ี
ู
ี
ุ
ว่า “ใครมอะไรสงสัยจะถามครไหมคะ” ทกคนเงยบ ทั้งห้องเงยบ หลังจากนั้น ตามด้วยประโยค
ี
ิ
ิ
ุ
ี
ื
ี
ุ
่
ี
สดท้ายประโยคเดมๆ ทว่า “การบ้านในวันน้คอ ส่งพร่งน้เช้าไม่เกิน 8.30 นะคะ” แล้วเดนออก
ุ
ึ
ี
จากห้องไป ผลลัพธคอ เช้าวันร่งข้น นักเรยนส่งการบ้านไม่ครบ ทส่งมาก็มองแล้วว่า ลอกกันมา
ื
่
์
ี
ฉันพูดกับนักเรยนเสมอว่า “เรยนแบบน้มาเกือบ 10 ปแล้ว ยังไม่คดเปลยนอกเหรอ!” จนวันหนง
ี
ี
ี
ี
ี
ึ
่
ิ
ี
่
ื
่
ฉันมาคดได้ว่า “แล้วฉันล่ะ ฉันสอนแบบน้มา 15 ปีแล้ว ไม่คดจะเปลยนบ้างหรอไง? (ว่าแต่เดกๆ)
ิ
็
ิ
ี
ี
ี
ิ
ิ
แล้วจะเปลยนอย่างไรด เพราะทผ่านมา ฉันเคยชนกับพฤตกรรมการสอนแบบเดมๆ เอาล่ะ ไหนๆ
ี
ิ
่
ี
่
ี
่
ี
ก็เคยเข้าอบรมการสอนแบบไตร่ตรองมาแล้ว 15 ปทผ่านมาแทบจะไม่มความหมาย วันน้ลองใช้
ี
ี
ไตร่ตรองดบ้าง มันคงไม่มอะไรทจะแย่ไปกว่าเดมแล้วล่ะ”
ี
ิ
ู
่
ี
ิ
้
่
ในคาบน้ ฉันต้องสอนเรืองการหาพื้นทผิวและปรมาตรของทรงกระบอก ฉันเร่มสราง
่
ี
ิ
ี
ี
่
ี
้
จากการสรางบรรยากาศ Brain Gym ตามแบบฉบับทได้ราเรยนมา
ํ
่
ี
๋
ี
ี
ฉัน : นักเรยน คาบน้เรามาเรยนเรองทรงกระบอกกันนะ แต่ก่อนเรยน เดยว
ี
่
ื
ี
ี
ลองเปลยนบรรยากาศทํา Brain Gym กัน”
่
ู
้
ุ
ิ
ิ
ี
ุ
นักเรยน : (ซบซบ) “วันน้ครมาแปลก ปกตต้องนั่งเรยบรอย ห้ามคย หัวตรง มา
ี
ี
แนวไหนเนย”
่
ี
้
ฉัน : “นักเรยนยืนข้น ยืดแขนขวาออกมาตรงๆ ยกน้วโปง กดไลค์ แล้ววาด
ิ
ี
ึ
ิ
ิ
แขนอนฟนต้ในอากาศ ตามองตามน้วโปงนะ”
ิ
ิ
้
ี
ุ
ิ
ิ
ิ
ี
ี
นักเรยน : “ขนาด Brain Gym ยังจะมอนฟนต้” ขํากันสนกสนาน
ี
่
ื
ฉันไม่ถอสานักเรยน เพราะตั้งใจเปลยนรปแบบของการสอน หลังจากนั้นได้สนกสนาน
ี
ุ
ู
ี
ี
ิ
ึ
็
ี
ุ
กันพอสมควร ฉันเร่ ิมสนทนากับนักเรยนถงเหตจําเปนในการเรยนการหาปรมาตรของ
ึ
ึ
ี
ี
ี
ทรงกระบอก “จําเปนต้องใช้ความรน้ในการทดสอบทจะมข้นในอกไม่นานน้ รวมถง นักเรยน ม.
ี
ี
้
ี
็
ู
่
่
็
ู
ี
ี
ี
ื
3 ต้องใช้ในการสอบ O-Net ครเหนปีก่อนมสอบเรองน้ ีด้วย แล้วยังมในข้อสอบเรยนต่อ ม.4
ู
ี
ุ
ั
ุ
แน่นอน ครรบประกัน” หลังจากนั้นแจ้งวัตถประสงค์ และแบ่งกล่มนักเรยน กล่มละ 7 คน ฉัน
ุ
ี
่
ี
ี
เตรยมแก้วนํ้าทรงกระบอกไว้กล่มละ 5 ใบ ทมขนาด ความสง แตกต่างกันไป ให้นักเรยนลอง
ี
ุ
ู
ุ
ี
ุ
ี
คาดคะเนด้วยสายตาว่า แก้วใบไหนทคาดว่าจะมความจมากทสดจนถงน้อยทสด เรยงลําดับกันไป
ึ
่
ี
ี
่
ุ
ี
่
ึ
ี
ู
ี
ู
่
แล้วจดบันทก หลังจากนั้น ลองตวงนํ้าใส่ในแก้วเพือดว่าจากการทนักเรยนคาดคะเนไว้นั้น ถกผิด
่
ื
อย่างไร โดยอาศัยบกเกอรทเตรยมไว้ ผลปรากฏว่า สนกกันใหญ่เลย เหมอนจับปใส่กระด้ง คดผิด
ิ
ี
ู
ุ
ี
ี
์
่
29
์
ี
่
ี
ี
ื
ี
ู
่
่
ี
หรอถกกันแน่เนยทให้นักเรยนได้ทํากิจกรรมน้ ฉันต้องใช้ทักษะและประสบการณทมอยู่เพือ
ี
่
ิ
ู
ควบคมห้องเรยนให้ดําเนนกิจกรรมการเรยนรโดยไม่กระทบต่อห้องข้างๆ และฉันต้องการพิสจน ์
้
ุ
ี
ู
ี
ื
่
ิ
ุ
ด้วยว่า กระบวนการไตร่ตรองใช้ได้จรง เมอการทดลองส้นสดลง ฉันให้นักเรยนช่วยกันนําเสนอ
ี
ิ
ุ
ผลจากการทดลองน้ ทกกล่มใช้เวลาเพียงกล่มละ 1 นาทีเท่านั้น ฉันจึงตั้งคําถามกับนักเรียน
ี
ุ
ุ
ี
ิ
ฉัน : นักเรยนคดว่า ขนาดของแก้วนํ้า ความสง ความกว้างของปากแก้ว ม ี
ู
ผลต่อปรมาตรหรอไม่ ?
ื
ิ
นักเรยน 1 : “มผลสังเกตว่า ถ้าปากแก้วมความกว้างมาก และสง จะจนํ้าได้มาก
ุ
ี
ู
ี
ี
ทสด”
่
ี
ุ
ู
นักเรยน 2 : “แต่ของหนปากแก้วแคบกว่า ความสงมากกว่าของเพือน มความจ ุ
ู
ี
่
ี
มากเหมอนกัน”
ื
ู
ี
ครู : “แสดงว่า ปากแก้วกับความสงมผลต่อปรมาตรของนํ้าในแก้ว”
ิ
ี
หลังจากนั้น ฉันเร่มอธบายวิธการหาปรมาตรของทรงกระบอกจนได้ข้อสรปร่วมกันเปน
ิ
ุ
็
ิ
ิ
ั
ู
้
ี
ิ
ี
สตร IIr2h ฉันเตรยมใบงานไว้สําหรบการหาปรมาตรทรงกระบอก 10 ข้อ นักเรยนทําพรอมกับ
ี
ิ
ิ
ี
ออกมานําเสนอหน้าชั้นเรยน จรงๆ แล้วฉันยังไม่มั่นใจว่า นักเรยนของฉันจะคํานวณได้จรง
ึ
่
ี
ี
็
ื
ี
ี
ื
หรอไม่ อกประการหนงคอ จะทําใบงานน้เสรจไหมด้วยตัวเอง ปรากฏว่า ทําได้ดเลยทเดยว ทํา
ี
ื
เองด้วย จรงหรอน ี ่
ิ
ู
ื
ี
ี
ู
ครู : “นักเรียนรู้ไหม วันน้เธอทําให้ครรว่า เธอทําได้นะ นคอผลจากความ
้
่
้
ู
ี
พยายามเรยนรของเธอ”
ี
ุ
ี
่
ี
นักเรยน : “แหม...มส ก็มาแนวแปลกน วันน้ สนกดครบ/ค่ะ”
ี
ี
ั
ี
ี
่
ี
ี
ื
แล้วฉันยังคงไม่ลมทจะสั่งการบ้าน แต่การบ้านวันน้เปลยนไป ฉันให้นักเรยนเขยนผัง
ี
่
ี
์
ื
มโนทัศนในเรองทรงกระบอกมาส่งในคาบหน้า ผลคอ นักเรยนส่งงานครบ ฉันไม่ต้องทวงงาน/
ื
่
การบ้าน แต่ฉันกลับถกทวงถามถงวิธการเรยนแบบน้อก
ี
ี
ี
ู
ึ
ี
่
ั
ี
ี
์
ฉันค้นพบแล้วว่า การเรยนการสอนแบบไตร่ตรองทําให้ฉันได้รบผลลัพธทแตกต่างจาก
่
่
ี
ื
ิ
เดม จากทเคยต้องทวงถามเรองงานและการบ้าน หรือการเรียนด้วยพฤติกรรมแน่นิ่งของนักเรียน
ี
ี
ี
ิ
่
ี
ี
ุ
่
ื
ี
็
เปนห้องเรยนทมชวิตชวา สนก และผลลัพธทต้องการคอ ความยั่งยืนของความร ฉันคดว่า ฉัน
ู
์
้
่
ื
ได้รบมันนะ จะสอนแบบเดมหรอสอนแบบไตร่ตรอง มันก็เหนอยด้วยกันทั้งนั้น แต่ผลทได้รบนี ่
ั
ั
ื
่
ิ
ี
30
ิ
สต่างกันชัดเจน ฉันหวังว่า ต้นไม้ของฉันจะเจรญเตบโตได้อย่างยั่งยืน มคณค่า สามารถยืนได้ด้วย
ี
ุ
ิ
ิ
ี
ตนเองอย่างรคณค่า ลองดนะคะ ค่อยๆ ปรบเปลยนเพือผลลัพธทเราต้องการ
ู
ี
ั
่
์
้
ุ
่
่
ู
คณครวิมลมาศ ปอมงาม
้
ุ
ู
โรงเรยนลาซาล กรงเทพฯ
ุ
ี
ิ
15 พฤศจกายน 2014
้
์
ํ
ี่
ผลลัพธทสาคัญทคาดหวังจากการสอนแบบไตรตรอง คอ ป้องกันไม่ใหเกดอาการ 2
่
ิ
ื
่
ี
อาการนี้จึงมักเกดขึ้นจากระบบการศึกษาของโลกในปจจุบัน คอ
ั
ิ
ื
ื
ี
1. อาการความจําเสอมดานวิชาการ (Academic Amnesia) คอ นักเรยนลม
ื
ื
่
้
้
ี
็
ี
ื
ื
่
ิ
ี
้
เน้อหาทเรยนทันทหลังจากสอบเสรจ อันมตนเหตุมาจากการขาดความเขาใจอย่างแทจรงในเน้อหา
้
ี
ี
ทได้เรยน และ
ี
่
ู
2. อาการตีบตันทางสติปญญา (Intellectual Constipation) คือ นักเรยนไม่รว่าจะ
้
ี
ั
้
ิ
่
นาสิ่งทเรยนในหองเรยนไปใชในชวิตจรงไดอย่างไร อันมสาเหตุมาจากการขาดแนวทจะปรบใชสิง
้
ี
้
ี
่
ี
ี
ี
้
่
ั
ํ
ี
้
ู
ี
ทเรยนรไปลงมอปฏบัติในชวิตจรง
ี่
ื
ี
ิ
ิ
ิ
ี
ี
ู
ั
หลังจากทคุณครปณฑารย คาศิร โรงเรยนดรณาราชบุร ไดทดลองนาการสอนแบบ
ํ
่
์
ํ
ุ
ี
้
ี
่
ี
ี
็
ํ
ี่
่
ไตรตรองไปใชเป็นคร้งแรก กเพยงพอททาใหครค้นพบว่า “กระบวนการเรยนการสอนแบบไตรตรอง
ั
้
ู
้
่
ี
ี
ื
ิ
ี
ี
่
ํ
็
ื
น้แหล่ะทจะเปนกระบวนการท่จะใหเด็กๆ ของฉันมความรทยังยน ไม่เกดอาการความจาเสอมทาง
่
ี
้
่
้
ู
ิ
์
้
ํ
วิชาการ ประสบการณการเรยนรทเกดขึ้นจรงกับตัวเขา จะทาใหเขามความรติดตัวเขาตลอดไป
ู
ี
่
ี
ู
ิ
้
้
ี
第一次見面
้
ครังแรกกับการไตรตรอง
ี
ั
ิ
ฉันถามตัวเองอยู่บ่อยคร้งว่า “การสอนของฉันนั้นดจรงเหรอ?” “เด็กๆ จดจําคําศัพท์ได้
ใช่ไหม? มันต้องได้ซิ เพราะคุณครูของฉันก็ใช้วิธีการสอนแบบเดียวกันนี ฉันยังได้ความรู้เลย
่
ิ
ิ
แล้วนับภาษาอะไรกับเดกๆ ล่ะ ฉันสอนง่ายมากเลยนะ” ฉัน คณครูปองแปง ปณฑารย์ คําศร จาก
็
๋
ุ
ี
ั
้
ุ
ุ
ี
โรงเรยนดรณาราชบร ี
31
็
ิ
ิ
็
ี
มคนบอกฉันว่า “อยากให้เดกเปนอย่างไร เราต้องปฏบัตตนอย่างนั้น” และในทาง
ี
่
ี
ิ
ี
กลับกัน ตอนทฉันเปนเดกนักเรยน ฉันชอบทจะฟงแล้ว จดส่งต่างๆ ถ้าหากฉันทําอย่างนั้นกับ
็
็
ั
่
ี
็
ื
็
ี
็
่
ี
เดกๆ เดกๆ ก็คงชอบเหมอนกันล่ะมั้ง และทําไมผลทได้กลายเปนนักเรยนมอาการความจําเสอม
่
ื
ู
ทางวิชาการล่ะ? ฉันสอนถกแล้วนะ ฉันยังคงยืนยันกับตัวเองในใจ
ึ
ึ
จนกระทั่งวันหนง ฉันได้รบโอกาสให้มาร่วมเปนหนงในผู้ร่วมเดนทางบนเสนทางการ
่
ิ
็
ั
่
้
เรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรองทบ้านผู้หว่าน ฉันยังคงจําคําพูดของคณอนพันธได้ “ผมไม่
ุ
่
ี
่
ี
ี
ุ
์
่
ี
้
่
้
เรยกรองอะไรจากคุณครูทุกคนมากมาย ขอแคใหครูเปลียนตัวเอง 180 องศาก็พอ” เอ๋? 180 เอง
ิ
ื
ิ
ื
นดเดยวเอง ฉันคด ก็แค่หน้ามอเปนหลังมอ เฮ้ย!! มันไม่ใช่แล้ว ขนาดนั้นเลยหรอ ฉันคด
ี
ื
็
ิ
่
ี
หลังจากทฉันได้ค่อยๆ เปิดใจเปลยนตัวเองแล้ว ฉันได้พบกับกระบวนการเรยนการสอน
ี
่
ี
ู
ี
ี
่
ิ
ทเน้นการไตร่ตรองอย่างเต็มรปแบบ การให้ภาพรวมโดยใช้เทคนค INTRO การนําเสนอบทเรยน
แบบ See-Judge-Act การไตร่ตรองโดยใช้คําถาม R-C-A การเขยนแบบการสอนด้วยเทคนค
ี
ิ
้
ู
Backward Design และความรอกมากมาย ถ้าเขยนหน้าเดยวคงไม่หมด
ี
ี
ี
่
ึ
ี
ี
ี
คนไทยเรามสํานวนไทยอยู่สํานวนหนงว่า “จะตเหล็กต้องตตอนรอน” ฉันเองก็
้
ี
