ี
สาระการเรยนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5
หนวยการเรยนรู้ 2) การวิเคราะห์และประเมินคุณค่าของวรรณกรรม เรื่อง “โคลนติดล้อ”
่
ี
ออกแบบโดย ครูสขสราญ บวทอง โรงเรียน ยอแซฟอุปถัมภ์ นครปฐม
ั
ุ
ั
วันท่ ี 1 กนยายน 2014
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives) [LIKE]
ี
์
- นักเรยนอธบายหลักการวิเคราะหและประเมินคุณค่าของวรรณกรรมได ้
ิ
้
์
- นักเรยนสามารถวิเคราะหและประเมินคุณค่าวรรณกรรมเรอง “โคลนติดลอ” ได้
ี
ื่
ํ
- นักเรยนสามารถนาคุณค่าพระวรสารดานการคิดวนจฉัย ไตรตรอง มาช่วยในการ
ิ
ี
้
่
ิ
์
วิเคราะหและประเมินคุณค่าของวรรณกรรม
็
ํ
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
ี
้
่
้
้
้
ํ
- การวิเคราะหคุณค่าของวรรณกรรมทาใหผูอ่านเขาใจแนวคิด จุดมุงหมายของผูเขยน
์
ี
ื
่
่
้
้
และสะทอนค่านิยม ความเชอ ขนบธรรมเนยม วัฒนธรรมของผูเขียนในยุคสมัยนั้น ซึงเรา
ู
สามารถเรยนรโดยถ่ายทอดผ่านทางวรรณกรรม วรรณคด อย่างมสุนทรยภาพทางภาษา
ี
ี
้
ี
ี
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
้
ื
ี
็
ื่
้
- การวิเคราะหและประเมินคุณค่าวรรณกรรมเรอง “โคลนติดลอ” ตอนความนยมเปนเสมยน
์
ิ
่
้
- บูรณาการคุณค่าพระวรสาร ดานการคิดไตรตรอง
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]
้
ี
่
้
์
ี
- นักเรยนช่วยกันอธบายคุณค่าทไดจากการชมภาพยนตร เรือง “นเรศวรมหาราช ตอน
่
ิ
ํ
ี
้
้
สงครามยุทธหัตถ” และมคาพูดใดของตัวละครทนักเรยนประทับใจ? และคาพูดนั้นไดสะทอน
ี
ี
ี
่
ํ
้
้
์
ื
คุณค่าดานวรรณศิลปหรอดานสังคมอย่างไร?
้
ี
1.5 เวลา (Time) - ใชเวลา 2 คาบเรยน
ั
2. การประเมินและวดผล
- การอภปรายกลุม
ิ
่
- การนาเสนอผลงาน
ํ
- แบบประเมินการทางานกลุม
ํ
่
3. การสรางบรรยากาศ
้
- ครใหนักเรยนรวมกันขับรองบทเพลง “สยามมานุสติ” ซึงเปนบทพระราชนิพนธของรชกาลท ี ่
ู
่
่
ั
้
์
็
ี
้
้
่
ี
6 และถามเกยวกับคุณค่าทไดรบจากบทเพลงดานสังคมและดานวรรณศิลป
้
์
ี
้
ั
่
329
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
้
์
ี
่
ี
- แบ่งกลุมนักเรยน กลุมละ 3-5 คน ช่วยกันระดมความคิดเกยวกับการประเมินคุณค่า
่
่
ื่
ื
้
ี
้
ดานสังคม จากการศึกษาวรรณคด เรือง รามเกยรติ์ เรองอิเหนา หรอเรองขุนชางขุนแผน
ื่
ี
่
์
้
ี
- ครถามนักเรยนว่า นักเรยนมหลักเกณฑใดบางในการวเคราะหคุณค่าของวรรณคด?
ี
ิ
ี
ี
ู
์
และคุณค่านั้นแฝงดวยคุณธรรมใด?
้
ี
ี
ุ
์
่
- นักเรยนรวมกันสรปหลักเกณฑทไดในกลุม
่
่
้
4.2 การคิดวินจฉัย (Judge)
ิ
ู
ี
้
้
ื่
- ครใหนักเรยนทุกคนอ่านเรอง “โคลนติดลอ”
่
ี
่
- ใหนักเรยนแต่ละกลุมศึกษาเน้อหาเรอง “โคลนติดลอ” จากหนังสือเรยนภาษาไทย
ื
ี
้
้
ื
์
้
ี
พ้นฐาน เล่ม 2 และศึกษาหลักการวเคราะหคุณค่าของวรรณกรรมว่ามความสอดคลองกับ
ื
ิ
หลักการใดของนักเรยนบาง?
ี
้
- ครยกตัวอย่างประกอบคาอธบาย
ํ
ิ
ู
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ิ
ื
์
ุ
- นักเรยนรวมกันอภปรายสรปหลักเกณฑการวิเคราะหคุณค่าวรรณกรรม
ิ
่
ี
์
่
ี
้
้
์
่
- นักเรยนแต่ละกลุมรวมกันวิเคราะหคุณค่าดานวรรณศิลปและดานสังคม จากบทความ
์
“โคลนติดลอ” ตอนความนิยมเปนเสมยน และนาเสนอผลงานการวิเคราะห ์
้
็
ํ
ี
ํ
- นักเรยนแต่ละกลุมช่วยกันวิพากษการนาเสนอผลงานของเพอนๆ
์
่
ื
่
ี
ี
่
ี
ี
ี
- นักเรยนคิดว่า บทความตอนทเรยนน้สะทอนคุณค่าเชิงจรยธรรมดานใด และสามารถ
้
ิ
้
้
ํ
นาไปใชไดอย่างไร
้
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
่
ี
่
ื
่
้
ี
ี
้
่
้
ู
ครใหนักเรยนบันทึกความรทไดรบจากการศึกษาบทความเรอง “โคลนติดลอ” ลงในสมุด
ั
้
ู
ี
5.1 สะท้อน (Reflect) - นักเรยนคิดว่า บทความเรอง “โคลนติดลอ” นี้มคุณค่าเหนือกาลเวลา
ื
ี
่
้
หรือไม่? อย่างไร?
ื
่
์
5.2 เชอมโยง (Connect) - นักเรยนคิดว่า เหตุการณทางสังคมในสมัยรชกาลท 6 และใน
่
ี
ี
ั
ี
ี่
ปจจุบันยังมความเชอ ค่านิยมใดทเหมอนกัน และมทต่างกันอย่างไร?
ื
ี
ี่
ั
ื่
้
5.3 ปรบใช (Apply) - นักเรยนคิดว่าคุณธรรมขอใดท่พบในบทความน้มีประโยชน หรือคุณค่า
ี
ี
้
ั
ี
์
แก่นักเรยนในการนามาประยุกต์ใชในชวตประจาวันไดมากทสุด? เพราะเหตุใด?
้
้
ํ
ิ
ี
ํ
ี
ี่
ื่
6. สอการเรียนการสอน
- บทเพลง “สยามมานุสติ”
- หนังสอเรยนภาษาไทยพ้นฐาน เล่ม 2
ื
ี
ื
330
ี
สาระการเรยนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5
หนวยการเรยนรู้ 3) การอ่านตีความ
ี
่
ออกแบบโดย ครูพิรณโปรย สําโรงทอง โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ
์
ุ
ุ
วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015
้
1. การใหภาพรวม
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ื
- สามารถอ่านตความหมายของคา สานวนจากเรองทอ่านได
้
่
ี
่
ี
ํ
ํ
ุ
ํ
้
์
- อ่านสรปสาระสาคัญของงานประพันธโดยใชทักษะการอ่านตความ
ี
1.2 ความจาเปน (Needs)
ํ
็
์
ี
้
ี่
ํ
ี
้
ื่
- นักเรยนสามารถนาทักษะทไดไปใชประโยชนในการสอสารประจาวันและการประกอบอาชพ
ํ
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ื
้
- กลวิธการอ่านตความ
ี
ี
ี
- การอ่านตความงานประพันธ ์
- คุณค่าพระวรสารเรอง ความจรง
ิ
ื
่
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]
้
่
ิ
ี
ี
ํ
- นักเรยนเล่นเกมวงลอปรศนาคาและสานวน โดยแบ่งนักเรยนเปนกลุมย่อย แข่งขันกัน
ํ
็
ู
่
้
้
่
ื
่
้
ํ
หมุนวงลอทายคํา สานวน ครใหตัวแทนแต่ละกลุมผลัดกันกดปุมวงลอ เมอวงลอหมุนไปตกท ี ่
้
ํ
็
ี
ขอความใด ซึงเปนความหมายของคา สานวน ใหนักเรยนทายว่ามาจากคา หรอสานวนใด ทาย
้
้
่
ํ
ํ
ื
ํ
้
้
ี่
ถูกได้ 1 คะแนน ใครไดคะแนนมากทสุดเปนผูชนะ
็
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ
ั
2. การประเมินและวดผล
- แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน
ํ
- แบบประเมินผลการอ่านตีความงานประพันธ ์
3. การสรางบรรยากาศ
้
้
- ใชวงลอปรศนาคาและสานวน
ํ
้
ิ
ํ
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
์
้
- นักเรยนแต่ละกลุมจับสลากเลอกบทรอยกรองกลุมละ 1 บท ช่วยกันอ่านและสรปความ
ื
่
่
ุ
ี
้
ื
จากเรองทอ่านภายในเวลา 5 นาที
ี
่
่
331
้
้
ื่
ุ
- นักเรยนนาเสนอผลงานโดยอ่านบทรอยกรองพรอมสรปสาระสาคัญของเรองทอ่านใหเพอนฟง
ํ
้
ี
ั
ื่
ี่
ํ
่
ื่
้
ํ
ั
้
่
้
ํ
ื
- ประเมินผลงานของกลุมอน แสดงความคิดเห็น พรอมใหคําแนะนาเพอนาไปปรบแกไข
ั
ํ
้
้
- ใหแต่ละกลุมพิจารณาผลงานของตนเองอกคร้ง นาขอเสนอไปปรบแกไขใหงานของ
ี
ั
้
้
่
ตนเองดียิ่งขึ้น
้
ี่
้
ั
ั
้
- นาผลงานทไดรบการปรบแลว อ่านใหเพอนฟงอกคร้งหนึ่งเพอใหช่วยพิจารณาและยอมรบ
ื่
้
ี
ั
ั
ั
ื่
ํ
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
ิ
์
ู
ื
่
้
- นักเรยนแต่ละกลุมอ่านใบความรเรองการอ่านตความ
่
ี
ี
ุ
่
้
ํ
ี่
้
้
- ทุกคนในกลุมนาสาระสาคัญทตนเองอ่านมาแลกเปลยนกัน พรอมหาขอสรปสุดทาย
ํ
ี่
ํ
ี
ี
- นักเรยนตอบคาถามเกยวกับการอ่านตความ เพอทดสอบความรของนักเรยน
ื
่
้
ู
่
ี
ี
- ครูสรุปประมวลความรู ้
่
คาบที 1
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ิ
ื
ั
้
์
์
์
ื่
ี
่
์
์
- นักเรยนแต่ละกลุมอ่านงานประพันธ เรอง จันทรเจาขา ของเนาวรตน พงษไพบูลย
ี
่
ํ
- สรปสาระสาคัญของเรองทอ่าน วัตถุประสงค์ แนวคิด เจตนาของผูแต่ง ทัศนคติ และ
้
ุ
ื
่
ู
้
์
อารมณความรสึก
ี
่
- นักเรยนออกมานําเสนอผลงานการอ่านตีความงานประพันธจนครบทุกกลุม ในขณะท ี ่
์
่
ื
่
ํ
่
้
่
ี
นาเสนอกลุมอนจดบันทึกขอมูลทแตกต่างจากกลุมตน
- นักเรยนนาขอมูลเหมอนกันและแตกต่างมาสรปประมวลเปนขอมูลเดยว ตัวแทนกลุม
่
็
ื
ี
้
ี
้
ํ
ุ
ํ
นาเสนอขอมูล
้
่
์
่
- แต่ละกลุมรวมกันประเมินว่า การอ่านสรปงานประพันธของกลุมใด ครอบคลุมเน้อหา
ื
ุ
่
้
และตรงประเด็นทสุดในความคิดของนักเรยน (ครใชคาถามซักคาน เพอกระตุนความคิดของ
้
่
ื
ํ
้
ี
่
ี
ู
นักเรยน)
ี
่
คาบที 2
ี
ั
้
้
ี่
ี
ื่
- นักเรยนแต่ละคนไดรบใบงานการอ่านตความงานประพันธเรองโซ่ทยังไม่ไดปลด
์
- นาผลงานส่งคร ตรวจพิจารณาประเมินผล
ู
ํ
ื
้
ึ
ี
ู
ึ
่
- ครเสนอแนะใหนักเรยนฝกฝนการอ่านตความอย่างต่อเนอง เพราะจะช่วยฝกการคิด
ี
ิ
ี
ี
์
วิเคราะห คิดไตรตรองอย่างมวจารณญาณ โดยการอ่านข่าว สารคด และบทความต่างๆ
่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
่
ี
5.1 สะท้อน (Reflect)
- นักเรยนอยากเรยนรสิ่งใดเพิ่มเติม เพอนามาใชพัฒนาทักษะการอ่านของตนเอง?
ํ
ื
่
ี
้
ี
้
ู
้
ื
ี
ี
้
- นักเรยนจะใชทักษะการอ่านตความกับเน้อหาในลักษณะใดบาง?
332
5.2 เชือมโยง (Connect)
่
ี
ี
ี
- นักเรยนคิดว่า การเรยนเรองการอ่านตความ คาบน้มความเกยวขอกับเน้อหาทเรยนกอน
่
่
ี
ี
ี
ื
ี
่
่
ี
้
ื
่
เรองน้อย่างไร?
ื
ี
ี
่
ี
่
ื
์
ี
ี
- นักเรยนคิดว่า สิ่งทเรยนในคาบน้มความสัมพันธกับคุณค่าพระวรสารในเรองใด และ
ี
์
สัมพันธกันอย่างไร?
5.3 ปรบใช (Apply)
ั
้
ี
ี
ํ
้
้
้
ี
- นักเรยนสามารถนาทักษะการอ่านตความไปใชในชวิตประจาวันไดอย่างไรบาง?
ํ
ี
ี
ี
ี
- นักเรยนคิดว่า การเรยนเรองน้มส่วนช่วยพัฒนางานเขยนของนักเรยนอย่างไร?
