พระราชบญั ญัตกิ ารสาธารณสขุ พ.ศ.2535 และทแี่ กไ้ ขเพมิ่ เตมิ 397
ค่าปรบั เพมิ่ ขึ้นอกี รอ้ ยละยส่ี ิบของจานวนค่าธรรมเนยี มทคี่ า้ งชาระ เว้นแต่ผู้แจ้งหรอื ผไู้ ด้รบั ใบอนุญาตจะได้
บอกเลิกการดาเนนิ กิจการนัน้ ก่อนถึงกาหนดการเสยี ค่าธรรมเนยี มคร้ังตอ่ ไปตามทีก่ าหนดไว้ในขอ้ กาหนด
ของทอ้ งถ่นิ
ในกรณที ่ผี ู้มีหน้าทต่ี ้องเสียคา่ ธรรมเนียมตามวรรคหนง่ึ ค้างชาระค่าธรรมเนยี มติดตอ่ กันเกินกว่า
สองคร้งั ให้เจา้ พนักงานทอ้ งถ่ินมอี านาจส่ังใหผ้ ูน้ ั้นหยดุ การดาเนนิ กจิ การไวจ้ นกว่าจะได้เสียค่าธรรมเนียม
และคา่ ปรบั จนครบจานวน
หมวด 14
การอุทธรณ์
มาตรา 66 ในกรณีที่เจ้าพนักงานทอ้ งถ่ินมีคาสงั่ ตามมาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 27 วรรค
หน่ึง มาตรา 28 วรรคหนึ่ง หรือวรรคสาม มาตรา 45 มาตรา 48 วรรคห้า มาตรา 52 หรือมาตรา 65
วรรคสอง หรือมีคาสั่งในเร่ืองการไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตหรือเพิกถอน
ใบอนุญาตตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือในกรณีท่ีเจ้าพนักงานสาธารณสุขมีคาสั่งตามมาตรา 46
วรรคสอง ถ้าผู้ท่ีไดร้ บั คาสั่งไมพ่ อใจคาสง่ั ดังกล่าว ผู้น้ันมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรฐั มนตรีภายในสามสบิ วันนับแต่
วนั ทราบคาสัง่
การอทุ ธรณ์ตามวรรคหน่ึงไมเ่ ป็นเหตทุ ุเลาการบังคบั ตามคาสงั่ เว้นแตร่ ัฐมนตรีจะเห็นสมควรให้
มีการทเุ ลาการบังคบั ตามคาสง่ั นั้นไว้ชวั่ คราว
มาตรา 67 การพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา 66 ให้รัฐมนตรีพิจารณาโดยไม่ชักช้า
คาสง่ั ของรฐั มนตรีใหเ้ ปน็ ทส่ี ุด
หมวด 15
บทกาหนดโทษ
มาตรา 68 ผู้ใดฝ่าฝืนกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา 6 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหน่ึงหม่ืน
บาท
398
มาตรา 68/1[10] ผูใ้ ดฝา่ ฝืนกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา 6 ในกรณที ่เี กีย่ วกบั มูลฝอยติดเช้ือ
หรือมลู ฝอยทเ่ี ปน็ พษิ หรืออันตรายจากชุมชน ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กินหกเดือน หรือปรับไมเ่ กินห้าหมนื่
บาท หรอื ท้ังจาทงั้ ปรับ
มาตรา 69 ผใู้ ดไม่ปฏิบตั ติ ามคาสัง่ ของอธบิ ดกี รมอนามยั ตามมาตรา 8 วรรคหน่ึง โดยไมม่ เี หตุ
หรือขอ้ แกต้ ัวอนั สมควร หรือขัดขวางการปฏบิ ัตหิ น้าทข่ี องเจา้ พนกั งานสาธารณสุขตามมาตรา 8 วรรคสอง
หรือนายแพทย์สาธารณสขุ จังหวัดตามมาตรา 8 วรรคสาม ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ สองเดอื น หรอื ปรบั
ไม่เกินหา้ พันบาท หรือทั้งจาท้ังปรบั
มาตรา 70 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคาสัง่ ของคณะกรรมการหรอื คณะอนกุ รรมการตามมาตรา 17 โดย
ไมม่ เี หตหุ รอื ข้อแก้ตัวอันสมควร ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกินหนง่ึ เดอื นหรือปรับไมเ่ กินสองพนั บาท หรือทงั้
จาทัง้ ปรบั
มาตรา 71 ผูใ้ ดฝา่ ฝนื มาตรา 19 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง หรอื มาตรา 34 ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่
เกนิ หกเดือน หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หนง่ึ หมน่ื บาท หรอื ทัง้ จาท้งั ปรบั
มาตรา 72 ผู้ใดจัดต้ังสถานที่จาหน่ายอาหารหรือสถานท่ีสะสมอาหาร ซึ่งมีพ้ืนท่ีเกินสองร้อย
ตารางเมตรโดยไมไ่ ด้รับใบอนญุ าต ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กินหกเดอื นหรือปรบั ไม่เกินหนึง่ หมนื่ บาท
ผู้ใดจดั ตัง้ สถานที่จาหน่ายอาหารหรอื สถานทสี่ ะสมอาหาร ซ่งึ มพี ้นื ท่ีไม่เกินสองร้อยตารางเมตร
โดยไมม่ ีหนงั สือรับรองการแจ้ง ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กินสามเดอื นหรอื ปรบั ไมเ่ กินห้าพันบาท
มาตรา 73 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกาหนดของท้องถ่ินซ่ึงออกตามความในมาตรา 20 (5) มาตรา 32 (2)
มาตรา 35 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 40 (2) หรอื (3) ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กินหกเดอื น หรอื ปรบั ไม่เกนิ
หนงึ่ หม่ืนบาท หรือทงั้ จาท้ังปรับ
ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกาหนดของท้องถิ่นซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัตินี้นอกจากท่ีบัญญัติไว้ใน
วรรคหนึ่งหรอื ในมาตรา 37 หรือมาตรา 43 ตอ้ งระวางโทษปรับไมเ่ กินห้าพนั บาท
มาตรา 73/1[11] ผู้ใดฝ่าฝนื ข้อกาหนดของท้องถ่ินซง่ึ ออกตามความในมาตรา 20 (1) (2) (3)
หรือ (6) ในกรณีเกีย่ วกับมูลฝอยติดเช้อื หรือมูลฝอยที่เปน็ พิษหรอื อันตรายจากชุมชน ตอ้ งระวางโทษปรบั
ไม่เกินหนึง่ หมนื่ บาท
มาตรา 73/2[12] ผรู้ ับอนญุ าตผู้ใดฝ่าฝนื ขอ้ กาหนดของทอ้ งถิ่นซงึ่ ออกตามความในมาตรา 20
(5) ในกรณีเกี่ยวกับมูลฝอยติดเช้ือ หรือมูลฝอยท่ีเป็นพิษหรอื อันตรายจากชุมชนต้องระวางโทษจาคกุ ไม่
เกนิ หนึง่ ปี หรือปรบั ไม่เกินหนึง่ แสนบาท หรือท้ังจาทั้งปรบั
พระราชบญั ญัตกิ ารสาธารณสขุ พ.ศ.2535 และทแี่ กไ้ ขเพมิ่ เติม 399
มาตรา 74 ผู้ใดไม่ปฏิบตั ิตามคาส่ังของเจา้ พนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา
27 วรรคหน่ึง หรือมาตรา 28 วรรคหนงึ่ หรือวรรคสาม โดยไม่มเี หตหุ รอื ขอ้ แกต้ ัวอันสมควร หรือขดั ขวาง
การปฏิบตั ิหน้าท่ีของเจา้ พนักงานท้องถ่ินตามมาตรา 23 มาตรา 27 วรรคสอง หรือมาตรา 28 วรรคสอง
ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กินหนงึ่ เดือน หรอื ปรบั ไมเ่ กินสองพันบาท หรอื ทง้ั จาท้งั ปรบั
มาตรา 75 เจา้ ของหรอื ผคู้ รอบครองอาคารผู้ใดฝา่ ฝนื มาตรา 24 วรรคสองต้องระวางโทษปรับ
ไม่เกินหนึ่งพันบาท และปรับอีกไม่เกนิ วนั ละห้ารอ้ ยบาทตลอดเวลาที่ยงั ฝ่าฝนื
มาตรา 76 ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเง่ือนไขท่ีเจ้าพนักงานท้องถ่ินกาหนดไว้ใน
ใบอนญุ าตตามมาตรา 33 วรรคสอง หรอื มาตรา 41 วรรคสาม ตอ้ งระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ สองพนั บาท
มาตรา 77 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 41 วรรคสอง หรือฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงานท้องถ่ินตาม
มาตรา 42 (1) ตอ้ งระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ สองพนั บาท
มาตรา 78 ผู้ใดไม่ปฏิบตั ติ ามมาตรา 36 หรือฝา่ ฝนื ประกาศของเจ้าพนกั งานท้องถนิ่ ตามมาตรา
42 (2) หรือขอ้ กาหนดของท้องถ่ินทีอ่ อกตามมาตรา 43 ต้องระวางโทษปรับไมเ่ กนิ หนึง่ พนั บาท
มาตรา 79 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียก หรือไม่ยอมแจ้งข้อเท็จจริงหรือไม่สง่ เอกสารหรอื
หลักฐาน หรือขัดขวางหรือไม่อานวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้า
พนักงานสาธารณสุข หรอื ผซู้ ่ึงได้รบั แตง่ ต้ังจากเจ้าพนักงานทอ้ งถน่ิ ตามมาตรา 44 ต้องระวางโทษจาคุกไม่
เกนิ หนง่ึ เดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ สองพนั บาท หรอื ทัง้ จาทัง้ ปรบั
มาตรา 80 ผู้ดาเนินกิจการผู้ใดดาเนินกิจการในระหว่างที่มีคาสั่งของเจ้าพนักงานท้องถ่ินให้
หยดุ ดาเนินกจิ การ หรือไม่ปฏิบัติตามคาส่งั ของเจา้ พนักงานท้องถน่ิ ตามมาตรา 45 มาตรา 52 หรอื มาตรา
65 วรรคสอง โดยไม่มีเหตหุ รอื ข้อแกต้ ัวอันสมควร ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กินหกเดือน หรือปรับไมเ่ กิน
หนึ่งหม่ืนบาท หรอื ทั้งจาท้ังปรบั และปรบั อีกไมเ่ กนิ วนั ละหา้ พนั บาทตลอดเวลาทยี่ งั ไม่ปฏิบตั ติ ามคาส่งั
มาตรา 81 ผใู้ ดไม่ปฏบิ ตั ติ ามคาส่ังของเจา้ พนักงานสาธารณสขุ ตามมาตรา 46 วรรคสอง โดยไม่
มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าท่ขี องเจา้ พนักงานสาธารณสุข ต้องระวางโทษ
จาคุกไม่เกนิ สองเดือน หรอื ปรับไม่เกินห้าพนั บาท หรือทั้งจาทั้งปรับ
มาตรา 82 ผู้ใดไมป่ ฏบิ ัติตามมาตรา 49 หรือมาตรา 50 ตอ้ งระวางโทษปรบั ไม่เกินหา้ รอ้ ยบาท
มาตรา 83 ผู้รับใบอนญุ าตผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 57 หรือมาตรา 58 ต้องระวางโทษปรบั ไม่เกินห้า
รอ้ ยบาท
มาตรา 84 ผู้รับใบอนุญาตผใู้ ดดาเนินกจิ การในระหว่างถูกส่ังพักใช้ใบอนุญาตต้องระวางโทษ
จาคกุ ไมเ่ กนิ หกเดือน หรอื ปรับไม่เกนิ หน่ึงหมื่นบาท หรือทั้งจาท้ังปรบั และปรบั อกี ไม่เกนิ วนั ละห้าพนั บาท
ตลอดเวลาทยี่ ังฝ่าฝืน
400
มาตรา 85 ใหม้ คี ณะกรรมการเปรยี บเทียบคดี
(1) ในเขตกรงุ เทพมหานครประกอบดว้ ย ผแู้ ทนกรุงเทพมหานคร ผ้แู ทนสานกั งานอัยการสูงสดุ
และผแู้ ทนกรมตารวจ
(2) ในเขตจงั หวัดอน่ื ประกอบดว้ ยผวู้ า่ ราชการจงั หวดั อยั การจงั หวัด และผกู้ ากบั การตารวจภธู ร
จังหวดั
บรรดาความผดิ ตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าเหน็ วา่ ผู้ต้องหาไม่ควรได้รบั โทษถึงจาคุกหรือไมค่ วรถูก
ฟอ้ งรอ้ ง ให้คณะกรรมการเปรยี บเทียบคดีมีอานาจเปรยี บเทยี บ
สาหรบั ความผิดที่มีโทษปรับสถานเดยี ว หรอื มีโทษจาคกุ ไม่เกนิ หน่งึ เดือนหรอื ปรบั ไมเ่ กนิ สองพนั
บาท หรือทั้งจาทั้งปรับ ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินหรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมายมีอานาจ
เปรยี บเทยี บได้ดว้ ย
เมอื่ ไดเ้ สียคา่ ปรบั ตามที่เปรียบเทียบภายในสามสบิ วนั นบั แตว่ ันทม่ี กี ารเปรยี บเทยี บ ใหถ้ อื วา่ คดี
เลกิ กนั ตามประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา
ถ้าผ้ตู อ้ งหาไมย่ นิ ยอมตามท่เี ปรียบเทียบหรอื ยนิ ยอมแล้วไมช่ าระเงินค่าปรบั ภายในกาหนดเวลา
ดังกลา่ ว ให้ดาเนนิ คดีตอ่ ไป
หมวด 16
บทเฉพาะกาล
มาตรา 86 ผู้รับใบอนญุ าตประกอบกิจการใดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขซ่งึ ถูกยกเลิก
โดยพระราชบญั ญตั นิ อี้ ยแู่ ลว้ ในวันท่พี ระราชบัญญัติน้ีใชบ้ งั คับและกิจการนน้ั มีลกั ษณะเชน่ เดยี วกับกจิ การ
ท่ีจะต้องได้รับใบอนุญาตหรือต้องแจ้งและได้รับหนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ นั้น
ประกอบกิจการนั้นต่อไปไดเ้ สมอื นเป็นผ้ทู ไี่ ด้รับใบอนญุ าตหรอื เป็นผู้ท่ีไดแ้ จ้งและได้รบั หนังสอื รับรองการ
แจ้งตามพระราชบญั ญัตนิ ี้แล้ว แต่เมื่อใบอนุญาตดังกลา่ วส้ินอายุและผูน้ ้ันยังคงประสงคจ์ ะดาเนนิ กจิ การ
ต่อไป ผนู้ ัน้ จะต้องมาดาเนินการขอรบั ใบอนุญาตหรือแจง้ ตามพระราชบัญญัตนิ ก้ี ่อนการดาเนนิ การ
พระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสุข พ.ศ.2535 และทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เติม 401
มาตรา 87 ผซู้ ่ึงประกอบกิจการใดทไ่ี มต่ อ้ งแจง้ และไดร้ บั หนงั สอื รบั รองการแจ้งตามกฎหมายวา่
ดว้ ยการสาธารณสุขซึ่งถกู ยกเลกิ โดยพระราชบัญญตั ิน้ี แต่เปน็ กิจการท่ีจะตอ้ งแจง้ และไดร้ ับหนังสือรบั รอง
การแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ และมิใช่เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตอยู่แล้วตามมาตรา 86 ให้ยังคงประกอบ
กิจการได้ต่อไป แต่จะต้องมาดาเนินการแจง้ ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในกาหนดเวลาเก้าสิบวันนบั แต่
วันทพ่ี ระราชบัญญัตนิ ใ้ี ชบ้ ังคบั
มาตรา 88 ผ้ซู ง่ึ ประกอบกิจการใดท่ีมไิ ด้เป็นกิจการท่ตี อ้ งไดร้ ับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วย
การสาธารณสุขซึ่งถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัตินี้ แต่เป็นกิจการที่จะต้องได้รับใบอนุญาตตาม
พระราชบัญญัติน้ี ให้ยังคงประกอบกิจการได้ต่อไป แต่จะต้องมาย่ืนคาขอรับใบอนุญาตตาม
พระราชบญั ญัตินภี้ ายในกาหนดเวลาเก้าสบิ วันนับแตว่ ันทพ่ี ระราชบัญญัตินี้ใช้บงั คับ เม่ือได้ยื่นคาขอแล้ว
ให้ยงั คงประกอบกิจการได้ตอ่ ไปจนกว่าจะมีคาสงั่ ไมอ่ อกใบอนญุ าตใหป้ ระกอบกิจการตามพระราชบญั ญตั ิ
น้ี
มาตรา 89 บรรดากิจการต่าง ๆ ท่ีกาหนดให้เป็นกิจการค้าซ่ึงเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็น
อนั ตรายแก่สขุ ภาพตามมาตรา 7 แห่งพระราชบญั ญัตสิ าธารณสขุ พทุ ธศักราช 2484 และการแตง่ ผมตาม
มาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติสาธารณสุข พุทธศักราช 2484 ให้ถือว่าเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อ
สุขภาพ ทัง้ นี้ ภายใตบ้ งั คับมาตรา 31 หรอื มาตรา 32
มาตรา 90 บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ ข้อบงั คับ หรือคาส่ังของเจา้
พนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุขซ่ึงได้ออกโดยอาศัยอานาจตามกฎหมายว่าด้วยการ
สาธารณสุขซึ่งถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่ง
พระราชบัญญัตินี้ ท้ังนี้ จนกว่าจะได้มีกฎกระทรวง ประกาศ ข้อกาหนดของท้องถ่ิน หรือคาสั่งของเจ้า
พนักงานทอ้ งถิ่นหรอื เจ้าพนักงานสาธารณสุขท่ีออกตามพระราชบัญญตั ิน้ี
ผรู้ บั สนองพระบรมราชโองการ
อานันท์ ปันยารชนุ
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เน่ืองจากพระราชบัญญัติสาธารณสขุ
พุทธศักราช 2484 และพระราชบญั ญตั คิ วบคุมการใช้อจุ จาระเปน็ ปุย๋ พุทธศักราช 2480 ซึ่งเป็นกฎหมาย
402
ทีม่ ีบทบญั ญตั เิ ก่ยี วกับการดาเนนิ งานควบคุมดูแลในดา้ นสาธารณสุข ไดใ้ ช้บงั คบั มานานแล้ว แม้วา่ จะได้มี
การแก้ไขเพิม่ เตมิ อกี หลายคร้ังกต็ าม แต่กย็ งั ไมอ่ าจทันต่อสภาพความเปลยี่ นแปลงและความเจรญิ กา้ วหนา้
ของสงั คม จาเปน็ ต้องขยายขอบเขตการกากับดูแลกจิ การต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกบั การสาธารณสุขในดา้ นตา่ ง
ๆ ให้กว้างขวางขึ้น เพ่อื สามารถนามาปรับใชก้ บั เหตุการณท์ ีเ่ กิดข้ึนได้ทนั ท่วงที และโดยที่ในปจั จบุ นั เป็นท่ี
ยอมรบั วา่ การสาธารณสุขเปน็ เรอื่ งเกย่ี วพนั กบั ความเปน็ อยแู่ ละสภาพแวดลอ้ มของมนุษยอ์ ย่างใกลช้ ิด แต่
บทบัญญัติของกฎหมายปัจจุบันยังมิได้กาหนดมาตรการกากับดูแลและป้องกันเกี่ยวกับการอนามัย
สง่ิ แวดล้อมไว้อย่างเพียงพอและมีประสทิ ธิภาพ นอกจากน้ี สมควรปรับปรงุ บทบญั ญัติเกย่ี วกับการควบคมุ
ให้มีลักษณะการกากบั ดูแลและติดตาม และปรับปรุงอานาจหนา้ ที่ของเจ้าหน้าท่ีและบทกาหนดโทษตาม
กฎหมายปัจจุบันให้สามารถบังคับให้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ฉะนั้น
เพ่ือให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพของสังคมปัจจุบนั และเพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในด้านการกากับ
ดูแลและป้องกันเก่ียวกับการอนามัยส่ิงแวดล้อม สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและ
กฎหมายวา่ ดว้ ยการควบคุมการใชอ้ จุ จาระเปน็ ปยุ๋ เสยี ใหม่ และรวมกฎหมายท้ังสองฉบบั ดงั กลา่ วเปน็ ฉบบั
เดยี วกนั จึงจาเป็นตอ้ งตราพระราชบัญญัตินี้
*พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคลอ้ งกับการโอนอานาจหน้าทีข่ องส่วนราชการให้เป็นไปตาม
พระราชบญั ญตั ิปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 พ.ศ. 2545[13]
มาตรา 35 ในพระราชบญั ญตั ิการสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 ให้แก้ไขคาว่า “อธิบดีกรมควบคมุ
โรคตดิ ตอ่ ” เป็น “อธิบดีกรมควบคุมโรค”
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับน้ี คอื โดยที่พระราชบญั ญัติปรบั ปรงุ กระทรวง
ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ได้บัญญัติให้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหมโ่ ดยมีภารกจิ ใหม่ ซ่ึงได้มีการตราพระราช
กฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอานาจหน้าท่ีของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม น้ันแล้ว และเนื่องจากพระราชบญั ญัติดังกลา่ วได้บัญญัติให้โอนอานาจหน้าทข่ี อง
สว่ นราชการ รฐั มนตรผี ูด้ ารงตาแหน่งหรอื ผู้ซ่ึงปฏบิ ัติหนา้ ทใี่ นสว่ นราชการเดิมมาเป็นของสว่ นราชการใหม่
โดยใหม้ ีการแกไ้ ขบทบญั ญัตติ า่ ง ๆ ใหส้ อดคลอ้ งกบั อานาจหนา้ ทที่ โ่ี อนไปดว้ ย ฉะนั้น เพอ่ื อนวุ ตั ิให้เป็นไป
ตามหลักการท่ีปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของ
กฎหมายให้สอดคล้องกบั การโอนส่วนราชการ เพื่อให้ผู้เก่ียวข้องมคี วามชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่
ต้องไปค้นหาในกฎหมายโอนอานาจหน้าท่ีว่าตามกฎหมายใดได้มีการโอนภารกิจของส่วนราชการหรือ
ผู้รับผดิ ชอบตามกฎหมายนน้ั ไปเป็นของหน่วยงานใดหรอื ผู้ใดแล้ว โดยแก้ไขบทบญั ญัติของกฎหมายให้มี
การเปลย่ี นชือ่ ส่วนราชการ รฐั มนตรี ผู้ดารงตาแหนง่ หรือผูซ้ ง่ึ ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของส่วนราชการให้ตรงกับการ
พระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสุข พ.ศ.2535 และทแี่ ก้ไขเพมิ่ เติม 403
โอนอานาจหน้าท่ี และเพมิ่ ผแู้ ทนสว่ นราชการในคณะกรรมการใหต้ รงตามภารกจิ ทม่ี ีการตัดโอนจากส่วน
ราชการเดมิ มาเป็นของส่วนราชการใหมร่ วมทั้งตดั ส่วนราชการเดมิ ทีม่ ีการยุบเลิกแล้ว ซ่งึ เปน็ การแกไ้ ขให้
ตรงตามพระราชบัญญตั ิและพระราชกฤษฎีกาดังกลา่ ว จึงจาเปน็ ต้องตราพระราชกฤษฎกี าน้ี
พระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสขุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550[14]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. 2535 กาหนดบทนิยามคาว่า “มูลฝอย” ยังไม่ชัดเจน ซ่ึงทาให้อานาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน
การจัดการสิ่งปฏิกูลและมลู ฝอยมีความซ้าซอ้ นกัน บทนิยามในเร่ือง “ราชการส่วนท้องถ่ิน” และ “เจ้า
พนกั งานทอ้ งถนิ่ ” ไม่สอดคลอ้ งกบั กฎหมายท่ีเปลย่ี นแปลงไป รวมทัง้ ผลจากการปฏริ ปู ระบบราชการเมอ่ื ปี
พ.ศ. 2545 ได้เปล่ียนแปลงหน่วยงานกากับดูแลราชการส่วนท้องถ่ิน และยังมีหน่วยงานอื่นท่ีทาหน้าท่ี
สนบั สนุนและเกยี่ วข้องกบั การดาเนนิ การในเรอ่ื งการจดั การสงิ่ ปฏกิ ลู และมลู ฝอย จงึ ต้องปรับองค์ประกอบ
ในคณะกรรมการสาธารณสุข นอกจากนี้การดาเนนิ งานเร่ืองการกาจัดสิง่ ปฏิกลู และมลู ฝอยไมไ่ ดใ้ หอ้ านาจ
แก่ราชการส่วนท้องถิ่นในการกาหนดอัตราค่าธรรมเนียมและกาหนดวิธีการในเร่ืองดังกล่าวประกอบกับ
มิได้มีบทกาหนดโทษในเรือ่ งมูลฝอยติดเชื้อและมูลฝอยที่เป็นพษิ หรอื อนั ตรายจากชุมชนไว้รวมถึงสมควร
กาหนดให้อานาจรัฐมนตรีโดยคาแนะนาของคณะกรรมการสาธารณสุขออกประกาศเร่ืองท่ีเป็น
รายละเอียดทางเทคนิควิชาการหรือเรื่องท่ีต้องมีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วตามสภาพสังคม เพ่ือ
ปฏิบตั กิ ารตามพระราชบัญญัติน้ี จึงจาเปน็ ต้องตราพระราชบัญญตั ินี้
**********************************
404
[1] ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 109/ตอนท่ี 38/หน้า 27/5 เมษายน 2535
[2] มาตรา 4 นิยามคาว่า “มูลฝอย” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.
2550
[3] มาตรา 4 นิยามคาวา่ “ราชการส่วนท้องถ่ิน” แก้ไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสุข (ฉบบั
ที่ 2) พ.ศ. 2550
[4] มาตรา 4 นยิ ามคาวา่ “เจา้ พนกั งานทอ้ งถิ่น” แก้ไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิการสาธารณสขุ (ฉบบั
ท่ี 2) พ.ศ. 2550
[5] มาตรา 6 วรรคสอง แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญัตกิ ารสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2550
[6] มาตรา 9 แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสขุ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2550
[7] ชอื่ หมวด 3 การจดั การสง่ิ ปฏกิ ลู และมูลฝอย แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสุข (ฉบับท่ี
2) พ.ศ. 2550
[8] มาตรา 18 แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิการสาธารณสุข (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2550
[9] มาตรา 20 (4) แกไ้ ขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2550
[10] มาตรา 68/1 เพม่ิ โดยพระราชบญั ญัตกิ ารสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2550
[11] มาตรา 73/1 เพม่ิ โดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550
[12] มาตรา 73/2 เพิ่มโดยพระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2550
[13] ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 119/ตอนท่ี 102 ก/หน้า 66/8 ตุลาคม 2545
[14] ราชกิจจานุเบกษา เลม่ 124/ตอนที่ 28 ก/หนา้ 1/27 มิถุนายน 2550
พระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสุข (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2550 405
พระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสุข (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2550
ภูมิพลอดลุ ยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 มถิ ุนายน พ.ศ. 2550
เปน็ ปที ี่ 62 ในรัชกาลปจั จบุ นั
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า
โดยทเี่ ปน็ การสมควรแก้ไขเพ่ิมเติมกฎหมายวา่ ด้วยการสาธารณสุข
จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบัญญตั ขิ ้ึนไวโ้ ดยคาแนะนาและยินยอมของสภานติ ิ
บญั ญัตแิ ห่งชาติ ดงั ตอ่ ไปนี้
มาตรา 1 พระราชบญั ญตั ินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2550”
มาตรา 2[1] พระราชบญั ญัตนิ ้ีใหใ้ ช้บังคบั ต้ังแต่วันถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น
ต้นไป
มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในบทนิยามคาว่า “มูลฝอย” ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัตกิ าร
สาธารณสุข พ.ศ. 2535 และให้ใช้ความต่อไปน้แี ทน
““มูลฝอย” หมายความว่า เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร เศษสินค้า เศษวัตถุ ถุงพลาสติก
ภาชนะท่ีใส่อาหาร เถ้า มูลสัตว์ ซากสัตว์ หรือส่ิงอื่นใดทีเ่ กบ็ กวาดจากถนน ตลาด ท่ีเล้ียงสัตว์ หรอื ทอ่ี นื่
และหมายความรวมถงึ มูลฝอยตดิ เชอื้ มูลฝอยทีเ่ ปน็ พษิ หรืออันตรายจากชุมชน”
มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในบทนิยามคาว่า “ราชการส่วนท้องถิ่น” ในมาตรา 4 แห่ง
พระราชบญั ญัติการสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 และใหใ้ ชค้ วามต่อไปน้ีแทน
““ราชการส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหาร
ส่วนตาบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอื่นที่กฎหมายกาหนดใหเ้ ปน็
ราชการสว่ นท้องถ่ิน”
มาตรา 5 ให้ยกเลิกความในบทนิยามคาว่า “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” ในมาตรา 4 แห่ง
พระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปนแ้ี ทน
““เจ้าพนักงานท้องถ่นิ ” หมายความว่า
406
(1) นายกองคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดสาหรบั ในเขตองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
(2) นายกเทศมนตรสี าหรับในเขตเทศบาล
(3) นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตาบลสาหรบั ในเขตองค์การบริหารสว่ นตาบล
(4) ผู้ว่าราชการกรงุ เทพมหานครสาหรบั ในเขตกรงุ เทพมหานคร
(5) นายกเมืองพัทยาสาหรับในเขตเมอื งพทั ยา
(6) หวั หน้าผู้บรหิ ารทอ้ งถน่ิ ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นอื่นที่กฎหมายกาหนดใหเ้ ปน็ ราชการ
สว่ นทอ้ งถ่นิ สาหรบั ในเขตราชการสว่ นท้องถนิ่ นั้น”
มาตรา 6 ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.
2535 และให้ใชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน
“กฎกระทรวงตามวรรคหน่ึงจะกาหนดให้ใช้บังคับเป็นการทั่วไปทุกท้องถิ่นหรือให้ใช้บังคับ
เฉพาะท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งก็ได้ และในกรณีท่ีกฎกระทรวงดังกล่าวจะสมควรกาหนดให้เร่ืองท่ีเป็น
รายละเอียดทางด้านเทคนิควิชาการหรือเป็นเรื่องท่ีต้องมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วตามสภาพสังคมให้
เป็นไปตามหลักเกณฑ์ท่ีรัฐมนตรีประกาศกาหนดโดยคาแนะนาของคณะกรรมการและประกาศในราช
กจิ จานเุ บกษา”
มาตรา 7 ใหย้ กเลิกความในมาตรา 9 แห่งพระราชบญั ญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และให้
ใช้ความต่อไปน้แี ทน
“มาตรา 9 ให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึงเรยี กว่า “คณะกรรมการสาธารณสขุ ” ประกอบด้วย
ปลัดกระทรวงสาธารณสขุ เปน็ ประธานกรรมการ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดี
กรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดี
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครอง
แรงงาน เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการสานกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม ปลัดกรุงเทพมหานคร นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย นายกสมาคม
องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัดแหง่ ประเทศไทย นายกสมาคมองคก์ ารบริหารสว่ นตาบลแหง่ ประเทศไทยและ
ผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินส่ีคน ซ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้ังจากผู้มีความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ในด้าน
กฎหมายการสาธารณสขุ การอนามัยส่ิงแวดล้อม และการคุ้มครองผบู้ ริโภค เป็นกรรมการให้อธิบดีกรม
อนามัยเป็นกรรมการและเลขานุการ”
มาตรา 8 ให้ยกเลิกชื่อหมวด 3 การกาจัดส่ิงปฏิกูลและมูลฝอย แห่งพระราชบัญญัติการ
สาธารณสขุ พ.ศ. 2535 และให้ใช้ความตอ่ ไปนีแ้ ทน
พระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสุข (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2550 407
“หมวด 3
การจดั การสิ่งปฏิกลู และมลู ฝอย”
มาตรา 9 ใหย้ กเลิกความในมาตรา 18 แห่งพระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 และให้
ใช้ความตอ่ ไปนีแ้ ทน
“มาตรา 18 การเก็บ ขน หรือกาจัดสงิ่ ปฏิกลู หรอื มลู ฝอยในเขตราชการสว่ นท้องถิ่นใดใหเ้ ปน็
อานาจของราชการสว่ นท้องถนิ่ นน้ั
ในการดาเนินการตามวรรคหน่งึ ราชการสว่ นทอ้ งถนิ่ อาจร่วมกับหน่วยงานของรฐั หรือราชการ
ส่วนท้องถิ่นอ่ืนดาเนินการภายใต้ข้อตกลงร่วมกันก็ได้ แต่ในกรณีจาเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะโดย
ส่วนรวม รัฐมนตรีมีอานาจออกกฎกระทรวงโดยคาแนะนาของคณะกรรมการกาหนดหลักเกณฑ์วิธกี าร
และเง่อื นไขในการดาเนนิ การรว่ มกนั ได้
ในกรณีท่ีมเี หตอุ ันสมควรราชการสว่ นท้องถน่ิ อาจมอบให้บุคคลใดดาเนนิ การตามวรรคหนึง่ แทน
ภายใต้การควบคมุ ดูแลของราชการสว่ นท้องถิ่น หรืออาจอนุญาตให้บุคคลใดเปน็ ผู้ดาเนินกิจการรับทาการ
เกบ็ ขน หรือกาจดั สิง่ ปฏกิ ูลหรอื มูลฝอยตามมาตรา 19 ก็ได้
บทบัญญัติตามมาตราน้ี และมาตรา 19 มิให้ใช้บังคับกับการจัดการของเสียอันตรายตาม
กฎหมายว่าด้วยโรงงาน แต่ให้ผู้ดาเนินกิจการโรงงานทมี่ ีของเสียอันตราย และผู้ดาเนินกิจการรับทาการ
เก็บ ขนหรอื กาจดั ของเสยี อันตรายดงั กล่าว แจ้งการดาเนินกจิ การเป็นหนงั สอื ต่อเจา้ พนักงานทอ้ งถนิ่ ”
มาตรา 10 ให้ยกเลิกความใน (4) ของมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.
2535 และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนแ้ี ทน
“(4) กาหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการให้บริการของราชการส่วนท้องถ่ิน หรือบุคคลอ่ืนท่ี
ราชการสว่ นทอ้ งถ่นิ มอบให้ดาเนินการแทน ในการเกบ็ ขน หรอื กาจัดส่งิ ปฏิกูลหรือมลู ฝอย ไม่เกนิ อตั ราท่ี
กาหนดในกฎกระทรวง ทง้ั นี้ การจะกาหนดอตั ราคา่ ธรรมเนียมการกาจัดสงิ่ ปฏิกูลหรือมลู ฝอยราชการสว่ น
ทอ้ งถิน่ น้นั จะต้องดาเนินการให้ถกู ต้องดว้ ยสขุ ลักษณะตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง”
มาตรา 11 ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เป็นมาตรา 68/1 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.
2535
“มาตรา 68/1 ผู้ใดฝ่าฝืนกฎกระทรวงซ่ึงออกตามมาตรา 6 ในกรณีท่ีเกี่ยวกับมูลฝอยติดเช้ือ
หรอื มูลฝอยทเ่ี ป็นพษิ หรอื อนั ตรายจากชุมชน ต้องระวางโทษจาคกุ ไม่เกินหกเดอื น หรือปรับไม่เกินหา้ หมน่ื
บาท หรอื ทงั้ จาท้งั ปรบั ”
408
มาตรา 12 ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เปน็ มาตรา 73/1 และมาตรา 73/2 แห่งพระราชบัญญตั กิ าร
สาธารณสขุ พ.ศ. 2535
“มาตรา 73/1 ผ้ใู ดฝ่าฝนื ข้อกาหนดของท้องถ่ินซ่ึงออกตามความในมาตรา 20 (1) (2) (3) หรอื
(6) ในกรณีเกี่ยวกับมูลฝอยติดเช้ือ หรือมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออนั ตรายจากชุมชน ต้องระวางโทษปรับไม่
เกินหน่ึงหมื่นบาท
มาตรา 73/2 ผู้รับอนุญาตผ้ใู ดฝ่าฝนื ข้อกาหนดของท้องถ่ินซง่ึ ออกตามความในมาตรา 20 (5)
ในกรณีเกี่ยวกับมลู ฝอยติดเช้ือ หรือมูลฝอยท่ีเปน็ พษิ หรอื อันตรายจากชุมชนตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกิน
หนง่ึ ปี หรือปรับไม่เกินหนงึ่ แสนบาท หรอื ทงั้ จาท้ังปรบั ”
ผรู้ บั สนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยที่พระราชบัญญัติการสาธารณสขุ
พ.ศ. 2535 กาหนดบทนิยามคาว่า “มูลฝอย” ยังไม่ชัดเจน ซึ่งทาให้อานาจของหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องใน
การจัดการส่ิงปฏิกูลและมลู ฝอยมีความซ้าซอ้ นกัน บทนิยามในเรื่อง “ราชการส่วนท้องถ่ิน” และ “เจา้
พนกั งานทอ้ งถนิ่ ” ไม่สอดคลอ้ งกับกฎหมายทเ่ี ปลยี่ นแปลงไป รวมทง้ั ผลจากการปฏริ ูประบบราชการเมอื่ ปี
พ.ศ. 2545 ได้เปลี่ยนแปลงหน่วยงานกากับดูแลราชการส่วนท้องถ่ิน และยังมีหน่วยงานอ่ืนที่ทาหน้าที่
สนบั สนนุ และเกยี่ วข้องกบั การดาเนนิ การในเรอื่ งการจดั การสิ่งปฏกิ ลู และมลู ฝอย จงึ ตอ้ งปรับองคป์ ระกอบ
ในคณะกรรมการสาธารณสขุ นอกจากนี้การดาเนนิ งานเรือ่ งการกาจดั สิ่งปฏกิ ลู และมลู ฝอยไม่ไดใ้ หอ้ านาจ
แก่ราชการส่วนท้องถ่ินในการกาหนดอัตราค่าธรรมเนียมและกาหนดวิธีการในเร่ืองดังกล่าวประกอบกบั
มิได้มีบทกาหนดโทษในเรื่องมูลฝอยติดเชื้อและมลู ฝอยท่ีเป็นพิษหรอื อันตรายจากชุมชนไว้รวมถึงสมควร
กาหนดให้อานาจรัฐมนตรีโดยคาแนะนาของคณะกรรมการสาธารณสุขออกประกาศเร่ืองที่เป็น
รายละเอียดทางเทคนิควิชาการหรือเร่ืองที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามสภาพสังคม เพ่ือ
ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบัญญัตนิ ้ี จงึ จาเป็นต้องตราพระราชบญั ญัตินี้
*********************************
[1] ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม 124/ตอนท่ี 28 ก/หนา้ 1/27 มิถนุ ายน 2550
พระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2560 409
พระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสขุ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560
สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู
ให้ไว้ ณ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560
เปน็ ปที ี่ 2 ในรัชกาลปจั จบุ ัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หวั มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกลา้ ฯให้
ประกาศวา่
โดยทีเ่ ปน็ การสมควรแก้ไขเพ่มิ เตมิ กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสขุ
จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบัญญตั ิขน้ึ ไว้โดยคาแนะนาและยนิ ยอมของสภานติ ิ
บญั ญตั ิแหง่ ชาตทิ าหนา้ ท่ีรัฐสภา ดังตอ่ ไปนี้
มาตรา 1 พระราชบญั ญัตินีเ้ รยี กว่า “พระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2560”
มาตรา 2 พระราชบญั ญัตินใ้ี ห้ใช้บงั คับเม่ือพ้นกาหนดหนึ่งรอ้ ยแปดสบิ วันนบั แต่วันประกาศใน
ราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในบทนิยามคาว่า “ราชการส่วนท้องถิ่น” ในมาตรา 4แห่ง
พระราชบัญญัติการสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสขุ (ฉบับที่
2) พ.ศ. 2550 และใหใ้ ช้ความต่อไปนแ้ี ทน
““ราชการสว่ นท้องถ่ิน” หมายความว่า องค์การบริหารสว่ นจังหวัด เทศบาล องค์การบรหิ าร
ส่วนตาบล กรุงเทพมหานคร เมอื งพัทยา และองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ อ่ืนที่มีกฎหมายจัดต้ังขน้ึ ”
มาตรา 4 ให้แก้ไขคาว่า “ข้อกาหนดของท้องถ่ิน” ในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.
