มาตรา ๑๕๔ การแสดงเจตนาใดแม้ในใจจรงิ ผแู้ สดงจะมไิ ด้เจตนาใหต้ นตอ้ งผกู พัน
ตามที่ไดแ้ สดงออกมากต็ าม หาเป็นมูลเหตใุ หก้ ารแสดงเจตนาน้ันเปน็ โมฆะไม่ เว้นแต่
คกู่ รณีอีกฝา่ ยหนงึ่ จะไดร้ ถู้ ึงเจตนาอนั ซอ่ นอยใู่ นใจของผ้แู สดงนั้น
มาตรา ๑๕๕ การแสดงเจตนาลวงโดยสมรกู้ ับคกู่ รณอี กี ฝา่ ยหนงึ่ เปน็ โมฆะ แตจ่ ะยกขึน้ เปน็
ขอ้ ต่อสู้บคุ คลภายนอกผกู้ ระทำการโดยสุจรติ และตอ้ งเสยี หายจากการแสดงเจตนาลวงนน้ั
มิได้
ถ้าการแสดงเจตนาลวงตามวรรคหนงึ่ ทำขน้ึ เพ่ืออำพรางนิตกิ รรมอนื่ ให้นำบทบัญญตั ิของ
กฎหมายอนั เกีย่ วกับนติ ิกรรมทีถ่ กู อำพรางมาใช้บงั คบั
มาตรา ๑๕๖ การแสดงเจตนาโดยสำคัญผดิ ในสง่ิ ซงึ่ เปน็ สาระสำคัญแห่งนติ กิ รรมเปน็ โมฆะ
ความสำคัญผดิ ในส่ิงซง่ึ เปน็ สาระสำคัญแหง่ นติ กิ รรมตามวรรคหนึ่ง ไดแ้ ก่ ความสำคญั ผดิ
ในลกั ษณะของนติ กิ รรม ความสำคัญผดิ ในตวั บุคคลซง่ึ เปน็ คู่กรณแี ห่งนติ ิกรรมและ
ความสำคญั ผดิ ในทรพั ยส์ ินซงึ่ เปน็ วัตถุแหง่ นติ ิกรรม เปน็ ตน้
มาตรา ๑๕๗ การแสดงเจตนาโดยสำคญั ผดิ ในคณุ สมบตั ขิ องบคุ คลหรือทรัพย์สินเป็น
โมฆยี ะ
ความสำคัญผดิ ตามวรรคหนง่ึ ตอ้ งเปน็ ความสำคญั ผดิ ในคุณสมบตั ซิ ง่ึ ตามปกตถิ ือวา่ เปน็
สาระสำคญั ซงึ่ หากมิไดม้ คี วามสำคญั ผิดดังกล่าวการอนั เปน็ โมฆียะนน้ั คงจะมไิ ด้กระทำขน้ึ
มาตรา ๑๕๘ ความสำคัญผดิ ตามมาตรา ๑๕๖ หรือมาตรา ๑๕๗ ซงึ่ เกดิ ขึน้ โดยความ
ประมาทเลินเล่ออยา่ งร้ายแรงของบคุ คลผู้แสดงเจตนา บคุ คลนนั้ จะถือเอาความสำคัญผดิ นนั้
มาใช้เปน็ ประโยชนแ์ ก่ตนไมไ่ ด้
มาตรา ๑๕๙ การแสดงเจตนาเพราะถกู กลฉอ้ ฉลเป็นโมฆยี ะ
การถกู กลฉอ้ ฉลทจ่ี ะเปน็ โมฆียะตามวรรคหนงึ่ จะต้องถงึ ขนาดซง่ึ ถ้ามไิ ดม้ ีกลฉอ้ ฉลดังกลา่ ว
การอนั เปน็ โมฆียะนนั้ คงจะมิได้กระทำขนึ้
ถ้าคูก่ รณฝี า่ ยหนงึ่ แสดงเจตนาเพราะถูกกลฉอ้ ฉลโดยบคุ คลภายนอก การแสดงเจตนานนั้ จะ
เปน็ โมฆยี ะตอ่ เมือ่ ค่กู รณีอกี ฝา่ ยหนงึ่ ไดร้ ูห้ รอื ควรจะได้รู้ถงึ กลฉอ้ ฉลนนั้
มาตรา ๑๖๐ การบอกลา้ งโมฆยี ะกรรมเพราะถกู กลฉอ้ ฉลตามมาตรา ๑๕๙ หา้ มมิใหย้ ก
เป็นขอ้ ต่อสู้บคุ คลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต
มาตรา ๑๖๑ ถา้ กลฉอ้ ฉลเป็นแตเ่ พียงเหตุจงู ใจใหค้ ูก่ รณีฝา่ ยหนง่ึ ยอมรบั ข้อกำหนดอนั
หนกั ย่ิงกวา่ ทค่ี ู่กรณีฝา่ ยนั้นจะยอมรบั โดยปกติ คู่กรณีฝา่ ยนนั้ จะบอกลา้ งการนนั้ หาไดไ้ ม่
แตช่ อบท่ีจะเรยี กเอาค่าสนิ ไหมทดแทนเพือ่ ความเสียหายอนั เกดิ จากกลฉ้อฉลนนั้ ได้
มาตรา ๑๖๒ ในนติ กิ รรมสองฝ่าย การทคี่ กู่ รณฝี ่ายหน่ึงจงใจนง่ิ เสียไมแ่ จง้ ขอ้ ความจรงิ หรอื
คุณสมบตั ิอนั คู่กรณีอกี ฝา่ ยหนง่ึ มไิ ด้รู้ การนั้นจะเปน็ กลฉ้อฉล หากพิสจู นไ์ ดว้ ่าถา้ มิไดน้ งิ่
เสียเช่นนนั้ นติ ิกรรมนน้ั ก็คงจะมิได้กระทำขนึ้
มาตรา ๑๖๓ ถา้ ค่กู รณตี า่ งได้กระทำการโดยกลฉ้อฉลดว้ ยกันท้งั สองฝา่ ย ฝา่ ยหนงึ่ ฝา่ ยใด
จะกลา่ วอา้ งกลฉอ้ ฉลของอีกฝา่ ยหนงึ่ เพือ่ บอกลา้ งการน้ันหรอื เรยี กคา่ สนิ ไหมทดแทนมิได้
มาตรา ๑๖๔ การแสดงเจตนาเพราะถกู ขม่ ขเู่ ปน็ โมฆยี ะ
การขม่ ขทู่ จ่ี ะทำให้การใดตกเปน็ โมฆียะนน้ั จะต้องเปน็ การข่มขู่ทจี่ ะใหเ้ กิดภยั อนั ใกล้จะ
ถึง และร้ายแรงถงึ ขนาดท่ีจะจูงใจใหผ้ ้ถู กู ขม่ ขู่มมี ลู ต้องกลัว ซง่ึ ถ้ามไิ ดม้ กี ารข่มขเู่ ชน่ นนั้
การนนั้ กค็ งจะมิได้กระทำขน้ึ
มาตรา ๑๖๕ การขวู่ า่ จะใช้สิทธิตามปกตนิ ยิ ม ไม่ถอื วา่ เป็นการขม่ ขู่
การใดทก่ี ระทำไปเพราะนับถอื ยำเกรง ไมถ่ อื วา่ การน้ันไดก้ ระทำเพราะถกู ข่มขู่
มาตรา ๑๖๖ การขม่ ขู่ยอ่ มทำให้การแสดงเจตนาเปน็ โมฆยี ะแมบ้ ุคคลภายนอกจะเปน็ ผขู้ ม่ ขู่
มาตรา ๑๖๗ ในการวนิ จิ ฉัยกรณคี วามสำคญั ผิด กลฉอ้ ฉล หรอื การขม่ ขูใ่ หพ้ เิ คราะห์ถึง
เพศ อายุ ฐานะ สขุ ภาพอนามยั และภาวะแห่งจิตของผแู้ สดงเจตนาตลอดจนพฤตกิ ารณ์
และสภาพแวดลอ้ มอนื่ ๆ อันเกี่ยวกับการนน้ั ดว้ ย
มาตรา ๑๖๘ การแสดงเจตนาที่กระทำตอ่ บคุ คลซง่ึ อย่เู ฉพาะหนา้ ให้ถอื วา่ มผี ลนบั แต่ผูร้ ับ
การแสดงเจตนาได้ทราบการแสดงเจตนาน้นั ความข้อนใี้ ห้ใชต้ ลอดถึงการท่บี คุ คลหนงึ่
แสดงเจตนาไปยังบคุ คลอกี คนหนงึ่ โดยทางโทรศัพท์ หรอื โดยเคร่ืองมอื ส่ือสารอยา่ งอนื่ หรือ
โดยวิธอี น่ื ซงึ่ สามารถติดตอ่ ถึงกนั ไดท้ ำนองเดียวกัน
มาตรา ๑๖๙ การแสดงเจตนาที่กระทำตอ่ บุคคลซึง่ มิไดอ้ ยเู่ ฉพาะหน้าใหถ้ อื วา่ มีผลนับแต่
เวลาท่กี ารแสดงเจตนานั้นไปถงึ ผู้รบั การแสดงเจตนา แต่ถา้ ไดบ้ อกถอนไปถงึ ผ้รู ับการแสดง
เจตนาน้ัน ก่อนหรอื พรอ้ มกนั กบั ทีก่ ารแสดงเจตนานนั้ ไปถึงผรู้ บั การแสดงเจตนา การ
แสดงเจตนาน้ันตกเป็นอันไรผ้ ล
การแสดงเจตนาท่ไี ดส้ ง่ ออกไปแลว้ ย่อมไมเ่ สอ่ื มเสียไป แมภ้ ายหลังการแสดงเจตนานนั้ ผู้
แสดงเจตนาจะถึงแกค่ วามตาย หรือถกู ศาลสงั่ ใหเ้ ปน็ คนไรค้ วามสามารถหรือคนเสมือนไร้
ความสามารถ
มาตรา ๑๗๐ การแสดงเจตนาซึ่งกระทำต่อผเู้ ยาวห์ รอื ผ้ทู ศ่ี าลสงั่ ใหเ้ ปน็ คนไร้ความสามารถ
หรือคนเสมอื นไรค้ วามสามารถ จะยกขนึ้ เป็นขอ้ ต่อสูผ้ รู้ ับการแสดงเจตนาไมไ่ ด้ เว้นแต่
ผู้แทนโดยชอบธรรม ผอู้ นบุ าล หรือผู้พทิ กั ษ์ แล้วแต่กรณี ของผู้รบั การแสดงเจตนานนั้ ไดร้ ู้
ดว้ ย หรือไดใ้ หค้ วามยนิ ยอมไวก้ ่อนแลว้
ความในวรรคหน่งึ มใิ หใ้ ช้บงั คับ ถา้ การแสดงเจตนานัน้ เกี่ยวกับการทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิ
ใหผ้ ูเ้ ยาว์หรอื คนเสมือนไร้ความสามารถกระทำไดเ้ องโดยลำพัง
มาตรา ๑๗๑ ในการตคี วามการแสดงเจตนานน้ั ใหเ้ พง่ เล็งถึงเจตนาอันแท้จรงิ ยง่ิ กว่า
ถ้อยคำสำนวนหรือตวั อกั ษร
หมวด ๓
โมฆะกรรมและโมฆยี ะกรรม
มาตรา ๑๗๒ โมฆะกรรมนัน้ ไมอ่ าจให้สัตยาบนั แกก่ ันได้ และผ้มู สี ่วนไดเ้ สยี คนหนึง่ คนใด
จะยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมขึน้ กล่าวอ้างก็ได้
ถา้ จะต้องคนื ทรัพย์สนิ อนั เกิดจากโมฆะกรรม ให้นำบทบญั ญัติว่าดว้ ยลาภมิควรได้แหง่
ประมวลกฎหมายน้มี าใชบ้ ังคบั
มาตรา ๑๗๓ ถ้าสว่ นหนึ่งสว่ นใดของนิติกรรมเปน็ โมฆะ นติ กิ รรมนน้ั ยอ่ มตกเปน็ โมฆะ
ทงั้ ส้นิ เว้นแต่จะพึงสนั นษิ ฐานได้โดยพฤติการณ์แหง่ กรณวี า่ คกู่ รณเี จตนาจะใหส้ ว่ นท่ไี ม่
เป็นโมฆะน้ันแยกออกจากส่วนทเ่ี ป็นโมฆะได้
มาตรา ๑๗๔ การใดเปน็ โมฆะแตเ่ ข้าลกั ษณะเปน็ นติ กิ รรมอยา่ งอน่ื ซงึ่ ไมเ่ ปน็ โมฆะ ให้ถอื
ตามนติ ิกรรมซ่งึ ไม่เปน็ โมฆะ ถา้ สนั นษิ ฐานไดโ้ ดยพฤตกิ ารณแ์ ห่งกรณวี า่ หากคกู่ รณีไดร้ ู้
ว่าการน้ันเปน็ โมฆะแลว้ ก็คงจะไดต้ งั้ ใจมาตัง้ แต่แรกทจ่ี ะทำนติ ิกรรมอยา่ งอน่ื ซงึ่ ไมเ่ ป็น
โมฆะนน้ั
มาตรา ๑๗๕ โมฆียะกรรมน้ัน บุคคลตอ่ ไปนีจ้ ะบอกลา้ งเสียกไ็ ด้
(๑) ผแู้ ทนโดยชอบธรรมหรือผู้เยาวซ์ ่งึ บรรลุนิตภิ าวะแล้ว แตผ่ เู้ ยาวจ์ ะบอกลา้ งกอ่ นทตี่ น
บรรลุนติ ิภาวะกไ็ ดถ้ ้าไดร้ ับความยินยอมของผ้แู ทนโดยชอบธรรม
(๒) บุคคลซง่ึ ศาลสั่งใหเ้ ปน็ คนไรค้ วามสามารถหรอื คนเสมือนไรค้ วามสามารถ เม่ือบุคคล
นั้นพน้ จากการเปน็ คนไรค้ วามสามารถหรือคนเสมอื นไรค้ วามสามารถแล้ว หรือผูอ้ นุบาล
หรอื ผู้พิทกั ษ์ แลว้ แตก่ รณี แต่คนเสมือนไรค้ วามสามารถจะบอกล้างกอ่ นทตี่ นจะพน้ จาก
การเป็นคนเสมือนไรค้ วามสามารถก็ได้ถา้ ได้รบั ความยนิ ยอมของผู้พิทักษ์
(๓) บคุ คลผูแ้ สดงเจตนาเพราะสำคญั ผดิ หรือถกู กลฉ้อฉล หรือถูกขม่ ขู่
(๔) บคุ คลวิกลจรติ ผกู้ ระทำนติ กิ รรมอนั เปน็ โมฆียะตามมาตรา ๓๐ ในขณะท่จี ริตของ
บคุ คลน้นั ไมว่ ิกลแล้ว
ถ้าบคุ คลผูท้ ำนิตกิ รรมอันเป็นโมฆยี ะถงึ แก่ความตายกอ่ นมีการบอกลา้ งโมฆียะกรรม ทายาท
ของบคุ คลดังกลา่ วอาจบอกล้างโมฆียะกรรมนนั้ ได้
มาตรา ๑๗๖ โมฆยี ะกรรมเมือ่ บอกลา้ งแลว้ ใหถ้ ือว่าเปน็ โมฆะมาแตเ่ ริม่ แรก และให้ผู้เป็น
คู่กรณีกลับคนื สูฐ่ านะเดิม ถ้าเปน็ การพน้ วสิ ยั จะให้กลบั คืนเชน่ นั้นได้ กใ็ ห้ได้รับ
คา่ เสียหายชดใชใ้ หแ้ ทน
ถ้าบคุ คลใดไดร้ ูห้ รอื ควรจะไดร้ วู้ ่าการใดเป็นโมฆียะ เมอื่ บอกลา้ งแลว้ ให้ถอื วา่ บุคคลนน้ั ได้
รู้ว่าการน้นั เปน็ โมฆะ นบั แตว่ นั ทไี่ ด้รหู้ รอื ควรจะไดร้ วู้ ่าเปน็ โมฆยี ะ
หา้ มมใิ หใ้ ช้สิทธเิ รียกรอ้ งอนั เกิดแต่การกลบั คนื ส่ฐู านะเดิมตามวรรคหนงึ่ เมือ่ พน้ หนึ่งปนี ับ
แต่วนั บอกล้างโมฆียะกรรม
มาตรา ๑๗๗ ถา้ บคุ คลผมู้ ีสทิ ธิบอกลา้ งโมฆยี ะกรรมตามมาตรา ๑๗๕ ผ้หู นึง่ ผูใ้ ด ไดใ้ ห้
สัตยาบนั แก่โมฆียะกรรม ให้ถือวา่ การนน้ั เปน็ อนั สมบรู ณ์มาแตเ่ รมิ่ แรก แต่ทั้งนี้ยอ่ มไม่
กระทบกระเทอื นถึงสิทธขิ องบุคคลภายนอก
มาตรา ๑๗๘ การบอกล้างหรือใหส้ ตั ยาบนั แกโ่ มฆยี ะกรรม ย่อมกระทำได้โดยการแสดง
เจตนาแกค่ ู่กรณอี กี ฝา่ ยหนึ่งซงึ่ เปน็ บุคคลท่ีมตี วั กำหนดได้แนน่ อน
มาตรา ๑๗๙ การใหส้ ตั ยาบนั แกโ่ มฆยี ะกรรมน้นั จะสมบูรณต์ อ่ เม่อื ได้กระทำภายหลงั เวลา
ทม่ี ูลเหตใุ ห้เป็นโมฆยี ะกรรมน้ันหมดสิ้นไปแลว้
บคุ คลซง่ึ ศาลได้สั่งใหเ้ ปน็ คนไรค้ วามสามารถ คนเสมอื นไรค้ วามสามารถหรือบุคคลวกิ ลจรติ
ผู้กระทำนติ ิกรรมอนั เป็นโมฆยี ะตามมาตรา ๓๐ จะใหส้ ตั ยาบนั แก่โมฆยี ะกรรมไดต้ อ่ เมือ่ ได้
ร้เู หน็ ซงึ่ โมฆยี ะกรรมนัน้ ภายหลงั ท่ีบคุ คลนั้นพน้ จากการเป็นคนไรค้ วามสามารถ คนเสมอื น
ไร้ความสามารถ หรอื ในขณะทีจ่ ริตของบคุ คลน้นั ไมว่ กิ ล แล้วแตก่ รณี
ทายาทของบคุ คลผทู้ ำนติ กิ รรมอันเปน็ โมฆยี ะ จะให้สตั ยาบนั แก่โมฆียะกรรมได้นบั แต่เวลา
ท่ีผทู้ ำนติ กิ รรมนน้ั ถึงแกค่ วามตาย เวน้ แต่สทิ ธิทีจ่ ะบอกลา้ งโมฆยี ะกรรมของผูต้ ายนน้ั ได้
สนิ้ สุดลงแลว้
บทบญั ญตั วิ รรคหนง่ึ และวรรคสองมใิ ห้ใชบ้ ังคบั ถ้าการให้สตั ยาบนั แกโ่ มฆียะกรรมกระทำ
โดยผแู้ ทนโดยชอบธรรม ผอู้ นุบาลหรือผ้พู ทิ ักษ์
มาตรา ๑๘๐ ภายหลงั เวลาอนั พึงใหส้ ัตยาบนั ไดต้ ามมาตรา ๑๗๙ ถา้ มพี ฤติการณอ์ ย่าง
