คมุ กำเนิดของมนุษย์
1) การรับรู้และการ - ตรวจใบงานที่ 6 การ - ระดบั คณุ ภาพดี
- แบบประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
ตอบสนอง เจริญเตบิ โตของมนษุ ย์ ผังมโนทศั น์
- ระดบั คุณภาพดี
- ตรวจใบงานท่ี 7 การ - แบบประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
เจรญิ เติบโตของเด็ก การปฏิบตั กิ าร
ทารก - ระดับคณุ ภาพดี
- แบบสงั เกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์
- ตรวจใบงานที่ 8 การ การทำงานกล่มุ
คุมกำเนิดของมนุษย์ - ระดับคณุ ภาพดี
- แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจผงั มโนทศั น์ เรื่อง คณุ ลักษณะ
โครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของ อันพึงประสงค์ - ประเมินตาม
อวยั วะในระบบสบื พนั ธ์ุ สภาพจริง
เพศชายและโครงสร้าง - แบบทดสอบหลงั เรียน
และหนา้ ท่ขี องอวัยวะใน
ระบบสบื พันธเุ์ พศหญิง
2) การปฏิบัติการ - ประเมนิ
การปฏิบัตกิ าร
3) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤตกิ รรม
การทำงานกลมุ่ การทำงานกลมุ่
4) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมีวนิ ัย
อันพงึ ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และม่งุ มั่น
ในการทำงาน
3. ประเมนิ หลังเรยี น
- แบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบ
หน่วยการเรียนรู้ที่ หลังเรยี น
1.3
461
แบบประเมินความถูกต้องของการสรุปความคดิ รวบยอดในรปู แบบของผังมโนทศั น์
เรอื่ ง………………………………………………..……………ชน้ั …………….วนั /เดอื น/ป…ี ……………………..
เลข เนอื้ หา รปู แบบ ความ เวลา รวม ระดบั
ท่ี ประเดน็ 321 321 สวยงาม/ 321 คะแนน คุณภาพ
สรา้ งสรรค์
ชือ่ -สกลุ 321 12
1 นางสาวกณษิ ฏา สมบตุ ร
2 นางสาวกฤตมิ า แสนวัง
3 นายคณตุ พงศ์ แสงรตั น์
4 นางสาวจิณหน์ ภิ า ภักดี
5 นางสาวจิดาภา ช่นื ชม
6 นายเจรญิ วทิ ย์ เพชรแสง
7 นายชนดุ ม สมบรู ณเ์ จรญิ ย่งิ
8 นายชานนท์ เชียงไฝ
9 นางสาวทฏิ ฐติ า วระศริ ิ
10 นายณภัทร วนิ ัยแพทย์
11 นายธนวัฒน์ บวรดิเรกลาภ
12 นางสาวธมกร วงษศ์ รีวอ
13 นางสาวธวัลยร์ ตั น์ นิลภผู าทวโี ชติ
14 นางสาวนิรดา ป้ยุ ธนาวัฒน์
15 นางสาวบารมี ปา้ นภมู ิ
16 นางสาวบญุ ยานุช เดชยศดี
17 นางสาวปณั ฑารยี ์ ไผ่ป้อง
18 นางสาวปิลันธา อ่อนรูท้ ี่
19 นางสาวพรรธน์ชนนั ทิพยช์ ัยวรภทั ร์
20 นางสาวพมิ พพ์ ัดชา เมธาณฐั ยศ
21 นางสาวพิรยิ า พลศรี
22 นางสาวเพ็ญสายธาร สารบรรณ
23 นางสาวเพยี งรพี คลงั แสง
24 นางสาวภาณุมาศ สวุ รรณ
25 นายภานวุ ฒั น์ วิสูงเร
26 นางสาวเมษิตา ภมู ิง่ ศรี
462
เลข เนื้อหา รปู แบบ ความ เวลา รวม ระดับ
ท่ี ประเดน็ 321 321 สวยงาม/ 321 คะแนน คุณภาพ
สรา้ งสรรค์
ชือ่ -สกุล 321 12
27 นายรชฏ ทองนํา
28 นายรณธรี ์ หลอ่ ตระกลู
29 นายรัชชานนท์ ศรีทา
30 นางสาววรรณศิริ พนั ธรุ ะ
31 นางสาววรินธร อนุญาหงษ์
32 นายวัฒนชัย บงึ จนั ทร์
33 นางสาววนั วิสาข์ ภาชะรัตน์
34 นางสาวสริ อิ ร พรหมคณุ
35 นายศภุ กิตต์ิ จันทรป์ ัททัต
36 นายสเุ มธ กลุ ศรี
37 นางสาวสุวภทั ร ทพิ รักษ์
38 นางสาวอรกนก อว้ นศรี
39 นางสาวอรทยั จนั ทะศรี
40 นางสาวอัญชิษฐา เดชสมบตั ิ
41 นางสาวอสิ รยี ์ ชํานาญกติ ติรฐั
42 นายปรญิ นันทโพธิ์เดช
43 นางสาวพรพิมล พร้อมพร่ัง
44 นายกรชนกกมล ราชเทยี น
45 นายณชั พล พรหมบตุ ร
46 นายปัญณกฤต วรกิจเกษมสกุล
47 นายเจษนยั ษ์ วงศเ์ ลิศ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
3 = ดี คะแนนช่วง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนช่วง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรับปรุง คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน
ลงชือ่ ………………………………………ผ้ปู ระเมนิ
(……………………………………………………….)
463
เกณฑก์ ารประเมนิ ความถูกต้องของการสรุปความคิดรวบยอดในรูปแบบของบนั ทกึ สรุป
ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพการประเมิน
การสรุปความคิดรวบ 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
ยอดในรูปแบบของผัง
มโนทศั น์
1. เนอื้ หา ข้อมูลครบถ้วนทุกประเด็น มีข้อมูลที่ขาดไปเพียง 1-2 ดําเนินการค้นคว้าข้อมูลที่
หลากหลาย ถกู ต้อง สมบรู ณ์ และ ประเดน็ ต้องการได้เพยี งบางสว่ น
ชัดเจน
2. รปู แบบ รูปแบบผังมโนทัศน์ชัดเจน เข้าใจ รูปแบบผังมโนทัศน์ขาด รูปแบบผังมโนทัศน์ขาด
งา่ ย อ ง ค ์ ป ร ะ ก อ บ ไ ป 1-2 องค์ประกอบมากกว่า2
ประเดน็ ประเดน็
3. ค ว า ม ส ว ย ง า ม / ผังมโนทัศน์สวยงาม สร้างสรรค์ ผังมโนทัศน์สวยงาม มีความ ผังมโนทัศน์ไม่มีความ
สร้างสรรค์ นําเสนอได้แปลกใหม่ นําไปเป็น สร้างสรรค์อยู่บ้างและยัง สวยงาม ไม่ค่อยสร้างสรรค์
ตวั อยา่ งได้ นาํ ไปเป็นตวั อยา่ งได้ คอ่ นขา้ งสกปรก
4. เวลา ส่งได้ทันเวลาทกุ ครั้งท่ีกาํ หนด ส่งได้ทันเวลาบางครั้งที่ ส่งไม่ทันเวลาทุกครั้งท่ี
กาํ หนด กาํ หนด
464
แบบสงั เกตพฤติกรรมด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
เรอ่ื ง………………………………………………..……………ชน้ั …………….วัน/เดือน/ปี……………….
