มาตรา ๑๔๔๘ การสมรสจะทำไดต้ อ่ เมื่อชายและหญงิ มอี ายสุ ิบเจด็ ปีบรบิ ูรณแ์ ลว้ แต่ใน
กรณีที่มเี หตอุ นั สมควร ศาลอาจอนญุ าตใหท้ ำการสมรสกอ่ นนน้ั ได้
มาตรา ๑๔๔๙ การสมรสจะกระทำมไิ ดถ้ ้าชายหรือหญงิ เปน็ บุคคลวกิ ลจริตหรอื เปน็ บคุ คลซึ่ง
ศาลสั่งใหเ้ ปน็ คนไรค้ วามสามารถ
มาตรา ๑๔๕๐ ชายหญงิ ซง่ึ เปน็ ญาตสิ บื สายโลหิตโดยตรงขึน้ ไปหรือลงมาก็ดี เปน็ พน่ี อ้ ง
ร่วมบิดามารดาหรือรว่ มแต่บิดาหรือมารดากด็ ี จะทำการสมรสกนั ไม่ได้ ความเป็นญาติ
ดงั กล่าวมานใ้ี หถ้ อื ตามสายโลหติ โดยไมค่ ำนงึ ว่าจะเปน็ ญาติโดยชอบดว้ ยกฎหมายหรอื ไม่
มาตรา ๑๔๕๑ ผ้รู ับบุตรบุญธรรมและบตุ รบญุ ธรรมจะสมรสกนั ไม่ได้
มาตรา ๑๔๕๒ ชายหรอื หญิงจะทำการสมรสในขณะท่ตี นมคี สู่ มรสอยู่ไม่ได้
มาตรา ๑๔๕๓ หญงิ ทสี่ ามีตายหรอื ทีก่ ารสมรสสน้ิ สุดลงด้วยประการอน่ื จะทำการสมรสใหม่
ไดต้ อ่ เมื่อการสน้ิ สุดแหง่ การสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่นอ้ ยกวา่ สามร้อยสิบวนั เวน้ แต่
(๑) คลอดบตุ รแล้วในระหวา่ งนน้ั
(๒) สมรสกบั คสู่ มรสเดมิ
(๓) มใี บรับรองแพทยป์ ระกาศนียบัตรหรือปรญิ ญาซง่ึ เปน็ ผ้ปู ระกอบการรกั ษาโรคในสาขา
เวชกรรมไดต้ ามกฎหมายวา่ มไิ ด้มคี รรภ์ หรอื
(๔) มคี ำสัง่ ของศาลให้สมรสได้
มาตรา ๑๔๕๔ ผูเ้ ยาวจ์ ะทำการสมรสใหน้ ำความในมาตรา ๑๔๓๖ มาใช้บงั คบั โดยอนุโลม
มาตรา ๑๔๕๕ การใหค้ วามยินยอมใหท้ ำการสมรสจะกระทำได้แต่โดย
(๑) ลงลายมือชอ่ื ในทะเบียนขณะจดทะเบยี นสมรส
(๒) ทำเปน็ หนังสอื แสดงความยนิ ยอมโดยระบชุ อ่ื ผ้จู ะสมรสท้ังสองฝา่ ยและลงลายมอื ชอ่ื ของ
ผใู้ ห้ความยนิ ยอม
(๓) ถา้ มเี หตุจำเปน็ จะใหค้ วามยนิ ยอมดว้ ยวาจาตอ่ หนา้ พยานอยา่ งนอ้ ยสองคนก็ได้
ความยนิ ยอมนน้ั เมอื่ ใหแ้ ลว้ ถอนไมไ่ ด้
มาตรา ๑๔๕๖ ถา้ ไมม่ ผี ูท้ ่มี ีอำนาจใหค้ วามยนิ ยอมตามมาตรา ๑๔๕๔ หรือมีแต่ไมใ่ หค้ วาม
ยินยอมหรือไมอ่ ยใู่ นสภาพท่ีอาจใหค้ วามยนิ ยอม หรอื โดยพฤติการณผ์ เู้ ยาว์ไมอ่ าจขอความ
ยนิ ยอมได้ ผู้เยาว์อาจรอ้ งขอตอ่ ศาลเพ่ืออนญุ าตให้ทำการสมรส
มาตรา ๑๔๕๗ การสมรสตามประมวลกฎหมายนี้จะมีไดเ้ ฉพาะเม่ือไดจ้ ดทะเบยี นแลว้
เทา่ นน้ั
มาตรา ๑๔๕๘ การสมรสจะทำไดต้ อ่ เมือ่ ชายหญงิ ยนิ ยอมเปน็ สามีภรยิ ากนั และตอ้ งแสดงการ
ยนิ ยอมนัน้ ให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหนา้ นายทะเบยี นและให้นายทะเบียนบันทึกความ
ยินยอมนนั้ ไว้ดว้ ย
มาตรา ๑๔๕๙ การสมรสในต่างประเทศระหว่างคนทม่ี ีสญั ชาตไิ ทยด้วยกัน หรอื ฝา่ ยใด
ฝ่ายหนง่ึ มีสัญชาติไทย จะทำตามแบบทก่ี ำหนดไวต้ ามกฎหมายไทยหรือกฎหมายแห่ง
ประเทศนน้ั กไ็ ด้
ในกรณที ค่ี ูส่ มรสประสงค์จะจดทะเบยี นตามกฎหมายไทย ใหพ้ นกั งานทตู หรอื กงสลุ ไทย
เป็นผูร้ ับจดทะเบียน
มาตรา ๑๔๖๐ เมอ่ื มีพฤตกิ ารณพ์ ิเศษซ่งึ ไมอ่ าจทำการจดทะเบยี นสมรสต่อนายทะเบียนได้
เพราะชายหรือหญงิ ฝา่ ยใดฝา่ ยหน่ึงหรอื ท้ังสองฝา่ ยตกอยใู่ นอนั ตรายใกลค้ วามตาย หรือ
อยใู่ นภาวะการรบหรือสงคราม ถา้ ชายและหญงิ น้นั ไดแ้ สดงเจตนาจะสมรสกนั ต่อหน้าบคุ คล
ซึ่งบรรลนุ ติ ิภาวะทอี่ ยู่ ณ ที่นน้ั แลว้ ให้บคุ คลดังกลา่ วจดแจง้ การแสดงเจตนาขอทำการ
สมรสของชายและหญงิ นัน้ ไว้เปน็ หลักฐาน และตอ่ มาชายหญงิ ได้จดทะเบียนสมรสกนั
ภายในเกา้ สบิ วนั นับแต่วนั ทอ่ี าจทำการจดทะเบียนตอ่ นายทะเบียนได้ โดยแสดงหลกั ฐาน
ต่อนายทะเบียนและใหน้ ายทะเบยี นจดแจง้ วนั เดอื น ปี สถานทท่ี แี่ สดงเจตนาขอทำการ
สมรส และพฤตกิ ารณพ์ เิ ศษนนั้ ไว้ในทะเบยี นสมรส ให้ถือวา่ วนั แสดงเจตนาขอทำการ
สมรสต่อบคุ คลดงั กลา่ วเป็นวนั จดทะเบียนสมรสตอ่ นายทะเบียนแลว้
ความในมาตรานม้ี ิใหใ้ ช้บงั คับถา้ หากจะมกี ารสมรสในวนั แสดงเจตนาขอทำการสมรส การ
สมรสน้นั จะตกเปน็ โมฆะ
หมวด ๓
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสามภี รยิ า
มาตรา ๑๔๖๑ สามภี รยิ าตอ้ งอยู่กินดว้ ยกนั ฉนั สามีภริยา
สามภี รยิ าต้องช่วยเหลอื อุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน
มาตรา ๑๔๖๒[๑๑๖] ในกรณที ส่ี ามภี ริยาไม่สามารถทจี่ ะอยกู่ นิ ดว้ ยกนั ฉนั สามีภริยาโดยปกติ
สุขได้ หรอื ถา้ การอยูร่ ่วมกนั จะเป็นอนั ตรายแกก่ ายหรือจิตใจหรอื ทำลายความผาสกุ อยา่ ง
มาก สามีหรือภรยิ าฝา่ ยที่ไม่สามารถท่ีจะอยู่กนิ ดว้ ยกันฉนั สามภี ริยาโดยปกตสิ ุขไดห้ รอื ฝา่ ย
ท่จี ะตอ้ งรับอนั ตรายหรอื ถกู ทำลายความผาสกุ อาจร้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสงั่ อนญุ าตให้ตน
อยู่ตา่ งหากในระหว่างที่เหตนุ น้ั ๆ ยงั มีอย่กู ไ็ ด้ ในกรณีเชน่ นศ้ี าลจะกำหนดจำนวนค่า
อปุ การะเลย้ี งดใู หฝ้ ่ายหน่ึงจา่ ยใหแ้ กอ่ ีกฝา่ ยหนงึ่ ตามควรแกพ่ ฤติการณก์ ไ็ ด้
มาตรา ๑๔๖๓ ในกรณที ศี่ าลส่ังให้สามีหรือภริยาเป็นคนไรค้ วามสามารถหรอื เสมอื นไร้
ความสามารถ ภริยาหรอื สามยี อ่ มเปน็ ผอู้ นบุ าลหรอื ผพู้ ิทกั ษ์ แต่เม่ือผมู้ สี ว่ นได้เสียหรอื
อยั การรอ้ งขอ และถ้ามีเหตสุ ำคญั ศาลจะตัง้ ผ้อู นื่ เปน็ ผอู้ นบุ าลหรือผพู้ ทิ กั ษ์ก็ได้
มาตรา ๑๔๖๔[๑๑๗] ในกรณีท่คี ูส่ มรสฝา่ ยใดฝา่ ยหน่ึงเปน็ คนวิกลจรติ ไมว่ า่ ศาลจะได้สง่ั ให้
เป็นคนไร้ความสามารถหรือไม่ ถา้ ค่สู มรสอกี ฝา่ ยหนงึ่ ไม่อุปการะเลย้ี งดฝู ่ายทวี่ ิกลจรติ ตาม
มาตรา ๑๔๖๑ วรรคสอง หรือกระทำการหรือไมก่ ระทำการอยา่ งใด อนั เป็นเหตใุ ห้ฝา่ ยที่
วิกลจรติ อยใู่ นภาวะอนั น่าจะเกิดอนั ตรายแก่กายหรอื จติ ใจ หรือตกอยใู่ นภาวะอนั นา่ จะเกดิ
ความเสียหายทางทรพั ยส์ ินถึงขนาด บคุ คลตามที่ระบุไวใ้ นมาตรา ๒๘ หรือผู้อนุบาลอาจ
ฟ้องคสู่ มรสอกี ฝา่ ยหน่ึงเรยี กค่าอปุ การะเลี้ยงดูใหแ้ กฝ่ ่ายทีว่ กิ ลจรติ หรือขอใหศ้ าลมคี ำสั่งใด
ๆ เพ่ือคมุ้ ครองฝา่ ยทว่ี กิ ลจรติ นนั้ ได้
ในกรณีฟ้องเรียกคา่ อปุ การะเล้ยี งดูตามวรรคหน่ึง ถา้ ยงั มไิ ดม้ ีคำสัง่ ของศาลวา่ คสู่ มรสซึ่ง
วิกลจรติ เป็นคนไร้ความสามารถกใ็ หข้ อตอ่ ศาลในคดเี ดียวกนั ให้ศาลมคี ำสงั่ วา่ คู่สมรสซงึ่
วกิ ลจริตน้นั เปน็ คนไร้ความสามารถ โดยขอใหต้ งั้ ตนเองหรอื ผู้อน่ื ทศ่ี าลเห็นสมควรเป็นผู้
อนุบาล หรือถ้าไดม้ คี ำสั่งของศาลแสดงวา่ ค่สู มรสซงึ่ วิกลจรติ เป็นคนไร้ความสามารถอยู่แล้ว
จะขอใหถ้ อดถอนผอู้ นบุ าลคนเดมิ และแต่งต้ังผ้อู นบุ าลคนใหมก่ ็ได้
ในการขอใหศ้ าลมีคำสง่ั ใด ๆ เพ่อื คุ้มครองคสู่ มรสฝ่ายทีว่ ิกลจรติ โดยมไิ ด้เรยี กคา่ อปุ การะ
เลยี้ งดดู ้วยน้ัน จะไม่ขอใหศ้ าลมคี ำสง่ั ใหค้ ่สู มรสฝ่ายทว่ี กิ ลจริตน้ันเปน็ คนไรค้ วามสามารถ
หรอื จะไมข่ อเปลย่ี นผอู้ นบุ าลกไ็ ด้ แต่ถา้ ศาลเหน็ วา่ วธิ ีการคุม้ ครองทข่ี อน้ันจำตอ้ งมีผู้อนุบาล
หรือเปลย่ี นผู้อนุบาล ใหศ้ าลมีคำสงั่ ให้จดั การทำนองเดียวกับทีบ่ ญั ญตั ไิ วใ้ นวรรคสอง แล้ว
จงึ มคี ำสง่ั คมุ้ ครองตามทเี่ หน็ สมควร
[เลขมาตรา ๒๘ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบญั ญตั ใิ หใ้ ชบ้ ทบญั ญตั บิ รรพ
๑ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยท์ ่ีไดต้ รวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕]
มาตรา ๑๔๖๔/๑[๑๑๘] ในระหวา่ งการพิจารณาคดีตามมาตรา ๑๔๖๔ ถา้ มคี ำขอศาลอาจ
กำหนดวธิ กี ารช่วั คราวเกย่ี วกับการอปุ การะเลย้ี งดหู รอื การคมุ้ ครองคู่สมรสฝ่ายทว่ี ิกลจรติ ได้
ตามที่เหน็ สมควร และหากเปน็ กรณฉี ุกเฉนิ ให้นำบทบญั ญตั เิ ร่ืองคำขอในเหตฉุ กุ เฉิน
ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความแพง่ มาใช้บงั คบั
หมวด ๔
ทรัพย์สินระหว่างสามภี รยิ า
มาตรา ๑๔๖๕ ถ้าสามภี รยิ ามไิ ด้ทำสัญญากันไว้ในเร่อื งทรพั ย์สนิ เปน็ พิเศษกอ่ นสมรส
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสามภี รยิ าในเรื่องทรพั ย์สนิ นน้ั ให้บงั คบั ตามบทบญั ญตั ิในหมวดนี้
ถ้าขอ้ ความใดในสญั ญาก่อนสมรสขัดตอ่ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
หรอื ระบใุ หใ้ ชก้ ฎหมายประเทศอนื่ บงั คบั เร่อื งทรพั ย์สินนน้ั ขอ้ ความน้นั ๆ เปน็ โมฆะ
มาตรา ๑๔๖๖ สญั ญากอ่ นสมรสเปน็ โมฆะ ถ้ามิได้จดแจง้ ข้อตกลงกนั เป็นสัญญาก่อนสมรส
น้ันไวใ้ นทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส หรอื มิไดท้ ำเป็นหนงั สือลงลายมอื ชือ่
คู่สมรสและพยานอยา่ งนอ้ ยสองคนแนบไว้ท้ายทะเบยี นสมรสและได้จดไว้ในทะเบยี นสมรส
พร้อมกับการจดทะเบยี นสมรสว่าไดม้ ีสญั ญานนั้ แนบไว้
มาตรา ๑๔๖๗ เม่อื สมรสแลว้ จะเปลี่ยนแปลงเพิกถอนสัญญากอ่ นสมรสนั้นไม่ได้ นอกจาก
จะไดร้ บั อนญุ าตจากศาล
เมอื่ ไดม้ ีคำสั่งของศาลถึงที่สุดให้เปล่ียนแปลงเพกิ ถอนสญั ญากอ่ นสมรสแลว้ ใหศ้ าลแจ้งไป
ยงั นายทะเบยี นสมรสเพือ่ จดแจง้ ไวใ้ นทะเบียนสมรส
มาตรา ๑๔๖๘ ขอ้ ความในสญั ญากอ่ นสมรสไมม่ ีผลกระทบกระเทอื นถงึ สทิ ธขิ อง
บุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสจุ ริตไมว่ า่ จะได้เปลี่ยนแปลงเพิกถอนโดยคำส่งั ของศาลหรอื ไม่ก็
ตาม
มาตรา ๑๔๖๙ สญั ญาทีเ่ กี่ยวกบั ทรัพยส์ นิ ใดท่สี ามภี รยิ าได้ทำไวต้ อ่ กนั ในระหวา่ งเป็นสามี
ภรยิ ากนั นน้ั ฝา่ ยใดฝา่ ยหน่งึ จะบอกลา้ งเสียในเวลาใดทเี่ ปน็ สามภี ริยากนั อยหู่ รอื ภายใน
กำหนดหนงึ่ ปนี บั แตว่ ันท่ขี าดจากการเปน็ สามภี รยิ ากันก็ได้ แต่ไมก่ ระทบกระเทือนถงึ สิทธิ
ของบคุ คลภายนอกผทู้ ำการโดยสุจรติ
มาตรา ๑๔๗๐ ทรัพยส์ ินระหวา่ งสามภี ริยา นอกจากทีไ่ ด้แยกไวเ้ ปน็ สินสว่ นตวั ยอ่ มเปน็
สินสมรส
มาตรา ๑๔๗๑ สินสว่ นตวั ได้แกท่ รัพยส์ ิน
(๑) ทฝี่ า่ ยใดฝา่ ยหนง่ึ มอี ยกู่ ่อนสมรส
(๒) ท่เี ปน็ เครื่องใชส้ อยสว่ นตัว เครื่องแตง่ กาย หรอื เคร่ืองประดบั กายตามควรแกฐ่ านะ
หรือเคร่ืองมอื เครื่องใชท้ จี่ ำเปน็ ในการประกอบอาชพี หรอื วชิ าชพี ของคูส่ มรสฝา่ ยใดฝา่ ยหนึ่ง
(๓) ที่ฝา่ ยใดฝา่ ยหนง่ึ ไดม้ าระหว่างสมรสโดยการรบั มรดกหรอื โดยการใหโ้ ดยเสนห่ า
(๔) ท่ีเป็นของหม้ัน
มาตรา ๑๔๗๒ สนิ สว่ นตัวนั้น ถา้ ไดแ้ ลกเปลย่ี นเป็นทรพั ย์สนิ อน่ื กด็ ี ซื้อทรัพยส์ ินอ่นื มาก็ดี
หรือขายได้เป็นเงนิ มากด็ ี ทรัพย์สนิ อ่นื หรือเงินทีไ่ ดม้ านน้ั เปน็ สินสว่ นตัว
