ความรู้ดา้ นการบริหารงานสาธารณสุขเบอื้ งตน้ การจัดทาแผนงาน โครงการด้านสาธารณสุข 597
การจัดทาฐานข้อมลู สาธารณสุข การมสี ว่ นร่วมของประชาชน
มาก และแบบท่ีเปน็ เพียงการใหค้ าปรกึ ษาแก่คณะรัฐมนตรซี ึ่งไม่มีผลบังคับใหร้ ัฐบาลต้องปฏิบัติตามแต่
อยา่ งใด (มาตรา 165)
ปัญหาทีเ่ ป็นอปุ สรรคของการมสี ่วนรว่ ม
1. เจ้าหนา้ ทีภ่ าครฐั และประชาชนขาดการรบั ร้เู ก่ยี วกบั แนวคิด และความสาคัญของการมีส่วน
ร่วมของประชาชน
2. โครงสรา้ งกฎหมายและกระบวนการนโยบายยงั ไมเ่ อื้อต่อการมีส่วนรว่ มอยา่ งเพียงพอ
3. การขาดแคลนผูม้ ที ักษะในการใชเ้ คร่ืองมือสร้างกระบวนการมสี ่วนร่วมของประชาชน
4. ปญั หาเร่ืองวฒั นธรรมการเมืองและความพรอ้ มของประชาชน
5. ปัญหาด้านความพร้อมของภาครฐั
6. การไมม่ ีตวั ชว้ี ดั ท่ีชัดเจน ทจี่ ะบอกให้ทราบว่าประชาชนมีส่วนรว่ มแลว้ หรอื ยัง หรือหนว่ ยงาน
ของรัฐเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีสว่ นร่วมมากน้อยเพียงใด ทาให้ผ้ปู ฏิบัติงานไมส่ ามารถทางานให้ดี
ข้ึนไดเ้ พราะไม่มีมาตรฐานในการทางานท่ีชัดเจน
598
เทคนิคการเตรียมตวั สอบสมั ภาษณ์
การสอบแข่งขัน การสอบคัดเลือก การคัดเลือก เป็นวิธีการสรรหาบุคคลเข้าทางานท้ังใน
ภาคเอกชน และภาคราชการ โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ภาคราชการมีระเบียบ กฎหมายทีเ่ กีย่ วขอ้ ง ให้ดาเนนิ การ
สรรหาบุคคล เขา้ รบั ราชการดว้ ยระบบคณุ ธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้
การสอบแข่งขันเพ่อื บรรจบุ ุคคลเข้ารับราชการ เป็นวิธีการท่ีสว่ นราชการใช้สรรหาบุคคลท่ัวไป
เขา้ รบั ราชการ หลักเกณฑ์วิธีการ หลกั สตู รเปน็ ไปตามกฎหมายของหน่วยงานนั้นๆ กาหนด เช่น การสอบ
แข่งขันบุคคลเพื่อบรรจแุ ต่งต้ังเป็นข้าราชการ ปัจจุบันได้กาหนด ให้มีสอบ ข้อเขียน และสอบสมั ภาษณ์
โดยหลกั สูตรสอบข้อเขียนประกอบด้วย ภาคความร้คู วามสามารถทวั่ ไป ภาคความรคู้ วามสารถทีใ่ ชเ้ ฉพาะ
ตาแหนง่ และภาคความเหมาะสมกบั ตาแหนง่ โดยการสอบสัมภาษณ์ โดยในแตล่ ะภาคได้กาหนดเร่ืองหรือ
หัวข้อที่จะวัดเอาไว้ เกณฑ์การผ่านและรายละเอียดอ่ืนๆ หรือการสอบ แข่งขันเพ่ือบรรจุบุคคลเข้ารับ
ราชการ หรือส่วนราชการอ่ืนก็ทานองเดียวกัน ท่ังน้ีเป้าหมายของการสอบแข่งขันก็เพื่อให้ได้บุคคลที่มี
ความรูค้ วามสามารถ เจตคติทดี่ ี เข้ามาทางานราชการนน่ั เอง
เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายของการสอบ นั่นคือเป็นผู้ท่ีสามารถสอบได้หรือสอบผ่าน มีช่ือในบัญชี
รายชื่อ ผู้สอบแข่งขนั ได้ หรือผูไ้ ดร้ บั การบรรจุแต่งต้ัง ดังน้ันจาเปน็ ต้องเตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้าน
กลา่ วคอื
1. การจัดหาเอกสารหรอื หนงั สือสาหรับเตรยี มสอบ
หนังสือหรอื เอกสารทีใ่ ช้ในการอ่านเตรยี มสอบเปน็ สง่ิ ทส่ี าคญั และจาเป็นมากเพราะหากมี
หนังสือแต่ เปน็ หนงั สอื ทเ่ี ก่า ลา้ สมัย เนอ้ื หาไมต่ รงตามหลักสตู ร กจ็ ะเสยี เวลาโดยเปลา่ ประโยชน์ทาใหเ้ กิด
ความสบั สน สง่ ผลตอ่ การสอบอยา่ งแนน่ อน วธิ กี ารหาหนังสอื หรอื เอกสารเตรียมสอบ มีดังน้ี
1) หนงั สือหรอื เอกสารมเี นื้อหาท่ีตรงตามหลกั สตู รสอบแขง่ ขนั ฯ
2) เป็นหนังสือท่ีใหม่ มีเน้ือหาสาระใหม่ ทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบันในระดับประเทศและ
ระดับโลก
3) ควรเลอื กหนงั สอื ทงั้ ทม่ี เี นอ้ื หาโดยละเอียด เนอื้ หาสรุป อา่ นแล้วเขา้ ใจง่าย หรือหนังสอื ท่ี
มแี นวข้อสอบให้ฝึกทา
4) ควรเลือกหนังสือหลายๆ เลม่ เจ้าของหรือผ้แู ต่งที่เชอ่ื ถอื ได้
5) ภาคความรู้ความสามารถท่ัวไป ควรเลอื กหนังสอื ประเภทนี้โดยเฉพาะ เช่น หนังสือวดั
ความถนัด ทางการเรียน หนงั สือความสามารถทั่วไป หรอื หนงั สอื ประเภท Aptitude test
เทคนิคการเตรยี มตวั สอบสัมภาษณ์ 599
6) ภาควิชาเฉพาะวุฒิหรือวิชาเอก ควรเสือกหนังสือ ตาราเรียน หนังสือสรุปเน้ือหา หรอื
