The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ-62-อปท

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 60011210053, 2021-03-17 02:57:30

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ-62-อปท

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ-62-อปท

สรปุ สาระสาคญั ระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 347

เวน้ แตม่ ีแบบตามกฎหมายเฉพาะเรอ่ื งใหท้ าตามแบบ เชน่ โฉนด แผนที่ แบบ แผนผงั สญั ญา หลกั ฐาน
การสบื สวนและสอบสวน และคารอ้ ง เป็นต้น

สอื่ กลางบนั ทกึ ขอ้ มลู ตามวรรคหนงึ่ หมายความถึง ส่ือใด ๆ ที่อาจใช้บนั ทกึ ข้อมลู ได้ดว้ ย
อปุ กรณท์ างอเิ ลก็ ทรอนิกส์ เชน่ แผ่นบันทกึ ขอ้ มลู เทปแมเ่ หล็ก จานแมเ่ หล็ก แผน่ ซดี ี - อา่ นอย่าง
เดยี ว หรือแผน่ ดจิ ิทัลอเนกประสงค์ เปน็ ตน้

(ความในข้อ 27 แก้ไขโดย ระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรี ว่าดว้ ยงานสารบรรณ (ฉบบั ที่ 2 ) พ.ศ.2548 ลง
วันท่ี 21 มิถุนายน พ.ศ.2548)

ส่วนที่ 7 บทเบด็ เตลด็

ขอ้ 28 หนงั สือท่ีต้องปฏบิ ัตใิ หเ้ ร็วกว่าปกติ เปน็ หนงั สอื ทต่ี อ้ งจัดส่งและดาเนินการทางสารบรรณ
ด้วยความรวดเร็วเป็นพเิ ศษ แบง่ เปน็ 3 ประเภท คือ

28.1 ด่วนท่สี ุด ให้เจา้ หนา้ ท่ีปฏบิ ัติในทันทีทไี่ ดร้ บั หนงั สอื นน้ั
28.2 ด่วนมาก ใหเ้ จา้ หน้าทีป่ ฏิบัตโิ ดยเรว็
28.3 ด่วน ให้เจา้ หนา้ ท่ีปฏบิ ัติเร็วกว่าปกติ เท่าทจ่ี ะทาได้
ให้ระบุชัน้ ความเรว็ ด้วยตวั อักษรสีแดงขนาดไมเ่ ลก็ กว่าตวั พิมพโ์ ป้ง 32 พอยท์ ใหเ้ หน็ ได้ชดั บนหนังสอื
และบนซอง ตามทกี่ าหนดไวใ้ นแบบท่ี 1 แบบท่ี 2 แบบที่ 3 และแบบท่ี 15 ทา้ ยระเบียบ โดยให้ระบุคาวา่
ดว่ นท่ีสุด ดว่ นมาก หรือด่วน สาหรบั หนงั สือตามขอ้ 28.1 ข้อ 28.2 และข้อ 28.3 แล้วแตก่ รณี
ในกรณีท่ตี อ้ งการให้หนงั สือส่งถงึ ผ้รู ับภายในเวลาทีก่ าหนด ให้ระบุคาว่า ด่วนภายใน แลว้ ลง
วนั เดือน ปี และกาหนดเวลาท่ีตอ้ งการใหห้ นังสอื น้นั ไปถึงผรู้ บั กบั ใหเ้ จ้าหน้าทสี่ ่งถึงผู้รบั ซง่ึ ระบุบนหน้า
ซองภายในเวลาทีก่ าหนด
ขอ้ 29 การตดิ ตอ่ ราชการนอกจากการจะดาเนนิ การโดยหนงั สอื ที่เป็นเอกสารสามารถ
ดาเนินการด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส์ได้
ในกรณที ต่ี ดิ ตอ่ ราชการด้วยระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส์ ใหผ้ สู้ ่งตรวจสอบผลการสง่ ทกุ คร้งั
และใหผ้ ้รู บั แจง้ ตอบรับ เพอ่ื ยนื ยนั ว่าหนงั สอื ได้จดั สง่ ไปยงั ผรู้ บั เรยี บร้อยแลว้ และส่วนราชการผสู้ ่งไมต่ อ้ ง
จัดส่งหนงั สอื เป็นเอกสาร เว้นแตก่ รณเี ปน็ เร่อื งสาคญั จาเป็นตอ้ งยืนยนั เปน็ เอกสาร ใหท้ าเอกสารยนื ยันตาม
ไปทนั ที
การสง่ ขอ้ ความทางเครอ่ื งมือสือ่ สาร เช่น โทรเลข วิทยโุ ทรเลข โทรพิมพ์ โทรศัพท์ วิทยสุ อ่ื สาร
วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยโุ ทรทัศน์ เป็นต้น ใหผ้ ู้รบั ปฏบิ ตั ิเช่นเดียวกับได้รบั หนังสือ ในกรณีท่ีจาเป็น
ตอ้ งยืนยนั เป็นหนงั สอื ใหท้ าหนงั สอื ยนื ยันตามไปทันที

348

การสง่ ขอ้ ความทางเครอื่ งมือสื่อสารซงึ่ ไม่มหี ลกั ฐานปรากฏชดั แจง้ เชน่ ทางโทรศัพท์ วิทยสุ ือ่ สาร
วิทยกุ ระจายเสยี ง หรอื วิทยโุ ทรทัศน์ เปน็ ตน้ ใหผ้ สู้ ง่ และผ้รู บั บนั ทกึ ข้อความไว้เป็นหลักฐาน

(ความในข้อ 29 แก้ไขโดย ระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบบั ท่ี 2 ) พ.ศ.2548
ลงวนั ท่ี 21 มถิ นุ ายน พ.ศ.2548)

ข้อ 30 หนังสือที่จัดทาขึ้นโดยปกติให้มีสาเนาคู่ฉบับเก็บไว้ท่ีต้นเร่ือง 1 ฉบับ และให้มีสาเนา
เกบ็ ไว้ท่ีหนว่ ยงานสารบรรณกลาง 1 ฉบับ

สาเนาคูฉ่ บบั ใหผ้ ลู้ งชอ่ื ลงลายมอื ชอ่ื หรอื ลายมือชอ่ื ย่อ และใหผ้ รู้ ่าง ผพู้ มิ พ์ และผตู้ รวจลงลายมือ
ช่อื หรอื ลายมอื ชอื่ ยอ่ ไว้ท่ขี า้ งท้ายขอบลา่ งดา้ นขวาของหนงั สอื

ข้อ 31 หนงั สอื ท่ีเจา้ ของหนังสอื เหน็ วา่ มสี ว่ นราชการอนื่ ทเ่ี ก่ียวข้องควรไดร้ บั ทราบด้วย โดยปกติ
ใหส้ ง่ สาเนาไปให้ทราบโดยทาเปน็ หนงั สือประทบั ตรา

สาเนาหนงั สอื นี้ใหม้ คี ารบั รองว่า สาเนาถกู ตอ้ ง โดยให้เจา้ หนา้ ท่ีตัง้ แตร่ ะดบั 2 หรอื เทียบเทา่ ขน้ึ ไป
ซึ่งเปน็ เจ้าของเรื่องลงลายมอื ช่ือรบั รอง พร้อมท้งั ลงช่อื ตัวบรรจง และตาแหน่งท่ขี อบลา่ งของหนงั สอื

ข้อ 32 หนังสอื เวียน คอื หนังสือท่ีมถี งึ ผู้รบั เป็นจานวนมาก มีใจความอยา่ งเดยี วกัน ใหเ้ พมิ่ รหสั
ตัวพยัญชนะ ว หน้าเลขทะเบยี นหนังสือสง่ ซึ่งกาหนดเป็นเลขท่ีหนังสือเวียนโดยเฉพาะ เร่มิ ตัง้ แต่เลข
1 เรียงเป็นลาดับไปจนถึงสิ้นปีปฏิทิน หรือใช้เลขท่ีของหนังสือท่ัวไปตามแบบหนังสือภายนอกอย่าง
หน่ึง อย่างใด

เมื่อผู้รับได้รับหนังสือเวียนแล้วเห็นว่าเรื่องน้ันจะต้องให้หน่วยงาน หรือบุคคลในบังคับ
บัญชาในระดบั ต่าง ๆ ไดร้ บั ทราบดว้ ย ก็ใหม้ หี น้าที่จดั ทาสาเนา หรอื จดั ส่งใหห้ นว่ ยงาน หรอื บุคคลเหลา่ นั้น
โดยเร็ว

ข้อ 33 สรรพนามทใ่ี ชใ้ นหนงั สือ ให้ใช้ตามฐานะแห่งความสมั พนั ธร์ ะหว่างเจา้ ของหนงั สอื และ
ผู้รบั หนงั สอื ตามภาคผนวก 2

ขอ้ 34 หนงั สือภาษาต่างประเทศ ใหใ้ ชก้ ระดาษตราครุฑ หนงั สือทีเ่ ปน็ ภาษาอังกฤษ ให้ทาตาม
แบบท่กี าหนดไว้ในภาคผนวก 4 สาหรบั หนังสอื ทเี่ ป็นภาษาอืน่ ๆ ซง่ึ มิใช่ภาษาองั กฤษ ใหเ้ ปน็ ไปตาม
ประเพณีนิยม

หมวด 2 การรบั และสง่ หนงั สอื

ส่วนท่ี 1 การรับหนงั สือ

ข้อ 35 หนงั สือรับ คอื หนงั สือทไ่ี ด้รบั เข้ามาจากภายนอก ให้เจา้ หน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลาง
ปฏบิ ัตติ ามทกี่ าหนดไว้ในสว่ นน้ี

สรปุ สาระสาคญั ระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 349

การรบั หนังสอื ที่มีชั้นความลบั ในช้นั ลบั หรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ให้
ผใู้ ชง้ านหรอื ผปู้ ฏบิ ตั ิงานที่ไดร้ ับการแตง่ ตัง้ ให้เข้าถงึ เอกสารลบั แต่ละระดบั เป็นผรู้ ับผา่ นระบบการรกั ษาความ
ปลอดภัย โดยใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บวา่ ดว้ ยการรกั ษาความลบั ของทางราชการ (ความในขอ้ 35 แก้ไขโดย
ระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับท่ี 2 ) พ.ศ.2548 ลงวันที่ 21 มถิ ุนายน พ.ศ.2548)

ขอ้ 36 จดั ลาดบั ความสาคญั และความเรง่ ด่วนของหนงั สอื เพอ่ื ดาเนนิ การกอ่ นหลงั และใหผ้ เู้ ปดิ ซอง
ตรวจเอกสาร หากไมถ่ กู ตอ้ งใหต้ ดิ ต่อสว่ นราชการเจ้าของเรอ่ื ง หรือหน่วยงานทอี่ อกหนังสือ เพ่ือ
ดาเนนิ การให้ถูกต้อง หรือบันทึกข้อบกพรอ่ งไว้เปน็ หลกั ฐาน แล้วจงึ ดาเนินการเรื่องนน้ั ตอ่ ไป

ข้อ 37 ประทับตรารบั หนังสือตามแบบท่ี 12 ท้ายระเบยี บ ทมี่ มุ บนด้านขวาของหนงั สอื โดยกรอก
รายละเอยี ดดงั น้ี

37.1 เลขรบั ใหล้ งเลขที่รบั ตามเลขทร่ี ับในทะเบยี น
37.2 วันที่ ให้ลงวัน เดอื น ปที ่ีรับหนังสอื
37.3 เวลา ใหล้ งเวลาทร่ี ับหนงั สือ
ขอ้ 38 ลงทะเบียนรับหนังสือในทะเบียนหนังสอื รับตามแบบท่ี 13 ท้ายระเบียบ โดยกรอก
รายละเอยี ดดังนี้
38.1 ทะเบยี นหนังสือรบั วันที่ เดือน พ.ศ. ให้ลงวัน เดอื น ปีทล่ี งทะเบียน
38.2 เลขทะเบียนรับ ให้ลงเลขลาดบั ของทะเบยี นหนังสอื รับเรียงลาดบั ติดต่อกันไป
ตลอดปปี ฏิทนิ เลขทะเบยี นของหนงั สือรบั จะตอ้ งตรงกบั เลขท่ใี นตรารบั หนังสอื
38.3 ท่ี ใหล้ งเลขท่ีของหนงั สอื ทร่ี บั เขา้ มา
38.4 ลงวนั ที่ ให้ลงวัน เดอื น ปขี องหนงั สอื ท่รี บั เข้ามา
38.5 จาก ให้ลงตาแหนง่ เจ้าของหนงั สอื หรอื ช่อื ส่วนราชการ หรือชอื่ บุคคลในกรณี
ทไี่ ม่มตี าแหนง่
38.6 ถึง ให้ลงตาแหน่งของผู้ท่ีหนังสือน้ันมีถึง หรือช่ือส่วนราชการ หรือช่ือบุคคล
ในกรณีทไี่ มม่ ีตาแหน่ง
38.7 เรื่อง ให้ลงช่ือเร่ืองของหนงั สอื ฉบบั น้นั ในกรณที ไ่ี มม่ ีช่อื เรอื่ งใหล้ งสรปุ เรอ่ื งยอ่
38.8 การปฏบิ ตั ิ ใหบ้ นั ทกึ การปฏบิ ัตเิ กี่ยวกบั หนงั สอื ฉบับนัน้
38.9 หมายเหตุ ใหบ้ ันทกึ ข้อความอืน่ ใด (ถา้ ม)ี
ขอ้ 39 จัดแยกหนังสือทล่ี งทะเบยี นรบั แลว้ สง่ ใหส้ ว่ นราชการทเ่ี กยี่ วขอ้ งดาเนนิ การ โดยให้ลงชือ่
หน่วยงานที่รบั หนงั สอื นน้ั ในชอ่ ง การปฏบิ ัติ ถา้ มีชือ่ บคุ คล หรอื ตาแหน่งทเ่ี ก่ยี วข้องกบั การรบั หนงั สือ ให้
ลงชือ่ หรือตาแหนง่ ไวด้ ว้ ย

350

การสง่ หนงั สือที่ลงทะเบียนรบั แล้วไปให้ส่วนราชการที่เก่ียวข้องดาเนินการตามวรรคหนึ่ง จะ
ส่งโดยใช้สมดุ ส่งหนงั สอื ตามขอ้ 48 หรือใหผ้ รู้ ับหนังสือลงชอ่ื และวัน เดอื น ปีทร่ี บั หนงั สอื ไว้เปน็ หลกั ฐาน
ในทะเบียนรบั หนังสือก็ได้ การดาเนนิ การตามข้ันตอนน้ี จะเสนอผา่ นผบู้ งั คบั บญั ชาผ้ใู ดหรอื ไม่ ใหเ้ ปน็ ไปตามที่
หวั หนา้ ส่วนราชการกาหนด ถา้ หนงั สอื รบั นน้ั จะตอ้ งดาเนนิ เรอื่ งในหน่วยงานน้ันเองจนถงึ ข้นั ได้ตอบหนงั สอื ไป
แลว้ ใหล้ งทะเบียนวา่ ได้สง่ ออกไปโดยหนงั สือทเ่ี ทา่ ใด วนั เดอื น ปีใด

ขอ้ 40 การรบั หนังสอื ภายในส่วนราชการเดียวกนั เมอ่ื ผรู้ บั ได้รบั หนงั สอื จากหนว่ ยงานสารบรรณกลางแลว้
ใหป้ ฏบิ ัติตามวิธีการทก่ี ลา่ วข้างต้นโดยอนโุ ลม

ส่วนที่ 2 การส่งหนังสือ

ขอ้ 41 หนงั สือส่ง คอื หนังสอื ทีส่ ง่ ออกไปภายนอก ให้ปฏิบตั ิตามที่กาหนดไว้ในสว่ นน้ี การสง่
หนงั สอื ที่มชี ัน้ ความลบั ในชั้นลับหรือลบั มาก ดว้ ยระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนิกสใ์ หผ้ ใู้ ชง้ านหรอื
ผู้ปฏิบัตงิ านทไ่ี ดร้ บั การแตง่ ตงั้ ใหเ้ ขา้ ถงึ เอกสารลบั แต่ละระดบั เป็นผสู้ ง่ ผา่ นระบบการรกั ษาความปลอดภยั
โดยให้เปน็ ไปตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

(ความในข้อ 41 แกไ้ ขโดย ระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับท่ี 2 ) พ.ศ.2548
ลงวนั ท่ี 21 มถิ นุ ายน พ.ศ.2548)

ข้อ 42 ให้เจ้าของเรื่องตรวจความเรียบร้อยของหนังสือ รวมท้ังส่ิงที่จะส่งไปด้วยให้ครบถ้วน
แลว้ ส่งเรอื่ งใหเ้ จ้าหนา้ ทีข่ องหนว่ ยงานสารบรรณกลางเพ่อื สง่ ออก

ขอ้ 43 เมื่อเจ้าหน้าท่ีของหน่วยงานสารบรรณกลางได้รบั เรอื่ งแลว้ ให้ปฏิบตั ิดงั นี้
43.1 ลงทะเบยี นหนงั สอื ในทะเบยี นหนงั สือส่งตามแบบที่ 14 ท้ายระเบียบ โดยกรอก

รายละเอยี ดดังน้ี
43.1.1 ทะเบียนหนังสอื ส่ง วันท่ี เดือน พ.ศ. ให้ลงวัน เดือน ปที ่ลี งทะเบยี น
43.1.2 เลขทะเบยี นส่ง ให้ลงเลขลาดบั ของทะเบียนหนังสอื ส่งเรียงลาดบั ติดตอ่

กันไปตลอดปปี ฏิทนิ
43.1.3 ที่ ใหล้ งรหสั ตัวพยัญชนะ และเลขประจาของสว่ นราชการเจ้าของเรื่อง

ในหนังสอื ทจ่ี ะสง่ ออก ถ้าไมม่ ีทีด่ งั กลา่ ว ช่องนีจ้ ะว่าง
43.1.4 ลงวันท่ี ให้ลงวัน เดอื น ปีท่จี ะสง่ หนงั สือนน้ั ออก
43.1.5 จาก ให้ลงตาแหนง่ เจา้ ของหนังสอื หรอื ชอ่ื สว่ นราชการ หรอื ชื่อบุคคล

ในกรณที ีไ่ ม่มตี าแหนง่
43.1.6 ถึง ให้ลงตาแหนง่ ของผทู้ หี่ นงั สือน้นั มีถึง หรือชื่อส่วนราชการ หรือชื่อ

สรปุ สาระสาคญั ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 351

บคุ คลในกรณที ไ่ี ม่มตี าแหนง่
43.1.7 เรอ่ื ง ใหล้ งชอ่ื เร่อื งของหนงั สอื ฉบบั น้นั ในกรณที ี่ไมม่ ชี อ่ื เรอ่ื งใหล้ งสรปุ เรอื่ งย่อ
43.1.8 การปฏบิ ตั ิ ใหบ้ ันทกึ การปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั หนังสอื ฉบบั นน้ั
43.1.9 หมายเหตุ ให้บนั ทกึ ขอ้ ความอ่ืนใด (ถ้าม)ี

43.2 ลงเลขท่ี และวัน เดอื น ปใี นหนงั สือท่จี ะส่งออกทงั้ ในตน้ ฉบบั และสาเนาคูฉ่ บบั
ให้ตรงกบั เลขทะเบียนสง่ และวนั เดือน ปีในทะเบียนหนงั สอื ส่งตามขอ้ 43.1.2 และข้อ 43.1.4

ขอ้ 44 กอ่ นบรรจุซอง ใหเ้ จ้าหน้าท่ขี องหน่วยงานสารบรรณกลางตรวจความเรียบร้อยของหนงั สอื
ตลอดจนสิ่งท่สี ง่ ไปด้วยอีกครงั้ หนงึ่ แล้วปิดผนกึ หนงั สอื ท่ีไมม่ คี วามสาคัญมากนัก อาจส่งไปโดยวิธีพับ
ยดึ ตดิ ด้วยแถบกาว กาว เยบ็ ด้วยลวด หรอื วธิ ีอ่นื แทนการบรรจุซอง

ข้อ 45 การจา่ หนา้ ซอง ใหป้ ฏิบัตติ ามแบบที่ 15 ทา้ ยระเบยี บ สาหรับหนังสือท่ีตอ้ งปฏบิ ตั ใิ หเ้ ร็ว
กว่าปกติ ให้ปฏิบัตติ ามขอ้ 28 ในกรณีท่ีไม่ใชส้ มุดสง่ หนงั สอื ให้มีใบรบั หนงั สือตามข้อ 49 แนบติดซองไป
ด้วย

ขอ้ 46 การสง่ หนังสอื โดยทางไปรษณยี ์ ใหถ้ อื ปฏิบตั ิตามระเบียบ หรอื วธิ ีการทกี่ ารส่อื สารแหง่ ประเทศไทย
กาหนด การสง่ หนังสอื ซง่ึ มใิ ชเ่ ปน็ การสง่ โดยทางไปรษณยี ์ เมอ่ื สง่ หนงั สอื ใหผ้ รู้ บั แลว้ ผูส้ ง่ ต้องใหผ้ ู้รบั ลงชอ่ื
รับในสมุดสง่ หนงั สอื หรอื ใบรบั แลว้ แตก่ รณี ถ้าเปน็ ใบรบั ใหน้ าใบรับนัน้ มาผนึกติดไวท้ สี่ าเนาคู่ฉบบั

ขอ้ 47 หนงั สอื ทไ่ี ดล้ งทะเบยี นสง่ ในกรณีทเ่ี ปน็ การตอบหนงั สือซ่ึงรบั เข้ามาใหล้ งทะเบยี นว่า
หนงั สือนน้ั ได้ตอบตามหนงั สือรบั ทเ่ี ท่าใด วัน เดือน ปีใด

ข้อ 48 สมดุ สง่ หนังสือ ใหจ้ ัดทาตามแบบท่ี 16 ท้ายระเบยี บ โดยกรอกรายละเอียดดงั นี้
48.1 เลขทะเบียน ใหล้ งเลขทะเบียนหนงั สือสง่
48.2 จาก ใหล้ งตาแหน่ง หรือชื่อส่วนราชการ หรือชื่อบุคคลท่ีเป็นเจ้าของหนังสือ
48.3 ถึง ให้ลงตาแหน่งของผ้ทู ่ีหนังสอื น้ันมีถึง หรอื ชื่อส่วนราชการ หรือชื่อบุคคล

ในกรณที ่ไี มม่ ีตาแหนง่
48.4 หน่วยรับ ใหล้ งชอ่ื ส่วนราชการทร่ี บั หนงั สือ
48.5 ผ้รู ับ ให้ผรู้ บั หนงั สือลงชื่อทสี่ ามารถอา่ นออกได้
48.6 วันและเวลา ใหผ้ ้รู บั หนังสอื ลงวนั เดือน ปแี ละเวลาที่รับหนังสือ
48.7 หมายเหตุ ให้บันทกึ ข้อความอ่ืนใด (ถ้าม)ี

ขอ้ 49 ใบรบั หนงั สอื ใหจ้ ดั ทาตามแบบที่ 17 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอยี ดดงั น้ี
49.1 ที่ ใหล้ งเลขทข่ี องหนังสือฉบบั น้นั
49.2 ถึง ให้ลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึง หรือชื่อส่วนราชการ หรือชื่อบุคคล

