พระราชบญั ญัตคิ มุ้ ครองผ้บู รโิ ภค พ.ศ. 2522 497
ในกรณีที่กฎหมายดงั กล่าวมิไดม้ บี ทบัญญตั ใิ ห้อานาจแก่เจา้ หนา้ ทีผ่ มู้ ีอานาจตามกฎหมายออก
คาสัง่ เกี่ยวกบั การคุ้มครองผบู้ รโิ ภคตามทบ่ี ญั ญตั ิในหมวดน้ี ให้คณะกรรมการเฉพาะเรอ่ื งมีอานาจออก
คาสัง่ ตามความในหมวดน้ี เวน้ แต่ในกรณีทกี่ ฎหมายดงั กล่าวมีเจา้ หน้าทผี่ มู้ ีอานาจตามกฎหมายอย่แู ล้ว
คณะกรรมการอาจมอบอานาจใหเ้ จา้ หนา้ ที่ผมู้ อี านาจตามกฎหมายว่าดว้ ยการนั้น ๆ ใชอ้ านาจตาม
พระราชบัญญตั นิ ้แี ทนคณะกรรมการเฉพาะเรอ่ื งได้
การมอบอานาจใหเ้ จ้าหน้าท่ีผมู้ อี านาจตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการนั้น ๆ ตามวรรคสอง ใหป้ ระกาศ
ในราชกิจจานเุ บกษา
ส่วนที่ 1
การคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคในดา้ นการโฆษณา
มาตรา 22 การโฆษณาจะตอ้ งไม่ใช้ข้อความท่เี ปน็ การไมเ่ ปน็ ธรรมตอ่ ผ้บู ริโภคหรอื ใชข้ อ้ ความที่
อาจก่อใหเ้ กิดผลเสยี ตอ่ สงั คมเป็นส่วนรวม ท้งั น้ี ไม่วา่ ขอ้ ความดงั กลา่ วนนั้ จะเป็นขอ้ ความท่เี กยี่ วกับ
แหลง่ กาเนิด สภาพ คุณภาพ หรอื ลักษณะของสนิ ค้าหรือบรกิ าร ตลอดจนการส่งมอบ การจัดหา หรอื การ
ใชส้ ินค้าหรอื บริการ
ขอ้ ความดังต่อไปน้ี ถอื ว่าเป็นขอ้ ความทีเ่ ป็นการไมเ่ ป็นธรรมต่อผบู้ ริโภคหรือเป็นข้อความทอ่ี าจ
กอ่ ให้เกดิ ผลเสียต่อสงั คมเปน็ สว่ นรวม
(1) ข้อความที่เป็นเทจ็ หรือเกินความจรงิ
(2) ขอ้ ความทจ่ี ะก่อใหเ้ กิดความเข้าใจผิดในสาระสาคัญเก่ยี วกับสนิ คา้ หรือบริการไมว่ ่าจะ
กระทาโดยใชห้ รืออา้ งอิงรายงานทางวชิ าการ สถิติ หรือสงิ่ ใดส่ิงหนง่ึ อันไมเ่ ปน็ ความจริงหรอื เกินความจรงิ
หรือไมก่ ็ตาม
(3) ขอ้ ความทเ่ี ปน็ การสนับสนนุ โดยตรงหรือโดยออ้ มใหม้ ีการกระทาผิดกฎหมายหรือศลี ธรรม
หรือนาไปสู่ความเส่อื มเสียในวฒั นธรรมของชาติ
(4) ขอ้ ความทจี่ ะทาให้เกิดความแตกแยกหรอื เส่ือมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน
(5) ข้อความอยา่ งอ่ืนตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง
ข้อความทใี่ ชใ้ นการโฆษณาทบี่ คุ คลท่ัวไปสามารถรู้ไดว้ า่ เปน็ ขอ้ ความทไ่ี ม่อาจเป็นความจรงิ ได้
โดยแนแ่ ท้ ไมเ่ ป็นขอ้ ความท่ีต้องห้ามในการโฆษณาตาม (1)
มาตรา 23 การโฆษณาจะตอ้ งไมก่ ระทาดว้ ยวิธกี ารอันอาจเปน็ อนั ตรายต่อสขุ ภาพ ร่างกายหรือ
จติ ใจ หรืออนั อาจกอ่ ให้เกดิ ความราคาญแกผ่ บู้ รโิ ภค ทัง้ นี้ ตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง
498
มาตรา 24 ในกรณีทีค่ ณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณาเห็นว่าสินคา้ ใดอาจเปน็ อันตรายแก่
ผ้บู ริโภคและคณะกรรมการวา่ ดว้ ยฉลากได้กาหนดให้สนิ คา้ นัน้ เป็นสนิ คา้ ทคี่ วบคมุ ฉลากตามมาตรา 30 ให้
คณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณามีอานาจออกคาสั่งดงั ตอ่ ไปนี้
(1) กาหนดใหก้ ารโฆษณานั้นต้องกระทาไปพรอ้ มกบั คาแนะนาหรือคาเตอื นเกยี่ วกบั วิธใี ชห้ รอื
อนั ตราย ตามเงอื่ นไขทคี่ ณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณากาหนด ทัง้ น้ี โดยคณะกรรมการว่าดว้ ยการ
โฆษณาจะกาหนดเงื่อนไขให้แตกตา่ งกนั สาหรบั การโฆษณาทใ่ี ชส้ ื่อโฆษณาต่างกันกไ็ ด้
(2) จากัดการใชส้ ่ือโฆษณาสาหรบั สนิ ค้าน้ัน
(3) หา้ มการโฆษณาสินคา้ น้นั
ความใน (2) และ (3) ให้นามาใช้บงั คับแกก่ ารโฆษณาท่คี ณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณาเห็นว่า
การใชห้ รอื ประโยชนข์ องสนิ ค้านน้ั ขดั ตอ่ นโยบายทางสงั คม ศลี ธรรม หรือวฒั นธรรมของชาติด้วย
มาตรา 25 ในกรณที ่คี ณะกรรมการว่าดว้ ยการโฆษณาเหน็ วา่ สนิ คา้ หรอื บริการใดผู้บริโภค
จาเปน็ ตอ้ งทราบข้อเทจ็ จรงิ เก่ยี วกับสภาพ ฐานะ และรายละเอยี ดอย่างอน่ื เกย่ี วกบั ผปู้ ระกอบธรุ กจิ ด้วย
คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณามอี านาจกาหนดให้การโฆษณาสนิ คา้ หรือบริการน้ันต้องให้ข้อเทจ็ จรงิ
ดังกล่าวตามท่ีคณะกรรมการว่าดว้ ยการโฆษณากาหนดได้
มาตรา 26 ในกรณีที่คณะกรรมการว่าดว้ ยการโฆษณาเห็นวา่ ขอ้ ความในการโฆษณาโดยทางสอ่ื
โฆษณาใด สมควรแจ้งใหผ้ ูบ้ ริโภคทราบว่าข้อความน้ันเปน็ ขอ้ ความที่มคี วามม่งุ หมายเพ่อื การโฆษณา
คณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณามอี านาจกาหนดให้การโฆษณาโดยทางสอ่ื โฆษณานนั้ ตอ้ งมถี อ้ ยคาชี้แจง
กากับใหป้ ระชาชนทราบวา่ ข้อความดังกล่าวเป็นการโฆษณาได้ ท้งั น้ี คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาจะ
กาหนดเงอื่ นไขอยา่ งใดให้ต้องปฏบิ ตั ดิ ้วยกไ็ ด้
มาตรา 27 ในกรณที ค่ี ณะกรรมการว่าดว้ ยการโฆษณาเหน็ วา่ การโฆษณาใดฝ่าฝืนมาตรา 22
มาตรา 23 มาตรา 24 (1) หรอื มาตรา 25 ให้คณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณามีอานาจออกคาส่ังอย่างใด
อยา่ งหนง่ึ หรอื หลายอยา่ งดงั ต่อไปน้ี
(1) ใหแ้ ก้ไขขอ้ ความหรือวธิ กี ารในการโฆษณา
(2) หา้ มการใช้ข้อความบางอยา่ งท่ีปรากฏในการโฆษณา
(3) ห้ามการโฆษณาหรอื ห้ามใชว้ ธิ ีการน้ันในการโฆษณา
(4) ให้โฆษณาเพ่อื แกไ้ ขความเขา้ ใจผิดของผบู้ ริโภคทีอ่ าจเกดิ ข้นึ แลว้ ตามหลกั เกณฑ์และวิธีการ
ท่ีคณะกรรมการว่าดว้ ยการโฆษณากาหนด
พระราชบัญญตั คิ มุ้ ครองผบู้ ริโภค พ.ศ. 2522 499
ในการออกคาสัง่ ตาม (4) ใหค้ ณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณากาหนดหลกั เกณฑ์และวิธีการ โดย
คานงึ ถงึ ประโยชน์ของผบู้ รโิ ภคประกอบกบั ความสจุ รติ ใจในการกระทาของผู้กระทาการโฆษณา
มาตรา 28 ในกรณีทคี่ ณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณามเี หตอุ ันควรสงสัยว่าข้อความใดที่ใชใ้ น
การโฆษณาเป็นเทจ็ หรอื เกนิ ความจรงิ ตามมาตรา 22 วรรคสอง (1) ใหค้ ณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณามี
อานาจออกคาสั่งใหผ้ ู้กระทาการโฆษณาพสิ จู น์เพือ่ แสดงความจรงิ ได้
ในกรณีทผี่ กู้ ระทาการโฆษณาอา้ งรายงานทางวิชาการ ผลการวจิ ัย สถิติ การรับรองของสถาบัน
หรอื บุคคลอน่ื ใด หรอื ยืนยนั ข้อเท็จจรงิ อนั ใดอนั หนงึ่ ในการโฆษณา ถ้าผูก้ ระทาการโฆษณาไม่สามารถ
พิสูจนไ์ ดว้ ่าข้อความท่ใี ชใ้ นการโฆษณาเป็นความจรงิ ตามท่กี ลา่ วอา้ ง ให้คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณามี
อานาจออกคาสัง่ ตามมาตรา 27 ได้ และให้ถือว่าผ้กู ระทาการโฆษณารูห้ รือควรไดร้ วู้ ่าข้อความนนั้ เป็น
ความเท็จ
มาตรา 29 ผปู้ ระกอบธุรกจิ ผูใ้ ดสงสยั วา่ การโฆษณาของตนจะเปน็ การฝ่าฝนื หรือไมเ่ ป็นไปตาม
พระราชบญั ญตั ินี้ ผู้ประกอบธุรกจิ ผนู้ นั้ อาจขอให้คณะกรรมการว่าดว้ ยการโฆษณาพิจารณาใหค้ วามเหน็ ใน
เร่อื งนั้นก่อนทาการโฆษณาได้ ในกรณนี ค้ี ณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณาจะตอ้ งให้ความเหน็ และแจง้ ใหผ้ ู้
ขอทราบภายในสามสบิ วันนับแตว่ ันที่คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาไดร้ ับคาขอ ถ้าไม่แจ้งภายใน
กาหนดระยะเวลาดงั กล่าว ให้ถือวา่ คณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณาให้ความเห็นชอบแล้ว
การขอความเหน็ และคา่ ป่วยการในการใหค้ วามเหน็ ใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บที่คณะกรรมการวา่
ดว้ ยการโฆษณากาหนด คา่ ปว่ ยการที่ไดร้ บั ให้นาสง่ คลังเป็นรายไดแ้ ผ่นดิน
การให้ความเห็นของคณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณาตามวรรคหนงึ่ ไมถ่ อื ว่าเป็นการตัดอานาจ
ของคณะกรรมการวา่ ด้วยการโฆษณาที่จะพจิ ารณาวนิ ิจฉยั ใหม่เป็นอย่างอน่ื เมอื่ มีเหตุอันสมควร
การใดทไี่ ด้กระทาไปตามความเหน็ ของคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาทีใ่ ห้ตามวรรคหนงึ่ มิให้
ถือว่าการกระทาน้ันเปน็ ความผิดทางอาญา
สว่ นท่ี 2
การคุ้มครองผบู้ รโิ ภคในดา้ นฉลาก
มาตรา 30[9] ให้สินคา้ ทผ่ี ลิตเพ่อื ขายโดยโรงงานตามกฎหมายว่าดว้ ยโรงงานและสนิ คา้ ทสี่ ่ัง
หรือนาเขา้ มาในราชอาณาจกั รเพอื่ ขายเปน็ สนิ ค้าทค่ี วบคุมฉลาก
ความในวรรคหน่ึงไมใ่ ชบ้ งั คับกบั สินคา้ ทค่ี ณะกรรมการว่าดว้ ยฉลากกาหนดโดยประกาศในราช
กจิ จานเุ บกษา
ในกรณีทป่ี รากฏวา่ มสี ินคา้ ทอี่ าจกอ่ ให้เกิดอนั ตรายแกส่ ุขภาพ ร่างกาย หรอื จติ ใจ เนื่องในการใช้
สนิ คา้ หรอื โดยสภาพของสนิ คา้ นนั้ หรอื มสี นิ คา้ ทป่ี ระชาชนทว่ั ไปใช้เปน็ ประจา ซ่ึงการกาหนดฉลากของ
500
สินค้านัน้ จะเปน็ ประโยชน์แกผ่ ูบ้ ริโภคในการที่จะทราบข้อเทจ็ จรงิ ในสาระสาคญั เกยี่ วกบั สินค้านนั้ แต่
สินคา้ ดงั กลา่ วไม่เปน็ สนิ คา้ ท่ีควบคมุ ฉลากตามวรรคหนง่ึ ใหค้ ณะกรรมการว่าดว้ ยฉลากมอี านาจกาหนดให้
สินค้านัน้ เป็นสนิ คา้ ท่คี วบคุมฉลากได้ โดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
มาตรา 31[10] ฉลากของสนิ ค้าที่ควบคุมฉลาก จะต้องมีลกั ษณะดังต่อไปน้ี
(1) ใช้ข้อความทีต่ รงตอ่ ความจรงิ และไมม่ ีขอ้ ความทีอ่ าจกอ่ ให้เกิดความเข้าใจผดิ ในสาระสาคัญ
เกย่ี วกบั สนิ ค้า
(2) ต้องระบขุ ้อความดงั ตอ่ ไปน้ี
(ก) ชื่อหรอื เครื่องหมายการคา้ ของผผู้ ลิตหรือของผนู้ าเขา้ เพอื่ ขายแล้วแตก่ รณี
(ข) สถานทีผ่ ลติ หรอื สถานทีป่ ระกอบธรุ กจิ นาเขา้ แลว้ แต่กรณี
(ค) ระบขุ อ้ ความท่แี สดงให้เขา้ ใจไดว้ ่าสินคา้ นนั้ คอื อะไร ในกรณีท่ีเปน็ สินค้านาเขา้ ให้ระบุชื่อ
ประเทศทผี่ ลติ ด้วย
(3) ตอ้ งระบุข้อความอนั จาเปน็ ไดแ้ ก่ ราคา ปริมาณ วิธใี ช้ ข้อแนะนา คาเตอื น วนั เดือน ปที ่ี
หมดอายใุ นกรณเี ปน็ สนิ ค้าทหี่ มดอายุได้ หรอื กรณีอืน่ เพอ่ื คมุ้ ครองสทิ ธิของผบู้ รโิ ภค ทงั้ นี้ ตามหลักเกณฑ์
และเงอ่ื นไขที่คณะกรรมการว่าด้วยฉลากกาหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
ใหผ้ ูป้ ระกอบธุรกจิ ซ่งึ เปน็ ผผู้ ลติ เพอ่ื ขายหรอื ผสู้ ่ังหรอื ผูน้ าเขา้ มาในราชอาณาจักร เพอื่ ขายซง่ึ
สินคา้ ท่คี วบคมุ ฉลาก แล้วแต่กรณี เปน็ ผู้จดั ทาฉลากกอ่ นขายและฉลากน้ันตอ้ งมขี อ้ ความดงั กล่าวในวรรค
หน่ึง ในการนี้ ข้อความตามวรรคหนงึ่ (2) และ (3) ต้องจดั ทาตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการท่ีคณะกรรมการว่า
ด้วยฉลากกาหนด โดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
มาตรา 32 การกาหนดขอ้ ความของฉลากตามมาตรา 30 ต้องไมเ่ ป็นการบงั คบั ใหผ้ ปู้ ระกอบ
ธรุ กิจตอ้ งเปิดเผยความลบั ทางการผลิต เว้นแต่ขอ้ ความดงั กล่าวจะเปน็ ส่ิงจาเปน็ ท่ีเกย่ี วกบั สขุ ภาพอนามัย
และความปลอดภัยของผบู้ รโิ ภค
มาตรา 33 เมอ่ื คณะกรรมการวา่ ดว้ ยฉลากเห็นวา่ ฉลากใดไม่เป็นไปตามมาตรา 31
คณะกรรมการว่าด้วยฉลากมอี านาจสงั่ ให้ผปู้ ระกอบธรุ กจิ เลกิ ใช้ฉลากดังกลา่ วหรอื ดาเนนิ การแก้ไขฉลาก
น้ันใหถ้ ูกต้อง
มาตรา 34 ผ้ปู ระกอบธุรกจิ ผใู้ ดสงสยั วา่ ฉลากของตนจะเปน็ การฝา่ ฝนื หรอื ไมเ่ ปน็ ไปตามมาตรา
31 ผู้ประกอบธรุ กจิ ผ้นู ้ันอาจขอให้คณะกรรมการว่าด้วยฉลากพิจารณาให้ความเหน็ ในฉลากนั้นก่อนได้ ใน
กรณนี ใี้ ห้นามาตรา 29 มาใช้บงั คบั โดยอนุโลม
พระราชบญั ญตั คิ ้มุ ครองผู้บรโิ ภค พ.ศ. 2522 501
มาตรา 35 เพอ่ื ประโยชนใ์ นการควบคมุ และการตรวจสอบการประกอบธรุ กจิ เกีย่ วกบั สินคา้ ท่ี
ควบคุมฉลาก รฐั มนตรีมอี านาจประกาศในราชกจิ จานเุ บกษากาหนดใหผ้ ู้ประกอบธรุ กจิ ในสนิ ค้าดงั กลา่ ว
ตอ้ งจดั ทาและเกบ็ รกั ษาบญั ชเี อกสารและหลกั ฐานเพ่ือใหน้ กั งานเจ้าหน้าทที่ าการตรวจสอบได้
วิธจี ดั ทาและเก็บรักษาบญั ชี เอกสารและหลักฐานตามวรรคหนง่ึ ใหเ้ ปน็ ไปตามทีก่ าหนดใน
กฎกระทรวง
สว่ นที่ 2 ทวิ
การคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคในด้านสญั ญา[11]
มาตรา 35 ทวิ ในการประกอบธรุ กจิ ขายสนิ ค้าหรือใหบ้ รกิ ารใด ถ้าสญั ญาซอ้ื ขายหรอื สญั ญา
ให้บรกิ ารนั้นมีกฎหมายกาหนดให้ตอ้ งทาเป็นหนงั สือ หรอื ทตี่ ามปกตปิ ระเพณีทาเป็นหนงั สอื
คณะกรรมการวา่ ด้วยสัญญามอี านาจกาหนดให้การประกอบธรุ กิจขายสินค้าหรอื ใหบ้ รกิ ารนนั้ เปน็ ธุรกจิ ที่
ควบคุมสัญญาได้
ในการประกอบธุรกจิ ท่ีควบคุมสัญญา สัญญาท่ผี ปู้ ระกอบธุรกจิ ทากบั ผบู้ รโิ ภคจะตอ้ งมลี กั ษณะ
ดังตอ่ ไปนี้
(1) ใชข้ ้อสัญญาทจี่ าเปน็ ซงึ่ หากมิไดใ้ ช้ข้อสัญญาเชน่ นนั้ จะทาให้ผบู้ ริโภคเสียเปรยี บผู้ประกอบ