ื
่
ี
ี
ื
่
6. สอการเรยนการสอน
ี
ํ
ํ
- วงล้อปริศนาคาและสานวน
่
- บทรอยกรองสาหรบแต่ละกลุมอ่าน
ํ
้
ั
- งานประพันธ จันทรเจาขา ของเนาวรตนพงษไพบูลย ์
์
์
ั
้
์
์
์
้
ี
่
- งานประพันธ โซ่ทยังไม่ไดปลด
333
สาระการเรยนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6
ี
หนวยการเรยนรู้ 1) การอ่านเพื่อแสดงความคิดเห็น
ี
่
ออกแบบโดย ครูสมหมาย ประเสรฐสงข ์ โรงเรียน ยอแซฟอุปถัมภ์ นครปฐม
ิ
ั
วันท่ ี 10 พฤษภาคม 2015
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
- นักเรยนสามารถอธบายหลักการและขั้นตอนการอ่านเพอแสดงความคิดเหน
ื
ี
ิ
่
็
ี
- นักเรยนอธบายความคิดเหนไดอย่างถูกตองและเหมาะสม
ิ
็
้
้
้
ื
ี
่
- นักเรยนสามารถเขาใจถงคุณค่าพระวรสารเรอง การไตรตรอง
่
ึ
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
็
ํ
ื
- การเขาใจถงหลักการและขั้นตอนการอ่านเพอแสดงความคิดเหน สามารถแสดงความ
้
่
็
ึ
คิดเห็นไดอย่างถูกตองและเหมาะสม
้
้
ื
้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
- ความสาคัญของการอ่าน
ํ
- หลักการและขั้นตอนการอ่านเพอแสดงความคิดเห็น
ื่
- มารยาทในการอ่าน
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
ิ
้
้
ี
้
้
ิ
- นักเรยนเล่นเกม “พระ ผ ผูหญง” ผแพพระ พระแพผูหญง ผูหญงแพผ ี
ี
ิ
ี
้
้
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ
2. การประเมินและวดผล
ั
ํ
่
- สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุม
- ตรวจใบงาน
ู
้
ี
้
- กระบวนการเรยนรดวยตนเอง
3. การสรางบรรยากาศ
้
ี
่
้
ี
่
ี
- เกม “ส่งของ” ใหนักเรยนส่งของต่อๆ กัน เมอครเปานกหวด ของหยุดทใคร ใหคนนั้นแกะ
ู
ื
่
้
ั
ื่
ออกมาอ่านใหเพอนๆ ฟง และแสดงความคิดเห็น
้
334
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
์
้
- ครถามนักเรยนว่า นักเรยนชอบอ่านงานเขยนประเภทใดบาง? เพราะเหตุใด? เช่น
ี
ี
้
ี
ู
นวนิยาย นิทาน ข่าว สารคดี ฯลฯ โดยกระตุนใหนักเรยนไดแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย
้
้
ี
้
ํ
ี
(นาเขาสูบทเรยน)
่
้
่
ี
- ครแบ่งกลุมนักเรยนเปน 4 กลุมๆ ละ 5-6 คน ใหนักเรยนแต่ละกลุมศึกษาเรอง การอ่าน
ี
่
้
ู
่
็
่
ื
ื
ี
ื่
้
เพอแสดงความคิดเห็น และขั้นตอนการแสดงความคิดเห็นจากหนังสอแบบเรยนภาษาไทย แลว
ํ
สรุปสาระสาคัญ จดลงในสมุด
ี
้
่
ํ
ี
่
ี
- นักเรยนแต่ละกลุมออกมานาเสนอผลการศึกษาทหนาชั้นเรยน (ครตรวจสอบ)
ู
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
ิ
์
้
ิ
ื่
ั
ี
- ครอธบาย “หลักการและขั้นตอนการอ่านเพอแสดงความคิดเห็น” ใหนักเรยนฟง
ู
่
ี
ุ
ี
ํ
- ครใหนักเรยนทาใบงานท 1 เรือง “ปญหาสุขภาพของเด็กไทย” ทกาหนดให และสรป
้
ู
ี
ํ
่
ั
่
้
็
่
ื
้
ใจความสาคัญของเรอง พรอมแสดงความคิดเหน
ํ
ี
้
ี
ํ
ู
่
ู
่
ี
่
ื
- ครสุมนักเรยนออกมานาเสนอผลหนาชั้นเรยน โดยครและเพอนนักเรยนรวมกันแสดง
ความคิดเห็นและเสนอแนะ
ี
่
้
ื่
ื
- ครูและนักเรยนร่วมสรุปความรูเรอง “หลักการและขั้นตอนการอ่านเพอแสดงความคิดเห็น”
ิ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ื
ี
ํ
่
ี
ุ
- นักเรยนแต่ละกลุมไปอ่านเน้อหาวิชาทกาลังเรยนอยู แลวสรปใจความสาคัญพร้อมบันทึก
้
ํ
่
่
ื
ี
ั
ู
ี
้
้
ื่
- ครขออาสาสมัครออกมาแสดงความคิดเห็นใหเพอนฟงหนาชั้นเรยน
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
ี
่
่
5.1 สะท้อน (Reflect)
ี
ี
ี
่
ู
้
- นักเรยนอยากเรยนรอะไรเพิมเติมจากเรองน้?
ื
่
่
5.2 เชือมโยง (Connect)
- นักเรยนคิดว่า เน้อหาทเรยนในคาบน้เกยวกับเน้อหาในคาบกอนอย่างไร?
่
ี
ื
ี่
ื
ี
ี
ี่
้
ั
5.3 ปรบใช (Apply)
ี
ี
ํ
ํ
- นักเรยนสามารถนาเน้อหาทไดเรยนในวันน้ไปประยุกต์ใชในชวิตประจาวันหรอในวิชา
ี
ื
้
่
ื
ี
ี
้
ื
่
อนไดอย่างไร?
้
6. สอการเรยนการสอน
ี
ื
่
- หนังสอเรยนภาษาไทย ม. 6
ื
ี
- ใบงาน
- หนังสอคนควาเพิ่มเติม
้
้
ื
335
ี
สาระการเรยนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6
หนวยการเรยนรู้ 2) บทอาขยานกาพย์เห่เรือ
ี
่
ออกแบบโดย ครูชูศร กิจเจรญ โรงเรียน อัสสัมชัญคอนแวนต์ กรุงเทพฯ
ี
ิ
วันท่ ี 4 ตุลาคม 2014
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
่
- ท่องจาบทอาขยานตามทกาหนด
ํ
ํ
ี
์
- วิเคราะหคุณค่าบทอาขยาน
ํ
- นาบทอาขยานไปใชอางอง
้
้
ิ
1.2 ความจาเปน (Needs)
ํ
็
็
ี
้
ื
์
ิ
้
ู
์
ี
ิ
่
ี
- การเรยนรบทอาขยานกาพยเห่เรอเจาฟ้าธรรมธเบศรเปนวรรณคดอันมคุณค่าอย่างยง
ํ
ต่อประเทศชาติทควรศึกษาและสบทอด เหมาะแกการจดจาและนาไปใชอางองได ้
้
่
ํ
่
ี
้
ื
ิ
้
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
็
ํ
้
์
ิ
์
- ประวัติความเปนมา ลักษณะคาประพันธ คุณค่า/ ประโยชน / การจดจาและนาไปอางองได ้
ํ
ํ
ิ
ิ
ํ
็
ู
้
- คุณค่าพระวรสารความจรง (“ท่านจะเรยนรความจรง และความจรงจะทาใหท่านเปนอสระ”)
ิ
ิ
ี
้
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
ื
- ใหนักเรยนดูภาพของกระบวนเรอในรปแบบต่างๆ ไดแก่ เรออนันตนาคราช เรออเนก
ู
้
ื
ื
้
ี
ื
ชาติภุชงค์ เรอนารายณทรงสุบรรณ และเรอสุพรรณหงส ์
ื
์
1.5 เวลา (Time) - 1 คาบ (50 นาที)
2. การประเมินและวดผล
ั
ิ
้
ี
- สังเกตพฤติกรรมของนักเรยนในการเขารวมกจกรรม
่
่
้
ี
่
- สังเกตพฤติกรรมของนักเรยนในการเขารวมกจกรรมกลุม
ิ
- ตรวจผลงานของนักเรยน
ี
3. การสรางบรรยากาศ
้
่
ั
- ครใหนักเรยนนังสมาธและเปดเพลงทานองกาพยเห่เรอจาก YouTube ใหฟง แลวพูดคุยถาม
ี
้
้
ํ
ู
ิ
ื
์
้
ิ
ู
้
ความรสึกของนักเรยนโดยทัวไป
ี
่
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
์
้
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
ี
ี
่
่
- แบ่งกลุมนักเรยนกลุมละ 6 คน โดยคละความสามารถของนักเรยน (เกง, ปานกลาง, อ่อน)
่
336
้
ั
ํ
- นักเรยนดูภาพกระบวนเรอ พรอมการฟงทานองการเห่เรอจาก YouTube และผัง
ี
ื
ื
ื
ลักษณะคําประพันธ (รปภาพเรอสุพรรณหงส)
์
ู
์
้
็
ู
- ครตั้งประเด็นคาถามใหนักเรยนรวมกันแสดงความเหนว่า “จากการเรยนรลักษณะการ
ู
ี
ี
่
ํ
้
้
ี
ู
ี
ี
์
ื
ํ
ี
้
ิ
ั
ี
แต่งกาพยเห่เรอ บทอาขยานจะทาใหนักเรยนเรยนรวิถชวตของคนไทยในอดต ปจจุบัน ได ้
ี
ี
็
ิ
ี
ํ
อย่างไร? นักเรยนจะมวธในการท่องจาสิงต่างๆ ไดอย่างไร เพอใหจาไดอย่างรวดเรวและ
้
่
ื
้
่
้
ํ
คงทน?
4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
์
- นักเรยนแต่ละกลุมนาเสนอผลงานของตน
ี
่
ํ
ิ
ื
ี
ี
ิ
ี
่
์
่
ี
ิ
- นักเรยนรวมกันอภปรายเกยวกับลักษณะการแต่งกาพยเห่เรอ วถชวตของคนไทย และ
้
็
ี
วิธการท่องจาไดรวดเรวและคงทน
ํ
ื
่
้
ื
- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ...... เรอง .....
ี
ู
้
ู
์
่
ิ
์
- ครอธบายเพิมเติม (บทอาขยานกาพยเห่เรอเจาฟ้าธรรมธเบศร์ เปนกาพยเห่เรอทม ี
็
ื
ี
้
ื
่
ิ
ี
คุณค่าดานวรรณศิลป เพราะมการใชถอยคาบรรยายใหเกดความโอ่อ่าของกระบวนพยุหยาตรา
้
ํ
์
ิ
้
้
้
้
์
ใชคําพรรณนาใหเกดอารมณคลอยตาม เปนตนแบบในการแต่งกาพยเห่เรอในยุคต่อๆ มา เกิด
้
็
ิ
์
้
้
ื
ิ
ํ
ิ
ํ
้
คุณค่าอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ เกดความภาคภูมิใจ จดจานาไปอางองได ้
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ื
ิ
ื
- นักเรยนรวมกันอ่านบทอาขยานกาพยเห่เรอเจาฟ้าธรรมธเบศร เปนทานองเสนาะ/ ทํานองเห่
็
้
ํ
์
์
ิ
ี
่
็
่
ํ
้
้
- นักเรียนฝกท่องบทอาขยานเปนทานองเสนาะ/ ทํานองเห่ แลวรวมกันตรวจสอบความถูกตอง
ึ
ิ
- นักเรยนอธบายคุณค่าของบทอาขยาน เขยนแผนผังคําประพันธและเลยนแบบแต่ง
ี
์
ี
ี
ื
์
กาพยเห่เรอตามจินตนาการ
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
ี
่
่
5.1 สะท้อน (Reflect)
ี
้
้
ื
่
ู
ี
- จากการเรยน การท่องจาอาขยานกาพยเห่เรอ นักเรยนไดรบความรในเรองใดบาง?
ื
ํ
์
้
ั
่
5.2 เชือมโยง (Connect)
็
ํ
้
ํ
ี
- นักเรยนคิดว่า บทอาขยานกาพยเห่เรอทาใหเหนคุณค่าความสาคัญของศิลปกรรมใน
ื
์
อดีตจนถึงปจจุบันใหกับประเทศชาติไดอย่างไร?
ั
้
้
้
5.3 ปรบใช (Apply)
ั
์
ี
้
้
- การท่องจาอาขยานจะนาไปปรบใชใหเกดประโยชนในชวิตประจาวันไดอย่างไร?
ํ
ํ
ั
ิ
ํ
้
6. สอการเรยนการสอน
ื
ี
่
- PowerPoint
- YouTube
337
บทที่ 5
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ภาษาจน
ี
ี
ี
ประถม 1 ตัวเลข 1-10 ในภาษาจน การออกเสยงและหลักการบอกตัวเลข 1-99 339
ประถม 3 ผลไม ้ 342
ี
ประถม 6 สถานทสาคัญในจน 344
ี่
ี
มัธยม 1 การบอกต าแหน่งสิ่งของในหองเรยน 346
้
์
ี
ี
์
์
มัธยม 4 อุปกรณการเรยนและโครงสรางประโยคทมคาศัพทอุปกรณการเรยน 348
้
ี่
ี
ี
มัธยม 5 การลาดับญาติในภาษาจน 350
ภาษาฝรงเศส
่
ั
มัธยม 6 การใหค าแนะนา Donner des conseils โดยอ่านเรอง Comment se 352
ื่
้
défendre contre le stress? เอาชนะความเครยดไดอย่างไร
ี
้
ั
ภาษาองกฤษ
ประถม 2 Verb to Have 354
ประถม 3 1) Occupations 356
2) Recycle 358
ประถม 4 1) Birthday 360
2) Food 362
ประถม 5 Telling Time 364
ประถม 6 Listening, Speaking and Writing - Occupations 366
มัธยม 2 1) Entertaining Life 368
2) Meeting and Greeting - How to Welcome Guests 370
3) Preparing Food 372
มัธยม 5 1) A Compare and Contrast Essay 374
2) Lifestyles 377
3) There’s No Place Like Home 380
้
4) การใชผัง Graphic Organization ในการสอนอ่านจับใจความ 383
มัธยม 6 Writing a Venn Diagram 386
338
สาระการเรยนรู้ ภาษาจีน ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1
ี
หนวยการเรยนรู้ ตัวเลข 1-10 ในภาษาจีน การออกเสียงและหลักการบอกตัวเลข 1-99
่
ี
ออกแบบโดย ครู Yongxing Pan โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ
วันท่ ี 23 มกราคม 2016
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ี
้
- นักเรยนสามารถบอกตัวเลข 1-10 เปนภาษาจนได
ี
็
่
ี
- นักเรียนสามารถใชความรทเรยนไปบอกอายุของตนเอง เลขทเรยนของตนเอง เบอร ์
ี
ู
ี
้
่
้
ี
้
ื
์
์
ื
โทรศัพทบาน เบอรมอถอของคุณพ่อคุณแม่ได นอกจากน้ นักเรยนยังสามารถขยายความรจาก
้
ี
้
ี
ู
การบอกตัวเลข 1-10 กลายเปนตัวเลข 1-99 ได้
็
ํ
็
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
่
็
ี
ี
่
็
ั
้
ี
ํ
- ตัวเลขเปนสิ่งทใชบ่อยในชวิตประจาวัน เช่น ในแต่ละคร้งทเปนการทดสอบความร ้ ู
ู
ี
ี
ี่
ภาษาจนรายบุคคลของนักเรยน คุณครมักจะใหนักเรยนบอกเลขทของตนเอง
้
ี
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
้
ื
็
่
ี
- การออกเสยงทเปนภาษาจนของตัวเลข 1-10
ี
ี
- หลักการการบอกตัวเลขตั้งแต่ 10 ขึ้นไป จนถึง 99
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]
ี
้
ี
- ครถามนักเรยนว่าหองเรามกคน? สุมนักเรยนบางคนขึ้นมาถามว่าเลขทของนักเรยน
่
ี
่
ี
ี่
ู
ี
์
ี
์
้
ู
ื
่
ี
เท่าไร? อายุกขวบ? เกดปีไหนและเบอรโทรศัพทบานคออะไร? หลังจากนั้น ครใหนักเรยน
้
ิ
ู
้
ี
ี
่
้
่
สังเกตคําถามทครถามนั้น นักเรียนตองใชอะไรตอบกลับมา เช่น ม 36 คน อายุ 7 ขวบ เลขท 8
ี
็
ู
็
ฯลฯ หลังจากทีนักเรยนตอบกลับมาว่าเปนตัวเลข ครกใหนักเรยนคิดและเสนอว่า ใน
ี
ี
้
่
้
ชีวตประจาวัน มอะไรบางทตองใชตัวเลข? นอกจากน้ ครเนนความสาคัญการบอกตัวเลข 1–10
ํ
ู
้
้
ิ
้
ํ
ี่
ี
ี
้
ี
ี
้
้
็
ี
ทีเปนภาษาจนใหนักเรยนทราบว่า ถาเรานับเลข 1-10 เป็นภาษาจนได เราจะสามารถนับเลข
่
จาก 1-99 ได้
1.5 เวลา (Time)
- 3 คาบ
2. การประเมินและวดผล
ั
้
็
ี
- การนับเลข 1-10 ดวยภาษาจนเปนรายบุคคล
ํ
- การตอบคาถาม
339
3. การสรางบรรยากาศ
้
ี
้
้
ี
่
