The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookedba, 2021-08-17 05:56:14

4. แสงสว่างของทางเลือกใหม่ในการจัดการเรียนรู้ (Final 11-4-16)


สาระการเรยนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5
หนวยการเรยนรู้ 2) การวิเคราะห์และประเมินคุณค่าของวรรณกรรม เรื่อง “โคลนติดล้อ”


ออกแบบโดย ครูสขสราญ บวทอง โรงเรียน ยอแซฟอุปถัมภ์ นครปฐม



วันท่ ี 1 กนยายน 2014


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives) [LIKE]



- นักเรยนอธบายหลักการวิเคราะหและประเมินคุณค่าของวรรณกรรมได ้



- นักเรยนสามารถวิเคราะหและประเมินคุณค่าวรรณกรรมเรอง “โคลนติดลอ” ได้

ื่

- นักเรยนสามารถนาคุณค่าพระวรสารดานการคิดวนจฉัย ไตรตรอง มาช่วยในการ






วิเคราะหและประเมินคุณค่าของวรรณกรรม


1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]







- การวิเคราะหคุณค่าของวรรณกรรมทาใหผูอ่านเขาใจแนวคิด จุดมุงหมายของผูเขยน







และสะทอนค่านิยม ความเชอ ขนบธรรมเนยม วัฒนธรรมของผูเขียนในยุคสมัยนั้น ซึงเรา

สามารถเรยนรโดยถ่ายทอดผ่านทางวรรณกรรม วรรณคด อย่างมสุนทรยภาพทางภาษา





1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)




ื่

- การวิเคราะหและประเมินคุณค่าวรรณกรรมเรอง “โคลนติดลอ” ตอนความนยมเปนเสมยน




- บูรณาการคุณค่าพระวรสาร ดานการคิดไตรตรอง
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]






- นักเรยนช่วยกันอธบายคุณค่าทไดจากการชมภาพยนตร เรือง “นเรศวรมหาราช ตอน






สงครามยุทธหัตถ” และมคาพูดใดของตัวละครทนักเรยนประทับใจ? และคาพูดนั้นไดสะทอน









คุณค่าดานวรรณศิลปหรอดานสังคมอย่างไร?


1.5 เวลา (Time) - ใชเวลา 2 คาบเรยน

2. การประเมินและวดผล
- การอภปรายกลุม


- การนาเสนอผลงาน

- แบบประเมินการทางานกลุม


3. การสรางบรรยากาศ

- ครใหนักเรยนรวมกันขับรองบทเพลง “สยามมานุสติ” ซึงเปนบทพระราชนิพนธของรชกาลท ี ่












6 และถามเกยวกับคุณค่าทไดรบจากบทเพลงดานสังคมและดานวรรณศิลป








329


4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]





- แบ่งกลุมนักเรยน กลุมละ 3-5 คน ช่วยกันระดมความคิดเกยวกับการประเมินคุณค่า


ื่




ดานสังคม จากการศึกษาวรรณคด เรือง รามเกยรติ์ เรองอิเหนา หรอเรองขุนชางขุนแผน
ื่





- ครถามนักเรยนว่า นักเรยนมหลักเกณฑใดบางในการวเคราะหคุณค่าของวรรณคด?






และคุณค่านั้นแฝงดวยคุณธรรมใด?






- นักเรยนรวมกันสรปหลักเกณฑทไดในกลุม



4.2 การคิดวินจฉัย (Judge)





ื่
- ครใหนักเรยนทุกคนอ่านเรอง “โคลนติดลอ”



- ใหนักเรยนแต่ละกลุมศึกษาเน้อหาเรอง “โคลนติดลอ” จากหนังสือเรยนภาษาไทย








พ้นฐาน เล่ม 2 และศึกษาหลักการวเคราะหคุณค่าของวรรณกรรมว่ามความสอดคลองกับ


หลักการใดของนักเรยนบาง?


- ครยกตัวอย่างประกอบคาอธบาย



4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]




- นักเรยนรวมกันอภปรายสรปหลักเกณฑการวิเคราะหคุณค่าวรรณกรรม










- นักเรยนแต่ละกลุมรวมกันวิเคราะหคุณค่าดานวรรณศิลปและดานสังคม จากบทความ

“โคลนติดลอ” ตอนความนิยมเปนเสมยน และนาเสนอผลงานการวิเคราะห ์





- นักเรยนแต่ละกลุมช่วยกันวิพากษการนาเสนอผลงานของเพอนๆ










- นักเรยนคิดว่า บทความตอนทเรยนน้สะทอนคุณค่าเชิงจรยธรรมดานใด และสามารถ





นาไปใชไดอย่างไร

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]












ครใหนักเรยนบันทึกความรทไดรบจากการศึกษาบทความเรอง “โคลนติดลอ” ลงในสมุด




5.1 สะท้อน (Reflect) - นักเรยนคิดว่า บทความเรอง “โคลนติดลอ” นี้มคุณค่าเหนือกาลเวลา




หรือไม่? อย่างไร?



5.2 เชอมโยง (Connect) - นักเรยนคิดว่า เหตุการณทางสังคมในสมัยรชกาลท 6 และใน





ี่
ปจจุบันยังมความเชอ ค่านิยมใดทเหมอนกัน และมทต่างกันอย่างไร?


ี่

ื่

5.3 ปรบใช (Apply) - นักเรยนคิดว่าคุณธรรมขอใดท่พบในบทความน้มีประโยชน หรือคุณค่า






แก่นักเรยนในการนามาประยุกต์ใชในชวตประจาวันไดมากทสุด? เพราะเหตุใด?







ี่
ื่
6. สอการเรียนการสอน
- บทเพลง “สยามมานุสติ”
- หนังสอเรยนภาษาไทยพ้นฐาน เล่ม 2



330


สาระการเรยนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5
หนวยการเรยนรู้ 3) การอ่านตีความ


ออกแบบโดย ครูพิรณโปรย สําโรงทอง โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ



วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015



1. การใหภาพรวม
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


- สามารถอ่านตความหมายของคา สานวนจากเรองทอ่านได











- อ่านสรปสาระสาคัญของงานประพันธโดยใชทักษะการอ่านตความ

1.2 ความจาเปน (Needs)





ี่



ื่
- นักเรยนสามารถนาทักษะทไดไปใชประโยชนในการสอสารประจาวันและการประกอบอาชพ

1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)


- กลวิธการอ่านตความ



- การอ่านตความงานประพันธ ์
- คุณค่าพระวรสารเรอง ความจรง




1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]






- นักเรยนเล่นเกมวงลอปรศนาคาและสานวน โดยแบ่งนักเรยนเปนกลุมย่อย แข่งขันกัน











หมุนวงลอทายคํา สานวน ครใหตัวแทนแต่ละกลุมผลัดกันกดปุมวงลอ เมอวงลอหมุนไปตกท ี ่




ขอความใด ซึงเปนความหมายของคา สานวน ใหนักเรยนทายว่ามาจากคา หรอสานวนใด ทาย









ี่
ถูกได้ 1 คะแนน ใครไดคะแนนมากทสุดเปนผูชนะ

1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ

2. การประเมินและวดผล
- แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน

- แบบประเมินผลการอ่านตีความงานประพันธ ์
3. การสรางบรรยากาศ


- ใชวงลอปรศนาคาและสานวน





4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]


- นักเรยนแต่ละกลุมจับสลากเลอกบทรอยกรองกลุมละ 1 บท ช่วยกันอ่านและสรปความ







จากเรองทอ่านภายในเวลา 5 นาที



331



ื่

- นักเรยนนาเสนอผลงานโดยอ่านบทรอยกรองพรอมสรปสาระสาคัญของเรองทอ่านใหเพอนฟง




ื่
ี่


ื่








- ประเมินผลงานของกลุมอน แสดงความคิดเห็น พรอมใหคําแนะนาเพอนาไปปรบแกไข




- ใหแต่ละกลุมพิจารณาผลงานของตนเองอกคร้ง นาขอเสนอไปปรบแกไขใหงานของ





ตนเองดียิ่งขึ้น

ี่




- นาผลงานทไดรบการปรบแลว อ่านใหเพอนฟงอกคร้งหนึ่งเพอใหช่วยพิจารณาและยอมรบ
ื่





ื่

4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)






- นักเรยนแต่ละกลุมอ่านใบความรเรองการอ่านตความ







ี่


- ทุกคนในกลุมนาสาระสาคัญทตนเองอ่านมาแลกเปลยนกัน พรอมหาขอสรปสุดทาย

ี่



- นักเรยนตอบคาถามเกยวกับการอ่านตความ เพอทดสอบความรของนักเรยน







- ครูสรุปประมวลความรู ้

คาบที 1
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]







ื่




- นักเรยนแต่ละกลุมอ่านงานประพันธ เรอง จันทรเจาขา ของเนาวรตน พงษไพบูลย



- สรปสาระสาคัญของเรองทอ่าน วัตถุประสงค์ แนวคิด เจตนาของผูแต่ง ทัศนคติ และ







อารมณความรสึก


- นักเรยนออกมานําเสนอผลงานการอ่านตีความงานประพันธจนครบทุกกลุม ในขณะท ี ่









นาเสนอกลุมอนจดบันทึกขอมูลทแตกต่างจากกลุมตน
- นักเรยนนาขอมูลเหมอนกันและแตกต่างมาสรปประมวลเปนขอมูลเดยว ตัวแทนกลุม










นาเสนอขอมูล




- แต่ละกลุมรวมกันประเมินว่า การอ่านสรปงานประพันธของกลุมใด ครอบคลุมเน้อหา




และตรงประเด็นทสุดในความคิดของนักเรยน (ครใชคาถามซักคาน เพอกระตุนความคิดของ









นักเรยน)


คาบที 2




ี่

ื่
- นักเรยนแต่ละคนไดรบใบงานการอ่านตความงานประพันธเรองโซ่ทยังไม่ไดปลด

- นาผลงานส่งคร ตรวจพิจารณาประเมินผล









- ครเสนอแนะใหนักเรยนฝกฝนการอ่านตความอย่างต่อเนอง เพราะจะช่วยฝกการคิด





วิเคราะห คิดไตรตรองอย่างมวจารณญาณ โดยการอ่านข่าว สารคด และบทความต่างๆ

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 สะท้อน (Reflect)
- นักเรยนอยากเรยนรสิ่งใดเพิ่มเติม เพอนามาใชพัฒนาทักษะการอ่านของตนเอง?













- นักเรยนจะใชทักษะการอ่านตความกับเน้อหาในลักษณะใดบาง?
332

5.2 เชือมโยง (Connect)




- นักเรยนคิดว่า การเรยนเรองการอ่านตความ คาบน้มความเกยวขอกับเน้อหาทเรยนกอน













เรองน้อย่างไร?










- นักเรยนคิดว่า สิ่งทเรยนในคาบน้มความสัมพันธกับคุณค่าพระวรสารในเรองใด และ


สัมพันธกันอย่างไร?
5.3 ปรบใช (Apply)









- นักเรยนสามารถนาทักษะการอ่านตความไปใชในชวิตประจาวันไดอย่างไรบาง?





- นักเรยนคิดว่า การเรยนเรองน้มส่วนช่วยพัฒนางานเขยนของนักเรยนอย่างไร?






