349
รายการประเมนิ ไม่จรงิ จริงบางครั้ง คอ่ นขา้ ง จริงมาก คะแนน
จริง
๓๑. ฉันทำความรู้จกั ผ้อู ่นื ไดง้ ่าย
๓๒. ฉันมเี พ่อื นสนทิ หลายคนที่
คบกันมานาน
๓๓. ฉนั ไมก่ ลา้ บอกความต้องการ
ของฉนั ใหผ้ ้อู ่ืนรับรู้
๓๔. ฉนั ทำในสง่ิ ท่ีต้องการโดยไม่
ทำใหผ้ ูอ้ ่นื เดือดร้อน
๓๕. เป็นการยากสำหรับฉันทีจ่ ะ
โต้แยง้ กบั ผอู้ น่ื แมจ้ ะมีเหตผุ ล
เพียงพอ
๓๖. เมือ่ ไม่เห็นด้วยกับผู้อืน่ ฉนั
สามารถอธิบายเหตผุ ลที่เขา
ยอมรับได้
รวม
๓๗. ฉันรสู้ กึ ดอ้ ยกวา่ ผอู้ น่ื
๓๘. ฉันทำหนา้ ท่ีไดด้ ี ไมว่ า่ จะอยู่
ในบทบาทใด
๓๙. ฉันสามารถทำงานทไี่ ดร้ ับ
มอบหมายได้ดีทสี่ ดุ
๔๐. ฉันไมม่ ัน่ ใจในการทำงานท่ี
ยากลำบาก
รวม
๔๑. แม้วา่ สถานการณจ์ ะเลวรา้ ย
ฉันก็มีความหวงั ว่าจะดีขนึ้
๔๒. ทกุ ปัญหามที างออกเสมอ
๔๓. เมือ่ มเี รอื่ งที่ทำใหเ้ ครยี ด ฉนั
มักปรบั เปล่ียนใหเ้ ปน็ เร่ืองผอ่ น
คลายหรือสนกุ สนานได้
350
รายการประเมิน ไม่จรงิ จรงิ บางครั้ง คอ่ นข้าง จริงมาก คะแนน
จรงิ
๔๔. ฉันสนกุ สนานทุกคร้งั กบั
กิจกรรมในวันสุดสปั ดาห์และวนั
พักผ่อน
๔๕. ฉันรสู้ กึ ไมพ่ อใจทผ่ี ูอ้ นื่ ไดร้ บั
สง่ิ ดๆี มากกว่าฉัน
๔๖. ฉนั พอใจกบั สงิ่ ทฉี่ ันเปน็ อยู่
รวม
๔๗. ฉนั ไม่รวู้ ่าจะหาอะไรทำเม่ือ
รู้สึกเบอ่ื หน่าย
๔๘. เมอื่ วา่ งเวน้ จากภาระหนา้ ท่ี
ฉนั จะทำในสิ่งท่ีฉนั ชอบ
๔๙. เมื่อรสู้ กึ ไมส่ บายใจ ฉนั มวี ธิ ี
ผ่อนคลายอารมณ์ได้
๕๐. ฉันสามารถผ่อนคลายตนเอง
ได้ แมจ้ ะเหนด็ เหนอื่ ยจาก
ภาระหนา้ ที่
๕๑. ฉันไมส่ ามารถทำใจให้เป็น
สุขไดจ้ นกวา่ จะได้ทกุ สง่ิ ที่ตอ้ งการ
๕๒. ฉนั มกั ทุกข์ร้อนกับเร่อื ง
เล็กๆนอ้ ยๆที่เกิดขน้ึ เสมอ
รวม
351
การใหค้ ะแนน แบง่ เปน็ ๒ กลุ่มในการให้คะแนนดังนี้
กลุ่มที่ ๑ ได้แกข่ ้อ
๑ ๔ ๖ ๗ ๑๐ ๑๒ ๑๔ ๑๕ ๑๗ ๒๐ ๒๒ ๒๓ ๒๕ ๒๘
๓๑ ๓๒ ๓๔ ๓๖ ๓๘ ๓๙ ๔๑ ๔๒ ๔๓ ๔๔ ๔๖ ๔๘ ๔๙ ๕๐
แตล่ ะข้อใหค้ ะแนนดังต่อไปนี้
ตอบไมจ่ รงิ ให้ ๑ คะแนน
ตอบจรงิ บางครง้ั ให้ ๒ คะแนน
ตอบค่อนข้างจริง ให้ ๓ คะแนน
ตอบจรงิ มาก ให้ ๔ คะแนน
กล่มุ ที่ ๒ ได้แก่ข้อ
๒ ๓ ๕ ๘ ๙ ๑๑ ๑๓ ๑๖ ๑๘ ๑๙ ๒๑ ๒๔
๒๖ ๒๗ ๒๙ ๓๐ ๓๓ ๓๕ ๓๗ ๔๐ ๔๕ ๔๗ ๕๑ ๕๒
แต่ละข้อให้คะแนนดังต่อไปน้ี
ตอบไม่จรงิ ให้ ๔ คะแนน
ตอบจรงิ บางครง้ั ให้ ๓ คะแนน
ตอบค่อนข้างจริง ให้ ๒ คะแนน
ตอบจริงมาก ให้ ๑ คะแนน
352
การรวมคะแนน
ดา้ นดี หมายถงึ ความสามารถในการควบคมุ อารมณแ์ ละความต้องการของตนเอง รจู้ กั เห็นใจผู้อ่นื
และมีความรับผดิ ชอบต่อส่วนรวม
ดา้ นเกง่ หมายถึง ความสามารถในการรู้จักตนเอง มีแรงจูงใจ สามารถตัดสนิ ใจแก้ปญั หาและ
แสดงออกไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ รวมท้งั มสี ัมพันธภาพที่ดีกับผ้อู ่ืน
ดา้ นสุข หมายถึง ความสามารถในการดำเนนิ ชีวติ อยา่ งเปน็ สุข
ดา้ น ด้านยอ่ ย การรวมคะแนน ผลรวมคะแนน/การแปลผล
รวม แปลผล รวม แปลผล รวม แปลผล
ดี ๑.๑ ควบคมุ รวมขอ้ ๑ ถงึ ข้อ
อารมณ์ ๖
๑.๒ เห็นใจ รวมขอ้ ๗ถงึ ขอ้
ผู้อนื่ ๑๒
๑.๓ รวมข้อ ๑๓ ถึง
รบั ผิดชอบ ข้อ ๑๘
เก่ง ๒.๑ มี รวมข้อ ๑๙ ถงึ
แรงจูงใจ ข้อ ๒๔
๒.๒ ตดั สนิ ใจ รวมขอ้ ๒๕ ถงึ
และแกป้ ัญหา ข้อ ๓๐
๒.๓ สัมพันธภาพ รวมขอ้ ๓๑ ถงึ
กับผ้อู นื่ ข้อ ๓๖
สขุ ๓.๑ ภมู ใิ จ รวมขอ้ ๓๗ ถงึ
ตนเอง ขอ้ ๔๐
๓.๒ พึงพอใจ รวมข้อ ๔๑ ถึง
ในชวี ิต ข้อ ๔๖
๓.๓ สุขสงบ รวมขอ้ ๔๗ ถึง
ทางใจ ขอ้ ๕๒
ผลท่ีได้เปน็ เพยี งการประเมินโดยสงั เขป คะแนนที่ไดต้ ่ำกว่าช่วงคะแนนปกติ ไม่ไดห้ มายความว่าท่าน
หรือเด็กมีความผดิ ปกตใิ นด้านน้ัน เพราะดา้ นต่างๆเหล่าน้ีเปน็ สิง่ ท่มี กี ารพัฒนาและมีการเปล่ยี นแปลง
ตลอดเวลา ดังนั้นคะแนนทไ่ี ดต้ ำ่ จงึ เปน็ เพียงข้อเตอื นใจให้ทา่ นหาแนวทางในการพฒั นาความฉลาดทาง
อารมณ์ในด้านนนั้ ๆให้มากย่ิงขน้ึ สำหรับรายละเอียดและแนวทางการพฒั นาความฉลาดทางอารมณ์มีอยใู่ น
หนงั สอื อีควิ : ความฉลาดทางอารมณ์ หรือคู่มือความฉลาดทางอารมณ์ของกรมสุขภาพจิต รวมทั้งท่านสามารถ
เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ท่ีทางกรมสขุ ภาพจิตหรือหนว่ ยงานอื่นทีเ่ กี่ยวข้องจัดขึน้
353
เกณฑ์ปกตขิ องคะแนน EQ รวม ดี เกง่ สขุ
กลุ่มตวั อย่างอายุ ๑๒ – ๑๗ ปี
องคป์ ระกอบ EQ ตำ่ กวา่ ปกติ เกณฑ์ปกติ สูงกว่าปกติ
คะแนน EQ รวม น้อยกว่า ๑๔๐ ๑๔๐-๑๗๐ มากกวา่ ๑๗๐
๑. องคป์ ระกอบดี น้อยกว่า ๔๘ ๔๘-๕๘ มากกวา่ ๕๘
๑.๑ ควบคมุ อารมณ์ น้อยกว่า ๑๓ ๑๓-๑๗ มากกวา่ ๑๗
๑.๒ เห็นใจผอู้ ืน่ นอ้ ยกว่า ๑๖ ๑๖-๒๐ มากกวา่ ๒๐
๑.๓ รบั ผิดชอบ นอ้ ยกวา่ ๑๖ ๑๖-๒๒ มากกว่า ๒๒
