มาตรา ๑๗๒๙ ผจู้ ดั การมรดกตอ้ งจัดทำบญั ชที รัพย์มรดกให้แลว้ เสรจ็ ภายในหนงึ่ เดือนนบั
แต่เวลาท่ีระบุไวใ้ นมาตรา ๑๗๒๘ แตก่ ำหนดเวลานี้ เมอ่ื ผจู้ ัดการมรดกร้องขอกอ่ นสนิ้
กำหนดเวลาหนง่ึ เดอื น ศาลจะอนุญาตใหข้ ยายต่อไปอกี ก็ได้
บัญชนี ้นั ต้องทำตอ่ หนา้ พยานอยา่ งนอ้ ยสองคน ซึ่งตอ้ งเปน็ ผู้มีสว่ นได้เสยี ในกองมรดกนนั้
ด้วย
บคุ คลซ่ึงจะเปน็ พยานในการทำพินยั กรรมไม่ได้ตามมาตรา ๑๖๗๐ จะเป็นพยานในการทำ
บญั ชใี ด ๆ ทตี่ อ้ งทำขนึ้ ตามบทบญั ญตั ิแหง่ ประมวลกฎหมายนไี้ มไ่ ด้
มาตรา ๑๗๓๐ ใหน้ ำมาตรา ๑๕๖๓, ๑๕๖๔ วรรค ๑ และ ๒ และ ๑๕๖๕ แห่งประมวล
กฎหมายนม้ี าใชบ้ ังคับโดยอนุโลม ในระหวา่ งทายาทกบั ผจู้ ัดการมรดกโดยพนิ ยั กรรมและ
ในระหวา่ งศาลกับผู้จดั การมรดกที่ศาลต้ัง
มาตรา ๑๗๓๑ ถ้าผจู้ ดั การมรดกมิได้จัดทำบัญชีภายในเวลาและตามแบบท่ีกำหนดไว้
หรอื ถ้าบัญชนี นั้ ไมเ่ ปน็ ท่ีพอใจแก่ศาล เพราะความประมาทเลนิ เลอ่ อยา่ งร้ายแรง หรอื การ
ทุจรติ หรอื ความไม่สามารถอนั เหน็ ประจักษ์ของผจู้ ัดการมรดก ศาลจะถอนผ้จู ดั การมรดก
เสยี ก็ได้
มาตรา ๑๗๓๒ ผจู้ ดั การมรดกตอ้ งจดั การตามหนา้ ท่ีและทำรายงานแสดงบัญชกี ารจัดการ
และแบ่งปันมรดกใหเ้ สร็จภายในหนงึ่ ปีนับแตว่ นั ที่ระบไุ วใ้ นมาตรา ๑๗๒๘ เว้นแตผ่ ทู้ ำ
พนิ ัยกรรม ทายาทโดยจำนวนขา้ งมาก หรือศาลจะไดก้ ำหนดเวลาให้ไวเ้ ป็นอย่างอน่ื
มาตรา ๑๗๓๓ การใหอ้ นุมตั ิ การปลดเปลอื้ งความรบั ผดิ หรือข้อตกลงอื่น ๆ อันเกยี่ วกบั
รายงานแสดงบญั ชีการจดั การมรดกดังที่บญั ญตั ไิ ว้ในมาตรา ๑๗๓๒ นนั้ จะสมบรู ณ์
ตอ่ เม่ือรายงานแสดงบญั ชนี นั้ ไดส้ ่งมอบลว่ งหน้าแกท่ ายาทพรอ้ มดว้ ยเอกสารอนั เกยี่ วกบั การ
น้ันไมน่ อ้ ยกวา่ สบิ วนั ก่อนแลว้
คดเี กีย่ วกับการจดั การมรดกน้นั มใิ ห้ทายาทฟอ้ งเกนิ กว่าหา้ ปนี ับแต่การจัดการมรดกส้ินสดุ
ลง
หมวด ๒
การรวบรวมจำหนา่ ยทรพั ย์มรดกเป็นตัวเงิน
และการชำระหนีก้ บั แบ่งปันทรัพยม์ รดก
มาตรา ๑๗๓๔ เจ้าหนก้ี องมรดกชอบแตจ่ ะได้รับการชำระหนี้จากทรัพยส์ นิ ในกองมรดก
เท่านน้ั
มาตรา ๑๗๓๕ ทายาทจำตอ้ งบอกทรพั ย์มรดกและหน้สี นิ ของผตู้ ายตามทต่ี นรทู้ ั้งหมดแก่
ผจู้ ัดการมรดก
มาตรา ๑๗๓๖ ตราบใดที่เจ้าหนก้ี องมรดก หรือผูร้ บั พนิ ยั กรรมทีป่ รากฏตวั ยงั ไมไ่ ดร้ บั
ชำระหนี้ หรอื สว่ นได้ตามพนิ ัยกรรมแล้วทุกคน ให้ถือวา่ ทรัพยม์ รดกยังคงอยู่ในระหว่าง
จดั การ
ในระหว่างเวลาเชน่ ว่าน้นั ผจู้ ดั การมรดกชอบท่จี ะทำการใด ๆ ในทางจัดการตามท่ีจำ
เปน็ ได้ เชน่ ฟ้องคดหี รอื แก้ฟอ้ งในศาลและอื่น ๆ อนงึ่ ผจู้ ัดการมรดกตอ้ งทำการทุกอย่าง
ตามทจี่ ำเปน็ เพอ่ื เรียกเกบ็ หนี้สินซง่ึ คา้ งชำระอย่แู กก่ องมรดกภายในเวลาอันเร็วท่สี ุดท่ีจะทำ
ได้ และเม่อื เจ้าหนี้กองมรดกได้รับชำระหนีแ้ ล้ว ผจู้ ัดการมรดกตอ้ งทำการแบง่ ปนั มรดก
มาตรา ๑๗๓๗ เจา้ หนก้ี องมรดกจะบงั คบั สิทธเิ รยี กร้องตอ่ ทายาทคนใดก็ได้ แต่ถ้ามี
ผู้จัดการมรดก ให้เจา้ หนี้เรียกเข้ามาในคดีดว้ ย
มาตรา ๑๗๓๘ กอ่ นแบ่งมรดก เจา้ หนีก้ องมรดกจะบังคับชำระหนี้เต็มจำนวนจากกองมรดก
ก็ได้ ในกรณเี ช่นน้ี ทายาทคนหนึง่ ๆ อาจเรียกให้ชำระหนจี้ ากทรัพยม์ รดกของเจา้ มรดก
หรอื ใหเ้ อาเปน็ ประกันก็ไดจ้ นถึงเวลาแบง่ มรดก
เม่อื แบ่งมรดกแลว้ เจ้าหนี้อาจเรียกใหท้ ายาทคนใดคนหนง่ึ ชำระหนไ้ี ด้เพียงไมเ่ กินทรพั ย์
มรดกที่ทายาทคนนัน้ ไดร้ ับไป ในกรณเี ช่นน้ี ทายาทคนใดซงึ่ ไดช้ ำระหนแี้ ก่เจา้ หนกี้ อง
มรดกเกนิ กวา่ สว่ นทตี่ นจะต้องเฉล่ยี ใชห้ น้ี ทายาทคนน้นั มสี ทิ ธิไลเ่ บย้ี จากทายาทคนอนื่ ได้
มาตรา ๑๗๓๙ ให้ชำระหนี้ทีก่ องมรดกคา้ งชำระตามลำดบั ตอ่ ไปนี้ และตามบทบัญญตั ิ
แหง่ ประมวลกฎหมายนวี้ ่าดว้ ยบรุ ิมสิทธิ โดยต้องไมเ่ ปน็ ท่เี สอ่ื มเสียแกบ่ รรดาเจ้าหนีผ้ ู้มี
บุรมิ สิทธิพเิ ศษตามประมวลกฎหมายนห้ี รือกฎหมายอนื่ และบรรดาเจ้าหนท้ี ี่มปี ระกนั โดย
การจำนำหรอื การจำนอง
(๑) คา่ ใชจ้ า่ ยเพ่อื ประโยชนอ์ ันรว่ มกนั ของกองมรดก
(๒) คา่ ใช้จา่ ยในการทำศพเจา้ มรดก
(๓) คา่ ภาษีอากรซง่ึ กองมรดกคา้ งชำระอยู่
(๔) คา่ จา้ งซง่ึ เจา้ มรดกคา้ งชำระแก่เสมยี น คนใชแ้ ละคนงาน
(๕) ค่าเคร่ืองอปุ โภคบรโิ ภคอันจำเปน็ ประจำวนั ซึง่ สง่ ใหแ้ กเ่ จ้ามรดก
(๖) หนส้ี นิ สามญั ของเจา้ มรดก
(๗) บำเหนจ็ ของผู้จัดการมรดก
มาตรา ๑๗๔๐ เว้นแตเ่ จ้ามรดกหรอื กฎหมายจะได้กำหนดไว้เปน็ อยา่ งอื่น ให้จัดสรร
ทรพั ย์สินของเจ้ามรดกเพือ่ ชำระหนตี้ ามลำดับตอ่ ไปนี้
(๑) ทรัพยส์ ินนอกจากอสังหารมิ ทรพั ย์
(๒) อสงั หาริมทรัพยซ์ งึ่ จัดสรรไว้ชดั แจง้ ในพนิ ยั กรรมว่าสำหรบั ชำระหนีถ้ า้ หากว่ามที รัพยส์ นิ
เช่นนนั้
(๓) อสังหารมิ ทรัพย์ซงึ่ ทายาทโดยธรรมชอบทจ่ี ะได้รับในฐานะเชน่ นน้ั
(๔) อสงั หาริมทรพั ยซ์ งึ่ เจ้ามรดกทำพนิ ยั กรรมให้แก่ผู้ใดผู้หนง่ึ โดยมีเงอื่ นไขวา่ ผนู้ ้ันตอ้ ง
ชำระหนขี้ องเจ้ามรดก
(๕) อสงั หาริมทรพั ย์ซึ่งเจา้ มรดกทำพนิ ยั กรรมให้โดยลักษณะท่วั ไปดงั บญั ญัตไิ ว้ในมาตรา
๑๖๕๑
(๖) ทรัพยส์ ินเฉพาะอยา่ งซึง่ เจา้ มรดกทำพนิ ัยกรรมใหโ้ ดยลักษณะเฉพาะดังบญั ญตั ไิ วใ้ น
มาตรา ๑๖๕๑
ทรัพย์สนิ อยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ซงึ่ ไดจ้ ดั สรรไวต้ ามความทก่ี ล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้ นัน้ ใหเ้ อาออก
ขายทอดตลาด แตท่ ายาทคนใดคนหนง่ึ อาจมใิ หม้ ีการขายเช่นวา่ นน้ั ได้ โดยชำระราคา
ทรพั ย์สนิ นน้ั ทงั้ หมด หรอื แต่บางสว่ นตามทผ่ี ตู้ รี าคาซ่ึงศาลตง้ั ขนึ้ ไดก้ ำหนดให้ จนพอแก่
จำนวนทีจ่ ะชำระหนใี้ ห้แก่เจ้าหนี้
มาตรา ๑๗๔๑ เจ้าหนีก้ องมรดกคนใดคนหนึง่ จะคดั ค้านการขายทอดตลาดหรอื การตี
ราคาทรพั ย์สนิ ดงั ระบไุ วใ้ นมาตรากอ่ น โดยเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยของตนเองกไ็ ด้ ถา้ เจ้าหนไ้ี ด้ร้อง
คัดคา้ นแลว้ ยงั ได้กระทำการขายทอดตลาด หรอื ตีราคาไป จะยกการขายทอดตลาดหรือตี
ราคานนั้ ขนึ้ ยันตอ่ เจา้ หนผี้ ูร้ ้องคดั คา้ นแล้วนนั้ หาได้ไม่
มาตรา ๑๗๔๒ ถ้าในการชำระหนซี้ ึง่ คา้ งชำระอยู่แก่ตน เจา้ หนคี้ นใดคนหนึง่ ไดร้ บั ตง้ั ใน
ระหว่างท่ีผตู้ ายมชี วี ติ อยู่ ให้เปน็ ผู้รับประโยชนใ์ นการประกนั ชวี ิต เจา้ หนค้ี นน้ันชอบทจี่ ะ
ไดร้ ับเงนิ ทั้งหมด ซงึ่ ไดต้ กลงไวก้ ับผรู้ ับประกนั อน่ึง เจา้ หนี้เช่นว่านนั้ จำตอ้ งสง่ เบี้ย
ประกนั ภัยคืนเขา้ กองมรดกกต็ ่อเม่ือเจา้ หนคี้ นอนื่ ๆ พสิ จู นไ์ ด้วา่
(๑) การที่ผตู้ ายชำระหน้ใี ห้แกเ่ จ้าหน้ีโดยวิธีดงั กล่าวมาน้ันเปน็ การขดั ตอ่ บทบญั ญตั ิมาตรา
๒๓๗ แหง่ ประมวลกฎหมายนี้ และ
(๒) เบี้ยประกันภยั เชน่ ว่าน้ัน เปน็ จำนวนสูงเกนิ ส่วนเม่ือเทียบกบั รายได้หรอื ฐานะของผตู้ าย
ถึงอย่างไรกด็ ี เบย้ี ประกนั ภัยซง่ึ จะพึงสง่ คนื เข้ากองมรดกนน้ั ตอ้ งไม่เกินกว่าจำนวนเงนิ ท่ผี ู้
รบั ประกันชำระให้
มาตรา ๑๗๔๓ ทายาทโดยธรรม หรอื ผรู้ บั พนิ ยั กรรมโดยลักษณะทั่วไปไม่จำต้องปฏิบตั ิ
ตามข้อกำหนดในพนิ ยั กรรมลักษณะเฉพาะเกินกวา่ จำนวนทรพั ยม์ รดกท่ีตนไดร้ บั
มาตรา ๑๗๔๔ ผ้จู ัดการมรดกไม่จำตอ้ งสง่ มอบทรพั ย์มรดกหรือสว่ นใดส่วนหนง่ึ แหง่ ทรัพย์
มรดกให้แกท่ ายาทกอ่ นปีหนงึ่ นับแตว่ นั ท่เี จา้ มรดกถึงแกค่ วามตาย เว้นแต่เจ้าหน้ีกอง
มรดกและผรู้ บั พนิ ัยกรรมที่ปรากฏตวั ไดร้ บั ชำระหน้แี ละสว่ นไดต้ ามพินยั กรรมแล้วทุกคน
หมวด ๓
การแบ่งมรดก
มาตรา ๑๗๔๕ ถา้ มที ายาทหลายคน ทายาทเหลา่ น้ันมีสทิ ธิและหนา้ ทเ่ี กีย่ วกบั ทรพั ย์มรดก