2535 และทแ่ี ก้ไขเพมิ่ เติม เปน็ คาว่า “ขอ้ บญั ญัตทิ ้องถน่ิ ” ทุกแห่ง
มาตรา 5 ให้ยกเลิกความใน (6) ของบทนิยามคาว่า “เจ้าพนักงานท้องถ่ิน” ในมาตรา 4แห่ง
พระราชบัญญตั ิการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี
2) พ.ศ. 2550 และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปน้แี ทน
“(6) ผู้บริหารองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินอ่ืน สาหรับในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน้ัน”
มาตรา 6 ให้เพิ่มความต่อไปน้ีเป็นมาตรา 8/1 ในหมวด 1 บททั่วไป แห่งพระราชบญั ญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. 2535
410
“มาตรา 8/1 ในการพิจารณาออกคาส่ังตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง อธิบดีกรมอนามัยอาจให้
คณะกรรมการสาธารณสขุ จังหวัดหรือคณะกรรมการสาธารณสขุ กรุงเทพมหานครตรวจสอบข้อเท็จจรงิ
หรอื ใหค้ วามเห็นเพ่ือประกอบการพจิ ารณาโดยไม่ชกั ช้า”
มาตรา 7 ให้เพ่ิมความต่อไปน้ีเป็น (6/1) ของมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญตั ิการสาธารณสขุ
พ.ศ. 2535
“(6/1) ติดตาม และประเมินผลการดาเนินการของคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดและ
คณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้และตามท่ีกฎหมาย
กาหนดไว้”
มาตรา 8 ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา 11 แหง่ พระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 และให้
ใช้ความตอ่ ไปนี้แทน
“มาตรา 11 ในกรณีท่ีปรากฏแก่คณะกรรมการ คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดหรือ
คณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร ว่าราชการส่วนท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานท้องถ่ินซ่ึงมีเขต
อานาจในท้องถ่ินใดไม่ดาเนินการตามอานาจหน้าท่ีท่กี าหนดไว้ตามพระราชบัญญตั ิน้ีโดยไม่มีเหตผุ ลอัน
สมควร ให้คณะกรรมการ คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด หรือคณะกรรมการสาธารณสุข
กรงุ เทพมหานคร แจ้งต่อผู้มีอานาจกากบั ดูแลการปฏิบัติราชการของราชการสว่ นท้องถน่ิ หรือเจา้ พนกั งาน
ท้องถน่ิ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการนั้น เพื่อส่งั ให้ราชการสว่ นทอ้ งถิ่นหรอื เจ้าพนักงานท้องถิ่นดาเนินการตาม
อานาจหนา้ ท่หี รอื แก้ไขการดาเนินการให้เป็นไปโดยถูกตอ้ งภายในระยะเวลาที่เหน็ สมควร”
มาตรา 9 ให้เพ่ิมความต่อไปน้ีเป็นหมวด 2/1 คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดและ
คณะกรรมการสาธารณสุขกรงุ เทพมหานคร มาตรา 17/1 มาตรา 17/2 มาตรา 17/3 มาตรา 17/4และ
มาตรา 17/5 แหง่ พระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสุข พ.ศ. 2535
“หมวด 2/1
คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดและคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร
มาตรา 17/1 ใหม้ คี ณะกรรมการสาธารณสขุ จงั หวดั ประกอบดว้ ย
(1) ผู้วา่ ราชการจังหวัด เปน็ ประธานกรรมการ
(2) อัยการจังหวัด ปลัดจังหวัด เกษตรจังหวัด ผู้บังคับการตารวจภูธรจังหวัด ผู้อานวยการ
สานักงานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด โยธาธิการและผัง
พระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสุข (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2560 411
เมืองจังหวัด สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด และนายกองค์การบริหารสว่ น
จังหวดั เป็นกรรมการ
(3) นายกเทศมนตรี จานวนหนึง่ คน และนายกองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล จานวนหนง่ึ คนซง่ึ ผู้วา่
ราชการจงั หวัดแต่งต้ัง เป็นกรรมการ และในกรณีที่จงั หวัดใดมอี งค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดต้ังข้ึน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งต้ังผู้บริหารองค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่นิ น้ันเปน็ กรรมการดว้ ย
(4) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประธานกรรมการแต่งต้ังจากผู้มีความรู้ค วามสามารถหรือ
ประสบการณ์ในด้านการสาธารณสุขและการอนามัยสิ่งแวดล้อม จานวนไม่เกินสี่คน และผู้แทนภาค
ประชาชนซง่ึ ประธานกรรมการแตง่ ตง้ั จานวนไมเ่ กนิ สองคน เปน็ กรรมการ
ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้นายแพทย์สาธารณสุข
จังหวัดแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดสานักงานสาธารณสุขจังหวัดซึ่งรับผิดชอบงานด้านกฎหมายและการ
อนามยั สง่ิ แวดล้อม ดา้ นละหน่งึ คน เป็นผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร
มาตรา 17/2 ใหม้ คี ณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร ประกอบดว้ ย
(1) ปลดั กรงุ เทพมหานคร เปน็ ประธานกรรมการ
(2) รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขมอบหมาย รองปลัด
กรุงเทพมหานคร ซ่ึงปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย ผู้อานวยการสานักเทศกิจกรุงเทพมหานคร
ผู้อานวยการสานักสิ่งแวดลอ้ มกรุงเทพมหานคร ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนกรมควบคุมโรค ผู้แทน
กรมปศุสัตว์ ผู้แทนกรมโยธาธกิ าร และผังเมือง ผู้แทนกรมโรงงานอตุ สาหกรรม ผแู้ ทนกรมวิชาการเกษตร
ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้แทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ผู้แทนกรมสวัสดิการและ
คุ้มครองแรงงาน ผู้แทนกรมอนามัย ผู้แทนสานักงานตารวจแห่งชาติ และผู้แทนสานักงานอัยการสงู สุด
เปน็ กรรมการ
(3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประธานกรรมการแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถหรือ
ประสบการณ์ในด้านการสาธารณสุขและการอนามัยส่ิงแวดล้อม จานวนไม่เกินสี่คน และผู้แทนภาค
ประชาชนซง่ึ ประธานกรรมการแต่งต้งั จานวนไม่เกนิ สองคน เปน็ กรรมการ
ให้ผู้อานวยการสานักอนามัยกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้อธิบดีกรม
อนามัยแต่งตงั้ ข้าราชการในสงั กัดกรมอนามัยซึง่ รบั ผดิ ชอบงานด้านกฎหมายหรอื การอนามัยสงิ่ แวดล้อม
หนึ่งคน และให้ผู้อานวยการสานักอนามัยกรุงเทพมหานครแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดสานักอนามัย
กรงุ เทพมหานคร ซง่ึ รับผิดชอบงานด้านกฎหมายหรือการอนามัยสง่ิ แวดลอ้ มหนงึ่ คน เป็นผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร
412
มาตรา 17/3 คณะกรรมการสาธารณสขุ จังหวัดและคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร
มอี านาจหน้าทใ่ี นเขตจงั หวดั หรอื ในเขตกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี ดังตอ่ ไปนี้
(1) ดาเนนิ การตามนโยบาย แผนงาน และมาตรการตามมาตรา 10 (1)
(2) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขตามที่รัฐมนตรี
หรือคณะกรรมการมอบหมาย
(3) ให้ความเห็นแก่ราชการส่วนท้องถ่ินในการออกข้อบัญญัติท้องถ่ินและให้คาปรึกษาหรือ
สนับสนุนราชการส่วนท้องถ่ินและเจ้าพนักงานท้องถิ่นในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ให้
สอดคล้องกับแนวทางทีค่ ณะกรรมการกาหนด
(4) ประสานงาน สนบั สนนุ และพฒั นาศกั ยภาพในการดาเนนิ การของสว่ นราชการและราชการ
ส่วนท้องถ่ินท่ีเก่ียวข้องตามโครงการที่คณะกรรมการกาหนด โดยคานึงถึงหลักการมีส่วนร่วมของ
ประชาชนด้วย
(5) สอดสอ่ งหรือกากบั ดแู ลการปฏิบัตหิ น้าท่ขี องส่วนราชการทม่ี ีอานาจหน้าที่ในการปฏิบัติการ
ตามกฎหมายเกย่ี วกับการสาธารณสขุ เพอ่ื รายงานตอ่ คณะกรรมการ
(6) ส่งเสรมิ และสนับสนุนการรณรงค์และสร้างความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการสาธารณสุขและ
การอนามัยสง่ิ แวดล้อม
(7) ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือให้ความเห็นเพ่ือประกอบการพิจารณาของอธิบดกี รมอนามัยตาม
มาตรา 8/1
(8) ออกคาส่ังเป็นหนังสือเรียกให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดมาให้ถ้อยคา หรือให้ส่งเอกสารหรือ
หลกั ฐานทีเ่ กี่ยวขอ้ งหรือวัตถใุ ด ๆ มาเพอ่ื ใช้ประกอบการพจิ ารณา
(9) ปฏบิ ัตกิ ารอื่นใดตามท่ีกฎหมายกาหนดไวใ้ หเ้ ปน็ อานาจหนา้ ท่ีของคณะกรรมการสาธารณสขุ
จังหวดั หรือคณะกรรมการสาธารณสขุ กรงุ เทพมหานครหรอื ตามท่คี ณะกรรมการมอบหมาย
มาตรา 17/4 การแต่งตั้ง วาระการดารงตาแหน่ง และการพ้นจากตาแหน่งของกรรมการตาม
มาตรา 17/1 (3) และ (4) และกรรมการตามมาตรา 17/2 (3) ให้เปน็ ไปตามหลกั เกณฑว์ ธิ กี าร และเง่ือนไข
ท่ีคณะกรรมการกาหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
มาตรา 17/5 การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และการประชุมของคณะกรรมการสาธารณสุข
จังหวัด คณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร และคณะอนุกรรมการทคี่ ณะกรรมการสาธารณสุข
จังหวัดและคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครแต่งต้ัง ให้นามาตรา 15 และมาตรา 16 มาใช้
บงั คบั โดยอนุโลม”
พระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสขุ (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2560 413
มาตรา 10 ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เปน็ มาตรา 28/1 ในหมวด 5 เหตุราคาญ แห่งพระราชบญั ญตั ิ
การสาธารณสขุ พ.ศ. 2535
“มาตรา 28/1 เม่ือปรากฏว่ามีเหตุราคาญเกิดขึ้นตามมาตรา 27 หรือมาตรา 28 เป็นบริเวณ
กว้างจนก่อใหเ้ กิดอันตรายตอ่ สุขภาพของสาธารณชน ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินมีอานาจประกาศกาหนดให้
บริเวณดงั กล่าวเป็นพ้ืนท่คี วบคุมเหตรุ าคาญ ทงั้ น้ี ตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงือ่ นไขทรี่ ัฐมนตรปี ระกาศ
กาหนดโดยคาแนะนาของคณะกรรมการและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
การระงับเหตุราคาญตามวรรคหนึ่ง และการจัดการตามความจาเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีเหตุ
ราคาญนั้น เกิดข้ึนอีกในอนาคต ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามทีเ่ จา้ พนกั งานท้องถิ่น
ประกาศกาหนด
ในกรณีท่ีเหตุราคาญตามวรรคหนึง่ ได้ระงับจนไมก่ ่อใหเ้ กิดอันตรายต่อสขุ ภาพของสาธารณชน
แลว้ ให้เจา้ พนกั งานท้องถิน่ ประกาศยกเลิกพน้ื ที่ควบคมุ เหตุราคาญนัน้ โดยไม่ชกั ช้า”
มาตรา 11 ให้ยกเลกิ ความในวรรคหน่ึงของมาตรา 46 แหง่ พระราชบัญญัติการสาธารณสุขพ.ศ.
2535 และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนี้แทน
“มาตรา 46 ในกรณที เี่ จ้าพนักงานสาธารณสขุ ตรวจพบเหตทุ ่ีไมถ่ กู ต้องหรอื มีการกระทาใด ๆ ท่ี
ฝา่ ฝนื ต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ขอ้ บญั ญตั ทิ ้องถิน่ หรือประกาศทีอ่ อกตามพระราชบญั ญตั ิ
นี้ ให้เจ้าพนกั งานสาธารณสุขแจ้งเจา้ พนกั งานทอ้ งถิ่นเพื่อดาเนินการตามอานาจหน้าทต่ี ่อไปโดยไมช่ ักชา้
และให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขซึ่งตรวจพบเหตุนั้นแจ้งต่อคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดหรือ
คณะกรรมการสาธารณสขุ กรงุ เทพมหานคร แล้วแตก่ รณี พิจารณาดาเนินการตามมาตรา 11”
มาตรา 12 ใหเ้ พ่มิ ความต่อไปน้ีเป็นวรรคสองของมาตรา 54 แห่งพระราชบญั ญัติการสาธารณสขุ
พ.ศ. 2535
“เพ่ือประโยชน์ในการปอ้ งกันเหตุราคาญหรอื ผลกระทบต่อสภาวะความเปน็ อยู่ทีเ่ หมาะสมกบั
การดารงชพี ของประชาชน ชุมชน หรือสง่ิ แวดล้อม ใหร้ ฐั มนตรีโดยคาแนะนาของคณะกรรมการมีอานาจ
ประกาศในราชกจิ จานุเบกษากาหนดประเภทหรือขนาดของกจิ การ หลกั เกณฑใ์ นการรับฟังความคิดเห็น
ของประชาชนทเี่ ก่ียวข้อง รวมท้ังกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงือ่ นไขท่ีผู้ขออนุญาตจะตอ้ งดาเนินการ
ก่อนการพิจารณาออกใบอนุญาตตามวรรคหน่งึ ”
มาตรา 13 ให้ยกเลิกความในมาตรา 66 แห่งพระราชบญั ญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535และให้
ใช้ความต่อไปนแ้ี ทน
“มาตรา 66 ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคาสัง่ ตามมาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 27วรรค
หน่งึ มาตรา 28 วรรคหน่ึงหรือวรรคสาม มาตรา 45 มาตรา 48 วรรคหา้ มาตรา 52 หรอื มาตรา 65 วรรค
414
สอง หรือมีคาสงั่ ในเรื่องการไมอ่ อกใบอนุญาตหรอื ไม่อนุญาตใหต้ อ่ อายุใบอนุญาตหรอื เพกิ ถอนใบอนุญาต
ตามบทแหง่ พระราชบัญญัตนิ ้ี หรือในกรณีที่เจา้ พนักงานสาธารณสุขมีคาส่ังตามมาตรา 46 วรรคสอง ถ้า
ผรู้ ับคาส่ังไมพ่ อใจคาส่ังดังกลา่ ว ผู้น้ันมีสทิ ธอิ ุทธรณ์เป็นหนังสอื ตอ่ คณะกรรมการพจิ ารณาอุทธรณ์ภายใน
สามสิบวันนับแตว่ นั ทราบคาสัง่
การอุทธรณ์ตามวรรคหน่ึงไม่เป็นเหตุทุเลาการบังคับตามคาสัง่ เว้นแต่คณะกรรมการพจิ ารณา
อทุ ธรณ์จะเหน็ สมควรใหม้ ีการทเุ ลาการบงั คับตามคาสง่ั น้ันไว้ช่ัวคราว”
มาตรา 14 ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เป็นมาตรา 66/1 มาตรา 66/2 และมาตรา 66/3แห่ง
พระราชบัญญตั ิการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
“มาตรา 66/1 ให้มคี ณะกรรมการพจิ ารณาอุทธรณ์ ประกอบดว้ ย
(1) อธิบดกี รมอนามยั เปน็ ประธานกรรมการ
(2) ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนกรมปศุสัตว์ ผู้แทนกรมโยธาธิการและผงั เมือง ผู้แทนกรม
โรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้แทนสานักงานอัยการสูงสุดเป็น
กรรมการ
(3) กรรมการผ้ทู รงคุณวุฒิ ซ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้ังโดยคาแนะนาของคณะกรรมการจากผู้มีความรู้
ความสามารถหรือประสบการณใ์ นด้านการสาธารณสุขและการอนามัยส่ิงแวดล้อมอีกไม่เกนิ สามคนเป็น
กรรมการ ในจานวนนี้ให้มผี ทู้ รงคุณวุฒจิ ากภาคเอกชนอยา่ งน้อยหนึ่งคน
ให้รองอธิบดีกรมอนามัยซงึ่ อธิบดีกรมอนามัยมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้
อธบิ ดกี รมอนามยั แต่งต้งั ข้าราชการในสงั กดั กรมอนามยั จานวนสองคนเปน็ ผ้ชู ว่ ยเลขานุการ
การแต่งตั้ง วาระการดารงตาแหน่ง และการพ้นจากตาแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม
วรรคหน่ึง (3) ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการกาหนดโดยประกาศในราช
กิจจานเุ บกษา
มาตรา 66/2 ใหค้ ณะกรรมการพิจารณาอทุ ธรณม์ อี านาจหนา้ ท่ี ดังต่อไปนี้
(1) พิจารณาวินิจฉยั อุทธรณค์ าสงั่ ตามมาตรา 66
(2) มีหนังสือเรียกบุคคลท่ีเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคา หรือส่ังให้บุคคลดังกล่าวส่งเอกสารหรือ
หลักฐานอ่ืนทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง เพอ่ื ประกอบการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์
(3) สอบถามข้อเท็จจริงหรือกระทาการใด ๆ เท่าที่จาเป็น เพ่ือประกอบการพิจารณาวินิจฉยั
อุทธรณ์
พระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2560 415
มาตรา 66/3 การประชุมคณะกรรมการพิจารณาอทุ ธรณต์ ามมาตรา 66/1 และการแต่งตัง้ และ
การประชุมคณะอนกุ รรมการพจิ ารณาอทุ ธรณ์ ให้นามาตรา 15 และมาตรา 16 มาใช้บงั คบั โดยอนุโลม”
มาตรา 15 ให้ยกเลกิ ความในมาตรา 67 แหง่ พระราชบญั ญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535และให้
ใชค้ วามตอ่ ไปนีแ้ ทน
“มาตรา 67 ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พจิ ารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสรจ็ สนิ้ ภายในเกา้
สิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ แล้วแจ้งคาวินิจฉัยพร้อมด้วยเหตุผลเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์และเจ้า
พนกั งานทอ้ งถ่นิ หรือเจ้าพนักงานสาธารณสุข แล้วแตก่ รณี
คาวนิ ิจฉยั ของคณะกรรมการพจิ ารณาอทุ ธรณใ์ ห้เปน็ ทีส่ ุด”
มาตรา 16 ให้ยกเลิกความในมาตรา 68 แหง่ พระราชบัญญตั ิการสาธารณสขุ พ.ศ. 2535และให้
ใชค้ วามตอ่ ไปนีแ้ ทน
“มาตรา 68 ผู้ใดฝ่าฝืนกฎกระทรวงซ่ึงออกตามมาตรา 6 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหม่ืน
บาท”
มาตรา 17 ให้ยกเลกิ ความในมาตรา 69 มาตรา 70 มาตรา 71 มาตรา 72 และมาตรา 73 แห่ง
พระราชบญั ญัติการสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 และใหใ้ ช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา 69 ผูใ้ ดไม่ปฏบิ ตั ิตามคาส่ังของอธบิ ดกี รมอนามยั ตามมาตรา 8 วรรคหนง่ึ โดยไมม่ ีเหตุ
หรือขอ้ แกต้ ัวอนั สมควร หรือขดั ขวางการปฏิบัติหนา้ ท่ีของเจา้ พนักงานสาธารณสุขตามมาตรา 8 วรรคสอง
หรอื นายแพทยส์ าธารณสุขจังหวัดตามมาตรา 8 วรรคสาม ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กินหกเดอื นหรอื ปรบั ไม่
เกนิ ห้าหม่ืนบาท หรอื ท้งั จาท้งั ปรบั
มาตรา 70 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคาสั่งของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา 17
คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดหรือคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครตามมาตรา 17 /3
(8)หรือคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา 66/2 (2) โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควรต้อง
ระวางโทษจาคุกไม่เกนิ หนึ่งเดอื น หรือปรบั ไมเ่ กนิ หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจาทงั้ ปรับ
มาตรา 71 ผู้ใดฝ่าฝนื มาตรา 19 มาตรา 33 วรรคหน่ึง หรือมาตรา 34 ต้องระวางโทจาคกุ ไมเ่ กนิ
หกเดอื น หรือปรบั ไม่เกินห้าหมน่ื บาท หรือทงั้ จาทั้งปรบั
มาตรา 72 ผใู้ ดจดั ตั้งสถานทจี่ าหน่ายอาหารหรือสถานทีส่ ะสมอาหารตามมาตรา 38 ซึ่งมีพ้นื ที่
เกินสองร้อยตารางเมตรโดยไม่ได้รบั ใบอนุญาต ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้า
หม่นื บาท
416
ผู้ใดจัดต้ังสถานที่จาหน่ายอาหารหรือสถานท่สี ะสมอาหารตามวรรคหนึ่ง ซ่ึงมีพ้ืนท่ีไม่เกินสอง
รอ้ ยตารางเมตร โดยไมม่ ีหนงั สือรับรองการแจ้ง ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกนิ สามเดือน หรอื ปรับไมเ่ กนิ สอง
หมื่นหา้ พันบาท
มาตรา 73 ผ้ใู ดฝา่ ฝืนข้อบัญญตั ิทอ้ งถิ่นซงึ่ ออกตามความในมาตรา 20 (5) มาตรา 32 (2) มาตรา
35 (1) หรอื (4) หรอื มาตรา 40 (2) หรอื (3) ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กินหกเดือน หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ ห้าหมน่ื
บาท หรือท้ังจาทั้งปรบั
ผ้ใู ดฝา่ ฝืนข้อบญั ญัติท้องถนิ่ ซงึ่ ออกตามความในมาตรา 29 มาตรา 35 (2) หรอื (3) หรอื มาตรา
40 (1) (4) (5) (6) หรอื (7) ต้องระวางโทษปรบั ไม่เกนิ สองหมนื่ ห้าพันบาท”
มาตรา 18 ให้ยกเลกิ ความในมาตรา 73/1 แห่งพระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่ง
แก้ไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญัติการสาธารณสุข (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2550 และให้ใช้ความตอ่ ไปนี้แทน
“มาตรา 73/1 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อบัญญตั ทิ ้องถ่ินซึ่งออกตามความในมาตรา 20 (1) (2) (3) หรือ (6)
ในกรณีทเี่ กี่ยวกบั มลู ฝอยตดิ เช้ือหรือมูลฝอยท่ีเป็นพิษหรืออนั ตรายจากชมุ ชน ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกิน
หกเดือน หรอื ปรับไม่เกินหา้ หม่นื บาท หรือทงั้ จาท้ังปรับ”
มาตรา 19 ให้ยกเลกิ ความในมาตรา 74 ถึงมาตรา 84 แห่งพระราชบญั ญตั ิการสาธารณสขุ พ.ศ.