เลข ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อยา่ ง มงุ่ มน่ั ใน มจี ิต รวม ระดบั
ที่ ประเด็น พอเพียง การทางาน สาธารณะ คะแนน คณุ ภาพ
321
ชื่อ-สกุล 321 321 321 12
1 นางสาวกณษิ ฏา สมบตุ ร
2 นางสาวกฤตมิ า แสนวัง
3 นายคณตุ พงศ์ แสงรัตน์
4 นางสาวจิณห์นภิ า ภกั ดี
5 นางสาวจดิ าภา ชืน่ ชม
6 นายเจรญิ วทิ ย์ เพชรแสง
7 นายชนุดม สมบูรณเ์ จรญิ ยงิ่
8 นายชานนท์ เชยี งไฝ
9 นางสาวทฏิ ฐติ า วระศริ ิ
10 นายณภทั ร วนิ ัยแพทย์
11 นายธนวฒั น์ บวรดเิ รกลาภ
12 นางสาวธมกร วงษศ์ รวี อ
13 นางสาวธวลั ยร์ ตั น์ นิลภูผาทวโี ชติ
14 นางสาวนิรดา ปยุ้ ธนาวัฒน์
15 นางสาวบารมี ป้านภมู ิ
16 นางสาวบญุ ยานชุ เดชยศดี
17 นางสาวปณั ฑารีย์ ไผป่ อ้ ง
18 นางสาวปลิ ันธา ออ่ นรูท้ ่ี
19 นางสาวพรรธน์ชนัน ทิพยช์ ัยวรภทั ร์
20 นางสาวพิมพ์พดั ชา เมธาณัฐยศ
21 นางสาวพริ ยิ า พลศรี
22 นางสาวเพญ็ สายธาร สารบรรณ
23 นางสาวเพียงรพี คลงั แสง
24 นางสาวภาณุมาศ สุวรรณ
25 นายภานุวัฒน์ วสิ ูงเร
26 นางสาวเมษติ า ภูมงิ่ ศรี
27 นายรชฏ ทองนํา
465
เลข ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ ง มงุ่ มัน่ ใน มีจติ รวม ระดบั
ที่ ประเด็น พอเพียง การทางาน สาธารณะ คะแนน คณุ ภาพ
321
ช่ือ-สกุล 321 321 321 12
28 นายรณธรี ์ หลอ่ ตระกูล
29 นายรชั ชานนท์ ศรีทา
30 นางสาววรรณศริ ิ พันธรุ ะ
31 นางสาววรินธร อนุญาหงษ์
32 นายวัฒนชัย บงึ จนั ทร์
33 นางสาววนั วสิ าข์ ภาชะรตั น์
34 นางสาวสริ ิอร พรหมคณุ
35 นายศภุ กิตติ์ จันทรป์ ัททัต
36 นายสุเมธ กลุ ศรี
37 นางสาวสุวภทั ร ทพิ รกั ษ์
38 นางสาวอรกนก อ้วนศรี
39 นางสาวอรทยั จนั ทะศรี
40 นางสาวอัญชษิ ฐา เดชสมบัติ
41 นางสาวอสิ รีย์ ชํานาญกติ ติรฐั
42 นายปรญิ นนั ทโพธ์ิเดช
43 นางสาวพรพิมล พรอ้ มพรง่ั
44 นายกรชนกกมล ราชเทยี น
45 นายณชั พล พรหมบตุ ร
46 นายปัญณกฤต วรกจิ เกษมสกลุ
47 นายเจษนัยษ์ วงศ์เลิศ
เกณฑก์ ารให้คะแนน
3 = ดี คะแนนช่วง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนชว่ ง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรบั ปรงุ คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน
ลงชื่อ ………………………………………..ผู้ประเมนิ
(………………………………..……)
466
แนวทางการใหค้ ะแนนแบบสงั เกตพฤตกิ รรมด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์
พฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพการประเมิน
3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. ใฝ่เรียนรู้ มคี วามตง้ั ใจเรยี น แสวงหาความรู้ มีความตั้งใจเรียน แสวงหา ไม่ตั้งใจเรียน ไม่แสวงหา
2. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
3. มุ่งม่ันในการทาํ งาน เพียร พยายามในการเรียนและ ความรู้ เพียร ความรู้ ส่งเสียงดังและ
4. มีจติ สาธารณะ เข้ารว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ พยายามในการเรียน ไม่เล่น เลน่ ในขณะทค่ี รูสอน
ในเวลาที่ครูสอน และส่ง
เ ส ี ย ง ร บ ก ว น เ พ ื ่ อ น เ ป็ น
บางคร้งั
มีเหตุผลรอบคอบ สามารถ มีเหตุผล รอบคอบและ ไม่สามารถปรับตัวเพื่ออยู่
ปรับตัวอยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดี สามารถปรับตัวเพื่ออยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้ไม่เห็น
เห็นความสําคัญของสื่อ การ ร่วมกับผอู้ น่ื ได้เปน็ บางคร้ัง ความสําคัญของสื่อการ
เรียนรทู้ ม่ี อี ยู่ เรียนรู้ และไม่ดูแลรักษา
มีความตั้งใจและ รับผิดชอบใน มีความตั้งใจและ รับผิดชอบ ไม่มีความตั้งใจ ไม่มีความ
การปฏิบัติ หน้าที่การงาน ด้วย ในการปฏบิ ัติ หน้าที่การงาน รับผิดชอบในการปฏิบัติ
ความ เพียร พยายาม และอดทน เป็น บางครั้ง ชอบเล่นใน หน้าที่การงานและ ไม่มี
เพ่อื ให้งานสําเร็จ ตามเป้าหมาย เวลา เรียนบ้างเป็นบางครั้ง ความอดทน ทํางานไม่
ไม่ ค่อยมีความอดทนในการ สําเร็จได้ตามเป้าหมาย
ทาํ งานให้สําเรจ็ เท่าทค่ี วร ชอบเล่นในเวลาเรียน ไม่
สนใจงานทรี่ ับมอบหมาย
ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความ เต็มใจ ให้ความช่วยเหลือผู้อ่ืน ไม่ให้คว ามช ่วยเหลือ
โดยไม่หวัง ผลตอบแทน เข้าร่วม อย่างเต็มใจเป็นบางคร้ัง เพื่อนในการทํา งานท่ี
กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ต่อ และให้ความร่วมมือใน การ ได้รับมอบหมายในกลุ่ม
โรงเรียน ชมุ ชน และสังคม เ ข ้ า ร ่ ว ม กิ จ ก ร ร ม ข อ ง ชอบเกเรเพื่อน ไม่ให้
โรงเรียนหรือชมุ ชน ความเข้าร่วมมือในการ
เข้าร่วมกิจกรรมของ
โรงเรียนหรือชุมชน
467
แบบประเมนิ สมรรถนะผูเ้ รียน
เรอื่ ง………………………………………………..……………ช้นั …………….วนั /เดอื น/ป…ี …………….
เลข ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ รวม ระดับ
ท่ี ประเดน็ ใน ใน ใน ในการใช้ คะแนน คุณภาพ
การคิด ทักษะชีวติ
ช่อื -สกุล การสือ่ สาร การแกป้ ญั หา 321 12
321
321 321
1 นางสาวกณิษฏา สมบตุ ร
2 นางสาวกฤตมิ า แสนวงั
3 นายคณตุ พงศ์ แสงรตั น์
4 นางสาวจิณหน์ ภิ า ภักดี
5 นางสาวจิดาภา ชื่นชม
6 นายเจรญิ วทิ ย์ เพชรแสง
7 นายชนดุ ม สมบูรณเ์ จรญิ ยิง่
8 นายชานนท์ เชียงไฝ
9 นางสาวทฏิ ฐิตา วระศิริ
10 นายณภัทร วนิ ยั แพทย์
11 นายธนวัฒน์ บวรดเิ รกลาภ
12 นางสาวธมกร วงษศ์ รวี อ
13 นางสาวธวัลยร์ ตั น์ นิลภูผาทวโี ชติ
14 นางสาวนิรดา ปยุ้ ธนาวฒั น์
15 นางสาวบารมี ป้านภูมิ
16 นางสาวบุญยานชุ เดชยศดี
17 นางสาวปัณฑารยี ์ ไผป่ ้อง
18 นางสาวปิลนั ธา อ่อนร้ทู ี่
19 นางสาวพรรธนช์ นัน ทิพย์ชยั วรภทั ร์
20 นางสาวพมิ พพ์ ัดชา เมธาณฐั ยศ
21 นางสาวพริ ยิ า พลศรี
22 นางสาวเพ็ญสายธาร สารบรรณ
23 นางสาวเพยี งรพี คลงั แสง
24 นางสาวภาณมุ าศ สวุ รรณ
25 นายภานุวัฒน์ วสิ งู เร
26 นางสาวเมษิตา ภูมิง่ ศรี
468
เลข ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ รวม ระดบั
ที่ ประเดน็ ใน ใน ใน ในการใช้ คะแนน คุณภาพ
การคดิ ทกั ษะชีวติ
ช่อื -สกลุ การสอ่ื สาร การแกป้ ญั หา 321 12
321
321 321
27 นายรชฏ ทองนาํ
28 นายรณธรี ์ หล่อตระกลู
29 นายรชั ชานนท์ ศรีทา
30 นางสาววรรณศิริ พันธุระ
31 นางสาววรินธร อนุญาหงษ์
32 นายวัฒนชัย บึงจนั ทร์
33 นางสาววนั วสิ าข์ ภาชะรตั น์
34 นางสาวสิริอร พรหมคณุ
35 นายศภุ กิตต์ิ จันทร์ปทั ทตั
36 นายสเุ มธ กลุ ศรี
37 นางสาวสุวภัทร ทิพรกั ษ์
38 นางสาวอรกนก อว้ นศรี
39 นางสาวอรทัย จนั ทะศรี
40 นางสาวอัญชิษฐา เดชสมบตั ิ
41 นางสาวอิสรีย์ ชาํ นาญกติ ตริ ฐั
42 นายปรญิ นนั ทโพธิ์เดช
43 นางสาวพรพมิ ล พร้อมพรง่ั
44 นายกรชนกกมล ราชเทียน
45 นายณชั พล พรหมบตุ ร
46 นายปัญณกฤต วรกิจเกษมสกุล
47 นายเจษนยั ษ์ วงศเ์ ลศิ
เกณฑก์ ารให้คะแนน
3 = ดี คะแนนช่วง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนชว่ ง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรบั ปรุง คะแนนช่วง 1-4 คะแนน
ลงชอื่ ………………………………………..ผูป้ ระเมิน
(………………………………..……)
469
แนวทางการให้คะแนนแบบประเมนิ สมรรถนะผ้เู รียน
พฤติกรรม ระดับคณุ ภาพการประเมิน
1. ความสามารถใน 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
การสือ่ สาร
มคี วามสามารถในการรบั ส่งสาร สามารถ่ายทอดความรู้ ความ ไม่สามารถถ่ายทอด ความรู้
2. ความสามารถใน
การคิด และถ่ายทอด ความรู้ ความคิด เข้าใจของตนเองให้ผูอ้ ่ืนเขา้ ใจ ความเข้าใจของตนเองให้ผู้อ่ืน
3. ความสามารถใน ความ เข้าใจของตนเองให้ผู้อื่น ไดเ้ ปน็ บางคร้งั เข้าใจได้
การแกป้ ัญหา
เข้าใจได้
4. ความสามารถใน
การใช้ทักษะชีวิต มคี วามสามารถในการคิด วิเคราะห์ สามารถคิดวิเคราะห์ และ คิด ไม่สามารถคิดวิเคราะห์ และ
และคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้าง อ ย ่ า ง เ ป ็ น ร ะ บ บ ไ ด ้ ไ ม ่ ดี คิดอย่างเป็นระบบได้ ทําให้
องค์ ความร้ไู ด้ เทา่ ที่ควร สรา้ งองค์ความรไู้ มไ่ ด้
มีความสามารถในการ แก้ปัญหา สามารถแก้ปัญหาโดยใช้ ไม่สามารถแก้ปัญหาอย่าง มี
อย่างมีเหตุผล และตัดสินใจโดย เหตุผลและตัดสินใจโดย เหตุผลได้ และตัดสินใจ โดยไม่
คาํ นงึ ถึงผอู้ นื่ คํานงึ ถึงผอู้ ่นื เปน็ บางคร้ัง คํานงึ ถงึ ผ้อู นื่
มีความสามารถในการปฏิบัติงาน สามารถปฏิบัติงานและ ไม่สามารถปฏิบัติงานและ
และทํางานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ ทํางานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ ทํางานกล่มุ ร่วมกับผู้อนื่ ได้
อยา่ งมีประสิทธภิ าพและสรา้ งสรรค์ อย่างมีประสิทธิภาพเป็น
บางคร้งั
470
ใบงานที่ 6 การเจรญิ เตบิ โตของมนุษย์
ช่อื ………………………………………………………………………………………… ชน้ั ………………. เลขที่ ………….