352

ในกรณที ่ไี ม่มีตาแหนง่
49.3 เรือ่ ง ให้ลงช่ือเร่ืองของหนงั สอื ฉบบั นนั้ ในกรณที ่ไี มม่ ชี ือ่ เร่อื งใหล้ งสรปุ เร่ืองยอ่
49.4 รบั วนั ที่ ให้ผรู้ บั หนงั สอื ลงวัน เดือน ปีท่ีรบั หนงั สอื
49.5 เวลา ให้ผูร้ บั หนังสือลงเวลาทร่ี ับหนังสือ
49.6 ผรู้ ับ ให้ผรู้ ับหนังสอื ลงชือ่ ทส่ี ามารถอา่ นออกได้

ส่วนที่ 3 บทเบ็ดเตลด็

ขอ้ 50 เพ่ือให้การรบั และสง่ หนังสอื ดาเนนิ ไปโดยสะดวกเรยี บรอ้ ยและรวดเร็ว ส่วนราชการจะ
กาหนดหน้าท่ขี องผปู้ ฏิบตั ิตลอดจนแนวทางปฏิบัตินัน้ ไว้ดว้ ยก็ได้ ทง้ั นี้ ใหม้ กี ารสารวจทะเบียนหนงั สอื รบั
เป็นประจาวา่ หนังสือตามทะเบยี นรบั นัน้ ได้มีการปฏิบัตไิ ปแลว้ เพียงใด และให้มีการตดิ ตามเรอ่ื งด้วย ในการ
นี้ ส่วนราชการใดเหน็ สมควรจะจดั ใหม้ บี ัตรตรวจคน้ สาหรบั หนังสอื รบั และหนงั สือส่งเพือ่ ความสะดวกใน
การค้นหากไ็ ด้ตามความเหมาะสม

ขอ้ 51 บตั รตรวจค้น ใหจ้ ดั ทาตามแบบท่ี 18 ทา้ ยระเบียบ โดยกรอกรายละเอยี ดดงั น้ี

51.1 เรือ่ ง รหสั ให้ลงเร่อื งและรหสั ตามหมวดหมูข่ องหนังสือ

51.2 เลขทะเบียนรับ ใหล้ งเลขทะเบยี นตามทปี่ รากฏในทะเบียนหนังสือรบั

51.3 ท่ี ให้ลงเลขทข่ี องหนงั สอื

51.4 ลงวันที่ ให้ลงวัน เดือน ปขี องหนงั สือ

51.5 รายการ ใหล้ งเรื่องย่อของหนังสอื เพ่ือใหท้ ราบว่า หนังสือนั้นมาจากทีใ่ ด เรือ่ งอะไร

51.6 การปฏบิ ัติ ให้บันทึกการปฏบิ ตั เิ กี่ยวกบั หนังสอื นน้ั เพ่ือให้ทราบว่าส่งไปทใ่ี ด เม่อื ใด

หมวด 3 การเก็บรักษา ยมื และทาลายหนงั สอื

สว่ นที่ 1 การเก็บรกั ษา

ขอ้ 52 การเกบ็ หนังสือแบง่ ออกเปน็ การเกบ็ ระหวา่ งปฏิบตั ิ การเกบ็ เมอ่ื ปฏบิ ัตเิ สร็จแลว้ และ
การเกบ็ ไวเ้ พอ่ื ใช้ในการตรวจสอบ

ข้อ 53 การเกบ็ ระหวา่ งปฏิบตั ิ คือ การเกบ็ หนงั สอื ที่ปฏิบตั ิยังไมเ่ สรจ็ ให้อยใู่ นความรบั ผดิ ชอบ
ของเจา้ ของเรอื่ งโดยให้กาหนดวิธีการเกบ็ ใหเ้ หมาะสมตามขนั้ ตอนของการปฏบิ ัติงาน

ขอ้ 54 การเก็บเมอื่ ปฏบิ ัตเิ สร็จแลว้ คอื การเกบ็ หนงั สือทีป่ ฏบิ ัติเสร็จเรยี บรอ้ ยแล้ว และไมม่ ี
อะไรทจ่ี ะตอ้ งปฏิบตั ิตอ่ ไปอกี ให้เจ้าหน้าที่ของเจ้าของเรื่องปฏิบัตดิ ังน้ี

สรปุ สาระสาคญั ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 353

54.1 จดั ทาบัญชีหนังสอื ส่งเก็บตามแบบที่ 19 ทา้ ยระเบียบ อยา่ งนอ้ ยให้มตี ้นฉบบั และ

สาเนาคฉู่ บบั สาหรบั เจา้ ของเรอื่ งและหนว่ ยเกบ็ เกบ็ ไว้อย่างละฉบับ โดยกรอกรายละเอียดดังน้ี

54.1.1 ลาดบั ที่ ใหล้ งเลขลาดบั เรอ่ื งของหนงั สอื ทเี่ กบ็
54.1.2 ท่ี ให้ลงเลขท่ีของหนงั สอื แตล่ ะฉบบั

54.1.3 ลงวันท่ี ให้ลงวนั เดือน ปขี องหนงั สอื แต่ละฉบบั

54.1.4 เรอ่ื ง ใหล้ งช่ือเรือ่ งของหนงั สือแต่ละฉบบั ในกรณที ่ีไมม่ ีชื่อเรอ่ื งใหล้ งสรปุ
เรอ่ื งยอ่

54.1.5 อายุการเกบ็ หนงั สอื ใหล้ งวัน เดอื น ปที จ่ี ะเก็บถึง ในกรณีให้เกบ็ ไว้
ตลอดไป ใหล้ งคาว่า ห้ามทาลาย

54.1.6 หมายเหตุ ให้บันทกึ ขอ้ ความอ่นื ใด (ถ้าม)ี
54.2 ส่งหนังสือและเรื่องปฏบิ ตั ิท้งั ปวงทเี่ กย่ี วข้องกบั หนงั สือน้ัน พร้อมท้งั บญั ชี
หนงั สอื สง่ เก็บไปใหห้ น่วยเกบ็ ทสี่ ว่ นราชการนนั้ ๆ กาหนด
ข้อ 55 เมอ่ื ได้รับเร่ืองจากเจ้าของเรอ่ื งตามขอ้ 54 แลว้ ให้เจา้ หนา้ ที่ผู้รบั ผดิ ชอบในการเกบ็
หนังสอื ปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
55.1 ประทับตรากาหนดเกบ็ หนงั สือตามขอ้ 73 ไวท้ ่มี มุ ล่างดา้ นขวาของกระดาษ
แผ่นแรกของหนังสอื ฉบบั นั้น และลงลายมอื ชือ่ ยอ่ กากบั ตรา
55.1.1 หนังสือท่ตี อ้ งเกบ็ ไว้ตลอดไป ใหป้ ระทบั ตราคาว่า หา้ มทาลาย ด้วยหมึกสีแดง

55.1.2 หนงั สอื ทเ่ี กบ็ โดยมกี าหนดเวลา ให้ประทบั ตราคาว่า เก็บถงึ พ.ศ. ….
ด้วยหมึกสีน้าเงิน และลงเลขของปีพทุ ธศักราชทีใ่ หเ้ กบ็ ถึง

55.2 ลงทะเบียนหนงั สอื เก็บไว้เป็นหลักฐานตามแบบที่ 20 ท้ายระเบียบ โดย
กรอกรายละเอยี ดดงั น้ี

55.2.1 ลาดบั ท่ี ใหล้ งเลขลาดบั เรือ่ งของหนังสอื ทเ่ี กบ็

55.2.2 วนั เกบ็ ใหล้ งวัน เดอื น ปที น่ี าหนงั สือน้ันเข้าทะเบยี นเกบ็
55.2.3 เลขทะเบยี นรบั ใหล้ งเลขทะเบยี นรบั ของหนงั สือแตล่ ะ

ฉบบั
55.2.4 ท่ี ให้ลงเลขทีข่ องหนังสือแตล่ ะฉบับ

354

55.2.5 เร่ือง ให้ลงชือ่ เรือ่ งของหนงั สือแตล่ ะฉบบั ในกรณที ี่ไมม่ ชี ื่อเรื่องให้

ลงสรปุ เรอื่ งย่อ

55.2.6 รหัสแฟม้ ให้ลงหมายเลขลาดบั หมขู่ องการจดั แฟม้ เกบ็ หนงั สอื

55.2.7 กาหนดเวลาเกบ็ ใหล้ งระยะเวลาการเก็บตามทกี่ าหนดในตรา
กาหนดเกบ็ หนงั สอื ตามข้อ 55.1

55.2.8 หมายเหตุ ให้บันทกึ ขอ้ ความอื่นใด (ถา้ มี)

ข้อ 56 การเกบ็ ไวเ้ พ่อื ใช้ในการตรวจสอบ คือ การเก็บหนงั สือท่ปี ฏิบัตเิ สรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ แต่จาเป็น
จะตอ้ งใชใ้ นการตรวจสอบเปน็ ประจา ไมส่ ะดวกในการสง่ ไปเก็บยังหนว่ ยเก็บของส่วนราชการตามข้อ 54

ใหเ้ จา้ ของเร่ืองเกบ็ เปน็ เอกเทศ โดยแต่งตง้ั เจา้ หนา้ ทีข่ น้ึ รบั ผิดชอบกไ็ ด้ เมอ่ื หมดความจาเปน็ ที่
จะต้องใชใ้ นการตรวจสอบแล้ว ใหจ้ ัดส่งหนังสือนน้ั ไปยังหน่วยเกบ็ ของส่วนราชการโดยใหถ้ อื ปฏบิ ัติตามขอ้
54 และข้อ 55 โดยอนุโลม

ข้อ 57 อายุการเก็บหนังสอื โดยปกตใิ ห้เก็บไว้ไม่น้อยกวา่ 10 ปี เวน้ แตห่ นงั สือดังต่อไปนี้

57.1 หนังสอื ทีต่ อ้ งสงวนเปน็ ความลบั ใหป้ ฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ระเบยี บว่าด้วยการ
รกั ษา

ความปลอดภัยแหง่ ชาติ หรอื ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลบั ของทางราชการ

57.2 หนงั สือทเ่ี ปน็ หลักฐานทางอรรถคดี สานวนของศาลหรอื ของพนกั งานสอบสวน

หรือหนังสืออื่นใดที่ได้มีกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนกาหนดไว้เป็นพิเศษแล้ว การเก็บให้
เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนว่าดว้ ยการนั้น

57.3 หนังสือทมี่ คี ณุ ค่าทางประวัติศาสตร์ทุกสาขาวิชา และมีคุณคา่ ต่อการศกึ ษา ค้นคว้าวจิ ยั

ให้เกบ็ ไวเ้ ปน็ หลักฐานสาคญั ทางประวตั ิศาสตร์ของชาติตลอดไป หรอื ตามทีส่ านกั หอจดหมาย
เหตแุ หง่ ชาติ กรมศลิ ปากร กาหนด

57.4 หนังสือทไี่ ด้ปฏิบตั งิ านเสรจ็ สิน้ แลว้ และเปน็ คู่สาเนาที่มีต้นเรือ่ งจะค้นได้จากทีอ่ ่นื

ให้เกบ็ ไว้ไม่น้อยกวา่ 5 ปี

57.5 หนงั สอื ทเ่ี ป็นเรอ่ื งธรรมดาสามัญซง่ึ ไมม่ ีความสาคญั และเป็นเรือ่ งท่เี กิดขึน้ เป็นประจา

เมอ่ื ดาเนนิ การแล้วเสรจ็ ให้เกบ็ ไวไ้ ม่น้อยกวา่ 1 ปี

สรปุ สาระสาคญั ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 355

57.6 หนงั สือหรือเอกสารทีเ่ ก่ยี วกบั การรับเงิน การจา่ ยเงนิ หรือการก่อหนผี้ กู พันทาง
การเงิน

ที่ไมเ่ ปน็ หลักฐานแหง่ การกอ่ เปล่ียนแปลง โอน สงวน หรอื ระงบั ซึ่งสทิ ธิในทางการเงนิ รวมถงึ
หนังสือหรือ

เอกสารเกย่ี วกับการรับเงนิ การจา่ ยเงนิ หรอื การกอ่ หน้ีผูกพนั ทางการเงินทีห่ มดความจาเปน็ ในการใช้
เปน็ หลักฐานแหง่ การกอ่ เปลีย่ นแปลง โอน สงวน หรอื ระงับซ่งึ สทิ ธใิ นทางการเงิน เพราะไดม้ หี นงั สอื หรอื
เอกสารอื่นท่ีสามารถนามาใช้อ้างอิงหรือทดแทนหนังสือหรือเอกสารดังกล่าวแล้ว เม่ือสานักงานการ
ตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบแลว้ ไมม่ ปี ัญหา และไมม่ คี วามจาเป็นต้องใช้ประกอบการตรวจสอบหรือเพอ่ื
การใด ๆ อกี ใหเ้ กบ็ ไว้ไมน่ อ้ ยกว่า 5 ปี

หนังสือเก่ยี วกับการเงนิ ซงึ่ เห็นว่าไม่จาเป็นต้องเก็บไวถ้ ึง 10 ปี หรือ 5 ปี แลว้ แตก่ รณี ให้ทาความ
ตกลงกบั กระทรวงการคลัง

(ความในข้อ 57 แก้ไขโดย ระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบบั ท่ี 2 ) พ.ศ.2548
ลงวันที่ 21 มถิ ุนายน พ.ศ.2548)

ข้อ 58 ทุกปีปฏิทินใหส้ ่วนราชการจัดส่งหนังสอื ที่มีอายุครบ 20 ปี นับจากวันที่ได้จดั ทาขึ้น

ทเ่ี กบ็ ไว้ ณ ส่วนราชการใด พร้อมทั้งบญั ชีส่งมอบหนังสอื ครบ 20 ปี ให้สานักหอจดหมายเหตุ
แหง่ ชาติ กรมศลิ ปากร ภายในวันท่ี 31 มกราคม ของปีถดั ไป เวน้ แต่หนงั สอื ดังตอ่ ไปน้ี

58.1 หนังสือทต่ี ้องสงวนเปน็ ความลบั ใหป้ ฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ระเบียบวา่ ดว้ ยการ
รกั ษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือระเบยี บว่าดว้ ยการรักษาความลับของทางราชการ

58.2 หนงั สอื ทมี่ กี ฎหมาย ข้อบงั คับ หรอื ระเบียบทอ่ี อกใชเ้ ปน็ การท่ัวไปกาหนดไวเ้ ปน็ อยา่ งอน่ื

58.3 หนังสอื ทีส่ ่วนราชการมีความจาเป็นต้องเก็บไว้ที่ส่วนราชการน้ัน ให้จดั ทาบัญชี

หนงั สือครบ 20 ปีท่ขี อเกบ็ เอง สง่ มอบให้สานกั หอจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรมศลิ ปากร

(ความในขอ้ 58 แกไ้ ขโดย ระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.
2548 ลงวนั ที่ 21 มถิ นุ ายน พ.ศ.2548)

ขอ้ 59 บญั ชสี ่งมอบหนังสือครบ 20 ปี และบญั ชหี นงั สอื ครบ 20 ปที ีข่ อเก็บเอง อย่างน้อย
ใหม้ ีตน้ ฉบบั และสาเนาค่ฉู บบั เพอื่ ใหส้ ่วนราชการผมู้ อบและสานักหอจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรม
ศลิ ปากร ผรู้ บั มอบยึดถือไว้เป็นหลักฐานฝา่ ยละฉบบั

59.1 บญั ชสี ่งมอบหนงั สือครบ 20 ปี ให้จัดทาตามแบบท่ี 21 ท้ายระเบียบ โดยกรอก

356

รายละเอียดดังน้ี
59.1.1 ช่ือบัญชีสง่ มอบหนังสือครบ 20 ปี ประจาปี ให้ลงตัวเลขของปีพุทธศักราช

ท่ีจัดทาบัญชี
59.1.2 กระทรวง ทบวง กรม กอง ให้ลงชือ่ สว่ นราชการทจี่ ดั ทาบญั ชี
59.1.3 วันที่ ให้ลงวัน เดอื น ปที ่ีจัดทาบญั ชี
59.1.4 แผน่ ที่ ให้ลงเลขลาดับของแผน่ บญั ชี
59.1.5 ลาดับท่ี ให้ลงเลขลาดบั เรื่องของหนงั สอื ทสี่ ง่ มอบ
59.1.6 รหสั แฟ้ม ใหล้ งหมายเลขลาดบั หม่ขู องการจดั แฟม้ เกบ็ หนงั สือ
59.1.7 ที่ ใหล้ งเลขท่ีของหนงั สือแต่ละฉบบั
59.1.8 ลงวันที่ ให้ลงวนั เดอื น ปขี องหนงั สอื แต่ละฉบบั
59.1.9 เลขทะเบียนรับ ใหล้ งเลขทะเบยี นรบั ของหนงั สอื แตล่ ะฉบบั
59.1.10 เร่อื ง ใหล้ งชื่อเรอ่ื งของหนงั สอื แตล่ ะฉบบั ในกรณที ไี่ มม่ ชี ่อื เรื่องใหล้ ง
สรปุ เรอ่ื งย่อ
59.1.11 หมายเหตุ ใหบ้ ันทึกขอ้ ความอ่นื ใด (ถา้ ม)ี
59.1.12 ลงชอื่ ผูม้ อบ ให้ผมู้ อบลงลายมือชอ่ื และวงเลบ็ ชื่อและนามสกุลดว้ ย

ตวั บรรจงพรอ้ มท้งั ลงตาแหนง่ ของผู้มอบ
59.1.13 ลงชื่อผู้รับมอบ ใหผ้ รู้ ับมอบลงลายมอื ชือ่ และวงเลบ็ ชือ่ และนามสกลุ

ด้วยตัวบรรจงพรอ้ มทง้ั ลงตาแหนง่ ของผรู้ บั มอบ
59.2 บญั ชหี นังสอื ครบ 20 ปีที่ขอเกบ็ เอง ให้จดั ทาตามแบบที่ 22 ทา้ ยระเบียบ โดยกรอก

รายละเอยี ดดังนี้
59.2.1 ช่ือบัญชหี นังสือครบ 20 ปีทข่ี อเกบ็ เองประจาปี ใหล้ งตัวเลขของปี

พทุ ธศกั ราชที่จดั ทาบัญชี
59.2.2 กระทรวง ทบวง กรม กอง ให้ลงช่ือส่วนราชการทจ่ี ัดทาบญั ชี
59.2.3 วนั ท่ี ให้ลงวนั เดือน ปที ่ีจดั ทาบญั ชี

สรปุ สาระสาคญั ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 357

59.2.4 แผน่ ที่ ให้ลงเลขลาดับของแผน่ บญั ชี
59.2.5 ลาดับท่ี ให้ลงเลขลาดบั เรอื่ งของหนงั สอื ทขี่ อเก็บเอง
59.2.6 รหสั แฟม้ ใหล้ งหมายเลขลาดับหมขู่ องการจดั แฟ้มเก็บหนงั สอื
59.2.7 ที่ ใหล้ งเลขทขี่ องหนงั สอื แตล่ ะฉบบั
59.2.8 ลงวันท่ี ให้ลงวนั เดอื น ปีของหนงั สอื แต่ละฉบบั
59.2.9 เร่อื ง ให้ลงช่อื เร่อื งของหนังสือแต่ละฉบับ ในกรณที ่ไี ม่มชี ่อื เร่อื งให้ลง
สรปุ เร่ืองย่อ
59.2.10 หมายเหตุ ให้บนั ทึกขอ้ ความอน่ื ใด (ถ้ามี)
(ความในข้อ 59 แกไ้ ขโดย ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2 )
พ.ศ.2548 ลงวันที่ 21 มิถนุ ายน พ.ศ.2548)
ข้อ 60 หนังสือท่ียังไม่ถึงกาหนดทาลาย ซึง่ ส่วนราชการเหน็ ว่าเป็นหนังสือท่ีมีความสาคัญ
และประสงคจ์ ะฝากใหส้ านกั จดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรมศลิ ปากร เกบ็ ไว้ ใหป้ ฏบิ ตั ิดงั นี้
60.1 จัดทาบัญชฝี ากหนังสือตามแบบท่ี 23 ท้ายระเบียบ อย่างนอ้ ยให้มีต้นฉบับและ
สาเนาคฉู่ บบั โดยกรอกรายละเอยี ดดังน้ี
60.1.1 ชอื่ บัญชฝี ากหนงั สือ ประจาปี ให้ลงตัวเลขของปีพทุ ธศกั ราชทจี่ ัดทาบญั ชี
60.1.2 กระทรวง ทบวง กรม กอง ให้ลงชอ่ื ส่วนราชการทจ่ี ัดทาบญั ชี
60.1.3 วนั ที่ ให้ลงวัน เดือน ปีท่จี ัดทาบญั ชี
60.1.4 แผน่ ที่ ใหล้ งเลขลาดับของแผน่ บัญชี
60.1.5 ลาดบั ท่ี ใหล้ งเลขลาดบั เรื่องของหนงั สอื
60.1.6 รหัสแฟม้ ใหล้ งหมายเลขลาดับหมู่ของการจัดแฟ้มเก็บหนงั สอื
60.1.7 ท่ี ใหล้ งเลขท่ีของหนงั สือแตล่ ะฉบบั
60.1.8 ลงวันท่ี ให้ลงวัน เดือน ปขี องหนงั สอื แต่ละฉบบั
60.1.9 เลขทะเบียนรับ ใหล้ งเลขทะเบียนรบั ของหนงั สอื แต่ละฉบบั
60.1.10 เรอื่ ง ให้ลงชือ่ เรอื่ งของหนังสอื แตล่ ะฉบบั ในกรณที ไ่ี มม่ ชี ื่อเรือ่ งใหล้ ง

358

สรปุ เรื่องย่อ

60.1.11 หมายเหตุ ให้บนั ทึกขอ้ ความอน่ื ใด (ถ้าม)ี

60.1.12 ลงชื่อผ้ฝู าก ใหผ้ ้ฝู ากลงลายมอื ชื่อและวงเล็บช่อื และนามสกลุ ด้วยตัวบรรจง

พรอ้ มทั้งลงตาแหนง่ ของผู้ฝาก

60.1.13 ลงช่ือผู้รับฝาก ใหผ้ ้รู ับฝากลงลายมือช่ือและวงเล็บชอื่ แลนามสกุล

ด้วยตัวบรรจงพรอ้ มทง้ั ลงตาแหนง่ ของผรู้ ับฝาก

60.2 ส่งต้นฉบับและสาเนาคู่ฉบับบัญชีฝากหนังสือพร้อมกับหนังสือที่จะฝากให้

กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศลิ ปากร

60.3 เมอื่ กองจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรมศิลปากร ตรวจหนงั สือและรบั ฝากหนงั สือแลว้

ให้ลงนามในบัญชฝี ากหนงั สอื แลว้ คนื ตน้ ฉบบั ใหส้ ว่ นราชการผฝู้ ากเก็บไวเ้ ปน็ หลักฐาน

หนังสอื ทีฝ่ ากเกบ็ ไวท้ ีก่ องจดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรมศิลปากร ให้ถอื ว่าเป็นหนังสอื ของสว่ น
ราชการผ้ฝู าก หากสว่ นราชการผฝู้ ากต้องการใชห้ นงั สือหรอื ขอคนื ให้ทาได้โดยจดั ทาหลักฐานตอ่ กนั ไวใ้ ห้
ชัดแจง้ เมอ่ื ถงึ กาหนดการทาลายแลว้ ใหส้ ่วนราชการผูฝ้ ากดาเนนิ การตามขอ้ 66

