The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ-62-อปท

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 60011210053, 2021-03-17 02:57:30

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ-62-อปท

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ-62-อปท

สรปุ สาระสาคญั พระราชบัญญัตริ ะเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 197

พ.ศ. 2535 ซึง่ ไดใ้ ช้บงั คับแลว้ บัญญัติใหจ้ ัดตงั้ สานักงานคณะกรรมการนโยบายพลงั งานแหง่ ชาติเป็นส่วน
ราชการสังกัดสานักนายกรฐั มนตรี มีเลขาธกิ ารคณะกรรมการนโยบายพลงั งานแห่งชาตเิ ป็นผูบ้ ังคบั บัญชา
ขา้ ราชการในสานกั งานคณะกรรมการ นโยบายพลงั งานแหง่ ชาติและรบั ผิดชอบในการปฏบิ ตั ิราชการ ขนึ้
ตรงต่อนายกรัฐมนตรี ในการนี้ต้องแกไ้ ขเพ่ิมเติมมาตรา 15 แห่งพระราชบญั ญัติระเบียบบริหารราชการ
แผ่นดนิ พ.ศ. 2534 ซึง่ แกไ้ ขเพ่มิ เติมโดยพระราชบัญญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดิน (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ.
2535 เพื่อกาหนดใหห้ วั หนา้ สว่ นราชการท้ังสองเป็นผ้บู ังคบั บัญชาขา้ ราชการและรับผดิ ชอบในการปฏิบัติ
ราชการขนึ้ ตรงต่อนายกรัฐมนตรจี งึ จาเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ (ราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม 110/ตอนที่
127/ฉบบั พเิ ศษ หน้า 6/6 กนั ยายน 2536)

3. พระราชบญั ญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2543 มาตรา 5 พระราช
กฤษฎกี าแบ่งส่วนราชการภายในสว่ นราชการตามมาตรา 8 วรรคสี่ แหง่ พระราชบญั ญตั ิระเบยี บบรหิ าร
ราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 ทใี่ ชบ้ งั คบั อยูใ่ นวนั ท่พี ระราชบญั ญตั ิน้ปี ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษาใหค้ งใช้
บังคบั ได้ตอ่ ไป จนกว่าจะมกี ฎกระทรวงว่าดว้ ยการแบง่ สว่ นราชการตามมาตรา 8 ฉ แห่งพระราชบัญญตั ิ
ระเบียบบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 ซ่ึงแก้ไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญัติน้ใี ช้บงั คับ มาตรา 6 ให้
นายกรัฐมนตรรี กั ษาการตามพระราชบัญญตั ินี้

หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย มาตรา 230 ได้บัญญัติให้การรวมหรือโอนกระทรวง ทบวง กรม ท่ีไม่มีการกาหนด
ตาแหน่งหรืออัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างเพ่มิ ข้ึนหรอื การยุบเลิกส่วนราชการดังกล่าว สามารถทาได้
โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ดังนั้น สมควรกาหนดลักษณะของกรณที ี่สามารถตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
และวิธีการดาเนินการของแต่ละกรณี และรูปแบบของพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว รวมท้ังปรับปรุง
หลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการภายในสานักงานเลขานุการรัฐมนตรีและส่วนราชการระดับกรม ทั้งนี้
เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรฐั ธรรมนูญดังกล่าว จึงจาเป็นต้องตราพระราชบัญญัติน้ี (ราชกิจจา
นุเบกษา เลม่ 117/ตอนที่ 77 ก/หน้า 22/28 เมษายน 2542)

4. พระราชบัญญตั ิระเบียบบรหิ ารราชการแผน่ ดิน (ฉบับท่ี 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 16 ในวาระ
เริ่มแรก ให้ ก.พ.ร. ดาเนินการเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพ่ือให้มกี ารปรับปรุงโครงสร้าง ระบบราชการ
ระบบงบประมาณ ระบบบคุ ลากร การปรับเปลีย่ นสว่ นราชการเป็นองคก์ ารมหาชน หรือองค์กรรปู แบบอน่ื
ที่มิใช่ส่วนราชการ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองความ
ต้องการของประชาชน ทง้ั นี้ ภายในสองปีนับแตว่ ันทพ่ี ระราชบัญญัติน้ใี ช้บังคบั

มาตรา 18 ให้ดาเนินการแต่งตั้ง ก.พ.ร. ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ี
พระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ให้โอนงบประมาณและบุคลากรของสานักงานคณะกรรมการข้าราชการพล
เรือน ตามท่ีนายกรัฐมนตรีประกาศกาหนดในราชกิจจานุเบกษา ไปเป็นของสานักงานคณะกรรมการ
พัฒนาระบบราชการ ให้อานาจหนา้ ที่ของสานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรอื นตามมาตรา 8 ทวิ

198

และตามมาตรา 8 สัตต ในส่วนท่ีเก่ียวกับการแบ่งส่วนราชการและการกาหนดอานาจหน้าที่ของส่วน
ราชการซ่ึงแกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญตั ิระเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2543 เป็น
อานาจหนา้ ท่ีของ ก.พ.ร. ให้คณะกรรมการขา้ ราชการพลเรอื น และสานักงานคณะกรรมการขา้ ราชการพล
เรือน คงมีอานาจหน้าท่ีเท่าที่ไม่ซ้ากับอานาจหน้าท่ีของ ก.พ.ร. ให้ดาเนินการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วย
ระเบียบข้าราชการพลเรือนและกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อกาหนดภารกิจของ
ก.พ.ร. สานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และสานักงาน
คณะกรรมการข้าราชการพลเรอื นใหเ้ หมาะสม ซ่ึงต้องทาใหแ้ ล้วเสรจ็ และเสนอสภาผแู้ ทนราษฎรภายใน
สองปีนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา 19 ให้บทบัญญัติมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ.2534 ก่อนการแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัตินี้ คงใช้บังคับตอ่ ไป
จนกวา่ จะมกี ารแก้ไขเพิม่ เติม ให้นากรณที ่ีสว่ นราชการใดขึน้ ตรงตอ่ นายกรฐั มนตรีไปบญั ญัติไว้ในกฎหมาย
ว่าดว้ ยการปรับปรงุ กระทรวงทบวง กรม

หมายเหตุ : เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบญั ญตั ฉิ บบั นี้ คอื โดยทเ่ี ป็นการสมควรปรบั ปรุง
ระบบบริหารราชการเพ่ือให้สามารถปฏิบัติงานตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศและการให้บริการแก่
ประชาชนได้อย่างมีประสทิ ธิภาพยิ่งข้ึนโดยกาหนดใหก้ ารบรหิ ารราชการแนวทางใหมต่ ้องมีการกาหนด
นโยบาย เป้าหมาย และแผนการปฏิบตั งิ านเพอ่ื ใหส้ ามารถประเมนิ ผลการปฏิบัตริ าชการในแต่ละระดับได้
อย่างชัดเจน มีกรอบการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ดี ีเป็นแนวทางในการกากบั การกาหนดนโยบายและการ
ปฏิบัติราชการ และเพื่อใหก้ ระทรวงสามารถจัดการบรหิ ารงานใหเ้ ป็นไปตามเป้าหมายได้ จึงกาหนดให้มี
รปู แบบการบริหารใหม่ โดยกระทรวงสามารถแยกส่วนราชการจดั ตง้ั เป็นหน่วยงานตามภาระหนา้ ท่ีเพอื่ ให้
เกิดความคล่องตัวและสอดคล้องกับเป้าหมายของงานท่ีจะต้องปฏิบัติ และกาหนดให้มีกลุ่มภารกิจของ
ส่วนราชการต่างๆ ท่ีมีงานสัมพันธ์กัน เพ่ือที่จะสามารถกาหนดเป้าหมายการทางานร่วมกันไ ด้ และมี
ผู้รับผิดชอบกากับการบริหารงานของกลุ่มภารกิจนั้นโดยตรงเพือ่ ให้งานเปน็ ไปอย่างมีประสทิ ธิภาพและ
รวดเรว็ รวมทัง้ ใหม้ ีการประสานการปฏบิ ัตงิ าน และการใช้งบประมาณเพือ่ ที่จะใหก้ ารบรหิ ารงานของทุก
ส่วนราชการบรรลเุ ปา้ หมายของกระทรวงได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและลดความซา้ ซอ้ น มกี ารมอบหมายงาน
เพ่ือลดข้ันตอนการปฏิบัติราชการ และสมควรกาหนดการบรหิ ารราชการในต่างประเทศให้เหมาะสมกบั
ลักษณะการปฏิบัติหน้าทแี่ ละสามารถปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็วและมเี อกภาพ โดยมีหัวหน้าคณะผู้แทน
เป็นผ้รู ับผดิ ชอบในการบริหารราชการ นอกจากนี้ สมควรให้มคี ณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเพื่อเป็น
หน่วยงานที่รับผิดชอบในการดูแลการจัดสว่ นราชการและการปรบั ปรงุ ระบบการทางานของภาคราชการ
ให้มีการจัดระบบราชการอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป จึงจาเป็นต้องตราพระราชบัญญัติน้ี (ราชกิจจา
นเุ บกษา เลม่ 119/ตอนท่ี 99 ก/หนา้ 1/2 ตลุ าคม 2545)

5. พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดนิ (ฉบับท่ี 6) พ.ศ. 2546

หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญตั ิฉบับน้ี คือ โดยที่ในปจั จุบันได้มกี ารโอน
กรมตารวจไปจดั ต้ังเป็นสานักงานตารวจแหง่ ชาติและกาหนดให้ผูบ้ งั คับการตารวจภูธรจังหวัด ทาหน้าท่ี

สรปุ สาระสาคญั พระราชบัญญัตริ ะเบยี บบริหารราชการแผน่ ดินพ.ศ. 2534 199

หัวหน้าตารวจภูธรจงั หวัด จึงสมควรแกไ้ ขเพ่มิ เติมกฎหมายว่าด้วยระเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดินในส่วน
ของชื่อกรมตารวจและตาแหน่งของขา้ ราชการตารวจในกรมการจงั หวดั ให้สอดคลอ้ งกัน จงึ จาเป็นตอ้ งตรา
พระราชบญั ญตั นิ ้ี (ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม 120/ตอนที่ 108 ก/หนา้ 1/31 ตลุ าคม 2546)

6. พระราชบัญญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดนิ (ฉบบั ท่ี 7) พ.ศ. 2550มาตรา 17 ในระหวา่ ง
ท่ียังมิได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาเก่ียวกับการมอบอานาจให้ปฏิบัติราชการแทนตามมาตรา 38 แห่ง
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้
หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการมอบอานาจตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545
ยังคงใชบ้ งั คบั ตอ่ ไปได้ ท้ังน้ี ไม่เกนิ หกสิบวันนบั แต่วันทีพ่ ระราชบัญญัตนิ ใ้ี ชบ้ ังคบั

หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญตั ิฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรบั ปรุง
ระบบการบรหิ ารราชการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลท่ีมุ่งเน้นการจดั องค์กรภาครฐั ให้สอดคล้อง
กับทิศทางการนาพาประเทศไปส่กู ารพัฒนาทย่ี ่ังยนื และเพื่อใหก้ ารปฏิบัติราชการสามารถอานวยความ
สะดวกและให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมปี ระสิทธิภาพยิ่งขึ้น สนับสนุนให้มกี ารมอบอานาจใหป้ ฏิบตั ิ
ราชการแทนได้กว้างขวางขึ้น เพ่ือเน้นการบริการประชาชนให้มีความสะดวกและรวดเร็ว นอกจากน้ัน
เพื่อให้การบริหารราชการในราชการบริหารส่วนภูมิภาคสอดคล้องกับทิศทางการพฒั นาประเทศ และให้
การบริหารงานแบบบรู ณาการในจังหวัดบรรลุผล สมควรปรับปรุงอานาจการดาเนินการของจงั หวัด การ
จัดทาแผนพัฒนาจังหวัดและการจัดทางบประมาณของจังหวัดให้เหมาะสม รวมทั้งสมควรส่งเสริมใหม้ ี
คณะกรรมการธรรมาธิบาลจังหวัด เพ่ือสอดส่องและเสนอแนะการปฏิบตั ิภารกิจของหน่วยงานของรัฐใน
จังหวัดให้ใช้วิธีการบริหารกิจการบา้ นเมืองที่ดี อันจะทาให้การบรหิ ารเปน็ ไปด้วยความโปร่งใสเปน็ ธรรม
และมีความรับผดิ ชอบตลอดจนปรับปรุงอานาจในทางปกครองของอาเภอเพือ่ สนับสนุนให้เกดิ ความสงบ
เรียบรอ้ ยในสงั คม และสมควรให้สานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเป็นส่วนราชการในสานัก
นายกรัฐมนตรีและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการข้ึนตรงต่อนายกรัฐมนตรี จึงจาเป็นต้องตรา
พระราชบญั ญัตินี้ (ราชกิจจานเุ บกษา เลม่ 124/ตอนท่ี 55 ก/หน้า 1/15 กันยายน 2550)

7. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผน่ ดิน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2553หมายเหตุ เหตุผลใน
การประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้องค์กร
อัยการเป็นองค์กรอ่ืนตามรัฐธรรมนูญ และมาตรา 255 วรรคห้าบญั ญัติให้องค์กรอัยการมีหน่วยธรุ การท่ี
เป็นอิสระ ในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดาเนินการอ่ืน โดยมีอัยการสูงสุดเป็น
ผู้บังคับบญั ชา ทั้งนี้ ตามท่ีกฎหมายบัญญัติ จึงจาเป็นต้องตราพระราชบญั ญัติน้ี (ราชกิจจานุเบกษา เลม่
127/ตอนที่ 75ก/ หนา้ 51/7 ธันวาคม 2553) ดงั น้ันมผี ลบงั คับใช้วนั ท่ี 8 ธนั วาคม 2553 ผูร้ บั สนองพระ
บรมราชโองการ นายอภสิ ทิ ธ์ิ เวชชาชีวะ นายกรฐั มนตรี ขณะน้นั ครบั

200
แนวขอ้ สอบพระราชบญั ญัติระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดิน พ.ศ. 2534 และแกไ้ ขเพิ่มเติม

1. การจัดระเบียบบรหิ ารราชการแผน่ ดินมรี ปู แบบใด

ก. กระทรวง ทบวง กรม ข. ส่วนกลาง สว่ นภมู ภิ าค ส่วนท้องถิน่

ค. จงั หวัด อาเภอ กงิ่ อาเภอ ตาบล หมบู่ ้าน ง. จังหวัด อาเภอ

2. พ.ร.บ. ระเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดิน พ.ศ. 2534 ได้วางแนวทางการจดั สรรงบประมาณและการ

บรรจแุ ต่งตงั้ บุคคลเข้าดารงตาแหน่ง หรือปฏิบตั หิ นา้ ท่ีตาม พ.ร.บ. จะต้องเป็นไปตามหลกั การใด

ก. ความยุตธิ รรม ข. ความเสมอภาค

ค. ความมปี ระสิทธิภาพ ง. ความเท่าเทยี มกนั

3. การกาหนดตาแหน่งและอตั ราเงินเดือน ของส่วนราชการต่าง ๆ ตาม พ.ร.บ. ระเบยี บบรหิ าร

ราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 จะต้องคานึงถึง

ก. ภารกิจทรี่ บั ผิดชอบ ข. ประสิทธิภาพของส่วนราชการ

ค. คุณภาพและปรมิ าณของส่วนราชการน้ัน ๆ ง. ก และ ค

4. ขอ้ ใดเปน็ หลกั การในการบรหิ ารราชการตาม พรบ. ระเบยี บบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534

และทแี่ กไ้ ขเพม่ิ เติม

ก. เพอื่ ประโยชน์สขุ ของประชาชน ข. เพื่อลดภารกจิ และยบุ เลิกหน่วยงานท่ไี มจ่ าเป็น

ค. เพอ่ื กระจายอานาจตดั สนิ ใจ ง. ข้อ ก. , และ ค. ถกู

5. สว่ นราชการใด ไม่มีฐานะเป็นนติ ิบุคคล

ก. สานกั นายกรฐั มนตรี ข. ทบวง

ค. กรม ง. ไม่มีขอ้ ใดถกู

6. โดยทวั่ ไปการจดั การจดั ต้งั การรวม การโอน กระทรวง ทบวง กรม จะตอ้ งตราเป็นกฎหมายใน

ลาดบั ใด

ก. พระราชบัญญตั ิ ข. พระราชกาหนด

ค. พระราชกฤษฎีกา ง. กฎกระทรวง

7. ขอ้ ใดผิด

ก. การโอนส่วนราชการเขา้ ด้วยกนั ถา้ ไม่มีการกาหนดตาแหน่งหรอื อัตรากาลงั ของสว่ นราชการหรอื

ลกู จ้างเพมิ่ ข้ึนใหต้ ราเปน็ พระราชกฤษฎกี า

ข. ใหส้ านกั งานข้าราชการพลเรอื น และสานกั งานพฒั นาระบบราชการมหี นา้ ทีก่ ารตรวจสอบดแู ล

มิใหส้ ว่ นราชการทม่ี พี ระราชกฤษฎีกาใหร้ วมหรอื โอนเข้าด้วยกนั กาหนดตาแหนง่ หรอื อตั รากาลังของ

ข้าราชการ หรอื ลูกจา้ งเพิ่มจนกวา่ จะครบสามปีนบั แต่วนั ทพ่ี ระราชกฤษฎีกามผี ลบงั คบั ใช้

ค. การเปลยี่ นชื่อสว่ นราชการที่มีฐานะเป็นกรมให้ตราเปน็ พระราชกฤษฎีกา

ง. การยบุ ส่วนราชการทมี่ ฐี านะเป็นกระทรวงใหต้ ราเป็นพระราชกฤษฎีกา

แนวขอ้ สอบพระราชบญั ญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดนิ พ.ศ. 2534 และแก้ไขเพ่ิมเตมิ 201

8. ข้อใดกล่าวผิดเกยี่ วกบั การยบุ เลิกกรม

ก. จัดทาเปน็ พระราชกฤษฎีกา

ข. ใหง้ บประมาณรายจ่ายท่ีเหลอื อยู่ของกรมนนั้ ตกเป็นงบกลาง

ค. ทรัพยส์ นิ อืน่ ของกรมนนั้ ใหโ้ อนแกส่ ว่ นราชการอนื่ ตามทก่ี าหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา

ง. ข้อ ข. และ ค.