หนังสือเตรียม สอบเข้าเรียนระดับช้ันต่างๆ ไม่ควรยึดหนังสือเตรียมสอบฯเปน็ หลักเพราะเน้ือหามีน้อย
หรือข้อสอบท่ีนามา เป็นตัวอยา่ งจะเป็นขอ้ สอบเก่าล้าสมัย
7) หนังสือรวมข้อสอบฯ หรือหนังสือท่มี ีตัวอย่างข้อสอบให้ฝึกทา ก็เป็นส่ิงจาเป็นควรมีไว้
เพือ่ ฝกึ ทกั ษะการทาข้อสอบ เพ่ือเป็นการทบทวนความ
8) ทกั ษะการทาข้อสอบ เพื่อเปน็ การทบทวนความ
2. วธิ ีการอา่ นหนงั สืออย่างไรให้จาได้เรว็
มีเอกสารหรือหนงั สือสาหรับใชเ้ ตรียมสอบทีม่ คี ณุ ภาพและจานวนมาก จะไม่กอ่ ประโยชน์อะไร
ใน การสอบเลยหากไม่อ่านหนังสอื น้ัน ดังนั้นส่ิงท่ีจะทาให้มีความรู้ ความเข้าใจ คือ การอ่าน การเ ขียน
การฟงั การพูด และการฝกึ ทา เพราะคนเราจะจาหรอื เข้าใจในเนื้อหาต้องใช้เรียนรหู้ ลายๆ วธิ ี เทคนิคการ
อา่ นหนังสือ มดี งั นี้
1. ศึกษาหลักสูตรการสอบแข่งขนั ฯ ให้เข้าใจและจัดหมวดหมู่ของเน้ือหา หนังสือ และ
วิธีการศึกษาภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ควรศึกษาโดยวิธีฝึกทาข้อสอบ ดูเฉลยและทาความเข้าใจ
เรือ่ งไหน ทีย่ ากควรทาจุดสงั เกตไวใ้ นหนังสอื หรือบันทกึ สรปุ วธิ กี ารหรือหลกั การหาคาตอบไว้ในสมดุ บนั ทกึ
ใชท้ บทวนในคราวตอ่ ไป
2. วิชาการศึกษา ควรศึกษาเป็นเร่ืองๆ ตามกรอบหลักสูตรสอบฯโดยใช้หนังสือหรือ
เอกสารหลายๆ เล่มประกอบกัน(ไม่ควรอ่านหนังสือท่ีละเล่มแต่ควรอ่านท่ีละเรื่อง) ทาจุดสังเกต (เน้น
ความสาคัญ) ไวใ้ นหนงั สอื หรอื สรุปเนอื้ หาไว้ในสมุดบันทึก ใชท้ บทวนในคราวต่อไป
3. วิชากฎหมายการศึกษา ควรศึกษาเฉพาะกฎหมายที่ระบุในหลักสูตรฯ ในประเด็น
สาคัญและเรือ่ งที่ ใช้ในการปฏบิ ตั งิ าน บันทึกเรอ่ื งหรอื ประเดน็ สาคญั เอาไวท้ บทวนในคราวต่อไป ควรฝึก
ทาขอ้ สอบ จะทาให้จดจาได้ (แตอ่ ย่าทอ่ งขอ้ สอบ)
4. วิชาเอกหรอื วิชาเฉพาะวฒุ ิ ควรศึกษาในสองลกั ษณะ คอื ลกั ษณะการจัดการเรยี นการ
สอนวิชานั้น และเน้ือหาสาระของวิชาน้ันๆ ในประเด็นสาคัญ สรุปและบันทึกสาระสาคัญเอาไว้ฝึกทา
ขอ้ สอบ วิชาน้ันๆ
5. ควรวางแผนในการศึกษาหรืออ่านหนังสือทั้งในเรื่องสถานที่ เวลา เน้ือหาวิชาตาม
ความถนัดและ ความสะดวกของตนเอง เช่น สถานท่ีเหมาะหากเป็นเวลากลางวัน ควรเป็นที่ห้องสมุด
สถาบันการศึกษา เพราะเงียบ ไม่มีเสียงรบกวน ไม่ทาให้เสียสมาธิ มีหนังสือให้ด้นคว้า มีบริการ
อินเตอร์เนต็ หรอื สอ่ื อยา่ งอืน่
600
6. เวลาทเี่ หมาะสาหรบั อา่ นหนงั สือท่ีบา้ นควรจะเปน็ ตอนเช้าประมาณ 04.00 -06.00
นาฬิกา เพราะเป็นเวลาท่ีสงบเงยี บ สมองไดพ้ กั ผอ่ นมาแลว้ ความจดจาและความเขา้ ใจจะมสี ูง
7. การแบ่งเนื้อหาในการศึกษาก็เป็นเรื่องท่ีสาคัญและคนส่วนมากมักละเลยและให้
ความสาคัญเรอ่ื งใด เรือ่ งหนึ่งเกินไป จนพบปญั หาว่าดูหนงั สอื ไม่ทนั ไมค่ รอบคลมุ หลกั สูตรฯ
8. นอกจากการศึกษาเอกสารแล้วส่ือเอกสารอย่างอ่ืนก็เป็นส่ิงจาเปน็ เช่น การพบปะ
พดู คุยแลกเปลี่ยน ความรู้กับเพื่อน การสอบถามหรือปรกึ ษาคบั ครู อาจารย์ หรือผ้รู ฯู้ การเข้ารับการอบรม
สัมมนา (ติวสอบฯ) เป็นสิ่งจาเป็นสาหรับผ้ทู ่ีไม่มีประสบการณ์ในการสอบเพราะจะได้รูค้ วามเคลือ่ นไหว
เทคนคิ วธิ ีการต่างๆ หรอื การศกึ ษาโดยสื่อวดี ที ัศน์ เทปคาบรรยาย เป็นตน้
9. การติดตามความเคลื่อนไหวทางการศึกษา สังคม เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง
เป็นส่ิงสาคัญและ จาเป็นมากเพราะเนื้อหาเหล่านี้จะกาหนดในหลักสูตรสอบฯ และออกข้อสอบทุกครงั้
เร่ืองเหล่าน้ีจะ ไม่มีในหนังสือแน่นอนเพราะเป็นเรื่องใหม่ เหตุการณ์ปัจจุบัน วิธีการศึกษาท่ีดีท่ีสุด คือ
ตดิ ตามข่าว สารทางโทรทัศน์ หนงั สือพิมพ์ วิทยุ หรือ ตามอินเตอรเ์ น็ต
3.จะสมคั รสอบแข่งขันทีไ่ หนดี
การเลือกสถานที่หรือภูมิภาคในการสมัครสอบแข่งขันฯ เป็นสิ่งสาคัญ เพราะนั่นหมายถงึ
โอกาสที่ จะสอบผา่ นหรอื ขน้ึ บญั ชีเปน็ ผสู้ อบได้ และเมอื่ ได้รบั บรรจุแต่งตั้งแลว้ จะต้องใช้ชีวติ อยทู่ ี่น้นั อย่าง
