The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Supansa Intaruangroong, 2022-07-11 04:51:14

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๑๒๖๗ ผชู้ ำระบญั ชีต้องทำรายงานยนื่ ไว้ ณ หอทะเบียนทกุ ระยะสามเดอื นครัง้ หน่งึ
ว่าได้จดั การไปอยา่ งใดบา้ ง แสดงให้เห็นความเป็นไปของบญั ชที ี่ชำระอยนู่ นั้ และรายงานน้ี
ใหเ้ ปิดเผยแก่ผูเ้ ป็นหนุ้ ส่วนและผถู้ อื หนุ้ และเจา้ หนีท้ ง้ั หลายตรวจดไู ดโ้ ดยไมต่ ้องเสีย
ค่าธรรมเนยี ม

มาตรา ๑๒๖๘ ถา้ การชำระบญั ชนี ัน้ ยงั คงทำอยู่โดยกาลกวา่ ปีหนงึ่ ขึน้ ไป ผ้ชู ำระบญั ชตี อ้ ง
เรยี กประชมุ ใหญ่ในเวลาสิ้นปที กุ ปนี ับแตเ่ ร่มิ ทำการชำระบญั ชี และตอ้ งทำรายงานยน่ื ท่ี
ประชมุ วา่ ไดจ้ ดั การไปอย่างไรบา้ ง ทง้ั แถลงใหท้ ราบความเปน็ ไปแหง่ บญั ชีโดยละเอียด

มาตรา ๑๒๖๙ อันทรพั ย์สินของหา้ งหุ้นสว่ นหรอื ของบริษทั นน้ั จะแบ่งคืนให้แก่ผ้เู ป็น
หนุ้ สว่ นหรอื ผูถ้ อื หนุ้ ไดแ้ ตเ่ พยี งเท่าท่ไี มต่ อ้ งเอาไว้ใชใ้ นการชำระหนี้ของหา้ งหุ้นสว่ นหรอื
บริษัทเท่านน้ั

มาตรา ๑๒๗๐ เมอ่ื การชำระบญั ชกี ิจการของหา้ งหนุ้ สว่ นหรอื บริษัทสำเร็จลง ผูช้ ำระบญั ชี
ต้องทำรายงานการชำระบัญชแี สดงว่า การชำระบัญชนี น้ั ไดด้ ำเนนิ ไปอย่างใด และได้จดั การ
ทรัพย์สนิ ของหา้ งหนุ้ สว่ นหรือบริษทั นัน้ ไปประการใด แลว้ ใหเ้ รยี กประชุมใหญเ่ พือ่ เสนอ
รายงานน้ัน และชแ้ี จงกจิ การต่อทป่ี ระชุม
เมื่อที่ประชุมใหญไ่ ดใ้ หอ้ นมุ ตั ริ ายงานนน้ั แลว้ ผชู้ ำระบญั ชตี ้องนำข้อความทไี่ ดป้ ระชุมกนั
น้นั ไปจดทะเบียนภายในสิบสวี่ นั นับแตว่ นั ประชุม เมือ่ ได้จดทะเบยี นแลว้ ดังนใี้ หถ้ ือว่าเปน็
ที่สดุ แหง่ การชำระบญั ชี

มาตรา ๑๒๗๑ เม่ือเสรจ็ การชำระบัญชีแลว้ ท่านใหม้ อบบรรดาสมดุ และบัญชี และเอกสาร
ทั้งหลายของห้างหนุ้ สว่ นหรอื บริษัทซ่ึงไดช้ ำระบญั ชนี ั้นไวแ้ กน่ ายทะเบียนภายในกำหนดสิบ

สวี่ นั ดังกล่าวไว้ในมาตราก่อน และให้นายทะเบียนรกั ษาสมุดและบัญชี และเอกสาร
เหลา่ นน้ั ไวส้ บิ ปนี บั แตว่ นั ถงึ ที่สดุ แหง่ การชำระบัญชี
สมุดและบัญชีและเอกสารเหลา่ น้ี ใหเ้ ปิดใหแ้ กบ่ รรดาบคุ คลผู้มีสว่ นไดเ้ สยี ตรวจดูไดโ้ ดยไม่
เรยี กค่าธรรมเนยี มอยา่ งหน่งึ อยา่ งใด

มาตรา ๑๒๗๒ ในคดฟี ้องเรียกหน้สี ินซึ่งหา้ งหนุ้ ส่วนหรอื บริษัท หรอื ผูเ้ ปน็ หนุ้ ส่วน หรือผู้
ถอื หนุ้ หรอื ผชู้ ำระบญั ชเี ปน็ ลูกหนีอ้ ยใู่ นฐานเชน่ นน้ั ทา่ นหา้ มมใิ หฟ้ ้องเม่อื พน้ กำหนดสอง
ปนี ับแตว่ ันถงึ ท่ีสุดแหง่ การชำระบญั ชี

มาตรา ๑๒๗๓ บทบญั ญตั ิแหง่ มาตรา ๑๑๗๒ ถึงมาตรา ๑๑๙๓ กบั มาตรา ๑๑๙๕
มาตรา ๑๒๐๗ เหลา่ น้ี ท่านใหใ้ ชบ้ งั คบั แก่การประชุมใหญซ่ งึ่ มขี น้ึ ในระหว่างชำระบัญชี
ดว้ ยโดยอนโุ ลม
หมวด ๖
การถอนทะเบียนห้างหนุ้ สว่ นจดทะเบียน
ห้างหุน้ สว่ นจำกดั และบริษทั จำกัดรา้ ง[๘๙]

มาตรา ๑๒๗๓/๑[๙๐] เมอื่ ใดนายทะเบยี นมมี ลู เหตุอนั ควรเช่ือว่าหา้ งหนุ้ ส่วนจดทะเบียน
ห้างหุ้นสว่ นจำกดั หรอื บรษิ ทั จำกัดใด มิไดท้ ำการค้าขายหรอื ประกอบการงานแล้ว ใหน้ าย
ทะเบียนมหี นงั สอื สง่ ทางไปรษณยี ต์ อบรับไปยังหา้ งห้นุ สว่ นหรือบริษัท เพ่อื สอบถามวา่ ยงั
ทำการคา้ ขายหรอื ประกอบการงานอยู่หรือไม่ และแจง้ ว่าหากมิได้รบั คำตอบภายในสามสิบ
วันนับแตว่ นั ท่ีส่งหนงั สอื จะไดโ้ ฆษณาในหนงั สอื พิมพเ์ พื่อขีดชอื่ หา้ งหนุ้ สว่ นหรือบรษิ ทั น้นั
ออกเสียจากทะเบียน

ถา้ นายทะเบยี นไดร้ บั คำตอบจากห้างหนุ้ สว่ นหรอื บริษทั น้นั วา่ หา้ งห้นุ ส่วนหรอื บริษทั มไิ ด้
ทำการค้าขายหรอื ประกอบการงานแลว้ หรือมไิ ดร้ ับคำตอบภายในสามสบิ วนั นับแตว่ นั ทีส่ ง่
หนังสอื ใหน้ ายทะเบยี นโฆษณาในหนงั สือพมิ พ์แหง่ ท้องทอ่ี ยา่ งนอ้ ยหนงึ่ คราวและสง่
หนังสอื บอกกล่าวทางไปรษณียต์ อบรบั ไปยงั หา้ งหนุ้ สว่ นหรอื บรษิ ัทวา่ เมือ่ พน้ เวลาเกา้ สิบ
วันนบั แตว่ นั ท่สี ง่ หนังสอื บอกกล่าวหา้ งห้นุ สว่ นหรอื บริษัทนน้ั จะถกู ขีดชื่อออกจากทะเบยี น
เวน้ แต่จะแสดงเหตุให้เห็นเปน็ อยา่ งอน่ื

มาตรา ๑๒๗๓/๒[๙๑] ในกรณที ีห่ า้ งหนุ้ สว่ นหรือบริษทั เลกิ กันแลว้ และอยู่ระหว่างการชำระ
บัญชี หากนายทะเบียนมีมูลเหตุอนั ควรเช่อื วา่ ไมม่ ตี วั ผู้ชำระบัญชที ำการอยู่ หรอื การงานของ
ห้างหนุ้ สว่ นหรือบรษิ ัทไดช้ ำระสะสางตลอดแล้ว แตผ่ ู้ชำระบัญชมี ิไดท้ ำรายงานการชำระบญั ชี
หรือมิไดย้ ืน่ จดทะเบียนเสรจ็ การชำระบญั ชตี อ่ นายทะเบียน ให้นายทะเบียนมีหนงั สือส่ง
ทางไปรษณียต์ อบรับไปยงั หา้ งหุ้นสว่ นหรอื บรษิ ัท และผชู้ ำระบญั ชี ณ สถานทอี่ นั ปรากฏ
เปน็ สำนกั งานสุดทา้ ย แจ้งใหด้ ำเนนิ การเพ่อื ให้มีตวั ผชู้ ำระบญั ชี หรือยืน่ รายงานการชำระ
บัญชี หรือจดทะเบยี นเสร็จการชำระบัญชี แล้วแต่กรณี และแจ้งวา่ หากมไิ ดด้ ำเนนิ การ
ดังกล่าวภายในระยะเวลาหนง่ึ ร้อยแปดสิบวนั นบั แต่วนั ท่สี ง่ หนังสอื นนั้ แลว้ จะไดโ้ ฆษณาใน
หนังสอื พิมพ์เพือ่ ขดี ชอื่ หา้ งหุ้นสว่ นหรอื บรษิ ทั นั้นออกเสยี จากทะเบียน

ถา้ ห้างหนุ้ สว่ นหรือบริษทั หรอื ผู้ชำระบัญชีมิไดด้ ำเนินการภายในกำหนดเวลาตามวรรค
หนง่ึ ใหน้ ายทะเบยี นโฆษณาในหนงั สอื พมิ พแ์ ห่งท้องทอ่ี ยา่ งน้อยหนง่ึ คราว และส่ง
หนังสือบอกกลา่ วทางไปรษณียต์ อบรบั ไปยังหา้ งหนุ้ ส่วนหรอื บริษัทและผ้ชู ำระบญั ชวี า่ เมอ่ื
พน้ กำหนดเวลาเก้าสิบวนั นบั แต่วนั ที่สง่ หนงั สอื บอกกลา่ ว หา้ งหนุ้ สว่ นหรือบรษิ ัทนนั้ จะถูก
ขีดชอ่ื ออกจากทะเบยี น เวน้ แตจ่ ะแสดงเหตใุ หเ้ ห็นเป็นอยา่ งอ่ืน

มาตรา ๑๒๗๓/๓[๙๒] เมือ่ สน้ิ กำหนดเวลาตามที่แจ้งในหนงั สือบอกกล่าวตามมาตรา
๑๒๗๓/๑ หรือมาตรา ๑๒๗๓/๒ แล้ว และห้างหนุ้ ส่วนหรือบรษิ ัท หรอื ผูช้ ำระบญั ชมี ไิ ด้

แสดงเหตุให้เหน็ เป็นอยา่ งอนื่ นายทะเบยี นจะขดี ชื่อหา้ งหุน้ ส่วนหรือบรษิ ัทนั้นออกเสียจาก
ทะเบียนก็ได้ ในการนี้ ให้หา้ งหนุ้ ส่วนหรือบรษิ ทั นนั้ สนิ้ สภาพนติ ิบคุ คลตง้ั แตเ่ มื่อนาย
ทะเบยี นขดี ชอื่ หา้ งหนุ้ สว่ นหรือบรษิ ทั ออกเสียจากทะเบยี น แต่ความรบั ผดิ ของหุ้นสว่ น
ผู้จัดการ ผู้เปน็ หนุ้ สว่ น กรรมการ ผจู้ ัดการ และผ้ถู อื หนุ้ มอี ยู่เท่าไรก็ใหค้ งมีอยอู่ ยา่ งน้นั และ
พงึ เรยี กบงั คบั ไดเ้ สมือนห้างหุน้ สว่ นหรอื บรษิ ัทนนั้ ยงั มไิ ดส้ นิ้ สภาพนิตบิ ุคคล

มาตรา ๑๒๗๓/๔[๙๓] ถา้ ห้างหนุ้ ส่วน ผู้เปน็ หนุ้ ส่วน บริษทั ผถู้ อื หนุ้ หรอื เจา้ หนใี้ ด ๆ
ของหา้ งหนุ้ สว่ นหรือบรษิ ัทนน้ั รู้สกึ วา่ ตอ้ งเสยี หายโดยไมเ่ ป็นธรรมเพราะการทห่ี ้างหนุ้ สว่ น
หรือบริษทั ถกู ขีดชอ่ื ออกจากทะเบียน เมือ่ หา้ งหนุ้ ส่วน ผู้เป็นหนุ้ ส่วน บริษทั ผู้ถือหนุ้ หรือ
เจา้ หน้ียน่ื คำรอ้ งตอ่ ศาลและศาลพิจารณาไดค้ วามเปน็ ทพี่ อใจวา่ ในขณะที่ขีดชอื่ ห้างหนุ้ สว่ น
หรอื บริษทั ออกจากทะเบยี นห้างหุน้ สว่ นหรอื บริษัทยังทำการคา้ ขายหรอื ยังประกอบการงาน
อยู่ หรอื เหน็ เปน็ การยตุ ธิ รรมในการทจ่ี ะใหห้ ้างหุ้นสว่ นหรอื บริษัทไดก้ ลบั คนื สู่ทะเบียนกด็ ี
ศาลจะสง่ั ใหจ้ ดชือ่ หา้ งหนุ้ ส่วนหรือบริษัทกลบั คนื เขา้ สทู่ ะเบยี นก็ได้ และใหถ้ ือวา่ หา้ ง
หุ้นสว่ นหรอื บรษิ ัทนนั้ ยงั คงอยตู่ ลอดมาเสมือนมไิ ดม้ ีการขดี ชอ่ื ออกเลย โดยศาลจะสงั่ และวาง
ขอ้ กำหนดไว้เป็นประการใด ๆ ตามทเ่ี หน็ เปน็ การยตุ ธิ รรมด้วยกไ็ ด้เพ่อื ใหห้ า้ งหนุ้ สว่ นหรอื
บริษทั และบรรดาบุคคลอ่นื ๆ กลับคืนสู่ฐานะอนั ใกลท้ ี่สดุ กบั ฐานะเดมิ เสมือนหา้ งห้นุ สว่ น
หรือบริษทั นนั้ มไิ ดถ้ ูกขดี ชอ่ื ออกจากทะเบยี นเลย

การร้องขอให้ห้างหุ้นสว่ นหรือบริษทั กลับคนื สทู่ ะเบียน ห้ามมใิ ห้ร้องขอเมื่อพน้ กำหนดสบิ
ปนี ับแตว่ นั ท่ีนายทะเบยี นขีดชื่อหา้ งห้นุ สว่ นหรอื บริษทั ออกจากทะเบยี น

ลกั ษณะ ๒๓
สมาคม[๙๔]

มาตรา ๑๒๗๔ - ๑๒๙๗ (ยกเลิก)

พระราชกฤษฎีกา
ใหใ้ ชบ้ ทบญั ญตั ิ บรรพ ๔
แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์[๙๕]

พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาประชาธิปก พระปกเกลา้ เจ้าอยู่หวั มพี ระบรมราชโองการ
ดำรัสเหนือเกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศจงทราบท่ัวกนั วา่

โดยท่ีการประมวลกฎหมายแห่งบ้านเมืองได้ดำเนิรมาถงึ คราวทค่ี วรประกาศใช้บรรพ ๔ แหง่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์

จึง่ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ สง่ั วา่ ให้เพิ่มบทบัญญตั ิบรรพ ๔ ตั้งแตม่ าตรา ๑๒๙๘ ถงึ
มาตรา ๑๔๓๔ ตามที่ได้ตราไวต้ อ่ ทา้ ยพระราชกฤษฎีกาน้ีเขา้ เป็นสว่ นหนง่ึ แหง่ ประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์

ให้ใช้พระราชกฤษฎีกาน้ตี ง้ั แตว่ ันที่ ๑ เมษายน พทุ ธศักราช ๒๔๗๕ เปน็ ตน้ ไป

ประกาศมา ณ วนั ที่ ๑๖ มีนาคม พทุ ธศักราช ๒๔๗๓ เป็นปที ี่ ๖ ในรัชชกาลปจั จุบัน

บรรพ ๔
ทรพั ย์สนิ

ลกั ษณะ ๑
บทเบด็ เสร็จทัว่ ไป

มาตรา ๑๒๙๘ ทรัพยสิทธทิ ง้ั หลายน้นั ทา่ นวา่ จะก่อตง้ั ขน้ึ ไดแ้ ต่ดว้ ยอาศยั อำนาจใน
ประมวลกฎหมายน้ีหรอื กฎหมายอ่นื

มาตรา ๑๒๙๙ ภายในบังคับแหง่ บทบญั ญตั ใิ นประมวลกฎหมายนหี้ รอื กฎหมายอน่ื ทา่ น
ว่าการได้มาโดยนิตกิ รรมซง่ึ อสงั หารมิ ทรพั ย์หรอื ทรพั ยสทิ ธอิ นั เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพยน์ ัน้ ไม่
บริบูรณ์ เว้นแตน่ ติ ิกรรมจะไดท้ ำเป็นหนงั สอื และได้จดทะเบียนการไดม้ ากับพนักงาน
เจ้าหนา้ ท่ี
ถา้ มีผู้ได้มาซงึ่ อสงั หารมิ ทรพั ย์หรือทรัพยสทิ ธอิ นั เก่ยี วกบั อสงั หาริมทรพั ยโ์ ดยทางอื่น
นอกจากนติ ิกรรม สิทธขิ องผ้ไู ด้มานน้ั ถา้ ยงั มไิ ด้จดทะเบียนไซร้ ท่านวา่ จะมีการ
เปลย่ี นแปลงทางทะเบียนไมไ่ ด้ และสทิ ธอิ นั ยังมไิ ด้จดทะเบยี นนน้ั มใิ หย้ กขึ้นเปน็ ขอ้ ต่อสู้
บคุ คลภายนอกผไู้ ดส้ ิทธมิ าโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจรติ และไดจ้ ดทะเบียนสทิ ธิโดย
สุจริตแล้ว

