The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Supansa Intaruangroong, 2022-07-11 04:51:14

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๓๑๓ บทบญั ญัติแหง่ มาตรากอ่ นน้ี ท่านให้ใชบ้ งั คับตลอดถงึ หนอ้ี นั พึงตอ้ งชำระ
แก่ผถู้ อื นนั้ ดว้ ย แล้วแตก่ รณี

หมวด ๕
ความระงับหน้ี

สว่ นที่ ๑
การชำระหน้ี

มาตรา ๓๑๔ อนั การชำระหนีน้ ้ัน ทา่ นวา่ บคุ คลภายนอกจะเปน็ ผชู้ ำระก็ได้ เว้นแตส่ ภาพ
แหง่ หนจ้ี ะไม่เปดิ ช่องให้บุคคลภายนอกชำระ หรอื จะขัดกบั เจตนาอันค่กู รณไี ด้แสดงไว้
บคุ คลผู้ไม่มีสว่ นไดเ้ สียดว้ ยในการชำระหนนี้ ัน้ จะเข้าชำระหน้ีโดยขนื ใจลูกหน้หี าได้ไม่

มาตรา ๓๑๕ อนั การชำระหนีน้ ้ัน ต้องทำให้แกต่ วั เจา้ หนีห้ รอื แกบ่ คุ คลผ้มู อี ำนาจรับชำระ
หน้ีแทนเจา้ หนี้ การชำระหนี้ให้แกบ่ คุ คลผูไ้ มม่ อี ำนาจรบั ชำระหนน้ี นั้ ถา้ เจ้าหนใ้ี ห้
สัตยาบนั ก็นบั วา่ สมบูรณ์

มาตรา ๓๑๖ ถา้ การชำระหนน้ี ้ันไดท้ ำใหแ้ กผ่ คู้ รองตามปรากฏแหง่ สทิ ธิในมลู หน้ี ทา่ นว่า
การชำระหนนี้ น้ั จะสมบรู ณ์กแ็ ตเ่ มอ่ื บคุ คลผูช้ ำระหนไ้ี ด้กระทำการโดยสจุ ริต

มาตรา ๓๑๗ นอกจากกรณที ีก่ ล่าวไวใ้ นมาตราก่อน การชำระหนแี้ กบ่ คุ คลผไู้ มม่ ีสทิ ธจิ ะ
ได้รับนัน้ ท่านวา่ ยอ่ มสมบูรณ์เพยี งเทา่ ทีต่ วั เจา้ หนีไ้ ดล้ าภงอกขน้ึ แตก่ ารนน้ั

มาตรา ๓๑๘ บุคคลผูถ้ อื ใบเสรจ็ เป็นสำคญั ทา่ นนับวา่ เป็นผมู้ สี ิทธจิ ะได้รับชำระหนี้ แต่
ความท่กี ลา่ วนท้ี ่านมใิ ห้ใช้ ถ้าบคุ คลผูช้ ำระหน้ีรู้ว่าสทิ ธเิ ชน่ นน้ั หามไี ม่ หรอื ไมร่ ู้เทา่ ถึงสทิ ธิ
นน้ั เพราะความประมาทเลนิ เล่อของตน

มาตรา ๓๑๙ ถ้าศาลสง่ั ใหล้ กู หนค้ี นท่สี ามงดเว้นทำการชำระหนีแ้ ลว้ ยังขนื ชำระหน้ใี หแ้ ก่
เจ้าหน้ขี องตนเองไซร้ ทา่ นวา่ เจ้าหนผี้ ู้ท่รี ้องขอใหย้ ดึ ทรัพย์จะเรียกใหล้ กู หน้ีคนท่สี ามนนั้
ทำการชำระหนอี้ กี ใหค้ มุ้ กับความเสียหายอนั ตนไดร้ บั ก็ได้
อนง่ึ ข้อความซงึ่ กล่าวมาในวรรคขา้ งตน้ นห้ี าเปน็ ข้อขัดขวางในการท่ลี กู หน้คี นทส่ี ามจะใช้
สทิ ธิไลเ่ บย้ี เอาแก่เจา้ หนข้ี องตนเองนัน้ ไม่

มาตรา ๓๒๐ อนั จะบงั คบั ให้เจา้ หนี้รับชำระหนี้แตเ่ พียงบางสว่ น หรอื ให้รับชำระหนเ้ี ปน็
อยา่ งอนื่ ผดิ ไปจากที่จะต้องชำระแก่เจา้ หนน้ี น้ั ทา่ นวา่ หาอาจจะบงั คบั ได้ไม่

มาตรา ๓๒๑ ถา้ เจา้ หนี้ยอมรับการชำระหนอ้ี ยา่ งอ่ืนแทนการชำระหนที้ ไี่ ดต้ กลงกันไว้ ทา่ น
วา่ หนน้ี น้ั ก็เปน็ อนั ระงบั สนิ้ ไป
ถา้ เพือ่ ท่ีจะทำใหพ้ อแกใ่ จเจ้าหนี้นนั้ ลูกหนรี้ ับภาระเป็นหนอ้ี ยา่ งใดอยา่ งหนึ่งขนึ้ ใหม่ตอ่
เจ้าหนี้ไซร้ เมื่อกรณเี ปน็ ทสี่ งสยั ทา่ นมิให้สนั นิษฐานวา่ ลูกหนไ้ี ดก้ ่อหนนี้ นั้ ขนึ้ แทนการ
ชำระหนี้

ถา้ ชำระหน้ดี ว้ ยออก-ด้วยโอน-หรือด้วยสลกั หลังตัว๋ เงินหรือประทวนสนิ ค้า ท่านวา่ หน้นี ั้นจะ
ระงบั ส้ินไปตอ่ เม่ือตวั๋ เงนิ หรือประทวนสนิ คา้ นนั้ ไดใ้ ชเ้ งนิ แลว้

มาตรา ๓๒๒ ถา้ เอาทรพั ยก์ ็ดี สิทธเิ รยี กร้องจากบคุ คลภายนอกกด็ ี หรือสิทธอิ ยา่ งอ่ืนกด็ ี
ให้แทนการชำระหน้ี ทา่ นว่าลกู หนจ้ี ะตอ้ งรบั ผดิ เพอ่ื ชำรดุ บกพร่องและเพ่อื การรอนสิทธิ
ทำนองเดยี วกับผขู้ าย

มาตรา ๓๒๓ ถา้ วตั ถุแห่งหนเ้ี ปน็ อันให้ส่งมอบทรพั ย์เฉพาะสิ่ง ทา่ นวา่ บคุ คลผ้ชู ำระหน้ี
จะตอ้ งส่งมอบทรัพย์ตามสภาพทเ่ี ปน็ อยูใ่ นเวลาท่จี ะพึงสง่ มอบ
ลกู หน้ีจำต้องรักษาทรพั ย์นั้นไวด้ ว้ ยความระมดั ระวงั เชน่ อยา่ งวิญญชู นจะพึงสงวนทรพั ย์สนิ
ของตนเอง จนกวา่ จะไดส้ ่งมอบทรัพยน์ ั้น

มาตรา ๓๒๔ เมอ่ื มไิ ดม้ แี สดงเจตนาไว้โดยเฉพาะเจาะจงว่าจะพงึ ชำระหนี้ ณ สถานทใ่ี ด
ไซร้ หากจะต้องสง่ มอบทรพั ยเ์ ฉพาะสิ่ง ทา่ นว่าต้องส่งมอบกนั ณ สถานทซี่ ง่ึ ทรัพยน์ น้ั ได้
อยู่ในเวลาเมอื่ ก่อให้เกดิ หน้ีนนั้ ส่วนการชำระหนโ้ี ดยประการอ่นื ทา่ นวา่ ตอ้ งชำระ ณ
สถานทซี่ ่ึงเปน็ ภูมลิ ำเนาปจั จุบนั ของเจา้ หนี้

มาตรา ๓๒๕ เมอื่ มิไดม้ แี สดงเจตนาไว้ในขอ้ คา่ ใช้จา่ ยในการชำระหนี้ ทา่ นวา่ ฝา่ ยลกู หน้ี
พงึ เปน็ ผอู้ อกค่าใช้จา่ ย แตถ่ า้ คา่ ใช้จา่ ยนนั้ มจี ำนวนเพมิ่ ขนึ้ เพราะเจา้ หน้ีย้ายภูมิลำเนาก็ดี
หรอื เพราะการอนื่ ใดอนั เจา้ หน้ไี ดก้ ระทำก็ดี คา่ ใชจ้ า่ ยเพิม่ ขึ้นเท่าใดเจา้ หนตี้ อ้ งเปน็ ผอู้ อก

มาตรา ๓๒๖ บคุ คลผชู้ ำระหนีช้ อบทจ่ี ะได้รบั ใบเสรจ็ เป็นสำคญั จากผ้รู ับชำระหนน้ี ้ัน และ
ถ้าหนน้ี น้ั ไดช้ ำระส้ินเชงิ แลว้ ผ้ชู ำระหน้ชี อบทจี่ ะได้รับเวนคนื เอกสารอนั เป็นหลักฐานแหง่

หน้ี หรือใหข้ ดี ฆ่าเอกสารนัน้ เสยี ถ้าและเอกสารน้นั สญู หาย บคุ คลผู้ชำระหนีช้ อบท่ีจะให้
จดแจง้ ความขอ้ ระงบั หนลี้ งไวใ้ นใบเสร็จหรอื ในเอกสารอกี ฉบับหนง่ึ ตา่ งหากก็ได้
ถ้าหนนี้ น้ั ไดช้ ำระแต่บางส่วนก็ดี หรือถ้าเอกสารนน้ั ยงั ใหส้ ทิ ธอิ ยา่ งอน่ื ใดแก่เจ้าหนอ้ี ยกู่ ด็ ี
ทา่ นวา่ ลกู หน้ชี อบแตท่ จี่ ะไดร้ ับใบเสร็จไว้เป็นคู่มือ และใหจ้ ดแจง้ การชำระหนน้ี ั้นลงไว้ใน
เอกสาร

มาตรา ๓๒๗ ในกรณชี ำระดอกเบ้ยี หรือชำระหนีอ้ ย่างอนื่ อนั มีกำหนดชำระเปน็ ระยะเวลา
นัน้ ถา้ เจา้ หนอ้ี อกใบเสร็จให้เพือ่ ระยะหนงึ่ แล้วโดยมิได้อิดเอือ้ น ทา่ นให้สนั นษิ ฐานไว้
กอ่ นวา่ เจา้ หนไ้ี ด้รบั ชำระหน้เี พื่อระยะก่อน ๆ นน้ั ดว้ ยแล้ว
ถ้าเจ้าหนอ้ี อกใบเสรจ็ ให้เพอื่ การชำระต้นเงนิ ทา่ นให้สันนิษฐานไวก้ อ่ นวา่ เจา้ หน้ีได้รับ
ดอกเบี้ยแลว้
ถา้ เอกสารอนั เปน็ หลักฐานแหง่ หนี้ได้เวนคนื แลว้ ไซร้ ทา่ นให้สนั นิษฐานไวก้ อ่ นวา่ หนนี้ น้ั
เป็นอนั ระงบั สนิ้ ไปแลว้

มาตรา ๓๒๘ ถ้าลูกหนตี้ ้องผกู พันต่อเจา้ หนใ้ี นอนั จะกระทำการเพื่อชำระหน้ีเปน็ การอยา่ ง
เดยี วกนั โดยมลู หนห้ี ลายราย และถ้าการท่ีลกู หน้ีชำระหนน้ี นั้ ไมเ่ พียงพอจะเปลื้องหนส้ี นิ ได้
หมดทุกรายไซร้ เม่อื ทำการชำระหน้ี ลกู หนี้ระบุวา่ ชำระหน้สี นิ รายใด ก็ใหห้ น้สี นิ รายนนั้
เปน็ อนั ไดเ้ ปลื้องไป
ถา้ ลกู หน้ีไม่ระบุ ทา่ นวา่ หนี้สินรายไหนถึงกำหนด ก็ใหร้ ายน้นั เปน็ อนั ได้เปลอื้ งไปกอ่ น ใน
ระหวา่ งหนส้ี นิ หลายรายทถี่ งึ กำหนดนนั้ รายใดเจ้าหน้มี ปี ระกันน้อยทีส่ ดุ กใ็ ห้รายนน้ั เป็น
อนั ได้เปลอื้ งไปกอ่ น ในระหว่างหนสี้ นิ หลายรายท่ีมปี ระกันเท่า ๆ กนั ใหร้ ายทตี่ กหนัก
ทสี่ ุดแกล่ ูกหนเ้ี ป็นอนั ไดเ้ ปลอ้ื งไปกอ่ น ในระหว่างหนส้ี ินหลายรายทต่ี กหนกั แก่ลกู หนี้เท่า

ๆ กัน ใหห้ นส้ี นิ รายเก่าทสี่ ุดเปน็ อันได้เปล้อื งไปก่อน และถ้ามีหนีส้ ินหลายรายเก่าเท่า ๆ
กนั กใ็ หห้ น้สี นิ ทุกรายเปน็ อันไดเ้ ปลอ้ื งไปตามสว่ นมากและนอ้ ย

มาตรา ๓๒๙ ถา้ นอกจากการชำระหน้ีอนั เป็นประธาน ลกู หนี้ยงั จะตอ้ งชำระดอกเบ้ยี และเสยี
คา่ ฤชาธรรมเนียมอีกดว้ ยไซร้ หากการชำระหนใี้ นครัง้ หนงึ่ ๆ ไม่ได้ราคาเพยี งพอจะเปลอื้ ง
หนี้สินไดท้ ้งั หมด ทา่ นให้เอาจดั ใชเ้ ปน็ คา่ ฤชาธรรมเนียมเสียกอ่ นแลว้ จงึ ใช้ดอกเบีย้ และ
ในที่สุดจึงให้ใชใ้ นการชำระหนี้อนั เป็นประธาน
ถา้ ลูกหนีร้ ะบุให้จัดใช้เปน็ ประการอน่ื ท่านว่าเจา้ หนี้จะบอกปดั ไม่ยอมรบั ชำระหนก้ี ็ได้

มาตรา ๓๓๐ เม่อื ขอปฏิบตั ิการชำระหนี้โดยชอบแลว้ บรรดาความรบั ผิดชอบอนั เกดิ แตก่ าร
ไม่ชำระหนี้กเ็ ป็นอันปลดเปลื้องไป นบั แต่เวลาท่ีขอปฏิบตั กิ ารชำระหนน้ี น้ั

มาตรา ๓๓๑ ถ้าเจา้ หนบี้ อกปดั ไม่ยอมรับชำระหนี้กด็ ี หรือไมส่ ามารถจะรับชำระหนไ้ี ด้กด็ ี
หากบคุ คลผชู้ ำระหนว้ี างทรัพย์อนั เป็นวตั ถแุ หง่ หน้ไี ว้เพื่อประโยชน์แกเ่ จา้ หน้แี ลว้ ก็ยอ่ มจะ
เป็นอันหลุดพน้ จากหนไี้ ด้ ความขอ้ นท้ี า่ นใหใ้ ช้ตลอดถึงกรณีทบี่ ุคคลผชู้ ำระหน้ไี ม่สามารถ
จะหย่ังรู้ถงึ สิทธิ หรือไมร่ ู้ตวั เจ้าหนี้ไดแ้ น่นอนโดยมใิ ช่เปน็ ความผดิ ของตน

มาตรา ๓๓๒ ถา้ ลูกหนจี้ ำตอ้ งชำระหน้ีตอ่ เมื่อเจา้ หนีจ้ ะต้องชำระหนต้ี อบแทนดว้ ยไซร้ ทา่ น
ว่าลกู หนีจ้ ะกำหนดว่าตอ่ เมือ่ เจา้ หน้ีชำระหนต้ี อบแทนจงึ ใหม้ ีสทิ ธิรบั เอาทรัพย์ท่วี างไว้นนั้ ก็
ได้

มาตรา ๓๓๓ การวางทรพั ย์นัน้ ตอ้ งวาง ณ สำนกั งานวางทรัพยป์ ระจำตำบลที่จะตอ้ งชำระ
หน้ี

ถา้ ไม่มบี ทบญั ญตั แิ ห่งกฎหมาย หรอื กฎขอ้ บังคับเฉพาะการในเรอ่ื งสำนักงานวางทรัพย์
เมื่อบคุ คลผชู้ ำระหนีร้ ้องขอ ศาลจะต้องกำหนดสำนักงานวางทรัพย์ และตั้งแตง่ ผ้พู ิทกั ษ์
ทรัพย์ท่วี างนั้นขึ้น
ผวู้ างตอ้ งบอกกลา่ วให้เจ้าหนที้ ราบการทไ่ี ด้วางทรพั ย์น้ันโดยพลัน

มาตรา ๓๓๔ ลกู หน้มี ีสทิ ธจิ ะถอนทรพั ยท์ ี่วางนน้ั ได้ ถา้ ลกู หน้ถี อนทรัพยน์ ัน้ ทา่ นให้ถือ
เสมือนวา่ มิไดว้ างทรพั ยไ์ ว้เลย
สิทธิถอนทรพั ยน์ ี้เปน็ อนั ขาดในกรณตี อ่ ไปน้ี
(๑) ถ้าลกู หนแ้ี สดงตอ่ สำนกั งานวางทรัพย์ว่าตนยอมละสทิ ธทิ ีจ่ ะถอน
(๒) ถ้าเจา้ หนี้แสดงต่อสำนักงานวางทรพั ยว์ า่ จะรับเอาทรัพย์นนั้
(๓) ถ้าการวางทรพั ยน์ น้ั ไดเ้ ปน็ ไปโดยคำสงั่ หรืออนุมตั ขิ องศาลและไดบ้ อกกลา่ วความนน้ั แก่
สำนกั งานวางทรพั ย์

มาตรา ๓๓๕ สิทธิถอนทรัพย์นัน้ ตามกฎหมายศาลจะสง่ั ยึดหาได้ไม่
เมื่อได้ฟ้องคดลี ้มละลายเก่ียวกับทรพั ยส์ นิ ของลูกหน้แี ลว้ ท่านหา้ มมใิ หใ้ ชส้ ทิ ธถิ อนทรัพย์
ในระหวา่ งพจิ ารณาคดลี ม้ ละลาย