9. หน่วยงานใดมหี นา้ ท่ีในการตรวจสอบดูแล ส่วนราชการทีจ่ ัดตั้งข้ึนใหม่ มิให้มีการกาหนดตาแหน่ง

หรอื อตั รากาลงั ของขา้ ราชการหรือลูกจา้ งเพม่ิ ขน้ึ จนกวา่ จะครบสามปี

ก. สานักงานพฒั นาระบบราชการ ข. สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

ค. สานกั งบประมาณ ง. ข้อ ข. และ ค.

10. กรณีทีก่ รมส่งเสรมิ การปกครองท้องถ่ิน หมดความจาเปน็ หากตอ้ งการทจ่ี ะยุบกรมดงั กลา่ ว

จะต้องตราเป็นกฎหมายใด

ก. พระราชบัญญตั ิๆ ข. พระราชกฤษฎกี า

ค. พระราชกาหนด ง. กฎกระทรวง

11. การแบ่งส่วนราชการภายในกรม จะตอ้ งตราเปน็ กฎหมายขอ้ ใด

ก. พระราชบัญญตั ิ ข. พระราชกฤษฎีกา

ค. พระราชกาหนด ง. กฎกระทรวง

12. หากกรมการปกครอง จะเปลยี่ นชอ่ื เป็นกรมการความม่นั คงภายใน จะต้องตราเป็นกฎหมายใด

ก. พระราชบญั ญัติ ข. พระราชกฤษฎีกา

ค. พระราชกาหนด ง. กฎกระทรวง

13. หนว่ ยงานใดมีหนา้ ทเ่ี สนอความเหน็ ต่อคณะรัฐมนตรี ให้แบ่งส่วนราชการภายในของกรมการ

ปกครอง

ก. สานักงานคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน ข. กระทรวงมหาดไทย

ค. สานักงบประมาณ ง. ข้อ ก. และ ข.

14. บุคคลใดเป็นผู้รบั ผดิ ชอบในการกาหนดนโยบายเปา้ หมาย และผลสาฤทธขิ์ องงานในสานกั

นายกรฐั มนตรี

ก. นายกรัฐมนตรี ข. ปลัดสานกั นายกรฐั มนตรี

ค. รัฐมนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรี ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก

202

15. ในกรณที ี่นายกรฐั มนตรตี าย ขาดคุณสมบัติ ตอ้ งคาพิพากษาให้จาคุก หรอื ศาลรฐั ธรรมนญู

วนิ ิจฉัยว่าความเปน็ รฐั มนตรีของนายกสน้ิ สดุ ลงในระหว่างทีร่ อคณะรฐั มนตรชี ุดใหมเ่ ข้ามารบั หนา้ ที่

น้ัน คณะรฐั มนตรชี ุดเดิม จะตอ้ งทาอยา่ งไร

ก. มอบหมายใหร้ องนายกรัฐมนตรคี นใดคนหน่ึงรกั ษาราชการแทนนายกรฐั มนตรี

ข. มอบหมายใหร้ องนายกรัฐมนตรคี นใดคนหนงึ่ ปฏบิ ตั ิหน้าที่แทนนายกรฐั มนตรี

ค. มอบหมายใหร้ องนายกรัฐมนตรคี นใดคนหนงึ่ ปฏบิ ตั ิราชการแทนนายกรฐั มนตรี

ง. มอบหมายให้รองนายกรฐั มนตรคี นใดคนหน่ึงปฏบิ ตั ิหนา้ ที่แทนนายกรฐั มนตรีแล้วแตก่ รณี

16. ขอ้ ใดกลา่ วผิดเกี่ยวกับอานาจหนา้ ที่ของนายกรฐั มนตรีในฐานะหวั หน้ารัฐบาล

ก. สั่งให้ราชการส่วนกลางรายงานการปฏิบตั ริ าชการ

ข. ส่ังใหร้ าชการสว่ นภูมภิ าคชี้แจงแสดงความคิดเห็น

ค. ส่ังใหร้ าชการส่วนท้องถิน่ รายงานการปฏบิ ัติราชการ

ง. ส่งั สอบสวนขอ้ เทจ็ จรงิ เกย่ี วกับการปฏบิ ัติราชการของราชการสว่ นท้องถน่ิ

17. นายกรัฐมนตรีสามารถยับยั้งการปฏิบัตริ าชการของส่วนราชการทอ้ งถน่ิ ได้ในกรณใี ด

ก. ไมส่ ามารถยบั ยง้ั เปน็ อสิ ระของราชการส่วนทอ้ งถน่ิ ตามหลกั การปกครองตนเอง

ข. ยบั ย้งั ไดห้ ากราชการสว่ นทอ้ งถ่นิ กระทาการกอ่ ใหเ้ กดิ ความเสียหายต่อทอ้ งถ่นิ

ค. กรณที รี่ าชการส่วนทอ้ งถนิ่ ปฏบิ ตั ิราชการตอ่ นโยบายหรอื มติของคณะรัฐมนตรี

ง. ข้อ ก. และ ค.

18. บุคคลตามข้อใด เปน็ ข้าราชการเมือง

ก. เลขาธิการนายกรฐั มนตรี ข. รองเลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรีฝา่ ยบรหิ าร

ค. รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรฝี า่ ยการเมอื ง ง. ข้อ ก. และ ค. ถูก

19. บุคคลตามขอ้ ใดต่อไปนอี้ าจเป็นข้าราชการการเมืองหรือข้าราชการพลเรือนสามัญก็ได้

ก. เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ข. รองเลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี

ค. ผูช้ ่วยเลขาธิการคณะรฐั มนตรี ง. ไม่มีขอ้ ใดถกู

20. ขอ้ ใดมใิ ชอ่ านาจของปลดั สานกั นายกรฐั มนตรี

ก. รบั ผดิ ชอบควบคุมราชการประจาในสานักนายกรฐั มนตรี

ข. รบั ผดิ ชอบกาหนดแนวทางและแผนปฏบิ ัตริ าชการของสานักนายกรฐั มนตรี

ค. เป็นผบู้ ังคบั บญั ชาข้าราชการสงู สุดของสว่ นราชการในสานกั นายกรัฐมนตรียกเว้นขา้ ราชการ

ของส่วนราชการซึง่ หวั หนา้ สว่ นราชการขน้ึ ตรงต่อนายกรฐั มนตรี

ง. เป็นผบู้ ังคับบญั ชาข้าราชการในสานกั งานปลัดสานกั นายกรัฐมนตรี

แนวข้อสอบพระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และแกไ้ ขเพิม่ เตมิ 203

21. ตาแหน่งใดระเบยี บบริหารราชการแผ่นดินมไิ ด้กาหนดไว้
ก. ผู้ช่วยเลขาธกิ ารนายกรฐั มนตรี
ข. ผ้ชู ่วยปลดั สานักนายกรฐั มนตรี
ค. ผชู้ ่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ง. ผูช้ ว่ ยปลดั กระทรวง

22. การจดั ต้ังสานกั นโยบายและแผน เป็นสว่ นราชการภายในกระทรวง จะสามารถกระทาไดโ้ ดย
วธิ ใี ด

ก. ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
ข. ออกเป็นกฎกระทรวง
ค. ออกเป็นพระราชกาหนด
ง. ออกเป็นระเบียบบรหิ ารราชการโดยอนมุ ัติคณะรฐั มนตรี

23. การปฏิบตั ริ าชการของ หัวหน้ากลมุ่ ภารกจิ ข้ึนตรงตอ่ บุคคลใด
ก. รฐั มนตรี
ข. ปลัดกระทรวง
ค. รองปลัดกระทรวง
ง. รัฐมนตรีหรือปลดั กระทรวงก็ได้ แล้วแต่จะกาหนดไว้ในกฎกระทรวง

24. บุคคลที่มีหน้าทใี่ นการวางแผนและประสานกิจกรรมให้มีการใชท้ รพั ยากรของสว่ นราชการตา่ ง
ๆ ใน กระทรวงร่วมกัน เพื่อใหเ้ กิดประสทิ ธิภาพ ตามมติและเป้าหมายของกระทรวง ได้แก่

ก. รัฐมนตรี
ข. ปลดั กระทรวง
ค. หวั หน้ากล่มุ ภารกจิ
ง. ขอ้ ข. ค. และ ง.
25. กระทรวงมหาดไทยมกี ลุ่มภารกิจ ดังนี้ข้อใดมใิ ช่

ก. ดา้ นกิจการความมัน่ คงภายใน

ข. ดา้ นพฒั นาเมืองและสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถน่ิ
ค. ดา้ นพฒั นาชุมชนและและสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถิ่น
ง. ด้านสาธารณภยั และพฒั นาเมอื ง

204

26. กลมุ่ ภารกิจของกระทรวงมหาดไทยมกี ารบงั คับบญั ชาในลักษณะใด
ก. ทุกกลมุ่ ภารกจิ ปฏบิ ตั ริ าชการขึน้ ตรงตอ่ รฐั มนตรี
ข. ทุกกลุ่มภารกจิ ปฏบิ ัตริ าชการขน้ึ ตรงตอ่ ปลดั กระทรวงแต่ใหร้ ายงานโดยตรงตอ่ รัฐมนตรีอีกตอ่

หน่ึงด้วย
ค. ทุกกลมุ่ ภารกจิ ปฏิบตั ริ าชการข้ึนตรงต่อปลดั กระทรวงเวน้ แตด่ า้ นกจิ การความม่ันคงภายใน

ขึ้นตรงตอ่ รฐั มนตรี
ง. ผดิ ทุกขอ้

27. ในการจัดระเบยี บราชการของกระทรวง ส่วนราชการใดอาจมีหรอื ไม่มีก็ได้

ก. สานักนายกรฐั มนตรี ข. สานกั งานปลัดกระทรวง

ค. กรม ง. ขอ้ ก. และ ข.

28. สานกั งานรัฐมนตรมี ีอานาจหน้าทีเ่ กยี่ วกับเรือ่ งใด

ก. ราชการทางเมอื ง

ข. ราชการทั่วไปของกระทรวง

ค. ราชการท่ีมิไดก้ าหนดใหเ้ ปน็ หน้าทีข่ องกรมหนง่ึ กรมใดโดยเฉพาะ

ง. ข้อ ก. และ ข.

29. ในการจัดระเบยี บราชการในกรม โดยท่ัวไปสว่ นราชการใด จะต้องถูกกาหนดไวเ้ สมอ

ก. สานักงานเลขานุการกรม ข. กอง

ค. ส่วนราชการทม่ี ฐี านะเทียบกอง ง. ข้อ ก. และ ข.

30. กรณที ่ีมกี ฎหมายอน่ื กาหนดหนา้ ท่ขี องอธบิ ดไี ว้เป็นการเฉพาะ การใช้อานาจและการปฏิบัติ

หนา้ ทต่ี าม กฎหมายดงั กล่าว อธบิ ดีจะต้องคานึงถึง...

ก. นโยบายท่คี ณะรฐั มนตรีไดแ้ ถลงไว้ตอ่ รัฐสภา

ข. นโยบายทค่ี ณะรัฐมนตรกี าหนดหรอื อนมุ ัติ

ค. นโยบาย แนวทาง และแผนการปฏบิ ตั ิของกระทรวง

ง. ขอ้ ก ข และ ค

31. การทก่ี รมใด จะต้องแบง่ ท้องทีอ่ อกเป็นเขตและให้มหี ัวหน้าสว่ นราชการประจาเขต มี

วตั ถปุ ระสงค์ในการแบง่ อย่างใด

ก. เพ่ือปฏบิ ัตทิ างการเงิน ข. เพ่ือปฏิบัตงิ านวชิ าการ

ค. เพื่อปฏบิ ตั งิ านตรวจสอบ ง. เพอ่ื ปฏิบัตงิ านการวจิ ัย

แนวขอ้ สอบพระราชบญั ญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดนิ พ.ศ. 2534 และแกไ้ ขเพิ่มเตมิ 205

32. กรณที ป่ี ลัดกระทรวงไม่อาจปฏิบตั ริ าชการแทนได้และไม่มรี องปลดั กระทรวงหรอื มีแตไ่ ม่อาจ
ปฏิบตั ิราชการได้ ขอ้ ใดกล่าวถกู ตอ้ งเกย่ี วกบั การรักษาราชการแทนปลดั กระทรวง

ก. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่งต้ังอธบิ ดีหรอื ผดู้ ารงตาแหนง่ เทียบเทา่ เป็นผรู้ กั ษาราชการแทน
ข. ให้รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงแตง่ ตง้ั ข้าราชการในกระทรวงซ่งึ ดารงตาแหนง่ ไม่ต่ากว่า
ผอู้ านวยการกองหรอื เทยี บเท่าเป็นผู้รกั ษาราชการแทน
ค. ให้ปลดั กระทรวงแตง่ ตั้งขา้ ราชการในกระทรวงซง่ึ ดารงตาแหนง่ ไม่ต่ากว่าอธิบดีหรอื เทียบเท่า
เป็นผ้รู ักษาราชการแทน
ง. ก และ ค แล้วแตก่ รณี

33. ในกรณที ่ีไม่มผี ูด้ ารงตาแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี หรอื มไี มอ่ าจปฏบิ ตั ริ าชการได้ใครจะเป็นผู้รกั ษา

ราชการแทน ข้อใดกล่าวถูกต้อง

ก. ผ้ชู ่วยเลขานกุ ารรฐั มนตรีผ้มู คี วามอาวุโส

ข. ผ้ชู ่วยเลขานุการรฐั มนตรีทร่ี ัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมอบหมาย

ค. หวั หน้าสานักงานรฐั มนตรกี รณีทไ่ี มม่ ีผู้ชว่ ยเลขานกุ ารรฐั มนตรี

ง. ถ้าไม่มผี ูช้ ่วยเลขานุการรฐั มนตรีใหร้ ฐั มนตรวี ่าการกระทรวงแตง่ ตง้ั ข้าราชการการเมืองคนหน่ึง

เป็นผูร้ กั ษาราชการแทน

34. การรกั ษาราชการแทนตาม พ.ร.บ. ระเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ไม่ใช้บงั คับแก่

ส่วนราชการใด

ก. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ข. กระทรวงการคลงั

ค. สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ ง. กระทรวงกลาโหม

35. กรณีเลขานกุ ารกรมการปกครอง ไม่สามารถปฏบิ ัติราชการได้ หากตอ้ งการทจ่ี ะแต่งตัง้ ผู้รักษา
ราชการแทนเลขานุการปกครองจะต้องทาอยา่ งไร

ก. เลขานกุ ารกรมการปกครองออกคาสงั่ แต่งตงั้ หัวหน้าฝา่ ยคนใดคนหนง่ึ เป็นผรู้ กั ษาราชการแทน
ข. อธบิ ดอี อกคาส่ังแตง่ ตง้ั หวั หน้าฝ่ายคนใดคนหนงึ่ เป็นผรู้ ักษาราชการแทน
ค. อธิบดีออกคาสั่งแตง่ ตงั้ ขา้ ราชการในกรมคนใดคนหน่งึ ซงึ่ ดารงตาแหนง่ ไมต่ ่ากว่าหัวหน้ากอง
หรอื เทียบเท่าเป็นผรู้ กั ษาราชการแทน
จ. ผิดทกุ ข้อ

206

36. กรณที ่ปี ลัดกระทรวงมหาดไทย จะมอบอานาจเร่อื งใดเร่อื งหนึ่งใหห้ ัวหน้าคณะผแู้ ทนในการ

บรหิ ารราชการ ในต่างประเทศ ตาม พ.ร.บ. ระเบยี บบริหารราชการแผ่นดนิ พ.ศ. 2534 และทแี่ กไ้ ข

เพ่มิ เตมิ (ฉบบั ที่ 5) พ.ศ. 2545 จะตอ้ งทาอย่างไร

ก. ทาหนังสอื ให้คณะรฐั มนตรที ราบ

ข. แจ้งเรอื่ งมอบอานาจให้หวั หน้าคณะผ้แู ทนทราบโดยตรง

ค. ขออนมุ ัติรัฐมนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยกอ่ นที่จะทาการมอบอานาจ

ง. แจ้งเรือ่ งการมอบอานาจดงั กล่าวผา่ นกระทรวงตา่ งประเทศ

37. หน่วยงานใดสามารถยื่นคาขอจัดตัง้ งบประมาณได้ตามกฎหมายวา่ ด้วยวิธกี ารและงบประมาณ

ก. จงั หวดั ข. กลุ่มจังหวัด

ค. อาเภอ ง. ก และ ข

38. ในการบริหารราชการแผ่นดินของจังหวดั ใด ใครมหี นา้ ทเ่ี ป็นท่ีปรกึ ษาของผ้วู ่าราชการจังหวดั

ก. สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรในจงั หวดั ข. สภาจงั หวัด

ค. คณะกรรมการจังหวดั ง. คณะกรรมการธรรมภบิ าลจงั หวัด

39. ข้อใดเปน็ อานาจหน้าท่ีของคณะกรรมการจงั หวัด

ก. ใหค้ วามเหน็ ชอบในการจัดทาแผนพฒั นาจงั หวดั

ข. ทาหน้าทเ่ี ปน็ ทป่ี รกึ ษาของผวู้ า่ ราชการจงั หวัด

ค. ปฏิบตั ิหน้าท่อี น่ื ตามทก่ี ฎหมายหรือมตขิ องคณะรฐั มนตรกี าหนด

ง. ถกู เฉพาะข้อ ข. และ ค.

