The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Supansa Intaruangroong, 2022-07-11 04:51:14

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๙๐๖ คำวา่ คู่สญั ญาคนก่อน ๆ นน้ั รวมท้งั ผู้ส่งั จา่ ย หรือผู้ออกตัว๋ เงนิ และผ้สู ลกั หลงั
คนกอ่ น ๆ ดว้ ย

มาตรา ๙๐๗ เมือ่ ใดไมม่ ที ี่ในตวั๋ เงนิ ซง่ึ จะสลักหลังได้ตอ่ ไปไซร้ ทา่ นอนุญาตให้เอา
กระดาษแผน่ หนงึ่ ผนกึ ต่อเขา้ กบั ต๋วั เงนิ เรียกวา่ ใบประจำตอ่ นับเปน็ ส่วนหนง่ึ แห่งตวั๋ เงิน
นัน้
การสลกั หลงั ในใบประจำตอ่ ครงั้ แรกตอ้ งเขยี นคาบบนตว๋ั เงนิ เดมิ บ้าง บนใบประจำต่อบา้ ง

หมวด ๒
ตว๋ั แลกเงนิ

ส่วนท่ี ๑
การออกและสลกั หลังตวั๋ แลกเงิน

มาตรา ๙๐๘ อันวา่ ตว๋ั แลกเงินนน้ั คอื หนังสอื ตราสารซึ่งบคุ คลคนหนง่ึ เรยี กว่าผู้สง่ั จา่ ย สงั่
บุคคลอีกคนหนงึ่ เรยี กวา่ ผูจ้ ่าย ใหใ้ ชเ้ งนิ จำนวนหนึ่งแกบ่ คุ คลคนหนง่ึ หรือใหใ้ ชต้ าม
คำสง่ั ของบคุ คลคนหน่งึ ซึ่งเรียกวา่ ผรู้ บั เงนิ

มาตรา ๙๐๙ อนั ตว๋ั แลกเงินนน้ั ต้องมีรายการดงั กล่าวตอ่ ไปน้ี คอื
(๑) คำบอกชอ่ื วา่ เปน็ ตวั๋ แลกเงนิ

(๒) คำสงั่ อันปราศจากเงื่อนไขใหจ้ า่ ยเงนิ เปน็ จำนวนแนน่ อน
(๓) ชอ่ื หรอื ยหี่ ้อผจู้ า่ ย
(๔) วนั ถงึ กำหนดใช้เงนิ
(๕) สถานท่ีใช้เงนิ
(๖) ชือ่ หรือยี่ห้อผู้รบั เงนิ หรอื คำจดแจ้งว่าใหใ้ ช้เงนิ แก่ผ้ถู อื
(๗) วนั และสถานทอี่ อกตั๋วเงนิ
(๘) ลายมอื ชอ่ื ผ้สู ง่ั จ่าย

มาตรา ๙๑๐ ตราสารอนั มีรายการขาดตกบกพร่องไปจากทท่ี า่ นระบบุ ังคับไวใ้ นมาตรา
ก่อนนี้ ยอ่ มไมส่ มบรู ณ์เปน็ ตว๋ั แลกเงนิ เวน้ แตใ่ นกรณดี งั จะกล่าวตอ่ ไปน้ี คอื
ตั๋วแลกเงนิ ซง่ึ ไมร่ ะบุเวลาใชเ้ งนิ ทา่ นใหถ้ อื วา่ พึงใชเ้ งนิ เมือ่ ได้เห็น
ถา้ สถานทีใ่ ชเ้ งนิ มิไดแ้ ถลงไวใ้ นตว๋ั แลกเงนิ ทา่ นให้ถอื เอาภมู ลิ ำเนาของผจู้ ่ายเปน็ สถานท่ี
ใชเ้ งนิ
ถา้ ตว๋ั แลกเงนิ ไม่แสดงให้ปรากฏสถานท่ีออกตวั๋ ทา่ นให้ถอื วา่ ตว๋ั เงนิ น้นั ไดอ้ อก ณ
ภูมิลำเนาของผ้สู ง่ั จ่าย
ถ้ามิไดล้ งวนั ออกต๋วั ท่านวา่ ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายคนหนง่ึ คนใดทำการโดยสุจรติ จะ
จดวันตามท่ีถกู ตอ้ งแทจ้ ริงลงกไ็ ด้

มาตรา ๙๑๑ ผสู้ งั่ จ่ายจะเขียนขอ้ ความกำหนดลงไว้วา่ จำนวนเงนิ อนั จะพงึ ใชน้ ั้นใหค้ ดิ
ดอกเบีย้ ด้วยกไ็ ด้ และในกรณีเชน่ นน้ั ถ้ามไิ ดก้ ล่าวลงไวเ้ ปน็ อยา่ งอน่ื ท่านวา่ ดอกเบ้ียยอ่ ม
คดิ แตว่ นั ท่ลี งในตัว๋ เงิน

มาตรา ๙๑๒ อนั ตว๋ั แลกเงินนน้ั จะออกสัง่ ใหใ้ ชเ้ งนิ ตามคำสง่ั ของผู้สงั่ จา่ ยก็ได้
อนงึ่ จะสั่งจา่ ยเอาจากตวั ผู้ส่งั จ่ายเอง หรอื สัง่ จา่ ยเพื่อบคุ คลภายนอกกไ็ ด้

มาตรา ๙๑๓ อันวนั ถงึ กำหนดของตวั๋ แลกเงนิ น้ัน ทา่ นวา่ ยอ่ มเปน็ อยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ
ดังกลา่ วตอ่ ไปน้ี คอื
(๑) ในวนั ใดวนั หนงึ่ ทกี่ ำหนดไว้ หรอื
(๒) เม่ือสน้ิ ระยะเวลาอนั กำหนดไวน้ บั แตว่ นั ทล่ี งในตว๋ั นนั้ หรือ
(๓) เมื่อทวงถาม หรอื เมอ่ื ไดเ้ หน็ หรือ
(๔) เมือ่ สิ้นระยะเวลาอนั กำหนดไวน้ บั แตไ่ ดเ้ หน็

มาตรา ๙๑๔ บคุ คลผู้สง่ั จ่ายหรือสลักหลงั ตวั๋ แลกเงนิ ยอ่ มเปน็ อนั สัญญาวา่ เม่ือตว๋ั นั้นได้นำ
ย่นื โดยชอบแลว้ จะมีผรู้ บั รองและใช้เงินตามเนอื้ ความแห่งต๋วั ถา้ และตั๋วแลกเงนิ นนั้ เขาไม่
เชอื่ ถอื โดยไม่ยอมรบั รองก็ดี หรือไม่ยอมจ่ายเงนิ ก็ดี ผสู้ ่ังจา่ ยหรือผู้สลักหลังกจ็ ะใชเ้ งนิ แกผ่ ู้
ทรง หรอื แกผ่ สู้ ลักหลังคนหลงั ซงึ่ ตอ้ งถกู บังคับให้ใชเ้ งนิ ตามตวั๋ นน้ั ถ้าหากวา่ ไดท้ ำถกู ต้อง
ตามวิธีการในข้อไมร่ ับรองหรือไมจ่ า่ ยเงินน้ันแลว้

มาตรา ๙๑๕ ผู้ส่งั จา่ ยตัว๋ แลกเงนิ และผ้สู ลกั หลังคนใด ๆ ก็ดี จะจดข้อกำหนดซงึ่ จะกล่าว
ตอ่ ไปนี้ลงไว้ชดั แจง้ ในตวั๋ นน้ั กไ็ ด้ คอื
(๑) ขอ้ กำหนดลบล้างหรอื จำกดั ความรบั ผดิ ของตนเองตอ่ ผู้ทรงต๋วั เงิน
(๒) ขอ้ กำหนดยอมลดละให้แกผ่ ู้ทรงตวั๋ เงนิ ซง่ึ หนา้ ทท่ี ั้งหลายอนั ผู้ทรงจะพึงตอ้ งมีแก่ตน
บางอย่างหรอื ทงั้ หมด

มาตรา ๙๑๖ บุคคลทงั้ หลายผู้ถูกฟอ้ งในมลู ตว๋ั แลกเงนิ หาอาจจะต่อสผู้ ทู้ รงด้วยข้อต่อสอู้ ัน
อาศัยความเก่ียวพนั กนั เฉพาะบคุ คลระหว่างตนกบั ผูส้ ง่ั จา่ ยหรอื กับผทู้ รงคนกอ่ น ๆ นน้ั ได้
ไม่ เวน้ แตก่ ารโอนจะได้มขี ึ้นดว้ ยคบคดิ กันฉอ้ ฉล

มาตรา ๙๑๗ อนั ตว๋ั แลกเงินทกุ ฉบบั ถึงแม้วา่ จะมิใช่สง่ั จา่ ยให้แกบ่ คุ คลเพ่อื เขาสัง่ ก็
ตาม ทา่ นวา่ ย่อมโอนใหก้ นั ได้ด้วยสลกั หลงั และส่งมอบ
เมื่อผู้สงั่ จา่ ยเขยี นลงในด้านหนา้ แห่งตว๋ั แลกเงนิ วา่ “เปลยี่ นมอื ไมไ่ ด้” ดงั นีก้ ด็ ี หรือเขยี นคำ
อืน่ อนั ไดค้ วามเปน็ ทำนองเชน่ เดยี วกนั นนั้ กด็ ี ท่านวา่ ตว๋ั เงนิ นนั้ ยอ่ มจะโอนใหก้ นั ไดแ้ ตโ่ ดย
รูปการและดว้ ยผลอยา่ งการโอนสามญั
อนงึ่ ตวั๋ เงนิ จะสลกั หลงั ใหแ้ ก่ผู้จา่ ยกไ็ ด้ ไมว่ า่ ผจู้ ่ายจะไดร้ ับรองตว๋ั นน้ั หรือไม่ หรือจะสลกั
หลังให้แกผ่ ู้ส่ังจา่ ย หรอื ใหแ้ ก่คูส่ ญั ญาฝา่ ยอนื่ ใดแห่งตวั๋ เงนิ นนั้ ก็ได้ สว่ นบคุ คลท้ังหลาย
เหลา่ น้กี ็ยอ่ มจะสลักหลงั ตัว๋ เงนิ น้นั ต่อไปอกี ได้

มาตรา ๙๑๘ ต๋ัวแลกเงนิ อนั ส่ังให้ใช้เงนิ แก่ผถู้ อื นน้ั ท่านวา่ ยอ่ มโอนไปเพยี งดว้ ยส่งมอบ
ให้กัน

มาตรา ๙๑๙ คำสลกั หลงั นนั้ ตอ้ งเขยี นลงในตวั๋ แลกเงนิ หรือใบประจำต่อ และตอ้ งลงลายมอื
ช่ือผสู้ ลกั หลัง
การสลักหลงั ยอ่ มสมบูรณแ์ ม้ท้ังมไิ ดร้ ะบุช่อื ผู้รบั ประโยชนไ์ วด้ ว้ ย หรือแม้ผู้สลกั หลงั จะมไิ ด้
กระทำอะไรยง่ิ ไปกวา่ ลงลายมือช่ือของตนท่ดี า้ นหลังตว๋ั แลกเงินหรอื ทใี่ บประจำตอ่ ก็ย่อมฟงั
เปน็ สมบรู ณด์ ุจกัน การสลกั หลังเชน่ นท้ี า่ นเรียกว่า “สลกั หลังลอย”

มาตรา ๙๒๐ อนั การสลกั หลงั ย่อมโอนไปซึง่ บรรดาสทิ ธิอันเกดิ แต่ตั๋วแลกเงิน
ถา้ สลักหลงั ลอย ผูท้ รงจะปฏบิ ตั ดิ งั กลา่ วตอ่ ไปนป้ี ระการหน่ึงประการใดก็ได้ คือ
(๑) กรอกความลงในทวี่ ่างด้วยเขยี นช่อื ของตนเองหรือชอื่ บุคคลอนื่ ผใู้ ดผูห้ น่งึ
(๒) สลักหลังตว๋ั เงนิ ตอ่ ไปอกี เปน็ สลักหลงั ลอย หรอื สลักหลงั ให้แก่บุคคลอนื่ ผู้ใดผู้หนง่ึ
(๓) โอนตว๋ั เงนิ นนั้ ใหไ้ ปแก่บุคคลภายนอกโดยไม่กรอกความลงในท่วี า่ ง และไมส่ ลักหลัง
อย่างหนง่ึ อยา่ งใด

มาตรา ๙๒๑ การสลักหลงั ตวั๋ แลกเงนิ ซงึ่ ส่ังใหใ้ ช้เงนิ แกผ่ ูถ้ อื น้ัน ยอ่ มเปน็ เพยี งประกนั
(อาวัล) สำหรบั ผู้สงั่ จ่าย

มาตรา ๙๒๒ การสลกั หลังนั้นตอ้ งใหเ้ ปน็ ขอ้ ความอนั ปราศจากเงอ่ื นไข ถ้าและวางเงอ่ื นไข
บงั คบั ลงไวอ้ ยา่ งใด ทา่ นใหถ้ อื เสมอื นวา่ ขอ้ เงอื่ นไขนนั้ มไิ ดเ้ ขยี นลงไวเ้ ลย
อนงึ่ การสลกั หลงั โอนแตบ่ างสว่ น ทา่ นวา่ เปน็ โมฆะ

มาตรา ๙๒๓ ผู้สลักหลงั คนใดระบุขอ้ ความหา้ มสลักหลงั สบื ไปลงไว้แลว้ ผู้สลักหลงั คนน้นั
ยอ่ มไมต่ อ้ งรับผิดตอ่ บคุ คลอันเขาสลักหลังตว๋ั แลกเงินนน้ั ใหไ้ ปในภายหลัง

มาตรา ๙๒๔ ถา้ ตว๋ั แลกเงินสลักหลงั ตอ่ เม่ือสนิ้ เวลาเพอื่ คดั ค้านการไมร่ บั รองหรือการไมใ่ ช้
เงินนนั้ แลว้ ไซร้ ทา่ นว่าผู้รับสลักหลังยอ่ มไดไ้ ปซง่ึ สิทธแิ หง่ การรับรองตามแตม่ ตี อ่ ผจู้ ่าย กับ
สทิ ธไิ ล่เบยี้ เอาแก่บรรดาผู้ซง่ึ สลกั หลังตว๋ั เงินนน้ั ภายหลังทส่ี น้ิ เวลาเชน่ นั้น

แตถ่ า้ ตว๋ั เงนิ นน้ั ได้มคี ัดค้านการไมร่ ับรองหรอื การไมใ่ ช้เงนิ มาแตก่ อ่ นสลกั หลังแล้วไซร้
ทา่ นวา่ ผ้รู ับสลกั หลงั ย่อมได้ไปแต่เพยี งสิทธขิ องผซู้ ่ึงสลักหลงั ให้แก่ตนอนั มตี ่อผู้รบั รองต่อผู้
ส่ังจ่าย และตอ่ บรรดาผทู้ ีส่ ลกั หลังตวั๋ เงินนนั้ มาก่อนย้อนขนึ้ ไปจนถงึ เวลาคัดค้านเทา่ นนั้

มาตรา ๙๒๕ เมื่อใดความทส่ี ลักหลงั มขี ้อกำหนดวา่ “ราคาอยทู่ ่ีเรียกเกบ็ ” กด็ ี “เพื่อเรียก
เกบ็ ” กด็ ี “ในฐานจดั การแทน” กด็ ี หรอื ความสำนวนอน่ื ใดอนั เปน็ ปริยายวา่ ตวั แทนไซร้
ท่านวา่ ผู้ทรงตวั๋ แลกเงินจะใชส้ ิทธิทง้ั ปวงอนั เกดิ แตต่ ว๋ั นน้ั กย็ อ่ มไดท้ ง้ั ส้ิน แตว่ า่ จะสลกั หลัง
ไดเ้ พยี งในฐานเปน็ ตัวแทน
ในกรณเี ชน่ น้ี คู่สญั ญาทงั้ หลายซงึ่ ตอ้ งรบั ผิดอาจจะต่อสผู้ ู้ทรงได้แตเ่ พยี งด้วยขอ้ ต่อสอู้ นั จะ
พึงใชไ้ ดต้ ่อผู้สลกั หลังเท่านนั้

มาตรา ๙๒๖ เมอ่ื ใดความทีส่ ลักหลงั มขี อ้ กำหนดวา่ “ราคาเปน็ ประกนั ” ก็ดี “ราคาเปน็
จำนำ” กด็ ี หรอื ขอ้ กำหนดอยา่ งอนื่ ใดอนั เปน็ ปริยายวา่ จำนำไซร้ ทา่ นวา่ ผทู้ รงตว๋ั แลกเงินจะ
ใช้สทิ ธทิ งั้ ปวงอนั เกิดแตต่ ว๋ั นัน้ กย็ ่อมได้ทง้ั ส้ิน แตถ่ ้าผทู้ รงสลกั หลงั ตวั๋ นน้ั ทา่ นวา่ การสลกั
หลังย่อมใชไ้ ด้เพียงในฐานเป็นคำสลกั หลังของตวั แทน
คูส่ ญั ญาทง้ั หลายซงึ่ ต้องรบั ผดิ หาอาจจะต่อส้ผู ทู้ รงด้วยข้อต่อสอู้ นั อาศยั ความเก่ยี วพันเฉพาะ
บุคคลระหวา่ งตนกับผสู้ ลักหลงั นั้นไดไ้ ม่ เวน้ แต่การสลกั หลังจะได้มขี ึน้ ดว้ ยคบคดิ กนั ฉอ้ ฉล

ส่วนท่ี ๒
การรบั รอง

มาตรา ๙๒๗ อนั ต๋วั แลกเงนิ นั้นจะนำไปย่นื แกผ่ จู้ ่าย ณ ท่อี ยู่ของผู้จา่ ย เพ่ือให้รบั รอง
เม่อื ไร ๆ กไ็ ด้ จนกวา่ จะถึงเวลากำหนดใช้เงนิ และผ้ทู รงจะเป็นผูย้ ืน่ หรอื เพียงแต่ผทู้ ีไ่ ดต้ วั๋
นน้ั ไวใ้ นครอบครองจะเป็นผนู้ ำไปยน่ื กไ็ ด้
ในตวั๋ แลกเงนิ นนั้ ผู้สงั่ จ่ายจะลงขอ้ กำหนดไวว้ า่ ให้นำย่ืนเพอื่ รบั รอง โดยกำหนดเวลาจำกัด
ไว้ให้ยน่ื หรอื ไมก่ ำหนดเวลาก็ได้
ผู้สัง่ จา่ ยจะหา้ มการนำตวั๋ แลกเงนิ ยน่ื เพอ่ื รับรองก็ได้ เวน้ แตใ่ นกรณที ่เี ปน็ ตว๋ั เงนิ อนั ไดอ้ อก
สงั่ ให้ใชเ้ งนิ เฉพาะ ณ สถานทอ่ี นื่ ใดอนั มิใชภ่ ูมิลำเนาของผู้จา่ ย หรือได้ออกส่งั ให้ใชเ้ งนิ
ในเวลาใดเวลาหนงึ่ นับแต่ไดเ้ หน็
อนงึ่ ผ้สู ั่งจ่ายจะลงขอ้ กำหนดไวว้ า่ ยังมใิ หน้ ำตั๋วย่นื เพือ่ ให้รบั รองก่อนถงึ กำหนดวนั ใดวัน
หนง่ึ ก็ได้
ผสู้ ลักหลังทกุ คนจะลงขอ้ กำหนดไวว้ า่ ใหน้ ำตว๋ั เงนิ ยื่นเพ่อื รับรอง โดยกำหนดเวลาจำกัดไว้
ให้ยน่ื หรอื ไมก่ ำหนดเวลากไ็ ด้ เวน้ แต่ผสู้ ่ังจ่ายจะได้หา้ มการรับรอง

มาตรา ๙๒๘ ผู้ทรงตว๋ั แลกเงินอนั สงั่ ใหใ้ ชเ้ งนิ เมือ่ สิ้นระยะเวลากำหนดอยา่ งใดอย่างหนง่ึ
นับแตไ่ ดเ้ ห็นนน้ั ตอ้ งนำตั๋วเงินยนื่ เพื่อใหร้ ับรองภายในหกเดอื นนบั แตว่ นั ท่ลี งในตวั๋ เงนิ
หรือภายในเวลาชา้ เร็วกวา่ น้ันตามแต่ผสู้ งั่ จา่ ยจะไดร้ ะบุไว้