มาตรา ๓๓๖ ถ้าทรพั ยอ์ นั เปน็ วตั ถแุ หง่ การชำระหนไ้ี มค่ วรแก่การจะวางไว้กด็ ี หรอื เปน็ ทพ่ี งึ
วิตกวา่ ทรัพยน์ ้ันเกลือกจะเสื่อมเสยี หรอื ทำลาย หรอื บุบสลายได้กด็ ี เมอ่ื ไดร้ บั อนุญาตจาก
ศาล บคุ คลผชู้ ำระหน้จี ะเอาทรพั ยน์ ั้นออกขายทอดตลาด แลว้ เอาเงนิ ทไี่ ด้แตก่ ารขายวาง
แทนทรัพย์นน้ั กไ็ ด้ ความขอ้ นที้ า่ นใหใ้ ชต้ ลอดถึงกรณีทคี่ า่ รักษาทรพั ยจ์ ะแพงเกนิ ควรนนั้
ดว้ ย

มาตรา ๓๓๗ ท่านไมอ่ นญุ าตให้เอาทรัพย์ออกขายทอดตลาดจนกวา่ จะไดบ้ อกให้เจา้ หน้ี
รู้ตัวกอ่ น การบอกน้ีจะงดเสียกไ็ ดถ้ ้าทรัพยน์ นั้ อาจเสอื่ มทรามลง หรอื ภยั มอี ย่ใู นการทจี่ ะ
หน่วงการขายทอดตลาดไว้
ในการท่จี ะขายทอดตลาดนนั้ ท่านให้ลูกหนบี้ อกกล่าวแก่เจา้ หน้โี ดยไมช่ กั ชา้ ถ้าละเลย
เสียไม่บอกกล่าว ลกู หนจ้ี ะต้องรบั ผิดใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทน
การบอกให้รตู้ วั และบอกกลา่ วนี้ ถา้ ไม่เปน็ อนั จะทำได้ จะงดเสียก็ได้
เวลาและสถานทท่ี จ่ี ะขายทอดตลาด กับทง้ั คำพรรณนาลกั ษณะแห่งทรพั ย์นน้ั ทา่ นให้
ประกาศโฆษณาใหป้ ระชาชนทราบ

มาตรา ๓๓๘ คา่ ฤชาธรรมเนยี มในการวางทรพั ย์หรอื ขายทอดตลาดนน้ั ให้ฝ่ายเจา้ หนเี้ ปน็
ผูอ้ อก เวน้ แต่ลูกหนีจ้ ะไดถ้ อนทรัพยท์ ่ีวาง

มาตรา ๓๓๙ สทิ ธขิ องเจา้ หนเี้ หนอื ทรัพยท์ ี่วางไว้นน้ั เป็นอันระงับสน้ิ ไปเมอ่ื พ้นเวลาสบิ ปี
นับแตไ่ ดร้ บั คำบอกกลา่ วการวางทรัพย์
อนงึ่ เมื่อสทิ ธขิ องเจ้าหน้รี ะงบั สิน้ ไปแล้ว ถงึ แมล้ กู หนจ้ี ะได้ละสิทธถิ อนทรัพย์กย็ ังชอบท่จี ะ
ถอนทรัพย์นน้ั ได้

สว่ นที่ ๒
ปลดหน้ี

มาตรา ๓๔๐ ถา้ เจา้ หนแี้ สดงเจตนาต่อลูกหน้วี า่ จะปลดหน้ใี ห้ ทา่ นวา่ หนนี้ ้นั กเ็ ป็นอนั
ระงับส้ินไป
ถ้าหนม้ี ีหนงั สือเปน็ หลกั ฐาน การปลดหนก้ี ต็ ้องทำเปน็ หนงั สือดว้ ย หรือตอ้ งเวนคืนเอกสาร
อันเปน็ หลักฐานแหง่ หน้ใี ห้แกล่ ูกหน้ี หรือขีดฆา่ เอกสารนนั้ เสีย

สว่ นที่ ๓
หักกลบลบหน้ี

มาตรา ๓๔๑ ถา้ บุคคลสองคนต่างมคี วามผูกพนั ซง่ึ กันและกนั โดยมูลหนีอ้ นั มวี ตั ถเุ ป็นอย่าง
เดียวกัน และหนี้ทงั้ สองรายนน้ั ถึงกำหนดจะชำระไซร้ ทา่ นวา่ ลูกหนฝ้ี า่ ยใดฝ่ายหน่งึ ยอ่ มจะ
หลดุ พน้ จากหนข้ี องตนดว้ ยหกั กลบลบกนั ได้เพยี งเทา่ จำนวนทต่ี รงกนั ในมลู หนที้ ั้งสองฝา่ ย
นั้น เวน้ แตส่ ภาพแห่งหนฝ้ี า่ ยหน่งึ จะไมเ่ ปดิ ชอ่ งใหห้ กั กลบลบกนั ได้
บทบญั ญตั ิดงั กลา่ วมาในวรรคก่อนน้ีทา่ นมิใหใ้ ชบ้ งั คับ หากเป็นการขดั กับเจตนาอนั
คกู่ รณีไดแ้ สดงไว้ แตเ่ จตนาเชน่ นที้ า่ นหา้ มมใิ ห้ยกขนึ้ เปน็ ข้อต่อสู้บคุ คลภายนอกผูก้ ระทำ
การโดยสุจริต

มาตรา ๓๔๒ หกั กลบลบหนนี้ นั้ ทำได้ดว้ ยคกู่ รณฝี า่ ยหน่งึ แสดงเจตนาแกอ่ กี ฝา่ ยหนงึ่ การ
แสดงเจตนาเชน่ นท้ี ่านวา่ จะมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาเรม่ิ ตน้ หรอื เวลาสน้ิ สดุ อีกดว้ ยหาไดไ้ ม่
การแสดงเจตนาดงั กล่าวมาในวรรคกอ่ นนี้ ทา่ นวา่ มผี ลยอ้ นหลงั ขึน้ ไปจนถงึ เวลาซง่ึ หนที้ ้ัง
สองฝา่ ยนน้ั จะอาจหกั กลบลบกนั ไดเ้ ปน็ ครงั้ แรก

มาตรา ๓๔๓ การหกั กลบลบหนนี้ น้ั ถงึ แม้ว่าสถานทซี่ ง่ึ จะตอ้ งชำระหนท้ี ั้งสองจะตา่ งกนั ก็
หักกันได้ แตฝ่ า่ ยผขู้ อหักหน้จี ะต้องใชค้ ่าเสยี หายให้แก่อกี ฝา่ ยหนงึ่ เพือ่ ความเสยี หาย
อยา่ งหนงึ่ อยา่ งใดอนั เกิดแตก่ ารนนั้

มาตรา ๓๔๔ สิทธเิ รยี กรอ้ งใดยงั มีขอ้ ตอ่ สอู้ ยู่ สทิ ธิเรียกรอ้ งนนั้ ทา่ นวา่ หาอาจจะเอามาหกั
กลบลบหน้ีได้ไม่ อนง่ึ อายคุ วามย่อมไม่ตดั รอนการหกั กลบลบหนี้ แมส้ ิทธิเรยี กรอ้ งขาดอายุ
ความแลว้ แตว่ ่าในเวลาทอี่ าจจะหกั กลบลบกบั สิทธิเรยี กร้องฝา่ ยอน่ื ไดน้ น้ั สทิ ธิยังไม่ขาด

มาตรา ๓๔๕ หนร้ี ายใดเกิดแตก่ ารอันมชิ อบดว้ ยกฎหมายเป็นมลู ทา่ นห้ามมใิ หล้ ูกหนี้
ถือเอาประโยชนแ์ ห่งหนรี้ ายนนั้ เพ่อื หักกลบลบหนี้กับเจา้ หนี้

มาตรา ๓๔๖ สิทธิเรยี กรอ้ งรายใดตามกฎหมายศาลจะสงั่ ยึดมิได้ สิทธเิ รยี กรอ้ งรายนนั้ หา
อาจจะเอาไปหักกลบลบหนี้ได้ไม่

มาตรา ๓๔๗ ลกู หน้คี นที่สามหากไดร้ บั คำสง่ั ศาลหา้ มมใิ หใ้ ช้เงนิ แลว้ จะยกเอาหนซ้ี งึ่ ตน
ได้มาภายหลงั แตน่ ัน้ ขึ้นเป็นข้อต่อสู้เจา้ หนผ้ี ้ทู ขี่ อใหย้ ึดทรัพย์นนั้ ทา่ นว่าหาอาจจะยกไดไ้ ม่

มาตรา ๓๔๘ ถ้าค่กู รณตี า่ งฝา่ ยตา่ งมสี ทิ ธเิ รียกร้องหลายรายอันควรแกก่ ารทจ่ี ะใช้หกั กลบ
ลบหนไ้ี ดไ้ ซร้ ฝา่ ยผทู้ ีข่ อหักหน้จี ะระบกุ ็ได้วา่ พงึ เอาสทิ ธิเรยี กร้องรายใดบา้ งเขา้ หกั กลบลบ
กนั ถา้ การหกั กลบลบหน้ีไดแ้ สดงโดยมไิ ดร้ ะบุเชน่ นั้นก็ดี หรือถา้ ระบุ แต่อีกฝา่ ยหนงึ่ ทว้ ง
ขัดขอ้ งโดยไมช่ ักชา้ กด็ ี ท่านใหน้ ำบทบัญญตั แิ ห่งมาตรา ๓๒๘ วรรค ๒ มาใชบ้ งั คับโดย
อนโุ ลม

ถา้ ฝา่ ยท่ขี อหกั กลบลบหนย้ี ังเปน็ หนค้ี ่าดอกเบี้ยและคา่ ฤชาธรรมเนียมแกอ่ กี ฝ่ายหน่งึ อยู่
นอกจากการชำระหนี้อนั เปน็ ประธานนน้ั ด้วยไซร้ ทา่ นให้นำบทบญั ญตั แิ หง่ มาตรา ๓๒๙
มาใชบ้ ังคับโดยอนโุ ลม

สว่ นที่ ๔
แปลงหน้ีใหม่

มาตรา ๓๔๙ เม่อื คู่กรณีท่เี กยี่ วขอ้ งได้ทำสญั ญาเปล่ยี นสงิ่ ซง่ึ เปน็ สาระสำคัญแหง่ หนี้
ไซร้ ทา่ นวา่ หนนี้ น้ั เป็นอันระงบั สน้ิ ไปดว้ ยแปลงหนใี้ หม่
ถา้ ทำหน้มี ีเงื่อนไขให้กลายเปน็ หนปี้ ราศจากเงอื่ นไขก็ดี เพมิ่ เติมเง่อื นไขเขา้ ในหนี้อนั
ปราศจากเงือ่ นไขก็ดี เปล่ยี นเงือ่ นไขก็ดี ทา่ นถอื วา่ เปน็ อนั เปลีย่ นสง่ิ ซง่ึ เป็นสาระสำคัญแห่ง
หนนี้ น้ั
ถ้าแปลงหนใ้ี หม่ด้วยเปล่ียนตวั เจ้าหนี้ ทา่ นให้บงั คบั ดว้ ยบทบัญญตั ทิ ้งั หลายแหง่ ประมวล
กฎหมายนวี้ า่ ดว้ ยโอนสทิ ธเิ รยี กร้อง

มาตรา ๓๕๐ แปลงหนใ้ี หมด่ ้วยเปลีย่ นตวั ลูกหน้ีนน้ั จะทำเปน็ สญั ญาระหวา่ งเจา้ หน้ีกบั
ลกู หนค้ี นใหมก่ ไ็ ด้ แตจ่ ะทำโดยขนื ใจลูกหนีเ้ ดิมหาไดไ้ ม่

มาตรา ๓๕๑ ถา้ หนอี้ ันจะพงึ เกิดข้ึนเพราะแปลงหนี้ใหมน่ ัน้ มไิ ด้เกดิ มขี นึ้ ก็ดี ไดย้ กเลิกเสยี
เพราะมูลแห่งหนีไ้ ม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเพราะเหตุอยา่ งใดอยา่ งหนึง่ อนั มิร้ถู งึ คกู่ รณีก็ดี
ท่านวา่ หนเี้ ดมิ นนั้ กย็ งั หาระงับสิน้ ไปไม่

มาตรา ๓๕๒ คูก่ รณีในการแปลงหนใ้ี หม่อาจโอนสทิ ธิจำนำหรือจำนองท่ีได้ใหไ้ ว้เปน็
ประกนั หนเ้ี ดิมนนั้ ไปเปน็ ประกันหนี้รายใหมไ่ ด้ เพยี งเท่าทเี่ ปน็ ประกนั วัตถุแหง่ หนี้เดิม
แตห่ ลกั ประกันเช่นว่าน้ี ถ้าบคุ คลภายนอกเป็นผู้ใหไ้ วไ้ ซร้ ท่านวา่ จำตอ้ งได้รับความ
ยินยอมของบุคคลภายนอกน้ันดว้ ยจงึ โอนได้

ส่วนที่ ๕
หนี้เกลือ่ นกลนื กนั

มาตรา ๓๕๓ ถ้าสทิ ธแิ ละความรบั ผดิ ในหนร้ี ายใดตกอยู่แก่บคุ คลคนเดยี วกัน ทา่ นวา่ หนี้
รายนนั้ เปน็ อนั ระงบั สนิ้ ไป เวน้ แตเ่ ม่อื หนน้ี น้ั ตกไปอยู่ในบงั คบั แหง่ สทิ ธิของบคุ คลภายนอก
หรือเม่ือสลักหลงั ตว๋ั เงนิ กลับคืนตามความในมาตรา ๙๑๗ วรรค ๓

ลกั ษณะ ๒
สัญญา

หมวด ๑
ก่อใหเ้ กิดสญั ญา

มาตรา ๓๕๔ คำเสนอจะทำสัญญาอนั บ่งระยะเวลาให้ทำคำสนองนน้ั ทา่ นวา่ ไมอ่ าจจะถอน
ไดภ้ ายในระยะเวลาท่ีบง่ ไว้

มาตรา ๓๕๕ บคุ คลทำคำเสนอไปยงั ผู้อนื่ ซงึ่ อยหู่ า่ งกันโดยระยะทาง และมิได้บง่ ระยะเวลา
ใหท้ ำคำสนอง จะถอนคำเสนอของตนเสียภายในเวลาอนั ควรคาดหมายว่าจะไดร้ ับคำบอก
กล่าวสนองน้นั ท่านวา่ หาอาจจะถอนได้ไม่

มาตรา ๓๕๖ คำเสนอทำแกบ่ คุ คลผอู้ ยเู่ ฉพาะหนา้ โดยมิได้บง่ ระยะเวลาใหท้ ำคำสนองนัน้
เสนอ ณ ทใ่ี ดเวลาใดกย็ อ่ มจะสนองรับได้แต่ ณ ท่ีนน้ั เวลานนั้ ความข้อนท้ี า่ นใหใ้ ช้
ตลอดถึงการทบี่ คุ คลคนหนงึ่ ทำคำเสนอไปยงั บคุ คลอีกคนหนงึ่ ทางโทรศัพท์ด้วย

มาตรา ๓๕๗ คำเสนอใดเขาบอกปัดไปยงั ผเู้ สนอแลว้ ก็ดี หรอื มไิ ดส้ นองรับภายในเวลา
กำหนดดงั กลา่ วมาในมาตราท้งั สามก่อนนก้ี ด็ ี คำเสนอนน้ั ทา่ นวา่ เป็นอันสิน้ ความผูกพันแต่
นั้นไป

มาตรา ๓๕๘ ถ้าคำบอกกล่าวสนองมาถงึ ลว่ งเวลา แตเ่ ป็นท่ีเห็นประจกั ษ์ว่าคำบอกกล่าวนนั้
ได้ส่งโดยทางการ ซ่งึ ตามปรกตคิ วรจะมาถงึ ภายในกำหนดไซร้ ผู้เสนอตอ้ งบอกกลา่ วแก่
คู่กรณีอีกฝา่ ยหนงึ่ โดยพลันวา่ คำสนองนน้ั มาถึงเนิน่ ชา้ เวน้ แต่จะไดบ้ อกกลา่ วเชน่ นั้นกอ่ น
แล้ว
ถ้าผเู้ สนอละเลยไม่บอกกล่าวดังวา่ มาในวรรคตน้ ท่านให้ถอื วา่ คำบอกกล่าวสนองนนั้ มไิ ด้
ลว่ งเวลา

มาตรา ๓๕๙ ถา้ คำสนองมาถึงลว่ งเวลา ทา่ นให้ถอื ว่าคำสนองนนั้ กลายเป็นคำเสนอข้ึนใหม่

คำสนองอนั มีขอ้ ความเพ่มิ เติม มีขอ้ จำกัด หรือมีขอ้ แก้ไขอย่างอน่ื ประกอบดว้ ยน้ัน ทา่ นให้
ถือว่าเปน็ คำบอกปัดไมร่ บั ทง้ั เป็นคำเสนอขน้ึ ใหม่ดว้ ยในตวั

มาตรา ๓๖๐ บทบญั ญตั ิแห่งมาตรา ๑๖๙ วรรคสอง นนั้ ทา่ นมใิ หใ้ ช้บงั คับ ถา้ หากวา่
ขัดกบั เจตนาอันผ้เู สนอได้แสดง หรือหากวา่ กอ่ นจะสนองรับนั้น คู่กรณอี ีกฝา่ ยหน่ึงไดร้ ้อู ยู่
แลว้ ว่าผูเ้ สนอตายหรือตกเป็นผไู้ รค้ วามสามารถ
[เลขมาตรา ๑๖๙ วรรคสอง แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบญั ญตั ใิ ห้ใช้
บทบัญญตั บิ รรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ยท์ ีไ่ ดต้ รวจชำระใหม่ พ.ศ.
๒๕๓๕]

มาตรา ๓๖๑ อันสญั ญาระหว่างบุคคลซงึ่ อยูห่ า่ งกนั โดยระยะทางนั้น ยอ่ มเกดิ เป็นสญั ญา
ข้นึ แต่เวลาเมื่อคำบอกกลา่ วสนองไปถงึ ผู้เสนอ
ถา้ ตามเจตนาอนั ผ้เู สนอไดแ้ สดง หรอื ตามปรกติประเพณีไม่จำเป็นจะตอ้ งมคี ำบอกกลา่ ว
สนองไซร้ ทา่ นวา่ สัญญานน้ั เกดิ เป็นสญั ญาขน้ึ ในเวลาเมอื่ มีการอนั ใดอันหนงึ่ ขน้ึ อนั จะพงึ
สันนิษฐานได้วา่ เปน็ การแสดงเจตนาสนองรบั

มาตรา ๓๖๒ บคุ คลออกโฆษณาใหค้ ำมั่นวา่ จะใหร้ างวัลแก่ผูซ้ ง่ึ กระทำการอนั ใด ท่านวา่
จำตอ้ งให้รางวลั แกบ่ คุ คลใด ๆ ผไู้ ด้กระทำการอนั น้ัน แมถ้ ึงมใิ ชว่ า่ ผู้นน้ั จะไดก้ ระทำเพราะ
เห็นแกร่ างวลั