2535 และให้ใช้ความต่อไปน้แี ทน
“มาตรา 74 ผู้ใดไม่ปฏบิ ัติตามคาสง่ั ของเจา้ พนักงานท้องถ่ินตามมาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา
27 วรรคหน่ึง หรือมาตรา 28 วรรคหนึ่งหรอื วรรคสาม หรือฝ่าฝืนหรอื ไม่ปฏิบัติตามประกาศที่ออกตาม
มาตรา 28/1 วรรคสอง โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าท่ีของเจ้า
พนักงานท้องถ่ินตามมาตรา 23 มาตรา 27 วรรคสอง หรือมาตรา 28 วรรคสองต้องระวางโทษจาคกุ ไม่
เกนิ สามเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ สองหม่นื หา้ พันบาท หรอื ทั้งจาทง้ั ปรบั
มาตรา 75 เจา้ ของหรอื ผู้ครอบครองอาคารผูใ้ ดฝา่ ฝืนมาตรา 24 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับ
ไมเ่ กินหา้ พันบาท และปรบั อีกไมเ่ กินวนั ละสองพนั หา้ รอ้ ยบาทตลอดเวลาทีย่ ังฝา่ ฝืน
มาตรา 76 ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถ่ินกาหนดไว้ใน
ใบอนญุ าตตามมาตรา 33 วรรคสอง หรอื มาตรา 41 วรรคสาม ตอ้ งระวางโทษปรบั ไม่เกินหน่งึ หม่ืนบาท
มาตรา 77 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 41 วรรคสอง หรือฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม
มาตรา 42 (1) ต้องระวางโทษปรบั ไม่เกินหนง่ึ หม่ืนบาท
มาตรา 78 ผู้ใดไมป่ ฏบิ ัตติ ามมาตรา 36 หรือฝา่ ฝนื ประกาศของเจา้ พนักงานท้องถนิ่ ตามมาตรา
42 (2) หรอื ข้อบญั ญตั ทิ อ้ งถ่นิ ทอ่ี อกตามมาตรา 43 ตอ้ งระวางโทษปรบั ไม่เกินหา้ พันบาท
พระราชบญั ญัตกิ ารสาธารณสุข (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2560 417
มาตรา 79 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียก หรือไม่ยอมแจ้งข้อเท็จจริงหรือไม่ส่งเอกสาร หรือ
หลักฐาน หรือขัดขวางหรือไม่อานวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าท่ีของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้า
พนกั งานสาธารณสขุ หรือผู้ซึง่ ไดร้ ับแตง่ ตัง้ จากเจ้าพนักงานทอ้ งถิน่ ตามมาตรา 44 ต้องระวางโทษจาคกุ ไม่
เกินหนึ่งเดอื น หรอื ปรับไมเ่ กินหนงึ่ หม่ืนบาท หรือทัง้ จาทง้ั ปรบั
มาตรา 80 ผ้ดู าเนินกิจการผใู้ ดดาเนนิ กิจการในระหว่างท่มี ีคาสง่ั ของเจา้ พนกั งานท้องถิ่นใหห้ ยดุ
ดาเนนิ กิจการ หรือไมป่ ฏบิ ัตติ ามคาสัง่ ของเจ้าพนกั งานทอ้ งถิ่นตามมาตรา 45 มาตรา 52 หรอื มาตรา 65
วรรคสอง โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหา้
หม่ืนบาท หรือท้ังจาทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละสองหม่ืนห้าพันบาทตลอดเวลาท่่ยังไม่ปฏิบัติตาม
คาส่ัง
มาตรา 81 ผใู้ ดไม่ปฏิบตั ติ ามคาสั่งของเจา้ พนกั งานสาธารณสุขตามมาตรา 46 วรรคสองโดยไมม่ ี
เหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานสาธารณสุขต้องระวางโทษ
จาคุกไม่เกนิ สามเดอื น หรอื ปรับไมเ่ กนิ สองหมน่ื หา้ พนั บาท หรอื ทงั้ จาทั้งปรับ
มาตรา 82 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 49 หรือมาตรา 50 ต้องระวางโทษปรบั ไม่เกนิ สองพนั ห้า
รอ้ ยบาท
มาตรา 83 ผู้รับใบอนุญาตผ้ใู ดฝ่าฝนื มาตรา 57 หรือมาตรา 58 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสอง
พนั ห้ารอ้ ยบาท
มาตรา 84 ผู้รับใบอนญุ าตผูใ้ ดดาเนินกิจการในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต ต้องระวางโทษ
จาคกุ ไม่เกนิ หกเดอื น หรือปรบั ไม่เกินห้าหมน่ื บาท หรอื ทัง้ จาท้ังปรับ และปรบั อกี ไมเ่ กินวนั ละสองหมื่นห้า
พันบาทตลอดเวลาทย่ี ังฝา่ ฝนื ”
มาตรา 20 ให้เพ่ิมความต่อไปน้ีเป็นมาตรา 84/1 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.
2535
“มาตรา 84/1 ในกรณที ่ีผ้กู ระทาความผิดเปน็ นิติบคุ คล ถ้าการกระทาความผิดของนติ ิบุคคลนน้ั
เกิดจากการสั่งการหรือการกระทาของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซ่ึงรับผิดชอบในการ
ดาเนินงานของนิตบิ ุคคลนั้น หรอื ในกรณที ่บี ุคคลดังกลา่ วมหี น้าทตี่ ้องสั่งการหรือกระทาการและละเว้นไม่
สั่งการหรือไม่กระทาการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทาความผิด ผู้น้ันต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้
สาหรบั ความผดิ นนั้ ๆ ด้วย”
มาตรา 21 ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา 85 แห่งพระราชบญั ญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535และให้
ใชค้ วามตอ่ ไปนแ้ี ทน
“มาตรา 85 ให้มคี ณะกรรมการเปรียบเทียบ
418
(1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสานักงานตารวจ
แห่งชาติและผู้แทนสานักงานอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ และให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งต้ัง
ข้าราชการในสงั กัดกรงุ เทพมหานครเป็นเลขานุการและผูช้ ว่ ยเลขานกุ ารอกี ไม่เกินสองคน
(2) ในเขตจังหวัดอ่ืน ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการจังหวัด และผู้บังคับการ
ตารวจภูธรจังหวัด เป็นกรรมการ และให้นายแพทย์สาธารณสขุ จงั หวัดเป็นเลขานุการ และให้นายแพทย์
สาธารณสขุ จังหวัดแต่งตั้งข้าราชการในสงั กัดสานักงานสาธารณสขุ จังหวัดเปน็ ผู้ช่วยเลขานุการอกี ไมเ่ กิน
สองคน
บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตนิ ้ี ถา้ เหน็ วา่ ผูต้ ้องหาไม่ควรได้รบั โทษถงึ จาคุกหรอื ไมค่ วรถูก
ฟอ้ งร้อง ใหค้ ณะกรรมการเปรยี บเทยี บมีอานาจเปรียบเทยี บ
สาหรับความผิดท่ีมีโทษปรับสถานเดียว หรือเป็นความผิดท่ีมีโทษจาคุกไม่เกินสามเดือนหรือ
ปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท หรือท้ังจาทั้งปรับ คณะกรรมการเปรียบเทียบอาจมอบหมายให้เจ้า
พนักงานทอ้ งถน่ิ หรอื ผซู้ ึง่ เจ้าพนกั งานทอ้ งถน่ิ มอบหมายมีอานาจเปรยี บเทยี บได้ดว้ ย
การเปรยี บเทยี บของคณะกรรมการเปรียบเทียบและเจา้ พนักงานท้องถิ่นหรอื ผู้ซึง่ เจา้ พนกั งาน
ทอ้ งถ่ินมอบหมาย ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเง่ือนไขที่รัฐมนตรีประกาศกาหนดโดยคาแนะนา
ของคณะกรรมการและประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
เมื่อผู้ต้องหาได้ชาระเงินค่าปรับตามจานวนที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีมีการ
เปรยี บเทยี บแล้ว ให้ถือว่าคดีเลกิ กันตามบทบัญญตั ิแห่งประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา”
มาตรา 22 ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดประกอบด้วยกรรมการตาม
มาตรา 17/1 (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดย
พระราชบัญญัติน้ี และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ ปฏิบัติหน้าท่ี
คณะกรรมการสาธารณสุขจงั หวัดไปพลางก่อนจนกว่าจะมกี ารแตง่ ตงั้ กรรมการตามมาตรา 17/1 (3) และ
(4) แห่งพระราชบัญญตั ิการสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญตั ิน้ี ซ่ึงต้องไมเ่ กนิ
หน่ึงร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ท้ังน้ี ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแต่งต้ัง
ขา้ ราชการในสงั กัดสานกั งานสาธารณสขุ จังหวัดซง่ึ รบั ผดิ ชอบงานดา้ นกฎหมายและการอนามยั สงิ่ แวดลอ้ ม
ดา้ นละหนง่ึ คน เป็นผ้ชู ว่ ยเลขานกุ าร
มาตรา 23 ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครประกอบด้วย
กรรมการตามมาตรา 17/2 (1) และ (2) แหง่ พระราชบัญญัติการสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 ซึง่ แก้ไขเพมิ่ เตมิ
โดยพระราชบัญญัติน้ี และให้ผู้อานวยการสานักอนามัยกรุงเทพมหานครเป็นกรรมการ และเลขานุการ
ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒติ ามมาตรา 17/2 (3) แห่งพระราชบัญญตั ิการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดย
พระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสุข (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2560 419
พระราชบัญญตั ินี้ ซึ่งต้องไม่เกินหน่ึงร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบญั ญัตินี้ใช้บังคับ ท้ังน้ี ให้อธิบดี
กรมอนามัยแต่งต้ังข้าราชการในสังกัดกรมอนามัยซึ่งรับผิดชอบงานด้านกฎหมายหรือการอนามัย
สิ่งแวดล้อมหน่ึงคน และให้ผู้อานวยการสานักอนามัยกรุงเทพมหานครแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดสานกั
อนามัยกรุงเทพมหานครซึ่งรับผิดชอบงานด้านกฎหมายหรือการอนามัยสิ่งแวดล้อมหน่ึงคนเป็น
ผูช้ ่วยเลขานกุ าร
มาตรา 24 ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ประกอบด้วยกรรมการตาม
มาตรา 66/1 (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดย
พระราชบัญญัตินี้ และให้รองอธิบดีกรมอนามัยซ่ึงอธิบดีกรมอนามัยมอบหมายเป็นกรรมการและ
เลขานุการ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒติ ามมาตรา 66/1 (3) แห่งพระราชบญั ญตั ิการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดย
พระราชบัญญัตินี้ ซ่ึงต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้อธิบดี
กรมอนามัยแตง่ ต้งั ข้าราชการในสงั กดั กรมอนามัยจานวนสองคน เปน็ ผูช้ ่วยเลขานุการ
มาตรา 25 อุทธรณ์ทไ่ี ด้ยื่นและยังคงค้างพิจารณาอย่ใู นวันกอ่ นวันท่ีพระราชบญั ญัติน้ี ใช้บงั คบั
ให้เป็นอานาจของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา 66/1 แห่งพระราชบัญญตั ิการสาธารณสขุ
พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญัตนิ ดี้ ว้ ย
มาตรา 26 ใหร้ ฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบญั ญตั ินี้
ผู้รบั สนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบัญญตั ิฉบับน้ี คือ เนอื่ งจากพระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสขุ
พ.ศ. 2535 ไม่มีกลไกหรือหน่วยงานที่ขับเคล่ือนการบังคับใช้กฎหมายในระดับพ้ืนที่โดยตรง ทาให้การ
จัดการปัญหาดา้ นอนามัยสง่ิ แวดล้อมในพน้ื ที่ไมม่ ปี ระสทิ ธิภาพเทา่ ทีค่ วร ประกอบกับสภาพทางเศรษฐกจิ
และสังคมที่เปลีย่ นแปลงไป ทาให้มีปัจจยั ทีก่ อ่ ใหเ้ กิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนมากข้ึน สมควร
กาหนดให้มีคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดและคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหา นครทาหน้าที่
ขบั เคลอ่ื นการบงั คับใชก้ ฎหมายในระดบั พนื้ ท่โี ดยคานงึ ถึงหลักการมสี ว่ นร่วมของประชาชน และกาหนดให้
เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอานาจประกาศพ้ืนที่ควบคุมเหตุราคาญเพ่ือระงบั และจัดการตามความจาเปน็ มใิ ห้
เหตุราคาญน้ันเกิดข้ึนอีกตลอดจนกาหนดให้ผู้ขออนุญาตในกิจการบางป ระเภทหรือบางขนาด ต้อง
420
ดาเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเง่ือนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกาหนด
ก่อนท่ีเจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาออกใบอนุญาต นอกจากน้ี เพ่ืออานวยความยุติธรรมแก่ประชาชน
สมควรแกไ้ ขเพ่ิมเติมบทบัญญตั ิเก่ียวกับการอทุ ธรณใ์ ห้เกิดความรอบคอบโดยให้มีคณะกรรมการพิจารณา
อุทธรณ์และกาหนดระยะเวลาการพจิ ารณาอุทธรณ์ใหร้ วดเร็วยง่ิ ขึ้น รวมทั้งแกไ้ ขเพ่ิมเติมบทกาหนดโทษ
และบทบัญญัติเกี่ยวกับการเปรียบเทียบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงจาเป็นต้องตรา
พระราชบญั ญัติน้ี
แนวขอ้ สอบพระราชบญั ญตั ิการสาธารณสขุ พ.ศ.2535 แก้ไขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ.2560 421
แนวขอ้ สอบพระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสขุ พ.ศ.2535 แกไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ.2560
1. พระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสขุ พ.ศ.2535 ใหใ้ ช้บงั คับต้ังแต่เมอ่ื ใด
ก. วนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นต้นไป
ข. วันถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ต้นไป
ค. เมือ่ พน้ กาหนด 90 วนั นบั ต้งั แต่วนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นต้นไป
ง. เมอ่ื พ้นกาหนด 120 วันนับตงั้ แตว่ นั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ต้นไป
2. “ราชการส่วนทอ้ งถิ่น” หมายความถึงขอ้ ใด ข. เทศบาล
ก. องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั ง. ถูกทกุ ขอ้
ค. เมืองพทั ยา
3. บคุ คลใดเป็นผรู้ ักษาการตามพระราชบญั ญัติน้ี ข. รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงการสาธารณสุข
ก. นายกรัฐมนตรี ง. รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย
ค. ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
4. ใครมอี านาจแตง่ ต้งั เจ้าพนกั งานสาธารณสขุ กับออกกฎกระทรวงกาหนดค่าธรรมเนยี มหรือยกเวน้
คา่ ธรรมเนียม ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงการสาธารณสุข
ค. ปลดั กระทรวงสาธารณสุข ง. รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย
5. ในกรณีท่ีเกิดหรอื มเี หตุอนั ควรสงสยั ว่าจะเกดิ ความเสยี หายอย่างรา้ ยแรงตอ่ สภาวะความเป็นอยู่ที่
เหมาะสมกบั การดารงชพี ของประชาชนซ่งึ จาเป็นต้องมีการแก้ไขโดยเรง่ ด่วน ใครมีอานาจออกคาสั่ง
ให้เจ้าของวตั ถรุ ะงบั การกระทาเพือ่ แกไ้ ขหรอื ป้องกันความเสยี หาย
ก. นายกรัฐมนตรี ข.รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงการสาธารณสุข
ค. อธิบดกี รมอนามยั ง. ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
6. ใครเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการสาธารณสุข
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสาธารณสขุ
ข. ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
ค. อธบิ ดีกรมอนามยั
ง. อธบิ ดกี รมควบคุมมลพิษ
422
7. ผูท้ รงคณุ วุฒใิ นคณะกรรมการสาธารณสุขมีจานวนก่ีคน
