แสงสว่างของทางเลือกใหม่
ในการจัดการเรียนรู้
ค ำอธิบำยกระบวนกำรเรียนกำรสอนที่เน้นกำรไตร่ตรอง
ด้วยบันทึกประสบกำรณ์จริงของครูผู้สอน
พร้อมตัวอย่ำงแผนกำรสอนครบทุกกลุ่มสำระ
โดย
สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
แสงสว่างของทางเลือกใหม่
ในการจัดการเรียนรู้
ค ำอธิบำยกระบวนกำรเรียนกำรสอนที่เน้นกำรไตร่ตรอง
ด้วยบันทึกประสบกำรณ์จริงของครูผู้สอน
พร้อมตัวอย่ำงแผนกำรสอนครบทุกกลุ่มสำระ
โดย
สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
พิมพ์คร้งแรก เมษายน พ.ศ. 2559
ั
จานวน 2,000 เล่ม
จัดพิมพ์โดย สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
์
ี
ุ
พิมพ์ทโรงพิมพ์ เอส.พ การพิมพ บางขุนเทยน กรงเทพมหานคร
ี่
ี
โทร. 0 2453 6173, โทรสาร 0 2453 6174 ต่อ 121
คํานิยม
กาวสูมิติใหมที่กวางไกล
ู
่
็
ู
่
ี
้
ี
ี
้
ี
ในหองเรยนทครเปนผูควบคุมการสอนนั้น ไม่ว่าครจะมความรและความเชยวชาญ
้
ู
สักเพยงใด แต่กระบวนการเรียนการสอนของครอาจไม่พัฒนา ไม่มการปรบเปลยน นักเรยนขาด
ี
ู
ี
ั
ี
ี
่
ี
ี
่
ํ
้
ั
้
ํ
้
ู
ี
โอกาสทจะใชความคิดอย่างเต็มกาลัง แมในหองจะมแสงสว่างเพยงพอสาหรบครและนักเรยน
ี
ู
่
ี
ั
ื
้
ู
่
ี
ี
หากเปรยบเสมอนครสอนทอยูในทมด เพราะบางคร้งครอาจเจอคําถามท่ไม่สามารถตอบไดอย่าง
ี
ื
่
่
์
่
กระจ่างชัด หรอประสบกับสถานการณทไม่ไดคาดฝน รสึกว่าผูเรยนไม่ไดพัฒนาอย่างทคาดหวัง
ี
้
ู
้
ี
้
้
ั
ื
ี
ู
่
ิ
้
ี
้
ื
ี
ู
่
ี
้
ี
เกดความไม่มันใจในการสอน อาจรสึกโดดเดยวและปรารถนาจะมเพอน มผูรับรสิ่งทเกดขึ้นใน
ิ
่
่
ี
ห้องเรยน
็
กระบวนการเรยนการสอนทเนนการไตรตรอง ซึงเปนทางเลอกใหม่ของการจัดการเรยนร ้ ู
ื
ี
่
่
ี
้
่
ี
ี
ี
่
ี
ี
ื
ิ
ิ
่
ี
้
ของโรงเรยนคาทอลิกในประเทศไทยเป็นวธการทมประสิทธภาพ เนองจากโครงสรางของการเรยน
่
ื
ี
้
รอยูบนพ้นฐานของวธการทางวทยาศาสตรทผ่านการทดลองและการทดสอบ ประกอบดวย
้
ู
์
ิ
ี
่
ิ
ั
ื
ํ
้
้
ั
่
กระบวนการนาเสนอ การเพิมคุณค่าของเน้อหา การแบ่งปนประสบการณ การปลูกฝงใหผูสอน
์
ิ
็
์
่
่
ื
และผูเรยนมคุณธรรม จรยธรรม และเหนคุณค่าของความเปนมนุษย เหนอสิงอนใดทาใหคร ู
้
ี
ี
้
ื
็
ํ
ตระหนักถงความสาคัญของการไตรตรองในขณะทาการสอน (reflection in action) และการ
่
ํ
ํ
ึ
ไตรตรองการสอนทผ่านไป (reflection on action) รวมทั้งกระบวนทัศนวิธการสอนแบบของนักบุญ
ี
์
ี่
่
้
้
ิ
อกญาซีโอ ซึงมพ้นฐานอยูบนความเขาใจเกยวกับการใครครวญไตรตรองและถายทอดดวยความ
่
่
่
ื
ี
่
ี
่
่
รักความเมตตาซึ่งไม่เพยงแต่ทาใหบรรลุถงประสิทธผลและสัมฤทธผลทสามารถวัดและประเมินได ้
ี่
้
ี
ํ
ึ
ิ
ิ
ู
้
ิ
ั
ี
ั
่
่
ี
ี
ั
ุ
เท่านั้น ทว่ายังกอใหเกดการปรบปรง ปรบเปลยนการสอนของคร การเรยนของนักเรยน การปรบ
มุมมองและกระบวนทัศนของทั้งสองฝาย
่
์
่
ื
ิ
่
้
ขอโมทนาคุณพระเจาททาใหคุณครไดมโอกาสรวมกันวนจฉัยไตรตรอง เพอยกระดับ
้
ู
่
้
ํ
ี
ี
่
ิ
้
้
ื
้
่
ี
ํ
ี
่
ี
มาตรฐานการเรยนการสอนของเราและสารวจชวตของตนเอง เพอกาวสู่มิติกว้างไกลทเจิดจาดวย
ิ
“แสงสวางของทางเลอกใหมในการจดการเรยนรู” ขอขอบคุณสภาการศึกษาคาทอลิกแห่ง
่
ี
ื
่
ั
้
ประเทศไทย คุณพ่อเดชา อาภรณรตนและอาจารยสุมิตรา พงศธร ทีนําการไตรตรองมาสูชวิตของ
่
ั
ี
์
์
่
่
์
์
ครโรงเรียน ในเครอคณะภคินเซนตปอล เดอ ชารตร ขอขอบคุณ คุณพ่อเฉลิม กจมงคล อาจารย ์
ี
ิ
ื
ู
์
ิ
์
ั
์
์
์
อนุพันธ กจนิจชวะ และอาจารยพงษนรนทร รตนรงสิกุล ทเสยสละเวลาเปนวิทยากรในการสัมมนา
ี
ิ
ั
ี่
ี
็
ี่
ทผ่านไป
้
ขอพระเปนเจาโปรดประทานพระพรแห่งปรชาญาณแก่ทุกท่าน และขอพระเจาอวยพร
้
็
ี
เซอรวาเลนติน มุงหมาย
์
่
30 มีนาคม 2016
ก
เพื่อพัฒนามนุษยทั้งครบ
ื
่
ิ
้
์
่
้
ู
่
ิ
ิ
ั
ั
์
์
ี
พ่อไดรจักคุณอนุพันธ กจนจชวะ (โปง) และคุณพงษนรนทร รตนรงสิกุล (ใหญ) เมอห้า
่
ี
ั
ปก่อน หลังจากทพ่อไดรบมอบหมายใหดํารงตําแหน่งเลขาธการสภาการศึกษาคาทอลิกแห่ง
้
ี
ิ
้
ี
่
่
์
่
์
ประเทศไทย โปงและใหญอยูในทมงานอัตลักษณการศึกษาคาทอลิกนําโดยอาจารยสุมิตรา
์
ื
่
่
พงศธร ประธานฝายอัตลักษณฯ ซึ่งช่วยเหลอพ่อในการเดินสายจัดสัมมนาเชิงปฏบัติการเรือง “อัต
ิ
์
่
ลักษณการศึกษาคาทอลิก” เพือศึกษา ทบทวน ร้อฟ้น และรวมกันกาหนดแนวทางในการพัฒนา
่
ื
ื
ํ
โรงเรยนตามอัตลักษณการศึกษาคาทอลิก
ี
์
่
์
้
ี่
เมือทั้งสองไดเสนอโครงการผ่านทางอาจารยสุมิตราทจะจัดสัมมนาเชิงปฏบัติการใน
ิ
็
หัวขอ “เป้าหมายและกระบวนการเรียนการสอนทเนนการไตรตรอง” เปนโครงการขั้นที 2 ของ
่
ี
่
้
้
่
้
ื
้
่
้
ฝายอัตลักษณฯ เพอสนับสนุนพันธกจของโรงเรยนคาทอลิกเพอ “กาวไปขางหนาดวยอัตลักษณ ์
้
ี
ื
ิ
่
์
่
การศึกษาคาทอลิก” พ่อจึงไดอนุมัติ สนับสนุน และแวะไปเยยมเยยนใหกาลังใจแกผูเขารวม
้
้
่
้
ํ
่
้
่
ี
ี
ี
่
ั
่
สัมมนาไตรตรองฯ ทุกคร้งทมโอกาส
ี
่
์
็
พ่อรสึกยนดเปนอย่างย่งทีบันทึกประสบการณตลอดจนตัวอย่างแผนการสอนแบบ
้
ู
ี
ิ
ิ
่
่
้
ี
้
็
้
ู
ื
ไตรตรองของเหล่าคุณครผูรวมทางสายไตรตรองไดถูกถ่ายทอดและรอยเรยงจนพัฒนาเปนหนังสอ
่
็
“แสงสวางของทางเลอกใหมในการจดการเรยนรู” หนังสอน้เปนบันทึกประสบการณร่วมของ
ื
์
ี
ื
่
้
่
ี
ั
ื
้
้
ู
้
่
ํ
ี
คนนาทางและครูผูรวมทาง พ่อเหนว่าหนังสอน้สามารถเอ้อประโยชนใหกับครผูรวมทางในอก 3
์
่
็
ื
ี
้
ประการ ไดแก่
ประการแรก หนังสอน้เป็นบันทึกช่วยจาทครผูรวมทางสามารถยอนกลับมาทบทวน
้
่
ู
้
ี
ี
ื
ํ
่
ี
่
ํ
้
้
ี
วิธการในการนากระบวนการเรยนการสอนทเนนการไตรตรองไปปฏบัติ พรอมทั้งได้เห็นถงคุณค่าท ี ่
ึ
ิ
่
ี
ํ
์
่
้
้
ี่
ิ
ั
์
ู
ี่
ั
เกดขึ้นและคุณประโยชนทไดรบดวยประสบการณจรงของครทนากระบวนการไตรตรองไปปรบใช
ิ
้
์
่
ี
้
ื
ประการทสอง หนังสอนี้เปนเครองพิสูจนกับครูผูร่วมทางว่า กระบวนการไตร่ตรอง
็
่
ื
ิ
์
้
ี
ํ
ื
สามารถนาไปใชไดจรง ผ่านบันทึกประสบการณมากมายในหนังสอน้
้
ข
ี
ู
่
ประการสุดทาย หนังสอนี้เป็นเสมอนทุนประเดิมทครผูรวมเดินทางสายไตรตรอง
ื
่
้
่
้
ื
็
ิ
่
ื
็
้
สามารถนาไปพัฒนาต่อยอด โดยอาศัยกระบวนการ See-Judge-Act เพอใหเกดเปนมรรคเปนผล
ํ
็
ี
กับการพัฒนานักเรยนของตน เพือพัฒนาพวกเขาเปนมนุษยทั้งครบจนเต็มตามศักยภาพทพระเปน
ี
่
่
์
็
้
้
เจาประทานให
ิ
้
็
่
ี
่
ื
พ่อเชอว่า หนังสือเล่มน้จะเปนการจุดประกาย เรมตนในการพัฒนาวงการการศึกษาไทย
ิ
ี
ึ้
่
่
ื
้
ิ
โดยเรมจากโรงเรยนคาทอลิกของเรา “จงเปล่ยนแปลงตนเองโดยการฟนฟูความคดขนใหม เพ่อจะ
ี
ื
ิ
็
ี
ิ
่
ิ
ได้รู้จักวนจฉัยวาสงใดเปนพระประสงคของพระเจา สงใดด และสงใดเปนท่พอพระทัยอันสมบูรณ์
่
ิ
ี
็
์
่
่
ิ
้
์
้
พรอมของพระองค” (โรม 12:2)
ั
้
ํ
ขอพระเปนเจาอานวยพระพรแกผูนาทางและผูรวมทางทุกท่านครบ
็
่
้
่
้
ํ
บาทหลวงเดชา อาภรณรัตน์
์
เลขาธการสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
ิ
1 เมษายน 2016
ค
เปาหมาย กระบวนการ และการไตรตรอง
ี
์
ุ
“การศึกษาคาทอลกมจดหมายทจะหลอหลอมนกเรยนใหเปนมนษยทสมบูรณใน
่
้
ี
็
์
่
ี
่
ั
ี
ิ
ุ
ื
่
่
ุ
ุ
ั
่
ทกมิติ... รางกาย... สติปญญา... จิตใจ และจิตวิญญาณ บนพ้นฐานความเชอ... วามนษย ์
ื
่
ั
้
้
เกิดมาพรอมกบความสามารถดานตางๆ ทีพระเจาประทานใหมอยูในตน...”
้
้
่
ี
่
็
ี
ู
ในฐานะทฉันเปนบราเดอรลาซาล... เปนคร... ทต้องดูแลคณะครและนักเรยนมากมาย...
ี
่
ี
่
็
์
ู
็
็
์
่
์
ฉันมีทานนกบญ ยอหน แบพติสท เดอ ลาซาล เปนองคอุปถัมภ เปนแบบอย่างของครทัวไป...
ู
ุ
่
์
์
ั
ั
้
ฉันจะทาอย่างไรใหคุณครและเด็กนักเรยนของฉันมคุณภาพ เพราะปรชญาของโรงเรยนฉันคอ
ู
ื
ํ
ี
ี
ี
ื่
ี่
“คณภาพของโรงเรยน ขึ้นอยูกบคณภาพของครูและนกเรยนเปนสําคญ” แต่เปนเรองทยาก
็
ุ
ี
็
ั
่
ุ
ั
ี
ั
ํ
ื
ํ
เหลอเกนทจะบอกคุณครของฉันว่า ควรจะสอนอย่างไร... ใหประสบความสาเรจ... และจะทา
็
ู
้
ิ
ี
่
ู
อย่างไรใหคุณครของฉันปรบเปลยนวิธการสอน เพอใหเกดประโยชนสูงสุด และใหคุณครสามารถ
ั
ี
ู
้
่
่
์
้
ี
ื
้
ิ
ํ
ี
ี
่
นาวิธการสอนไปหล่อหลอมนักเรยนจนบรรลุตามจุดมุงหมายของการศึกษาคาทอลิกได้
็
้
่
้
ี
้
และแลวสิ่งทช่วยใหฉันไดพบกับคําตอบกคือ “เปาหมายและกระบวนการ การเรียน
้
การสอนทเนนการไตรตรอง ในการจดการศึกษาคาทอลก” ฉันใหคุณครของฉัน 40 กว่าคน
้
ู
่
ั
้
่
ิ
ี
ี
ิ
ื่
่
ี่
้
ี
จาก 3 โรงเรยน เขารวมสัมมนาเชิงปฏบัติการเรองน้ ระหว่างวันท 6-9 มีนาคม 2014 ณ เดอะ ธารา
ํ
ู
็
ี
่
้
่
็
่
ี
รีสอร์ท พัทยา ชลบุรี ซึงเปนช่วงทยากลาบากใจทสุด เพราะคุณครเพิ่งสอบเสรจ ตองการจะ
้
็
้
่
ี
ํ
ตรวจขอสอบ และทาคะแนนปลายภาค อย่างไรกตาม ดวยความสามารถของวทยากร ทีมทักษะ
ิ
ื
กระบวนการจัดกจกรรมทน่าสนใจ ทดูเหมอนจะง่ายๆ แต่คุณครตองรวมมอกัน ช่วยกันคิด ช่วยกัน
ี่
้
ู
่
ิ
ี่
ื
่
้
ี
์
ปรบ ช่วยกันเปลยน เพอจะไดประสบการณ See Judge และ Act…คุณครทุกคนไดมโอกาส
ั
้
่
ู
ี
ื
ทบทวนชวต และใชเวลาในการไตรตรอง จึงทาใหช่วงเวลาสัมมนาทดูยาวนาน กลายเปนช่วงเวลา
่
ี
่
ํ
ี
ิ
็
้
้
ู
ี
้
ี
ี
ู
้
้
ู
้
ี
เพยงสั้นๆ ไปได คุณครของฉันตองเรยนรในการจัดกระบวนการเรยนร... ตั้งแต่ช้แจงภาพรวม Big
่
ู
้
ี
ี
ี
Picture วิธสอน การใชสอ การจัดหองเรยน การจัดกจกรรมการเรยนร วิธการวัดและประเมินผล ซึง
้
่
้
ี
ิ
ื
ั
้
้
จะเหนไดจาก จะตองมการปรบแผนการสอนใหสอดคลอง...บางคนปรบเพียงเล็กนอย ในขณะท ่ ี
้
ั
ี
็
้
้
ื
ํ
้
้
ื
ั
ั
ี
ู
้
่
ี
่
หลายๆ คนตองปรบแลว ปรบอก จนรสึกทอ...สุดท้าย เมอมการช่วยเหลอแนะนา...ซึงกันและกัน...
้
้
ทุกๆ คนกพบความสุข และประสบความสาเรจ โดยถวนหนากัน แต่มันเปนแค่จุดเล็กๆ...ฉันมันใจ
็
้
็
่
ํ
็
้
ํ
้
้
้
่
ว่า แผนการสอนทปรบพัฒนาแลวจะนาไปใชสอนไดจริง จนเด็กๆ ในโรงเรยนของฉันไดถูกหล่อ
ั
ี
ี
้
ู
็
ี
หลอมทุกมิติ เกิดการเรยนรแบบผสมผสานหลายๆ ดาน คุณครจะตองรจักเด็กๆ เปนรายบุคคล ม ี
ู
้
้
้
ู
การวัดผลทเหมาะสมอย่างหลากหลาย ปลูกฝงความเชอทางศาสนา ส่งเสรมคุณธรรมและ
่
ี
่
ั
ิ
ื
จรยธรรม และยอมรบในความแตกต่างของแต่ละบุคคลอกดวย
ิ
ั
ี
้
ง
่
ี
ขอขอบคุณ คณพอเดชา อาภรณรตน นายกสมาคมสภาการศึกษาคาทอลก ทอนุมัติ
์
ิ
ั
่
์
ุ
ี
้
ใหจัดโครงการน้ ขอบคุณ อาจารยสมิตรา พงศธร ประธานฝายอตลกษณการศึกษาคาทอลก
์
่
ั
ั
์
ุ
ิ
่
ู
ิ
้
ี
่
่
่
ี
ี
่
ั
ี
่
้
ทผลักดันให้เกดโครงการทีดและสรรหาวิทยากรทยอดเยยมมาแบ่งปนใหแกคณะคร ซึ่งไดแก คุณ
ู
ิ
็
่
อนพนธ กิจนจชวะ และคณพงษนรนทร รตนรงสกล ซึงเปนวทยากรอบรมคณะครตลอดมา 3
ุ
ั
์
ั
ิ
์
ิ
ุ
ี
ั
ิ
์
ุ
่
้
่
ปี รนแลว รนเล่า เปนเวลาประมาณ 30 กว่ารนแล้ว ดวยความหวังว่าจะมผูรวมเดินทางมากขึ้น...
ุ
ุ่
ุ
่
ี
้
้
็
ี
่
ี่
่
้
ํ
้
ี่
และจะมคุณครทนากระบวนการเรยนการสอนทเนนการไตรตรองไปใชโดยทั่วหนา...ซึงตั้งแต่ฉันอยู ่
ี
ู
้
็
ี
ู
ิ
ในสภาการศึกษาคาทอลิกฯ ไม่เคยเหนว่าจะมการอบรมเรองใดทจะมผูบรหารและคณะครให ้
่
ี
้
ื
ี
่
ความสนใจและจองคิวต่อเนองมากมายขนาดน้...
ื
ี
่
ู
้
ุ
่
ู
ื
่
้
ิ
ี
้
ี
ู
้
ฉันคงตองหาโอกาส ส่งคุณครของฉันรนใหม่มาเรยนร เพอจะไดรจัก “ไตรตรอง” ในชวต
่
ี
ั
ํ
่
้
้
์
่
ํ
ู
ของครเอง เพอนาไปใชหล่อหลอมใหแกลูกศิษยทั้งหลาย ให้มคุณภาพมากขึ้น สาหรบท่านทสนใจ
่
ื
ี
และติดตาม “เปาหมาย กระบวนการ และการไตรตรอง ในการจดการศึกษาคาทอลก”
่
ิ
ั
้
้
้
ิ
้
้
ี่
ู
ขอใหลองเปดอ่านหนาต่อๆ ไป จนจบเล่มนะครับ...แลวท่านจะรสึกทึ่งเหมอนทฉันรสึกมากอน...