มาตรา ๑๓๐๐ ถ้าไดจ้ ดทะเบยี นการโอนอสังหาริมทรพั ยห์ รอื ทรพั ยสทิ ธิอันเกยี่ วกบั
อสงั หารมิ ทรพั ย์เปน็ ทางเสยี เปรยี บแกบ่ ุคคลผอู้ ยใู่ นฐานะอนั จะใหจ้ ดทะเบยี นสิทธขิ องตน
ได้อยกู่ ่อนไซร้ ทา่ นวา่ บุคคลนน้ั อาจเรยี กใหเ้ พิกถอนการจดทะเบยี นนนั้ ได้ แตก่ ารโอน
อนั มคี ่าตอบแทน ซง่ึ ผรู้ บั โอนกระทำการโดยสจุ รติ นน้ั ไมว่ ่ากรณจี ะเป็นประการใด ทา่ นวา่
จะเรยี กให้เพิกถอนทะเบียนไมไ่ ด้

มาตรา ๑๓๐๑ บทบัญญัตแิ หง่ สองมาตราก่อนน้ี ท่านใหใ้ ช้บงั คับถึงการเปลยี่ นแปลง
ระงับ และกลับคนื มาแห่งทรัพยสิทธอิ นั เกยี่ วกบั อสังหาริมทรัพย์นัน้ ดว้ ยโดยอนโุ ลม

มาตรา ๑๓๐๒[๙๖] บทบญั ญัตแิ หง่ สามมาตรากอ่ นนี้ ใหใ้ ช้บงั คบั ถึงเรอื มรี ะวางตงั้ แต่หา้
ตันข้ึนไป ทงั้ แพและสตั วพ์ าหนะด้วยโดยอนโุ ลม

มาตรา ๑๓๐๓ ถา้ บคุ คลหลายคนเรยี กเอาสงั หาริมทรัพยเ์ ดียวกนั โดยอาศยั หลกั กรรมสิทธิ์
ตา่ งกนั ไซร้ ทา่ นวา่ ทรพั ยส์ ินตกอยใู่ นครอบครองของบคุ คลใด บุคคลน้นั มสี ทิ ธยิ ง่ิ กว่า
บคุ คลอื่น ๆ แตต่ อ้ งไดท้ รพั ยน์ ้ันมาโดยมีคา่ ตอบแทนและไดก้ ารครอบครองโดยสุจรติ
ทา่ นมใิ หใ้ ช้มาตราน้บี งั คบั ถงึ สงั หารมิ ทรัพยซ์ ง่ึ ระบไุ วใ้ นมาตรากอ่ นและในเรอื่ งทรัพย์สนิ
หาย กบั ทรพั ย์สินทไ่ี ดม้ าโดยการกระทำผดิ

มาตรา ๑๓๐๔ สาธารณสมบัตขิ องแผน่ ดนิ นน้ั รวมทรัพย์สนิ ทุกชนดิ ของแผน่ ดนิ ซง่ึ ใชเ้ พอื่
สาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพ่อื ประโยชน์รว่ มกัน เช่น
(๑) ทีด่ นิ รกร้างวา่ งเปลา่ และทด่ี นิ ซง่ึ มีผู้เวนคนื หรอื ทอดทิง้ หรือกลับมาเป็นของแผ่นดนิ โดย
ประการอนื่ ตามกฎหมายทด่ี นิ

(๒) ทรัพยส์ นิ สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เปน็ ตน้ วา่ ท่ชี ายตล่งิ ทางนา้ ทางหลวง
ทะเลสาบ
(๓) ทรัพยส์ ินใช้เพอื่ ประโยชน์ของแผน่ ดินโดยเฉพาะ เป็นตน้ ว่า ปอ้ มและโรงทหาร สำนกั
ราชการบา้ นเมอื ง เรอื รบ อาวุธยทุ ธภัณฑ์

มาตรา ๑๓๐๕ ทรพั ยส์ ินซงึ่ เป็นสาธารณสมบัตขิ องแผน่ ดนิ นน้ั จะโอนแก่กันมไิ ด้ เวน้ แต่
อาศัยอำนาจแหง่ บทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎกี า

มาตรา ๑๓๐๖ ทา่ นหา้ มมใิ ห้ยกอายคุ วามขน้ึ เป็นขอ้ ตอ่ สู้กับแผน่ ดนิ ในเร่ืองทรพั ยส์ นิ อนั
เปน็ สาธารณสมบตั ิของแผน่ ดิน

มาตรา ๑๓๐๗ ทา่ นหา้ มมใิ หย้ ึดทรพั ย์สนิ ของแผ่นดนิ ไมว่ า่ ทรัพยส์ นิ นนั้ จะเปน็ สาธารณ
สมบัติของแผน่ ดนิ หรอื ไม่

ลกั ษณะ ๒
กรรมสทิ ธิ์

หมวด ๑
การไดม้ าซึ่งกรรมสทิ ธ์ิ

มาตรา ๑๓๐๘ ทดี่ นิ แปลงใดเกิดท่ีงอกรมิ ตลิ่ง ที่งอกย่อมเปน็ ทรัพย์สนิ ของเจา้ ของท่ีดนิ
แปลงน้ัน

มาตรา ๑๓๐๙ เกาะท่เี กดิ ในทะเลสาบ หรอื ในทางนา้ หรือในเขตน่านนา้ ของประเทศกด็ ี
และทอ้ งทางน้าทเ่ี ขนิ ขน้ึ กด็ ี เปน็ ทรัพย์สนิ ของแผน่ ดิน

มาตรา ๑๓๑๐ บคุ คลใดสรา้ งโรงเรือนในที่ดนิ ของผอู้ นื่ โดยสจุ รติ ไซร้ ทา่ นวา่ เจ้าของท่ีดนิ
เป็นเจ้าของโรงเรือนนน้ั ๆ แตต่ อ้ งใชค้ า่ แหง่ ทดี่ ินเพียงท่ีเพมิ่ ขนึ้ เพราะสรา้ งโรงเรือนนน้ั
ใหแ้ ก่ผู้สร้าง
แตถ่ า้ เจา้ ของทีด่ นิ สามารถแสดงได้ว่า มไิ ด้มคี วามประมาทเลนิ เลอ่ จะบอกปัดไมย่ อมรับ
โรงเรือนนน้ั และเรียกให้ผ้สู ร้างร้ือถอนไป และทำทีด่ นิ ให้เปน็ ตามเดมิ กไ็ ด้ เว้นไวแ้ ตถ่ า้ การ
น้จี ะทำไมไ่ ดโ้ ดยใช้เงินพอสมควรไซร้ ท่านวา่ เจ้าของทีด่ นิ จะเรียกให้ผสู้ ร้างซอ้ื ที่ดนิ ทัง้ หมด
หรือแต่บางส่วนตามราคาตลาดกไ็ ด้

มาตรา ๑๓๑๑ บุคคลใดสรา้ งโรงเรือนในที่ดินของผอู้ น่ื โดยไม่สจุ รติ ไซร้ ทา่ นวา่ บคุ คลนนั้
ตอ้ งทำทีด่ นิ ใหเ้ ปน็ ตามเดิมแลว้ ส่งคนื เจา้ ของ เว้นแตเ่ จา้ ของจะเลอื กให้ส่งคนื ตามท่ีเปน็ อยู่
ในกรณีเช่นนีเ้ จ้าของทด่ี นิ ตอ้ งใช้ราคาโรงเรือนหรอื ใชค้ า่ แห่งทด่ี นิ เพียงท่เี พม่ิ ขน้ึ เพราะ
สร้างโรงเรือน น้นั แลว้ แต่จะเลอื ก

มาตรา ๑๓๑๒ บคุ คลใดสรา้ งโรงเรือนรุกล้าเขา้ ไปในท่ดี ินของผู้อนื่ โดยสจุ รติ ไซร้ ท่านวา่
บคุ คลน้นั เปน็ เจ้าของโรงเรอื นท่ีสรา้ งขึ้น แตต่ อ้ งเสยี เงนิ ให้แกเ่ จ้าของท่ดี นิ เปน็ คา่ ใชท้ ีด่ นิ
นัน้ และจดทะเบียนสิทธิเปน็ ภาระจำยอม ต่อภายหลงั ถ้าโรงเรือนนน้ั สลายไปทงั้ หมด
เจ้าของท่ดี นิ จะเรียกใหเ้ พิกถอนการจดทะเบียนเสยี กไ็ ด้

ถ้าบุคคลผู้สรา้ งโรงเรือนนั้นกระทำการโดยไมส่ จุ รติ ท่านว่าเจ้าของทดี่ ินจะเรียกให้ผูส้ ร้างรือ้
ถอนไป และทำท่ีดนิ ให้เปน็ ตามเดมิ โดยผสู้ ร้างเปน็ ผอู้ อกค่าใชจ้ ่ายกไ็ ด้

มาตรา ๑๓๑๓ ถ้าผูเ้ ป็นเจ้าของทีด่ ินโดยมเี ง่อื นไขสรา้ งโรงเรือนในทด่ี ินนนั้ และภายหลัง
ทดี่ นิ ตกเปน็ ของบคุ คลอน่ื ตามเงื่อนไขไซร้ ทา่ นให้นำบทบัญญตั ิแหง่ ประมวลกฎหมายนี้
วา่ ดว้ ยลาภมคิ วรไดม้ าใชบ้ ังคบั

มาตรา ๑๓๑๔ ทา่ นให้ใช้บทบญั ญตั ิมาตรา ๑๓๑๐, ๑๓๑๑ และ ๑๓๑๓ บงั คับตลอดถงึ
การกอ่ สรา้ งใด ๆ ซง่ึ ตดิ ทด่ี ินและการเพาะปลูกต้นไม้หรอื ธัญชาติดว้ ยโดยอนโุ ลม
แตข่ า้ วหรอื ธญั ชาตอิ ยา่ งอน่ื อนั จะเก็บเกีย่ วรวงผลได้คราวหนง่ึ หรือหลายคราวตอ่ ปี เจ้าของ
ที่ดนิ ตอ้ งยอมให้บคุ คลผู้กระทำการโดยสจุ รติ หรอื ผูเ้ ปน็ เจ้าของทดี่ นิ โดยมีเงื่อนไขซงึ่ ได้
เพาะปลกู ลงไวน้ น้ั คงครองท่ีดนิ จนกว่าจะเสรจ็ การเกบ็ เก่ยี วโดยใชเ้ งินคำนวณตามเกณฑ์
ค่าเชา่ ท่ีดนิ นั้น หรือเจา้ ของที่ดินจะเข้าครอบครองในทนั ทโี ดยใชค้ ่าทดแทนใหแ้ ก่อีกฝา่ ย
หน่ึงก็ได้

มาตรา ๑๓๑๕ บุคคลใดสรา้ งโรงเรอื น หรือทำการก่อสร้างอยา่ งอน่ื ซงึ่ ติดท่ีดนิ หรือ
เพาะปลูกต้นไมห้ รอื ธญั ชาตใิ นทีด่ นิ ของตนดว้ ยสัมภาระของผูอ้ นื่ ทา่ นว่าบคุ คลนั้นเปน็
เจา้ ของสัมภาระ แตต่ ้องใชค้ ่าสมั ภาระ

มาตรา ๑๓๑๖ ถ้าเอาสงั หารมิ ทรัพย์ของบคุ คลหลายคนมารวมเขา้ กนั จนเป็นสว่ นควบหรือ
แบ่งแยกไม่ไดไ้ ซร้ ทา่ นวา่ บคุ คลเหล่านน้ั เป็นเจ้าของรวมแหง่ ทรพั ย์ทร่ี วมเขา้ กนั แตล่ ะคน
มีสว่ นตามคา่ แหง่ ทรพั ยข์ องตนในเวลาทรี่ วมเขา้ กับทรพั ย์อน่ื

ถา้ ทรพั ย์อนั หนง่ึ อาจถือไดว้ า่ เป็นทรัพยป์ ระธานไซร้ ท่านว่าเจา้ ของทรัพยน์ ้ันเปน็ เจา้ ของ
ทรัพยท์ ีร่ วมเขา้ กนั แตผ่ เู้ ดยี ว แตต่ อ้ งใชค้ า่ แห่งทรัพย์อนื่ ๆ ให้แกเ่ จา้ ของทรพั ยน์ นั้ ๆ

มาตรา ๑๓๑๗ บคุ คลใดใชส้ ัมภาระของบคุ คลอนื่ ทำสง่ิ ใดขน้ึ ใหมไ่ ซร้ ทา่ นว่าเจา้ ของ
สมั ภาระเป็นเจ้าของสง่ิ นน้ั โดยมิตอ้ งคำนงึ ว่าสัมภาระนัน้ จะกลบั คนื ตามเดมิ ได้หรือไม่ แต่
ตอ้ งใชค้ า่ แรงงาน
แต่ถ้าคา่ แรงงานเกินกวา่ คา่ สัมภาระทใี่ ชน้ น้ั มากไซร้ ท่านวา่ ผทู้ ำเปน็ เจา้ ของทรัพย์ทที่ ำขนึ้
แตต่ อ้ งใชค้ ่าสัมภาระ

มาตรา ๑๓๑๘ บคุ คลอาจไดม้ าซง่ึ กรรมสิทธแิ์ ห่งสังหารมิ ทรพั ยอ์ นั ไม่มเี จา้ ของโดยเขา้ ถือเอา
เวน้ แตก่ ารเขา้ ถือเอานนั้ ตอ้ งหา้ มตามกฎหมาย หรือฝา่ ฝืนสทิ ธขิ องบคุ คลอน่ื ทจ่ี ะเข้าถือเอา
สงั หารมิ ทรัพยน์ น้ั

มาตรา ๑๓๑๙ ถ้าเจา้ ของสังหาริมทรพั ยเ์ ลกิ ครอบครองทรพั ยด์ ้วยเจตนาสละกรรมสทิ ธิไ์ ซร้
ทา่ นวา่ สังหารมิ ทรัพยน์ นั้ ไมม่ ีเจา้ ของ

มาตรา ๑๓๒๐ ภายในบงั คบั แห่งกฎหมายเฉพาะและกฎขอ้ บงั คับในเร่อื งนน้ั ทา่ นว่าสตั ว์
ปา่ ไม่มเี จา้ ของตราบเทา่ ท่ยี งั อยอู่ ิสระ สัตวป์ า่ ในสวนสตั ว์ และปลาในบอ่ หรือในทน่ี ้าซง่ึ
เจ้าของกน้ั ไวน้ น้ั ท่านวา่ ไมใ่ ช่สตั วไ์ ม่มีเจา้ ของ
สัตวป์ า่ ทคี่ นจับไดน้ ั้น ถา้ มนั กลับคนื อิสระและเจา้ ของไมต่ ดิ ตามโดยพลันหรือเลิกตดิ ตาม
เสียแล้ว ฉะนีท้ า่ นวา่ ไมม่ ีเจ้าของ
สัตวซ์ ง่ึ เล้ียงเชือ่ งแล้ว ถา้ มันทง้ิ ทไี่ ปเลย ทา่ นวา่ ไม่มเี จา้ ของ

มาตรา ๑๓๒๑ ภายในบังคับแห่งกฎหมายเฉพาะและกฎขอ้ บงั คบั ในเร่อื งนน้ั ผใู้ ดจบั สัตว์
ป่าไดใ้ นท่รี กร้างว่างเปล่าหรอื ในทน่ี า้ สาธารณะกด็ ี หรือจบั ได้ในท่ดี นิ หรอื ท่นี ้ามเี จา้ ของ
โดยเจา้ ของมิได้แสดงความหวงห้ามกด็ ี ทา่ นว่าผูน้ นั้ เป็นเจา้ ของสตั ว์

มาตรา ๑๓๒๒ บคุ คลใดทำใหส้ ัตว์ปา่ บาดเจบ็ แลว้ ติดตามไปและบคุ คลอน่ื จบั สัตว์นนั้ ไดก้ ็
ดี หรอื สัตวน์ ัน้ ตายลงในท่ีดนิ ของบคุ คลอน่ื ก็ดี ท่านว่าบุคคลแรกเป็นเจา้ ของสตั ว์