ื
เหมอนกัน ฉันยังรอนวิชาอยู่ พอได้แผนมา ฉันนํามาสอนนักเรยนของฉันทันท ี
้
้
ุ
ิ
ิ
ื
่
ี
ี
เมอเข้าห้องเรยน ฉันเร่มทักทายตามปกต และสรางบรรยากาศโดยให้นักเรยนเล่นเกมลก
ุ
็
ี
ี
สลับนั่ง แน่นอนอยู่แล้ว เดกๆ ส่งเสยงดังสนกสนาน หลังจากนั้น ฉันให้ภาพรวมของหน่วยน้/
ู
็
ี
ี
ุ
ิ
ี
คาบน้ ฉันได้ให้นักเรยนแบ่งกล่มเร่มทํากิจกรรมในขั้น See เดกๆ ดสบายไม่ค่อยเครยดเท่าไหร่
ี
ื
ิ
่
่
ต่างจากทฉันแอบกังวลนดๆ ฉันให้เดกๆ ร่วมกันทายภาพสถานท และให้ส่งตัวแทนกล่มมาเลอก
ี
ุ
็
่
ี
ึ
ื
่
ี
ี
ุ
ภาพสถานทสําคัญของจนกล่มละ 1 รป โดยยังไม่บอกถงเงอนไขในการทํา และให้ชทใบความร ู ้
ู
ึ
็
ื
่
ี
ี
่
ิ
ี
ปกหนาเตอะทรวบรวมทมาเน้อหาของทกสถานททยาวเกินความจําเปน แล้วฉันได้ท้งโจทย์บน
ุ
่
่
ี
ู
็
็
กระดานเปนภาษาจนแปลว่า “ค้นหา-->รปภาพ-->เรองราว-->สําคัญ-->สรุป” ยอมรบเลยว่า เดกๆ
ั
ื
ี
่
งงมาก เดกๆ ยังถามฉันอยู่นั่นแหละว่า ให้ทําอะไรกันแน่? ฉันเลยบอกว่า “ลกทกกล่มได้ภาพใช่
็
ุ
ุ
ู
ี
ี
็
ิ
ี
ไหม? ได้ชทใช่ไหม? ทําตามขั้นตอนบนกระดาน ลองทําเองและเตรยมพรเซนท์ เดกๆ ก็เร่ม
่
ี
ุ
โวยวายกันใหญ่ แต่สักพักก็เร่มทํา และทกอย่างก็ดําเนนไปตามขั้นตอนทวางไว้
ิ
ิ
ี
ี
ุ
้
ี
่
เมือหมดคาบมเดกคนหนงเดนมาบอกฉันว่า “ครแปง คราวหน้าเข้ากล่มทําแบบน้อกนะ
ึ
ิ
่
ู
็
ี
คะ” เอ๋? มันดใช่ไหม? หรือยังไง? และแล้วก็ถึงขั้นตอนวัดผล เด็กๆ ได้ความรู้เรืองประวัติแต่ละ
่
ึ
่
สถานท รปแบบ ไวยากรณ แต่ไหง? เด็กๆ ถงลมคําศัพท์ล่ะ ฉันพลาดตรงไหนไปรปาว หรอฉัน
ื
ึ
ี
ู
ื
์
่
32
ื
่
่
้
ู
ี
ึ
ื
็
ี
่
ี
ิ
ลมไปว่าเดกๆ ของฉันอยู่แค่ชั้น ป.6 เองนะ แต่ส่งหนงทฉันรก็คอในคาบเรยนภาษาจนเรองนั้น
ื
ของฉัน เดกๆ ไม่มความตงเครยด และเดกๆ ก็ดเปดใจเรยนภาษาจนทเขาบ่นว่ายาก มขดอะไรก็
ู
็
ี
ิ
ี
ี
ึ
ี
็
ี
ี
่
ี
้
ู
ไม่รเยอะแยะมากมาย
่
้
้
่
ิ
พอมาถงตอนน้ฉันเร่มเข้าใจประโยคหนงแล้วว่า “คิดนะคิดได แตพอเวลาที่จะใชจรงนะ
่
ึ
ี
ิ
่
ึ
ซิ มันทํายาก” คําพูดน้ดังในสมองของฉัน พรอมกับทฉันเร่มทําความเข้าใจกับประโยคน้ใหม่อก
ี
ี
ี
ี
้
ิ
่
ครั้ง
็
ี
ุ
คร้ ังแรกของทกคนมันยากเสมออยู่แล้ว ยังจะกลัวอะไรอยู่อกเล่า เดกๆ ของฉันยังต้อง
ุ
See ทกคาบเลย ฉันลอง See ผ่านการสอนโดยกระบวนการไตร่ตรอง See-Judge-Act ซํ้าๆ มันคง
ื
่
ี
ไม่มอะไรยากกว่าทเราจะลงมอทําหรอก
ี
ี
ี
หลังจากทฉันได้ทดลองใช้กระบวนการน้ด้วยตัวฉันเองแล้ว ฉันพบว่ากระบวนการเรยน
ี
่
่
ี
้
่
ี
่
็
ี
็
ี
ู
การสอนทเน้นการไตร่ตรองน้แหละ เปนกระบวนการทจะให้เดกๆ ของฉันจะได้ความรทยั่งยืน
่
์
ี
ิ
้
ู
่
ื
ไม่เกิดอาการความจําเสอมทางวิชาการ ประสบการณการเรยนรทเกิดข้นจรงกับเขาจะทําให้เขาม ี
ี
ึ
ความรตดตัวเขาตลอดไป
ู
ิ
้
ฉันเชอว่า ต่อไปนี้ “มันจะไม่ใช่การพบกันคร้ ังแรกอกต่อไป แต่เราจะอยู่ด้วยกัน
ื
ี
่
ตลอดไป”
ิ
้
่
่
่
้
ั
่
็
“นไมใชจุดจบของการเดินทางในครงน้ แตมันเปนการเรมตนของการเดินทางตางหาก”
่
่
ี
ี
คณครูปณฑารีย์ คําศริ
ั
ุ
ิ
ุ
โรงเรยนดรณาราชบร ี
ุ
ี
14 มนาคม 2015
ี
ํ
ึ
่
ู
ี
์
ประสบการณของคุณครทั้ง 5 ท่าน คงจะเพยงพอทจะแสดงถงเหตุผลว่า ทาไมครูจึงควร
ี
้
์
ี
จัดการเรยนการสอนดวยการสอนแบบไตรตรอง ผลลัพธทได้น้มิใช่เพยงใหนักเรยนสามารถคิด
้
ี
่
่
ี
ี
ี
ู
วินิจฉัยไตรตรองไดเท่านั้น แต่นักเรยนมทักษะในการเรยนรไดดวยตัวเอง อันนาไปสูการเรยนร ้ ู
่
ี
้
้
่
ี
้
้
ี
ํ
ี
่
ี
ี
่
้
ั
ตลอดชวตของเขา ยังคงมประสบการณของคุณครอกมากมายทแบ่งปนไวในหนังสอน้ทสะทอน
ี
ี
์
ื
ี
ิ
ี
ู
้
33
ี่
้
ํ
ี่
ี่
้
์
ผลลัพธในทานองเดียวกัน พวกเขากลาหาญทไดเปลยนทัศนคติและเปลยนแปลงตัวเอง 180 องศา
ี
ํ
้
่
ตามทไดรบการทาทายไว้และไดนาการสอนแบบไตรตรองไปใช้ และนันเปนการเรมต้นการ
่
็
้
ั
ิ
่
่
้
ี่
ิ
์
่
ี
้
้
เดินทางบนเสนทางสายไตรตรองอันทาทายของพวกเขา และผลลัพธทจะเกดขึ้นกับนักเรยนของ
เขาและตัวเขาเอง
มโนธรรม / วิจารณญาณ
“อยาใหความชั่วเอาชนะทาน แตจงชนะความชั่วดวยความดี”
(รม.12:21)
34
บทที่ 2
แสงสวางของทางเลือกใหมในการจัดการเรียนรู
แตกต่างจากการสอนทั่วไปทีเน้นใหนักเรยนไดรแต่เพยงว่า “ฉันเรยนรอะไร” การสอนแบบ
ู้
ี
ี
ู
้
้
้
่
ี
้
้
้
ู
ี
ํ
ี
่
้
ู
ี
ไตรตรองยังใหนักเรยนรว่า “ฉันเรยนรอย่างไร” และทสาคัญ ยังใหนักเรยนเรยนรอกว่า “ทําไมฉัน
ี
ี
ู
้
่
ี
่
่
ี
้
ู
ี
่
ิ
้
ี
่
ี
ี
่
ี
ต้องเรียนรเรืองน้” กระบวนการน้เปลยนวธการสอนทเราใช้คุนเคยอยูเดิมทีมลักษณะเป็น “การ
ี
ื
้
เรยนรูแบบการใหขอมูล” หรือ “Informative Learning” ให้เป็น “การเรยนรูเพอการ
้
้
ี
่
้
เปลยนแปลง” เป็น “Transformative Learning” ในดานต่างๆ ดังน้ ี
้
่
ี
1. เปลยนจากการสอนโดยครเปนผูถายทอดฝายเดยว (One-Way Learning:
ี
ู
่
่
ี
็
้
่
ี
่
่
ี
่
ี
Broadcast or Teacher-Centered) ให้เป็นการสอนทเปนสองทางโดยทนักเรยนมส่วนรวมและ
ี
็
็
้
ู
ี
เปนศูนยกลางการเรยนร (Two-Ways Learning: Interactive or Student Centered)
์
2. เปลยนจากการรบฟงความรโดยมนักเรยนเปนผูฟงและครเปนผูถายทอด ให้เป็น
ั
ั
ี
็
ั
็
้
ู
้
ี
ู
่
ี
่
้
้
ี
ื
ี
็
ํ
้
การแสวงหาและต่อยอดความรโดยมนักเรยนเปนผูเรยนรและลงมอทา
ี
ู
้
ู
3. เปลยนจากการท่องจาและทาซ้าเน้อหา ใหเปนการเขาใจเน้อหาและสามารถ
้
่
็
ื
ี
้
ํ
ํ
ํ
ื
ี
ื
ปรบใชเน้อหานั้นในชวิตจรง
ั
ิ
้
4. เปลยนจากการเรยนรทเรมตนและจบสิ้นทโรงเรยน (School-Long Learning) ให้
ี่
ี่
้
ี
ู
่
้
ี
ี
ิ่
ี
้
็
ู
เปนการเรยนรตลอดชวต (Life-Long Learning)
ี
ิ
ในบทท 1 ประสบการณของคุณคร 5 ท่าน ช้ใหเห็นว่า ทาไมตองเปลยนแปลงการสอนให้
้
์
ี
ี
ู
ํ
่
้
ี
่
่
้
่
เปนการสอนแบบไตรตรอง บทที 2 นี้ช้ใหเห็นต่อไปว่า การสอนแบบไตรตรองมลักษณะเปนอย่างไร
็
่
็
ี
ี
่
ู
้
ื
ี
และจะเปลยนการจัดการเรยนรอย่างไร เพอใหเปนการเรยนรเพอการเปลยนแปลงและในบทต่อๆ
ี
้
่
็
ื
่
้
ู
่
ี
ี
ิ
ี
่
ไปจะอธบายถึงขั้นตอนแต่ละขั้นของการสอนแบบไตรตรองโดยละเอยด
ี
ี
ิ
ี
่
การเปลยนวธการจัดการเรยนรจาก Informative Learning ให้เป็น Transformative
ู
้
ี
่
่
ู
้
่
ื
้
ี่
็
้
่
Learning เปนเหตุผลทใชในการจูงใจและทาทายใหครเพอนรวมทางสายไตรตรองให้เปลยนแปลง
ี
ี
่
ี
์
ตัวเองและวิธการสอน 180 องศา ผลลัพธทคณครูปทุมพร เขอนเพชร โรงเรยนสันติวิทยา
ื
่
ุ
ั
ื
ี
่
่
เชยงราย ได้รบคอการสอนแบบไตรตรอง กลายเป็นแสงสวางของการเลอกใหม่ในการจดการ
ั
ื
ั
ี
เรยนรู คุณครูแบ่งปนว่า “เปนความโชคดของฉันท่ได้รบและได้เรยนรู้เรองกระบวนการเรยนการ
ื
ั
ี
ี
็
ี
่
ี
้
ิ
่
่
่
ี
ื
ี
่
สอนท่เน้นการไตรตรอง ฉันได้กลับมาคด..ไตรตรอง..และพบวา ท่ฉันเคยคิดวา การจัดหรอการวาง
35
้
้
ี
่
ี
แผนการจัดการเรยนการสอนของฉันนันดและเหมาะสมแล้ว เพราะตัวฉันเองได้สงผลงานเขา
ิ
ื
ิ
็
่
่
่
ี
ี
แข่งขัน..ได้รับรางวัลมากมาย..แตเม่อได้พจารณาอยางถ่ถ้วน ฉันคดวา ฉันต้องเตมเตมอกหลาย
ิ
ื
่
์
ี
้
ี
่
ั
่
ี
ึ
ิ
สงหลายอยาง” บันทึกน้ได้ยนยันถงคุณค่าทไดรบจากประสบการณการเปลยนแปลงตนเองของ
่
คุณครู
แสงสวางของทางเลือกใหมในการจัดการเรียนรู
ั
็
ู
้
ี
่
ี
เปนความโชคดของฉันทได้รบและได้เรยนร “กระบวนการเรยนการสอนทเน้นการ
่
ี
ี
ี
ิ
ไตร่ตรอง” ฉันได้กลับมาคด มาไตร่ตรองการจัดการเรยนการสอนของตนเอง และพบว่า ทฉันเคย
ี
่
ี
ี
ี
ื
คิดว่า การจัดหรอการวางแผนการจัดการเรยนการสอนของฉันนั้นดและเหมาะสมแล้ว เพราะตัว
ฉันเองได้ส่งผลงานเข้าแข่งขัน เข้าประกวดในระดับต่างๆ จนได้รบรางวัลมากมาย ทั้งครดเด่น คร ู
ั
ี
ู
่
ี
ดศรสถาบัน และอีกหลายๆ รางวัล แต่เมือได้พิจารณาอย่างถีถ้วน ฉันคิดว่า ฉันต้องเติมเต็มอีก
ี
่
ิ
หลายส่งหลายอย่าง
ฉันนําการสอนแบบไตร่ตรองมาพัฒนาและปรับใช้ในการเรยนการสอน ฉันรบรได้ทันท ี
้
ั
ี
ู
ู
้
ี
ว่า การสอนนี้สามารถช่วยฉันและนักเรยนได้เรยนรร่วมกันอย่างมความสข และเกิดการพัฒนาได้
ี
ุ
ี
ิ
จรงในทกๆด้าน ฉันขอแบ่งปันประสบการณของฉัน ดังน้ ี
ุ
์
์
ิ
่
ื
ในชั่วโมงการสอนวิชานาฏศลปไทย ชั้นม. 4 เรอง คุณค่าของนาฏศิลป์ ฉันเริ่มให้
้
ุ
่
ี
ิ
ื
์
ภาพรวมกับนักเรยน โดยปลุกเราความสนใจด้วยภาพการแสดงนาฏศลปไทยชดโขนเรอง
่
็
ื
รามเกียรต์ ฉันตั้งคําถามว่า “นักเรยนทราบหรอไม่ว่าเปนภาพเกียวกับอะไร?” และ “ภาพนี้มี
ิ
ี
ื
ความสําคัญหรอเกียวข้องกับนักเรยนอย่างไร?”