ตอนท่ี 1 : อวัยวะของมนุษย์ทพ่ี ัฒนามาจากระยะแกสทรูเลชนั่
คำช้แี จง : จงระบุวา่ อวัยวะในรปู มีการพัฒนามาจากกลุ่มเซลล์ชนั้ ใดในระยะแกสทรเู ลช่ัน
ตอนที่ 2 : กลุ่มอาการผิดปกติของทารกในครรภ์จากการดื่มแอลกอฮอล์ของมารดา (Fetal alcohol
spectrum disorder : FASD) ทำให้การเจริญเติบโตของเอ็มบริโอผิดปกติ เมื่อคลอดออกมา ทารกมี
กะโหลกศีรษะเล็ก ร่างกายเล็ก และปัญญาอ่อน เพราะเหตุใดการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 3 เดือนแรกของ
การตัง้ ครรภจ์ ึงส่งผลรนุ แรงกวา่ ในชว่ งหลังจาก 3 เดือนแรกของการตง้ั ครรภ์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
471
ใบงานท่ี 7 การเจริญเตบิ โตของเด็กทารก
ชอ่ื ………………………………………………………………………………………… ช้นั ………………. เลขที่ ………….
คาชแ้ี จง จงตอบคําถามให้ถูกตอ้ ง
……………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………… ………………………………………………………
………………………………………………………. ……………………………………………………….
……………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………… ………………………………………………………
………………………………………………………. ……………………………………………………….
……………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………… ………………………………………………………
………………………………………………………. ……………………………………………………….
……………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………… ………………………………………………………
………………………………………………………. ……………………………………………………….
………………………………………………………
………………………………………………………
………………………………………………………
……………………………………………………….
472
ใบงานที่ 8 การคมุ กาเนดิ ของมนษุ ย์
ชื่อ………………………………………………………………………………………… ช้ัน ………………. เลขท่ี ………….
คาช้แี จง จงตอบคาํ ถามให้ถูกตอ้ ง
473
แบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1.5 เร่อื ง การเจรญิ เติบโตของสตั ว์ (2)
คำช้แี จง : ใหน้ กั เรียนเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. การจับครู่ ะหวา่ งเน้ือเย่ือกับอวยั วะใดมีความสมั พนั ธ์กนั 6. ถา้ ใช้สารยับย้งั การแยกโพลาร์บอดีออกจากเซลล์
ถูกต้อง ไขใ่ นกระบวนการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส II ไซโกตท่ี
1. เอนโดเดริ ์ม - เลนสต์ า เกิดจากการปฏสิ นธขิ องเซลล์ไขก่ บั สเปิร์มจะมี
2. เอก็ โทเดิร์ม - โนโทคอร์ด จาํ นวนโครโมโซมก่ีชุด
3. เมโซเดิร์ม - ระบบสืบพนั ธุ์
4. เอนโดเดริ ์ม - เย่ือบุโพรงจมูก 1. 1 ชุด (n) 2. 2 ชดุ (2n)
2. เอม็ บรโิ อที่เขา้ ฝงั ตวั ท่ผี นงั มดลูกอยู่ในระยะใด
1. คลเี วจ 2. บลาสทูเลช่นั 3. 3 ชดุ (3n) 4. 4 ชุด (4n)
3. มอรลู า 4. แกสทรูเลชัน่
3. โครงสรา้ งใดทาํ หน้าที่เดยี วกันกบั ถุงแอลแลนทอยส์ท่ีพบใน 7. อวยั วะใดของเอม็ บรโิ อท่ีเจรญิ มาจากเน้ือเยื่อ
ไข่ของสัตว์ปกี
1. รก 2. นํ้าคราํ่ ชั้นเอก็ โทเดิร์ม เอนโดเดริ ์ม และเมโซเดิร์ม
3. สายสะดอื 4. ผนังมดลูก
4. ฮอร์โมนชนิดใดสร้างข้นึ ในช่วงตง้ั ครรภเ์ ท่าน้ัน และสร้างจาก ตามลําดบั
ทใ่ี ด ตามลําดบั 1. กล้ามเน้ือ ลาํ ไส้ ไต
1. ออกซิโทซิน รก 2. ปอด หัวใจ ตบั
2. ฮวิ แมนคอริโอนกิ โกนาโดโทรปิน รก
3. โพรแลกตนิ ตอ่ มใต้สมอง 3. สมอง หัวใจ ตบั อ่อน
4. หวั ใจ กระดูก ไขสนั หลงั
8. หลังการแบ่งเซลล์แบบไมโอซสิ ของการสร้างเซลล์
สบื พนั ธเุ์ พศผ้แู ละเพศเมียของสตั ว์เลีย้ งลูกด้วยน้าํ นม
ชนิดหน่งึ พบว่ามีสเปอรม์ าโทไซต์ระยะแรกและโอโอ
ไซตร์ ะยะแรกอย่งละ 100 เซลล์ ข้อใดแสดง
4. อีสโทรเจน คอร์ปัสลเู ทยี ม ความสมั พนั ธ์ของจํานวนเซลล์ทเ่ี กีย่ วข้องได้ถูกต้อง
5. ขอ้ ใดกล่าวถึงการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอของมนุษย์ จงเลอื กข้อที่ถูกต้อง
ไม่ถูกต้อง
1. เอม็ บริโอทเ่ี ขา้ ฝงั ตัวอยใู่ นระยะแกสทรเู ลชน่ั
2. อวัยวะตา่ ง ๆ เจรญิ ครบ เมอ่ื เอ็มบรโิ อมีอายุ 8 สัปดาห์
3. แขนและขาจะปรากฏอย่างชดั เจน เมื่อเอม็ บรโิ อมีอายุ
4 สปั ดาห์
4. ระบบประสาทเปน็ ระบบอวัยวะแรกแรกทเ่ี จริญ แต่จะ
พัฒนามากสดุ ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายกอ่ นคลอด 1. ข้อ 1 2. ข้อ 2
3. ข้อ 3 4. ข้อ 4
474
9. ภาพทเ่ี หน็ เปน็ ไขข่ องสัตว์ชนิดใด
1. สัตวเ์ ลย้ี งลกู ด้วยนม 2. สัตวป์ กี
3. สัตว์เลอื้ ยคลาน 4. สตั วส์ ะเทินน้าํ สะเทินบก
10. สามแี ละภรรยาคู่หนงึ่ วางแผนมบี ุตรหลังแตง่ งาน จึงเข้ารับการตรวจ
สขุ ภาพ ผลการตรวจสขุ ภาพ พบวา่ นา้ํ อสุจิของสามีมีสเปริ ม์ พียง 200 ล้าน
เซลล์ต่อการหลัง่ 1 คร้ัง และภรรยาหล่งั อีสโทรเจนน้อยกว่าปกติ คิดวา่ มี
ความผิดปกติหรือไม่
1. ไมม่ ี เพราะ สามแี ละภรรยาคู่น้ีสามารถมีบตุ รไดห้ ลงั จากแตง่ งาน
2. มี เพราะ สามีและภรรยาค่นู พ้ี บวา่ เปน็ หมันทง้ั คู่
3. ไม่มี เพราะ สามแี ละภรรยาคู่น้ี มีรา่ งกายแขง็ แรงพร้อมมีบตุ ร
4. มี เพราะ สามมี กี ารหล่ังอสจุ ิที่มีจํานวนสเปิรม์ น้อย และภรรยา
มคี วามผิดปกติในการสร้าง LH
เฉลย 1. 3 2. 2 3. 1 4. 2 5. 1
6. 3 7. 3 8. 3 9. 1 10. 4
475
แบบทดสอบหลงั เรียน
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1.5 เรื่อง การเจริญเตบิ โตของสตั ว์ (2)
คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนเลือกคําตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. การจบั คู่ระหว่างเนื้อเย่ือกับอวยั วะใดมีความสมั พนั ธ์กัน 6. ถ้าใช้สารยับยง้ั การแยกโพลารบ์ อดอี อกจากเซลล์
ถกู ต้อง ไขใ่ นกระบวนการแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ II ไซโกตท่ี
1. เอนโดเดริ ม์ - เลนสต์ า เกดิ จากการปฏสิ นธขิ องเซลล์ไข่กบั สเปิร์มจะมี
2. เอก็ โทเดริ ์ม - โนโทคอร์ด จํานวนโครโมโซมกี่ชุด
3. เมโซเดิร์ม - ระบบสืบพนั ธุ์
4. เอนโดเดิร์ม - เยือ่ บุโพรงจมกู 1. 1 ชดุ (n) 2. 2 ชุด (2n)
2. เอ็มบรโิ อท่เี ข้าฝงั ตัวท่ผี นงั มดลกู อยู่ในระยะใด
1. คลีเวจ 2. บลาสทเู ลชน่ั 3. 3 ชุด (3n) 4. 4 ชุด (4n)
3. มอรูลา 4. แกสทรูเลช่นั
3. โครงสรา้ งใดทาํ หนา้ ทีเ่ ดียวกันกบั ถุงแอลแลนทอยสท์ ่ีพบใน 7. อวยั วะใดของเอ็มบริโอท่ีเจรญิ มาจากเน้ือเยื่อ
ไข่ของสตั ว์ปกี
1. รก 2. นํา้ คราํ่ ช้นั เอก็ โทเดริ ม์ เอนโดเดริ ม์ และเมโซเดริ ม์
3. สายสะดือ 4. ผนงั มดลูก
4. ฮอรโ์ มนชนดิ ใดสรา้ งขึ้นในชว่ งต้ังครรภ์เท่าน้นั และสร้างจาก ตามลําดบั
ทใ่ี ด ตามลําดับ 1. กล้ามเน้ือ ลาํ ไส้ ไต
1. ออกซิโทซิน รก 2. ปอด หัวใจ ตบั
2. ฮวิ แมนคอรโิ อนิกโกนาโดโทรปนิ รก
