The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ-62-อปท

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 60011210053, 2021-03-17 02:57:30

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ-62-อปท

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ-62-อปท

พระราชบญั ญตั โิ รคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2558 447

การแพรก่ ระจายของโรคตดิ ต่อที่รนุ แรงและกอ่ ใหเ้ กดิ โรคระบาดมากผดิ ปกติกวา่ ท่เี คยเปน็ มา ทั้งโรคติดตอ่
ทอี่ ุบตั ใิ หมแ่ ละโรคตดิ ตอ่ ทอ่ี บุ ัตซิ า้ ประกอบกบั ประเทศไทยไดใ้ หก้ ารรบั รองและดาเนินการตามขอ้ กาหนด
ของกฎอนามยั ระหว่างประเทศ พ.ศ. 2548 ในการน้ี จึงตอ้ งพัฒนาและปรบั ปรุงมาตรการทางกฎหมายท่ี
เก่ียวกับการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคติดต่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและ
ข้อกาหนดของกฎอนามัยระหวา่ งประเทศ จงึ จาเป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญตั ินี้

448

แนวข้อสอบพระราชบัญญตั ิโรคติดตอ่ พ.ศ.2558

1. พระราชบญั ญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ใหใ้ ชบ้ ังคับเมื่อใด
ก. วนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นต้นไป
ข. วันถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
ค. เมื่อพ้นกาหนด 90 วนั นบั แต่วนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ต้นไป
ง. เมอื่ พน้ กาหนด 180 วันนับแตว่ นั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ต้นไป

2. โรคตดิ ต่อท่ีตอ้ งมีการตดิ ตาม ตรวจสอบ หรือจัดเก็บข้อมลู อย่างต่อเนอ่ื ง หมายความถึงข้อใด

ก. โรคตดิ ต่อ ข. โรคติดตอ่ อนั ตราย

ค. โรคติดต่อที่ตอ้ งเฝา้ ระวงั ง. โรคระบาด

3. ข้อใดหมายถึง “หน่วยงานของรฐั ” ตามพระราชบัญญัตนิ ้ี

ก. ราชการสว่ นกลาง ข. องค์การมหาชน

ค. รัฐวิสาหกจิ ง. ถูกทกุ ขอ้

4. ใครเป็นผ้รู ักษาการตามพระราชบัญญตั ิน้ี ข. นายกรัฐมนตรี
ก. อธบิ ดกี รมควบคุมโรค ง. ปลดั กระทรวงสาธารณสุข
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสขุ

5. ใครมีอานาจแตง่ ต้งั เจ้าพนกั งานควบคุมโรคตดิ ตอ่ ออกกฎกระทรวงกาหนดกิจการอื่น ตลอดจน

ออกระเบยี บหรอื ประกาศเพอื่ ปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี

ก. อธบิ ดีกรมควบคุมโรค ข. นายกรัฐมนตรี

ค. รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงสาธารณสุข ง. ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

6. รัฐมนตรีมอี านาจประกาศกาหนดหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไขในการดาเนนิ การหรอื ออกคาสัง่

และการสอบสวนโรค โดยความเหน็ ชอบของใคร

ก. คณะรฐั มนตรี ข. คณะกรรมการโรคตดิ ต่อแห่งชาติ

ค. คณะกรรมการโรคตดิ ต่อจังหวดั ง. ไม่ต้องขอความเห็นชอบ

7. ใครเป็นประธานกรรมการคณะกรรมการโรคติดต่อแหง่ ชาติ

ก. นายกรัฐมนตรี ข.รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสขุ

ค. ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ง. อธบิ ดีกรมอนามัย

แนวข้อสอบพระราชบญั ญตั ิโรคติดตอ่ พ.ศ.2558 449

8. ใครไมใ่ ช่กรรมการในคณะกรรมการโรคตดิ ตอ่ แห่งชาติ

ก. นายกรัฐมนตรี ข. ปลดั กระทรวงสาธารณสุข

ค. อธบิ ดกี รมประชาสมั พนั ธ์ ง. เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฎกี า

9. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒใิ นคณะกรรมการโรคติดตอ่ แห่งชาติ แต่งต้งั จากผูม้ คี วามรู้ ความเชี่ยวชาญ
และมีประสบการณเ์ ปน็ ที่ประจกั ษ์ในดา้ นใด

ก. การสาธารณสขุ
ข. การควบคมุ โรค
ค. ด้านอ่ืนท่ีเปน็ ประโยชน์ในการป้องกนั ควบคุมโรคตดิ ตอ่
ง. ถูกทกุ ขอ้

10. กรรมการผ้ทู รงคณุ วุฒมิ ีวาระการดารงตาแหนง่ คราวละกี่ปี
ก. 2 ปี ข. 3 ปี
ค. 4 ปี ง. 5 ปี

11. ในกรณีที่กรรมการผทู้ รงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่งก่อนครบวาระ ใหร้ ฐั มนตรีแต่งต้ังกรรมการ
ผ้ทู รงคณุ วุฒิดา้ นเดียวกันแทนภายในก่ีวัน

ก. 15 วันนับแต่วนั ทพ่ี ้นจากตาแหน่ง ข. 20 วนั นับแต่วนั ทพ่ี น้ จากตาแหน่ง
ค. 30 วนั นบั แตว่ ันทีพ่ น้ จากตาแหนง่ ง. 45 วนั นบั แต่วนั ทพ่ี น้ จากตาแหน่ง

12. คณะกรรมการด้านวชิ าการ ประกอบดว้ ยประธานกรรมการ และใหม้ ีกรรมการซึง่ แตง่ ตงั้ จากผู้มี

ความรู้ ความเช่ยี วชาญ และประสบการณด์ ้านโรคตดิ ต่อ จานวนกี่คน

ก. ไมน่ ้อยกว่า 5 คน ข. ไมเ่ กนิ 5 คน

ค. ไม่นอ้ ยกว่า 7 คน ง. ไมเ่ กนิ 7 คน

13. ขอ้ ใดไม่ใช่อานาจหน้าท่ีของคณะกรรมการโรคติดต่อแหง่ ชาติ
ก. ให้คาแนะนาแกอ่ ธบิ ดใี นการประกาศโรคระบาด
ข. กาหนดนโยบาย วางระบบ และแนวทางปฏิบตั ิในการเฝา้ ระวัง ป้องกันและควบคมุ โรคติดต่อ
ค. พจิ ารณาให้ความเห็นชอบแผนปฏิบตั ิการเฝ้าระวงั ปอ้ งกนั และควบคมุ โรคตดิ ต่อ หรือโรค

ระบาด และเสนอคณะรฐั มนตรีให้ความเห็นชอบ
ง. ใหค้ าปรกึ ษา แนะนา และประสานงานแก่หนว่ ยงานของรฐั และเอกชนเกยี่ วกับการเฝา้ ระวงั

ห้องกันและควบคมุ โรคติดต่อ

450

14. หนว่ ยงานใดเป็นสานักงานเลขานุการของคณะกรรมการ คณะกรรมการดา้ นวชิ าการ และ

คณะอนุกรรมการ

ก. กรมควบคุมโรค ข. กรมปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย

ค. กรมอนามัย ง. กระทรวงสาธารณสขุ

15. ใครเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการโรคติดตอ่ จงั หวัด
ก. ผ้วู า่ ราชการจังหวัด
ข. ปลัดจงั หวดั
ค. ผ้อู านวยการสานกั งานปอ้ งกนั ควบคมุ โรค
ง. ปศุสตั ว์จงั หวดั

16. ใครเป็นกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการโรคตดิ ต่อจังหวดั

ก. ประชาสมั พนั ธ์จงั หวดั ข. ปศุสัตว์จังหวดั

ค. นายแพทย์สาธารณสุขจงั หวดั ง. สาธารณสุขอาเภอ

17. ใครเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการโรคตดิ ตอ่ กรงุ เทพมหานคร
ก. ผวู้ ่าราชการกรุงเทพมหานคร
ข. ปลดั กรงุ เทพมหานคร
ค. ผอู้ านวยการสานกั การแพทย์กรงุ เทพมหานคร
ง. ผู้อานวยการสานกั อนามยั กรงุ เทพมหานคร

18. ขอ้ ใดเป็นอานาจหน้าทขี่ องคณะกรรมการโรคติดตอ่ กรงุ เทพมหานคร
ก. ดาเนินการตามนโยบาย ระบบ และแนวทางปฏิบตั ใิ นการเฝา้ ระวัง ปอ้ งกนั และควบคมุ

โรคตดิ ตอ่
ข. รายงานสถานการณโ์ รคตดิ ตอ่ หรือโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุท่อี าจเป็นโรคระบาดซ่ึงเกิดข้ึนใน

เขตพ้ืนทกี่ รุงเทพมหานครต่ออธบิ ดี
ค. แตง่ ตงั้ คณะทางานประจาชอ่ งทางเขา้ ออก
ง. ถูกทุกขอ้

แนวขอ้ สอบพระราชบญั ญตั ิโรคตดิ ตอ่ พ.ศ.2558 451

19. ใหผ้ วู้ า่ ราชการจังหวดั โดยความเหน็ ชอบของใคร จดั ตั้งหน่วยปฏิบัตกิ ารควบคมุ โรคติดต่อขนึ้ ใน

ทุกอาเภออย่างน้อยหนงึ่ หนว่ ย เพอ่ื ทาหน้าท่ีเฝา้ ระวงั สอบสวนโรค ป้องกัน และควบคมุ โรคตดิ ต่อ

อนั ตรายหรือโรคระบาด

ก. คณะกรรมการโรคติดตอ่ แหง่ ชาติ ข. คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวดั

ค. อธบิ ดีกรมควบคมุ โรค ง. อธบิ ดีกรมอนามยั

20. ให้ผ้มู ีหนา้ ทีร่ ับผดิ ชอบชอ่ งทางเขา้ ออกปฏิบัตติ ามวิธกี ารเพ่อื การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุม
โรคติดตอ่ ระหวา่ งประเทศ ในบรเิ วณชอ่ งทางเขา้ ออกตามข้อใด

ก. จัดการสุขาภบิ าลเก่ียวกบั อาหารและน้าให้ถกู สุขลกั ษณะ
ข. กาจัดยงุ และพาหะนาโรค
ค. จดั การสขุ าภบิ าลสง่ิ แวดล้อมให้ถูกสขุ ลกั ษณะ
ง. ถกู ทกุ ขอ้

21. ผู้ใดไม่ปฏิบัตติ ามคาสง่ั ของคณะกรรมการดา้ นวิชาการ ตอ้ งได้รับโทษอยา่ งไร
ก. จาคุกไมเ่ กินหนึ่งเดือน หรือปรบั ไมเ่ กินหนึง่ หม่ืนบาท หรอื ทั้งจาทงั้ ปรบั
ข.จาคกุ ไมเ่ กนิ สามเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หน่งึ หมื่นบาท หรอื ทั้งจาทั้งปรับ
ค. จาคุกไม่เกนิ หน่ึงเดอื น หรือปรบั ไมเ่ กินสองหมืน่ บาท หรอื ท้งั จาทั้งปรบั
ง. จาคุกไม่เกินสามเดอื น หรือปรับไมเ่ กนิ สองหมื่นบาท หรอื ท้งั จาท้ังปรับ

22. ผ้ใู ดฝ่าฝืนหรอื ไม่ปฏิบัติตามคาสง่ั ของเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคติดตอ่ ตอ้ งไดร้ บั โทษอยา่ งไร
ก. ปรบั ไม่เกินหน่ึงหม่นื บาท
ข. ปรับไมเ่ กนิ สองหม่นื บาท
ค. จาคกุ ไมเ่ กินหนึง่ เดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กินหนง่ึ หมืน่ บาท หรอื ทง้ั จาท้งั ปรบั
ง. จาคุกไม่เกินหนง่ึ เดือน หรอื ปรบั ไม่เกนิ สองหมื่นบาท หรอื ท้ังจาท้งั ปรับ

23. ผใู้ ดไมอ่ านวยความสะดวกแก่เจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ หรอื เจา้ พนกั งานท้องถิ่น ตอ้ งไดร้ ับ
โทษอย่างไร

ก. ปรบั ไมเ่ กนิ หน่ึงหมนื่ บาท
ข. ปรับไมเ่ กนิ สองหมนื่ บาท
ค. จาคุกไมเ่ กนิ หนึ่งเดอื น หรือปรบั ไม่เกนิ หนงึ่ หมน่ื บาท หรอื ทั้งจาทั้งปรบั
ง. จาคุกไม่เกินหนง่ึ เดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กินสองหม่นื บาท หรือทงั้ จาท้ังปรับ

452

24. เมอื่ ผ้ตู ้องหาได้ชาระเงินค่าปรับตามจานวนทีเ่ ปรยี บเทยี บภายในกว่ี ัน ให้ถือว่าคดเี ลกิ กนั ตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ก. 15 วันนบั แต่วันท่มี กี ารเปรียบเทียบแลว้
ข. 20 วันนบั แตว่ ันท่ีมีการเปรยี บเทียบแล้ว
ค. 30 วนั นับแตว่ นั ทมี่ กี ารเปรียบเทียบแลว้
ง. 45 วนั นบั แตว่ นั ทม่ี กี ารเปรียบเทยี บแลว้

25. ใครเป็นผูล้ งนามรับสนองพระบรมราชโองการตามพระราชบญั ญัติน้ี
ก. พลเอกประยุทธ์ จนั ทร์โอชา
ข. ศ.นพ.ปยิ ะสกล สกลสัตยาทร
ค. นพ.พศิ ษิ ฐ์ ศรปี ระเสรฐิ
ง. นพ.เจษฎา โชคดารงสขุ

เฉลยแนวข้อสอบพระราชบญั ญัตโิ รคติดตอ่ พ.ศ.2558 453

เฉลยแนวข้อสอบพระราชบญั ญตั ิโรคติดต่อ พ.ศ.2558

1. ตอบ ง. เมอ่ื พน้ กาหนด 180 วนั นับแต่วันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป (มาตรา 2)
2. ตอบ ค. โรคติดต่อที่ตอ้ งเฝ้าระวัง (มาตรา 4)
3. ตอบ ง. ถูกทุกขอ้ (มาตรา 4)
4. ตอบ ค. รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสุข (มาตรา 5)
5. ตอบ ค. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงสาธารณสุข (มาตรา 5)
6. ตอบ ข. คณะกรรมการโรคตดิ ตอ่ แห่งชาติ (มาตรา 7)
7. ตอบ ข.รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงสาธารณสขุ (มาตรา 11)
8. ตอบ ก. นายกรฐั มนตรี (มาตรา 11(2))
9. ตอบ ง. ถูกทกุ ข้อ (มาตรา 11(4))
10. ตอบ ข. 3 ปี (มาตรา 12)
11. ตอบ ค. 30 วนั นับแตว่ นั ทพี่ น้ จากตาแหนง่ (มาตรา 12)
12. ตอบ ง. ไม่เกนิ 7 คน (มาตรา 16)
13. ตอบ ก. ให้คาแนะนาแก่อธบิ ดใี นการประกาศโรคระบาด (มาตรา 14)
14. ตอบ ก. กรมควบคุมโรค (มาตรา 19)
15. ตอบ ก. ผู้วา่ ราชการจงั หวดั (มาตรา 20)
16. ตอบ ค. นายแพทยส์ าธารณสขุ จงั หวัด (มาตรา 20)
17. ตอบ ก. ผูว้ ่าราชการกรุงเทพมหานคร (มาตรา 26)
18. ตอบ ง. ถกู ทุกขอ้ (มาตรา 28)
19. ตอบ ข. คณะกรรมการโรคติดต่อจงั หวดั (มาตรา 36)
20. ตอบ ง. ถูกทุกข้อ (มาตรา 37)
21. ตอบ ก. จาคกุ ไมเ่ กนิ หน่งึ เดือน หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หนึ่งหมน่ื บาท หรอื ทั้งจาทงั้ ปรับ (มาตรา 49)
22. ตอบ ข. ปรบั ไมเ่ กนิ สองหมืน่ บาท (มาตรา 51)
23. ตอบ ข. ปรบั ไม่เกนิ สองหม่ืนบาท (มาตรา 53)
24. ตอบ ค. 30 วนั นับแต่วันท่มี ีการเปรียบเทียบแลว้ (มาตรา 57)
25. ตอบ ก. พลเอกประยุทธ์ จันทรโ์ อชา

454

พระราชบัญญัตสิ ุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550

ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วนั ที่ 3 มนี าคม พ.ศ. 2550

เปน็ ปที ่ี 62 ในรัชกาลปจั จบุ นั

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศวา่

โดยท่เี ป็นการสมควรใหม้ ีกฎหมายว่าดว้ ยสุขภาพแหง่ ชาติ

จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ิขึ้นไว้โดยคาแนะนาและยินยอมของสภานติ ิ
บัญญัติแห่งชาติ ดงั ต่อไปน้ี

มาตรา 1 พระราชบัญญตั นิ ้เี รยี กว่า “พระราชบญั ญัตสิ ุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2550”

มาตรา 2[1] พระราชบญั ญัตนิ ใี้ ห้ใชบ้ งั คบั ตั้งแตว่ ันถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็น
ต้นไ

มาตรา 3 ในพระราชบัญญตั ินี้

“สุขภาพ” หมายความว่า ภาวะของมนุษย์ที่สมบรู ณ์ท้ังทางกาย ทางจิต ทางปัญญา และทาง
สงั คม เช่ือมโยงกันเปน็ องคร์ วมอย่างสมดุล

“ปัญญา” หมายความว่า ความร้ทู ว่ั รเู้ ท่าทันและความเขา้ ใจอย่างแยกได้ในเหตุผลแห่งความดี
ความช่ัว ความมปี ระโยชนแ์ ละความมโี ทษ ซึง่ นาไปสคู่ วามมจี ิตอันดีงามและเอ้อื เฟ้อื เผอื่ แผ่

“ระบบสุขภาพ” หมายความวา่ ระบบความสมั พันธ์ทง้ั มวลที่เกีย่ วข้องกบั สุขภาพ

“บริการสาธารณสุข” หมายความว่า บรกิ ารต่างๆ อนั เกี่ยวกับการสร้างเสรมิ สขุ ภาพการป้องกนั
และควบคุมโรคและปัจจัยท่ีคุกคามสุขภาพ การตรวจวินิจฉัยและบาบัดสภาวะความเจ็บป่วย และการ
ฟน้ื ฟสู มรรถภาพของบุคคล ครอบครวั และชุมชน

“บุคลากรด้านสาธารณสุข” หมายความว่า ผู้ให้บริการสาธารณสุขทม่ี กี ฎหมาย ระเบียบ หรือ
ข้อกาหนดรองรับ

“ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุข” หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วย
สถานพยาบาล

พระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 455

“สมชั ชาสุขภาพ” หมายความวา่ กระบวนการทใี่ ห้ประชาชนและหนว่ ยงานของรัฐทเี่ กย่ี วขอ้ งได้
ร่วมแลกเปล่ียนองค์ความรู้และเรยี นรอู้ ย่างสมานฉนั ท์ เพื่อนาไปสกู่ ารเสนอแนะนโยบายสาธารณะ เพอ่ื
สขุ ภาพหรอื ความมสี ขุ ภาพของประชาชน โดยจดั ให้มกี ารประชมุ อย่างเป็นระบบและอยา่ งมีสว่ นร่วม

