305
3.3 ขัน้ สรุปบทเรียน (10นาท)ี
ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปองคค์ วามรู้เกี่ยวกบั ประโยชน์ของการยอมรบั ความสามารถของตนเอง
และผู้อื่น รวมทั้งการชื่นชมตนเองและผู้อื่นว่าส่งผลดที ั้งต่อตนเองและผู้อื่นผ่านการนำโพส-อิท มาแปะท่ี
กระดานหนา้ ห้อง
4. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
๔.๑ ใบความรู้ “การยอมรับความสามารถผอู้ ่นื ”
๔.๒ ใบงาน “สัญลกั ษณป์ ระจำตัวฉัน”
4.3 ใบกิจกรรม “สิง่ ทีเ่ ธอบอก ฉนั ยนิ ดีรบั ไว้”
5. การวดั การประเมินผล
5.๑. การประเมนิ
5.๑.๑ การตรวจใบงานและใบกจิ กรรม
5.๑.๒ สังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้
5.๒. เคร่ืองมอื
5.๒.๑ การเขา้ รว่ มชนั้ เรยี น
5.2.2 ใบงานและใบกิจกรรม
5.๒.3 สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
5.๒.4 ความรบั ผดิ ชอบต่องานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นรายบุคคลในก
คำชแี้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเว
ชื่อ – สกุล
33 3 3 3
1
2
3
4
5
6
7
8
เลข ่ีท
ตรง ่ตอเวลา
แ ่ตงกายสะอาดเ ีรยบ ้รอย
ีมสมา ิธในการเ ีรยน จด ่จอ
ใส่ใจ ไ ่มวอกแวก
ีมการแสดงความคิดเ ็หน
กล้า ุพด กล้าถาม
ตอบคำถามไ ้ดตรง
ประเ ็ดน 306
ความสามารถในการ
การเรยี นรายวชิ าแนะแนว ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
่สือสาร
การ ิรเ ่ิรมและลง ืมอทำงานวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งวา่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
ตามท่ี ิคด ผลการประเมิน
ีมความ ั้ตงใจในการ
ทำงาน ีท่ไ ้ด ัรบมอบหมาย3 3 3 3 3 30 ผา่ น ไม่ผา่ น
ทำงานเสร็จตามเวลา
สามารถห ุยด ัย้งพฤ ิตกรรมลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ
ไ ้ดในกาลเทศะ ี่ทสมควร............../.................../................
รวมคะแนน
307
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครัง้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
21 - 30 ดี
10 - 20 พอใช้
ต่ำกว่า 10 ปรบั ปรุง
4. บนั ทึกหลังการสอน
๖.๑ ผลการสอน
............................................................................................................................. .......................................................
..............................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
๖.๒ ปัญหาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .......................................................
..............................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
๖.๓ ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางการแกป้ ญั หา
............................................................................................................................. .......................................................
..............................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
ลงชื่อ วฒุ ชิ ยั พรหมอกั ษร ผูส้ อน
( นายวฒุ ชิ ัย พรหมอักษร )
308
ชือ่ .............................สกุล..........................
เลขที่.........................ชั้น............................
309
ชื่อ.............................สกลุ ..........................
เลขท.่ี ........................ชั้น............................
310
แผนการจัดกิจกรรมแนะแนวที่ ๓
รายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมพัฒนานักเรยี น
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 เพราะนี้ คือชวี ติ ของฉนั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๕
เรอ่ื ง อารมณสดใสในทุกสถานการณ์ เวลา ๒ ช่วั โมง
.................................................................................................................................................................
๑. สาระสำคัญ
สถานการณ์ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความเข้าใจในสถานการณ์ จึงเป็นพื้นฐานสำคญั ของ
การดำเนินชีวิต การที่นักเรียนรู้จักการปรับอารมณ์ความรู้สึกในสถานการณ์ต่างๆได้อย่างเหมาะสมจะช่วยให้
นกั เรยี นเติบโตอยา่ งมคี ณุ ภาพ
๒. จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
25.เพอ่ื ให้นกั เรยี นรู้จักวิธกี ารปรับอารมณค์ วามรู้สึกในสถานการณ์ต่างๆ ทีเ่ กดิ ขนึ้ หรือมีผลกระทบได้
26.เพอื่ ใหน้ กั เรียนกำหนดวธิ ีการในการควบคุมอารมณ์ของตนเองได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
27.เพ่ือให้นกั เรยี นรู้และเข้าใจในอามรณค์ วามรูส้ กึ ของตนเอง
๓. กระบวนการจดั การเรียนรู้
ช่วั โมงท่ี ๑
a. ข้ันนำเข้าส่บู ทเรียน (๑๐ นาที)
๑.ครูทักทายนักเรียน พร้อมเช็คความพร้อมของนักเรียน โดยการเรียกชื่อนักเรียนพร้อมกับให้นักเรียน
เชค็ อนิ ความรู้สึกตนเอง ณ ปัจจุบัน
๒.ครูนำเสนอสอื่ วีดที ศั น์เพลงต่างๆทส่ี ่ือถงึ อารมณ์ จากนั้นให้นักเรยี นร่วมกันอภปิ ราย เก่ียวกับอารมณ์แต่
ละบทเพลง
3.2 ขนั้ ดำเนนิ การสอน (40 นาท)ี
4. ครูเริ่มนำสนทนา เรื่อง อารมณ์ของตนเอง โดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น ผ่านการต้ัง
คำถามปลายเปิด นกั เรยี นคิดเหน็ อย่างไรกับคำว่า อารมณ์มีผลต่อตนเอง
5. ครูแบ่งนักเรียน ออกเป็น ๓ กลุ่ม กลุ่มละ ๖ - ๘ คน จากนั้นให้นักเรียนเล่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นท่ี
เกี่ยวข้องกับการจัดการอารมณ์เพื่อใหต้ นเองสามารถผ่านสถานการณ์น้ันมาได้อย่างไร และใช้วิธีการ
ใด
6. ครูให้นักเรียนแต่ละคนสรุปประเด็นจากการเล่าเรื่องประสบการณ์อารมณ์ของเพื่อนๆ ว่าเพื่อนๆมี
วิธีการจัดการอารมณท์ ่ีเหมาะสมหรือไม่ อยา่ งไร
311
3.3 ข้นั สรุปบทเรยี น (10นาท)ี
3. ครูให้นักเรียนร่วมกนั สรุปแนวคิดในการปรับอารมณ์และความรู้สึกต่อเหตุการณ์ต่างๆอย่างหมาะสม
ลงในกระดาษ ชารท์ พร้อมตกแต่งใหส้ วยงาม
ชัว่ โมงท่ี ๒
๓.๑ ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น (๑๐ นาที)
ครทู บทวนกิจกรรมทไ่ี ด้ทำร่วมกนั ในชั่วโมงท่ีผา่ นมา
3.2 ขัน้ ดำเนินการสอน (40 นาท)ี
1. ครใู ห้นักเรยี นดสู อ่ื วดี ที ัศน์ เรอื่ ง “EQ คอื อะไร ความฉลาดทางอารมณ์คือ” ( ๗.๔๕ นาที ) จากนั้นให้
นักเรียนร่วมกันสะท้อนจากสิ่งที่ได้เรียนรู้โดยการเขียนลงในกระดาษดำหน้าหอ้ งเรียน โดยเขียนสิ่งท่ี
ไดค้ นละขอ้ หา้ มซำ้ กกนั
2. ครใู หน้ กั เรยี นทำใบกิจกรรม เร่อื ง “ อารณ์สดใสในทุกสถานการณ์” โดยให้นกั เรยี นนึกถึงเหตุการณ์ท่ี
มผี ลกระทบต่ออามรณ์ท่เี คยเกดิ ขนึ้ พร้อมบอกวธิ ีการปรบั อารมณ์ที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์