ื
ู
่
้
ขอขอบพระคุณจากใจจรง
ิ
้
ขอพระเจาอวยพระพรแด่ทุกท่าน
ี
ิ
(ภราดาประภาส ศรเจรญ)
ี
ั
ผูรบใบอนุญาตโรงเรยนลาซาลโชติรวนครสวรรค ์
้
ี
20 มีนาคม 2016
จ
ยินดีเมื่อเก็บเกี่ยว
ี
่
็
ํ
่
ี
้
่
้
ื
“ผูทหว่านดวยน้าตา ย่อมโห่ร้องยินดีเมอเกบเกยว”(สดด.126:5) ขอรวมโมทนาคุณพระ
่
ํ
้
ั
เจาสาหรบความพยายามของสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทยส่งเสรมแสวงหาวิถของการ
ิ
ี
ี
ั
้
จัดกระบวนการเรยนการสอนสาหรบโรงเรยนคาทอลิกในประเทศไทย โดยใชวธการสอน
ํ
ี
ี
ิ
้
ี่
ื
ี
“กระบวนการเรยนการสอนทเนนการไตรตรอง” ส่วนหนึงของผลความพากเพยรคอ “แสงสว่างของ
่
ี
่
ี
ู
้
ื
ทางเลอกใหม่ในการจัดการเรยนร”
“แสงสว่างของทางเลอกใหม่ในการจัดการเรยนร” เปนบันทึกประสบการณ์ของ
็
ี
ื
ู
้
กระบวนการจัดการเรยนการสอนทสะทอนถึงการเปลยนแปลงทั้งชวิตของครและชวตของนักเรยน
ิ
ี
ี
ี
ี
่
่
ี
้
ี
ู
็
สูความเปนมนุษยทสมบูรณตามเป้าหมายของการศึกษา เปนบันทึกประสบการณเรยบง่าย
์
่
ี
ี
่
็
์
์
์
็
็
ี
ี่
สะทอนถึงความสมหวังและความสุขในการจัดการเรยนการสอน เปนบันทึกประสบการณทเปนแรง
้
บันดาลใจสาหรบการทุมเทการจัดการเรยนการสอน จึงเปนบันทึกประสบการณทรงคุณค่ายิ่ง
็
่
ี
์
ั
ํ
“แสงสว่างของทางเลอกใหม่ในการจัดการเรยนร” เปนบันทึกประสบการณทสอว่าการ
์
่
้
็
ู
ื
่
ี
ี
ื
ี
้
ี
่
จัดการเรยนการสอนเนนการไตรตรองนาไปสู่การบรรลุเป้าหมายของการจัดการเรยนการสอนตาม
ํ
้
ี
์
่
ี
้
ิ
็
ิ
หลักสูตรกระทรวงศึกษาธการ และเป้าหมายของการศึกษาทแทจรง ครูผูมอุดมการณการเปนครู
ี
ู
้
ี
ิ
ี
ิ
ู
ทุกคนสามารถสรางประสบการณทรงคุณค่าของชวตคร และความมชวตชวาของการเป็นครด้วย
์
ี
กระบวนการเรยนการสอนเนนการไตรตรอง
ี
้
่
ิ
ี
ุ
โรงเรียนดรณาราชบุร ขอบคุณสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทยทส่งเสรมให ้
่
ี
โรงเรยนดรณาราชบุรใชกระบวนการเรยนรทเนนการไตรตรอง พรอมการติดตามดูแลอย่างใกลชิด
้
ี
้
ุ
ี
ู
่
่
้
ี
้
้
ี
่
ู
จนกระทังครดรณาราชบุรใชเปนวธการจัดการเรยนรของโรงเรยน สนองต่อปณธานการกอตั้ง
ิ
ิ
ี
ี
็
้
ี
ี
ุ
้
่
ู
้
โรงเรยนดรณาราชบุร “ภายใตรมเงาของหออันสูงเด่นน้ เด็กๆ ราชบุรจะพบแต่ความรในระดับสูง
ู
้
่
ุ
ี
ี
ี
ี
ู
ี
้
้
ี
้
ี
้
ศีลธรรมในระดับเด่น” และครูยังพรอมเรยนรทจะกาวหนาต่อไปในกระบวนการจัดการเรยนการ
่
สอนทีเนนการไตรตรอง
่
่
้
ฉ
่
ี
้
“ผูทหว่านดวยน้าตา ย่อมโห่รองยินดีเม่อเก็บเกยว” (สดด.126:5) ขอรวมโมทนาคุณพระ
่
้
ํ
้
ี
ื
่
ู
ื
์
สาหรบประสบการณดของครในหนังสอ “แสงสว่างของทางเลอกใหม่ในการจัดการเรยนร” ขอพร
ู
ี
้
ํ
ื
ั
ี
ี
ี
ี
่
่
พระสําหรับครทพากเพยรในการเปลยนแปลงการจัดการเรยนการสอนสู “กระบวนการเรยนการ
่
ู
ี
ี
ู
้
ี
ี
สอนทีเนนการไตรตรอง” และขอบคุณในความพยายามของผูส่งเสรมกระบวนการเรยนรท่เนนการ
ิ
้
้
่
่
้
ไตรตรองและคณะผูจัดทาหนังสอเล่มน้ ี
ํ
ื
่
้
บาทหลวงสุรนทร จารยอุปการะ
์
์
ิ
ผูอานวยการโรงเรยนดรณาราชบุร ี
ํ
้
ุ
ี
1 เมษายน 2016
ช
ควรอาน...ยิงตองอาน
่
่
ี
ี
ี
กระบวนการเรยนการสอนตามแนวหลักสูตรใหม่ ป 2521 มุงพัฒนาใหนักเรยนเปนคนยุค
็
้
ี
ใหม่ท “คิดเป็น ทาเป็น แกเป็น” โดยวางแนวทางทมุงใหนักเรยนมยุทธศาสตรในการคิด ยึด
ํ
ี
่
ี
่
์
ี
้
่
้
ั
็
ิ
ขอเทจจรง มทักษะทางเชาวปญญา ทักษะการเคลอนไหว และเจตคติ ทุกคนใหการตอบรบ
์
ื
่
ี
้
ั
้
ี
ิ
ี
ี
็
้
ี
้
กระบวนการดังกล่าวดวยความปติยินด และเต็มไปดวยความหวัง บัดน้เปนเวลา 38 ป มาแลวทม ี
่
้
ความพยายามเสนอกระบวนการเรยนการสอนในลักษณะต่างๆ เพอใหหลักสูตรดังกล่าวเกด
ิ
ี
้
่
ื
ผลสัมฤทธ์ แต่ดูเหมอนทุกคนยังคงอยูบนเสนทางน้ ทค่อนขางมดสลัว
่
ื
ื
ี
ิ
ี่
้
้
ี
บัดน้ สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทยไดนาเสนอกระบวนการเรยนการสอน ทเนน
ี
้
ํ
้
่
ี
้
ํ
ู
้
ี
ิ
ี
่
ิ
ี
การไตรตรอง ซึ่งมโรงเรยนต่าง ๆ จัดใหคุณครไดผ่านกระบวนการดังกล่าวน้ และนาไปปฏบัติจรง
ี
้
้
้
่
ี
พรอมทั้งไดบันทึกแบ่งปนประสบการณ์การเรยนการสอนดังกล่าวทเปนไปไดและเกดผล ซึ่งไดรบ
้
็
ั
ิ
ั
็
้
ิ
์
ี
้
์
่
ี
ิ
ื
การรวบรวมอยู่ในหนังสอเล่มน้ เปนประสบการณเชิงประจักษทอ่านแลวจะตองเกดรอยย้มปรากฏ
อยูบนใบหนา พรอมทั้งกล่าวว่า “ใช่เลย”
้
่
้
สาหรบคุณครทเคยผ่านการอบรมและใชกระบวนการดังกล่าวมาแลว “ควรอ่าน” อย่างยิ่ง
ํ
้
ั
ู
้
่
ี
็
์
่
ี
้
เพราะจะไดรบทราบประสบการณทหลากหลาย ซึงเปนจรงจากเหนอจรดใต จากตะวันออกจรด
ื
ิ
ั
่
้
ํ
ํ
ตะวันตก ส่วนคุณครทยังไม่เคยผ่านการอบรมและไม่เคยนาไปใช “ยงตองอ่าน” เพราะจะไดทาให ้
้
้
้
ู
ิ่
่
ี
่
ี
ี
ี
ิ
่
มันใจว่า กระบวนการเรยนการสอนดังกล่าวไม่ยากแบบทคิด และเกดผลแบบคาดไม่ถงทเดยว
ึ
ี
ี
่
่
้
ั
ื
ี
หนังสอเล่มน้จึงเปนคลังประสบการณทมคุณค่ามาก สาหรบผูทอยูในวงการศึกษา เพราะ
ี
ี
็
่
์
ํ
่
ี
้
่
ี
ทําใหเห็นภาพชัดว่า การเรยนการสอนทเนนการไตรตรอง เปนการพัฒนาศักดิ์ศรของนักเรยนแบบ
ี
้
็
ี
บูรณาการอย่างแทจรง เพราะทั้ง HEAD (หัว หรอ เกศ) HEART (หัวใจ หรอ กมล) และ HAND
ิ
้
ื
ื
ั
ู
์
ื
(หัตถ หรอ กร) ไดรบการพัฒนาครบวงจร และเต็มรปแบบ
้
ิ
้
ขอพระเยซูครสต์เจา ผูทรงกลับคืนพระชนมชพ ซึงไดชนะความตายและความมด นาชวิต
่
้
ี
ี
ื
้
ํ
ื
และความสว่างมาใหแก่มวลมนุษย บันดาลใหหนังสอเล่มน้เปน “แสงสว่างของทางเลอกใหม่ใน
้
ี
ื
้
็
์
้
ี
ี
การจัดการเรยนร” ตลอดไป สุขสันต์วันพระครสตกลับคืนพระชนมชพแกทุกท่าน
่
์
ิ
ู
้
ื
ดวยความศรทธาและเชอมัน
ั
่
่
ิ
(บาทหลวงเฉลิม กจมงคล)
ั
ี
สมโภชปสกา 27 มนาคม 2016
ซ
หองเรียนที่ไมมีมุมมืด
โรงเรยนสตรมารดาพิทักษ จันทบุร ไดเขารวม “สมมนาเชิงปฏบติการ เปาหมายและ
ี
ี
ี
์
้
่
้
ั
้
ิ
ั
กระบวนการเรยนการสอนทเนนการไตรตรอง” ของสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
ี
่
ี
่
้
ํ
ู
ู
ุ
ู
ํ
่
โดยอบรมครแกนนา 2 รนๆละ 40 คน รวมครแกนนา 80 คน และครทุกคนไดรบการอบรมทุกคน
้
ั
ี
่
็
ี
ู
โดยครแกนนาเปนพเล้ยง ครทุกคนไดนากระบวนการสอนมาใชจรง
ิ
ํ
ู
้
ํ
้
ี
่
่
ู
ํ
้
การทาแผนการสอนทเนนการไตรตรองมาใชในการสอน ทาใหครสอนแลวนักเรยนเขาใจ
้
้
ํ
้
้
ี
้
ี
บทเรยนง่ายขึ้น ครติดตามและประเมินผลนักเรยนไดง่ายขึ้น การนากระบวนการ See Judge Act
ี
ู
ํ
็
้
็
ี
มาใชในการสอน ช่วยใหนักเรยนไดมองเหนภาพรวม เกดจินตนาการ และคิดวเคราะหเปน มีเหตุมี
ิ
ิ
์
้
้
ั
ผลตามหลักปรชญาของเศรษฐกจพอเพยง
ิ
ี
การใชเทคนิคการตั้งคําถามแบบ R-C-A (Reflect, Connect, Apply) ช่วยใหนักเรยนได ้
ี
้
้
หยุดคิดทบทวนบทเรยน นักเรยนทเรยนไม่ทันเพอนยังมโอกาสไดยนเพอนและคุณครโตตอบกัน
ี
ี
้
่
ื
ี
่
ี
ู
้
ิ
ี
ื
่
ั
ี่
้
้
้
้
ํ
ื
ี
ํ
ี
ี
ั
ี
ทบทวนบทเรยนอกคร้ง ทาใหนักเรยนทชาไม่ถูกทิ้งไวขางหลัง หองเรยนไม่มมุมมดสาหรบเขา
ี
้
ื่
ี
่
ื
ดิฉันเชอว่าหนังสอ “แสงสวางของทางเลอกใหมในการจดการเรยนรู” เปนหนังสอทด ี
ื
็
้
ี
่
ั
่
ื
่
ู
้
ี
ํ
ื
ี
่
ี
ี
ิ
ี
ู
ี
มคุณค่าสาหรับคร เป็นหนังสือท่มชวตท่สัมผัสไดเพราะมเรองเล่าของครทนาไปใชแลวเกดผลด ี
ิ
ํ
ี
้
้
ื
้
ี
ู
็
หนังสอเล่มน้จะเปนแสงสว่างใหครไดเดินตามในการเตรยมการสอน ครทอาจจะลมบางขั้นตอนไป
ี
ื
่
ี
้
ู
ี
ั
็
้
สามารถมาอ่านทบทวนได นักเรยนจะไดรบผลบุญน้อย่างมหาศาลอันจะเปนประโยชนและมผลด ี
ี
้
์
ี
ต่อการศึกษาไทย
ํ
้
้
ี
่
่
ิ
ี
ํ
่
ขอขอบคุณผูนาทางทย่งใหญของเราทุกท่าน ขอบคุณทุกท่านททาใหกระบวนการเรยน
ี
ี
์
์
การสอนทเนนการไตรตรองเกดขึ้นและเปนประโยชนแกครและนักเรยนของเรา ขอพระแม่มารยทรง
ู
่
็
้
ี่
ิ
่
ี
อวยพรท่านตลอดไป
้
ซิสเตอรลายงค อุนวุน
้
ํ
์
์
ผูอานวยการโรงเรยนสตรมารดาพิทักษ์
้
ี
ี
ํ
1 เมษายน 2016
ฌ
Big Picture
Big Picture ของการเปนครในโรงเรยนคาทอลิก ในมุมมองหนึ่ง คือ
็
ี
ู
Interest ครูเป็นผู้จัดการเรียนการสอน ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหาสาระอย่าง
ื
้
ื
น่าสนใจ มความหมายต่อชวตและสรางความสนุกสนานกระตอรอรนในการเรยนรสาระความร ้ ู
้
ี
ี
้
ิ
ี
ู
นั้นๆ
Need ครูตระหนักถึงความจําเป็นทีจะพัฒนาวิธีการของตนเองอยู่เสมอเพื่อให้นักเรียนได้
่
ี
รและตระหนักในในกระบวนการเรยนรของตน ทั้งน้เพอใหนักเรยนมความใฝรใฝ่เรยนมทักษะ และ
ู
้
้
่
ู
ี
ี
ี
ื
ี
่
ี
้
ู
้
ี
ี
สมรรถนะตามการเรยกรองของชวิตในโลกสมัยใหม่
้
็
Time ไม่ว่าจะเปนในช่วงเวลา 1 คาบเรียน 1 หน่วยการเรียน 1 ภาคเรียน หรือ 1 ปี
่
ํ
ิ
ื
้
การศึกษา ครใหความสาคัญกับปรมาณเวลา เพอทครูจะวางแผนล่วงหนาอย่างดีจนอาจทําใหการ
้
้
ี
ู
่
เรยนการสอนของครเปลยนทัศนคติ และชวิตนักเรยนได ้
ี
ี
ี
ี่
ู
่
Range แต่ละปีการศึกษาครูมองว่าเป็นโอกาสใหม่ทีจะกําหนดดูตนเองว่าในช่วงและ
ี
่
ํ
้
ื
ํ
ี
่
ี
ํ
้
่
ขั้นตอนของเสนทางการเรยนรของนักเรยนทีฉันไดรับโอกาสน้เพอทจะกาหนดลาดับความสาคัญ
้
ู
ี
ํ
่
ู
ื
้
้
่
ี
ื
่
่
ของเน้อหาทน่าจะอยูในช่วงน้ เลอกอย่างเหมาะสมดวยการทางานรวมกับครในชั้นกอนหนา และ
ี
ชั้นต่อไป เพอประโยชนของนักเรยน
ี
ื่
์
่
่
Objectives ครูบอกกับตัวเองว่า “ฉันจะเต็มทีกับการดําเนินการต่างๆ ทีจะทําให้นักเรียน
ู
ี
ั
้
มความสุขกับการเรยนร ตระหนักว่าฉัน care และนักเรยนรกและเห็นความสาคัญในวิชาของฉัน
ี
ี
ํ
และเกิดทักษะการแสวงหาความรทฉันช่วยกระตุนใหแกเขา”
้
ู
้
่
่
ี
้
็
ั
ื
ี่
่
ี
หนังสอทเปน Reflection หรือ การแบ่งปนประสบการณของคุณครหลายๆ ท่านทน่าจะ
ู
์
์
้
เกิดจาก Big Picture เช่นนี้ เชิญชวนคุณครโรงเรยนคาทอลิกใหรวมสรางอัตลักษณการศึกษา
้
่
ู
ี
ื่
ี่
ื
ํ
้
่
้
็
คาทอลิกดวยความตระหนักในความสาคัญของตนเองในการเปนฟนเฟองเล็กๆ ทเมอรวมกันแลว
ั
ี
เปนแม่แรงททรงพลังทจะสรางคุณภาพการจัดการเรยนการสอนใหโรงเรยนคาทอลิกอันจะนาศิษย ์
ํ
้
้
่
็
ี
่
ี
ี
โรงเรยนคาทอลิกทุกคนสูความจรง ความดและความงาม
ี
ี
่
ิ
ญ
ี
ิ
์
่
์
ิ
์
ขอขอบพระคุณ คุณอนุพันธ กจนิจชวะ และคุณพงษนรนทร รัตนรังสิกุล ทีทุ่มเทความ
เพียรพยายามใหเกดสิ่งดๆ ในการศึกษาคาทอลิกในประเทศไทยเช่นน้ ี
้
ี
ิ
ุ
์
อาจารยสมิตรา พงศธร
ประธานฝายอัตลักษณการศึกษาคาทอลิก
์
่
สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
4 มีนาคม 2016
ฎ
ค ำน ำ
์
ื
หนังสอทท่านอ่านอยูน้ ไม่ใช่ต าราทางวิชาการ แต่เปนบันทึกประสบการณของคนนาทางผู ้
็
ี
ี่
่
็
้
ู
้
ี
ู
่
ื่
ี่
้
้
ี
ู
ซึ่งไดนาพาเพอนรวมทางทเปนคุณครในโรงเรยนคาทอลิกใหไดรจักกระบวนการเรยนรทเนนการ
้
ี่
้
่
ื่
ื
็
ไตรตรอง โดยผ่านการสัมมนาเปนเวลา 4 วัน 3 คน ชอ “สมมนาเชิงปฏิบติการ เปาหมายและ
ั
ั
้
่
ี
่
้
กระบวนการเรยนการสอนทีเนนการไตรตรอง” ของสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
้
้
ิ
ี
่
ู
หลังจากไดนากระบวนการสอนแบบไตรตรองไปใชจรงในโรงเรยน คุณครมากกว่า 200 ท่านได ้
กลับมาเขยนบันทึกประสบการณและอธบายถึงวิธการนาไปปรบใชและเปลยนแปลงวิธการจัดการ
ี
ิ
ั
์
้
ี
ี
ี่
ื
ั
ิ
์
ี่
้
ี
ี่
เรยนการสอนของตนเอง รวมทั้งไดช้ถึงคุณประโยชนทไดรบหรอคุณค่าทเกดขึ้นแก่นักเรยนและตัว
ี
้
ี
ิ
ี่
ู
ี
คร และการเปลยนแปลงทเกดขึ้นกับตัวนักเรยนและคร
ู
ี่
หนังสอเล่มน้เปนบันทึกประสบการณของคนนาทางและคุณครผูนากระบวนการน้ไปใช ้
ี
์
้
ื
ู
็
ี
ื
์
มากกว่า 60 ท่าน โดยคัดเลอกจากบันทึกประสบการณมากกว่า 200 ฉบับ บันทึกทถูกคัดสรรมาได ้
ี่
ื่
็
ี
ถูกนามารอยเรยงและขัดเกลาเปนเรองราวโดยใชระเบียบวิธการวิจัยเชิงคุณภาพ เพออธบาย
้
ิ
ี
้
ื่
ี
้
ี
่
้
ี่
็
วิธการใชและเปนตัวอย่างของการจัดการเรยนการสอนทเนนการไตรตรอง ในขั้นตอนทั้งหมด 6 ขั้น
พรอมทั้ง ไดรบรวมตัวอย่างแผนการสอนแบบไต่รตรองจานวน 131 แผนครอบคลุมทุกกลุ่มสาระ
้
้
ั
ื
ี่
ี
วิชา ดังนั้น แมว่าหนังสอเล่มน้ไม่ใช่หนังสอทเขยนเปนวิชาการทางการศึกษา แต่มคุณค่าทาง