40. ตามพระราชบัญญัตริ ะเบยี บบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2550 กาหนดใหจ้ ังหวัดมอี านาจกี่ขอ้

ก. 5 ข้อ ข. 7 ขอ้

ค. 8 ขอ้ ง. ข้อ 9

เฉลยแนวขอ้ สอบ พรบ.ระเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 และแก้ไขเพมิ่ เติม 207
เฉลยแนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 และแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ

ขอ้ คาตอบ ขอ้ คาตอบ ข้อ คาตอบ

1 ข 16 ค 31 ข

2 ค 17 ค 32 ก

3 ค 18 ง 33 ข

4 ง 19 ง 34 ง

5 ง 20 ค 35 ค

6 ก 21 ง 36 ง

7 ข 22 ง 37 ง

8 ข 23 ง 38 ค

9 ง 24 ง 39 ข

10 ข 25 ข 40 ก

11 ง 26 ก

12 ข 27 ค

13 ง 28 ก

14 ก 29 ก
15 ง 30 ง

208

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญัติองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด พ.ศ.2540 และแกไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี 5)
พ.ศ. 2562

o องค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด (อบจ.) เปน็ องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นท่ีมขี นาดใหญ่ทส่ี ุด
ของไทย ใช้เขตจังหวดั เป็นที่ตัง้ จึงมีจังหวดั ละหนงึ่ แห่ง

o องค์การบริหารส่วนจังหวัด มีเขตพ้ืนท่ีรับผิดชอบครอบคลุมท้ังจังหวัด จัดตั้งขึ้นเพื่อ
บริการสาธารณประโยชน์ในเขตจงั หวัด ตลอดทั้งช่วยเหลอื พัฒนางานของเทศบาล และองค์การบริหาร
ส่วนตาบล รวมท้ังการประสานแผนพัฒนาทอ้ งถิ่นเพือ่ ไม่ใหง้ านซ้าซ้อน ดังนั้น อาจมี หลายเทศบาลและ
หลายองค์การบริหารสว่ นตาบล อยใู่ นเขตองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั เดยี ว

o กรงุ เทพมหานครเป็นการปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ รปู แบบพเิ ศษ จงึ ไมน่ บั
การเป็นจงั หวัดและไมม่ ีการปกครองแบบองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล เทศบาล หรอื องคก์ าร
บรหิ ารสว่ นจงั หวดั . (ข้อสอบมกั หลอกว่ากรงุ เทพมหานครเปน็ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัดหรือไม่ ซ่งึ ไมใ่ ช)่

วิวฒั นาการองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั

– ในปี พ.ศ. 2498 เพ่ือใหป้ ระชาชนมสี ่วนในการปกครองตนเอง จึงมกี ารปรับปรุงบทบาทของ
สภาจังหวัด ใหก้ ลายเปน็ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั เปน็ นิติบุคคลแยกจากจังหวัด (แยกออกจากราชการ
ส่วนภมู ิภาค) ตามพระราชบัญญัตริ ะเบยี บบริหารราชการสว่ นจังหวดั พ.ศ. 2498

– ตอ่ มา ประกาศคณะปฏวิ ตั ฉิ บบั ท่ี 218 ลงวันท่ี 29 กนั ยายน 2515 ซ่ึงเป็นกฎหมายแม่บทว่า
ด้วยการจัดระเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดิน กาหนดให้องค์การบริหารสว่ นจังหวัดมีฐานะเป็นหน่วยการ
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่นรปู แบบหน่งึ

– ในปี พ.ศ. 2540 ได้ยกเลิกกฎหมายท้ังหมด และประกาศใช้พระราชบัญญัติองค์การบรหิ าร
สว่ นจังหวดั พ.ศ. 2540 มีผลบังคบั ใช้เมื่อ 1 พฤศจกิ ายน 2540

– กฎหมายฉบับปัจจุบนั เป็นการแกไ้ ขครง้ั ท่ี 4 พ.ศ. 2552 ชื่อว่า พระราชบญั ญตั ิองค์การบรหิ าร
ส่วนจงั หวดั พ.ศ. 2540 แกไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2552

องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดมพี ฒั นาการมาจากองค์ใด ให้ตอบว่า “สภาจงั หวดั ” และองค์การ
บรหิ ารส่วนจังหวดั ต่างกบั จังหวัดอย่างไร ให้ตอบวา่ องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั . เป็นการปกครองส่วน
ท้องถิน่ ส่วนจงั หวัดเป็นการปกครองสว่ นภูมภิ าค

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั อิ งคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั พ.ศ.2540 และแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ 209
(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2562

บททั่วไป

- องค์การบริหารส่วนจังหวัดอยู่ในการกับดูแลของกรมส่งเสริมการปกครองสว่ นท้องถิ่น และ
รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รกั ษาการตามพระราชบัญญัตอิ งค์การบริหารสว่ นจงั หวัด พ.ศ.
2540

- องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดเป็นทบวงการเมอื ง ประเภทองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน

นิยามความหมายท่ีสาคัญ

– ข้าราชการองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด ข้าราชการที่ปฏิบัติกจิ การขององค์การบริหารสว่ น
จังหวัด โดยมีอัตราเงินเดอื นและตาแหน่งตามทีง่ บประมาณขององค์การบริหารสว่ นจังหวัดแต่ละแห่งจะ
กาหนด (ตาแหนง่ มากน้อยข้นึ อย่กู บั วา่ เป็นจงั หวัดขนาดใหญ่หรือไม)่

– ขอ้ สอบมักถามวา่ ข้าราชการองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัด ได้รับเงนิ เดือนตามงบอะไร มักจะ
หลอกด้วยงบทจี่ ดั สรรจากรัฐบาล หรือกระทรวงมหาดไทย ซ่ึงผิด ที่ถูกคือ เป็นงบประมาณของ องคก์ าร
บริหารส่วนจังหวัดเท่านั้น ราชการส่วนท้องถ่ินอื่น คือ ราชการส่วนท้องถ่ินที่กฎหมายจัดต้ังข้ึน
นอกเหนือจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้แก่ เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนตาบล
กรงุ เทพมหานคร และเมืองพัทยา

องค์การบริหารสว่ นจังหวดั คอื อะไร

- องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั = นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั + สภาองค์การบรหิ ารสว่ น
จังหวดั

- สมาชิกสภาองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด (สจ.) มาจากการเลอื กตั้ง อยใู่ นตาแหน่ง (วาระ) 4
ปี นับแตว่ ันเลือกต้งั แต่จะดารงตาแหน่งกนั เกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

การส้นิ สุดสมาชกิ ภาพ สจ.

1. ออกตามวาระ (อยคู่ รบ 4 ปี) หรอื ยบุ สภา (ผวู้ ่าราชการหรือรฐั มนตรีมหาดไทยส่งั )

2. ตาย

3. ยืน่ ลาออกตอ่ “ผู้ว่าราชการฯ” เทา่ นนั้

4. ขาดคณุ สมบตั ิหรือมีลักษณะต้องห้าม

5. ขาดประชมุ 3 คร้ังติดตอ่ กันโดยไม่มเี หตอุ ันสมควร

6. มสี ่วนได้เสยี ไมว่ ่าทางตรงหรอื ทางออ้ มในคู่สัญญากับองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด

210

7. สภา องค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั . มมี ติ 3 ใน 4 ของสมาชกิ ให้พน้ จากตาแหน่ง 3 ใน 4 ของ
สมาชกิ

8. ผู้มสิ ทิ ธิเลอื กต้งั ในเขต องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัด ไมน่ อ้ ยกว่า 3 ใน 4 ย่ืนถอดถอน

การพน้ จากตาแหนง่ ของประธานและรองประธานสภาองค์การบริหารสว่ นจงั หวดั

1. เมื่อผวู้ า่ ราชการราชการจงั หวัดเป็นผู้แตง่ ตงั้ ประธาน 1 คน และรองประธาน 2 คน ประธาน
หรือรองประธานต้องลาออกกับผู้ว่าราชการจังหวัด ข้อสอบมักหลอกว่า ให้ย่ืนลาออกต่อนายกองค์การ
บริหารส่วนจงั หวัด

2. สน้ิ สดุ สมาชิกภาพสมาชิกสภาองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด

3. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทยสง่ั ให้พน้ จากตาแหน่ง

4. สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีมติ 3 ใน 4 (อีกแล้ว) ให้พ้นจากตาแหน่ง ด้วยเหตุความ
ประพฤตเิ สอ่ื มเสยี ฝา่ ฝนื ความสงบเรยี บรอ้ ยของประชาชน

สมัยประชุมสามญั และวสิ ามญั

สามัญ กฎหมายกาหนดชัดเจนว่าต้องประชุมก่ีวัน ก่ีครั้ง ส่วนวิสามัญ จาไว้ว่า เรื่องด่วน ๆ
ประชุมสามัญไมไ่ ด้ ก็ตอ้ งวิสามญั

สมัยประชมุ สามัญ ปีหนึง่ ประชุมกนั 2 สมยั ในแต่ละสมัยจะประชุมกีค่ รงั้ กไ็ ด้ เชน่ เดอื นมกรา
เป็นสมัยประชุมท่ี 1 เมื่อวันท่ี 9 ประชุมครั้งแรกแล้ว วันที่ 11 จะประชุมอกี ก็จะเรียกว่า “ประชุมสมัย
สามญั คร้ังที่ ½

แต่ละสมยั ประชุมไมเ่ กนิ “45 วัน” และหากเลอ่ื นประชุม ต้องได้รับอนุญาตจาก ผู้ว่าราชการ
ราชการ เท่านั้น จะเห็นได้ว่าผู้ว่าราชการมีบทบาทมาก ๆ กับองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัดบทบาทแรก ๆ
เช่น ผู้ว่าราชการราชการจะเปน็ ผกู้ าหนดการประชุมสามญั ครัง้ แรกภายหลังจากการเลอื กต้ัง ภายใน 15
วนั นบั แตว่ ันประกาศผล เพือ่ หาประธานกบั รองประธาน

สมัยวิสามัญ ต้องเป็นเรื่องด่วน หรือประโยชน์ขององค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัด แล้วใครกันจะ
ขอใหป้ ระชุมได้ มสี องกลุ่ม ได้แก่ ประธานสภา องค์การบริหารส่วนจงั หวดั . เรยี กประชมุ เองหรือนายกฯ
และ สมาชิก องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั . ไม่นอ้ ยกว่า 1 ใน 3 ย่นื เรอ่ื งต่อประธานสภา องคก์ ารบริหารสว่ น
จังหวัด. และต้องเรียกประชุมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรือง โดยประชุมสมัยวิสามัญมีวาระการ
ประชุมสมัยละ 7 วันประชุมสามัญ 2 สมัย 45 วัน ประชุมวิสามัญ 7 วัน โดยปกติการประชุมสภาต้อง
กระทาโดยเปิดเผย เว้นแต่ นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด. หรือสมาชิกสภา องค์การบริหารส่วน
จงั หวดั . ไม่น้อยกวา่ 1 ใน 3 ขอใหป้ ระชุมลบั

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั ิองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั พ.ศ.2540 และแก้ไขเพิม่ เตมิ 211
(ฉบบั ท่ี 5) พ.ศ. 2562

นายกองค์การบริหารสว่ นจงั หวดั

1. นายกองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั มาจากการเลอื กต้งั โดยตรงของประชาชน (ส่วนใหญ่กเ็ ปน็
หวั หน้าทีม สจ. ) มีวาระดารงตาแหน่ง 4 ปี ไมเ่ กนิ 2 วาระตดิ ตอ่ กัน ขอ้ สอบมกั ถามว่า 4 ปี นับแต่
เม่อื ไหร่ “นบั แตว่ นั เลอื กตง้ั ” เหมือนกบั สจ.รบั รองผลอะไรยังไงน้นั นายกมอี านาจบงั คับบัญชาสูงสุดตอ่
ข้าราชการและลูกจา้ งขององค์การบริหารสว่ นจงั หวัด และทาหน้าทบี่ ริหารจัดการภายในองคก์ ารบรหิ าร
ส่วนจังหวดั ด้วย

2. เข้ารบั ตาแหนง่ นายกตอ้ งแถลงนโยบาลตอ่ สภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัด ภายใน 30 วนั
นบั แตป่ ระกาศผลเลอื กตงั้ โดยประธานสภาเป็นผู้นัดประชมุ

3. ไม่มีประธานสภา ใหน้ ายกปฏิบัตหิ นา้ ทีไ่ ปพลางกอ่ นได้ หากมปี ระธานแล้ว ให้นายกแถลง
ภายใน 15 วัน

4. หากแถลงไม่ไดอ้ ีก ผู้วา่ ราชการสั่งให้นายกแถลงนโยบาลเป็นหนังสอื ต่อสมาชิกสภาองค์การ
บรหิ ารส่วนจงั หวดั ทุกคนภายใน 7 วัน และใหถ้ อื ว่าได้แถลงแลว้ หากนายกไม่สามารถแถลงนโยบายตอ่
สภาได้ ใครเป็นผสู้ ง่ั การให้นายกแถลงเป็นหนังสือ คาตอบ คอื ผวู้ ่าราชการราชการจงั หวัด

คณุ สมบัตินายก อบจ.

1. อายุ 35 ปี บริบรู ณ์ นับถึงวนั เลือกตง้ั

2. สาเรจ็ การศกึ ษาไมต่ า่ กวา่ ป.ตรี หรอื เคยเปน็ สมาชิกสภาจงั หวัด หรอื สมาชิกสภาองคก์ าร
บรหิ ารสว่ นจังหวัด ผ้บู ริหารท้องถิน่ หรอื สมาชกิ รฐั สภา (สส./ สว.)

อานาจหน้าท่ขี องนายก อบจ.

1. กาหนดนโยบายท่ีไม่ขัดต่อกฎหมายและบริหารจัดการใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมาย

2. ส่งั อนญุ าต อนมุ ตั เิ กย่ี วกบั ราชการขององคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด

3. แตง่ ต้ังหรอื ถอดถอนรองนายก ทีป่ รึกษา หรอื เลขานกุ ารนายกฯ

4. วางระเบียบ เพื่อใหง้ านองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั เปน็ ไปด้วยความเรยี บรอ้ ย

5. รักษาการตามขอ้ บญั ญตั อิ งค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั

6. ปฏิบัตหิ น้าที่อนื่ ตามทีบ่ ญั ญัตไิ ว้

212

นายก อบจ.พน้ จากตาแหนง่ เมอื่
1. ถึงคราวออกตามวาระ
2. ตาย
3. ลาออก (ย่ืนกบั ผวู้ ่าราชการเทา่ นน้ั )
4. ขาดคุณสมบตั ิ
5. กระทาการฝ่าฝนื เชน่ ควบตาแหนง่ อ่ืน เรียกรบั ผลประโยชน์
6. รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งให้พน้ จากตาแหน่ง
7. ต้องโทษจาคกุ โดยคาพพิ ากษาถึงทส่ี ดุ ใหจ้ าคุก
8. ผู้มิสทิ ธิเลอื กตง้ั จานวน 3 ใน 4 เข้าชือ่ ถอดถอน
“ในระหว่างที่ไม่มนี ายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ใหป้ ลดั องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั ปฏิบตั ิ
หน้าท่ีของนายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั เท่าทจี่ าเปน็ ไดเ้ ป็นการช่วั คราวจนถงึ วันประกาศผลการ
เลอื กตง้ั นายกองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ”

รองนายก อบจ.พ้นจากตาแหน่ง เม่ือ
1. นายกองค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั พ้นจากตาแหน่ง
2. นายองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัดมีคาส่ังให้พ้นจากตาแหน่ง
3. ตาย
4. ลาออก โดยยืน่ หนงั สือลาออกต่อนายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัด
5. ขาดคุณสมบตั ิหรอื ลักษณะตอ้ งหา้ ม
6. กระทาการฝ่าฝนื ตามมาตรา 44/3
7. ถูกจาคกุ โดยคาพิพากษาถึงทส่ี ุดใหจ้ าคกุ
8. รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทยส่งั ให้พน้ จากตาแหนง่

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั อิ งคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 และแก้ไขเพิ่มเตมิ 213
(ฉบับท่ี 5) พ.ศ. 2562

รองนายกฯ ที่ปรึกษาและเลขานายกฯ

1. ตาแหน่งเหลา่ นจ้ี าใหด้ ี เป็นตาแหน่งทางการเมือง สว่ นปลัด องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัด. เปน็
ตาแหน่งข้าราชการประจา

2. นายกสามารถแต่งต้ังรองนายกที่เป็นคนนอกโดยมีสูตรการจาว่า 2 – 3 – 4 เป็นสัดส่วน
จานวนรองนายกกับสมาชิกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด

3. สมาชกิ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั 24 หรอื 30 คน ให้แต่งตัง้ รองนายก อบจ.ได้ไม่เกิน 2 คน

4. สมาชกิ องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด 36 หรอื 42 คน ใหแ้ ตง่ ตงั้ รองนายก อบจ.ได้ไมเ่ กนิ 3 คน

5. สมาชกิ องค์การบริหารสว่ นจงั หวดั 48 ใหแ้ ตง่ ตงั้ รองนายก อบจ.ได้ไมเ่ กิน 4 คน

6. นายกแตง่ ตั้งท่ปี รกึ ษาและเลขา โดยต้องเปน็ คนนอกเทา่ นน้ั และรวมกนั ไมเ่ กิน 5 คน

การพ้นจากตาแหน่งของท่ีปรกึ ษานายก อบจ. และเลขานกุ ารนายก อบจ.