สินส่วนตวั ทถ่ี ูกทำลายไปทั้งหมดหรอื แตบ่ างสว่ น แต่ไดท้ รพั ยส์ ินอนื่ หรือเงินมาทดแทน
ทรพั ย์สินอื่นหรอื เงินท่ไี ด้มานนั้ เปน็ สนิ ส่วนตวั
มาตรา ๑๔๗๓ สินส่วนตวั ของค่สู มรสฝา่ ยใดใหฝ้ ่ายนน้ั เป็นผูจ้ ัดการ
มาตรา ๑๔๗๔ สินสมรสได้แก่ทรพั ยส์ นิ
(๑) ทค่ี สู่ มรสได้มาระหว่างสมรส
(๒) ที่ฝา่ ยใดฝา่ ยหน่ึงไดม้ าระหวา่ งสมรสโดยพนิ ยั กรรมหรือโดยการให้เป็นหนงั สอื เมอ่ื
พนิ ัยกรรมหรอื หนังสอื ยกให้ระบวุ า่ เปน็ สินสมรส
(๓) ที่เป็นดอกผลของสนิ สว่ นตวั
ถา้ กรณีเปน็ ทีส่ งสัยวา่ ทรัพยส์ นิ อย่างหนงึ่ เปน็ สนิ สมรสหรือมใิ ช่ ให้สนั นษิ ฐานไว้ก่อนวา่
เป็นสนิ สมรส
มาตรา ๑๔๗๕ ถ้าสนิ สมรสใดเป็นจำพวกทีร่ ะบไุ วใ้ นมาตรา ๔๕๖ แหง่ ประมวลกฎหมายนี้
หรอื ท่ีมเี อกสารเป็นสำคญั สามหี รือภรยิ าจะร้องขอให้ลงชอื่ ตนเป็นเจา้ ของรวมกันในเอกสาร
น้นั กไ็ ด้
มาตรา ๑๔๗๖[๑๑๙] สามแี ละภรยิ าต้องจัดการสนิ สมรสรว่ มกันหรือได้รับความยนิ ยอมจากอกี
ฝ่ายหนง่ึ ในกรณดี งั ตอ่ ไปน้ี
(๑) ขาย แลกเปลยี่ น ขายฝาก ใหเ้ ช่าซอื้ จำนอง ปลดจำนอง หรอื โอนสทิ ธิจำนอง ซึ่ง
อสังหารมิ ทรัพยห์ รอื สงั หารมิ ทรัพยท์ ี่อาจจำนองได้
(๒) ก่อตัง้ หรอื กระทำให้สุดส้ินลงทง้ั หมดหรอื บางสว่ นซึง่ ภาระจำยอม สทิ ธอิ าศัย สทิ ธิเหนือ
พืน้ ดนิ สิทธเิ ก็บกนิ หรอื ภาระติดพันในอสังหารมิ ทรัพย์
(๓) ใหเ้ ชา่ อสงั หารมิ ทรัพยเ์ กินสามปี
(๔) ให้กยู้ ืมเงนิ
(๕) ใหโ้ ดยเสน่หา เวน้ แตก่ ารให้ทพี่ อควรแก่ฐานานุรปู ของครอบครวั เพ่อื การกศุ ล เพอ่ื
การสังคม หรอื ตามหนา้ ทีธ่ รรมจรรยา
(๖) ประนีประนอมยอมความ
(๗) มอบขอ้ พพิ าทใหอ้ นญุ าโตตุลาการวนิ ิจฉยั
(๘) นำทรัพย์สนิ ไปเปน็ ประกนั หรอื หลักประกันต่อเจา้ พนักงานหรอื ศาล
การจัดการสนิ สมรสนอกจากกรณีที่บญั ญตั ิไวใ้ นวรรคหนึ่ง สามีหรือภริยาจดั การได้โดยมิ
ต้องไดร้ บั ความยินยอมจากอีกฝา่ ยหนงึ่
มาตรา ๑๔๗๖/๑[๑๒๐] สามีและภรยิ าจะจัดการสนิ สมรสใหแ้ ตกตา่ งไปจากท่ีบัญญตั ไิ วใ้ น
มาตรา ๑๔๗๖ ทง้ั หมดหรือบางสว่ นได้ก็ตอ่ เมอื่ ไดท้ ำสญั ญาก่อนสมรสไวต้ ามท่ีบัญญตั ใิ น
มาตรา ๑๔๖๕ และมาตรา ๑๔๖๖ ในกรณีดงั กลา่ วนี้ การจัดการสินสมรสให้เป็นไปตามท่ี
ระบไุ ว้ในสญั ญากอ่ นสมรส
ในกรณที ี่สญั ญาก่อนสมรสระบุการจดั การสินสมรสไว้แต่เพียงบางส่วนของมาตรา ๑๔๗๖
การจดั การสินสมรสนอกจากทีร่ ะบไุ ว้ในสัญญากอ่ นสมรสให้เปน็ ไปตามมาตรา ๑๔๗๖
มาตรา ๑๔๗๗[๑๒๑] สามีภรยิ าฝ่ายใดฝา่ ยหนึ่งมีสทิ ธฟิ ้อง ต่อสู้ หรือดำเนนิ คดเี กีย่ วกบั การ
สงวนบำรงุ รกั ษาสนิ สมรส หรือเพ่อื ประโยชน์แกส่ นิ สมรส หนีอ้ ันเกิดแตก่ ารฟอ้ ง ตอ่ สู้ หรือ
ดำเนนิ คดีดงั กล่าว ใหถ้ ือว่าเปน็ หนท้ี ส่ี ามภี ริยาเป็นลกู หนี้รว่ มกนั
มาตรา ๑๔๗๘ เม่อื ฝา่ ยใดตอ้ งใหค้ วามยนิ ยอมหรือลงชอื่ กับอกี ฝา่ ยหนึง่ ในเร่อื งจดั การ
ทรพั ย์สนิ แตไ่ มใ่ ห้ความยินยอมหรอื ไม่ยอมลงชอื่ โดยปราศจากเหตุผล หรอื ไม่อยใู่ นสภาพ
ทอ่ี าจให้ความยนิ ยอมได้ อกี ฝ่ายหนง่ึ อาจร้องขอตอ่ ศาลให้สง่ั อนญุ าตแทนได้
มาตรา ๑๔๗๙ การใดท่สี ามหี รอื ภรยิ ากระทำ ซง่ึ ตอ้ งรับความยนิ ยอมร่วมกัน และถ้าการ
นั้นมีกฎหมายบญั ญตั ใิ ห้ทำเปน็ หนงั สือหรอื ให้จดทะเบียนตอ่ พนักงานเจา้ หนา้ ท่ี ความ
ยินยอมน้ันต้องทำเปน็ หนงั สอื
มาตรา ๑๔๘๐[๑๒๒] การจดั การสินสมรสซึง่ ตอ้ งจดั การรว่ มกนั หรือตอ้ งไดร้ บั ความยนิ ยอมจาก
อกี ฝ่ายหนงึ่ ตามมาตรา ๑๔๗๖ ถ้าคู่สมรสฝา่ ยหนงึ่ ไดท้ ำนติ กิ รรมไปแต่เพยี งฝา่ ยเดียว หรอื
โดยปราศจากความยนิ ยอมของค่สู มรสอีกฝ่ายหน่งึ คสู่ มรสอกี ฝ่ายหน่งึ อาจฟอ้ งใหศ้ าลเพิก
ถอนนติ ิกรรมนนั้ ได้ เวน้ แตค่ ู่สมรสอีกฝ่ายหน่ึงไดใ้ หส้ ัตยาบนั แก่นติ ิกรรมน้นั แล้ว หรอื
ในขณะทท่ี ำนติ กิ รรมนนั้ บุคคลภายนอกได้กระทำโดยสจุ ริตและเสียคา่ ตอบแทน
การฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิตกิ รรมตามวรรคหนง่ึ ห้ามมใิ หฟ้ ้องเมอื่ พ้นหนงึ่ ปี นบั แตว่ นั ทไี่ ดร้ ู้
เหตอุ ันเปน็ มลู ให้เพกิ ถอน หรอื เม่ือพ้นสบิ ปนี ับแตว่ นั ท่ีได้ทำนติ กิ รรมนัน้
มาตรา ๑๔๘๑ สามหี รอื ภรยิ าไม่มอี ำนาจทำพินยั กรรมยกสนิ สมรสที่เกนิ กวา่ สว่ นของตน
ใหแ้ ก่บุคคลใดได้
มาตรา ๑๔๘๒[๑๒๓] ในกรณีที่สามีหรอื ภริยามอี ำนาจจัดการสินสมรสแตฝ่ ่ายเดียวค่สู มรสอกี
ฝ่ายหนง่ึ กย็ งั มอี ำนาจจัดการบ้านเรือนและจัดหาส่งิ จำเปน็ สำหรับครอบครัวตามสมควรแก่
อตั ภาพได้ คา่ ใชจ้ า่ ยในการน้ยี อ่ มผูกพนั สินสมรสและสนิ ส่วนตวั ของทัง้ สองฝา่ ย
ถ้าสามีหรือภรยิ าจัดการบ้านเรอื นหรือจดั หาสง่ิ จำเปน็ สำหรบั ครอบครวั เป็นทีเ่ สียหายถงึ
ขนาด อีกฝา่ ยหนง่ึ อาจรอ้ งขอใหศ้ าลสง่ั หา้ มหรือจำกดั อำนาจนเ้ี สยี ได้
มาตรา ๑๔๘๓[๑๒๔] ในกรณีท่ีสามหี รอื ภรยิ ามอี ำนาจจดั การสินสมรสแต่ฝา่ ยเดยี ว ถ้าสามี
หรอื ภรยิ าจะกระทำ หรอื กำลังกระทำการอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ในการจัดการสินสมรสอนั พงึ เหน็
ได้วา่ จะเกดิ ความเสียหายถึงขนาด อีกฝา่ ยหนงึ่ อาจรอ้ งขอใหศ้ าลสงั่ ห้ามมิใหก้ ระทำการน้ัน
ได้
มาตรา ๑๔๘๔[๑๒๕] ถา้ สามหี รือภรยิ าฝา่ ยซง่ึ มีอำนาจจดั การสินสมรส
(๑) จดั การสินสมรสเป็นทเ่ี สียหายถงึ ขนาด
(๒) ไมอ่ ปุ การะเลีย้ งดอู กี ฝา่ ยหนงึ่
(๓) มหี น้ีสินลน้ พน้ ตวั หรอื ทำหนเี้ กนิ ก่งึ หนึง่ ของสนิ สมรส
(๔) ขดั ขวางการจดั การสินสมรสของอกี ฝา่ ยหนง่ึ โดยไม่มเี หตผุ ลอนั สมควร
(๕) มพี ฤติการณป์ รากฏว่าจะทำความหายนะให้แก่สินสมรส
อีกฝา่ ยหน่ึงอาจรอ้ งขอใหศ้ าลส่ังอนญุ าตใหต้ นเป็นผู้จัดการสนิ สมรสแตผ่ ู้เดยี วหรอื สง่ั ให้
แยกสินสมรสได้
ในกรณตี ามวรรคหน่งึ ถา้ มคี ำขอ ศาลอาจกำหนดวธิ คี ุ้มครองชั่วคราวเพอ่ื จดั การสินสมรสได้
ตามที่เหน็ สมควร และหากเป็นกรณฉี กุ เฉนิ ใหน้ ำบทบญั ญตั เิ รอื่ งคำขอในเหตฉุ ุกเฉนิ
ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความแพง่ มาใช้บงั คบั
มาตรา ๑๔๘๔/๑[๑๒๖] ในกรณีทศ่ี าลได้มคี ำสง่ั หา้ มหรือจำกดั อำนาจในการจดั การสนิ สมรส
ของสามีหรือภริยาตามมาตรา ๑๔๘๒ มาตรา ๑๔๘๓ หรือมาตรา ๑๔๘๔ ถ้าตอ่ มาเหตแุ หง่
การน้ันหรือพฤตกิ ารณไ์ ดเ้ ปลีย่ นแปลงไป สามหี รอื ภรยิ าอาจร้องขอตอ่ ศาลให้ยกเลกิ หรอื
เปลย่ี นแปลงคำส่งั ท่หี ้ามหรือจำกดั อำนาจจัดการสินสมรสนั้นได้ ในการน้ศี าลจะมคี ำส่งั ใด ๆ
ตามทเ่ี หน็ สมควรก็ได้
มาตรา ๑๔๘๕ สามีหรอื ภรยิ าอาจร้องขอตอ่ ศาลใหต้ นเปน็ ผจู้ ัดการสนิ สมรสโดยเฉพาะอยา่ ง
ใดอยา่ งหน่งึ หรอื เขา้ ร่วมจดั การในการนนั้ ได้ ถา้ การที่จะทำเชน่ นน้ั จะเป็นประโยชนย์ งิ่ กวา่
มาตรา ๑๔๘๖[๑๒๗] เม่ือศาลไดม้ คี ำพพิ ากษาหรือคำส่งั ถงึ ทส่ี ดุ ตามความในมาตรา ๑๔๘๒
วรรคสอง มาตรา ๑๔๘๓ มาตรา ๑๔๘๔ มาตรา ๑๔๘๔/๑ หรอื มาตรา ๑๔๘๕ อันเป็นคณุ แก่
ผรู้ อ้ งขอ หรือตามมาตรา ๑๔๙๑ มาตรา ๑๔๙๒/๑ หรือมาตรา ๑๕๙๘/๑๗ หรอื เมือ่ สามีหรอื
ภรยิ าพน้ จากการเปน็ บคุ คลล้มละลาย ใหศ้ าลแจง้ ไปยงั นายทะเบียนเพอื่ จดแจง้ ไวใ้ น
ทะเบยี นสมรส
มาตรา ๑๔๘๗[๑๒๘] ในระหว่างทเ่ี ปน็ สามภี รยิ ากนั ฝ่ายใดจะยึดหรอื อายัดทรัพยส์ นิ ของอกี
ฝ่ายหนงึ่ ไมไ่ ด้ เวน้ แต่เป็นการยดึ หรอื อายดั ทรพั ย์สินในคดีท่ีฟอ้ งร้องเพอ่ื การปฏบิ ตั ิหนา้ ที่
หรือรกั ษาสิทธิระหวา่ งสามภี รยิ าตามท่บี ัญญตั ไิ ว้โดยเฉพาะในประมวลกฎหมายนี้หรือท่ี
ประมวลกฎหมายนี้บัญญตั ไิ วโ้ ดยเฉพาะให้สามีภรยิ าฟ้องร้องกันเองได้ หรือเป็นการยึด
หรืออายัดทรัพยส์ นิ สำหรับค่าอปุ การะเลีย้ งดูและคา่ ฤชาธรรมเนยี มที่ยงั มไิ ดช้ ำระตามคำ
พพิ ากษาของศาล
มาตรา ๑๔๘๘ ถา้ สามีหรอื ภริยาตอ้ งรบั ผิดเปน็ สว่ นตวั เพื่อชำระหนีท้ ก่ี ่อไวก้ อ่ นหรือระหวา่ ง
สมรส ใหช้ ำระหนนี้ ้นั ดว้ ยสินสว่ นตัวของฝา่ ยนน้ั ก่อน เมอื่ ไม่พอจงึ ใหช้ ำระดว้ ยสนิ สมรสที่
เป็นส่วนของฝา่ ยนนั้
มาตรา ๑๔๘๙ ถา้ สามภี รยิ าเป็นลกู หนี้รว่ มกนั ใหช้ ำระหนนี้ นั้ จากสนิ สมรสและสินส่วนตวั
ของท้งั สองฝา่ ย
มาตรา ๑๔๙๐ หน้ที ่ีสามภี ริยาเป็นลกู หน้ีร่วมกนั นนั้ ให้รวมถงึ หนท้ี ่ีสามหี รือภริยากอ่ ให้เกดิ
ข้นึ ในระหวา่ งสมรส ดังตอ่ ไปนี้
(๑)[๑๒๙] หนีเ้ กย่ี วแกก่ ารจัดการบ้านเรือนและจัดหาส่งิ จำเปน็ สำหรับครอบครัว การอปุ การะ
เลีย้ งดูตลอดถงึ การรกั ษาพยาบาลบุคคลในครอบครวั และการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่
อัตภาพ
(๒) หนที้ ่เี ก่ียวขอ้ งกับสนิ สมรส
(๓) หนที้ ีเ่ กิดขนึ้ เนอื่ งจากการงานซ่ึงสามภี รยิ าทำดว้ ยกนั
(๔) หนที้ ่สี ามีหรอื ภรยิ าก่อขนึ้ เพ่ือประโยชนต์ นฝา่ ยเดียวแต่อกี ฝา่ ยหนง่ึ ไดใ้ หส้ ตั ยาบนั
มาตรา ๑๔๙๑ ถ้าสามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาใหล้ ม้ ละลาย สนิ สมรสยอ่ มแยกจากกนั
โดยอำนาจกฎหมายนับแต่วนั ทีศ่ าลพิพากษาให้ลม้ ละลายนนั้
มาตรา ๑๔๙๒[๑๓๐] เมอ่ื ไดแ้ ยกสินสมรสตามมาตรา ๑๔๘๔ วรรคสอง มาตรา ๑๔๙๑ หรอื
มาตรา ๑๕๙๘/๑๗ วรรคสอง แลว้ ใหส้ ่วนท่ีแยกออกตกเปน็ สนิ สว่ นตัวของสามหี รอื ภรยิ า
และบรรดาทรัพยส์ ินท่ีฝา่ ยใดได้มาในภายหลงั ไมใ่ หถ้ อื เปน็ สนิ สมรส แตใ่ หเ้ ป็นสนิ
สว่ นตัวของฝ่ายนนั้ และสินสมรสทคี่ ูส่ มรสได้มาโดยพนิ ยั กรรมหรือโดยการให้เปน็ หนงั สือ
ตามมาตรา ๑๔๗๔ (๒) ในภายหลัง ใหต้ กเปน็ สนิ สว่ นตัวของสามีและภริยาฝ่ายละครงึ่
ดอกผลของสนิ ส่วนตวั ทไ่ี ดม้ าหลังจากทไี่ ดแ้ ยกสนิ สมรสแลว้ ให้เปน็ สนิ ส่วนตัว
มาตรา ๑๔๙๒/๑[๑๓๑] ในกรณีที่มีการแยกสินสมรสโดยคำส่งั ศาล การยกเลกิ การแยก
สินสมรสให้กระทำไดเ้ มอ่ื สามีหรอื ภริยารอ้ งขอตอ่ ศาล และศาลไดม้ คี ำสัง่ ให้ยกเลิก แตถ่ า้
ภรยิ าหรอื สามีคัดคา้ นศาลจะส่งั ยกเลิกการแยกสินสมรสได้ตอ่ เมื่อเหตุแหง่ การแยกสินสมรส
ไดส้ ้ินสุดลงแลว้
เม่ือมกี ารยกเลิกการแยกสนิ สมรสตามวรรคหนง่ึ หรอื การแยกสนิ สมรสสน้ิ สดุ ลงเพราะสามี
หรือภรยิ าพน้ จากการเปน็ บุคคลลม้ ละลาย ใหท้ รพั ย์สินท่เี ปน็ สินสว่ นตวั อยใู่ นวนั ทศ่ี าลมี
คำสง่ั หรอื ในวนั ท่ีพน้ จากการเป็นบคุ คลล้มละลาย ยังคงเปน็ สนิ สว่ นตวั ต่อไปตามเดมิ
มาตรา ๑๔๙๓ ในกรณีท่ไี มม่ สี นิ สมรสแล้ว สามแี ละภรยิ าตอ้ งชว่ ยกนั ออกคา่ ใช้สอยสำหรับ