๒. องคป์ ระกอบเก่ง น้อยกวา่ ๔๕ ๔๕-๕๗ มากกวา่ ๕๗
๒.๑ มแี รงจูงใจ น้อยกวา่ ๑๔ ๑๔-๒๐ มากกวา่ ๒๐
๒.๒ ตดั สินใจและ น้อยกวา่ ๑๓ ๑๓-๑๙ มากกว่า ๑๙
แกป้ ัญหา
๒.๓ สัมพนั ธภาพกับ น้อยกวา่ ๑๔ ๑๔-๒๐ มากกว่า ๒๐
ผอู้ ืน่
๓. องคป์ ระกอบสุข น้อยกว่า ๔๐ ๔๐-๕๕ มากกว่า ๕๕
๓.๑ ภูมใิ จในตนเอง น้อยกวา่ ๙ ๙-๑๓ มากกวา่ ๑๓
๓.๒ พงึ พอใจในชีวติ น้อยกว่า ๑๖ ๑๖-๒๒ มากกวา่ ๒๒
๓.๓ สุขสงบทางใจ น้อยกว่า ๑๕ ๑๕-๒๑ มากกวา่ ๒๑
อ้างองิ กรมสุขภาพจติ . (๒๕๔๓). แบบประเมนิ ฉลาดทางอารมณ์. กรุงเทพฯ : กระทรวงสาธารณสุข
354
355
356
357
358
แผนการจัดการจัดกจิ กรรมแนะแนวท่ี ๘
รายวิชา กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมพฒั นานักเรยี น
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 เพราะน้ี คือชีวิตของฉนั ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๕
เร่ือง เป้าหมายในชีวิต เวลา ๑ ชวั่ โมง
................................................................................................................. .........................................................
๑. สาระสำคัญ
เป้าหมาย (GOAL) คอื สิ่งท่เี ราต้องการไปให้ถึง มาจากความตอ้ งการ ความหวงั จนิ ตนาการ ความใฝ่ฝันท่ี
สร้างขึ้น แต่ต้องอยู่ในกรอบที่ไม่เพ้อฝัน และสามารถบรรลุได้ด้วยกระบวนการจัดการการที่เราจะต้องรู้
เป้าหมายในชีวิตเพื่อที่จะต้องดำเนินชีวิตไปข้างหน้า จะทำให้เราจัดการชีวิตได้ดีเห็นเส้นทางเดินของชีวิตใน
อนาคตได้ชัดเจนมากยงิ่ ข้ึน
ดังนั่นเป้าหมายในชีวิตของแต่ละบุคคลจึงไม่เหมือนกันเราจึงจำเป็นที่จะต้องเรี ยนรู้และนำมาปรับใช้ให้
เหมาะสมกบั ตนเองอยา่ งเหมาะสม
๒. จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
๑.๑ นักเรียนสามารถบอกความสำคัญในการตงั้ เปา้ หมายชีวิตได้
๑.๒ นักเรียนสามารถเขยี นเป้าหมายชวี ิตของตนเองได้
๑.๓ นักเรยี นสามารถนำไปประยุกต์ใช้กบั ตนเองได้
๓. กิจกรรมการเรียนรู้
๑.ข้ันนำเข้าสู่บทเรียน (๑๐ นาที)
๑.๑ ครูทกั ทายพูดคุยกับนกั เรยี น และนำเขา้ สู่บทเรยี น โดยตง้ั ประเดน็ ดงั นี้
- นักเรยี นวางแผนเป้าหมายในชีวติ ไหม
- นกั เรียนตง้ั เป้าหมายไว้อยา่ งไร
- นักเรยี นมีเป้าหมาย ระยะสนั้ ระยะยาว เปน็ อย่างไร
๒ ข้ันดำเนนิ การสอน (๔๐ นาท)ี
๒.๑ ครูอธิบายเนอ้ื หา เก่ยี วกบั เป้าหมายในชวี ิต
๒.๒ ครูถามนักเรยี น “ใครมีประเดน็ สงสัยข้อคำถามตรงไหนบ้าง”
๒.๓ ครแู บ่งกลมุ่ นกั เรียน กลุม่ ละ ๔-๕ คน โดยใหน้ กั เรยี นแลกเปล่ยี นเป้าหมายในชวี ิตของตนโลกเล่า
ผ่านสมาชิกในกลมุ่ ฟัง
๒.๔ ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ เร่ือง เป้าหมาย
๒.๕ ครใู ห้นกั เรยี น ทำใบงาน เรอ่ื งการตงั้ เป้าหมายในชวี ิต
359
๓. ขนั้ สรุป (๑๐ นาที)
๓.๑ ครูและนักเรยี นช่วยกันสรุปความสำคญั ของการต้งั เป้าหมายในชวี ติ
๓.๒ ครูให้แนวคดิ เพ่มิ เติมเพือ่ เป็นทางเลอื กท่ดี ีในการดำเนนิ ชีวิต
๔. ส่ือ / อุปกรณ์
๑.ใบความรู้ เรอื่ ง เปา้ หมาย
๒.ใบงาน เรอื่ ง การต้ังเป้าหมายในชวี ติ
๕. การวดั และการประเมนิ ผล
๑. การประเมิน
๑.๑ การตรวจใบงาน
๑.๒ สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้รายบุคคล
๑.๓ สังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ มภายในกลุม่
๒. เครอ่ื งมือ
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรูร้ ายบคุ คล
๒.๓ แบบสงั เกตพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ มภายในกลุ่ม
แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นรายบุคคลในก
คำช้แี จง : ให้ ผูส้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด
ชอื่ – สกลุ
๓๓ ๓ ๓ ๓
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
เลข ีท่
ตรง ่ตอเวลา
แ ่ตงกายสะอาด
ีมสมเารีธิใยนบ ้รกาอรยเรียน
จด ่จอ ใส่ใจ ไ ่ม
ีมการวอแกสแดงวคกวาม
คิตดเอ ็หบนคำกถ ้ลาามไพุ ้ดดตกรล้งา
ปรถะาเมด็น
การเรยี นรายวชิ าแนะแนว ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๕ 360
✓ลงในช่องวา่ งท่ตี รงกับระดับคะแนน ผลการประเมนิ
ความสามารถในการ
่ืสอสาร
การ ิรเ ่ิรมและลง ืมอ
ทำงานตาม ่ที ิคด
ีมความ ้ัตงใจในการ
ทำงาน ี่ทได้รับ
ทำงามนเอสบร็หจมตาายมเวลา
สามารถห ุยด ั้ยง
พฤติกรรมไ ้ดใน
กาลรเวทมศคะะ ่ทีแสนมนควร
๓๓ ๓ ๓ ๓ ๓๐ ผา่ น ไม่ผ่าน
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน….........../…................/…...........