6. สอการเรยนการสอน



- วงล้อปริศนาคาและสานวน

- บทรอยกรองสาหรบแต่ละกลุมอ่าน



- งานประพันธ จันทรเจาขา ของเนาวรตนพงษไพบูลย ์










- งานประพันธ โซ่ทยังไม่ไดปลด











333

สาระการเรยนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6

หนวยการเรยนรู้ 1) การอ่านเพื่อแสดงความคิดเห็น


ออกแบบโดย ครูสมหมาย ประเสรฐสงข ์ โรงเรียน ยอแซฟอุปถัมภ์ นครปฐม


วันท่ ี 10 พฤษภาคม 2015

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)

- นักเรยนสามารถอธบายหลักการและขั้นตอนการอ่านเพอแสดงความคิดเหน






- นักเรยนอธบายความคิดเหนไดอย่างถูกตองและเหมาะสม








- นักเรยนสามารถเขาใจถงคุณค่าพระวรสารเรอง การไตรตรอง


1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]



- การเขาใจถงหลักการและขั้นตอนการอ่านเพอแสดงความคิดเหน สามารถแสดงความ




คิดเห็นไดอย่างถูกตองและเหมาะสม




1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
- ความสาคัญของการอ่าน

- หลักการและขั้นตอนการอ่านเพอแสดงความคิดเห็น
ื่
- มารยาทในการอ่าน
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)








- นักเรยนเล่นเกม “พระ ผ ผูหญง” ผแพพระ พระแพผูหญง ผูหญงแพผ ี





1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ
2. การประเมินและวดผล



- สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุม
- ตรวจใบงาน




- กระบวนการเรยนรดวยตนเอง
3. การสรางบรรยากาศ







- เกม “ส่งของ” ใหนักเรยนส่งของต่อๆ กัน เมอครเปานกหวด ของหยุดทใคร ใหคนนั้นแกะ





ื่
ออกมาอ่านใหเพอนๆ ฟง และแสดงความคิดเห็น





334

4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]


- ครถามนักเรยนว่า นักเรยนชอบอ่านงานเขยนประเภทใดบาง? เพราะเหตุใด? เช่น





นวนิยาย นิทาน ข่าว สารคดี ฯลฯ โดยกระตุนใหนักเรยนไดแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย






(นาเขาสูบทเรยน)




- ครแบ่งกลุมนักเรยนเปน 4 กลุมๆ ละ 5-6 คน ใหนักเรยนแต่ละกลุมศึกษาเรอง การอ่าน










ื่

เพอแสดงความคิดเห็น และขั้นตอนการแสดงความคิดเห็นจากหนังสอแบบเรยนภาษาไทย แลว

สรุปสาระสาคัญ จดลงในสมุด







- นักเรยนแต่ละกลุมออกมานาเสนอผลการศึกษาทหนาชั้นเรยน (ครตรวจสอบ)

4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)




ื่


- ครอธบาย “หลักการและขั้นตอนการอ่านเพอแสดงความคิดเห็น” ใหนักเรยนฟง






- ครใหนักเรยนทาใบงานท 1 เรือง “ปญหาสุขภาพของเด็กไทย” ทกาหนดให และสรป












ใจความสาคัญของเรอง พรอมแสดงความคิดเหน












- ครสุมนักเรยนออกมานาเสนอผลหนาชั้นเรยน โดยครและเพอนนักเรยนรวมกันแสดง
ความคิดเห็นและเสนอแนะ



ื่

- ครูและนักเรยนร่วมสรุปความรูเรอง “หลักการและขั้นตอนการอ่านเพอแสดงความคิดเห็น”

4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)






- นักเรยนแต่ละกลุมไปอ่านเน้อหาวิชาทกาลังเรยนอยู แลวสรปใจความสาคัญพร้อมบันทึก











ื่
- ครขออาสาสมัครออกมาแสดงความคิดเห็นใหเพอนฟงหนาชั้นเรยน
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 สะท้อน (Reflect)






- นักเรยนอยากเรยนรอะไรเพิมเติมจากเรองน้?



5.2 เชือมโยง (Connect)
- นักเรยนคิดว่า เน้อหาทเรยนในคาบน้เกยวกับเน้อหาในคาบกอนอย่างไร?



ี่



ี่


5.3 ปรบใช (Apply)




- นักเรยนสามารถนาเน้อหาทไดเรยนในวันน้ไปประยุกต์ใชในชวิตประจาวันหรอในวิชา










อนไดอย่างไร?

6. สอการเรยนการสอน



- หนังสอเรยนภาษาไทย ม. 6


- ใบงาน
- หนังสอคนควาเพิ่มเติม



335


สาระการเรยนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6
หนวยการเรยนรู้ 2) บทอาขยานกาพย์เห่เรือ


ออกแบบโดย ครูชูศร กิจเจรญ โรงเรียน อัสสัมชัญคอนแวนต์ กรุงเทพฯ


วันท่ ี 4 ตุลาคม 2014

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


- ท่องจาบทอาขยานตามทกาหนด




- วิเคราะหคุณค่าบทอาขยาน

- นาบทอาขยานไปใชอางอง



1.2 ความจาเปน (Needs)















- การเรยนรบทอาขยานกาพยเห่เรอเจาฟ้าธรรมธเบศรเปนวรรณคดอันมคุณค่าอย่างยง

ต่อประเทศชาติทควรศึกษาและสบทอด เหมาะแกการจดจาและนาไปใชอางองได ้










1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)






- ประวัติความเปนมา ลักษณะคาประพันธ คุณค่า/ ประโยชน / การจดจาและนาไปอางองได ้








- คุณค่าพระวรสารความจรง (“ท่านจะเรยนรความจรง และความจรงจะทาใหท่านเปนอสระ”)





1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)

- ใหนักเรยนดูภาพของกระบวนเรอในรปแบบต่างๆ ไดแก่ เรออนันตนาคราช เรออเนก







ชาติภุชงค์ เรอนารายณทรงสุบรรณ และเรอสุพรรณหงส ์


1.5 เวลา (Time) - 1 คาบ (50 นาที)
2. การประเมินและวดผล




- สังเกตพฤติกรรมของนักเรยนในการเขารวมกจกรรม





- สังเกตพฤติกรรมของนักเรยนในการเขารวมกจกรรมกลุม

- ตรวจผลงานของนักเรยน

3. การสรางบรรยากาศ



- ครใหนักเรยนนังสมาธและเปดเพลงทานองกาพยเห่เรอจาก YouTube ใหฟง แลวพูดคุยถาม












ความรสึกของนักเรยนโดยทัวไป


4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]




- แบ่งกลุมนักเรยนกลุมละ 6 คน โดยคละความสามารถของนักเรยน (เกง, ปานกลาง, อ่อน)

336




- นักเรยนดูภาพกระบวนเรอ พรอมการฟงทานองการเห่เรอจาก YouTube และผัง




ลักษณะคําประพันธ (รปภาพเรอสุพรรณหงส)






- ครตั้งประเด็นคาถามใหนักเรยนรวมกันแสดงความเหนว่า “จากการเรยนรลักษณะการ



















แต่งกาพยเห่เรอ บทอาขยานจะทาใหนักเรยนเรยนรวิถชวตของคนไทยในอดต ปจจุบัน ได ้






อย่างไร? นักเรยนจะมวธในการท่องจาสิงต่างๆ ไดอย่างไร เพอใหจาไดอย่างรวดเรวและ







คงทน?
4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]

- นักเรยนแต่ละกลุมนาเสนอผลงานของตน














- นักเรยนรวมกันอภปรายเกยวกับลักษณะการแต่งกาพยเห่เรอ วถชวตของคนไทย และ



วิธการท่องจาไดรวดเรวและคงทน





- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ...... เรอง .....








- ครอธบายเพิมเติม (บทอาขยานกาพยเห่เรอเจาฟ้าธรรมธเบศร์ เปนกาพยเห่เรอทม ี








คุณค่าดานวรรณศิลป เพราะมการใชถอยคาบรรยายใหเกดความโอ่อ่าของกระบวนพยุหยาตรา









ใชคําพรรณนาใหเกดอารมณคลอยตาม เปนตนแบบในการแต่งกาพยเห่เรอในยุคต่อๆ มา เกิด












คุณค่าอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ เกดความภาคภูมิใจ จดจานาไปอางองได ้
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)



- นักเรยนรวมกันอ่านบทอาขยานกาพยเห่เรอเจาฟ้าธรรมธเบศร เปนทานองเสนาะ/ ทํานองเห่













- นักเรียนฝกท่องบทอาขยานเปนทานองเสนาะ/ ทํานองเห่ แลวรวมกันตรวจสอบความถูกตอง


- นักเรยนอธบายคุณค่าของบทอาขยาน เขยนแผนผังคําประพันธและเลยนแบบแต่ง






กาพยเห่เรอตามจินตนาการ
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 สะท้อน (Reflect)







- จากการเรยน การท่องจาอาขยานกาพยเห่เรอ นักเรยนไดรบความรในเรองใดบาง?






5.2 เชือมโยง (Connect)





- นักเรยนคิดว่า บทอาขยานกาพยเห่เรอทาใหเหนคุณค่าความสาคัญของศิลปกรรมใน


อดีตจนถึงปจจุบันใหกับประเทศชาติไดอย่างไร?




5.3 ปรบใช (Apply)





- การท่องจาอาขยานจะนาไปปรบใชใหเกดประโยชนในชวิตประจาวันไดอย่างไร?






6. สอการเรยนการสอน



- PowerPoint
- YouTube
337

บทที่ 5



กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ


ภาษาจน



ประถม 1 ตัวเลข 1-10 ในภาษาจน การออกเสยงและหลักการบอกตัวเลข 1-99 339
ประถม 3 ผลไม ้ 342

ประถม 6 สถานทสาคัญในจน 344
ี่


มัธยม 1 การบอกต าแหน่งสิ่งของในหองเรยน 346







มัธยม 4 อุปกรณการเรยนและโครงสรางประโยคทมคาศัพทอุปกรณการเรยน 348

ี่



มัธยม 5 การลาดับญาติในภาษาจน 350
ภาษาฝรงเศส


มัธยม 6 การใหค าแนะนา Donner des conseils โดยอ่านเรอง Comment se 352
ื่


défendre contre le stress? เอาชนะความเครยดไดอย่างไร



ภาษาองกฤษ
ประถม 2 Verb to Have 354
ประถม 3 1) Occupations 356
2) Recycle 358
ประถม 4 1) Birthday 360
2) Food 362
ประถม 5 Telling Time 364
ประถม 6 Listening, Speaking and Writing - Occupations 366
มัธยม 2 1) Entertaining Life 368

2) Meeting and Greeting - How to Welcome Guests 370

3) Preparing Food 372
มัธยม 5 1) A Compare and Contrast Essay 374

2) Lifestyles 377

3) There’s No Place Like Home 380


4) การใชผัง Graphic Organization ในการสอนอ่านจับใจความ 383
มัธยม 6 Writing a Venn Diagram 386









338

สาระการเรยนรู้ ภาษาจีน ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1

หนวยการเรยนรู้ ตัวเลข 1-10 ในภาษาจีน การออกเสียงและหลักการบอกตัวเลข 1-99


ออกแบบโดย ครู Yongxing Pan โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ
วันท่ ี 23 มกราคม 2016


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)



- นักเรยนสามารถบอกตัวเลข 1-10 เปนภาษาจนได




- นักเรียนสามารถใชความรทเรยนไปบอกอายุของตนเอง เลขทเรยนของตนเอง เบอร ์












โทรศัพทบาน เบอรมอถอของคุณพ่อคุณแม่ได นอกจากน้ นักเรยนยังสามารถขยายความรจาก





การบอกตัวเลข 1-10 กลายเปนตัวเลข 1-99 ได้



1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]










- ตัวเลขเปนสิ่งทใชบ่อยในชวิตประจาวัน เช่น ในแต่ละคร้งทเปนการทดสอบความร ้ ู



ี่
ภาษาจนรายบุคคลของนักเรยน คุณครมักจะใหนักเรยนบอกเลขทของตนเอง


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)





- การออกเสยงทเปนภาษาจนของตัวเลข 1-10


- หลักการการบอกตัวเลขตั้งแต่ 10 ขึ้นไป จนถึง 99

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]



- ครถามนักเรยนว่าหองเรามกคน? สุมนักเรยนบางคนขึ้นมาถามว่าเลขทของนักเรยน




ี่










เท่าไร? อายุกขวบ? เกดปีไหนและเบอรโทรศัพทบานคออะไร? หลังจากนั้น ครใหนักเรยน









สังเกตคําถามทครถามนั้น นักเรียนตองใชอะไรตอบกลับมา เช่น ม 36 คน อายุ 7 ขวบ เลขท 8




ฯลฯ หลังจากทีนักเรยนตอบกลับมาว่าเปนตัวเลข ครกใหนักเรยนคิดและเสนอว่า ใน





ชีวตประจาวัน มอะไรบางทตองใชตัวเลข? นอกจากน้ ครเนนความสาคัญการบอกตัวเลข 1–10







ี่









ทีเปนภาษาจนใหนักเรยนทราบว่า ถาเรานับเลข 1-10 เป็นภาษาจนได เราจะสามารถนับเลข

จาก 1-99 ได้
1.5 เวลา (Time)
- 3 คาบ
2. การประเมินและวดผล




- การนับเลข 1-10 ดวยภาษาจนเปนรายบุคคล

- การตอบคาถาม

339

3. การสรางบรรยากาศ






- ครูใหนักเรยนรองเพลงจนและบทคลองจองสั้นๆ ทเปนภาษาจนทเคยสอนไปพรอมท่าทาง







ประกอบดวย

4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
- ครูใหนักเรยนแบ่งกลุมตามประจาสของตนเอง หลังจากนั้นเปดวิดีโอการสอนตัวเลข 1-5