- เหมอื นกบั ของรองนายก อบจ.ทกุ ประการ จาไว้ว่า นายกพ้นจากตาแหนง่ เมอื่ ไหร่ ทมี งานหาย
หมด

- หากจะลาออกจะตอ้ งย่ืนต่อ นายกองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั .

ขอ้ ห้ามร่วมกนั ของนายก รองนายก ท่ีปรกึ ษาและเลขา

1. หากพบเม่อื ใด ขาดคุณสมบตั ใิ นการดารงตาแหน่งทันที่ ไดแ้ ก่

2. ดารงตาแหนง่ อืน่ ในระหวา่ งเปน็ นายก (ควบตาแหนง่ นัน้ เอง)

3. รบั ผลประโยชนห์ รอื ทจุ ริต

4. ส่วนไดเ้ สยี จากการเป็นคสู่ ัญญาของทอ้ งถิน่

ปลดั องค์การบริหารสว่ นจงั หวดั

ถือได้วา่ เป็นขา้ ราชการประจาท่ีมีตาแหน่งสูงสดุ ในองค์การบริหารสว่ นจงั หวดั น้นั แต่ต้องจาให้ดี
ว่า นายกใหญ่กว่าปลัด ดังน้ัน ปลัดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้างขององค์การบริหารส่วน
จงั หวัด. รองจากนายกอบจ. หากไมม่ นี ายก อบจ. ปลัดรักษาการแทนได้ จนถงึ วนั ประกาศผลเลอื กต้งั

การแบง่ ส่วนราชการในองค์การบริหารสว่ นจงั หวดั

การแบ่งส่วนหรอื ตง้ั กองต่าง ๆ ต้องได้รบั ความเหน็ ชอบองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั
กระทรวงมหาดไทย เพอ่ื ใหม้ รี ูปแบบเดียวกัน

214

รกั ษาราชการแทน ปฏิบตั ริ าชการแทน

รักษาราชการแทน คอื ผ้มู อี านาจไม่สามารถปฏบิ ตั ิราชการได้ เชน่ ปว่ ยไปราชการตา่ งจังหวัด
จึงตอ้ งใหใ้ ครมาแทน หากนายกปฏบิ ตั ิงานไม่ได้ รองนายกตามลาดับท่นี ายกจดั ไว้ รักษาราชการแทน หาก
ไม่มีรองนายก จะเปน็ ปลัด ปฏิบัติราชการแทน คือ นายกมอบอานาจใหช้ ่วยทางาน หรือแบ่งเบาภาระ
งาน หากมอบให้รองนายกจะทาเปน็ หนงั สอื หากมอบใหป้ ลดั จะทาเป็นคาสัง่

ช่วยปฏบิ ตั ริ าชการช่ัวคราว

เปน็ กรณที ีน่ ายกองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด อาจขอยมื ตวั ข้าราชการหรอื ลกู จ้างของหนว่ ยงาน
ของรัฐหรอื ราชการส่วนท้องถนิ่ อน่ื มาช่วยปฏิบัตริ าชการเป็นการช่วั คราว โดยต้องตกลงกบั หน่วยงานนน้ั
ก่อน และเสนอใหผ้ วู้ ่าราชการพิจารณา

การปฏิบตั งิ านขององค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั

ต้องเปน็ ไปเพอ่ื ประโยชนข์ องประชาชน โดยคานึงถึง “การบรหิ ารกิจการบา้ นเมอื งท่ีดี การมี
ส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทาแผนพฒั นา การจดั ทางบประมาณ การจัดซื้อจัดจา้ ง การตรวจสอบ
การประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร หากเกิดกรณีทอี่ งค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด
ไม่จัดทากิจการตามอานาจหน้าท่ี รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอาจมีคาส่ังให้ราชการ
ส่วนกลางหรือภูมิภาคจัดทากิจการน้ัน เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด. ไม่ยอมซ่อมสะพาน รัฐมนตรี
มหาดไทยจึงเสนอให้คณะรัฐมนตรีมีคาส่ังให้กรมทางหลวงชนบท ซ่ึงเป็นราชการส่วนกลาง ทาการซอ่ ม
ถนนแทน องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั . เป็นต้น

การดาเนินการของเอกชน

องค์การบริหารส่วนจังหวัด. อาจให้บริการแก่เอกชนหรือราชการส่วนอื่นโดยเรียกเก็บ
ค่าบริการได้ เช่น คา่ ธรรมเนยี มต่าง ๆ ซงึ่ ต้องตราเป็นข้อบัญญตั จิ งั หวัด

องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั อาจมอบอานาจใหเ้ อกชนจัดทากจิ การทีอ่ ยใู่ นอานาจของ องคก์ าร
บริหารส่วนจังหวัด และเรียกเก็บค่าธรรมเนยี ม ค่าบริการหรือค่าตอบแทน ทั้งนี้ ต้องได้รับความยินยอม
จากสภาองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั และผู้ว่าราชการราชการจงั หวดั กอ่ น

ขอ้ บญั ญัติจังหวดั คืออะไร

กฎหมายระดับทอ้ งถน่ิ ทอี่ อกโดยสภาองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด เป็นกรอบในการดาเนนิ การ
ของ องค์การบริหารส่วนจงั หวดั . ซง่ึ ข้อบัญญัติจงั หวัดจะกาหนดโทษจาคุกและปรับได้ แต่ต้องไมเ่ กนิ จาคุก
6 เดือน ปรับ 10,000 บาท (จาให้ดี) ผู้มีสิทธิเสนอร่างข้อบัญญัติต่อสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ได้แก่ นายก อบจ. สมาชิกสภา และ ผู้มิสิทธิเลือกต้ัง (ไม่จากัดจานวน) เมื่อมีการย่ืนร่างมาแล้ว สภา
จะต้องพจิ ารณาภายใน 7 วนั วา่ จะรับร่างหรือไมร่ บั รา่ งไว้พิจารณา

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั อิ งค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั พ.ศ.2540 และแก้ไขเพ่ิมเตมิ 215
(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2562

หากสภารับรา่ งจะทาอะไรตอ่ ไป จางา่ ย ๆ ได้แบบน้ี

– ประธานสภาเสนอร่างดังกล่าวไปทผ่ี ู้วา่ ราชการราชการจงั หวดั เพอ่ื พิจารณา

– ผู้วา่ ราชการจะต้องพจิ ารณาภายใน 15 วัน (จาให้ด)ี หากไมพ่ จิ ารณาภายในกาหนด ถอื ว่า
ผู้ว่าราชการ “เห็นชอบ” แล้ว ถ้าผู้ว่าราชการไม่เห็นชอบ จะเป็นอย่างไร ผู้ว่าราชการส่งคืนรา่ งน้ันใหก้ บั
สภา องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั . เพอ่ื ไปพิจารณาแกไ้ ขภายใน 30 วนั

– หากสภามมี ติ 2 ใน 3 ยืนยันร่างเดิมไม่แก้ไข ประธานสภาส่งรา่ ง

ข้อบัญญัติน้นั ใหน้ ายกเพื่อประกาศใช้ตอ่ ไป แตห่ ากลงมติแลว้ ไดน้ อ้ ยกวา่ 2 ใน 3 หรือพจิ ารณา
เกนิ 30 วนั เปน็ อนั ว่า รา่ งข้อบญั ญัตนิ ้นั ตกไป

หากสภาไมร่ บั รา่ งข้อบัญญตั ิ ผู้วา่ ราชการตัง้ คณะกรรมการกลาง 15 คน

เพ่ือยตุ ิข้อขัดแย้ง คณะกรรมการดงั กล่าวมาจากตวั แทนฝง่ั สมาชิกสภา 7 คน ตวั แทนจากนายก
7 คน และคนนอกอีก 1 คน เข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการ

- คณะกรรมการจะต้องพจิ ารณารา่ งข้อบญั ญตั ิภายใน15 วัน แล้วรายงานต่อผูว้ ่าราชการ และ
ผู้วา่ ราชการจะสง่ เร่อื งให้นายกองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั . พิจารณา และนายกสง่ ใหส้ ภาพิจารณาภายใน
7 วัน

- หากนายกไม่ดาเนินการส่งเร่ืองไปสภาภายใน 7 วัน ผู้ว่าราชการสามารถเสนอให้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคาส่ังให้นายกพ้นจากตาแหน่ง ในทางกลับกันหากสภาเทศบาลไม่
พจิ ารณาร่างภายใน 30 วนั ผู้วา่ ราชการกเ็ สนอให้ รมต. มหาดไทย ยุบสภาไดเ้ ช่นกนั

- ข้อบญั ญัติมีผลบังคับใช้เม่ือใด น้นั มผี ลเม่ือประกาศทันที หรอื มผี ลตามท่กี าหนดไวใ้ นประกาศ
เช่น กาหนดว่ามีผลเมือ่ ประกาศไปแลว้ 7 วัน เป็นต้น การประกาศต้องทาการปิดประกาศไว้ท่ีสานกั งาน
องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัด. เพ่อื ใหป้ ระชาชนรบั ทราบ

การตรวจสอบการคลงั

รฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเปน็ ผมู้ อี านาจ โดยตรวจสอบปลี ะครง้ั

การงบประมาณและการคลงั

องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัด. จะตอ้ งมีการจัดทางบประมาณรายจา่ ยในรปู แบบของข้อบญั ญตั ิ
จงั หวัด ซง่ึ เปน็ กรอบในการใช้จา่ ยงบประมาณขององคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัด

ภาษที ่ีเปน็ รายได้ขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัด. ได้แก่ ภาษีบารงุ ทอ้ งที่ ภาษีโรงเรอื นและท่ดี นิ
ภาษีป้ายอากรการฆา่ สตั ว์และผลประโยชนจ์ ากการฆ่าสัตว์ (กรณไี มใ่ ชโ่ รงฆา่ สตั วข์ องท้องถิ่นอน่ื )

216

ภาษที ใี่ ห้จดั สรร เปน็ ภาษีทีร่ ฐั มอบใหแ้ ก่ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด ไดแ้ ก่ ภาษีและ
คา่ ธรรมเนียมรถยนตแ์ ละลอ้ เลอื่ นทจี ัดเกบ็ ไดใ้ นจงั หวัด คา่ ภาคหลวงแรต่ ามกฎหมายวา่ ด้วยแร่
คา่ ภาคหลวงปโิ ตรเลียม

รฐั จดั เกบ็ ภาษีมลู ค่าเพ่ิมในจังหวัดใดเท่าไหร่ ใหส้ ง่ มอบแก่ องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด ร้อยละ
5 ของภาษมี ลู คา่ เพม่ิ ทจ่ี ดั เกบ็ ได้

รายได้ขององค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด

(1) ภาษอี ากรตามทีม่ ีกฎหมายบญั ญตั ไิ ว้

(2) คา่ ธรรมเนยี ม ค่าใบอนญุ าต และค่าปรบั ตามทมี่ กี ฎหมายบญั ญตั ไิ ว้

(3) รายได้จากทรัพยส์ ินขององคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั

(4) รายได้จากสาธารณูปโภคขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั

(5) รายได้จากการพาณชิ ยข์ ององคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด

(6) พนั ธบตั รหรือเงินก้ตู ามท่ีมกี ฎหมายบญั ญัตไิ ว้

(7) เงนิ กู้จากกระทรวง ทบวง กรม องค์การ หรือนิตบิ ุคคลตา่ งๆ ซ่งึ ไดร้ บั ความเหน็ ชอบ
องค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัดจากรฐั มนตรี

(8) เงนิ อดุ หนุนหรอื รายได้อ่ืนตามทร่ี ัฐบาลหรือหน่วยงานของรฐั จัดสรรให้

(9) เงินและทรพั ยส์ ินอย่างอื่นท่ีมผี อู้ ทุ ศิ ให้

(10) รายได้อื่นตามทม่ี กี ฎหมายบญั ญัติให้เปน็ ขององค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั

การควบคุมองค์การบริหารสว่ นจังหวัด

ควรใชค้ าวา่ กากับดูแล เนอื่ งจาก การจดั ต้ังองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน กเ็ พอ่ื ตอ้ งการใหช้ มุ ชน
สามารถบรหิ ารจดั การตวั เอง มคี วามเป็นอสิ ระ โดยราชการส่วนกลางและสว่ นภมู ิภาคเป็นผกู้ ากับดูแล ไม่
สามารถใชอ้ านาจบังคบั บัญชาได้ ดงั น้ัน ผู้มีอานาจกากับดแู ลองค์การบริหารสว่ นจังหวดั ไดแ้ ก่

ผวู้ ่าราชการราชการจังหวดั สาคญั มาก ๆ ถือได้วา่ เปน็ ผกู้ ากับดแู ลองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัด
ในจังหวัดของตน ผู้ว่าราชการมีอานาจในการเพิกถอนมติสภา องค์การบริหารส่วนจังหวัด. (ท่ีไม่ใช่
ข้อบัญญัติจงั หวัด) หากเหน็ ว่ามตินั้นผิดกฎหมาย โดยต้องกระทาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สภามีมติ แต่
หากสภามีมติ 2 ใน 3 ยืนยันมติเดิม ผู้ว่าราชการสามารถรายงานต่อรัฐมนตรีภายใน 15 วัน เพื่อให้
รัฐมนตรพี ิจารณาต่อไปภายใน 30 วัน

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั อิ งคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด พ.ศ.2540 และแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ 217
(ฉบบั ที่ 5) พ.ศ. 2562

ผู้ว่าราชการมีอานาจในการยับยง้ั การปฏิบัติการไว้เป็นช่ัวคราว หากเห็นว่า องค์การบริหาร
ส่วนจังหวัด ดาเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ว่าราชการสามารถรายงานต่อรฐั มนตรภี ายใน 15 วัน
เพือ่ ให้รฐั มนตรีพจิ ารณาตอ่ ไปภายใน 30 วัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สาคัญที่สุด เพราะมีอานาจในการส่ังให้นายก อบจ., รอง
นายก อบจ. ,ท่ีปรึกษานายกฯ , เลขานายกฯ พ้นจากตาแหน่ง หรอื ส่ังยุบสภาองค์การบริหารส่วนตาบลได้

อานาจหนา้ ทขี่ ององคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด

(1) ตราข้อบญั ญัตโิ ดยไม่ขัดหรอื แยง้ ต่อกฎหมาย

(2) จัดทาแผนพัฒนาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั และประสานการจัดทาแผนพฒั นาจังหวัด
ตามระเบียบทคี่ ณะรัฐมนตรกี าหนด

(3) สนับสนุนสภาตาบลและราชการส่วนทอ้ งถน่ิ อน่ื ในการพฒั นาท้องถ่นิ

(4) ประสานและใหค้ วามรว่ มมอื ในการปฏิบตั หิ นา้ ท่ีของสภาตาบลและราชการสว่ นทอ้ งถิ่นอื่น

(5) แบ่งสรรเงินซ่งึ ตามกฎหมายจะต้องแบ่งใหแ้ กส่ ภาตาบลและราชการสว่ นท้องถ่นิ อื่น

(6) อานาจหน้าที่ของจงั หวัด ตามพระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการสว่ นจงั หวดั พ.ศ.
2498 เฉพาะภายในเขตสภาตาบล

(7) คมุ้ ครอง ดูแล และบารงุ รกั ษาทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อมบารุงรักษาศลิ ปะ จารีต
ประเพณี ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ และวัฒนธรรมอนั ดขี องท้องถนิ่

(8) จัดทากจิ การใดๆ อันเปน็ อานาจหนา้ ท่ีของราชการสว่ นทอ้ งถ่ินอ่ืนทอี่ ยู่ในเขตองค์การ
บรหิ ารสว่ นจงั หวัด และกิจการนนั้ เป็นการสมควรใหร้ าชการส่วนทอ้ งถน่ิ อนื่ รว่ มกนั ดาเนินการหรือให้
องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั จัดทา ทงั้ นี้ ตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง

(9) จดั ทากจิ การอืน่ ใดตามทก่ี าหนดไวใ้ นพระราชบญั ญัตนิ ห้ี รือกฎหมายอ่ืนกาหนดใหเ้ ปน็
อานาจหน้าทข่ี ององคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัด

218
แนวข้อสอบพระราชบญั ญตั ิองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพมิ่ เตมิ

1. พระราชบญั ญัติองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั พ.ศ. 2540 ใหใ้ ช้บงั คบั ตั้งแต่เม่ือใด
ก. วนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป
ข. วันถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
ค. เม่ือพน้ กาหนด 60 วนั นบั แต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป
ง. เมอ่ื พน้ กาหนด 90 วนั นับแตว่ ันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป

2. ใครเป็นผ้รู ักษาการตามพระราชบัญญัติองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540

ก. นายกรัฐมนตรี ข. รองนายกรฐั มนตรที ไ่ี ด้รับมอบหมาย

ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ง. ปลัดกระทรวงมหาดไทย

3. ราษฎรผมู้ ีสทิ ธิเลอื กตง้ั ในเขตองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัดจานวนเท่าใดของผ้มู ีสทิ ธเิ ลือกตั้งมา

ลงคะแนนเสียงเพ่ือถอดสมาชกิ สภาทอ้ งถิน่ หรือผู้บริหารท้องถ่นิ

ก. ไม่นอ้ ยกว่า 1 ใน 4 ข. ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3

ค. ไม่นอ้ ยกว่า 2 ใน 4 ง. ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4

4. สภาองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัด ประกอบดว้ ยผู้ใดบ้าง
ก. ประธานสภา 1 คน , รองประธานสภา 1 คน
ข. ประธานสภา 1 คน , รองประธานสภา 2 คน
ค. ประธานสภา 1 คน , รองประธานสภา 3 คน
ง. ประธานสภา 1 คน , รองประธานสภา 4 คน

5. ผวู้ า่ ราชการจังหวดั ตอ้ งกาหนดให้สมาชกิ สภาองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ได้มาประชุมสภาองค์การ

บริหารสว่ นจงั หวดั คร้งั แรก ภายในกว่ี ัน

ก. 7 วนั ข. 15 วัน

ค. 30 วัน ง. 45 วนั

แนวข้อสอบพระราชบญั ญตั ิองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั พ.ศ. 2540 และทีแ่ กไ้ ขเพิม่ เติม 219

6. ในจงั หวดั หนึง่ ให้มอี งคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัด ประกอบด้วยอะไรบ้าง
ก. สภาองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด, ประธานสภาองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล
ข. สภาองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด, องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล
ค. สภาองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด, นายกองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัด
ง. องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล, นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

7. อายุของสภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัด มวี าระคราวละกปี่ ี
ก. 2 ปี ข. 6 ปี
ค. 8 ปี ง. 4 ปี

8. นายกองคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดต้องแถลงนโยบายกอ่ นเขา้ รบั ตาแหนง่ ซงึ่ จะตอ้ งกระทาภายในก่ี

วัน

ก. 9 วนั ข. 15 วัน

ค. 30 วนั ง. 60 วัน

9. บุคคลผ้มู สี ิทธสิ มคั รรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดต้องมอี ายุเทา่ ใด
ก. ไมต่ ่ากวา่ 30 ปใี นวันประกาศรบั สมคั รเลอื กตง้ั
ข. ไมต่ ่ากวา่ 30 ปใี นวันเลือกตั้ง
ค. ไมต่ ่ากว่า 35 ปีในวนั ประกาศรบั สมัคร
ง. ไม่ตา่ กว่า 35 ปใี นวนั เลือกตัง้

10. ในการเข้าช่ือเสนอญตั ติขอเปดิ อภิปรายทวั่ ไปในประชุมสภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัดน้ัน ต้องมี

จานวนสมาชกิ สภาฯ เท่าใดในการเขา้ ช่อื เสนอ

ก. ไมน่ อ้ ยกวา่ หน่งึ ในสาม ข. ไมน่ ้อยกวา่ สองในสาม

ค. ไม่นอ้ ยกวา่ กง่ึ หนง่ึ ง. ไม่น้อยกวา่ สองในห้า

11. นายกองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดดารงตาแหนง่ นับต้งั แต่วนั ใด

ก. วันเลือกตงั้ ข. วนั ประกาศผลเลือกตงั้

ค. วนั ทรี่ ับรองผลการเลือกตงั้ ง. วนั สุดทา้ ยทห่ี มดวาระ

12. กรณีท่ีนายกองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดไม่อาจปฏิบัติหนา้ ทไ่ี ด้ ให้ผูใ้ ดเป็นผรู้ ักษาราชการแทน

ก. รองนายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด ข. ปลดั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั

ค. รองปลัดองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัด ง. บคุ คลทผี่ ูว้ ่าราชการจังหวัดแต่งตัง้

220

13. ขอ้ ใดกลา่ วถูกต้องถึงวาระการดารงตาแหน่งของนายกองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัด
ก. คราวละ 4 ปี วาระเดียว
ข. คราวละ 4 ปี ไมเ่ กนิ สองวาระตดิ ตอ่ กนั
ค. คราวละ 4 ปี ดารงตาแหน่งติดต่อกันกวี่ าระก็ได้
ง. คราวละ 6 ปี

14. เมอื่ สภาองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัดได้มติเห็นชอบด้วยกบั ร่างขอ้ บัญญัติแลว้ ประธานสภา

องค์การบริหารสว่ นจงั หวดั ต้องสง่ รา่ งข้อบัญญตั ินั้นให้ผู้ว่าราชการพจิ ารณาภายในก่วี ัน

ก. 7 วนั ข. 10 วัน

ค. 15 วัน ง. 30 วนั

15. ในระหว่างทไี่ ม่มนี ายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด ให้ผู้ใดปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของนายกองคก์ ารบรหิ าร

สว่ นจังหวัด

ก. รองนายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ข. ปลดั องค์การบริหารสว่ นจงั หวัด

ค. รองปลดั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด ง. บุคคลทผี่ วู้ ่าราชการจังหวัดแต่งต้ัง

16. องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั มีอานาจออกข้อบัญญัตเิ ก็บภาษี “ยาสบู ” โดยจดั เก็บเพ่มิ ขนึ้ ได้ไมเ่ กิน

มวนละเท่าใด

ก. 10 สตางค์ ข. 15 สตางค์

ค. 20 สตางค์ ง. 25 สตางค์

17. ผ้ทู พี่ ้นจากตาแหน่งสมาชิกสภาทอ้ งถน่ิ จากกรณีเหตมุ ีสว่ นไดเ้ สียกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

จะต้องรอพ้นระยะเวลาอีกก่ปี ี จึงจะมสี ทิ ธสิ มคั รรับเลือกตั้งเป็นสมาชกิ สภาองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด

ได้

ก. 3 ปี ข. 4 ปี

ค. 5 ปี ง. 6 ปี

18. กรณีสภา อบจ. ไมร่ ับหลักการร่างงบประมานรายจ่ายประจาปี ขัน้ ตอนต่อไปตามกฎหมาย คอื
ขอ้ ใด

ก. ประธานสภา ตดั สนิ ชขี้ าด
ข. ประธานสภา ตัง้ คณะกรรมการ จานวน 15 คน เพ่ือพจิ ารณาหาขอ้ ยุติ
ค. ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ต้ังคณะกรรมการ จานวน 15 คน เพื่อพจิ ารณาหาข้อยตุ ิ
ง. นายอาเภอ ตง้ั คณะกรรมการ จานวน 15 คน เพือ่ พิจารณาขอ้ ยุติ

แนวข้อสอบพระราชบญั ญัติองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั พ.ศ. 2540 และทีแ่ ก้ไขเพมิ่ เติม 221

19. ตามพระราชบัญญัติน้ี ผู้ใด ถือเป็นเจา้ พนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
ก. รองปลัดองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั
ข. เลขานกุ ารนายกองคก์ ารบริการส่วนจงั หวดั
ค. ทป่ี รกึ ษานายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั
ง. ถกู ทกุ ขอ้

20. กรณที ส่ี ภาองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัดไม่อาจเลอื กประธานสภาองค์การบริหารสว่ นจังหวดั ไดใ้ ห้

อานาจผู้ใดอาจเสนอรัฐมนตรีใหม้ ีคาสง่ั ยุบสภาองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั

ก. นายอาเภอ ข. นายกองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด

ค. สภาองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั ง. ผวู้ า่ ราชการจังหวัด

21. ประธานสภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั มาจากข้อใด

ก. การแต่งต้ังจากนายกฯ ข. สภาองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดเลอื ก

ค. ผู้ว่าราชการจงั หวัดคัดเลือก ง. นายอาเภอแตง่ ตั้ง

22. สมัยประชุมสามัญ สภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัดมีกาหนดขึ้นภายในกี่วนั

ก. 15 วัน ข. 30 วัน

ค. 45 วนั ง. 60 วนั

23. ในกรณีทส่ี ภาองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั มีสมาชิกสภาสภาองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั 48 คน ให้

แตง่ ต้ังรองนายกองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัดได้ ไมเ่ กินกค่ี น

ก. ไมเ่ กนิ 2 คน ข. ไมเ่ กิน 3 คน

ค. ไมเ่ กิน 4 คน ง. ไม่เกนิ 5 คน

24. กรณมี เี หตจุ าเปน็ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวดั สามารถสั่งขยายสมยั ประชมุ สามัญ

ออกไปอกี ครง้ั ละไมเ่ กินกีว่ ัน

ก. 15 วัน ข. 30 วัน

ค. 45 วัน ง. 60 วนั

25. ในปีหนึ่งๆ สภาองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดมีสมัยประชุมสามญั ก่สี มยั

ก. หน่ึงสมยั ข. สองสมยั

ค. สามสมัย ง. สี่สมัย

222

26. นายกองค์การบริหารส่วนจงั หวัด แต่งตง้ั เลขานุการและท่ปี รึกษา ได้ไมเ่ กินกค่ี น

ก. ไมเ่ กิน 2 คน ข. ไม่เกิน 3 คน

ค. ไม่เกนิ 4 คน ง. ไมเ่ กนิ 5 คน

27. องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั อาจออกขอ้ บัญญตั ิเพ่ือเก็บค่าธรรมเนยี มใบอนุญาตการขายสุรา

เพิม่ ขึน้ ไมเ่ กนิ รอ้ ยละเทา่ ใดของคา่ ธรรมเนียมดงั กลา่ ว

ก. ไม่เกินรอ้ ยละ 7 ข. ไม่เกนิ ร้อยละ 8

ค. ไมเ่ กนิ ร้อยละ 10 ง. ไมเ่ กินร้อยละ 12

28. ในข้ันตอนการจัดทาแผนพัฒนาจงั หวัดน้ันๆ องค์การบริหารส่วนจังหวดั มีบทบาทอย่างไร

ก. เป็นเจา้ ภาพจดั ทา ข. ทาหนา้ ท่ปี ระสานการจัดทา

ค. สนบั สนุนการจัดทา ง. ถูกทกุ ข้อ

29. ข้าราชการผปู้ ฎิบตั ิหนา้ ท่ีภายในองค์การบริหารส่วนจงั หวัด มชี ื่อเรียกวา่ อยา่ งไร

ก. พนกั งานส่วนจังหวัด ข. พนักงานองค์การบริหารส่วนจงั หวัด

ค. ขา้ ราชการองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั ง. ขา้ ราชการจงั หวดั

30. สาหรับองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั แล้ว ในข้อใดอาจเป็นไปได้ท้ังรายรบั และรายจา่ ย

ก. เงินเดอื น ข. เงินตอบแทน

ค. เงินอดุ หนุน ง. คา่ ใช้สอย

31. คณะกรรมการเพอ่ื พิจารณาหาข้อยุติรา่ งขอ้ บัญญัติ จะตอ้ งรายงานผลการพจิ ารณาวนิ จิ ฉัยต่อ

ผู้ใด

ก. ประธานสภา อบจ. ข. นายก อบจ.

ค. ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ง. นายอาเภอ

32. กอ่ นนายกองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัดเข้ารบั หนา้ ทีต่ ้องกระทาสง่ิ ใด

ก. กลา่ วแสดงวสิ ัยทศั น์ ข. เข้าพบนายกรัฐมนตรี

ค. ปฏญิ าณตน ง. แถลงนโยบาย

33. ปกตแิ ล้วผู้เรยี กประชุมและเป็นผ้เู ปิดและปดิ สมยั ประชุมสภาองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั คอื ผใู้ ด

ก. ประธานสภาองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ข. นายกเทศมนตรี

ค. นายกองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั ง. นายอาเภอ

แนวข้อสอบพระราชบญั ญตั ิองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด พ.ศ. 2540 และทแ่ี ก้ไขเพิ่มเตมิ 223

34. นายกองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดยื่นใบลาออกต่อผู้ใด

ก. นายอาเภอ ข. ผู้ว่าราชการจงั หวดั

ข. อธบิ ดกี รมสง่ เสริมการปกครองทอ้ งถน่ิ ง. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย

35. ผใู้ ดมีหนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบควบคมุ ดแู ลราชการประจาขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด

ก. รองนายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั ข. ปลดั องคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั

ค. ประธานสภาองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัด ง. ผู้วา่ ราชการจังหวดั

36. เงนิ เดอื นและคา่ ตอบแทนสมาชิกสภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัดและนายกองคก์ ารบริหารส่วน

จงั หวดั ต้องเปน็ ไปตามระเบยี บใด

ก. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ข. ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรี

ค. ระเบยี บกรมสง่ เสริมการปกครองทอ้ งถิ่น ง. ระเบียบองค์การบริหารส่วนจงั หวดั

37. องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัดอาจให้บรกิ ารแกร่ าชการสว่ นท้องถ่ินอื่นโดยเรยี กคา่ บรกิ ารได้ โดยตอ้ ง

ทาอยา่ งไร

ก. ตราเป็นข้อบัญญัติ ข. ตอ้ งจดั ทาแผนดาเนนิ งาน

ค. ตราเปน็ เทศบญั ญตั ิ ง. ตราเป็นสหการ

38. องค์การบริหารส่วนจังหวดั ตอ้ งดาเนินการอยา่ งไรเพอื่ เก็บค่าธรรมเนียมใดๆ จากผู้ซ่งึ ใช้หรือไดร้ ับ

ประโยชน์จากบริการสาธารณะทอ่ี งคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั ใหม้ ีขึ้นได้

ก. ตราเป็นขอ้ บัญญตั ิ ข. ต้องจัดทาแผนดาเนนิ งาน

ค. ตราเป็นเทศบญั ญตั ิ ง. ตราเปน็ สหการ

39. ใครมีอานาจกากบั ดูแลการปฏิบัตริ าชการขององคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย

กฎ และระเบียบข้อบงั คับของทางราชการ

ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด ข. นายกรฐั มนตรี

ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย ง. อธิบดีกรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถิ่น

40. พระราชบญั ญัติองค์การบริหารสว่ นจังหวดั (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2562 ใหใ้ ช้บังคับตั้งแตเ่ มอื่ ใด

ก. 16 เมษายน 2562 ข. 17 เมษายน 2562

ค. 16 มกราคม 2562 ง. 17 มกราคม 2562

224

เฉลยแนวขอ้ สอบ พระราชบัญญตั อิ งค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั พ.ศ. 2540 และทีแ่ ก้ไขเพ่มิ เตมิ

1. ตอบ ข. วนั ถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป (มาตรา 2)
2. ตอบ ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มาตรา 6)
3. ตอบ ง. ไมน่ ้อยกวา่ 3 ใน 4 (มาตรา 11)
4. ตอบ ข. ประธานสภา 1 คน, รองประธานสภา 2 คน (มาตรา 17)
5. ตอบ ข. 15 วนั (มาตรา 22)
6. ตอบ ค. สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด, นายกองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั (มาตรา 7)
7. ตอบ ง. 4 ปี (มาตรา 10)
8. ตอบ ค. 30 วัน (มาตรา 35/4)
9. ตอบ ง. ไมต่ ่ากว่า 35 ปีในวนั เลือกตั้ง (มาตรา 8 ฉบบั 5)
10. ตอบ ก. ไมน่ อ้ ยกว่าหนง่ึ ในสาม (มาตรา 30)
11. ตอบ ก. วันเลือกตัง้ (มาตรา 35/2)
12. ตอบ ก. รองนายกองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัด (มาตรา 39/1)
13. ตอบ ข. คราวละ 4 ปี ไม่เกินสองวาระตดิ ต่อกนั (มาตรา 9 ฉบับ 5)
14. ตอบ ก. 7 วนั (มาตรา 53)
15. ตอบ ข. ปลดั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั (มาตรา 36)
16. ตอบ ก. 10 สตางค์ (มาตรา 64)
17. ตอบ ค. ค. 5 ปี (มาตรา 9)
18. ตอบ ค. ผวู้ ่าราชการจังหวดั ต้ังคณะกรรมการ จานวน 15 คน เพอ่ื พจิ ารณาหาข้อยุติ
(มาตรา 55)
19. ตอบ ก. รองปลัดองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด (มาตรา 44)
20. ตอบ ง. ผวู้ ่าราชการจงั หวดั (มาตรา 22)
21. ตอบ ข. สภาองค์การบริหารส่วนจงั หวัดเลือก (มาตรา 17)
22. ตอบ ค. 45 วัน (มาตรา 22)
23. ตอบ ค. ไม่เกนิ 4 คน (มาตรา 35/3)
24. ตอบ ก. 15 วัน (มาตรา 22)
25. ตอบ ข. สองสมยั (มาตรา 22)
26. ตอบ ง. ไม่เกิน 5 คน (มาตรา 35/3)

