The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ-62-อปท

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 60011210053, 2021-03-17 02:57:30

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ-62-อปท

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ-62-อปท

แนวข้อสอบ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 147

10. ตามบทบญั ญัติรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กาหนดใหม้ ปี ระธานองคมนตรี 1

คน และองคมนตรีอืน่ อีกไม่เกนิ จานวนกี่คน

ก. 18 ข. 19

ค. 20 ง. 21

11. รัฐตอ้ งดาเนนิ การให้เดก็ ไทยทุกคนไดร้ ับการศกึ ษาเป็นเวลากี่ปี ตั้งแตก่ อ่ นวัยเรยี นจบการศึกษาจน

จบการศกึ ษาภาคบังคับอยา่ งมคี ุณภาพโดยไมเ่ ก็บคา่ ใชจ้ า่ ย

ก. 9 ปี ข. 10 ปี

ค. 11 ปี ง. 12 ปี

12. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอยู่ในส่วนใด ของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

ก. หน้าทข่ี องปวงชนชาวไทย ข. หน้าท่ีของรฐั

ค. แนวนโยบายแห่งรัฐ ง. บทท่ัวไป

13. ผูร้ ับสนองพระบรมราชโองการ ตามรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

ก. ประธานสภานติ บิ ัญญตั แิ หง่ ชาติ ข. นายกรัฐมนตรี

ค. หวั หนา้ คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ง. ประธานองคมนตรี

14. เงินประจาตาแหน่งและประโยชนต์ อบแทนอยา่ งอ่นื ขององคมนตรี ประธานและรองประธานสภา

ผู้แทนราษฎรประธานและรองประธานวฒุ ิสภา ให้กาหนดโดยกฎหมายใด

ก. พระราชกาหนด ข. พระราชบัญญัติ

ค. พระราชกฤษฎีกา ง. กฎกระทรวง

15. คณะรฐั มนตรีประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี 1 คน และรฐั มนตรอี กี ไมเ่ กินกี่คน

ก. 30 คน ข. 35 คน

ค. 39 คน ง. 40 คน

16. รัฐต้องดาเนินการให้เด็กทกุ คนไดร้ ับการศกึ ษาเป็นเวลาสิบสองปี ตง้ั แตก่ อ่ นวัยเรยี นจนจบการศกึ ษา

ภาคบังคับอยา่ งมีคุณภาพโดยไมเ่ กบ็ คา่ ใชจ้ า่ ย สอดคลอ้ งกับมาตราใดของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั ร

ไทย พ.ศ.2560

ก. มาตรา 52 ข. มาตรา 53

ค. มาตรา 54 ง. มาตรา 55

17. บคุ คลท่มี ีอายตุ ้ังแตก่ ปี่ ีขน้ึ ไป และไม่มรี ายไดเ้ พยี งพอตอ่ การยงั ชพี และบุคคลยากไร้ ยอ่ มมีสทิ ธิรบั

ความช่วยเหลอื ทีเ่ หมาะสมจากรัฐ

ก. 60 ปี ข. 62 ปี

ค. 65 ปี ง. 70 ปขี ้นึ ไป

148

18. ตามรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องตามหนา้ ทข่ี องปวงชน

ชาวไทย

ก. ไม่รว่ มมอื หรอื สนบั สนุนการทจุ รติ และประพฤติมิชอบทุกรปู แบบ

ข. ไปใช้สิทธเิ ลือกตง้ั หรือลงประชามตอิ ยา่ งอสิ ระโดยคานึงประโยชน์สว่ นรวมของประเทศเปน็

สาคญั

ค. รับราชการทหารตามทก่ี ระทรวงกลาโหมหรอื รัฐบาลกาหนด

ง. เสยี ภาษอี ากรตามท่กี ฎหมายบญั ญัติ

19. ขอ้ ใดไม่ใชค่ ุณสมบตั ขิ องนายกรัฐมนตรี

ก. มีสญั ชาติไทยโดยการเกิด

ข.มอี ายไุ ม่ต่ากว่าสามสบิ หา้ ปบี รบิ ูรณ์

ค. เปน็ สมาชกิ วฒุ ิสภา

ง. สาเร็จการศกึ ษาไม่ตา่ กว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

20. ตามรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย 2560 คณะองคมนตรมี จี านวนทั้งหมดกี่คน

ก. ไม่เกิน 16 ข. ไม่เกิน 17

ค. ไม่เกนิ 18 ง. ไมเ่ กิน 19

21. บุคคลผูม้ ีคุณสมบัตติ ามข้อใด เปน็ ผู้มสี ิทธิเลือกตง้ั

ก. มีอายุไม่ต่ากวา่ สบิ แปดปีในวนั เลือกตัง้

ข. มอี ายุไม่ตา่ กว่าย่ีสบิ ปีในวันเลอื กตงั้

ค. มีอายไุ ม่ตา่ กวา่ ยี่สิบเอ็ดปใี นวนั เลือกต้งั

ง. มีอายุไมต่ า่ กว่ายส่ี บิ สองปใี นวันเลอื กตัง้

22. โครงสรา้ งหรือโครงข่ายขน้ั พื้นฐานของกจิ การสาธารณปู โภคข้ันพื้นฐานของรฐั อันจาเป็นต่อการ

ดารงชวี ิตของประชาชนหรือเพื่อความมนั่ คงของรัฐตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย 2560 รฐั

ต้องเป็นเจ้าของเทา่ ใด

ก. ร้อยละ 50 ข. ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 50

ค. ร้อยละ 51 ง. ไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 51

23.ใหป้ ระชมุ คร้งั แรกภายในก่วี ันนับแตว่ ันเลือกตัง้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร

ก. 15 วนั ข. 30 วัน

ค. 45 วนั ง. 60 วัน

24. สมัยประชมุ สามญั ของรฐั สภาสมยั หนึ่ง ๆ ให้มีกาหนดเวลาก่วี นั

ก. 90 วนั ข. 120 วัน

ค. 150 วนั ง. ไม่จากดั เวลา

แนวขอ้ สอบ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 149

25. ตามรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย มีท้งั หมดจานวนก่ี

ข้อ

ก. 9 ขอ้ ข. 10 ข้อ

ค. 11 ขอ้ ง. 12 ข้อ

26. สภาผูแ้ ทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนทง้ั หมดก่ีคน

ก. 300 คน ข. 400 คน

ค. 500 คน ง. 600 คน

27. บุคคลใดทรงไว้ซงึ่ อานาจในการประกาศสงคราม ประกาศใชแ้ ละเลิกใชก้ ฎอัยการศกึ และ ตรา

พระราชกฤษฎกี า

ก. พระมหากษัตริย์ ข. นายกรฐั มนตรี

ค. ประธานวุฒสิ ภา ง. ประธานสภาผแู้ ทนราษฎร

28. สภาผู้แทนราษฎรประกอบดว้ ยสมาชกิ แบบบญั ชีรายช่อื พรรคการเมอื งจานวนทั้งหมดกี่คน

ก. 150 คน ข. 250 คน

ค. 350 คน ง. 450 คน

29. จานวนสมาชกิ รัฐสภาตาม รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มีก่คี น

ก. 750 คน ข. 800 คน

ค. 850 คน ง. 900 คน

30. เมื่ออายขุ องสภาผู้แทนราษฎรสน้ิ สุดลงต้องจดั ให้มีการเลือกต้งั ทั่วไปใหม่ภายในกวี่ ัน

ก. 15 วนั ข. 30 วนั

ค. 45 วัน ง. 60 วัน

31. เม่ืออายขุ องวุฒสิ ภาส้นิ สดุ ลงคณะกรรมการเลือกต้งั ตอ้ งกาหนดวันเรม่ิ ดาเนินการเพ่อื เลือกสมาชกิ

วุฒิสภาไม่ชา้ กว่าก่วี ัน นบั แต่วันท่ีพระราชกฤษฎีกามผี ลบังคับใช้

ก. 15 วนั ข. 30 วนั

ค. 45 วนั ง. 60 วัน

32. การเสนอร่างพระราชบัญญัตติ อ้ งให้ผมู้ สี ทิ ธิเลือกตัง้ จานวนไม่นอ้ ยกวา่ กค่ี นเข้าชือ่

ก. 5,000 คน ข. 10,000 คน

ค. 15,000 คน ง. 50,000 คน

33. สมาชกิ ผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตง้ั แบบแบง่ เขตเลือกตง้ั ให้ใชว้ ธิ ีออกเสยี งลงคะแนนโดย

วิธใี ด

ก. ตรงและลบั ข. เปิดเผย

ค. ลับ ง. ตามความเหมาะสม

150

34. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 วาระเร่มิ แรกกาหนดให้รฐั สภามีจานวน

รวมกัน ทัง้ หมดก่คี น

ก. 550 คน ข. 600 คน

ค. 700 คน ง. 750 คน

35. ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ผู้แทนปวงชนชาวไทย คือ ผใู้ ด

ก. สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชกิ วุฒสิ ภา ข. สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร

ค. สมาชิกวฒุ ิสภา ง. สมาชิกสภานติ ิบัญญตั ิ

36. ข้อใดเป็นองค์กรอสิ ระตามรฐั ธรรมนญู พ.ศ. 2560

ก. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ข. คณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริตแหง่ ชาติ (ป.ป.ช.)

ค. คณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ (คตง.)

ง. ถกู ทุกข้อ

37. สภาผแู้ ทนราษฎรมอี ายคุ ราวละก่ปี ีนับแต่วนั เลอื กตงั้

ก. 2 ปี ข. 3 ปี

ค. 4 ปี ง. 5 ปี

38. ส.ว. จานวนไม่น้อยกว่าเท่าใดมสี ิทธเิ ขา้ ชอื่ ขอเปิดอภิปรายท่วั ไป เพอ่ื ให้คณะรฐั มนตรแี ถลง

ข้อเทจ็ จรงิ หรอื ชี้แจงปัญหาเก่ยี วกับการบรหิ ารราชการแผน่ ดินโดยไม่มีการลงมติ

ก. 1 ใน 3 ข. 2 ใน 3

ค. 1 ใน 5 ง. 2 ใน 5

39. สมาชกิ วฒุ ิสภาตอ้ งมีคุณสมบตั ดิ งั ต่อไปน้ียกเว้นข้อใด

ก. มสี ัญญาชาตไิ ทยโดยการเกิด

ข. มีอายไุ ม่ต่ากวา่ 35 ปี ในวันรับเลอื กตงั้

ค. มคี วามรู้ ความเชย่ี วชาญ และประสบการณ์ ดา้ นท่ีสมคั รไม่น้อยกวา่ 10 ปี

ง. เกิด มชี ื่ออย่ใู นทะเบยี นบ้าน ทางาน หรอื มีความเกี่ยวพนั กับพน้ื ทที่ ี่สมัครตามหลกั เกณฑ์

และเง่อื นไขที่บญั ญตั ิไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยการไดม้ าซ่งึ สมาชกิ

วุฒิสภา

40. อายขุ องวฒุ ิสภามกี าหนดคราวละก่ปี ีนับประกาศผลการเลือก

ก. 3 ข. 4 ปี

ค. 5 ปี ง. 6 ปี

41. ตามรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 พระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญมกี ่ฉี บับ

ก. 5 ข. 7

ค. 8 ง. 10

แนวข้อสอบ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 151

42. บคุ คลในขอ้ ใด มคี ุณสมบัติเป็นผมู้ ีสิทธิเลือกตัง้

ก. มีสญั ชาตไิ ทยแต่บคุ คลผมู้ สี ญั ชาติไทยโดยการแปลงสัญชาตติ อ้ งไดส้ ญั ชาติไทยมาแล้วไมน่ ้อย

กวา่ 5 ปี

ข. มอี ายไุ มต่ ่ากว่าสิบแปดปใี นวันเลอื กตง้ั

ค. มีชื่ออยูใ่ นทะเบียนบ้านในเขตเลอื กตงั้ มาแล้วเป็นเวลาไมน่ อ้ ยกว่าเกา้ สบิ วันนบั ถงึ วันเลือกตง้ั

ผ้มู ีสทิ ธิเลือกตงั้ ซง่ึ อย่นู อกเขตเลอื กตงั้ ทตี่ นมีชอื่ อย่ใู นทะเบียนบา้ น หรือมีชื่ออยใู่ นทะเบยี น

บ้าน

ในเขตเลอื กตั้งเปน็ เวลาน้อยกวา่ เก้าสบิ วนั นับถึงวันเลอื กตง้ั หรือมีถ่นิ ท่อี ยูน่ อกราชอาณาจักร

จะขอลงทะเบียนเพอื่ ออกเสียงลงคะแนนเลอื กตง้ั นอกเขตเลอื กต้งั ณ สถานทแ่ี ละตามวนั เวลา

วิธกี ารและเง่อื นไขทบ่ี ัญญัติไวใ้ นพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการเลอื กต้ัง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้

ง. ถูกทุกขอ้

43. นายกรัฐมนตรจี ะดารงตาแหน่งตดิ ตอ่ กันเกนิ กวา่ กปี่ ีไมไ่ ด้

ก. 5 ปี ข. 6 ปี

ค. 8 ปี ง. 9 ปี

44. ความเป็นรัฐมนตรีส้นิ สดุ ลงเฉพาะตวั สนิ้ สดุ ลงทุกข้อยกเว้นขอ้ ใด

ก. ลาออก

ข. กระทาการอันเปน็ การต้องหา้ มตามมาตรา 186 หรอื มาตรา 187

ค. มีพระบรมราชโองการใหพ้ ้นจากความเปน็ รฐั มนตรีตามมาตรา 171

ง. ถกู ทกุ ขอ้

45. ศาลตามรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 จะต้ังขน้ึ ไดโ้ ดยขอ้ ใด

ก. พระราชกฤษฎีกา ข. รฐั ธรรมนญู

ค. พระราชบญั ญตั ิ ง. ผดิ ทุกข้อ

46.ใครเสนอร่างพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู ได้

ก. คณะรัฐมนตรี

ข. ส.ส. จานวนไมน่ ้อยกว่า 1 ใน 10

ค. ศาลรฐั ธรรมนูญ ศาลฎกี า หรอื องคก์ รอสิ ระตามรัฐธรรมนญู

ง. ถกู ทกุ ข้อ

152

47. ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ ง
ก. ศาลปกครอง แบ่งออกเปน็ ศาลปกครองสงู สุดและศาลปกครองช้ันต้น
ข. ศาลทหารมอี านาจพจิ ารณาพพิ ากษาคดีอาญาทผี่ ูก้ ระทาผิดเปน็ บคุ คล ซง่ึ อยู่ในอานาจศาล
ทหารและคดีอ่นื
ค. ศาลรัฐธรรมนญู ประกอบดว้ ยตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู จานวน 9 คนซงึ่ พระมหากษัตริยท์ รง
แต่งต้งั จากบุคคล
ง. ถูกทกุ ขอ้

48. บคุ คลในข้อใด ถือว่าเป็นผมู้ ีสทิ ธิเลือกตั้งสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร
ก. มสี ญั ชาติไทยโดยการแปลงสญั ชาติ โดยไดส้ ัญชาติไทยมาแล้วไม่นอ้ ยกว่า 2 ปี
ข. มสี ญั ชาตไิ ทยโดยการแปลงสญั ชาติ โดยไดส้ ญั ชาตไิ ทยมาแลว้ ไมน่ ้อยกว่า 3 ปี
ค. มีสัญชาตไิ ทยโดยการแปลงสญั ชาติ โดยได้สัญชาตไิ ทยมาแลว้ ไม่นอ้ ยกวา่ 5 ปี
ง. มีสญั ชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ โดยได้สญั ชาตไิ ทยมาแลว้ ไม่นอ้ ยกว่า 10 ปี

49. ขอ้ ใดไม่ใช่หน้าท่ีของปวงชนชาวไทย
ก. เข้ารับการศกึ ษาในภาคบงั คับ
ข. ไปใชส้ ทิ ธิเลือกต้งั
ค. รบั ราชการตารวจตามทก่ี ฎหมายบัญญัติ
ง. เสียภาษี

50. รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เป็นรัฐธรรมนญู ฉบับที่เทา่ ใด
ก. 17
ข. 18
ค. 19
ง. 20

เฉลยข้อสอบ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 153

เฉลยขอ้ สอบ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

ข้อ คาตอบ ข้อ คาตอบ
1 ข 26 ค
2 ก 27 ก
3 ง 28 ก
4 ค 29 ก
5 ข 30 ค
6 ก 31 ข
7 ง 32 ข
8 ข 33 ก
9 ข 34 ง
10 ก 35 ก
11 ง 36 ง
12 ข 37 ค
13 ข 38 ก
14 ค 39 ข
15 ข 40 ค
16 ค 41 ง
17 ก 42 ง
18 ค 43 ค
19 ค 44 ง
20 ง 45 ค
21 ก 46 ง
22 ง 47 ง
23 ก 48 ค
24 ข 49 ค
25 ข 50 ง

154

สรปุ สาระสาคญั พระราชบัญญตั ิระเบียบบรหิ ารราชการแผน่ ดินพ.ศ. 2534

1. ตราพระราชบญั ญตั ขิ นึ้ ไว้โดยคาแนะนาและยนิ ยอมของสภานิติบัญญตั ิแหง่ ชาติ (ฉบับที่ 1)

2. พระราชบญั ญตั นิ ้ีใหใ้ ช้บงั คบั ตง้ั แต่วันถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ต้นไป

*ราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม 108/ตอนที่ 156/ฉบับพิเศษ หน้า 1/4 กันยายน 2534 ฉบบั ที่ 1 มผี ลบังคับ
ใช้วนั ท่ี 5 กันยายน 2534

3. ฉบบั ท่ี 8 พ.ศ. 2553

ตราพระราชบญั ญัติข้ึนไวโ้ ดยคาแนะนาและยนิ ยอมของรฐั สภา*ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 127/ตอนท่ี
75ก/หน้า 51/7 กันยายน 2553 ฉบับที่ 8 มผี ลบงั คบั ใช้วันท่ี 8 กันยายน 2553

4. การบรหิ ารราชการตามพระราชบญั ญัตินีต้ ้องเปน็ ไป

- เพ่ือประโยชนส์ ขุ ของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกจิ ของรฐั
- ความมปี ระสิทธิภาพ
- ความคมุ้ คา่ ในเชงิ ภารกิจแห่งรัฐ
- การลดข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
- การลดภารกิจและยบุ เลิกหน่วยงานทีไ่ ม่จาเป็น
- การกระจายภารกิจและทรพั ยากรใหแ้ กท่ ้องถนิ่
- การกระจายอานาจตัดสนิ ใจ
- การอานวยความสะดวก และการตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน

5. ใหจ้ ดั ระเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดิน ดงั น้ี

(1)ระเบยี บบรหิ ารราชการส่วนกลาง
(2)ระเบยี บบริหารราชการสว่ นภูมิภาค
(3)ระเบียบบริหารราชการสว่ นท้องถิ่น

6. การแบ่งราชการออกเป็นสว่ นตา่ งๆ ให้กาหนดตาแหน่งและอตั ราเงนิ เดือนโดยคานึงถึง
คณุ ภาพและปรมิ าณงานของสว่ นราชการน้นั ๆ ไวด้ ว้ ย

7. ให้นายกรฐั มนตรรี กั ษาการตามพระราชบญั ญัติน้ี

8. ใหจ้ ัดระเบียบบริหารราชการสว่ นกลาง ดังนี้

(1) สานักนายกรฐั มนตรี
(2) กระทรวง หรอื ทบวงซง่ึ มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั ริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 155

(3) ทบวง ซง่ึ สงั กดั สานกั นายกรัฐมนตรหี รือกระทรวง
(4) กรม หรือสว่ นราชการทเ่ี รียกชื่ออยา่ งอน่ื และมีฐานะเป็นกรม ซงึ่ สงั กัดหรือไมส่ งั กัด
สานักนายกรฐั มนตรี กระทรวงหรือทบวงสานกั นายกรฐั มนตรีมฐี านะเปน็ กระทรวง สว่ นราชการตาม (1)
(2) (3) และ (4) มีฐานะเปน็ นิตบิ คุ คล

9. การจดั ต้ัง การรวม การโอนส่วนราชการ ตามขอ้ 8 ดาเนินการดังนี้

การดาเนินการ ตราเป็นกฎหมาย หมายเหตุ
การจัดตงั้ และการรวม การโอน พระราชบญั ญัติ
ส่วนราชการกรณี มีการกาหนด
ตาแหนง่ หรอื อตั ราของ
ขา้ ราชการหรอื ลกู จา้ งเพม่ิ ขน้ึ

การจดั ตง้ั ทบวง ใหส้ งั กัดสานกั พระราชบัญญตั ิ ใหร้ ะบสุ งั กัดไวด้ ว้ ย
นายกรัฐมนตรหี รอื กระทรวง

การรวม/การโอนส่วนราชการ พระราชกฤษฎีกา ใหร้ ะบอุ านาจหนา้ ท่ีของสว่ น
กรณีไมม่ กี าหนดตาแหนง่ หรอื ราชการการโอนอานาจหน้าที่
อัตราของขา้ ราชการหรอื การโอนข้าราชการและลกู จา้ ง
ลกู จา้ งเพม่ิ ขนึ้ งบประมาณรายจ่าย รวมท้ัง
ทรพั ยส์ นิ และหนี้ไวด้ ้วย
การจดั ตงั้ กรม/สว่ นราชการที่ พระราชบัญญัติ ใหร้ ะบสุ งั กดั ด้วย
เรยี กชือ่ อยา่ งอื่นและมฐี านะเป็น
กรม ซงึ่ ไม่สงั กัดสานกั
นายกรฐั มนตรี กระทรวง หรือ
ทบวง

10. การจัดตั้ง การรวม การโอนสว่ นราชการ ตามขอ้ 8 ดาเนนิ การดงั น้ี
การเปลยี่ นช่ือ ตราเปน็ กฎหมาย พระราชกฤษฎีกา
หมายเหตุ
1. ถ้าชอื่ ตาแหน่งข้าราชการเปล่ียนใหร้ ะบกุ ารเปลย่ี นชื่อไว้ดว้ ย

156

2.กรณบี ทบัญญตั แิ หง่ กฎหมายทุกประเภทประกาศหรอื คาสง่ั ใดท่ีอา้ งถึงสว่ นราชการ
หรอื ตาแหน่งของข้าราชการที่ไดถ้ กู เปลย่ี นช่อื ใหถ้ อื ว่าบทบญั ญตั ิแหง่ กฎหมายทกุ
ประเภทประกาศหรอื คาสัง่ นนั้ อ้างถึงสว่ นราชการหรือตาแหนง่ ของข้าราชการที่ได้
เปลีย่ นชื่อไปดว้ ย

11. การยุบสว่ นราชการ ตามขอ้ 8 ดาเนินการดังน้ี

การยบุ ส่วนราชการ ตราเป็นกฎหมาย พระราชกฤษฎกี า
หมายเหตุ

1. ให้งบประมาณของสว่ นราชการนั้นระงบั ไป

2. ทรพั ยส์ นิ ของสว่ นราชการนน้ั ใหโ้ อนแก่สว่ นราชการอ่ืน ตามท่รี ฐั มนตรีผรู้ ักษาการในพระราช
กฤษฎีกากาหนดโดยความเหน็ ชอบของ ครม.