มาตรา ๑๓๒๓ บุคคลเกบ็ ไดซ้ ่งึ ทรัพยส์ นิ หาย ตอ้ งทำอยา่ งหนงึ่ อย่างใดดังตอ่ ไปน้ี
(๑) สง่ มอบทรพั ย์สนิ นนั้ แกผ่ ูข้ องหายหรอื เจ้าของ หรือบคุ คลอน่ื ผูม้ ีสทิ ธจิ ะรับทรัพย์สนิ นน้ั
หรอื
(๒) แจ้งแก่ผขู้ องหายหรอื เจ้าของ หรือบคุ คลอ่ืนผมู้ ีสิทธิจะรบั ทรพั ยส์ ินนนั้ โดยมชิ ักช้า หรือ
(๓)[๙๗] สง่ มอบทรพั ย์สินน้นั แกเ่ จา้ พนักงานตำรวจ หรอื พนักงานเจา้ หนา้ ทอ่ี ื่นภายในสาม
วนั และแจ้งพฤตกิ ารณต์ ามที่ทราบอันอาจเปน็ เครือ่ งช่วยในการสืบหาตัวบคุ คลผูม้ สี ทิ ธจิ ะ
รบั ทรัพย์สนิ นัน้
แตถ่ ้าไมท่ ราบตวั ผ้ขู องหาย เจา้ ของ หรอื บคุ คลอืน่ ผมู้ ีสทิ ธิจะรบั ทรพั ยส์ นิ กด็ ี หรือบุคคลดงั
ระบนุ ั้นไม่รบั มอบทรัพยส์ ินก็ดี ท่านใหด้ ำเนนิ การตามวิธอี ันบญั ญตั ไิ ว้ในอนมุ าตรา (๓)
ทง้ั นี้ ทา่ นวา่ ผู้เกบ็ ได้ซงึ่ ทรพั ยส์ ินหายตอ้ งรกั ษาทรัพยส์ นิ น้นั ไว้ดว้ ยความระมดั ระวังอนั
สมควรจนกวา่ จะส่งมอบ

มาตรา ๑๓๒๔ ผเู้ กบ็ ได้ซงึ่ ทรัพย์สินหาย อาจเรยี กรอ้ งเอารางวลั จากบคุ คลผู้มสี ทิ ธจิ ะรบั
ทรัพย์สนิ นน้ั เป็นจำนวนรอ้ ยละสิบแหง่ คา่ ทรพั ย์สนิ ภายในราคาสามหม่นื บาท และถ้าราคา
สงู กวา่ นนั้ ขน้ึ ไปใหค้ ดิ ให้อีกร้อยละห้าในจำนวนท่เี พิม่ ขน้ึ แตถ่ า้ ผ้เู กบ็ ได้ซง่ึ ทรัพยส์ ินหาย
ไดส้ ่งมอบทรัพย์สนิ แกเ่ จ้าพนกั งานตำรวจหรือพนักงานเจา้ หน้าทอี่ น่ื ให้เสียเงินอกี รอ้ ยละ

สองครึง่ แห่งคา่ ทรัพย์สนิ เป็นคา่ ธรรมเนียมแก่ทบวงการนั้น ๆ เพมิ่ ขึ้นเปน็ ส่วนหน่งึ ต่างหาก
จากรางวลั ซง่ึ ใหแ้ กผ่ เู้ กบ็ ได้ แต่คา่ ธรรมเนียมนีใ้ ห้จำกดั ไว้ไมเ่ กินหนง่ึ พนั บาท[๙๘]
ถา้ ผู้เกบ็ ไดซ้ ึง่ ทรพั ยส์ นิ หายมิไดป้ ฏิบตั ติ ามบทบญั ญัตใิ นมาตรากอ่ นไซร้ทา่ นว่าผนู้ นั้ ไม่มี
สิทธิจะรับรางวลั

มาตรา ๑๓๒๕ ถา้ ผเู้ กบ็ ไดซ้ ง่ึ ทรพั ย์สินหายไดป้ ฏิบัตติ ามบทบญั ญตั มิ าตรา ๑๓๒๓
แล้ว และผูม้ ีสทิ ธิจะรบั ทรพั ย์สินน้นั มไิ ด้เรยี กเอาภายในหนงึ่ ปีนบั แต่วนั ท่เี ก็บไดไ้ ซร้ ท่าน
ว่ากรรมสทิ ธติ์ กแกผ่ ู้เกบ็ ได้
แต่ถ้าทรพั ยส์ ินซง่ึ ไม่มผี ้เู รยี กเอานน้ั เปน็ โบราณวตั ถไุ ซร้ กรรมสทิ ธิ์แหง่ ทรัพย์สินนน้ั ตกแก่
แผ่นดนิ แตผ่ เู้ กบ็ ไดม้ สี ิทธจิ ะได้รบั รางวัลร้อยละสบิ แห่งคา่ ทรัพย์สนิ นน้ั

มาตรา ๑๓๒๖ การเกบ็ ได้ซ่งึ ทรัพย์สินอนั ตกหรือทงิ้ ทะเล หรือทางนา้ หรือนา้ ซดั ขึ้นฝงั่ น้นั
ทา่ นให้บังคับตามกฎหมายและกฎข้อบงั คบั วา่ ดว้ ยการนนั้

มาตรา ๑๓๒๗ ภายในบังคับแหง่ กฎหมายอาชญา กรรมสิทธิ์แห่งสง่ิ ใด ๆ ซงึ่ ไดใ้ ชใ้ น
การกระทำผิด หรอื ได้มาโดยการกระทำผิด หรือเกย่ี วกบั การกระทำผิดโดยประการอ่ืน และ
ไดส้ ่งไวใ้ นความรักษาของกรมในรฐั บาลนน้ั ทา่ นวา่ ตกเป็นของแผ่นดนิ ถา้ เจ้าของมไิ ด้
เรยี กเอาภายในหนงึ่ ปนี บั แตว่ นั สง่ หรือถา้ ไดฟ้ อ้ งคดอี าชญาตอ่ ศาลแล้วนับแตว่ นั ทค่ี ำ
พพิ ากษาถงึ ทส่ี ดุ แตถ่ า้ ไมท่ ราบตวั เจา้ ของ ทา่ นใหผ้ ่อนเวลาออกไปเปน็ ห้าปี
ถ้าทรพั ย์สนิ เปน็ ของเสยี ง่าย หรือถา้ หนว่ งชา้ ไว้จะเป็นการเส่ียงความเสยี หายหรือคา่ ใช้จ่าย
จะเกินสว่ นกับค่าของทรพั ย์สินนั้นไซร้ ทา่ นวา่ กรมในรัฐบาลจะจัดใหเ้ อาออกขาย
ทอดตลาดกอ่ นถึงกำหนดกไ็ ด้ แต่ก่อนทจ่ี ะขายให้จดั การตามควรเพอ่ื บันทกึ รายการอนั

เปน็ เครื่องใหบ้ ุคคลผมู้ สี ิทธจิ ะรับทรพั ยส์ ินน้นั อาจทราบว่าเปน็ ทรัพย์สินของตนและพิสูจน์
สทิ ธไิ ด้ เมอื่ ขายแล้วไดเ้ งินเปน็ จำนวนสทุ ธิเทา่ ใดใหถ้ อื ไวแ้ ทนตวั ทรพั ย์สิน

มาตรา ๑๓๒๘[๙๙] สังหาริมทรพั ยม์ ีคา่ ซึ่งซอ่ นหรือฝังไวน้ นั้ ถ้ามผี ู้เกบ็ ได้โดยพฤติการณซ์ ่งึ
ไมม่ ีผใู้ ดสามารถอา้ งวา่ เปน็ เจ้าของได้ ใหก้ รรมสิทธ์ติ กเปน็ ของแผน่ ดนิ ผู้เกบ็ ไดต้ อ้ งส่ง
มอบทรพั ย์นน้ั แก่เจ้าพนักงานตำรวจหรือพนกั งานเจา้ หน้าทอ่ี ื่น แลว้ มสี ิทธิจะไดร้ บั รางวลั
หน่งึ ในสามแห่งคา่ ทรพั ยน์ ้ัน

มาตรา ๑๓๒๙ สทิ ธขิ องบุคคลผไู้ ดม้ าซงึ่ ทรพั ยส์ นิ โดยมีคา่ ตอบแทนและโดยสจุ รติ
น้นั ทา่ นวา่ มิเสียไป ถงึ แมว้ า่ ผู้โอนทรัพยส์ นิ ให้จะไดท้ รพั ย์สินนนั้ มาโดยนิติกรรมอนั เป็น
โมฆยี ะ และนติ กิ รรมนัน้ ไดถ้ ูกบอกลา้ งภายหลงั

มาตรา ๑๓๓๐ สิทธขิ องบคุ คลผซู้ อ้ื ทรพั ย์สนิ โดยสุจรติ ในการขายทอดตลาดตามคำส่งั ศาล
หรอื คำสงั่ เจา้ พนกั งานรกั ษาทรัพย์ในคดลี ้มละลายนนั้ ท่านว่ามเิ สยี ไป ถงึ แม้ภายหลังจะ
พิสจู นไ์ ดว้ า่ ทรพั ยส์ ินนน้ั มิใชข่ องจำเลย หรอื ลูกหน้ีโดยคำพพิ ากษา หรือผู้ล้มละลาย

มาตรา ๑๓๓๑ สทิ ธขิ องบคุ คลผไู้ ดเ้ งินตรามาโดยสจุ รติ นนั้ ทา่ นวา่ มเิ สยี ไป ถึงแมภ้ ายหลงั
จะพสิ ูจนไ์ ดว้ า่ เงนิ นั้นมใิ ช่ของบุคคลซง่ึ ไดโ้ อนให้มา

มาตรา ๑๓๓๒ บุคคลผซู้ ้อื ทรัพยส์ นิ มาโดยสุจรติ ในการขายทอดตลาด หรือในทอ้ งตลาด
หรือจากพอ่ คา้ ซง่ึ ขายของชนิดนนั้ ไมจ่ ำตอ้ งคนื ใหแ้ กเ่ จา้ ของแทจ้ รงิ เว้นแตเ่ จา้ ของจะ
ชดใชร้ าคาทซ่ี อ้ื มา

มาตรา ๑๓๓๓ ทา่ นว่ากรรมสทิ ธิ์นั้น อาจได้มาโดยอายุความตามท่บี ญั ญตั ไิ ว้ในลักษณะ
๓ แห่งบรรพน้ี

มาตรา ๑๓๓๔ ที่ดินรกร้างวา่ งเปลา่ และทด่ี ินซงึ่ มีผเู้ วนคนื หรือทอดทงิ้ หรือกลับมาเป็นของ
แผน่ ดนิ โดยประการอน่ื ตามกฎหมายท่ดี นิ นน้ั ท่านวา่ บุคคลอาจได้มาตามกฎหมายทด่ี นิ

หมวด ๒
แดนแหง่ กรรมสิทธิ์ และการใช้กรรมสิทธ์ิ

มาตรา ๑๓๓๕ ภายในบงั คับแหง่ บทบัญญัตใิ นประมวลกฎหมายนหี้ รือกฎหมายอ่ืน ทา่ น
วา่ แดนแหง่ กรรมสิทธทิ์ ด่ี นิ นน้ั กนิ ท้ังเหนอื พน้ื ดนิ และใตพ้ น้ื ดนิ ดว้ ย

มาตรา ๑๓๓๖ ภายในบังคบั แหง่ กฎหมาย เจา้ ของทรัพย์สินมีสทิ ธใิ ชส้ อยและจำหนา่ ย
ทรพั ย์สินของตนและไดซ้ ง่ึ ดอกผลแหง่ ทรพั ยส์ ินนัน้ กบั ทงั้ มีสทิ ธติ ิดตามและเอาคนื ซึ่ง
ทรัพย์สนิ ของตนจากบคุ คลผไู้ มม่ สี ิทธจิ ะยึดถือไว้ และมีสิทธิขดั ขวางมใิ หผ้ อู้ น่ื สอดเขา้
เก่ยี วขอ้ งกบั ทรพั ยส์ ินนน้ั โดยมชิ อบด้วยกฎหมาย

มาตรา ๑๓๓๗ บคุ คลใดใช้สิทธขิ องตนเปน็ เหตุใหเ้ จ้าของอสงั หารมิ ทรพั ย์ได้รับความ
เสียหาย หรอื เดือดรอ้ นเกนิ ที่ควรคิดหรอื คาดหมายไดว้ า่ จะเปน็ ไปตามปกตแิ ละเหตอุ นั ควร
ในเม่อื เอาสภาพและตำแหน่งท่อี ยู่แหง่ ทรพั ยส์ นิ นนั้ มาคำนงึ ประกอบไซร้ ท่านวา่ เจา้ ของ
อสงั หาริมทรพั ย์มสี ทิ ธิจะปฏิบตั ิการเพื่อยงั ความเสียหายหรอื เดอื ดร้อนนัน้ ใหส้ นิ้ ไป ท้ังนี้
ไมล่ บล้างสทิ ธทิ จี่ ะเรยี กเอาค่าทดแทน

มาตรา ๑๓๓๘ ข้อจำกดั สิทธิแห่งเจ้าของอสงั หาริมทรัพย์ซึง่ กฎหมายกำหนดไวน้ น้ั ทา่ นวา่ ไม่
จำตอ้ งจดทะเบยี น
ข้อจำกดั เชน่ น้ี ทา่ นวา่ จะถอนหรือแกใ้ หห้ ย่อนลงโดยนติ กิ รรมไม่ได้ นอกจากจะได้ทำนติ ิ
กรรมเป็นหนังสือและจดทะเบยี นกับพนักงานเจา้ หนา้ ท่ี
ขอ้ จำกัดซง่ึ กำหนดไว้เพอ่ื สาธารณประโยชน์นนั้ ท่านวา่ จะถอนหรอื แกใ้ ห้หย่อนลงมิไดเ้ ลย

มาตรา ๑๓๓๙ เจ้าของท่ีดนิ จำตอ้ งรับน้าซึ่งไหลตามธรรมดาจากทดี่ นิ สูงมาในท่ดี นิ ของตน
นา้ ไหลตามธรรมดามายงั ทด่ี นิ ตา่ และจำเป็นแกท่ ดี่ นิ นน้ั ไซร้ ทา่ นวา่ เจา้ ของทีด่ นิ ซง่ึ อยู่สงู
กว่าจะกนั เอาไวไ้ ด้เพยี งท่จี ำเปน็ แก่ทีด่ นิ ของตน

มาตรา ๑๓๔๐ เจ้าของทด่ี นิ จำตอ้ งรับน้าซงึ่ ไหลเพราะระบายจากท่ีดนิ สูงมาในที่ดนิ ของตน
ถา้ ก่อนทร่ี ะบายนนั้ นา้ ไดไ้ หลเข้ามาในท่ดี นิ ของตนตามธรรมดาอยูแ่ ลว้
ถา้ ได้รบั ความเสียหายเพราะการระบายนา้ ทา่ นวา่ เจ้าของที่ดนิ ตา่ อาจเรยี กรอ้ งให้เจ้าของ
ท่ีดนิ สงู ทำทางระบายนา้ และออกคา่ ใช้จา่ ยในการนนั้ เพอ่ื ระบายนา้ ไปใหต้ ลอดท่ดี ินตา่
จนถงึ ทางนา้ หรือท่อนา้ สาธารณะ ทงั้ นี้ ไม่ลบลา้ งสิทธแิ ห่งเจา้ ของทด่ี นิ ตา่ ในอนั จะเรียก
เอาคา่ ทดแทน

มาตรา ๑๓๔๑ ท่านมใิ ห้เจ้าของอสงั หาริมทรพั ยท์ ำหลงั คาหรือการปลูกสร้างอยา่ งอน่ื ซงึ่ ทำ
ใหน้ ้าฝนตกลงยงั ทรัพย์สนิ ซงึ่ อยตู่ ดิ ตอ่ กนั

มาตรา ๑๓๔๒ บ่อ สระ หลุมรับนา้ โสโครก หรือหลมุ รับปุ๋ย หรือขยะมูลฝอยนนั้ ทา่ นวา่ จะ
ขุดในระยะสองเมตรจากแนวเขตท่ีดนิ ไมไ่ ด้
คูหรอื การขุดรอ่ งเพ่ือวางทอ่ นา้ ใต้ดนิ หรือส่งิ อืน่ ซง่ึ คล้ายกนั นนั้ ทา่ นว่าจะทำใกล้แนวเขต
ทีด่ นิ กวา่ ครงึ่ หนงึ่ แห่งสว่ นลึกของคหู รือรอ่ งนน้ั ไม่ได้ แต่ถา้ ทำหา่ งแนวเขตหนึ่งเมตรหรือ
กวา่ น้นั ทา่ นวา่ ทำได้
ถา้ กระทำการดงั กลา่ วไวใ้ นสองวรรคก่อนใกลแ้ นวเขตไซร้ ท่านว่าตอ้ งใชค้ วามระมัดระวัง
ตามควร เพ่ือปอ้ งกนั มใิ หด้ ินหรอื ทรายพงั ลง หรือมใิ หน้ า้ หรอื สงิ่ โสโครกซมึ เข้าไป

มาตรา ๑๓๔๓ หา้ มมใิ หข้ ุดดนิ หรือบรรทุกนา้ หนกั บนท่ีดนิ เกินควรจนอาจเป็นเหตุ
อันตรายแกค่ วามอยู่มนั่ แห่งที่ดนิ ติดตอ่ เวน้ แต่จะจดั การเพยี งพอเพอื่ ปอ้ งกนั ความเสียหาย

มาตรา ๑๓๔๔ ร้วั กำแพง รว้ั ตน้ ไม้ คู ซงึ่ หมายเขตท่ีดนิ นน้ั ทา่ นใหส้ นั นิษฐานไวก้ อ่ นวา่
เจ้าของท่ีดนิ ทงั้ สองขา้ งเป็นเจา้ ของรวมกนั

มาตรา ๑๓๔๕ เมือ่ รัว้ ตน้ ไม้ หรอื คูซงึ่ มไิ ดใ้ ชเ้ ป็นทางระบายนา้ เปน็ ของเจา้ ของทด่ี นิ ทงั้
สองขา้ งรวมกัน ทา่ นวา่ เจา้ ของขา้ งใดขา้ งหนงึ่ มสี ิทธทิ ี่จะตัดร้วั ตน้ ไม้ หรอื ถมคนู น้ั ไดถ้ งึ แนว
เขตท่ีดนิ ของตน แต่ตอ้ งก่อกำแพง หรือทำรวั้ ตามแนวเขตน้ัน