การบา้ นเรือนตามสว่ นมากและน้อยแหง่ สนิ ส่วนตวั ของตน
หมวด ๕
ความเปน็ โมฆะของการสมรส
มาตรา ๑๔๙๔ การสมรสจะเป็นโมฆะกแ็ ตเ่ ฉพาะทีบ่ ัญญตั ไิ วใ้ นหมวดน้ี
มาตรา ๑๔๙๕[๑๓๒] การสมรสที่ฝา่ ฝืนมาตรา ๑๔๔๙ มาตรา ๑๔๕๐ มาตรา ๑๔๕๒ และ
มาตรา ๑๔๕๘ เปน็ โมฆะ
มาตรา ๑๔๙๖[๑๓๓] คำพพิ ากษาของศาลเท่านน้ั ท่จี ะแสดงว่า การสมรสทีฝ่ า่ ฝนื มาตรา
๑๔๔๙ มาตรา ๑๔๕๐ และมาตรา ๑๔๕๘ เป็นโมฆะ
คู่สมรส บิดามารดา หรือผ้สู ืบสนั ดานของค่สู มรสอาจรอ้ งขอใหศ้ าลพิพากษาวา่ การสมรส
เปน็ โมฆะได้ ถ้าไมม่ ีบคุ คลดงั กลา่ ว ผ้มู สี ่วนไดเ้ สยี จะรอ้ งขอให้อัยการเป็นผรู้ ้องขอตอ่ ศาลก็
ได้
มาตรา ๑๔๙๗[๑๓๔] การสมรสที่เปน็ โมฆะ เพราะฝ่าฝืนมาตรา ๑๔๕๒ บคุ คลผ้มู ีส่วนไดเ้ สีย
คนใดคนหนงึ่ จะกลา่ วอา้ งขนึ้ หรอื จะร้องขอใหศ้ าลพิพากษาวา่ การสมรสเป็นโมฆะกไ็ ด้
มาตรา ๑๔๙๗/๑[๑๓๕] ในกรณที ศี่ าลมคี ำพิพากษาถงึ ที่สดุ วา่ การสมรสใดเป็นโมฆะ ให้ศาล
แจ้งไปยงั นายทะเบยี นเพ่ือบันทึกความเปน็ โมฆะไวใ้ นทะเบยี นสมรส
มาตรา ๑๔๙๘[๑๓๖] การสมรสทเ่ี ป็นโมฆะ ไม่กอ่ ใหเ้ กิดความสัมพนั ธท์ างทรพั ยส์ นิ ระหวา่ ง
สามภี รยิ า
ในกรณที กี่ ารสมรสเป็นโมฆะ ทรัพยส์ นิ ที่ฝา่ ยใดมหี รอื ไดม้ าไมว่ า่ กอ่ นหรือหลังการสมรส
รวมท้งั ดอกผลคงเป็นของฝ่ายนัน้ สว่ นบรรดาทรพั ยส์ ินท่ที ำมาหาได้ร่วมกนั ใหแ้ บง่ คนละ
คร่งึ เวน้ แต่ศาลจะเห็นสมควรสงั่ เป็นประการอน่ื เม่อื ไดพ้ เิ คราะห์ถึงภาระในครอบครวั
ภาระในการหาเลี้ยงชีพ และฐานะของคู่กรณที ัง้ สองฝา่ ย ตลอดจนพฤตกิ ารณ์อน่ื ทง้ั ปวงแลว้
มาตรา ๑๔๙๙[๑๓๗] การสมรสทเ่ี ปน็ โมฆะ เพราะฝ่าฝืนมาตรา ๑๔๔๙ มาตรา ๑๔๕๐ หรือ
มาตรา ๑๔๕๘ ไมท่ ำใหช้ ายหรอื หญงิ ผูส้ มรสโดยสุจริตเสือ่ มสทิ ธทิ ไ่ี ดม้ าเพราะการสมรสกอ่ น
มคี ำพิพากษาถงึ ทีส่ ุดใหเ้ ป็นโมฆะ
การสมรสที่เป็นโมฆะเพราะฝา่ ฝนื มาตรา ๑๔๕๒ ไมท่ ำให้ชายหรือหญงิ ผสู้ มรสโดยสจุ ริต
เสื่อมสิทธทิ ไี่ ด้มา เพราะการสมรสก่อนทชี่ ายหรอื หญิงนนั้ รู้ถงึ เหตุทีท่ ำให้การสมรสเปน็
โมฆะ แต่การสมรสที่เป็นโมฆะดงั กล่าว ไมท่ ำใหค้ ูส่ มรสเกดิ สิทธิรบั มรดกในฐานะทายาท
โดยธรรมของคูส่ มรสอกี ฝ่ายหนงึ่
การสมรสท่เี ปน็ โมฆะเพราะฝ่าฝนื มาตรา ๑๔๔๙ มาตรา ๑๔๕๐ หรอื มาตรา ๑๔๕๘ หรือฝา่
ฝนื มาตรา ๑๔๕๒ ถ้าคสู่ มรสฝา่ ยใดได้สมรสโดยสจุ ริตฝ่ายนนั้ มสี ิทธเิ รยี กค่าทดแทนได้ และ
ถ้าการสมรสทเ่ี ป็นโมฆะนนั้ ทำให้ฝา่ ยท่ไี ด้สมรสโดยสุจรติ ตอ้ งยากจนลงเพราะไม่มีรายได้พอ
จากทรพั ย์สิน หรือจากการงานท่เี คยทำอย่กู อ่ นมคี ำพิพากษาถงึ ทส่ี ดุ หรอื กอ่ นทจ่ี ะได้รู้วา่
การสมรสของตนเปน็ โมฆะ แลว้ แตก่ รณี ฝ่ายนนั้ มีสิทธิเรยี กคา่ เล้ียงชพี ไดด้ ว้ ย สทิ ธเิ รียกค่า
เล้ียงชพี ในกรณีนใ้ี ห้นำมาตรา ๑๕๒๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๕๒๘ มาใชบ้ งั คบั โดย
อนุโลม
สทิ ธิเรยี กร้องคา่ ทดแทน หรอื คา่ เลย้ี งชีพตามวรรคสาม มีกำหนดอายคุ วามสองปนี ับแตว่ ันท่ี
มคี ำพพิ ากษาถงึ ท่ีสดุ สำหรบั กรณกี ารสมรสเป็นโมฆะเพราะฝา่ ฝืนมาตรา ๑๔๔๙ มาตรา
๑๔๕๐ หรือมาตรา ๑๔๕๘ หรือนับแต่วนั ท่รี ู้ถงึ เหตทุ ่ที ำให้การสมรสเป็นโมฆะ สำหรับกรณี
การสมรสเปน็ โมฆะเพราะฝา่ ฝนื มาตรา ๑๔๕๒
มาตรา ๑๔๙๙/๑[๑๓๘] ในกรณที ี่การสมรสเปน็ โมฆะ ข้อตกลงระหวา่ งคสู่ มรสวา่ ฝ่ายใดจะ
เป็นผใู้ ช้อำนาจปกครองบุตรคนใด หรอื ฝา่ ยใดหรือทั้งสองฝา่ ยจะเปน็ ผอู้ อกเงินคา่ อุปการะ
เลยี้ งดูบตุ รเป็นจำนวนเท่าใด ให้ทำเป็นหนงั สือ หากตกลงกันไม่ได้ใหศ้ าลเป็นผชู้ ีข้ าด
ในการพจิ ารณาชขี้ าดถา้ ศาลเหน็ วา่ มเี หตทุ ี่ถอนอำนาจปกครองของคสู่ มรสนนั้ ไดต้ าม
มาตรา ๑๕๘๒ ศาลจะถอนอำนาจปกครองของคสู่ มรสและสัง่ ใหบ้ คุ คลภายนอกเปน็
ผ้ปู กครองก็ได้ ทง้ั น้ี ให้ศาลคำนึงถึงความผาสกุ และประโยชน์ของบตุ รน้ันเปน็ สำคญั และ
ให้นำความในมาตรา ๑๕๒๑ มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
มาตรา ๑๕๐๐[๑๓๙] การสมรสทเ่ี ป็นโมฆะไม่กระทบถงึ สทิ ธขิ องบุคคลภายนอกผู้กระทำการ
โดยสจุ รติ ซง่ึ ได้มากอ่ นมีการบันทกึ ความเปน็ โมฆะไว้ในทะเบยี นสมรสตามมาตรา ๑๔๙๗/
๑
หมวด ๖
การสนิ้ สดุ แห่งการสมรส
มาตรา ๑๕๐๑ การสมรสยอ่ มส้ินสดุ ลงดว้ ยความตาย การหยา่ หรือศาลพพิ ากษาให้เพกิ
ถอน
มาตรา ๑๕๐๒ การสมรสทเี่ ป็นโมฆียะส้ินสุดลงเมื่อศาลพิพากษาใหเ้ พกิ ถอน
มาตรา ๑๕๐๓ เหตทุ ีจ่ ะขอใหศ้ าลพิพากษาเพกิ ถอนการสมรส เพราะเหตวุ า่ เปน็ โมฆยี ะ มี
เฉพาะในกรณีทค่ี ู่สมรสทำการฝา่ ฝนื มาตรา ๑๔๔๘ มาตรา ๑๕๐๕ มาตรา ๑๕๐๖ มาตรา
๑๕๐๗ และมาตรา ๑๕๐๙
มาตรา ๑๕๐๔ การสมรสทเ่ี ปน็ โมฆยี ะเพราะฝ่าฝืนมาตรา ๑๔๔๘ ผู้มีสว่ นไดเ้ สยี ขอใหเ้ พิก
ถอนการสมรสได้ แตบ่ ดิ ามารดาหรือผู้ปกครองทีใ่ หค้ วามยนิ ยอมแลว้ จะขอใหเ้ พกิ ถอนการ
สมรสไม่ได้
ถ้าศาลมิไดส้ ั่งให้เพกิ ถอนการสมรสจนชายหญงิ มีอายุครบตามมาตรา ๑๔๔๘ หรอื เมื่อหญงิ
มคี รรภ์กอ่ นอายคุ รบตามมาตรา ๑๔๔๘ ใหถ้ ือวา่ การสมรสสมบูรณม์ าตง้ั แตเ่ วลาสมรส
มาตรา ๑๕๐๕ การสมรสท่ไี ดก้ ระทำไปโดยคสู่ มรสฝา่ ยหนึง่ สำคญั ผิดตวั คู่สมรส การสมรส
นัน้ เปน็ โมฆยี ะ
สทิ ธขิ อเพกิ ถอนการสมรสเพราะสำคัญผดิ ตวั คสู่ มรสเปน็ อันระงบั เมอ่ื เวลาได้ผา่ นพน้ ไปแลว้
เกา้ สิบวนั นับแตว่ นั สมรส
มาตรา ๑๕๐๖ ถา้ คู่สมรสได้ทำการสมรสโดยถกู กลฉ้อฉลอนั ถึงขนาดซงึ่ ถ้ามไิ ด้มีกลฉอ้ ฉล
น้นั จะไม่ทำการสมรส การสมรสน้นั เปน็ โมฆยี ะ
ความในวรรคหนงึ่ ไมใ่ ชบ้ งั คบั ในกรณที ่ีกลฉ้อฉลนนั้ เกิดขน้ึ โดยบคุ คลท่สี าม โดยคสู่ มรส
อีกฝ่ายหนง่ึ มไิ ดร้ ูเ้ ห็นด้วย
สิทธขิ อเพกิ ถอนการสมรสเพราะถกู กลฉอ้ ฉลเป็นอนั ระงับเมอื่ เวลาไดผ้ า่ นพ้นไปแลว้ เก้าสิบ
วนั นับแตว่ นั ท่รี ูห้ รอื ควรได้รู้ถงึ กลฉอ้ ฉล หรอื เมอ่ื เวลาไดผ้ า่ นพน้ ไปแลว้ หนงึ่ ปี นับแตว่ ัน
สมรส
มาตรา ๑๕๐๗ ถ้าคสู่ มรสไดท้ ำการสมรสโดยถูกขม่ ขอู่ นั ถึงขนาดซงึ่ ถา้ มไิ ด้มีการข่มขนู่ นั้ จะ
ไมท่ ำการสมรส การสมรสนน้ั เปน็ โมฆยี ะ
สทิ ธขิ อเพิกถอนการสมรสเพราะถูกขม่ ขู่เปน็ อันระงับ เมื่อเวลาได้ผา่ นพน้ ไปแลว้ หนงึ่ ปนี บั
แตว่ นั ที่พ้นจากการขม่ ขู่
มาตรา ๑๕๐๘[๑๔๐] การสมรสทเี่ ป็นโมฆียะเพราะค่สู มรสสำคญั ผิดตวั หรอื ถูกกลฉ้อฉลหรอื ถกู
ข่มขู่ เฉพาะแตค่ สู่ มรสที่สำคญั ผดิ ตวั หรอื ถกู กลฉอ้ ฉลหรือถูกขม่ ขเู่ ทา่ นั้นขอเพิกถอนการ
สมรสได้
ในกรณที ี่ผมู้ ีสทิ ธิขอเพกิ ถอนการสมรสเป็นบคุ คลที่ถกู ศาลสง่ั ใหเ้ ปน็ คนไร้ความสามารถ
ให้บคุ คลซึง่ อาจรอ้ งขอต่อศาลใหส้ ่ังให้บคุ คลวกิ ลจรติ เปน็ คนไร้ความสามารถ ตามมาตรา
๒๙ ขอเพิกถอนการสมรสได้ด้วย แต่ถ้าผมู้ ีสิทธิขอเพิกถอนการสมรสเปน็ คนวกิ ลจรติ ทศ่ี าล
ยงั ไมไ่ ด้สง่ั ใหเ้ ป็นคนไรค้ วามสามารถ บุคคลดงั กล่าวจะร้องขอเพิกถอนการสมรสกไ็ ด้ แต่
ตอ้ งขอใหศ้ าลสั่งใหค้ นวกิ ลจริตเปน็ คนไร้ความสามารถพรอ้ มกนั ดว้ ย ในกรณที ี่ศาลมคี ำส่ัง
ใหย้ กคำขอให้ศาลส่ังเป็นคนไรค้ วามสามารถ ก็ใหศ้ าลมคี ำสงั่ ยกคำขอเพิกถอนการสมรส
ของบคุ คลดังกล่าวนนั้ เสยี ดว้ ย
คำสงั่ ศาลให้ยกคำขอเพกิ ถอนการสมรสของบคุ คลตามวรรคสองไม่กระทบกระเทอื นสิทธกิ าร
ขอเพกิ ถอนการสมรสของคู่สมรส แตค่ ู่สมรสจะตอ้ งใชส้ ทิ ธนิ น้ั ภายในกำหนดระยะเวลาที่คู่
สมรสมอี ยู่ ถ้าระยะเวลาดังกล่าวเหลอื อยู่ไม่ถงึ หกเดือนนับแต่วนั ทศี่ าลมีคำสงั่ ให้ยกคำขอ
เพกิ ถอนการสมรสของบุคคลดงั กลา่ วหรอื ไม่มีเหลอื อยเู่ ลย ก็ให้ขยายระยะเวลานนั้ ออกไปได้
ให้ครบหกเดอื นหรอื อีกหกเดือนนับแตว่ นั ทศ่ี าลมคี ำสง่ั ใหย้ กคำขอเพิกถอนการสมรสของ
บคุ คลดงั กลา่ ว แลว้ แตก่ รณี
มาตรา ๑๕๐๙ การสมรสทม่ี ไิ ดร้ บั ความยนิ ยอมของบคุ คลดังกลา่ วในมาตรา ๑๔๕๔ การ
สมรสนัน้ เป็นโมฆียะ
มาตรา ๑๕๑๐ การสมรสท่เี ปน็ โมฆยี ะเพราะมิได้รบั ความยนิ ยอมของบคุ คลดงั กล่าวใน
มาตรา ๑๔๕๔ เฉพาะบคุ คลทอ่ี าจให้ความยินยอมตามมาตรา ๑๔๕๔ เท่านน้ั ขอให้เพิก
ถอนการสมรสได้
สิทธิขอเพิกถอนการสมรสตามมาตราน้ีเปน็ อันระงับเมื่อคู่สมรสน้ันมอี ายคุ รบย่ีสิบปีบรบิ ูรณ์
หรอื เมอื่ หญิงมคี รรภ์
การฟอ้ งขอเพกิ ถอนการสมรสตามมาตรานีใ้ หม้ อี ายคุ วามหนงึ่ ปีนบั แต่วนั ทราบการสมรส
มาตรา ๑๕๑๑ การสมรสท่ีได้มคี ำพิพากษาใหเ้ พกิ ถอนนน้ั ใหถ้ ือวา่ สน้ิ สุดลงในวันทคี่ ำ
พิพากษาถงึ ท่ีสุด แต่จะอ้างเปน็ เหตุเส่อื มสทิ ธขิ องบคุ คลภายนอกผทู้ ำการโดยสุจรติ ไมไ่ ด้
เว้นแตจ่ ะได้จดทะเบยี นการเพกิ ถอนการสมรสนน้ั แล้ว
มาตรา ๑๕๑๒ ใหน้ ำบทบญั ญตั ิวา่ ดว้ ยผลของการหย่าโดยคำพพิ ากษามาใช้บงั คบั แกผ่ ล
ของการเพิกถอนการสมรสโดยอนโุ ลม
มาตรา ๑๕๑๓ ถา้ ปรากฏว่าคู่สมรสท่ถี ูกฟ้องเพกิ ถอนการสมรสได้ร้เู ห็นเปน็ ใจในเหตุแห่ง
โมฆยี ะกรรม คู่สมรสน้ันจะตอ้ งรบั ผิดใชค้ า่ ทดแทนความเสยี หายซงึ่ คู่สมรสอีกฝา่ ยหนง่ึ
ได้รบั ตอ่ กาย ชอ่ื เสยี งหรอื ทรพั ย์สนิ เนอ่ื งจากการสมรสนั้น และให้นำมาตรา ๑๕๒๕ มาใช้
บังคบั โดยอนโุ ลม
ถา้ หากการเพิกถอนการสมรสตามวรรคหน่งึ ทำให้อกี ฝา่ ยหนึ่งยากจนลง และไม่มรี ายได้พอ
จากทรพั ยส์ ินหรอื จากการงานตามทีเ่ คยทำอยูร่ ะหวา่ งสมรส คู่สมรสท่ีถกู ฟ้องนน้ั จะตอ้ งรบั
ผิดในคา่ เลยี้ งชพี ดงั ทีบ่ ญั ญัตไิ วใ้ นมาตรา ๑๕๒๖ ดว้ ย
มาตรา ๑๕๑๔ การหย่านนั้ จะทำได้แต่โดยความยินยอมของท้ังสองฝา่ ยหรอื โดยคำพพิ ากษา
ของศาล
การหย่าโดยความยนิ ยอมต้องทำเปน็ หนงั สอื และมพี ยานลงลายมอื ชอื่ อยา่ งนอ้ ยสองคน
มาตรา ๑๕๑๕ เมื่อได้จดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายนี้ การหย่าโดยความยนิ ยอม
จะสมบรู ณต์ อ่ เมอื่ สามแี ละภรยิ าไดจ้ ดทะเบยี นการหยา่ นนั้ แลว้
มาตรา ๑๕๑๖ เหตุฟ้องหยา่ มดี งั ตอ่ ไปนี้
(๑)[๑๔๑] สามีหรือภริยาอปุ การะเลี้ยงดหู รือยกยอ่ งผูอ้ ่นื ฉนั ภริยาหรือสามี เป็นชหู้ รือมชี ู้ หรอื
รว่ มประเวณกี ับผอู้ ื่นเปน็ อาจณิ อีกฝ่ายหนึ่งฟอ้ งหยา่ ได้
(๒) สามหี รอื ภรยิ าประพฤติชวั่ ไมว่ า่ ความประพฤติชว่ั นน้ั จะเปน็ ความผิดอาญาหรือไม่ ถ้า
เปน็ เหตใุ หอ้ กี ฝ่ายหนึง่
(ก) ได้รบั ความอบั อายขายหนา้ อย่างรา้ ยแรง