27. ตอบ ค. ไม่เกนิ รอ้ ยละ 10 (มาตรา 66)
28. ตอบ ข. ทาหน้าท่ีประสานการจดั ทา (มาตรา 45)

เฉลยแนวข้อสอบ พระราชบัญญตั ิองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั พ.ศ. 2540 และที่แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ 225

29. ตอบ ค. ข้าราชการองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั (มาตรา 5)
30. ตอบ ค. เงนิ อุดหนนุ
31. ตอบ ค. ผู้ว่าราชการจงั หวัด (มาตรา 55)
32. ตอบ ง. แถลงนโยบาย (มาตรา 35/4)
33. ตอบ ก. ประธานสภาองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั (มาตรา 24)
34. ตอบ ข. ผวู้ า่ ราชการจงั หวัด (มาตรา 36)
35. ตอบ ข. ปลัดองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั (มาตรา 39)
36. ตอบ ก. ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย (มาตรา 75)
37. ตอบ ก. ตราเปน็ ข้อบัญญตั ิ (มาตรา 48)
38. ตอบ ก. ตราเป็นข้อบัญญตั ิ (มาตรา 69)
39. ตอบ ก. ผู้วา่ ราชการจงั หวัด (มาตรา 77)
40. ตอบ ข. 17 เมษายน 2562

226

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั เิ ทศบาล 2496 และแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบบั ที่ 14) พ.ศ.2562

พระราชบัญญัติเทศบาล 2496 ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ 17 กุมภาพันธ์ 2496 และบงั คบั
ใช้ 18กุมภาพันธ์ 2496 ใหใ้ ชบ้ งั คับตัง้ แต่วนั ถัดจากวันประกาศในราชกจิ จาฯ

พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ 16 เมษายน
2562 และบงั คับใช้ 17 เมษายน 2562 ใหใ้ ช้บังคับตัง้ แตว่ นั ถดั จากวันประกาศในราชกจิ จาฯ

• เม่อื มกี ารจดั ตัง้ เทศบาล ใหเ้ ลือกต้งั สมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีภายใน 45 วันนบั
แต่วันจัดตั้งเป็นเทศบาล

ในระหวา่ งท่ไี ม่มนี ายกเทศมนตรี ใหป้ ลัดองค์การบรหิ ารสว่ นตาบลซ่ึงดารงตาแหน่งอยกู่ อ่ นวันที่
จัดตั้งเทศบาลปฏิบัติหน้าท่ีปลัดเทศบาล และให้ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเท่าที่จาเป็นได้เป็นการ
ชวั่ คราว จนถงึ วนั ประกาศผลการเลือกต้งั นายกเทศมนตรี

• เทศบาลเมอื ง = ท้องถิ่นอนั เปน็ ทีต่ ง้ั ศาลากลางจงั หวดั หรอื มีราษฎรตั้งแต่ 10,000 คนข้ึนไป
• เทศบาลนคร = ท้องถิ่นทีม่ ีราษฎรต้ังแต่ 50,000 คน
• การเปลี่ยนชื่อเทศบาลหรือการเปล่ียนแปลงเขตเทศบาล ให้กระทาโดยประกาศ
กระทรวงมหาดไทย
• องคก์ ารเทศบาล ประกอบด้วย = สภาเทศบาล - นายกเทศมนตรี
• สภาเทศบาล ประกอบดว้ ยสมาชิกสภาเทศบาลซึง่ มาจากการเลือกตัง้ โดยตรงของประชาชน

1. เทศบาลตาบล สมาชิกจานวน 12 คน
2. เทศบาลเมือง สมาชกิ จานวน 18 คน
3. เทศบาลนคร สมาชิกจานวน 24 คน
สมาชิกสภาเทศบาลมีวาระอย่ใู นตาแหน่งคราวละ 4 ปนี ับแต่วันเลอื กตัง้
* สมาชกิ ภาพของสมาชิกสภาเทศบาลสน้ิ สุดลง เม่ือ
1. ออกตามวาระ หรือยบุ สภาเทศบาล
2. ตาย
3. ลาออก โดยยืน่ หนังสอื ลาอออกต่อผูว้ ่าราชการจงั หวัด
4. ขาดคุณสมบตั ิหรือมลี ักษณะต้องห้าม

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญัติเทศบาล 2496 และแก้ไขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ที่ 14) พ.ศ.2562 227

5. ขาดประชมุ สภาเทศบาล 3 ครง้ั ตดิ ต่อกันโดยไม่มเี หตอุ นั สมควร

6. สมากระทาการอนั ต้องห้าม

7. สภาเทศบาลมีมตใิ ห้พ้นจากตาแหน่ง

8. ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จานวนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทม่ี า
ลงคะแนนเสียง เหน็ วา่ ไม่สมควรอยใู่ นตาแหน่งตอ่ ไป

* สภาเทศบาลมีประธานสภาคนหน่ึง และรองประธานสภาคนหน่ึง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด
แต่งตง้ั จากสมาชิกสภาเทศบาลตามมตขิ องสภาเทศบาล

*ประธานสภาเทศบาลและรองประธานสภา ดารงตาแหน่งจนครบอายุของสภาเทศบาล และ
พน้ จากตาแหน่ง เม่ือ

1. ลาออก โดยยนื่ หนงั สอื ต่อผู้วา่ ราชการจงั หวัด

2. สิ้นสุดสมาชิกภาพ

3. รฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งให้พ้นจากตาแหนง่

4. สภาเทศบาลมีมติใหพ้ ้นจากตาแหน่ง

ในกรณที ่ตี าแหนง่ ประธานสภาเทศบาลหรอื รองประธานสภาเทศบาลวา่ งลงเพราะเหตใุ ด
เหตุหนึ่ง ให้สภาเทศบาลเลือกสมาชิกสภาเทศบาลข้ึนแทนตาแหน่งท่ีว่างภายในสิบห้าวันนับแต่
วนั ที่ตาแหนง่ ว่างลง

* ในปีหน่ึงให้มีสมัยประชุมสามัญ 4 สมัย สมัยประชุมสามัญครงั้ แรกและวันเริ่มประชมุ สมยั
สามัญประจาปใี หส้ ภาเทศบาลกาหนด

* ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องกาหนดให้ประชุมสภาเทศบาลคร้ังแรกภายใน 15 วัน นับแต่วัน
ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาคเทศบาล และให้ท่ีประชุมเลือกประธานสภาเทศบาลและรอง
ประธานสภาเทศบาล

* สมยั ประชมุ สามญั สมัยหนงึ่ ๆใหม้ กี าหนดไม่เกิน 30 วนั แต่ถ้าจะขยายเวลาออกไปอีก จะต้อง
ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจงั หวัด

* สมัยประชุมวิสามญั ให้มกี าหนดไม่เกิน 15 วัน แตถ่ า้ จะขายเวลาออกไปอีก ตอ้ งไดร้ ับอนุญาต
จากผวู้ า่ ราชการจงั หวัด

*การประชุมสภาเทศบาล ต้องมสี มาชกิ สภาเทศบาลไม่นอ้ ยกว่ากงึ่ หนึ่งของจานวน สมาชกิ เท่าที่
มีอยู่ จงึ จะครบองคป์ ระชมุ

228

* ผมู้ ีสทิ ธเิ ลือกตงั้ เปน็ นายกเทศมนตรี ตอ้ งมคี ุณสมบัติและไมม่ ีลักษณะต้องห้าม
1. อายุไมต่ ่ากวา่ 35 ปีบริบรู ณ์ในวนั เลือกต้ัง
2. สาเร็จการศึกษาไม่ต่ากว่าปรญิ ญาตรีหรอื เทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาทอ้ งถนิ่

ผบู้ ริหารทอ้ งถ่นิ หรอื สมาชิกรฐั สภา
* นายกเทศมนตรี มีวาระอยู่ในตาแหน่งคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกต้ัง แต่จะดารง

ตาแหนง่ ตดิ ต่อกันเกนิ สองวาระไม่ได้
* นายกเทศมนตรอี าจแต่งตงั้ รองนายกเทศมนตรี ดังนี้
1. เทศบาลตาบล ให้แตง่ ต้งั รองนายกเทศมนตรีได้ไมเ่ กิน 2 คน
2. เทศบาลเมอื ง ใหแ้ ต่งตั้งรองนายกเทศมนตรไี ด้ ไม่เกนิ 3 คน
3. เทศบาลนคร ใหแ้ ต่งตงั้ รองนายกเทศมนตรไี ด้ ไมเ่ กิน 4 คน
* ก่อนนายกเทศมนตรีเข้ารับหน้าที่ ให้ประธานสภาเทศบาลเรยี กประชุมสภาเทศบาลเพื่อให้

นายกเทศมนตรีแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาล โดยไม่มีการลงมติ ภายใน 30 วัน
• ให้นายกเทศมนตรีจัดทารายงานแสดงผลการปฏิบัติงานตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อสภา

เทศบาลเป็นประจาทุกปี
* นายกเทศมนตรีมีอานาจหน้าที่
1. กาหนดนโยบายและรบั ผิดชอบในการบริหารราชการของเทศบาล
2. สงั่ อนุญาต และอนมุ ัติ เกย่ี วกบั ราชการของเทศบาล
3. แต่งต้ัง/ถอดถอน รองนายกเทศมนตรี ทปี่ รกึ ษา และเลขา
4. วางระเบยี บเพือ่ ใหง้ านของเทศบาลเปน็ ไปด้วยความเรยี บรอ้ ย
5. รกั ษาการให้เป็นไปตามเทศบญั ญัติ
6. ปฏิบัติตามที่กฎหมายบญั ญตั ไิ ว้
* ให้นายกเทศมนตรีควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารกิจการของเทศบาลและเป็น

ผบู้ ังคับบญั ชาพนกั งานเทศบาลและลูกจา้ งเทศบาล
* เทศบาลแบ่งสว่ นราชการ ดงั นี้
1. สานักปลดั เทศบาล

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั ิเทศบาล 2496 และแก้ไขเพิม่ เตมิ (ฉบบั ที่ 14) พ.ศ.2562 229

2. ส่วนราชการอื่นตามท่ีนายกเทศมนตรีประกาศกาหนดโดยความเห็นชอบของ
กระทรวงมหาดไทย

* ให้มีปลัดเทศบาลเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานเทศบาลและลูกจ้างเทศบาลรองจาก
นายกเทศมนตรี และรบั ผดิ ชอบควบคมุ ดแู ลราชการประจาของเทศบาลใหเ้ ป็นไปตามนโยบาย

* กรณนี ายกไมอ่ าจปฏบิ ตั หิ นา้ ทไ่ี ด้ ให้รองนายก ตามลาดับเปน็ ผ้รู ักษาราชการแทน ถ้าไมม่ รี อง
นายกหรอื มีแต่ไม่อาจปฏบิ ตั ริ าชการได้ ให้ปลดั เป็นผรู้ กั ษาราชการแทน

* เทศบาลตาบลมหี นา้ ที่ตอ้ งทา ม.50
1. รักษาความสงบเรยี บรอ้ ยของประชาชน
2. ให้มแี ละบารงุ ทางนา้ ทางบก
2.1 รกั ษาความเป็นระเบียบเรียบรอ้ ย การดูและการจรจร และสง่ เสรมิ หนว่ ยงานอ่นื ใน

การปฏิบัตหิ น้าทดี่ ังกลา่ ว
3. รักษาความสะอาด กาจัดขยะ
4. ปอ้ งกันและระงับโรคตดิ ต่อ
5. ใหม้ ีเคร่ืองใช้ดบั เพลงิ
6. จัดการ ส่งเสริมและสนับสนุนการจดั การศึกษา ศาสนาและการฝึกให้แก่ประชาชน

รวมท้ังการจัดการหรือสนบั สนนุ การดแู ละและพฒั นาเด็กเล็ก
7. สง่ เสริมการพฒั นาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สอู ายุ และผ้พู ิการ
8. บารุงศลิ ปะ จารตี ประเพณี
9. หนา้ ทีอ่ ืน่ ตามทีก่ ฎหมายบัญญัติ

* เทศบาลตาบลอาจจัดทา
1. ใหม้ ีนา้ สะอาด หรอื นา้ ประปา
2. ใหม้ ีโรงฆา่ สัตว์
3. ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข้าม
4. ให้มีสสุ าน และฌาปณสถาน
5. บารุงและส่งเสรมิ การทามาหากิน

230

6. ใหม้ แี ละบารุงสถานทท่ี าการพิทกั ษร์ กั ษาคนเจ็บไข้
7. ใหม้ ีและบารงุ การไฟฟ้า แสงสวา่ งโดยวิธีอื่น
8. ให้มีและบารุงทางระบายน้า
9. เทศพาณชิ ย์

* เทศบาลเมอื งมีหนา้ ที่ตอ้ งทา ม.53
1. กิจการตามทร่ี ะบุ ใน ม. 50
2. นา้ สะอาด ประปา
3. โรงฆา่ สตั ว์
4. สถานทท่ี าการพิทกั ษ์ รกั ษาคนเจบ็ ไข้
5. ทางระบายนา้
6. สว้ มสาธารณะ
7. ไฟฟ้า แสงสว่าง
8. โรงรบั จานา สถานสนิ เช่ือ
9. จัดระเบียบการจราจร หรอื ร่วมมือกับหน่วยงานอน่ื

* เทศบาลเมืองอาจจดั ทา
1. ตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าขา้ ม
2. สสุ าน ฌาปณสถาน
3. การทามาหากิน
4. สงเคราะห์มารดาและเด็ก
5. โรงพยาบาล
6. สาธารณปู การ
7. การสาธารณสุข
8. โรงเรยี นอาชวี ศกึ ษา

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญัตเิ ทศบาล 2496 และแกไ้ ขเพม่ิ เติม (ฉบบั ที่ 14) พ.ศ.2562 231

9. การกีฬาและพลศกึ ษา
10. สวนสาธารณะ สวนสตั ว์ สถานที่พักผ่อน
11.ปรบั ปรงุ แหลง่ เสอ่ื มโทรม
12. เทศพาณชิ ย์
* เทศบาลนคร มหี น้าท่ีต้องทา
1. กิจการตาม ม. 53
2. การสงเคราะหม์ ารดาและเดก็
3. เพ่ือการสาธารณสขุ
4. สขุ ลกั ษณะ อนามัยรา้ นจาหน่ายอาหาร โรงมหรสพ สถานบริการอนื่
5. ท่ีอยอู่ าศัย ปรบั ปรงุ แหล่งเส่ือมโทรม
6. ตลาด ทา่ เทยี บเรือ ท่าขา้ ม ทจ่ี อดรถ
7. ผงั เมอื ง การกอ่ สร้าง
8. การทอ่ งเทย่ี ว
* เทศบาลอาจทากิจการนอกเขต เมอ่ื
1. จาเป็นต้องทาและเก่ียวเนอ่ื งกบั กจิ การตามหนา้ ที่
2. ได้รบั ความยนิ ยอมจากสภาเทศบาล
3. ได้รับอนมุ ตั จิ ากรฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

* สหการ กจิ การใดอยู่ภายในอานาจหนา้ ทขี่ องเทศบาลตงั้ แต่ 2 แห่งขน้ึ ไปทจ่ี ะรว่ มกนั ทา
เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างย่ิง ก็ให้จัดตั้งเป็นองค์การข้ึนเรียกว่า “สหการ” มีสภาพเป็นทบวง
การเมือง และมีคณะกรรมการบรหิ าร ประกอบด้วยผู้แทนของเทศบาลที่เกยี่ วขอ้ งอยดู่ ้วย
• การจดั ต้งั /ยบุ เลกิ สหการ ตราเป็น พระราชกฤษฎีกา
• เทศบาลมีอานาจตราเทศบญั ญัติโดยไมข่ ัดหรือแยง้ ต่อกฎหมาย
* กาหนดโทษปรับผลู้ ะเมิดเทศบญั ญตั ไิ ว้ดว้ ยก็ได้ แต่หา้ มมิให้กาหนดเกนิ กวา่ 1,000 บาท

232

* ร่างเทศบัญญัติ จะเสนอได้ โดย
1. นายกเทศมนตรี
2. สมาชกิ สภาเทศบาล หรอื
3. ราษฎรผูม้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้
4. ในกรณีสมาชกิ สภาเทศบาลเปน็ ผเู้ สนอรา่ งเทศบญั ญัตติ อ้ งมีสมาชกิ สภาเทศบาลลง

นามรบั รองไมน่ ้อยกวา่ 2 คน
• ร่างเทศบญั ญัตทิ เี่ กย่ี วกับการเงิน สมาชิกสภาเทศบาลจะเสนอได้ตอ่ เมอ่ื มีคารบั รองของ

นายกเทศมนตรี
• ภายในเจ็ดวนั นับแตว่ นั ท่สี ภาเทศบาลไดม้ มี ติเห็นชอบด้วยกบั ร่างเทศบญั ญัติใดในกรณี

เทศบาลตาบล ใหป้ ระธานสภาเทศบาลสง่ ร่างเทศบญั ญตั ไิ ปยังนายอาเภอเพ่ือสง่ ไปยงั ผู้ว่าราชการจังหวดั
พจิ ารณา ในกรณเี ทศบาลเมอื งและเทศบาลนคร ใหป้ ระธานสภาเทศบาลสง่ ไปยังผู้วา่ ราชการจงั หวัด
พิจารณา