่
ี
ิ
ี
ั
ู
นักเรยนเร่มมองดภาพและตอบคําถาม ฉันดใจมากทนักเรยนเปดใจรบ ฉันพูดคยกับ
ี
่
ี
ี
ิ
ุ
นักเรยนถงความสําคัญของนาฏศลปไทย และบอกถงความจําเปนท่นักเรยนในฐานะคนไทยต้อง
์
็
ึ
ี
ี
ี
ึ
ิ
ื
้
ิ
ู
ื
็
ึ
ี
่
ู
์
้
ู
็
มความร หรอรจักการแสดงโขน ซงถอเปนเอกลักษณและเปนนาฏศลปชั้นสงของไทย ตลอดจน
์
์
ิ
ี
ี
่
ื
ี
ิ
่
ุ
ึ
ี
็
ี
นักเรยนจะเปนผู้มบคลกภาพทด เมอนักเรยนได้ฝกทักษะทางด้านนาฏศลป ฉันยังได้บอกอกว่า
ี
ื
่
ู
้
ี
ั
ี
ื
่
เราจะมาร่วมเรยนรเรองใด เรยนแล้วนักเรยนจะได้เข้าใจเรองใด จะได้รบการพัฒนาทักษะด้านใด
ี
ุ
และจะใช้เวลาในการเรยนรเท่าใด ผลจากการให้ภาพรวมและสรางบรรยากาศ นักเรยนทกคนให้
้
้
ู
ี
ี
ื
ความสนใจ ให้ความร่วมมอในการเรยนและตัวฉันมากข้น
ี
ึ
36
ฉันเร่มขั้นตอนการนําเสนอบทเรยนด้วยการจัดกระบวนการเรยนการสอนแบบ See-
ี
ี
ิ
ู
ี
Judge-Act โดยการเตรยมคําถามในแต่ละขั้น เพือให้นักเรยนได้สรางประสบการณในการเรยนร
่
้
ี
์
้
ี
ิ
ื
่
ี
ึ
ุ
ิ
์
ุ
ให้นักเรยนแต่ละคนคดและนําเสนอแนวคด สรปเรองราวและบันทกประสบการณลงในสมด
ู
ี
ื
่
ื
งาน เมอเข้าส่ภาคปฏบัตกิจกรรม นักเรยนแต่ละคนกระตอรอรนทจะลงมอทํากิจกรรม ฉันได้
ื
้
่
ื
ิ
ี
ิ
สอนการจัดท่าทางการแสดงโขนเบ้องต้น เช่น การยําเท้า การเดน เปนต้น ฉันดใจทนักเรยนสนก
ี
่
ิ
ี
็
ุ
ื
ี
่
ี
และสขใจกับการเรยน
ุ
ี
ุ
ิ
ุ
ด้านการวัดและประเมนผล ฉันแบ่งนักเรยนออกเปน 3 กล่ม ได้แก่ กล่มเดกเก่ง ปาน
็
็
ิ
่
ื
กลาง และพอใช้ และใช้เกณฑ์การประเมนตามสภาพจรงของเด็กแต่ละกล่ม เมอแจ้งผลการ
ิ
ุ
ู
ี
ประเมนให้นักเรยน พรอมข้อเสนอแนะ ทกคนพอใจและภาคภมใจกับผลงานของตนเอง ฉันยิ้ม
ุ
ิ
ิ
้
ู
ี
ี
ี
้
ั
ี
ุ
อย่างมความสขกับการจัดการเรยนรในคร้งน้มาก และตั้งใจจะนําไปใช้กับการเรยนการสอนของ
่
ื
ฉันในเรองต่อๆ ไป
ั
้
ึ
ู
่
ี
ี
ฉันได้รบรถงประโยชนจากการนํากระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรองไปใช้
์
ทั้งต่อตนเองและต่อนักเรยน
ี
่
–
ตอตนเอง ฉันได้มีแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน ตั้งแต่
็
้
แผนการจัดการเรยนร วิธการหรอกระบวนการจัดการเรยนร ทําให้ฉันใส่ใจนักเรยนเปน
ี
ี
ู
ี
ี
้
ื
ู
ุ
้
่
รายบคคล เพือทราบพื้นฐาน ความพรอมของนักเรยน และสามารถหาวิธการ เทคนคให้เหมาะสม
ี
ี
ิ
็
กับนักเรยนแต่ละคน ทําให้เขาเปนผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ รู้จักแยกแยะ สามารถนําความรู้
ี
์
หรอประสบการณมาประยุกต์ใช้กับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสมและถกต้อง
ื
ู
่
ั
ี
่
ื
ี
ี
ั
ี
้
้
–
ู
ู
ตอนกเรยน นักเรยนสามารถรบรได้ว่า เขาต้องเรยนรเรองอะไร เรยนรอย่างไร และ
้
ู
ี
ู
ี
้
เรยนรไปทําไม ทําให้เขาเรยนรอย่างมความสข สามารถนําส่งทเรยนรไปใช้ในชวิตประจําวันของ
ี
ิ
ี
่
ุ
ู
้
ี
ี
ู
้
ตนเองและสังคมรอบตัวอย่างถกต้อง เหมาะสม
ู
คณครปทมพร เขอนเพชร
ุ
่
ื
ุ
ู
ิ
ี
ี
โรงเรยนสันตวิทยา เชยงราย
6 กันยายน 2014
37
่
ผมไดนาชอบนทึกของคณครูปทมพรมาใชเปนชอหนงสอน้ ผมขออนญาตคุณครู
ั
ุ
ื
ื
็
้
้
่
ํ
ี
ุ
ื
ุ
ั
ี
่
้
มา ณ ทน้ดวยนะครับ
ี
้
้
ี
ู
่
ั
ู
บันทึกของคุณครปทุมพร นอกจากไดบรรยายถึงความโชคดีทคุณครและนักเรยนไดรบ ยัง
ี
ได้แสดงใหเห็นขั้นตอน 6 ขั้นของการสอนแบบไตรตรอง อันไดแก ่
่
้
้
ขั้นท 1. การสรางบรรยากาศการเรยนร ้ ู
้
ี
ี่
้
ี่
ขั้นท 2. การใหภาพรวม ด้วยเทคนิค INTRO Model
ขั้นท 3. การนาเสนอบทเรยน ดวยกระบวนการ See-Judge-Act
ี่
ํ
้
ี
ํ
่
ขั้นท 4. การไตรตรองกอนจบคาบดวยคาถาม R-C-A
ี่
่
้
ขั้นท 5. การวัดและประเมินผลเพอการพัฒนา
ื่
ี่
ื
ี่
ี
ขั้นท 6. การลงมอปฏบัติในชวิต
ิ
ื
่
์
บันทึกประสบการณ เรอง “หยุดคิดสกนด” ของคุณครูพิชามญช ไตรพิทกษ โรงเรียน
์
ั
ั
ิ
์
ุ
้
ิ
่
่
้
เซนตโยเซฟคอนเวนตอธบายใหเหนไดชัดเจนยงขึ้น ถงขั้นตอนของการสอนแบบไตรตรอง โดยได้
ึ
็
์
ิ
์
่
เปรยบเทยบการสอนแบบเดิมของตนเองซึงเปน Informative Learning กับการสอนแบบไตรตรอง
ี
็
ี
่
ึ
่
ั
่
ี
์
ี
ิ
ซึ่งเป็น Transformative Learning และแบ่งปนถงผลลัพธของการเปลยนแปลงทเกดขึ้นในตัว
ึ
ี
ี
ิ
ิ
ํ
็
นักเรยนอย่างน่ายนดว่า “ฉันลองทาดูเองแล้วจึงจะรู้ว่า มันใช้ได้กับเดกเราจรงๆ รู้ถงการ
ี
ี
ี
เปล่ยนแปลงของนักเรยนของฉันว่า คําพูด คําถามท่นักเรยนใช้ได้เปล่ยนไป ครั้งแรกฉันรู้สกเหมอน
ี
ื
ึ
ี
ํ
ํ
ิ
้
่
ี
็
ี
่
ี
เดกกาลังเลยนแบบ แตพอผานไปสักพัก ความคดนันเปล่ยนไปเพราะนักเรยนฉันทาเองโดยไม ่
ี
ี
ี
รู้ตัว” บันทึกน้ยืนยันว่า การสอนแบบไตรตรองนาไปสูการเปลยนแปลงในตัวครูและนักเรยนได ้
ํ
่
่
่
อย่างแท้จริง
หยุดคิดสักนิด
การสอนแบบเดิม
ี
ื
่
ื
่
ื
ิ
ี
เมอก่อนฉันสอนแบบเดม คอ บอกนักเรยนว่า วันน้เราจะเรยนเรองอะไร และเร่มชักชวน
ิ
ี
ื
ู
ี
่
ุ
่
ื
่
ื
็
ี
ุ
ิ
ี
นักเรยนพูดคยเกียวกับเรองนั้น เมอชวนพูดคยแล้ว อาจจะมเปนคลปวิดโอสั้นๆ ให้ด หรอใน
ู
็
ื
่
ี
ิ
ื
ุ
์
ึ
บางคร้ ัง จะเปนข้อมลเหตการณให้นักเรยนอ่านก่อน แล้วจึงจะเร่มเข้าถงเน้อหาในเรองนั้นโดย
การจับกล่มบ้าง เมอจบเน้อหาก็จะมคําถามถามเดกและให้ร่วมกันสรปว่าได้อะไรบ้าง
ุ
ุ
ื
ี
ื
็
่
38
การสอนแบบใหม ่
่
ื
ิ
ี
เมอฉันได้ผ่านการอบรมคร้ ังนั้นไปฉันได้ลองนําไปสอนในห้องเรยนจรงๆ ตั้งแต่การ
ี
ี
้
ื
่
ุ
สรางบรรยากาศด้วยการจับฉลาก เล่นเกม เข้ากล่ม การให้ภาพรวมของเน้อหาทจะเรยน ตั้ง
่
็
ื
็
คําถามเกียวกับเรองน้ ให้เดกเกิดความสนใจและเหนถงความจําเปนทต้องเรยนเรองน้ ี
่
ึ
่
ี
็
ี
ื
่
ี
ื
่
่
ื
ในช่วงการนําเสนอบทเรยน ฉันจัดกิจกรรม ดวิดโอ อ่านเรองสั้น ฟังเรองสถานการณ ์
ี
ู
ี
ี
ุ
ื
่
ู
ี
ื่
ต่างๆ และอนๆอกมากมาย ฉันให้ข้อมลนักเรยนเกี่ยวกับเรองทได้เรยนแล้ว แบ่งกล่มอ่านและ
ี
ี่
ิ
ค้นคว้าเพิ่มเตม และให้นําเสนอในคาบนั้นนี้ บางทหากไม่ทันต้องให้นําเสนอในคาบต่อไป (แต่
ี
ึ
ู
้
ู
ี
ี่
การนําเสนอในคร้ ังนั้นจะได้ผลดกว่า) แล้วก็จะมาเข้าส่การบรรยายถงองค์ความรทเกี่ยวข้อง
ิ
็
ึ
ี
ุ
สดท้าย ให้ลงมอทํางาน ทําแบบฝกหัด ฉันใช้คําถามเปนปลายเปดถามนักเรยนเพื่อให้ไตร่ตรอง
ื
ี
ู
ี
ี
เช่น “นักเรยนจะนําไปประยุกต์ใช้อย่างไร” พอถงช่วงน้ทไร นักเรยนจะชอบถามว่า “ครจะถาม
ี
ึ
ี
อะไรอกแน่ๆ เลย”
ี่
ื
ี
ถ้าพูดถงการวัดประเมนผลวิธทจะใช้บ่อย คอ การสังเกต การมส่วนร่วม การแสดงความ
ึ
ี
ิ
คดเหนในชั้น
็
ิ
ผลที่ได ้
ี
ี
ี
นักเรยนจะคอยสนใจและคอยจับทางฉันว่า ฉันต้องถามแบบน้แน่เลย แต่นักเรยนมสติจด
ี
ี
็
ื
ี
ิ
จ่อและคดตามเราไปเรอยๆ ได้ดมาก และให้ความสนใจกับเน้อหานั้นๆ เปนอย่างด แต่ในช่วง
่
ื
ี่
่
ื
แรกๆ ทเปลยนการสอนสับสนกับตัวเองเหมอนกัน
ี
์
่
ประโยชนทีได ้
- ตอครู
่
ี
้
ู
ี
ี
็
ฉันรว่าวันน้ ในคาบน้จะสอนอะไร อย่างไร และทําไม ตัวฉันเองมการใช้คําถามทเปน
่
ี
การคดกับตัวเองมากข้น กระต้นให้ฉันคดดข้น เวลาฉันทําอะไรคอยคดว่า พูดแบบไหนน่าจะ
ึ
ี
ิ
ุ
ึ
ิ
ิ
ดกว่า ได้ไตร่ตรองแผนการสอนมากข้น มความสขในการสอนเพิ่มข้นด้วย
ี
ึ
ึ
ุ
ี
- ตัวนกเรยน
ี
ั
ี
ี
ึ
ี
ิ
ี
ี
่
ี
ี
ึ
ี
นักเรยนสนใจเรยนมากข้น มสมาธดข้น นักเรยนชอบทจะเรยนวิชาเรยนของเขา แบบ
เต็มใจ ทําให้นักเรยนรสกว่าครูไม่ได้บังคับให้เขาคิด
ู
้
ึ
ี
39
้
ประเด็นที่อยากใหเห็น
ึ
ฉันได้ลองทําดเองแล้วฉันจงรู้ว่า มันใช้ได้ผลกับเดกเราจรงๆ รู้ถงการเปลยนแปลงของ
ู
่
ี
ึ
็
ิ
่
ี
ี
ี
นักเรยนของฉันว่า คําพูด คําถามทนักเรยนใช้เปลยนไป คร้ ังแรก ฉันรู้สึกเหมือนเด็กกําลัง
ี
่
เลยนแบบ แต่พอผ่านไปสักพัก ความคดนั้นเปลยนไป เพราะนักเรยนของฉันคิดเอง ทําเองโดยไม่
ี
่
ี
ิ
ี
รู้ตัว
ุ
ุ
คณครูพิชามญช์ ไตรพิทักษ์
ี
โรงเรยนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์
10 กุมภาพันธ 2014
์
์
่
์
ู
ี
่
ี
็
ู
้
คุณครพิชามญชุ ไดเปลยนการสอนแบบเดิมทมีครเปนศูนยกลาง ให้เป็นการสอนแบบ
ี
่
์
ู
็
ี
ี
ไตรตรองทมนักเรยนเปนศูนยกลาง อันมผลใหทั้งครและนักเรยนมความสุขในการเรยนร ู
ี
ี
่
ี
ี
้
้
ี
ุ
ี
ี
เช่นเดยวกัน คณครูวนดา สพโส โรงเรยนลาซาล กรงเทพฯ ได้เปลยนความคิดต่อวิธการสอนของ
ี่
ิ
ุ
ั
ี
ิ
ิ
่
ื
ตัวเองว่า “ฉันเคยคดวา ครูคอผู้ให้ความรู้ แตวันน้ ฉันได้รู้ความจรงแล้วว่า ครูต้องให้ผู้เรยนได้
่
ี
ิ
ั
ี
ี
ี
เรยนรู้ด้วยตนเอง ถงจะทาให้เขาได้รบความรู้ท่แท้จรง ท่สามารถนาไปใช้ในชวตของเขาได้ และ
ํ
ํ
ึ
ิ
ี
ี
ี
ี
ํ
ี
การนากระบวนการเรยนรู้แบบไตรตรองมาใช้ จะทาให้ครูและนักเรยนมความสุขในการเรยนรู้
่
ํ
์
ู
้
ร่วมกัน” ดังเห็นไดจากบันทึกประสบการณของคุณครชอ “ตนไม้สแดง”
ื่
ี
้
ตนไมสีแดง
ิ
ี
ุ
ุ
ฉัน “ครูรุ้ง” นางสาววนดา สัพโส คณครอนบาลโรงเรยนลาซาล ฉันสอนเดกมา 19 ปี
ู
็
็
็
โดยทฉันเปนผู้ให้ความรกับเดกมา คอ เดกเปนผู้รบ ฉันเปนผู้ให้ จนวันหนงทฉันได้ค้นพบความ
่
็
่
ึ
ื
ี
่
ู
ั
ี
็
็
้
้
ี
ู
็
่
จรงทว่า “เดกต้องเรยนรด้วยตนเอง” จึงจะเกิดการเรียนรู้ทียั่งยืน ความโชคดีของฉันและเด็กเริ่ม
ิ
ี
่
ั
ี
่
ี
จากทฉันได้รบการอบรมเรอง “กระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง” ฉันได้ค้นพบ
่
่
ี
ื
็
ี
แนวทางททําให้เดกมความสขในการเรยนร และเดกนักเรยนตัวน้อยๆ ของฉันนําไปใช้ใน
้
ู
่
ี
ี
็
ุ
ี
ชวิตประจําวันของเขาได้
ี
40
ิ
เช้าน้อากาศด ฉันบอกกับเดกว่า “เราจะไปสํารวจธรรมชาตรอบๆ โรงเรยนกัน” เดก