น้อยก็ หน่ึงถึงสองปีกว่าจะสามารถขอย้ายได้ บางคนโอกาสจังหวะไม่เหมาะอาจจะอยู่หลายปี ปัญหา
ต่างๆ อาจจะตามมาได้ ดังนั้นส่ิงที่ต้องคานึงถึงในการเลือกสถานท่ีหรือภูมิภาคในการสมัครสอบแขง่ ขัน
คอื
1.จานวน อตั ราตาแหน่งทว่ี า่ งและจะเรยี กบรรจุ
ประวัติในการบรรจุแต่งตั้งโยกย้ายของภูมิภาคน้ัน เช่น จังหวัดหนองคายเคยมี
ประวตั ิเรียก บรรจแุ ต่งต้ังบ่อยและจานวนมากเน่อื งจากมกี ารโยกยา้ ยบอ่ ยทาใหต้ าแหน่งว่าง เปน็ ตน้
2. ความสะดวกสบายหรอื ปัญหาทีจ่ ะตามมาเมอ่ื ไดบ้ รรจุแตง่ ตั้งแล้ว เชน่ ปญั หาในเรื่อง
ความเป็น อยู่ อาหารการกิน ภาษาท่ีใช้ การปรับตัว ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การคมนาคม
เป็นตน้
อนึง่ วธิ ีการทีน่ ิยมใชก้ ันมาก คอื สมคั รสอบไว้หลายๆ ที่ (ประมาณ 2-3 ท)ี่ แลว้ คอ่ ยตดั สินใจ
เลือก สนามหรือภูมิภาคสอบฯ หลังจากที่ทราบผลการมีสิทธิสอบฯ และจานวนผู้เข้าสอบฯ ซ่ึงเป็นคู่
แข่งขันแล้ว
4. วางแผนในการสอบอยา่ งไรใหไ้ ด้ผล
เทคนิคการเตรียมตวั สอบสัมภาษณ์ 601
การวางแผนในการสอบในที่น้ัน หมายถึง เมื่อได้ไปสมัครสอบฯ และมีสิทธิในการเข้า
สอบแข่งขันแล้ว การวางแผนการสอบต้ังแต่การเดินทาง การเข้าที่พัก การไปสู่สนามสอบหรือหอ้ งสอบ
การทาขอ้ สอบและ การเดินทางกลบั ดังน้ัน เมื่อทราบและเลือกสถานท่ีหรือภูมิภาคในการสอบแลว้ ควร
วางแผนว่าจะเดินทางวันใด เดนิ ทางไป กับใคร สถานท่ีพักท่ไี หน ต้องเตรียมให้พรอ้ ม ควรออกเดนิ ทางไป
ถึงสถานที่หรอื ภูมภิ าคสอบฯ อย่างน้อย 1 วัน เพ่ือจะได้มีเวลาพกั ผ่อน ไปสู่สนามสอบฯ ส่วนสถานที่พกั
หากไม่มบี า้ นญาตพิ ี่น้อง ควรจองไว้แตเ่ น่ินๆ เพราะถา้ จงั หวดั ใดหากเป็นสนามสอบฯ โรงแรมหรอื ทพ่ี ักใน
จังหวัดนั้นมกั จะมผี ้เู ขา้ พักเต็มหมดแลว้ การพัก ที่วัดหรือท่ีอืน่ ๆ อันไม่เหมาะสมหรือเดินทางทง้ั คนื ไมไ่ ด้
พักผอ่ น ย่อมเปน็ ส่งิ ไมด่ แี น่
เตรียมเอกสาร วสั ดุ อปุ กรณ์ หรือของใชส้ ่วนตัวให้เรยี บรอ้ ยก่อนออกเดินทาง ส่ิงทจี่ ะลมื
ไมไ่ ด้ คือ บัตรประจาตวั ผู้เข้าสอบฯ ปากกา ดนิ สอ และยางลบ (ใช้สาหรับฝนหรอื ระบายขอ้ สอบ) ยารกั ษา
โรคประจา ตัว(ถา้ ม)ี และหนังสือหรอื สรุปยอ่ เนอ้ื หาทไ่ี ดจ้ ดั ทาไว้แลว้
กอ่ นวันสอบจริงควรไปดสู นามสอบว่าอยูท่ ีใ่ ด จะเดนิ ทางจากท่พี กั โดยเส้นทางใด ใช้เวลา
เท่าไร ห้องสอบหอ้ งใดและเลขทน่ี ่ังสอบเท่าไร อยู่ตรงจุดไหน พักกลางวันจะไปรับประทานอาหารกลาง
วนั ที่ไหน เปน็ ดน้
คืนก่อนสอบ ให้ทบทวนเนื้อหาตามหลักสูตรสอบฯ เล็กน้อย หลังจากน้ันให้รีบเข้านอน
เพ่ือให้ร่าง กายได้พักผ่อนให้เพียงพอ ต่ืนเช้าสมองจะได้แจ่มใส เพราะ จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการ
วเิ คราะห์และทา ขอ้ สอบ
ในวนั สอบ หลงั จากทาภารกิจสว่ นตวั เรยี บรอ้ ย ควรไปถึงสนามสอบก่อนเวลาสอบ อย่าง
น้อย 1 ช่ัวโมง เพื่อจะได้มีความพร้อม ตรวจสอบความแน่นอนของห้องสอบอีกครง้ั หน่ึง ตรวจเช็ควสั ดุ
อุปกรณใ์ นการ สอบ บัตรประจาตัวผู้เข้าสอบ ยงั มคี รบหรอื ไม่ หากไม่มี กจ็ ะไดม้ ีเวลาจัดหาได้ทนั ไม่วติ ก
กงั วลกับการสอบเกินไป (ลกั ษณะอย่างนพี้ บเหน็ มาก)
ก่อนถึงเวลาสอบประมาณ 5-10 นาที ควรตรวจสอบความเรียบร้อยอีกคร้ังหนึ่ง เข้า
ห้องน้าทาภารกิจ ส่วนตัวให้เรียบร้อย ก่อนถึงเวลาเข้าห้องสอบและกรรมการคุมห้องสอบเรยี กเข้าห้อง
สอบฯ
เม่ืออยู่ในห้องสอบให้ปฏิบตั ิตามระเบียบของการสอบ หรือตามทก่ี รรมการคมุ หอ้ งสอบ
ชี้แจง ใหต้ ัง้ สติ ใหด้ ี มสี มาธแิ ละวางแผนการท่าข้อสอบ (ตามหวั ขอ้ ต่อไป)
5. การบริหารจดั การระหวา่ งทาขอ้ สอบกรณขี อ้ สอบเป็นปรนยั (ชนดิ ตวั เลือก)
การบริหารจัดการระหว่างทาข้อสอบเป็นศาสตร์อย่างหน่ึง ท่ีจะทาให้การสอบเป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่ไม่คานึงถงึ จดุ นี้หากไม่ไดฝ้ กึ มาก่อน เมอื่ มาทาขอ้ สอบจรงิ ย่งิ เมอ่ื ข้อสอบ
602