หนง่ึ อยา่ งใดดงั ตอ่ ไปนี้เกดิ ขึ้นเก่ยี วดว้ ยโมฆียะกรรมโดยการกระทำของบคุ คลซง่ึ มสี ิทธบิ อก
ล้างโมฆียะกรรมตามมาตรา ๑๗๕ ถา้ มิไดส้ งวนสิทธไิ วแ้ จง้ ชดั ประการใดใหถ้ ือวา่ เป็นการ
ใหส้ ตั ยาบนั
(๑) ไดป้ ฏิบตั ิการชำระหน้แี ลว้ ทั้งหมดหรอื แตบ่ างสว่ น
(๒) ได้มกี ารเรยี กให้ชำระหนี้น้ันแลว้
(๓) ไดม้ ีการแปลงหนใ้ี หม่
(๔) ได้มีการใหป้ ระกนั เพ่ือหนนี้ น้ั
(๕) ได้มีการโอนสทิ ธิหรอื ความรบั ผิดทั้งหมดหรอื แตบ่ างสว่ น
(๖) ไดม้ กี ารกระทำอยา่ งอน่ื อนั แสดงไดว้ า่ เป็นการใหส้ ตั ยาบนั
มาตรา ๑๘๑ โมฆียะกรรมน้ันจะบอกลา้ งมไิ ด้เมอ่ื พน้ เวลาหนง่ึ ปีนับแตเ่ วลาทอ่ี าจให้
สัตยาบนั ได้ หรือเมอ่ื พน้ เวลาสิบปนี บั แตไ่ ด้ทำนติ กิ รรมอนั เปน็ โมฆียะนน้ั
หมวด ๔
เงือ่ นไขและเง่อื นเวลา
มาตรา ๑๘๒ ข้อความใดอันบังคบั ไวใ้ หน้ ติ กิ รรมเปน็ ผลหรือสนิ้ ผลตอ่ เมอื่ มเี หตกุ ารณอ์ นั
ไมแ่ น่นอนว่าจะเกดิ ข้ึนหรือไม่ในอนาคต ข้อความนั้นเรยี กวา่ เงอ่ื นไข
มาตรา ๑๘๓ นติ ิกรรมใดมเี งื่อนไขบงั คบั ก่อน นิตกิ รรมนน้ั ย่อมเปน็ ผลตอ่ เมอ่ื เงือ่ นไขนน้ั
สำเรจ็ แลว้
นิตกิ รรมใดมเี งอ่ื นไขบงั คบั หลงั นติ กิ รรมนน้ั ย่อมส้ินผลในเมือ่ เงอื่ นไขนั้นสำเร็จแล้ว
ถ้าคกู่ รณีแห่งนติ กิ รรมได้แสดงเจตนาไวด้ ว้ ยกันวา่ ความสำเร็จแหง่ เงอื่ นไขนนั้ ใหม้ ีผล
ย้อนหลังไปถึงเวลาใดเวลาหนงึ่ กอ่ นสำเร็จ กใ็ ห้เปน็ ไปตามเจตนาเชน่ นน้ั
มาตรา ๑๘๔ ในระหวา่ งทเี่ งอื่ นไขยงั ไมส่ ำเร็จ คู่กรณีฝา่ ยหนง่ึ ฝา่ ยใดแหง่ นิตกิ รรมอนั อยู่
ในบงั คบั เง่ือนไขจะตอ้ งงดเว้นไม่กระทำการอยา่ งหนงึ่ อยา่ งใดใหเ้ ป็นทเี่ สื่อมเสยี ประโยชน์
แกค่ ู่กรณอี กี ฝ่ายหน่ึง ซ่ึงจะพงึ ได้จากความสำเร็จแหง่ เง่อื นไขน้นั
มาตรา ๑๘๕ ในระหวา่ งทีเ่ ง่ือนไขยังมไิ ด้สำเรจ็ นัน้ สทิ ธแิ ละหน้าทตี่ า่ ง ๆ ของค่กู รณมี ี
อยา่ งไร จะจำหนา่ ย จะรบั มรดก จะจัดการปอ้ งกันรักษา หรอื จะทำประกันไวป้ ระการใดตาม
กฎหมายกย็ อ่ มทำได้
มาตรา ๑๘๖ ถ้าความสำเรจ็ แหง่ เงื่อนไขจะเป็นทางใหค้ ่กู รณีฝ่ายใดเสยี เปรยี บ และคกู่ รณี
ฝ่ายนน้ั กระทำการโดยไม่สุจรติ จนเปน็ เหตใุ หเ้ งอ่ื นไขนนั้ ไม่สำเรจ็ ใหถ้ ือวา่ เง่ือนไขนนั้ สำเร็จ
แล้ว
ถ้าความสำเร็จแห่งเงอ่ื นไขจะเป็นทางใหค้ ู่กรณฝี า่ ยใดไดเ้ ปรยี บ และคกู่ รณีฝ่ายนัน้ กระทำ
การโดยไมส่ จุ ริตจนเป็นเหตใุ หเ้ งอ่ื นไขนนั้ สำเรจ็ ให้ถอื วา่ เงอื่ นไขนน้ั มไิ ด้สำเรจ็ เลย
มาตรา ๑๘๗ ถา้ เง่ือนไขสำเรจ็ แล้วในเวลาทำนติ กิ รรม หากเปน็ เงอ่ื นไขบงั คบั ก่อนใหถ้ ือ
วา่ นิติกรรมนน้ั ไมม่ เี ง่ือนไข หากเปน็ เงื่อนไขบังคับหลงั ให้ถอื วา่ นติ ิกรรมน้นั เปน็ โมฆะ
ถา้ เปน็ อนั แนน่ อนในเวลาทำนติ กิ รรมวา่ เงอ่ื นไขไม่อาจสำเร็จได้ หากเป็นเงื่อนไขบงั คับ
กอ่ นให้ถอื วา่ นติ ิกรรมน้นั เปน็ โมฆะ หากเปน็ เงอื่ นไขบงั คบั หลงั ให้ถอื วา่ นติ กิ รรมน้นั ไมม่ ี
เง่อื นไข
ตราบใดทคี่ ่กู รณยี ังไมร่ วู้ า่ เงอ่ื นไขไดส้ ำเรจ็ แลว้ ตามวรรคหนงึ่ หรือไมอ่ าจสำเรจ็ ไดต้ ามวรรค
สอง ตราบนนั้ ค่กู รณยี ังมสี ิทธิและหนา้ ทต่ี ามมาตรา ๑๘๔ และมาตรา ๑๘๕
มาตรา ๑๘๘ นิติกรรมใดมเี งอื่ นไขอนั ไมช่ อบดว้ ยกฎหมาย หรือขดั ตอ่ ความสงบเรยี บร้อย
หรอื ศีลธรรมอันดขี องประชาชน นติ ิกรรมนนั้ เปน็ โมฆะ
มาตรา ๑๘๙ นิตกิ รรมใดมีเงือ่ นไขบังคบั กอ่ นและเงือ่ นไขนน้ั เปน็ การพน้ วิสยั นติ กิ รรมนน้ั
เป็นโมฆะ
นิตกิ รรมใดมเี งอื่ นไขบงั คบั หลงั และเงื่อนไขนนั้ เป็นการพ้นวสิ ัย ให้ถอื วา่ นติ กิ รรมน้ันไม่มี
เง่ือนไข
มาตรา ๑๙๐ นติ กิ รรมใดมเี ง่อื นไขบังคบั ก่อนและเป็นเง่ือนไขอนั จะสำเรจ็ ไดห้ รือไม่ สุด
แลว้ แต่ใจของฝ่ายลูกหนี้ นติ กิ รรมนั้นเปน็ โมฆะ
มาตรา ๑๙๑ นติ ิกรรมใดมเี งอ่ื นเวลาเริ่มตน้ กำหนดไว้ หา้ มมิใหท้ วงถามให้ปฏิบตั กิ าร
ตามนติ กิ รรมน้นั กอ่ นถงึ เวลาท่กี ำหนด
นิตกิ รรมใดมเี งอ่ื นเวลาส้นิ สุดกำหนดไว้ นติ ิกรรมนนั้ ย่อมสนิ้ ผลเมอ่ื ถงึ เวลาที่กำหนด
มาตรา ๑๙๒ เงื่อนเวลาเรมิ่ ต้นหรือเง่อื นเวลาสนิ้ สดุ นน้ั ให้สนั นษิ ฐานไว้กอ่ นวา่ กำหนดไว้
เพอื่ ประโยชน์แก่ฝา่ ยลกู หนี้ เว้นแตจ่ ะปรากฏโดยเนื้อความแหง่ ตราสารหรือโดยพฤติการณ์
แหง่ กรณีว่าไดต้ ง้ั ใจจะให้เปน็ ประโยชน์แก่ฝ่ายเจ้าหนี้หรือแกค่ กู่ รณที ้ังสองฝา่ ยดว้ ยกนั
ถา้ เงื่อนเวลาเปน็ ประโยชนแ์ กฝ่ า่ ยใด ฝา่ ยนน้ั จะสละประโยชนน์ นั้ เสยี ก็ได้ หากไม่
กระทบกระเทอื นถึงประโยชน์อนั คู่กรณอี กี ฝา่ ยหนง่ึ จะพึงได้รับจากเง่อื นเวลานน้ั
มาตรา ๑๙๓ ในกรณดี งั ตอ่ ไปนี้ ฝ่ายลูกหนจ้ี ะถอื เอาประโยชน์แห่งเงอื่ นเวลาเรม่ิ ตน้ หรอื
เงอ่ื นเวลาสน้ิ สุดมไิ ด้
(๑) ลกู หน้ถี กู ศาลสง่ั พทิ ักษ์ทรพั ยเ์ ดด็ ขาดตามกฎหมายวา่ ดว้ ยลม้ ละลาย
(๒) ลูกหน้ีไมใ่ ห้ประกันในเมือ่ จำตอ้ งให้
(๓) ลกู หนไี้ ดท้ ำลาย หรือทำให้ลดน้อยถอยลงซึ่งประกันอนั ไดใ้ หไ้ ว้
(๔) ลูกหน้ีนำทรพั ยส์ ินของบคุ คลอ่นื มาใหเ้ ป็นประกันโดยเจา้ ของทรพั ยส์ ินนนั้ มิได้ยนิ ยอม
ดว้ ย
ลักษณะ ๕
ระยะเวลา
มาตรา ๑๙๓/๑ การนบั ระยะเวลาทั้งปวง ใหบ้ งั คบั ตามบทบญั ญตั แิ ห่งลกั ษณะน้ี เวน้ แต่
จะมกี ฎหมาย คำสง่ั ศาล ระเบยี บข้อบงั คบั หรือนติ ิกรรมกำหนดเปน็ อยา่ งอ่ืน
มาตรา ๑๙๓/๒ การคำนวณระยะเวลา ใหค้ ำนวณเปน็ วนั แตถ่ า้ กำหนดเป็นหนว่ ยเวลาท่ี
ส้นั กว่าวนั กใ็ ห้คำนวณตามหนว่ ยเวลาทก่ี ำหนดนน้ั
มาตรา ๑๙๓/๓ ถา้ กำหนดระยะเวลาเปน็ หน่วยเวลาทส่ี น้ั กวา่ วนั ให้เรมิ่ ต้นนบั ในขณะทเี่ ริ่ม
การนนั้
ถา้ กำหนดระยะเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือนหรอื ปี มิใหน้ ับวันแรกแหง่ ระยะเวลานน้ั รวมเขา้
ดว้ ยกนั เวน้ แตจ่ ะเรมิ่ การในวันนน้ั เองตง้ั แต่เวลาทถ่ี อื ได้วา่ เปน็ เวลาเร่ิมต้นทำการงานกนั
ตามประเพณี
มาตรา ๑๙๓/๔ ในทางคดคี วาม ในทางราชการ หรอื ทางธุรกจิ การค้าและอตุ สาหกรรม
วนั หมายความวา่ เวลาทำการตามที่ไดก้ ำหนดข้นึ โดยกฎหมาย คำสงั่ ศาล หรือระเบียบ
ขอ้ บงั คบั หรือเวลาทำการตามปกตขิ องกิจการนนั้ แลว้ แต่กรณี
มาตรา ๑๙๓/๕ ถา้ กำหนดระยะเวลาเปน็ สัปดาห์ เดือนหรือปี ใหค้ ำนวณตามปปี ฏทิ ิน
ถา้ ระยะเวลามิได้กำหนดนับแตว่ ันต้นแหง่ สัปดาห์ วนั ต้นแห่งเดือนหรอื ปี ระยะเวลาย่อม
สนิ้ สดุ ลงในวนั ก่อนหนา้ จะถงึ วันแหง่ สัปดาห์ เดือนหรอื ปสี ุดทา้ ยอนั เปน็ วนั ตรงกบั วนั เริม่
ระยะเวลานนั้ ถ้าในระยะเวลานบั เป็นเดือนหรอื ปนี นั้ ไมม่ วี ันตรงกันในเดือนสดุ ท้าย ให้
ถือเอาวันสดุ ทา้ ยแห่งเดอื นนน้ั เปน็ วนั ส้ินสุดระยะเวลา
มาตรา ๑๙๓/๖ ถา้ ระยะเวลากำหนดเป็นเดือนและวัน หรือกำหนดเปน็ เดือนและส่วนของ
เดือน ใหน้ ับจำนวนเดอื นเต็มกอ่ น แลว้ จึงนบั จำนวนวนั หรือสว่ นของเดอื นเป็นวนั
ถ้าระยะเวลากำหนดเปน็ สว่ นของปี ให้คำนวณสว่ นของปีเปน็ เดอื นก่อนหากมีส่วนของเดอื น
ใหน้ บั สว่ นของเดอื นเปน็ วนั
การคำนวณส่วนของเดอื นตามวรรคหนง่ึ และวรรคสอง ให้ถอื วา่ เดอื นหนึ่งมีสามสิบวนั
มาตรา ๑๙๓/๗ ถ้ามีการขยายระยะเวลาออกไปโดยมิไดม้ กี ารกำหนดวนั เร่ิมตน้ แหง่
ระยะเวลาทข่ี ยายออกไป ใหน้ ับวนั ทตี่ อ่ จากวันสุดทา้ ยของระยะเวลาเดมิ เป็นวนั เร่ิมตน้
มาตรา ๑๙๓/๘ ถ้าวนั สดุ ท้ายของระยะเวลาเปน็ วนั หยุดทำการตามประกาศเป็นทางการหรือ
ตามประเพณี ให้นับวนั ทเ่ี รม่ิ ทำการใหมต่ อ่ จากวนั ที่หยดุ ทำการน้นั เปน็ วนั สุดทา้ ยของ
ระยะเวลา
ลกั ษณะ ๖
อายคุ วาม
หมวด ๑
บทเบ็ดเสร็จทัว่ ไป
มาตรา ๑๙๓/๙ สิทธเิ รียกรอ้ งใด ๆ ถา้ มิไดใ้ ชบ้ ังคบั ภายในระยะเวลาทีก่ ฎหมายกำหนด
สิทธเิ รียกร้องนน้ั เปน็ อนั ขาดอายคุ วาม
มาตรา ๑๙๓/๑๐ สิทธเิ รียกรอ้ งท่ีขาดอายุความ ลูกหนม้ี ีสทิ ธทิ ่ีจะปฏิเสธการชำระหนีต้ าม
สิทธิเรยี กรอ้ งนน้ั ได้
มาตรา ๑๙๓/๑๑ อายคุ วามท่ีกฎหมายกำหนดไว้นนั้ คู่กรณจี ะตกลงกนั ใหง้ ดใช้หรือขยาย
ออกหรือย่นเข้าไมไ่ ด้
มาตรา ๑๙๓/๑๒ อายคุ วามให้เริ่มนับแต่ขณะทอ่ี าจบงั คับสิทธิเรียกรอ้ งได้เปน็ ต้นไปถา้
เปน็ สทิ ธิเรียกร้องใหง้ ดเวน้ กระทำการอยา่ งใด ใหเ้ ร่มิ นบั แตเ่ วลาแรกทฝ่ี า่ ฝนื กระทำการนนั้
มาตรา ๑๙๓/๑๓ สทิ ธิเรียกรอ้ งท่เี จา้ หนีย้ ังไมอ่ าจบังคับไดจ้ นกว่าจะไดท้ วงถามให้ลูกหน้ี
ชำระหนี้กอ่ น ให้เรมิ่ นบั อายคุ วามตัง้ แต่เวลาแรกท่ีอาจทวงถามไดเ้ ปน็ ต้นไป แต่ถา้ ลกู หน้ี
ยังไมต่ ้องชำระหนีจ้ นกวา่ ระยะเวลาหนง่ึ จะได้ลว่ งพน้ ไปแลว้ นบั แต่เวลาทไี่ ดท้ วงถามนั้น ให้
เรม่ิ นบั อายคุ วามตั้งแตร่ ะยะเวลานน้ั ได้สน้ิ สุดไปแล้ว
มาตรา ๑๙๓/๑๔ อายคุ วามยอ่ มสะดุดหยุดลงในกรณีดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) ลูกหน้รี ับสภาพหนต้ี ่อเจา้ หนตี้ ามสทิ ธิเรยี กรอ้ งโดยทำเปน็ หนงั สือรบั สภาพหน้ีให้ ชำระ
หน้ใี ห้บางสว่ น ชำระดอกเบี้ย ให้ประกัน หรอื กระทำการใด ๆ อนั ปราศจากขอ้ สงสัยแสดง
ให้เหน็ เปน็ ปรยิ ายวา่ ยอมรบั สภาพหนต้ี ามสทิ ธเิ รียกรอ้ ง
(๒) เจ้าหนไ้ี ดฟ้ อ้ งคดีเพอื่ ตงั้ หลักฐานสิทธิเรียกรอ้ งหรือเพอ่ื ใหช้ ำระหนี้
(๓) เจ้าหนไี้ ด้ยน่ื คำขอรับชำระหนใี้ นคดีลม้ ละลาย
(๔) เจา้ หน้ีได้มอบขอ้ พพิ าทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา
(๕) เจา้ หนไี้ ด้กระทำการอน่ื ใดอันมผี ลเป็นอยา่ งเดียวกนั กับการฟอ้ งคดี
มาตรา ๑๙๓/๑๕ เม่ืออายุความสะดดุ หยุดลงแล้ว ระยะเวลาที่ลว่ งไปก่อนนน้ั ไมน่ ับเขา้ ใน
อายคุ วาม
เมอ่ื เหตุทีท่ ำใหอ้ ายคุ วามสะดดุ หยดุ ลงสิ้นสดุ เวลาใด ให้เริม่ นบั อายคุ วามใหม่ตงั้ แต่เวลา
น้นั
มาตรา ๑๙๓/๑๖ หน้ีใดซึง่ ตามมูลแห่งหนี้นน้ั เจ้าหนจ้ี ะได้รับชำระหน้เี ป็นคราว ๆ เจ้าหน้ี
มสี ทิ ธิเรยี กใหล้ ูกหนีท้ ำหนังสอื รบั สภาพหน้ีใหใ้ นเวลาใดเวลาหนงึ่ กอ่ นอายุความครบ
บรบิ ูรณ์ เพ่อื เป็นหลักฐานวา่ อายคุ วามสะดุดหยดุ ลง