361
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ ๓ คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ ๒ คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง ให้ ๑ คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๒๑-๓๐ ดี
๑๐-๒๐ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง
๖. บันทึกหลังการสอน
๖.๑ ผลการสอน
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
๖.๒ ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................................... .......
๖.๓ ข้อเสนอแนะ / แนวทางการแก้ปัญหา
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชื่อ นัจมยี ์ หมุดบิลและ ผูส้ อน
(นางสาว นัจมีย์ หมุดบิลและ)
362
ใบความรู้
เร่ือง เป้าหมาย
เป้ าหมาย (GOAL) คือ สิ่งที่เราตอ้ งการไปใหถ้ ึง มาจากความตอ้ งการ ความหวงั จนิ ตนาการ ความ
ใฝ่ ฝันที่สรา้ งขน้ึ แตต่ อ้ งอย่ใู นกรอบทไ่ี มเ่ พอ้ ฝัน และสามารถบรรลไุ ดด้ ว้ ยกระบวนการ
“เป้ าหมายชวี ิตคือการคดิ ถึงภาพของตวั เราในอนาคต”
เป้ าหมายชีวิต แบบไหนดีท่ีสดุ ?
“Set Goal to Grow”
“เป้ าหมายนนั้ ตอ้ งทาใหเ้ ราเตบิ โต และ ดขี น้ึ กวา่ เดิม”
ความฝัน กบั เป้ าหมายในชีวิต ใช่เร่ืองเดียวกนั หรอื เปลา่ ?
“Dreams can inspire you but goals can change your life”
“ความฝันมไี วเ้ พอ่ื สรา้ งแรงบนั ดาลใจ แตเ่ ป้ าหมายมเี อาไวเ้ พ่ือสรา้ งผลลพั ธ”์
•ความฝันอยใู่ นความคิดแต่เป้ าหมายคือหนทางท่ีจะทาใหค้ วามฝันเราเป็ นจริง : เชน่ อยาก
มีอาชีพเป็ นหมอ ก็ตอ้ งวางแผน วางเป้ าหมายในการเรียนและการสอบใหเ้ ป็ นหมอใหไ้ ด้ รวมไปถึง
แผนการเรยี นตอนเป็ นหมอดว้ ย ว่าจะเรียนดา้ นไหน เป็ นหมอดา้ นอะไร
•ความฝันไมม่ ีกรอบเวลา แต่เป้ าหมายตอ้ งมเี สน้ ตาย : เชน่ เรามกั จะไดย้ นิ คนพดู ความฝันของ
ตนเองบอ่ ยๆ ว่าอยากเป็ นนน้ั เป็ นนี่ หรอื อยากทาโนน่ ทาน่ี แตพ่ อเวลาผา่ นไป กไ็ มม่ อี ะไรเกดิ ขนึ้ แต่
หากคนเดยี วกนั นนั้ กาหนดเร่อื งเดยี วกนั เป็ นเป้ าหมาย เขาก็อาจจะประสบความสาเร็จ หรือ อยา่ ง
นอ้ ยก็มีความคืบหนา้ ในเร่ืองนนั้ ไปแลว้
•ความฝันไม่ตอ้ งลงทนุ ลงแรง แต่เป้ าหมายหากอยากได้ ตอ้ งลงมือทา : เชน่ ความฝันนนั้ เป็ น
ของฟรี แตก่ ็ไดแ้ ตม่ ีความสขุ แตใ่ นฝันเทา่ นนั้ หากเราตอ้ งการเร่อื งนใ้ี หเ้ ป็ นเรื่องจรงิ ก็ตอ้ งลงมอื ทา
เชน่ กว่าจะสอบเขา้ เรียนหมอได้ ก็ตอ้ งอา่ นหนงั สอื กว่าจะไดเ้ ป็ นหมอ ก็ตอ้ งเรียนกนั อีกหลายปี ซึ่ง
เสน้ ทางของอาชีพนี้ หรอื อาชีพอนื่ ๆ ก็ตอ้ งเสียสละแรงกาย แรงใจ ท่มุ เททงั้ เวลา และอาจจะรวมถึง
เรอ่ื งเงนิ ดว้ ยก็ได้
อา้ งอิง นพดล เจรญิ ทรพยย์ านัน(2561).เปา้ หมายในชีวติ .
สืบคน้ เมื่อ 20 กันยายน 2564.จากhttps://thepractical.com.
363
เป้ าหมายที่ดีเป็ นอยา่ งไร?
SMART Goal
• Specific เป้ าหมายนนั้ ตอ้ งเจาะจง บ่งบอกถึงรายละเอียดการกระทาทีจ่ ะเกดิ ขนึ้
• Measurable ตอ้ งวดั ผลไดช้ ดั เจน เพอ่ื บอกใหเ้ รารไู้ ดว้ ่าสิง่ ทเ่ี ราทานนั้ ใกลเ้ คยี งกบั หนว่ ยวัดผล
ที่เราตง้ั ไวไ้ หม
• Attainable มนั ตอ้ งทาไดจ้ รงิ ไมใ่ ชก้ ารตง้ั เป้ าทีเ่ วอรเ์ กนิ ไปเป้ าท่ีดเี ราจะมกี าลงั ใจเพ่อื ใหส้ าเร็จ
ไดใ้ นท่ีสดุ
• Relevant เป้ าหมายตอ้ งเกย่ี วขอ้ งกบั ชวี ิตของเรา สมเหตสุ มผล สอดคลอ้ งกบั พฤตกิ รรมใน
อดตี ทผ่ี า่ นมาของเราดว้ ย
• Time Bound มีกรอบเวลากาหนดทช่ี ดั เจน วา่ เป้ าหมายของเราจะบรรลผุ ลใหไ้ ดภ้ ายในวันและ
เวลาไหน
.
อา้ งองิ SMART Goal (2561).สบื คน้ เมอื่ 20 กนั ยายน 2564.
จากhttps://thepractical.com.