ธุรกิจเกินสมควร
(2) ห้ามใช้ขอ้ สญั ญาที่ไมเ่ ป็นธรรมต่อผบู้ ริโภค
ทงั้ น้ี ตามหลกั เกณฑ์ เงอ่ื นไข และรายละเอียดท่คี ณะกรรมการว่าด้วยสัญญากาหนด และเพอ่ื
ประโยชน์ของผบู้ ริโภคเป็นส่วนรวม คณะกรรมการว่าด้วยสญั ญาจะใหผ้ ้ปู ระกอบธุรกจิ จดั ทาสัญญาตาม
แบบท่คี ณะกรรมการว่าด้วยสญั ญากาหนดก็ได้
การกาหนดตามวรรคหนง่ึ และวรรคสอง ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการทก่ี าหนดโดยพระ
ราชกฤษฎกี า
มาตรา 35 ตรี เม่ือคณะกรรมการว่าดว้ ยสัญญากาหนดใหส้ ญั ญาของการประกอบธรุ กิจที่
ควบคุมสัญญาต้องใชข้ อ้ สญั ญาใด หรอื ตอ้ งใช้ข้อสญั ญาใดโดยมเี งื่อนไขในการใช้ขอ้ สญั ญาน้นั ดว้ ยตาม
มาตรา 35 ทวิ แล้ว ถ้าสัญญานน้ั ไมใ่ ช้ข้อสัญญาดังกล่าวหรอื ใชข้ ้อสัญญาดงั กล่าวแต่ไมเ่ ป็นไปตามเงอ่ื นไข
ให้ถือวา่ สญั ญานั้นใช้ขอ้ สญั ญาดงั กลา่ วหรือใชข้ อ้ สัญญาดงั กลา่ วตามเงอ่ื นไขนน้ั แลว้ แต่กรณี
502
มาตรา 35 จตั วา เมอ่ื คณะกรรมการว่าด้วยสญั ญากาหนดใหส้ ญั ญาของการประกอบธรุ กจิ ที่
ควบคมุ สัญญาต้องไม่ใช้ข้อสญั ญาใดตามมาตรา 35 ทวิ แล้ว ถา้ สญั ญานั้นใชข้ ้อสญั ญาดงั กล่าว ใหถ้ ือว่า
สญั ญานั้นไมม่ ีข้อสญั ญาเชน่ ว่าน้ัน
มาตรา 35 เบญจ คณะกรรมการว่าด้วยสญั ญามอี านาจกาหนดใหก้ ารประกอบธุรกจิ ขายสนิ คา้
หรือให้บรกิ ารอยา่ งใดอย่างหนึ่ง เป็นธรุ กจิ ทีค่ วบคมุ รายการในหลักฐานการรับเงนิ ได้
ในการประกอบธรุ กจิ ท่คี วบคมุ รายการในหลกั ฐานการรบั เงนิ หลักฐานการรบั เงินจะตอ้ งมี
ลกั ษณะ ดังต่อไปนี้
(1) มรี ายการและใช้ขอ้ ความทจี่ าเปน็ ซงึ่ หากมไิ ด้มีรายการหรือมิไดใ้ ชข้ ้อความเช่นน้นั จะทาให้
ผ้บู รโิ ภคเสียเปรยี บผปู้ ระกอบธุรกจิ เกนิ สมควร
(2) ห้ามใช้ขอ้ ความที่ไม่เปน็ ธรรมต่อผบู้ รโิ ภค
ท้งั นี้ ตามหลกั เกณฑ์ เงอ่ื นไข และรายละเอยี ดท่ีคณะกรรมการว่าดว้ ยสญั ญากาหนด
การกาหนดตามวรรคหน่งึ และวรรคสอง ให้เปน็ ไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการทก่ี าหนดโดยพระ
ราชกฤษฎกี า
มาตรา 35 ฉ เม่ือคณะกรรมการวา่ ดว้ ยสญั ญากาหนดให้หลกั ฐานการรับเงนิ ของการประกอบ
ธุรกจิ ที่ควบคมุ รายการในหลักฐานการรบั เงินตอ้ งใช้ข้อความใด หรอื ตอ้ งใชข้ ้อความใดโดยมเี งื่อนไขในการ
ใช้ขอ้ ความนน้ั ดว้ ย หรอื ตอ้ งไมใ่ ช้ข้อความใดตามมาตรา 35 เบญจ แลว้ ใหน้ ามาตรา 35 ตรี และมาตรา
35 จตั วา มาใช้บังคบั แกห่ ลกั ฐานการรบั เงินดงั กลา่ วโดยอนโุ ลม
มาตรา 35 สัตต ในกรณที ่ีผูป้ ระกอบธรุ กจิ ขายสนิ ค้าหรอื ใหบ้ รกิ ารโดยใหค้ าม่ันว่าจะทาสญั ญา
รบั ประกนั ใหไ้ ว้แก่ผบู้ ริโภค สัญญาดังกลา่ วต้องทาเปน็ หนังสอื ลงลายมือชอ่ื ของผปู้ ระกอบธรุ กจิ หรอื ผู้แทน
และต้องส่งมอบสัญญานั้นแก่ผบู้ รโิ ภคพร้อมกับการสง่ มอบสนิ ค้าหรอื ใหบ้ รกิ าร
ถา้ สญั ญาตามวรรคหนงึ่ ทาเปน็ ภาษาต่างประเทศต้องมคี าแปลภาษาไทยกากบั ไวด้ ้วย
มาตรา 35 อฏั ฐ ผู้ประกอบธุรกจิ มหี น้าทสี่ ง่ มอบสญั ญาทมี่ ขี อ้ สัญญาหรอื มีข้อสัญญาและแบบ
ถกู ต้องตามมาตรา 35 ทวิ หรอื สง่ มอบหลักฐานการรบั เงนิ ที่มีรายการและข้อความถกู ตอ้ งตามมาตรา 35
เบญจ ใหแ้ กผ่ ู้บรโิ ภคภายในระยะเวลาท่ีเปน็ ทางปฏบิ ตั ติ ามปกติสาหรบั การประกอบธุรกจิ ประเภทนนั้ ๆ
หรอื ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการวา่ ด้วยสญั ญากาหนด โดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาสุดแต่
ระยะเวลาใดจะถึงกอ่ น
มาตรา 35 นว ผปู้ ระกอบธุรกิจผู้ใดสงสยั วา่ แบบสญั ญาหรอื แบบหลักฐานการรับเงนิ ของตนจะ
เปน็ การฝา่ ฝืนหรือไมเ่ ป็นไปตามพระราชบญั ญัตินี้ ผปู้ ระกอบธุรกจิ ผนู้ ัน้ อาจขอให้คณะกรรมการว่าดว้ ย
พระราชบญั ญตั ิคุ้มครองผบู้ รโิ ภค พ.ศ. 2522 503
สญั ญาใหค้ วามเห็นในแบบสัญญาหรือแบบหลักฐานการรบั เงินนน้ั กอ่ นได้ ในกรณนี ้ีใหน้ ามาตรา 29 มาใช้
บงั คับโดยอนโุ ลม
ส่วนที่ 3
การคุ้มครองผบู้ รโิ ภคโดยประการอ่ืน
มาตรา 36 เมื่อมเี หตุอนั ควรสงสยั ว่าสินค้าใด อาจเป็นอันตรายแกผ่ บู้ ริโภค คณะกรรมการอาจ
ส่ังใหผ้ ้ปู ระกอบธุรกิจดาเนินการทดสอบหรือพสิ ูจนส์ นิ คา้ นนั้ ได้ ถา้ ผู้ประกอบธุรกจิ ไม่ดาเนนิ การทดสอบ
หรือพสิ จู น์สนิ คา้ หรือดาเนนิ การล่าช้าโดยไมม่ เี หตผุ ลอันสมควร คณะกรรมการจะจดั ใหม้ ีการพิสจู นโ์ ดยผู้
ประกอบธรุ กจิ เปน็ ผู้เสียค่าใช้จา่ ยก็ได้
ถ้าผลจากการทดสอบหรอื พสิ จู น์ปรากฏวา่ สนิ คา้ นัน้ อาจเป็นอนั ตรายแก่ผบู้ รโิ ภค และกรณไี ม่
อาจป้องกนั อันตรายทจี่ ะเกดิ จากสนิ คา้ นน้ั ไดโ้ ดยการกาหนดฉลากตามมาตรา 30 หรอื ตามกฎหมายอืน่
ให้คณะกรรมการมอี านาจสง่ั ห้ามขายสนิ คา้ นั้น และถา้ เหน็ สมควรจะส่ังให้ผปู้ ระกอบธรุ กจิ เปลย่ี นแปลง
สินคา้ น้นั ภายใต้เงอื่ นไขตามทคี่ ณะกรรมการกาหนดก็ได้ ในกรณีทสี่ ินค้าน้นั ไม่สามารถเปล่ียนแปลงไดห้ รือ
เป็นทสี่ งสยั วา่ ผปู้ ระกอบธรุ กจิ จะเกบ็ สินคา้ นั้นไว้เพอื่ ขายต่อไป คณะกรรมการมอี านาจสงั่ ใหผ้ ปู้ ระกอบ
ธุรกจิ ทาลายหรอื จะจดั ใหม้ กี ารทาลายโดยผปู้ ระกอบธรุ กจิ เป็นผเู้ สยี คา่ ใช้จา่ ยก็ได้
ในกรณจี าเปน็ และเรง่ ด่วน ถา้ คณะกรรมการมเี หตทุ ี่นา่ เชื่อวา่ สนิ ค้าใดอาจเปน็ อนั ตรายแก่
ผ้บู รโิ ภค ใหค้ ณะกรรมการมีอานาจสง่ั ห้ามขายสินค้าน้ันเป็นการชวั่ คราวจนกว่าจะไดม้ กี ารทดสอบหรอื
พสิ จู นส์ นิ ค้าตามวรรคหน่ึงหรอื วรรคสอง
การสง่ั หา้ มขายสินคา้ ตามวรรคสองและวรรคสาม ให้ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
มาตรา 37[12] (ยกเลิก)
มาตรา 38[13] (ยกเลิก)
มาตรา 39 ในกรณที ีค่ ณะกรรมการเหน็ สมควรเข้าดาเนินคดีเก่ยี วกับการละเมิดสทิ ธขิ อง
ผู้บริโภค หรือเมอ่ื ได้รบั คารอ้ งขอจากผบู้ รโิ ภคท่ีถกู ละเมิดสทิ ธิ ซ่งึ คณะกรรมการเหน็ ว่าการดาเนนิ คดีนัน้
จะเป็นประโยชนแ์ กผ่ ูบ้ รโิ ภคเปน็ สว่ นรวม คณะกรรมการมอี านาจแต่งตงั้ พนักงานอัยการโดยความ
เห็นชอบของอธบิ ดีกรมอัยการ หรือข้าราชการในสานกั งานคณะกรรมการคุม้ ครองผบู้ ริโภคซง่ึ มคี ุณวฒุ ิไม่
ตา่ กว่าปรญิ ญาตรีทางนิติศาสตร์ เปน็ เจ้าหน้าท่ีคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคเพื่อให้มหี น้าทด่ี าเนินคดีแพง่ และ
คดอี าญาแกผ่ ู้กระทาการละเมดิ สทิ ธิของผบู้ ริโภคในศาล และเม่อื คณะกรรมการได้แจ้งไปยงั กระทรวง
ยตุ ิธรรมเพอื่ แจง้ ให้ศาลทราบแล้ว ให้เจ้าหน้าทค่ี มุ้ ครองผบู้ รโิ ภคมอี านาจดาเนนิ คดีตามทีค่ ณะกรรมการ
มอบหมายได้
504
ในการดาเนินคดีในศาล ใหเ้ จ้าหน้าที่คุม้ ครองผบู้ รโิ ภคมอี านาจฟอ้ งเรยี กทรพั ยส์ ิน หรอื
ค่าเสียหายให้แก่ผบู้ รโิ ภคทร่ี อ้ งขอได้ด้วย และในการน้ใี ห้ไดร้ บั ยกเว้นคา่ ฤชาธรรมเนียมทัง้ ปวง
มาตรา 40 สมาคมใดมีวตั ถุประสงคใ์ นการคมุ้ ครองผบู้ ริโภคหรือต่อตา้ นการแขง่ ขันอันไม่เปน็
ธรรมทางการคา้ และข้อบังคบั ของสมาคมดังกล่าวในส่วนทเ่ี กี่ยวกบั คณะกรรมการ สมาชิก และวิธกี าร
ดาเนนิ การของสมาคมเป็นไปตามเง่ือนไขทีก่ าหนดในกฎกระทรวง สมาคมน้ันอาจยนื่ คาขอให้
คณะกรรมการรับรองเพอ่ื ให้สมาคมน้นั มสี ิทธิและอานาจฟอ้ งตามมาตรา 41 ได้
การย่ืนคาขอตามวรรคหน่งึ ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารทก่ี าหนดในกฎกระทรวง
การรบั รองสมาคมตามวรรคหนง่ึ ใหป้ ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
มาตรา 41 ในการดาเนนิ คดที ีเ่ กี่ยวกับการละเมดิ สทิ ธิของผบู้ รโิ ภค ใหส้ มาคมที่คณะกรรมการ
รับรองตามมาตรา 40 มีสทิ ธิในการฟอ้ งคดแี พง่ คดอี าญา หรือดาเนนิ กระบวนพิจารณาใด ๆ ในคดเี พอ่ื
คุ้มครองผู้บริโภคได้ และให้มีอานาจฟอ้ งเรียกคา่ เสียหายแทนสมาชิกของสมาคมได้ ถา้ มหี นงั สอื มอบหมาย
ใหเ้ รียกคา่ เสียหายแทนจากสมาชกิ ของสมาคม
ในการดาเนนิ คดีตามวรรคหน่ึง มิให้สมาคมถอนฟ้อง เวน้ แตศ่ าลจะอนญุ าตเมอื่ ศาลเหน็ วา่ การ
ถอนฟ้องน้ันไม่เปน็ ผลเสยี ตอ่ การคมุ้ ครองผู้บริโภคเปน็ ส่วนรวมสาหรับคดีแพง่ เกีย่ วกบั การเรยี กค่าเสยี หาย
แทนสมาชกิ ของสมาคม การถอนฟอ้ งหรอื การพพิ ากษาในกรณีทคี่ คู่ วามตกลงหรือประนปี ระนอมยอม
ความกันจะต้องมีหนงั สอื แสดงความยินยอมของสมาชิกผมู้ อบหมายให้เรียกคา่ เสียหายแทนมาแสดงต่อ
ศาลดว้ ย
มาตรา 42 นอกจากตอ้ งปฏบิ ัตติ ามบทบญั ญัติในประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยแ์ ละ
กฎหมายอน่ื แลว้ สมาคมท่ีคณะกรรมการรบั รองตามมาตรา 40 ต้องปฏบิ ตั ติ ามระเบียบที่คณะกรรมการ
กาหนด
เมือ่ ปรากฏวา่ สมาคมที่คณะกรรมการรบั รองตามมาตรา 40 สมาคมใด ไมป่ ฏบิ ัติตามระเบยี บที่
คณะกรรมการกาหนด หรือเมื่อมีพฤติการณป์ รากฏว่าสมาคมน้นั ดาเนินการเพอ่ื ฟอ้ งคดีโดยไมส่ จุ ริต ให้
คณะกรรมการมีอานาจเพิกถอนการรบั รองสมาคมนัน้ ได้
การเพกิ ถอนการรบั รองสมาคมใดตามมาตราน้ี ใหป้ ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
ในกรณที ่สี มาคมซง่ึ ถูกเพกิ ถอนการรับรองตามมาตรานไ้ี ดฟ้ ้องคดีใดไวต้ ่อศาลและคดีนั้นยังคา้ ง
อยใู่ นการพจิ ารณาของศาล ให้ศาลส่งั จาหน่ายคดีนัน้ เสีย
พระราชบญั ญัติคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค พ.ศ. 2522 505
หมวด 3
การอทุ ธรณ์
มาตรา 43 ในกรณที ่ีผไู้ ด้รบั คาสัง่ ของคณะกรรมการเฉพาะเร่อื งตามมาตรา 27 หรือมาตรา 28
วรรคสอง ไม่พอใจคาสง่ั ดงั กลา่ ว ให้มสี ิทธอิ ทุ ธรณต์ อ่ คณะกรรมการได้
มาตรา 44 การอทุ ธรณ์ตามมาตรา 43 ให้ยน่ื ตอ่ คณะกรรมการภายในสบิ วันนับแต่วนั ทผ่ี ู้
อุทธรณไ์ ด้รบั ทราบคาสง่ั ของคณะกรรมการเฉพาะเร่ือง
หลักเกณฑ์และวธิ ีการย่นื อทุ ธรณ์ และวิธพี จิ ารณาอทุ ธรณ์ ให้เปน็ ไปตามทก่ี าหนดใน
กฎกระทรวง
การอทุ ธรณค์ าสั่งตามวรรคหนงึ่ ยอ่ มไมเ่ ป็นการทุเลาการบงั คับตามคาสัง่ ของคณะกรรมการ
เฉพาะเร่ือง เว้นแต่คณะกรรมการจะสงั่ เปน็ อย่างอื่นเปน็ การช่ัวคราวก่อนการวินจิ ฉัยอทุ ธรณ์
คาวนิ จิ ฉยั ของคณะกรรมการใหเ้ ป็นทสี่ ุด
หมวด 4
บทกาหนดโทษ
มาตรา 45 ผูใ้ ดขดั ขวางหรอื ไม่อานวยความสะดวก ไมใ่ หถ้ อ้ ยคา หรอื ไมส่ ่งเอกสาร หรอื
หลักฐานแก่พนกั งานเจ้าหนา้ ทซี่ ง่ึ ปฏบิ ตั ิการตามมาตรา 5 ต้องระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ หน่ึงเดอื น หรอื ปรับ
ไมเ่ กนิ หนง่ึ หมืน่ บาท หรือท้ังจาท้งั ปรบั
มาตรา 46 ผูใ้ ดไมป่ ฏิบตั ติ ามคาสั่งของคณะกรรมการหรือคณะกรรมการเฉพาะเรือ่ งตาม
มาตรา 17 ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกนิ หนงึ่ เดือน หรอื ปรบั ไม่เกินหน่ึงหมนื่ บาท หรอื ทง้ั จาทง้ั ปรบั
มาตรา 47[14] ผู้ใดโดยเจตนาก่อใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจผิดในแหลง่ กาเนดิ สภาพ คณุ ภาพ
ปริมาณ หรือสาระสาคญั ประการอ่ืนอนั เกย่ี วกบั สนิ คา้ หรือบรกิ าร ไมว่ ่าจะเป็นของตนเองหรือผูอ้ ่นื
โฆษณาหรอื ใช้ฉลากทมี่ ขี ้อความอนั เป็นเทจ็ หรอื ข้อความทรี่ ู้หรือควรรอู้ ยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจ
ผดิ เชน่ ว่านั้น ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ หกเดือน หรอื ปรบั ไมเ่ กินหา้ หม่ืนบาท หรือทง้ั จาทง้ั ปรบั
ถ้าผู้กระทาความผิดตามวรรคหนง่ึ กระทาผดิ ซ้าอกี ผกู้ ระทาต้องระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กินหนง่ึ ปี
หรือปรบั ไม่เกนิ หนงึ่ แสนบาท หรอื ทง้ั จาทง้ั ปรบั
มาตรา 48[15] ผูใ้ ดโฆษณาโดยใชข้ อ้ ความตามมาตรา 22 (3) หรอื (4) หรือขอ้ ความตามที่
กาหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 22 (5) หรือฝ่าฝืนหรือไมป่ ฏิบัติตามมาตรา 23 มาตรา 24
มาตรา 25 หรอื มาตรา 26 ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กินสามเดือน หรอื ปรับไมเ่ กินสามหมื่นบาท หรอื ทั้งจา
ทง้ั ปรับ
506
มาตรา 49 ผู้ใดไม่ปฏบิ ตั ติ ามคาส่ังของคณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณาซงึ่ สง่ั ตามมาตรา 27
หรือมาตรา 28 วรรคสอง ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกินหกเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ ห้าหม่นื บาท หรือทัง้ จาทงั้
ปรับ
มาตรา 50 ถา้ การกระทาตามมาตรา 47 มาตรา 48 หรือมาตรา 49 เปน็ การกระทาของ