ข้อ 61 การรักษาหนังสอื ให้เจา้ หนา้ ทรี่ ะมดั ระวังรกั ษาหนงั สือใหอ้ ยใู่ นสภาพใช้ราชการไดท้ ุก
โอกาส หากชารดุ เสยี หาย ตอ้ งรบี ซอ่ มใหใ้ ชร้ าชการไดเ้ หมอื นเดมิ หากสูญหายตอ้ งหาสาเนามาแทน ถา้
ชารุดเสยี หายจนไมส่ ามารถซ่อมแซมใหค้ งสภาพเดมิ ได้ ใหร้ ายงานผบู้ งั คบั บัญชาทราบและใหห้ มายเหตุไว้
ในทะเบียนเกบ็ ถา้ หนังสือทส่ี ูญหายเปน็ เอกสารสิทธติ ามกฎหมายหรอื หนงั สือสาคัญท่เี ป็นการแสดง
เอกสารสทิ ธิกใ็ ห้ดาเนินการแจ้งความต่อพนกั งานสอบสวน

ส่วนที่ 2 การยืม

ขอ้ 62 การยมื หนังสอื ที่สง่ เกบ็ แลว้ ใหป้ ฏิบัตดิ งั นี้
62.1 ผูย้ มื จะตอ้ งแจง้ ใหท้ ราบวา่ เรอื่ งท่ียมื นั้นจะนาไปใชใ้ นราชการใด
62.2 ผูย้ มื จะตอ้ งมอบหลกั ฐานการยมื ใหเ้ จา้ หน้าทเ่ี กบ็ แล้วลงชื่อรบั เร่อื งทย่ี ืมไวใ้ น

บตั รยืมหนังสอื และใหเ้ จ้าหน้าทีเ่ กบ็ รวบรวมหลกั ฐานการยมื เรียงลาดับวนั เดอื น ปีไวเ้ พอื่ ติดตามทวง
ถาม ส่วนบัตรยมื หนงั สือนนั้ ใหเ้ กบ็ ไวแ้ ทนทหี่ นงั สอื ท่ีถูกยืมไป

62.3 การยืมหนงั สอื ระหวา่ งสว่ นราชการ ผู้ยมื และผอู้ นุญาตใหย้ ืมตอ้ งเป็นหวั หน้าส่วนราชการ
ระดบั กองข้นึ ไป หรือผู้ท่ไี ด้รบั มอบหมาย

62.4 การยืมหนังสอื ภายในสว่ นราชการเดียวกัน ผู้ยืมและผอู้ นุญาตใหย้ มื ต้องเป็นหวั หน้า

สรปุ สาระสาคญั ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 359

ส่วนราชการระดบั แผนกขน้ึ ไป หรอื ผทู้ ่ไี ดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ 63 บตั รยืมหนังสอื ให้จัดทาตามแบบที่ 24 ทา้ ยระเบยี บ โดยกรอกรายละเอยี ดดังน้ี
63.1 รายการ ให้ลงชอื่ เรอ่ื งหนังสือท่ขี อยมื ไปพรอ้ มด้วยรหสั ของหนงั สือนั้น
63.2 ผู้ยืม ใหล้ งช่ือบุคคล ตาแหนง่ หรือส่วนราชการท่ียมื หนังสอื นัน้
63.3 ผู้รับ ใหผ้ รู้ ับหนงั สอื นั้นลงลายมอื ชือ่ และวงเล็บช่ือกากบั พร้อมดว้ ยตาแหนง่ ใน

บรรทดั ถดั ไป
63.4 วันยมื ให้ลงวนั เดอื น ปที ่ยี มื หนงั สือน้ัน
63.5 กาหนดส่งคนื ใหล้ งวัน เดอื น ปที จ่ี ะสง่ หนงั สอื น้นั คนื
63.6 ผู้สง่ คืน ให้ผ้สู ง่ คืนลงลายมือช่อื
63.7 วนั สง่ คืน ใหล้ งวนั เดอื น ปที ส่ี ง่ หนงั สอื คนื

ขอ้ 64 การยืมหนงั สอื ท่ปี ฏบิ ัตยิ งั ไม่เสรจ็ หรือหนงั สือทเี่ กบ็ ไว้เพอ่ื ใชใ้ นการตรวจสอบ ให้ถือปฏิบตั ิ
ตามขอ้ 62 โดยอนโุ ลม

ข้อ 65 การให้บุคคลภายนอกยมื หนังสือจะกระทามไิ ด้ เวน้ แต่จะให้ดหู รอื คัดลอกหนังสือ ทัง้ น้ี
จะตอ้ งไดร้ บั อนญุ าตจากหวั หน้าสว่ นราชการระดับกองข้ึนไป หรือผู้ทไ่ี ดร้ ับมอบหมายกอ่ น

ส่วนที่ 3 การทาลาย

ข้อ 66 ภายใน 60 วันหลงั จากวนั ส้นิ ปีปฏทิ นิ ให้เจ้าหนา้ ทีผ่ ู้รบั ผดิ ชอบในการเกบ็ หนงั สือสารวจหนงั สอื
ทีค่ รบกาหนดอายุการเกบ็ ในปีนนั้ ไมว่ า่ จะเป็นหนังสอื ท่เี กบ็ ไว้เองหรือทฝ่ี ากเก็บไวท้ ่ีกองจดหมายเหตุแหง่ ชาติ
กรมศิลปากร แล้วจัดทาบัญชีหนังสือขอทาลายเสนอหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมเพื่อพิจารณา
แต่งต้ังคณะกรรมการทาลายหนังสือ

บัญชีหนังสือขอทาลาย ให้จัดทาตามแบบที่ 25 ท้ายระเบียบ อย่างน้อยให้มีต้นฉบับและสาเนาคู่
ฉบบั โดยกรอกรายละเอยี ดดงั น้ี

66.1 ชื่อบญั ชีหนังสอื ขอทาลาย ประจาปี ใหล้ งตัวเลขของปีพทุ ธศักราชทจ่ี ดั ทาบญั ชี
66.2 กระทรวง ทบวง กรม กอง ใหล้ งช่อื ส่วนราชการทจี่ ดั ทาบัญชี
66.3 วันท่ี ใหล้ งวนั เดือน ปที จ่ี ดั ทาบญั ชี
66.4 แผน่ ที่ ให้ลงเลขลาดับของแผน่ บญั ชี
66.5 ลาดบั ที่ ให้ลงเลขลาดบั เรอื่ งของหนงั สอื
66.6 รหสั แฟ้ม ให้ลงหมายเลขลาดับหม่ขู องการจดั แฟม้ เกบ็ หนงั สือ
66.7 ท่ี ใหล้ งเลขที่ของหนังสอื แต่ละฉบับ

360

66.8 ลงวันท่ี ใหล้ งวัน เดือน ปีของหนงั สือแตล่ ะฉบบั
66.9 เลขทะเบียนรับ ใหล้ งเลขทะเบียนรับของหนงั สือแตล่ ะฉบบั
66.10 เร่ือง ให้ลงช่ือเรอ่ื งของหนังสอื แต่ละฉบบั ในกรณที ีไ่ มม่ ชี อ่ื เรื่องใหล้ งสรปุ เรื่องย่อ
66.11 การพจิ ารณา ใหค้ ณะกรรมการทาลายหนังสอื เปน็ ผูก้ รอก
66.12 หมายเหตุ ให้บันทกึ ข้อความอ่นื ใด (ถ้ามี)
ขอ้ 67 ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมแต่งตั้งคณะกรรมการทาลายหนังสือประกอบด้วย
ประธานกรรมการและกรรมการอกี อยา่ งนอ้ ยสองคน โดยปกติให้แต่งตั้งจากขา้ ราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือ
เทียบเท่าขน้ึ ไป ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าท่ีได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการ
คนหนึ่ง ทาหน้าท่ีประธานมติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก ถ้ากรรมการผู้ใดไม่เห็นด้วยให้ทา
บนั ทกึ ความเหน็ แยง้ ไว้
ขอ้ 68 คณะกรรมการทาลายหนงั สอื มหี นา้ ที่ดงั น้ี
68.1 พจิ ารณาหนังสือท่จี ะขอทาลายตามบัญชหี นงั สือขอทาลาย
68.2 ในกรณีท่ีคณะกรรมการมีความเหน็ วา่ หนงั สือฉบบั ใดไมค่ วรทาลาย และควรจะขยาย
เวลาการเก็บไว้ ให้ลงความเห็นว่าจะขยายเวลาการเก็บไว้ถึงเมื่อใด ในช่อง การพิจารณา ตามข้อ
66.11 ของบัญชีหนังสือขอทาลาย แล้วให้แก้ไขอายุการเก็บหนังสือในตรากาหนดเก็บหนังสือ โดยให้ประธาน
กรรมการทาลายหนงั สือลงลายมอื ชือ่ กากบั การแกไ้ ข
68.3 ในกรณที ่คี ณะกรรมการมีความเหน็ ว่าหนังสือเร่อื งใดควรให้ทาลาย ให้กรอกเคร่อื งหมาย
กากบาท (×) ลงในช่อง การพจิ ารณา ตามขอ้ 66.11 ของบญั ชีหนงั สอื ขอทาลาย
68.4 เสนอรายงานผลการพจิ ารณาพร้อมทง้ั บันทกึ ความเห็นแยง้ ของคณะกรรมการ (ถ้าม)ี
ต่อหัวหนา้ ส่วนราชการระดับกรมเพ่อื พจิ ารณาสัง่ การตามขอ้ 69
68.5 ควบคุมการทาลายหนงั สือซ่ึงผูม้ ีอานาจอนุมัตใิ หท้ าลายได้แล้ว โดยการเผาหรอื วิธี
อ่นื ใดทจี่ ะไมใ่ หห้ นงั สือนั้นอา่ นเป็นเรอื่ งได้ และเม่อื ทาลายเรยี บร้อยแลว้ ให้ทาบันทกึ ลงนามร่วมกนั เสนอ
ผู้มีอานาจอนมุ ัตทิ ราบ
ขอ้ 69 เม่ือหัวหน้าส่วนราชการระดบั กรมไดร้ บั รายงานตามขอ้ 68.4 แลว้ ให้พจิ ารณาส่งั การ
ดังนี้
69.1 ถา้ เห็นว่าหนงั สอื เร่อื งใดยังไมค่ วรทาลาย ให้สง่ั การใหเ้ ก็บหนังสอื น้นั ไว้จนถงึ เวลา
การทาลายงวดตอ่ ไป
69.2 ถ้าเห็นว่าหนงั สือเร่อื งใดควรทาลาย ให้ส่งบญั ชีหนงั สือขอทาลายให้กองจดหมายเหตุ

สรปุ สาระสาคญั ระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 361

แห่งชาติ กรมศิลปากร พิจารณาก่อน เว้นแต่หนังสือประเภทท่ีส่วนราชการนั้นได้ขอทาความตกลง
กับกรมศลิ ปากรแล้ว ไมต่ อ้ งสง่ ไปให้พจิ ารณา

ขอ้ 70 ให้กองจดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรมศิลปากร พิจารณารายการในบญั ชีหนงั สือขอทาลาย
แลว้ แจ้งใหส้ ่วนราชการทสี่ ง่ บญั ชีหนังสือขอทาลายทราบดงั นี้

70.1 ถา้ กองจดหมายเหตแุ ห่งชาติ กรมศิลปากร เหน็ ชอบด้วย ให้แจง้ ใหส้ ว่ นราชการนนั้
ดาเนนิ การทาลายหนงั สือต่อไปได้ หากกองจดหมายเหตแุ ห่งชาติ กรมศลิ ปากร ไมแ่ จง้ ให้ทราบอยา่ งใด
ภายในกาหนดเวลา 60 วัน นบั แตว่ นั ทสี่ ว่ นราชการน้นั ได้ส่งเรื่องให้กองจดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรมศิลปากรให้
ถือวา่ กองจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรมศลิ ปากร ได้ใหค้ วามเห็นชอบแล้ว และใหส้ ่วนราชการทาลายหนังสอื ได้

70.2 ถ้ากองจดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรมศลิ ปากร เหน็ วา่ หนงั สอื ฉบับใดควรจะขยายเวลา
การเก็บไว้อย่างใดหรอื ใหเ้ ก็บไว้ตลอดไป ให้แจ้งให้ส่วนราชการนั้นทราบ และให้ส่วนราชการน้ัน ๆ ทาการ
แก้ไขตามท่ีกองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร แจ้งมา หากหนังสือใดกองจดหมายเหตุแห่งชาติ
กรมศิลปากร เห็นควรให้สง่ ไปเกบ็ ไว้ทก่ี องจดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรมศิลปากร ก็ให้ส่วนราชการนั้น ๆ
ปฏิบัติตาม เพื่อประโยชน์ในการนี้ กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร จะส่งเจ้าหน้าที่มาร่วม
ตรวจสอบหนงั สือของส่วนราชการนั้นกไ็ ด้

หมวด 4 มาตรฐานตรา แบบพิมพ์ และซอง

ขอ้ 71 ตราครุฑสาหรับแบบพิมพ์ ใหใ้ ช้ตามแบบที่ 26 ทา้ ยระเบยี บ มี 2 ขนาด คอื
71.1 ขนาดตัวครฑุ สูง 3 เซนติเมตร
71.2 ขนาดตัวครฑุ สงู 1.5 เซนตเิ มตร

ขอ้ 72 ตราชอ่ื ส่วนราชการใหใ้ ช้ตามแบบท่ี 27 ทา้ ยระเบียบ มลี กั ษณะเปน็ รปู วงกลมสองวง
ซอ้ นกนั เส้นผา่ ศูนย์กลางวงนอก 4.5 เซนตเิ มตร วงใน 3.5 เซนติเมตร ลอ้ มครฑุ ตามข้อ 71.1 ระหวา่ งวง
นอกและวงในมอี กั ษรไทยชอ่ื กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการทเี่ รียกชื่ออยา่ งอืน่ ทม่ี ีฐานะเป็นกรม
หรอื จังหวัดอยู่ขอบล่างของตรา

ส่วนราชการใดทม่ี กี ารติดต่อกบั ตา่ งประเทศ จะให้มชี อื่ ภาษาต่างประเทศเพมิ่ ขึ้นด้วยกไ็ ด้ โดย
ให้อกั ษรไทยอยู่ขอบบนและอกั ษรโรมนั อยขู่ อบลา่ งของตรา

ขอ้ 73 ตรากาหนดเก็บหนังสอื คือ ตราท่ใี ชป้ ระทบั บนหนงั สอื เก็บ เพอื่ ใหท้ ราบกาหนดระยะเวลา
การเกบ็ หนงั สือนน้ั มคี าว่า เก็บถงึ พ.ศ. …. หรอื คาวา่ ห้ามทาลาย ขนาดไมเ่ ลก็ กวา่ ตวั พิมพ์ 24 พอยท์

ขอ้ 74 มาตรฐานกระดาษและซอง

362

74.1 มาตรฐานกระดาษ โดยปกตใิ ห้ใชก้ ระดาษปอนด์ขาว นา้ หนกั 60 กรมั ตอ่ ตารางเมตร มี 3
ขนาด คือ

74.1.1 ขนาดเอ 4 หมายความวา่ ขนาด 210 มลิ ลเิ มตร × 297 มิลลิเมตร
74.1.2 ขนาดเอ 5 หมายความว่า ขนาด 148 มลิ ลเิ มตร × 210 มลิ ลเิ มตร
74.1.3 ขนาดเอ 8 หมายความวา่ ขนาด 52 มลิ ลิเมตร × 74 มิลลิเมตร
74.2 มาตรฐานซอง โดยปกติให้ใช้กระดาษสีขาวหรือสีนา้ ตาล น้าหนัก 80 กรัม
ต่อตารางเมตร เว้นแต่ซองขนาด ซี 4 ใหใ้ ช้กระดาษน้าหนัก 120 กรัมตอ่ ตารางเมตร มี 4 ขนาด คือ
74.2.1 ขนาดซี 4 หมายความว่า ขนาด 229 มิลลิเมตร × 324 มลิ ลิเมตร
74.2.2 ขนาดซี 5 หมายความวา่ ขนาด 162 มลิ ลเิ มตร × 229 มลิ ลเิ มตร
74.2.3 ขนาดซี 6 หมายความว่า ขนาด 114 มลิ ลิเมตร × 162 มลิ ลิเมตร
74.2.4 ขนาดดีแอล หมายความวา่ ขนาด 110 มิลลเิ มตร × 220 มลิ ลิเมตร
ข้อ 75 กระดาษตราครุฑ ให้ใช้กระดาษขนาดเอ 4 พิมพ์ครฑุ ตามข้อ 71.1 ด้วยหมกึ สีดา หรือ
ทาเป็นครุฑดนุ ทีก่ ่ึงกลางส่วนบนของกระดาษ ตามแบบที่ 28 ท้ายระเบยี บ
ข้อ 76 กระดาษบนั ทึกขอ้ ความ ให้ใช้กระดาษขนาด เอ 4 หรือ ขนาด เอ 5 พิมพค์ รฑุ ตามข้อ 71.2
ด้วยหมึกสีดาทม่ี มุ บนดา้ นซา้ ย ตามแบบที่ 29 ทา้ ยระเบียบ
ข้อ 77 ซองหนังสือ ใหพ้ ิมพ์ครฑุ ตามขอ้ 71.2 ด้วยหมกึ สดี าทมี่ ุมบนดา้ นซ้ายของซอง
77.1 ขนาดซี 4 ใชส้ าหรบั บรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑ โดยไมต่ ้องพบั มีชนดิ ธรรมดา
และขยายข้าง
77.2 ขนาดซี 5 ใช้สาหรับบรรจหุ นงั สอื กระดาษตราครุฑพบั 2
77.3 ขนาดซี 6 ใชส้ าหรับบรรจุหนงั สือกระดาษตราครฑุ พบั 4
77.4 ขนาดดแี อล ใช้สาหรบั บรรจุหนงั สอื กระดาษตราครฑุ พบั 3
ส่วนราชการใดมคี วามจาเป็นตอ้ งใชซ้ องสาหรบั สง่ ทางไปรษณียอ์ ากาศโดยเฉพาะ อาจใชซ้ องพิเศษสาหรบั
ส่งทางไปรษณยี อ์ ากาศและพมิ พต์ ราครฑุ ตามทกี่ ลา่ วขา้ งต้นได้โดยอนโุ ลม
ข้อ 78 ตรารบั หนังสือ คือ ตราที่ใชป้ ระทบั บนหนงั สอื เพ่ือลงเลขทะเบียนรบั หนังสือตามแบบที่ 12
ท้ายระเบยี บ มลี กั ษณะเป็นรูปส่ีเหลี่ยมผืนผา้ ขนาด 2.5 เซนติเมตร × 5 เซนตเิ มตร มีชื่อสว่ นราชการ
อยตู่ อนบน
ขอ้ 79 ทะเบยี นหนงั สอื รบั ใช้สาหรับลงรายการหนงั สือที่ไดร้ บั เขา้ เป็นประจาวนั โดยเรยี งลาดบั
ลงมาตามเวลาท่ีได้รบั หนังสือ มีขนาดเอ 4 พิมพ์สองหนา้ มสี องชนดิ คอื ชนิดเป็นเลม่ และชนิดเป็นแผ่น
ตามแบบท่ี 13 ทา้ ยระเบยี บ

สรปุ สาระสาคญั ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 363

ขอ้ 80 ทะเบยี นหนังสอื สง่ ใช้สาหรับลงรายการหนังสอื ทไี่ ดส้ ง่ ออกเปน็ ประจาวัน โดยเรียงลาดบั
ลงมาตามเวลาท่ีไดส้ ่งหนงั สอื มขี นาดเอ 4 พมิ พส์ องหนา้ มีสองชนิด คอื ชนิดเปน็ เล่มและชนิดเปน็ แผ่น
ตามแบบที่ 14 ทา้ ยระเบียบ

ขอ้ 81 สมุดส่งหนังสือและใบรับหนังสือ ใช้สาหรับลงรายการละเอียดเก่ียวกับการส่งหนังสือ
โดยให้ผนู้ าส่งถอื กากบั ไปกับหนังสอื เพอื่ ใหผ้ ้รู บั เซน็ รบั แลว้ รบั กลบั คนื มา

81.1 สมดุ สง่ หนงั สอื เปน็ สมุดสาหรบั ใชล้ งรายการส่งหนังสือ มีขนาดเอ 5 พมิ พ์สองหนา้
ตามแบบที่ 16 ท้ายระเบยี บ

81.2 ใบรับหนังสอื ใชส้ าหรบั กากบั ไปกบั หนังสือท่นี าสง่ โดยใหผ้ รู้ บั เซน็ ชอื่ รบั แล้วรบั
กลบั คนื มา มีขนาดเอ 8 พิมพห์ นา้ เดียว ตามแบบท่ี 17 ท้ายระเบียบ

ขอ้ 82 บัตรตรวจค้น เปน็ บตั รกากับหนงั สอื แต่ละรายการเพอ่ื ให้ทราบวา่ หนงั สอื นน้ั ๆ ได้มกี าร
ดาเนินการตามลาดับขัน้ ตอนอย่างใด จนกระทั่งเสร็จส้ิน บัตรน้เี กบ็ เรียงลาดับกันเป็นชุดในที่เกบ็ โดย
มีกระดาษติดเป็นบตั รดรรชนี ซ่ึงแบง่ ออกเป็นตอน ๆ เพอ่ื สะดวกแก่การตรวจค้น มีขนาดเอ 5 พมิ พส์ อง
หนา้ ตามแบบที่ 18 ท้ายระเบียบ

ข้อ 83 บญั ชีหนงั สือสง่ เก็บ ใชส้ าหรบั ลงรายการหนงั สือที่จะสง่ เกบ็ มขี นาดเอ 4 พิมพห์ นา้ เดยี ว
ตามแบบท่ี 19 ทา้ ยระเบยี บ

ขอ้ 84 ทะเบียนหนงั สอื เกบ็ เปน็ ทะเบียนท่ใี ชล้ งรายการหนงั สือเก็บ มขี นาดเอ 4 พมิ พ์สองหนา้
มีสองชนิด คือ ชนดิ เปน็ เลม่ และชนิดเป็นแผ่น ตามแบบที่ 20 ทา้ ยระเบยี บ

ขอ้ 85 บัญชีส่งมอบหนงั สือครบ 25 ปี เป็นบัญชีที่ใช้ลงรายการหนงั สือท่ีมีอายุครบ 25 ปี
สง่ มอบเกบ็ ไว้ท่ีกองจดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรมศิลปากร มีลกั ษณะเป็นแผน่ ขนาดเอ 4 พมิ พ์สองหนา้ ตามแบบ
ที่ 21 ทา้ ยระเบียบ

ข้อ 86 บัญชีหนังสอื ครบ 25 ปี ทข่ี อเก็บเอง เปน็ บัญชที ี่ใชล้ งรายการหนงั สือทีม่ อี ายุครบ 25 ปี
ซึ่งสว่ นราชการนั้นมีความประสงคจ์ ะเกบ็ ไวเ้ อง มลี กั ษณะเปน็ แผน่ ขนาดเอ 4 พมิ พส์ องหนา้ ตามแบบท่ี 22
ทา้ ยระเบียบ

