มาตรา ๗๑๕ ทรพั ย์สนิ ซง่ึ จำนองย่อมเปน็ ประกนั เพ่ือการชำระหน้ีกบั ทัง้ คา่ อปุ กรณ์ตอ่ ไปนี้
ดว้ ย คอื
(๑) ดอกเบย้ี
(๒) คา่ สินไหมทดแทนในการไมช่ ำระหนี้
(๓) คา่ ฤชาธรรมเนยี มในการบงั คับจำนอง
มาตรา ๗๑๖ จำนองย่อมครอบไปถงึ บรรดาทรพั ยส์ ินซงึ่ จำนองหมดทกุ สงิ่ แมจ้ ะไดช้ ำระหนี้
แลว้ บางสว่ น
มาตรา ๗๑๗ แมว้ า่ ทรพั ย์สินซงึ่ จำนองจะแบง่ ออกเป็นหลายสว่ นกต็ าม ท่านวา่ จำนองก็
ยังคงครอบไปถงึ ส่วนเหล่านนั้ หมดทุกส่วนดว้ ยกนั อยนู่ นั่ เอง
ถึงกระน้นั ก็ดี ถ้าผ้รู ับจำนองยนิ ยอมดว้ ย ทา่ นวา่ จะโอนทรพั ย์สนิ สว่ นหนึง่ สว่ นใดไปปลอด
จากจำนองก็ใหท้ ำได้ แต่ความยนิ ยอมดังว่านห้ี ากมไิ ด้จดทะเบยี น ทา่ นวา่ จะยกเอาข้ึนเปน็
ข้อตอ่ สู้แกบ่ คุ คลภายนอกหาไดไ้ ม่
มาตรา ๗๑๘ จำนองยอ่ มครอบไปถึงทรพั ยท์ ัง้ ปวงอนั ติดพันอยู่กบั ทรพั ย์สินซ่งึ จำนอง แต่
ตอ้ งอยู่ภายในบงั คบั ซึง่ ทา่ นจำกัดไวใ้ นสามมาตราตอ่ ไปนี้
มาตรา ๗๑๙ จำนองทดี่ นิ ไมค่ รอบไปถงึ เรือนโรงอนั ผจู้ ำนองปลกู สร้างลงในทด่ี นิ ภายหลงั
วนั จำนอง เวน้ แตจ่ ะมีขอ้ ความกล่าวไวโ้ ดยเฉพาะในสัญญาวา่ ใหค้ รอบไปถงึ
แตก่ ระนั้นก็ดี ผ้รู ับจำนองจะใหข้ ายเรอื นโรงนนั้ รวมไปกับที่ดินดว้ ยกไ็ ด้ แต่ผู้รบั จำนองอาจ
ใชบ้ ุรมิ สทิ ธขิ องตนไดเ้ พยี งแก่ราคาท่ดี ินเท่านน้ั
มาตรา ๗๒๐ จำนองเรอื นโรงหรอื สงิ่ ปลูกสร้างอยา่ งอ่ืนซึง่ ได้ทำขน้ึ ไวบ้ นดนิ หรือใตด้ นิ ใน
ทด่ี ินอนั เปน็ ของคนอน่ื เขานน้ั ยอ่ มไมค่ รอบไปถงึ ทด่ี ินนนั้ ดว้ ย ฉันใดกลับกนั ก็ฉันน้นั
มาตรา ๗๒๑ จำนองไมค่ รอบไปถงึ ดอกผลแหง่ ทรพั ย์สินซง่ึ จำนอง เวน้ แตใ่ นเมอื่ ผู้รับ
จำนองไดบ้ อกกลา่ วแกผ่ จู้ ำนองหรือผรู้ ับโอนแลว้ วา่ ตนจำนงจะบงั คบั จำนอง
หมวด ๓
สทิ ธิและหน้าทข่ี องผรู้ บั จำนองและผู้จำนอง
มาตรา ๗๒๒ ถา้ ทรพั ย์สินไดจ้ ำนองแลว้ และภายหลงั ทีจ่ ดทะเบียนจำนองมีจดทะเบยี น
ภาระจำยอมหรอื ทรัพยสทิ ธิอยา่ งอื่น โดยผูร้ บั จำนองมิไดย้ นิ ยอมดว้ ยไซร้ ท่านวา่ สทิ ธิจำนอง
ย่อมเปน็ ใหญก่ วา่ ภาระจำยอมหรือทรพั ยสิทธอิ ยา่ งอนื่ นั้น หากวา่ เป็นทีเ่ ส่อื มเสียแก่สทิ ธขิ อง
ผ้รู ับจำนองในเวลาบงั คบั จำนองกใ็ หล้ บสทิ ธทิ ่ีกล่าวหลังน้นั เสยี จากทะเบยี น
มาตรา ๗๒๓ ถ้าทรัพยส์ ินซงึ่ จำนองบุบสลาย หรอื ถา้ ทรัพยส์ ินซงึ่ จำนองแตส่ ่ิงใดสิ่งหน่งึ
สูญหายหรือบบุ สลาย เป็นเหตใุ ห้ไม่เพยี งพอแก่การประกนั ไซร้ ทา่ นวา่ ผ้รู บั จำนองจะ
บงั คบั จำนองเสียในทนั ทกี ็ได้ เวน้ แตเ่ มอื่ เหตนุ น้ั มไิ ด้เปน็ เพราะความผิดของผู้จำนอง และผู้
จำนองก็เสนอจะจำนองทรัพย์สินอ่ืนแทนให้มีราคาเพียงพอ หรือเสนอจะรับซ่อมแซมแกไ้ ข
ความบบุ สลายน้นั ภายในเวลาอนั สมควรแกเ่ หตุ
มาตรา ๗๒๔ ผู้จำนองใดได้จำนองทรัพยส์ นิ ของตนไวเ้ พอื่ ประกันหนอี้ ันบคุ คลอ่ืนจะตอ้ ง
ชำระแล้วและเข้าชำระหนี้เสียเองแทนลูกหนี้เพอ่ื จะปดั ป้องมใิ หต้ อ้ งบังคบั จำนอง ทา่ นวา่ ผู้
จำนองน้ันชอบท่ีจะได้รบั เงินใชค้ ืนจากลกู หนต้ี ามจำนวนทต่ี นไดช้ ำระไป
ถา้ วา่ ตอ้ งบงั คับจำนอง ท่านวา่ ผจู้ ำนองชอบท่จี ะได้รบั เงินใชค้ ืนจากลูกหนต้ี ามจำนวนซ่งึ
ผู้รับจำนองจะได้รบั ใช้หน้จี ากการบังคบั จำนองนนั้
มาตรา ๗๒๕ เมอื่ บคุ คลสองคนหรือกวา่ นน้ั ต่างไดจ้ ำนองทรัพย์สินแหง่ ตนเพอ่ื ประกนั หน้ี
แตร่ ายหนงึ่ รายเดียวอนั บุคคลอื่นจะต้องชำระและมไิ ด้ระบุลำดับไวไ้ ซร้ ท่านวา่ ผู้จำนองซง่ึ ได้
เป็นผชู้ ำระหนี้ หรอื เปน็ เจ้าของทรัพยส์ ินซง่ึ ต้องบังคับจำนองนน้ั หามสี ทิ ธจิ ะไลเ่ บ้ียเอาแกผ่ ู้
จำนองอื่น ๆ ตอ่ ไปได้ไม่
มาตรา ๗๒๖ เม่ือบคุ คลหลายคนตา่ งไดจ้ ำนองทรพั ย์สนิ แหง่ ตนเพอ่ื ประกนั หน้ีแต่รายหนง่ึ
รายเดียวอนั บคุ คลอนื่ จะต้องชำระและไดร้ ะบุลำดบั ไว้ดว้ ยไซร้ ท่านวา่ การทผ่ี ูร้ บั จำนองยอม
ปลดหนี้ให้แกผ่ ู้จำนองคนหนง่ึ น้นั ยอ่ มทำใหผ้ ูจ้ ำนองคนหลัง ๆ ได้หลดุ พน้ ดว้ ยเพยี งขนาด
ท่ีเขาตอ้ งรบั ความเสยี หายแตก่ ารน้ัน
มาตรา ๗๒๗[๒๕] ให้นำบทบญั ญตั มิ าตรา ๖๙๑ มาตรา ๖๙๗ มาตรา ๗๐๐ และมาตรา
๗๐๑ มาใชบ้ งั คบั กบั กรณีท่บี ุคคลจำนองทรพั ย์สินเพอ่ื ประกันหนอี้ นั บุคคลอ่ืนจะต้องชำระ
ด้วยโดยอนโุ ลม
มาตรา ๗๒๗/๑[๒๖] ไม่วา่ กรณจี ะเป็นประการใด ผู้จำนองซึ่งจำนองทรัพย์สนิ ของตนไวเ้ พือ่
ประกนั หน้อี นั บคุ คลอน่ื จะตอ้ งชำระ ไมต่ อ้ งรับผดิ ในหนน้ี นั้ เกินราคาทรัพยส์ นิ ทจ่ี ำนองใน
เวลาทบ่ี งั คบั จำนองหรือเอาทรพั ย์จำนองหลดุ
ข้อตกลงใดอนั มผี ลใหผ้ ู้จำนองรบั ผดิ เกินทีบ่ ญั ญตั ไิ วใ้ นวรรคหนง่ึ หรือให้ผู้จำนองรับผดิ
อยา่ งผคู้ า้ ประกัน ขอ้ ตกลงนนั้ เป็นโมฆะ ไมว่ า่ ขอ้ ตกลงนน้ั จะมีอยใู่ นสญั ญาจำนองหรอื ทำ
เปน็ ข้อตกลงตา่ งหาก ทัง้ น้ี เวน้ แตเ่ ป็นกรณที น่ี ติ บิ ุคคลเปน็ ลกู หนแี้ ละบคุ คลผมู้ อี ำนาจใน
การจัดการตามกฎหมายหรือบุคคลทม่ี ีอำนาจควบคุมการดำเนนิ งานของนติ บิ ุคคลนนั้ เปน็ ผู้
จำนองทรัพยส์ นิ ของตนไวเ้ พือ่ ประกนั หน้ีนนั้ ของนติ บิ ุคคลและผ้จู ำนองไดท้ ำสญั ญาคา้
ประกนั ไว้เปน็ สัญญาตา่ งหาก[๒๗]
หมวด ๔
การบังคบั จำนอง
มาตรา ๗๒๘[๒๘] เม่ือจะบงั คบั จำนองนน้ั ผู้รบั จำนองต้องมีหนงั สอื บอกกล่าวไปยงั ลกู หนี้
ก่อนวา่ ใหช้ ำระหนี้ภายในเวลาอนั สมควรซงึ่ ตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่าหกสบิ วนั นบั แต่วนั ท่ีลูกหนี้
ไดร้ บั คำบอกกลา่ วนน้ั ถ้าและลกู หนี้ละเลยเสียไมป่ ฏบิ ตั ติ ามคำบอกกล่าว ผู้รบั จำนองจะฟ้อง
คดตี อ่ ศาลเพ่อื ให้พิพากษาสั่งใหย้ ึดทรพั ย์สินซึง่ จำนองและใหข้ ายทอดตลาดกไ็ ด้
ในกรณตี ามวรรคหนง่ึ ถ้าเปน็ กรณีผจู้ ำนองซงึ่ จำนองทรพั ย์สนิ ของตนไวเ้ พ่อื ประกนั หน้ีอนั
บุคคลอ่ืนต้องชำระ ผูร้ ับจำนองต้องสง่ หนงั สอื บอกกลา่ วดังกลา่ วใหผ้ ู้จำนองทราบภายในสิบ
ห้าวนั นบั แต่วนั ทสี่ ง่ หนงั สอื แจง้ ใหล้ ูกหนี้ทราบ ถ้าผรู้ ับจำนองมไิ ดด้ ำเนนิ การภายใน
กำหนดเวลาสิบห้าวนั นนั้ ใหผ้ จู้ ำนองเช่นวา่ นน้ั หลุดพ้นจากความรับผดิ ในดอกเบยี้ และคา่
สินไหมทดแทนซง่ึ ลกู หน้คี า้ งชำระ ตลอดจนคา่ ภาระติดพนั อนั เปน็ อปุ กรณ์แหง่ หน้รี ายนน้ั
บรรดาท่ีเกดิ ข้นึ นับแตว่ นั ท่ีพน้ กำหนดเวลาสบิ หา้ วนั ดังกลา่ ว
มาตรา ๗๒๙[๒๙] ในการบังคบั จำนองตามมาตรา ๗๒๘ ถา้ ไม่มกี ารจำนองรายอนื่ หรอื
บรุ มิ สิทธอิ ่ืนอันได้จดทะเบียนไวเ้ หนือทรพั ยส์ นิ อันเดียวกนั น้ี ผ้รู ับจำนองจะฟ้องคดตี อ่ ศาล
เพอื่ เรียกเอาทรัพย์จำนองหลุดภายในบังคับแหง่ เง่อื นไขดงั จะกลา่ วต่อไปนแี้ ทนการขาย
ทอดตลาดก็ได้
(๑) ลกู หน้ีได้ขาดส่งดอกเบยี้ มาแล้วเป็นเวลาถงึ ห้าปี และ
(๒) ผ้รู บั จำนองแสดงใหเ้ ปน็ ที่พอใจแก่ศาลว่าราคาทรัพยส์ นิ นนั้ น้อยกว่าจำนวนเงนิ อนั คา้ ง
ชำระ
มาตรา ๗๒๙/๑[๓๐] เวลาใด ๆ หลงั จากทีห่ น้ถี งึ กำหนดชำระ ถ้าไม่มีการจำนองรายอนื่ หรอื
บุริมสทิ ธอิ ืน่ อนั ได้จดทะเบยี นไวเ้ หนอื ทรัพย์สนิ อันเดยี วกนั นี้ ผู้จำนองมสี ิทธแิ จง้ เปน็ หนังสอื
ไปยังผู้รับจำนองเพื่อใหผ้ ู้รับจำนองดำเนินการใหม้ ีการขายทอดตลาดทรพั ย์สนิ ท่ีจำนองโดย
ไม่ตอ้ งฟอ้ งเป็นคดตี ่อศาล โดยผู้รับจำนองตอ้ งดำเนินการขายทอดตลาดทรพั ย์สินท่จี ำนอง
ภายในเวลาหนง่ึ ปีนับแต่วนั ทไ่ี ดร้ ับหนงั สอื แจง้ นน้ั ทง้ั นี้ ใหถ้ อื วา่ หนงั สือแจ้งของผู้จำนอง
เปน็ หนังสอื ยนิ ยอมใหข้ ายทอดตลาด
ในกรณที ่ผี ้รู ับจำนองไมไ่ ดด้ ำเนนิ การขายทอดตลาดทรพั ย์สินทจ่ี ำนองภายในระยะเวลาท่ี
กำหนดไว้ในวรรคหนงึ่ ให้ผูจ้ ำนองพน้ จากความรับผดิ ในดอกเบ้ียและค่าสนิ ไหมทดแทน
ซ่ึงลูกหนค้ี า้ งชำระ ตลอดจนคา่ ภาระติดพนั อันเป็นอปุ กรณแ์ หง่ หนรี้ ายน้นั บรรดาทีเ่ กิดขึน้
ภายหลงั วนั ท่พี น้ กำหนดเวลาดงั กลา่ ว
เม่ือผู้รบั จำนองขายทอดตลาดทรพั ยส์ นิ ท่ีจำนองได้เงนิ สทุ ธจิ ำนวนเท่าใด ผรู้ บั จำนองตอ้ ง
จัดสรรชำระหน้ีและอุปกรณ์ใหเ้ สร็จสิ้นไป ถา้ ยงั มีเงินเหลือกต็ อ้ งสง่ คนื ใหแ้ ก่ผูจ้ ำนอง หรอื
แกบ่ คุ คลผคู้ วรจะได้เงนิ นั้น แตถ่ า้ ได้เงินนอ้ ยกว่าจำนวนท่ีคา้ งชำระ ใหเ้ ป็นไปตามท่ี
กำหนดไว้ในมาตรา ๗๓๓ และในกรณที ่ผี ู้จำนองเป็นบคุ คลซง่ึ จำนองทรัพยส์ ินเพอ่ื ประกนั
หน้ีอันบคุ คลอนื่ จะตอ้ งชำระ ผจู้ ำนองย่อมรบั ผดิ เพียงเท่าท่ีมาตรา ๗๒๗/๑ กำหนดไว้
มาตรา ๗๓๐ เมอื่ ทรพั ย์สินอนั หนงึ่ อนั เดยี วไดจ้ ำนองแก่ผูร้ ับจำนองหลายคนด้วยกนั ทา่ น
ใหถ้ ือลำดับผู้รับจำนองเรียงตามวนั และเวลาจดทะเบียน และผู้รับจำนองคนก่อนจกั ได้รับใช้
หนีก้ อ่ นผู้รบั จำนองคนหลงั
มาตรา ๗๓๑ อนั ผรู้ ับจำนองคนหลงั จะบงั คับตามสิทธขิ องตนให้เสยี หายแก่ผู้รบั จำนองคน
กอ่ นนน้ั ทา่ นว่าหาอาจทำไดไ้ ม่
มาตรา ๗๓๒ ทรัพยส์ นิ ซง่ึ จำนองขายทอดตลาดได้เงนิ เปน็ จำนวนสุทธิเท่าใด ทา่ นให้