มาตรา ๑๙๓/๑๗ ในกรณีท่ีอายุความสะดุดหยดุ ลงเพราะเหตุตามมาตรา ๑๙๓/๑๔ (๒)
หากคดนี นั้ ได้มคี ำพพิ ากษาถึงทสี่ ดุ ให้ยกคำฟอ้ ง หรือคดีเสรจ็ ไปโดยการจำหนา่ ยคดเี พราะ
เหตถุ อนฟอ้ ง หรอื ทงิ้ ฟอ้ ง ใหถ้ อื วา่ อายคุ วามไม่เคยสะดดุ หยุดลง
ในกรณที ี่คดนี ั้นศาลไมร่ บั หรอื คนื หรือให้ยกคำฟอ้ งเพราะเหตุคดไี ม่อยใู่ นอำนาจศาล หรอื
ศาลให้ยกคำฟอ้ งโดยไมต่ ดั สทิ ธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่ และปรากฏวา่ อายคุ วามครบกำหนดไป
แลว้ ในระหวา่ งการพิจารณา หรือจะครบกำหนดภายในหกสบิ วนั นับแต่วันทค่ี ำพพิ ากษา
หรอื คำสงั่ นน้ั ถงึ ท่สี ุด ให้เจ้าหนม้ี ีสทิ ธิฟอ้ งคดเี พือ่ ตง้ั หลักฐานสทิ ธเิ รยี กร้องหรอื เพื่อใหช้ ำระ
หนีภ้ ายในหกสิบวนั นบั แตว่ นั ทค่ี ำพพิ ากษาหรือคำสง่ั นน้ั ถึงที่สุด
มาตรา ๑๙๓/๑๘ ใหน้ ำมาตรา ๑๙๓/๑๗ มาใช้บังคบั แก่กรณที อ่ี ายคุ วามสะดดุ หยุดลง
เพราะเหตุตามมาตรา ๑๙๓/๑๔ (๓) (๔) และ (๕) โดยอนโุ ลม
มาตรา ๑๙๓/๑๙ ในขณะทอ่ี ายุความจะครบกำหนดนั้น ถ้ามเี หตุสุดวสิ ยั มาขดั ขวางมใิ ห้
เจ้าหน้กี ระทำการตามมาตรา ๑๙๓/๑๔ ใหอ้ ายคุ วามนน้ั ยงั ไม่ครบกำหนดจนกว่าจะพน้
สามสิบวนั นบั แตว่ นั ทเ่ี หตสุ ดุ วิสัยน้ันไดส้ น้ิ สดุ ลง
มาตรา ๑๙๓/๒๐ อายคุ วามสทิ ธิเรียกร้องของผเู้ ยาวห์ รอื ของบคุ คลวิกลจริตอนั ศาลจะสงั่ ให้
เปน็ คนไรค้ วามสามารถหรือไมก่ ็ตาม ถ้าจะครบกำหนดลงในขณะทีบ่ ุคคลดังกลา่ วยงั ไม่ลุถงึ
ความสามารถเตม็ ภมู ิ หรอื ในระหวา่ งหนึง่ ปนี ับแต่วนั ทบี่ คุ คลดงั กลา่ วไม่มผี แู้ ทนโดยชอบ
ธรรมหรอื ผู้อนุบาล อายคุ วามน้ันยงั ไม่ครบกำหนดจนกว่าจะครบหนงึ่ ปนี บั แตว่ ันที่บุคคลนนั้
ไดล้ ถุ ึงความสามารถเตม็ ภูมหิ รอื ได้มผี แู้ ทนโดยชอบธรรมหรือผอู้ นุบาล แล้วแตก่ รณี แตถ่ ้า
อายคุ วามสิทธเิ รียกรอ้ งน้นั มรี ะยะเวลานอ้ ยกวา่ หน่ึงปกี ็ใหน้ ำกำหนดระยะเวลาทสี่ นั้ กวา่ นน้ั มา
ใช้แทนกำหนดระยะเวลาหนงึ่ ปดี ังกลา่ ว
มาตรา ๑๙๓/๒๑ อายคุ วามสิทธเิ รยี กรอ้ งของผเู้ ยาวห์ รอื ของคนไร้ความสามารถหรอื ของคน
เสมอื นไรค้ วามสามารถ ท่ีจะฟ้องรอ้ งผ้แู ทนโดยชอบธรรมหรือผอู้ นบุ าลหรือผ้พู ิทักษข์ องตน
นัน้ ถ้าจะครบกำหนดลงในขณะทีบ่ ุคคลดงั กลา่ วยงั ไม่ลถุ ึงความสามารถเต็มภมู ิ หรือใน
ระหว่างหน่งึ ปนี บั แตว่ นั ทบ่ี คุ คลดงั กล่าวไม่มผี ้แู ทนโดยชอบธรรมหรอื ผอู้ นุบาลหรอื ผู้พทิ กั ษ์
อายคุ วามนน้ั ยงั ไมค่ รบกำหนดจนกวา่ จะครบหนง่ึ ปนี ับแตว่ ันทบ่ี คุ คลนั้นไดล้ ุถงึ
ความสามารถเตม็ ภูมหิ รือไดม้ ผี แู้ ทนโดยชอบธรรมหรือผูอ้ นบุ าลหรือผู้พทิ กั ษ์ แล้วแต่กรณี
แต่ถา้ อายุความสิทธิเรียกร้องนน้ั มีระยะเวลาน้อยกวา่ หนงึ่ ปี ก็ใหน้ ำกำหนดระยะเวลาทสี่ น้ั
กว่านั้นมาใช้แทนกำหนดระยะเวลาหนง่ึ ปดี งั กลา่ ว
มาตรา ๑๙๓/๒๒ อายุความสิทธิเรยี กร้องระหว่างสามีภริยา ถ้าจะครบกำหนดก่อนหรอื
ภายในหนงึ่ ปีนับแตว่ นั ท่ีการสมรสส้ินสดุ ลง อายคุ วามนนั้ ยงั ไมค่ รบกำหนดจนกว่าจะครบ
หน่ึงปนี ับแตว่ ันที่การสมรสสิน้ สุดลง
มาตรา ๑๙๓/๒๓ อายคุ วามสทิ ธิเรียกรอ้ งอนั เปน็ คณุ หรอื เป็นโทษแกผ่ ู้ตาย ถา้ จะครบ
กำหนดภายในหนงึ่ ปีนบั แตว่ นั ตาย อายคุ วามนนั้ ยงั ไมค่ รบกำหนดจนกวา่ จะครบหนง่ึ ปีนับ
แต่วนั ตาย
มาตรา ๑๙๓/๒๔ เมื่ออายคุ วามครบกำหนดแล้ว ลูกหนี้จะสละประโยชน์แหง่ อายุความนน้ั
เสียก็ได้ แตก่ ารสละประโยชนเ์ ชน่ วา่ นไ้ี ม่มีผลกระทบกระเทอื นสทิ ธขิ องบุคคลภายนอกหรอื ผู้
ค้าประกัน
มาตรา ๑๙๓/๒๕ เมอ่ื อายุความครบกำหนดแล้ว ใหม้ ผี ลยอ้ นหลงั ขึน้ ไปถึงวนั ที่เร่ิมนับอายุ
ความ
มาตรา ๑๙๓/๒๖ เม่ือสทิ ธิเรียกร้องสว่ นที่เปน็ ประธานขาดอายคุ วามใหส้ ทิ ธิเรียกร้องสว่ นท่ี
เป็นอุปกรณน์ น้ั ขาดอายุความด้วย แมว้ า่ อายคุ วามของสทิ ธเิ รียกรอ้ งสว่ นท่ีเป็นอุปกรณน์ ั้นจะ
ยังไมค่ รบกำหนดกต็ าม
มาตรา ๑๙๓/๒๗ ผู้รบั จำนอง ผรู้ ับจำนำ ผทู้ รงสิทธยิ ดึ หนว่ ง หรอื ผู้ทรงบรุ ิมสิทธิเหนอื
ทรพั ยส์ ินของลกู หนี้อนั ตนได้ยึดถือไว้ ยงั คงมีสทิ ธิบงั คบั ชำระหนจี้ ากทรัพย์สินที่จำนอง
จำนำ หรอื ทไ่ี ดย้ ดึ ถอื ไว้ แมว้ า่ สิทธิเรยี กรอ้ งส่วนท่เี ปน็ ประธานจะขาดอายุความแลว้ กต็ าม
แตจ่ ะใชส้ ิทธนิ ั้นบงั คบั ให้ชำระดอกเบ้ียทีค่ า้ งยอ้ นหลงั เกนิ ห้าปีขน้ึ ไปไมไ่ ด้
มาตรา ๑๙๓/๒๘ การชำระหนี้ตามสิทธเิ รยี กร้องซง่ึ ขาดอายุความแลว้ นนั้ ไมว่ ่ามากนอ้ ย
เพียงใดจะเรยี กคนื ไมไ่ ด้ แม้วา่ ผชู้ ำระหนจี้ ะไมร่ ู้วา่ สทิ ธเิ รยี กร้องขาดอายุความแล้วกต็ าม
บทบัญญตั ิในวรรคหนง่ึ ใหใ้ ช้บงั คับแก่การทล่ี ูกหนี้รบั สภาพความรับผดิ โดยมหี ลกั ฐาน
เป็นหนงั สอื หรือโดยการให้ประกนั ด้วย แต่จะอ้างความข้อนขี้ นึ้ เป็นโทษแก่ผู้คา้ ประกันเดมิ
ไมไ่ ด้
มาตรา ๑๙๓/๒๙ เม่ือไม่ได้ยกอายุความขนึ้ เปน็ ข้อตอ่ สู้ ศาลจะอา้ งเอาอายคุ วามมาเปน็ เหตุ
ยกฟอ้ งไมไ่ ด้
หมวด ๒
กำหนดอายคุ วาม
มาตรา ๑๙๓/๓๐ อายคุ วามนนั้ ถา้ ประมวลกฎหมายนห้ี รือกฎหมายอ่ืนมิไดบ้ ัญญตั ไิ ว้
โดยเฉพาะ ให้มกี ำหนดสบิ ปี
มาตรา ๑๙๓/๓๑ สิทธิเรยี กร้องของรัฐทีจ่ ะเรียกเอาค่าภาษอี ากรใหม้ กี ำหนดอายุความสบิ ปี
สว่ นสิทธเิ รียกร้องของรฐั ทจ่ี ะเรียกเอาหนอ้ี ยา่ งอนื่ ให้บงั คบั ตามบทบัญญตั ใิ นลักษณะน้ี
มาตรา ๑๙๓/๓๒ สิทธเิ รียกรอ้ งทีเ่ กดิ ข้นึ โดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงท่สี ดุ หรือโดยสญั ญา
ประนปี ระนอมยอมความ ให้มกี ำหนดอายคุ วามสิบปี ทง้ั นี้ ไมว่ า่ สิทธเิ รียกร้องเดมิ จะมี
กำหนดอายคุ วามเทา่ ใด
มาตรา ๑๙๓/๓๓ สทิ ธเิ รยี กร้องดังต่อไปนใี้ หม้ กี ำหนดอายคุ วามห้าปี
(๑) ดอกเบ้ยี คา้ งชำระ
(๒) เงนิ ทต่ี ้องชำระเพื่อผ่อนทนุ คนื เปน็ งวด ๆ
(๓) คา่ เชา่ ทรพั ย์สนิ ค้างชำระ เวน้ แต่คา่ เชา่ สังหาริมทรพั ยต์ ามมาตรา ๑๙๓/๓๔ (๖)
(๔) เงนิ คา้ งจ่าย คอื เงนิ เดือน เงนิ ปี เงนิ บำนาญ คา่ อปุ การะเลย้ี งดูและเงนิ อน่ื ๆ ใน
ลกั ษณะทำนองเดียวกบั ทีม่ กี ารกำหนดจา่ ยเปน็ ระยะเวลา
(๕) สิทธิเรียกรอ้ งตามมาตรา ๑๙๓/๓๔ (๑) (๒) และ (๕) ท่ีไม่อยใู่ นบังคับอายคุ วามสองปี
มาตรา ๑๙๓/๓๔ สทิ ธเิ รยี กร้องดังต่อไปนี้ ใหม้ ีกำหนดอายคุ วามสองปี
(๑) ผปู้ ระกอบการคา้ หรืออุตสาหกรรม ผูป้ ระกอบหัตถกรรม ผู้ประกอบศลิ ปอตุ สาหกรรม
หรอื ชา่ งฝมี อื เรยี กเอาคา่ ของทไี่ ดส้ ง่ มอบ คา่ การงานทไ่ี ดท้ ำ หรือคา่ ดแู ลกจิ การของผูอ้ น่ื
รวมทงั้ เงนิ ทไ่ี ด้ออกทดรองไป เวน้ แต่เปน็ การทไ่ี ดท้ ำเพื่อกิจการของฝา่ ยลกู หน้นี นั้ เอง
(๒) ผู้ประกอบเกษตรกรรมหรือการป่าไม้ เรยี กเอาคา่ ของทไี่ ด้สง่ มอบอนั เปน็ ผลติ ผลทาง
เกษตรหรอื ปา่ ไม้ เฉพาะที่ใช้สอยในบ้านเรือนของฝา่ ยลูกหนน้ี น้ั เอง
(๓) ผขู้ นสง่ คนโดยสารหรือส่ิงของหรอื ผูร้ บั สง่ ขา่ วสาร เรียกเอาคา่ โดยสาร ค่าระวาง คา่ เช่า
ค่าธรรมเนียม รวมทัง้ เงนิ ทไี่ ดอ้ อกทดรองไป
(๔) ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมหรือหอพกั ผ้ปู ระกอบธุรกจิ ในการจำหนา่ ยอาหารและเครือ่ งดมื่
หรือผปู้ ระกอบธรุ กิจสถานบรกิ ารตามกฎหมายวา่ ด้วยสถานบรกิ ารเรยี กเอาค่าทพ่ี กั อาหาร
หรือเครือ่ งด่มื คา่ บรกิ ารหรอื คา่ การงานทไ่ี ดท้ ำใหแ้ กผ่ ู้มาพักหรอื ใช้บริการ รวมทั้งเงนิ ทไี่ ด้
ออกทดรองไป
(๕) ผ้ขู ายสลากกนิ แบ่ง สลากกินรวบ หรอื สลากทีค่ ล้ายคลึงกนั เรยี กเอาค่าขายสลาก เวน้
แต่เป็นการขายเพ่อื การขายตอ่
(๖) ผปู้ ระกอบธรุ กจิ ในการใหเ้ ช่าสงั หาริมทรพั ย์ เรยี กเอาคา่ เช่า
(๗) บุคคลซงึ่ มไิ ดเ้ ขา้ อยู่ในประเภททรี่ ะบไุ วใ้ น (๑) แต่เป็นผูป้ ระกอบธรุ กจิ ในการดูแล
กจิ การของผอู้ ื่นหรือรับทำงานการตา่ ง ๆ เรยี กเอาสินจา้ งอนั จะพงึ ไดร้ บั ในการน้นั รวมทงั้
เงินทไี่ ดอ้ อกทดรองไป
(๘) ลกู จา้ งซง่ึ รบั ใช้การงานส่วนบคุ คล เรียกเอาคา่ จ้างหรอื สนิ จา้ งอยา่ งอื่นเพือ่ การงานทที่ ำ
รวมทง้ั เงินทไี่ ดอ้ อกทดรองไป หรือนายจา้ งเรียกเอาคนื ซง่ึ เงนิ เชน่ วา่ นนั้ ท่ตี นได้จา่ ยลว่ งหนา้
ไป
(๙) ลกู จา้ งไมว่ ่าจะเปน็ ลกู จ้างประจำ ลูกจา้ งชว่ั คราว หรือลูกจา้ งรายวนั รวมท้ังผู้ฝกึ หัดงาน
เรียกเอาคา่ จา้ งหรอื สนิ จา้ งอย่างอนื่ รวมทง้ั เงนิ ทไี่ ดอ้ อกทดรองไป หรอื นายจา้ งเรยี กเอาคนื
ซึ่งเงนิ เชน่ วา่ นนั้ ทต่ี นไดจ้ ่ายลว่ งหนา้ ไป
(๑๐) ครสู อนผฝู้ กึ หดั งาน เรียกเอาคา่ ฝึกสอนและคา่ ใชจ้ า่ ยอยา่ งอน่ื ตามทไ่ี ดต้ กลงกันไว้
รวมทง้ั เงินทไี่ ด้ออกทดรองไป
(๑๑) เจ้าของสถานศึกษาหรือสถานพยาบาล เรียกเอาคา่ ธรรมเนียมการเรียนและ
คา่ ธรรมเนียมอน่ื ๆ หรอื คา่ รกั ษาพยาบาลและค่าใช้จา่ ยอย่างอน่ื รวมทง้ั เงนิ ทไี่ ดอ้ อกทดรอง
ไป
(๑๒) ผรู้ ับคนไว้เพือ่ การบำรุงเลี้ยงดหู รอื ฝึกสอน เรียกเอาคา่ การงานทที่ ำให้รวมทง้ั เงินท่ไี ด้
ออกทดรองไป
(๑๓) ผูร้ ับเลย้ี งหรือฝึกสอนสตั ว์ เรียกเอาค่าการงานท่ที ำให้ รวมทงั้ เงินทไี่ ดอ้ อกทดรองไป
(๑๔) ครหู รืออาจารย์ เรยี กเอาคา่ สอน
(๑๕) ผปู้ ระกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ ผปู้ ระกอบการ
บำบดั โรคสัตว์ หรือผปู้ ระกอบโรคศลิ ปะสาขาอนื่ เรียกเอาคา่ การงานทท่ี ำให้รวมทง้ั เงนิ ทีไ่ ด้
ออกทดรองไป
(๑๖) ทนายความหรอื ผปู้ ระกอบวิชาชพี ทางกฎหมาย รวมทง้ั พยานผูเ้ ชย่ี วชาญเรยี กเอาค่า
การงานทที่ ำให้ รวมทงั้ เงนิ ทไ่ี ดอ้ อกทดรองไป หรือค่คู วามเรยี กเอาคนื ซ่งึ เงนิ เชน่ วา่ นนั้ ที่
ตนได้จา่ ยลว่ งหนา้ ไป
(๑๗) ผปู้ ระกอบวิชาชีพวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผูส้ อบบัญชี หรือผปู้ ระกอบวชิ าชพี อสิ ระ
อน่ื เรยี กเอาคา่ การงานที่ทำให้ รวมทงั้ เงนิ ทไ่ี ด้ออกทดรองไป หรอื ผ้วู า่ จ้างให้ประกอบการ
งานดังกลา่ วเรยี กเอาคนื ซ่งึ เงนิ เชน่ วา่ นน้ั ทต่ี นไดจ้ า่ ยลว่ งหนา้ ไป