มาตรา ๓๖๓ ในกรณที ่กี ลา่ วมาในมาตรากอ่ นนี้ เมื่อยงั ไมม่ ใี ครทำการสำเร็จดงั บง่ ไว้นน้ั
อยตู่ ราบใด ผใู้ ห้คำมน่ั จะถอนคำมนั่ ของตนเสยี โดยวธิ ีเดียวกับทโี่ ฆษณานนั้ กไ็ ด้ เว้นแต่
จะไดแ้ สดงไวใ้ นโฆษณานน้ั วา่ จะไมถ่ อน

ถา้ คำมั่นนัน้ ไมอ่ าจจะถอนโดยวิธีดงั กล่าวมากอ่ น จะถอนโดยวิธีอืน่ กไ็ ด้ แต่ถ้าเช่นนนั้ การ
ถอนจะเปน็ อนั สมบรู ณใ์ ชไ้ ดเ้ พยี งเฉพาะต่อบคุ คลทรี่ ู้
ถา้ ผใู้ หค้ ำมน่ั ไดก้ ำหนดระยะเวลาให้ด้วยเพื่อทำการอันบง่ นน้ั ไซร้ ท่านให้สนั นษิ ฐานไว้
กอ่ นวา่ ผใู้ หค้ ำมน่ั ได้สละสิทธทิ ีจ่ ะถอนคำมนั่ นน้ั เสียแล้ว

มาตรา ๓๖๔ ถ้าบคุ คลหลายคนกระทำการอันบง่ ไว้ในโฆษณา ทา่ นวา่ เฉพาะแต่คนทที่ ำ
ได้ก่อนใครหมดเทา่ นนั้ มสี ทิ ธิจะไดร้ บั รางวลั
ถ้าบุคคลหลายคนกระทำการอนั นนั้ ได้พรอ้ มกนั ทา่ นว่าแตล่ ะคนมีสทิ ธจิ ะไดร้ ับรางวลั เป็น
ส่วนแบง่ เท่า ๆ กนั แต่ถา้ รางวลั นัน้ มสี ภาพแบง่ ไมไ่ ดก้ ็ดี หรอื ถ้าตามขอ้ ความแหง่ คำม่นั
นน้ั บคุ คลแต่คนเดยี วจะพงึ รับรางวลั ก็ดี ทา่ นใหว้ นิ จิ ฉยั ดว้ ยวธิ จี บั สลาก
บทบญั ญตั ดิ งั กล่าวมาในวรรคทง้ั สองขา้ งตน้ นั้น ทา่ นมใิ หใ้ ช้บงั คับถ้าในโฆษณานนั้
แสดงเจตนาไว้เปน็ อยา่ งอน่ื

มาตรา ๓๖๕ คำมนั่ จะใหร้ างวลั อนั มคี วามประสงค์เปน็ การประกวดชิงรางวลั นน้ั จะสมบรู ณ์
ก็ต่อเมอื่ ได้กำหนดระยะเวลาไวใ้ นคำโฆษณาดว้ ย
การทีจ่ ะตดั สนิ วา่ ผปู้ ระกวดคนไหนได้กระทำสำเร็จตามเงอื่ นไขในคำมน่ั ภายในเวลากำหนด
หรือไมก่ ็ดี หรอื ตดั สนิ ในระหว่างผูป้ ระกวดหลายคนนน้ั วา่ คนไหนดีกวา่ กันอยา่ งไรกด็ ี ให้ผู้
ชี้ขาดซง่ึ ไดร้ ะบชุ อ่ื ไว้ในโฆษณานน้ั เปน็ ผตู้ ัดสนิ หรือถ้ามิได้ระบชุ ่อื ผชู้ ขี้ าดไว้ ก็ใหผ้ ู้ให้
คำมน่ั เป็นผ้ตู ดั สนิ คำตดั สินอันนยี้ อ่ มผูกพันผ้ทู เ่ี กี่ยวขอ้ งดว้ ยทกุ ฝ่าย
ถา้ ไดค้ ะแนนทำดีเสมอกัน ทา่ นใหน้ ำบทบญั ญตั แิ หง่ มาตรา ๓๖๔ วรรค ๒ มาใช้บงั คบั
แล้วแตก่ รณี
การโอนกรรมสิทธิ์ในทรพั ย์ทที่ ำขน้ึ ประกวดนัน้ ผู้ใหค้ ำมน่ั จะเรียกให้โอนแก่ตนไดต้ อ่ เมอื่
ได้ระบไุ วใ้ นโฆษณาวา่ จะพงึ โอนเชน่ น้ัน

มาตรา ๓๖๖ ขอ้ ความใด ๆ แห่งสัญญาอนั คสู่ ัญญาแม้เพียงฝา่ ยเดยี วได้แสดงไวว้ ่าเปน็
สาระสำคญั อนั จะตอ้ งตกลงกันหมดทุกขอ้ นน้ั หากคสู่ ัญญายงั ไมต่ กลงกนั ไดห้ มดทกุ ข้ออยู่
ตราบใด เม่อื กรณีเปน็ ที่สงสัย ทา่ นนับวา่ ยงั มไิ ดม้ ีสญั ญาตอ่ กัน การทไ่ี ด้ทำความเขา้ ใจ
กันไวเ้ ฉพาะบางสง่ิ บางอยา่ ง ถงึ แมว้ า่ จะไดจ้ ดลงไว้กห็ าเป็นการผกู พนั ไม่
ถ้าไดต้ กลงกันวา่ สญั ญาอนั มงุ่ จะทำนั้นจะต้องทำเป็นหนงั สอื ไซร้ เมอ่ื กรณีเปน็ ทีส่ งสยั ท่าน
นบั วา่ ยังมไิ ดม้ สี ญั ญาตอ่ กนั จนกวา่ จะไดท้ ำขึน้ เป็นหนงั สอื

มาตรา ๓๖๗ สญั ญาใดคสู่ ัญญาไดถ้ อื วา่ เปน็ อันไดท้ ำกนั ขน้ึ แลว้ แตแ่ ท้จริงยงั มไิ ดต้ กลง
กนั ในขอ้ หนง่ึ ข้อใดอนั จะตอ้ งทำความตกลงใหส้ ำเร็จ ถ้าจะพงึ อนมุ านไดว้ า่ ถงึ หากจะไมท่ ำ
ความตกลงกนั ในข้อนไี้ ด้ สญั ญาน้ันก็จะได้ทำขน้ึ ไซร้ ทา่ นวา่ ขอ้ ความสว่ นทไี่ ดต้ กลงกัน
แล้วกย็ ่อมเปน็ อนั สมบูรณ์

มาตรา ๓๖๘ สญั ญานน้ั ทา่ นใหต้ คี วามไปตามความประสงค์ในทางสจุ ริต โดยพิเคราะห์
ถงึ ปรกตปิ ระเพณีด้วย

หมวด ๒
ผลแหง่ สญั ญา

มาตรา ๓๖๙ ในสญั ญาต่างตอบแทนนนั้ คสู่ ัญญาฝา่ ยหนงึ่ จะไมย่ อมชำระหนีจ้ นกวา่ อีก
ฝ่ายหนง่ึ จะชำระหนี้ หรอื ขอปฏบิ ัติการชำระหนกี้ ไ็ ด้ แตค่ วามขอ้ นท้ี า่ นมใิ หใ้ ชบ้ ังคับ ถา้
หนีข้ องคู่สญั ญาอีกฝา่ ยหนง่ึ ยงั ไมถ่ ึงกำหนด

มาตรา ๓๗๐ ถ้าสัญญาตา่ งตอบแทนมวี ัตถุทป่ี ระสงคเ์ ป็นการกอ่ ให้เกิดหรอื โอน
ทรัพยสทิ ธิในทรพั ยเ์ ฉพาะสิ่ง และทรัพยน์ นั้ สญู หรือเสียหายไปดว้ ยเหตอุ ยา่ งใดอยา่ งหนึ่ง
อันจะโทษลกู หนี้มไิ ดไ้ ซร้ ทา่ นวา่ การสญู หรอื เสียหายนนั้ ตกเปน็ พบั แกเ่ จ้าหนี้

ถา้ ไม่ใชท่ รพั ยเ์ ฉพาะสงิ่ ท่านใหใ้ ชบ้ ทบญั ญตั ิที่กล่าวมาในวรรคกอ่ นนี้บงั คับแตเ่ วลาท่ี
ทรพั ย์น้นั กลายเปน็ ทรพั ยเ์ ฉพาะส่งิ ตามบทบญั ญัติแหง่ มาตรา ๑๙๕ วรรค ๒ นน้ั ไป

มาตรา ๓๗๑ บทบญั ญตั ทิ ่ีกลา่ วมาในมาตราก่อนนี้ ทา่ นมใิ หใ้ ชบ้ งั คับ ถ้าเปน็ สญั ญา
ต่างตอบแทนมเี ง่ือนไขบังคบั กอ่ น และทรพั ย์อนั เป็นวตั ถุแห่งสญั ญาน้นั สญู หรือทำลายลง
ในระหวา่ งที่เงื่อนไขยังไมส่ ำเรจ็

ถ้าทรพั ย์นนั้ เสยี หายเพราะเหตอุ ยา่ งใดอยา่ งหนึ่งอนั จะโทษเจ้าหนม้ี ิได้ และเมื่อเงื่อนไขนน้ั
สำเร็จแล้ว เจ้าหนจี้ ะเรยี กใหช้ ำระหน้โี ดยลดสว่ นอนั ตนจะต้องชำระหนตี้ อบแทนนน้ั ลง หรอื
เลิกสญั ญานน้ั เสยี ก็ได้ แล้วแต่จะเลือก แต่ในกรณีท่ีตน้ เหตเุ สียหายเกดิ เพราะฝ่ายลกู หน้ี
น้นั ทา่ นวา่ หากระทบกระท่ังถงึ สทิ ธิของเจา้ หนที้ จ่ี ะเรียกค่าสนิ ไหมทดแทนไม่

มาตรา ๓๗๒ นอกจากกรณที ก่ี ล่าวไวใ้ นสองมาตราก่อน ถา้ การชำระหน้ีตกเปน็ พน้ วิสยั
เพราะเหตอุ ย่างใดอย่างหนง่ึ อนั จะโทษฝา่ ยหนงึ่ ฝา่ ยใดกไ็ ม่ไดไ้ ซร้ ทา่ นวา่ ลูกหนีห้ ามสี ทิ ธิ
จะรับชำระหนต้ี อบแทนไม่

ถา้ การชำระหนตี้ กเปน็ พน้ วิสยั เพราะเหตุอยา่ งใดอย่างหนง่ึ อนั จะโทษเจา้ หนไี้ ด้ ลกู หนีก้ ็
หาเสยี สิทธิท่ีจะรบั ชำระหนต้ี อบแทนไม่ แตว่ า่ ลกู หน้ีได้อะไรไว้เพราะการปลดหนก้ี ด็ ี หรือ
ใชค้ ณุ วุฒคิ วามสามารถของตนเปน็ ประการอนื่ เป็นเหตใุ ห้ไดอ้ ะไรมา หรือแกลง้ ละเลยเสยี
ไม่ขวนขวายเอาอะไรทีส่ ามารถจะทำไดก้ ด็ ี มากนอ้ ยเทา่ ไร จะตอ้ งเอามาหกั กบั จำนวนอนั
ตนจะไดร้ บั ชำระหนตี้ อบแทน วธิ ีเดียวกนั น้ที า่ นใหใ้ ชต้ ลอดถงึ กรณที ก่ี ารชำระหนอี้ ันฝ่าย

หน่งึ ยังค้างชำระอยูน่ น้ั ตกเปน็ พน้ วิสัยเพราะพฤติการณอ์ ันใดอันหนึ่งซ่ึงฝา่ ยนัน้ มิตอ้ ง
รับผิดชอบ ในเวลาเมื่ออีกฝ่ายหน่งึ ผิดนัดไม่รบั ชำระหนี้

มาตรา ๓๗๓ ความตกลงทำไว้ลว่ งหน้าเปน็ ขอ้ ความยกเวน้ มใิ หล้ กู หนตี้ ้องรบั ผดิ เพื่อกลฉอ้
ฉล หรอื ความประมาทเลินเล่ออยา่ งรา้ ยแรงของตนนั้น ทา่ นวา่ เป็นโมฆะ

มาตรา ๓๗๔ ถ้าคสู่ ญั ญาฝา่ ยหนง่ึ ทำสญั ญาตกลงวา่ จะชำระหน้ีแกบ่ คุ คลภายนอกไซร้
ท่านวา่ บุคคลภายนอกมสี ทิ ธจิ ะเรียกชำระหนจี้ ากลูกหนโ้ี ดยตรงได้
ในกรณีดงั กล่าวมาในวรรคต้นน้นั สทิ ธิของบคุ คลภายนอกยอ่ มเกดิ มขี นึ้ ตงั้ แตเ่ วลาทแี่ สดง
เจตนาแกล่ กู หน้วี า่ จะถอื เอาประโยชนจ์ ากสญั ญานนั้

มาตรา ๓๗๕ เมื่อสทิ ธขิ องบคุ คลภายนอกได้เกดิ มีข้ึนตามบทบญั ญตั แิ หง่ มาตรากอ่ นแลว้
คู่สัญญาหาอาจจะเปลี่ยนแปลงหรือระงบั สิทธนิ น้ั ในภายหลงั ไดไ้ ม่

มาตรา ๓๗๖ ขอ้ ตอ่ สอู้ นั เกิดแต่มลู สญั ญาดงั กลา่ วมาในมาตรา ๓๗๔ นนั้ ลกู หนอ้ี าจจะ
ยกขนึ้ ตอ่ สู้บคุ คลภายนอกผจู้ ะได้รบั ประโยชนจ์ ากสญั ญานน้ั ได้

หมวด ๓
มัดจำและกำหนดเบย้ี ปรบั

มาตรา ๓๗๗ เมอื่ เข้าทำสญั ญา ถ้าไดใ้ หส้ ิ่งใดไว้เปน็ มดั จำ ท่านให้ถือว่าการทใี่ หม้ ัดจำ
นั้นยอ่ มเปน็ พยานหลกั ฐานวา่ สัญญานนั้ ได้ทำกนั ขนึ้ แลว้ อนงึ่ มัดจำน้ียอ่ มเปน็ ประกันการที่
จะปฏิบตั ติ ามสญั ญานนั้ ด้วย

มาตรา ๓๗๘ มดั จำน้นั ถา้ มิไดต้ กลงกนั ไวเ้ ปน็ อย่างอนื่ ท่านใหเ้ ปน็ ไปดงั จะกล่าวตอ่ ไปน้ี
คือ
(๑) ใหส้ ง่ คนื หรอื จัดเอาเป็นการใชเ้ งนิ บางสว่ นในเมื่อชำระหน้ี
(๒) ใหร้ บิ ถา้ ฝา่ ยทว่ี างมัดจำละเลยไมช่ ำระหนี้ หรือการชำระหนต้ี กเปน็ พ้นวิสัยเพราะ
พฤตกิ ารณอ์ ันใดอนั หนึ่งซงึ่ ฝา่ ยนนั้ ต้องรับผดิ ชอบ หรือถ้ามีการเลิกสญั ญาเพราะความผิด
ของฝา่ ยนน้ั
(๓) ให้สง่ คนื ถา้ ฝา่ ยทรี่ ับมดั จำละเลยไม่ชำระหน้ี หรือการชำระหนต้ี กเปน็ พ้นวิสยั เพราะ
พฤตกิ ารณอ์ นั ใดอนั หนง่ึ ซงึ่ ฝา่ ยนต้ี อ้ งรบั ผดิ ชอบ

มาตรา ๓๗๙ ถา้ ลกู หน้ีสญั ญาแกเ่ จา้ หนวี้ ่าจะใชเ้ งนิ จำนวนหนง่ึ เปน็ เบย้ี ปรับเมือ่ ตนไม่
ชำระหน้ีกด็ ี หรอื ไมช่ ำระหน้ีให้ถูกตอ้ งสมควรกด็ ี เมอื่ ลูกหน้ผี ิดนัดกใ็ หร้ บิ เบ้ยี ปรบั ถ้าการ
ชำระหนอี้ นั จะพงึ ทำนน้ั ไดแ้ กง่ ดเวน้ การอนั ใดอนั หนง่ึ หากทำการอนั นนั้ ฝ่าฝนื มลู หนีเ้ มอื่ ใด
ก็ให้ริบเบย้ี ปรบั เม่อื นั้น

มาตรา ๓๘๐ ถ้าลกู หนไ้ี ด้สัญญาไวว้ า่ จะให้เบยี้ ปรับเมอ่ื ตนไมช่ ำระหน้ี เจ้าหนจ้ี ะเรียกเอา
เบีย้ ปรบั อนั จะพงึ รบิ นน้ั แทนการชำระหน้ีก็ได้ แตถ่ า้ เจ้าหนี้แสดงต่อลกู หน้ีว่าจะเรียกเอา
เบี้ยปรบั ฉะนนั้ แลว้ กเ็ ป็นอนั ขาดสิทธิเรยี กร้องชำระหนอี้ ีกตอ่ ไป

ถา้ เจ้าหน้มี ีสทิ ธเิ รียกร้องค่าสนิ ไหมทดแทนเพอื่ การไมช่ ำระหนี้ จะเรียกเอาเบย้ี ปรับอนั จะพึง
ริบนนั้ ในฐานเปน็ จำนวนนอ้ ยที่สุดแหง่ ค่าเสียหายกไ็ ด้ การพสิ ูจน์คา่ เสยี หายยิง่ กวา่ น้นั
ทา่ นกอ็ นญุ าตให้พิสจู นไ์ ด้

มาตรา ๓๘๑ ถ้าลูกหนไี้ ดส้ ญั ญาไว้วา่ จะให้เบยี้ ปรบั เม่อื ตนไมช่ ำระหนใี้ ห้ถูกตอ้ งสมควร
เช่นวา่ ไมช่ ำระหนีต้ รงตามเวลาทก่ี ำหนดไว้เปน็ ตน้ นอกจากเรยี กใหช้ ำระหน้ี เจ้าหนจ้ี ะ
เรียกเอาเบ้ยี ปรบั อันจะพึงริบนนั้ อกี ด้วยกไ็ ด้
ถา้ เจา้ หนมี้ ีสทิ ธเิ รียกรอ้ งคา่ สนิ ไหมทดแทนในมูลชำระหนไี้ ม่ถกู ต้องสมควร ทา่ นใหบ้ ังคับ
ตามบทบัญญัติแหง่ มาตรา ๓๘๐ วรรค ๒
ถ้าเจา้ หน้ียอมรบั ชำระหนี้แล้ว จะเรียกเอาเบ้ียปรบั ไดต้ อ่ เมอื่ ไดบ้ อกสงวนสทิ ธไิ ว้เช่นนั้นใน
เวลารับชำระหน้ี