3. โพรแลกตนิ ตอ่ มใตส้ มอง 3. สมอง หัวใจ ตบั อ่อน
4. หัวใจ กระดกู ไขสนั หลัง
8. หลงั การแบ่งเซลลแ์ บบไมโอซิสของการสร้างเซลล์
สืบพันธเ์ุ พศผู้และเพศเมียของสตั วเ์ ลี้ยงลูกด้วยนํ้านม
ชนดิ หนงึ่ พบว่ามสี เปอร์มาโทไซตร์ ะยะแรกและโอโอ
ไซต์ระยะแรกอย่งละ 100 เซลล์ ขอ้ ใดแสดง
4. อีสโทรเจน คอร์ปสั ลเู ทยี ม ความสัมพันธข์ องจํานวนเซลลท์ เี่ กย่ี วขอ้ งได้ถูกต้อง
5. ข้อใดกลา่ วถึงการเจรญิ เติบโตของเอม็ บรโิ อของมนษุ ย์ จงเลอื กข้อท่ีถูกต้อง
ไม่ถูกต้อง
1. เอม็ บริโอท่เี ขา้ ฝังตัวอยใู่ นระยะแกสทรเู ลชัน่
2. อวยั วะต่าง ๆ เจรญิ ครบ เมื่อเอ็มบรโิ อมีอายุ 8 สัปดาห์
3. แขนและขาจะปรากฏอยา่ งชดั เจน เมือ่ เอม็ บริโอมอี ายุ
4 สัปดาห์
4. ระบบ
1. ขอ้ 1 2. ข้อ 2
3. ขอ้ 3 4. ข้อ 4
476
9. ภาพทเ่ี หน็ เปน็ ไขข่ องสัตว์ชนิดใด
1. สัตวเ์ ลย้ี งลกู ด้วยนม 2. สัตวป์ กี
3. สัตว์เลอื้ ยคลาน 4. สตั วส์ ะเทินน้าํ สะเทินบก
10. สามแี ละภรรยาคู่หนงึ่ วางแผนมบี ุตรหลังแตง่ งาน จึงเข้ารับการตรวจ
สขุ ภาพ ผลการตรวจสขุ ภาพ พบวา่ นา้ํ อสุจิของสามีมีสเปริ ม์ พียง 200 ล้าน
เซลล์ต่อการหลัง่ 1 คร้ัง และภรรยาหล่งั อีสโทรเจนน้อยกว่าปกติ คิดวา่ มี
ความผิดปกติหรือไม่
1. ไมม่ ี เพราะ สามแี ละภรรยาคู่น้ีสามารถมีบตุ รไดห้ ลงั จากแตง่ งาน
2. มี เพราะ สามีและภรรยาค่นู พ้ี บวา่ เปน็ หมันทง้ั คู่
3. ไม่มี เพราะ สามแี ละภรรยาคู่น้ี มีรา่ งกายแขง็ แรงพร้อมมีบตุ ร
4. มี เพราะ สามมี กี ารหล่ังอสจุ ิที่มีจํานวนสเปิรม์ น้อย และภรรยา
มคี วามผิดปกติในการสร้าง LH
เฉลย 1. 3 2. 2 3. 1 4. 2 5. 1
6. 3 7. 3 8. 3 9. 1 10. 4
477
478
479
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 17 รหสั วิชา ว32243
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5
รายวิชาชวี วิทยา
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 ชว่ั โมง
บทที่ 5 เรอ่ื งพฤติกรรมของสัตว์ 3 ช่วั โมง
หนว่ ยการจัดการเรยี นรู้ที่ 1.1 เรื่อง การศึกษาพฤตกิ รรมของสตั ว์ กลไกการเกิดพฤติกรรม
ภาคเรยี นท่ี 2/2564
และประเภทพฤติกรรมของสัตว์
ช่ือครูผู้สอน นางสาวภควดี อ่อนสรุ ะทุม
สาระชีววิทยา
ข้อ 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตวแ์ ละมนุษย์ การหายใจและการแลกเปล่ียนแกส๊ การลําเลียงสาร
และการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้ และการตอบสนอง การเคลื่อนที่ การ
สืบพันธุ์และการเจริญเติบโต ฮอร์โมนกับการรักษาดุลยภาพ และพฤติกรรมของสัตว์ รวมทั้งนําความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ช้ัน ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้เพมิ่ เติม
ม.5 • สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และ ยกตัวอย่าง • พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมมีผลต่อการแสดง
พฤตกิ รรมทีเ่ ปน็ มาแตก่ ําเนิด และพฤตกิ รรมที่เกิดจาก พฤตกิ รรม
การเรียนรู้ของสตั ว์ • พฤติกรรมที่เป็นมาแต่กําเนิดแบ่งออกได้เป็น หลาย
• สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่าง ความสัมพันธ์ ชนิด เช่น โอเรียนเตชัน (แทกซิสและ ไคนีซสิ ) รีเฟล็กซ์
ระหว่างพฤตกิ รรมกบั ววิ ฒั นาการของระบบประสาท และฟิกแอกชันแพทเทิรน์
• สืบค้นข้อมูลอธิบายและยกตัวอย่างการสื่อสาร • พฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้แบ่งได้เป็น แฮบบิชูเอ
ระหว่างสตั วท์ ี่ทาํ ให้สัตวแ์ สดงพฤตกิ รรม ชัน การฝังใจ การเชอื่ มโยง (การลองผิดลองถูกและการ
มเี งอื่ นไข) และการใช้เหตุผล
• ระดับการแสดงพฤติกรรมที่สตั วแ์ ต่ละชนิด แสดงออก
จะแตกต่างกันซึ่งเป็นผลมาจาก วิวัฒนาการของระบบ
ประสาททแ่ี ตกต่างกนั
• การสื่อสารเป็นพฤติกรรมทางสังคมแบบหนึ่ง ซึ่งมี
หลายวิธี เช่น การสื่อสารด้วยท่าทาง การสื่อสารด้วย
เสียง การสื่อสารด้วยสารเคมี และการสื่อสารด้วยการ
สมั ผสั
480
1. กาหนดเป้าหมายของการจดั การเรียนรู้
1.1 สาระการเรียนรู/้ เน้อื หาการเรียนรู้
เร่อื งท่ี 1 เรือ่ ง การรบั รแู้ ละการตอบสนองของสตั ว์
1) การศกึ ษาพฤติกรรมของสัตว์
2) กลไกการเกดิ พฤตกิ รรมของสตั ว์
3) ประเภทพฤติกรรมของสตั ว์
1.2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอดของเรอื่ งทเ่ี รยี น
พฤตกิ รรมของสัตวเ์ ป็นผลจากพนั ธกุ รรมและสิ่งแวดล้อม แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
- พฤติกรรมท่ีเป็นมาแต่กำเนิด แบ่งออกเปน็ หลายชนิด ไดแ้ ก่ โอเรียนเตชนั เป็นพฤติกรรมตอบสนอง
ต่อปัจจัยทางกายภาพทำให้เกิดการวางตัวที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
ไดแ้ ก่ ไคนซี สิ เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าแบบมีทิศทางไม่แน่นอนและแทกซิสเป็นการตอบสนองต่อ
สิ่งเร้าแบบมีทิศทางที่แน่นอน รีเฟล็กซ์เป็นพฤติกรรมตอบสนองของระบบประสาทที่อยู่ภายนอก
อำนาจจิตใจ และฟิกแอกชันแพทเทิร์นเป็นพฤติกรรมตอบสนองที่เกิดจากพันธุกรรม ซึ่งมีแบบแผน
ทแ่ี นน่ อนและมีลักษณะจำเพาะของสิ่งมชี ีวติ แต่ละชนิด
- พฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ ประกอบด้วยแฮบบิชูเอชันเป็นพฤติกรรมที่อาศัยการกระตุ้น
ซ้ำ ๆ จนสัตว์ลดและหยุดตอบสนองต่อสิ่งเร้าท่ีไม่ส่งผลต่อการดำรงชีวิต การฝังใจเปน็ พฤติกรรม
ทต่ี อบสนองตอ่ สง่ิ เรา้ ในช่วงแรกของชีวติ การเช่อื มโยงแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่ การลองผิด
ลองถูกเปน็ พฤตกิ รรมท่ีแสดงออกโดยมกี ารลองผิดลองถูกจนมีประสบการณ์และการมเี งื่อนไขเป็น
พฤติกรรมที่สัตว์ตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มีเงื่อนไขเช่นเดียวกับสิ่งเร้าไม่มีเงื่อนไข และการใช้เหตุผล
เปน็ พฤตกิ รรมทส่ี ตั วน์ ำประสบการณม์ าใชแ้ ก้ปัญหา
481
1.3 จดุ ประสงค์การเรียนรู้ : เมื่อผเู้ รียนจบกิจกรรมการเรยี นรู้ ผู้เรียนสามารถ
ดา้ นความรู้ - นักเรยี นสามารถอธบิ ายการศกึ ษาพฤติกรรมของสัตว์
(K: Knowledge) - นักเรียนสามารถอธิบายกลไกการเกิดพฤติกรรมของ
สัตว์
- นักเรียนสามารถอธิบาย เปรียบเทียบและยกตัวอย่าง
พฤติกรรมที่เป็นมาแต่กําเนิดและพฤติกรรมที่เกิดจาก
การเรียนร้ขู องสตั ว์
ดา้ นกระบวนการ - นกั เรียนสามารถสืบคน้ ข้อมูลเกยี่ วกับพฤติกรรมที่
(P: Process) เป็นมาแตก่ ําเนดิ และพฤติกรรมที่เกดิ จากการเรยี นรู้ของ
สัตว์
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ การทํางานรว่ มกับผู้อื่น, รบั ผิดชอบตอ่ การทํางาน,