มาตรา ๑๙๓/๓๕ ภายใต้บงั คบั มาตรา ๑๙๓/๒๗ สิทธิเรียกร้องท่ีเกิดขึ้นจากการท่ลี กู หน้ี
รับสภาพความรับผิดโดยมีหลกั ฐานเปน็ หนังสอื หรือโดยการให้ประกนั ตามมาตรา ๑๙๓/๒๘
วรรคสอง ให้มกี ำหนดอายุความสองปนี บั แตว่ นั ที่ได้รับสภาพความรบั ผดิ หรอื ใหป้ ระกนั
บรรพ ๒
หนี้
ลกั ษณะ ๑
บทเบ็ดเสรจ็ ทวั่ ไป
หมวด ๑
วตั ถแุ หง่ หนี้
มาตรา 194 ดว้ ยอำนาจแห่งมลู หนี้ เจา้ หนย้ี ่อมมีสทิ ธิจะเรยี กใหล้ ูกหนีช้ ำระหน้ีได้ อนงึ่ การ
ชำระหนดี้ ว้ ยงดเวน้ การอนั ใดอนั หนงึ่ กย็ อ่ มมไี ด้
มาตรา 195 เมือ่ ทรพั ยซ์ ง่ึ เปน็ วตั ถุแห่งหนนี้ นั้ ไดร้ ะบไุ ว้แตเ่ พียงเปน็ ประเภท และถ้าตาม
สภาพแหง่ นติ ิกรรม หรอื ตามเจตนาของคกู่ รณไี มอ่ าจจะกำหนดไดว้ า่ ทรัพยน์ ้ันจะพงึ เปน็
ชนิดอย่างไรไซร้ ท่านวา่ ลกู หนี้จะตอ้ งส่งมอบทรัพยช์ นดิ ปานกลาง
ถา้ ลกู หนีไ้ ดก้ ระทำการอนั ตนจะพงึ ตอ้ งทำเพ่ือสง่ มอบทรพั ย์สงิ่ นน้ั ทกุ ประการแล้วกด็ ี หรอื ถ้า
ลกู หนีไ้ ด้เลือกกำหนดทรัพย์ท่จี ะส่งมอบแล้วดว้ ยความยินยอมของเจา้ หน้ีกด็ ี ทา่ นวา่ ทรัพย์
น้ันจงึ เปน็ วตั ถุแห่งหน้จี ำเดิมแต่เวลานนั้ ไป
มาตรา ๑๙๖ ถา้ หนี้เงนิ ไดแ้ สดงไวเ้ ปน็ เงนิ ตา่ งประเทศ ทา่ นวา่ จะส่งใช้เปน็ เงินไทยกไ็ ด้
การเปล่ยี นเงนิ น้ี ใหค้ ดิ ตามอัตราแลกเปลย่ี นเงิน ณ สถานทแ่ี ละในเวลาทใ่ี ชเ้ งนิ
มาตรา ๑๙๗ ถ้าหนี้เงนิ จะพงึ ส่งใชด้ ้วยเงนิ ตราชนิดหนงึ่ ชนิดใดโดยเฉพาะ อนั เปน็ ชนดิ ท่ี
ยกเลกิ ไม่ใชก้ นั แลว้ ในเวลาทจ่ี ะตอ้ งส่งเงนิ ใชห้ นี้นน้ั ไซร้ การส่งใช้เงนิ ท่านให้ถือเสมือน
หน่งึ ว่ามไิ ด้ระบไุ วใ้ หใ้ ชเ้ ปน็ เงนิ ตราชนดิ น้ัน
มาตรา ๑๙๘ ถ้าการอนั มกี ำหนดพงึ กระทำเพอ่ื ชำระหนนี้ ้ันมหี ลายอยา่ ง แต่จะตอ้ งกระทำ
เพยี งการใดการหน่ึงแตอ่ ย่างเดียวไซร้ ทา่ นว่าสทิ ธิท่จี ะเลือกทำการอย่างใดน้ันตกอยูแ่ ก่
ฝ่ายลูกหนี้ เวน้ แต่จะไดต้ กลงกนั กำหนดไว้เปน็ อย่างอน่ื
มาตรา ๑๙๙ การเลือกนัน้ ทา่ นใหท้ ำด้วยแสดงเจตนาแกค่ ู่กรณีอีกฝา่ ยหน่ึง
การชำระหนไ้ี ดเ้ ลอื กทำเปน็ อยา่ งใดแลว้ ทา่ นใหถ้ อื ว่าอย่างนน้ั อยา่ งเดียว เปน็ การชำระหนี้
อันกำหนดให้กระทำแตต่ น้ มา
มาตรา ๒๐๐ ถา้ จะตอ้ งเลือกภายในระยะเวลาอนั มีกำหนด และฝา่ ยทีม่ สี ทิ ธิจะเลือกมิได้
เลอื กภายในระยะเวลานนั้ ไซร้ ทา่ นวา่ สิทธทิ จี่ ะเลอื กนั้นยอ่ มตกไปอยแู่ กอ่ กี ฝา่ ยหนง่ึ
ถ้ามไิ ดก้ ำหนดระยะเวลาให้เลอื กไซร้ เม่ือหนี้ถึงกำหนดชำระ ฝ่ายท่ีไม่มสี ิทธจิ ะเลือกอาจ
กำหนดเวลาพอสมควรแก่เหตุ แล้วบอกกล่าวให้ฝา่ ยโนน้ ใชส้ ิทธิเลือกภายในเวลาอันนน้ั
มาตรา ๒๐๑ ถ้าบคุ คลภายนอกจะพึงเป็นผเู้ ลือก ท่านใหก้ ระทำดว้ ยแสดงเจตนาแก่ลูกหน้ี
และลกู หน้จี ะต้องแจง้ ความนน้ั แก่เจา้ หน้ี
ถ้าบุคคลภายนอกนน้ั ไม่อาจจะเลอื กไดก้ ็ดี หรือไม่เตม็ ใจจะเลอื กก็ดี ทา่ นวา่ สิทธทิ จี่ ะเลือก
ตกไปอยู่แกฝ่ า่ ยลกู หนี้
มาตรา ๒๐๒ ถ้าการอนั จะพงึ ตอ้ งทำเพือ่ ชำระหนี้นน้ั มีหลายอยา่ ง และอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ตก
เป็นอนั พน้ วิสัยจะทำไดม้ าแตต่ น้ กด็ ี หรือกลายเปน็ พ้นวิสัยในภายหลงั กด็ ี ท่านให้จำกัด
หน้ีนน้ั ไวเ้ พยี งการชำระหน้ีอย่างอนื่ ทไี่ ม่พน้ วสิ ัย อนึง่ การจำกดั อนั นี้ยอ่ มไมเ่ กดิ มีขน้ึ หากวา่
การชำระหนีก้ ลายเปน็ พน้ วิสัยเพราะพฤติการณอ์ นั ใดอันหนึ่งซึ่งฝา่ ยที่ไม่มสี ิทธจิ ะเลือกนน้ั
ต้องรับผิดชอบ
หมวด ๒
ผลแหง่ หน้ี
สว่ นที่ ๑
การไมช่ ำระหน้ี
มาตรา ๒๐๓ ถา้ เวลาอนั จะพงึ ชำระหนนี้ ัน้ มไิ ดก้ ำหนดลงไว้ หรือจะอนมุ านจากพฤติการณ์
ท้ังปวงกไ็ มไ่ ด้ไซร้ ท่านว่าเจา้ หนย้ี อ่ มจะเรยี กใหช้ ำระหนไี้ ดโ้ ดยพลนั และฝา่ ยลกู หนก้ี ็
ยอ่ มจะชำระหน้ีของตนไดโ้ ดยพลนั ดุจกนั
ถ้าได้กำหนดเวลาไว้ แต่หากกรณีเปน็ ที่สงสยั ทา่ นใหส้ ันนิษฐานไวก้ ่อนวา่ เจา้ หน้ีจะเรยี ก
ใหช้ ำระหน้กี อ่ นถงึ เวลาน้ันหาได้ไม่ แตฝ่ า่ ยลกู หนจี้ ะชำระหนกี้ ่อนกำหนดนนั้ กไ็ ด้
มาตรา ๒๐๔ ถ้าหน้ถี ึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลงั แตน่ ัน้ เจา้ หนไ้ี ดใ้ หค้ ำเตอื นลูกหนี้
แล้ว ลกู หน้ยี ังไมช่ ำระหนีไ้ ซร้ ลกู หนไ้ี ดช้ อ่ื วา่ ผิดนดั เพราะเขาเตอื นแล้ว
ถา้ ได้กำหนดเวลาชำระหน้ีไว้ตามวนั แหง่ ปฏทิ ิน และลกู หนมี้ ไิ ด้ชำระหนตี้ ามกำหนดไซร้
ท่านวา่ ลูกหนตี้ กเปน็ ผผู้ ดิ นดั โดยมิพักตอ้ งเตือนเลย วิธเี ดียวกันนีท้ า่ นใหใ้ ช้บงั คบั แกก่ รณี
ที่ต้องบอกกล่าวลว่ งหนา้ ก่อนการชำระหนี้ ซง่ึ ไดก้ ำหนดเวลาลงไวอ้ าจคำนวณนับได้โดย
ปฏิทนิ นบั แตว่ นั ทไี่ ดบ้ อกกลา่ ว
มาตรา ๒๐๕ ตราบใดการชำระหน้นี ้นั ยงั มิไดก้ ระทำลงเพราะพฤตกิ ารณอ์ นั ใดอันหนึ่งซ่ึง
ลูกหนีไ้ มต่ อ้ งรบั ผดิ ชอบ ตราบน้ันลูกหน้ยี งั หาไดช้ อ่ื วา่ ผดิ นัดไม่
มาตรา ๒๐๖ ในกรณหี น้ีอนั เกดิ แต่มูลละเมิด ลูกหนไ้ี ดช้ อื่ วา่ ผดิ นัดมาแต่เวลาท่ที ำละเมดิ
มาตรา ๒๐๗ ถา้ ลกู หนี้ขอปฏิบตั กิ ารชำระหน้ี และเจา้ หน้ีไม่รบั ชำระหน้นี น้ั โดยปราศจาก
มูลเหตุอันจะอา้ งกฎหมายไดไ้ ซร้ ทา่ นวา่ เจา้ หนต้ี กเปน็ ผู้ผิดนดั
มาตรา ๒๐๘ การชำระหน้ีจะใหส้ ำเร็จผลเปน็ อย่างใด ลูกหนีจ้ ะตอ้ งขอปฏบิ ตั กิ ารชำระหนี้
ต่อเจา้ หน้ีเปน็ อยา่ งนัน้ โดยตรง
แต่ถา้ เจ้าหนไ้ี ดแ้ สดงแกล่ ูกหนี้วา่ จะไมร่ ับชำระหนี้กด็ ี หรอื เพอื่ ที่จะชำระหน้จี ำเปน็ ทเี่ จ้าหน้ี
จะต้องกระทำการอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ก่อนก็ดี ลูกหนี้จะบอกกล่าวแกเ่ จ้าหนว้ี า่ ไดเ้ ตรยี มการที่
จะชำระหนไ้ี ว้พร้อมเสร็จแลว้ ให้เจ้าหน้รี บั ชำระหน้นี น้ั เท่านกี้ ็นับวา่ เปน็ การเพียงพอแลว้
ในกรณีเชน่ นท้ี า่ นว่าคำบอกกล่าวของลกู หน้นี น้ั ก็เสมอกบั คำขอปฏิบตั กิ ารชำระหนี้
มาตรา ๒๐๙ ถ้าได้กำหนดเวลาไว้เปน็ แนน่ อนเพื่อให้เจา้ หน้ีกระทำการอนั ใด ท่านวา่ ทจี่ ะ
ขอปฏบิ ตั ิการชำระหนนี้ น้ั จะตอ้ งทำก็แตเ่ ม่ือเจา้ หนท้ี ำการอนั นนั้ ภายในเวลากำหนด
มาตรา ๒๑๐ ถา้ ลกู หนจี้ ำตอ้ งชำระหนส้ี ว่ นของตนตอ่ เมอื่ เจา้ หนี้ชำระหนี้ตอบแทนดว้ ยไซร้
แม้ถึงว่าเจา้ หนจี้ ะได้เตรยี มพร้อมทีจ่ ะรบั ชำระหนี้ตามที่ลกู หนข้ี อปฏบิ ตั นิ นั้ แลว้ ก็ดี หากไม่
เสนอท่ีจะทำการชำระหนต้ี อบแทนตามที่จะพงึ ต้องทำ เจ้าหน้กี เ็ ปน็ อนั ไดช้ ื่อว่าผิดนัด
มาตรา ๒๑๑ ในเวลาทล่ี ูกหนีข้ อปฏิบตั ิการชำระหนี้นน้ั ก็ดี หรอื ในเวลาที่กำหนดไวใ้ ห้
เจ้าหนที้ ำการอย่างใดอย่างหน่งึ โดยกรณีทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา ๒๐๙ น้ันกด็ ี ถา้ ลูกหนี้
มไิ ด้อย่ใู นฐานะทจี่ ะสามารถชำระหนไี้ ดไ้ ซรท้ ่านวา่ เจา้ หนี้ยงั หาผดิ นัดไม่
มาตรา ๒๑๒ ถ้ามไิ ด้กำหนดเวลาชำระหนไ้ี วก้ ด็ ี หรอื ถา้ ลูกหนี้มสี ทิ ธทิ จ่ี ะชำระหนไี้ ด้ก่อน
เวลากำหนดกด็ ี การท่เี จา้ หนี้มเี หตขุ ดั ขอ้ งชั่วคราวไมอ่ าจรับชำระหน้ีทเี่ ขาขอปฏบิ ตั แิ ก่ตน
ได้นนั้ หาทำให้เจา้ หนตี้ กเปน็ ผผู้ ดิ นดั ไม่ เวน้ แตล่ กู หนจ้ี ะไดบ้ อกกล่าวการชำระหนี้ไว้
ล่วงหนา้ โดยเวลาอนั สมควร
มาตรา ๒๑๓ ถ้าลกู หนล้ี ะเลยเสียไมช่ ำระหนข้ี องตน เจา้ หน้จี ะรอ้ งขอตอ่ ศาลใหส้ ่ังบงั คบั
ชำระหนกี้ ไ็ ด้ เว้นแตส่ ภาพแหง่ หนี้จะไมเ่ ปดิ ชอ่ งให้ทำเช่นน้ันได้
เมอ่ื สภาพแห่งหน้ีไมเ่ ปดิ ช่องให้บงั คับชำระหนไี้ ด้ ถ้าวตั ถุแห่งหนเี้ ปน็ อันใหก้ ระทำการ
อนั หนง่ึ อนั ใด เจา้ หนี้จะร้องขอตอ่ ศาลให้ส่ังบงั คบั ให้บคุ คลภายนอกกระทำการอนั นน้ั โดย
ให้ลกู หนเ้ี สยี ค่าใชจ้ า่ ยให้กไ็ ด้ แตถ่ า้ วตั ถแุ ห่งหนเ้ี ป็นอนั ให้กระทำนติ กิ รรมอย่างใดอย่าง
หนึ่งไซร้ ศาลจะส่ังให้ถอื เอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลกู หน้กี ็ได้
สว่ นหนซี้ ึ่งมวี ตั ถเุ ปน็ อนั จะใหง้ ดเวน้ การอนั ใด เจา้ หนีจ้ ะเรยี กร้องใหร้ อื้ ถอนการที่ได้กระทำ
ลงแล้วนน้ั โดยให้ลูกหนเี้ สียค่าใช้จา่ ย และใหจ้ ดั การอนั ควรเพอ่ื กาลภายหนา้ ดว้ ยก็ได้
อนงึ่ บทบญั ญตั ิในวรรคทัง้ หลายทก่ี ลา่ วมากอ่ นนี้ หากระทบกระทง่ั ถงึ สทิ ธิทจ่ี ะเรยี กเอา
คา่ เสยี หายไม่
มาตรา ๒๑๔[๓] ภายใตบ้ งั คับบทบญั ญัติแหง่ มาตรา ๗๓๓ เจ้าหนีม้ สี ทิ ธิทจี่ ะใหช้ ำระหน้ี
ของตนจากทรพั ย์สนิ ของลูกหนีจ้ นสนิ้ เชงิ รวมทง้ั เงนิ และทรัพย์สินอ่ืน ๆ ซึ่งบคุ คลภายนอก
คา้ งชำระแกล่ ูกหนีด้ ้วย
มาตรา ๒๑๕ เม่อื ลกู หนีไ้ มช่ ำระหนใ้ี ห้ตอ้ งตามความประสงคอ์ นั แทจ้ รงิ แห่งมลู หนไี้ ซร้
เจ้าหน้ีจะเรียกเอาค่าสนิ ไหมทดแทนเพื่อความเสยี หายอนั เกดิ แตก่ ารนนั้ กไ็ ด้
มาตรา ๒๑๖ ถา้ โดยเหตุผิดนดั การชำระหนกี้ ลายเปน็ อนั ไร้ประโยชนแ์ ก่เจา้ หนเี้ จ้าหนจ้ี ะ
บอกปดั ไม่รบั ชำระหน้ี และจะเรยี กเอาค่าสนิ ไหมทดแทนเพ่ือการไม่ชำระหนี้ก็ได้
มาตรา ๒๑๗ ลูกหน้ีจะตอ้ งรับผิดชอบในความเสยี หายบรรดาทเ่ี กดิ แต่ความประมาท
เลินเลอ่ ในระหวา่ งเวลาท่ตี นผดิ นดั ทงั้ จะตอ้ งรบั ผดิ ชอบในการท่ีการชำระหน้กี ลายเปน็ พ้น
วสิ ัยเพราะอุบตั เิ หตอุ นั เกิดข้นึ ในระหวา่ งเวลาทผี่ ดิ นัดนั้นดว้ ย เวน้ แตค่ วามเสียหายนนั้
ถงึ แม้วา่ ตนจะไดช้ ำระหน้ีทันเวลากำหนดกค็ งจะต้องเกดิ มีอยนู่ นั่ เอง
มาตรา ๒๑๘ ถ้าการชำระหน้ีกลายเป็นพน้ วิสยั จะทำได้เพราะพฤติการณ์อนั ใดอนั หนง่ึ ซงึ่
ลกู หนี้ตอ้ งรับผดิ ชอบไซร้ ทา่ นวา่ ลกู หน้จี ะตอ้ งใชค้ า่ สินไหมทดแทนให้แก่เจา้ หนีเ้ พื่อ
คา่ เสยี หายอยา่ งใด ๆ อันเกดิ แต่การไม่ชำระหนีน้ นั้
ในกรณที ี่การชำระหนี้กลายเปน็ พน้ วิสัยแต่เพียงบางสว่ น ถา้ หากวา่ สว่ นทีย่ งั เป็นวิสัยจะทำ
ไดน้ น้ั จะเปน็ อนั ไรป้ ระโยชนแ์ กเ่ จา้ หน้แี ล้ว เจา้ หน้ีจะไมย่ อมรบั ชำระหนส้ี ่วนท่ยี งั เปน็ วสิ ัยจะ
ทำไดน้ นั้ แล้ว และเรยี กค่าสนิ ไหมทดแทนเพอ่ื การไมช่ ำระหนีเ้ สียทงั้ หมดทีเดียวก็ได้