ท่ีทาน้ันยากหรือไม่ตรงกับท่ีได้อ่านหรือเตรียมมา ยิ่งจะเกิดความต่ืนเต้น โอกาสท่ีทาให้ผิดพลาด ทา
ข้อสอบไม่ครบ (หมดเวลาก่อน) จะมสี ูง การบริหารจัดการระหว่างทาข้อสอบ มดี ังนี้
1. กรอกข้อมลู ในกระดาษคาตอบให้ถูกต้อง เรียบร้อย โดยเฉพาะการกรอกข้อมลู ด้วย
วิธีการฝนด้วย ดินสอ หลังจากกรอกข้อมลู เสรจ็ ให้ตรวจสอบอีกครง้ั หน่ึงโดยเฉพาะเลขท่ีประจาตัวสอบ
เพราะมีหลายต่อ หลายคร้ังท่ีผู้เข้าสอบทาข้อสอบได้ แต่ไม่มีช่ือในบัญชีผู้สอบผ่าน เหตุเพราะลืมกรอก
ขอ้ มูลใน กระดาษคาตอบ หรือกรอกผิดพลาดนน้ั เอง
2. เปิดข้อสอบ เมือ่ ได้รบั อนุญาตจากผคู้ มุ หอ้ งสอบ ตรวจสอบความเรียบรอ้ ยของขอ้ สอบ
วา่ มกี ขี่ อ้ มีกี่ หน้าครบทกุ หน้าหรอื ทุกขอ้ หรอื ไม่
3. การบรหิ ารเวลาในการสอบโดยตรวจสอบเวลาทจ่ี ะใช้ในการทาข้อสอบ แล้วคานวณ
ระยะเวลาใน การทาขอ้ สอบ (โดยปกติมาตรฐานข้อสอบจะใช้เวลาทาขอ้ ละ 1 นาที ) ใหช้ าเลอื งดูนาฬิกา
ขณะทาขอ้ สอบ เปน็ ระยะ เชน่ ประมาณ 10-50 ข้อตอ่ คร้งั ทง้ั นี้เพื่อเป็นการควบคมุ เวลาในการสอบทาให้
ทาขอ้ สอบทนั เวลา และครบทุกขอ้ (จะพบบ่อยมากเมอื่ หมดเวลาการทาขอ้ สอบแลว้ แตย่ งั เหลือข้อสอบอกี
20-30 ขอ้ )
4. ทาขอ้ สอบทีละขอ้ โดยอ่านคาถามและทาความเขา้ ใจอย่างละเอยี ดอา่ นใหห้ มดคาถาม
(2เทีย่ ว)
5. อย่ารีบเร่งตัดสินใจ แล้วค่อยวิเคราะหต์ ัวเลือกแต่ละตวั เลือก ตามหลักการ (ในบทที่
2) เม่ือเลือกคาตอบแล้ว ให้กากบาทหรือฝนในช่องของกระดาษคาตอบอย่างประณีต ในกรณีที่แก้ไข
เพมิ่ เติมให้ทาตามคาแนะนาที่ บอกไว้ในกระดาษคาตอบ ข้อสอบข้อใดทส่ี งสยั ให้ทาจุดสงั เกต เชน่ ดอกจัน
ไวท้ ีห่ นา้ ข้อสอบในกระดาษ คาถาม โดยให้ความสาคญั เช่น 1 ดอกจัน คือ สงสัย 2 ดอกจัน คือ สงสัยมาก
เป็นต้น แต่ถึงแม้จะเป็นข้อ สงสัยก็ต้องกากบาท (ฝนหรือระบาย) กระดาษคาตอบห้ามข้ามข้อ เพราะจะ
ทาให้ไม่หลงลืมเม่ือทาไม่ทัน (เพราะหมดเวลา) หรืออาจจะทาให้สบั สนกากบาทผดิ ข้อได้เพราะหากขา้ ม
บางขอ้
6. ในกรณที ่ีข้อสอบบางข้อยากมาก ไมส่ ามารถทาได้ อยา่ ใชเ้ วลากับขอ้ น้นั ๆ นานเกินไป
จนทาให้เสีย เวลา (เกิน3นาที) ต้องให้ความสาคัญคับข้อสอบทุกข้อ เพราะ ข้อสอบแต่ละข้อคะแนน
เท่ากันและข้อสอบ ข้อถัดไปหรือข้อท้ายๆ อาจเป็นข้อสอบท่ีง่าย จะทาให้เสียโอกาส (ตามหลักการใน
หัวข้อต่อไป)
7. กรณีขอ้ สอบทตี่ อ้ งใช้วิธีคานวณหรือจาเป็นต้องขดี เขียนเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเข้าใจ ใหข้ ดี
เขียนลงใน กระดาษคาถามได้ (อย่าใสใ่ จกบั ข้อห้ามทบ่ี อกวา่ หา้ มขดี เขยี นใดๆ ลงบนขอ้ สอบเกนิ ไปนกั )
8. เม่ือทาข้อสอบครบทุกข้อแล้ว หากยังเหลือเวลาอย่าเพ่ิงรีบออกจากห้องสอบให้
กลับมาทบทวนข้อทีย่ ากหรือยงั ทาไมไ่ ดโ้ ดยสงั เกตจากขอ้ ทาเครอ่ื งหมายดอกจันเอาไว้
เทคนิคการเตรยี มตวั สอบสมั ภาษณ์ 603
9. ให้ทาข้อสอบจนหมดเวลา อย่าปล่อยเวลาใหเ้ สยี ไป เพราะ เวลาทุกนาทีมีคา่ สาหรับผู้
เขา้ สอบ
เมือ่ ใกล้จะหมดเวลาสอบ (จะมีประกาศเสียงตามสายหรือกรรมการคุมหอ้ งสอบบอก เช่น เหลือ
เวลา 5 นาที) ให้ตรวจสอบกระดาษคาตอบอีกคร้งั หนึ่ง โดยเฉพาะอย่างย่ิงประเด็นเก่ียวกบั การกรอกช่ือ
สกลุ รหสั หรือเลขประจาตัวผู้เข้าสอบ การลงลายมือชอื่ ผู้เขา้ สอบ (ถา้ ม)ี ไดต้ อบขอ้ สอบ (กากบาทฝนหรอื
ระบาย ดินสอ) ทกุ ข้อหรือไม่
10. หากใกล้หมดเวลาสอบแล้วยังทาไม่เสร็จ หรือข้อสอบจานวนมาก ให้ใช้วิธีการเดา
(รายละเอียดใน หวั ข้อถดั ไป) และเผ่ือเวลาไว้ 1-2 นาที เพ่ือตรวจสอบตามท่ีกล่าวในข้อ 8
6. การบริหารจดั การระหวา่ งทาข้อสอบกรณีข้อสอบเป็นอัตนยั (อธิบาย)
ข้อสอบประเภทอัตนัย (อธิบาย) ไม่ค่อยพบในการสอบแข่งขัน ทั้งนี้เพราะผู้เข้าสอบ
จานวนมาก ไม่สะดวกในการตรวจข้อสอบ ความแปรปรวน หรือความคาดเคล่ือนจะมสี ูง อาจเปน็ ช่องทาง
ให้มีการทุจริตได้ดังนั้นจึงไม่นิยมกัน แต่ข้อสอบประเภทนี้นิยมใช้ออกในการสอบคัดเลือกท่ีผู้เข้าสอบ