ทเป็นการตูนใหนักเรยนดูสามคร้ง และใหนักเรยนในแต่ละกลุมแบ่งหนาทว่า ตนเองจะ









รับผิดชอบสังเกตการออกเสยงของตัวเลขตัวไหนบาง? และหลังจากเปดวอโอสามคร้งเสรจ คร ู


ให้นักเรยนแต่ละกลุมมานาเสนอว่าเสยงภาษาจน 1- 5 ทนักเรียนแต่ละกลุมไดยนนั้นออกเสยง



















อย่างไร? ตอนทนักเรยนกลุมอ่นนาเสนอ นักเรยนกลุมทไม่ไดนาเสนอมหนาทีสังเกตว่าเสยงที ่








นักเรยนกลุมอ่นออกเสยงตรงกับเสียงทตนเองไดยินหรอไม่? ซึงการสอนตัวเลข 6-10 กใชวธน้ ี












เช่นเดียวกัน




- ครเลอกตัวเลขทมากกว่า 10 หลายๆ ตัว เช่น 11 12 13 30 31 32 40 41 เป็นตน และ


ออกเสยงเป็นภาษาจนใหนักเรยนฟง หลังจากนั้นใหนักเรยนสังเกตว่าในตัวเลขทมากกว่า 10



















นั้น มหลักการในการออกเสยงอย่างไรบาง?จากพ้นความรทเปนตัวเลข 1-10 ทนักเรียนเรียนไป

พรอมเล่าใหครฟง




4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]






- ครเปดวดโออกรอบหนึ่งใหนักเรยนฟง พอถึงแต่ละตัวเลข ครจะหยุดและใหนักเรยน














สังเกตดูว่าเสยงในวิดโอใกลเคยงกับตนเองทออกเสยงหรอไม่? หลังจากนั้น ครอธบายการออก






เสยงทถูกตองและใหคาชมเชยแกนักเรยนทออกเสยงไดใกลเคยง












- ครสอนการออกเสยงตัวเลข 1-10 ใหนักเรยนเลยนเสยงครอก 3 รอบ หลังจากนั้นครู












แกไขการออกเสยงทีผิดของนักเรยนพรอมเนนย้าและแนะนาหลักการออกเสยงทถูกตองให ้










นักเรยน เพอใหนักเรยนสามารถออกเสยงไดชัดเจนมากขึ้น








- หลังจากนักเรยนออกความคิดเหนจากการสังเกตการออกเสยงตัวเลขทมากกว่า 10










หลายๆตัวทไดกล่าวไวในขางตนน้แลว ครช้แนะหลักการการออกเสยงตัวเลขทเปน 11-99 ให้
















นักเรยนฟง พรอมใหคาชมเชยแกนักเรยนทตอบถูก หรอนักเรยนทตอบไดใกลเคยง





4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]












- ครใหนักเรยนเปดหนังสอและใชน้วช้ตัวเลขในหนังสอ พรอมอ่านตามครดวยสองรอบ

หลังจากนั้นครให้นักเรยนอ่านให้ฟงพรอมกันทั้งหองรอบหนึงและอ่านตามกลุ่มทแบ่งไวอีกรอบ







ี่
หนึ่ง
340



- หลังจากนั้น ครโชว์ตัวเลขขึ้นใหนักเรยนแต่ละกลุมแย่งกันตอบ กลุมทตอบไดก่อน กลุม








นั้นไดคะแนน ซึ่ง
เกมน้จะใชเวลา 8 นาที และเล่นกัน 2 รอบ แต่ละรอบสุดทาย ครกมการสรปการออกเสยง

















ทผิดของนักเรยน และเนนย้าส่วนทนักเรยนยังไม่สามารถทจะออกเสยงได













- ครใหนักเรยนแต่ละกลุมเขาแถวนังตามลาดับ และใหนักเรยนคนสุดทายออกมาหา






คุณครนอกหองเรยน ครบอกตัวเลขใหนักเรยนฟง 1 ตัว นักเรยนคนนั้นกว่งไปทแถว กระซิบ







บอกเพอนคนขางหนาจนถึงคนหนาสุด คนหนาสุดพอไดยนตัวเลขทเพอนบอกต่อกันมา กว่งไป
























เขยนตัวเลขบนกระดาน พอเขยนเสรจ กว่งไปหาครอีกรอบหนึงเพอทจะรับฟงตัวเลขตัวต่อไป


จากครู เล่นอย่างน้ประมาณสองรอบ รอบละ 4 ตัว หลังจากนั้น ครกเฉลยคาตอบ และให ้








นักเรยนอ่านออกเสยงตัวเลขทั้งหมดน้อกรอบหนึง








- ครจาลองสถานการณจรงและให้รปภาพทีเปนบานเลขที หมายเลขหอง และเบอร ์









โทรศัพทหลายๆ รปแก่นักเรยน ใหนักเรยนพูดภาษาจนตามตัวเลขทใหไปนั้นพรอมกัน

ี่










- ครสอนนักเรยนรองเพลงทเกยวกับตัวเลขภาษาจนพรอมท่าทางประกอบดวย







- ครใหนักเรยนบอกเลขทของตัวเอง นักเรยนคนอนตั้งใจฟง ถามนักเรยนคนทบอกเลขท ี ่









ี่
ของตนเองผิด นักเรยนทกาลังฟงอยูมหนาทช่วยเพอนบอกเลขทของตนเองใหถูกตอง



ี่


ี่

ื่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect





- นักเรยนไดเรยนอะไรบางในบทน้? และสนใจส่วนไหนบางในบทน้?


5.2 Connect
- นักเรยนสามารถใชความรในบทน้เชอมต่อวิชาไหนไดบาง?









5.3 Apply






- ถาจะใหนักเรยนสอนตัวเลขแก่ผูอนทไม่มความรภาษาจนมาก่อน นักเรยนคิดว่าจะสอน








อย่างไรใหสนุกสนาน?
6. สอการเรยนการสอน



- PowerPoint
- วิดีโอ
- คลิปเพลง
341

สาระการเรยนรู้ ภาษาต่างประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3

หนวยการเรยนรู้ ผลไม้







ออกแบบโดย ครูธนภรณ ตันติมาพาณชย โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ
วันท่ ี 12 มนาคม 2016


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)
- นักเรยนสามารถพูดชอผลไมเปนภาษาจนได ้











- นักเรยนจะไดรบการพัฒนาทักษะในการออกเสยงภาษาจน

1.2 ความจาเป็น (Needs)









- การบอกชอผลไมเปนภาษาจนได นักเรยนสามารถนาไปใชไดจรง และกอใหเกดความ







เขาใจอันดีระหว่างคนต่างวัฒนธรรมและความภูมิใจในตัวนักเรยนเอง


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
- คาศัพทผลไม ้




- หลักการอ่านออกเสยงภาษาจน

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)





- นาผลไมสดหลายชนดมาใหนักเรยนดูและสัมผัส



- สอบถามนักเรยนว่า ชอบหรอไม่ชอบผลไมชนดไหน พรอมบอกเหตุผล?


1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบๆ ละ 50 นาที
2. การประเมินและวัดผล






- นักเรยนบอกชอผลไมทตนเองชอบเปนภาษาจนคนละ 5 ชนิด และวาดรปผลไมชนิดนั้นๆ
ื่
ี่
3. การสรางบรรยากาศ





- เตนประกอบเพลง แอปเป้ล มะละกอ กลวย สม
4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]



- ครูแจกบัตรคํารปภาพ และบัตรคําคําศัพทใหนักเรยนแต่ละกลุม





- นักเรยนแข่งกันจับคูคําศัพทและรปภาพนั้น

- ตรวจสอบคาตอบ นักเรยนแบ่งปนคําตอบทถูกตอง







4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]



- ครูเปิด Youtube เกยวกับผลไม ้
342







- นักเรยนครสอนคาศัพทผลไมหนังสอเรยนสัมผัสภาษาจน หนา 52



- นักเรยนดูความหมายของคาศัพท และอ่านออกเสยงตามคร ู








- นักเรยนแกไขคําตอบ ในเกมบัตรคํา และออกเสยงตามอกคร้ง


4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]


- นักเรยนแบ่งกลุมแสดงบทบาทสมมติจ่ายตลาดในตลาดสด โดยแต่ละกลุมเลอกผลไม ้



ลงในตะกร้า










- นักเรียนแต่ละกลุมแสดงใหเพอนดูว่า เลอกผลไมชนดใดบาง พรอมอ่านออกเสยง


คําศัพทผลไมชนิดนั้นๆ








- คิดราคาผลไมทซ้อโดยการบูรณาการกับวิชาคณตศาสตร ป.3 เรองการบวกเลข
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]



5.1 Reflect









- นักเรยนคิดว่า มคาศัพทภาษาจนเกยวกับผลไมอะไรอกทนักเรยนอยากร?





5.2 Connect













- ทาไมครจึงใหเรยนคาศัพทภาษาจนเกยวกับผลไมน้ต่อจากหัวขอกอนหนาน้?


5.3 Apply









- จากสิงทเรยนมาน้นักเรยนคิดว่า จะสามารถใชคาศัพทผลไมไดในโอกาสใดบาง?



6. สอการเรยนการสอน



- YouTube
- บัตรคํา


- ผลไมสด ผลไมพลาสติก


- หนังสอสัมผัสภาษาจน
343

สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6


หนวยการเรยนรู้ สถานที่สําคัญในจีน




ออกแบบโดย ครูปณฑารย คําศิร ิ โรงเรียน ดรุณาราชบุรี

วันท่ ี 15 พฤศจิกายน 2014


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)





- นักเรยนจะสามารถอ่านออกเสยง และบอกความหมายของคาศัพทนั้นได ้
- นักเรยนจะเขาใจถึงวัฒนธรรม ประเพณ วิถชวิต และประวัติศาสตรจน











- นักเรยนสามารถเขาใจถงหลักไวยากรณจนแบบง่ายได ้



1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]












- การเรยนภาษาจน นอกจากเรยนภาษาแลว เราควรทจะเรยนรในเรอง วถชวิต วัฒนธรรม
ื่














ของเขาดวย เพอใหเราเขาใจวิถชวิต การเปนอยู การใชภาษาจนของเขา อันจะทาใหเราเขาใจ
เขามากขึ้นและอยูรวมกันอย่างมความสุข





1.3 หัวขอและเน้อหา (Range) [LIKE]
(ก) หัวข้อ








- คาศัพทเกยวกับสถานทสาคัญในจน
ี่
- ประวัติทมาของสถานทต่างๆ
ี่
- ประยุกต์ใชในประโยค

(ข) กระบวนการ
- ใหนักเรยนทายภาพสถานท ี ่



- แบ่งกลุมละ 3 คน สบคนขอมูลเรอง สถานท ่ ี





- ใหนักเรยนนาเสนอและจดบันทึกของแต่ละกลุม






ี่

- ครอธบายประวัติศาสตรทมาของสถานทนั้นๆ เพิ่มเติม/ ใหนักเรยนจดบันทึก
ี่


เพิ่มเติม
- ทายรปแบบไวยากรณ ์








- ครอธบายการใชไวยากรณ 过 (guò) และบูรณาการเขากับสถานทต่างๆ และ
ประโยคสนทนา



- ใหนักเรยนทาแบบฝกหัด จงบอกสถานททฉันชอบ พรอมเขยนประวัติสถานทนั้น













โดยย่อ วาดภาพระบายสใหสวยงามและทาแบบฝกหัดถามตอบ





- ใหนักเรยนทาแบบฝกหัดเรอง 过 (guò)

344

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)




- รองเพลง 帕帕守 (Pá Pá Shŏu) นักเรยนรวมกันทากจกรรม





- เล่นเกมทายภาพสถานทสาคัญในจน

1.5 เวลา (Time) - 4 คาบ
2. การประเมินและวดผล





- วัดโดยการทาแบบทดสอบเรอง 过 (guò) และถามตอบเกยวกับสถานท ี ่

3. การสรางบรรยากาศ - ตามขอ 1.4


4. การนําเสนอบทเรียน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]














- ใหนักเรยนทายภาพ แลวเขยนชอสถานทลงในสมุด จากนั้นใหนักเรยนแบ่งกลุม กลุมละ









3 คน สบคนขอมูลเกยวกับสถานทสาคัญทไดจากการทายภาพ โดยใหนักเรยนจับใจความ






ประวัติทมา และหาคําศัพทสาคัญทเกยวของ จากนั้นใหนักเรยนนาเสนอหนาชั้นเรยน และให ้












นักเรยนบันทึก




- ใหนักเรยนทายไวยากรณจากการยกตัวอย่างประโยค


4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)

ี่
ี่




- ครอธบายประวัติศาสตรทมาของสถานทนั้นๆ เพิ่มเติม และใหนักเรยนจดบันทึกเพิ่มเติม






- ครใหนักเรยนอ่านใบงาน เรอง หลักไวยากรณ 过 (guò)


- ครอธบายเรองหลักไวยากรณ 过 (guò) และครบูรณาการหลักไวยากรณ 过 (guò)





เขากับบทสนทนาเกยวกับสถานทสาคัญ
ี่


ี่

4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)

ี่



- ใหนักเรยนทาแบบฝกหัด “จงบอกสถานททฉันชอบ” พรอมเขยนประวัติโดยย่อ และวาด



ี่
ภาพ ระบายสใหสวยงาม และทาแบบฝกหัดถามตอบ




- ใหนักเรยนทาแบบฝกหัดเรอง 过 (guò)








5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]










5.1 Reflect - นักเรยนไดรบความรอะไรจากการเรยนเรองน้?
5.2 Connect - นักเรยนคิดว่า นอกจากสถานทต่างๆ มคุณค่าทางประวัติศาสตรแลว สถานท ี ่









เหล่านั้นยังมคุณค่าในดานใดบาง? เพราะอะไร?