มาตรา ๓๘๒ ถา้ สญั ญาวา่ จะทำการชำระหนอี้ ยา่ งอื่นให้เป็นเบยี้ ปรับ ไมใ่ ช่ใช้เป็นจำนวน
เงนิ ไซร้ ท่านใหน้ ำบทบัญญตั แิ หง่ มาตรา ๓๗๙ ถึง ๓๘๑ มาใช้บงั คบั แตถ่ า้ เจา้ หนเ้ี รยี ก
เอาเบีย้ ปรบั แลว้ สิทธิเรยี กร้องคา่ สินไหมทดแทนก็เปน็ อนั ขาดไป

มาตรา ๓๘๓ ถ้าเบีย้ ปรบั ทีร่ ิบนน้ั สงู เกินส่วน ศาลจะลดลงเปน็ จำนวนพอสมควรก็ได้ ใน
การทจ่ี ะวนิ ิจฉยั ว่าสมควรเพยี งใดนนั้ ทา่ นใหพ้ เิ คราะห์ถึงทางได้เสียของเจา้ หนที้ กุ อยา่ งอนั
ชอบดว้ ยกฎหมาย ไมใ่ ชแ่ ตเ่ พยี งทางได้เสียในเชิงทรัพยส์ ิน เม่ือได้ใชเ้ งนิ ตามเบี้ยปรบั
แล้ว สทิ ธเิ รยี กร้องขอลดก็เป็นอนั ขาดไป
นอกจากกรณที ก่ี ล่าวไวใ้ นมาตรา ๓๗๙ และ ๓๘๒ ทา่ นใหใ้ ชว้ ธิ เี ดียวกันนบ้ี ังคับ ในเมือ่
บคุ คลสญั ญาวา่ จะใหเ้ บีย้ ปรับเม่อื ตนกระทำหรืองดเวน้ กระทำการอันหนง่ึ อนั ใดนน้ั ด้วย

มาตรา ๓๘๔ ถ้าการชำระหน้ีตามทสี่ ญั ญาไว้น้นั ไมส่ มบูรณ์ การทตี่ กลงกนั ดว้ ยข้อเบ้ยี ปรับ
ในการไม่ปฏบิ ตั ติ ามสญั ญาน้นั ก็ยอ่ มไมส่ มบูรณด์ ุจกนั แม้ถึงคูก่ รณีจะได้รูว้ ่าข้อสัญญาน้นั
ไมส่ มบูรณ์

มาตรา ๓๘๕ ถา้ ลกู หนโ้ี ต้แย้งการรบิ เบ้ียปรับโดยอา้ งเหตวุ า่ ตนไดช้ ำระหนแี้ ลว้ ไซรท้ ่านวา่
ลูกหน้ีจะต้องพสิ จู นก์ ารชำระหนี้ เวน้ แตก่ ารชำระหน้ีอนั ตนจะตอ้ งทำนน้ั เป็นการให้งดเวน้
การอนั ใดอนั หนงึ่

หมวด ๔
เลกิ สญั ญา

มาตรา ๓๘๖ ถ้าคสู่ ญั ญาฝา่ ยหนงึ่ มสี ิทธเิ ลกิ สญั ญาโดยขอ้ สญั ญาหรอื โดยบทบัญญตั แิ ห่ง
กฎหมาย การเลกิ สญั ญาเชน่ นน้ั ยอ่ มทำดว้ ยแสดงเจตนาแกอ่ กี ฝา่ ยหน่ึง
แสดงเจตนาดงั กล่าวมาในวรรคก่อนนนั้ ทา่ นวา่ หาอาจจะถอนไดไ้ ม่

มาตรา ๓๘๗ ถา้ คสู่ ญั ญาฝา่ ยหนงึ่ ไมช่ ำระหน้ี อกี ฝ่ายหนงึ่ จะกำหนดระยะเวลาพอสมควร
แล้วบอกกล่าวใหฝ้ า่ ยนนั้ ชำระหน้ีภายในระยะเวลานนั้ ก็ได้ ถา้ และฝา่ ยนนั้ ไมช่ ำระหนี้
ภายในระยะเวลาทกี่ ำหนดให้ไซร้ อกี ฝา่ ยหนง่ึ จะเลกิ สญั ญาเสยี กไ็ ด้

มาตรา ๓๘๘ ถ้าวตั ถุทป่ี ระสงคแ์ ห่งสญั ญานัน้ วา่ โดยสภาพหรือโดยเจตนาทคี่ สู่ ัญญาได้
แสดงไว้ จะเปน็ ผลสำเร็จได้กแ็ ต่ดว้ ยการชำระหน้ี ณ เวลามีกำหนดก็ดี หรือภายใน
ระยะเวลาอนั ใดอนั หนง่ึ ซ่งึ กำหนดไวก้ ็ดี และกำหนดเวลาหรือระยะเวลานั้นไดล้ ่วงพน้ ไปโดย

ฝา่ ยใดฝ่ายหนง่ึ มไิ ดช้ ำระหน้ีไซร้ ท่านวา่ อีกฝา่ ยหน่ึงจะเลิกสัญญานั้นเสยี กไ็ ด้ มิพักตอ้ ง
บอกกลา่ วดงั วา่ ไวใ้ นมาตรากอ่ นนนั้ เลย

มาตรา ๓๘๙ ถา้ การชำระหน้ีทงั้ หมดหรอื แตบ่ างสว่ นกลายเปน็ พน้ วิสยั เพราะเหตอุ ยา่ งใด
อยา่ งหนงึ่ อนั จะโทษลกู หนไี้ ดไ้ ซร้ เจา้ หนจ้ี ะเลกิ สญั ญาน้ันเสยี ก็ได้

มาตรา ๓๙๐ ถา้ ในสญั ญาใดคู่สญั ญาเปน็ บคุ คลหลายคนดว้ ยกนั อยขู่ า้ งหนึง่ หรอื อีกขา้ ง
หนึง่ ทา่ นว่าจะใชส้ ทิ ธเิ ลกิ สญั ญาได้ก็แต่เม่อื บคุ คลเหล่านัน้ ทง้ั หมดรวมกนั ใช้ ทงั้ ใชต้ ่อ
บุคคลเหล่านัน้ รวมหมดทกุ คนดว้ ย ถา้ สทิ ธเิ ลกิ สัญญาอนั มแี ก่บคุ คลคนหนงึ่ ในจำพวกทม่ี ี
สิทธินน้ั เป็นอนั ระงบั สนิ้ ไปแล้ว สิทธิเลกิ สัญญาอนั มีแก่คนอนื่ ๆ กย็ อ่ มระงับสนิ้ ไปดว้ ย

มาตรา ๓๙๑ เมื่อคสู่ ญั ญาฝา่ ยหนงึ่ ไดใ้ ช้สิทธิเลกิ สญั ญาแลว้ คสู่ ัญญาแตล่ ะฝ่ายจำตอ้ งให้
อีกฝ่ายหน่ึงไดก้ ลบั คนื สฐู่ านะดังท่ีเปน็ อยู่เดมิ แต่ทง้ั นีจ้ ะให้เปน็ ทีเ่ สอ่ื มเสยี แกส่ ทิ ธิของ
บุคคลภายนอกหาได้ไม่
สว่ นเงนิ อนั จะตอ้ งใชค้ นื ในกรณีดงั กลา่ วมาในวรรคต้นนน้ั ท่านใหบ้ วกดอกเบี้ยเขา้
ด้วย คิดตัง้ แตเ่ วลาท่ีไดร้ ับไว้
สว่ นทีเ่ ปน็ การงานอนั ไดก้ ระทำให้และเป็นการยอมให้ใชท้ รัพย์นน้ั การทจ่ี ะชดใชค้ ืน
ท่านใหท้ ำไดด้ ว้ ยใชเ้ งนิ ตามควรคา่ แหง่ การนน้ั ๆ หรือถ้าในสัญญามีกำหนดว่าใหใ้ ชเ้ งิน
ตอบแทน กใ็ หใ้ ชต้ ามนัน้
การใชส้ ทิ ธเิ ลิกสญั ญานน้ั หากระทบกระทง่ั ถงึ สทิ ธิเรียกรอ้ งคา่ เสียหายไม่

มาตรา ๓๙๒ การชำระหน้ีของคสู่ ญั ญาอนั เกิดแตก่ ารเลกิ สญั ญาน้ัน ใหเ้ ป็นไปตาม
บทบญั ญตั ิแหง่ มาตรา ๓๖๙

มาตรา ๓๙๓ ถา้ มิไดก้ ำหนดระยะเวลาไวใ้ ห้ใชส้ ิทธิเลกิ สัญญา คสู่ ญั ญาอีกฝา่ ยหนง่ึ จะ
กำหนดระยะเวลาพอสมควร แลว้ บอกกลา่ วใหฝ้ ่ายที่มีสทิ ธเิ ลกิ สญั ญานั้นแถลงให้ทราบ
ภายในระยะเวลานั้นกไ็ ด้ ว่าจะเลิกสัญญาหรือหาไม่ ถา้ มไิ ด้รับคำบอกกล่าวเลิกสญั ญา
ภายในระยะเวลานั้น สทิ ธิเลกิ สัญญาก็เปน็ อนั ระงบั สน้ิ ไป

มาตรา ๓๙๔ ถ้าทรพั ยอ์ ันเป็นวตั ถแุ ห่งสัญญานั้นบุบสลายไปในสว่ นสำคญั เพราะการ
กระทำหรือเพราะความผดิ ของบคุ คลผมู้ ีสิทธเิ ลกิ สัญญาก็ดี หรือบคุ คลนน้ั ไดท้ ำให้การคนื
ทรัพยก์ ลายเป็นพน้ วสิ ยั ก็ดี เปล่ียนแปลงทรพั ยน์ ั้นให้ผดิ แผกไปเปน็ อยา่ งอื่นดว้ ยประกอบ
ขึ้นหรือดดั แปลงก็ดี ทา่ นวา่ สทิ ธิเลิกสัญญานน้ั ก็เปน็ อันระงบั สิ้นไป
แตถ่ า้ ทรพั ย์อนั เป็นวัตถแุ ห่งสญั ญาได้สญู หายหรอื บุบสลายไปโดยปราศจากการกระทำหรอื
ความผิดของบคุ คลผู้มีสทิ ธเิ ลกิ สญั ญาไซร้ สทิ ธเิ ลกิ สญั ญานนั้ ก็หาระงับส้นิ ไปไม่

ลักษณะ ๓
จดั การงานนอกสง่ั

มาตรา ๓๙๕ บุคคลใดเข้าทำกิจการแทนผู้อน่ื โดยเขามไิ ด้วา่ ขานวานใช้ใหท้ ำก็ดี หรอื
โดยมไิ ด้มีสทิ ธิทจ่ี ะทำการงานนัน้ แทนผอู้ ื่นดว้ ยประการใดก็ดี ทา่ นวา่ บคุ คลนน้ั จะตอ้ ง
จัดการงานไปในทางทจี่ ะให้สมประโยชนข์ องตัวการ ตามความประสงคอ์ นั แทจ้ รงิ ของ
ตวั การ หรอื ตามทีจ่ ะพงึ สนั นิษฐานไดว้ า่ เป็นความประสงคข์ องตวั การ

มาตรา ๓๙๖ ถ้าการที่เข้าจดั การงานนนั้ เป็นการขัดกับความประสงค์อันแทจ้ รงิ ของตัวการก็
ดี หรอื ขดั กบั ความประสงคต์ ามท่ีจะพึงสนั นษิ ฐานไดก้ ็ดี และผจู้ ดั การกค็ วรจะได้ร้สู กึ เชน่ นนั้
แลว้ ดว้ ยไซร้ ทา่ นวา่ ผจู้ ดั การจำตอ้ งใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนให้แกต่ ัวการเพือ่ ความเสยี หาย
อยา่ งใด ๆ อนั เกดิ แตท่ ี่ไดเ้ ขา้ จัดการน้นั แมท้ ้งั ผจู้ ัดการจะมิไดม้ คี วามผดิ ประการอนื่

มาตรา ๓๙๗ ถ้าผจู้ ัดการทำกจิ อันใดซงึ่ เปน็ หนา้ ทบ่ี งั คับใหต้ วั การทำเพือ่
สาธารณประโยชนก์ ็ดี หรือเป็นหน้าทต่ี ามกฎหมายที่จะบำรงุ รกั ษาผู้อนื่ ก็ดี และหาก
ผู้จัดการมิได้เขา้ ทำแลว้ กจิ อันนั้นจะไม่สำเร็จภายในเวลาอนั ควรไซร้ การท่ไี ด้ทำขดั กับความ
ประสงคข์ องตวั การเชน่ นั้น ทา่ นมใิ หย้ กขน้ึ เปน็ ขอ้ วินจิ ฉยั

มาตรา ๓๙๘ ถา้ ผจู้ ัดการทำกจิ อนั ใดเพื่อประสงค์จะปดั ปอ้ งอนั ตรายอนั มีมาใกล้ตวั การ จะ
เปน็ ภยั แกต่ ัวก็ดี แก่ชอ่ื เสยี งก็ดี หรอื แกท่ รพั ย์สินก็ดี ท่านวา่ ผูจ้ ดั การตอ้ งรบั ผดิ ชอบแต่
เพียงท่จี งใจทำผิด หรอื ท่เี ปน็ ความประมาทเลนิ เล่ออยา่ งรา้ ยแรงเทา่ นนั้

มาตรา ๓๙๙ ผูจ้ ัดการตอ้ งบอกกล่าวแกต่ วั การโดยเรว็ ที่สุดทีจ่ ะทำไดว้ า่ ตนไดเ้ ขา้ จดั การ
งานแทน และตอ้ งรอฟงั คำวนิ ิจฉยั ของตวั การ เวน้ แตภ่ ยั จะมขี ้นึ เพราะการที่หนว่ งเน่ินไว้
นอกจากนท้ี า่ นให้นำบทบญั ญตั ิแห่งมาตรา ๘๐๙ ถึง ๘๑๑ อนั บังคบั แก่ตวั แทนนน้ั มาใช้
บงั คับแกห่ นา้ ทข่ี องผ้จู ดั การดว้ ยโดยอนโุ ลม

มาตรา ๔๐๐ ถ้าผจู้ ัดการเปน็ ผไู้ ร้ความสามารถ ทา่ นว่าจะต้องรับผดิ ชอบแตเ่ พียงตาม
บทบัญญตั วิ า่ ดว้ ยคา่ สนิ ไหมทดแทนเพ่อื ละเมดิ และวา่ ดว้ ยการคนื ลาภมคิ วรไดเ้ ทา่ น้ัน

มาตรา ๔๐๑ ถ้าการทเ่ี ขา้ จัดการงานนน้ั เปน็ การสมประโยชนข์ องตวั การ และต้องตามความ
ประสงค์อนั แท้จริงของตวั การ หรอื ความประสงคต์ ามทจี่ ะพึงสนั นษิ ฐานได้นนั้ ไซร้ ทา่ นวา่
ผ้จู ัดการจะเรียกให้ชดใช้เงนิ อันตนไดอ้ อกไปคนื แก่ตนเชน่ อย่างตัวแทนกไ็ ด้ และ
บทบญั ญตั มิ าตรา ๘๑๖ วรรค ๒ นนั้ ทา่ นกใ็ ห้นำมาใชบ้ งั คับดว้ ยโดยอนโุ ลม
อนงึ่ ในกรณีท่ีกล่าวมาในมาตรา ๓๙๗ นน้ั แม้ถงึ ว่าทเี่ ข้าจัดการงานนนั้ จะเป็นการขดั กับ
ความประสงคข์ องตัวการกด็ ี ผูจ้ ดั การกย็ งั คงมีสทิ ธเิ รยี กรอ้ งเชน่ นน้ั อยู่

มาตรา ๔๐๒ ถา้ เงอื่ นไขดงั ว่ามาในมาตรากอ่ นนนั้ มไิ ด้มี ทา่ นวา่ ตวั การจำต้องคนื สง่ิ
ท้ังหลายบรรดาทไ่ี ด้มาเพราะเขาเข้าจดั การงานนนั้ ใหแ้ กผ่ ้จู ัดการ ตามบทบญั ญตั วิ า่ ดว้ ย
การคนื ลาภมิควรได้
ถา้ ตวั การให้สตั ยาบันแก่การทีจ่ ดั ทำนั้น ทา่ นให้นำบทบญั ญัตทิ ้ังหลายแห่งประมวล
กฎหมายน้วี า่ ดว้ ยตวั แทนมาใชบ้ งั คบั แลว้ แต่กรณี

มาตรา ๔๐๓ ถ้าผู้จดั การมิไดม้ ีบุรพเจตนาจะเรียกให้ตวั การชดใชค้ ืน ผู้จัดการกย็ ่อมไม่มี
สิทธิเรียกรอ้ งเชน่ นน้ั
การทบ่ี ิดามารดา ปยู่ า่ ตายาย บำรงุ รกั ษาผสู้ ืบสันดานเป็นทางอปุ การะกด็ ี หรอื กลบั กัน
เปน็ ทางปฏิการะกด็ ี เม่อื กรณเี ป็นทส่ี งสัย ทา่ นใหส้ ันนิษฐานไวก้ ่อนวา่ ไมม่ เี จตนาจะเรยี ก
ใหผ้ รู้ ับประโยชนช์ ดใชค้ ืน

มาตรา ๔๐๔ ถ้าผจู้ ดั การทำแทนผู้หนึ่งโดยสำคญั วา่ ทำแทนผู้อนื่ อกี คนหนง่ึ ไซร้ ทา่ นวา่ ผู้
เป็นตวั การคนกอ่ นผูเ้ ดยี วมีสิทธแิ ละหนา้ ทอ่ี ันเกิดแต่การที่ไดจ้ ัดทำไปนน้ั