จานวนน้อยและมจี ุด ประสงค์เพอ่ื วัดความรู้ความสามารถ วิสัยทัศน์หรอื แนวทางอย่างใดอย่างหน่ึง เช่น
คัดเลือกผู้บริหารสถาน ศึกษา บุคลากรทางการศึกษา ระดับหัวหน้ากลุ่มหรือหัวหน้างาน เป็นต้น แต่
อย่างไรก็แล้วแตผ่ เู้ ตรยี มสอบ เผ่ือมีโอกาสตอ้ งใช้ ดงั น้ี
1. ตรวจสอบดวู า่ ข้อสอบมกี หี่ น้า คาถามครบทกุ ขอ้ หรอื ไม่
2. อา่ นคาช้แี จงใหเ้ ข้าใจ โดยเฉพาะประเด็นใหท้ าก่ขี ้อ การกาหนดจานวนหนา้ ของ
กระดาษคาตอบ
3. ให้ทาข้อท่ีง่ายกอ่ น เพราะ หากทาตามลาดับข้ออาจใช้เวลาในการคดิ ข้อแรกๆ นาน
เกนิ ไป ทาให้ เสยี เวลา อาจหมดเวลาก่อน ในขณะทข่ี ้ออืน่ อาจงา่ ยและใชเ้ วลาในการทาน้อยกวา่
4. เมื่อเลือกข้อท่ีจะทาก่อนหลงั แลว้ ให้อ่านคาถามให้ชัดเจนถึงประเด็นคาถามว่า ถาม
อะไร ที่ไหน อย่างไร เม่ือไร แต่ส่วนมากคาถามมักจะถามถึงอะไร(ความหมาย ความสาคัญ ประโยชน์)
และ หรืออย่างไร (การดาเนินการ ปัญหา อุปสรรค) ตัวอย่างคาถาม เช่น หมายถึงอะไร จะดาเนินการ
อยา่ งไรใหอ้ ธิบายพอสังเขป ให้บอกข้นั ตอนดาเนินการโดยละเอียด เป็นตน้
5. วางกรอบหรือทิศทางของคาตอบว่าจะตอบอะไรก่อนหลัง ควรอธิบายให้ชัดเจน
กะทัดรัด แต่ตรง ประเด็นมากที่สุด ไม่ควรบรรยายแบบน้าท่วมทุ่ง เพ่ือให้ไต้คาตอบมากๆ ครบจานวน
หน้ากระดาษ เทา่ นน้ั
6. กรอบของคาตอบ การอธิบายโดยท่ัวไปจะเริ่มต้นที่เกริ่นนา รายละเอียดของเรื่อง
และการสรุป โดยส่วนที่เป็นรายละเอียดให้นาหลักการ ทฤษฎีมาประกอบการอธิบายความหมาย
604
ความสาคัญ หรือความเป็นมา การดาเนินการ (โดยใช้หลักการ ทฤษฎีประกอบ) ผลของการดาเนนิ การ
ปญั หา อุปสรรค หรอื ข้อเสนอแนะ
7. การอธิบายถึงโครงการหรือช้ินงานท่ีดีเด่นหรือภูมิใจ ควรเริ่มจากความเป็นมา
หลักการทฤษฎี รายละเอียดการดาเนินการ ผลการดาเนินงาน ประโยชน์ที่ได้หรือการนาไปประยุกตใ์ ช้
ปัญหา อุปสรรคหรือข้อเสนอแนะ (ถ้าม)ี
ความจาเปน็ อยา่ งหนึง่ ท่ีเปน็ เร่ืองสาคัญของการตอบข้อสอบแบบบรรยาย คอื การเขยี น
ต้องเขียน อย่างบรรจง ประณีตที่สุดเท่าท่ีจะทาไต้ เพราะ อย่าลืมว่าข้อสอบประเภทนี้ใช้คนตรวจ หาก
อ่าน ง่ายก็จะเป็นการอานวยความสะดวกต่อผู้ตรวจ ถึงแม้จะตอบไม่ตรงประเด็น แต่เชื่อว่าน่าจะดีกวา่
ตอบอยา่ งดีเยี่ยมแตเ่ ขียนหนงั สือหวัด อา่ นไม่ออก เวียนหวั จะทาใหเ้ สยี คะแนนเปลา่ ๆ
7. เทคนคิ ในการเข้าสอบสมั ภาษณ์
หลักเกณฑก์ ารสอบสัมภาษณแ์ ละการใหค้ ะแนน
การสอบสมั ภาษณเ์ ปน็ วิธีการประเมนิ ความเหมาะสมกบั ตาแหนง่ ตามหลกั สตู ร
สอบแข่งขันหรือ สอบคดั เลอื กบคุ คลเขา้ รบั ราชการหรอื เล่อื นตาแหน่งใหส้ งู ข้นึ ของส่วนราชการต่างๆ
โดยท่ัวไปการพจิ ารณา ความเหมาะสมกบั ตาแหนง่ จะพจิ ารณาในตา้ นต่างๆ ดงั น้ี
1. ประวตั สิ ่วนตวั ประวตั ิการศึกษา ประวตั กิ ารทางาน (ถ้าม)ี ประสบการณก์ ารทางาน
(ถ้าม)ี
2. บคุ ลกิ ภาพด้านต่างๆ รวมทั้งอปุ นสิ ัยของผทู้ จี่ ะเปน็ ข้าราชการหรอื พนักงาน
3. ทว่ งทีวาจา ปฏิภาณไหวพรบิ
4. คณุ ธรรม จริยธรรม และเจตคติ
5. ความรทู้ ่ีเป็นประโยชนต์ อ่ การปฏบิ ัติงานในหนา้ ที่
6. ความร้ใู นเรื่องการรกั ษาความปลอดภยั แห่งชาติ
7. อน่ื ๆ ตามหนว่ ยงานผสู้ อบฯกาหนด
การให้คะแนนของการสอบสัมภาษณ์โดยทั่วไป (คะแนนเต็ม 50 คะแนน ) การให้
คะแนนของ กรรมการสอบสัมภาษณ์ จะกาหนดช่วงของคะแนนทีจ่ ะใหไ้ ว้อย่างชดั เจน เช่น กาหนดความ
ต่างของคะแนน ผู้เข้าสอบฯ ไม่เกิน 3 คะแนน ( ต่าสุด 47 สูงสุด 49 ) หรือ 5 คะแนน (ต่าสุด 45 สูงสุด
49) มักไมน่ ยิ มให้ คะแนนเต็ม 50 เพราะโดยหลกั การแลว้ จะไมม่ ีใครที่เยย่ี มยอดดังนั้นผู้เข้าสอบสมั ภาษณ์
จึงไม่ต้องวิตกหรือกังวลมากนัก สิ่งที่ทาให้สอบได้หรือสอบตกไม่ได้อยู่ท่ี การสอบสัมภาษณ์แต่อยู่ที่การ
สอบข้อเขียนต่างหากการเตรียมตัวและวิธีการเข้าสอบสัมภาษณ์ให้ได้คะแนนมากท่ีสุด ดังท่ีได้กล่าวมา
เทคนิคการเตรยี มตวั สอบสมั ภาษณ์ 605
เบื้องต้นแล้วว่า การสัมภาษณ์เปน็ การประเมินความเหมาะสมกับตาแหน่ง โดยประเมินผเู้ ข้าสอบทกุ คน