364
๕ เทคนิคสาหรบั การตง้ั เป้ าหมายเพ่ือเปลยี่ นตวั เองเป็ นคนใหม่ในปี 2020
๑. แนว่ แนไ่ วว้ ่า สิง่ ที่เราทานนั้ เราตอ้ งการอะไร
เมื่อตั้งเป้ าหมายชีวิตแลว้ เราตอ้ งตัดสินใจอย่างแน่วแน่และจริงจังกับมัน บางคนอยากเป็ นนัก
โปรแกรมเมอร์ บางคนอยากมีเงนิ ทองเยอะๆจากการทาธรุ กิจ ใหค้ ิดไวว้ ่า ส่ิงท่ีเราจะทานน้ั คือสิ่งท่ี
เราตอ้ งการจริง ๆ ไม่ใชท่ าเพราะเห็นคนอื่นทาเลยทาตาม พอทาไมส่ าเร็จคณุ ก็ทอ้ และหยดุ ทาเพราะ
นนั่ มนั ไมใ่ ชส่ ่ิงท่ีคณุ ตอ้ งการจากใจจริง เป็ นเพยี งแค่กระแสชวั่ คราวเทา่ นนั้
๒. กาหนดเป้ าหมาย
เมื่อรวู้ า่ เป้ าหมายในชวี ติ หรอื สงิ่ ทเี่ ราตอ้ งการทาคอื อะไรแลว้ ลาดบั ถัดมาก็คือ การกาหนดเป้ าหมาย
เพราะการท่ีจะประสบความสาเร็จได้ ส่วนหน่ึงก็มาจากการกาหนดเป้ าหมายที่ชดั เจน กาหนดไปเลย
ว่าจะสาเร็จตรงตามเป้ าหมายในวัน เดือน หรือปี ใด แตต่ อ้ งสอดคลอ้ งกบั ความเป็ นจรงิ ทส่ี ามารถทา
ใหส้ าเร็จไดด้ ว้ ย สดุ ทา้ ยแลว้ ถา้ ตงั้ เป้ าหมายชีวิตไวแ้ ต่ไม่ยอมลงมือทาสักที เป้ าหมายที่ต้งั ไวก้ ็เป็ น
เพยี งความฝันลม ๆ แลง้ ๆ ไมม่ วี นั เกดิ ขน้ึ จรงิ ดงั นนั้ จงึ ตอ้ งลงมอื ทาอยา่ งจริงจงั ดว้ ย
๓. วางแผน
การวางแผนอาจทาควบค่ไู ปกบั การกาหนดเป้ าหมายในชีวิตเลยก็ได้ โดยอาจจะใหก้ าหนดออกมาว่า
วันนเ้ี ราตอ้ งทาอะไร เดือนหนา้ เราตอ้ งทาอะไรต่อ ใหเ้ ขยี นเป้ าหมายไวเ้ ป็ นขอ้ ย่อย อาจดเู หมือนเป็ น
เร่ืองยิบย่อย แต่เป้ าหมายย่อย ๆ เล็ก ๆ เหล่าน้ี ลว้ นแลว้ แต่ส่งต่อใหไ้ ปถึงเป้ าหมายใหญ่ทั้งนั้น
เหมือนกระจายงานทาทีละเล็กละนอ้ ย พอรวมกันเข้าก็จะกลายเป็ นเป้ าหมายใหญ่ ท้ังนี้ท้ังน้ันการ
วางแผนจะตอ้ งสอดคลอ้ งกบั การกาหนดเป้ าหมายในการทาใหส้ าเร็จตามทีว่ างไวด้ ว้ ย
๔. ลงมอื ปฏิบตั ิ
เม่ือกาหนดเป้ าหมายและวางแผนเรียบรอ้ ยแลว้ ก็เริ่มลงมือปฏิบัติไดเ้ ลย จงมงุ่ มนั่ ตงั้ ใจ ท่มุ เททาให้
เต็มที่ หมนั่ ทบทวนเป้ าหมายในชีวิตของคณุ อย่สู มา่ เสมอ อย่าไปกลวั กบั อปุ สรรคที่จะเกิดข้นึ เพราะ
อปุ สรรคเป็ นบททดสอบท่เี ปรียบเหมือนบันไดใหเ้ รากา้ วขา้ มไปส่คู วามสาเร็จ หากคดิ และแกไ้ ขปัญหา
ได้ ความสาเร็จอยไู่ มไ่ กลเกนิ เอื้อมอย่างแนน่ อน
๕. สรา้ งความสาเร็จต่อเน่ือง
เม่ือเราไดเ้ ร่ิมทาสิ่งตา่ ง ๆ จนสาเร็จตามเป้ าหมายแลว้ ก็อย่าลืมรักษามาตรฐานนเี้ อาไวใ้ หค้ งที่ อย่า
มวั แต่หลงอย่กู บั ความสาเร็จที่ไดม้ า เพราะไม่รวู้ ่าความสาเร็จท่ีไดม้ านน้ั จะอย่กู ับเราไปตลอดหรือไม่
ควรเรยี นรสู้ ิ่งใหม่ ๆ อย่เู สมอ เพ่อื การพฒั นาตวั เองใหป้ ระสบความสาเร็จในทกุ ๆ ดา้ น
ดังนน้ั แลว้ ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของเรา หากเรามงุ่ มนั่ ตง้ั ใจ มีเป้ าหมายในชีวิตท่ีแน่นอน
ไมย่ อ่ ทอ้ ตอ่ อปุ สรรคท่เี ขา้ มาระหวา่ งทาง เชื่อไดเ้ ลยวา่ ความสาเร็จอยไู่ ม่ไกลเกินเออ้ื มแนน่ อน และเม่อื
คณุ รจู้ กั การตง้ั เป้ าหมายและบรรลจุ ดุ ประสงค์
365
ใบงาน
เร่อื ง การตงั้ เป้ าหมายในชีวิต
ช่อื – นามสกลุ ..............................................................................................ชน้ั ....................เลขที่.................................................
คาชี้แจง: ใหน้ กั เรียนตอบคาถามลงในชอ่ งว่าง
เป้ าหมาย/ระยะเวลา 1ปี 5ปี
๑. ทางการศึกษา
๒. ทางเศรษฐกจิ (การเงนิ )
๓. ทางครอบครวั
๔. การพฒั นาตนเอง
(บคุ ลิกภาพ, อารมณ,์ สงั คม)
366
แผนการจัดการจดั กิจกรรมแนะแนวท่ี ๙
รายวิชา กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมพัฒนานักเรียน
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 เพราะนี้ คือชวี ติ ของฉัน ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๕
เรอ่ื ง การสำรวจและพฒั นาตนเอง เวลา ๑ ช่วั โมง
............................................................................................................................. .............................................
๑. สาระสำคัญ
การสำรวจตนเอง หมายถึง การรับรู้สภาพการดำรงชีวิต ที่เป็นอยูใ่ นปัจจุบัน ว่าอยู่ในสภาวะที่กำลังเผชิญ
ปัญหาอยู่หรือไม่ เช่น มีความลำบากกาย ลำบากใจ มีความสับสนวุ่นวายใจ หรือภาวะเครียด การพิจารณา
สภาพปัญหา หรือความต้องการของตน มีประโยชน์ต่อการกำหนดลักษณะปญั หา หรือพฤติกรรมเปา้ หมายใน
การพัฒนาตนตอ่ ไป
การรบั ร้สู ภาวะแห่งตนในด้านต่างๆ มคี วามสำคญั ในการดำรงชวี ิตในสังคมรว่ มกบั ผูอ้ ืน่ การแสดงพฤติกรรม
อย่างมีวิจารณญาณอย่างสมเหตุสมผล การมองตนทั้งด้านดีหรือไม่ดี การทำผลการทดสอบ จะทำให้เรารู้จัก
ตนเองมากขึ้น รู้ว่าตัวเองเป็นคนอยา่ งไร ทำให้เราสามารถปรับตวั เข้ากับคนรอบข้างได้ใช้ชีวิตได้อย่างรูต้ นเอง
และสามารถนำไปพฒั นาในการดำรงชวี ิตอย่างมปี ระสิทธิภาพ
๒. จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
๑. นกั เรียนสามารถบอกไดว้ ่าตนเองเปน็ อย่างไร
๒. นักเรียนบอกได้ทั้งดา้ นดีและไม่ดีของตนเอง
๓. นักเรยี นรู้จักตนเองและสามารถนำไปพัฒนาตนเองให้ดีขน้ั
๓. กจิ กรรมการเรียนรู้
๑ ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรียน (๑๐ นาที)
๑.๑ ครทู ักทายและตั้งคำถามเพือ่ ใหน้ ักเรยี นอภิปรายแลกเปลีย่ นความคิดเห็นเกี่ยวกับการรู้จกั ตนเอง
๑.๒ ยกตัวอย่างคำถาม - นักเรียนคดิ วา่ การรจู้ ักตนเองสำคัญหรอื ไม่
- เปา้ หมายความตอ้ งการของนักเรยี นคืออะไรในชวี ิต
๑.๓ ครเุ ปดิ วิดที ศั นเ์ รอื่ ง ทำไมเราต้องรจู้ ักตนเอง(๓.๔๐ นาที)
๒ ขนั้ ดำเนนิ การสอน(๓๕ นาที)
๒.๑ ครแู บง่ กลมุ่ นักเรยี น กลุ่มละ ๔-๕ คน โดยใหน้ ักเรียนในกลุ่มระดมสมองแลกเปลยี่ นในประเดน็
“ตวั ฉันเปน็ อย่างไร ฉนั ควรพัฒนาอะไร”
๒.๒ ครสู ุ่มตวั อยา่ งจากนักเรยี น ๓-๔ คน ออกมานำเสนอถึงลักษณะของตนเองให้เพ่อื นๆฟงั หนา้ ช้ัน
เรียน
๒.๓ ครูแจกใบความรูเ้ รื่อง การสำรวจและพฒั นาตนเอง เพื่อเปน็ เอกสารประกอบการเรยี นรู้
367
๒.๔ ครูแจกใบงานเร่อื ง การสำรวจตนเอง
๓. ขนั้ สรุปบทเรียน (๑๕ นาที)
๓.๑ ครูและนกั เรียนรวมกันสรุปว่า “การสำรวจตนเอง” การมองตนเองท้ังดา้ นดแี ละไม่ดนี ั้น จะทำให้
เราร้จู ักตนเองมากขึ้น ทำให้เราสามารถปรบั ตวั เขา้ กบั คนรอบขา้ งได้ และสามารถใชช้ ีวิตได้อย่าง
เหมาะสม
๔. สือ่ และแหล่งเรียนรู้
๔.๑ วดิ ีทัศน์เร่ือง ทำไมเราต้องรู้จกั ตนเอง https://www.youtube.com/watch?v (๓.๔๐ นาที)
๔.๒ ใบความรู้เรอ่ื ง การสำรวจและพฒั นาตนเอง
๔.๓ ใบงานเร่อื ง ฉนั ตอ้ งการอะไร
๕. การวัดและประเมนิ ผล
๑. วิธกี ารวัดและประเมนิ
๑.๑ การตรวจใบงาน
๑.๒ สังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้รายบุคคล
๒. เคร่ืองมอื
๒.๑ การเขา้ รว่ มชน้ั เรียน
๒.๒ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรรู้ ายบคุ คล
๒.๓ ความรับผิดชอบตอ่ งานท่ีไดร้ บั มอบหมาย
เลขที่ แบบสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นรายบคุ คลในก
ตรง ่ตอเวลา
แ ่ตงกายสะอาดคำช้ีแจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด
ีมสมเารีธิใยนบ ้รกาอรยเรียน
จดจ่อ ใส่ใจ ไ ่มช่ือ – สกลุ
ีมการวแอกสแดงวคกวาม
ตคิอดบเคห็ำนถากมล้ไาด้พุตดรง๓๓ ๓ ๓ ๓
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