มาตรา ๔๐๕ บทบัญญัตทิ ง้ั หลายที่กลา่ วมาในสบิ มาตราก่อนน้นั ท่านมใิ หใ้ ชบ้ งั คับแก่
กรณที ี่บุคคลหนง่ึ เข้าทำการงานของผอู้ ่ืนโดยสำคัญวา่ เปน็ การงานของตนเอง
ถา้ บคุ คลใดถือเอากิจการของผอู้ ื่นว่าเปน็ ของตนเอง ทั้งทีร่ ูแ้ ล้ววา่ ตนไม่มสี ทิ ธิจะทำเชน่ นนั้
ไซร้ ท่านว่าตวั การจะใช้สิทธิเรียกร้องบงั คับโดยมูลดงั บัญญตั ิไวใ้ นมาตรา ๓๙๕, ๓๙๖,
๓๙๙ และ ๔๐๐ นน้ั ก็ได้ แต่เม่อื ไดใ้ ชส้ ิทธิดงั วา่ มาน้ีแลว้ ตวั การจะตอ้ งรบั ผดิ ตอ่ ผจู้ ัดการดัง
บัญญัตไิ วใ้ นมาตรา ๔๐๒ วรรค ๑

ลกั ษณะ ๔
ลาภมิควรได้

มาตรา ๔๐๖ บคุ คลใดไดม้ าซง่ึ ทรัพย์สงิ่ ใดเพราะการท่ีบคุ คลอกี คนหนง่ึ กระทำเพื่อชำระหน้ี
กด็ ี หรอื ได้มาดว้ ยประการอื่นก็ดี โดยปราศจากมลู อนั จะอา้ งกฎหมายได้ และเปน็ ทางให้
บุคคลอกี คนหนง่ึ นนั้ เสียเปรยี บไซร้ ท่านวา่ บคุ คลน้ันจำต้องคนื ทรพั ย์ใหแ้ กเ่ ขา อนง่ึ การ
รับสภาพหน้ีสินวา่ มอี ยหู่ รอื หาไม่นนั้ ทา่ นกใ็ ห้ถอื ว่าเปน็ การกระทำเพ่ือชำระหน้ีดว้ ย
บทบัญญตั ิอนั นีท้ ่านให้ใช้บงั คบั ตลอดถงึ กรณีที่ไดท้ รพั ย์มา เพราะเหตุอย่างใดอยา่ งหนง่ึ
ซงึ่ มิไดม้ ไี ดเ้ ปน็ ข้นึ หรอื เป็นเหตทุ ีไ่ ด้สนิ้ สดุ ไปเสยี กอ่ นแล้วนนั้ ดว้ ย

มาตรา ๔๐๗ บคุ คลใดได้กระทำการอันใดตามอำเภอใจเหมอื นหนึ่งวา่ เพื่อชำระหน้โี ดย
รอู้ ยวู่ า่ ตนไม่มคี วามผูกพันที่จะตอ้ งชำระ ทา่ นวา่ บคุ คลผนู้ ั้นหามสี ทิ ธิจะได้รับคืนทรัพยไ์ ม่

มาตรา ๔๐๘ บุคคลดังจะกลา่ วต่อไปนไี้ ม่มสี ทิ ธิจะได้รบั คนื ทรัพย์ คอื

(๑) บุคคลผูช้ ำระหนี้อนั มเี งื่อนเวลาบังคับเมื่อกอ่ นถึงกำหนดเวลานนั้
(๒) บุคคลผชู้ ำระหน้ซี งึ่ ขาดอายคุ วามแล้ว
(๓) บคุ คลผชู้ ำระหนต้ี ามหนา้ ทศี่ ีลธรรม หรือตามควรแก่อธั ยาศยั ในสมาคม

มาตรา ๔๐๙ เมื่อบุคคลผู้หน่งึ ผูใ้ ดซึ่งมไิ ด้เปน็ ลูกหนี้ได้ชำระหนี้ไปโดยสำคัญผิด เป็นเหตุ
ใหเ้ จา้ หนผี้ ูท้ ำการโดยสจุ รติ ไดท้ ำลาย หรือลบลา้ งเสียซง่ึ เอกสารอันเปน็ พยานหลักฐานแห่ง
หน้ีกด็ ี ยกเลกิ หลักประกนั เสียก็ดี ส้ินสทิ ธไิ ปเพราะขาดอายคุ วามกด็ ี ทา่ นวา่ เจ้าหนไ้ี ม่
จำตอ้ งคนื ทรัพย์
บทบญั ญตั ิทกี่ ลา่ วมาในวรรคก่อนนีไ้ ม่ขดั ขวางตอ่ การทบ่ี ุคคลผไู้ ดช้ ำระหนีน้ นั้ จะใชส้ ทิ ธไิ ล่
เบ้ยี เอาแก่ลูกหน้ีและผคู้ า้ ประกนั ถา้ จะพึงมี

มาตรา ๔๑๐ บุคคลผใู้ ดไดท้ ำการชำระหนีโ้ ดยมงุ่ ตอ่ ผลอยา่ งหน่ึง แตม่ ิได้เกิดผลข้ึนเช่นนน้ั
ถ้าและบคุ คลนัน้ ไดร้ ้มู าแต่แรกว่าการทจี่ ะเกิดผลนัน้ เป็นพน้ วิสัยก็ดี หรอื ไดเ้ ขา้ ป้องปัด
ขดั ขวางเสียมใิ หเ้ กดิ ผลเช่นนนั้ โดยอาการอนั ฝา่ ฝนื ความสจุ รติ ก็ดี ทา่ นว่าบคุ คลผู้นน้ั ไม่มี
สิทธจิ ะไดร้ บั คนื ทรัพย์

มาตรา ๔๑๑ บคุ คลใดไดก้ ระทำการเพอื่ ชำระหน้ีเปน็ การอนั ฝา่ ฝนื ขอ้ ห้ามตามกฎหมาย
หรือศีลธรรมอันดี ทา่ นวา่ บุคคลนนั้ หาอาจจะเรยี กรอ้ งคนื ทรพั ย์ไดไ้ ม่

มาตรา ๔๑๒ ถ้าทรพั ยส์ นิ ซง่ึ ได้รบั ไวเ้ ป็นลาภมคิ วรไดน้ น้ั เปน็ เงนิ จำนวนหนงึ่ ท่านวา่ ตอ้ ง
คนื เตม็ จำนวนนนั้ เวน้ แตเ่ ม่อื บุคคลไดร้ บั ไว้โดยสจุ รติ จงึ ต้องคนื ลาภมคิ วรได้เพียงส่วนท่ยี งั
มอี ยู่ในขณะเมอื่ เรียกคนื

มาตรา ๔๑๓ เม่ือทรพั ยส์ นิ อนั จะตอ้ งคืนนนั้ เปน็ อยา่ งอนื่ นอกจากจำนวนเงนิ และบคุ คล
ได้รบั ไว้โดยสจุ รติ ทา่ นวา่ บคุ คลเช่นนน้ั จำต้องคนื ทรพั ย์สนิ เพยี งตามสภาพทีเ่ ปน็ อยู่ และมิ
ต้องรับผิดชอบในการทที่ รพั ย์น้นั สูญหายหรอื บบุ สลาย แต่ถ้าไดอ้ ะไรมาเปน็ ค่าสนิ ไหม
ทดแทนเพ่อื การสูญหายหรือบบุ สลายเชน่ นนั้ กต็ อ้ งใหไ้ ปดว้ ย
ถา้ บคุ คลได้รบั ทรัพย์สนิ ไว้โดยทจุ รติ ทา่ นวา่ จะตอ้ งรับผดิ ชอบในการสญู หายหรอื บบุ สลาย
นั้นเตม็ ภมู ิ แมก้ ระทัง่ การสญู หายหรอื บุบสลายจะเกิดเพราะเหตสุ ุดวิสยั เว้นแตจ่ ะพสิ ูจนไ์ ด้
ว่าถงึ อยา่ งไรทรพั ย์สนิ นนั้ ก็คงตอ้ งสญู หายหรอื บุบสลายอยนู่ นั่ เอง

มาตรา ๔๑๔ ถา้ การคนื ทรพั ยต์ กเปน็ พ้นวสิ ยั เพราะสภาพแหง่ ทรัพยส์ นิ ที่ได้รบั ไวน้ ัน้ เองก็ดี
หรอื เพราะเหตุอย่างอน่ื กด็ ี และบคุ คลได้รับทรพั ย์สนิ ไวโ้ ดยสจุ รติ ทา่ นวา่ บุคคลเชน่ นนั้
จำตอ้ งคนื ลาภมคิ วรได้เพยี งส่วนทีย่ ังมอี ย่ใู นขณะเมื่อเรยี กคืน
ถา้ บคุ คลไดร้ บั ทรพั ยส์ นิ นนั้ ไว้โดยทจุ รติ ท่านว่าตอ้ งใชร้ าคาทรัพย์สนิ นนั้ เตม็ จำนวน

มาตรา ๔๑๕ บุคคลผไู้ ดร้ บั ทรัพยส์ นิ ไวโ้ ดยสจุ ริตย่อมจะได้ดอกผลอนั เกดิ แต่ทรัพยส์ นิ นนั้
ตลอดเวลาทย่ี งั คงสุจริตอยู่
ถ้าผ้ทู ไี่ ด้รบั ไวจ้ ะตอ้ งคนื ทรพั ย์สินนัน้ เมอ่ื ใด ให้ถือวา่ ผนู้ ้ันตกอยใู่ นฐานะทุจรติ จำเดิมแต่
เวลาทเี่ รยี กคนื นนั้

มาตรา ๔๑๖ คา่ ใชจ้ า่ ยทัง้ หลายอนั ควรแกก่ ารเพ่อื รกั ษาบำรงุ หรือซอ่ มแซมทรัพยส์ นิ นน้ั
ทา่ นวา่ ตอ้ งชดใช้แกบ่ ุคคลผู้คนื ทรพั ยส์ นิ นน้ั เตม็ จำนวน
แตบ่ คุ คลเช่นวา่ น้ีจะเรยี กร้องใหช้ ดใชค้ า่ ใชจ้ ่ายตามธรรมดาเพ่ือบำรงุ ซ่อมแซมทรพั ย์สนิ
น้ัน หรอื คา่ ภาระตดิ พันทตี่ ้องเสยี ไปในระหว่างทต่ี นคงเกบ็ ดอกผลอยนู่ นั้ หาได้ไม่

มาตรา ๔๑๗ ในสว่ นคา่ ใช้จา่ ยอย่างอนื่ นอกจากท่ีกลา่ วมาในวรรคต้นแห่งมาตราก่อนนนั้
บุคคลผคู้ นื ทรพั ย์สินจะเรยี กให้ชดใชไ้ ดแ้ ตเ่ ฉพาะที่เสียไปในระหวา่ งทตี่ นทำการโดยสุจรติ
และเม่อื ทรัพย์สนิ นัน้ ไดม้ ีราคาเพมิ่ สูงขน้ึ เพราะคา่ ใช้จา่ ยนั้นในเวลาทคี่ นื และจะเรยี กไดก้ ็
แตเ่ พียงเทา่ ราคาทเ่ี พิ่มขน้ึ เทา่ นนั้
อนงึ่ บทบญั ญตั ิแหง่ มาตรา ๔๑๕ วรรค ๒ นนั้ ท่านใหน้ ำมาใช้บงั คับด้วย แล้วแต่กรณี

มาตรา ๔๑๘ ถ้าบคุ คลรับทรพั ยส์ ินอนั มคิ วรไดไ้ ว้โดยทจุ รติ และไดท้ ำการดัดแปลงหรอื ตอ่
เติมขึน้ ในทรัพยส์ ินนน้ั ทา่ นวา่ บุคคลเช่นนน้ั ต้องจัดทำทรัพยส์ นิ นัน้ ใหค้ นื คงสภาพเดมิ
ด้วยคา่ ใชจ้ า่ ยของตนเองแล้วจงึ สง่ คนื เวน้ แตเ่ จา้ ของทรัพยส์ ินจะเลอื กให้ส่งคืนตามสภาพที่
เป็นอยู่ ในกรณเี ชน่ นเี้ จา้ ของจะใชร้ าคาคา่ ทำดัดแปลงหรอื ตอ่ เติม หรอื ใช้เงินจำนวนหนง่ึ
เป็นราคาทรัพยส์ ินเทา่ ท่ีเพิม่ ขึ้นนน้ั ก็ได้ แล้วแตจ่ ะเลือก
ถา้ ในเวลาทีจ่ ะตอ้ งคนื ทรัพยน์ ั้นเปน็ พน้ วสิ ยั จะทำใหท้ รัพยส์ ินคนื คงสภาพเดิมได้ หรือถา้
ทำไปทรัพย์สินนน้ั จะบบุ สลายไซร้ ทา่ นวา่ บคุ คลผ้ไู ด้รับไวจ้ ะต้องส่งคนื ทรัพยส์ ินตามสภาพ
ทเ่ี ปน็ อยู่ และไม่มีสทิ ธิเรยี กค่าสินไหมทดแทนเพ่ือราคาทรัพย์สินที่เพิ่มขึน้ เพราะการ
ดัดแปลงหรือตอ่ เติมนั้นได้

มาตรา ๔๑๙ ในเร่ืองลาภมคิ วรได้นนั้ ทา่ นหา้ มมใิ หฟ้ อ้ งคดเี มือ่ พน้ กำหนดปหี นง่ึ นับแต่
เวลาที่ฝา่ ยผเู้ สียหายรวู้ า่ ตนมสี ิทธเิ รียกคนื หรอื เม่ือพ้นสิบปนี บั แตเ่ วลาทส่ี ทิ ธนิ นั้ ได้มีขนึ้

ลกั ษณะ ๕
ละเมิด

หมวด ๑
ความรับผิดเพ่อื ละเมดิ

มาตรา ๔๒๐ ผูใ้ ดจงใจหรอื ประมาทเลินเลอ่ ทำตอ่ บคุ คลอน่ื โดยผิดกฎหมายให้เขา
เสยี หายถึงแกช่ วี ติ ก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยกด็ ี เสรภี าพกด็ ี ทรัพยส์ ินหรือสิทธอิ ยา่ งหนง่ึ
อย่างใดก็ดี ทา่ นว่าผู้นนั้ ทำละเมดิ จำตอ้ งใช้คา่ สินไหมทดแทนเพือ่ การนนั้

มาตรา ๔๒๑ การใช้สทิ ธซิ ง่ึ มแี ตจ่ ะให้เกดิ เสยี หายแก่บุคคลอ่นื นั้น ท่านวา่ เปน็ การอันมิ
ชอบดว้ ยกฎหมาย

มาตรา ๔๒๒ ถ้าความเสยี หายเกดิ แต่การฝา่ ฝนื บทบงั คับแหง่ กฎหมายใดอนั มีที่ประสงค์
เพอื่ จะปกป้องบคุ คลอืน่ ๆ ผใู้ ดทำการฝา่ ฝนื เชน่ นนั้ ท่านให้สันนษิ ฐานไวก้ ่อนวา่ ผู้นนั้ เปน็
ผผู้ ิด

มาตรา ๔๒๓ ผใู้ ดกล่าวหรอื ไขข่าวแพรห่ ลายซงึ่ ขอ้ ความอนั ฝา่ ฝนื ตอ่ ความจรงิ เปน็ ที่
เสยี หายแกช่ ่อื เสยี งหรือเกยี รตคิ ณุ ของบคุ คลอนื่ กด็ ี หรอื เปน็ ทเ่ี สียหายแกท่ างทำมาหาได้
หรอื ทางเจรญิ ของเขาโดยประการอน่ื ก็ดี ทา่ นว่าผูน้ นั้ จะตอ้ งใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนใหแ้ กเ่ ขา
เพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อนั เกิดแต่การนนั้ แมท้ ้งั เม่อื ตนมไิ ด้รูว้ า่ ขอ้ ความนน้ั ไม่จรงิ
แตห่ ากควรจะร้ไู ด้
ผใู้ ดสง่ ข่าวสารอันตนมไิ ดร้ ู้วา่ เปน็ ความไมจ่ ริง หากวา่ ตนเองหรอื ผ้รู บั ขา่ วสารนั้นมที างได้
เสียโดยชอบในการนน้ั ดว้ ยแล้ว ทา่ นวา่ เพียงทส่ี ง่ ขา่ วสารเชน่ น้นั หาทำให้ผนู้ น้ั ตอ้ งรับผิด
ใชค้ า่ สนิ ไหมทดแทนไม่

มาตรา ๔๒๔ ในการพพิ ากษาคดีขอ้ ความรบั ผดิ เพ่ือละเมิดและกำหนดค่าสนิ ไหมทดแทน
นนั้ ทา่ นวา่ ศาลไมจ่ ำตอ้ งดำเนินตามบทบญั ญตั แิ ห่งกฎหมายลกั ษณะอาญาอนั วา่ ดว้ ยการ
ท่จี ะตอ้ งรบั โทษ และไม่จำตอ้ งพเิ คราะห์ถงึ การทผ่ี ู้กระทำผดิ ตอ้ งคำพพิ ากษาลงโทษทาง
อาญาหรือไม่

มาตรา ๔๒๕ นายจา้ งต้องร่วมกันรบั ผดิ กบั ลกู จา้ งในผลแห่งละเมดิ ซง่ึ ลกู จ้างได้กระทำไป
ในทางการทจ่ี า้ งน้ัน

มาตรา ๔๒๖ นายจ้างซึ่งไดใ้ ชค้ า่ สนิ ไหมทดแทนให้แกบ่ คุ คลภายนอกเพื่อละเมดิ อนั ลกู จ้าง
ไดท้ ำนนั้ ชอบท่จี ะไดช้ ดใช้จากลูกจ้างนน้ั

มาตรา ๔๒๗ บทบญั ญตั ใิ นมาตราทง้ั สองกอ่ นนนั้ ท่านใหใ้ ชบ้ งั คับแก่ตัวการและ
ตัวแทนด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๔๒๘ ผู้วา่ จา้ งทำของไมต่ อ้ งรบั ผิดเพื่อความเสยี หายอนั ผรู้ บั จา้ งได้กอ่ ให้เกิดขนึ้ แก่
บุคคลภายนอกในระหวา่ งทำการงานทวี่ า่ จา้ ง เว้นแต่ผวู้ ่าจา้ งจะเปน็ ผผู้ ดิ ในสว่ นการงานที่
สงั่ ใหท้ ำ หรือในคำส่งั ทต่ี นใหไ้ ว้ หรือในการเลือกหาผู้รบั จ้าง

มาตรา ๔๒๙ บคุ คลใดแมไ้ รค้ วามสามารถเพราะเหตเุ ปน็ ผู้เยาว์หรอื วกิ ลจริตก็ยงั ต้องรับผิด
ในผลที่ตนทำละเมิด บดิ ามารดาหรือผูอ้ นบุ าลของบคุ คลเชน่ ว่านยี้ อ่ มตอ้ งรับผดิ รว่ มกับเขา
ดว้ ย เว้นแตจ่ ะพิสูจนไ์ ดว้ ่าตนได้ใชค้ วามระมดั ระวงั ตามสมควรแก่หนา้ ทดี่ แู ลซ่ึงทำอยนู่ นั้