เจ้าของสอื่ โฆษณา หรอื ผปู้ ระกอบกิจการโฆษณา ผกู้ ระทาตอ้ งระวางโทษเพยี งก่งึ หนึ่งของโทษที่บัญญตั ไิ ว้
สาหรับความผดิ น้ัน
มาตรา 51[16] ถา้ การกระทาความผิดตามมาตรา 47 มาตรา 48 มาตรา 49 หรอื มาตรา 50
เป็นความผิดตอ่ เน่ือง ผู้กระทาตอ้ งระวางโทษปรบั วันละไมเ่ กินหนึง่ หมื่นบาทหรอื ไมเ่ กนิ สองเทา่ ของ
คา่ ใช้จา่ ยทีใ่ ชส้ าหรบั การโฆษณานนั้ ตลอดระยะเวลาท่ียงั ฝา่ ฝืนหรอื ไม่ปฏบิ ัตติ าม
มาตรา 52[17] ผูใ้ ดขายสินคา้ ที่ควบคุมฉลากตามมาตรา 30 โดยไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่ฉลาก
หรือการแสดงฉลากนน้ั ไมถ่ ูกต้อง หรือขายสินค้าที่มฉี ลากทคี่ ณะกรรมการว่าดว้ ยฉลากสง่ั เลกิ ใช้ตาม
มาตรา 33 ท้ังน้ี โดยรูห้ รอื ควรร้อู ยแู่ ล้ววา่ การไม่มฉี ลากหรอื การแสดงฉลากดงั กล่าวนัน้ ไม่ถกู ตอ้ งตาม
กฎหมาย ต้องระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ หกเดือน หรอื ปรับไมเ่ กนิ หา้ หมื่นบาท หรือท้งั จาท้ังปรบั
ถา้ การกระทาตามวรรคหนึ่งเปน็ การกระทาของผผู้ ลิตเพอ่ื ขาย หรอื ผสู้ ่ังหรอื นาเข้ามาใน
ราชอาณาจกั รเพือ่ ขาย ผู้กระทาตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ หนงึ่ ปี หรอื ปรับไมเ่ กินหนง่ึ แสนบาท หรอื ทั้ง
จาทั้งปรบั
มาตรา 53 ผปู้ ระกอบธุรกจิ ผใู้ ดไม่ปฏิบตั ติ ามคาสัง่ ของคณะกรรมการว่าด้วยฉลากซ่งึ สั่งตาม
มาตรา 33 ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกนิ หกเดอื น หรอื ปรับไมเ่ กินห้าหมืน่ บาท หรือทง้ั จาทง้ั ปรับ
มาตรา 54[18] ผใู้ ดรับจ้างทาฉลากทไ่ี ม่ถกู ต้องตามกฎหมาย หรือรบั จา้ งตดิ ตรงึ ฉลากทไ่ี ม่
ถกู ตอ้ งตามกฎหมายกับสินคา้ โดยรหู้ รอื ควรรู้อยแู่ ล้ววา่ ฉลากดงั กลา่ วนน้ั ไมถ่ กู ต้องตามกฎหมาย ต้อง
ระวางโทษปรบั ไม่เกนิ สองหม่ืนบาท
มาตรา 55 ผู้ประกอบธรุ กจิ ผู้ใดไม่ปฏิบตั ติ ามกฎกระทรวงทอ่ี อกตามมาตรา 35 ต้องระวางโทษ
ปรับไมเ่ กินหนึ่งหมนื่ บาท
มาตรา 56 ผู้ประกอบธรุ กจิ ผูใ้ ด ขายสนิ ค้าทคี่ ณะกรรมการสั่งห้ามขายเพราะสินค้านน้ั อาจเปน็
อนั ตรายแก่ผบู้ รโิ ภคตามมาตรา 36 ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กินหกเดอื นหรือปรบั ไมเ่ กินห้าหมื่นบาท หรอื
ทงั้ จาทงั้ ปรับ
ถ้าผปู้ ระกอบธุรกจิ นน้ั เป็นผผู้ ลติ เพ่อื ขายหรือเป็นผู้สง่ั หรอื นาเขา้ มาในราชอาณาจกั รเพอื่ ขาย
ผ้กู ระทาต้องระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กินหา้ ปี หรือปรบั ไมเ่ กินหา้ แสนบาท หรอื ทง้ั จาทงั้ ปรบั
พระราชบญั ญัตคิ ุม้ ครองผบู้ ริโภค พ.ศ. 2522 507
มาตรา 57[19] ผ้ปู ระกอบธุรกจิ ผใู้ ดไมส่ ่งมอบสัญญาทมี่ ขี ้อสญั ญาหรอื มีข้อสญั ญาและแบบ
ถกู ตอ้ งตามมาตรา 35 ทวิ หรือไม่ส่งมอบหลกั ฐานการรบั เงนิ ท่มี ีรายการและข้อความถกู ตอ้ งตามมาตรา
35 เบญจ ให้แกผ่ ู้บริโภคภายในระยะเวลาตามมาตรา 35 อัฏฐ ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินหน่งึ ปี หรอื
ปรับไม่เกินหน่งึ แสนบาท หรอื ทั้งจาทง้ั ปรบั
ผปู้ ระกอบธรุ กจิ ผูใ้ ด สง่ มอบหลักฐานการรับเงนิ โดยลงจานวนเงนิ มากกว่าทผี่ ู้บริโภคจะต้อง
ชาระและไดร้ บั เงนิ จานวนนน้ั ไปจากผบู้ รโิ ภคแลว้ ต้องระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ หนึ่งเดือน หรอื ปรับตง้ั แตห่ ้า
รอ้ ยบาทถงึ หนงึ่ หมื่นบาท หรอื ทง้ั จาท้งั ปรบั เว้นแต่จะพสิ จู นไ์ ดว้ า่ ตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรใน
การประกอบธุรกจิ เช่นนน้ั แล้ว
มาตรา 57 ทว[ิ 20] ผู้ประกอบธุรกจิ ผใู้ ดฝ่าฝนื หรอื ไมป่ ฏิบตั ติ ามมาตรา 35 สัตต ต้องระวาง
โทษจาคุกไมเ่ กินหนงึ่ ปี หรอื ปรับไมเ่ กนิ หน่งึ แสนบาท หรือทงั้ จาทง้ั ปรบั
มาตรา 58 ผู้ใดกระทาความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ภ้ี ายในสถานที่ประกอบธรุ กจิ ของผู้
ประกอบธรุ กิจและการกระทานั้นเปน็ ไปเพื่อประโยชนข์ องผปู้ ระกอบธุรกิจ ใหส้ ันนษิ ฐานวา่ ผปู้ ระกอบ
ธรุ กจิ เป็นผู้กระทาผิดรว่ มด้วย เวน้ แต่จะพสิ จู นไ์ ด้ว่าตนไมส่ ามารถคาดหมายไดว้ ่าบคุ คลน้นั จะกระทา
ความผิดแม้จะใช้ความระมดั ระวงั ตามสมควรแลว้
มาตรา 59 ในกรณีทผี่ ้กู ระทาความผดิ ซึ่งตอ้ งรบั โทษตามพระราชบญั ญตั นิ เี้ ปน็ นิตบิ คุ คล
กรรมการหรือผจู้ ัดการหรือผรู้ ับผดิ ชอบในการดาเนินการของนิติบคุ คลน้ันต้องรบั โทษตามทกี่ ฎหมาย
กาหนดสาหรบั ความผดิ นนั้ ๆ ดว้ ย เว้นแต่จะพิสจู น์ได้วา่ ตนมิไดม้ ีส่วนในการกระทาความผิดของนิตบิ คุ คล
นน้ั
มาตรา 60 ผใู้ ดโดยเจตนาทจุ รติ ใช้ จ้าง วาน ยยุ ง หรอื ดาเนนิ การใหส้ มาคมท่ีคณะกรรมการ
รับรองตามมาตรา 40 ฟ้องรอ้ งผู้ประกอบธรุ กจิ คนใดเป็นคดแี พง่ หรือคดีอาญาตอ่ ศาล เพ่อื กล่ันแกล้งผู้
ประกอบธรุ กิจน้นั ให้ได้รับความเสียหาย ต้องระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ หกเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หา้ หมน่ื บาท
หรอื ทั้งจาท้งั ปรบั
มาตรา 61 ผ้ใู ดเปดิ เผยข้อเทจ็ จรงิ ใดเกี่ยวกบั กจิ การของผปู้ ระกอบธุรกิจอนั เปน็ ข้อเทจ็ จรงิ ที่
ตามปกตวิ ิสยั ของผปู้ ระกอบธรุ กจิ จะพงึ สงวนไว้ไมเ่ ปดิ เผย ซง่ึ ตนได้มาหรอื ลว่ งรู้เน่อื งจากการปฏิบตั ิการ
ตามพระราชบัญญัตนิ ้ี ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กินหนง่ึ ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กินหน่ึงแสนบาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรับ
เว้นแตเ่ ปน็ การเปิดเผยในการปฏิบัติราชการหรอื เพือ่ ประโยชนใ์ นการสอบสวน หรอื การพิจารณาคดี
ผ้ใู ดไดม้ าหรอื ล่วงรูข้ อ้ เทจ็ จรงิ ใดจากบุคคลตามวรรคหนงึ่ เนอ่ื งในการปฏบิ ตั ริ าชการหรือการ
สอบสวนหรือการพจิ ารณาคดี แล้วเปิดเผยข้อเท็จจรงิ นั้นในประการทนี่ ่าจะเสียหายแกผ่ หู้ นึ่งผใู้ ดต้อง
ระวางโทษเชน่ เดยี วกัน
508
มาตรา 62 บรรดาความผิดตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี คณะกรรมการมอี านาจเปรยี บเทียบได้ และ
ในการนีใ้ ห้คณะกรรมการมีอานาจมอบหมายให้คณะกรรมการเฉพาะเรอื่ งหรอื คณะอนกุ รรมการพนักงาน
สอบสวนหรอื พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี ดาเนินการเปรยี บเทยี บได้ โดยจะกาหนดหลกั เกณฑใ์ นการเปรียบเทียบ
หรอื เงอื่ นไขประการใด ๆ ให้แก่ผู้ไดร้ ับมอบหมายตามท่เี หน็ สมควรด้วยก็ได้
ภายใต้บังคบั ของบทบญั ญตั ิตามวรรคหนง่ึ ในการสอบสวนถา้ พนกั งานสอบสวนพบวา่ บุคคลใด
กระทาความผิดตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี และบคุ คลนั้นยินยอมใหเ้ ปรยี บเทียบ ใหพ้ นกั งานสอบสวนสง่ เร่อื ง
มายงั คณะกรรมการหรือผซู้ งึ่ คณะกรรมการมอบหมายใหม้ อี านาจเปรยี บเทยี บตามวรรคหนึ่งภายในเจ็ดวนั
นบั แต่วนั ท่ผี ู้นั้นแสดงความยนิ ยอมใหเ้ ปรียบเทยี บ
เมอื่ ผกู้ ระทาความผิดไดเ้ สยี ค่าปรับตามทเี่ ปรยี บเทยี บแล้ว ใหถ้ ือว่าคดีเลกิ กนั ตามประมวล
กฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา
ผรู้ บั สนองพระบรมราชโองการ
ส. โหตระกิตย์
รองนายกรฐั มนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เน่ืองจากปจั จุบันนี้การเสนอ
สินค้าและบริการต่าง ๆ ต่อประชาชนนับวันแต่จะเพิ่มมากข้ึนผู้ประกอบธุรกิจการค้าและผู้ที่ประกอบ
ธุรกิจโฆษณาได้นาวิชาการในทางการตลาดและทางการโฆษณามาใช้ในการส่งเสริมการขายสินค้าและ
บริการ ซ่ึงการกระทาดังกล่าวทาให้ผู้บริโภคตกอยู่ในฐานะท่ีเสียเปรยี บ เพราะผู้บริโภคไม่อยู่ในฐานะที่
ทราบภาวะตลาด และความจริงทเี่ กี่ยวกับคุณภาพและราคาของสินค้าและบริการตา่ ง ๆ ได้อย่างถูกตอ้ ง
ทันท่วงที นอกจากนั้นในบางกรณีแม้จะมีกฎหมายให้ความคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคโดยการกาหนด
คุณภาพและราคาของสินค้าและบริการอยู่แล้วก็ตาม แต่การท่ีผบู้ ริโภคแต่ละรายจะไปฟ้องรอ้ งดาเนินคดี
กบั ผู้ประกอบธรุ กิจการคา้ หรอื ผู้ประกอบธุรกิจโฆษณาเมื่อมกี ารละเมดิ สิทธิของผู้บรโิ ภค ย่อมจะเสียเวลา
และค่าใช้จ่ายเป็นการไม่คุ้มค่า และผู้บรโิ ภคจานวนมากไม่อยู่ในฐานะท่จี ะสละเวลาและเสียค่าใช้จา่ ยใน
การดาเนินคดีได้ และในบางกรณกี ไ็ ม่อาจระงบั หรือยับยัง้ การกระทาที่จะเกิดความเสยี หายแกผ่ บู้ ริโภคได้
ทันท่วงที สมควรมีกฎหมายให้ความคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคเป็นการท่ัวไป โดยกาหนดหน้าที่ของผู้
ประกอบธุรกิจการค้าและผู้ประกอบธุรกิจโฆษณาต่อผู้บริโภค เพื่อให้ความเป็นธรรมตามสมควรแก่
ผ้บู ริโภค ตลอดจนจดั ให้มีองคก์ รของรัฐท่เี หมาะสมเพือ่ ตรวจตรา ดูแลและประสานงานการปฏิบัตงิ านของ
ส่วนราชการตา่ ง ๆ ในการใหค้ วามคุ้มครองผูบ้ ริโภค จึงจาเปน็ ต้องตราพระราชบญั ญตั นิ ขี้ ้ึน
พระราชบัญญตั ิคุม้ ครองผบู้ ริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 509
พระราชบัญญัติคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2541
มาตรา 20 ให้คณะกรรมการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคตามพระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครองผ้บู ริโภค พ.ศ.
2522 ซึง่ มีอย่ใู นวนั ทพี่ ระราชบญั ญัตนิ ป้ี ระกาศในราชกจิ จานุเบกษา ปฏบิ ตั หิ น้าทต่ี ่อไปจนกว่าจะไดม้ ี
คณะกรรมการคุ้มครองผบู้ ริโภคตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
มาตรา 21 ในระหว่างทีบ่ ทบญั ญัตมิ าตรา 8 แหง่ พระราชบญั ญตั ิน้ียงั มิได้ใช้บงั คบั ใหอ้ านาจ
หน้าที่ของเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผบู้ รโิ ภค และของสานกั งานคณะกรรมการคมุ้ ครองผูบ้ ริโภค
สานกั นายกรัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัตคิ ุ้มครองผบู้ รโิ ภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแกไ้ ขเพมิ่ เติมโดย
พระราชบัญญตั นิ ้ี เป็นอานาจหนา้ ทีข่ องผอู้ านวยการสานกั งานคณะกรรมการคุม้ ครองผบู้ ริโภค หรอื ของ
สานกั งานคณะกรรมการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค สานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัตคิ ุ้มครอง
ผ้บู รโิ ภค พ.ศ. 2522 แลว้ แต่กรณี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญัตฉิ บบั น้ี คือ เนื่องจากบทบญั ญตั ิแหง่
พระราชบัญญตั ิคมุ้ ครองผูบ้ ริโภค พ.ศ. 2522 ในส่วนท่ีเกีย่ วกับองคป์ ระกอบของคณะกรรมการคุ้มครอง
ผบู้ ริโภคและการบริหารงานคมุ้ ครองผบู้ ริโภค อนั ไดแ้ ก่ การตรวจตรา กากบั ดแู ล และประสานงานการ
ปฏบิ ัตงิ านของสว่ นราชการตา่ ง ๆ ในการให้ความคุ้มครองแก่ผู้บรโิ ภค ยงั ไม่เหมาะสม และโดยที่ใน
ปจั จุบนั ปรากฏวา่ มีผบู้ รโิ ภคเปน็ จานวนมากยังไม่ไดร้ บั การคมุ้ ครองสิทธติ ามทกี่ ฎหมายเฉพาะวา่ ด้วยการ
นนั้ ๆ บญั ญัตไิ ว้อย่างมปี ระสิทธิภาพ ตลอดจนมผี บู้ ริโภคเปน็ จานวนมากร้องเรยี นวา่ ไม่ได้รับความเปน็
ธรรมในการทาสัญญากับผ้ปู ระกอบธรุ กจิ มากขึน้ สมควรแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ บทบญั ญตั ิดงั กลา่ วเพ่ือปรบั ปรุง
องคป์ ระกอบของคณะกรรมการค้มุ ครองผบู้ ริโภค ปรบั ปรุงองค์กรบรหิ ารงานคมุ้ ครองผบู้ ริโภค คอื
สานกั งานคณะกรรมการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคให้ดาเนนิ งานได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพทั้งในสว่ นกลางและส่วน
ภมู ิภาค และปรบั ปรงุ อานาจของคณะกรรมการเฉพาะเรือ่ งและคณะกรรมการคมุ้ ครองผู้บริโภค ในการ
เสนอเรอื่ งใหน้ ายกรฐั มนตรพี จิ ารณาออกคาสั่งเกย่ี วกบั การคมุ้ ครองผู้บรโิ ภคตามพระราชบญั ญัติน้ไี ด้ใน
กรณจี าเป็น หรือรบี ด่วนใหเ้ หมาะสมและมปี ระสทิ ธภิ าพยง่ิ ขึ้น ตลอดจนเพม่ิ บทบญั ญัตกิ าหนดสทิ ธแิ ละ
การคุ้มครองสทิ ธขิ องผบู้ รโิ ภคท่จี ะไดร้ บั ความเปน็ ธรรมในการทาสญั ญาไวโ้ ดยเฉพาะ และทั้งเปน็ การ
สมควรปรบั ปรงุ อตั ราโทษเก่ียวกบั การกระทาผิดในเรอื่ งการโฆษณาและฉลากใหเ้ หมาะสมยง่ิ ขึน้ จึง
จาเป็นตอ้ งตราพระราชบัญญตั ินี้ขน้ึ
พระราชบัญญัตโิ อนอานาจหน้าท่ีและกจิ การบรหิ ารบางส่วนของสานักเลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี
สานกั นายกรฐั มนตรี ไปเปน็ ของสานกั งานคณะกรรมการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค สานักนายกรฐั มนตรี พ.ศ.