มาตรา ๒๑๙ ถ้าการชำระหนก้ี ลายเป็นพ้นวสิ ัยเพราะพฤติการณอ์ ันใดอนั หนงึ่ ซง่ึ เกดิ ขนึ้
ภายหลงั ทไี่ ด้กอ่ หน้ี และซึ่งลกู หนไ้ี ม่ตอ้ งรบั ผิดชอบนั้นไซร้ ทา่ นว่าลูกหนี้เปน็ อนั หลุดพ้น
จากการชำระหนน้ี ้นั
ถา้ ภายหลงั ที่ได้กอ่ หนี้ข้ึนแล้วน้นั ลกู หนี้กลายเป็นคนไม่สามารถจะชำระหนีไ้ ดไ้ ซร้ ทา่ นให้
ถือเสมอื นวา่ เปน็ พฤติการณ์ทที่ ำใหก้ ารชำระหนี้ตกเปน็ อนั พ้นวสิ ยั ฉะน้ัน
มาตรา ๒๒๐ ลูกหนี้ตอ้ งรบั ผดิ ชอบในความผดิ ของตวั แทนแห่งตนกบั ทัง้ ของบคุ คลทตี่ น
ใชใ้ นการชำระหนนี้ น้ั โดยขนาดเสมอกับวา่ เปน็ ความผิดของตนเองฉะนนั้ แตบ่ ทบัญญัติ
แห่งมาตรา ๓๗๓ หาใช้บังคบั แกก่ รณเี ชน่ นี้ดว้ ยไม่
มาตรา ๒๒๑ หนเี้ งนิ อนั ตอ้ งเสยี ดอกเบ้ียนนั้ ท่านวา่ จะคดิ ดอกเบย้ี ในระหว่างท่ีเจา้ หนผ้ี ดิ
นดั หาไดไ้ ม่
มาตรา ๒๒๒ การเรียกเอาคา่ เสยี หายนน้ั ได้แกเ่ รยี กค่าสนิ ไหมทดแทนเพอ่ื ความเสยี หาย
เช่นทต่ี ามปกติยอ่ มเกิดข้นึ แต่การไมช่ ำระหนนี้ นั้
เจา้ หนจ้ี ะเรียกคา่ สินไหมทดแทนได้ แมก้ ระทัง่ เพื่อความเสียหายอนั เกดิ แตพ่ ฤติการณ์
พิเศษ หากวา่ ค่กู รณที ่ีเก่ียวข้องไดค้ าดเห็นหรือควรจะไดค้ าดเห็นพฤตกิ ารณเ์ ชน่ นน้ั
ล่วงหนา้ ก่อนแล้ว
มาตรา ๒๒๓ ถา้ ฝา่ ยผเู้ สียหายได้มีสว่ นทำความผิดอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ กอ่ ให้เกดิ ความ
เสยี หายด้วยไซร้ ทา่ นวา่ หนี้อนั จะตอ้ งใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนแก่ฝา่ ยผเู้ สยี หายมากน้อย
เพียงใดนนั้ ต้องอาศยั พฤติการณ์เป็นประมาณ ข้อสำคญั กค็ อื ว่าความเสยี หายนน้ั ไดเ้ กดิ ขนึ้
เพราะฝ่ายไหนเปน็ ผู้กอ่ ยิ่งหยอ่ นกวา่ กันเพยี งไร
วิธีเดียวกนั นี้ ทา่ นให้ใชแ้ มท้ ้งั ทค่ี วามผิดของฝา่ ยผูท้ ีเ่ สียหายจะมีแต่เพียงละเลยไม่เตือน
ลกู หนใี้ หร้ ู้สกึ ถึงอนั ตรายแหง่ การเสียหายอนั เปน็ อยา่ งร้ายแรงผิดปกติ ซึง่ ลกู หนไ้ี ม่รหู้ รือไม่
อาจจะรไู้ ด้ หรือเพียงแต่ละเลยไม่บำบัดปดั ป้อง หรอื บรรเทาความเสยี หายนน้ั ดว้ ย อนงึ่
บทบัญญตั แิ หง่ มาตรา ๒๒๐ นน้ั ทา่ นให้นำมาใชบ้ ังคับด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๒๒๔ หน้เี งนิ นน้ั ทา่ นใหค้ ดิ ดอกเบย้ี ในระหวา่ งเวลาผิดนัดรอ้ ยละเจ็ดกง่ึ ตอ่ ปี ถา้
เจา้ หนอ้ี าจจะเรยี กดอกเบีย้ ไดส้ งู กวา่ น้ันโดยอาศยั เหตอุ ยา่ งอน่ื อนั ชอบดว้ ยกฎหมาย ก็ใหค้ ง
ส่งดอกเบย้ี ตอ่ ไปตามนน้ั
ท่านหา้ มมิใหค้ ิดดอกเบีย้ ซ้อนดอกเบย้ี ในระหวา่ งผิดนัด
การพิสูจนค์ า่ เสยี หายอยา่ งอ่ืนนอกกวา่ นัน้ ทา่ นอนุญาตให้พสิ จู นไ์ ด้
มาตรา ๒๒๕ ถา้ ลกู หนจ้ี ำตอ้ งใชค้ า่ สนิ ไหมทดแทนเพื่อราคาวัตถอุ นั ได้เสือ่ มเสียไประหว่าง
ผิดนัดกด็ ี หรอื วตั ถุอนั ไม่อาจสง่ มอบได้เพราะเหตอุ ยา่ งใดอยา่ งหนึง่ อนั เกดิ ข้นึ ระหวา่ งผิดนดั
กด็ ี ท่านวา่ เจา้ หนีจ้ ะเรยี กดอกเบ้ียในจำนวนทจ่ี ะต้องใช้เป็นค่าสนิ ไหมทดแทน คดิ ตง้ั แต่
เวลาอนั เปน็ ฐานทต่ี งั้ แห่งการกะประมาณราคานัน้ กไ็ ด้ วธิ เี ดียวกนั นที้ า่ นใหใ้ ชต้ ลอดถงึ การ
ทลี่ กู หนีจ้ ำตอ้ งใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนเพอื่ การทรี่ าคาวตั ถตุ กตา่ เพราะวตั ถนุ น้ั เส่อื มเสยี ลง
ในระหวา่ งเวลาทผี่ ิดนัดน้นั ดว้ ย
ส่วนท่ี ๒
รบั ชว่ งสทิ ธิ
มาตรา ๒๒๖ บุคคลผรู้ บั ช่วงสิทธขิ องเจ้าหนี้ ชอบทจี่ ะใช้สทิ ธิทงั้ หลายบรรดาที่เจ้าหน้ีมอี ยู่
โดยมลู หนี้ รวมทง้ั ประกนั แห่งหนนี้ ้ันได้ในนามของตนเอง
ชว่ งทรพั ย์ ไดแ้ กเ่ อาทรัพยส์ ินอันหนึง่ เข้าแทนท่ที รัพย์สินอกี อันหน่งึ ในฐานะนติ ินยั อยา่ ง
เดียวกนั กบั ทรัพยส์ นิ อนั กอ่ น
มาตรา ๒๒๗ เมอื่ เจา้ หน้ีได้รบั คา่ สินไหมทดแทนความเสยี หายเต็มตามราคาทรพั ยห์ รือ
สิทธซิ ง่ึ เปน็ วัตถุแหง่ หนนี้ นั้ แลว้ ทา่ นว่าลูกหนย้ี ่อมเข้าสฐู่ านะเป็นผูร้ บั ช่วงสทิ ธขิ องเจา้ หน้ี
อันเก่ยี วกบั ทรพั ยห์ รือสิทธินนั้ ๆ ดว้ ยอำนาจกฎหมาย
มาตรา ๒๒๘ ถ้าพฤตกิ ารณ์ซง่ึ ทำให้การชำระหนี้เปน็ อนั พ้นวิสยั นน้ั เป็นผลให้ลกู หนี้
ไดม้ าซงึ่ ของแทนกด็ ี หรอื ไดส้ ทิ ธิเรียกรอ้ งคา่ สนิ ไหมทดแทนเพอื่ ทรพั ย์อนั จะพงึ ได้แก่ตน
นน้ั กด็ ี ทา่ นวา่ เจา้ หนจ้ี ะเรยี กให้ส่งมอบของแทนทไี่ ด้รบั ไวห้ รือจะเขา้ เรยี กเอาคา่ สนิ ไหม
ทดแทนเสียเองกไ็ ด้
ถ้าเจ้าหนม้ี ีสทิ ธิเรยี กรอ้ งคา่ สนิ ไหมทดแทนเพราะการไมช่ ำระหน้ี และถา้ ใชส้ ิทธนิ ้ันดงั ได้
ระบไุ วใ้ นวรรคตน้ ไซร้ ค่าสนิ ไหมทดแทนอนั จะพึงใช้แกเ่ จา้ หนี้นนั้ ย่อมลดจำนวนลงเพยี ง
เสมอราคาแห่งของแทนซง่ึ ลกู หนไี้ ด้รบั ไว้ หรอื เสมอจำนวนคา่ สินไหมทดแทนที่ลูกหนี้จะ
เรยี กรอ้ งไดน้ นั้
มาตรา ๒๒๙ การรบั ชว่ งสทิ ธิยอ่ มมขี น้ึ ดว้ ยอำนาจกฎหมาย และยอ่ มสำเรจ็ เปน็ ประโยชนแ์ ก่
บคุ คลดงั จะกลา่ วตอ่ ไปนี้ คือ
(๑) บุคคลซง่ึ เปน็ เจา้ หน้อี ยู่เอง และมาใชห้ นใ้ี ห้แก่เจา้ หนอี้ กี คนหนง่ึ ผ้มู สี ิทธิจะได้รบั ใช้
หนีก้ อ่ นตน เพราะเขามีบรุ ิมสทิ ธิ หรือมสี ิทธิจำนำจำนอง
(๒) บคุ คลผไู้ ดไ้ ปซง่ึ อสงั หาริมทรัพยใ์ ด และเอาเงินราคาคา่ ซอื้ ใชใ้ หแ้ ก่ผรู้ ับจำนองทรพั ย์
น้ันเสรจ็ ไป
(๓) บคุ คลผมู้ คี วามผกู พันร่วมกบั ผู้อื่น หรือเพ่อื ผู้อ่นื ในอันจะต้องใช้หนี้ มีส่วนได้เสียด้วย
ในการใชห้ น้ีนนั้ และเข้าใชห้ นน้ี นั้
มาตรา ๒๓๐ ถา้ ในการท่เี จา้ หนนี้ ำบงั คบั ยดึ ทรพั ยอ์ นั หนง่ึ อนั ใดของลกู หนี้นนั้ บคุ คลผู้ใด
จะตอ้ งเสยี่ งภยั เสียสทิ ธใิ นทรัพยอ์ นั น้นั เพราะการบังคับยดึ ทรัพย์ไซร้ ทา่ นวา่ บุคคลผนู้ น้ั มี
สทิ ธจิ ะเขา้ ใช้หนเ้ี สียแทนได้ อนงึ่ ผคู้ รองทรัพยอ์ ันหนึ่งอนั ใด ถ้าจะตอ้ งเสย่ี งภัยเสยี สทิ ธิ
ครองทรัพย์นน้ั ไปเพราะการบงั คบั ยดึ ทรพั ย์ ก็ยอ่ มมสี ิทธจิ ะทำไดเ้ ช่นเดยี วกับทว่ี ่ามานน้ั
ถา้ บุคคลภายนอกผใู้ ดมาใชห้ นีแ้ ทนจนเปน็ ทพี่ อใจของเจา้ หนแ้ี ลว้ บคุ คลผูน้ น้ั ยอ่ มเขา้ รับ
ช่วงสิทธเิ รียกรอ้ งของเจา้ หน้ี แตส่ ทิ ธเิ รยี กร้องอนั นี้จะบงั คบั ใหเ้ ปน็ ทีเ่ สอ่ื มเสยี แก่เจ้าหนี้หา
ไดไ้ ม่
มาตรา ๒๓๑ ถ้าทรัพยส์ ินทจ่ี ำนอง จำนำ หรืออยู่ในบงั คบั บรุ ิมสทิ ธปิ ระการอน่ื นนั้ เป็น
ทรพั ย์อันไดเ้ อาประกันภยั ไวไ้ ซร้ ทา่ นว่าสทิ ธจิ ำนอง จำนำ หรือบุรมิ สทิ ธิอยา่ งอ่นื นัน้ ยอ่ ม
ครอบไปถงึ สิทธทิ จ่ี ะเรยี กร้องเอาแก่ผ้รู บั ประกนั ภัยดว้ ย
ในกรณที เ่ี ปน็ อสงั หารมิ ทรัพย์ ถา้ ผู้รบั ประกนั ภยั ได้รู้ หรอื ควรจะไดร้ ูว้ า่ มจี ำนอง หรอื
บุรมิ สิทธอิ ยา่ งอน่ื ไซร้ ทา่ นยงั มใิ หผ้ ูร้ ับประกันภยั ใชเ้ งนิ ใหแ้ กผ่ ูเ้ อาประกนั ภัย จนกวา่ จะได้
บอกกล่าวเจตนาเชน่ นนั้ ไปยงั ผู้รบั จำนอง หรือเจา้ หนีม้ บี รุ มิ สิทธคิ นอน่ื แล้ว และมไิ ดร้ บั คำ
คัดคา้ นการที่จะใช้เงนิ น้ันมาภายในเดอื นหนึ่งนับแตว่ นั บอกกล่าว แตส่ ิทธอิ ยา่ งใด ๆ ท่ี
ไดไ้ ปจดทะเบยี น ณ หอทะเบียนท่ดี ินน้ัน ทา่ นใหถ้ ือว่าเปน็ อนั รู้ถงึ ผรู้ ับประกนั ภยั วธิ ี
เดยี วกันนที้ า่ นใหใ้ ชต้ ลอดถงึ การจำนองสงั หารมิ ทรพั ย์ทกี่ ฎหมายอนญุ าตให้ทำไดน้ ั้นดว้ ย
ในกรณที เี่ ปน็ สงั หาริมทรพั ย์ ผู้รับประกนั ภยั จะใชเ้ งนิ ใหแ้ กผ่ ู้เอาประกนั ภยั โดยตรงก็
ได้ เว้นแต่ตนจะไดร้ ูห้ รอื ควรจะได้รู้วา่ ทรัพย์นน้ั ตกอยใู่ นบงั คับจำนำ หรือบรุ ิมสิทธอิ ยา่ งอ่นื
ผรู้ บั ประกนั ภัยไม่ต้องรบั ผิดต่อเจ้าหนี้ ถ้าทรพั ยส์ นิ อันได้เอาประกันภัยไวน้ ้นั ไดค้ นื มา หรือ
ไดจ้ ดั ของแทนให้
วธิ เี ดยี วกนั นท้ี า่ นใหอ้ นโุ ลมใชบ้ ังคบั แก่กรณีบงั คับซื้อกับทง้ั กรณที ่ตี อ้ งใช้คา่ เสียหายอนั
ควรจะได้แก่เจา้ ของทรพั ย์สิน เพราะเหตุทรพั ยส์ ินทำลายหรือบบุ สลายน้นั ดว้ ย
มาตรา ๒๓๒ ถา้ ตามความในมาตราก่อนนีเ้ ปน็ อนั วา่ จะเอาเงนิ จำนวนหนงึ่ ใหแ้ ทน
ทรพั ยส์ ินทที่ ำลายหรอื บบุ สลายไซร้ เงินจำนวนน้ีทา่ นยังมใิ หส้ ง่ มอบแกผ่ ูร้ บั จำนอง ผู้รับ
จำนำ หรอื เจา้ หน้ีมีบรุ มิ สิทธิคนอนื่ ก่อนที่หนซ้ี ง่ึ ไดเ้ อาทรพั ยน์ ี้เปน็ ประกนั ไวน้ นั้ จะถึง
กำหนด และถา้ คู่กรณไี มส่ ามารถจะตกลงกับลกู หนไี้ ด้ไซร้ ท่านวา่ ต่างฝา่ ยตา่ งมสี ิทธทิ ี่จะ
เรียกร้องใหน้ ำเงนิ จำนวนนนั้ ไปวางไว้ ณ สำนกั งานวางทรัพยเ์ พอื่ ประโยชน์อนั รว่ มกนั เวน้
แตล่ กู หนี้จะหาประกันให้ไวต้ ามสมควร
สว่ นที่ ๓
การใชส้ ทิ ธเิ รียกร้องของลกู หนี้
มาตรา ๒๓๓ ถ้าลกู หนข้ี ดั ขนื ไม่ยอมใชส้ ทิ ธิเรยี กรอ้ งหรือเพิกเฉยเสยี ไมใ่ ช้สิทธเิ รยี กรอ้ ง
เปน็ เหตใุ ห้เจา้ หนตี้ อ้ งเสยี ประโยชน์ไซร้ ทา่ นวา่ เจา้ หนจ้ี ะใช้สทิ ธิเรียกร้องนน้ั ในนามของ
ตนเองแทนลกู หนเี้ พือ่ ป้องกนั สิทธขิ องตนในมลู หนี้นนั้ กไ็ ด้ เวน้ แตใ่ นขอ้ ทเ่ี ปน็ การของ
ลูกหนีส้ ว่ นตัวโดยแท้
มาตรา ๒๓๔ เจา้ หนี้ผใู้ ช้สทิ ธเิ รียกร้องของลูกหนน้ี นั้ จะตอ้ งขอหมายเรยี กลกู หนี้มาในคดี
นั้นดว้ ย
มาตรา ๒๓๕ เจา้ หน้จี ะใช้สทิ ธเิ รียกรอ้ งของลกู หนเ้ี รียกเงนิ เตม็ จำนวนท่ียงั คา้ งชำระแก่
ลูกหน้ี โดยไม่ตอ้ งคำนึงถึงจำนวนทค่ี ้างชำระแกต่ นกไ็ ด้ ถ้าจำเลยยอมใช้เงนิ เพียงเทา่
จำนวนทีล่ กู หนีเ้ ดมิ คา้ งชำระแกเ่ จา้ หนน้ี นั้ คดีกเ็ ปน็ เสรจ็ กนั ไป แตถ่ า้ ลกู หนเ้ี ดมิ ไดเ้ ข้าชื่อ
เปน็ โจทกด์ ว้ ย ลูกหนี้เดิมจะขอใหศ้ าลพิจารณาพพิ ากษาตอ่ ไปในสว่ นจำนวนเงนิ ทีย่ งั เหลือ
ติดคา้ งอยกู่ ไ็ ด้
แต่อยา่ งไรก็ดี ทา่ นมิใหเ้ จา้ หน้ไี ดร้ ับมากไปกวา่ จำนวนท่คี า้ งชำระแก่ตนนัน้ เลย
มาตรา ๒๓๖ จำเลยมขี อ้ ตอ่ ส้ลู ูกหนีเ้ ดิมอยู่อย่างใด ๆ ทา่ นวา่ จะยกขน้ึ ตอ่ สู้เจ้าหน้ไี ดท้ ง้ั นนั้
เว้นแตข่ อ้ ต่อสซู้ ง่ึ เกดิ ขน้ึ เมื่อยนื่ ฟอ้ งแลว้
สว่ นท่ี ๔
เพกิ ถอนการฉอ้ ฉล
มาตรา ๒๓๗ เจ้าหนชี้ อบท่ีจะร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ซง่ึ นติ ิกรรมใด ๆ อนั ลูกหนีไ้ ด้