มาตรา ๑๓๔๖ ถา้ มตี น้ ไม้อยู่บนแนวเขตที่ดนิ ทา่ นให้สนั นิษฐานไวก้ อ่ นวา่ เจา้ ของท่ดี นิ
ทงั้ สองขา้ งเปน็ เจ้าของตน้ ไมร้ วมกนั ดอกผลเปน็ ของเจ้าของท่ีดนิ คนละสว่ นเสมอกนั และถา้
ตดั ตน้ ลงไซร้ ไมน้ นั้ เป็นของเจา้ ของทด่ี นิ คนละส่วนดุจกนั
เจ้าของแตล่ ะฝา่ ยจะต้องการให้ขดุ หรือตัดตน้ ไม้ก็ได้ คา่ ใชจ้ า่ ยในการน้นั ตอ้ งเสียเท่ากนั
ท้ังสองฝา่ ย แตถ่ า้ เจา้ ของอกี ฝา่ ยหนึง่ สละสทิ ธใิ นตน้ ไมไ้ ซร้ ฝา่ ยทต่ี ้องการขดุ หรอื ตดั ตอ้ ง

เสียคา่ ใช้จ่ายฝ่ายเดียว ถา้ ต้นไม้นั้นเปน็ หลกั เขตและจะหาหลักเขตอ่ืนไม่เหมาะเหมือน
ทา่ นวา่ ฝา่ ยหนึง่ ฝา่ ยใดจะต้องการใหข้ ุดหรือตดั ไมไ่ ด้

มาตรา ๑๓๔๗ เจ้าของที่ดนิ อาจตัดรากไมซ้ งึ่ รกุ เขา้ มาจากทีด่ นิ ติดตอ่ และเอาไว้เสยี ถา้ กง่ิ
ไม้ยน่ื ลา้ เขา้ มา เมื่อเจ้าของท่ดี ินไดบ้ อกผ้คู รอบครองท่ดี ินติดตอ่ ใหต้ ัดภายในเวลาอนั
สมควรแลว้ แตผ่ ูน้ นั้ ไมต่ ัด ทา่ นวา่ เจา้ ของทด่ี นิ ตัดเอาเสยี ได้

มาตรา ๑๓๔๘ ดอกผลแห่งตน้ ไม้ทห่ี ลน่ ตามธรรมดาลงในทด่ี ินตดิ ตอ่ แปลงใด ทา่ นให้
สนั นษิ ฐานไว้กอ่ นว่าเปน็ ดอกผลของทดี่ นิ แปลงนั้น

มาตรา ๑๓๔๙ ทดี่ ินแปลงใดมที ด่ี นิ แปลงอื่นลอ้ มอยจู่ นไมม่ ที างออกถงึ ทางสาธารณะไดไ้ ซร้
ท่านวา่ เจ้าของท่ีดนิ แปลงนน้ั จะผา่ นท่ีดนิ ซง่ึ ล้อมอย่ไู ปสู่ทางสาธารณะได้
ที่ดนิ แปลงใดมีทางออกได้แต่เม่ือตอ้ งขา้ มสระ บึง หรอื ทะเล หรอื มที ี่ชนั อนั ระดับท่ีดินกับ
ทางสาธารณะสงู กวา่ กนั มากไซร้ ทา่ นวา่ ให้ใชค้ วามในวรรคตน้ บังคบั
ท่ีและวิธที ำทางผา่ นนนั้ ต้องเลอื กให้พอควรแกค่ วามจำเปน็ ของผ้มู ีสิทธจิ ะผา่ น กับทั้งให้
คำนึงถงึ ทีด่ นิ ทีล่ อ้ มอยู่ให้เสียหายแตน่ อ้ ยที่สุดทีจ่ ะเป็นได้ ถา้ จำเปน็ ผมู้ สี ทิ ธจิ ะผา่ นจะสรา้ ง
ถนนเป็นทางผา่ นกไ็ ด้
ผมู้ สี ทิ ธิจะผ่านตอ้ งใชค้ า่ ทดแทนให้แก่เจ้าของท่ดี ินทล่ี อ้ มอยูเ่ พ่อื ความเสยี หายอันเกิดแต่
เหตุท่ีมที างผ่านนน้ั คา่ ทดแทนน้ันนอกจากคา่ เสียหายเพราะสร้างถนน ท่านวา่ จะกำหนด
เปน็ เงนิ รายปีก็ได้

มาตรา ๑๓๕๐ ถ้าทด่ี ินแบง่ แยกหรือแบ่งโอนกันเปน็ เหตุให้แปลงหนึง่ ไม่มีทางออกไปสู่
ทางสาธารณะไซร้ ทา่ นว่าเจา้ ของทีด่ นิ แปลงน้นั มสี ทิ ธิเรยี กร้องเอาทางเดนิ ตามมาตรากอ่ น
ไดเ้ ฉพาะบนทดี่ ินแปลงทีไ่ ดแ้ บง่ แยกหรอื แบ่งโอนกนั และไมต่ อ้ งเสียคา่ ทดแทน

มาตรา ๑๓๕๑ เจ้าของที่ดนิ เม่ือบอกลว่ งหนา้ ตามสมควรแลว้ อาจใชท้ ่ีดนิ ตดิ ตอ่ เพยี งท่ี
จำเป็นในการปลกู สรา้ งหรือซอ่ มแซมรวั้ กำแพง หรือโรงเรือน ตรงหรอื ใกล้แนวเขตของตน
แตจ่ ะเข้าไปในเรือนทีอ่ ยู่ของเพ่อื นบา้ นข้างเคียงไมไ่ ด้ เวน้ แต่ได้รบั ความยนิ ยอม
ถ้าไดก้ ่อความเสียหายใหเ้ กิดขนึ้ ไซร้ ทา่ นวา่ เพ่ือนบ้านขา้ งเคียงจะเรียกเอาคา่ ทดแทนก็ได้

มาตรา ๑๓๕๒ ท่านวา่ ถ้าเจ้าของทด่ี ินได้รบั คา่ ทดแทนตามสมควรแลว้ ตอ้ งยอมให้ผ้อู นื่
วางท่อนา้ ท่อระบายนา้ สายไฟฟา้ หรือสงิ่ อ่นื ซ่ึงคล้ายกนั ผา่ นที่ดนิ ของตน เพื่อประโยชน์
แก่ที่ดินติดต่อ ซง่ึ ถา้ ไมย่ อมให้ผา่ นกไ็ ม่มที างจะวางได้ หรือถา้ จะวางไดก้ เ็ ปลอื งเงนิ มากเกิน
ควร แต่เจา้ ของทด่ี นิ อาจใหย้ กเอาประโยชน์ของตนขนึ้ พจิ ารณาดว้ ย
เมอื่ มีเหตผุ ลพเิ ศษ ถา้ จะตอ้ งวางเหนือพ้นื ดนิ ไซร้ ท่านวา่ เจา้ ของท่ดี ินอาจเรยี กใหซ้ อ้ื ท่ีดนิ
ของตนบางส่วนตามควรที่จะใชใ้ นการนน้ั โดยราคาคุ้มคา่ ที่ดนิ และคา่ ทดแทนความ
เสียหายซ่ึงอาจมีเพราะการขายนนั้ ดว้ ย
ถ้าพฤตกิ ารณ์เปลย่ี นไป เจา้ ของท่ีดนิ อาจเรียกใหย้ ้ายถอนส่ิงท่วี างนน้ั ไปไว้ ณ ส่วนอน่ื
แหง่ ท่ีดินของตนตามแต่จะเหมาะแกป่ ระโยชนแ์ หง่ เจ้าของท่ีดนิ
คา่ ยา้ ยถอนนน้ั เจ้าของทดี่ นิ ตดิ ตอ่ เปน็ ผู้เสีย แตถ่ ้ามีพฤติการณพ์ เิ ศษไซร้ ทา่ นวา่ จะให้
เจ้าของที่ดนิ อีกฝา่ ยหนงึ่ ช่วยเสียค่ายา้ ยถอนตามส่วนอนั ควรก็ได้

มาตรา ๑๓๕๓ บคุ คลอาจพาปศสุ ัตว์ของตนผา่ นหรอื เขา้ ไปในทีด่ นิ ของผู้อนื่ ซง่ึ มิได้กนั้ เพือ่
ไปเลย้ี ง และอาจเข้าไปเอานา้ ในบอ่ หรอื สระในท่ีเช่นว่าน้ันมาใชไ้ ด้ เวน้ แตท่ ่ดี นิ เปน็ ที่

เพาะปลูก หรอื เตรียมเพอ่ื เพาะปลูก หว่าน หรอื มธี ญั ชาติข้ึนอยแู่ ลว้ แตท่ า่ นวา่ เจ้าของ
ที่ดินยอ่ มหา้ มได้เสมอ

มาตรา ๑๓๕๔ ถ้ามจี ารตี ประเพณีแหง่ ทอ้ งถ่นิ ใหท้ ำไดแ้ ละถา้ เจ้าของไมห่ ้าม บคุ คลอาจ
เขา้ ไปในที่ป่า ทด่ี ง หรอื ในท่มี ีหญา้ เลีย้ งสัตวซ์ ง่ึ เป็นท่ดี ินของผอู้ ่นื เพอ่ื เกบ็ ฟืน หรือ
ผลไม้ปา่ ผกั เหด็ และสง่ิ เชน่ กนั

มาตรา ๑๓๕๕ เจา้ ของทดี่ นิ ริมทางน้า หรือมที างนา้ ผา่ น ไม่มสี ิทธิจะชกั เอานา้ ไวเ้ กนิ กวา่ ที่
จำเป็นแก่ประโยชน์ของตนตามควร ใหเ้ ปน็ เหตเุ สื่อมเสียแก่ที่ดินแปลงอนื่ ซง่ึ อยตู่ ามทาง
น้าน้นั

หมวด ๓
กรรมสทิ ธ์ิรวม

มาตรา ๑๓๕๖ ถา้ ทรพั ยส์ นิ เปน็ ของบุคคลหลายคนรวมกัน ทา่ นให้ใชบ้ ทบญั ญตั ิใน
หมวดนบี้ งั คบั เวน้ แต่จะมีกฎหมายบญั ญตั ิไว้เปน็ อยา่ งอื่น

มาตรา ๑๓๕๗ ทา่ นใหส้ นั นิษฐานไวก้ อ่ นวา่ ผเู้ ป็นเจ้าของรวมกนั มีสว่ นเท่ากนั

มาตรา ๑๓๕๘ ทา่ นให้สนั นษิ ฐานไวก้ อ่ นวา่ เจา้ ของรวมมสี ทิ ธจิ ดั การทรัพยส์ นิ รวมกัน

ในเร่อื งจดั การตามธรรมดา ทา่ นว่าพึงตกลงโดยคะแนนข้างมากแห่งเจ้าของรวม แต่เจา้ ของ
รวมคนหนง่ึ ๆ อาจทำสงิ่ ใดสงิ่ หน่ึงในทางจัดการตามธรรมดาได้ เว้นแต่ฝา่ ยขา้ งมากไดต้ ก
ลงไว้เปน็ อยา่ งอนื่ แตเ่ จา้ ของรวมคนหนงึ่ ๆ อาจทำการเพอื่ รักษาทรัพยส์ นิ ไดเ้ สมอ
ในเรื่องจดั การอนั เปน็ สาระสำคญั ทา่ นว่าต้องตกลงกันโดยคะแนนขา้ งมากแห่งเจา้ ของรวม
และคะแนนขา้ งมากนน้ั ตอ้ งมีสว่ นไมต่ ่ากวา่ คร่งึ หน่ึงแหง่ คา่ ทรัพยส์ นิ
การเปล่ยี นแปลงวตั ถทุ ป่ี ระสงค์นนั้ ทา่ นวา่ จะตกลงกันไดก้ แ็ ต่เมอ่ื เจ้าของรวมเห็นชอบทุก
คน

มาตรา ๑๓๕๙ เจ้าของรวมคนหน่ึง ๆ อาจใชส้ ทิ ธิอนั เกดิ แตก่ รรมสทิ ธ์คิ รอบไปถึง
ทรัพย์สนิ ทงั้ หมดเพอ่ื ตอ่ สบู้ ุคคลภายนอก แตใ่ นการเรียกร้องเอาทรพั ย์สนิ คนื นน้ั ทา่ นวา่
ต้องอยใู่ นบงั คบั แห่งเงอื่ นไขทรี่ ะบไุ วใ้ นมาตรา ๓๐๒ แห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา ๑๓๖๐ เจ้าของรวมคนหน่งึ ๆ มสี ทิ ธใิ ชท้ รพั ยส์ นิ ได้ แตก่ ารใช้นนั้ ตอ้ งไม่ขดั ต่อ
สิทธแิ ห่งเจา้ ของรวมคนอน่ื ๆ
ทา่ นใหส้ ันนิษฐานไวก้ อ่ นว่าเจา้ ของรวมคนหนง่ึ ๆ มีสิทธไิ ดด้ อกผลตามส่วนของตนทมี่ ใี น
ทรพั ยส์ นิ นน้ั

มาตรา ๑๓๖๑ เจา้ ของรวมคนหน่ึง ๆ จะจำหนา่ ยส่วนของตน หรอื จำนอง หรือกอ่ ใหเ้ กดิ
ภาระติดพนั กไ็ ด้
แต่ตวั ทรัพยส์ ินน้นั จะจำหนา่ ย จำนำ จำนอง หรือก่อใหเ้ กดิ ภาระตดิ พนั ไดก้ แ็ ตด่ ว้ ยความ
ยินยอมแหง่ เจา้ ของรวมทุกคน

ถา้ เจ้าของรวมคนใดจำหนา่ ย จำนำ จำนอง หรือกอ่ ใหเ้ กดิ ภาระตดิ พันทรัพยส์ ินโดยมไิ ด้รบั
ความยินยอมแห่งเจา้ ของรวมทกุ คน แต่ภายหลงั เจา้ ของรวมคนนน้ั ได้เปน็ เจ้าของทรพั ย์สิน
แตผ่ ู้เดียวไซร้ ทา่ นว่านิติกรรมนน้ั เปน็ อนั สมบูรณ์

มาตรา ๑๓๖๒ เจา้ ของรวมคนหนง่ึ ๆ จำตอ้ งชว่ ยเจา้ ของรวมคนอนื่ ๆ ตามสว่ นของตนใน
การออกค่าจัดการ คา่ ภาษีอากร และค่ารักษา กับทงั้ คา่ ใช้ทรัพย์สนิ รวมกันดว้ ย

มาตรา ๑๓๖๓ เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ มีสิทธิเรยี กใหแ้ บ่งทรพั ยส์ ินได้ เว้นแตจ่ ะมนี ติ ิกรรม
ขดั อยู่ หรือถา้ วตั ถทุ ป่ี ระสงคท์ ี่เปน็ เจ้าของรวมกนั นนั้ มลี ักษณะเปน็ การถาวร ก็เรียกให้แบ่ง
ไม่ได้
สทิ ธเิ รียกใหแ้ บ่งทรพั ยส์ ินนนั้ ทา่ นว่าจะตดั โดยนิตกิ รรมเกินคราวละสบิ ปีไม่ได้
ทา่ นวา่ เจ้าของรวมจะเรียกใหแ้ บง่ ทรพั ยส์ ินในเวลาทไ่ี ม่เปน็ โอกาสอนั ควรไมไ่ ด้

มาตรา ๑๓๖๔ การแบ่งทรพั ย์สนิ พึงกระทำโดยแบง่ ทรพั ยส์ นิ นน้ั เองระหวา่ งเจ้าของรวม หรือ
โดยขายทรัพยส์ ินแลว้ เอาเงนิ ที่ขายไดแ้ บง่ กัน
ถา้ เจา้ ของรวมไมต่ กลงกนั วา่ จะแบ่งทรัพยส์ ินอยา่ งไรไซร้ เม่อื เจา้ ของรวมคนหนงึ่ คนใดขอ
ศาลอาจสง่ั ให้เอาทรพั ยส์ นิ นน้ั ออกแบง่ ถ้าสว่ นทแี่ บง่ ใหไ้ ม่เทา่ กนั ไซร้ จะส่ังให้ทดแทน
กันเปน็ เงนิ ก็ได้ ถา้ การแบง่ เชน่ ว่านไี้ มอ่ าจทำไดห้ รือจะเสยี หายมากนักก็ดี ศาลจะส่ังใหข้ าย
โดยประมลู ราคากันระหว่างเจ้าของรวมหรือขายทอดตลาดก็ได้

มาตรา ๑๓๖๕ ถา้ เจา้ ของรวมต้องรับผดิ ชอบรว่ มกันตอ่ บคุ คลภายนอกในหนอ้ี ันเกยี่ วกบั
ทรพั ยส์ นิ รวม หรอื ในหนซี้ งึ่ ไดก้ อ่ ข้ึนใหม่เพื่อชำระหนเี้ ดิมดังว่าน้นั กด็ ี ในเวลาแบ่ง