(A: Attribute) แสดงความคิดเห็น, นาํ เสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรียนได้
ดา้ นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
(Sc.P: Science Process Skill)
การสงั เกต การลงความเห็นจากข้อมูล
การวดั การกําหนดและควบคมุ ตัวแปร
การคํานวณ/การใช้ตวั เลข การกําหนดนยิ ามเชิงปฏิบัติ
การจาํ แนกประเภท การตงั้ สมมตฐิ าน
การจัดกระทําและสื่อความหมายข้อมูล การทดลอง
การหาความสมั พนั ธ์ระหว่างสเปสกับสเปส การตีความหมายข้อมูล
และสเปสกับเวลา การสร้างแบบจําลอง
การพยากรณ/์ การทาํ นาย
482
2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใชร้ ปู แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ร่วมกับ
กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบเชิงรุก (Active Learning)
ชวั่ โมงที่ 1 - 2
ข้นั ท่ี 1 ขัน้ กระตุ้นความสนใจ (Engagement)
1. นกั เรียนทำ Check for Understanding เพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจของตนเองก่อนเรียน
2. นำภาพหรอื วิดิทัศนแ์ สดงพฤติกรรมของสตั วม์ าให้นกั เรียนดู เช่น
- การวางไขข่ องเตา่
- การชักใยของแมงมุม
- การขดตวั ของกิง้ กอื เมื่อถูกสมั ผสั
- การหนผี ้ลู ่าของเหยอ่ื
- การลา่ เหย่อื ของผลู้ ่า
- การหาอาหารของสัตว์
483
3. ครูถามคำถาม เพื่อให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่า “พฤติกรรมที่สัตว์แสดงออกมีความสำคัญ
อยา่ งไร”
(แนวคำตอบ : พฤตกิ รรมตา่ ง ๆ ท่สี ัตว์แสดงออกเปน็ ไปเพ่ือความอยรู่ อดและป้องกันการสูญพันธ์ุ
เช่น พฤตกิ รรมการฟกั ไช่ของสัตว์ปีก ซงึ่ ไข่ท่มี ีตวั ออ่ นเจรญิ อยู่ภายในจำเป็นต้องได้รบั อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อ
การพัฒนาของตัวอ่อนในช่วงท่อี ยใู่ นไข่ และหลังจากฟกั ออกมาจะถูกเล้ยี งดูและค้มุ กันภัยจากแม่จนกว่าจะ
เจริญเตบิ โตหาอาหารกนิ ไดเ้ องและป้องกันตัวเองจากศัตรไู ด้)
4. ทบทวนความรู้ เรอ่ื ง การตอบสนองตอ่ สิ่งเรา้ ของสตั ว์ ซ่ึงนักเรียนไดศ้ กึ ษาในหนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2
เรื่อง ระบบประสาทและอวัยวะรบั ความรู้สกึ วา่ “เม่ือมสี ิ่งเรา้ มากระตุ้น หน่วยรบั ความรสู้ ึกจะสง่ สญั ญาณผา่ น
เซลล์ประสาทรับความรู้สกึ หนว่ ยแปลความรูส้ ึก เซลล์ประสาทสั่งการ และส่งไปยังหน่วยปฏบิ ัตงิ านเพอื่
ตอบสนองตอ่ ส่งิ เร้าท่มี ากระต้นุ ซ่ึงแสดงออกในรูปของพฤติกรรม” ดงั แผนภาพ
∆ กลไกการตอบสนองของสัตว์
5. ครถู ามคำถามกับนักเรยี นวา่ “สตั วต์ ่าง ๆ มพี ฤตกิ รรมตอบสนองต่อสิ่งเร้าในรูปแบบใดบา้ ง”
(แนวคำตอบ : สตั วแ์ ตล่ ะชนดิ แสดงพฤตกิ รรมตอบสนองต่อส่งิ เร้าในรูปแบบที่แตกตา่ งกัน แบง่
ออกเปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่ พฤตกิ รรมที่เปน็ มาแต่กำเนดิ เป็นพฤติกรรมท่ีแสดงออกโดยไมจ่ ำเปน็ ต้องมี
ประสบการณห์ รือผ่านการเรียนรูม้ ากอ่ น และพฤตกิ รรมท่เี กิดจากการเรียนรเู้ ปน็ พฤติกรรมท่ีทีแ่ สดงออกโดย
อาศัยประสบการณ์และการเรียนรู้ทผ่ี า่ นมา (นกั เรยี นอาจยังไมส่ ามารถตอบได)้ )
ข้นั ที่ 2 ขน้ั สารวจค้นหา (Exploration)
1. นำวดี ทิ ศั นแ์ สดงตัวอยา่ งพฤตกิ รรมท่ีเป็นมาแตก่ ำเนิดมาเปิดใหน้ ักเรียนดู เชน่ การเคลอ่ื นที่ของ
แมลงสาบในทโี่ ลง่ แจง้ การเคล่ือนที่เข้าหาแสงไฟของแมงเม่า การบินของนก การชักใยของแมงมุม แลว้ อธิบาย
ให้นกั เรยี นฟงั ว่า พฤตกิ รรมที่สตั ว์เหล่านแี้ สดงออกมาเปน็ พฤติกรรมท่ีเปน็ มาแต่กำเนดิ ซ่งึ เปน็ พฤติกรรม
รูปแบบง่าย ๆ ถกู ควบคุมโดยพันธกุ รรม ซ่งึ ไม่ต้องผา่ นการเรียนรู้หรอื มีประสบการณม์ าก่อน แบ่งออกเปน็ โอ
เรยี นเตชัน รีเฟลก็ ซ์ และฟิกแอกชันแพทเทิร์น
484
2. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 4-5 คน สบื ค้นขอ้ มลู หรือศกึ ษาพฤติกรรมโอเรยี นเตชนั ประกอบดว้ ย
ไคนซี ิสเป็นการตอบสนองตอ่ สงิ่ เรา้ แบบมที ศิ ทางไมแ่ นน่ อนและแทกซสิ เป็นการตอบสนองต่อส่งิ เร้าแบบมี
ทศิ ทางท่แี นน่ อน จากสอื่ อิเลก็ ทรอนกิ ส์หรอื จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตรช์ วี วิทยา เลม่ 5 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี
6
3. นักเรยี นแต่ละกลุม่ ทำกจิ กรรม พฤตกิ รรมของพารามีเซยี ม เพอื่ สงั เกตพฤติกรรมการตอบสนองของ
พารามเี ซยี มต่อสารละลายโซเดียมคลอไรดแ์ ละสารละลายกรดแอซิตกิ เจือจาง จากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์
ชีววทิ ยา เลม่ 5 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6
4. สมุ่ เลือกนักเรียนอยา่ งนอ้ ย 3 กลุ่ม นำเสนอผลกิจกรรม พฤตกิ รรมของพารามเี ซยี ม แลว้ ถาม
คำถามท้ายกิจกรรมกับนกั เรียน ดงั นี้
- พารามีเซียมมีพฤติกรรมตอบสนองต่อสารละลายโซเดียมคลอไรด์และสารละลายกรดแอซีติกเจือจาง
อยา่ งไร
(แนวตอบ: พารามีเซียมจะเคลื่อนที่เข้าหาสารละลายกรดแอซีติกเจือจาง แต่จะเคลื่อนที่หนี
สารละลายโซเดียมคลอไรด)์
- พฤติกรรมการตอบสนองต่อส่งิ เร้าของพารามีเซียมมีประโยชน์ต่อพารามีเซยี มอยา่ งไร
(แนวตอบ: มีผลต่อการอยู่รอดของพารามีเซียม เนื่องจากในธรรมชาติบริเวณที่มีแบคทีเรียซึ่งเป็น
อาหารของพารามีเซียมเป็นบริเวณที่มีสภาพเป็นกรดอ่อน ๆ ดังนั้น การเคลื่อนที่เข้าหา
บริเวณท่ีมีสภาพเปน็ กรดออ่ น ๆ จึงมโี อกาสทพ่ี ารามีเซยี มจะพบแบคทเี รียได้)
5. นกั เรียนและครรู ่วมกนั อภปิ รายผลกิจกรรม พฤติกรรมของพารามเี ซยี ม เพื่อใหไ้ ดข้ อ้ สรุป ดงั น้ี
พารามเี ซียมเคล่อื นที่เข้าหาสารละลายกรดแอซีติก แต่จะเคล่อื นทหี่ นีสารละลายโซเดยี มคลอไรด์ เนอ่ื งจากใน
ธรรมชาติบริเวณทเ่ี ป็นกรดเจือจางจะพบแบคทเี รยี ทเี่ ปน็ อาหารของพารามเี ซยี มอยู่ พารามเี ซียมจงึ เคลื่อนท่ี
เขา้ หาบรเิ วณที่มสี ภาวะเป็นกรดเจือจาง แต่จะเคลื่อนทอ่ี อกห่างจากบรเิ วณท่ีมสี ภาวะเปน็ ดา่ ง
6. นักเรียนและครูรว่ มกันอภิปรายผลกจิ กรรม พฤติกรรมการตอบสนองต่อสิง่ เร้าต่าง ๆ ของพารามี
เซียม เพื่อใหไ้ ดข้ อ้ สรุป ดังนี้
- พฤติกรรมตอบสนองของพารามีเซียมต่อชนิดของประจุไฟฟ้า โดยพารามีเซียมจะเคลื่อนที่จาก
ดา้ นทม่ี ปี ระจบุ วกไปยงั ด้านทีม่ ีประจุบลบเมอื่ เกิดกระแสไฟฟา้
- พฤติกรรมตอบสนองของพารามีเซียมต่ออุณหภูมิ โดยพารามีเซียมจะเคลื่อนที่หนีบริเวณที่มี
อุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ จึงอาจพบพารามีเซียมอยู่หนาแน่นบริเวณด้านล่างหลอด