(ข) ได้รบั ความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตทุ ่ีคงเปน็ สามีหรอื ภรยิ าของฝา่ ยทป่ี ระพฤติชวั่ อยู่
ต่อไป หรอื
(ค) ได้รับความเสยี หายหรอื เดอื ดร้อนเกนิ ควร ในเมอ่ื เอาสภาพ ฐานะและความเปน็ อยู่
รว่ มกนั ฉนั สามภี รยิ ามาคำนงึ ประกอบ
อกี ฝา่ ยหนงึ่ นน้ั ฟอ้ งหยา่ ได้
(๓) สามีหรอื ภริยาทำรา้ ย หรือทรมานรา่ งกายหรอื จติ ใจ หรือหม่นิ ประมาทหรือเหยยี ด
หยามอีกฝา่ ยหนงึ่ หรือบพุ การขี องอีกฝ่ายหนงึ่ ทั้งนี้ ถา้ เป็นการรา้ ยแรง อกี ฝ่ายหนง่ึ นน้ั ฟ้อง
หยา่ ได้
(๔) สามีหรือภริยาจงใจละท้ิงรา้ งอีกฝา่ ยหนง่ึ ไปเกินหนึ่งปี อีกฝา่ ยหนงึ่ น้ันฟ้องหย่าได้
(๔/๑)[๑๔๒] สามีหรือภรยิ าตอ้ งคำพิพากษาถงึ ท่ีสดุ ใหจ้ ำคกุ และไดถ้ ูกจำคกุ เกนิ หนง่ึ ปใี น
ความผิดทอี่ ีกฝา่ ยหนง่ึ มไิ ด้มสี ว่ นก่อใหเ้ กิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรอื รู้เห็นเป็นใจ
ในการกระทำความผิดน้นั ดว้ ย และการเปน็ สามีภริยากนั ต่อไปจะเปน็ เหตุให้อีกฝา่ ยหนงึ่
ไดร้ ับความเสยี หายหรือเดอื นรอ้ นเกนิ ควร อีกฝา่ ยหนงึ่ น้ันฟอ้ งหยา่ ได้
(๔/๒)[๑๔๓] สามแี ละภริยาสมัครใจแยกกันอย่เู พราะเหตุที่ไม่อาจอยรู่ ่วมกันฉันสามภี รยิ าได้โดย
ปกติสขุ ตลอดมาเกนิ สามปี หรอื แยกกันอยตู่ ามคำสง่ั ของศาลเป็นเวลาเกนิ สามปี ฝา่ ยใด
ฝ่ายหนงึ่ ฟ้องหยา่ ได้
(๕)[๑๔๔] สามหี รอื ภริยาถกู ศาลสั่งใหเ้ ป็นคนสาบสญู หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถน่ิ ทีอ่ ยเู่ ปน็
เวลาเกนิ สามปีโดยไม่มใี ครทราบแน่วา่ เปน็ ตายรา้ ยดีอยา่ งไร อีกฝา่ ยหนึ่งฟอ้ งหย่าได้
(๖) สามีหรือภริยาไมใ่ หค้ วามชว่ ยเหลอื อปุ การะเล้ยี งดูอีกฝ่ายหนง่ึ ตามสมควรหรอื ทำการ
เป็นปฏปิ กั ษต์ อ่ การทีเ่ ป็นสามหี รือภริยากันอยา่ งร้ายแรง ทง้ั นี้ ถ้าการกระทำนนั้ ถงึ ขนาดที่
อีกฝา่ ยหนึ่งเดือดรอ้ นเกนิ ควรในเมอ่ื เอาสภาพ ฐานะและความเปน็ อยู่รว่ มกนั ฉนั สามภี รยิ า
มาคำนงึ ประกอบ อกี ฝา่ ยหนง่ึ นน้ั ฟ้องหย่าได้
(๗) สามีหรือภรยิ าวิกลจริตตลอดมาเกนิ สามปี และความวกิ ลจริตน้นั มลี กั ษณะยากจะหาย
ได้ กบั ท้งั ความวกิ ลจริตถึงขนาดที่จะทนอยรู่ ่วมกนั ฉนั สามีภรยิ าตอ่ ไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนง่ึ
ฟ้องหย่าได้
(๘) สามีหรอื ภรยิ าผิดทณั ฑ์บนทีท่ ำใหไ้ ว้เปน็ หนังสือในเรอ่ื งความประพฤติ อกี ฝา่ ยหนงึ่
ฟ้องหย่าได้
(๙) สามหี รอื ภริยาเปน็ โรคติดต่ออย่างรา้ ยแรงอนั อาจเป็นภัยแก่อกี ฝา่ ยหนง่ึ และโรคมี
ลกั ษณะเรื้อรงั ไมม่ ที างทจ่ี ะหายได้ อีกฝา่ ยหนงึ่ นน้ั ฟอ้ งหยา่ ได้
(๑๐) สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกายทำใหส้ ามหี รอื ภรยิ านนั้ ไม่อาจรว่ มประเวณีไดต้ ลอดกาล
อกี ฝ่ายหน่งึ ฟอ้ งหยา่ ได้
มาตรา ๑๕๑๗ เหตุฟอ้ งหย่าตามมาตรา ๑๕๑๖ (๑) และ (๒) ถา้ สามหี รอื ภรยิ า แลว้ แต่
กรณี ได้ยนิ ยอมหรอื รเู้ ห็นเป็นใจในการกระทำท่ีเปน็ เหตุหยา่ นัน้ ฝา่ ยทย่ี ินยอมหรือรูเ้ ห็น
เปน็ ใจน้ันจะยกเปน็ เหตุฟ้องหยา่ ไมไ่ ด้
เหตุฟ้องหยา่ ตามมาตรา ๑๕๑๖ (๑๐) ถา้ เกดิ เพราะการกระทำของอีกฝา่ ยหนึง่ อีกฝ่ายหนง่ึ
น้ันจะยกเปน็ เหตฟุ ้องหยา่ ไมไ่ ด้
ในกรณฟี อ้ งหย่าโดยอาศัยเหตแุ ห่งการผิดทณั ฑ์บนตามมาตรา ๑๕๑๖ (๘) นนั้ ถ้าศาล
เห็นว่าความประพฤตขิ องสามหี รอื ภริยาอนั เปน็ เหตใุ ห้ทำทณั ฑ์บนเปน็ เหตเุ ลก็ นอ้ ยหรือไม่
สำคญั เกย่ี วแก่การอยรู่ ว่ มกนั ฉันสามภี ริยาโดยปกตสิ ุข ศาลจะไมพ่ ิพากษาให้หยา่ กไ็ ด้
มาตรา ๑๕๑๘ สทิ ธฟิ อ้ งหย่ายอ่ มหมดไปในเมอื่ ฝ่ายทีม่ สี ทิ ธฟิ อ้ งหย่าไดก้ ระทำการอนั แสดง
ใหเ้ ห็นวา่ ไดใ้ ห้อภยั ในการกระทำของอกี ฝา่ ยหนึง่ ซง่ึ เปน็ เหตุใหเ้ กิดสทิ ธิฟอ้ งหยา่ นนั้ แล้ว
มาตรา ๑๕๑๙ ในกรณีท่ีคสู่ มรสฝา่ ยใดฝ่ายหน่ึงเป็นคนวิกลจรติ และมเี หตุหยา่ เกดิ ขึ้นไม่
วา่ เหตนุ น้ั จะได้เกิดขนึ้ กอ่ นหรอื ภายหลังการเปน็ คนวิกลจรติ ให้บคุ คลซึง่ อาจรอ้ งขอตอ่ ศาล
ใหส้ ่ังใหบ้ คุ คลวกิ ลจริตเปน็ คนไรค้ วามสามารถตามมาตรา ๒๘ มีอำนาจฟ้องคู่สมรสอกี ฝา่ ย
หนง่ึ ขอใหศ้ าลพพิ ากษาให้หยา่ ขาดจากกนั และแบง่ ทรัพยส์ ินได้ ในกรณีเชน่ วา่ น้ี ถ้ายงั
มิไดม้ คี ำสั่งของศาลแสดงวา่ คู่สมรสซง่ึ วกิ ลจรติ เปน็ คนไรค้ วามสามารถก็ใหบ้ ุคคลดงั กล่าว
ขอร้องขอตอ่ ศาลในคดีเดียวกันนนั้ ให้ศาลมีคำสง่ั วา่ ค่สู มรสซงึ่ วิกลจรติ นนั้ เป็นคนไร้
ความสามารถ
เม่อื บคุ คลดงั กลา่ วเหน็ สมควร จะร้องขอตอ่ ศาลใหม้ ีคำสงั่ ตามมาตรา ๑๕๒๖ หรือมาตรา
๑๕๓๐ ด้วยก็ได้
ในกรณที ่ีคสู่ มรสซงึ่ ถกู อา้ งวา่ เป็นคนวิกลจรติ ยงั ไม่ได้ถกู สงั่ ให้เป็นคนไร้ความสามารถ หาก
ศาลเหน็ ว่าคสู่ มรสนนั้ ยงั ไมเ่ ปน็ คนทคี่ วรส่งั ใหเ้ ป็นคนไรค้ วามสามารถก็ใหย้ กฟอ้ งคดนี นั้
เสยี ถา้ เห็นว่าเปน็ บคุ คลท่ีควรสงั่ ใหเ้ ป็นคนไรค้ วามสามารถ แตย่ งั ไมส่ มควรจะใหม้ กี าร
หยา่ ก็ใหศ้ าลสงั่ ให้ค่สู มรสนน้ั เปน็ คนไรค้ วามสามารถโดยไม่จะสง่ั เรื่องผูอ้ นบุ าลหรือจะตงั้
ผูอ้ ื่นเปน็ ผอู้ นุบาลตามมาตรา ๑๔๖๓ กไ็ ด้ คงพพิ ากษายกแต่เฉพาะขอ้ หยา่ ในกรณีเชน่ นี้
ศาลจะสง่ั กำหนดคา่ เลี้ยงชีพดว้ ยก็ได้ ในกรณที ศี่ าลเหน็ วา่ คูส่ มรสนน้ั วกิ ลจรติ อนั ควรสง่ั ให้
เปน็ คนไรค้ วามสามารถและทง้ั มีเหตคุ วรใหห้ ย่าด้วย กใ็ หศ้ าลส่ังในคำพิพากษาให้คสู่ มรส
นน้ั เปน็ คนไร้ความสามารถ ตงั้ ผูอ้ นบุ าลและใหห้ ย่า
ในกรณนี ี้ ถา้ ศาลเหน็ วา่ เหตุหย่าท่ียกขนึ้ อา้ งในการฟ้องรอ้ งน้นั ไม่เหมาะสมแก่สภาพของคู่
สมรสซึ่งเป็นคนไรค้ วามสามารถที่จะหยา่ จากคสู่ มรสอีกฝา่ ยหนงึ่ ก็ดี ตามพฤติการณไ์ ม่
สมควรทจ่ี ะให้มีการหยา่ ขาดจากกนั ก็ดี ศาลจะพิพากษาไมใ่ ห้หย่ากไ็ ด้
[เลขมาตรา ๒๘ แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยมาตรา ๑๕ แหง่ พระราชบัญญตั ิใหใ้ ช้บทบัญญตั บิ รรพ
๑ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยท์ ีไ่ ดต้ รวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕]
มาตรา ๑๕๒๐[๑๔๕] ในกรณหี ย่าโดยความยนิ ยอม ให้สามีภรยิ าทำความตกลงเปน็ หนังสอื
วา่ ฝา่ ยใดจะเป็นผใู้ ชอ้ ำนาจปกครองบุตรคนใด ถ้ามไิ ด้ตกลงกันหรือตกลงกันไมไ่ ด้ ให้
ศาลเป็นผู้ชขี้ าด
ในกรณหี ยา่ โดยคำพิพากษาของศาล ใหศ้ าลซ่ึงพิจารณาคดีฟ้องหยา่ น้นั ชี้ขาดด้วยว่าฝ่าย
ใดจะเป็นผใู้ ชอ้ ำนาจปกครองบตุ รคนใด ในการพจิ ารณาชข้ี าดถ้าศาลเหน็ วา่ มีเหตทุ จ่ี ะ
ถอนอำนาจปกครองของคสู่ มรสนน้ั ได้ตามมาตรา ๑๕๘๒ ศาลจะถอนอำนาจปกครองของคู่
สมรสและสง่ั ให้บคุ คลภายนอกเปน็ ผปู้ กครองกไ็ ด้ ทัง้ นี้ ให้ศาลคำนงึ ถึงความผาสกุ และ
ประโยชน์ของบตุ รนนั้ เป็นสำคัญ
มาตรา ๑๕๒๑[๑๔๖] ถา้ ปรากฏว่าผใู้ ชอ้ ำนาจปกครองหรอื ผู้ปกครองตามมาตรา ๑๕๒๐
ประพฤติตนไม่สมควร หรอื ภายหลังพฤตกิ ารณไ์ ด้เปล่ยี นแปลงไป ศาลมีอำนาจส่งั เปลย่ี นตวั
ผู้ใชอ้ ำนาจปกครองหรอื ผูป้ กครองโดยคำนงึ ถึงความผาสกุ และประโยชนข์ องบตุ รเปน็ สำคญั
มาตรา ๑๕๒๒ ถา้ สามีภริยาหย่าโดยความยินยอม ใหท้ ำความตกลงกนั ไว้ในสญั ญาหยา่
ว่าสามีภริยาทง้ั สองฝา่ ย หรอื สามหี รือภริยาฝา่ ยใดฝ่ายหนง่ึ จะออกเงนิ คา่ อุปการะเล้ียงดูบุตร
เปน็ จำนวนเงนิ เท่าใด
ถ้าหยา่ โดยคำพิพากษาของศาลหรือในกรณีทสี่ ญั ญาหยา่ มิได้กำหนดเรอ่ื งค่าอปุ การะเลยี้ งดู
บตุ รไว้ ใหศ้ าลเปน็ ผู้กำหนด
มาตรา ๑๕๒๓[๑๔๗] เม่ือศาลพิพากษาให้หยา่ กนั เพราะเหตุตามมาตรา ๑๕๑๖ (๑) ภรยิ า
หรือสามมี ีสทิ ธไิ ดร้ ับคา่ ทดแทนจากสามหี รือภรยิ าและจากผซู้ ึ่งได้รับการอุปการะเล้ียงดูหรือ
ยกยอ่ ง หรอื ผซู้ ่งึ เปน็ เหตุแหง่ การหยา่ นน้ั
สามจี ะเรียกค่าทดแทนจากผูซ้ ง่ึ ล่วงเกินภริยาไปในทำนองชสู้ าวกไ็ ด้ และภรยิ าจะเรยี กคา่
ทดแทนจากหญิงอ่ืนทแี่ สดงตนโดยเปดิ เผยเพอื่ แสดงวา่ ตนมคี วามสมั พันธก์ บั สามใี น
ทำนองชู้สาวก็ได้
ถ้าสามีหรอื ภรยิ ายนิ ยอมหรือรเู้ ห็นเปน็ ใจใหอ้ กี ฝา่ ยหนงึ่ กระทำการตามมาตรา ๑๕๑๖ (๑)
หรือให้ผูอ้ นื่ กระทำการตามวรรคสอง สามีหรอื ภริยานน้ั จะเรียกค่าทดแทนไมไ่ ด้
มาตรา ๑๕๒๔ ถา้ เหตแุ หง่ การหยา่ ตามมาตรา ๑๕๑๖ (๓) (๔) หรือ (๖) เกดิ ข้ึนเพราะ
ฝ่ายผตู้ ้องรบั ผิดชอบกอ่ ใหเ้ กิดข้นึ โดยมุ่งประสงค์ให้อีกฝา่ ยหนง่ึ ไม่อาจทนได้ จงึ ตอ้ งฟ้อง
หย่า อกี ฝ่ายหนงึ่ มสี ิทธไิ ดร้ ับค่าทดแทนจากฝา่ ยท่ตี อ้ งรบั ผดิ
มาตรา ๑๕๒๕ ค่าทดแทนตามมาตรา ๑๕๒๓ และมาตรา ๑๕๒๔ นน้ั ใหศ้ าลวนิ จิ ฉัยตาม
ควรแก่พฤติการณ์ โดยศาลจะสง่ั ให้ชำระครงั้ เดยี วหรือแบง่ ชำระเป็นงวด ๆ มกี ำหนดเวลา
ตามท่ศี าลจะเหน็ สมควรก็ได้
ในกรณที ผี่ ูจ้ ะตอ้ งชำระค่าทดแทนเปน็ คูส่ มรสของอกี ฝา่ ยหนง่ึ ให้ศาลคำนงึ ถึงจำนวน
ทรพั ยส์ ินทค่ี ู่สมรสนนั้ ไดร้ บั ไปจากการแบ่งสนิ สมรสเพราะการหย่านนั้ ดว้ ย
มาตรา ๑๕๒๖ ในคดหี ยา่ ถา้ เหตแุ หง่ การหยา่ เป็นความผดิ ของคสู่ มรสฝ่ายใดฝา่ ยหนงึ่ แต่
ฝ่ายเดยี ว และการหย่านนั้ จะทำใหอ้ กี ฝา่ ยหนง่ึ ยากจนลง เพราะไม่มรี ายได้พอจากทรัพยส์ ิน
หรือจากการงานตามทเ่ี คยทำอยรู่ ะหวา่ งสมรส อีกฝา่ ยหนง่ึ น้นั จะขอใหฝ้ ่ายทตี่ ้องรบั ผิดจา่ ย
ค่าเลีย้ งชีพใหไ้ ด้ คา่ เล้ยี งชีพนศ้ี าลอาจใหเ้ พียงใดหรือไม่ใหก้ ไ็ ด้ โดยคำนงึ ถงึ
ความสามารถของผใู้ ห้และฐานะของผู้รบั และใหน้ ำบทบญั ญตั ิมาตรา ๑๕๙๘/๓๙ มาตรา
๑๕๙๘/๔๐ และมาตรา ๑๕๙๘/๔๑ มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
สทิ ธิเรยี กร้องคา่ เลีย้ งชีพเปน็ อันสน้ิ สุด ถา้ มไิ ดฟ้ ้องหรอื ฟ้องแย้งในคดหี ย่านน้ั
มาตรา ๑๕๒๗ ถา้ หย่าขาดจากกันเพราะเหตวุ กิ ลจริตตามมาตรา ๑๕๑๖ (๗) หรอื เพราะ
เหตุเป็นโรคติดตอ่ อยา่ งร้ายแรงตามมาตรา ๑๕๑๖ (๙) คู่สมรสอกี ฝ่ายหน่ึงต้องออกคา่ เลี้ยง
ชีพให้แกฝ่ ่ายทว่ี ิกลจรติ หรอื ฝา่ ยที่เปน็ โรคติดตอ่ นน้ั โดยคำนวณคา่ เลยี้ งชพี อนุโลมตาม
มาตรา ๑๕๒๖
มาตรา ๑๕๒๘ ถา้ ฝา่ ยที่รับค่าเล้ียงชีพสมรสใหม่ สิทธิรับคา่ เลยี้ งชีพยอ่ มหมดไป
มาตรา ๑๕๒๙ สิทธฟิ อ้ งรอ้ งโดยอาศัยเหตใุ นมาตรา ๑๕๑๖ (๑) (๒) (๓) หรือ (๖) หรือ
มาตรา ๑๕๒๓ ยอ่ มระงบั ไปเม่อื พน้ กำหนดหนง่ึ ปนี ับแต่วนั ผ้กู ลา่ วอ้างรหู้ รือควรรูค้ วามจรงิ ซงึ่
ตนอาจยกขนึ้ กลา่ วอ้าง