จัดใชแ้ ก่ผรู้ บั จำนองเรียงตามลำดับ และถา้ ยงั มเี งินเหลอื อยอู่ กี ก็ให้ส่งมอบแกผ่ ้จู ำนอง
มาตรา ๗๓๓[๓๑] ถา้ เอาทรพั ยจ์ ำนองหลดุ และราคาทรพั ย์สนิ น้นั มปี ระมาณต่ากวา่ จำนวนเงนิ
ท่ีคา้ งชำระกันอยูก่ ด็ ี หรอื ถา้ เอาทรัพย์สินซงึ่ จำนองออกขายทอดตลาดใชห้ น้ี ได้เงินจำนวน
สทุ ธินอ้ ยกวา่ จำนวนเงนิ ที่คา้ งชำระกนั อยู่นนั้ กด็ ี เงินยังขาดจำนวนอยเู่ ทา่ ใดลกู หนี้ไมต่ อ้ งรบั
ผิดในเงินนน้ั
มาตรา ๗๓๔ ถ้าจำนองทรพั ยส์ นิ หลายสง่ิ เพื่อประกันหนแ้ี ต่รายหน่ึงรายเดยี วและมไิ ด้ระบุ
ลำดบั ไวไ้ ซร้ ท่านวา่ ผรู้ บั จำนองจะใชส้ ทิ ธขิ องตนบังคับแก่ทรัพย์สินนนั้ ๆ ทัง้ หมด หรือแต่
เพยี งบางสงิ่ กไ็ ด้ แตท่ า่ นห้ามมิใหท้ ำเชน่ น้นั แก่ทรพั ย์สินมากสิง่ กวา่ ทจ่ี ำเปน็ เพอื่ ใชห้ นี้
ตามสทิ ธิแห่งตน
ถ้าผู้รับจำนองใช้สิทธขิ องตนบงั คบั แก่ทรัพย์สนิ ทั้งหมดพรอ้ มกนั ทา่ นใหแ้ บ่งภาระแหง่ หนี้
นัน้ กระจายไปตามสว่ นราคาแหง่ ทรพั ยส์ นิ นน้ั ๆ เว้นแต่ในกรณีทไี่ ดร้ ะบจุ ำนวนเงนิ จำนอง
ไว้เฉพาะทรัพยส์ นิ แตล่ ะสงิ่ ๆ เปน็ จำนวนเท่าใด ท่านใหแ้ บ่งกระจายไปตามจำนวนเงนิ
จำนองทรี่ ะบุไวเ้ ฉพาะทรพั ย์สง่ิ นั้น ๆ
แตถ่ า้ ผู้รับจำนองใช้สทิ ธิของตนบงั คับแกท่ รพั ย์สินอนั ใดอนั หนง่ึ แต่เพยี งสิง่ เดียวไซร้ ผรู้ บั
จำนองจะใหช้ ำระหนี้อนั เปน็ ส่วนของตนทง้ั หมดจากทรัพย์สินอนั นั้นกไ็ ด้ ในกรณีเชน่ นั้น
ท่านให้ถอื ว่าผรู้ บั จำนองคนถดั ไปโดยลำดบั ย่อมเขา้ รบั ชว่ งสทิ ธขิ องผูร้ ับจำนองคนกอ่ นและ
จะเข้าบังคับจำนองแทนทีค่ นกอ่ นกไ็ ด้แตเ่ พยี งเท่าจำนวนซึ่งผู้รบั จำนองคนก่อนจะพงึ ได้รบั
จากทรัพย์สินอนื่ ๆ ตามบทบัญญตั ิดงั กลา่ วมาในวรรคก่อนนน้ั
มาตรา ๗๓๕[๓๒] เมอื่ ผรู้ บั จำนองคนใดจะบงั คบั จำนองเอาแก่ผรู้ ับโอนทรัพยส์ ินซงึ่ จำนอง
ผรู้ ับจำนองตอ้ งมจี ดหมายบอกกล่าวแก่ผูร้ บั โอนลว่ งหนา้ เปน็ ระยะเวลาไมน่ ้อยกว่าหกสิบวนั
กอ่ น จงึ จะบงั คับจำนองได้
หมวด ๕
สิทธแิ ละหนา้ ทขี่ องผรู้ บั โอนทรพั ยส์ นิ ซ่ึงจำนอง
มาตรา ๗๓๖ ผรู้ ับโอนทรพั ย์สินซึง่ จำนองจะไถถ่ อนจำนองกไ็ ด้ ถา้ หากมิได้เป็นตัวลกู หน้ี
หรอื ผคู้ า้ ประกนั หรือเปน็ ทายาทของลกู หนหี้ รอื ผ้คู า้ ประกนั
มาตรา ๗๓๗[๓๓] ผรู้ บั โอนจะไถถ่ อนจำนองเมอ่ื ใดก็ได้ แตถ่ า้ ผรู้ ับจำนองไดบ้ อกกล่าววา่ จะ
บังคับจำนอง ผูร้ ับโอนตอ้ งไถ่ถอนจำนองภายในหกสิบวนั นบั แตว่ ันรบั คำบอกกลา่ ว
มาตรา ๗๓๘ ผ้รู ับโอนซึ่งประสงค์จะไถ่ถอนจำนองต้องบอกกลา่ วความประสงค์นัน้ แกผ่ เู้ ป็น
ลูกหนชี้ ั้นตน้ และต้องสง่ คำเสนอไปยงั บรรดาเจา้ หนีท้ ไ่ี ดจ้ ดทะเบยี น ไมว่ ่าในทางจำนอง
หรอื ประการอน่ื วา่ จะรบั ใช้เงนิ ใหเ้ ปน็ จำนวนอนั สมควรกบั ราคาทรัพยส์ ินนน้ั
คำเสนอนนั้ ใหแ้ จง้ ขอ้ ความทง้ั หลายตอ่ ไปน้ี คอื
(๑) ตำแหนง่ แหลง่ ที่และลกั ษณะแหง่ ทรัพย์สินซงึ่ จำนอง
(๒) วนั ซง่ึ โอนกรรมสิทธ์ิ
(๓) ชอื่ เจา้ ของเดมิ
(๔) ชื่อและภูมิลำเนาของผู้รบั โอน
(๕) จำนวนเงนิ ทเ่ี สนอวา่ จะใช้
(๖) คำนวณยอดจำนวนเงนิ ทค่ี า้ งชำระแกเ่ จ้าหนคี้ นหนึ่ง ๆ รวมทงั้ อุปกรณแ์ ละจำนวนเงนิ ท่ี
จะจัดเป็นสว่ นใชแ้ ก่บรรดาเจ้าหนต้ี ามลำดบั กนั
อนง่ึ ใหค้ ัดสำเนารายงานจดทะเบยี นของเจา้ พนักงานในเร่อื งทรพั ยส์ นิ ซง่ึ จำนองนน้ั อนั
เจ้าพนกั งานรบั รองวา่ เปน็ สำเนาถูกถ้วนสอดส่งไปดว้ ย
มาตรา ๗๓๙ ถ้าเจ้าหนีค้ นหนง่ึ คนใดไมย่ อมรบั คำเสนอ เจา้ หนี้คนน้ันต้องฟอ้ งคดตี อ่ ศาล
ภายในเดอื นหน่ึงนบั แต่วนั มีคำเสนอเพือ่ ใหศ้ าลพิพากษาสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สนิ ซง่ึ
จำนองน้ัน แตว่ า่ เจา้ หนน้ี ้นั จะตอ้ งปฏิบตั กิ ารดงั จะกล่าวตอ่ ไปน้ีดว้ ย คอื
(๑) ออกเงนิ ทดรองคา่ ฤชาธรรมเนยี มการขายทอดตลาด
(๒) ตอ้ งเขา้ สรู้ าคาเอง หรือแต่งคนเขา้ สู้ราคาเปน็ จำนวนเงนิ สงู กว่าท่ผี รู้ บั โอนเสนอจะใช้
(๓) บอกกล่าวการทต่ี นไม่ยอมน้นั ให้ผู้รับโอนและเจ้าหน้ีคนอน่ื ๆ บรรดาได้จดทะเบียน
กบั ทง้ั เจ้าของทรัพยค์ นก่อนและลูกหนี้ชน้ั ตน้ ทราบดว้ ย
มาตรา ๗๔๐ ถา้ ขายทอดตลาดไดเ้ งนิ จำนวนสทุ ธิลา้ จำนวนเงินท่ผี ้รู ับโอนเสนอวา่ จะใช้
ท่านใหผ้ รู้ ับโอนเปน็ ผอู้ อกใชค้ า่ ฤชาธรรมเนยี มในการขายทอดตลาด ถา้ ไดไ้ มถ่ งึ ลา้ จำนวน
ทา่ นใหเ้ จา้ หน้ผี ูร้ อ้ งขอให้ขายทอดตลาดเปน็ ผอู้ อก
มาตรา ๗๔๑ เม่ือเจา้ หนี้ทง้ั หลายไดส้ นองรบั คำเสนอทวั่ ทุกคนแล้ว โดยแสดงออกชดั หรอื
โดยปรยิ ายกด็ ี ทา่ นวา่ จำนองหรือบุรมิ สทิ ธกิ เ็ ป็นอนั ไถ่ถอนไดด้ ว้ ยผ้รู บั โอนใชเ้ งนิ หรือ
วางเงนิ ตามจำนวนทเ่ี สนอจะใช้แทนการชำระหนี้
มาตรา ๗๔๒ ถา้ การบังคับจำนองก็ดี ถอนจำนองกด็ ี เป็นเหตใุ ห้ทรพั ย์สนิ ซงึ่ จำนองหลดุ
มอื ไปจากบคุ คลผไู้ ด้ทรพั ย์สินนน้ั ไวแ้ ตก่ ่อนไซร้ ท่านวา่ การท่ีทรพั ยส์ นิ หลดุ มือไปเช่นน้ัน
หามผี ลย้อนหลงั ไม่ และบรุ มิ สิทธิทั้งหลายของเจา้ หนี้แหง่ ผู้ท่ีทรัพย์หลดุ มือไปอนั มอี ยู่เหนือ
ทรัพยส์ ินและได้จดทะเบยี นไวน้ นั้ กย็ ่อมเขา้ อย่ใู นลำดบั หลงั บุริมสิทธอิ ันเจา้ หนี้ของผ้จู ำนอง
หรือเจา้ ของคนกอ่ นไดจ้ ดทะเบยี นไว้
ในกรณเี ช่นนี้ ถ้าสิทธใิ ด ๆ อนั มีอย่เู หนอื ทรพั ย์สนิ ซึ่งจำนองเปน็ คณุ หรือเปน็ โทษแก่
บคุ คลผู้ไดท้ รพั ยส์ ินซึง่ จำนองไวแ้ ต่กอ่ นไดร้ ะงบั ไปแล้วดว้ ยเกลอ่ื นกลนื กนั ในขณะทไ่ี ด้
ทรัพย์สนิ นนั้ มาไซร้ สทิ ธินนั้ ทา่ นให้กลับคนื มาเป็นคณุ หรือเปน็ โทษแกบ่ คุ คลผนู้ นั้ ไดอ้ กี
ในเม่ือทรพั ยส์ ินซง่ึ จำนองกลับหลดุ มอื ไป
มาตรา ๗๔๓ ถา้ ผรู้ ับโอนไดท้ ำใหท้ รพั ย์สนิ ซง่ึ จำนองเสอ่ื มราคาลงเพราะการกระทำหรือ
ความประมาทเลนิ เลอ่ แหง่ ตน เปน็ เหตใุ ห้เจ้าหนท้ี ้ังหลายผูม้ สี ิทธจิ ำนองหรอื บรุ ิมสทิ ธิเหนือ
ทรัพยส์ นิ นนั้ ตอ้ งเสยี หายไซร้ ทา่ นวา่ ผรู้ บั โอนจะตอ้ งรับผิดเพอื่ ความเสียหายนน้ั อยา่ งไรก็
ดี อันผู้รับโอนจะเรียกเอาเงนิ จำนวนใด ๆ ซง่ึ ตนไดอ้ อกไป หรอื เรยี กให้ชดใชค้ า่ ใช้จา่ ยท่ี
ตนได้ทำให้ทรพั ยส์ นิ ดขี น้ึ นัน้ ทา่ นวา่ หาอาจจะเรยี กได้ไม่ เว้นแต่ทเี่ ปน็ การทำให้
ทรพั ยส์ ินนัน้ งอกราคาข้ึน และจะเรียกไดเ้ พยี งเท่าจำนวนราคาท่ีงอกข้นึ เมอ่ื ขายทอดตลาด
เท่านนั้
หมวด ๖
ความระงับส้นิ ไปแหง่ สญั ญาจำนอง
มาตรา ๗๔๔[๓๔] อนั จำนองยอ่ มระงับสนิ้ ไป
(๑) เมื่อหนที้ ีป่ ระกันระงบั ส้นิ ไปดว้ ยเหตปุ ระการอ่ืนใดมใิ ชเ่ หตุอายุความ
(๒) เม่ือปลดจำนองใหแ้ ก่ผูจ้ ำนองดว้ ยหนงั สือเปน็ สำคัญ
(๓) เมอ่ื ผ้จู ำนองหลดุ พน้
(๔) เมื่อถอนจำนอง
(๕) เมื่อขายทอดตลาดทรพั ยส์ นิ ซึ่งจำนองตามคำสงั่ ศาลอนั เนอ่ื งมาแตก่ ารบงั คบั จำนองหรือ
ถอนจำนอง หรือเมอื่ มีการขายทอดตลาดทรัพย์สนิ ตามมาตรา ๗๒๙/๑
(๖) เม่ือเอาทรัพยส์ ินซึง่ จำนองนน้ั หลดุ
มาตรา ๗๔๕ ผรู้ บั จำนองจะบงั คับจำนองแมเ้ ม่อื หนที้ ่ีประกนั นน้ั ขาดอายุความแล้วกไ็ ด้ แต่
จะบังคับเอาดอกเบ้ียทค่ี า้ งชำระในการจำนองเกินกว่าหา้ ปีไมไ่ ด้
มาตรา ๗๔๖ การชำระหน้ีไม่วา่ คร้ังใด ๆ ส้ินเชงิ หรอื แต่บางสว่ นกด็ ี การระงบั หนีอ้ ยา่ งใด
ๆ กด็ ี การตกลงกนั แก้ไขเปลยี่ นแปลงจำนองหรือหน้ีอนั จำนองเป็นประกนั นนั้ เปน็ ประการ
ใดกด็ ี ทา่ นวา่ ต้องนำความไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจา้ หน้าทใ่ี นเมือ่ มคี ำขอรอ้ งของผู้มี
ส่วนได้เสยี มิฉะนน้ั ทา่ นห้ามมิให้ยกขนึ้ เปน็ ขอ้ ตอ่ สบู้ คุ คลภายนอก
ลกั ษณะ ๑๓
จำนำ
หมวด ๑
บทเบ็ดเสรจ็ ทั่วไป
มาตรา ๗๔๗ อันว่าจำนำน้ัน คอื สญั ญาซง่ึ บคุ คลคนหนึ่ง เรยี กว่าผจู้ ำนำ สง่ มอบ
สงั หาริมทรัพย์สงิ่ หนึง่ ให้แกบ่ ุคคลอกี คนหนง่ึ เรียกว่าผ้รู บั จำนำ เพอื่ เปน็ ประกันการชำระ
หนี้
มาตรา ๗๔๘ การจำนำนัน้ ยอ่ มเปน็ ประกนั เพือ่ การชำระหนก้ี บั ทั้งค่าอปุ กรณต์ ่อไปนด้ี ว้ ย
คอื
(๑) ดอกเบ้ีย
(๒) คา่ สนิ ไหมทดแทนในการไม่ชำระหน้ี
(๓) คา่ ฤชาธรรมเนยี มในการบังคับจำนำ
(๔) คา่ ใช้จา่ ยเพอื่ รกั ษาทรัพย์สนิ ซง่ึ จำนำ
(๕) ค่าสนิ ไหมทดแทนเพือ่ ความเสียหายอนั เกดิ แตค่ วามชำรดุ บกพรอ่ งแห่งทรัพย์สินจำนำ
ซึง่ ไมเ่ หน็ ประจกั ษ์
มาตรา ๗๔๙ คูส่ ญั ญาจำนำจะตกลงกนั ให้บคุ คลภายนอกเป็นผู้เกบ็ รักษาทรพั ยส์ นิ จำนำ
ไวก้ ็ได้
มาตรา ๗๕๐ ถา้ ทรัพยส์ นิ ท่จี ำนำเป็นสทิ ธซิ ง่ึ มตี ราสาร และมไิ ด้สง่ มอบตราสารนั้นใหแ้ ก่
ผรู้ บั จำนำ ทง้ั มิไดบ้ อกกลา่ วเป็นหนังสอื แจง้ การจำนำแก่ลูกหนแ้ี หง่ สทิ ธนิ ั้นดว้ ยไซร้ ท่านวา่
การจำนำยอ่ มเป็นโมฆะ
มาตรา ๗๕๑ ถ้าจำนำตราสารชนิดออกให้แกบ่ ุคคลเพ่อื เขาส่ัง ทา่ นห้ามมใิ หย้ กขน้ึ เป็นข้อ
ตอ่ สู้บคุ คลภายนอก เวน้ แตจ่ ะได้สลักหลงั ไวท้ ตี่ ราสารใหป้ รากฏการจำนำเชน่ นนั้
อนงึ่ ในการนไี้ ม่จำเปน็ ตอ้ งบอกกลา่ วแก่ลกู หนแ้ี หง่ ตราสาร