3. ครูส่มุ นักเรยี นนำเสนอใบงาน เร่อื ง อารมณ์สดใสในทุกสถานการณ์
3.3 ขั้นสรปุ บทเรียน (10นาที)
1. ครแู ละนกั เรยี นสรปุ วธิ ีการควบคมุ อารมณ์ทเ่ี หมาะสมและไม่เหมาะสมจากใบงานของนักเรียน
2. ครใู ห้แนวคดิ เพ่ิมเตมิ เพอื่ เปน็ ทางเลอื กทด่ี ีในการดำเนนิ ชีวติ
4. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
๕. ใบความรู้เรอื่ ง ความฉลาดทางอารมณ์
๖. ใบความกิจกรรม เรื่อง “ อารณส์ ดใสในทกุ สถานการณ์”
๗. วีดีทศั น์ เร่ือง “EQ คืออะไร ความฉลาดทางอารมณค์ ือ” ( ๗.๔๕ นาที )
https://www.youtube.com/watch?v=3P7z028xPDw
5. การวัดการประเมินผล
5.๑. การประเมนิ
1. สงั เกตความพฤติกรรมการสนใจในการฟัง การตอบคำถาม และการร่วมอภปิ รายแสดงความคิดเห็น
2. ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถว้ นและความเรียบรอ้ ยของชิน้ งาน เรื่อง“ อารณ์สดใสในทกุ
สถานการณ์”
5.๒. เครอ่ื งมือ
5. แบบประเมินพฤติกรรม
6. ใบกิจกรรม
แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นรายบุคคลในก
คำชแี้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเว
ชื่อ – สกุล
33 3 3 3
1
2
3
4
5
6
7
8
เลขท่ี
ตรง ่ตอเวลา
แ ่ตงกายสะอาดเ ีรยบ ้รอย
ีมสมา ิธในการเ ีรยน จด ่จอ
ใส่ใจ ไม่วอกแวก
ีมการแสดงความคิดเ ็หน
กล้า ุพด กล้าถาม
ตอบคำถามไ ้ดตรง
ประเ ็ดน 312
ความสามารถในการ
การเรยี นรายวชิ าแนะแนว ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
่สือสาร
การ ิรเ ่ิรมและลง ืมอทำงานวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งวา่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
ตามท่ี ิคด ผลการประเมิน
ีมความ ั้ตงใจในการ
ทำงาน ีท่ไ ้ด ัรบมอบหมาย3 3 3 3 3 30 ผา่ น ไม่ผา่ น
ทำงานเสร็จตามเวลา
สามารถห ุยด ัย้งพฤ ิตกรรมลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ
ไ ้ดในกาลเทศะ ี่ทสมควร............../.................../................
รวมคะแนน
313
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
21 - 30 ดี
10 - 20 พอใช้
ตำ่ กวา่ 10 ปรบั ปรงุ
๕.บนั ทึกหลังการสอน
๖.๑ ผลการสอน
............................................................................................................................. ....................................
...................................................................................... ........................................................................... ...................
............................................................................................................................. .................
๖.๒ ปัญหาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. ....................................
................................................................................................................................................................. ...................
..............................................................................................................................................
๖.๓ ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางการแก้ปญั หา
.................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
ผู้สอน
ลงชือ่ ณฐั ธิดา ปราบเภท ผ้สู อน
( นางสาวณัฐธดิ า ปราบเภท )
314
ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ มจี ติ ใจทม่ี ั่นคง การมองโลกในแงด่ ี รูจ้ กั เห็นอกเหน็ ใจผอู้ ่ืน ร้จู ักเอาใจเขามาใส่
ใจเรา มีความมุ่งมน่ั แน่วแน่ มีเหตุผล มสี ติ สามารถควบคุมตนเอง มีความสามารถในการรบั รู้ถึงความต้องการของ
คนอ่นื และรจู้ ักมารยาททาง สังคม เปน็ ต้น
แนวคดิ เรอ่ื งความฉลาดทางอารมณ์ ประกอบดว้ ย 3 ประการ
เกง่ หมายถึง ความสามารถในการรจู้ ักตนเอง มีแรงจูงใจ สามารถตดั สนิ ใจ แก้ปญั หาและแสดงออกได้อยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ ตลอดจนมสี มั พันธภาพที่ดีกบั ผู้อืน่
ดี หมายถงึ ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และความตอ้ งการของตนเอง รู้จักเห็นใจผู้อืน่ มีความ
รบั ผดิ ชอบตอ่ สว่ นรวม
มสี ุข หมายถงึ ความสามารถในการด าเนินชวี ติ อยา่ งเป็นสุข มีความภูมิใจในตนเอง พอใจในชีวิตและมีความสขุ สงบทาง
ใจ
315
๒.ทกั ษะสารสนเทศ สื่อ เทคโนโลยี
ทักษะทีต่ อ้ งนำมาใช้ใน การจดั การกบั ปญั หา หรือความท้าทายที่ต้องเจอในชวี ติ ซ่ึงความท้าทาย
เหล่าน้นั
ความฉลาดทางอารมณ=์ เขา้ ใจตนเอง + เข้าใจผู้อนื่ + แกไ้ ขความขดั แย้งได้
เขา้ ใจตนเอง = เขา้ ใจอารมณ์ ความร้สู ึก และความตอ้ งการในชวี ติ ของตนเอง
เข้าใจผู้อื่น = เข้าใจอารมณ์ความรูส้ ึกของผอู้ ื่น และสามารถแสดงออกมาได้อยา่ งเหมาะสม
แกไ้ ขความขดั แย้งได้ = เม่ือมีปญั หาสามารถแก้ไข จดั การใหผ้ ่านพน้ ไปไดอ้ ย่างเหมาะสม ท้ังปญั หาความเครยี ดในใจ
หรือปญั หาที่เกดิ จากการขดั แย้งกบั ผู้อนื่
การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ในส่วนท่ีเกีย่ วกบั ตน
การรู้เท่าทันอารมณ์ของตน สามารถติดตามอารมณ์ของตนเองอยู่เสมอ และในทุกอารมณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง
ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตนเอง ตระหนักถึงข้อดีและข้อบกพร่องของตนเอง โดยรู้ด้วยตนเอง และการที่ผู้อื่นให้
ข้อมูลยอ้ นกลับ การยอมรับข้อบกพร่องของตนเป็นการเปิดโอกาสให้ได้ปรับปรงุ ตนเองหรือเกิดความระมัดระวังใน
การแสดงอารมณ์มากขนึ้
316
แนวทางในการพฒั นาความฉลาดทางอารมณข์ องตนเอง
1. ฝึกใหส้ ามารถรเู้ ทา่ ทันความรสู้ กึ ของตนเองและคลค่ี ลายอารมณท์ างลบใหห้ มดไป
ฝึกฝนการมีสมาธิจดจ่ออยู่กับกิจกรรมหรืองานที่ทำ ทำให้ต้องตริตรองในเรื่องนั้น ๆ เป็นการสร้างความ
เพลิดเพลินใจขน้ึ มาแทนทค่ี วามรู้สกึ ทางลบทม่ี ีอยเู่ ดิมให้ได้
2. ฝกึ การใช้อารมณใ์ ห้ส่งเสรมิ ความคดิ ของตน
โดยอารมณจ์ ะชว่ ยปรับแต่งและปรับปรงุ ความคิดให้เป็นไปในทางที่มีประโยชน์ มีความรสู้ กึ กลมกลืนไปกับงานซ่ึง
เกิดขึ้นจากการทา้ ทายที่เหมาะสม ไมม่ ากหรอื น้อยเกนิ ไป
3. สรา้ งเสรมิ พลงั จูงใจใหต้ นเอง
ด้วยการมองและเห็นถึงความงดงามของโลกหรือบุคคลอื่น ควรละจากความหมกมุ่นในกิจกรรมส่วนตัว และ
พิจารณาสิ่งรอบข้างบุคคลรอบตัว เพื่อนร่วมงาน รวมทั้งตนเอง ชื่นชมในส่วนดีทั้งของเขาและของเรา ความ
เครง่ เครียดของจติ ใจและการเห็นทุกอย่างเตม็ ไปดว้ ยอุปสรรคจะลดลง
รัศมี มณีนิล .(2560). ความฉลาดทางอารมณ์ . สืบค้น 5 ตุลาคม 2564,
จากhttp://www.dmh.go.th/download/ebooks/EQ11.pdf.