็
ี
ี
็
ี
ิ
ิ
ี
อนุบาล 3/2 ดใจกันทั้งห้อง ฉันและเด็กเร่มการสํารวจส่งต่างๆ ฉันเร่มสังเกตว่า เด็กๆ สนใจ
ิ
่
ื
ิ
็
่
ู
ต้นไม้ เดกๆ เร่มถามฉันว่า “ต้นไม้ต้นน้ชออะไร ปลกไว้ทําไม ทําไมใบใหญ่ ใบเล็ก” และอนๆ
ื
ี
็
มากมาย ฉันยิ้มให้กับตนเอง แล้วชวนเดกๆ กลับเข้าห้อง
์
ฉันรแล้วว่า เดกๆ สนใจเรอง “ต้นไม้” ฉันถามเดกว่า “ต้นไม้มประโยชนต่อเดกๆ
่
ื
้
ู
ี
็
็
็
่
ื
อย่างไร?” เดกๆ ช่วยกันตอบ ส่วนใหญ่จะบอกว่า “ทําให้อากาศสดชน” ฉันถามต่อไป “ถ้าไม่ม ี
็
ต้นไม้ จะเปนอย่างไร?” เดกๆ ช่วยกันตอบ
็
็
ฉันอยากให้เดกๆ ของฉันได้รบความรเพิ่มเตมยิ่งข้น ฉันให้พวกเขาวาดภาพระบายส ี
ู
้
็
ิ
ึ
ั
ี
ิ
ี
่
็
ี
ต้นไม้ทเดกๆ ชอบ ในขั้นตอนน้ ฉันได้ยํ้ากับเดกๆ ว่า ให้วาดภาพระบายสต้นไม้ต้นทชอบจรงๆ
ี
็
่
่
็
ี
ิ
ประทับใจทเหน โดยให้เดกๆ หลับตาคดถงต้นไม้ทเขาชอบ 2 นาที แล้วลงมือวาดภาพระบายสี
่
็
ึ
ี
ี
่
ึ
็
ี
ประมาณ 5 นาทผ่านไป ฉันได้ยินเสยงเดกๆ ถกเถยงกัน น้องเฟรม เดกผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนงใน
็
ี
ุ
่
ึ
ู
ี
ื
ุ
้
้
ห้องรองไห้ ฉันเข้าไปถามจงได้รว่า น้องเฟรมโดนเพือนรมว่า ระบายสผิด เหตผลคอ “ต้นไม้
ของน้องเฟรมเปนสแดง”
ี
็
ี
ี
ี
ี
“ต้นไม้สแดงไม่มจรง” เสยงของเดกๆ หลายคนบอก “ต้นไม้ต้องสเขยว” ฉันให้น้อง
ิ
็
ี
ี
ี
ื
่
ี
่
เฟรมเล่าเรอง “ต้นไม้สแดง” น้องเฟรมบอกว่า “ต้นไม้สแดง คือ ต้นไม้ทประเทศเกาหล เคยเหน
็
ี
ต้นไม้สแดงตอนไปเทยวกับครอบครว” เดกๆ เร่มสนใจอยากร ฉันเลยเปด iPad ให้เด็กๆ ด ู
ิ
ิ
็
ี
ั
ู
้
ี
่
ิ
ี
ื
ต้นไม้สแดง มันคอ “ต้นเมเปล”
ื
้
่
็
ิ
ู
ฉันคดว่า เดกๆ ของฉันเร่มรเรองต้นไม้เพิ่มข้น ฉันอยากให้เดกๆ ของฉันมประสบการณ ์
ึ
็
ิ
ี
ิ
็
ู
มากกว่าน้ ี ฉันจึงให้เดกปลกต้นไม้ ดการเจรญเตบโตของมัน ฉันถามเดกๆ ว่า “ต้นไม้
ู
็
ิ
เจรญเตบโตอย่างไร?” เดกๆ จะทําอย่างไรให้ต้นไม้เจรญเตบโต?” เดกๆ ตนเต้นมากกับการทจะ
็
ิ
่
ื
็
ิ
่
ิ
ี
ิ
ู
ี
ั
ุ
็
ได้ดแลชวิตของต้นไม้ ฉันรดว่า พวกเดกๆ ทกคนจะต้องให้ความรกความเอาใจใส่ดแลต้นไม้
ี
ู
้
ู
ี
็
ี
ของตนเองเปนอย่างดแน่นอน โดยทตัวฉันเองไม่ต้องไปคอยบอกพวกเขาเลยว่า ต้องทําอะไร
่
อย่างไร
ู
้
ู
ี
ี
ู
ฉันเคยคิดว่า ครคอผู้ให้ความรู้ แต่วันน้ ฉันได้รความจรงแล้วว่า ครต้องให้ผู้เรยนได้
ื
ิ
ู
ั
่
้
ึ
ี
เรยนรด้วยตนเอง ถงจะทําให้เขาได้รบความรทแท้จรง ทสามารถนําไปใช้ในชวิตของเขาได้ และ
้
ู
ี
ี
่
ี
ิ
ุ
ี
การนํากระบวนการเรยนรแบบไตร่ตรองมาใช้ จะทําให้ครและนักเรยนมความสขในการเรยนร ู ้
ี
ู
ู
ี
ี
้
41
ี
ู
ร่วมกัน และฉันอยากให้เพือนครร่วมอาชพของฉันนํากระบวนการเรยนรน้ไปใช้กับนักเรยนของ
ี
ี
ู
่
้
ี
ตนเอง
คณครวนดา สัพโส
ุ
ิ
ู
โรงเรยนลาซาล กรงเทพฯ
ี
ุ
ุ
4 ตลาคม 2014
ี
่
การเปลยนจาก Informative Learning ให้เป็น Transformative Learning เป็นการ
ี่
เปลยนแปลงสูสิ่งทดกว่า ดังเหนไดจากประสบการณของคุณครูปาลกา ศรสารากร โรงเรียน
์
่
็
้
ี
ี่
ิ
ี
ู้
ี
ุ
่
้
ดรณาราชบุร ผซึงไดย้อนกลับ คิดทบทวนและประเมินการสอนแบบเดิมของตนเองกับการสอน
แบบไตรตรองโดยได้เปรยบเทยบกันตาม 5 ขั้นตอนของการสอนแบบไตรตรอง คุณครแบ่งปัน
่
่
ี
ี
ู
่
่
ิ
ี
ี
บทเรยนรูของครูว่า “กระบวนการเรยนการสอนท่เน้นการไตรตรองอาจจะยังใหมในความคด
้
ี
ิ
ั
่
ํ
ํ
สาหรบเรา แตขอให้เช่อและมันใจ ถ้าเราเช่อศรัทธาวา เราทาได้ เราจะเนรมตสรางนักเรยนท่รู้
ี
่
ื
ี
่
้
ื
ี
คุณคาในตัวเอง และดาเนนชวตได้ด้วยตนเองอยางมความสุข”
่
ี
ิ
ิ
ํ
่
Change for the Better
ิ
ี
ในการสอนแบบเก่า ก่อนเร่มต้นเตรยมการสอน ฉันศึกษารายละเอียด ตัวช้ ีวัดจาก
ี
ู
ื
หลักสตรแกนกลาง และศกษารายละเอยดคําอธบายรายวิชา ฉันกําหนดเน้อหาทจะสอนให้
่
ี
ึ
ิ
ี
้
ึ
ู
่
เหมาะสมกับเวลา หลังจากนั้น ฉันจงจัดทําแผนการจัดการเรยนรรายคาบ เมอเร่มต้นการเรยนใน
ิ
ื
ี
ื
ึ
ี
ต้นปการศกษา ฉันบอกรายละเอยดเกียวกับเรองทจะสอน เวลา และวิธการวัดและประเมนผลให้
ี
่
่
ี
ิ
่
ี
นักเรยนทราบ
ี
หลังจากนั้น ทกชั่วโมงการสอน ฉันสอนตามแผนการสอนทฉันเตรยมไว้หลังส้นป ี
ุ
ิ
ี
่
ี
ิ
ี
ี
ึ
การศกษา ฉันวัดและประเมนผล นักเรยนได้เกรดแตกต่างกันไป เปรยบเทยบผลการสอบวัดและ
ี
ี
่
ิ
ี
ิ
ี
ประเมนผลระดับชาต นักเรยนของฉันมคะแนนเฉลยสงกว่าคะแนนเฉลยของประเทศเล็กน้อย
ี
่
ู
42
ี
่
ี
ู
ี
ฉันมโอกาสได้เข้ามาอบรม และได้รจักกระบวนการแบบใหม่ทเรยกว่า “กระบวนการ
้
่
ิ
ี
ี
เรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง” ระหว่างการอบรม ฉันคดว่า “ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่”
“ฉันรู้สกกังวลว่า ฉันจะนําสิ่งทีเรียนรู้ไปใช้ในการเรียนการสอนอย่างไร และทีสําคัญ มันจะ
ึ
่
่
ได้ผลจริงๆ หรอเปล่า?”
ื
หลังเข้ารบการอบรม ส่งแรกๆ ทฉันทํา คอ ฉันนกย้อนกลับไปคดทบทวนตัวเองในแต่
ั
ี
ื
ึ
ิ
ิ
่
่
ละขั้นตอน และนีคอ ส่งทฉันค้นพบ
ื
่
ี
ิ
ื
ั
ั
1. ฉนเคยสรางบรรยากาศการเรยนรูดวยศรทธาหรอไม?
ี
้
้
่
้
ุ
ี
ฉันตอบตัวเองว่า “เคยทําบ้าง ไม่ทําบ้าง” แต่ทแน่ๆ ฉันไม่ได้ทําให้กับนักเรยนทกคน
่
ี
ี
ี
ี
ี
่
แน่นอน เดมฉันมักจะมใจลําเอยงให้กับนักเรยนทตั้งใจเรยนอยู่แล้ว เมอฉันได้คําตอบว่า การสอน
ื
ิ
่
ี
้
ี
ิ
ี
่
แบบเก่าของฉันเปนแบบน้ ฉันได้ลองสรางบรรยากาศการเรยนรแบบทไปอบรมมา ฉันยังคด
็
ี
ู
้
ิ
ี
่
อะไรใหม่ ไม่ได้มาก ฉันตัดสนใจลอกทอบรมมาเลยแล้วกัน เช่น ในการสอนแบบเก่า ฉันเคยเข้า
ี
ี
ห้องไปแล้วสอนเลย ฉันเปลยนมาเปน “นักเรยนวันน้ เรามาบรหารสมองกันเถอะ” ฉันค้นพบว่า
ิ
ี
่
็
่
ี
ี
ึ
้
ู
ุ
ี
ี
ิ
นักเรยนของฉันเร่มมความสขตั้งแต่ต้นคาบ โดยเฉพาะนักเรยนหลังห้องทรสกชอบกิจกรรมน้ ี
็
เปนพิเศษ
ุ
้
ู
ึ
ี
่
ผลทได้จากการสรางบรรยากาศ ฉันรสกได้ว่า นักเรยนของฉันทกคนได้หันมาสนใจการ
ี
้
เรยน และตัวฉันมากข้น
ึ
ี
ั
่
่
ื
้
2. ฉนเคยใหภาพรวมกอนการเรยนหรอไม?
ี
คําตอบคอ“ใช่ ฉันให้ตอนต้นปการศกษาเท่านั้น” หลังจากนั้น ทกต้นชั่วโมงฉันบอก
ุ
ึ
ื
ี
ี
เพียงเรองทกําลังจะสอน หลังจากการอบรม ฉันลองให้ภาพรวมด้วยเทคนิค INTRO แก่นักเรียน
่
ื
่
ุ
ู
ทกชั่วโมง ทําให้นักเรยนทราบขอบเขตการเรยนชัดเจนข้น โดยเฉพาะการบอกถงข้อมลความ
ึ
ี
ึ
ี
ี
ี
่
็
ี
จําเปนทีต้องเรยนทีมผลต่อชวิตจรงๆ
ิ
่
ประโยชนทได้กับตัวฉันคอ ฉันสอนเฉพาะเน้อหาทจําเปนจรงๆ ส่วนเน้อหาทไม่สําคัญ
ี
์
ี
่
่
ื
ิ
ื
่
ี
ื
็
ื
ี
ื
ฉันแนะนําให้นักเรยนไปต่อยอดจากการอ่านและสบค้นด้วยตัวเอง หรอสอบถามฉันนอก
ห้องเรยน
ี
43
ี
3. การจดกระบวนการเรยนดวย See-Judge-Act และ 4. การไตรตรองกอนจบคาบ
้
ั
่
่
เรยน
ี
ตรงน้ ฉันตอบตัวเองเลยว่า “ไม่เคยท า” แน่นอน ฉันลองน าไปใช้ แต่ฉันบอกได้เลยว่า
ี
ในขั้นเตรยมการสอนมันยากมากและใช้เวลาคดนานพอสมควร เพื่อการจัดกระบวนการและแบ่ง
ิ
ี
ื่
ี
ขั้นตอนให้เปน See-Judge-Act และการเตรยมค าถามในแต่ละขั้น แต่เมอน าไปใช้แล้ว ผลทได้รบ
ั
็
ี่
ิ
ิ
ื่
ู
ี
ค้มค่าจรงๆ ลกศษย์ของฉันไม่เกิดอาการความจ าเสอมด้านวิชาการ และไม่เกิดอาการตบตันทาง
ุ
ิ
ึ
ึ
สตปญญา ฉันประเมนได้จากไหนน่ะเหรอ ฉันอ่านจากการบันทกไตร่ตรองในสมดแบบฝกหัด
ิ
ั
ุ
ี
ี
ของนักเรยนทฉันให้นักเรยนตอบค าถาม เพื่อการไตร่ตรองก่อนจบคาบ
ี่
ู
ี
ี
ื
ฉันประเมนได้อย่างชัดเจนว่า นักเรยนได้เรยนรและเข้าใจเน้อหาและกระบวนการได้ด ี
ิ
้
ึ
เพียงใด แต่ฉันไม่เคยใช้บันทกการไตร่ตรองเพื่อการให้คะแนนนะ
4. การวัดและประเมินผล
ี
ฉันยังไม่ท าอะไรได้ไม่มากในหัวข้อน้ ส าหรบปการศกษาน้ เพราะปดภาคเรยนเสยก่อน
ี
ิ
ี
ี
ี
ั
ึ
ึ
่
ฉันต้องใช้แบบประเมนผลแบบเก่าๆ ไปก่อน แต่ได้ลองน าไปใช้ในชั่วโมง Home room ซง
ิ
ิ
ึ
ึ
ี
ได้ผลด ฉันตั้งใจว่าในปการศกษาหน้า ฉันจะน าไปใช้ให้มากข้นเพื่อให้การประเมนและวัดผล
ี
ื
็
ี
ิ
ี
ู
ื่
้
ไม่ใช่เปนเพียงการให้คะแนน แต่เปนเครองมอในการพัฒนาการเรยนรของนักเรยนอย่างแท้จรง
็
ประโยชนจากการน ากระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรองไปใช้ต่อตนเองและ
ี่
์
ี
ต่อนักเรยน
ี
ตอตนเอง
่
1. ท าให้ฉันได้ทราบ และมั่นใจในการสอนว่า ฉันจะสอนเรองอะไร และสอนไปเพื่อ
ื่
ี
ิ
ี่
อะไร ได้ฝกตัวเองอยู่เสมอทจะคดหาวิธการสอนทหลากหลาย เพื่อจะประสบผลส าเรจในคาบ
ี่
็
ึ
สอนนั้นๆ
ุ
ี
ิ
ี่
ู
ี
ี่
ิ
ี
ี
ิ
2. เกิดความภมใจทนักเรยนน าส่งทเรยนไปใช้ได้ในชวิตจรงอย่างมความสข
ี
ี่
3. ตระหนักว่า กระบวนการไตร่ตรองไม่ใช่กระบวนการทใช้ได้แค่ห้องเรยน ส าหรบ
ั
์
ุ
ุ
ฉัน นับตั้งแต่ผ่านการอบรม “กระบวนการไตร่ตรองจะใช้ได้ทกสถานการณ ทกช่วงเวลาจน
ตลอดชวิต”
ี
44
่
ตอนกเรยน
ี
ั
ี
ู
1. สามารถบอกตัวเองได้ว่าเขาต้องเรยนอะไร อย่างไร และทําไม นักเรยนรขอบเขตการ
ี
้
ี
ิ
้
ู
เรียน และสามารถนําความรไปประยุกต์ใช้ในชวิตจรงได้อย่างเหมาะสม
2. แคบลงไปอีกนิดการเรียนด้วยกระบวนการไตร่ตรองเป็นการเรียนทีนักเรียนเรียน
่
ิ
้
ิ
ู
ี
ด้วยตัวเอง วางแผนว่าตัวเองจะเรยนอย่างไร คดอย่างไร และเขาจะนําความรไปใช้จรงใน
ึ
ึ
็
ู
ี
์
สถานการณต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ถกต้อง จงเปนการฝกฝนเขาให้สามารถเรยนรได้ด้วยตนเอง
้
ู
จนตลอดชวิต
ี
ิ
ี
็
์
ึ
่
ิ
็
ี
่
ู
ั
่
ื
ความเชอศรทธา คือ ความมั่นใจในส่งทเราหวัง เปนข้อพิสจนถงส่งทมองไม่เหน (ฮบ.