3. การจัดการกิจการสทิ ธิและหนส้ี ินของส่วนราชการนน้ั ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎกี า
4. ข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งต้องพ้นจากราชการเพราะเหตุยุบตาแหน่ง อันเนื่องมาแต่การยบุ
สว่ นราชการนอกจากสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับตามกฎหมายแล้ว ให้ขา้ ราชการหรือลกู จ้างไดร้ บั เงินชดเชย
ตามหลักเกณฑใ์ นพระราชกฤษฎกี าดว้ ย

5.ส่วนราชการ รัฐวสิ าหกจิ ประสงค์จะรบั โอนข้าราชการหรอื ลูกจ้าง ใหก้ ระทาได้โดยมใิ ห้ถือว่า
ขา้ ราชการหรอื ลกู จา้ งผูน้ ัน้ ได้พน้ จากราชการ ทง้ั นต้ี อ้ งกระทาภายใน 30 วันนับแต่พระราชกฤษฎีกามีผล
ใชบ้ ังคับ

12. การแบ่งส่วนราชการสานักงานรัฐมนตรี กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมี
ฐานะเปน็ กรมดาเนนิ การ ตามข้อ 8 ดาเนนิ การดังน้ี

การแบง่ สว่ นราชการระดบั กรม ตราเปน็ กฎหมาย กฎกระทรวงโดยรฐั มนตรขี องส่วนราชการเป็นออก

หมายเหตุ

1. ระบอุ านาจหนา้ ท่ีของแตล่ ะสว่ นราชการไว้ในกฎกระทรวง

2. ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแล้วใชบ้ ังคับได้

13. ใหส้ านกั งานคณะกรรมการข้าราชการพลเรอื นและสานกั งบประมาณ มหี น้าท่ี

สรปุ สาระสาคญั พระราชบัญญตั ิระเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดินพ.ศ. 2534 157

1. ตรวจสอบดูแลมิให้มีการกาหนดตาแหน่งหรืออัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วน
ราชการท่ีจดั ต้ังข้ึนใหม่ หรือท่ีถูกรวมหรือโอนไป เพิ่มขึ้นจนกว่าจะครบกาหนด 3 ปี นับแต่วันที่พระราช
กฤษฎีกามีผลใชบ้ ังคับ

2. เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในการแบ่งส่วนราชการภายในและในการกาหนดอานาจ
หน้าที่ของแตล่ ะสว่ นราชการ และใหส้ านกั งานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจัดอัตรากาลัง และสานกั
งบประมาณจัดสรรเงินงบประมาณให้สอดคล้องเสนอไปในคราวเดยี วกัน

14. การแบ่งส่วนราชการภายในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันในทบวงมหาวิทยาลยั ให้เปน็ ไปตาม
กฎหมายวา่ ด้วยมหาวิทยาลยั หรือสถาบนั น้นั

15. การจัดระเบียบราชการในสานักนายกรฐั มนตรใี หเ้ ป็นไปตามกฎหมายว่าดว้ ยการปรับปรุง
กระทรวงทบวง กรม ให้ส่วนราชการในสานักนายกรัฐมนตรีบรรดาที่กาหนดไว้ในก ฎหมายว่าด้วยการ
ปรบั ปรงุ กระทรวงทบวง กรม มฐี านะเปน็ กรมสานกั นายกรฐั มนตรี มสี ว่ นราชการ ดังต่อไปน้ี

(1) สานักงานปลัดสานักนายกรฐั มนตรี
(2) กรมประชาสมั พันธ์
(3) สานกั งานคณะกรรมการคุ้มครองผ้บู ริโภค
ส่วนราชการทอ่ี ยู่ในบงั คับบัญชาขึน้ ตรงต่อนายกรัฐมนตรี

(1) สานกั เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
(2) สานักเลขาธิการคณะรฐั มนตรี
(3) สานักข่าวกรองแห่งชาติ
(4) สานกั งบประมาณ **ออกบอ่ ยไมไ่ ดส้ ังกดั กระทรวงการคลงั น่ะครับ*
(5) สานักงานสภาความม่ันคงแหง่ ชาติ (*เลขาธกิ ารชอ่ื อะไร ที่กาลงั มีปัญหาใหศ้ าลตดั สนิ อยู่)
(6) สานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(7) สานกั งานคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน (*ก.พ.อยา่ ลืมไปดโู ครงสร้างดว้ ย)
(8) สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ
(9) สานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (*ก.พ.ร.อย่าลมื ไปด*ู ตั้งข้ึนตอนปี 2550 ออก
บ่อยเลขาธิการช่ืออะไร โครงสรา้ ง วาระ สานักนายกรัฐมนตรีอาจจดั ใหม้ สี ว่ นราชการเป็นการ
ภายในขึน้ ตรงตอ่ นายกรัฐมนตรีเพือ่ ทาหน้าทจ่ี ัดทานโยบายและแผน กากับ เรง่ รัด และตดิ ตาม
นโยบายและแผนการปฏิบัติราชการตามนโยบายทค่ี ณะรฐั มนตรีกาหนดหรอื อนุมัติ เพื่อการนี้
นายกรัฐมนตรีจะส่ังให้กรมหรือส่วนราชการท่ีเรียกชื่ออย่างอ่ืนและมีฐา นะเป็นกรมในสานัก
นายกรฐั มนตรีจดั ทาก็ได้

158

16. สานักนายกรัฐมนตรีมีอานาจหน้าท่ีตามท่ีกาหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุง
กระทรวง ทบวงกรม ดังน้ี

1. มอี านาจหนา้ ที่เกย่ี วกบั ราชการทวั่ ไปของนายกรฐั มนตรีและคณะรัฐมนตรี
2. รับผดิ ชอบการบรหิ ารราชการทั่วไป เสนอแนะนโยบายและวางแผนการพัฒนาด้านเศรษฐกจิ
สังคม การเมือง และความม่นั คง
3.ราชการเกี่ยวกับการงบประมาณ ระบบราชการ การบริหารงานบุคคล กฎหมายและการ
พฒั นากฎหมาย
4. การติดตามและประเมนิ ผลการปฏิบัตริ าชการ การปฏบิ ตั ภิ ารกจิ พิเศษและราชการอืน่ ตามที่
มีกฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหน้าที่ของสานักนายกรัฐมนตรีหรือส่วนราชการที่สังกัดสานัก
นายกรัฐมนตรี หรือทมี่ ไิ ดอ้ ยูภ่ ายในอานาจหน้าท่ขี องกระทรวงใดโดยเฉพาะ

17. สานักนายกรัฐมนตรีมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการ
กาหนดนโยบาย เป้าหมาย และผลสัมฤทธ์ิของงานในสานักนายกรัฐมนตรีให้สอดคล้องกับนโยบายที่
คณะรัฐมนตรีแถลงไว้ตอ่ รัฐสภาหรือท่ีคณะรฐั มนตรกี าหนดหรอื อนมุ ัติ โดยจะใหม้ ีรองนายกรฐั มนตรีและ
รฐั มนตรปี ระจาสานักายกรฐั มนตรีเป็นผู้ช่วยสง่ั และปฏิบัตริ าชการก็ได้ ในกรณที ่มี ีรองนายกรัฐมนตรีหรือ
รัฐมนตรปี ระจาสานักนายกรัฐมนตรีหรอื มที ้งั รองนายกรัฐมนตรแี ละรัฐมนตรีประจาสานักนายกรฐั มนตรี
การส่ังและการปฏิบัติราชการของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรีให้เปน็ ไป
ตามท่ีนายกรฐั มนตรีมอบหมาย

18.ในระหว่างที่คณะรัฐมนตรีต้องอยู่ในตาแหน่งเพ่ือปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรี
ที่ต้ังข้ึนใหม่จะเข้ารับหน้าท่ีเพราะนายกรัฐมนตรีตาย ขาดคุณสมบัติ ต้องคาพิพากษาให้จาคุก สภา
ผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีส้ินสุดลง
หรือวุฒสิ ภามมี ติใหถ้ อดถอนจากตาแหน่ง ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายใหร้ องนายกรฐั มนตรคี นใดคนหนง่ึ
เป็นผู้ปฏิบัติหน้าท่ีแทนนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรองนายกรัฐมนตรีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ
ราชการได้ ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ในระหว่างท่ี
คณะรัฐมนตรีต้องอยใู่ นตาแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าทีต่ ่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารบั หนา้ ที่
ให้คณะรัฐมนตรีดังกล่าวอานวยความสะดวกให้หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ดาเนินการใดๆ เท่าท่ีจาเปน็
เพื่อรับแนวทางการบริหารราชการแผน่ ดินจากนายกรัฐมนตรีคนใหม่มาเตรยี มการดาเนินการได้

19. นายกรฐั มนตรใี นฐานะหวั หนา้ รฐั บาลมีอานาจหนา้ ที่ ดังนี้

(1) กากับโดยทวั่ ไปซึ่งการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ เพ่ือการนีจ้ ะสงั่ ให้ราชการสว่ นกลางราชการ
สว่ นภมู ิภาค และส่วนราชการซงึ่ มีหนา้ ทค่ี วบคุมราชการส่วนท้องถน่ิ ช้ีแจง แสดงความคิดเห็น ทารายงาน
เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ ในกรณีจาเป็นจะยับยั้งการปฏิบัติราชการใดๆ ที่ขัดต่อนโยบายหรือมติของ

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญัติระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดินพ.ศ. 2534 159

คณะรัฐมนตรีก็ได้และมีอานาจสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของราชการส่วนกลาง
ราชการสว่ นภูมิภาค และราชการส่วนท้องถนิ่

(2) มอบหมายใหร้ องนายกรัฐมนตรกี ากับการบรหิ ารราชการของกระทรวง หรือทบวงหน่งึ หรอื
หลายกระทรวงหรือทบวง

(3) บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตาแหน่งซ่ึงสังกัดกระทรวง ทบวง กรม และส่วน
ราชการท่ีเรยี กช่ืออยา่ งอ่นื ท่ีมฐี านะเปน็ กรม

(4) สง่ั ให้ข้าราชการซึ่งสังกดั กระทรวง ทบวง กรมหน่งึ มาปฏิบตั ิราชการสานักนายกรฐั มนตรโี ดย
จะให้ขาดจากอตั ราเงนิ เดือนทางสงั กัดเดมิ หรอื ไม่กไ็ ด้ ในกรณที ่ีใหข้ าดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม ให้
ไดร้ ับเงนิ เดือนในสานกั นายกรฐั มนตรีในระดับ และขัน้ ทีไ่ ม่สูงกวา่ เดิม

(5) แต่งต้ังขา้ ราชการซง่ึ สงั กัดกระทรวง ทบวง กรมหนึ่งไปดารงตาแหนง่ ของอกี กระทรวงทบวง
กรมหนงึ่ โดยใหไ้ ด้รับเงินเดือนจากกระทรวง ทบวง กรมเดิม ในกรณเี ช่นว่านใ้ี หข้ ้าราชการซง่ึ ได้รบั แต่งตั้ง
มฐี านะเสมือนเป็นข้าราชการสงั กดั กระทรวง ทบวง กรม ซ่งึ ตนมาดารงตาแหนง่ น้ันทกุ ประการ แต่ถา้ เปน็
การแต่งตง้ั ข้าราชการตั้งแตต่ าแหน่งอธิบดีหรือเทียบเทา่ ขน้ึ ไปต้องไดร้ บั อนมุ ตั ิจากคณะรฐั มนตรี

(6) แต่งต้ังผู้ทรงคุณวุฒิเปน็ ประธานที่ปรกึ ษา ท่ีปรึกษา หรือคณะที่ปรึกษาของนายกรฐั มนตรี
หรือเป็นคณะกรรมการเพื่อปฏิบตั ิราชการใดๆ และกาหนดอัตราเบ้ียประชุมหรือค่าตอบแทนใหแ้ กผ่ ้ซู ึ่ง
ได้รบั แต่งตง้ั

(7) แตง่ ต้ังขา้ ราชการการเมืองใหป้ ฏิบัติราชการในสานกั นายกรฐั มนตรี

(8) วางระเบียบปฏิบัติราชการ เพ่ือให้การบริหารราชการแผน่ ดินเป็นไปโดยรวดเร็วและมีระ
สทิ ธภิ าพ เท่าที่ไม่ขัดหรือแยง้ กบั พระราชบัญญัตินหี้ รือกฎหมายอ่ืน

(9) ดาเนินการอื่นๆ ในการปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบตาม (8) เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความ
เหน็ ชอบแล้ว ให้ใช้บงั คับได้

20. ในกรณีที่นายกรัฐมนตรเี ป็นผู้บังคับบัญชาส่วนราชการทีเ่ รียกช่ืออย่างอ่ืนและมีฐานะเปน็
กรม แต่มิได้สังกัดสานกั นายกรัฐมนตรหี รือทบวง นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายใหร้ องนายกรัฐมนตรี หรอื
รัฐมนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรปี ฏบิ ัติราชการแทนกไ็ ด้

21. สานักเลขาธกิ ารนายกรฐั มนตรี มีอานาจหนา้ ที่

- เก่ียวกบั ราชการทางการเมือง

- มีเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติ
ราชการขึ้นตรงต่อนายกรฐั มนตรี และให้มีรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝา่ ยการเมืองและรองเลขาธกิ าร

160

นายกรฐั มนตรฝี ่ายบริหาร เป็นผู้ช่วยส่งั และปฏิบัตริ าชการและจะใหม้ ผี ู้ช่วยเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็น
ผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการด้วยก็ได้ ให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่าย
การเมอื ง เป็นข้าราชการ การเมือง และให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรฝี า่ ยบรหิ าร และผู้ช่วยเลขาธกิ าร
นายกรัฐมนตรี เป็นขา้ ราชการพลเรือนสามัญ

22. สานกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรมี ีอานาจหนา้ ที่

- เก่ียวกับราชการของคณะรฐั มนตรี รัฐสภา และราชการในพระองค์

- มีเลขาธิการคณะรัฐมนตรเี ปน็ ผบู้ งั คับบัญชาข้าราชการ และรับผดิ ชอบในการปฏิบัติราชการ
ขึ้นตรงตอ่ นายกรฐั มนตรี และให้มรี องเลขาธิการคณะรฐั มนตรีเป็นผูช้ ่วยสงั่ และปฏิบัตริ าชการ และจะใหม้ ี
ผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผชู้ ่วยส่ังและปฏิบัติราชการด้วยก็ได้ ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รอง
เลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี และผชู้ ่วยเลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ

23. ในสานักนายกรฐั มนตรี อาจมีส่วนราชการท่ีอยู่ในบงั คับบญั ชาขึ้นตรงต่อนายกรฐั มนตรีได้
ตามท่ีกาหนดในกฎหมายว่าดว้ ยการปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม

24.สานักนายกรฐั มนตรี นอกจากมนี ายกรฐั มนตรี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรปี ระจาสานกั
นายกรฐั มนตรี ใหม้ ีปลดั สานกั นายกรัฐมนตรีคนหน่ึงมีอานาจหนา้ ทดี่ ังนี้

(1) รับผิดชอบควบคุมราชการประจาในสานักนายกรัฐมนตรี กาหนดแนวทางและ
แผนการปฏิบัติราชการของสานักนายกรัฐมนตรี และลาดับความสาคัญของแผนการปฏิบัติราชการ
ประจาปีของส่วนราชการในสานักนายกรัฐมนตรีให้เป็นไปตามนโยบาย ที่นายกรัฐมนตรีกาหนดรวมทั้ง
กากับ เร่งรัด ตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏิบตั ิราชการของสว่ นราชการในสานักนายกรฐั มนตรี

(2) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการของส่วนราชการในสานักนายกรัฐมนตรีรองจาก
นายกรัฐมนตรีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรี ยกเว้นข้าราชการของส่วน
ราชการซึ่งหวั หนา้ ส่วนราชการข้ึนตรงต่อนายกรัฐมนตรี

(3) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสานักงานปลดั สานักนายกรัฐมนตรีและรบั ผิดชอบในการ
ปฏิบัติราชการของสานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ให้ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี รองปลัดสานัก
นายกรัฐมนตรี และผู้ช่วยปลดั สานักนายกรัฐมนตรี เป็นข้าราชการพลเรอื นสามญั และให้รองปลัดสานกั
นายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยปลัดสานักนายกรัฐมนตรี และผู้ดารงตาแหน่งที่เรียกช่ืออย่างอื่นในสานักงานปลัด
สานักนายกรัฐมนตรี มีอานาจหนา้ ทีต่ ามท่ีปลัดสานักนายกรฐั มนตรีกาหนดหรือมอบหมาย

25. สานกั งานปลัดสานกั นายกรฐั มนตรมี ีอานาจหน้าท่ี

- เก่ียวกบั ราชการประจาทว่ั ไปของสานักนายกรัฐมนตรี

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญัติระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดินพ.ศ. 2534 161

- ราชการที่คณะรัฐมนตรีมิได้กาหนดให้เป็นหน้าที่ของกรมใดกรมหน่ึงในสังกัดสานัก
นายกรฐั มนตรโี ดยเฉพาะ

- รวมท้ังกากับและเร่งรดั การปฏิบัติราชการของสว่ นราชการในสานักนายกรัฐมนตรี ให้
เป็นไปตามนโยบาย แนวทางและแผนการปฏบิ ตั ิราชการของสานกั นายกรฐั มนตรี ยกเวน้ ราชการของส่วน
ราชการซึง่ กฎหมายกาหนดใหห้ วั หน้าส่วนราชการข้ึนตรงตอ่ นายกรัฐมนตรี ในกรณีท่สี านักนายกรัฐมนตรี
มีทบวงอยู่ในสังกัดและยงั ไม่สมควรจดั ต้ังสานักงานปลดั ทบวง จะให้สานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรที า
หนา้ ทส่ี านกั งานปลัดทบวงดว้ ยกไ็ ด้

26. ให้จัดระเบียบราชการของกระทรวง ดังนี้

(1) สานักงานรฐั มนตรี

(2) สานักงานปลดั กระทรวง

(3) กรม หรือส่วนราชการทีเ่ รยี กชอื่ อย่างอ่นื เว้นแต่บางกระทรวงเหน็ ว่าไมม่ คี วามจาเปน็
จะไม่แยกสว่ นราชการตงั้ ขึ้นเป็นกรมกไ็ ด้ ใหส้ ว่ นราชการตาม (2) และสว่ นราชการทเ่ี รยี กชือ่ อย่างอืน่ ตาม
(3) มีฐานะเป็นกรม

27. กระทรวงใดมคี วามจาเปน็ จะต้องมสี ่วนราชการเพ่อื ทาหนา้ ท่จี ัดทานโยบายและแผน กากับ
เร่งรัดและติดตามนโยบายและแผนการปฏิบัติราชการของกระทรวง จะจัดระเบียบบริหารราชการโดย
อนุมัติคณะรัฐมนตรีเพ่ือให้มีสานักนโยบายและแผนเป็นส่วนราชการภายใน ข้ึนตรงต่อรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงกไ็ ด้

28. ในกระทรวงจะตราพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังส่วนราชการเพ่ือรับผิดชอบภาระหน้าท่ีใด
โดยเฉพาะซึ่งไม่มีฐานะเป็นกรม แต่มีผู้บังคับบัญชาของส่วนราชการดังกล่าวเป็นอธิบดีหรือตาแหน่งท่ี
เรียกชื่ออย่างอื่นท่ีมีฐานะเปน็ อธิบดีก็ได้ ในกรณีเช่นน้ันให้อธิบดีหรือผู้ดารงตาแหน่งท่เี รยี กชื่ออย่างอนื่
ดงั กลา่ วมอี านาจหนา้ ที่สาหรบั ส่วนราชการน้นั เช่นเดียวกับอธิบดี ตามทก่ี าหนดในพระราชกฤษฎีกา และ
ให้คณะอนุกรรมการสามัญประจากระทรวงทาหน้าที่คณะอนุกรรมการสามัญประจากรม สาหรับส่วน
ราชการนัน้ การตราพระราชกฤษฎกี าให้กระทาได้ในกรณีเปน็ การยุบ รวม หรอื โอนกรมในกระทรวงใดมา
จัดตงั้ เปน็ สว่ นราชการตามวรรคสีใ่ นกระทรวงนน้ั หรอื กระทรวงอืน่ โดยไม่มีการกาหนดตาแหนง่ หรืออัตรา
ของขา้ ราชการหรอื ลูกจา้ งเพิม่ ขนึ้ (โดยตราพระราชกฤษฎกี า โดยเปน็ ผลเปน็ การแก้ไขเพม่ิ เติมหรือยกเลกิ
บทบัญญัติแห่งกฎหมายท่ีจัดตั้งส่วนราชการ กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม หรือ
กฎหมายอน่ื ท่ีเก่ยี วข้อง) การแต่งตง้ั อธบิ ดีหรอื ผดู้ ารงตาแหน่งท่ีเรยี กชอื่ อยา่ งอ่นื ของส่วนราชการตามวรรค
ส่ี ให้รัฐมนตรเี จา้ สังกัดเปน็ ผนู้ าเสนอคณะรฐั มนตรีเพ่อื พิจารณาอนมุ ัติ และใหผ้ ูด้ ารงตาแหนง่ ดงั กลา่ วเปน็
ผู้ดารงตาแหน่งระดับสูงตามกฎหมายประกอบรฐั ธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทจุ รติ

162

ก่อนท่ีคณะรัฐมนตรีจะให้ความเห็นชอบในร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการตามวรรคสี่ของ
กระทรวงใด ให้นายกรัฐมนตรสี ง่ รา่ งพระราชกฤษฎกี าดังกล่าวต่อสภาผแู้ ทนราษฎรและวฒุ ิสภาเพอ่ื ทราบ

29. กระทรวงมีอานาจหน้าที่ตามท่ีกาหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง
กรม การจัดระเบยี บราชการในกระทรวงหนงึ่ ๆ ให้เปน็ ไปตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรงุ กระทรวงทบวง
กรม ส่วนการจัดระเบียบราชการในกระทรวงทเ่ี ก่ียวกบั การทหาร และการศึกษา ให้เป็นไปตามกฎหมาย
วา่ ดว้ ยการน้นั