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสุขภาพแห่งชาติ
“คณะกรรมการสรรหา” หมายความวา่ คณะกรรมการสรรหากรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
“สานกั งาน” หมายความว่า สานกั งานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
“คณะกรรมการบรหิ าร” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสานักงานคณะกรรมการสุขภาพ
แห่งชาติ
“กรรมการบริหาร” หมายความวา่ กรรมการในคณะกรรมการบริหาร
“หน่วยงานของรฐั ” หมายความวา่ ราชการสว่ นกลาง ราชการสว่ นภมู ภิ าค ราชการสว่ นท้องถน่ิ
รฐั วสิ าหกิจ องค์กรควบคมุ การประกอบวชิ าชีพ องคก์ ารมหาชนและหน่วยงานอื่นของรัฐ
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรผี ้รู ักษาการตามพระราชบญั ญตั ินี้
มาตรา 4 ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตาม
พระราชบัญญัตนิ ้ี และให้มีอานาจออกกฎกระทรวง เพอ่ื ปฏิบตั กิ ารตามพระราชบัญญตั ิน้ี
กฎกระทรวงน้นั เมอ่ื ได้ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาแลว้ ใหใ้ ช้บงั คับได้

หมวด 1
สิทธแิ ละหนา้ ทด่ี า้ นสขุ ภาพ

มาตรา 5 บคุ คลมีสทิ ธิในการดารงชวี ติ ในสิ่งแวดล้อมและสภาพแวดลอ้ มท่ีเอ้ือตอ่ สุขภาพบคุ คล
มีหน้าทีร่ ว่ มกับหนว่ ยงานของรฐั ในการดาเนนิ การใหเ้ กดิ สง่ิ แวดลอ้ มและสภาพแวดลอ้ มตามวรรคหนึ่ง

มาตรา 6 สุขภาพของหญิงในด้านสุขภาพทางเพศและสุขภาพของระบบเจริญพันธ์ุซ่ึงมี
ความจาเพาะ ซับซ้อนและมีอทิ ธพิ ลตอ่ สขุ ภาพหญงิ ตลอดช่วงชีวิต ตอ้ งไดร้ บั การสรา้ งเสริม และคุ้มครอง
อย่างสอดคล้องและเหมาะสมสุขภาพของเด็ก คนพิการ คนสูงอายุ คนด้อยโอกาสในสังคมและกลุ่มคน
ต่างๆ ท่ีมีความจาเพาะในเรอ่ื งสุขภาพตอ้ งได้รบั การสร้างเสรมิ และคุ้มครองอย่างสอดคล้องและเหมาะสม
ดว้ ย

456

มาตรา 7 ขอ้ มลู ด้านสุขภาพของบคุ คล เปน็ ความลบั สว่ นบุคคล ผูใ้ ดจะนาไปเปิดเผยในประการ
ท่นี า่ จะทาให้บคุ คลนนั้ เสียหายไม่ได้ เวน้ แตก่ ารเปิดเผยนัน้ เปน็ ไปตามความประสงคข์ องบุคคล นั้นโดยตรง
หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย แต่ไม่ว่าในกรณีใดๆ ผู้ใดจะอาศัยอานาจหรือ สิทธิตาม
กฎหมายว่าดว้ ยขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการหรอื กฎหมายอื่นเพื่อขอเอกสารเกี่ยวกบั ขอ้ มูลด้านสุขภาพของ
บคุ คลทไี่ มใ่ ช่ของตนไม่ได้

มาตรา 8 ในการบริการสาธารณสุข บุคลากรด้านสาธารณสุขต้องแจ้งข้อมูลด้านสุขภาพท่ี
เกี่ยวข้องกับการให้บริการให้ผรู้ ับบริการทราบอย่างเพียงพอท่ผี ู้รับบรกิ ารจะใช้ประกอบการตัดสินใจใน
การรบั หรอื ไมร่ ับบริการใด และในกรณที ผ่ี รู้ บั บริการปฏิเสธไมร่ บั บรกิ ารใด จะใหบ้ รกิ ารน้นั มิได้

ในกรณีท่ีเกิดความเสียหายหรืออันตรายแก่ผู้รับบริการเพราะเหตุที่ผู้รับบริการปกปิด
ข้อเท็จจริงที่ตนรูแ้ ละควรบอกใหแ้ จง้ หรือแจ้งข้อความอนั เปน็ เทจ็ ผู้ให้บรกิ ารไม่ต้องรบั ผดิ ชอบในความ
เสียหายหรืออนั ตรายนั้น เวน้ แต่เป็นกรณที ผี่ ู้ใหบ้ รกิ ารประมาทเลินเล่ออยา่ งร้ายแรง

ความในวรรคหนง่ึ มใิ หใ้ ช้บงั คบั กับกรณีดังต่อไปน้ี

(1) ผู้รับบริการอยู่ในภาวะทเี่ สีย่ งอันตรายถึงชีวิตและมีความจาเป็นต้องให้ความช่วยเหลือเป็น
การรีบด่วน

(2) ผู้รับบริการไมอ่ ยู่ในฐานะท่จี ะรับทราบข้อมูลได้ และไม่อาจแจ้งใหบ้ คุ คลซงึ่ เปน็ ทายาทโดย
ธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ปกครอง ผู้ปกครองดูแล ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลของ
ผรู้ ับบริการ แลว้ แตก่ รณี รับทราบขอ้ มลู แทนในขณะนน้ั ได้

มาตรา 9 ในกรณีท่ีผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขประสงค์จะใช้ผู้รบั บรกิ ารเป็นส่วนหนึง่
ของการทดลองในงานวิจยั ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขต้องแจง้ ใหผ้ ูร้ ับบรกิ ารทราบลว่ งหน้า และ
ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้รับบริการก่อนจึงจะดาเนินการได้ ความยินยอมดังกล่าว
ผู้รับบรกิ ารจะเพกิ ถอนเสยี เมอื่ ใดกไ็ ด้

มาตรา 10 เมื่อมีกรณีท่ีจะมผี ลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเกิดขึ้น หน่วยงานของรัฐที่มี
ข้อมูลเกยี่ วกับกรณีดงั กล่าว ต้องเปดิ เผยข้อมูลนัน้ และวิธปี ้องกันผลกระทบต่อสุขภาพให้ประชาชนทราบ
และจดั หาขอ้ มูลให้โดยเร็ว

การเปดิ เผยข้อมูลตามวรรคหน่งึ ตอ้ งไมม่ ีลกั ษณะเปน็ การละเมดิ สิทธิสว่ นบคุ คลของบุคคลใดเปน็
การเฉพาะ

มาตรา 11 บุคคลหรือคณะบุคคลมสี ิทธิรอ้ งขอให้มีการประเมนิ และมีสิทธิรว่ มในกระบวนการ
ประเมินผลกระทบดา้ นสุขภาพจากนโยบายสาธารณะ

พระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2550 457

บุคคลหรือคณะบุคคลมีสิทธิได้รับรขู้ ้อมูล คาชี้แจง และเหตุผลจากหน่วยงานของรฐั ก่อนการ
อนุญาตหรือการดาเนินโครงการหรือกิจกรรมใดท่ีอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของตนหรือของชุมชนและ
แสดงความเห็นของตนในเร่ืองดังกล่าว

มาตรา 12 บุคคลมีสิทธิทาหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไป
เพยี งเพอ่ื ยืดการตายในวาระสดุ ทา้ ยของชีวิตตน หรือเพือ่ ยุติการทรมานจากการเจบ็ ปว่ ยได้

การดาเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ี
กาหนดในกฎกระทรวง

เม่อื ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสขุ ไดป้ ฏิบัติตามเจตนาของบุคคลตามวรรคหนึ่งแล้วมิให้ถือ
วา่ การกระทานนั้ เป็นความผดิ และให้พน้ จากความรับผิดท้งั ปวง

หมวด 2
คณะกรรมการสขุ ภาพแห่งชาติ

มาตรา 13 ใหม้ ีคณะกรรมการสขุ ภาพแห่งชาติ เรยี กโดยยอ่ วา่ “คสช.” ประกอบด้วย
(1) นายกรัฐมนตรีหรอื รองนายกรฐั มนตรีทีน่ ายกรฐั มนตรมี อบหมาย เปน็ ประธานกรรมการ
(2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสขุ เป็นรองประธานกรรมการ
(3) รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงทน่ี ายกรฐั มนตรกี าหนดจานวนไมเ่ กินห้าคน เป็นกรรมการ
(4) ประธานสภาท่ีปรกึ ษาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ เป็นกรรมการ
(5) ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแหง่ ชาติ เป็นกรรมการ
(6) ผแู้ ทนองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ ซงึ่ เลอื กกนั เองจานวนสี่คน เป็นกรรมการ
(7) ผู้แทนองค์กรวชิ าชีพดา้ นสาธารณสขุ ท่ีมีกฎหมายจัดตง้ั องค์กรละหนง่ึ คน เปน็ กรรมการ
(8) ผูแ้ ทนคณะกรรมการวิชาชีพทีจ่ ัดตง้ั ขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศลิ ปะ ซึง่ เลอื ก
กนั เองจานวนหน่ึงคน เปน็ กรรมการ
(9) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ซึ่งต้องไม่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขโดยเลือกกันเอง
จานวนหกคน เปน็ กรรมการ

458

(10) ผู้แทนองค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากาไร ไม่ว่าจะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือไม่ ซ่ึง
เลอื กกนั เองจานวนสิบสามคน เปน็ กรรมการ

ให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการแต่งตั้งพนักงานของสานกั งานไม่
เกนิ สองคนเปน็ ผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร

มาตรา 14 กรรมการตามมาตรา 13 (6) (7) (8) (9) และ (10) ตอ้ งมีคณุ สมบัติและไม่มีลกั ษณะ
ตอ้ งหา้ ม ดังต่อไปน้ี

(1) มสี ญั ชาตไิ ทย

(2) มีอายุไม่ตา่ กว่ายสี่ บิ ปบี รบิ รู ณ์

(3) ไม่เป็นผู้มคี วามผิดปกติทางจิตอนั เป็นอุปสรรคตอ่ การปฏบิ ตั หิ น้าท่ี

(4) ไม่ตดิ ยาเสพติดใหโ้ ทษ

(5) ไมเ่ คยถกู ลงโทษทางวนิ ยั ถึงไลอ่ อก ปลดออกหรือให้ออกจากหน่วยงานของรฐั

(6) ไม่เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงท่ีสดุ ใหจ้ าคกุ เว้นแต่เปน็ โทษสาหรับความผิดทไี่ ด้
กระทาโดยประมาทหรอื ความผิดลหโุ ทษ

มาตรา 15 การเลือกกรรมการตามมาตรา 13 (6) ให้ดาเนินการ ดังน้ี

(1) ใหผ้ ูว้ า่ ราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมอื งพัทยาและหวั หน้าผบู้ ริหารองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นทม่ี กี ฎหมายจัดตงั้ ข้นึ เป็นการเฉพาะทานองเดยี วกนั ดาเนินการเลือกกนั เองให้ได้กรรมการหน่ึงคน

(2) ให้นายกเทศมนตรที ุกแห่งเลอื กกันเองให้ไดก้ รรมการหน่ึงคน

(3) ให้นายกองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั ทกุ แห่งเลือกกันเองให้ไดก้ รรมการหนึ่งคน

(4) ใหน้ ายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลทุกแหง่ เลือกกันเองให้ได้กรรมการหนงึ่ คน

การเลือกกรรมการตาม (2) (3) และ (4) คณะกรรมการสรรหาจะจัดให้มกี ารประชุมเพือ่ เลอื ก
กันเอง หรือจะจัดให้มีการสมัครและให้ลงคะแนนเลือกกันเองทางไปรษณีย์หรือวิธีอ่ืนใดก็ได้ท้ังนี้ ตาม
วธิ กี ารทค่ี ณะกรรมการสรรหาประกาศกาหนด

มาตรา 16 การเลือกกรรมการตามมาตรา 13 (8) ให้เป็นไปตามวิธีการท่ีคณะกรรมการการ
ประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศลิ ปะกาหนด

มาตรา 17 การเลือกกรรมการตามมาตรา 13 (9) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ี
คณะกรรมการสรรหาประกาศกาหนด

พระราชบัญญัตสิ ุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 459

ในการกาหนดหลกั เกณฑ์ตามวรรคหนง่ึ ให้คณะกรรมการสรรหาแยกกลมุ่ ของผทู้ รงคณุ วุฒดิ ้าน
ตา่ งๆ เป็นหกกลมุ่ และใหผ้ ้ทู รงคุณวุฒขิ องแตล่ ะกลุ่มเลอื กกันเองใหไ้ ด้กรรมการกลุ่มละหนงึ่ คน

การจัดให้ผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดอยู่ในกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิกลุ่มใด ให้เป็นไปตามท่ีผู้ทรงคุณวุฒิแสดง
ความจานงต่อคณะกรรมการสรรหา และคณะกรรมการสรรหาจะเสนอชื่อบุคคลเขา้ อยใู่ นบัญชรี ายชือ่ ของ
กลุ่มผู้ทรงคุณวฒุ ิแต่ละกลุม่ ตามที่เหน็ สมควรดว้ ยก็ได้ แตต่ ้องไม่เกินหนึง่ ในสามของจานวน ผทู้ รงคุณวุฒทิ ่ี
แสดงความจานงในแต่ละกลมุ่ เว้นแตม่ ผี แู้ สดงความจานงน้อยกว่าหา้ คน ใหค้ ณะกรรมการสรรหาเสนอได้
ไม่เกินห้าคน

ผู้ทรงคณุ วุฒซิ ึง่ แสดงความจานงเพอ่ื เขา้ อย่ใู นกลุม่ ใดตามวรรคสามต้องมคี ุณสมบัติเฉพาะตามท่ี
คณะกรรมการสรรหากาหนดสาหรบั กลมุ่ นั้น และจะแสดงความจานงเข้าอยใู่ นกลมุ่ ใดเกนิ หนึง่ กลุ่มมิได้

การแยกกลมุ่ ผ้ทู รงคุณวฒุ ติ ามวรรคสองใหป้ ระกาศใหป้ ระชาชนทราบเป็นการทวั่ ไปล่วงหน้าไม่
น้อยกว่าหกสบิ วันกอ่ นมกี ารเลือก และใหป้ ระกาศแยกกลมุ่ ใหม่ทุกคร้งั ทจี่ ะมกี ารเลือก

มาตรา 18 การเลือกกรรมการตามมาตรา 13 (10) ให้คณะกรรมการสรรหาดาเนินการ
ดงั ต่อไปนี้

(1) จดั กล่มุ ขององค์กรภาคเอกชนตามลักษณะของกิจกรรมที่ดาเนินงานเกี่ยวกับสุขภาพ

(2) จดั ใหอ้ งค์กรภาคเอกชนในแต่ละจงั หวัดทปี่ ระสงคจ์ ะมสี ่วนร่วมมาขึ้นทะเบยี นในกลุ่มต่างๆ
ตาม (1)

(3) จดั ใหผ้ ู้ซง่ึ มีหนงั สือมอบหมายใหเ้ ปน็ ผู้แทนขององคก์ รภาคเอกชนท่ีขนึ้ ทะเบยี นตาม (2) ของ
แต่ละจังหวดั มาเลอื กกนั เองในแต่ละกลมุ่ ให้เหลือกลมุ่ ละหน่ึงคน

(4) จัดให้ผู้ได้รับการเลือกเปน็ ผูแ้ ทนของแต่ละกลุ่มในแต่ละจังหวัดตาม (3) มาประชุมร่วมกัน
และเลือกกนั เองใหเ้ หลือผแู้ ทนจังหวดั ละหนึ่งคน

(5) ประกาศกาหนดพน้ื ทีข่ องประเทศออกเป็นสบิ สามเขต โดยให้กรงุ เทพมหานครเปน็ หนึง่ เขต
และให้ผ้แู ทนตาม (4) ของแต่ละจังหวัดในแต่ละเขต ยกเว้นกรุงเทพมหานครมาประชุมร่วมกันและเลือก
กันเองใหเ้ หลอื เขตละหนึ่งคน

การดาเนินการตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาที่คณะกรรมการ
สรรหาประกาศกาหนด

มาตรา 19 ใหม้ ีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึง่ ซึ่ง คสช. แตง่ ตงั้ ประกอบด้วย

(1) กรรมการตามมาตรา 13 (7) (8) (9) หรือ (10) หนง่ึ คน เปน็ ประธานคณะกรรมการสรรหา

460

(2) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งต้ังจากผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขหนึ่งคน ผู้ประกอบวิชาชีพด้าน
สาธารณสุขหน่ึงคน ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยของรฐั ซึ่งมิใช่เปน็ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสขุ
หนงึ่ คน ผู้ประกอบอาชพี สื่อมวลชนหน่ึงคน ผู้ซึ่งทาหนา้ ท่ีเป็นผู้แทนตามกฎหมายขององคก์ รภาคเอกชนท่ี
เป็นนิติบุคคลและดาเนนิ งานเกีย่ วกับสขุ ภาพโดยไมแ่ สวงหากาไรหนึง่ คน เป็นกรรมการ

(3) เลขาธกิ ารเป็นเลขานุการคณะกรรมการสรรหา

มาตรา 20 ให้คณะกรรมการสรรหามหี น้าท่แี ละอานาจ ดังต่อไปนี้

(1) กาหนดวิธีการ หลักเกณฑ์และระยะเวลา ตลอดจนดาเนินการอื่นใดตามที่บัญญัติไว้ใน
มาตรา 15 มาตรา 17 และมาตรา 18

(2) แตง่ ตง้ั คณะอนกุ รรมการเพ่อื ให้ปฏิบัติหน้าทีต่ ามทคี่ ณะกรรมการสรรหามอบหมาย

มาตรา 21 กรรมการตามมาตรา 13 (6) (7) (8) (9) และ (10) มีวาระการดารงตาแหน่งคราวละ
สี่ปี โดยกรรมการตามมาตรา 13 (7) (8) (9) และ (10) จะดารงตาแหนง่ เกนิ สองวาระตดิ ตอ่ กนั มไิ ด้

ใหก้ รรมการท่พี ้นจากตาแหนง่ ตามวาระอยู่ในตาแหนง่ เพ่ือปฏิบตั หิ นา้ ทตี่ ่อไปจนกวา่ กรรมการท่ี
ได้รบั การแต่งต้งั แทนตนจะเข้ารบั หน้าท่ี

เม่ือกรรมการจะพ้นจากตาแหน่งตามวาระ ให้ดาเนินการเลือกเพื่อแต่งตั้งกรรมการประเภท
เดียวกันแทนกอ่ นวนั ครบวาระไมน่ ้อยกว่าเก้าสบิ วนั