เจ้าของรวมคนหน่ึง ๆ จะเรียกให้เอาทรัพย์สนิ รวมน้นั ชำระหน้เี สยี กอ่ น หรือใหเ้ อาเปน็
ประกันกไ็ ด้
ถ้าเจ้าของรวมคนหนง่ึ ตอ้ งรบั ผิดตอ่ เจา้ ของรวมคนอนื่ ในหน้ีซง่ึ เกดิ จากการเปน็ เจา้ ของรวม
หรอื ในหนี้ซ่งึ ไดก้ ่อขึ้นใหมเ่ พื่อชำระหน้ีเดิมดงั วา่ นนั้ ก็ดี ในเวลาแบ่ง เจา้ ของรวมผู้เป็น
เจา้ หน้ีจะเรียกให้เอาส่วนซง่ึ จะไดแ้ กล่ กู หนขี้ องตนในทรัพย์สินรวมน้ันชำระหนเี้ สยี กอ่ น
หรอื ให้เอาเปน็ ประกนั กไ็ ด้
สิทธทิ ี่กล่าวมาขา้ งตน้ นอี้ าจใช้แก่ผูร้ บั โอน หรอื ผู้สบื กรรมสิทธใิ์ นสว่ นของเจา้ ของรวมนนั้
ถ้าจำเปน็ จะตอ้ งขายทรพั ย์สนิ รวมไซร้ ทา่ นใหน้ ำบทบญั ญตั ิมาตรากอ่ นมาใชบ้ ังคับ

มาตรา ๑๓๖๖ เจ้าของรวมคนหนง่ึ ๆ ต้องรบั ผดิ ตามสว่ นของตนเชน่ เดียวกับผขู้ ายใน
ทรพั ย์สนิ ซ่ึงเจา้ ของรวมคนอนื่ ๆ ได้รับไปในการแบ่ง

ลักษณะ ๓
ครอบครอง

มาตรา ๑๓๖๗ บุคคลใดยึดถอื ทรพั ย์สนิ โดยเจตนาจะยึดถอื เพ่อื ตน ทา่ นวา่ บุคคลนนั้ ได้
ซงึ่ สิทธคิ รอบครอง

มาตรา ๑๓๖๘ บคุ คลอาจได้มาซงึ่ สทิ ธคิ รอบครองโดยผอู้ น่ื ยดึ ถอื ไวใ้ ห้

มาตรา ๑๓๖๙ บุคคลใดยดึ ถอื ทรพั ย์สินไว้ ท่านใหส้ นั นษิ ฐานไว้กอ่ นว่า บุคคลนั้นยึดถอื
เพ่อื ตน

มาตรา ๑๓๗๐ ผคู้ รอบครองนั้น ทา่ นใหส้ นั นษิ ฐานไวก้ อ่ นว่าครอบครองโดยสุจรติ โดย
ความสงบและโดยเปดิ เผย

มาตรา ๑๓๗๑ ถา้ พสิ ูจน์ไดว้ ่าบคุ คลใดครอบครองทรพั ยส์ นิ เดยี วกันสองคราว ทา่ นให้
สันนิษฐานไวก้ อ่ นว่าบุคคลนนั้ ไดค้ รอบครองตดิ ตอ่ กนั ตลอดเวลา

มาตรา ๑๓๗๒ สิทธิซงึ่ ผู้ครอบครองใช้ในทรพั ยส์ นิ ทคี่ รอบครองนัน้ ทา่ นให้สันนษิ ฐาน
ไวก้ อ่ นวา่ เปน็ สทิ ธซิ ่งึ ผคู้ รอบครองมตี ามกฎหมาย

มาตรา ๑๓๗๓ ถา้ ทรพั ย์สนิ เปน็ อสงั หาริมทรพั ย์ท่ไี ดจ้ ดไว้ในทะเบยี นท่ดี นิ ทา่ นให้
สันนิษฐานไว้กอ่ นว่าบคุ คลผมู้ ีชอ่ื ในทะเบยี นเปน็ ผู้มีสิทธิครอบครอง

มาตรา ๑๓๗๔ ถ้าผคู้ รอบครองถูกรบกวนในการครอบครองทรพั ยส์ ิน เพราะมผี ู้สอดเข้า
เกี่ยวขอ้ งโดยมิชอบดว้ ยกฎหมายไซร้ ทา่ นว่าผคู้ รอบครองมสี ทิ ธจิ ะใหป้ ลดเปลอ้ื งการรบกวน
นนั้ ได้ ถ้าเปน็ ทีน่ า่ วติ กว่าจะยงั มกี ารรบกวนอีก ผูค้ รอบครองจะขอตอ่ ศาลให้สง่ั หา้ มก็ได้
การฟอ้ งคดเี พอื่ ปลดเปลอ้ื งการรบกวนน้ัน ทา่ นว่าตอ้ งฟอ้ งภายในปีหนงึ่ นับแต่เวลาถกู
รบกวน

มาตรา ๑๓๗๕ ถ้าผู้ครอบครองถูกแยง่ การครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายไซร้ ท่านวา่ ผู้
ครอบครองมีสทิ ธจิ ะไดค้ นื ซงึ่ การครอบครอง เวน้ แต่อีกฝา่ ยหน่งึ มีสทิ ธเิ หนือทรัพยส์ นิ ดีกวา่
ซงึ่ จะเปน็ เหตุใหเ้ รยี กคนื จากผคู้ รอบครองได้
การฟอ้ งคดเี พอ่ื เอาคนื ซง่ึ การครอบครองนน้ั ทา่ นวา่ ตอ้ งฟอ้ งภายในปีหน่ึงนบั แตเ่ วลาถกู
แยง่ การครอบครอง

มาตรา ๑๓๗๖ ถา้ จะตอ้ งส่งทรัพยส์ นิ คนื แก่บคุ คลผู้มีสทิ ธเิ อาคนื ไซร้ ท่านให้นำ
บทบัญญตั ิมาตรา ๔๑๒ ถึง ๔๑๘ แห่งประมวลกฎหมายน้วี า่ ดว้ ยลาภมิควรได้มาใช้บงั คบั
โดยอนุโลม

มาตรา ๑๓๗๗ ถา้ ผู้ครอบครองสละเจตนาครอบครอง หรือไมย่ ึดถอื ทรัพย์สนิ ตอ่ ไปไซร้
การครอบครองยอ่ มสดุ สน้ิ ลง
ถ้าเหตอุ นั มีสภาพเป็นเหตชุ วั่ คราวมีมาขัดขวางมิให้ผู้ครอบครองยึดถอื ทรพั ยส์ นิ ไซร้ ทา่ น
วา่ การครอบครองไม่สุดส้ินลง

มาตรา ๑๓๗๘ การโอนไปซึ่งการครอบครองนน้ั ยอ่ มทำได้โดยสง่ มอบทรพั ยส์ นิ ที่
ครอบครอง

มาตรา ๑๓๗๙ ถ้าผู้รับโอนหรอื ผ้แู ทนยึดถอื ทรพั ยส์ ินอยแู่ ลว้ ทา่ นว่าการโอนไปซงึ่ การ
ครอบครองจะทำเพยี งแสดงเจตนากไ็ ด้

มาตรา ๑๓๘๐ การโอนไปซ่ึงการครอบครองยอ่ มเป็นผล แม้ผู้โอนยงั ยดึ ถอื ทรัพยส์ ินอยู่ ถา้
ผู้โอนแสดงเจตนาวา่ ต่อไปจะยดึ ถือทรัพยส์ นิ นน้ั แทนผ้รู ับโอน

ถา้ ทรัพย์สนิ น้ันผแู้ ทนของผโู้ อนยึดถืออยู่ การโอนไปซึ่งการครอบครองจะทำโดยผโู้ อนสงั่
ผู้แทนวา่ ต่อไปให้ยดึ ถอื ทรพั ย์สินไวแ้ ทนผ้รู บั โอนกไ็ ด้

มาตรา ๑๓๘๑ บคุ คลใดยดึ ถอื ทรพั ยส์ ินอยใู่ นฐานะเป็นผู้แทนผ้คู รอบครอง บคุ คลนั้นจะ
เปลยี่ นลกั ษณะแห่งการยึดถือได้ ก็แตโ่ ดยบอกกล่าวไปยงั ผูค้ รอบครองว่าไมเ่ จตนาจะยึดถือ
ทรัพยส์ นิ แทนผคู้ รอบครองตอ่ ไป หรือตนเองเปน็ ผคู้ รอบครองโดยสจุ รติ อาศยั อำนาจใหม่
อันไดจ้ ากบคุ คลภายนอก

มาตรา ๑๓๘๒ บคุ คลใดครอบครองทรพั ยส์ นิ ของผอู้ ื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วย
เจตนาเป็นเจา้ ของ ถา้ เปน็ อสงั หารมิ ทรพั ยไ์ ดค้ รอบครองตดิ ตอ่ กนั เป็นเวลาสิบปี ถ้าเปน็
สังหาริมทรพั ย์ไดค้ รอบครองติดต่อกนั เปน็ เวลาห้าปไี ซร้ ทา่ นวา่ บุคคลน้นั ได้กรรมสทิ ธ์ิ

มาตรา ๑๓๘๓ ทรัพย์สนิ อนั ไดม้ าโดยการกระทำผดิ น้นั ทา่ นวา่ ผ้กู ระทำผดิ หรือผรู้ บั โอนไม่
สุจริตจะได้กรรมสิทธ์โิ ดยอายคุ วามก็แต่เมอื่ พน้ กำหนดอายคุ วามอาชญา หรือพน้ เวลาที่
กำหนดไวใ้ นมาตรากอ่ น ถ้ากำหนดไหนยาวกว่า ทา่ นให้ใชก้ ำหนดนั้น

มาตรา ๑๓๘๔ ถา้ ผคู้ รอบครองขาดยึดถอื ทรพั ย์สนิ โดยไมส่ มัครและไดค้ นื ภายในเวลาปี
หนึ่งนบั ตงั้ แตว่ นั ขาดยดึ ถอื หรือไดค้ นื โดยฟ้องคดีภายในกำหนดนน้ั ไซร้ ทา่ นมใิ ห้ถอื ว่า
การครอบครองสะดดุ หยดุ ลง

มาตรา ๑๓๘๕ ถ้าโอนการครอบครองแกก่ ัน ผรู้ บั โอนจะนบั เวลาซึ่งผู้โอนครอบครองอยู่
กอ่ นนน้ั รวมเขา้ กบั เวลาครอบครองของตนกไ็ ด้ ถา้ ผู้รับโอนนบั รวมเชน่ นั้น และถ้ามี

ข้อบกพร่องในระหวา่ งครอบครองของผโู้ อนไซร้ ท่านวา่ ข้อบกพร่องนนั้ อาจยกข้ึนเป็นข้อ
ต่อสผู้ ู้รับโอนได้

มาตรา ๑๓๘๖ บทบญั ญัตวิ า่ ดว้ ยอายุความในประมวลกฎหมายนี้ ทา่ นใหใ้ ชบ้ งั คับใน
เรอื่ งอายคุ วามไดส้ ทิ ธอิ นั กลา่ วไวใ้ นลกั ษณะนโี้ ดยอนุโลม

ลกั ษณะ ๔
ภาระจำยอม

มาตรา ๑๓๘๗ อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ าจต้องตกอยใู่ นภาระจำยอมอนั เป็นเหตุใหเ้ จ้าของตอ้ ง
ยอมรับกรรมบางอยา่ งซง่ึ กระทบถึงทรัพยส์ นิ ของตน หรอื ตอ้ งงดเวน้ การใช้สิทธบิ างอยา่ ง
อนั มอี ยใู่ นกรรมสทิ ธิท์ รพั ย์สนิ นน้ั เพ่ือประโยชนแ์ กอ่ สงั หาริมทรัพย์อืน่

มาตรา ๑๓๘๘ เจ้าของสามยทรัพย์ไมม่ ีสทิ ธิทำการเปลีย่ นแปลงในภารยทรพั ย์หรอื ใน
สามยทรัพยซ์ งึ่ ทำให้เกดิ ภาระเพ่มิ ขน้ึ แกภ่ ารยทรัพย์

มาตรา ๑๓๘๙ ถา้ ความตอ้ งการแหง่ เจา้ ของสามยทรัพย์เปลยี่ นแปลงไป ทา่ นวา่ ความ
เปลย่ี นแปลงนนั้ ไมใ่ ห้สทิ ธิแกเ่ จ้าของสามยทรัพย์ท่จี ะทำใหเ้ กิดภาระเพมิ่ ข้ึนแกภ่ ารยทรพั ย์
ได้

มาตรา ๑๓๙๐ ทา่ นมใิ ห้เจา้ ของภารยทรพั ย์ประกอบกรรมใด ๆ อันจะเป็นเหตใุ ห้
ประโยชนแ์ หง่ ภาระจำยอมลดไปหรอื เสือ่ มความสะดวก

มาตรา ๑๓๙๑ เจ้าของสามยทรัพยม์ ีสทิ ธทิ ำการทุกอยา่ งอนั จำเปน็ เพอ่ื รกั ษาและใชภ้ าระจำ
ยอม แตต่ อ้ งเสยี คา่ ใชจ้ ่ายของตนเอง ในการนเ้ี จ้าของสามยทรัพย์จะก่อให้เกดิ ความ
เสียหายแก่ภารยทรพั ย์ไดก้ ็แต่นอ้ ยทส่ี ดุ ตามพฤติการณ์
เจา้ ของสามยทรพั ยต์ อ้ งเสียค่าใช้จา่ ยของตนเองรักษาซอ่ มแซมการที่ได้ทำไปแล้วให้
เปน็ ไปดว้ ยดี แตถ่ า้ เจา้ ของภารยทรัพยไ์ ด้รับประโยชน์ด้วยไซร้ ทา่ นวา่ ตอ้ งออกคา่ ใช้จา่ ย
ตามสว่ นแหง่ ประโยชนท์ ไ่ี ด้รับ

มาตรา ๑๓๙๒ ถ้าภาระจำยอมแตะตอ้ งเพยี งสว่ นหนงึ่ แห่งภารยทรัพย์ เจา้ ของทรพั ยน์ นั้
อาจเรียกใหย้ า้ ยไปยงั สว่ นอน่ื ก็ได้ แต่ตอ้ งแสดงไดว้ ่าการย้ายน้ันเปน็ ประโยชน์แกต่ นและ
รับเสียคา่ ใชจ้ า่ ย ทง้ั น้ี ต้องไม่ทำใหค้ วามสะดวกของเจ้าของสามยทรพั ย์ลดนอ้ ยลง

มาตรา ๑๓๙๓ ถ้ามิไดก้ ำหนดไวเ้ ป็นอย่างอนื่ ในนติ กิ รรมอนั กอ่ ใหเ้ กดิ ภาระจำยอมไซร้
ทา่ นวา่ ภาระจำยอมยอ่ มติดไปกับสามยทรัพยซ์ ง่ึ ไดจ้ ำหนา่ ย หรือตกไปในบงั คับแหง่ สทิ ธิ
อื่น
ท่านวา่ จะจำหน่าย หรือทำใหภ้ าระจำยอมตกไปในบงั คบั แห่งสทิ ธอิ นื่ ตา่ งหากจาก
สามยทรัพยไ์ มไ่ ด้

มาตรา ๑๓๙๔ ถ้ามกี ารแบ่งแยกภารยทรพั ย์ ท่านวา่ ภาระจำยอมยงั คงมีอย่ทู ุกส่วนทีแ่ ยก
ออก แตถ่ ้าในสว่ นใดภาระจำยอมนน้ั ไมใ่ ชแ้ ละใชไ้ มไ่ ดต้ ามรปู การ ทา่ นวา่ เจา้ ของสว่ นนนั้
จะเรียกใหพ้ น้ จากภาระจำยอมกไ็ ด้

มาตรา ๑๓๙๕ ถ้ามีการแบง่ แยกสามยทรพั ย์ ทา่ นว่าภาระจำยอมยังคงมอี ยู่เพอื่ ประโยชนแ์ ก่
ทกุ สว่ นท่แี ยกออกนั้น แต่ถ้าภาระจำยอมน้ันไมใ่ ชแ้ ละใช้ไมไ่ ด้ตามรูปการเพอื่ ประโยชนแ์ ก่
ส่วนใดไซร้ ทา่ นวา่ เจ้าของภารยทรพั ยจ์ ะเรียกใหพ้ ้นจากภาระจำยอมอนั เก่ียวกบั ทรัพยส์ ว่ น
น้นั กไ็ ด้

มาตรา ๑๓๙๖ ภาระจำยอมซงึ่ เจ้าของรวมแห่งสามยทรพั ย์คนหนง่ึ ไดม้ า หรอื ใชอ้ ยู่
นน้ั ทา่ นให้ถอื ว่าเจา้ ของรวมได้มาหรอื ใชอ้ ยู่ดว้ ยกนั ทุกคน

มาตรา ๑๓๙๗ ถ้าภารยทรัพย์หรอื สามยทรัพยส์ ลายไปทงั้ หมด ทา่ นวา่ ภาระจำยอมสนิ้ ไป

มาตรา ๑๓๙๘ ถา้ ภารยทรัพย์และสามยทรัพย์ตกเปน็ ของเจา้ ของคนเดียวกัน ทา่ นวา่
เจา้ ของจะให้เพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาระจำยอมกไ็ ด้ แตถ่ ้ายงั มไิ ดเ้ พิกถอนทะเบียนไซร้
ภาระจำยอมยงั คงมอี ยใู่ นส่วนบุคคลภายนอก