- ครูใหนักเรยนรองเพลงจนและบทคลองจองสั้นๆ ทเปนภาษาจนทเคยสอนไปพรอมท่าทาง
ี
ี
่
็
้
ี
้
ประกอบดวย
้
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
์
้
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
- ครูใหนักเรยนแบ่งกลุมตามประจาสของตนเอง หลังจากนั้นเปดวิดีโอการสอนตัวเลข 1-5
ี
้
่
ี
ํ
ิ
ี
ี
้
์
ี
้
่
้
ั
ทเป็นการตูนใหนักเรยนดูสามคร้ง และใหนักเรยนในแต่ละกลุมแบ่งหนาทว่า ตนเองจะ
ี
่
่
ิ
ี
ั
ี
ิ
้
รับผิดชอบสังเกตการออกเสยงของตัวเลขตัวไหนบาง? และหลังจากเปดวอโอสามคร้งเสรจ คร ู
็
ี
ให้นักเรยนแต่ละกลุมมานาเสนอว่าเสยงภาษาจน 1- 5 ทนักเรียนแต่ละกลุมไดยนนั้นออกเสยง
ี
่
ิ
่
้
ี
ํ
ี
ี
่
ี
ี
ํ
ื
ํ
ี
่
่
้
อย่างไร? ตอนทนักเรยนกลุมอ่นนาเสนอ นักเรยนกลุมทไม่ไดนาเสนอมหนาทีสังเกตว่าเสยงที ่
ี
ี
้
ี
่
่
่
้
นักเรยนกลุมอ่นออกเสยงตรงกับเสียงทตนเองไดยินหรอไม่? ซึงการสอนตัวเลข 6-10 กใชวธน้ ี
ื
ี
้
่
็
ิ
่
ี
ี
่
ื
ี
เช่นเดียวกัน
่
ี
้
ื
- ครเลอกตัวเลขทมากกว่า 10 หลายๆ ตัว เช่น 11 12 13 30 31 32 40 41 เป็นตน และ
ู
ี
ออกเสยงเป็นภาษาจนใหนักเรยนฟง หลังจากนั้นใหนักเรยนสังเกตว่าในตัวเลขทมากกว่า 10
่
ี
ั
้
ี
ี
้
ี
้
ู
ี
ี
ื
้
ี
่
็
่
ี
นั้น มหลักการในการออกเสยงอย่างไรบาง?จากพ้นความรทเปนตัวเลข 1-10 ทนักเรียนเรียนไป
ู
พรอมเล่าใหครฟง
้
้
ั
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
ิ
ิ
ี
ั
้
ิ
- ครเปดวดโออกรอบหนึ่งใหนักเรยนฟง พอถึงแต่ละตัวเลข ครจะหยุดและใหนักเรยน
ี
ู
ี
ี
้
ู
ี
ิ
ี
ี
้
ื
ู
่
สังเกตดูว่าเสยงในวิดโอใกลเคยงกับตนเองทออกเสยงหรอไม่? หลังจากนั้น ครอธบายการออก
ี
ี
่
ี
ี
้
เสยงทถูกตองและใหคาชมเชยแกนักเรยนทออกเสยงไดใกลเคยง
ี
ี
้
ี
้
ี
ํ
้
่
่
ี
ี
- ครสอนการออกเสยงตัวเลข 1-10 ใหนักเรยนเลยนเสยงครอก 3 รอบ หลังจากนั้นครู
ี
ี
ี
ู
้
ู
ี
้
ี
้
่
ํ
แกไขการออกเสยงทีผิดของนักเรยนพรอมเนนย้าและแนะนาหลักการออกเสยงทถูกตองให ้
ี
ํ
้
้
ี
่
ี
ื
่
ี
นักเรยน เพอใหนักเรยนสามารถออกเสยงไดชัดเจนมากขึ้น
ี
้
้
็
ี
ี
่
ี
- หลังจากนักเรยนออกความคิดเหนจากการสังเกตการออกเสยงตัวเลขทมากกว่า 10
่
็
ี
ี
้
้
ี
ู
้
ี
หลายๆตัวทไดกล่าวไวในขางตนน้แลว ครช้แนะหลักการการออกเสยงตัวเลขทเปน 11-99 ให้
่
้
้
ี
ี
ี
ี
่
ื
ั
่
ี
้
ํ
้
ี
นักเรยนฟง พรอมใหคาชมเชยแกนักเรยนทตอบถูก หรอนักเรยนทตอบไดใกลเคยง
ี
้
่
้
ิ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ื
ู
้
ื
้
้
ิ
้
ี
ื
ิ
ี
- ครใหนักเรยนเปดหนังสอและใชน้วช้ตัวเลขในหนังสอ พรอมอ่านตามครดวยสองรอบ
ู
หลังจากนั้นครให้นักเรยนอ่านให้ฟงพรอมกันทั้งหองรอบหนึงและอ่านตามกลุ่มทแบ่งไวอีกรอบ
ั
่
้
้
ู
้
ี
ี่
หนึ่ง
340
่
ี
- หลังจากนั้น ครโชว์ตัวเลขขึ้นใหนักเรยนแต่ละกลุมแย่งกันตอบ กลุมทตอบไดก่อน กลุม
่
้
่
้
่
ู
ี
้
นั้นไดคะแนน ซึ่ง
เกมน้จะใชเวลา 8 นาที และเล่นกัน 2 รอบ แต่ละรอบสุดทาย ครกมการสรปการออกเสยง
ี
้
้
ี
็
ู
ุ
ี
ี
่
่
ํ
้
ี
ี
ี
่
ทผิดของนักเรยน และเนนย้าส่วนทนักเรยนยังไม่สามารถทจะออกเสยงได
ี
ี
้
ี
ํ
ี
ู
้
้
้
้
่
่
- ครใหนักเรยนแต่ละกลุมเขาแถวนังตามลาดับ และใหนักเรยนคนสุดทายออกมาหา
้
ี
ู
ี
ั
ี
คุณครนอกหองเรยน ครบอกตัวเลขใหนักเรยนฟง 1 ตัว นักเรยนคนนั้นกว่งไปทแถว กระซิบ
้
ี
่
ู
ิ
็
้
บอกเพอนคนขางหนาจนถึงคนหนาสุด คนหนาสุดพอไดยนตัวเลขทเพอนบอกต่อกันมา กว่งไป
ื
ื
้
้
่
็
ิ
่
ี
่
้
้
ิ
ี
ิ
่
ี
็
ั
่
่
็
ู
ื
เขยนตัวเลขบนกระดาน พอเขยนเสรจ กว่งไปหาครอีกรอบหนึงเพอทจะรับฟงตัวเลขตัวต่อไป
ี
ู
จากครู เล่นอย่างน้ประมาณสองรอบ รอบละ 4 ตัว หลังจากนั้น ครกเฉลยคาตอบ และให ้
ํ
็
ี
ี
่
ี
ี
ี
นักเรยนอ่านออกเสยงตัวเลขทั้งหมดน้อกรอบหนึง
้
่
ํ
์
ู
่
็
้
- ครจาลองสถานการณจรงและให้รปภาพทีเปนบานเลขที หมายเลขหอง และเบอร ์
ู
ิ
้
ี
ี
้
ู
ี
์
โทรศัพทหลายๆ รปแก่นักเรยน ใหนักเรยนพูดภาษาจนตามตัวเลขทใหไปนั้นพรอมกัน
้
ี่
้
้
่
ี
ู
ี
ี
ี
่
้
- ครสอนนักเรยนรองเพลงทเกยวกับตัวเลขภาษาจนพรอมท่าทางประกอบดวย
ื
ั
ี
้
้
ู
่
- ครใหนักเรยนบอกเลขทของตัวเอง นักเรยนคนอนตั้งใจฟง ถามนักเรยนคนทบอกเลขท ี ่
ี
่
ี
ี
่
ี
ี
ี
ั
ี่
ของตนเองผิด นักเรยนทกาลังฟงอยูมหนาทช่วยเพอนบอกเลขทของตนเองใหถูกตอง
้
่
้
ี่
ี
ํ
ี่
้
ื่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
ี
่
5.1 Reflect
้
ี
้
ี
ี
- นักเรยนไดเรยนอะไรบางในบทน้? และสนใจส่วนไหนบางในบทน้?
้
ี
5.2 Connect
- นักเรยนสามารถใชความรในบทน้เชอมต่อวิชาไหนไดบาง?
้
ู
้
้
ี
ื
่
้
ี
5.3 Apply
ี
ี
้
่
่
ื
- ถาจะใหนักเรยนสอนตัวเลขแก่ผูอนทไม่มความรภาษาจนมาก่อน นักเรยนคิดว่าจะสอน
้
ี
ี
ู
้
้
ี
้
อย่างไรใหสนุกสนาน?
6. สอการเรยนการสอน
่
ี
ื
- PowerPoint
- วิดีโอ
- คลิปเพลง
341
สาระการเรยนรู้ ภาษาต่างประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3
ี
หนวยการเรยนรู้ ผลไม้
่
ี
์
์
ิ
ุ
์
ออกแบบโดย ครูธนภรณ ตันติมาพาณชย โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ
วันท่ ี 12 มนาคม 2016
ี
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
- นักเรยนสามารถพูดชอผลไมเปนภาษาจนได ้
ี
้
ี
็
ื
่
ี
ี
ั
้
ี
- นักเรยนจะไดรบการพัฒนาทักษะในการออกเสยงภาษาจน
ํ
1.2 ความจาเป็น (Needs)
ื
ี
่
ิ
้
้
ํ
็
้
- การบอกชอผลไมเปนภาษาจนได นักเรยนสามารถนาไปใชไดจรง และกอใหเกดความ
ิ
่
ี
้
้
้
ี
เขาใจอันดีระหว่างคนต่างวัฒนธรรมและความภูมิใจในตัวนักเรยนเอง
้
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
- คาศัพทผลไม ้
์
ํ
ี
ี
- หลักการอ่านออกเสยงภาษาจน
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
ํ
ี
้
ิ
้
- นาผลไมสดหลายชนดมาใหนักเรยนดูและสัมผัส
ื
้
ิ
- สอบถามนักเรยนว่า ชอบหรอไม่ชอบผลไมชนดไหน พรอมบอกเหตุผล?
ี
้
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบๆ ละ 50 นาที
2. การประเมินและวัดผล
ี
้
็
ู
ี
้
- นักเรยนบอกชอผลไมทตนเองชอบเปนภาษาจนคนละ 5 ชนิด และวาดรปผลไมชนิดนั้นๆ
ื่
ี่
3. การสรางบรรยากาศ
้
้
้
้
ิ
- เตนประกอบเพลง แอปเป้ล มะละกอ กลวย สม
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
์
้
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
้
ี
ู
- ครูแจกบัตรคํารปภาพ และบัตรคําคําศัพทใหนักเรยนแต่ละกลุม
่
์
ู
์
ี
- นักเรยนแข่งกันจับคูคําศัพทและรปภาพนั้น
่
- ตรวจสอบคาตอบ นักเรยนแบ่งปนคําตอบทถูกตอง
ํ
่
ี
ั
ี
้
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
ิ
่
ี
- ครูเปิด Youtube เกยวกับผลไม ้
342
้
ี
ื
ํ
ี
้
- นักเรยนครสอนคาศัพทผลไมหนังสอเรยนสัมผัสภาษาจน หนา 52
ู
ี
์
- นักเรยนดูความหมายของคาศัพท และอ่านออกเสยงตามคร ู
ี
ํ
์
ี
ั
ี
ี
้
- นักเรยนแกไขคําตอบ ในเกมบัตรคํา และออกเสยงตามอกคร้ง
ี
ิ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ื
่
- นักเรยนแบ่งกลุมแสดงบทบาทสมมติจ่ายตลาดในตลาดสด โดยแต่ละกลุมเลอกผลไม ้
่
ื
ี
ลงในตะกร้า
่
้
ิ
ี
้
้
่
้
ื
ื
- นักเรียนแต่ละกลุมแสดงใหเพอนดูว่า เลอกผลไมชนดใดบาง พรอมอ่านออกเสยง
้
์
คําศัพทผลไมชนิดนั้นๆ
ิ
่
่
ื
ื
ี
์
้
- คิดราคาผลไมทซ้อโดยการบูรณาการกับวิชาคณตศาสตร ป.3 เรองการบวกเลข
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
่
ี
่
5.1 Reflect
ี
ี
่
ี
ี
่
ี
้
้
- นักเรยนคิดว่า มคาศัพทภาษาจนเกยวกับผลไมอะไรอกทนักเรยนอยากร?
ู
์
ี
ํ
ี
5.2 Connect
่
้
ี
้
ี
้
ํ
้
ู
์
ํ
ี
ี
- ทาไมครจึงใหเรยนคาศัพทภาษาจนเกยวกับผลไมน้ต่อจากหัวขอกอนหนาน้?
่
ี
5.3 Apply
้
ี
ี
ี
่
้
ี
่
้
- จากสิงทเรยนมาน้นักเรยนคิดว่า จะสามารถใชคาศัพทผลไมไดในโอกาสใดบาง?
ํ
์
้
6. สอการเรยนการสอน
ี
ื
่
- YouTube
- บัตรคํา
้
้
- ผลไมสด ผลไมพลาสติก
ี
ื
- หนังสอสัมผัสภาษาจน
343
สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6
ี
่
หนวยการเรยนรู้ สถานที่สําคัญในจีน
่
ี
ี
ั
ออกแบบโดย ครูปณฑารย คําศิร ิ โรงเรียน ดรุณาราชบุรี
์
วันท่ ี 15 พฤศจิกายน 2014
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ี
์
ํ
ี
- นักเรยนจะสามารถอ่านออกเสยง และบอกความหมายของคาศัพทนั้นได ้
- นักเรยนจะเขาใจถึงวัฒนธรรม ประเพณ วิถชวิต และประวัติศาสตรจน
ี
ี
้
ี
ี
์
ี
้
ี
ี
์
- นักเรยนสามารถเขาใจถงหลักไวยากรณจนแบบง่ายได ้
ึ
็
ํ
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
ี
ี
ี
ิ
่
ี
ี
ู
้
้
ี
ี
- การเรยนภาษาจน นอกจากเรยนภาษาแลว เราควรทจะเรยนรในเรอง วถชวิต วัฒนธรรม
ื่
้
ํ
ี
้
้
้
ี
ี
่
็
่
้
ื
้
ของเขาดวย เพอใหเราเขาใจวิถชวิต การเปนอยู การใชภาษาจนของเขา อันจะทาใหเราเขาใจ
เขามากขึ้นและอยูรวมกันอย่างมความสุข
่
่
ี
้
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range) [LIKE]
(ก) หัวข้อ
ี
ี
ํ
ี
์
ํ
่
่
- คาศัพทเกยวกับสถานทสาคัญในจน
ี่
- ประวัติทมาของสถานทต่างๆ
ี่
- ประยุกต์ใชในประโยค
้
(ข) กระบวนการ
- ใหนักเรยนทายภาพสถานท ี ่
ี
้
้
- แบ่งกลุมละ 3 คน สบคนขอมูลเรอง สถานท ่ ี
่
ื
่
้
ื
- ใหนักเรยนนาเสนอและจดบันทึกของแต่ละกลุม
่
้
ํ
ี
ี
ิ
ี่
้
- ครอธบายประวัติศาสตรทมาของสถานทนั้นๆ เพิ่มเติม/ ใหนักเรยนจดบันทึก
ี่
์
ู
เพิ่มเติม
- ทายรปแบบไวยากรณ ์
ู
ิ
ี
ู
่
์
้
้
- ครอธบายการใชไวยากรณ 过 (guò) และบูรณาการเขากับสถานทต่างๆ และ
ประโยคสนทนา
ํ
้
ี
- ใหนักเรยนทาแบบฝกหัด จงบอกสถานททฉันชอบ พรอมเขยนประวัติสถานทนั้น
ี
้
ี
่
่
ึ
ี
่
ี
ึ
ี
ํ
้
โดยย่อ วาดภาพระบายสใหสวยงามและทาแบบฝกหัดถามตอบ
ึ
ี
้
่
ํ
- ใหนักเรยนทาแบบฝกหัดเรอง 过 (guò)
ื
344
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
ิ
ี
่
- รองเพลง 帕帕守 (Pá Pá Shŏu) นักเรยนรวมกันทากจกรรม
ํ
้
ํ
ี
ี
- เล่นเกมทายภาพสถานทสาคัญในจน
่
1.5 เวลา (Time) - 4 คาบ
2. การประเมินและวดผล
ั
่
ื
ี
่
- วัดโดยการทาแบบทดสอบเรอง 过 (guò) และถามตอบเกยวกับสถานท ี ่
ํ
3. การสรางบรรยากาศ - ตามขอ 1.4
้
้
4. การนําเสนอบทเรียน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
้
์
ี
ี
ี
้
่
่
้
ื
ี
่
้
่
- ใหนักเรยนทายภาพ แลวเขยนชอสถานทลงในสมุด จากนั้นใหนักเรยนแบ่งกลุม กลุมละ
้
้
้
ี
่
่
ื
ํ
ี
3 คน สบคนขอมูลเกยวกับสถานทสาคัญทไดจากการทายภาพ โดยใหนักเรยนจับใจความ
ี
้
ี
่
่
ี
ประวัติทมา และหาคําศัพทสาคัญทเกยวของ จากนั้นใหนักเรยนนาเสนอหนาชั้นเรยน และให ้
ี
้
้
ี
้
่
ี
ํ
ํ
ี
์
่
นักเรยนบันทึก
ี
ี
้
์
- ใหนักเรยนทายไวยากรณจากการยกตัวอย่างประโยค
ิ
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
้
ี่
ี่
์
ี
ู
ิ
- ครอธบายประวัติศาสตรทมาของสถานทนั้นๆ เพิ่มเติม และใหนักเรยนจดบันทึกเพิ่มเติม
ี
้
่
ู
ื
์
- ครใหนักเรยนอ่านใบงาน เรอง หลักไวยากรณ 过 (guò)
์
ู
- ครอธบายเรองหลักไวยากรณ 过 (guò) และครบูรณาการหลักไวยากรณ 过 (guò)
ิ
ู
ื
์
่
เขากับบทสนทนาเกยวกับสถานทสาคัญ
ี่
ํ
้
ี่
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ิ
ี่
ี
ํ
้
- ใหนักเรยนทาแบบฝกหัด “จงบอกสถานททฉันชอบ” พรอมเขยนประวัติโดยย่อ และวาด
้
ึ
ี
ี่
ภาพ ระบายสใหสวยงาม และทาแบบฝกหัดถามตอบ
ึ
้
ํ
ี
- ใหนักเรยนทาแบบฝกหัดเรอง 过 (guò)
ํ
ี
ึ
่
ื
้
่
่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
ี
้
่
ี
ี
ั
ู
ี
้
ื
5.1 Reflect - นักเรยนไดรบความรอะไรจากการเรยนเรองน้?
5.2 Connect - นักเรยนคิดว่า นอกจากสถานทต่างๆ มคุณค่าทางประวัติศาสตรแลว สถานท ี ่
้
์
ี
ี
่
ี
ี
้
้
เหล่านั้นยังมคุณค่าในดานใดบาง? เพราะอะไร?