ซ่ึงหมายถึง กระทรวงกลาโหม และกระทรวงศึกษาธิการ ไม่อยู่ในบังคับของ พระราชบัญญตั ิ
ระเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 (แก้ไขเพ่ิมเติมถึง (ฉบับท่ี 8) พ.ศ. 2553 และไม่อยูใ่ นบังคับ
พ.ร.บ.ปรบั ปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2554แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับท่ี 10 พ.ศ. 2556 อย่าลืมไปอ่าน
เพิม่ เตมิ

30. ให้ปลัดกระทรวง (ข้าราชการพลเรือนสามัญ) หัวหน้ากลุ่มภารกิจและหวั หน้าส่วนราชการ
ตั้งแต่ระดับกรมขึ้นไป วางแผนและประสานกิจกรรมให้มีการใช้ทรัพยากรของส่วนราชการต่างๆ ใน
กระทรวงร่วมกนั เพื่อให้เกดิ ประสิทธภิ าพ ความคุ้มคา่ และบรรลเุ ปา้ หมายของกระทรวง เพ่อื ประโยชนใ์ น
การดาเนินการตามวรรคหน่ึง หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้ากลุ่มภารกิจดังกล่าวจะมีมติให้นา
งบประมาณทแี่ ต่ละส่วนราชการได้รับจดั สรรมาดาเนินการและใชจ้ ่ายรว่ มกันก็ได้

31. ในกระทรวงหน่ึง ให้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบญั ชาข้าราชการ และ
รับผิดชอบในการกาหนดนโยบาย เปา้ หมาย และผลสมั ฤทธ์ขิ องงานในกระทรวงใหส้ อดคล้องกบั นโยบายที่
คณะรัฐมนตรีแถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือที่คณะรัฐมนตรีกาหนด หรืออนุมัติ โดยจะให้มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงเป็นผู้ช่วยส่ังและปฏิบัติราชการก็ได้ ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การส่ังหรือการ
ปฏิบัติราชการของรัฐมนตรชี ่วยว่าการกระทรวงให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมอบหมาย ใน
กรณที รี่ ัฐมนตรวี า่ การกระทรวงเป็นผู้บงั คบั บัญชาส่วนราชการท่เี รียกชื่ออย่างอ่นื และมีฐานะเปน็ กรม แต่
มิไดส้ งั กัดกระทรวง รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงจะมอบหมายให้รัฐมนตรชี ่วยว่าการกระทรวงปฏบิ ัติราชการ
แทนกไ็ ด้

32. ในกระทรวงให้มปี ลัดกระทรวง (ขา้ ราชการพลเรือนสามัญ) คนหนึ่งมีอานาจหน้าที่ ดังน้ี

(1) รับผิดชอบควบคุมราชการประจาในกระทรวง แปลงนโยบายเป็นแนวทางและแผนการ
ปฏิบัติราชการ กากับการทางานของส่วนราชการในกระทรวงให้เกิดผลสัมฤทธ์ิ และประสานการ
ปฏิบัติงานของส่วนราชการในกระทรวงให้มีเอกภาพสอดคล้องกัน รวมทง้ั เร่งรดั ติดตาม และประเมนิ ผล
การปฏิบตั ิราชการของส่วนราชการในกระทรวง

(2) เป็นผ้บู งั คับบัญชาข้าราชการของส่วนราชการในกระทรวงรองจากรัฐมนตรี

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั ิระเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดินพ.ศ. 2534 163

(3) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสานักงานปลัดกระทรวง และรับผิดชอบในการปฏิบัติ
ราชการของสานกั งานปลัดกระทรวง ในการปฏบิ ัตริ าชการของปลดั กระทรวง จะให้มรี องปลดั กระทรวงคน
หนึง่ เป็นผชู้ ่วยสัง่ และปฏิบตั ริ าชการตามทปี่ ลดั กระทรวงมอบหมายกไ็ ด้

33. ภายในกระทรวงจะออกกฎกระทรวงกาหนดให้ส่วนราชการระดับกรมตั้งแต่สองส่วน
ราชการข้ึนไปอยภู่ ายใต้กลมุ่ ภารกิจเดียวกันกไ็ ด้ โดยให้แต่ละกลมุ่ ภารกิจมผี ู้ดารงตาแหนง่ ไมต่ า่ กว่าอธิบดี
คนหน่ึงเป็นหัวหน้ากลุ่มภารกิจรับผิดชอบราชการและบังคับบัญชาข้าราชการของส่วนราชการในกลุ่ม
ภารกิจนั้นโดยปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวงหรือขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีตามท่ีกาหนดโดย
กฎกระทรวง และในกรณีท่ีข้ึนตรงต่อรัฐมนตรีต้องรายงานผลการดาเนินงานต่อปลัดกระทรวงตามท่ี
กาหนดโดยกฎกระทรวง ในกลุ่มภารกิจเดียวกัน หัวหน้ากลุ่มภารกิจอาจกาหนดใหส้ ่วนราชการของสว่ น
ราชการระดบั กรมแหง่ หนึง่ ปฏบิ ตั ิงานทเ่ี กี่ยวกับสารบรรณ บคุ ลากร การเงิน การพสั ดุ หรอื การบริหารงาน
ทั่วไปให้แกส่ ่วนราชการแห่งอืน่ ภายใตก้ ลุม่ ภารกิจเดียวกันก็ได้ กระทรวงใดมิได้จดั ใหม้ กี ลุ่มภารกจิ และมี
ปรมิ าณงานมาก จะให้มีรองปลัดกระทรวงเปน็ ผูช้ ่วยสง่ั และปฏิบตั ริ าชการเพม่ิ ขนึ้ เป็นสองคนก็ได้ ในกรณี
ท่ีกระทรวงใดมีการจดั กลุ่มภารกิจ จะให้มีรองปลัดกระทรวงเพิ่มข้ึนเปน็ หวั หน้ากลมุ่ ภารกิจก็ได้ และให้
อานาจหน้าท่ีของปลดั กระทรวงท่ีเก่ียวกับราชการของส่วนราชการในกลุ่มภารกิจเป็นอานาจหน้าท่ขี อง
หัวหนา้ กล่มุ ภารกจิ น้ัน ทง้ั นี้ เว้นแตจ่ ะมีกฎกระทรวงกาหนดไว้เป็นอย่างอ่นื

34. กระทรวงใดมีภารกิจเพิม่ ข้ึน และมีความจาเป็นอย่างยง่ิ ต้องมีรองปลัดกระทรวงมากกว่าท่ี
กาหนดไว้ใน คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
จะร่วมกนั อนุมัตใิ ห้กระทรวงน้นั มีรองปลดั กระทรวงเพมิ่ ขึ้นเป็นกรณพี ิเศษโดยจะกาหนดเงื่อนไขหรอื เงือ่ น
เวลาไว้ด้วยหรือไม่ก็ได้ในการดาเนินการ ให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการจัดให้มีการประชุม
พิจารณารว่ มกนั โดยกรรมการแตล่ ะฝ่ายจะตอ้ งมาประชุมไม่นอ้ ยกวา่ กึ่งหนง่ึ จึงจะเปน็ องค์ประชมุ และใน
การออกเสียงลงมติจะต้องได้คะแนนเสียงของกรรมการแต่ละฝ่ายเกินกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการฝ่าย
ดังกล่าวท่มี าประชมุ แล้วใหน้ ามติดงั กลา่ วเสนอคณะรัฐมนตรพี ิจารณาต่อไป

35. สานักงานรัฐมนตรมี ีอานาจหน้าที่

- เกี่ยวกับราชการทางการเมือง มีเลขานุการรัฐมนตรีซ่ึงเป็นข้าราชการการเมืองเป็น
ผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสานักงานรัฐมนตรีขึ้นตรงต่อ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง และจะให้มีผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีซึ่งเป็นข้าราชการการเมืองคนหน่ึงหรือ
หลายคนเป็นผู้ช่วยส่ังหรือปฏิบัติราชการแทนเลขานุการรัฐมนตรกี ็ได้พ.ร.บ.เดิมแก้ไขคาว่า “สานักงาน
เลขานุการรฐั มนตรี” เป็น “สานักงานรัฐมนตรี” โดยพระราชบัญญัติระเบียบบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ (ฉบับ
ที่ 5) พ.ศ. 2545]

36.สานกั งานปลัดกระทรวงมีอานาจหนา้ ท่ี

- เกีย่ วกับราชการประจาทัว่ ไปของกระทรวง

164

- ราชการที่คณะรัฐมนตรีมิได้กาหนดให้เป็นหน้าท่ีของกรมใดกรมหน่ึงในสังกัดกระทรวง
โดยเฉพาะ รวมทง้ั กากบั และเร่งรดั การปฏิบตั ิราชการของส่วนราชการในกระทรวงใหเ้ ป็นไปตามนโยบาย
แนวทางและแผนการปฏิบัตริ าชการของกระทรวง ในกรณที ี่กระทรวงมีทบวงอยู่ในสงั กัดและยังไม่สมควร
จัดต้ังสานักงานปลัดทบวง จะให้สานักงานปลัดกระทรวงทาหน้าทส่ี านักงานปลัดทบวงด้วยก็ได้ การจัด
ระเบยี บราชการในทบวงซง่ึ มีฐานะเทียบเท่ากระทรวงให้อนุโลมตามการจัดระเบียบราชการของกระทรวง
ซงึ่ บญั ญัตไิ ว้

37. การจัดระเบยี บราชการในทบวงซึ่งสังกัดสานักนายกรฐั มนตรีหรือกระทรวงสว่ นใดซึ่งโดย
สภาพและปริมาณของงานไมเ่ หมาะสมท่จี ะจัดตั้งเป็นกระทรวงหรอื ทบวงซง่ึ มีฐานะเทยี บเทา่ กระทรวง จะ
จัดตั้งเป็นทบวงสังกดั สานักนายกรฐั มนตรหี รอื กระทรวง เพ่ือใหม้ ีรฐั มนตรวี ่าการทบวงเปน็ ผ้บู งั คบั บัญชา
ข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏบิ ัตริ าชการของทบวงกไ็ ด้ และใหจ้ ดั ระเบยี บราชการในทบวงดงั น้ี

(1) สานกั งานรัฐมนตรี

(2) สานกั งานปลดั ทบวง

(3) กรม หรือส่วนราชการทีเ่ รยี กช่อื อยา่ งอนื่ เว้นแตบ่ างทบวงซึง่ เหน็ ว่าไมม่ คี วามจาเปน็ จะไมแ่ ยก
ส่วนราชการต้ังขึ้นเป็นกรมก็ได้ ให้ส่วนราชการตาม (2) และส่วนราชการที่เรียกช่ืออย่างอื่นตาม (3) มี
ฐานะเป็นกรม ในกรณีท่ีสานักนายกรัฐมนตรหี รือกระทรวงมที บวงอยู่ในสังกัด และปริมาณและคุณภาพ
ของราชการในทบวงยังไม่สมควรจดั ตั้งสานกั งานปลัดทบวง จะให้สานกั งานปลดั สานกั นายกรัฐมนตรหี รือ
สานักงานปลัดกระทรวงทาหน้าท่ีสานักงานปลัดทบวงด้วยก็ได้ พ.ร.บ.เดิม แก้ไขคาว่า “สานักงาน
เลขานุการรฐั มนตรี” เปน็ “สานกั งานรฐั มนตรี” โดยพระราชบัญญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดนิ (ฉบับ
ท่ี 5) พ.ศ. 2545]

38. การจัดระเบียบราชการในทบวงหน่งึ ๆ ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการปรบั ปรุงกระทรวง
ทบวงกรม ส่วนการจดั ระเบียบราชการในทบวงมหาวทิ ยาลยั ให้เป็นไปตามกฎหมายวา่ ด้วยการน้นั พ.ร.บ.
ปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 แก้ไขเพิ่มเตมิ ถึงฉบับที่ 10 พ.ศ. 2556 อย่าลมื ไปอา่ นเพ่มิ เตมิ

39. ทบวงหน่ึงมีรัฐมนตรีว่าการทบวงเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และกาหนดนโยบายของ
ทบวงใหส้ อดคลอ้ งกับนโยบายท่ีคณะรฐั มนตรีกาหนดหรอื อนมุ ตั ิ และรับผิดชอบในการปฏิบตั ิราชการของ
ทบวงและจะให้มรี ฐั มนตรีช่วยวา่ การทบวงเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏบิ ตั ิราชการกไ็ ด้ ในกรณีทีม่ รี ฐั มนตรีช่วยว่า
การทบวง การสั่งหรือการปฏิบัติราชการของรัฐมนตรีช่วยว่าการทบวงให้เป็นไปตามท่ีรัฐมนตรีว่าการ
ทบวงมอบหมาย ในกรณีท่ีเป็นทบวงสังกัดสานักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง ให้รัฐมนตรีว่าการทบวง
ปฏบิ ตั ิราชการภายใตก้ ารกากับของนายกรฐั มนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง แล้วแต่กรณี

40.ทบวง นอกจากมรี ฐั มนตรวี า่ การทบวงและรฐั มนตรชี ว่ ยว่าการทบวง ใหม้ ีปลัดทบวงคนหนึ่ง
มีอานาจหนา้ ท่ีดงั นี้

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดินพ.ศ. 2534 165

(1) รับผิดชอบควบคมุ ราชการประจาในทบวง กาหนดแนวทางและแผนการปฏิบัตริ าชการของ
ทบวง และลาดับความสาคัญของแผนการปฏิบตั ิราชการประจาปขี องสว่ นราชการในทบวงใหเ้ ปน็ ไปตาม
นโยบายทรี่ ัฐมนตรกี าหนด รวมทง้ั กากับ เรง่ รดั ตดิ ตามและประเมินผลการปฏบิ ตั ริ าชการของส่วนราชการ
ในทบวง

(2) เปน็ ผูบ้ งั คับบัญชาข้าราชการของส่วนราชการในทบวงรองจากรัฐมนตรี

(3) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสานักงานปลดั ทบวงและรบั ผดิ ชอบในการปฏิบตั ิราชการ
ของสานกั งานปลดั ทบวง ในการปฏิบัติราชการของปลดั ทบวง ให้มรี องปลดั ทบวงเป็นผ้ชู ว่ ยสั่งและปฏิบัติ
ราชการ และจะให้มีผชู้ ่วยปลัดทบวงเป็นผชู้ ่วยส่ังและปฏิบตั ิราชการด้วยก็ได้ ในกรณีที่มีรองปลัดทบวง
หรอื ผชู้ ่วยปลดั ทบวง หรอื มีท้งั รองปลดั ทบวงและผชู้ ่วยปลดั ทบวง ใหร้ องปลัดทบวงหรอื ผู้ชว่ ยปลดั ทบวง
เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรบั ผิดชอบในการปฏิบัติราชการ รองจากปลัดทบวง ให้รองปลัดทบวง
ผู้ช่วยปลัดทบวง และผู้ดารงตาแหน่งทเ่ี รียกชื่ออย่างอนื่ ในสานกั งานปลดั ทบวงมอี านาจหน้าที่ตามทีป่ ลัด
ทบวงกาหนดหรือมอบหมาย ในกรณีท่ีปลดั ทบวงจะต้องปฏิบตั ติ ามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คบั หรือคาส่งั
ใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคาสั่งน้ัน หรือมติของ
คณะรัฐมนตรีในเร่ืองนั้นมิได้กล่าวถึงอานาจของปลดั ทบวงไว้ใหป้ ลัดทบวงมีอานาจดังเช่นปลัดกระทรวง
ในกรณีที่ใหส้ านักงานปลัดสานกั นายกรัฐมนตรหี รือสานกั งานปลัดกระทรวงทาหนา้ ท่ีสานกั งานปลัดทบวง
ใหป้ ลดั สานักนายกรฐั มนตรหี รือปลัดกระทรวงทาหนา้ ท่ปี ลัดทบวง

41. สานกั งานรัฐมนตรีมอี านาจหน้าที่

- เกี่ยวกบั ราชการทางการเมอื ง

- มเี ลขานกุ ารรัฐมนตรีซึง่ เปน็ ข้าราชการการเมอื งเป็นผูบ้ ังคบั บัญชาข้าราชการ

- รบั ผิดชอบในการปฏิบตั ิราชการของสานักงานรัฐมนตรขี ึ้นตรงต่อรฐั มนตรวี ่าการทบวง และจัด
ให้มีผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรี ซ่ึงเป็นข้าราชการการเมืองคนหน่ึงหรือหลายคนเป็นผู้ช่วยสั่งหรือปฏบิ ตั ิ
ราชการแทนเลขานุการรัฐมนตรีก็ได้ พ.ร.บ.เดิมแก้ไขคาว่า “สานักงานเลขานุการรัฐมนตรี” เป็น
“สานกั งานรัฐมนตรี” โดยพระราชบญั ญัตริ ะเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ (ฉบับท่ี 5) พ.ศ. 2545]

42. สานักงานปลดั ทบวงมีอานาจหน้าท่ี

- เกี่ยวกบั ราชการประจาทว่ั ไปของทบวง

- และราชการท่ีคณะรัฐมนตรีมิได้กาหนดให้เป็นหน้าท่ีของกรมใดกรมหน่ึงในสังกัดทบวง
โดยเฉพาะ

- รวมท้ังกากับและเรง่ รัดการปฏบิ ตั ริ าชการของส่วนราชการในทบวงใหเ้ ปน็ ไปตามนโยบาย
แนวทางและแผนการปฏบิ ตั ริ าชการของทบวง

166

43. การจดั ระเบยี บราชการในกรม

กรมซ่งึ สงั กดั หรือไม่สงั กัดสานกั นายกรัฐมนตรี กระทรวง หรอื ทบวงอาจแบง่ ส่วนราชการดังน้ี

(1) สานักงานเลขานกุ ารกรม

(2) กองหรือสว่ นราชการทม่ี ีฐานะเทยี บกอง เวน้ แต่บางกรมเหน็ วา่ ไม่มคี วามจาเปน็ จะไม่แยก
ส่วนราชการตง้ั ขึ้นเป็นกองก็ได้ กรมใดมีความจาเป็น จะแบง่ ส่วนราชการโดยใหม้ สี ว่ นราชการอนื่ นอกจาก
(1)หรือ (2) กไ็ ด้

44. สาหรบั สานักงานตารวจแหง่ ชาติและสานักงานอยั การสงู สดุ จะแบง่ สว่ นราชการให้
เหมาะสมกบั

ราชการของตารวจหรือราชการของอยั การก็ได้ สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ (แก้ไขเพ่ิมเติมฉบบั ท่ี
6) พ.ศ. 2546 หมายเหตุ >> เหตผุ ลในประกาศใช้พระราชบญั ญตั ิ น้ี คือ โดยท่ีในปัจจบุ นั ได้มกี ารโอนกรม
ตารวจ ไปจดั ตง้ั เป็นสานักงานตารวจแหง่ ชาตแิ ละกาหนดใหผ้ บู้ ังคบั การตารวจภูธรจังหวดั ทาหนา้ ท่ี
หวั หนา้ ตารวจภูธรจงั หวดั จึงสมควรแกไ้ ขเพิ่มเตมิ กฎหมายวา่ ด้วยระเบยี บบริหารราชการแผ่นดนิ ในสว่ น
ของชอ่ื กรมตารวจและตาแหนง่ ของข้าราชการตารวจในกรมการจงั หวัดใหส้ อดคลอ้ งกนั จงึ จาเป็นตอ้ งตรา
พระบญั ญตั ินี้

สานกั งานอยั การสูงสดุ (แก้ไขเพิ่มเติมฉบบั ที่ 8) พ.ศ. 2553 หมายเหตุ >> เหตผุ ลในประกาศใช้
พระราชบัญญตั นิ ้ีคือ โดยทรี่ ฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย บญั ญัติให้องคก์ รอัยการเปน็ องค์กรอ่ืนตาม
รัฐธรรมนูญ และมาตรา 255 วรรคห้าบญั ญัติให้องคก์ รอัยการมหี นว่ ยธุรการทเ่ี ปน็ อสิ ระ ในการ
บรหิ ารงานบคุ คล การงบประมาณ และการดาเนนิ การอ่นื โดยมอี ยั การสูงสดุ เปน็ ผบู้ งั คบั บัญชา ทัง้ น้ี
ตามทก่ี ฎหมายบัญญตั ิ จึงจาเปน็ ตอ้ งตราพระบญั ญัตินี้

45. กรมมอี านาจหนา้ ที่

- เกี่ยวกับราชการของกระทรวงตามที่กาหนดในกฎกระทรวงแบง่ ส่วนราชการของกรม หรือตาม
กฎหมายว่าด้วยอานาจหน้าที่ของกรมนั้นในกรมหน่ึงมีอธิบดี (ข้าราชการพลเรือนสามัญ)คนหน่ึงเป็น
ผบู้ ังคับบญั ชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัตริ าชการของกรม

- ให้เกดิ ผลสัมฤทธิแ์ ละเป็นไปตามเปา้ หมาย แนวทาง และแผนการปฏบิ ัตริ าชการของกระทรวง
และในกรณีที่มีกฎหมายอ่ืนกาหนดอานาจหน้าที่ของอธบิ ดีไว้เปน็ การเฉพาะ

- การใช้อานาจและการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีตามกฎหมายดังกล่าวให้คานึงถึงนโยบายท่คี ณะรัฐมนตรี
แถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือท่ีคณะรัฐมนตรีกาหนดหรืออนุมัติ และนโยบาย แนวทาง และแผนการปฏิบัติ
ราชการของกระทรวงดว้ ย

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 167

- ในกรมหนึง่ จะให้มรี องอธบิ ดี (ขา้ ราชการพลเรือนสามญั )เป็นผบู้ ังคับบัญชาขา้ ราชการรองจาก
อธิบดแี ละชว่ ยอธิบดปี ฏิบตั ริ าชการก็ได้ รองอธบิ ดมี อี านาจหน้าทตี่ ามทีอ่ ธิบดีกาหนดหรือมอบหมาย

46. สานกั งานเลขานกุ ารกรมมีอานาจหนา้ ท่ี

- เกย่ี วกับราชการท่ัวไปของกรม

- ราชการท่ีมไิ ด้แยกใหเ้ ปน็ หน้าทีข่ องกองหรือส่วนราชการใดโดยเฉพาะ

- มีเลขานุการกรมเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของ
สานักงานเลขานุการกรม ส่วนราชการให้มีอานาจหน้าที่ตามท่ีได้กาหนดไว้ใหเ้ ปน็ หน้าที่ของสว่ นราชการ
น้ันๆ โดยให้มีผู้อานวยการกอง หัวหน้ากอง หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอ่ืนท่ีเทียบเท่ากับ
ผอู้ านวยการกองหรือหัวหน้ากองหรอื หวั หนา้ สว่ นราชการเปน็ ผ้บู งั คบั บัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบใน
การปฏิบตั ริ าชการ