ขอ้ 87 บญั ชีฝากหนังสือ เป็นบัญชีทีใ่ ช้ลงรายการหนังสอื ทสี่ ว่ นราชการนาฝากไว้กบั กองจดหมายเหตุ
แห่งชาติ กรมศิลปากร มลี ักษณะเปน็ แผน่ ขนาดเอ 4 พิมพส์ องหนา้ ตามแบบที่ 23 ท้ายระเบียบ

ข้อ 88 บตั รยืมหนังสอื ใช้สาหรบั เป็นหลักฐานแทนหนังสอื ท่ใี หย้ ืมไป มขี นาดเอ 4 พมิ พห์ น้าเดยี ว
ตามแบบที่ 24 ทา้ ยระเบียบ

ขอ้ 89 บัญชีหนังสือขอทาลาย เป็นบัญชที ลี่ งรายการหนงั สอื ท่ีครบกาหนดเวลาการเกบ็ มี
ลักษณะเป็นแผน่ ขนาดเอ 4 พมิ พส์ องหน้า ตามแบบที่ 25 ท้ายระเบยี บ

364

บทเฉพาะกาล
ขอ้ 90 แบบพิมพ์ และซอง ซง่ึ มอี ยกู่ ่อนวนั ที่ระเบียบน้ใี ชบ้ งั คบั ใหใ้ ชไ้ ดต้ ่อไปจนกว่าจะหมด

ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าดว้ ยงานสารบรรณ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2548 365

ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548

โดยท่ีเป็นการสมควรแก้ไขเพ่ิมเติมระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.
2526 เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบันที่มีการปฏิบัติงานสารบรรณด้วยระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนิกส์ และเปน็ การสอดคล้องกบั การบริหารราชการแนวทางใหมท่ มี่ ุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ ความคุม้ ค่า
และการลด ขัน้ ตอนการปฏบิ ัตงิ าน สมควรวางระบบงานสารบรรณใหเ้ ป็นการดาเนนิ งานทม่ี รี ะบบ มีความ
รวดเร็ว มีประสทิ ธิภาพ และลดความซา้ ซ้อนในการปฏบิ ัตริ าชการ

อาศัยอานาจตามความในมาตรา 11 (8) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผน่ ดิน
พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรฐั มนตรจี ึงวางระเบียบไว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี

ข้อ 1 ระเบียบนีเ้ รียกว่า “ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.
2548”

ขอ้ 2 ระเบยี บนใ้ี หใ้ ชบ้ งั คบั ต้ังแต่วันถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ด้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 5 แห่งระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.
2526 และใหใ้ ชข้ ้อความตอ่ ไปน้ีแทน

“ขอ้ 5 ในกรณีท่กี ฎหมาย ระเบียบว่าดว้ ยการรักษาความปลอดภยั แหง่ ชาติ หรอื ระเบยี บว่าดว้ ย
การรักษาความลบั ของทางราชการ กาหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับงานสารบรรณไว้เปน็ อย่างอื่น ให้ถอื ปฏบิ ัติ
ตามกฎหมาย หรอื ระเบียบวา่ ด้วยการนนั้ ”

ข้อ 4 ให้เพ่ิมนิยามคาว่า “อิเล็กทรอนิกส์” และคาว่า “ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์”
ระหว่างนิยามคาว่า “หนังสือ” และ “ส่วนราชการ” ในข้อ 6 แห่งระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี ว่าด้วย
งานสารบรรณ พ.ศ. 2526

“อิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คล่ืน
แม่เหล็กไฟฟา้ หรือวิธีอนื่ ใดในลักษณะคลา้ ยกนั และใหห้ มายความรวมถึงการประยกุ ต์ใช้วิธีการทางแสง
วธิ ีการ ทางแมเ่ หล็ก หรืออปุ กรณท์ เี่ ก่ียวขอ้ งกับการประยุกต์ใช้วธิ ตี า่ ง ๆ เชน่ ว่านั้น

“ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การรับส่งข้อมูลข่าวสารหรือหนังสือผ่าน
ระบบสือ่ สาร ดว้ ยวธิ ีการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์””

ข้อ 5 ให้ยกเลิกความในข้อ 9 แห่งระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.
2526 และให้ใช้ความตอ่ ไปนีแ้ ทน

“ข้อ 9 หนังสือราชการ คือ เอกสารท่ีเป็นหลักฐานโนราชการ ได้แก่ 9.1 หนังสือที่มีไปมา
ระหว่างสว่ นราชการ

366

9.2 หนงั สอื ทส่ี ่วนราชการมไี ปถงึ หน่วยงานอน่ื ใดซ่งึ มิใช่สว่ นราชการหรือทม่ี ีไปถึง

บคุ คลภายนอก

9.3 หนังสือท่ีหน่วยงานอื่นใดซ่งึ มิใช่สว่ นราชการ หรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ 9.4
เอกสารที่ทางราชการจัดทาข้ึนเพ่ือเป็นหลักฐานโนราชการ 9.5 เอกสารที่ทางราชการจัดทาขึ้นตาม
กฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ 9.6 ข้อมูลข่าวสารหรือหนังสือท่ีได้รับจากระบบสารบรรณ
อเิ ล็กทรอนกิ ส์”

ข้อ 6 ให้ยกเลิกความในข้อ 27 แห่งระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.
2526 และใหใ้ ช้ความต่อไปน้ีแทน

“ข้อ 27 หนังสืออื่น คือ หนังสือหรือเอกสารอ่ืนใดท่ีเกิดขึ้นเน่ืองจากก ารปฏิบัติงานของ
เจ้าหน้าท่ีเพื่อเป็นหลักฐานโนราชการ ซ่ึงรวมถึงภาพถ่าย ฟิล์ม แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ และ
ส่ือกลางบันทึกข้อมูลด้วย หรือหนังสือของบุคคลภายนอก ท่ีย่ืนต่อเจ้าหน้าท่ี และเจ้าหน้าท่ีได้รับเข้า
ทะเบยี น รบั หนังสือของทางราชการแล้ว มรี ปู แบบตามทีก่ ระทรวง ทบวง กรม จะกาหนดข้ึนใชต้ ามความ
เหมาะสม เว้นแต่มีแบบตามกฎหมายเฉพาะเรือ่ งให้ทาตามแบบ เช่น โฉนด แผนท่ี แบบ แผนผัง สญั ญา
หลักฐาน การสบื สวนและสอบสวน และคารอ้ ง เป็นดน้

สื่อกลางบันทึกข้อมูลตามวรรคหน่ึง หมายความถึง ส่ือใด ๆ ท่ีอาจใช้บันทึกข้อมูลได้ด้วย
อปุ กรณ์ทางอิเลก็ ทรอนิกส์ เชน่ แผ่นบันทึกข้อมลู เทปแม่เหลก็ จานแมเ่ หล็ก แผ่นซีดี-อา่ นอยา่ งเดยี ว หรอื
แผ่นดิจิทัลอเนกประสงค์ เป็นดน้

ข้อ 7 ให้ยกเลิกความในข้อ 29 แห่งระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.
2526 และใหใ้ ช้ความต่อไปนีแ้ ทน

“ข้อ 29 การติดต่อราชการนอกจากการจะดาเนินการโดยหนังสือที่เป็นเอกสารสามารถ
ดาเนนิ การดว้ ยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสไ์ ด้

ในกรณีท่ีติดต่อราชการด้วยระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ส่งตรวจสอบผลการส่งทกุ ครั้ง
และให้ผู้รบั แจง้ ตอบรับ เพือ่ ยนื ยนั ว่าหนังสือได้จดั สง่ ไปยงั ผู้รบั เรียบร้อยแล้ว และสว่ นราชการผูส้ ง่ ไม่ต้อง
จัดส่งหนังสือเปน็ เอกสาร เว้นแต่กรณีเป็นเร่ืองสาคัญจาเป็นต้องยืนยันเป็นเอกสาร ให้ทาเอกสาร ยืนยัน
ตามไปทนั ที

การสง่ ขอ้ ความทางเคร่อื งมือส่อื สาร เชน่ โทรเลข วิทยุโทรเลข โทรพิมพ์ โทรศัพท์ วทิ ยสุ ่อื สาร
วทิ ยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทศั น์ เป็นด้น ใหผ้ รู้ บั ปฏบิ ัตเิ ช่นเดียวกับไดร้ ับหนงั สอื ในกรณีทีจ่ าเป็น ตอ้ ง
ยืนยนั เปน็ หนงั สอื ใหท้ าหนังสอื ยนื ยันตามไปทนั ที

ระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยงานสารบรรณ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2548 367

การส่งข้อความทางเครื่องมือสื่อสารซ่ึงไม่มีหลักฐานปรากฎชัดแจ้ง เช่น ทางโทรศัพท์ วิทยุ
สอื่ สาร วิทยุกระจายเสยี ง หรือวทิ ยุโทรทศั น์ เปน็ ดน้ ใหผ้ ู้สง่ และผรู้ ับบันทึกข้อความไวเ้ ปน็ หลักฐาน”

ข้อ 8 ให้ยกเลิกความในข้อ 35 แห่งระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.
2526 และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนแ้ี ทน

“ข้อ 35 หนังสือรับ คือ หนังสือท่ีได้รับเข้ามาจากภายนอก ให้เจ้าหน้าท่ีของหน่วยงาน สาร
บรรณกลางปฏิบตั ิตามท่ีกาหนดไวใ้ นสว่ นน้ี

การรับหนังสือที่มีช้ันความลับ ในช้ันลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้
ผู้ใช้งานหรอื ผปู้ ฏิบัติงานที่ได้รบั การแต่งตงั้ ใหเ้ ข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับ เป็นผู้รบั ผา่ นระบบการรกั ษา
ความปลอดภยั โดยให้เป็นไปตามระเบยี บว่าด้วยการรกั ษาความลับของทางราชการ”

ข้อ 9 ให้ยกเลิกความในข้อ 41 แห่งระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.
2526 และให้ใช้ความตอ่ ไปน้ีแทน

“ข้อ 41 หนังสือสง่ คือ หนังสือทส่ี ่งออกไปภายนอก ให้ปฏิบัติตามทกี่ าหนดไวใ้ นสว่ นนี้ การสง่
หนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ใช้งานหรือ
ผู้ปฏิบัติงานท่ีได้รับการแต่งต้ังให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับ เป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษา ความ
ปลอดภัย โดยให้เป็นไปตามระเบียบว่าดว้ ยการรักษาความลับของทางราชการ”

ข้อ 10 ให้ยกเลิกความในข้อ 57 ข้อ 58 และข้อ 59 แห่งระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย
งานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปน้ีแทน

“ขอ้ 57 อายุการเกบ็ หนงั สอื โดยปกติให้เก็บไวไ้ มน่ ้อยกวา่ 10 ปี เวน้ แต่หนงั สือดังตอ่ ไปนี้ 57.1
หนังสือทีต่ อ้ งสงวนเป็นความลบั ใหป้ ฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบวา่ ด้วย การรกั ษาความปลอดภยั แหง่ ชาติ
หรอื ระเบยี บว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

57.2 หนังสือท่ีเป็นหลักฐานทางอรรถคดี สานวนของศาลหรือของพนักงาน สอบสวนหรือ
หนังสืออ่ืนใดท่ีได้มีกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนกาหนดไว้เป็นพิเศษแล้ว การเก็บ ให้เป็นไปตาม
กฎหมายและระเบยี บแบบแผนวา่ ด้วยการนนั้

57.3 หนังสอื ทมี่ ีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทกุ สาขาวชิ า และมีคุณค่าตอ่ การศึกษา ค้นคว้า วิจัย
ให้เก็บไว้เป็นหลักฐานสาคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติตลอดไป หรือตามที่สานักหอจดหมายเหตุ
แห่งชาติ กรมศิลปากร กาหนด

57.4 หนังสือที่ได้ปฏิบตั ิงานเสร็จสินแล้ว และเปน็ ค่สู าเนาที่มดี น้ เรอ่ื งจะคน้ ได้ จากทอี่ น่ื ใหเ้ ก็บ
ไว้ไมน่ ้อยกวา่ 5 ปี

368

57.5 หนงั สือทเี่ ปน็ เรอ่ื งธรรมดาสามัญซง่ึ ไม่มคี วามสาคญั และเป็นเร่ืองทเี่ กดิ ข้นึ เปน็ ประจาเมอื่
ดาเนนิ การแล้วเสร็จใหเ้ ก็บไวไ้ มน่ ้อยกว่า 1 ปี

57.6 หนังสือหรือเอกสารเก่ยี วกบั การรบั เงิน การจ่ายเงนิ หรอื การกอ่ หนีผ้ ูกพนั ทางการเงินทไี่ ม่
เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิในทางการเงิน รวมถึงหนังสือหรือ
เอกสารเกี่ยวกับการรบั เงิน การจ่ายเงนิ หรือการก่อหนผ้ี ูกพนั ทางการเงนิ ทห่ี มด ความจาเปน็ ในการใช้เปน็
หลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซ่ึงสิทธิในทางการเงิน เพราะได้มีหนังสือหรือ
เอกสารอ่ืนทส่ี ามารถนามาใชอ้ า้ งองิ หรือทดแทนหนงั สอื หรอื เอกสารดังกล่าวแล้ว เมือ่ สานักงานการตรวจ
เงนิ แผน่ ดนิ ตรวจสอบแล้วไม่มีปญี หา และไมม่ ีความจาเปน็ ต้องใช้ประกอบ การตรวจสอบหรอื เพือ่ การใด
ๆ อีก ให้เกบ็ ไวไ้ ม่นอ้ ยกวา่ 5 ปี

หนังสือเกี่ยวกับการเงนิ ซึ่งเห็นว่าไม่มีความจาเป็นต้องเก็บไว้ถึง 10 ปี หรือ 5 ปี แล้วแต่กรณี
ใหท้ าความตกลงกบั กระทรวงการคลงั

ข้อ 58 ทุกปีปฏิทินให้สว่ นราชการจัดสง่ หนังสือท่ีมอี ายุครบ 20 ปี นับจากวันท่ีได้จัดทาขึ้น ท่ี
เกบ็ ไว้ ณ ส่วนราชการใด พร้อมทง้ั บญั ชีส่งมอบหนังสอื ครบ 20 ปี ให้สานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรม
ศิลปากร ภายในวันท่ี 31 มกราคม ของปีลัดไป เวน้ แตห่ นังสอื ดังตอ่ ไปน้ี

58.1 หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลับใหป้ ฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบว่าด้วย การรักษาความ
ปลอดภัยแหง่ ชาติ หรอื ระเบยี บว่าดว้ ยการรักษาความลบั ของทางราชการ

58.2 หนงั สือท่มี กี ฎหมาย ขอ้ บงั คับ หรอื ระเบียบทอ่ี อกใชเ้ ปน็ การทัว่ ไปกาหนดไว้

เปน็ อย่างอ่ืน

58.3 หนังสือท่ีส่วนราชการมีความจาเป็นต้องเก็บไว้ที่ส่วนราชการนั้นให้จัดทาบัญชี หนังสือ
ครบ 20 ปที '่ี ขอเก็บเอง ส่งมอบใหส้ านักหอจดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรมศลิ ปากร

ข้อ 59 บญั ชีส่งมอบหนังสอื ครบ 20 ปี และบัญชีหนังสือครบ 20 ปีที'่ ขอเกบ็ เอง อย่างนอ้ ย ให้มี
ดน้ ฉบับและสาเนาคู่ฉบบั เพ่อื ใหส้ ่วนราชการผมู้ อบและสานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ผ้รู บั
มอบยดึ ถอื ไวเ้ ปน็ หลักฐานฝา่ ยละฉบบั

59.1 บัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี ให้จัดทาตามแบบที่ 21 ท้ายระเบียบ โดยกรอก
รายละเอียดดงั น้ี

59.1.1 ชื่อบัญชสี ่งมอบหนังสอื ครบ 20 ปี ประจาปี ให้ลงตัวเลขของ

ปพี ทุ ธศกั ราชทจ่ี ัดทาบัญชี

ระเบยี บสานักนายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 369

59.1.2 กระทรวง ทบวง กรม กอง ให้ลงชื่อส่วนราชการที่จัดทาบัญชี 59.1.3 วันท่ี ให้ลงวัน
เดือน ปีที่จัดทาบัญชี 59.1.4 แผ่นที่ ให้ลงเลขลาดับของแผ่นบัญชี 59.1.5 ลาดับที่ ให้ลงเลขลาดับเร่อื ง
ของหนงั สือทสี่ ่งมอบ 59.1.6 รหัสแฟม้ ให้ลงหมายเลขลาดับหมขู่ องการจัดแฟม้ เกบ็ หนงั สือ 59.1.7 ท่ี ให้
ลงเลขท่ีของหนังสือแต่ละฉบับ 59.1.8 ลงวันที่ ให้ลงวัน เดือน ปีของหนังสือแต่ละฉบับ 59.1.9 เ ลข
ทะเบียนรับ ให้ลงเลขทะเบียนรับของหนังสอื แต่ละฉบับ 59.1.10 เร่ือง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสอื แตล่ ะ
ฉบบั ในกรณที ีไ่ ม่มีช่อื เรอื่ ง

ใหล้ งสรุปเร่อื งย่อ

59.1.11 หมายเหตุ ใหบ้ นั ทกึ ข้อความอน่ื ใด (ถา้ ม)ี

59.1.12 ลงชื่อผูม้ อบ ให้ผมู้ อบลงลายมอื ชื่อและวงเลบ็ ช่ือและนามสกุล ดว้ ยตัวบรรจงพร้อมทั้ง
ลงตาแหนง่ ของผู้มอบ

59.1.13 ลงชื่อผู้รับมอบ ให้ผู้รับมอบลงลายมือชื่อและวงเล็บช่ือและนามสกุล ด้วยตัวบรรจง
พร้อมท้งั ลงตาแหน่งของผู้รบั มอบ

59.2 บัญชีหนังสือครบ 20 ปี ท่ีขอเก็บเอง ให้จัดทาตามแบบท่ี 22 ท้ายระเบียบ โดยกรอก
รายละเอียดตงั น้ี

59.2.1 ชือ่ บัญชหี นังสอื ครบ 20 ปีที'่ ขอเกบ็ เองประจาปี ให้ลงตัวเลขของ
ปพี ุทธศกั ราชทจี่ ัดทาบัญชี

59.2.2 กระทรวง ทบวง กรม กอง ใหล้ งชอื่ สว่ นราชการท่ีจัดทาบัญชี

59.2.3 วนั ท่ี ใหล้ งวนั เดือน ปที ่ีจดั ทาบญั ชี
59.2.4 แผ่นท่ี ใหล้ งเลขลาดบั ของแผน่ บัญชี

59.2.5 ลาดบั ท่ี ให้ลงเลขลาดับเรอื่ งของหนงั สอื ท่ขี อเก็บเอง

59.2.6 รหัสแฟ้ม ใหล้ งหมายเลขลาดบั หมู่ของการจัดแฟม้ เกบ็ หนังสอื
59.2.7 ที่ ใหล้ งเลขทข่ี องหนังสอื แต่ละฉบับ

59.2.8 ลงวนั ที่ ใหล้ งวนั เดอื น ปขี องหนงั สือแตล่ ะฉบับ

59.2.9 เร่ือง ใหล้ งชือ่ เรือ่ งของหนงั สือแต่ละฉบบั ในกรณที ี่ไม่มีชื่อเรอื่ ง
ใหล้ งสรุปเรอ่ื งย่อ

59.2.10 หมายเหตุ ให้บันทกึ ข้อความอ่นื ใด (ถ้าม)ี ”

370

ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรวี ่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560

โดยทีเ่ ป็นการสมควรแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรวี ่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ.2526
เพ่ือระบตุ าแหนง่ ประเภทตาแหนง่ และระดับตาแหนง่ ของขา้ ราชการพลเรอื น และพนักงานสว่ นทอ้ งถ่ิน
เพ่ือระบุตาแหนง่ และระดับตาแหนง่ ของข้าราชการพลเรอื นหรอื พนกั งานส่วนท้องถน่ิ นั้นรวมทงั้ กาหนดให้
พนกั งานราชการและเจ้าหน้าท่ขี องรฐั อน่ื มหี นา้ ท่ที าสาเนาหนังสอื และรบั รองสาเนาหนังสอื นนั้ ไดด้ ้วย

อาศัยอานาจตามความในมาตรา 11 (8) แห่งพระชาชบัญญตั ิระเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดิน
พ.ศ. 2534 นายกรฐั มนตรโี ดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรจี งึ ออกระเบยี บไว้ ดังต่อไปน้ี

ขอ้ 1 ระเบียบนเี้ รียกว่า “ระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรวี ่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ.
2560”

ขอ้ 2 ระเบียบนใี้ หใ้ ชบ้ งั คับตงั้ แตว่ ันถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นตอ้ ไป

ขอ้ 3 ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ 31 แหง่ ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรวี ่าด้วยงานสาร
บรรณ พ.ศ. 2526 และให้ใชค้ วามดงั ตอ่ ไปน้แี ทน

“สาเนาหนงั สอื ตามวรรคหนงึ่ ใหม้ คี ารบั รองวา่ สาเนาถกู ตอ้ ง โดยใหข้ ้าราชการพลเรอื นหรอื
พนกั งานสว่ นทอ้ งถิ่นประเภทวิชาการ ระดบั ปฏบิ ัติการ หรอื ประเภททว่ั ไป ระดบั ชานาญงาน ขนึ้ ไปหรือ
เจา้ หนา้ ท่ีของรัฐอ่นื ทเี่ ทยี บเท่า หรอื พนักงานราชการ ซึง่ เปน็ เจ้าของเรอื่ งทที่ าสาเนาหนงั สอื นน้ั ”

ขอ้ 4 ให้ยกเลกิ ความในวรรคหนง่ึ ของขอ้ 67 แห่งระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรวี ่าดว้ ยงานสาร
บรรณ พ.ศ. 2526 และใหใ้ ชค้ วามดงั ต่อไปนแ้ี ทน

“ใหห้ ัวหน้าสว่ นราชการระดบั กรมแต่งตง้ั คณะกรรมการทาลายหนังสือ ประกอบด้วยประธาน
กรรมการและกรรมการอกี อยา่ งน้อยสองคน โดยปกตใิ ห้แต่งตัง้ จากขา้ ราชการพลเรอื นหรอื พนักงานสว่ น
ทอ้ งถ่นิ ประเภทวชิ าการ ระดบั ปฏิบัติการ หรือประเภททัว่ ไป ระดบั ชานาญงาน ขน้ึ ไป หรือเจ้าหนา้ ที่ของ
รฐั อนื่ ทเี่ ทียบเทา่ ”

ประกาศ ณ วนั ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560

พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา

นายกรฐั มนตรี

แนวขอ้ สอบระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และท่ีแกไ้ ข 371
เพ่ิมเตมิ

แนวข้อสอบระเบยี บสานักนายกรฐั มนตรวี ่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และทแี่ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ

1. ระเบยี บงานสารบรรณของสานักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2526 (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2548 บังคบั ใช้

เมอ่ื ใด

ก. 1 กรกฎาคม 2526 ข. 24 กนั ยายน 2548

ค. 1 มถิ ุนายน 2526 ง. 1 กันยายน 2548

2. การเซน็ ชื่อรับรองสาเนาหนังสือ ผมู้ หี น้าท่ีเกยี่ วข้องต้ังแต่ระดับใดข้นึ ไปเป็นผ้ลู งนามรับรอง ท่ี

ชอบด้วยระเบียบงานสารบรรณ

ก. ระดับ 4 ข. ระดบั 5

ค. ระดับ 2 ง. ระดบั 3

3. การเกบ็ หนังสือมีประโยชน์ต่อข้อใดมากท่สี ุด

ก. การทาความสะอาดท่ีเกบ็ ข.การค้นหา

ค. การตรวจสอบ ง.ความเป็นระเบยี บเรียบรอ้ ย

4. ผูใ้ ดรักษาการระเบียบสานักนายกรฐั มนตรีวา่ ดว้ ยงานสารบรรณ

ก. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย ข. ปลดั กระทรวงมหาดไทย

ค. นายกรฐั มนตรี ง. ปลัดสานกั นายกรฐั มนตรี

5. “สว่ นราชการ” ตามระเบยี บงานสารบรรณหมายความว่าอยา่ งไร

ก. ทบวง ข. กระทรวง

ค. คณะกรรมการ ง. ถกู ทุกข้อ

6. หนังสือราชการมีกชี่ นิด

ก. 6 ชนดิ ข. 7 ชนิด

ค. 4 ชนิด ง. 5 ชนดิ

7. หนังสือราชการคือ

ก. หนังสือทปี่ ระทับตราแทนชื่อ ข. เอกสารทเ่ี ป็นหลกั ฐานในราชการ

ค. หนังสือส่ังราชการ ง. หนงั สือทีล่ ง วัน เวลา ตามแบบสากล

8. หนงั สือราชการภายในหมายถงึ ข้อใด

ก. หนังสือราชการหรือเอกสารทางราชการ

ข. หนังสอื ทีม่ ไี ปมาระหวา่ งสว่ นราชการกระทรวงเดยี วกัน

ค. หนังสอื ทีเ่ ป็นหลกั ฐานทางราชการ

ง. หนงั สอื ที่มไี ปมาระหวา่ งกระทรวงหรอื สว่ นราชการ

9. ข้อใดต่อไปนอี้ าจไมม่ ีในหนงั สือราชการ

ก. คาขนึ้ ต้นและคาลงทา้ ย ข. เร่ือง

ค. อ้างถงึ และสงิ่ ทสี่ ง่ มาดว้ ย ง. วัน เดือน ปี ท่ีออกหนังสือ

372

10. ลักษณะในขอ้ ใดทเ่ี หมาะสมสาหรับผ้ปู ฏิบัติงานสารบรรณ

ก. มีความสขุ ุม ละเอียด และรอบคอ ข. ปฏิบตั งิ านด้วยความรวดเร็วถูกต้อง

ค. มคี วามร้ภู าษาไทย ง. ถกู ท้ัง ก. ข. และ ค.