มาตรา ๗๕๒ ถา้ จำนำตราสารชนดิ ออกใหแ้ กบ่ ุคคลโดยนามและจะโอนกนั ดว้ ยสลักหลัง
ไมไ่ ด้ ทา่ นว่าตอ้ งจดขอ้ ความแสดงการจำนำไว้ใหป้ รากฏในตราสารนน้ั เอง และทา่ นหา้ มมิ
ใหย้ กขนึ้ เปน็ ขอ้ ตอ่ สลู้ กู หนีแ้ หง่ ตราสารหรอื บคุ คลภายนอก เวน้ แต่จะไดบ้ อกกล่าวการ
จำนำนน้ั ให้ทราบถึงลกู หนีแ้ หง่ ตราสาร
มาตรา ๗๕๓ ถา้ จำนำใบห้นุ หรอื ใบหุ้นก้ชู นดิ ระบุชอ่ื ทา่ นหา้ มมใิ ห้ยกข้นึ เป็นขอ้ ต่อสู้
บริษัทหรอื บุคคลภายนอก เว้นแตจ่ ะได้จดลงทะเบยี นการจำนำนนั้ ไวใ้ นสมุดของบรษิ ทั ตาม
บทบญั ญตั ิทงั้ หลายในลักษณะ ๒๒ วา่ ดว้ ยการโอนหนุ้ หรอื ห้นุ กู้
มาตรา ๗๕๔ ถา้ สิทธิซึ่งจำนำน้ันถึงกำหนดชำระก่อนหน้ซี ึ่งประกนั ไว้นั้นไซร้ ท่านวา่ ลูกหน้ี
แห่งสิทธิตอ้ งสง่ มอบทรพั ย์สินอนั เปน็ วตั ถแุ หง่ สิทธิให้แกผ่ รู้ ับจำนำ และทรัพยส์ ินน้ันก็
กลายเปน็ ของจำนำแทนสทิ ธิซงึ่ จำนำ
ถา้ สิทธซิ ง่ึ จำนำนนั้ เปน็ มลู หนซ้ี งึ่ ต้องชำระเปน็ เงนิ และถึงกำหนดชำระกอ่ นหนซ้ี ่งึ ประกนั ไว้
นั้นไซร้ ทา่ นว่าตอ้ งใชเ้ งินใหแ้ กผ่ ู้รบั จำนำและผจู้ ำนำรว่ มกัน ถ้าและเขาทง้ั สองนัน้ ไม่
ปรองดองตกลงกันได้ ทา่ นวา่ แตล่ ะคนชอบท่จี ะเรียกใหว้ างเงินจำนวนนน้ั ไว้ ณ สำนกั งาน
ฝากทรพั ย์ไดเ้ พอื่ ประโยชนอ์ ันร่วมกนั
มาตรา ๗๕๕ ถ้าจำนำสิทธิ ทา่ นหา้ มมใิ หท้ ำสิทธินน้ั ใหส้ น้ิ ไป หรอื แกไ้ ขสทิ ธนิ ้นั ให้
เสยี หายแก่ผูร้ บั จำนำโดยผูร้ ับจำนำมไิ ดย้ นิ ยอมด้วย
มาตรา ๗๕๖ การท่จี ะตกลงกนั ไว้เสียแตก่ อ่ นเวลาหนถ้ี งึ กำหนดชำระเปน็ ขอ้ ความอย่างใด
อยา่ งหนง่ึ วา่ ถ้าไมช่ ำระหน้ี ให้ผรู้ บั จำนำเขา้ เปน็ เจา้ ของทรพั ย์สนิ จำนำ หรือให้จัดการแก่
ทรพั ยส์ ินนน้ั เปน็ ประการอ่นื นอกจากตามบทบญั ญัตทิ ้ังหลายวา่ ด้วยการบังคับจำนำนนั้ ไซร้
ขอ้ ตกลงเชน่ นนั้ ทา่ นวา่ ไมส่ มบูรณ์
มาตรา ๗๕๗ บทบญั ญัตทิ งั้ หลายในลักษณะ ๑๓ นี้ ท่านใหใ้ ชบ้ งั คบั แก่สญั ญาจำนำท่ี
ทำกบั ผตู้ งั้ โรงรบั จำนำโดยอนญุ าตรัฐบาลแตเ่ พียงที่ไมข่ ดั กบั กฎหมาย หรือกฎขอ้ บังคับวา่
ดว้ ยโรงจำนำ
หมวด ๒
สิทธิและหน้าทขี่ องผจู้ ำนำและผูร้ บั จำนำ
มาตรา ๗๕๘ ผูร้ บั จำนำชอบทีจ่ ะยึดของจำนำไวไ้ ดท้ ั้งหมดจนกวา่ จะไดร้ บั ชำระหนีแ้ ละคา่
อุปกรณ์ครบถว้ น
มาตรา ๗๕๙ ผู้รบั จำนำจำต้องรักษาทรพั ยส์ นิ จำนำไว้ใหป้ ลอดภยั และต้องสงวนทรัพย์สิน
จำนำนน้ั เชน่ อยา่ งวญิ ญชู นจะพงึ สงวนทรัพยส์ นิ ของตนเอง
มาตรา ๗๖๐ ถา้ ผู้รบั จำนำเอาทรัพยส์ ินซง่ึ จำนำออกใช้เอง หรอื เอาไปให้บคุ คลภายนอก
ใชส้ อย หรอื เก็บรกั ษาโดยผจู้ ำนำมไิ ดย้ นิ ยอมดว้ ยไซร้ ทา่ นว่าผรู้ ับจำนำจะต้องรบั ผดิ เพ่อื ที่
ทรพั ย์สินจำนำนน้ั สญู หาย หรอื บุบสลายไปอยา่ งใด ๆ แมท้ งั้ เปน็ เพราะเหตสุ ดุ วสิ ัย เวน้
แต่จะพสิ จู นไ์ ดว้ า่ ถงึ อยา่ งไร ๆ กค็ งจะตอ้ งสูญหาย หรอื บุบสลายอยู่นนั่ เอง
มาตรา ๗๖๑ ถา้ มิไดก้ ำหนดไวเ้ ปน็ อยา่ งอืน่ ในสัญญา หากมดี อกผลนิตนิ ัยงอกจาก
ทรพั ยส์ นิ นนั้ อยา่ งไร ทา่ นใหผ้ ู้รบั จำนำจดั สรรใชเ้ ปน็ คา่ ดอกเบย้ี อนั คา้ งชำระแก่ตน และถ้า
ไมม่ ดี อกเบีย้ คา้ งชำระ ทา่ นใหจ้ ัดสรรใชต้ น้ เงนิ แห่งหนอี้ นั ไดจ้ ำนำทรพั ย์สินเป็นประกันนน้ั
มาตรา ๗๖๒ คา่ ใชจ้ า่ ยใด ๆ อนั ควรแกก่ ารบำรงุ รักษาทรัพย์สินจำนำนน้ั ผู้จำนำจำตอ้ ง
ชดใช้ใหแ้ ก่ผรู้ บั จำนำ เว้นแต่จะได้กำหนดไวเ้ ป็นอยา่ งอ่ืนในสญั ญา
มาตรา ๗๖๓ ทา่ นหา้ มมใิ ห้ฟ้องคดดี งั จะกลา่ วตอ่ ไปน้ี เมือ่ พน้ หกเดอื นนบั แตว่ ันสง่ คนื
หรอื ขายทอดตลาดทรพั ยส์ ินจำนำ คอื
(๑) ฟอ้ งเรียกค่าสนิ ไหมทดแทนเพื่อความบุบสลายอนั ผู้รบั จำนำก่อให้เกดิ แก่ทรัพย์สนิ
จำนำ
(๒) ฟ้องเรยี กใหช้ ดใชค้ ่าใชจ้ า่ ยเพ่ือการบำรุงรกั ษาทรัพยส์ ินจำนำ
(๓) ฟ้องเรียกคา่ สนิ ไหมทดแทนเพือ่ ความเสียหายอนั เกดิ แก่ผู้รบั จำนำ เพราะความชำรุด
บกพรอ่ งในทรพั ยส์ นิ จำนำซ่ึงไมเ่ หน็ ประจักษ์
หมวด ๓
การบงั คบั จำนำ
มาตรา ๗๖๔ เมื่อจะบงั คับจำนำ ผรู้ บั จำนำตอ้ งบอกกล่าวเปน็ หนงั สือไปยังลูกหนกี้ อ่ นวา่
ให้ชำระหนแี้ ละอปุ กรณภ์ ายในเวลาอันควรซ่งึ กำหนดใหใ้ นคำบอกกลา่ วนั้น
ถ้าลกู หนล้ี ะเลยไมป่ ฏบิ ตั ิตามคำบอกกลา่ ว ผู้รบั จำนำชอบทจ่ี ะเอาทรัพยส์ ินซง่ึ จำนำออกขาย
ได้ แต่ตอ้ งขายทอดตลาด
อนงึ่ ผู้รบั จำนำตอ้ งมีจดหมายบอกกล่าวไปยังผจู้ ำนำบอกเวลาและสถานทซี่ ง่ึ จะขาย
ทอดตลาดดว้ ย
มาตรา ๗๖๕ ถ้าไมส่ ามารถจะบอกกลา่ วก่อนได้ ผู้รบั จำนำจะเอาทรัพยส์ นิ จำนำออกขาย
ทอดตลาดเสยี ในเม่ือหนค้ี า้ งชำระมาล่วงเวลาเดอื นหนงึ่ แลว้ กใ็ หท้ ำได้
มาตรา ๗๖๖ ถ้าจำนำตัว๋ เงิน ทา่ นให้ผรู้ ับจำนำเกบ็ เรยี กเงินตามตวั๋ เงนิ น้นั ในวนั ถงึ
กำหนด ไม่จำเปน็ ตอ้ งบอกกลา่ วกอ่ น
มาตรา ๗๖๗ เม่อื บงั คบั จำนำไดเ้ งินจำนวนสุทธิเทา่ ใด ท่านว่าผรู้ บั จำนำตอ้ งจดั สรรชำระ
หน้แี ละอปุ กรณเ์ พอ่ื ใหเ้ สรจ็ สนิ้ ไป และถ้ายงั มเี งนิ เหลอื กต็ อ้ งสง่ คนื ให้แกผ่ ้จู ำนำ หรือแก่
บุคคลผ้คู วรจะไดเ้ งนิ นน้ั
ถ้าไดเ้ งนิ นอ้ ยกวา่ จำนวนคา้ งชำระ ทา่ นวา่ ลูกหนี้กย็ ังคงต้องรบั ใชใ้ นสว่ นทข่ี าดอยนู่ นั้
มาตรา ๗๖๘ ถา้ จำนำทรัพย์สนิ หลายสงิ่ เพื่อประกนั หน้ีแตร่ ายหน่งึ รายเดยี ว ท่านวา่ ผู้รบั
จำนำจะเลือกเอาทรพั ยส์ นิ สงิ่ หนงึ่ สิ่งใดออกขายก็ได้ แตจ่ ะขายจนเกนิ กวา่ ทจี่ ำเปน็ เพ่ือใช้
เงนิ ตามสิทธิแห่งตนนนั้ หาไดไ้ ม่
หมวด ๔
ความระงับสนิ้ ไปแห่งการจำนำ
มาตรา ๗๖๙ อนั จำนำย่อมระงับส้ินไป
(๑) เม่อื หน้ีซงึ่ จำนำเป็นประกนั อย่นู น้ั ระงบั สนิ้ ไปเพราะเหตปุ ระการอืน่ มใิ ชเ่ พราะอายุความ
หรอื
(๒) เมอ่ื ผรู้ ับจำนำยอมใหท้ รพั ย์สนิ จำนำกลับคนื ไปสคู่ รอบครองของผู้จำนำ
ลกั ษณะ ๑๔
เกบ็ ของในคลงั สนิ คา้
หมวด ๑
บทเบด็ เสรจ็ ท่ัวไป
มาตรา ๗๗๐ อนั วา่ นายคลงั สนิ คา้ นน้ั คอื บุคคลผรู้ บั ทำการเก็บรักษาสนิ คา้ เพือ่ บำเหน็จ
เปน็ ทางคา้ ปกตขิ องตน
มาตรา ๗๗๑ บทบญั ญัตทิ ง้ั หลายในประมวลกฎหมายนอ้ี นั วา่ ด้วยฝากทรัพยน์ นั้ ทา่ นให้
นำมาใชบ้ ังคบั แกก่ ารเก็บของในคลังสนิ คา้ ดว้ ยเพียงเท่าทไี่ ม่ขัดกับบทบัญญตั ิในลกั ษณะ
น้ี
มาตรา ๗๗๒ บทบัญญัติมาตรา ๖๑๖, ๖๑๙, ๖๒๓, ๖๒๕, ๖๓๐, ๖๓๑ และ ๖๓๒ อนั ว่า
ดว้ ยการรบั ขนนนั้ ทา่ นให้นำมาใช้บงั คบั แก่การเก็บของในคลงั สนิ คา้ อนุโลมตามควรแก่
บท
มาตรา ๗๗๓ นายคลงั สินคา้ จำตอ้ งยอมใหผ้ ทู้ รงใบรบั ของคลังสนิ คา้ หรือผทู้ รงประทวน
สินคา้ ตรวจสนิ คา้ และเอาตวั อยา่ งไปไดใ้ นเวลาอันควรระหวา่ งเวลาทำงานทุกเมื่อ
มาตรา ๗๗๔ นายคลงั สนิ คา้ จะเรยี กใหผ้ ฝู้ ากถอนสนิ คา้ ไปกอ่ นส้นิ ระยะเวลาทตี่ กลงกนั ไว้
นน้ั ทา่ นวา่ หาอาจทำได้ไม่ ถ้าไมม่ กี ำหนดเวลาสง่ คนื สนิ คา้ นายคลงั สนิ คา้ จะสง่ คืนได้
ตอ่ เมอ่ื บอกกลา่ วให้ผฝู้ ากทราบลว่ งหน้าเดอื นหนงึ่ แตท่ า่ นมใิ หผ้ ูฝ้ ากต้องถูกบังคับให้
ถอนสินค้าไปกอ่ นเวลาลว่ งแลว้ สองเดอื น นบั แต่วนั ทไ่ี ด้ส่งมอบฝากไว้
หมวด ๒
ใบรับของคลังสินคา้ และประทวนสินคา้
มาตรา ๗๗๕ ถ้าผ้ฝู ากต้องการไซร้ นายคลงั สนิ คา้ ตอ้ งสง่ มอบเอกสารซึ่งเอาออกจาก
ทะเบียนมตี น้ ขว้ั เฉพาะการอนั มใี บรับของคลงั สนิ คา้ ฉบับหนงึ่ และประทวนสนิ คา้ ฉบบั หนงึ่
ใหแ้ กผ่ ูฝ้ าก
มาตรา ๗๗๖ อนั ใบรบั ของคลงั สนิ ค้านนั้ ยอ่ มให้สิทธแิ ก่ผ้ฝู ากท่จี ะสลักหลังโอนกรรมสทิ ธ์ิ
ในสนิ คา้ ไปเปน็ ของผอู้ น่ื ได้
มาตรา ๗๗๗ อนั ประทวนสนิ คา้ นน้ั ยอ่ มใหส้ ทิ ธิแก่ผ้ฝู ากที่จะสลกั หลงั จำนำสนิ คา้ ซง่ึ จด
แจ้งไวใ้ นประทวนได้ โดยไม่ตอ้ งสง่ มอบสนิ คา้ นั้นแก่ผรู้ บั สลักหลัง
แต่วา่ เมอื่ ผ้ฝู ากประสงคจ์ ะจำนำสนิ คา้ ตอ้ งแยกประทวนออกเสียจากใบรบั ของคลังสนิ คา้
และส่งมอบประทวนนน้ั ให้แกผ่ ู้รบั สลกั หลัง
มาตรา ๗๗๘ ใบรบั ของคลงั สินคา้ และประทวนสินคา้ ตอ้ งมีเลขลำดับตรงกนั กับเลขในตน้
ขว้ั และลงลายมอื ชอื่ ของนายคลงั สนิ คา้
อนงึ่ ใบรับของคลงั สนิ คา้ และประทวนสินคา้ นน้ั ทา่ นให้มรี ายละเอยี ดดงั กล่าวตอ่ ไปนี้ คอื
(๑) ชือ่ หรอื ยี่ห้อ และสำนักของผฝู้ าก
(๒) ทต่ี ัง้ คลงั สนิ คา้
(๓) คา่ บำเหนจ็ สำหรบั เก็บรกั ษา
(๔) สภาพของสินคา้ ทเ่ี กบ็ รักษา และนา้ หนักหรือขนาดแห่งสินคา้ นนั้ กบั ทั้งสภาพ จำนวน
และเครื่องหมายหบี หอ่
(๕) สถานทีแ่ ละวนั ออกใบรับของคลงั สินคา้ และประทวนสนิ คา้ นนั้
(๖) ถ้าไดก้ ำหนดกันไวว้ า่ ใหเ้ ก็บสินคา้ ไวช้ ว่ั เวลาเท่าใดให้แจง้ กำหนดน้ันดว้ ย
(๗) ถา้ ของท่ีเก็บรกั ษามปี ระกันภยั ให้แสดงจำนวนเงินท่ปี ระกนั ภัยกำหนดเวลาท่ี
ประกันภัย และช่ือหรือยห่ี ้อของผ้รู ับประกันภัยดว้ ย
อนงึ่ นายคลงั สินคา้ ตอ้ งจดรายละเอยี ดทงั้ น้ลี งไวใ้ นตน้ ขัว้ ดว้ ย
มาตรา ๗๗๙ อนั ใบรบั ของคลังสนิ ค้าก็ดี ประทวนสนิ คา้ กด็ ี ทา่ นวา่ หาอาจออกใหห้ รือ
สลักหลงั ให้แก่ผถู้ ือไดไ้ ม่