317
ใบกิจกรรม ช่ือ
เร่อื ง “ อารณส์ ดใสในทกุ สถานการณ”์ ชนั้
คำชแ้ี จง้ นกั เรยี นนึกถึงสถานการณต์ ่างๆที่เกิดข้ึนหรืออาจจะเกิดขึ้น จำนวน 2 สถานการณ์ และบอกวธิ ีการปรบั หรือ
ควบคมุ อารมณ์ได้อย่างเหมาะสม
สถานการณ์ที่ 1
วิธีการปรบั หรอื ควบคุมอารมณ์
สถานการณ์ที่ 2
วธิ กี ารปรับหรอื ควบคมุ อารมณ์
318
แผนการจดั กิจกรรมแนะแนวท่ี ๔
รายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมพัฒนานกั เรยี น
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เพราะนี้ คอื ชวี ติ ของฉัน ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕
เร่อื ง ร้ปู ญั หา รูจ้ ดั การ เวลา ๑ ชวั่ โมง
.........................................................................................................................................................................
๑. สาระสำคัญ
การเรียนรูก้ ารอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขนักเรยี นจะต้องสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมรู้เท่า
ทนั ปญั หาทอ่ี าจเกิดขึน้ สามารถวิเคราะห์ หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาตามลำดับความสำคัญได้อยา่ งเหมาะสม
๒. จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
๑.เพื่อใหน้ กั เรยี นสามารถรู้ เข้าใจ บอกปญั หาที่อาจเกิดขน้ึ ไดใ้ นการอยรู่ ่วมกันกับผูอ้ ืน่ ได้
๒.เพื่อให้นกั เรยี นจัดลำดบั ความสำคญั ของปญั หาไดอ้ ย่างเหมาะสม
๓.เพื่อใหน้ ักเรยี นสามารถบอกวธิ ีการแกไ้ ขปญั หาไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
๓. กระบวนการจดั การเรียนรู้
๓.๑ ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรียน (๑๐ นาที)
ครูทักทายนักเรียน พร้อมเช็คความพร้อมของนักเรียน โดยการเรียกชื่อและให้นักเรียน ตอบ ๑ อย่างท่ี
เกีย่ วข้องกบั อปุ สรรคปัญหาของตนเอง
๓.๒ ขัน้ ดำเนนิ การสอน (๔๐ นาที)
๑.ครูเร่ิมนำสนทนาถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน ท่ีกำลังเกดิ ข้ึนในประเด็นปัญหาสังคมและปัญหาที่เกิดข้ึนใน
ครอบครัว โดยนำภาพข่าวจากสอ่ื วีดที ัศน์หรืออนิ เตอรเ์ นต็ มาเป็นกรณศี ึกษา
๒. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มละ ๑๐ - ๑๒ คน ร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาที่
เกิดข้ึนลงในกระดาษชารท์ พรอ้ มตกแตง่ ให้สวยงาม
๓.ครูให้นักเรียนเลือกปัญหาที่สำคัญที่สุดของแต่ละคน จากนั้นบันทึกลงใบกิจกรรม เรื่อง รู้ปัญหา รู้
จัดการ พรอ้ มบอกวิธกี ารแก้ไขปญั หาทเ่ี หมาะสมกบั สถาพของปญั หาทีเ่ กดิ ข้นึ
๓.๓ ขั้นสรปุ บทเรียน (๑๐นาท)ี
๑.ครูสุ่มตัวแทนออกมานำเสนอ ๓ - ๕ คน และให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ สรุปและให้แนวคิดที่ถูกต้อง
เหมาะสม
๒.ครใู หข้ อ้ เสนอแนะแนวทางเพ่ิมเตมิ
319
๔. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
๘. ใบความรู้ เร่อื ง “ การวิเคราะห์ปัญหา ”
๙. ใบความกจิ กรรม เรื่อง “ รปู้ ัญหา รจู้ ดั การ”
๑๐.วดี ที ศั น์ข่าว เรือ่ ง ความรุนแรงในครอบครวั ปญั หานมี้ ีอยู่จรงิ ( ๖.๑๘ นาที )
https://www.youtube.com/watch?v=56POFMvhvvI
๕. การวัดการประเมินผล
๕.๑. การประเมนิ
๑. สังเกตความสนใจในการฟัง การตอบคำถาม และการร่วมอภปิ รายแสดงความคดิ เห็น
๒. ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถว้ น และความเรียบร้อยของชิน้ งานใบกิจกรรม เร่อื ง“ ร้ปู ญั หา ร้จู ดั การ”
๕.๒. เคร่อื งมือ
๑.แบบประเมนิ พฤติกรรม
๒.ใบกิจกรรม
เลข ี่ท แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นรายบุคคลในก
ตรง ่ตอเวลาคำชแี้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเว
แ ่ตงกายสะอาด
ีมสมเารีธิใยนบ ้รกาอรยเรียนชือ่ – สกลุ
จดจ่อ ใส่ใจ ไ ่ม
ีมการวแอกสแดงวคกวาม33 3 3 3
คิดเ ็หน กล้าพุด กล้า1
ตอบคำถถาามมได้ตรง2
3
4
5
6
7
8
การเรียนรายวชิ าแนะแนว ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 320
วลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องวา่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
ผลการประเมนิ
ประเ ็ดน
ความสามารถในการ
่ืสอสาร
การ ิรเ ่ิรมและลง ืมอ
ทำงานตาม ่ีท ิคด
ีมความ ั้ตงใจในการ
ทำงานที่ได้รับ
ทำงามนเอสบร็หจมตาายมเวลา
สามารถห ุยด ั้ยง
พฤ ิตกรรมไ ้ดใน
กาลรเวทมศคะะ ี่ทแสนมนควร
3 3 3 3 3 30 ผา่ น ไม่ผา่ น
ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมิน............../.................../................