เหตอุ ันจะยกขึ้นฟอ้ งหยา่ ไมไ่ ด้แลว้ นนั้ อาจนำสบื สนบั สนนุ คดีฟอ้ งหยา่ ซึ่งอาศยั เหตอุ ยา่ งอ่ืน
มาตรา ๑๕๓๐ ขณะคดีฟ้องหย่าอยู่ในระหว่างพิจารณา ถ้าฝา่ ยใดรอ้ งขอ ศาลอาจสั่ง
ชั่วคราวให้จัดการตามทเี่ หน็ สมควร เช่น ในเรอื่ งสินสมรส ทพี่ กั อาศยั การอุปการะเลยี้ งดู
สามีภรยิ า และการพิทักษ์อปุ การะเลี้ยงดบู ุตร
มาตรา ๑๕๓๑ การสมรสทจ่ี ดทะเบียนตามกฎหมายนนั้ การหยา่ โดยความยนิ ยอมของคู่
สมรสทง้ั สองฝา่ ยมผี ลนบั แตเ่ วลาจดทะเบยี นการหยา่ เป็นตน้ ไป
การหย่าโดยคำพพิ ากษามีผลแตเ่ วลาทคี่ ำพพิ ากษาถึงที่สดุ แตจ่ ะอา้ งเป็นเหตุเส่ือมสทิ ธิของ
บุคคลภายนอกผทู้ ำการโดยสจุ รติ ไมไ่ ด้ เวน้ แตจ่ ะไดจ้ ดทะเบยี นการหยา่ นนั้ แล้ว
มาตรา ๑๕๓๒ เมอ่ื หยา่ กันแลว้ ให้จัดการแบ่งทรัพย์สินของสามีภรยิ า
แต่ในระหว่างสามภี รยิ า
(ก) ถา้ เปน็ การหยา่ โดยความยนิ ยอมของทัง้ สองฝา่ ย ให้จดั การแบง่ ทรพั ย์สนิ ของสามีภรยิ า
ตามทีม่ ีอยใู่ นเวลาจดทะเบียนการหย่า
(ข) ถา้ เป็นการหย่าโดยคำพิพากษาของศาล คำพพิ ากษาส่วนที่บงั คบั ทรพั ย์สินระหวา่ งสามี
ภรยิ านัน้ มผี ลย้อนหลังไปถึงวนั ฟ้องหย่า
มาตรา ๑๕๓๓ เมอ่ื หยา่ กันใหแ้ บง่ สินสมรสให้ชายและหญงิ ได้ส่วนเทา่ กนั
มาตรา ๑๕๓๔ สินสมรสทีค่ สู่ มรสฝ่ายใดฝา่ ยหนงึ่ จำหนา่ ยไปเพ่อื ประโยชนต์ นฝา่ ยเดยี วกด็ ี
จำหนา่ ยไปโดยเจตนาทำใหค้ สู่ มรสอีกฝา่ ยหนงึ่ เสยี หายกด็ ี จำหนา่ ยไปโดยมไิ ด้รับความ
ยนิ ยอมของคูส่ มรสอกี ฝา่ ยหนง่ึ ในกรณที ี่กฎหมายบังคับวา่ การจำหนา่ ยนัน้ จะตอ้ งได้รบั
ความยินยอมของอกี ฝ่ายหนึ่งดว้ ยกด็ ี จงใจทำลายใหส้ ูญหายไปกด็ ี ใหถ้ อื เสมือนว่า
ทรัพยส์ นิ นน้ั ยงั คงมอี ยู่เพ่ือจดั แบ่งสินสมรสตามมาตรา ๑๕๓๓ และถ้าคสู่ มรสอกี ฝ่ายหนงึ่
ไดร้ บั สว่ นแบง่ สินสมรสไมค่ รบตามจำนวนทีค่ วรจะได้ ให้คู่สมรสฝา่ ยท่ไี ดจ้ ำหน่ายหรือจงใจ
ทำลายสนิ สมรสนนั้ ชดใช้จากสนิ สมรสสว่ นของตนหรอื สนิ สว่ นตวั
มาตรา ๑๕๓๕ เมือ่ การสมรสสิ้นสุดลง ใหแ้ บง่ ความรบั ผดิ ในหนท้ี จ่ี ะต้องรบั ผิดดว้ ยกัน
ตามสว่ นเทา่ กัน
ลักษณะ ๒
บิดามารดากับบุตร
หมวด ๑
บิดามารดา
มาตรา ๑๕๓๖ เดก็ เกิดแต่หญงิ ขณะเปน็ ภริยาชายหรือภายในสามรอ้ ยสิบวนั นับแตว่ ันที่
การสมรสส้ินสุดลง ใหส้ นั นษิ ฐานไวก้ อ่ นว่าเปน็ บุตรชอบดว้ ยกฎหมายของชายผ้เู ปน็ สามี
หรือเคยเป็นสามี แล้วแต่กรณี
ให้นำความในวรรคหนงึ่ มาใช้บงั คบั แก่บตุ รทเ่ี กดิ จากหญงิ กอ่ นทีไ่ ด้มคี ำพพิ ากษาถึงที่สุด
ของศาลแสดงวา่ การสมรสเป็นโมฆะ หรอื ภายในระยะเวลาสามรอ้ ยสิบวนั นับแต่วนั นน้ั
มาตรา ๑๕๓๗ ในกรณที ่ีหญงิ ทำการสมรสใหมน่ น้ั เป็นการฝ่าฝนื มาตรา ๑๔๕๓ และ
คลอดบตุ รภายในสามรอ้ ยสบิ วนั นบั แต่วนั ที่การสมรสส้ินสุดลง ให้สันนษิ ฐานไว้กอ่ นวา่ เด็ก
ท่ีเกิดแตห่ ญงิ นั้นเป็นบุตรชอบดว้ ยกฎหมายของชายผเู้ ปน็ สามีคนใหม่ และหา้ มมใิ ห้นำข้อ
สนั นษิ ฐานในมาตรา ๑๕๓๖ ท่ีวา่ เด็กเปน็ บตุ รชอบด้วยกฎหมายของสามเี ดมิ มาใช้บงั คบั
ทง้ั น้ี เวน้ แต่มคี ำพพิ ากษาของศาลแสดงวา่ เดก็ มใิ ชบ่ ตุ รชอบด้วยกฎหมายของชายผูเ้ ปน็
สามีคนใหมน่ ้ัน
มาตรา ๑๕๓๘[๑๔๘] ในกรณีที่ชายหรอื หญงิ สมรสฝ่าฝนื มาตรา ๑๔๕๒ เด็กท่ีเกิดในระหว่าง
การสมรสที่ฝา่ ฝนื นนั้ ให้สันนิษฐานไวก้ อ่ นว่าเปน็ บตุ รชอบดว้ ยกฎหมายของชายผู้เปน็ สามี
ซง่ึ ไดจ้ ดทะเบยี นสมรสครงั้ หลงั
ในกรณที ่ีหญงิ สมรสฝา่ ฝนื มาตรา ๑๔๕๒ ถา้ มคี ำพิพากษาถงึ ท่ีสุดแสดงวา่ เด็กมิใชบ่ ุตร
ชอบดว้ ยกฎหมายของชายผู้เปน็ สามซี งึ่ ได้จดทะเบียนสมรสครง้ั หลัง ใหน้ ำขอ้ สนั นิษฐานใน
มาตรา ๑๕๓๖ มาใช้บงั คับ
ใหน้ ำความในวรรคหนงึ่ มาใช้บงั คบั แก่เดก็ ท่ีเกดิ ภายในสามรอ้ ยสบิ วนั นบั แต่วนั ทศ่ี าลมคี ำ
พพิ ากษาถึงที่สุดใหก้ ารสมรสเป็นโมฆะเพราะฝา่ ฝืนมาตรา ๑๔๕๒ ดว้ ย
มาตรา ๑๕๓๙ ในกรณที ส่ี นั นษิ ฐานว่าเดก็ เปน็ บุตรชอบดว้ ยกฎหมายของชายผเู้ ป็นหรือ
เคยเป็นสามตี ามมาตรา ๑๕๓๖ มาตรา ๑๕๓๗ หรอื มาตรา ๑๕๓๘ ชายผู้เป็นหรอื เคยเปน็
สามีจะไมร่ ับเด็กเป็นบตุ รของตนกไ็ ด้ โดยฟอ้ งเด็กกับมารดาเด็กร่วมกันเปน็ จำเลยและ
พิสูจนไ์ ด้วา่ ตนไมไ่ ดอ้ ยรู่ ่วมกบั มารดาเดก็ ในระยะเวลาตงั้ ครรภ์คือระหวา่ งหนึง่ รอ้ ยแปดสิบ
วันถงึ สามรอ้ ยสิบวนั กอ่ นเดก็ เกิด หรอื ตนไมส่ ามารถเป็นบดิ าของเด็กไดเ้ พราะเหตุอย่างอนื่
[๑๔๙]
แต่ถ้าในขณะย่นื ฟอ้ งมารดาเดก็ ไมม่ ชี วี ติ อยู่ จะฟอ้ งเดก็ แตผ่ เู้ ดียวเปน็ จำเลยก็ได้ ถา้ เดก็ ไม่
มชี วี ติ อยไู่ ม่วา่ มารดาของเด็กจะมีชีวติ อยหู่ รือไม่ จะยื่นคำร้องขอให้ศาลแสดงวา่ เด็กนนั้ ไม่
เปน็ บุตรก็ได้ ในกรณที มี่ ารดาของเดก็ หรือทายาทของเด็กยงั มชี วี ติ อยู่ ใหศ้ าลสง่ สำเนาคำ
ร้องน้ไี ปให้ดว้ ย และถ้าศาลเหน็ สมควร จะสง่ สำเนาคำรอ้ งไปให้อัยการพิจารณาเพื่อ
ดำเนินคดีแทนเด็กด้วยกไ็ ด้
มาตรา ๑๕๔๐[๑๕๐] (ยกเลกิ )
มาตรา ๑๕๔๑ ชายผู้เปน็ หรอื เคยเปน็ สามจี ะฟอ้ งคดีไม่รับเด็กเป็นบตุ รตามมาตรา ๑๕๓๙
ไมไ่ ด้ ถา้ ปรากฏวา่ ตนเปน็ ผแู้ จง้ การเกดิ ของเดก็ ในทะเบยี นคนเกิดเองวา่ เปน็ บตุ รของตน
หรอื จดั หรอื ยอมใหม้ กี ารแจ้งดังกลา่ ว
มาตรา ๑๕๔๒[๑๕๑] การฟอ้ งคดไี มร่ บั เดก็ เป็นบตุ ร ชายผเู้ ปน็ หรือเคยเป็นสามตี ้องฟอ้ ง
ภายในหนงึ่ ปนี ับแต่วนั รถู้ ึงการเกดิ ของเด็ก แตห่ ้ามมใิ ห้ฟอ้ งเม่ือพน้ สบิ ปีนบั แตว่ ันเกิดของ
เด็ก
ในกรณที ่ีมีคำพพิ ากษาของศาลแสดงวา่ เดก็ มใิ ช่บุตรชอบดว้ ยกฎหมายของชายผู้เปน็ สามี
คนใหม่ตามมาตรา ๑๕๓๗ หรือชายผ้เู ปน็ สามใี นการสมรสครงั้ หลงั ตามมาตรา ๑๕๓๘ ถา้
ชายผเู้ ป็นหรือเคยเป็นสามซี งึ่ ตอ้ งดว้ ยบทสนั นษิ ฐานว่าเดก็ เป็นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมายของ
ตนตามมาตรา ๑๕๓๖ ประสงคจ์ ะฟ้องคดไี มร่ บั เดก็ เป็นบตุ ร ใหฟ้ อ้ งคดภี ายในหนง่ึ ปนี บั
แตว่ นั ทีร่ ู้วา่ มคี ำพิพากษาถงึ ทีส่ ดุ
มาตรา ๑๕๔๓[๑๕๒] ในกรณที ่ีชายผ้เู ปน็ หรอื เคยเปน็ สามไี ดฟ้ ้องคดไี มร่ บั เดก็ เปน็ บุตรแล้ว
และตายก่อนคดนี ั้นถงึ ท่ีสดุ ผมู้ ีสิทธไิ ดร้ ับมรดกร่วมกบั เด็กหรอื ผ้จู ะเสยี สิทธริ บั มรดกเพราะ
การเกดิ ของเด็กนัน้ จะขอเขา้ เปน็ คคู่ วามแทนทหี่ รืออาจถกู เรยี กให้เขา้ มาเป็นคู่ความแทนท่ี
ชายผเู้ ปน็ หรอื เคยเป็นสามกี ไ็ ด้
มาตรา ๑๕๔๔[๑๕๓] การฟ้องคดไี ม่รบั เดก็ เป็นบุตร ผูม้ สี ิทธไิ ดร้ ับมรดกร่วมกบั เดก็ หรอื ผู้จะ
เสยี สิทธริ บั มรดกเพราะการเกดิ ของเด็กอาจฟอ้ งไดใ้ นกรณีดงั ต่อไปน้ี
(๑) ชายผู้เป็นหรอื เคยเปน็ สามตี ายก่อนพน้ ระยะเวลาทช่ี ายผเู้ ป็นหรือเคยเป็นสามีจะพึงฟ้อง
ได้
(๒) เดก็ เกดิ ภายหลังการตายของชายผเู้ ปน็ หรือเคยเปน็ สามี
การฟอ้ งคดีไมร่ ับเด็กเป็นบุตรในกรณี (๑) ต้องฟ้องภายในหกเดอื นนบั แต่วนั ที่รู้ถงึ การ
ตายของชายผเู้ ปน็ หรือเคยเป็นสามี การฟ้องคดไี ม่รบั เด็กเปน็ บตุ รในกรณี (๒) ต้องฟอ้ ง
ภายในหกเดือนนับแตว่ ันท่รี ถู้ งึ การเกดิ ของเดก็ แตไ่ ม่วา่ เปน็ กรณใี ด หา้ มมิให้ฟ้องเมอื่
พ้นสบิ ปีนับแต่วนั เกิดของเด็ก
ให้นำมาตรา ๑๕๓๙ มาใชบ้ งั คบั แกก่ ารฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตรตามวรรคหนง่ึ โดย
อนุโลม
มาตรา ๑๕๔๕[๑๕๔] เมื่อปรากฏขอ้ เท็จจริงต่อเดก็ ว่าตนมไิ ดเ้ ป็นบตุ รสืบสายโลหิตของชายผู้
เป็นสามขี องมารดาตน เดก็ จะรอ้ งขอตอ่ อยั การใหฟ้ ้องคดปี ฏิเสธความเปน็ บตุ รชอบดว้ ย
กฎหมายของชายนนั้ ก็ได้
การฟอ้ งคดตี ามวรรคหนง่ึ ถา้ เด็กไดร้ ขู้ อ้ เทจ็ จริงกอ่ นบรรลนุ ิตภิ าวะวา่ ตนมไิ ด้เปน็ บตุ รของ
ชายผเู้ ป็นสามีของมารดา ห้ามอัยการฟ้องคดเี มอื่ พน้ หนง่ึ ปีนบั แตว่ ันทเี่ ด็กบรรลนุ ติ ิภาวะ
แตถ่ า้ เด็กรขู้ ้อเท็จจริงดงั กล่าวหลงั จากบรรลนุ ติ ภิ าวะแลว้ ห้ามอัยการฟอ้ งคดเี มือ่ พ้นหนง่ึ ปี
นับแตว่ ันทีเ่ ด็กรูเ้ หตนุ น้ั
ไม่วา่ กรณีใด ๆ หา้ มมใิ ห้ฟ้องคดีปฏิเสธความเปน็ บุตรเม่ือพน้ สบิ ปีนบั แต่วนั ที่เดก็ บรรลุ
นติ ภิ าวะ
มาตรา ๑๕๔๖[๑๕๕] เดก็ เกดิ จากหญงิ ท่มี ไิ ด้มกี ารสมรสกับชาย ใหถ้ ือว่าเปน็ บุตรชอบดว้ ย
กฎหมายของหญิงน้ัน เว้นแต่จะมกี ฎหมายบญั ญัตไิ ว้เปน็ อยา่ งอน่ื
มาตรา ๑๕๔๗ เด็กเกิดจากบดิ ามารดาทมี่ ไิ ดส้ มรสกัน จะเป็นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมาย
ตอ่ เมือ่ บดิ ามารดาได้สมรสกนั ในภายหลงั หรอื บดิ าไดจ้ ดทะเบยี นว่าเปน็ บตุ รหรือศาล
พิพากษาวา่ เปน็ บุตร
มาตรา ๑๕๔๘[๑๕๖] บดิ าจะจดทะเบียนเดก็ เปน็ บตุ รชอบด้วยกฎหมายได้ตอ่ เมอื่ ไดร้ ับความ
ยินยอมของเด็กและมารดาเดก็
ในกรณที เ่ี ดก็ และมารดาเด็กไม่ไดม้ าใหค้ วามยนิ ยอมตอ่ หนา้ นายทะเบยี นใหน้ ายทะเบยี น
แจ้งการขอจดทะเบยี นของบดิ าไปยงั เด็กและมารดาเด็ก ถา้ เดก็ หรอื มารดาเด็กไม่คัดค้าน
หรอื ไม่ให้ความยินยอมภายในหกสิบวนั นับแตก่ ารแจง้ นั้นถงึ เดก็ หรอื มารดาเด็ก ให้
สนั นษิ ฐานวา่ เด็กหรือมารดาเดก็ ไมใ่ ห้ความยนิ ยอม ถา้ เดก็ หรอื มารดาเด็กอยู่นอกประเทศ
ไทยใหข้ ยายเวลานั้นเป็นหนงึ่ รอ้ ยแปดสิบวนั
ในกรณที เ่ี ด็กหรือมารดาเด็กคดั คา้ นวา่ ผูข้ อจดทะเบียนไมใ่ ช่บิดา หรอื ไม่ใหค้ วามยนิ ยอม
หรือไม่อาจใหค้ วามยนิ ยอมได้ การจดทะเบยี นเดก็ เป็นบตุ รตอ้ งมคี ำพพิ ากษาของศาล
เมอ่ื ศาลได้พิพากษาใหบ้ ดิ าจดทะเบียนเดก็ เป็นบุตรได้ และบิดาไดน้ ำคำพิพากษาไปขอจด
ทะเบยี นต่อนายทะเบียน ให้นายทะเบียนดำเนินการจดทะเบยี นให้
มาตรา ๑๕๔๙ เม่อื นายทะเบียนไดแ้ จง้ การขอจดทะเบียนขอรับเดก็ เป็นบตุ รชอบดว้ ย
กฎหมายไปยังเด็กและมารดาเด็กตามมาตรา ๑๕๔๘ แล้ว ไมว่ า่ เด็กหรือมารดาเดก็ จะ
คดั คา้ นการจดทะเบยี นรับเดก็ เป็นบตุ รตามมาตรา ๑๕๔๘ หรือไม่ ภายในกำหนดเวลาไม่
เกนิ เกา้ สิบวนั นบั แตว่ นั แจ้งการขอจดทะเบียนถงึ เด็กหรอื มารดาเด็ก เดก็ หรือมารดาเดก็ อาจ
แจ้งใหน้ ายทะเบยี นจดบันทกึ ไว้ไดว้ า่ ผขู้ อจดทะเบียนไมส่ มควรเป็นผู้ใชอ้ ำนาจปกครอง
บางสว่ นหรือทั้งหมด
เม่อื ไดม้ คี ำแจง้ ของเดก็ หรือมารดาเด็กดงั กลา่ วในวรรคหนึง่ แล้ว แมจ้ ะไดม้ ีการจดทะเบียนรบั
เดก็ เปน็ บตุ รตามมาตรา ๑๕๔๘ บดิ าของเดก็ กย็ งั ใช้อำนาจปกครองบางส่วนหรอื ทงั้ หมด