้
้
ี
ี
5.3 Apply - นักเรยนคิดว่า จะสามารถแบ่งปนความรในเรองทไดเรยนมาใหกับผูอนได ้
ื่
ั
ู
้
้
ื่
ี่
อย่างไร?
ื่
6. สอการเรียนการสอน
ี
ี
่
- หนังสอสัมผัสภาษาจน - เอกสารขอมูลเกยวกับสถานทสาคัญในจน
้
ี
ื
่
ํ
ี
345
สาระการเรยนรู้ ภาษาจีน ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1
ี
หนวยการเรยนรู้ การบอกตําแหน่งสิ่งของในห้องเรียน
ี
่
้
ั
ุ
ิ
ิ
ั
ุ
์
์
์
ั
ออกแบบโดย ครูธญญพทธ ตุมสดสรนนท โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ
วันท่ ี 12 มนาคม 2016
ี
้
1. การใหภาพรวม
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ี
ั
- นักเรยนสามารถพัฒนาทักษะการฟงและพูด
็
ี
ี
ี่
ื
- นักเรยนสามารถบอกตําแหน่งสิ่งของหรอสถานทเปนภาษาจนได ้
์
่
- นักเรยนสามารถไตรตรองประสบการณจรงบนพ้นฐานของคุณค่าพระวรสารดานความ
ื
ิ
ี
้
่
ื
ซอสัตย ์
็
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
ํ
ี
่
ํ
- การบอกตําแหน่งสิ่งของมความสาคัญต่อการสอสารและสามารถพบเจอไดบ่อยคร้งใน
ื
้
ั
ชีวตประจําวัน
ิ
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
้
- คําศัพทบอกทิศทาง
์
ู
้
่
ี
- รปแบบการแต่งประโยคทถูกตอง
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
- นักเรยนเล่นเกมสจับผิดภาพรวมกัน โดยดูภาพจากโปรเจคเตอร และร่วมกันบอก
์
่
์
ี
ี่
ตําแหน่งทต่างกัน
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบๆ ละ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล
ั
ู
่
้
ํ
ี
่
- นักเรยนจับคูสอบสนทนาโตตอบกัน โดยดูภาพจากทคุณครกาหนดให ้
ี
3. การสรางบรรยากาศ
้
ํ
ื
็
ํ
้
ี
- ใหนักเรยนทา Brain Gym ดวยการทามอ “จีบ และ รูปตัวแอล (L)” โดยมอขางซายเปน
้
้
้
ื
ํ
้
็
ึ
้
รูปตัวแอล (L) มือขางขวาเปนจีบ จากนั้นทาสลับกันไปมาซายขวา เปนการฝกสมอง สมาธ ิ
็
และกลามเน้อมอ
ื
ื
้
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
้
์
4.1 การสรางประสบการณ (See)
ิ
- คุณครูเปดการตูนเรอง “สมุดของฉันอยูทไหน”
่
ี่
่
์
ื
346
- ใหนักเรยนรวมกันสรปสิ่งทเกดขึ้น ว่าใคร ทาอะไร ทไหน และอย่างไร?
ิ
ี่
ี่
ี
้
่
ํ
ุ
่
ี
- ครถามนักเรยนว่า “หากนักเรยนเหนสมุดของเพอนชาวจีนคนน้ จะบอกกับเพอนเปน
ื
ู
็
ี
็
ี
ื
่
ี
ภาษาจนว่าอย่างไร?”
ิ
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
้
้
้
์
ู
้
้
้
- คุณครสอนคําศัพททิศทางทั้งหมด 6 ทิศ ขางบน ขางล่าง ขางซาย ขางขวา ขางใน และขางๆ
้
ู
่
ิ
- อธบายรปแบบการแต่งประโยคถาม-ตอบทถูกตอง
้
ี
- นักเรยนดูภาพจาก PowerPoint และบอกตําแหน่งสิ่งของ
ี
ิ
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
- นักเรียนแบ่งกลุม โดยแต่ละกลุมจะไดภาพทต่างกัน และช่วยกันนาเสนอบอกตาแหน่ง
ํ
ํ
่
่
่
ี
้
สิ่งของในภาพหนาชั้นเรยน
ี
้
ื
่
ู
ี
่
ู
ี
- นักเรยนวาดรปตามเรองสั้นทคุณครอ่าน
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
่
่
ี
5.1 Reflect
ู
้
้
ี
- หากสมุดของนักเรียนหายไป แล้วไดกลับคืนมา นักเรยนรสึกอย่างไร? หากนักเรยน
ี
้
ื
ู
้
ี
่
ื
้
สามารถช่วยใหเพอนไดสมุดคนมา นักเรยนจะรสึกอย่างไร?
5.2 Connect
่
ํ
์
- นักเรยนคิดว่า การนาทรพยสินของเพอนทพบไปคนเกยวโยงกับคุณค่าพระวรสารในข้อใด?
ั
ี
ื่
ื
ี
ี่
5.3 Apply
้
ํ
้
- นักเรยนสามารถนาเน้อหาในบทเรยนนี้ไปใชในชวตประจาวันไดอย่างไร?
ี
ี
ี
ํ
ื
ิ
่
ื
ี
6. สอการเรยนการสอน
- PowerPoint
- คลิปวดิโอ
ี
- รูปภาพ
- เกม
ี
- หนังสอสัมผัสภาษาจนระดับมัธยมศึกษาตอนตน เล่มท 1
่
ี
ื
้
347
สาระการเรยนรู้ ภาษาจีน ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4
ี
หนวยการเรยนรู้ อุปกรณ์การเรียนและโครงสร้างประโยคที่มีคําศัพท์อุปกรณ์การเรียน
่
ี
ออกแบบโดย ครู Wang Yongkang โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ
วันท่ ี 23 มกราคม 2559
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ี่
ํ
ี
ื่
ี
- เพอใหนักเรยนสามารถนาคําศัพทและประโยคทเปนอุปกรณการเรยนมาสอสารไดดีขึ้น
้
์
็
ื่
์
้
ํ
็
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
ี
ี
์
ี
็
่
ื
ู
้
ี
่
ื
่
- อุปกรณการเรยนเปนเครองมอทสําคัญสําหรับนักเรยน เรยนรเรองนี้สามารถทีจะทําให ้
ื
่
์
้
้
ํ
็
้
ู
้
นักเรยนมองคความรกวางขึ้น และนาไปใชในสถานการณทเปนโอกาสไดสะดวกขึ้น
ี
์
ี
่
ี
ื
้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
์
ื
่
- คาศัพทเฉพาะของอุปกรณการเรยน โดยมเครองเขยน หนังสอ พจนานุกรม เป็นตน
ื
ี
ี
์
้
ี
ํ
- ประโยคทมคําศัพทอุปกรณการเรยนตามบทเรยน
์
ี
์
ี
ี
ี่
ี
ี่
ํ
้
- หลักเกณฑและโครงสรางของประโยคทสาคัญในบทเรยน
์
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
้
่
ี
์
ี
ี
่
ี
่
- โชวตัวอักษรจนทเขยนดวยพูกันจน ปากกาและดินสออยูบนกระดานใหนักเรยนชมดู
ี
้
้
ู
และเล่าความรสึก
1.5 เวลา (Time)
- 4 คาบ คาบละ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล
ั
- การแต่งประโยคดวยโครงสราง โดยใหนักเรยนใชคาศัพทอุปกรณการเรยนมาแต่งเปน
้
์
ี
็
ี
้
ํ
์
้
้
ื
ื
่
ี่
้
ี่
ํ
ประโยค และใหนักเรยนนาประโยคทตนเองแต่งไวไปแลกเปลยนกับเพอนๆ ในกลุมหรอกลุมอน
ื่
่
่
้
ี
้
ี
ํ
ื
่
ื
ํ
- การตอบคาถามจากความรวมมอของนักเรยนในคาบ โดยใหนักเรยนยกมอตอบคาถามหรือ
ี
่
ี
อ่านออกเสยงตามบทเรียนทั้งเปนกลุมและเปนเดี่ยว
็
็
3. การสรางบรรยากาศ [LIKE]
้
์
ิ
- ครนาอุปกรณการเรยนทดูงามมาโชวใหนักเรยนดูและสลับกันยกของจรงขึ้นมาใหนักเรยน
ํ
ู
ี
้
์
้
ี
ี
ี
่
แย่งกันตอบทั้ง 3 กลุม โดยคิดคะแนนกลุมตามเกณฑทบอกไว้ด้วย
ี
์
่
่
่
348
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
์
้
4.1 การสรางประสบการณ (See)
้
่
ี
่
ู
ํ
- ครูนาบัตรคําและรปภาพใหแกนักเรยนแต่ละกลุมใหนักเรยนนําคาศัพท์และรปภาพมา
้
ู
ี
ํ
เรียงกันเป็นคู ่
้
ี
ี
ี
ี
้
้
- ครูใหนักเรยนดู PowerPoint แลวใหนักเรยนเอาประโยคทมคําศัพทอุปกรณการเรยน
์
์
่
ี
ํ
และคาแปลภาษาไทยมาประกอบให้ถูกตอง
้
ิ
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
ี
์
ี่
ี
ี
ํ
- นักเรยนอ่านตามตารางคาศัพทและประโยคในบทเรยนทมคําแปล
่
ุ
ํ
ี
่
้
ี
- ครูกับนักเรยนรวมกันสรปโครงสรางประโยคทสาคัญขึ้นมา
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ื
ิ
้
้
ี
์
- ใหนักเรยนใชหลักโครงสรางมาแต่งประโยค โดยมคําศัพทอุปกรณการเรยนและคําศัพท ์
ี
ี
้
์
ี
ของบทเรยนเก่ามาประกอบด้วย
่
็
- แบ่งกลุมกันตอบปญหา โดยใหนักเรยนกลุมหนึ่งถามและอกกลุมหนึ่งตอบเสรจแล้ว
่
ี
่
้
ี
ั
สลับกัน
ํ
ี
้
ี
ึ
- ใหนักเรยนทาแบบฝกหัดตามบทเรยน
ื่
ื
ี
้
ี
์
ี
- ใหนักเรยนแสดงบนเวทในเรอง การซ้อขายอุปกรณการเรยน
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
ี
่
5.1 Reflect
์
ํ
ี
ี
ี
้
ู
- ในชวิตประจาวัน นักเรยนรจักอุปกรณการเรยนอะไรบาง?
้
ี่
้
- ในสมัยโบราณ ประเทศจนมอุปกรณการเรยนทเด่นชัดอะไรบาง?
์
ี
ี
ี
5.2 Connect
- อุปกรณการเรยนมความเหมอนความต่างกับเครองเขยนอะไรบาง?
ี
ี
์
ื
ี
้
ื
่
ี
ื่
้
ี
ี
- เครองเขยนของประเทศจนในสมัยโบราณมอิทธพลต่อการเขยนอักษรจนอย่างไรบาง?
ี
ิ
ี
5.3 Apply
้
ู
ี
ี
้
ํ
ี่
- นักเรยนคิดว่า จะนาความรในบทเรยนน้มาประยุกต์ใชไดทไหน? และอย่างไร?
้
ี
6. สอการเรยนการสอน
ื
่
ี
- PowerPoint
- บัตรคํา
- รูปภาพ
349
ี
ี
สาระการเรยนรู้ ภาษาจน ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5
หนวยการเรยนรู้ การลําดับญาติในภาษาจีน
่
ี
ิ
ุ
ออกแบบโดย ครูทิวาพร แสงสรยฤทธ์ ิ โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ
วันท่ ี 11 กนยายน 2015
ั
้
1. การใหภาพรวม
์
1.1 วัตถุประสงค (Objectives)
- นักเรยนสามารถลาดับญาติเปนภาษาจน
็
ี
ํ
ี
ี
- นักเรยนสามารถเปรยบเทยบการลาดับญาติไทย-จีน
ี
ี
ํ
้
ี
้
- นักเรยนเขาใจความแตกต่างระหว่างโครงสรางครอบครวของไทย-จีน
ั
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
ํ
็
้
ี
ี
ํ
ี
ํ
- สังคมไทยและจนใหความสาคัญกับลาดับอาวุโสอย่างมาก มคาเรยกลาดับญาติ
ํ
ํ
ู
ี
้
้
็
้
้
ํ
ํ
ื่
้
โดยเฉพาะ ฉะนั้นนักเรยนจึงจาเปนตองรและนาไปใชไดอย่างถูกตองเพอแสดงออกถึงมารยาท
้
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ี
- Family Tree ของจน (ลาดับญาติ)
ํ
ี
่
ํ
่
ี
์
- คาศัพททเกยวกับญาติ
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]
ี
่
ี
- การลาดับญาติของไทย-จนแตกต่างกัน โดยฝายจนจะแบ่งญาติฝายพ่อออกจากฝายแม่
่
ํ
่
ื
ี
้
่
่
ํ
อย่างชัดเจนและจะใหความสาคัญกับฝายพ่อมากกว่า เนองมาจากวัฒนธรรมจนโบราณให ้
้
ํ
ความสาคัญผูชายมากกว่าผูหญง
้
ิ
ํ
ื
ี
ี
- การออกเสยง คาเรยกญาติในภาษาจนเกอบทุกคามเสยง 轻声 เปนเอกลักษณ ์
ี
็
ี
ี
ํ
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ คาบละ 50 นาที
ั
2. การประเมินและวดผล
- ตอบคําถาม
- การอภปราย
ิ
้
3. การสรางบรรยากาศ
็
้
ํ
ี
- ใหนักเรยนลองลาดับญาติเปนภาษาไทย
้
ี
ี
ี
ํ
ี
๋
ื
็
ี
้
- หากนักเรยนคนใดมเช้อสายจน ทดลองใหนักเรยนลาดับญาติเปนภาษาจน (แตจิว กวางตุง ฯลฯ)
้
350
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
์
้
4.1 การสรางประสบการณ (See)
ี
็
้
- ใหนักเรยนดู Family Tree เปนภาษาจนและไทย และใหนักเรยนแต่ละคนเปรยบเทยบ
ี
ี
ี
้
ี
ื
ื
้
ขอเหมอนหรอแตกต่าง
์
ิ
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
ํ
ี
- นาเสนอบทเรยนดวย PowerPoint เรือง ความแตกต่างระหว่างระหว่างการลาดับญาติไทย-จีน
ํ
่
้
ํ
่
ี
- ครและนักเรยนรวมกันอ่านคาศัพทเกยวกับญาติ
ี
์
ู
่
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ิ
ี
่
ี
- นักเรยนอ่านออกเสยงคาศัพทเกยวกับญาติร่วมกัน
ํ
ี
์
ํ
ี
- นักเรยนสรปความแตกต่างระหว่างการลาดับญาติของจนและไทย เพราะเหตุใดจึงแตกต่าง?
ุ
ี
ี
็
ี
ั
- นักเรยนเขยนลาดับญาติครอบครวตนเองเปนภาษาจน
ี
ํ
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
่
ี
5.1 Reflect
- นักเรยนคิดว่า การลาดับญาติของจนสะทอนภาพสังคมในอดตอย่างไร?
ี
้
ี
ํ
ี
5.2 Connect
ํ
ี
ํ
ี
- นักเรยนคิดว่า การลาดับญาติไทย จีนมความสาคัญอย่างไร?
5.3 Apply
ํ
์
ี
ํ
ี
้
- นักเรยนสามารถนาคาศัพทเหล่าน้ไปใชอย่างไร?