ก. ไมเ่ กนิ 4 คน ข. ตง้ั แต่ 4 คนขึ้นไป
ค. ไม่เกนิ 5 คน ง. ตง้ั แต่ 5 คนขึน้ ไป
8. ผูท้ รงคุณวุฒิในคณะกรรมการสาธารณสุขแต่งต้งั จากผมู้ ีความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์
ในดา้ นใด
ก. ด้านกฎหมายสาธารณสุข ข. ด้านการอนามัยสง่ิ แวดล้อม
ค. ดา้ นการคุม้ ครองผบู้ ริโภค ง. ถกู ทุกขอ้
9. ใครเป็นเลขานุการในคณะกรรมการสาธารณสขุ ข. ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสาธารณสขุ ง. อธิบดกี รมควบคมุ มลพิษ
ค. อธิบดกี รมอนามัย
10. กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิในคณะกรรมการสาธารณสขุ มวี าระอยใู่ นตาแหน่งก่ีปี
ก. คราวละ 2 ปี อาจได้รบั แตง่ ตั้งได้อกี ข. คราวละ 2 ปี วาระเดียว
ค. คราวละ 4 ปี อาจไดร้ บั แต่งต้ังได้อกี ง. คราวละ 4 ปี วาระเดยี ว
11. ใครเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการสาธารณสขุ กรงุ เทพมหานคร
ก. ผู้ว่าราชการจงั หวัด ข. ปลัดกรงุ เทพมหานคร
ค. รองปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ง. ผ้อู านวยการสานกั ส่ิงแวดล้อม
กรุงเทพมหานคร
12. ใครเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการสาธารณสขุ จงั หวัด
ก. ผู้ว่าราชการจงั หวดั ข. อัยการจงั หวดั
ค. ปลัดจงั หวดั ง. ทอ้ งถนิ่ จังหวัด
13. ผูแ้ ทนภาคประชาชนในคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวดั ซงึ่ ประธานกรรมการแตง่ ตง้ั มจี านวนกี่
คน
ก. ไม่เกิน 2 คน ข. ต้ังแต่ 2 คนขนึ้ ไป
ค. ไมเ่ กิน 4 คน ง. ตั้งแต่ 2 คนขึน้ ไป
แนวข้อสอบพระราชบญั ญัตกิ ารสาธารณสขุ พ.ศ.2535 แก้ไขเพิม่ เตมิ (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ.2560 423
14. กรณีทเ่ี จ้าพนักงานท้องถ่ินพบสัตวใ์ นที่หรอื ทางสาธารณะโดยไมป่ รากฏเจ้าของให้เจา้ พนกั งาน
ทอ้ งถ่ินมอี านาจกักสัตว์ดังกลา่ วไว้เปน็ เวลากวี่ ัน
ก. อยา่ งน้อย 15 วนั ข. อย่างนอ้ ย 20 วนั
ค. อยา่ งน้อย 30 วัน ง. ไม่เกนิ 30 วัน
15. หา้ มมใิ ห้ผูใ้ ดจัดตง้ั ตลาด เว้นแต่ดาเนินการตามขอ้ ใด
ก. ได้รบั อนญุ าตจากนายอาเภอ ข. ได้รับอนุญาตจากเจา้ พนกั งานทอ้ งถน่ิ
ค. ได้รับอนุญาตจากผวู้ า่ ราชการจงั หวัด ง. ไดร้ บั อนญุ าตจากปลดั อาเภอ
16. ผู้ใดจะจดั ตงั้ สถานทจ่ี าหน่ายอาหารหรอื สถานที่สะสมอาหารในอาคารหรือพืน้ ที่ใดซงึ่ มีพ้ืนทเ่ี ท่าใด
ต้องได้รับใบอนุญาตกอ่ นการจัดตง้ั
ก. เกนิ 100 ตารางเมตร ข. เกนิ 200 ตารางเมตร
ค. เกนิ 300 ตารางเมตร ง. เกนิ 400 ตารางเมตร
17. ขอ้ ใดเป็นอานาจหน้าทข่ี องเจ้าพนักงานท้องถ่ินและเจา้ พนักงานสาธารณสุข
ก. มีหนังสือเรยี กบุคคลใดๆ มาให้ถอ้ ยคาหรอื แจง้ ขอ้ เทจ็ จรงิ
ข. เข้าไปในอาคารหรอื สถานท่ีใดๆ ในเวลาระหว่างพระอาทติ ยข์ ้ึนและพระอาทิตย์ตกหรือในเวลา
ทาหการเพอื่ ตรวจสอบหรอื ควบคมุ ใหเ้ ปน็ ไปตามขอ้ บญั ญัตทิ อ้ งถ่ิน
ค. ยดึ หรืออายัดส่ิงของใดๆ ที่อาจกอ่ ใหเ้ กิดอนั ตรายตอ่ สขุ ภาพของประชาชนเพ่ือประโยชน์ใน
การดาเนินคดี
ง. ถูกทกุ ขอ้
18. ในกรณีที่หนังสือรับรองการแจง้ สญู หาย ถูกทาลายหรอื ชารดุ ในสาระสาคญั ใหผ้ ไู้ ดร้ ับหนงั สือ
รบั รองการแจ้งยนื่ คาขอรับใบแทนหนงั สอื รับรองการแจ้งภายในก่วี ัน
ก. 5 วันนบั แตว่ นั ได้ทราบถงึ การสูญหาย ถกู ทาลาย หรือชารุด
ข. 10 วันนบั แตว่ ันได้ทราบถงึ การสญู หาย ถูกทาลาย หรอื ชารดุ
ค. 15 วนั นับแตว่ ันได้ทราบถึงการสญู หาย ถกู ทาลาย หรอื ชารดุ
ง. 30 วนั นับแตว่ ันไดท้ ราบถงึ การสญู หาย ถกู ทาลาย หรอื ชารดุ
19. บรรดาใบอนญุ าตทอ่ี อกใหต้ ามพระราชบัญญตั ิน้ีใหม้ ีอายุกี่ปี
ก. 1 ปีนับแต่วันทีอ่ อกใบอนญุ าต ข. 2 ปีนบั แตว่ ันทอี่ อกใบอนญุ าต
ค. 3 ปีนับแตว่ ันทอ่ี อกใบอนญุ าต ง. 5 ปนี บั แต่วนั ที่ออกใบอนญุ าต
424
20. ใครเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการพิจารณาอทุ ธรณ์
ก. อธบิ ดีกรมอนามยั ข. อธบิ ดกี รมควบคุมมลพษิ
ค. นายกรัฐมนตรี ง. ผแู้ ทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม
เฉลยแนวข้อสอบพระราชบญั ญตั ิการสาธารณสขุ พ.ศ.2535 แกไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 425
2560
เฉลยแนวขอ้ สอบพระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสุข พ.ศ.2535 แกไ้ ขเพิ่มเตมิ (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ.2560
1. ตอบ ข. วันถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นต้นไป (มาตรา 2)
2. ตอบ ง. ถกู ทุกขอ้ (มาตรา 4)
3. ตอบ ข. รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงการสาธารณสุข (มาตรา 5)
4. ตอบ ข. รฐั มนตรีว่าการกระทรวงการสาธารณสุข (มาตรา 5)
5. ตอบ ค. อธิบดีกรมอนามัย (มาตรา 8)
6. ตอบ ข. ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ (มาตรา 9)
7. ตอบ ก. ไมเ่ กิน 4 คน (มาตรา 9)
8. ตอบ ง. ถูกทกุ ขอ้ (มาตรา 9)
9. ตอบ ค. อธบิ ดีกรมอนามยั (มาตรา 9)
10. ตอบ ก. คราวละ 2 ปี อาจได้รับแต่งต้ังไดอ้ ีก (มาตรา 12)
11. ตอบ ข. ปลดั กรงุ เทพมหานคร (มาตรา 17/2)
12. ตอบ ก. ผ้วู า่ ราชการจังหวดั (มาตรา 17/1)
13. ตอบ ก. ไมเ่ กิน 2 คน (มาตรา 17/1)
14. ตอบ ค. อยา่ งน้อย 30 วนั (มาตรา 30)
15. ตอบ ข. ได้รับอนุญาตจากเจา้ พนักงานท้องถน่ิ (มาตรา 34)
16. ตอบ ข. เกิน 200 ตารางเมตร (มาตรา 38)
17. ตอบ ง. ถูกทุกขอ้ (มาตรา 44)
18. ตอบ ค. 15 วนั นบั แต่วนั ไดท้ ราบถงึ การสูญหาย ถูกทาลาย หรือชารดุ (มาตรา 50)
19. ตอบ ก. 1 ปนี บั แต่วันทีอ่ อกใบอนญุ าต (มาตรา 55)
20. ตอบ ก. อธิบดกี รมอนามยั (มาตรา 66/1)
426
พระราชบัญญัตโิ รคติดต่อ พ.ศ. 2558
ภมู ิพลอดลุ ยเดช ป.ร.
ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ 10 สงิ หาคม พ.ศ. 2558
เปน็ ปที ี่ 70 ในรัชกาลปจั จบุ นั
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศวา่
โดยทเ่ี ปน็ การสมควรปรบั ปรงุ กฎหมายว่าดว้ ยโรคติดตอ่
จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ิข้นึ ไวโ้ ดยคาแนะนาและยนิ ยอมของสภานติ ิ
บญั ญัติแหง่ ชาติ ดังต่อไปน้ี
มาตรา 1 พระราชบญั ญัตินเี้ รยี กวา่ “พระราชบัญญัติโรคตดิ ต่อ พ.ศ. 2558”
มาตรา 2[1] พระราชบัญญัตินี้ให้ใชบ้ งั คับเม่อื พน้ กาหนดหนง่ึ รอ้ ยแปดสบิ วันนบั แต่วันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป
มาตรา 3 ใหย้ กเลิกพระราชบญั ญัตโิ รคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2523
มาตรา 4 ในพระราชบญั ญัตนิ ี้
“โรคติดต่อ” หมายความว่า โรคท่ีเกิดจากเช้ือโรคหรือพิษของเช้ือโรคซ่ึงสามารถแพร่โดย
ทางตรงหรือทางอ้อมมาส่คู น
“โรคติดตอ่ อนั ตราย” หมายความว่า โรคติดตอ่ ท่ีมีความรนุ แรงสูงและสามารถแพร่ไปสู่ผู้อ่ืนได้
อย่างรวดเร็ว
“โรคติดตอ่ ท่ีต้องเฝ้าระวงั ” หมายความวา่ โรคตดิ ตอ่ ทต่ี ้องมกี ารตดิ ตาม ตรวจสอบ หรือจัดเกบ็
ขอ้ มูลอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
“โรคระบาด” หมายความว่า โรคติดต่อหรือโรคท่ียงั ไมท่ ราบสาเหตุของการเกดิ โรคแน่ชัด ซ่ึง
อาจแพร่ไปสผู่ ู้อื่นไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและกว้างขวาง หรือมีภาวะของการเกดิ โรคมากผิดปกติกวา่ ทเ่ี คยเปน็ มา
“พาหะ” หมายความวา่ คนหรอื สัตว์ซึง่ ไม่มอี าการของโรคติดต่อปรากฏแตร่ ่างกายมเี ชอ้ื โรคน้ัน
ซึ่งอาจติดต่อถงึ ผอู้ ื่นได้
“ผู้สมั ผัสโรค” หมายความวา่ คนซงึ่ ไดเ้ ข้าใกลช้ ิดคน สตั ว์ หรือสิ่งของตดิ โรค จนเชอื้ โรคนน้ั อาจ
ตดิ ตอ่ ถงึ ผนู้ น้ั ได้
พระราชบัญญัตโิ รคติดตอ่ พ.ศ. 2558 427
“ระยะตดิ ต่อของโรค” หมายความว่า ระยะเวลาทเ่ี ชือ้ โรคสามารถแพรจ่ ากคนหรอื สัตวท์ ่ีมีเชื้อ
โรคไปยงั ผ้อู ่ืนไดโ้ ดยทางตรงหรอื ทางออ้ ม
“แยกกัก” หมายความว่า การแยกผูส้ มั ผัสโรคหรอื พาหะไว้ต่างหากจากผู้อืน่ ในท่ีเอกเทศ เพอื่
ปอ้ งกันมใิ ห้เชอ้ื โรคแพรโ่ ดยทางตรงหรอื ทางอ้อมไปยังผูซ้ ึ่งอาจได้รับเชอ้ื โรคน้นั ๆ ได้ จนกว่าจะพน้ ระยะ
ติดต่อของโรค
“กักกัน” หมายความว่า การควบคุมผู้สมั ผัสโรคหรือพาหะให้อยู่ในที่เอกเทศ เพ่ือป้องกนั มใิ ห้
เชื้อโรคแพร่โดยทางตรงหรอื ทางออ้ มไปยังผู้ซึง่ อาจได้รับเชื้อโรคนั้น ๆ ได้ จนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของ
โรคหรอื จนกว่าจะพ้นความเปน็ พาหะ
“คุมไว้สังเกต” หมายความว่า การควบคุมดูแลผู้สมั ผัสโรคหรือพาหะโดยไม่กักกัน และอาจจะ
อนุญาตให้ผ่านไปในที่ใด ๆ ก็ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าเมื่อไปถึงท้องท่ีใดท่ีกาหนดไว้ ผู้นั้นต้องแสดงตัวต่อเจา้
พนักงานควบคุมโรคติดต่อประจาท้องท่ีนั้นเพื่อรบั การตรวจในทางแพทย์ เพอ่ื ปอ้ งกนั มใิ หเ้ ช้ือโรคแพร่โดย
ทางตรงหรือทางอ้อมไปยังผู้ซงึ่ อาจได้รับเชอ้ื โรคนน้ั ๆ ได้
“ระยะฟกั ตวั ของโรค” หมายความว่า ระยะเวลาต้ังแต่เชือ้ โรคเข้าสู่รา่ งกายจนถงึ เวลาทผี่ ้ตู ดิ โรค
แสดงอาการปว่ ยของโรคนนั้
“เขตตดิ โรค” หมายความว่า ทอ้ งท่ีหรอื เมอื งทา่ ใดนอกราชอาณาจักรท่ีมโี รคตดิ ต่ออันตรายหรอื
โรคระบาดเกดิ ขน้ึ
“การสอบสวนโรค” หมายความว่า กระบวนการเพือ่ หาสาเหตุ แหล่งที่เกิดและแหล่งแพร่ของ
โรคเพอื่ ประโยชนใ์ นการควบคมุ โรค
“การเฝ้าระวัง” หมายความว่า การสังเกต การเก็บรวบรวม และการวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจน
การรายงาน และการติดตามผลของการแพร่ของโรคอย่างต่อเนื่องด้วยกระบวนการท่ีเป็นระบบ เพ่ือ
ประโยชนใ์ นการควบคมุ โรค
“พาหนะ” หมายความว่า ยานพาหนะ สัตว์ หรือวัตถุ ซ่ึงใช้ในการขนส่งคน สัตว์ หรือส่ิงของ
โดยทางบก ทางนา้ หรอื ทางอากาศ
“เจ้าของพาหนะ” หมายความรวมถึง ตัวแทนเจ้าของ ผู้เช่า ตัวแทนผู้เช่า หรือผู้ครอบครอง
พาหนะนน้ั
“ผ้คู วบคุมพาหนะ” หมายความวา่ ผู้รับผดิ ชอบในการควบคมุ พาหนะ
“ผู้เดินทาง” หมายความว่า คนซ่ึงเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร และให้หมายความรวมถึงผู้
ควบคุมพาหนะและคนประจาพาหนะ
428
“การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค” หมายความว่า การกระทาทางการแพทย์ต่อคน หรือสัตว์โดย
วธิ กี ารใด ๆ เพ่อื ใหค้ นหรือสัตว์เกิดความตา้ นทานโรค
“ที่เอกเทศ” หมายความว่า ที่ใด ๆ ซึ่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกาหนดให้เป็นที่สาหรบั
แยกกกั หรือกกั กันคนหรือสตั ว์ทเี่ ปน็ หรือมีเหตสุ งสัยวา่ เป็นโรคตดิ ต่อใด ๆ เพ่อื ปอ้ งกันมิใหโ้ รคนนั้ แพร่โดย
ทางตรงหรอื ทางอ้อมไปยงั ผู้ซง่ึ อาจได้รบั เชือ้ โรคนัน้ ๆ ได้
“สขุ าภิบาล” หมายความวา่ การควบคมุ ปอ้ งกนั หรือรกั ษาสภาพส่งิ แวดล้อมและปจั จยั ท่ีมผี ล
ตอ่ การเกิดหรอื การแพรข่ องโรคติดตอ่
“ช่องทางเข้าออก” หมายความว่า ช่องทางหรอื สถานทใ่ี ด ๆ ท่ีใช้สาหรับผา่ นเข้าออกระหวา่ ง
ประเทศของผเู้ ดินทาง พาหนะ และสงิ่ ของต่าง ๆ ทงั้ น้ี ให้หมายความรวมถงึ พืน้ ทีห่ รือบรเิ วณทีจ่ ดั ไว้เพ่ือ
ใหบ้ รกิ ารดงั กล่าว
“คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการโรคตดิ ตอ่ แห่งชาติ
“คณะกรรมการโรคตดิ ตอ่ จังหวัด” หมายความว่า คณะกรรมการป้องกนั และควบคมุ โรคติดต่อ
ประจาจงั หวัด
“คณะกรรมการโรคตดิ ตอ่ กรุงเทพมหานคร” หมายความวา่ คณะกรรมการป้องกันและควบคุม
โรคตดิ ต่อประจากรงุ เทพมหานคร
“หน่วยงานของรฐั ” หมายความวา่ ราชการสว่ นกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการสว่ นทอ้ งถน่ิ
รัฐวิสาหกิจ องคก์ ารมหาชน และหนว่ ยงานอ่ืนของรัฐ
“เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ” หมายความว่า ผู้ซ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้ังให้ปฏิบัติการตาม
พระราชบญั ญตั นิ ี้
“อธบิ ด”ี หมายความว่า อธบิ ดีกรมควบคุมโรค
“รฐั มนตรี” หมายความวา่ รัฐมนตรีผรู้ ักษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มี
อานาจแต่งต้ังเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ออกกฎกระทรวงกาหนดกิจการอื่น ตลอดจนออกระเบยี บ
หรอื ประกาศเพื่อปฏิบัตกิ ารตามพระราชบัญญตั นิ ้ี
กฎกระทรวง ระเบยี บ และประกาศน้นั เม่ือไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใชบ้ ังคับได้
พระราชบญั ญัตโิ รคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2558 429
หมวด 1
บททัว่ ไป
มาตรา 6 เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ ให้รัฐมนตรีโดยคาแนะนาของ
คณะกรรมการมีอานาจประกาศกาหนด ดังต่อไปนี้
(1) ชือ่ และอาการสาคัญของโรคติดต่ออันตรายและโรคตดิ ตอ่ ที่ตอ้ งเฝ้าระวัง
(2) ช่องทางเข้าออกแห่งใดในราชอาณาจกั รให้เป็นด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและ
ยกเลิกด่านควบคมุ โรคติดตอ่ ระหวา่ งประเทศ
(3) การสร้างเสรมิ ภมู ิคมุ้ กันโรค
มาตรา 7 เพ่ือประโยชน์ในการป้องกนั และควบคมุ โรคติดตอ่ ใหร้ ัฐมนตรโี ดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการมีอานาจประกาศกาหนด ดงั ต่อไปน้ี
(1) หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งในกรณีท่ีมีโรคติดตอ่ อนั ตราย โรคติดต่อทีต่ ้องเฝา้ ระวัง หรือโรค
ระบาดเกิดขนึ้
(2) หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงอื่ นไขในการดาเนินการหรอื ออกคาส่งั และการสอบสวนโรค
(3) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการกาหนดค่าใช้จ่ายสาหรับเจ้าของพาหนะหรอื ผู้
ควบคมุ พาหนะ
(4) หลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงอื่ นไขทีผ่ เู้ ดนิ ทางตอ้ งเปน็ ผรู้ บั ผิดชอบค่าใชจ้ ่าย
มาตรา 8 เพ่ือประโยชนใ์ นการปอ้ งกันและควบคุมโรคติดต่ออันตรายหรอื โรคระบาดทีอ่ าจจะ
เขา้ มาภายในราชอาณาจกั ร ให้รัฐมนตรีโดยคาแนะนาของคณะกรรมการด้านวชิ าการมอี านาจประกาศให้
ท้องท่ีหรือเมืองท่าใดนอกราชอาณาจักรเปน็ เขตติดโรค และยกเลิกประกาศเมื่อสภาวการณ์ของโรคนั้น