ทดลอง
7. นักเรียนแต่ละกลมุ่ สืบคน้ ข้อมูลหรือศกึ ษาพฤติกรรมแบบรีเฟลก็ ซเ์ ป็นพฤติกรรมตอบสนองของ
ระบบประสาทที่อยู่ภายนอกอำนาจจติ ใจ และพฤติกรรมแบบฟกิ แอกชนั แพทเทิร์นเปน็ พฤตกิ รรมตอบสนองท่ี
เกิดจากพันธุกรรม ซ่ึงมีแบบแผนที่แน่นอนและมีลกั ษณะจำเพาะของสิง่ มีชีวิตแตล่ ะชนิด จากส่ืออเิ ล็กทรอนกิ ส์
หรือจากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตรช์ ีววิทยา เล่ม 5 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 6
485
8. ถามคำถามเพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น เช่น
- พฤติกรรมของสัตว์มกี ลไกการเกิดอย่างไร
(แนวคำตอบ : เม่อื มีส่ิงเรา้ มากระต้นุ หนว่ ยรับความรู้สกึ จะส่งสัญญาณผา่ นเซลล์
ประสาทรับความรู้สกึ หน่วยแปลความรสู้ ึก เซลล์ประสาทส่ังการ และสง่ ไปยงั หนว่ ยปฏิบัตงิ านเพือ่ ตอบสนอง
ต่อส่ิงเรา้ ทม่ี ากระตุ้น ซ่ึงแสดงออกในรปู ของพฤติกรรม)
- การตอบสนองแบบแทกซสิ แตกตา่ งจากไคนีซิสอยา่ งไร
(แนวคำตอบ : ไคนซี สิ เป็นพฤตกิ รรมตอบสนองต่อสิ่งเรา้ แบบมีทศิ ทางไมแ่ นน่ อน แตแ่ ทก
ซสิ เป็นพฤติกรรมตอบสนองต่อส่ิงเร้าแบบมีทิศทางทีแ่ นน่ อน)
- พฤตกิ รรมแบบไคนซี สิ และแทกซสิ มผี ลดตี ่อสง่ิ มชี วี ิตอยา่ งไร
(แนวคำตอบ : ส่งผลตอ่ การอยรู่ อดของสง่ิ มีชีวติ เนื่องจากพฤติกรรมทง้ั 2 รูปแบบจะใช้
ในการปรบั ตวั เพือ่ ความอยู่รอด โดยการเคล่ือนทีเ่ ขา้ หาบริเวณท่ีเหมาะสมต่อการดำรงชีวติ ทง้ั ดา้ นอาหาร การ
สบื พนั ธ์ุ แต่จะเคลื่อนทห่ี นจี ากบริเวณท่ีไมเ่ หมาะสมต่อการดำรงชวี ติ )
- จงยกตัวอย่างการแสดงพฤตกิ รรมแบบรเี ฟล็กซ์ทพี่ บเหน็ ในชีวติ ประจำวันของนกั เรยี น
(แนวคำตอบ : คำตอบข้ึนอย่กู ับดุลยพินิจของครผู ู้สอน เช่น การกระพรบิ ตาเมอ่ื มผี งเขา้
ตา การยกมือหนเี ม่ือสัมผัสกับของร้อน)
9. อธิบายใหน้ กั เรยี นฟงั เกี่ยวกับพฤตกิ รรมที่เกดิ จากการเรียนรู้ ซึ่งเปน็ พฤติกรรมทีเ่ กดิ ข้ึนจากวฒุ ิ
ภาวะและประสบการณท์ สี่ ัตว์ไดร้ บั แบ่งออกเปน็ แฮบบิชูเอชนั การฝังใจ การเช่ือมโยง และการใชเ้ หตผุ ล
10. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ แบง่ สมาชกิ ในกลุ่มออกเปน็ 4 กล่มุ ย่อย ให้นกั เรียนกลมุ่ ย่อยไปร่วมกันสืบค้น
ขอ้ มูลเก่ียวกับพฤตกิ รรมท่ีเกิดจากการเรียนรู้ และและยกตวั อยา่ งพฤตกิ รรมทเ่ี กดิ จากการเรียนรู้ประเภท
ต่าง ๆ พฤตกิ รรมละ 5 ตัวอย่าง จากสื่ออเิ ลก็ ทรอนิกสห์ รอื จากหอ้ งสมดุ ดังน้ี
- กลุ่มยอ่ ยที่ 1 แฮบบชิ เู อชนั
- กลมุ่ ยอ่ ยท่ี 2 การฝังใจ
- กลุ่มยอ่ ยที่ 3 การเชือ่ มโยง
- กลมุ่ ยอ่ ยที่ 4 การใชเ้ หตุผล
โดยให้นกั เรียนกลุม่ ย่อยไปศกึ ษาเรอื่ งที่ได้รับมอบหมาย จากนัน้ กลบั มารวมกล่มุ ของตนเอง แลว้
ร่วมกันอธบิ ายและวิเคราะห์ถึงข้อมลู ทีไ่ ด้ไปศกึ ษา
11. นักเรยี นจบั คูก่ บั เพือ่ นทำกจิ กรรม การลองผิดลองถกู เพือ่ เปรียบเทียบระยะเวลาในการเกดิ
พฤตกิ รรมแบบลองผิดลองถกู ของการทดลองคร้งั แรกและคร้งั ต่อ ๆ ไป
12. สุ่มเลอื กนักเรียนอยา่ งน้อย 5 คู่ ออกมานำเสนอผลกิจกรรม แล้วถามคำถามท้ายกิจกรรมกบั
นกั เรียน ดังน้ี
- วธิ กี ารและเวลาทใ่ี ช้ในการทำกจิ กรรมในคร้งั แรกและครงั้ หลัง ๆ แตกต่างกันอย่างไร
(แนวคำตอบ : ในครัง้ แรก ๆ ของการทำกิจกรรม จะใช้เวลามากกวา่ ในครง้ั หลงั ๆ)
- นกั เรยี นสามารถสรปุ ผลของกจิ กรรมนีไ้ ด้อย่างไร
486
(แนวคำตอบ : ในครั้งแรก ๆ ของการทำกิจกรรม จะใชเ้ วลามากกว่าในครง้ั หลงั ๆ เนื่องจากการทำ
กิจกรรมในครัง้ หลัง ๆ นักเรยี นจะมปี ระสบการณแ์ ละความเชยี่ วชาญเพิ่มมากขน้ึ )
13. นกั เรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลกิจกรรม การลองผิดลองถกู เพื่อให้ไดข้ อ้ สรุป ดงั น้ี ในชว่ งแรก
ของการแสดงพฤตกิ รรม นักเรยี นจะใชเ้ วลามากในการหาทางออกจากแผนภาพแสดงเส้นทางวกวน แตเ่ ม่ือ
ลองทำซำ้ หลาย ๆ ครง้ั นกั เรียนใช้เวลาน้อยลงในการหาทางออก เน่อื งจากมปี ระสบการณ์และความเช่ยี ว
ชาญเพิม่ ขึน้
ชวั่ โมงท่ี 3
ขั้นท่ี 3 ข้ันอธบิ ายความรู้ (Explanation)
1. นักเรยี นแต่ละกลุ่มจบั สลากเลอื กและส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการสืบคน้ ขอ้ มูลและ
ยกตัวอยา่ งพฤติกรรมท่ีเกดิ จากการเรียนรปู้ ระเภทตา่ ง ๆ ดังนี้
- หมายเลข 1 แฮบบิชูเอชัน
- หมายเลข 2 การฝงั ใจ
- หมายเลข 3 การเชื่อมโยง
- หมายเลข 4 การใช้เหตุผล
โดยระหว่างท่ีนกั เรยี นนำเสนอใหน้ ักเรียนในชัน้ เรียนรว่ มกนั เสนอแนะ และครูคอยเพมิ่ เตมิ ประเดน็ ที่ขาด
หายไป
2. นกั เรียนและครรู ว่ มกนั สรุปเกย่ี วกับพฤตกิ รรมของสตั ว์ เพือ่ ให้ได้ขอ้ สรปุ ดังน้ี พฤตกิ รรมเป็น
ผลจากการทำงานร่วมกันของพนั ธกุ รรมและส่ิงแวดล้อม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
- พฤติกรรมทเ่ี ป็นมาแต่กำเนดิ แบ่งออกเป็นหลายชนิด ได้แก่ โอเรยี นเตชันเป็นพฤติกรรมตอบสนอง
ต่อปัจจัยทางกายภาพทำให้เกิดการวางตัวที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
ไดแ้ ก่ ไคนซี สิ เป็นการตอบสนองต่อส่ิงเร้าแบบมีทิศทางไม่แน่นอนและแทกซิสเป็นการตอบสนองต่อ
สิ่งเร้าแบบมีทิศทางที่แน่นอน รีเฟล็กซ์เป็นพฤติกรรมตอบสนองของระบบประสาทที่อยู่ภายนอก
อำนาจจิตใจ และฟิกแอกชันแพทเทิร์นเป็นพฤติกรรมตอบสนองที่เกิดจากพันธุกรรม ซึ่งมีแบบแผน
ท่ีแน่นอนและมีลักษณะจำเพาะของสิ่งมีชวี ติ แต่ละชนิด
- พฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ ประกอบด้วยแฮบบิชูเอชันเป็นพฤติกรรมที่อาศัยการกระตุ้น
ซ้ำ ๆ จนสัตว์ลดและหยุดตอบสนองตอ่ ส่ิงเร้าที่ไม่ส่งผลต่อการดำรงชีวิต การฝังใจเปน็ พฤติกรรม
ที่ตอบสนองต่อสิง่ เรา้ ในช่วงแรกของชีวติ การเช่ือมโยงแบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่ การลองผิด
ลองถูกเป็นพฤติกรรมทแี่ สดงออกโดยมกี ารลองผดิ ลองถูกจนมปี ระสบการณ์และการมีเง่ือนไขเป็น
พฤติกรรมที่สัตว์ตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มีเงื่อนไขเช่นเดียวกับสิ่งเร้าไม่มีเงื่อนไข และการใช้เหตุผล
เป็นพฤตกิ รรมท่สี ตั ว์นำประสบการณ์มาใชแ้ กป้ ัญหา
พฤติกรรมที่สัตว์แต่ละชนิดแสดงออกจะแตกต่างกันซึ่งเป็นผลมาจากวิวัฒนาการของระบบ
ประสาททีแ่ ตกตา่ งกนั ของสัตว์
487
3. นักเรยี นทําใบงาน 9 เรื่องประเภทของพฤติกรรม
ขน้ั ที่ 4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration)
1. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนที่น่ังข้างกัน ศึกษาสถานการณท์ ่ีกำหนดให้ ร่วมกนั วิเคราะห์และตอบคำถาม
ในกรอบ Apply Your Knowledge
การศึกษาพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิต A และ B โดยนําไปเลี้ยงในกล่องรปู ตัว T ซึ่งด้านหนึ่งให้แสงสวา่ ง ส่วน
อกี ด้านให้ความช้ืนและมสี ภาพเป็นกรดอ่อน ๆ จากการศกึ ษา พบวา่ สง่ิ มชี ีวิ (A) จะเคลื่อนท่ีเข้าหาด้านท่ี
มีแสงสว่างทุกครั้ง ส่วนสิ่งมีชีวิต B จะเคลื่อนไปทั้ง 2 ด้านสลับกันในช่วงแรก แต่ในช่วงหลังจะเลือก
เคล่ือนท่ไี ปด้านทใ่ี หค้ วามชนื้ และสภาพเปน็ กรดอ่อน ๆ ส่วนใหญ่
ถามคำถามนักเรียน “นักเรียนคดิ วา่ ส่ิงมีชวี ติ A และ B แสดงพฤติกรรมประเภทใด และเป็นส่ิงมีชีวิต
กลุ่มใด
(แนวคำตอบ : สงิ่ มีชวี ติ A แสดงพฤติกรรมโอเรียนเตชนั แบบแทกซิส เน่ืองจากเคลอื่ นเขา้ หาสง่ิ เรา้
(แสงสว่าง) แบบมที ิศทางทแ่ี นน่ อน ซ่งึ ส่งิ มีชีวติ A จะเป็นส่ิงมีชีวิตกลุ่มสง่ิ มชี ีวติ เซลลเ์ ดียว สว่ นสง่ิ มชี ีวิต B
แสดงพฤตกิ รรมการเชอ่ื มโยงแบบการลองผิดลองถกู เน่ืองจากในชว่ งแรกจะเคลอื่ นทไ่ี ปทง้ั 2 ด้าน ในจำนวน
ครงั้ ทเี่ ทา่ ๆ กัน แต่เมอ่ื เคล่ือนท่หี ลาย ๆ คร้ัง จนมีประสบการณ์กจ็ ะเคลอื่ นทไี่ ปดา้ นทม่ี ีความชน้ื และมีสภาพ
เปน็ กรดอ่อน ๆ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสิ่งมีชีวติ B จะเปน็ ส่งิ มชี วี ิตกลุ่มสตั วไ์ มม่ ีกระดกู สนั หลงั หรอื สตั วม์ ีกระดูกสนั
หลงั ชั้นตา่ํ )
2. สุ่มเลือกนกั เรียนอย่างนอ้ ย 3 คู่ ออกมาเฉลยคําตอบในกรอบ Apply Your Knowledge ท่ีหนา้ ชนั้
เรียน โดยระหวา่ งที่นักเรยี นนําเสนอใหน้ กั เรยี นในชน้ั เรียนรว่ มกนั เสนอแนะ และครูคอยเพิ่มเติมประเดน็ ทขี่ าด
หายไป
ขัน้ ท่ี 5 ข้นั ประเมนิ (Evaluation)
1. ประเมินความรเู้ กีย่ วกบั เรื่อง ประเภทของพฤติกรรม โดยสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคาํ ถาม
ตรวจแบบฝึกหดั ตรวจผังมโนทัศน์ และตรวจรายงาน
2. ประเมินทกั ษะและกระบวนการ โดยสังเกตพฤตกิ รรมการทํากิจกรรมกล่มุ การใชเ้ คร่ืองมือและ
อุปกรณ์ทางวทิ ยาศาสตร์ และการนําเสนอผลงาน
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยสงั เกตพฤติกรรมความสนใจใฝ่ร้ใู นการศึกษาและความ
มงุ่ ม่ันในการทาํ งาน
488
ส่ือการเรียนร/ู้ แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรียนวิทยาศาสตรช์ วี วทิ ยา เล่ม 5 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 6
2. สือ่ Power Point เรอื่ งพฤติกรรมของสัตว์
3. ใบกจิ กรรมท่ี 2 พฤติกรรมของพารามเี ซยี ม
4. ใบกิจกรรมท่ี 3 การลองผดิ ลองถกู
5. ใบงาน 9 เรื่องประเภทของพฤติกรรม
การวดั และประเมินผล วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
รายการวัด
- สังเกตจากการตอบคำถาม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
ประเมินระหว่างการจัด และแสดงความคดิ เหน็ รายบุคคล ผ่านเกณฑ์
กจิ กรรมการเรียนรู้
1) กจิ กรรมนำส่กู ารเรยี น
- การตอบคำถาม
2) พฤติกรรมของสัตว์ - ตรวจใบงาน 9 เรอ่ื งประเภท - ใบงาน 9 เรอ่ื งประเภท - ระดบั คณุ ภาพ 2
ของพฤติกรรม
3) การนำเสนอผลการทำ - ประเมินการนำเสนอ ของพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์
กจิ กรรม ผลทำกิจกรรม
- สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ การ - ระดบั คุณภาพ 2
4) พฤตกิ รรมการ การทำงานรายบุคคล
ทำงานรายบคุ คล - สังเกตพฤติกรรม นำเสนอผลทำกจิ กรรม ผ่านเกณฑ์
5) พฤตกิ รรมการ การทำงานรายบุคคล
ทำงานกลมุ่ - สังเกตความมีวินัย - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2
6) คุณลกั ษณะ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มั่น
อนั พงึ ประสงค์ ในการทำงาน การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2
การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
- แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2
คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
อนั พงึ ประสงค์
489
แบบประเมินความถูกต้องของการสรุปความคดิ รวบยอดในรปู แบบของผังมโนทศั น์
เรอื่ ง………………………………………………..……………ชน้ั …………….วนั /เดอื น/ป…ี ……………………..
เลข เนอื้ หา รปู แบบ ความ เวลา รวม ระดบั
ท่ี ประเดน็ 321 321 สวยงาม/ 321 คะแนน คุณภาพ
สรา้ งสรรค์
ชือ่ -สกลุ 321 12
1 นางสาวกณษิ ฏา สมบตุ ร
2 นางสาวกฤตมิ า แสนวัง
3 นายคณตุ พงศ์ แสงรตั น์
4 นางสาวจิณหน์ ภิ า ภักดี
5 นางสาวจิดาภา ช่นื ชม
6 นายเจรญิ วทิ ย์ เพชรแสง
7 นายชนดุ ม สมบรู ณเ์ จรญิ ย่งิ
8 นายชานนท์ เชียงไฝ
9 นางสาวทฏิ ฐติ า วระศริ ิ
10 นายณภัทร วนิ ัยแพทย์
11 นายธนวัฒน์ บวรดิเรกลาภ
12 นางสาวธมกร วงษศ์ รีวอ
13 นางสาวธวัลยร์ ตั น์ นิลภผู าทวโี ชติ
14 นางสาวนิรดา ป้ยุ ธนาวัฒน์
15 นางสาวบารมี ปา้ นภมู ิ
16 นางสาวบญุ ยานุช เดชยศดี
17 นางสาวปณั ฑารยี ์ ไผ่ป้อง
18 นางสาวปิลันธา อ่อนรูท้ ี่
19 นางสาวพรรธน์ชนนั ทิพยช์ ัยวรภทั ร์
20 นางสาวพมิ พพ์ ัดชา เมธาณฐั ยศ
21 นางสาวพิรยิ า พลศรี
22 นางสาวเพ็ญสายธาร สารบรรณ
23 นางสาวเพยี งรพี คลงั แสง
24 นางสาวภาณุมาศ สวุ รรณ
25 นายภานวุ ฒั น์ วิสูงเร
26 นางสาวเมษิตา ภมู ิง่ ศรี
490
เลข เนื้อหา รปู แบบ ความ เวลา รวม ระดับ
ท่ี ประเดน็ 321 321 สวยงาม/ 321 คะแนน คุณภาพ
สรา้ งสรรค์
ชือ่ -สกุล 321 12
27 นายรชฏ ทองนํา
28 นายรณธรี ์ หลอ่ ตระกลู
29 นายรัชชานนท์ ศรีทา
30 นางสาววรรณศิริ พนั ธรุ ะ
31 นางสาววรินธร อนุญาหงษ์
32 นายวัฒนชัย บึงจันทร์
33 นางสาววนั วิสาข์ ภาชะรัตน์
34 นางสาวสริ อิ ร พรหมคณุ
35 นายศภุ กิตต์ิ จันทรป์ ัททัต
36 นายสเุ มธ กลุ ศรี
37 นางสาวสุวภทั ร ทพิ รักษ์
38 นางสาวอรกนก อว้ นศรี
39 นางสาวอรทยั จนั ทะศรี
40 นางสาวอัญชิษฐา เดชสมบตั ิ
41 นางสาวอสิ รยี ์ ชํานาญกติ ติรฐั
42 นายปรญิ นนั ทโพธิ์เดช
43 นางสาวพรพิมล พร้อมพร่ัง
44 นายกรชนกกมล ราชเทยี น
45 นายณชั พล พรหมบตุ ร
46 นายปัญณกฤต วรกจิ เกษมสกุล
47 นายเจษนยั ษ์ วงศ์เลิศ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
3 = ดี คะแนนช่วง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนช่วง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรับปรุง คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน
ลงชือ่ ………………………………………ผ้ปู ระเมนิ
(……………………………………………………….)