321
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครัง้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
21 - 30 ดี
10 - 20 พอใช้
ต่ำกว่า 10 ปรบั ปรุง
5. บันทึกหลังการสอน
๖.๑ ผลการสอน
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
๖.๒ ปญั หาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................... .........
..............................................................................................................................................................................
๖.๓ ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางการแกป้ ญั หา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ณฐั ธิดา ปราบเภท ผสู้ อน
( นางสาวณัฐธิดา ปราบเภท )
322
ปัญหาคอื อะไร
สงิ่ ท่เี กิดขนึ้ ในลกั ษณะ ท่มี ชี อ่ งวา่ ง ไมส่ ามารถมองเห็น ความสมั พนั ธข์ องสง่ิ ตา่ งๆ และไม่รูว้ ่าวธิ ีการท่จี ะไปใหถ้ งึ เปา้ หมาย และมี
อปุ สรรคขดั ขวางทาใหเ้ ราไมส่ ามารถกา้ วไปถงึ จดุ หมายท่ีกาหนดให้ อาทิ ปัญหาดา้ นสขุ ภาพ ปัญหาการเรยี น ปัญหาครอบครวั
การวิเคราะห์หาสาเหตุปัญหาดว้ ยแผนภมู กิ า้ งปลา (Fish Bone Diagram)
แผนภูมิกา้ งปลา หรือ Fish Bone Diagram เปน็ หนงึ่ ในเครือ่ งมอื ที่ชว่ ยวเิ คราะห์สาเหตทุ แี่ ท้จริงของ
ปัญหา เป็นกระบวนการทีม่ โี ครงสร้างช่วยในการชว่ ยระบุปจั จัยพ้นื ฐานหรอื สาเหตุของเหตุการณ์ไม่พึง
ประสงค์ การทำความเข้าใจถึงปัจจัยต่างๆท่ีเอ้อื ต่อการทำงานท่เี ป็นสาเหตขุ องความล้มเหลวของระบบ
สามารถช่วยพัฒนาการดำเนินการทสี่ นบั สนนุ การแก้ไขได้
323
หลกั การใชง้ าน แผนภูมิก้างปลา
การใชง้ านแผนภมู กิ า้ งปลาเพ่อื วเิ คราะหส์ าเหตทุ ่แี ทจ้ รงิ ของปัญหา มจี ดุ ม่งุ หมายเพ่อื หาถงึ ความสมั พนั ธท์ ่สี าคญั ระหวา่ งตวั แปรตา่ งๆ
เป็นการใชเ้ พ่อื ออกแบบผลติ ภณั ฑท์ ่ชี ว่ ยแกป้ ัญหาเดมิ ท่เี คยเจอ นอกจากนยี้ งั ใชใ้ นการปอ้ งกนั ขอ้ บกพรอ่ งดา้ นคณุ ภาพ
1. ตอ้ งระบถุ งึ ปัจจยั ท่สี ง่ ผลต่อการเปล่ียนแปลง “ปัญหาท่พี บเจอ หรอื สงิ่ ท่อี ยากแกไ้ ข” ในส่วนหวั ของปลา
2. หาถึงปัจจยั ท่เี ออื้ ใหเ้ กดิ ส่งิ เหล่านนั้ สาเหตหุ ลกั ของปัญหาแตล่ ะสว่ น รวมถงึ สาเหตรุ อง
วธิ ีการสรา้ ง ผงั กา้ งปลา
ขน้ั ตอนท่ี 1 – กำหนดปัญหา ข้ันตอนท่ี 2 – ระดมความคดิ เกยี่ วกับสาเหตุหลกั
เริม่ ด้วยเขยี นถึงปัญหาทกี่ ำลังเผชญิ ให้ทราบว่า
ปญั หาดงั กลา่ วเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ปัญหาคอื อะไร ขั้นตอนทีส่ องคือการตัดสนิ ใจชว่อื ่าจะจัดหมวดหมู่
ปัญหาเกิดข้นึ ทไี่ หน และเกิดขนึ้ เม่ือไหร่ สาเหตขุ องปัญหาอยา่ งไร รวชมถนั้ ึงปัจจยั ทเ่ี ป็นส่วน
หนึง่ ของปัญหา
ขั้นตอนที่ 3 – กำหนดสาเหตุท่ีแทจ้ ริงของปัญหา ข้ันตอนที่ 4 – วิเคราะห์ แผนภมู กิ า้ งปลา
เร่ิมระบสุ าเหตุทเ่ี ปน็ ไปได้ของปญั หาทเี่ กย่ี วข้องกบั การใช้เคร่ืองมือในการวิเคราะห์ Root Cause
แต่ละสาเหตุหลกั โดยการลากเส้นออกมาด้านขา้ ง Analysis อยา่ ง 5Whys เพือ่ การสบื สวนเจาะลึกลง
ของก้างทเี่ ป็นสาเหตุหลกั ที่คุณได้ระบไุ ว้จากขนั้ ตอน ไปให้ถึงแกน่ ของแต่ละสาเหตุ เพ่อื ดวู ่าสาเหตุใด
ท่ีสอง เรยี กเสน้ นว้ี ่า “เส้นสาเหต”ุ เหล่านีก้ ่อให้เกดิ ปัญหาจรงิ ๆ
เทคนิคในการสร้างผังกา้ งปลาเป็นการผสมผสานระหวา่ งการระดมความคดิ (Brainstorming) กบั การทำแผนที่
ความคิดผ่านผังกา้ งปลาเพ่อื ค้นหาความสมั พันธ์ของเหตุและผลของปัญหาพ้นื ฐาน
324
ใบกิจกรรม
เร่อื ง รูป้ ัญหารูค้ วามสาคญั
คำช้แี จง้ ใหน้ กั เรียนวิเคราะห์ปัญหาที่เกดิ ข้นึ ในครอบครวั ชนั้ เรียน โรงเรียน พร้อมบอกเหตุผลและวิธีการจัดการปญั หา
ปัญหา สาเหตุของปัญหา วิธีการจดั การปัญหา
ปญั หาครอบครัว
ปญั หาช้ันเรียน
ปัญหาในโรงเรยี น
325
แผนการจดั กิจกรรมแนะแนวที่ ๕
รายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมพฒั นานกั เรียน
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 เพราะน้ี คอื ชีวติ ของฉนั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๕
เรอ่ื ง การตระหนักรู้ในตนเอง เวลา ๑ ชัว่ โมง
.................................................................................................................................................................