มาตรา ๑๓๙๙ ภาระจำยอมนนั้ ถา้ มิไดใ้ ช้สบิ ปี ท่านวา่ ยอ่ มสนิ้ ไป

มาตรา ๑๔๐๐ ถา้ ภาระจำยอมหมดประโยชน์แกส่ ามยทรัพยไ์ ซร้ ทา่ นว่าภาระจำยอมนนั้ ส้ิน
ไป แตถ่ ้าความเปน็ ไปมที างให้กลับใช้ภาระจำยอมไดไ้ ซร้ ท่านวา่ ภาระจำยอมน้ันกลบั มขี นึ้
อีกแต่ตอ้ งยังไมพ่ น้ อายคุ วามท่รี ะบุไวใ้ นมาตราก่อน
ถ้าภาระจำยอมยังเปน็ ประโยชนแ์ กส่ ามยทรพั ยอ์ ยบู่ า้ ง แตเ่ มื่อเทยี บกบั ภาระอนั ตกอยู่แก่
ภารยทรัพย์แลว้ ประโยชนน์ ัน้ น้อยนกั ไซร้ ท่านวา่ เจ้าของภารยทรัพยจ์ ะขอให้พน้ จากภาระ
จำยอมทงั้ หมด หรือแตบ่ างสว่ นกไ็ ด้ แตต่ อ้ งใชค้ า่ ทดแทน

มาตรา ๑๔๐๑ ภาระจำยอมอาจได้มาโดยอายุความ ทา่ นใหน้ ำบทบญั ญตั วิ า่ ด้วยอายุความ
ไดส้ ทิ ธิอนั กล่าวไวใ้ นลกั ษณะ ๓ แหง่ บรรพนม้ี าใช้บังคับโดยอนุโลม

ลักษณะ ๕
อาศยั

มาตรา ๑๔๐๒ บคุ คลใดไดร้ ับสิทธอิ าศัยในโรงเรอื น บคุ คลนน้ั ยอ่ มมสี ทิ ธอิ ยใู่ นโรงเรือน
น้นั โดยไมต่ อ้ งเสยี คา่ เชา่

มาตรา ๑๔๐๓ สิทธอิ าศัยนน้ั ทา่ นว่าจะกอ่ ใหเ้ กดิ โดยมกี ำหนดเวลา หรือตลอดชีวติ ของผู้
อาศัยกไ็ ด้
ถา้ ไม่มีกำหนดเวลา ทา่ นวา่ สิทธนิ ั้นจะเลิกเสยี ในเวลาใด ๆ กไ็ ด้แตต่ อ้ งบอกลว่ งหนา้ แกผ่ ู้
อาศัยตามสมควร
ถา้ ใหส้ ิทธอิ าศยั โดยมกี ำหนดเวลา กำหนดนน้ั ท่านมใิ หเ้ กนิ สามสิบปี ถา้ กำหนดไวน้ าน
กว่าน้ัน ให้ลดลงมาเปน็ สามสบิ ปี การให้สทิ ธอิ าศยั จะตอ่ อายุกไ็ ด้ แตต่ อ้ งกำหนดเวลาไม่
เกินสามสิบปีนบั แตว่ ันทำต่อ

มาตรา ๑๔๐๔ สทิ ธิอาศยั นนั้ จะโอนกนั ไม่ได้แมโ้ ดยทางมรดก

มาตรา ๑๔๐๕ สทิ ธิอาศัยนน้ั ถ้ามไิ ดจ้ ำกัดไวช้ ดั แจ้งวา่ ให้เพอื่ ประโยชนแ์ กผ่ อู้ าศัยเฉพาะตวั
ไซร้ บุคคลในครอบครวั และในครัวเรอื นของผอู้ าศยั จะอยดู่ ว้ ยกไ็ ด้

มาตรา ๑๔๐๖ ถา้ ผู้ใหอ้ าศัยมิได้หา้ มไว้ชดั แจง้ ผอู้ าศยั จะเกบ็ เอาดอกผลธรรมดาหรอื ผล
แห่งทด่ี นิ มาใชเ้ พียงทจ่ี ำเปน็ แก่ความตอ้ งการของครัวเรือนกไ็ ด้

มาตรา ๑๔๐๗ ผู้ใหอ้ าศยั ไม่จำตอ้ งบำรงุ รกั ษาทรัพยส์ ินให้อยใู่ นความซอ่ มแซมอนั ดี
ผ้อู าศยั จะเรียกใหช้ ดใชค้ ่าใช้จา่ ย ซงึ่ ไดอ้ อกไปในการทำให้ทรพั ยส์ ินดีขึ้นหาไดไ้ ม่

มาตรา ๑๔๐๘ เมือ่ สิทธิอาศัยสิน้ ลง ผูอ้ าศยั ตอ้ งส่งทรัพยส์ ินคนื แกผ่ ใู้ หอ้ าศัย

มาตรา ๑๔๐๙ ท่านให้นำบทบญั ญตั แิ ห่งประมวลกฎหมายนวี้ า่ ดว้ ยหน้าที่และความรบั ผดิ
ของผู้เชา่ อนั กล่าวไว้ในมาตรา ๕๕๒ ถงึ ๕๕๕ มาตรา ๕๕๘, ๕๖๒ และ ๕๖๓ มาใช้บงั คับ
โดยอนโุ ลม

ลกั ษณะ ๖
สิทธเิ หนือพน้ื ดิน

มาตรา ๑๔๑๐ เจ้าของทด่ี ินอาจก่อใหเ้ กดิ สทิ ธเิ หนอื พ้ืนดนิ เป็นคุณแกบ่ ุคคลอืน่ โดยให้
บุคคลนน้ั มสี ทิ ธเิ ป็นเจา้ ของโรงเรือน สิง่ ปลกู สรา้ ง หรือสงิ่ เพาะปลกู บนดนิ หรอื ใตด้ นิ นนั้

มาตรา ๑๔๑๑ ถ้ามไิ ด้กำหนดไวเ้ ป็นอย่างอน่ื ในนติ ิกรรมอนั กอ่ ใหเ้ กดิ สทิ ธเิ หนือพ้ืนดนิ
ไซร้ ท่านว่าสทิ ธินนั้ อาจโอนไดแ้ ละรบั มรดกกันได้

มาตรา ๑๔๑๒ สิทธเิ หนอื พ้ืนดนิ นนั้ จะกอ่ ใหเ้ กดิ โดยมกี ำหนดเวลา หรือตลอดชวี ติ เจา้ ของ
ทด่ี ิน หรอื ตลอดชวี ติ ผทู้ รงสิทธเิ หนอื พื้นดนิ นน้ั ก็ได้
ถ้าก่อใหเ้ กดิ สทิ ธิพนื้ ดนิ โดยมกี ำหนดเวลาไซร้ ทา่ นให้นำบทบญั ญตั มิ าตรา ๑๔๐๓ วรรค
๓ มาใชบ้ งั คับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๔๑๓ ถ้าสทิ ธเิ หนือพน้ื ดนิ นนั้ ไม่มีกำหนดเวลาไซร้ ทา่ นวา่ คกู่ รณฝี า่ ยใดจะบอก
เลิกเสยี ในเวลาใดกไ็ ด้ แตต่ อ้ งบอกลว่ งหน้าแกอ่ ีกฝา่ ยหนง่ึ ตามสมควร ถ้ามคี ่าเชา่ ซงึ่
จำตอ้ งใหแ้ กก่ นั ไซร้ ทา่ นวา่ ต้องบอกลว่ งหนา้ ปีหน่งึ หรือให้ค่าเช่าปหี นงึ่

มาตรา ๑๔๑๔ ถ้าผู้ทรงสทิ ธิเหนอื พืน้ ดนิ ละเลยไมป่ ฏิบตั ติ ามเงอ่ื นไขอันเปน็ สาระสำคญั ซง่ึ
ระบุไวใ้ นนติ กิ รรมก่อตง้ั สิทธนิ ้นั ก็ดี หรือถา้ มคี า่ เช่าซง่ึ จะตอ้ งใหแ้ ก่กัน แตผ่ ู้ทรงสทิ ธิเหนอื
พ้ืนดนิ ละเลยไมช่ ำระถงึ สองปตี ดิ ๆ กันก็ดี ทา่ นวา่ คกู่ รณอี กี ฝ่ายหนง่ึ จะบอกเลิกสิทธิเหนอื
พื้นดนิ ก็ได้

มาตรา ๑๔๑๕ สทิ ธิเหนือพน้ื ดนิ นน้ั ไม่ส้นิ ไปโดยเหตุทโ่ี รงเรอื น สง่ิ ปลกู สรา้ ง หรือส่งิ
เพาะปลูกสลายไป แมก้ ารสลายนนั้ จะเป็นเพราะเหตุสดุ วสิ ัย

มาตรา ๑๔๑๖ เมอื่ สิทธิเหนอื พ้ืนดนิ สนิ้ ไป ผู้ทรงสทิ ธจิ ะร้อื ถอนโรงเรอื น สิง่ ปลูกสรา้ ง ส่งิ
เพาะปลูกของตนไปกไ็ ด้ แตต่ อ้ งทำใหท้ ดี่ นิ เปน็ ตามเดิม
แต่ถา้ เจา้ ของท่ดี นิ จะไมย่ อมใหร้ ือ้ ถอนไป และบอกเจตนาจะซ้ือตามราคาทอ้ งตลาดไซร้
ท่านวา่ ผู้ทรงสิทธเิ หนอื พื้นดนิ จะไมย่ อมขายไมไ่ ด้ เวน้ แตจ่ ะมเี หตอุ ันสมควร

ลักษณะ ๗
สิทธเิ ก็บกิน

มาตรา ๑๔๑๗ อสงั หารมิ ทรพั ย์อาจตอ้ งตกอยใู่ นบงั คบั สทิ ธเิ ก็บกนิ อนั เปน็ เหตุใหผ้ ทู้ รง
สิทธนิ นั้ มสี ทิ ธคิ รอบครอง ใช้ และถือเอาซงึ่ ประโยชนแ์ ห่งทรัพย์สนิ นนั้
ผทู้ รงสิทธเิ กบ็ กนิ มีอำนาจจดั การทรัพย์สนิ
ผทู้ รงสิทธเิ ก็บกนิ ในปา่ ไม้ เหมอื งแร่ หรือทขี่ ดุ หิน มีสิทธิทำการแสวงประโยชน์จากป่าไม้
เหมืองแร่ หรือท่ีขุดหนิ นน้ั

มาตรา ๑๔๑๘ สิทธิเก็บกินนนั้ จะกอ่ ใหเ้ กดิ โดยมีกำหนดเวลา หรอื ตลอดชีวติ แห่งผทู้ รง
สิทธกิ ็ได้
ถ้าไม่มีกำหนดเวลา ทา่ นใหส้ นั นิษฐานไว้กอ่ นว่าสิทธเิ กบ็ กินมอี ยตู่ ลอดชวี ติ ผทู้ รงสิทธิ
ถา้ มีกำหนดเวลา ทา่ นใหน้ ำบทบัญญัติมาตรา ๑๔๐๓ วรรค ๓ มาใช้บังคบั โดยอนโุ ลม
ถ้าผ้ทู รงสทิ ธิเกบ็ กินถงึ แกค่ วามตาย ท่านวา่ สทิ ธินน้ั ยอ่ มสน้ิ ไปเสมอ

มาตรา ๑๔๑๙ ถา้ ทรพั ยส์ นิ สลายไปโดยไมไ่ ดค้ า่ ทดแทนไซร้ ทา่ นวา่ เจ้าของไมจ่ ำต้องทำ
ให้คนื ดี แต่ถา้ เจา้ ของทำใหท้ รัพยส์ ินคนื ดีขน้ึ เพียงใด ทา่ นวา่ สทิ ธิเก็บกนิ กก็ ลบั มขี นึ้
เพยี งนน้ั
ถ้าไดค้ า่ ทดแทนไซร้ ทา่ นว่าเจา้ ของหรือผทู้ รงสทิ ธเิ ก็บกินตอ้ งทำใหท้ รพั ย์สินคืนดเี พียงที่
สามารถทำไดต้ ามจำนวนเงินคา่ ทดแทนทไี่ ดร้ บั และสิทธิเกบ็ กินกลับมขี ้นึ เพยี งทที่ รพั ยส์ ิน
กลบั คืนดี แตถ่ า้ พน้ วสิ ยั ทจี่ ะทำให้กลบั คนื ดไี ด้ สิทธเิ กบ็ กนิ ก็เปน็ อันสน้ิ ไป และคา่

ทดแทนนน้ั ตอ้ งแบง่ กันระหวา่ งเจา้ ของทรัพย์สิน และผู้ทรงสทิ ธเิ ก็บกินตามส่วนแห่งความ
เสียหายของตน
วิธีนใี้ ห้ใชบ้ งั คับโดยอนุโลมถงึ กรณีซง่ึ ทรพั ยส์ นิ ถูกบงั คบั ซ้อื และกรณซี งึ่ ทรพั ยส์ ินสลายไป
แต่บางสว่ น หรือการทำให้คืนดนี น้ั พ้นวสิ ยั ในบางสว่ น

มาตรา ๑๔๒๐ เม่อื สทิ ธเิ ก็บกนิ สนิ้ ลง ผู้ทรงสทิ ธติ อ้ งสง่ ทรัพย์สนิ คืนแก่เจา้ ของ
ถา้ ทรัพย์สินสลายไป หรอื เสื่อมราคาลง ผทู้ รงสทิ ธเิ กบ็ กนิ ต้องรับผดิ เวน้ แตจ่ ะพิสูจนไ์ ดว้ ่า
ความเสยี หายน้นั มไิ ดเ้ กดิ ขึน้ เพราะความผิดของตน
ถา้ ผู้ทรงสทิ ธเิ กบ็ กินใชท้ รพั ยส์ นิ ส้ินเปลืองไปโดยมิชอบ ทา่ นวา่ ตอ้ งทำให้มมี าแทน
ถา้ ทรพั ยส์ นิ เส่อื มราคาเพราะการใชต้ ามควรไซร้ ท่านว่าผทู้ รงสทิ ธเิ กบ็ กินไมจ่ ำตอ้ งใหค้ า่
ทดแทน

มาตรา ๑๔๒๑ ในการใชส้ ิทธเิ กบ็ กนิ นนั้ ผทู้ รงสิทธติ อ้ งรกั ษาทรพั ย์สินเสมอกับทว่ี ญิ ญู
ชนพึงรกั ษาทรพั ย์สนิ ของตนเอง

มาตรา ๑๔๒๒ ถ้ามไิ ดก้ ำหนดไว้เปน็ อย่างอน่ื ในนติ ิกรรมอนั ก่อใหเ้ กิดสทิ ธิเกบ็ กินไซร้
ท่านวา่ ผ้ทู รงสทิ ธนิ ้ันจะโอนการใช้สทิ ธิของตนใหบ้ ุคคลภายนอกกไ็ ด้ ในกรณีเช่นนนั้
เจา้ ของทรัพย์สินอาจฟ้องรอ้ งผ้รู บั โอนโดยตรง

มาตรา ๑๔๒๓ เจ้าของทรัพยส์ นิ จะคดั คา้ นมใิ ห้ใช้ทรัพย์สินในทางอนั มชิ อบดว้ ยกฎหมาย
หรอื มิสมควรกไ็ ด้

ถ้าเจ้าของพสิ จู นไ์ ด้วา่ สทิ ธขิ องตนตกอยู่ในภยันตราย ท่านวา่ จะเรยี กให้ผ้ทู รงสิทธเิ ก็บกิน
หาประกนั ใหก้ ไ็ ด้ เวน้ แตใ่ นกรณีซงึ่ ผใู้ หท้ รพั ยส์ ินสงวนสิทธเิ ก็บกนิ ในทรัพย์สนิ นนั้ ไว้
เพือ่ ตนเอง
ถา้ ผู้ทรงสทิ ธเิ กบ็ กนิ ละเลยไมห่ าประกนั มาใหภ้ ายในเวลาอันควรซง่ึ กำหนดให้เพือ่ การนัน้
หรือถ้าผูท้ รงสทิ ธเิ ก็บกนิ มินำพาตอ่ คำคดั คา้ นแหง่ เจา้ ของ ยงั คงใชท้ รพั ยส์ นิ น้นั ในทางอนั มิ
ชอบดว้ ยกฎหมาย หรือมิสมควรไซร้ ทา่ นวา่ ศาลจะตั้งผรู้ กั ษาทรัพยเ์ พื่อจดั การทรัพย์สนิ
แทนผูท้ รงสิทธเิ กบ็ กนิ กไ็ ด้ แต่เมือ่ หาประกนั มาให้แลว้ ศาลจะถอนผรู้ กั ษาทรพั ย์ทตี่ ง้ั ขนึ้
ไวน้ ้นั กไ็ ด้

มาตรา ๑๔๒๔ ผู้ทรงสทิ ธเิ กบ็ กนิ จำตอ้ งสงวนภาวะแหง่ ทรพั ยส์ นิ มิใหเ้ ปล่ยี นไปใน
สาระสำคญั กบั ตอ้ งบำรงุ รกั ษาปกตแิ ละซ่อมแซมเล็กน้อยดว้ ย
ถ้าจำเปน็ ตอ้ งซ่อมแซมใหญ่ หรือมีการสำคัญอันตอ้ งทำเพื่อรักษาทรัพยส์ นิ ไซร้ ทา่ นว่าผู้
ทรงสทิ ธเิ ก็บกินตอ้ งแจง้ แก่เจา้ ของทรพั ย์สนิ โดยพลนั และตอ้ งยอมใหจ้ ัดทำการน้ัน ๆ ไป
ถ้าเจ้าของทรพั ย์สนิ ละเลยเสีย ท่านว่าผูท้ รงสทิ ธเิ กบ็ กนิ จะจดั ทำการนน้ั ไปโดยให้เจา้ ของ
ทรัพย์สนิ ออกคา่ ใชจ้ า่ ยก็ได้