เพอื่ พจิ ารณาความเหมาะสมกบั ตาแหนง่ หน้าที่ จากประวตั ิสว่ นตัว ประวตั ิการ ศึกษา ประวัตกิ ารทางาน
เพ่ือพิจารณาความเหมาะสมกับตาแหน่งในด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติ หน้าที่ ท้ังความรู้
ความสามารถ ประสบการณ์ท่วงทวี าจา อุปนิสัย เจตคติ และบุคลิกภาพ ดังน้ันการจะเป็นผู้เข้ารับการ
สัมภาษณ์ท่ีดีและได้คะแนนมากท่ีสุด(ให้ถูกตัดน้อยที่สดุ ) ควรมีและ ใช้เทคนิคการเตรยี มสอบสัมภาษณ์
การเข้าสอบสัมภาษณจ์ งึ จะทาให้เกดิ ความมั่นใจ
จากทเ่ี คยผ่านการถกู สมั ภาษณแ์ ละเคยเปน็ กรรมการสอบสมั ภาษณ์ใครแ่ นะนา ดงั นี้
1. เบื้องต้นควรกรอกใบสมัครให้ดี และมีความสมบูรณ์มากที่สุด เพราะกรรมการสอบ
สมั ภาษณ์ ส่วนมากจะดขู ้อมูลส่วนตวั ผู้เขา้ รบั การสัมภาษณจ์ ากใบสมคั รประกอบการสัมภาษณ์ดว้ ย
2. ในวันสอบสัมภาษณ์ ควรแต่งกายให้สภุ าพเรียบร้อยมากทีส่ ดุ
3. ควรงดสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องด่ืมท่ีมีแอลกอฮอล์เพราะหากขณะสัมภาษณ์กล่ิน
แอลกอฮอล์ หรือ กลิ่นบุหรี่โชยออกมา คงไม่เป็นที่สบอารมณ์กรรมการมากนัก ทาให้กรรมการนึกถึง
สภาพการเปน็ คน สบู บหุ รี่ กนิ เหล้า ของคุณตอ่ ไปในอนาคตด้วย
4. ขณะรอสัมภาษณ์ควรรอด้วยความอดทน ทาจิตใจให้สดช่ืน ผ่องใส มีอารมณ์ร่าเริง
เบิกบาน ไม่ควรบ่น หรือนินทากรรมการ หรือ เจ้าหน้าท่ีสอบสมั ภาษณ์เพราะเคยปรากฏว่า บริษัท หรอื
หน่วยงาน บางแหง่ ใชว้ ธิ ใี หผ้ รู้ อสัมภาษณร์ อเป็นเวลานานๆ แตแ่ อบสง่ คนมาปะปน เพอ่ื สงั เกตพฤตกิ รรม
หรอื สังเกต ความอดทนของผทู้ จ่ี ะลกู สัมภาษณ์หากกรณีน้ีเป็นเรือ่ งจริง ขอ้ มลู นจ้ี ะลกู สง่ ใหก้ รรมการสอบ
สมั ภาษณ์มนั ที ให้ลองนึกเอาเองวา่ สถานการณข์ องคนคนน้ันจะเปน็ เชน่ ไร
5. ควรศึกษาหาความรู้ในเรื่องที่เก่ียวกับหน่วยงานที่เราสมัครสอบว่า มีความเป็นมา
อย่างไร เพราะ หากถกู สัมภาษณแ์ ล้วไม่มคี วามรู้เลย คณุ คงไม่ไดค้ ะแนนแนน่ อน
6. ขณะท่คี นอืน่ เขา้ สัมภาษณ์ ควรอยู่และสงั เกตผู้ทเี่ ข้าสัมภาษณ์ เพ่ือติดตามข้อมูลหรือ
ประเด็น ที่กรรมการสมั ภาษณ์ถาม เพื่อเตรียมคาตอบ เพราะโดยทว่ั ไปประเด็นที่ถาม มักจะถามคล้ายๆ
กนั
7. ขณะทีถ่ กู เรียกชือ่ เพอ่ื เขา้ รบั การสมั ภาษณ์ ควรก้าวเดินเข้าไปให้เปน็ ปกติ และมีความ
มนั่ ใจให้มากทส่ี ุด
8. เมือ่ ไปถงึ หนา้ โตะ๊ สัมภาษณ์ ควรยกมอื ไหวก้ รรมการทกุ คน และน่งั เมือ่ ได้รบั การบอก
ให้นงั่ ประเด็นคาถามทถ่ี าม (บอกใหพ้ ดู : ควรเตรยี มไปใหด้ ี และเล่าส้นั ๆ เฉพาะทจ่ี าเปน็ )
9. ประวตั สิ ่วนตัว ประวตั กิ ารศึกษา ประวัตกิ ารทางาน ประสบการณ์การทางาน (ถา้ มี)
606
10. บุคลิกภาพด้านต่างๆ รวมทั้งอุปนิสัยของผู้ท่ีจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ
พนกั งาน
11. ท่วงทีวาจา ปฏภิ าณไหวพรบิ ในการตอบคาถามเพื่อกรรมการถามเสรจ็
12. คณุ ธรรม จริยธรรม และเจตคติ ทมี่ ีตอ่ องค์กร ตอ่ หนว่ ยงาน
13. ความรทู้ เี่ ปน็ ประโยชนต์ ่อการปฏิบตั งิ านในหน้าท่ี
14. ความรูใ้ นเร่อื งการรักษาความปลอดภยั แห่งชาติ
ขณะถูกสัมภาษณ์ควรแสดงสีหน้าให้เป็นปกติ และแสดงความสนใจกรรมการสัมภาษณ์
ทุกคน (ไม่ควรนง่ั เหม่อ) เมอ่ื ถกู ถามให้ตอบด้วยนา้ เสยี งปกติ หากตอบไม่ได้ควรบอกวา่ เร่อื งน้ีผม/ดิฉนั ไม่
ทราบ หรือ ตอบไม่ได้ครับ / ค่ะ เพราะบางคาถามกรรมการไม่ต้องการคาตอบที่ถูกท้ังหมด หากแต่
ต้องการสงั เกต ปฏิภาณไหวพรบิ และทว่ งทวี าจาในการตอบคาถาม คาถามบางคาถาม กรรมการบางคน
ต้องการอธิบายให้เราฟัง เพ่ืออวดภูมิรู้ด้วยหากเป็นดังนี้ คุณควรแสดงความสนใจใคร่รู้ ใคร่ฟัง แสดง
อาการย้มิ ผงกศีรษะรับ หรือตอบ... "ครับ/ ค่ะ"... ในบางครง้ั ควรพูดว่า..."เร่ืองนผี้ มเพิง่ ทราบนับวา่ ทา่ นได้
กรุณาให้ความรู้เป็นอย่างมากขอบคุณท่านมากครับ/ค่ะ"... (มธุรสวาจาเหล่านี้ตรงกับบทสักวา ที่ว่า ..."