มาตรา ๙๒๙ ภายในบังคบั บทบัญญัตมิ าตรา ๙๒๗ ผทู้ รงตั๋วแลกเงนิ มสี ิทธทิ จ่ี ะย่ืนตวั๋
เงนิ แกผ่ จู้ า่ ยไดใ้ นทันใดเพอ่ื ใหร้ ับรอง ถา้ และเขาไมร่ บั รองภายในเวลายีส่ บิ ส่ีชว่ั โมงไซร้ ผู้
ทรงกม็ สี ทิ ธทิ จ่ี ะคัดคา้ น

มาตรา ๙๓๐ ในการยื่นตว๋ั แลกเงนิ เพื่อให้เขารบั รองนนั้ ผทู้ รงไม่จำตอ้ งปลอ่ ยตว๋ั นน้ั ใหไ้ ว้
ในมือผ้จู า่ ย

อน่ึง ผู้จา่ ยจะเรยี กให้ยื่นตวั๋ แลกเงนิ แกต่ นอีกเปน็ ครั้งทีส่ องในวันรงุ่ ข้ึนแต่วันทีย่ น่ื คร้ังแรก
นั้นกไ็ ด้ ท่านหา้ มมใิ หค้ ูก่ รณที ี่มีสว่ นไดเ้ สียยกเอาการท่ีมไิ ดอ้ นวุ ตั ตามคำเรยี กอนั นขี้ นึ้ เปน็
ข้อตอ่ สู้ เวน้ แต่การเรยี กนน้ั ได้ระบไุ วใ้ นคำคัดคา้ น

มาตรา ๙๓๑ การรับรองนน้ั พึงกระทำดว้ ยเขยี นลงไวใ้ นดา้ นหน้าแห่งตวั๋ แลกเงินเป็น
ถอ้ ยคำสำนวนวา่ “รับรองแลว้ ” หรือความอยา่ งอืน่ ทำนองเช่นเดียวกนั นนั้ และลงลายมือชอ่ื
ของผู้จา่ ย อน่ึง แต่เพียงลายมอื ชอ่ื ของผู้จา่ ยลงไว้ในดา้ นหนา้ แห่งต๋ัวแลกเงิน ท่านก็จัดว่า
เป็นคำรับรองแล้ว

มาตรา ๙๓๒ ตวั๋ แลกเงินฉบับใดเขยี นส่งั ใหใ้ ช้เงนิ ในกำหนดระยะเวลาอย่างใดอยา่ งหนง่ึ
นบั แตว่ ันทลี่ งในต๋วั เงนิ นนั้ แต่หากมไิ ด้ลงวันไวก้ ็ดี หรอื ตัว๋ เงนิ ฉบบั ใดสัง่ ใหใ้ ช้เงนิ ใน
กำหนดระยะเวลาอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ นบั แตไ่ ด้เหน็ แตห่ ากคำรับรองตวั๋ นัน้ มไิ ด้ลงวันไวก้ ด็ ี
ตัว๋ แลกเงนิ เชน่ วา่ มาน้ี ท่านวา่ ผูท้ รงจะจดวนั ออกตัว๋ หรือวนั รบั รองลงตามท่แี ท้จรงิ กไ็ ด้ แลว้
พงึ ให้ใชเ้ งนิ ตามนนั้
อนงึ่ ท่านบญั ญตั ไิ วว้ า่ ในกรณีทผ่ี ู้ทรงทำการโดยสจุ รติ แต่ลงวันคลาดเคลื่อนไปด้วยสำคัญ
ผิด และในกรณีลงวนั ผดิ ทกุ สถาน หากว่าในภายหลังตัว๋ เงนิ นน้ั ตกไปยงั มอื ผ้ทู รงโดยชอบ
ด้วยกฎหมายแลว้ ตว๋ั เงนิ จะเสียไปเพราะเหตนุ นั้ ก็หาไม่ ท่านใหค้ งเปน็ ตวั๋ เงนิ ทใี่ ชไ้ ด้ และ
พึงใชเ้ งินกนั เสมือนดงั วา่ วนั ท่ีไดจ้ ดลงนนั้ เปน็ วนั ที่ถูกตอ้ งแทจ้ รงิ

มาตรา ๙๓๓ ถ้าการรบั รองมิได้ลงวนั ทา่ นใหถ้ ือเอาวนั สดุ ทา้ ยแห่งระยะเวลาอนั กำหนดไว้
เพื่อรบั รองนนั้ เปน็ วนั รบั รอง

มาตรา ๙๓๔ ถ้าผ้จู า่ ยเขยี นคำรับรองลงในตั๋วแลกเงนิ แล้ว แตห่ ากกลับขดี ฆา่ เสียกอ่ นตวั๋
เงนิ นน้ั หลดุ พน้ ไปจากมอื ตนไซร้ ทา่ นใหถ้ อื เปน็ อนั วา่ ไดบ้ อกปดั ไมร่ ับรอง แตถ่ า้ ผจู้ า่ ยได้

แจง้ ความเป็นหนงั สอื ไปยังผทู้ รง หรือคู่สญั ญาฝ่ายอนื่ ซงึ่ ไดล้ งนามในต๋วั เงนิ ว่าตนรับรองตั๋ว
เงนิ นนั้ ก่อนแลว้ จงึ มาขดี ฆ่าคำรับรองตอ่ ภายหลงั ไซร้ ทา่ นวา่ ผจู้ า่ ยก็คงตอ้ งผกู พนั อยตู่ าม
เนอ้ื ความทต่ี นได้เขยี นรบั รองนน้ั เอง

มาตรา ๙๓๕ อันการรบั รองนน้ั ยอ่ มมีได้สองสถาน คอื รบั รองตลอดไป หรอื รับรองเบ่ียงบา่ ย
การรับรองตลอดไป คือยอมตกลงโดยไมแ่ กแ้ ย้งคำสงั่ ของผูส้ ง่ั จา่ ยแตอ่ ยา่ งหนง่ึ อยา่ งใดเลย
ส่วนการรับรองเบย่ี งบา่ ยนัน้ กลา่ วเป็นเน้อื ความทำผลแหง่ ตว๋ั เงนิ ใหแ้ ผกไปจากที่เขยี นสั่ง
ไว้
กล่าวโดยเฉพาะกค็ ือวา่ ถ้าคำรับรองมีเงอ่ื นไขกด็ ี หรือรบั รองแตเ่ พียงบางสว่ นก็ดี ทา่ นวา่
เป็นรบั รองเบีย่ งบ่าย

มาตรา ๙๓๖ คำรับรองเบ่ยี งบ่ายนั้น ผูท้ รงตวั๋ แลกเงนิ จะบอกปัดเสยี กไ็ ด้ และถา้ ไมไ่ ดค้ ำ
รบั รองอนั ไมเ่ บีย่ งบ่าย จะถือเอาว่าต๋วั เงนิ นน้ั เปน็ อนั ขาดความเช่อื ถือรบั รองก็ได้
ถ้าผู้ทรงรับเอาคำรับรองเบย่ี งบา่ ย และผู้สง่ั จา่ ยหรือผสู้ ลักหลังมิไดใ้ หอ้ ำนาจแก่ผทู้ รงโดย
แสดงออกชดั หรือโดยปริยายใหร้ บั เอาคำรบั รองเบย่ี งบา่ ยเช่นนน้ั กด็ ี หรือไม่ยนิ ยอมดว้ ยใน
ภายหลังก็ดี ทา่ นว่าผูส้ ัง่ จา่ ยหรือผู้สลักหลงั นน้ั ๆ ยอ่ มหลุดพน้ จากความรับผดิ ตามตว๋ั เงนิ
นน้ั แตบ่ ทบัญญตั ิทงั้ นท้ี า่ นมใิ ห้ใช้ไปถงึ การรบั รองแต่บางสว่ นซงึ่ ไดบ้ อกกลา่ วกอ่ นแลว้
โดยชอบ
ถา้ ผ้สู งั่ จา่ ยหรือผู้สลกั หลงั ตวั๋ เงนิ รับคำบอกกลา่ วการรบั รองเบี่ยงบา่ ยแล้วไมโ่ ตแ้ ย้งไปยงั ผทู้ รง
ภายในเวลาอันสมควร ท่านให้ถอื ว่าผ้สู ่ังจา่ ยหรอื ผสู้ ลักหลังนนั้ เปน็ อันไดย้ ินยอมดว้ ยกับ
การนนั้ แล้ว

มาตรา ๙๓๗ ผจู้ ่ายไดท้ ำการรบั รองต๋ัวแลกเงนิ แล้วย่อมต้องผกู พันในอนั จะจ่ายเงนิ จำนวน
ทร่ี บั รองตามเนอ้ื ความแห่งคำรบั รองของตน

ส่วนที่ ๓
อาวัล

มาตรา ๙๓๘ ตั๋วแลกเงนิ จะมผี ู้คา้ ประกันรบั ประกนั การใชเ้ งินท้งั จำนวนหรอื แตบ่ างสว่ นก็
ได้ ซ่ึงท่านเรียกวา่ “อาวลั ”
อนั อาวัลนนั้ บคุ คลภายนอกคนใดคนหนงึ่ จะเปน็ ผรู้ บั หรือแม้คู่สัญญาแห่งตวั๋ เงินนั้นฝ่าย
ใดฝ่ายหนึ่งจะเปน็ ผ้รู บั กไ็ ด้

มาตรา ๙๓๙ อันการรบั อาวัลย่อมทำให้กนั ด้วยเขยี นลงในตว๋ั เงนิ นน้ั เอง หรอื ทใ่ี บประจำ
ต่อ
ในการน้พี ึงใชถ้ อ้ ยคำสำนวนวา่ “ใชไ้ ด้เปน็ อาวลั ” หรือสำนวนอนื่ ใดทำนองเดียวกนั นนั้
และลงลายมอื ชอื่ ผ้รู บั อาวลั
อนง่ึ เพียงแต่ลงลายมือช่อื ของผู้รับอาวลั ในดา้ นหนา้ แหง่ ตว๋ั เงิน ทา่ นก็จดั ว่าเปน็ คำรับอาวัล
แล้ว เว้นแตใ่ นกรณีทีเ่ ปน็ ลายมอื ชอื่ ของผจู้ า่ ยหรอื ผู้สง่ั จา่ ย
ในคำรับอาวัลตอ้ งระบุวา่ รับประกนั ผใู้ ด หากมไิ ด้ระบุ ทา่ นให้ถอื วา่ รบั ประกนั ผ้สู ง่ั จา่ ย

มาตรา ๙๔๐ ผรู้ บั อาวลั ยอ่ มตอ้ งผูกพนั เปน็ อยา่ งเดยี วกนั กับบคุ คลซึง่ ตนประกนั

แมถ้ ึงว่าความรับผิดใชเ้ งนิ อันผรู้ ับอาวัลไดป้ ระกันอย่นู นั้ จะตกเป็นใชไ้ ม่ได้ด้วยเหตุใด ๆ
นอกจากเพราะทำผิดแบบระเบียบ ท่านว่าขอ้ ทีส่ ญั ญารบั อาวัลนนั้ กย็ งั คงสมบูรณ์
เม่อื ผรู้ ับอาวัลไดใ้ ชเ้ งินไปตามตวั๋ แลกเงนิ แลว้ ยอ่ มไดส้ ทิ ธใิ นอนั จะไลเ่ บยี้ เอาแก่บุคคลซงึ่
ตนไดป้ ระกนั ไว้ กบั ทง้ั บคุ คลทง้ั หลายผู้รับผิดแทนตัวผนู้ น้ั

สว่ นท่ี ๔
การใชเ้ งิน

มาตรา ๙๔๑ อันตวั๋ แลกเงนิ นนั้ ย่อมจะพึงใช้เงินในวนั ถงึ กำหนด และถึงกำหนดวนั ใดผู้
ทรงตอ้ งนำตว๋ั เงนิ ไปยนื่ เพื่อใหใ้ ช้เงนิ ในวนั นน้ั

มาตรา ๙๔๒ อนั จะบงั คับให้ผทู้ รงตัว๋ แลกเงนิ รับเงินใช้ก่อนตว๋ั เงนิ ถงึ กำหนดนน้ั ทา่ นวา่
หาอาจจะทำไดไ้ ม่
อนง่ึ ผู้จา่ ยคนใดใชเ้ งนิ ไปแตก่ อ่ นเวลาต๋ัวเงินถงึ กำหนด ท่านวา่ ยอ่ มทำเชน่ นนั้ ดว้ ยเสย่ี ง
เคราะหข์ องตนเอง

มาตรา ๙๔๓ อนั การถงึ กำหนดแหง่ ตว๋ั แลกเงนิ ซงึ่ สั่งใหใ้ ช้เงนิ เมือ่ สน้ิ ระยะเวลาอนั ใด
อันหนงึ่ นับแตว่ ันไดเ้ ห็นนนั้ ท่านใหก้ ำหนดนบั แตว่ นั รับรอง หรือวันคดั คา้ น
ถ้าไมม่ คี ำคดั คา้ น และคำรับรองมไิ ดล้ งวัน ทา่ นใหถ้ อื วา่ ผ้รู ับรองไดใ้ หค้ ำรับรองนนั้ ในวนั
ท้ายแหง่ กำหนดเวลาซง่ึ จำกัดไว้ตามกฎหมาย หรือตามสญั ญาเพื่อการยน่ื ตวั๋ นน้ั

มาตรา ๙๔๔ อันตั๋วแลกเงินซึ่งใหใ้ ชเ้ งินเมอ่ื ไดเ้ หน็ นั้น ท่านวา่ ย่อมจะพงึ ใช้เงินในวันเมื่อ
ยนื่ ตวั๋ ทง้ั นี้ ต้องยื่นให้ใช้เงนิ ภายในกำหนดเวลา ซงึ่ บังคับไวเ้ พือ่ การยน่ื ให้รับรองตว๋ั เงนิ
ชนดิ ใหใ้ ชเ้ งนิ ในเวลาใดเวลาหน่ึงภายหลงั ไดเ้ ห็นน้ัน

มาตรา ๙๔๕ การใชเ้ งนิ จะเรียกเอาไดต้ อ่ เมอ่ื ไดเ้ วนต๋ัวแลกเงนิ ให้ ผใู้ ช้เงนิ จะใหผ้ ู้ทรงลง
ลายมือชอ่ื รับรองในตวั๋ เงินนน้ั กไ็ ด้

มาตรา ๙๔๖ อันตว๋ั แลกเงินนน้ั ถา้ เขาจะใช้เงนิ ให้แต่เพียงบางส่วน ทา่ นวา่ ผ้ทู รงจะบอก
ปดั เสยี ไม่ยอมรบั เอาก็ได้
ถ้าและรับเอาเงนิ ท่ีเขาใชแ้ ตเ่ พียงบางสว่ น ผู้ทรงต้องบนั ทึกขอ้ ความนนั้ ลงไวใ้ นตัว๋ เงนิ
และสง่ มอบใบรบั ให้แกผ่ ูใ้ ช้เงิน

มาตรา ๙๔๗ ถ้าต๋วั แลกเงนิ มไิ ด้ยน่ื เพือ่ ใหใ้ ชเ้ งินในวนั ถึงกำหนดไซร้ ทา่ นวา่ ผรู้ ับรองจะ
เปล้ืองตนให้พน้ จากความรบั ผิดโดยวางจำนวนเงนิ ทคี่ า้ งชำระตามตว๋ั นนั้ ไว้กไ็ ด้

มาตรา ๙๔๘ ถ้าผ้ทู รงต๋ัวแลกเงนิ ยอมผ่อนเวลาใหแ้ ก่ผู้จา่ ยไซร้ ท่านว่าผ้ทู รงสนิ้ สิทธทิ ีจ่ ะ
ไล่เบ้ยี เอาแก่ผูเ้ ปน็ ค่สู ญั ญาคนกอ่ น ๆ ซงึ่ มไิ ดต้ กลงในการผอ่ นเวลานัน้

มาตรา ๙๔๙ ภายในบงั คบั แหง่ บทบัญญัตมิ าตรา ๑๐๐๙ บคุ คลผใู้ ชเ้ งินในเวลาถงึ
กำหนดยอ่ มเปน็ อนั หลุดพ้นจากความรับผิด เวน้ แตต่ นจะไดท้ ำการฉอ้ ฉลหรอื มคี วาม
ประมาทเลนิ เล่ออย่างร้ายแรง อนงึ่ บคุ คลซง่ึ กล่าวนจ้ี ำตอ้ งพิสูจนใ์ หเ้ หน็ จริงวา่ ได้มีการสลกั
หลงั ติดต่อกนั เรียบร้อยไม่ขาดสาย แตไ่ มจ่ ำตอ้ งพิสูจน์ลายมอื ชอ่ื ของเหลา่ ผ้สู ลกั หลงั

ส่วนท่ี ๕
การสอดเข้าแกห้ นา้

มาตรา ๙๕๐ ผ้สู ั่งจา่ ยหรือผู้สลกั หลังจะระบบุ คุ คลผหู้ นง่ึ ผใู้ ดไวก้ ไ็ ดว้ ่าเปน็ ผจู้ ะรบั รอง หรือ
ใช้เงนิ ยามประสงค์ ณ สถานทใี่ ชเ้ งิน
ภายในเง่ือนบงั คบั ดงั จะกลา่ วตอ่ ไปขา้ งหน้า บคุ คลผหู้ น่งึ ผ้ใู ดจะรับรองหรือใช้เงนิ ตามตว๋ั
แลกเงินในฐานเปน็ ผู้สอดเขา้ แกห้ นา้ บุคคลใดผลู้ งลายมอื ชอ่ื ในตว๋ั น้ันกไ็ ด้
ผู้สอดเขา้ แก้หนา้ นน้ั จะเป็นบุคคลภายนอกกไ็ ด้ แม้จะเป็นผ้จู ่ายหรอื บคุ คลซ่ึงตอ้ งรับผดิ โดย
ตว๋ั เงนิ น้ันอย่แู ลว้ ก็ได้ หา้ มแต่ผูร้ บั รองเทา่ นน้ั
ผู้สอดเขา้ แกห้ นา้ จำตอ้ งให้คำบอกกลา่ วโดยไมช่ ักชา้ เพ่อื ใหค้ ่สู ญั ญาฝา่ ยซง่ึ ตนเขา้ แกห้ นา้
นัน้ ทราบการทต่ี นเขา้ แกห้ น้า

(๑) การรับรองเพ่อื แกห้ นา้

มาตรา ๙๕๑ การรับรองด้วยสอดเข้าแกห้ นา้ ยอ่ มมีไดใ้ นบรรดากรณซี ง่ึ ผู้ทรงมีสิทธไิ ล่เบยี้
ไดก้ ่อนถงึ กำหนดตามตวั๋ เงนิ อันเปน็ ตว๋ั สามารถจะรับรองได้
การรบั รองด้วยสอดเขา้ แกห้ น้านน้ั ผทู้ รงจะบอกปดั เสยี กไ็ ด้ แม้ถึงวา่ บุคคลผซู้ ง่ึ บง่ ไวว้ า่ จะ
เปน็ ผู้รับรอง หรอื ใชเ้ งนิ ยามประสงคน์ นั้ จะเปน็ ผู้เสนอเข้ารับรองก็บอกปัดได้
ถา้ ผ้ทู รงยอมให้เขา้ รบั รองแลว้ ผทู้ รงยอ่ มเสยี สิทธไิ ล่เบี้ยก่อนถงึ กำหนดเอาแกค่ สู่ ญั ญา
ทง้ั หลายซึ่งตอ้ งรบั ผดิ ตอ่ ตน

มาตรา ๙๕๒ อันการรบั รองดว้ ยสอดเขา้ แก้หน้าน้นั ยอ่ มทำด้วยเขียนระบคุ วามลงบนตั๋ว
แลกเงนิ และลงลายมือชอ่ื ของผู้สอดเข้าแก้หนา้ เป็นสำคญั อนง่ึ ตอ้ งระบุลงไว้วา่ การรับรอง
น้ันทำใหเ้ พ่อื ผู้ใด ถา้ มไิ ด้ระบุไวเ้ ช่นนัน้ ท่านให้ถอื ว่าทำใหเ้ พ่อื ผสู้ ง่ั จ่าย