มาตรา ๗๘๐ เมื่อใดผฝู้ ากสลักหลงั ประทวนสนิ คา้ ให้แกผ่ ูร้ ับจำนำ คสู่ ัญญาตอ้ งจดแจง้
การท่ีสลกั หลงั นนั้ ลงไวใ้ นใบรบั ของคลังสนิ คา้ ดว้ ย
ถา้ มิไดจ้ ดแจ้งไว้ดังน้นั ท่านวา่ การจำนำนนั้ หาอาจยกขนึ้ เป็นขอ้ ต่อสผู้ ซู้ อื้ สินคา้ สืบไปนน้ั ได้
ไม่
มาตรา ๗๘๑ เม่อื ประทวนสนิ ค้าได้สลกั หลังและสง่ มอบแกผ่ รู้ ับจำนำแลว้ ให้ผู้ฝากกับผ้รู ับ
จำนำจดลงไวใ้ นประทวนสนิ ค้าเปน็ สำคญั วา่ ไดจ้ ดข้อความตามที่บญั ญตั ใิ นมาตราก่อนไว้
ในใบรบั ของคลงั สนิ คา้ แล้ว
มาตรา ๗๘๒ เมือ่ ใดผฝู้ ากจำนำสนิ คา้ และสง่ มอบประทวนสินคา้ แก่ผ้รู บั สลักหลงั แลว้ ผรู้ ับ
สลกั หลงั เช่นนน้ั ตอ้ งมีจดหมายบอกกล่าวแก่นายคลงั สนิ คา้ ให้ทราบจำนวนหนซี้ ่ึงจำนำ
สนิ คา้ น้ันเปน็ ประกัน ทง้ั จำนวนดอกเบยี้ และวนั อนั หนีน้ ้ันจะถงึ กำหนดชำระ เมือ่ นาย
คลังสินคา้ ไดร้ ับคำบอกกลา่ วเชน่ นนั้ แลว้ ตอ้ งจดรายการท้งั นนั้ ลงในต้นขั้ว
ถ้าและมไิ ดจ้ ดในตน้ ขวั้ เชน่ นนั้ ทา่ นว่าการจำนำนนั้ หาอาจจะยกขึ้นเปน็ ข้อตอ่ สู้เจ้าหนี้
ทั้งหลายของผฝู้ ากไดไ้ ม่
มาตรา ๗๘๓ ผ้ทู รงเอกสารอันมีทง้ั ใบรบั ของคลังสินคา้ และประทวนสนิ คา้ นน้ั จะใหน้ าย
คลงั สนิ คา้ แยกสนิ คา้ ทเี่ กบ็ รกั ษาไวอ้ อกเปน็ หลายสว่ นและให้สง่ มอบเอกสารแก่ตนสว่ นละ
ใบกไ็ ด้ ในกรณีเชน่ นผี้ ู้ทรงเอกสารตอ้ งคนื เอกสารเดมิ แก่นายคลงั สนิ คา้
อนง่ึ คา่ ใช้จ่ายในการแยกสินค้าและการสง่ มอบเอกสารใหมน่ น้ั ผทู้ รงเอกสารตอ้ งรับใช้
มาตรา ๗๘๔ กรรมสิทธิ์ในสนิ คา้ ทเ่ี กบ็ รักษาไว้นน้ั ท่านวา่ อาจโอนไดแ้ ต่ด้วยสลักหลังใบ
รับของคลังสนิ คา้ เทา่ นนั้
มาตรา ๗๘๕ สนิ คา้ ซงึ่ เก็บรักษาไวน้ นั้ อาจจำนำไดแ้ ต่ดว้ ยสลกั หลงั ประทวนสนิ ค้า เม่ือ
ประทวนสนิ คา้ ไดส้ ลักหลงั แลว้ สนิ ค้าน้นั จะจำนำแกผ่ อู้ น่ื อกี ชนั้ หนึ่งดว้ ยสลักหลังใบรบั ของ
คลังสินคา้ อยา่ งเดยี วกับสลกั หลงั ประทวนสนิ คา้ นั้นก็ได้
มาตรา ๗๘๖ ตราบใดสินคา้ ทีเ่ ก็บรกั ษาไวไ้ มไ่ ดจ้ ำนำ ท่านวา่ จะโอนใบรบั ของคลงั สินคา้
และประทวนสินคา้ ไปตา่ งหากจากกันไม่ไดอ้ ยตู่ ราบนั้น
มาตรา ๗๘๗ ในการสลกั หลงั ลงในประทวนสนิ คา้ ครงั้ แรกน้ัน ต้องจดแจ้งจำนวนหนท้ี ี่
จำนำสนิ คา้ เป็นประกัน ทั้งจำนวนดอกเบ้ยี ทจี่ ะต้องชำระและวนั ทีห่ น้จี ะถึงกำหนดชำระดว้ ย
มาตรา ๗๘๘ อันสินคา้ ทเ่ี ก็บรักษาไวใ้ นคลังนน้ั จะรบั เอาไปได้แต่เมอ่ื เวนคืนใบรบั ของ
คลงั สินคา้
มาตรา ๗๘๙ ถ้าไดแ้ ยกประทวนสนิ คา้ ออกสลกั หลงั จำนำแลว้ จะรับเอาสนิ ค้าได้แต่เม่ือ
เวนคนื ทง้ั ใบรับของคลงั สนิ ค้าและประทวนสินคา้
แตว่ า่ ผู้ทรงใบรบั ของคลงั สนิ คา้ อาจใหค้ นื สนิ คา้ แก่ตนไดใ้ นเวลาใด ๆ เมอ่ื วางเงนิ แก่นาย
คลังสนิ คา้ เต็มจำนวนหน้ซี งึ่ ลงไวใ้ นประทวนสนิ คา้ กบั ทั้งดอกเบ้ียจนถงึ วนั กำหนดชำระหนี้
นั้นดว้ ย
อนง่ึ จำนวนเงนิ ทวี่ างเชน่ นน้ี ายคลงั สนิ คา้ ต้องชำระแก่ผทู้ รงประทวนสนิ คา้ ในเมือ่ เขาเวนคืน
ประทวนน้ัน
มาตรา ๗๙๐ ถา้ หนี้ซง่ึ สินคา้ จำนำเปน็ ประกนั มไิ ดช้ ำระเมือ่ วนั ถงึ กำหนดไซร้ ผู้ทรง
ประทวนสนิ คา้ เมื่อไดย้ นื่ คำคดั ค้านตามระเบียบแลว้ ชอบที่จะใหน้ ายคลงั สนิ คา้ ขาย
ทอดตลาดสินคา้ นนั้ ได้ แตท่ า่ นหา้ มมใิ ห้ขายทอดตลาดก่อนแปดวันนบั แต่วนั คดั คา้ น
มาตรา ๗๙๑ ผู้ทรงประทวนสนิ คา้ ตอ้ งมจี ดหมายบอกกล่าวใหผ้ ู้ฝากทราบเวลาและสถานท่ี
จะขายทอดตลาด
มาตรา ๗๙๒ นายคลงั สินคา้ ตอ้ งหกั เงนิ ทค่ี ้างชำระแกต่ นเน่ืองดว้ ยการเก็บรกั ษาสนิ คา้ นน้ั
จากจำนวนเงนิ สทุ ธทิ ี่ขายทอดตลาดได้ และเมอ่ื ผ้ทู รงประทวนสนิ คา้ นำประทวนมาเวนคนื
ตอ้ งเอาเงินทเี่ หลือนนั้ ใหต้ ามจำนวนที่คา้ งชำระแก่เขา
ถา้ มเี งินเหลือเทา่ ใด ตอ้ งใชแ้ กผ่ รู้ บั จำนำคนหลังเม่อื เขาเวนคนื ใบรบั ของคลงั สินคา้ หรือถ้า
ไมม่ ผี รู้ บั จำนำคนหลงั หรือผูร้ บั จำนำคนหลงั ไดร้ ับชำระหนี้แลว้ กใ็ ห้ชำระเงินทเ่ี หลืออยนู่ นั้
แกผ่ ูท้ รงใบรับของคลงั สินคา้
มาตรา ๗๙๓ ถ้าจำนวนเงินสทุ ธิทข่ี ายทอดตลาดได้ไมพ่ อชำระหน้แี กผ่ ทู้ รงประทวนสนิ คา้
ไซร้ นายคลงั สินค้าตอ้ งคนื ประทวนสนิ คา้ แก่เขา กับจดบอกจำนวนเงินทไี่ ดช้ ำระลงไวใ้ น
ประทวนสนิ คา้ นน้ั แล้วจดลงไว้ในสมดุ บญั ชขี องตนด้วย
มาตรา ๗๙๔ ผู้ทรงประทวนสนิ คา้ มสี ทิ ธิจะไล่เบีย้ เอาจำนวนเงนิ ท่ียงั คา้ งชำระนนั้ แก่ผูส้ ลัก
หลังคนกอ่ น ๆ ทั้งหมด หรอื แต่คนใดคนหน่งึ ได้ แต่ตอ้ งได้ขายทอดตลาดภายในเดอื น
หน่ึงนบั แตว่ นั คดั คา้ น
อนงึ่ ท่านห้ามมใิ ห้ฟอ้ งไล่เบี้ยเม่ือพน้ เวลาปหี นง่ึ นับแต่วนั ขายทอดตลาด
มาตรา ๗๙๕ บทบัญญัตทิ งั้ หลายในประมวลกฎหมายนอ้ี นั วา่ ด้วยตวั๋ เงนิ นนั้ ทา่ นให้
ใชไ้ ดถ้ งึ ประทวนสนิ คา้ และใบรับของคลงั สนิ คา้ ซงึ่ ได้สลกั หลงั อย่างประทวนสนิ คา้ นนั้ ดว้ ย
เพยี งทีไ่ มข่ ดั กับบทบญั ญัติทง้ั หลายในลกั ษณะนี้
มาตรา ๗๙๖ ถา้ เอกสารมที ้ังใบรับของคลังสนิ คา้ และประทวนสนิ ค้าหรือแตอ่ ยา่ งหน่งึ อย่าง
ใดสูญหายไป เมื่อผทู้ รงเอกสารนนั้ ๆ ใหป้ ระกันตามสมควรแลว้ จะให้นายคลงั สนิ คา้ ออก
ใหใ้ หมก่ ไ็ ด้
ในกรณีเชน่ นนี้ ายคลงั สนิ คา้ ตอ้ งจดหมายลงไวใ้ นตน้ ขวั้ เปน็ สำคญั
ลักษณะ ๑๕
ตวั แทน
หมวด ๑
บทเบด็ เสร็จทว่ั ไป
มาตรา ๗๙๗ อันวา่ สัญญาตัวแทนน้นั คอื สญั ญาซึ่งให้บคุ คลคนหนึ่ง เรียกวา่ ตวั แทน มี
อำนาจทำการแทนบคุ คลอีกคนหน่งึ เรียกวา่ ตัวการ และตกลงจะทำการดงั นน้ั
อันความเป็นตวั แทนนนั้ จะเปน็ โดยตง้ั แต่งแสดงออกชัดหรือโดยปริยายกย็ อ่ มได้
มาตร ๗๙๘ กิจการอนั ใดท่านบงั คับไว้โดยกฎหมายวา่ ตอ้ งทำเปน็ หนงั สอื การตง้ั ตัวแทน
เพ่อื กิจการอันนน้ั กต็ อ้ งทำเปน็ หนังสอื ด้วย
กิจการอนั ใดทา่ นบงั คบั ไวว้ ่าต้องมีหลกั ฐานเปน็ หนงั สือ การตัง้ ตัวแทนเพอ่ื กจิ การอนั นนั้ ก็
ตอ้ งมีหลกั ฐานเปน็ หนงั สือดว้ ย
มาตรา ๗๙๙ ตัวการคนใดใชบ้ คุ คลผไู้ รค้ วามสามารถเปน็ ตวั แทน ทา่ นวา่ ตวั การคนนนั้
ยอ่ มตอ้ งผูกพนั ในกจิ การที่ตวั แทนกระทำ
มาตรา ๘๐๐ ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการ ทา่ นวา่ จะทำการแทนตัวการได้
แตเ่ พียงในสิง่ ทจี่ ำเปน็ เพือ่ ใหก้ ิจอันเขาไดม้ อบหมายแกต่ นนน้ั สำเร็จลุลว่ งไป
มาตรา ๘๐๑ ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจทัว่ ไป ทา่ นว่าจะทำกิจใด ๆ ในทางจดั การแทน
ตัวการกย็ ่อมทำไดท้ กุ อยา่ ง
แตก่ ารเชน่ อยา่ งจะกลา่ วตอ่ ไปนี้ ทา่ นวา่ หาอาจจะทำไดไ้ ม่ คอื
(๑) ขายหรือจำนองอสังหารมิ ทรัพย์
(๒) ให้เชา่ อสงั หาริมทรัพยก์ ว่าสามปขี น้ึ ไป
(๓) ให้
(๔) ประนีประนอมยอมความ
(๕) ยื่นฟอ้ งตอ่ ศาล
(๖) มอบข้อพพิ าทใหอ้ นุญาโตตลุ าการพิจารณา
มาตรา ๘๐๒ ในเหตฉุ ุกเฉนิ เพ่ือจะปอ้ งกนั มใิ ห้ตวั การตอ้ งเสยี หาย ท่านให้สันนษิ ฐาน
ไว้ก่อนวา่ ตวั แทนจะทำการใด ๆ เชน่ อยา่ งวญิ ญชู นจะพึงกระทำ ก็ยอ่ มมอี ำนาจจะทำได้
ทัง้ สิ้น
มาตรา ๘๐๓ ตัวแทนไมม่ ีสทิ ธิจะได้รับบำเหนจ็ เวน้ แต่จะได้มีขอ้ ตกลงกนั ไวใ้ นสญั ญาวา่ มี
บำเหนจ็ หรอื ทางการทค่ี ู่สัญญาประพฤตติ อ่ กนั นน้ั เป็นปรยิ ายวา่ มบี ำเหนจ็ หรือเคยเป็น
ธรรมเนียมมีบำเหน็จ
มาตรา ๘๐๔ ถา้ ในสญั ญาอนั เดยี วตวั การคนเดยี วต้ังตวั แทนหลายคนเพื่อแก่การอนั
เดียวกนั ไซร้ ทา่ นใหส้ นั นษิ ฐานไวก้ อ่ นว่าตวั แทนจะตา่ งคนต่างทำการนั้น ๆ แยกกนั ไม่ได้
มาตรา ๘๐๕ ตวั แทนน้นั เมอ่ื ไมไ่ ด้รับความยนิ ยอมของตัวการจะเขา้ ทำนติ กิ รรมอนั ใดใน
นามของตวั การทำกับตนเองในนามของตนเองหรือในฐานเปน็ ตวั แทนของบคุ คลภายนอก
หาไดไ้ ม่ เวน้ แตน่ ติ กิ รรมน้นั มีเฉพาะแตก่ ารชำระหน้ี
มาตรา ๘๐๖ ตัวการซง่ึ มิไดเ้ ปิดเผยชอ่ื จะกลบั แสดงตนใหป้ รากฏและเขา้ รับเอาสญั ญาใด
ๆ ซงึ่ ตวั แทนได้ทำไว้แทนตนกไ็ ด้ แต่ถ้าตวั การผ้ใู ดไดย้ อมให้ตวั แทนของตนทำการออก
หนา้ เป็นตวั การไซร้ ทา่ นวา่ ตัวการผนู้ ั้นหาอาจจะทำให้เสอื่ มเสยี ถึงสทิ ธขิ องบคุ คลภายนอก
อันเขามีตอ่ ตัวแทน และเขาขวนขวายได้มาแตก่ ่อนทีร่ วู้ า่ เปน็ ตวั แทนน้ันไดไ้ ม่
หมวด ๒
หน้าท่แี ละความรับผดิ ของตัวแทนต่อตัวการ
มาตรา ๘๐๗ ตวั แทนตอ้ งทำการตามคำสงั่ แสดงออกชดั หรอื โดยปริยายของตวั การเมือ่ ไมม่ ี
คำสงั่ เชน่ นน้ั กต็ อ้ งดำเนินตามทางทเ่ี คยทำกันมาในกิจการคา้ ขายอนั เขาใหต้ นทำอยนู่ น้ั
อนงึ่ บทบญั ญตั มิ าตรา ๖๕๙ วา่ ดว้ ยการฝากทรัพย์น้นั ทา่ นให้นำมาใชด้ ้วยโดยอนุโลม
ตามควร
มาตรา ๘๐๘ ตวั แทนต้องทำการดว้ ยตนเอง เวน้ แตจ่ ะมอี ำนาจใชต้ วั แทนชว่ งทำการได้
มาตรา ๘๐๙ เมื่อตวั การมีประสงคจ์ ะทราบความเปน็ ไปของการท่ีไดม้ อบหมายแก่ตวั แทน
นน้ั ในเวลาใด ๆ ซง่ึ สมควรแก่เหตุ ตวั แทนกต็ ้องแจ้งให้ตวั การทราบ อนง่ึ เมอื่ การเปน็
ตวั แทนนนั้ สน้ิ สุดลงแล้ว ตวั แทนตอ้ งแถลงบญั ชดี ว้ ย