็
ี
ี
ื
้
ุ
้
ี่
ี
่
ั
้
ิ
ิ
วิชาการอันเกดจากการนาไปปรบใชจรงแอบแฝงอยูอย่างเพียงพอทจะสรปไดว่า กระบวนการเรยน
็
็
ื่
การสอนทเนนการไตรตรอง เปน “แสงสวางของทางเลอกใหมในการจดการเรยนรู” อันเปนชอ
ี่
่
้
้
่
่
ี
ื
ั
์
ื่
ี
ของหนังสอเล่มน้ ซึ่งตั้งขึ้นตามชอของบันทึกประสบการณของคุณครท่านหนึ่งผูซึ่งแสดงความ
ื
้
ู
ี
ื่
ี
เชอมั่นว่า กระบวนการน้เปนทางเลอกใหม่ในการจัดการเรยนรของโรงเรยนคาทอลิก ซึ่งอาจรวมถึง
ื
ี
้
็
ู
ระบบการศึกษาไทย
ื
์
็
ี่
หนังสอเล่มน้เปนบันทึกประสบการณ จึงเต็มไปดวยสรรพนามบุคคลท 1 “ผม” และ “ฉัน”
้
ี
ื่
่
้
์
ู
ซึ่งแทนพวกเรา คนนาทางและคุณครเพอนรวมทางผูซึ่งเห็นคุณค่าและประโยชนจากการจัดการ
ี
็
ี
เรยนการสอนแบบไตรตรองดวยประสบการณของตัวเองและกาลังใชกระบวนการน้เปนแสงสว่าง
่
้
์
้
ื่
นาทางในการจัดการเรยนการสอน เพอนักเรยนผูเปนทรกของเรา บนเสนทางสายใหม่ของชวิตการ
ั
้
็
ี
ี
ี่
ี
้
ู
ี่
ี
่
เปนครทเรยกว่า เสนทางสายไตรตรอง
้
็
ฏ
้
ี่
์
ั
่
พวกเราทกาลังเดินทางบนเสนทางสายไตรตรองขอแบ่งปนประสบการณในการเดินบน
ื่
ี
์
้
้
ื่
เสนทางสายน้ ดวยความหวังว่า ประสบการณเหล่าน้จะเปนแรงบันดาลใจใหเพอนครท่านอนๆ เขา
็
ู
ี
้
้
่
้
ู
ี่
มาเดินทางบนเสนทางสายไตรตรองรวมกับเรา และเปนกาลังใจใหคุณครทกาลังรวมเดินทางทจะ
่
่
็
้
ี่
ี
ื
ยนหยัดมั่นคงในการเดินทางบนเสนสายน้ตลอดไป
้
คนนาทาง
3 กุมภาพันธ 2016
์
ฐ
ค ำนิยม
่
ุ
์
ก้ำวสู่มิติใหม่ที่กว้ำงไกล เซอรวาเลนติน มงหมาย ก
ั
์
์
เพื่อพัฒนำมนุษย์ทั้งครบ บาทหลวงเดชา อาภรณรตน ข
ี
ิ
เป้ำหมำย กระบวนกำร และกำรไตร่ตรอง ภราดาประภาส ศรเจรญ ง
ุ
์
ุ
ิ
์
ยินดีเมื่อเก็บเกี่ยว บาทหลวงสรนทร จารยอปการะ ฉ
ควรอ่ำน...ยิ่งต้องอ่ำน บาทหลวงเฉลิม กิจมงคล ซ
้
ุ
้
์
์
ุ
ห้องเรียนที่ไม่มีมุมมืด ซิสเตอรล ายงค อนวน ฌ
์
ุ
Big Picture อาจารยสมิตรา พงศธร ญ
ค ำน ำ
สำรบัญ
ส่วนที่ 1 แสงสว่ำงของทำงเลือกใหม่ในกำรจัดกำรเรียนรู้
บทน า กวาจะเปนเสนทางสายไตรตรอง 1
็
่
้
่
่
่
บทที 1 เชิญติดตามอยางไตรตรอง 19
่
่
ั
่
่
ื
บทที 2 แสงสวางของทางเลอกใหมในการจดการการเรยนรู 35
้
ี
ิ
่
้
้
ั
บทที 3 บรรยากาศดีๆ เรมตนดวยเชอมนและศรทธา 55
ั
่
ื
่
่
ุ
่
บทที 4 Big Picture จดเรมตนแหงการอยากรู 73
ิ
่
้
้
่
่
่
๊
้
ี
่
ี
บทที 5 น าเสนอบทเรยนดวย See-Judge-Act ก็งายๆ แคเนยะ 89
่
บทที 6 รอยยิ้มจากการ See-Judge-Act 103
้
่
้
่
บทที 7 ตบทายดวยไตรตรอง 121
่
ั
่
บทที 8 วดและประเมินผลเพือการพัฒนา 133
บทที 9 จดหมายอยูทการพฒนาเหตุผลเชิงจรยธรรม 145
ุ
่
ิ
ี
่
่
ั
สำรบัญแผนภำพและตำรำง
ี
่
่
แผนภาพท 1 กระบวนการเรยนการสอนทเนนการไตรตรอง 46
ี
่
้
ี
ี
แผนภาพท 2 แนวทางการน าเสนอบทเรยนดวยกระบวนการ See-Judge-Act 108
ี
้
่
่
่
แผนภาพท 3 กรอบการประเมินแบบใหมส าหรบทักษะแหงศตวรรษที 21 - 137
ี
่
ั
่
ี
กลมดาวของการเรยนรู
้
ุ
่
ตารางท 1 ปจจยก าหนดและสมมติฐานของการทดสอบ 136
ั
่
ี
ั
์
่
ี
ิ
์
ตารางท 2 พัฒนาการทางจรยธรรมตามทฤษฎีของโคหลเบิรก (1969) 145
ี
ิ
่
ตารางท 3 ตารางพัฒนาการของเหตุผลเชิงจรยธรรม 152
ุ
บรรณานกรม 164
ส่วนที่ 2 ตัวอย่ำงแผนกำรสอนแบบไตร่ตรอง
่
่
็
บทน า กวาจะมาเปนแผนการสอนตัวอยาง 167
้
่
ี
ุ
บทที 1 กลมสาระการเรยนรู วิทยาศาสตร ์ 179
่
ี
ุ
่
่
้
์
บทที 2 กลมสาระการเรยนรู คณตศาสตร 232
ิ
บทที 3 กลมสาระการเรยนรู ศิลปะ 275
ุ
่
่
้
ี
ี
ุ
้
่
บทที 4 กลมสาระการเรยนรู ภาษาไทย 296
่
่
้
ี
บทที 5 กลมสาระการเรยนรู ภาษาตางประเทศ 338
่
ุ
่
ี
ั
ั
บทที 6 กลมสาระการเรยนรู สงคมศึกษา ศาสนาและวฒนธรรม 389
้
ุ
่
่
บทที 7 กลมสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี 435
่
่
ุ
้
ุ
บทที 8 กลมสาระการเรยนรู สขศึกษาและพละศึกษา 453
ี
่
ุ
่
่
บทที 9 การศึกษาปฐมวัย 464
ส่วนที่ 1
แสงสว่ำงของทำงเลือกใหม่
ในกำรจัดกำรเรียนรู้
การงาน
“พระเจาจะประทานรางวัลแกทุกคน
ตามการงานของเขา” (มธ.16:27)
บทนํา
กวาจะเปนเสนทางสายไตรตรอง
่
์
ี
้
ทั้งๆ ทไม่มความรหรือประสบการณด้านการศึกษามากอนเลย ผมไดรบใชงานดาน
้
้
ี
ู
้
ั
่
ึ
ิ
ี
การศึกษาคาทอลิกมาเปนเวลาประมาณ 10 ปี ผมประกอบวชาชพเปนทปรกษากฎหมาย
ี
่
็
็
ิ
่
ิ
้
ี
้
ึ
่
ี
็
็
่
ํ
ํ
เชยวชาญดานกฎหมายธุรกจ และไดเรมทางานเปนทปรกษากฎหมายหลังจากสาเรจการศึกษา
ิ
์
็
ื
้
ิ
ิ
์
จากคณะนติศาสตร มหาวทยาลัยธรรมศาสตรมาเปนเวลาเกอบ 30 ปี แม้ว่าไดจบปรญญาเอก
์
ี
็
ิ
้
ิ
ํ
้
ดานการบรหารการพัฒนาจากสถาบันบัณฑตพัฒนบรหารศาสตร แต่กไม่ทาใหผมมคุณสมบัติใดๆ
ิ
่
ี
่
ํ
่
ี
ี
้
ทจะทางานดานการศึกษาคาทอลิก สิงเดียวทเชือมโยงผมกับการศึกษาคาทอลิกคอ ผมเรยนท ี ่
ื
่
์
ี
โรงเรยนเซนตคาเบรยล เปนเวลา 11 ปี
็
ี
คร้งหนึ่ง เมอประมาณ 20 ปีมาแล้ว เพอนรวมงานคนหนึ่งถามผมว่า “หากถงจุดสูงสุดทาง
ึ
่
ื่
ื่
ั
้
่
่
ี
ื
่
ี
วิชาชพแล้ว พโปงอยากทาอะไรต่อไปเพอใหชวิตมความหมายมากกว่าน้” ผมตอบไปแบบอัตโนมัติ
ี
ี
ี
ํ
์
้
ว่า “หากเปนพระประสงคของพระเจ้า ผมปรารถนาทจะทางานดานการศึกษา” ณ เวลานั้น ผมไม่
ํ
่
็
ี
้
ื
ั
็
ํ
ู
ี
้
ี
อาจล่วงรเลยว่า สิ่งน้เปนแผนการของพระเจาสาหรบผมหรอไม่ จนกระทัง 10 ปหลังจากนั้น เป็น
่
์
ี
่
ื่
่
ี
ั
ิ
ํ
ช่วงเวลาทผมกาลังทบทวนและคนหาจุดประสงคในชวตของผมอกคร้ง เพอนรวมงานของผมอีกคน
ี
้
้
้
้
ี
ี
ิ
ี
้
่
้
ี
่
หนึ่งซึ่งมลูกสาวเรยนอยูทโรงเรยนมาแตรเดอวทยาลัยไดทําหนาทีเปนผูแจงข่าวดใหกับผมว่า
็
ี
ี
์
่
ี่
“โรงเรยนมาแตรเดอฯ อยากทาแผนพัฒนาโรงเรยน พสนใจอยากช่วยไหม พกมลูกสาวนะ เผอพจะ
ี
ี่
ํ
็
ี่
ี
ี
์
ี
ื่
้
ไดเอาลูกสาวเขามาแตรฯ ไดไง” ในขณะนั้น ลูกสาวคนโตของผมอายุได้ 2 ขวบ
้
์
้
็
้
แมว่าผมรสึกเหมอนเปนลาทีต้องมีคนเอาแครอทมาล่อทีปลายจมูกใหเดินตาม แต่ผมรับ
้
้
่
ู
ื
่
โอกาสในทันทดวยความยนด เขาพาผมไปพบกับคนทเปดทางและนําทางผมสูการศึกษาคาทอลิก
่
้
ี
ี
ิ
ี
่
ิ
ู้
้
่
อาจารยสมิตรา พงศธร ผประสานงานฝายการศึกษาอุร์สุลินและผูบรหารฝายบุคลากรและจิต
่
ิ
ุ
์
้
้
ํ
์
ี
่
ิ
ตาภบาล โรงเรยนมาแตรเดอวทยาลัย เพอนคนนั้นเตือนใหผมทาใจไวระดับหนึงก่อนเขาพบ
ิ
่
ื
ี
้
อาจารยสุมิตราว่า “แต่พตองทาใจไวหน่อยนะ เพราะว่าอาจารยรกโรงเรยนมาก อาจารยเลอกคนท ี่
้
ํ
์
์
ั
ี่
้
ื
์
ี
้
ี
่
จะมาทางานใหโรงเรยนและไม่วางใจใครง่ายๆ” ผมทาใจไวระดับหนึงและสวดขอพระเจ้าสั้นๆ ว่า
ํ
้
ํ
“หากเปนพระประสงคของพระองค ลูกอยูทน ลูกขอโอกาสน้ทจะรบใชพระองค” หลังจาก
์
์
์
ั
ี่
ี
่
่
ี่
้
็
ี
์
็
พบกันอาจารยสุมิตราวางใจในตัวผมและทมงาน ในเวลาอันรวดเรว แมว่าผมไดเรยนอาจารยอย่าง
ี
์
้
ี
้
้
ํ
ี
ํ
ี
่
์
ชัดเจนว่า ผมและทมงานไม่เคยทางานใหกับโรงเรยนใดๆ มากอน อาจารยพาเราไปแนะนาคุณครู
้
์
ผูปกครอง และศิษยเกาว่า “นี คุณอนุพันธและทมงาน จะมาช่วยเราทาแผนพัฒนาโรงเรยน” เราได้
ี
ี
ํ
่
่
์
1
้
ี
ี
่
้
ี
ี
่
่
์
ทางานรวมกับผูเกยวของอกมากมายและได้ทําแผนพัฒนาโรงเรยนฉบับท 1 เสรจสมบูรณ ภายใน
ํ
็
4 เดือนหลังจากนั้น
ผมได้รบใช้โรงเรยนมาแตรเดอวทยาลัย โดยได้มส่วนรวมในการทาแผนพัฒนาฉบับท 2
ั
ํ
ี
่
ี
์
ี
ิ
ี
้
่
ั
ี่
็
ี่
ี
และฉบับท 3 ซึ่งเปนฉบับทใชอยูในปจจุบัน คุณครูบางคนเรยกว่า “แผนพัฒนาฉบับโดเรมอน” และ
ู
ยังได้รบใช้ผูบรหารและคุณครในการอบรมและสัมมนาต่างๆ ในหลายโอกาส ผมแอบภูมิใจเล็กๆ
ั
้
ิ
์
ทุกคร้งทอาจารยสุมิตราแนะนาผมกับคนอนๆ ว่า “นีคุณอนุพันธ โคชของดิฉันค่ะ”
ื่
่
์
้
ํ
ี่
ั
่
ในอกฐานะหนึ่ง อาจารยสุมิตราเปนประธานฝายอัตลักษณการศึกษาคาทอลิก ของสภา
์
์
ี
็
์
้
่
ื
่
การศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย หนาทหลัก คอ เผยแพรอัตลักษณการศึกษาคาทอลิกในหมู ่
ี
ี
ั
่
ื่
ํ
้
ิ
้
โรงเรยนคาทอลิก เพอใหดารงความเปนโรงเรยนคาทอลิกทแทจรงและเหมาะสมกับโลกในปจจุบัน
ี
็
ี
ื่
้
์
ิ่
ี
ผมอาสาทีรับใช้สภาการศึกษาคาทอลิกในเรองน้ เรมตนจากการศึกษาสมณสาสนของพระศาสน
่
่
้
จักรคาทอลิกเกยวกับการศึกษาคาทอลิกจานวน 7 ฉบับ และยังกลาหาญพอทขันอาสาอาจารย ์
ี
ี
่
ํ
ิ
์
และบราเดอร เลโอ วิศิษฐ ศรวิชัยรตน เลขาธการสภาการศึกษาคาทอลิกในขณะนั้น จัดสัมมนาเชิง
์
์
ั
ี
้
ิ
ื
่
ปฏบัติการเรอง “อัตลักษณการศึกษาคาทอลิก” ท่านทั้งสองคงตองใชความกลาหาญมากกว่าผมที ่
์
้
้
ี
่
้
ี
้
ตกลงใหจัดสัมมนาน้ ผมใชเวลาออกแบบการสัมมนาและเตรยมเอกสารสัมมนาอยู 6 เดือน งาน
หนึ่งทตองทาคือ การปรบปรงคาแปลสมณสาสนใหม่ใหอ่านเขาใจได้ง่ายขึ้น
์
้
ุ
ั
ํ
้
้
ี่
ํ
ิ
์
ั
ั
์
้
งานแปลไม่ใช่งานถนัดของผม แลวพระเจาได้ประทาน คุณพงษนรนทร รตนรงสิกุล ใหญ ่
้
ํ
ํ
้
มาให ใหญมเหตุตองออกจากงานในช่วงเวลานั้นพอดี ผมจึงชวนใหญมาทางานทสานักงานและ
ี
ี
่
่
่
้
ทางานดานการศึกษาคาทอลิกควบคูไปดวย ใหญแปลสมณสาสนทตองใชทั้งหมด ซึ่งเปนงานใหญ ่
่
็
์
ํ
้
้
้
้
่
ี่
่
่
ํ
ี
็
่
่
ั
ี
ิ
ั
ี
้
สาหรบใหญทีเดยว ใหญ่ยังทําหนาทเปนหนึงในทมวิทยากร รวมกับผมและคุณพ่อจรญ ทองปยะ
ภูมิ
ี
้
่
ิ
้
ทมงานวทยากรเดินสายทัวประเทศในการจัดสัมมนาใหกับผูบริหารและครูโรงเรียน
คาทอลิกทสังกัดสังฆมณฑลและสังกัดคณะนักบวชต่างๆ รวมทั้งฆราวาสคาทอลิก เปนเวลากว่า 2
็
ี่
ิ
ปี มผบรหารและครูผ่านการสัมมนามากกว่า 800 คน โดยการสนับสนุนและผลักดันของ คุณพ่อ
ี
ู้
ั
์
ิ
เดชา อาภรณรตน เลขาธการสภาการศึกษาคาทอลิกคนปจจุบัน ในขั้นสุดท้าย ทมงานได ้
์
ั
ี
ํ
่
์
้
ั
้
้
สังเคราะหผลของการสัมมนาทั้งหมดและจัดทาเอกสารชือ “กาวไปขางหนาดวยอตลกษณ ์
้
ั
ี
้
ี
การศึกษาคาทอลิก ป ค.ศ. 2012-2015” เพอใหโรงเรยนนาไปใชเปนแนวทางการพัฒนาโรงเรยน
ื่
ํ
็
้
ี
อย่างมอัตลักษณ อันเปนการเสรจสิ้นงานอัตลักษณ ขั้นท 1 อย่างสมบูรณในป 2012
ี
ี
็
์
ี่
์
็
์
2
์
ั
คุณพ่อเดชา อาภรณรตน ได้ใหโจทยต่อว่า “แลวฝายอัตลักษณฯ จะทาอะไรต่อเป็นขั้นท่ ี
ํ
์
้
่
์
้
์
ี
ี
์
่
ึ
ี
่
์
ื
2” หลังจากปรกษาหารอกันอยูนาน ทมงานอัตลักษณการศึกษาคาทอลิกทมอาจารยสุมิตรา เป็น
ํ
ี
ู้
้
ี
ี
่
ี
ื
ผนาคิดว่า เราควรเน้นกระบวนการเรยนการสอน เพอใหโรงเรยนคาทอลิกมกระบวนการเรยนการ
์
สอนทีเปนอัตลักษณของตัวเอง เราคิดถงกระบวนการเรยนการสอนแบบไตรตรอง หรอ Reflective
ื
่
ึ
ี
็
่
ี
ี
Pedagogy Paradigm หรอทย่อว่า “RPP” กระบวนการนี้พัฒนาและเผยแพรในโรงเรยนในสังกัด
ื
่
่
่
ิ
่
์
์
ี
ิ
ี
ี
ของคณะสงฆเยสุอตซึงกอตั้งโดยนักบุญอกญาซโอ และในขณะนั้นโรงเรยนมาแตรเดอวิทยาลัยได ้
้
ี
ี
ี
ทดลองและพัฒนากระบวนการน้ในการเรยนการสอนของโรงเรยนมาแลวประมาณ 2 ปีการศึกษา
้
ึ
้
ี
ี
ํ
ผมยังจาไดดถงจุดเรมตนของกระบวนการเรยนการสอนแบบไตรตรองของโรงเรยนมาแตร ์
ิ
่
ี
่
ี่
ื่
ึ
์
้
่
ํ
ื
เดอวิทยาลัย วันนั้น ผมนังรออาจารยสุมิตราในหองทางาน เพอปรกษาหารอเกยวกับแผนพัฒนา
ี
่
โรงเรยน ผมไดชาเลองเห็นกระดาษแผ่นหนึงเขยนอยูบนทโต๊ะว่า St. Angela’s Learning Cycle
ํ
ี
่
้
่
ี
ื
ี
ี
้
ผมแอบอ่านโดยไม่กล้าแตะตอง กระดาษแผ่นนั้นเขยนกระบวนการสอน 6 ขั้นตอน ในการจัดการ
เรยนการสอนทีมลักษณะเปนวัฏจักร ซึงน่าสนใจและน่านามาใชเปนอย่างมาก เมออาจารยมานัง
่
่
ี
ํ
่
่
้
ี
็
ื
็
์
่
๊
้
้
่
ทโตะประชุม ผมเรมบทสนทนาว่า “ขอโทษทไดอ่านเอกสารบนโตะ โดยไม่ไดขออนุญาตกอน
ี
ี
่
่
ิ
๊
ี
่
เอกสารน้เกยวกับอะไรครบ” ผมช้ไปทเอกสาร อาจารยตอบว่า “เปนกระบวนการสอนของโรงเรียน
ั
ี
็
่
ี
์
ี
้
ํ
หนึ่งของคณะในต่างประเทศค่ะ พัฒนามาจากพ้นฐานของการสอนแบบ RPP” ผมไม่รดวยซ้าว่า
ื
้
ู
ี
่
้
ี
RPP คออะไร แต่ผมตอบไปว่า “กระบวนการน้ดมากเลย เรานํามาใชทมาแตรดมั้ยครบ” อาจารย ์
ั
ื
ี
์
ี
้
้
ํ
มองผมดวยหางตาพรอมกับภาษากาย โดยไม่ตองมคาพูดใดๆ แต่ผมรบรไดว่า “ยังไม่ถงเวลาค่ะ”
้
ู
้
ี
้
ึ
ั
่