มาตรา ๑๔๒๕ คา่ ใชจ้ า่ ยอนั เป็นการจรนนั้ ทา่ นว่าเจา้ ของตอ้ งเปน็ ผอู้ อก แต่เพ่อื จะออก
ค่าใชจ้ า่ ยเชน่ วา่ น้ี หรอื ค่าใช้จา่ ยตามความในมาตรากอ่ น เจา้ ของจะจำหนา่ ยทรพั ย์สิน
บางสว่ นกไ็ ด้ เวน้ แต่ผทู้ รงสิทธเิ กบ็ กนิ จะเต็มใจทดรองเงนิ ตามทีจ่ ำเป็นโดยไมค่ ิดดอกเบ้ีย

มาตรา ๑๔๒๖ ในระหวา่ งทส่ี ิทธิเกบ็ กนิ ยงั มอี ยู่ ผู้ทรงสิทธิตอ้ งออกค่าใชจ้ า่ ยในการจดั การ
ทรัพยส์ นิ ตลอดจนเสียภาษอี ากร กับท้งั ตอ้ งใชด้ อกเบ้ยี หน้ีสินซ่ึงตดิ พนั ทรัพย์สินนั้น

มาตรา ๑๔๒๗ ถา้ เจ้าของทรพั ย์สินตอ้ งการ ผู้ทรงสิทธเิ ก็บกนิ จำตอ้ งเอาทรพั ยส์ นิ ประกนั
วินาศภยั เพื่อประโยชน์แก่เจ้าของทรัพยส์ นิ และถ้าทรพั ย์สนิ นนั้ ได้เอาประกนั ภยั ไว้แลว้ ผู้
ทรงสิทธิเกบ็ กินตอ้ งตอ่ สัญญาประกันนน้ั เม่อื ถงึ คราวต่อ
ผ้ทู รงสิทธเิ ก็บกินตอ้ งเสยี เบี้ยประกันระหว่างทส่ี ทิ ธิของตนยงั มอี ยู่

มาตรา ๑๔๒๘ คดีอนั เกี่ยวกับสิทธเิ ก็บกินในระหวา่ งเจา้ ของทรัพย์สนิ กับผทู้ รงสิทธเิ กบ็ กนิ
หรือผู้รบั โอนนนั้ ทา่ นห้ามมใิ หฟ้ อ้ งเมื่อเกินปหี น่ึงนบั แตว่ นั สทิ ธิเก็บกนิ สุดสน้ิ ลง แตใ่ น
คดที เ่ี จา้ ของทรัพย์สนิ เปน็ โจทกน์ น้ั ถ้าเจา้ ของไม่อาจรู้วา่ สิทธิเก็บกินสุดสน้ิ ลงเมอ่ื ใด ทา่ น
ใหน้ ับอายคุ วามปีหนงึ่ นน้ั ตั้งแตเ่ วลาที่เจา้ ของทรพั ย์สนิ ได้รู้ หรอื ควรรูว้ ่าสทิ ธเิ กบ็ กนิ สุดสิ้น
ลง

ลกั ษณะ ๘
ภาระติดพันในอสงั หารมิ ทรัพย์

มาตรา ๑๔๒๙ อสังหาริมทรัพย์อาจตอ้ งตกอยใู่ นภาระตดิ พันอนั เปน็ เหตใุ ห้ผู้รับประโยชน์
มีสทิ ธไิ ด้รบั การชำระหนเ้ี ปน็ คราว ๆ จากทรพั ยส์ ินนนั้ หรือไดใ้ ชแ้ ละถอื เอาซึ่งประโยชน์
แห่งทรพั ยส์ นิ ตามทรี่ ะบไุ ว้

มาตรา ๑๔๓๐ ภาระตดิ พนั ในอสังหารมิ ทรัพย์น้ัน จะกอ่ ให้เกิดโดยมีกำหนดเวลา หรือ
ตลอดชีวติ แห่งผู้รับประโยชน์ก็ได้
ถ้าไม่มีกำหนดเวลา ทา่ นให้สันนษิ ฐานไวก้ อ่ นวา่ ภาระติดพนั ในอสังหารมิ ทรพั ยม์ อี ยตู่ ลอด
ชวี ติ ผูร้ บั ประโยชน์

ถา้ มีกำหนดเวลา ท่านให้นำบทบญั ญัติมาตรา ๑๔๐๓ วรรค ๓ มาใช้บังคบั โดยอนุโลม

มาตรา ๑๔๓๑ ถา้ มิไดก้ ำหนดไว้เปน็ อยา่ งอนื่ ในนิตกิ รรมอนั ก่อใหเ้ กดิ ภาระตดิ พนั ไซร้
ทา่ นวา่ ภาระตดิ พนั ในอสังหารมิ ทรัพย์นน้ั จะโอนกนั ไมไ่ ดแ้ ม้โดยทางมรดก

มาตรา ๑๔๓๒ ถา้ ผู้รับประโยชนล์ ะเลยไม่ปฏิบตั ิตามเงอื่ นไขอันเปน็ สาระสำคญั ซง่ึ ระบไุ ว้
ในนิตกิ รรมกอ่ ตัง้ ภาระติดพันนน้ั ไซร้ ทา่ นว่าคกู่ รณีอกี ฝา่ ยหนงึ่ จะบอกเลกิ สทิ ธิของผ้รู บั
ประโยชน์เสียกไ็ ด้

มาตรา ๑๔๓๓ ถา้ เจา้ ของทรัพย์สินมไิ ดช้ ำระหนตี้ ามภาระติดพันไซร้ ทา่ นวา่ นอกจากทาง
แก้สำหรบั การไมช่ ำระหนี้ ผรู้ บั ประโยชนอ์ าจขอใหศ้ าลตงั้ ผรู้ ักษาทรัพยเ์ พื่อจดั การทรพั ยส์ นิ
และชำระหนแี้ ทนเจา้ ของ หรอื สัง่ ใหเ้ อาทรัพยส์ นิ ออกขายทอดตลาด และเอาเงินท่ขี ายได้
จ่ายใหผ้ รู้ บั ประโยชนต์ ามจำนวนทค่ี วรได้ เพราะเจ้าของทรพั ย์สนิ ไมช่ ำระหนี้ กับทัง้ คา่ แหง่
ภาระติดพันดว้ ย
ถ้าเจา้ ของทรัพยส์ นิ หาประกันมาให้แลว้ ศาลจะไมอ่ อกคำสงั่ ตงั้ ผูร้ กั ษาทรพั ย์ หรือคำสง่ั ขาย
ทอดตลาด หรอื จะถอนผูร้ ักษาทรพั ยท์ ต่ี งั้ ขน้ึ ไวน้ ้ัน ก็ได้

มาตรา ๑๔๓๔ ทา่ นให้นำมาตรา ๑๓๘๘ ถงึ ๑๓๙๕ และมาตรา ๑๓๙๗ ถงึ ๑๔๐๐ มาใช้
บังคบั ถงึ ภาระตดิ พันในอสงั หารมิ ทรพั ย์โดยอนโุ ลม

พระราชบัญญตั ิ
ใหใ้ ช้บทบญั ญัตบิ รรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมาย

แพง่ และพาณิชย์ พทุ ธศักราช ๒๔๗๗

ในพระปรมาภไิ ธยสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั อานันทมหดิ ล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร
ลงวนั ที่ ๗ มนี าคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๗)
อนวุ ัตนจ์ าตรุ นต์
อาทติ ยท์ ิพอาภา
เจา้ พระยายมราช
ตราไว้ ณ วันท่ี ๒๗ พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๘
เปน็ ปีที่ ๒ ในรชั ชกาลปจั จบุ ัน

โดยทีส่ ภาผู้แทนราษฎรลงมตวิ า่ การประมวลกฎหมายแห่งบ้านเมืองได้ดำเนนิ มาถึงคราวที่
ควรใช้บรรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

จ่ึงมพี ระบรมราชโองการใหต้ ราพระราชบญั ญตั ขิ นึ้ ไวโ้ ดยคำแนะนำและยินยอมของสภา
ผู้แทนราษฎร ดงั่ ตอ่ ไปน้ี

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตนิ ี้ให้เรยี กวา่ “พระราชบญั ญัตใิ หใ้ ชบ้ ทบญั ญัตบิ รรพ ๕ แห่ง
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ พทุ ธศักราช ๒๔๗๗”

มาตรา ๒[๑๐๐] ให้ใชพ้ ระราชบญั ญตั นิ ้ตี ง้ั แตว่ นั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป

มาตรา ๓ ให้เพ่มิ บทบญั ญัตบิ รรพ ๕ ต้งั แตม่ าตรา ๑๔๓๕ ถงึ มาตรา ๑๕๙๘ ตามทไี่ ด้
ตราไวต้ อ่ ทา้ ยพระราชบญั ญตั นิ ีเ้ ขา้ เปน็ สว่ นหนง่ึ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์
และให้ใช้บทบญั ญตั ิแหง่ บรรพนี้ตง้ั แตว่ นั ที่ ๑ ตุลาคม พทุ ธศักราช ๒๔๗๘ เปน็ ตน้ ไป

มาตรา ๔ บทบญั ญตั แิ หง่ บรรพนไ้ี ม่กระทบกระเทือนถงึ
(๑) การสมรส ซ่งึ ไดม้ อี ยูก่ อ่ นวันใชป้ ระมวลกฎหมายบรรพน้ี และทัง้ สมั พันธใ์ นครอบครัว
อันเกิดแต่การสมรสนน้ั ๆ
(๒) การใชอ้ ำนาจปกครอง ความปกครอง การอนุบาล การรบั บตุ รบญุ ธรรม ซึง่ มอี ยูก่ อ่ น
วนั ใช้ประมวลกฎหมายบรรพนี้ หรือสทิ ธแิ ละหนอ้ี นั เกดิ แตก่ ารนนั้ ๆ

มาตรา ๕ ฐานะของภรยิ ากอ่ นใชป้ ระมวลกฎหมายบรรพน้ี อาจพสิ ูจนไ์ ด้โดยบนั ทกึ ใน
ทะเบยี นตามแบบทก่ี ฎหมายกำหนดไว้

มาตรา ๖[๑๐๑] (ยกเลิก)

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
นายพนั เอก พระยาพหลพลพยหุ เสนา
นายกรฐั มนตรี

พระราชกำหนด
แก้ไขเพิ่มเตมิ พระราชบญั ญัตไิ หไ้ ชบ้ ทบญั ญตั บิ พั ๕
แห่งประมวนกดหมายแพง่ และพานิช พทุ ธสกั ราช ๒๔๗๗
พทุ ธสกั ราช ๒๔๘๖

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจา้ อยู่หัวอานนั ทมหิดล
คณะผู้สำเรจ็ ราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวนั ที่ ๔ สิงหาคม พทุ ธศักราช ๒๔๘๐
และวันท่ี ๑๖ ธนั วาคม พุทธศกั ราช ๒๔๘๔)
อาทติ ย์ทพิ อาภา
ปรดี ี พนมยงค์
ตราไว้ ณ วันท่ี ๑๙ มิถนุ ายน พุทธศักราช ๒๔๘๖
เป็นปที ่ี ๑๐ ในรชั กาลปจั จุบัน

โดยทเ่ี ห็นสมควรขยายการใชบ้ ทบญั ญัตบิ รรพ ๕ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์
ใหท้ ว่ั ถงึ เพอื่ ความมนั่ คงและวฒั นธรรมแห่งชาติ

และโดยทีม่ เี หตฉุ ุกเฉินซ่งึ จะเรยี กประชุมสภาผูแ้ ทนราษฎรใหท้ นั ทว่ งทีมไิ ด้

จงึ มพี ระบรมราชโองการใหต้ ราพระราชกำหนดข้นึ ไว้โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๕๒ ของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย ดงั ตอ่ ไปน้ี

มาตรา ๑ พระราชกำหนดนใ้ี ห้เรยี กวา่ “พระราชกำหนดแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ พระราชบัญญตั ไิ ห้
ไชบ้ ทบัญญตั บิ พั ๕ แหง่ ประมวนกดหมายแพง่ และพานชิ พทุ ธสักราช ๒๔๗๗ พุทธสกั
ราช ๒๔๘๖”

มาตรา ๒[๑๐๒] ให้ใช้พระราชกำหนดนตี้ ้งั แต่วนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกมาตรา ๖ แหง่ พระราชบญั ญัตใิ หใ้ ช้บทบญั ญตั ิบรรพ ๕ แหง่
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๗ แตไ่ มใ่ ห้กระทบกระเทอื นถงึ การ
สมรสของบคุ คลซ่งึ นับถอื ศาสนาอสิ ลาม ซึง่ ไดม้ อี ยู่กอ่ นวนั ใชพ้ ระราชกำหนดน้ี และทั้ง
สัมพนั ธใ์ นครอบครวั อนั เกดิ แตก่ ารสมรสนนั้ ๆ

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี

พระราชบัญญตั อิ นมุ ัตพิ ระราชกำหนดแก้ไขเพม่ิ เตมิ พระราชบัญญตั ไิ หไ้ ชบ้ ทบญั ญตั ิบพั ๕
แหง่ ประมวนกดหมายแพง่ และพานิช พุทธสักราช ๒๔๗๗ พทุ ธสกั ราช ๒๔๘๖ พทุ ธสักราช
๒๔๘๖[๑๐๓]

พระราชบญั ญตั ิ
ใหใ้ ช้บทบัญญตั บิ รรพ ๕ แห่งประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณชิ ย์ ทไ่ี ดต้ รวจชำระใหม่
พ.ศ. ๒๕๑๙

ภูมพิ ลอดุลยเดช ป.ร.
ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี ๕ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๑๙
เปน็ ปีที่ ๓๑ ในรัชกาลปจั จุบนั

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศวา่

โดยที่เปน็ การสมควรปรบั ปรงุ บทบญั ญตั บิ รรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
เสียใหม่

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบัญญตั ขิ ้นึ ไว้โดยคำแนะนำและยนิ ยอมของ
รฐั สภา ดังตอ่ ไปน้ี

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตนิ ้เี รียกว่า “พระราชบญั ญัตใิ หใ้ ชบ้ ทบญั ญตั บิ รรพ ๕ แหง่
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ ทีไ่ ดต้ รวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๙”

มาตรา ๒[๑๐๔] พระราชบัญญัตนิ ใ้ี ห้ใชบ้ งั คบั ตง้ั แต่วนั ถดั จากวันประกาศในราชกจิ จา
นุเบกษาเปน็ ตน้ ไป

มาตรา ๓ ใหย้ กเลกิ บทบัญญตั บิ รรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ ซง่ึ ไดใ้ ช้
บังคับโดยพระราชบญั ญตั ใิ หใ้ ชบ้ ทบัญญัตบิ รรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ พุทธศกั ราช ๒๔๗๗ และให้ใช้บทบญั ญตั บิ รรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ ทไ่ี ดต้ รวจชำระใหม่ ทา้ ยพระราชบัญญตั นิ ีแ้ ทน เวน้ แตใ่ นกรณที ่ี
พระราชบญั ญตั ินี้บญั ญตั ิเปน็ อยา่ งอืน่

มาตรา ๔ บทบญั ญตั บิ รรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ ทีไ่ ดต้ รวจชำระ
ใหม่ ทา้ ยพระราชบัญญตั นิ ้ี ไมก่ ระทบกระเทอื นถงึ บทบัญญัติมาตรา ๔ และมาตรา ๕
แหง่ พระราชบัญญตั ิใหใ้ ช้บทบัญญตั บิ รรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๗

มาตรา ๕ บทบญั ญตั บิ รรพ ๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ ท่ไี ดต้ รวจชำระ
ใหม่ ท้ายพระราชบัญญตั นิ ้ี ไม่กระทบกระเทอื นถงึ ความสมบูรณข์ องการหมนั้ การสมรส
สัญญากอ่ นสมรส การเป็นบิดามารดากบั บตุ ร การเปน็ ผปู้ กครอง การเป็นผอู้ นุบาลหรือผู้

พิทักษ์ และการรบั บตุ รบญุ ธรรมทไี่ ดม้ อี ยู่แล้วในวนั ใชบ้ ังคบั บทบัญญตั บิ รรพ ๕ แห่ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ ที่ไดต้ รวจชำระใหม่ ทา้ ยพระราชบญั ญัตนิ ้ี

มาตรา ๖ การเปลี่ยนแปลงเพกิ ถอนสัญญากอ่ นสมรส ซ่งึ สัญญากอ่ นสมรสน้ันไดท้ ำขนึ้ ไว้
กอ่ นวนั ใช้บงั คับบทบญั ญัตบิ รรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ ท่ีไดต้ รวจ
ชำระใหมท่ ้ายพระราชบญั ญตั นิ ้ี ให้กระทำได้โดยคู่สมรสนำหนงั สอื สัญญากอ่ นสมรสพรอ้ ม
ด้วยขอ้ ตกลงการเปลยี่ นแปลงเพกิ ถอนไปยนื่ ตอ่ นายทะเบยี นสมรส ณ ท้องทท่ี ต่ี นทำการ
สมรส และใหน้ ายทะเบยี นสมรสจดการเปลีย่ นแปลงเพกิ ถอนสญั ญาก่อนสมรสไว้ใน
ทะเบียนสมรส และแนบหนังสือสญั ญาก่อนสมรส พรอ้ มด้วยขอ้ ตกลงเปลีย่ นแปลงเพิกถอน
ไว้ทา้ ยทะเบยี นสมรสด้วย