มาตรา ๘๑๐ เงนิ และทรัพย์สินอยา่ งอน่ื บรรดาทตี่ วั แทนได้รับไว้เก่ยี วด้วยการเป็นตวั แทน
นน้ั ทา่ นวา่ ตวั แทนตอ้ งสง่ ให้แกต่ ัวการจงสน้ิ
อนง่ึ สทิ ธทิ ง้ั หลายซ่ึงตวั แทนขวนขวายไดม้ าในนามของตนเองแต่โดยฐานทที่ ำการแทน
ตวั การนน้ั ตวั แทนกต็ อ้ งโอนใหแ้ ก่ตวั การจงสน้ิ
มาตรา ๘๑๑ ถ้าตัวแทนเอาเงนิ ซงึ่ ควรจะไดส้ ง่ แกต่ วั การ หรือซง่ึ ควรจะใช้ในกจิ ของตวั การ
นั้นไปใช้สอยเปน็ ประโยชนต์ นเสยี ทา่ นวา่ ตวั แทนตอ้ งเสียดอกเบย้ี ในเงนิ นน้ั นับแต่วนั ท่ี
ได้เอาไปใช้
มาตรา ๘๑๒ ถา้ มีความเสียหายเกดิ ขนึ้ อยา่ งใด ๆ เพราะความประมาทเลนิ เล่อของ
ตัวแทนก็ดี เพราะไมท่ ำการเป็นตวั แทนกด็ ี หรอื เพราะทำการโดยปราศจากอำนาจหรอื
นอกเหนอื อำนาจก็ดี ทา่ นวา่ ตัวแทนจะต้องรับผดิ
มาตรา ๘๑๓ ตวั แทนผู้ใดตงั้ ตัวแทนช่วงตามทต่ี วั การระบตุ วั ใหต้ งั้ ท่านวา่ ตวั แทนผู้นน้ั
จะต้องรบั ผิดแต่เพียงในกรณที ต่ี นได้รู้วา่ ตวั แทนชว่ งนน้ั เปน็ ผทู้ ี่ไมเ่ หมาะแกก่ าร หรือเป็นผู้
ที่ไม่สมควรไวว้ างใจแลว้ และมิได้แจง้ ความนน้ั ใหต้ วั การทราบหรอื มไิ ดเ้ ลกิ ถอนตวั แทนชว่ ง
นั้นเสยี เอง
มาตรา ๘๑๔ ตวั แทนชว่ งยอ่ มรับผดิ โดยตรงตอ่ ตัวการฉันใดกลบั กันกฉ็ นั นนั้
หมวด ๓
หน้าท่ีและความรับผิดของตัวการตอ่ ตวั แทน
มาตรา ๘๑๕ ถา้ ตวั แทนมีประสงคไ์ ซร้ ตวั การต้องจา่ ยเงินทดรองให้แกต่ วั แทนตาม
จำนวนท่จี ำเปน็ เพอ่ื ทำการอนั มอบหมายแกต่ วั แทนนนั้
มาตรา ๘๑๖ ถา้ ในการจัดทำกจิ การอนั เขามอบหมายแกต่ นนนั้ ตวั แทนไดอ้ อกเงนิ ทดรอง
หรือออกเงนิ คา่ ใช้จา่ ยไป ซึง่ พิเคราะหต์ ามเหตุควรนบั ว่าเปน็ การจำเปน็ ไดไ้ ซร้ ทา่ นวา่
ตัวแทนจะเรยี กเอาเงินชดใช้จากตัวการ รวมทง้ั ดอกเบีย้ นบั แตว่ นั ทไ่ี ดอ้ อกเงนิ ไปนน้ั ดว้ ยก็
ได้
ถ้าในการจดั ทำกิจการอนั เขามอบหมายแกต่ นนั้น ตวั แทนต้องรับภาระเป็นหน้ีขนึ้ อยา่ ง
หน่งึ อยา่ งใด ซงึ่ พเิ คราะห์ตามเหตคุ วรนับวา่ เป็นการจำเป็นไดไ้ ซร้ ทา่ นวา่ ตวั แทนจะเรยี ก
ใหต้ วั การชำระหนีแ้ ทนตนกไ็ ด้ หรอื ถ้ายงั ไม่ถงึ เวลากำหนดชำระหนี้ จะให้ตวั การให้
ประกันอันสมควรก็ได้
ถ้าในการจัดทำกิจการอนั เขามอบหมายแกต่ นน้ัน เปน็ เหตใุ หต้ วั แทนตอ้ งเสยี หายอยา่ ง
หน่งึ อยา่ งใด มใิ ช่เปน็ เพราะความผดิ ของตนเองไซร้ ทา่ นวา่ ตวั แทนจะเรียกเอาค่าสนิ ไหม
ทดแทนจากตวั การกไ็ ด้
มาตรา ๘๑๗ ในกรณที ่ีมีบำเหนจ็ ตวั แทนถา้ ไมม่ ีข้อสัญญาตกลงกนั ไวเ้ ปน็ อยา่ งอน่ื ท่าน
ว่าบำเหน็จนั้นพงึ จา่ ยใหต้ ่อเม่ือการเป็นตัวแทนได้สดุ สิน้ ลงแลว้
มาตรา ๘๑๘ การในหน้าทต่ี วั แทนสว่ นใดตวั แทนไดท้ ำมชิ อบในสว่ นนน้ั ท่านว่า
ตัวแทนไม่มีสทิ ธจิ ะได้บำเหนจ็
มาตรา ๘๑๙ ตวั แทนชอบที่จะยดึ หน่วงทรัพย์สินอยา่ งใด ๆ ของตวั การอนั ตกอยูใ่ นความ
ครอบครองของตนเพราะเปน็ ตวั แทนนัน้ เอาไวไ้ ด้ จนกวา่ จะได้รับเงนิ บรรดาค้างชำระแกต่ น
เพราะการเป็นตวั แทน
หมวด ๔
ความรบั ผิดของตวั การและตวั แทนตอ่ บุคคลภายนอก
มาตรา ๘๒๐ ตวั การยอ่ มมคี วามผกู พนั ตอ่ บคุ คลภายนอกในกจิ การทง้ั หลายอนั ตวั แทน
หรือตัวแทนชว่ งไดท้ ำไปภายในขอบอำนาจแหง่ ฐานตวั แทน
มาตรา ๘๒๑ บคุ คลผใู้ ดเชิดบคุ คลอีกคนหนง่ึ ออกแสดงเปน็ ตวั แทนของตนก็ดี รแู้ ลว้ ยอม
ให้บคุ คลอีกคนหนง่ึ เชดิ ตวั เขาเองออกแสดงเปน็ ตวั แทนของตนกด็ ี ทา่ นว่าบคุ คลผนู้ นั้
จะตอ้ งรบั ผดิ ต่อบคุ คลภายนอกผู้สจุ รติ เสมือนวา่ บุคคลอีกคนหนงึ่ นน้ั เปน็ ตวั แทนของตน
มาตรา ๘๒๒ ถา้ ตวั แทนทำการอนั ใดเกินอำนาจตวั แทน แตท่ างปฏบิ ตั ิของตัวการทำให้
บุคคลภายนอกมมี ลู เหตอุ นั สมควรจะเชอื่ วา่ การอนั นนั้ อยูภ่ ายในขอบอำนาจของตวั แทนไซร้
ท่านให้ใชบ้ ทบญั ญตั มิ าตรากอ่ นนี้เปน็ บทบงั คบั แลว้ แต่กรณี
มาตรา ๘๒๓ ถา้ ตวั แทนกระทำการอนั ใดอนั หน่งึ โดยปราศจากอำนาจก็ดี หรือทำนอกทำ
เหนือขอบอำนาจก็ดี ทา่ นว่ายอ่ มไมผ่ ูกพนั ตวั การ เวน้ แต่ตวั การจะใหส้ ตั ยาบนั แก่การนน้ั
ถ้าตวั การไม่ให้สตั ยาบัน ท่านวา่ ตัวแทนยอ่ มต้องรบั ผิดต่อบุคคลภายนอกโดยลำพงั ตนเอง
เว้นแต่จะพสิ จู นไ์ ดว้ า่ บคุ คลภายนอกนน้ั ไดร้ ู้อยวู่ า่ ตนทำการโดยปราศจากอำนาจ หรือทำ
นอกเหนอื ขอบอำนาจ
มาตรา ๘๒๔ ตวั แทนคนใดทำสญั ญาแทนตวั การซงึ่ อยตู่ า่ งประเทศและมภี ูมลิ ำเนาใน
ตา่ งประเทศ ท่านวา่ ตวั แทนคนนน้ั จะต้องรบั ผดิ ตามสญั ญานน้ั แตล่ ำพังตนเอง แม้ทง้ั ชอ่ื
ของตวั การจะไดเ้ ปิดเผยแล้ว เว้นแตข่ อ้ ความแหง่ สญั ญาจะแยง้ กันกบั ความรบั ผดิ ของ
ตัวแทน
มาตรา ๘๒๕ ถา้ ตวั แทนเข้าทำสญั ญากบั บุคคลภายนอกโดยเห็นแกอ่ ามสิ สนิ จา้ งเปน็
ทรัพย์สนิ อยา่ งใด ๆ หรอื ประโยชนอ์ ยา่ งอนื่ อนั บคุ คลภายนอกไดใ้ หเ้ ปน็ ลาภสว่ นตัวก็ดี
หรือใหค้ ำมน่ั ว่าจะใหก้ ด็ ี ทา่ นว่าตวั การหาตอ้ งผกู พันในสัญญาซงึ่ ตวั แทนของตนไดท้ ำ
นนั้ ไม่ เวน้ แตต่ วั การจะไดย้ ินยอมดว้ ย
หมวด ๕
ความระงับสิ้นไปแหง่ สญั ญาตวั แทน
มาตรา ๘๒๖ อันสญั ญาตวั แทนยอ่ มระงบั สน้ิ ไปดว้ ยตวั การถอนตวั แทน หรอื ดว้ ยตวั แทน
บอกเลกิ เป็นตวั แทน
อนง่ึ สัญญาตวั แทนย่อมระงับสน้ิ ไป เมอื่ คู่สัญญาฝา่ ยใดฝา่ ยหนง่ึ ตาย หรือตกเปน็ ผไู้ ร้
ความสามารถ หรือลม้ ละลาย เวน้ แต่จะปรากฏว่าขดั กับข้อสญั ญาหรอื สภาพแห่งกิจการนนั้
มาตรา ๘๒๗ ตัวการจะถอนตัวแทน และตวั แทนจะบอกเลิกเป็นตัวแทนเสียในเวลาใด
ๆ ก็ไดท้ กุ เมื่อ
คู่สญั ญาฝ่ายซงึ่ ถอนตวั แทนหรือบอกเลกิ เป็นตวั แทนในเวลาทไี่ มส่ ะดวกแก่อกี ฝ่ายหนงึ่
จะตอ้ งรบั ผดิ ตอ่ คู่สัญญาฝา่ ยนั้นในความเสยี หายอยา่ งใด ๆ อนั เกิดแต่การนนั้ เวน้ แตใ่ น
กรณีท่เี ปน็ ความจำเปน็ อันมอิ าจจะกา้ วลว่ งเสียได้
มาตรา ๘๒๘ เม่อื สญั ญาตวั แทนระงับสนิ้ ไปเพราะตัวการตายกด็ ี ตวั การตกเปน็ ผู้ไร้
ความสามารถหรอื ล้มละลายก็ดี ทา่ นวา่ ตวั แทนตอ้ งจดั การอนั สมควรทกุ อยา่ งเพ่ือจะปกปัก
รักษาประโยชนอ์ ันเขาได้มอบหมายแกต่ นไป จนกวา่ ทายาทหรอื ผู้แทนของตวั การจะอาจ
เข้าปกปกั รกั ษาประโยชนน์ น้ั ๆ ได้
มาตรา ๘๒๙ เม่ือสัญญาตวั แทนระงับสน้ิ ไปเพราะตัวแทนตายกด็ ี ตวั แทนตกเปน็ ผู้ไร้
ความสามารถหรอื ลม้ ละลายกด็ ี ท่านวา่ ทายาทหรอื บุคคลผู้รับหนา้ ทดี่ แู ลทรพั ย์มรดกของ
ตวั แทนโดยชอบดว้ ยกฎหมายต้องบอกกลา่ วแกต่ ัวการและจดั การเพือ่ ปกปักรกั ษาประโยชน์
ของตวั การไปตามสมควรแกพ่ ฤติการณ์ จนกวา่ ตัวการอาจเข้าปกปกั รกั ษาประโยชนน์ นั้ ๆ
ได้
มาตรา ๘๓๐ อันเหตทุ ท่ี ำให้สญั ญาตวั แทนระงับส้ินไปนนั้ จะเกิดแตต่ วั การหรอื ตวั แทนก็
ตาม ท่านห้ามมใิ หย้ กขึน้ เปน็ ข้อตอ่ สคู้ ู่สญั ญาอกี ฝ่ายหนง่ึ จนกวา่ จะได้บอกกลา่ วเหตุนน้ั
ๆ ไปยงั คู่สัญญาฝา่ ยนน้ั แล้ว หรอื จนกว่าค่สู ัญญาฝา่ ยนนั้ จะไดท้ ราบเหตุแล้ว
มาตรา ๘๓๑ อันความระงับสิ้นไปแหง่ สญั ญาตัวแทนนน้ั ทา่ นหา้ มมใิ ห้ยกขึน้ เปน็ ขอ้ ตอ่ สู้
บคุ คลภายนอกผูท้ ำการโดยสุจรติ เวน้ แต่บคุ คลภายนอกหากไมท่ ราบความนน้ั เพราะความ
ประมาทเลินเล่อของตนเอง
มาตรา ๘๓๒ ในเมื่อสญั ญาตัวแทนระงับสนิ้ ไป ตัวการชอบที่จะเรียกใหเ้ วนคนื หนงั สอื
มอบอำนาจอยา่ งใด ๆ อันไดใ้ หไ้ วแ้ กต่ วั แทนนนั้ ได้
หมวด ๖
ตวั แทนคา้ ตา่ ง
มาตรา ๘๓๓ อนั วา่ ตวั แทนคา้ ตา่ ง คอื บุคคลซึ่งในทางคา้ ขายของเขาย่อมทำการซอื้ หรือ
ขายทรัพย์สนิ หรอื รับจดั ทำกิจการคา้ ขายอยา่ งอน่ื ในนามของตนเองตา่ งตวั การ
มาตรา ๘๓๔ ถา้ มไิ ดต้ กลงกันไว้เปน็ อยา่ งอน่ื ทา่ นวา่ ตวั แทนคา้ ตา่ งชอบท่จี ะได้รับ
บำเหนจ็ โดยอตั ราตามธรรมเนียมเพ่ือกิจการค้าขายอนั ตนได้จัดการใหต้ กลงไปนนั้ ทกุ ราย
ไป
มาตรา ๘๓๕ บทบญั ญตั ิทงั้ หลายแห่งประมวลกฎหมายนี้อนั วา่ ดว้ ยตวั แทนน้ันท่านใหใ้ ช้
บังคบั ถงึ ตวั แทนคา้ ตา่ งดว้ ย เพยี งทไี่ ม่ขัดกบั บทบญั ญตั ใิ นหมวดน้ี
มาตรา ๘๓๖ บุคคลผ้ไู รค้ วามสามารถหาอาจจะทำการเปน็ ตวั แทนคา้ ตา่ งไดไ้ ม่ เวน้ แต่จะ
ไดร้ ับอำนาจโดยชอบให้ทำได้
มาตรา ๘๓๗ ในการทตี่ ัวแทนคา้ ตา่ งทำการขายหรอื ซ้อื หรือจัดทำกิจการค้าขายอยา่ งอื่น
ตา่ งตวั การน้ัน ท่านวา่ ตัวแทนคา้ ตา่ งย่อมไดซ้ ง่ึ สทิ ธอิ ันมตี ่อค่สู ัญญาอกี ฝา่ ยหนง่ึ ในกิจการ
เช่นนน้ั และตวั แทนค้าตา่ งย่อมเปน็ ผตู้ ้องผกู พนั ตอ่ ค่สู ญั ญาฝ่ายนน้ั ดว้ ย
มาตรา ๘๓๘ ถ้าคู่สญั ญาอีกฝา่ ยหนงึ่ ไมช่ ำระหนีไ้ ซร้ ทา่ นวา่ ตวั แทนคา้ ตา่ งหาต้องรับผิด
ตอ่ ตัวการเพือ่ ชำระหนนี้ น้ั เองไม่ เวน้ แต่จะได้มขี ้อกำหนดในสัญญาหรอื มปี รยิ ายแต่
ทางการทต่ี ัวการกับตวั แทนประพฤตติ อ่ กนั หรือมีธรรมเนยี มในทอ้ งถน่ิ วา่ จะตอ้ งรบั ผดิ ถงึ
เพยี งนั้น
อนงึ่ ตวั แทนคา้ ตา่ งคนใดเขา้ รับประกนั การปฏบิ ัตติ ามสญั ญาโดยนยั ดงั กล่าวมาในวรรค
กอ่ นนน้ั ไซร้ ทา่ นว่าตัวแทนคนนน้ั ชอื่ วา่ เป็นตวั แทนฐานประกัน ชอบทจี่ ะไดร้ ับบำเหน็จ