491
เกณฑก์ ารประเมนิ ความถูกต้องของการสรุปความคิดรวบยอดในรูปแบบของบนั ทกึ สรุป
ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพการประเมิน
การสรุปความคิดรวบ 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
ยอดในรูปแบบของผัง
มโนทศั น์
1. เนอื้ หา ข้อมูลครบถ้วนทุกประเด็น มีข้อมูลที่ขาดไปเพียง 1-2 ดําเนินการค้นคว้าข้อมูลที่
หลากหลาย ถกู ต้อง สมบรู ณ์ และ ประเดน็ ต้องการได้เพยี งบางสว่ น
ชัดเจน
2. รปู แบบ รูปแบบผังมโนทัศน์ชัดเจน เข้าใจ รูปแบบผังมโนทัศน์ขาด รูปแบบผังมโนทัศน์ขาด
งา่ ย อ ง ค ์ ป ร ะ ก อ บ ไ ป 1-2 องค์ประกอบมากกว่า2
ประเดน็ ประเดน็
3. ค ว า ม ส ว ย ง า ม / ผังมโนทัศน์สวยงาม สร้างสรรค์ ผังมโนทัศน์สวยงาม มีความ ผังมโนทัศน์ไม่มีความ
สร้างสรรค์ นําเสนอได้แปลกใหม่ นําไปเป็น สร้างสรรค์อยู่บ้างและยัง สวยงาม ไม่ค่อยสร้างสรรค์
ตวั อยา่ งได้ นาํ ไปเป็นตวั อยา่ งได้ คอ่ นขา้ งสกปรก
4. เวลา ส่งได้ทันเวลาทกุ ครั้งท่ีกาํ หนด ส่งได้ทันเวลาบางครั้งที่ ส่งไม่ทันเวลาทุกครั้งท่ี
กาํ หนด กาํ หนด
492
แบบสงั เกตพฤติกรรมด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
เรอ่ื ง………………………………………………..……………ชน้ั …………….วัน/เดือน/ปี……………….
เลข ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อยา่ ง มงุ่ มน่ั ใน มจี ิต รวม ระดบั
ที่ ประเด็น พอเพียง การทางาน สาธารณะ คะแนน คณุ ภาพ
321
ชื่อ-สกุล 321 321 321 12
1 นางสาวกณษิ ฏา สมบตุ ร
2 นางสาวกฤตมิ า แสนวัง
3 นายคณตุ พงศ์ แสงรัตน์
4 นางสาวจิณห์นภิ า ภกั ดี
5 นางสาวจดิ าภา ชืน่ ชม
6 นายเจรญิ วทิ ย์ เพชรแสง
7 นายชนุดม สมบูรณเ์ จรญิ ยงิ่
8 นายชานนท์ เชยี งไฝ
9 นางสาวทฏิ ฐติ า วระศริ ิ
10 นายณภทั ร วนิ ัยแพทย์
11 นายธนวฒั น์ บวรดเิ รกลาภ
12 นางสาวธมกร วงษศ์ รวี อ
13 นางสาวธวลั ยร์ ตั น์ นิลภูผาทวโี ชติ
14 นางสาวนิรดา ปยุ้ ธนาวัฒน์
15 นางสาวบารมี ป้านภมู ิ
16 นางสาวบญุ ยานชุ เดชยศดี
17 นางสาวปณั ฑารีย์ ไผป่ อ้ ง
18 นางสาวปลิ ันธา ออ่ นรูท้ ่ี
19 นางสาวพรรธน์ชนัน ทิพยช์ ัยวรภทั ร์
20 นางสาวพิมพ์พดั ชา เมธาณัฐยศ
21 นางสาวพริ ยิ า พลศรี
22 นางสาวเพญ็ สายธาร สารบรรณ
23 นางสาวเพียงรพี คลงั แสง
24 นางสาวภาณุมาศ สุวรรณ
25 นายภานุวัฒน์ วสิ ูงเร
26 นางสาวเมษติ า ภูมงิ่ ศรี
27 นายรชฏ ทองนํา
493
เลข ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ ง มงุ่ มัน่ ใน มีจติ รวม ระดบั
ที่ ประเด็น พอเพียง การทางาน สาธารณะ คะแนน คณุ ภาพ
321
ช่ือ-สกุล 321 321 321 12
28 นายรณธรี ์ หลอ่ ตระกูล
29 นายรชั ชานนท์ ศรีทา
30 นางสาววรรณศริ ิ พันธรุ ะ
31 นางสาววรินธร อนุญาหงษ์
32 นายวัฒนชัย บงึ จนั ทร์
33 นางสาววนั วสิ าข์ ภาชะรตั น์
34 นางสาวสริ ิอร พรหมคณุ
35 นายศภุ กิตติ์ จันทรป์ ัททัต
36 นายสุเมธ กลุ ศรี
37 นางสาวสุวภทั ร ทพิ รกั ษ์
38 นางสาวอรกนก อ้วนศรี
39 นางสาวอรทยั จนั ทะศรี
40 นางสาวอัญชษิ ฐา เดชสมบัติ
41 นางสาวอสิ รีย์ ชํานาญกติ ติรฐั
42 นายปรญิ นนั ทโพธ์ิเดช
43 นางสาวพรพิมล พรอ้ มพรง่ั
44 นายกรชนกกมล ราชเทยี น
45 นายณชั พล พรหมบตุ ร
46 นายปัญณกฤต วรกจิ เกษมสกลุ
47 นายเจษนัยษ์ วงศ์เลิศ
เกณฑก์ ารให้คะแนน
3 = ดี คะแนนช่วง 9-12 คะแนน
2 = พอใช้ คะแนนชว่ ง 5-8 คะแนน
1 = ควรปรบั ปรงุ คะแนนชว่ ง 1-4 คะแนน
ลงชื่อ ………………………………………..ผู้ประเมนิ
(………………………………..……)
494
แนวทางการใหค้ ะแนนแบบสงั เกตพฤตกิ รรมด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์
พฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพการประเมิน
3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. ใฝ่เรียนรู้ มคี วามตง้ั ใจเรยี น แสวงหาความรู้ มีความตั้งใจเรียน แสวงหา ไม่ตั้งใจเรียน ไม่แสวงหา
2. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
3. มุ่งม่ันในการทาํ งาน เพียร พยายามในการเรียนและ ความรู้ เพียร ความรู้ ส่งเสียงดังและ
4. มีจติ สาธารณะ เข้ารว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ พยายามในการเรียน ไม่เล่น เลน่ ในขณะทค่ี รูสอน
ในเวลาที่ครูสอน และส่ง
เ ส ี ย ง ร บ ก ว น เ พ ื ่ อ น เ ป็ น
บางคร้งั
มีเหตุผลรอบคอบ สามารถ มีเหตุผล รอบคอบและ ไม่สามารถปรับตัวเพื่ออยู่
ปรับตัวอยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดี สามารถปรับตัวเพื่ออยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้ไม่เห็น
เห็นความสําคัญของสื่อ การ ร่วมกับผอู้ น่ื ได้เปน็ บางคร้ัง ความสําคัญของสื่อการ
เรียนรทู้ ม่ี อี ยู่ เรียนรู้ และไม่ดูแลรักษา
มีความตั้งใจและ รับผิดชอบใน มีความตั้งใจและ รับผิดชอบ ไม่มีความตั้งใจ ไม่มีความ
การปฏิบัติ หน้าที่การงาน ด้วย ในการปฏบิ ัติ หน้าที่การงาน รับผิดชอบในการปฏิบัติ
ความ เพียร พยายาม และอดทน เป็น บางครั้ง ชอบเล่นใน หน้าที่การงานและ ไม่มี
เพ่อื ให้งานสําเร็จ ตามเป้าหมาย เวลา เรียนบ้างเป็นบางครั้ง ความอดทน ทํางานไม่
ไม่ ค่อยมีความอดทนในการ สําเร็จได้ตามเป้าหมาย
ทาํ งานให้สําเรจ็ เท่าทค่ี วร ชอบเล่นในเวลาเรียน ไม่
สนใจงานทรี่ ับมอบหมาย
ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความ เต็มใจ ให้ความช่วยเหลือผู้อ่ืน ไม่ให้คว ามช ่วยเหลือ
โดยไม่หวัง ผลตอบแทน เข้าร่วม อย่างเต็มใจเป็นบางคร้ัง เพื่อนในการทํา งานท่ี
กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ต่อ และให้ความร่วมมือใน การ ได้รับมอบหมายในกลุ่ม
โรงเรียน ชมุ ชน และสังคม เ ข ้ า ร ่ ว ม กิ จ ก ร ร ม ข อ ง ชอบเกเรเพื่อน ไม่ให้
โรงเรียนหรือชมุ ชน ความเข้าร่วมมือในการ
เข้าร่วมกิจกรรมของ
โรงเรียนหรือชุมชน