2541[22]
มาตรา 3 ใหโ้ อนอานาจหนา้ ทีข่ องสานกั เลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี สานกั นายกรฐั มนตรแี ละของ
เจา้ หนา้ ทีส่ านกั เลขาธกิ ารนายกรฐั มนตรี สานักนายกรัฐมนตรี เฉพาะในสว่ นทเี่ กี่ยวกับสานกั งาน
คณะกรรมการคมุ้ ครองผ้บู รโิ ภค ไปเปน็ ของสานกั งานคณะกรรมการคุ้มครองผ้บู ริโภค สานัก
510
นายกรัฐมนตรี หรอื ของเจา้ หนา้ ทีส่ านกั งานคณะกรรมการคมุ้ ครองผู้บรโิ ภคสานกั นายกรฐั มนตรี แลว้ แต่
กรณี
มาตรา 4 ให้โอนบรรดากจิ การ ทรัพย์สิน สทิ ธิ หนี้ ข้าราชการ ลูกจา้ ง และเงินงบประมาณของ
สานกั เลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี สานกั นายกรฐั มนตรี เฉพาะในส่วนที่เก่ียวกบั สานักงานคณะกรรมการ
คมุ้ ครองผ้บู รโิ ภค ไปเป็นของสานกั งานคณะกรรมการคมุ้ ครองผบู้ ริโภคสานักนายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบัญญตั ิฉบับน้ี คือ เนอ่ื งจากไดม้ กี ารยกฐานะ
สานักงานคณะกรรมการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค สานกั เลขาธิการนายกรฐั มนตรี ให้มฐี านะเทียบเทา่ กรม สังกัด
สานกั นายกรัฐมนตรี ตามพระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครองผบู้ รโิ ภค (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2541 ในการนส้ี มควรโอน
บรรดาอานาจหนา้ ที่ กจิ การ ทรพั ย์สิน สิทธิ หน้ี ข้าราชการ ลูกจา้ ง และเงินงบประมาณของสานกั
เลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี เฉพาะในสว่ นทีเ่ กยี่ วกบั สานกั งานคณะกรรมการค้มุ ครองผบู้ ริโภค ไปเปน็ ของ
สานักงานคณะกรรมการคมุ้ ครองผบู้ ริโภค สานกั นายกรฐั มนตรี จงึ จาเป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญัติน้ี
แนวข้อสอบพระราชบญั ญตั คิ ุ้มครองผ้บู ริโภค พ.ศ. 2522แก้ไขเพ่มิ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 511
,(ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2556
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บรโิ ภค พ.ศ. 2522แกไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2541 ,(ฉบับ
ท่ี 3) พ.ศ. 2556
**********************
1. พระราชบญั ญตั ิคมุ้ ครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ใหใ้ ช้บงั คับเม่ือใด
ก. วนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป
ข. วันถดั จากประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
ค. เมือ่ พ้นกาหนด 90 วันนับแตว่ นั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ต้นไป
ง. เม่อื พน้ กาหนด 180 วันนับแต่วนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป
2. ใครรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี
ก. นายกรฐั มนตรี
ข. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ค. ปลัดสานักนายกรฐั มนตรี
ง. ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
3. ผู้บรโิ ภคมสี ทิ ธิไดร้ ับความคุ้มครองตามข้อใด
ก. สทิ ธทิ จ่ี ะมอี สิ ระในการเลอื กหาสินคา้ หรือบริการ
ข. สิทธิทจี่ ะไดร้ บั การพจิ ารณาและชดเชยความเสยี หาย
ค. สิทธทิ จี่ ะได้รบั ความเปน็ ธรรมในการทาสญั ญา
ง. ถกู ทุกข้อ
4. ให้พนักงานเจา้ หน้าท่ีมอี านาจหนา้ ที่ในการปฏิบัติหนา้ ท่ตี ามพระราชบญั ญตั ินตี้ ามข้อใด
ก. คน้ ยดึ หรืออายดั สินคา้ ภาชนะหรอื หบี หอ่ บรรจุสินค้า ฉลากหรอื เอกสารอื่นทไ่ี มเ่ ป็นไปตาม
พระราชบัญญัตนิ ้ี
ข. มหี นังสอื เรียกให้บุคคลใด ๆ มาใหถ้ ้อยคา หรือส่งเอกสารและหลกั ฐานทจี่ าเป็น เพ่ือ
ประกอบการพจิ ารณาของพนกั งานเจ้าหน้าที่
ค. นบั ชั่ง ตวง วดั ตรวจสนิ คา้ และเก็บหรอื นาสนิ คา้ ในปรมิ าณพอสมควรไปเป็นตวั อยา่ งเพ่อื
ทาการทดสอบโดยไม่ต้องชาระราคาสินคา้ นน้ั
ง. ถูกทกุ ขอ้
512
5. ใครเป็นประธานคณะกรรมการค้มุ ครองผู้บรโิ ภค
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. ปลดั กระทรวงมหาดไทย
ค. ปลดั สานกั นายกรัฐมนตรี
ง. ปลดั กระทรวงอตุ สาหกรรม
6. บุคคลใดไมไ่ ดเ้ ป็นกรรมการในคณะกรรมการคมุ้ ครองผู้บริโภค
ก. ปลดั กระทรวงพาณิชย์
ข. ปลดั กระทรวงอตุ สาหกรรม
ค. ปลัดกระทรวงคมนาคม
ง. ปลัดกระทรวงยุติธรรม
7. ข้อใดเปน็ อานาจหนา้ ท่ขี องคณะกรรมการคมุ้ ครองผู้บริโภค
ก. พิจารณาเร่อื งราวร้องทกุ ขจ์ ากผบู้ รโิ ภคท่ีได้รบั ความเดือดร้อนหรือเสยี หาย
อนั เนื่องมาจากการกระทาของผปู้ ระกอบธุรกจิ
ข. วางระเบยี บเกี่ยวกบั การปฏบิ ัตหิ น้าทข่ี องคณะกรรมการเฉพาะเรือ่ งและคณะอนกุ รรมการ
ค. สอดสอ่ งเรง่ รัดพนกั งานเจา้ หน้าที่ ส่วนราชการ หรอื หน่วยงานอ่ืนของรัฐให้
ปฏบิ ตั ิการตามอานาจและหนา้ ที่ทกี่ ฎหมายกาหนด
ง. ถูกทกุ ข้อ
8. ผู้ทรงคณุ วุฒใิ นคณะกรรมการคุ้มครองผู้บรโิ ภค ดารงตาแหน่งก่ีปี
ก. คราวละ 3 ปี วาระเดียว
ข. คราวละ 3 ปี อาจไดร้ บั แตง่ ตง้ั อีกได้
ค. คราวละ 4 ปี วาระเดียว
ง. คราวละ 4 ปี อาจได้รบั แตง่ ตงั้ อกี ได้
แนวข้อสอบพระราชบญั ญัตคิ มุ้ ครองผู้บรโิ ภค พ.ศ. 2522แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2541 513
,(ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2556
9. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้อง
ก. การประชมุ คณะกรรมการทกุ คราวต้องมกี รรมการมาประชุมไมต่ ่ากวา่ ก่ึงหนง่ึ ของ
จานวนกรรมการท้งั หมด จงึ จะเป็นองค์ประชุม
ข. ถา้ ประธานกรรมการไมม่ าประชุมหรอื ไมอ่ ยู่ในทป่ี ระชมุ ใหร้ องประธานเป็นประธานในท่ี
ประชมุ
ค. การวนิ ิจฉัยชี้ขาดของทป่ี ระชุมให้ถอื เสียงขา้ งมาก กรรมการคนหนึ่งใหม้ เี สยี งหนงึ่ ใน
การลงคะแนน ถ้าคะแนนเสยี งเทา่ กัน ใหป้ ระธานในทปี่ ระชุมออกเสยี งเพม่ิ ขึน้ อกี เสียงหน่งึ
เปน็ เสียงชี้ขาด
ง. ถูกทง้ั ข้อ ก และ ค
10. คณะกรรมการเฉพาะเรอ่ื ง ประกอบดว้ ยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒใิ นเร่ืองทเ่ี กยี่ วขอ้ งตามท่ี
คณะกรรมการแต่งตง้ั ขึน้ มจี านวนเท่าไร
ก. ไมเ่ กนิ 10 คน
ข. ไม่นอ้ ยกวา่ 5 คนแตไ่ มเ่ กนิ 10 คน
ค. ไมน่ ้อยกว่า 7 คนแต่ไม่เกนิ 13 คน
ง. ตงั้ แต่ 10 คนขึน้ ไป
11. กรรมการเฉพาะเรอ่ื ง อยใู่ นตาแหน่งคราวละก่ีปี
ก. 2 ปี ข. 3 ปี
ค. 4 ปี ง. 5 ปี
12. สานกั งานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บรโิ ภคตั้งอยู่ที่ใด
ก. สานักนายกรฐั มนตรี
ข. กระทรวงมหาดไทย
ค. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ง. กระทรวงอุตสาหกรรม
514
13. สานักงานคณะกรรมการค้มุ ครองผู้บริโภคมีอานาจและหนา้ ทต่ี ามขอ้ ใด
ก. สนับสนุนหรอื ทาการศกึ ษาและวจิ ยั ปญั หาเก่ียวกบั การคุ้มครองผบู้ ริโภครว่ มกบั
สถาบนั การศกึ ษาและหนว่ ยงานอนื่
ข. รับเรอ่ื งราวรอ้ งทกุ ข์จากผ้บู ริโภคทไ่ี ด้รบั ความเดอื ดรอ้ นหรอื เสยี หายอันเน่ืองมาจากการ
กระทาของผปู้ ระกอบธรุ กิจ เพ่ือเสนอตอ่ คณะกรรมการ
ค. ประสานงานกบั สว่ นราชการหรือหนว่ ยงานของรฐั
ง. ถูกทกุ ขอ้
14. ขอ้ ความใด ถอื ว่าเป็นขอ้ ความที่เปน็ การไมเ่ ป็นธรรมต่อผู้บรโิ ภคหรือเป็นข้อความทอ่ี าจ
กอ่ ใหเ้ กดิ ผลเสยี ต่อสังคมเป็นสว่ นรวม
ก. ขอ้ ความท่ีเปน็ เท็จหรอื เกินความจรงิ
ข. ขอ้ ความท่จี ะทาให้เกิดความแตกแยกหรือเสอื่ มเสยี ความสามคั คีในหม่ปู ระชาชน
ค. ข้อความทนี่ าไปสู่ความเสอื่ มเสียในวฒั นธรรมของชาติ
ง. ถกู ทกุ ข้อ
15. ในกรณที ่ีคณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณาเห็นวา่ การโฆษณาใดฝ่าฝืนใหม้ อี านาจออกคาสัง่
อย่างใด
ก. ใหแ้ ก้ไขขอ้ ความหรอื วิธีการในการโฆษณา
ข. ห้ามการโฆษณาหรือหา้ มใช้วธิ กี ารนน้ั ในการโฆษณา
ค. ห้ามการใช้ขอ้ ความบางอย่างทป่ี รากฏในการโฆษณา
ง. ถกู ทุกขอ้
16. ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดสงสยั ว่าการโฆษณาของตนจะเป็นการฝ่าฝนื หรอื ไมเ่ ป็นไปตาม
พระราชบญั ญัตินี้ ผู้ประกอบธุรกิจผู้น้ันอาจขอให้คณะกรรมการว่าดว้ ยการโฆษณาพิจารณา
ให้ความเหน็ ในเรอื่ งน้ันกอ่ นทาการโฆษณาได้ ในกรณีน้ีคณะกรรมการวา่ ด้วยการโฆษณา
จะตอ้ งให้ความเห็นและแจ้งใหผ้ ขู้ อทราบภายในกวี่ ัน
ก. 10 วนั นับแตว่ นั ทคี่ ณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาได้รับคาขอ
ข. 15 วนั นับแต่วนั ท่คี ณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาได้รบั คาขอ
ค. 30 วันนบั แต่วันที่คณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณาได้รบั คาขอ
ง. 45 วันนบั แตว่ ันที่คณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณาไดร้ บั คาขอ
แนวขอ้ สอบพระราชบญั ญตั คิ มุ้ ครองผบู้ รโิ ภค พ.ศ. 2522แก้ไขเพ่มิ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 515
,(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556
17. ฉลากของสนิ คา้ ท่คี วบคมุ ฉลาก จะตอ้ งมีลกั ษณะตามขอ้ ใด
ก. ใชข้ อ้ ความท่ีโฆษณาสาระสาคญั เก่ยี วกับสินคา้
ข. ตอ้ งระบขุ อ้ ความสถานทผี่ ลิตหรอื สถานทป่ี ระกอบธรุ กจิ นาเขา้ แล้วแต่กรณี
ค. ต้องระบุข้อความอนั จาเป็น ไดแ้ ก่ ราคา ปรมิ าณ วธิ ใี ช้ ข้อแนะนา คาเตอื น วนั เดือน ปีท่ี
หมดอายุ
ง. ถกู เฉพาะข้อ ข และ ค
18. ขอ้ ใดกลา่ วถูกต้อง
ก. ในการประกอบธรุ กจิ ทค่ี วบคุมรายการในหลกั ฐานการรบั เงนิ หลกั ฐานการรบั เงินหา้ มใช้
ข้อความท่ไี มเ่ ปน็ ธรรมตอ่ ผบู้ รโิ ภค
ข. ในกรณีทผ่ี ปู้ ระกอบธรุ กจิ ขายสนิ คา้ หรือใหบ้ รกิ ารโดยให้คาม่นั ว่าจะทาสญั ญารับประกันใหไ้ ว้
แก่ผบู้ ริโภค สญั ญาดงั กลา่ วตอ้ งทาเปน็ หนังสอื ลงลายมอื ชื่อของผปู้ ระกอบธุรกิจหรือผู้แทน
และตอ้ งส่งมอบสัญญาน้นั แก่ผบู้ รโิ ภคพรอ้ มกับการสง่ มอบสนิ ค้าหรอื ใหบ้ รกิ าร
ค. ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดสงสัยว่าแบบสัญญาหรือแบบหลักฐานการรบั เงินของตนจะเป็นการฝา่
ฝืนหรอื ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญตั ิน้ี ผูป้ ระกอบธรุ กจิ ผนู้ น้ั อาจขอให้คณะกรรมการว่าด้วย
สัญญาให้ความเห็นในแบบสัญญาหรือแบบหลักฐานการรับเงินน้ันก่อนได้
ง. ถูกทุกข้อ
19. ในกรณที ่ีผลการทดสอบหรอื พสิ จู น์ปรากฏว่าสินค้านั้นอาจเปน็ อันตรายแกผ่ ูบ้ รโิ ภค และไม่
อาจปอ้ งกันอันตรายที่จะเกิดจากสินค้าน้ันไดโ้ ดยการกาหนดฉลาก ใหค้ ณะกรรมการมีอานาจ
ออกคาส่ังตามข้อใด
ก. หา้ มผปู้ ระกอบธุรกจิ ขายสนิ คา้ น้นั
ข. ใหผ้ ูป้ ระกอบธุรกิจทาลายสนิ ค้าน้นั
ค. ใหผ้ ปู้ ระกอบธุรกจิ จดั เกบ็ สนิ คา้ ทยี่ งั ไม่ไดจ้ าหน่ายแก่ผบู้ รโิ ภคกลับคืน หรอื เรยี กคืนสินค้าจาก
ผู้บรโิ ภค
ง. ถูกทกุ ข้อ
516
20. การอุทธรณใ์ ห้ยนื่ ตอ่ คณะกรรมการภายในก่ีวนั
ก. 5 วันนบั แตว่ นั ทผี่ ู้อุทธรณ์ได้รับทราบคาสัง่ ของคณะกรรมการเฉพาะเร่ือง
ข. 10 วันนบั แตว่ ันที่ผอู้ ทุ ธรณไ์ ดร้ ับทราบคาส่ังของคณะกรรมการเฉพาะเร่อื ง
ค. 15 วันนบั แต่วนั ที่ผู้อุทธรณไ์ ด้รบั ทราบคาสั่งของคณะกรรมการเฉพาะเรอื่ ง
ง. 20 วนั นับแตว่ นั ทผ่ี ้อู ุทธรณไ์ ด้รบั ทราบคาสั่งของคณะกรรมการเฉพาะเรอื่ ง
21. ผใู้ ดขดั ขวางหรือไม่อานวยความสะดวก ไมใ่ ห้ถอ้ ยคา หรือไม่สง่ เอกสาร หรอื หลักฐานแก่
พนกั งานเจ้าหนา้ ที่ ต้องไดร้ ับโทษอยา่ งไร
ก. จาคกุ ไมเ่ กนิ 1 เดือน
ข. ปรบั ไมเ่ กนิ 10,000 บาท
ค. จาคกุ ไมเ่ กนิ 1 เดือน หรอื ปรับไม่เกนิ 10,000 บาท หรอื ทง้ั จาทั้งปรบั
ง. จาคกุ ไม่เกิน 2 เดือน หรอื ปรับไมเ่ กนิ 10,000 บาท หรอื ทง้ั จาทง้ั ปรบั
22. ผู้ประกอบธุรกิจผใู้ ดไมป่ ฏบิ ตั ติ ามคาสง่ั ของคณะกรรมการวา่ ด้วยฉลากตอ้ งไดร้ บั โทษอยา่ งไร
ก. จาคุกไมเ่ กนิ 1 เดอื น หรือปรบั ไม่เกนิ 10,000 บาท หรอื ทั้งจาท้ังปรบั
ข. จาคุกไม่เกนิ 6 เดอื น หรอื ปรับไมเ่ กนิ 50,000 บาท หรอื ท้ังจาท้ังปรบั
ค. ปรับไมเ่ กนิ 50,000 บาท
ง. จาคกุ ไมเ่ กนิ 1 เดือน
23. ผ้ใู ดโดยเจตนาทุจริต ใช้ จ้าง วาน ยุยง หรือดาเนนิ การให้สมาคมหรือมูลนิธิที่คณะกรรมการ
รับรอง ฟ้องร้องผู้ประกอบธุรกิจคนใดเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญาต่อศาล เพ่ือกล่ันแกล้งผู้
ประกอบธรุ กจิ นั้นใหไ้ ดร้ ับความเสียหาย ต้องได้รบั โทษอย่างไร
ก. จาคุกไม่เกิน 6 เดือน
ข. ปรับไมเ่ กิน 300,000 บาท
ค. จาคุกไมเ่ กิน 2 ปี หรอื ปรับไมเ่ กิน 100,000 บาท หรอื ทั้งจาทั้งปรับ
ง. จาคุกไมเ่ กนิ 3 ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ 300,000 บาท หรอื ท้งั จาทั้งปรบั
แนวขอ้ สอบพระราชบญั ญตั คิ มุ้ ครองผบู้ ริโภค พ.ศ. 2522แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2541 517
,(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556
24. ผู้ใดเปดิ เผยข้อเท็จจรงิ ใดเก่ยี วกบั กิจการของผู้ประกอบธุรกจิ อันเป็นขอ้ เทจ็ จรงิ ทต่ี ามปกติ
วิสยั ของผู้ประกอบธรุ กจิ จะพึงสงวนไวไ้ มเ่ ปิดเผย ซงึ่ ตนได้มาหรอื ลว่ งรู้เนอื่ งจากการ
ปฏิบตั ิการตามพระราชบัญญตั ินี้ ต้องไดร้ ับโทษอยา่ งไร
ก. จาคุกไมเ่ กนิ 2 ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ 100,000 บาท หรือทั้งจาท้งั ปรับ
ข. จาคุกไมเ่ กนิ 1 ปี หรอื ปรับไมเ่ กิน 100,000 บาท หรอื ทง้ั จาท้งั ปรบั
ค. จาคุกไมเ่ กนิ 2 ปี หรือปรับไมเ่ กิน 50,000 บาท หรอื ท้งั จาทงั้ ปรบั
ง. จาคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไมเ่ กิน 100,000 บาท หรือทง้ั จาท้ังปรบั
25. ผู้ใดโดยเจตนาก่อใหเ้ กิดความเขา้ ใจผิดในแหล่งกาเนดิ สภาพ คุณภาพ ปรมิ าณ หรอื
สาระสาคัญประการอนื่ อันเกี่ยวกับสนิ ค้าหรอื บรกิ าร ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อ่นื โฆษณา
หรือใชฉ้ ลากที่มขี ้อความอนั เป็นเทจ็ หรอื ขอ้ ความท่ีรูห้ รอื ควรรู้อยแู่ ล้ววา่ อาจก่อใหเ้ กิดความ
เขา้ ใจผิดเชน่ ว่าน้ัน ต้องได้รบั โทษอยา่ งไร
ก. จาคุกไม่เกนิ 6 เดือน หรือปรบั ไม่เกิน 50,000 บาท หรอื ทงั้ จาทง้ั ปรบั
ข. จาคกุ ไมเ่ กิน 1 เดือน หรือปรบั ไมเ่ กิน 10,000 บาท หรอื ทั้งจาทัง้ ปรบั
ค. จาคุกไม่เกิน 2 ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กิน 50,000 บาท หรือทัง้ จาทงั้ ปรบั
ง. จาคกุ ไมเ่ กนิ 3 ปี หรอื ปรับไมเ่ กนิ 100,000 บาท หรือทง้ั จาท้งั ปรับ
******************************
518
เฉลยแนวข้อสอบพระราชบญั ญตั ิค้มุ ครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522แก้ไขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2541 ,
(ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2556
1. ตอบ ข. วนั ถดั จากประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ต้นไป
มาตรา 2 พระราชบัญญตั นิ ้ีให้ใชบ้ งั คับต้งั แตว่ ันถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้
ไป
2. ตอบ ก. นายกรฐั มนตรี
มาตรา 22 ให้นายกรัฐมนตรรี กั ษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
3. ตอบ ง. ถกู ทุกข้อ
มาตรา 4 ผบู้ รโิ ภคมสี ิทธิได้รบั ความคมุ้ ครองดงั ต่อไปนี้
(1) สทิ ธิทจ่ี ะได้รบั ข่าวสารรวมท้งั คาพรรณนาคณุ ภาพที่ถูกตอ้ งและเพยี งพอเกยี่ วกับ