การเรยี นรายวชิ าแนะแนว ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 368
ด ✓ลงในช่องวา่ งท่ตี รงกับระดับคะแนน ผลการประเมิน
กปล้ราะเถด็านม
ความสามารถใน
การ ิรกเา ิ่รรม ่ืสแอลสะาลรง ืมอ
ทำงานตาม ่ีท ิคด
ีมความ ้ัตงใจใน
กทสาำรางมมทาอาำเนรงบเวาถหสลนหร็าม ุยท่ีจาไดยตด้าั้ยรังมบ
พฤติกรรมไ ้ดใน
กาลรเวทมศคะะ ี่ทแสนมนควร
๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๓๐ ผา่ น ไม่ผ่าน
ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน............../.................../................
369
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ ๓ คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ ๒ คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครัง้ ให้ ๑ คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
๒๑-๓๐ ดี
๑๐-๒๐ พอใช้
ต่ำกวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง
๖. บนั ทึกหลังการสอน
๖.๑ ผลการสอน
............................................................................................................................. .....................................
.................................................................................. .................................................................................
๖.๒ ปัญหาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .....................................
............................................................................................................................. .......................................
๖.๓ ข้อเสนอแนะ / แนวทางการแก้ปัญหา
............................................................................................................................. .....................................
.................................................................................. ..................................................................................
ลงช่ือ.นจั มีย์ หมดุ บิลและ ผสู้ อน
( นางสาว นัจมยี ์ หมดุ บิลและ )
370
371
372
373
ใบงาน
เร่ือง การสารวจและพฒั นาตนเอง
ช่ือ – นามสกลุ ...........................................................................................ชน้ั ....................เลขที่........................
คาช้ีแจง: ใหน้ กั เรยี นศึกษาใบความรเู้ รอื่ ง การสารวจและพฒั นาตนเองและตอบคาถามตอ่ ไปนี้
๑.ฉันเป็ นอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………
……………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………
๒. อธิบายจดุ แข็งจดุ อ่อนของตนเองและสามารถพฒั นาจดุ อ่อนของตนเองไดอ้ ย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………
……………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………
๓. การสารวจตนเองทาไดโ้ ดย
…………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………………………….
๔.เคล็ดลบั การพฒั นาตนเองของนกั เรียน
…………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………
……………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………
374
แผนการจัดการจดั กิจกรรมแนะแนวที่ ๑๐
รายวิชา กิจกรรมแนะแนว กจิ กรรมพัฒนานกั เรยี น
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 เพราะน้ี คือชีวติ ของฉนั ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๕
เร่ือง การรบั มือกับความเครียด เวลา ๑ ชวั่ โมง
...........................................................................................................................................................................
๑. สาระสำคญั
ความเครยี ด (Stress) เป็นภาวะทางจิตใจท่รี ่างกายตอบสนองต่อความทุกข์ และความกดดัน
ในรูปแบบของอารมณ์โกรธ สับสนและเสียใจเมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์หรือสิ่งแวดล้อมที่ไม่พึง
ประสงค์รวมถึงสถานการณ์ใหม่ๆ ความเครียดที่เกิดขึ้นสามารถพัฒนาความรุนแรงจนกลายเป็น
ปัญหาและสามารถส่งผลเสยี ต่อสขุ ภาพในระยะยาว ทัง้ ดา้ นรา่ งกาย ดา้ นจติ ใจ รวมถึงดา้ นพฤติกรรม
๒. จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
๑.๑ นักเรียนสามารถบอกความสำคญั ของการรบั มือกบั ความเครียดได้
๑.๒ นักเรียนสามารถมวี ิธีรบั มอื กับความเครยี ดเม่ืออยใู่ นสถานการณ์ทไ่ี ม่พึงประสงค์
๑.๓ นักเรียนสามารถนำวิธรี บั มอื กบั ความเครียดไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม
๓. กิจกรรมการเรยี นรู้
๑.ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น (๑๐ นาที)
๑.๑ ครทู กั ทายนักเรียนและชวนนกั เรียนพดู คยุ ถงึ เรอื่ ง ความเครยี ด
ครูได้ตั้งคำถามโดยมีประเดน็ ดังนี้
- นกั เรียนคิดว่า ความเครยี ดในความหมายของนกั เรยี นเปน็ อย่างไร
- นักเรยี นคดิ ว่า เราสามารถเจอความความเครยี ด ในสถานการณใ์ ดไดบ้ า้ ง
- เม่อื นกั เรยี นเจอความเครียดนักเรียนมวี ธิ จี ดั การอยา่ งไรบา้ ง
๒ ขัน้ ดำเนินการสอน (๔๐ นาที)
๒.๑ ครูชวนนกั เรียน ทำกิจกรรม การนั่งสมาธิ การทำให้จติ ใจสงบ นิ่งอยู่กับตนเอง โดยครูเปิดดนตรี
บำบัด เพอื่ ให้รู้สึกผ่อนคลาน
๒.๒ ครใู ห้นักเรยี นศึกษาใบความรู้ เรือ่ ง รับมือกบั ความเครียด
๒.๓ ครูแจกใบงาน เรอ่ื ง รบั มอื กับความเครยี ดดว้ ยตัวฉัน
๒.๔ ครูสมุ่ นกั เรียน ๒-๓ คนนำเสนอหนา้ ชน้ั เรียนพร้อมแลกเปลย่ี นความคดิ เห็น
375
๓. ขัน้ สรุป (๑๐ นาท)ี
๓.๑ ครแู ละนักเรียนช่วยกันสรปุ บทเรียนและการนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันอยา่ งเหมาะสม
๔. สื่อ / อุปกรณ์
๑. ใบความรู้ เรอ่ื ง รบั มือกับความเครยี ด
๒. ใบงาน เรอ่ื ง รับมือกบั ความเครยี ดด้วยตัวฉัน
๕. การวดั และการประเมนิ ผล
๑. การประเมนิ
๑.๑ การตรวจใบงาน
๑.๒ สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นร้รู ายบคุ คล
๒. เครอ่ื งมือ
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้รายบุคคล
แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนรายบคุ คลในก
คำช้แี จง : ให้ ผูส้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด
ชอื่ – สกลุ
๓๓ ๓ ๓ ๓
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
เลข ีท่
ตรงต่อเวลา
แ ่ตงกายสะอาด
ีมสมเารีธิใยนบ ้รกาอรยเรียน
จดจ่อ ใส่ใจ ไ ่ม
ีมการวอแกสแดงวคกวาม
คิดเ ็หน ก ้ลาพุด ก ้ลา
ตอบคำถถาามมได้ตรง
376
การเรยี นรายวิชาแนะแนว ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๕
✓ลงในชอ่ งวา่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
ประเด็น ผลการประเมนิ
ความสามารถในการ
สื่อสาร
การ ิรเ ่ิรมและลง ืมอ
ีมคทำวงาามนตั้งตใาจมใที่น ิคกดาร
ทำงานที่ได้รับ
ทำงามนเอสบร็หจมตาายมเวลา
สามารถห ุยด ั้ยง
พฤติกรรมได้ใน
กาลเทศะ ี่ทสมควร
รวมคะแนน
๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ผา่ น ไม่ผา่ น
ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมิน….........../…................/…...........