ตามท่เี ด็กหรอื มารดาเดก็ แจง้ ว่าบิดาไม่สมควรเป็นผใู้ ชอ้ ำนาจปกครองนน้ั ไมไ่ ด้ จนกวา่ ศาล
จะพิพากษาให้บิดาของเด็กใช้อำนาจปกครองบางสว่ นหรือท้งั หมด หรือกำหนดเวลาเกา้ สบิ
วนั นบั แตว่ ันท่ีเด็กหรือมารดาเด็กแจ้งต่อนายทะเบยี นวา่ ผขู้ อจดทะเบยี นรบั เด็กเป็นบตุ รไม่
สมควรใช้อำนาจปกครองบางสว่ นหรือทงั้ หมดนนั้ ไดล้ ว่ งพน้ ไปโดยเด็กหรือมารดาเดก็ มไิ ด้
ร้องขอตอ่ ศาลให้พิพากษาวา่ ผขู้ อจดทะเบยี นรบั เด็กเปน็ บตุ รไมเ่ ปน็ ผสู้ มควรใชอ้ ำนาจ
ปกครองบางสว่ นหรือทง้ั หมด
ในคดที ศ่ี าลพพิ ากษาวา่ ผู้ขอจดทะเบียนรบั เด็กเปน็ บตุ รเปน็ ผูไ้ ม่สมควรใชอ้ ำนาจปกครอง
บางสว่ นหรือทัง้ หมด ศาลจะพิพากษาในคดีเดยี วกนั นนั้ ให้ผูใ้ ดเปน็ ผใู้ ชอ้ ำนาจปกครอง
หรือเป็นผปู้ กครองเพ่ือการปกครองบางสว่ นหรอื ทง้ั หมดกไ็ ด้
มาตรา ๑๕๕๐[๑๕๗] (ยกเลิก)
มาตรา ๑๕๕๑ ในกรณที มี่ กี ารคัดคา้ นวา่ ผ้ซู งึ่ ขอจดทะเบยี นรบั เดก็ เป็นบุตรมใิ ชบ่ ิดาของ
เดก็ เมอื่ ผูซ้ ่งึ ขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบตุ รนำคดไี ปสศู่ าลขอใหศ้ าลพพิ ากษาวา่ ผขู้ อจด
ทะเบยี นรบั เด็กเปน็ บตุ รเปน็ บดิ าของเด็ก เด็กหรอื มารดาเดก็ จะขอใหศ้ าลพิพากษาในคดี
เดียวกนั นน้ั ก็ไดว้ า่ ผู้ขอจดทะเบยี นรับเดก็ เป็นบุตรแม้จะเปน็ บิดาของเดก็ ก็เปน็ ผู้ไม่สมควร
ใช้อำนาจปกครองบางสว่ นหรอื ท้งั หมด ในกรณเี ช่นวา่ นใ้ี ห้นำความในวรรคสามของมาตรา
๑๕๔๙ มาใชบ้ งั คับโดยอนโุ ลม
มาตรา ๑๕๕๒[๑๕๘] ในกรณีที่เดก็ ไม่มมี ารดาหรอื มีมารดาแต่มารดาถกู ถอนอำนาจปกครอง
บางสว่ นหรือทั้งหมดและศาลไดต้ งั้ ผอู้ น่ื เปน็ ผู้ปกครองบางสว่ นหรือท้งั หมดไว้กอ่ นมีการจด
ทะเบยี นรบั เด็กเปน็ บตุ ร บิดาซ่งึ จดทะเบียนรบั เดก็ เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายแล้วจะร้องขอ
ตอ่ ศาลให้มีคำสั่งถอนความเปน็ ผปู้ กครองบางสว่ นหรอื ทง้ั หมดของผู้ปกครองและใหบ้ ิดา
เปน็ ผู้ใชอ้ ำนาจปกครองกไ็ ด้ ถ้าศาลเห็นวา่ บดิ าอาจใชอ้ ำนาจปกครองเพ่ือความผาสุกและ
ประโยชนข์ องเด็กไดด้ ยี งิ่ กวา่ ผูป้ กครอง ศาลจะมีคำสงั่ ถอนความเปน็ ผปู้ กครองบางส่วนหรือ
ทงั้ หมดของผูป้ กครองและใหบ้ ดิ าเป็นผู้ใชอ้ ำนาจปกครองกไ็ ด้
มาตรา ๑๕๕๓[๑๕๙] (ยกเลกิ )
มาตรา ๑๕๕๔ ผมู้ ีส่วนไดเ้ สยี จะขอให้ศาลถอนการจดทะเบียนเดก็ รับเปน็ บุตร เพราะเหตุ
วา่ ผ้ขู อใหจ้ ดทะเบยี นนนั้ มใิ ชบ่ ดิ ากไ็ ด้ แตต่ ้องฟ้องภายในสามเดอื นนบั แตว่ นั ที่รู้การจด
ทะเบียนนน้ั อน่งึ หา้ มมิใหฟ้ ้องเมอ่ื พน้ สิบปีนบั แตว่ นั จดทะเบียน
มาตรา ๑๕๕๕ ในคดฟี ้องขอใหร้ บั เด็กเปน็ บตุ รชอบดว้ ยกฎหมาย ใหส้ นั นิษฐานไว้กอ่ น
วา่ เด็กเปน็ บตุ รชอบดว้ ยกฎหมายของชายเมอ่ื ปรากฏขอ้ เทจ็ จริงอยา่ งหนึง่ อยา่ งใด
ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) เม่อื มีการขม่ ขนื กระทำชำเรา ฉุดครา่ หรือหน่วงเหน่ยี วกักขงั หญิงมารดาโดยมิชอบดว้ ย
กฎหมายในระยะเวลาซง่ึ หญิงนน้ั อาจตงั้ ครรภ์ได้
(๒) เมื่อมีการลักพาหญงิ มารดาไปในทางชู้สาวหรอื มีการลอ่ ลวงรว่ มประเวณีกบั หญงิ มารดา
ในระยะเวลาซง่ึ หญงิ นน้ั อาจตง้ั ครรภไ์ ด้
(๓) เมอ่ื มีเอกสารของบดิ าแสดงวา่ เดก็ นนั้ เปน็ บตุ รของตน
(๔) เมื่อปรากฏในทะเบียนคนเกิดวา่ เดก็ เปน็ บุตรโดยมหี ลกั ฐานว่าบิดาเป็นผู้แจง้ การเกดิ
หรอื รูเ้ หน็ ยนิ ยอมในการแจ้งนัน้
(๕) เมอ่ื บดิ ามารดาได้อยู่กินด้วยกนั อยา่ งเปิดเผยในระยะเวลาซง่ึ หญงิ มารดาอาจต้งั ครรภไ์ ด้
(๖) เมื่อได้มีการร่วมประเวณีกับหญงิ มารดาในระยะเวลาซงึ่ หญงิ นนั้ อาจต้งั ครรภไ์ ด้ และมี
เหตอุ ันควรเช่ือไดว้ า่ เด็กน้ันมิไดเ้ ปน็ บตุ รของชายอนื่
(๗) เม่ือมีพฤตกิ ารณท์ ร่ี ูก้ นั ทวั่ ไปตลอดมาวา่ เปน็ บตุ ร[๑๖๐]
พฤติการณท์ รี่ ู้กันทว่ั ไปตลอดมาวา่ เปน็ บตุ รน้ัน ใหพ้ ิจารณาขอ้ เท็จจรงิ ท่ีแสดงความ
เกีย่ วข้องฉนั บดิ ากบั บตุ รซงึ่ ปรากฏในระหวา่ งตวั เด็กกับครอบครัวทเี่ ดก็ อ้างวา่ ตนสงั กัดอยู่
เช่น บิดาให้การศกึ ษา ให้ความอุปการะเลีย้ งดูหรอื ยอมให้เดก็ นนั้ ใชช้ อื่ สกลุ ของตนหรือ
โดยเหตปุ ระการอน่ื
ในกรณใี ดกรณหี นงึ่ ดังกล่าวขา้ งตน้ ถ้าปรากฏว่าชายไม่อาจเปน็ บดิ าของเด็กนนั้ ได้ ให้ยก
ฟ้องเสีย
มาตรา ๑๕๕๖ การฟ้องคดขี อใหร้ บั เดก็ เปน็ บตุ รในระหวา่ งทเี่ ดก็ เป็นผู้เยาว์ ถา้ เดก็ มีอายุ
ยังไมค่ รบสบิ ห้าปีบริบรู ณ์ ผ้แู ทนโดยชอบธรรมของเดก็ เปน็ ผฟู้ ้องแทน ในกรณที ี่เด็กไมม่ ี
ผู้แทนโดยชอบธรรม หรอื มแี ต่ผแู้ ทนโดยชอบธรรมไม่สามารถทำหน้าทไี่ ด้ ญาตสิ นทิ ของ
เดก็ หรืออัยการอาจร้องขอตอ่ ศาลใหต้ ั้งผแู้ ทนเฉพาะคดีเพ่ือทำหนา้ ทฟี่ อ้ งคดแี ทนเดก็ ก็ได้
เมือ่ เด็กมีอายสุ ิบห้าปบี ริบรู ณ์ เด็กต้องฟอ้ งเอง ทัง้ น้ี โดยไมจ่ ำต้องไดร้ ับความยนิ ยอมของ
ผแู้ ทนโดยชอบธรรม
ในกรณที ี่เดก็ บรรลุนิตภิ าวะแล้ว จะตอ้ งฟอ้ งคดภี ายในหนง่ึ ปีนับแตว่ นั บรรลนุ ติ ภิ าวะ
ในกรณที เ่ี ดก็ ตายในระหว่างท่เี ด็กนน้ั ยงั มีสทิ ธิฟ้องคดขี อให้รับเดก็ เป็นบุตรอยู่
ผสู้ ืบสนั ดานของเด็กจะฟอ้ งคดขี อให้รบั เดก็ เป็นบุตรก็ได้ ถา้ ผสู้ บื สนั ดานของเดก็ ได้รเู้ หตทุ ี่
อาจขอให้รบั เดก็ เป็นบตุ รมากอ่ นวนั ท่ีเด็กน้นั ตาย ผสู้ ืบสนั ดานของเด็กจะตอ้ งฟอ้ งภายใน
หนงึ่ ปีนับแตว่ นั ทีเ่ ดก็ นนั้ ตาย ถ้าผสู้ ืบสนั ดานของเดก็ ได้รเู้ หตทุ ่อี าจขอใหร้ ับเดก็ เปน็ บุตร
ภายหลังท่เี ดก็ น้นั ตาย ผูส้ บื สนั ดานของเด็กจะตอ้ งฟอ้ งภายในหนึ่งปนี ับแตว่ ันท่รี ูเ้ หตุ
ดงั กล่าว แต่ท้ังนี้ ตอ้ งไม่พน้ สิบปนี ับแตว่ นั ทเ่ี ดก็ นั้นตาย
การฟ้องคดขี อให้รับเดก็ เป็นบุตรในระหวา่ งทผี่ ู้สบื สันดานของเดก็ เปน็ ผเู้ ยาว์ ใหน้ ำความ
ในวรรคหนงึ่ และวรรคสองมาใชบ้ งั คับโดยอนโุ ลม
มาตรา ๑๕๕๗[๑๖๑] การเป็นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมายตามมาตรา ๑๕๔๗ ให้มผี ลนับแตว่ นั ที่
เดก็ เกดิ แตท่ ง้ั นจี้ ะอา้ งเป็นเหตเุ สอ่ื มสิทธขิ องบคุ คลภายนอกผทู้ ำการโดยสจุ รติ ในระหว่าง
เวลาตง้ั แต่เดก็ เกดิ จนถงึ เวลาทบ่ี ิดามารดาได้สมรสกนั หรอื บดิ าไดจ้ ดทะเบียนวา่ เป็นบตุ ร
หรือศาลพิพากษาถึงท่ีสดุ ว่าเปน็ บุตรไม่ได้
มาตรา ๑๕๕๘ การฟอ้ งคดขี อใหร้ ับเดก็ เป็นบตุ รของผตู้ ายที่ไดฟ้ อ้ งภายในกำหนดอายุ
ความมรดก ถา้ ศาลไดพ้ พิ ากษาว่าเดก็ เป็นบุตรชอบดว้ ยกฎหมายของผตู้ าย เดก็ นน้ั มสี ทิ ธิ
รบั มรดกในฐานะทายาทโดยธรรม
ในกรณที ี่ไดม้ กี ารแบง่ มรดกไปแลว้ ใหน้ ำบทบญั ญัติแหง่ ประมวลกฎหมายนว้ี า่ ดว้ ยเรื่อง
ลาภมิควรได้มาใช้บงั คบั โดยอนุโลม
มาตรา ๑๕๕๙ เมอื่ ไดจ้ ดทะเบยี นเด็กเปน็ บตุ รแลว้ จะถอนมไิ ด้
มาตรา ๑๕๖๐ บตุ รเกิดระหวา่ งสมรสซงึ่ ศาลพพิ ากษาใหเ้ พิกถอนภายหลังนน้ั ใหถ้ ือวา่ เปน็
บตุ รชอบดว้ ยกฎหมาย
หมวด ๒
สิทธิและหน้าท่ีของบดิ ามารดาและบตุ ร
มาตรา ๑๕๖๑ บตุ รมสี ทิ ธิใชช้ อ่ื สกุลของบิดา
ในกรณที ่ีบิดาไมป่ รากฏ บุตรมสี ทิ ธใิ ชช้ ือ่ สกุลของมารดา
มาตรา ๑๕๖๒ ผใู้ ดจะฟอ้ งบุพการขี องตนเปน็ คดแี พง่ หรอื คดอี าญามไิ ด้ แตเ่ มือ่ ผนู้ ้นั หรอื
ญาตสิ นิทของผนู้ น้ั รอ้ งขอ อัยการจะยกคดขี นึ้ วา่ กล่าวกไ็ ด้
มาตรา ๑๕๖๓ บุตรจำต้องอุปการะเล้ยี งดูบดิ ามารดา
มาตรา ๑๕๖๔ บิดามารดาจำตอ้ งอปุ การะเล้ียงดแู ละให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรใน
ระหว่างทเ่ี ปน็ ผเู้ ยาว์
บดิ ามารดาจำต้องอปุ การะเล้ยี งดบู ตุ รซง่ึ บรรลุนติ ิภาวะแล้วแตเ่ ฉพาะผทู้ ุพพลภาพและหา
เลย้ี งตนเองมไิ ด้
มาตรา ๑๕๖๕ การรอ้ งขอคา่ อุปการะเล้ียงดบู ตุ รหรือขอให้บตุ รได้รบั การอุปการะเลย้ี งดโู ดย
ประการอน่ื นอกจากอัยการจะยกคดขี นึ้ วา่ กลา่ วตามมาตรา ๑๕๖๒ แล้ว บิดาหรอื มารดาจะ
นำคดขี น้ึ วา่ กลา่ วก็ได้
มาตรา ๑๕๖๖[๑๖๒] บุตรซ่งึ ยงั ไมบ่ รรลุนติ ิภาวะตอ้ งอยู่ใต้อำนาจปกครองของบดิ ามารดา
อำนาจปกครองอยูก่ บั บดิ าหรือมารดาในกรณดี งั ตอ่ ไปนี้
(๑) มารดาหรอื บดิ าตาย
(๒) ไมแ่ นน่ อนว่ามารดาหรือบดิ ามชี วี ติ อยูห่ รือตาย
(๓) มารดาหรอื บดิ าถกู ศาลส่ังใหเ้ ป็นคนไร้ความสามารถหรอื เสมือนไรค้ วามสามารถ
(๔) มารดาหรอื บิดาตอ้ งเขา้ รักษาตวั ในโรงพยาบาลเพราะจติ ฟั่นเฟอื น
(๕) ศาลสง่ั ใหอ้ ำนาจปกครองอยกู่ ับบดิ าหรอื มารดา
(๖) บิดาและมารดาตกลงกันตามทมี่ ีกฎหมายบญั ญตั ไิ วใ้ หต้ กลงกนั ได้
มาตรา ๑๕๖๗ ผูใ้ ชอ้ ำนาจปกครองมสี ทิ ธิ
(๑) กำหนดทอ่ี ยขู่ องบตุ ร
(๒) ทำโทษบตุ รตามสมควรเพื่อวา่ กลา่ วส่งั สอน
(๓) ใหบ้ ตุ รทำการงานตามสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรปู
(๔) เรยี กบตุ รคืนจากบคุ คลอนื่ ซงึ่ กกั บตุ รไวโ้ ดยมชิ อบดว้ ยกฎหมาย
มาตรา ๑๕๖๘ เมื่อบคุ คลใดมบี ตุ รตดิ มาได้สมรสกับบุคคลอน่ื อำนาจปกครองที่มตี อ่ บตุ ร
อย่กู บั ผูท้ บี่ ตุ รนนั้ ติดมา
มาตรา ๑๕๖๙ ผู้ใชอ้ ำนาจปกครองเป็นผแู้ ทนโดยชอบธรรมของบตุ ร ในกรณที บี่ ตุ รถูก
ศาลสง่ั ใหเ้ ปน็ คนไรค้ วามสามารถหรือเสมอื นไรค้ วามสามารถ ผู้ใชอ้ ำนาจปกครองยอ่ มเปน็
ผูอ้ นบุ าลหรือผพู้ ทิ ักษ์ แล้วแต่กรณี
มาตรา ๑๕๖๙/๑[๑๖๓] ในกรณที ีผ่ เู้ ยาว์ถูกศาลสง่ั ให้เปน็ คนไรค้ วามสามารถและศาลมีคำสั่ง
ต้งั บคุ คลอนื่ ซงึ่ มใิ ชผ่ ใู้ ช้อำนาจปกครองหรอื ผปู้ กครองเปน็ ผอู้ นุบาลใหค้ ำสงั่ นน้ั มผี ลเปน็ การ
ถอนผใู้ ชอ้ ำนาจปกครอง หรอื ผูป้ กครองท่ีเป็นอยู่ในขณะน้ัน
ในกรณที ่บี ุคคลซงึ่ บรรลนุ ิตภิ าวะและไมม่ คี ูส่ มรสถกู ศาลสงั่ ให้เปน็ คนไร้ความสามารถหรือ
เสมือนไร้ความสามารถ ให้บดิ ามารดา หรือบดิ าหรือมารดาเปน็ ผอู้ นบุ าลหรือผูพ้ ทิ ักษ์
แล้วแตก่ รณี เวน้ แตศ่ าลจะสั่งเปน็ อยา่ งอน่ื
มาตรา ๑๕๗๐ คำบอกกล่าวทผ่ี ใู้ ชอ้ ำนาจปกครองตามมาตรา ๑๕๖๖ หรอื มาตรา ๑๕๖๘
แจ้งไปหรอื รบั แจง้ มา ให้ถอื วา่ เปน็ คำบอกกลา่ วทีบ่ ุตรได้แจง้ ไปหรอื รับแจง้ มา
มาตรา ๑๕๗๑ อำนาจปกครองนัน้ รวมทงั้ การจัดการทรพั ยส์ ินของบตุ รดว้ ย และให้จัดการ
ทรัพยส์ นิ นน้ั ด้วยความระมดั ระวงั เชน่ วญิ ญชู นจะพึงกระทำ
มาตรา ๑๕๗๒ ผู้ใช้อำนาจปกครองจะทำหนที้ บี่ ตุ รจะตอ้ งทำเองโดยมไิ ดร้ ับความยนิ ยอม