สินคา้ หรอื บรกิ าร
(2) สทิ ธทิ จี่ ะมอี สิ ระในการเลอื กหาสนิ ค้าหรอื บริการ
(3) สิทธิทจ่ี ะได้รบั ความปลอดภยั จากการใชส้ ินคา้ หรอื บรกิ าร
(3ทว)ิ สิทธิทจี่ ะไดร้ บั ความเป็นธรรมในการทาสญั ญา
(4) สทิ ธทิ จี่ ะไดร้ บั การพจิ ารณาและชดเชยความเสียหาย
4. ตอบ ง. ถูกทุกข้อ ตามมาตรา 5
5. ตอบ ก. นายกรฐั มนตรี
มาตรา 9 ใหม้ คี ณะกรรมการคณะหน่งึ เรยี กว่า “คณะกรรมการคุ้มครองผบู้ รโิ ภค”ประกอบดว้ ย
นายกรฐั มนตรี เป็นประธานกรรมการ เลขาธกิ ารนายกรฐั มนตรี ปลัดสานกั นายกรัฐมนตรี
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลดั กระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวง
อตุ สาหกรรม ปลัดกระทรวงคมนาคม เลขาธกิ ารคณะกรรมการอาหารและยา และผทู้ รงคณุ วฒุ ิอกี ไม่
เกนิ แปดคนซงึ่ คณะรัฐมนตรแี ต่งตงั้ เปน็ กรรมการ และเลขาธิการคณะกรรมการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค เปน็
กรรมการและเลขานกุ าร
6. ตอบ ง. ปลดั กระทรวงยตุ ธิ รรม
มาตรา 9 ให้มีคณะกรรมการคณะหนง่ึ เรยี กว่า “คณะกรรมการคมุ้ ครองผบู้ ริโภค”
ประกอบด้วยนายกรฐั มนตรี เป็นประธานกรรมการ เลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี ปลดั สานกั นายกรฐั มนตรี
เฉลยแนวข้อสอบพระราชบญั ญตั ิคุม้ ครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522แกไ้ ขเพ่มิ เติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 519
2541 ,(ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2556
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลดั กระทรวงพาณิชย์ ปลดั กระทรวงอตุ สาหกรรม ปลัดกระทรวง
คมนาคม เลขาธกิ ารคณะกรรมการอาหารและยา ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ทรงคณุ วุฒอิ กี ไมเ่ กิน
แปดคนซ่ึงคณะรัฐมนตรแี ต่งตงั้ เปน็ กรรมการ และเลขาธิการคณะกรรมการค้มุ ครองผบู้ รโิ ภค เป็น
กรรมการและเลขานกุ าร
7. ตอบ ง. ถูกทกุ ขอ้ ตามมาตร 10
8. ตอบ ข. คราวละ 3 ปี อาจได้รับแต่งตั้งอกี ได้
มาตรา 11 ใหก้ รรมการซ่งึ คณะรฐั มนตรีแตง่ ตั้ง อยใู่ นตาแหนง่ คราวละสามปี กรรมการทพ่ี น้ จาก
ตาแหน่งอาจไดร้ ับแต่งตงั้ อีกได้
9. ตอบ ง. ถกู ทงั้ ขอ้ ก และ ค
มาตรา 13 ในการประชมุ คณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไมม่ าประชุมหรอื ไมอ่ ย่ใู นทป่ี ระชุม
ใหก้ รรมการทมี่ าประชมุ เลอื กกรรมการคนหนึง่ เปน็ ประธานในท่ีประชมุ
การประชุมคณะกรรมการทุกคราวต้องมกี รรมการมาประชุมไมต่ า่ กว่ากึ่งหนง่ึ ของจานวน
กรรมการท้งั หมด จงึ จะเป็นองค์ประชมุ
การวนิ ิจฉยั ชข้ี าดของท่ปี ระชุมใหถ้ อื เสียงขา้ งมาก กรรมการคนหนง่ึ ใหม้ ีเสียงหนึ่งในการ
ลงคะแนน ถา้ คะแนนเสยี งเท่ากนั ใหป้ ระธานในที่ประชมุ ออกเสยี งเพมิ่ ขน้ึ อกี เสยี งหน่ึงเป็นเสยี งชีข้ าด
10. ตอบ ค. ไม่นอ้ ยกวา่ 7 คนแตไ่ มเ่ กนิ 13 คน
มาตรา 14
คณะกรรมการเฉพาะเร่อื ง ประกอบดว้ ยกรรมการผ้ทู รงคณุ วุฒิในเร่อื งทเ่ี กยี่ วข้องตามที่
คณะกรรมการแต่งตง้ั ขึน้ มจี านวนไมน่ อ้ ยกว่าเจด็ คนแต่ไมเ่ กนิ สบิ สามคน
11. ตอบ ก. 2 ปี
มาตรา 14
กรรมการเฉพาะเร่อื ง อยู่ในตาแหน่งคราวละสองปี และใหน้ ามาตรา 11 วรรคสองและมาตรา 12
มาใช้บังคบั โดยอนโุ ลม
12. ตอบ ก. สานกั นายกรฐั มนตรี
มาตรา 19 ให้จัดตั้งสานกั งานคณะกรรมการคุ้มครองผูบ้ ริโภคขึ้นในสานักนายกรัฐมนตรี
13. ตอบ ง. ถูกทกุ ข้อ ตามมาตรา 20
520
14. ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
มาตรา 22
ข้อความดังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นข้อความทีเ่ ป็นการไม่เป็นธรรมต่อผูบ้ ริโภคหรือเป็นข้อความที่อาจ
กอ่ ให้เกดิ ผลเสยี ต่อสงั คมเปน็ สว่ นรวม
(1) ข้อความท่ีเปน็ เทจ็ หรอื เกนิ ความจรงิ
(2) ข้อความที่จะกอ่ ใหเ้ กิดความเข้าใจผิดในสาระสาคัญเกี่ยวกับสนิ ค้าหรอื บรกิ ารไมว่ ่า
จะกระทาโดยใช้หรอื อ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งใดสง่ิ หน่ึงอนั ไม่เปน็ ความจรงิ หรอื เกินความ
จริง หรอื ไมก่ ต็ าม
(3) ข้อความท่ีเป็นการสนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทาผดิ กฎหมายหรือ
ศีลธรรม หรอื นาไปสูค่ วามเส่ือมเสยี ในวัฒนธรรมของชาติ
(4) ขอ้ ความท่จี ะทาให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามคั คใี นหมู่ประชาชน
(5) ขอ้ ความอยา่ งอื่นตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง
ข้อความท่ีใช้ในการโฆษณาที่บุคคลท่ัวไปสามารถรูไ้ ด้ว่าเป็นข้อความทไ่ี ม่อาจเป็นความ
จริงได้โดยแน่แท้ ไม่เป็นข้อความท่ตี ้องห้ามในการโฆษณาตาม (1)
15. ตอบ ง. ถูกทุกขอ้
มาตรา 27 ในกรณที ค่ี ณะกรรมการว่าดว้ ยการโฆษณาเหน็ วา่ การโฆษณาใดฝา่ ฝนื มาตรา 22
มาตรา 23 มาตรา 24 (1) หรอื มาตรา 25 ใหค้ ณะกรรมการวา่ ดว้ ยการโฆษณามอี านาจออกคาสง่ั อย่าง
ใดอยา่ งหนึง่ หรือหลายอยา่ งดงั ตอ่ ไปนี้
(1) ใหแ้ ก้ไขข้อความหรือวิธกี ารในการโฆษณา
(2) ห้ามการใช้ข้อความบางอย่างที่ปรากฏในการโฆษณา
(3) หา้ มการโฆษณาหรอื หา้ มใชว้ ธิ ีการนั้นในการโฆษณา
(4) ให้โฆษณาเพ่ือแก้ไขความเข้าใจผิดของผู้บริโภคท่ีอาจเกิดขึ้นแล้วตามหลักเกณฑ์และ
วธิ กี ารทคี่ ณะกรรมการวา่ ด้วยการโฆษณากาหนด
ในการออกคาสั่งตาม (4) ใหค้ ณะกรรมการว่าดว้ ยการโฆษณากาหนดหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการ
โดยคานงึ ถึงประโยชนข์ องผบู้ ริโภคประกอบกบั ความสจุ รติ ใจในการกระทาของผกู้ ระทาการ
โฆษณา
16. ตอบ ค. 30 วันนับแตว่ ันท่ีคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาไดร้ ับคาขอ
มาตรา 29 ผ้ปู ระกอบธุรกจิ ผู้ใดสงสัยวา่ การโฆษณาของตนจะเปน็ การฝ่าฝืนหรือไม่
เป็นไปตามพระราชบัญญัตนิ ี้ ผปู้ ระกอบธุรกิจผู้นั้นอาจขอใหค้ ณะกรรมการว่าดว้ ยการโฆษณา
พจิ ารณาให้ความเหน็ ในเร่อื งนั้นกอ่ นทาการโฆษณาได้ ในกรณนี คี้ ณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณา
เฉลยแนวขอ้ สอบพระราชบญั ญัติคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค พ.ศ. 2522แก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 521
2541 ,(ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2556
จะต้องให้ความเหน็ และแจง้ ใหผ้ ู้ขอทราบภายในสามสบิ วันนับแต่วันท่คี ณะกรรมการว่าด้วยการ
โฆษณาไดร้ ับคาขอ ถา้ ไมแ่ จง้ ภายในกาหนดระยะเวลาดงั กลา่ ว ใหถ้ ือวา่ คณะกรรมการวา่ ด้วยการ
โฆษณาให้ความเหน็ ชอบแลว้
17. ตอบ ง. ถูกเฉพาะข้อ ข และ ค
มาตรา 31 ฉลากของสนิ คา้ ที่ควบคมุ ฉลาก จะตอ้ งมีลักษณะดงั ตอ่ ไปนี้
(1) ใช้ข้อความท่ีตรงต่อความจริงและไม่มขี ้อความทอี่ าจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสาคญั
เกี่ยวกับสินคา้
(2) ตอ้ งระบขุ อ้ ความดงั ต่อไปนี้
(ก) ชือ่ หรอื เครื่องหมายการคา้ ของผู้ผลิตหรือของผูน้ าเข้าเพือ่ ขาย แลว้ แต่กรณี
(ข) สถานท่ผี ลติ หรือสถานทปี่ ระกอบธรุ กิจนาเข้า แล้วแต่กรณี
(ค) ระบุข้อความที่แสดงให้เข้าใจได้ว่าสินค้าน้ันคืออะไร ในกรณีที่เป็นสินค้านาเข้าให้
ระบุชอื่ ประเทศท่ีผลติ ด้วย
(3) ต้องระบุข้อความอันจาเป็น ได้แก่ ราคา ปริมาณ วิธีใช้ ข้อแนะนา คาเตือน วัน เดือน ปีท่ี
หมดอายุในกรณีเป็นสนิ ค้าที่หมดอายุได้ หรือกรณีอ่ืน เพ่ือคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค ทั้งนี้ ตาม
หลักเกณฑแ์ ละเง่ือนไขทีค่ ณะกรรมการวา่ ดว้ ยฉลากกาหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
18. ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
19. ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
มาตรา 36 ในกรณีท่ีผลการทดสอบหรือพิสูจน์ปรากฏว่าสินค้าน้ันอาจเป็นอันตรายแก่
ผู้บริโภค และไม่อาจป้องกนั อันตรายท่ีจะเกิดจากสินค้าน้ันได้โดยการกาหนดฉลากตามมาตรา 30 หรือ
ตามกฎหมายอื่น ให้คณะกรรมการมอี านาจออกคาสง่ั อยา่ งหนง่ึ อย่างใดดงั ต่อไปน้ี
(1) ห้ามผู้ประกอบธรุ กจิ ขายสินค้านน้ั
(2) ให้ผู้ประกอบธุรกจิ จดั เกบ็ สินค้าท่ียังไมไ่ ด้จาหน่ายแก่ผู้บรโิ ภคกลับคืน หรือเรยี กคนื
สินคา้ จากผู้บรโิ ภค
(3) ให้ผู้ประกอบธุรกิจแกไ้ ข เปลี่ยนแปลง หรอื ปรับปรงุ สินค้านั้นไมใ่ ห้เปน็ อันตรายแก่
ผูบ้ รโิ ภค หรอื เปลี่ยนสินคา้ หรอื ชดใช้ราคาสนิ ค้าใหแ้ กผ่ ู้บรโิ ภค
(4) ให้ผู้ประกอบธุรกิจซ่ึงเป็นผูส้ ั่งหรือนาเข้ามาในราชอาณาจกั รจดั ส่งสินค้าน้ันกลับคืน
ออกนอกราชอาณาจกั ร
(5) ให้ผปู้ ระกอบธุรกิจทาลายสนิ ค้าน้ัน
522
(6) ให้ผปู้ ระกอบธุรกจิ ปดิ ประกาศ แจ้ง หรอื โฆษณาขา่ วสารเกีย่ วกับอันตรายของสินค้า
น้นั ใหผ้ ู้บริโภคทราบ หรอื เกยี่ วกบั การดาเนนิ การตาม (1) (2) (3) (4) หรอื (5)
20. ตอบ ข. 10 วันนบั แต่วันที่ผอู้ ุทธรณไ์ ดร้ ับทราบคาส่ังของคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง
มาตรา 44 การอทุ ธรณ์ตามมาตรา 43 ใหย้ ืน่ ตอ่ คณะกรรมการภายในสบิ วนั นับแต่วันที่
ผอู้ ทุ ธรณ์ได้รับทราบคาส่งั ของคณะกรรมการเฉพาะเร่ือง
21. ตอบ ค. จาคกุ ไมเ่ กิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรอื ท้งั จาทงั้ ปรบั
มาตรา 45 ผู้ใดขัดขวางหรือไมอ่ านวยความสะดวก ไมใ่ หถ้ อ้ ยคา หรือไมส่ ง่ เอกสาร หรอื
หลกั ฐานแก่พนักงานเจ้าหนา้ ทซ่ี งึ่ ปฏบิ ัติการตามมาตรา 5 ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ หน่ึงเดอื น หรอื ปรับ
ไม่เกินหนงึ่ หม่นื บาท หรอื ทงั้ จาทง้ั ปรบั
22. ตอบ ข. จาคุกไมเ่ กิน 6 เดือน หรือปรับไมเ่ กิน 50,000 บาท หรอื ทั้งจาทง้ั ปรบั
มาตรา 53 ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคาสั่งของคณะกรรมการว่าด้วยฉลากซ่ึงสั่งตาม
มาตรา 33 ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกนิ หกเดอื น หรือปรบั ไม่เกนิ หา้ หม่ืนบาท หรือท้งั จาทง้ั ปรบั
23. ตอบ ง. จาคกุ ไมเ่ กิน 3 ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ 300,000 บาท หรือท้งั จาทง้ั ปรับ
มาตรา 60 ผู้ใดโดยเจตนาทุจริต ใช้ จ้าง วาน ยุยง หรือดาเนินการให้สมาคมหรือมูลนธิ ทิ ี่
คณะกรรมการรบั รองตามมาตรา 40 ฟ้องรอ้ งผปู้ ระกอบธรุ กจิ คนใดเป็นคดแี พ่งหรอื คดอี าญาต่อศาล
เพอ่ื กลั่นแกล้งผูป้ ระกอบธุรกจิ นนั้ ใหไ้ ดร้ ับความเสยี หาย ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กินสามปี หรือปรบั
ไมเ่ กนิ สามแสนบาท หรอื ทั้งจาทงั้ ปรบั
24. ตอบ ข. จาคุกไมเ่ กิน 1 ปี หรอื ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจาท้งั ปรับ
มาตรา 61 ผใู้ ดเปิดเผยข้อเทจ็ จริงใดเก่ยี วกับกิจการของผปู้ ระกอบธรุ กจิ อนั เปน็
ข้อเทจ็ จรงิ ที่ตามปกตวิ สิ ยั ของผปู้ ระกอบธุรกจิ จะพงึ สงวนไวไ้ ม่เปิดเผย ซ่ึงตนได้มาหรอื ลว่ งรู้
เนอ่ื งจากการปฏบิ ตั ิการตามพระราชบัญญัตนิ ้ี ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกนิ หน่งึ ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ
หนง่ึ แสนบาท หรอื ทงั้ จาทั้งปรบั
25. ตอบ ก. จาคกุ ไมเ่ กนิ 6 เดือน หรอื ปรบั ไม่เกิน 50,000 บาท หรอื ทง้ั จาทั้งปรับ
มาตรา 47 ผูใ้ ดโดยเจตนากอ่ ใหเ้ กดิ ความเข้าใจผิดในแหล่งกาเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือ
สาระสาคญั ประการอ่นื อันเกีย่ วกบั สนิ ค้าหรือบรกิ าร ไมว่ า่ จะเปน็ ของตนเองหรอื ผอู้ ่ืน โฆษณาหรือใช้ฉลาก
เฉลยแนวขอ้ สอบพระราชบญั ญัตคิ ุม้ ครองผู้บรโิ ภค พ.ศ. 2522แก้ไขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 523
2541 ,(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556
ทม่ี ขี ้อความอนั เปน็ เทจ็ หรอื ขอ้ ความทรี่ หู้ รอื ควรรู้อยู่แล้วว่าอาจกอ่ ใหเ้ กิดความเขา้ ใจผิดเช่นวา่ น้นั ตอ้ ง
ระวางโทษจาคกุ ไม่เกินหกเดอื น หรอื ปรับไมเ่ กนิ ห้าหมื่นบาท หรอื ทั้งจาทง้ั ปรบั
********************************
524
พระราชบัญญัตริ ักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบา้ นเมอื ง พ.ศ. 2535
ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ป.ร.
ใหไ้ ว้ณ วนั ท1่ี 9 กุมภาพันธพ์ .ศ. 2535
เปน็ ปที ่ี47 ในรชั กาลปจั จบุ นั
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯใหป้ ระกาศ
วา่
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ
เรยี บร้อยของบ้านเมือง
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญตั ิขึ้นไว้โดยคาแนะนาและยินยอมของสภา
นิติบัญญตั แิ ห่งชาติ ทาหนา้ ท่ีรฐั สภาดังต่อไปน้ี
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ
เรียบร้อยของบา้ นเมือง พ.ศ.2535
มาตรา ( ) พระราชบญั ญัตนิ ี้ให้ใช้บังคบั ในเขตเทศบาล สขุ าภิบาล กรงุ เทพมหานคร และเมือง
พัทยา เม่อื พ้นกาหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นตน้ ไป
สาหรับองค์การบริหารส่วนจังหวัดจะให้ใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วน
จังหวัดใด ในท้องท่ีใด มีบริเวณเพียงใด และจะให้ใช้บังคับทั้งหมดทุกมาตราหรือยกเว้นมาตราใด ให้
กระทรวงมหาดไทยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
สาหรับองค์การปกครองท้องถิน่ อน่ื นอกจากท่ีระบไุ วใ้ นวรรคหนึง่ และวรรคสอง การใช้บังคบั ตาม
พระราชบญั ญตั ิน้ีใหเ้ ป็นไปตามทร่ี ฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศ
มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของ
บา้ นเมอื งพ.ศ. 2503
พระราชบัญญตั ริ ักษาความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรยี บร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 525
มาตรา 4 ในพระราชบญั ญตั นิ ้ี
ทส่ี าธารณะ หมายความวา่ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดินนอกจากที่รกร้างว่างเปล่า และหมายความ
รวมถงึ ถนนและทางน้าดว้ ย
สถานสาธารณะ หมายความว่า สถานท่ีที่จัดไว้เป็นสาธารณะสารบั ประชาชนใช้เพื่อการบนั เทิง
การพกั ผอ่ นหย่อนใจหรอื การชมุ นมุ
ถนน หมายความรวมถึง ทางเดินรถ ทางเท้า ขอบทาง ไหล่ทางทางข้ามตามกฎหมายว่าด้วย
การจราจรทางบก ตรอก ซอย สะพาน หรือถนนส่วนบุคคลซ่ึงเจ้าของยินยอมให้ประชาชนใช้เป็นทาง
สญั จรได้
ทางนา้ หมายความวา่ ทะเล ทะเลสาบ หาดทรายชายทะเลอา่ งเก็บน้า แม่นา้ หว้ ย หนองคลองคนั
คลอง บงึ คู ลาราง และหมายความรวมถึงท่อระบายน้าดว้ ย
อาคาร หมายความว่า ตึก บ้าน เรือน โรง ร้าน เรือ แพ ตลาด คลังสินค้า สานักงาน หรือสง่ิ ปลูก
สร้างอย่างอ่ืนซึ่งบุคคล อาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้และหมายความรวมถึงอัฒจันทร์เข่ือน ประตูน้า
อุโมงคห์ รอื ป้ายตามกฎหมายว่าดว้ ยการควบคมุ อาคารดว้ ย
ส่ิงปฏิกูล หมายความว่า อุจจาระ หรือปัสสาวะรวมตลอดถึงวัตถอุ ่ืนใดซง่ึ เป็นของโสโครกหรอื มกี ลนิ่
เหมน็
มลู ฝอย หมายความวา่ เศษกระดาษ เศษผา้ เศษอาหาร เศษสนิ ค้า ถงุ พลาสตกิ ภาชนะทีใ่ สอ่ าหาร
เถ้า มูลสัตวห์ รอื ซากสัตวร์ วมตลอดถงึ สิ่งอนื่ ใดทีเ่ กบ็ กวาดจากถนน ตลาด ที่เลย้ี งสตั ว์หรือทอ่ี ืน่