5.3 Apply - นักเรยนคิดว่า จะสามารถแบ่งปนความรในเรองทไดเรยนมาใหกับผูอนได ้
ื่




ื่
ี่
อย่างไร?
ื่
6. สอการเรียนการสอน



- หนังสอสัมผัสภาษาจน - เอกสารขอมูลเกยวกับสถานทสาคัญในจน






345

สาระการเรยนรู้ ภาษาจีน ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1

หนวยการเรยนรู้ การบอกตําแหน่งสิ่งของในห้องเรียน













ออกแบบโดย ครูธญญพทธ ตุมสดสรนนท โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ
วันท่ ี 12 มนาคม 2016



1. การใหภาพรวม
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


- นักเรยนสามารถพัฒนาทักษะการฟงและพูด



ี่

- นักเรยนสามารถบอกตําแหน่งสิ่งของหรอสถานทเปนภาษาจนได ้


- นักเรยนสามารถไตรตรองประสบการณจรงบนพ้นฐานของคุณค่าพระวรสารดานความ






ซอสัตย ์

1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]




- การบอกตําแหน่งสิ่งของมความสาคัญต่อการสอสารและสามารถพบเจอไดบ่อยคร้งใน



ชีวตประจําวัน


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)

- คําศัพทบอกทิศทาง





- รปแบบการแต่งประโยคทถูกตอง
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)

- นักเรยนเล่นเกมสจับผิดภาพรวมกัน โดยดูภาพจากโปรเจคเตอร และร่วมกันบอก




ี่
ตําแหน่งทต่างกัน
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบๆ ละ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล







- นักเรยนจับคูสอบสนทนาโตตอบกัน โดยดูภาพจากทคุณครกาหนดให ้

3. การสรางบรรยากาศ







- ใหนักเรยนทา Brain Gym ดวยการทามอ “จีบ และ รูปตัวแอล (L)” โดยมอขางซายเปน









รูปตัวแอล (L) มือขางขวาเปนจีบ จากนั้นทาสลับกันไปมาซายขวา เปนการฝกสมอง สมาธ ิ

และกลามเน้อมอ




4. การนําเสนอบทเรยน


4.1 การสรางประสบการณ (See)

- คุณครูเปดการตูนเรอง “สมุดของฉันอยูทไหน”

ี่



346

- ใหนักเรยนรวมกันสรปสิ่งทเกดขึ้น ว่าใคร ทาอะไร ทไหน และอย่างไร?

ี่
ี่







- ครถามนักเรยนว่า “หากนักเรยนเหนสมุดของเพอนชาวจีนคนน้ จะบอกกับเพอนเปน









ภาษาจนว่าอย่างไร?”


4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)








- คุณครสอนคําศัพททิศทางทั้งหมด 6 ทิศ ขางบน ขางล่าง ขางซาย ขางขวา ขางใน และขางๆ




- อธบายรปแบบการแต่งประโยคถาม-ตอบทถูกตอง


- นักเรยนดูภาพจาก PowerPoint และบอกตําแหน่งสิ่งของ



4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
- นักเรียนแบ่งกลุม โดยแต่ละกลุมจะไดภาพทต่างกัน และช่วยกันนาเสนอบอกตาแหน่ง







สิ่งของในภาพหนาชั้นเรยน









- นักเรยนวาดรปตามเรองสั้นทคุณครอ่าน
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]



5.1 Reflect




- หากสมุดของนักเรียนหายไป แล้วไดกลับคืนมา นักเรยนรสึกอย่างไร? หากนักเรยน









สามารถช่วยใหเพอนไดสมุดคนมา นักเรยนจะรสึกอย่างไร?
5.2 Connect



- นักเรยนคิดว่า การนาทรพยสินของเพอนทพบไปคนเกยวโยงกับคุณค่าพระวรสารในข้อใด?


ื่


ี่
5.3 Apply



- นักเรยนสามารถนาเน้อหาในบทเรยนนี้ไปใชในชวตประจาวันไดอย่างไร?









6. สอการเรยนการสอน
- PowerPoint
- คลิปวดิโอ

- รูปภาพ
- เกม

- หนังสอสัมผัสภาษาจนระดับมัธยมศึกษาตอนตน เล่มท 1




347

สาระการเรยนรู้ ภาษาจีน ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4

หนวยการเรยนรู้ อุปกรณ์การเรียนและโครงสร้างประโยคที่มีคําศัพท์อุปกรณ์การเรียน


ออกแบบโดย ครู Wang Yongkang โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ
วันท่ ี 23 มกราคม 2559


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)

ี่


ื่

- เพอใหนักเรยนสามารถนาคําศัพทและประโยคทเปนอุปกรณการเรยนมาสอสารไดดีขึ้น



ื่




1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]













- อุปกรณการเรยนเปนเครองมอทสําคัญสําหรับนักเรยน เรยนรเรองนี้สามารถทีจะทําให ้










นักเรยนมองคความรกวางขึ้น และนาไปใชในสถานการณทเปนโอกาสไดสะดวกขึ้น







1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)



- คาศัพทเฉพาะของอุปกรณการเรยน โดยมเครองเขยน หนังสอ พจนานุกรม เป็นตน







- ประโยคทมคําศัพทอุปกรณการเรยนตามบทเรยน





ี่

ี่


- หลักเกณฑและโครงสรางของประโยคทสาคัญในบทเรยน

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)










- โชวตัวอักษรจนทเขยนดวยพูกันจน ปากกาและดินสออยูบนกระดานใหนักเรยนชมดู




และเล่าความรสึก
1.5 เวลา (Time)
- 4 คาบ คาบละ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล

- การแต่งประโยคดวยโครงสราง โดยใหนักเรยนใชคาศัพทอุปกรณการเรยนมาแต่งเปน













ี่

ี่

ประโยค และใหนักเรยนนาประโยคทตนเองแต่งไวไปแลกเปลยนกับเพอนๆ ในกลุมหรอกลุมอน
ื่











- การตอบคาถามจากความรวมมอของนักเรยนในคาบ โดยใหนักเรยนยกมอตอบคาถามหรือ



อ่านออกเสยงตามบทเรียนทั้งเปนกลุมและเปนเดี่ยว


3. การสรางบรรยากาศ [LIKE]



- ครนาอุปกรณการเรยนทดูงามมาโชวใหนักเรยนดูและสลับกันยกของจรงขึ้นมาใหนักเรยน










แย่งกันตอบทั้ง 3 กลุม โดยคิดคะแนนกลุมตามเกณฑทบอกไว้ด้วย









348

4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See)






- ครูนาบัตรคําและรปภาพใหแกนักเรยนแต่ละกลุมใหนักเรยนนําคาศัพท์และรปภาพมา




เรียงกันเป็นคู ่







- ครูใหนักเรยนดู PowerPoint แลวใหนักเรยนเอาประโยคทมคําศัพทอุปกรณการเรยน





และคาแปลภาษาไทยมาประกอบให้ถูกตอง



4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)


ี่



- นักเรยนอ่านตามตารางคาศัพทและประโยคในบทเรยนทมคําแปล







- ครูกับนักเรยนรวมกันสรปโครงสรางประโยคทสาคัญขึ้นมา
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]






- ใหนักเรยนใชหลักโครงสรางมาแต่งประโยค โดยมคําศัพทอุปกรณการเรยนและคําศัพท ์





ของบทเรยนเก่ามาประกอบด้วย


- แบ่งกลุมกันตอบปญหา โดยใหนักเรยนกลุมหนึ่งถามและอกกลุมหนึ่งตอบเสรจแล้ว






สลับกัน





- ใหนักเรยนทาแบบฝกหัดตามบทเรยน
ื่






- ใหนักเรยนแสดงบนเวทในเรอง การซ้อขายอุปกรณการเรยน
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect







- ในชวิตประจาวัน นักเรยนรจักอุปกรณการเรยนอะไรบาง?

ี่

- ในสมัยโบราณ ประเทศจนมอุปกรณการเรยนทเด่นชัดอะไรบาง?




5.2 Connect
- อุปกรณการเรยนมความเหมอนความต่างกับเครองเขยนอะไรบาง?









ื่



- เครองเขยนของประเทศจนในสมัยโบราณมอิทธพลต่อการเขยนอักษรจนอย่างไรบาง?



5.3 Apply






ี่
- นักเรยนคิดว่า จะนาความรในบทเรยนน้มาประยุกต์ใชไดทไหน? และอย่างไร?


6. สอการเรยนการสอน



- PowerPoint
- บัตรคํา
- รูปภาพ
349



สาระการเรยนรู้ ภาษาจน ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5
หนวยการเรยนรู้ การลําดับญาติในภาษาจีน




ออกแบบโดย ครูทิวาพร แสงสรยฤทธ์ ิ โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ
วันท่ ี 11 กนยายน 2015




1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค (Objectives)
- นักเรยนสามารถลาดับญาติเปนภาษาจน





- นักเรยนสามารถเปรยบเทยบการลาดับญาติไทย-จีน






- นักเรยนเขาใจความแตกต่างระหว่างโครงสรางครอบครวของไทย-จีน

1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]








- สังคมไทยและจนใหความสาคัญกับลาดับอาวุโสอย่างมาก มคาเรยกลาดับญาติ











ื่

โดยเฉพาะ ฉะนั้นนักเรยนจึงจาเปนตองรและนาไปใชไดอย่างถูกตองเพอแสดงออกถึงมารยาท


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)

- Family Tree ของจน (ลาดับญาติ)







- คาศัพททเกยวกับญาติ

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]



- การลาดับญาติของไทย-จนแตกต่างกัน โดยฝายจนจะแบ่งญาติฝายพ่อออกจากฝายแม่









อย่างชัดเจนและจะใหความสาคัญกับฝายพ่อมากกว่า เนองมาจากวัฒนธรรมจนโบราณให ้


ความสาคัญผูชายมากกว่าผูหญง






- การออกเสยง คาเรยกญาติในภาษาจนเกอบทุกคามเสยง 轻声 เปนเอกลักษณ ์





1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ คาบละ 50 นาที

2. การประเมินและวดผล
- ตอบคําถาม
- การอภปราย


3. การสรางบรรยากาศ




- ใหนักเรยนลองลาดับญาติเปนภาษาไทย











- หากนักเรยนคนใดมเช้อสายจน ทดลองใหนักเรยนลาดับญาติเปนภาษาจน (แตจิว กวางตุง ฯลฯ)




350


4. การนําเสนอบทเรยน


4.1 การสรางประสบการณ (See)



- ใหนักเรยนดู Family Tree เปนภาษาจนและไทย และใหนักเรยนแต่ละคนเปรยบเทยบ








ขอเหมอนหรอแตกต่าง


4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)


- นาเสนอบทเรยนดวย PowerPoint เรือง ความแตกต่างระหว่างระหว่างการลาดับญาติไทย-จีน






- ครและนักเรยนรวมกันอ่านคาศัพทเกยวกับญาติ





4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]




- นักเรยนอ่านออกเสยงคาศัพทเกยวกับญาติร่วมกัน





- นักเรยนสรปความแตกต่างระหว่างการลาดับญาติของจนและไทย เพราะเหตุใดจึงแตกต่าง?






- นักเรยนเขยนลาดับญาติครอบครวตนเองเปนภาษาจน


5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect
- นักเรยนคิดว่า การลาดับญาติของจนสะทอนภาพสังคมในอดตอย่างไร?





5.2 Connect




- นักเรยนคิดว่า การลาดับญาติไทย จีนมความสาคัญอย่างไร?
5.3 Apply






- นักเรยนสามารถนาคาศัพทเหล่าน้ไปใชอย่างไร?