ร่วมกันจนกวา่ จะไดแ้ บ่งมรดกกนั เสรจ็ แลว้ และให้ใช้มาตรา ๑๓๕๖ ถงึ มาตรา ๑๓๖๖ แหง่
ประมวลกฎหมายนบ้ี งั คบั เพยี งเท่าทไี่ ม่ขัดกับบทบัญญตั แิ ห่งบรรพนี้
มาตรา ๑๗๔๖ ภายใตบ้ งั คบั แห่งกฎหมาย หรือข้อความในพินยั กรรมถ้าหากมี ให้
สนั นษิ ฐานไวก้ อ่ นวา่ ผเู้ ป็นทายาทดว้ ยกนั มีส่วนเท่ากนั ในกองมรดกทยี่ งั ไมไ่ ด้แบง่
มาตรา ๑๗๔๗ การทท่ี ายาทคนใดไดร้ บั ทรพั ย์สนิ อย่างหนงึ่ อยา่ งใด หรอื ประโยชนอ์ ยา่ ง
อนื่ ใดจากเจา้ มรดกโดยการให้ หรือโดยการอยา่ งอื่นใด ซึ่งทำใหโ้ ดยเสนห่ าในระหวา่ ง
เวลาทเ่ี จา้ มรดกยงั มชี ีวติ อยูน่ นั้ หาทำให้สทิ ธใิ นการแบ่งปนั ทรัพย์มรดกของทายาทคนนัน้
ต้องเส่ือมเสยี ไปแต่โดยประการใดไม่
มาตร ๑๗๔๘ ทายาทคนใดครอบครองทรพั ยม์ รดกซ่งึ ยงั มไิ ดแ้ บ่งกนั ทายาทคนนน้ั มีสทิ ธิ
ทจ่ี ะเรยี กรอ้ งให้แบง่ ทรพั ยม์ รดกนน้ั ได้ แมว้ า่ จะลว่ งพ้นกำหนดอายคุ วามตามมาตรา ๑๗๕๔
แลว้ กด็ ี
สิทธทิ จี่ ะเรยี กใหแ้ บง่ ทรัพย์มรดกตามวรรคก่อน จะตดั โดยนติ กิ รรมเกินคราวละสิบปไี มไ่ ด้
มาตรา ๑๗๔๙ ถ้ามคี ดฟี ้องเรียกทรัพยม์ รดก ผซู้ ่ึงอา้ งวา่ ตนเปน็ ทายาทมีสิทธใิ นทรพั ย์
มรดกนน้ั จะร้องสอดเขา้ มาในคดีกไ็ ด้
แตศ่ าลจะเรียกทายาทอืน่ นอกจากคู่ความ หรือผรู้ อ้ งสอด ใหเ้ ข้ามารบั ส่วนแบ่ง หรอื กนั
ส่วนแหง่ ทรัพยม์ รดกไวเ้ พ่ือทายาทอืน่ นน้ั ไมไ่ ด้
มาตรา ๑๗๕๐ การแบง่ ปันทรัพย์มรดกนัน้ อาจทำได้โดยทายาทตา่ งเข้าครอบครอง
ทรพั ย์สนิ เปน็ ส่วนสัด หรือโดยการขายทรพั ย์มรดกแลว้ เอาเงนิ ที่ขายไดม้ าแบ่งปนั กนั
ระหวา่ งทายาท
ถา้ การแบง่ ปนั มไิ ดเ้ ปน็ ไปตามวรรคกอ่ น แต่ไดท้ ำโดยสญั ญา จะฟ้องรอ้ งใหบ้ งั คับคดหี าได้
ไม่ เว้นแต่จะมีหลักฐานเปน็ หนงั สอื อย่างหนง่ึ อย่างใด ลงลายมือชอ่ื ฝา่ ยทีต่ อ้ งรบั ผดิ หรือ
ตัวแทนของฝา่ ยนั้นเปน็ สำคัญ ในกรณีเช่นนใ้ี ห้นำมาตรา ๘๕๐, ๘๕๒ แหง่ ประมวล
กฎหมายนีว้ า่ ดว้ ยประนปี ระนอมยอมความมาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
มาตรา ๑๗๕๑ ภายหลงั ท่ไี ดแ้ บง่ มรดกกันแล้ว ถา้ ทรพั ยส์ ินทง้ั หมดหรอื บางสว่ น ซง่ึ
ทายาทคนใดคนหนงึ่ ได้รับตามสว่ นแบง่ ปันนนั้ หลุดมือไปจากทายาทคนนนั้ เนอื่ งจากการ
รอนสิทธิ ทายาทคนอ่นื ๆ จำตอ้ งใช้คา่ ทดแทน
หนี้เชน่ วา่ นนั้ เป็นอนั ระงบั เมอ่ื มกี ารตกลงกันไวเ้ ปน็ อย่างอนื่ หรอื การรอนสิทธิเปน็ ผล
เนอ่ื งมาจากความผิดของทายาทผ้ถู ูกรอนสทิ ธิ หรือเนื่องมาจากเหตุซงึ่ เกดิ ขน้ึ ภายหลงั การ
แบง่ ปนั
ทายาทคนอนื่ ๆ ต้องใชค้ า่ ทดแทนใหแ้ ก่ทายาทผู้ถูกรอนสทิ ธติ ามสว่ นแห่งส่วนแบ่งของ
ตน แต่ให้หักจำนวนทเ่ี ป็นส่วนเฉลีย่ ซง่ึ ทายาทผถู้ ูกรอนสทิ ธิจะต้องออกกับเขาดว้ ยนนั้
ออกเสีย แตถ่ า้ ทายาทคนใดคนหนงึ่ เป็นคนหน้สี ินลน้ พน้ ตวั ทายาทคนอ่นื ๆ ต้องรับผิด
ในสว่ นของทายาทคนนัน้ ตามสว่ นเฉลย่ี เช่นเดยี วกัน แตใ่ ห้หกั จำนวนทเ่ี ป็นสว่ นเฉลี่ยซง่ึ
ทายาทผทู้ ี่จะได้รับคา่ ทดแทนจะตอ้ งออกแทนทายาทผทู้ ี่มหี นส้ี นิ ล้นพน้ ตวั นน้ั ออกเสยี
บทบัญญตั ิในวรรคกอ่ น ๆ มิใหใ้ ช้บงั คบั แกผ่ ู้รบั พนิ ยั กรรมลกั ษณะเฉพาะ
มาตรา ๑๗๕๒ คดฟี อ้ งใหร้ บั ผดิ เนอื่ งจากการรอนสทิ ธิตามมาตรา ๑๗๕๑ นัน้ มใิ ห้ฟ้อง
เมอ่ื พน้ กำหนดสามเดือนนบั แตเ่ มื่อถูกรอนสทิ ธิ
ลักษณะ ๕
มรดกทไี่ มม่ ีผูร้ ับ
มาตรา ๑๗๕๓ ภายใตบ้ ังคบั แห่งสทิ ธขิ องเจา้ หน้ีกองมรดก เมือ่ บุคคลใดถึงแกค่ วามตาย
โดยไม่มีทายาทโดยธรรมหรอื ผู้รับพนิ ัยกรรม หรือการตงั้ มลู นธิ ติ ามพนิ ยั กรรม มรดกของ
บุคคลนั้นตกทอดแก่แผ่นดนิ
ลกั ษณะ ๖
อายคุ วาม
มาตรา ๑๗๕๔ ห้ามมิให้ฟอ้ งคดมี รดกเม่ือพน้ กำหนดหนงึ่ ปี นับแตเ่ มอื่ เจ้ามรดกตาย หรอื
นบั แต่เม่ือทายาทโดยธรรมได้รู้ หรอื ควรไดร้ ู้ถงึ ความตายของเจ้ามรดก
คดีฟ้องเรยี กตามขอ้ กำหนดพนิ ยั กรรม มใิ ห้ฟอ้ งเมอ่ื พ้นกำหนดหนง่ึ ปนี บั แต่เมอ่ื ผรู้ บั
พินยั กรรมไดร้ หู้ รอื ควรได้รถู้ งึ สทิ ธซิ ง่ึ ตนมอี ยตู่ ามพนิ ัยกรรม
ภายใต้บังคับแหง่ มาตรา ๑๙๓/๒๗ แหง่ ประมวลกฎหมายนี้ ถ้าสทิ ธิเรยี กร้องของเจ้าหนี้
อนั มตี อ่ เจา้ มรดกมีกำหนดอายุความยาวกวา่ หน่งึ ปี มใิ ห้เจ้าหนน้ี น้ั ฟอ้ งร้องเมือ่ พน้ กำหนด
หน่งึ ปนี บั แต่เมือ่ เจา้ หนไ้ี ด้รู้ หรอื ควรได้รูถ้ งึ ความตายของเจ้ามรดก
ถึงอย่างไรก็ดี สทิ ธเิ รยี กร้องตามทวี่ ่ามาในวรรคก่อน ๆ น้ัน มใิ หฟ้ อ้ งรอ้ งเมื่อพน้ กำหนดสิบ
ปนี ับแตเ่ มอื่ เจา้ มรดกตาย
[เลขมาตรา ๑๙๓/๒๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญตั ใิ หใ้ ช้บทบัญญตั ิ
บรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยท์ ่ไี ดต้ รวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕]
มาตรา ๑๗๕๕ อายุความหนง่ึ ปีนนั้ จะยกขนึ้ ตอ่ สไู้ ด้ก็แตโ่ ดยบคุ คลซงึ่ เปน็ ทายาท หรอื
บคุ คลซึ่งชอบท่ีจะใช้สทิ ธิของทายาท หรอื โดยผจู้ ดั การมรดก
พระราชกฤษฎกี าใหใ้ ชบ้ ทบญั ญตั แิ ห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ บรรพ ๑ และ
๒ ท่ไี ดต้ รวจชำระใหม่[๒๐๘]
พระราชกฤษฎีกาใหใ้ ชบ้ ทบัญญตั ิแห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ บรรพ ๓ ทไี่ ด้
ตรวจชำระใหม่[๒๐๙]
พระราชกฤษฎีกาใหใ้ ชบ้ ทบัญญตั ิ บรรพ ๔ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์[๒๑๐]
*พระราชบญั ญตั เิ ทียบตำแหนง่ รฐั มนตรกี ับตำแหน่งเสนาบดีแตก่ อ่ น พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๕
[๒๑๑]
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญตั ิและกฎหมายอ่นื ใด ซ่งึ ประกาศใชอ้ ยู่ในเวลานี้ คำวา่
เสนาบดี ใหอ้ ่านเป็นรฐั มนตรี คำท่ีกลา่ วถึงเสนาบดีกระทรวงใด ๆ ใหห้ มายความวา่
รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงนั้น ๆ และคำวา่ กฎเสนาบดี ใหอ้ ่านเป็นกฎกระทรวง
พระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พุทธศักราช ๒๔๗๖[๒๑๒]
มาตรา ๒ ใหใ้ ชพ้ ระราชบญั ญตั ินี้ ตง้ั แตว่ นั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป
พระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ พุทธศกั ราช ๒๔๗๗[๒๑๓]
มาตรา ๒ ใหใ้ ช้พระราชบญั ญตั นิ ต้ี ง้ั แต่วนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป
พระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พทุ ธศักราช ๒๔๗๗
(ฉะบบั ที่ ๒)[๒๑๔]
มาตรา ๒ ใหใ้ ชพ้ ระราชบญั ญตั ินตี้ ้ังแต่วนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
พระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ พุทธศักราช ๒๔๗๗
(ฉะบับที่ ๓)[๒๑๕]
มาตรา ๒ ใหใ้ ช้พระราชบญั ญตั ินต้ี ง้ั แต่วนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
พระราชบัญญัติใหใ้ ชบ้ ทบญั ญตั บิ รรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
พุทธศกั ราช ๒๔๗๗[๒๑๖]
มาตรา ๒ ใหใ้ ช้พระราชบญั ญตั ินตี้ ั้งแตว่ นั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป
พระราชบญั ญตั ิใหใ้ ชบ้ ทบญั ญตั ิ บรรพ ๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พุทธศักราช ๒๔๗๗[๒๑๗]
มาตรา ๒ ใหใ้ ช้พระราชบญั ญตั ินี้ ต้งั แต่วนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป
พระราชบัญญตั แิ ก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ พทุ ธศักราช ๒๔๗๘[๒๑๘]