ื
6. สอการเรยนการสอน
ี
่
- PowerPoint
351
สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6
่
ี
หนวยการเรยนรู้ การให้คําแนะนํา Donner des conseils โดยอ่านเรื่อง Comment se
่
ี
défendre contre le stress? เอาชนะความเครยดไดอยางไร
่
้
ี
ี
์
ุ
ออกแบบโดย ครูนฤมล เพยรเวช โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ
ี
วันท่ ี 12 มนาคม 2016
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ี
้
้
- นักเรยนสามารถให้คําแนะนาเปนภาษาฝรงเศสไดถูกตอง
่
็
ั
ํ
ี
ี
้
ั
ี
่
ั
ี
- นักเรยนมทักษะฟง พูด อ่าน เขยนภาษาฝรงเศสไดดขึ้น
ํ
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
็
ั
ี
- นักเรยนสามารถใชภาษาฝรงเศสในการใหคําแนะนาเพอช่วยเหลอผูทมปญหา (โดยยก
่
้
ั
้
้
่
ี
ํ
่
ื
ื
ี
่
ี
์
ี
ประเด็นวิธเอาชนะความเครยด) เปนการสรางความสัมพันธทดีและอยูรวมกันอย่างสันติสุข
่
็
้
ี่
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ื
้
ู
ํ
้
- รปแบบการใหคําแนะนา Donner des conseils
ี
- บทอ่าน Comment se défendre contre le stress? เอาชนะความเครยดไดอย่างไร
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
ี
่
่
ั
ื
ี
ี
ี
- สนทนากับนักเรยนว่านักเรยน เพือนของนักเรียน หรอคนทนักเรียนรกมปัญหา
้
้
ี
็
ความเครยดความกังวล การช่วยเหลอดวยการใหคําแนะนําโดยใชภาษาฝรังเศสทถูกตองเปน
้
ื
่
้
ี่
ี
่
ํ
ี
่
ี
้
็
์
ี
้
การสรางความสัมพันธทดกับเจาของภาษา ดังนั้นจึงมความจาเปนทจะศึกษาการใชภาษาท ่ ี
้
ถูกต้อง
1.5 เวลา (Time) - 3 คาบ
2. การประเมินและวดผล
ั
ํ
ี
- การเขยนคําแนะนา - การแสดงละคร
์
ู
้
้
- การจัดบอรดความรภายในหองเรยน
ี
3. การสรางบรรยากาศ
้
ี่
- รองเพลงทมรปประโยคใหคําแนะนาโดยเปดใน YouTube
้
ี
ิ
ํ
ู
้
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
้
์
ี
ื
ี
่
้
- ครเปิดวิดโอใหนักเรยนดู เป็นบทสนทนาทบุคคลหนึงมปญหาความเครยดหรอความ
ี
ี
ี
ู
ั
่
้
ี
ื่
ี
้
วิตกกังวล และอกคนหนึงกล่าวใหกาลังใจและใหคําแนะนา และหยุดเปนช่วงๆเพอใหนักเรยน
็
ํ
่
้
ํ
แต่ะกลุมเดาเหตุการณทจะเกิดขึ้นต่อไป
่
่
ี
์
352
ี
ี
ี
ั
ี
ี
ิ
้
- นักเรยนดูวิดีโออกคร้งหนึ่ง ครูถามนักเรยนว่า ถาเหตุการณน้เกดขึ้นกับนักเรยน นักเรียน
์
่
้
ํ
้
้
จะใหคําแนะนาอย่างไร ใหแต่ละกลุมช่วยกันคิดคนหาคําแนะนา
ํ
่
- ใหแต่ละกลุมออกมานาเสนอคําแนะนา
ํ
้
ํ
ิ
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
ี
ู
ี
้
้
ื
่
ํ
์
ํ
ี
่
- ครใหนักเรยนศึกษาคาศัพททเกยวกับความเครยดและการใหคําแนะนาเพ่อเอาชนะ
ี
ึ
ี
ความเครยดจากบทอ่าน Comment se défendre contre le stress? ทาแบบฝกหัดตรวจเฉลย
ํ
ํ
แกไขพรอมกันเพอตรวจสอบความเขาใจคําศัพทและสานวน
์
ื่
้
้
้
้
ํ
ํ
ี
่
- นักเรยนศึกษาการใหคาแนะนาในบทอ่าน สังเกตรปแบบภาษาทใชแลวสรปรวมกัน
้
่
ุ
้
ี
ู
้
ู
้
- ครูแจกใบความรทเกยวกับรปประโยคทใชในการใหคําแนะนา นักเรยนทาแบบฝกหัด
้
ี
ู
ี่
ํ
ึ
ี่
ี่
ํ
้
ี
ี
ํ
่
ี
ี
้
่
- ใหนักเรยนในแต่ละกลุมเขยนใหคาแนะนา Corinne ทมปญหาทะเลาะกับเพอนและให้
ื
ั
ํ
่
ํ
่
ํ
ํ
แต่ละกลุมออกมานาเสนอคาแนะนา
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ื
ิ
ื่
ื
่
ี
่
้
- ใหนักเรยนในแต่ละกลุมแต่งเรองสั้นเพอแสดงละคร
ี
่
ี
- จากบทเรยนทผ่านมาเกยวกับอาหาร โรคภัยไขเจ็บ และเทศกาลงานเล้ยง ใหนักเรยนใน
่
ี
้
้
ี
ี
้
่
ํ
แต่ละกลุมเลอกหัวขอเพ่อเขียนคําแนะนา เช่น คําแนะนําเรืองลดความอวน คาแนะนาเรือง
่
่
ํ
ื
ื
ํ
้
ี
ั
ี
รกษารางกายใหแข็งแรง หรอคําแนะนาเรืองการจัดงานปใหม่ทโรงเรยนและจัดบอร์ดความร ้ ู
ื
้
่
ํ
ี
่
่
ี
้
ภายในหองเรยน
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
ี
่
5.1 Reflect
ํ
- นักเรยนพอใจกับการใหคําแนะนาของนักเรยนหรอไม่ ทาไม?
ํ
ี
ื
ี
้
5.2 Connect (LIKE)
ื
- หลังจากเรยนเรอง Comment se défendre contre le stress? นักเรยนมความคิดเหน
ี
ี
่
็
ี
เกยวกับปญหาความเครยดของเด็กวัยรนแตกต่างไปจากเดิมหรอไม่ อย่างไร?
ี
ี
ุ
่
ั
ื
่
5.3 Apply
้
้
ี
ํ
ี่
ื่
้
ี
- นักเรยนจะความรทไดจากหัวขอน้ไปใชกับตนเองและเพอนๆ ในชวิตประจาวันอย่างไร?
ู
้
ี
6. สอการเรยนการสอน
ื
ี
่
- บทอ่านเรอง Comment se défendre contre le stress? - คลิปวิดีโอ
ื่
่
้
ู
ู
้
- ใบความร เรือง รปประโยคของการใหคําแนะนา - YouTube
ํ
353
่
ี
สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2
หนวยการเรยนรู้ Verb to Have
ี
่
์
ออกแบบโดย ครูวรรตน ธรรมคําสอน โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ
ุ
ั
์
วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
้
- ฝกทักษะการพูดโดยใช Verb to have
ึ
ื
- เขาใจและสามารถใชภาษาสอสารไดถูกตอง
้
้
่
้
้
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
็
ํ
ี
็
ื
้
ํ
ี
้
่
ู
้
็
่
- การพูดมความจาเปนในการเรยนร เปนการสอสารขอมูลซึงกันและกัน โดยใชประโยคท ี ่
มี Verb to have
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
้
- Verb to Have
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
ื
่
ื
่
ื
่
่
ื
้
ื
ิ
ี
- เราตองการพูดเพอสอความหมายกับเพอน บอกเพอนว่าฉันมน้วมอสิบน้ว เช่น I have
ิ
ten fingers. เป็นตน
้
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ คาบละ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล
ั
ิ
- จากการสังเกตขณะรวมทากจกรรม การพูด เปนรายบุคคล
็
่
ํ
- จากการทาแบบฝกหัด Pre-test/ Post-test
ํ
ึ
ึ
- จากการฝกแต่งประโยคสนทนาในบทบาทสมมุติ
- จากการทาใบงาน Mind Map
ํ
ึ
ํ
- จากการทาแบบฝกหัด
- จากการทาแบบทดสอบ (สอบ)
ํ
3. การสรางบรรยากาศ
้
ั
ึ
- นักเรยนฟงเพลงและฝกรองตาม พรอมทาท่าทางประกอบบทเพลง
ี
ํ
้
้
354
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
์
้
ี
้
ิ
ู
้
- ครเปด YouTube เพลง Head shoulder knee and toes. ใหนักเรยนรองตามพรอมทา
้
ํ
์
ี
ท่าทางประกอบบทเพลง หลังจากนั้นนักเรยนช่วยกันสรปว่า มคําศัพทอะไรบางเกยวกับ
ี
่
ี
ุ
้
รางกาย?
่
ื
ี
ู
้
ื
่
- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา .... เรอง .....
้
ิ
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
้
- ใหนักเรยนฝกพูดโดยขึ้นตนประโยคดวย I have……….. เกยวกับ My body
้
้
่
ี
ึ
ี
้
ี
ึ
- ใหนักเรยนฝกพูด I have + (คํานามสิ่งของ ) เช่น I have ten books. (ruler, school
bag, table, desk, etc.)
่
ึ
่
ี
ื
- ใหนักเรยนฝกพูด She has + …………. โดยช้ทเพอน
ี
้
ี
ื
ิ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ี
่
่
่
- ครใหนักเรยนแบ่งกลุม กลุมละ 4 คน เพอแสดงบทบาทสมมุติ โดยใชภาษาอังกฤษใน
ู
้
้
ื
้
้
การสอสารซึ่งในประโยคตองใช Verb to have
ื่
็
- ใหทาใบงานเปน Mind Map
้
ํ
ํ
ึ
- ทาแบบฝกหัด
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
ี
่
่
5.1 Reflect
ี
้
ี
ู
้
ี
้
- นักเรยนไดเรยนรเกยวกับ Verb อะไรในหัวขอน้ อย่างไร?
ี
่
5.2 Connect
ี
ี
- ใหนักเรยนหยุดคิดและนักเรยนลองเปรยบเทยบการใช Verb to have กับ Verb to be
้
ี
้
ี
้
ในชั่วโมงทแลวมหลักการและวิธใชทเหมอนหรอต่างกันอย่างไร?
้
ี่
ี
ื
ี
ื
ี่
5.3 Apply
ื่
ู
้
้
ํ
ํ
- นักเรยนสามารถนาความรเรอง Verb to have ไปใชในการสอสารประจาวันไดอย่างไร?
ื
ี
่
้
ี
่
6. สอการเรยนการสอน
ื
ื
- หนังสอ Smart 2
- เพลงจาก YouTube เพลง Head, shoulder, knee and toes.
- ใบงาน
ึ
- แบบฝกหัด
ํ
- บัตรคาศัพท ์
- รูปภาพ My Body
355
สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3
่
ี
หนวยการเรยนรู้ 1) Occupations
ี
่
ุ
์
์
์
ิ
ั
ออกแบบโดย ครูสมคิด จนทรสิรสถาพร โรงเรียน เซนตโยเซฟคอนเวนต กรงเทพฯ
วันท่ ี 10 ตุลาคม 2014
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
์
ํ
ี
ี
ี
่
- นักเรยนสามารถระบุคาศัพทเกยวกับอาชพได ้
่
้
ี
ี
้
ี
ู
- นักเรยนสามารถใหขอมูลเกยวกับอาชพต่างๆ ในรปประโยคได ้
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
ํ
็
้
ํ
ี
้
- การใชภาษาอังกฤษในการใหขอมูลเกยวกับอาชพต่างๆ ในชวิตประจาวัน
้
่
ี
ี
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ื
้
ี
ี
ี
่
ู
์
ํ
ี
่
- การใชรปประโยคทมคาศัพทเกยวกับอาชพ
้
- Vocabulary เกยวกับอาชพ
ี
่
ี
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
ํ
์
ี
่
่
่
ี
- เล่นเกมจับคูทมคาศัพทเกยวกับอาชพต่างๆ
ี
ี
ี
- ดูรปภาพอาชพต่างๆ ใน YouTube
ู
ี
ี
ั
- ฟงเพลงเกยวกับอาชพ
่
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ
2. การประเมินและวดผล
ั
่
ิ
- สังเกตการณรวมกจกรรม
์
ึ
- ตรวจแบบฝกหัด
3. การสรางบรรยากาศในหองเรยน
้
ี
้
ู
้
็
- ครเขาสอนดวยใบหนาย้มแยม ท่าทางเปนมิตรเพอใหนักเรยนรสึกปลอดภัย
ู
้
้
้
ิ
้
ี
ื่
้
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
4.1 การสรางประสบการณ (See)
้
์
- ครซักถามว่า คุณพ่อคุณแม่ของแต่ละคนประกอบอาชพอะไร?
ี
ู
ี
ี
ู
ี
้
- ครใหนักเรยนแสดงบทบาทสมมุติของอาชพต่างๆ เช่น ทหาร ตํารวจ หมอ ไปรษณย ์
ฯลฯ และใหเพอนๆ ทายเปนภาษาอังกฤษ
็
ื
้
่
356
ิ
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
็
้
ื
่
่
ี
- นักเรยนรวมกันแสดงความคิดเหนโดยบอกชอสถานททเกยวของกับอาชพนั้นๆ
่
ี
ี
ี
่
่
ี
ี
่
ี
ี
- นักเรยนดูภาพแต่ละบุคคลทประกอบอาชพแตกต่างกันไปจาก PowerPoint
ํ
ู
ี
่
้
ี
ี
้
- ครอธบายใหเห็นความสาคัญของแต่ละอาชพจาก PowerPoint ทนักเรยนไดชม และ
ิ
ํ
ี
อธบายเพิมเติมว่า อาชพแต่ละอาชพมความสาคัญเท่าๆ กัน ความเคารพศักดิ์ศร/ คุณค่า
ี
ิ
ี
ี
่
พระวรสาร
ี
ื
่
ู
้
- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง .....
ื
้
ิ
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
่
ี
ี
่
่
ี
ี
- นักเรยนจับคูสนทนาเกยวกับอาชพทนักเรยนอยากเปนในอนาคต
็
ี
ี
- นักเรยนศึกษาเอกสารประกอบการเรยน Smart 3 หนา 39, 40 และทาแบบฝกหัดเรอง
ํ
ึ
ื
่
ี
้
อาชีพ
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
่
ี
่
5.1 Reflect
ี
็
ี
- นักเรยนสนใจอาชพอะไรเปนพิเศษ?
5.2 Connect
่
ํ
ี
่
ี
ื
้
่
ื
่
ี
้
ี
่
- สิงทไดเรยนเรองการประกอบอาชพ ทาใหนักเรยนคิดเกยวกับคุณค่าพระวรสารเรอง
ี
็
ความเปนหนึ่งเดียวกันอย่างไร?
5.3 Apply
- นักเรยนอยากจะประกอบอาชพอะไรในอนาคต?
ี
ี
6. สอการเรียนการสอน
ื่
ํ
ี
- บัตรคาศัพทเกยวกับอาชพต่างๆ
์
ี
่
- เพลงเกยวกับอาชพ
่
ี
ี
ี
- PowerPoint ภาพบุคคลทประกอบอาชพแตกต่างกันไป
ี
่
ี
- เอกสารประกอบการเรยน Smart 3
357
่
สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3
ี
หนวยการเรยนรู้ 2) Recycle
ี
่
ี
ออกแบบโดย ครูมณฑา ดนตรรส โรงเรียน เซนต์โยเซฟคอนเวนต์ กรุงเทพฯ
วันท่ ี 9 ตุลาคม 2014
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objective)
ิ
- นักเรยนสามารถอธบายความหมายและประเภทของวัสดุทนากลับมาใชไดใหม่
ี
ํ
้
้
่
ี
ี
- นักเรยนเสนอแนะวิธการแกปญหาภาวะโลกรอนได ้
้
ั
้
ี
่
ี
ี
้
ึ
- นักเรยนเขาใจถงคุณค่าพระวรสาร เรือง ความเรยบง่าย
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
ํ
็
- การเรยนรถึงความสาคัญของธรรมชาติทาใหนักเรยนตระหนักถึงคุณค่าของการใชวัสดุ
ี
ี
ํ
ํ
้
้
ู
้
้
์
้
ใหเกดประโยชนและคุมค่า
ิ
้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ื
ี
- ความหมายของคาว่า “Recycle” - วิธช่วยลดปญหาภาวะโลกรอน
ั
้
ํ
ื่
ี
- ประเภทของวัสดุ Recycle - คุณค่าพระวรสาร เรอง ความเรยบง่าย
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
ํ
- สนุกกับการฟงเพลง จากนั้นแข่งขันบอกคาศัพททไดยน
ี
์
่
ิ
ั
้
้
- สนุกกับการรองเพลง
์
ื
- การประดิษฐสิ่งของจากวัสดุเหลอใช ้
ี
1.5 เวลา (Time) - 2 คาบเรยน
2. การประเมินและวดผล
ั
้
ี
- บอกประเภทและความหมายของวัสดุรไซเคิลไดว่ามอะไรบาง?