6. สอการเรยนการสอน


- PowerPoint



351

สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6


หนวยการเรยนรู้ การให้คําแนะนํา Donner des conseils โดยอ่านเรื่อง Comment se


défendre contre le stress? เอาชนะความเครยดไดอยางไร






ออกแบบโดย ครูนฤมล เพยรเวช โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ

วันท่ ี 12 มนาคม 2016

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)



- นักเรยนสามารถให้คําแนะนาเปนภาษาฝรงเศสไดถูกตอง












- นักเรยนมทักษะฟง พูด อ่าน เขยนภาษาฝรงเศสไดดขึ้น

1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]



- นักเรยนสามารถใชภาษาฝรงเศสในการใหคําแนะนาเพอช่วยเหลอผูทมปญหา (โดยยก
















ประเด็นวิธเอาชนะความเครยด) เปนการสรางความสัมพันธทดีและอยูรวมกันอย่างสันติสุข



ี่
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)





- รปแบบการใหคําแนะนา Donner des conseils

- บทอ่าน Comment se défendre contre le stress? เอาชนะความเครยดไดอย่างไร

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)









- สนทนากับนักเรยนว่านักเรยน เพือนของนักเรียน หรอคนทนักเรียนรกมปัญหา




ความเครยดความกังวล การช่วยเหลอดวยการใหคําแนะนําโดยใชภาษาฝรังเศสทถูกตองเปน




ี่











การสรางความสัมพันธทดกับเจาของภาษา ดังนั้นจึงมความจาเปนทจะศึกษาการใชภาษาท ่ ี

ถูกต้อง
1.5 เวลา (Time) - 3 คาบ
2. การประเมินและวดผล



- การเขยนคําแนะนา - การแสดงละคร




- การจัดบอรดความรภายในหองเรยน

3. การสรางบรรยากาศ

ี่
- รองเพลงทมรปประโยคใหคําแนะนาโดยเปดใน YouTube







4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]







- ครเปิดวิดโอใหนักเรยนดู เป็นบทสนทนาทบุคคลหนึงมปญหาความเครยดหรอความ








ื่


วิตกกังวล และอกคนหนึงกล่าวใหกาลังใจและใหคําแนะนา และหยุดเปนช่วงๆเพอใหนักเรยน





แต่ะกลุมเดาเหตุการณทจะเกิดขึ้นต่อไป




352









- นักเรยนดูวิดีโออกคร้งหนึ่ง ครูถามนักเรยนว่า ถาเหตุการณน้เกดขึ้นกับนักเรยน นักเรียน






จะใหคําแนะนาอย่างไร ใหแต่ละกลุมช่วยกันคิดคนหาคําแนะนา


- ใหแต่ละกลุมออกมานาเสนอคําแนะนา





4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)












- ครใหนักเรยนศึกษาคาศัพททเกยวกับความเครยดและการใหคําแนะนาเพ่อเอาชนะ



ความเครยดจากบทอ่าน Comment se défendre contre le stress? ทาแบบฝกหัดตรวจเฉลย


แกไขพรอมกันเพอตรวจสอบความเขาใจคําศัพทและสานวน

ื่








- นักเรยนศึกษาการใหคาแนะนาในบทอ่าน สังเกตรปแบบภาษาทใชแลวสรปรวมกัน









- ครูแจกใบความรทเกยวกับรปประโยคทใชในการใหคําแนะนา นักเรยนทาแบบฝกหัด



ี่


ี่
ี่










- ใหนักเรยนในแต่ละกลุมเขยนใหคาแนะนา Corinne ทมปญหาทะเลาะกับเพอนและให้








แต่ละกลุมออกมานาเสนอคาแนะนา
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]


ื่





- ใหนักเรยนในแต่ละกลุมแต่งเรองสั้นเพอแสดงละคร



- จากบทเรยนทผ่านมาเกยวกับอาหาร โรคภัยไขเจ็บ และเทศกาลงานเล้ยง ใหนักเรยนใน









แต่ละกลุมเลอกหัวขอเพ่อเขียนคําแนะนา เช่น คําแนะนําเรืองลดความอวน คาแนะนาเรือง










รกษารางกายใหแข็งแรง หรอคําแนะนาเรืองการจัดงานปใหม่ทโรงเรยนและจัดบอร์ดความร ้ ู









ภายในหองเรยน
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect

- นักเรยนพอใจกับการใหคําแนะนาของนักเรยนหรอไม่ ทาไม?





5.2 Connect (LIKE)

- หลังจากเรยนเรอง Comment se défendre contre le stress? นักเรยนมความคิดเหน





เกยวกับปญหาความเครยดของเด็กวัยรนแตกต่างไปจากเดิมหรอไม่ อย่างไร?







5.3 Apply




ี่
ื่


- นักเรยนจะความรทไดจากหัวขอน้ไปใชกับตนเองและเพอนๆ ในชวิตประจาวันอย่างไร?



6. สอการเรยนการสอน



- บทอ่านเรอง Comment se défendre contre le stress? - คลิปวิดีโอ
ื่





- ใบความร เรือง รปประโยคของการใหคําแนะนา - YouTube

353



สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2
หนวยการเรยนรู้ Verb to Have



ออกแบบโดย ครูวรรตน ธรรมคําสอน โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ



วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


- ฝกทักษะการพูดโดยใช Verb to have


- เขาใจและสามารถใชภาษาสอสารไดถูกตอง





1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]














- การพูดมความจาเปนในการเรยนร เปนการสอสารขอมูลซึงกันและกัน โดยใชประโยคท ี ่
มี Verb to have

1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)

- Verb to Have

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)












- เราตองการพูดเพอสอความหมายกับเพอน บอกเพอนว่าฉันมน้วมอสิบน้ว เช่น I have

ten fingers. เป็นตน

1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ คาบละ 50 นาที
2. การประเมินและวดผล


- จากการสังเกตขณะรวมทากจกรรม การพูด เปนรายบุคคล



- จากการทาแบบฝกหัด Pre-test/ Post-test



- จากการฝกแต่งประโยคสนทนาในบทบาทสมมุติ
- จากการทาใบงาน Mind Map



- จากการทาแบบฝกหัด
- จากการทาแบบทดสอบ (สอบ)

3. การสรางบรรยากาศ



- นักเรยนฟงเพลงและฝกรองตาม พรอมทาท่าทางประกอบบทเพลง








354


4. การนําเสนอบทเรยน
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]







- ครเปด YouTube เพลง Head shoulder knee and toes. ใหนักเรยนรองตามพรอมทา




ท่าทางประกอบบทเพลง หลังจากนั้นนักเรยนช่วยกันสรปว่า มคําศัพทอะไรบางเกยวกับ





รางกาย?







- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา .... เรอง .....



4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]

- ใหนักเรยนฝกพูดโดยขึ้นตนประโยคดวย I have……….. เกยวกับ My body









- ใหนักเรยนฝกพูด I have + (คํานามสิ่งของ ) เช่น I have ten books. (ruler, school
bag, table, desk, etc.)





- ใหนักเรยนฝกพูด She has + …………. โดยช้ทเพอน





4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)




- ครใหนักเรยนแบ่งกลุม กลุมละ 4 คน เพอแสดงบทบาทสมมุติ โดยใชภาษาอังกฤษใน






การสอสารซึ่งในประโยคตองใช Verb to have
ื่

- ใหทาใบงานเปน Mind Map




- ทาแบบฝกหัด
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect







- นักเรยนไดเรยนรเกยวกับ Verb อะไรในหัวขอน้ อย่างไร?


5.2 Connect


- ใหนักเรยนหยุดคิดและนักเรยนลองเปรยบเทยบการใช Verb to have กับ Verb to be





ในชั่วโมงทแลวมหลักการและวิธใชทเหมอนหรอต่างกันอย่างไร?

ี่




ี่
5.3 Apply
ื่





- นักเรยนสามารถนาความรเรอง Verb to have ไปใชในการสอสารประจาวันไดอย่างไร?






6. สอการเรยนการสอน


- หนังสอ Smart 2
- เพลงจาก YouTube เพลง Head, shoulder, knee and toes.
- ใบงาน

- แบบฝกหัด

- บัตรคาศัพท ์
- รูปภาพ My Body
355

สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3


หนวยการเรยนรู้ 1) Occupations








ออกแบบโดย ครูสมคิด จนทรสิรสถาพร โรงเรียน เซนตโยเซฟคอนเวนต กรงเทพฯ
วันท่ ี 10 ตุลาคม 2014

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)






- นักเรยนสามารถระบุคาศัพทเกยวกับอาชพได ้







- นักเรยนสามารถใหขอมูลเกยวกับอาชพต่างๆ ในรปประโยคได ้
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]






- การใชภาษาอังกฤษในการใหขอมูลเกยวกับอาชพต่างๆ ในชวิตประจาวัน




1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)











- การใชรปประโยคทมคาศัพทเกยวกับอาชพ

- Vocabulary เกยวกับอาชพ




1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)







- เล่นเกมจับคูทมคาศัพทเกยวกับอาชพต่างๆ



- ดูรปภาพอาชพต่างๆ ใน YouTube




- ฟงเพลงเกยวกับอาชพ

1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ
2. การประเมินและวดผล



- สังเกตการณรวมกจกรรม


- ตรวจแบบฝกหัด
3. การสรางบรรยากาศในหองเรยน






- ครเขาสอนดวยใบหนาย้มแยม ท่าทางเปนมิตรเพอใหนักเรยนรสึกปลอดภัย







ื่

4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See)


- ครซักถามว่า คุณพ่อคุณแม่ของแต่ละคนประกอบอาชพอะไร?







- ครใหนักเรยนแสดงบทบาทสมมุติของอาชพต่างๆ เช่น ทหาร ตํารวจ หมอ ไปรษณย ์
ฯลฯ และใหเพอนๆ ทายเปนภาษาอังกฤษ





356



4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]






- นักเรยนรวมกันแสดงความคิดเหนโดยบอกชอสถานททเกยวของกับอาชพนั้นๆ











- นักเรยนดูภาพแต่ละบุคคลทประกอบอาชพแตกต่างกันไปจาก PowerPoint








- ครอธบายใหเห็นความสาคัญของแต่ละอาชพจาก PowerPoint ทนักเรยนไดชม และ



อธบายเพิมเติมว่า อาชพแต่ละอาชพมความสาคัญเท่าๆ กัน ความเคารพศักดิ์ศร/ คุณค่า





พระวรสาร





- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง .....




4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)







- นักเรยนจับคูสนทนาเกยวกับอาชพทนักเรยนอยากเปนในอนาคต



- นักเรยนศึกษาเอกสารประกอบการเรยน Smart 3 หนา 39, 40 และทาแบบฝกหัดเรอง






อาชีพ
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]



5.1 Reflect



- นักเรยนสนใจอาชพอะไรเปนพิเศษ?
5.2 Connect














- สิงทไดเรยนเรองการประกอบอาชพ ทาใหนักเรยนคิดเกยวกับคุณค่าพระวรสารเรอง


ความเปนหนึ่งเดียวกันอย่างไร?
5.3 Apply
- นักเรยนอยากจะประกอบอาชพอะไรในอนาคต?


6. สอการเรียนการสอน
ื่


- บัตรคาศัพทเกยวกับอาชพต่างๆ



- เพลงเกยวกับอาชพ




- PowerPoint ภาพบุคคลทประกอบอาชพแตกต่างกันไป



- เอกสารประกอบการเรยน Smart 3
357


สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3

หนวยการเรยนรู้ 2) Recycle



ออกแบบโดย ครูมณฑา ดนตรรส โรงเรียน เซนต์โยเซฟคอนเวนต์ กรุงเทพฯ
วันท่ ี 9 ตุลาคม 2014


1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objective)


- นักเรยนสามารถอธบายความหมายและประเภทของวัสดุทนากลับมาใชไดใหม่







- นักเรยนเสนอแนะวิธการแกปญหาภาวะโลกรอนได ้









- นักเรยนเขาใจถงคุณค่าพระวรสาร เรือง ความเรยบง่าย
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]


- การเรยนรถึงความสาคัญของธรรมชาติทาใหนักเรยนตระหนักถึงคุณค่าของการใชวัสดุ











ใหเกดประโยชนและคุมค่า


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)


- ความหมายของคาว่า “Recycle” - วิธช่วยลดปญหาภาวะโลกรอน



ื่

- ประเภทของวัสดุ Recycle - คุณค่าพระวรสาร เรอง ความเรยบง่าย
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)


- สนุกกับการฟงเพลง จากนั้นแข่งขันบอกคาศัพททไดยน







- สนุกกับการรองเพลง


- การประดิษฐสิ่งของจากวัสดุเหลอใช ้

1.5 เวลา (Time) - 2 คาบเรยน
2. การประเมินและวดผล



- บอกประเภทและความหมายของวัสดุรไซเคิลไดว่ามอะไรบาง?