พเิ ศษ
มาตรา ๘๓๙ ถา้ ตวั แทนคา้ ตา่ งไดท้ ำการขายเป็นราคาตา่ ไปกวา่ ทตี่ วั การกำหนดหรอื ทำ
การซอื้ เปน็ ราคาสูงไปกว่าทต่ี วั การกำหนดไซร้ หากวา่ ตวั แทนรบั ใชเ้ ศษท่ีขาดเกนิ นัน้ แลว้
ทา่ นวา่ การขายหรอื การซอื้ อนั นนั้ ตัวการก็ตอ้ งรบั ขายรบั ซอื้
มาตรา ๘๔๐ ถ้าตัวแทนคา้ ตา่ งไดท้ ำการขายไดร้ าคาสงู กวา่ ทต่ี วั การกำหนด หรอื ทำการซือ้
ไดร้ าคาตา่ กวา่ ทต่ี วั การกำหนดไซร้ ทา่ นวา่ ตวั แทนหาอาจจะถอื เอาเปน็ ประโยชนข์ องตนได้
ไม่ ตอ้ งคดิ ใหแ้ ก่ตวั การ
มาตรา ๘๔๑ ตวั แทนคา้ ตา่ งทำการไปอยา่ งไรบา้ ง ทา่ นให้แถลงรายงานแก่ตัวการและเม่ือ
ไดท้ ำการคา้ ตา่ งเสรจ็ ลงแลว้ กใ็ ห้แจ้งแก่ตวั การทราบมิให้ชกั ชา้
มาตรา ๘๔๒ เม่อื ใดเขามอบหมายทรพั ย์สินไวแ้ ก่ตวั แทนค้าตา่ ง ทา่ นใหน้ ำบทบัญญตั ิ
ท้งั หลายแหง่ ประมวลกฎหมายน้ี ลักษณะฝากทรัพย์มาใช้บงั คับ อนุโลมตามควร
อนงึ่ ในกรณีท่ีเปน็ ความจำเปน็ อนั มิกา้ วลว่ งเสยี ได้ ท่านวา่ ตัวแทนคา้ ตา่ งจะจัดการแก่
ทรัพยส์ ินนน้ั ตามวธิ กี ารดังบัญญตั ไิ วใ้ นมาตรา ๖๓๑ ว่าดว้ ยรบั ขนนนั้ ก็ได้
มาตรา ๘๔๓ ตวั แทนค้าต่างคนใดไดร้ ับคำสง่ั ใหข้ ายหรือซื้อทรพั ยส์ นิ อนั มรี ายการขาน
ราคาของสถานแลกเปล่ียน ท่านว่าตัวแทนคนน้ันจะเปน็ ผซู้ อ้ื หรือผขู้ ายเองกไ็ ด้ เวน้ แตจ่ ะมี
ข้อหา้ มไวช้ ดั แจง้ โดยสญั ญา ในกรณีเช่นนนั้ ราคาอันจะพงึ ใชเ้ งนิ แก่กนั กพ็ ึงกำหนดตาม
รายการขานราคาทรัพยส์ นิ นน้ั ณ สถานแลกเปลี่ยนในเวลาเมอ่ื ตวั แทนคา้ ต่างใหค้ ำบอก
กลา่ ววา่ ตนจะเปน็ ผซู้ อื้ หรือผู้ขาย
เม่ือตัวการรบั คำบอกกลา่ วเชน่ น้นั ถ้าไมบ่ อกปดั เสียในทนั ที ทา่ นใหถ้ อื ว่าตวั การเป็นอัน
ได้สนองรบั การน้นั แลว้
อนง่ึ แม้ในกรณเี ช่นนนั้ ตวั แทนคา้ ตา่ งจะคดิ เอาบำเหน็จก็ย่อมคิดได้
มาตรา ๘๔๔ ในระหวา่ งตัวการกบั ตวั แทนคา้ ตา่ ง ทา่ นให้ถอื วา่ กิจการอนั ตวั แทนไดท้ ำ
ใหต้ กลงไปนนั้ ยอ่ มมผี ลเสมอื นดงั วา่ ไดท้ ำให้ตกลงไปในนามของตวั การโดยตรง
ลักษณะ ๑๖
นายหน้า
มาตรา ๘๔๕ บุคคลผใู้ ดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแกน่ ายหนา้ เพอื่ ที่ชีช้ อ่ งให้ได้เข้าทำสัญญา
ก็ดี จัดการให้ได้ทำสญั ญากนั ก็ดี ทา่ นวา่ บคุ คลผนู้ ้นั จะตอ้ งรับผดิ ใช้คา่ บำเหนจ็ ก็ตอ่ เม่ือ
สญั ญานน้ั ไดท้ ำกนั สำเรจ็ เนอื่ งแตผ่ ลแหง่ การทน่ี ายหน้าไดช้ ช้ี ่องหรอื จดั การน้ัน ถา้ สญั ญาที่
ไดท้ ำกนั ไวน้ นั้ มีเงอ่ื นไขเป็นเง่ือนบงั คับกอ่ นไซร้ ทา่ นวา่ จะเรยี กรอ้ งบำเหน็จค่านายหนา้ ยัง
หาได้ไม่ จนกวา่ เงอ่ื นไขนน้ั สำเรจ็ แล้ว
นายหนา้ มสี ิทธิจะได้รับชดไดค้ ่าใช้จา่ ยทไี่ ดเ้ สยี ไปก็ตอ่ เมอ่ื ไดต้ กลงกนั ไว้เชน่ นน้ั ความขอ้ นี้
ท่านให้ใชบ้ งั คบั แมถ้ ึงว่าสัญญาจะมไิ ด้ทำกนั สำเรจ็
มาตรา ๘๔๖ ถ้ากิจการอันไดม้ อบหมายแก่นายหน้านัน้ โดยพฤตกิ ารณเ์ ปน็ ที่คาดหมายได้
ว่ายอ่ มทำใหแ้ ตเ่ พอ่ื จะเอาค่าบำเหน็จไซร้ ทา่ นให้ถอื วา่ ไดต้ กลงกนั โดยปริยายวา่ มีคา่
บำเหน็จนายหน้า
ค่าบำเหนจ็ นั้นถา้ มไิ ดก้ ำหนดจำนวนกนั ไว้ ทา่ นให้ถือวา่ ไดต้ กลงกันเปน็ จำนวนตามธรรม
เนียม
มาตรา ๘๔๗ ถา้ นายหนา้ ทำการใหแ้ ก่บุคคลภายนอกดว้ ยก็ดี หรือได้รบั คำมั่นแต่
บุคคลภายนอกเชน่ นนั้ วา่ จะใหค้ า่ บำเหนจ็ อนั ไมค่ วรแก่นายหนา้ ผู้กระทำการโดยสุจรติ กด็ ี
เป็นการฝ่าฝืนต่อการทต่ี นเขา้ รบั ทำหนา้ ทไ่ี ซร้ ท่านวา่ นายหนา้ หามีสทิ ธจิ ะไดร้ บั ค่า
บำเหน็จหรอื รบั ชดใช้คา่ ใช้จ่ายท่ีได้เสยี ไปไม่
มาตรา ๘๔๘ ตัวนายหนา้ ไมต่ อ้ งรบั ผดิ ไปถงึ การชำระหนต้ี ามสญั ญาซงึ่ ไดท้ ำตอ่ กนั เพราะ
ตนเปน็ สอ่ื เวน้ แต่จะมไิ ด้บอกชอ่ื ของฝา่ ยหนึ่งใหร้ ถู้ ึงอกี ฝา่ ยหนง่ึ
มาตรา ๘๔๙ การรบั เงินหรอื รับชำระหนีอ้ นั จะพงึ ชำระตามสญั ญานน้ั ทา่ นใหส้ นั นิษฐานไว้
กอ่ นวา่ นายหน้ายอ่ มไมม่ ีอำนาจทีจ่ ะรับแทนผ้เู ปน็ คูส่ ญั ญา
ลกั ษณะ ๑๗
ประนปี ระนอมยอมความ
มาตรา ๘๕๐ อนั วา่ ประนีประนอมยอมความนน้ั คอื สัญญาซ่งึ ผเู้ ปน็ คู่สญั ญาทัง้ สองฝา่ ย
ระงบั ขอ้ พิพาทอนั ใดอนั หนง่ึ ซง่ึ มีอยู่หรือจะมขี น้ึ นน้ั ใหเ้ สรจ็ ไปดว้ ยตา่ งยอมผอ่ นผนั ให้แก่
กัน
มาตรา ๘๕๑ อันสญั ญาประนีประนอมยอมความนนั้ ถา้ มไิ ด้มีหลักฐานเป็นหนงั สอื อยา่ งใด
อยา่ งหนงึ่ ลงลายมอื ชื่อฝา่ ยทต่ี ้องรบั ผดิ หรอื ลายมอื ชอ่ื ตวั แทนของฝา่ ยนนั้ เปน็ สำคญั ทา่ น
วา่ จะฟ้องรอ้ งใหบ้ งั คับคดีหาได้ไม่
มาตรา ๘๕๒ ผลของสญั ญาประนปี ระนอมยอมความนนั้ ย่อมทำใหก้ ารเรยี กรอ้ งซง่ึ แตล่ ะ
ฝา่ ยได้ยอมสละนนั้ ระงบั สนิ้ ไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สทิ ธติ ามท่ีแสดงในสัญญาน้นั ว่าเปน็
ของตน
ลักษณะ ๑๘
การพนนั และขันตอ่
มาตรา ๘๕๓ อันการพนันหรอื ขันตอ่ นั้น ทา่ นว่าหาก่อให้เกิดหนไี้ ม่ สงิ่ ท่ไี ดใ้ หก้ นั ไปใน
การพนนั หรอื ขนั ตอ่ ก็จะทวงคนื ไมไ่ ด้ เพราะเหตุหามูลหนอี้ ยา่ งหนงึ่ อยา่ งใดมิได้
ขอ้ บญั ญตั ทิ ี่กลา่ วน้ี ทา่ นให้ใชต้ ลอดถึงขอ้ ตกลงเป็นมลู หนอ้ี ยา่ งหนง่ึ อยา่ งใดอนั ฝ่ายข้าง
เสียพนนั ขนั ตอ่ หากทำใหแ้ กอ่ กี ฝา่ ยหนงึ่ เพื่อจะใชห้ น้เี งนิ พนันหรอื ขนั ตอ่ นนั้ ดว้ ย
มาตรา ๘๕๔ อันการออกสลากกินแบง่ ก็ดี ออกสลากกนิ รวบกด็ ี ทา่ นว่าเปน็ สญั ญาอนั จะ
ผูกพนั ตอ่ เม่ือรัฐบาลไดใ้ ห้อำนาจหรอื ให้สตั ยาบนั แก่การนน้ั เฉพาะราย นอกนนั้ ทา่ นให้
บงั คับตามบทบญั ญตั มิ าตรา ๘๕๓
มาตรา ๘๕๕ ภายในบงั คบั แห่งบทบญั ญัติมาตรา ๓๑๒ และ ๙๑๖ ตัว๋ เงินหรอื เอกสาร
อย่างอนื่ ทกุ ฉบบั ซงึ่ ออกใหเ้ ตม็ จำนวน หรือแตโ่ ดยส่วน เพ่อื แทนเงนิ ใด ๆ อนั ได้แตช่ นะ
พนันหรือขนั ตอ่ ก็ดี ออกใหเ้ พื่อใช้เงนิ ทยี่ มื มาใชใ้ นการพนันหรือขันตอ่ เชน่ วา่ นัน้ ก็ดี
ทา่ นวา่ ไมส่ มบรู ณ์
เพ่ือประโยชนแ์ หง่ บทบญั ญตั นิ ้ี เงนิ รายใดใหย้ มื แกบ่ ุคคลกำลงั เลน่ การพนันหรือขนั ตอ่
ในเวลาหรือ ณ สถานที่เล่นเชน่ นน้ั ทา่ นใหส้ นั นิษฐานไวก้ อ่ นว่าเงนิ นนั้ ไดใ้ ห้ยมื ไปเพ่ือ
เลน่ การพนันหรือขนั ตอ่
ลักษณะ ๑๙
บัญชีเดนิ สะพดั
มาตรา ๘๕๖ อันวา่ สัญญาบัญชเี ดนิ สะพดั น้นั คือสญั ญาซึง่ บคุ คลสองคนตกลงกันวา่ สบื
แตน่ น้ั ไป หรือในชว่ั เวลากำหนดอันใดอนั หนงึ่ ให้ตัดทอนบัญชหี นท้ี ้ังหมดหรือแต่
บางสว่ นอันเกิดขนึ้ แตก่ จิ การในระหว่างเขาทัง้ สองนนั้ หักกลบลบกัน และคงชำระแต่สว่ นท่ี
เป็นจำนวนคงเหลือโดยดุลภาค
มาตรา ๘๕๗ การนำตวั๋ เงนิ ลงเป็นรายการในบัญชเี ดนิ สะพัดนนั้ ทา่ นใหส้ นั นิษฐานไว้
กอ่ นวา่ ไดล้ งดว้ ยเง่อื นไขว่าจะมผี ูช้ ำระเงินตามตวั๋ นน้ั ถา้ และต๋ัวน้นั มไิ ดช้ ำระเงินไซร้ จะเพิก
ถอนรายการอันนนั้ เสียกไ็ ด้
มาตรา ๘๕๘ ถ้าคสู่ ญั ญามิได้กำหนดกนั ไว้วา่ ให้หักทอนบัญชีโดยระยะเวลาอยา่ งไร
ไซร้ ทา่ นให้ถอื เอาเปน็ กำหนดหกเดอื น
มาตรา ๘๕๙ คสู่ ัญญาฝา่ ยใดจะบอกเลกิ สัญญาบญั ชเี ดินสะพดั และให้หกั ทอนบญั ชกี นั
เสียในเวลาใด ๆ กไ็ ด้ ถ้าไมม่ อี ะไรปรากฏเปน็ ข้อขดั กับทก่ี ล่าวมานี้
มาตรา ๘๖๐ เงินส่วนท่ีผดิ กนั อยนู่ น้ั ถา้ ยงั มิไดช้ ำระ ทา่ นใหค้ ดิ ดอกเบ้ยี นับแตว่ ันที่หกั
ทอนบญั ชเี สรจ็ เปน็ ตน้ ไป
ลักษณะ ๒๐
ประกันภัย
หมวด ๑
บทเบ็ดเสร็จท่ัวไป
มาตรา ๘๖๑ อนั วา่ สัญญาประกนั ภัยน้นั คือสญั ญาซึ่งบคุ คลคนหนึ่งตกลงจะใชค้ ่าสนิ ไหม
ทดแทน หรอื ใช้เงนิ จำนวนหนง่ึ ให้ในกรณวี นิ าศภัยหากมีขน้ึ หรอื ในเหตอุ ยา่ งอน่ื ใน
อนาคตดังได้ระบไุ ว้ในสัญญา และในการนบ้ี คุ คลอกี คนหน่ึงตกลงจะสง่ เงินซึ่งเรียกวา่ เบี้ย
ประกันภยั
มาตรา ๘๖๒ ตามขอ้ ความในลักษณะน้ี
คำวา่ “ผรู้ ับประกันภยั ” ท่านหมายความวา่ คสู่ ัญญาฝา่ ยซงึ่ ตกลงจะใชค้ า่ สินไหมทดแทน
หรอื ใช้เงนิ จำนวนหนึง่ ให้
คำว่า “ผู้เอาประกนั ภัย” ท่านหมายความวา่ คสู่ ัญญาฝ่ายซง่ึ ตกลงจะสง่ เบ้ยี ประกนั ภยั
คำว่า “ผู้รบั ประโยชน์” ท่านหมายความวา่ บคุ คลผจู้ ะพงึ ไดร้ บั ค่าสนิ ไหมทดแทนหรือรับ
จำนวนเงินใชใ้ ห้
อนงึ่ ผู้เอาประกันภยั และผรู้ บั ประโยชนน์ ้ัน จะเปน็ บุคคลคนหนงึ่ คนเดยี วกนั ก็ได้
มาตรา ๘๖๓ อันสญั ญาประกนั ภัยนนั้ ถ้าผเู้ อาประกนั ภัยมไิ ดม้ ีส่วนได้เสียในเหตทุ ่ี
ประกนั ภยั ไวน้ ้นั ไซร้ ทา่ นวา่ ยอ่ มไมผ่ ูกพันคู่สญั ญาแตอ่ ยา่ งหนงึ่ อยา่ งใด
มาตรา ๘๖๔ เม่ือคสู่ ญั ญาประกันภัยยกเอาภยั ใดโดยเฉพาะขนึ้ เป็นขอ้ พิจารณาในการวาง
กำหนดจำนวนเบย้ี ประกันภัย และภยั เชน่ นนั้ สนิ้ ไปหามไี มแ่ ลว้ ทา่ นวา่ ภายหน้าแต่นนั้ ไป
ผูเ้ อาประกนั ภยั ชอบทีจ่ ะได้ลดเบยี้ ประกันภัยลงตามสว่ น
มาตรา ๘๖๕ ถ้าในเวลาทำสญั ญาประกันภัย ผู้เอาประกันภยั ก็ดี หรอื ในกรณปี ระกนั ชวี ติ
บุคคลอันการใช้เงนิ ยอ่ มอาศัยความทรงชีพหรอื มรณะของเขานน้ั ก็ดี รู้อยแู่ ล้วละเว้นเสียไม่
เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจะไดจ้ งู ใจผูร้ ับประกนั ภัยให้เรียกเบ้ยี ประกนั ภัยสูงขน้ึ อกี หรอื ให้
บอกปัดไมย่ อมทำสญั ญา หรือวา่ รู้อยแู่ ลว้ แถลงข้อความนน้ั เปน็ ความเทจ็ ไซร้ ทา่ นวา่
สัญญานนั้ เปน็ โมฆยี ะ
ถา้ มิไดใ้ ช้สทิ ธบิ อกล้างภายในกำหนดเดอื นหนึง่ นบั แตว่ ันท่ผี ู้รบั ประกนั ภัยทราบมูลอันจะ
บอกลา้ งไดก้ ด็ ี หรือมิไดใ้ ชส้ ทิ ธนิ น้ั ภายในกำหนดหา้ ปนี ับแตว่ ันทำสญั ญากด็ ี ทา่ นวา่ สทิ ธิ
น้นั เปน็ อนั ระงบั สิน้ ไป
มาตรา ๘๖๖ ถ้าผรู้ บั ประกันภัยไดร้ ูข้ ้อความจรงิ ดงั กลา่ วในมาตรา ๘๖๕ นน้ั กด็ ีหรอื รวู้ า่ ขอ้
แถลงความเป็นความเทจ็ ก็ดี หรือควรจะไดร้ ้เู ชน่ นน้ั หากใชค้ วามระมัดระวงั ดงั จะพงึ
คาดหมายได้แตว่ ญิ ญชู นก็ดี ทา่ นให้ฟงั วา่ สัญญานนั้ เป็นอันสมบูรณ์
มาตรา ๘๖๗ อนั สญั ญาประกนั ภัยนน้ั ถ้ามไิ ดม้ หี ลกั ฐานเปน็ หนังสอื อย่างใดอยา่ งหนึ่งลง
ลายมอื ช่ือฝา่ ยทตี่ ้องรับผิดหรือลายมอื ชอ่ื ตวั แทนของฝา่ ยนน้ั เป็นสำคญั ทา่ นว่าจะฟ้องร้อง
ใหบ้ ังคบั คดีหาไดไ้ ม่
ใหส้ ง่ มอบกรมธรรม์ประกนั ภัยอนั มีเน้อื ความต้องตามสัญญานน้ั แกผ่ เู้ อาประกนั ภัยฉบบั
หนึง่
กรมธรรมป์ ระกนั ภัย ตอ้ งลงลายมอื ชอื่ ของผรู้ บั ประกนั ภัยและมีรายการ ดังตอ่ ไปนี้
(๑) วัตถุท่เี อาประกนั ภยั
(๒) ภัยใดซึ่งผ้รู บั ประกันภัยรบั เสยี่ ง
(๓) ราคาแห่งมลู ประกนั ภัย ถา้ หากได้กำหนดกันไว้
(๔) จำนวนเงนิ ซ่งึ เอาประกันภัย
(๕) จำนวนเบยี้ ประกันภยั และวิธสี ่งเบี้ยประกนั ภัย
(๖) ถ้าหากสญั ญาประกันภัยมกี ำหนดเวลา ตอ้ งลงเวลาเร่มิ ต้นและเวลาสนิ้ สุดไว้ดว้ ย
(๗) ช่ือหรอื ย่หี อ้ ของผูร้ ับประกนั ภัย
(๘) ชื่อหรือย่ีหอ้ ของผเู้ อาประกันภัย
(๙) ชือ่ ของผู้รบั ประโยชน์ ถ้าจะพงึ มี
(๑๐) วันทำสญั ญาประกันภัย
(๑๑) สถานทแี่ ละวนั ทไ่ี ด้ทำกรมธรรม์ประกนั ภัย
มาตรา ๘๖๘ อันสญั ญาประกันภยั ทะเล ทา่ นใหบ้ งั คบั ตามบทบญั ญัติแหง่ กฎหมายทะเล
หมวด ๒
ประกันวนิ าศภัย
สว่ นที่ ๑
บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
มาตรา ๘๖๙ อันคำวา่ “วนิ าศภยั ” ในหมวดนี้ ท่านหมายรวมเอาความเสยี หายอย่างใด
ๆ บรรดาซึ่งจะพึงประมาณเปน็ เงนิ ได้
มาตรา ๘๗๐ ถา้ ไดท้ ำสญั ญาประกันภยั เปน็ สองรายหรอื กว่านน้ั พร้อมกนั เพอื่ ความวนิ าศ
ภัยอนั เดียวกัน และจำนวนเงนิ ซง่ึ เอาประกนั ภัยรวมกันทง้ั หมดนนั้ ทว่ มจำนวนที่วนิ าศจรงิ
ไซร้ ท่านว่าผู้รบั ประโยชนช์ อบทจ่ี ะไดร้ บั คา่ สนิ ไหมทดแทนเพยี งเสมอจำนวนวนิ าศจริง
เทา่ นนั้ ผูร้ ับประกันภยั แต่ละคนตอ้ งใช้เงนิ จำนวนวนิ าศจรงิ แบง่ ตามส่วนมากน้อยทต่ี น
ได้รับประกันภยั ไว้
อนั สญั ญาประกนั ภยั ทงั้ หลาย ถ้าลงวันเดียวกนั ทา่ นให้ถอื ว่าได้ทำพรอ้ มกัน
ถ้าไดท้ ำสญั ญาประกนั ภัยเปน็ สองรายหรือกวา่ นั้นสืบเนอ่ื งเปน็ ลำดบั กัน ทา่ นวา่ ผ้รู บั
ประกันภัยคนแรกจะตอ้ งรบั ผิดเพื่อความวนิ าศภยั กอ่ น ถ้าและจำนวนเงนิ ซงึ่ ผู้รับประกันภยั
คนแรกไดใ้ ชน้ ้นั ยงั ไมค่ มุ้ จำนวนวนิ าศภยั ไซร้ ผรู้ บั ประกนั ภัยคนถดั ไปกต็ อ้ งรบั ผิดในส่วนที่
ยังขาดอยนู่ น้ั ตอ่ ๆ กันไปจนกวา่ จะคุม้ วนิ าศ
มาตรา ๘๗๑ ถ้าไดท้ ำสญั ญาประกนั ภยั เปน็ สองรายหรอื กวา่ นนั้ พร้อมกนั ก็ดี หรือสบื เนือ่ ง
เปน็ ลำดับกนั กด็ ี ท่านวา่ การที่ยอมสละสทิ ธอิ นั มตี ่อผรู้ ับประกนั ภัยรายหนง่ึ นนั้ ไม่
กระทบกระทง่ั ถึงสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องผรู้ ับประกนั ภัยรายอน่ื ๆ
มาตรา ๘๗๒ กอ่ นเริม่ เสี่ยงภยั ผเู้ อาประกันภยั จะบอกเลกิ สญั ญาเสยี ก็ได้ แตผ่ ู้รบั
ประกนั ภยั ชอบท่จี ะได้เบี้ยประกนั ภยั กง่ึ จำนวน
มาตรา ๘๗๓ ถา้ ในระหวา่ งอายสุ ัญญาประกนั ภัยนนั้ มลู ประกนั ภัยไดล้ ดน้อยถอยลงไป
หนกั ไซร้ ทา่ นวา่ ผู้เอาประกันภยั ชอบทจี่ ะไดล้ ดจำนวนเงนิ ซ่ึงเอาประกนั ภัยไว้ และลดจำนวน
เงินเบีย้ ประกันภยั
การลดจำนวนเบ้ยี ประกันภัยนน้ั ใหเ้ ป็นผลตอ่ ในอนาคต
มาตรา ๘๗๔ ถา้ คสู่ ัญญาได้กำหนดราคาแหง่ มลู ประกนั ภยั ไว้ ผู้รับประกันภยั ชอบท่จี ะได้
ลดจำนวนค่าสนิ ไหมทดแทน ก็แต่เมื่อพิสูจน์ไดว้ ่าราคาแหง่ มูลประกนั ภยั ตามทไ่ี ดต้ กลงกนั
ไวน้ ั้นเปน็ จำนวนสงู เกนิ ไปหนกั และคนื จำนวนเบยี้ ประกันภัยใหต้ ามสว่ นกับทงั้ ดอกเบยี้
ด้วย
มาตรา ๘๗๕ ถา้ วตั ถุอนั ได้เอาประกนั ภัยไวน้ ้นั เปล่ียนมอื ไปจากผ้เู อาประกนั ภัยโดย
พินัยกรรมก็ดี หรือโดยบัญญตั ิกฎหมายกด็ ี ทา่ นวา่ สิทธอิ นั มอี ยใู่ นสญั ญาประกันภยั กย็ อ่ ม
โอนตามไปดว้ ย
ถา้ ในสญั ญามไิ ด้กำหนดไว้เป็นอยา่ งอน่ื เมื่อผู้เอาประกนั ภัยโอนวตั ถุทเ่ี อาประกันภยั และ
บอกกลา่ วการโอนไปยังผู้รับประกนั ภัยไซร้ ทา่ นวา่ สทิ ธิอนั มอี ยู่ในสญั ญาประกนั ภัยนนั้ ยอ่ ม
โอนตามไปด้วย อนง่ึ ถ้าในการโอนเชน่ นชี้ ่องแหง่ ภยั เปลยี่ นแปลงไปหรือเพิ่มขึ้นหนกั ไซร้
ท่านวา่ สัญญาประกันภยั น้ันกลายเป็นโมฆะ
มาตรา ๘๗๖ ถา้ ผู้รบั ประกันภัยต้องคำพิพากษาใหเ้ ปน็ คนลม้ ละลาย ผเู้ อาประกันภยั จะ
เรยี กใหห้ าประกนั อนั สมควรใหแ้ กต่ นกไ็ ด้ หรอื จะบอกเลกิ สญั ญาเสียก็ได้
ถ้าผู้เอาประกนั ภยั ต้องคำพิพากษาให้เปน็ คนลม้ ละลาย ท่านใหใ้ ชว้ ธิ ีเดยี วกนั น้บี งั คบั ตาม
ควรแก่เรือ่ ง แตก่ ระนน้ั กด็ ี ถ้าเบีย้ ประกันภัยไดส้ ง่ แลว้ เต็มจำนวนเพื่ออายปุ ระกันภัยเปน็
ระยะเวลามากนอ้ ยเทา่ ใดไซร้ ท่านหา้ มมใิ หผ้ ูร้ บั ประกันภัยบอกเลิกสญั ญากอ่ นระยะเวลา
นนั้ สุดลง
มาตรา ๘๗๗ ผรู้ บั ประกันภยั จำต้องใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนดังจะกล่าวตอ่ ไปนี้ คอื
(๑) เพอ่ื จำนวนวนิ าศภยั อันแทจ้ รงิ
(๒) เพื่อความบุบสลายอนั เกิดแก่ทรัพยส์ ินซ่ึงได้เอาประกนั ภัยไวเ้ พราะไดจ้ ัดการตามสมควร
เพ่อื ปอ้ งปัดความวนิ าศภยั
(๓) เพ่ือบรรดาคา่ ใช้จา่ ยอนั สมควรซงึ่ ไดเ้ สยี ไปเพือ่ รกั ษาทรพั ยส์ นิ ซ่งึ เอาประกันภัยไวน้ ัน้ มิ
ให้วนิ าศ
อันจำนวนวนิ าศจรงิ นัน้ ท่านใหต้ ีราคา ณ สถานทแ่ี ละในเวลาซง่ึ เหตวุ นิ าศภัยนนั้ ได้
เกดิ ข้นึ อน่งึ จำนวนเงนิ ซงึ่ ไดเ้ อาประกันภยั ไวน้ ้นั ทา่ นให้สนั นษิ ฐานไวก้ ่อนวา่ เป็นหลัก
ประมาณอนั ถกู ตอ้ งในการตรี าคาเชน่ วา่ นัน้
ทา่ นหา้ มมิใหค้ ดิ คา่ สินไหมทดแทนเกนิ ไปกวา่ จำนวนเงนิ ซึ่งเอาประกนั ภยั ไว้
มาตรา ๘๗๘ ค่าใชจ้ า่ ยในการตรี าคาวนิ าศภยั น้นั ทา่ นวา่ ผรู้ บั ประกนั ภัยตอ้ งเปน็ ผอู้ อกใช้
มาตรา ๘๗๙ ผ้รู บั ประกนั ภัยไมต่ อ้ งรับผดิ ในเมอื่ ความวินาศภยั หรอื เหตอุ นื่ ซงึ่ ได้ระบุไว้ใน
สัญญาน้นั ไดเ้ กดิ ขึน้ เพราะความทจุ รติ หรอื ความประมาทเลนิ เลอ่ อยา่ งร้ายแรงของผู้เอา
ประกนั ภัยหรือผู้รบั ประโยชน์
ผู้รับประกันภัยไมต่ อ้ งรบั ผิดในความวนิ าศภยั อนั เปน็ ผลโดยตรงมาแตค่ วามไม่สมประกอบ
ในเนอื้ แห่งวตั ถทุ ีเ่ อาประกนั ภยั เว้นแตจ่ ะไดต้ กลงกันเปน็ อย่างอนื่
มาตรา ๘๘๐ ถา้ ความวนิ าศภัยนนั้ ได้เกิดขน้ึ เพราะการกระทำของบคุ คลภายนอกไซร้ ผรู้ บั
ประกันภัยได้ใชค้ า่ สนิ ไหมทดแทนไปเปน็ จำนวนเพยี งใด ผรู้ บั ประกนั ภยั ย่อมเขา้ รบั ชว่ ง
สิทธขิ องผ้เู อาประกันภัยและของผู้รบั ประโยชนซ์ งึ่ มีตอ่ บคุ คลภายนอกเพยี งนั้น
ถา้ ผู้รบั ประกันภยั ไดใ้ ชค้ า่ สนิ ไหมทดแทนไปแตเ่ พยี งบางสว่ นไซร้ ทา่ นหา้ มมใิ หผ้ ู้รบั
ประกนั ภัยน้ันใชส้ ทิ ธขิ องตนให้เส่อื มเสยี สิทธขิ องผเู้ อาประกันภยั หรอื ผูร้ ับประโยชน์ ใน
การท่เี ขาจะเรียกร้องเอาค่าสนิ ไหมทดแทนจากบุคคลภายนอกเพ่ือเศษแห่งจำนวนวนิ าศนนั้
มาตรา ๘๘๑ ถา้ ความวนิ าศเกิดขึ้นเพราะภัยมขี นึ้ ดงั ผ้รู บั ประกนั ภัยตกลงประกนั ภัยไว้ไซร้
เม่ือผเู้ อาประกันภัยหรือผรู้ บั ประโยชนท์ ราบความวินาศนัน้ แลว้ ตอ้ งบอกกลา่ วแกผ่ รู้ บั
ประกันภัยโดยไม่ชักช้า
ถา้ มิไดป้ ฏบิ ตั ติ ามบทบญั ญตั ทิ ี่กลา่ วมาในวรรคก่อน ผู้รบั ประกนั ภยั อาจเรียกร้องคา่
สนิ ไหมทดแทนเพอ่ื ความเสียหายอยา่ งใด ๆ อันเกดิ แต่การนัน้ ได้ เวน้ แต่อกี ฝา่ ยหนง่ึ จะ
พสิ ูจนไ์ ด้วา่ ไม่สามารถท่ีจะปฏิบตั ิได้
มาตรา ๘๘๒ ในการเรยี กให้ใชค้ า่ สนิ ไหมทดแทน ทา่ นห้ามมใิ หฟ้ ้องคดีเม่อื พน้
กำหนดเวลาสองปีนบั แตว่ นั วนิ าศภยั
ในการเรียกใหใ้ ช้หรอื ใหค้ ืนเบี้ยประกันภยั ท่านหา้ มมิใหฟ้ อ้ งคดีเม่อื พ้นเวลาสองปนี ับแต่
วนั ซึ่งสทิ ธจิ ะเรียกใหใ้ ช้หรือคนื เบย้ี ประกนั ภยั ถงึ กำหนด
ส่วนท่ี ๒
วธิ เี ฉพาะการประกนั ภัยในการรบั ขน
มาตรา ๘๘๓ อันสญั ญาประกนั ภัยในการรับขนนนั้ ยอ่ มคุ้มถึงความวนิ าศภัยทุกอยา่ งซงึ่
อาจเกิดแกข่ องทข่ี นสง่ ในระหวา่ งเวลาตงั้ แตผ่ ขู้ นส่งได้รบั ของไป จนไดส้ ่งมอบของนน้ั แก่
ผู้รับตราสง่ และจำนวนคา่ สนิ ไหมทดแทนนัน้ ย่อมกำหนดตามท่ีของซง่ึ ขนส่งนนั้ จะได้มี
ราคาเมอื่ ถึงตำบลอันกำหนดให้สง่