ซากยานยนต์หมายความวา่ รถยนตร์ ถจักรยานยนต์เครือ่ งจกั รกล เรือ ลอ้ เล่อื น ยานพาหนะอนื่ ๆ
ทเ่ี ส่อื มสภาพจนไม่ อาจใช้การได้และหมายความรวมถึงช้นิ สว่ นของรถเครอ่ื งจกั รกล หรือยานพาหนะ
เจ้าพนกั งานท้องถ่นิ หมายความวา่
(1) นายกเทศมนตรสี าหรับในเขตเทศบาล
(2) ประธานกรรมการสุขาภบิ าล สาหรบั ในเขตสขุ าภบิ าล
(3) ผูว้ ่าราชการจงั หวัด สาหรบั ในเขตองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด
(4) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สาหรบั ในเขตกรงุ เทพมหานคร
(5) ปลดั เมอื งพทั ยา สาหรับในเขตเมอื งพทั ยา
526
(6) หวั หนา้ ผู้บรหิ ารทอ้ งถิน่ ขององค์การปกครองท้องถิน่ อื่นทก่ี ฎหมายกาหนดให้เปน็ ราชการส่วน
ท้องถน่ิ สาหรับในเขตราชการส่วนท้องถิ่นนั้น
พนกั งานเจ้าหน้าท่ีหมายความว่า
(1) ปลัดเทศบาลและรองปลดั เทศบาล สาหรบั ในเขตเทศบาล
(2) ปลดั สุขาภิบาล สาหรบั ในเขตสขุ าภิบาล
(3) ปลัดองค์การบริหารสว่ นจังหวดั และนายอาเภอ สาหรบั ในเขตองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั
(4) ปลดั กรุงเทพมหานครผอู้ านวยการเขต และผูช้ ่วยผอู้ านวยการเขตสาหรบั ในเขต
กรุงเทพมหานคร
(5) รองปลัดเมอื งพทั ยา สาหรับในเขตเมอื งพทั ยา
(6) ผ้ซู ง่ึ เจ้าพนกั งานทอ้ งถิ่นแตง่ ต้งั ใหเ้ ปน็ พนักงานเจ้าหนา้ ทีต่ ามพระราชบญั ญตั นิ ี้
ราชการส่วนท้องถิ่น หมายความว่า เทศบาล สุขาภิบาลองค์การบริหารส่วนจั งหวัด
กรุงเทพมหานครเมอื งพัทยาและองคก์ ารปกครองท้องถิ่นอ่ืนท่ีกฎหมายกาหนดใหเ้ ปน็ ราชการสว่ นท้องถ่ิน
ข้อกาหนดของท้องถ่ิน หมายความว่า ข้อบัญญัติเทศบัญญัติหรือข้อบังคับซึง่ ตราขึ้นโดยราชการ
ส่วนท้องถนิ่
มาตรา 5 ให้รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงสาธารณสุขรักษาการ
ตามพระราชบัญญัติน้ีและให้มีอานาจออกกฎกระทรวงกาหนดอัตราค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้าย
พระราชบัญญัติน้ี และกาหนดกิจการอ่นื เพื่อปฏบิ ัตกิ ารตามพระราชบัญญตั นิ ี้ ทง้ั นใี้ นส่วนทเ่ี กย่ี วกบั อานาจ
หนา้ ทขี่ องแตล่ ะกระทรวง
กฎกระทรวงน้นั เม่อื ได้ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแล้วให้ใชบ้ ังคบั ได้
หมวด 1
การรักษาความสะอาดในทีส่ าธารณะและสถานสาธารณะ
พระราชบญั ญตั ริ กั ษาความสะอาดและความเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อยของบา้ นเมอื ง พ.ศ. 2535 527
มาตรา 6 เจ้าของหรอื ผ้คู รอบครองอาคารหรือบริเวณของอาคารท่ีอยู่ติดกับทางเท้า มีหน้าทด่ี ูแล
รักษาความสะอาดทางเทา้ ทีอ่ ยู่ตดิ กับอาคารหรือบริเวณของอาคาร
ในกรณีท่ีเป็นตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาดท่ีขายอาหารหรือสินค้าประจาทุกวันหรือเฉพาะคราว ให้
เจ้าของตลาดมหี น้าทดี่ แู ลรกั ษาความสะอาดทางเทา้ ท่อี ยูต่ ดิ กบั ตลาด และให้ผูค้ รอบครองสว่ นหน่งึ ส่วนใด
ของตลาดมีหน้าที่รกั ษาความสะอาดบริเวณตลาดทต่ี นครอบครอง
ในการรักษาความสะอาดตามมาตรานี้ เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือบริเวณของอาคาร
เจ้าของตลาด หรือผคู้ รอบครองส่วนหน่งึ สว่ นใดของตลาด จะมอบหมายให้คนหนึ่งคนใดหรือหลายคนเปน็
ผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาความสะอาดแทนตนก็ได้ และให้ผู้ได้รับมอบหมายมีหน้าที่และความรับผิดแทนผู้
มอบหมาย ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตราน้ีและพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจหาตัวผู้รับ
มอบหมายได้ ให้ถือว่าไม่มีการมอบหมาย และให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรอื บริเวณของอาคาร
เจ้าของตลาด หรือผู้ครอบครองส่วนหนึ่งส่วนใดของตลาดเป็นผู้รับผิดในการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม
มาตรานี้
มาตรา 7 ในการปฏบิ ัตหิ นา้ ทีต่ ามมาตรา 6 ให้บคุ คลตามมาตรา 6 มอี านาจแจง้ ผู้กระทาการฝา่ ฝนื
พระราชบัญญตั นิ ้มี ิใหก้ ระทาการหรือใหแ้ กไ้ ขการกระทาอนั เปน็ ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั ินีถ้ า้ ผ้ถู ูกแจ้ง
หรือผู้ถูกหา้ ม ไม่ปฏิบัติตาม ให้รีบแจ้งความตอ่ พนักงานเจ้าหน้าท่ีตามมาตรา 51 เพ่ือใช้เป็นหลกั ฐานวา่
ตนมิไดก้ ระทาความผิดตามมาตรานี้
มาตรา 8 เจ้าของหรือผูค้ รอบครองอาคารหรือที่ดินผู้ใด
(1) วางกระถางต้นไม้บนทางเท้าหรอื ปลูกต้นไม้ท่ีบริเวณภายนอกอาคารท่ีตนเปน็ เจ้าของหรือผู้
ครอบครอง และปล่อยปละละเลยให้ต้นไม้เหี่ยวแห้งหรือมีสภาพรกรุงรัง หรือปล่อยปละละเลยให้มสี ่ิง
ปฏิกลู หรือมูลฝอย ในกระถางต้นไม้หรือท่บี รเิ วณภายนอกของอาคาร
(2) ปลอ่ ยปละละเลยใหต้ น้ ไมห้ รือธญั พืชท่ตี นปลกู ไว้หรือท่ขี นึ้ เองในทีด่ ินของตนให้เหีย่ วแห้งหรือมี
สภาพรกรุงรัง หรอื ปลอ่ ยปละละเลยใหม้ กี ารทิง้ ส่งิ ปฏิกลู หรือมลู ฝอยในบริเวณท่ีดนิ ของตน
ถ้าการปล่อยปละละเลยตาม (2) มีสภาพท่ีประชาชนอาจเห็นได้จากที่สาธารณะ เจ้าของหรือผู้
ครอบครองอาคารมีความผิด ตามพระราชบัญญัตนิ
528
มาตรา 9 ห้ามมิใหผ้ ใู้ ดอาบนา้ หรอื ซกั ล้างส่งิ ใด ๆ บนถนน หรอื ในสถานสาธารณะซ่งึ มิได้จัดไว้เพื่อ
การนัน้ หรือใน บรเิ วณทางน้าทเี่ จา้ พนกั งานทอ้ งถิ่นได้ประกาศห้ามไว้
มาตรา 10 การโฆษณาด้วยการปิด ทง้ิ หรอื โปรยแผน่ ประกาศหรอื ใบปลิวในทส่ี าธารณะ จะกระทา
ได้ต่อเม่ือได้รับ หนังสืออนุญาตจากเจา้ พนักงานทอ้ งถิ่นหรอื พนกั งานเจา้ หน้าที่ และต้องปฏิบตั ิให้เป็นไป
ตามหลักเกณฑห์ รอื เงื่อนไขท่กี าหนด ในหนงั สืออนญุ าตดว้ ย
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การกระทาของราชการส่วนท้องถ่ินราชการส่วนอื่นหรือ
รัฐวิสาหกิจหรือของหน่วยงานท่ีมีอานาจกระทาได้หรือเป็นการโฆษณาด้วยการปิดแผ่นประกาศ ณ
สถานที่ซึ่งราชการสว่ นท้องถิ่นจัดไว้เพ่ือการน้ัน หรือเป็นการโฆษณาในการเลือกตั้งตามกฎหมายว่าด้วย
การเลือกตั้งสมาชิกสภานิตบิ ัญญัติแห่งรัฐสมาชิกสภาท้องถ่ินหรือผูว้ ่าราชการกรุงเทพมหานคร และการ
โฆษณาด้วยการปิดประกาศของเจ้าของหรอื ผูค้ รอบครองอาคารหรือต้นไม้เพียงเพ่ือให้ทราบช่ือเจา้ ของ
หรือผู้ครอบครองอาคาร ชื่ออาคาร เลขท่ีอาคาร หรือข้อความอ่ืนเกี่ยวแก่การเข้าไปและออกจากอาคาร
นน้ั
มาตรา 11 การโฆษณาตามมาตรา 10 โดยมิได้รับอนุญาตจากเจา้ พนักงานท้องถิ่นหรือพนักงาน
เจ้าหน้าที่ หรือได้รับอนุญาตแต่มิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ท่ีกาหนดในการอนุญาต ให้เจ้า
พนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าทม่ี ีอานาจสัง่ เป็นหนังสือให้ผู้โฆษณาปลดรื้อถอน ขูดลบ หรือล้าง
ขอ้ ความหรือภาพนั้นภายในเวลาทกี่ าหนด
ถ้าการโฆษณาดังกลา่ วตามวรรคหนึง่ มีข้อความหรอื ภาพทม่ี ีผลกระทบต่อความสงบเรียบรอ้ ยหรือ
ศลี ธรรมอันดีของประชาชนหรือลามกอนาจาร พนักงานเจา้ หนา้ ทีม่ อี านาจปลด รื้อ ถอน ขูด ลบ หรือล้าง
ข้อความหรือภาพน้นั ได้เองโดยคดิ คา่ ใชจ้ า่ ยจากผู้โฆษณาตามทไ่ี ด้ใช้จ่ายไปจรงิ
มาตรา 12 ห้ามมใิ ห้ผูใ้ ดขูด กะเทาะ ขีดเขียน พ่นสหี รอื ทาใหป้ รากฏดว้ ยประการใด ๆ ซงึ่ ข้อความ
ภาพ หรือรูปรอยใด ๆ ท่ีกาแพงทต่ี ิดกบั ถนน บนถนน ท่ีต้นไม้หรือสว่ นหนงึ่ ส่วนใดของอาคารที่อย่ตู ิดกบั
ถนนหรืออยู่ใน ท่ีสาธารณะ เว้นแต่เป็น การกระทาของราชการส่วนท้องถ่ิน ราชการส่วนอ่ืนหรือ
รฐั วิสาหกิจ หรอื ของหน่วยงานทีม่ ีอานาจกระทาได้
พระราชบญั ญตั ริ ักษาความสะอาดและความเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยของบ้านเมอื ง พ.ศ. 2535 529
มาตรา 13 เจ้าของรถซึ่งใช้บรรทุกสัตว์กรวด หิน ดิน เลน ทราย สิ่งปฏิกูล มูลฝอยหรือสิ่งอน่ื ใด
ตอ้ งจัดใหร้ ถนนั้ อย่ใู น สภาพทีป่ อ้ งกนั มใิ ห้มูลสตั ว์หรือสิ่งดังกล่าวตกหลน่ ร่ัวไหล ปลิว ฟงุ้ กระจายลงบน
ถนนในระหว่างที่ใช้ รถนัน้ รวมทง้ั ตอ้ ง ป้องกันมใิ ห้น้ามันจากรถรว่ั ไหลลงบนถนน
ถ้ามีกรณีดังกล่าวตามวรรคหน่ึงเกิดขึ้น ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีเจ้าพนักงานจราจรหรือตารวจท่ี
ปฏิบตั ิหนา้ ท่คี วบคุม การจราจรมีอานาจส่งั ใหผ้ ขู้ บั ขน่ี ารถไปทสี่ ถานตี ารวจ ท่ีทาการขนส่ง หรอื สานักงาน
ขององค์การปกครอง ทอ้ งถิ่น และยึดรถ นัน้ ไวจ้ นกว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถจะชาระค่าปรับ
มาตรา 14 ห้ามมใิ ห้ผู้ใด
(1) ปล่อยสัตว์นาสตั วห์ รือจูงสตั วไ์ ปตามถนนหรือเขา้ ไปในบรเิ วณทเ่ี จ้าพนักงานท้องถ่ินไดป้ ระกาศ
หา้ มไว้
(2) ปลอ่ ยใหส้ ัตว์ถา่ ยมลู บนถนนและมิไดข้ จัดมลู ดังกลา่ วใหห้ มดไป
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ผู้ได้รับหนงั สืออนุญาตจากเจา้ พนกั งานท้องถ่ินใหน้ าขบวนสตั ว์
หรือฝงู สตั ว์หรือจูงสัตว์ไปตามถนน และได้เสยี คา่ ธรรมเนียมรักษาความสะอาดตามข้อกาหนดของทอ้ งถิน่
มาตรา 15 ห้ามมิให้ผใู้ ดล้างรถยนต์รถจักรยานยนตห์ รอื ล้อเล่ือนบนถนนหรือสถานสาธารณะและ
ทาใหถ้ นนหรือสถาน สาธารณะสกปรกเลอะเทอะ
มาตรา 16 ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ส่วนหน่ึงส่วนใดของถนนเป็นสถานที่ซ่อมเปลี่ยนแปลง ต่อเติม หรือ
ติดตง้ั อุปกรณ์รถยนต์ รถจกั รยานยนต์หรือล้อเลือ่ น
ความในวรรคหน่ึงมิให้ใช้บังคับแก่การแก้ไขรถยนต์รถจักรยานยนต์หรือล้อเลื่อนท่ีเครื่องยนต์
ขดั ขอ้ งหรืออุปกรณช์ ารุด ขณะใชถ้ นน เพื่อใหร้ ถหรือล้อเลื่อนดงั กลา่ วใช้การได้ตอ่ ไป
มาตรา 17 หา้ มมิใหผ้ ู้ใด
(1) กระทาดว้ ยประการใด ๆ ให้ทางเท้าชารดุ เสียหาย
530
(2) จอดหรือขบั ขีร่ ถยนต์รถจักรยานยนตห์ รือลอ้ เลอื่ น บนทางเท้า เวน้ แต่เป็นการจอดหรอื ขับข่เี พอื่
เขา้ ไปในอาคารหรือมี ประกาศของเจ้าพนกั งานจราจรผ่อนผันให้จอดหรอื ขบั ขไ่ี ด้
มาตรา 18 ห้ามมใิ ห้ผู้ใดทงิ้ วาง หรอื กองซากยานยนต์บนถนนหรือสถานสาธารณะ
มาตรา 19 ห้ามมิใหผ้ ู้ใดตั้ง วาง หรือกองวัตถุใด ๆ บนถนนเว้นแต่เป็นการกระทาในบรเิ วณทเี่ จา้
พนักงานท้องถน่ิ หรือ พนักงานเจา้ หนา้ ทปี่ ระกาศกาหนดดว้ ยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจร
มาตรา 20 หา้ มมิใหผ้ ู้ใด
(1) ปรุงอาหารขายหรือจาหน่ายสินค้าบนถนน หรือในสถานสาธารณะ
(2) ใช้รถยนต์หรือล้อเลื่อนเป็นท่ีปรงุ อาหารเพื่อขายหรือจาหน่ายให้แก่ประชาชนบนถนนหรอื ใน
สถานสาธารณะ
(3) ขายหรือจาหน่ายสินคา้ ซึ่งบรรทกุ บนรถยนต์รถจักรยานยนตห์ รือลอ้ เลื่อน บนถนนหรอื ในสถาน
สาธารณะ ความในวรรคหนึ่งมิใหใ้ ช้บังคับแก่การปรงุ อาหารหรือการขายสินค้าตาม (1) หรือ(2) ในถนน
ส่วนบุคคลหรือในบริเวณที่ เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าท่ีประกาศผ่อนผันให้กระทาไดใ้ น
ระหวา่ งวัน เวลาทกี่ าหนดดว้ ยความเหน็ ชอบของเจ้า พนักงานจราจร
มาตรา 21 ห้ามมิให้ผู้อยู่ในรถยนต์หรือผู้ขับขี่หรือผู้น่ังซอ้ นท้ายรถจักรยานยนต์ ซ้ือสินค้าท่ีขาย
หรือจาหน่ายในสถาน สาธารณะหรือบนถนนยกเวน้ ถนนส่วนบคุ คล
มาตรา 22 ห้ามมิให้ผู้ใดจูง ไล่ หรือต้อนสัตว์ลงไปในทางน้าซึง่ เจ้าพนักงานทอ้ งถิ่นหรือพนักงาน
เจา้ หน้าที่ไดป้ ิดประกาศ ห้ามไว้ณ บรเิ วณดังกล่าว
มาตรา 23 หา้ มมใิ ห้ผู้ใดเทหรือทงิ้ กรวด หนิ ดนิ เลน ทราย หรือเศษวตั ถกุ ่อสร้างลงในทางนา้ หรือ
กองไวห้ รือกระทา ดว้ ยประการใด ๆ ให้วตั ถุดงั กลา่ วไหลหรอื ตกลงในทางน้า
พระราชบัญญัตริ ักษาความสะอาดและความเปน็ ระเบียบเรยี บรอ้ ยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 531
ให้เจา้ พนกั งานทอ้ งถิ่นหรอื พนกั งานเจ้าหน้าที่มีอานาจสงั่ ให้ผกู้ ระทาการตามวรรคหนึง่ จัดการขน
ยา้ ยวัตถุดังกลา่ ว ออกไปให้หา่ งจากทางน้าภายในระยะเวลาที่เจา้ พนักงานท้องถนิ่ หรือพนกั งานเจ้าหน้าที่
กาหนด และถ้าการกระทาผดิ ดังกล่าว เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้าหรอื ทาให้ท่อระบายน้าคูคลอง ต้นื
เขนิ ใหม้ ีอานาจส่งั ให้ ผู้กระทาการตามวรรคหน่งึ แก้ไขให้ทางน้าดังกล่าวคืนสูส่ ภาพเดิม ถา้ ละเลยเพิกเฉย
นอกจากมคี วามผดิ ฐานขัดคาสั่งเจา้ พนกั งาน ตามประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ใหเ้ จา้ พนักงานท้องถิ่นหรือ
พนักงานเจา้ หน้าที่ดาเนนิ คดสี าหรบั ความผิดตามพระราชบญั ญัตินี้ ต่อไป
มาตรา 24 เจ้าของรา้ นจาหนา่ ยอาหารและหรือเครื่องดม่ื ซึง่ จัดสถานท่ไี วส้ าหรบั บรกิ ารลูกคา้ ได้ใน
ขณะเดยี วกันไม่ต่ากวา่ ย่สี บิ คน ตอ้ งจดั ให้มีส้วมที่ต้องด้วยสุขลกั ษณะตามทีก่ าหนดในกฎกระทรวง เพ่ือให้
ลูกค้าใช้ใน ระหวา่ งเปิดทาการค้า
ความในวรรคหน่ึงมิให้ใช้บังคับแก่เจ้าของร้านจาหน่ายอาหารและหรือเคร่ืองด่ืมซึ่งจัดให้มีขึ้นใน
บรเิ วณงานเทศกาลหรอื งานใดเปน็ การเฉพาะคราว
มาตรา 25 เจา้ ของสถานบี ริการการจาหนา่ ยนา้ มันเชือ้ เพลงิ หรอื กา๊ ซสาหรบั ยานพาหนะ ต้องจดั ให้
มีส้วมที่ตอ้ งดว้ ย สขุ ลักษณะตามทกี่ าหนดในกฎกระทรวง
หมวด 2
การดแู ลรักษาสนามหญา้ และต้นไม้ในถนนและสถานสาธารณะ
มาตรา 26 หา้ มมใิ หผ้ ใู้ ดทิง้ ส่ิงปฏิกูล มลู ฝอย หรอื เท หรอื กองกรวด หิน ดิน เลน ทราย หรือส่งิ อน่ื
ใดในบรเิ วณท่ีได้ปลกู หญ้าหรือต้นไมซ้ งึ่ ราชการสว่ นท้องถนิ่ ราชการส่วนอื่นหรือรฐั วสิ าหกิจเปน็ เจา้ ของ
มาตรา 27 ห้ามมิให้ผ้ใู ดโค่นต้นไมต้ ดั เด็ด หรอื กระทาด้วยประการใด ๆ ให้เกดิ ความเสยี หายหรือ
น่าจะเป็นอันตรายแก่ ต้นไม้หรือใบ ดอกผล หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของต้นไม้ท่ีปลูกไว้หรือขึ้นเองตาม
ธรรมชาติในท่สี าธารณะหรอื สถานสาธารณะ
ความในวรรคหน่ึงมิใหใ้ ช้บังคับแก่การกระทาของผูไ้ ดร้ ับมอบหมายจากพนักงานเจา้ หน้าที่ หรือผู้
ไดร้ บั อนญุ าตเป็น หนังสอื ใหโ้ คน่ หรอื ตัดต้นไม้จากเจา้ พนกั งานท้องถ่นิ
532
มาตรา 28 ห้ามมิให้ผู้ใดปลอ่ ยหรอื จงู สัตว์เข้าไปในบริเวณท่ีราชการสว่ นทอ้ งถิ่น ราชการส่วนอน่ื
หรือ รฐั วิสาหกจิ ไดป้ ลูกหรืออนุญาตใหผ้ ูอ้ ่ืนปลกู หญ้าหรอื ตน้ ไมไ้ ว้และได้ปดิ ประกาศหรอื ปักปา้ ยห้ามไว้
หมวด 3
การห้ามท้งิ สิ่งปฏกิ ลู มลู ฝอยในท่ีสาธารณะและสถานสาธารณะ
มาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ใดถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะลงในท่ีสาธารณะหรือสถานสาธารณะซึ่งมิใช่
สถานทีท่ ี่ราชการสว่ น ทอ้ งถ่ินได้จดั ไวเ้ พื่อการน้ัน
มาตรา 30 ห้ามมิใหผ้ ้ใู ดเท ปล่อยหรอื ระบายอจุ จาระหรอื ปสั สาวะจากอาคารหรือยานพาหนะลง
ในทางน้า
มาตรา 31 ห้ามมใิ ห้ผใู้ ด
(1) บ้วนหรือถ่มน้าลาย เสมหะ บ้วนนา้ หมาก สั่งนา้ มูกเทหรือทงิ้ ส่งิ ใด ๆ ลงบนถนนหรือบนพ้ืนรถ
หรอื พ้ืนเรือโดยสาร
(2) ท้ิงสงิ่ ปฏิกลู หรือมลู ฝอยในสถานสาธารณะนอกภาชนะหรอื ท่ีที่ราชการส่วนทอ้ งถนิ่ ได้จัดไว้
มาตรา 32 หา้ มมใิ หผ้ ใู้ ด
(1) ทิ้งสง่ิ ปฏิกูลหรือมลู ฝอยลงบนท่สี าธารณะ
(2) ปล่อยปละละเลยใหม้ สี งิ่ ปฏกิ ูลหรอื มูลฝอยในทด่ี นิ ของตนในสภาพทป่ี ระชาชนอาจเหน็ ไดจ้ ากที่
สาธารณ
พระราชบัญญัตริ ักษาความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 533