- เสนอแนวทางในการช่วยลดภาวะโลกรอน

3. การสรางบรรยากาศ




- ครเปดเพลง Recycle ใหนักเรยนฟง




- ครใส่ชุดททามาจากวัสดุ Recycle


4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
- ครใหนักเรยนฟงเพลง Recycle




358




- นักเรยนแบ่งออกเปน 6 กลุม แข่งขันกันบอกคาศัพททไดยนจากการฟงเพลง พรอมทั้ง








บอกความหมาย











- ครใหนักเรยนอภปรายกันในกลุมว่า มสิ่งของหรอวัสดุเหลือใชทเคยเห็นในบานหรอใน


โรงเรยนว่ามอะไรบาง?
















- ครนาสิงประดิษฐททาจากการรไซเคิลวัสดุเหลอใชแลว ใหนักเรยนสังเกตว่านามาจาก
วัสดุประเภทใด?
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]











- ครใหนักเรยนอ่านบทความเรอง วิกฤตการณเกยวกับภาวะโลกรอนในปจจุบัน


- ครใหนักเรยนอภปรายถงวิกฤตการณเกยวกับภาวะโลกรอนในปจจุบันว่าเกดจากสาเหตุ










ใดบาง?












- ครนาตัวอย่างของวัสดุรไซเคิลทประดิษฐเรยบรอยแลวใหนักเรยนดูเปนตัวอย่าง







- นักเรยนแต่ละกลุมช่วยกันคิดว่าจะนาวัสดุประเภทใดมาใชใหเกดประโยชน?




- ครสอดแทรกคุณค่าพระวรสารเรอง ความเรยบง่าย



4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)











ี่
- นักเรยนแต่ละกลุมนาวัสดุทเหลอใชมาประดิษฐเปนสิงของ โดยเลอกวัสดุทนักเรยน


ตองการ


- นักเรยนออกมานาเสนอผลงาน




- นักเรยนสรปแนวทางในการช่วยลดปญหาภาวะโลกรอน
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect


- นักเรยนมความรสึกหรอความคิดเห็นอย่างไรต่อกจกรรมน้?








- นักเรยนบรหารงานในการปฏบัติงานกลุมอย่างไร?

5.2 Connect
- นักเรยนคิดว่า บูรณาการเขากับวิชาใดไดบาง?









- สิ่งทไดเรยนจากเรอง Recycle ทาใหคิดถงความเรยบง่ายอย่างไร?
ื่

ี่
5.3 Apply








- นักเรยนนาความรทไดปรบใชในชวิตประจาวันอย่างไร?




- ภาวะโลกรอนส่งผลเสยต่อตนเองและสังคมอย่างไร? และฉันควรจะทาอย่างไร?


6. สอการสอน


- วัสดุรไซเคิล - เพลง Recycle

- บทอ่านคุณค่าพระวรสาร
359

สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4


หนวยการเรยนรู้ 1) Birthday


ออกแบบโดย ครูชลดา แกวสวรรค ์ โรงเรียน เซนต์นิโกลาส พิษณุโลก




วันท่ ี 22 กมภาพนธ 2015

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


- นักเรยนสามารถสนทนา ถามตอบเกยวกับวันเกดของตนเองและผูอนได ้



ื่

ื่
ี่



ี่
- นักเรยนสามารถอ่านวันท และบอกวันท เพอใชในการสนทนาโตตอบในสถานการณจรงได ้



1.2 ความจาเปน (Needs)





- การบอกวันเกดของตนเอง การถามตอบเกยวกับวันท โดยใชภาษาอังกฤษสามารถใช ้


ื่


สอสารในชวิตประจาวัน/สถานการณจรงได ้


1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)


- โครงสรางประโยค

When’s your birthday? It’s on ……….
What is the date today? It’s ……….....
- การบอกลาดับท ่ ี

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)

- Birthday Song
1.5 เวลา (Time)
- 1 ชั่วโมง
2. การประเมินและวดผล

- สัมภาษณถามตอบ

- บทบาทสมมุติ
3. การสรางบรรยากาศ











- ครเขยนวันเกดติดทหนาอกนักเรยน สมมุติชอ Jack ครแสดงบทบาทสมมุติโดยสนทนากับ


Jack และสุมถามวันเกดของนักเรยน

4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]









- ครเขยนวันเกดติดทหนาอกนักเรยนหนึงคน สมมุติใหนักเรยนชอ Jack แลวครสนทนา







กับ Jack
360

ครู : Jack, when’s your birthday?

Jack : It’s on ……….
ครู : Really? Happy Birthday!









- ครสุมถามวันเกดของนักเรยนโดยใชโครงสรางทกล่าวมา พรอมทั้งเชิญชวนพูด Happy

Birthday!
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]










- ครทบทวนความรเดิมเรอง จานวนนับและลาดับท (1-31), (1st-31st) โดยครแจกบัตร


จานวนและลาดับใหนักเรยนทั้งหอง โดยแบ่งนักเรยนออกเปน 2 กลุม กลุมแรก บัตรจานวน











(1-31) และกลุมสอง บัตรลาดับท (1st-31st)













- ครูให้สัญญาณเรม นักเรยนส่งบัตรต่อกัน แลวพูดจานวนและลาดับททตนเองไดรบทีละ



คนเรยงตามลาดับ






- ครถามวันทโดยใชโครงสราง What’s the date today?

- นักเรยนฝกตอบคาถาม


4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]






- นักเรยนจับคูผลัดกันถาม ตอบเกยวกับวันเกดของตนเองและเพอน








- ครฝกทักษะการฟง พูด โดยใหนักเรยนฝกถาม ตอบวันเกดเพอนในชั้นเรยนใหไดมาก









ทสุด ภายใน 5 นาท พรอมทั้งจดบันทึกลงในสมุด
ี่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect
ี่

- นักเรยนมความรสึก หรอความคิดเห็นอย่างไรเกยวกับเรอง Birthday นี้?




ื่
5.2 Connect



- นอกจากวันเกด นักเรยนใหความสาคัญกับวันไหนอกบาง? เพราะอะไร?



5.3 Apply



- นักเรยนนาความรเรอง Birthday ไปใชในชวิตประจาวันอย่างไร?






6. สอการเรยนการสอน



- บัตรคํา เรอง จานวนนับ/ ลาดับท ่ ี


ื่
361


สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4

หนวยการเรยนรู้ 2) Food



ออกแบบโดย ครูบศยา บวสวสดิ์ โรงเรียน ลัมแบร์พิชญาลัย จันทบุรี


วันท่ ี 5 กรกฎาคม 2014

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


- นักเรยนถามตอบโดยใชคําศัพททเกยวกับอาหารได ้






1.2 ความจาเปน (Needs)













- เพอใชภาษาอังกฤษในการสอสารเกยวกับจานวนอาหารทตองการได ้
1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)





- คาศัพททเกยวกับอาหาร






ี่
- โครงสรางประโยค การใช How many ทใชในการถามตอบ

1.4 การสรางความสนใจ (Interest)








- นักเรยนเล่นเกมโดยใหนักเรยนจับคู การเล่นเกมน้จะใชบัตรคําทมรปอาหารอยู ถาเปด














รปทเหมอนกัน ผูเปดจะตองพูดชออาหารตามรปในบัตรคาทั้งสอง เช่น “I like cookies.” ถา









เปดมาไม่เหมอน จะตองพูดชออาหารตามรป แต่ใชคาพูด “I don’t like ___ .”


1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ
2. การประเมินและวดผล

- ประเมินการสนทนาโตตอบจากบทบาทสมมุติของนักเรยน


- แบบฝกหัด

3. การสรางบรรยากาศ

- ครพูดคุยเปนกันเอง และกล่าวชมเชยเปนระยะๆ



4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See)
- ครใหนักเรยนดูการตูนบทสนทนาระหว่าง Kate และ Jenny












- ครใหนักเรยนช่วยกันบอกว่า นักเรยนไดยินประโยคสนทนาอะไรบาง? ครเขยนประโยค
บนกระดาน










- ครเปดการตูนใหนักเรยนดูซ้าอกคร้ง เพอเปนการตอกย้าสิ่งทนักเรยนไดยินไดดู และให ้









คาถามเดิมว่า นักเรยนไดยินอะไร? ครเขยนเพิ่มเติม



362





- ครตั้งคาถาม “นักเรยนคิดว่าการตูนทไดดูเปนเรองราวเกยวกับอะไร?”










4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)





- ครตั้งคําถามว่า “นักเรยนสังเกตไหมว่า เขาใชประโยคคาถามโดยคําถามขั้นตน คําถาม

ว่าอย่างไร?” ใหนักเรยนช่วยกันบอก

ี่




ื่
- ครบรรยายสรปสั้นๆ ว่า เขาใช How many ในการถามตอบเกยวกับความตองการเรอง



จานวนของอาหารทเราอยากไดอย่างไร?”






- ครใหนักเรยนช่วยกันอภปรายเกยวกับความหมายของเน้อเรองทไดดู ใหนักเรยนบันทึก













ประสบการณเรยนรทไดรบจากการดูการตูน









- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง .......



4.3 ลงมอปฏบัติ (Act)




- ครใหนักเรยนแบ่งเปนกลุม แต่ละกลุมศึกษาบทสนทนา







- ครูใหนักเรยนแต่ละกลุมแสดงบทบาทสมมุติเกยวกับการถามตอบความตองการจานวน

ี่

อาหาร
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect






- นักเรยนไดเรยนรจากการทไดแสดงบทบาทสมมุติคร้งน้อย่างไร?




5.2 Connect








- นักเรยนคิดว่า การเรยนรเรอง Food นี้เกยวของกับการประหยัดอย่างไร?

5.3 Apply
- นักเรยนนาบทสนทนาน้ไปใชในสถานการณใดบาง?






6. สอการเรียนการสอน
ื่

- CD การตูน
- บัตรคํา
363


สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5

หนวยการเรยนรู้ Telling Time





ออกแบบโดย ครูกลมสาระวิชาภาษาองกฤษ โรงเรียน ยอแซฟอุปถัมภ์ นครปฐม
วันท่ ี 9 พฤษภาคม 2015

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)


- นักเรยนสามารถบอกเวลาเปนภาษาอังกฤษไดถูกตอง




1.2 ความจาเปน (Needs)







- ใชบอกเวลาในชวิตประจาวันในสถานการณจรงดวยภาษาอังกฤษได ้

1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)

- การอ่านเวลาเปนภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)

- รองเพลง What time is this?

- โชวภาพกจวัตรประจาวันตามช่วงเวลาต่างๆ



1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบเรยน (50 นาที)

2. การประเมินและวดผล





- ประเมินจากการอธบายขั้นตอนการเขยนกจวัตรประจาวัน
3. การสรางบรรยากาศ

- การรองเพลง What time is this?

- โชวภาพกจวัตรประจาวันตามช่วงเวลาต่างๆ และสนทนาแลกเปลยน











- ดูวดิทัศนเกยวกับกจวัตรประจาวัน
4. การนําเสนอบทเรยน


4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]

- ครแจกภาพนาฬิกาใหนักเรยนดูคนละ 1 ภาพ





- ครบอกเวลาเปนภาษาอังกฤษแบบ British English และ American English แลวให้




นักเรยนหมุนนาฬิกาตามทครบอก

- ใหนักเรยนเขยนตารางเวลากจวัตรประจาวัน ตั้งแต่ตื่นนอนถึงเขานอนเปนภาษาอังกฤษ








4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]

- ใหนักเรยนดูวดิทัศนเกยวกับกจวัตรประจาวันตามช่วงเวลาทอธบายเปนภาษาอังกฤษ











364



- ครหมุนนาฬิกา แลวใหนักเรยนบอกเวลาเปนภาษาอังกฤษ













- ครและนักเรยนรวมกันอธบายสรปขั้นตอนการเขยนกจวัตรประจาวันเปนภาษาอังกฤษอกคร้ง



4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)


ี่





- นักเรยนรวมกันนาเสนอขั้นตอนกจวัตรประจาวันทนักเรยนทามา แกไข แลวสรปใหม่อกคร้ง





- นักเรยนนาเสนอขั้นตอนการเขยนกจวัตรประจาวันเปนภาษาอังกฤษหนาชั้น







5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]



5.1 Reflect
- นักเรยนคิดว่า การเขยนกจวัตรประจาวันเปนภาษาอังกฤษมประโยชนอย่างไร?










- นักเรยนไดอะไรจากการเขยนตารางกจวัตรประจาวัน?