47. กระทรวง ทบวง กรมใดมีเหตุพเิ ศษ จะตราพระราชกฤษฎีกาแบง่ ท้องท่อี อกเปน็ เขตเพ่ือให้
มีหัวหน้าส่วนราชการประจาเขตแล้วแต่จะเรยี กชื่อเพ่ือปฏิบัติงานทางวิชาการก็ได้ หัวหน้าส่วนราชการ
ประจาเขตมีอานาจหน้าท่ีเปน็ ผูร้ ับนโยบายและคาสัง่ จากกระทรวง ทบวงกรม มาปฏิบัติงานทางวิชาการ
และเป็นผูบ้ ังคับบญั ชาขา้ ราชการประจาสานักงานเขตซ่งึ สังกดั กระทรวงทบวง กรมนั้นความในมาตรานี้ไม่
ใช้บังคับแก่การแบ่งเขตและการปกครองบังคับบัญชาของตารวจและอัยการซึ่งได้กาหนดโดยพระราช
กฤษฎกี า

48. กระทรวง ทบวง หรือกรมใดโดยสภาพและปริมาณของงานสมควรมีผู้ตรวจราชการของ
กระทรวงทบวง หรือกรมน้ัน ก็ให้กระทาได้ผู้ตรวจราชการของกระทรวง ทบวง หรือกรม มีอานาจหนา้ ท่ี
ตรวจและแนะนาการปฏิบัติราชการอันเกี่ยวกับกระทรวง ทบวง หรือกรมนั้นให้เป็นไปตามกฎหมาย
ระเบียบ หรือข้อบังคับของกระทรวง ทบวง หรือกรมหรือมติของคณะรัฐมนตรี หรือการส่ังการของ
นายกรัฐมนตรี

49. ส่วนราชการทเ่ี รียกชือ่ อย่างอืน่ และมีฐานะเป็นกรม

- จะมีเลขาธิการ ผ้อู านวยการ หรอื ตาแหนง่ ท่เี รียกชอื่ อย่างอ่นื ซ่ึงเทียบเท่าปลัดกระทรวงหรือ
อธิบดเี ป็นผบู้ ังคบั บัญชาข้าราชการ

- รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการน้ันให้เป็นไปตามท่ีกฎหมายกาหนด และจะ
ให้มีรองเลขาธกิ าร รองผอู้ านวยการหรอื ตาแหนง่ รองของตาแหนง่ ที่เรียกชอื่ อยา่ งอ่นื หรือผ้ชู ่วยเลขาธิการ
ผู้ช่วยผู้อานวยการหรอื ตาแหนง่ ผู้ชว่ ยของตาแหนง่ ท่ีเรยี กช่ืออย่างอื่น หรือมีท้ังรองเลขาธิการ และผู้ชว่ ย
เลขาธิการหรือท้ังรองผู้อานวยการและผู้ช่วยอานวยการ หรือทั้งตาแหน่งรองและตาแหน่งผู้ช่วยของ
ตาแหน่งที่เรียกช่อื อยา่ งอื่น เปน็ ผบู้ ังคับบญั ชาขา้ ราชการ และชว่ ยปฏบิ ัตริ าชการแทนก็ได้

168

- ให้นาความในมาตรา 31 มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 และมาตรา 35 มาใช้บังคับแก่
สว่ นราชการท่เี รียกชอื่ อย่างอ่ืนและมีฐานะเป็นกรมโดยอนุโลม

50. อานาจในการสง่ั การอนุญาต การอนุมัติ การปฏบิ ตั ิราชการหรอื การดาเนนิ การอ่นื ทผ่ี ู้ดารง
ตาแหน่งใดจะพึงปฏิบัติหรือดาเนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคาส่ังใดหรือมติของ
คณะรัฐมนตรีในเร่ืองใด ถ้ากฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคาสั่งน้ัน หรือมติของคณะรัฐมนตรีใน
เรื่องน้ันมิได้กาหนดเร่ืองการมอบอานาจไว้เป็นอย่างอื่น หรือมิได้ห้ามเร่ืองการมอบอานาจไว้ ผู้ดารง
ตาแหน่งน้ันอาจมอบอานาจให้ผดู้ ารงตาแหน่งอื่นในส่วนราชการเดียวกันหรอื สว่ นราชการอ่ืน หรือผู้ว่า
ราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดในพระราชกฤษฎีกาพระราช
กฤษฎีกาอาจกาหนดให้มีการมอบอานาจในเรอ่ื งใดเรื่องหน่งึ ตลอดจนการมอบอานาจใหท้ านติ กิ รรมสญั ญา
ฟ้องคดีและดาเนินคดี หรือกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขในการมอบอานาจหรือท่ีผู้รับมอบ
อานาจต้องปฏิบตั ิก็ไดม้ ิใหใ้ ช้บงั คับกบั อานาจในการอนญุ าตตามกฎหมายท่บี ัญญตั ิให้ต้องออกใบอนุญาต
หรือที่บัญญัติผู้มีอานาจอนุญาตไว้เป็นการเฉพาะ ในกรณีเช่นนั้นให้ผู้ดารงตาแหน่งซ่ึงมีอานาจตาม
กฎหมายดังกล่าวมีอานาจมอบอานาจให้ข้าราชการซ่ึงเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ว่าราชการจังหวัดได้
ตามท่ีเห็นสมควร หรือตามท่ีคณะรัฐมนตรีกาหนดในกรณีมอบอานาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ผู้ว่า
ราชการจงั หวดั มอี านาจมอบอานาจไดต้ อ่ ไปตามหลกั เกณฑ์และเงอื่ นไขทีผ่ ู้มอบอานาจกาหนดในกรณี เพ่ือ
ประโยชน์ในการอานวยความสะดวกแก่ประชาชนจะตราพระราชกฤษฎีกากาหนดรายชื่อกฎหมายท่ีผู้
ดารงตาแหน่งซ่ึงมอี านาจตามกฎหมายดังกลา่ วอาจมอบอานาจตามตามหลักเกณฑ์และเงอื่ นไขท่ีกาหนด
ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวก็ไดก้ ารมอบอานาจให้ทาเป็นหนงั สอื ”การมอบอานาจให้ทาเปน็ หนงั สือ และ
ต้องอ่านพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอานาจ พ.ศ. 2550 เพิ่มเติมการมอบอานาจต้องเป็นไปเพ่ือ
วตั ถปุ ระสงค์ ดงั ต่อไปน้ี

1. การอานวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน

2. ความคมุ ค่า ความรวดเรว็ และประสิทธภิ าพในการปฏิบตั ิราชการ

3. การกระจายอานาจการตัดสนิ ใจและความรบั ผิดชอบท่เี หมาะสม

4. ไม่เป็นการเพ่ิมข้ันตอนหรือระยะเวลาในการใช้อานาจ และไม่ต้องผ่านการ
พิจารณาของผู้ดารงตาแหน่งต่างๆ มากเกินความจาเป็นเพ่ือให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการมอบ
อานาจ ผู้มอบอานาจอาจวางแนวทางหรือกาหนดรายละเอียดวิธีปฏิบัติราชการเพ่ิมเติมในเรื่องการมอบ
อานาจโดยไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชกฤษฎีกาน้ี เพ่ือให้สอดคล้องกับภารกิจหรอื ของงานที่ต้องมีการใช้
อานาจที่มอบอานาจไปน้ันก็ได้

51. เมื่อมีการมอบอานาจแลว้ ผูร้ ับมอบอานาจมีหน้าท่ตี อ้ งรับมอบอานาจนนั้ โดยผู้มอบอานาจ
จะกาหนดให้ผ้รู ับมอบอานาจมอบอานาจให้ผู้ดารงตาแหน่งอ่ืนปฏิบตั ิราชการแทนต่อไป โดยจะกาหนด
หลักเกณฑ์หรือเง่ือนไขในการใช้อานาจน้ันไว้ด้วยหรือไม่ก็ได้ แต่ในกรณีการมอบอานาจให้ผู้ว่าราชการ

สรปุ สาระสาคญั พระราชบัญญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดินพ.ศ. 2534 169

จงั หวดั คณะรฐั มนตรจี ะกาหนดหลกั เกณฑ์ใหผ้ ู้ว่าราชการจังหวัดต้องมอบอานาจต่อไปใหร้ องผู้วา่ ราชการ
จังหวดั ปลดั จงั หวัดหรือหัวหน้าสว่ นราชการทเ่ี กีย่ วขอ้ งในจังหวัดก็ได้

52. ในการมอบอานาจ ให้ผมู้ อบอานาจพิจารณาถงึ การอานวยความสะดวกแกป่ ระชาชนความ
รวดเร็วในการปฏิบัติราชการ การกระจายความรับผิดชอบตามสภาพของตาแหน่งของผู้รับมอบอานาจ
และผู้รับมอบอานาจตอ้ งปฏิบัตหิ น้าที่ทไ่ี ด้รับมอบอานาจตามวัตถุประสงค์ของการมอบอานาจดังกล่าวเมอื่
ไดม้ อบอานาจแล้ว ผมู้ อบอานาจมีหนา้ ทกี่ ากบั ดูแลและติดตามผลการปฏิบตั ิราชการของผ้รู บั มอบอานาจ
และใหม้ ีอานาจแนะนาหรอื แกไ้ ขการปฏบิ ัติราชการของผรู้ บั มอบอานาจได้

53. ในการปฏบิ ัติราชการของสว่ นราชการภายในกรม ถา้ การปฏบิ ัติราชการใดของส่วนราชการ
นั้นมีลักษณะเปน็ งานการใหบ้ ริการหรือมีการให้บรกิ ารเกยี่ วเนื่องอยดู่ ว้ ยและหากแยกการบรหิ ารออกเป็น
หน่วยบริการรูปแบบพิเศษจะบรรลุเป้าหมายตามมาตรา 3/1 ยิ่งข้ึน ส่วนราชการดังกล่าวโดยความ
เหน็ ชอบของคณะรัฐมนตรีจะแยกการปฏบิ ตั ริ าชการในเร่อื งน้นั ไปจดั ต้งั เปน็ หน่วยบรกิ ารรปู แบบพเิ ศษซงึ่
มิใช่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจแต่อยู่ในกากับของส่วนราชการดังกล่าวก็ได้ ทั้งน้ี ให้เป็นไปตาม
ระเบียบสานักนายกรฐั มนตรรี ะเบียบสานักนายกรัฐมนตรอี ย่างน้อยให้กาหนดรายละเอยี ดเก่ียวกบั การ
จัดตั้งการมอบอานาจใหป้ ฏิบตั ิราชการแทน วิธีการบริหารงาน การดาเนินการด้านทรัพย์สิน การกากับ
ดูแลสิทธิประโยชน์ของบคุ ลากรและการยุบเลิกไว้ด้วยให้หน่วยบริการรูปแบบพิเศษ มีหน้าที่ปฏิบัติงาน
ให้กับส่วนราชการตามภารกิจที่จดั ตัง้ หน่วยบริการรูปแบบพิเศษนน้ั เปน็ หลกั และสนบั สนุนภารกจิ อื่นของ
ส่วนราชการดังกล่าวตามที่ได้รับมอบหมายและอาจให้บริการแก่ส่วนราชการอ่ืน หน่วยงานของรัฐหรือ
เอกชน แต่ต้องไม่กระทบกระเทือนตอ่ ภารกจิ อนั เป็นวตั ถุประสงคแ์ ห่งการจัดตั้งใหร้ ายไดข้ องหน่วยบรกิ าร
รปู แบบพเิ ศษเปน็ รายไดท้ ่ีไม่ต้องนาส่งคลงั ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวิธกี ารงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงิน
คงคลงั

54. หมวด 6 การรักษาราชการแทน

ตาแหน่ง รักษาการแทนลาดบั ท่ี 1 ผรู้ กั ษาการแทนลาดับท่ี 2

นายกรฐั มนตรไี ม่อาจปฏบิ ัติ ใหร้ องนายกรัฐมนตรเี ปน็ 1. รองนายกรฐั มนตรหี ลายคน
ราชการได้ (มาตรา 41) ผ้รู กั ษาการแทน ให้คณะรฐั มนตรี (ครม.) มอบให้
รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง
เป็นผู้รกั ษาการแทน

2. ถา้ ไมม่ ีผ้ดู ารงตาแหนง่ รอง
นายกรัฐมนตรหี รอื มีแตไ่ ม่อาจ
ปฏิบัตริ าชการได้ ให้ณะรฐั มนตรี

170

ในกรณที ี่ไม่มผี ดู้ ารงตาแหนง่ ให้รัฐมนตรชี ่วยว่าการ (ครม.)มอบหมายใหร้ ฐั มนตรคี น
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวง (รมว.) กระทรวง (รมช.) ใดคนหนึง่ รักษาราชการแทน
หรอื มแี ตไ่ มอ่ าจปฏบิ ตั ิราชการ เปน็ ผูร้ ักษาแทน 1.ถ้ามีรมช.หลายคนให้
ได้ (มาตรา 41) คณะรัฐมนตรมี อบหมายให้
รฐั มนตรีชว่ ยวา่ การกระทรวงคน
ในกรณีทไี่ ม่มผี ู้ดารงตาแหนง่ ให้ผู้ช่วยเลขานุการรฐั มนตรี ใดคนหนึ่งเปน็ ผรู้ ักษาราชการ
เลขานุการรฐั มนตรี หรอื มีแตไ่ ม่ เปน็ ผรู้ ักษาราชการแทน แทน
อาจปฏิบัตริ าชการได้ 2.ถา้ ไม่มีผดู้ ารงตาแหน่ง
(มาตรา 43) รฐั มนตรชี ่วยว่าการกระทรวง
หรือมีแตไ่ มอ่ าจปฏิบัตริ าชการได้
ในกรณที ี่ไมม่ ผี ดู้ ารงตาแหน่ง ให้รองปลัดกระทรวงเปน็ ใหณ้ ะรัฐมนตรีมอบหมายให้
ปลดั กระทรวง หรือมแี ต่ไม่อาจ ผู้รักษาราชการแทน ถา้ มี รัฐมนตรคี นใดคนหนง่ึ เป็น
ปฏิบัติราชการได้ (มาตรา 44) รองปลดั กระทรวงหลายคน ผู้รกั ษาราชการแทน
1.ถา้ มผี ชู้ ่วยเลขานุการรฐั มนตรี
ในกรณที ไ่ี มม่ ผี ู้ดารงตาแหนง่ หลายคนใหร้ ฐั มนตรวี า่ การ
กระทรวงมอบหมายให้
ผูช้ ่วยเลขานุการรัฐมนตรีคนใด
คนหน่งึ เป็นผรู้ ักษาราชการแทน
2. ถ้าไมม่ ผี ชู้ ่วยเลขานุการฐ
มนตรี ให้รฐั มนตรวี ่าการ
กระทรวงแต่งตงั้ ข้าราชการใน
กระทรวงคนหนงึ่ เปน็ ผรู้ ักษา
ราชการแทน
3.ให้นาความดังกลา่ วมาใชบ้ งั คบั
แกเ่ ลขานุการรัฐมนตรวี า่ การ
ทบวงด้วยโดยอนโุ ลม ตามลาดบั
1.ให้รองปลัดกระทรวงเป็น
ผู้รกั ษาราชการแทน ถา้ มีรอง
ปลัดกระทรวงหลายคน ให้
นายกรัฐมนตรีสาหรบั สานกั
นายกรัฐมนตรีหรอื
รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงแตง่ ต้ัง

สรปุ สาระสาคญั พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบริหารราชการแผน่ ดินพ.ศ. 2534 171

รองปลัดกระทรวง หรอื มีแต่ไม่ ปลัดกระทรวงจะแต่งตงั้ รองปลดั กระทรวงคนใดคนหนงึ่
อาจปฏบิ ัตริ าชการได้
(มาตรา 44) ข้าราชการในกระทรวงซงึ่ ดารง เป็นผูร้ ักษาราชการแทน

ตาแหนง่ ไม่ต่ากว่าผู้อานวยการก 2 . ถ้าไมม่ ีผดู้ ารงตาแหนง่ รอง

องหรือเทยี บเท่าเปน็ ผรู้ กั ษา ปลัดกระทรวง หรือมีแต่ไมอ่ าจ

ราชการแทนกไ็ ด้ ปฏิบตั ริ าชการได้ ให้

นายกรฐั มนตรีสาหรบั สานกั

นายกรฐั มนตรีหรอื รัฐมนตรี

ว่าการกระทรวงแตง่ ตง้ั

ข้าราชการในกระทรวงซ่งึ ดารง

ตาแหน่งไมต่ ่าากวา่ อธบิ ดหี รือ

เทยี บเท่าเป็นผูร้ ักษาราชการ

แทน

สรปุ การรกั ษาการแทน อานาจคร้ังแรกจะอย่ใู นอานาจของผูถ้ ือครอง เช่น อานาจนายกรัฐมนตรี
เป็นของนายกรฐั มนตรี ดังนี้

1. นายกรฐั มนตรีแตง่ ต้งั รองนายกรฐั มนตรีรักษาราชการแทน

2. กรณนี ายกรฐั มนตรีไมส่ ามารถแตง่ ตงั้ กจ็ ะเป็นอานาจของคณะรัฐมนตรี ในการแต่งต้งั น้ัน

3. ไม่ได้หมายความอานาจแตง่ ตั้งจะไปอย่ทู ่ีคณะรฐั มนตรตี ง้ั แต่แรก

4. กรณีอ่ืนเช่นเดียวกนั เจตนาของกฎหมาย ท่ีให้ตาแหน่งอนื่ แต่งตั้ง หมายความเจ้าของอานาจ
ไมอ่ ยใู่ นวสิ ยั ทีแ่ ตง่ ตั้งตาแหนง่ ลาดบั รองได้

ตาแหน่ง ผ้รู กั ษาการแทนลาดบั ที่ 1 ผู้รกั ษาการแทนลาดับที่ 2

ในกรณีที่ไม่มผี ู้ดารงตาแหนง่ ให้รองอธิบดีเป็นผรู้ กั ษา 1.ถา้ มีรองอธิบดีหลายคน ให้
อธบิ ดี หรือมแี ตไ่ ม่อาจปฏิบตั ิ ราชการแทน ปลดั กระทรวงแต่งตงั้ รองอธบิ ดคี นใด
ราชการได้ (มาตรา 46) คนหนึง่ เป็นผรู้ ักษาราชการแทน
อธิบดจี ะแต่งตงั้ ข้าราชการใน 2. ถา้ ไม่มผี ูด้ ารงตาแหนง่ รองอธิบดี
ในกรณที ไี่ ม่มผี ู้ดารงตาแหนง่ กรมซึง่ ดารงตาแหนง่ เทยี บเท่า หรอื มแี ตไ่ มอ่ าจปฏบิ ัตริ าชการได้ ให้
รองอธบิ ดี หรอื มแี ต่ไมอ่ าจ ปลดั กระทรวงแตง่ ตงั้ ขา้ ราชการใน
กรมซึ่งดารงตาแหน่งเทยี บเท่ารอง

172

ปฏิบัติราชการได้ รองอธิบดี หรือขา้ ราชการ อธิบดหี รอื ข้าราชการตง้ั แต่ตาแหนง่
ตงั้ แตต่ าแหน่งหัวหนา้ กองหรอื หวั หนา้ กองหรอื เทยี บเทา่ ขนึ้ ไปคนใด
*กรณีทไี่ มม่ ผี ้ดู ารงตาแหน่ง เทียบเทา่ ข้ึนไปเป็นผูร้ ักษา คนหน่ึงเปน็ ผรู้ กั ษาราชการแทน
เลขาธกิ าร รองเลขาธกิ าร ราชการแทนก็ได้ 3.แต่ถา้ นายกรัฐมนตรสี าหรบั สานัก
ผ้อู านวยการ รองผู้อานวยการ นายกรฐั มนตรี หรอื รฐั มนตรีว่าการ
หรอื ตาแหน่งทเี่ รียกช่อื อยา่ งอนื่ กระทรวงเห็นสมควรเพ่อื ความ
ซ่ึงเทียบเทา่ ปลัดกระทรวงหรือ เหมาะสมแกก่ ารรบั ผดิ ชอบการปฏบิ ัติ
อธิบดใี นส่วนราชการทเ่ี รียกชอ่ื ราชการ ในกรมน้นั นายกรฐั มนตรหี รอื
อย่างอ่นื และมฐี านะเปน็ กรม รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงจะแต่งตง้ั
ดว้ ยโดยอนโุ ลม ข้าราชการคนใดคนหน่งึ ซงึ่ ดารง
ตาแหน่งไม่ต่ากวา่ รองอธิบดีหรือ
ในกรณีทีไ่ มม่ ผี ดู้ ารงตาแหนง่ ใหอ้ ธิบดีแต่งตั้งขา้ ราชการใน เทยี บเท่า เปน็ ผรู้ ักษาราชการแทนก็
เลขานกุ ารกรมหรือหัวหนา้ สว่ น กรมคนหนงึ่ ซ่งึ ดารงตาแหนง่ ได้
ราชการ หรอื มีแต่ไม่อาจปฏิบัติ ไมต่ ่ากวา่ หวั หนา้ กองหรอื ให้นาความในนี้มาใช้บังคบั แกส่ ่วน
ราชการได้ (มาตรา 47) เทยี บเท่า เปน็ ผรู้ กั ษาราชการ ราชการทเ่ี รยี กชื่ออยา่ งอ่นื และมี
แทน ฐานะเปน็ กรมด้วยโดยอนโุ ลม

55. ในกรณที น่ี ายกรัฐมนตรีไมอ่ าจปฏิบตั ิราชการได้

- ให้รองนายกรัฐมนตรีเปน็ ผรู้ ักษาราชการแทน

- ถา้ มรี องนายกรฐั มนตรหี ลายคน ใหค้ ณะรฐั มนตรีมอบหมายใหร้ องนายกรฐั มนตรคี นใดคนหนงึ่
เปน็ ผรู้ กั ษาราชการแทน

- ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรองนายกรัฐมนตรีหรือมีแต่ไมอ่ าจปฏิบัติราชการได้ ให้คณะรัฐมนตรี
มอบหมายใหร้ ัฐมนตรีคนใดคนหน่ึงเป็นผ้รู ักษาราชการแทน