มาตรา ๒ ใหใ้ ชพ้ ระราชบญั ญตั นิ ี้เมือ่ พน้ กำหนดเกา้ สิบวนั นับแตว่ นั ประกาศในราช
กิจจานเุ บกษา
มาตรา ๓ พระราชบญั ญตั นิ ้ใี หใ้ ช้บงั คับเฉพาะสัญญาจำนองทไ่ี ด้ทำตงั้ แตว่ นั ใช้
พระราชบญั ญตั เิ ปน็ ตน้ ไป
มาตรา ๖ บทบญั ญตั มิ าตรา ๕๒ แหง่ กฎหมายลักษณะล้มละลาย ร.ศ. ๑๓๐ และ
บทบัญญตั ิแห่งกฎหมายอน่ื ใดซงึ่ เกีย่ วถงึ สทิ ธขิ องผูร้ บั จำนองจะนำมาใช้บงั คับไดเ้ พยี ง
เท่าทไี่ ม่ขัดหรือแยง้ กับบทบัญญตั ิมาตรา ๗๓๓ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์
ตามทีไ่ ด้แก้ไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั นิ ี้
พระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พทุ ธศักราช ๒๔๗๙[๒๑๙]
มาตรา ๒ ใหใ้ ช้พระราชบญั ญตั ินตี้ ง้ั แต่วนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
พระราชกำหนดแก้ไขเพม่ิ เตมิ พระราชบญั ญตั ไิ หไ้ ช้บทบญั ญตั บิ ัพ ๕ แห่งประมวนกด
หมายแพง่ และพานชิ พทุ ธสกั ราช ๒๔๗๗ พุทธสักราช ๒๔๘๖[๒๒๐]
มาตรา ๒ ใหใ้ ชพ้ ระราชกำหนดน้ีตงั้ แตว่ นั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป
พระราชกำหนดแก้ไขเพ่มิ เตมิ พระราชบัญญัตไิ หไ้ ช้บทบญั ญตั บิ พั ๖ แห่งประมวนกด
หมายแพง่ และพานชิ พุทธสกั ราช ๒๔๗๗ พทุ ธสกั ราช ๒๔๘๖[๒๒๑]
มาตรา ๒ ใหใ้ ช้พระราชกำหนดนตี้ งั้ แตว่ ันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
พระราชบัญญตั อิ นุมตั พิ ระราชกำหนดแกไ้ ขเพิม่ เติมพระราชบญั ญตั ไิ หไ้ ช้บทบญั ญตั บิ พั ๕
แหง่ ประมวนกดหมายแพง่ และพานชิ พทุ ธสกั ราช ๒๔๗๗ พทุ ธสกั ราช ๒๔๘๖ พุทธสักราช
๒๔๘๖[๒๒๒]
มาตรา ๒ ใหใ้ ชพ้ ระราชบญั ญตั ินตี้ ง้ั แต่วนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป
พระราชบัญญัติอนมุ ัตพิ ระราชกำหนดแกไ้ ขเพิ่มเตมิ พระราชบญั ญัติไห้ไชบ้ ทบญั ญัติบพั ๖
แหง่ ประมวนกดหมายแพ่งและพานิช พทุ ธสกั ราช ๒๔๗๗ พุทธสกั ราช ๒๔๘๖ พทุ ธสักราช
๒๔๘๖[๒๒๓]
มาตรา ๒ ใหใ้ ช้พระราชบญั ญตั ินต้ี ัง้ แต่วนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นตน้ ไป
พระราชบัญญตั แิ ก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๖) พ.ศ. ๒๔๙๕
[๒๒๔]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ใ้ี หใ้ ชบ้ งั คับตงั้ แตว่ นั ท่ี ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ เปน็ ตน้ ไป
พระราชบัญญตั ิแก้ไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๗) พ.ศ. ๒๔๙๖
[๒๒๕]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ้ีใหใ้ ช้บงั คับตง้ั แต่วนั ถดั จากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
เปน็ ตน้ ไป
พระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๙
[๒๒๖]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ีใ้ ห้ใช้บงั คบั ตง้ั แตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เปน็ ตน้ ไป
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ฉิ บับน้ี คอื เนือ่ งจากรฐั ธรรมนญู
แห่งราชอาณาจกั รไทย มาตรา ๒๘ วรรคสอง บญั ญตั วิ า่ ชายและหญงิ มีสิทธเิ ทา่ เทยี มกนั
จำตอ้ งแกไ้ ขบทบัญญตั ใิ นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ยเ์ พอ่ื ใหส้ อดคล้องกบั
บทบญั ญตั ิของรฐั ธรรมนูญโดยแกไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์มาตรา ๒๐
เพือ่ ใหส้ อดคลอ้ งกับการแก้ไขเพมิ่ เตมิ บทบัญญตั ิมาตรา ๑๔๔๕ ซ่ึงให้ศาลมีอำนาจ
อนุญาตให้ชายและหญงิ ทมี่ อี ายตุ ่ากว่าสบิ แปดปีบรบิ รู ณท์ ำการสมรสได้ โดยบัญญตั ใิ ห้
ชายหญงิ ซงึ่ ไดร้ ับอนญุ าตจากศาลทำการสมรสได้กอ่ นอายคุ รบสบิ แปดปีบริบูรณบ์ รรลุนิติ
ภาวะโดยการสมรส นอกจากนไ้ี ดพ้ ิจารณาเหน็ วา่ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙
มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๕๐ และวรรคสองของมาตรา ๑๓๗
เป็นบทบัญญตั ทิ ่ีจำกดั สิทธิสตรี สมควรยกเลกิ เสยี จงึ จำเป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญตั นิ ข้ี น้ึ
พระราชบัญญตั ใิ หใ้ ชบ้ ทบญั ญตั บิ รรพ ๕ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ ทไ่ี ด้
ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๙[๒๒๗]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ้ใี ห้ใช้บงั คับตงั้ แตว่ นั ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
เปน็ ตน้ ไป
มาตรา ๑๒ ใหน้ ายกรฐั มนตรรี ักษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบญั ญตั ฉิ บับน้ี คอื เนือ่ งจากรัฐธรรมนูญ
แหง่ ราชอาณาจักรไทยมาตรา ๒๘ วรรคสอง บัญญัตวิ า่ ชายและหญงิ มีสิทธิเท่าเทยี มกัน
จำตอ้ งแกไ้ ขบทบัญญตั ใิ นประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ เพือ่ ใหส้ อดคลอ้ งกับ
บทบัญญตั ขิ องรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย จึงจำเปน็ ต้องตราพระราชบญั ญตั ินขี้ ้นึ
พระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๒๑
[๒๒๘]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ้ใี ห้ใช้บงั คบั ตง้ั แต่วนั ถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นตน้ ไป
มาตรา ๑๑ การเสนอขายห้นุ และหนุ้ กตู้ อ่ ประชาชนที่ไดม้ ีการจดทะเบยี นหนงั สือชชี้ วน
หนังสอื บอกกลา่ วปา่ วร้อง หรือหนังสอื อยา่ งอื่นในการชชี้ วนใหซ้ ้อื หนุ้ หรอื หุ้นกโู้ ดยถูกต้อง
ตามกฎหมายในวนั ประกาศพระราชบญั ญตั นิ ใ้ี นราชกิจจานเุ บกษาแล้ว ให้คงดำเนินการ
ตอ่ ไปไดอ้ กี ไมเ่ กนิ เกา้ สบิ วันนบั แตว่ ันทพ่ี ระราชบัญญตั นิ ้ใี ช้บังคับ และใหน้ ำมาตรา
๑๒๓๐ มาตรา ๑๒๓๑ มาตรา ๑๒๓๒ มาตรา ๑๒๓๓ มาตรา ๑๒๓๔ และมาตรา ๑๒๓๕
แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ มาใช้บงั คับจนกวา่ จะพน้ กำหนดเวลาดงั กลา่ ว
มาตรา ๑๒ บรษิ ัทใดจดั ตั้งขึน้ ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์อยูก่ อ่ นวนั ท่ี
พระราชบญั ญตั ินใ้ี ชบ้ งั คับและมีผู้ถอื ห้นุ ตงั้ แตห่ นึง่ รอ้ ยคนอย่แู ลว้ หรอื มผี ถู้ อื หนุ้ เพิ่มขน้ึ ถึง
หน่งึ ร้อยคนขน้ึ ไปภายหลังวนั ท่ีพระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ้ ังคับ ใหย้ งั คงเปน็ บริษัทตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ยต์ อ่ ไป
มาตรา ๑๓ ให้รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงพาณิชยร์ ักษาการตามพระราชบัญญตั นิ ้ี
หมายเหต:ุ - เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ฉิ บับน้ี คือ เนอื่ งจากได้มีการ
ประกาศใช้พระราชบญั ญัติบริษทั มหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๒๑ ซ่ึงกำหนดให้บรษิ ทั มหาชน
จำกดั ต้องมีผู้ถอื หุน้ ตั้งแต่หนงึ่ ร้อยคน และมบี ทบัญญัติควบคุมการเสนอขายหนุ้ และหนุ้ กู้
เพ่ือป้องกนั มิใหป้ ระชาชนถูกหลอกลวงแล้ว สมควรกำหนดหา้ มมใิ หบ้ รษิ ัทจำกัดตาม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ยม์ ผี ูถ้ อื หุ้นถงึ หนึ่งรอ้ ยคนและเสนอขายห้นุ หรือหุน้ กตู้ อ่
ประชาชน ซง่ึ จำเปน็ ต้องแก้ไขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ บรรพ ๓
ลกั ษณะ ๒๒ หมวด ๔ เฉพาะมาตราท่ีเกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับหลักการดังกล่าว จึง
จำเปน็ ตอ้ งตราพระราชบัญญตั นิ ข้ี นึ้
พระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพ่ิมเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ.