5.2 Connect






- หัวขอน้เชอมโยงกับวชาคณตศาสตรอย่างไร?









- ทาไมครจึงใหนักเรยนเรยนเรองเวลาต่อจากเรองวัน เดอน ป?



5.3 Apply






- นักเรยนสามารถนาเน้อหาน้ไปใชในการเรยนวิชาอนไดอย่างไร?





- นักเรยนสามารถนาไปใชประโยชนในชวิตประจาวันอะไรไดบาง? อย่างไร?







6. สอการเรยนการสอน



- ภาพกจวัตรประจาวัน


- วีดิทัศนเกยวกับกจวัตรประจาวัน




- ภาพนาฬิกากระดาษ
365

สาระการเรยนรู้ ภาษาอังกฤษ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6

หนวยการเรยนรู้ Listening, Speaking and Writing - Occupations



ออกแบบโดย ครูสพนดา มณนาค โรงเรียน เซนต์โยเซฟบางนา สมุทรปราการ



วันท่ ี 12 มนาคม 2016

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ ( Objectives)


- นักเรยนสามารถอ่าน เขยน บอกความหมายคาศัพทเกยวกับอาชพต่างๆ ได ้










- นักเรยนสามารถพูดถาม - ตอบ เกยวกับอาชพทอยากเปนได ้



1.2 ความจาเปน (Needs)












- การพูด อ่าน เขยน มความจาเปนต่อการสอสารใหเกดความเขาใจซึงกันและกัน

1.3 หัวข้อและเน้อหา (Range)
- Occupations
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)


- การรองเพลง What ever will be?
- การแสดงท่าทาง เกมใบ ใหทายชืออาชีพ



1.5 เวลา (Time)
- 1 คาบ
2. การวัดผลประเมินผล
- สังเกตพฤติกรรม
- การถาม-ตอบ และแบบฝกหัด


3. การสรางบรรยากาศ

- นักเรยนฟงเพลง และรองเพลง Whatever Will Be, Will Be?





- นักเรยนฝกอ่านคาศัพทอาชพต่างๆ



4. นําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]








- นักเรยนเขากลุมเล่น Crossword Game คาศัพทเกยวกับอาชพ 15 นาที






- นักเรยนดูวดโอคลิปเกยวกับอาชพต่างๆ การถาม “What do you want to be when

you grow up?”
- เกมสรางคาศัพทอาชพต่างๆ





366



- นักเรยนฝกถาม-ตอบ โดย Work in pairs
A: “What do you want to be when you grow up?”
B: “I want to be a chef.”

4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]





- ครนาเสนอขอความ “There are many people around us. They do many things.”

ก) ใหนักเรยนดูรปภาพอาชพ จากบัตรคา





ข) นักเรยนฟงประโยคจากการดูรปภาพ เช่น A baker bakes bread. He works in


a bakery.




ค) นักเรียนเขากลุม กลุมละ 4 คน รบบัตรภาพ เล่นเกม เปิดภาพ แล้วพูดตาม

รปแบบประโยคในข้อ 1


4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)







- นักเรยนเขยนเรองสั้นๆ เกยวกับอาชพของพ่อ แม่ หรอญาติ



ื่
- นักเรยนผลัดกันเล่าเรองทเขยนใหเพอนๆ ฟง









5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
5.1 Reflect

- นักเรยนอยากประกอบอาชพอะไรในอนาคต? ทาไมนักเรยนจึงอยากประกอบอาชีพน้?




5.2 Connect




- นักเรยนคิดว่าการประกอบอาชพต่างๆ ตองนาคุณธรรมใดมาใช?

5.3 Apply





- อาชพทนักเรยนเลอกมประโยชนต่อสังคม ประเทศชาติอย่างไรบาง?



6. สอการเรียนการสอน
ื่
- เพลง เกม
- วดโอคลิป


- บัตรภาพ

367



สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2
หนวยการเรยนรู้ 1) Entertaining Life




ออกแบบโดย ครูอธสิทธ์ เข็มเจรญ โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ

วันท่ ี 23 มกราคม 2016

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives) [LIKE]







- นักเรยนสามารถใชสานวนภาษาในการเชิญ ตอบรบ และปฏเสธคาเชิญไดอย่างถูกตอง


สุภาพและเหมาะสมกับกาลเทศะ


- นักเรยนสามรถเขาใจถงคุณค่าพระวรสาร เรอง ความสุภาพถอมตน





1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]








ี่
- การเช้อเชิญ ตอบรบและปฏเสธคําเชิญ เปนสิ่งทนักเรยนตองพบเจออยูเสมอใน









ชีวตประจําวัน นักเรยนควรจะเรยนรการเชิญ ตอบรบและปฏเสธคาเชิญอย่างถูกตอง สุภาพ
และเหมาะสมใหถูกตองตามกาลเทศะและบุคคล




1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
- Making, Accepting and Refusing an Invitation: Formal and Informal Form

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]












- เมอมชาวต่างชาติมาเชิญนักเรยนไปรวมกจกรรมจะมวธการตอบกแบบ? อะไรบาง?
ในทางกลับกัน ถานักเรยนตองการทจะเชิญชาวต่างชาติไปรวมกจกรรมมวิธการเชิญกแบบ?












อะไรบาง?
1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ
2. การประเมินและวดผล




- นักเรยนสามารถสรางบทสนทนาไดอย่างถูกตองตามสถานการณทกาหนดให ้





3. การสรางบรรยากาศ







- เปิด Clip VDO สั้นๆ เกยวกับการเช้อเชิญในรปแบบทแตกต่างกัน แลวถามนักเรยนว่าชอบ


แบบไหน? ทําไม?
4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]











- Role Play โดยครเลอกนักเรยนออกมา 2 กลุมๆ ละ 3 คน กาหนดใหกลุมแรกใชการเช้อ


ี่



เชิญ ตอบรบและปฏเสธ ในแบบทถูกตองและเหมาะสม ส่วนกลุมทสอง เปนการใชการเช้อเชิญ




368










ตอบรบและปฏเสธแบบไม่เหมาะสม ใหนักเรยนทเหลอสังเกตอาการของผูเชิญและผูถูกเชิญ
ของทั้งสองกลุม แลวอภปราย





- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง .....







4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)













- PowerPoint เปนสอในการสอนเพอทจะใหนักเรยนไดเห็น การใชคําศัพท สานวนภาษา


ในการพูดเช้อเชิญ ตอบรบและปฏเสธ ไดอย่างถูกตอง สุภาพและเหมาะสมกับกาลเทศะ



- ฝกอ่านออกเสยงตามประโยคตัวอย่าง


4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)










- แต่ละกลุมสรางบทสนทนาเกยวกับการเช้อเชิญไปทากจกรรมต่างๆ ตามสถานการณท ี ่

ี่

กาหนดใหและแสดงบทบาทสมมุติตามบททสรางไว ้



- ทาแบบฝกหัด
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect




- นักเรยนไดเรยนรอะไรเพิ่มเติมจากบทเรยนทผ่านมา?
ี่


5.2 Connect









- สิ่งทไดเรยนในวันน้ ทาใหนักเรยนคิดถงคุณค่าพระวรสารเรอง ความสุภาพถอมตน



อย่างไร?
5.3 Apply






- จากสิงทนักเรยนไดเรยนในวันน้ นักเรยนจะเปลยนแปลงพฤติกรรม ท่าทของตนเอง






อย่างไรในการตอบรบหรอปฏเสธคําเชิญ?


6. สอการเรยนการสอน



- PowerPoint
- Clip VDO

- แบบฝกหัด
369



สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2
หนวยการเรยนรู้ 2) Meeting and Greeting - How to Welcome Guests




ออกแบบโดย ครูกลมภาษาองกฤษ โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพฯ

วันท่ ี 22 มกราคม 2016

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives) [LIKE]


- นักเรยนสามารถใชสานวนภาษาในการกล่าวตอนรบผูมาเยอนได ้






- นักเรยนสามารถตอนรบผูมาเยอนไดอย่างอบอุนและสุภาพ








1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]






- การตอนรบเปนการรบรอง การกล่าวคาทักทาย การแสดงความเคารพ และการ









ใหบรการหรอการอานวยความสะดวกแกผูมาเยอน นักเรยนสามารถใหการตอนรบดวยหลักวธ ี






ท่ดและถูกตองจะทําใหผูมาเยือนเกิดความประทับใจเปน First Impression “Welcome to




ี่


…..” เปนสานวนทนิยมใชในการกล่าวคําตอนรบ




1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)

- Welcoming and Greeting Guests with Formal English
1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)




ี่





- เมือมผูมาเยอนชาวต่างชาติมาเยอน การเปนเจาบานทดควรจะปฏบัติตัวอย่างไร? ลอง










นึกถงว่าถานักเรยนไปต่างประเทศแลวมคนพูดภาษาไทยไดและใหการตอนรับเปนภาษาไทย




นักเรยนจะรสึกอย่างไร?
1.5 เวลา (Time) - 1 คาบ
2. การประเมินและวดผล


- สรางบทสนทนาไดตามสถานการณทกาหนด






- การตอบคาถาม
3. การสรางบรรยากาศ







- เปิด Clip VDO สั้นๆ เกยวกับการตอนรบในรปแบบทแตกต่างกัน แลวถามนักเรยนว่าชอบ



แบบไหน? ทําไม?
4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See)




- ครูเลอกนักเรยนออกมาหนึ่งกลุ่มและใหนักเรยนแสดงบทบาทสมมติ โดยครจะกาหนด




สถานการณทแตกต่างกันแกนักเรยนกลุมน้ ี






370

ี่
- นักเรยนทเหลอสังเกตอากัปกรยาของของนักเรยนทแสดงเปนชาวต่างชาติ อภิปราย








- นักเรยนบันทึกความแตกต่างระหว่างการ Formal Welcoming และ Informal

Welcoming
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)



- นักเรยนดู Clip VDO เรื่อง Welcoming ในแบบต่างๆ







- ครูนาเสนอ PowerPoint ตัวอย่างประโยค การใหการตอนรบทถูกตองทั้งสองแบบ







- ครใหนักเรยนอ่าน หนังสอ ..... หนา ..... เรอง .....


4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]


- นักเรยนคนควาเพิ่มเติมการใหการตอนรบแบบอนๆ



ื่








- นักเรยนจับคูกล่าวคาใหการตอนรบ ในสถานการณต่างๆ






- ครสังเกตพรอมแนะนาเพิมเติมเพอใหนักเรยนสามารถกล่าวคาตอนรบชาวต่างชาติได ้






อย่างอบอุน สุภาพและเหมาะสม
ี่



ื่
- นักเรยนบันทึกเน้อหาทไดเรยนเพอนาไปประยุกต์ใช ้


5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน



5.1 Reflect


- นักเรยนคิดว่า เน้อหาทเรยนในคาบน้เกยวโยงกับเน้อหาในคาบกอนอย่างไร?














- นักเรยนคิดว่า ทาไมครจึงนาเน้อหาน้มาเรยนต่อจากเน้อหาในคาบกอน?







- นักเรยนคิดว่า นักเรยนคุนเคยกับภาษาอังกฤษแบบเปนทางการหรอไม่เปนทางการ


มากกว่ากัน? เพราะอะไร?
5.2 Connect
- นักเรยนคิดว่า จะนาการกล่าวคาตอนรบอย่างถูกตองไปใชในโอกาสใดบาง?












- นักเรยนคิดว่า จะนาการกล่าวคาตอนรบยังมรปแบบอนทสุภาพและรสึกอบอุนอก












หรือไม่? อะไรบาง?

ี่






ี่

- นักเรยนคิดว่า จะนาความรทไดไปใชในการเรยนในระดับชั้นทสูงขึ้นไดอย่างไร?
5.3 Apply [LIKE]






- นักเรยนคิดว่า จะนาการกล่าวคาตอนรบอย่างถูกตองไปใชในโอกาสใดบาง?

















- นักเรยนคิดว่า จะนาการกล่าวคาตอนรบยังมรปแบบอนทสุภาพและรสึกอบอุนอก
หรือไม่? อะไรบาง?

ี่




- นักเรยนคิดว่า จะนาความรทไดไปใชในการเรยนในระดับชั้นทสูงขึ้นไดอย่างไร?