๑. สาระสำคัญ
Self-awareness คอื ความสามารถในการมองเหน็ ตวั เองและตระหนักถึงสิ่งตา่ ง ๆ ทเี่ กดิ ขึน้ กับตัวเอง
ได้อย่างชัดเจน ผ่านการรับรู้และเข้าใจสภาวะต่าง ๆ เช่น อารมณ์ ความรู้สึก ประสบการณ์ ความสามารถ
ความคดิ การรบั รูท้ างรา่ งกาย การตระหนักรูต้ นเองชว่ ยทำให้สามารถเท่าทันเสยี งความคิด อารมณ์ ความรู้สึก
และทัศนคติที่มีต่อสิ่งต่าง ๆ ได้ โดยการเท่าทันสิ่งเหล่าน้ีสามารถทำให้รู้ตัวและสามารถเลือกกระทำสิ่งต่าง ๆ
เพือ่ ให้ผลลัพธอ์ อกมาตามทต่ี อ้ งการได้
๒. จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
๒.๑ นกั เรยี นสามารถอธบิ ายความสำคัญของการตระหนกั ร้ใู นตนเองได้
๒.๒ นักเรยี นสามารถรับรคู้ วามต้องการของตนเองได้
๒.๓ นักเรยี นสามารถรจู้ ักตนเองได้
๓. กระบวนการจัดการเรียนรู้
๓.๑ ข้ันนำเข้าส่บู ทเรยี น (๑๐ นาที)
ครูตั้งคำถามกับนักเรียนโดยใช้คำถามดังตอ่ ไปนี้
- นักเรียนรู้จักตนเองหรือไมว่ ่านกั เรียนเปน็ ใคร มาจากไหน
- นักเรยี นมีความสามารถด้านใดบา้ ง
- นักเรยี นชอบหรอื ไม่ชอบอะไรบา้ ง
๓.๒ ขน้ั ดำเนินการสอน (๔๐นาที)
๓.๒.๑ ครูบรรยายเนื้อหา “ความหมายและความสำคญั ของการตระหนักร้ใู นตนเอง”
๓.๒.๒ ครูให้นักเรียนชมวีดีทัศน์ “แบบทดสอบค้นหาตัวเอง – จิตวิทยา” (๔.๔๓ นาที)
และตอบคำถามลงในใบกิจกรรม “นคี่ ือฉัน”
๓.๒.๓ ครแู บ่งนกั เรยี นออกเป็นกลุ่มละ ๔-๕ คนโดยวิธกี ารสุ่มและให้นกั เรยี นเลือกสัตว์มา ๑
ชนิดเพื่อแทนตัวตนของตนเองลงในใบกิจกรรม “นี่คือฉัน” พร้อมแชร์ประสบการณ์ภายใน
กลุ่ม
326
๓.๒.๔ ครูใหน้ ักเรียนตอบคำถามเกยี่ วกับการรู้จกั ตนเองลงในใบงาน “รูจ้ กั ตนเอง”
๓.๓ ขั้นสรปุ บทเรยี น (๑๐นาท)ี
๓.๓.๑ ครูหาตัวแทนนักเรียน ๒ คนนำเสนอผลงานและร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ จาก
การตอบคำถามในใบกจิ กรรม “น่ีคือฉัน”
๓.๓.๒ ครูหาตัวแทนนักเรียน ๓ คนนำเสนอผลงานและร่วมกันแลกเปลีย่ นความคิดเหน็ จาก
การตอบคำถามในใบงาน “รจู้ กั ตนเอง”
๓.๓.๓ ครูสรปุ บทเรยี นร่วมกบั นักเรยี นพร้อมเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นถามคำถาม
๔. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
๔.๑ วดี ที ัศน์ “แบบทดสอบคน้ หาตัวเอง – จติ วิทยา” (๔.๔๓ นาท)ี
https://youtu.be/RcCxtdbwdtM
๔.๒ ใบความรู้ “การตระหนักรใู้ นตนเอง”
๔.๓ ใบกจิ กรรม “นี่คอื ฉนั ”
๔.๔ ใบงาน “รูจ้ ักตนเอง”
๕. การวัดการประเมนิ ผล
๕.๑ การประเมิน
๕.๑.๑ ตรวจแบบสังเกตพฤติกรรมนักเรยี น
๕.๑.๒ ตรวจใบกิจกรรม “นี่คือฉัน”
๕.๑.๓ ตรวจใบงาน “รูจ้ ักตนเอง”
๕.๒ เคร่ืองมอื
๕.๒.๑ แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรยี น
๕.๒.๒ ใบกิจกรรม “นีค่ อื ฉนั ”
๕.๒.๓ ใบงาน “รู้จกั ตนเอง”
๕.๓ เกณฑ์การวัด/ประเมนิ
๕.๓.๑ แบบสงั เกตพฤติกรรมนักเรียน
๖ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ เลขที่
ชือ่ – สกลุตรงตอ่ เวลา แบบสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นรายบคุ คลในก
แต่งกายสะอาด คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี น
๓๓ เรียบร้อย
มีสมาธิในการเรยี น จด
๓ จ่อ ใส่ใจ ไม่วอกแวก
มกี ารแสดงความ
๓ คดิ เหน็ กลา้ พดู กลา้
ถาม
๓ ตอบคำถามไดต้ รง
327
การเรยี นรายวิชาแนะแนว ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๕
นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งว่างท่ตี รงกบั ระดบั คะแนน
ประเด็น ผลการประเมิน
ความสามารถในการ
ืส่อสาร
การ ิรเ ่ิรมและลง ืมอ
ทำงานตาม ีท่ ิคด
ีมความ ้ตังใจในการ
ทำงาน ่ีทไ ้ดรับ
มอบหมาย
ทำงานเสร็จตามเวลา
สามารถห ุยด ้ัยง
พฤ ิตกรรมไ ้ดใน
กาลเทรศวะม ่ีทคสะมแคนวนร
๓๓ ๓ ๓ ๓ ๓๐ ผ่าน ไม่ผา่ น
ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมิน
............../............./.............
328
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ ๓ คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครัง้ ให้ ๒ คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ ๑ คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
๒๑-๓๐ ดี
๑๐-๒๐
ต่ำกว่า ๑๐ พอใช้
ปรับปรงุ
เกณฑ์ ข้อความบ่งชี้
ผา่ น นกั เรยี นได้คะแนนรวมในระดับดี
ไม่ผา่ น นกั เรยี นได้คะแนนรวมในระดับพอใช้และปรบั ปรงุ
๕.๓.๒ ใบกจิ กรรม “นค่ี อื ฉนั ”
เกณฑ์ ขอ้ ความบ่งชี้
ผา่ น นกั เรียนสามารถตอบคำถามได้ถกู ต้อง
ไมผ่ ่าน นกั เรียนไมส่ ามารถตอบคำถามไดถ้ ูกต้อง
๕.๓.๓ ใบงาน “รูจ้ ักตนเอง”
เกณฑ์ ขอ้ ความบ่งชี้
ผ่าน นักเรียนสามารถตอบคำถามไดถ้ กู ต้องรอ้ ยละ ๗๐
ไมผ่ ่าน นักเรยี นสามารถตอบคำถามได้ถูกต้องน้อยกว่ารอ้ ยละ ๗๐
329
330
331
332
333
334
335
แผนการจดั การจัดกจิ กรรมแนะแนวท่ี ๖
รายวชิ า กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมพัฒนานกั เรียน
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เพราะนี้ คอื ชวี ติ ของฉนั ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๕
เรื่อง คณุ ค่าในตน เวลา ๑ ชวั่ โมง
.................................................................................................................................................................