มาตรา ๙๕๓ ผู้รบั รองด้วยสอดเขา้ แกห้ น้ายอ่ มต้องรบั ผิดตอ่ ผทู้ รงตั๋วเงนิ นนั้ และรับผิดตอ่
ผสู้ ลักหลังทง้ั หลายภายหลงั คู่สัญญาฝา่ ยซง่ึ ตนเขา้ แก้หนา้ อย่างเดยี วกนั กับที่คูส่ ญั ญาฝา่ ย
น้นั ต้องรบั ผดิ อยเู่ อง

(๒) การใช้เงนิ เพ่ือแกห้ น้า

มาตรา ๙๕๔ อันการใช้เงนิ เพอ่ื แกห้ นา้ ยอ่ มมีได้ในบรรดากรณซี ่งึ ผ้ทู รงมสี ิทธไิ ล่เบยี้ เมือ่
ตวั๋ เงนิ ถึงกำหนดหรอื กอ่ นถงึ กำหนด
การใช้เงินนั้น ท่านวา่ อย่างชา้ ทส่ี ุดตอ้ งทำในวนั ร่งุ ขนึ้ แตว่ ันทา้ ยแหง่ กำหนดเวลาซง่ึ จำกัด
อนญุ าตไวใ้ หท้ ำคำคัดค้านการไมใ่ ช้เงิน

มาตรา ๙๕๕ ถา้ ตวั๋ แลกเงนิ ไดร้ ับรองเพ่อื แก้หนา้ แล้วก็ดี หรอื ได้มีตวั บุคคลระบวุ า่ เป็นผูจ้ ะ
ใชเ้ งนิ ยามประสงค์แลว้ ก็ดี ผ้ทู รงต้องยนื่ ตว๋ั เงนิ นนั้ ต่อบคุ คลน้ัน ๆ ณ สถานทใ่ี ช้เงิน และ
ถา้ จำเปน็ ก็ตอ้ งจดั การทำคำคัดคา้ นการไม่ใช้เงนิ อยา่ งช้าท่สี ดุ ในวนั รุ่งขึ้นแตว่ ันท้ายแหง่
กำหนดเวลาอนั จำกัดไว้เพือ่ ทำคำคัดคา้ น
ถ้าไม่คดั คา้ นภายในกำหนดเวลาน้นั ทา่ นวา่ คสู่ ญั ญาฝา่ ยทไี่ ด้ระบตุ วั ผู้ใชเ้ งินยามประสงค์
หรอื คู่สญั ญาฝ่ายซง่ึ ไดม้ ผี ู้รับรองตวั๋ เงินใหแ้ ลว้ นั้น กบั ทงั้ บรรดาผู้สลกั หลงั ในภายหลังยอ่ ม
เป็นอันหลุดพน้ จากความรับผดิ

มาตรา ๙๕๖ การใชเ้ งินเพอ่ื แก้หน้าน้ัน ใช้เพื่อคู่สัญญาฝา่ ยใดตอ้ งใชจ้ งเต็มจำนวนอนั
คสู่ ัญญาฝ่ายนน้ั จะตอ้ งใช้ เวน้ แตค่ า่ ชกั สว่ นลดดงั บัญญตั ไิ วใ้ นมาตรา ๙๖๘ (๔)
ผ้ทู รงคนใดบอกปดั ไมย่ อมรับเงินอันเขาใชใ้ ห้ ทา่ นว่าผทู้ รงคนนนั้ ยอ่ มเสียสทิ ธิในอนั จะไล่
เบยี้ เอาแกบ่ ุคคลทั้งหลายเหลา่ นนั้ ซง่ึ พอทจี่ ะได้หลดุ พ้นจากความรับผดิ เพราะการใช้เงนิ นน้ั

มาตรา ๙๕๗ การใชเ้ งนิ เพอื่ แกห้ น้าตอ้ งทำใหเ้ ปน็ หลกั ฐานด้วยใบรบั เขียนลงในตว๋ั แลก
เงนิ ระบุความว่าไดใ้ ช้เงนิ เพ่ือบคุ คลผู้ใด ถ้ามไิ ดร้ ะบุตัวไว้ดังนน้ั ทา่ นใหถ้ อื ว่าการใชเ้ งิน
น้ันได้ทำไปเพอื่ ผสู้ ัง่ จา่ ย
ตว๋ั แลกเงนิ กับทง้ั คำคัดค้านหากว่าไดท้ ำคดั คา้ น ตอ้ งสง่ ใหแ้ กบ่ คุ คลผใู้ ช้เงนิ เพอ่ื แกห้ นา้

มาตรา ๙๕๘ บคุ คลผใู้ ชเ้ งนิ เพือ่ แกห้ นา้ ยอ่ มรบั ชว่ งสทิ ธิทงั้ ปวงของผทู้ รงอนั มตี อ่ คู่สญั ญา
ฝา่ ยซงึ่ ตนได้ใช้เงนิ แทนไป และตอ่ คู่สญั ญาทงั้ หลายผตู้ ้องรบั ผดิ ตอ่ คสู่ ัญญาฝา่ ยน้นั แต่
หาอาจจะสลักหลังตว๋ั แลกเงินนน้ั อกี ตอ่ ไปไดไ้ ม่
อนง่ึ บรรดาผซู้ ง่ึ สลักหลังภายหลังคสู่ ญั ญาฝา่ ยซงึ่ เขาไดใ้ ช้เงินแทนไปน้ัน ยอ่ มหลุดพน้ จาก
ความรับผิด
ในกรณีแขง่ กันเข้าใชเ้ งินเพอื่ แกห้ นา้ ทา่ นวา่ การใชเ้ งินรายใดจะให้ผลปลดหนีม้ ากราย
ที่สุด พงึ นิยมเอารายนนั้ เปน็ ดยี ง่ิ
ถ้าไมด่ ำเนนิ ตามวิธีดงั กลา่ วนี้ ทา่ นวา่ ผใู้ ชเ้ งินท้ังที่รูเ้ ชน่ นนั้ ยอ่ มเสียสทิ ธิในอนั จะไลเ่ บีย้ เอา
แก่บุคคลทง้ั หลายซงึ่ พอทจ่ี ะไดห้ ลุดพน้ จากความรับผิด

ส่วนที่ ๖
สิทธไิ ลเ่ บ้ียเพราะเขาไมร่ บั รองหรือไมใ่ ช้เงนิ

มาตรา ๙๕๙ ผทู้ รงตั๋วแลกเงินจะใช้สิทธไิ ล่เบ้ยี เอาแกบ่ รรดาผู้สลกั หลงั ผสู้ ัง่ จา่ ย และ
บคุ คลอ่ืน ๆ ซึ่งต้องรบั ผิดตามตวั๋ เงนิ นนั้ กไ็ ด้ คอื
ก) ไลเ่ บยี้ ได้เมื่อตว๋ั เงนิ ถึงกำหนดในกรณไี ม่ใช้เงิน
ข) ไล่เบ้ยี ได้แมท้ ง้ั ตว๋ั เงนิ ยังไมถ่ งึ กำหนดในกรณดี งั จะกลา่ วตอ่ ไปน้ี คอื
(๑) ถา้ เขาบอกปดั ไม่รบั รองตวั๋ เงนิ
(๒) ถ้าผ้จู ่ายหากจะได้รบั รองหรือไม่กต็ าม ตกเป็นคนลม้ ละลาย หรือได้งดเว้นการใช้หน้ี
แม้การงดเวน้ ใช้หนน้ี นั้ จะมิได้มคี ำพพิ ากษาเปน็ หลกั ฐานกต็ าม หรือถา้ ผู้จา่ ยถูกยดึ ทรัพย์
และการยึดทรพั ย์น้ันไรผ้ ล
(๓) ถ้าผสู้ ง่ั จา่ ยตว๋ั เงนิ ชนิดไมจ่ ำเป็นตอ้ งใหผ้ ใู้ ดรับรองนน้ั ตกเปน็ คนลม้ ละลาย

มาตรา ๙๖๐ การทตี่ ๋ัวแลกเงนิ ขาดรับรองหรอื ขาดใช้เงนิ นน้ั ต้องทำให้เป็นหลักฐานตาม
แบบระเบียบด้วยเอกสารฉบบั หนึง่ เรียกวา่ คำคดั คา้ น
คำคดั คา้ นการไมใ่ ชเ้ งนิ ต้องทำในวนั ซง่ึ จะพงึ ใชเ้ งินตามตวั๋ นัน้ หรอื วนั ใดวนั หนง่ึ ภายใน
สามวนั ตอ่ แตน่ ั้นไป
คำคัดคา้ นการไม่รับรองตอ้ งทำภายในจำกดั เวลาซงึ่ กำหนดไว้เพ่อื การยนื่ ตว๋ั เงนิ ให้เขา
รบั รอง หรอื ภายในสามวันตอ่ แต่นน้ั ไป
เม่อื มคี ำคดั คา้ นการไม่รบั รองขน้ึ แล้วก็เป็นอนั ไมต่ ้องยื่นเพอ่ื ให้ใช้เงนิ และไมต่ ้องทำคำ
คดั คา้ นการไม่ใชเ้ งนิ
ในกรณที ั้งหลายซง่ึ กล่าวไวใ้ นมาตรา ๙๕๙ (ข) (๒) นน้ั ทา่ นวา่ ผทู้ รงยังหาอาจจะใช้สทิ ธิ
ไลเ่ บี้ยไดไ้ ม่ จนกวา่ จะได้ย่นื ตว๋ั เงนิ ใหผ้ ้จู ่ายใชเ้ งิน และได้ทำคำคดั คา้ นขน้ึ แลว้

ในกรณีทั้งหลายดังกลา่ วไว้ในมาตรา ๙๕๙ (ข) (๓) นั้น ทา่ นว่าถ้าเอาคำพิพากษาซึ่งสั่ง
ให้ผู้สง่ั จา่ ยเปน็ คนลม้ ละลายออกแสดง ก็เปน็ การเพยี งพอทจ่ี ะทำให้ผทู้ รงสามารถใชส้ ทิ ธิ
ไล่เบย้ี ได้

มาตรา ๙๖๑ คำคัดคา้ นนนั้ ใหน้ ายอำเภอ หรอื ผทู้ ำการแทนนายอำเภอ หรอื ทนายความผู้
ไดร้ ับอนญุ าตเพอื่ การนเ้ี ปน็ ผู้ทำ
รฐั มนตรี*กระทรวงยตุ ธิ รรมมอี ำนาจออกกฎข้อบงั คบั เพอื่ ปฏิบัติการใหเ้ ป็นไปตาม
บทบญั ญตั ิแหง่ ประมวลกฎหมายน้ี อนั วา่ ดว้ ยการออกใบอนญุ าตและการทำคำคดั คา้ น
รวมทัง้ กำหนดอัตราคา่ ฤชาธรรมเนียมอนั เก่ยี วกบั การนน้ั

มาตรา ๙๖๒ ในคำคดั คา้ นนนั้ นอกจากช่ือ ตำแหน่ง และลายมอื ชื่อของผูท้ ำ ตอ้ งมสี ำเนา
ต๋ัวเงินกับรายการสลักหลงั ท้งั หมดตรงถ้อยตรงคำกับระบุความดงั จะกลา่ วตอ่ ไปน้ี คอื
(๑) ชือ่ หรอื ยี่หอ้ ของบคุ คลผคู้ ัดค้านและผู้ถกู คดั คา้ น
(๒) มลู หรอื เหตทุ ต่ี ้องทำคำคัดคา้ นตวั๋ เงิน การทวงถามและคำตอบ ถา้ มี หรือข้อที่วา่ หา
ตวั ผ้จู ่ายหรอื ผรู้ บั รองไมพ่ บ
(๓) ถา้ มีการรบั รอง หรอื ใช้เงนิ เพอ่ื แกห้ นา้ ให้แถลงลักษณะแห่งการเข้าแกห้ น้าทั้งชอ่ื หรอื
ยีห่ อ้ ของผรู้ ับรองหรือผใู้ ชเ้ งินเพอ่ื แก้หนา้ และชอื่ บุคคลซ่ึงเขาเขา้ แก้หนา้ นั้นดว้ ย
(๔) สถานทแี่ ละวนั ทำคำคดั ค้าน
ให้ผทู้ ำคำคดั คา้ นสง่ มอบคำคัดคา้ นแกผ่ ู้รอ้ งขอใหท้ ำ และให้ผทู้ ำคำคดั ค้านรบี ส่งคำบอก
กลา่ วการคัดคา้ นนนั้ ไปยงั ผถู้ กู คัดคา้ น ถา้ ทราบภูมิลำเนากใ็ ห้สง่ โดยจดหมายลงทะเบยี น
ไปรษณยี ์ หรือสง่ มอบไว้ ณ ภมู ิลำเนาของผนู้ น้ั ก็ได้ ถา้ ไมท่ ราบภมู ลิ ำเนาก็ใหป้ ิดสำเนาคำ
คดั คา้ นไว้ยงั ทซ่ี ง่ึ เหน็ ไดง้ ่าย ณ ทวี่ า่ การอำเภอประจำทอ้ งท่ีอนั ผ้ถู กู คดั คา้ นมถี ิน่ ทอี่ ยคู่ รัง้
หลงั ทีส่ ุด

มาตรา ๙๖๓ ผู้ทรงต้องใหค้ ำบอกกล่าวการท่เี ขาไม่รับรองตัว๋ แลกเงนิ หรือไม่ใช้เงินนนั้ ไป
ยงั ผสู้ ลกั หลงั ถดั ตนขึน้ ไปกับทงั้ ผูส้ งั่ จา่ ยด้วยภายในเวลาสว่ี นั ตอ่ จากวนั คดั ค้าน หรือตอ่ จาก
วันยนื่ ตว๋ั ในกรณที มี่ ขี ้อกำหนดวา่ “ไมจ่ ำตอ้ งมคี ำคดั คา้ น”

ผู้สลกั หลงั ทกุ ๆ คนต้องให้คำบอกกลา่ วไปยงั ผสู้ ลกั หลงั ถดั ตนขนึ้ ไปภายในสองวัน ให้
ทราบคำบอกกลา่ วอันตนไดร้ ับ จดแจ้งใหท้ ราบชือ่ และสำนักของผทู้ ี่ไดใ้ หค้ ำบอกกลา่ วมา
กอ่ น ๆ นั้นดว้ ย ทำเชน่ นตี้ ดิ ตอ่ กนั ไปโดยลำดบั จนกระท่งั ถงึ ผ้สู งั่ จา่ ย อนงึ่ จำกัดเวลาซง่ึ
กล่าวมานนั้ ทา่ นนบั แต่เม่ือคนหนงึ่ ๆ ได้รับคำบอกกลา่ วแตค่ นก่อน

ถ้าผูส้ ลกั หลังคนหนงึ่ คนใดมไิ ดร้ ะบสุ ำนกั ของตนไวก้ ็ดี หรอื ไดร้ ะบแุ ตอ่ า่ นไมไ่ ดค้ วามกด็ ี
ท่านวา่ สดุ แต่คำบอกกล่าวไดส้ ง่ ไปยังผสู้ ลักหลังคนก่อนกเ็ ป็นอนั พอแลว้

บุคคลผู้จะตอ้ งใหค้ ำบอกกลา่ ว จะทำคำบอกกลา่ วเปน็ รูปอยา่ งใดก็ได้ทง้ั สิน้ แม้เพียงแต่
ด้วยส่งต๋ัวแลกเงนิ คนื กใ็ ชไ้ ด้ อนงึ่ ต้องพสิ ูจนไ์ ดว้ า่ ไดส้ ง่ คำบอกกลา่ วภายในเวลากำหนด

ถา้ สง่ คำบอกกล่าวเปน็ หนังสือจดทะเบียนไปรษณีย์ หากวา่ หนงั สือนั้นไดส้ ่งไปรษณีย์
ภายในเวลากำหนดดงั กลา่ วมานนั้ ไซร้ ท่านใหถ้ อื วา่ คำบอกกลา่ วเป็นอนั ได้สง่ ภายในจำกดั
เวลาบังคับแล้ว

บคุ คลซ่งึ มไิ ด้ใหค้ ำบอกกลา่ วภายในจำกัดเวลาดังไดว้ ่ามานน้ั หาเสียสิทธไิ ล่เบี้ยไม่ แต่
จะต้องรับผดิ เพื่อความเสยี หายอยา่ งใด ๆ อนั เกิดแตค่ วามประมาทเลินเล่อของตน แตท่ า่ น
มิให้คดิ คา่ สนิ ไหมทดแทนเกนิ กว่าจำนวนในตว๋ั แลกเงิน

มาตรา ๙๖๔ ดว้ ยข้อกำหนดเขียนลงไวว้ า่ “ไมจ่ ำตอ้ งมคี ำคดั ค้าน” ก็ดี “ไม่มคี ัดค้าน” ก็ดี
หรือสำนวนอืน่ ใดทำนองนนั้ กด็ ี ผู้ส่ังจ่ายหรอื ผสู้ ลักหลงั จะยอมปลดเปลอื้ งผทู้ รงจากการทำคำ
คัดคา้ นการไมร่ ับรองหรอื การไมใ่ ช้เงนิ กไ็ ด้ เพอื่ ตนจะไดใ้ ช้สทิ ธไิ ล่เบย้ี

ข้อกำหนดอนั นี้ ยอ่ มไมป่ ลดผ้ทู รงให้พ้นจากหน้าทน่ี ำตั๋วเงินย่ืนภายในเวลากำหนด หรอื
จากหนา้ ท่ใี หค้ ำบอกกล่าวตั๋วเงินขาดความเชอื่ ถอื แก่ผสู้ ลกั หลงั คนกอ่ นหรอื ผู้สงั่ จ่าย อนง่ึ
หน้าทนี่ ำสบื วา่ ไม่ปฏบิ ตั ิใหเ้ ปน็ ไปตามกำหนดเวลาจำกดั นน้ั ย่อมตกอยู่แก่บคุ คลผู้แสวงจะ
ใชค้ วามขอ้ นนั้ เป็นข้อตอ่ สู้ผู้ทรงตวั๋ แลกเงิน
ขอ้ กำหนดอนั น้ี ถา้ ผสู้ ั่งจา่ ยเปน็ ผูเ้ ขียนลงไปแลว้ ย่อมเปน็ ผลตลอดถึงคู่สญั ญาทง้ั ปวง
บรรดาทไี่ ดล้ งลายมอื ชื่อในตัว๋ เงินนนั้ ถา้ และทั้งมขี ้อกำหนดดงั นแ้ี ลว้ ผู้ทรงยงั ขนื ทำคำ
คัดคา้ นไซร้ ทา่ นวา่ ผทู้ รงตอ้ งเป็นผอู้ อกคา่ ใช้จา่ ยเพ่ือการนน้ั หากวา่ ขอ้ กำหนดนน้ั ผู้สลกั
หลังเป็นผู้เขยี นลง และถา้ มคี ำคดั ค้านทำขน้ึ ไซร้ ทา่ นวา่ ค่าใชจ้ ่ายในการคดั คา้ นนน้ั อาจจะ
เรยี กเอาใชไ้ ดจ้ ากคสู่ ัญญาอน่ื ๆ บรรดาท่ีไดล้ งลายมอื ชอื่ ในตว๋ั เงนิ นนั้

มาตรา ๙๖๕ ในกรณตี ๋วั เงินภายในประเทศ ถา้ ผจู้ า่ ยบันทกึ ลงไวใ้ นตวั๋ แลกเงนิ เป็น
ข้อความบอกปัดไม่รับรองหรอื ไมย่ อมใชเ้ งนิ ทง้ั ลงวันทบี่ อกปดั ลงลายมอื ชอื่ ไว้ดว้ ยแลว้ ทา่ น
วา่ คำคัดคา้ นนน้ั กเ็ ปน็ อนั ไม่จำเป็นต้องทำ และผ้ทู รงตอ้ งส่งคำบอกกลา่ วขาดความเชอื่ ถอื ไป
ยังบุคคลซงึ่ ตนจำนงจะไล่เบยี้ ภายในส่ีวนั ตอ่ จากวันเขาบอกปัดไมร่ ับรองนนั้