ในกรณีท่ีกรรมการตามวรรคหน่ึงพน้ จากตาแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดาเนินการเลอื กกรรมการ
ประเภทเดียวกันแทนภายในหนึ่งรอ้ ยยี่สิบวันนับแต่วันท่ีตาแหน่งกรรมการน้ันว่างลง และให้ผู้ได้รบั แต่ง
ตัง้ อย่ใู นตาแหนง่ เท่ากบั วาระท่ีเหลืออยู่ของกรรมการซ่ึงตนแทน

ในกรณีท่ีวาระของกรรมการท่ีพ้นจากตาแหน่งก่อนครบวาระเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งปี และยังมี
กรรมการประเภทเดียวกันเหลอื อยู่ หรือแม้ไม่มกี รรมการประเภทเดียวกันเหลอื อยู่ แต่มีวาระเหลอื อยูไ่ ม่
ถึงหนึ่งร้อยแปดสบิ วนั จะไมด่ าเนนิ การเลือกเพือ่ แตง่ ตง้ั แทนตาแหนง่ ท่ีว่างนัน้ ก็ได้ และในกรณีนี้ให้ คสช.
ประกอบด้วยกรรมการท่เี หลอื อยู่

มาตรา 22 นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา 13 (6) พ้นจาก
ตาแหน่งเมอ่ื พ้นจากตาแหน่งตามท่ีระบุไวใ้ นมาตรา 15 (1) (2) (3) หรือ (4) แล้วแตก่ รณี

มาตรา 23 นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา 13 (6) (7) (8) (9)
และ (10) พ้นจากตาแหน่ง เม่อื

(1) ตาย

(2) ลาออก

พระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 461

(3) ถกู จาคกุ

(4) คสช. มีมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจานวนกรรมการท้ังหมดเท่าที่มีอยู่ให้ออกเพราะ
บกพร่องตอ่ หนา้ ที่ มีความประพฤตเิ ส่ือมเสยี หรอื หยอ่ นความสามารถ

(5) ขาดคณุ สมบัตหิ รือมลี ักษณะต้องหา้ มตามมาตรา 14

มาตรา 24 หลักเกณฑ์และวิธีการการประชุม คสช. และการปฏิบัติงานของ คสช. ให้เป็นไป
ตามระเบยี บที่ คสช. กาหนด

มาตรา 25 ให้ คสช. มหี น้าท่ีและอานาจ ดงั ต่อไปน้ี

(1) จัดทาธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความ
เห็นชอบ

(2) เสนอแนะหรือใหค้ าปรึกษาต่อคณะรฐั มนตรีเกี่ยวกบั นโยบายและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพ
และติดตามผลการดาเนนิ งานตามที่ไดเ้ สนอแนะหรือให้คาปรกึ ษาดงั กล่าวพรอ้ มท้งั เปิดเผยใหส้ าธารณชน
ทราบดว้ ย

(3) จัดใหม้ สี มัชชาสขุ ภาพแหง่ ชาตแิ ละสนบั สนนุ ในการจัดใหม้ ีสมัชชาสขุ ภาพเฉพาะพ้ืนที่ หรอื
สมชั ชาสุขภาพเฉพาะประเด็น

(4) จัดให้มี หรือสง่ เสรมิ สนับสนุนใหม้ กี ระบวนการในการพัฒนานโยบายและยุทธศาสตรด์ า้ น
สขุ ภาพเพอื่ ใหเ้ กิดการดาเนนิ งานอย่างตอ่ เนื่อง และมีส่วนรว่ มจากทุกฝ่าย

(5) กาหนดหลักเกณฑแ์ ละวิธีการในการติดตามและประเมนิ ผลเกี่ยวกบั ระบบสขุ ภาพแห่งชาติ
และผลกระทบด้านสุขภาพท่ีเกิดจากนโยบายสาธารณะทง้ั ระดบั นโยบายและระดับปฏิบตั ิการ

(6) เสนอแนะหรือให้คาปรกึ ษาในการแก้ไขเพิม่ เติมพระราชบญั ญัตนิ ี้ หรอื การออกกฎกระทรวง
ตามพระราชบญั ญตั นิ ี้

(7) กาหนดนโยบาย และกากบั ดูแลการดาเนินการของคณะกรรมการบรหิ ารและสานกั งาน

(8) แต่งต้ังคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการหรอื คณะทางาน เพื่อใหป้ ฏิบตั ิหน้าที่ตาม ท่ี คสช.
มอบหมาย

(9) วางระเบยี บว่าด้วยเบ้ยี ประชุมทีม่ ิใช่เบีย้ ประชุมของ คสช. และระเบียบว่าด้วยค่าใช้จา่ ยใน
การเดนิ ทาง และคา่ ใชจ้ า่ ยอ่ืนในการปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ตามพระราชบญั ญตั ินี้

(10) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามท่ีกาหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอ่ืน หรือตามท่ี
คณะรฐั มนตรมี อบหมาย

462

ข้อเสนอแนะหรือคา ปรึกษาเกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพตาม (2) ต้อง
สอดคลอ้ งกับธรรมนญู วา่ ดว้ ยระบบสุขภาพแห่งชาติ และคานงึ ถึงขอ้ เสนอแนะของสมชั ชาสุขภาพด้วย

หมวด 3
สานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ

มาตรา 26 ใหจ้ ัดตัง้ สานกั งานคณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ ข้นึ เป็นหน่วยงานของรฐั ทีไ่ มเ่ ป็น
สว่ นราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวิธกี ารงบประมาณหรอื กฎหมายอืน่

ให้สานกั งานมีฐานะเปน็ นติ บิ คุ คลและอยใู่ นกากบั ของนายกรัฐมนตรี
กิจการของสานักงานไม่อยู่ภายใตบ้ ังคับแห่งกฎหมายว่าดว้ ยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายวา่
ด้วยแรงงานสัมพนั ธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกนั สังคมและกฎหมายว่าด้วยเงนิ ทดแทน แต่พนักงานและ
ลกู จา้ งของสานกั งานต้องไดร้ บั ประโยชนต์ อบแทนไมน่ อ้ ยกวา่ ทีก่ าหนดไวใ้ นกฎหมายดงั กลา่ ว
มาตรา 27 ให้สานักงานมีหน้าที่และอานาจ ดงั ต่อไปน้ี
(1) รับผดิ ชอบงานธุรการของ คสช. และคณะกรรมการบรหิ า
(2) ประสานงานกับหน่วยงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ของรฐั บาลและหน่วยงานอ่ืนๆ ทั้ง
ภาครัฐและเอกชนทดี่ าเนินงานเก่ยี วกบั เร่ืองสุขภาพ และดาเนินการเพื่อให้เกดิ การทางานรว่ มกนั ในระดับ
นโยบาย ยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนงานดา้ นสุขภาพ
(3) สารวจ ศึกษาและวเิ คราะห์ขอ้ มูลต่างๆ รวมทง้ั สถานการณ์ของระบบสขุ ภาพเพื่อจัดทาเป็น
รายงานหรอื เพ่ือประโยชนใ์ นการดาเนินการตามพระราชบัญญัตนิ ี้
(4) ดาเนินการเพื่อให้การจัดสมัชชาสขุ ภาพแหง่ ชาติ และการสนับสนุนการจดั สมัชชาสุขภาพ
เฉพาะพืน้ ทแี่ ละสมัชชาสขุ ภาพเฉพาะประเดน็ บรรลผุ ลตามมติของ คสช.
(5) ปฏิบัติหน้าท่ีอ่ืนตามที่กาหนดไว้ในพระราชบัญญัติน้ีหรือตามกฎหมายอื่น หรือตามท่ี
คณะรฐั มนตรีหรอื คสช. มอบหมาย
มาตรา 28 รายไดข้ องสานักงาน ประกอบด้วย
(1) เงนิ อุดหนุนทวั่ ไปทร่ี ฐั บาลจดั สรรใหต้ ามความเหมาะสมเป็นรายปี
(2) เงินหรอื ทรัพย์สินท่มี ีผูบ้ รจิ าคให้

พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 463

(3) เงินหรอื ทรพั ย์สินอน่ื ท่ตี กเป็นของสานักงาน

(4) รายได้จากการดาเนนิ กิจการของสานักงาน

(5) ดอกผลของเงินหรอื ทรัพยส์ นิ ตาม (1) (2) (3) และ (4)

มาตรา 29 บรรดารายได้ของสานักงานตามมาตรา 28 ไม่เป็นรายได้ที่ต้องนาส่ง
กระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าดว้ ยเงินคงคลงั และกฎหมายว่าด้วยวธิ ีการงบประมาณ

ทรัพย์สินของสานักงานไมอ่ ยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีและบคุ คลใดจะยกอายุความขึน้
เป็นขอ้ ตอ่ สสู้ านักงานในเรือ่ งทรัพยส์ นิ ของสานกั งานมิได้

บรรดาอสงั หาริมทรพั ย์ที่สานักงานได้มาโดยมผี ูบ้ ริจาคใหห้ รือได้มาโดยการซ้อื หรือแลกเปลี่ยน
จากรายไดต้ ามมาตรา 28 (2) (3) (4) หรอื (5) ของสานักงาน ใหเ้ ปน็ กรรมสทิ ธิข์ องสานักงาน

ให้สานักงานมีอานาจในการปกครอง ดแู ล บารุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์จากทรพั ยส์ นิ ของ
สานกั งาน

บรรดาอสังหาริมทรัพย์ท่ีสานักงานได้มาโดยใช้เงินรายได้ตามมาตรา 28 (1) ให้ตกเป็นท่ีราช
พัสดุ แตส่ านกั งานมีอานาจในการปกครอง ดแู ล บารุงรกั ษา ใช้ และจัดหาประโยชนไ์ ด้

มาตรา 30 การเก็บรักษาและการใช้จ่ายเงินของสานักงานให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะ
กรรมการบริหารกาหนด

การบญั ชขี องสานกั งาน ใหจ้ ดั ทาตามหลกั สากลตามแบบและหลกั เกณฑ์ทคี่ ณะกรรมการบรหิ าร
กาหนด และต้องจัดให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของสานักงาน
ตลอดจนรายงานผลการตรวจสอบใหค้ ณะกรรมการบริหารทราบอย่างน้อยปีละครัง้

ให้สานกั งานจัดทางบการเงนิ ซง่ึ อยา่ งนอ้ ยต้องประกอบด้วยงบดลุ และบญั ชีทาการสง่ ผู้สอบบญั ชี
ภายในหนึ่งร้อยย่สี บิ วันนบั แต่วันส้ินปบี ัญชขี องทกุ ปี

ในทุกรอบปีให้สานักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการบริหาร
แตง่ ต้งั ด้วยความเห็นชอบของสานกั งานการตรวจเงนิ แผน่ ดินเป็นผสู้ อบบญั ชแี ละประเมินผลการใชจ้ ่ายเงนิ
และทรัพย์สินของสานกั งาน โดยให้แสดงความคิดเห็นเป็นข้อวิเคราะห์ว่าการใช้จา่ ยดังกล่าว เป็นไปตาม
วัตถุประสงค์ ประหยัด และได้ผลตามเป้าหมายเพยี งใด แลว้ ทารายงานผลการสอบบัญชี เสนอตอ่ คสช.

ภายในหน่ึงรอ้ ยแปดสิบวันนับแต่วันสนิ้ ปบี ัญชีของทุกปี ให้สานักงานทารายงานประจาปเี สนอ
ต่อคณะกรรมการบริหารเพ่ือเสนอต่อ คสช. และรฐั มนตรเี พ่อื ทราบ โดยแสดงงบการเงินและบญั ชที าการ
ท่ผี สู้ อบบญั ชรี บั รองว่าถูกตอ้ งแลว้ พร้อมทง้ั รายงานของผสู้ อบบญั ชี รวมท้งั แสดงผลงานของสานกั งานในปี
ทีล่ ว่ งมาดว้ ย

464

มาตรา 31 ให้มีเลขาธิการคนหน่ึงเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารงานของสานักงานข้ึนตรงต่อ
คสช. มีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึง่ งานของสานักงาน และเป็นผู้บังคับบญั ชาพนักงานและลกู จ้างใน
สานักงาน โดยอาจมรี องเลขาธกิ ารตามจานวนท่ีคณะกรรมการบริหารกาหนดเปน็ ผู้ช่วย สั่งและปฏิบัติงาน
ตามท่เี ลขาธิการมอบหมายก็ได้

คุณสมบัติของเลขาธิการและรองเลขาธิการ ให้เปน็ ไปตามทคี่ ณะกรรมการบรหิ ารกาหนดโดย
ความเห็นชอบของ คสช.

ให้นายกรัฐมนตรีมีอานาจแต่งต้ังเลขาธิการจากบุคคลที่คณะกรรมการบริหารคัดเลือก และ
คสช. ใหค้ วามเหน็ ชอบแล้

หลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารคดั เลือกเลขาธกิ ารตามวรรคสามใหเ้ ป็นไปตามระเบียบที่ คสช. กาหนด

เลขาธกิ ารมอี านาจแตง่ ตัง้ รองเลขาธกิ ารโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบรหิ าร

มาตรา 32 ให้เลขาธกิ ารมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละส่ีปี และอาจไดร้ ับแต่งตง้ั อกี ได้แต่จะ
ดารงตาแหน่งเกนิ สองวาระตดิ ต่อกันมไิ ด้

เม่อื เลขาธิการพ้นจากตาแหน่ง ให้รองเลขาธกิ ารพน้ จากตาแหนง่ ด้วย

เมอ่ื ตาแหนง่ เลขาธกิ ารวา่ งลงและยังไม่มีการแตง่ ตัง้ เลขาธิการคนใหม่ ใหค้ ณะกรรมการบรหิ าร
แตง่ ตงั้ กรรมการบริหารคนหนึง่ เปน็ ผรู้ กั ษาการแทน

ในกรณีที่เลขาธิการไมอ่ าจปฏิบัตหิ น้าท่ีได้ ให้รองเลขาธิการทคี่ ณะกรรมการบริหารกาหนดเป็น
ผูร้ กั ษาการแทน แตถ่ า้ ไมม่ รี องเลขาธิการหรอื รองเลขาธิการไมอ่ าจปฏิบตั ิหนา้ ท่ไี ด้ใหค้ ณะกรรมการบรหิ าร
แต่งต้ังพนักงานของสานักงานคนหนงึ่ เปน็ ผูร้ ักษาการแทน

มาตรา 33 นอกจากการพน้ จากตาแหน่งตามวาระแล้ว เลขาธิการพน้ จากตาแหน่งเมือ่

(1) ตาย

(2) ลาออก

(3) ถูกจาคุก

(4) ไม่สามารถปฏบิ ัติหนา้ ทีไ่ ดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ หรอื ไมผ่ ่านการประเมนิ ทัง้ น้ี ตามระเบียบท่ี
คณะกรรมการบริหารกาหนดโดยความเห็นชอบของ คสช

มาตรา 34 เลขาธกิ ารมหี น้าทแี่ ละอานาจ ดงั ตอ่ ไปนี้

(1) บริหารกิจการของสานักงานใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย นโยบาย มติ ข้อบังคับ ระเบียบ หรอื
ประกาศของ คสช. และคณะกรรมการบรหิ าร

พระราชบัญญัตสิ ุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2550 465

(2) จดั ทาแผนงานหลัก แผนการดาเนินงาน แผนการเงนิ และงบประมาณประจาปขี องสานกั งาน
เสนอคณะกรรมการบริหารเพือ่ อนมุ ตั ิ

(3) ดาเนินการเกย่ี วกับการบรหิ ารงานบุคคล การเงิน การงบประมาณและการบรหิ ารด้านอ่นื
ของสานักงาน ตามระเบียบทคี่ ณะกรรมการบริหารกาหนด

(4) วางระเบยี บเกยี่ วกับการดาเนินงานของสานักงานเทา่ ที่ไม่ขัดหรือแยง้ กับกฎหมาย นโยบาย
มติ ข้อบังคบั ระเบียบหรือประกาศของ คสช. และคณะกรรมการบรหิ าร

(5) ปฏิบัตหิ น้าที่อืน่ ตามที่คณะรัฐมนตรี คสช. และคณะกรรมการบรหิ ารมอบหมาย

มาตรา 35 เงินเดอื นและประโยชนต์ อบแทนอื่นของเลขาธกิ ารใหค้ ณะกรรมการบรหิ ารกาหนด
ตามหลกั เกณฑ์ทีค่ ณะรฐั มนตรีกาหนด

มาตรา 36 ให้เลขาธิการเป็นผู้แทนของสานักงานในกิจการของสานักงานที่เกี่ยวข้องกับ
บุคคลภายนอก แต่เลขาธิการจะมอบหมายให้บุคคลใดปฏิบัติงานในเรื่องใดแทนตามระเบียบท่ีคณะ
กรรมการบรหิ ารกาหนดกไ็ ด้

มาตรา 37 ให้ คสช. แตง่ ต้ังคณะกรรมการบรหิ าร ประกอบด้วย

(1) ประธานกรรมการบรหิ ารซ่ึงแตง่ ต้งั จากกรรมการ

(2) กรรมการบรหิ ารซง่ึ แตง่ ตงั้ จากผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขหน่ึงคน

(3) กรรมการบรหิ ารซ่ึงแตง่ ตัง้ จากผู้ทรงคณุ วฒุ จิ านวนไมเ่ กนิ หา้ คน

(4) เลขาธกิ ารเป็นกรรมการบรหิ ารและเลขานุการ

คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการในการสรรหาผทู้ รงคุณวุฒิตาม (3) ให้เป็นไปตามระเบียบท่ี
คสช. กาหนด

มาตรา 38 การดารงตาแหน่ง การพ้นจากตาแหน่ง การประชุมและการปฏิบัติงานของ
คณะกรรมการบริหาร ให้เป็นไปตามระเบียบท่ี คสช. กาหนด

มาตรา 39 คณะกรรมการบรหิ ารมีหน้าที่และอานาจ ดงั ตอ่ ไปนี้

(1) กาหนดนโยบาย และกากับดูแลการดาเนินงานของสานักงานให้เกิดการจัดการที่ดีมี
ประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงคต์ ามอานาจหน้าท่ี

(2) กาหนดคุณสมบตั ิของเลขาธิการและรองเลขาธิการ และดาเนินการคัดเลือกเลขาธิการตาม
ระเบียบท่ี คสช. กาหนด

466

(3) อนุมัติแผนงานหลัก แผนการดาเนินงาน แผนการเงินและงบประมาณประจาปีของ
สานกั งาน

(4) ออกขอ้ บงั คับ ระเบยี บหรือประกาศตามทก่ี าหนดในพระราชบัญญัติน้ี
(5) จัดให้มีการประเมินผลการดาเนินงานของสานักงานและรายงานต่อ คสช. อย่างน้อยปลี ะ
หนึ่งครั้ง
(6) จดั ให้มกี ารประเมินผลการปฏบิ ตั ิงานของเลขาธกิ าร
(7) แตง่ ตัง้ คณะอนุกรรมการเพอื่ ให้ปฏบิ ตั ิหนา้ ทีต่ ามทค่ี ณะกรรมการบรหิ ารมอบหมาย
(8) ปฏิบัติหนา้ ท่อี ่นื ตามทก่ี าหนดไว้ในพระราชบญั ญตั ินีห้ รอื ตามท่ี คสช. มอบหมาย