ของบตุ รไมไ่ ด้
มาตรา ๑๕๗๓ ถา้ บตุ รมเี งนิ ได้ ให้ใชเ้ งนิ นนั้ เป็นคา่ อุปการะเลี้ยงดูและการศกึ ษาก่อน
ส่วนทีเ่ หลอื ผใู้ ช้อำนาจปกครองต้องเกบ็ รักษาไว้เพอ่ื สง่ มอบแก่บตุ ร แต่ถ้าผใู้ ชอ้ ำนาจ
ปกครองไมม่ ีเงนิ ไดเ้ พียงพอแก่การครองชพี ตามสมควรแกฐ่ านะ ผูใ้ ช้อำนาจปกครองจะใช้
เงนิ นน้ั ตามสมควรกไ็ ด้ เว้นแต่จะเปน็ เงนิ ไดท้ ีเ่ กิดจากทรพั ยส์ ินโดยการใหโ้ ดยเสนห่ าหรือ
พินัยกรรมซงึ่ มเี งอื่ นไขวา่ มิให้ผใู้ ชอ้ ำนาจปกครองไดป้ ระโยชนจ์ ากทรัพย์สนิ นนั้ ๆ
มาตรา ๑๕๗๔[๑๖๔] นติ ิกรรมใดอันเก่ียวกับทรพั ย์สนิ ของผ้เู ยาว์ดังต่อไปน้ี ผู้ใช้อำนาจ
ปกครองจะกระทำมไิ ด้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต
(๑) ขาย แลกเปลย่ี น ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรอื โอนสิทธิจำนอง ซึง่
อสังหาริมทรัพย์หรอื สงั หารมิ ทรพั ย์ท่อี าจจำนองได้
(๒) กระทำให้สดุ สิ้นลงท้ังหมดหรอื บางสว่ น ซงึ่ ทรพั ยสิทธขิ องผู้เยาวอ์ นั เก่ียวกับ
อสังหารมิ ทรพั ย์
(๓) กอ่ ตง้ั ภาระจำยอม สทิ ธอิ าศัย สิทธเิ หนือพนื้ ดนิ สทิ ธเิ ก็บกิน ภาระตดิ พันใน
อสงั หารมิ ทรพั ย์ หรือทรัพยสิทธอิ ื่นใดในอสงั หาริมทรัพย์
(๔) จำหนา่ ยไปท้ังหมดหรอื บางสว่ นซึ่งสทิ ธิเรยี กรอ้ งทจ่ี ะใหไ้ ดม้ าซึ่งทรพั ยสิทธิใน
อสังหาริมทรพั ย์ หรอื สังหาริมทรพั ย์ทีอ่ าจจำนองได้ หรอื สทิ ธเิ รยี กรอ้ งทจ่ี ะให้ทรัพยส์ ินเชน่
วา่ นน้ั ของผ้เู ยาวป์ ลอดจากทรพั ยสทิ ธิที่มอี ยู่เหนอื ทรพั ย์สนิ นนั้
(๕) ให้เชา่ อสงั หาริมทรพั ย์เกินสามปี
(๖) กอ่ ขอ้ ผกู พนั ใด ๆ ท่ีมงุ่ ใหเ้ กิดผลตาม (๑) (๒) หรอื (๓)
(๗) ให้กยู้ มื เงนิ
(๘) ให้โดยเสน่หา เวน้ แตจ่ ะเอาเงนิ ไดข้ องผู้เยาวใ์ ห้แทนผู้เยาว์เพื่อการกุศลสาธารณะ
เพอื่ การสงั คม หรือตามหน้าทธ่ี รรมจรรยา ทง้ั นี้ พอสมควรแกฐ่ านานรุ ูปของผเู้ ยาว์
(๙) รบั การให้โดยเสนห่ าท่ีมีเงอ่ื นไขหรอื คา่ ภาระติดพนั หรอื ไมร่ บั การใหโ้ ดยเสน่หา
(๑๐) ประกนั โดยประการใด ๆ อนั อาจมผี ลใหผ้ เู้ ยาวต์ อ้ งถูกบังคับชำระหน้หี รือทำนติ กิ รรม
อน่ื ทมี่ ผี ลใหผ้ เู้ ยาวต์ อ้ งรบั เป็นผรู้ ับชำระหนข้ี องบุคคลอ่นื หรอื แทนบคุ คลอน่ื
(๑๑) นำทรพั ยส์ นิ ไปแสวงหาผลประโยชนน์ อกจากในกรณีท่บี ญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา ๑๕๙๘/๔
(๑) (๒) หรอื (๓)
(๑๒) ประนปี ระนอมยอมความ
(๑๓) มอบขอ้ พพิ าทใหอ้ นุญาโตตลุ าการวนิ ิจฉัย
มาตรา ๑๕๗๕ ถ้าในกิจการใด ประโยชนข์ องผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือประโยชนข์ องคู่
สมรสหรอื บตุ รของผู้ใชอ้ ำนาจปกครองขัดกบั ประโยชนข์ องผเู้ ยาว์ ผู้ใชอ้ ำนาจปกครองตอ้ ง
ได้รบั อนญุ าตจากศาลก่อนจงึ ทำกิจการนนั้ ได้ มิฉะนั้นเปน็ โมฆะ
มาตรา ๑๕๗๖ ประโยชนข์ องผใู้ ชอ้ ำนาจปกครอง หรอื ของคสู่ มรสหรือบตุ รของผใู้ ชอ้ ำนาจ
ปกครองตามมาตรา ๑๕๗๕ ให้หมายความรวมถึงประโยชนใ์ นกจิ การดงั ตอ่ ไปน้ดี ว้ ย คอื
(๑) ประโยชน์ในกจิ การที่กระทำกับหา้ งหนุ้ ส่วนสามญั ทีบ่ คุ คลดังกลา่ วนน้ั เปน็ หนุ้ ส่วน
(๒) ประโยชน์ในกจิ การท่กี ระทำกับห้างหุ้นสว่ นจำกดั ทบี่ ุคคลดงั กลา่ วนัน้ เปน็ หนุ้ สว่ น
จำพวกไมจ่ ำกัดความรับผดิ
มาตรา ๑๕๗๗ บคุ คลใดจะโอนทรพั ยส์ นิ ใหผ้ เู้ ยาว์โดยพนิ ยั กรรมหรือโดยการให้โดย
เสนห่ าซงึ่ มเี งอ่ื นไขใหบ้ ุคคลอ่นื นอกจากผใู้ ชอ้ ำนาจปกครองเปน็ ผูจ้ ดั การจนกวา่ ผเู้ ยาวจ์ ะ
บรรลุนิติภาวะก็ได้ ผจู้ ดั การน้นั ตอ้ งเปน็ ผู้ซงึ่ ผโู้ อนระบุชอ่ื ไว้ หรอื ถา้ มไิ ด้ระบุไว้กใ็ หศ้ าลสงั่
แตก่ ารจดั การทรพั ยส์ นิ นน้ั ตอ้ งอยภู่ ายใต้บงั คบั มาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๖๐
[เลขมาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๖๐ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยมาตรา ๑๕ แห่ง
พระราชบัญญตั ิใหใ้ ชบ้ ทบญั ญตั บิ รรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยท์ ี่ได้
ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕]
มาตรา ๑๕๗๘ ในกรณีทอ่ี ำนาจปกครองสน้ิ ไปเพราะผู้เยาว์บรรลุนติ ภิ าวะ ผใู้ ชอ้ ำนาจ
ปกครองต้องรบี ส่งมอบทรัพย์สนิ ทจี่ ดั การและบญั ชใี นการนนั้ ใหผ้ ู้บรรลุนิติภาวะเพอ่ื รับรอง
ถ้ามเี อกสารเก่ยี วกับเรื่องจดั การทรัพยส์ นิ นนั้ กใ็ ห้ส่งมอบพร้อมกบั บญั ชี
ในกรณที อ่ี ำนาจปกครองสิน้ ไปเพราะเหตอุ ื่นนอกจากท่กี ลา่ วในวรรคหน่ึง ใหม้ อบ
ทรพั ย์สิน บญั ชี และเอกสารทเ่ี ก่ยี วกบั เร่ืองจดั การทรัพยส์ ินใหแ้ กผ่ ใู้ ชอ้ ำนาจปกครอง ถา้ มี
หรอื ผ้ปู กครอง แลว้ แตก่ รณี เพ่อื รับรอง
มาตรา ๑๕๗๙ ในกรณที ี่คู่สมรสฝา่ ยหนง่ึ ถงึ แก่ความตายและมีบตุ รทเี่ กดิ ด้วยกนั และคู่
สมรสอกี ฝา่ ยหนงึ่ จะสมรสใหม่ ถา้ คสู่ มรสนนั้ ไดค้ รอบครองทรัพยส์ นิ อนั เป็นสัดส่วนของบตุ ร
ไวอ้ ยา่ งถูกต้องแล้ว จะสง่ มอบทรัพย์สนิ ให้แก่บตุ รในเมอื่ สามารถจัดการก็ได้ หรอื มฉิ ะนนั้
จะเก็บรักษาไวเ้ พ่ือมอบใหบ้ ตุ รเม่ือถงึ เวลาอันสมควรก็ได้ แต่ถา้ ทรัพยส์ นิ ใดเป็นจำพวกที่
ระบไุ ว้ในมาตรา ๔๕๖ หรอื ทม่ี เี อกสารเป็นสำคญั ใหล้ งชือ่ บตุ รเปน็ เจา้ ของรวมในเอกสาร
นัน้ ก่อนทจ่ี ะจดั การดงั กล่าวค่สู มรสนนั้ จะทำการสมรสมไิ ด้
ในกรณที ี่มีเหตุอนั สมควร ศาลจะมคี ำสง่ั ใหค้ ่สู มรสดังกล่าวทำการสมรสไปกอ่ นกไ็ ด้ คำสง่ั
ศาลเชน่ วา่ นี้ ให้ระบุไวด้ ้วยวา่ ใหค้ ู่สมรสปฏบิ ตั ิการแบง่ แยกทรัพย์สินและทำบัญชที รพั ย์สิน
ตามความในวรรคหนง่ึ ภายในกำหนดเวลาเทา่ ใดภายหลังการสมรสนน้ั ด้วย
ในกรณที ี่การสมรสไดก้ ระทำไปโดยมไิ ดป้ ฏบิ ตั ติ ามวรรคหนงึ่ หรอื ในกรณีทค่ี ูส่ มรสไม่
ปฏบิ ัตติ ามคำสั่งของศาลดงั กล่าวในวรรคสอง เมื่อความปรากฏแกศ่ าลเอง หรอื เม่ือญาตขิ อง
ผเู้ ยาว์หรอื อัยการรอ้ งขอ ศาลมอี ำนาจสงั่ ให้ถอนอำนาจปกครองจากคู่สมรสนน้ั หรือจะมอบ
ใหบ้ ุคคลหนึ่งบุคคลใดทำบญั ชแี ละลงชอ่ื บตุ รเป็นเจ้าของรวมในเอกสารดงั กล่าวแทนโดย
ให้คู่สมรสเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยก็ได้
เพื่อประโยชน์แหง่ มาตรานี้ ให้ถอื วา่ บตุ รบญุ ธรรมของคสู่ มรสทต่ี ายไปและทมี่ ชี ีวติ อยทู่ ง้ั
สองฝา่ ยเป็นบตุ รทเี่ กิดจากคู่สมรส
มาตรา ๑๕๘๐[๑๖๕] ผเู้ ยาวซ์ ่งึ บรรลุนติ ภิ าวะแลว้ ผใู้ ชอ้ ำนาจปกครองหรอื ผปู้ กครองจะใหก้ าร
รบั รองการจดั การทรพั ยส์ ินของผเู้ ยาวไ์ ดต้ อ่ เมอ่ื ได้รบั มอบทรัพย์สินบญั ชีและเอกสารตาม
มาตรา ๑๕๗๘ แล้ว
มาตรา ๑๕๘๑ คดีเกย่ี วกบั การจัดการทรัพย์สนิ ในระหวา่ งผเู้ ยาว์กบั ผใู้ ช้อำนาจปกครองนั้น
ห้ามมิให้ฟ้องเม่ือพ้นหนึ่งปนี ับแต่เวลาทอี่ ำนาจปกครองสนิ้ ไป
ถา้ อำนาจปกครองส้ินไปขณะบตุ รยงั เปน็ ผเู้ ยาว์อยู่ ใหเ้ รมิ่ นบั อายคุ วามในวรรคหนง่ึ ตง้ั แต่
เวลาทผ่ี เู้ ยาว์บรรลุนติ ิภาวะ หรอื เมอ่ื มผี แู้ ทนโดยชอบธรรมขนึ้ ใหม่
มาตรา ๑๕๘๒ ถ้าผใู้ ชอ้ ำนาจปกครองเปน็ คนไร้ความสามารถหรือเสมอื นไรค้ วามสามารถ
โดยคำส่ังของศาลก็ดี ใชอ้ ำนาจปกครองเกยี่ วแกต่ วั ผเู้ ยาว์โดยมิชอบก็ดี ประพฤตชิ ั่วรา้ ยก็ดี
ในกรณีเหล่านีศ้ าลจะสงั่ เอง หรือจะสงั่ เม่ือญาตขิ องผู้เยาว์หรืออยั การร้องขอใหถ้ อนอำนาจ
ปกครองเสยี บางสว่ นหรอื ท้งั หมดกไ็ ด้
ถา้ ผใู้ ชอ้ ำนาจปกครองลม้ ละลายกด็ ี หรอื จัดการทรพั ยส์ นิ ของผู้เยาวใ์ นทางทผ่ี ดิ จนอาจเปน็
ภยั กด็ ี ศาลจะส่งั ตามวธิ ใี นวรรคหนง่ึ ให้ถอนอำนาจจัดการทรพั ย์สนิ เสยี กไ็ ด้
มาตรา ๑๕๘๓ ผู้ถูกถอนอำนาจปกครองบางสว่ นหรอื ทง้ั หมดนนั้ ถ้าเหตดุ ังกลา่ วไวใ้ น
มาตรากอ่ นสน้ิ ไปแล้ว และเมอื่ ตนเองหรอื ญาตขิ องผู้เยาวร์ อ้ งขอ ศาลจะสงั่ ใหม้ ีอำนาจ
ปกครองดงั เดมิ กไ็ ด้
มาตรา ๑๕๘๔ การทผ่ี ใู้ ช้อำนาจปกครองถกู ถอนอำนาจปกครองบางสว่ นหรอื ทงั้ หมด ไม่
เปน็ เหตุใหผ้ ู้นน้ั พน้ จากหน้าทอ่ี ปุ การะเลี้ยงดผู เู้ ยาวต์ ามกฎหมาย
มาตรา ๑๕๘๔/๑[๑๖๖] บิดาหรือมารดาย่อมมสี ทิ ธทิ ีจ่ ะตดิ ตอ่ กับบตุ รของตนได้ตามควรแก่
พฤตกิ ารณ์ ไมว่ า่ บคุ คลใดจะเปน็ ผใู้ ชอ้ ำนาจปกครองหรือผปู้ กครองกต็ าม
หมวด ๓
ความปกครอง
มาตรา ๑๕๘๕ บุคคลทย่ี งั ไมบ่ รรลุนติ ิภาวะและไม่มีบิดามารดาหรือบดิ ามารดาถกู ถอน
อำนาจปกครองเสยี แล้วนั้น จะจดั ใหม้ ผี ้ปู กครองขน้ึ ในระหวา่ งทเ่ี ปน็ ผูเ้ ยาว์กไ็ ด้
ในกรณที ี่ผ้ใู ชอ้ ำนาจปกครองถกู ถอนอำนาจปกครองบางสว่ นตามมาตรา ๑๕๘๒ วรรคหนง่ึ
ศาลจะตง้ั ผปู้ กครองในสว่ นทผ่ี ู้ใชอ้ ำนาจปกครองถูกถอนอำนาจปกครองนนั้ ก็ได้ หรอื ใน
กรณที ่ีผใู้ ชอ้ ำนาจปกครองถูกถอนอำนาจจดั การทรพั ย์สินตามมาตรา ๑๕๘๒ วรรคสอง ศาล
จะต้งั ผูป้ กครองเพ่อื จดั การทรพั ยส์ ินก็ได้[๑๖๗]
มาตรา ๑๕๘๖[๑๖๘] ผูป้ กครองตามมาตรา ๑๕๘๕ นนั้ ใหต้ ง้ั โดยคำส่งั ศาลเมื่อมกี ารรอ้ งขอ
ของญาตขิ องผู้เยาว์ อัยการ หรือผซู้ ง่ึ บิดาหรอื มารดาทตี่ ายทีหลงั ได้ระบชุ ือ่ ไวใ้ นพินยั กรรม
ใหเ้ ปน็ ผู้ปกครอง
ภายใต้บังคบั มาตรา ๑๕๙๐ การตง้ั ผปู้ กครองนนั้ ถ้ามขี อ้ กำหนดพนิ ัยกรรมก็ใหศ้ าลตง้ั ตาม
ข้อกำหนดพินยั กรรม เวน้ แต่พินยั กรรมนนั้ ไมม่ ผี ลบงั คับหรือบคุ คลที่ระบุชอ่ื ไวใ้ นพนิ ยั กรรม
นั้นเปน็ บุคคลทต่ี อ้ งห้ามมิให้เปน็ ผปู้ กครองตามมาตรา ๑๕๘๗
มาตรา ๑๕๘๗ บุคคลท่ีบรรลุนิตภิ าวะแล้วอาจถูกต้งั เป็นผู้ปกครองได้ เว้นแต่
(๑) ผูซ้ ่ึงศาลสง่ั ว่าเปน็ คนไรค้ วามสามารถ หรอื เสมอื นไรค้ วามสามารถ
(๒) ผซู้ ่งึ เปน็ บุคคลลม้ ละลาย
(๓) ผ้ซู งึ่ ไม่เหมาะสมทจ่ี ะปกครองผู้เยาวห์ รือทรัพย์สินของผ้เู ยาว์
(๔) ผู้ซึ่งมีหรือเคยมีคดีในศาลกบั ผ้เู ยาว์ ผูบ้ พุ การีหรือพ่นี ้องร่วมบิดามารดาหรอื รว่ มแต่
บิดาหรือมารดากบั ผเู้ ยาว์
(๕)[๑๖๙] ผซู้ ึง่ บดิ าหรอื มารดาทต่ี ายไดท้ ำหนังสอื ระบชุ ่อื ห้ามไว้มใิ ห้เปน็ ผปู้ กครอง
มาตรา ๑๕๘๘[๑๗๐] หากปรากฏวา่ บุคคลทศี่ าลตัง้ ให้เป็นผปู้ กครองเปน็ ผตู้ อ้ งหา้ มมใิ ห้เปน็
ผ้ปู กครองตามมาตรา ๑๕๘๗ อยู่ในขณะท่ศี าลตัง้ ให้เป็นผปู้ กครองโดยปรากฏแกศ่ าลเอง
หรอื ผมู้ สี ่วนไดเ้ สียหรอื อยั การรอ้ งขอ ใหศ้ าลสงั่ เพิกถอนคำสัง่ ตัง้ ผูป้ กครองนั้นเสียและมคี ำสั่ง