สงบลงหรอื กรณีมีเหตุอนั สมควร
มาตรา 9 เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมโรคระบาด ให้อธิบดีโดยคาแนะนาของ
คณะกรรมการดา้ นวิชาการมีอานาจประกาศช่ือ อาการสาคัญ และสถานที่ที่มีโรคระบาด และแจง้ ใหเ้ จ้า
พนกั งานควบคุมโรคติดตอ่ ตามมาตรา 34 ทราบ รวมทง้ั ประกาศยกเลิกเมอ่ื สภาวการณข์ องโรคน้นั สงบลง
หรอื กรณีมีเหตอุ นั สมควร
430
มาตรา 10 ในกรณีที่ข้อมูลจากการเฝา้ ระวัง การสอบสวนโรค หรือการแจ้งหรือรายงานตาม
พระราชบัญญัตินี้ ซ่ึงมีการพาดพิงถึงตัวบุคคลท้ังที่ระบุตัวได้หรือไม่สามารถระบุตัวได้ จะต้องเก็บเป็น
ความลับและประมวลผลโดยไม่เปิดเผยช่ือ ทั้งนี้ การประมวลผลดังกล่าวจะต้องเหมาะสมและตรงกับ
วตั ถปุ ระสงค์ในการปอ้ งกันและควบคมุ โรค
เจา้ พนกั งานควบคุมโรคตดิ ตอ่ อาจเปิดเผยขอ้ มลู ตามวรรคหนงึ่ บางส่วนทเ่ี กีย่ วกบั การรกั ษา การ
ป้องกัน การควบคุมโรคติดต่ออันตราย หรือการเกิดโรคระบาด ซึ่งมีผลกระทบต่อสขุ ภาพของประชาชน
โดยได้รับคายินยอมจากเจา้ ของข้อมูลหรือตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขทคี่ ณะกรรมการประกาศ
กาหนด
หมวด 2
คณะกรรมการโรคติดตอ่ แหง่ ชาติ
มาตรา 11 ให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึง เรียกว่า “คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ”
ประกอบด้วย
(1) รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสุข เปน็ ประธานกรรมการ
(2) ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงคมนาคม
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรม
ป ร ะ ชา สั ม พัน ธ์ อ ธิ บ ดี ก ร ม ปศุ สัต ว์ อ ธิ บ ดี ก ร ม ป้ อ งกั นแ ล ะบ รรเท า สา ธา รณ ภั ย อ ธิ บ ดี
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดกี รมส่งเสรมิ การปกครองทอ้ งถิ่น อธิบดีกรมอนามยั อธบิ ดกี รมอทุ ยาน
แห่งชาติ สตั วป์ ่า และพนั ธพุ์ ชื และปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการ
(3) กรรมการซ่ึงมาจากผู้แทนแพทยสภา ผู้แทนสภาการพยาบาล ผู้แทนสภาเทคนิคการแพทย์
และผู้แทนสมาคมโรงพยาบาลเอกชน จานวนแหง่ ละหน่ึงคน
(4) กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิ ซ่ึงรฐั มนตรีแต่งต้งั จากผมู้ ีความรู้ ความเชยี่ วชาญ และมปี ระสบการณ์
เป็นท่ีประจักษ์ในด้านการสาธารณสุข การควบคุมโรค และด้านอื่นท่เี ปน็ ประโยชนใ์ นการป้องกนั ควบคุม
โรคติดต่อ จานวนสี่คน โดยในจานวนนตี้ อ้ งแต่งตัง้ จากองคก์ รพัฒนาเอกชนซ่งึ มีวัตถุประสงค์ทีม่ ใิ ชเ่ ปน็ การ
แสวงหาผลกาไรและดาเนนิ กิจกรรมดา้ นการสาธารณสขุ อย่างนอ้ ยหน่งึ คน
พระราชบญั ญัตโิ รคติดต่อ พ.ศ. 2558 431
ให้อธบิ ดกี รมควบคุมโรคเปน็ กรรมการและเลขานุการ และใหผ้ ู้อานวยการสานกั โรคติดตอ่ ทั่วไป
เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคนท่ีหน่ึง และผู้อานวยการสานักระบาดวิทยาเป็นกรรมการและ
ผู้ช่วยเลขานกุ ารคนที่สอง
คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นไปตามระเบียบท่ี
รัฐมนตรี ประกาศกาหนด
มาตรา 12 กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒมิ ีวาระการดารงตาแหน่งคราวละสามปี
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่งก่อนครบวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งต้ังกรรมการ
ผทู้ รงคณุ วฒุ ิดา้ นเดยี วกันแทนภายในสามสบิ วันนับแต่วนั ท่พี ้นจากตาแหนง่ และให้ผูไ้ ดร้ บั แต่งตง้ั ใหด้ ารง
ตาแหน่งแทนอยู่ในตาแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซ่ึงตนแทน เว้นแต่วาระของกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลืออยู่ไมถ่ ึงเก้าสบิ วัน รัฐมนตรีจะไม่ดาเนินการแต่งต้ังกรรมการผทู้ รงคุณวุฒิแทนก็ได้
และในการน้ีให้คณะกรรมการประกอบดว้ ยกรรมการเท่าทีเ่ หลืออยู่
มาตรา 13 นอกจากการพ้นจากตาแหนง่ ตามวาระ กรรมการผูท้ รงคุณวฒุ ิพน้ จากตาแหนง่ เม่ือ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) รัฐมนตรีให้ออก เพราะมีพฤติกรรมเสื่อมเสีย บกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าท่ี หรือหย่อน
ความสามารถ
(4) เปน็ บคุ คลล้มละลาย
(5) เป็นคนไร้ความสามารถหรอื คนเสมอื นไร้ความสามารถ
(6) ไดร้ ับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดใหจ้ าคุก เว้นแตเ่ ป็นโทษสาหรบั ความผดิ ท่ีไดก้ ระทา
โดยประมาทหรือความผดิ ลหโุ ทษ
มาตรา 14 ใหค้ ณะกรรมการมีอานาจหน้าที่ ดงั ต่อไปนี
(1) กาหนดนโยบาย วางระบบ และแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุม
โรคติดต่อ เพ่ือให้หน่วยงานของรัฐ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อ
กรงุ เทพมหานครดาเนนิ การใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบัญญัตนิ ี้
(2) พิจารณาใหค้ วามเห็นชอบแผนปฏิบตั ิการเฝ้าระวัง ป้องกนั และควบคุมโรคติดต่อหรอื โรค
ระบาด และเสนอคณะรัฐมนตรีใหค้ วามเห็นชอบ
432
(3) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศและแนวทางปฏิบัติ
เพื่อปฏิบตั ิตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
(4) ใหค้ าปรึกษา แนะนา และประสานงานแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชนเกี่ยวกับการเฝา้ ระวัง
ปอ้ งกนั และควบคุมโรคติดตอ่
(5) ติดตาม ประเมินผล และตรวจสอบการดาเนินงานของหน่วยงานของรัฐ คณะกรรมการ
โรคติดตอ่ จงั หวดั และคณะกรรมการโรคติดตอ่ กรงุ เทพมหานคร เพอื่ ให้ปฏบิ ัตติ ามแผนปฏิบัตกิ ารเฝา้ ระวงั
ป้องกนั และควบคมุ โรคติดต่อหรือโรคระบาดทค่ี ณะรัฐมนตรใี ห้ความเหน็ ชอบตาม (2)
(6) พิจารณาใหค้ วามเห็นชอบหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงอื่ นไขเก่ียวกับการเบกิ จา่ ยคา่ ชดเชย ค่า
ทดแทน ค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายอ่ืนท่ีจาเป็นในการดาเนนิ การเฝ้าระวัง การสอบสวนโรค การป้องกัน
หรือการควบคุมโรคตดิ ต่อ
(7) แตง่ ตงั้ คณะกรรมการด้านวชิ าการหรอื คณะอนกุ รรมการ เพอื่ ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั ิ
นี้
(8) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัติน้ีหรือกฎหมายอ่ืนบัญญัติให้เป็นอานาจหน้าที่ของ
คณะกรรมการ หรอื ตามท่คี ณะรฐั มนตรมี อบหมาย
มาตรา 15 การประชุมของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าก่ึงหนึ่งของ
จานวนกรรมการท้งั หมดเท่าที่มีอยู่ จึงเปน็ องค์ประชมุ
ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในท่ีประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจ
ปฏบิ ตั หิ นา้ ทีไ่ ด้ ให้กรรมการท่มี าประชมุ เลือกกรรมการคนหน่งึ เป็นประธานในทป่ี ระชมุ
การวนิ ิจฉัยชี้ขาดของท่ีประชุมใหถ้ อื เสยี งขา้ งมาก
กรรมการคนหน่ึงใหม้ เี สยี งหนึง่ ในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสยี งเทา่ กนั ให้ประธานในที่ประชุม
ออกเสยี งเพม่ิ ขึ้นอีกเสยี งหน่ึงเปน็ เสียงชี้ขาด
มาตรา 16 ให้มคี ณะกรรมการด้านวิชาการคณะหนึง่ ประกอบดว้ ยประธานกรรมการซ่ึงแต่งต้งั
จากกรรมการผ้ทู รงคุณวุฒติ ามมาตรา 11 (4) และให้มีกรรมการซึ่งแต่งต้ังจากผู้มีความรคู้ วามเชี่ยวชาญ
และประสบการณ์ดา้ นโรคตดิ ต่อ อีกจานวนไมเ่ กนิ เจด็ คน
คณะกรรมการด้านวิชาการมีอานาจหน้าที่ ดังตอ่ ไปนี้
(1) ใหค้ าแนะนาแกร่ ฐั มนตรใี นการประกาศเขตติดโรค
(2) ให้คาแนะนาแกอ่ ธบิ ดีในการประกาศโรคระบาด
พระราชบญั ญตั โิ รคติดตอ่ พ.ศ. 2558 433
(3) ให้คาแนะนาแก่รัฐมนตรีหรืออธิบดีในการประกาศยกเลิกเมอื่ สภาวการณ์ของโรคตาม (1)
หรอื (2) แลว้ แตก่ รณี สงบลงหรือกรณีมเี หตุอันสมควร
(4) ปฏบิ ัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
ให้นาความในมาตรา 12 และมาตรา 13 มาใชบ้ ังคบั แกก่ รณีวาระการดารงตาแหนง่ และการพ้น
จากตาแหนง่ ของคณะกรรมการด้านวิชาการโดยอนโุ ลม
มาตรา 17 ใหน้ าความในมาตรา 15 มาใชบ้ งั คับแกก่ ารประชมุ ของคณะกรรมการด้านวิชาการ
และคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
มาตรา 18 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติน้ีให้คณะกรรมการ คณะกรรมการด้าน
วิชาการ และคณะอนุกรรมการมีอานาจออกคาส่งั เปน็ หนังสอื เรียกให้บคุ คลใด ๆ มาให้ข้อเท็จจริงหรือ
แสดงความคิดเห็น หรือให้จัดส่งข้อมูล หรือเอกสารใด ๆ ท่ีจาเป็นหรอื ข้อคิดเหน็ มาเพื่อใช้ประกอบการ
พิจารณาได้
มาตรา 19 ให้กรมควบคมุ โรคเปน็ สานกั งานเลขานกุ ารของคณะกรรมการ คณะกรรมการด้าน
วชิ าการ และคณะอนกุ รรมการ รับผิดชอบงานธุรการ โดยให้มอี านาจหน้าที่ ดงั ตอ่ ไปนี้
(1) เป็นหน่วยงานกลางในการดาเนนิ การเกี่ยวกับการพิจารณาเสนอนโยบาย และวางระบบใน
การเฝ้าระวงั ปอ้ งกนั และควบคมุ โรคติดตอ่
(2) จัดทาระบบในการเฝ้าระวงั โรคตดิ ตอ่ อนั ตราย โรคตดิ ตอ่ ทีต่ อ้ งเฝา้ ระวงั และโรคระบาดเพอื่
เสนอต่อคณะกรรมการ
(3) จัดทาแผนปฏิบัติการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาดเพื่อเสนอต่อ
คณะกรรมการ
(4) เป็นศูนย์ข้อมูลกลางในการประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับการเฝ้า
ระวงั การปอ้ งกนั และการควบคมุ สภาวการณ์ของโรคตดิ ตอ่ และโรคระบาด
(5) เป็นหน่วยงานประสานงานในการติดตาม ประเมินผล และตรวจสอบการดาเนินการของ
คณะกรรมการโรคติดตอ่ จังหวดั และคณะกรรมการโรคติดตอ่ กรงุ เทพมหานครเกย่ี วกับการดาเนนิ การตาม
แผนปฏิบัติการเฝา้ ระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดตอ่ หรอื โรคระบาดที่คณะกรรมการให้ความเหน็ ชอบ
เพอื่ เสนอต่อคณะกรรมการ
(6) ปฏิบัตกิ าร ประสานการปฏบิ ัติ ให้การสนบั สนนุ และชว่ ยเหลอื หน่วยงานของรฐั และเอกชน
ใหเ้ กดิ การปฏบิ ตั กิ ารตามนโยบายและแผนการเฝา้ ระวัง ปอ้ งกนั และควบคุมโรคติดตอ่
434
(7) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานทางด้านวิชาการ เวชภัณฑ์และวัสดุอุปกรณ์ในการเฝ้า
ระวัง ปอ้ งกัน ควบคมุ หรือวนิ ิจฉยั เก่ยี วกับโรคติดต่อ
(8) ปฏิบัติการอ่ืนใดตามที่คณะกรรมการ คณะกรรมการด้านวิชาการ หรือคณะอนุกรรมการ
มอบหมาย
หมวด 3
คณะกรรมการโรคติดตอ่ จงั หวัด
มาตรา 20 ใหม้ คี ณะกรรมการโรคตดิ ต่อจังหวัด ประกอบดว้ ย
(1) ผ้วู ่าราชการจงั หวัด เป็นประธานกรรมการ
(2) ปลัดจังหวัด ประชาสัมพนั ธจ์ ังหวัด ปศุสัตวจ์ งั หวดั หวั หนา้ สานักงานปอ้ งกันและบรรเทาสา
ธารณภัยจังหวัด ผู้อานวยการสานักงานป้องกันควบคุมโรคที่รบั ผิดชอบในเขตจังหวัด และนายกองคก์ าร
บรหิ ารส่วนจังหวัด เป็นกรรมการ
(3) นายกเทศมนตรี จานวนหนึ่งคน และนายกองค์การบริหารสว่ นตาบล จานวนหนง่ึ คน ซง่ึ ผูว้ า่
ราชการจังหวดั แต่งต้งั เปน็ กรรมการ
(4) ผู้อานวยการโรงพยาบาลศูนย์หรือผู้อานวยการโรงพยาบาลท่ัวไป จานวนหนึ่งคน
ผู้อานวยการโรงพยาบาลชุมชน จานวนสองคน และสาธารณสุขอาเภอ จานวนสองคน ซ่ึงผู้ว่าราชการ
จังหวดั แต่งต้งั เป็นกรรมการ
(5) ผู้ดาเนินการสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล จานวนหน่ึงคน ซ่ึงผู้ว่า
ราชการจังหวัดแตง่ ตงั้ เป็นกรรมการ
ในกรณีท่ีจังหวัดใดมีโรงพยาบาลในสังกัดหน่วยงานของรัฐอื่นนอกจาก (4) ให้ผู้ว่าราชการ
จังหวัดแต่งตั้งผอู้ านวยการโรงพยาบาลในสงั กัดหน่วยงานของรฐั น้ัน จานวนไม่เกนิ สามคน เป็นกรรมการ
ดว้ ย
ในกรณีที่จังหวัดใดมีด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งเจา้
พนักงานควบคุมโรคติดต่อซึง่ ประจาด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ จานวนแห่งละหน่ึงคน และ
แตง่ ต้งั ผ้รู บั ผดิ ชอบชอ่ งทางเขา้ ออกประจาดา่ น จานวนแห่งละหนงึ่ คน เปน็ กรรมการด้วย
พระราชบญั ญัตโิ รคติดต่อ พ.ศ. 2558 435
ให้นายแพทยส์ าธารณสุขจงั หวดั เปน็ กรรมการและเลขานกุ าร และให้ผู้ว่าราชการจังหวดั แต่งตง้ั
ข้าราชการในสังกัดสานักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ดาเนินงานด้านการป้องกันควบคุมโรค จานวนไม่เกิน
สองคน เปน็ กรรมการและผูช้ ่วยเลขานกุ าร
มาตรา 21 การแต่งต้ัง วาระการดารงตาแหน่ง และการพ้นจากตาแหน่งของกรรมการตาม
มาตรา 20 (3) (4) และ (5) และกรรมการตามมาตรา 20 วรรคสอง ใหเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และ
เงื่อนไขทีค่ ณะกรรมการประกาศกาหนด
มาตรา 22 ใหค้ ณะกรรมการโรคติดต่อจังหวดั มีอานาจหน้าท่ี ดงั ต่อไปนี้
(1) ดาเนินการตามนโยบาย ระบบ และแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุม
โรคตดิ ตอ่ ทค่ี ณะกรรมการกาหนด
(2) จัดทาแผนปฏิบัติการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออนั ตราย โรคติดต่อท่ตี ้องเฝา้
ระวัง หรอื โรคระบาดในเขตพ้นื ท่จี ังหวดั
(3) รายงานสถานการณโ์ รคติดต่อหรือโรคทยี่ งั ไมท่ ราบสาเหตทุ ี่อาจเปน็ โรคระบาดซงึ่ เกิดขึ้นใน
เขตพืน้ ท่จี ังหวดั ตอ่ อธิบดี
(4) สนับสนุน ส่งเสริม ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติของหน่วยงานที่เก่ียวข้องภายใน
จังหวัดแลว้ รายงานตอ่ คณะกรรมการ
(5) แต่งต้ังคณะทางานประจาชอ่ งทางเขา้ ออกตามมาตรา 23 ในกรณที ่ีจังหวัดนัน้ มีดา่ นควบคุม
โรคติดต่อระหว่างประเทศ
(6) เรยี กให้บุคคลใด ๆ มาใหข้ ้อเทจ็ จรงิ หรือแสดงความคดิ เหน็ หรอื ให้จัดสง่ ขอ้ มลู หรือเอกสาร
ใด ๆ ท่จี าเป็นหรือขอ้ คิดเห็นมาเพอื่ ใชป้ ระกอบการพจิ ารณา
(7) ดาเนินการอ่ืนใดท่ีเกี่ยวกับการควบคุมโรคติดต่อตามที่คณะกรรมการหรือผู้ว่าราชการ
จังหวัดมอบหมาย หรอื ตามทบ่ี ัญญตั ไิ วใ้ นพระราชบญั ญตั ิน้ี
มาตรา 23 คณะทางานประจาชอ่ งทางเข้าออก ประกอบด้วย
(1) เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐซ่ึงเป็นผู้รับผิดชอบช่องทางเข้าออกนั้น เป็นป ระธาน
คณะทางาน
(2) ผู้แทนกรมปศุสัตว์ ผู้แทนกรมวิชาการเกษตร ผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนสานักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา และผู้แทนสานกั งานตรวจคนเขา้ เมืองผู้ซึง่ ปฏิบัตหิ น้าทใี่ นช่องทางเข้าออก