11:1-5) กระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรองสําหรบเราอาจจะยังใหม่ในความคด แต่
ี
ั
ี
่
ิ
ู
ิ
ี
่
ี
ื
ขอให้เชอและมั่นใจ ถ้าเราเชอศรทธาว่า เราทําได้ เราจะเนรมตสรางนักเรยนทรคณค่าในตัวเอง
ื
่
ั
่
้
้
ุ
ุ
ี
และดําเนนชวิตได้ด้วยตนเองอย่างมความสข
ี
ิ
ี
ุ
คณครปาลกา ศรสารากร
ิ
ู
โรงเรียนดรุณาราชบรี
ุ
์
16 กุมภาพันธ 2014
ี
ึ
่
ู
้
ี
บันทึกของคุณครปาลิกาได้บรรยายถง 5 ขั้นตอนของกระบวนการเรยนการสอนทเนน
ู
่
้
็
้
ี
่
การไตรตรองไดอย่างครบถวนและเปนรปธรรม ขั้นตอนทั้งหมดแสดงไว้ใน แผนภาพท 1
้
กระบวนการเรยนการสอนเนนการไตรตรอง
ี
่
45
46
่
้
ํ
่
กระบวนการสอนแบบไตรตรองมลักษณะเปนวัฏจักร กล่าวคอ หลังจากทนักเรยนไดนาสิง
ี
ี
ี
่
็
ื
ี
่
ี
ี
ทเรยนรไปใชในชวิตนอกหองเรยนเปนขั้นตอนท 6 ดังทปรากฏในแผนภาพท 1 ดังนั้น ครจะตอง
ี
ี
่
้
็
ู
่
ู
ี
้
ี
้
่
้
ี
่
ี
ี
ํ
้
์
ื
สนับสนุนใหนักเรยนมโอกาสทจะนาประสบการณทไดรบหรอความรเดิมมาเชอมโยงกับคาบเรียน
ื
ู
้
ั
ี
่
้
่
หรอกจกรรมการเรยนรใหม่แลวนากลับมาพูดคุยแบ่งปนกันในหองเรยน เพอใหเกดการเรยนรแบบ
ู
ี
้
ื่
ิ
ํ
้
ั
้
ู
้
ี
้
ี
ื
ิ
ไม่รจบจนตลอดชวต ดังเห็นไดจากบันทึกประสบการณของคณครูกรรณกา คณชาเศรษฐ
้
ี
ิ
้
์
ู
ั
ุ
ิ
่
ู
ี
โรงเรยนสันติวิทยา เชยงราย เรือง “คณคาทฉนไดรบจากกระบวนการไตรตรอง” คุณครได ้
ี
ุ
้
่
ั
่
ั
ี
่
ี
ู
ํ
้
แบ่งปนถึงคุณค่าของการสอนแบบไตรตรอง ทเชอมโยงเน้อหาการเรยนรกับชวตประจาวันของ
่
ั
ี
ิ
ื
่
ี
่
ื
ี
็
ี
ี
ี
นักเรยน นักเรยนสามารถปรบใชบทเรยนกับชวตประจาวันไดและดาเนนชวตเปนประโยชนใน
์
ี
ํ
้
ํ
ั
ิ
ิ
ิ
้
่
่
ี่
้
่
้
สังคมไดอย่างดี ซึงคุมค่ากับความพยายามทจะฝาฟนอุปสรรคในการเปลยนแปลง
ั
ี
่
คุณคาทีตัวฉันไดรับจากกระบวนการไตรตรอง
บทเรยนอันทรงคณค่าทฉันได้รบจาก การเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง คอ ฉันได้
ื
่
ี
่
ี
ุ
ี
ั
ี
เรยนรว่า นักเรยนแต่ละคนมศักยภาพในด้านต่างๆ แต่ละคนไม่เหมอนกัน ทําให้ฉันรว่า จะต้อง
้
ี
ี
ี
ู
ู
้
ื
ี
่
ี
เปลยนแปลงในด้านกระบวนการเรยนการสอน ฉันบอกกับตัวเองว่า ฉันต้องเตรยมตัวการสอนการ
ี
ี
ู
ู
ี
ื
ี
ี
็
ี
เรยนเปนอย่างด การค้นหา การสบค้น หาข้อมลจากแหล่งข้อมล และมวิธการกระบวนการเรยนการ
่
ี
ี
่
ี
ี
ี
สอนทีด และมการไตร่ตรองเพือทจะนํามาใช้ในการเรยนการสอนทด ทั้งน้เพือให้นักเรยนมความร ู ้
่
่
่
ี
ี
ี
ี
้
ความเข้าใจในวิธการเรยนการสอน และทสําคัญคือ ฉันได้เรยนรว่า นักเรยนทกคนมศักยภาพท ่ ี
ี
ี
ุ
ู
่
ี
ี
ี
ี
ุ
แตกต่างกันไปในตัวแต่ละบคคล ฉันต้องช่วยให้เหนคณค่าและทําให้เขาร และค้นพบตัวของเขาเอง
ู
็
้
ุ
ี
ตามศักยภาพของนักเรยนแต่ละคน และค้นพบในตัวเขาและความสามารถในตัวของนักเรยนเอง
ี
เช่น ทักษะในการฟง พูด อ่าน และเขยน ซงจะทําให้พวกเขาเข้าใจวิธการคดแบบไตร่ตรองได้อย่างด ี
ี
ิ
ึ
่
ั
ี
นักเรยนหลายคนจะได้รสกอยากร่วมเดนทางไปกับครไปพรอมๆกันกับฉัน กระบวนการ
ู
ี
ู
ิ
้
ึ
้
ไตร่ตรองต้องสามารถให้นักเรยนเรยนร พวกเขาจะต้องรว่า พวกเขากําลังทําอะไร เตรยมตัว
ี
ี
้
ี
ู
้
ู
็
ี
ี
์
อะไรบ้าง เรยนไปแล้วจะนําไปและสามารถไปเปนประโยชนได้อย่างไร การเรยนไม่ใช่ว่าแต่เรยน
ี
็
์
ี
ในบทเรยนเท่านั้น แต่สามารถนําไปดํารงชวิตเปนประโยชนในสังคมได้อย่างด เพราะจะทําให้พวก
ี
ี
ี
ื
เขาเห็นคุณค่าในเน้อหาบทเรยนมากข้น
ึ
่
ี
ึ
ี
ฉันเคยนํากระบวนการไตร่ตรองไปใช้กับนักเรยนชั้นประถมศกษาปท 3 สาระภาษาอังกฤษ
ี
ึ
่
ื
้
แรกๆ นักเรยนรสกตนเต้น แต่ตัวฉันเองรสกตนเต้นมากกว่า เพราะ ต้องค้นหาวิธการเรยนการสอน
ี
ู
ู
่
ี
ี
ึ
้
ื
47
่
ี
ุ
็
ี
์
่
ทเข้ากับผู้เรยนมากทสด และมการวิเคราะหผู้เรยนของตนเองเปนรายบคคล เพราะนักเรยนแต่ละคน
ี
ุ
ี
ี
ี
ี
ี
้
ู
ี
มวิธการเรยนรทแตกต่างกันไป อย่างแรก ฉันมวิธและกระบวนการสรางรากฐานสําคัญ คอ การ
ื
้
ี
ี
ี
่
ี
์
่
์
ี
ี
ี
ี
่
ี
ี
ี
สรางความสัมพันธทดกับนักเรยน นักเรยนและครูมความสัมพันธทดต่อกันและกัน มความมั่นใจ
้
่
ี
ี
ี
ั
และศรทธาต่อกันและกัน ปรบเปลยนวิธการเรยน โดยการ INTRO ในเน้อหาบทเรยนให้เขาสนใจ
ี
ั
ื
ี่
ี
ี
และทําให้บทเรยนในการนําเสนออย่างน่าสนใจ เพือสรางประสบการณ เร่มต้นทดในเน้อหา
้
์
ื
ิ
่
ี
้
ู
ี
บทเรยน กระต้นและสรางแรงจงใจส่การเรยนการสอนทดโดยการทักทายและแสดงสหน้าทยิ้มแย้ม
่
ี
ี
ี
ุ
ี
ู
่
ี
ื
ี
ุ
่
็
แจ่มใสกับนักเรยน ฉันพยายามกระต้นเดกให้มความสนใจในเน้อหาบทเรยน เพือให้นักเรยนม ี
ี
ี
ึ
ี
วิธการเรยนทน่าสนใจมากยิ่งข้น
ี
ี
่
ี
ู
้
ในการใช้วิธการไตร่ตรองทําให้ฉันรว่า การให้ Big Picture ทําให้นักเรยนได้ทราบข้อมล
ู
ี
ี
ี
ี
ี
ี
่
ี
โดยรวมก่อนทจะได้เริ่มเรยน ให้นักเรยนมความคดไปในทศทางเดยวกัน วางแผนในการเรยนได้
ิ
ิ
็
ิ
ี
ุ
้
ี
ู
ั
อย่างมประสทธภาพมากข้น นักเรยนได้รบรวัตถประสงค์ของการเรยน และมความจําเปนต่อ
ิ
ี
ึ
ี
ี
ื
ึ
นักเรยน เกิดความสนใจในเน้อหามากข้น
่
้
ู
ี
การนําเสนอบทเรยนในชั้นเรยนเพือการพัฒนา กระบวนการเรยนรแบบไตร่ตรองให้
ี
ี
ี
ความสําคัญด้านจตใจทสด ฉันโยงเน้อหาการเรยนรเข้ากับชวิตประจําวันของนักเรยน นักเรยน
ี
ี
ู
้
่
ุ
ิ
ื
ี
ี
็
ิ
ี
ั
่
ุ
สามารถปรบใช้บทเรยนกับชวิตประจําวันได้จนเหนคณค่าในส่งทเขาได้เรียนรู้
ี
ี
ี
ี
ู
ี
ี
็
้
แม้ขั้นตอนจะซับซ้อน แต่การเรยนแบบไตร่ตรองน้ทําให้ผู้เรยนสามารถเรยนรได้เรว และ
่
ี
ู
ื
ี
ี
ี
ู
ี
่
ี
ั
ี
ื
นักเรยนสามารถปรบเปลยนวิธการเรยนรให้มข้น และทําให้ครมเครองมอในการจัดการเรยนรทด ี
่
้
ี
้
ู
ึ
ี
ิ
และมประสทธภาพ
ิ
ุ
คณครกรรณกา คัณชาเศรษฐ
ู
ิ
โรงเรยนสันตวิทยา เชยงราย
ี
ี
ิ
6 กันยายน 2014
การเปลยนวิธการสอนจากการสอนแบบเดิมไปสู่การสอนแบบไตรตรอง อาจมปญหา
ี
ี
่
ั
ี
่
ี
ี
้
และอุปสรรคบางเช่นเดยวกับการเปล่ยนแปลงทุกอย่าง แต่คณครูวิจิตรา กนกชาติ โรงเรียนสตรี
ุ
้
์
ี
์
ื
มารดาพิทักษ จันทบุร ไดยนยันจากประสบการณของตนเองว่า อุปสรรคเหล่านี้เป็นอุปสรรคท ี ่
่
ั
ู
ํ
่
ี
่
ื
สวยงาม หากเรายนหยัดมันคงในการสอนแบบไตรตรอง คุณครแบ่งปนว่า “ในชวงแรกๆ ท่นา
ี
่
่
ิ
่
ี
กระบวนการเรยนการสอนท่เน้นการไตรตรองมาใช้ สวนใหญจะต้องเพมเวลาสอนจาก 1 คาบเป็น
่
48
้
่
ื
ํ
ิ
ํ
ํ
2 คาบ เพราะเดกยังไมคุนชนกับการค้นหาคาตอบด้วยตนเอง เม่อให้ทางาน สืบค้น หาคาตอบ
็
ื
ํ
่
่
ี
้
ํ
่
ื
่
ึ
่
มักจะจับกลุมคุย หรอรอครูเฉลยคาตอบมากกวา แตเม่อใช้บอยขน นักเรยนรู้วา ต้องหาคาตอบ
่
ํ
่
ี
เอง เพราะครูไมเฉลยคําตอบแน่นอน นักเรยนจึงพยายามชวยกันหาคาตอบ และจะสอนได้พอใน
เวลา 1 คาบ”
อุปสรรคทีสวยงาม
่
ื
่
ิ
ิ
ี
ี
ฉันชอวิจตรา กนกชาต เข้าสอนหลังจากโรงเรยนสตรมารดาพิทักษ์ เมอประมาณ 2 ปีท ่ ี
่
ื
ี
ี
ี
ผ่านมา สอนวิชาเคม ระดับชั้นมัธยมปลาย รายวิชาเคมพื้นฐาน/เคม 1 /เคม 2/ ชววิทยาพื้นฐาน /
ี
ี
ู
โครงงานวิทย์ นักเรยนมักเรยกฉันว่า “ครกุ๊ก” นอกจากถนัดการสอนแล้ว ฉันยังถนัดการวีนและ
ี
ี
็
่
เหวียงด้วย (ฮ่าๆๆ เดกแอบเม้ากัน)
ี
ี
่
์
ประสบการณในการสอนของฉันหลังจากได้ใช้กระบวนการเรยนการสอนทเน้นการ
ไตร่ตรองแล้วนั้น ฉันมีความประทับใจและได้รับคุณค่าหลายๆ อย่าง ทีอยากจะแบ่งปันให้
่
้
่
่
ี
เพือนๆ ได้ร ก่อนหน้าทฉันได้เรยนรเกียวกับกระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง การ
ี
่
ี
่
ี
ู
้
ู
็
สอนของฉันในแต่ละคาบเรยนเปนดังน้ ี
ี
้
การสรางบรรยากาศ
ี
ี
ครู : “นักเรยนหลังห้องนอะไรเนย ทําไมรกแบบน้ เวร!!! เวรอยู่ไหน
่
่
ี
ี
ทําบ้างมั้ยเนีย”
่
ี
นักเรยน : …. (T_T)
ครู : “เอ้า วันน้เราจะเรยนเรองตารางธาตนะ”
ี
ื
ี
ุ
่
การใหภาพรวม
้
ี
ี
่
ไม่มีค่ะ สอนเลย อาจมบอกเน้อหาทจะเรยน และวัตถประสงค์บ้าง
ุ
ื
ี
การนาเสนอดวยกระบวนการ See-Judge-Act
้
ํ
See - ไม่มีค่ะ (“นักเรยนเปดหนังสอหน้า” … แล้วก็ท้งไว้แบบนั้น)
ิ
ี
ื
ิ
Judge - ให้เนื้อหาเลย ไม่มีการตั้งประเด็นคําถามให้นักเรียนเกิดการคิด และหา
คําตอบ สรปคอ จด จด จด!!!