มาตรา 33 หา้ มมใิ หผ้ ู้ใดเทหรือทงิ้ สง่ิ ปฏกิ ลู มูลฝอย น้าโสโครกหรือสิ่งอน่ื ใดลงบนถนนหรอื ในทาง
น้า ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองเรือหรอื อาคารประเภทเรือนแพ ซึ่งจอด
หรืออยู่ในท้องท่ีที่เจ้า พนักงานท้องถ่ินยังไม่ได้จัดส้วมสาธารณะหรือภาชนะสาหรบั ทิ้งสง่ิ ปฏิกูลหรอื มูล
ฝอย
มาตรา 34 ห้ามมิให้ผู้ใดเทหรือระบายอุจจาระหรือปัสสาวะจากอาคารหรือยานพาหนะลงในที่
สาธารณะหรอื ในสถานสาธารณะ
หมวด 4
การรักษาความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ย
มาตรา 35 หา้ มมิให้ผใู้ ดกระทาดว้ ยประการใด ๆ ให้โคมไฟ ป้ายศาลาที่พกั มา้ นงั่ สว้ ม หรือสิ่งอนื่
ใด ที่ราชการส่วนท้องถ่ิน ราชการส่วนอ่ืนหรือรฐั วิสาหกิจได้จัดทาไว้เพ่ือสาธารณชน เกิดความเสียหาย
หรอื ใช้ประโยชน์ไมไ่ ด้
มาตรา 36 ห้ามมใิ ห้ผ้ใู ดปนี ป่าย นง่ั หรือขน้ึ ไปบนรวั้ กาแพง ตน้ ไม้หรอื สง่ิ ค้ายันต้นไม้ในทสี่ าธารณะ
มาตรา 37 ห้ามมิใหผ้ ใู้ ดยืน นงั่ หรอื นอนบนราวสะพานสาธารณะหรือนอนในท่ีสาธารณะ
มาตรา 38 ห้ามมิใหผ้ ้ใู ดเลน่ ว่าว ฟุตบอล ตะกร้อ หรือกีฬาใด ๆ บนถนน หรือในสถานสาธารณะ
หรอื สว่ นหนงึ่ ส่วนใดของสถานสาธารณะ ทมี่ ีประกาศของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหา้ มไว
มาตรา 39 ห้ามมิให้ผู้ใดติดตั้ง ตากวาง หรือแขวนส่ิงใด ๆ ในที่สาธารณะเว้นแต่ได้รับหนังสือ
อนุญาต จากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเป็นการกระทาของราชการส่วนท้องถิ่น
ราชการส่วนอ่ืนหรือ รฐั วิสาหกจิ หรอื ของหนว่ ยงานทม่ี อี านาจกระทาได้หรอื เป็นการวางไวเ้ พยี งชั่วคราว
534
การติดตั้ง ตาก วาง หรือแขวนสิ่งใด ๆ ในท่ีสาธารณะโดยมิได้มีหนังสืออนุญาตจากเจ้าพนักงาน
ท้องถิ่นหรอื พนกั งาน เจ้าหน้าทหี่ รือไดร้ ับอนุญาตแต่มิได้ปฏิบัติใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดในการ
อนญุ าตให้ เจา้ พนกั งานท้องถิน่ หรอื พนักงานเจ้าหนา้ ท่ีมีอานาจส่งั ให้ผู้กระทาการตามวรรคหนึ่งปลดหรือ
รื้อถอนภายในเวลาที่กาหนด ถ้าผู้ นั้นละเลย เพิกเฉย นอกจากมีความผิดฐานขัดคาสงั่ เจ้าพนักงานตาม
ประมวลกฎหมายอาญาแลว้ ใหเ้ จา้ พนักงานทอ้ งถ่ินหรอื พนกั งานเจ้าหน้าทด่ี าเนินคดีตามพระราชบัญญัติ
น้ตี อ่ ไป
มาตรา 40 ห้ามมิให้ผใู้ ดติดต้ัง ตาก วาง หรือแขวนสิ่งใด ๆ ที่อาคาร ในลักษณะท่สี กปรกรกรงุ รงั
หรือไม่เป็นระเบียบ เรยี บรอ้ ยและมีสภาพทป่ี ระชาชนอาจเห็นไดจ้ ากที่สาธารณะ
ถ้ามีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นใหเ้ จ้าพนักงานท้องถิ่นหรอื พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือเตือนให้เก็บหรือ
จดั ทา ให้เปน็ ท่เี รียบรอ้ ยถ้าผตู้ ิดตัง้ เจา้ ของหรือผู้ครอบครองอาคารละเลยเพกิ เฉย นอกจากมคี วามผดิ ฐาน
ขัดคาสั่ง เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาแล้วให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินหรือพนักงานเจ้าหน้าท่ี
ดาเนนิ คดีตาม พระราชบญั ญัตินีต้ อ่ ไป
มาตรา 41 เจ้าของอาคารซง่ึ ต้งั อยใู่ นระยะไมเ่ กนิ ยีส่ ิบเมตรจากขอบทางเดินรถที่มีผวิ จราจรกวา้ งไม่
ต่ากว่าแปดเมตร และ ท่ผี ู้สัญจรไปมาอาจเหน็ อาคารหรอื บรเิ วณของอาคารไดจ้ ากถนนนัน้ ต้องดูแลรักษา
อาคารน้นั มิให้สกปรกรกรุงรัง
หมวด 5
อานาจหนา้ ที่ของเจา้ พนักงานท้องถ่ินหรือพนกั งานเจา้ หน้าท่ี
มาตรา 42 ในเขตกรุงเทพมหานคร ใหเ้ ป็นอานาจของรฐั มนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทยท่จี ะให้คา
แนะน าผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาแก้ไขข้อบกพร่องในการดูแลรักษาความสะอาดและ
ความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยตามท่บี ัญญตั ไิ ว้ใน พระราชบัญญัตนิ ี้
ในเขตเทศบาล สุขาภิบาล เมืองพัทยา และองค์การปกครองท้องถิ่นอื่น ให้เป็นอานาจของผู้ว่า
ราชการจงั หวดั และของ ปลัดกระทรวงมหาดไทยสาหรับในเขตองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด
พระราชบัญญัตริ ักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 535
มาตรา 43 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด
นายก เทศมนตรี ประธานกรรมการสุขาภิบาล ปลัดเมืองพัทยามีหน้าท่ีรับผิดชอบการปฏิบัติตาม
พระราชบญั ญัติน้ีของพนกั งาน เจา้ หนา้ ท่ซี ึ่งอยู่ในการปกครองบังคับบญั ชาของตน
ในกรณีท่ีได้มีการมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือปลัดกรงุ เทพมหานคร รอง
ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอาเภอเทศมนตรีหรือปลัดเทศบาลกรรมการสุขาภิบาล ปลัดสุขาภิบาล หรือ
ผู้บริหารองค์การ ปกครองส่วนท้องถ่ินอ่ืนช่วยปฏิบัติหน้าท่ีให้ผู้ได้รับมอบหมายมีหน้าที่รับผิดชอบ
เชน่ เดยี วกับผูม้ อบหมาย
มาตรา 44 นอกจากอานาจหน้าท่ีท่ีได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติน้ีให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินและ
พนักงานเจา้ หน้าท่มี ี อานาจหนา้ ทีด่ ังต่อไปนี้
(1) โฆษณาใหป้ ระชาชนไดท้ ราบถงึ หน้าท่ีทจ่ี ะต้องปฏบิ ตั ติ ามพระราชบัญญตั ิน้ี
(2) สอดส่องและกวดขันไม่ให้มกี ารฝ่าฝืนพระราชบญั ญัตินโี้ ดยเครง่ ครดั
(3) ตักเตอื นผู้กระทาความผดิ หรอื ส่งั ใหผ้ กู้ ระทาความผิดแก้ไขหรือขจดั ความสกปรกหรอื ความไม่
เป็นระเบยี บหรอื ความ ไม่เรียบร้อยให้หมดไป
(4) จับกุมผกู้ ระทาความผิดซึ่งไมเ่ ช่ือฟงั คาตกั เตอื นและดาเนนิ คดีตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
มาตรา 45 เม่ือมีการกระทาความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีเกิดข้ึนในท้องท่ีใดและพนักงาน
เจ้าหน้าที่ไม่อาจทราบตัว ผู้กระทาผดิ ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีของทอ้ งถิ่นนั้นทุกคนรว่ มกันขจัดหรือแก้ไข
ไมใ่ ห้ส่งิ ท่ผี ดิ กฎหมาย ปรากฏอยใู่ นทส่ี าธารณะ หรือสถานสาธารณะอีกต่อไป
ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินจัดหาอุปกรณ์และอานวยความสะดวกให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการ
ปฏิบตั กิ าร และใหว้ าง ระเบยี บการปฏิบตั กิ ารของพนกั งานเจา้ หนา้ ทีต่ ามวรรคหน่งึ
มาตรา 46 ในกรณีที่ได้จบั กมุ ผกู้ ระทาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ใหพ้ นักงานเจา้ หน้าท่แี จง้ ให้
ผูก้ ระทาความผดิ จัดการ ลบ ล้าง กวาด เก็บ ตกแต่ง ปรบั ปรงุ สง่ิ ทเ่ี ป็นความผดิ มิใหป้ รากฏอกี ต่อไปภายใน
ระยะเวลาท่ี กาหนด ถ้าผ้กู ระทาความผดิ ยินยอมปฏิบตั ติ าม ใหค้ ดเี ปน็ อันเลกิ กัน ถ้าผูก้ ระทาความผิดไม่
536
ปฏิบัติตาม พนักงานเจา้ หน้าท่ีมีอานาจจัดทาหรอื มอบหมายให้ ผู้อ่ืนจัดทาให้เกิดความสะอาดและความ
เป็นระเบยี บเรยี บร้อย และให้ ผู้กระทาความผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเข้าจัดทาความ สะอาดหรือความ
เปน็ ระเบยี บเรียบร้อยตามทีไ่ ด้ใช้จา่ ยไปจริงให้แกเ่ จา้ พนักงานทอ้ งถิ่น แตก่ ารชดใชค้ า่ ใชจ้ ่ายไม่ลบลา้ งการ
กระทาความผิดหรือระงับการดาเนนิ คดีแก่ ผกู้ ระทาความผิด
มาตรา 47 ใหเ้ จ้าพนกั งานทอ้ งถน่ิ มอี านาจประกาศกาหนดเวลาห้ามเข้าหรอื อยูใ่ นสถานสาธารณะ
ประกาศน้ันให้ตดิ ตั้ง หรือแขวนไว้ในบรเิ วณสถานสาธารณะท่หี า้ มน้ันซึง่ เหน็ ได้ง่าย
มาตรา 48 บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ซ่ึงเจ้าพนักงาน
ทอ้ งถิน่ แตง่ ตงั้ และพนักงาน สอบสวนมีอานาจเปรยี บเทยี บได้ เม่ือผูต้ อ้ งหาชาระคา่ ปรับตามทเ่ี ปรียบเทยี บ
ภายในสบิ หา้ วัน แล้ว ใหถ้ อื ว่าคดเี ลกิ กนั ตาม ประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา
ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามท่ีเปรียบเทยี บหรือเมือ่ ยินยอมแล้วไม่ชาระค่าปรับภายในกาหนดเวลา
ดงั กลา่ ว ให้ดาเนนิ คดเี พอ่ื ฟ้องรอ้ งต่อไป
ค่าปรบั ทีไ่ ด้จากการเปรยี บเทียบตามวรรคหนง่ึ ใหแ้ บ่งแกผ่ แู้ จง้ ตามมาตรา 51 กึ่งหน่ึงและพนักงาน
เจา้ หนา้ ท่ี เจ้าพนกั งาน จราจร หรอื ตารวจที่ปฏิบตั ิหน้าท่คี วบคุมการจราจรผจู้ ับกมุ อกี กง่ึ หนึ่ง
มาตรา 49 ภายใต้บังคับมาตรา 48 วรรคสาม ค่าธรรมเนียมและค่าปรับท่ีเปรียบเทียบตาม
พระราชบญั ญัตินใ้ี ห้เป็นรายได้ ของราชการสว่ นท้องถ่ิน
มาตรา 50 ในกรณีท่ีมีการกระทาความผิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทาความผิดตาม
พระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและพนักงานเจ้าหนา้ ทม่ี ีอานาจจับกุมผู้กระทาความผิดหรือผทู้ ี่
ตอ้ งสงสยั ว่ากระทาความผิดนน้ั พร้อมด้วย ยานพาหนะเครือ่ งมอื และส่งิ ของที่ใชใ้ นการกระทาความผิดเพอื่
ดาเนินการตามกฎหมายได้
ในการปฏิบตั หิ นา้ ท่ีให้เจา้ พนักงานทอ้ งถิ่นและพนกั งานเจา้ หน้าท่ีแสดงบตั รประจาตัวเมอ่ื บคุ คลท่ี
เก่ยี วข้องร้องขอบตั รประจาตัวพนักงานเจา้ หนา้ ที่ให้เป็นไปตามแบบทีร่ ฐั มนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทย
กาหนด
พระราชบัญญัตริ ักษาความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรยี บร้อยของบา้ นเมือง พ.ศ. 2535 537
มาตรา 51 ในกรณที มี่ ีผู้กระทาความผิดตามพระราชบญั ญัติน้ปี ระชาชนผพู้ บเหน็ อาจแจ้งความต่อ
พนักงานสอบสวน เจ้าพนักงานท้องถ่ินหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้พนักงานสอบสวน เจ้าพนักงาน
ทอ้ งถิน่ หรอื พนกั งานเจ้าหน้าทีด่ าเนนิ การตาม อานาจหน้าท่ีโดยไมช่ ักช้า และใหถ้ อื วา่ ประชาชนผ้พู บเหน็
การกระทาความผดิ ดงั กลา่ วเปน็ ผ้เู สยี หายตามประมวลกฎหมายวิธี พจิ ารณาความอาญา
หมวด 6
บทกาหนดโทษ
มาตรา 52 ผ้ใู ดฝ่าฝืนมาตรา 9 มาตรา 14 มาตรา 36 มาตรา 37 หรือมาตรา 38 หรือฝา่ ฝืนหรอื ไม่
ปฏิบัติตามประกาศเจ้า พนักงานท้องถิ่นที่ได้ประกาศตามมาตรา 47 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อย
บาท
มาตรา 53 ผใู้ ดฝ่าฝนื หรอื ไม่ปฏบิ ัตติ ามมาตรา 6 มาตรา21 หรือมาตรา 28 ต้องระวางโทษปรับไม่
เกินหนึง่ พนั บาท
มาตรา 54 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไมป่ ฏบิ ตั ติ ามมาตรา 8 วรรคหน่งึ มาตรา 15 มาตรา20 มาตรา22 มาตรา
26 มาตรา27 มาตรา29 มาตรา31 มาตรา32 มาตรา35 มาตรา39 มาตรา40 หรือมาตรา 41 ต้องระวาง
โทษปรบั ไมเ่ กินสองพนั บาท
มาตรา 55 ผู้ใดขบั ข่รี ถซง่ึ บรรทกุ มลู สตั วก์ รวด หนิ ดิน เลน ทราย มลู ฝอย หรอื มนี ้ ามนั และวตั ถุ
ดังกลา่ วได้ตกหล่น ปลิว ฟงุ้ กระจาย หรือร่ัวไหลลงบนถนน ต้องระวางโทษปรบั ไม่เกินสามพันบาท
มาตรา 56 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง มาตรา 12 มาตรา 16 วรรคหนึ่ง
มาตรา 17 หรอื มาตรา 18 ต้องระวางโทษปรบั ไม่เกินหา้ พนั บาท
538
มาตรา 57 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 13 วรรคหน่ึง มาตรา 19 มาตรา 23 มาตรา 30
มาตรา 33 วรรคหนึ่ง หรอื มาตรา 34 ต้องระวางโทษปรับไมเ่ กนิ หน่งึ หมื่นบาท
มาตรา 58 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไมป่ ฏิบัตติ ามมาตรา 24 หรือมาตรา 25 ต้องระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ สอง
พนั บาท นอกจากต้องระวางโทษปรบั ตามวรรคหนึ่งแลว้ ผูฝ้ า่ ฝนื หรือไมป่ ฏิบัติตามมาตรา 24 หรือมาตรา
25 ต้องระวางโทษปรบั อกี วันละหนึ่งรอ้ ยบาทเรยี งรายวัน จนกว่าจะไดป้ ฏิบตั ิใหถ้ กู ต้องตามกฎกระทรวง
มาตรา 59 พนักงานสอบสวน เจา้ พนักงานท้องถน่ิ หรือพนักงานเจา้ หนา้ ท่ผี ู้ใดไม่ปฏิบตั ิตามมาตรา
51 ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทาความผดิ ตามท่ีมีการแจง้ ความนน้ั
บทเฉพาะกาล
มาตรา 60 บรรดาคาขออนุญาตท่ีย่ืนไว้ก่อนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่าง
การพิจารณาของเจ้าพนักงานท้องถ่ินหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ การอนุญาตและใบอนุญาตท่ีได้ให้ไว้ก่อน
วันที่พระราชบญั ญตั ิน้ีใช้บังคบั หรือการ ปฏิบัติของผู้ขอรบั ใบอนญุ าตตามท่ีได้รบั ใบอนุญาต แล้วแตก่ รณี
ให้ถือว่าเป็นคาขออนุญาต การอนุญาต และใบอนุญาตตาม พระราชบญั ญัตนิ ี้
มาตรา 61 อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของ
บ้านเมือง พ.ศ. 2503 ที่ได้ยื่น ไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงมีผลใช้ได้ต่อไปจนกว่า
รฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะได้วินิจฉยั ชีข้ าด
มาตรา 62 บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือคาส่ังซ่ึงออกโดยอาศัยอานาจตาม
พระราชบัญญัติรักษาความ สะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2503 ให้คงใช้
บงั คบั ได้ตอ่ ไป ทงั้ นี้ เพยี งเท่าที่ไมข่ ดั หรือแย้งกับบทบญั ญัตแิ หง่ พระราชบญั ญตั นิ ้ี
แนวขอ้ สอบพระราชบญั ญัตริ กั ษาความสะอาดและความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ยของบ้านเมอื ง 539
พ.ศ.2535และแก้ไขเพิม่ เติม
ผู้รบั สนองพระบรมราชโองการ
อานันทป์ ันยารชุน
นายกรฐั มนตรี
อตั ราคา่ ธรรมเนยี มใบอนุญาตและคา่ บรกิ าร
ลาดบั ที่ ประเภท จานวนเงนิ
200 บาท
1. ค่าธรรมเนยี มใบอนญุ าตปดิ แผน่ ประกาศ
หรือเขียนข้อความ หรอื ภาพ ติดตง้ั เขียนป้าย
หรือเอกสาร หรอื ทงิ้ หรือโปรยแผ่นประกาศ
เพ่ือโฆษณาแกป่ ระชาชน
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เน่ืองจากพระราชบัญญัติรักษาความ
สะอาดและความเป็นระเบียบเรยี บร้อยของบา้ นเมือง พ.ศ. 2503 ซึ่งเป็นกฎหมายท่ีมีบทบัญญัตเิ กีย่ วกับ
การดาเนินงานด้านการรกั ษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรยี บร้อยของบ้านเมือง ได้ใช้บังคับมา
เป็นเวลานาน ไม่เหมาะสมกบั สภาวการณป์ จั จบุ นั โดยเฉพาะในสว่ นที่ เกี่ยวกับบทลงโทษและอานาจหนา้ ที่
ของเจ้าพนกั งานทอ้ งถนิ่ เปน็ เหตใุ ห้การดาเนินการรกั ษาความสะอาดและความเปน็ ระเบียบ เรียบร้อยของ
บ้านเมืองไมไ่ ดผ้ ลเท่าที่ควรสมควรปรบั ปรุงกฎหมายวา่ ด้วยการรกั ษาความสะอาดและความเปน็ ระเบียบ
เรยี บรอ้ ย ของบ้านเมอื งเสยี ใหมใ่ หเ้ หมาะสมยิง่ ขึ้น จึงจาเปน็ ตอ้ งตราพระราชบญั ญตั นิ ้ี
แนวขอ้ สอบพระราชบัญญัตริ ักษาความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรียบร้อยของบา้ นเมือง พ.ศ.
2535และแก้ไขเพ่มิ เตมิ
**********************
540
1. พระราชบญั ญตั ริ กั ษาความสะอาดและความเปน็ ระเบียบเรยี บร้อยของบา้ นเมอื ง พ.ศ. 2535
ให้ใช้บังคับเมื่อใด
ก. วันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
ข. วนั ถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป
ค. เมอ่ื พ้นกาหนด 30 วนั นับแตว่ ันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ต้นไป
ง. เมื่อพ้นกาหนด 120 วนั นบั แตว่ ันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป
2. พระราชบญั ญตั ริ ักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบรอ้ ยของบา้ นเมอื ง (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.