ี
้
- เสนอแนวทางในการช่วยลดภาวะโลกรอน
้
3. การสรางบรรยากาศ
้
ู
ิ
้
- ครเปดเพลง Recycle ใหนักเรยนฟง
ั
ี
่
ี
- ครใส่ชุดททามาจากวัสดุ Recycle
ู
ํ
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
์
้
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
- ครใหนักเรยนฟงเพลง Recycle
ู
้
ั
ี
358
่
ํ
์
- นักเรยนแบ่งออกเปน 6 กลุม แข่งขันกันบอกคาศัพททไดยนจากการฟงเพลง พรอมทั้ง
ี
็
ิ
ั
้
ี
่
้
บอกความหมาย
ู
้
่
ี
ื
ี
ิ
่
้
ี
้
- ครใหนักเรยนอภปรายกันในกลุมว่า มสิ่งของหรอวัสดุเหลือใชทเคยเห็นในบานหรอใน
ื
ี
โรงเรยนว่ามอะไรบาง?
ี
้
้
้
ํ
่
ี
ํ
่
ื
ํ
ู
้
์
ี
ี
- ครนาสิงประดิษฐททาจากการรไซเคิลวัสดุเหลอใชแลว ใหนักเรยนสังเกตว่านามาจาก
วัสดุประเภทใด?
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
ิ
์
ี
้
้
ั
ู
่
ื
่
ี
- ครใหนักเรยนอ่านบทความเรอง วิกฤตการณเกยวกับภาวะโลกรอนในปจจุบัน
์
์
- ครใหนักเรยนอภปรายถงวิกฤตการณเกยวกับภาวะโลกรอนในปจจุบันว่าเกดจากสาเหตุ
ี
ึ
ิ
้
ู
้
ั
ิ
่
ี
ใดบาง?
้
ี
็
้
ี
้
้
่
ี
ี
์
ู
- ครนาตัวอย่างของวัสดุรไซเคิลทประดิษฐเรยบรอยแลวใหนักเรยนดูเปนตัวอย่าง
ํ
ี
์
่
ิ
ํ
้
- นักเรยนแต่ละกลุมช่วยกันคิดว่าจะนาวัสดุประเภทใดมาใชใหเกดประโยชน?
้
ี
่
ื
- ครสอดแทรกคุณค่าพระวรสารเรอง ความเรยบง่าย
ู
ิ
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
่
ี
ี
็
้
ื
่
ี
์
ํ
ื
ี่
- นักเรยนแต่ละกลุมนาวัสดุทเหลอใชมาประดิษฐเปนสิงของ โดยเลอกวัสดุทนักเรยน
่
้
ตองการ
ี
ํ
- นักเรยนออกมานาเสนอผลงาน
ุ
้
ี
ั
- นักเรยนสรปแนวทางในการช่วยลดปญหาภาวะโลกรอน
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
ี
่
่
5.1 Reflect
ี
ู
- นักเรยนมความรสึกหรอความคิดเห็นอย่างไรต่อกจกรรมน้?
ิ
ื
้
ี
ี
่
ิ
ี
- นักเรยนบรหารงานในการปฏบัติงานกลุมอย่างไร?
ิ
5.2 Connect
- นักเรยนคิดว่า บูรณาการเขากับวิชาใดไดบาง?
้
้
ี
้
้
ึ
ํ
้
ี
- สิ่งทไดเรยนจากเรอง Recycle ทาใหคิดถงความเรยบง่ายอย่างไร?
ื่
ี
ี่
5.3 Apply
ั
ู
ี
่
้
้
้
ํ
- นักเรยนนาความรทไดปรบใชในชวิตประจาวันอย่างไร?
ี
ี
ํ
ี
- ภาวะโลกรอนส่งผลเสยต่อตนเองและสังคมอย่างไร? และฉันควรจะทาอย่างไร?
้
ํ
6. สอการสอน
่
ื
- วัสดุรไซเคิล - เพลง Recycle
ี
- บทอ่านคุณค่าพระวรสาร
359
สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4
่
ี
หนวยการเรยนรู้ 1) Birthday
่
ี
ออกแบบโดย ครูชลดา แกวสวรรค ์ โรงเรียน เซนต์นิโกลาส พิษณุโลก
้
์
ุ
ั
วันท่ ี 22 กมภาพนธ 2015
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
่
- นักเรยนสามารถสนทนา ถามตอบเกยวกับวันเกดของตนเองและผูอนได ้
ี
ิ
ี
ื่
้
ื่
ี่
้
ี
์
ี่
- นักเรยนสามารถอ่านวันท และบอกวันท เพอใชในการสนทนาโตตอบในสถานการณจรงได ้
ิ
้
็
1.2 ความจาเปน (Needs)
ํ
ิ
ี
ี
้
- การบอกวันเกดของตนเอง การถามตอบเกยวกับวันท โดยใชภาษาอังกฤษสามารถใช ้
่
่
ื่
์
ิ
สอสารในชวิตประจาวัน/สถานการณจรงได ้
ี
ํ
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
้
ื
- โครงสรางประโยค
้
When’s your birthday? It’s on ……….
What is the date today? It’s ……….....
- การบอกลาดับท ่ ี
ํ
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
- Birthday Song
1.5 เวลา (Time)
- 1 ชั่วโมง
2. การประเมินและวดผล
ั
- สัมภาษณถามตอบ
์
- บทบาทสมมุติ
3. การสรางบรรยากาศ
้
ู
ื
ี
่
่
้
ี
ิ
ี
ู
- ครเขยนวันเกดติดทหนาอกนักเรยน สมมุติชอ Jack ครแสดงบทบาทสมมุติโดยสนทนากับ
่
ิ
Jack และสุมถามวันเกดของนักเรยน
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
้
์
ี
ื
่
่
้
้
ู
- ครเขยนวันเกดติดทหนาอกนักเรยนหนึงคน สมมุติใหนักเรยนชอ Jack แลวครสนทนา
ู
่
ี
ิ
้
ี
ี
กับ Jack
360
ครู : Jack, when’s your birthday?
Jack : It’s on ……….
ครู : Really? Happy Birthday!
ี
่
้
่
้
ิ
้
ู
- ครสุมถามวันเกดของนักเรยนโดยใชโครงสรางทกล่าวมา พรอมทั้งเชิญชวนพูด Happy
ี
Birthday!
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
ิ
์
ู
้
ํ
ู
ื
่
่
ู
- ครทบทวนความรเดิมเรอง จานวนนับและลาดับท (1-31), (1st-31st) โดยครแจกบัตร
ํ
ี
จานวนและลาดับใหนักเรยนทั้งหอง โดยแบ่งนักเรยนออกเปน 2 กลุม กลุมแรก บัตรจานวน
ํ
ํ
ี
ี
ํ
่
้
้
่
็
ํ
(1-31) และกลุมสอง บัตรลาดับท (1st-31st)
่
ี
่
ี
ํ
่
ิ
ี
่
ั
ี
้
ํ
- ครูให้สัญญาณเรม นักเรยนส่งบัตรต่อกัน แลวพูดจานวนและลาดับททตนเองไดรบทีละ
่
้
ี
คนเรยงตามลาดับ
ํ
้
้
่
ี
ู
- ครถามวันทโดยใชโครงสราง What’s the date today?
ี
- นักเรยนฝกตอบคาถาม
ึ
ํ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ิ
ื
ี
่
ี
ื
- นักเรยนจับคูผลัดกันถาม ตอบเกยวกับวันเกดของตนเองและเพอน
ิ
่
่
้
้
้
ิ
ึ
- ครฝกทักษะการฟง พูด โดยใหนักเรยนฝกถาม ตอบวันเกดเพอนในชั้นเรยนใหไดมาก
ี
ู
ั
ี
่
ึ
ื
ี
้
ทสุด ภายใน 5 นาท พรอมทั้งจดบันทึกลงในสมุด
ี่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
ี
่
5.1 Reflect
ี่
ี
- นักเรยนมความรสึก หรอความคิดเห็นอย่างไรเกยวกับเรอง Birthday นี้?
้
ื
ี
ู
ื่
5.2 Connect
้
ี
ิ
- นอกจากวันเกด นักเรยนใหความสาคัญกับวันไหนอกบาง? เพราะอะไร?
ี
ํ
้
5.3 Apply
ู
้
่
- นักเรยนนาความรเรอง Birthday ไปใชในชวิตประจาวันอย่างไร?
ี
ํ
้
ี
ํ
ื
6. สอการเรยนการสอน
ี
่
ื
- บัตรคํา เรอง จานวนนับ/ ลาดับท ่ ี
ํ
ํ
ื่
361
่
สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4
ี
หนวยการเรยนรู้ 2) Food
่
ี
ั
ออกแบบโดย ครูบศยา บวสวสดิ์ โรงเรียน ลัมแบร์พิชญาลัย จันทบุรี
ั
ุ
วันท่ ี 5 กรกฎาคม 2014
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
่
- นักเรยนถามตอบโดยใชคําศัพททเกยวกับอาหารได ้
ี
ี
้
์
ี
่
1.2 ความจาเปน (Needs)
ํ
็
ี
่
่
้
ี
่
่
ื
้
ํ
ื
- เพอใชภาษาอังกฤษในการสอสารเกยวกับจานวนอาหารทตองการได ้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ื
้
์
่
ี
- คาศัพททเกยวกับอาหาร
่
ํ
ี
้
้
้
ี่
- โครงสรางประโยค การใช How many ทใชในการถามตอบ
้
1.4 การสรางความสนใจ (Interest)
้
้
ิ
่
ี
่
ี
้
- นักเรยนเล่นเกมโดยใหนักเรยนจับคู การเล่นเกมน้จะใชบัตรคําทมรปอาหารอยู ถาเปด
ี
ี
ี
ู
่
่
ํ
้
ื
้
ู
ิ
ี
่
รปทเหมอนกัน ผูเปดจะตองพูดชออาหารตามรปในบัตรคาทั้งสอง เช่น “I like cookies.” ถา
ื
ู
้
้
ิ
ื
ื
ํ
้
เปดมาไม่เหมอน จะตองพูดชออาหารตามรป แต่ใชคาพูด “I don’t like ___ .”
ู
่
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ
2. การประเมินและวดผล
ั
- ประเมินการสนทนาโตตอบจากบทบาทสมมุติของนักเรยน
้
ี
- แบบฝกหัด
ึ
3. การสรางบรรยากาศ
้
- ครพูดคุยเปนกันเอง และกล่าวชมเชยเปนระยะๆ
็
็
ู
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
์
้
4.1 การสรางประสบการณ (See)
- ครใหนักเรยนดูการตูนบทสนทนาระหว่าง Kate และ Jenny
์
ี
้
ู
้
ี
ู
้
้
ี
ู
ี
- ครใหนักเรยนช่วยกันบอกว่า นักเรยนไดยินประโยคสนทนาอะไรบาง? ครเขยนประโยค
บนกระดาน
ู
ี
ี
้
้
ี
้
ิ
์
่
- ครเปดการตูนใหนักเรยนดูซ้าอกคร้ง เพอเปนการตอกย้าสิ่งทนักเรยนไดยินไดดู และให ้
ั
็
่
ื
ี
ํ
ํ
ี
้
คาถามเดิมว่า นักเรยนไดยินอะไร? ครเขยนเพิ่มเติม
ํ
ี
ู
362
่
ี
ี
ี
- ครตั้งคาถาม “นักเรยนคิดว่าการตูนทไดดูเปนเรองราวเกยวกับอะไร?”
ู
ํ
้
่
์
็
ื
่
ิ
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
ี
้
ู
้
ํ
- ครตั้งคําถามว่า “นักเรยนสังเกตไหมว่า เขาใชประโยคคาถามโดยคําถามขั้นตน คําถาม
ี
ว่าอย่างไร?” ใหนักเรยนช่วยกันบอก
้
ี่
ุ
้
้
ู
ื่
- ครบรรยายสรปสั้นๆ ว่า เขาใช How many ในการถามตอบเกยวกับความตองการเรอง
ี
้
่
จานวนของอาหารทเราอยากไดอย่างไร?”
ํ
ื
ู
้
ี
ี
- ครใหนักเรยนช่วยกันอภปรายเกยวกับความหมายของเน้อเรองทไดดู ใหนักเรยนบันทึก
้
่
ิ
ื
่
่
ี
ี
้
ี
้
่
ู
ประสบการณเรยนรทไดรบจากการดูการตูน
ี
์
ั
้
์
่
ื
้
ู
- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง .......
้
ื
ี
4.3 ลงมอปฏบัติ (Act)
ื
ิ
่
่
- ครใหนักเรยนแบ่งเปนกลุม แต่ละกลุมศึกษาบทสนทนา
้
็
ี
ู
้
ี
้
- ครูใหนักเรยนแต่ละกลุมแสดงบทบาทสมมุติเกยวกับการถามตอบความตองการจานวน
่
ี่
ํ
อาหาร
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
่
ี
5.1 Reflect
ั
ี
้
ู
่
ี
- นักเรยนไดเรยนรจากการทไดแสดงบทบาทสมมุติคร้งน้อย่างไร?
ี
้
ี
้
5.2 Connect
่
ี
ี
ี
่
ู
ื
้
- นักเรยนคิดว่า การเรยนรเรอง Food นี้เกยวของกับการประหยัดอย่างไร?
้
5.3 Apply
- นักเรยนนาบทสนทนาน้ไปใชในสถานการณใดบาง?
้
้
ี
ี
ํ
์
6. สอการเรียนการสอน
ื่
์
- CD การตูน
- บัตรคํา
363
ี
สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5
่
หนวยการเรยนรู้ Telling Time
่
ี
ั
ุ
่
ออกแบบโดย ครูกลมสาระวิชาภาษาองกฤษ โรงเรียน ยอแซฟอุปถัมภ์ นครปฐม
วันท่ ี 9 พฤษภาคม 2015
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
้
- นักเรยนสามารถบอกเวลาเปนภาษาอังกฤษไดถูกตอง
็
ี
้
ํ
1.2 ความจาเปน (Needs)
็
์
ิ
ํ
ี
้
้
- ใชบอกเวลาในชวิตประจาวันในสถานการณจรงดวยภาษาอังกฤษได ้
้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ื
- การอ่านเวลาเปนภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ
็
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
- รองเพลง What time is this?
้
- โชวภาพกจวัตรประจาวันตามช่วงเวลาต่างๆ
ํ
์
ิ
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบเรยน (50 นาที)
ี
2. การประเมินและวดผล
ั
ิ
ี
ิ
ํ
- ประเมินจากการอธบายขั้นตอนการเขยนกจวัตรประจาวัน
3. การสรางบรรยากาศ
้
- การรองเพลง What time is this?
้
- โชวภาพกจวัตรประจาวันตามช่วงเวลาต่างๆ และสนทนาแลกเปลยน
ิ
่
์
ี
ํ
ิ
ํ
่
ี
์
ี
- ดูวดิทัศนเกยวกับกจวัตรประจาวัน
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
์
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
้
- ครแจกภาพนาฬิกาใหนักเรยนดูคนละ 1 ภาพ
ู
้
ี
็
้
- ครบอกเวลาเปนภาษาอังกฤษแบบ British English และ American English แลวให้
ู
่
ี
ี
นักเรยนหมุนนาฬิกาตามทครบอก
ู
- ใหนักเรยนเขยนตารางเวลากจวัตรประจาวัน ตั้งแต่ตื่นนอนถึงเขานอนเปนภาษาอังกฤษ
ํ
็
้
้
ิ
ี
ี
์
4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
ิ
- ใหนักเรยนดูวดิทัศนเกยวกับกจวัตรประจาวันตามช่วงเวลาทอธบายเปนภาษาอังกฤษ
์
ี
็
ี
่
ี
ํ
้
ี
่
ิ
364
็
้
- ครหมุนนาฬิกา แลวใหนักเรยนบอกเวลาเปนภาษาอังกฤษ
ู
ี
้
ุ
็
ํ
ู
่
ี
ิ
ี
ิ
ี
- ครและนักเรยนรวมกันอธบายสรปขั้นตอนการเขยนกจวัตรประจาวันเปนภาษาอังกฤษอกคร้ง
ั
ื
ิ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ี
ํ
ี่
้
่
ํ
ิ
ั
- นักเรยนรวมกันนาเสนอขั้นตอนกจวัตรประจาวันทนักเรยนทามา แกไข แลวสรปใหม่อกคร้ง
ุ
ํ
้
ี
ี
- นักเรยนนาเสนอขั้นตอนการเขยนกจวัตรประจาวันเปนภาษาอังกฤษหนาชั้น
ี
้
ิ
ํ
ํ
็
ี
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
่
ี
่
5.1 Reflect
- นักเรยนคิดว่า การเขยนกจวัตรประจาวันเปนภาษาอังกฤษมประโยชนอย่างไร?