ุ
ื
49
Act - “นักเรยนทําแบบฝกหัดนะ” “ตารางธาตคอ ………. จดตามครนะ”
ู
ึ
ี
ื
ุ
“แล้วคาบต่อไป สอบนะคะ”
่
การไตรตรอง (R-C-A)
่
ในบางคาบ เมอหมดเวลา จะมการถามคําถาม “นักเรียนวันน้ ีเราเรียนเรืองอะไร?”
ี
่
ื
ี
่
์
“หมายความว่าไง?” “มกีแบบ?” “ใช้ประโยชนอย่างไร?”
ี
ี
่
ื
่
ี
แต่หลังจากทฉันได้เข้าอบรมกระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง เมอ
่
ื
่
ู
้
ประมาณเดอนกรกฎาคม 2556 (บอกเลย แอบเบอ และไม่อยากไป แต่ไปแล้วสนก ได้ความรมา
ุ
ื
พัฒนาตัวเอง ผิดคาด) ฉันลองนําการจัดการเรยนการสอนแบบไตร่ตรองมาใช้ มอะไรหลายๆ
ี
ี
ึ
ี
่
ึ
อย่างเกิดข้น ฉันเล่าถงการสอนเคมพื้นฐาน นักเรยนชั้น ม. 5 ห้องหนง ซงได้ใช้การสอนแบบ
ึ
่
ี
ึ
ไตร่ตรองเปนคร้งแรก
ั
็
่
ื
ี
ในห้องเรยน ม. 5 สอนเรอง ตารางธาต ุ
้
การสรางบรรยากาศ
นักเรยน : “นักเรยนเคารพ” – “สวัสดค่ะ/ครบ”
ั
ี
ี
ี
ี
ี
ี
ครู : “ค่ะ สวัสดค่ะนักเรยน” – “วันน้เปนไงบ้าง คาบทแล้วเรยนอะไร?”
่
็
ี
ี
ี
ี
ิ
นักเรยน : “เรยนคณตครบ/ค่ะ”
ั
่
ครู : “ตอนเทยงกินอะไรกันมาเอ่ย”
ี
ี
ี
้
๋
นักเรยน : “กินก๋วยเตยว/กินข้าวราดแกง/กินยําวุ้นเสน”
การใหภาพรวม
้
Interest
ครู : “รอบๆ ตัวนักเรยนพบเจออะไรบ้าง”
ี
ี
นักเรยน : “หมา แมว โต๊ะ เก้าอ้ จาน ช้อน นํ้า ฯลฯ”
ี
ครู : “แล้วส่งต่างๆ เหล่าน้แบ่งหมวดหม่ได้อย่างไร?”
ิ
ู
ี
ี
ี
ี
ี
ิ
นักเรยน : “สัตว์-ส่งของ, กินได้-กินไม่ได้, ของใช้-ของกิน, ส่งมชวิต-ไม่มีชวิต”
ิ
ี
ี
ี
่
ครู : “มคนตอบถกแล้วค่ะ” “ดมากค่ะ ช่วยกันตอบ” “ตามทนักเรยนเสนอ
ู
ี
มานะคะ ส่งของต่างๆ รอบตัวเราแบ่งได้มากมายหลายหมวดหม่ ขึ้นอยู่
ู
ิ
ิ
ื
่
ี
กับเราจะแยกตามบรบท แต่หมวดหม่ใหญ่ๆ ทเราใช้แยกได้นั้นก็คอ
ู
ี
ี
ส่งมีชวิตและไม่มีชวิต”
ิ
50
ิ
ี
ครู : “แล้วนักเรยนคดว่า ส่งไม่มีชวิตเนย มีอะไรบ้างเอ่ย?”
ิ
ี
่
ี
ี
ิ
ื
ี
นักเรยน : “จาน ชาม ช้อน ยาง สารเคม เหล็ก กระเบ้อง พลาสตก”
ึ
ี
ิ
ิ
ี
ี
ครู : “นักเรยนคดว่า ส่งไม่มชวิตเหล่าน้เกิดข้นได้อย่างไร/เกิดจากอะไร?”
ี
ิ
ิ
ี
ุ
ครยกตัวอย่างเช่น ส่งมชวิต หรอมนษย์จะเกิดจากการปฏสนธระหว่างอสจกับไข่ เปนตัว
ื
ี
ิ
ู
ิ
็
ุ
อ่อน
ี
นักเรยน : “……………” (-_-)
็
ครู : “อ๊ะ! ไม่เปนไรนะ เราจะมาหาคําตอบกันนะ” “นักเรียนเคยเหน/รู้จักส่ง
ิ
็
นี้มั้ย?” (นําตารางธาตมาให้เดกด)
็
ุ
ู
ี
นักเรยน : “เคย/ไม่เคย”
Time
ครู : “ค่ะ ใน 1 ชั่วโมงของคาบน้ เราจะมาเรยนเรองตารางธาตกันค่ะ”
ี
ื
่
ี
ุ
Need
ครู : “ซงธาตต่างๆ ในตารางธาตเนยเปนสารตั้งต้นของสสารต่างๆ ใน
ึ
ุ
่
ุ
ี
็
่
ี
ิ
ส่งไม่มีชวิตรอบๆ ตัวเรา ค่ะ”
Range
ู
ุ
ี
่
ุ
ิ
ี
ครู : “หัวข้อทเราจะเรยนม ธาตในตารางธาต และสมบัตของธาตตามหม่”
ี
ุ
Objective
่
ิ
ี
ี
่
ื
ื
่
ี
ครู : “เมอนักเรยนเรยนเรองน้แล้ว นักเรยนจะอธบายเกียวกับตารางธาต/ ุ
ี
ึ
ุ
สมบัตของธาตต่างๆ ได้ด้วยค่ะ ...พรอมรยังคะ”
ิ
้
การนาเสนอบทเรยน
ี
ํ
See
้
ี
ุ
ู
ครู : “จากตารางธาตน้ นักเรยนรอะไรบ้างคะ”
ี
นักเรยน : “……….” (-_-)
ี
ครู : “ตารางธาตน้แบ่งหมวดหม่ธาตอย่างไร?”
ู
ุ
ุ
ี
51
นักเรยน : “……….” (-_-)
ี
ี
ี
ุ
ครู : “อะๆ เอาง้นะ นักเรยนจับกล่มกัน แล้วช่วยกันคดนะ”
ิ
ี
ิ
ุ
นักเรยน : “#?? //^_^+%??*#” (คยสครบ)
ั
ครู : “นักเรยนขาาาาา... ช่วยกันหาคําตอบค่ะ”
ี
ุ
ี
นักเรยน : “##??%+-+%#*” (คยต่อส)
ิ
่
ี
ึ
ี
ุ
ี
ื
ุ
่
ึ
่
ี
ี
ี
ผ่านไป 20 นาท ซงหนงคาบม 50 นาท และเวลาทพูดคยเสยไป 10 นาท สรปเวลาเหลอ
20 นาที ซึ่งไม่พอในการสอน เพราะทีให้เด็กอภิปรายหาคําตอบกันนั้นส่วนมากคุยงานไม่ได้
่
ี
่
ุ
สรปคาบน้จบทขั้น See นี้ หมดเวลา
ี
ี
ื
ครู : “นักเรยน เอาง้นะ คําถามทครให้หาคําตอบไปช่วยกันสบค้นต่อ และ
ี
ี
่
ู
ส่งในคาบต่อไป”
ั
นักเรยน : “ครบ/ค่ะ”
ี
่
ี
่
ี
ี
ในช่วงแรกๆ ทนํากระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรองมาใช้ ส่วนใหญ่จะต้อง
็
่
เพิ่มเวลาสอนจาก 1 คาบเปน 2 คาบ เพราะเด็กยังไม่คุ้นชินกับการค้นหาคําตอบด้วยตนเอง เมือให้
ุ
ู
ื
ุ
ื
่
ทํางาน สบค้น หาคําตอบ มักจะจับกล่มคย หรอรอครเฉลยคําตอบมากกว่า แต่เมือใช้บ่อยขึ้น
ี
ู
ู
้
ี
นักเรยนจะรว่าต้องหาคําตอบเอง เพราะครไม่เฉลยให้แน่นอน นักเรยนจึงพยายามช่วยกันหา
่
คําตอบ และจะสอนได้พอในเวลา 1 คาบ อย่างทีควรเป็น
่
ู
่
ฉันอยากจะให้กําลังใจเพือนครทกําลังจะนํากระบวนการจัดการเรยนการสอนทเน้นการ
่
ี
ี
ี
ึ
่
ไตร่ตรองไปใช้ว่า ให้ต่อสกับอปสรรค ปญหา เพือความเปลยนแปลงทดข้น ทั้งตัวเราและ
ี
ุ
้
่
ั
ี
ี
ู
่
นักเรยนของเรา และโดยส่วนตัวของฉันเองก็จะพัฒนาตัวเองให้มากยิ่งข้น เพราะกระบวนการ
ี
ึ
่
็
ี
จัดการเรยนการสอนของฉันยังไม่เปนการสอนทีเน้นการไตร่ตรอง 100%
คณครวิจตรา กนกชาต ิ
ิ
ู
ุ
โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ จันทบรี
ุ
9 พฤษภาคม 2014
ู
็
่
้
บันทึกของคุณครวิจิตราช้ใหเห็นว่า การสอนแบบไตรตรองหล่อหลอมบุคคลทั้งครบเปน
ี
็
รายบุคคล ทั้งความรสึกนึกคิด จิตใจ และจิตวญญาณ มิใช่เพยงแต่สติปญญาเท่านั้น ครจะเหน
ู
ี
ิ
ั
้
ู
52
ี่
ิ
ี
ี
ี
ํ
่
้
็
นักเรยนเปนตนไมทเจรญเติบโตขึ้นจากภายในของเขา มิใช่เพยงแค่จดจาสิ่งทเรยนอย่างขาดความ
ี
้
เขาใจและขาดการลงมอปฏบัติ และเพอยนยันถึงคุณค่าน้
ี
ื่
ิ
ื
ื
้
้
ี
ื
่
ื
่
่
ี
่
ี
ผมขอจบบทน้ดวยบันทึกเรอง “เมอลมเปลยนทิศ...ความคิดก็เปลยนไป” ของคุณครู
่
ุ
ี
้
ี
ณชวรรณ ชูไธสง โรงเรยนดรณาราชบุร คุณครูได้แบ่งปนว่า เมือใชการสอนแบบไตรตรอง ครู
่
ั
ิ
ื
ี
่
็
็
็
์
ู
์
่
ี
เปลยนการสอนจากเดิมทยึดครเปนศูนยกลาง มาเปนนักเรียนเป็นศูนยกลาง “สิงท่ได้เหน คอ
่
ี
่
นักเรยนมความตังใจเรยน ชวยคดชวยทา มการซักถาม และมความพยายามท่จะแยกตัวประกอบ
ํ
ี
่
ี
้
ี
ี
ิ
ี
ี
ี
ั
ึ
ี
้
ิ
ํ
ี
ํ
ิ
้
่
มากขน สามารถตอบคาถามได้ดขน ... สาหรบตัวฉันนัน จากวธการสอนท่ฉันเอาแตพูดๆ อธบายๆ
ึ
้
่
ํ
ี
้
ึ
ี
็
ี
มาเปนการสอนท่พูดน้อยลง แตได้สาระสาคัญ และให้นักเรยนได้มบทบาทมากขน การใช้เวลาท่ ี
่
ี
คุมคากวาเดม การใสใจนักเรยนให้มากขน” ในตอนทายคุณครไดชวนเชิญใหทุกท่านมาเปนเพ่อน
ู
็
้
้
่
ื
้
่
้
้
ิ
ึ
รวมเดินทางบนเสนทางสายไตรตรองด้วยกัน
่
่
้
เมื่อลมเปลี่ยนทิศ... ความคิดก็เปลี่ยนไป
็
ู
ู
่
่
ี
ี
เดมฉันเปนครทใช้วิธการสอนโดยยึดครเปนศนย์กลาง อย่างดทสด ก่อนสอนแจ้งกับ
ู
ี
ี
ิ
็
ุ
นักเรยนว่า วันน้เราจะเรยนเรองอะไร ฉันเตรยมตัวอย่างมาอธบายให้นักเรยนฟง จากนั้นสั่งการบ้าน
ี
ั
ี
ิ
ื
่
ี
ี
ี
(อ้อ! ลมบอกไปว่า ฉันสอนวิชาคณตศาสตร ชั้น ม.3) ถงเวลาสอบทไร นักเรยนก็จะบ่นว่า
ี
ิ
ึ
ี
ื
์
ี
ี
คณตศาสตรทําไมยากจัง ฉันบอกกลับไปว่า “เวลาเรยนพวกเธอไม่สนใจเรยนน่ะส” จนกระทั่งฉัน
ิ
ิ
์
้
ู
ี
ิ
ี
ได้มโอกาสมาเรยนร กระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง ฉันเร่มสนใจและเกิดความเชอ
ี
่
ี
่
ื
ี
็
ี
ี
ว่า กระบวนการไตร่ตรองน้น่าจะเปนอะไรทสามารถพัฒนานักเรยนของฉันให้มความเข้าใจใน
ี
่
ี
ึ
บทเรยนมากข้น
ื
หลักจากทฉันกลับจากอบรม ฉันกังวลในเรอง เวลาทใช้สอน เพราะใกล้สอบปลายภาคแล้ว
่
ี
่
่
ี
ุ
ิ
ี
ฉันมเวลาเพียง 2 อาทตย์ (4 คาบ) ฉันต้องสอนเรอง เศษส่วนพหนาม ให้จบ ฉันตัดสนใจใช้
ิ
ื
่
ื
กระบวนการไตร่ตรอง ฉันเตรยมเน้อหา และตัวอย่างทจะสอนนักเรยน และเตรยมใช้กระบวนการ
ี
่
ี
ี
ี
ไตร่ตรอง ฉันตัดขั้นตอนการสรางบรรยากาศออกไปก่อน ฉันเร่มด้วยการให้ภาพรวมแก่นักเรยน
้
ิ
ี
ื
ี
่
ื
ี
(INTRO) ฉันบอกกับนักเรยนของฉันว่า เราจะเรยนเรองอะไร และเมอจบคาบน้แล้ว นักเรียนจะ
่
ี
สามารถทําอะไรได้บ้าง สดท้ายนักเรยนต้องเขยนสรุปส่งทนักเรียนได้เรียนไปว่า ได้เรียนรู้อะไร
ุ
ี
ี
ี
่
ิ
ี
ี
ิ
่
ี
ิ
อย่างไร และมส่งใดทนักเรยนต้องการให้ครอธบายเพิ่มเตม
ู
ิ
53
่
ิ
็
ี
ิ
เมอฉันเร่มสอน ฉันสังเกตพฤตกรรมของนักเรยนว่าเปนอย่างไร ส่งทได้เหน คอ นักเรยนม ี
็
ี
ื
ื
ิ
่
ี
ึ
ี
ี
่
ี
ความตั้งใจเรยน ช่วยคดช่วยทํา มการซักถาม และมความพยายามทจะแยกตัวประกอบมากข้น
ิ
ี
ี
ึ
ี
่
ื
ู
ี
ี
สามารถตอบคําถามได้ดข้น เมอให้เขยนสรปท้ายคาบ มนักเรยนหลายคน เขยนบอกว่า วันน้รสก
ึ
้
ี
ุ
ี
ึ
ี
ึ
ึ
ี
ี
เรยนเข้าใจ และสามารถทําแบบฝกหัดได้ดข้น มความเข้าใจว่าจะต้องทําอย่างไรมากข้น จากการทํา
กิจกรรมในคาบเรยน นักเรยนสามารถทําแบบฝกหัดได้ถกต้อง ฉันลองให้นักเรยนจับค่กันแล้วสราง
ู
ี
้
ี
ู
ึ
ี
็
โจทย์ บวก-ลบ คณ-หาร เศษส่วนพหนาม 1 ข้อ พรอมทั้งแสดงวิธทําด้วย ซงนักเรยนทําได้เปนอย่าง
ี
ี
ุ
่
้
ึ
ู
ี
ี
็
่
ี
ด ดกว่าทเคยเปนมา
ฉันมั่นใจว่า ถ้าฉันหมั่นใช้กระบวนการไตร่ตรอง นักเรยนของฉันคงจะมพัฒนาการทดข้น
ี
ึ
ี
ี
่
ี
ิ