มาตรา ๔๓๐ ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรอื บคุ คลอ่ืนซง่ึ รับดแู ลบุคคลผู้ไรค้ วามสามารถอยู่
เปน็ นติ ยก์ ็ดี ชว่ั ครงั้ คราวก็ดี จำตอ้ งรับผดิ ร่วมกบั ผไู้ รค้ วามสามารถในการละเมดิ ซง่ึ เขาได้
กระทำลงในระหวา่ งทอี่ ยู่ในความดแู ลของตน ถ้าหากพิสจู นไ์ ด้วา่ บุคคลนัน้ ๆ มไิ ดใ้ ช้
ความระมดั ระวังตามสมควร

มาตรา ๔๓๑ ในกรณที ีก่ ล่าวมาในสองมาตรากอ่ นนนั้ ทา่ นให้นำบทบญั ญัตแิ หง่ มาตรา
๔๒๖ มาใชบ้ ังคบั ดว้ ยโดยอนุโลม

มาตรา ๔๓๒ ถา้ บคุ คลหลายคนกอ่ ใหเ้ กดิ เสยี หายแก่บุคคลอนื่ โดยรว่ มกนั ทำละเมดิ ทา่ น
ว่าบคุ คลเหล่านน้ั จะตอ้ งรว่ มกนั รับผิดใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนเพ่ือความเสยี หายนนั้ ความขอ้
นีท้ ่านใหใ้ ชต้ ลอดถงึ กรณที ่ีไมส่ ามารถสบื รู้ตวั ได้แน่วา่ ในจำพวกทท่ี ำละเมดิ ร่วมกนั นัน้
คนไหนเปน็ ผกู้ ่อให้เกดิ เสยี หายนน้ั ดว้ ย
อนง่ึ บุคคลผ้ยู ยุ งสง่ เสรมิ หรือชว่ ยเหลือในการทำละเมดิ ท่านกใ็ ห้ถือวา่ เปน็ ผ้กู ระทำละเมิด
ร่วมกนั ดว้ ย
ในระหวา่ งบคุ คลทัง้ หลายซง่ึ ตอ้ งรบั ผดิ ร่วมกนั ใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนนนั้ ทา่ นวา่ ต่างต้องรับ
ผดิ เป็นสว่ นเทา่ ๆ กนั เว้นแตโ่ ดยพฤติการณ์ ศาลจะวินิจฉัยเป็นประการอ่ืน

มาตรา ๔๓๓ ถา้ ความเสยี หายเกิดข้นึ เพราะสตั ว์ ทา่ นวา่ เจา้ ของสตั วห์ รือบคุ คลผรู้ บั เลย้ี งรบั
รักษาไวแ้ ทนเจา้ ของจำต้องใชค้ า่ สินไหมทดแทนให้แกฝ่ า่ ยทต่ี อ้ งเสยี หายเพ่ือความ
เสียหายอย่างใด ๆ อนั เกดิ แต่สตั วน์ น้ั เวน้ แตจ่ ะพสิ จู นไ์ ดว้ ่าตนไดใ้ ชค้ วามระมัดระวงั อนั
สมควรแก่การเลยี้ งการรกั ษาตามชนดิ และวสิ ัยของสตั ว์ หรอื ตามพฤตกิ ารณอ์ ยา่ งอื่น หรอื
พสิ ูจนไ์ ดว้ า่ ความเสยี หายน้นั ยอ่ มจะต้องเกิดมขี นึ้ ท้งั ทีไ่ ดใ้ ชค้ วามระมดั ระวงั ถึงเพยี งน้ัน

อนึ่ง บคุ คลผู้ต้องรับผดิ ชอบดังกลา่ วมาในวรรคตน้ นนั้ จะใช้สทิ ธไิ ลเ่ บย้ี เอาแกบ่ ุคคลผทู้ ี่เร้า
หรือย่วั สัตว์นนั้ โดยละเมดิ หรอื เอาแก่เจา้ ของสตั วอ์ นื่ อันมาเร้าหรือยวั่ สตั วน์ ัน้ ๆ ก็ได้

มาตรา ๔๓๔ ถา้ ความเสียหายเกิดขน้ึ เพราะเหตุที่โรงเรอื นหรือสิง่ ปลกู สรา้ งอยา่ งอ่นื กอ่ สร้าง
ไวช้ ำรดุ บกพรอ่ งก็ดี หรอื บำรุงรกั ษาไมเ่ พยี งพอก็ดี ท่านวา่ ผู้ครองโรงเรอื นหรอื สง่ิ ปลกู สรา้ ง
นน้ั ๆ จำต้องใช้คา่ สินไหมทดแทน แต่ถา้ ผคู้ รองไดใ้ ชค้ วามระมัดระวงั ตามสมควรเพือ่ ปดั
ป้องมใิ ห้เกดิ เสียหายฉะนัน้ แลว้ ทา่ นวา่ ผูเ้ ปน็ เจา้ ของจำตอ้ งใช้คา่ สินไหมทดแทน
บทบัญญตั ิท่ีกลา่ วมาในวรรคก่อนนัน้ ให้ใชบ้ งั คับไดต้ ลอดถงึ ความบกพรอ่ งในการปลกู
หรือคา้ จนุ ต้นไมห้ รอื กอไผด่ ้วย
ในกรณที ่กี ล่าวมาในสองวรรคขา้ งต้นนน้ั ถา้ ยงั มีผู้อน่ื อีกที่ตอ้ งรบั ผิดชอบในการกอ่ ให้เกดิ
เสียหายนัน้ ดว้ ยไซร้ ทา่ นวา่ ผคู้ รองหรอื เจา้ ของจะใชส้ ทิ ธไิ ลเ่ บยี้ เอาแก่ผนู้ น้ั ก็ได้

มาตรา ๔๓๕ บุคคลใดจะประสบความเสียหายอนั พึงเกดิ จากโรงเรือนหรือสง่ิ ปลกู สรา้ งอยา่ ง
อื่นของผู้อนื่ บคุ คลผนู้ น้ั ชอบทจี่ ะเรยี กให้จัดการตามที่จำเป็นเพอ่ื บำบดั ปดั ปอ้ งภยนั ตราย
นน้ั เสียได้

มาตรา ๔๓๖ บคุ คลผูอ้ ยใู่ นโรงเรือนตอ้ งรับผดิ ชอบในความเสยี หายอนั เกิดเพราะของตก
หล่นจากโรงเรอื นนนั้ หรอื เพราะท้งิ ขว้างของไปตกในที่อนั มคิ วร

มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรอื ควบคมุ ดแู ลยานพาหนะอยา่ งใด ๆ อนั เดินดว้ ย
กำลังเครอื่ งจักรกล บคุ คลน้ันจะตอ้ งรับผิดชอบเพ่ือการเสยี หายอนั เกดิ แต่ยานพาหนะนน้ั
เว้นแต่จะพสิ จู นไ์ ดว้ า่ การเสยี หายนัน้ เกิดแตเ่ หตุสุดวสิ ัย หรือเกดิ เพราะความผดิ ของผตู้ ้อง
เสียหายนัน้ เอง

ความขอ้ น้ใี ห้ใชบ้ งั คบั ไดต้ ลอดถงึ บคุ คลผู้มไี วใ้ นครอบครองของตน ซ่ึงทรัพย์อนั เป็นของ
เกิดอนั ตรายได้โดยสภาพ หรอื โดยความมงุ่ หมายทจี่ ะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพยน์ น้ั
ด้วย

หมวด ๒
ค่าสนิ ไหมทดแทนเพือ่ ละเมดิ

มาตรา ๔๓๘ ค่าสนิ ไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น ให้ศาลวนิ ิจฉัยตามควร
แก่พฤติการณ์และความรา้ ยแรงแหง่ ละเมดิ
อนง่ึ คา่ สินไหมทดแทนนนั้ ไดแ้ ก่การคนื ทรพั ยส์ ินอนั ผู้เสียหายตอ้ งเสยี ไปเพราะละเมิด
หรอื ใชร้ าคาทรพั ย์สนิ นนั้ รวมทง้ั คา่ เสยี หายอันจะพงึ บงั คับใหใ้ ชเ้ พ่ือความเสยี หายอย่างใด
ๆ อนั ได้กอ่ ขนึ้ นน้ั ดว้ ย

มาตรา ๔๓๙ บุคคลผจู้ ำตอ้ งคืนทรพั ย์อันผู้อน่ื ต้องเสยี ไปเพราะละเมิดแหง่ ตนนน้ั ยงั ตอ้ ง
รบั ผิดชอบตลอดถงึ การท่ที รัพย์นั้นทำลายลงโดยอบุ ัติเหตุ หรอื การคนื ทรัพยต์ กเปน็ พน้ วิสยั
เพราะเหตุอย่างอนื่ โดยอุบตั ิเหตุ หรอื ทรัพยน์ น้ั เสอื่ มเสียลงโดยอุบตั เิ หตนุ น้ั ดว้ ย เว้นแต่
เมื่อการที่ทรพั ย์สินทำลาย หรือตกเปน็ พ้นวิสัยจะคืน หรือเสอื่ มเสียนัน้ ถงึ แม้วา่ จะมไิ ด้มกี าร
ทำละเมดิ ก็คงจะตอ้ งตกไปเปน็ อยา่ งนน้ั อย่เู อง

มาตรา ๔๔๐ ในกรณที ี่ตอ้ งใช้ราคาทรัพยอ์ นั ไดเ้ อาของเขาไปก็ดี ในกรณที ตี่ อ้ งใชร้ าคา
ทรพั ยอ์ ันลดนอ้ ยลงเพราะบุบสลายกด็ ี ฝา่ ยผตู้ อ้ งเสียหายจะเรียกดอกเบี้ยในจำนวนเงนิ ที่
จะตอ้ งใช้ คิดตง้ั แต่เวลาอนั เป็นฐานทต่ี งั้ แห่งการประมาณราคานน้ั กไ็ ด้

มาตรา ๔๔๑ ถา้ บคุ คลจำตอ้ งใชค้ า่ สินไหมทดแทนเพอ่ื ความเสียหายอย่างใด ๆ เพราะเอา
สังหารมิ ทรัพยข์ องเขาไปกด็ ี หรอื เพราะทำของเขาใหบ้ บุ สลายกด็ ี เม่ือใชค้ ่าสนิ ไหม
ทดแทนใหแ้ ก่บุคคลซง่ึ เปน็ ผคู้ รองทรัพย์นน้ั อยูใ่ นขณะทเ่ี อาไป หรอื ขณะทที่ ำใหบ้ บุ สลาย
นน้ั แลว้ ท่านวา่ เปน็ อนั หลดุ พ้นไปเพราะการที่ไดใ้ ชใ้ หเ้ ชน่ นั้น แมก้ ระทงั่ บคุ คลภายนอกจะ
เปน็ เจา้ ของทรพั ยห์ รอื มสี ทิ ธิอยา่ งอืน่ เหนอื ทรัพยน์ นั้ เวน้ แต่สทิ ธิของบคุ คลภายนอกเช่นนน้ั
จะเปน็ ท่ีรอู้ ยแู่ กต่ นหรอื มิไดร้ ้เู พราะความประมาทเลินเลอ่ อยา่ งรา้ ยแรงของตน

มาตรา ๔๔๒ ถา้ ความเสยี หายได้เกิดขน้ึ เพราะความผิดอย่างหนง่ึ อยา่ งใดของผตู้ ้องเสยี หาย
ประกอบด้วยไซร้ ท่านให้นำบทบัญญัติแหง่ มาตรา ๒๒๓ มาใชบ้ ังคบั โดยอนโุ ลม

มาตรา ๔๔๓ ในกรณที ำให้เขาถงึ ตายนน้ั คา่ สนิ ไหมทดแทนไดแ้ กค่ ่าปลงศพรวมท้งั
ค่าใชจ้ า่ ยอนั จำเป็นอยา่ งอน่ื ๆ อีกดว้ ย
ถ้ามไิ ดต้ ายในทันที คา่ สินไหมทดแทนไดแ้ กค่ า่ รกั ษาพยาบาลรวมทง้ั คา่ เสยี หายทตี่ ้อง
ขาดประโยชนท์ ำมาหาไดเ้ พราะไม่สามารถประกอบการงานนน้ั ดว้ ย
ถา้ ว่าเหตุทต่ี ายลงนน้ั ทำให้บคุ คลหนง่ึ คนใดตอ้ งขาดไรอ้ ุปการะตามกฎหมายไปด้วยไซร้
ทา่ นวา่ บคุ คลคนนนั้ ชอบที่จะไดร้ ับคา่ สนิ ไหมทดแทนเพอ่ื การนนั้

มาตรา ๔๔๔ ในกรณีทำใหเ้ สียหายแกร่ ่างกายหรอื อนามยั นนั้ ผตู้ อ้ งเสียหายชอบทีจ่ ะได้
ชดใช้คา่ ใช้จ่ายอนั ตนต้องเสียไป และคา่ เสียหายเพื่อการที่เสยี ความสามารถประกอบการ
งานส้นิ เชงิ หรือแตบ่ างสว่ น ทง้ั ในเวลาปัจจบุ นั น้ันและในเวลาอนาคตดว้ ย

ถา้ ในเวลาทพ่ี พิ ากษาคดี เปน็ พ้นวิสยั จะหยง่ั รู้ได้แนว่ ่าความเสยี หายนน้ั ได้มแี ท้จริงเพยี งใด
ศาลจะกลา่ วในคำพพิ ากษาวา่ ยงั สงวนไวซ้ ่ึงสทิ ธทิ ่จี ะแก้ไขคำพพิ ากษานน้ั อกี ภายใน
ระยะเวลาไม่เกินสองปกี ไ็ ด้

มาตรา ๔๔๕ ในกรณที ำใหเ้ ขาถึงตาย หรือใหเ้ สยี หายแกร่ า่ งกายหรอื อนามัยกด็ ี ในกรณี
ทำให้เขาเสียเสรีภาพกด็ ี ถา้ ผ้ตู อ้ งเสยี หายมคี วามผกู พนั ตามกฎหมายจะต้องทำการงานให้
เปน็ คณุ แกบ่ ุคคลภายนอกในครัวเรอื น หรอื อตุ สาหกรรมของบคุ คลภายนอกนัน้ ไซร้ ทา่ น
วา่ บคุ คลผจู้ ำตอ้ งใชค้ ่าสินไหมทดแทนนน้ั จะตอ้ งใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนให้แก่
บคุ คลภายนอกเพ่อื ท่ีเขาตอ้ งขาดแรงงานอนั นน้ั ไปดว้ ย

มาตรา ๔๔๖ ในกรณที ำให้เขาเสยี หายแกร่ า่ งกายหรอื อนามัยก็ดี ในกรณีทำให้เขาเสีย
เสรีภาพก็ดี ผู้ตอ้ งเสียหายจะเรยี กร้องเอาคา่ สินไหมทดแทนเพอ่ื ความที่เสียหายอยา่ งอ่นื อนั
มิใชต่ ัวเงินดว้ ยอีกกไ็ ด้ สิทธิเรียกรอ้ งอนั นไี้ ม่โอนกนั ได้ และไมต่ กสืบไปถงึ ทายาท เวน้ แต่
สิทธนิ น้ั จะไดร้ ับสภาพกันไว้โดยสัญญาหรือได้เรมิ่ ฟ้องคดตี ามสทิ ธินนั้ แลว้
อนง่ึ หญงิ ทตี่ อ้ งเสียหายเพราะผู้ใดทำผดิ อาญาเป็นทุรศลี ธรรมแกต่ นก็ย่อมมสี ทิ ธิเรียกร้อง
ทำนองเดียวกนั นี้

มาตรา ๔๔๗ บุคคลใดทำให้เขาตอ้ งเสยี หายแกช่ ื่อเสียง เมื่อผตู้ อ้ งเสยี หายรอ้ งขอ ศาลจะ
ส่งั ให้บคุ คลนน้ั จัดการตามควรเพ่อื ทำให้ชอื่ เสยี งของผนู้ น้ั กลับคนื ดีแทนใหใ้ ชค้ ่าเสยี หาย
หรือท้งั ใหใ้ ชค้ า่ เสียหายดว้ ยก็ได้

มาตรา ๔๔๘ สิทธเิ รยี กรอ้ งคา่ เสียหายอันเกดิ แตม่ ลู ละเมดิ นัน้ ทา่ นวา่ ขาดอายคุ วามเม่อื พน้
ปหี นึ่งนับแตว่ นั ทผี่ ตู้ ้องเสียหายรู้ถงึ การละเมิดและรตู้ วั ผ้จู ะพงึ ตอ้ งใชค้ า่ สนิ ไหมทดแทน
หรอื เม่อื พ้นสิบปีนับแตว่ นั ทำละเมดิ

แต่ถา้ เรยี กรอ้ งค่าเสยี หายในมลู อันเป็นความผิดมโี ทษตามกฎหมายลักษณะอาญา และมี
กำหนดอายคุ วามทางอาญายาวกวา่ ท่กี ลา่ วมานน้ั ไซร้ ทา่ นให้เอาอายคุ วามท่ยี าวกวา่ น้ันมา
บังคับ

หมวด ๓
นริ โทษกรรม

มาตรา ๔๔๙ บคุ คลใดเมอื่ กระทำการปอ้ งกนั โดยชอบดว้ ยกฎหมายกด็ ี กระทำตามคำสงั่ อนั
ชอบดว้ ยกฎหมายก็ดี หากกอ่ ใหเ้ กิดเสยี หายแกผ่ ูอ้ น่ื ไซร้ ทา่ นว่าบุคคลนน้ั หาตอ้ งรับผดิ ใช้
คา่ สนิ ไหมทดแทนไม่
ผ้ตู อ้ งเสยี หายอาจเรยี กคา่ สนิ ไหมทดแทนจากผเู้ ปน็ ตน้ เหตใุ หต้ ้องปอ้ งกันโดยชอบดว้ ย
กฎหมาย หรอื จากบุคคลผใู้ หค้ ำสง่ั โดยละเมิดนน้ั กไ็ ด้