56.ในกรณที ไ่ี ม่มีผู้ดารงตาแหนง่ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงหรอื มแี ต่ไม่อาจปฏบิ ัติราชการได้

- ให้รัฐมนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงเปน็ ผรู้ กั ษาราชการแทน

- ถา้ มีรฐั มนตรีช่วยวา่ การกระทรวงหลายคน ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รฐั มนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงคนใดคนหนงึ่ เปน็ ผู้รกั ษาราชการแทน

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบริหารราชการแผน่ ดินพ.ศ. 2534 173

- ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้
คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รฐั มนตรคี นใดคนหนึ่งเปน็ ผู้รักษาราชการแทน

-ให้นาความมาใชบ้ ังคับแกร่ ัฐมนตรีวา่ การทบวงดว้ ยโดยอนุโลม

57.ในกรณที ่ีไมม่ ผี ้ดู ารงตาแหน่งเลขานุการรฐั มนตรี หรอื มแี ตไ่ ม่อาจปฏิบตั ิราชการได้

- ใหผ้ ู้ช่วยเลขานกุ ารรฐั มนตรเี ปน็ ผู้รักษาราชการแทน

- ถ้ามีผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีหลายคน ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมอบหมายให้
ผู้ชว่ ยเลขานกุ ารรฐั มนตรคี นใดคนหนึง่ เป็นผู้รักษาราชการแทน

- ถ้าไมม่ ผี ชู้ ่วยเลขานกุ ารรัฐมนตรี ใหร้ ฐั มนตรีวา่ การกระทรวงแตง่ ต้งั ข้าราชการในกระทรวงคน
หนึ่งเปน็ ผรู้ กั ษาราชการแทน

- ให้นาความมาใช้บังคับแกเ่ ลขานุการรฐั มนตรวี ่าการทบวงดว้ ยโดยอนโุ ลม

58. ในกรณีที่ไม่มผี ูด้ ารงตาแหนง่ ปลัดกระทรวง หรอื มีแตไ่ มอ่ าจปฏิบัตริ าชการได้

- ให้รองปลดั กระทรวงเป็นผู้รักษาราชการแทน

- ถ้ามีรองปลัดกระทรวงหลายคน ให้นายกรัฐมนตรีสาหรับสานักนายกรัฐมนตรีหรือ
รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงแต่งตัง้ รองปลดั กระทรวงคนใดคนหนง่ึ เปน็ ผู้รักษาราชการแทน ถ้าไมม่ ผี ดู้ ารง

ตาแหน่งรองปลัดกระทรวง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้นายกรัฐมนตรีสาหรับสานกั
นายกรัฐมนตรีหรอื รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่งตัง้ ขา้ ราชการในกระทรวงซงึ่ ดารงตาแหนง่ ไม่ตา่ กวา่ อธบิ ดี
หรือเทยี บเท่าเปน็ ผู้รกั ษาราชการแทน

- ในกรณีท่ีไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรองปลัดกระทรวง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้
ปลัดกระทรวงจะแต่งต้ังข้าราชการในกระทรวงซงึ่ ดารงตาแหน่งไม่ต่ากว่าผอู้ านวยการกองหรือเทียบเท่า
เป็นผ้รู ักษาราชการแทนกไ็ ด้

- ให้นาความมาใช้บังคับแก่กรณีที่ไมม่ ีผูด้ ารงตาแหน่งปลัดทบวงหรือรองปลดั ทบวง ด้วยโดย
อนโุ ลม

59. ในกรณีที่ไม่มีผดู้ ารงตาแหน่งอธิบดี หรอื มีแตไ่ มอ่ าจปฏบิ ตั ริ าชการได้

- ใหร้ องอธบิ ดีเป็นผู้รกั ษาราชการแทน

- ถ้ามีรองอธิบดีหลายคน ให้ปลัดกระทรวงแต่งต้ังรองอธิบดคี นใดคนหนึ่งเปน็ ผูร้ ักษาราชการ
แทน

174

- ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรองอธิบดีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ปลัดกระทรวงแต่งต้ัง
ข้าราชการในกรมซึ่งดารงตาแหน่งเทียบเท่ารองอธิบดี หรือข้าราชการตั้งแต่ตาแหน่งหัวหน้ากองหรือ
เทยี บเท่าขน้ึ ไปคนใดคนหน่งึ เป็นผรู้ ักษาราชการแทน

- แต่ถ้านายกรฐั มนตรีสาหรับสานักนายกรัฐมนตรี หรอื รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงเห็นสมควรเพอ่ื
ความเหมาะสมแก่การรับผิดชอบการปฏิบัติราชการในกรมนั้น นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงจะแตง่ ตง้ั ขา้ ราชการคนใดคนหนึ่งซึ่งดารงตาแหนง่ ไมต่ า่ กว่ารองอธบิ ดหี รอื เทียบเท่า เปน็ ผูร้ ักษา
ราชการแทนกไ็ ด้

-ในกรณีท่ีไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรองอธิบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้อธิบดีจะแต่งต้ัง
ข้าราชการในกรมซ่ึงดารงตาแหน่งเทียบเท่ารองอธิบดี หรือข้าราชการต้ังแต่ตาแหน่งหัวหน้ากองหรือ
เทยี บเทา่ ขึ้นไปเปน็ ผ้รู กั ษาราชการแทนก็ได้

-ให้นาความมาใช้บังคับแก่กรณีท่ีไม่มีผู้ดารงตาแหน่งเลขาธิการ รองเลขาธิการ ผู้อานวยการ
รองผู้อานวยการ หรือตาแหน่งท่ีเรียกช่ืออย่างอื่นซ่ึงเทียบเท่าปลดั กระทรวงหรอื อธิบดีในสว่ นราชการท่ี
เรียกชอ่ื อยา่ งอ่นื และมฐี านะเป็นกรมด้วยโดยอนโุ ลม

60.ในกรณที ่ีไมม่ ผี ู้ดารงตาแหนง่ เลขานกุ ารกรมหรอื หวั หน้าสว่ นราชการ หรือมีแตไ่ ม่อาจปฏิบัติ
ราชการได้

- ให้อธบิ ดีแตง่ ตั้งข้าราชการในกรมคนหนึง่ ซ่งึ ดารงตาแหน่งไม่ตา่ กว่าหัวหน้ากองหรอื เทยี บเทา่
เปน็ ผรู้ กั ษาราชการแทน

- ให้นาความในมาใช้บังคับแก่ส่วนราชการท่ีเรียกช่ืออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรมด้วยโดย
อนโุ ลม

61. ให้ผู้รักษาราชการแทนตามความในพระราชบัญญัตินี้มีอานาจหน้าท่ีเช่นเดียวกับผู้ซ่ึงตน
แทน

- ในกรณีที่ผู้ดารงตาแหน่งใดหรือผู้รักษาราชการแทนผู้ดารงตาแหน่งนั้นมอบหมายหรือมอบ
อานาจให้ผ้ดู ารงตาแหน่งอ่ืนปฏิบตั ิราชการแทน ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนมีอานาจหน้าท่เี ช่นเดียวกับผูซ้ ่งึ
มอบหมายหรอื มอบอานาจ

- ในกรณที มี่ กี ฎหมายอ่ืนแตง่ ตั้งให้ผดู้ ารงตาแหนง่ ใดเป็นกรรมการหรอื ให้มอี านาจหนา้ ทอี่ ยา่ งใด
ให้ผู้รักษาราชการแทนหรือผู้ปฏิบัติราชการแทนมีอานาจหน้าที่เป็นกรรมการหรือมีอานาจหน้าท่ี
เชน่ เดียวกับผดู้ ารงตาแหนง่ นัน้ ในการรกั ษาราชการแทนหรอื ปฏิบตั ิราชการแทนดว้ ย แลว้ แต่กรณี

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 175

62. การเปน็ ผรู้ กั ษาราชการแทนตามพระราชบญั ญัตินี้ไมก่ ระทบกระเทอื นอานาจนายกรฐั มนตรี
รัฐมนตรเี จา้ สังกดั ปลัดกระทรวง หรอื ผูด้ ารงตาแหนง่ เทียบเท่าปลดั กระทรวง ปลัดทบวง อธบิ ดีหรือผดู้ ารง
ตาแหนง่ เทยี บเทา่ อธิบดี

- ซง่ึ เปน็ ผบู้ ังคับบญั ชาทจ่ี ะแต่งตง้ั ขา้ ราชการอ่นื เป็นผู้รกั ษาราชการแทนตามอานาจหน้าท่ีที่มอี ยู่
ตามกฎหมาย - ในกรณีทมี่ กี ารแตง่ ตัง้ ผรู้ ักษาราชการแทน ใหผ้ ู้ดารงตาแหนง่ รองหรอื ผชู้ ่วยพน้ จากความ
เป็นผูร้ ักษาราชการแทนนบั แต่เวลาทีผ่ ู้ได้รบั แต่งต้ังเข้ารบั หนา้ ที่

- ความในหมวดน้ีมิให้ใชบ้ งั คบั แกร่ าชการในกระทรวงทีเ่ กย่ี วกับทหาร

63. การบรหิ ารราชการในต่างประเทศ

-“คณะผ้แู ทน” หมายความวา่ บรรดาข้าราชการฝ่ายพลเรอื น หรอื ขา้ ราชการฝ่ายทหาร
ประจาการในตา่ งประเทศซึ่งไดร้ บั แตง่ ตั้งให้ดารงตาแหนง่ ในสถานเอกอัครราชทตู สถานกงสุลใหญ่ สถาน
กงสลุ สถานรองกงสลุ ส่วนราชการของกระทรวงการตา่ งประเทศซึ่งเรยี กชื่อเปน็ อย่างอนื่ และปฏบิ ัตหิ น้าที่
เชน่ เดยี วกบั สถานเอกอัครราชทตู หรอื สถานกงสลุ ใหญ่ และคณะผ้แู ทนถาวรไทยประจาองคก์ ารระหวา่ ง
ประเทศ

64. “หัวหน้าคณะผูแ้ ทน” หมายความวา่ ขา้ ราชการสงั กดั กระทรวงการต่างประเทศ

- ซง่ึ ไดร้ บั แตง่ ตงั้ ให้ดารงตาแหนง่ หัวหนา้ คณะผแู้ ทนตามระเบียบพธิ ีการทตู หรอื ระเบยี บพธิ ีการ
กงสลุ ในกรณีของคณะผู้แทนถาวรไทยประจาองคก์ ารระหวา่ งประเทศ ใหห้ มายความว่า ข้าราชการสงั กดั
สว่ นราชการซึง่ ไดร้ บั แต่งต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ หวั หน้าคณะผู้แทนถาวรไทยประจาองคก์ ารระหวา่ งประเทศ

- “รองหัวหน้าคณะผ้แู ทน” หมายความวา่ ข้าราชการสงั กดั กระทรวงการตา่ งประเทศ ซ่ึงไดร้ บั
แตง่ ตง้ั ให้ดารงตาแหน่งเปน็ ผชู้ ว่ ยสง่ั และปฏิบัตริ าชการแทนหวั หนา้ คณะผ้แู ทน ในกรณีของคณะผูแ้ ทน
ถาวรไทยประจาองค์การระหว่างประเทศ ใหห้ มายความวา่ ขา้ ราชการสงั กดั ส่วนราชการ ซงึ่ ไดร้ บั แตง่ ตัง้ ให้
ดารงตาแหนง่ ในลักษณะเดียวกัน

65.ใหห้ วั หนา้ คณะผู้แทนเป็นผรู้ บั นโยบายและคาสั่งจาก

- นายกรฐั มนตรีในฐานะหวั หนา้ รัฐบาล คณะรฐั มนตรี กระทรวง ทบวง กรม มาปฏิบัตกิ ารให้
เหมาะสมกบั การปฏบิ ัตริ าชการในตา่ งประเทศ และเปน็ หวั หนา้ บงั คบั บญั ชาบคุ คลในคณะผ้แู ทน และจะ
ให้มีรองหัวหนา้ คณะผแู้ ทนเป็นผู้ช่วยสัง่ และปฏิบตั ริ าชการแทนหวั หน้าคณะผแู้ ทนกไ็ ด้

- การสงั่ และการปฏบิ ตั ิราชการของกระทรวง ทบวง กรม ต่อบุคคลในคณะผแู้ ทนให้เป็นไปตาม
ระเบยี บที่คณะรัฐมนตรกี าหนด

- หวั หนา้ คณะผ้แู ทนอาจมอบอานาจใหบ้ คุ คลในคณะผ้แู ทนปฏบิ ตั ิราชการแทนตามระเบยี บที่
คณะรฐั มนตรกี าหนด

176

66.ในกรณีที่ไม่มีผู้ดารงตาแหน่งหวั หน้าคณะผู้แทน หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รอง
หัวหนา้ คณะผู้แทนรักษาราชการแทน

66. ในกรณีท่ีไม่มีรองหวั หน้าคณะผู้แทนที่จะรักษาราชการแทนหรอื ไมม่ ผี ู้ดารงตาแหน่งใดอัน
เป็นบคุ คลในคณะผแู้ ทน หรือมีแต่บุคคลดังกลา่ วไมอ่ าจปฏบิ ตั ริ าชการได้

- ให้การรักษาราชการแทนหัวหน้าคณะผแู้ ทนหรอื ผ้ดู ารงตาแหนง่ ใดอันเปน็ บคุ คลในคณะผูแ้ ทน
เปน็ ไปตามระเบียบท่ีคณะรัฐมนตรกี าหนด

- ความในไม่ใชบ้ ังคับกับข้าราชการฝ่ายทหารประจาการในต่างประเทศ

67. หัวหน้าคณะผ้แู ทนมอี านาจและหนา้ ท่ี ดังนี้

(1) บรหิ ารราชการตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ

(2) บริหารราชการตามท่ีคณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มอบหมาย หรือตามที่
นายกรฐั มนตรีส่ังการในฐานะหัวหนา้ รฐั บาล

(3) บังคับบัญชาบุคคลในคณะผู้แทนและข้าราชการฝ่ายพลเรือนทีม่ ิใช่บคุ คลในคณะผแู้ ทนซ่ึง
ประจาอย่ใู นประเทศทตี่ นมอี านาจหน้าท่ี เพอ่ื ให้การปฏบิ ัติราชการเปน็ ไปตามกฎหมาย ระเบยี บขอ้ บังคับ
หรือคาสง่ั ของกระทรวง ทบวง กรม หรือมตขิ องคณะรฐั มนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีในฐานะ
หัวหนา้ รัฐบาล

(4) รายงานข้อเท็จจริงและความเห็นเก่ียวกับผลการปฏิบัติราชการของบุคคลตาม (3) เพื่อ
ประกอบการพิจารณาของผบู้ ังคับบัญชาของส่วนราชการต้นสังกัดเกีย่ วกับการแต่งต้ังและการเลอ่ื นข้ัน
เงินเดอื น

68. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง รัฐมนตรีว่าการทบวง ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง
ปลัดทบวง อธิบดีหรอื ผดู้ ารงตาแหน่งเทยี บเท่า อาจมอบอานาจ

- ให้หวั หน้าคณะผู้แทนปฏิบตั ิราชการแทนได้ ในการน้ีใหน้ าความในมาตรา 38 มาใช้บังคบั โดย
อนโุ ลม

- เมื่อมีการมอบอานาจโดยชอบแล้ว ผู้รับมอบอานาจมีหน้าท่ีต้องรับมอบอานาจนั้น และจะ
มอบอานาจน้ันให้แก่ ผู้อ่ืนต่อไปไม่ได้ เว้นแต่เป็นการมอบอานาจต่อไปให้บุคคลในคณะผู้แทนตาม
ระเบยี บทีค่ ณะรฐั มนตรกี าหนด

- เม่อื ได้มกี ารมอบอานาจแล้ว หัวหนา้ คณะผู้แทนมีหน้าท่กี ากับ ติดตามผลการปฏิบตั ริ าชการ
ของผ้รู บั มอบอานาจ และใหม้ อี านาจแนะนาและแก้ไขการปฏบิ ัติราชการของผ้รู ับมอบอานาจได้

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญัตริ ะเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 177

69. การท่ีกระทรวง ทบวง กรม จะมอบอานาจหรือมีคาส่ังใดท่ีเกี่ยวข้องไปยังหัวหน้าคณะ
ผู้แทน ให้แจ้งผา่ น

- กระทรวงการตา่ งประเทศ

70. ให้จดั ระเบยี บบริหารราชการส่วนภมู ภิ าค ดังน้ี

(1) จังหวัด

(2) อาเภอ

71. ให้รวมท้องทหี่ ลายๆ อาเภอต้ังข้ึน

- เป็นจังหวดั มีฐานะเป็นนติ บิ คุ คล

- การตั้ง ยบุ และเปลย่ี นแปลงเขตจังหวดั ใหต้ ราเป็นพระราชบญั ญัต(ิ ออกขอ้ สอบบอ่ ย)

- เพ่อื ประโยชนใ์ นการบริหารงานแบบบูรณาการในจังหวัดหรอื กลมุ่ จงั หวัด ให้จังหวัดหรือกลมุ่
จังหวดั ยนื่ คาขอจดั ต้งั งบประมาณได้ ทง้ั นต้ี ามหลักเกณฑ์ วิธกี ารและเง่ือนไขท่กี าหนดในพระราชกฤษฎกี า
ในกรณนี ้ใี หถ้ ือว่าจงั หวดั หรือกลุ่มจงั หวดั เปน็ สว่ นราชการตามกฎหมายวา่ ด้วยวธิ กี ารงบประมาณ

72. ให้จงั หวัดมีอานาจภายในเขตจังหวดั ดงั ต่อไปนี้

(1) นาภารกิจของรฐั และนโยบายของรฐั บาลไปปฏบิ ตั ิใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธ์ิ

(2) ดูแลให้มีการปฏบิ ตั ิและบังคบั การใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมาย เพอ่ื ให้เกดิ ความสงบเรยี บรอ้ ยและ
เป็นธรรมในสงั คม

(3) จัดให้มกี ารคมุ้ ครอง ป้องกนั สง่ เสรมิ และช่วยเหลอื ประชาชนและชุมชนทด่ี อ้ ยโอกาสเพอ่ื ให้
ได้รับความเปน็ ธรรมทงั้ ดา้ นเศรษฐกจิ และสงั คมในการดารงชีวิตอย่างพอเพยี ง

(4) จัดให้มีการบริการภาครัฐเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเสมอหน้า รวดเร็วและมี
คณุ ภาพ

(5) จัดให้มีการส่งเสริม อุดหนุน และสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพ่ือให้สามารถ
ดาเนินการตามอานาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และให้มีขีดความสามารถพร้อมที่จะ
ดาเนินการตามภารกิจทไ่ี ดร้ บั การถ่ายโอนจากกระทรวง ทบวง กรม

(6) ปฏิบัติหน้าท่ีอ่ืนตามที่คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอ่ืนของรัฐ
มอบหมาย หรือทีม่ กี ฎหมายกาหนด

- เพอ่ื ประโยชนใ์ นการปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ของจังหวัด ใหเ้ ป็นหน้าท่ีของส่วนราชการและหน่วยงานของ
รัฐท่ปี ระจาอย่ใู นเขตจงั หวดั ท่ีจะต้องปฏบิ ตั ิให้สอดคลอ้ งและเป็นไปตามแผนพัฒนาจงั หวดั

178

73. ในจังหวัดหนง่ึ ใหม้ ีคณะกรมการจงั หวัด ทาหนา้ ทเี่ ปน็

- ท่ีปรึกษาของผูว้ ่าราชการจังหวัดในการบรหิ ารราชการแผ่นดินในจงั หวัดนัน้ กับปฏิบตั หิ น้าที่
อืน่ ตามทีก่ ฎหมายหรอื มตขิ องคณะรัฐมนตรกี าหนด

74. คณะกรมการจงั หวดั ประกอบด้วย

- ผูว้ ่าราชการจงั หวดั เป็นประธาน

- รองผูว้ ่าราชการจังหวัดหนึง่ คนตามทีผ่ ู้วา่ ราชการจังหวดั มอบหมาย

- ปลัดจงั หวดั

- อัยการจงั หวดั ซึ่งเป็นหัวหนา้ ท่ีทาการอยั การจงั หวดั

- ผบู้ งั คบั การตารวจภธู รจงั หวัด

- หัวหนา้ สว่ นราชการประจาจังหวัดจากกระทรวงและทบวงต่างๆ เว้นแตก่ ระทรวงมหาดไทยซง่ึ
ประจาอยู่ในจงั หวัด กระทรวง หรือทบวงละหน่ึงคน เป็นกรมการจงั หวดั

- หวั หนา้ สานักงานจังหวดั เป็นกรมการจงั หวดั และเลขานกุ าร (*ออกบอ่ ยตาแหน่งใดเปน็ เลขาฯ)

- ถ้ากระทรวงหรือทบวงมีหัวหน้าส่วนราชการประจาจังหวัดซ่ึงกรมต่างๆ ในกระทรวงหรือ
ทบวงนนั้ ส่งมาประจาอย่ใู นจังหวดั มากกว่าหนึ่งคน ใหป้ ลัดกระทรวงหรือปลดั ทบวงกาหนดใหห้ วั หน้าส่วน
ราชการประจาจงั หวดั หนึง่ คนเปน็ ผแู้ ทนของกระทรวงหรอื ทบวงในคณะกรมการจงั หวัด

- ในการปฏิบัติหน้าท่ี เม่ือผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควรจะแต่งตั้งให้หัวหน้าส่วนราชการ
ประจาจังหวัดซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในราชการส่วนภูมิภาคคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นกรมการจังหวัดเพ่ิมขึ้น
เฉพาะการปฏิบัติหน้าทใี่ ดหน้าท่ีหนง่ึ กไ็ ด้

75.ให้จงั หวดั จดั ทาแผนพฒั นาจังหวัดใหส้ อดคล้องกับ

- แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับชาติ และความต้องการของประชาชนใน
ท้องถน่ิ ในจังหวดั

-ในการจัดทาแผนพัฒนาจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดใหม้ ีการประชุมปรึกษาหารอื ร่วมกัน
ระหวา่ งหวั หน้าสว่ นราชการที่มสี ถานท่ตี ัง้ ทาการอยู่ในจงั หวัดไม่ว่าจะเปน็ ราชการบริหารส่วนภูมิภาคหรือ
ราชการบริหารส่วนกลางและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท้ังหมดในจังหวัดรวมท้ังผู้แทนภาค
ประชาสงั คม และผูแ้ ทนภาคธรุ กจิ เอกชน

76 .การจัดทาแผนพฒั นาจงั หวัด จานวนและวิธีการสรรหาผูแ้ ทนภาคประชาสังคมและผู้แทน
ภาคธุรกิจเอกชน

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญัติระเบียบบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 179

-ให้เป็นไปตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการทกี่ าหนดในพระราชกฤษฎีกา

-เมื่อประกาศใช้แผนพฒั นาจังหวัดแลว้ การจัดทาแผนพัฒนาทอ้ งถิ่นขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นและการดาเนินกิจการของสว่ นราชการและหนว่ ยงานอน่ื ของรัฐทงั้ ปวงท่กี ระทาในพ้นื ท่จี ังหวดั ตอ้ ง
สอดคล้องกบั แผนพัฒนาจังหวัดดงั กล่าว

77. ในจงั หวัดหนึง่ ใหม้ ีผู้ว่าราชการจังหวดั คนหนงึ่ (ข้าราชการพลเรอื นสามัญ)

- เป็นผรู้ ับนโยบายและคาสั่งจากนายกรัฐมนตรีในฐานะหวั หน้ารัฐบาล คณะรัฐมนตรี กระทรวง
ทบวง กรม มาปฏบิ ตั ิการให้เหมาะสมกบั ทอ้ งทีแ่ ละประชาชน

- เปน็ หัวหนา้ บังคับบญั ชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหาร ซ่ึงปฏิบตั หิ นา้ ท่ีในราชการส่วนภูมิภาค
ในเขตจงั หวดั และรบั ผิดชอบในราชการจังหวัดและอาเภอ และจะใหม้ รี องผวู้ ่าราชการจงั หวดั หรือผชู้ ว่ ย
ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือท้ังรองผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ช่วยผวู้ ่าราชการจังหวัดเป็นผชู้ ่วยส่งั และปฏบิ ัติ
ราชการแทนผวู้ า่ ราชการจงั หวดั กไ็ ด้

- รองผู้วา่ ราชการจังหวัดหรือผชู้ ว่ ยผู้ว่าราชการจังหวดั เป็นผ้บู งั คับบญั ชาข้าราชการฝา่ ยบรหิ าร
ส่วนภูมภิ าคในเขตจงั หวดั และรับผดิ ชอบในราชการรองจากผู้ว่าราชการจังหวัด ผวู้ ่าราชการจงั หวดั รอง
ผู้ว่าราชการจังหวดั และผู้ช่วยผ้วู า่ ราชการจงั หวดั (ขา้ ราชการพลเรือนสามญั ) สังกดั กระทรวงมหาดไทย

78. ในจงั หวดั หนงึ่ นอกจากจะมีผวู้ ่าราชการจังหวดั เปน็ หวั หนา้ ปกครองบงั คับบัญชาข้าราชการ
และรบั ผดิ ชอบงานบรหิ ารราชการของจงั หวดั ดงั กลา่ ว

- ให้มีปลัดจังหวัดและหวั หน้าส่วนราชการประจาจังหวัด ซ่ึงกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ส่งมา
ประจาทาหน้าทเ่ี ป็นผู้ช่วยเหลอื ผวู้ ่าราชการจังหวัด และมีอานาจบังคับบญั ชาข้าราชการฝา่ ยบริหารสว่ น
ภมู ิภาคซ่ึงสังกัดกระทรวง ทบวง กรมนัน้ ในจังหวัดนั้น

79. ในจังหวัดหนึ่งนอกจากกรงุ เทพมหานคร ให้มีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจงั หวัดคณะหนงึ่
เรียกโดยยอ่ วา่ “ก.ธ.จ.”