• งบประมาณประจาปีของเทศบาลตอ้ งตราข้นึ เปน็ เทศบญั ญัติ ถา้ เทศบัญญัติงบประมาณออก
ไม่ทันปีใหม่ ให้ใชเ้ ทศบญั ญตั งิ บประมาณปีกอ่ นน้นั ไปพลาง

• เทศบาลอาจมรี ายได้
1. ภาษอี ากร
2. ค่าธรรมเนยี ม ใบอนญุ าต ค่าปรบั
3. ทรัพยส์ นิ ของเทศบาล
4. รายไดจ้ ากสาธารณปู โภคและเทศพาณชิ ย์
5. พนั ธบตั ร หรอื เงินกู้
6. เงนิ กจู้ ากกระทรวง ทบวง กรม องค์การ หรอื นิตบิ ุคคลตา่ งๆ
7. เงินอุดหนุนจากรฐั บาลหรือ อบจ.
8. เงินและทรัพยส์ ินอยา่ งอ่ืนทม่ี ผี ู้อทุ ิศให้
9. รายได้อ่นื ใดตามที่กฎหมายกาหนด

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั เิ ทศบาล 2496 และแกไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่ 14) พ.ศ.2562 233

* เทศบาลอาจมรี ายจา่ ย

1. เงนิ เดือน
2. ค่าจา้ ง
3. เงินคา่ ตอบแทนอ่นื ๆ
4. ค่าใช้สอย
5. คา่ วสั ดุ
6. ค่าครุภัณฑ์
7. ค่าทดี่ นิ ส่ิงก่อสรา้ ง และทรพั ยส์ ินอืน่ ๆ
8. เงินอุดหนุน
9. รายจา่ ยอื่นใดทจ่ี าเป็นตอ้ งจ่ายในการปฏบิ ตั ิหนา้ ทหี่ รอื ตามข้อผูกพนั หรือตาม
กฎหมาย หรอื ระเบยี บของกระทรวงมหาดไทยกาหนดไว้

* ให้ผวู้ า่ ราชการจังหวัดมีอานาจหน้าที่ควบคุมดูแลเทศบาล มอี านาจช้แี จงแนะนาตกั เตือนและ
ตรวจสอบกจิ การ เรยี กรายงานและเอกสารหรือสถติ ใิ ดๆตลอดจนเรียกสมาชิกสภาเทศบาลหรือพนักงาน
เทศบาลมาชีแ้ จงหรอื สอบสวนกไ็ ด้

อานาจหนา้ ที่ของผวู้ า่ ราชการ สาหรับเทศบาลเมืองและเทศบาลตาบล ผู้วา่ ราชการจงั หวัดจะ
มอบหมายใหน้ ายอาเภอปฏิบตั กิ ารแทนสาหรบั เทศบาลท่ีอยู่ในอาเภอน้ัน

234
แนวขอ้ สอบพระราชบญั ญัตเิ ทศบาล พ.ศ. 2496 และทีแ่ กไ้ ขเพม่ิ เติม

1. ผูใ้ ดรักษาการตามพระราชบญั ญัตเิ ทศบาล พ.ศ. 2496
ก. นายกรฐั มนตรี
ข. รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. อธิบดีกรมการปกครอง
ง. อธบิ ดีกรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถนิ่

2. กระทรวงมหาดไทยไดก้ าหนดเกณฑก์ ารยกฐานะสุขาภบิ าลเปน็ เทศบาลตาบล จะตอ้ งมีประชากร

เท่าใด

ก. 5,000 คน ข. 7,000 คน

ค. 10,000 คน ง. 12,000 คน

3. หากทอ้ งทน่ี ั้น ต้องการยกฐานะเป็นเทศบาลเมือง จะตอ้ งมปี ระชากรเทา่ ใด

ก. 20,000 คน ข. 15,000 คน

ข. 10,000 คน ง. 7,000 คน

4. ขอ้ ใดไม่ใช่รปู แบบหนง่ึ ของเทศบาล ข. เทศบาลอาเภอ
ก. เทศบาลตาบล ง. เทศบาลนคร
ค. เทศบาลเมือง

5. การเปลีย่ นแปลงฐานะเทศบาล ต้องตราเป็นกฎหมายใด

ก. พระราชบญั ญัติ ข. พระราชกฤษฎีกา

ค. ประกาศกระทรวงมหาดไทย ง. ประกาศกรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถิน่

6. สภาเทศบาลนคร ประกอบดว้ ยสมาชิกสภาจานวนเท่าใด

ก. 12 คน ข. 18 คน

ค. 24 คน ง. 36 คน

7. เม่ือสมาชิกสภาเทศบาลดารงตาแหน่งครบตามวาระแล้ว ต้องจัดเลือกตัง้ ใหม่ภายในกีว่ ัน

ก. 30 วนั ข. 45 วัน

ค. 60 วัน ง. 120 วนั

แนวขอ้ สอบพระราชบญั ญตั เิ ทศบาล พ.ศ. 2496 และท่แี ก้ไขเพิ่มเตมิ 235

8. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ตอ้ ง
ก. เทศบาลเมอื ง มสี มาชกิ สภาจานวน 18 คน
ข. สมาชิกสภาเทศบาลมาจากการแต่งตง้ั
ค. สมาชิกสภาเทศบาลมวี าระดารงตาแหนง่ คราวละ 4 ปี
ง. จัดต้งั เทศบาลได้ 3 ประเภท คอื เทศบาลตาบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร

9. สภาเทศบาลเมือง ประกอบด้วยสมาชกิ สภาจานวนเท่าใด

ก. 12 คน ข. 18 คน

ค. 24 คน ง. 36 คน

10. ตามพระราชบัญญัติน้ีกาหนดใหเ้ ทศบาลมีฐานะตามขอ้ ใด

ก. กรม ข. กระทรวง

ค. ทบวงการเมอื ง ง. สานกั การเมอื ง

11. องค์ประกอบของเทศบาล ข้อใดถูกตอ้ ง ข. นายกเทศมนตรแี ละปลดั เทศบาล
ก. สภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ง. สภาเทศบาลและเทศมนตรี
ค. สภาเทศบาลและปลัดเทศบาล

12. พระราชบัญญตั เิ ทศบาล พ.ศ. 2494 ฉบบั ปจั จุบันทีใ่ ชบ้ งั คับอยู่ คือฉบับที่เท่าใด

ก. ฉบับท่ี 12 พ.ศ. 2550 ข. ฉบับท่ี 12 พ.ศ. 2552

ค. ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2561 ง. ฉบบั ท่ี 14 พ.ศ. 2562

13. การปฏบิ ัตติ ามอานาจหน้าทีข่ องเทศบาลต้องไปเพ่ือประโยชนส์ ุขของประชาชนโดยใชช้ วี ติ ใด

ก. การบรหิ ารราชการยุคใหม่ ข. การบรหิ ารกิจการบ้านเมืองทีด่ ี

ค. การบรหิ ารแบบพอเพยี ง ง. การบรหิ ารโดยไมม่ ีความเสย่ี ง

14. รา่ งเทศบัญญตั เิ กี่ยวกับการเงิน สมาชกิ สภาเทศบาลจะเสนอไดต้ ่อเมอ่ื มีคารับรองของผ้ใู ด

ก. ประธานสภาเทศบาล ข. ปลดั เทศบาล

ค. นายกเทศมนตรี ง. เลขานกุ ารสภาเทศบาล

15. เทศบญั ญัติ คอื ข้อใด ข. งบประมาณประจาปี
ก. แผนพัฒนาเทศบาล ง. แผนการจัดหาพัสดุ
ค. แผนการจดั จ่ายเงิน

236

16. ผูใ้ ดปฏิบัตกิ ารแทนผู้ว่าราชการจงั หวัดควบคมุ ดูแลเทศบาลตาบล

ก. รองผูว้ า่ ราชการจงั หวัด ข. นายอาเภอ

ค. ปลัดจงั หวดั ง. หวั หนา้ สว่ นราชการประจาจงั หวัด

17. ผ้ใู ดไม่สามารถเสนอร่างเทศบัญญตั ไิ ด้ ข. ปลัดเทศบาล
ก. นายกเทศมนตรี ง. ราษฎรผมู้ สี ทิ ธิเลอื กต้งั
ค. สมาชกิ สภาเทศบาล

18. เทศบาลมอี านาจตราเทศบัญญตั ิ โดยสามารถกาหนดโทษปรับผูล้ ะเมิดเทศบัญญตั ไิ ด้ ไม่เกิน

เทา่ ใด

ก. 1,000 บาท ข. 2,000 บาท

ค. 5,000 บาท ง. 10,000 บาท

19. นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรแี ละพนกั งานเทศบาล เป็นเจา้ พนกั งานตามประมวล

กฎหมายใด

ก. ประมวลกฎหมายอายา ข. ประมวลกฎหมายแพง่

ค. ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาอาญา ง. ประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาแพง่

20. หากนายกเทศมนตรจี ะลาออกจากตาแหนง่ ตอ้ งยืน่ หนังสือต่อผ้ใู ด

ก. สมาชกิ สภาเทศบาล ข. ผูว้ ่าราชการจงั หวดั

ค. ประธานสภาเทศบาล ง. นายอาเภอ

21.ในกรณีท่ีนายกเทศมนตรีไม่อาจปฏิบตั ิราชการได้นนั้ ให้รองนายกเทศมนตรดี าเนินการตามขอ้ ใด

แทนได้

ก. ปฏบิ ตั ริ าชการแทน ข. ปฏิบตั ิราชการแทน

ค. รกั ษาราชการแทน ง. รักษาปฏิบัตหิ น้าที่แทน

22.เทศบาลตง้ั แต่สองแห่งขึน้ ไปทจ่ี ะร่วมกันดาเนินกจิ กรรมใดๆน้ัน การจัดตั้งเป็นองคก์ ารน้เี รียกว่า

อย่างไร

ก. สหกรณ์ ข. สหการ

ค. สหกจิ ง. สหเทศบาล

แนวขอ้ สอบพระราชบญั ญตั เิ ทศบาล พ.ศ. 2496 และทแี่ ก้ไขเพม่ิ เตมิ 237

23. ผู้ว่าราชการจังหวดั ต้องพจิ ารณารา่ งเทศบัญญตั ใิ หเ้ สร็จและส่งคืนประธานสภาเทศบาลภายในก่ี

วนั

ก. 7 วัน ข. 15 วนั

ค. 30 วนั ง. 45 วัน

24. ผใู้ ดแตง่ ตง้ั คณะกรรมพจิ ารณาหาขอ้ ยตุ ิความขดั แย้ง กรณสี ภาเทศบาลไมร่ บั หลกั การร่าง

งบประมาณรายจา่ ยประจาปี

ก. นายกเทศมนตรี ข. ผ้วู ่าราชการจงั หวดั

ค. ประธานสภาเทศบาล ง. นายอาเภอ

25. ถา้ เทศบัญญัตงิ บประมาณออกไมท่ นั ปีใหม่ ใหด้ าเนินการตามข้อใด
ก. ใช้ขอ้ บัญญัตงิ บประมาณปกี อ่ นนัน้ ไปพลาง
ข. ใช้เทศบญั ญัติงบประมาณปีกอ่ นนั้นไปพลาง
ค. ใชข้ ้อบัญญัตงิ บประมาณรายรับปกี อ่ นนน้ั ไปพลาง
ง. ใช้เทศบญั ญัตงิ บประมาณรายรบั ปกี ่อนน้นั ไปพลาง

26. การเสนอญตั ตขิ อเปิดอภปิ รายทวั่ ไปในท่ีประชมุ สภาเทศบาลเพือ่ ใหน้ ายกเทศมนตรีแถลง
ข้อเทจ็ จริงตอ้ งมีจานวนสมาชิกสภาเทศบาล เท่าใด

ก. สมาชิกจานวนไม่น้อยกว่าหน่งึ ในส่ีจานวนสมาชกิ เทา่ ท่ีมี
ข. สมาชกิ จานวนไม่นอ้ ยกว่าหนง่ึ ในสามจานวนสมาชิกเทา่ ทม่ี ี
ค. สมาชกิ จานวนไมน่ อ้ ยกว่าสองในสามจานวนสมาชิกเท่าทม่ี ี
ง. สมาชกิ จานวนไมน่ ้อยกวา่ สองในสจ่ี านวนสมาชกิ เท่าที่มี

27. ในกรณีทส่ี ภาเทศบาลไม่รับหลักการเทศบัญญตั งิ บประมารณรายจ่าย ต้องทาเช่นไร
ก. เตรียมยบุ สภา
ข. ใหน้ ายอาเภอ พิจารณาเพอื่ รบั หลกั การ
ค. ใหผ้ ู้ว่าราชการจังหวดั พิจารณาเพอื่ รบั หลกั การ
ง. ให้ผ้วู ่าราชการจงั หวัดตง้ั คณะกรรมการ เพื่อพจิ ารณาหาขอ้ ยตุ คิ วามขดั แย้ง

238

28. ในกรณที ส่ี ภาเทศบาลไมร่ ับหลักการเทศบัญญัตงิ บประมารณรายจา่ ย ตอ้ งทาเช่นไร
ก. เตรยี มยบุ สภา
ข. ให้นายอาเภอ พิจารณาเพื่อรบั หลกั การ
ค. ให้ผู้ว่าราชการจงั หวัด พจิ ารณาเพอ่ื รบั หลกั การ
ง. ให้ผ้วู ่าราชการจงั หวัดตง้ั คณะกรรมการ เพ่อื พจิ ารณาหาขอ้ ยุตคิ วามขัดแย้ง

29. ผู้ใดแต่งตง้ั คณะกรรมพิจารณาหาข้อยุตคิ วามขัดแย้ง กรณสี ภาเทศบาลไมร่ บั หลักการรา่ ง

งบประมาณรายจา่ ยประจาปี

ก. นายกเทศมนตรี ข. ผู้ว่าราชการจงั หวดั

ค. ประธานสภาเทศบาล ง. นายอาเภอ

30. ประชาชนท่วั ไป จะสามารถเขา้ ร่วมรบั ฟังการประชมุ สภาเทศบาลได้หรือไม่

ก. ไม่ได้ ข. ได้ หากนายกเทศมนตรอี นญุ าต

ค. ได้ หากขอ้ บังคับประชุมสภาอนญุ าต ง. ได้ หากประชาชนทาเรอื่ งขอเข้าประชมุ

เฉลยแนวข้อสอบพระราชบญั ญัตเิ ทศบาล พ.ศ. 2496 และท่แี กไ้ ขเพ่มิ เตมิ 239
เฉลยแนวขอ้ สอบพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และท่แี ก้ไขเพม่ิ เติม

ขอ้ คาตอบ ขอ้ คาตอบ

1 ข 16 ข

2 ข 17 ค

3 ข 18 ค

4 ข 19 ข

5 ค 20 ข

6 ค 21 ง

7 ข 22 ข

8 ข 23

9 ข 24

10 ค 25

11 ก 26

12 ง 27

13 ข 28

14 ค 29

15 ข 30

240

สรุปสาระสาคัญพระราชบัญญตั ิสภาตาบลและองคก์ ารบริหารส่วนตาบล พ.ศ.2537 และแกไ้ ข
เพมิ่ เตมิ (ฉบับท่ี 7) พ.ศ. 2562

พระราชบญั ญัตสิ ภาตาบลและองคก์ ารบริหารส่วนตาบล พ.ศ.2537

- ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2537

- บงั คบั ใชว้ ันท่ี 2 มีนาคม พ.ศ. 2538 (90 วันหลังจากประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา)

พระราชบัญญัติสภาตาบลและองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล (ฉบับท่ี 7) พ.ศ.2562

- ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา วันท่ี 16 เมษายน 2562

- บงั คบั ใช้วันที่ 17 เมษายน 2562 (วันถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา)

“หน่วยบรหิ ารราชการสว่ นทอ้ งถิ่น ” หมายถึง เทศบาล สุขาภิบาล ราชการสว่ นทอ้ งถิน่ อื่นทมี่ ี
กฎหมายจัดต้ัง ยกเว้น องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั

รฐั มนตรกี ระทรวงมหาดไทย เป็นผรู้ กั ษาการตาม พ.ร.บ. ฉบับน้ี

สภาตาบลมฐี านะเป็น นิตบิ คุ คล

ส่วนท่ี 1 สมาชิกสภาตาบล ประกอบดว้ ย

- สมาชกิ โดยตาแหน่ง ไดแ้ ก่ กานัน ผใู้ หญบ่ า้ น และแพทยป์ ระจาตาบล
- สมาชกิ โดยการเลือกตง้ั หมู่บา้ นละ 1 คน
- ผู้มสี ทิ ธิเ์ ลือกต้ัง ตาม กฎหมายว่าดว้ ยการเลือกตั้งสมาชกิ สภาท้องถิ่น

ผู้มสี ทิ ธส์ิ มคั รรบั เลือกต้งั เป็นสมาชิกสภาตาบลซ่ึงได้รับเลอื กตง้ั ต้องมีคณุ สมบัติ ดังน้ี
1. มชี ่ืออยใู่ นทะเบียนบ้านติดตอ่ กันไม่น้อยกวา่ 1 ปีนบั ถึงวนั รบั สมัครเลือกตัง้
2. ไม่เป็นผู้ทุจริต และไม่เคยถูกให้พ้นจากตาแหน่งเพราะมีส่วนได้ส่วนเสียจากการทา