๒๕๓๓[๒๒๙]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ี้ให้ใชบ้ งั คบั ตงั้ แตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
เปน็ ตน้ ไป
มาตรา ๖๒ ในกรณที มี่ กี ารใหข้ องหมัน้ กนั ไวก้ ่อนวนั ท่พี ระราชบญั ญตั ินใ้ี ช้บงั คบั ให้ของ
หมน้ั ดังกล่าวตกเปน็ สิทธิแก่หญงิ เมอื่ ไดท้ ำการสมรสแล้ว
มาตรา ๖๓ นติ กิ รรมทค่ี สู่ มรสฝ่ายหนงึ่ ไดก้ ระทำไปในการจดั การสนิ สมรส โดยปราศจาก
ความยินยอมของคู่สมรสอกี ฝา่ ยหนึ่งกอ่ นวนั ทพี่ ระราชบญั ญตั ินใ้ี ชบ้ งั คับ การใหส้ ตั ยาบนั
หรอื การขอใหศ้ าลเพกิ ถอนนติ ิกรรมนน้ั ใหเ้ ป็นไปตามมาตรา ๑๔๘๐ แหง่ ประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์กอ่ นการแก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั นิ ้ี
มาตรา ๖๔ ถ้ามคี ดีฟ้องขอใหศ้ าลแสดงว่าการสมรสเปน็ โมฆะเพราะเหตุสมรสฝา่ ฝนื
บทบัญญตั มิ าตรา ๑๔๕๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์คา้ งพิจารณาอย่ใู นศาล
ใดในวนั ทพี่ ระราชบญั ญัตนิ ้ใี ชบ้ งั คบั ใหศ้ าลนนั้ พิจารณาพพิ ากษาคดีต่อไปได้จนกวา่ คดี
จะถึงทีส่ ดุ
มาตรา ๖๕ ในกรณที ม่ี ีการสมรสฝา่ ฝนื มาตรา ๑๔๕๒ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ สทิ ธเิ รยี กคา่ เล้ยี งชพี หรือสทิ ธใิ นมรดกของคสู่ มรสทตี่ ายซึง่ คูส่ มรสอกี ฝ่ายหนงึ่ ท่ี
สมรสโดยสจุ ริตมีอย่แู ลว้ ก่อนวนั ทพี่ ระราชบญั ญตั ินใี้ ช้บงั คับ ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรา ๑๔๙๙
แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยก์ อ่ นการแก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั นิ ้ี
มาตรา ๖๖ ในการจดทะเบียนเด็กเปน็ บตุ รชอบดว้ ยกฎหมาย ถา้ เจา้ หนา้ ท่ีได้สง่ แจ้งความ
การขอจดทะเบยี นไปยงั เดก็ หรือมารดาเดก็ แล้ว แตย่ งั ไม่มกี ารจดทะเบียนก่อนวนั ที่
พระราชบัญญตั นิ ใี้ ชบ้ ังคับ การจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรชอบดว้ ยกฎหมายให้บงั คับตาม
บทบญั ญตั ิแห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยซ์ ง่ึ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญตั นิ ี้
มาตรา ๖๗ บดิ าซงึ่ ไดจ้ ดทะเบยี นรับเดก็ เปน็ บตุ รชอบดว้ ยกฎหมายกอ่ นวนั ท่ี
พระราชบัญญตั ินใ้ี ชบ้ ังคบั ย่อมมีสทิ ธริ ้องขอตอ่ ศาลใหถ้ อนความเปน็ ผปู้ กครองได้ตาม
มาตรา ๑๕๕๒ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ซง่ึ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญตั ิ
น้ี ไมว่ า่ บิดาจะไดเ้ คยร้องขอต่อศาลให้มีคำสงั่ ถอนความเป็นผปู้ กครองมากอ่ นแลว้ หรือไมก่ ็
ตาม
มาตรา ๖๘ ในกรณีทมี่ กี ารตัง้ ผ้ปู กครองโดยพนิ ัยกรรม ถ้าผ้ทู ี่ทำพนิ ยั กรรมตายก่อนวนั ที่
พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ้ งั คับ การตง้ั ผปู้ กครองใหเ้ ปน็ ไปตามประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์กอ่ นการแก้ไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญัตนิ ี้
มาตรา ๖๙ บทบัญญตั มิ าตรา ๑๕๙๘/๒๒ และมาตรา ๑๕๙๘/๒๓ แห่งประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณิชยซ์ งึ่ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัตนิ ้ีไม่กระทบกระเทอื นถงึ ความสมบูรณ์
ของการให้ความยินยอมในการรบั เดก็ เปน็ บตุ รบญุ ธรรมทไ่ี ด้กระทำไปแล้วก่อนวันที่
พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ้ งั คบั
มาตรา ๗๐ บทบัญญตั บิ รรพ ๕ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยซ์ ง่ึ แกไ้ ขเพม่ิ เติม
โดยพระราชบญั ญตั ินไี้ ม่กระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของการหม้ัน การสมรส สัญญา
กอ่ นสมรส การเปน็ บิดามารดากับบุตร การเปน็ ผปู้ กครอง และการรบั บตุ รบุญธรรมทไ่ี ด้มี
อยู่แลว้ ในวนั ท่ีพระราชบญั ญัตนิ ใี้ ชบ้ งั คบั เวน้ แต่ในกรณที พ่ี ระราชบญั ญัตนิ ี้บญั ญตั ไิ ว้
เปน็ อยา่ งอนื่
มาตรา ๗๑ บรรดาอายคุ วามหรอื ระยะเวลาทบี่ ทบญั ญตั ิในประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ได้กำหนดไวก้ อ่ นวนั ทพ่ี ระราชบญั ญตั นิ ใี้ ช้บังคบั หากยงั ไม่สน้ิ สุดลงในวนั ที่
พระราชบญั ญตั ินใี้ ชบ้ ังคับ และอายคุ วามหรือระยะเวลาท่ีกำหนดขนึ้ ใหม่น้นั แตกตา่ งกบั
อายคุ วามหรือระยะเวลาท่กี ำหนดไว้เดมิ กใ็ หน้ ำอายคุ วามหรือระยะเวลาท่ยี าวกว่ามาบงั คับ
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบัญญตั ิฉบบั นี้ คือ โดยท่บี ทบญั ญตั ิ
บรรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยว์ ่าดว้ ยความสมบูรณข์ องการหมนั้ และผล
ของการหมั้น การคุม้ ครองคูส่ มรสท่วี กิ ลจรติ การจัดการสินสมรส การแยกสินสมรสและรวม
สินสมรส การสมรสที่เปน็ โมฆะ เหตุหย่า ผใู้ ชอ้ ำนาจปกครองบตุ รในกรณีมีการหย่า บท
สนั นษิ ฐานความเปน็ บตุ รชอบด้วยกฎหมาย การฟ้องคดไี ม่รบั เด็กเปน็ บุตร การฟ้องปฏเิ สธ
ความเปน็ บตุ ร การจดทะเบยี นเด็กเป็นบตุ ร การฟอ้ งใหร้ บั เด็กเปน็ บุตร อำนาจปกครอง
การเปน็ ผอู้ นบุ าลและผพู้ ทิ ักษ์ การจัดการทรัพย์สนิ ของผเู้ ยาว์ สทิ ธิหนา้ ทข่ี องบดิ ามารดา
และบุตร ผู้ปกครอง และบตุ รบุญธรรม นน้ั ยงั ไม่สอดคลอ้ งและไมเ่ ออื้ อำนวยตอ่ สภาพความ
เปน็ อยใู่ นสงั คมปัจจุบนั สมควรปรับปรุงแกไ้ ขใหเ้ หมาะสมยิ่งข้นึ จงึ จำเปน็ ต้องตรา
พระราชบญั ญตั นิ ี้
พระราชบัญญตั ใิ หใ้ ชบ้ ทบญั ญตั ิบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ที่ได้
ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕[๒๓๐]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ใ้ี ห้ใชบ้ งั คับเมอ่ื พ้นกำหนดหกสบิ วันนบั แต่วนั ถดั จากวนั
ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเป็นตน้ ไป
มาตรา ๑๘ ใหน้ ายกรฐั มนตรี และรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยรกั ษาการตาม
พระราชบญั ญตั ินี้
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบญั ญตั ิฉบบั น้ี คอื เนื่องจากบทบัญญตั ิ
บรรพ ๑ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซงึ่ ได้ใช้บังคับโดยพระราชกฤษฎกี าใหใ้ ช้
บทบัญญตั แิ หง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ยบ์ รรพ ๑ และบรรพ ๒ ทีไ่ ดต้ รวจชำระ
ใหม่ พ.ศ. ๒๔๖๘ ไดใ้ ช้บังคับมาเปน็ เวลานานและบทบญั ญัติหลายประการล้าสมัย ไม่
เหมาะสมและสอดคล้องกบั สภาพสังคมปจั จบุ ัน สมควรปรับปรุงแก้ไขใหเ้ หมาะสมยง่ิ ขนึ้ จึง
จำเป็นต้องตราพระราชบัญญตั นิ ้ี
พระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๑) พ.ศ.
๒๕๓๕[๒๓๑]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ใ้ี ห้ใชบ้ งั คบั เม่ือพ้นหกสิบวันนับแตว่ นั ประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาเปน็ ตน้ ไป
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบญั ญตั ฉิ บับน้ี คือ โดยท่ีมีการแกไ้ ข
พระราชบัญญตั ิบรษิ ทั มหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๒๑ ให้ยกเลิกการกำหนดอตั ราสว่ นการถอื
หนุ้ และจำนวนผถู้ อื ห้นุ ของบรษิ ัทมหาชนจำกดั และเพอ่ื ใหก้ ารแปรสภาพบรษิ ัทจำกัดเปน็
บริษทั มหาชนจำกัด เปน็ ไปโดยความสมัครใจ ในกรณีทบ่ี รษิ ทั จำกัดประสงค์จะชช้ี วนให้
ประชาชนรว่ มลงทนุ จงึ จำเป็นตอ้ งตราพระราชบัญญัตนิ ้ี
พระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ.
๒๕๔๑[๒๓๒]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ใ้ี ห้ใช้บงั คบั ตง้ั แตว่ นั ถัดจากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เปน็ ตน้ ไป
มาตรา ๖ บทบัญญตั มิ าตรา ๔๙๙ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ ซงึ่
แกไ้ ขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ินี้ มใิ ห้ใชบ้ งั คับแก่สญั ญาขายฝากที่ได้ทำไวก้ อ่ นวนั ท่ี
พระราชบญั ญตั นิ ใี้ ชบ้ ังคบั
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ฉิ บับนี้ คือ เนอ่ื งจากประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ในเรอื่ งขายฝากมบี ทบัญญตั ยิ งั ไม่เหมาะสม เปน็ เหตใุ ห้มกี าร
เอาเปรียบผู้ขายฝากโดยการกำหนดสนิ ไถ่ท่สี งู เกนิ ควร เพื่อหลีกเลย่ี งกฎหมายหา้ มเรยี ก
ดอกเบ้ยี เกนิ อตั รา รวมท้งั ในกรณีทีถ่ งึ กำหนดเวลาไถผ่ ซู้ อื้ ฝากมักจะหลกี เลี่ยงไมย่ อมให้มี
การไถ่จนเป็นเหตุใหผ้ ู้ขายฝากตอ้ งสูญเสียกรรมสิทธใิ์ นทรพั ยส์ ินไปโดยไม่ชอบธรรม
นอกจากน้ี เห็นควรปรบั ปรุงระยะเวลาในการใชส้ ทิ ธไิ ถ่ในสญั ญาขายฝากให้เหมาะสม
ย่งิ ขนึ้ จงึ จำเป็นต้องตราพระราชบญั ญตั นิ ้ี
พระราชบัญญตั ิแก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ.