กระทำลงทง้ั รู้อยวู่ า่ จะเปน็ ทางใหเ้ จา้ หนี้เสยี เปรยี บ แตค่ วามข้อนท้ี า่ นมิใหใ้ ชบ้ งั คับ ถา้
ปรากฏวา่ ในขณะทที่ ำนิตกิ รรมนนั้ บุคคลซงึ่ เป็นผไู้ ด้ลาภงอกแต่การนั้นมไิ ด้รู้เท่าถึง
ข้อความจรงิ อนั เปน็ ทางให้เจ้าหนต้ี ้องเสียเปรยี บน้ันดว้ ย แต่หากกรณเี ป็นการทำใหโ้ ดย
เสนห่ า ทา่ นวา่ เพียงแตล่ ูกหนีเ้ ป็นผูร้ ู้ฝา่ ยเดียวเทา่ นน้ั กพ็ อแลว้ ทจ่ี ะขอเพิกถอนได้
บทบัญญตั ิดงั กลา่ วมาในวรรคกอ่ นน้ี ทา่ นมใิ ห้ใช้บงั คับแกน่ ติ ิกรรมใดอันมิไดม้ วี ตั ถุเปน็
สทิ ธิในทรัพยส์ ิน
มาตรา ๒๓๘ การเพกิ ถอนดงั กลา่ วมาในบทมาตราก่อนนนั้ ไม่อาจกระทบกระทง่ั ถงึ สิทธิ
ของบคุ คลภายนอก อนั ได้มาโดยสุจรติ กอ่ นเรมิ่ ฟอ้ งคดขี อเพกิ ถอน
อนง่ึ ความท่ีกลา่ วมาในวรรคกอ่ นน้ี ทา่ นมใิ หใ้ ช้บงั คับ ถา้ สทิ ธนิ น้ั ไดม้ าโดยเสน่หา
มาตรา ๒๓๙ การเพกิ ถอนนนั้ ยอ่ มได้เปน็ ประโยชน์แก่เจ้าหนห้ี มดทกุ คน
มาตรา ๒๔๐ การเรียกรอ้ งขอเพกิ ถอนนนั้ ทา่ นห้ามมิให้ฟอ้ งร้องเมอ่ื พ้นปหี นง่ึ นบั แต่เวลา
ท่ีเจา้ หนไ้ี ด้รตู้ น้ เหตอุ ันเปน็ มลู ให้เพิกถอน หรือพ้นสิบปนี ับแตไ่ ดท้ ำนิติกรรมนน้ั
ส่วนที่ ๕
สิทธยิ ดึ หนว่ ง
มาตรา ๒๔๑ ผ้ใู ดเปน็ ผู้ครองทรพั ย์สินของผู้อน่ื และมหี น้ีอนั เปน็ คณุ ประโยชน์แกต่ นเกี่ยว
ดว้ ยทรัพย์สนิ ซึง่ ครองนน้ั ไซร้ ทา่ นวา่ ผนู้ น้ั จะยดึ หน่วงทรพั ยส์ ินนัน้ ไว้จนกวา่ จะไดช้ ำระหนกี้ ็
ได้ แตค่ วามทกี่ ลา่ วนที้ า่ นมใิ ห้ใช้บงั คับ เมอื่ หนีน้ นั้ ยังไมถ่ งึ กำหนด
อนง่ึ บทบัญญตั ิในวรรคก่อนน้ี ทา่ นมใิ ห้ใชบ้ งั คับ ถ้าการท่ีเขา้ ครอบครองนน้ั เร่ิมมาแตท่ ำ
การอันใดอนั หนง่ึ ซง่ึ ไมช่ อบดว้ ยกฎหมาย
มาตรา ๒๔๒ สิทธยิ ึดหน่วงอนั ใด ถา้ ไมส่ มกับลกั ษณะทเี่ จา้ หน้ีรับภาระในมลู หนกี้ ด็ ี ไม่
สมกับคำสง่ั อนั ลกู หน้ไี ดใ้ หไ้ ว้กอ่ นหรือให้ในเวลาท่สี ง่ มอบทรพั ย์สินนนั้ ก็ดี หรือเปน็ การขดั
กับความสงบเรยี บรอ้ ยของประชาชนกด็ ี สิทธิยดึ หนว่ งเชน่ นนั้ ท่านใหถ้ อื วา่ หามีไมเ่ ลย
มาตรา ๒๔๓ ในกรณที ีล่ ูกหนเ้ี ป็นคนสนิ ล้นพน้ ตวั ไมส่ ามารถใช้หน้ี เจ้าหนม้ี ีสทิ ธจิ ะยึด
หน่วงทรัพย์สินไว้ได้ แม้ท้ังทย่ี งั ไม่ถงึ กำหนดเรียกร้อง ถา้ การทีล่ ูกหนีไ้ มส่ ามารถใช้หนน้ี ้ัน
ไดเ้ กิดเป็นขน้ึ หรอื รู้ถึงเจ้าหนตี้ อ่ ภายหลังเวลาท่ีได้ส่งมอบทรพั ยส์ นิ ไซร้ ถึงแมว้ ่าจะไม่สมกับ
ลกั ษณะที่เจา้ หนีร้ ับภาระในมลู หนไี้ วเ้ ดิม หรือไมส่ มกับคำสง่ั อนั ลูกหน้ไี ดใ้ ห้ไวก้ ็ดี เจา้ หนก้ี ็
อาจจะใช้สทิ ธยิ ดึ หนว่ งได้
มาตรา ๒๔๔ ผทู้ รงสทิ ธยิ ึดหนว่ งจะใช้สทิ ธขิ องตนแกท่ รัพย์สนิ ท้ังหมดท่ยี ดึ หน่วงไวน้ ้ัน
จนกวา่ จะชำระหน้สี น้ิ เชงิ ก็ได้
มาตรา ๒๔๕ ผูท้ รงสิทธิยึดหนว่ งจะเก็บดอกผลแหง่ ทรพั ย์สนิ ทย่ี ดึ หนว่ งไว้ และจัดสรรเอาไว้
เพ่อื การชำระหนแี้ กต่ นกอ่ นเจ้าหนค้ี นอนื่ กไ็ ด้
ดอกผลเชน่ วา่ นี้จะตอ้ งจดั สรรเอาชำระดอกเบีย้ แห่งหน้ีนนั้ กอ่ น ถ้ายงั มีเหลือจึงให้จดั สรรใช้
ตน้ เงิน
มาตรา ๒๔๖ ผู้ทรงสทิ ธยิ ดึ หนว่ งจำตอ้ งจดั การดแู ลรกั ษาทรพั ยส์ นิ ทย่ี ดึ หน่วงไว้นน้ั ตาม
สมควร เชน่ จะพงึ คาดหมายได้จากบคุ คลในฐานะเช่นนนั้
อนง่ึ ทรัพยส์ นิ ซง่ึ ยึดหนว่ งไวน้ ้นั ถา้ มไิ ด้รบั ความยนิ ยอมของลูกหนี้ ทา่ นวา่ ผทู้ รงสิทธิยึด
หน่วงหาอาจจะใชส้ อยหรอื ใหเ้ ชา่ หรือเอาไปทำเป็นหลักประกนั ได้ไม่ แต่ความท่กี ลา่ วน้ี
ท่านมใิ ห้ใช้บงั คับไปถงึ การใชส้ อยเชน่ ที่จำเปน็ เพ่ือจะรกั ษาทรพั ย์สนิ นน้ั เอง
ถ้าผทู้ รงสทิ ธยิ ึดหนว่ งกระทำการฝา่ ฝนื บทบัญญัตใิ ดท่กี ลา่ วมาน้ี ทา่ นวา่ ลกู หน้ีจะเรยี กรอ้ ง
ใหร้ ะงับสิทธนิ ัน้ เสียกไ็ ด้
มาตรา ๒๔๗ ถา้ ผู้ทรงสทิ ธิยดึ หนว่ งต้องเสยี คา่ ใช้จา่ ยไปตามทีจ่ ำเป็นเก่ยี วด้วยทรัพย์สนิ
อนั ตนยึดหนว่ งไว้นน้ั เพยี งใด จะเรยี กให้เจา้ ทรพั ยช์ ดใชใ้ ห้กไ็ ด้
มาตรา ๒๔๘ ภายในบงั คับแหง่ บทบัญญตั ิมาตรา ๑๙๓/๒๗ การใชส้ ทิ ธิยึดหนว่ งหาทำ
ใหอ้ ายคุ วามแหง่ หนีส้ ะดดุ หยุดลงไม่
[เลขมาตรา ๑๙๓/๒๗ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญตั ใิ หใ้ ช้บทบัญญตั ิ
บรรพ ๑ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ทีไ่ ดต้ รวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕]
มาตรา ๒๔๙ ลกู หนจ้ี ะเรียกร้องให้ระงับสทิ ธยิ ดึ หน่วงดว้ ยหาประกันให้ไวต้ ามสมควรกไ็ ด้
มาตรา ๒๕๐ การครองทรัพย์สินสญู สิ้นไป สิทธยิ ึดหน่วงก็เป็นอนั ระงบั สิ้นไปดว้ ยแต่ความ
ท่กี ลา่ วนที้ า่ นมใิ ห้ใช้บงั คับแกก่ รณีทที่ รัพย์สินอันยดึ หนว่ งไวน้ นั้ ไดใ้ หเ้ ชา่ ไปหรอื จำนำไว้
ด้วยความยนิ ยอมของลกู หน้ี
สว่ นที่ ๖
บุรมิ สทิ ธิ
มาตรา ๒๕๑ ผทู้ รงบรุ มิ สทิ ธิย่อมทรงไวซ้ งึ่ สิทธเิ หนือทรพั ยส์ ินของลูกหนใ้ี นการทจ่ี ะไดร้ บั
ชำระหนอ้ี ันค้างชำระแก่ตน จากทรัพย์สินนั้นกอ่ นเจา้ หนี้อนื่ ๆ โดยนยั ดังบญั ญตั ไิ วใ้ น
ประมวลกฎหมายน้ี หรอื บทกฎหมายอ่ืน
มาตรา ๒๕๒ บทบญั ญัตแิ หง่ มาตรา ๒๔๔ น้นั ทา่ นใหใ้ ช้บงั คับตลอดถงึ บรุ ิมสิทธิด้วย
ตามแต่กรณี
๑. บุรมิ สิทธิสามญั
มาตรา ๒๕๓[๔] ถา้ หนมี้ อี ย่เู ปน็ คุณแก่บุคคลผใู้ ดในมูลอยา่ งหนงึ่ อย่างใดดงั จะกลา่ ว
ต่อไปน้ี บคุ คลผูน้ นั้ ยอ่ มมีบุริมสทิ ธเิ หนอื ทรพั ยส์ ินท้ังหมดของลูกหนี้ คอื
(๑) คา่ ใชจ้ า่ ยเพ่อื ประโยชนอ์ ันรว่ มกนั
(๒) คา่ ปลงศพ
(๓) คา่ ภาษอี ากร และเงินที่ลกู จา้ งมีสิทธไิ ดร้ บั เพ่อื การงานทไ่ี ด้ทำใหแ้ ก่ลกู หนีซ้ ่ึงเปน็
นายจา้ ง
(๔) ค่าเครือ่ งอปุ โภคบรโิ ภคอนั จำเปน็ ประจำวนั
มาตรา ๒๕๔ บรุ ิมสทิ ธใิ นมูลคา่ ใชจ้ า่ ยเพอื่ ประโยชนอ์ นั รว่ มกนั นนั้ ใชส้ ำหรับเอาคา่ ใชจ้ า่ ย
อนั ไดเ้ สียไปเพ่ือประโยชนข์ องเจา้ หน้หี มดทกุ คนรว่ มกนั เกีย่ วดว้ ยการรักษา การชำระบญั ชี
หรอื การเฉลยี่ ทรพั ยส์ นิ ของลูกหนี้
ถ้าค่าใช้จ่ายนน้ั มไิ ดเ้ สยี ไปเพ่ือประโยชนข์ องเจา้ หนีห้ มดทุกคนไซร้ บรุ มิ สทิ ธิย่อมจะใชไ้ ด้
แตเ่ ฉพาะตอ่ เจ้าหน้ผี ทู้ ไ่ี ดร้ ับประโยชนจ์ ากการนน้ั
มาตรา ๒๕๕ บุริมสิทธใิ นมูลคา่ ปลงศพน้นั ใชส้ ำหรบั เอาคา่ ใชจ้ า่ ยในการปลงศพตามควร
แกฐ่ านานรุ ูปของลูกหน้ี
มาตรา ๒๕๖ บุริมสทิ ธใิ นมลู ค่าภาษอี ากรนั้น ใชส้ ำหรับเอาบรรดาคา่ ภาษอี ากรในทีด่ ิน
ทรพั ย์สนิ หรอื คา่ ภาษอี ากรอย่างอน่ื ท่ลี กู หนี้ยงั ค้างชำระอยใู่ นปีปัจจุบนั และกอ่ นนนั้ ขนึ้ ไป
อีกปีหนึ่ง
มาตรา ๒๕๗[๕] บุริมสิทธใิ นเงนิ ทล่ี กู จ้างมสี ทิ ธไิ ด้รบั เพ่อื การงานที่ไดท้ ำใหแ้ กล่ กู หนซ้ี ่งึ
เป็นนายจา้ งนน้ั ใหใ้ ชส้ ำหรบั คา่ จ้าง คา่ ล่วงเวลา คา่ ทำงานในวนั หยุด ค่าล่วงเวลาใน
วันหยดุ ค่าชดเชย ค่าชดเชยพเิ ศษ และเงนิ อนื่ ใดที่ลูกจา้ งมสี ิทธไิ ด้รบั เพ่อื การงานทไี่ ดท้ ำ
ให้ นับถอยหลงั ขึ้นไปส่ีเดอื น แตร่ วมกนั แล้วต้องไมเ่ กนิ หนง่ึ แสนบาทตอ่ ลูกจา้ งคนหนง่ึ
มาตรา ๒๕๘ บุรมิ สทิ ธใิ นมูลคา่ เครอ่ื งอปุ โภคบริโภคอนั จำเปน็ ประจำวันนน้ั ใช้สำหรับเอา
คา่ เครอ่ื งอุปโภคบริโภค ซง่ึ ยงั คา้ งชำระอยนู่ บั ถอยหลงั ขนึ้ ไปหกเดือน เช่น ค่าอาหาร
เครอื่ งดมื่ โคมไฟ ฟืน ถา่ น อนั จำเป็นเพอ่ื การทรงชีพของลูกหน้ี และบุคคลในสกุลซงึ่ อยู่
กับลูกหน้แี ละซ่ึงลูกหนจ้ี ำตอ้ งอปุ การะกับทง้ั คนใชข้ องลูกหนด้ี ว้ ย
๒. บรุ ิมสทิ ธิพิเศษ
(ก) บรุ ิมสิทธิเหนอื สงั หารมิ ทรพั ย์
มาตรา ๒๕๙ ถ้าหนีม้ อี ยู่เป็นคุณแกบ่ ุคคลผใู้ ดในมลู อยา่ งหนง่ึ อยา่ งใดดังจะกลา่ วตอ่ ไปน้ี
บคุ คลผู้นนั้ ยอ่ มมีบรุ มิ สทิ ธเิ หนือสงั หารมิ ทรพั ย์เฉพาะอยา่ งของลูกหนี้ คอื
(๑) เชา่ อสงั หาริมทรพั ย์
(๒) พักอาศยั ในโรงแรม
(๓) รับขนคนโดยสาร หรอื ของ
(๔) รักษาสังหาริมทรพั ย์
(๕) ซ้ือขายสงั หารมิ ทรพั ย์
(๖) ค่าเมลด็ พนั ธุ์ ไม้พนั ธุ์ หรือปยุ๋
(๗) คา่ แรงงานกสกิ รรม หรืออุตสาหกรรม
มาตรา ๒๖๐ บุริมสิทธใิ นมูลเชา่ อสงั หารมิ ทรพั ย์นน้ั ใช้สำหรับเอาคา่ เช่าอสังหารมิ ทรพั ย์
และหนอี้ ยา่ งอน่ื ของผ้เู ชา่ อนั เกดิ จากความเก่ยี วพนั ในเรอ่ื งเชา่ และมอี ยูเ่ หนือสงั หาริมทรพั ย์
ของผู้เชา่ ซง่ึ อยใู่ นหรอื บนอสังหารมิ ทรัพย์นนั้
มาตรา ๒๖๑ บรุ ิมสทิ ธขิ องผใู้ หเ้ ชา่ ทด่ี นิ นน้ั มอี ยเู่ หนือสังหาริมทรพั ยท์ ง้ั หลายอนั ผู้เช่าได้
นำเขา้ มาไวบ้ นทด่ี นิ ทใี่ หเ้ ช่า หรอื นำเขา้ มาไวใ้ นเรอื นโรงอนั ใช้ประกอบกับทด่ี นิ นั้น และมี
อยเู่ หนือสงั หารมิ ทรัพย์เช่นสำหรับท่ใี ช้ในทีด่ นิ น้ัน กับทงั้ เหนอื ดอกผลอันเกิดจากท่ดี นิ ซงึ่
อยใู่ นครอบครองของผู้เชา่ น้นั ดว้ ย
บุรมิ สทิ ธิของผใู้ ห้เช่าเรอื นโรงยอ่ มมีอยเู่ หนอื สังหารมิ ทรพั ย์ซงึ่ ผเู้ ช่านำเขา้ มาไวใ้ นเรอื นโรง
น้นั ดว้ ย
มาตรา ๒๖๒ ถ้าการเชา่ อสังหารมิ ทรัพย์ไดโ้ อนไปกด็ ี หรือไดใ้ หเ้ ช่าช่วงกด็ ี บุริมสิทธิของ
ผ้ใู หเ้ ชา่ เดิมย่อมครอบไปถึงสงั หารมิ ทรพั ยซ์ ่ึงผรู้ บั โอน หรอื ผเู้ ชา่ ชว่ งไดน้ ำเขา้ มาไวใ้ น
ทรพั ย์สินนน้ั ด้วย ความทีก่ ลา่ วน้ที า่ นให้ใช้ไดต้ ลอดถึงเงนิ อนั ผ้โู อน หรือผู้ใหเ้ ชา่ ชว่ งจะพึง
ไดร้ บั จากผรู้ บั โอนหรอื ผู้เช่าชว่ งน้ันดว้ ย
มาตรา ๒๖๓ ในกรณที ผ่ี ู้เชา่ ตอ้ งชำระบญั ชีเฉลยี่ ทรัพยส์ ินทัว่ ไปน้นั บรุ ิมสิทธขิ องผใู้ ห้เช่า
ย่อมมีอยู่แต่เฉพาะสำหรบั เอาใช้คา่ เชา่ และหนอี้ ย่างอน่ื เท่าท่ีมีในระยะกำหนดสง่ คา่ เชา่
เพยี งสามระยะ คอื ปจั จุบันระยะหนงึ่ กอ่ นนัน้ ขึ้นไประยะหนง่ึ และต่อไปภายหนา้ อกี ระยะ
หนึ่งเทา่ นน้ั และใช้สำหรบั เอาคา่ เสยี หายซง่ึ เกิดขน้ึ ในระยะกำหนดสง่ คา่ เชา่ ปจั จบุ นั และ
ก่อนนน้ั ขน้ึ ไปอีกระยะหน่งึ ดว้ ย
มาตรา ๒๖๔ ในการเรยี กร้องของผู้ใหเ้ ชา่ ถา้ ผใู้ หเ้ ชา่ ได้รับเงนิ ประกนั ไว้ ผู้ให้เช่ายอ่ มมี
บรุ มิ สทิ ธิแต่เพียงในสว่ นท่ไี ม่มีเงนิ ประกนั