11. การเขียนวันท่ีในหนงั สือภายในข้อใดถกู ตอ้ ง

ก. 10 ก.ค. 2541 ข. 14 กมุ ภาพันธ์ 2545

ค. วันท่ี 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 ง. 11 ก.ค. 41

12. หนังสือราชการถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรใช้คาขึน้ ต้นว่าอยา่ งไร

ก. กราบเรยี น ข. ถงึ

ค. ขนึ้ ต้นตามข้อใดก็ได้ ง. เรยี น

13. พระเจา้ แผ่นดินแต่งตวั ใชร้ าชาศพั ท์ว่าอย่างไร

ก. ทรงพระสคุ นธ์ ข. ทรงเครอ่ื ง

ค. แตง่ พระองค์ ง. ทรงเครือ่ งใหญ่

14. ทรงบาเพ็ญพระราชกุศล ตรงกับคาสามญั วา่ อย่างไร

ก. ทาบญุ ข. เดนิ ทาง

ค. ไปวัด ง. ฟังเทศน์

15. นายกรฐั มนตรี ตาย คาท่ขี ีดเสน้ ใตค้ าใดจึงจะถกู ต้องตามราชาศัพท์

ก. พิราลัย ข. อสญั กรรม

ค. ถึงแก่กรรม ง. มรณกรรม

16. ขอ้ ใดอธิบายเก่ยี วกับการใชก้ ระดาษของหนังสอื แตล่ ะประเภทได้ไม่ถกู ต้อง

ก. หนังสือรบั รองใช้กระดาษตราครฑุ

ข. หนงั สอื ภายนอกใช้กระดาษตราครุฑ

ค. หนงั สือภายในใช้กระดาษใช้กระดาษตราครฑุ

ง. หนังสอื ประทับตราใชก้ ระดาษตราครฑุ

17. บรรดาขอ้ ความทงั้ หลายท่ผี ูม้ ีอานาจหน้าท่ีได้วางไวเ้ พื่อถอื เป็นหลกั ปฏิบัตงิ านเป็นการประจา

เรียกวา่ อะไร

ก. คาส่งั ข. ข้อบังคบั

ค. กฎกระทรวง ง. ระเบียบ

18. บรรดาข้อความทั้งหลายทีท่ างราชการเห็นสมควรเผยแพรใ่ ห้ประชาชนได้ทราบทว่ั ไปเรียกวา่

อะไร

ก. ประกาศ ข. แถลงการณ์

ค. ขา่ ว ง. คาส่งั

แนวขอ้ สอบระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แกไ้ ข 373

เพม่ิ เตมิ

19. กรณีตัวบุคคลผู้ดารงตาแหนง่ จรงิ ไดม้ ีการแต่งตง้ั มอบหมายงานให้บุคคลอนื่ ตอ้ งใชค้ าลงท้ายใน

หนังสือราชการวา่ อยา่ งไร

ก. ส่ังราชการแทน ข. รักษาราชการแทน

ค. รักษาการในตาแหนง่ ง. ทาการแทน

20. หนังสือรับรองเป็นเรือ่ งสาคญั ที่ออกใหแ้ ก่บุคคลให้ตดิ รูปถา่ ยของผ้ทู ี่ไดร้ ับการรับรองมีขนาดเทา่ ไร

ก. 5 x 9 ซ.ม. ข. 6 x 9 ซ.ม.

ค. 4 x 6 ซ.ม. ง. 2 x 3 ซ.ม.

21. หนงั สือท่ใี ชส้ าหรับยนื ยันข้อความในเรอ่ื งทีไ่ ด้สนทนาคอื หนังสือชนดิ ใด

ก. หนงั สอื กลาง (Note Verbal)

ข. บนั ทกึ (Memorandum)

ค. บนั ทกึ ช่วยจา (Aide Memories)

ง. ไม่มขี ้อใดถูก

22. เมอื่ ได้ส่งข้อความทางโทรศพั ท์ โทรเลข หรอื วทิ ยแุ ลว้ ควรทาอย่างไร

ก. ตอ้ งส่งหนงั สอื นนั้ ตามไปเพื่อเปน็ หลักฐานยืนยนั

ข. ถือว่าโทรศพั ท์ โทรเลข หรอื วทิ ยุน้ันเปน็ หลกั ฐานยืนยัน

ค. ไมต่ อ้ งสง่ หนงั สอื น้ันตามไป

ง. ไมม่ ขี ้อใดถกู

23. หนังสือราชการทจ่ี าเป็นจะต้องแจง้ ใหผ้ รู้ บั ทราบด่วนข้อใดไม่ถกู ต้อง

ก. วทิ ยุส่อื สาร ข. โทรศพั ท์

ค. วิทยโุ ทรทศั น์ ง. โทรเลข

24. การจดบันทกึ หรือรายงานการประชมุ จะกระทาได้กีว่ ธิ ี

ก. 5 ชนิด ข. 4 ชนดิ

ค. 8 ชนดิ ง. 6 ชนดิ

25. อายุการเก็บหนังสือราชการโดยปกติให้เก็บไวไ้ ม่น้อยกวา่ กี่ปี

ก. 10 ปี ข. 12 ปี

ค. 5 ปี ง. ไม่มีระเบยี บปฏบิ ัตเิ ก่ยี วกบั เรือ่ งนี้

26. การตั้งคณะกรรมการทาลายหนังสอื ใหต้ ั้งอยา่ งนอ้ ยกี่คน

ก. 2 คน ข. 4 คน

ค. 5 คน ง. 3 คน

27. ระเบยี บงานสารบรรณของสานกั นายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2526 เรม่ิ บังคับใช้เมอ่ื ใด

ก. 1 มถิ นุ ายน 2526 ข. 1 กรกฎาคม 2526

ค. 1 เมษายน 2526 ง. 1 มนี าคม 2526

374

28. ตราครุฑที่ใช้สาหรบั เปน็ แบบพิมพใ์ นระเบียบงานสารบรรณขนาดใหญม่ คี วามสงู เทา่ ไร

ก. 2.0 ซม. ข. 3.5 ซม.

ค. 3.0 ซม. ง. 4.5 ซม.

29. การเก็บหนังสือแบ่งออกเป็น 3 อย่าง ขอ้ ใดไม่ใชว่ ิธกี ารเก็บหนงั สอื 1 ใน 3 อย่างดังกล่าว

ก. การเกบ็ เม่ือปฏิบัตเิ สรจ็ แล้ว ข. การเกบ็ กอ่ นปฏบิ ตั ิ

ค. ปฏบิ ัติการเกบ็ ไว้เพือ่ ใชใ้ นการตรวจสอบ ง. การเกบ็ ระหว่าง

30. ตามระเบียบงานสารบรรณ หนงั สอื ราชการท่จี ดั ทาขนึ้ จะตอ้ งทา……..อยา่ งนอ้ ย 1 ฉบับ

ก. สาเนาซ้าฉบบั ข. สาเนาต้นฉบับ

ค. สาเนาคู่ฉบับ ง. ไมใ่ ชท่ ้งั ก. ข. และ ค

31. ในสาเนาคู่ฉบับควรมีลายมือชอื่ บุคคลตอ่ ไปน้ี ยกเว้นผู้ใดท่ีไมจ่ าเปน็ ต้องมี

ก. ผตู้ รวจ-ทาน ข. ผูส้ ง่ั พมิ พ์

ค. ผพู้ มิ พ์ ง. ผู้ร่าง

32. ข้อใดต่อไปนี้ทไ่ี มอ่ ย่ใู นแบบหนังสือภายใน

ก. ส่ิงทสี่ ่งมาดว้ ย ข. คาลงท้าย

ค. อา้ งถึง ง. ทกุ ข้อไม่อยูใ่ นแบบ

33. หนังสือเวียนคอื หนงั สอื ทม่ี าถงึ ผรู้ ับจานวนมากมีข้อความอย่างเดยี วกนั ให้เพ่มิ เติมรหสั พยัญชนะ

ตวั ว ไวท้ ีใ่ ด

ก. หนา้ เลขทะเบยี นหนังสอื สง่ ข. หลงั เลขทะเบียนหนงั สอื สง่

ค. มมุ ของด้านขวา ง. บริเวณใดกไ็ ด้ ขอให้ผู้รบั เหน็ ชดั เจน

34. กห.เป็นรหัสตัวพยัญชนะประจากระทรวงทมี่ หี นา้ ท่ีหลกั ในเรื่องใด

ก. ให้การศึกษาแกป่ ระชาชนในชาตริ ะดับอดุ มศกึ ษา

ข. การแพทย์-พยาบาล และสุขภาพอนามัยของประชาชน

ค. ปอ้ งกนั การรกุ รานจากตา่ งประเทศ

ง. ให้ความเป็นธรรมและยตุ ิธรรม

35. หนงั สือราชการถงึ ประธานสภาผู้แทนราษฎรใชค้ าข้ึนต้นว่าอยา่ งไร

ก. กราบเรียน ข. ถึง

ค. ข้ึนต้นตามขอ้ ใดกไ็ ด้ ง. เรยี น

36. งานสารบรรณคือขอ้ ใดต่อไปนี้

ก. งานทหี่ น่วยงานราชการจาเป็นต้องมีขนึ้ ข. งานท่วี า่ ด้วยการรับสง่ หนงั สอื

ค. งานท่วี ่าด้วยหนงั สือ ง. งานที่วา่ ดว้ ยการเกบ็ หลกั ฐาน

แนวขอ้ สอบระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรีวา่ ดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และท่ีแก้ไข 375

เพิ่มเตมิ

37. เมื่อไดส้ ่งข้อความทางโทรศพั ทโ์ ทรเลข หรือวิทยุแล้ว

ก. ถอื ว่าโทรศพั ท์ โทรเลข หรอื วิทยนุ ั้นเป็นหลกั ฐานยนื ยัน

ข. ไมต่ ้องสง่ หนังสือนนั้ ตามไป

ค. ต้องสง่ หนังสือนน้ั ตามไปเพ่ือเปน็ หลกั ฐานยนื ยัน

ง. ไม่มีขอ้ ใดถกู

38. หนงั สอื ทต่ี ดิ ต่อระหวา่ งกระทรวงหรอื สว่ นราชการตา่ งกระทรวง หรือส่วนราชการถึง

บุคคลภายนอก เรยี กวา่ หนังสอื ประเภทใด

ก. หนังสือภายนอก ข. หนงั สอื ภายใน

ค. หนังสอื ประชาสมั พนั ธ์ ง. หนงั สือประทบั ตรา

39. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีอาจไม่มใี นหนังสอื ราชการ

ก. อา้ งถงึ และส่งิ ทสี่ ง่ มาด้วย ข. คาขนึ้ ตน้ และคาลงท้าย

ค. เรอื่ ง ง. วนั เดือน ปี ทีอ่ อกหนงั สอื

40. “หนังสือประทับตรา” ใช้กระดาษอะไร

ก. กระดาษบันทกึ ขอ้ ความ ข. กระดาษอดั สาเนา

ค. กระดาษตราครุฑ ง. ถูกทุกขอ้

376

เฉลยข้อสอบ ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรวี า่ ดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และทีแ่ ก้ไขเพิม่ เตมิ

ขอ้ คาตอบ ข้อ คาตอบ ข้อ คาตอบ

1 ข 26 ง

2 ค 27 ก

3 ข 28 ค

4 ง 29 ข

5 ง 30 ค

6 ก 31 ข

7 ข 32 ง

8 ข 33 ก

9 ค 34 ค

10 ง 35 ก

11 ข 36 ค

12 ก 37 ค

13 ข 38 ก

14 ก 39 ก

15 ข 40 ค

16 ค

17 ง

18 ค

19 ข

20 ค

21 ค

22 ก

23 ค

24 ก

25 ก

พระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ พ.ศ.2535 และทแ่ี ก้ไขเพม่ิ เตมิ 377

พระราชบญั ญตั ิการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และทแ่ี กไ้ ขเพมิ่ เติม

ภูมพิ ลอดลุ ยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2535

เป็นปที ่ี 47 ในรัชกาลปจั จบุ ัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรบั ปรงุ กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสขุ และกฎหมายว่าด้วยการควบคุม
การใชอ้ ุจจาระเปน็ ปยุ๋
จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ตราพระราชบัญญตั ิขน้ึ ไวโ้ ดยคาแนะนาและยนิ ยอมของสภานติ ิ
บญั ญตั ิแหง่ ชาติ ทาหน้าทีร่ ฐั สภา ดงั ตอ่ ไปน้ี
มาตรา 1 พระราชบญั ญตั ิน้เี รยี กว่า “พระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสขุ พ.ศ. 2535”
มาตรา 2[1] พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ้ ชบ้ งั คับตงั้ แตว่ นั ถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็น
ตน้ ไป
มาตรา 3 ใหย้ กเลิก
(1) พระราชบัญญัติสาธารณสขุ พุทธศกั ราช 2484
(2) พระราชบญั ญัติสาธารณสุข (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2495
(3) พระราชบัญญัตสิ าธารณสขุ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2497
(4) พระราชบัญญัตสิ าธารณสขุ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2505
(5) พระราชบญั ญตั สิ าธารณสขุ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2527
(6) พระราชบัญญัติควบคุมการใชอ้ ุจจาระเปน็ ป๋ยุ พุทธศกั ราช 2480
(7) พระราชบัญญตั คิ วบคมุ การใชอ้ จุ จาระเปน็ ปยุ๋ (ฉบบั ที่ 2) พทุ ธศักราช 2484
(8) พระราชบัญญตั คิ วบคมุ การใช้อุจจาระเปน็ ปยุ๋ (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2497
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตนิ ี้
“สิ่งปฏิกูล” หมายความว่า อุจจาระหรือปัสสาวะ และหมายความรวมถึงสิ่งอ่ืนใดซ่ึงเป็นส่ิง
โสโครกหรอื มีกล่ินเหม็น

378

“มูลฝอย”[2] หมายความวา่ เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร เศษสนิ ค้า เศษวตั ถุ ถงุ พลาสตกิ
ภาชนะที่ใส่อาหาร เถ้า มูลสัตว์ ซากสัตว์ หรือส่ิงอื่นใดทเ่ี กบ็ กวาดจากถนน ตลาด ท่ีเลี้ยงสัตว์ หรอื ทีอ่ น่ื
และหมายความรวมถงึ มลู ฝอยตดิ เชือ้ มลู ฝอยทเี่ ปน็ พิษหรืออนั ตรายจากชมุ ชน

“ท่ีหรือทางสาธารณะ” หมายความว่า สถานท่ีหรือทางซ่ึงมิใช่เป็นของเอกชนและประชาชน
สามารถใชป้ ระโยชนห์ รือใช้สญั จรได้

“อาคาร” หมายความว่า ตึก บ้าน เรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สานักงานหรือส่งิ ที่สร้างขึน้
อย่างอ่ืนซง่ึ บุคคลอาจเขา้ อย่หู รอื เขา้ ใช้สอยได้

“ตลาด” หมายความว่า สถานท่ีซ่ึงปกติจดั ไว้ให้ผ้คู ้าใช้เป็นทชี่ ุมนมุ เพ่ือจาหน่ายสินค้าประเภท
สัตว์ เนื้อสตั ว์ ผัก ผลไม้ หรืออาหารอนั มสี ภาพเปน็ ของสด ประกอบหรอื ปรุงแลว้ หรือของเสยี งา่ ย ท้ังนี้ ไม่
ว่าจะมีการจาหนา่ ยสินค้าประเภทอ่ืนด้วยหรือไมก่ ็ตาม และหมายความรวมถึงบรเิ วณซง่ึ จัดไว้สาหรบั ให้
ผู้คา้ ใช้เป็นที่ชมุ นมุ เพอ่ื จาหน่ายสินค้าประเภทดังกล่าวเป็นประจาหรอื เป็นครัง้ คราวหรือตามวันทก่ี าหนด

“สถานท่ีจาหน่ายอาหาร” หมายความว่า อาคาร สถานท่ี หรือบริเวณใด ๆ ที่มิใช่ท่ีหรือทาง
สาธารณะ ทจี่ ดั ไวเ้ พ่อื ประกอบอาหารหรือปรงุ อาหารจนสาเรจ็ และจาหน่ายให้ผู้ซอื้ สามารถบริโภคไดท้ นั ที
ท้ังน้ี ไม่ว่าจะเป็นการจาหน่ายโดยจัดใหม้ ีบริเวณไว้สาหรบั การบรโิ ภค ณ ที่นั้น หรือนาไปบริโภคที่อน่ื ก็
ตาม

“สถานที่สะสมอาหาร” หมายความว่า อาคาร สถานท่ี หรือบริเวณใด ๆ ที่มิใช่ที่หรือทาง
สาธารณะ ท่ีจัดไว้สาหรับเก็บอาหารอันมสี ภาพเปน็ ของสดหรือของแห้งหรืออาหารในรูปลกั ษณะอืน่ ใด ซ่งึ
ผู้ซอื้ ต้องนาไปทา ประกอบ หรอื ปรุงเพ่อื บรโิ ภคในภายหลัง

“ราชการสว่ นท้องถน่ิ ”[3] หมายความว่า องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั เทศบาล องคก์ ารบริหาร
ส่วนตาบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอ่ืนที่กฎหมายกาหนดใหเ้ ป็น
ราชการสว่ นท้องถ่ิน

“ข้อกาหนดของท้องถ่ิน” หมายความว่า ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ หรือข้อบังคับซึ่งตราข้ึนโดย
ราชการส่วนท้องถ่นิ

“เจา้ พนกั งานท้องถน่ิ ”[4] หมายความว่า

(1) นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั สาหรบั ในเขตองค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั

(2) นายกเทศมนตรีสาหรบั ในเขตเทศบาล

(3) นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลสาหรับในเขตองค์การบรหิ ารส่วนตาบล

(4) ผวู้ า่ ราชการกรงุ เทพมหานครสาหรับในเขตกรุงเทพมหานคร

พระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสขุ พ.ศ.2535 และทแ่ี กไ้ ขเพมิ่ เติม 379

(5) นายกเมืองพทั ยาสาหรับในเขตเมืองพทั ยา
(6) หวั หนา้ ผ้บู รหิ ารทอ้ งถน่ิ ขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ อ่ืนท่กี ฎหมายกาหนดใหเ้ ปน็ ราชการ
สว่ นท้องถิน่ สาหรบั ในเขตราชการส่วนทอ้ งถน่ิ นั้น
“เจ้าพนักงานสาธารณสุข” หมายความว่า เจ้าพนักงานซ่ึงได้รับแต่งต้ังให้ปฏิบัติการตาม
พระราชบญั ญัตนิ ้ี
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสาธารณสุข
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รฐั มนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญตั นิ ้ี
มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี และให้มี
อานาจแตง่ ตัง้ เจ้าพนักงานสาธารณสขุ กบั ออกกฎกระทรวงกาหนดคา่ ธรรมเนียมหรอื ยกเวน้ คา่ ธรรมเนยี ม
และกาหนดกจิ การอ่ืนเพ่ือปฏิบัตกิ ารตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
กฎกระทรวงนั้น เมือ่ ได้ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแลว้ ให้ใช้บังคบั ได้

หมวด 1
บททั่วไป

มาตรา 6 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติน้ีให้รัฐมนตรีโดย
คาแนะนาของคณะกรรมการมีอานาจออกกฎกระทรวงดังตอ่ ไปน้ี

(1) กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรการในการควบคุมหรือกากบั ดูแลสาหรับกิจการหรือ
การดาเนินการในเรื่องต่าง ๆ ตามพระราชบัญญตั ิน้ี

(2) กาหนดมาตรฐานสภาวะความเป็นอยู่ท่ีเหมาะสมกับการดารงชีพของประชาชน และ
วธิ ดี าเนินการเพื่อตรวจสอบควบคุมหรือกากับดูแล หรอื แก้ไขสิ่งที่จะมีผลกระทบตอ่ สภาวะความเป็นอยู่ท่ี
เหมาะสมกับการดารงชีพของประชาชน

กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะกาหนดให้ใช้บังคบั เป็นการทั่วไปทุกท้องถิ่นหรอื ใหใ้ ชบ้ งั คับเฉพาะ
ท้องถิ่นใดท้องถ่นิ หนึ่งก็ได้ และในกรณที กี่ ฎกระทรวงดังกลา่ วจะสมควรกาหนดใหเ้ ร่ืองทเ่ี ป็นรายละเอียด
ทางด้านเทคนิควิชาการหรือเป็นเร่ืองที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วตามสภาพสังคมให้เป็นไปตาม
หลักเกณฑ์ท่ีรฐั มนตรีประกาศกาหนดโดยคาแนะนาของคณะกรรมการและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
[5]