มาตรา ๘๘๔ ถา้ ของซึ่งขนสง่ นน้ั ได้เอาประกันภัยเมอ่ื อยู่ในระหวา่ งสง่ เดินทางไปทา่ นให้
คิดมลู ประกันภัยในของนั้นนับรวมทงั้ ราคาของ ณ สถานทแ่ี ละในเวลาที่ผู้ขนส่งได้รบั ของ
และใหเ้ พ่มิ คา่ ระวางส่งของไปยงั สถานท่ีสง่ มอบแกผ่ รู้ บั ตราส่ง กบั ท้งั ค่าใช้จา่ ยอนื่ ๆ เนอ่ื ง
ดว้ ยการส่งของไปน้ันเขา้ ดว้ ย
กำไรอนั จะพึงได้ในเวลาเม่ือสง่ มอบของนน้ั ย่อมจะคิดรวมเขา้ เปน็ มลู ประกนั ภัยไดต้ อ่ เม่ือได้
มขี ้อตกลงกนั ไว้เชน่ น้นั ชัดแจ้ง
มาตรา ๘๘๕ อนั สัญญาประกันภยั ในการรบั ขนนน้ั ถงึ แม้การขนสง่ จะตอ้ งสะดุดหยุดลง
ชัว่ ขณะหรอื จะต้องเปลยี่ นทางหรอื เปลยี่ นวธิ ขี นสง่ อยา่ งหน่ึงอย่างใดโดยเหตจุ ำเปน็ ใน
ระหว่างสง่ เดนิ ทางก็ดี ท่านวา่ สัญญานนั้ ก็ยอ่ มคงเปน็ อนั สมบูรณ์อยู่ เวน้ แตจ่ ะได้ระบุไวใ้ น
สัญญาเปน็ อยา่ งอ่ืน
มาตรา ๘๘๖ อนั กรมธรรมป์ ระกันภัยในการรบั ขนน้ัน นอกจากทไี่ ดร้ ะบุไวแ้ ล้วในมาตรา
๘๖๗ ต้องมรี ายการเพ่มิ ขึ้นอกี ดงั จะกลา่ วตอ่ ไปน้ี คอื
(๑) ระบทุ างและวธิ ขี นสง่
(๒) ชอ่ื หรอื ยหี่ อ้ ของผ้ขู นสง่
(๓) สถานท่ีซง่ึ กำหนดใหร้ ับและส่งมอบของ
(๔) กำหนดระยะเวลาขนส่งตามแตม่ ี
สว่ นที่ ๓
ประกันภัยค้าจุน
มาตรา ๘๘๗ อนั วา่ ประกนั ภัยคา้ จุนนัน้ คอื สญั ญาประกนั ภยั ซง่ึ ผู้รบั ประกนั ภยั ตกลงวา่ จะ
ใชค้ า่ สนิ ไหมทดแทนในนามของผเู้ อาประกันภยั เพอื่ ความวนิ าศภยั อนั เกิดข้นึ แก่บคุ คลอกี
คนหนงึ่ และซ่งึ ผูเ้ อาประกันภยั จะตอ้ งรบั ผิดชอบ
บคุ คลผูต้ อ้ งเสยี หายชอบที่จะไดร้ ับคา่ สนิ ไหมทดแทนตามทต่ี นควรจะได้นน้ั จากผู้รับ
ประกันภัยโดยตรง แตค่ ่าสนิ ไหมทดแทนเชน่ วา่ น้หี าอาจจะคิดเกนิ ไปกว่าจำนวนอันผรู้ บั
ประกนั ภัยจะพงึ ตอ้ งใชต้ ามสญั ญาน้ันไดไ้ ม่ ในคดีระหวา่ งบคุ คลผตู้ อ้ งเสยี หายกับผู้รบั
ประกันภัยน้ัน ท่านใหผ้ ู้ตอ้ งเสียหายเรียกตัวผเู้ อาประกันภัยเขา้ มาในคดีด้วย
อนง่ึ ผ้รู ับประกันภัยนั้นแม้จะไดส้ ่งคา่ สินไหมทดแทนใหแ้ ก่ผู้เอาประกนั ภัยแลว้ กย็ ังหา
หลุดพ้นจากความรับผดิ ตอ่ บคุ คลผูต้ อ้ งเสยี หายนั้นไม่ เวน้ แตต่ นจะพิสจู น์ไดว้ ่าสนิ ไหม
ทดแทนน้ันผู้เอาประกนั ภยั ไดใ้ ชใ้ ห้แก่ผ้ตู อ้ งเสยี หายแล้ว
มาตรา ๘๘๘ ถ้าค่าสินไหมทดแทนอันผู้รบั ประกนั ภยั ได้ใชไ้ ปโดยคำพิพากษานนั้ ยงั ไม่
คุ้มคา่ วนิ าศภัยเตม็ จำนวนไซร้ ทา่ นวา่ ผู้เอาประกนั ภยั ก็ยังคงต้องรับใชจ้ ำนวนทย่ี งั ขาด เวน้
ไวแ้ ตบ่ ุคคลผตู้ ้องเสียหายจะได้ละเลยเสยี ไมเ่ รียกตัวผู้เอาประกนั ภยั เข้ามาสู่คดีดว้ ยดังกลา่ ว
ไวใ้ นมาตรากอ่ น
หมวด ๓
ประกันชวี ติ
มาตรา ๘๘๙ ในสัญญาประกนั ชวี ติ นน้ั การใชจ้ ำนวนเงนิ ยอ่ มอาศยั ความทรงชพี หรือ
มรณะของบคุ คลคนหนง่ึ
มาตรา ๘๙๐ จำนวนเงนิ อันจะพงึ ใชน้ น้ั จะชำระเป็นเงนิ จำนวนเดียว หรือเป็นเงนิ รายปีก็
ได้ สุดแลว้ แตจ่ ะตกลงกนั ระหว่างคู่สญั ญา
มาตรา ๘๙๑ แม้ในกรณที ผี่ ้เู อาประกนั ภัยมไิ ดเ้ ปน็ ผรู้ ับประโยชน์เองกด็ ี ผเู้ อาประกันภัย
ยอ่ มมสี ิทธทิ ่จี ะโอนประโยชนแ์ ห่งสญั ญานนั้ ใหแ้ ก่บคุ คลอีกคนหนงึ่ ได้ เวน้ แตจ่ ะได้ส่งมอบ
กรมธรรม์ประกนั ภยั ให้แก่ผู้รบั ประโยชนไ์ ปแลว้ และผรู้ ับประโยชนไ์ ดบ้ อกกล่าวเปน็ หนงั สอื
ไปยงั ผูร้ ับประกันภยั แล้วว่าตนจำนงจะถอื เอาประโยชนแ์ หง่ สญั ญานั้น
ถ้ากรมธรรม์ประกันภยั ได้ทำเปน็ รูปใหใ้ ชเ้ งนิ ตามเขาสงั่ แล้ว ทา่ นใหน้ ำบทบญั ญตั ิมาตรา
๓๐๙ มาใชบ้ งั คับ
มาตรา ๘๙๒ ในกรณบี อกลา้ งสญั ญาตามความในมาตรา ๘๖๕ ผรู้ บั ประกันภยั ตอ้ งคืนคา่
ไถถ่ อนกรมธรรมป์ ระกนั ภยั ใหแ้ ก่ผเู้ อาประกันภยั หรือทายาทของผู้นน้ั
มาตรา ๘๙๓ การใชเ้ งนิ อาศัยเหตุความทรงชพี หรือมรณะของบคุ คลผู้ใด แม้ได้แถลงอายุ
ของบคุ คลผ้นู นั้ ไวค้ ลาดเคลอื่ นไมถ่ กู ตอ้ งเป็นเหตุใหไ้ ด้กำหนดจำนวนเบย้ี ประกนั ภยั ไวต้ า่
ไซร้ ทา่ นให้ลดจำนวนเงนิ อนั ผรู้ ับประกันภยั จะพงึ ต้องใชน้ ั้นลงตามสว่ น
แต่ถ้าผ้รู ับประกนั ภยั พสิ ูจน์ไดว้ า่ ในขณะทท่ี ำสัญญานนั้ อายทุ ีถ่ ูกตอ้ งแทจ้ รงิ อยนู่ อกจำกดั
อัตราตามทางค้าปกตขิ องเขาแลว้ ทา่ นว่าสญั ญานน้ั เป็นโมฆยี ะ
มาตรา ๘๙๔ ผเู้ อาประกันภยั ชอบท่จี ะบอกเลิกสัญญาประกนั ภยั เสียในเวลาใด ๆ ก็ได้
ด้วยการงดไมส่ ่งเบ้ียประกนั ภยั ตอ่ ไป ถา้ และไดส้ ง่ เบยี้ ประกันภัยมาแลว้ อยา่ งนอ้ ยสามปไี ซร้
ทา่ นว่าผเู้ อาประกนั ภยั ชอบทจ่ี ะได้รบั เงินคา่ เวนคนื กรมธรรมป์ ระกันภยั หรอื รบั กรมธรรม์ใช้
เงินสำเรจ็ จากผู้รับประกนั ภยั
มาตรา ๘๙๕ เมอ่ื ใดจะต้องใช้จำนวนเงนิ ในเหตุมรณะของบคุ คลคนหนง่ึ คนใด ทา่ นว่า
ผ้รู บั ประกนั ภยั จำต้องใชเ้ งนิ นน้ั ในเมื่อมรณภยั อนั นัน้ เกดิ ขนึ้ เวน้ แต่
(๑) บคุ คลผนู้ น้ั ได้กระทำอตั วนิ บิ าตดว้ ยใจสมคั รภายในปีหนึ่งนับแตว่ นั ทำสญั ญาหรือ
(๒) บคุ คลผนู้ ้นั ถูกผ้รู บั ประโยชนฆ์ ่าตายโดยเจตนา
ในกรณที ี่ ๒ น้ี ทา่ นวา่ ผรู้ บั ประกนั ภัยจำต้องใช้เงนิ คา่ ไถ่ถอนกรมธรรมใ์ ห้แก่ผู้เอา
ประกนั ภยั หรอื ให้แกท่ ายาทของผนู้ ั้น
มาตรา ๘๙๖ ถ้ามรณภัยเกดิ ขึ้นเพราะความผดิ ของบคุ คลภายนอก ผู้รบั ประกนั ภัยหาอาจจะ
เรยี กเอาคา่ สนิ ไหมทดแทนจากบุคคลภายนอกน้นั ได้ไม่ แต่สทิ ธิของฝา่ ยทายาทแห่งผู้
มรณะในอันจะไดค้ า่ สินไหมทดแทนจากบคุ คลภายนอกนน้ั หาสูญสนิ้ ไปดว้ ยไม่ แม้ทง้ั
จำนวนเงินอันจะพงึ ใช้ตามสัญญาประกนั ชีวติ นน้ั จะหวนกลบั มาไดแ้ ก่ตนด้วย
มาตรา ๘๙๗ ถา้ ผู้เอาประกันภยั ไดเ้ อาประกนั ภัยไว้โดยกำหนดวา่ เมอื่ ตนถงึ ซึ่งความมรณะ
ให้ใช้เงินแกท่ ายาททงั้ หลายของตนโดยมไิ ดเ้ จาะจงระบชุ อื่ ผหู้ นึ่งผู้ใดไว้ไซร้ จำนวนเงนิ อัน
จะพงึ ใชน้ นั้ ท่านใหฟ้ งั เอาเปน็ สนิ ทรพั ย์ส่วนหน่งึ แหง่ กองมรดกของผเู้ อาประกนั ภยั ซง่ึ
เจา้ หนีจ้ ะเอาใชห้ นไี้ ด้
ถา้ ไดเ้ อาประกันภยั ไวโ้ ดยกำหนดว่าใหใ้ ชเ้ งินแก่บคุ คลคนใดคนหนง่ึ โดยเฉพาะเจาะจง
ท่านวา่ เฉพาะแตจ่ ำนวนเงินเบย้ี ประกนั ภยั ซง่ึ ผเู้ อาประกนั ภยั ได้ส่งไปแลว้ เท่านนั้ จกั เปน็
สินทรัพย์สว่ นหนึ่งแหง่ กองมรดกของผู้เอาประกนั ภัยอนั เจ้าหน้จี ะเอาใชห้ นไ้ี ด้
ลกั ษณะ ๒๑
ต๋วั เงนิ
หมวด ๑
บทเบ็ดเสรจ็ ทั่วไป
มาตรา ๘๙๘ อนั ตว๋ั เงนิ ตามความหมายแหง่ ประมวลกฎหมายน้มี สี ามประเภท ๆ หนง่ึ คือ
ต๋ัวแลกเงนิ ประเภทหนงึ่ คือตวั๋ สัญญาใชเ้ งนิ ประเภทหน่ึง คอื เชค็
มาตรา ๘๙๙ ข้อความอันใดซง่ึ มไิ ด้มบี ญั ญตั ไิ วใ้ นประมวลกฎหมายลกั ษณะน้ี ถา้ เขยี นลง
ในต๋วั เงนิ ทา่ นวา่ ขอ้ ความอันนั้นหาเปน็ ผลอยา่ งหนึ่งอย่างใดแก่ตวั๋ เงนิ นน้ั ไม่
มาตรา ๙๐๐ บคุ คลผูล้ งลายมอื ชอื่ ของตนในตวั๋ เงนิ ยอ่ มจะต้องรับผดิ ตามเนื้อความในตว๋ั
เงนิ นน้ั
ถ้าลงเพยี งแตเ่ คร่ืองหมายอยา่ งหนึง่ อยา่ งใด เชน่ แกงไดหรือลายพมิ พ์นว้ิ มอื อา้ งเอาเป็น
ลายมอื ชื่อในตว๋ั เงินไซร้ แมถ้ ึงว่าจะมีพยานลงชอื่ รบั รองกต็ าม ทา่ นวา่ หาให้ผลเปน็ ลง
ลายมือชอื่ ในตว๋ั เงินนั้นไม่
มาตรา ๙๐๑ ถา้ บคุ คลคนใดลงลายมือชือ่ ของตนในตว๋ั เงิน และมไิ ดเ้ ขยี นแถลงวา่ กระทำ
การแทนบคุ คลอีกคนหนงึ่ ไซร้ ทา่ นวา่ บคุ คลคนนนั้ ย่อมเปน็ ผรู้ บั ผดิ ตามความในตวั๋ เงินนน้ั
มาตรา ๙๐๒ ถ้าตว๋ั เงนิ ลงลายมือชอื่ ของบคุ คลหลายคน มีท้งั บคุ คลซงึ่ ไม่อาจจะเปน็
คสู่ ญั ญาแหง่ ต๋วั เงนิ นน้ั ได้เลย หรือเป็นไดแ้ ต่ไมเ่ ต็มผลไซร้ ทา่ นวา่ การนี้ยอ่ มไม่
กระทบกระทง่ั ถงึ ความรบั ผดิ ของบคุ คลอนื่ ๆ นอกนั้นซงึ่ คงตอ้ งรับผิดตามตว๋ั เงนิ
มาตรา ๙๐๓ ในการใชเ้ งนิ ตามตวั๋ เงนิ ทา่ นมใิ หใ้ ห้วนั ผอ่ น
มาตรา ๙๐๔ อันผู้ทรงนนั้ หมายความวา่ บคุ คลผู้มตี ๋วั เงนิ ไวใ้ นครอบครอง โดยฐานเปน็
ผรู้ บั เงนิ หรอื เปน็ ผรู้ บั สลกั หลงั ถา้ และเปน็ ตว๋ั เงินสง่ั จ่ายใหแ้ กผ่ ู้ถือ ๆ กน็ ับวา่ เปน็ ผทู้ รง
เหมอื นกัน
มาตรา ๙๐๕ ภายในบงั คบั แห่งบทบัญญตั มิ าตรา ๑๐๐๘ บุคคลผไู้ ดต้ วั๋ เงนิ ไวใ้ น
ครอบครอง ถ้าแสดงใหป้ รากฏสทิ ธดิ ว้ ยการสลกั หลังไมข่ าดสาย แมถ้ งึ วา่ การสลกั หลงั ราย
ท่สี ุดจะเป็นสลกั หลังลอยก็ตาม ทา่ นใหถ้ อื วา่ เปน็ ผทู้ รงโดยชอบดว้ ยกฎหมาย เมือ่ ใด
รายการสลกั หลังลอยมีสลกั หลงั รายอน่ื ตามหลังไปอีก ท่านใหถ้ อื วา่ บุคคลผทู้ ี่ลงลายมอื ชอ่ื ใน
การสลกั หลังรายที่สดุ นน้ั เปน็ ผไู้ ดไ้ ปซ่ึงตว๋ั เงนิ ด้วยการสลักหลงั ลอย อนง่ึ คำสลักหลังเมอ่ื ขดี
ฆ่าเสียแล้ว ทา่ นให้ถอื เสมือนวา่ มไิ ด้มีเลย
ถ้าบคุ คลผู้หนง่ึ ผใู้ ดตอ้ งปราศจากต๋วั เงนิ ไปจากครอบครอง ทา่ นวา่ ผทู้ รงซง่ึ แสดงใหป้ รากฏ
สทิ ธิของตนในตว๋ั ตามวธิ กี ารดงั กล่าวมาในวรรคก่อนนนั้ หาจำตอ้ งสละตวั๋ เงนิ ไม่ เวน้ แตจ่ ะ
ได้มาโดยทุจรติ หรือไดม้ าดว้ ยความประมาทเลินเลอ่ อยา่ งรา้ ยแรง
อนง่ึ ขอ้ ความในวรรคกอ่ นนี้ ให้ใชบ้ ังคบั ตลอดถึงผูท้ รงตวั๋ เงนิ สั่งจา่ ยใหแ้ ก่ผถู้ ือด้วย