- ทาหน้าทีส่ อดสอ่ งและเสนอแนะการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานของรัฐในจังหวัดให้ใช้วิธีการ
บรหิ ารกิจการบ้านเมืองที่ดีและเป็นไปตามหลกั การท่ีกาหนดไวใ้ นมาตรา 3/1

- มาตรา 3/1 การบริหารราชการตามพระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของ
ประชาชน เกดิ ผลสัมฤทธติ์ ่อภารกิจของรัฐ ความมีประสทิ ธภิ าพ ความคมุ้ คา่ ในเชิงภารกิจแหง่ รฐั การลด
ขั้นตอนการปฏิบตั งิ าน การลดภารกิจและยบุ เลิกหน่วยงานท่ีไม่จาเป็น การกระจายภารกิจและทรัพยากร
ให้แก่ทอ้ งถิ่น การกระจายอานาจตัดสนิ ใจ การอานวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของ
ประชาชน ท้ังน้ี โดยมีผรู้ ับผดิ ชอบตอ่ ผลของงาน การจดั สรรงบประมาณ และการบรรจแุ ละแต่งตัง้ บุคคล
เข้าดารงตาแหน่งหรือปฏิบัติหน้าท่ีต้องคานึงถึงหลักการตามวรรคหนึ่ง ในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วน

180

ราชการ ต้องใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีโดยเฉพาะอย่างย่ิงให้คานึงถึงความรับผิดชอบของ
ผู้ปฏิบัติงาน การมีส่วนร่วมของประชาชน การเปิดเผยข้อมูล การติดตามตรวจสอบและประเมินผลการ
ปฏิบัติงาน ท้ังน้ี ตามความเหมาะสมของแต่ละภารกิจ เพ่ือประโยชน์ในการดาเนินการให้เป็นไปตาม
มาตราน้ี จะตราพระราชกฤษฎีกากาหนดหลกั เกณฑ์และวิธีการในการปฏิบัติราชการและการสง่ั การให้
ส่วนราชการและขา้ ราชการปฏบิ ตั กิ ็ได้

80. ก.ธ.จ. ประกอบดว้ ย

- ผตู้ รวจราชการสานักนายกรฐั มนตรซี ึ่งมเี ขตอานาจในจงั หวัดเปน็ ประธาน

- ผแู้ ทนภาคประชาสงั คม ผแู้ ทนสมาชกิ สภาทอ้ งถนิ่ ทไ่ี มไ่ ดด้ ารงตาแหน่งผู้บริหารและ

- ผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน ทั้งน้ี จานวน วิธีการสรรหา และการปฏิบัติหน้าที่ของ ก.ธ.จ. ให้
เป็นไปตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีในกรณีที่ ก.ธ.จ. พบว่ามีการละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
ระเบียบ หรือข้อบังคับหรือมกี รณีที่เป็นการทุจริต ให้เป็นหน้าท่ขี อง ก.ธ.จ. ที่จะต้องแจง้ ใหผ้ ้วู ่าราชการ
จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการรัฐวิสาหกจิ หรอื หน่วยงานอ่ืนของรฐั ท่ีเก่ียวข้อง แล้วแต่กรณี เพ่ือดาเนินการ
ตามอานาจหน้าที่ต่อไป”และขออธิบายเพิ่มเติมดังน้ี ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย
คณะกรรมการธรรมาภบิ าลจงั หวดั พ.ศ. 2552

ขอ้ 5 ในจงั หวดั หนึ่งนอกจากกรงุ เทพมหานคร ให้มคี ณะกรรมการธรรมภบิ าลจังหวดั คณะหนงึ่
เรียกโดยย่อว่า “ก.ธ.จ.” ประกอบด้วยผตู้ รวจราชการสานักนายกรบั มนตรีซึ่งมเี ขตอานาจในจงั หวดั เปน็
ประธาน และผ้แู ทนภาคประชาสังคม ผูแ้ ทนสมาชกิ สภาท้องถ่ิน และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนในจงั หวัดเปน็
กรรรมการ จานวนกรรมการใน ก.ธ.จ. แต่ละแหง่ ให้เป็นไปตามเกณฑใ์ น

ข้อ 6 ให้คณะกรรมการตามวรรคหน่ึงเลือกกรรมการคนหนึ่ง ทาหน้าที่รองประธาน ให้ปลัด
สานักนายกรัฐมนตรีแต่งต้ังข้าราชการสังกัดสานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรีตามประธานเสนอเป็ น
เลขานุการหนึ่งคนและผู้ช่วยเลขานุการหนึ่งคน และแต่งต้ังข้าราชการในจังหวัดน้ันตามที่ผู้ว่าราชการ
จงั หวัดเสนอเปน็ ผ้ชู ่วยเลขานุการหนง่ึ คน

ให้เลขานกุ ารและผู้ช่วยเลขานกุ ารซง่ึ เป็นข้าราชการสงั กัดสานักงานปลดั สานกั นายกรัฐมนตรีมี
หน้าท่ีรับผิดชอบการจัดทาวาระการประชุมและงานธุรการอ่ืนตามท่ีประธานมอบหมาย รวมทั้งจัดทา
แผนงานการประชุม ก.ธ.จ. เพื่อเสนอให้สานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรีย่ืนของบประมาณตาม
กฎหมายว่าด้วยวิธีงบประมาณ และให้ผู้ช่วยเลขานุการซ่ึงเป็นข้าราชการในจังหวัดมีหน้าท่ีรับผิดชอบ
ประสานงานกรรมการในจังหวัด เชิญประชุม จัดสถานท่ีประชุม และงานธุรการอื่นตามท่ีประธาน
มอบหมาย

ขอ้ 6 จานวนกรรมการใน ก.ธ.จ. ให้ถือเกณฑ์จานวนอาเภอของแตล่ ะจังหวดั ดงั ตอ่ ไปนี้

สรปุ สาระสาคญั พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 181

(1)จังหวดั ท่ีมีไมเ่ กินสิบอาเภอ ใหม้ ีกรรมการจานวนไม่เกินสบิ สค่ี น ประกอบดว้ ยประธาน และ
ผู้แทนภาคประชาสังคมไม่เกนิ เจ็ด ผู้แทนสมาชิกสภาท้องถ่ินสามคน และผู้แทนภาคธุรกจิ เอกชนสามคน
เปน็ กรรมการ

(2)จังหวัดท่ีมีต้ังแต่สิบเอ็ดอาเภอแต่ไม่เกินสิบห้าอาเภอ ให้มีกรรมการจานวนสิบหกคน
ประกอบด้วยประธาน และผู้แทนภาคประชาสังคมเก้าคน ผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ่นสามคนและผแู้ ทน
ภาคธรุ กิจเอกชนสามคนเป็นกรรมการ

(3)จังหวัดที่มีตั้งแต่สิบหกอาเภอแต่ไม่เกินย่ีสิบอาเภอ ให้มีกรรมการจานวนสิบแปดคน
ประกอบด้วยประธาน และผู้แทนภาคประชาสังคมเก้าคน ผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ่นสี่คน และผู้แทน
ภาคเอกชนสี่คนเปน็ กรรมการ

(4)จังหวัดที่มีต้ังแต่ยีส่ ิบเอ็ดอาเภอขึ้นไป ให้มีกรรมการจานวนยี่สบิ คน ประกอบด้วยประธาน
และผู้แทนภาคประชาสังคมสิบเอด็ คน ผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ่นส่ีคน และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนส่คี น
เป็นกรรมการในกรณีท่ีมีการจัดต้ังอาเภอขึ้นใหม่อันอาจทาให้จานวนกรรมการท่ีจะพึงมีของจังหวัด
เปล่ียนไปให้กรรมการที่อยู่ในตาแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนครบวาระ โดยไม่ต้องดาเนินการสรรหา
กรรมการเพิ่มเตมิ

ข้อ 17 เมอ่ื ผูว้ า่ ราชการจังหวดั ไดด้ าเนนิ การสรรหาตาม ขอ้ 13 และข้อ 16 แลว้ ใหผ้ ูว้ ่าราชการ
จงั หวัดแจ้งรายชือ่ ไปยงั ปลัดสานกั นายกรัฐมนตรเี พอ่ื ลงนามรบั รองรายชือ่ กรรมการเปน็ รายจังหวัด ใหผ้ ู้ว่า
ราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดปิดประกาศรายชื่อกรรมการท่ีได้รับการรบั รองตามวรรคหนึ่งให้ประชาชน
ทราบ ณ ศาลากลางจงั หวดั ท่ีวา่ การอาเภอ ทที่ าการองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ และทีท่ าการผู้ใหญบ่ า้ น

ข้อ 18 กรรมการผู้แทนภาคประชาสังคม กรรมการผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ่น และกรรมการ
ผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน มีวาระดารงตาแหน่งคราวละสามปนี ับแต่วันที่ปลัดสานักนายกรัฐมนตรีลงนาม
รับรองรายช่อื กรรมการเป็นรายจงั หวดั กรรมการซ่ึงพน้ จากตาแหนง่ ตามวาระ อาจได้รับสรรหาอกี ได้ แต่
จะดารงตาแหน่งตดิ ตอ่ กนั เกนิ สองวาระไม่ไดเ้ มื่อครบกาหนดตามวาระในวรรคหนึง่ หากยงั ไม่มกี ารสรรหา
กรรมการข้ึนใหม่ ให้กรรมการซง่ึ พ้นจากตาแหน่งตามวาระน้นั อย่ใู นตาแหน่งเพอ่ื ปฏิบตั หิ นา้ ทตี่ ่อไปจนกวา่
กรรมการซ่งึ ไดร้ ับการสรรหาใหม่เขา้ รับหน้าที่

ขอ้ 22 ก.ธ.จ. มอี านาจหนา้ ท่ี ดงั ตอ่ ไปน้ี

(1) สอดส่องการปฏิบัติภารกิจหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัดให้ใช้วิธีการ
บริหารจดั การบา้ นเมอื งทด่ี ี

(2) แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอ่ืนของรัฐ ที่
เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี ดาเนินการตามอานาจหน้าที่ ในกรณีที่พบว่ามีการละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎมาย
ระเบียบ หรือข้อบงั คับ หรอื มีการทุจริต

182

(3) เสนอแนะแนวทางการปฏบิ ัตแิ ละการสง่ เสรมิ ตามหลกั คุณธรรม จรยิ ธรรม และธรรมาภิบาล
เพื่อการบริหารกิจการบา้ นเมืองทดี่ ีของหน่วยงานของรฐั และเจา้ หน้าท่ีของรัฐแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและ
หนว่ ยงานของรฐั ในจงั หวัด

(4) ตดิ ตามการปฏิบตั ติ ามมติ ก.ธ.จ.

(5) แตง่ ตั้งท่ีปรึกษาด้านวิชาการ การประชาสัมพนั ธ์ หรอื ด้านอื่น จานวนไมเ่ กินสามคน

(6) เผยแพรผ่ ลการปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ตี อ่ สาธารณะตามทเ่ี หน็ สมควร

ขอ้ 23 ในการดาเนินการตาม ข้อ 22 (1) ให้ ก.ธ.จ. สอดส่องหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่

ของรัฐภายในจังหวัดให้ใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามพระราชกฤ ษฎีกาว่าด้วย
หลักเกณฑ์และวธิ กี ารบ้านเมืองท่ีดอี ยา่ งน้อยดังตอ่ ไปนี้

(1) ปฏิบัติภารกิจให้เปน็ ไปตามกฎหมายเพ่ือรักษาประโยชน์ส่วนรวม ตลอดจนไม่ละเมิดสิทธิ
และเสรภี าพของประชาชน

(2) ปฏบิ ตั ิภารกจิ เพือ่ อานวยความสะดวก ให้บริการ และสนองความต้องการของประชาชน

(3) ปฏิบัติภารกจิ เพ่อื ประโยชนส์ ขุ ของประชาชน

(4) ปฏิบตั ภิ ารกจิ ใหเ้ กดิ ผลสมั ฤทธ์ิ มปี ระสิทธิภาพ และมีความคุ้มค่า

(5) ปฏิบัติภารกิจโดยไม่มีข้ันตอนการปฏิบัติงานเกินความจาเป็น ให้ทันต่อสถานการณ์
โดยเฉพาะในเรือ่ งทเ่ี ปน็ ความเดอื ดรอ้ นและทุกข์ยากของประชาชน

(6) ปฏิบัตภิ ารกจิ โดยยึดหลกั การมีสว่ นร่วมของประชาชน และการเปิดเผยขอ้ มูลอยา่ งโปร่งใส

(7) ปฏบิ ัติภารกจิ โดยมกี ารติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการปฏบิ ตั งิ านอย่างสมา่ เสมอ

81. ใหม้ ีการรักษาราชการแทนกรณผี ู้ว่าราชการจังหวดั ไม่อาจปฏิบตั ริ าชการได้ ดังน้ี

ตาแหน่ง ผรู้ กั ษาการแทนลาดับท่ี1 ผู้รักษาการแทนลาดบั ที่ 2 และ
ถัดไป
ในกรณที ี่ไม่มผี ู้ดารง ใหร้ องผ้วู า่ ราชการจงั หวดั เป็น
ตาแหนง่ ผวู้ า่ ราชการจงั หวัด ผู้รกั ษาราชการแทน 1. ถ้าไมม่ ีผูด้ ารงตาแหน่งรอง
หรอื มีแต่ไมอ่ าจปฏบิ ัติ ผ้วู ่าราชการจงั หวดั หรือมแี ตไ่ ม่
ราชการได้ อาจปฏิบัตริ าชการไดใ้ หผ้ ชู้ ่วย
(มาตรา 56) ผู้วา่ ราชการจังหวัดเปน็ ผ้รู กั ษา
ราชการแทน

สรปุ สาระสาคญั พระราชบัญญัติระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 183

2. ถา้ ไม่มผี ู้ดารงตาแหนง่ ผู้ช่วย
ผูว้ า่ ราชการจงั หวดั หรอื มแี ต่ไม่
อาจปฏิบัตริ าชการไดใ้ หป้ ลดั
จงั หวดั เป็นผรู้ กั ษาราชการแทน
3. ถ้ามีรองผูว้ า่ ราชการจงั หวดั
ผู้ชว่ ยผูว้ า่ ราชการจังหวัด หรอื
ปลดั จงั หวัดหลายคนให้
ปลดั กระทรวงแต่งตง้ั รองผวู้ า่
ราชการจงั หวัด ผชู้ ว่ ยผูว้ ่า
ราชการจงั หวัด หรอื ปลัด
จงั หวัดคนใดคนหน่งึ แล้วแต่
กรณี เป็นผู้รกั ษาราชการแทน
4. ถา้ ไม่มีท้งั ผู้ดารงตาแหนง่ รอง
ผูว้ ่าราชการจงั หวดั ผู้ช่วยผู้ว่า
ราชการจงั หวัดและปลัดจงั หวดั
หรอื มีแตไ่ ม่อาจปฏบิ ัติราชการได้
ให้หวั หนา้ ส่วนราชการประจา
จงั หวดั ซง่ึ มอี าวุโสตามระเบยี บ
แบบแผนของทางราชการเป็น
ผรู้ กั ษาราชการแทน

82. ในกรณที ไี่ มม่ ีผดู้ ารงตาแหนง่ ผู้วา่ ราชการจงั หวัด หรอื มแี ตไ่ ม่อาจปฏบิ ตั ริ าชการได้

- ใหร้ องผ้วู ่าราชการจงั หวัดเป็นผูร้ ักษาราชการแทน

- ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัตริ าชการได้ให้ผ้ชู ่วยผ้วู า่
ราชการจังหวัดเป็นผรู้ กั ษาราชการแทน

- ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้ปลัด
จังหวดั เปน็ ผรู้ กั ษาราชการแทน

- ถ้ามีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด หรือปลัดจังหวัดหลายคน ให้
ปลัดกระทรวงแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด หรือปลัดจังหวัดคนใดคนหน่ึง
แล้วแตก่ รณี เปน็ ผรู้ กั ษาราชการแทน

184

- ถ้าไม่มีทั้งผู้ดารงตาแหน่งรองผูว้ ่าราชการจังหวัด ผู้ช่วยผวู้ ่าราชการจังหวัด และปลัดจงั หวัด
หรือมีแต่ไมอ่ าจปฏิบัติราชการได้ ให้หัวหน้าส่วนราชการประจาจังหวัดซ่ึงมอี าวุโสตามระเบียบแบบแผน
ของทางราชการเป็นผูร้ ักษาราชการแทน

83. ผู้วา่ ราชการจังหวดั มีอานาจและหน้าที่ดงั นี้

(1) บรหิ ารราชการตามกฎหมาย ระเบยี บแบบแผนของทางราชการ และตามแผนพฒั นาจังหวัด

(2) บริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มอบหมายหรือตามท่ี
นายกรฐั มนตรสี งั่ การในฐานะหัวหนา้ รัฐบาล

(3) บริหารราชการตามคาแนะนาและคาชี้แจงของผู้ตรวจราชการกระทรวงในเม่ือไม่ขัดต่อ
กฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั หรอื คาสง่ั ของกระทรวง ทบวง กรม มตขิ องคณะรฐั มนตรหี รือการสง่ั การของ
นายกรฐั มนตรี

(4) กากับดูแลการปฏิบัติราชการอันมิใช่ราชการส่วนภูมิภาคของข้าราชการซ่ึงประจาอยู่ใน
จังหวดั นนั้ ยกเวน้ ข้าราชการทหาร ขา้ ราชการฝา่ ยตลุ าการ ขา้ ราชการฝ่ายอัยการ ขา้ ราชการพลเรอื นใน
มหาวิทยาลยั ข้าราชการในสานักงานตรวจเงินแผ่นดินและข้าราชการครู ให้ปฏิบัติราชการให้เปน็ ไปตาม
กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คบั หรอื คาส่ังของกระทรวง ทบวง กรม หรอื มตขิ องคณะรฐั มนตรี หรอื การสง่ั การ
ของนายกรฐั มนตรี หรอื ยับย้งั การกระทาใดๆ ของข้าราชการในจงั หวัดที่ขัดตอ่ กฎหมาย ระเบียบขอ้ บังคบั
หรือคาสั่งของกระทรวง ทบวง กรมมตขิ องคณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรฐั มนตรีไว้ชั่วคราวแล้ว
รายงานกระทรวง ทบวง กรม ที่เก่ยี วข้อง

(5) ประสานงานและรว่ มมอื กับขา้ ราชการทหาร ข้าราชการฝา่ ยตุลาการขา้ ราชการฝ่ายอัยการ
ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการในสานักงานตรวจเงินแผ่นดินและข้าราชการครู ผู้ตรวจ
ราชการและหัวหน้าสว่ นราชการในระดับเขตหรือภาค ในการพัฒนาจังหวัดหรอื ป้องปดั ภยั พบิ ตั สิ าธารณะ

(6) เสนองบประมาณต่อกระทรวงท่ีเก่ียวข้อง หรือเสนอขอจัดตั้งงบประมาณต่อสานัก
งบประมาณและรายงานใหก้ ระทรวงมหาดไทยทราบ

(7) กากับดแู ลการบริหารราชการสว่ นทอ้ งถนิ่ ตามกฎหมาย

(8) กากับการปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ขี องพนกั งานองค์การของรฐั บาลหรอื รัฐวิสาหกจิ ในการน้ใี หม้ ีอานาจ
ทารายงานหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดาเนินงานขององค์การของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจต่อ
รัฐมนตรเี จ้าสังกัดองคก์ ารของรัฐบาลหรือรฐั วิสาหกจิ