380

มาตรา 7 เม่ือมีกฎกระทรวงทีอ่ อกตามมาตรา 6 ใช้บังคับในทอ้ งถ่นิ ใดให้ราชการสว่ นทอ้ งถิ่น
หรือเจ้าพนักงานท้องถ่ินซ่ึงมีกิจการหรือการดาเนินการตามกฎกระทรวงดังกล่าวอยู่ในเขตอานาจของ
ทอ้ งถ่ินนนั้ ดาเนนิ การใหเ้ ป็นไปตามข้อกาหนดในกฎกระทรวง ในการน้ี หากมีกรณจี าเป็นให้ราชการส่วน
ท้องถิ่นออกข้อกาหนดของท้องถ่ิน หรือแก้ไขปรับปรุงข้อกาหนดของท้องถ่ินท่ีใช้บังคั บอยู่ก่อนมี
กฎกระทรวงทอี่ อกตามมาตรา 6 เพื่อกาหนดรายละเอียดการดาเนินการในเขตท้องถิ่นน้ันให้เปน็ ไปตาม
กฎกระทรวงดังกลา่ วได้

ข้อกาหนดของท้องถ่ินใดถ้าขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 6 ให้บังคับตาม
กฎกระทรวงน้ัน ทั้งน้ี เว้นแต่ในกรณีท่ีมีความจาเป็นหรือมีเหตผุ ลเป็นพิเศษเฉพาะท้องถิ่น ราชการส่วน
ทอ้ งถ่ินอาจออกข้อกาหนดของท้องถน่ิ ในเรือ่ งใดขัดหรอื แยง้ กับทก่ี าหนดในกฎกระทรวงทอี่ อกตามมาตรา
6 ได้เมอื่ ไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการและได้รบั อนุมัตจิ ากรัฐมนตรี

มาตรา 8 ในกรณีที่เกดิ หรอื มีเหตุอนั ควรสงสัยว่าจะเกิดความเสยี หายอย่างรา้ ยแรงต่อสภาวะ
ความเป็นอยทู่ ี่เหมาะสมกบั การดารงชีพของประชาชนซึ่งจาเป็นต้องมกี ารแก้ไขโดยเร่งด่วน ใหอ้ ธบิ ดกี รม
อนามัยมีอานาจออกคาสั่งให้เจ้าของวัตถุหรือบุคคลซ่ึงเก่ียวข้องกับการก่อให้เกิดหรืออาจเกิดความ
เสยี หายดังกล่าวระงบั การกระทาหรือให้กระทาการใด ๆ เพ่ือแก้ไขหรอื ปอ้ งกนั ความเสยี หายเช่นว่าน้ันได้
ตามท่ีเห็นสมควร

ถา้ บุคคลซง่ึ ได้รบั คาสัง่ ตามวรรคหน่งึ ไม่ปฏิบัติตามคาส่งั ภายในระยะเวลาตามสมควร อธบิ ดีกรม
อนามัยจะส่ังให้เจา้ พนักงานสาธารณสุขปฏิบัติการใด ๆ เพื่อแก้ไขหรือป้องกันความเสยี หายดงั กล่าวน้นั
แทนก็ได้ ในการน้ี ให้เจ้าพนกั งานสาธารณสขุ ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่พฤติการณ์ และบคุ คลซึ่ง
ไดร้ ับคาส่ังดงั กล่าวตอ้ งเปน็ ผเู้ สยี ค่าใช้จ่ายสาหรับการน้นั

ในจงั หวดั อน่ื นอกจากกรงุ เทพมหานคร ใหอ้ ธบิ ดกี รมอนามยั แจง้ แก่ผวู้ า่ ราชการจังหวัดเพือ่ สงั่ ให้
นายแพทย์สาธารณสขุ จังหวดั ปฏบิ ตั กิ ารตามความในวรรคสองสาหรับในเขตทอ้ งท่ีจังหวัดน้นั

หมวด 2

คณะกรรมการสาธารณสุข

มาตรา 9[6] ให้มคี ณะกรรมการคณะหนง่ึ เรยี กว่า “คณะกรรมการสาธารณสุข” ประกอบดว้ ย
ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเปน็ ประธานกรรมการ อธิบดีกรมควบคุมมลพษิ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดี
กรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดี
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครอง

พระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ 381

แรงงาน เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการสานักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม ปลัดกรุงเทพมหานคร นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย นายกสมาคม
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั แหง่ ประเทศไทย นายกสมาคมองคก์ ารบริหารส่วนตาบลแหง่ ประเทศไทยและ
ผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินสี่คน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งต้ังจากผู้มีความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ในด้าน
กฎหมายการสาธารณสขุ การอนามัยส่ิงแวดลอ้ ม และการคุ้มครองผ้บู ริโภค เป็นกรรมการให้อธิบดีกรม
อนามัยเปน็ กรรมการและเลขานกุ าร

มาตรา 10 ให้คณะกรรมการมอี านาจหนา้ ทดี่ ังต่อไปน้ี

(1) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการกาหนดนโยบาย แผนงานและมาตรการเกี่ยวกับการ
สาธารณสขุ และพจิ ารณาใหค้ วามเหน็ ในเร่อื งใด ๆ เกยี่ วกับการสาธารณสขุ ตามที่รัฐมนตรมี อบหมาย

(2) ศึกษา วิเคราะห์และให้ความเห็นต่อรัฐมนตรีในการปรับปรงุ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
และคาส่ังเกย่ี วกับการสาธารณสขุ

(3) ให้คาแนะนาต่อรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง และต่อราชการส่วนท้องถิ่นในการออก
ข้อกาหนดของท้องถ่ิน

(4) ใหค้ าปรกึ ษาแนะนาแก่เจ้าพนกั งานทอ้ งถิ่นในการปฏิบัตกิ ารตามพระราชบญั ญัตนิ ี้

(5) กาหนดโครงการและประสานงานระหว่างสว่ นราชการและราชการสว่ นท้องถ่ินทีเ่ กี่ยวข้อง
เพอ่ื ดาเนนิ การตามพระราชบัญญตั นิ ี้

(6) ควบคุม สอดส่องการปฏิบัติหน้าที่ของสว่ นราชการที่มีอานาจหน้าท่ีในการปฏิบัติการตาม
กฎหมายเกี่ยวกับการสาธารณสุขเพอ่ื รายงานตอ่ รัฐมนตรี

(7) ปฏบิ ัตกิ ารอนื่ ใดตามทกี่ ฎหมายกาหนดไว้ใหเ้ ปน็ อานาจหนา้ ทขี่ องคณะกรรมการ

มาตรา 11 ในกรณีที่ปรากฏแก่คณะกรรมการว่าราชการสว่ นทอ้ งถ่ินหรอื เจ้าพนักงานทอ้ งถ่ิน
ซึ่งมีเขตอานาจในท้องถ่ินใด ไม่ดาเนินการตามอานาจหน้าที่ท่ีกาหนดไว้ตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่มี
เหตุผลอันสมควร ให้คณะกรรมการแจ้งต่อผู้มีอานาจควบคุมดูแลการปฏิบัติราชการของราชการส่วน
ทอ้ งถนิ่ หรอื เจ้าพนักงานทอ้ งถ่ินตามกฎหมายว่าดว้ ยการน้นั เพ่อื สั่งใหร้ าชการส่วนทอ้ งถ่นิ หรอื เจา้ พนกั งาน
ท้องถ่ินดาเนินการตามอานาจหน้าที่หรือแก้ไขการดาเนินการให้เป็นไปโดยถูกต้องภายในระยะเวลาที่
เห็นสมควร

มาตรา 12 กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒมิ วี าระอย่ใู นตาแหน่งคราวละสองปี

กรรมการซึ่งพ้นจากตาแหนง่ อาจได้รับแต่งต้ังอกี ได้

382

มาตรา 13 นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระตามมาตรา 12 กรรมการผ้ทู รงคุณวุฒิพน้
จากตาแหนง่ เมื่อ

(1) ตาย

(2) ลาออก

(3) รฐั มนตรใี หอ้ อก

(4) เป็นบคุ คลลม้ ละลาย

(5) เป็นคนไรค้ วามสามารถหรอื คนเสมือนไร้ความสามารถ

(6) ไดร้ บั โทษจาคุกโดยคาพพิ ากษาถึงที่สุดใหจ้ าคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรบั ความผดิ ท่ีได้กระทา
โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา 14 ในกรณีท่ีมีการแต่งตั้งกรรมการผทู้ รงคุณวุฒิในระหว่างทกี่ รรมการผทู้ รงคณุ วุฒซิ ่งึ
แตง่ ตงั้ ไว้แล้วยงั มีวาระอย่ใู นตาแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตงั้ เพิ่มขึ้นหรอื แตง่ ตง้ั ซ่อม ให้ผูไ้ ดร้ บั แตง่ ตง้ั นั้น
อยู่ในตาแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงแต่งต้ังไว้แล้วน้ันหรือของกรรมการ
ผู้ทรงคณุ วฒุ ิซ่งึ ตนแทน แล้วแตก่ รณี

มาตรา 15 การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกวา่ ก่งึ หน่ึงของจานวน
กรรมการท้ังหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในท่ีประชุม ให้กรรมการทมี่ าประชมุ
เลอื กกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชมุ

การวินิจฉัยช้ีขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการ
ลงคะแนน ถา้ คะแนนเสียงเทา่ กัน ให้ประธานในทีป่ ระชุมออกเสยี งเพิ่มข้นึ อกี เสียงหน่งึ เป็นเสยี งชขี้ าด

มาตรา 16 ให้คณะกรรมการมีอานาจแต่งต้ังคณะอนุกรรมการเพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการ
ตามทค่ี ณะกรรมการมอบหมาย และให้นามาตรา 15 มาใช้บังคบั แก่การประชมุ ของคณะอนุกรรมการโดย
อนโุ ลม

มาตรา 17 ในการปฏิบตั หิ น้าทีต่ ามพระราชบัญญัติน้ี ใหค้ ณะกรรมการมีอานาจออกคาส่ังเป็น
หนังสือเรียกใหบ้ คุ คลหนง่ึ บุคคลใดมาใหถ้ ้อยคา หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานทเ่ี ก่ียวข้องหรือวัตถใุ ด ๆ
มาเพือ่ ใชป้ ระกอบการพจิ ารณาได้ ในกรณที ีเ่ ห็นสมควร คณะกรรมการอาจมอบหมายใหค้ ณะอนกุ รรมการ
ซ่ึงไดร้ บั การแตง่ ตง้ั ตามมาตรา 16 คณะหนง่ึ คณะใด เปน็ ผูม้ อี านาจออกคาสง่ั ดังกลา่ วแทนคณะกรรมการ
เพ่ือใชป้ ระกอบการพิจารณาเรอื่ งทอ่ี ยใู่ นอานาจหนา้ ทข่ี องคณะอนุกรรมการน้นั ได้

พระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสุข พ.ศ.2535 และทแี่ กไ้ ขเพมิ่ เตมิ 383

หมวด 3
การจดั การสิง่ ปฏิกลู และมลู ฝอย[7]

มาตรา 18[8] การเก็บ ขน หรอื กาจัดส่ิงปฏกิ ลู หรือมูลฝอยในเขตราชการส่วนท้องถิน่ ใดใหเ้ ป็น
อานาจของราชการส่วนท้องถิ่นนน้ั

ในการดาเนนิ การตามวรรคหนง่ึ ราชการสว่ นทอ้ งถ่นิ อาจรว่ มกบั หน่วยงานของรฐั หรอื ราชการ
ส่วนท้องถ่ินอ่ืนดาเนินการภายใต้ข้อตกลงร่วมกันก็ได้ แต่ในกรณีจาเป็นเพ่ือประโยชน์สาธารณะโดย
ส่วนรวม รัฐมนตรีมีอานาจออกกฎกระทรวงโดยคาแนะนาของคณะกรรมการกาหนดหลักเกณฑ์วิธกี าร
และเงือ่ นไขในการดาเนินการรว่ มกนั ได้

ในกรณีที่มเี หตุอนั สมควรราชการส่วนทอ้ งถ่ินอาจมอบให้บคุ คลใดดาเนนิ การตามวรรคหนง่ึ แทน
ภายใตก้ ารควบคุมดแู ลของราชการสว่ นท้องถ่ิน หรอื อาจอนุญาตใหบ้ คุ คลใดเป็นผดู้ าเนินกจิ การรับทาการ
เกบ็ ขน หรือกาจดั สง่ิ ปฏกิ ลู หรือมูลฝอยตามมาตรา 19 กไ็ ด้

บทบัญญัติตามมาตราน้ี และมาตรา 19 มิให้ใช้บังคับกับการจัดการของเสียอันตรายตาม
กฎหมายว่าด้วยโรงงาน แต่ให้ผู้ดาเนินกิจการโรงงานที่มีของเสียอันตราย และผู้ดาเนินกิจการรบั ทาการ
เกบ็ ขนหรือกาจัดของเสียอนั ตรายดังกลา่ ว แจ้งการดาเนนิ กิจการเป็นหนังสอื ต่อเจ้าพนกั งานท้องถ่ิน

มาตรา 19 ห้ามมิให้ผู้ใดดาเนินกิจการรบั ทาการเกบ็ ขน หรือกาจดั สงิ่ ปฏิกลู หรือมูลฝอย โดย
ทาเป็นธุรกิจหรือโดยได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้า
พนกั งานท้องถน่ิ

มาตรา 20 เพ่ือประโยชน์ในการรักษาความสะอาดและการจัดระเบียบในการเก็บ ขน และ
กาจัดสิ่งปฏิกูลหรอื มูลฝอย ให้ราชการสว่ นทอ้ งถิน่ มอี านาจออกข้อกาหนดของทอ้ งถิ่นดังต่อไปนี้

(1) หา้ มการถ่าย เท ทงิ้ หรอื ทาให้มขี น้ึ ในทีห่ รือทางสาธารณะซึง่ สงิ่ ปฏกิ ลู หรือมลู ฝอย นอกจาก
ในทที่ ร่ี าชการส่วนท้องถน่ิ จดั ไว้ให้

(2) กาหนดใหม้ ที รี่ องรบั สง่ิ ปฏิกลู หรอื มูลฝอยตามทห่ี รือทางสาธารณะและสถานที่เอกชน

(3) กาหนดวิธีการเก็บ ขน และกาจัดส่ิงปฏิกูลหรือมูลฝอยหรือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง
อาคารหรือสถานทใี่ ด ๆ ปฏิบตั ิใหถ้ ูกต้องดว้ ยสุขลกั ษณะตามสภาพหรอื ลกั ษณะการใชอ้ าคารหรือสถานที่
นั้น ๆ

(4)[9] กาหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการให้บริการของราชการส่วนท้องถิ่น หรือบุคคลอื่นที่
ราชการสว่ นทอ้ งถิ่นมอบให้ดาเนินการแทน ในการเกบ็ ขน หรือกาจดั สง่ิ ปฏิกลู หรือมลู ฝอย ไมเ่ กนิ อัตราที่

384

กาหนดในกฎกระทรวง ท้ังนี้ การจะกาหนดอัตราคา่ ธรรมเนยี มการกาจดั สง่ิ ปฏกิ ูลหรอื มลู ฝอยราชการสว่ น
ทอ้ งถ่ินน้ันจะตอ้ งดาเนนิ การใหถ้ ูกต้องดว้ ยสขุ ลกั ษณะตามที่กาหนดในกฎกระทรวง

(5) กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บ ขน และกาจัดส่ิงปฏิกูลหรือมูลฝอย
เพ่ือให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 19 ปฏิบัติ ตลอดจนกาหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงตามลักษณะการ
ให้บริการที่ผรู้ ับใบอนญุ าตตามมาตรา 19 จะพึงเรียกเกบ็ ได้

(6) กาหนดการอ่นื ใดทจี่ าเปน็ เพ่อื ให้ถูกตอ้ งด้วยสุขลกั ษณะ

หมวด 4

สขุ ลักษณะของอาคาร

มาตรา 21 เมือ่ ปรากฏแก่เจ้าพนกั งานทอ้ งถิ่นวา่ อาคารหรอื สว่ นของอาคารใดหรอื สงิ่ หนึ่งสิ่งใด
ซึ่งต่อเนื่องกบั อาคาร มสี ภาพชารุดทรดุ โทรม หรอื ปล่อยให้มีสภาพรกรุงรงั จนอาจเป็นอันตรายต่อสขุ ภาพ
ของผู้อยู่อาศยั หรือมีลักษณะไม่ถูกต้องด้วยสขุ ลักษณะของการใช้เป็นที่อย่อู าศัย ให้เจา้ พนักงานท้องถนิ่ มี
อานาจออกคาส่ังเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารน้ันจัดการแก้ไข เปล่ียนแปลง ร้ือถอน
อาคาร หรือสิ่งหน่ึงสง่ิ ใดซ่ึงต่อเนื่องกับอาคารท้ังหมดหรือแต่บางส่วน หรือจัดการอย่างอื่นตามความจา
เป็นเพ่ือมใิ หเ้ ปน็ อนั ตรายต่อสขุ ภาพ หรือให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะภายในเวลาซึง่ กาหนดใหต้ ามสมควร

มาตรา 22 เมื่อปรากฏแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าอาคารใดมีสินค้า เคร่ืองเรือนหรือสัมภาระ
สะสมไว้มากเกินสมควร หรือจัดส่ิงของเหล่านัน้ ซับซ้อนกันเกินไป จนอาจเป็นเหตุให้เป็นที่อยูอ่ าศัยของ
สัตว์ให้โทษใด ๆ หรืออาจเป็นอันตรายต่อสขุ ภาพของผูอ้ ยู่อาศัยหรอื ไม่ถูกต้องด้วยสขุ ลกั ษณะของการใช้
เป็นที่อยู่อาศัย ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมอี านาจออกคาส่ังเป็นหนังสือให้เจ้าของหรอื ผู้ครอบครองอาคาร
ย้ายสินค้า เคร่ืองเรือนหรือสมั ภาระออกจากอาคารน้ัน หรือให้จัดสิ่งของเหล่านั้นเสียใหม่ เพ่ือมิให้เปน็
อันตรายต่อสุขภาพหรือให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะหรือให้กาจัดสัตว์ซ่ึงเป็นพาหะของโรคภายในเวลาที่
กาหนดใหต้ ามสมควร

มาตรา 23 ในกรณีที่เจ้าพนักงานทอ้ งถ่ินได้ออกคาส่ังใหเ้ จ้าของหรอื ผู้ครอบครองอาคารผใู้ ด
ดาเนินการตามมาตรา 21 หรือมาตรา 22 และผู้น้ันละเลยไม่ปฏิบัติตามคาส่ังภายในเวลาที่กาหนด เจา้
พนักงานท้องถ่ินมอี านาจดาเนินการแทนได้ โดยเจา้ ของหรอื ผู้ครอบครองดังกล่าวตอ้ งเปน็ ผ้เู สียค่าใช้จ่าย
สาหรบั การนน้ั

มาตรา 24 เพอ่ื ประโยชน์ในการควบคุมมิให้อาคารใดมคี นอยูม่ ากเกนิ ไปจนอาจเปน็ อนั ตรายตอ่
สุขภาพของผอู้ ยูใ่ นอาคารนนั้ ให้รัฐมนตรีโดยคาแนะนาของคณะกรรมการมีอานาจประกาศในราชกิจจา

พระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ พ.ศ.2535 และท่แี ก้ไขเพม่ิ เติม 385

นุเบกษากาหนดจานวนคนต่อจานวนพ้นื ท่ีของอาคารทถี่ ือว่ามีคนอยู่มากเกนิ ไป ท้ังนี้ โดยคานึงถึงสภาพ
ความเจรญิ จานวนประชากร และยา่ นชุมชนของแตล่ ะท้องถ่ิน

เม่ือมีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหน่ึงแล้ว ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารตาม
ประกาศนัน้ ยอมหรอื จัดให้อาคารของตนมคี นอยู่เกินจานวนท่รี ัฐมนตรีกาหนด

หมวด 5
เหตรุ าคาญ

มาตรา 25 ในกรณที ่มี ีเหตอุ ันอาจก่อใหเ้ กดิ ความเดอื ดรอ้ นแกผ่ อู้ ยู่อาศัยในบริเวณใกลเ้ คียงหรอื
ผ้ทู ีต่ ้องประสบกบั เหตนุ น้ั ดังต่อไปน้ี ใหถ้ อื วา่ เปน็ เหตุราคาญ

(1) แหลง่ นา้ ทางระบายนา้ ท่ีอาบนา้ ส้วม หรือทีใ่ สม่ ูลหรอื เถ้า หรอื สถานที่อ่นื ใดซ่งึ อยู่ในทาเล
ไม่เหมาะสม สกปรก มีการสะสมหรอื หมักหมมส่งิ ของมกี ารเททิง้ สง่ิ ใดเปน็ เหตุให้มีกล่นิ เหมน็ หรือละออง
สารเป็นพิษ หรือเป็นหรือน่าจะเป็นที่เพาะพันธ์ุพาหะนาโรค หรือก่อให้เกิดความเสื่อมหรืออาจเป็น
อนั ตรายต่อสขุ ภาพ

(2) การเล้ียงสตั ว์ในท่ีหรอื โดยวิธีใด หรือมีจานวนเกินสมควรจนเป็นเหตุใหเ้ สอื่ มหรอื อาจเป็น
อนั ตรายตอ่ สุขภาพ

(3) อาคารอันเป็นที่อยู่ของคนหรือสัตว์ โรงงานหรือสถานท่ีประกอบการใดไม่มีการระบาย
อากาศ การระบายน้า การกาจัดสิ่งปฏิกูล หรือการควบคุมสารเป็นพิษหรือมีแต่ไม่มีการควบคุมให้
ปราศจากกล่ินเหม็นหรือละอองสารเป็นพิษอย่างพอเพียงจนเป็นเหตุให้เส่ือมหรืออาจเป็นอันตรายต่อ
สุขภาพ

(4) การกระทาใด ๆ อันเป็นเหตใุ หเ้ กดิ กลน่ิ แสง รงั สี เสยี ง ความร้อน สิง่ มพี ษิ ความสั่นสะเทอื น
ฝุน่ ละออง เขม่า เถา้ หรือกรณีอนื่ ใด จนเป็นเหตุใหเ้ ส่อื มหรอื อาจเปน็ อันตรายต่อสุขภาพ

(5) เหตอุ ่นื ใดทร่ี ัฐมนตรกี าหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา

มาตรา 26 ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอานาจห้ามผู้หน่ึงผู้ใดมิให้ก่อเหตุราคาญในที่หรือทาง
สาธารณะหรือสถานท่ีเอกชนรวมท้ังการระงับเหตุราคาญด้วย ตลอดทั้งการดูแล ปรับปรุง บารุงรักษา
บรรดาถนน ทางบก ทางน้า รางระบายน้า คู คลอง และสถานท่ีต่าง ๆ ในเขตของตนให้ปราศจากเหตุ
ราคาญ ในการน้ี ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอานาจออกคาสง่ั เป็นหนังสอื เพ่ือระงับ กาจัดและควบคมุ เหตุ
ราคาญต่าง ๆ ได้