หมวด 4
สมัชชาสขุ ภาพ

มาตรา 40 การจดั สมชั ชาสขุ ภาพเฉพาะพน้ื ท่ี หรือสมชั ชาสุขภาพเฉพาะประเด็น หรือสนบั สนนุ
ใหป้ ระชาชนรวมตวั กนั เพอื่ จัดสมัชชาสขุ ภาพเฉพาะพน้ื ท่ี หรือสมชั ชาสุขภาพเฉพาะประเด็นให้เป็นไปตาม
หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการที่ คสช. กาหนด

ในกรณีท่ีสมัชชาสุขภาพตามวรรคหนึ่ง มีข้อเสนอให้หน่วยงานของรัฐนาไปปฏิบัติหรือนาไป
พิจารณาประกอบในการกาหนดนโยบายสาธารณะเพอ่ื สุขภาพ ใหเ้ สนอตอ่ คสช. เพ่อื พจิ ารณาดาเนนิ การ
ให้บรรลุผลตามควรแก่กรณตี อ่ ไป

มาตรา 41 ให้ คสช. จดั ให้มีสมชั ชาสขุ ภาพแหง่ ชาติอย่างน้อยปลี ะหน่งึ ครง้ั
มาตรา 42 ในการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ให้ คสช. แต่งตั้งคณะกรรมการจดั สมชั ชาสุขภาพ
แหง่ ชาติคณะหน่งึ มีจานวนตามที่ คสช. กาหนด
กรรมการตามวรรคหนง่ึ ใหแ้ ตง่ ตั้งจากผแู้ ทนหน่วยงานของรฐั และผู้ซ่งึ มิได้เป็นผู้แทนหนว่ ยงาน
ของรฐั ในอตั ราส่วนที่ คสช. กาหนด ทัง้ น้ี ผู้ซ่งึ มไิ ดเ้ ปน็ ผูแ้ ทนหนว่ ยงานของรัฐจะต้องมีจานวนไม่นอ้ ยกว่า
ร้อยละหกสบิ ของจานวนกรรมการตามวรรคหนึ่ง
ให้คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ มีอานาจกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการ
เก่ยี วกบั การจดั ประชมุ และหลักเกณฑอ์ นื่ ท่ีเก่ยี วกบั การปฏิบตั ิหน้าที่

พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 467

มาตรา 43 ให้คณะกรรมการจัดสมชั ชาสขุ ภาพแห่งชาติ มีหน้าทใ่ี นการจัดการประชุมสมชั ชา
สขุ ภาพแหง่ ชาติ กาหนดวัน เวลาและสถานท่ใี นการประชุม ซึ่งต้องประกาศให้ประชาชนทราบล่วงหนา้ ไม่
น้อยกว่าสามสิบวนั กอ่ นวนั ประชมุ

มาตรา 44 ผู้ใดประสงค์จะเข้าร่วมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในการประชุมคร้ังใด ให้สมัคร
ลงทะเบียนสาหรบั การประชมุ ครั้งนั้นต่อเจ้าหนา้ ท่ีทีค่ ณะกรรมการจัดสมชั ชาสุขภาพแหง่ ชาติกาหนดตาม
แบบและหลกั เกณฑท์ คี่ ณะกรรมการจดั สมัชชาสขุ ภาพแห่งชาตกิ าหนด

นอกจากผ้ลู งทะเบยี นตามวรรคหน่งึ คณะกรรมการจัดสมัชชาสขุ ภาพแห่งชาตจิ ะกาหนดใหเ้ ชิญ
บคุ คล ผู้แทนหน่วยงานของรฐั หรอื องคก์ รภาคเอกชนตามทเี่ หน็ สมควรมาร่วมประชุมดว้ ยกไ็ ด้

มาตรา 45 ในกรณีท่ีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติมีข้อเสนอให้หน่วยงานของรัฐนาไปปฏิบัติ หรือ
นาไปพิจารณาประกอบในการกาหนดนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ ให้เสนอต่อ คสช.เพื่อพิจารณา
ดาเนินการใหบ้ รรลุผลตามควรแกก่ รณตี อ่ ไป

หมวด 5
ธรรมนูญวา่ ดว้ ยระบบสุขภาพแห่งชาติ

มาตรา 46 ให้ คสช. จัดทาธรรมนญู ว่าดว้ ยระบบสุขภาพแห่งชาตเิ พื่อใชเ้ ปน็ กรอบและแนวทาง
ในการกาหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์และการดาเนินงานด้านสขุ ภาพของประเทศเสนอคณะรัฐมนตรีเพอ่ื
พิจารณาใหค้ วามเห็นชอบ

ในการจดั ทาธรรมนูญวา่ ด้วยระบบสุขภาพแหง่ ชาติ ให้ คสช. นาความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะ
ของสมัชชาสขุ ภาพมาประกอบดว้ ย

เมื่อคณะรัฐมนตรใี หค้ วามเห็นชอบในธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแหง่ ชาติแล้ว ให้รายงานต่อ
สภาผูแ้ ทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบและประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

ให้ คสช. ทบทวนธรรมนูญวา่ ด้วยระบบสขุ ภาพแห่งชาติอย่างน้อยทกุ ห้าปี

มาตรา 47 ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย และอยา่ งนอ้ ยต้องมสี าระสาคญั เก่ยี วกบั เรื่องดงั ต่อไปนี้

(1) ปรัชญาและแนวคดิ หลกั ของระบบสขุ ภาพ

(2) คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์และเป้าหมายของระบบสุขภาพ

468

(3) การจดั ใหม้ หี ลักประกันและความคุ้มครองให้เกิดสขุ ภาพ
(4) การสร้างเสริมสขุ ภาพ
(5) การปอ้ งกันและควบคุมโรคและปจั จัยที่คกุ คามสขุ ภาพ
(6) การบรกิ ารสาธารณสขุ และการควบคมุ คุณภาพ
(7) การส่งเสรมิ สนับสนุน การใช้และการพัฒนาภูมิปญั ญาท้องถน่ิ ด้านสขุ ภาพการแพทยแ์ ผน
ไทย การแพทยพ์ นื้ บา้ นและการแพทย์ทางเลือกอนื่ ๆ
(8) การค้มุ ครองผ้บู ริโภค
(9) การสรา้ งและเผยแพรอ่ งคค์ วามร้ดู า้ นสขุ ภาพ
(10) การเผยแพรข่ อ้ มูลข่าวสารด้านสขุ ภาพ
(11) การผลิตและการพัฒนาบุคลากรดา้ นสาธารณสุข
(12) การเงนิ การคลงั ดา้ นสุขภาพ
มาตรา 48 ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ และนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพ
ตามมาตรา 25 (2) ที่คณะรัฐมนตรีให้ความเหน็ ชอบแล้ว ให้ผูกพันหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานอืน่ ท่ี
เก่ยี วข้องที่จะตอ้ งดาเนนิ การต่อไปตามอานาจหน้าที่ของตน

หมวด 6
บทกาหนดโทษ

มาตรา 49 ผู้ใดฝา่ ฝนื มาตรา 7 หรอื มาตรา 9 ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ หกเดือน หรอื ปรับไม่
เกนิ หน่งึ หม่ืนบาท หรอื ทง้ั จาทั้งปรับ

ความผิดตามมาตรานีเ้ ปน็ ความผิดอันยอมความได้

พระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 469
บทเฉพาะกาล

มาตรา 50 ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้ีสิน และเงินงบประมาณของสถาบันวิจยั
ระบบสาธารณสุขในส่วนของสานักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ ไปเป็นของสานักงานตาม
พระราชบัญญัตินี้

ใหโ้ อนพนกั งานของสานักงานปฏิรปู ระบบสขุ ภาพแหง่ ชาติ สถาบันวจิ ัยระบบสาธารณสุขไปเปน็
พนกั งานของสานักงานตามพระราชบัญญตั นิ ้ี

ข้าราชการและลูกจ้างผู้ใดถูกส่ังให้ไปช่วยปฏิบัติงานที่สานักงานปฏิรูประบบสขุ ภาพแห่งชาติ
สถาบันวิจยั ระบบสาธารณสุข อยใู่ นวนั ที่พระราชบัญญัตนิ ปี้ ระกาศในราชกิจจานเุ บกษา เม่อื ไดแ้ สดงความ
จานงเป็นหนังสือต่อเลขาธิการภายในหกสิบวันนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้โอนมาเป็น
พนักงานหรอื ลูกจ้างของสานักงานนบั แต่วนั ที่แสดงความจานง

มาตรา 51 ให้นาบรรดาข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคาสั่งท่ีเก่ียวข้องกับการปฏิบัติงาน
ของสานกั งานปฏริ ปู ระบบสุขภาพแห่งชาติมาใชบ้ งั คบั กับการปฏิบัตงิ านของสานักงานโดยอนุโลม จนกว่า
จะได้มขี ้อบงั คบั ระเบยี บ ประกาศ หรือคาสัง่ ท่ีออกตามพระราชบญั ญัตนิ ี้

มาตรา 52 ให้ถือวา่ ขา้ ราชการทโ่ี อนมาตามมาตรา 50 ออกจากราชการเพราะทางราชการเลิก
หรือยุบตาแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบาเหน็จบานาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบาเหน็จ
บานาญข้าราชการ แลว้ แตก่ รณี

ให้ถือวา่ ลูกจา้ งท่โี อนมาตามมาตรา 50 ออกจากงานเพราะทางราชการยุบเลกิ ตาแหน่งหรือเลิก
จ้างโดยไม่มีความผดิ และใหไ้ ด้รับบาเหน็จตามระเบยี บกระทรวงการคลงั ว่าด้วยบาเหน็จลูกจ้าง

มาตรา 53 ให้นาความในมาตรา 52 มาใชบ้ งั คบั กบั การออกจากราชการหรือออกจากงานของ
ขา้ ราชการหรอื ลกู จา้ งของสว่ นราชการท่สี านักงานรับเขา้ ทางานด้วยโดยอนุโลม แต่ขา้ ราชการหรือลูกจา้ ง
น้นั ต้องแสดงความจานงเป็นหนงั สอื สมคั รเข้าทางานต่อสานกั งานภายในหนง่ึ ปี นับแต่วันทพ่ี ระราชบัญญตั ิ
นีใ้ ช้บงั คับ

มาตรา 54 ให้ผู้ปฏิบัติหน้าท่ีผู้อานวยการสานักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติอยู่ในวันท่ี
พระราชบญั ญตั ินี้ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีเลขาธกิ ารไปจนกวา่ จะมกี ารแตง่ ต้ังเลขาธกิ าร
ตามพระราชบัญญตั ินี้

มาตรา 55 ในวาระเร่ิมแรก ให้นายกรัฐมนตรีเปน็ ผู้แต่งตัง้ คณะกรรมการสรรหาตาม มาตรา 19
ให้แลว้ เสรจ็ ภายในหกสบิ วนั นับแตว่ ันทพ่ี ระราชบัญญตั ินใ้ี ชบ้ ังคบั ตามหลกั เกณฑ์ ดังตอ่ ไปนี้

470

(1) ประธานกรรมการสรรหาตามมาตรา 19 (1) ให้แต่งตั้งจากผู้เคยดารงตาแหน่งกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการ
ปฏริ ปู ระบบสขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2543

(2) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา 19 (2) ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งตามข้อเสนอแนะของ
เลขาธิการ

ให้คณะกรรมการสรรหาดาเนินการตามมาตรา 20 ให้แล้วเสร็จภายในสองรอ้ ยส่สี ิบวันนับแต่
วันท่พี ระราชบญั ญัตนิ ้ใี ชบ้ ังคับ

ผรู้ บั สนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สรุ ยุทธ์ จลุ านนท์
นายกรฐั มนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ฉิ บับนี้ คือ โดยทสี่ ุขภาพหมายถงึ ภาวะของมนษุ ย์ที่
สมบรู ณ์ทัง้ ทางกาย ทางจิต ทางปญั ญา และทางสงั คม เช่ือมโยงกันเป็นองค์รวมอยา่ งสมดุล การวางระบบ
เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาด้านสขุ ภาพของประชาชน จึงไม่อาจมุ่งเน้นที่การจดั บริการเพื่อการรกั ษาพยาบาล
เพียงด้านเดียว เพราะจะทา ให้รัฐและประชาชนต้องเสยี ค่าใช้จา่ ยมาก และจะเพิ่มมากขึ้นตามลา ดับใน
ขณะเดียวกันโรคและปัจจัยที่คุกคามสุขภาพมีการเปล่ียนแปลงและมีความยุ่งยากสลับซับซ้อนมากข้ึน
จาเป็นต้องดาเนินการให้ประชาชนมีความรู้เท่าทัน มีส่วนร่วม และมีระบบเสริมสร้างสุขภาพและระวงั
ป้องกนั อยา่ งสมบูรณ์ สมควรมีกฎหมายว่าด้วยสุขภาพแหง่ ชาติ เพ่ือวางกรอบและแนวทางในการกาหนด
นโยบายยทุ ธศาสตรแ์ ละการดาเนินงานด้านสขุ ภาพของประเทศ รวมทั้งมีองคก์ รและกลไกเพอ่ื ให้เกดิ การ
ดาเนินงานอย่างต่อเนื่องและมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย อันจะนาไปสู่เป้าหมายในการสร้างเสริมสุขภาพ
รวมท้ังสามารถดแู ลแกไ้ ขปญั หาดา้ นสุขภาพของประชาชนไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพและทั่วถึง จงึ จาเปน็ ตอ้ ง
ตราพระราชบญั ญัตนิ ้ี

แนวข้อสอบพระราชบญั ญัตสิ ุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ.2550 471

แนวขอ้ สอบพระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ.2550

1. พระราชบัญญตั ิแหง่ ชาติ พ.ศ.2550 ใหใ้ ช้บังคับต้งั แต่เมือ่ ใด
ก. วนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ต้นไป
ข. วันถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นต้นไป
ค. เมอื่ พ้นกาหนด 90 วันนบั แต่วนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป
ง. เมอ่ื พ้นกาหนด 180 วนั นับแต่วันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นต้นไป

2. ข้อใดหมายถงึ “หนว่ ยงานของรฐั ” ตามพระราชบญั ญัตนิ ี้

ก. ราชการส่วนภมู ิภาค ข. รฐั วิสาหกจิ

ค. องค์การมหาชน ง. ถูกทุกข้อ

3. ใครเป็นผ้รู ักษาการตามพระราชบญั ญัติน้ี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ก. นายกรฐั มนตรี ง. ถกู ทงั้ ขอ้ ก และ ข
ค. ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ

4. ใหใ้ ครมีอานาจออกกฎกระทรวง เพอื่ ปฏบิ ัติการตามพระราชบัญญัติน้ี

ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ค. ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ง. ถกู ท้งั ข้อ ก และ ข

5. พระราชบัญญตั ินี้ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเมื่อใด

ก. 19 มนี าคม 2550 ข. 20 มีนาคม 2550

ค. 19 มิถุนายน 2550 ง. 20 มิถุนายน 2550

6. “สุขภาพ” หมายถงึ ขอ้ ใด
ก. ภาวะของมนษุ ย์ทีส่ มบูรณท์ างร่างกาย
ข. ภาวะของมนุษยท์ ่ีสมบรู ณ์ทง้ั ทางกาย ทางจิต
ค. ภาวะของมนษุ ย์ที่สมบรู ณท์ ง้ั ทางกาย ทางสงั คม
ง. ภาวะของมนุษย์ที่สมบรู ณท์ งั้ ทางกาย ทางจติ ทางปญั ญา และทางสงั คมเชอื่ มโยงกันเปน็ องค์
รวมอย่างสมดลุ

472

7. “คสช.” ย่อมาจากอะไร
ก. คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
ข. คณะกรรมการหลกั ประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ
ค. สานกั งานคณะกรรมการสขุ ภาพแห่งชาติ
ง. คณะกรรมการสรรหากรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ

8. ใครเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ

ก. นายกรฐั มนตรี ข. รองนายกรฐั มนตรที ีน่ ายกรฐั มนตรีมอบหมาย

ค. รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ ง. ถูกท้ังข้อ ก และ ข

9. ผทู้ รงคุณวุฒดิ า้ นตา่ งๆ ซง่ึ ต้องไม่เป็นผู้ประกอบวิชาชพี ด้านสาธารณสขุ โดยเลือกกนั เองจานวนกี่

คนเป็นกรรมการ

ก. 6 คน ข. 9 คน

ค. 12 คน ง. 13 คน

10. ผู้แทนองค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากาไรไมว่ ่าจะทะเบียนเป็นนติ ิบุคคลหรอื ไม่ซึง่ เลอื กกันเอง

จานวนก่ีคนเป็นกรรมการ

ก. 6 คน ข. 9 คน

ค. 12 คน ง. 13 คน

11. ข้อใดไม่ใช่คณุ สมบตั ิของคณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ
ก. มีอายุไม่ต่ากว่า 25 ปีบรบิ รู ณ์
ข. ไม่ตดิ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ
ค. ไม่เคยถูกลงโทษทางวนิ ัยถงึ ไลอ่ อก ปลดออกหรอื ให้ออกจากหน่วยงานของรฐั
ง. ทกุ ขอ้ เปน็ คณุ สมบัตขิ องคณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ

12. ใครเป็นเลขานกุ ารในคณะกรรมการสรรหากรรมการสุขภาพแหง่ ชาติ
ก. เลขาธิการคณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ
ข. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงสาธารณสุข
ค. ผแู้ ทนองค์กรภาคเอกชน
ง. ประธานกรรมการสิทธมิ นษุ ยชนแหง่ ชาติ

แนวข้อสอบพระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 473

13. คณะกรรมการสรรหากรรมการสขุ ภาพแห่งชาติมหี นา้ ท่แี ละอานาจตามข้อใด
ก. กาหนดวิธกี าร หลักเกณฑแ์ ละระยะเวลาการเลือกกรรมการ
ข. แตง่ ตง้ั คณะอนกุ รรมการเพ่ือให้ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ตี ามทีค่ ณะกรรมการสรรหามอบหมาย
ค. ดาเนินการอืน่ ใดตามทบี่ ญั ญัตไิ ว้ในพระราชบญั ญตั นิ ี้
ง. ถกู ทกุ ขอ้

14. ผทู้ รงคุณวุฒิในคณะกรรมการสขุ ภาพแห่งชาตมิ ีวาระการดารงตาแหน่งก่ปี ี

ก. คราวละ 3 ปี วาระเดียว ข. คราวละ 3 ปี ไมเ่ กิน 2 วาระติดต่อกัน

ค. คราวละ 4 ปี วาระเดยี ว ง. คราวละ 4 ปี ไมเ่ กนิ 2 วาระติดต่อกนั

15. เมื่อกรรมการจะพ้นจากตาแหนง่ ตามวาระ ให้ดาเนินการเลอื กเพอ่ื แตง่ ตง้ั กรรมการประเภท

เดยี วกันแทนก่อนวนั ครบวาระกีว่ นั

ก. ไมน่ ้อยกวา่ 60 วัน ข. ไม่เกนิ 60 วัน

ค. ไมน่ อ้ ยกวา่ 90 วนั ง. ไมเ่ กนิ 90 วนั

16. กรณผี ูท้ รงคณุ วุฒิพน้ จากตาแหนง่ กอ่ นครบวาระ ใหด้ าเนนิ การเลือกกรรมการประเภทเดียวกนั

แทนภายในกว่ี ัน

ก. 60 วันนบั แตว่ ันท่ีตาแหนง่ นั้นว่างลง ข. 90 วันนับแต่วันท่ีตาแหนง่ นั้นว่างลง

ค. 120 วนั นบั แตว่ นั ทต่ี าแหน่งนนั้ ว่างลง ง. 180 วนั นบั แต่วนั ทต่ี าแหน่งนัน้ ว่างลง

17. คณะกรรมการสขุ ภาพแห่งชาตมิ ีหนา้ ทแ่ี ละอานาจตามข้อใด
ก. จดั ทาธรรมนญู วา่ ดว้ ยระบบสุขภาพแหง่ ชาติเพอื่ เสนอคณะรฐั มนตรพี จิ ารณาให้ความเหน็ ชอบ
ข. เสนอแนะหรือใหค้ าปรกึ ษาตอ่ คณะรฐั มนตรเี ก่ียวกบั นโยบายและยทุ ธศาสตร์ดา้ นสขุ ภาพ
ค. กาหนดนโยบาย และกากบั ดแู ลการดาเนนิ การของคณะกรรมการบรหิ ารและสานกั งาน
ง. ถูกทกุ ขอ้

18. สานักงานคณะกรรมการสุขภาพแหง่ ชาตมิ ีฐานะเป็นนิติบคุ คลและอย่ใู นกากบั ของใคร

ก. นายกรฐั มนตรี ข. รัฐบาล

ค. ปลดั กระทรวงสาธารณสุข ง. รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสุข

474

19. ข้อใดไมใ่ ชห่ นา้ ที่ของสานกั งานคณะกรรมการสุขภาพแหง่ ชาติ
ก. จัดใหม้ สี มชั ชาสขุ ภาพแหง่ ชาติและสนบั สนุนในการจดั ใหม้ สี มชั ชาสุขภาพเฉพาะพนื้ ท่ี หรอื
สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเดน็
ข. รบั ผดิ ชอบงานธรุ การของ คสช. และคณะกรรมการบรหิ าร
ค. สารวจ ศกึ ษา และวิเคราะห์ขอ้ มลู ต่างๆรวมทง้ั สถานการณข์ องระบบสุขภาพเพ่อื จดั ทาเป็น
รายงานหรือเพอ่ื ประโยชนใ์ นการดาเนินการตามพระราชบญั ญัติน้ี
ง. ดาเนินการเพ่ือใหก้ ารจดั สมัชชาสขุ ภาพแห่งชาติ และการสนับสนนุ การจดั สมชั ชาสุขภาพ
เฉพาะพ้ืนท่แี ละสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นบรรลุผลตามตขิ อง คสช.