(9) บรรจุ แต่งตั้ง ให้บาเหน็จ และลงโทษข้าราชการส่วนภูมภิ าคในจังหวัดตามกฎหมาย และ
ตามทีป่ ลัดกระทรวง ปลดั ทบวง หรืออธบิ ดีมอบหมาย

สรปุ สาระสาคญั พระราชบัญญตั ิระเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดินพ.ศ. 2534 185

84. การยกเวน้ จากดั หรือตัดทอน อานาจหนา้ ที่ของผู้วา่ ราชการจังหวัดในการบริหารราชการ
ในจังหวัด หรือให้ข้าราชการของส่วนราชการใดมีอานาจหน้าที่ในการบริหารราชการส่วนภูมิภาค
เชน่ เดียวกบั ผวู้ า่ ราชการจังหวดั จะกระทาได้โดยตรา

- เป็นพระราชบญั ญตั ิ มาตรา 59 ให้นาความในมาตรา 48 และมาตรา 49 มาใช้บังคบั แกผ่ ้รู ักษา
ราชการแทนและผู้ปฏบิ ัตริ าชการแทนตามหมวดน้ี (โดยรายละเอียดดงั นี้)

มาตรา 48 ให้ผรู้ กั ษาราชการแทนตามความในพระราชบัญญตั ิน้มี อี านาจหนา้ ท่เี ช่นเดยี วกบั ผ้ซู งึ่
ตนแทน ในกรณที ี่ผดู้ ารงตาแหน่งใดหรือผรู้ ักษาราชการแทนผดู้ ารงตาแหน่งนั้นมอบหมายหรอื มอบอานาจ
ให้ผู้ดารงตาแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทน ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนมีอานาจหน้าท่ีเช่นเดียวกับผู้ ซ่ึง
มอบหมายหรือมอบอานาจ ในกรณีท่ีมีกฎหมายอ่ืนแต่งตั้งให้ผู้ดารงตาแหน่งใดเป็นกรรมการหรือให้มี
อานาจหน้าที่อย่างใดให้ผ้รู กั ษาราชการแทนหรือผู้ปฏิบตั ิราชการแทนมีอานาจหนา้ ทเ่ี ปน็ กรรมการหรอื มี
อานาจหนา้ ท่เี ช่นเดียวกบั ผู้ดารงตาแหน่งน้นั ในการรักษาราชการแทนหรือปฏิบัตริ าชการแทนด้วย แล้วแต่
กรณี

มาตรา 49 การเป็นผู้รักษาราชการแทนตามพระราชบัญญัติน้ีไม่กระทบกระเทือนอานาจ
นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรเี จ้าสงั กัด ปลัดกระทรวง หรือผดู้ ารงตาแหน่งเทยี บเท่าปลดั กระทรวง ปลัดทบวง
อธิบดีหรือผู้ดารงตาแหน่งเทียบเท่าอธิบดี ซ่ึงเป็นผู้บังคับบัญชาท่ีจะแต่งตั้งข้าราชการอื่นเป็นผู้รักษา
ราชการแทนตามอานาจหน้าทท่ี ี่มีอยู่ตามกฎหมาย ในกรณีท่ีมีการแต่งตั้งผรู้ ักษาราชการแทนตามวรรค
หน่งึ ให้ผ้ดู ารงตาแหนง่ รองหรอื ผชู้ ว่ ยพน้ จากความเป็นผูร้ กั ษาราชการแทนนับแตเ่ วลาทผ่ี ไู้ ด้รับแต่งต้งั ตาม
วรรคหนง่ึ เขา้ รับหนา้ ที่

85. ให้แบ่งสว่ นราชการของจงั หวัดดงั นี้

(1) สานกั งานจงั หวดั มหี น้าที่เกีย่ วกับราชการท่ัวไปและการวางแผนพฒั นาจงั หวัดของจังหวัด
นนั้ มหี ัวหนา้ สานักงานจงั หวดั (ขา้ ราชการพลเรือนสามญั ) เป็นผ้บู ังคับบัญชาขา้ ราชการ และรบั ผดิ ชอบใน
การปฏบิ ตั ริ าชการของสานักงานจงั หวดั

(2) ส่วนตา่ งๆ ซงึ่ กระทรวง ทบวง กรม ได้ตง้ั ขน้ึ มหี น้าที่เกย่ี วกบั ราชการของกระทรวง ทบวง
กรมนน้ั ๆ มีหัวหนา้ สว่ นราชการประจาจงั หวดั น้ันๆ เปน็ ผู้ปกครองบังคับบญั ชารบั ผดิ ชอบ

86. ในจงั หวดั หน่ึงใหม้ ีหน่วยราชการบริหารรองจากจังหวดั เรียกว่า

- อาเภอ (* ไมม่ ีฐานะเปน็ นิตบิ คุ คล ซึ่งไม่มกี ารต้งั งบประมาณเปน็ ของตนเอง ข้อสอบถามบ่อย)

- การตั้ง ยบุ และเปลี่ยนเขตอาเภอ ใหต้ ราเป็นพระราชกฤษฎกี า (*ออกบ่อยมาก ออกเทศบาล
โคกม้า

อาเภอประโคนชัย จ.บุรรี มั ย์ดว้ ย)

186

87. ให้อาเภอมีอานาจหนา้ ท่ภี ายในเขตอาเภอ ดงั ต่อไปน้ี

(1) อานาจและหน้าทีต่ ามที่กาหนดในมาตรา 52/1 (1) (2) (3) (4) (5) และ (6) โดยให้นาความ
ในมาตรา 52/1 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม (เอาอานาจของจังหวัดมาปฏิบัติในเขตอาเภอโดย
อนโุ ลม)มาตรา 52/1 ใหจ้ งั หวดั มอี านาจภายในเขตจงั หวัด ดงั ต่อไปนี้

(1) นาภารกจิ ของรฐั และนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัตใิ ห้เกดิ ผลสัมฤทธ์ิ

(2) ดูแลให้มีการปฏิบัติและบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความสงบ
เรียบร้อยและเป็นธรรมในสังคม

(3) จดั ให้มกี ารคุ้มครอง ป้องกนั ส่งเสรมิ และชว่ ยเหลือประชาชนและชุมชนท่ีด้อยโอกาสเพอ่ื ให้
ได้รบั ความเปน็ ธรรมทง้ั ดา้ นเศรษฐกจิ และสังคมในการดารงชีวติ อย่างพอเพียง

(4) จัดให้มีการบริการภาครัฐเพ่ือให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเสมอหน้า รวดเร็วและมี
คุณภาพ

(5) จัดให้มีการส่งเสริม อุดหนุน และสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้สามารถ
ดาเนินการตามอานาจและหน้าท่ีขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน และให้มีขีดความสามารถพร้อมที่จะ
ดาเนินการตามภารกิจทไี่ ด้รับการถ่ายโอนจากกระทรวง ทบวง กรม

(6) ปฏิบัติหนา้ ทอ่ี ่ืนตามทค่ี ณะรฐั มนตรี กระทรวง ทบวง กรม หรอื หนว่ ยงานอ่นื ของรัฐมอบหมาย หรือท่ี
มีกฎหมายกาหนดเพ่ือประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าท่ีของจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นหน้าที่ของส่วน
ราชการและหน่วยงานของรัฐท่ีประจาอยู่ในเขตจังหวัดท่ีจะต้องปฏิบัติให้สอดคล้องและเป็นไปตาม
แผนพัฒนาจังหวัดตามมาตรา 53/1มาตรา 53/1 ใหจ้ ังหวดั จดั ทาแผนพฒั นาจังหวัดใหส้ อดคลอ้ งกับแนว
ทางการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมในระดับชาติ และความต้องการของประชาชนในทอ้ งถ่ินในจงั หวัดใน
การจัดทาแผนพัฒนาจังหวัดตามวรรคหน่งึ ใหผ้ ู้วา่ ราชการจังหวดั จัดให้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกัน
ระหวา่ งหัวหนา้ สว่ นราชการทมี่ สี ถานท่ีตั้งทาการอยู่ในจงั หวัดไม่วา่ จะเปน็ ราชการบริหารสว่ นภูมภิ าคหรือ
ราชการบริหารส่วนกลางและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท้ังหมดในจังหวัดรวมทั้งผู้แทนภาค
ประชาสังคม และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนการจดั ทาแผนพัฒนาจังหวัดตามวรรคหนึ่ง จานวนและวิธกี าร
สรรหาผู้แทนภาคประชาสังคมและผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ
วิธีการท่ีกาหนดในพระราชกฤษฎีกาเมือ่ ประกาศใช้แผนพัฒนาจังหวัดแล้ว การจัดทาแผนพัฒนาทอ้ งถิ่น
ขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินและการดาเนินกิจการของสว่ นราชการและหนว่ ยงานอื่นของรัฐท้ังปวงที่
กระทาในพ้นื ที่จงั หวดั ตอ้ งสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดดงั กลา่ ว

(2) ส่งเสริม สนับสนุน และจัดให้มีการบริการร่วมกันของหน่วยงานของรัฐในลักษณะ
ศนู ยบ์ รกิ ารรว่ ม

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั ิระเบียบบรหิ ารราชการแผน่ ดินพ.ศ. 2534 187

(3) ประสานงานกบั องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ เพอ่ื ร่วมมอื กบั ชมุ ชนในการดาเนนิ การให้มีแผน
ชมุ ชน เพอ่ื รองรบั การสนบั สนุนงบประมาณจากองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ จงั หวดั และกระทรวง ทบวง
กรม

(4) ไกล่เกล่ียหรือจดั ใหม้ ีการไกลเ่ กล่ียประนอมขอ้ พพิ าทเพือ่ ใหเ้ กิดความสงบเรียบรอ้ ยในสังคม
ตามมาตรา 61/2 และมาตรา 61/3

88. มาตรา 61/2 ในอาเภอหนึ่ง ให้มีคณะบคุ คลผู้ทาหน้าท่ีไกลเ่ กล่ียและประนอมข้อพพิ าทของ
ประชาชนทีค่ ู่กรณีฝา่ ยใดฝ่ายหน่งึ มีภูมลิ าเนาอยใู่ นเขตอาเภอ ในเรอื่ งที่พพิ าททางแพง่ เก่ยี วกับท่ดี นิ มรดก
และข้อพพิ าททางแพง่ อ่นื ทม่ี ที ุนทรพั ยไ์ มเ่ กนิ สองแสนบาท หรอื มากกว่านนั้ ตามทก่ี าหนด

- ในพระราชกฤษฎีกา

- ให้นายอาเภอโดยความเห็นชอบของคณะกรมการจังหวัดจัดทาบัญชีรายชื่อบุคคลท่ีจะทา
หนา้ ที่เปน็ คณะบคุ คลผู้ทาหน้าท่ีไกลเ่ กลยี่ และประนอมข้อพิพาท โดยคดั เลือกจากบุคคลท่มี คี วามร้หู รือมี
ประสบการณ์เหมาะสมกบั การทาหน้าทีไ่ กลเ่ กล่ยี ขอ้ พพิ าท

- เมื่อมีข้อพิพาทเกิดข้ึนและคู่พพิ าทตกลงยินยอมใหใ้ ช้วิธีการไกลเ่ กลยี่ ข้อพิพาทให้คู่พิพาทแต่
ละฝ่ายเลอื กบคุ คลจากบัญชีรายชือ่ ฝ่ายละหน่ึงคน และให้นายอาเภอ พนกั งานอัยการประจาจงั หวัดหรือ
ปลัดอาเภอที่ได้รับมอบหมายคนหนึ่งเปน็ ประธาน เพื่อทาหนา้ ทีเ่ ป็นคณะบุคคลผทู้ าหน้าที่ไกล่เกลยี่ และ
ประนอมขอ้ พพิ าท

- ให้คณะบุคคลผู้ทาหน้าท่ีไกล่เกล่ียและประนอมข้อพิพาทมีอานาจหน้าที่รับฟังข้อพิพาท
โดยตรงจากคู่พิพาท และดาเนินการไกล่เกลี่ยให้เกิดข้อตกลงยินยอมร่วมกันระหว่างคู่พิพาทโดยเร็วถา้
คู่พิพาททั้งสองฝ่ายตกลงกนั ได้ ให้คณะบุคคลผู้ทาหน้าท่ีไกล่เกลีย่ และประนอมข้อพพิ าทจัดให้มกี ารทา
สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างคู่พิพาท และให้ถือเอาข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอม
ความมีผลผูกพันคู่พิพาททั้งสองฝ่าย ในกรณีที่คู่พิพาทไม่อาจตกลงกันได้ ให้คณะบุคคลผู้ทาหน้าท่ีไกล่
เกลีย่ และประนอมขอ้ พิพาทส่ังจาหน่ายข้อพพิ าทนน้ั

- ข้อตกลงให้มีผลเช่นเดียวกับคาชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามกฎหมายว่าด้วย
อนุญาโตตลุ าการ

89. หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทาบัญชี การดาเนินการไกลเ่ กล่ียข้อพิพาทและการจดั ทาสัญญา
ประนีประนอมยอมความ ตลอดจนคา่ ตอบแทนของคณะบคุ คลผูท้ าหน้าทไ่ี กลเ่ กลย่ี และประนอมข้อพพิ าท
ใหเ้ ปน็ ไปตามท่ีกาหนด

- ในกฎกระทรวง

188

- ในกรณีที่คู่พิพาทฝา่ ยใดฝา่ ยหน่ึงไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความใหค้ ู่พพิ าทอีก
ฝ่ายหน่ึงยื่นคาร้องต่อพนักงานอยั การ และให้พนกั งานอัยการดาเนินการยืน่ คาร้องต่อศาลทีม่ ีเขตอานาจ
เพ่ือให้ออกคาบังคับให้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวโดยให้นากฎหมายว่าด้วย
อนุญาโตตุลาการมาใชบ้ งั คบั โดยอนโุ ลม

- เมื่อคณะบุคคลผู้ทาหน้าท่ีไกลเ่ กลีย่ และประนอมข้อพพิ าทได้รับข้อพิพาทไว้พจิ ารณา ให้อายุ
ความในการฟ้องร้องคดสี ะดุดหยุดลง นับแต่วันที่ยื่นข้อพิพาทจนถึงวันที่คณะบุคคลผทู้ าหน้าที่ไกล่เกลี่ย
และประนอมข้อพิพาทส่ังจาหน่ายข้อพิพาทหรือวันที่คู่พิพาททาสัญญาประนีประนอมยอมความกัน
แล้วแต่กรณี

-ความในนใี้ ห้ใช้กับเขตของกรงุ เทพมหานครด้วยโดยอนุโลม100. มาตรา 61/3 บรรดาความผดิ
ที่มโี ทษทางอาญาทีเ่ กดิ ขนึ้ ในเขตอาเภอใดหากเปน็ ความผิดอนั ยอมความได้- มใิ ชเ่ ปน็ ความผดิ เกย่ี วกับเพศ
ถา้ ผเู้ สียหายและผู้ถูกกล่าวหายินยอม หรือแสดงความจานง ให้นายอาเภอของอาเภอน้ันหรือปลดั อาเภอท่ี
นายอาเภอดังกลา่ วมอบหมายเปน็ ผไู้ กล่เกล่ียตามควรแกก่ รณี และเมื่อผู้เสียหายและผถู้ ูกกลา่ วหายนิ ยอม
เป็นหนังสือตามท่ีไกล่เกล่ียและปฏิบัติตามคาไกล่เกล่ียดังกล่าวแล้ว ให้คดีอาญาเป็นอันเลิกกันตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในกรณีท่ีผู้เสยี หายและผู้ถูกกล่าวหาไมย่ ินยอมตามทไ่ี กล่เกล่ยี
ให้จาหน่ายข้อพิพาทน้ันแต่เพื่อประโยชน์ในการท่ีผเู้ สียหายจะไปดาเนินคดตี ่อไป อายุความการร้องทุกข์
ตามประมวลกฎหมายอาญาให้เรม่ิ นับแต่วันที่จาหน่ายข้อพิพาทหลักเกณฑ์และวิธีในการดาเนินการ ให้
เปน็ ไปตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง”101.ในอาเภอหนงึ่ มีนายอาเภอ (ขา้ ราชการพลเรือนสามญั )คนหนึง่
เป็น

- หัวหน้าปกครองบงั คบั บัญชาบรรดาข้าราชการในอาเภอ และรับผดิ ชอบงานบริหารราชการ
ของอาเภอ

- นายอาเภอสังกัดกระทรวงมหาดไทย

- บรรดาอานาจและหน้าที่เก่ียวกับราชการของกรมการอาเภอหรือนายอาเภอซึ่งกฎหมาย
กาหนดให้กรมการอาเภอและนายอาเภอมีอยู่ ให้โอนไปเปน็ อานาจและหน้าทขี่ องนายอาเภอ

90. ในอาเภอหน่ึง นอกจากจะมนี ายอาเภอเปน็ ผปู้ กครองบงั คับบัญชาและรับผิดชอบดังกลา่ ว
ในใหม้ ี

- ปลดั อาเภอและหวั หนา้ สว่ นราชการประจาอาเภอซึ่งกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ สง่ มาประจา
ใหป้ ฏิบตั ิหน้าทเ่ี ปน็ ผชู้ ่วยเหลอื นายอาเภอ และมีอานาจบงั คบั บัญชาขา้ ราชการฝา่ ยบริหารสว่ นภูมิภาคซึ่ง
สังกดั กระทรวง ทบวง กรมนั้น ในอาเภอนนั้

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั ิระเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 189

ตาแหน่ง ผู้รกั ษาการแทนลาดับที่ 1 ผู้รักษาการแทนลาดบั ที่ 2
ในกรณที ่ไี มม่ ผี ู้ดารง ใหผ้ ้วู า่ ราชการจงั หวดั แตง่ ต้งั ในกรณีทผี่ ู้ว่าราชการจงั หวดั
ตาแหนง่ นายอาเภอ ปลดั อาเภอ หรือหัวหนา้ สว่ น หรือ
ราชการประจาอาเภอผู้มอี าวุโส นายอาเภอมไิ ด้แตง่ ตั้งผ้รู ักษา
ถ้ามีผดู้ ารงตาแหน่ง ตามระเบียบแบบแผนของทาง ราชการแทนไวใ้ ห้ปลัดอาเภอ
นายอาเภอแต่ไมอ่ าจ ราชการเปน็ ผรู้ ักษาราชการแทน หรือหวั หน้าส่วนราชการประจา
ปฏิบัติราชการได้
อาเภอผู้มอี าวุโสตามระเบยี บ
แบบแผนของทางราชการเปน็
ใหน้ ายอาเภอแตง่ ตั้งปลดั อาเภอ ผรู้ กั ษาราชการแทน
หรือหวั หน้าส่วนราชการประจา
อาเภอผ้มู อี าวโุ สตามระเบียบ
แบบแผนของทางราชการเปน็
ผู้รักษาราชการแทน

93. ในกรณที ไ่ี ม่มีผูด้ ารงตาแหน่งนายอาเภอ

- ให้ผวู้ ่าราชการจงั หวดั แตง่ ต้ังปลัดอาเภอ หรือหวั หนา้ สว่ นราชการประจาอาเภอผมู้ ีอาวโุ ส ตาม
ระเบยี บแบบแผนของทางราชการเป็นผูร้ ักษาราชการแทน

- ถ้ามีผู้ดารงตาแหน่งนายอาเภอแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้นายอาเภอแต่งต้ังปลัดอาเภอ
หรือหัวหนา้ ส่วนราชการประจาอาเภอผมู้ ีอาวุโสตามระเบยี บแบบแผนของทางราชการเปน็ ผู้รกั ษาราชการ
แทน

- ในกรณที ่ีผู้ว่าราชการจังหวดั หรือนายอาเภอมิได้แต่งตง้ั ผู้รกั ษาราชการแทนไว้ ให้ปลัดอาเภอ
หรอื หัวหน้าสว่ นราชการประจาอาเภอผู้มีอาวโุ สตามระเบียบแบบแผนของทางราชการเปน็ ผู้รกั ษาราชการ
แทน

94. นายอาเภอมีอานาจและหน้าทดี่ ังนี้

(1) บริหารราชการตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ ถ้ากฎหมายใดมิได้
บัญญัติว่าการปฏิบัติตามกฎหมายน้ันเปน็ หนา้ ทข่ี องผูใ้ ดโดยเฉพาะ ให้เป็นหน้าทขี่ องนายอาเภอที่จะตอ้ ง
รกั ษาการให้เป็นไปตามกฎหมายน้ันด้วย

(2)บริหารราชการตามท่ีคณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มอบห มายหรือตามที่
นายกรัฐมนตรีสั่งการในฐานะหวั หน้ารฐั บาล

190

(3) บริหารราชการตามคาแนะนาและคาชี้แจงของผูว้ ่าราชการจังหวัดและผู้มีหนา้ ที่ตรวจการ
อื่นซง่ึ คณะรัฐมนตรี นายกรฐั มนตรี กระทรวง ทบวง กรม และผ้วู ่าราชการจังหวัดมอบหมาย ในเมือ่ ไม่ขดั
ตอ่ กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คบั หรือคาสงั่ ของกระทรวง ทบวง กรม มติของคณะรฐั มนตรี หรอื การสัง่ การ
ของนายกรัฐมนตรี

(4) ควบคุมดแู ลการบริหารราชการสว่ นท้องถน่ิ ในอาเภอตามกฎหมาย

95. ให้แบ่งส่วนราชการของอาเภอดังนี้

(1)สานักงานอาเภอ มีหน้าท่ีเก่ียวกับราชการทั่วไปของอาเภอน้ันๆ มนี ายอาเภอเป็นผู้ปกครอง
บงั คับบัญชาข้าราชการและรับผดิ ชอบ

(2)ส่วนต่างๆ ซ่ึงกระทรวง ทบวง กรม ได้ต้ังข้ึนในอาเภอน้ัน มีหน้าท่ีเกี่ยวกับราชการของ
กระทรวง ทบวง กรมน้นั ๆ มีหวั หนา้ ส่วนราชการประจาอาเภอน้ันๆ เปน็ ผูป้ กครองบงั คับบัญชารับผิดชอบ

- ให้นาความ มาใชบ้ ังคับแก่ผู้รกั ษาราชการแทนและ ผปู้ ฏบิ ัตริ าชการแทนตามหมวดน้ี

- การจัดการปกครองอาเภอ นอกจากท่ีได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตาม
กฎหมายวา่ ด้วยการปกครองทอ้ งที่

96. ท้องถิ่นใดทเ่ี หน็ สมควรจัดให้ราษฎรมสี ่วนในการปกครองทอ้ งถนิ่ ให้จัดระเบยี บการปกครอง
เปน็ ราชการสว่ นท้องถิน่ ใหจ้ ดั ระเบียบบรหิ ารราชการสว่ นทอ้ งถิ่น ดงั น้ี

(1)องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัด

(2)เทศบาล

(3)สขุ าภิบาล (ปัจจบุ นั ไมม่ ีตามพระราชบญั ญัตเิ ปลีย่ นแปลงฐานะของ สขุ าภบิ าลเปน็ เทศบาล
พ.ศ. 2542)

(4)ราชการส่วนทอ้ งถ่นิ อนื่ ตามทม่ี กี ฎหมายกาหนด (อบต./เมอื งพทั ยาและกทม.)