๑. สาระสำคัญ
การรัก นับถือตนเองและผู้อื่นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเรารมองเห็นสิ่งที่ดีและมีคุณค่าอยู่ในตัวของเรา
และผู้อื่น ยอมรับซึ่งกันและกัน และเห็นว่าทุกคนมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนษุ ย์เท่าเทียมกัน สมควรที่จะไดร้ บั
การยกย่องและให้เกียรติ เมื่อเรามองตนเองในทางที่ดี เราจะมองผู้อื่นในทางที่ดีได้เช่นกัน ผู้ที่สามารถมอง
ตนเองและผู้อื่นในทางที่ดีจะเป็นผู้มีสุขภาพจิตดี มักจะประสบความสำเร็จในชีวิต และควร มีจิตใจที่พร้อมที่
จะให้ความช่วยเหลือผู้อื่น หรือเรียกได้ว่ามีจิตสาธารณะ ส่วนผู้ที่มองตนเองและผู้อื่นในทางที่ไม่ดีโอกาสที่
ตนเองจะมีความสุขและประสบความสำเร็จในชวี ิตยอ่ มมีน้อย
๒. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนมองเหน็ ถงึ คุณค่าในตนเอง
๒. เพ่อื ใหน้ ักเรยี นสำรวจว่าตนเองเหน็ คุณค่าในตนเองมากน้อยเพยี งใด
๓. เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นบอกลกั ษณะของบุคคลท่เี ห็นคุณคา่ ในตนเอง
๓. วธิ ีการจดั กิจกรรม
ขัน้ นำ (เวลา ๑๐ นาที)
๑. ครทู ักทายพดู คยุ และนำเขา้ สู่บทเรยี น โดยใหน้ ักเรียนบอกบทกวี กลอน คำคม สำนวน
สุภาษติ เกีย่ วกบั การเห็นคุณคา่ ในตนเอง
๒. ครูสนทนารว่ มกับนักเรียนเกี่ยวกบั การเห็นคุณคา่ ในตนเอง
ขน้ั กจิ กรรม (เวลา ๓๐ นาที)
๓. ครูแจกใบความรู้ เรื่อง การเห็นคุณคา่ ในตนเอง พร้อมบรรยายความหมายและความรู้ เรื่อง
การเห็นคณุ ค่าในตนเอง
๔. ครูให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง แบบสำรวจคณุ คา่ ในตนเอง
๕. ครใู ห้นักเรยี นแบ่งกล่มุ โดยแบ่งออกเปน็ ๕ กลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๕-๖ คน
อภปิ รายสรุปคุณลกั ษณะของบคุ คลทเี่ หน็ คุณคา่ ในตนเองและวิธกี ารสรา้ งความร้สู ึกเห็น
คุณค่าในตนเอง
๖. ครใู ห้นักเรยี นสง่ ตวั แทนกลุ่มละ ๑ คนนำเสนอหนา้ ชั้นเรียน
ขน้ั สรุป (เวลา ๑๐ นาท)ี
๗. ครูให้นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่ม สรุปขอ้ คิดและความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการทำกิจกรรม
๘. ครสู รปุ เพ่ิมเติมและร่วมแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ ร่วมกับนักเรยี น
336
๔. ส่ือ/อุปกรณ์
๑. ใบความรู้ เรอ่ื ง การเหน็ คุณค่าในตนเอง
๒. ใบงาน แบบสำรวจคุณคา่ ในตนเอง
๕. การประเมินผล
การประเมิน
๑. ตรวจใบงาน เช่น ตรวจความถูกต้อง ครบถว้ นสมบรู ณ์ ความเรียบร้อยของใบงาน
๒. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ เชน่ ความสนใจในการฟัง การซักถาม การตอบคำถาม และการ
รว่ มอภปิ ราย
๓. สังเกตการทำงานกลุ่ม
เคร่ืองมอื
แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
เกณฑ์การประเมนิ
ระดบั คณุ ภาพ ข้อความบ่งชค้ี ณุ ภาพ
ผา่ น ทำใบงานส่ง ให้ความสนใจในการฟัง การซกั ถาม การตอบคำถาม
การรว่ มอภปิ ราย
ไม่ผ่าน ไมท่ ำสงิ่ หนึง่ สงิ่ ใดใน ๓ ข้อ
6. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการสอน
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. .............................................................................. ..............
ปญั หา / อปุ สรรค
............................................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................................
ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
........................................................................................................................................................ ......................
............................................................................................................. .................................................................
ลงช่อื นาซฮู า ยูโซะ ผสู้ อน
(นางสาว นาซฮู า ยโู ซะ)
แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนรายบคุ คลในก เลขที่
คำชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นแ ตรงต่อเวลา
แตง่ กายสะอาดเรียบรอ้ ย
ชอื่ – สกลุ มีสมาธิในการเรียน จดจ่อ
๓๓ ๓ ๓ ๓ ใสใ่ จ ไม่วอกแวก
มกี ารแสดงความคิดเหน็
๑
๒ กลา้ พุด กล้าถาม
๓ ตอบคำถามไดต้ รง
๔
๕
๖
๗
๘
337
การเรียนรายวชิ าแนะแนว ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕
และนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องว่างทต่ี รงกับระดบั คะแนน
ประเ ็ดน
ความสามารถในการ
ส่ือสาร
การ ิรเ ่ิรมและลง ืมอทำงาน
ตาม ี่ท ิคด
ีมความ ้ัตงใจในการ
ทำงาน ีท่ไ ้ด ัรบมอบหมาย
ทำงานเสร็จตามเวลา
สามารถห ุยด ้ยังพฤ ิตกรรม
ไ ้ดในกาลเทศะ ี่ทสมควร
รวมคะแนน
ผลการประเมิน
๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๓๐ ผา่ น ไม่ผา่ น
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../............
338
339
340
341
342
แผนการจัดการจดั กิจกรรมแนะแนวท่ี ๗
รายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมพฒั นานักเรยี น
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 เพราะน้ี คือชวี ติ ของฉนั ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๕
เรือ่ ง E.Q. เวลา ๒ ชว่ั โมง
..................................................................................................................................................................