ี่
6. สอการเรยนการสอน



- PowerPoint - Clip VDO
371


สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2

หนวยการเรยนรู้ 3) Preparing Food


ออกแบบโดย ครูกลยาภัสร ลอยศกดิ์ โรงเรียน ดรุณาราชบุรี



วันท่ ี 15 พฤศจิกายน 2014



1. การใหภาพรวม








- เรยนรเกยวกับวิธการปรงอาหารเปนภาษาอังกฤษ
1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives) [LIKE]










- นักเรยนรและเขาใจคาศัพทภาษาอังกฤษเกยวกับวิธการปรงอาหาร



- นักเรยนสามารถอธบายขั้นตอนการปรงอาหารทนักเรยนชอบเปนภาษาอังกฤษได ้









- นักเรยนสามารถวินิจฉัยประสบการณทไดรบบนพ้นฐานของคุณค่าพระวรสารดาน




“ความเรยบง่าย”
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]














- นักเรยนสามารถนาความรทไดไปใชในการสอสารกับชาวต่างชาติ เพอสอดคลองกับการ

เขาสูประชาคม ASEAN



1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)






- คาศัพทเกยวกับวิธการปรงอาหาร


- ขั้นตอนการปรงอาหารเปนภาษาอังกฤษ

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)



ี่

ี่
- ครพูดคุยซักถามเกยวกับอาหารทนักเรยนไดรบประทานไปเมอม้อทแลว


ื่

ี่
- ครซักถามนักเรยนว่า อาหารทนักเรยนไดรบประทานไปมวิธการปรงอย่างไร?










1.5 เวลา (Time)
- 3 คาบเรยน

2. การประเมินและวดผล


- การนาเสนอผลงานวิธการปรงอาหารเปนภาษาอังกฤษ




3. การสรางบรรยากาศ









- พูดคุย/ ซักถามเกยวกับอาหารทนักเรยนชอบรบประทาน และอาหารทชอบมวิธการปรง


อย่างไร?




372


4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]




- ครใหดูภาพ แลวถามนักเรยนว่า นคอภาพอาหารอะไร? มเครองปรงอะไร? และมี








ขั้นตอนการปรงอย่างไร?






- ครใหนักเรยนแบ่งกลุมตามความชอบต่อชนดอาหาร



- ใหนักเรยนไปสบคนวิธการปรงอาหารทนักเรยนชอบ แลวอธบายเปนภาษาอังกฤษ










4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge)






- ใหนักเรยนดูวิดีทัศนการทาอาหารทอธบายขั้นตอนการทาเปนภาษาอังกฤษ












- ครอธบายสรปขั้นตอนการทาอาหารเปนภาษาอังกฤษอกคร้งหนึง






- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ...... เรอง ......



4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]











- นักเรยนรวมกันอภปรายขั้นตอนการทาอาหารทนักเรยนทามา แกไข แลวรวมกันสรป



ใหม่อกคร้ง

- นักเรยนนาเสนอขั้นตอนการปรงอาหารเปนภาษาอังกฤษหนาชั้นเรยน





5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]



5.1 Reflect



- นักเรยนคิดว่า การบอกวธการปรงอาหารเปนภาษาอังกฤษใหประโยชนกับนักเรยนใน






ดานใด? และอย่างไรบาง?

5.2 Connect

- นักเรยนคิดว่า อาหารทนักเรยนปรงนั้นใหประโยชนต่อรางกายอย่างไรบาง?








5.3 Apply










- นักเรยนคิดว่า อาหารทเรารบประทานนั้นตองเปนอาหารทดูหรหราน่ารบประทานมาก
นอยเพยงใด? และเพราะอะไร?


ื่
6. สอการเรียนการสอน
- รูปภาพ

- สอวีดิทัศน ์

373

สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5


หนวยการเรยนรู้ 1) A Compare and Contrast Essay





ออกแบบโดย ครูฉนทนา หงสวนสรญญา โรงเรียน เซนตโยเซฟบางนา สมทรปราการ



วันท่ ี 10 ตุลาคม 2015

1. การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)

- นักเรยนมทักษะการเขยนเรยงความรปแบบ Comparison and Contrast





- นักเรยนสามารถใช Linking Words ในการเขยนเรยงความรปแบบ Comparison and




Contrast ได้
1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]













- การเขยนมความจาเปนในการสอสาร การเขยนใหขอมูลเกยวกับความเหมือนความ









แตกต่าง มความแตกต่างจากการเขยนรปแบบอน การเขยนทถูกตองกอใหเกดความเขาใจอันด ี





ระหว่างคนต่างวัฒนธรรมและทาใหสามารถปรบตัวเขาหากันได ้



1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)


- A Compare and Contrast Essay
- Linking Words – although, despite, on the other hand, while, whereas

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest) [LIKE]











- นักเรยนทุกคนมเพอนสนิทและรจักเพ่อนเปนอย่างด แต่วันน้นักเรยนอยากรจักเพอนใน








หองเพิ่มขึ้นไหม โดยเฉพาะเพอนทนักเรยนไม่ค่อยไดมโอกาสไดคุยกับเขามากเท่ากับเพอนสนท








ของนักเรยน

1.5 เวลา (Time)

- 2 คาบเรยน คาบละ 50 นาท ี
2. การประเมินและวดผล






- การเขยน A Compare and Contrast Essay โดยเลอกประเด็นทตนเองสนใจและถนัด ซึง




ในเรยงความตองมการใช Linking Words
- ประเมินผลโดยใช Writing Rubrics

3. การสรางบรรยากาศ

ื่
- จัดเกาอ้เปนคู ใหนักเรยนเดินไปหาเพอนทนักเรยนอยากรจักเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่เพอนสนิทของ


ี่
ื่







นักเรยน และมานั่งทเกาอ้ทจัดไว ้



ี่



374


4. การนําเสนอบทเรยน

4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]

- นักเรยนเลอกเพอน 1 คน ทนักเรยนอยากรจักเพิมขึ้น










ื่
ี่

ื่

- นักเรยนพูดคุยกับเพอนในสิ่งทนักเรยนกับเพอนเหมอนกันและต่างกันและใส่ขอมูลใน


Venn Diagram














- นักเรยนแต่ละคูบอกความน่ารกของเพอนทเราไดเรยนรหลังจากพูดคุยกัน


- นักเรยนช่วยกันเขยนความเหมอนความแตกต่างของคูตนเองบนกระดาน











- นักเรยนเลอกบอกประโยคทชอบมากทสุดและใหคูทเปนเจาของประโยคบอก





กระบวนการเขยนของประโยคดังกล่าว
4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge)


- นักเรยนศึกษา A Compare and Contrast Essay หน้า 54

- ใส่ขอมูลของ Josie และ Emma ใน Venn Diagram





- ดึงประโยคทบอกความเหมอนความแตกต่างทพบในขอความทอ่าน





- นักเรยนช่วยกันวิเคราะหว่า นักเรยนทราบไดอย่างไรว่าเปนประโยคทบอกความเหมอน






ความแตกต่าง?






- ครใหลักษณะของเรยงความทเปนแบบ Comparison and Contrast และ Linking
Words ทใชในการเขยน


ี่

4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]








- ครนาเรยงความประเภท Comparison and Contrast มาฝกใหนักเรยนเห็นรปแบบการ




เขยนมากขึ้น และดึงตัวอย่างประโยคทเปน Comparison and Contrast
- นักเรยนแต่ละคูเลอกหัวขอทจะใชเขยน Comparison and Contrast








- ใส่ขอมูลใน Venn Diagram



- นาขอมูลมาเขยนเรยงความ



- ครตรวจงานเขยนโดยให Feedback ในรปของ Error Correction Symbols



375

5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน






ครใหนักเรยนหยุดคิดและบันทึกหลังการเรยนในหัวขอต่อไปน้ ี


5.1 Reflect
- นักเรยนตองการฝกทักษะการเขยนในเรองใดเพิ่มมากขึ้น?

ื่



5.2 Connect


ื่






ี่
- สิ่งทไดเรยนในหัวขอน้ทาใหนักเรยนคิดถึงคุณค่าพระวรสาร เรอง ความเปนหนึ่งเดียวกัน
อย่างไร?
5.3 Apply
- นักเรยนนา Error Correction Symbols ไปช่วยพัฒนาทักษะการเขยนของนักเรยน




อย่างไร?
6. สอการเรยนการสอน




- หนังสอ Aim High 5
- Graphic Organizer – Venn Diagram
- Error Correction Symbols

- ตัวอย่างงานเขยนประเภท Compare and Contrast Essay












































376



สาระการเรยนรู้ ภาษาตางประเทศ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5
หนวยการเรยนรู้ 2) Lifestyles





ออกแบบโดย ครูจรูญศร ลลาศสงางาม โรงเรียน อาเวมารีอา อุบลราชธานี

วันท่ ี 7 มิถนายน 2014

1 การใหภาพรวม

1.1 วัตถุประสงค์ (Objectives)














- นักเรยนสามารถใชคาศัพท-สานวนเพอบอกกจกรรมท่เปนกจวัตรประจาวันหรอสิงทตน



สนใจได ้




- นักเรยนสามารถใชโครงสรางของ Simple Present Tense ทมคาบอกความถ (Adverbs





of Frequency) ได้อย่างถูกต้อง
ี่



ี่


- นักเรยนสามารถถามตอบกับเพอนเกยวกับกจกรรมททาเปนกจวัตรประจาวันได ้

ื่

1.2 ความจาเปน (Needs) [LIKE]

- นักเรยนจาเปนตองเรยนรเรอง Lifestyles เพราะเปนเรองทเกยวของกับชวตประจาวัน




















ของนักเรยน

ี่


ื่
- นักเรยนจะไดพูดถามตอบ แลกเปลยนขอมูลกับเพอนได ้









- นักเรยนจะไดรว่า กจวัตรประจาวันทนักเรยนทานั้นมประโยชน มคุณค่าต่อตนเองและ
ู้






ช่วยเหลอผูอนไดดวย





1.3 หัวขอและเน้อหา (Range)
ี่





- เรือง Lifestyles ทเปนกจวัตรประจาวัน (Routines) หรอสิ่งทนักเรยนสนใจ

ี่

- การใช Simple Present Tense
- การใช Adverbs of Frequency

1.4 การสรางความน่าสนใจ (Interest)

- ใหนักเรยนดูภาพดารา/ บุคคลทมชอเสยงกาลังทากจกรรมหนึ่งอยู ่


ื่
ี่







- ครพูดบอกกจวัตรประจาวันของคร ู




- ถามนักเรยนว่า นักเรยนทากจกรรมใดบางทเปนกจวัตรประจาวัน







1.5 เวลา (Time)
- 2 คาบ คาบละ 50 นาที




377


2. การประเมินและวดผล

- ประเมินจากการรวมกจกรรมในการจับคูสนทนา และถาม-ตอบ



- สังเกตการตอบคาถาม และการออกเสยงคา/ ประโยค



- ตรวจแบบฝกหัด

3. การสรางบรรยากาศ










- ใหนักเรยนดูภาพดารา/ บุคคลทมช่อเสยง แลวถามคาถามว่าเขาทาอะไรบาง?

- นักเรยนจับคูถามตอบ แลกเปลยนขอมูลกัน แลวสลับคู ่




ี่
4. การนําเสนอบทเรยน



4.1 การสรางประสบการณ (See)





- ใหนักเรยนจับคูกัน แลวถามตอบเกยวกับกจวัตรประจาวัน














- ใหนักเรยนสัมภาษณเพอนเกยวกับดารา/ บุคคลท่มีช่อเสยงว่าเขาชอบทาอะไรใน
ชีวตประจําวัน?


4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]









- ครใหนักเรยนดูภาพดารา แลวครเขยนประโยค และพูดบรรยายภาพว่าเขาทาอะไรอยู?







- ครเขยนโครงสราง Simple Present Tense ครอธบายการใช และใหนักเรยนศึกษา


โครงสรางในหนังสอเรยน




- ครอธบายการใช Adverbs of Frequency ใหนักเรยนดูแผนภูมิ การบอกความถใน





หนังสอเรียน


- ครเปดเทปใหนักเรยนฟงการออกเสยงคาและประโยค






- นักเรยนจดบันทึกโครงสราง ตัวอย่างประโยคลงสมุด







- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ...... หนา ..... เรอง ......


4.3 การลงมอปฏบัติ (Act)






ี่

- นักเรยนออกเสยงคา/ ฝกพูดประโยคการใช Simple Present Tense ทมคํา Adverbs of

Frequency


ี่

- นักเรยนจับคูถามตอบเกยวกับ Routines โดยใชโครงสรางประโยคทไดเรยนมา







- นักเรยนออกมานาเสนอหนาชั้นเรยน


- นักเรยนทาแบบฝกหัด Exercise Book




5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]


5.1 Reflect



- นักเรยนอยากเรยนอะไรเพิมเติมบาง ในเรอง Simple Present Tense?
ื่


- กจวัตรประจาวันใดบางทนักเรยนทาบ่อย บ่อยแค่ไหน? และเพราะอะไร?




ี่
378


Click to View FlipBook Version