ี
ี
ิ
์
็
ี
ํ
ี
ํ
ี
- นักเรยนไดอะไรจากการเขยนตารางกจวัตรประจาวัน?
ิ
้
5.2 Connect
์
ิ
ี
ิ
ื
่
- หัวขอน้เชอมโยงกับวชาคณตศาสตรอย่างไร?
้
่
ํ
้
ี
ื
ู
ื
ี
- ทาไมครจึงใหนักเรยนเรยนเรองเวลาต่อจากเรองวัน เดอน ป?
่
ี
ื
5.3 Apply
้
ื
่
ื
ี
้
- นักเรยนสามารถนาเน้อหาน้ไปใชในการเรยนวิชาอนไดอย่างไร?
ี
ี
ํ
้
้
- นักเรยนสามารถนาไปใชประโยชนในชวิตประจาวันอะไรไดบาง? อย่างไร?
ํ
้
ี
ํ
ี
์
่
6. สอการเรยนการสอน
ื
ี
ิ
- ภาพกจวัตรประจาวัน
ํ
ํ
- วีดิทัศนเกยวกับกจวัตรประจาวัน
่
ี
์
ิ
- ภาพนาฬิกากระดาษ
365
สาระการเรยนรู้ ภาษาอังกฤษ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6
ี
หนวยการเรยนรู้ Listening, Speaking and Writing - Occupations
ี
่
ุ
ออกแบบโดย ครูสพนดา มณนาค โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ
ี
ิ
ี
วันท่ ี 12 มนาคม 2016
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ ( Objectives)
ํ
- นักเรยนสามารถอ่าน เขยน บอกความหมายคาศัพทเกยวกับอาชพต่างๆ ได ้
ี
ี
ี
ี
์
่
ี
่
ี
่
- นักเรยนสามารถพูดถาม - ตอบ เกยวกับอาชพทอยากเปนได ้
ี
็
ี
1.2 ความจาเปน (Needs)
็
ํ
ี
้
่
ิ
็
ื
่
ํ
้
ี
- การพูด อ่าน เขยน มความจาเปนต่อการสอสารใหเกดความเขาใจซึงกันและกัน
ื
1.3 หัวข้อและเน้อหา (Range)
- Occupations
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
้
- การรองเพลง What ever will be?
- การแสดงท่าทาง เกมใบ ใหทายชืออาชีพ
้
้
่
1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ
2. การวัดผลประเมินผล
- สังเกตพฤติกรรม
- การถาม-ตอบ และแบบฝกหัด
ึ
้
3. การสรางบรรยากาศ
ี
- นักเรยนฟงเพลง และรองเพลง Whatever Will Be, Will Be?
ั
้
ึ
ํ
ี
- นักเรยนฝกอ่านคาศัพทอาชพต่างๆ
์
ี
ี
4. นําเสนอบทเรยน
์
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
้
ี
ํ
่
่
ี
์
ี
- นักเรยนเขากลุมเล่น Crossword Game คาศัพทเกยวกับอาชพ 15 นาที
้
ี
ิ
ี
่
ี
- นักเรยนดูวดโอคลิปเกยวกับอาชพต่างๆ การถาม “What do you want to be when
ี
you grow up?”
- เกมสรางคาศัพทอาชพต่างๆ
้
ํ
์
ี
366
ึ
ี
- นักเรยนฝกถาม-ตอบ โดย Work in pairs
A: “What do you want to be when you grow up?”
B: “I want to be a chef.”
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
ิ
์
ู
ํ
้
- ครนาเสนอขอความ “There are many people around us. They do many things.”
ํ
ก) ใหนักเรยนดูรปภาพอาชพ จากบัตรคา
ี
ู
ี
้
ี
ข) นักเรยนฟงประโยคจากการดูรปภาพ เช่น A baker bakes bread. He works in
ู
ั
a bakery.
่
้
่
ั
ค) นักเรียนเขากลุม กลุมละ 4 คน รบบัตรภาพ เล่นเกม เปิดภาพ แล้วพูดตาม
ู
รปแบบประโยคในข้อ 1
ิ
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
่
ี
ี
่
ี
ื
ื
- นักเรยนเขยนเรองสั้นๆ เกยวกับอาชพของพ่อ แม่ หรอญาติ
ี
่
ื
ื่
- นักเรยนผลัดกันเล่าเรองทเขยนใหเพอนๆ ฟง
ั
้
่
ี
ี
ี
่
ี
่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
5.1 Reflect
ี
- นักเรยนอยากประกอบอาชพอะไรในอนาคต? ทาไมนักเรยนจึงอยากประกอบอาชีพน้?
ี
ี
ี
ํ
5.2 Connect
ี
้
ํ
้
- นักเรยนคิดว่าการประกอบอาชพต่างๆ ตองนาคุณธรรมใดมาใช?
ี
5.3 Apply
ี
ี
้
ื
ี
- อาชพทนักเรยนเลอกมประโยชนต่อสังคม ประเทศชาติอย่างไรบาง?
่
์
ี
6. สอการเรียนการสอน
ื่
- เพลง เกม
- วดโอคลิป
ี
ิ
- บัตรภาพ
367
่
ี
สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2
หนวยการเรยนรู้ 1) Entertaining Life
่
ี
ิ
ิ
ออกแบบโดย ครูอธสิทธ์ เข็มเจรญ โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ
ิ
วันท่ ี 23 มกราคม 2016
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives) [LIKE]
้
ี
ํ
้
ั
ิ
- นักเรยนสามารถใชสานวนภาษาในการเชิญ ตอบรบ และปฏเสธคาเชิญไดอย่างถูกตอง
้
ํ
สุภาพและเหมาะสมกับกาลเทศะ
ี
้
- นักเรยนสามรถเขาใจถงคุณค่าพระวรสาร เรอง ความสุภาพถอมตน
ื
่
่
ึ
ํ
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
็
้
่
ื
ั
ิ
็
ี
ี่
- การเช้อเชิญ ตอบรบและปฏเสธคําเชิญ เปนสิ่งทนักเรยนตองพบเจออยูเสมอใน
ี
ี
้
ิ
้
ู
ิ
ั
ํ
ชีวตประจําวัน นักเรยนควรจะเรยนรการเชิญ ตอบรบและปฏเสธคาเชิญอย่างถูกตอง สุภาพ
และเหมาะสมใหถูกตองตามกาลเทศะและบุคคล
้
้
ื
้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
- Making, Accepting and Refusing an Invitation: Formal and Informal Form
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]
้
ี
ี
ี
่
ิ
่
ิ
ี
ื
่
ี
- เมอมชาวต่างชาติมาเชิญนักเรยนไปรวมกจกรรมจะมวธการตอบกแบบ? อะไรบาง?
ในทางกลับกัน ถานักเรยนตองการทจะเชิญชาวต่างชาติไปรวมกจกรรมมวิธการเชิญกแบบ?
่
ี
่
ี
ี
ี
ิ
้
ี
่
้
้
อะไรบาง?
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ
2. การประเมินและวดผล
ั
้
้
้
- นักเรยนสามารถสรางบทสนทนาไดอย่างถูกตองตามสถานการณทกาหนดให ้
์
ี
ํ
ี
่
3. การสรางบรรยากาศ
้
่
ี
ี
้
่
ู
- เปิด Clip VDO สั้นๆ เกยวกับการเช้อเชิญในรปแบบทแตกต่างกัน แลวถามนักเรยนว่าชอบ
ี
ื
แบบไหน? ทําไม?
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
์
้
่
ื
้
ี
ู
้
ํ
ื
่
- Role Play โดยครเลอกนักเรยนออกมา 2 กลุมๆ ละ 3 คน กาหนดใหกลุมแรกใชการเช้อ
ื
้
ี่
้
ั
ิ
เชิญ ตอบรบและปฏเสธ ในแบบทถูกตองและเหมาะสม ส่วนกลุมทสอง เปนการใชการเช้อเชิญ
่
็
ี
่
368
้
ี
ี
้
้
ื
ิ
ั
่
ตอบรบและปฏเสธแบบไม่เหมาะสม ใหนักเรยนทเหลอสังเกตอาการของผูเชิญและผูถูกเชิญ
ของทั้งสองกลุม แลวอภปราย
่
้
ิ
ี
้
- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง .....
ื
่
ื
ู
้
์
ิ
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
่
ื
ํ
ี
้
่
ื
่
็
้
้
ี
์
- PowerPoint เปนสอในการสอนเพอทจะใหนักเรยนไดเห็น การใชคําศัพท สานวนภาษา
ั
้
ในการพูดเช้อเชิญ ตอบรบและปฏเสธ ไดอย่างถูกตอง สุภาพและเหมาะสมกับกาลเทศะ
้
ิ
ื
- ฝกอ่านออกเสยงตามประโยคตัวอย่าง
ี
ึ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ิ
ื
้
ี
่
ื
์
ิ
ํ
่
- แต่ละกลุมสรางบทสนทนาเกยวกับการเช้อเชิญไปทากจกรรมต่างๆ ตามสถานการณท ี ่
ํ
ี่
้
กาหนดใหและแสดงบทบาทสมมุติตามบททสรางไว ้
้
ึ
ํ
- ทาแบบฝกหัด
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
ี
่
่
5.1 Reflect
้
ู
ี
้
- นักเรยนไดเรยนรอะไรเพิ่มเติมจากบทเรยนทผ่านมา?
ี่
ี
ี
5.2 Connect
่
ึ
ี
้
ํ
่
ี
ื
ี
- สิ่งทไดเรยนในวันน้ ทาใหนักเรยนคิดถงคุณค่าพระวรสารเรอง ความสุภาพถอมตน
้
่
ี
อย่างไร?
5.3 Apply
ี
ี
่
่
ี
ี
- จากสิงทนักเรยนไดเรยนในวันน้ นักเรยนจะเปลยนแปลงพฤติกรรม ท่าทของตนเอง
่
้
ี
ี
ี
ื
อย่างไรในการตอบรบหรอปฏเสธคําเชิญ?
ั
ิ
6. สอการเรยนการสอน
่
ื
ี
- PowerPoint
- Clip VDO
ึ
- แบบฝกหัด
369
ี
่
สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2
หนวยการเรยนรู้ 2) Meeting and Greeting - How to Welcome Guests
่
ี
ั
่
ออกแบบโดย ครูกลมภาษาองกฤษ โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ
ุ
วันท่ ี 22 มกราคม 2016
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives) [LIKE]
้
- นักเรยนสามารถใชสานวนภาษาในการกล่าวตอนรบผูมาเยอนได ้
ั
ี
้
ํ
้
ื
- นักเรยนสามารถตอนรบผูมาเยอนไดอย่างอบอุนและสุภาพ
้
ื
ั
่
้
้
ี
็
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
ํ
ํ
็
้
ั
ั
- การตอนรบเปนการรบรอง การกล่าวคาทักทาย การแสดงความเคารพ และการ
้
ี
้
ิ
ั
ิ
้
ื
้
ใหบรการหรอการอานวยความสะดวกแกผูมาเยอน นักเรยนสามารถใหการตอนรบดวยหลักวธ ี
ํ
่
้
ื
ี
้
ท่ดและถูกตองจะทําใหผูมาเยือนเกิดความประทับใจเปน First Impression “Welcome to
็
้
ี
้
ี่
ํ
ั
…..” เปนสานวนทนิยมใชในการกล่าวคําตอนรบ
้
้
็
้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ื
- Welcoming and Greeting Guests with Formal English
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
้
ื
็
ี่
ี
้
ิ
้
ี
- เมือมผูมาเยอนชาวต่างชาติมาเยอน การเปนเจาบานทดควรจะปฏบัติตัวอย่างไร? ลอง
่
ื
้
็
ึ
ี
้
้
ี
้
นึกถงว่าถานักเรยนไปต่างประเทศแลวมคนพูดภาษาไทยไดและใหการตอนรับเปนภาษาไทย
้
ู
ี
้
นักเรยนจะรสึกอย่างไร?
1.5 เวลา (Time) - 1 คาบ
2. การประเมินและวดผล
ั
้
- สรางบทสนทนาไดตามสถานการณทกาหนด
้
่
ี
์
ํ
ํ
- การตอบคาถาม
3. การสรางบรรยากาศ
้
่
่
ี
ี
ี
ู
- เปิด Clip VDO สั้นๆ เกยวกับการตอนรบในรปแบบทแตกต่างกัน แลวถามนักเรยนว่าชอบ
้
ั
้
แบบไหน? ทําไม?
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
4.1 การสรางประสบการณ (See)
์
้
ี
ื
- ครูเลอกนักเรยนออกมาหนึ่งกลุ่มและใหนักเรยนแสดงบทบาทสมมติ โดยครจะกาหนด
้
ี
ํ
ู
สถานการณทแตกต่างกันแกนักเรยนกลุมน้ ี
์
ี
่
่
่
ี
370
ี่
- นักเรยนทเหลอสังเกตอากัปกรยาของของนักเรยนทแสดงเปนชาวต่างชาติ อภิปราย
็
ิ
ิ
ี
่
ี
ี
ื
- นักเรยนบันทึกความแตกต่างระหว่างการ Formal Welcoming และ Informal
ี
Welcoming
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
์
ิ
ี
- นักเรยนดู Clip VDO เรื่อง Welcoming ในแบบต่างๆ
ํ
้
้
ั
้
่
ี
- ครูนาเสนอ PowerPoint ตัวอย่างประโยค การใหการตอนรบทถูกตองทั้งสองแบบ
ี
ู
้
ื
้
่
ื
- ครใหนักเรยนอ่าน หนังสอ ..... หนา ..... เรอง .....
ื
ิ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ี
้
- นักเรยนคนควาเพิ่มเติมการใหการตอนรบแบบอนๆ
้
ั
้
ื่
้
ํ
์
้
่
้
ี
ั
- นักเรยนจับคูกล่าวคาใหการตอนรบ ในสถานการณต่างๆ
้
ํ
้
่
ู
ํ
- ครสังเกตพรอมแนะนาเพิมเติมเพอใหนักเรยนสามารถกล่าวคาตอนรบชาวต่างชาติได ้
ี
้
่
ั
ื
่
อย่างอบอุน สุภาพและเหมาะสม
ี่
้
ี
ํ
ื่
- นักเรยนบันทึกเน้อหาทไดเรยนเพอนาไปประยุกต์ใช ้
ี
ื
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
ี
่
่
5.1 Reflect
ี
ี
- นักเรยนคิดว่า เน้อหาทเรยนในคาบน้เกยวโยงกับเน้อหาในคาบกอนอย่างไร?
ื
่
ี
ี
่
ี
ื
่
ู
ื
ื
่
ี
ี
- นักเรยนคิดว่า ทาไมครจึงนาเน้อหาน้มาเรยนต่อจากเน้อหาในคาบกอน?
ํ
ี
ํ
็
ี
็
ี
- นักเรยนคิดว่า นักเรยนคุนเคยกับภาษาอังกฤษแบบเปนทางการหรอไม่เปนทางการ
ื
้
มากกว่ากัน? เพราะอะไร?
5.2 Connect
- นักเรยนคิดว่า จะนาการกล่าวคาตอนรบอย่างถูกตองไปใชในโอกาสใดบาง?
้
้
ั
ี
้
ํ
ํ
้
้
ู
ี
่
- นักเรยนคิดว่า จะนาการกล่าวคาตอนรบยังมรปแบบอนทสุภาพและรสึกอบอุนอก
ี
ํ
ี
ั
ู
ี
ื
ํ
่
่
้
้
หรือไม่? อะไรบาง?
้
ี่
ํ
ี
้
้
้
ี
ี่
ู
- นักเรยนคิดว่า จะนาความรทไดไปใชในการเรยนในระดับชั้นทสูงขึ้นไดอย่างไร?
5.3 Apply [LIKE]
้
้
้
ั
ํ
ี
- นักเรยนคิดว่า จะนาการกล่าวคาตอนรบอย่างถูกตองไปใชในโอกาสใดบาง?
้
ํ
ื
ี
่
ํ
ํ
่
ี
ู
ี
้
้
ี
่
ู
ั
- นักเรยนคิดว่า จะนาการกล่าวคาตอนรบยังมรปแบบอนทสุภาพและรสึกอบอุนอก
หรือไม่? อะไรบาง?
้
ี่
ู
้
้
้
- นักเรยนคิดว่า จะนาความรทไดไปใชในการเรยนในระดับชั้นทสูงขึ้นไดอย่างไร?