การเปลยี่ นแปลงเพกิ ถอนสญั ญากอ่ นสมรสจะกระทำไดต้ อ่ เม่อื ได้รบั อนญุ าตจากศาลตาม
เงอ่ื นไขและกรณีท่ีระบุไวใ้ นมาตรา ๑๔๖๗ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ ทไ่ี ด้
ตรวจชำระใหมท่ า้ ยพระราชบญั ญัตนิ ี้

มาตรา ๗ บทบญั ญตั บิ รรพ ๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ ทไ่ี ดต้ รวจชำระ
ใหม่ทา้ ยพระราชบัญญตั ินี้ ไมก่ ระทบกระเทอื นถงึ อำนาจการจดั การสนิ บริคณหท์ ีค่ สู่ มรส
ฝ่ายใดฝา่ ยหนง่ึ ไดม้ อี ยแู่ ล้วในวันใชบ้ งั คับบทบัญญัตบิ รรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ ทไี่ ดต้ รวจชำระใหม่ ทา้ ยพระราชบญั ญัตนิ ้ี แตใ่ ห้ถือวา่ สินเดิมตาม
บทบญั ญตั บิ รรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์เดิมของฝา่ ยใดเปน็ สนิ สว่ นตวั
ตามบทบญั ญัตบิ รรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยท์ ี่ไดต้ รวจชำระใหม่ ท้าย
พระราชบญั ญตั ินข้ี องฝา่ ยนน้ั

เพ่อื ประโยชน์แห่งมาตราน้ี ถ้าคสู่ มรสฝา่ ยใดเปน็ ผจู้ ดั การสนิ บริคณห์แต่ฝา่ ยเดยี ว ใหถ้ ือ
วา่ คูส่ มรสอกี ฝา่ ยหนึ่งไดย้ นิ ยอมใหค้ ูส่ มรสฝ่ายนนั้ จดั การสินสมรสและสนิ สว่ นตวั ตามวรรค
หน่งึ ของตนดว้ ย

ในกรณที ค่ี ู่สมรสฝ่ายใดประสงค์จะใช้อำนาจจดั การสินส่วนตวั ตามวรรคหนงึ่ ท่เี ป็นสว่ นของ
ตน ถา้ คู่สมรสนนั้ มิไดเ้ ปน็ ผู้จดั การสินบริคณหใ์ หแ้ จง้ ใหค้ สู่ มรสอีกฝา่ ยหนง่ึ ทราบ และให้
คู่สมรสท้ังสองฝา่ ยร่วมกนั จดั การแบ่งสนิ สว่ นตวั ดังกล่าวที่อยใู่ นสภาพทแี่ บง่ ไดใ้ ห้แกฝ่ า่ ยที่
ประสงคจ์ ะจดั การ แต่ถา้ สินสว่ นตวั นน้ั ไม่อยใู่ นสภาพทีแ่ บง่ ไดใ้ หท้ ั้งสองฝา่ ยจัดการรว่ มกนั

มาตรา ๘ บทบัญญตั บิ รรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยท์ ีไ่ ดต้ รวจชำระใหม่
ท้ายพระราชบญั ญตั นิ ไ้ี ม่กระทบกระเทือนถงึ การจัดการสนิ เดิมท่เี ปล่ยี นเป็นสนิ สว่ นตวั ตาม
มาตรา ๗ ซงึ่ ได้กระทำไปแล้วกอ่ นวนั ทพ่ี ระราชบัญญตั นิ ้ใี ชบ้ งั คับ

มาตรา ๙ บรรดาอายคุ วามหรอื ระยะเวลาท่บี ทบัญญตั ใิ นประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ไดก้ ำหนดไว้ก่อนวนั ใชบ้ ังคบั บทบัญญตั ิบรรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ทไี่ ดต้ รวจชำระใหม่ทา้ ยพระราชบญั ญตั นิ ี้ ถา้ หากยงั ไม่สุดสน้ิ ลงในวนั ทใี่ ชบ้ งั คบั
บทบญั ญตั ิบรรพ ๕ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ทีไ่ ดต้ รวจชำระใหมท่ า้ ย
พระราชบัญญตั ินี้ และอายคุ วามหรือระยะเวลาท่ีกำหนดขนึ้ ใหม่นนั้ แตกตา่ งกบั อายคุ วาม
หรือระยะเวลาทีก่ ำหนดไวแ้ ต่เดิมกใ็ หน้ ำอายคุ วามหรือระยะเวลาทยี่ าวกว่ามาบังคบั

มาตรา ๑๐ คำว่า “ค่าอุปการะเล้ียงดู” ในบรรดาบทกฎหมายซงึ่ มคี วามหมายถึงคา่
อุปการะเลย้ี งดตู ามนยั ของบทบัญญตั ิมาตรา ๑๕๐๖ และมาตรา ๑๕๐๗ แห่งประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ยเ์ ดิมนนั้ ให้ใชค้ ำว่า “ค่าเลย้ี งชพี ” แทน

มาตรา ๑๑ บทบัญญตั แิ หง่ กฎหมายใดอา้ งถงึ บรรพ ๕ หรือบทบัญญตั ใิ นบรรพ ๕ แห่ง
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยเ์ ดมิ ให้ถอื วา่ บทบัญญตั แิ หง่ กฎหมายนน้ั อา้ งถงึ บรรพ
๕ หรือบทบัญญตั ใิ นบรรพ ๕ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยท์ ี่ไดต้ รวจชำระใหม่
ทา้ พระราชบญั ญตั นิ ้ี ในบทมาตราที่มนี ยั เชน่ เดียวกนั แล้วแตก่ รณี

มาตรา ๑๒ ใหน้ ายกรฐั มนตรีรกั ษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ี้

ผูร้ บั สนองพระบรมราชโองการ
หมอ่ มราชวงศเ์ สนยี ์ ปราโมช
นายกรฐั มนตรี

บรรพ ๕[๑๐๕]
ครอบครวั

ลกั ษณะ ๑
การสมรส

หมวด ๑
การหมน้ั

มาตรา ๑๔๓๕ การหม้ันจะทำไดต้ ่อเม่อื ชายและหญงิ มีอายสุ บิ เจ็ดปีบรบิ รู ณแ์ ลว้
การหม้นั ทีฝ่ า่ ฝืนบทบญั ญตั วิ รรคหนง่ึ เป็นโมฆะ

มาตรา ๑๔๓๖[๑๐๖] ผ้เู ยาว์จะทำการหม้นั ไดต้ อ้ งได้รบั ความยนิ ยอมของบุคคลดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) บดิ าและมารดา ในกรณีทมี่ ีทง้ั บดิ ามารดา
(๒) บดิ าหรอื มารดา ในกรณีทม่ี ารดาหรอื บิดาตายหรอื ถกู ถอนอำนาจปกครองหรือไมอ่ ยู่
ในสภาพหรือฐานะที่อาจใหค้ วามยนิ ยอม หรอื โดยพฤตกิ ารณผ์ ู้เยาวไ์ ม่อาจขอความยินยอม
จากมารดาหรอื บิดาได้
(๓) ผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรม ในกรณที ี่ผูเ้ ยาวเ์ ปน็ บตุ รบุญธรรม
(๔) ผู้ปกครอง ในกรณที ไ่ี ม่มีบคุ คลซง่ึ อาจให้ความยินยอมตาม (๑) (๒) และ (๓) หรอื มี
แตบ่ ุคคลดังกล่าวถกู ถอนอำนาจปกครอง
การหมนั้ ท่ีผูเ้ ยาวท์ ำโดยปราศจากความยนิ ยอมดังกล่าวเปน็ โมฆียะ

มาตรา ๑๔๓๗[๑๐๗] การหม้นั จะสมบรู ณ์เมื่อฝา่ ยชายได้สง่ มอบหรือโอนทรพั ยส์ นิ อันเปน็ ของ
หม้นั ใหแ้ กห่ ญงิ เพ่ือเปน็ หลกั ฐานว่าจะสมรสกบั หญงิ นน้ั
เม่ือหม้นั แลว้ ใหข้ องหมั้นตกเปน็ สิทธิแกห่ ญงิ
สนิ สอด เปน็ ทรัพย์สนิ ซง่ึ ฝา่ ยชายให้แก่บิดามารดา ผู้รับบตุ รบุญธรรมหรือผ้ปู กครองฝา่ ย
หญิง แลว้ แต่กรณี เพอ่ื ตอบแทนการท่ีหญงิ ยอมสมรส ถ้าไมม่ กี ารสมรสโดยมีเหตสุ ำคญั
อันเกิดแกห่ ญิงหรอื โดยมีพฤตกิ ารณซ์ ึ่งฝ่ายหญงิ ตอ้ งรับผิดชอบ ทำใหช้ ายไม่สมควรหรือไม่
อาจสมรสกับหญงิ นน้ั ฝ่ายชายเรยี กสนิ สอดคนื ได้

ถา้ จะตอ้ งคืนของหมน้ั หรอื สินสอดตามหมวดน้ี ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔๑๒ ถึงมาตรา
๔๑๘ แหง่ ประมวลกฎหมายนวี้ ่าดว้ ยลาภมคิ วรไดม้ าใชบ้ งั คบั โดยอนโุ ลม

มาตรา ๑๔๓๘ การหม้ันไมเ่ ปน็ เหตุท่ีจะร้องขอใหศ้ าลบงั คับให้สมรสได้ ถ้าไดม้ ีขอ้ ตกลง
กันไวว้ า่ จะใหเ้ บ้ียปรบั ในเม่อื ผิดสญั ญาหมัน้ ขอ้ ตกลงนน้ั เป็นโมฆะ

มาตรา ๑๔๓๙[๑๐๘] เมอ่ื มกี ารหมน้ั แลว้ ถา้ ฝา่ ยใดผิดสัญญาหมนั้ อกี ฝา่ ยหนงึ่ มสี ทิ ธิเรยี กให้
รับผิดใชค้ ่าทดแทน ในกรณีทีฝ่ า่ ยหญงิ เปน็ ฝา่ ยผิดสัญญาหมน้ั ใหค้ นื ของหม้นั แกฝ่ า่ ย
ชายดว้ ย

มาตรา ๑๔๔๐ ค่าทดแทนนน้ั อาจเรยี กได้ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ทดแทนความเสยี หายตอ่ กายหรือชอ่ื เสยี งแหง่ ชายหรอื หญิงนนั้
(๒) ทดแทนความเสยี หายเนื่องจากการทค่ี หู่ มน้ั บดิ ามารดา หรอื บคุ คลผู้กระทำการใน
ฐานะเชน่ บิดามารดาไดใ้ ช้จา่ ยหรือต้องตกเปน็ ลกู หนเ้ี นอื่ งในการเตรียมการสมรสโดยสจุ รติ
และตามสมควร
(๓) ทดแทนความเสียหายเนอ่ื งจากการทค่ี ู่หมัน้ ได้จัดการทรพั ยส์ ินหรอื การอ่นื อนั เกี่ยวแก่
อาชีพหรือทางทำมาหาได้ของตนไปโดยสมควรดว้ ยการคาดหมายวา่ จะไดม้ ีการสมรส
ในกรณที ่ีหญงิ เปน็ ผมู้ สี ทิ ธิไดค้ า่ ทดแทน ศาลอาจช้ขี าดวา่ ของหม้ันทต่ี กเป็นสิทธแิ กห่ ญงิ
นนั้ เปน็ คา่ ทดแทนทงั้ หมดหรือเป็นส่วนหนงึ่ ของคา่ ทดแทนท่หี ญงิ พึงได้รบั หรอื ศาลอาจ
ให้คา่ ทดแทนโดยไมค่ ำนงึ ถงึ ของหมน้ั ทตี่ กเปน็ สทิ ธแิ ก่หญงิ นนั้ ก็ได้

มาตรา ๑๔๔๑[๑๐๙] ถา้ คูห่ มั้นฝ่ายหนึง่ ตายกอ่ นสมรส อีกฝา่ ยหนงึ่ จะเรยี กรอ้ งค่าทดแทนมไิ ด้
ส่วนของหมนั้ หรอื สินสอดนั้นไม่วา่ ชายหรอื หญงิ ตาย หญงิ หรอื ฝา่ ยหญงิ ไมต่ ้องคนื ให้แก่
ฝ่ายชาย

มาตรา ๑๔๔๒ ในกรณีมีเหตุสำคญั อนั เกดิ แก่หญิงคหู่ มน้ั ทำใหช้ ายไมส่ มควรสมรสกับ
หญิงนนั้ ชายมีสทิ ธิบอกเลกิ สัญญาหมัน้ ได้และให้หญิงคืนของหมั้นแก่ชาย

มาตรา ๑๔๔๓ ในกรณมี ีเหตสุ ำคัญอันเกิดแก่ชายคหู่ มนั้ ทำใหห้ ญิงไม่สมควรสมรสกบั ชาย
น้นั หญงิ มสี ิทธบิ อกเลกิ สญั ญาหมน้ั ได้โดยมติ อ้ งคืนของหมน้ั แก่ชาย

มาตรา ๑๔๔๔ ถา้ เหตุอนั ทำใหค้ หู่ มั้นบอกเลิกสญั ญาหม้นั เปน็ เพราะการกระทำชว่ั อยา่ ง
ร้ายแรงของคูห่ มน้ั อกี ฝา่ ยหนึง่ ซง่ึ ได้กระทำภายหลังการหมน้ั คหู่ มน้ั ผกู้ ระทำชว่ั อยา่ งรา้ ยแรง
นั้นต้องรบั ผดิ ใชค้ า่ ทดแทนแก่ค่หู ม้ันผใู้ ช้สทิ ธบิ อกเลิกสญั ญาหมนั้ เสมือนเปน็ ผูผ้ ดิ สญั ญา
หมนั้

มาตรา ๑๔๔๕[๑๑๐] ชายหรอื หญิงคูห่ มน้ั อาจเรียกค่าทดแทนจากผซู้ ่งึ ไดร้ ่วมประเวณีกบั
ค่หู มน้ั ของตนโดยรู้หรอื ควรจะรูถ้ งึ การหม้นั นน้ั เม่ือได้บอกเลิกสญั ญาหมั้นแล้วตามมาตรา
๑๔๔๒ หรอื มาตรา ๑๔๔๓ แลว้ แตก่ รณี

มาตรา ๑๔๔๖[๑๑๑] ชายหรอื หญงิ คหู่ มน้ั อาจเรยี กค่าทดแทนจากผซู้ ง่ึ ไดข้ ่มขนื กระทำชำเรา
หรอื พยายามข่มขนื กระทำชำเราคู่หมน้ั ของตนโดยรูห้ รือควรจะรู้ถงึ การหมน้ั นนั้ ไดโ้ ดยไม่
จำตอ้ งบอกเลิกสญั ญาหมั้น

มาตรา ๑๔๔๗[๑๑๒] คา่ ทดแทนอนั จะพงึ ชดใชแ้ ก่กันตามหมวดน้ใี ห้ศาลวนิ ิจฉัยตามควรแก่
พฤตกิ ารณ์
สทิ ธเิ รียกรอ้ งคา่ ทดแทนตามหมวดน้ี นอกจากค่าทดแทนตามมาตรา ๑๔๔๐ (๒) ไมอ่ าจ
โอนกันได้และไมต่ กทอดไปถงึ ทายาท เวน้ แตส่ ิทธินน้ั จะไดร้ บั สภาพกนั ไวเ้ ปน็ หนงั สือหรอื
ผู้เสียหายได้เริม่ ฟ้องคดตี ามสทิ ธนิ นั้ แล้ว

มาตรา ๑๔๔๗/๑[๑๑๓] สทิ ธเิ รยี กร้องคา่ ทดแทนตามมาตรา ๑๔๓๙ ใหม้ ีอายคุ วามหกเดอื น
นับแตว่ นั ทีผ่ ิดสัญญาหม้นั
สทิ ธเิ รยี กรอ้ งคา่ ทดแทนตามมาตรา ๑๔๔๔ ให้มีอายคุ วามหกเดอื นนบั แต่วนั รู้หรอื ควรรูถ้ งึ
การกระทำชว่ั อยา่ งรา้ ยแรงอันเปน็ เหตใุ ห้บอกเลิกสัญญาหมน้ั แตต่ อ้ งไม่เกินหา้ ปนี ับแต่
วนั กระทำการดงั กลา่ ว
สิทธิเรยี กร้องคา่ ทดแทนตามมาตรา ๑๔๔๕ และมาตรา ๑๔๔๖ ใหม้ อี ายคุ วามหกเดือนนบั
แตว่ นั ที่ชายหรอื หญงิ คหู่ มนั้ รหู้ รือควรรู้ถึงการกระทำของผอู้ ืน่ อนั จะเป็นเหตุให้เรยี กคา่
ทดแทนและรู้ตวั ผู้จะพงึ ใชค้ ่าทดแทนนั้น แตต่ อ้ งไมเ่ กินหา้ ปีนบั แตว่ นั ท่ีผอู้ ่นื น้นั ได้กระทำ
การดงั กล่าว[๑๑๔]

มาตรา ๑๔๔๗/๒[๑๑๕] สทิ ธเิ รยี กคนื ของหมั้นตามมาตรา ๑๔๓๙ ให้มีอายุความหกเดอื นนบั
แตว่ นั ที่ผดิ สญั ญาหมัน้
สิทธเิ รยี กคืนของหมัน้ ตามมาตรา ๑๔๔๒ ใหม้ อี ายคุ วามหกเดือนนบั แตว่ นั ทไ่ี ดบ้ อกเลิก
สญั ญาหมนั้

หมวด ๒
เงือ่ นไขแหง่ การสมรส


Click to View FlipBook Version