20. ข้อใดไมใ่ ชร่ ายไดข้ องสานกั งานคณะกรรมการสขุ ภาพแห่งชาติ
ก. เงนิ อุดหนุนท่วั ไปทร่ี ัฐบาลจดั สรรใหต้ ามความเหมาะสมเปน็ รายไตรมาส
ข. เงินหรอื ทรพั ย์สินทมี่ ผี ู้บริจาคให้
ค. รายได้จากการดาเนินกิจการของสานักงาน
ง. เงินหรอื ทรพั ยส์ นิ ทมี่ ีผบู้ รจิ าคให้

21. ใหส้ านกั งานคณะกรรมการสุขภาพแหง่ ชาติจดั ทางบการเงินทาการส่งผสู้ อบบัญชภี ายในก่ีวัน

ก. 60 วันนับแตว่ ันสิน้ ปีบญั ชขี องทกุ ปี ข.90 วันนับแตว่ ันสนิ้ ปบี ญั ชขี องทกุ ปี

ข. 120 วันนับแตว่ ันสิน้ ปบี ญั ชีของทกุ ปี ง. 180 วนั นับแตว่ นั ส้นิ ปีบัญชขี องทกุ ปี

22. ให้สานกั งานคณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาตทิ ารายงานประจาปเี สนอต่อคณะกรรมการบรหิ ารเพือ่

เสนอต่อ คสช.และรฐั มนตรีเพ่อื ทราบ ภายในก่วี ัน

ก. 60 วันนบั แต่วันส้ินปีบัญชขี องทกุ ปี ข.90 วันนบั แต่วนั สนิ้ ปบี ญั ชีของทกุ ปี

ข. 120 วนั นับแตว่ นั สน้ิ ปบี ัญชีของทุกปี ง. 180 วนั นับแต่วันส้ินปีบญั ชีของทกุ ปี

23. ให้เลขาธิการตามพระราชบญั ญตั ิน้มี วี าระการดารงตาแหน่งคราวละกปี่ ี

ก. คราวละ 3 ปี วาระเดียว ข. คราวละ 3 ปี ไม่เกิน 2 วาระตดิ ตอ่ กนั

ค. คราวละ 4 ปี วาระเดยี ว ง. คราวละ 4 ปี ไมเ่ กนิ 2 วาระตดิ ต่อกนั

24. ให้ คสช.แตง่ ตงั้ คณะกรรมการบรหิ าร ประกอบดว้ ยกี่คน

ก. ไมเ่ กนิ 5 คน ข. ตงั้ แต่ 5 คนขึน้ ไป

ค. ไม่เกิน 8 คน ง. ตง้ั แต่ 8 คนข้นึ ไป

แนวข้อสอบพระราชบญั ญัตสิ ุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ.2550 475

25. ให้ คสช.ทบทวนธรรมนูญว่าดว้ ยระบบสุขภาพแห่งชาติอย่างไร

ก. อยา่ งนอ้ ยทกุ ปี ข. อยา่ งนอ้ ยทุก 2 ปี

ค. อย่างนอ้ ยทุก 3 ปี ง. อย่างนอ้ ยทกุ 5 ปี

476

เฉลยแนวขอ้ สอบพระราชบัญญตั ิสุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ.2550

1. ตอบ ข. วนั ถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป (มาตรา 2)
2. ตอบ ง. ถกู ทุกขอ้ (มาตรา 3)
3. ตอบ ง. ถูกท้งั ข้อ ก และ ข (มาตรา 4)
4. ตอบ ง. ถกู ท้งั ข้อ ก และ ข (มาตรา 4)
5. ตอบ ก. 19 มีนาคม 2550
6.ตอบ ง. ภาวะของมนุษย์ท่ีสมบรู ณท์ ้ังทางกาย ทางจติ ทางปญั ญา และทางสงั คมเช่อื มโยงกนั เปน็ องค์

รวมอยา่ งสมดลุ (มาตรา 3)
7. ตอบ ก. คณะกรรมการสุขภาพแหง่ ชาติ (มาตรา 13)
8. ตอบ ง. ถูกทั้งขอ้ ก และ ข (มาตรา 13)
9. ตอบ ก. 6 คน (มาตรา 13)
10. ตอบ ง. 13 คน (มาตรา 13)
11. ตอบ มีอายไุ ม่ตา่ กวา่ 25 ปีบรบิ ูรณ์ (มาตรา 14)
12. ตอบ ก. เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (มาตรา 19)
13. ตอบ ง. ถกู ทกุ ข้อ (มาตรา 20)
14. ตอบ ง. คราวละ 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระติดตอ่ กัน (มาตรา 20)
15. ตอบ ค. ไม่นอ้ ยกว่า 90 วัน (มาตรา 21)
16. ตอบ ค. 120 วันนบั แตว่ นั ทต่ี าแหนง่ นน้ั ว่างลง (มาตรา 21)
17. ตอบ ง. ถกู ทกุ ขอ้ (มาตรา 25)
18. ตอบ ก. นายกรัฐมนตรี (มาตรา 26)
19. ตอบ ก. จัดใหม้ ีสมชั ชาสขุ ภาพแห่งชาตแิ ละสนบั สนุนในการจัดให้มสี มัชชาสขุ ภาพเฉพาะพื้นที่ หรอื

สมัชชาสขุ ภาพเฉพาะประเด็น (มาตรา 27)
20. ตอบ ก. เงนิ อุดหนนุ ทวั่ ไปทร่ี ัฐบาลจัดสรรใหต้ ามความเหมาะสมเป็นรายไตรมาส (มาตรา 28)
21. ตอบ ข. 120 วันนับแต่วันสิ้นปบี ญั ชีของทุกปี (มาตรา 30)
22. ตอบ ง. 180 วันนับแตว่ ันส้ินปีบญั ชขี องทุกปี (มาตรา 30)
23. ตอบ คราวละ 4 ปี ไม่เกนิ 2 วาระตดิ ต่อกัน (มาตรา 31)
24. ตอบ ค. ไมเ่ กิน 8 คน (มาตรา 37)
25. ตอบ ง. อย่างน้อยทกุ 5 ปี (มาตรา 46)

พระราชบัญญตั โิ รคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535 477

พระราชบญั ญตั ิโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535

ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ป.ร.

ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535
เปน็ ปที ี่ 47 ในรัชกาลปจั จบุ นั

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้
ประกาศว่า

โดยท่ีเปน็ การสมควรปรบั ปรงุ กฎหมายวา่ ด้วยการปอ้ งกนั โรคพษิ สุนัขบ้า
จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ขิ นึ้ ไวโ้ ดยคาแนะนาและยินยอมของสภานติ ิ
บญั ญตั ิแหง่ ชาติ ทาหน้าที่รฐั สภา ดงั ตอ่ ไปน้ี
มาตรา 1 พระราชบญั ญัติน้เี รยี กว่า “พระราชบญั ญตั ิโรคพษิ สนุ ขั บา้ พ.ศ. 2535”
มาตรา 2[1] พระราชบัญญัตนิ ีใ้ หใ้ ช้บังคบั ต้งั แต่วันถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็น
ตน้ ไป

มาตรา 3 ใหย้ กเลิกพระราชบัญญตั ิปอ้ งกนั โรคพษิ สนุ ัขบา้ พ.ศ. 2498
มาตรา 4 ในพระราชบญั ญัตนิ ้ี
“สัตว์ควบคมุ ” หมายความวา่ สนุ ขั หรือสตั วอ์ ่ืนท่ีกาหนดในกฎกระทรวง

“เจ้าของ” หมายความรวมถงึ ผูค้ รอบครองดว้ ย
“วคั ซีน” หมายความวา่ วคั ซีนป้องกันโรคพิษสนุ ขั บา้ สาหรบั สตั ว์
“เคร่ืองหมายประจาตัวสัตว์” หมายความว่า เครอื่ งหมายประจาตัวสัตว์ควบคมุ

“อาการของโรคพิษสุนัขบ้า” หมายความว่า ในกรณีของสุนัข อาการที่สุนัขน้ันดุร้าย วิ่ง
เพ่นพา่ นกดั ส่ิงกดี ขวางหรือเซื่องซมึ ซุกตัวในท่มี ืด ปากอ้า ล้นิ ห้อยและสีแดงคลา้ น้าลายไหล ตวั แขง็ หรือ
ขาอ่อนเปล้ีย เดินโซเซ และในกรณขี องสตั ว์ควบคุมอื่น อาการตามที่อธบิ ดีประกาศกาหนด

“ผู้ประกอบการบาบดั โรคสัตว์” หมายความว่า ผู้ประกอบการบาบดั โรคสัตว์ตามกฎหมายวา่
ดว้ ยการควบคมุ การบาบดั โรคสตั ว์

“สัตวแพทย์” หมายความว่า สัตวแพทย์ของกรมปศุสัตว์หรือของราชการส่วนท้องถ่ิน และ
หมายความรวมถึงผู้ซ่งึ มีวุฒไิ มต่ ่ากวา่ ประกาศนียบัตรวิชาสัตวแพทยศาสตรซ์ ่ึงปฏิบตั ิงานในหน่วยงานอื่น
ของรัฐ ซงึ่ รฐั มนตรีแต่งตั้งใหเ้ ปน็ สัตวแพทย์เพื่อปฏิบัตกิ ารตามพระราชบญั ญัตนิ ้ดี ว้ ย

478

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า สัตวแพทย์และผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม
พระราชบญั ญัตนิ ้ี

“เจ้าพนักงานทอ้ งถิน่ ” หมายความวา่

(1) นายกเทศมนตรสี าหรับในเขตเทศบาล

(2) ประธานกรรมการสขุ าภบิ าลสาหรับในเขตสขุ าภิบาล

(3) ผูว้ า่ ราชการจังหวัดสาหรบั ในเขตองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั

(4) ผู้วา่ ราชการกรงุ เทพมหานครสาหรับในเขตกรงุ เทพมหานคร

(5) ปลัดเมอื งพัทยาสาหรับในเขตเมืองพทั ยา

(6) หัวหน้าผู้บริหารท้องถ่ินขององค์การปกครองท้องถิ่นที่กฎหมายกาหนดให้เป็น
ราชการส่วนท้องถ่ินสาหรับในเขตราชการส่วนท้องถ่ินนั้น

“อธบิ ด”ี หมายความว่า อธบิ ดกี รมปศสุ ัตว์

“รัฐมนตรี” หมายความวา่ รฐั มนตรผี ูร้ กั ษาการตามพระราชบัญญตั ินี้

มาตรา 5 เจา้ ของสตั วค์ วบคุมตอ้ งจัดการใหส้ ตั ว์ควบคมุ ทุกตวั ไดร้ บั การฉีดวัคซีนจากสตั วแพทย์
หรือผู้ไดร้ ับมอบหมายเป็นหนงั สือจากสตั วแพทย์ หรือผู้ประกอบการบาบัดโรคสัตวต์ ามกาหนดเวลาดังน้ี

(1) ในกรณีของสุนัข ให้เจ้าของจัดการให้สุนัขได้รับการฉีดวัคซีนครั้งแรกเมื่อสุนัขนั้นมี อายุ
ตั้งแต่สองเดือนขึ้นไปแต่ไม่เกินสี่เดือน และได้รับการฉีดวัคซีนคร้ังต่อไปตามระยะเวลาที่กาหนดใน
ใบรบั รองการฉดี วัคซนี

(2) ในกรณขี องสตั ว์ควบคมุ อืน่ ใหเ้ จา้ ของจดั การให้สตั วค์ วบคุมดังกลา่ วไดร้ บั การฉดี วัคซนี ตาม
ระยะเวลาท่ีกาหนดในกฎกระทรวง

ในกรณีท่ีสัตวแพทย์หรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นหนังสอื จากสัตวแพทย์เป็นผู้ฉีดวัคซีน เจ้าของ
สัตว์ควบคุมต้องเสียคา่ ธรรมเนียม ตามอัตราที่กาหนดในกฎกระทรวง และในกรณีท่ีเจา้ ของสัตว์ควบคุม
แจ้งใหส้ ตั วแพทยห์ รอื ผไู้ ด้รบั มอบหมายเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ไปทาการฉีดวัคซนี ให้แก่สัตวค์ วบคุม ณ
สถานท่ีของเจ้าของสัตว์ควบคมุ เจา้ ของสตั วค์ วบคมุ ตอ้ งเสยี คา่ ใช้จ่ายตามท่ีอธบิ ดีประกาศกาหนด

มาตรา 6 เมอื่ สตั วค์ วบคมุ ได้รบั การฉดี วคั ซนี แล้ว สัตวแพทยห์ รอื ผู้ได้รบั มอบหมายเปน็ หนงั สอื
จากสัตวแพทย์ หรอื ผปู้ ระกอบการบาบดั โรคสตั ว์ ซ่งึ เป็นผฉู้ ีดวคั ซนี ต้องมอบเครือ่ งหมายประจาตัวสัตว์ ซงึ่
แสดงวา่ สัตวค์ วบคุมนน้ั ได้รับการฉดี วคั ซีนแล้ว และใบรับรองการฉีดวัคซีนใหแ้ กเ่ จ้าของสตั ว์ควบคุม

พระราชบญั ญตั โิ รคพษิ สุนัขบ้า พ.ศ. 2535 479

เจ้าของสัตว์ควบคุมต้องแสดงเครือ่ งหมายประจาตัวสตั ว์ตามวรรคหน่ึงไว้ท่ตี วั สัตวค์ วบคมุ ใหเ้ หน็
ได้ชดั เจน

ลักษณะเคร่ืองหมายประจาตัวสัตว์และใบรับรองการฉีดวัคซีนตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามท่ี
อธิบดปี ระกาศกาหนด

มาตรา 7 ในกรณีทเี่ ครอื่ งหมายประจาตัวสัตวห์ รอื ใบรบั รองการฉดี วัคซีนตามมาตรา 6 สญู หาย
หรือชารุดในสาระสาคัญก่อนท่ีเคร่ืองหมายประจาตัวสัตว์หมดอายุหรือก่อนระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ใน
ใบรับรองการฉีดวัคซีนน้ัน แล้วแต่กรณี ให้เจ้าของสัตว์ควบคุมขอรับเครื่องหมายประจาตัวสัตว์หรือ
ใบรับรองการฉีดวัคซนี แทนของเดิม แล้วแต่กรณี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันทราบเหตุน้ัน และต้องแสดง
เครอ่ื งหมายประจาตัวสตั ว์ดังกลา่ วไวท้ ต่ี ัวสัตวค์ วบคุมใหเ้ ห็นได้ชดั เจน

ในกรณีท่ีเจ้าของสัตว์ควบคุมขอรบั เคร่ืองหมายประจาตัวสัตว์ หรือใบรับรองการฉีดวัคซนี แทน
ของเดิมตามวรรคหนึ่ง จากสัตวแพทย์หรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ เจ้าของสัตว์
ควบคุมต้องเสียคา่ ธรรมเนียมตามอตั ราทีก่ าหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 8 สัตวแพทย์ต้องเกบ็ สาเนาใบรับรองการฉีดวัคซนี และหลักฐานการจ่ายเคร่ืองหมาย
ประจาตัวสัตว์ตามมาตรา 6 ไว้ตามระเบียบของทางราชการ

ผู้ประกอบการบาบัดโรคสัตว์ต้องเก็บสาเนาใบรับรองการฉีดวัคซีนและหลักฐานการจ่าย
เคร่ืองหมายประจาตัวสัตว์ตามมาตรา 6 ไวต้ ามระยะเวลาทก่ี าหนดในใบรบั รองการฉดี วัคซีนนน้ั

มาตรา 9 ในที่สาธารณะ ถ้าปรากฏว่าสตั วค์ วบคุมใดไมม่ เี คร่อื งหมายประจาตวั สตั ว์ตามมาตรา
6 หรือมาตรา 7 หรือมีแต่เป็นเคร่ืองหมายประจาตัวสัตว์ปลอม ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีหรอื เจ้าพนักงาน
ท้องถิ่นมีอานาจจับสัตว์ควบคุมน้ันเพื่อกักขัง ถ้าไม่มีเจ้าของมาขอรับคืนภายในห้าวัน ให้พนักงาน
เจ้าหนา้ ท่ีหรือเจ้าพนกั งานทอ้ งถน่ิ มอี านาจทาลายสัตว์ควบคมุ นน้ั ได้