2560 ใหใ้ ช้บังคับเมอ่ื ใด
ก. วนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นต้นไป
ข. วนั ถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นต้นไป
ค. เมือ่ พน้ กาหนด 30 วนั นบั แตว่ ันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเป็นตน้ ไป
ง. เมอื่ พ้นกาหนด 120 วนั นบั แตว่ นั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ต้นไป
3. ข้อใดคือความหมายของ “เจา้ พนักงานทอ้ งถิ่น”
ก. นายกองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั
ข. ผูว้ า่ ราชการกรุงเทพมหานคร
ค. นายกองค์การบรหิ ารส่วนตาบล
ง. ถูกทุกข้อ
4. ข้อใดไมใ่ ช่ความหมายของ “ราชการส่วนทอ้ งถิ่น” ตามพระราชบัญญัตนิ ี้ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
ก. เทศบาล
ข. กรงุ เทพมหานคร
ค. เมอื งพทั ยา
ง. สขุ าภบิ าล
5. บุคคลใดเป็นผู้รกั ษาการตามพระราชบัญญัตริ ักษาความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรียบร้อยของ
บา้ นเมือง (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2560
ก. รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย
ข. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงสาธารณสุข
ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
แนวข้อสอบพระราชบญั ญัตริ ักษาความสะอาดและความเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยของบ้านเมือง 541
พ.ศ.2535และแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ
ง. ถูกทัง้ ข้อ ก และ ข
6. ในกรณีทีเ่ ปน็ ตลาดใครมหี นา้ ท่ีดูแลรักษาความสะอาดทางเท้าทอี่ ยตู่ ดิ กบั ตลาด
ก. เจ้าของตลาด ข. ผูค้ รอบครองสว่ นหนึง่ สว่ นใดของตลาด
ค. ผู้ไดร้ บั มอบหมายจากเจ้าของตลาด ง. ข้อ ก. และ ค. ถกู
7. เจ้าของหรอื ผคู้ รอบครองอาคารหรอื ทดี่ ินผใู้ ด กระทาการตามขอ้ ใดทเี่ จา้ ของหรอื ผู้ครอบครอง
อาคารมคี วามผดิ ตามพระราชบญั ญัติน้ี
ก. วางกระถางตน้ ไมบ้ นทางเทา้ ท่ตี นเปน็ เจา้ ของหรือผ้คู รอบครอง และปลอ่ ยปละละเลยให้ต้นไม้
เห่ยี วแหง้
ข. ปล่อยปละละเลยให้ต้นไมห้ รอื ธญั พืชทตี่ นปลูกไว้ในที่ดินของตนให้เหีย่ วแหง้ มสี ภาพที่
ประชาชนอาจเหน็ ไดจ้ ากทสี่ าธารณะ
ค. ปล่อยปละละเลยใหม้ ีสงิ่ ปฏกิ ลู หรือมลู ฝอย ในกระถางต้นไมห้ รอื ทบี่ ริเวณภายนอกของอาคาร
ง. ถูกทุกขอ้
8. การโฆษณาดว้ ยการปิด ทิ้ง หรอื โปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในทสี่ าธารณะ จะกระทาได้เม่ือ
ปฏิบัตอิ ยา่ งไร
ก. ไดร้ ับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถน่ิ
ข. ไดร้ บั หนังสืออนญุ าตจากเจา้ พนกั งานทอ้ งถิ่นหรือพนกั งานเจ้าหน้าท่ี
ค. ได้มคี าสง่ั จากเจ้าพนกั งานท้องถิ่น
ง. ไดม้ ีประกาศจากพนกั งานเจ้าหน้าที่
9. จากข้อ 8 การโฆษณาโดยไมไ่ ด้ปฏิบตั ิตามหลักเกณฑ์ ให้เจ้าพนักงานทอ้ งถ่ินหรอื พนักงาน
เจ้าหน้าที่มอี านาจดาเนนิ การอยา่ งไร
ก. ออกคาสง่ั ใหผ้ โู้ ฆษณาปลด รือ้ ถอน ขดู ลบ หรือล้างข้อความหรอื ภาพนั้นภายในเวลาที่
กาหนด
ข. สัง่ เป็นหนงั สือใหผ้ โู้ ฆษณาปลด ร้อื ถอน ขดู ลบ หรอื ล้างข้อความหรอื ภาพนน้ั ภายในเวลาท่ี
กาหนด
542
ค. ทาประกาศให้เจา้ หน้าทรี่ ื้อ ถอน ภายในเวลาท่กี าหนด
ง. ไม่มขี ้อถูก
10. ขอ้ ใดกล่าวถกู ตอ้ ง
ก. ราชการส่วนทอ้ งถ่ิน ราชการส่วนอน่ื หรือรฐั วิสาหกจิ กระทาการ ขูด กระเทาะ ขดี เขียน พน่ สี
หรือทาใหป้ รากฏด้วยประการใด ๆ ซง่ึ ข้อความ ภาพ หรอื รปู รอยใด ๆ ที่กาแพงทีต่ ดิ กบั ถนน ได้
ข. เจ้าของรถซ่งึ ใช้บรรทุกสัตว์ กรวด หิน ดนิ เลน ทราย สงิ่ ปฏิกลู มลู ฝอยหรอื สงิ่ อื่นใด ตอ้ งจัด
ใหร้ ถนนั้ อย่ใู นสภาพที่ปอ้ งกนั มใิ หม้ ลู สัตวห์ รอื สิ่งดงั กล่าวตกหลน่ รั่วไหล ปลวิ ฟุง้ กระจายลงบนถนนใน
ระหว่างท่ีใช้ รถน้นั
ค. หา้ มมใิ หผ้ ู้ใดปล่อยใหส้ ัตวถ์ ่ายมูลบนถนนและมิไดข้ จดั มลู ดังกลา่ วใหห้ มดไป
ง. ถกู ท้ังขอ้ ข และ ค
11. ขอ้ ใดสามารถกระทาได้ในถนนสว่ นบุคคลหรือในบรเิ วณท่เี จา้ พนักงานทอ้ งถ่ินหรือพนักงาน
เจา้ หนา้ ทปี่ ระกาศผ่อนผันให้กระทาได้ในระหวา่ งวนั เวลาท่กี าหนดด้วยความเหน็ ชอบของเจา้
พนกั งานจราจร
ก. ปรงุ อาหาร ขายหรือจาหน่ายสินค้าบนถนน
ข. ใชร้ ถยนต์หรือลอ้ เลอ่ื นเปน็ ทปี่ รงุ อาหารเพอื่ ขายหรอื จาหนา่ ยใหแ้ ก่ประชาชนบนถนน
ค. ขายหรอื จาหนา่ ยสินคา้ ซงึ่ บรรทกุ บนรถยนตบ์ นถนน
ง. ถกู ทง้ั ขอ้ ก แล ข
12. ขอ้ ใดสามารถกระทาได้
ก. เทหรือทง้ิ กรวด หนิ ดนิ เลน ทราย หรือเศษวตั ถกุ ่อสรา้ งลงในทางน้า หรอื กองไว้ หรอื กระทา
ดว้ ยประการใด ๆ ใหว้ ตั ถดุ งั กลา่ วไหลหรอื ตกลงในทางน้า
ข. ผู้อยูใ่ นรถยนตห์ รอื ผูข้ บั ขีห่ รอื ผู้นงั่ ซ้อนทา้ ยรถจักรยานยนต์ ซ้ือสนิ คา้ ท่ีขายหรอื จาหน่ายใน
สถานสาธารณะหรือบนถนนยกเว้นถนนส่วนบคุ คล
แนวขอ้ สอบพระราชบญั ญัตริ กั ษาความสะอาดและความเปน็ ระเบยี บเรียบร้อยของบา้ นเมือง 543
พ.ศ.2535และแก้ไขเพ่มิ เติม
ค. ตั้ง วาง หรือกองวตั ถใุ ด ๆ บนถนนในบรเิ วณที่เจ้าพนกั งานทอ้ งถ่ินหรือพนกั งานเจา้ หนา้ ที่
ประกาศกาหนดดว้ ยความเหน็ ชอบของเจ้าพนกั งานจราจร
ง. ไมม่ ีข้อถูก
13. เจา้ ของร้านจาหนา่ ยอาหารและหรอื เครอ่ื งดื่มซึง่ จัดสถานท่ีไว้สาหรับบรกิ ารลกู ค้าได้ใน
ขณะเดียวกันไม่ต่ากว่าก่ีคน ต้องจัดใหม้ สี ว้ มทตี่ ้องดว้ ยสขุ ลกั ษณะตามที่กาหนดในกฎกระทรวง
เพื่อใหล้ กู ค้าใช้ใน ระหวา่ งเปิดทาการค้า
ก. ไม่ต่ากวา่ 15 คน ข. ไม่ต่ากวา่ 20 คน
ค. ไมต่ ่ากวา่ 30 คน ง. ไมต่ ่ากว่า 50 คน
14. ขอ้ ใดกล่าวถูกต้อง
ก. หา้ มมิใหผ้ ใู้ ดปนี ปา่ ย น่งั หรือขนึ้ ไปบนรั้ว กาแพง ตน้ ไมห้ รอื สง่ิ ค้ายนั ตน้ ไม้ในท่ีสาธารณะ
ข. หา้ มมิใหผ้ ใู้ ดยนื น่ัง หรอื นอนบนราวสะพานสาธารณะหรอื นอนในที่สาธารณะ
ค. หา้ มมใิ หผ้ ใู้ ดเล่นวา่ ว ฟุตบอล ตะกร้อ หรอื กีฬาใด ๆ บนถนน หรือในสถานสาธารณะหรอื สว่ น
หน่งึ ส่วนใดของสถานสาธารณะ ทม่ี ีประกาศของเจ้าพนกั งานท้องถน่ิ ห้ามไว้
ง. ถูกทกุ ข้อ
15. เจ้าของอาคารซึ่งตั้งอยใู่ นระยะก่เี มตรจากขอบทางเดนิ รถที่มีผิวจราจรกวา้ งไม่ตา่ กว่าแปดเมตร
และท่ผี สู้ ัญจรไปมาอาจเหน็ อาคารหรือบริเวณของอาคารไดจ้ ากถนนนั้น ต้องดแู ลรักษาอาคารนั้นมใิ ห้
สกปรกรกรงุ รงั
ก. ไม่เกนิ 5 เมตร ข. ไม่เกนิ 10 เมตร
ค. ไม่เกนิ 15 เมตร ง. ไม่เกนิ 20 เมตร
16. ในเขตกรุงเทพมหานคร เป็นอานาจของใครจะให้คาแนะนาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพ่ือ
พิจารณาแกไ้ ขข้อบกพร่องในการดแู ลรกั ษาความสะอาดและความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ยตามท่ีบญั ญตั ิ
ไว้ในพระราชบัญญตั ิน้ี
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย
ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ง. ผู้ทน่ี ายกรฐั มนตรมี อบหมาย
544
17. นอกจากอานาจหน้าท่ีท่ไี ด้บญั ญัติไวใ้ นพระราชบัญญัตนิ ใ้ี ห้เจ้าพนกั งานทอ้ งถ่ินและพนักงาน
เจา้ หน้าท่ีมอี านาจหน้าทตี่ ามข้อใด
ก. โฆษณาให้ประชาชนได้ทราบถงึ หน้าท่ที จ่ี ะต้องปฏิบตั ติ ามพระราชบัญญัตินี้
ข. สอดส่องและกวดขันไม่ให้มีการฝา่ ฝนื พระราชบญั ญตั ินโี้ ดยเคร่งครัด
ค. จับกมุ ผูก้ ระทาความผดิ ซ่งึ ไมเ่ ชอื่ ฟงั คาตักเตือนและดาเนนิ คดีตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
ง. ถูกทุกขอ้
18. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้องเก่ียวกบั ใบอนุญาต
ก. ใบอนญุ าตการรบั ทาการเกบ็ และขนส่ิงปฏิกูลและมลู ฝอยใหม้ อี ายุ 2 ปนี บั แต่วนั ทอี่ อก
ใบอนญุ าต
ข. ใบอนุญาตการกาจัดสง่ิ ปฏกิ ลู และมลู ฝอยใหม้ อี ายุ 5 ปนี บั แต่วนั ทีอ่ อกใบอนุญาต
ค. ใบอนุญาตการหาประโยชนจ์ ากการจัดการสง่ิ ปฏกิ ลู และมูลฝอยใหม้ อี ายุ 3 ปนี ับแตว่ นั ที่
ออกใบอนญุ าต
ง. ถูกทุกขอ้
19. เพ่ือประโยชนใ์ นการรักษาความสะอาดและการจัดระเบยี บในการคดั แยก เกบ็ ขน และกาจัดสง่ิ
ปฏกิ ูลและมลู ฝอยให้ราชการส่วนท้องถ่ินมีหน้าทอี่ อกข้อกาหนดของท้องถ่ินตามขอ้ ใด
ก. กาหนดวธิ กี ารคดั แยก เกบ็ ขน และกาจัดสิ่งปฏิกูลและมลู ฝอย
ข. กาหนดอตั ราคา่ ธรรมเนียมในการใหบ้ ริการของราชการสว่ นทอ้ งถ่นิ
ค. กาหนดหลกั เกณฑ์การจดั ใหม้ ที รี่ องรบั สิ่งปฏิกลู และมลู ฝอยในสถานท่ีเอกชนทเ่ี ปดิ ให้
ประชาชนเขา้ ไปได้
ง. ถกู ทุกขอ้
20. ผ้ใู ดดาเนินกจิ การเกี่ยวกบั การจัดการส่งิ ปฏกิ ลู และมลู ฝอยโดยมิไดร้ บั ใบอนุญาตตอ้ งระวางโทษ
อย่างไร
ก. ระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ 3 เดือน หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ 10,000 บาท หรอื ทั้งจาทัง้ ปรบั
ข. ระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ 3 เดอื น หรอื ปรับไมเ่ กิน 50,000 บาท หรอื ทง้ั จาท้งั ปรบั
ค. ระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กิน 6 เดอื น หรอื ปรับไมเ่ กนิ 30,000 บาท หรอื ท้งั จาทง้ั ปรบั
ง. ระวางโทษจาคุกไมเ่ กิน 6 เดอื น หรือปรบั ไมเ่ กนิ 50,000 บาท หรอื ทัง้ จาทงั้ ปรับ
เฉลยแนวข้อสอบพระราชบญั ญตั ริ ักษาความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรียบรอ้ ยของ 545
บ้านเมือง พ.ศ.2535และแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ
เฉลยแนวขอ้ สอบพระราชบญั ญัติรักษาความสะอาดและความเปน็ ระเบียบเรยี บร้อยของบา้ นเมอื ง
พ.ศ.2535และแกไ้ ขเพิม่ เตมิ
**********************
1. ตอบ ค. เมอื่ พน้ กาหนด 30 วันนับแตว่ นั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 2(1) พระราชบญั ญตั ินี้ให้ใช้บงั คบั ในเขตเทศบาล สขุ าภบิ าล กรงุ เทพมหานคร และเมืองพทั ยา
เม่ือพน้ กาหนดสามสบิ วนั นบั แตว่ ันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ต้นไป
2. ตอบ ข. วนั ถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 1 พระราชบญั ญตั นิ เ้ี รยี กว่า “พระราชบญั ญัตริ ักษาความสะอาดและความเปน็
ระเบียบเรยี บร้อยของบ้านเมอื ง (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2560”
มาตรา 2 พระราชบญั ญัติน้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั ตงั้ แตว่ ันถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ต้นไป
3. ตอบ ง. ถูกทกุ ข้อ
มาตรา 4 ใหย้ กเลกิ ความในบทนยิ ามคา วา่ “เจา้ พนักงานทอ้ งถิ่น” “พนักงานเจ้าหน้าท”่ี และ “ราชการ
สว่ นท้องถนิ่ ” ในมาตรา 4 แหง่ พระราชบญั ญตั ิรกั ษาความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรียบรอ้ ยของ
บ้านเมอื ง พ.ศ. 2535 และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปน้แี ทน
“เจ้าพนกั งานทอ้ งถน่ิ ” หมายความว่า
(1) นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัด สาหรบั ในเขตองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด
(2) นายกเทศมนตรี สาหรบั ในเขตเทศบาล
(3) นายกองค์การบรหิ ารส่วนตาบล สาหรับในเขตองคก์ ารบริหารส่วนตาบล
(4) ผู้วา่ ราชการกรุงเทพมหานคร สาหรบั ในเขตกรงุ เทพมหานคร
(5) นายกเมอื งพัทยา สาหรบั ในเขตเมืองพัทยา
(6) ผู้บริหารองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ อื่น สาหรบั ในเขตองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินนั้น
4. ตอบ ง. สุขาภิบาล
“ราชการสว่ นทอ้ งถน่ิ ” หมายความว่า องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด เทศบาล องค์การบรหิ ารส่วนตาบล
กรุงเทพมหานคร เมอื งพัทยา และองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินอ่ืนที่มกี ฎหมายจัดต้ังขึ้น”
5. ตอบ ง. ถูกทงั้ ข้อ ก และ ข
“มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทยและรฐั มนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสุข
รกั ษาการตามพระราชบัญญตั นิ ้ี
546
6. ตอบ ง. ข้อ ก. และ ค. ถูก
มาตรา 6 เจา้ ของหรอื ผู้ครอบครองอาคารหรอื บรเิ วณของอาคารที่อยูต่ ิดกบั ทางเท้า มีหนา้ ที่ดแู ลรกั ษา
ความสะอาดทางเทา้ ทอ่ี ยตู่ ดิ กับอาคารหรือบรเิ วณของอาคาร
ในกรณที ี่เปน็ ตลาด ไม่ว่าจะเปน็ ตลาดทข่ี ายอาหารหรือสนิ คา้ ประจาทกุ วนั หรอื เฉพาะคราว ให้เจ้าของ
ตลาดมีหนา้ ทีด่ แู ลรกั ษาความสะอาดทางเทา้ ทีอ่ ยู่ติดกบั ตลาด และใหผ้ ูค้ รอบครองส่วนหนงึ่ ส่วนใดของ
ตลาดมีหนา้ ที่รกั ษาความสะอาดบริเวณตลาดทต่ี นครอบครอง
ในการรกั ษาความสะอาดตามมาตรานี้ เจ้าของหรือผ้คู รอบครองอาคารหรอื บรเิ วณของอาคาร เจ้าของ
ตลาด หรอื ผู้ครอบครองส่วนหนง่ึ สว่ นใดของตลาด จะมอบหมายให้คนหนง่ึ คนใดหรือหลายคนเป็นผูม้ ี
หนา้ ทดี่ ูแลรกั ษาความสะอาดแทนตนก็ได้ และใหผ้ ้ไู ด้รบั มอบหมายมหี น้าท่ีและความรบั ผดิ แทนผู้
มอบหมาย ในกรณที ม่ี กี ารฝ่าฝืนหรือไมป่ ฏบิ ตั ิตามมาตรานี้และพนกั งานเจ้าหนา้ ที่ไมอ่ าจหาตัวผรู้ บั
มอบหมายได้ ให้ถือวา่ ไม่มีการมอบหมาย และใหเ้ จา้ ของหรอื ผู้ครอบครองอาคารหรอื บรเิ วณของอาคาร
เจ้าของตลาด หรอื ผู้ครอบครองส่วนหนง่ึ ส่วนใดของตลาด เป็นผรู้ บั ผดิ ในการฝา่ ฝืนหรอื ไม่ปฏิบัติตาม
มาตราน้ี
7. ตอบ ง. ถูกทกุ ขอ้
มาตรา 8 เจ้าของหรอื ผ้คู รอบครองอาคารหรอื ท่ดี นิ ผูใ้ ด
(1) วางกระถางต้นไมบ้ นทางเทา้ หรอื ปลกู ตน้ ไมท้ บี่ รเิ วณภายนอกอาคารท่ีตนเป็นเจา้ ของหรอื ผูค้ รอบครอง
และปลอ่ ยปละละเลยให้ต้นไมเ้ หี่ยวแห้งหรือมีสภาพรกรงุ รงั หรอื ปลอ่ ยปละละเลยให้มสี งิ่ ปฏิกลู หรือมลู
ฝอย ในกระถางตน้ ไมห้ รือทบี่ รเิ วณภายนอกของอาคาร
(2) ปลอ่ ยปละละเลยให้ต้นไมห้ รือธญั พืชทตี่ นปลูกไว้หรอื ท่ีขน้ึ เองในทีด่ นิ ของตนให้เหี่ยวแหง้ หรอื มสี ภาพ
รกรงุ รงั หรอื ปล่อยปละละเลยใหม้ ีการทงิ้ สง่ิ ปฏิกูลหรอื มลู ฝอยในบรเิ วณทดี่ ินของตน
ถ้าการปล่อยปละละเลยตาม (2) มสี ภาพทปี่ ระชาชนอาจเหน็ ไดจ้ ากท่ีสาธารณะ เจ้าของหรอื ผคู้ รอบครอง
อาคารมคี วามผิดตามพระราชบัญญตั ิน้ี
8. ตอบ ข. ได้รบั หนังสืออนุญาตจากเจ้าพนกั งานทอ้ งถ่นิ หรอื พนักงานเจา้ หน้าท่ี
มาตรา 10 การโฆษณาด้วยการปิด ทง้ิ หรอื โปรยแผน่ ประกาศหรอื ใบปลิวในทส่ี าธารณะ จะกระทาได้
ตอ่ เมือ่ ไดร้ บั หนงั สอื อนุญาตจากเจ้าพนกั งานท้องถ่ินหรอื พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี และตอ้ งปฏิบตั ิใหเ้ ปน็ ไปตาม
หลกั เกณฑห์ รอื เงอื่ นไขท่กี าหนดในหนงั สืออนญุ าตด้วย
9. ตอบ ข. สง่ั เป็นหนังสือให้ผู้โฆษณาปลด ร้ือ ถอน ขูด ลบ หรอื ลา้ งข้อความหรือภาพนั้นภายในเวลา
ทก่ี าหนด