ื
่
ุ
ิ
ี
แน่ๆ (อ้อ! ลมบอกไป การสอบปลายภาควิชาคณตศาสตรเพิ่มเตม เรอง เศษส่วนพหนาม นักเรยน
์
ื
์
่
ุ
ื
ี
สอบผ่านทกคนค่ะ) เพือประโยชนทั้ง 2 ฝาย คอ ทั้งตัวฉันและตัวนักเรยน
่
ั
ิ
ี
่
ี
็
่
ี
สําหรบตัวฉัน จากวิธการสอนทฉันเอาแต่พูดๆ อธบายๆ มาเปนการสอนทพูดน้อยลง แต่ได้
สาระสําคัญ และให้นักเรยนได้มบทบาทมากข้น การใช้เวลาทค้มค่ากว่าเดม การใส่ใจนักเรยนให้
ี
ี
ิ
ี
ุ
ึ
่
ี
ึ
มากข้น
ื
ั
ู
่
้
้
ู
ี
ี
้
ี
สําหรบตัวนักเรยน เขาจะรเปาหมายของการเรยนว่าในแต่ละคร้ ังเขาจะต้องเรยนรเรอง
ื
่
อะไร เรยนเพืออะไร และจะเรยนอย่างไร ทําให้เขาสนใจและเอาใจใส่ในการเรยนมากข้น เมอเขาได้
ี
ึ
่
ี
ี
ี
ี
ิ
ไตร่ตรองท้ายชั่วโมงเรยน เขาเข้าใจในบทเรยนมากข้น ลกซ้งข้น ฉันเชออย่างน้จรงๆ เพราะฉันได้
่
ื
ี
ึ
ึ
ึ
ึ
พิสจน์มาแล้ว
ู
ฉันจงอยากบอกเพือนๆ ผู้ร่วมเดนทางทั้งหลายว่า จงเชอเถด จงมั่นใจและเร่มเดนทางไป
ิ
ึ
่
ื
ิ
ิ
ิ
่
ี
ด้วยกัน ด้วยแนวทางเดยวกัน โดยมกระบวนการไตร่ตรองเปนผู้นําทางพวกเรา กระบวนการ
ี
็
ี
ี
ึ
ุ
ื
้
ู
ไตร่ตรองเปรยบเสมอนต้รถไฟทมพนักงานขับรถพรอมจะนําพาพวกเราไปถงจดหมายปลายทาง
่
ี
ึ
ึ
ี
็
การผ่านไปแต่ละสถานต้องใช้เวลา บางสถานถงเรว บางสถานถงช้า แต่ในทสด เราจะถงปลายทาง
ี
ึ
ี
ุ
ี
่
ี
อย่างปลอดภัย ในกระบวนการมขั้นตอนต่างๆ หลายอย่าง บางขั้นตอนง่าย บางขั้นตอนยาก แต่ถ้า
ึ
็
ี
่
ุ
ิ
ี
่
ิ
เราตั้งใจจรง ในทสด เราจะทํามันสําเรจ ฉันหวังว่า ฉันจะมเพือนร่วมเดนทางไปกับฉันมากข้น มาก
ขึ้น และมากขึ้นค่ะ
ู
คณครณชวรรณ ชไธสง
ู
ิ
ุ
ุ
ุ
โรงเรยนดรณาราชบร ี
ี
10 กุมภาพันธ 2014
์
54
บทที่ 3
บรรยากาศดีๆ เริ่มต้นด้วยเชื่อมั่นและศรัทธา
ี
ี่
็
กระบวนการเรยนการสอนทเนนการไตรตรองอยู่บนพ้นฐานความเชอทว่า เปนนักเรยนเอง
ื่
ื
ี่
่
ี
้
ี
ี่
ไม่ใช่คร ทจะตองรบผิดชอบมากทสุดต่อการเรยนรของตน และเปนนักเรยนเอง ไม่ใช่คร ทตอง
ี่
ี
้
ู
็
้
ั
ี่
ู
้
ู
ี
ู
ทางานเปนส่วนใหญ ครมบทบาทสาคัญในการส่งเสรมการเรยนร แต่ตองไม่เปน “จุดสนใจหลัก”
้
ู
ี
ิ
่
้
็
็
ี
ื
ู
้
้
ู
้
ิ
้
ในหองเรยนหรอทางานทั้งหมด ดังนั้น ครตองเอ้ออานวยใหเกดการเรยนรดวยการ
ื
้
ี
์
ี
ี
้
ี
ี
้
็
ื่
ี่
(1) สรางความสัมพันธเปนรายบุคคลกับนักเรยนเพอใหนักเรยนมแรงจูงใจทจะเรยนกับคร ู
ี
ุ
ี
้
้
ื่
(2) ใหนักเรยนรสึกปลอดภัยและปลอดจากความรนแรงใดๆ รวมทั้งเมอนักเรยนทา
ู
ื่
ี
ี่
ู
ี
้
้
้
ผิดพลาด ครตองใหกาลังใจ เพอใหนักเรยนไม่ย่อทอทจะพยายามเรยนรต่อไป และ
้
้
ู
้
ู
ี
ื่
็
ื
้
(3) แสดงใหนักเรยนเห็นในความเชยวชาญและความกระตือรอรนของคร เพอเปนตนแบบ
้
ี่
้
และเปนแรงบันดาลใจใหกับนักเรยน
็
ี
ดังนั้น การสอนแบบไตรตรองจึงเรมตนดวยขั้นท 1 ดวยการสรางบรรยากาศการเรยนรทให ้
้
ี่
้
ู
ี
้
ี่
ิ่
้
่
้
ิ
ี
็
ู
็
ื
เอ้ออานวยใหเกดการเรยนร ทั้งน้ โดยมความสัมพันธระหว่างครและนักเรยนเปนรายบุคคล เปน
้
ู
ี
ี
้
ี
์
ี
้
หัวใจสาคัญของการสรางบรรยากาศ ดังทคณครูนฤภัทร วิชยประเสรฐ ชั้นประถมศึกษาปท 5
ี่
ี่
ุ
ิ
ั
ี
และ 6 โรงเรยนเซนตโยเซฟคอนเวนต แบ่งปนถึงการสรางบรรยากาศดๆ ของคุณครว่า “ฉันจะ
์
้
ี
์
ู
ั
ี
ี
ค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรยนเสมอ ซึ่งแต่ละคนมความสามารถไม่เท่ากัน และ
ี
มทักษะทแตกต่างกัน ฉันใหความสาคัญกับนักเรยนเปนรายบุคคล พยายามตั้งคาถามกระตุน
็
ี่
้
ี
้
็
้
้
ความคิดเปนระยะๆ และสรางแรงจูงใจดวยการกล่าวชมเชย”
บรรยากาศดีๆ
ิ
์
ฉันชอ นฤภัทร วิชัยประเสรฐ นักเรยนเรยกว่า ครนาง สอนวิชาคณตศาสตรชั้น
ี
ี
ู
ื่
ิ
ประถมศกษาปท 5 และ 6 โรงเรยนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์
ี
ี
ี่
ึ
55
จากประสบการณการใช้กระบวนการไตร่ตรอง ฉันชอบการสรางบรรยากาศการเรยนร
ี
ู
้
์
้
ี
็
ี
ั
และได้น ามาปรบใช้ในชั่วโมงเรยน โดยการให้ความเปนกันเอง สนทนากับนักเรยนด้วยใบหน้า
ี่
ื่
ี
ทยิ้มแย้มแจ่มใส ฉันพยายามจ าชอของนักเรยนแต่ละคนตั้งแต่ชั่วโมงแรกทเข้าสอน โดยให้
ี่
ี
ี
นักเรยนแต่ละคนบอกชอเล่นของตัวเอง และฉันเร่มทวนชอ หรอ ถ้าบางห้องเรยนมนักเรยนเข้า
ื
ี
ี
ื่
ิ
ื่
ี
ื่
ื่
ใหม่ ฉันจะแข่งขันกันจ าชอกับนักเรยน ให้แต่ละคนแข่งกันว่า ใครจ าได้ชอเพื่อนในห้องได้
ื
็
ี
ี
ิ
ี่
มากกว่ากัน ส่งทขาดไม่ได้อกอย่าง คอ การใส่ใจรายละเอยดเปนรายบคคล เช่น ลายมอสวย
ื
ุ
ี
ี่
ั
ี
ี
้
ี
ุ
ตั้งใจเรยน แต่งกายเรยบรอย มความรบผิดชอบ ส่งงานครบทกคร้ ัง ขณะทสอนฉันจะมการ
ื่
ซักถามนักเรยนเปนรายบคคลโดยการเรยกชอเล่น และซักถามโดยรวม เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ
็
ี
ี
ุ
ึ
ุ
ฉันค านงถงความแตกต่างระหว่างบคคลของนักเรยนเสมอ ซงแต่ละคนความสามารถไม่เท่ากัน
ึ
่
ึ
ี
ิ
ี
ุ
และมทักษะทแตกต่างกัน ฉันให้ความส าคัญกับนักเรยนเปนรายบคคล ตั้งค าถามกระต้นความคด
ี
ี่
็
ุ
ู
เปนระยะๆ และสรางแรงจงใจด้วยการกล่าวชมเชย
็
้
ี
ู
ฉันสรางบรรยากาศให้การเรยนดสนกสนานและได้รบความรไปพรอมๆ กัน ส่งหนงท ี่
ึ
้
ุ
ิ
ู
้
้
ั
่
ี
ี
้
้
็
้
ฉันเตรยมมาเพื่อสรางความเปนกันเองและสรางบรรยากาศการเรยนร ให้นักเรยนได้ผ่อนคลาย
ู
ี
ี่
ื่
ี
และคลายความตงเครยดในช่วงท้ายๆ ของชั่วโมงสอนเสมอด้วยการเล่าเรองททันเหตการณ ์
ุ
ึ
ิ
ื
็
ิ
ื
บ้านเมอง หรอนทาน แล้วให้นักเรยนช่วยกันแสดงความคดเหน หรอบอกข้อคดหรอคณธรรม
ี
ิ
ื
ุ
ื
ื่
ิ
ี่
จรยธรรมทได้จากเรองทฉันน ามาเล่าเสมอ
ี่
ี
ั
ส่งทฉันได้รบ คอ นักเรยนมความกระตอรอรน สนกสนานกับเรยนวิชาคณตศาสตร
์
ิ
ุ
ี่
ี
้
ื
ิ
ื
ี
ื
ื่
็
ี
ั
ี
เพราะเขาได้รบรางวัลตอบแทนความตั้งใจเรยนเปนเรองเล่าจากฉัน นักเรยนให้ความสนใจเสมอ
ี่
็
ว่า วันน้ ี ชั่วโมงน้ ี ฉันจะเล่าเรองอะไรให้พวกเขาฟง และส่งทเปนก าลังใจจากการสราง
้
ื่
ิ
ั
ี
บรรยากาศการเรยนรด้วยการให้ความเปนกันเองและเรองเล่าของฉัน คอ นักเรยนมเจตคตทดต่อ
ื
ี
้
ิ
็
ื่
ู
ี
ี
ี่
ี
ื่
่
ึ
ี
ึ
ี
การเรยนวิชาคณตศาสตรของฉันมากข้น ซงตัวฉันเองก็มความสขทจะค้นหาเรองราวและเตรยม
์
ิ
ุ
ี่
ตัวสอนในชั่วโมงถัดไปเสมอ
ู
ื่
ฉันอยากเชญชวนเพื่อนครท่านอนๆ ให้หันมาสรางบรรยากาศการเรยนรเพื่อกระต้น
ี
ิ
้
้
ู
ุ
ความสนใจ โดยการสรางบรรยากาศในการเรยนให้สนกสนาน
้
ี
ุ
ุ
ิ
คณครนฤภัทร วิชัยประเสรฐ
ู
ี
โรงเรยนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์
56
้
้
้
ี
้
บรรยากาศภายในหองเรยน นกเรยนตองรูสึกปลอดภัยจากการใชความรนแรง
ี
ั
ุ
ู
้
ี
ื
ี
ิ
ดวยประการใดๆ อันอาจเกดจากครหรอนักเรยนดวยกัน ไม่ว่าดวยวิธการใดๆ วาจา การกระทา
้
้
้
้
ื
้
ื่
ู
ี
ี
หรอแมแต่ดวยภาษากาย เชอไหมว่า แมแต่สหนา สายตา น้าเสยงและภาษากายของคร ไม่ว่า
้
็
ี
ี
ี
ู
้
ี
ี
้
้
้
เล็กนอยแค่ไหน กหลอกนักเรยนไม่ได นักเรยนสามารถรสึกไดทันทว่า นักเรยนมความหมายม ี
ู
ี่
้
ี
ู
คุณค่าแค่ไหนสาหรบคร โดยทครไม่ตองพูดอะไรสักคา เด็กนักเรยนมความสามารถมองครไดจาก
้
ู
ี
ั
็
ู
ั
้
ี
ขางหลังทะลุถึงหัวใจ เพราะครเปนคนทเขารกและเทิดทูน นักเรยนประเมินค่าของตนเองจากสิ่งท ี่
ี่
์
ครปฏบัติต่อเขา ปฏสัมพันธระหว่างครกับนักเรยนจึงมีความสาคัญยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ต่อบรรยากาศท ี่
ิ
ู
ู
ี
ิ
้
ู
ื
์
ี
้
ี
เอ้อต่อการเรยนรของนักเรยน ดังจะเห็นไดจากประสบการณของคณครูภิญญาพัชญ ประเสรฐ
์
ิ
ุ
ื
ี่
ี
ี
ุ
็
ี่
้
ี
่
ื
์
ั
ธรพงค โรงเรยนดรณาราชบุร อันเปนหลักฐานทงดงามทยนยันไดว่า “เมอความรกของครู
เดินทางถึงหวใจของนกเรยน ครูจะไดความรกและการพฒนาของนกเรยนเปนการตอบ
ั
ั
ี
ั
ั
็
้
ี
ั
แทน” จากบันทึกของคุณคร เรอง Love is an Action
ู
ื่
Love is an Action
ั
ั
้
้
่
“ลูกที่รกทังหลาย เราอยารกกันแตปาก เพียงดวยค าพูดเทานน แตจงรกกันดวยการกระท าและ
่
่
ั
ั
้
่
้
ความจรง (1 ยน 3:18)”
ิ
ฉัน นางสาวภญญาพัชญ์ ประเสรฐธรพงค์ ครผู้สอนวิชาภาษาไทย นักเรยนชั้น
ิ
ี
ู
ี
ิ
็
ี
ประถมศกษาปท 5 โรงเรยนดรณาราชบร ฉันเชอว่า มนษย์ทกคนมความรกเปนพื้นฐาน ฉันใน
ุ
ี
ั
ี่
ุ
ุ
ี
ื่
ุ
ี
ึ
ี
ื
ู
ั
ฐานะครขอเปรยบตนเองเปนดั่ง “ความรก” และนักเรยนของฉันเปรยบเสมอน “หัวใจ” ฉันต้อง
ี
็
ี
เดนทางไปให้ถงหัวใจ เพื่อมอบความรกอันถกหล่อหลอมข้นจากความห่วงหาอาทรและความ
ู
ิ
ั
ึ
ึ
ึ
ุ
ห่วงใย ฉันจงใช้กระบวนการเรยนการสอนแบบไตร่ตรองทสอดแทรกคณค่าพระวรสารด้าน
ี
ี่
ั
ุ
็
ิ
ึ
ี่
ี
ี่
่
ื
ึ
ความรกนแหละ ทจะท าให้ฉันเดนไปถงจดหมาย ซงก็คอ นักเรยนผู้เปนหัวใจของฉัน
็
ู
บนเสนทางการเปนครของฉัน ฉันยังอ่อนประสบการณอยู่มาก ฉันเกิดค าถามว่า ฉันท า
้
์
ี
ิ
ู
ื
ี่
ิ
ื
อะไร หรออย่างไร ส่งทฉันปฏบัตต่อนักเรยนในการจะพัฒนานักเรยนอย่างเต็มทถกต้องหรอไม่?