มาตรา 10 เพื่อป้องกันการแพรโ่ รคพิษสนุ ัขบ้า ให้สัตวแพทย์มีอานาจเข้าไปในบ้าน โรงเรอื น
หรือสถานที่ เพื่อปฏบิ ัติการดังต่อไปนี้

(1) สอบถามจานวน เพศ พันธ์ุ อายุ และสีของสตั ว์ควบคุมจากเจา้ ของสตั ว์ควบคมุ

(2) ในกรณีที่พบว่าสตั ว์ควบคุมใดยังไมไ่ ด้รบั การฉีดวัคซีนตามมาตรา 5ให้ฉีดวัคซีนให้แก่สัตว์
ควบคุมนน้ั ในการน้ี เจา้ ของสัตว์ควบคุมน้ันต้องเสยี ค่าธรรมเนยี มเพมิ่ ขึ้นเปน็ สองเทา่

(3) นาหัวสตั ว์ควบคุมท่ตี ายหรือมีเหตุสงสยั วา่ ตายด้วยโรคพิษสุนขั บ้าไปรบั การตรวจชนั สูตร

(4) สัง่ ใหเ้ จา้ ของสัตวค์ วบคุมทาลายซากสตั ว์ควบคุมทตี่ ายด้วยโรคพษิ สุนัขบา้ ด้วยวิธฝี ังหรือวิธี
อ่นื ใด

480

การเขา้ ไปในบา้ น โรงเรอื น หรอื สถานท่ี ตามวรรคหนง่ึ ใหก้ ระทาไดใ้ นเวลาระหวา่ งพระอาทติ ย์
ข้ึนและพระอาทติ ยต์ ก

มาตรา 11 เม่ือปรากฏว่าสตั ว์ควบคุมใดมอี าการของโรคพิษสนุ ขั บา้ ใหเ้ จา้ ของสตั ว์ควบคุมนัน้
แจ้งต่อพนักงานเจ้าหนา้ ท่ีหรอื เจา้ พนักงานทอ้ งถ่ินภายในย่สี ิบสช่ี ่ัวโมงนบั แต่เวลาที่พบว่าสัตวค์ วบคุมน้ันมี
อาการของโรคพิษสุนขั บา้

มาตรา 12 ในกรณีที่สัตว์ควบคุมใดถูกสัตว์ควบคุมอ่ืนที่สงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด ไม่ว่า
สตั ว์ควบคุมทถ่ี กู กัดจะได้รับการฉดี วคั ซีนแล้วหรือไม่ ใหเ้ จา้ ของสตั วค์ วบคมุ น้ันแจ้งตอ่ พนักงานเจ้าหน้าที่
หรือเจ้าพนักงานท้องถ่ินภายในยี่สิบส่ีชั่วโมงนับแต่เวลาทรี่ ู้ว่าถูกกัด เพ่ือให้สัตว์ควบคุมนั้นได้รับการฉีด
วัคซนี

ใหเ้ จา้ ของสตั ว์ควบคุมเฝา้ สงั เกตอาการของสัตวค์ วบคมุ ที่ถกู กัดไว้เปน็ ระยะเวลาไม่น้อยกว่าหก
เดือนนับแต่เวลาทร่ี ู้ว่าถูกกัด หากปรากฏว่าสัตว์ควบคุมน้ันมีอาการของโรคพิษสุนขั บา้ ภายในระยะเวลา
ดังกล่าว ให้เจ้าของสัตว์ควบคุมกักขังสัตว์ควบคุมน้ันไว้และแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีหรือเจ้าพนักงาน
ทอ้ งถิน่ ภายในย่สี ิบสชี่ ่ัวโมงนับแตเ่ วลาทีพ่ บวา่ สัตว์ควบคมุ น้นั มีอาการของโรคพิษสนุ ขั บ้า

ในกรณีที่สัตว์ควบคุมที่เจ้าของสัตว์ควบคุมเฝ้าสังเกตอาการตามวรรคสองตาย หรือสูญหาย
ภายในระยะเวลาที่กาหนด ให้เจ้าของสัตว์ควบคมุ นั้นแจ้งต่อพนักงานเจา้ หน้าที่หรือเจา้ พนักงานท้องถ่นิ
ภายในยส่ี ิบสช่ี ั่วโมงนบั แตเ่ วลาทร่ี ู้ว่า ตาย หรือสูญหาย และใหพ้ นกั งานเจ้าหนา้ ทีห่ รือเจา้ พนกั งานท้องถน่ิ
ปฏิบัติตามระเบียบท่ีอธิบดีกาหนด

มาตรา 13 เมอ่ื พนกั งานเจ้าหน้าทห่ี รือเจา้ พนกั งานทอ้ งถ่นิ ไดร้ บั แจ้งตามมาตรา 11 หรอื มาตรา
12 ให้พนกั งานเจ้าหน้าท่ีหรอื เจา้ พนกั งานท้องถนิ่ แจง้ ต่อสตั วแพทยเ์ พอ่ื ดาเนินการตอ่ ไปตามมาตรา 14

มาตรา 14 เมื่อสัตวแพทย์ได้รบั แจ้งหรอื มเี หตุอนั ควรสงสัยว่าสตั ว์ควบคุมใดมีอาการของโรค
พิษสุนขั บา้ ในยานพาหนะ บา้ น โรงเรอื น หรือสถานที่ใด ใหส้ ตั วแพทยม์ อี านาจเรียกตรวจยานพาหนะหรอื
เขา้ ไปในบา้ น โรงเรือน หรือสถานท่ีทีม่ สี ัตว์ควบคมุ ดงั กล่าวและมอี านาจดงั ตอ่ ไปนี้

(1) ในกรณีท่ีปรากฏว่าสัตว์ควบคุมไม่มีอาการของโรคพิษสุนัขบ้า แต่สัตวแพทย์เห็นว่าสัตว์
ควบคุมดงั กลา่ วควรได้รบั การฉีดวคั ซีน ให้ฉีดวคั ซนี ใหแ้ ก่สัตวค์ วบคุมนัน้ ถา้ ปรากฏวา่ สตั ว์ควบคุมน้นั ได้รับ
การฉีดวัคซีนตามมาตรา 5 แล้ว เจ้าของสัตว์ควบคุมไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีก แต่ถ้าปรากฏว่าสัตว์
ควบคมุ น้นั ยงั ไมไ่ ด้รับการฉดี วัคซีนตามมาตรา 5 เจ้าของสัตว์ควบคมุ ตอ้ งเสียค่าธรรมเนียมเพม่ิ ขน้ึ เป็นสอง
เทา่

พระราชบญั ญัตโิ รคพิษสนุ ัขบา้ พ.ศ. 2535 481

(2) ในกรณีท่ีสัตวแพทย์สงสัยว่าสัตว์ควบคุมใดมีอาการของโรคพิษสุนัขบ้าและยังมิได้มีการ
กักขังสัตว์ควบคุมนั้น ให้สัตวแพทย์สง่ั ให้เจ้าของสัตว์ควบคุมกักขังสัตว์ควบคุมน้ันไว้โดยเร็วเพ่ือปอ้ งกันมิ
ให้แพร่โรคพิษสุนัขบ้าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน และสัตวแพทย์ต้องไปตรวจอาการของสัตว์
ควบคุมน้ันตามระเบยี บท่ีอธบิ ดีกาหนด

(3) ในกรณีที่สัตว์ควบคุมใดมีอาการของโรคพิษสุนัขบ้า ให้สัตวแพทย์มีอานาจทาลายสัตว์
ควบคมุ น้ันได้

การเข้าไปในบา้ น โรงเรอื น หรอื สถานทีต่ ามวรรคหนึ่ง ให้กระทาไดใ้ นเวลาระหวา่ งพระอาทิตย์
ข้นึ และพระอาทติ ย์ตก

มาตรา 15 ในท่ีสาธารณะ ถา้ ปรากฏวา่ สตั ว์ควบคุมใดมอี าการของโรคพิษสุนขั บ้า ใหพ้ นกั งาน
เจา้ หนา้ ท่ีหรอื เจา้ พนักงานทอ้ งถิ่นมอี านาจทาลายสัตว์ควบคมุ นนั้ ได้

มาตรา 16 เพ่ือประโยชน์ในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าท่ีจะเกิดกับคน ในกรณีท่ีสัตวแพทย์
ตรวจพบว่าสัตว์ควบคุมใดมีอาการของโรคพิษสนุ ัขบ้า หรือมีเหตุสงสัยว่าสัตว์ควบคุมใดมีอาการของโรค
พิษสุนัขบ้า ให้สัตวแพทย์รีบแจ้งเจ้าพนักงานสาธารณสุขเพ่ือดาเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ
โดยเรว็ ท่สี ุด

มาตรา 17 เพื่อป้องกันการเกดิ และการแพรโ่ รคพิษสุนขั บา้ ให้อธิบดีมีอานาจประกาศกาหนด
เขตทอ้ งที่

(1) ให้เจ้าของสัตว์ควบคุมนาสัตว์ควบคุมไปรับการฉีดวัคซีนจากสัตวแพทย์หรือผู้ได้รับ
มอบหมายเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ ตามวัน เวลา และสถานที่ท่ีสัตวแพทย์กาหนดโดยสัตวแพทย์
ดังกล่าวจะได้ประกาศกาหนด วัน เวลา และสถานที่เพื่อการน้ัน ปิดไว้ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ณ
สถานที่ท่ีจะทาการฉีดวัคซีน และสานักงานเขต ท่ีว่าการอาเภอหรือก่ิงอาเภอที่ทาการตาบล ท่ีทาการ
ผู้ใหญ่บ้าน สานักงานเทศบาล สานักงานสุขาภิบาล ศาลาว่าการเมืองพัทยา หรือที่ทาการขององค์การ
ปกครองท้องถิ่นที่กฎหมายกาหนดให้เป็นราชการส่วนท้องถ่ินสาหรับในเขตราชการส่วนท้องถิ่นนั้น
แล้วแต่กรณี

(2) ให้สัตวแพทย์หรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ ไปทาการฉีดวัคซีนให้แก่
สัตวค์ วบคุม ณ สถานทขี่ องเจ้าของสตั วค์ วบคมุ

ในการฉีดวัคซีนให้แก่สัตว์ควบคุมตามวรรคหนึ่ง (1) และ (2) เจ้าของสัตว์ควบคุมไม่ต้องเสีย
ค่าธรรมเนยี ม

ประกาศของอธิบดีตามมาตรานี้ใหแ้ จ้งใหผ้ วู้ ่าราชการกรงุ เทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัด
เพือ่ แจ้งใหร้ าชการส่วนทอ้ งถิน่ ท่ีเกย่ี วข้องดาเนนิ การ แล้วแต่กรณี

482

มาตรา 18 ในการโอนกรรมสทิ ธิ์สัตว์ควบคุมที่ได้รับการฉีดวัคซีนแลว้ เจ้าของสัตว์ควบคมุ ต้อง
มอบเครื่องหมายประจาตวั สัตว์และใบรบั รองการฉดี วัคซีนตามมาตรา 6 หรือมาตรา 7 ให้ผู้รบั โอนด้วย

ถ้าเป็นสตั วค์ วบคมุ ทีอ่ ยใู่ นระหว่างการเฝ้าสังเกตอาการตามมาตรา 12 วรรคสอง หา้ มมใิ หม้ กี าร
จาหน่าย จา่ ย โอน สัตว์ควบคุมน้ัน

มาตรา 19 ในกรณีท่ีสัตว์อืน่ นอกจากสัตว์ควบคุมถกู สตั วค์ วบคุมท่ีเป็นโรคพษิ สุนขั บ้ากัด ใหน้ า
มาตรา 10 วรรคหนึ่ง (3) (4) และวรรคสอง มาตรา 12 และมาตรา 14 วรรคหน่ึง (2) (3) และวรรคสอง
มาใช้บังคบั โดยอนุโลม

มาตรา 20 ในการปฏิบัติหน้าท่ีตามพระราชบัญญัติน้ี พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตร
ประจาตัวพนกั งานเจ้าหนา้ ที่ต่อบคุ คลท่ีเก่ยี วขอ้ ง

บตั รประจาตัวพนักงานเจา้ หนา้ ท่ีให้เป็นไปตามแบบทกี่ าหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 21 เจ้าของสัตว์ควบคุมผู้ใดไม่จัดการให้สัตว์ควบคุมได้รับการฉีดวัคซีนตามมาตรา 5
หรือไมป่ ฏิบตั ติ ามมาตรา 6 วรรคสอง มาตรา 7 วรรคหนึ่ง หรอื มาตรา 18 วรรคหนงึ่ ตอ้ งระวางโทษปรับ
ไม่เกินสองร้อยบาท

มาตรา 22 สัตวแพทย์หรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์หรือผู้ประกอบการ
บาบัดโรคสัตว์ผูใ้ ดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 6 วรรคหน่ึง หรือผู้ประกอบการบาบัดโรคสตั ว์ผูใ้ ดไม่ปฏิบัตติ าม
มาตรา 8 วรรคสอง ตอ้ งระวางโทษปรบั ไม่เกนิ สองร้อยบาท

มาตรา 23 ผูใ้ ดใชเ้ ครือ่ งหมายประจาตวั สัตวซ์ งึ่ แสดงว่าสตั ว์ควบคุมน้ันได้รบั การฉดี วัคซีนแล้ว
หรือใบรบั รองการฉีดวัคซีนอันเป็นเทจ็ หรือขัดขวาง หรือไม่อานวยความสะดวกแก่สัตวแพทย์ พนักงาน
เจ้าหน้าท่หี รอื เจ้าพนักงานทอ้ งถิน่ ซึ่งปฏิบัตหิ น้าทตี่ ามมาตรา 9 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง มาตรา 14 วรรค
หน่ึง มาตรา 15 หรือมาตรา 19 ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ หนึง่ เดือน หรือปรับไมเ่ กินหนึ่งพันบาท หรอื
ทัง้ จาทั้งปรับ

มาตรา 24 เจา้ ของสัตวค์ วบคุมหรอื เจ้าของสัตวอ์ ื่นตามมาตรา 19 ผูใ้ ดไม่ปฏิบัติตามคาสง่ั ของ
สตั วแพทย์ตามมาตรา 10 วรรคหนึง่ (4) หรือมาตรา 14 วรรคหนงึ่ (2) หรือไมแ่ จง้ ต่อพนกั งานเจ้าหน้าท่ี
หรอื เจ้าพนกั งานทอ้ งถน่ิ ตามมาตรา 11 หรอื มาตรา 12 ต้องระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ สามเดอื นหรือปรับไม่
เกินสามพันบาท หรือท้ังจาทั้งปรับ

มาตรา 25 เจา้ ของสัตว์ควบคมุ หรือเจ้าของสตั วอ์ ืน่ ตามมาตรา 19 ผใู้ ดไม่เฝ้าสังเกตอาการสตั ว์
ควบคุมหรือสัตว์อื่นที่ถูกกัดไว้ตามมาตรา 12 หรือเจ้าของสัตว์ควบคุมฝ่าฝืนมาตรา 18 วรรคสอง ต้อง
ระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ หนึง่ เดือน หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หนึง่ พนั บาท หรือทั้งจาท้ังปรบั

พระราชบญั ญตั โิ รคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535 483

มาตรา 26 บรรดาความผดิ ตามพระราชบัญญตั ินี้ ให้อธิบดีหรอื เจา้ พนักงานท้องถ่ิน หรือผู้ซ่งึ
ไดร้ ับมอบหมายจากอธบิ ดีหรอื เจา้ พนักงานทอ้ งถิ่น แลว้ แตก่ รณี มีอานาจเปรยี บเทยี บได้ และเมื่อผตู้ ้องหา
ได้ชาระคา่ ปรบั ตามคาเปรียบเทยี บภายในระยะเวลาทกี่ าหนดแลว้ ให้คดีน้ันเป็นอนั เลิกกนั

มาตรา 27 ให้เจ้าของสัตว์ควบคุมซึ่งมีสตั ว์ควบคุมทมี่ ีอายคุ รบกาหนดไดร้ ับการฉีดวัคซนี ตาม
มาตรา 5 ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ดาเนินการตามมาตรา 5 ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่
พระราชบญั ญตั ินใ้ี ช้บงั คบั

มาตรา 28 ให้รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รกั ษาการตามพระราชบัญญัตนิ ี้ และ
ให้มีอานาจแต่งตั้งสัตวแพทย์และพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงกาหนดค่าธรรมเนียมไม่เกิน
อัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม และกาหนดกิจการอ่ืนเพ่ือปฏิบัติการตาม
พระราชบัญญตั นิ ้ี

กฎกระทรวงน้นั เมอ่ื ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วใหใ้ ชบ้ ังคับได้

ผ้รู บั สนองพระบรมราชโองการ
อานนั ท์ ปันยารชนุ
นายกรฐั มนตรี

484

อตั ราค่าธรรมเนียม ตวั ละ 40 บาท
การฉดี วคั ซนี อันละ 10 บาท
เคร่ืองหมายประจาตวั สตั วต์ ามมาตรา 6 หรือมาตรา 7 ฉบบั ละ 10 บาท
ใบรบั รองการฉีดวคั ซนี ตามมาตรา 6 หรอื มาตรา 7

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่โรคพิษสุนัขบ้าเป็น
โรคติดต่อที่มีอนั ตรายต่อมนษุ ย์และสตั ว์ และบทบญั ญตั ิตามพระราชบญั ญัติป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ.
2498 ยังไม่เหมาะสมที่จะควบคุมและป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลดี
นอกจากน้ัน กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซ่ึงมีอานาจหน้าท่ีในการควบคุมและป้องกนั โรค
ระบาดสัตว์ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 มีสัตวแพทย์เพียงพอปฏิบัติหน้าที่อยู่ท่ัว
ประเทศ กับสามารถผลิตวัคซีนป้องกนั โรคพิษสนุ ัขบ้าสาหรับสตั ว์ได้เองในราคาถูก จึงเป็นหน่วยงานท่มี ี
ความพร้อมและเหมาะสมในการควบคุมและป้องกันโรคพษิ สุนัขบ้า สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการ
ป้องกันโรคพษิ สุนัขบ้า ให้มีบทบัญญตั ิทเ่ี หมาะสมย่งิ ขึ้นและกาหนดใหก้ รมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ เป็นผมู้ ีหนา้ ทีป่ ฏิบัติการใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมาย จงึ จาเปน็ ต้องตราพระราชบัญญัตินี้

แนวขอ้ สอบพระราชบญั ญตั ิโรคพษิ สุนัขบ้า พ.ศ.2535 485

แนวขอ้ สอบพระราชบญั ญัตโิ รคพิษสุนขั บ้า พ.ศ.2535

1. พระราชบญั ญตั ิโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ.2535 ใหใ้ ช้บังคับตง้ั แต่เมอื่ ใด
ก. วนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
ข. วันถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นตน้ ไป
ค. เมือ่ พ้นกาหนด 60 วนั นบั จากวนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเป็นต้นไป
ง. เมอื่ พน้ กาหนด 90 วันนับจากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ต้นไป