๑. สาระสำคัญ
EQ หมายถึง ความฉลาดทางด้านอารมณ์ การรู้อารมณ์ของตนเอง สามารถควบคุมหรือระงับอารมณ์
ของตนเองได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ การพัฒนาทักษะด้าน E.Q. จะช่วยลดอารมณ์ฉุนเฉียว ช่วยให้เราเก็บ
อารมณไ์ ดด้ ี เข้าใจอารมณ์ของผู้อ่ืน มคี วามเหน็ อกเหน็ ใจ ช่วยเหลือ ใหก้ ำลังใจหรอื ปลอบประโลมผอู้ ่นื เป็น
การรับรู้อารมณ์ตนเอง มีความสำคัญในการดำรงชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อื่นเมื่อเกิดสถานการณ์ต่าง ๆ
เราสามารถจัดการกับอารมณ์ตนเองได้ จะช่วยใหก้ ารดำเนนิ ชวี ติ เปน็ ไปอยา่ งสร้างสรรค์และมคี วามสขุ
๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. เพือ่ ให้นักเรยี นสามารถบอกความหมายของ E.Q. ได้
๒. เพอื่ ใหน้ กั เรียน วเิ คราะห์ E.Q. ตนเองได้
๓. เพ่อื ให้นักเรยี นบอกแนวทางในการพัฒนา E.Q. ของตนเองได้
๓. วธิ ีการจัดกิจกรรม
ชวั่ โมงท่ี ๑
ข้ันนำ (เวลา ๑๐ นาที)
๑. ครูทกั ทายพูดคยุ และนำเขา้ สู่บทเรียน โดยการสนทนาเกย่ี วกับอารมณ์ท่ีเกิดข้นึ ใน
ชีวิตประจำวัน
๒. ครสู มุ่ ตวั แทนนกั เรียน ๒-๓ คน บอกสิ่งท่ีไดจ้ ากการทำกจิ กรรมในคร้ังน้ี
ขั้นกิจกรรม (เวลา ๓๐ นาที)
๓. ครูให้นักเรยี นชมวีดีทัศน์ เรอื่ ง “ทำไมเดก็ ชา่ งต้องตีกนั ? [หนังสั้น ท่ีน่งั ทา้ ยรถประจำทาง]”
(๖.๒๘ นาที)
๔. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั วเิ คราะห์วีดีทัศน์ พร้อมท้ังแจกใบงาน เรื่อง วเิ คราะห์ให้ดอี ารมณ์ไหน
บา้ ง?
๕. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรุปสงิ่ ทีไ่ ด้จากการทำกิจกรรม
๖. ครใู ห้นกั เรียนทำใบงาน แบบประเมนิ เชาวป์ ัญญา E.Q.
ขนั้ สรปุ (เวลา ๑๐ นาท)ี
๗. ครูให้ตัวแทนนักเรยี น ๒-๓ คน นำเสนอผลของการสำรวจแบบประเมินเชาว์ปัญญา E.Q.
วา่ เป็นอย่างไร พร้อมทัง้ สรปุ ข้อคิดและความรู้ทไ่ี ดจ้ ากการทำกจิ กรรม
๘. ครสู รปุ เพมิ่ เติมและรว่ มแลกเปลยี่ นความคดิ เห็นรว่ มกบั นักเรยี น
343
ชว่ั โมงที่ ๒
ขั้นนำ (เวลา ๑๕ นาที)
๑. ครูทกั ทายพดู คยุ และนำเข้าสู่บทเรยี น โดยให้นกั เรยี นสำรวจอารมณ์ของตนเองท่เี กิดขน้ึ ใน
ชวี ติ ประจำวนั อย่างนอ้ ย ๓ อารมณ์ พร้อมยกตัวอยา่ งสถาณการณ์ตัวอยา่ ง
๒. ครูส่มุ ตัวแทนนักเรียน ๒-๓ คน บอกสง่ิ ท่ีได้จากการทำกจิ กรรมในคร้งั นี้
ขั้นกิจกรรม (เวลา ๒๕ นาที)
๓. ครูแจกใบความรู้ เรอ่ื ง E.Q. พร้อมบรรยายความหมายและความรเู้ ร่ือง E.Q.
๔. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มโดยแบ่งออกเปน็ ๕ กล่มุ กลุ่มละ ๕-๖ คน ศกึ ษาใบความรู้ เรื่อง E.Q.
คืออะไร อภปิ รายสรปุ ตอบคำถามในใบงาน เร่อื งเชาว์ปญั ญา E.Q.
ขนั้ สรปุ (เวลา ๑๐ นาท)ี
๕. ครใู ห้นกั เรยี นสง่ ตวั แทนกลุ่ม สรปุ ข้อคิดและความรูท้ ไี่ ดจ้ ากการทำกิจกรรม
๖. ครสู รปุ เพม่ิ เติมและรว่ มแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ ร่วมกบั นักเรยี น
๔. สอื่ การสอน/อุปกรณ์
๑. วดี ที ัศน์ เรอื่ ง “ทำไมเดก็ ชา่ งตอ้ งตีกนั ? [หนงั สั้น ทีน่ ัง่ ทา้ ยรถประจำทาง]” (๖.๒๘ นาท)ี
https://youtu.be/jqckbVK_mGc
๒. ใบงาน แบบประเมินเชาว์ปญั ญา E.Q.
๓. ใบงาน เร่ือง วิเคราะหใ์ ห้ดอี ารมณ์ไหนบา้ ง?
๔. ใบความรู้ เรอ่ื ง E.Q. คอื อะไร
๕. ใบงาน เร่ือง เชาว์ปัญญา E.Q.
๕. การวัดและประเมินผล
การประเมนิ
๑. ตรวจใบงาน เชน่ ตรวจความถกู ต้อง ครบถว้ นสมบูรณ์ ความเรียบรอ้ ยของใบงาน
๒. สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ เช่น ความสนใจในการฟัง การซักถาม การตอบคำถาม และการ
รว่ มอภิปราย
๓. สังเกตการทำงานกลมุ่
เครอื่ งมอื
แบบสงั เกตพฤติกรรม
344
เกณฑ์การประเมิน ขอ้ ความบง่ ช้ีคณุ ภาพ
ระดับคุณภาพ
ผา่ น ทำใบงานส่ง ให้ความสนใจในการฟัง การซักถาม การตอบคำถาม
การรว่ มอภปิ ราย
ไมผ่ ่าน ไม่ให้ความร่วมมือในการจดั กิจกรรม
๖. ขอ้ เสนอแนะ
๑. นกั เรียนศึกษาความรู้เกยี่ วกับการเสริมสร้าง E.Q. เพม่ิ เตมิ จากแหล่งความรู้อืน่ ๆ
๒. นักเรียนทำแบบทดสอบ แบบวดั อ่ืนๆ เพ่ิมเติมเกี่ยวกับการเสริมสร้าง E.Q.
๗. บันทึกผลหลังการสอน
ผลการสอน
....................................................................................................................... .......................................................
............................................................................................................................. ................................................
ปญั หา / อปุ สรรค
............................................................................................................................................ ..................................
............................................................................................ ..................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................................ ..................................
................................................................................................. .............................................................................
ลงช่ือ นาซฮู า ยูโซะ ผูส้ อน
( นาซฮู า ยโู สะ )
แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นรายบคุ คลในก เลขท่ี
คำชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นแ ตรงต่อเวลา
แตง่ กายสะอาดเรียบร้อย
ชื่อ – สกลุ มีสมาธิในการเรียน จดจอ่
๓๓ ๓ ๓ ๓ ใส่ใจ ไมว่ อกแวก
มีการแสดงความคิดเห็น
๑
๒ กล้าพดุ กลา้ ถาม
๓ ตอบคำถามได้ตรงประเดน็
๔
๕
๖
๗
๘
345
การเรียนรายวชิ าแนะแนว ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๕
และนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งวา่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน
ความสามารถในการ
สื่อสาร
การ ิรเ ่ิรมและลง ืมอทำงาน
ตามที่ ิคด
ีมความ ั้ตงใจในการทำงาน
ที่ไ ้ด ัรบมอบหมาย
ทำงานเสร็จตามเวลา
สามารถห ุยดย้ังพฤ ิตกรรม
ไ ้ดในกาลเทศะ ่ีทสมควร
รวมคะแนน
ผลการประเมิน
๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๓๐ ผา่ น ไม่ผา่ น
ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../...............