สักวาหวานอ่ืนมีหมื่นแสน ไม่เหมือนแม้นพจมานท่ีหวานหอม กลิ่นประเทียบเปรียบดวงพวงพะยอม
อาจจะน้อมจิตโน้มด้วยโลมลม"...) อันจะส่งผลต่อความพึงพอใจให้ กรรมการมากท่ีสุด บางโอกาสกลบั
กลายเปน็ ว่าเราเป็นผ้ถู าม และเปน็ ผู้สมั ภาษณก์ รรมการเสียเลย (ประเด็น นี้ ผมมกั ใช้บอ่ ย และรู้สึกว่าจะ
ได้ผลดีด้วย) เม่ือกรรมการสอบสัมภาษณ์จบ ควรยกมือไหว้และกลา่ วขอบคุณ สรุปว่า หากคุณทาไดด้ งั นี้
คณุ จะเป็นคนสอบสัมภาษณ์ท่ดี ที ี่สุด คุณสอบได้อยา่ งแน่นอน (แหล่งทมี่ า : เวบ็ ไซตส์ อบบรรจุ)
8. แนวคาถามคาตอบในการสอบสมั ภาษณ์
แนวคาถามคาตอบในการสอบสัมภาษณ์ท่จี ะกลา่ วตอ่ ไปนีเ้ ป็นแนวคาถามสอบสัมภาษณ์
เพ่ือบรรจุ เปน็ พนักงาน ขา้ ราชการ สรุปได้ดงั น้ี
1.ทาไมคณุ จึงอยากทางานทน่ี ่ี
การทีจ่ ะทางานทไี หนก็ตาม ผูส้ ัมภาษณ์จะตอ้ งถามความเปน็ มาว่าทาไม คุณต้องการที่
จะทางานในบรษิ ัทของเคา้ และคาถามนี้กเ็ ป็นสงิ่ ท่ีคุณควรทราบ และคณุ กค็ วรจะรู้ถงึ เหตุผลของคุณอย่าง
แท้จริง ไม่ไชต่ อบไปสมุ่ ส่ีส่มุ หา้ เชน่ คุณอาจจะตอบว่า
"ดิฉันมีความสนใจในระบบการทางานของท่นี ่ีมาก และก็ทราบมาว่า ทางบรษิ ัท ได้เปดิ
โอกาสใหพ้ นักงานทุกคน ได้แสดงความสามารถ ได้อย่างเต็มทคี่ ่ะ และดิฉันยังทราบมาอีกว่า ท่ีบริษทั รบั
ฟังข้อเสนอของพนักงานทุกคน และ พร้อมจะแก้ไขถ้าข้อเสนอนั้น จะสามารถพัฒนาให้บริษัทมีความ
ม่ันคง และน่าเชือ่ ถอื ย่ิงข้นึ ค่ะ"
เทคนิคการเตรยี มตัวสอบสัมภาษณ์ 607
2.ทาไมคณุ ถึงออกจากงานที่เคยทาอยู่
คาถามนจี้ ะง่ายมาก สาหรบั น้อง ๆ ทีย่ งั ไมเ่ คยทางานมาก่อน แต่จะเป็นคาถามทยี่ าก
มาก สาหรับคนที่เคยมีประสบการณ์ในการทางานมาแล้ว และเป็นคาถามท่ีตรงประเด็นมากเลยทีเดียว
เพราะหากคุณพอใจต่องานที่ทาอยู่ คุณคงไมต่ อ้ งหางานใหม่ทาหรอกจรงิ ไหมล่ะ คาถามนี้จึงเป็นคาถามที่
คุณต้องเตรียมตวั อย่างมากเลยทีเดยี ว ตัวอย่างเชน่
"ผมอยากจะเรยี นร้ถู ึงงานสายใหม่ ทีน่ ่าจะเหมาะสมกบั ตัวผมมากกวา่ ทผี่ มเคยทาอยคู่ รบั
และผมคิดวา่ งานทีน่ เี่ หมาะสมกบั ผม และผมพร้อมทีจ่ ะทางานตรงนมี้ ากทสี่ ุด"
และท่ีสาคัญ คุณห้ามนาข้อเสีย ท่ีคุณได้รู้จากบริษัทเก่า มาพูดเด็ดขาด เพราะสิ่งน้ัน
อาจทาใหค้ ะแนนแหง่ ความเชื่อถอื ของคณุ ลดลงก็ได้
3.ลองเลา่ ประวัตขิ องคณุ แบบยอ่ ๆ
การท่ีจะทางานรว่ มกนั ได้น้ัน สิ่งท่ีสาคัญ ก็จะเป็นเรื่อง ข้อมูลส่วนตัว ประวัติ ความ
เป็นมา เลก็ ๆ น้อย ๆ ท่ีสามารถบง่ บอกถึงนิสัยใจคอของคุณได้ และ สามารถบอกถงึ ความเหมาะสม กับ
งานด้านน้ีของคุณ ในการตอบคาถาม จึงควรอยู่ในแง่ของการทางาน บุคลิกภาพส่วนตัว และแง่คิดของ
ชวี ติ บา้ งนิดหน่อย คณุ ไม่ควรจะเลา่ ประวตั ิชีวิตของคุณให้มากเกินไป เพราะการพดู มากเกนิ ไป อาจจะทา
ให้เกิดผลเสยี แก่ตวั คุณเอง เชน่
" ผมเป็นคนเคารพเวลา ไม่ชอบให้ใครรอ เพราะฉะน้ันเวลาในการทางานของผมจะตรง
ต่อเวลาเสมอ แต่ผมก็มีข้อเสียนะครบั คือเวลา ที่ผมรอใคร แล้วคนคนนั้น ไม่มาสักที ผมก็มักจะควบคุม
อารมณข์ องตวั เองไมค่ อ่ ยได้ ทงั้ ๆ ท่ีเหตผุ ลของเคา้ เปน็ เหตุผลทีน่ ่าฟังมาก ตาม และตอนนผ้ี มกาลังหาวิธี
เพอ่ื แกไ้ ขข้อบกพรอ่ งของผมอย่คู รับ"
4.คุณคดิ จะทาอะไรใหก้ ับบรษิ ทั มากทสี่ ดุ
คาถามนี้จะทาให้คุณบอกถึง ความสามารถของคุณ ที่จะทาให้กบั บริษัทได้มากน้อย
แคไ่ หน ในการบอกถึงคณุ สมบตั ิ ที่คณุ สามารถทาไดน้ ้นั ไมถ่ ือวา่ เป็นการโออ้ วดวา่ คุณเกง่ แตอ่ ย่างไร แต่
ส่งิ ทคี่ ณุ พดู นัน้ จะสามารถสร้าง นา้ หนัก ในการตอบคาถามใหแ้ ก่คณุ ได้
5.จะมปี ัญหาอะไรไหมหากต้องทางานล่วงเวลา
เจอคาถามนี้เข้า ก็ทาใหอ้ ึ้งเอาการอยูท่ ีเดียว ก็แหมใครอยากจะไปทางานลว่ งเวลา