มาตรา ๒๖๕ บรุ มิ สิทธใิ นมูลพักอาศัยในโรงแรมนน้ั ใชส้ ำหรบั เอาเงนิ บรรดาทค่ี า้ งชำระแก่
เจา้ สำนักเพอ่ื การพกั อาศยั และการอนื่ ๆ อนั ไดจ้ ัดให้สำเรจ็ ความปรารถนาแก่คนเดินทาง
หรือแขกอาศยั รวมทงั้ การชดใชเ้ งนิ ทงั้ หลายทไี่ ดอ้ อกแทนไปและมอี ยู่เหนือเคร่อื งเดินทาง
หรอื ทรพั ยส์ ินอยา่ งอืน่ ของคนเดนิ ทาง หรอื แขกอาศยั อนั เอาไวใ้ นโรงแรม โฮเตล็ หรอื
สถานท่ีเช่นน้ัน
มาตรา ๒๖๖ ผใู้ หเ้ ช่าอสังหาริมทรัพย์ หรอื เจา้ สำนกั โรงแรม โฮเตล็ หรือสถานทเ่ี ช่นนน้ั
จะใชบ้ รุ มิ สทิ ธิของตนบงั คบั ทำนองเดยี วกบั ผู้รับจำนำก็ได้ บทบัญญตั ิทง้ั หลายแห่งประมวล
กฎหมายนี้วา่ ดว้ ยการบงั คบั จำนำนน้ั ท่านใหน้ ำมาใชบ้ ังคับดว้ ยโดยอนุโลม
มาตรา ๒๖๗ บรุ ิมสทิ ธใิ นมลู รับขนนนั้ ใช้สำหรับเอาคา่ ระวางพาหนะในการรบั ขนคน
โดยสารหรอื ของ กับท้งั คา่ ใชจ้ า่ ยอนั เป็นอปุ กรณ์ และเปน็ บุริมสิทธมิ อี ยูเ่ หนือของและเคร่อื ง
เดนิ ทางทง้ั หมดอนั อยใู่ นมอื ของผขู้ นส่ง
มาตรา ๒๖๘ ในกรณดี งั ไดป้ รารภไวใ้ นความแปดมาตรากอ่ นนน้ี น้ั ผ้ใู หเ้ ชา่
อสงั หาริมทรพั ย์กด็ ี เจ้าสำนักโรงแรมก็ดี หรอื ผขู้ นสง่ กด็ ี จะใช้บรุ มิ สทิ ธิของตนเหนอื
สงั หาริมทรพั ย์อันเป็นของบคุ คลภายนอกกไ็ ด้ เวน้ แต่ตนจะได้รใู้ นเวลาอนั ควรรไู้ ด้ว่า
ทรพั ย์สินเหลา่ นน้ั เปน็ ของบคุ คลภายนอก
ถา้ สังหารมิ ทรพั ยน์ ้ันถกู ลกั หรือสญู หาย ท่านใหบ้ ังคับตามบทกฎหมายว่าดว้ ยการแสวงคนื
ครองทรพั ย์
มาตรา ๒๖๙ บรุ มิ สทิ ธใิ นมลู รกั ษาสงั หารมิ ทรัพยน์ ้นั ใช้สำหรบั เอาคา่ ใชจ้ ่ายเพ่ือรักษา
สังหารมิ ทรัพย์ และมีอยเู่ หนอื สังหาริมทรพั ยอ์ ันน้ัน
อนง่ึ บรุ มิ สิทธนิ ี้ยงั ใชส้ ำหรบั เอาคา่ ใช้จา่ ยทจ่ี ำเป็นอนั ได้เสยี ไปเพอ่ื ทจ่ี ะสงวนสทิ ธิ หรือรบั
สภาพสทิ ธิ หรือบังคับสทิ ธิ อนั เก่ียวด้วยสังหารมิ ทรพั ยน์ ้ันอกี ดว้ ย
มาตรา ๒๗๐ บุรมิ สิทธใิ นมลู ซอื้ ขายสงั หาริมทรพั ยน์ ั้น ใช้สำหรับเอาราคาซอ้ื ขายและ
ดอกเบย้ี ในราคานนั้ และมีอย่เู หนือสังหาริมทรพั ยอ์ นั นน้ั
มาตรา ๒๗๑ บรุ ิมสทิ ธใิ นมูลคา่ เมล็ดพันธุ์ ไมพ้ ันธ์ุ หรือปุ๋ยนน้ั ใช้สำหรับเอาราคาคา่
เมลด็ พนั ธุ์ ไมพ้ นั ธุ์ หรอื ป๋ยุ และดอกเบยี้ ในราคานนั้ และมีอยู่เหนอื ดอกผลอนั เกดิ งอกใน
ที่ดนิ เพราะใชส้ ิ่งเหลา่ นน้ั ภายในปีหนึ่งนับแตเ่ วลาทใ่ี ช้
มาตรา ๒๗๒ บุรมิ สทิ ธใิ นมูลคา่ แรงงานเพอื่ กสิกรรมและอุตสาหกรรมน้นั ในสว่ นบคุ คลที่
ได้ทำการงานกสกิ รรม ใชส้ ำหรบั เอาค่าจา้ งนบั ถอยหลังขน้ึ ไปปหี นึง่ และในส่วนบคุ คลทไี่ ด้
ทำการงานอตุ สาหกรรม ใชส้ ำหรับเอาคา่ จา้ งนบั ถอยหลงั ขนึ้ ไปสามเดอื น และเป็นบรุ ิมสทิ ธิ
มอี ย่เู หนอื ดอกผลหรอื สงิ่ ของที่ประดิษฐข์ นึ้ อันเกดิ แต่แรงงานของบคุ คลนัน้ ๆ
(ข) บรุ ิมสิทธิเหนอื อสงั หารมิ ทรัพย์
มาตรา ๒๗๓ ถ้าหนม้ี อี ยเู่ ปน็ คณุ แกบ่ ุคคลผใู้ ดในมลู อยา่ งหนงึ่ อยา่ งใดดังจะกล่าวต่อไปนี้
บคุ คลผู้นน้ั ยอ่ มมบี ุริมสทิ ธิเหนืออสังหารมิ ทรัพยเ์ ฉพาะอยา่ งของลกู หนี้ คอื
(๑) รักษาอสงั หารมิ ทรพั ย์
(๒) จา้ งทำของเปน็ การงานทำขนึ้ บนอสังหาริมทรัพย์
(๓) ซอื้ ขายอสงั หารมิ ทรพั ย์
มาตรา ๒๗๔ บรุ ิมสิทธใิ นมลู รกั ษาอสงั หาริมทรัพย์นัน้ ใช้สำหรบั เอาคา่ ใช้จา่ ยเพ่อื รักษา
อสังหารมิ ทรัพย์ และมอี ยู่เหนืออสงั หาริมทรพั ยอ์ นั น้ัน
อนงึ่ บทบญั ญตั แิ หง่ มาตรา ๒๖๙ วรรคสองนน้ั ท่านใหน้ ำมาใชบ้ ังคบั แกก่ รณที ี่กลา่ วมา
ในวรรคก่อนนี้ดว้ ย
มาตรา ๒๗๕ บรุ มิ สทิ ธใิ นมูลจา้ งทำของเปน็ การงานทำขน้ึ บนอสงั หารมิ ทรพั ย์นน้ั ใช้
สำหรับเอาสินจา้ ง คา่ ทำของเป็นการงานอนั ผกู้ อ่ สร้าง สถาปนิก หรอื ผรู้ ับจ้างไดท้ ำลงบน
อสังหารมิ ทรัพย์ของลูกหนี้ และมอี ยเู่ หนืออสงั หาริมทรพั ยอ์ นั นั้น
อนงึ่ บุริมสทิ ธนิ ยี้ อ่ มเกดิ มขี น้ึ ต่อเมื่ออสังหารมิ ทรพั ยน์ ้ันมรี าคาเพิม่ ขน้ึ ในปัจจุบันเพราะการ
ท่ีไดท้ ำขน้ึ นนั้ และมอี ยเู่ พยี งเหนอื ราคาที่เพ่มิ ขน้ึ เท่าน้ัน
มาตรา ๒๗๖ บรุ มิ สทิ ธใิ นมลู ซอ้ื ขายอสงั หาริมทรัพย์นัน้ ใชส้ ำหรับเอาราคาอสังหารมิ ทรพั ย์
และดอกเบ้ยี ในราคานนั้ และมีอยเู่ หนืออสังหาริมทรพั ย์อันนน้ั
๓. ลำดบั แหง่ บรุ มิ สทิ ธิ
มาตรา ๒๗๗ เมือ่ มีบุรมิ สทิ ธิสามญั หลายรายแย้งกัน ทา่ นใหถ้ อื วา่ บุรมิ สิทธิทง้ั หลายนนั้ มี
ลำดับทีจ่ ะใหผ้ ลก่อนหลงั ดงั ทไี่ ด้เรยี งลำดบั ไวใ้ นมาตรา ๒๕๓
เมอื่ มีบรุ ิมสิทธิสามญั แย้งกบั บรุ มิ สิทธพิ ิเศษ ทา่ นวา่ บุริมสทิ ธิพเิ ศษย่อมอยใู่ นลำดับกอ่ น
แตบ่ รุ ิมสิทธใิ นมลู คา่ ใช้จ่ายเพอ่ื ประโยชนร์ ่วมกันนนั้ ยอ่ มอยใู่ นลำดบั ก่อนในฐานท่ีจะใช้
สิทธนิ นั้ ตอ่ เจ้าหน้ีผไู้ ด้รับประโยชนจ์ ากการนนั้ หมดทกุ คนดว้ ยกัน
มาตรา ๒๗๘ เมื่อมบี รุ มิ สทิ ธิแย้งกนั หลายรายเหนือสงั หาริมทรพั ยอ์ ันหน่งึ อนั เดยี วกนั ทา่ น
ให้ถือลำดบั ก่อนหลังดงั ทีเ่ รยี งไวต้ อ่ ไปนี้ คอื
(๑) บรุ ิมสทิ ธิในมูลเช่าอสงั หาริมทรพั ย์ พกั อาศัยในโรงแรมและรบั ขน
(๒) บุรมิ สทิ ธใิ นมลู รกั ษาสังหารมิ ทรพั ย์ แตถ่ า้ มีบคุ คลหลายคนเปน็ ผู้รักษา ทา่ นวา่ ผทู้ ่ี
รกั ษาภายหลงั อยใู่ นลำดบั กอ่ นผทู้ ีไ่ ด้รกั ษามาก่อน
(๓) บุรมิ สิทธิในมูลซอื้ ขายสงั หารมิ ทรัพย์ คา่ เมล็ดพนั ธ์ุ ไมพ้ ันธ์ุ หรอื ปยุ๋ และค่าแรงงาน
กสิกรรมและอุตสาหกรรม
ถ้าบคุ คลผู้ใดมบี ุรมิ สิทธอิ ยู่ในลำดบั เปน็ ท่หี น่ึง และรอู้ ยูใ่ นขณะทต่ี นไดป้ ระโยชน์แห่งหน้ี
มานน้ั วา่ ยังมบี คุ คลอื่นซึ่งมีบุรมิ สทิ ธอิ ยใู่ นลำดบั ทส่ี องหรอื ท่สี ามไซร้ ท่านหา้ มมิใหบ้ คุ คล
ผู้นน้ั ใช้สิทธใิ นการท่ีตนอยใู่ นลำดบั ก่อนนน้ั ตอ่ บคุ คลอนื่ เช่นวา่ มา และทา่ นหา้ มมิใหใ้ ช้
สทิ ธนิ ตี้ ่อผู้ทไ่ี ดร้ กั ษาทรัพย์ไว้ เพ่อื ประโยชน์แก่บุคคลผมู้ บี ุริมสทิ ธิในลำดับทห่ี นงึ่ นน้ั เอง
ดว้ ย
ในสว่ นดอกผล ทา่ นใหบ้ ุคคลผไู้ ดท้ ำการงานกสกิ รรมอยู่ในลำดบั ที่หน่ึง ผสู้ ง่ เมล็ดพันธุ์ ไม้
พันธ์ุ หรือปุ๋ย อยใู่ นลำดับท่สี อง และใหผ้ ู้เช่าท่ดี นิ อยใู่ นลำดับท่ีสาม
มาตรา ๒๗๙ เมื่อมบี รุ ิมสิทธพิ เิ ศษแย้งกันหลายรายเหนอื อสงั หารมิ ทรพั ย์อันหน่งึ อัน
เดียวกัน ทา่ นให้ถือลำดับกอ่ นหลงั ดงั ทไ่ี ด้เรียงลำดบั ไว้ในมาตรา ๒๗๓
ถ้าได้ซอ้ื ขายอสงั หาริมทรพั ย์นนั้ สบื ตอ่ กนั ไปอกี ไซร้ ลำดับกอ่ นหลงั ในระหว่างผขู้ ายดว้ ยกัน
นั้น ทา่ นให้เป็นไปตามลำดับทไ่ี ดซ้ ้ือขายกอ่ นและหลงั
มาตรา ๒๘๐ เมอ่ื บุคคลหลายคนมบี รุ ิมสทิ ธใิ นลำดับเสมอกนั เหนือทรัพยอ์ นั หนง่ึ อนั
เดยี วกนั ทา่ นให้ตา่ งคนตา่ งไดร้ บั ชำระหน้เี ฉลยี่ ตามสว่ นมากนอ้ ยแห่งจำนวนท่ตี นเปน็
เจ้าหน้ี
๔. ผลแหง่ บรุ ิมสทิ ธิ
มาตรา ๒๘๑ บรุ มิ สิทธอิ ันมีอยเู่ หนือสงั หาริมทรพั ยน์ ้นั ทา่ นหา้ มมิใหใ้ ช้ เม่ือ
บุคคลภายนอกได้ทรพั ย์นน้ั จากลกู หนแ้ี ละได้สง่ มอบทรัพยใ์ หก้ ันไปเสร็จแล้ว
มาตรา ๒๘๒ เมอ่ื มบี ุริมสทิ ธิแยง้ กบั สิทธจิ ำนำสังหาริมทรพั ย์ ทา่ นวา่ ผูร้ บั จำนำยอ่ มมีสิทธิ
เปน็ อยา่ งเดยี วกันกบั ผทู้ รงบุริมสทิ ธใิ นลำดับทห่ี น่งึ ดงั ทเ่ี รยี งไวใ้ นมาตรา ๒๗๘ นน้ั
มาตรา ๒๘๓ บคุ คลผมู้ บี รุ มิ สทิ ธิสามญั ต้องรบั ชำระหน้ีเอาจากสงั หาริมทรพั ย์ของลกู หนี้กอ่ น
ตอ่ เมือ่ ยงั ไมพ่ อจึงใหเ้ อาชำระหนจี้ ากอสงั หาริมทรัพย์ได้
ในสว่ นอสังหาริมทรพั ยน์ นั้ กต็ ้องรบั ชำระหนีเ้ อาจากอสงั หารมิ ทรัพย์ อนั มิไดต้ กอยใู่ นฐาน
เป็นหลกั ประกนั พเิ ศษเสยี ก่อน
ถ้าบคุ คลใดมบี รุ ิมสทิ ธิสามัญและละเลยด้วยความประมาทเลินเล่อไมส่ อดเขา้ แยง้ ขดั ในการ
แบ่งเฉล่ียทรัพย์ ตามความทกี่ ลา่ วมาในวรรคท้งั สองขา้ งบนนีไ้ ซร้ อนั บคุ คลนนั้ จะใช้
บรุ มิ สิทธขิ องตนตอ่ บคุ คลภายนอกผไู้ ด้จดทะเบียนสิทธไิ ว้แลว้ เพ่ือจะเอาใช้จนถงึ ขนาดเชน่
ท่ตี นจะหากได้รบั เพราะได้สอดเขา้ แย้งขัดน้ัน ทา่ นวา่ หาอาจจะใชไ้ ดไ้ ม่
อนง่ึ บทบัญญัตทิ ่ีกล่าวมาในวรรคทง้ั สามข้างตน้ นท้ี า่ นมใิ หใ้ ช้บังคบั หากว่าเงินทีข่ าย
อสังหารมิ ทรพั ยไ์ ดน้ น้ั จะพงึ ตอ้ งเอามาแบง่ เฉลย่ี ก่อนเงนิ ทข่ี ายทรัพย์สินอยา่ งอืน่ กด็ ี หรือ
หากว่าเงนิ ที่ขายอสงั หาริมทรัพย์อนั ตกอยู่ในฐานเป็นหลักประกันพเิ ศษนน้ั จะพึงต้องเอา
มาแบ่งเฉล่ียกอ่ นเงนิ ทข่ี ายอสงั หารมิ ทรัพยอ์ ย่างอน่ื กด็ จุ กนั
มาตรา ๒๘๔ บุรมิ สิทธสิ ามัญนน้ั ถงึ แมจ้ ะมไิ ดไ้ ปลงทะเบียนเกยี่ วดว้ ยอสงั หารมิ ทรพั ย์ก็ดี
ย่อมจะยกขน้ึ เปน็ ขอ้ ตอ่ สู้เจา้ หนใี้ ด ๆ ทไี่ มม่ ีหลักประกนั พิเศษนนั้ ได้ แตค่ วามท่กี ลา่ วน้ี
ท่านมใิ ห้ใชไ้ ปถงึ การตอ่ ส้บู คุ คลภายนอกผไู้ ดไ้ ปลงทะเบียนสทิ ธไิ ว้
มาตรา ๒๘๕ บุรมิ สิทธใิ นมลู รักษาอสังหาริมทรัพยน์ น้ั ถา้ หากว่าเมอ่ื ทำการเพอื่ บำรงุ รกั ษา
นั้นสำเรจ็ แลว้ ไปบอกลงทะเบียนไว้โดยพลันไซร้ บุรมิ สิทธิกค็ งใหผ้ ลตอ่ ไป
มาตรา ๒๘๖ บุริมสทิ ธใิ นมูลจา้ งทำของเป็นการงานทำขน้ึ บนอสงั หารมิ ทรพั ยน์ ้นั หากทำ
รายการประมาณราคาชว่ั คราวไปบอกลงทะเบียนไวก้ ่อนเร่มิ ลงมอื การทำไซร้ บุรมิ สิทธกิ ค็ ง
ให้ผลตอ่ ไป แต่ถา้ ราคาทท่ี ำจริงน้นั ลา้ ราคาท่ีได้ประมาณไว้ชวั่ คราว ทา่ นว่าบรุ มิ สิทธิใน
สว่ นจำนวนทีล่ า้ อย่นู นั้ หามีไม่
ส่วนการท่ีจะวนิ ิจฉยั วา่ อสงั หารมิ ทรัพยน์ นั้ มรี าคาเพ่ิมข้นึ เพราะการอนั ได้ทำขนึ้ บน
อสังหารมิ ทรัพยม์ ากนอ้ ยเพยี งใดนนั้ ทา่ นใหศ้ าลตง้ั แตง่ ผูเ้ ชย่ี วชาญข้นึ เปน็ ผกู้ ะประมาณ
ในเวลาทมี่ แี ยง้ ขดั ในการแบง่ เฉล่ยี
มาตรา ๒๘๗ บรุ ิมสทิ ธใิ ดไดไ้ ปจดลงทะเบยี นแลว้ ตามบทบัญญตั ิแห่งมาตราท้ังสอง
ขา้ งบนน้ี บรุ ิมสิทธนิ ้นั ท่านวา่ อาจจะใชไ้ ด้กอ่ นสทิ ธิจำนอง
มาตรา ๒๘๘ บุริมสทิ ธใิ นมูลซอื้ ขายอสงั หารมิ ทรัพย์นัน้ หากวา่ เมอื่ ไปลงทะเบยี นสญั ญา