มาตรา ๙๖๖ คำบอกกล่าวขาดความเชือ่ ถอื ในกรณีไมร่ บั รองหรอื ไมใ่ ช้เงินนน้ั ตอ้ งมี
รายการคอื วนั ท่ีลงในต๋ัวแลกเงนิ ชอื่ หรือยหี่ ้อของผู้สง่ั จา่ ยและของผจู้ า่ ย จำนวนเงินในตว๋ั
เงนิ วนั ถึงกำหนดใชเ้ งนิ ชื่อหรอื ยีห่ อ้ และสำนกั ของผทู้ รงตวั๋ เงิน วนั ทค่ี ดั คา้ นหรือวนั ที่บอก
ปัดไมร่ บั รองหรือไม่ใช้เงนิ กับขอ้ ความวา่ เขาไม่รับรองหรือไมใ่ ชเ้ งนิ ตามตวั๋ เงนิ นน้ั

มาตรา ๙๖๗ ในเรือ่ งตั๋วแลกเงนิ นน้ั บรรดาบุคคลผ้สู ั่งจา่ ยก็ดี รับรองกด็ ี สลกั หลังก็ดี หรอื
รบั ประกนั ดว้ ยอาวัลก็ดี ยอ่ มตอ้ งรว่ มกันรับผิดตอ่ ผทู้ รง
ผทู้ รงยอ่ มมีสทิ ธวิ ่ากลา่ วเอาความแก่บรรดาบคุ คลเหล่านเ้ี รยี งตวั หรอื รวมกันกไ็ ด้ โดยมิพัก
ตอ้ งดำเนินตามลำดับทคี่ นเหลา่ นน้ั มาต้องผูกพนั

สทิ ธิเช่นเดียวกันนี้ ย่อมมีแก่บคุ คลทุกคนซ่ึงได้ลงลายมือชือ่ ในตั๋วเงินและเข้าถือเอาตวั๋ เงิน
น้นั ในการที่จะใช้บังคบั เอาแกผ่ ู้ทีม่ คี วามผูกพนั อยูแ่ ลว้ กอ่ นตน
การวา่ กลา่ วเอาความแกค่ ่สู ัญญาคนหนงึ่ ซงึ่ ตอ้ งรบั ผดิ ยอ่ มไมต่ ดั หนทางทจี่ ะวา่ กล่าวเอา
ความแกค่ สู่ ญั ญาคนอนื่ ๆ แมท้ ั้งจะเปน็ ฝา่ ยอยใู่ นลำดับภายหลงั บุคคลท่ีไดว้ า่ กล่าวเอา
ความมากอ่ น

มาตรา ๙๖๘ ผู้ทรงจะเรียกร้องเอาเงนิ ใช้จากบคุ คลซง่ึ ตนใชส้ ทิ ธไิ ลเ่ บย้ี นนั้ กไ็ ด้ คือ
(๑) จำนวนเงนิ ในตวั๋ แลกเงินซง่ึ เขาไมร่ บั รองหรอื ไมใ่ ช้กบั ทงั้ ดอกเบ้ยี ด้วย หากวา่ มี
ข้อกำหนดไวว้ า่ ใหค้ ิดดอกเบ้ีย
(๒) ดอกเบ้ยี อัตราร้อยละห้าต่อปีนบั แต่วนั ถงึ กำหนด
(๓) คา่ ใชจ้ า่ ยในการคดั ค้าน และในการส่งคำบอกกล่าวของผู้ทรงไปยงั ผู้สลกั หลงั ถัดจาก
ตนขน้ึ ไปและผสู้ ่งั จา่ ย กับทงั้ คา่ ใช้จา่ ยอน่ื ๆ
(๔) คา่ ชกั สว่ นลดซึ่งถา้ ไมม่ ีข้อตกลงกนั ไว้ ทา่ นให้คิดรอ้ ยละ ๑/๖ ในตน้ เงนิ อนั จะพงึ ใช้
ตามต๋วั เงิน และไมว่ า่ กรณีจะเป็นอยา่ งไร ทา่ นมิใหค้ ิดสงู กว่าอตั รานี้
ถา้ ใชส้ ทิ ธิไล่เบ้ยี กอ่ นถงึ กำหนด ทา่ นให้หกั ลดจำนวนเงนิ ในตว๋ั เงนิ ลงให้รอ้ ยละหา้

มาตรา ๙๖๙ คู่สญั ญาฝ่ายซงึ่ เขา้ ถอื เอาและใชเ้ งินตามต๋ัวแลกเงนิ อาจจะเรยี กเอาเงนิ ใช้
จากค่สู ัญญาท้งั หลายซง่ึ ตอ้ งรับผดิ ตอ่ ตนได้ คอื
(๑) เงินเต็มจำนวนซง่ึ ตนไดใ้ ชไ้ ป
(๒) ดอกเบ้ยี ในจำนวนเงนิ นน้ั คิดอตั รารอ้ ยละหา้ ตอ่ ปนี ับแตว่ นั ทไ่ี ด้ใชเ้ งินไป
(๓) คา่ ใช้จ่ายตา่ ง ๆ อนั ตนต้องออกไป

(๔) คา่ ชกั ส่วนลดจากต้นเงนิ จำนวนในต๋วั แลกเงนิ ตามทกี่ ำหนดไว้ในมาตรา ๙๖๘
อนุมาตรา (๔)

มาตรา ๙๗๐ ค่สู ญั ญาทุกฝ่ายซึง่ ต้องรับผดิ และถูกไลเ่ บี้ย หรอื อยูใ่ นฐานะจะถกู ไล่เบี้ยได้
น้ัน อาจจะใช้เงินแล้วเรยี กใหเ้ ขาสละตว๋ั เงนิ ใหแ้ ก่ตนได้ รวมทัง้ คำคัดคา้ นและบัญชีรับเงิน
ดว้ ย
ผู้สลักหลงั ทกุ คนซง่ึ เขา้ ถอื เอาและใชเ้ งินตามตว๋ั แลกเงนิ แล้ว จะขดี ฆา่ คำสลกั หลังของตนเอง
และของเหลา่ ผูส้ ลักหลงั ภายหลงั ตนนัน้ เสยี กไ็ ด้

มาตรา ๙๗๑ ผ้สู ัง่ จา่ ยก็ดี ผู้รับรองกด็ ี ผู้สลกั หลังคนกอ่ นก็ดี ซึง่ เขาสลกั หลังหรือโอนตว๋ั
แลกเงินใหอ้ ีกทอดหนงึ่ นั้น หามีสทิ ธิจะไลเ่ บีย้ เอาแกค่ สู่ ัญญาฝ่ายซงึ่ ตนย่อมต้องรับผดิ ตอ่
เขาอยู่กอ่ นแล้วตามตวั๋ เงนิ นั้นไดไ้ ม่

มาตรา ๙๗๒ ในกรณใี ชส้ ทิ ธิไลเ่ บีย้ ภายหลังการรับรองแต่บางส่วน ทา่ นว่าคู่สัญญาฝา่ ย
ซ่ึงใช้เงนิ อนั เปน็ จำนวนเขาไม่รบั รองนน้ั อาจจะเรยี กใหจ้ ดระบคุ วามทใี่ ช้เงนิ นี้ลงไว้ในต๋ัว
เงนิ และเรยี กใหท้ ำใบรับให้แก่ตนได้ อนงึ่ ผทู้ รงตว๋ั เงนิ ตอ้ งให้สำเนาตวั๋ เงนิ อนั รับรองวา่
ถกู ตอ้ งแกค่ ู่สัญญาฝา่ ยนัน้ พรอ้ มทงั้ คำคดั คา้ นดว้ ย เพอื่ ให้เขาสามารถใช้สิทธิไล่เบยี้ ใน
ภายหลังได้สืบไป

มาตรา ๙๗๓ เม่ือกำหนดเวลาจำกัดซงึ่ จะกล่าวต่อไปนไ้ี ดล้ ว่ งพ้นไปแลว้ คือ
(๑) กำหนดเวลาสำหรับย่ืนตวั๋ แลกเงินชนดิ ใหใ้ ชเ้ งนิ เม่อื ได้เห็น หรือในระยะเวลาอยา่ งใด
อยา่ งหนง่ึ ภายหลงั ไดเ้ หน็
(๒) กำหนดเวลาสำหรับทำคำคดั คา้ นการไมร่ ับรองหรือการไม่ใชเ้ งนิ

(๓) กำหนดเวลาสำหรบั ยืน่ ตวั๋ เพอ่ื ใหใ้ ชเ้ งนิ ในกรณที ่มี ขี อ้ กำหนดว่า “ไมจ่ ำตอ้ งมีคำ
คัดคา้ น”

ทา่ นวา่ ผู้ทรงย่อมสน้ิ สิทธิทีจ่ ะไลเ่ บี้ยเอาแก่เหล่าผ้สู ลกั หลงั ผูส้ ่งั จา่ ย และคสู่ ัญญาอน่ื ๆ ผู้
ต้องรับผิด เวน้ แตผ่ รู้ บั รอง

อนง่ึ ถ้าไม่ยน่ื ตั๋วแลกเงนิ เพ่อื ใหเ้ ขารบั รองภายในเวลาจำกดั ดงั ผ้สู ง่ั จา่ ยไดก้ ำหนดไว้ ท่าน
ว่าผ้ทู รงยอ่ มเสียสทิ ธทิ จี่ ะไลเ่ บยี้ ท้ังเพ่ือการทเ่ี ขาไมใ่ ชเ้ งิน และเพอื่ การท่ีเขาไมร่ ับรอง เวน้
แตจ่ ะปรากฏจากขอ้ กำหนดวา่ ผู้สัง่ จ่ายหมายเพยี งแต่จะปลดตนเองให้พน้ จากประกนั การ
รับรอง

ถา้ ขอ้ กำหนดจำกัดเวลายน่ื ตวั๋ แลกเงินนั้นมอี ยู่ทค่ี ำสลักหลงั ทา่ นวา่ เฉพาะแตผ่ ้สู ลกั หลัง
เท่านน้ั จะอาจเอาประโยชนใ์ นขอ้ กำหนดนน้ั ได้

มาตรา ๙๗๔ การย่นื ตวั๋ แลกเงนิ กด็ ี การทำคำคัดคา้ นกด็ ี ถา้ มีเหตุจำเป็นอนั มอิ าจก้าวล่วง
เสียไดม้ าขดั ขวางมใิ ห้ทำไดภ้ ายในกำหนดเวลาจำกัดสำหรบั การน้นั ไซร้ ทา่ นใหย้ ืด
กำหนดเวลาออกไปอีกได้

เหตุจำเปน็ อนั มิอาจก้าวล่วงเสยี ไดด้ งั วา่ มานนั้ ผทู้ รงตอ้ งบอกกล่าวแก่ผสู้ ลักหลงั คนถดั ตน
ขน้ึ ไปโดยไม่ชักช้า และคำบอกกลา่ วนน้ั ตอ้ งเขยี นระบลุ งในตว๋ั เงนิ หรือใบประจำตอ่ ตอ้ งลง
วนั และลงลายมือชอื่ ของผู้ทรง การอนื่ ๆ นอกจากท่ีกล่าวนี้ ทา่ นใหบ้ งั คบั ตามบทบญั ญตั ิ
มาตรา ๙๖๓

เม่ือเหตจุ ำเปน็ อนั มอิ าจกา้ วล่วงเสียไดน้ ้นั สุดสน้ิ ลงแลว้ ผทู้ รงตอ้ งยนื่ ตว๋ั เงินใหเ้ ขารบั รอง
หรือใช้เงนิ โดยไมช่ กั ชา้ และถ้าจำเป็นกท็ ำคำคดั คา้ นขนึ้

ถา้ เหตจุ ำเปน็ อนั มิอาจกา้ วลว่ งเสียไดน้ ้นั ยงั คงมอี ยู่ตอ่ ไปจนเป็นเวลากวา่ สามสบิ วันภายหลัง
ตวั๋ เงินถงึ กำหนดไซร้ ทา่ นวา่ จะใชส้ ทิ ธิไล่เบ้ยี กไ็ ด้ และถา้ เช่นนั้นการยนื่ ตว๋ั เงนิ กด็ ี การทำ
คำคัดคา้ นก็ดี เปน็ อนั ไมจ่ ำเปน็ ต้องทำ

ในส่วนตัว๋ เงินชนิดท่ใี ห้ใช้เงินเมอื่ ไดเ้ หน็ หรอื ให้ใชเ้ งินในระยะเวลาอย่างหนง่ึ อยา่ งใด
ภายหลังไดเ้ หน็ นน้ั กำหนดสามสิบวนั เชน่ วา่ มานี้ ทา่ นใหน้ ับแตว่ นั ที่ผ้ทู รงไดใ้ หค้ ำบอก
กล่าวเหตุจำเปน็ อันมอิ าจก้าวลว่ งเสียไดน้ น้ั แกผ่ ู้สลักหลังถัดตนขน้ึ ไป และถงึ แม้วา่ จะเปน็
การกอ่ นลว่ งกำหนดเวลายื่นต๋ัวเงนิ กใ็ ห้นบั เชน่ นน้ั

ส่วนท่ี ๗
ตัว๋ แลกเงนิ เปน็ สำรับ

มาตรา ๙๗๕ อันตว๋ั แลกเงนิ นนั้ นอกจากชนดิ ที่ส่ังจา่ ยแกผ่ ้ถู อื แล้ว จะออกไปเปน็ คฉู่ กี
ความตอ้ งกนั สองฉบบั หรือกว่าน้นั กอ็ าจจะออกได้
คฉู่ กี เหล่านตี้ อ้ งมีหมายลำดับลงไวใ้ นตวั ตราสารนั้นเอง มฉิ ะนน้ั คู่ฉีกแตล่ ะฉบบั ยอ่ มใช้ได้
เปน็ ตวั๋ แลกเงนิ ฉบับหนงึ่ ๆ แยกเปน็ ตวั๋ เงนิ ตา่ งฉบับกนั
บคุ คลทุกคนซงึ่ เปน็ ผทู้ รงตวั๋ เงนิ อันมไิ ด้ระบวุ า่ ได้ออกเปน็ ตัว๋ เด่ยี วนน้ั จะเรยี กใหส้ ง่ มอบคู่
ฉีกสองฉบบั หรือกวา่ นน้ั แก่ตนกไ็ ด้ โดยยอมให้คิดคา่ ใช้จา่ ยเอาแกต่ น ในการนผ้ี ทู้ รงต้อง
วา่ กล่าวไปยงั ผสู้ ลกั หลังคนถดั ตนขึ้นไป และผสู้ ลักหลงั คนนัน้ กจ็ ำตอ้ งช่วยผ้ทู รงวา่ กลา่ วไปยงั
ผทู้ ส่ี ลักหลังใหแ้ กต่ นตอ่ ไปอีก สบื เนื่องกนั ไปเชน่ นตี้ ลอดสายจนกระทงั่ ถงึ ผ้สู ง่ั จา่ ย อน่งึ ผู้
สลักหลงั ทั้งหลายจำตอ้ งเขียนคำสลักหลังของตนเปน็ ความเดยี วกนั ลงในฉบับคฉู่ ีกใหมแ่ ห่ง
ตั๋วสำรบั นนั้ อีกดว้ ย

มาตรา ๙๗๖ ถา้ ผทู้ รงตัว๋ แลกเงนิ สำรับหนง่ึ สลกั หลังคู่ฉกี สองฉบับหรอื กวา่ น้นั ใหแ้ กบ่ คุ คล
ต่างคนกัน ทา่ นวา่ ผทู้ รงย่อมต้องรบั ผดิ ตามคฉู่ กี เชน่ วา่ นนั้ ทกุ ๆ ฉบบั และผู้สลกั หลัง

ภายหลงั ผู้ทรงทุก ๆ คนกต็ ้องรับผิดตามคฉู่ ีกอันตนเองได้สลกั ลงไปนั้น เสมือนดังวา่ คู่ฉีก
ทีว่ า่ นนั้ แยกเปน็ ตว๋ั เงนิ ต่างฉบับกนั

มาตรา ๙๗๗ ถา้ คฉู่ ีกสองฉบับหรอื กวา่ นนั้ ในสำรับหนง่ึ ไดเ้ ปล่ียนมอื ไปยงั ผู้ทรงโดยชอบ
ดว้ ยกฎหมายตา่ งคนกนั ไซร้ ในระหวา่ งผู้ทรงเหล่านนั้ ดว้ ยกนั คนใดได้เปน็ สทิ ธกิ ่อน ท่าน
ใหถ้ อื วา่ คนนน้ั เป็นเจา้ ของอันแทจ้ รงิ แห่งตั๋วเงนิ นนั้ แตค่ วามใด ๆ ในบทมาตรานีไ้ ม่
กระทบกระทั่งถงึ สทิ ธขิ องบุคคลผู้ทำการโดยชอบดว้ ยกฎหมายรบั รองหรือใชเ้ งนิ ไปตามค่ฉู กี
ฉบบั ซงึ่ เขายน่ื แก่ตนกอ่ น

มาตรา ๙๗๘ คำรับรองนนั้ จะเขยี นลงในคู่ฉกี ฉบับใดกไ็ ด้ และจะต้องเขียนลงในคฉู่ ีกแต่
เพียงฉบบั เดยี วเทา่ นนั้
ถ้าผูจ้ า่ ยรับรองลงไปกว่าฉบับหนงึ่ และคู่ฉกี ซงึ่ รบั รองเชน่ นนั้ ตกไปถงึ มอื ผ้ทู รงโดยชอบดว้ ย
กฎหมายต่างคนกนั ไซร้ ทา่ นว่าผจู้ า่ ยจะต้องรบั ผิดตามคฉู่ กี นน้ั ๆ ทกุ ฉบับ เสมอื นดงั วา่
แยกเปน็ ตัว๋ เงนิ ตา่ งฉบบั กัน

มาตรา ๙๗๙ ถ้าผู้รบั รองตัว๋ เงนิ ซ่งึ ออกเป็นสำรบั ใช้เงนิ ไปโดยมไิ ดเ้ รยี กให้ส่งมอบคูฉ่ กี
ฉบบั ซงึ่ มีคำรบั รองของตนนั้นใหแ้ กต่ นและในเวลาตวั๋ เงนิ ถงึ กำหนด คฉู่ กี ฉบบั นั้นไปตก
อย่ใู นมอื ผทู้ รงโดยชอบดว้ ยกฎหมายคนใดคนหนึง่ ไซร้ ทา่ นวา่ ผูร้ บั รองจะตอ้ งรบั ผดิ ตอ่ ผู้
ทรงคฉู่ กี ฉบับนน้ั

มาตรา ๙๘๐ ภายในบังคบั แหง่ บทบัญญตั ทิ ัง้ หลายซึง่ กลา่ วมากอ่ นนน้ั ถา้ คู่ฉกี ฉบับใด
แห่งตวั๋ เงนิ ออกเปน็ สำรบั ได้หลดุ พ้นไปดว้ ยการใช้เงนิ หรอื ประการอน่ื ฉบบั หนง่ึ แลว้ ท่านวา่
ตั๋วเงินทง้ั สำรับกย็ ่อมหลดุ พ้นไปตามกนั

มาตรา ๙๘๑ คูส่ ัญญาซ่งึ ส่งคู่ฉีกฉบบั หนง่ึ ไปใหเ้ ขารับรอง ตอ้ งเขยี นแถลงลงในค่ฉู ีก
ฉบบั อนื่ วา่ คฉู่ ีกฉบบั โนน้ อยใู่ นมอื บคุ คลชอ่ื ไร สว่ นบคุ คลคนนน้ั ก็จำตอ้ งสละตวั๋ ใหแ้ กผ่ ู้
ทรงโดยชอบดว้ ยกฎหมายแห่งคฉู่ ีกฉบับอื่นน้นั
ถา้ บุคคลคนนน้ั บอกปัดไม่ยอมให้ ท่านวา่ ผทู้ รงยังจะใชส้ ทิ ธไิ ลเ่ บีย้ ไมไ่ ด้จนกวา่ จะได้ทำ
คดั คา้ นระบคุ วามดังตอ่ ไปนี้ คอื
(๑) วา่ ค่ฉู ีกฉบบั ซงึ่ ไดส้ ง่ ไปเพือ่ รบั รองนน้ั เขาไมส่ ละใหแ้ ก่ตนเมอ่ื ทวงถาม
(๒) วา่ ไมส่ ามารถจะให้เขารบั รองหรอื ใช้เงนิ ดว้ ยค่ฉู กี ฉบบั อื่นได้