๒๕๔๑[๒๓๓]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ใี้ ห้ใช้บงั คับตง้ั แตว่ นั ท่ี ๑๙ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นต้น
ไป
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบญั ญตั ิฉบับนี้ คอื โดยท่พี ระราชบัญญตั ิ
คมุ้ ครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้บญั ญัตใิ ห้หน้ีท่เี กิดจากการไมช่ ำระค่าจา้ ง ค่า
ล่วงเวลา คา่ ทำงานในวนั หยุด ค่าลว่ งเวลาในวันหยดุ คา่ ชดเชย ค่าชดเชยพเิ ศษ เงนิ
สะสม เงินสมทบ หรือเงินเพมิ่ ใหล้ ูกจา้ ง หรอื กรมสวสั ดิการและคุ้มครองแรงงาน แล้วแต่
กรณี มีบุรมิ สิทธิเหนอื ทรัพยส์ ินทงั้ หมดของนายจ้างซึง่ เปน็ ลูกหนใ้ี นลำดับเดยี วกับบุริมสทิ ธิ
ในค่าภาษอี ากรตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ ดงั นน้ั จงึ สมควรแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ
มาตรา ๒๕๓ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยใ์ หส้ อดคลอ้ งกับกฎหมายวา่ ดว้ ยการ
คมุ้ ครองแรงงานในส่วนทเี่ กี่ยวกบั สิทธขิ องลูกจา้ ง โดยใหร้ วมความถึง สิทธขิ องเสมยี น คน
ใช้ และคนงาน ตามทบี่ ัญญตั ไิ ว้ในมาตรา ๒๕๓ เดิมด้วย โดยกำหนดลำดับบรุ มิ สทิ ธใิ น
เงนิ ท่ีลกู จา้ งมีสทิ ธิได้รับอยใู่ นลำดับเดียวกบั บุริมสทิ ธิในคา่ ภาษอี ากร ประกอบกับสภาวะ
เศรษฐกจิ และสังคมไดเ้ ปลี่ยนแปลงไป สมควรแกไ้ ขเพ่ิมเติมมาตรา ๒๕๗ แหง่ ประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ เพอ่ื กำหนดหลกั เกณฑแ์ ละจำนวนเงนิ สงู สดุ ของบรุ ิมสทิ ธิในเงนิ
ทีล่ ูกจ้างมีสทิ ธไิ ด้รบั ใหเ้ หมาะสมกับสภาวะเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศในปจั จบุ นั
ดว้ ย จงึ จำเปน็ ต้องตราพระราชบัญญตั นิ ี้
พระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๒๓๔]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ้ ช้บงั คบั ตงั้ แต่วนั ถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
เปน็ ตน้ ไป
มาตรา ๑๗ พระราชบญั ญตั นิ ี้ไมก่ ระทบถงึ นติ ิกรรม สทิ ธิ หน้าที่ หรอื ความรับผิดตาม
กฎหมายอนั ไดก้ ระทำลงหรือมีขึน้ ก่อนวนั ท่พี ระราชบญั ญตั ินใ้ี ช้บงั คบั
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบัญญตั ฉิ บับน้ี คอื โดยทีเ่ ป็นการสมควร
แก้ไขเพิ่มเตมิ บทบญั ญตั ใิ นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยใ์ นสว่ นท่ีเกีย่ วกับสัญญา
ซอ้ื ขายอสงั หารมิ ทรัพยแ์ ละสงั หาริมทรพั ย์ ประเภทของสงั หารมิ ทรพั ยท์ ่ีตอ้ งจดทะเบยี นตอ่
พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ จำนวนเงนิ ในการกยู้ มื เงนิ ที่ต้องมีหลกั ฐานแห่งการกยู้ มื เปน็ หนังสอื
จำนวนเงินทเ่ี จา้ สำนักโรงแรมตอ้ งรบั ผิดในการที่ทรัพย์สนิ ของคนเดนิ ทางหรือแขกอาศัยสูญ
หาย อตั ราคา่ ธรรมเนียมและค่าคัดสำเนาเอกสารตามทปี่ รากฏในบทบัญญตั ทิ ่ีวา่ ดว้ ย
บริษัทจำกดั รวมถงึ จำนวนเงนิ รางวลั หรอื คา่ ธรรมเนียมทบ่ี คุ คลผมู้ ีสทิ ธิจะรับทรัพยส์ ินหาย
ต้องชำระให้แกผ่ เู้ ก็บไดห้ รือแกส่ ว่ นราชการที่รบั ผิดชอบ เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกับสภาพการณ์
ทางเศรษฐกิจและสภาวการณ์ในปัจจุบนั จึงจำเปน็ ตอ้ งตราพระราชบญั ญตั นิ ี้
พระราชบัญญตั ิแก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๕) พ.ศ.
๒๕๔๙[๒๓๕]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ใี้ หใ้ ชบ้ ังคบั ตง้ั แตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
เปน็ ตน้ ไป
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ฉิ บบั น้ี คอื โดยทเี่ ป็นการสมควร
แก้ไขเพม่ิ เตมิ บทบญั ญัตใิ นลักษณะ ๒๒ หนุ้ สว่ นและบรษิ ัทของบรรพ ๓ แห่งประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ กรณกี ารลาออกของหุ้นส่วนผจู้ ัดการในหา้ งหุ้นส่วนจดทะเบียน
และหา้ งหุ้นสว่ นจำกัด และการลาออกของกรรมการบรษิ ทั จำกัด กำหนดเวลาทก่ี ารลาออกมี
ผล ตลอดจนการจดทะเบยี นเปลี่ยนแปลงตอ่ นายทะเบยี นภายในกำหนดเวลา เพ่อื ให้เกิด
ความชัดเจนในผลทางกฎหมาย และการนำผลทางกฎหมายและข้อเทจ็ จริงที่เกยี่ วข้องกับ
กรณดี ังกล่าวไปใชอ้ ้างองิ จึงจำเป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญัตนิ ี้
พระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๐
[๒๓๖]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ี้ใหใ้ ช้บงั คับตง้ั แต่วนั ถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
เปน็ ตน้ ไป
มาตรา ๗ พระราชบญั ญัตนิ ้ีไม่กระทบถึงนติ ิกรรม สทิ ธิ หน้าท่ี หรือความรับผิดตาม
กฎหมายอันได้กระทำลงหรือมีขึ้นก่อนวนั ทีพ่ ระราชบญั ญตั ินใ้ี ชบ้ งั คบั
มาตรา ๘ ใหร้ ฐั มนตรวี า่ การกระทรวงยตุ ิธรรมรักษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบัญญัตฉิ บบั น้ี คอื โดยทีม่ าตรา ๓ ของ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบบั ชว่ั คราว) พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๙ ใหค้ วามคุม้ ครอง
ศกั ดิศ์ รีความเป็นมนษุ ย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาท่ีชนชาวไทยเคยได้รับ
ความคุม้ ครองตามประเพณกี ารปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ แต่บทบัญญตั มิ าตรา ๑๔๔๕ มาตรา ๑๔๔๖ มาตรา
๑๔๔๗/๑ วรรคสาม มาตรา ๑๕๑๖ (๑) และมาตรา ๑๕๒๓ วรรคหนง่ึ แห่งประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ เป็นบทบัญญตั ิที่เลอื กปฏบิ ัตโิ ดยไมเ่ ปน็ ธรรมตอ่ บุคคลเพราะเหตแุ ห่ง
ความแตกตา่ งในเรื่องเพศ สมควรแก้ไขบทบญั ญตั ิดงั กลา่ วให้สอดคล้องกบั หลกั การมีสิทธิ
เท่าเทยี มกันระหวา่ งชายและหญิง และหลักการห้ามมิให้เลือกปฏิบตั ิโดยไมเ่ ป็นธรรมตอ่
บุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรอ่ื งเพศท่เี คยไดร้ บั ความค้มุ ครองตามประเพณกี าร
ปกครองประเทศไทย ในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ จึง
จำเปน็ ต้องตราพระราชบัญญัตนิ ้ี
พระราชบัญญตั แิ ก้ไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ.
๒๕๕๐[๒๓๗]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ี้ให้ใช้บงั คบั ตงั้ แต่วนั ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
เปน็ ตน้ ไป
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบัญญตั ฉิ บบั น้ี คอื เน่อื งจากได้มกี ฎหมาย
วา่ ดว้ ยทรสั ตเ์ พ่ือธุรกรรมในตลาดทุนซง่ึ กำหนดให้สามารถก่อตง้ั ทรัสตเ์ พ่ือเป็นเครื่องมอื อกี
ประการหนง่ึ ที่จะทำให้ธรุ กรรมในตลาดทนุ เปน็ ไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพและสามารถแก้ไขขอ้
ตดิ ขัดบางประการในการระดมทนุ และในการประกอบธรุ กจิ ในตลาดทุนได้ ดงั นนั้ เพอื่ ให้
สอดคลอ้ งกบั กฎหมายดงั กลา่ ว จงึ จำเปน็ ตอ้ งตราพระราชบญั ญตั นิ ้ี
พระราชบัญญตั แิ ก้ไขเพ่ิมเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๘) พ.ศ.
๒๕๕๑[๒๓๘]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ้ ช้บงั คบั เมอื่ พน้ กำหนดหนึง่ รอ้ ยยี่สบิ วันนับแตว่ ันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบัญญตั ิฉบบั น้ี คอื โดยท่ปี ระมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ยบ์ รรพ ๓ ลักษณะ ๒๒ วา่ ด้วยหนุ้ สว่ นและบริษทั ใชบ้ งั คับมาเปน็
เวลานาน บทบัญญตั บิ างมาตราสรา้ งภาระโดยไม่จำเปน็ แกป่ ระชาชนและกอ่ ใหเ้ กดิ ความ
ยุ่งยาก ซา้ ซ้อน และความล่าชา้ ต่อการปฏบิ ตั หิ น้าทข่ี องส่วนราชการ นอกจากน้ี ยังเปน็
อุปสรรคตอ่ การเสรมิ สร้างศักยภาพในการแขง่ ขนั ของประเทศอกี ดว้ ย ดังนน้ั เพื่อขจดั
ปญั หาและอุปสรรคดงั กลา่ วและเพือ่ ใหก้ ารดำเนนิ กิจการคา้ ในรูปแบบของหา้ งหนุ้ สว่ นและ
บริษทั มคี วามคลอ่ งตวั มากยิง่ ขนึ้ จงึ จำเปน็ ตอ้ งตราพระราชบญั ญตั นิ ้ี
พระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๙) พ.ศ.
๒๕๕๑[๒๓๙]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ้ีให้ใชบ้ งั คบั ตง้ั แตว่ นั ถัดจากวนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
เป็นตน้ ไป
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบัญญตั ิฉบบั นี้ คือ โดยทบี่ ทบญั ญตั ิ
บรรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ยว์ า่ ดว้ ยการร้องตอ่ ศาลขอใหส้ งั่ อนญุ าตให้
สามีภริยาอยตู่ ่างหาก การเปน็ บุตรชอบดว้ ยกฎหมายของหญงิ การเปน็ บุตรชอบดว้ ย
กฎหมายของชาย การนบั วนั ทเ่ี ป็นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมายของบดิ า และการกลบั มีอำนาจ
ปกครองบตุ รท่ียงั ไมบ่ รรลุนติ ภิ าวะเมือ่ มีการเลิกรับบุตรบุญธรรม นน้ั ยงั ไม่สอดคลอ้ งและไม่
เออื้ อำนวยตอ่ สภาพความเปน็ อยู่ในสงั คมปจั จบุ นั สมควรปรบั ปรงุ แก้ไขใหเ้ หมาะสม
ยิง่ ขน้ึ จงึ จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตนิ ี้
พระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๒๐) พ.ศ.