ซอ้ื ขายนน้ั บอกลงทะเบียนไวด้ ว้ ยวา่ ราคาหรอื ดอกเบ้ียในราคานน้ั ยงั มิไดช้ ำระไซร้
บรุ มิ สทิ ธนิ นั้ ก็คงใหผ้ ลตอ่ ไป
มาตรา ๒๘๙ วา่ ถงึ ผลแห่งบรุ ิมสิทธิ นอกจากทไี่ ด้บญั ญัตไิ วใ้ นมาตรา ๒๘๑ ถงึ ๒๘๘ นี้
แล้ว ทา่ นให้นำบทบญั ญัติทงั้ หลายแหง่ ลักษณะจำนองมาใชบ้ งั คบั ดว้ ยตามแตก่ รณี
หมวด ๓
ลกู หนแี้ ละเจา้ หนี้หลายคน
มาตรา ๒๙๐ ถ้าการชำระหน้เี ปน็ การอนั จะแบง่ กนั ชำระได้และมีบคุ คลหลายคนเป็นลกู หนีก้ ็
ดี มบี คุ คลหลายคนเป็นเจา้ หน้ีกด็ ี เม่ือกรณเี ปน็ ท่ีสงสัย ทา่ นวา่ ลูกหนแ้ี ต่ละคนจะตอ้ งรับ
ผดิ เพียงเปน็ สว่ นเทา่ ๆ กันและเจา้ หนแ้ี ต่ละคนกช็ อบทจ่ี ะได้รบั แต่เพยี งเป็นสว่ นเทา่ ๆ
กนั
มาตรา ๒๙๑ ถา้ บคุ คลหลายคนจะตอ้ งทำการชำระหน้โี ดยทำนองซง่ึ แตล่ ะคนจำตอ้ งชำระ
หนีส้ ้ินเชงิ ไซร้ แม้ถึงวา่ เจา้ หนชี้ อบทจ่ี ะไดร้ บั ชำระหนีส้ น้ิ เชิงไดแ้ ต่เพยี งครั้งเดยี ว (กลา่ วคอื
ลกู หนี้ร่วมกนั ) กด็ ี เจา้ หนจี้ ะเรยี กชำระหน้จี ากลูกหนแ้ี ตค่ นใดคนหนง่ึ ส้นิ เชงิ หรอื แต่โดย
ส่วนก็ไดต้ ามแตจ่ ะเลอื ก แตล่ ูกหนี้ทัง้ ปวงกย็ งั คงต้องผกู พันอยูท่ วั่ ทุกคนจนกวา่ หนนี้ ั้นจะได้
ชำระเสรจ็ สนิ้ เชงิ
มาตรา ๒๙๒ การท่ีลกู หนรี้ ว่ มกันคนหน่ึงชำระหนีน้ น้ั ย่อมไดเ้ ปน็ ประโยชนแ์ ก่ลูกหน้ีคน
อ่ืน ๆ ดว้ ย วธิ ีเดียวกนั น้ีทา่ นใหใ้ ชบ้ งั คบั แก่การใด ๆ อนั พงึ กระทำแทนชำระหน้ี วาง
ทรพั ยส์ ินแทนชำระหนี้ และหกั กลบลบหนี้ดว้ ย
ลกู หนร้ี ่วมกนั คนหนึ่งมสี ทิ ธิเรยี กร้องอยา่ งไร ลูกหน้คี นอ่นื ๆ จะเอาสทิ ธอิ นั นน้ั ไปใชห้ ัก
กลบลบหน้หี าไดไ้ ม่
มาตรา ๒๙๓ การปลดหนใ้ี หแ้ ก่ลกู หนร้ี ว่ มกนั คนหนง่ึ น้นั ยอ่ มเป็นไปเพอื่ ประโยชนแ์ ก่
ลูกหนค้ี นอืน่ ๆ เพยี งเทา่ ส่วนของลูกหนีท้ ่ไี ด้ปลดให้ เว้นแตจ่ ะไดต้ กลงกนั เป็นอยา่ งอนื่
มาตรา ๒๙๔ การทเี่ จา้ หน้ีผิดนัดตอ่ ลกู หนี้ร่วมกนั คนหนง่ึ นนั้ ย่อมไดเ้ ปน็ คณุ ประโยชน์แก่
ลกู หนค้ี นอน่ื ๆ ดว้ ย
มาตรา ๒๙๕ ขอ้ ความจริงอน่ื ใด นอกจากทรี่ ะบไุ วใ้ นมาตรา ๒๙๒ ถงึ ๒๙๔ นนั้ เม่ือเป็น
เรื่องเท้าถงึ ตวั ลูกหน้รี ่วมกันคนใดก็ยอ่ มเป็นไปเพอ่ื คุณและโทษแตเ่ ฉพาะแก่ลูกหนี้คนนนั้
เว้นแต่จะปรากฏวา่ ขดั กบั สภาพแห่งหน้ีนน้ั เอง
ความทวี่ า่ มาน้ี เมือ่ จะกลา่ วโดยเฉพาะกค็ ือว่าให้ใช้แกก่ ารใหค้ ำบอกกล่าวการผิดนัด การท่ี
หยิบยกอา้ งความผิด การชำระหนีอ้ นั เปน็ พ้นวสิ ยั แกฝ่ ่ายลกู หน้รี ่วมกันคนหน่ึง กำหนดอายุ
ความหรือการทอี่ ายคุ วามสะดดุ หยุดลง และการท่สี ิทธิเรยี กรอ้ งเกล่อื นกลนื กันไปกบั หนีส้ ิน
มาตรา ๒๙๖ ในระหวา่ งลกู หนี้ร่วมกนั ทัง้ หลายน้ัน ท่านว่าตา่ งคนต่างต้องรบั ผดิ เป็นส่วน
เทา่ ๆ กัน เวน้ แตจ่ ะได้กำหนดไว้เปน็ อย่างอน่ื ถ้าสว่ นท่ีลูกหนร้ี ่วมกนั คนใดคนหนงึ่ จะพึง
ชำระนน้ั เปน็ อันจะเรียกเอาจากคนนนั้ ไมไ่ ดไ้ ซร้ ยังขาดจำนวนอยู่เทา่ ไรลกู หนค้ี นอน่ื ๆ ซึง่
จำตอ้ งออกสว่ นดว้ ยนนั้ ก็ต้องรับใช้ แตถ่ า้ ลูกหน้ีร่วมกนั คนใดเจา้ หน้ีได้ปลดใหห้ ลุดพ้น
จากหนี้อนั รว่ มกนั นนั้ แล้ว สว่ นท่ลี ูกหนค้ี นน้นั จะพึงตอ้ งชำระหนก้ี ต็ กเป็นพับแก่เจา้ หนไ้ี ป
มาตรา ๒๙๗ ถา้ ในสญั ญาอนั หนึ่งอันใดมบี คุ คลหลายคนร่วมกนั ผกู พนั ตนในอนั จะทำ
การชำระหนไี้ ซร้ หากกรณีเป็นท่ีสงสยั ท่านว่าบคุ คลเหลา่ น้ันจะตอ้ งรบั ผิดเช่นอยา่ งเปน็
ลูกหนรี้ ่วมกัน แม้ถงึ วา่ เปน็ การอนั จะแบง่ กนั ชำระหนไี้ ด้
มาตรา ๒๙๘ ถา้ บุคคลหลายคนมีสิทธิเรยี กร้องการชำระหน้ี โดยทำนองซง่ึ แต่ละคนอาจจะ
เรยี กให้ชำระหนส้ี น้ิ เชิงได้ไซร้ แมถ้ งึ วา่ ลกู หนจี้ ำตอ้ งชำระหน้ีสน้ิ เชงิ แตเ่ พียงคร้ังเดยี ว
(กลา่ วคือเจา้ หนรี้ ว่ มกนั ) ก็ดี ท่านว่าลกู หนจี้ ะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนีแ้ ตค่ นใดคนหนงึ่ ก็ได้
ตามแตจ่ ะเลือก ความขอ้ นใ้ี หใ้ ช้บงั คับได้ แมท้ ้ังทเ่ี จา้ หนค้ี นหนง่ึ จะไดย้ ่นื ฟอ้ งเรียกชำระหน้ี
ไวแ้ ลว้
มาตรา ๒๙๙ การทีเ่ จา้ หนี้รว่ มกนั คนหนง่ึ ผิดนดั นนั้ ย่อมเปน็ โทษแก่เจ้าหน้คี นอน่ื ๆ
ดว้ ย
ถ้าสิทธิเรยี กร้องและหนสี้ ินนนั้ เปน็ อันเกลื่อนกลืนกนั ไปในเจา้ หนี้ร่วมกนั คนหนง่ึ สิทธขิ อง
เจา้ หนีค้ นอน่ื ๆ อันมตี อ่ ลูกหน้กี ย็ อ่ มเปน็ อนั ระงับส้ินไป
นอกจากน้ี ทา่ นให้นำบทบัญญตั แิ ห่งมาตรา ๒๙๒, ๒๙๓ และ ๒๙๕ มาใชบ้ งั คับดว้ ยโดย
อนโุ ลม กลา่ วโดยเฉพาะกค็ อื แม้เจ้าหน้รี ว่ มกันคนหนงึ่ จะโอนสิทธิเรียกรอ้ งใหแ้ ก่บุคคลอนื่
ไปก็หากระทบกระทัง่ ถงึ สิทธิของเจา้ หน้ีคนอนื่ ๆ ด้วยไม่
มาตรา ๓๐๐ ในระหว่างเจ้าหนี้รว่ มกนั นั้น ท่านว่าต่างคนชอบที่จะไดร้ บั ชำระหน้เี ปน็ ส่วน
เทา่ ๆ กัน เว้นแต่จะไดก้ ำหนดไวเ้ ปน็ อย่างอนื่
มาตรา ๓๐๑ ถา้ บคุ คลหลายคนเป็นหนอ้ี นั จะแบ่งกนั ชำระมไิ ด้ ทา่ นวา่ บุคคลเหล่านัน้ ตอ้ ง
รับผิดเชน่ อย่างลูกหนร้ี ่วมกนั
มาตรา ๓๐๒ ถ้าการชำระหน้เี ปน็ การอนั จะแบ่งกนั ชำระมไิ ด้ และมบี ุคคลหลายคนเปน็
เจ้าหน้ี ถา้ บคุ คลเหล่านั้นมไิ ด้เปน็ เจา้ หนรี้ ่วมกนั ไซร้ ทา่ นวา่ ลูกหน้ไี ด้แต่จะชำระหน้ีใหไ้ ด้
ประโยชนแ์ ก่บุคคลเหลา่ นน้ั ทงั้ หมดดว้ ยกนั และเจ้าหน้แี ตล่ ะคนจะเรียกชำระหนไี้ ด้ก็แต่เพ่ือ
ไดป้ ระโยชน์ดว้ ยกนั หมดทุกคนเทา่ นน้ั อนง่ึ เจา้ หนีแ้ ต่ละคนจะเรียกใหล้ กู หน้วี างทรัพย์ที่
เป็นหน้ีนน้ั ไว้เพ่ือประโยชนแ์ หง่ เจา้ หนห้ี มดทกุ คนดว้ ยกันกไ็ ด้ หรอื ถา้ ทรัพย์นนั้ ไมค่ วรแก่
การจะวางไวก้ ใ็ ห้สง่ แก่ผู้พิทกั ษ์ทรพั ยซ์ ง่ึ ศาลจะไดต้ ง้ั แตง่ ขนึ้
นอกจากนี้ ขอ้ ความจรงิ ใดทเ่ี ทา้ ถงึ เจ้าหนคี้ นหนง่ึ เทา่ นนั้ หาเปน็ ไปเพอ่ื คณุ หรอื โทษแก่
เจ้าหนีค้ นอน่ื ๆ ดว้ ยไม่
หมวด ๔
โอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ ง
มาตรา ๓๐๓ สิทธิเรยี กรอ้ งนนั้ ทา่ นวา่ จะพงึ โอนกันได้ เวน้ ไว้แต่สภาพแหง่ สิทธนิ นั้ เองจะไม่
เปิดชอ่ งให้โอนกนั ได้
ความทกี่ ลา่ วมานยี้ อ่ มไมใ่ ช้บงั คบั หากคู่กรณไี ด้แสดงเจตนาเปน็ อยา่ งอน่ื การแสดงเจตนา
เชน่ วา่ น้ี ท่านหา้ มมใิ หย้ กขึ้นเป็นข้อต่อสู้บคุ คลภายนอกผู้กระทำการโดยสจุ ริต
มาตรา ๓๐๔ สทิ ธเิ รียกรอ้ งเชน่ ใด ตามกฎหมายศาลจะส่งั ยึดไมไ่ ด้ สทิ ธิเรยี กรอ้ งเชน่ นนั้
ท่านวา่ จะโอนกนั หาได้ไม่
มาตรา ๓๐๕ เมือ่ โอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ งไป สทิ ธจิ ำนอง จำนำ หรือหลักประกนั ทางธุรกิจทมี่ อี ยู่
เก่ยี วพันกบั สิทธิเรยี กร้องนนั้ กด็ ี สทิ ธิอนั เกดิ ขน้ึ แต่การคา้ ประกนั ทใี่ ห้ไว้เพื่อสิทธิเรยี กร้อง
นนั้ ก็ดี ยอ่ มตกไปไดแ้ กผ่ ูร้ บั โอนดว้ ย[๖]
อนงึ่ ผู้รบั โอนจะใช้บรุ มิ สิทธิใด ๆ ทตี่ นมอี ย่เู กย่ี วดว้ ยสทิ ธเิ รยี กรอ้ งในกรณบี ังคบั ยึดทรัพย์
หรือลม้ ละลายนัน้ กไ็ ด้
มาตรา ๓๐๖ การโอนหน้อี นั จะพึงต้องชำระแกเ่ จ้าหนี้คนหนงึ่ โดยเฉพาะเจาะจงนน้ั ถา้ ไมท่ ำ
เปน็ หนงั สอื ทา่ นวา่ ไมส่ มบรู ณ์ อนง่ึ การโอนหนนี้ นั้ ทา่ นวา่ จะยกขึ้นเปน็ ขอ้ ตอ่ สูล้ ูกหนีห้ รอื
บคุ คลภายนอกได้แต่เมอ่ื ได้บอกกลา่ วการโอนไปยังลกู หนีห้ รือลกู หนีจ้ ะไดย้ ินยอมด้วยใน
การโอนนน้ั คำบอกกลา่ วหรือความยินยอมเชน่ ว่าน้ที า่ นวา่ ต้องทำเป็นหนังสอื
ถา้ ลูกหนท้ี ำใหพ้ อแก่ใจผโู้ อนดว้ ยการใช้เงิน หรือด้วยประการอน่ื เสยี แตก่ อ่ นได้รบั บอก
กล่าว หรือก่อนไดต้ กลงให้โอนไซร้ ลูกหนน้ี นั้ ก็เปน็ อนั หลดุ พ้นจากหน้ี
มาตรา ๓๐๗ ถา้ พิพาทอ้างสทิ ธใิ นการโอนตา่ งราย โอนรายใดไดบ้ อกกลา่ วหรอื ตกลงกนั
กอ่ น โอนรายนน้ั มีสทิ ธดิ ีกวา่ โอนรายอน่ื ๆ
มาตรา ๓๐๘ ถา้ ลกู หนไ้ี ด้ใหค้ วามยนิ ยอมดงั กลา่ วมาในมาตรา ๓๐๖ โดยมิไดอ้ ิด
เอื้อน ทา่ นวา่ จะยกขอ้ ตอ่ สทู้ ี่มีต่อผู้โอนขน้ึ ตอ่ สผู้ ู้รบั โอนน้ันหาไดไ้ ม่ แตถ่ า้ เพอ่ื จะระงบั หนี้
นั้นลูกหนไ้ี ด้ใชเ้ งนิ ใหแ้ กผ่ โู้ อนไปไซร้ ลูกหนจี้ ะเรียกคนื เงนิ นน้ั กไ็ ด้ หรือถ้าเพ่อื การเช่น
กลา่ วมานั้น ลูกหนรี้ บั ภาระเปน็ หนี้อยา่ งใดอย่างหนึ่งขน้ึ ใหมต่ อ่ ผ้โู อน จะถอื เสมือนหนง่ึ วา่
หน้ีนนั้ มิไดก้ อ่ ขึน้ เลยกไ็ ด้
ถา้ ลกู หนเ้ี ปน็ แตไ่ ด้รบั คำบอกกลา่ วการโอน ทา่ นวา่ ลกู หนีม้ ีขอ้ ตอ่ สู้ผูโ้ อนกอ่ นเวลาท่ไี ดร้ บั
คำบอกกลา่ วนนั้ ฉนั ใด ก็จะยกขนึ้ เปน็ ขอ้ ตอ่ สู้แกผ่ ู้รบั โอนไดฉ้ นั น้นั ถา้ ลกู หนี้มีสทิ ธิ
เรยี กรอ้ งจากผู้โอน แตส่ ิทธนิ นั้ ยังไม่ถึงกำหนดในเวลาบอกกลา่ วไซร้ ท่านวา่ จะเอาสทิ ธิ
เรียกร้องนนั้ มาหักกลบลบกนั กไ็ ด้ หากวา่ สทิ ธนิ นั้ จะไดถ้ ึงกำหนดไมช่ า้ กวา่ เวลาถึงกำหนด
แหง่ สิทธเิ รียกร้องอนั ไดโ้ อนไปน้ัน
มาตรา ๓๐๙ การโอนหน้อี ันพงึ ตอ้ งชำระตามเขาสง่ั นน้ั ท่านวา่ จะยกขนึ้ เปน็ ขอ้ ตอ่ ส้ลู ูกหน้ี
หรอื บุคคลภายนอกคนอ่นื ไดแ้ ตเ่ ฉพาะเมอ่ื การโอนนนั้ ได้สลักหลังไวใ้ นตราสาร และตวั ตรา
สารนั้นได้ส่งมอบใหแ้ กผ่ รู้ บั โอนไปดว้ ย
มาตรา ๓๑๐ ในมูลหนีอ้ นั พงึ ต้องชำระตามเขาสงั่ น้ัน ลูกหน้ีมสี ทิ ธทิ จ่ี ะสอบสวนถงึ ตวั ผทู้ รง
ตราสาร หรือสอบสวนความถกู ตอ้ งแทจ้ ริงแหง่ ลายมือชอื่ หรือดวงตราของผทู้ รงได้ แตก่ ็หามี
ความผูกพนั ที่จะตอ้ งทำถึงเพียงนนั้ ไม่ แต่ถา้ ลกู หน้ที ำการโดยทจุ ริตหรือประมาทเลินเลอ่
อย่างร้ายแรงไซร้ การชำระหนน้ี ้นั กไ็ ม่เป็นอนั สมบูรณ์
มาตรา ๓๑๑ บทบัญญตั แิ ห่งมาตราก่อนนี้ ท่านให้ใชบ้ งั คับตลอดถงึ กรณีทม่ี กี ำหนดตวั
เจา้ หน้รี ะบุไวใ้ นตราสาร ซึง่ มขี ้อความจดไว้ดว้ ยวา่ ใหช้ ำระหนีแ้ กผ่ ทู้ รงตราสาร
มาตรา ๓๑๒ ในมลู หนี้อนั พงึ ต้องชำระตามเขาส่ังนนั้ ลูกหนีจ้ ะยกขอ้ ตอ่ สซู้ ึ่งมตี ่อเจา้ หนี้
เดมิ ขึ้นเปน็ ขอ้ ต่อสผู้ ู้รบั โอนโดยสจุ รติ น้นั หาไดไ้ ม่ เว้นแตท่ ี่ปรากฏในตัวตราสารนน้ั เอง
หรือท่ีมขี น้ึ เปน็ ธรรมดาสบื จากลกั ษณะแหง่ ตราสารนน้ั