แลวอาจารยเรมคุยกันตามหัวข้อทของการประชุม และเราไม่ไดพูดกันถงกระดาษแผ่นนั้นอกเลย
์
ิ่
ี
้
ึ
ี
้
็
ี
ี
ํ
่
่
จนกระทั่งอีก 2 ปีต่อมา เปนช่วงเวลาการทาแผนพัฒนาโรงเรยนฉบับท 2 ผมได้กลับไปนังโต๊ะนั้น
้
ั
ี
์
่
ี
่
อกคร้ง กระดาษแผ่นนั้นยังคงวางอยูทเดิม ผมรวบรวมความกลาและถามอาจารยอกคร้งว่า
ั
ี
ื
้
์
ั
้
ี
ั
ํ
์
ี่
“อาจารยครบ อาจารยคิดว่า ถึงเวลาแลวหรอยังทเราจะนากระบวนการสอนน้มาใชทีโรงเรียน” คร้ง
่
้
์
ึ
ี
นี้ อาจารยเงยบและไตรตรองอยูระยะหนึง และทําลายความเงยบดวยคาตอบว่า “ค่ะ ถงเวลาแลว”
่
่
ํ
้
ี
่
ื่
ิ
เราได้เชิญเพอนสนทของผมซึ่งเปนวทยากรมออาชีพ ชือ ดร. ธานินทร สุวงศ์วาร มาช่วย
ื
่
์
็
ิ
่
ี
ื่
้
ู
พัฒนาและอบรมครในการสอนแบบไตรตรอง โดยใชชอว่า Mater Dei Learning Cycle เรยกอย่าง
้
ุ่
ย่อว่า MDLC โดยจัดอบรมใหกับคร 3 รน ๆ ละ 4 วัน 3 คืน โรงเรียนติดตาม ประเมินและปรบปรง
ู
ุ
ั
การใช MDLC อยู 2 ปีการศึกษา จนมการใชในทุกกลุมสาระและในทุกช่วงชั้นในโรงเรยน ผูบรหาร
้
้
ี
้
ิ
ี
่
่
่
ั
้
้
้
ื
ู
และครพึงพอใจกับผลทไดรบและยังเชอว่า ยังตองพัฒนาต่อไปใหดียิ่งๆ ขึ้น
่
ี
3
ื
ิ
์
่
เมอสภาการศึกษาคาทอลิกตัดสินใจเรม ขั้นท 2 ของอัตลักษณการศึกษาคาทอลิก ด้วย
ี
่
่
้
่
้
ี
่
้
การเผยแพรกระบวนการเรยนการสอนแบบไตรตรอง ผมไดรบมอบหมายใหพัฒนาการอบรมใหแก ่
ั
ครู โดยใชประสบการณของโรงเรยนมาแตรเดอวิทยาลัย บวกกับเอกสารกองโตทอาจารยสุมิตราม ี
์
้
์
์
ี
ี
ี
่
่
ื
ี
ี
ี
ิ
เกยวกับกระบวนการน้ ซึ่งมเอกสารหลัก คอ “แนวการปฏบติกระบวนการเรยนการสอนทเนน
้
ั
ี
ี
่
้
ํ
การไตรตรอง” แปลจาก “Ignatian Pedagogy: A Practical Approach” ภายใตการแนะนาของ
่
่
ื
ื
ํ
้
อาจารย ผมใชเวลาประมาณ 6 เดอน ในการออกแบบสัมมนาและจัดทาคูมอประกอบการสัมมนา
์
่
ชือ “ไตรตรอง – การเดินทางของฉนเพอเรยนรูกระบวนการเรยนการสอนทเนนการ
ื
่
้
ี
ี
้
่
่
ี
ั
ไตรตรอง” โดยมใหญช่วยวาดภาพประกอบทสวยงาม สัมมนาคร้งแรกจัดขึ้นในเดอนกุมภาพันธ ์
ี
ี
่
ื
ั
่
่
็
ี
่
ี
ื
้
ู
2556 ใหแก่ครจากโรงเรยน 3 โรงเรยนในสังกัดคณะนักบวชอุร์สุลิน เพอเปนการทดลอง
ี
้
่
ี
่
่
ี
“กระบวนการเรยนการสอนทเนนการไตรตรอง” หรือทขอเรียกอย่างสั้นๆว่า “การสอนแบบ
่
้
็
ื
้
็
ํ
ไตรตรอง” จึงไดถอกาเนิดขึ้นอย่างเปนทางการ การสอนแบบไตรตรองถอไดว่าเปนนวัตกรรมทาง
่
ื
้
ี
ี
้
่
การศึกษาของสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย ทใหไวแก่โรงเรยนคาทอลิกและการศึกษา
ไทย
ทุกฝ่ายพอใจกับกระบวนการและผลของสัมมนาคร้งแรกยกเวนตัวผมเอง ผมได้ปรบปรุง
ั
ั
้
ี
ื
ิ
้
ี
ิ
้
้
ี
และเปล่ยนแปลงกระบวนการและวธการท่ใชสัมมนา เพ่อใหบังเกิดผลอย่างแทจรงในการ
่
ั
่
้
เปลยนแปลงครผูเขารวมสัมมนา จนถงการสัมมนาคร้งท 5 ผมจึงเริมพึงพอใจกับกระบวนการ
้
่
ึ
ี
่
ู
ี
้
ี
ื
ั
ั
สัมมนาในองค์รวม แต่ยังคงประเมินและปรบปรงในทุกคร้งเพอใหการสัมมนาดขึ้นอยูเสมอ ผม
่
่
ุ
่
้
้
ี
ิ
ี
่
็
ี
เปรยบเทยบการสัมมนาน้ว่า เปนเหมือนการเรมตนของการเดินทางบนเสนทางสายไตรตรอง มีผม
้
้
็
ํ
่
ิ
ํ
็
็
้
ู
่
และใหญเปนคนนาทาง ครผูเขาสัมมนาเปนเพอนรวมทาง คุณพ่อเฉลิม กจมงคล เปนผูนาฝายจิต
ื
่
่
ี
ั
่
ี
ิ
้
วญญาณร่วมกับเราในหลายๆ คร้งด้วย เราตระเวนจัดสัมมนาน้ใหกับโรงเรยนต่างๆ ทัวประเทศ
้
ู
ั
ั
ี
้
ี
้
จนถึงสิ้นป 2015 เราจัดสัมมนาน้มาแลว 35 คร้ง มครูเขาร่วมคร้งละ 36-40 คน คุณครผ่านเสนทาง
ี
่
การไตรตรองประมาณ 1,200 คน
้
ผมอดถามตัวเองไม่ไดว่า “อะไรหนา ทีทําใหฉันสามารถทําสัมมนานี้ครั้งแลวครั้งเล่า ฉัน
้
่
้
ํ
ํ
ี
่
่
่
ั
ไม่ใช่คนทชอบทาอะไรซ้าๆ” ทุกๆ คร้งหลังจบภารกจ ขณะทผมนังอย่างหมดเรยวหมดแรงในรถ
ี
ิ
ี
่
ี
่
ี
้
ื
เพอเดินทางกลับ ผมมักจะอ่านใบประเมินสัมมนาทผมขอใหเพอนรวมทางเขยนตอบคาถามเพอ
ํ
่
ื
่
่
ื
่
่
ั
ั
ี
่
ั
้
็
้
้
การไตรตรองเปนคร้งสุดทาย ผมเปลยนคําถามทั้งหมด 3 คร้ง คร้งแรก ผมใชคําถามว่า “ฉันรูสก
ึ
ํ
่
ี
็
่
ั
อยางไรตอการสมมนาน้” ครั้งที 2 คาถามเปลยนเปนว่า “ฉนคนพบอะไร จากการเดินทาง
่
ั
่
้
ี
้
ี
ั
้
่
ี
ครั้งน้” และสุดทายคําถาม คือ “จากน้ไป เสนทางชวิตแหงความเปนครูของฉนจะ
็
ี
ี
่
ั
เปลยนแปลงไปอยางไร” ผมต้นตันทุกคร้งทอ่านคําตอบแบบประเมิน จนหลายๆ คร้ง น้าตาแห่ง
ํ
ื
ั
ี
่
่
4
่
่
็
ความปล้มปีติแอบหลังออกมาในใจ และนเอง เปนกาลังใจและพลังใหผมทําหนาทีคนนาทางใน
่
ี
ํ
ื
ํ
้
้
ื
่
้
ั
ั
การเดินทางในคร้งแลวคร้งเล่าอย่างซอสัตย ์
่
้
ความรูสึกตอการเดินทาง
้
้
็
้
ความรสึกของเพอนรวมทางทแสดงออกมาดวยความจรงใจสะทอนใหเหนว่า ตลอดการ
ู
ื
ี
่
้
ิ
่
่
ื
์
่
ี
ี
เดินทาง 4 วัน 3 คืน พวกเขาไดพบประสบการณทแปลกใหม่ ทในแต่ละวันไม่เหมอนกันเลย และ
้
่
ู
้
้
ํ
้
ั
ี
ื
่
่
เมอถึงจุดหมายปลายทาง พวกเขารสึกคุมค่าและขอบพระคุณพระเจาสาหรบการเดินทาง สิ่งทได ้
้
้
ี
ี
ํ
ู
่
้
ี
ั
็
้
่
ู
ี
คนพบและความตั้งใจทจะนาสิ่งทไดเรยนรไปปรบใช ต่อไปน้เปนตัวอย่างของความรสึกของพวก
้
้
่
เขาต่อการเดินทางบนเสนทางสายไตรตรอง
ึ
็
ั
ิ
่
ึ
ื
่
• เมอฉันได้ทราบถงกําหนดการเดนทาง และตนเองต้องเปนส่วนหนงในคณะคร้งน้ ี
ี
ู
้
่
ึ
ิ
่
ด้วย ความรสกแรก ฉันตั้งข้อตั้งใจให้กับตัวฉันเองว่า ฉันไม่รกทจะเดนทางสักเท่าไร แต่ในเมอฉัน
ื
ั
้
่
์
ื
ี
ิ
ี
ี
่
ิ
่
ต้องมาร่วมทรปน้ ฉันอาจจะได้ประสบการณใหม่ๆ ในชวิตทคนอนอาจไม่มสทธ์ ิได้ แตพระเจา
ี
ี
ั
์
ั
ื
ิ
ึ
ั
้
ิ
่
ึ
ู
็
เลอกให้ฉนได้รบสิทธน้ เมอฉันเดนทางมาได้สักระยะหนง ฉันเร่มรสกว่า ฉันช่างเปนผู้โชคดทได้รบ
่
ี
ิ
ี
่
ื
ี
ี
โอกาสให้ร่วมเดนทางในทรปน้ โดยมไกด์ทด มเพือนร่วมทางทคอยช่วยเหลอตลอดระยะเวลาของ
่
ิ
ี
่
ี
ี
ี
ื
ิ
่
ิ
ิ
่
ี
ั
่
ึ
การเดนทาง บางคร้งท้อ แต่ไม่คดจะถอย เพราะอยากไปถงซงจดหมายทอยู่ข้างหน้า
ึ
ุ
ึ
็
ี
ุ
ิ
ี
• วันน้ เปนวันสดท้ายของการเดนทาง วันน้ถงปลายทางแล้ว บอกได้เลยว่า ตลอด
่
ี
ิ
ื
ี
ี
การเดนทางของฉันทั้ง 4 วันน้ ในแต่ละวันไม่เหมอนกันเลย มทั้งเร่งรบ ตนเต้น หวาดหลัว รวมอยู่
ื
่
้
ํ
็
่
่
่
ด้วยกัน แต่ได้บอกตนเองว่า จุดหมายทีเราเดินมาถึงไมใชความสาเรจทีเราคนพบ การเดินทางจะ
้
ิ
่
ิ
ื
่
้
่
์
ี
สมบูรณไดจรงก็ตอเมอฉันนําไปตอยอดไดจรง แล้วฉันจะนําไปใช้ให้ได้จรง สมกับทฉันต้องเดน
ิ
่
ิ
ทางผ่านขวากหนามมากมาย ฉันสัญญา ถงแม้ว่าจะยังทําได้ไม่ครบกระบวนการ แต่จะพัฒนาให้ด ี
ึ
ี
ิ
็
ทสด เพือพัฒนาศักด์ศรความเปนมนษย์ของนักเรยนของฉัน
ี
่
ี
ุ
่
ุ
ั
้
่
่
่
้
ั
ี
ึ
• ฉันรู้สกว่า การอบรมครงน้แปลกใหมกวาทีอบรมทุกครงมา ฉันได้หันกลับมา
ึ
็
ี
ไตร่ตรองชวิตการเปนครอกคร้ง เพื่อไปให้ถงจดหมายปลายทางตั้งแต่วันแรกจนถงวันสดท้าย การ
ู
ุ
ุ
ึ
ี
ั
ิ
ิ
เดนทางร่วมกันมาได้แลกเปลยน ปรบพฤตกรรมต่างๆ ทั้งข้อเสนอแนะ ขอบคณพระพรของพระเจ้า
่
ุ
ั
ี
ทประทานพรมาให้ในการไตร่ตรอง ท้ายสดขอบคณท่านวิทยากรทั้ง 2 ท นําส่งแปลกใหม่ในวง
่
ี
ุ
ิ
่
ุ
ี
ึ
่
การศกษา เพือจะได้พัฒนาประเทศให้ยั่งยืน
5
่
้
ิ
สงทีคนพบจากการเดินทาง
่
ู
ั
ี
การเดินทางคร้งน้ดูเหมอนจะหนักและเหนอยสาหรบคุณครเพ่อนรวมทางของผม แต่
่
ํ
ื
ั
่
ื
ื
ี
ี
่
ื
้
้
้
่
ิ
่
คุมค่ากับสิงน้ทพวกเขาไดคนพบจากการเรมตนในการเดินทางบนเสนทางสายไตรตรอง คอ
้
้
่
้
ํ
ู
้
ี
ี
่
ี
เป้าหมายของการศึกษาคาทอลิกและกระบวนการเรยนการสอน ทจะทาใหนักเรยนรจักคิด
์
วิเคราะห แยกแยะทางเลอกและตัดสินใจเลอกดวยเหตุผลเชิงจรยธรรมทดีงาม ต่อไปน้เปน
ื
ี
่
ื
้
ี
ิ
็
ตัวอย่างของสิ่งทคุณครเพอนรวมทางได้ค้นพบในระหว่างการเดินทางและเมอจบการเดินทาง
ื่
ี่
ื่
ู
่
• การอบรมคร้งน้ทําให้ฉันกลับไปย้อนทบทวนเปาหมายของการศกษาคาทอลกทว่า
ึ
ิ
้
ั
ี
่
ี
ู
ั
ุ
ี
ู
็
ิ
์
ี
์
ิ
่
็
ต้องเปนการหล่อหลอมนักเรยนส่ความเปนมนษย์ทสมบรณทั้งร่างกาย อารมณ สตปญญา จตใจ
่
ิ
์
็
ี
และจตวิญญาณด้วยจตตารมณแห่งพระวรสาร เพือให้นักเรยนดําเนนชวิตในหนทางของการเปน
ี
ิ
ิ
ี
ู
ุ
ี
หนงเดยวกันและสรางสันตสขในสังคมไทยและสังคมโลก ทําให้ตระหนักถงหน้าทของครใน
ึ
่
่
ึ
ิ
้
ู
โรงเรยนคาทอลกว่า ต้องมากกว่าการทําให้นักเรยนสอบได้คะแนนสงๆ และสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ี
ี
ิ
ื
่
่
่
ํ
้
่
่
้
็
้
้
ั
ได้เท่านั้น ฉนจาไมไดวา ตนเองไดออกนอกกรอบนี้ไปตังแตเมอไหร ทีเปนเปาหมายนี้คอยๆ ลาง
่
่
ื
่
ี
้
้
ื
่
ั
้
ั
ั
ิ
่
ื
่
้
้
เลอนไปเหลอเพียงใหนกเรยนเขาใจในสงทีฉนสอน เพอจะไดสอบไดคะแนนดีๆ เทานน และพอใจ
ี
ี
ี
เพียงนน ขาดการตระหนักว่า ฉันต้องสามารถทําให้นักเรยนค้นพบความหมายของชวิต ช้ทางให้เขา
้
ั
เหนว่า เขาเปนใครและเกิดมาในโลกน้ทําไม ซงจะทําให้เขาสามารถจัดความสําคัญและแยกแยะการ
็
ึ
่
ี
็
ุ
ื
่
ิ
ตัดสนใจต่างๆ ด้วยเหตผลทางจรยธรรมทดงามบนพื้นฐานของคณค่าพระวรสารหรอหลักธรรมทาง
ี
ิ
ุ
ี
ี
ิ
้
่
ศาสนา ส่งทฉันได้ค้นพบในการอบรมน้ คอ การกลับไปยังเปาหมายของการศกษาคาทอลกนั่นเอง
ึ
ิ
ี
ื
ี
่
่
ี
ู
็
ทฉันจะนําไปพัฒนาการเรยนการสอนของฉันหลังจากน้ เพือจะได้เปนครทสอนแบบพระอาจารย์
ี
ี
่
ของเรา
ี
ิ
้
็
ี
่
็
ิ
ี
ี
่
้
่
ี
ั
• การเดนทางคร้งน้เปนอกเสนทางทฉันได้เดนเข้ามา เปนเสนทางทเต็มเปยมไปด้วย
ี
ื
่
ี
ื
่
้
ี
่
ความหวัง ความตั้งใจ เปรยบเสมอนแผนททางหลวงทเมอเรามาใช้เสนทางคร้ ังแรกอาจจะเกิด
่
ความกลัว ความสงสัยว่า ทางสายน้จะพาเราไปทางไหน เมอเราเข้ามาแล้วต้องไปส่ปลายทาง แต่
ู
ี
ื
ิ
รอบๆ ข้างทาง ฉันได้พบประสบการณในระหว่างเดนทางบางเสนทางอาจผิวเรยบ บางช่วงอาจม ี
์
้
ี
ุ
หลม มบ่อ บางช่วงอาจมท่งดอกไม้สวยงาม บางช่วงอาจพบท่งหญ้าแห้งแล้ง ทําให้ฉันได้รบรส่ง
ี
ี
ุ
้
ิ
ั
ุ
ู
่
้
ต่างๆ มากมาย แต่สดท้ายเมอเราผ่านไปถงสดทางถนนสายน้ ฉันได้ค้นพบเสนทางใหมอีกเสน
้
ึ
ุ
ี
ุ
่
ื
ี
้
่
้
ึ
่
ี
ี
้
ี
ี
หนงของชวิต เป็นเสนทางการเดินทางแหงการเรยนรูที่ไม่สิ้นสุดแค่น้และยังมเสนทางอกหลาย
สายทีรอให้ฉันไปค้นพบบนการเดนทางสายไตร่ตรองของฉันนับจากน้ ี
ิ
่
6
ึ
่
็
ิ
ึ
ี
ี
่
ู
• ฉันได้ค้นพบวิธการสอนอกรปแบบหนง ซงฉันคดว่า เปนการพัฒนาทั้งด้านความร ้ ู
ี
(ด้านสมอง) ด้านจตใจ (คณธรรม) ด้านความร่วมมอช่วยเหลอกัน (ด้านปฏบัต) ฉันรสกว่า วิธการ
ึ
ู
ุ
ื
ื
ิ
ิ
ิ
้
้
็
่
ํ
้
ี
้
้
่
ี
้
สอนแบบไตรตรอง เปนการสอนที่ตองการใหผูเรยนรูเกิดกระบวนการเรยนรูที่จะนาไปตอยอดได ้
้
ิ
ี
้
ํ
่
ี
ู
ใชไดจรงในชวิตประจาวัน และรจักการคาดการณแนวโน้มในอนาคตได้ ส่งทฉันจะแสวงหา
้
์
ิ
ื
เพิ่มเตม คอ ความหลากหลายในการสอน การถาม การนําเข้าส่บทเรยน การหาตัวอย่าง หรอส่งอืน
่
ื
ี
ิ
ิ
ู
ื
้
่
ุ
ึ
่
ี
ู
ิ
ี
ี
ทหลากหลายมากข้น เพือกระต้นให้นักเรยนและตนเอง อยากเรยนรส่งต่างๆ รอบตัว หรอส่ง
ิ
่
ึ
ี
ใหม่ๆ เสมอ ฝกการคดโดยอาจให้นักเรยนตั้งคําถาม ฝกคดย้อนสวนทางกลับได้ เพือพัฒนา
ิ
ึ
ิ
้
ู
ศักยภาพของนักเรยน พรอมสมรรถภาพด้านต่างๆ ในการเรยนรปจจบันให้มภมค้มกันของตนเอง
ี
ั
้
ี
ุ
ิ
ู
ี
ุ
่
ี
มากทีสดและยอมรบการเปลยนแปลงได้
ั
่
ุ
้
ู
ี
ิ
ี
• ฉันได้พบว่า กระบวนการเรยนการสอนแบบไตร่ตรอง ช่วยให้นักเรยนรจักการคด
ื
์
การมอง การสังเกตประสบการณของผู้อนและตนเอง เพือค้นหาความจรงและข้อมลทสําคัญ
่
่
ี
ิ
ู
่
่
ึ
ู
้
ึ
รวมทั้งรจักวิเคราะห แยกแยะทางเลอก และตัดสนเลอกด้วยเหตผลทางจรยธรรม ซงทําให้ฉันรสก
ู
ื
์
ิ
ื
ุ
้
ิ
ิ
ึ
ี
ดกับส่งทค้นพบน้ เพราะฉันมองว่า การศกษาในประเทศไทยจากผลการทดสอบ PISA พบว่า
่
ี
ี
้
ั
นักเรยนไทยขาดในประเดนดังกล่าว ฉนคิดว่า ครูในประเทศไทยควรหนมาใชวิธการสอนแบบ
ั
ี
็
ี
่
ึ
์
ึ
ิ
ี
ี
ู
ไตรตรองมากข้น อาจจะทําให้นักเรยนของเรามผลการคดวิเคราะหมากข้น อันไปส่การดํารงชวต
ี
ิ
ิ
ในอนาคตของเขา และประเทศไทยในอกหลายปข้างหน้า ส่งทฉันคดว่า ฉันจะแสวงหามาเพิ่มเตม
ี
ี
ิ
่
ิ
ี
่
ู
ี
ื
ื
่
ี