สญั ญาไมต่ า่ กว่า 5 ปี
3. มคี ณุ สมบตั ิตามกฎหมายว่าดว้ ยการเลือกต้ังสมาชกิ สภาทอ้ งถ่นิ

- ให้นายอาเภอจัดการเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กาหนดในระเบียบของ
กระทรวงมหาดไทย

- สมาชกิ สภาทมี่ าจากการเลอื กตงั้ มีวาระคราวละ 4 ปีนับแต่วนั เลือกต้งั

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั สิ ภาตาบลและองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล พ.ศ.2537 และ 241
แก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบบั ที่ 7) พ.ศ. 2562

สมาชกิ สภาตาบลซงึ่ ได้รบั เลือกตัง้ อาจพน้ จากตาแหนง่ ด้วยเหตใุ ดเหตุหนึ่ง ดังตอ่ ไปนี้
1. ตาย

2. ยน่ื หนังสอื ลาออกต่อนายอาเภอ (ใหพ้ น้ นับแตว่ ันลาออก)

3. การยบุ สภาตาบล
4. เป็นผ้มู ีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี ท้ังทางตรงทางอ้อมในสัญญากับสภาตาบล

5. มติของสภาตาบล สองในสามของสมาชกิ ท้งั หมดเท่าท่มี อี ยู่

6. นายอาเภอสั่งให้พ้นจากตาแหนง่ เพราะ
- ขาดคุณสมบตั ิตาม มาตรา 9

- ไม่ได้อย่ใู นหมู่บา้ นติดต่อกันเปน็ เวลา 6 เดือน

- ขาดประชุมสภา 3 ครงั้ ตดิ ตอ่ กนั โดยไม่มเี หตผุ ลอนั สมควร
7. ผวู้ า่ สง่ั ให้พ้น เมื่อสอบสวนวา่ บกพรอ่ งในทางความประพฤติ

- เมื่อตาแหน่งว่างลงเพราะครบวาระให้มกี ารเลือกต้ัง ภายใน 45 วันนับแต่วันทีค่ รบวาระ

- หากว่างลงเพราะเหตุอื่นให้มีการเลือกตั้งแทนตาแหน่งที่ว่างภายใน 60 วันนับแต่วันท่ี
ตาแหนง่ นั้นวา่ งลง เวน้ แต่ วาระการดารงตาแหน่งเหลือไม่ถึง 180 วัน ใหส้ ภาประกอบดว้ ยสมาชิกเทา่ ทมี่ ี

- เม่ือมีการแยกพื้นทีห่ มู่บ้าน ให้นายอาเภอถึงใหม้ ีการเลือกต้ัง สมาชิกสภา ในหมู่บ้านใหมน่ ั้น
ภายใน 45 วัน เว้นแตเ่ หลือวาระการดารงตาแหน่ง ไมถ่ งึ 180 วัน

- สภาตาบลมี กานัน เป็นประธานสภา และมีรองประธาน ซ่ึงนายอาเภอแต่งตั้งตาม มติของ
สภา

- รองประธานสภาตาบลมวี าระการดารงตาแหน่งคราวละ 4 ปี

รองประธานสภาพ้นจากตาแหน่งก่อนครบวาระ เมอ่ื

1. ลาออก โดยยน่ื ต่อนายอาเภอ (พ้นตาแหนง่ นบั แตว่ นั ที่ลาออก)

2. พ้นตาม ม.12

- ประธานสภาตาบลเปน็ ผ้เู รียกประชุมสภา และดาเนนิ การประชุมใหเ้ ปน็ ไปตามข้อบงั คบั การ
ประชมุ ท่ีกระทรวงมหาดไทยกาหนด

242

- หากประธานหรือรองประธานไม่อย่ใู หส้ มาชิกเลือกหน่ึงคนขึ้นเปน็ ประธานในการประชมุ ครั้ง
นน้ั

- ให้มีการประชุมสภาตาบลอย่างน้อยเดือนละ่ 1 ครั้งและต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่ากึ่งหน่ึง จึง
ครบองค์ประชุม

- ในการออกเสียงหากมคี ะแนนเท่ากนั ใหป้ ระธานออกเสยี งได้เพ่อื ชี้ขาด
- ให้สภาตาบลมีเลขานุการ 1 คน ซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการที่ปฏิบัติงานในตาบลนั้นๆ โดย
นายอาเภอเป็นผแู้ ต่งตั้ง และถอดถอนเลขานกุ ารตามมตขิ องสภา เลขานุการสภา ทาหนา้ ที่

o รับผิดชอบงานธรุ การ
o การจัดการประชุม
o งานอื่นๆ ตามทส่ี ภาตาบลมอบหมาย
- ให้สมาชิกสภาตาบลและเลขานุการสภา เป็นเจา้ พนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา

ส่วนท่ี 2 อานาจหนา้ ที่ของสภาตาบล
1. พัฒนาตาบลตามแผนงานโครงการและงบประมาณ
2. เสนอแนะส่วนราชการในการบรหิ ารราชการพฒั นาตาบล
3. หนา้ ทอ่ี น่ื ๆตามที่กฎหมายกาหนด

สภาตาบลอาจ ดาเนินกจิ การภายในตาบลดงั นี้
1. จดั ใหม้ ีน้าอุปโภค บริโภค และการเกษตร
2. จัดให้มีการบารงุ ทางน้าและทางบก
3. จดั ให้มีและรกั ษาทางระบายน้า รักษาความสะอาดถนน ทางน้า
4. คุม้ ครองดูแลและบารุงรกั ษาทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม
5. บารุงและสง่ เสริมการประกอบอาชพี ของราษฎร
6. สง่ เสริมการพัฒนา เด็ก สตรี เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พกิ าร

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั สิ ภาตาบลและองค์การบรหิ ารส่วนตาบล พ.ศ.2537 และ 243
แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ที่ 7) พ.ศ. 2562

- กานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจาตาบลต้องไมเ่ ป็นผมู้ ีสว่ นได้สว่ นเสียในสัญญากับบสั ภาตาบล
หากฝ่าฝืนใหผ้ วู้ า่ ส่ังให้ออกจากตาแหน่ง

- ให้กานัน ผู้ใหญบ่ า้ นดาเนินการใหส้ อดคลอ้ งกับแผนพฒั นาตาบล

- การถึงทาโครงการ หรือกจิ กรรมใดของหน่วยงานราชอืน่ ให้คานึงถงึ แผนพฒั นาตาบลด้วย

- การปฏบิ ัติหนา้ ทข่ี องสภาตาบลให้ประธานสภาเปน็ ผู้รับผดิ ชอบและดาเนนิ การ

การทานิติกรรมของสภา ตอ้ งประกอบดว้ ย (เปน็ ไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย )

o ประธานสภา

o เลขานกุ ารสภา และ

o สมาชิกสภา 1 คน

- การทานิตกิ รรมจะเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย

สภาตาบลอาจทากิจกรรมนอกเขตสภาตาบล หรือร่วมกับสภาตาบล องค์การบริหารสวน
ตาบล องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัด หรือหนว่ ยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอ่ืนเพื่อทากจิ การร่วมกัน
จะต้อง

1. ไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากผวู้ ่าราชการจังหวัด

2. ไดร้ ับความยินยอมจาก ท้องถ่ินอน่ื หรอื หนว่ ยงานที่เกี่ยวขอ้ ง

3. กิจการน้ันจาเปน็ ต้องทา

244

ส่วนท่ี 3 รายได้และรายจ่ายของสภาตาบล
สภาตาบลมรี ายได้ ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดจดั สรรใหต้ ามหลกั เกณฑ์ท่ีกระทรวงมหาดไทย

กาหนดดังน้ี
1. ภาษบี ารงุ ท้องท่ี ภาษีโรงเรอื นและทดี่ ิน ภาษีปา้ ย อากรฆ่าสตั ว์
2. คา่ ธรรมเนยี ม คา่ ใบอนุญาต และค่าปรบั
3. คา่ ธรรมเนียมใบอนุญาตการพนัน
4. ภาษีมูลค่าเพ่ิม และภาษธี ุรกิจเฉพาะ ทีอ่ งคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัดไดร้ บั จัดสรร
5. ภาษีสุรา และภาษีสรรพสามติ ท่อี งค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัดได้รับจัดสรร
6. ภาษีและคา่ ธรรมเนยี มรถยนตแ์ ละล้อเล่อื น ท่อี งค์การบริหารสว่ นจังหวดั ได้รบั จดั สรร

- ทุกปงี บประมาณใหร้ ัฐบาลถึงสรรเงนิ ให้สภาเปน็ เงนิ อุดหนุน
สภาตาบลอาจมรี ายได้ ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. รายได้จากทรพั ย์สนิ ของสภาตาบล
2. รายไดจ้ ากสาธารณูปโภคของสภาตาบล
3. เงนิ และทรพั ย์สนิ ทมี่ ผี ู้อทุ ศิ ให้
4. เงนิ อดุ หนนุ และรายไดอ้ ่ืนตามท่ีรัฐบาลหรอื หนว่ ยงานอ่นื จัดสรรให้
5. รายได้อนื่ ทมี่ ีกฎหมายกาหนดใหเ้ ปน็ ของสภาตาบล

- รายได้ของสภาตาบล ไม่ต้องเสียภาษีโดยตราเป็นพระราชกฎฎีกา และไม่ต้องนาส่งคลัง
รายไดแ้ ผ่นดนิ

สภาตาบลมรี ายจา่ ย ดงั นี้
o เงนิ เดือน /คา่ จ้าง /คา่ ตอบแทนอ่ืนๆ /ค่าใชส้ อย /คา่ วัสดุ /คา่ ครภุ ณั ฑ์ /คา่ ท่ีดิน /คา่

สาธารณปู โภค
o เงนิ อดุ หนุนหนว่ ยงานอนื่
o รายจ่ายอ่ืนใดตามขอ้ ผกู พัน

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญัตสิ ภาตาบลและองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล พ.ศ.2537 และ 245
แก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 7) พ.ศ. 2562

- คา่ ตอบแทนของประธานสภาตาบล รองประธานสภาตาบล สมาชกิ สภาตาบล และเลขานุการ
สภาตาบล ให้เปน็ ไปตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทย

- งบประมาณรายจ่ายประจาปีและรายจ่ายเพิ่มเติม ให้จัดทาเป็นข้อบังคับ ตามระเบียบและ
วิธีการที่ กระทรวงมหาดไทยกาหนดเมอ่ื รา่ งเสร็จให้นายอาเภออนุมตั ิ ถ้าออกไม่ทันให้ใช้ข้อบงั คบั ของปี
ก่อนไปพลางกอ่ น

- ให้กระทรวงมหาดไทยออกระเบียบว่าด้วยการคลงั การงบประมาณ การรักษาทรพั ยส์ นิ การ
จัดหาผลประโยชน์จากทรัพยส์ ิน การจัดหาพัสดุและการจ้างเหมา

สว่ นที่ 4 การกากบั ดแู ล

- นายอาเภอมอี านาจหน้าท่ีในการกากับดูแลสภาตาบลใหเ้ ป็นไปตาม กฎหมาย และข้อบงั คบั

ราชการ - หากสภาตาบลปฏบิ ัตไิ มช่ อบดว้ ยกฎหมาย หรืออาจกอ่ ให้เกิดความเสียหาย

แกร่ าชการ ใหน้ ายอาเภอ ยบั ย้งั การดาเนนิ การน้นั และรายงานผู้วา่ ราชการจังหวัดภายใน 15 วนั นบั แต่

วนั ยบั ย้งั

และผวู้ า่ ต้องวินจิ ฉยั ภายใน 30 วนั นับแต่วันทไ่ี ด้รับรายงาน หากนายอาเภอไมร่ ายงานหรอื ผู้ว่าไม่วินิจฉัย
ตาม เวลาดงั กล่าว ใหก้ ารยบั ยั้งของอานาจอาเภอเปน็ อันสิ้นสุดลง

หมวดท่ี 2 องค์การบรหิ ารส่วนตาบล

- สภาตาบลทม่ี ีรายไดโ้ ดยไม่รวมเงนิ อดุ หนุนในปีงบประมาณทีล่ ว่ งมาตดิ ต่อกันสามปเี ฉลี่ยไม่
ต่ากว่าปีละหน่ึงแสนห้าหมื่นบาท อาจถึงตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตาบลได้ โดยทาเป็นประกาศ
กระทรวงมหาดไทย และใหป้ ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษา จะตอ้ งระบุช่ือและเขตขององค์การบรหิ ารส่วน
ตาบลนั้นด้วย

- สภาตาบล หรือองค์การบริหารส่วนตาบลอาจรวมกับองค์การบริหารส่วนตาบลหรอื หน่วย
บริหารราชการท้องถนิ่ อนื่ ในเขตอาเภอเดียวกันได้ตามเจตนารมณข์ องประชาชน

- ให้กระทรวงมหาดไทยยบุ สภาตาบลท้งั หมดและองค์การบรหิ ารส่วนตาบล ที่มปี ระชากรไมถ่ งึ
2,000 คน ให้รวมเข้ากับองค์การบริหารสว่ นตาบลหรือหน่วยบริหารราชการท้องถิ่นอ่ืน ภายใน 90 วัน
เว้นแตอ่ งค์การบรหิ ารสว่ นตาบลทีม่ ไี มถ่ งึ 2,000 คน แต่มีสภาพเป็นเกาะ

- องคก์ ารบริหารส่วนตาบลมีฐานะเปน็ นิตบิ ุคคลและเป็นราชการบริหารสว่ นทอ้ งถน่ิ

- ประกอบด้วย สภาองคก์ ารบริหารสว่ นตาบล และนายกองค์การบริหารส่วนตาบล

246

- สภาองค์การบริหารส่วนตาบลประกอบดว้ ยสมาชิกสภาองค์การบริหารสว่ นตาบล จานวน
เขตเลือกตั้งละหนึ่งคน ซ่ึงเลือกตั้งขึ้นโดยราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละเขตเลือกตั้งในเขตองค์การ
บรหิ ารส่วนตาบลนัน้

ให้ถือเขตหมบู่ ้านเปน็ เขตเลอื กต้งั เว้นแต่หมู่บา้ นใดมรี าษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร
ไม่ถึงยส่ี ิบหา้ คน ให้รวมหมบู่ า้ นนั้นกบั หมบู่ ้านทม่ี พี ้นื ที่ตดิ ตอ่ กันและเมือ่ รวมกนั แลว้ จะมีราษฎรถึงยส่ี ิบห้า
คนเป็นเขตเลอื กตัง้ เดยี วกัน การนับจานวนราษฎรดังกล่าวใหน้ บั ณ วันที่ 1 มกราคมของปที ่ีมกี ารเลือกตง้ั

การรวมหมบู่ ้านเปน็ เขตเลือกต้ังให้นายอาเภอเป็นผู้ดาเนนิ การและประกาศให้ประชาชนทราบ
ภายในวนั ท่ี 31 มกราคม ของปที ่มี กี ารเลอื กตงั้ เวน้ แต่เป็นกรณที เ่ี ปน็ การเลือกต้งั แทนตาแหนง่ ท่ีวา่ ง หรือ
มกี ารเลือกต้ังภายในเดอื นมกราคม ใหถ้ อื เขตเลอื กตั้งที่ได้ประกาศไวใ้ นการเลือกตง้ั ครง้ั สุดท้าย

องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลใดมเี ขตเลือกตัง้ ไมถ่ งึ หกเขตเลือกตง้ั ใหส้ ภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล
นน้ั ประกอบดว้ ยสมาชิกจานวนหกคน ตามหลกั เกณฑ์ ดังนี้

อบต.มี 1 หม่บู า้ น ใหม้ สี มาชิก 6 คน / มี 2 หม่บู า้ นให้มสี มาชิกหมบู่ ้านละ 3 คน/ มี 3 หมบู่ ้าน
ให้มสี มาชิกหมูบ่ า้ นละ 2 คน/ มี 4 หมู่บา้ นให้มสี มาชกิ หมบู่ ้านละ 1 คน และ 2 หม่บู ้านทม่ี ีประชากรเพิ่ม
อกี หมบู่ ้านละ 1 คน / มี 5 หมู่บา้ น ให้มีสมาชิกหมบู่ า้ นละ 1 คนและอีก 1 หมู่บา้ นทมี่ ีประชากรมากทส่ี ุด
เพ่มิ อกี 1 คน

- อายุของสภาองคก์ ารบริหารส่วนตาบลมีกาหนดคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลอื กตงั้

สภาองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล มีอานาจหน้าทดี่ งั นี้
1. ให้ความเหน็ ชอบแผนพัฒนาองค์การบรหิ ารส่วนตาบล
2. พจิ ารณาและใหค้ วามเห็นชอบร่างข้อบัญญัตอิ งคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล รา่ งขอ้ บญั ญัติ

งบประมาณรายจา่ ยประจาปี และรา่ งข้อบญั ญตั ิงบประมาณรายจ่ายเพมิ่ เติม
3. ควบคุมการปฏิบัติงานของนายกองค์การบริหารส่วนตาบล ให้เป็นไปตามกฎหมาย

นโยบาย แผนพัฒนาองค์การบรหิ ารส่วนตาบล ขอ้ บัญญตั ิ ระเบียบ และขอ้ บงั คับของทางราชการ

- ผูม้ ีสิทธิ์เลือกตัง้ และสมคั รรับเลอื กต้ังเหมอื นของสภาตาบล


Click to View FlipBook Version