๒๕๕๗[๒๔๐]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ้ีให้ใชบ้ งั คบั เมอื่ พ้นกำหนดเกา้ สบิ วนั นบั แต่วนั ประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเปน็ ต้นไป
มาตรา ๑๘ บทบญั ญตั ิของพระราชบญั ญตั ินไ้ี ม่กระทบกระเทือนถงึ สัญญาทีไ่ ด้ทำไว้ก่อน
วนั ทีพ่ ระราชบัญญตั นิ ใี้ ชบ้ งั คับ เว้นแต่กรณที ่พี ระราชบัญญตั นิ บี้ ญั ญตั ไิ วเ้ ปน็ อยา่ งอน่ื
มาตรา ๑๙ ในกรณที ล่ี ูกหน้ีผิดนดั นบั แตว่ ันทพี่ ระราชบัญญตั นิ ใ้ี ชบ้ งั คบั สทิ ธแิ ละหนา้ ท่ี
ของเจา้ หนี้และผคู้ ้าประกัน ให้เปน็ ไปตามมาตรา ๖๘๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ซง่ึ แกไ้ ขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั นิ ้ี
มาตรา ๒๐ ในกรณที เี่ จา้ หน้กี ระทำการใด ๆ นบั แตว่ ันท่ีพระราชบญั ญตั นิ ้ใี ช้บงั คบั
อนั มผี ลเปน็ การลดจำนวนหนีท้ ม่ี ีการคา้ ประกัน รวมทัง้ ดอกเบี้ย คา่ สินไหมทดแทน หรอื คา่
ภาระติดพันอันเปน็ อปุ กรณ์แห่งหน้ีรายนั้น ใหผ้ คู้ า้ ประกนั เปน็ อนั หลุดพ้นจากการค้า
ประกนั ตามเงอื่ นไขทบ่ี ญั ญัตไิ วใ้ นมาตรา ๖๙๑ วรรคหนึง่ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ซง่ึ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิน้ี
มาตรา ๒๑ บทบญั ญตั ิตามมาตรา ๗๒๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ยซ์ งึ่ แกไ้ ข
เพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญตั นิ ้ี ใหใ้ ช้กับสญั ญาจำนองทย่ี ังมผี ลบงั คบั อยใู่ นวนั ที่
พระราชบญั ญตั นิ ใี้ ชบ้ งั คบั ด้วย
มาตรา ๒๒ บทบญั ญตั ิตามมาตรา ๗๒๘ และมาตรา ๗๓๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ซงึ่ แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญตั ิน้ี ใหใ้ ชบ้ งั คับกบั การบังคบั จำนองที่ทำ
ขึ้นนบั แตว่ นั ทพี่ ระราชบญั ญตั นิ ใี้ ชบ้ งั คบั ดว้ ย
มาตรา ๒๓ บทบญั ญตั ติ ามมาตรา ๗๓๗ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ซง่ึ แก้ไข
เพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหใ้ ชบ้ งั คบั กบั กรณีท่ผี รู้ ับโอนตอ้ งการไถ่ถอนจำนองเมื่อมี
การบอกกลา่ วบังคับจำนองตามมาตรา ๗๓๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยซ์ ่ึง
แกไ้ ขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิน้ี
มาตรา ๒๔ ใหร้ ัฐมนตรวี า่ การกระทรวงพาณิชยร์ ักษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ฉิ บบั น้ี คือ โดยทบ่ี ทบญั ญัตขิ อง
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยท์ ่ีใช้บงั คบั อยูใ่ นปัจจบุ ันยงั ไมเ่ พยี งพอทจี่ ะคมุ้ ครองสทิ ธิ
และใหค้ วามเป็นธรรมแก่ผูค้ ้าประกนั และผ้จู ำนองซงึ่ มใิ ชล่ กู หนช้ี น้ั ต้น แตเ่ ป็นเพยี ง
บคุ คลภายนอกทย่ี อมผกู พนั ตนตอ่ เจ้าหน้ใี นการทีจ่ ะชำระหน้แี ทนลกู หนเี้ ทา่ น้ัน โดย
ข้อเท็จจรงิ ในทางปฏบิ ตั ปิ รากฏวา่ เจา้ หนส้ี ว่ นใหญซ่ งึ่ เป็นสถาบันการเงินหรือผ้ปู ระกอบ
อาชีพให้กู้ยืม มกั จะอาศัยอำนาจตอ่ รองทีส่ ูงกวา่ หรือความได้เปรียบในทางการเงินกำหนด
ข้อตกลงอนั เป็นการยกเวน้ สิทธขิ องผคู้ า้ ประกนั หรือผู้จำนองตามท่กี ฎหมายบญั ญตั ไิ ว้ หรอื
ให้ค้าประกนั หรือผจู้ ำนองตอ้ งรบั ผดิ เสมอื นเปน็ ลูกหนี้ชน้ั ตน้ กรณีจงึ สง่ ผลใหผ้ ู้คา้ ประกนั
หรือผจู้ ำนองซงึ่ เป็นประชาชนทัว่ ไปไมไ่ ด้รบั ความคมุ้ ครองตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
รวมทั้งต้องกลายเปน็ ผู้ถกู ฟ้องล้มละลายอีกเปน็ จำนวนมาก ดังน้นั เพ่ือสรา้ งความเปน็ ธรรม
ให้แก่ผู้คา้ ประกนั และผจู้ ำนอง จงึ จำเปน็ ตอ้ งตราพระราชบัญญตั นิ ี้
พระราชบัญญตั แิ ก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๒๑) พ.ศ.
๒๕๕๘[๒๔๑]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ีใ้ ห้ใชบ้ งั คบั ตง้ั แตว่ นั ถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เปน็ ตน้ ไป
มาตรา ๘ ข้อตกลงใดท่ไี ดท้ ำข้ึนระหวา่ งวนั ทพ่ี ระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพ่ิมเติมประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ มผี ลใชบ้ งั คับจนถงึ วันกอ่ นวนั ที่
พระราชบัญญตั นิ ใี้ ชบ้ งั คับ ให้ยงั คงใชบ้ ังคับตอ่ ไปไดเ้ ทา่ ทไ่ี มข่ ดั หรอื แยง้ กับบทบญั ญตั ิ
แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยซ์ ึ่งแก้ไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตนิ ี้
มาตรา ๙ ในกรณีทเี่ จา้ หนี้กระทำการใด ๆ ระหวา่ งวันท่พี ระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพิ่มเตมิ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ มผี ลใชบ้ ังคบั จนถงึ วันกอ่ น
วันท่พี ระราชบัญญตั นิ ใี้ ช้บงั คับ อนั มผี ลเป็นการลดจำนวนหนีท้ ีม่ ีการค้าประกนั รวมท้ัง
ดอกเบยี้ ค่าสนิ ไหมทดแทน หรอื คา่ ภาระตดิ พนั อนั เป็นอปุ กรณแ์ ห่งหนี้รายนน้ั ใหเ้ จา้ หน้ี
มีหนงั สือแจง้ ใหผ้ ้คู า้ ประกันทราบถงึ การลดหนดี้ ังกล่าวภายในหกสบิ วนั นบั แตว่ นั ที่
พระราชบัญญตั นิ ใี้ ชบ้ ังคบั และใหผ้ ู้คา้ ประกันเปน็ อนั หลดุ พน้ จากการค้าประกนั ตาม
เงอ่ื นไขทบ่ี ัญญตั ไิ ว้ในมาตรา ๖๙๑ วรรคหนง่ึ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยซ์ ่ึง
แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิน้ี
มาตรา ๑๐ ให้รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงพาณชิ ยร์ ักษาการตามพระราชบัญญตั นิ ี้
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ิฉบบั นี้ คอื โดยท่เี ปน็ การสมควร
แกไ้ ขบทบญั ญตั ขิ องประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยใ์ นเรื่องการคา้ ประกนั และจำนอง
เพื่อให้มคี วามเหมาะสมแก่การประกอบธรุ กจิ ในปจั จุบนั สมควรกำหนดให้ผู้คา้ ประกนั ที่
เป็นนติ บิ ุคคลสามารถผกู พนั ตนเพื่อรบั ผิดอยา่ งลกู หน้ีรว่ มได้ รวมทงั้ สามารถทำขอ้ ตกลง
ลว่ งหนา้ ยนิ ยอมให้มีการผอ่ นเวลาได้ หากเปน็ สถาบันการเงนิ หรือประกอบอาชีพคา้ ประกนั
เพอื่ สินจา้ งเป็นปกตธิ ุระ จึงจำเปน็ ตอ้ งตราพระราชบญั ญัตนิ ี้
พระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๒๒) พ.ศ.