2. ขอ้ ใดเป็นความหมายของ “เจา้ พนกั งานทอ้ งถิ่น” ตามพระราชบญั ญตั ินี้
ก. นายกเทศมนตรสี าหรบั ในเขตเทศบาล
ข. ประธานกรรมการสขุ าภิบาลสาหรับในเขตสขุ าภิบาล
ค. ปลัดเมอื งพทั ยาสาหรบั ในเขตเมอื งพทั ยา
ง. ถกู ทกุ ข้อ

3. ใครเป็นผู้รักษาการตามพระราชบญั ญัติน้ี
ก. นายกรฐั มนตรี
ข. รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ค. รฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ง. อธบิ ดกี รมปศสุ ตั ว์

4. ในกรณขี องสนุ ัข ใหเ้ จา้ ของจดั การให้สนุ ัขไดร้ ับการฉีดวคั ซีนคร้งั แรกเมอ่ื สุนัขน้ันมอี ายุตง้ั แต่เทา่ ใด
ก. สองเดอื นข้ึนไปแต่ไมเ่ กนิ สเ่ี ดือน
ข. สามเดอื นขึ้นไป
ค. สีเ่ ดือนขึน้ ไปแตไ่ มเ่ กินหกเดือน
ง. หกเดอื นขึ้นไป

5. เมื่อสตั วค์ วบคุมไดร้ บั การฉีดวัคซีนแล้ว สัตวแพทยห์ รอื ผไู้ ดร้ บั มอบหมายซ่ึงเป็นผู้ฉีดวัคซีนตอ้ ง
ดาเนนิ การอยา่ งไร

ก. มอบเครอื่ งหมายประจาสัตวใ์ หแ้ ก่เจ้าของสัตวค์ วบคมุ
ข. มอบใบรบั รองการฉดี วคั ซนี ให้แกเ่ จา้ ของสตั ว์ควบคุม
ค. มอบใบประกาศนยี บัตรให้แกเ่ จา้ ของสัตวค์ วบคุม
ง. ข้อ ก และ ข ถูก

486

6. ในกรณที เี่ คร่ืองหมายประจาตัวสตั ว์สญู หายหรอื ชารดุ ในสาระสาคัญกอ่ นทเ่ี ครื่องหมายประจาตัว
สตั วห์ มดอายหุ รือก่อนระยะเวลาที่กาหนดไว้ในใบรับรองการฉีดวัคซนี น้ัน แลว้ แตก่ รณีให้เจ้าของสัตว์
ควบคุมขอรบั เคร่อื งหมายประจาตัวสัตว์แทนของเดิมภายในกว่ี ัน

ก. 10 วนั นบั แตว่ นั ทราบเหตุนนั้
ข. 15 วนั นับแต่วันทราบเหตนุ น้ั
ค. 20 วนั นับแต่วันทราบเหตนุ ัน้
ง. 30 วนั นับแตว่ นั ทราบเหตุนั้น

7. ในทส่ี าธารณะถา้ ปรากฏว่าสัตวค์ วบคมุ ใดไมม่ ีเคร่ืองหมายประตัวสัตว์หรือมีแต่เป็นเครอ่ื งหมาย

ประจาตัวสตั วป์ ลอม ให้พนกั งานเจา้ หน้าท่หี รือพนกั งานทอ้ งถ่ินมอี านาจจับสัตว์ควบคมุ นั้นเพ่อื กกั ขงั

ถา้ ไม่มเี จา้ ของมารับคืนภายในกว่ี ัน ใหพ้ นักงานเจ้าหน้าที่มีอานาจทาลายสตั ว์ควบคมุ น้ันได้

ก. 5 วัน ข. 10 วนั

ค. 15 วนั ง. 20 วนั

8. เพอ่ื ปอ้ งกันการแพรโ่ รคพษิ สุนขั บา้ ใหส้ ตั วแพทยม์ ีอานาจเขา้ ไปในบา้ น โรงเรอื น หรือสถานที่เพ่อื
ปฏิบตั ิการตามข้อใด

ก. สอบถามจานวน เพศ อายุ และสีของสัตว์ควบคมุ จากเจา้ ของสัตว์ควบคมุ
ข. นาหัวสัตว์ควบคุมที่ตายหรอื มเี หตสุ งสยั ว่าตายด้วยโรคพษิ สุนขั บา้ ไปรบั การตรวจชันสูตร
ค. สง่ั ให้เจ้าของสตั ว์ควบคุมทาลายซากสตั ว์ควบคมุ ที่ตายดว้ ยโรคพิษสุนขั บ้าด้วยวิธฝี งั หรอื วิธีอืน่
ใด
ง. ถูกทุกขอ้

9. เม่อื ปรากฏวา่ สตั วค์ วบคุมใดมอี าการของโรคพษิ สุนขั บ้า ให้เจา้ ของสัตว์ควบคมุ น้ันแจ้งต่อพนกั งาน

เจา้ หนา้ ที่ภายในกี่ชัว่ โมงนบั แต่เวลาท่ีพบวา่ สตั ว์ควบคุมนั้นมีอาการของโรคพษิ สุนขั บา้

ก. 12 ช่ัวโมง ข. 24 ช่ัวโมง

ค. 36 ช่ัวโมง ง. 48 ชัว่ โมง

แนวข้อสอบพระราชบญั ญัตโิ รคพษิ สนุ ขั บา้ พ.ศ.2535 487

10. ในกรณที สี่ ตั ว์ควบคุมใดถูกสัตวค์ วบคุมอ่ืนท่ีสงสัยวา่ เป็นโรคพิษสุนัขบา้ กัด ไมว่ ่าสตั วค์ วบคมุ ท่ถี กู
กดั จะไดร้ บั การฉีดวัคซีนแล้วหรอื ไม่ ใหเ้ จ้าของสัตวค์ วบคุมน้ันแจง้ ตอ่ พนักงานเจา้ หนา้ ทภ่ี ายในกี่
ช่ัวโมง

ก. 12 ช่ัวโมงนบั แตเ่ วลาทร่ี ู้ว่าถกู กดั
ข. 24 ช่ัวโมงนบั แต่เวลาท่รี ู้ว่าถกู กัด
ค. 36 ช่ัวโมงนบั แต่เวลาที่ร้วู า่ ถูกกดั
ง. 48 ชว่ั โมงนับแตเ่ วลาทรี่ วู้ า่ ถกู กัด

11. ใหเ้ จา้ ของสตั ว์ควบคุมเฝา้ สงั เกตอาการของสตั วค์ วบคุมท่ถี กู กัดไว้เป็นระยะเวลากีเ่ ดือนนับแต่

เวลาท่ีรู้ว่าถกู กัด

ก. ไมน่ ้อยกวา่ 1 เดอื น ข. ไมน่ ้อยกว่า 3 เดือน

ค. ไมน่ อ้ ยกว่า 6 เดอื น ง. ไมน่ ้อยกวา่ 12 เดือน

12. ในกรณีทส่ี ัตว์ควบคุมท่ีเจา้ ของสตั ว์ควบคุมเฝา้ สังเกตการณ์ตามข้อ 11 ตายหรือสูญหายภายใน
ระยะเวลาทกี่ าหนด ใหเ้ จ้าของสัตวค์ วบคมุ น้ันแจ้งตอ่ พนักงานเจ้าหน้าทหี่ รือเจ้าพนักงานท้องถ่ิน
ภายในก่ีช่วั โมง

ก. 6 ชั่วโมงนบั แต่เวลาทรี่ วู้ ่าตายหรือสูญหาย
ข. 12 ชั่วโมงนบั แต่เวลาทรี่ ้วู า่ ตายหรือสญู หาย
ค. 18 ชั่วโมงนับแต่เวลาท่ีรวู้ ่าตายหรอื สญู หาย
ง. 24 ช่วั โมงนบั แตเ่ วลาทร่ี ู้ว่าตายหรอื สูญหาย

13. เพอื่ ปอ้ งกันการเกิดและการแพรโ่ รคพิษสุนัขบ้า ใครมีอานาจประกาศกาหนดเขตท้องท่ี
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. อธิบดีกรมปศุสัตว์
ค. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ง. ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

14. เจา้ ของสตั วค์ วบคมุ ผู้ใดไมจ่ ัดการใหส้ ตั ว์ควบคมุ ได้รบั การฉดี วัคซีนตอ้ งระวางโทษอย่างไร

ก. ปรบั ไม่เกนิ หนง่ึ รอ้ ยบาท ข. จาคกุ ไมเ่ กนิ หนึ่งเดอื น

ค. ปรบั ไมเ่ กินสองรอ้ ยบาท ง. จาคุกไม่เกนิ สามเดือน

488

15. เจา้ ของสตั วค์ วบคุมหรอื เจ้าของสตั วอ์ ่ืน ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคาส่ังของสัตวแพทยต์ อ้ งระวางโทษ
อย่างไร

ก. ปรบั ไมเ่ กนิ สองพันบาท
ข. จาคกุ ไมเ่ กินสามเดือน
ค. จาคุกไมเ่ กินสามเดือน หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ สามพนั บาท หรือทัง้ จาทั้งปรับ
ง. จาคุกไม่เกนิ สามเดือน หรือปรับไม่เกินหา้ พันบาท หรอื ทั้งจาทง้ั ปรบั

เฉลยแนวข้อสอบพระราชบญั ญัติโรคพษิ สนุ ขั บ้า พ.ศ.2535 489

เฉลยแนวขอ้ สอบพระราชบญั ญัติโรคพิษสุนขั บ้า พ.ศ.2535

1. ตอบ ข. วันถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป (มาตรา 2)
2. ตอบ ง. ถกู ทุกขอ้ (มาตรา 4)
3. ตอบ ข. รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (มาตรา 28)
4. ตอบ ก. สองเดือนข้ึนไปแตไ่ มเ่ กินสเ่ี ดือน (มาตรา 5)
5. ตอบ ง. ข้อ ก และ ข ถูก (มาตรา 6)
6. ตอบ ข. 15 วันนบั แตว่ ันทราบเหตุนั้น (มาตรา 7)
7. ตอบ ก. 5 วัน (มาตรา 9)
8. ตอบ ง. ถูกทกุ ขอ้ (มาตรา 10)
9. ตอบ ข. 24 ช่ัวโมง (มาตรา 11)
10. ตอบ ข. 24 ช่ัวโมงนบั แต่เวลาทร่ี ู้วา่ ถกู กัด (มาตรา 12)
11. ตอบ ค. ไมน่ อ้ ยกว่า 6 เดอื น (มาตรา 12)
12. ตอบ ง. 24 ช่วั โมงนับแตเ่ วลาทร่ี ้วู า่ ตายหรอื สญู หาย (มาตรา 12)
13. ตอบ ข. อธิบดกี รมปศสุ ตั ว์ (มาตรา 17)
14. ตอบ ค. ปรับไม่เกนิ สองรอ้ ยบาท (มาตรา 21)
15. ตอบ ค. จาคกุ ไมเ่ กินสามเดือน หรือปรบั ไม่เกินสามพนั บาท หรอื ทั้งจาทงั้ ปรบั (มาตรา 24)

490

พระราชบญั ญัติคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค พ.ศ. 2522

ภูมิพลอดลุ ยเดช ป.ร.

ใหไ้ ว้ ณ วันท่ี 30 เมษายน พ.ศ. 2522

เป็นปที ่ี 34 ในรัชกาลปจั จบุ นั

พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า

โดยท่เี ปน็ การสมควรมกี ฎหมายวา่ ด้วยการคุ้มครองผู้บรโิ ภค

จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบญั ญตั ขิ ึน้ ไวโ้ ดยคาแนะนาและยินยอมของสภานิติ
บญั ญัตแิ หง่ ชาติ ทาหน้าทรี่ ัฐสภา ดังต่อไปน้ี

มาตรา 1 พระราชบญั ญตั ินเี้ รียกวา่ “พระราชบัญญัติคุ้มครองผบู้ รโิ ภค พ.ศ. 2522”

มาตรา 2[1] พระราชบญั ญัตนิ ้ีใหใ้ ช้บงั คบั ตง้ั แต่วนั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็น
ต้นไป

มาตรา 3 ในพระราชบัญญตั ินี้

“ซือ้ ” หมายความรวมถึง เช่า เชา่ ซ้อื หรือไดม้ าไม่วา่ ดว้ ยประการใด ๆ โดยใหค้ ่าตอบแทนเปน็
เงินหรือผลประโยชน์อยา่ งอน่ื

“ขาย” หมายความรวมถึง ใหเ้ ชา่ ใหเ้ ชา่ ซอ้ื หรอื จัดหาให้ไมว่ ่าด้วยประการใด ๆ โดยเรยี ก
ค่าตอบแทนเปน็ เงินหรอื ผลประโยชน์อย่างอ่นื ตลอดจนการเสนอหรอื การชกั ชวนเพ่อื การดงั กล่าวด้วย

“สนิ ค้า” หมายความวา่ สงิ่ ของทผ่ี ลิตหรอื มไี วเ้ พอ่ื ขาย

“บรกิ าร” หมายความวา่ การรบั จัดทาการงาน การใหส้ ิทธใิ ด ๆ หรือการใหใ้ ช้หรอื ใหป้ ระโยชน์
ในทรัพยส์ ินหรือกจิ การใด ๆ โดยเรยี กคา่ ตอบแทนเปน็ เงนิ หรอื ผลประโยชน์อืน่ แต่ไมร่ วมถงึ การจา้ ง
แรงงานตามกฎหมายแรงงาน

“ผลิต” หมายความวา่ ทา ผสม ปรงุ ประกอบ ประดิษฐ์ หรอื แปรสภาพและหมายความรวมถงึ
การเปล่ียนรปู การดดั แปลง การคัดเลือก หรอื การแบง่ บรรจุ

“ผู้บริโภค”[2] หมายความวา่ ผซู้ ้ือหรอื ผไู้ ด้รบั บรกิ ารจากผปู้ ระกอบธรุ กิจหรือผซู้ ง่ึ ได้รบั การ
เสนอหรอื การชักชวนจากผปู้ ระกอบธุรกจิ เพือ่ ใหซ้ อื้ สินค้าหรือรบั บริการ และหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้า
หรอื ผูไ้ ดร้ บั บรกิ ารจากผู้ประกอบธุรกจิ โดยชอบ แม้มไิ ดเ้ ปน็ ผู้เสียค่าตอบแทนก็ตาม

พระราชบญั ญตั คิ มุ้ ครองผู้บรโิ ภค พ.ศ. 2522 491

“ผ้ปู ระกอบธรุ กิจ” หมายความวา่ ผขู้ าย ผู้ผลิตเพอ่ื ขาย ผสู้ งั่ หรอื นาเข้ามาในราชอาณาจกั รเพื่อ
ขายหรือผซู้ ้อื เพื่อขายตอ่ ซงึ่ สินค้า หรอื ผู้ใหบ้ รกิ าร และหมายความรวมถึงผปู้ ระกอบกจิ การโฆษณาดว้ ย

“ข้อความ” หมายความรวมถึงการกระทาใหป้ รากฏด้วยตัวอักษร ภาพ ภาพยนตร์ แสง เสียง
เคร่อื งหมายหรอื การกระทาอยา่ งใด ๆ ทท่ี าให้บุคคลทั่วไปสามารถเขา้ ใจความหมายได้

“โฆษณา” หมายความถึงกระทาการไม่ว่าโดยวธิ ีใด ๆ ให้ประชาชนเหน็ หรอื ทราบขอ้ ความ เพ่อื
ประโยชน์ในทางการคา้

“ส่ือโฆษณา” หมายความวา่ สิง่ ท่ใี ช้เป็นสอ่ื ในการโฆษณา เช่น หนงั สอื พมิ พ์ ส่ิงพมิ พ์
วทิ ยกุ ระจายเสยี ง วทิ ยโุ ทรทัศน์ ไปรษณยี โ์ ทรเลข โทรศพั ท์ หรือป้าย

“ฉลาก” หมายความวา่ รูป รอยประดิษฐ์ กระดาษหรือสงิ่ อน่ื ใดทท่ี าให้ปรากฏข้อความเกย่ี วกบั
สินค้าซึ่งแสดงไว้ที่สินค้าหรือภาชนะบรรจหุ รือหบี หอ่ บรรจสุ นิ ค้า หรอื สอดแทรกหรอื รวมไวก้ บั สนิ ค้าหรอื
ภาชนะบรรจหุ รอื หบี หอ่ บรรจสุ นิ ค้า และหมายความรวมถงึ เอกสารหรือคมู่ ือสาหรบั ใช้ประกอบกบั สนิ ค้า
ป้ายทตี่ ิดตั้งหรอื แสดงไว้ท่ีสนิ ค้าหรือภาชนะบรรจหุ รอื หบี หอ่ บรรจสุ นิ คา้ น้ัน

“สัญญา”[3] หมายความวา่ ความตกลงกันระหว่างผบู้ รโิ ภคและผปู้ ระกอบธรุ กจิ เพื่อซอื้ และขาย
สินค้าหรอื ให้และรบั บริการ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการคมุ้ ครองผบู้ ริโภค

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการคุ้มครองผู้บรโิ ภค

“พนักงานเจ้าหนา้ ท่ี” หมายความว่า ผซู้ ง่ึ รัฐมนตรแี ต่งต้งั ใหป้ ฏบิ ัติการตามพระราชบญั ญตั นิ ี้

“รฐั มนตรี” หมายความวา่ รฐั มนตรผี ู้รกั ษาการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี

มาตรา 4 ผบู้ รโิ ภคมสี ทิ ธไิ ดร้ ับความคมุ้ ครองดังตอ่ ไปน้ี

(1) สทิ ธทิ จ่ี ะไดร้ บั ขา่ วสารรวมทงั้ คาพรรณาคณุ ภาพที่ถกู ตอ้ งและเพียงพอเกี่ยวกบั สนิ คา้ หรอื
บรกิ าร

(2) สิทธิทจ่ี ะมอี สิ ระในการเลอื กหาสินคา้ หรือบรกิ าร

(3) สทิ ธิทจี่ ะได้รบั ความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ

(3 ทว)ิ [4] สทิ ธิที่จะไดร้ บั ความเป็นธรรมในการทาสญั ญา

(4) สทิ ธทิ จ่ี ะได้รบั การพจิ ารณาและชดเชยความเสยี หาย

ทง้ั นี้ ตามทกี่ ฎหมายวา่ ดว้ ยการน้ัน ๆ หรอื พระราชบัญญัตินบ้ี ัญญัติไว้

492

มาตรา 5 ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ให้พนกั งานเจ้าหนา้ ทมี่ ีอานาจดงั ต่อไปนี้

(1) นับ ชง่ั ตวง วัด ตรวจสินคา้ และเก็บหรอื นาสนิ ค้าในปรมิ าณพอสมควรไปเป็นตวั อย่างเพอ่ื
ทาการทดสอบโดยไม่ต้องชาระราคาสนิ คา้ นัน้ ท้ังน้ี ตามหลกั เกณฑ์ทค่ี ณะกรรมการกาหนด

(2) คน้ ยึด หรืออายดั สินค้า ภาชนะหรอื หบี หอ่ บรรจสุ ินค้าฉลากหรอื เอกสารอืน่ ทไ่ี มเ่ ป็นไปตาม
พระราชบญั ญตั ินเี้ พอ่ื ประโยชนใ์ นการดาเนนิ คดใี นกรณที ี่มเี หตุอนั ควรสงสยั วา่ มกี ารกระทาผิดตาม
พระราชบญั ญัตินี้