346
แบบประเมนิ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)
ชือ่ ...............................................................................................ชน้ั ......../.......... เลขที.่ ...................
แบบประเมนิ ความฉลาดทางอารมณ์
ความฉลาดทางอารมณ์ คือ ความสามารถทางอารมณ์ในการดำเนินชีวิตอย่างสร้างสรรค์และมี
ความสุข การรู้จักความฉลาดทางอารมณ์ของตนเองเพื่อพัฒนาและการใช้ศักยภาพตนเองในการดำเนินชีวิต
ครอบครวั การทำงานและการการอย่รู ่วมกับผอู้ ่ืนได้อยา่ งมีความสขุ และประสบความสำเรจ็
กรมสุขภาพจิตได้ตระหนักถึงความสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์จึงได้สร้างแบบประเมินเพื่อใช้
ประเมนิ ตนเอง
คำแนะนำ
แบบประเมินนี้เป็นประโยคที่มีข้อความเกี่ยวกับอารมณ์และความรู้สึกที่แสดงออกในลักษณะต่างๆ
แม้ว่าประโยคอาจไม่ตรงกับที่ท่านเป็นอยู่ก็ตามให้ท่านเลือกคำตอบที่ตรงกับท่านมากที่สุด ไม่มีคำตอบ ที่ถูก
หรือผิด ดีหรือไม่ดี โปรดตอบตามความเป็นจริงและตอบทุกข้อ เพื่อท่านจะได้รู้จักตนเองและวางแผนพัฒนา
ตนเองตอ่ ไป มีคำตอบ ๔ คำตอบ สำหรับข้อความแตล่ ะประโยค คอื ไม่จรงิ จรงิ บางคร้งั คอ่ นขา้ งจริง จรงิ มาก
โปรดใส่เครื่องหมาย / ในช่องท่ีทา่ นเหน็ ว่าตรงกับตัวท่านมากท่ีสุด
รายการประเมิน ไมจ่ รงิ จริงบางคร้งั คอ่ นขา้ ง จริงมาก คะแนน
จริง
๑. เวลาโกรธหรือไม่สบายใจ ฉัน
รบั รู้ได้วา่ เกิดอะไรขึน้ กบั ฉัน
๒. ฉันบอกไม่ไดว้ า่ อะไรทำให้ฉัน
ร้สู ึกโกรธ
๓. เมอ่ื ถกู ขดั ใจฉนั รู้สกึ หงดุ หงิดจน
ควบคมุ อารมณ์ไม่ได้
๔. ฉนั สามารถคอยเพื่อให้บรรลุ
เปา้ หมายท่ีพอใจ
๕. ฉันมปี ฏิกริ ิยาโต้ตอบปญั หา
เพียงเลก็ น้อย
๖. ฉันถกู บังคับให้ทำในสงิ่ ท่ีไม่
ชอบ ฉนั จะอธิบายเหตผุ ลจนผู้อืน่
ยอมรบั ได้
รวม
347
รายการประเมิน ไม่จริง จริงบางครงั้ ค่อนขา้ ง จรงิ มาก คะแนน
จรงิ
๗. ฉันสงั เกตได้ เมือ่ คนใกลช้ ิดมี
อารมณเ์ ปลยี่ นแปลง
๘. ฉนั ไมส่ นใจกับความทุกขข์ อง
ผอู้ น่ื ทฉ่ี นั ไมร่ จู้ ัก
๙. ฉันไมย่ อมรับในสงิ่ ท่ผี ูอ้ ่นื ทำ
ต่างจากท่ีฉนั คดิ
๑๐. ฉนั ยอมรับได้วา่ ผ้อู ่ืนกม็ ี
เหตผุ ลท่จี ะไม่พอใจในการกระทำ
ของฉัน
๑๑. ฉนั รสู้ ึกวา่ ผอู้ ื่นเรียกรอ้ ง
ความสนใจมากเกินไป
๑๒. แมจ้ ะมีภาระทตี่ ้องทำก็ยนิ ดี
รับฟงั ความทุกข์ของผู้อน่ื ท่ี
ต้องการความชว่ ยเหลอื
รวม
๑๓. เปน็ เรอื่ งธรรมดาที่จะเอา
เปรียบเทียบผู้อื่นเมื่อมีโอกาส
๑๔. ฉันเห็นคณุ คา่ ในนำ้ ใจทผี่ อู้ ่นื
มตี ่อฉัน
๑๕. เมื่อทำผิดฉันสามารถกล่าว
คำว่า “ขอโทษ” ผู้อนื่ ได้
๑๖. ฉันยอมรับข้อผดิ พลาดของ
ผ้อู ่นื ไดย้ าก
๑๗. ถึงแม้จะต้องเสยี ประโยชน์
ส่วนตัวไปบ้าง ฉนั กย็ ินดีทจ่ี ะทำ
เพอื่ ส่วนรวม
๑๘. ฉนั รสู้ กึ ลำบากใจในการทำ
ส่ิงใดสิ่งหนึ่งเพ่อื ผอู้ น่ื
รวม
348
รายการประเมนิ ไม่จรงิ จรงิ บางครัง้ คอ่ นข้าง จรงิ มาก คะแนน
จริง
๑๙. ฉนั ไม่รู้วา่ ฉนั เกง่ เร่ืองอะไร
๒๐. แมจ้ ะเปน็ งานยาก ฉนั ก็
ม่นั ใจวา่ สามารถทำได้
๒๑. เมอื่ ทำสง่ิ ใดไม่สำเร็จ ฉนั
รู้สกึ หมดกำลงั ใจ
๒๒. ฉนั รสู้ ึกมคี ณุ ค่าเมือ่ ไดท้ ำสงิ่
ตา่ งๆอย่างเต็มความสามารถ
๒๓. เมอื่ ตอ้ งเผชญิ กับอุปสรรคและ
ความผิดหวงั ฉนั จะไมย่ อมแพ้
๒๔. เม่ือเริม่ ทำสง่ิ หนึง่ สิ่งใด ฉนั
มกั ทำต่อไปไมส่ ำเรจ็
รวม
๒๕. ฉนั พยายามหาสาเหตทุ ่ี
แท้จรงิ ของปญั หาโดยไม่คดิ เอา
เองตามใจชอบ
๒๖. บ่อยคร้ังทฉี่ นั ไม่รวู้ า่ อะไร
ทำให้ฉนั ไมม่ คี วามสขุ
๒๗. ฉนั รูส้ กึ ว่าการตดั สนิ ใจ
แกป้ ญั หาเปน็ เร่ืองยากสำหรบั ฉนั
๒๘. เมอ่ื ตอ้ งการทำอะไรหลาย
อย่างในเวลาเดียวกนั ฉัน
ตดั สนิ ใจไดว้ ่าจะทำอะไร
กอ่ นหลงั
๒๙. ฉนั ลำบากใจเม่ือต้องอยู่กับ
คนแปลกหนา้ หรือคนทไี่ ม่คนุ้ เคย
๓๐. ฉนั ทนไมไ่ ด้เม่ือตอ้ งอยูใ่ น
สงั คมทม่ี กี ฎระเบียบขดั กับความ
เคยชนิ ของฉนั
รวม