386

มาตรา 27 ในกรณีทีม่ ีเหตรุ าคาญเกดิ ขนึ้ หรอื อาจเกดิ ขึน้ ในท่ีหรอื ทางสาธารณะ ให้เจ้าพนกั งาน
ท้องถิ่นมีอานาจออกคาส่ังเปน็ หนังสือให้บุคคลซึ่งเปน็ ต้นเหตุหรือเก่ียวข้องกับการก่อหรอื อาจกอ่ ใหเ้ กิด
เหตุราคาญนนั้ ระงับหรือปอ้ งกนั เหตุราคาญภายในเวลาอันสมควรตามทรี่ ะบไุ วใ้ นคาส่ัง และถา้ เห็นสมควร
จะให้กระทาโดยวิธใี ดเพอ่ื ระงับหรือปอ้ งกันเหตุราคาญนนั้ หรอื สมควรกาหนดวธิ ีการเพอื่ ปอ้ งกนั มใิ หม้ เี หตุ
ราคาญเกดิ ข้ึนอีกในอนาคต ใหร้ ะบุไวใ้ นคาส่งั ได้

ในกรณที ่ีปรากฏแก่เจา้ พนักงานทอ้ งถิ่นว่าไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิตามคาสั่งของเจา้ พนักงานท้องถ่ินตาม
วรรคหนง่ึ และเหตรุ าคาญทเี่ กดิ ข้นึ อาจเกิดอนั ตรายอย่างร้ายแรงตอ่ สุขภาพ ให้เจ้าพนกั งานทอ้ งถ่ินระงับ
เหตรุ าคาญนั้น และอาจจดั การตามความจาเปน็ เพ่อื ป้องกนั มิให้เกิดเหตรุ าคาญนั้นขน้ึ อกี โดยบุคคลซง่ึ เปน็
ตน้ เหตุหรอื เกี่ยวข้องกบั การกอ่ หรืออาจกอ่ ให้เกิดเหตรุ าคาญต้องเปน็ ผู้เสียคา่ ใชจ้ ่ายสาหรับการจัดการน้ัน

มาตรา 28 ในกรณีทีม่ เี หตรุ าคาญเกิดขนึ้ ในสถานท่เี อกชน ให้เจา้ พนกั งานทอ้ งถ่นิ มอี านาจออก
คาส่ังเปน็ หนังสอื ให้เจา้ ของหรือผคู้ รอบครองสถานทน่ี ั้นระงับเหตุราคาญภายในเวลาอันสมควรตามที่ระบุ
ไว้ในคาสงั่ และถา้ เหน็ ว่าสมควรจะให้กระทาโดยวิธีใดเพอื่ ระงบั เหตุราคาญนั้น หรอื สมควรกาหนดวิธีการ
เพ่อื ป้องกันมิให้มีเหตรุ าคาญเกดิ ขึ้นในอนาคต ให้ระบไุ ว้ในคาส่ังได้

ในกรณที ่ไี ม่มีการปฏิบตั ติ ามคาสง่ั ของเจา้ พนักงานท้องถิ่นตามวรรคหนึง่ ให้เจ้าพนักงานท้องถิน่
มอี านาจระงบั เหตรุ าคาญนั้นและอาจจัดการตามความจาเป็นเพ่ือปอ้ งกนั มใิ หม้ เี หตุราคาญเกิดขึ้นอกี และ
ถ้าเหตุราคาญเกดิ ขึ้นจากการกระทา การละเลย หรือการยนิ ยอมของเจา้ ของหรอื ผูค้ รอบครองสถานทน่ี ้ัน
เจ้าของหรอื ผู้ครอบครองสถานที่ดงั กล่าวตอ้ งเปน็ ผ้เู สยี คา่ ใชจ้ ่ายสาหรบั การนน้ั

ในกรณีที่ปรากฏแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าเหตุราคาญท่ีเกิดขึ้นในสถานท่ีเอกชนอาจเกิด
อนั ตรายอย่างร้ายแรงตอ่ สุขภาพ หรอื มผี ลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยทู่ ีเ่ หมาะสมกับการดารงชีพของ
ประชาชน เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะออกคาส่งั เปน็ หนงั สือห้ามมใิ หเ้ จา้ ของหรือผู้ครอบครองใช้หรือยินยอม
ให้บุคคลใดใช้สถานท่ีนั้นท้ังหมดหรือบางส่วน จนกว่าจะเป็นท่ีพอใจแก่เจ้าพนักงานท้องถ่ินว่าได้มีการ
ระงับเหตุราคาญน้ันแลว้ กไ็ ด้

หมวด 6

การควบคุมการเลีย้ งหรอื ปลอ่ ยสัตว์

มาตรา 29 เพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดารงชีพของ
ประชาชนในท้องถ่ินหรือเพ่ือป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคทเ่ี กดิ จากสัตว์ ให้ราชการสว่ นท้องถ่ินมีอานาจ

พระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสุข พ.ศ.2535 และท่ีแกไ้ ขเพม่ิ เติม 387

ออกขอ้ กาหนดของท้องถ่ินกาหนดให้สว่ นหนง่ึ ส่วนใดหรือทั้งหมดของพืน้ ที่ในเขตอานาจของราชการส่วน
ท้องถ่ินน้ัน เป็นเขตควบคุมการเลยี้ งหรอื ปล่อยสตั วไ์ ด้

การออกข้อกาหนดของท้องถ่ินตามวรรคหนึ่ง ราชการส่วนท้องถิ่นอาจกาหนดใหเ้ ปน็ เขตห้าม
เลี้ยงหรอื ปล่อยสัตวบ์ างชนดิ หรือบางประเภทโดยเดด็ ขาด หรอื ไม่เกินจานวนท่ีกาหนด หรือเปน็ เขตทก่ี าร
เลย้ี งหรือปล่อยสตั ว์บางชนิดหรือบางประเภทตอ้ งอยู่ในภายใตม้ าตรการอยา่ งใดอย่างหนึง่ ก็ได้

มาตรา 30 ในกรณีท่ีเจ้าพนักงานท้องถ่ินพบสัตว์ในท่ีหรือทางสาธารณะอันเป็นการฝ่าฝืน
มาตรา 29 โดยไม่ปรากฏเจ้าของ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอานาจกักสัตว์ดังกลา่ วไว้เป็นเวลาอย่างนอ้ ย
สามสิบวัน เมื่อพ้นกาหนดแล้วยังไมม่ ีผู้ใดมาแสดงหลักฐานการเปน็ เจ้าของเพื่อรับสัตว์คืน ให้สัตว์น้ันตก
เป็นของราชการสว่ นท้องถิ่น แต่ถ้าการกักสัตว์ไว้อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่สตั ว์นั้นหรอื สตั ว์อ่ืน หรือตอ้ ง
เสียค่าใช้จ่ายเกินสมควร เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะจดั การขายหรือขายทอดตลาดสัตว์น้ันตามควรแกก่ รณี
ก่อนถึงกาหนดเวลาดังกล่าวก็ได้ เงินท่ีได้จากการขายหรือขายทอดตลาดเมอ่ื ได้หักค่าใช้จ่ายในการขาย
หรอื ขายทอดตลาดและค่าเลี้ยงดสู ัตวแ์ ลว้ ให้เกบ็ รักษาไวแ้ ทนสตั ว์

ในกรณที ี่มิไดม้ ีการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์ตามวรรคหน่งึ และเจ้าของสัตวม์ าขอรับสัตว์คืน
ภายในกาหนดเวลาตามวรรคหนึง่ เจ้าของสัตว์ต้องเปน็ ผู้เสยี ค่าใชจ้ ่ายสาหรับการเลีย้ งดสู ัตว์ให้แกร่ าชการ
สว่ นทอ้ งถิ่นตามจานวนทีไ่ ดจ้ า่ ยจริงด้วย

ในกรณีท่ีปรากฏว่าสัตว์ที่เจ้าพนักงานท้องถ่ินพบนั้นเป็นโรคติดต่ออันอาจเป็นอันตรายต่อ
ประชาชน ให้เจา้ พนกั งานทอ้ งถน่ิ มอี านาจทาลายหรอื จัดการตามทเี่ หน็ สมควรได้

หมวด 7
กจิ การทเ่ี ป็นอนั ตรายตอ่ สขุ ภาพ

มาตรา 31 ใหร้ ฐั มนตรโี ดยคาแนะนาของคณะกรรมการมีอานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา
กาหนดให้กิจการใดเป็นกจิ การทเี่ ป็นอนั ตรายตอ่ สขุ ภาพ

มาตรา 32 เพ่ือประโยชน์ในการกากบั ดูแลการประกอบกิจการที่ประกาศตามมาตรา 31 ให้
ราชการส่วนทอ้ งถิ่นมอี านาจออกขอ้ กาหนดของทอ้ งถิ่นดงั ตอ่ ไปนี้

(1) กาหนดประเภทของกิจการตามมาตรา 31 บางกิจการหรือทุกกจิ การให้เปน็ กิจการทตี่ อ้ งมี
การควบคมุ ภายในท้องถ่นิ น้ัน

388

(2) กาหนดหลักเกณฑ์และเง่อื นไขท่ัวไปสาหรับให้ผู้ดาเนินกิจการตาม (1) ปฏิบัติเกี่ยวกับการ
ดแู ลสภาพหรือสุขลักษณะของสถานทที่ ่ีใช้ดาเนนิ กิจการและมาตรการป้องกนั อันตรายต่อสุขภาพ

มาตรา 33 เม่ือพ้นกาหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อกาหนดของทอ้ งถิ่นตามมาตรา 32 (1) ใช้
บังคับ ห้ามมิใหผ้ ู้ใดดาเนินกิจการตามประเภทท่ีมขี ้อกาหนดของท้องถ่ินกาหนดให้เปน็ กจิ การทตี่ อ้ งมีการ
ควบคมุ ตามมาตรา 32 (1) ในลกั ษณะทีเ่ ปน็ การคา้ เว้นแตจ่ ะได้รับใบอนญุ าตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม
มาตรา 56

ในการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึง่ เจ้าพนักงานทอ้ งถ่ินอาจกาหนดเงื่อนไขโดยเฉพาะใหผ้ ้รู บั
ใบอนุญาตปฏิบัติเพ่ือป้องกันอันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชนเพ่ิมเติมจากที่กาหนดไว้โดยท่ัวไปใน
ข้อกาหนดของท้องถิน่ ตามมาตรา 32 (2) กไ็ ด้

ใบอนญุ าตตามวรรคหนึง่ ให้ใชไ้ ด้สาหรบั กิจการประเภทเดยี วและสาหรับสถานทีแ่ หง่ เดียว

หมวด 8
ตลาด สถานทจ่ี าหน่ายอาหารและสถานทส่ี ะสมอาหาร

มาตรา 34 ห้ามมิให้ผู้ใดจัดตั้งตลาด เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม
มาตรา 56

การเปล่ียนแปลง ขยายหรือลดสถานที่หรือบริเวณท่ีใช้เป็นตลาดภายหลังจากท่ีเจ้าพนักงาน
ท้องถิ่นได้ออกใบอนุญาตให้จัดต้ังตลาดตามวรรคหน่งึ แล้ว จะกระทาได้ต่อเมอ่ื ได้รบั อนุญาตเป็นหนังสือ
จากเจ้าพนักงานทอ้ งถ่นิ ตามมาตรา 56

ความในมาตรานี้มิให้ใชบ้ ังคับแกก่ ระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนทอ้ งถิน่ หรอื องค์การของรฐั ที่
ไดจ้ ดั ตั้งตลาดขนึ้ ตามอานาจหน้าที่ แต่ในการดาเนินกิจการตลาดจะต้องปฏบิ ัติเชน่ เดียวกบั ผู้รับใบอนญุ าต
ตามบทบัญญัติอ่ืนแห่งพระราชบัญญัตินี้ด้วย และให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอานาจกาหนดเงื่อนไขเป็น
หนงั สอื ใหผ้ ู้จดั ต้งั ตลาดตามวรรคน้ปี ฏิบตั เิ ป็นการเฉพาะรายก็ได้

มาตรา 35 เพื่อประโยชน์ในการกากับดูแลตลาด ให้ราชการส่วนท้องถ่ินมีอานาจออก
ข้อกาหนดของท้องถนิ่ ดังตอ่ ไปน้ี

(1) กาหนดทีต่ งั้ เนอ้ื ที่ แผนผังและหลกั เกณฑเ์ กย่ี วกบั สิง่ ปลูกสร้างและสุขลักษณะ
(2) กาหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดสถานท่ี การวางส่ิงของและการอ่ืนท่ีเกี่ยวข้องกับการ
ดาเนินกจิ การตลาด

พระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสขุ พ.ศ.2535 และท่แี กไ้ ขเพมิ่ เตมิ 389

(3) กาหนดเวลาเปดิ และปดิ ตลาด

(4) กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพ่อื ใหผ้ รู้ ับใบอนุญาตใหจ้ ดั ต้ังตลาดปฏิบัติเกี่ยวกบั การดูแล
รกั ษาความสะอาดเรยี บร้อยภายในตลาดให้ถูกตอ้ งตามสุขลักษณะและอนามัย การจัดใหม้ ีทร่ี วบรวมหรอื
กาจัดสงิ่ ปฏิกูลหรอื มลู ฝอย การระบายน้าทิ้ง การระบายอากาศ การจัดใหม้ ีการป้องกนั มิให้เกิดเหตรุ าคาญ
และการป้องกันการระบาดของโรคตดิ ตอ่

มาตรา 36 ผู้ใดขายของหรือช่วยขายของในตลาด ตอ้ งปฏบิ ตั ิใหถ้ ูกต้องตามหลกั เกณฑ์ทีก่ าหนด
ไวใ้ นขอ้ กาหนดของท้องถิ่นตามมาตรา 37

มาตรา 37 เพ่ือประโยชน์ในการกากับดูแลการขายของในตลาด ให้ราชการส่วนท้องถ่ินมี
อานาจออกข้อกาหนดของท้องถิ่นกาหนดหลกั เกณฑ์และวิธีการเพื่อใหผ้ ู้ขายของ และผู้ช่วยขายของใน
ตลาดปฏิบัติให้ถูกต้องเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดบริเวณท่ีขายของ สุขลักษณะส่วนบุคคล และ
สุขลักษณะในการใช้กรรมวิธีการจาหน่าย ทา ประกอบ ปรุง เก็บหรือสะสมอาหารหรือสนิ ค้าอื่น รวมทัง้
การรักษาความสะอาดของภาชนะ น้าใชแ้ ละของใช้ตา่ ง ๆ

มาตรา 38 ผู้ใดจะจดั ตั้งสถานทีจ่ าหนา่ ยอาหารหรอื สถานทส่ี ะสมอาหารในอาคารหรือพ้ืนที่ใด
ซ่งึ มีพน้ื ท่เี กินสองร้อยตารางเมตรและมิใชเ่ ปน็ การขายของในตลาด ตอ้ งไดร้ บั ใบอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
ท้องถิ่นตามมาตรา 56 ถ้าสถานท่ีดังกล่าวมีพ้ืนที่ไม่เกินสองร้อยตารางเมตร ต้องแจ้งต่อเจ้า พนักงาน
ทอ้ งถ่ิน เพือ่ ขอรบั หนงั สอื รบั รองการแจง้ ตามมาตรา 47 กอ่ นการจดั ต้งั

มาตรา 39 ผู้จัดต้ังสถานที่จาหน่ายอาหารหรือสถานท่ีสะสมอาหาร ซึ่งได้รับใบอนุญาตตาม
มาตรา 56 หรือหนังสอื รบั รองการแจง้ ตามมาตรา 48 และผู้จาหน่าย ทา ประกอบ ปรุง เก็บหรือสะสม
อาหารในสถานท่ีจาหน่ายอาหาร หรือสถานท่ีสะสมอาหารตามมาตรา 38 ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตาม
หลักเกณฑท์ กี่ าหนดไว้ในข้อกาหนดของท้องถิ่นตามมาตรา 40 หรอื เงือ่ นไขทีก่ าหนดไว้ในใบอนญุ าตหรือ
หนงั สอื รับรองการแจ้ง

มาตรา 40 เพ่ือประโยชน์ในการควบคุมหรือกากับดูแลสถานที่จาหน่ายอาหารและสถานที่
สะสมอาหารที่ได้รับใบอนุญาต หรือได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ราชการส่วนท้องถ่ินมีอานาจออก
ขอ้ กาหนดของท้องถนิ่ ดงั ต่อไปน้ี

(1) กาหนดประเภทของสถานท่ีจาหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารตามประเภทของ
อาหารหรอื ตามลกั ษณะของสถานท่ปี ระกอบกจิ การหรือตามวธิ กี ารจาหน่าย

(2) กาหนดหลกั เกณฑเ์ กย่ี วกบั การจัดตง้ั ใช้ และดูแลรักษาสถานทแ่ี ละสขุ ลักษณะของบริเวณท่ี
ใชจ้ าหน่ายอาหาร ท่จี ดั ไว้สาหรบั บรโิ ภคอาหาร ที่ใชท้ า ประกอบ หรอื ปรงุ อาหาร หรอื ทีใ่ ชส้ ะสมอาหาร

(3) กาหนดหลักเกณฑเ์ กี่ยวกับการป้องกนั มิใหเ้ กดิ เหตรุ าคาญและการปอ้ งกันโรคติดต่อ

390

(4) กาหนดเวลาจาหน่ายอาหาร
(5) กาหนดหลกั เกณฑ์เก่ียวกบั สุขลักษณะส่วนบคุ คลของผจู้ าหน่ายอาหาร ผู้ปรุงอาหารและผู้
ให้บรกิ าร
(6) กาหนดหลกั เกณฑเ์ กี่ยวกับสุขลกั ษณะของอาหาร กรรมวิธกี ารจาหนา่ ย ทา ประกอบ ปรงุ
เก็บรักษาหรือสะสมอาหาร
(7) กาหนดหลกั เกณฑเ์ กย่ี วกับสขุ ลกั ษณะของภาชนะ อุปกรณ์ น้าใช้ และของใช้อน่ื ๆ

หมวด 9
การจาหนา่ ยสินคา้ ในทหี่ รอื ทางสาธารณะ

มาตรา 41 เจ้าพนักงานท้องถิ่นมหี น้าทคี่ วบคุมดูแลท่หี รือทางสาธารณะเพื่อประโยชน์ใชส้ อย
ของประชาชนทว่ั ไป

หา้ มมใิ ห้ผู้ใดจาหน่ายสนิ ค้าในที่หรือทางสาธารณะ ไม่วา่ จะเป็นการจาหนา่ ยโดยลักษณะวธิ ีการ
จัดวางสินค้าในที่หนึ่งที่ใดเป็นปกติหรือเร่ขาย เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม
มาตรา 56

ในการออกใบอนุญาตตามวรรคสอง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นระบุชนิด หรือประเภทของสนิ คา้
ลักษณะวธิ กี ารจาหน่ายสินค้า และสถานทท่ี ่ีจะจดั วางสนิ ค้า เพ่ือจาหนา่ ยในกรณีท่จี ะมกี ารจัดวางสินค้าใน
ท่หี นึ่งท่ใี ดเป็นปกติ รวมท้งั จะกาหนดเงือ่ นไขอย่างใดตามทีเ่ หน็ สมควรไว้ในใบอนญุ าตดว้ ยกไ็ ด้

การเปล่ียนแปลงชนดิ หรือประเภทของสนิ ค้า ลักษณะวิธีการจาหน่ายสินค้า หรือสถานที่จดั วาง
สินค้าให้แตกต่างไปจากท่ีระบุไว้ในใบอนุญาต จะกระทาได้ต่อเม่อื ผรู้ ับใบอนุญาตได้แจง้ ต่อเจา้ พนักงาน
ท้องถ่นิ และเจ้าพนกั งานท้องถิ่นไดจ้ ดแจง้ การเปล่ยี นแปลงดังกล่าวไวใ้ นใบอนญุ าตแลว้

มาตรา 42 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจรมีอานาจออก
ประกาศดงั ตอ่ ไปนี้

(1) กาหนดบริเวณที่หรือทางสาธารณะหรือส่วนหน่ึงส่วนใดของพ้ืนที่ดังกล่าวเป็นเขตห้าม
จาหน่ายหรือซ้อื สินคา้ โดยเด็ดขาด

(2) กาหนดบริเวณท่ีหรือทางสาธารณะหรือส่วนหน่ึงส่วนใดของพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตที่ห้าม
จาหน่ายสินค้าบางชนิดหรอื บางประเภท หรือเป็นเขตห้ามจาหน่ายสนิ ค้าตามกาหนดเวลา หรือเป็นเขต

พระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสขุ พ.ศ.2535 และท่แี กไ้ ขเพมิ่ เตมิ 391

หา้ มจาหนา่ ยสนิ ค้าโดยวิธีการจาหนา่ ยในลกั ษณะใดลกั ษณะหนง่ึ หรอื กาหนดหลกั เกณฑ์วธิ ีการและเงอ่ื นไข
ในการจาหนา่ ยสนิ ค้าในบรเิ วณนน้ั

ในการดาเนนิ การตาม (1) หรอื (2) ให้เจา้ พนกั งานทอ้ งถน่ิ ปดิ ประกาศไวใ้ นทเ่ี ปดิ เผย ณ สถานที่
ทาการของราชการส่วนท้องถ่ินและบริเวณที่จะกาหนดเป็นเขตตาม (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณี และต้อง
กาหนดวนั ทจ่ี ะบงั คบั ตามประกาศนัน้ มใิ ห้นอ้ ยกวา่ สิบห้าวันนบั แตว่ ันประกาศ

มาตรา 43 เพ่ือประโยชน์ของประชาชนและการควบคุมการจาหน่ายสินค้าในท่ีหรือทาง
สาธารณะ ใหร้ าชการสว่ นท้องถนิ่ มอี านาจออกขอ้ กาหนดของท้องถนิ่ ดังตอ่ ไปน้ี

(1) กาหนดหลกั เกณฑ์เกี่ยวกบั สุขลกั ษณะส่วนบุคคลของผู้จาหนา่ ยหรอื ผชู้ ่วยจาหน่ายสนิ ค้า

(2) กาหนดหลกั เกณฑ์เกี่ยวกบั สขุ ลักษณะในการใชก้ รรมวธิ ีการจาหนา่ ย ทา ประกอบ ปรงุ เกบ็
หรือสะสมอาหารหรอื สินคา้ อืน่ รวมทัง้ การรกั ษาความสะอาดของภาชนะ น้าใช้ และของใชต้ ่าง ๆ

(3) กาหนดหลักเกณฑเ์ กี่ยวกบั การจดั วางสนิ ค้าและการเร่ขายสินคา้ ในทหี่ รือทางสาธารณะ

(4) กาหนดเวลาสาหรับการจาหนา่ ยสนิ คา้

(5) กาหนดการอนื่ ที่จาเปน็ เพ่ือการรักษาความสะอาดและป้องกันอนั ตรายต่อสุขภาพ รวมท้งั
การป้องกันมิใหเ้ กดิ เหตรุ าคาญและการป้องกนั โรคตดิ ต่อ

หมวด 10
อานาจหน้าท่ีของเจา้ พนักงานทอ้ งถน่ิ และเจ้าพนกั งานสาธารณสุข

มาตรา 44 เพ่ือปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินและเจ้า
พนักงานสาธารณสุขมีอานาจดงั ตอ่ ไปน้ี

(1) มหี นังสือเรียกบคุ คลใด ๆ มาใหถ้ ้อยคาหรอื แจง้ ข้อเทจ็ จรงิ หรือทาคาชี้แจงเป็นหนงั สอื หรอื
ใหส้ ่งเอกสารหลักฐานใดเพ่ือตรวจสอบหรือเพ่อื ประกอบการพจิ ารณา