คือ ฉันจะเล่าหรอถ่ายทอดวิธการสอนแบบไตร่ตรองให้กับเพือนๆ คร ในโรงเรยนอนๆ เพื่อ
ึ
นําไปใช้พัฒนาเด็กไทยให้มากข้น ส่วนการสอนของฉันเอง ฉันคดว่า จะเปลยนรปแบบการสอน
ู
ิ
ี
่
แบบใหม่ มาใช้ในการสอนแบบไตร่ตรองมากข้น
ึ
การเปลยนแปลงหลงจากการเดินทาง
่
ี
ั
่
้
ผมตั้งความคาดหวังในทุกๆ การเดินทางว่า เพอนรวมทางของผมจะไดคนพบ
ื
้
่
ี
่
่
์
ี
ประสบการณทนาไปสูการเปลยนแปลง (Transform) ตัวเอง เพอนรวมทางของผมมากมายท ่ ี
่
่
่
ํ
ื
่
ี
่
ี
ยนยันทจะเปลยนแปลงและปรบปรงตัวเอง ต่อไปน้เปนตัวอย่างของการเปลยนแปลงทคุณคร ู
ี
ี
ี
ุ
ั
่
ื
็
่
ื
็
เพอนรวมทางได้ยนยันว่าจะเกดขึ้นในชวิตการเปนครของพวกเขา
่
ิ
ื่
ี
ู
้
ิ
ื
ุ
ี
ุ
ั
ิ
่
ี
ี
ื
่
• การเดนทางคร้งน้ช่างตนตาตนใจเสยจรง ทกกิจกรรมทกบทเรยนมันช่างเราใจ ฉัน
ี
ู
้
ได้เรยนรมากมายจนบรรยายไม่ถก ฉันได้มองเหนตัวเองในอดต ฉันเคยภาคภมใจทใครๆ ชมว่า
่
ี
ู
็
ิ
ู
ี
ั
ิ
ี
ี
ฉันสอนด สอนเก่ง นักเรยนเรยนกับฉันแล้วเข้าใจด อนจจา! ความจริงแล้ว ฉนหลงทาง ฉันยังม ี
ี
ี
ี
ี
ู
้
็
ั
ุ
ข้อบกพร่องทต้องปรบปรงอกมากมาย ฉันไม่พยายามให้นักเรยนร พัฒนา และเปนอย่างทฉัน
ี
่
่
ี
7
ึ
ึ
อยากคาดหวังให้เขาเปน ฉันไม่ได้คํานงถงตัวตนของเขาอย่างแท้จรง การสอนทีเน้นการ
่
ิ
็
ี
ิ
ี
ไตร่ตรองน้ จะช่วยให้ฉันพัฒนาเดกๆ ของฉันได้ด เขาจะเตบโตและพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน
็
และมั่นคงต่อไปในอนาคต
ี
่
ั
่
ิ
ี
ุ
ั
ี
่
• เปลยนไปในจดทฉันจะต้องเปลยน ฉันยอมรบก่อนเลยครบว่า ก่อนฉันมา ฉันปด
ี
ั
ี
ตัวเองทั้งหมด ฉันไม่อยากรบอะไรอกแล้ว การอบรม อบรม และอบรม ไม่มผลดอะไรกับชวิตฉัน
ี
ี
ื
ั
ี
่
ี
ุ
เลย อบรมไปก็ไม่ได้ใช้ แต่เมอมาถง ณ นาทน้ ฉันอยากบอกกับวิทยากรว่า ขอบคณครบ จากน้ไป
ึ
ี
ฉันจะสอนให้ลกศษย์ของฉันเก่งและด ให้ได้ด้วยกระบวนการสอนแบบไตร่ตรอง นั่นก็
ิ
ู
ี
หมายความว่า ฉันต้องมาวางแผนการสอนของฉันใหม่ เพือศษย์ ฉันจะทํา เพราะฉันรดว่า ฉันม ี
ี
่
ิ
ู
้
ี
วันน้เพราะมพระเจ้าอยู่เคยงข้างฉัน ฉันยินดทําตามนํ้าพระทัยของพระองค์ ดั่งคตพจนของฉันทว่า
ี
ี
่
์
ิ
ี
ี
ื
่
้
่
้
่
ื
“เรยนรูเพอชวยผูอน”
ี
่
ี
ี
• แน่นอนต้องเปลยนแปลง เพราะการอบรม 3 คืน 4 วันน้ ทําให้ฉันประจักษ์ได้ว่า
ิ
ิ
ี
ี
้
ิ
ู
ิ
ฉันยังมข้อบกพร่อง ละเลย ไม่รและสมควรปฏบัตเพิ่มเตมและไม่ควรปฏบัตต่อผู้เรยนเลย ขอบคุณ
ิ
่
้
้
่
สาหรบการอบรมในครงน้ทีอยางนอยไดจุดประกายใหฉนคิดไดวา ฉนควรและไมควรทําหลายๆ
้
ั
ํ
ี
่
้
ั
ั
้
่
ั
ิ
่
่
สง เชน
- ไม่คาดหวัง แต่มความหวังกับตัวนักเรยนของฉัน
ี
ี
้
ู
ิ
- ให้รตามธรรมชาต ไม่ยัดเยียด
่
ี
- วัดผลหลายด้านทมากกว่าด้านความร ู ้
ู
ิ
ึ
- ถ้าเขาตกคณต ฉันจะสอนให้เขาใหม่ ไม่กดดัน ไม่ทําลายความรสกอันมค่าของเขา
ี
้
ู
ี
้
่
- ไม่ทําลายบรรยากาศทจะทําให้เขาเรยนรอย่างมความสข
ุ
ี
ี
ี
ุ
่
ุ
ี
- สอดแทรกหลักการดํารงชวิต คณธรรม เพือให้อยู่อย่างมความสข
ิ
ื
ื
่
์
ี
่
่
ู้
ิ
ี
่
ู้
ี
- เลอกส่งทจะหยิบยืนให้เขา ไม่ยืนทกๆ อย่าง เลอกส่งทมประโยชน ต้องร ควรร ไม่ใช่ร ู้
ุ
ทกเรอง
่
ื
ุ
ื
เท่านี้พอหรอเปล่า หรอทําได้หรอเปล่า ฉันไม่รู้ แต่มัน คือ ประกายทเกิดข้ ึนใน
ื
่
ี
ื
ความรสกของฉันและควรจะมตลอดไปและเพิ่มเตม เพื่อฉันเป็นครทดพัฒนาข้นอก
ี
่
้
ู
ึ
ึ
ี
ิ
ู
ี
ี
ี
็
ี
่
ู
ี
็
ู
ี
่
่
ี
• ฉันจะเปลยนแปลงชวิตการเปนครของฉันให้เปนครทเข้าใจนักเรยน ใช้คําพูดทให้
่
ี
ุ
ิ
์
ิ
็
กําลังใจ มากกว่าการใช้อารมณและการด การตัดสนและลงโทษ แต่จะจูงใจให้เขาเหนในส่งทถูก
่
ื
ิ
ิ
ึ
ให้คดและสํานกด้วยตัวของเขาเอง ฉันจะสอนให้นักเรยนรจักคดเชอมโยงและนําไปปรบใช้ใน
ั
ี
ู
้
ั
ชวิตประจําวันของเขาได้ ขอบคุณพระเจาสาหรบโอกาสทีทําใหไดมาเรยนรู และสมผัสกับ
่
้
้
ํ
ั
้
ี
้
ี
้
่
์
ั
ั
ประสบการณความรกในการเปลี่ยนแปลงครงยิ่งใหญน้ ี
8
็
ี
่
ี
ี
่
ู
• จากนี้ไป ชวิตความเปนครของฉันจะเปลยนไป จากวันแรกทฉันเร่ ิมอบรม
ิ
ี
ู
้
ู
้
่
ุ
ไตร่ตรอง ฉันได้เร่ ิมเรยนรส่งใหม่มากมาย มทั้งความสข สนกสนาน ได้รจักเพือนเพิ่มข้ ึน
ี
ุ
็
ี
ึ
ั
้
่
ั
แลกเปลยนเรยนรกันไป จนวันสดท้ายของการอบรม ฉนรูสกวา 4 วันน้มันเรวมากเลย ฉนมีไฟ ฉน
ั
่
ี
ู
้
ี
ุ
่
ึ
่
็
่
ึ
มีแรงบันดาลใจเพิมข้นทีจะเปนครูทีดีมีคุณภาพ ความรสกน้ ฉันเคยรสกว่า มันเคยเกิดข้นกับฉัน
ี
้
ู
ึ
ู
้
ึ
ตอนฉันเรยนจบใหม่ๆ ความมไฟ อยากเปนครทมคณภาพ สอนนักเรยนให้มความเก่ง ด มสข แต่
ู
ี
ุ
ี
็
ี
ี
ี
่
ี
ี
ุ
ี
ึ
หลายปีเข้า ทําให้ไฟนั้นอ่อนลง ด้วยระบบการศกษาของประเทศเรา ฉันไม่สามารถทําอย่างทตั้งใจ
ี
่
้
ู
ั
ี
่
ได้ แต่วันน้ ฉันได้มาเตมเช้อไฟในตัวอกคร้ง ฉันจะเอาความรทได้ไปพัฒนากระบวนการเรยนการ
ี
ี
ื
ิ
ี
สอนอย่างเต็มศักยภาพของฉัน เพราะฉันรกในอาชพน้ มความศรทธาในอาชพน้ ฉันจะทําให้ดทสด
ี
่
ี
ี
ั
ี
ุ
ี
ั
ี
ี
้
ี
็
่
ความมุ่งมั่นของเพอนรวมทางน้แสดงออกมาในทุกใบประเมินผลเปนพลังขับเคลอนใหคน
ื่
ื่
์
้
้
ํ
ั
่
ั
ั
ื
ํ
่
นาทางคนนี้ยังคงทําหนาทีอย่างซอสัตยในการนาทางต่อไปคร้งแลวคร้งเล่า นอกจากน้ ผมยังไดรบ
้
ี
ื
้
่
็
ํ
ู้
ี
่
้
พลังมากมายจากเพอนรวมทาง ผซึงไดกลับมาทาหนาทเปน Coach ในการเดินทางคร้งถัดไป ก่อน
่
ั
่
่
้
่
ิ
์
้
ั
ํ
การเดินทางเรมตน ผมกับใหญจะคุยกับ Coach และขอใหพวกเขาแบ่งปนประสบการณการนา
้
ั
ิ
ั
ี
้
ํ
่
่
การสอนแบบไตรตรองไปใชจรง และคุณค่าทไดรบ บทแบ่งปนเหล่าน้เปนกาลังใจและพลัง
ี
็
ี
์
ื
้
ี
้
ขับเคล่อนใหผมท่จะนําทางในคราวนั้น ผมยังได้ขอให Coach ช่วยเขยนบันทึกประสบการณและ
ิ
คุณค่าทีไดรับหลังจากการนาการสอบแบบไตรตรองน้ไปใชจรง เพออ่านใหแก่เพอนร่วมทางใน
่
่
้
้
่
ี
ํ
ื
้
่
ื
่
่
กลุมและนามาเผยแพรใน Face Book “ไตรตรอง สภาการศึกษาคาทอลิก” ผมรวบรวมบันทึกได ้
่
ํ
มากกว่า 200 ฉบับ
ี่
ี
ึ
์
บันทึกประสบการณเหล่านี้เป็นทีประทับใจผมอย่างยง มฉบับหนึ่งทตรงใจผมเปนพิเศษ
่
็
่
ิ
่
ี
ิ
เพราะเปนบันทึกประสบการณของครท่านหนึงทผมจาไดว่าเขาได้แสดงปฏกรยาอย่างชัดเจนว่า
็
ํ
่
ู
ิ
ิ
์
้
เขาต่อตานผมและการสัมมนาตั้งแต่ตนจนจบ เขาเล่าว่าแม้ว่าแผนการสอนของเขาจะได้ 3 Likes
้
้
จากผมก็ตาม เขาตอบโตโดยเอาแผนนั้นเกบใส่ลิ้นชัก แต่หลังจากไดไตรตรองจากประสบการณ ์
้
็
้
่
ํ
้
จากการพูดคุยกับครคนอนๆ ทไดนาการสอนแบบไตรตรองไปใช คุณครกลับได้ลองแผนการสอน
่
้
ื
ู
ู
่
ี
่
ี
่
ิ
แบบไตรตรองไปใชและเรมเห็นการเปลยนแปลงทเกดขึ้นกับบรรดานักเรยนด้วยตัวเอง จนในทสุด
่
่
ี
่
ิ
ี
่
ี
้
่
้
ี่
็
ื
้
คุณครูท่านนั้นติดกับการสอนแบบไตรตรอง จนไดอาสามาทาหนาทเปน Coach คุณครูท่านนั้นชอ
ํ
่
ู
์
่
ี
ี
ุ
ุ
คณครูชุมพร ศรีนกุลชัย จากโรงเรยนดรณาราชบุร บันทึกประสบการณของคุณคร ชือ ตอต้าน
ุ
่
ตอบโต ติดตาม
้
9
ตอตาน ตอบโต ติดตาม
ี
ี
่
ี
ฉัน นายชมพร ศรนกุลชัย เปนครคนหนง สอนภาษาอังกฤษชั้นมัธยมศกษาปท 5 โรงเรยน
ุ
ึ
ึ
่
ู
ุ
ี
็
ี
ุ
ุ
ดรณาราชบร จังหวัดราชบร วันท 12-15 พ.ย. 57 ณ บ้านผู้หว่าน จ.นครปฐม เปนคร้งแรกทฉันเรยนร ู ้
ี
ั
ี
่
็
ี
่
ี
ุ
้
่
ี
ุ
่
ุ
กระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง จาก คณโปง คณใหญ่ เร่มต้น ฉันคดตอตานทั้งสอง
ิ
ิ
่
ี
่
่
่
ื
่
ี
ี
ั
ู
ู
ทันท “ไมใชครโดยอาชพ บังอาจมาสอนคร เรองการจดการเรยนการสอนไดอยางไร?” สมองของ
้
ี
ื
ั
ิ
้
่
ฉันปด ไม่อยากรบรเรองใดๆ ทั้งส้น
ู
ิ
้
่
ี
ฉันตอบโตพวกเขาทั้งสองโดยการเก็บแผนการสอนทฉันเขยนจนได้ 3 Likes วางท้งไว้ใน
ิ
ี
ิ
ู
ิ
ู
ี
ลิ้นชัก เมอฉันกลับไปส่โรงเรยน ฉันยังคงใช้รปแบบการสอนอย่างเดมๆ และคดว่า เพือนครของ
ู
่
่
ื
ึ
ี
ฉันก็คงทําอย่างเดยวกันกับฉัน แต่แล้ววันหนง ฉันต้องรบกลับไปหยิบแผนการสอนของฉันข้นมา
่
ึ
ี
์
ู
ู
ั
่
่
ื
็
ึ
่
และเร่มใช้อย่างเปนรปธรรม เมอเพือนครท่านหนงเล่าแบ่งปนประสบการณการนํากระบวนการ
ิ
ึ
ี
ึ
่
ี
้
ี
ู
ี
ไตร่ตรองเข้าส่การจัดการเรยนการสอนในชั้นเรยน พรอมกับเล่าถงการเปลยนแปลงทเกิดข้นกับ
่
บรรดานักเรยนของครท่านนั้น
ู
ี
ี
บทเรยนแรกทฉันนําเสนอนักเรยนคือ เรอง YOU ARE WHAT YOU EAT กระบวนการ
ี
ี
่
่
ื
ี
ู
่
ี
ี
ต่างๆ ถกนํามาไล่เรยงตามทควรจะเปน ส่งททําให้ฉันประทับใจและมกําลังใจในการจัดการเรยน
่
ี
ิ
ี
็
ี
ํ
การสอนมาข้นได้แก่ กระบวนการสารวจชวิต SEE-JUDGE-ACT คิดด้วยสมอง (HEAD) วินิจฉัย
ึ
ื
ด้วยใจ (HEART) และลงมอทําด้วยสองมอ (HANDS)
ื
ิ
ี
ี
ฉันมอบหมายให้นักเรยนลงมอทํา ด้วยการนําส่งทเรยนรมาส่การปฏบัตอย่างเป็น
ู้
่
ื
ิ
ิ
ี
ู
ื
ู
ึ
รปธรรม พวกเขาต้องจัดเทศกาลอาหาร Food Festival ข้น โดยฉันให้เงอนไขพิเศษนอกเหนอจาก
่
ื
ู
ิ
่
ี
ต้องนําเสนอด้วยภาษาอังกฤษแล้ว พวกนักเรยนต้องเชญครทพวกเขารกและนับถอ ร่นพีทเขา
่
ี
ุ
ั
่
ี
ื
ประทับใจ หรอบคลากรในโรงเรยนทพวกเขาอยากให้มามส่วนร่วมในกิจกรรมทพวกเขาจัดในคร้ง
่
ี
ื
ี
ุ
ี
ั
่
ี
ี
่
ี
ื
ุ
ั
ี
นี้ คอ 1. รบฟังขั้นตอนการปรงอาหารทเขาเตรยมมานําเสนอ 2. ชิมอาหารทเขาทําด้วยความ
่
่
็
ี
ั
่
ิ
ู
ภาคภมใจ และ 3. ให้คะแนนความสําเรจทพวกเขาทําให้สําหรบคนทเขารก
ี
ั
ี่
ิ
ื
กิจกรรม Food Festival ส้นสดลงด้วยคําถามไตร่ตรอง R-C-A และนคอช่วงเวลาทฉัน
ุ
ี่
็
่
ี
ี
่
ี
ึ
ี
ี
ี
ุ
่
ื
ประทับใจมากทสด ฉันได้เหนการเปลยนแปลงทเกิดข้นเมอเปรยบเทยบการจัดการเรยนการสอน
่
่
ี
่
ี
ี
ั
ี
เดมๆ ทผ่านมา ทจบเพียงแค่ความรในห้องเรยนและนําไปสอบ แต่ส่งทนักเรยนได้รบจาก
่
ี
ู
ิ
้
ิ
้
ู
ี
กระบวนการไตร่ตรองน้ คอ การได้คดย้อนกลับ การเรยนรบทเรยนจากชวิตจรง การเรียนรู้ทักษะ
ี
ิ
ิ
ื
ี
ี
็
้
็
ั
ั
การใช้ชีวิตทสอดแทรกเข้ามาใจกิจกรรมททํา ฉนเปนผูนาเสนอ นกเรยนของฉนเปนผูเรยนรูและลง
ํ
้
ี
ี
้
ั
่
่
ี
ี
10
ื
ี
ี
ิ
ั
ิ
ี
่
ิ
่
ี
มอปฏิบัติ ส่งทพวกเขาได้รบ มใช่ความรทางวิชาการเพียงมตเดยว แต่เปนบทเรยนชวิตทมใช่เพียง
้
็
ู
ิ
ิ
ี
ู
ึ
ิ
ถกบันทกในบทไตร่ตรองเท่านั้น แต่ยังฝงรากลกลงในจตใจของเขาแต่ละคนอกด้วย
ึ
ั
ี
่
้
้
เพือนครทรก ฉันเร่มต้นจากตอตานกระบวนการไตร่ตรอง และนําไปส่การตอบโตโดยไม่
่
่
ั
ิ
ู
ู
ี
ุ
ี
่
ั
ั
ั
ิ
สนใจกับส่งทได้รบจาการสัมมนาในคร้ น ปจจบัน ฉันยอมรบว่า ฉันกําลังติดกับการใช้
ังนั้
ู
้
กระบวนการไตร่ตรอง ตามคําแนะนําจากท่านวิทยากรทั้งสอง พรอมเรยนรประสบการณจากเพือน
ี
่
์
้
ี
ิ
่
้
ครของฉัน แล้วเพือนๆ ละครบ ท่านพรอมจะเปดใจ นํากระบวนการไตร่ตรองไปใช้ในชั้นเรยนและ
ั
ู
ในชวิตของท่านแล้วหรอยัง
ื
ี
ุ
ุ
ู
คณครชมพร ศรนกุลชัย
ี
ุ
ุ
โรงเรยนดรณาราชบร ี
ี
ุ
23 มกราคม 2016
์
์
้
ผมรวบรวมบันทึกประสบการณของ Coach ไดมากกว่า 200 ฉบับ บันทึกประสบการณน้ ี
่
ิ
ี
็
เขยนขึ้นจากประสบการณจรงทีน่าประทับใจและมีคุณค่า จนกลายเปนแรงบันดาลใจให้ผมต้อง
์
ื
่
รวบรวมบันทึกประสบการณคัดเลอก จัดหมวดหมู รอยเรยงและขัดเกลาโดยใชระเบยบวิธการวจัย
ี
้
ิ
้
ี
์
ี
ี
่
ี
่
ํ
้
้
เชิงคุณภาพใหเปนคาอธบายกระบวนการเรยนการสอนทเนนการไตรตรองประกอบตัวอย่างของ
ิ
็
่
ี
้
ํ
็
่
ี
การนาไปใชทั้งทเปนองครวมและในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการเรยนการสอนแบบไตรตรอง
์
้
รวมทั้งไดช้ใหเห็นถึงคุณค่าทเกดขึ้นหรือประโยชน์ทไดนากระบวนการน้ไปใช จนเกดการ
ิ
่
ี
้
ิ
้
ํ
ี
ี
้
ี
่
ี
ี่
ู
เปลยนแปลงต่อนักเรยนและตัวครเอง
นอกจากน้ ผมขอใหใหญช่วยรวบรวมแผนการสอนแบบไตรตรองทเพอนรวมทางไดเขยน
่
้
่
่
ี
ื
ี
่
่
ี
้
่
ี
้
่
้
่
ขึ้นในวันสุดทายของการสัมมนา โดยเพอนรวมทางใชเวลาเพียง 2 ชัวโมงในการเขยนแผน ก่อนท ่ ี
ื
้
ู
้
่
ื
้
่
้
ํ
ุ
ํ
ั
จะนาเสนอใหเพ่อนครในกลุมงานสาระเพือใหคาแนะนาและปรบปรงแกไข ขั้นสุดทายผมอ่านและ
ํ
้
ู
อนุมัติแผนดวยการรวมฉลองกับครเจาของแผนดวยการทา “High Ten” และเขียน Like ในขั้นตอน
ํ
้
่
้
็
ื
่
้
ั