(3) เข้าไปในสถานทห่ี รือยานพาหนะใด ๆ เพอื่ ตรวจสอบการผลติ สินคา้ การขายสนิ ค้าหรือ
บรกิ าร รวมทง้ั ตรวจสอบสมดุ บัญชี เอกสารและอปุ กรณท์ ่เี กย่ี วข้องของผปู้ ระกอบธรุ กจิ ในกรณที ม่ี เี หตอุ นั
ควรสงสัยวา่ มีการกระทาผิดตามพระราชบัญญัตนิ ้ี

(4) มหี นงั สอื เรียกใหบ้ ุคคลใด ๆ มาให้ถอ้ ยคา หรือส่งเอกสารและหลกั ฐานทจี่ าเป็นเพ่ือ
ประกอบการพจิ ารณาของพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี

ในการปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีตามวรรคหนงึ่ ให้ผทู้ ีเ่ กี่ยวขอ้ งอานวยความสะดวกตามสมควร

มาตรา 6 ในการปฏิบัติหน้าทีต่ ามมาตรา 5 (3) ถ้าไม่เปน็ การเรง่ ดว่ นใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทแี่ จ้ง
เป็นหนงั สอื ใหเ้ จ้าของหรือผคู้ รอบครองสถานทห่ี รอื ยานพาหนะน้ันทราบล่วงหนา้ ตามสมควรกอ่ น และให้
กระทาการตอ่ หน้าผคู้ รอบครองสถานทหี่ รอื ยานพาหนะ หรอื ถ้าเจ้าของหรอื ผู้ครอบครองไมอ่ ยใู่ นทีน่ น้ั ก็
ใหก้ ระทาตอ่ หน้าบุคคลอน่ื อยา่ งนอ้ ยสองคนซงึ่ พนกั งานเจา้ หน้าทไ่ี ด้รอ้ งขอมาเปน็ พยาน

การค้นตามมาตรา 5 (2) ใหพ้ นักงานเจ้าหนา้ ทีก่ ระทาได้เฉพาะเวลาระหว่างพระอาทิตยข์ ึน้ ถึง
พระอาทติ ย์ตก

มาตรา 7 ในการปฏบิ ัตหิ น้าที่ตามพระราชบัญญัตนิ ี้ พนักงานเจ้าหนา้ ท่ตี อ้ งแสดงบัตร
ประจาตวั เม่ือผู้ทเ่ี กี่ยวข้องรอ้ งขอ

บัตรประจาตวั ของพนักงานเจา้ หนา้ ที่ ใหเ้ ป็นไปตามแบบท่ีกาหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 8 ให้นายกรัฐมนตรรี ักษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี และให้มีอานาจแตง่ ต้งั พนกั งาน
เจ้าหนา้ ท่ี และออกกฎกระทรวงเพอื่ ปฏิบัตกิ ารตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี

กฎกระทรวงนนั้ เมอื่ ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแลว้ ให้ใชบ้ งั คบั ได้

พระราชบัญญัตคิ มุ้ ครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 493

หมวด 1

คณะกรรมการคุ้มครองผบู้ รโิ ภค

มาตรา 9[5] ใหม้ ีคณะกรรมการคณะหนงึ่ เรียกว่า “คณะกรรมการคุม้ ครอง
ผบู้ ริโภค” ประกอบด้วยนายกรฐั มนตรี เป็นประธานกรรมการ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปลดั สานัก
นายกรฐั มนตรี ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลดั กระทรวงมหาดไทย
ปลดั กระทรวงอุตสาหกรรม ปลดั กระทรวงคมนาคม เลขาธกิ ารคณะกรรมการอาหารและยา และ
ผทู้ รงคุณวุฒิอกี ไมเ่ กนิ แปดคนซง่ึ คณะรฐั มนตรแี ตง่ ตงั้ เป็นกรรมการ และเลขาธิการคณะกรรมการ
คุ้มครองผู้บรโิ ภค เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา 10 คณะกรรมการมอี านาจและหน้าที่ดงั ต่อไปนี้

(1) พิจารณาเรือ่ งราวรอ้ งทกุ ขจ์ ากผบู้ รโิ ภคที่ได้รับความเดอื ดร้อนหรือเสยี หายอันเนอ่ื งมาจาก
การกระทาของผปู้ ระกอบธรุ กิจ

(2) ดาเนินการเกี่ยวกบั สินคา้ ทีอ่ าจเปน็ อนั ตรายแกผ่ บู้ ริโภคตามมาตรา 36

(3) แจ้งหรอื โฆษณาขา่ วสารเกย่ี วกบั สนิ ค้าหรอื บรกิ ารท่อี าจกอ่ ให้เกิดความเสยี หายหรอื เสอ่ื ม
เสียแกส่ ิทธิของผ้บู รโิ ภค ในการน้จี ะระบุชื่อสนิ ค้าหรือบรกิ าร หรอื ชื่อของผปู้ ระกอบธรุ กจิ ด้วยก็ได้

(4) ให้คาปรกึ ษาและแนะนาแกค่ ณะกรรมการเฉพาะเรอื่ ง และพจิ ารณาวินิจฉัยการอทุ ธรณ์
คาสัง่ ของคณะกรรมการเฉพาะเรือ่ ง

(5) วางระเบียบเกีย่ วกับการปฏิบัตหิ น้าที่ของคณะกรรมการเฉพาะเร่ืองและคณะอนกุ รรมการ

(6) สอดสอ่ งเรง่ รัดพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี สว่ นราชการ หรอื หนว่ ยงานอน่ื ของรัฐใหป้ ฏบิ ตั กิ ารตาม
อานาจและหนา้ ท่ีทก่ี ฎหมายกาหนด ตลอดจนเรง่ รัดพนกั งานเจา้ หน้าท่ีใหด้ าเนนิ คดีในความผิดเกี่ยวกบั
การละเมิดสทิ ธิของผ้บู ริโภค

(7) ดาเนินคดีเก่ยี วกับการละเมดิ สทิ ธขิ องผบู้ รโิ ภคทค่ี ณะกรรมการเหน็ สมควรหรือมผี ้รู อ้ งขอ
ตามมาตรา 39

(8) รบั รองสมาคมตามมาตรา 40

(9) เสนอความเหน็ ตอ่ คณะรัฐมนตรีเก่ียวกบั นโยบายและมาตรการในการคุ้มครองผบู้ รโิ ภค และ
พิจารณาใหค้ วามเหน็ ในเรื่องใด ๆ ท่เี กีย่ วกบั การคมุ้ ครองผู้บริโภคตามที่คณะรัฐมนตรหี รือรฐั มนตรี
มอบหมาย

(10) ปฏิบตั กิ ารอืน่ ใดตามท่มี กี ฎหมายกาหนดไวใ้ หเ้ ปน็ อานาจและหนา้ ท่ีของคณะกรรมการ

494

ในการปฏิบตั หิ น้าท่ตี ามมาตรานี้ คณะกรรมการอาจมอบหมายใหส้ านักงานคณะกรรมการ
คุ้มครองผู้บรโิ ภคเปน็ ผ้ปู ฏบิ ตั กิ ารหรอื เตรยี มข้อเสนอมายงั คณะกรรมการเพ่ือพิจารณาดาเนนิ การตอ่ ไปได้

มาตรา 11 ใหก้ รรมการซงึ่ คณะรฐั มนตรีแต่งตงั้ อยูใ่ นตาแหน่งคราวละสามปีกรรมการที่พน้
จากตาแหน่งอาจไดร้ บั แตง่ ต้งั อกี ได้

มาตรา 12 นอกจากการพน้ จากตาแหนง่ ตามวาระตามมาตรา 11 กรรมการซง่ึ คณะรัฐมนตรี
แตง่ ต้ังพน้ จากตาแหน่ง เม่ือ

(1) ตาย

(2) ลาออก

(3) คณะรฐั มนตรใี ห้ออก

(4) เปน็ บคุ คลลม้ ละลาย

(5) เป็นคนไรค้ วามสามารถหรือคนเสมอื นไรค้ วามสามารถ

(6) ได้รบั โทษจาคุกโดยคาพิพากษาถงึ ทีส่ ดุ ใหจ้ าคุก เวน้ แตเ่ ป็นโทษสาหรบั ความผิดท่ไี ดก้ ระทา
โดยประมาทหรอื ความผดิ ลหุโทษ

ในกรณที ี่กรรมการพน้ จากตาแหนง่ กอ่ นวาระ คณะรฐั มนตรอี าจแต่งต้ังผู้อ่ืนเปน็ กรรมการแทน
ได้และให้ผทู้ ่ีไดร้ บั แตง่ ต้งั ให้ดารงตาแหนง่ แทนอยใู่ นตาแหนง่ เท่ากบั วาระที่เหลอื อยูข่ องกรรมการซ่งึ ตน
แทน

ในกรณที ีค่ ณะรัฐมนตรแี ต่งตง้ั กรรมการเพิ่มข้ึนในระหว่างทก่ี รรมการซึ่งแต่งตง้ั ไวแ้ ล้วยังมีวาระ
อยู่ในตาแหนง่ ใหผ้ ทู้ ี่ได้รบั แตง่ ต้งั ใหเ้ ปน็ กรรมการเพม่ิ ข้นึ อยใู่ นตาแหนง่ เท่ากับวาระทเ่ี หลอื อย่ขู อง
กรรมการทีไ่ ดร้ บั แตง่ ต้ังไว้แลว้

มาตรา 13 ในการประชุมคณะกรรมการ ถา้ ประธานกรรมการไม่มาประชมุ หรอื ไมอ่ ยใู่ นที่
ประชุม ใหก้ รรมการทีม่ าประชุมเลือกกรรมการคนหนึง่ เปน็ ประธานในทปี่ ระชุม

การประชุมคณะกรรมการทุกคราวตอ้ งมีกรรมการมาประชุมไม่ต่ากวา่ กง่ึ หนง่ึ ของจานวน
กรรมการทง้ั หมด จงึ จะเป็นองค์ประชุม

การวนิ ิจฉัยช้ขี าดของทป่ี ระชมุ ใหถ้ ือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึง่ ใหม้ เี สียงหนึ่งในการ
ลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเทา่ กนั ให้ประธานในท่ปี ระชุมออกเสียงเพม่ิ ข้ึนอีกเสยี งหนึง่ เปน็ เสยี งชขี้ าด

มาตรา 14 ใหม้ ีคณะกรรมการเฉพาะเร่ือง ดงั ตอ่ ไปนี้

(1) คณะกรรมการว่าดว้ ยการโฆษณา

พระราชบัญญัติค้มุ ครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 495

(2) คณะกรรมการวา่ ด้วยฉลาก

(3)[6] คณะกรรมการวา่ ดว้ ยสัญญา

คณะกรรมการเฉพาะเรอ่ื ง ประกอบดว้ ยกรรมการผทู้ รงคณุ วุฒิในเร่อื งทเี่ กยี่ วข้องตามท่ี
คณะกรรมการแต่งตงั้ ขึน้ มจี านวนไม่นอ้ ยกวา่ เจด็ คนแต่ไมเ่ กนิ สิบสามคน

กรรมการเฉพาะเรือ่ ง อยูใ่ นตาแหนง่ คราวละสองปี และใหน้ ามาตรา 11 วรรคสอง และมาตรา
12 มาใช้บังคบั โดยอนโุ ลม

คณะกรรมการเฉพาะเรอ่ื ง มอี านาจและหนา้ ทตี่ ามท่ีกาหนดไว้ในพระราชบัญญัตนิ แ้ี ละตามที่
คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา 15 คณะกรรมการและคณะกรรมการเฉพาะเรอ่ื ง จะแตง่ ตั้งคณะอนกุ รรมการเพ่ือ
พิจารณาหรือปฏิบัตกิ ารอย่างหน่ึงอยา่ งใดตามท่คี ณะกรรมการหรือคณะกรรมการเฉพาะเรอื่ งมอบหมายก็
ได้

มาตรา 16 การประชุมของคณะกรรมการเฉพาะเร่ืองและคณะอนกุ รรมการให้นามาตรา 13
มาใช้บังคบั โดยอนโุ ลม

มาตรา 17 คณะกรรมการและคณะกรรมการเฉพาะเรื่องมอี านาจสง่ั ใหบ้ คุ คลหนง่ึ บุคคลใดส่ง
เอกสารหรอื ข้อมูลทเ่ี ก่ยี วกบั เร่อื งทมี่ ผี ้รู ้องทุกขห์ รอื เรอื่ งอืน่ ใดท่เี กีย่ วกบั การค้มุ ครองสทิ ธขิ องผบู้ ริโภคมา
พิจารณาได้ ในการน้ีจะเรียกบคุ คลท่ีเกยี่ วข้องมาชแี้ จงดว้ ยกไ็ ด้

มาตรา 18 ในการปฏิบตั หิ น้าที่ตามพระราชบญั ญัตินี้ คณะกรรมการหรอื คณะกรรมการเฉพาะ
เรือ่ งต้องให้โอกาสแกผ่ ูถ้ กู กลา่ วหาหรือสงสัยวา่ กระทาการอนั เปน็ การละเมิดสทิ ธขิ องผ้บู รโิ ภค เพอ่ื ชแ้ี จง
ข้อเทจ็ จรงิ และแสดงความคิดเห็นตามสมควร เวน้ แต่ในกรณีท่จี าเป็นและเรง่ ด่วน

การกาหนดหรอื การออกคาสง่ั ในเรือ่ งใดตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ ให้คณะกรรมการหรอื
คณะกรรมการเฉพาะเรือ่ งคานึงถึงความเสียหายทอี่ าจเกิดขน้ึ แก่ทง้ั ผบู้ ริโภคและผปู้ ระกอบธุรกจิ และใน
กรณที ่ีเหน็ สมควรคณะกรรมการหรือคณะกรรมการเฉพาะเร่ืองจะกาหนดเงอ่ื นไขหรือวิธีการช่ัวคราวใน
การบงั คับใหเ้ ปน็ ไปตามการกาหนดหรอื การออกคาสงั่ น้นั กไ็ ด้

มาตรา 19[7] ให้จดั ตั้งสานกั งานคณะกรรมการค้มุ ครองผบู้ รโิ ภคขึ้นในสานกั นายกรัฐมนตรี

ให้มเี ลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมอี านาจหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปและ
รับผดิ ชอบในการปฏิบตั ริ าชการของสานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผบู้ ริโภค และจะใหม้ รี องเลขาธิการ
และผชู้ ว่ ยเลขาธิการเป็นผ้ชู ว่ ยปฏบิ ัตริ าชการด้วยกไ็ ด้

496

มาตรา 20 ให้สานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผบู้ ริโภคมีอานาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) รบั เรอ่ื งราวรอ้ งทกุ ข์จากผบู้ ริโภคท่ไี ดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นหรือเสยี หายอนั เน่อื งมาจากการ
กระทาของผปู้ ระกอบธรุ กิจ เพ่อื เสนอตอ่ คณะกรรมการ

(2) ติดตามและสอดส่องพฤตกิ ารณข์ องผปู้ ระกอบธรุ กจิ ซ่ึงกระทาการใด ๆ อันมลี ักษณะเป็น
การละเมิดสิทธิของผู้บรโิ ภค และจัดให้มกี ารทดสอบหรือพสิ จู น์สนิ ค้าหรือบรกิ ารใด ๆ ตามที่เหน็ สมควร
และจาเป็นเพ่อื คุม้ ครองสทิ ธิของผบู้ ริโภค

(3) สนับสนนุ หรือทาการศกึ ษาและวิจยั ปญั หาเกี่ยวกับการคมุ้ ครองผบู้ ริโภครว่ มกบั
สถาบนั การศึกษาและหน่วยงานอืน่

(4) ส่งเสริมและสนบั สนุนใหม้ ีการศึกษาแกผ่ ู้บริโภคในทกุ ระดบั การศึกษาเกย่ี วกับความ
ปลอดภยั และอนั ตรายทีอ่ าจได้รบั จากสนิ ค้าหรือบรกิ าร

(5) ดาเนินการเผยแพร่วชิ าการ และใหค้ วามรแู้ ละการศกึ ษาแก่ผู้บรโิ ภค เพื่อสร้างนสิ ัยในการ
บรโิ ภคที่เปน็ การสง่ เสรมิ พลานามัย ประหยดั และใช้ทรพั ยากรของชาตใิ หเ้ ป็นประโยชนม์ ากทสี่ ุด

(6) ประสานงานกับสว่ นราชการหรือหนว่ ยงานของรฐั ทม่ี ีอานาจหน้าทเี่ กี่ยวกับการควบคมุ
ส่งเสรมิ หรือกาหนดมาตรฐานของสนิ ค้าหรือบรกิ าร

(7) ปฏบิ ัติการอ่นื ใดตามท่คี ณะกรรมการหรอื คณะกรรมการเฉพาะเรือ่ งมอบหมาย

หมวด 2

การคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค

มาตรา 21[8] ในกรณีทกี่ ฎหมายวา่ ดว้ ยการใดได้บญั ญตั เิ รอ่ื งใดไว้โดยเฉพาะแล้วใหบ้ งั คบั ตาม
บทบญั ญัติแหง่ กฎหมายวา่ ดว้ ยการนนั้ และให้นาบทบญั ญัตใิ นหมวดนี้ไปใชบ้ ังคับได้เท่าทไี่ มซ่ ้าหรอื ขัดกับ
บทบญั ญตั ิดังกลา่ ว เว้นแต่

(1) ในกรณที ีม่ ีความจาเปน็ เพอ่ื ประโยชนแ์ กผ่ บู้ ริโภคเป็นสว่ นรวม หากปรากฏวา่ เจา้ หนา้ ทผ่ี มู้ ี
อานาจตามกฎหมายดังกล่าวยังมไิ ด้มกี ารดาเนนิ การหรอื ดาเนินการยังไมค่ รบขั้นตอนตามกฎหมายว่าด้วย
การนนั้ และมิไดอ้ อกคาสัง่ เกี่ยวกบั การคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคตามกฎหมายดงั กลา่ วภายในเก้าสิบวันนบั แต่วันท่ี
ไดร้ บั หนงั สือแจ้งจากคณะกรรมการเฉพาะเร่ืองหรือคณะกรรมการ ใหค้ ณะกรรมการเฉพาะเร่อื งหรือ
คณะกรรมการเสนอเร่ืองใหน้ ายกรฐั มนตรพี จิ ารณาออกคาสงั่ ตามความในหมวดน้ีได้

(2) ในกรณตี าม (1) ถา้ มคี วามจาเป็นเรง่ ดว่ นอันมอิ าจปล่อยให้เนน่ิ ชา้ ต่อไปได้ให้คณะกรรมการ
เฉพาะเรอื่ งหรอื คณะกรรมการเสนอเรือ่ งให้นายกรฐั มนตรีพจิ ารณาออกคาสัง่ ตามความในหมวดนี้ได้โดยไม่
ตอ้ งมหี นงั สอื แจ้งหรือรอให้ครบกาหนดเก้าสิบวนั ตามเง่อื นไขใน (1)


Click to View FlipBook Version