หมวด ๓
ตัว๋ สญั ญาใช้เงิน

มาตรา ๙๘๒ อนั วา่ ตวั๋ สัญญาใช้เงินนัน้ คือหนังสอื ตราสารซงึ่ บุคคลคนหน่ึง เรยี กวา่ ผู้
ออกตว๋ั ใหค้ ำมน่ั สัญญาวา่ จะใช้เงนิ จำนวนหนงึ่ ให้แก่บคุ คลอกี คนหนงึ่ หรอื ใชใ้ หต้ าม
คำสง่ั ของบคุ คลอกี คนหนึง่ เรียกวา่ ผรู้ บั เงนิ

มาตรา ๙๘๓ ต๋วั สญั ญาใชเ้ งนิ นน้ั ตอ้ งมีรายการดงั จะกลา่ วตอ่ ไปน้ี คอื
(๑) คำบอกชอ่ื วา่ เปน็ ตวั๋ สัญญาใชเ้ งนิ
(๒) คำมน่ั สัญญาอนั ปราศจากเงอ่ื นไขวา่ จะใช้เงนิ เปน็ จำนวนแนน่ อน
(๓) วนั ถงึ กำหนดใช้เงนิ
(๔) สถานทใี่ ชเ้ งนิ

(๕) ชือ่ หรอื ย่ีหอ้ ของผู้รบั เงิน
(๖) วันและสถานทอี่ อกต๋ัวสญั ญาใช้เงนิ
(๗) ลายมือชอ่ื ผูอ้ อกตว๋ั

มาตรา ๙๘๔ ตราสารอนั มีรายการขาดตกบกพรอ่ งไปจากทที่ ่านระบุบงั คบั ไว้ในมาตรา
ก่อนนี้ ยอ่ มไม่สมบูรณเ์ ปน็ ตวั๋ สญั ญาใช้เงนิ เวน้ แต่ในกรณีดงั จะกลา่ วต่อไปนี้ คอื
ตั๋วสญั ญาใชเ้ งนิ ซ่งึ ไมร่ ะบุเวลาใชเ้ งนิ ทา่ นใหถ้ อื ว่า พงึ ใช้เงินเมอื่ ไดเ้ ห็น
ถ้าสถานทใ่ี ชเ้ งนิ มไิ ด้แถลงไวใ้ นตว๋ั สัญญาใชเ้ งิน ทา่ นใหถ้ ือเอาภูมิลำเนาของผอู้ อกตรา
สารนน้ั เปน็ สถานทใี่ ชเ้ งิน
ถ้าตวั๋ สัญญาใช้เงนิ ไม่ระบสุ ถานทอี่ อกตวั๋ ท่านให้ถือว่า ตว๋ั นน้ั ไดอ้ อก ณ ภมู ิลำเนาของผู้
ออกตว๋ั
ถ้ามไิ ดล้ งวันออกต๋ัว ทา่ นวา่ ผทู้ รงโดยชอบดว้ ยกฎหมายคนหนึ่งคนใดทำการโดยสจุ รติ จะ
จดวนั ตามทถ่ี ูกตอ้ งแทจ้ รงิ ลงก็ได้

มาตรา ๙๘๕ บทบญั ญัติทง้ั หลายในหมวด ๒ วา่ ดว้ ยตวั๋ แลกเงนิ ดงั จะกล่าวตอ่ ไปน้ี ทา่ น
ให้ยกมาบงั คบั ในเรือ่ งต๋ัวสญั ญาใช้เงนิ เพียงเทา่ ทไ่ี มข่ ัดกบั สภาพแหง่ ตราสารชนดิ นี้ คือ
บทมาตรา ๙๑๑, ๙๑๓, ๙๑๖, ๙๑๗, ๙๑๙, ๙๒๐, ๙๒๒ ถงึ ๙๒๖, ๙๓๘ ถึง ๙๔๗, ๙๔๙,
๙๕๐, ๙๕๔ ถงึ ๙๕๙, ๙๖๗ ถงึ ๙๗๑
ถา้ เป็นตว๋ั สัญญาใช้เงนิ ท่อี อกมาแตต่ า่ งประเทศ ทา่ นให้นำบทบญั ญัตติ อ่ ไปนม้ี าใช้
บังคับดว้ ย คอื บทมาตรา ๙๖๐ ถงึ ๙๖๔, ๙๗๓, ๙๗๔

มาตรา ๙๘๖ ผู้ออกต๋วั สญั ญาใช้เงินยอ่ มต้องผกู พนั เป็นอย่างเดยี วกันกบั ผ้รู ับรองตวั๋ แลก
เงนิ
ต๋วั สญั ญาใชเ้ งนิ ซ่ึงใหใ้ ช้เงนิ ในเวลาใดเวลาหนง่ึ ภายหลังไดเ้ หน็ นน้ั ตอ้ งนำยน่ื ให้ผอู้ อก
ต๋ัวจดรับรภู้ ายในจำกัดเวลาดงั กำหนดไวใ้ นมาตรา ๙๒๘ กำหนดเวลานีใ้ ห้นบั แตว่ ันจดรับรู้
ซง่ึ ลงลายมือชือ่ ผูอ้ อกตว๋ั ถ้าผอู้ อกตวั๋ บอกปดั ไมย่ อมจดรับรู้และลงวันไซร้ การท่ีเขาบอกปดั
เช่นนที้ ่านวา่ ตอ้ งทำใหเ้ ปน็ หลักฐานขน้ึ ดว้ ยคำคดั คา้ น และวนั คดั คา้ นนั้นให้ถอื เปน็ วนั
เรม่ิ ตน้ ในการนบั กำหนดเวลาแตไ่ ดเ้ ห็น

หมวด ๔
เชค็

มาตรา ๙๘๗ อันวา่ เชค็ นน้ั คอื หนงั สือตราสารซง่ึ บคุ คลคนหนง่ึ เรยี กวา่ ผสู้ งั่ จา่ ย ส่ัง
ธนาคารให้ใชเ้ งนิ จำนวนหนงึ่ เมอ่ื ทวงถามใหแ้ ก่บคุ คลอีกคนหนึง่ หรอื ให้ใชต้ ามคำสงั่ ของ
บคุ คลอีกคนหนง่ึ อันเรยี กว่าผ้รู บั เงนิ

มาตรา ๙๘๘ อันเช็คนน้ั ตอ้ งมีรายการดงั กลา่ วตอ่ ไปนี้ คอื
(๑) คำบอกชอื่ วา่ เป็นเชค็
(๒) คำส่งั อันปราศจากเงอ่ื นไขให้ใชเ้ งนิ เปน็ จำนวนแนน่ อน
(๓) ชอื่ หรอื ยี่หอ้ และสำนักงานของธนาคาร
(๔) ชอื่ หรือยหี่ อ้ ของผรู้ บั เงนิ หรอื คำจดแจง้ วา่ ใหใ้ ช้เงนิ แก่ผถู้ อื
(๕) สถานท่ใี ช้เงนิ

(๖) วันและสถานทอี่ อกเชค็
(๗) ลายมอื ช่อื ผสู้ ่งั จา่ ย

มาตรา ๙๘๙ บทบญั ญตั ิทง้ั หลายในหมวด ๒ อนั วา่ ดว้ ยตวั๋ แลกเงินดังจะกลา่ วตอ่ ไปนี้
ทา่ นใหย้ กมาบงั คับในเรอ่ื งเช็คเพยี งเท่าที่ไมข่ ดั กับสภาพแหง่ ตราสารชนดิ นี้ คือบทมาตรา
๙๑๐, ๙๑๔ ถึง ๙๒๓, ๙๒๕, ๙๒๖, ๙๓๘ ถงึ ๙๔๐, ๙๔๕, ๙๔๖, ๙๕๙, ๙๖๗, ๙๗๑
ถ้าเป็นเชค็ ทอี่ อกมาแตต่ ่างประเทศ ทา่ นใหน้ ำบทบญั ญตั ิดังต่อไปนมี้ าใชบ้ งั คบั ดว้ ย คอื
บทมาตรา ๙๒๔, ๙๖๐ ถงึ ๙๖๔, ๙๗๓ ถงึ ๙๗๗, ๙๘๐

มาตรา ๙๙๐ ผู้ทรงเชค็ ตอ้ งยนื่ เชค็ แกธ่ นาคารเพือ่ ให้ใชเ้ งิน คอื วา่ ถา้ เป็นเช็คให้ใชเ้ งนิ
ในเมืองเดียวกนั กบั ทอี่ อกเชค็ ต้องยน่ื ภายในเดอื นหนงึ่ นับแตว่ ันออกเช็คนน้ั ถ้าเปน็ เชค็
ให้ใช้เงนิ ทีอ่ น่ื ตอ้ งยนื่ ภายในสามเดอื น ถ้ามฉิ ะน้ันท่านวา่ ผทู้ รงสนิ้ สทิ ธทิ ่ีจะไล่เบี้ยเอาแกผ่ ู้
สลักหลงั ทัง้ ปวง ทง้ั เสียสทิ ธอิ นั มตี อ่ ผู้สง่ั จา่ ยดว้ ยเพียงเท่าทจี่ ะเกดิ ความเสยี หายอย่างหนงึ่
อย่างใดแก่ผู้สง่ั จา่ ยเพราะการท่ลี ะเลยเสยี ไม่ยนื่ เชค็ นนั้
อนง่ึ ผทู้ รงเชค็ ซ่งึ ผสู้ ่งั จา่ ยหลดุ พน้ จากความรับผดิ ไปแลว้ น้นั ท่านใหร้ บั ช่วงสทิ ธขิ องผ้สู งั่
จ่ายคนนน้ั อนั มตี อ่ ธนาคาร

มาตรา ๙๙๑ ธนาคารจำตอ้ งใชเ้ งินตามเชค็ ซึ่งผู้เคยคา้ กบั ธนาคารใหอ้ อกเบิกเงินแกต่ น
เวน้ แตใ่ นกรณดี ังกลา่ วตอ่ ไปนี้ คือ
(๑) ไม่มีเงินในบญั ชขี องผู้เคยคา้ คนนัน้ เปน็ เจา้ หน้ีพอจะจา่ ยตามเช็คนน้ั หรือ
(๒) เชค็ นนั้ ยนื่ เพอื่ ใหใ้ ช้เงนิ เม่ือพ้นเวลาหกเดอื นนบั แตว่ นั ออกเชค็ หรอื
(๓) ได้มคี ำบอกกล่าววา่ เชค็ นนั้ หายหรือถูกลักไป

มาตรา ๙๙๒ หนา้ ท่ีและอำนาจของธนาคารซงึ่ จะใช้เงนิ ตามเชค็ อนั เบกิ แกต่ นนนั้ ทา่ นวา่
เปน็ อันสุดสนิ้ ไปเมอ่ื กรณีเป็นดงั จะกลา่ วตอ่ ไปน้ี คอื
(๑) มีคำบอกหา้ มการใชเ้ งิน
(๒) รู้วา่ ผสู้ งั่ จ่ายตาย
(๓) รู้ว่าศาลไดม้ คี ำสงั่ รกั ษาทรัพย์ชว่ั คราว หรอื คำสั่งใหผ้ สู้ ่ังจา่ ยเปน็ คนล้มละลาย หรือได้มี
ประกาศโฆษณาคำสงั่ เชน่ นน้ั

มาตรา ๙๙๓ ถ้าธนาคารเขยี นข้อความลงลายมอื ช่อื บนเชค็ เชน่ คำวา่ “ใชไ้ ด้” หรอื “ใช้
เงินได”้ หรอื คำใด ๆ อนั แสดงผลอยา่ งเดยี วกัน ทา่ นวา่ ธนาคารตอ้ งผกู พนั ในฐานเปน็
ลูกหนช้ี ัน้ ตน้ ในอนั จะตอ้ งใชเ้ งนิ แก่ผู้ทรงตามเชค็ นนั้
ถา้ ผู้ทรงเช็คเปน็ ผจู้ ัดการให้ธนาคารลงขอ้ ความรบั รองดังว่าน้นั ท่านวา่ ผ้สู ่งั จา่ ยและผู้สลัก
หลงั ท้ังปวงเปน็ อนั หลุดพ้นจากความรับผิดตามเช็คนนั้
ถา้ ธนาคารลงขอ้ ความรบั รองดงั นนั้ โดยคำขอรอ้ งของผ้สู งั่ จา่ ย ทา่ นวา่ ผสู้ ง่ั จา่ ยและปวงผสู้ ลกั
หลงั กห็ าหลุดพน้ ไปไม่

มาตรา ๙๙๔ ถ้าในเชค็ มเี ส้นขนานคขู่ ีดขวางไว้ขา้ งดา้ นหนา้ กับมหี รอื ไมม่ ีคำวา่ “และ
บริษทั ” หรือคำยอ่ อยา่ งใด ๆ แห่งขอ้ ความนอี้ ยู่ในระหวา่ งเสน้ ทัง้ สองน้นั ไซร้ เชค็ นนั้ ชอ่ื วา่
เป็นเชค็ ขีดครอ่ มท่ัวไป และจะใชเ้ งนิ ตามเชค็ นน้ั ได้แตเ่ ฉพาะให้แก่ธนาคารเท่าน้ัน
ถ้าในระหวา่ งเส้นทงั้ สองนน้ั กรอกชอื่ ธนาคารอนั หนึ่งอนั ใดลงไว้โดยเฉพาะ เช็คเชน่ น้นั ชอ่ื
ว่าเปน็ เช็คขดี ครอ่ มเฉพาะ และจะใช้เงนิ ตามเชค็ นน้ั ไดเ้ ฉพาะใหแ้ ก่ธนาคารอนั นน้ั

มาตรา ๙๙๕ (๑) เช็คไม่มขี ีดคร่อม ผสู้ ัง่ จา่ ยหรือผทู้ รงคนใดคนหนง่ึ จะขีดครอ่ มเสียกไ็ ด้
และจะทำเปน็ ขดี ครอ่ มทวั่ ไปหรือขดี ครอ่ มเฉพาะกไ็ ด้
(๒) เชค็ ขดี ครอ่ มทว่ั ไป ผูท้ รงจะทำใหเ้ ปน็ ขีดครอ่ มเฉพาะเสยี กไ็ ด้
(๓) เชค็ ขีดครอ่ มทว่ั ไปกด็ ี ขีดคร่อมเฉพาะก็ดี ผู้ทรงจะเติมคำลงวา่ “หา้ มเปลีย่ นมอื ” กไ็ ด้
(๔) เชค็ ขดี คร่อมเฉพาะให้แก่ธนาคารใด ธนาคารนนั้ จะซา้ ขีดครอ่ มเฉพาะใหไ้ ปแก่
ธนาคารอืน่ เพื่อเรียกเกบ็ เงินกไ็ ด้
(๕) เชค็ ไมม่ ขี ีดคร่อมกด็ ี เชค็ ขีดคร่อมทว่ั ไปกด็ ี สง่ ไปยงั ธนาคารใดเพือ่ ให้เรียกเกบ็ เงิน
ธนาคารน้นั จะลงขดี คร่อมเฉพาะใหแ้ กต่ นเองกไ็ ด้

มาตรา ๙๙๖ การขดี ครอ่ มเชค็ ตามทีอ่ นญุ าตไว้ในมาตรากอ่ นนนั้ ทา่ นวา่ เป็นสว่ นสำคญั
อนั หนง่ึ ของเช็ค ใครจะลบลา้ งย่อมไมเ่ ปน็ การชอบดว้ ยกฎหมาย

มาตรา ๙๙๗ เชค็ ขีดคร่อมเฉพาะให้แก่ธนาคารกวา่ ธนาคารหนง่ึ ขน้ึ ไป เมอื่ นำเบิกเอาแก่
ธนาคารใด ทา่ นให้ธนาคารนน้ั บอกปดั เสียอยา่ ใช้เงนิ ให้ เวน้ แต่ทขี่ ดี ครอ่ มใหแ้ กธ่ นาคาร
ในฐานเป็นตวั แทนเรยี กเก็บเงิน
ธนาคารใดซง่ึ เขานำเชค็ เบกิ ขนื ใช้เงินไปตามเชค็ ทข่ี ีดครอ่ มอยา่ งวา่ มานนั้ ก็ดี ใช้เงนิ ตาม
เช็คอนั เขาขดี คร่อมทวั่ ไปเป็นประการอนื่ นอกจากใชใ้ ห้แก่ธนาคารอนั ใดอันหน่ึงกด็ ี ใชเ้ งนิ
ตามเชค็ อนั เขาขีดครอ่ มเฉพาะเปน็ ประการอน่ื นอกจากใช้ใหแ้ ก่ธนาคารซ่งึ เขาเจาะจงขดี
ครอ่ มให้โดยเฉพาะ หรอื แก่ธนาคารตวั แทนเรยี กเก็บเงนิ ของธนาคารนัน้ ก็ดี ทา่ นว่า
ธนาคารซ่ึงใช้เงินไปดงั กลา่ วนจี้ ะตอ้ งรับผดิ ตอ่ ผู้เปน็ เจา้ ของอนั แทจ้ ริงแห่งเชค็ นนั้ ในการที่
เขาจะต้องเสียหายอยา่ งใด ๆ เพราะการทตี่ นใชเ้ งนิ ไปตามเชค็ ดังนนั้
แต่หากเชค็ ใดเขานำยน่ื เพอื่ ให้ใช้เงนิ และเม่ือย่ืนไม่ปรากฏว่าเปน็ เชค็ ขดี คร่อมกด็ ี หรอื ไม่
ปรากฏวา่ มรี อยขดี คร่อมอนั ไดล้ บลา้ งหรือแกไ้ ขเปลย่ี นแปลงเพิม่ เตมิ เปน็ ประการอน่ื นอกจาก

ทอ่ี นญุ าตไวโ้ ดยกฎหมายกด็ ี เช็คเช่นนถ้ี ้าธนาคารใดใชเ้ งนิ ไปโดยสุจริตและปราศจาก
ประมาทเลนิ เลอ่ ทา่ นวา่ ธนาคารนน้ั ไมต่ อ้ งรับผดิ หรือตอ้ งมีหนา้ ท่ีรับใชเ้ งินอยา่ งใด ๆ

มาตรา ๙๙๘ ธนาคารใดซ่ึงเขานำเช็คขดี คร่อมเบิกเงนิ ใชเ้ งนิ ไปตามเช็คนน้ั โดยสจุ รติ
และปราศจากประมาทเลินเลอ่ กลา่ วคอื ว่าถา้ เปน็ เช็คขดี ครอ่ มทว่ั ไปกใ็ ช้เงนิ ให้แกธ่ นาคาร
อนั ใดอันหนึ่ง ถา้ เป็นเชค็ ขดี ครอ่ มเฉพาะกใ็ ชใ้ ห้แกธ่ นาคารซึ่งเขาเจาะจงขีดคร่อมให้
โดยเฉพาะ หรือใชใ้ หแ้ กธ่ นาคารตวั แทนเรียกเกบ็ เงนิ ของธนาคารนน้ั ไซร้ ทา่ นวา่ ธนาคาร
ซ่ึงใช้เงนิ ไปตามเชค็ นน้ั ฝ่ายหนง่ึ กับถา้ เชค็ ตกไปถงึ มอื ผู้รับเงินแลว้ ผู้สง่ั จา่ ยอีกฝา่ ยหนงึ่
ต่างมสี ิทธเิ ปน็ อยา่ งเดียวกัน และเขา้ อยใู่ นฐานะอันเดยี วกนั เสมอื นดงั วา่ เชค็ นน้ั ไดใ้ ช้เงนิ
ใหแ้ กผ่ ู้เปน็ เจ้าของอนั แท้จริงแล้ว

มาตรา ๙๙๙ บุคคลใดได้เช็คขีดครอ่ มของเขามาซงึ่ มคี ำวา่ “หา้ มเปลีย่ นมอื ” ทา่ นวา่
บคุ คลนน้ั ไมม่ ีสิทธใิ นเช็คนนั้ ยง่ิ ไปกว่า และไมส่ ามารถใหส้ ทิ ธใิ นเชค็ นั้นตอ่ ไปได้ดกี ว่า
สทิ ธขิ องบคุ คลอนั ตนไดเ้ ชค็ ของเขามา