มาตรา ๔๕๐ ถ้าบคุ คลทำบบุ สลาย หรอื ทำลายทรัพย์ส่ิงหนง่ึ สิง่ ใด เพอื่ จะบำบัดปัดปอ้ ง
ภยันตรายซงึ่ มมี าเปน็ สาธารณะโดยฉุกเฉิน ท่านวา่ ไมจ่ ำต้องใชค้ า่ สินไหมทดแทน หาก
ความเสยี หายน้ันไม่เกนิ สมควรแก่เหตภุ ยนั ตราย
ถา้ บคุ คลทำบบุ สลาย หรือทำลายทรัพย์สง่ิ หนงึ่ สง่ิ ใด เพอ่ื จะบำบัดปดั ปอ้ งภยนั ตรายอนั มีแก่
เอกชนโดยฉุกเฉนิ ผนู้ นั้ จะตอ้ งใชค้ ืนทรพั ย์นน้ั
ถา้ บคุ คลทำบบุ สลาย หรอื ทำลายทรพั ยส์ ง่ิ หน่งึ สง่ิ ใด เพ่ือจะปอ้ งกนั สิทธขิ องตนหรือของ
บคุ คลภายนอกจากภยนั ตรายอันมีมาโดยฉกุ เฉนิ เพราะตัวทรพั ย์นน้ั เองเปน็ เหตุ บคุ คล
เชน่ วา่ น้ีหาต้องรบั ผิดใช้คา่ สินไหมทดแทนไม่ หากวา่ ความเสียหายนนั้ ไม่เกนิ สมควรแก่

เหตุ แต่ถา้ ภยันตรายนนั้ เกิดขน้ึ เพราะความผดิ ของบคุ คลน้นั เองแล้ว ทา่ นวา่ จำตอ้ งรบั ผิด
ใชค้ า่ สนิ ไหมทดแทนให้

มาตรา ๔๕๑ บุคคลใชก้ ำลงั เพ่ือป้องกนั สทิ ธขิ องตน ถา้ ตามพฤตกิ ารณ์จะขอใหศ้ าลหรือ
เจา้ หนา้ ท่ีชว่ ยเหลอื ใหท้ ันทว่ งทไี มไ่ ด้ และถ้ามิได้ทำในทันใด ภยั มอี ยดู่ ว้ ยการทีต่ นจะได้
สมดงั สทิ ธนิ ัน้ จะต้องประวิงไปมากหรือถงึ แก่สาบสูญได้ไซร้ ท่านวา่ บคุ คลนัน้ หาตอ้ งรบั ผิด
ใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนไม่
การใช้กำลงั ดงั กล่าวมาในวรรคก่อนนนั้ ทา่ นวา่ ตอ้ งจำกัดครัดเคร่งแต่เฉพาะทีจ่ ำเปน็ เพอ่ื จะ
บำบัดปดั ปอ้ งภยนั ตรายเท่านนั้
ถา้ บคุ คลผ้ใู ดกระทำการดงั กล่าวมาในวรรคตน้ เพราะหลงสันนิษฐานพลาดไปวา่ มีเหตอุ นั
จำเปน็ ที่จะทำไดโ้ ดยชอบด้วยกฎหมายไซร้ ทา่ นวา่ ผนู้ น้ั จะตอ้ งรบั ผดิ ใช้คา่ สนิ ไหมทดแทน
ใหแ้ ก่บคุ คลอน่ื แม้ทงั้ การที่หลงพลาดไปนน้ั จะมใิ ช่เป็นเพราะความประมาทเลนิ เล่อของตน

มาตรา ๔๕๒ ผคู้ รองอสงั หารมิ ทรพั ยช์ อบที่จะจบั สตั วข์ องผอู้ ืน่ อนั เขา้ มาทำความเสียหายใน
อสังหารมิ ทรัพยน์ น้ั และยึดไวเ้ ปน็ ประกันคา่ สินไหมทดแทนอนั จะพึงตอ้ งใช้แกต่ นได้ และ
ถา้ เปน็ การจำเป็นโดยพฤติการณแ์ มจ้ ะฆา่ สตั วน์ ั้นเสยี กช็ อบทีจ่ ะทำได้
แตว่ า่ ผนู้ ัน้ ตอ้ งบอกกลา่ วแกเ่ จ้าของสตั ว์โดยไมช่ ักชา้ ถา้ และหาตวั เจา้ ของสตั ว์ไม่พบ ผทู้ ี่
จบั สัตวไ์ วต้ อ้ งจดั การตามสมควรเพื่อสืบหาตัวเจา้ ของ

พระราชกฤษฎกี า
ใหใ้ ชบ้ ทบัญญตั แิ หง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์
บรรพ ๓

ทีไ่ ดต้ รวจชำระใหม่[๗]

มพี ระบรมราชโองการ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธปิ ก พระปกเกลา้
เจ้าอยูห่ วั ดำรสั เหนอื เกลา้ ฯ ให้ประกาศจงทราบทัว่ กันวา่

จำเดิมแตไ่ ดอ้ อกประกาศประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ยบ์ รรพ ๓ แต่วนั ที่ ๑ มกราคม
พุทธศักราช ๒๔๖๗ เปน็ ตน้ มา ได้มีความเหน็ แนะนำมากหลายเพือ่ ยงั ประมวลกฎหมายนี้
ให้สมบูรณ์ยิ่งข้นึ

และเมื่อได้ตรวจพิจารณาโดยถ่องแท้แล้ว เหน็ เปน็ การสมควรใหต้ รวจชำระบทบญั ญตั ใิ น
บรรพ ๓ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยท์ ่ีกล่าวมาขา้ งตน้ นนั้ ใหม่

จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ สัง่ วา่ บทบญั ญตั เิ ดมิ ในบรรพ ๓ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ ทไี่ ดป้ ระกาศไว้แต่ ณ วนั ที่ ๑ มกราคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๖๗ น้นั ให้ยกเลกิ
เสียสิน้ และใชบ้ ทบญั ญัตทิ ต่ี รวจชำระใหมต่ อ่ ท้ายพระราชกฤษฎกี านีแ้ ทน

ให้ใชพ้ ระราชกฤษฎกี าน้ตี งั้ แตว่ ันท่ี ๑ เมษายน พทุ ธศักราช ๒๔๗๒ เป็นตน้ ไป

ประกาศมา ณ วนั ท่ี ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๗๑ เป็นปที ่ี ๔ ในรชั ชกาลปัจจบุ นั

บรรพ ๓
เอกเทศสญั ญา

ลกั ษณะ ๑
ซือ้ ขาย

หมวด ๑
สภาพและหลกั สำคัญของสัญญาซอื้ ขาย

ส่วนที่ ๑
บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

มาตรา ๔๕๓ อันวา่ ซ้อื ขายน้นั คือสญั ญาซ่งึ บคุ คลฝา่ ยหนง่ึ เรียกวา่ ผขู้ าย โอนกรรมสิทธ์ิ
แห่งทรพั ย์สินใหแ้ กบ่ ุคคลอกี ฝ่ายหนง่ึ เรียกวา่ ผซู้ อื้ และผซู้ ื้อตกลงว่าจะใชร้ าคาทรัพยส์ ิน
น้ันใหแ้ กผ่ ู้ขาย

มาตรา ๔๕๔ การที่คู่กรณฝี ่ายหนง่ึ ใหค้ ำมน่ั ไว้ก่อนวา่ จะซ้ือหรือขายนัน้ จะมีผลเป็นการซอื้
ขายต่อเมอื่ อีกฝา่ ยหนงึ่ ไดบ้ อกกลา่ วความจำนงวา่ จะทำการซอ้ื ขายนน้ั ให้สำเร็จตลอดไป และ
คำบอกกลา่ วเชน่ น้นั ได้ไปถงึ บุคคลผใู้ ห้คำมน่ั แลว้
ถา้ ในคำมัน่ มไิ ด้กำหนดเวลาไวเ้ พ่ือการบอกกลา่ วเช่นนนั้ ไซร้ ทา่ นวา่ บคุ คลผใู้ ห้คำมัน่ จะ
กำหนดเวลาพอสมควร และบอกกล่าวไปยังคู่กรณีอกี ฝา่ ยหนง่ึ ใหต้ อบมาเปน็ แนน่ อน
ภายในเวลากำหนดนัน้ ก็ได้ วา่ จะทำการซ้อื ขายใหส้ ำเร็จตลอดไปหรอื ไม่ ถา้ และไมต่ อบ
เปน็ แนน่ อนภายในกำหนดเวลานั้นไซร้ คำมน่ั ซงึ่ ไดใ้ ห้ไวก้ อ่ นนั้นก็เป็นอนั ไรผ้ ล

มาตรา ๔๕๕ เม่ือกล่าวต่อไปเบอื้ งหนา้ ถงึ เวลาซ้ือขาย ทา่ นหมายความวา่ เวลาซง่ึ ทำสัญญา
ซ้ือขายสำเร็จบริบูรณ์

มาตรา ๔๕๖[๘] การซื้อขายอสงั หารมิ ทรัพย์ ถา้ มิไดท้ ำเปน็ หนงั สอื และจดทะเบียนต่อ
พนกั งานเจ้าหนา้ ท่เี ปน็ โมฆะ วธิ นี ้ีใหใ้ ช้ถงึ ซื้อขายเรือมรี ะวางตงั้ แตห่ า้ ตนั ขึน้ ไป ทงั้ ซ้ือขาย
แพและสตั ว์พาหนะดว้ ย
สญั ญาจะขายหรอื จะซ้ือ หรือคำมน่ั ในการซอื้ ขายทรพั ยส์ นิ ตามที่ระบุไว้ในวรรคหน่ึง ถ้า
มไิ ด้มีหลกั ฐานเปน็ หนงั สอื อยา่ งหนง่ึ อยา่ งใดลงลายมือช่ือฝา่ ยผตู้ ้องรับผดิ เปน็ สำคัญ หรือได้
วางประจำไว้ หรอื ไดช้ ำระหน้ีบางส่วนแลว้ จะฟ้องร้องให้บังคับคดหี าไดไ้ ม่
บทบญั ญตั ิท่กี ลา่ วมาในวรรคก่อนนี้ ใหใ้ ชบ้ งั คับถงึ สญั ญาซือ้ ขายสงั หาริมทรัพย์ซง่ึ ตกลง
กนั เป็นราคาสองหมน่ื บาท หรือกวา่ นนั้ ขนึ้ ไปดว้ ย

มาตรา ๔๕๗ คา่ ฤชาธรรมเนียมทำสญั ญาซื้อขายนนั้ ผซู้ อ้ื ผขู้ ายพงึ ออกใช้เทา่ กนั ทง้ั สอง
ฝ่าย

ส่วนที่ ๒
การโอนกรรมสิทธ์ิ

มาตรา ๔๕๘ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สนิ ทขี่ ายน้นั ย่อมโอนไปยงั ผซู้ อ้ื ตงั้ แตข่ ณะเมอ่ื ได้ทำ
สัญญาซอ้ื ขายกนั

มาตรา ๔๕๙ ถา้ สัญญาซอ้ื ขายมเี งอ่ื นไข หรือเงอ่ื นเวลาบงั คบั ไว้ ท่านวา่ กรรมสทิ ธใิ์ น
ทรพั ยส์ ินยงั ไม่โอนไปจนกวา่ การจะได้เปน็ ไปตามเงอื่ นไขหรอื ถงึ กำหนดเงื่อนเวลานน้ั

มาตรา ๔๖๐ ในการซอ้ื ขายทรพั ยส์ ินซงึ่ มไิ ดก้ ำหนดลงไวแ้ น่นอนนน้ั ทา่ นวา่ กรรมสิทธ์ยิ งั
ไม่โอนไปจนกวา่ จะได้หมาย หรือนับ ชงั่ ตวง วดั หรอื คัดเลอื ก หรอื ทำโดยวธิ อี ่นื เพือ่ ใหบ้ ง่
ตวั ทรพั ยส์ ินนนั้ ออกเปน็ แน่นอนแลว้
ในการซื้อขายทรพั ยส์ ินเฉพาะสงิ่ ถา้ ผู้ขายยังจะตอ้ งนับ ชัง่ ตวง วัด หรือทำการอยา่ งอน่ื
หรือทำส่ิงหนึ่งสง่ิ ใดอนั เกีย่ วแก่ทรัพยส์ นิ เพ่อื ให้รู้กำหนดราคาทรัพย์สนิ นนั้ แนน่ อน ทา่ นวา่
กรรมสทิ ธ์ิยังไมโ่ อนไปยงั ผซู้ อื้ จนกวา่ การหรอื ส่งิ นน้ั ไดท้ ำแลว้

หมวด ๒
หน้าทีแ่ ละความรบั ผดิ ของผขู้ าย

สว่ นท่ี ๑

การส่งมอบ

มาตรา ๔๖๑ ผขู้ ายจำตอ้ งสง่ มอบทรัพย์สินซึ่งขายนน้ั ใหแ้ กผ่ ซู้ ้ือ

มาตรา ๔๖๒ การสง่ มอบน้ันจะทำอย่างหนงึ่ อยา่ งใดกไ็ ดส้ ุดแตว่ ่าเปน็ ผลใหท้ รพั ยส์ นิ น้ันไป
อย่ใู นเง้อื มมอื ของผซู้ ื้อ

มาตรา ๔๖๓ ถา้ ในสญั ญากำหนดวา่ ใหส้ ่งทรพั ยส์ นิ ซง่ึ ขายน้นั จากทแ่ี หง่ หนึ่งไปถงึ อีกแหง่
หนง่ึ ไซร้ ทา่ นว่าการสง่ มอบย่อมสำเร็จเมื่อไดส้ ่งมอบทรพั ย์สินนั้นให้แก่ผู้ขนสง่

มาตรา ๔๖๔ คา่ ขนสง่ ทรัพย์สินซึ่งได้ซอื้ ขายกนั ไปยงั ท่ีแห่งอน่ื นอกจากสถานท่ีอันพึงชำระ
หนนี้ นั้ ผูซ้ อื้ พงึ ออกใช้

มาตรา ๔๖๕ ในการซอ้ื ขายสงั หาริมทรพั ยน์ ้ัน
(๑) หากวา่ ผูข้ ายสง่ มอบทรพั ย์สนิ นอ้ ยกวา่ ทไ่ี ดส้ ญั ญาไว้ ทา่ นวา่ ผซู้ อ้ื จะปัดเสียไมร่ ับเอาเลย
กไ็ ด้ แต่ถา้ ผซู้ ้อื รับเอาทรพั ยส์ นิ นน้ั ไว้ ผู้ซอ้ื กต็ ้องใชร้ าคาตามสว่ น
(๒) หากวา่ ผขู้ ายส่งมอบทรัพย์สินมากกวา่ ทไี่ ดส้ ัญญาไว้ ทา่ นวา่ ผซู้ ้อื จะรบั เอาทรัพย์สินนั้น
ไว้แตเ่ พยี งตามสญั ญาและนอกกวา่ นน้ั ปดั เสยี กไ็ ด้ หรือจะปดั เสยี ท้ังหมดไมร่ บั เอาไวเ้ ลยก็
ได้ ถ้าผซู้ ้อื รบั เอาทรัพยส์ ินอนั เขาสง่ มอบเช่นนนั้ ไว้ทัง้ หมด ผซู้ อ้ื ก็ตอ้ งใช้ราคาตามส่วน

(๓) หากวา่ ผู้ขายส่งมอบทรพั ยส์ นิ ตามท่ีได้สญั ญาไวร้ ะคนกับทรพั ย์สนิ อย่างอ่นื อนั มิได้
รวมอยู่ในขอ้ สญั ญาไซร้ ทา่ นวา่ ผซู้ อื้ จะรบั เอาทรัพย์สนิ ไวแ้ ตต่ ามสญั ญา และนอกกวา่ นัน้
ปัดเสยี ก็ได้ หรือจะปดั เสยี ท้งั หมดก็ได้

มาตรา ๔๖๖ ในการซอื้ ขายอสังหารมิ ทรัพยน์ น้ั หากวา่ ได้ระบจุ ำนวนเนื้อท่ที ง้ั หมดไว้ และ
ผู้ขายสง่ มอบทรัพยส์ ินนอ้ ยหรือมากไปกวา่ ท่ีไดส้ ญั ญาไซร้ ทา่ นว่าผู้ซอื้ จะปดั เสยี หรอื จะรบั
เอาไว้และใชร้ าคาตามสว่ นก็ได้ ตามแตจ่ ะเลอื ก
อนงึ่ ถ้าขาดตกบกพร่องหรือล้าจำนวนไม่เกนิ กวา่ ร้อยละหา้ แหง่ เนอื้ ท่ที งั้ หมดอนั ได้ระบุไว้
นน้ั ไซร้ ทา่ นว่าผซู้ อื้ จำตอ้ งรบั เอาและใชร้ าคาตามสว่ น แตว่ า่ ผซู้ อื้ อาจจะเลิกสัญญาเสียได้
ในเม่อื ขาดตกบกพรอ่ งหรือล้าจำนวนถึงขนาดซ่ึงหากผูซ้ อ้ื ได้ทราบก่อนแลว้ คงจะมิไดเ้ ขา้ ทำ
สญั ญานนั้

มาตรา ๔๖๗ ในขอ้ รับผิดเพอ่ื การทท่ี รพั ย์ขาดตกบกพรอ่ งหรือลา้ จำนวนนั้น ทา่ นหา้ มมิ
ใหฟ้ อ้ งคดเี มอื่ พ้นกำหนดปหี นงึ่ นับแตเ่ วลาส่งมอบ

มาตรา ๔๖๘ ถา้ ในสญั ญาไมม่ กี ำหนดเงอื่ นเวลาใหใ้ ช้ราคาไซร้ ผ้ขู ายชอบท่จี ะยดึ หน่วง
ทรัพยส์ ินท่ขี ายไว้ไดจ้ นกว่าจะใช้ราคา

มาตรา ๔๖๙ ถ้าผซู้ อ้ื ลม้ ละลายก่อนสง่ มอบทรัพย์สนิ กด็ ี หรือผซู้ อ้ื เปน็ คนลม้ ละลายแลว้ ใน
เวลาซอื้ ขายโดยผู้ขายไม่รู้ก็ดี หรือผู้ซอ้ื กระทำให้หลักทรัพยท์ ่ีให้ไวเ้ พอื่ ประกนั การใชเ้ งนิ
นั้นเสื่อมเสียหรือลดน้อยลงก็ดี ถงึ แม้ในสญั ญาจะมีกำหนดเง่ือนเวลาใหใ้ ชร้ าคา ผูข้ ายก็
ชอบทจี่ ะยดึ หนว่ งทรัพย์สินซึ่งขายไวไ้ ด้ เวน้ แตผ่ ซู้ ื้อจะหาประกนั ที่สมควรให้ได้