(2) เข้าไปในอาคารหรอื สถานท่ีใด ๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทติ ย์ตกหรือใน
เวลาทาการเพ่อื ตรวจสอบหรอื ควบคุมให้เป็นไปตามข้อกาหนดของท้องถิ่น หรอื ตามพระราชบัญญตั ินี้ ใน
การนี้ ใหม้ อี านาจสอบถามข้อเทจ็ จรงิ หรือเรยี กหนังสอื รบั รองการแจ้งหรอื หลกั ฐานที่เก่ียวข้องจากเจา้ ของ
หรอื ผคู้ รอบครองอาคารหรือสถานท่นี นั้

392

(3) แนะนาให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งปฏิบัติให้ถูกต้องตามเง่ือนไขใน
ใบอนุญาตหรือหนังสอื รบั รองการแจ้งหรอื ตามขอ้ กาหนดของท้องถนิ่ หรือตามพระราชบญั ญัตินี้

(4) ยดึ หรืออายดั สิ่งของใด ๆ ท่อี าจกอ่ ให้เกิดอนั ตรายตอ่ สขุ ภาพของประชาชนเพ่ือประโยชนใ์ น
การดาเนนิ คดหี รอื เพ่ือนาไปทาลายในกรณีจาเป็น

(5) เกบ็ หรอื นาสนิ คา้ หรอื สงิ่ ของใด ๆ ท่ีสงสยั ว่าจะไมถ่ ูกสุขลกั ษณะหรอื จะกอ่ ให้เกดิ เหตุราคาญ
จากอาคารหรือสถานที่ใด ๆ เปน็ ปริมาณตามสมควรเพ่อื เปน็ ตัวอย่างในการตรวจสอบตามความจาเป็นได้
โดยไม่ต้องใช้ราคา

ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอานาจแต่งตง้ั ข้าราชการหรอื พนกั งานส่วนท้องถน่ิ เพอ่ื ให้ปฏบิ ัตหิ น้าที่
ตามวรรคหนึ่งในเขตอานาจของราชการส่วนท้องถ่ินนน้ั ในเรอ่ื งใดหรอื ทุกเรื่องกไ็ ด้

ในการปฏิบตั ิหนา้ ทีข่ องเจ้าพนักงานท้องถิน่ หรือเจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือผซู้ ่งึ ได้รบั แต่งต้ัง
จากเจ้าพนกั งานทอ้ งถ่ิน บุคคลดังกลา่ วจะต้องแสดงบัตรประจาตัวตามแบบที่กาหนดในกฎกระทรวงตอ่
บุคคลซึ่งเก่ยี วขอ้ งในขณะปฏิบัติหน้าที่ดว้ ย และให้บคุ คลซงึ่ เกีย่ วข้องอานวยความสะดวกตามสมควร

มาตรา 45 ในกรณที ีป่ รากฏว่าผ้ดู าเนนิ กิจการใด ๆ ตามทรี่ ะบุไวใ้ นพระราชบัญญัตนิ ้ี ปฏิบัตไิ ม่
ถกู ตอ้ งตามพระราชบัญญตั นิ ี้ กฎกระทรวง ขอ้ กาหนดของทอ้ งถ่นิ หรือประกาศทอ่ี อกตามพระราชบัญญัติ
นี้ หรือคาสั่งของเจ้าพนักงานท้องถ่ินทก่ี าหนดไว้เก่ียวกับการดาเนินกิจการน้ัน ให้เจ้าพนักงานท้องถน่ิ มี
อานาจส่งั ใหผ้ ูด้ าเนินกจิ การน้นั แก้ไขหรือปรับปรงุ ใหถ้ กู ตอ้ งได้ และถ้าผดู้ าเนนิ กจิ การไมแ่ กไ้ ข หรอื ถา้ การ
ดาเนินกิจการน้ันจะก่อให้เกิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของ
ประชาชน เจ้าพนกั งานทอ้ งถิ่นจะส่ังให้ผ้นู ้นั หยดุ ดาเนนิ กจิ การนั้นไว้ทนั ทีเป็นการช่ัวคราวจนกวา่ จะเป็นท่ี
พอใจแก่เจา้ พนกั งานท้องถ่นิ ว่าปราศจากอนั ตรายแลว้ ก็ได้

คาสั่งของเจ้าพนักงานท้องถ่ินตามวรรคหน่ึง ให้กาหนดระยะเวลาที่จะต้องปฏิบัติตามคาสง่ั ไว้
ตามสมควรแต่ตอ้ งไม่นอ้ ยกวา่ เจ็ดวัน เวน้ แตเ่ ป็นกรณที ี่มคี าสัง่ ใหห้ ยุดดาเนินกจิ การทนั ที และตอ้ งทาเปน็
หนงั สอื แจง้ ใหผ้ ดู้ าเนนิ กจิ การซึง่ จะต้องปฏิบตั ติ ามคาสัง่ ทราบ ในกรณีที่ไม่พบผู้ดาเนนิ กจิ การหรือผดู้ าเนนิ
กิจการไม่ยอมรับคาส่ังดังกล่าว ให้ส่งคาส่ังโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือปิดคาสั่งน้ันไว้ในท่ี
เปิดเผยเหน็ ได้งา่ ย ณ ภูมิลาเนาหรอื สานกั ทาการงานของผูด้ าเนินกิจการ และใหถ้ ือว่าผนู้ ้นั ไดท้ ราบคาสั่ง
แล้ว ตั้งแตเ่ วลาทคี่ าสงั่ ไปถึงหรอื วนั ปิดคาสง่ั แลว้ แตก่ รณี

มาตรา 46 ในกรณที เี่ จ้าพนกั งานสาธารณสขุ ตรวจพบเหตทุ ี่ไมถ่ ูกตอ้ งหรอื มีการกระทาใด ๆ ท่ี
ฝา่ ฝืนตอ่ บทแหง่ พระราชบญั ญัตินหี้ รือขอ้ กาหนดของท้องถิ่น ใหเ้ จ้าพนักงานสาธารณสุขแจ้งเจา้ พนักงาน
ท้องถ่ินเพ่อื ดาเนินการตามอานาจหน้าทต่ี ่อไปโดยไมช่ ักชา้

ในกรณีท่ีเจ้าพนักงานสาธารณสุขเห็นว่าเหตุตามวรรคหน่ึงจะมีผลกระทบต่อสภาวะความ
เป็นอยู่ท่ีเหมาะสมกับการดารงชีพของประชาชน หรือจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของ

พระราชบญั ญัตกิ ารสาธารณสขุ พ.ศ.2535 และทแี่ กไ้ ขเพมิ่ เติม 393

ประชาชนเป็นสว่ นรวมซ่งึ สมควรจะดาเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน ให้เจา้ พนักงานสาธารณสุขมอี านาจออก
คาสั่งให้ผกู้ ระทาการไมถ่ ูกต้องหรือฝา่ ฝืนดังกล่าวแก้ไขหรือระงับเหตุน้ัน หรือดาเนนิ การใด ๆ เพื่อแก้ไข
หรอื ระงบั เหตุนั้นได้ตามสมควร แลว้ ให้แจง้ เจา้ พนักงานท้องถน่ิ ทราบ

มาตรา 47 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น เจ้าพนักงาน
สาธารณสุข และผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากเจา้ พนักงานทอ้ งถ่ินตามมาตรา 44 เป็นเจ้าพนักงานตามประมวล
กฎหมายอาญา และเพอื่ ประโยชนใ์ นการจับกุมหรือปราบปรามผู้กระทาความผิดตามพระราชบญั ญตั ินี้ ให้
เจ้าพนักงานท้องถิ่นและผู้ซึ่งได้รับแต่งต้ังจากเจา้ พนักงานท้องถิ่นเปน็ พนักงานฝ่ายปกครองหรอื ตารวจ
ตามประมวลกฎหมายวธิ พี ิจารณาความอาญา

หมวด 11
หนังสอื รบั รองการแจ้ง

มาตรา 48 การแจ้งใหเ้ จา้ พนกั งานทอ้ งถ่ินทราบเพอ่ื ดาเนนิ กิจการตามมาตรา 38 และหนังสอื
รับรองการแจ้ง ให้เป็นไปตามแบบท่กี าหนดในขอ้ กาหนดของทอ้ งถนิ่

เมื่อเจ้าพนักงานท้องถ่ินได้รับแจ้ง ให้ออกใบรับแก่ผู้แจ้งเพ่ือใช้เป็นหลักฐานในการประกอบ
กจิ การตามทีแ่ จ้งไดช้ ว่ั คราวในระหว่างเวลาทเ่ี จา้ พนกั งานทอ้ งถน่ิ ยงั มไิ ด้ออกหนังสือรบั รองการแจง้

ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินตรวจการแจง้ ให้ถูกต้องตามแบบท่ีกาหนดในข้อกาหนดของทอ้ งถน่ิ ตาม
วรรคหน่งึ ถา้ การแจง้ เปน็ ไปโดยถูกต้องใหเ้ จ้าพนักงานท้องถิ่นออกหนงั สือรับรองการแจ้งให้ผู้แจง้ ภายใน
เจ็ดวนั ทาการนบั แต่วันทีไ่ ดร้ ับการแจง้

ในใบรับแจ้งหรือหนังสือรบั รองการแจ้ง เจ้าพนักงานท้องถ่ินจะกาหนดเงื่อนไขให้ผู้แจง้ หรอื ผู้
ไดร้ ับหนังสอื รบั รองการแจ้งปฏิบัติเปน็ การเฉพาะรายกไ็ ด้

ในกรณีที่การแจ้งไมถ่ ูกตอ้ งหรือไมส่ มบรู ณ์ ใหเ้ จา้ พนกั งานท้องถ่นิ แจ้งให้ผู้แจง้ ทราบภายในเจ็ด
วันทาการนับแต่วันทไี่ ดร้ ับการแจง้ ถ้าผู้แจ้งไม่ดาเนนิ การแก้ไขให้ถูกต้องภายในเจด็ วันทาการนับแตว่ ันท่ี
ได้รบั แจง้ จากเจา้ พนกั งานท้องถนิ่ ใหเ้ จ้าพนกั งานท้องถ่นิ มอี านาจสั่งให้การแจง้ ของผู้แจ้งเปน็ อนั ส้ินผล แต่
ถา้ ผแู้ จ้งได้ดาเนนิ การแกไ้ ขภายในเวลาทกี่ าหนดแล้ว ใหเ้ จา้ พนกั งานทอ้ งถ่นิ ออกหนังสอื รับรองการแจง้ ให้
ผู้แจ้งภายในเจ็ดวันทาการ นับแต่วันท่ีได้รับการแจ้งซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องตามแบบท่ีกาหนดใน
ข้อกาหนดของทอ้ งถนิ่ ตามวรรคหน่ึง

394

มาตรา 49 ผู้ได้รับหนังสอื รบั รองการแจง้ ต้องแสดงหนังสือรับรองการแจง้ ไว้โดยเปิดเผยและ
เห็นได้ง่าย ณ สถานท่ที ่ดี าเนินกจิ การตลอดเวลาทดี่ าเนนิ กจิ การ

มาตรา 50 ในกรณีที่หนังสือรับรองการแจ้งสูญหาย ถูกทาลายหรือชารุดในสาระสาคัญ ให้ผู้
ไดร้ ับหนงั สือรบั รองการแจง้ ย่นื คาขอรับใบแทนหนงั สอื รับรองการแจง้ ภายในสบิ หา้ วันนบั แต่วนั ไดท้ ราบถงึ
การสูญหาย ถกู ทาลาย หรอื ชารดุ

การขอรับใบแทนและการออกใบแทนหนังสือรับรองการแจ้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ
วิธีการทกี่ าหนดในข้อกาหนดของท้องถนิ่

มาตรา 51 เมื่อผู้แจ้งตามมาตรา 48 ประสงค์จะเลิกกิจการหรอื โอนการดาเนินกิจการใหแ้ ก่
บุคคลอน่ื ให้แจง้ ให้เจ้าพนักงานท้องถน่ิ ทราบด้วย

มาตรา 52 ในกรณีที่ผดู้ าเนินกจิ การใดดาเนินกจิ การตามทรี่ ะบุไว้ในพระราชบญั ญตั ิน้ีโดยมไิ ด้
แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 48 และเคยได้รับโทษตามพระราชบัญญัติน้ีเพราะเหตุที่ฝ่าฝืน
ดาเนนิ กิจการโดยมิไดแ้ จ้งตอ่ เจา้ พนักงานทอ้ งถิ่นมาแลว้ ครั้งหนึง่ ยังฝ่าฝนื ดาเนินกิจการโดยมไิ ด้แจง้ ตอ่ เจา้
พนักงานท้องถิ่นต่อไป ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอานาจส่ังให้ผู้น้ันหยุดดาเนินกิจการไว้จนกว่าจะได้
ดาเนินการแจ้งต่อเจา้ พนกั งานทอ้ งถิน่ ตามมาตรา 48 ถ้ายงั ฝา่ ฝนื อีกให้เจา้ พนกั งานท้องถิ่นมอี านาจสง่ั หา้ ม
การดาเนินกิจการนน้ั ไว้ตามเวลาทกี่ าหนดซงึ่ ต้องไมเ่ กินสองปีก็ได้

มาตรา 53 การแจ้งของเจา้ พนกั งานท้องถิน่ ตามมาตรา 48 และคาส่งั ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ตามมาตรา 52 ใหท้ าเป็นหนงั สอื แจ้งให้ผูแ้ จง้ หรอื ผูด้ าเนินกจิ การทราบ ในกรณีท่ีไม่พบตัวหรอื ไม่ยอมรับ
หนังสือ ให้ส่งหนังสือการแจ้งหรือคาสั่งโดยทางไปรษณีย์ตอบรับหรอื ปิดหนงั สอื น้ันไว้ในท่ีเปิดเผยเหน็ ได้
ง่าย ณ ภูมิลาเนาหรือสานักทาการงานของผทู้ ่ีต้องรับหนังสือ และให้ถือว่าผู้นั้นได้ทราบหนังสือดังกล่าว
แลว้ ตง้ั แต่เวลาที่หนงั สอื ไปถึงหรอื วันปิดหนังสือ แล้วแตก่ รณี

หมวด 12
ใบอนุญาต

มาตรา 54 ในกรณีท่ีพระราชบัญญตั ินบี้ ัญญัติให้การประกอบกิจการใดหรือการกระทาใดตอ้ ง
ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอานาจออกข้อกาหนดของท้องถ่ิน
กาหนดหลกั เกณฑ์ วธิ กี ารและเง่ือนไขการขอ และการออกใบอนุญาตในเร่อื งนั้นได้

พระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสุข พ.ศ.2535 และท่แี กไ้ ขเพมิ่ เตมิ 395

มาตรา 55 บรรดาใบอนุญาตท่ีออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีอายุหน่ึงปีนับแต่วัน ที่ออก
ใบอนุญาต และให้ใช้ไดเ้ พยี งในเขตอานาจของราชการส่วนท้องถน่ิ ที่เป็นผู้ออกใบอนุญาตนัน้

การขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคาขอกอ่ นใบอนุญาตสิ้นอายุ เม่ือได้ยื่นคาขอพรอ้ มกบั เสยี
ค่าธรรมเนียมแล้วใหป้ ระกอบกจิ การต่อไปได้จนกวา่ เจา้ พนักงานท้องถิน่ จะสงั่ ไมต่ ่ออายใุ บอนุญาต

หลกั เกณฑ์ วิธีการและเง่อื นไขการขอต่ออายุใบอนญุ าต และการอนญุ าตให้ต่ออายุใบอนุญาตให้
เปน็ ไปตามที่กาหนดในข้อกาหนดของท้องถิ่น

มาตรา 56 เมื่อได้รับคาขอรับใบอนุญาตหรอื คาขอต่ออายุใบอนุญาต ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น
ตรวจความถูกต้องและความสมบูรณ์ของคาขอ ถ้าปรากฏว่าคาขอดังกลา่ วไม่ถูกต้องหรือไมส่ มบูรณต์ าม
หลกั เกณฑ์ วธิ กี ารหรอื เง่ือนไขทีก่ าหนดในข้อกาหนดของท้องถ่ิน ให้เจา้ พนกั งานท้องถิน่ รวบรวมความไม่
ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์น้ันท้ังหมดและแจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขให้ถูกต้องและสมบูรณ์ในคราว
เดียวกัน และในกรณีจาเป็นท่ีจะต้องส่งคืนคาขอแก่ผู้ขออนุญาต ก็ให้ส่งคืนคาขอพร้อมทั้งแจ้งความไม่
ถูกตอ้ งหรอื ความไม่สมบรู ณ์ให้ทราบภายในสิบห้าวันนบั แต่วนั ได้รับคาขอ

เจ้าพนกั งานท้องถ่นิ ต้องออกใบอนุญาตหรอื มีหนงั สือแจ้งคาสัง่ ไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตผุ ลให้ผู้
ขออนุญาตทราบภายในสามสบิ วันนับแตว่ นั ได้รบั คาขอซ่ึงมีรายละเอยี ดถูกต้องหรือครบถว้ นตามที่กาหนด
ในขอ้ กาหนดของทอ้ งถิ่น

ในกรณีที่มีเหตุจาเป็นท่ีเจ้าพนักงานท้องถ่ินไม่อาจออกใบอนุญาตหรือยังไม่อาจมีคาสั่งไม่
อนญุ าตได้ภายในกาหนดเวลาตามวรรคสอง ใหข้ ยายเวลาออกไปได้อกี ไมเ่ กนิ สองครงั้ คร้ังละไม่เกนิ สบิ หา้
วัน แต่ต้องมีหนงั สอื แจง้ การขยายเวลาและเหตจุ าเป็นแตล่ ะครง้ั ใหผ้ ู้ขออนุญาตทราบกอ่ นสน้ิ กาหนดเวลา
ตามวรรคสองหรอื ตามท่ีได้ขยายเวลาไวแ้ ล้วนั้น แลว้ แต่กรณี

มาตรา 57 ผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญตั นิ ี้ ต้องแสดงใบอนญุ าตไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้
งา่ ย ณ สถานทปี่ ระกอบกจิ การตลอดเวลาทป่ี ระกอบกิจการ

มาตรา 58 ในกรณที ีใ่ บอนุญาตสญู หาย ถูกทาลาย หรอื ชารุดในสาระสาคัญ ให้ผูร้ บั ใบอนญุ าต
ย่นื คาขอรบั ใบแทนใบอนญุ าตภายในสบิ หา้ วันนับแตว่ นั ทไี่ ด้ทราบถงึ การสญู หาย ถกู ทาลาย หรือชารุด

การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเง่อื นไขท่ีกาหนดในขอ้ กาหนดของท้องถิ่น

มาตรา 59 ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้รบั ใบอนุญาตสาหรบั กิจการใดไม่ปฏิบตั ิหรือปฏิบัตไิ ม่ถกู ต้อง
ตามบทแห่งพระราชบญั ญัตินี้ กฎกระทรวงหรือข้อกาหนดของทอ้ งถิ่นที่ออกตามพระราชบญั ญตั ินี้ หรือ
เงื่อนไขทร่ี ะบไุ ว้ในใบอนุญาตในเรอื่ งทก่ี าหนดไว้เกยี่ วกับการประกอบกจิ การตามทไี่ ดร้ บั ใบอนญุ าตนนั้ เจา้
พนกั งานทอ้ งถนิ่ มอี านาจสง่ั พกั ใช้ใบอนุญาตไดภ้ ายในเวลาท่เี ห็นสมควร แต่ต้องไมเ่ กินสิบห้าวนั

396

มาตรา 60 เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอานาจออกคาส่ังเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อปรากฏว่าผู้รับ
ใบอนญุ าต

(1) ถกู สั่งพักใช้ใบอนุญาตต้งั แต่สองคร้ังขน้ึ ไปและมเี หตทุ ่จี ะตอ้ งถูกสัง่ พักใชใ้ บอนญุ าตอีก

(2) ตอ้ งคาพพิ ากษาถึงทสี่ ุดวา่ ไดก้ ระทาความผดิ ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
(3) ไม่ปฏิบัตหิ รือปฏบิ ตั ิไม่ถกู ต้องตามบทแหง่ พระราชบญั ญัตนิ ้ี กฎกระทรวงหรือขอ้ กาหนดของ
ท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัติน้ี หรือเง่ือนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเร่ืองที่กาหนดไว้เกี่ยวกับการ
ประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาต และการไม่ปฏิบัติหรือการปฏิบัติไม่ถูกต้องนั้นก่อให้เกิดอันตราย
อย่างรา้ ยแรงต่อสุขภาพของประชาชนหรอื มีผลกระทบตอ่ สภาวะความเปน็ อย่ทู เ่ี หมาะสมกบั การดารงชีพ
ของประชาชน
มาตรา 61 คาสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคาสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ทาเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับ
ใบอนุญาตทราบ ในกรณีทไี่ มพ่ บผูร้ บั ใบอนุญาตหรือผรู้ บั ใบอนญุ าตไมย่ อมรบั คาสงั่ ดังกล่าว ให้สง่ คาส่ังโดย
ทางไปรษณีย์ตอบรับหรือให้ปิดคาสัง่ นั้นไว้ในทเี่ ปิดเผยเหน็ ได้งา่ ย ณ ภูมิลาเนาหรือสานักทาการงานของ
ผูร้ บั ใบอนญุ าต และให้ถือว่าผ้รู บั ใบอนุญาตนน้ั ไดท้ ราบคาส่งั แล้วตง้ั แตเ่ วลาท่ีคาสัง่ ไปถึง หรือวันปิดคาสัง่
แลว้ แต่กรณี
มาตรา 62 ผ้ถู ูกส่ังเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนญุ าตสาหรบั การประกอบกจิ การที่ถูกเพิก
ถอนใบอนุญาตอกี ไมไ่ ด้จนกว่าจะพน้ กาหนดหน่ึงปนี ับแตว่ นั ทถี่ กู สั่งเพิกถอนใบอนุญาต

หมวด 13

ค่าธรรมเนยี มและคา่ ปรบั

มาตรา 63 ใหร้ าชการสว่ นทอ้ งถนิ่ มอี านาจออกข้อกาหนดของท้องถ่นิ กาหนดคา่ ธรรมเนยี มตาม
หลักเกณฑ์ วธิ ีการ เง่อื นไข และไมเ่ กินอัตราทกี่ าหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 64 บรรดาค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามพระราชบัญญัติน้ีให้เป็นรายได้ของราชการ
สว่ นทอ้ งถน่ิ

มาตรา 65 ในกรณีที่มขี ้อกาหนดของท้องถ่ินกาหนดค่าธรรมเนียมสาหรบั การดาเนินกจิ การท่ี
ตอ้ งแจ้งตอ่ เจา้ พนักงานท้องถิ่นกอ่ นดาเนินกิจการหรือต้องได้รบั ใบอนุญาตตามพระราชบัญญตั นิ ี้ ให้ผู้แจ้ง
หรอื ผูไ้ ด้รบั ใบอนุญาตมหี นา้ ทีต่ ้องเสียคา่ ธรรมเนียมตามอตั ราและตามระยะเวลาท่กี าหนดไวใ้ นข้อกาหนด
ของท้องถิ่นตลอดเวลาท่ียังดาเนินกิจการน้ัน ถ้ามิได้เสียค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กาหนด ให้ชาระ


Click to View FlipBook Version