377
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ ๓ คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ ๒ คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั ให้ ๑ คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๒๑-๓๐ ดี
๑๐-๒๐ พอใช้
ตำ่ กวา่ ๑๐ ปรบั ปรุง
๖. บนั ทกึ หลังการสอน
๖.๑ ผลการสอน
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
๖.๒ ปัญหาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
๖.๓ ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางการแก้ปัญหา
......................................................................................................................................... .....................................
............................................................................................. .................................................................................
ลงช่ือ นจั มยี ์ หมดุ บลิ และ ผู้สอน
( นางสาว นัจมีย์ หมุดบิลและ )
378
379
380
381
ใบงาน
เร่อื ง รบั มือกบั ความเครยี ดดว้ ยตวั ฉนั
ชอ่ื – นามสกลุ ......................................................................................ชนั้ ....................เลขท่ี........................
คาช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนบอกวิธกี ารรบั มอื กบั ความเครียดในสถานการณท์ ก่ี าหนดให้
๑. อ่านหนงั สือสอบไมท่ นั
วธิ ีการรับมือกบั ความเครียด
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
๒. สอบตก
วิธีการรบั มือกบั ความเครียด
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
๓. การสญู เสียคนรกั
วิธีการรบั มอื กบั ความเครียด
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
382
แผนการจดั กิจกรรมแนะแนวที่ ๑๑
รายวิชา กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมพฒั นานกั เรียน
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เพราะนี้ คือชวี ิตของฉัน ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๕
เร่อื ง ฟังเพอื่ น เวลา 1 ชวั่ โมง
................................................................................................................................................................
14.สาระสำคัญ
การฟัง คือ การรับรคู้ วามหมายจากเสียงที่ได้ยิน เปน็ การรับรู้สารทางหู ท้ังที่ฟังจากบุคคล
โดยตรง และฟังจากจากส่ืออิเลค็ ทรอนคิ ส์ต่าง ๆเพราะข่าวสาร ความรแู้ ละศลิ ปะวทิ ยาการต่าง ๆที่มนุษย์
ถา่ ยทอดกันต้ังแตส่ มยั โบราณจนถงึ ปจั จบุ นั ยงั ใช้วธิ กี ารพดู อธบิ ายให้ฟงั แม้จะมหี นงั สือบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์
อักษรแลว้ ก็ตาม
การรจู้ กั ฟังเพ่ือนอยา่ งตง้ั ใจ โดยฟังและคดิ ตามไปดว้ ยวา่ เพ่ือนร้สู กึ อย่างไรและต้องการให้เรารู้
อะไรและควรทำอะไรตอ่ ไป เป็นการฝึกสร้างมนุษยสัมพนั ธ์ท่ดี ีได้อีกวธิ ีหนึง่ ซ่ึงจะทำให้เกิดทกั ษะการอยู่
ร่วมกนั ด้วย
15.จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
2.1 นกั เรียนสามารถอธิบายความสำคญั ของการฟัง
2.2 นักเรยี นมที กั ษะการฟงั
2.3 นักเรยี นสมมารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั
๓. กระบวนการจดั การเรียนรู้
3.1 ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรยี น (๑๐ นาที)
3.1.1ครูแบ่งนกั เรยี นออกเป็น 6 กลุ่ม ใหแ้ ตล่ ะคนตอบคำถาม(คำถาม ฉันชอบดอกไม้อะไร เพราะเหตุใด)
3.2 ขน้ั ดำเนินการสอน (40 นาท)ี
3.2.1.ใหท้ กุ คนบันทกึ คำพดู ของเพื่อนตามท่ีได้ยินและเพ่ิมเตมิ ลงในช่องความคิดส่วนตัววา่ เพื่อน
ต้องการส่อื ความหมายอะไรเพม่ิ เติม
3.2.2.เมอ่ื ทกุ คนในกลุ่มพดู จบแลว้ ให้แตล่ ะคนอา่ นท่ตี นบันทกึ ไว้เฉพาะในส่วนของชอ่ งความคิด
ส่วนตวั วา่ เพอื่ นตอ้ งการสอ่ื ความหมายอะไรเพิ่มเตมิ แล้วอภิปรายวา่ ท่ีเพ่ือนคิดนน้ั ตรงกับใจทีแ่ ต่ละคนต้องการ
พูดจริง ๆ หรือไม่
3.2.3. ในรอบสองให้ตอบคำถามวา่ ฉนั ชอบสัตว์อะไร เพราะเหตใุ ด ให้ทกุ นบนั ทกึ คำพดู ของเพือ่ น
ตามทไี่ ด้ยนิ และเพมิ่ เติมลงในช่องความคิดส่วนตวั ว่าเพอื่ นต้องการสื่อความหมายอะไรเพ่ิมเติม
383
3.2.4. เมอื่ ทกุ คนในกลุ่มพดู จบแล้ว ให้แตล่ ะคนอ่านท่ีตนบนั ทึกไว้เฉพาะในส่วนของชอ่ งความคิด
สว่ นตวั วา่ เพอื่ นตอ้ งการสอ่ื ความหมายอะไรเพิ่มเตมิ แลว้ อภปิ รายวา่ ทีเ่ พ่อื นคดิ นัน้ ตรงกับใจทแี่ ตล่ ะคนต้องการ
พูดจริง ๆ หรอื ไม่
3.2.5. การฝกึ ทงั้ สองครัง้ จะช่วยใหน้ กั เรยี นเข้าใจเพื่อนได้ดขี นึ้ ไมน่ ึกคิดเอาเองเพราะ อาจเกิดการ
แปลความหมายในทางทผ่ี ิดได้ ถา้ รจู้ ักตง้ั คำถามยอ้ นกลับท่ีเธอพดู เชน่ นีเ้ พราะคดิ เช่นนี้และตอ้ งการให้ฉนั ทำ
เช่นนี้ใช่หรอื ไม่ จะช่วยทำให้เขา้ ใจได้ตรงกันมากขน้ึ ไม่ทำให้เกิดการเขา้ ใจผิด
3.3 ขัน้ สรุปบทเรียน (10นาที)
3.3.1. ใหน้ กั เรียนสรุปประโยชน์ทีไ่ ดร้ บั จากการตัง้ ใจฟังเพ่อื นและร้จู ักตั้งคำถามย้อนกลับ
3.3.2. ใหน้ กั เรยี นสรปุ ประโยชนท์ ี่ได้รับจากการฝึกปฏิบัติในการฟังและการแสดงความคิด
4. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
ใบกจิ กรรม เรอ่ื ง “บนั ทกึ การฟงั ”
5.การวัดและการประเมินผล
5.9การประเมิน
5.9.1 สังเกตความสนใจในการทำกิจกรรม และรว่ มกันอภิปรายแสดงความคดิ เห็น
5.1.2 ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน และความเรียบร้อยของงาน
5.2 เคร่ืองมอื
5.2.7 แบบสังเกตการปฏิบัติกจิ กรรม
5.2.2 ตรวจใบกิจกรรม
แบบสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนรายบคุ คลในก เลขท่ี
คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นแ
ตรงต่อเวลา
ช่อื – สกลุ แตง่ กายสะอาดเรยี บร้อย
มีสมาธิในการเรียน จดจอ่
333 3 3
1 ใสใ่ จ ไม่วอกแวก
2 มีการแสดงความคิดเหน็
3
4 กล้าพดุ กล้าถาม
5 ตอบคำถามได้ตรงประเดน็
6
7
8
384
การเรยี นรายวชิ าแนะแนว ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
และนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ งว่างทตี่ รงกับระดับคะแนน
ความสามารถในการสื่อสาร ผลการประเมนิ
การ ิรเ ิ่รมและลง ืมอทำงาน
ตาม ีท่ ิคด
ีมความต้ังใจในการทำงาน ีท่
ไ ้ด ัรบมอบหมาย
ทำงานเสร็จตามเวลา
สามารถหยุดยั้งพฤ ิตกรรมไ ้ด
ในกาลเทศะ ่ีทสมควร
รวมคะแนน
33 3 33 30 ผ่าน ไมผ่ า่ น
ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมนิ ............../.................../................