มาตรา ๑๐๐๐ ธนาคารใดได้รับเงนิ ไวเ้ พ่ือผู้เคยคา้ ของตนโดยสุจริตและปราศจากประมาท
เลนิ เลอ่ อนั เปน็ เงนิ เขาใชใ้ ห้ตามเชค็ ขีดครอ่ มทัว่ ไปก็ดี ขีดคร่อมเฉพาะใหแ้ กต่ นก็ดี หาก
ปรากฏวา่ ผู้เคยคา้ นนั้ ไมม่ สี ิทธหิ รือมสี ิทธเิ พียงอย่างบกพร่องในเชค็ นนั้ ไซร้ ทา่ นวา่ เพียงแต่
เหตุท่ไี ด้รับเงนิ ไว้หาทำใหธ้ นาคารนน้ั ตอ้ งรบั ผดิ ตอ่ ผูเ้ ป็นเจา้ ของอนั แทจ้ รงิ แหง่ เชค็ นนั้ แต่
อย่างหนงึ่ อยา่ งใดไม่

หมวด ๕
อายคุ วาม

มาตรา ๑๐๐๑ ในคดฟี ้องผรู้ บั รองตวั๋ แลกเงนิ ก็ดี ผูอ้ อกตว๋ั สญั ญาใชเ้ งนิ ก็ดี ทา่ นหา้ มมใิ ห้
ฟอ้ งเม่อื พ้นเวลาสามปนี บั แตว่ นั ตวั๋ นน้ั ๆ ถงึ กำหนดใช้เงนิ

มาตรา ๑๐๐๒ ในคดที ่ีผทู้ รงตวั๋ เงนิ ฟ้องผูส้ ลกั หลังและผ้สู ั่งจ่าย ทา่ นหา้ มมิให้ฟอ้ งเมือ่ พ้น
เวลาปหี นงึ่ นบั แตว่ นั ทไี่ ดล้ งในคำคัดคา้ นซง่ึ ไดท้ ำขนึ้ ภายในเวลาอันถกู ตอ้ งตามกำหนด
หรอื นับแตว่ ันตว๋ั เงินถงึ กำหนด ในกรณีท่ีมขี อ้ กำหนดไว้วา่ “ไม่จำตอ้ งมคี ำคดั คา้ น”

มาตรา ๑๐๐๓ ในคดผี สู้ ลกั หลังท้งั หลายฟ้องไลเ่ บ้ียกันเองและไลเ่ บย้ี เอาแกผ่ ้สู งั่ จ่ายแหง่ ตวั๋
เงิน ทา่ นหา้ มมิให้ฟ้องคดีเมอ่ื พ้นเวลาหกเดือนนบั แตว่ นั ทผี่ ู้สลักหลังเขา้ ถอื เอาตวั๋ เงนิ และ
ใช้เงนิ หรอื นบั แตว่ นั ทผี่ ู้สลักหลงั นน้ั เองถูกฟ้อง

มาตรา ๑๐๐๔ เม่ืออายคุ วามสะดุดหยดุ ลงเพราะการอนั หนง่ึ อนั ใด ซึ่งกระทำแกค่ ูส่ ัญญา
แหง่ ต๋ัวเงนิ ฝา่ ยใดฝา่ ยหนึ่ง ทา่ นวา่ ย่อมมผี ลสะดดุ หยดุ ลงเพียงแต่แกค่ ู่สญั ญาฝา่ ยนนั้

มาตรา ๑๐๐๕ ถา้ ตวั๋ เงนิ ได้ทำขนึ้ หรอื ได้โอนหรอื สลกั หลังไปแล้วในมลู หน้อี นั หน่ึงอนั ใด
และสทิ ธติ ามตว๋ั เงนิ นน้ั มาสญู ส้นิ ไปเพราะอายคุ วามก็ดี หรือเพราะละเว้นไมด่ ำเนินการให้
ตอ้ งตามวธิ ีใด ๆ อันจะพงึ ตอ้ งทำกด็ ี ทา่ นวา่ หนเ้ี ดิมนั้นก็ยงั คงมอี ย่ตู ามหลักกฎหมายอัน
แพรห่ ลายท่ัวไป เทา่ ทลี่ กู หนีม้ ไิ ด้ตอ้ งเสียหายแต่การนน้ั เวน้ แตจ่ ะได้ตกลงกนั ไว้เป็นอยา่ ง
อืน่

หมวด ๖

ต๋ัวเงนิ ปลอม ตวั๋ เงินถกู ลัก และต๋วั เงินหาย

มาตรา ๑๐๐๖ การทีล่ ายมอื ชอื่ อนั หน่ึงในตว๋ั เงนิ เปน็ ลายมอื ปลอม ยอ่ มไม่กระทบกระทัง่ ถงึ
ความสมบูรณแ์ ห่งลายมอื ช่อื อน่ื ๆ ในตว๋ั เงนิ นน้ั

มาตรา ๑๐๐๗ ถ้าขอ้ ความในต๋ัวเงินใด หรอื ในคำรับรองตว๋ั เงนิ รายใด มผี ูแ้ กไ้ ข
เปลยี่ นแปลงในขอ้ สำคญั โดยท่คี สู่ ญั ญาทัง้ ปวงผ้ตู อ้ งรับผิดตามตวั๋ เงนิ มไิ ด้ยินยอมดว้ ยหมด
ทุกคนไซร้ ทา่ นวา่ ตว๋ั เงนิ น้นั กเ็ ปน็ อนั เสีย เวน้ แตย่ งั คงใชไ้ ดต้ อ่ ค่สู ญั ญาซงึ่ เปน็ ผทู้ ำการ
แก้ไขเปลยี่ นแปลงน้ัน หรือได้ยนิ ยอมด้วยกบั การแกไ้ ขเปล่ยี นแปลงนนั้ กบั ทง้ั ผู้สลักหลงั ใน
ภายหลัง
แตห่ ากตว๋ั เงนิ ใดไดม้ ีผแู้ ก้ไขเปลีย่ นแปลงในขอ้ สำคญั แตค่ วามเปลย่ี นแปลงนน้ั ไม่
ประจกั ษ์ และตวั๋ เงนิ นน้ั ตกอยใู่ นมือผทู้ รงโดยชอบดว้ ยกฎหมายไซร้ ท่านวา่ ผู้ทรงคนนน้ั จะ
เอาประโยชน์จากต๋ัวเงินนัน้ กไ็ ด้ เสมอื นดงั วา่ มไิ ดม้ กี ารแกไ้ ขเปล่ยี นแปลงเลย และจะบงั คับ
การใช้เงินตามเนื้อความแหง่ ต๋ัวนน้ั กไ็ ด้
กล่าวโดยเฉพาะ การแก้ไขเปลีย่ นแปลงเชน่ จะกล่าวต่อไปน้ี ทา่ นถอื วา่ เปน็ การแก้ไข
เปลย่ี นแปลงในขอ้ สำคญั คอื การแก้ไขเปล่ียนแปลงอย่างใด ๆ แกว่ นั ทล่ี ง จำนวนเงนิ อนั จะ
พงึ ใช้ เวลาใชเ้ งนิ สถานทใ่ี ชเ้ งิน กับทัง้ เมอ่ื ต๋ัวเงินเขารับรองไวท้ ว่ั ไปไมเ่ จาะจงสถานท่ใี ช้
เงิน ไปเตมิ ความระบสุ ถานทใ่ี ช้เงินเขา้ โดยทผี่ รู้ ับรองมไิ ดย้ ินยอมดว้ ย

มาตรา ๑๐๐๘ ภายในบังคบั แหง่ บทบัญญัตทิ ัง้ หลายในประมวลกฎหมายนี้ เมือ่ ใด
ลายมือชอ่ื ในตวั๋ เงินเปน็ ลายมอื ปลอมกด็ ี เป็นลายมือชื่อลงไว้โดยที่บคุ คลซง่ึ อา้ งเอาเปน็
เจา้ ของลายมอื ชอื่ นนั้ มิไดม้ อบอำนาจใหล้ งกด็ ี ท่านวา่ ลายมอื ชอ่ื ปลอมหรือลงปราศจาก
อำนาจเชน่ นน้ั เปน็ อนั ใชไ้ มไ่ ด้เลย ใครจะอา้ งองิ อาศยั แสวงสทิ ธอิ ยา่ งหนึ่งอย่างใดเพ่อื ยดึ

หน่วงตวั๋ เงินไวก้ ็ดี เพอื่ ทำใหต้ ัว๋ นัน้ หลุดพ้นก็ดี หรอื เพ่ือบังคบั การใช้เงนิ เอาแกค่ ู่สญั ญา
แห่งต๋ัวนน้ั คนใดคนหนึ่งกด็ ี ทา่ นว่าไมอ่ าจจะทำไดเ้ ปน็ อนั ขาด เวน้ แต่คูส่ ญั ญาฝา่ ยซึง่ จะ
พึงถูกยดึ หน่วงหรือถูกบงั คบั ใช้เงนิ นัน้ จะอยใู่ นฐานเปน็ ผตู้ ้องตดั บทมใิ ห้ยกข้อลายมอื ชือ่
ปลอม หรือขอ้ ลงลายมอื ชื่อปราศจากอำนาจนน้ั ขนึ้ เปน็ ขอ้ ต่อสู้
แตข่ อ้ ความใด ๆ อนั กล่าวมาในมาตราน้ี ทา่ นมใิ ห้กระทบกระทั่งถงึ การใหส้ ตั ยาบนั แก่
ลายมือชื่อซงึ่ ลงไวโ้ ดยปราศจากอำนาจแต่หากไมถ่ ึงแก่เป็นลายมอื ปลอม

มาตรา ๑๐๐๙ ถ้ามีผู้นำตว๋ั เงนิ ชนดิ จะพงึ ใชเ้ งนิ ตามเขาสงั่ เมอื่ ทวงถามมาเบกิ ต่อธนาคาร
ใด และธนาคารน้ันไดใ้ ชเ้ งนิ ใหไ้ ปตามทางคา้ ปกตโิ ดยสจุ รติ และปราศจากประมาทเลนิ เลอ่
ไซร้ ทา่ นวา่ ธนาคารไมม่ ีหนา้ ทจ่ี ะตอ้ งนำสบื วา่ การสลกั หลงั ของผู้รับเงนิ หรือการสลกั หลัง
ในภายหลังรายใด ๆ ได้ทำไปดว้ ยอาศัยรบั มอบอำนาจแตบ่ คุ คลซง่ึ อา้ งเอาเปน็ เจา้ ของคำ
สลักหลงั นั้น และถงึ แมว้ ่ารายการสลักหลงั นนั้ จะเปน็ สลักหลังปลอมหรอื ปราศจากอำนาจก็
ตาม ทา่ นให้ถือวา่ ธนาคารไดใ้ ชเ้ งินไปถกู ระเบยี บ

มาตรา ๑๐๑๐ เม่ือผทู้ รงตว๋ั เงินซ่งึ หายหรอื ถูกลักทราบเหตแุ ล้ว ในทนั ใดนน้ั ต้องบอก
กล่าวเป็นหนงั สอื ไปยงั ผอู้ อกตว๋ั เงนิ ผ้จู า่ ย ผู้สมอ้างยามประสงค์ ผู้รับรองเพอ่ื แก้หนา้ และ
ผู้รบั อาวัล ตามแต่มี เพือ่ ให้บอกปดั ไม่ใชเ้ งนิ ตามตั๋วเงินนน้ั

มาตรา ๑๐๑๑ ถ้าตั๋วเงนิ หายไปแตก่ อ่ นเวลาลว่ งเลยกำหนดใช้เงนิ ทา่ นว่าบคุ คลซึ่งไดเ้ ปน็
ผู้ทรงตั๋วเงนิ นน้ั จะรอ้ งขอไปยงั ผสู้ ง่ั จา่ ยให้ ๆ ตว๋ั เงนิ เปน็ เนอื้ ความเดยี วกนั แกต่ นใหม่อกี
ฉบับหนงึ่ กไ็ ด้ และในการน้ถี ้าเขาประสงค์ก็วางประกันใหไ้ ว้แกผ่ สู้ งั่ จา่ ย เพ่ือไว้ทดแทนที่
เขาหากจะต้องเสียหายแกผ่ หู้ น่งึ ผใู้ ดในกรณที ีต่ วั๋ เงนิ ซงึ่ วา่ หายน้นั จะกลับหาได้
อนงึ่ ผู้ส่ังจ่ายรบั คำขอรอ้ งดงั วา่ มาน้นั แล้ว หากบอกปดั ไม่ยอมใหต้ ั๋วเงนิ คู่ฉบบั เชน่ นน้ั
อาจจะถูกบงั คับให้ออกให้กไ็ ด้

ลกั ษณะ ๒๒
หุ้นสว่ นและบริษทั

หมวด ๑
บทเบ็ดเสร็จทัว่ ไป

มาตรา ๑๐๑๒ อันว่าสญั ญาจัดตง้ั ห้างหุ้นสว่ นหรือบริษัทนน้ั คอื สัญญาซงึ่ บคุ คลต้ังแต่สอง
คนขน้ึ ไปตกลงเขา้ กนั เพอื่ กระทำกจิ การร่วมกนั ด้วยประสงคจ์ ะแบ่งปนั กำไรอนั จะพึงได้แต่
กจิ การทท่ี ำนนั้

มาตรา ๑๐๑๓ อนั หา้ งหนุ้ สว่ นหรอื บรษิ ัทนนั้ ทา่ นกำหนดเปน็ สามประเภท คอื
(๑) หา้ งหุ้นสว่ นสามัญ
(๒) ห้างหุ้นสว่ นจำกัด
(๓) บริษัทจำกัด

มาตรา ๑๐๑๔ บรรดาสำนักงานสำหรับจดทะเบยี นห้างหุ้นสว่ นและบริษทั ทง้ั หลายนน้ั ให้
รฐั มนตร*ี เจา้ กระทรวงซง่ึ บญั ชาการจดทะเบยี นหา้ งห้นุ สว่ นและบรษิ ทั เปน็ ผอู้ อกกฎ
ข้อบงั คบั จัดตง้ั ขน้ึ

มาตรา ๑๐๑๕ หา้ งหุน้ สว่ นหรือบริษัทเม่ือไดจ้ ดทะเบยี นตามบัญญัติแห่งลักษณะน้ี
แลว้ ทา่ นจดั วา่ เปน็ นติ บิ คุ คลตา่ งหากจากผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นหรอื ผถู้ อื หนุ้ ทง้ั หลายซง่ึ รวมเขา้ กัน
เป็นหุน้ สว่ นหรอื บรษิ ทั น้นั

มาตรา ๑๐๑๖[๓๕] การจดทะเบียนหา้ งหนุ้ สว่ นหรอื บรษิ ัท การแกไ้ ขข้อความทไี่ ดจ้ ด
ทะเบียนไว้ในภายหลัง และการจดทะเบยี นอยา่ งอืน่ ตามท่ีลักษณะ ๒๒ หุ้นส่วนและบรษิ ัท
กำหนดใหจ้ ดทะเบียน ให้จดทะเบยี นต่อนายทะเบยี น ณ สำนักงานทะเบยี นหุน้ สว่ น
บริษัทตามทรี่ ัฐมนตรเี จา้ กระทรวงประกาศกำหนด

มาตรา ๑๐๑๗ ถา้ ขอ้ ความทจ่ี ะจดทะเบยี น หรอื ประกาศโฆษณาเกิดขน้ึ ในตา่ งประเทศ
ไซร้ ทา่ นใหน้ ับกำหนดเวลาสำหรบั การจดทะเบยี นหรอื ประกาศโฆษณาขอ้ ความนน้ั ตงั้ แต่
เวลาเมอื่ คำบอกกลา่ วการน้นั มาถงึ ตำบลทจี่ ดทะเบยี นหรือตำบลท่ีจะประกาศโฆษณานั้น
เป็นตน้ ไป

มาตรา ๑๐๑๘ ในการจดทะเบยี น ทา่ นให้เสยี ค่าธรรมเนยี มตามกฎขอ้ บังคับซง่ึ รัฐมนตรี*
เจ้ากระทรวงตงั้ ไว้

มาตรา ๑๐๑๙ ถา้ คำขอจดทะเบียนหรอื เอกสารซงึ่ ตอ้ งจดทะเบียนไม่มรี ายการบรบิ รู ณ์
ตามที่บงั คับไวใ้ นลกั ษณะนี้ วา่ ใหจ้ ดแจ้งก็ดี หรือถ้ารายการอนั ใดซึ่งจะแจ้งในคำขอหรอื
ในเอกสารนั้นขัดกบั กฎหมายกด็ ี หรือถา้ เอกสารใดซงึ่ กำหนดไว้วา่ ใหส้ ง่ ดว้ ยกนั กบั คำขอ
จดทะเบียนยงั ขาดอย่มู ไิ ดส้ ง่ ใหค้ รบก็ดี หรอื ถา้ ไมป่ ฏิบตั ติ ามเงอื่ นไขขอ้ อื่นซง่ึ กฎหมาย
บงั คับไวก้ ็ดี นายทะเบยี นจะไมย่ อมรับจดทะเบยี นกไ็ ด้ จนกวา่ คำขอจดทะเบยี นหรือเอกสาร
นัน้ จะได้ทำใหบ้ ริบรู ณห์ รือแก้ไขให้ถูกตอ้ ง หรอื ได้สง่ เอกสารซ่งึ กำหนดไวน้ นั้ ครบทกุ สง่ิ
อนั หรือไดป้ ฏบิ ตั ิตามเงอื่ นไขขอ้ นนั้ แล้ว

มาตรา ๑๐๒๐[๓๖] บุคคลทกุ คนเม่ือไดเ้ สยี คา่ ธรรมเนยี มตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
แล้ว ชอบทจ่ี ะตรวจเอกสารซึ่งนายทะเบียนเกบ็ รกั ษาไว้ได้ หรอื จะขอใหค้ ัดสำเนาหรอื
เน้อื ความในเอกสารฉบบั ใด ๆ พรอ้ มด้วยคำรบั รองวา่ ถกู ตอ้ งมอบใหก้ ไ็ ด้
ผูม้ ีส่วนได้เสยี ของหา้ งหนุ้ ส่วนหรอื บริษัทใด ๆ เมอ่ื ได้เสยี คา่ ธรรมเนียมตามที่กำหนดใน
กฎกระทรวงแลว้ ชอบทจ่ี ะขอใหน้ ายทะเบยี นทำใบสำคญั แสดงการจดทะเบียนหา้ งห้นุ สว่ น
หรือบริษทั นนั้ ใหก้ ไ็ ด้

มาตรา ๑๐๒๐/๑[๓๗] ใหร้ ัฐมนตรเี จ้ากระทรวงมอี ำนาจออกกฎกระทรวงลดหรอื ยกเว้น
ค่าธรรมเนยี มทอี่ อกตามมาตรา ๑๐๑๘ และมาตรา ๑๐๒๐

มาตรา ๑๐๒๑ นายทะเบยี นทุกคนจะต้องแตง่ ย่อรายการซ่ึงไดล้ งทะเบยี นสง่ ไปลงพิมพ์
โฆษณาในหนงั สอื ราชกิจจานเุ บกษาเปน็ คราว ๆ ตามแบบซึง่ รฐั มนตร*ี เจา้ กระทรวงจะได้
กำหนดให้

มาตรา ๑๐๒๒ เมื่อไดพ้ มิ พโ์ ฆษณาดงั นน้ั แลว้ ทา่ นใหถ้ อื วา่ บรรดาเอกสารและข้อความซง่ึ
ลงทะเบียนอนั ไดก้ ลา่ วถงึ ในยอ่ รายการนน้ั เป็นอันรแู้ ก่บคุ คลท้งั ปวงไม่เลือกว่าเปน็
ผเู้ กย่ี วขอ้ งดว้ ยห้างหุน้ สว่ นหรอื ดว้ ยบริษัทนน้ั หรอื ท่ีไม่เก่ยี วข้อง

มาตรา ๑๐๒๓[๓๘] ผู้เปน็ หุ้นสว่ นก็ดี หา้ งหุ้นสว่ นก็ดี หรอื บริษทั ก็ดี จะถอื เอาประโยชนแ์ ก่
บุคคลภายนอกเพราะเหตทุ ี่มีสญั ญาหรอื เอกสาร หรือขอ้ ความอนั บงั คบั ให้จดทะเบียนตาม
ลักษณะนีย้ งั ไมไ่ ด้ จนกว่าจะไดจ้ ดทะเบียนแลว้ แตฝ่ ่ายบคุ คลภายนอกจะถอื เอาประโยชน์
เชน่ วา่ น้นั ได้