๒๕๕๘[๒๔๒]
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ใี้ หใ้ ช้บงั คบั ตงั้ แตว่ นั ถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
เปน็ ตน้ ไป
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบัญญตั ิฉบบั นี้ คือ เนอื่ งจากกฎหมายว่า
ด้วยหลกั ประกนั ทางธรุ กจิ ได้บัญญตั ใิ หส้ ามารถนำสทิ ธิเรียกร้องมาเปน็ หลักประกนั การชำระ
หนไี้ ดโ้ ดยไมต่ อ้ งส่งมอบการครอบครอง จึงสมควรแกไ้ ขให้สิทธติ ามสัญญาหลกั ประกนั ทาง
ธรุ กิจเหนอื สิทธเิ รียกร้องท่นี ำมาเปน็ หลกั ประกันตกไปเปน็ ของผรู้ บั โอนเม่อื มกี ารโอนสทิ ธิ
เรียกรอ้ งนัน้ ไปเช่นเดียวกับสิทธิจำนอง จำนำ หรอื คา้ ประกนั จงึ จำเป็นตอ้ งตรา
พระราชบัญญตั ินี้
คำสง่ั หวั หนา้ คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี ๒๑/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขเพมิ่ เติมกฎหมาย
เพอ่ื อำนวยความสะดวกในการประกอบธรุ กิจ[๒๔๓]
ขอ้ ๑๗ ในกรณที ่ีกฎหมาย กฎ หรือระเบยี บใดกำหนดใหผ้ ขู้ อรบั อนมุ ตั ิ อนญุ าต หรือ
ใบอนุญาต หรอื ผ้ยู ่ืนขอจดทะเบยี นหรอื จดแจง้ หรือผูแ้ จ้ง ตอ้ งใช้เอกสารที่ทางราชการ
ออกใหแ้ ก่ผนู้ น้ั เพอื่ ประกอบการพจิ ารณาหรือดำเนนิ การ ให้เป็นหน้าที่ของผู้มอี ำนาจ
อนมุ ตั ิ อนุญาต ออกใบอนญุ าต รบั จดทะเบยี น รับจดแจ้ง หรือรับแจ้งนนั้ ที่จะต้อง
ดำเนนิ การให้หนว่ ยงานท่อี อกเอกสารราชการเช่นว่าน้ันสง่ ขอ้ มลู หรอื สำเนาเอกสารดงั กล่าว
มาเพอ่ื ประกอบการพจิ ารณาหรือดำเนนิ การ ในกรณที ผ่ี ้มู อี ำนาจดงั กลา่ วประสงคไ์ ดส้ ำเนา
เอกสารนนั้ จากผขู้ อรับอนุมตั ิ อนญุ าต หรือใบอนญุ าต หรอื ผู้ยนื่ ขอจดทะเบียนหรือจดแจง้
หรือผ้แู จง้ ใหผ้ มู้ อี ำนาจนั้นเปน็ ผ้จู ัดทำสำเนาเอกสารดังกล่าวเอง เพอ่ื ประโยชน์แห่งการน้ี
ห้ามมใิ ห้เรียกเกบ็ คา่ ใชจ้ า่ ยท่เี กดิ จากการทำสำเนาดงั กลา่ วจากผูข้ อรบั อนมุ ตั ิ อนุญาต
หรอื ใบอนญุ าตหรอื ผู้ยนื่ ขอจดทะเบยี นหรือจดแจ้ง หรือผู้แจง้
ข้อ ๑๘ คำสง่ั นใ้ี ห้ใชบ้ งั คับต้งั แต่วนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
กองกฎหมายไทย/ปรบั ปรุง
๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗
นสุ รา/เพ่ิมเตมิ
๗ เมษายน ๒๕๖๐
[๑] ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม ๔๒/-/หนา้ ๑/๑๑ พฤศจกิ ายน ๒๔๖๘
[๒] ราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๔๒/หนา้ ๑/๘ เมษายน ๒๕๓๕
[๓] มาตรา ๒๑๔ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๘
[๔] มาตรา ๒๕๓ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติแก้ไขเพ่มิ เติมประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๑
[๕] มาตรา ๒๕๗ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๑
[๖] มาตรา ๓๐๕ วรรคหน่ึง แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั แิ ก้ไขเพ่มิ เติมประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๒๒) พ.ศ. ๒๕๕๘
[๗] ราชกิจจานุเบกษา เลม่ ๔๕/-/หน้า ๑/๑ มกราคม ๒๔๗๑
[๘] มาตรา ๔๕๖ แกไ้ ขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๙] มาตรา ๔๙๒ แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัตแิ ก้ไขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๑
[๑๐] มาตรา ๔๙๖ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพ่ิมเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๑
[๑๑] มาตรา ๔๙๙ วรรคสอง เพ่มิ โดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๑
[๑๒] มาตรา ๖๕๓ วรรคหน่งึ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๑๓] มาตรา ๖๗๕ วรรคสอง แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพ่ิมเติมประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๑๔] มาตรา ๖๘๑ แก้ไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
[๑๕] มาตรา ๖๘๑/๑ เพม่ิ โดยพระราชบัญญตั ิแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
(ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
[๑๖] มาตรา ๖๘๑/๑ วรรคสอง เพ่ิมโดยพระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๒๑) พ.ศ. ๒๕๕๘
[๑๗] มาตรา ๖๘๕/๑ แกไ้ ขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตแิ ก้ไขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๕๘
[๑๘] มาตรา ๖๘๖ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพ่มิ เติมประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
[๑๙] มาตรา ๖๙๑ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
[๒๐] มาตรา ๖๙๑ วรรคหน่งึ แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพ่ิมเติมประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๒๑) พ.ศ. ๒๕๕๘
[๒๑] มาตรา ๗๐๐ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
[๒๒] มาตรา ๗๐๐ วรรคสาม เพม่ิ โดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๒๑) พ.ศ. ๒๕๕๘
[๒๓] มาตรา ๗๐๓ วรรคสอง (๑) แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพิ่มเติมประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๒๔] มาตรา ๗๑๔/๑ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณิชย์ (ฉบับท่ี ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
[๒๕] มาตรา ๗๒๗ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัตแิ ก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
[๒๖] มาตรา ๗๒๗/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบับท่ี ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
[๒๗] มาตรา ๗๒๗/๑ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๒๑) พ.ศ. ๒๕๕๘
[๒๘] มาตรา ๗๒๘ แก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
[๒๙] มาตรา ๗๒๙ แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
[๓๐] มาตรา ๗๒๙/๑ เพม่ิ โดยพระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณิชย์ (ฉบับท่ี ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
[๓๑] มาตรา ๗๓๓ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๘
[๓๒] มาตรา ๗๓๕ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
[๓๓] มาตรา ๗๓๗ แกไ้ ขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบับท่ี ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
[๓๔] มาตรา ๗๔๔ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
[๓๕] มาตรา ๑๐๑๖ แกไ้ ขเพมิ่ เติมโดยคำสงั่ หวั หน้าคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๒๑/
๒๕๖๐ เร่ือง การแกไ้ ขเพ่ิมเติมกฎหมายเพอ่ื อำนวยความสะดวกในการประกอบธรุ กิจ
[๓๖] มาตรา ๑๐๒๐ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๓๗] มาตรา ๑๐๒๐/๑ เพ่มิ โดยคำส่งั หวั หนา้ คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี ๒๑/๒๕๖๐ เรื่อง
การแก้ไขเพมิ่ เติมกฎหมายเพือ่ อำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกจิ
[๓๘] มาตรา ๑๐๒๓ แก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๓๙] มาตรา ๑๐๒๓/๑ เพ่ิมโดยพระราชบญั ญัตแิ ก้ไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๔๐] มาตรา ๑๐๖๔/๑ เพ่ิมโดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๕) พ.ศ. ๒๕๔๙
[๔๑] มาตรา ๑๐๖๔/๒ เพมิ่ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๔๙
[๔๒] มาตรา ๑๐๗๘/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๔๙
[๔๓] มาตรา ๑๐๗๘/๒ เพิ่มโดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๕) พ.ศ. ๒๕๔๙
[๔๔] มาตรา ๑๐๙๖ แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๓๕
[๔๕] มาตรา ๑๐๙๖ ทวิ ยกเลกิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๓๕
[๔๖] มาตรา ๑๐๙๗ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๔๗] มาตรา ๑๑๐๒ แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๒๑
[๔๘] มาตรา ๑๑๐๓ ยกเลกิ โดยพระราชบัญญตั แิ ก้ไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๒๑
[๔๙] มาตรา ๑๑๐๘ (๑) แก้ไขเพ่มิ เตมิ โดยคำสง่ั หวั หน้าคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ท่ี
๒๑/๒๕๖๐ เร่ือง การแกไ้ ขเพิม่ เตมิ กฎหมายเพอ่ื อำนวยความสะดวกในการประกอบธรุ กจิ
[๕๐] มาตรา ๑๑๑๑ วรรคห้า ยกเลิกโดยพระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบับท่ี ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๕๑] มาตรา ๑๑๑๑/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๕๒] มาตรา ๑๑๑๖ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตแิ ก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๕๓] มาตรา ๑๑๑๗ แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๗ (ฉบบั ที่ ๒)
[๕๔] มาตรา ๑๑๒๗ วรรคสอง แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญตั แิ ก้ไขเพ่ิมเติมประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๕๕] มาตรา ๑๑๒๘ วรรคหนึง่ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยคำสง่ั หวั หนา้ คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ
ท่ี ๒๑/๒๕๖๐ เรอื่ ง การแกไ้ ขเพิ่มเตมิ กฎหมายเพอ่ื อำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ
[๕๖] มาตรา ๑๑๔๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพ่ิมเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๕๗] มาตรา ๑๑๔๗ ยกเลิกโดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๕๘] มาตรา ๑๑๕๓/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๕) พ.ศ. ๒๕๔๙
[๕๙] มาตรา ๑๑๕๗ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัตแิ ก้ไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบับท่ี ๑๕) พ.ศ. ๒๕๔๙
[๖๐] มาตรา ๑๑๗๕ แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๖๑] มาตรา ๑๑๙๔ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๖๒] มาตรา ๑๑๙๙ วรรคหนง่ึ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญตั ิแก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๖๓] มาตรา ๑๒๐๑ วรรคส่ี เพ่มิ โดยคำสัง่ หวั หน้าคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี ๒๑/๒๕๖๐
เรื่อง การแก้ไขเพ่มิ เตมิ กฎหมายเพ่อื อำนวยความสะดวกในการประกอบธรุ กจิ
[๖๔] มาตรา ๑๒๐๔ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๖๕] มาตรา ๑๒๒๒ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๒๑
[๖๖] มาตรา ๑๒๒๓ แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๒๑
[๖๗] มาตรา ๑๒๒๖ แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๖๘] มาตรา ๑๒๒๙ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๒๑
[๖๙] มาตรา ๑๒๓๐ ยกเลิกโดยพระราชบญั ญัตแิ ก้ไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๒๑
[๗๐] มาตรา ๑๒๓๑ ยกเลิกโดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๒๑
[๗๑] มาตรา ๑๓๓๒ ยกเลกิ โดยพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๒๑
[๗๒] มาตรา ๑๒๓๓ ยกเลกิ โดยพระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณิชย์ (ฉบับท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๒๑
[๗๓] มาตรา ๑๒๓๔ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๒๑
[๗๔] มาตรา ๑๒๓๕ ยกเลกิ โดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๒๑
[๗๕] มาตรา ๑๒๓๗ (๔) แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๗๖] มาตรา ๑๒๓๗ (๕) เพมิ่ โดยคำสัง่ หัวหนา้ คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี ๒๑/๒๕๖๐
เรอื่ ง การแก้ไขเพิม่ เตมิ กฎหมายเพ่ืออำนวยความสะดวกในการประกอบธรุ กิจ
[๗๗] มาตรา ๑๒๔๐ วรรคหนง่ึ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพิม่ เตมิ ประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๗๘] ส่วนท่ี ๑๑ การถอนทะเบยี นบรษิ ัทรา้ ง มาตรา ๑๒๔๖ ยกเลกิ โดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไข
เพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๗๙] สว่ นที่ ๑๒ การแปรสภาพห้างหุ้นสว่ นจดทะเบยี นและห้างหนุ้ สว่ นจำกดั เป็นบริษัทจำกดั
เพม่ิ โดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๘)
พ.ศ. ๒๕๕๑
[๘๐] มาตรา ๑๒๔๖/๑ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๘๑] มาตรา ๑๒๔๖/๒ เพมิ่ โดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๘๒] มาตรา ๑๒๔๖/๓ เพิม่ โดยพระราชบัญญตั แิ ก้ไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๘๓] มาตรา ๑๒๔๖/๔ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๘๔] มาตรา ๑๒๔๖/๕ เพ่มิ โดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๘๕] มาตรา ๑๒๔๖/๖ เพมิ่ โดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพ่มิ เติมประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๘๖] มาตรา ๑๒๔๖/๗ เพิ่มโดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๘๗] มาตรา ๑๒๔๗ แกไ้ ขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ พุทธศกั ราช ๒๔๗๙
[๘๘] มาตรา ๑๒๕๓ (๑) แก้ไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๘๙] หมวด ๖ การถอนทะเบยี นหา้ งหุ้นสว่ นจดทะเบียนห้างหุ้นสว่ นจำกดั และบรษิ ทั จำกดั
ร้าง มาตรา ๑๒๗๓/๑ ถงึ มาตรา ๑๒๗๓/๔ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพม่ิ เตมิ ประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๙๐] มาตรา ๑๒๗๓/๑ เพม่ิ โดยพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๙๑] มาตรา ๑๒๗๓/๒ เพิ่มโดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบับท่ี ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๙๒] มาตรา ๑๒๗๓/๓ เพิม่ โดยพระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๙๓] มาตรา ๑๒๗๓/๔ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๙๔] ลักษณะ ๒๓ สมาคม มาตรา ๑๒๗๔ ถึงมาตรา ๑๒๙๗ ยกเลกิ โดยพระราชบญั ญตั ใิ ห้
ใชบ้ ทบญั ญตั บิ รรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทไ่ี ดต้ รวจชำระใหม่ พ.ศ.