385
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ังให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
21 - 30 ดี
10 - 20 พอใช้
ตำ่ กว่า 10 ปรบั ปรงุ
6.บนั ทึกหลังการสอน
๖.๑ ผลการสอน
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
๖.๒ ปญั หาและอุปสรรค
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๖.๓ ข้อเสนอแนะ / แนวทางการแก้ปญั หา
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ลงช่ือ อาฟีฟา ผูส้ อน
( นางสาวอาฟีฟา เจ๊ะแม )
386
ใบกจิ กรรม
เรือ่ ง บันทกึ การฟัง
ช่อื -สกุล...........................................................................................ช้นั ......................เลขที่.............
ครง้ั ท่ี 1 ใหต้ อบคำถามว่า แต่ละคนชอบดอกไม้อะไร ให้บนั ทึกคำพดู ของเพ่ือนตามท่ีไดย้ ิน
และเพิ่มเติมในช่องความคดิ ส่วนตัววา่ เพอื่ นตอ้ งการส่ือความหมายอะไรเพิ่มเตมิ ลงในตาราง
ชอ่ื เพือ่ น คำพูดของเพื่อน ความคิดสว่ นตวั ว่าเพื่อนต้องการส่อื ความหมายอะไร
เพ่ิมเตมิ
387
สรปุ ประโยชน์ทไี่ ดร้ บั จาการต้ังใจฟงั เพ่ือนและรจู้ ักตั้งคำถามย้อนกลบั ว่าท่เี ธอพูดเช่นน้เี พราะคิดเชน่ นี้และ
ตอ้ งการใหฉ้ ันทำเชน่ น้ี ใชห่ รือไม่
.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................... ...................
................................................................................................................ ..............................................................
.............................................................................................................
สรปุ สาระสำคัญทีจ่ ะเปน็ ประโยชนต์ ่อตนเอง
......................................................................................................................................................................... .....
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................... ...............
...............................................................................
388
แผนการจัดกิจกรรมแนะแนวท่ี ๑๒
รายวิชา กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมพัฒนานกั เรียน
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 เพราะน้ี คือชวี ติ ของฉัน ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๕
เรื่อง ฉนั เปน็ คนเชน่ ไร เวลา 1 ชว่ั โมง
...................................................................................................................................................................
๑. สาระสำคัญ
บคุ ลิกภาพ หรือ personality หมายถงึ ลกั ษณะทางกายและกิรยิ าท่ีบุคคลคนนน้ั แสดงออกมา
ทั้ง พฤติกรรม การแสดงออก รูปร่าง การแตง่ กาย เปน็ ตน้ โดยแต่ละบุคคลล้วนมกี ารแสดงออกท่แี ตกต่าง
ออกไป ตามพฤตกิ รรมทเี่ คยชิน ตามสง่ิ แวดล้อมทพี่ บเจอมา สะสมกลายเปน็ ลักษณะเฉพาะในการ
แสดงออก ซง่ึ นอกจากลักษณะปจั จัยภายนอกแล้วบุคลิกภาพยงั รวมถึงลักษณะความคดิ ภายใน ทาง
ความรู้สกึ นกึ คดิ จิตใจ และ การแสดงออกทางอารมณ์
การทีบ่ คุ คลจะวางแผนอนาคตได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกบั ตนเองได้น้ัน ส่งิ หน่งึ ท่เี ป็นปัจจัย
สำคัญ กค็ ือ บุคคลต้องรจู้ ักบุคลกิ ภาพของตนเองด้วย
๒. จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
2.1. นักเรยี นเหน็ ความสำคญั ของการร้จู กั ตนเอง
2.2. นักเรียนค้นหาบุคลิกภาพของตนเองได้
๓. กระบวนการจดั การเรียนรู้
3.1 ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรยี น (๑๐ นาที)
3.1.1. ครแู จ้งจดุ ประสงค์การรู้จัก และเขา้ ใจตนเองและทำกิจกรรมเร่ือง “แบบสำรวจบุคลกิ ภาพ”
3.2 ขนั้ ดำเนินการสอน (40 นาที)
3.2.1. ศึกษาวิธกี ารคดิ คะแนนแบบสำรวจบุคลกิ ภาพ
3.2.2. นกั เรยี นรายงานผลสำรวจของตนเองให้เพื่อนในชั้นฟงั
3.2.3. นกั เรยี นช่วยกนั คดิ วา่ บคุ ลิกภาพแบบต่าง ๆ เหมาะสมกบั อาชพี ใดบา้ ง
3.3 ขัน้ สรุปบทเรียน (10นาท)ี
3.3.1. นักเรยี นร่วมกันอภิปรายแสดงความคดิ เห็นถงึ ข้อคิดท่ีได้รบั จากกิจกรรมนี้
3.3.2. นกั เรยี นสอบถามเพม่ิ เตมิ หรือขอทำแบบทดสอบฉบบั อนื่ ๆ ครูสรปุ กิจกรรม
๔. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
ใบกจิ กรรม เรื่อง “แบบสำรวจบคุ ลกิ ภาพ”
๕. การวดั และการประเมินผล
5.10 การประเมนิ
5.10.1 สังเกตความสนใจในการทำกิจกรรม และรว่ มกันอภปิ รายแสดงความคดิ เห็น
5.1.2 ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ครบถว้ น และความเรยี บร้อยของงาน
5.11 เครือ่ งมอื
5.11.1 แบบสงั เกตการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
5.2.2 ตรวจใบกิจกรรม
ช่อื – สกลุ
1
2
3
4
5
6
7
8
เลขท่ี
333 3 3 แบบสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนรายบคุ คลในก
ตรงตอ่ เวลา คำช้แี จง : ให้ ผ้สู อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นแ
แต่งกายสะอาดเรยี บรอ้ ย
มีสมาธใิ นการเรียน จดจอ่
ใสใ่ จ ไมว่ อกแวก
มีการแสดงความคิดเหน็
กล้าพุด กล้าถาม
ตอบคำถามไดต้ รงประเดน็
389
การเรียนรายวชิ าแนะแนว ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
และนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องวา่ งท่ีตรงกบั ระดบั คะแนน
ความสามารถในการ ืส่อสาร ผลการประเมนิ
การ ิรเ ิ่รมและลง ืมอทำงาน
ตาม ่ีท ิคด
ีมความต้ังใจในการทำงาน ีท่
ไ ้ด ัรบมอบหมาย
ทำงานเสร็จตามเวลา
สามารถหยุด ้ัยงพฤ ิตกรรมไ ้ด
ในกาลเทศะท่ีสมควร
รวมคะแนน
33 3 33 30 ผ่าน ไม่ผา่ น
ลงชือ่ ...................................................ผูป้ ระเมิน ............../.................../................