แตถ่ ึงกระนนั้ กด็ ี ผ้เู ป็นหุ้นสว่ น ผ้ถู ือหนุ้ ห้างหุ้นส่วน หรอื บริษทั ซง่ึ ไดร้ บั ชำระหนี้กอ่ นจด
ทะเบยี นนน้ั ย่อมไม่จำตอ้ งคนื

มาตรา ๑๐๒๓/๑[๓๙] หา้ งหนุ้ สว่ นหรอื บรษิ ทั จะยกมาตรา ๑๐๒๓ ขนึ้ ตอ่ สู้บคุ คลภายนอกผู้
สุจริตเพอ่ื ไม่ใหต้ ้องรับผิดโดยอา้ งวา่ ผู้เปน็ ห้นุ สว่ น ห้างหนุ้ สว่ น บรษิ ทั หรอื กรรมการไมม่ ี
อำนาจกระทำการมิได้

มาตรา ๑๐๒๔ ในระหวา่ งผู้เปน็ หุ้นสว่ นดว้ ยกนั กด็ ี หรือในระหวา่ งผถู้ อื หุ้นด้วยกนั กด็ ี ใน
ระหวา่ งผเู้ ป็นหนุ้ สว่ นกับห้างห้นุ สว่ นก็ดี ในระหวา่ งผถู้ ือหนุ้ กับบรษิ ทั กด็ ี ท่านให้
สันนษิ ฐานไวก้ อ่ นวา่ บรรดาสมดุ บัญชีเอกสารของห้างหุ้นสว่ นหรอื บรษิ ทั หรอื ของผชู้ ำระ
บัญชีหา้ งหุ้นสว่ นหรือบริษทั ใด ๆ นนั้ ยอ่ มเปน็ พยานหลักฐานอันถกู ตอ้ งตามขอ้ ความที่
ไดบ้ ันทึกไวใ้ นนน้ั ทกุ ประการ

หมวด ๒
หา้ งหนุ้ สว่ นสามญั

สว่ นท่ี ๑
บทวเิ คราะห์

มาตรา ๑๐๒๕ อนั วา่ หา้ งหนุ้ ส่วนสามัญนน้ั คอื หา้ งหนุ้ สว่ นประเภทซง่ึ ผูเ้ ป็นหนุ้ ส่วนหมด
ทกุ คนตอ้ งรบั ผิดรว่ มกันเพ่อื หนท้ี งั้ ปวงของหุ้นสว่ นโดยไมม่ จี ำกัด

สว่ นท่ี ๒
ความเกย่ี วพันระหวา่ งผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นดว้ ยกนั เอง

มาตรา ๑๐๒๖ ผเู้ ปน็ หนุ้ ส่วนทกุ คนตอ้ งมีส่งิ หนึง่ สงิ่ ใดมาลงหุ้นดว้ ยในหา้ งห้นุ สว่ น
สิ่งทน่ี ำมาลงดว้ ยนนั้ จะเปน็ เงินหรอื ทรพั ยส์ นิ สงิ่ อ่ืน หรอื ลงแรงงานกไ็ ด้

มาตรา ๑๐๒๗ ในเม่ือมกี รณเี ป็นข้อสงสยั ทา่ นให้สันนิษฐานไวก้ อ่ นวา่ สง่ิ ซงึ่ นำมาลงหนุ้
ดว้ ยกนั นนั้ มคี า่ เท่ากนั

มาตรา ๑๐๒๘ ถ้าผู้เปน็ หนุ้ สว่ นคนใดไดล้ งแตแ่ รงงานของตนเขา้ เปน็ หนุ้ และในสญั ญา
เข้าหุ้นสว่ นมไิ ด้ตีราคาคา่ แรงไว้ ทา่ นให้คำนวณสว่ นกำไรของผ้ทู ีเ่ ปน็ หนุ้ สว่ นดว้ ยลง
แรงงานเชน่ นนั้ เสมอดว้ ยสว่ นถัวเฉลยี่ ของผู้เปน็ หุน้ ส่วนซง่ึ ได้ลงเงนิ หรือลงทรพั ย์สนิ เขา้ หุ้น
ในการนัน้

มาตรา ๑๐๒๙ ถา้ ผเู้ ปน็ หุ้นสว่ นคนหน่งึ เอาทรพั ย์สนิ มาใหใ้ ชเ้ ปน็ การลงหุ้นด้วยไซร้
ความเกย่ี วพันระหวา่ งผเู้ ป็นหุ้นสว่ นคนน้ันกับหา้ งหนุ้ สว่ นในเรือ่ งสง่ มอบและซอ่ มแซมก็ดี
ความรับผดิ เพอ่ื ชำรดุ บกพรอ่ งกด็ ี ความรับผิดเพอ่ื การรอนสทิ ธิกด็ ี ขอ้ ยกเว้นความรบั ผดิ กด็ ี
ท่านให้บงั คบั ตามบทบญั ญตั แิ หง่ ประมวลกฎหมายนี้ ว่าดว้ ยเชา่ ทรพั ย์

มาตรา ๑๐๓๐ ถ้าผ้เู ปน็ หุ้นส่วนคนหน่งึ ใหก้ รรมสิทธ์ใิ นทรพั ย์สินอันใดอันหนึ่งเปน็ การลง
ห้นุ ด้วยไซร้ ความเก่ยี วพนั ระหว่างผูเ้ ปน็ หนุ้ สว่ นคนนนั้ กบั หา้ งหุ้นสว่ นในเรื่องส่งมอบและ

ซ่อมแซมก็ดี ความรับผดิ เพือ่ ชำรดุ บกพรอ่ งก็ดี ความรับผิดเพ่ือการรอนสทิ ธกิ ด็ ี ขอ้ ยกเว้น
ความรบั ผิดก็ดี ทา่ นใหบ้ งั คบั ตามบทบญั ญตั แิ ห่งประมวลกฎหมายน้ี วา่ ดว้ ยซอ้ื ขาย

มาตรา ๑๐๓๑ ถ้าผู้เปน็ หนุ้ ส่วนคนใดละเลยไม่ส่งมอบสว่ นลงห้นุ ของตนเสยี เลย ทา่ นวา่
ตอ้ งส่งคำบอกกลา่ วเปน็ จดหมายจดทะเบียนไปรษณยี ไ์ ปยงั ผเู้ ปน็ หุน้ สว่ นคนน้ัน ให้สง่ มอบ
ส่วนลงหนุ้ ของตนมาภายในเวลาอนั สมควร มิฉะนน้ั ผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นคนอน่ื ๆ จะลงเนือ้ เห็น
พรอ้ มกนั หรือโดยเสียงขา้ งมากดว้ ยกันสุดแตข่ อ้ สญั ญา ให้เอาผ้เู ป็นหุ้นสว่ นคนนนั้ ออก
เสยี ได้

มาตรา ๑๐๓๒ หา้ มมใิ ห้เปล่ยี นแปลงขอ้ สญั ญาเดิมแห่งหา้ งหนุ้ สว่ นหรือประเภทแห่ง
กจิ การ นอกจากด้วยความยนิ ยอมของผู้เปน็ หุน้ ส่วนหมดด้วยกนั ทุกคน เว้นแตจ่ ะมขี อ้ ตกลง
กนั ไว้เปน็ อยา่ งอนื่

มาตรา ๑๐๓๓ ถา้ ผเู้ ปน็ ห้นุ สว่ นมไิ ด้ตกลงกนั ไว้ในกระบวนจดั การห้างหุน้ สว่ นไซร้ ทา่ นวา่
ผูเ้ ป็นหุ้นสว่ นยอ่ มจัดการหา้ งหนุ้ สว่ นนนั้ ได้ทกุ คน แตผ่ ู้เป็นหนุ้ สว่ นคนหนง่ึ คนใดจะเขา้ ทำ
สญั ญาอนั ใดซงึ่ ผเู้ ปน็ หุ้นสว่ นอกี คนหนง่ึ ทกั ท้วงนน้ั ไมไ่ ด้
ในกรณีเช่นนี้ ทา่ นใหถ้ อื ว่าผูเ้ ป็นหนุ้ สว่ นย่อมเปน็ หนุ้ สว่ นผจู้ ัดการทุกคน

มาตรา ๑๐๓๔ ถ้าได้ตกลงกนั ไวว้ า่ การงานของห้างหุ้นสว่ นนน้ั จกั ใหเ้ ป็นไปตามเสยี งขา้ ง
มากแห่งผู้เป็นหนุ้ ส่วนไซร้ ทา่ นใหผ้ ้เู ปน็ หนุ้ สว่ นคนหนง่ึ มเี สยี งเปน็ คะแนนหนง่ึ โดยไม่
ต้องคำนงึ ถงึ จำนวนที่ลงหุ้นด้วยมากหรือนอ้ ย

มาตรา ๑๐๓๕ ถา้ ได้ตกลงกนั ไวว้ ่าจะใหผ้ ู้เป็นหนุ้ สว่ นหลายคนจัดการห้างหุ้นส่วนไซร้
ห้นุ ส่วนผจู้ ดั การแตล่ ะคนจะจดั การห้างหุ้นสว่ นน้ันก็ได้ แต่หุ้นสว่ นผจู้ ดั การคนหน่งึ คนใดจะ
ทำการอนั ใดซงึ่ หุน้ สว่ นผจู้ ัดการอกี คนหน่ึงทักทว้ งนน้ั ไมไ่ ด้

มาตรา ๑๐๓๖ อันหนุ้ ส่วนผ้จู ัดการนน้ั จะเอาออกจากตำแหนง่ ไดต้ อ่ เมอ่ื ผเู้ ปน็ หนุ้ ส่วน
ท้งั หลายอื่นยนิ ยอมพร้อมกนั เว้นแต่จะไดต้ กลงกนั ไว้เปน็ อยา่ งอนื่

มาตรา ๑๐๓๗ ถึงแม้วา่ ผู้เป็นหนุ้ ส่วนทง้ั หลายไดต้ กลงใหผ้ เู้ ปน็ หุน้ สว่ นคนเดยี วหรอื หลาย
คนเปน็ ผู้จัดการห้างหนุ้ สว่ นก็ดี ผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นทุกคนนอกจากผจู้ ัดการย่อมมสี ิทธทิ ่ีจะไต่ถาม
ถงึ การงานของหา้ งหุ้นสว่ นทจี่ ัดอยนู่ น้ั ไดท้ กุ เมื่อ และมสี ทิ ธิท่จี ะตรวจและคดั สำเนาสมดุ บญั ชี
และเอกสารใด ๆ ของหนุ้ สว่ นไดด้ ้วย

มาตรา ๑๐๓๘ หา้ มมิใหผ้ ้เู ป็นหุ้นสว่ นประกอบกิจการอย่างหนง่ึ อยา่ งใดซงึ่ มีสภาพดุจ
เดยี วกัน และเป็นการแข่งขนั กับกจิ การของหา้ งหุ้นส่วนนน้ั ไมว่ ่าทำเพอ่ื ประโยชนต์ นหรอื
ประโยชน์ผอู้ ืน่ โดยมไิ ดร้ บั ความยนิ ยอมของผูเ้ ปน็ หุ้นส่วนคนอืน่ ๆ
ถา้ ผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นคนใดทำการฝา่ ฝนื ตอ่ บทบญั ญัตมิ าตรานไ้ี ซร้ ผูเ้ ปน็ หุน้ สว่ นคนอนื่ ๆ
ชอบทจ่ี ะเรียกเอาผลกำไรซ่งึ ผนู้ ั้นหาไดท้ งั้ หมด หรอื เรยี กเอาคา่ สนิ ไหมทดแทนเพื่อการที่
ห้างหุ้นสว่ นได้รบั ความเสยี หายเพราะเหตุนน้ั แต่ทา่ นห้ามมใิ ห้ฟอ้ งเรยี กเมือ่ พน้ เวลาปหี น่งึ
นับแตว่ ันทำการฝ่าฝนื

มาตรา ๑๐๓๙ ผู้เป็นหนุ้ ส่วนจำต้องจดั การงานของหา้ งหนุ้ สว่ นด้วยความระมดั ระวังให้มาก
เสมือนกับจัดการงานของตนเองฉะนนั้

มาตรา ๑๐๔๐ หา้ มมใิ หช้ กั นำเอาบคุ คลผู้อ่ืนเข้ามาเป็นหนุ้ ส่วนในห้างหนุ้ สว่ นโดยมิได้รับ
ความยนิ ยอมของผเู้ ปน็ หุน้ สว่ นหมดดว้ ยกันทุกคน เวน้ แตจ่ ะไดต้ กลงกนั ไว้เป็นอย่างอน่ื

มาตรา ๑๐๔๑ ถา้ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนใดคนหนงึ่ โอนสว่ นกำไรของตนในหา้ งหุน้ ส่วนทงั้ หมด
ก็ดี หรือแต่บางสว่ นกด็ ี ให้แก่บคุ คลภายนอกโดยมไิ ด้รับความยนิ ยอมของผเู้ ป็นหนุ้ ส่วน
ท้งั หลายอ่ืนไซร้ ทา่ นวา่ บุคคลภายนอกนน้ั จะกลายเป็นเขา้ ห้นุ สว่ นดว้ ยกห็ ามิได้

มาตรา ๑๐๔๒ ความเกย่ี วพนั ระหวา่ งหนุ้ สว่ นผจู้ ัดการกบั ผู้เป็นหนุ้ ส่วนท้งั หลายอื่น
น้ัน ทา่ นให้บังคบั ดว้ ยบทบัญญตั แิ ห่งประมวลกฎหมายนวี้ า่ ด้วยตวั แทน

มาตรา ๑๐๔๓ ถ้าผ้เู ปน็ ห้นุ สว่ นอนั มไิ ด้เปน็ ผจู้ ัดการเออื้ มเขา้ มาจดั การงานของหา้ งหนุ้ สว่ น
ก็ดี หรอื ผเู้ ปน็ หุ้นสว่ นซงึ่ เป็นผจู้ ัดการกระทำลว่ งขอบอำนาจของตนก็ดี ทา่ นให้บงั คับดว้ ย
บทบญั ญตั ิแห่งประมวลกฎหมายนี้ วา่ ด้วยจดั การงานนอกสงั่

มาตรา ๑๐๔๔ อันสว่ นกำไรก็ดี สว่ นขาดทุนกด็ ี ของผ้เู ป็นหนุ้ ส่วนทุก ๆ คนนนั้ ยอ่ ม
เป็นไปตามสว่ นทีล่ งหนุ้

มาตรา ๑๐๔๕ ถ้าหนุ้ ส่วนของผู้ใดได้กำหนดไว้แต่เพยี งข้างฝา่ ยกำไรวา่ จะแบง่ เอาเทา่ ไร
หรอื กำหนดแต่เพียงขา้ งขาดทุนวา่ จะยอมขาดเทา่ ไรฉะนไ้ี ซร้ ท่านให้สนั นิษฐานไว้กอ่ นว่า
หุน้ สว่ นของผนู้ ัน้ มีสว่ นกำไรและสว่ นขาดทนุ เปน็ อยา่ งเดยี วกัน

มาตรา ๑๐๔๖ ผู้เป็นหุ้นสว่ นไมว่ า่ คนหน่ึงคนใดหามีสทิ ธิจะไดร้ บั บำเหน็จเพ่ือที่ไดจ้ ัดการ
งานของห้างหนุ้ สว่ นนน้ั ไม่ เวน้ แต่จะไดม้ คี วามตกลงกันไวเ้ ปน็ อยา่ งอน่ื

มาตรา ๑๐๔๗ ถ้าช่อื ของผูเ้ ปน็ หนุ้ สว่ นซ่ึงออกจากห้นุ สว่ นไปแล้วยังคงใช้เรียกขานตดิ เป็น
ช่ือหา้ งหนุ้ สว่ นอยู่ ทา่ นวา่ ผูเ้ ปน็ หุ้นสว่ นนน้ั ชอบทจ่ี ะเรยี กให้งดใชช้ อื่ ของตนเสยี ได้

มาตรา ๑๐๔๘ ผู้เป็นหนุ้ ส่วนคนหนงึ่ จะเรียกเอาส่วนของตนจากห้นุ สว่ นอน่ื ๆ แม้ใน
กจิ การคา้ ขายอนั ใดซงึ่ ไมป่ รากฏชอื่ ของตนกไ็ ด้

ส่วนที่ ๓
ความเกยี่ วพันระหวา่ งผ้เู ปน็ ห้นุ สว่ นกับบคุ คลภายนอก

มาตรา ๑๐๔๙ ผเู้ ป็นหุน้ สว่ นจะถือเอาสิทธใิ ด ๆ แกบ่ คุ คลภายนอกในกจิ การคา้ ขายซงึ่ ไม่
ปรากฏชอ่ื ของตนนน้ั หาไดไ้ ม่

มาตรา ๑๐๕๐ การใด ๆ อนั ผู้เปน็ หนุ้ สว่ นคนใดคนหนึ่งไดจ้ ัดทำไปในทางท่ีเปน็ ธรรมดา
การคา้ ขายของหา้ งหนุ้ สว่ นน้ัน ทา่ นวา่ ผูเ้ ปน็ หนุ้ ส่วนหมดทกุ คนย่อมมคี วามผูกพันในการ
นัน้ ๆ ดว้ ย และจะตอ้ งรบั ผิดร่วมกันโดยไมจ่ ำกดั จำนวนในการชำระหนี้ อันได้กอ่ ใหเ้ กิดขน้ึ
เพราะจัดการไปเชน่ นนั้

มาตรา ๑๐๕๑ ผเู้ ป็นหนุ้ สว่ นซงึ่ ออกจากหุ้นสว่ นไปแล้วยงั คงต้องรบั ผิดในหนซี้ ่งึ หา้ ง
หุ้นส่วนได้กอ่ ให้เกดิ ขนึ้ กอ่ นทต่ี นไดอ้ อกจากหุ้นสว่ นไป

มาตรา ๑๐๕๒ บคุ คลผู้เข้าเป็นหนุ้ ส่วนในหา้ งหุน้ สว่ นยอ่ มตอ้ งรบั ผิดในหน้ีใด ๆ ซึ่งหา้ ง
หนุ้ สว่ นไดก้ อ่ ให้เกดิ ขน้ึ กอ่ นทตี่ นเขา้ มาเปน็ หุน้ สว่ นดว้ ย

มาตรา ๑๐๕๓ หา้ งหนุ้ ส่วนซง่ึ มไิ ด้จดทะเบียนนั้น ถงึ แมจ้ ะมขี ้อจำกัดอำนาจของหนุ้ สว่ นคน
หน่ึงในการท่ีจะผูกพนั ผูเ้ ป็นหนุ้ สว่ นคนอืน่ ๆ ทา่ นวา่ ข้อจำกดั เชน่ นนั้ กห็ ามีผลถงึ
บคุ คลภายนอกไม่

มาตรา ๑๐๕๔ บคุ คลใดแสดงตนวา่ เปน็ หนุ้ สว่ นด้วยวาจาก็ดี ดว้ ยลายลกั ษณ์อกั ษรกด็ ี
ดว้ ยกริ ิยาก็ดี ดว้ ยยินยอมให้เขาใชช้ ือ่ ตนเปน็ ชอื่ ห้างหนุ้ สว่ นกด็ ี หรอื รู้แลว้ ไมค่ ัดคา้ นปล่อย
ให้เขาแสดงวา่ ตนเป็นหุน้ ส่วนกด็ ี ทา่ นวา่ บคุ คลนน้ั ยอ่ มต้องรับผิดตอ่ บุคคลภายนอกใน
บรรดาหนข้ี องห้างหนุ้ สว่ นเสมือนเป็นหนุ้ ส่วน
ถ้าผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นคนหนงึ่ คนใดตายไปแลว้ และหา้ งหนุ้ สว่ นน้นั ยังคงคา้ ตอ่ ไปในชอื่ เดิมของ
ห้าง ทา่ นว่าเหตเุ พียงทคี่ งใชช้ ือ่ เดิมนั้นกด็ ี หรอื ใชช้ อื่ ของหนุ้ สว่ นผูต้ ายควบอยดู่ ้วยกด็ ี หา
ทำใหค้ วามรับผดิ มีแกก่ องทรัพย์มรดกของผตู้ ายเพอื่ หนใ้ี ด ๆ อันหา้ งห้นุ สว่ นได้กอ่ ใหเ้ กดิ
ขึน้ ภายหลงั มรณะน้ันไม่