ทผมประทับใจเปนพิเศษแผนการสอนท่ไดรบ Like จากผมตั้งแต่ 3 Likes ขึ้นไป ถอว่าเป็น “แผน
ี
ี
เด็ด” ทจะถูกนามาเผยแพรใน Face Book ชือ ไตรตรอง สภาการศึกษาคาทอลิก แผนการสอน
่
่
ํ
ี
่
่
เหล่าน้อาจไม่สมบูรณแบบ 100% แต่มคุณค่าเพยงพอทจะเปนตัวอย่างในการเรยนรและพัฒนา
ี
่
ี
ี
็
้
ู
ี
์
ี
ต่อไป
11
่
ื
ิ
ผมหวังอย่างย่งว่า หนังสอเล่มน้จะช่วยร้อฟ้นประสบการณของเพอนรวมทางทเคยเดิน
์
ี
่
่
ี
ื
ื
ื
้
่
็
ํ
์
่
ทางผ่านประสบการณสายไตรตรอง และเปนแรงบันดาลใจและกาลังใจใหพวกเขายืนหยัดมันคง
่
ในการสอนแบบไตรตรองตลอดไป สาหรบผูอ่านทยังไม่เคยเดินทางสายไตรตรองร่วมกัน ผมหวังว่า
้
่
่
ํ
ั
ี
ท่านจะไดรบการโนมนาวใหมารวมทางสายไตรตรองกับเรา หนังสอเล่มน้จะใหแนวคิด แนวทาง
ื
้
้
้
่
ั
้
่
้
ี
ิ
้
่
ํ
ี
ิ
ี
ี
่
และตัวอย่างเพยงพอทจะนาการสอนแบบไตรตรองไปปรับใช้ได้จรง เพยงแต่ขอใหเปดใจและกล้า
ทจะเปลยนแปลง
ี่
ี่
้
่
ี
ิ
้
ี
สุดทายน้ ผมขอโมทนาคุณพระเจาทีทรงบันดาลใหเกดกระบวนการเรยนการสอนทเน้น
้
่
ี
การไตรตรอง และใชผมเปนเครองมอของพระองค ทั้งๆ ทผมไม่มคุณสมบัติใดๆ เลยกับงานน้ ี
ี
่
์
ื
ื
่
ี
็
่
้
้
์
ิ
้
้
่
ี
ขอบพระคุณคุณพ่อเดชาและอาจารยสุมิตรา ทใหโอกาส สนับสนุนและผลักดันใหเกดเสนทางสาย
ั
์
่
์
ไตรตรอง ขอขอบพระคุณคุณพ่อ ซิสเตอร บราเดอร ผูอานวยการและครทุกโรงเรยนทเปดรบ
ิ
ี
ี
ู
่
้
ํ
กระบวนการสอนแบบไตรตรองเขาสูโรงเรยน ขอบพระคุณคุณพ่อเฉลิมและใหญในการรวมนาทาง
่
่
่
ี
ํ
่
้
้
ั
้
่
ื
่
้
ํ
ี
่
ขอบคุณหุนส่วนและเพอนรวมงานทสานักงานของผม ผูซึ่งตองรบภาระงานหนักขึ้นในทุกๆ ครั้งที ่
่
ี
ผมและใหญออกมาจัดสัมมนา ขอบคุณภรรยาและลูกสาวทั้งสองของผมทยอมแบ่งเวลาทผมควร
่
่
ี
่
ํ
ื่
่
ี
ํ
่
ี
้
ใชอยูกับพวกเขาเพอทาหนาทน้แทนทจะทาหนาทของสามและพ่อ ทสาคัญทสุด ขอขอบคุณเพือน
่
้
ี่
้
ํ
ี่
ี่
ี
ี
รวมทางสายไตรตรองทุกท่านทีเปดรับและกลาหาญทจะเปลยนแปลงตัวเอง และขอพระพรเป็น
ิ
่
้
่
ี
่
ี
่
่
พิเศษสาหรบทุกคําสัญญาทจะยนหยัดมั่นคงบนเสนทางสายไตรตรองน้ตลอดไป
ี
ี่
ํ
่
้
ื
ั
้
ั
่
ื
่
ดวยความเชอมนและศรทธา
ั
ดร. อนุพันธ กจนิจชวะ คนนาทาง
์
ํ
ี
ิ
3 กุมภาพันธ 2016
์
้
์
ป.ล. คุณครโรงเรยนเซนตโยเซฟ บางนา ผูใชนามปากกาว่า “ว. วัณณัง” ไดประพันธบันทึก
ี
ู
้
์
้
่
์
้
้
้
ไตรตรองถึงประสบการณการเดินทางบนเสนทางสายไตรตรองในแต่ละกาวไวอย่างงดงาม ผมขอ
่
ํ
์
ี่
ื่
อนุญาตนามาแบ่งปนเพอราลึกถึงประสบการณทงดงามทเราเหล่าผูเดินทางมรวมกัน
ี
่
ํ
ี่
ั
้
12
บนทึกไตรตรอง
่
ั
ื
่
ั
สมมนาเชงปฏิบัติการ เรอง
ิ
ี
่
่
“กระบวนการเรยนการสอนทีเนนการไตรตรอง”
้
้
โดยสภาการศกษาคาทอลิกแหงประเทศไทย (ครงที ๓๘)
่
ั
่
ึ
ระหวางวันที ๙ - ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
่
่
้
ณ ศูนยฝกอบรมงานอภิบาล บานผูหวาน อ. สามพราน จ. นครปฐม
้
์
ึ
่
ํ
๑. บทนา (INTRO)
ุ
คณรสก อย่างไร ในวันหน้า (I)
ู
ึ
้
ู
ึ
่
่
ี
ึ
้
กระเช้าลอยฟา กับภกระดง ซงเปลยนผัน
ี
็
่
ี
ความจําเปน ทต้องม วิพากย์กัน
เพียงสั้นสั้น โยงใย การไตรตรอง (R)
่
ุ
ั
จดประสงค์ “คณโป่ง-คณใหญ่”ในคร้งนี้
ุ
ุ
ี
ุ
เขยนแผนด คณภาพเด่น เปนร่นสอง (O)
ุ
ี
็
่
ื
สามคนกับ สวัน ตามครรลอง (T)
ี
่
ี
เซนต์โยเซฟ บางนา ต้อง คล่องเชยวชาญ (N)
ั
“การเดินทาง ของฉน เพือเรยนรู ้
่
ี
ู
ี
ุ
กระบวนการสอน นักเรยนคร สนกสนาน
่
้
่
ทีเนนการไตรตรอง ” ครองค่งาน
ู
“ท่านอธการ วาเลนตน” ยินดครน ๒. CHANGE TO TRANSFORM
ิ
ี
ั
ิ
การลองผิด ลองถก ปลกสํานก
ู
ึ
ู
่
ึ
ได้รู้สก ว่า “เปลียน(Change)” เรียนรู้ “ ฉัน
”
(Self)
ิ
ิ
ทัศนคต เก่าใหม่ เปดใจพลัน
ี
Transform ขั้น 180 องศา เรยกว่า “นิว (NEW)”
ลมเพ ลมเพ ลมพัด
ิ
ถามให้ชัด พัดอะไร ให้ลอยล่ว
ข้อตกลง ให้โยกย้าย ว่องไวปลว
ิ
ื
พรอมแล้วพล้ว ผลงานด ตมอจอง
ี
ี
ิ
้
13
่
้
ื
ั
้
๓. กาวแรกเพอรูจก
ิ
ก้าวแรกการเดนทาง ไปเหยียบย่างเรองไตร่ตรอง
ื
่
สดใสใจลําพอง เปนเรองของคดทบทวน
็
ิ
่
ื
ิ
ส่งใดมในตน ได้คดค้นเปนกระบวน
ี
็
ิ
ใช้ความสามารถล้วน ส่งทควรใคร่ครวญนํา
ี
่
ิ
เสนทางอาจลําบาก มความยากการกระทํา
้
ี
ึ
สตระลกจํา คําไตร่ตรองฉลองชัย
ิ
ปลายทางคอความสข เปลยนแปลงยุคทกสมัย
่
ุ
ื
ุ
ี
ุ
ิ
ี
ี
่
เร่มต้นทเปดใจ จบสดท้ายเปลยนตัวเอง
ิ
่
ี
ส่ส่งทดกว่า กล้าทายท้ามกลัวเกรง
ู
ิ
ิ
่
ี
เปนครทดเก่ง เร่งร่วมทางอย่างมั่นใจ
่
ี
ี
็
ู
๙ มนาคม ๒๕๕๙
ี
ํ
ี
้
่
ิ
๔. เชาวันน้ทีรมน้า
เปิดใจ เปิดตา เปิดห ู
ี
พร้อมรบ เรยนร ส่งใหม่ใหม่
้
ั
ู
ิ
้
ื่
้
ั
์
ซอสตย เล็กเล็กนอยนอย ค่อยใส่ไป
ึ
ใส่ใจ ฝกฝน วนเวียนวัน
ู
รสก สบายสบาย ใจปลอดโปร่ง
้
ึ
ื
ื
่
แดง,ส้มโยง เขยว,เหลอง เรองสรางสรรค์
้
ี
็
็
ฟ้า,นํ้าเงิน, ม่วงเหน เปนอัศจรรย์
ี
ื
ั
พลังพลัน เร่งรบรบ กลับคนมา
“เหลองปรดฯ” โปรยปราย ในลานกว้าง
ี
ี
ื
การเดนทาง ไตร่ตรอง ต้องหรรษา
ิ
สายลมโชย เย็นกาย สบายตา
ื
่
งามแผ่นฟา ปาผืนนํ้า นํารนรมย์
้
่
14
ิ
๕. Moral Dilemma จุดวิกฤตทางจรยธรรม
ื
้
นทานเรอง สมหมาย ชายใจกล้า ขโมยยา มะเรงราย ไม่เหมาะสม
็
่
ิ
ื
็
่
ุ
ิ
่
ื
ุ
้
จดวิกฤต จรยธรรม ความชนชม และขนขม เปนมมมอง สองเสนทาง
็
ื
ฝกทักษะ ตัดสนใจ ให้เดกเลอก อย่างหมดเปลอก หกขั้นตอน สอนทกอย่าง
ิ
ุ
ึ
ื
ู
ิ
ุ
ให้รางวัล ตนเองได้ ภมใจวาง ชั่งใจอ้าง เหตผลใหม่ ใหญ่กว่าเดม
ิ
่
เปลยนวิกฤต เปนโอกาส สามารถมาก พลกเรองยาก ให้ดง่ายใช้ แรงเสรม
็
ิ
ี
ิ
ู
ื
่
ุ
ิ
ุ
ี
ิ
คณโปงซ่อม ทกกล่มสาระฯ ประจักษ์เตม วันน้เร่ม กระจ่างใจ ใน “INTRO”
่
ุ
ี
๑๐ มนาคม ๒๕๕๙
่
๖. “ใสใจกันและกัน”
ี
่
ยานี ๑๑ เช้าน้ทริมนํ้า ใส่ใจคําจําเรญโต
ิ
ี
ิ
“See, Judge, Action” Show R-C-A โอ้ไตร่ตรองคด
โคลงสีสุภาพ ชวิตอย่าวาดไว้ สงนัก
ู
ี
่
่
ื
เรอยเรอยเหนอยก็พัก ผ่อนบ้าง
ื
่
ื
่
ิ
่
รืนรืนร่วมคกคัก คดสนุก เสนาะฮา
ึ
่
็
ุ
ซ่อนทกข์อย่าเอ่ยอ้าง อวดให้ใครเหน
็
เปนคนควรจักได้ แบ่งปัน
่
ี
เล็กใหญ่ใส่ใจกัน ถถ้วน
ี
่
วิกฤตกลับเปลยนผัน โดยง่าย
ิ
ิ
สัมฤทธ์ผลเลศล้วน เลศลํ้าคําแถลง
ิ
แสดงบทสมมตรอย เรองราว
่
ื
้
ุ
ิ
“See-Judge-Act”แพรวพราว อีกขั้น
ตาบอดสอดตายาว เรองยุ่ง
ื
่
์
ื
่
้
ต่างเผ่าต่างชนชั้น เชอมฟาปรากฏการณ(Cross Cultures)
เราท่านอยู่ร่วมได้ ไทยแลนด์
สามส่วน Head- Heart - Hand ร่วมส ู ้
ิ
้
สรางศษย์สบทอดแทน ถ้วนทั่ว
ื
จากรุ่นส่รุ่นรู้ รบไว้ใจถวิล
ู
ั
๑๑ มนาคม ๒๕๕๙
ี
15
๗. วันสุดทายของการเดินทาง
้
่
ื
ึ
ื
ิ
สามวันครง สามคน ยังตนเต้น Brain Gym เล่น ช่วยได้ ผ่อนคลายส้น
่
ู
ี
่
ิ
ื
ิ
้
ี
การเดนทาง ทถกทาง สรางชวิน ย้อนคนถ่น นําไปใช้ ไม่อาทร
ู
ู
ื
้
เรางกงก ไตร่ตรองคว้า หาความร ลมใส่ใจ คณะคร ผู้สั่งสอน
ความบกพร่อง พลั้งพลาด อาจตัดรอน กราบวิงวอน ขอโทษ โปรดเมตตา
่
ขอบพระคณ ดร.อนุพันธ์กับทานใหญ่ หกวิทยากร มากนํ้าใจ ให้ปรกษา
ุ
ึ
่
คุณพ่อเฉลิม แล้วก้อ คุณพอเดชา ทกรณา นําทาง สว่างไตร่ตรอง
ุ
ี่
ื
ั
ํ
้
ั
“ความรกยนยาว” งาม “ความจาสน” แต่คํามั่น สัญญาใจ มให้หมอง
ิ
ื
็
จะทําแผนฯ นําแผนฯใช้ เพิ่มไลค์ (Like) ทอง ตมอฉลอง ความสําเรจ วิเศษไกล
ี
(หน้า 93)
ลมเพ ลมเพ ลมพัด ไตร่ตรองชัด ภาพกระจ่าง สว่างใส
ครูเซนตโยเซฟ บางนา กราบลาไป ในหัวใจ ไม่ลมคร ผู้นําทาง
์
ู
ื
ขอพระเปนเจาประทานพระพรอยางอดมสมบรณแดคุณโปง, คุณใหญ่
่
่
์
่
็
ุ
้
ู
้
้
ิ
่
ั
ึ
ุ
้
่
และผูชวยวทยากรทง ๖ ท่าน ตลอดถงครอบครวของทกๆ ทานดวยเทอญ
ั
๘. สรุป
ฉันรสก อย่างไร ในวันน้ ี
ึ
้
ู
เรมตนท จดหมาย ได้กว้างขวาง
้
ิ่
ี่
ุ
ุ
ิ
ิ
พัฒนาการของเหตผล เชงจรยธรรม จําตาราง (หน้า111)
็
่
่
เปนแบบอยาง ความวองไว จตใจงาม (Work Lunch)
ิ
ี
ู
ั้
ครูเอ(A)กับ ครซ(C) ดีทงค (หนา117)
ู
่
้
ี
ู
ี
้
ต้องเรยนร ให้ดกว่า ท้าทายถาม
ุ
่
ื
เลอกคณธรรม ทสง กว่าพยามยาม
ู
ี
ุ
ุ
ุ
ิ
็
ี
ศักด์ศรความ เปนมนษย์ สดอดม (หน้า131)
ิ
ุ
ี
ิ
นักบญอก ญาซโอ ผู้ให้กําเนด
ไตร่ตรองเลศ รกกันไว้ ใช้เหมาะสม
ิ
ั
ิ
็
่
ื
เปนหนงเดยว ร่วมเดนทาง อย่างรนรมย์
ี
ึ
่
“Sid the Science Kid” สอนคม ชมแบ่งปน
ั
16
บ้านผู้หว่าน สงบเงยบ และเรยบง่าย
ี
ี
ู
ี
ชพบั้นปลาย ได้อยู่ ดสขสันต์ ิ
ุ
์
รบพรพระ...สมบรณพร...ขจร อนันต์
ู
ั
ื
พันธะมั่น สัญญาใจ ไม่ลมเอย
ว.วัณณัง
๑๒ มนาคม ๒๕๕๙
ี
17
อิสรภาพ
ั
“อยาใชอิสรภาพนั้นเปนขอแกตัวที่จะทําตามใจตน แตจงรบ
ใชซึ่งกันและกันดวยความรัก” (กท. 5:13-14)
18
บทที่ 1
เชิญติดตามอยางไตรตรอง
้
ี่
ี
ี
ด้วยกระบวนการเรยนการสอนทเนนการไตรตรอง นักเรยนสามารถพัฒนาทักษะในการคิด
่
่
ี
่
่
่
่
ื
วินิจฉัยและไตรตรอง นักเรยนจะรจักหาช่องว่างของเวลาเพอหยุดอยูชัวขณะ เพอคิดทบทวน
ื
ู้
็
่
็
่
ื
ํ
่
่
ํ
ี
ิ
วนิจฉัยและไตรตรองกอนทจะตัดสินใจและลงมอทาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึงจาเปนเปนอย่างมากในสังคม
ั
่
้
้
ี่
้
ํ
ี
ึ
ปจจุบันทเต็มไปดวยสิ่งกระตุนและสิ่งเราตลอดเวลา กระบวนการสอนแบบนี้ช่วยฝกทักษะทจาเป็น
่
่
ี
ี
่
ิ
่
ี
้
ี
่
น้แกนักเรยน นแหล่ะ! เหตุผลทผมเชิญชวนใหคุณครูจัดการเรยนการสอนแบบไตรตรอง เรมต้น
ี
่
จากการเปลยนแปลงตัวเอง 180 องศา
ี
่
ี
ี
ในบทน้ ผมขอชวนเชิญติดตามอย่างไตรตรองว่า ทําไมจึงควรจดการเรยนการสอน
ั
้
่
ู
์
แบบไตรตรอง โดยพิจารณาจากประสบการณครหลายๆ ท่านทไดนาการสอนแบบไตรตรองไปใช ้
ี่
ํ
่
ี
่
ิ
่
ื
์
่
ั
และผลลัพธทพวกเขาได้รบ ผมขอเรมต้นจากบันทึกเรอง “หองเรยนดิ้นได” ของคณครูฐานดา
ิ
ุ
้
้
ี
่
ี
พอชมภู โรงเรยนวาสุเทว คุณครไดเล่าประสบการณทีตัวเองไดเปลยนแปลงไป 180 องศา โดย
่
้
ี
์
ู
ี
้
่
่
ี
ี
ี
ู
ี
่
่
ิ
ี
การเปลยนทัศนคติและวธการสอน จากวธการครสูนักเรยน กลายเปนนักเรยนสูนักเรยน จากคร ู
ี
ิ
็
ี
ี
ี
่
ํ
ี
ี
ํ
่
ี
ิ
้
ู
ี
ํ
็
เปนผูสอน กลายเปนครผูอานวยการการเรยนร และจากวธการทมคาตอบทถูกเพยงคาตอบเดยว
็
้
ู
้
่
ี
ี
ของคร กลายเปนคาตอบทใช่และหลากหลายของเด็กๆ ผลลัพธทได คอ นักเรยนประถมศึกษาปท ี ่
ํ
ี
้
ื
ู
็
์
ี
่
ู
้
ี
้
ู
้
่
่
ี
็
ี
้
1 ของคร รจักไตรตรองตามวัยวุฒิของเขา และหองเรยนกลายเปน “หองเรยนดิ้นได” ทครูและ
่
ู
้
ี
้
นักเรยนรวมกันวางแผนการเรยนรดวยความสนุกและสดใส
ี
หองเรียนดิ้นได
“กระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง” หน้าตามันเปนยังไง? คําถามน้มันเร่ม
่
ิ
ี
ี
ี
็
ึ
เกิดข้นในหัวของฉันและเร่มมคําถามต่อมาอกหลายๆ คําถามพลั่งพลเข้ามาเพือหาคําตอบ หลังจากท ่ ี
ิ
่
ู
ี
ี
ิ
ู
ี
่
็
ึ
้
ั
ิ
่
ฉันได้รบเชญการเข้าร่วมอบรม “มันจะใช้ได้จริงรึ” นีเปนคําถามทท้าทายความคดและความรสก
ของฉันมาก ฉันจะต้องหาคําตอบให้ได้ด้วยตัวของฉันเอง แน่นอนทสด ฉันต้องเข้าร่วมอบรม
่
ุ
ี
19
ู
ี
ี
ี
ึ
่
จากวันนั้นวันทฉันตั้งคําถามให้กับตัวเอง จนถงวันน้วันทฉันได้นํารปแบบกระบวนการ
่
ี
ี
ี
เรยนการสอนแบบไตร่ตรองมาใช้กับเดกนักเรยนในห้องเรยนชั้นประถมศกษาปท 1 ของฉัน ผ่าน
็
ี
่
ึ
ี
ี
่
ี
ิ
ไปมาปกว่าๆ แล้ว ฉันยังจําบรรยากาศวันแรกในชั่วโมงแรกทเร่มใช้กระบวนการน้ ฉันตงเครยด
ี
ึ
ี
ู
ี
็
และวิตกกังวล ราวกับว่า ฉันเปนครใหม่ก็ว่าได้ทั้งๆ ทฉันเองได้สอนมาตั้งหลายปแล้ว เมอย่างก้าว
่
ี
่
ื
ู
ุ
็
ู
ี
ิ
เข้ามาในห้องเรยน ฉันเจอกับคําถามแรกของเดก “คณครจะให้หนเปดหน้าไหนเหรอคะ?” “ทํา
ิ
ู
ุ
็
ึ
ิ
แบบฝกหัดหน้าไหนคะ” “หยิบสมดเล่มไหนคะคณคร” ตายล่ะ! ฉันเร่มหยุดคดกับคําถามของเดกๆ
ุ
็
็
ู
ี
นฉันสอนเดกรปแบบเดมๆ ซํ้าๆ จนเดกจําได้เลยเหรอว่า ฉันจะเร่มอย่างไรและลงท้ายอย่างไร
ิ
ิ
่
ี
่
่
็
ี
็
วันน้ฉันเปลยนไป ฉันตอบเดกๆ ด้วยรอยยิ้มทมมปากว่า “ยังค่ะเดกๆ วันน้เรามาทําอะไร
ี
ี
ุ
ิ
สนกๆ กันก่อนดกว่ามั้ยคะ?” เด็กๆ รองเย้ ! ปนความแปลกใจบนใบหน้า “งงล่ะซ ครมาแบบใหม่”
ุ
้
ี
ู
่
ุ
่
ิ
ี
ี
ื
ุ