390
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
21 - 30 ดี
10 - 20 พอใช้
ตำ่ กวา่ 10 ปรบั ปรุง
6. บนั ทึกหลงั การสอน
๖.๑ ผลการสอน
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๖.๒ ปญั หาและอุปสรรค
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๖.๓ ข้อเสนอแนะ / แนวทางการแก้ปญั หา
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ลงช่ือ อาฟีฟา ผสู้ อน
( นางสาวอาฟฟี า เจ๊ะแม )
391
ใบกจิ กรรม
เร่ือง แบบสำรวจบคุ ลกิ ภาพ
ชอื่ -สกุล................................................................................ชนั้ ..................เลขที.่ ................
คำช้แี จง 1. นกั เรียนพจิ ารณาตนเองตามสภาพที่เปน็ จริง จรงิ ใจต่อตนเองเพ่ือจะได้รู้ถงึ บุคลกิ ภาพท่ี
แท้จริงของตนเองซึ่งจะเปน็ ส่วนหนงึ่ ท่ใี ชป้ ระกอบการวางแผนอนาคตได้อย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม
2.นกั เรียนพจิ ารณาเลือกลักษณะตา่ ง ๆ ข้างลา่ งนี้ทีต่ รงกับลกั ษณะของตัวนกั เรยี นที่ปฏบิ ัติใน
ชีวติ ประจำวัน โดยใสเ่ ครอ่ื งหมายถูก ✓ หนา้ ข้อความทต่ี รงกับลกั ษณะของตัวนกั เรียน
1. ใฝฝ่ นั จะเป็นนักประพนั ธ์ให้ได้
2. พดู ถึงเรือ่ งชกั ชวนใครๆให้คล้อยตามแลว้ ถนดั นัก
3. ชว่ ยเก็บเอกสารระเบยี นต่างๆ
4. มศี ลิ ปะในการจัดตกแต่งหอ้ ง
5. กระตอื รือร้นในการดูแลทกุ ขส์ ขุ ของผูอ้ นื่
6. รกั งานทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์
7. เร่ืองการบรรยายให้เพื่อนฟงั ถึงหน้าที่ของเม็ดโลหติ ขาวทา่ นถนดั มาก
8. มคี วามสขุ อยกู่ บั การซ่อมทวี ี,วิทยุ
9. จดั ตารางการใช้เวลาในแต่ละวนั
10. มคี วามสขุ ทีไ่ ดส้ นทนากับเพอ่ื นๆมากหน้าหลายตา
11. มคี วามสขุ ท่ีไดน้ ่งั พดู คุยกับผ้อู นื่ เป็นเวลานานๆ
12. เปน็ คนชอบหาเหตุผล
13. มีทักษะในการบรรยายการเลน่ เกมทช่ี อบ
14. อยากแสดงละครในบทท่ีตนชอบ
15. ถา้ จะให้โฆษณาขายอะไรสว่ นมากจะสำเร็จ
16. วางแผนการใชเ้ วลาเปน็ ท่ที ี่ทำเป็นนสิ ัย
17. มคี วามสขุ ทไ่ี ดช้ ่วยเหลอื ผู้อื่น
18. นัง่ จัดของเลก็ ๆน้อยๆในบา้ นอยคู่ นเดยี วเป็นประจำ
392
19. ชอบคิดถึงวตั ถุเคร่ืองมือทีจ่ ะใชใ้ นการทำงาน
20. ยินดีเป็นสมาชกิ ชุมชนตา่ งๆ
21. มีความสขุ อยูก่ ับการตกแตง่ ฉากละคร
22. เสีย่ งทำอะไรแปลกๆตื่นเตน้ ไมเ่ ซง็ ดี
23. เกง่ ในการพดู ใหผ้ ู้อ่นื เช่อื ในเรอื่ งความสามารถของตน
24. ซอ่ มเคร่ืองยนต์ไฟฟ้าเป็นงานโปรดมาก
25. ชอบเรยี งอกั ษรปริศนาต่างๆให้ได้ใจความสมบรู ณ์
26. เรอื่ งวดั สดั สว่ นของหอ้ งละกถ็ นัดนัก
27. มีความสุขที่ไดน้ งั่ พมิ พด์ ีดอยู่คนเดียว
28. มีความสุขอยู่กับการคน้ ควา้ วิจยั
29. ใครจะ พูดอะไรไมเ่ ชื่อขอดเู องดีกว่า
30. ตนื่ เต้นทจ่ี ะได้พบคนแปลกหนา้
31. ไม่กล้าแต่งกายผิดแปลกจากผอู้ ่นื เมื่อไปงานเลย้ี ง
32. มีความสุขกับการเตรียมรายการเครื่องมือวัสดุตา่ งๆในการทำงานแตล่ ะครั้ง
33. สนใจการจดั บ้านตามรสนยิ มสมัยใหม่
34. อยากจะสะเกด็ ภาพที่ประทบั ใจเอาไว้เป็นทร่ี ะลึก
35. ชอบแกะเครื่องไฟฟ้าออกดูเป็นชนิ้ ๆ
36. สำรวจตรวจสอบทกุ อยา่ งดว้ ยตนเอง
37. รักผจญภัย
38. สงั คมเกง่
39. ชา่ งพูดช่างเจรจา
40. เป็นคนคิดอย่างมเี ป้าหมาย
41. เป็นตัวของตัวเอง
42. ชอบซักถามปัญหาทุกแง่ทุกมุม
43. ยันและกระตือรอื รน้ ในงาน
393
44. วเิ คราะหป์ ญั หาอย่างละเอียด
45. มคี วามคิดคงท่แี น่นอน
46. ชอบอยกู่ ับคนมากๆ
47. ชอบหาประสบการณ์แปลกใหม่
48. รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์
49. แตง่ ตัวไดไ้ มซ่ ำ้ แบบใคร
50. ทำเรอื่ งใหญเ่ ปน็ เร่ืองเล็กได้
51. เปน็ หว่ งความรู้สึกของคนอ่นื
52. ไม่ชอบคุยกับคนแปลกหนา้
53. ชอบงานชา่ ง
วธิ กี ารคิดคะแนน แบบสำรวจบุคลกิ ภาพ
ขัน้ ท่ี 1 จงดูแบบเฉลยแลว้ รวมคะแนนในแตล่ ะดา้ น รวม 6 ดา้ น ขอ้ ละ 1 คะแนน
ขั้นที่ 2 หาคา่ ร้อยละในแตล่ ะด้าน
ขนั้ ท่ี 3 จัดอันดับคา่ ร้อยละของบุคลิกภาพแต่ละดา้ นจากสงู สดุ ไปหาตำ่ สุด
ข้ันที่ 4 นำค่าร้อยละ 3 อันดับแรกมาวิเคราะห์พิจารณาบุคลิกภาพของนักเรียน
ว่าส่วนใหญ่นกั เรียนมีบคุ ลิกภาพอย่างไร (ดจู ากคำเฉลยประกอบ)
คำเฉลย
ท่านเปน็ บคุ คลท…ี่ ……………..
ย (ยึดมั่น)
3. ชอบจดั เกบ็ เอกสารระเบียนต่างๆ
9. จดั ตารางการใช้เวลาในแต่ละวัน
16. วางแผนการใช้เวลาเปน็ สิง่ ทท่ี ำเป็นนสิ ยั
18. นง่ั จัดของเลก็ ๆน้อยๆในบ้านอยู่คนเดียวเปน็ ประจำ
19. ชอบคิดถงึ วัสดเุ คร่ืองมือ ท่ีจะใชใ้ นการทำงาน
27. มีความสขุ ทไ่ี ด้นง่ั พมิ พด์ ีดอยู่คนเดยี ว