สว่ นที่ ๔
การเลิกและชำระบัญชหี า้ งหนุ้ สว่ นสามัญ

มาตรา ๑๐๕๕ หา้ งหนุ้ ส่วนสามัญย่อมเลกิ กนั ดว้ ยเหตุดงั กลา่ วตอ่ ไปนี้
(๑) ถ้าในสญั ญาทำไวม้ ีกำหนดกรณอี นั ใดเปน็ เหตทุ ีจ่ ะเลิกกนั เม่อื มกี รณนี ัน้

(๒) ถ้าสัญญาทำไว้เฉพาะกำหนดกาลใด เมือ่ ส้ินกำหนดกาลนั้น
(๓) ถา้ สัญญาทำไว้เฉพาะเพ่อื ทำกิจการอยา่ งหนงึ่ อยา่ งใดแต่อยา่ งเดยี ว เมือ่ เสร็จการนนั้
(๔) เมอ่ื ผเู้ ป็นหนุ้ สว่ นคนใดคนหนง่ึ ใหค้ ำบอกกล่าวแกผ่ ้เู ปน็ หนุ้ ส่วนคนอนื่ ๆ ตาม
กำหนดดงั บญั ญตั ิไวใ้ นมาตรา ๑๐๕๖
(๕) เมื่อผู้เป็นหนุ้ สว่ นคนใดคนหนง่ึ ตาย หรือล้มละลาย หรอื ตกเปน็ ผไู้ ร้ความสามารถ

มาตรา ๑๐๕๖ ถ้าหา้ งหนุ้ สว่ นไดต้ ั้งข้ึนไม่มกี ำหนดกาลอยา่ งหนง่ึ อยา่ งใดเป็นยตุ ิ ทา่ นว่าจะ
เลกิ ไดต้ อ่ เมือ่ ผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นคนใดคนหนงึ่ บอกเลิกเม่อื สิ้นรอบปีในทางบัญชีเงนิ ของหา้ ง
ห้นุ ส่วนนนั้ และผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นนน้ั ตอ้ งบอกกลา่ วความจำนงจะเลกิ ล่วงหน้าไมน่ ้อยกวา่ หก
เดอื น

มาตรา ๑๐๕๗ ถา้ ผเู้ ปน็ หุ้นสว่ นคนใดรอ้ งขอเมอ่ื มีกรณอี ยา่ งใดอยา่ งหนึง่ ดงั จะกล่าว
ตอ่ ไปนี้ ศาลอาจสง่ั ใหห้ ้างห้นุ สว่ นสามัญเลกิ กนั เสียกไ็ ด้ คอื
(๑) เม่ือผู้เปน็ หนุ้ สว่ นคนใดคนหน่งึ นอกจากผรู้ อ้ งฟ้องนน้ั ล่วงละเมิดบทบังคบั ใด ๆ อนั
เป็นข้อสาระสำคัญซงึ่ สญั ญาหนุ้ สว่ นกำหนดไวแ้ ก่ตน โดยจงใจหรือเลนิ เลอ่ อยา่ งรา้ ยแรง
(๒) เม่อื กิจการของห้างหุ้นสว่ นนน้ั จะทำไปกม็ แี ต่ขาดทนุ อย่างเดยี ว และไมม่ หี วังจะกลบั ฟน้ื
ตวั ได้อีก
(๓) เมอ่ื มเี หตอุ ่นื ใด ๆ ทำให้หา้ งหนุ้ สว่ นนน้ั เหลอื วิสยั ทีจ่ ะดำรงคงอยตู่ อ่ ไปได้

มาตรา ๑๐๕๘ เม่ือเหตอุ นั ใดอนั หนึง่ เกดิ ขน้ึ เก่ยี วด้วยผู้เป็นหนุ้ ส่วนคนหนง่ึ ซ่ึงตามความ
ในมาตรา ๑๐๕๗ หรอื มาตรา ๑๐๖๗ เปน็ เหตุให้ผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นทง้ั หลายนอกนนั้ มีสิทธิจะ

เรยี กให้เลิกห้างห้นุ สว่ นได้ไซร้ ในเม่อื ผู้เปน็ หุ้นส่วนเหลา่ นนั้ ยน่ื คำรอ้ ง ท่านวา่ ศาลจะสง่ั
ให้กำจัดหุ้นสว่ นผตู้ ้นเหตคุ นนนั้ ออกเสียจากหา้ งหนุ้ สว่ นแทนสงั่ ใหเ้ ลกิ ห้างหนุ้ สว่ นกไ็ ด้
ในการแบง่ ทรพั ยส์ ินระหว่างห้างหนุ้ สว่ นกับผ้เู ปน็ หุ้นสว่ นซงึ่ ถูกกำจัดน้นั ทา่ นใหต้ ีราคา
ทรัพย์สินของหา้ งหุน้ สว่ นตามราคาทเ่ี ปน็ อยใู่ นเวลาแรกยืน่ คำร้องขอใหก้ ำจดั

มาตรา ๑๐๕๙ ถ้าเมอื่ สิน้ กำหนดกาลซงึ่ ไดต้ กลงกนั ไว้ และผู้เปน็ หนุ้ สว่ นทงั้ หลายหรือผู้
เปน็ หนุ้ สว่ นซง่ึ เคยได้จดั การอยูใ่ นระหว่างกำหนดนน้ั ยงั คงดำเนนิ การค้าของหา้ งหนุ้ ส่วนอยู่
ต่อไปโดยมไิ ดช้ ำระบญั ชีหรอื ชำระเงินกนั ใหเ้ สรจ็ ไปไซร้ ทา่ นให้ถอื วา่ ผู้เป็นหนุ้ สว่ นทงั้ ปวง
ไดต้ กลงคงทำการเปน็ หนุ้ สว่ นกันสืบไปโดยไม่มกี ำหนดกาล

มาตรา ๑๐๖๐ ในกรณีอยา่ งใดอยา่ งหนึ่งซึ่งกลา่ วไว้ในมาตรา ๑๐๕๕ อนมุ าตรา ๔ หรือ
อนมุ าตรา ๕ นน้ั ถา้ ผูเ้ ปน็ หนุ้ สว่ นที่ยังอยู่รับซอ้ื หุ้นของผู้ทีอ่ อกจากหุ้นสว่ นไปไซร้ ท่านวา่
สัญญาหนุ้ ส่วนนนั้ ก็ยงั คงใชไ้ ด้ตอ่ ไปในระหวา่ งผู้เป็นหนุ้ สว่ นทยี่ ังอยดู่ ว้ ยกัน

มาตรา ๑๐๖๑ เมื่อหา้ งหุ้นส่วนเลิกกันแลว้ กใ็ หจ้ ัดการชำระบญั ชเี วน้ แตจ่ ะได้ตกลงกันให้
จัดการทรัพย์สนิ โดยวธิ อี น่ื ในระหวา่ งผู้เปน็ หุ้นสว่ นดว้ ยกนั หรือว่าหา้ งหุ้นส่วนนน้ั ศาลได้
พิพากษาให้ลม้ ละลาย
ถา้ การเลิกห้างห้นุ สว่ นนนั้ ไดเ้ ป็นไปโดยที่เจ้าหนเ้ี ฉพาะตัวของผู้เปน็ ห้นุ ส่วนคนใดคนหน่ึง
ได้ใหค้ ำบอกกล่าวกด็ ี หรือโดยทีผ่ ู้เปน็ หนุ้ สว่ นคนใดคนหนงึ่ ลม้ ละลายกด็ ี ท่านวา่ จะงดการ
ชำระบญั ชเี สยี ไดต้ ่อเมอื่ เจ้าหนีค้ นนัน้ หรือเจา้ พนกั งานรักษาทรัพย์ยนิ ยอมดว้ ย
การชำระบัญชนี ั้น ให้ผเู้ ป็นหนุ้ สว่ นทง้ั หมดดว้ ยกันจัดทำ หรือให้บคุ คลอื่นซงึ่ ผู้เปน็ หนุ้ ส่วน
ไดต้ งั้ แตง่ ขนึ้ นน้ั เปน็ ผ้จู ดั ทำ
การแตง่ ตั้งผชู้ ำระบญั ชี ให้วนิ จิ ฉัยช้ขี าดโดยคะแนนเสยี งข้างมากของผเู้ ป็นหนุ้ ส่วน

มาตรา ๑๐๖๒ การชำระบญั ชี ใหท้ ำโดยลำดบั ดงั นี้ คือ
(๑) ใหช้ ำระหนท้ี งั้ หลายซึ่งค้างชำระแกบ่ คุ คลภายนอก
(๒) ใหช้ ดใช้เงนิ ทดรองและคา่ ใช้จา่ ยซ่ึงผูเ้ ปน็ หุ้นส่วนไดอ้ อกของตนไปเพ่ือจดั การคา้ ของ
ห้าง
(๓) ให้คนื ทนุ ทรพั ยซ์ ง่ึ ผูเ้ ปน็ หนุ้ สว่ นแต่ละคนไดล้ งเปน็ หนุ้
ถา้ ยังมีทรัพยเ์ หลอื อยอู่ กี เท่าไร ก็ให้เฉลยี่ แจกเป็นกำไรในระหวา่ งผเู้ ปน็ หุ้นส่วน

มาตรา ๑๐๖๓ ถา้ เม่อื ได้ชำระหนซ้ี ง่ึ ค้างชำระแก่บคุ คลภายนอกและชดใชเ้ งนิ ทดรองและ
คา่ ใชจ้ า่ ยแลว้ สนิ ทรพั ยท์ ย่ี งั อยไู่ ม่พอจะคนื แกผ่ ้เู ป็นหุน้ สว่ นใหค้ รบจำนวนท่ลี งหนุ้ ไซร้
สว่ นทข่ี าดน้ีคอื ขาดทนุ ซง่ึ ต้องคิดเฉลย่ี ช่วยกนั ขาด

สว่ นท่ี ๕
การจดทะเบยี นหา้ งหนุ้ ส่วนสามญั

มาตรา ๑๐๖๔ อนั ห้างหุ้นสว่ นสามัญนั้น จะจดทะเบยี นกไ็ ด้
การลงทะเบยี นนน้ั ท่านบังคับให้มีรายการดงั น้ี คือ
(๑) ชือ่ ห้างหนุ้ สว่ น
(๒) วตั ถุทีป่ ระสงค์ของหา้ งหุ้นสว่ น
(๓) ทตี่ ้ังสำนกั งานแหง่ ใหญแ่ ละสาขาทงั้ ปวง

(๔) ชอื่ และทีส่ ำนักกับทัง้ อาชีวะของผเู้ ปน็ หนุ้ ส่วนทกุ ๆ คน ถา้ ผ้เู ปน็ ห้นุ สว่ นคนใดมชี ือ่
ย่ีห้อ กใ็ ห้ลงทะเบียนทง้ั ชอื่ และยหี่ อ้ ด้วย
(๕) ชือ่ หนุ้ สว่ นผู้จัดการ ในเมอื่ ได้ตง้ั แตง่ ใหเ้ ปน็ ผ้จู ัดการแตเ่ พียงบางคน
(๖) ถา้ มีขอ้ จำกัดอำนาจของหนุ้ ส่วนผูจ้ ัดการประการใดใหล้ งไวด้ ว้ ย
(๗) ตราซ่งึ ใช้เปน็ สำคญั ของห้างหุ้นสว่ น
ข้อความซึง่ ลงทะเบยี นนนั้ จะลงรายการอื่น ๆ อกี อันคสู่ ัญญาเห็นสมควรจะใหป้ ระชาชน
ทราบด้วยกไ็ ด้
การลงทะเบียนนนั้ ตอ้ งลงลายมอื ชื่อของผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นทกุ คน และตอ้ งประทับตราของหา้ ง
หนุ้ ส่วนนน้ั ดว้ ย
ให้พนกั งานทะเบยี นทำใบสำคญั แสดงการจดทะเบยี นสง่ มอบใหแ้ กห่ า้ งหนุ้ สว่ นนน้ั ฉบับ
หนึ่ง

มาตรา ๑๐๖๔/๑[๔๐] หนุ้ สว่ นผจู้ ัดการคนใดในห้างหนุ้ สว่ นจดทะเบียนจะลาออกจาก
ตำแหนง่ ให้ยนื่ ใบลาออกตอ่ หนุ้ สว่ นผู้จัดการอืน่ คนหนง่ึ คนใด การลาออกมผี ลนับแต่
วนั ทใ่ี บลาออกไปถงึ หนุ้ ส่วนผจู้ ัดการอ่ืนนนั้
ในกรณที ่ีหา้ งหนุ้ สว่ นจดทะเบียนมีหุ้นสว่ นผจู้ ดั การคนเดียว ใหห้ นุ้ สว่ นผจู้ ัดการทจ่ี ะ
ลาออกจากตำแหนง่ แจง้ เปน็ หนังสอื ใหผ้ เู้ ปน็ หนุ้ ส่วนคนหนงึ่ คนใดทราบเพื่อนดั ประชมุ และ
พิจารณาตง้ั ผู้จัดการคนใหม่ พร้อมกับแนบใบลาออกไปด้วย การลาออกมผี ลนบั แต่วนั ท่ี
ใบลาออกไปถงึ หนุ้ สว่ นผู้นน้ั
ห้นุ ส่วนผจู้ ัดการซ่งึ ลาออกตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง จะแจง้ การลาออกของตนใหน้ าย
ทะเบียนทราบดว้ ยกไ็ ด้

มาตรา ๑๐๖๔/๒[๔๑] เมอ่ื มีการเปลย่ี นแปลงหนุ้ ส่วนผจู้ ดั การ ให้หา้ งหุ้นส่วนจดทะเบยี นนำ
ความไปจดทะเบยี นภายในสิบสวี่ ันนบั แตว่ นั ทมี่ กี ารเปลี่ยนแปลง

มาตรา ๑๐๖๕ ผู้เป็นหนุ้ สว่ นอาจถือเอาประโยชน์แกบ่ ุคคลภายนอกในบรรดาสิทธอิ ันหา้ ง
หุ้นส่วนจดทะเบียนนนั้ ไดม้ า แม้ในกจิ การซง่ึ ไมป่ รากฏชอ่ื ของตน

มาตรา ๑๐๖๖ ห้ามมใิ ห้ผเู้ ปน็ หนุ้ สว่ นคนหน่งึ คนใดในห้างหนุ้ สว่ นจดทะเบียนประกอบ
กจิ การอยา่ งหนงึ่ อยา่ งใดอนั มีสภาพเปน็ อยา่ งเดยี วกัน และเปน็ การแขง่ ขนั กบั กิจการของหา้ ง
หนุ้ ส่วนนนั้ ไมว่ า่ ทำเพอื่ ประโยชนต์ นหรอื เพอื่ ประโยชนผ์ อู้ ่ืน หรอื ไปเข้าเปน็ หนุ้ ส่วนไม่
จำกดั ความรบั ผดิ ในห้างหนุ้ ส่วนอนื่ ซงึ่ ประกอบกจิ การอนั มีสภาพเปน็ อยา่ งเดยี วกนั และ
แขง่ ขนั กับกิจการของหา้ งหนุ้ ส่วนจดทะเบยี นนน้ั เว้นไว้แต่จะได้รับคำยินยอมของผู้เปน็
หนุ้ ส่วนอนื่ ท้ังหมด
แต่ขอ้ หา้ มเชน่ วา่ มานี้ ท่านวา่ จะไม่พงึ ใช้ได้ ถา้ หากผู้เปน็ หนุ้ สว่ นท้ังหลายได้รู้อยู่แลว้ ใน
เวลาเม่ือลงทะเบยี นหา้ งหุ้นสว่ นนนั้ วา่ ผู้เปน็ หนุ้ สว่ นคนหนงึ่ ไดท้ ำกิจการ หรือเขา้ เปน็
หนุ้ ส่วนอยใู่ นห้างหนุ้ สว่ นอืน่ อันมวี ตั ถทุ ป่ี ระสงค์อยา่ งเดยี วกัน และในสัญญาเขา้ ห้นุ สว่ นที่
ทำไวต้ อ่ กนั นน้ั ก็ไมไ่ ดบ้ งั คบั ให้ถอนตวั ออก

มาตรา ๑๐๖๗ ถา้ ผเู้ ปน็ หุ้นส่วนคนใดกระทำการฝา่ ฝนื ตอ่ บทบญั ญตั ใิ นมาตรากอ่ นนีไ้ ซร้
ท่านวา่ หา้ งหุน้ ส่วนซง่ึ จดทะเบยี นนน้ั ชอบทจี่ ะเรยี กเอาผลกำไรอันผู้นน้ั หาไดท้ งั้ หมดหรือ
เรียกเอาคา่ สนิ ไหมทดแทนเพ่ือความเสยี หายซง่ึ ห้างหนุ้ ส่วนได้รบั เพราะเหตนุ ้ัน
แตท่ ง้ั นีท้ า่ นหา้ มมิใหฟ้ ้องเรยี กเมอ่ื พ้นเวลาปหี นง่ึ นับแตว่ นั ทำการฝา่ ฝนื
อนงึ่ บทบัญญัติมาตรานไ้ี ม่ลบล้างสิทธขิ องผู้เปน็ ห้นุ สว่ นทัง้ หลายนอกนน้ั ในอนั จะเรยี ก
ใหเ้ ลิกหา้ งหนุ้ สว่ น

มาตรา ๑๐๖๘ ความรบั ผดิ ของผูเ้ ปน็ หุ้นสว่ นในห้างห้นุ สว่ นจดทะเบยี น อนั เกี่ยวแก่หนี้ซงึ่
หา้ งหุน้ สว่ นได้กอ่ ใหเ้ กดิ ขน้ึ กอ่ นทตี่ นออกจากหนุ้ ส่วนนน้ั ยอ่ มมีจำกัดเพียงสองปนี ับแต่
เมอ่ื ออกจากหนุ้ สว่ น

มาตรา ๑๐๖๙ นอกจากในกรณีทง้ั หลายที่บญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา ๑๐๕๕ ทา่ นวา่ หา้ ง
หุ้นสว่ นจดทะเบยี นยอ่ มเลกิ กนั เมอื่ ห้างหนุ้ สว่ นน้นั ล้มละลาย

มาตรา ๑๐๗๐ เมื่อใดหา้ งห้นุ สว่ นซ่งึ จดทะเบยี นผดิ นดั ชำระหน้ี เมือ่ นนั้ เจา้ หนีข้ องหา้ ง
หุ้นส่วนนน้ั ชอบที่จะเรียกให้ชำระหนเี้ อาแต่ผูเ้ ปน็ หุ้นสว่ นคนใดคนหนง่ึ ก็ได้

มาตรา ๑๐๗๑ ในกรณที ีก่ ลา่ วไว้ในมาตรา ๑๐๗๐ นัน้ ถ้าผเู้ ปน็ หนุ้ ส่วนนำพสิ ูจนไ์ ด้วา่
(๑) สินทรพั ย์ของห้างหนุ้ ส่วนยงั มีพอทจ่ี ะชำระหนี้ไดท้ งั้ หมดหรือบางสว่ น และ
(๒) การทจี่ ะบงั คบั เอาแกห่ า้ งหุ้นสว่ นนน้ั ไมเ่ ปน็ การยากฉะนไี้ ซร้
ศาลจะบงั คับใหเ้ อาสินทรัพยข์ องหา้ งหนุ้ ส่วนนนั้ ชำระหนก้ี อ่ นกไ็ ด้ สุดแต่ศาลจะเหน็ สมควร

มาตรา ๑๐๗๒ ถา้ หา้ งหุ้นส่วนซง่ึ จดทะเบียนยงั มิได้เลกิ กนั ตราบใด เจา้ หนขี้ องผูเ้ ป็น
หนุ้ สว่ นเฉพาะตัวยอ่ มใช้สทิ ธไิ ดแ้ ตเ่ พียงในผลกำไรหรือเงนิ ซ่ึงห้างหุ้นสว่ นค้างชำระแกผ่ ู้
เป็นหนุ้ สว่ นคนนั้นเทา่ นนั้ ถา้ หา้ งหนุ้ ส่วนนน้ั เลิกกันแลว้ เจา้ หน้ียอ่ มใช้สิทธไิ ดต้ ลอดจนถึง
หนุ้ ของผเู้ ปน็ หุ้นสว่ นคนนน้ั อนั มใี นสนิ ทรัพยข์ องหา้ งหนุ้ สว่ น

ส่วนที่ ๖


Click to View FlipBook Version