เก่ยี วกบั ผปู้ กครองต่อไปตามทเี่ ห็นสมควร
การเพกิ ถอนคำส่งั ตัง้ ผู้ปกครองตามวรรคหนง่ึ ไมก่ ระทบกระเทือนสทิ ธขิ องบคุ คลภายนอก
ผู้กระทำการโดยสจุ รติ เวน้ แต่ในกรณกี ารเพกิ ถอนคำสง่ั ตงั้ ผู้ปกครองท่ีต้องห้ามตามมาตรา
๑๕๘๗ (๑) หรือ (๒) การกระทำของผปู้ กครองไมผ่ กู พันผู้เยาวไ์ ม่วา่ บุคคลภายนอกจะได้
กระทำการโดยสุจรติ หรอื ไม่
มาตรา ๑๕๘๙[๑๗๑] (ยกเลกิ )
มาตรา ๑๕๙๐[๑๗๒] ผปู้ กครองมไี ดค้ ราวหนงึ่ เพยี งคนเดยี ว แต่ในกรณมี ขี อ้ กำหนด
พินัยกรรมใหต้ ้งั ผู้ปกครองหลายคนหรือเม่อื มผี รู้ อ้ งขอโดยมีเหตุผลอนั สมควร ใหศ้ าลมี
อำนาจตง้ั ผปู้ กครองได้ตามจำนวนทศี่ าลเหน็ วา่ จำเปน็ ในกรณที ต่ี งั้ ผปู้ กครองหลายคนศาล
จะกำหนดใหผ้ ปู้ กครองเหลา่ น้ันกระทำการรว่ มกนั หรือกำหนดอำนาจเฉพาะสำหรับคนหนง่ึ
ๆ กไ็ ด้
มาตรา ๑๕๙๑[๑๗๓] ความเปน็ ผู้ปกครองน้ันเริ่มแตว่ นั ทราบคำสง่ั ตั้งของศาล
มาตรา ๑๕๙๒[๑๗๔] ใหผ้ ู้ปกครองรีบทำบญั ชที รพั ยส์ ินของผอู้ ยใู่ นปกครองให้เสรจ็ ภายใน
สามเดอื นนบั แตว่ นั ทีท่ ราบคำสง่ั ตงั้ ของศาล แตผ่ ปู้ กครองจะร้องตอ่ ศาลกอ่ นสน้ิ กำหนด
ขอใหย้ ดื เวลากไ็ ด้
บัญชนี นั้ ตอ้ งมพี ยานรับรองความถูกต้องอยา่ งนอ้ ยสองคน พยานสองคนนนั้ ตอ้ งเปน็ ผู้บรรลุ
นติ ภิ าวะและเปน็ ญาติของผอู้ ยู่ในปกครอง แตถ่ ้าหาญาตไิ ม่ไดจ้ ะให้ผอู้ ืน่ เป็นพยานกไ็ ด้
มาตรา ๑๕๙๓ ให้ผปู้ กครองยน่ื สำเนาบญั ชที รัพย์สินทตี่ นรับรองวา่ ถกู ต้องตอ่ ศาลฉบบั
หนงึ่ ภายในสบิ วนั นบั แตว่ นั ทไ่ี ดท้ ำบัญชที รัพยส์ ินแล้ว และศาลจะสง่ั ใหผ้ ปู้ กครองช้แี จง
เพมิ่ เตมิ หรือใหน้ ำเอกสารมาประกอบเพือ่ แสดงให้เหน็ วา่ บญั ชนี ั้นถูกตอ้ งแลว้ ก็ได้
ถา้ ศาลมไิ ด้มีคำสงั่ เปน็ อยา่ งอนื่ ภายในสบิ ห้าวันนับแตว่ นั ยน่ื บัญชี หรอื วันช้แี จงเพม่ิ เตมิ
หรอื วนั นำเอกสารยน่ื ประกอบ แลว้ แต่กรณี ให้ถอื ว่าศาลยอมรบั บญั ชนี ั้นแลว้ [๑๗๕]
มาตรา ๑๕๙๔ ถา้ ผู้ปกครองไม่ปฏิบตั ิเกี่ยวแกก่ ารทำบญั ชที รพั ย์สนิ หรอื การย่นื บัญชี
ทรพั ยส์ ินใหถ้ ูกตอ้ งครบถ้วนตามที่บัญญตั ไิ วใ้ นมาตรา ๑๕๙๒ หรือมาตรา ๑๕๙๓
หรอื ไม่ปฏิบตั ิตามคำสง่ั ศาลซง่ึ สัง่ ตามมาตรา ๑๕๙๓ หรอื ศาลไมพ่ อใจในบญั ชีทรัพยส์ นิ
เพราะทำขน้ึ ดว้ ยความเลนิ เลอ่ อยา่ งรา้ ยแรงหรอื ไมส่ จุ ริต หรือเหน็ ไดช้ ดั วา่ ผู้ปกครองหยอ่ น
ความสามารถ ศาลจะสง่ั ถอนผู้ปกครองนนั้ เสียกไ็ ด้
มาตรา ๑๕๙๕ ก่อนทศี่ าลยอมรบั บญั ชนี น้ั หา้ มมิให้ผปู้ กครองทำกิจการใด เว้นแตเ่ ปน็
การเรง่ รอ้ นและจำเปน็ แตจ่ ะยกขอ้ หา้ มดงั กลา่ วข้นึ เปน็ ขอ้ ต่อสู้บคุ คลภายนอกผ้กู ระทำการ
โดยสจุ รติ และเสยี ค่าตอบแทนไมไ่ ด้
มาตรา ๑๕๙๖ ถ้ามีหนี้เปน็ คณุ แก่ผปู้ กครองแตเ่ ป็นโทษต่อผู้อยใู่ นปกครองหรือเปน็ คณุ
แกผ่ อู้ ยใู่ นปกครองแต่เปน็ โทษต่อผปู้ กครอง ใหผ้ ปู้ กครองแจง้ ข้อความเหล่านนั้ ตอ่ ศาล
ก่อนลงมอื ทำบัญชีทรัพย์สนิ
ถ้าผปู้ กครองรวู้ า่ มีหนี้เปน็ คณุ แกต่ นแต่เปน็ โทษตอ่ ผู้อยใู่ นปกครอง และมไิ ดแ้ จ้งขอ้ ความ
นนั้ ต่อศาล หนี้ของผปู้ กครองนน้ั ยอ่ มสญู ไป
ถ้าผ้ปู กครองรวู้ า่ มีหนเ้ี ปน็ โทษต่อตนแต่เป็นคณุ แกผ่ อู้ ยใู่ นปกครอง และมิได้แจง้ ข้อความ
นัน้ ตอ่ ศาล ศาลจะสง่ั ถอนผปู้ กครองกไ็ ด้
มาตรา ๑๕๙๗ เม่ือศาลเห็นสมควรโดยลำพงั หรือเมอื่ ผมู้ สี ว่ นได้เสียหรอื อัยการรอ้ งขอ ศาล
อาจสงั่ ใหผ้ ปู้ กครอง
(๑) หาประกันอนั สมควรในการจดั การทรพั ย์สินของผอู้ ยใู่ นปกครอง ตลอดจนการมอบคนื
ทรพั ย์สนิ นน้ั
(๒) แถลงถงึ ความเป็นอยแู่ ห่งทรัพยส์ ินของผูอ้ ยู่ในปกครอง
มาตรา ๑๕๙๘ ในระหว่างปกครอง ถ้าผอู้ ยใู่ นปกครองได้ทรัพย์สินอนั มคี า่ มาโดยทางมรดก
หรือการใหโ้ ดยเสน่หา ใหน้ ำมาตรา ๑๕๙๒ ถงึ มาตรา ๑๕๙๗ มาใชบ้ งั คบั โดยอนโุ ลม
มาตรา ๑๕๙๘/๑ ให้ผปู้ กครองทำบญั ชที รพั ยส์ ินส่งตอ่ ศาลปลี ะครัง้ นบั แตว่ นั เปน็ ผู้ปกครอง
แต่เม่อื ศาลได้รับบญั ชีปแี รกแล้วจะสั่งให้สง่ บัญชเี ช่นวา่ นน้ั ในระยะเวลาเกนิ หนงึ่ ปีกไ็ ด้
มาตรา ๑๕๙๘/๒ ผปู้ กครองมสี ทิ ธแิ ละหนา้ ทเ่ี ชน่ เดียวกบั ผใู้ ชอ้ ำนาจปกครองตามมาตรา
๑๕๖๔ วรรคหนง่ึ และมาตรา ๑๕๖๗
มาตรา ๑๕๙๘/๓ ผู้ปกครองเปน็ ผแู้ ทนโดยชอบธรรมของผ้อู ยใู่ นปกครอง
ใหน้ ำมาตรา ๑๕๗๐ มาตรา ๑๕๗๑ มาตรา ๑๕๗๒ มาตรา ๑๕๗๔ มาตรา ๑๕๗๕ มาตรา
๑๕๗๖ และมาตรา ๑๕๗๗ มาใช้บงั คบั แก่ผปู้ กครองและผอู้ ยใู่ นปกครองโดยอนุโลม
มาตรา ๑๕๙๘/๔ เงนิ ไดข้ องผู้อยใู่ นปกครองนนั้ ผู้ปกครองยอ่ มใช้ไดต้ ามสมควรเพอ่ื การ
อุปการะเลีย้ งดแู ละการศกึ ษาของผูอ้ ยใู่ นปกครอง ถ้ามเี หลือใหใ้ ช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์
เฉพาะในเร่อื งตอ่ ไปน้ี
(๑) ซอื้ พนั ธบตั รรฐั บาลไทยหรอื พันธบัตรทร่ี ฐั บาลไทยคา้ ประกนั
(๒) รบั ขายฝากหรือรบั จำนองอสังหารมิ ทรัพยใ์ นลำดบั แรก แตจ่ ำนวนเงนิ ท่รี บั ขายฝากหรอื
รบั จำนองต้องไมเ่ กนิ ก่งึ ราคาตลาดของอสงั หารมิ ทรัพย์น้ัน
(๓) ฝากประจำในธนาคารทไ่ี ดต้ ง้ั ขนึ้ โดยกฎหมายหรือทไ่ี ด้รบั อนญุ าตใหป้ ระกอบกิจการ
ในราชอาณาจกั ร
(๔) ลงทนุ อย่างอนื่ ซง่ึ ศาลอนญุ าตเปน็ พเิ ศษ
มาตรา ๑๕๙๘/๕ ถา้ ผอู้ ย่ใู นปกครองรูจ้ กั ผิดชอบและมอี ายไุ ม่ตา่ กวา่ สบิ ห้าปีบรบิ รู ณเ์ ม่ือ
ผูป้ กครองจะทำกจิ การใดที่สำคญั ให้ปรึกษาหารือผอู้ ย่ใู นปกครองกอ่ นเทา่ ทจ่ี ะทำได้
การที่ผู้อยใู่ นปกครองได้ยินยอมดว้ ยนน้ั หาคุม้ ผ้ปู กครองใหพ้ น้ จากความรบั ผดิ ไม่
มาตรา ๑๕๙๘/๖[๑๗๖] ความปกครองสน้ิ สดุ ลงเมอื่ ผู้อยใู่ นปกครองตายหรอื บรรลุนติ ภิ าวะ
มาตรา ๑๕๙๘/๗[๑๗๗] ความเป็นผู้ปกครองส้ินสดุ ลงเมอ่ื ผู้ปกครอง
(๑) ตาย
(๒) ลาออกโดยได้รับอนุญาตจากศาล
(๓) เปน็ คนไร้ความสามารถหรอื เสมือนไรค้ วามสามารถ
(๔) เปน็ บคุ คลล้มละลาย
(๕) ถกู ถอนโดยคำส่ังศาล
มาตรา ๑๕๙๘/๘[๑๗๘] ใหศ้ าลส่งั ถอนผู้ปกครองในกรณดี งั ตอ่ ไปน้ี
(๑) ผูป้ กครองละเลยไมก่ ระทำการตามหนา้ ท่ี
(๒) ผู้ปกครองประมาทเลินเล่ออยา่ งร้ายแรงในหนา้ ที่
(๓) ผู้ปกครองใชอ้ ำนาจหน้าทโ่ี ดยมิชอบ
(๔) ผู้ปกครองประพฤตมิ ิชอบซ่งึ ไม่สมควรแก่หน้าที่
(๕) ผ้ปู กครองหย่อนความสามารถในหนา้ ท่ีจนนา่ จะเปน็ อนั ตรายแกป่ ระโยชน์ของผอู้ ยใู่ น
ปกครอง
(๖) มกี รณีดงั บญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา ๑๕๘๗ (๓) (๔) หรือ (๕)
มาตรา ๑๕๙๘/๙ การร้องขอใหถ้ อนผปู้ กครองตามมาตรา ๑๕๙๘/๘ นน้ั ผ้อู ยใู่ นปกครอง
ซง่ึ มีอายไุ มต่ า่ กวา่ สิบหา้ ปีบริบูรณ์ หรือญาตขิ องผอู้ ยใู่ นปกครองหรอื อยั การจะเปน็ ผ้รู อ้ งขอ
ก็ได้
มาตรา ๑๕๙๘/๑๐ ในระหวา่ งพิจารณาคำรอ้ งขอให้ถอนผปู้ กครอง ศาลจะต้งั ผู้จัดการ
ช่วั คราวให้จดั การทรพั ย์สนิ ของผอู้ ย่ใู นปกครองแทนผู้ปกครองกไ็ ด้
มาตรา ๑๕๙๘/๑๑ ถา้ ความปกครองหรือความเปน็ ผูป้ กครองสนิ้ สุดลง ให้ผปู้ กครองหรือ
ทายาทรีบสง่ มอบทรัพยส์ นิ ท่ีจดั การแกผ่ อู้ ยใู่ นปกครอง หรอื ทายาทหรือผ้ปู กครองคน
ใหม่ และให้ทำบญั ชใี นการจัดการทรพั ยส์ นิ สง่ มอบภายในเวลาหกเดือน และถา้ มเี อกสาร
เกยี่ วกบั เรอื่ งจัดการทรพั ย์สินน้ันกใ็ หส้ ง่ มอบพร้อมกับบัญชี แตเ่ มื่อผปู้ กครองหรอื ทายาท
ร้องขอศาลจะสงั่ ให้ยืดเวลาก็ได้
ให้นำมาตรา ๑๕๘๐ และมาตรา ๑๕๘๑ มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
มาตรา ๑๕๙๘/๑๒ นบั แตว่ นั ส่งมอบบัญชี ใหเ้ ร่มิ คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงนิ ซึ่งผปู้ กครอง
หรือผอู้ ย่ใู นปกครองจะต้องคนื ให้แก่กนั
ถ้าผปู้ กครองใชเ้ งนิ ของผอู้ ยใู่ นปกครองนอกจากเพ่อื ประโยชนข์ องผอู้ ยใู่ นปกครองแลว้ ให้
เสยี ดอกเบย้ี ร้อยละสิบห้าตอ่ ปใี นจำนวนเงินนนั้ ตัง้ แตว่ นั ใชเ้ ป็นตน้ ไป
มาตรา ๑๕๙๘/๑๓ ผอู้ ยู่ในปกครองมบี ุริมสิทธเิ หนือทรพั ยส์ นิ ทง้ั หมดของผู้ปกครองเพ่อื
ชำระหนซ้ี ่ึงค้างอยแู่ กต่ น
บรุ มิ สิทธนิ ใี้ หอ้ ยู่ในลำดับทหี่ กถดั จากบรุ ิมสิทธิสามญั อยา่ งอน่ื ตามมาตรา ๒๕๓ แหง่
ประมวลกฎหมายน้ี
มาตรา ๑๕๙๘/๑๔ ผู้ปกครองไม่มสี ทิ ธไิ ด้รบั บำเหน็จ เว้นแตใ่ นกรณตี ่อไปน้ี
(๑) มีข้อกำหนดไวใ้ นพนิ ยั กรรมใหผ้ ปู้ กครองไดร้ ับบำเหนจ็ ในกรณีเช่นวา่ นี้ ให้
ผู้ปกครองได้รบั บำเหนจ็ เท่าที่กำหนดในพินัยกรรม
(๒) ในกรณที ี่พนิ ัยกรรมไม่ไดก้ ำหนดบำเหน็จไว้ แต่ไมม่ ขี อ้ กำหนดหา้ มผู้ปกครองรบั
บำเหนจ็ ผปู้ กครองจะรอ้ งขอตอ่ ศาลให้กำหนดบำเหนจ็ ในภายหลังกไ็ ด้ ศาลจะกำหนดให้
หรอื ไมเ่ พียงใดกไ็ ด้
(๓) ในกรณีทไี่ ม่มีคำสงั่ ตงั้ ผูป้ กครองไวใ้ นพนิ ยั กรรม และไมม่ ีขอ้ กำหนดห้ามผปู้ กครองรับ
บำเหน็จ ศาลจะกำหนดบำเหน็จให้แก่ผปู้ กครองในคำสงั่ ตัง้ ผู้ปกครองกไ็ ด้ หรือถ้าศาลมิได้
กำหนด ผปู้ กครองจะรอ้ งขอต่อศาลใหก้ ำหนดบำเหนจ็ ในภายหลังก็ได้ ศาลจะกำหนดให้
หรอื ไม่เพียงใดกไ็ ด้
ในการพจิ ารณากำหนดบำเหน็จ ใหศ้ าลพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ รายได้และฐานะความ
เปน็ อยูข่ องผู้ปกครองและผูอ้ ยใู่ นปกครอง
ถ้าผูป้ กครองหรือผอู้ ยใู่ นปกครองแสดงไดว้ า่ พฤตกิ ารณ์ รายได้หรอื ฐานะความเปน็ อยขู่ อง
ผู้ปกครองหรอื ผอู้ ยู่ในปกครองได้เปล่ยี นแปลงไปภายหลังทไ่ี ดเ้ ขา้ รบั หนา้ ทผี่ ้ปู กครอง ศาล
จะสั่งให้บำเหน็จ งด ลด เพ่มิ หรือกลับใหบ้ ำเหนจ็ แกผ่ ูป้ กครองอีกกไ็ ด้ แลว้ แต่
กรณี ทั้งน้ี ให้ใช้บังคบั แก่กรณที ่ีมขี ้อกำหนดหา้ มไวใ้ นพนิ ัยกรรมมิให้ผปู้ กครองได้รบั
บำเหน็จดว้ ย
มาตรา ๑๕๙๘/๑๕[๑๗๙] ในกรณที ศ่ี าลสั่งให้สามีหรือภรยิ าเปน็ คนไรค้ วามสามารถและภรยิ า
หรอื สามีเป็นผอู้ นบุ าล ใหน้ ำบทบญั ญตั วิ า่ ดว้ ยสิทธิและหนา้ ท่ขี องผใู้ ช้อำนาจปกครองมา
ใช้บงั คับโดยอนุโลม เวน้ แต่สิทธิตามมาตรา ๑๕๖๗ (๒) และ (๓)
มาตรา ๑๕๙๘/๑๖[๑๘๐] ค่สู มรสซง่ึ เปน็ ผอู้ นุบาลของค่สู มรสทีถ่ กู ศาลส่ังให้เป็นคนไร้
ความสามารถมีอำนาจจดั การสินสว่ นตวั ของคู่สมรสอกี ฝา่ ยหนงึ่ และมีอำนาจจดั การสนิ สมรส
แต่ผู้เดยี ว แต่การจัดการสนิ ส่วนตวั และสนิ สมรสตามกรณที ร่ี ะบุไว้ในมาตรา ๑๔๗๖ วรรค
หนง่ึ คสู่ มรสน้ันจะจดั การไม่ได้ เวน้ แตจ่ ะได้รับอนุญาตจากศาล