๒๕๓๕
[๙๕] ราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม ๔๗/-/หนา้ ๔๔๒/๑๘ มนี าคม ๒๔๗๓
[๙๖] มาตรา ๑๓๐๒ แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๙๗] มาตรา ๑๓๒๓ วรรคหนงึ่ (๓) แก้ไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญัตแิ กไ้ ขเพ่ิมเติมประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๙๘] มาตรา ๑๓๒๔ วรรคหน่งึ แกไ้ ขเพมิ่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๙๙] มาตรา ๑๓๒๘ แก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญตั ิแก้ไขเพ่มิ เติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๑๐๐] ราชกจิ จานุเบกษา เลม่ ๕๒/-/หน้า ๔๗๔/๒๙ พฤษภาคม ๒๔๗๘
[๑๐๑] มาตรา ๖ ยกเลกิ โดยพระราชกำหนดแกไ้ ขเพม่ิ เติมพระราชบัญญตั ไิ หไ้ ช้บทบัญญตั ิ
บัพ ๕ แห่งประมวนกดหมายแพ่งและพานชิ พทุ ธสักราช ๒๔๗๗ พุทธสักราช ๒๔๘๖
[๑๐๒] ราชกิจจานุเบกษา เลม่ ๖๐/ตอนท่ี ๓๒/หนา้ ๑๐๘๙/๑๙ มิถนุ ายน ๒๔๘๖
[๑๐๓] ราชกิจจานเุ บกษา เล่ม ๖๐/ตอนท่ี ๔๗/หนา้ ๑๓๔๓/๑๔ กนั ยายน ๒๔๘๖
[๑๐๔] ราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม ๙๓/ตอนท่ี ๑๒๙/ฉบบั พิเศษ หนา้ ๔/๑๕ ตุลาคม ๒๕๑๙
[๑๐๕] บรรพ ๕ แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญตั ใิ หใ้ ชบ้ รรพ ๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ ทไี่ ด้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๙
[๑๐๖] มาตรา ๑๔๓๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัตแิ ก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๐๗] มาตรา ๑๔๓๗ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๐๘] มาตรา ๑๔๓๙ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๐๙] มาตรา ๑๔๔๑ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพ่ิมเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๑๐] มาตรา ๑๔๔๕ แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๐
[๑๑๑] มาตรา ๑๔๔๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติแก้ไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๐
[๑๑๒] มาตรา ๑๔๔๗ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญัตแิ กไ้ ขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๑๓] มาตรา ๑๔๔๗/๑ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญัตแิ ก้ไขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๑๔] มาตรา ๑๔๔๗/๑ วรรคสาม แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๐
[๑๑๕] มาตรา ๑๔๔๗/๒ เพม่ิ โดยพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๑๖] มาตรา ๑๔๖๒ แก้ไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๑๑๗] มาตรา ๑๔๖๔ แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๑๘] มาตรา ๑๔๖๔/๑ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๑๙] มาตรา ๑๔๗๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๒๐] มาตรา ๑๔๗๖/๑ เพม่ิ โดยพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณิชย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๒๑] มาตรา ๑๔๗๗ แกไ้ ขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพ่มิ เติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๒๒] มาตรา ๑๔๘๐ แกไ้ ขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๒๓] มาตรา ๑๔๘๒ แกไ้ ขเพมิ่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพ่มิ เติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๒๔] มาตรา ๑๔๘๓ แกไ้ ขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๒๕] มาตรา ๑๔๘๔ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๒๖] มาตรา ๑๔๘๔/๑ เพมิ่ โดยพระราชบญั ญัตแิ ก้ไขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๒๗] มาตรา ๑๔๘๖ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๒๘] มาตรา ๑๔๘๗ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพมิ่ เติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๒๙] มาตรา ๑๔๙๐ (๑) แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๓๐] มาตรา ๑๔๙๒ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๓๑] มาตรา ๑๔๙๒/๑ เพมิ่ โดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๓๒] มาตรา ๑๔๙๕ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๓๓] มาตรา ๑๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๓๔] มาตรา ๑๔๙๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๓๕] มาตรา ๑๔๙๗/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๓๖] มาตรา ๑๔๙๘ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๓๗] มาตรา ๑๔๙๙ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๓๘] มาตรา ๑๔๙๙/๑ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพ่ิมเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๓๙] มาตรา ๑๕๐๐ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๔๐] เดิมการรอ้ งขอตอ่ ศาลใหส้ ่งั ใหบ้ ุคคลวิกลจรติ เป็นคนไร้ความสามารถอยใู่ นมาตรา ๒๙
แต่โดยผลของพระราชบญั ญัตใิ หใ้ ช้บทบญั ญตั ิบรรพ ๑ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ทไี่ ดต้ รวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕ นน้ั การร้องขอตอ่ ศาลให้สงั่ ให้บคุ คลวกิ ลจรติ
เป็นคนไร้ความสามารถอยใู่ นมาตรา ๒๘ แตโ่ ดยท่ีมาตรา ๑๕ แหง่ พระราชบัญญตั ิใหใ้ ช้
บทบัญญตั บิ รรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ยท์ ีไ่ ดต้ รวจชำระใหม่ พ.ศ.
๒๕๓๕ ใหแ้ ก้เลขมาตรา ๒๙ เป็นมาตรา ๒๘ เฉพาะแตใ่ นมาตรา ๑๔๖๔ และมาตรา
๑๕๑๙ เท่าน้ัน จงึ มไิ ดแ้ ก้ไขเลขมาตราทป่ี รากฏในมาตรา ๑๕๐๘
[๑๔๑] มาตรา ๑๕๑๖ (๑) แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๐
[๑๔๒] มาตรา ๑๕๑๖ (๔/๑) เพม่ิ โดยพระราชบัญญัตแิ กไ้ ขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๔๓] มาตรา ๑๕๑๖ (๔/๒) เพมิ่ โดยพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๔๔] มาตรา ๑๕๑๖ (๕) แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๔๕] มาตรา ๑๕๒๐ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๔๖] มาตรา ๑๕๒๑ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๔๗] มาตรา ๑๕๒๓ วรรคหนงึ่ แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๐
[๑๔๘] มาตรา ๑๕๓๘ แก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๔๙] มาตรา ๑๕๓๙ วรรคหนง่ึ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๕๐] มาตรา ๑๕๔๐ ยกเลิกโดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๕๑] มาตรา ๑๕๔๒ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติแก้ไขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๕๒] มาตรา ๑๕๔๓ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๕๓] มาตรา ๑๕๔๔ แก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๕๔] มาตรา ๑๕๔๕ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๕๕] มาตรา ๑๕๔๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบับท่ี ๑๙) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๑๕๖] มาตรา ๑๕๔๘ แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๕๗] มาตรา ๑๕๕๐ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัตแิ กไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๕๘] มาตรา ๑๕๕๒ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๕๙] มาตรา ๑๕๕๓ ยกเลิกโดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๖๐] มาตรา ๑๕๕๕ วรรคหนงึ่ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญตั ิแก้ไขเพิม่ เตมิ ประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๑๙) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๑๖๑] มาตรา ๑๕๕๗ แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๑๖๒] มาตรา ๑๕๖๖ แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๖๓] มาตรา ๑๕๖๙/๑ เพิ่มโดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๖๔] มาตรา ๑๕๗๔ แก้ไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๖๕] มาตรา ๑๕๘๐ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญัติแกไ้ ขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๖๖] มาตรา ๑๕๘๔/๑ เพ่มิ โดยพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๖๗] มาตรา ๑๕๘๕ วรรคสอง แก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพม่ิ เติมประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๖๘] มาตรา ๑๕๘๖ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติแก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๖๙] มาตรา ๑๕๘๗ (๕) แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพ่ิมเตมิ ประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๗๐] มาตรา ๑๕๘๘ แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๗๑] มาตรา ๑๕๘๙ ยกเลกิ โดยพระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๗๒] มาตรา ๑๕๙๐ แก้ไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๗๓] มาตรา ๑๕๙๑ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแกไ้ ขเพ่มิ เติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๗๔] มาตรา ๑๕๙๒ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๗๕] มาตรา ๑๕๙๓ วรรคสอง แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพิ่มเติมประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๗๖] มาตรา ๑๕๙๘/๖ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพิ่มเตมิ ประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๗๗] มาตรา ๑๕๙๘/๗ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๗๘] มาตรา ๑๕๙๘/๘ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั แิ ก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๗๙] มาตรา ๑๕๙๘/๑๕ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๘๐] มาตรา ๑๕๙๘/๑๖ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๘๑] มาตรา ๑๕๙๘/๑๘ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๘๒] มาตรา ๑๕๙๘/๑๙ แกไ้ ขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๘๓] มาตรา ๑๕๙๘/๒๑ แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๘๔] มาตรา ๑๕๙๘/๒๒ แกไ้ ขเพมิ่ เติมโดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๘๕] มาตรา ๑๕๙๘/๒๓ แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๘๖] มาตรา ๑๕๙๘/๒๔ แกไ้ ขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๘๗] มาตรา ๑๕๙๘/๒๕ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๘๘] มาตรา ๑๕๙๘/๒๖ วรรคสอง เพม่ิ โดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๘๙] มาตรา ๑๕๙๘/๒๗ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพิม่ เติมประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณิชย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๙๐] มาตรา ๑๕๙๘/๓๑ วรรคสาม แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพ่ิมเติมประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๙๑] มาตรา ๑๕๙๘/๓๓ (๑) แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพิม่ เติมประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๙๒] มาตรา ๑๕๙๘/๓๓ (๒) แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพิม่ เติมประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๙๓] มาตรา ๑๕๙๘/๓๓ (๓) แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ ประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๙๔] มาตรา ๑๕๙๘/๓๓ (๘) แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพม่ิ เติมประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๙๕] มาตรา ๑๕๙๘/๓๓ (๙) ยกเลกิ โดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๙๖] มาตรา ๑๕๙๘/๓๕ แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพ่ิมเตมิ ประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณิชย์ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๓
[๑๙๗] มาตรา ๑๕๙๘/๓๗ แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิแกไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๕๑
[๑๙๘] ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ๕๒/-/หน้า ๕๒๙/๗ มถิ นุ ายน ๒๔๗๘
[๑๙๙] มาตรา ๔ ยกเลกิ โดยพระราชกำหนดแกไ้ ขเพม่ิ เติมพระราชบัญญตั ิไห้ไชบ้ ทบัญญตั ิ
บัพ ๖ แหง่ ประมวนกดหมายแพง่ และพานชิ พุทธสกั ราช ๒๔๗๗ พุทธสักราช ๒๔๘๖
[๒๐๐] ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม ๖๐/ตอนท่ี ๓๒/หนา้ ๑๐๙๒/๑๙ มิถุนายน ๒๔๘๖
[๒๐๑] ราชกจิ จานุเบกษา เลม่ ๖๐/ตอนที่ ๔๗/หนา้ ๑๓๔๕/๑๔ กันยายน ๒๔๘๖
[๒๐๒] เดมิ การถึงแก่ความตายดว้ ยเหตสุ าบสูญอยู่ในมาตรา ๖๕ แตโ่ ดยผลของ
พระราชบัญญตั ใิ หใ้ ชบ้ ทบัญญตั ิบรรพ ๑ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ยท์ ีไ่ ด้
ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕ นนั้ การถงึ แกค่ วามตายดว้ ยเหตสุ าบสูญอยใู่ นมาตรา ๖๒
แตโ่ ดยทมี่ าตรา ๑๕ แหง่ พระราชบัญญัตใิ ห้ใช้บทบัญญตั ิบรรพ ๑ แหง่ ประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณิชยท์ ไี่ ดต้ รวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้แก้เลขมาตรา ๖๕ เป็นมาตรา ๖๒
เฉพาะแต่ในมาตรา ๑๖๐๒ เทา่ นน้ั จงึ มิไดแ้ กไ้ ขเลขมาตราที่ปรากฏในมาตรา ๑๖๔๐
[๒๐๓] มาตรา ๑๖๖๙ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๙๕
[๒๐๔] มาตรา ๑๖๗๒ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพ่มิ เติมประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ พุทธศกั ราช ๒๔๗๙
[๒๐๕] มาตรา ๑๖๘๖ แกไ้ ขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญัติแก้ไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ (ฉบับท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๐
[๒๐๖] มาตรา ๑๖๘๘ วรรคสอง แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญตั ิแก้ไขเพิม่ เติมประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบบั ที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๒๐๗] มาตรา ๑๗๐๒ วรรคสาม แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั แิ กไ้ ขเพ่ิมเตมิ ประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (ฉบับท่ี ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๒๐๘] ราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ๔๒/-/หนา้ ๑/๑๑ พฤศจกิ ายน ๒๔๖๘