น้นั เป็นคณะทางาน
436
(3) ผู้อานวยการโรงพยาบาลในสงั กัดหนว่ ยงานของรัฐทด่ี ูแลรบั ผิดชอบชอ่ งทางเข้าออกนั้น เป็น
คณะทางาน
(4) เจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ต่อซึ่งประจาด่านควบคมุ โรคติดต่อระหว่างประเทศ จานวนหนึ่ง
คน เปน็ คณะทางานและเลขานกุ าร
ในกรณีท่ีช่องทางเข้าออกใดมีผแู้ ทนจากหน่วยงานของรฐั ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีในช่องทางเข้าออกนอ้ ย
กว่าหน่วยงานตามท่ีกาหนดไว้ใน (2) ในการน้ี ใหค้ ณะทางานประกอบด้วยผู้แทนจากหนว่ ยงานเทา่ ทม่ี อี ยู่
ในกรณีที่ช่องทางเข้าออกใดมีผู้แทนจากหน่วยงานของรัฐปฏิบัติหน้าท่ีในช่องทางเข้าออก
มากกว่าหนว่ ยงานตามทีก่ าหนดไวใ้ น (2) ให้คณะกรรมการมีอานาจประกาศกาหนดเพ่ิมเตมิ จากจานวนท่ี
มีอยู่เดมิ
มาตรา 24 ให้คณะทางานประจาช่องทางเข้าออกมีอานาจหน้าที่ในเขตพ้ืนท่ีรับผิดชอบ
ดงั ต่อไปน้ี
(1) จัดทาแผนปฏิบัติการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและแผน
เตรยี มพรอ้ มรบั สถานการณ์ฉุกเฉนิ ด้านสาธารณสุข
(2) ประสาน สนับสนุน และตดิ ตามประเมนิ ผลการดาเนินงานตามแผนใน (1
(3) จัดทาแผนการติดต่อส่ือสารกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุม
โรคติดต่อระหวา่ งประเทศ
(4) ดาเนินการอ่ืนใดที่เกย่ี วกับการเฝ้าระวงั ป้องกนั และควบคุมโรคตดิ ตอ่ ตามท่คี ณะกรรมการ
หรือคณะกรรมการโรคตดิ ตอ่ จังหวดั มอบหมาย
มาตรา 25 ให้นาความในมาตรา 15 มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการโรคติดต่อ
จงั หวัดและคณะทางานประจาชอ่ งทางเขา้ ออกโดยอนโุ ลม
หมวด 4
คณะกรรมการโรคติดตอ่ กรุงเทพมหานคร
มาตรา 26 ให้มีคณะกรรมการโรคติดตอ่ กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย
พระราชบญั ญัตโิ รคติดต่อ พ.ศ. 2558 437
(1) ผวู้ า่ ราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ
(2) ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกรมควบคุมโรค
ผแู้ ทนกรมประชาสัมพนั ธ์ ผแู้ ทนกรมปศุสตั ว์ ผูแ้ ทนกรมสวัสดิการและคุม้ ครองแรงงาน ผู้อานวยการสานกั
การแพทย์กรุงเทพมหานคร ผู้อานวยการสานักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร และ
ผอู้ านวยการโรงพยาบาลสังกดั สภากาชาดไทยในเขตกรงุ เทพมหานคร เปน็ กรรมการ
(3) ผ้อู านวยการโรงพยาบาลในสงั กัดกรุงเทพมหานคร จานวนหนึ่งคน ผู้อานวยการโรงพยาบาล
ในสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จานวนหน่ึงคน และผู้อานวยการสานักงานเขตพ้ืนที่
การศกึ ษาในกรุงเทพมหานคร จานวนหน่งึ คน ซึง่ ผวู้ ่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง เปน็ กรรมการ
(4) ผู้อานวยการโรงพยาบาลในสังกัดหน่วยงานของรัฐนอกจาก ( 3) ซึ่งผู้ว่าราชการ
กรุงเทพมหานครแตง่ ต้ัง จานวนไมเ่ กนิ ห้าคน เป็นกรรมการ
(5) ผู้ดาเนินการสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานครซงึ่
ผวู้ า่ ราชการกรุงเทพมหานครแตง่ ต้ัง จานวนหนงึ่ คน เปน็ กรรมการ
(6) เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อซึ่งประจาด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศในเขต
กรุงเทพมหานคร จานวนแห่งละหนึ่งคน และแต่งต้ังผู้รับผิดชอบช่องทางเข้าออกประจาด่านควบคุม
โรคตดิ ตอ่ ระหว่างประเทศนัน้ ๆ จานวนแหง่ ละหนึ่งคน เป็นกรรมการ
ให้ผูอ้ านวยการสานักอนามัยกรงุ เทพมหานครเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผวู้ า่ ราชการ
กรุงเทพมหานครแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดสานักอนามัยกรงุ เทพมหานครท่ดี ารงตาแหน่งในระดับไมต่ ่า
กวา่ ผู้อานวยการกอง จานวนไม่เกินสองคน เป็นกรรมการและผชู้ ่วยเลขานกุ าร
มาตรา 27 การแต่งต้ัง วาระการดารงตาแหน่ง และการพ้นจากตาแหน่งของกรรมการตาม
มาตรา 26 (3) (4) และ (5) ใหเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงอ่ื นไขทคี่ ณะกรรมการประกาศกาหนด
มาตรา 28 ให้คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครมีอานาจหนา้ ท่ี ดังตอ่ ไปนี้
(1) ดาเนินการตามนโยบาย ระบบ และแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุม
โรคติดตอ่ ท่ีคณะกรรมการกาหนด
(2) จัดทาแผนปฏิบัติการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออนั ตราย โรคติดต่อท่ีตอ้ งเฝา้
ระวงั หรอื โรคระบาดในเขตพนื้ ท่ีกรุงเทพมหานคร
(3) รายงานสถานการณโ์ รคตดิ ต่อหรือโรคทยี่ งั ไม่ทราบสาเหตทุ ่อี าจเปน็ โรคระบาดซ่ึงเกิดขึ้นใน
เขตพนื้ ทก่ี รุงเทพมหานครต่ออธิบดี
438
(4) สนับสนุน ส่งเสริม ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติของหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องภายใน
กรงุ เทพมหานคร แล้วรายงานตอ่ คณะกรรมการ
(5) แตง่ ตัง้ คณะทางานประจาชอ่ งทางเขา้ ออกตามมาตรา 23
(6) เรียกให้บุคคลใด ๆ มาใหข้ อ้ เท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็น หรือใหจ้ ัดสง่ ข้อมูลหรอื เอกสาร
ใด ๆ ท่ีจาเป็นหรือข้อคิดเห็นมาเพือ่ ใชป้ ระกอบการพิจารณา
(7) ดาเนินการอื่นใดท่ีเก่ียวกับการควบคุมโรคติดต่อตามท่ีคณะกรรมการหรือผู้ว่าราชการ
กรงุ เทพมหานครมอบหมาย หรอื ตามทีบ่ ญั ญัตไิ ว้ในพระราชบญั ญตั นิ ้ี
มาตรา 29 ให้นาความในมาตรา 15 มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการโรคติดต่อ
กรุงเทพมหานครและคณะทางานประจาช่องทางเขา้ ออกโดยอนุโลม
มาตรา 30 ให้นาความในมาตรา 23 และมาตรา 24 มาใช้บังคับแก่องค์ประกอบ และอานาจ
หน้าที่ของคณะทางานประจาช่องทางเข้าออกที่คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครแต่งตั้งโดย
อนโุ ลม
หมวด 5
การเฝา้ ระวงั โรคติดต่อ
มาตรา 31 ในกรณีที่มีโรคติดต่ออันตราย โรคตดิ ต่อท่ีต้องเฝ้าระวัง หรอื โรคระบาดเกิดขึ้นให้
บุคคลดงั ตอ่ ไปนี้แจ้งต่อเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่
(1) เจ้าบา้ นหรอื ผ้คู วบคุมดแู ลบ้าน หรือแพทยผ์ ทู้ าการรักษาพยาบาลในกรณีทพ่ี บผ้ทู ีเ่ ป็นหรอื มี
เหตอุ ันควรสงสยั วา่ เป็นโรคตดิ ต่อดังกลา่ วเกิดขึ้นในบา้ น
(2) ผู้รับผดิ ชอบในสถานพยาบาล ในกรณีที่พบผทู้ เี่ ปน็ หรอื มเี หตุอันควรสงสยั วา่ เป็นโรคตดิ ตอ่
ดังกลา่ วเกดิ ขน้ึ ในสถานพยาบาล
(3) ผู้ทาการชันสูตรหรอื ผู้รับผิดชอบในสถานที่ที่ได้มีการชันสตู ร ในกรณีท่ีได้มีการชันสูตรทาง
การแพทย์หรอื ทางการสัตวแพทย์ตรวจพบวา่ อาจมีเชือ้ อนั เป็นเหตขุ องโรคติดต่อดังกล่าว
(4) เจ้าของ หรือผู้ควบคุมสถานประกอบการหรือสถานทีอ่ ื่นใด ในกรณีที่พบผทู้ ี่เปน็ หรอื มีเหตุ
อนั ควรสงสัยวา่ เป็นโรคติดต่อดังกล่าวเกิดข้ึนในสถานทีน่ ้ัน
พระราชบัญญตั โิ รคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2558 439
หลักเกณฑ์ และวิธีการแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามท่ีรัฐมนตรีประกาศกาหนดโดยความ
เห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา 32 เม่ือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อได้รบั แจ้งตามมาตรา 31 ว่ามีเหตุสงสัย มีข้อมูล
หรือหลักฐานว่ามีโรคติดต่ออันตราย โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง หรือโรคระบาด ให้เจ้าพนักงานควบคุม
โรคติดต่อแจง้ คณะกรรมการโรคตดิ ต่อจงั หวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรงุ เทพมหานคร แล้วแต่กรณี
และรายงานขอ้ มูลนั้นให้กรมควบคุมโรคทราบโดยเรว็
มาตรา 33 ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีโรคติดต่ออันตราย โรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวงั หรือ
โรคระบาดเกิดขึ้นในต่างประเทศ ให้กรมควบคุมโรคประสานงานไปยังองค์การอนามัยโลกเพื่อขอข้อมูล
เกย่ี วกบั โรคดังกล่าว
หมวด 6
การปอ้ งกันและควบคมุ โรคติดต่อ
มาตรา 34 เพ่ือประโยชน์ในการปอ้ งกันและควบคุมโรคติดต่อ เมื่อเกดิ โรคติดต่ออนั ตรายหรือ
โรคระบาดหรือมีเหตุสงสัยว่าได้เกิดโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดในเขตพื้นที่ใด ให้เจ้าพนักงาน
ควบคุมโรคติดต่อในพ้ืนท่ีน้ันมีอานาจท่ีจะดาเนินการเองหรือออกคาส่ังเป็นหนังสือให้ผู้ใดดาเนินการ
ดังต่อไปน้ี
(1) ให้ผู้ท่ีเป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด หรือผู้ที่เป็นผู้
สัมผัสโรคหรือเป็นพาหะ มารับการตรวจหรือรักษา หรือรับการชันสูตรทางการแพทย์ และเพ่ือความ
ปลอดภัยอาจดาเนินการโดยการแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกต ณ สถานท่ีซ่ึงเจ้าพนักงานควบคุม
โรคติดต่อกาหนด จนกว่าจะได้รบั การตรวจและการชันสตู รทางการแพทย์ว่าพ้นระยะติดต่อของโรคหรอื
ส้ินสุดเหตุอันควรสงสัย ทั้งนี้ หากเป็นสัตว์ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสตั ว์เปน็ ผู้นาสัตว์มารบั การตรวจ
หรอื รักษา หรอื รบั การชันสตู รทางการแพทย์
(2) ให้ผู้ที่มีความเส่ยี งท่ีจะติดโรคได้รับการสรา้ งเสริมภูมิคุ้มกันโรค ตามวัน เวลา และสถานที่
ซึง่ เจ้าพนกั งานควบคุมโรคติดต่อกาหนด เพอ่ื มใิ หโ้ รคติดตอ่ อนั ตรายหรือโรคระบาดแพรอ่ อกไป ทั้งน้ี หาก
เป็นสัตวใ์ หเ้ จา้ ของหรอื ผู้ครอบครองสตั วเ์ ปน็ ผู้นาสัตว์มารับการป้องกันโรค
(3) ให้นาศพหรือซากสัตว์ซงึ่ ตายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าตายด้วยโรคติดต่ออันตรายหรือโรค
ระบาดไปรับการตรวจ หรอื จัดการทางการแพทย์ หรือจัดการดว้ ยประการอนื่ ใด เพอ่ื ปอ้ งกันการแพร่ของ
โรค
440
(4) ใหเ้ จา้ ของ ผู้ครอบครอง หรอื ผู้พกั อาศยั ในบ้าน โรงเรือน สถานที่ หรือพาหนะทีม่ โี รคตดิ ต่อ
อนั ตรายหรือโรคระบาดเกิดขึน้ กาจดั ความติดโรคหรอื ทาลายสิง่ ใด ๆ ท่มี ีเชื้อโรคติดตอ่ หรอื มีเหตอุ ันควร
สงสัยว่ามีเชื้อโรคติดต่อ หรือแก้ไขปรับปรุงการสขุ าภิบาลให้ถูกสุขลักษณะ เพ่ือการควบคุมและปอ้ งกัน
การแพร่ของโรค ท้ังน้ี ผู้ท่ีได้รับคาสั่งต้องดาเนินการตามคาสั่งดังกล่าวจนกว่าเจ้าพนั กงานควบคุม
โรคติดต่อจะมีคาสั่งยกเลกิ
(5) ใหเ้ จ้าของ ผูค้ รอบครอง หรอื ผ้พู กั อาศยั ในบา้ น โรงเรือน สถานที่ หรอื พาหนะท่มี ีโรคติดต่อ
อนั ตรายหรือโรคระบาดเกดิ ข้ึน ดาเนนิ การเพอ่ื การปอ้ งกันการแพรข่ องโรคด้วยการกาจัดสตั ว์ แมลง หรือ
ตวั อ่อนของแมลงท่ีเปน็ สาเหตขุ องการเกดิ โรคตดิ ตอ่ อนั ตรายหรือโรคระบาด
(6) ห้ามผู้ใดกระทาการหรอื ดาเนนิ การใด ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะท่ไี ม่ถูกสขุ ลกั ษณะซง่ึ อาจ
เป็นเหตุใหโ้ รคตดิ ต่ออันตรายหรอื โรคระบาดแพร่ออกไป
(7) ห้ามผู้ใดเข้าไปหรือออกจากที่เอกเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุม
โรคตดิ ต่อ
(8) เข้าไปในบ้าน โรงเรือน สถานท่ี หรือพาหนะท่ีมีหรือสงสัยว่ามีโรคติดต่ออันตรายหรอื โรค
ระบาดเกดิ ขน้ึ เพ่ือเฝา้ ระวงั ป้องกนั และควบคมุ มใิ ห้มีการแพรข่ องโรค
ในการดาเนินการตามวรรคหนงึ่ เจ้าพนักงานควบคมุ โรคติดต่อตอ้ งทาการสอบสวนโรคและหาก
พบว่ามีโรคติดต่ออันตรายหรอื โรคระบาดเกิดขึ้นในเขตพน้ื ที่ใด ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อแจง้ ตอ่
คณะกรรมการโรคติดต่อจงั หวัดหรอื คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี และรายงาน
ข้อมลู น้ันให้กรมควบคุมโรคทราบโดยเร็ว
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่อื นไขในการดาเนนิ การหรอื ออกคาสั่งตามวรรคหนึง่ และการสอบสวน
โรคตามวรรคสอง ใหเ้ ป็นไปตามทรี่ ัฐมนตรปี ระกาศกาหนดโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ
มาตรา 35 ในกรณีท่ีมีเหตุจาเป็นเร่งด่วนเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ของโรคติดต่ออันตราย
หรือโรคระบาด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือผู้ว่า
ราชการกรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร มีอานาจใน
พน้ื ที่ความรับผดิ ชอบของตน ดังต่อไปน้ี
(1) สั่งปิดตลาด สถานท่ีประกอบหรือจาหน่ายอาหาร สถานท่ีผลิตหรือจาหน่ายเคร่ืองดื่ม
โรงงาน สถานที่ชุมนมุ ชน โรงมหรสพ สถานศึกษา หรือสถานทอี่ น่ื ใดไว้เปน็ การชวั่ คราว
(2) ส่ังให้ผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดหยุดการ
ประกอบอาชีพเป็นการชวั่ คราว
พระราชบัญญัตโิ รคติดต่อ พ.ศ. 2558 441
(3) สั่งห้ามผู้ท่ีเป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดเข้าไปใน
สถานทช่ี ุมนมุ ชน โรงมหรสพ สถานศกึ ษา หรอื สถานทอี่ ่นื ใด เวน้ แต่ไดร้ ับอนญุ าตจากเจ้าพนกั งานควบคุม
โรคติดตอ่
มาตรา 36 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหรอื
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร แล้วแต่
กรณี จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อขึ้นในทุกอาเภอหรือทุกเขตอย่างน้อยหนึ่งหน่วย เพ่ือทา
หน้าที่ในการเฝ้าระวัง สอบสวนโรค ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด ท้ังน้ี
หลักเกณฑก์ ารจัดตัง้ หน่วยปฏิบตั กิ ารควบคุมโรคติดต่อใหเ้ ปน็ ไปตามที่คณะกรรมการประกาศกาหนด
หน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องประกอบด้วยเจ้าพนักงาน
ควบคุมโรคติดต่อหนึ่งคน เจ้าหน้าท่ีทางการแพทย์และการสาธารณสุขสองคน และอาจแต่งตง้ั เจ้าหน้าท่ี
ของหนว่ ยงานอืน่ ทีเ่ กยี่ วข้องหรือหน่วยงานภาคเอกชน ตามจานวนที่ผวู้ ่าราชการจงั หวัดหรือผู้ว่าราชการ
กรงุ เทพมหานครเห็นสมควรเปน็ หนว่ ยปฏิบัติการควบคุมโรคตดิ ต่อร่วมดว้ ยกไ็ ด้
มาตรา 37 ให้ผู้มีหน้าที่รบั ผดิ ชอบช่องทางเขา้ ออกปฏิบตั ิตามวิธีการเพื่อการเฝ้าระวงั ป้องกัน
และควบคุมโรคติดต่อระหวา่ งประเทศ ในบริเวณช่องทางเขา้ ออก ดงั ตอ่ ไปนี้
(1) จัดการสุขาภิบาลส่ิงแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ รวมท้ังกาจัดสิ่งอันอาจเป็นอันตรายต่อ