ฉันคดในใจ หลังจากทเราทําเรองสนกๆ กันแล้ว เราเร่มพูดคยกันว่า เราเรยนเรองอะไร ทําไมต้อง
ิ
ื
่
ุ
ี
ี
เรยน เรยนอย่างไร และสดท้ายเรามาทบทวนไตร่ตรองหลังจบกิจกรรมกัน บรรยากาศตลอดในการ
ิ
่
ี
่
ี
็
ี
ุ
ั
เรยนการสอน ฉันพบปญหามากมาย ทเปนจดบกพร่องในการสอนในอดตของฉัน ส่งทตอกยํ้า
ี
ี
็
ิ
ี
่
ุ
จดบกพร่องในการสอนของฉันมากทสด ฉันพบว่า เดกมความคดทค่อนข้างแคบ คดเองไม่เปน
ิ
็
ุ
่
ี
็
กลัวผิดไม่กล้าลงมอทํา ไม่กล้าคดด้วยตนเอง เมอฉันเร่มให้เดกคดไตร่ตรองหลายๆ คาบ เดกๆ ยังคง
ิ
ิ
็
ื
่
ื
ิ
ึ
ึ
ิ
่
ิ
ู
็
้
ไม่เข้าใจถงความหมายของการไตร่ตรอง หยุดน่งเพือคดทบทวนไม่เปน ความรสกของฉันในตอน
็
ี
ิ
ี
่
่
ั
ิ
นั้นฉันห่อเหยวใจ ฉันเร่มไตร่ตรองตนเองและต้องยอมรบว่า เปนความผิดของฉันจรงๆ ผิดทฉัน
็
็
ี
่
่
ึ
ี
็
ี
สอนเดก ฝกเดกให้เปนแบบน้พวกเขาได้สะท้อนกลับมายังตัวฉัน ฉันต้องกล้าทจะเปลยนตนเอง คร ู
One – Way ไม่เอาแล้ว ฉันต้องยืนหยัดเปนคร Two – Ways นับแต่นี้ไป
ู
็
จากวันนั้น วันทฉันได้เปลยนตนเองและสอนกระบวนการเรยนการสอนแบบไตร่ตรอง
ี
ี
่
ี
่
้
ู
ู
ู
ิ
ู
ิ
่
ี
ึ
ึ
็
ิ
ี
อย่างจรงจัง จนถงวันน้ ฉันรสกภมใจในตัวเดกนักเรยนของฉันและภมในตัวเองทตัดสนใจถก ฉัน
ี
ิ
ั
ี
ี
ี
เปรยบเทยบได้เลยว่า ก่อนและหลังแตกต่างกันมาก บรรยากาศในห้องเรยนของฉันสดใสสําหรบ
ี
่
ื
ี
่
็
็
ื
่
เดกๆ ไม่น่าเบอ มันเปนห้องเรยนทด้นได้ เดกๆ ตนเต้นและท้าทายอยู่เสมอว่า วันนี้เขาจะได้สนุก
็
ิ
้
่
ี
อะไร เรยนอะไร รอะไร คดอย่างไร โดยทพวกเขาเองสามารถมส่วนร่วมในการวางแผนการเรยนร ้ ู
ิ
ี
ี
ี
ู
ของเขาร่วมกับเพื่อนๆ โดยเฉพาะเมอเดกได้มโอกาสหยุดคดฝกฝนกระบวนการไตร่ตรองด้วย
ิ
ึ
ี
ื
่
็
็
ตนเอง เดกได้ทบทวนตนเอง ถงแม้เขาจะยังไม่สามารถเขยนบรรยายหรอจดบันทกไตร่ตรองเปน
ื
ึ
ี
็
ึ
่
ิ
เรองราวทชัดเจนออกมาจากความรสกของเขาจรงๆ ได้ แต่เขาสามารถพูดสอความหมายถงส่งเล็กๆ
ี
ึ
ื
่
ู
่
ื
ึ
ิ
้
ี
ิ
็
ิ
ิ
ิ
ื
ทเขาขดเขยนลงไป อาจจะเปนเพียงคําสั้นๆ ประโยคสั้นๆ หรอภาพวาด เขาเร่มมความคดรเร่ม
่
ี
ี
ี
ู
้
แปลกใหม่หลากหลาย และบ่งบอกถงตัวตนของเดกเอง เรยนรจาการลองผิดลองถก ซํ้าไปซํ้ามา
ึ
ู
ี
็
่
่
้
ี
่
ี
ู
็
ื
ี
็
่
โดยทตัวฉันไม่จําเปนต้องเปนฝายปอนข้อมลเพียงฝายเดยวเหมอนทผ่านมา ในชั่วโมงเรียนรู้ของฉัน
20
ี
ี
่
ื
ู
ี
็
ไม่มคําตอบทีถกหรอผิดเพียงคําตอบเดยว มแต่คําตอบทใช่และหลากหลายของเดกๆ ฉันเปนเพียงผู้
ี
็
่
์
็
ี
ี
็
่
อํานวยประสบการณ แต่เดกเองทเปนคนเรยนร ู ้
กระบวนการเรยนการสอนแบบไตร่ตรองสามารถนํามาใช้กับเดกเล็กๆ ของฉันได้จรงๆ
ิ
ี
็
อย่าคดว่าเขาเปนเพียงแค่เดกแล้วจะคดไตร่ตรองไม่เปนนะ ฉันค้นพบแล้ว ฉันทึงและภมใจในตัว
ิ
ิ
็
็
ิ
็
ู
่
์
ั
ี
่
ี
เด็กของฉัน ไม่ใช่เพียงเด็กเท่านั้นทได้รบประโยชนจากการเรยนการสอบแบบไตร่ตรอง ตัวฉันเอง
นแหละ ทได้รบประโยชนมากมาย ฉันเร่มมองเหนคณค่าของตนเองในมมมองทหลากหลาย
ั
์
ิ
่
ุ
ี
่
ี
ุ
ี
่
็
็
ั
ุ
ิ
สดท้าย ฉันขอแบ่งปนการให้นยามความหมายของคําว่า “ไตร่ตรอง” ของเดกนักเรียนชั้น
ป.1 ของฉัน เปนคําถามและคําตอบทนักเรยนเขาสนทนากันว่า “ไตร่ตรอง” คือ “อะไรอ่ะ?” เดกที ่
ี
ี
่
็
็
่
ี
ึ
ี
่
แก่นและเฟยวทสดในห้องรบตอบเพือนไปว่า “มันก็เหมอนกับไต่ต้นไม้นั่นแหล่ะเธอ!! เธอไต่ข้น
ื
ุ
ี้
ื
ึ
ไปยังไง แล้วเธอจะไต่ลงมายังไงล่ะเท่านั้นเอง เธอกับฉันไต่ข้นกับไต่ลงไม่เหมอนกันนะ” น่าคิดนะ
ี
ิ
ี
ี
่
เด็กแต่ละคนมกระบวนการคดและหาคําตอบทแตกต่างกัน ทักษะเทคนควิธการก็ย่อมแตกต่างกัน
ิ
การไต่ต้นไม้ข้นหรอลงก็คงจะเปรยบเหมอนกับการเรียนและการทบทวนการเรียนรู้ของเขา เข้าใจ
ื
ี
ื
ึ
ี
ู
ี
เปรยบเทยบนะลกเอ๊ย !!!
คณครูฐานิดา พ่อชมพู
ุ
ุ
โรงเรยนวาสเทวี
ี
23 มกราคม 2016
ื่
ในบันทึกเรอง “เชิญติดตามอยางไตรตรอง” ของคณครูสขสราญ บวทอง โรงเรยนยอ
ี
่
ั
ุ
ุ
่
แซฟอุปถัมภ แผนกสามัญหญง หลังจากคุณครไดสัมผัสการเปลยนแปลงตัวเองและนักเรยนจาก
ี
่
ี
้
์
ู
ิ
ุ
ํ
่
้
การนาการสอนแบบไตรตรองไปใช คุณครูได้สรปเหตุผลว่า ทําไมควรจะใชการสอนแบบไตรตรอง
้
่
ึ
้
ี
่
ี
ี
ื
ี
ี
็
้
ี
ไว้ ดังน้ “นักเรยนของฉันเหนคุณคาในเน้อหาท่เรยนมากขน มความสนใจเรยนรู้ด้วยการสราง
บรรยากาศของฉัน นักเรยนของฉันได้ฝกการคดไตรตรอง การจดบันทกและการแบงปน ม ี
ั
ิ
ึ
่
ึ
่
ี
ปฏสัมพันธท่ดในกลุม ได้เหนคุณคาของตนเองและผู้อ่น และท่สาคัญ นักเรยนของฉันได้เรยนรู้
ี
ี
็
ี
่
ี
์
่
ิ
ํ
ื
ี
่
็
้
ี
ด้วยตนเอง” บักทึกของคุณครไดเขยนบรรยายขั้นตอนการสอนดวยการสอนแบบไตรตรองเปน
ู
้
ี
่
ขั้นๆ ในขั้นตอนอย่างชัดเจน บันทึกน้เปนตัวอย่างทดมากๆ ของการสอนแบบไตรตรอง
ี
่
็
ี
21
เชิญติดตามอยางไตรตรอง
ี
็
่
ึ
ี
้
ู
ก่อนอืนหมดเรามารจักกันก่อนนะคะ ฉันเปนครสอนวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศกษาปท 5
่
ู
ู
ุ
ื
่
ี
โรงเรยนยอแซฟอปถัมภ์ แผนกสามัญหญง อําเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ชอครสขสราญ บัว
ุ
ิ
ี
ู
ื
๊
ทอง หรอเรยกง่ายๆ ว่า ครเจยบค่ะ
ี
ั
่
ี
“การไตร่ตรอง” ฉันได้ยินคําน้บ่อยคร้ง เพราะเปนคําทปรากฏในคณค่าพระวรสารทฉัน
่
็
ี
ี
ุ
ี
้
ี
ู
ู
ี
ต้องบรณาการในการเขยนแผนการจัดการเรยนรของฉันอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจดนักว่า
ิ
ึ
ื
ิ
ี
ทําไมจงต้องเน้นการไตร่ตรอง ฉันคดเบ้องต้นว่า “คงต้องการให้นักเรยนได้ฝกการคดอย่าง
ึ
รอบคอบมั้ง” จนกระทั่ง ฉันมโอกาสได้เข้ารบการอบรมเรองกระบวนการเรยนการสอนทเน้น
่
ื
่
ี
ี
ี
ั
่
ี
่
่
ื
การไตร่ตรอง เมอวันท 28-31 สิงหาคม 2557 ซึ่งเป็นรุ่นที 19 ของการอบรมกระบวนการนี้
ึ
ี
ี
็
วิทยากรได้เปนผู้นําทางให้ฉันได้ศกษาค้นคว้าและค้นพบวิธการนํากระบวนการเรยนการสอนท ี ่
ี
ี
ี
์
ี
เน้นการไตร่ตรองมาใช้ในการเรยนการสอนว่า มคณค่า และมประโยชนแก่นักเรยนของฉันได้
ุ
ี
ู
ี
ู
์
่
่
็
อย่างไร เพือให้การอบรมคร้ ังน้ของฉันไม่สญเปล่าและเพือเปนการพิสจนว่ากระบวนการเรยน
ุ
ี
ิ
ี
่
ึ
ี
การสอนทเน้นการไตร่ตรองเกิดคณค่าแก่นักเรยนจรง ฉันจงทดลองนํากระบวนการน้มาใช้ใน
การจัดการเรยนการสอนของฉัน
ี
่
ฉันเลอกแผนการจัดการเรยนรเรือง การวิเคราะหและประเมินคุณคาของวรรณคดีและ
์
่
ื
ี
้
ู
ิ
็
็
้
่
ื
วรรณกรรมเรองโคลนติดลอ ตอนนยมความเปนเสมียน มาเปนแผนเร่มต้นการใช้กระบวนการ
ิ
ิ
ี
ี
้
่
ู
ี
เรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง ฉันเร่มสรางบรรยากาศแห่งการเรยนรบทเรยนด้วยการให้
ี
้
ั
นักเรยนร่วมกันขับรองบทเพลงปลกใจ เพลงสยามานสต ซงเปนพระราชนพนธของรชกาลท 6
ุ
้
ิ
่
็
ิ
ี
ี
์
่
ึ
ุ
ิ
์
ื
ิ
และพระองค์ท่านเปนผู้พระราชนพนธบทความเรองโคลนตดล้อ และพูดคยซักถามนักเรยน
่
ี
ุ
็
ิ
ี
่
ุ
ั
่
เกียวกับคณค่าทได้รบจากบทเพลงด้านวรรณศลปและด้านสังคม
์
ิ
ู
เมอนักเรยนของฉันเร่มจะสนกกับการเร่มต้นบทเรยนแล้ว ต่อมาฉันเปิดประตูส่ภาพรวม
ื
่
ี
ิ
ุ
ี
้
ู
ึ
่
ื
ุ
ี
ซงในการอบรมใช้ว่า “INTRO” ฉันบอกวัตถประสงค์การเรยนร (Objectives) เน้อหา (Range)
ี
้
่
ึ
ี
ี
ู
ี
ี
เวลาเรยน (Time) ของการเรยนรแก่นักเรยน ซงไม่ยากนักในขั้นตอนน้ ทําให้นักเรยนของฉันได้ร ู ้
็
ขอบเขตของการเรยนร พอมาถงขั้นความจําเปน (Need) ฉันต้องคิดแล้วว่า จะให้นักเรียนของฉัน
ึ
ู
ี
้
์
เหนความจําเปนหรอความสําคัญทต้องเรยนเน้อหาน้อย่างไรด และจะเกิดประโยชนแก่นักเรยน
่
ี
ี
็
ื
็
ี
ื
ี
ี
ึ
ี
ได้อย่างไร ฉันจงเรยบเรยงได้ว่า "การวิเคราะหคุณค่าวรรณกรรมทําให้นักเรียนเข้าใจแนวคิด
์
ี
ี
ี
ี
่
ื
จดม่งหมายของผู้เขยนและสะท้อนค่านยม ความเชอ ขนบธรรมเนยม วัฒนธรรมของผู้เขยนในยุค
ิ
ุ
ุ
่
ี
สมัยนั้น ซงนักเรยนสามารถเรยนรได้ด้วยการถ่ายทอดทางวรรณกรรม วรรณคด อย่างม ี
ึ
ี
ี
้
ู
22
็
ุ
้
ิ
่
ื
สนทรียภาพทางภาษา” เมอได้ความจําเปนแล้ว ฉันเร่มสรางความสนใจ (Interest) และโยงเข้าส่ ู
ิ
์
ึ
ี
ี
่
ื
บทเรยน ด้วยการเชญชวนให้นักเรยนไปชมตอนหนงของภาพยนตรเรอง นเรศวรมหาราช ตอน
่
สงครามยุทธหัตถ ซงเปนภาพยนตรประวัตศาสตร และให้นักเรยนสังเกต จดจํา พร้อมทั้งบันทึก
์
์
ิ
็
ี
ี
่
ึ
ี
ี
ว่ามคําพูดใดของตัวละครทนักเรยนประทับใจ และคําพูดนั้นสะท้อนคณค่าด้านวรรณศลปหรอ
่
ี
ุ
ิ
์
ื
็
์
ุ
ี
ด้านสังคมอย่างไร เหนไหมคะว่า นักเรยนของฉันไม่ได้ชมภาพยนตรเพียงแค่สนก แต่ฉันเริ่มนํา
ึ
ึ
่
ี
ี
กระบวนการไตร่ตรองและบันทกมาใช้กับพวกเขาแล้ว ซงตอนแรกก็มนักเรยนมาถามฉันว่า
ึ
ู
“ทําไมต้องบันทกคําพูดของตัวละครด้วยล่ะคะ และถ้าบันทกไม่ครบ ครจะว่าไหม” ฉันตอบว่า
ึ
“นักเรยนลองพิจารณาดเองนะคะ”
ี
ู
ขั้นตอนต่อไปของฉันคอ การนําเสนอบทเรยน ฉันได้นํากระบวนการ See-Judge-Act มา
ี
ื
ี
ใช้ในกระบวนการนําเสนอบทเรยน ดังน้ ี
้
ุ
์
ิ
ุ
ี
ในขั้น See ฉันเร่มสรางประสบการณด้วยการแบ่งกล่มนักเรยน กล่มละ 3-5 คน เพื่อ
่
ช่วยกันระดมความคิดเกียวกับการประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ คุณค่าด้านสังคมจากการชม
่
ภาพยนตรเรองนเรศวรมหาราช ตอนสงครามยุทธหัตถ และถามนักเรยนว่า คณค่าด้านวรรณศลป ์
ุ
ี
ื
์
ิ
ี
ื
ุ
หรอคณค่าด้านสังคมนั้นสะท้อนหรือแฝงด้วยคุณธรรมใด โดยให้นักเรียนร่วมกันสรุป
ี่
หลักเกณฑ์ทได้
ื
่
ุ
ื
ึ
ี
ู
ื
ในขั้น Judge ฉันเข้าส่เน้อหา โดยการแบ่งกล่มนักเรยนให้ศกษาเน้อหาเรองโคลนตดล้อ
ิ
ี
ิ
ตอนนยมความเปนเสมยน ในหนังสอเรยนภาษาไทยพื้นฐาน เล่ม 2 พร้อมทั้งให้นักเรียนได้อ่าน
ี
็
ื
ี
่
ี
์
ึ
และศกษาหลักการวิเคราะหคณค่าของวรรณกรรมว่ามหลักการใดทสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ท ่ ี
ุ
ี
ี
ุ
ี
นักเรยนช่วยกันสรปบ้าง ฉันสังเกตเหนว่านักเรยนของฉันบางคนมสหน้าภมใจและดใจท ่ ี
ี
ี
ู
ิ
็
ิ
ุ
่
ิ
ี
ี
ื
หลักการบางข้อในหนังสอตรงกับหลักการทนักเรยนเปนผู้สรป ฉันอธบายเพิ่มเตมประกอบ
็
ี
์
ตัวอย่าง จากนั้นนักเรยนของฉันร่วมกันสรปหลักเกณฑ์การวิเคราะหคณค่าวรรณกรรมคดจาก
ี
ุ
ุ
่
่
ี
ึ
ู
้
ี
ี
ความรทได้ศกษามา และฉันยังให้นักเรยนอ่านหนังสอแบบเรยน เพือตอกยํ้าการเรยนรอีกครั้ง
ู
้
ื
ี
ประมาณ 10 นาที
ในขั้น Act นักเรียนของฉันต้องลงมือปฏิบัติแล้วนะ ฉันให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกัน
ิ
ิ
วิเคราะหคณค่าด้านวรรณศลปและด้านสังคมจากบทความเรองโคลนตดล้อ ตอนนยมความเปน
์
ุ
ื
่
ิ
์
็
ี
ี
เสมยน และนําเสนอผลงานการวิเคราะห โดยมเพือนๆ แต่ละกล่มร่วมกันวิพากษ์ นอกจากน้ ฉัน
่
ี
ุ
์
ี
่
ี
ี
ี
ี
ยังมคําถามแถมให้นักเรยนคดอกว่า บทความตอนทเรยนน้สะท้อนคุณค่าเชิงจริยธรรมด้านใด
ิ
ี
และสามารถนําไปใช้ได้อย่างไร
23
ก่อนจบคาบเรยน ฉันตั้งคําถามไตร่ตรองแบบ R-C-A เพื่อให้นักเรยนของฉันสามารถ
ี
ี
ื
ี
่
ึ
้
ี
ู
้
ู
ิ
สะท้อนส่งทได้เรยนรและมความเข้าใจมากข้น สามารถเชอมโยงความรเดมกับความรใหม่ได้
่
ิ
ี
ู
้
ี
ิ
ุ
ี
ี
่
และนักเรยนของฉันยังสามารถนําคณธรรมทปรากฏไปใช้ในการดําเนนชวิตได้อกด้วย นักเรยน
ี
ี
ิ
ี
ี
ึ
ั
่
ึ
ื
บันทกไตร่ตรอง ถงตอนน้มนักเรยนบางคนถามว่า “บันทกแล้วต้องอ่านให้เพือนฟงเหมอนเดม
ี
ึ
ี
ื
้
ู
ั
ไหมคะ” ฉันยิ้ม เพราะนักเรยนเร่มเรยนรเรองการแบ่งปนด้วยแล้ว
่
ี
ิ
จากการนํากระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรองมาใช้คร้งน้ ฉันพบว่า นักเรยน
ี
ี
ี
ี
่
ั
ี
ี
ึ
่
ี
ู
ี
้
ื
ุ
ของฉันเหนคณค่าในเน้อหาทเรยนมากข้น มความสนใจเรยนรด้วยการสรางบรรยากาศของฉัน
็
้
นักเรยนของฉันได้ฝกการคดไตร่ตรอง การจดบันทก การแบ่งปน มปฏสัมพันธทดในกล่ม ได้
์
ี
ึ
่
ุ
ี
ั
ี
ิ
ึ
ิ
ี
็
้
ี
ื
่
ู
ี
ี
ุ
่
เหนคณค่าของตนเองและผู้อน และทสําคัญ นักเรยนของฉันได้เรยนรด้วยตนเอง
ี
้
้
ี
ส่วนตัวฉันพบว่า ฉันได้เปนผู้นําทางให้นักเรยนได้เกิดการเรยนรด้วยตนเอง ฉันได้สราง
ู
็
ี
ความภาคภมใจให้เกิดข้นในตัวผู้เรยนด้วยกระบวนการไตร่ตรอง ฉันมส่วนกระต้นให้นักเรยนได้