ี
ํ
้
ี
ี่
6. สอการเรยนการสอน
่
ี
ื
- PowerPoint - Clip VDO
371
ี
สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2
่
หนวยการเรยนรู้ 3) Preparing Food
ี
่
ออกแบบโดย ครูกลยาภัสร ลอยศกดิ์ โรงเรียน ดรุณาราชบุรี
์
ั
ั
วันท่ ี 15 พฤศจิกายน 2014
้
1. การใหภาพรวม
่
ู
ี
ี
็
ี
้
ุ
- เรยนรเกยวกับวิธการปรงอาหารเปนภาษาอังกฤษ
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives) [LIKE]
ี
ี
่
ุ
ี
์
ู
้
ํ
้
- นักเรยนรและเขาใจคาศัพทภาษาอังกฤษเกยวกับวิธการปรงอาหาร
่
ี
ี
- นักเรยนสามารถอธบายขั้นตอนการปรงอาหารทนักเรยนชอบเปนภาษาอังกฤษได ้
ี
็
ุ
ิ
้
ี
่
ี
์
- นักเรยนสามารถวินิจฉัยประสบการณทไดรบบนพ้นฐานของคุณค่าพระวรสารดาน
ั
ื
้
ี
“ความเรยบง่าย”
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
็
ํ
ู
่
้
ํ
้
่
ื
่
ื
ี
้
้
- นักเรยนสามารถนาความรทไดไปใชในการสอสารกับชาวต่างชาติ เพอสอดคลองกับการ
ี
เขาสูประชาคม ASEAN
้
่
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
้
่
ี
ุ
์
ํ
- คาศัพทเกยวกับวิธการปรงอาหาร
ี
็
- ขั้นตอนการปรงอาหารเปนภาษาอังกฤษ
ุ
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
ู
้
ี่
ี
ี่
- ครพูดคุยซักถามเกยวกับอาหารทนักเรยนไดรบประทานไปเมอม้อทแลว
้
ั
ื่
ื
ี่
- ครซักถามนักเรยนว่า อาหารทนักเรยนไดรบประทานไปมวิธการปรงอย่างไร?
ั
ู
ี
ุ
้
ี
่
ี
ี
ี
1.5 เวลา (Time)
- 3 คาบเรยน
ี
2. การประเมินและวดผล
ั
ํ
- การนาเสนอผลงานวิธการปรงอาหารเปนภาษาอังกฤษ
ุ
ี
็
้
3. การสรางบรรยากาศ
ี
ี
่
ี
ี
ี
ั
่
ี
- พูดคุย/ ซักถามเกยวกับอาหารทนักเรยนชอบรบประทาน และอาหารทชอบมวิธการปรง
ุ
่
อย่างไร?
372
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
์
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
้
ี
้
ู
- ครใหดูภาพ แลวถามนักเรยนว่า นคอภาพอาหารอะไร? มเครองปรงอะไร? และมี
้
ี
ื
ี
่
่
ุ
ื
ขั้นตอนการปรงอย่างไร?
ุ
ู
่
ิ
้
ี
- ครใหนักเรยนแบ่งกลุมตามความชอบต่อชนดอาหาร
่
ี
้
- ใหนักเรยนไปสบคนวิธการปรงอาหารทนักเรยนชอบ แลวอธบายเปนภาษาอังกฤษ
ี
ื
ี
้
ุ
้
ิ
็
ี
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)
ิ
็
ํ
์
่
ํ
- ใหนักเรยนดูวิดีทัศนการทาอาหารทอธบายขั้นตอนการทาเปนภาษาอังกฤษ
้
ี
ี
ิ
ุ
ั
่
ี
ํ
็
ู
ิ
- ครอธบายสรปขั้นตอนการทาอาหารเปนภาษาอังกฤษอกคร้งหนึง
้
้
ื
่
ื
ู
- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ...... เรอง ......
ี
ิ
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
่
ี
ํ
ํ
ี
ี
ิ
้
่
ุ
้
- นักเรยนรวมกันอภปรายขั้นตอนการทาอาหารทนักเรยนทามา แกไข แลวรวมกันสรป
่
ั
ี
ใหม่อกคร้ง
ี
- นักเรยนนาเสนอขั้นตอนการปรงอาหารเปนภาษาอังกฤษหนาชั้นเรยน
ี
ํ
็
ุ
้
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
่
ี
่
5.1 Reflect
ิ
์
ี
- นักเรยนคิดว่า การบอกวธการปรงอาหารเปนภาษาอังกฤษใหประโยชนกับนักเรยนใน
ี
ุ
้
ี
็
้
ดานใด? และอย่างไรบาง?
้
5.2 Connect
่
- นักเรยนคิดว่า อาหารทนักเรยนปรงนั้นใหประโยชนต่อรางกายอย่างไรบาง?
์
ี
้
ุ
ี
่
้
ี
5.3 Apply
ู
่
ี
ั
ี
ั
็
้
่
ี
- นักเรยนคิดว่า อาหารทเรารบประทานนั้นตองเปนอาหารทดูหรหราน่ารบประทานมาก
นอยเพยงใด? และเพราะอะไร?
้
ี
ื่
6. สอการเรียนการสอน
- รูปภาพ
่
- สอวีดิทัศน ์
ื
373
สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5
ี
่
หนวยการเรยนรู้ 1) A Compare and Contrast Essay
ี
่
ั
ั
์
ออกแบบโดย ครูฉนทนา หงสวนสรญญา โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ
ั
ุ
์
วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015
1. การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ี
- นักเรยนมทักษะการเขยนเรยงความรปแบบ Comparison and Contrast
ี
ู
ี
ี
ี
- นักเรยนสามารถใช Linking Words ในการเขยนเรยงความรปแบบ Comparison and
ี
ู
ี
้
Contrast ได้
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
็
ํ
ี
้
้
ี
ื
ี
็
่
่
ี
ํ
- การเขยนมความจาเปนในการสอสาร การเขยนใหขอมูลเกยวกับความเหมือนความ
ู
่
ี
ื
ี
้
่
้
้
แตกต่าง มความแตกต่างจากการเขยนรปแบบอน การเขยนทถูกตองกอใหเกดความเขาใจอันด ี
ิ
ี
ี
่
้
ระหว่างคนต่างวัฒนธรรมและทาใหสามารถปรบตัวเขาหากันได ้
ั
ํ
้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ื
้
- A Compare and Contrast Essay
- Linking Words – although, despite, on the other hand, while, whereas
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]
้
ี
ู
ื
่
ี
ู
้
ื
ี
็
- นักเรยนทุกคนมเพอนสนิทและรจักเพ่อนเปนอย่างด แต่วันน้นักเรยนอยากรจักเพอนใน
ื
ี
ี
่
่
ื
่
้
หองเพิ่มขึ้นไหม โดยเฉพาะเพอนทนักเรยนไม่ค่อยไดมโอกาสไดคุยกับเขามากเท่ากับเพอนสนท
ี
้
้
ี
่
ิ
ี
ื
ของนักเรยน
ี
1.5 เวลา (Time)
ี
- 2 คาบเรยน คาบละ 50 นาท ี
2. การประเมินและวดผล
ั
่
่
ี
ื
ี
- การเขยน A Compare and Contrast Essay โดยเลอกประเด็นทตนเองสนใจและถนัด ซึง
้
ี
ี
้
ในเรยงความตองมการใช Linking Words
- ประเมินผลโดยใช Writing Rubrics
้
3. การสรางบรรยากาศ
้
ื่
- จัดเกาอ้เปนคู ใหนักเรยนเดินไปหาเพอนทนักเรยนอยากรจักเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่เพอนสนิทของ
่
ี
ี่
ื่
้
็
้
ู
ี
้
ี
นักเรยน และมานั่งทเกาอ้ทจัดไว ้
ี
่
ี
ี่
ี
้
374
ี
4. การนําเสนอบทเรยน
้
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
์
- นักเรยนเลอกเพอน 1 คน ทนักเรยนอยากรจักเพิมขึ้น
ื
้
่
ู
่
ี
่
ื
ี
ี
ื่
ี่
ี
ื่
้
- นักเรยนพูดคุยกับเพอนในสิ่งทนักเรยนกับเพอนเหมอนกันและต่างกันและใส่ขอมูลใน
ี
ื
Venn Diagram
ี
ี
้
่
ื
่
ั
่
ี
้
- นักเรยนแต่ละคูบอกความน่ารกของเพอนทเราไดเรยนรหลังจากพูดคุยกัน
ู
ื
- นักเรยนช่วยกันเขยนความเหมอนความแตกต่างของคูตนเองบนกระดาน
ี
ี
่
ี
ี
่
็
่
ี
่
้
- นักเรยนเลอกบอกประโยคทชอบมากทสุดและใหคูทเปนเจาของประโยคบอก
่
ี
้
ื
ี
กระบวนการเขยนของประโยคดังกล่าว
4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge)
์
ี
- นักเรยนศึกษา A Compare and Contrast Essay หน้า 54
้
- ใส่ขอมูลของ Josie และ Emma ใน Venn Diagram
ื
ี
่
ี
้
- ดึงประโยคทบอกความเหมอนความแตกต่างทพบในขอความทอ่าน
่
่
ี
ี
่
- นักเรยนช่วยกันวิเคราะหว่า นักเรยนทราบไดอย่างไรว่าเปนประโยคทบอกความเหมอน
ื
ี
้
์
ี
็
ความแตกต่าง?
่
็
ี
้
ู
ี
- ครใหลักษณะของเรยงความทเปนแบบ Comparison and Contrast และ Linking
Words ทใชในการเขยน
ี
้
ี่
ิ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ื
ํ
ู
ี
ึ
ี
ู
้
- ครนาเรยงความประเภท Comparison and Contrast มาฝกใหนักเรยนเห็นรปแบบการ
็
ี
่
ี
เขยนมากขึ้น และดึงตัวอย่างประโยคทเปน Comparison and Contrast
- นักเรยนแต่ละคูเลอกหัวขอทจะใชเขยน Comparison and Contrast
้
่
่
ื
ี
้
ี
ี
- ใส่ขอมูลใน Venn Diagram
้
ี
ี
- นาขอมูลมาเขยนเรยงความ
้
ํ
ู
- ครตรวจงานเขยนโดยให Feedback ในรปของ Error Correction Symbols
้
ี
ู
375
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
ี
่
ู
ี
ี
ครใหนักเรยนหยุดคิดและบันทึกหลังการเรยนในหัวขอต่อไปน้ ี
้
้
5.1 Reflect
- นักเรยนตองการฝกทักษะการเขยนในเรองใดเพิ่มมากขึ้น?
ึ
ื่
ี
้
ี
5.2 Connect
ี
ี
ื่
็
้
้
ี
ํ
้
ี่
- สิ่งทไดเรยนในหัวขอน้ทาใหนักเรยนคิดถึงคุณค่าพระวรสาร เรอง ความเปนหนึ่งเดียวกัน
อย่างไร?
5.3 Apply
- นักเรยนนา Error Correction Symbols ไปช่วยพัฒนาทักษะการเขยนของนักเรยน
ี
ี
ํ
ี
อย่างไร?
6. สอการเรยนการสอน
่
ื
ี
ื
- หนังสอ Aim High 5
- Graphic Organizer – Venn Diagram
- Error Correction Symbols
ี
- ตัวอย่างงานเขยนประเภท Compare and Contrast Essay
376
่
ี
สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5
หนวยการเรยนรู้ 2) Lifestyles
่
ี
่
ี
ี
ออกแบบโดย ครูจรูญศร ลลาศสงางาม โรงเรียน อาเวมารีอา อุบลราชธานี
ุ
วันท่ ี 7 มิถนายน 2014
1 การใหภาพรวม
้
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
ิ
้
ี
์
่
ื
็
ิ
ํ
ํ
ี
ํ
ื
- นักเรยนสามารถใชคาศัพท-สานวนเพอบอกกจกรรมท่เปนกจวัตรประจาวันหรอสิงทตน
่
ี
่
สนใจได ้
ี
ํ
่
้
- นักเรยนสามารถใชโครงสรางของ Simple Present Tense ทมคาบอกความถ (Adverbs
ี
้
ี
่
ี
of Frequency) ได้อย่างถูกต้อง
ี่
ิ
ํ
ํ
ี่
ิ
็
- นักเรยนสามารถถามตอบกับเพอนเกยวกับกจกรรมททาเปนกจวัตรประจาวันได ้
ี
ื่
ํ
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]
็
- นักเรยนจาเปนตองเรยนรเรอง Lifestyles เพราะเปนเรองทเกยวของกับชวตประจาวัน
้
ี
่
ี
ี
้
่
ิ
ํ
่
ํ
่
็
ี
ี
็
้
ู
ื
ื
ของนักเรยน
ี
ี่
้
ี
ื่
- นักเรยนจะไดพูดถามตอบ แลกเปลยนขอมูลกับเพอนได ้
้
ํ
ี
่
ี
ี
์
ี
ิ
- นักเรยนจะไดรว่า กจวัตรประจาวันทนักเรยนทานั้นมประโยชน มคุณค่าต่อตนเองและ
ู้
ี
้
ํ
้
้
้
ช่วยเหลอผูอนไดดวย
ื
่
ื
้
ื
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ี่
่
ิ
็
ํ
ี
- เรือง Lifestyles ทเปนกจวัตรประจาวัน (Routines) หรอสิ่งทนักเรยนสนใจ
ื
ี่
้
- การใช Simple Present Tense
- การใช Adverbs of Frequency
้
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)
้
- ใหนักเรยนดูภาพดารา/ บุคคลทมชอเสยงกาลังทากจกรรมหนึ่งอยู ่
ี
ํ
ื่
ี่
ี
ี
ิ
้
ํ
ู
ิ
- ครพูดบอกกจวัตรประจาวันของคร ู
ํ
ํ
ิ
ี
- ถามนักเรยนว่า นักเรยนทากจกรรมใดบางทเปนกจวัตรประจาวัน
ี
้
ํ
็
ิ
่
ี
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ คาบละ 50 นาที
377
ั
2. การประเมินและวดผล
่
- ประเมินจากการรวมกจกรรมในการจับคูสนทนา และถาม-ตอบ
ิ
่
ี
- สังเกตการตอบคาถาม และการออกเสยงคา/ ประโยค
ํ
ํ
ึ
- ตรวจแบบฝกหัด
้
3. การสรางบรรยากาศ
ี
ี
่
้
ี
ํ
้
ื
ํ
ี
- ใหนักเรยนดูภาพดารา/ บุคคลทมช่อเสยง แลวถามคาถามว่าเขาทาอะไรบาง?
้
- นักเรยนจับคูถามตอบ แลกเปลยนขอมูลกัน แลวสลับคู ่
ี
้
่
้
ี่
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
้
์
4.1 การสรางประสบการณ (See)
ี
ี
่
่
้
- ใหนักเรยนจับคูกัน แลวถามตอบเกยวกับกจวัตรประจาวัน
ิ
้
ํ
ี
ํ
่
ี
์
ื
่
้
ื
ี
ี
- ใหนักเรยนสัมภาษณเพอนเกยวกับดารา/ บุคคลท่มีช่อเสยงว่าเขาชอบทาอะไรใน
ชีวตประจําวัน?
ิ
ิ
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
์
ํ
ู
้
่
ี
้
ี
ู
- ครใหนักเรยนดูภาพดารา แลวครเขยนประโยค และพูดบรรยายภาพว่าเขาทาอะไรอยู?
ู
้
ี
้
ี
ิ
ู
- ครเขยนโครงสราง Simple Present Tense ครอธบายการใช และใหนักเรยนศึกษา
้
้
โครงสรางในหนังสอเรยน
ื
ี
ี
่
- ครอธบายการใช Adverbs of Frequency ใหนักเรยนดูแผนภูมิ การบอกความถใน
ี
ิ
้
ู
้
หนังสอเรียน
ื
้
- ครเปดเทปใหนักเรยนฟงการออกเสยงคาและประโยค
ิ
ู
ั
ี
ํ
ี
- นักเรยนจดบันทึกโครงสราง ตัวอย่างประโยคลงสมุด
ี
้
ี
้
่
ื
้
- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ...... หนา ..... เรอง ......
ู
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)
ื
ิ
้
ํ
ี
ึ
ี่
ี
- นักเรยนออกเสยงคา/ ฝกพูดประโยคการใช Simple Present Tense ทมคํา Adverbs of
ี
Frequency
้
้
ี่
ี
- นักเรยนจับคูถามตอบเกยวกับ Routines โดยใชโครงสรางประโยคทไดเรยนมา
ี
่
่
้
ี
ี
ี
- นักเรยนออกมานาเสนอหนาชั้นเรยน
้
ํ
- นักเรยนทาแบบฝกหัด Exercise Book
ํ
ึ
ี
ี
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
่
่
5.1 Reflect
้
่
ี
- นักเรยนอยากเรยนอะไรเพิมเติมบาง ในเรอง Simple Present Tense?
ื่
ี
ํ
- กจวัตรประจาวันใดบางทนักเรยนทาบ่อย บ่อยแค่ไหน? และเพราะอะไร?
ิ
ี
ํ
้
ี่
378