สุขภาพ
(2) จดั การสขุ าภิบาลเก่ียวกับอาหารและนา้ ใหถ้ ูกสุขลกั ษณะ
(3) กาจัดยงุ และพาหะนาโรค
(4) ปฏิบัตกิ ารตามวธิ กี ารอนื่ ใดตามทคี่ ณะกรรมการประกาศกาหนด
มาตรา 38 เมอ่ื มเี หตอุ ันสมควร ให้เจ้าพนกั งานควบคุมโรคตดิ ตอ่ ประจาด่านควบคมุ โรคติดต่อ
ระหว่างประเทศมีอานาจตรวจตรา ควบคุม กากับดูแลในพ้ืนที่นอกช่องทางเข้าออก และแจ้งให้เจ้า
พนักงานท้องถ่ินดาเนินการกาจัดยุงและพาหะนาโรคในบรเิ วณรศั มีสรี่ อ้ ยเมตรรอบช่องทางเข้าออก ใน
การนี้ ให้เจ้าของหรือผู้อยู่ในบ้าน โรงเรือน หรือสถานท่ีในบริเวณดังกล่าว อานวยความสะดวกแก่เจ้า
พนักงานควบคุมโรคติดต่อประจาด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและเจ้าพนักงานท้องถ่ินตาม
สมควร
มาตรา 39 ในการปอ้ งกันและควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เม่ือมเี หตอุ ันสมควรหรอื มเี หตุ
สงสัยว่าพาหนะน้ันมาจากทอ้ งทีห่ รือเมอื งทา่ ใดนอกราชอาณาจักรท่มี ีโรคระบาด ให้เจ้าพนักงานควบคุม
โรคติดต่อประจาด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศมอี านาจหนา้ ท่ี ดังต่อไปนี้
442
(1) ใหเ้ จา้ ของพาหนะหรอื ผู้ควบคมุ พาหนะแจ้งกาหนดวัน เวลา และสถานทีท่ พ่ี าหนะนน้ั ๆ จะ
เข้ามาถึงด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจาด่านควบคุม
โรคตดิ ต่อระหว่างประเทศ
(2) ให้เจา้ ของพาหนะหรอื ผู้ควบคมุ พาหนะท่ีเข้ามาในราชอาณาจักรยนื่ เอกสารต่อเจา้ พนักงาน
ควบคมุ โรคติดตอ่ ประจาด่านควบคมุ โรคตดิ ต่อระหวา่ งประเทศ
(3) ห้ามผู้ใดเข้าไปในหรือออกจากพาหนะท่ีเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรซง่ึ ยังไม่ได้รบั การ
ตรวจจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจาด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และห้ามผู้ใดนา
พาหนะอื่นใดเข้าเทียบพาหนะนั้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจาด่าน
ควบคุมโรคติดตอ่ ระหวา่ งประเทศ
(4) เข้าไปในพาหนะและตรวจผเู้ ดนิ ทาง ส่ิงของ หรอื สัตวท์ มี่ ากบั พาหนะ ตรวจตราและควบคมุ
ให้เจ้าของพาหนะหรอื ผ้คู วบคุมพาหนะแก้ไขการสขุ าภิบาลของพาหนะใหถ้ ูกสขุ ลกั ษณะ รวมทง้ั กาจัดส่งิ
อันอาจเป็นอันตรายตอ่ สขุ ภาพในพาหนะ ในการนี้ ให้เจา้ ของพาหนะหรอื ผคู้ วบคุมพาหนะอานวยความ
สะดวกแกเ่ จ้าพนักงานควบคมุ โรคตดิ ต่อประจาด่านควบคุมโรคตดิ ตอ่ ระหวา่ งประเทศ
(5) ห้ามเจ้าของพาหนะหรอื ผคู้ วบคุมพาหนะนาผู้เดินทางซึง่ ไมไ่ ดร้ บั การสรา้ งเสรมิ ภูมิคุ้มกันโรค
ตามทร่ี ัฐมนตรปี ระกาศกาหนดโดยคาแนะนาของคณะกรรมการเข้ามาในราชอาณาจกั ร
การแจง้ และการย่นื เอกสารของเจา้ ของพาหนะหรือผ้คู วบคุมพาหนะตาม (1) และ (2) และการ
หา้ มเจา้ ของพาหนะหรอื ผคู้ วบคมุ พาหนะตาม (5) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเง่ือนไขท่ีกาหนด
ในกฎกระทรวง
มาตรา 40 เม่ือรัฐมนตรีประกาศให้ท้องทีห่ รือเมืองท่าใดนอกราชอาณาจักรเปน็ เขตตดิ โรคตาม
มาตรา 8 ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจาด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ มีอานาจ
ดาเนินการเอง หรอื ออกคาส่ังเปน็ หนังสือให้เจ้าของพาหนะหรือผคู้ วบคุมพาหนะท่ีเขา้ มาในราชอาณาจกั ร
จากทอ้ งทหี่ รอื เมอื งทา่ น้นั ดาเนนิ การดังตอ่ ไปน้ี
(1) กาจดั ความติดโรค เพื่อป้องกนั และควบคุมการแพรข่ องโรค
(2) จัดให้พาหนะจอดอยู่ ณ สถานที่ที่กาหนดให้จนกว่าเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจา
ดา่ นควบคุมโรคติดตอ่ ระหว่างประเทศจะอนุญาตให้ไปได้
(3) ให้ผู้เดินทางซ่ึงมากับพาหนะนน้ั รบั การตรวจในทางแพทย์ และอาจใหแ้ ยกกกั กักกันคุมไว้
สงั เกต หรือรับการสรา้ งเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรค ณ สถานที่และระยะเวลาท่ีกาหนด
(4) ห้ามผู้ใดเข้าไปในหรือออกจากพาหนะนั้น หรือที่เอกเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้า
พนักงานควบคุมโรคตดิ ต่อประจาดา่ นควบคมุ โรคตดิ ต่อระหว่างประเทศ
พระราชบญั ญตั โิ รคติดต่อ พ.ศ. 2558 443
(5) ห้ามผู้ใดนาวัตถุ ส่ิงของ หรือเคร่ืองใช้ที่เปน็ หรอื มีเหตุสงสัยว่าเป็นสิ่งติดโรคเข้าไปในหรือ
ออกจากพาหนะน้ัน เว้นแต่ได้รบั อนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจาด่านควบคมุ โรคติดต่อ
ระหวา่ งประเทศ
มาตรา 41 ให้เจ้าของพาหนะหรอื ผคู้ วบคุมพาหนะเป็นผอู้ อกค่าใชจ้ ่ายในการขนส่งผเู้ ดนิ ทางซง่ึ
มากับพาหนะนั้น เพ่ือแยกกัก กักกัน คุมไว้สังเกต หรือรับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ตลอดทั้งออก
ค่าใช้จ่ายในการเลยี้ งดู การรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศตามมาตรา
40 และคา่ ใชจ้ ่ายอืน่ ๆ ทีเ่ ก่ยี วข้อง
การกาหนดค่าใช้จ่ายท่ีเกิดจากการดาเนินการตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ
และเง่อื นไขท่ีรฐั มนตรีประกาศกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา 42 ในกรณีท่ีพบว่าผ้เู ดินทางเป็นหรือมีเหตุอนั ควรสงสยั ว่าเปน็ โรคติดต่ออันตรายโรค
ระบาด หรือพาหะนาโรค ใหเ้ จา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ต่อประจาด่านควบคมุ โรคตดิ ต่อระหวา่ งประเทศมี
อานาจสง่ั ใหบ้ ุคคลดังกลา่ วถูกแยกกัก กกั กัน คุมไว้สงั เกต หรือไดร้ ับการสรา้ งเสรมิ ภูมิคมุ้ กนั โรค
ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดาเนินการตามวรรคหน่ึง ให้ผู้เดินทางผ้นู น้ั เป็นผรู้ บั ผิดชอบ ท้ังน้ี ตาม
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่อื นไขท่รี ฐั มนตรีประกาศกาหนดโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ
มาตรา 43 เพื่อประโยชน์ในการปอ้ งกนั โรคตดิ ตอ่ ระหวา่ งประเทศหรือโรคระบาด ให้อธบิ ดีหรอื
ผู้ท่ีอธิบดีมอบหมายมีอานาจออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคหรือการได้รับยาป้องกัน
โรคติดตอ่ ระหว่างประเทศ หรอื หนงั สือรับรองอืน่ ๆ ให้แกผ่ ูร้ อ้ งขอ โดยผู้รอ้ งขอเปน็ ผรู้ บั ผิดชอบคา่ ใช้จ่าย
การมอบหมาย การเรียกเก็บหรือการยกเว้นการเรยี กเก็บค่าใช้จ่าย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วธิ กี าร และเงอ่ื นไขที่คณะกรรมการประกาศกาหนด
มาตรา 44 ในกรณีที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดตอ่ ได้ออกคาสัง่ ใหผ้ ้ใู ดดาเนินการตามมาตรา
34 (3) (4) หรือ (5) มาตรา 38 มาตรา 39 (4) หรือมาตรา 40 (1) (2) หรือ (3) แล้ว ผู้น้ันละเลยไม่
ดาเนนิ การตามคาสงั่ ภายในเวลาทีก่ าหนด เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อมีอานาจดาเนินการแทนได้ โดย
ให้ผู้น้ันชดใช้ค่าใช้จ่ายในการดาเนินการน้ันตามจานวนท่ีจ่ายจริง ทั้งน้ี ตามระเบียบที่กระทรวง
สาธารณสขุ กาหนด
หมวด 7
เจา้ พนกั งานควบคุมโรคตดิ ต่อ
444
มาตรา 45 เพื่อปฏิบัติการใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบญั ญตั ินี้ ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อมี
อานาจดงั ต่อไปนี้
(1) มีหนังสือเรยี กบุคคลใด ๆ มาใหถ้ ้อยคาหรือแจง้ ข้อเทจ็ จรงิ หรือทาคาชแี้ จงเป็นหนังสอื หรอื
ให้สง่ เอกสารหรอื หลกั ฐานใดเพอ่ื ตรวจสอบหรอื เพื่อใชป้ ระกอบการพิจารณา
(2) เข้าไปในพาหนะ อาคาร หรือสถานท่ใี ด ๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์
ตก หรอื ในเวลาทาการของอาคารหรือสถานทนี่ น้ั เพ่ือตรวจสอบหรอื ควบคุมให้เป็นไปตามพระราชบญั ญตั ิ
นี้ และหากยังดาเนนิ การไมแ่ ลว้ เสรจ็ ในเวลาดังกล่าวใหส้ ามารถดาเนินการต่อไปได้จนกว่าจะแล้วเสรจ็
การดาเนินการตาม (2) ใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขทีอ่ ธิบดกี าหนด
ในการปฏิบัตหิ นา้ ทข่ี องเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ตาม (2) ให้บุคคลทเ่ี กย่ี วข้องอานวยความ
สะดวกตามสมควร
มาตรา 46 ให้มีเครื่องแบบ เคร่ืองหมาย และบัตรประจาตัวสาหรับเจ้าพนักงานควบคุม
โรคติดต่อเพื่อแสดงตัวขณะปฏบิ ัตหิ น้าทีต่ อ่ บคุ คลท่เี กี่ยวข้อง
เครื่องแบบ เครื่องหมาย และบัตรประจาตัวตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบท่ีกระทรวง
สาธารณสุขประกาศกาหนด
มาตรา 47 ในการปฏบิ ัติหนา้ ทตี่ ามพระราชบญั ญตั นิ ี้ ให้เจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ต่อเป็นเจ้า
พนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา
หมวด 8
ค่าทดแทน
มาตรา 48 ในการดาเนนิ การของเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคติดต่อตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี หากเกิด
ความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สนิ ของบุคคลใดจากการเฝ้าระวัง การปอ้ งกนั หรือการควบคุมโรคให้
ทางราชการชดเชยความเสยี หายทเี่ กดิ ข้นึ ใหแ้ ก่ผูน้ ้นั ตามความจาเปน็
การชดเชยความเสียหายตามวรรคหนง่ึ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีกาหนด
ในกฎกระทรวง
พระราชบัญญัตโิ รคติดต่อ พ.ศ. 2558 445
หมวด 9
บทกาหนดโทษ
มาตรา 49 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคาสั่งของคณะกรรมการ คณะกรรมการด้านวิชาการ หรือ
คณะอนุกรรมการตามมาตรา 18 หรือคาส่ังของคณะกรรมการโรคติดต่อจงั หวัดตามมาตรา 22 (6) หรือ
คาสงั่ ของคณะกรรมการโรคติดตอ่ กรุงเทพมหานครตามมาตรา 28 (6) หรอื คาสั่งของเจา้ พนกั งานควบคุม
โรคตดิ ต่อตามมาตรา 45 (1) ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ หน่ึงเดือน หรือปรบั ไม่เกนิ หนึง่ หม่ืนบาทหรือท้ัง
จาทง้ั ปรับ
มาตรา 50 ผู้ใดไม่ปฏิบตั ิตามหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งตามมาตรา 31 ต้องระวางโทษปรบั ไม่
เกนิ สองหม่ืนบาท
มาตรา 51 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏบิ ัติตามคาส่งั ของเจา้ พนักงานควบคุมโรคตดิ ต่อตามมาตรา 34
(1) (2) (5) หรือ (6) มาตรา 39 (1) (2) (3) หรือ (5) มาตรา 40 (5) หรือไม่อานวยความสะดวกแก่เจ้า
พนกั งานควบคมุ โรคติดตอ่ ตามมาตรา 39 (4) ต้องระวางโทษปรบั ไมเ่ กินสองหม่นื บาท
มาตรา 52 ผใู้ ดฝ่าฝนื หรอื ไมป่ ฏิบัติตามคาส่ังของเจา้ พนักงานควบคุมโรคตดิ ต่อตามมาตรา 34
(3) (4) (7) หรือ (8) หรอื มาตรา 40 (3) หรือ (4) หรือผูว้ ่าราชการจงั หวดั หรอื ผวู้ า่ ราชการกรุงเทพมหานคร
ตามมาตรา 35 ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กินหนงึ่ ปี หรือปรับไม่เกนิ หน่ึงแสนบาท หรอื ทง้ั จาทงั้ ปรบั
มาตรา 53 ผู้ใดไม่อานวยความสะดวกแก่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือเจ้าพนักงาน
ทอ้ งถิ่นตามมาตรา 38 ต้องระวางโทษปรับไมเ่ กนิ สองหมนื่ บาท
มาตรา 54 เจา้ ของพาหนะหรอื ผคู้ วบคมุ พาหนะผใู้ ดไมป่ ฏิบตั ติ ามคาสัง่ ของเจา้ พนกั งานควบคมุ
โรคติดต่อตามมาตรา 40 (2) ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกนิ หา้ แสนบาทหรือท้งั จาทงั้
ปรับ
มาตรา 55 ผใู้ ดขัดขวางหรือไม่อานวยความสะดวกแกเ่ จา้ พนกั งานควบคุมโรคติดตอ่ ตามมาตรา
45 วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกนิ สองหมืน่ บา
มาตรา 56 ผู้ใดไม่มีสทิ ธิทีจ่ ะสวมเครอื่ งแบบหรอื ประดับเคร่อื งหมายของเจา้ พนักงานควบคมุ
โรคติดต่อตามมาตรา 46 กระทาการเช่นนั้นเพ่ือให้บุคคลอ่นื เช่ือว่าตนมีสิทธิ ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กิน
หกเดอื น หรือปรับไม่เกนิ ห้าหม่ืนบาท หรอื ทง้ั จาทง้ั ปรับ
มาตรา 57 บรรดาความผิดตามพระราชบญั ญัตนิ ีท้ มี่ โี ทษปรบั สถานเดยี วหรอื มีโทษจาคุกไมเ่ กนิ
หนง่ึ ปี ใหอ้ ธบิ ดหี รือผ้ซู งึ่ อธบิ ดีมอบหมายมีอานาจเปรียบเทียบได้ ท้งั น้ี ตามหลกั เกณฑก์ ารเปรียบเทยี บท่ี
คณะกรรมการกาหนด
446
เมื่อผู้ต้องหาได้ชาระเงินค่าปรับตามจานวนที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการ
เปรียบเทยี บแลว้ ใหถ้ อื ว่าคดีเลกิ กันตามประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความอาญา
บทเฉพาะกาล
มาตรา 58 ให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2523 เป็นเจ้า
พนักงานควบคุมโรคติดตอ่ ตามพระราชบญั ญตั ินจ้ี นกว่าจะมีการแต่งตงั้ เจา้ พนักงานควบคมุ โรคติดตอ่ ตาม
พระราชบัญญตั นิ ้ี
มาตรา 59 ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการตามมาตรา 11 ยกเว้น
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา 11 (4) ปฏิบัติหนา้ ทค่ี ณะกรรมการตามพระราชบัญญัติน้ีไปพลางก่อน
จนกว่าจะมีการแต่งต้ังกรรมการผทู้ รงคุณวุฒติ ามพระราชบญั ญัตินี้ ท้ังน้ี ต้องไม่เกนิ หนึง่ รอ้ ยแปดสิบวัน
นับแต่วนั ทีพ่ ระราชบัญญัตนิ ้ใี ชบ้ งั คับ
มาตรา 60 บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือคาสั่งใดท่ีออกตามพระราชบัญญัติ
โรคตดิ ต่อ พ.ศ. 2523 ทใ่ี ช้บังคบั อยู่ในวันก่อนวนั ท่ีพระราชบญั ญัติน้ีใชบ้ ังคบั ให้ใช้บังคบั ได้ตอ่ ไปเทา่ ท่ีไม่
ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติน้ี จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศตาม
พระราชบญั ญตั ิน้ใี ช้บงั คับ
การดาเนินการออกกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศตามวรรคหนงึ่ ใหด้ าเนินการให้แล้วเสรจ็
ภายในหน่ึงปี นับแต่วันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากไม่สามารถดาเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงาน
เหตุผลทไ่ี ม่อาจดาเนนิ การไดต้ ่อคณะรัฐมนตรีเพือ่ ทราบ
ผ้รู บั สนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรฐั มนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.
2523 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว บทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกบั สถานการณ์ปจั จบุ ัน ซ่ึงมี