ุ
ี
ู
ิ
ี
ึ
่
ี
ื
ุ
ั
ี
ิ
ี
ี
็
ิ
่
ิ
่
คดด้วยตนเอง ได้เขยนในส่งทคด และมโอกาสแบ่งปนแก่ผู้อน และทสําคัญฉันได้เหนความสข
ในการเรียนรู้ของผู้เรียน
ื
่
ี
ี
ู
ุ
่
ี
ิ
ึ
ฉันจงอยากทจะเชญชวนคณครทยังลังเลหรอสงสัยในกระบวนการเรยนการสอนทเน้น
ี
่
ิ
ื
ี
ี
ี
ี
ื
การไตร่ตรองว่าจะทําให้นักเรยนได้พัฒนาหรอเรยนได้ดข้นจรงหรอ ได้ลองนําวิธการน้ไปใช้กับ
ึ
ี
ิ
ู
ุ
ี
ี
การนําเสนอบทเรยน และสังเกตผลการเรยนรของนักเรยนด้วยตนเองของคณเอง ลองดนะคะ เร่ม
ี
ู
้
จากบางขั้นตอนบางกระบวนการก่อนก็ได้ค่ะ เพือเปรยบเทยบกับการจัดการเรยนการสอน
ี
่
ี
ี
แบบเดมของเรา แล้วคณจะพบข้อพิสจนด้วยตนเอง
ู
ิ
์
ุ
ู
คณครสขสราญ บัวทอง
ุ
ุ
ิ
โรงเรยนยอแซฟอปถัมภ์ แผนกสามัญหญง
ุ
ี
ิ
15 พฤศจกายน 2014
ํ
ู
ู
่
คุณครสุขสราญ บัวทอง ไดอธบายทุกขั้นทคุณครทาในการสอนแบบไตรตรอง ตั้งแต่ขั้นที ่
้
ิ
่
ี
้
1 การสรางบรรยากาศหองเรยน ขั้นท 2 การใหภาพรวม ขั้นท 3 การนาเสนอดวย See-Judge-Act
ี
ี
่
ํ
้
้
ี
้
่
ี
และขั้นท 4 การไตรตรอง กอนจบคาบดวยคาถาม R-C-A การสอนทแบบไตรตรองนี้มจุดแข็งที ่
ี
่
่
ํ
้
่
่
ี
่
ื
ํ
สาคัญ คอ
24
้
ั
ี
้
1. ใชกบหลกสูตร หรอสาระวิชาใดๆ ก็ได กระบวนการน้สามารถปรบใชไดอย่าง
ั
้
ื
้
ั
ํ
ิ
ี
ง่ายดาย กับหลักสูตรทกาหนดขึ้นโดยกระทรวงศึกษาธการหรอหน่วยงานการศึกษาใด โดยไม่
ื
่
็
ื
ํ
่
ื
ั
้
ี
จาเปนตองเปลยนแปลงหลักสูตรหรอเน้อหาวชาทสอน เพยงแต่จะตองปรบปรงแผนการสอนดวย
้
ุ
ิ
ี
้
่
ี
ู
ี
้
ี
้
่
่
ี
้
ี
กระบวนการเรยนรน้ใหต่างจากวิธการสอนทใชอยูเดิม
2. ใช้กบกระบวนการจดการเรยนรูทกประเภท สามารถปรบใชกับทั้งการเรยน
ี
้
ั
ุ
ั
ั
ี
้
ี
้
ี
ิ
ิ
็
่
ู
้
ื
การสอนในคาบเรยนปกติ และยังใชไดกับกจกรรมการเรยนรอนๆ ไม่ว่าจะเปนกจกรรมเสรม
ิ
้
ื
หลักสูตร กฬา โครงการบาเพ็ญประโยชน การเขาเงยบฟ้นฟูจิตใจ และกจกรรมพิเศษอนๆ
่
ิ
ื
้
ี
์
ํ
ี
้
่
้
ิ
กระบวนการน้มศักยภาพอย่างยงในการช่วยใหนักเรยนเชอมโยงเน้อหาวิชาทไดเรยนรเขาดวยกัน
้
้
ู
ี
้
ี
ื
่
่
ี
ี
ื
ี
และบูรณาการการเรยนรกับสิ่งทไดรบมากอนหนาน้ ทั้งในวิชานั้นเองและกับวิชาอนๆ และทสาคัญ
ั
ี
ี
ี่
ํ
้
้
ื่
ี
่
ู
่
้
ทสุดช่วยเชอมโยงวิชาความรกับชวิตของนักเรยน เพอนักเรยนจะสามารถใชวชาความรเพอลงมอ
้
่
ี
ี
ื
้
่
ื
ู
ิ
่
่
ื
้
ู
ี
ื
ี
ปฏบัติในการเปลยนแปลงชวิตและโลกได ้
ิ
ี่
ี
ู
่
ี
3. ทําใหครูสามารถเพิมคณคาของเน้อหาวิชาทสอน ครมวิธการเพิมขึ้นในการ
ี
ุ
้
่
ี
่
ื
่
ุ
ิ
ิ
่
ส่งเสรมความคิดรเรมของนักเรยน เพอปรบปรงวธการสอนของตนเองอยูเสมอ และพัฒนาความ
ี
ิ
ิ
่
่
ั
ื
ี
็
ี
เปนมออาชพของครู
ื
4. เช้อเชิญใหนกเรยนไตรตรองถึงความหมายและความสําคญของสงท ่ ี
่
้
ั
ั
ิ
ี
่
ื
ี
้
้
ศึกษาอยู ดวยการจูงใจใหนักเรยนมส่วนรวมในกระบวนการเรยนการสอนดวยความกระตอรอรน
้
ื
ี
ี
ื
่
้
่
ื
่
ี
้
โดยมจุดหมายเพอก่อใหเกดการเรยนรส่วนบุคคลมากขึ้น และสรางแรงกระตุนใหนักเรยนดวยการ
ี
้
้
้
ิ
ู
้
ี
้
้
ิ
ี
ี่
ื่
้
์
ี
้
ู
้
เปดโอกาสและชักชวนใหนักเรยนเชอมโยงสิ่งทไดเรยนรเขากับประสบการณในโลกของตนเอง
5. สงเสรมใหเกิดความรวมมอและการรวมแบงปนประสบการณซึงกนและ
่
ิ
่
์
ั
ั
ื
้
่
่
่
ู
ี
ี
้
ิ
ู
์
กนในหมูนกเรยนและครู นักเรยนและครจะค่อยๆ เรยนรว่าประสบการณทลึกซึ้งของตนเกดขึ้น
ี
่
ั
่
ั
ี
่
จากความสัมพันธและประสบการณกับบุคคลอนๆ การไตรตรองเปนแรงบันดาลใจไปสู่ความชนชม
็
์
์
ื่
ื่
ยินดีต่อชวิตของตนเองและของผูอน และนาไปสูการลงมอปฏบัติเพอเปลยนสังคมและโลก
่
ิ
ื
้
ี
ํ
ื่
ื่
ี่
้
ี
็
ุ
่
ดวยจุดแขงของการสอนแบบไตรตรอง คณครูศรนยา ธนะศกดิ์ศร โรงเรยนดรณาราชบุร ี
ุ
ั
ิ
ี
เนนย้าถงเหตุผลว่า “ทําไม? ต้องเปล่ยน” การสอนแบบเดิมใหเปนการสอนแบบไตรตรองว่า “การ
็
ึ
้
้
ํ
่
ี
ี
ี
ี
ี
่
่
ใช้กระบวนการจัดการเรยนการสอนท่เน้นการไตรตรอง ทาให้ฉันได้มเวลาทบทวนกับสงท่ได้ใช้ใน
ิ
ํ
ี
่
ั
ี
ิ
ึ
้
ี
การสอนกับนักเรยน ได้รู้ปญหาท่เกดขนในระหวางการสอน มการหาแนวทางแก้ไข เปรยบเสมอน
ื
ี
ึ
ี
่
การบันทกหลังการสอน เพ่อปรับเปล่ยนหาแนวทางแก้ไข เพ่อนาไปสูการพัฒนาด้านการสอน....”
ื
ํ
ื
25
ทําไม? ตองเปลี่ยน
็
ี
ี
ิ
ุ
ในทกๆ วันตอนเช้าโรงเรยนมกิจกรรม Reading Time ก่อนเข้าแถวเคารพธงชาต ฉันเปน
ครประจําชั้น ม.2 ในเทอมแรก ในช่วงเวลานี้ครูทุกคนต้องเข้าไปให้ความรู้เด็กนักเรียนประมาณ
ู
ี
ี
ิ
ึ
ี
ิ
่
่
ู
ี
ี
ี
15 นาท ฉันเตรยมหาข้อมลแล้วเอาไปพูดทหน้าชั้นเรยน ให้นักเรยนจดบันทกส่งทคดว่าสําคัญลง
ุ
้
ู
ี
ุ
ี
่
ี
ื
ี
่
ไปในสมด นักเรยนบางคนกระตอรอรนจดทกคําพูดทครบอก แต่นักเรยนส่วนใหญ่ทไม่ได้สนใจ
ื
้
ี
ู
ี
่
ี
ในส่งทฉันเตรยมเน้อหาความรมาให้ ฉันโมโหนักเรยนเหล่านั้น “ทําไมครเตรยมมาให้พวกเธอ
ู
ิ
ี
ื
ไม่สนใจ” พอจบช่วง Reading Time เข้าสู่การสอนของครูประจําวิชา วิธีในการสอนของฉัน คือ
่
ี
นักเรยนทักทายทําความเคารพ พรอมกับบอกให้นักเรยนหยิบหนังสอข้นมา อ่านบททเท่าไหร่
ี
ี
ึ
ื
้
ั
ี
ึ
ั
ี
ฉันพูดๆ นักเรยนฟง ฟงอย่างเดยว ไม่ทําอะไร ท้ายคาบ สั่งให้ทําแบบฝกหัดแล้วนํามาส่ง ไม่ม ี
โอกาสทจะช้แนะเปนรายบคคล
ุ
็
่
ี
ี
ั
้
ี
้
ู
นักเรยนได้รบความรตามหนังสอ ไม่ได้เกิดการเรยนร การทํางานของนักเรยนเปนแบบ
ี
ื
ู
็
ี
ุ
๊
ี
ื
ขอไปท ขอให้เสรจเรวๆ ไม่เกิดการพัฒนาทางด้านภาษา สอบปบก็ลมป๊บ ตัวฉันเองเครยด
ี
ั
็
็
ี
ี
นักเรยนเรยนภาษาจนมาสองป พูดประโยคสั้นๆ ทใช้ในชวิตประจําวันไม่ได้ นักเรยนไม่ค่อยกล้า
่
ี
ี
ี
ี
ี
ู
้
แสดงออกในการพูด ทําให้ฉันรสกท้อมากๆ
ึ
้
่
การสอนที่เนนการไตรตรอง
ี
ี
ี
ในช่วง Reading Time เช่นกัน ฉันได้เปลยนให้นักเรยนของฉันนั่งเฉยๆ ไม่ต้องเตรยมหา
่
ความรหรอบทความใดๆ มาแชรให้เพือนฟง ฉันลมบอกไปว่านักเรยนของฉันไม่ใช่ ม.2 แต่เป็น
ั
ู
่
ื
ี
ื
้
์
ิ
ิ
ึ
่
ุ
ม.5 ซงในความคดของฉัน นักเรยนชั้น ม.5 ต้องรจักคด วิเคราะห หรอการให้เหตผล แต่ฉันต้อง
์
ื
ี
้
ู
ผิดหวังเพราะนักเรยนชั้น ม.5 ก็ไม่ต่างอะไรกันกับชั้น ม.2 เลย หลังจากทีฉันได้ผ่านการสัมมนา
ี
่
ิ
่
ิ
เชงปฏบัตการการจัดการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง ฉันลองนํากระบวนการเหล่าน้มาใช้
ี
ี
ี
ิ
กับนักเรยนของชั้น ม.5 ด ฉันเร่มด้วยช่วง Reading Time ฉันให้นักเรียนของฉันนั่งหลับตา ทํา
ู
ี
ิ
ิ
ี
ี
ี
สมาธกําหนดลมหายใจเข้า-ออกตามทฉันได้ฝกปฏบัตมา และให้นักเรยนเขยนการไตร่ตรองของ
ิ
่
ึ
ิ
้
แต่ละวันในช่วงเช้า พรอมทั้งผลัดเปลยนกันอ่านให้ฟง วันแรกนักเรยนของฉันบ่น และไม่ยอม
่
ั
ี
ี
ปฏบัตตาม ฉันได้แต่ยิ้มๆ และบอกนักเรยนว่า “ลองทําดส” การเขยนไตร่ตรองทําให้ฉันได้รบร ู ้
ั
ี
ิ
ิ
ู
ิ
ี
ี
ึ
ู
้
ิ
ความคด ความรสกของนักเรยนแต่ละคน ฉันทําแบบน้ ีอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้น
นักเรยนสอบปลายภาค
ี
26
่
ู
ิ
ุ
การเข้าส่การเรยนการสอนของฉันได้เปลยนไป ฉันเร่มด้วยการสรางบรรยากาศ ทกๆ
ี
้
ี
ี
่
ี
ี
็
่
ี
ี
ุ
ี
ู
คาบทมการเรยนภาษาจนเพือเปนการกระต้นให้นักเรยนมาสนใจในตัวฉันว่า วันน้ครแวน จะม ี
ี
้
ิ
อะไรมาเล่นกับนักเรยน ฉันเร่มด้วยการทักทายแบบยิ้มแย้ม พรอมให้นักเรยนทํา Brain Gym
ี
สรางความสนใจ เพราะภาษาจนถกจัดคาบให้อยู่ในช่วงบ่าย บางคร้ ังฉันเล่นทายปญหากับ
ั
ี
ู
้
ุ
ี
นักเรยน และสอดแทรกมกขําขัน
ตอนให้ภาพรวม INTRO ฉันพูดโดยรวมว่า คาบน้เรยนอะไร ทําไมจงเรยน เรยนแล้วไป
ี
ี
ี
ึ
ี
ู
่
ใช้ประโยชนอย่างไร ใช้เวลาเท่าไร บอกเกร่นนําเพือให้นักเรยนรว่า วันน้พวกเขาจะต้องเรยนเพือ
่
ี
ิ
้
์
ี
ี
เนื้อหาอะไร อย่างไร
ี
ในการนําเสนอบทเรยน ฉันให้นักเรยนเน้นปฏบัต ให้พวกเขาได้มส่วนร่วมในชั้นเรียน
ี
ิ
ี
ิ
ให้แสดงบทบาทสมมต ทตรงตามเน้อหาในแต่ละบทเรยนรวมทั้งฉันต้องมส่วนร่วมในการทํา
ี
่
ี
ื
ี
ิ
ึ
็
ี
ี
ู
้
กิจกรรมของนักเรยนด้วย เพื่อให้นักเรยนกล้าแสดงออก และรสกเปนกันเองในชั้นเรยน ฉันให้
ี
ี
็
ิ
ึ
็
ี
นักเรยนอ่านทบทวนเน้อหาในบทเรยนและจดบันทกย่อเปนอันเสรจส้นการนําเสนอบทเรยน
ื
ี
็
ี
ี
ส่วนของคําถามไตร่ตรองท้ายคาบเรยน นักเรยนสามารถแสดงความคดเหนออกมาเปน
ิ
็
รายบคคล แต่อาจไม่ทุกคนที่พูดออกมา
ุ
์
ประโยชนทีไดรบ
ั
้
่
ี
ี
้
ู
กระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง ทําให้นักเรยนของฉันสามารถรล่วงหน้า
ี
่
ี
ว่า พวกเขาจะต้องทําตัวอย่างไร เตรยมตัวอะไรบ้าง เรยนแล้วจะนําไปใช้อย่างไร เปนการฝกให้
็
ึ
ี
็
ี
ี
ี
ุ
ี
ี
่
ี
นักเรยนเปนคนทใช้เหตและผลในการดํารงชวิต การเรยนของนักเรยนไม่เพียงแต่เรยนเพื่อให้ได้
ู
ี
คะแนนหรอเกรดทสงข้น แต่พวกเขาต้องเรยนรการดําเนนชวิตในสังคมอย่างไร
ู
้
่
ี
ี
ื
ิ
ึ
่
ี
ี
ี
การใช้กระบวนการจัดการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง ทําให้ฉันได้มเวลาทบทวน
ึ
ี
ี
้
ี
ู
ิ
่
กับส่งทได้ใช้ในการสอนกับนักเรยน ได้รับรปญหาทเกิดข้นในระหว่างการสอน มการหาแนว
ั
่
ี
ทางแก้ไข เปรยบเสมอนการบันทกหลังการสอน เพือปรบเปลยนหาแนวทางแก้ไข เพือนําไปส่ ู
ั
ื
ึ
ี
่
ี
่
่
ี
ี
่
การพัฒนาด้านการสอน การใช้กระบวนการจัดการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง ทําให้ฉัน
ี
ั
ี
์
้
ู
เอาใจใส่นักเรยน สอนให้นักเรยนใช้ปญญามากกว่าอารมณ ให้รจักแยกแยะระหว่างเหมาะสมกับ
้
ี
้
ี
ี
ไม่เหมาะสม พรอมทจะเข้าใจในตัวตนของนักเรยน และพรอมทจะให้อภัยในส่งทนักเรยนทํา
่
ี
ิ
่
่
ี
ผิดพลาด
27
ี
่
ุ
ิ
ี
ณ จดตรงน้ ฉันได้แน่ใจแล้วว่า “ทําไม ? ต้องเปลยน” และฉันก็คดว่า ถ้าใครได้ผ่าน
กระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง คงจะมความคดเหมอนกับฉันเช่นกัน
ี
ิ
ี
ี
ื
่
ี
คณครศรนยา ธนะศักด์ศร
ิ
ู
ิ
ุ
โรงเรยนดรณาราชบร ี
ี
ุ
ุ
10 กุมภาพันธ 2014
์
บทเรยนของครแวนสะทอนจุดแขงของการสอนแบบไตรตรองอย่างชัดเจนว่า การสอน
็
ี
้
่
ู
ู
้
ํ
ี
ั
ุ
ื
็
ู
่
่
แบบไตรตรองทาใหครแวนปรบปรงตัวเองและพัฒนาความเปนมออาชพของครอยูเสมอ การ
ื
่
ิ
ี
่
ี
่
ี
่
เปลยนแปลงตัวเองและวธการสอนเพอใหไดรบผลลัพธทเช่นเดยวกับครแวนอาจไม่ใช่เรองง่าย แต่
ี
ั
้
ู
์
ื
้
ุ
ประสบการณของคณครูวิมลมาศ ป้อมงาม โรงเรยนลาซาล กรงเทพฯ แสดงใหเห็นว่า หากเรา
ี
์
้
ุ
ี
่
้
้
ู
ี
ี่
่
้
ื่
้
่
ี
ั
์
ตองการไดรบผลลัพธทแตกต่างจากเดิม ครตองยอมและกลาหาญทจะเปลยนแปลงเพอเปลยน
่
่
ิ
้
่
ื
็
์
้
ี
ื
ี
ิ
ผลลัพธทตองการดวยหวังว่า “นักเรยนผู้เปนเสมอนต้นไม้ของฉันจะเจรญเตบโตอยางยังยน ม ี
่
คุณคา สามารถยนได้ด้วยตนเองอยางรู้คุณคา”
่
ื
่
ผลลัพธที่ตองการ
ี
ี
์
่
ิ
ฉัน นางวิมลมาศ ปอมงาม ครผู้สอนวิชาคณตศาสตร ชั้นมัธยมศกษาปท 3 โรงเรยน
ี
ู
ึ
้
ู
ิ
็
ื
ลาซาล ผู้ทถกคัดเลอกแล้วว่า ควรจะเปนคนสวนทสามารถจะดแลต้นไม้ใหญ่ให้เจรญเตบโตออก
ู
ิ
ี
่
ี
่
ึ
่
ี
ื
ิ
ี
ี
ดอกออกผลได้อย่างน่าชนชมยินด ต้นไม้นั้นต้องมรากแก้วท่หยั่งลกลงไปใต้ดน สามารถยืนหยัด
ุ
๋
ั
ิ
ู
ี
่
้
ี
ได้อย่างมั่นคง ต้นไม้ต้นนั้นเปรียบกับนักเรยนทฉันเฝาดแล รดนํ้า พรวนดน ใส่ปย และบางคร้ง
อาจจะมวัชพืชหรอแมลงรบกวน ถ้าคนสวนอย่างฉันดแลต้นไม้เหล่านั้นไม่ดพอ ความเจรญงอก
ื
ี
ู
ี
ิ
ี
งามทควรจะเปนอาจจะลดน้อยลงไปทุกที ฉันคิดว่า ในกระบวนการเรยนการสอนทเน้นการ
่
็
่
ี
ี
่
ิ
ี
ไตร่ตรองนแหล่ะ ทีจะทําให้ฉันสามารถดแลต้นไม้ของฉันให้เจรญเตบโตได้ดยิ่งขึ้น
ิ
่
ู
ี
ี
ี
่
จากประสบการณสอนนักเรยนระดับมัธยมศกษาปท 3 มาเปนระยะเวลา 15 ป แต่ละร่น
ี
ี
์
ุ
ึ
็
ิ
ี
ึ
์
ี
แต่ละป นักเรยนของฉันมความหลากหลาย ทั้งทางด้านพื้นฐานครอบครว อารมณ จตใจ รวมถง
ั
ี
ความร แต่ส่งหนงทยังคงยืนหยัดอยู่กับฉันตลอด 15 ปีนี้ คือ วิธีการสอนและผลลัพธ์ ครูเลขอย่าง
ึ
่
ี
่
ิ
ู
้
ิ
ุ
ี
ฉัน จะมอะไรมากไปกว่าการเข้ามาพูด บอก อธบาย ประโยคสดท้ายก่อนหมดคาบ ฉันมักจะพูด
28