มาตรา ๔๗๐ ถ้าผ้ซู ื้อผดิ นัด ผู้ขายซง่ึ ได้ยึดหน่วงทรัพยส์ นิ ไวต้ ามมาตราท้ังหลายทกี่ ลา่ วมา
อาจจะใชท้ างแก้ตอ่ ไปน้ีแทนทางแกส้ ามัญในการไม่ชำระหนไ้ี ด้ คอื มจี ดหมายบอกกลา่ วไป
ยังผซู้ ้ือใหใ้ ชร้ าคากบั ทงั้ คา่ จับจา่ ยเกยี่ วกบั การภายในเวลาอันควรซึง่ ตอ้ งกำหนดลงไวใ้ น
คำบอกกล่าวนน้ั ด้วย
ถา้ ผู้ซอื้ ละเลยเสียไมท่ ำตามคำบอกกล่าว ผู้ขายอาจนำทรัพย์สินนนั้ ออกขายทอดตลาดได้

มาตรา ๔๗๑ เม่อื ขายทอดตลาดได้เงนิ เปน็ จำนวนสทุ ธเิ ทา่ ใด ใหผ้ ขู้ ายหักเอาจำนวนท่ี
ค้างชำระแกต่ นเพอ่ื ราคาและค่าจบั จ่ายเกย่ี วการนน้ั ไว้ ถา้ และยงั มเี งินเหลือ กใ็ ห้สง่ มอบแก่
ผซู้ อื้ โดยพลนั

สว่ นที่ ๒
ความรับผิดเพอื่ ชำรุดบกพร่อง

มาตรา ๔๗๒ ในกรณที ท่ี รัพยส์ ินซงึ่ ขายนนั้ ชำรุดบกพร่องอยา่ งหนึง่ อย่างใดอนั เปน็ เหตุ
ให้เสือ่ มราคาหรือเสือ่ มความเหมาะสมแก่ประโยชนอ์ ันมงุ่ จะใช้เปน็ ปกติก็ดี ประโยชนท์ ่มี งุ่
หมายโดยสัญญากด็ ี ทา่ นว่าผู้ขายตอ้ งรบั ผดิ
ความทก่ี ลา่ วมาในมาตราน้ียอ่ มใชไ้ ด้ ทงั้ ทผี่ ขู้ ายรอู้ ย่แู ลว้ หรือไม่รวู้ า่ ความชำรุดบกพร่องมีอยู่

มาตรา ๔๗๓ ผขู้ ายยอ่ มไมต่ อ้ งรบั ผิดในกรณดี งั จะกล่าวตอ่ ไปนี้ คอื
(๑) ถ้าผซู้ อื้ ไดร้ อู้ ยู่แลว้ แต่ในเวลาซื้อขายว่ามคี วามชำรดุ บกพรอ่ งหรอื ควรจะไดร้ เู้ ช่นนัน้ หาก
ได้ใชค้ วามระมัดระวงั อนั จะพงึ คาดหมายได้แตว่ ญิ ญชู น

(๒) ถ้าความชำรดุ บกพรอ่ งนนั้ เป็นอนั เห็นประจักษแ์ ล้วในเวลาส่งมอบ และผซู้ อื้ รับเอา
ทรัพยส์ ินนน้ั ไวโ้ ดยมิไดอ้ ิดเอือ้ น
(๓) ถา้ ทรัพยส์ นิ น้ันไดข้ ายทอดตลาด

มาตรา ๔๗๔ ในขอ้ รบั ผิดเพ่ือชำรดุ บกพร่องนน้ั ท่านหา้ มมใิ ห้ฟ้องคดีเม่ือพน้ เวลาปีหนง่ึ
นบั แต่เวลาทไ่ี ดพ้ บเห็นความชำรุดบกพร่อง

ส่วนที่ ๓
ความรบั ผิดในการรอนสิทธิ

มาตรา ๔๗๕ หากวา่ มบี คุ คลผใู้ ดมาก่อการรบกวนขัดสทิ ธิของผซู้ อื้ ในอนั จะครองทรพั ยส์ นิ
โดยปกติสขุ เพราะบคุ คลผ้นู นั้ มีสิทธิเหนือทรัพยส์ นิ ทไ่ี ดซ้ ้อื ขายกันนนั้ อยใู่ นเวลาซอื้ ขายกด็ ี
เพราะความผดิ ของผขู้ ายก็ดี ท่านว่าผขู้ ายจะตอ้ งรับผิดในผลอนั นนั้

มาตรา ๔๗๖ ถา้ สิทธขิ องผกู้ อ่ การรบกวนนนั้ ผซู้ ้อื รอู้ ยแู่ ลว้ ในเวลาซื้อขาย ท่านว่าผูข้ ายไม่
ต้องรบั ผิด

มาตรา ๔๗๗ เม่ือใดการรบกวนขดั สิทธนิ ั้นเกดิ เป็นคดขี น้ึ ระหวา่ งผู้ซอ้ื กับบคุ คลภายนอก
ผซู้ อ้ื ชอบทีจ่ ะขอใหศ้ าลเรยี กผขู้ ายเขา้ เป็นจำเลยร่วมหรอื เปน็ โจทก์ร่วมกบั ผซู้ ื้อในคดนี นั้ ได้
เพื่อศาลจะได้วนิ จิ ฉัยชี้ขาดขอ้ พิพาทระหว่างผู้เปน็ คู่กรณที ้ังหลายรวมไปเป็นคดีเดียวกนั

มาตรา ๔๗๘ ถา้ ผ้ขู ายเหน็ เปน็ การสมควร จะสอดเข้าไปในคดเี พอื่ ปฏิเสธการเรยี กร้องของ
บุคคลภายนอก ก็ชอบท่ีจะทำได้ด้วย

มาตรา ๔๗๙ ถา้ ทรพั ย์สินซง่ึ ซื้อขายกนั หลดุ ไปจากผซู้ ือ้ ทงั้ หมดหรอื แต่บางสว่ นเพราะ
เหตุการรอนสทิ ธกิ ด็ ี หรือว่าทรพั ยส์ ินนนั้ ตกอยใู่ นบงั คบั แหง่ สิทธอิ ย่างหนึ่งอยา่ งใดซึ่งเปน็
เหตใุ ห้เส่ือมราคา หรือเสอื่ มความเหมาะสมแกก่ ารท่ีจะใช้ หรือเสื่อมความสะดวกในการใช้
สอย หรอื เสอื่ มประโยชน์อนั จะพึงไดแ้ ต่ทรพั ยส์ นิ นนั้ และซง่ึ ผ้ซู อื้ หาไดร้ ใู้ นเวลาซอื้ ขายไม่ก็
ดี ท่านว่าผขู้ ายตอ้ งรบั ผิด

มาตรา ๔๘๐ ถา้ อสงั หาริมทรพั ยต์ อ้ งศาลแสดงวา่ ตกอยูใ่ นบังคับแห่งภาระจำยอมโดย
กฎหมายไซร้ ทา่ นว่าผขู้ ายไมต่ อ้ งรบั ผิด เว้นไวแ้ ต่ผขู้ ายจะไดร้ ับรองไว้ในสัญญาวา่
ทรัพยส์ ินนน้ั ปลอดจากภาระจำยอมอยา่ งใด ๆ ทง้ั สิ้น หรือปลอดจากภาระจำยอมอนั นน้ั

มาตรา ๔๘๑ ถา้ ผ้ขู ายไมไ่ ดเ้ ปน็ คู่ความในคดีเดมิ หรือถ้าผู้ซอื้ ไดป้ ระนปี ระนอมยอมความ
กับบคุ คลภายนอก หรือยอมตามที่บคุ คลภายนอกเรียกร้องไซร้ ทา่ นห้ามมใิ หฟ้ ้องคดใี นข้อ
รับผดิ เพ่ือการรอนสทิ ธเิ ม่อื พน้ กำหนดสามเดือนนับแตว่ นั คำพิพากษาในคดเี ดิมถงึ ทสี่ ุด
หรือนบั แตว่ นั ประนีประนอมยอมความ หรือวันทย่ี อมตามบคุ คลภายนอกเรียกรอ้ งนนั้

มาตรา ๔๘๒ ผู้ขายไมต่ อ้ งรบั ผดิ ในการรอนสทิ ธเิ มื่อกรณีเปน็ ดังกลา่ วต่อไปนี้ คือ
(๑) ถ้าไมม่ ีการฟอ้ งคดี และผู้ขายพสิ จู นไ์ ด้วา่ สทิ ธิของผซู้ ื้อได้สญู ไปโดยความผดิ ของผ้ซู อื้
เอง หรอื
(๒) ถา้ ผู้ซอื้ ไมไ่ ด้เรยี กผขู้ ายเขา้ มาในคดี และผขู้ ายพสิ ูจนไ์ ดว้ ่า ถา้ ได้เรยี กเข้ามาคดฝี ่ายผู้
ซอ้ื จะชนะ หรอื

(๓) ถา้ ผู้ขายได้เขา้ มาในคดี แตศ่ าลได้ยกคำเรยี กร้องของผูซ้ ือ้ เสยี เพราะความผดิ ของผซู้ ้อื
เอง
แตถ่ งึ กรณีจะเปน็ อยา่ งไรก็ดี ถ้าผู้ขายถูกศาลหมายเรียกใหเ้ ขา้ มาในคดแี ละไมย่ อมเขา้ วา่
คดรี ว่ มเปน็ จำเลยหรอื ร่วมเป็นโจทกก์ บั ผซู้ ้อื ไซร้ ท่านว่าผขู้ ายคงต้องรบั ผดิ

ส่วนท่ี ๔
ขอ้ สญั ญาวา่ จะไม่ตอ้ งรบั ผิด

มาตรา ๔๘๓ คู่สญั ญาซอื้ ขายจะตกลงกันวา่ ผ้ขู ายจะไมต่ ้องรับผิดเพอ่ื ความชำรดุ บกพรอ่ ง
หรอื เพ่อื การรอนสิทธกิ ็ได้

มาตรา ๔๘๔ ข้อสญั ญาวา่ จะไมต่ อ้ งรบั ผดิ น้ัน ย่อมไมค่ ุ้มผูข้ ายใหพ้ ้นจากการต้องสง่ เงนิ คนื
ตามราคา เว้นแตจ่ ะไดร้ ะบุไว้เป็นอย่างอนื่

มาตรา ๔๘๕ ข้อสญั ญาวา่ จะไมต่ ้องรับผดิ นน้ั ไมอ่ าจคุม้ ความรบั ผิดของผู้ขายในผลของการ
อันผขู้ ายไดก้ ระทำไปเอง หรอื ผลแหง่ ขอ้ ความจริงอันผูข้ ายได้รอู้ ยแู่ ลว้ และปกปิดเสยี

หมวด ๓
หนา้ ทขี่ องผซู้ ื้อ

มาตรา ๔๘๖ ผซู้ ้อื จำตอ้ งรบั มอบทรพั ย์สินทีต่ นได้รับซ้ือและใชร้ าคาตามขอ้ สญั ญาซอื้ ขาย

มาตรา ๔๘๗ อันราคาทรพั ยส์ ินท่ขี ายนน้ั จะกำหนดลงไว้ในสัญญาก็ได้ หรอื จะปล่อยไปให้
กำหนดกนั ดว้ ยวธิ อี ยา่ งใดอยา่ งหนึ่งดงั ไดต้ กลงกนั ไวใ้ นสัญญานน้ั ก็ได้ หรอื จะถือเอาตาม
ทางการทค่ี ู่สัญญาประพฤตติ อ่ กนั อยู่นน้ั กไ็ ด้
ถ้าราคามไิ ด้มีกำหนดเดด็ ขาดอยา่ งใดดงั วา่ มานนั้ ไซร้ ทา่ นวา่ ผซู้ ือ้ จะตอ้ งใชร้ าคาตาม
สมควร

มาตรา ๔๘๘ ถา้ ผซู้ อื้ พบเห็นความชำรุดบกพรอ่ งในทรัพยส์ นิ ซ่งึ ตนได้รับซ้อื ผซู้ ือ้ ชอบท่ี
จะยึดหนว่ งราคาทย่ี งั ไมไ่ ด้ชำระไวไ้ ด้ทงั้ หมดหรือแต่บางสว่ น เวน้ แตผ่ ขู้ ายจะหาประกันที่
สมควรใหไ้ ด้

มาตรา ๔๘๙ ถ้าผูซ้ ้ือถกู ผรู้ บั จำนองหรอื บุคคลผูเ้ รยี กร้องเอาทรพั ย์สินท่ขี ายนน้ั ข่วู า่ จะฟอ้ ง
เปน็ คดีขนึ้ ก็ดี หรอื มีเหตุอนั ควรเช่อื ว่าจะถกู ขู่เชน่ นน้ั ก็ดี ผซู้ อ้ื กช็ อบทจ่ี ะยดึ หนว่ งราคาไว้
ทั้งหมดหรอื บางสว่ นไดด้ ุจกัน จนกว่าผู้ขายจะไดบ้ ำบดั ภยั อนั นนั้ ใหส้ ้นิ ไป หรอื จนกวา่ ผู้ขาย
จะหาประกันทส่ี มควรให้ได้

มาตรา ๔๙๐ ถ้าได้กำหนดกันไว้วา่ ใหส้ ง่ มอบทรัพย์สินซงึ่ ขายนน้ั เวลาใด ทา่ นให้
สนั นิษฐานไว้กอ่ นวา่ เวลาอนั เดียวกนั นน้ั เองเปน็ เวลากำหนดใช้ราคา

หมวด ๔
การซือ้ ขายเฉพาะบางอยา่ ง

สว่ นท่ี ๑
ขายฝาก

มาตรา ๔๙๑ อนั วา่ ขายฝากนนั้ คอื สัญญาซอ้ื ขายซงึ่ กรรมสทิ ธใ์ิ นทรพั ย์สนิ ตกไปยังผู้ซอื้
โดยมขี อ้ ตกลงกนั วา่ ผูข้ ายอาจไถท่ รพั ยน์ น้ั คนื ได้

มาตรา ๔๙๒[๙] ในกรณีท่มี กี ารไถท่ รัพยส์ ินซงึ่ ขายฝากภายในเวลาทก่ี ำหนดไว้ในสัญญา
หรอื ภายในเวลาทก่ี ฎหมายกำหนด หรือผไู้ ถไ่ ดว้ างทรพั ย์อนั เป็นสนิ ไถต่ อ่ สำนกั งานวาง
ทรพั ยภ์ ายในกำหนดเวลาไถ่โดยสละสทิ ธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้ ให้ทรัพย์สนิ ซึ่งขายฝากตก
เป็นกรรมสิทธิ์ของผไู้ ถ่ตง้ั แตเ่ วลาทผี่ ู้ไถ่ไดช้ ำระสนิ ไถ่หรอื วางทรัพยอ์ นั เป็นสนิ ไถ่ แล้วแต่
กรณี
ในกรณที ีไ่ ดว้ างทรัพยต์ ามวรรคหนงึ่ ให้เจา้ พนกั งานของสำนกั งานวางทรพั ย์แจง้ ใหผ้ ูร้ บั
ไถ่ทราบถึงการวางทรพั ย์โดยพลัน โดยผ้ไู ถไ่ มต่ ้องปฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๓๓๓ วรรคสาม

มาตรา ๔๙๓ ในการขายฝาก คู่สญั ญาจะตกลงกนั ไม่ใหผ้ ซู้ ื้อจำหนา่ ยทรัพยส์ ินซ่งึ ขายฝาก
กไ็ ด้ ถา้ และผู้ซ้อื จำหนา่ ยทรพั ย์สินนน้ั ฝ่าฝืนสญั ญาไซร้ กต็ อ้ งรบั ผดิ ตอ่ ผู้ขายในความ
เสยี หายใด ๆ อนั เกิดแต่การนน้ั

มาตรา ๔๙๔ ทา่ นห้ามมใิ หใ้ ชส้ ทิ ธไิ ถท่ รพั ยส์ นิ ซง่ึ ขายฝากเมอ่ื พน้ เวลาดังจะกลา่ วตอ่ ไปน้ี
(๑) ถา้ เป็นอสงั หารมิ ทรพั ย์ กำหนดสิบปนี บั แต่เวลาซ้ือขาย

(๒) ถ้าเปน็ สงั หาริมทรพั ย์ กำหนดสามปีนบั แตเ่ วลาซอ้ื ขาย

มาตรา ๔๙๕ ถา้ ในสญั ญามีกำหนดเวลาไถเ่ กนิ ไปกวา่ นนั้ ทา่ นใหล้ ดลงมาเป็นสบิ ปแี ละ
สามปตี ามประเภททรัพย์

มาตรา ๔๙๖[๑๐] กำหนดเวลาไถน่ น้ั อาจทำสญั ญาขยายกำหนดเวลาไถไ่ ด้ แตก่ ำหนดเวลา
ไถร่ วมกนั ทงั้ หมด ถา้ เกนิ กำหนดเวลาตามมาตรา ๔๙๔ ใหล้ ดลงมาเป็นกำหนดเวลาตาม
มาตรา ๔๙๔
การขยายกำหนดเวลาไถต่ ามวรรคหนงึ่ อยา่ งน้อยต้องมหี ลักฐานเปน็ หนงั สือลงลายมือชอ่ื ผู้รับ
ไถ่ ถ้าเป็นทรัพยส์ นิ ซ่ึงการซอ้ื ขายกนั จะตอ้ งทำเป็นหนงั สอื และจดทะเบยี นตอ่ พนักงาน
เจา้ หน้าท่ี หา้ มมใิ ห้ยกการขยายเวลาขนึ้ เปน็ ขอ้ ตอ่ สูบ้ คุ คลภายนอกผูไ้ ดส้ ทิ ธิมาโดยเสีย
ค่าตอบแทนและโดยสจุ ริต และได้จดทะเบียนสทิ ธโิ ดยสุจริตแลว้ เวน้ แตจ่ ะไดน้ ำหนังสอื
หรือหลกั ฐานเปน็ หนังสอื ดงั กลา่ วไปจดทะเบยี นหรือจดแจ้งตอ่ พนกั งานเจ้าหนา้ ท่ี

มาตรา ๔๙๗ สทิ ธใิ นการไถ่ทรพั ย์สนิ นั้น จะพึงใชไ้ ดแ้ ต่บคุ คลเหล่าน้ี คอื
(๑) ผู้ขายเดมิ หรอื ทายาทของผขู้ ายเดิม หรอื
(๒) ผ้รู บั โอนสิทธนิ นั้ หรือ
(๓) บคุ คลซงึ่ ในสญั ญายอมไว้โดยเฉพาะวา่ ให้เป็นผู้ไถไ่ ด้

มาตรา ๔๙๘ สทิ ธใิ นการไถท่ รัพยส์ นิ น้ัน จะพงึ ใช้ได้เฉพาะตอ่ บคุ คลเหล่าน้ี คอื
(๑) ผูซ้ ้อื เดมิ หรอื ทายาทของผู้ซอื้ เดิม หรือ


Click to View FlipBook Version