-การจัดระเบยี บการปกครององคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เทศบาล สขุ าภบิ าล และราชการสว่ น
ท้องถิน่ อ่นื ตามทมี่ ีกฎหมายกาหนด ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการนนั้

97. ใหม้ คี ณะกรรมการพัฒนาระบบราชการคณะหนง่ึ เรียกโดยย่อวา่ “ก.พ.ร.” ประกอบดว้ ย

- นายกรฐั มนตรหี รอื รองนายกรฐั มนตรที น่ี ายกรฐั มนตรมี อบหมายเปน็ ประธาน (1 คน)

- รัฐมนตรีหน่งึ คนท่นี ายกรัฐมนตรกี าหนดเป็นรองประธาน (1 คน)

- ผูซ้ ง่ึ คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ มอบหมายหนึง่ คน (1
คน)

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั ริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผน่ ดินพ.ศ. 2534 191

- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกนิ สิบคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งต้ังจากผู้มคี วามรคู้ วามเช่ียวชาญใน
ทางด้านนติ ิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์รัฐศาสตร์ การบริหารรัฐกจิ การบรหิ ารธุรกจิ การเงินการคลัง จติ วทิ ยา
องค์การ และสงั คมวทิ ยาอย่างน้อยดา้ นละหนึ่งคน (10 คน) = รวมท้งั หมด 13 คน

98. ในกรณที ีม่ ีความจาเปน็ เพือ่ ใหก้ ารปฏิบัติงานบรรลุผล คณะรฐั มนตรีจะกาหนดใหก้ รรมการ
ผูท้ รงคณุ วุฒิ

- ไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินห้าคนต้องทางานเต็มเวลาก็ได้(* 3 คน ไม่เกิน 5 คน ออกสอบ
บอ่ ย)

99. เลขาธกิ าร ก.พ.ร.

- เป็นกรรมการและเลขานุการโดยตาแหน่ง (*ข้อสอบมักถามเป็นชื่อบุคคล ปัจจุบัน นายทศพร ศิริ
สัมพันธ์)

100. การแต่งต้ังกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ของ“ก.พ.ร.” ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาจากรายชื่อ
บุคคลทีไ่ ด้รับการเสนอโดยวิธกี ารสรรหา ท้งั นี้ ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการสรรหาที่

- คณะรัฐมนตรกี าหนด

101. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ“ก.พ.ร.” ต้องมีคุณสมบัติและไมม่ ีลกั ษณะต้องหา้ ม ดังตอ่ ไปนี้
ตามมาตรา 71/2

(1) มสี ญั ชาตไิ ทย (แปลงสญั ชาตมิ าก็สามารถเป็นได้ หากข้อสอบถาม)

(2)ไม่เป็นบคุ คลลม้ ละลาย คนไรค้ วามสามารถ หรอื คนเสมอื นไรค้ วามสามารถ

(3)ไม่เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพพิ ากษาถึงที่สดุ ให้จาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิดท่ไี ด้
กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหโุ ทษ

(4)ไม่เปน็ ผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมอื ง สมาชกิ สภาทอ้ งถิน่ หรือผู้บรหิ ารทอ้ งถ่นิ กรรมการหรอื
ผู้ซ่ึงดารงตาแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบรหิ ารพรรคการเมือง ท่ีปรึกษาพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าท่ีพรรค
การเมือง

(5)ไม่เคยถูกไลอ่ อก ปลดออก หรอื ให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรฐั หรอื รฐั วิสาหกิจเพราะ
ทุจรติ ต่อหนา้ ท่ี หรอื ถือว่ากระทาการทจุ ริตและประพฤตมิ ชิ อบในวงราชการ

102.กรรมการผูท้ รงคุณวุฒิของ“ก.พ.ร.” มวี าระการดารงตาแหน่งคราวละ

192

- สี่ปี ผู้ซ่ึงพ้นจากตาแหน่งแล้ว อาจได้รับแต่งต้ังอีกได้แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน - ในกรณีท่ี
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหนง่ ตามวาระ แต่ยังมิได้แต่งตัง้ กรรมการผ้ทู รงคุณวฒุ ใิ หม่ ใหก้ รรมการ
ผ้ทู รงคณุ วุฒนิ ัน้ ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีไปก่อนจนกว่าจะได้แต่งต้ังกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ใิ หม่

103. นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ“ก.พ.ร.” พ้นจาก
ตาแหน่งเม่อื

(1) ตาย

(2) ลาออก

(3) ขาดคุณสมบัติหรือมลี ักษณะต้องห้ามตามมาตรา 71/2 (ยอ้ นไปดขู อ้ 111 ครบั )

(4) คณะรัฐมนตรีใหอ้ อกเพราะบกพร่องต่อหน้าท่ี มีความประพฤตเิ ส่อื มเสยี หรือหย่อน
ความสามารถ

104. ในกรณที ก่ี รรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิของ“ก.พ.ร.” พน้ จากตาแหน่งกอ่ นวาระและยังมิไดแ้ ตง่ ตง้ั
กรรมการผทู้ รงคุณวุฒแิ ทนตาแหน่งทว่ี ่าง

- ใหก้ รรมการที่เหลืออยปู่ ฏบิ ัตหิ น้าท่ีต่อไปได้

- เมื่อตาแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิว่างลงก่อนวาระ ให้ดาเนินการแต่งต้ังกรรมการ
ผูท้ รงคุณวุฒภิ ายในสามสิบวัน เว้นแตว่ าระของกรรมการผูท้ รงคุณวฒุ เิ หลอื ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวนั จะไม่
แต่งต้งั กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ กิ ไ็ ด้

- กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิซงึ่ ไดร้ ับแต่งตง้ั แทนตาแหนง่ ที่ว่าง หรอื กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิซึ่งไดร้ บั
แต่งตั้งเพิ่มขึ้นในระหว่างท่กี รรมการผู้ทรงคุณวุฒิอ่ืนยังมีวาระอยู่ในตาแหน่ง ให้กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒทิ ่ี
ไดร้ ับแตง่ ตง้ั มวี าระการดารงตาแหนง่ เทา่ กบั เวลาท่ีเหลอื อยขู่ องกรรมการผ้ทู รงคณุ วุฒทิ ่ียังอยู่ในตาแหนง่

105. การประชุม ก.พ.ร. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจานวนกรรมการ
ทง้ั หมดเท่าท่ีมีอยู่

- จึงจะเป็นองค์ประชุม ไม่ว่ากรรมการดังกล่าวจะเปน็ กรรมการผทู้ รงคุณวุฒทิ ี่ทางานเต็มเวลา
หรอื ไม่ (*ข้อสอบออกเหมือนกัน)

- ในการประชมุ ก.พ.ร. ถ้าประธานไมอ่ ยใู่ นที่ประชมุ หรือไม่อาจปฏบิ ตั ิหน้าท่ไี ด้ ให้รองประธาน
ปฏิบตั ิหนา้ ท่แี ทน ในกรณีท่ีไม่มีรองประธานหรอื มแี ตไ่ ม่อาจปฏิบตั หิ นา้ ทไี่ ด้ ให้กรรมการท่ีมาประชุมเลอื ก
กรรมการคนหนึ่งทาหนา้ ทเี่ ปน็ ประธานในทปี่ ระชมุ

- การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามี
คะแนนเสยี งเท่ากัน ให้ประธานในทป่ี ระชมุ ออกเสยี งเพิ่มขึ้นอกี เสยี งหน่ึงเป็นเสียงช้ขี าด

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534 193

106. การปฏิบัติหน้าท่ีและค่าตอบแทนของกรรมการผทู้ รงคุณวุฒิของ“ก.พ.ร.” ท่ีต้องทางาน
เต็มเวลา ให้เปน็ ไปตามทกี่ าหนด

- ในพระราชกฤษฎีกา (*ขอ้ สอบเคยออกเหมอื นกัน)

107. ให้มสี านักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เปน็ สว่ นราชการ

- ในสานกั นายกรฐั มนตรี

- ทาหนา้ ที่รับผิดชอบงานธรุ การของ ก.พ.ร. และหน้าท่ีอืน่ ตามท่ีกฎหมายหรือ ก.พ.ร. กาหนด

- โดยมีเลขาธิการ ก.พ.ร. ซ่ึงเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและ
ลูกจ้างของสานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และรับผิดชอบการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อ
นายกรฐั มนตรี

108. ก.พ.ร. มีอานาจหน้าที่ ดงั ตอ่ ไปน้ี

(1) เสนอแนะและให้คาปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกยี่ วกับการพฒั นาระบบราชการและงานของ
รัฐอย่างอื่น ซึ่งรวมถึงโครงสร้างระบบราชการ ระบบงบประมาณ ระบบบุคลากร มาตรฐานทางคณุ ธรรม
และจรยิ ธรรม คา่ ตอบแทน และวธิ ปี ฏิบัตริ าชการอนื่ ให้เปน็ ไปตามมาตรา 3/1 โดยจะเสนอแนะใหม้ กี าร
กาหนดเป้าหมาย ยทุ ธศาสตร์ และมาตรการกไ็ ด้

(2) เสนอแนะและใหค้ าปรกึ ษาแก่หนว่ ยงานอ่ืนของรัฐที่มไิ ด้อยู่ในกากับของราชการฝ่ายบรหิ าร
ตามทห่ี นว่ ยงานดังกลา่ วรอ้ งขอ

(3) รายงานต่อคณะรัฐมนตรีในกรณีท่ีมีการดาเนินการขัดหรือไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ท่ี
กาหนดในมาตรา 3/1

(4) เสนอตอ่ คณะรฐั มนตรเี พ่ือกาหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐานในการจัดต้ัง การรวม การโอน
การยุบเลิก การกาหนดชื่อ การเปลยี่ นชื่อ การกาหนดอานาจหนา้ ที่ และการแบง่ ส่วนราชการภายในของ
สว่ นราชการทเ่ี ป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือสว่ นราชการอน่ื

(5) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฎีกา และกฎท่ีออกตาม
พระราชบญั ญัติน้ี

(6) ดาเนินการให้มีการชี้แจงทาความเข้าใจแก่ส่วนราชการและเจ้าหน้าท่ีที่เกี่ยวข้องและ
ประชาชนทวั่ ไป รวมตลอดทงั้ การฝกึ อบรม

(7) ติดตาม ประเมนิ ผล และแนะนาเพื่อให้มกี ารปฏิบตั ิตามพระราชบัญญตั ิน้ี และรายงานตอ่
คณะรฐั มนตรีพร้อมท้งั ขอ้ เสนอแนะ

194

(8) ตีความและวินจิ ฉัยปญั หาทเี่ กิดขน้ึ จากการใชบ้ ังคบั พระราชบัญญตั ิน้ี หรอื กฎหมายว่าด้วย
การปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม รวมตลอดท้ังกาหนดแนวทางปฏิบัติ ในกรณีท่ีเป็นปัญหา มติของ
คณะกรรมการตามข้อน้ี เมื่อไดร้ บั ความเห็นชอบจากคณะรฐั มนตรีแลว้ ให้ใช้บงั คับไดต้ ามกฎหมาย

(9) เรียกใหเ้ จา้ หน้าทีห่ รอื บุคคลอ่นื ใดมาชแ้ี จงหรือแสดงความเหน็ ประกอบการพจิ ารณา

(10) จัดทารายงานประจาปีเกี่ยวกับการพัฒนาและจัดระบบราชการและงานของรัฐอย่างอืน่
เสนอต่อคณะรฐั มนตรี เพ่อื เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวฒุ ิสภา

(11) แต่งต้ังคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทางาน เพ่ือปฏิบัติหน้าที่ตา่ งๆ ตามที่
มอบหมาย และจะกาหนดอตั ราเบี้ยประชมุ หรอื ค่าตอบแทนอื่นดว้ ยกไ็ ด้

(12) ปฏิบตั ิหนา้ ที่อื่นตามท่ีกาหนดในพระราชบญั ญัตนิ ี้หรือตามที่คณะรัฐมนตรมี อบหมายลอง
มาทบทวนตามมาตรา 3/1 (ซึ่งนามาออกขอ้ สอบบ่อยทุกสว่ นราชการ)มาตรา 3/1 การบรหิ ารราชการตาม
พระราชบัญญัติน้ีต้องเป็นไปเพ่ือประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธ์ิต่อภารกิจของรัฐ ความมี
ประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ การลดข้ันตอนการปฏิบัติงาน การลดภารกิจและยบุ เลกิ
หน่วยงานท่ีไม่จาเป็น การกระจายภารกิจและทรัพยากรให้แกท่ ้องถิ่น การกระจายอานาจตดั สนิ ใจ การ
อานวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน ท้ังนี้ โดยมผี ู้รับผดิ ชอบตอ่ ผลของงาน
การจัดสรรงบประมาณ และการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าดารงตาแหน่งหรอื ปฏิบัติหน้าท่ีต้องคานงึ ถึง
หลักการตามวรรคหน่ึง ในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการ ต้องใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งให้คานงึ ถึงความรับผดิ ชอบของผ้ปู ฏิบตั ิงาน การมีส่วนรว่ มของประชาชน การเปดิ เผย
ข้อมูล การติดตามตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน ท้ังนี้ ตามความเหมาะสมของแต่ละภารกจิ
เพื่อประโยชน์ในการดาเนินการให้เป็นไปตามมาตราน้ี จะตราพระราชกฤษฎีกากาหนดหลักเกณฑแ์ ละ
วิธกี ารในการปฏิบัติราชการและการสงั่ การให้สว่ นราชการและข้าราชการปฏิบตั กิ ็ได้ทาความเขา้ ใจ ก.พ.ร.
อยู่ในส่วนในของการบริหารหารราชการแผ่นดินและไปดูในพ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.
2545 แก้ไขเพ่มิ เติมฉบับท่ี 10 พ.ศ. 2556

มาตรา 7 สานกั นายกรฐั มนตรี มสี ่วนราชการ ดงั ต่อไปน้ี

1. สานกั งานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี
2. กรมประชาสัมพันธ์
3. สานกั งานคณะกรรมการค้มุ ครองผบู้ ริโภคส่วนราชการทอ่ี ย่ใู นบงั คบั ขึน้ ตรงตอ่ นายกรัฐมนตรี
4. สานกั เลขาธิการนายกรฐั มนตรี
5. สานกั เลขาธิการคณะรฐั มนตรี
6. สานักขา่ วกรองแหง่ ชาติ
7. สานกั งบประมาณ

สรปุ สาระสาคญั พระราชบญั ญตั ิระเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดินพ.ศ. 2534 195

8. สานักงานสภาความัน่ คงแหง่ ชาติ
9. สานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
10.สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
11.สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ
12.สานักงานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ
ทวี่ ่ามีฐานะเปน็ กรมก็ยอ้ นไปดพู ระราชบญั ญตั ริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดินพ.ศ. 2534[แก้ไข
เพิม่ เติมถึง (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2553]

มาตรา 7 ให้จัดระเบียบบรหิ ารราชการสว่ นกลาง ดงั นี้

(1) สานักนายกรัฐมนตรี

(2) กระทรวง หรือทบวงซึ่งมฐี านะเทียบเทา่ กระทรวง

(3) ทบวง ซ่งึ สงั กดั สานกั นายกรฐั มนตรีหรอื กระทรวง

(4) กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ซึ่งสงั กัดหรือไม่สังกัดสานกั
นายกรฐั มนตรี กระทรวงหรอื ทบวง สานกั นายกรฐั มนตรีมีฐานะเปน็ กระทรวง ส่วนราชการตาม (1) (2) (3)
และ (4) มีฐานะเป็นนิติบุคคลละเลย หรือไม่สนใจอ่าน ว่าที่ไปท่ีมา ของการแก้ไขเพ่ิมเติม เจตนาของ
กฎหมายตอ้ งการแกไ้ ขเพิ่มเตมิ เพราะอะไร

บทเฉพาะกาล

มาตรา 72 คาว่า “ทบวงการเมอื ง” ตามกฎหมายอืน่ ที่มอี ยู่กอ่ นวันท่พี ระราชบญั ญัตนิ ้ใี ช้บงั คบั
ให้หมายความถึงกระทรวง ทบวง กรม ตามพระราชบัญญัตินี้แล้วแต่กรณี มาตรา 73พระราชกฤษฎีกา
และประกาศของคณะปฏิวัติเกยี่ วกบั การจัดระเบยี บราชการในสานกั งานรฐั มนตรี สานกั งานปลัดกระทรวง
หรือทบวง กรม และส่วนราชการท่ีเรียกชื่ออย่างอื่นท่ีมฐี านะเทียบเท่ากรมหรือมีฐานะเป็นกรมที่ได้ตรา
หรือประกาศโดยอาศัยอานาจกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่ ใช้บังคับอยู่ก่อนวันท่ี
พระราชบญั ญตั นิ ี้ใช้บังคบั ให้คงใช้บังคบั ได้ตอ่ ไปเท่าท่ไี ม่ขดั หรอื

แย้งกับพระราชบัญญัติน้ี จนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดระเบียบราชการตาม
พระราชบญั ญัตินี้ใช้บังคับแทน [มาตรา 73 แก้ไขคาวา่ “สานกั งานเลขานกุ ารรฐั มนตรี” เป็น “สานักงาน
รฐั มนตรี” โดยพระราชบัญญัติระเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดนิ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545]

มาตรา 74 พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการภายในสานักงานรัฐมนตรี และกรมหรือส่วน
ราชการทีเ่ รียกช่อื อยา่ งอน่ื และมีฐานะเทยี บเทา่ กรมหรือมฐี านะเปน็ กรมใดยงั มิไดร้ ะบุอานาจหนา้ ทีไ่ ว้ตาม

196

มาตรา 8 วรรคสี่ ให้ดาเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติน้ีใช้
บังคับ [มาตรา 74 แก้ไขคาว่า “สานักงานเลขานุการรัฐมนตรี” เป็น “สานักงานรัฐมนตรี” โดย
พระราชบญั ญัติระเบียบบรหิ ารราชการแผน่ ดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545]

มาตรา 75 บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคาส่ังใดอ้างถึงประกาศของ
คณะปฏิวัติ ฉบับท่ี 218 ลงวันท่ี 29 กันยายน พ.ศ. 2515 หรืออ้างถึงบทบัญญตั ิแห่งประกาศของคณะ
ปฏิวัติ ฉบับท่ี 218 ลงวันท่ี 29 กันยายน พ.ศ. 2515 ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ
ระเบียบ หรือคาส่ังน้ันอ้างถึงพระราชบัญญตั ินี้ หรือบทบัญญัติแห่งพระราชบญั ญัติน้ีในบทมาตราทม่ี นี ยั
เชน่ เดยี วกัน แลว้ แต่กรณผี รู้ บั สนองพระบรมราชโองการ (ฉบับแรก) อานันท์ ปนั ยารชุน นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยท่ีเป็นการจาเป็นต้อง
กาหนดขอบเขตอานาจหน้าทีข่ องสว่ นราชการต่างๆ ให้ชัดเจนเพอ่ื มใิ ห้มีการปฏบิ ัตงิ านซ้าซ้อนกันระหว่าง
ส่วนราชการต่างๆ และเพื่อให้การบรหิ ารงานในระดับกระทรวงมีเอกภาพสามารถดาเนนิ การใหเ้ ป็นไปตาม
นโยบายทีร่ ัฐมนตรกี าหนดได้ และสมควรเพ่มิ บทบญั ญัตเิ ก่ียวกบั การมอบอานาจให้ปฏบิ ตั ิราชการแทนให้
ครบถ้วนชัดเจนเพื่อไมใ่ ห้เป็นอปุ สรรคในการปฏิบตั ริ าชการ และกาหนดอานาจและหนา้ ทีข่ องผวู้ ่าราชการ
จังหวดั ในการควบคุมดแู ลการปฏิบตั ริ าชการของข้าราชการซึ่งปฏิบัตริ าชการในเขตจังหวดั ใหเ้ หมาะสมขน้ึ
ประกอบกับประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2515 ซึ่งเป็นกฎหมายหลัก
ในการบริหารราชการแผ่นดินได้ประกาศใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว สมควรแก้ไขปรับปรุงเป็น
พระราชบัญญัติเสยี ในคราวเดียวกัน จึงจาเป็นต้องตราพระราชบัญญตั ิน้ีมาดูสาระสาคัญท่ีสรุปไว้ แก้ไข
เพ่มิ เติมแต่ละครงั้

1. พระราชบญั ญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดนิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2535 หมายเหตุ : เหตุผล
ในการประกาศใช้พระราชบญั ญัติฉบบั นี้ คือ โดยทพ่ี ระราชบัญญตั ิคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทาง
บก (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2535 ได้บญั ญัติใหจ้ ดั ต้งั สานกั งานคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก เป็นสว่ น
ราชการสังกัดสานักนายกรัฐมนตรี มีเลขาธิการคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกเป็น
ผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผดิ ชอบในการปฏิบัติราชการ ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ในการนี้สมควร
แกไ้ ขเพมิ่ เติมมาตรา 15 แหง่ พระราชบัญญัติระเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดนิ พ.ศ. 2534 เสยี ใหม่ เพ่อื ให้
สอดคล้องกัน จึงจาเป็นต้องตราพระราชบัญญัติน้ี (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109/ตอนท่ี 21/หน้า 6/14
มนี าคม 2535)

2. พระราชบัญญตั ิระเบยี บบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2536 หมายเหตุ : เหตผุ ล
ในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกาหนดให้เลขาธิการคณะกรรมการ
พิเศษเพ่ือประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสานักงาน
คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดาริ และรับผิด ชอบในการปฏิบตั ิ
ราชการ ขึ้นต รงต่อนายกรฐั มนต รีแ ละ โด ยที่พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ


Click to View FlipBook Version