หากไม่ได้ อะไรตอบแทนบ้างเลย ฉะน้นั ในการตอบคาถามน้ี คุณควรจะกล่าวถงึ ความพร้อมเสมอ ในการ
ทางานล่วงเวลา ถึงแม้ว่า ค่าตอบแทน อาจจะน้อยมาก หรือในการทางานล่วงเวลา จะไปตรงกบั ตาราง
นัดสาคัญ กบั คนพิเศษของคณุ กต็ าม "เพือ่ ใหง้ านประสบความสาเร็จ ผมก็พรอ้ มจะทางาน ลว่ งเวลาเสมอ"
608
6.เรือ่ งทั่ว ๆ ไป
ในการสัมภาษณ์คุณอาจจะต้องพดู ถึง เรือ่ งปจั จุบัน ไม่ว่าจะเป็น ข่าวทาง การเมอื ง
เศรษฐกิจ สังคม และคา่ นิยม ท่ีเกิดขึน้ ในเวลานั้น เป็นข่าว หนังสอื พมิ พ์ คาถามนี้จะแสดงให้เหน็ วา่ คณุ ให้
ความสนใจกับข่าวสาร บ้านเมือง ไม่เป็นคนท่ีตกข่าว สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง ท่ีเกี่ยวกับ เหตุการณ์
ปัจจุบนั การทราบข้อมลู เหล่านี้ อาจทาให้คะแนน การสัมภาษณ์ ของคุณ เพิ่มขนึ้ มากไ็ ด้
7.ความใฝ่ฝนั และโครงการในอนาคต
เป็นการพิจารณาถึง ความเอาจริงเอาจังของคุณ เพราะหากคุณสามารถบอกถึง
ทศิ ทางในอนาคตได้ นั่นกแ็ สดงว่าคุณสามารถรับผดิ ชอบ ในงานทีไ่ ดร้ บั มอบหมายอย่างดีทเี ดยี ว ก็ขนาด
อนาคตที่ไม่มีใคร สามารถรู้ได้ คุณยังวางแผนสู่อนาคต ได้อย่างเป็นระบบ น่ันก็หมายถึงว่า คุณไม่ได้มี
ความคิดยา่ อยู่กับท่ีจริงไหม
8. คุณมงี านอดิเรกอะไรไหม
คาถามในข้อน้ีจะเจาะประเด็นว่า คุณรู้จักแบ่งเวลาของคุณ ให้เกิดประโยชน์ มาก
นอ้ ยแค่ไหน และแสดงให้เห็นถึง บุคลกิ ของคุณว่า คุณเปน็ คนอย่างไร รา่ เริง เปิดเผย หรอื เกบ็ ตัว เชน่ ถ้า
คณุ ตอบวา่ คุณชอบอ่านหนงั สือ คณุ อาจจะ ถูกถาม ต่อวา่ หนังสอื เล่มล่าสดุ ทคี่ ณุ อา่ น คอื เรอื่ งอะไร และ
อาจให้คุณวิจารณ์ ถึงหนังสือเล่มน้ัน ในการถามคาถามนี้ ยังสามารถได้รู้ถึง ความละเอียด อ่อนของคณุ
การรู้จกั สงั เกต การมีปฏภิ าณไหวพริบ กระทงั่ การใชช้ ีวติ รว่ มกับคนอ่ืน ๆ อีกดว้ ย
9. คุณต้องการเงนิ เดอื นเทา่ ไหร่
เป็นเรอื่ งทย่ี ากมาก ในการตอบคาถามนี้ ถา้ หากว่า งานที่คณุ ไปสมัคร ระบุ เงินเดอื น
ไว้แล้ว ก็เกิดความสบายใจหน่อย แตถ่ า้ ไมไ่ ดร้ ะบุถงึ อัตราค่าจา้ งเลย ก็แยห่ น่อย ทางทดี่ คี ุณควรตอบ ตาม
อัตราเงินเดือน ที่คนท่ัวไป ได้รับกัน เช่น อาจจะถามเพอ่ื นที่ทางาน เหมือนกับตาแหน่งที่คุณสมัคร หรอื
ตอบตามเงนิ เดอื นราชการท่คี ณุ ทราบกไ็ ด้ แต่ถ้าหากผูส้ มั ภาษณ์ เสนอเงนิ เดอื น มาสงู หรือตา่ กว่า อัตราที่
คุณรู้ คุณก็อย่าพึ่งตอบตกลง คุณอาจจะขอเวลาในการ พิจารณาสัก 3 วัน แล้วค่อยใหค้ าตอบ เพราะถา้
เกิดคณุ ตอบตกลงไปแล้ว และคุณมาขอขนึ้ ทีหลังกเ็ หมือนกบั วา่ คุณเป็นคนโลเล ไม่นา่ เชอ่ื ถอื ก็ได้
10. คุณมขี ้อสงสัยอะไรอกี ไหม
เจอคาถามนี้กบ็ ่งบอกว่า การสมั ภาษณ์ไดส้ ิน้ สุดลง แต่ในการตอบคาถาม ขอ้ สุดทา้ ย
นี้ จะตอบอย่างไรดี ท่ีจะแสดงวา่ เราไม่เปน็ คนไมฉ่ ลาดออกมา เช่น คุณอาจถามย้า เรอื่ งเวลาการทางานก็
ได้ "ผมอยากทราบเวลา ทแ่ี นน่ อน ในการทางานของผมครับ"
เทคนคิ การเตรียมตวั สอบสมั ภาษณ์ 609
หรือคุณอาจจะไม่ตอ้ งการถามอะไรก็ได้ เพราะการ ไม่ได้ถามก็เท่ากบั วา่ คุณได้ทราบข้อมลู ของ
บรษิ ทั มากพอแล้ว แตถ่ ้าเกิด สงสยั จรงิ ๆ ก็ควรตงั้ คาถามท่ฟี ังแล้วดูดี และถูกใจนายจา้ งของคุณ ให้มาก
ที่สุด
คาถามทพี่ ดู มาขา้ งต้นน้ีดู ดแู ลว้ ไมย่ ากเลยใชไ่ หม สาหรบั การเตรยี มตวั ในการสมั ภาษณข์ องคุณ
แคค่ ุณมคี วามพร้อมกบั 10 คาถามเด็ด ๆ นี้ คณุ ก็สามารถ ชนะใจ กรรมการ ได้แล้ว อย่างน้อยมนั คงมสี กั
คาถามล่ะ ที่ตรงกับการเตรยี มตวั ของคณุ และสร้าง ความมัน่ ใจ ในการตอบคาถามของคณุ ได้ แล้วอยา่ ลมื
นาไป ปฏบิ ตั ิดนู ะ เพราะส่ิงน้ี เป็นเส้นทาง ท่จี ะทาใหค้ ณุ สามารถได้รับ คัดเลอื กเปน็ พนกั งาน ในบริษทั ที่
คณุ ใฝ่ฝัน ได้อยา่ งภาคภมู ใิ จ