ี่
ิ
ี
อย่างไร?
ี
ฉันพูดกับนักเรยนว่า ใครไม่ท าการบ้าน ครจะท าโทษ และผลลัพธทเกิดข้นก็คอ นักเรยน
ี
ื
์
ู
ี่
ึ
ู
ี
ท าการบ้านเสรจ แต่ท าอย่างไม่ตั้งใจ ท าเพื่อให้มส่ง ไม่ให้ครท าโทษ ฉันรได้อย่างไรว่าไม่ตั้งใจ
้
็
ู
57
็
็
ี่
ี
ี
ื่
ิ
ี่
ลายมอทฉันคดว่า เปนอักษรโบราณ ค าตอบทไม่มค าตอบของนักเรยน เปนเครองหมายบ่งช้ และ
ี
ื
่
ี
ื
ยิ่งไปกว่านั้น คอ นักเรยนคนหนงยอมโดนท าโทษ แต่ไม่ท าการบ้าน เครองหมายค าถามเกิด
ื่
ึ
ข้นกับฉันอกแล้ว ตัวฉันมองข้ามส่งใดไปหรอเปล่า? จนกระทั่ง 12-15 พฤศจกายน 2557 ทผ่านมา
ี่
ี
ื
ึ
ิ
ิ
ุ
ั
ี่
ี
ฉันได้มโอกาสเข้ารบการอบรมไตร่ตรองทน าคณค่าพระวรสารมาใช้ในการเรยนการสอน ท าให้
ี
ิ
ั
ฉันเกิดแรงบันดาลใจทจะสอนนักเรยนด้วย “ความรก” ความรกน้แสดงออกด้วยการกระท ามใช่
ี่
ี
ั
ี
ี่
ค าพูด ฉันต้องปรบเปลยนพฤตกรรมแล้วล่ะ
ั
ิ
ิ
ิ
ี่
้
ี
์
ิ
ฉันเร่มต้นสรางความสัมพันธระหว่างฉันและนักเรยนของฉัน เร่มจากตัวฉันทเปดใจ
็
และสรางความเปนกันเอง ดังน้ ี
้
ู
1. เร่มจากเรยกชอเล่น เพื่อให้นักเรยนรสกค้นเคยใกล้ชด
ิ
ี
ึ
ิ
ี
ุ
ื่
้
2. ใช้น ้าเสยง ลลา ท่าทางการแสดงออกทสดชน ยิ้มแย้มแจ่มใส เพื่อสอให้นักเรยน
ี
ื่
ื่
ี่
ี
ี
้
ิ
รบรว่า ฉันไม่ใช่ยักษ์นะ ไม่น่ากลัวเลยสักนด
ั
ู
ี
ื่
ุ
ุ
็
ิ
ิ
ี่
ื
ี
3. ส่งส าคัญทสดคอ พูดคยเรองการเรยนอย่างเปนมตรตลอดคาบเรยน พยายามท าให้
้
ี
ู
ื
นักเรยนรบรว่า ฉันใส่ใจ และรว่า นักเรยน คอ คนส าคัญของฉัน เปนหัวใจของฉัน
ี
ั
็
้
ู
ี่
ั
ื
ฉันท าได้แล้ว นใครฉันหรอความรกนะ ฉันบอกกับตัวเอง?
ิ
ฉันเร่มรสกถงการเปลยนแปลงเล็กๆ จากนักเรยน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เดกชายผู้ไม่เคยท า
ี
็
ี่
ึ
ู
้
ึ
ั
็
ิ
การบ้าน เขาเร่มท าการบ้านเสรจ และส่งตรงตามก าหนดเวลา ฉันยังคงใช้ความรกและสังเกตการ
ี่
ื่
ุ
ิ
พัฒนาของเขาอย่างต่อเนอง จนในทสด เขาเดนเข้ามาหาฉันแล้วพูดว่า
ู
ั
นักเรยน : ครน ้าครบ คัดลายมอแบบน้ถกต้องไหมครบ
ี
ื
ู
ี
ั
ฉัน : ดมากเลย ถ้าเขยนให้ตรงจะดกว่าน้มาก และฉันเขยนเปนตัวอย่างให้
ี
ี
ี
็
ี
ี
นักเรยนด ู
ี
หลังจากบทสนทนาคร้งนั้น เขาตั้งใจเขยนหนังสอ ท างานจนเสรจ ส่งตรงเวลา และกล้า
็
ั
ี
ื
ู
ซักถาม ฉันบอกได้อย่างภมใจเลยว่า ความรกของฉันเดนทางถงหัวใจของนักเรยนแล้ว แม้เปน
็
ึ
ิ
ี
ิ
ั
58
ั
็
ื
เพียงหัวใจดวงเล็กๆ ดวงหนงก็พิสจนให้เหนแล้วว่า ความรก คอ การแสดงออกด้วยการกระท า
ึ
่
์
ู
ู
ั
ี
แล้วเพื่อนๆ ครล่ะคะ พวกเรามาร่วมกันมอบความรกให้กับหัวใจของนักเรยนกันเถอะค่ะ
“The heart of education is the education of the heart.”
ี
ุ
ิ
คณครภญญาพัชญ์ ประเสรฐธรพงค์
ู
ิ
ุ
โรงเรยนดรณาราชบร ี
ี
ุ
ี
14 มนาคม 2015
ี่
่
ื่
้
่
ื
นอกจากนั้น การสอนแบบไตรตรองอยูบนพ้นฐานความเชอทว่า โดยแทจรงแลว การ
้
ิ
็
ิ
ิ
ี่
้
ี่
่
เจรญเติบโตของเด็กเกดขึ้นจากพลังทอยูภายในทผลักดันและสรางเสรมความเปนตัวตนของ
ิ
ู
้
ี
นักเรยนตามวัยและจังหวะชวิตของเขา ครจึงมหนาทสรางบรรยากาศและสภาพแวดลอมท ี่
ี่
้
ี
ี
้
ี
่
้
ี่
เอ้ออานวยในการเติบโตใหเหมาะสมกับนักเรยนแต่ละคน การสอนทแบบไตรตรองใหความสาคัญ
้
ื
ู
้
์
ู
ื่
้
้
ี
้
กับความสัมพันธระหว่างครกับนักเรยนในฐานะเพอนแทแห่งการเรยนร ซึ่งถูกสรางขึ้นดวย
ี
ี
ี
ี่
ั
ี่
ื่
ู
ุ
บรรยากาศแบบเชอมั่นและศรทธาทครและนักเรยนมต่อกันและกัน ดังทคณครูอนตร
ุ
้
ั
้
ี
ื่
ุ
ี
ั
ั
ปรอดครบร โรงเรยนเซนต์นิโกลาส พิษณุโลก ไดแบ่งปนไวในบันทึกเรอง “ความหวงหลงรอยยิ้ม
เล็กๆ”
“ความหวังหลังรอยยิ้มเล็กๆ”
ี
ิ
ี
ึ
ี่
ครหนง อนตร ปรอดครบร สอนวิชาภาษาไทยทโรงเรยนเซนต์นโกลาส พิษณโลก วันเรยน
ู
่
ี
ุ
ุ
ุ
ี
วันแรก หลังจากฉันได้มโอกาสร่วมเดนทางกับกระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง ฉัน
ิ
ี่
ี
ี
ี่
ิ
ี
ิ
กลับมามองห้องเรยนทว่างเปล่า แล้วคดหนักใจเล็กๆ อยู่ว่า ฉันจะท าไหม? จะเร่มอย่างไรด?
ั
ี่
ิ
ื่
ื
ฉันเลอกทจะเร่มต้นจากการสรางบรรยากาศด้วยศรทธา “เชอไหมว่า แม้แต่สหน้า สายตา
้
ี
ี
ี
ู
้
ึ
น ้าเสยง และภาษากายของคร ไม่ว่าเล็กน้อยแค่ไหนก็หลอกนักเรยนไม่ได้ นักเรยนสามารถรสกได้
ู
ี
ี
ี
ุ
ี
ั
ทันทว่า นักเรยนมความหมายมคณค่าแค่ไหนส าหรบคร โดยทครไม่ต้องพูดอะไรสักค า” (ทมา
ี่
ู
ี
ู
ี่
ี
ี่
หนังสอไตร่ตรอง) ข้อความน้แหล่ะทท าให้ฉันมก าลังใจทจะสรางบรรยากาศด้วยศรทธา
ื
ี
้
ั
ี่
59
ิ
ิ
ิ
วันนั้น ฉันสอนเรองโคลงโลกนต เร่มต้นคาบเรยนไปได้ด้วยด แต่มอยู่ช่วงหนงทฉันให้
ื่
ี
่
ี่
ึ
ี
ี
้
็
ิ
ิ
เดกๆ เลอกค าประพันธโคลงโลกนต แล้วแต่งนทานเทยบโคลงโลกนต มแววตาเศราๆ ค่หนง มอง
ื
์
ู
ิ
ี
่
ิ
ึ
ี
ิ
ฉันแล้วก้มหน้าลง ฉันเดนเข้าไปใกล้ๆ แล้วถามเจ้าของแววตาค่นั้นว่า “เปนอะไรลก” เจ้าของแววตา
ู
ู
็
ิ
ู
ี
ื่
้
ค่นั้นพูดว่า “ผมท าไม่ได้ ผมเรยนไม่เก่ง ผมโง่” ฉันได้โอกาสสรางบรรยากาศด้วยเชอมั่นและ
ั
ศรทธาแล้ว?
ฉันหยิบธนบัตรฉบับละ1000 บาทขึ้นมา 1 ฉบับ ชูให้เด็กๆ ดู แล้วถามว่า “นักเรียนคะ นี่คือ
อะไร? เด็กๆ ตอบว่า “แบงค์หนงพัน” “อยากได้ไหมคะ?”เด็กๆ ต่างแย่งกันตอบ “อยากได้ค่ะ/ ครบ”
ึ
ั
่
ั
“แล้วมันมค่าเท่าไรคะ?” เด็กคนหนงในห้องตอบ “หนงพันบาทครบ” ฉันขย าแบงค์ใบนั้น แล้วถาม
่
ึ
่
ึ
ี
ิ
ใหม่ว่า “ใครอยากได้บ้าง?” เด็กๆ ยังคงยืนยันว่า ต้องการเหมอนเดม “มันยับแล้วนะคะ จะเอาหรอ?”
ื
ื
็
็
ึ
้
ี่
เดกๆ ยังคงยืนยันว่า “เอา” รวมถงเดกแววตาเศราคนนั้นด้วย ฉันเจาะจงทจะถามเดกแววตาเศราคน
้
็
ั
ี
ึ
นั้นว่า “มันมค่าไหมคะ?” “มค่าครบ ก็หนงพันบาท”
ี
่
ิ
่
็
ิ
ฉันอธบายว่า “เหนไหมคะว่า แบงค์พัน แม้มันจะยับแล้ว ก็ยังคงมค่าหนงพันบาทเช่นเดม
ี
ึ
ุ
ี่
คนเราก็เหมอนกัน จะสงจะต าก็มค่าของคนเท่ากัน คนเรามความสามารถทต่างกัน แต่เราทกคนม ี
ี
ื
ู
่
ี
ความพยายามเหมอนกันได้ ลองท าดนะคะ” ฉันพูดด้วยรอยยิ้ม แล้วหันหน้าไปทางเด็กชายแววตา
ู
ื
้
ี่
ุ
ี่
เศราคนนั้นว่า “ครเชอมั่นว่า หนท าได้” ส่งทตอบฉันมา คอ แววตาทเปลยนไป รอยยิ้มทมมปาก
ิ
ู
ื
ี่
ู
ื่
ี่
ึ
และการหยิบสมดปากกาข้นมาของเด็กชายคนนั้น ฉันมความหวังเล็กๆ กับรอยยิ้มนั้น
ี
ุ
ึ
ี
์
็
ี่
่
ุ
นั่นเปนอกหนงเหตการณ ทแสดงว่า ถาเรากลาปรบ ชวิตก็เปลี่ยนได ขอใหเชอมั่นและ
ั
ี
้
้
้
ื่
้
ศรทธาก็แลวกัน
ั
้
ุ
ุ
คณครอนตร ปรอดครบร ี
ุ
ู
ุ
ิ
โรงเรยนเซนต์นโกลาส พิษณโลก
ี
22 กุมภาพันธ์ 2015
ู
้
ั
้
้
ี
็
ี่
้
็
“ถาเรากลาปรบ ชวิตกเปลยนได ขอใหเชอมั่นและศรทธากแลวกัน” คุณครจันทรา พงษ ์
้
ื่
ั
สวัสดิ์ โรงเรยนสตรมารดาพิทักษ จันทบุร เปนอกตัวอย่างของการกลาทจะปรบเปลยนตัวเองและ
ี
ี
ี่
็
ี
ี่
ี
์
้
ั
ี
้
การใหความสาคัญกับการสรางบรรยากาศดๆ โดยก่อนเรยน ครวางแผนว่า ครจะสราง
ู
้
้
ี
ู
ื่
ู
ี
ความสัมพันธกับนักเรยนอย่างไร ก่อนอน ครตองสังเกตบรบทของนักเรยน โดยเฉพาะพ้นอารมณ ์
์
ี
ื
ิ
้
60
ี
ี่
ี
ื
้
ื
ี
ี
ี
้
ู
ิ่
และพ้นเพของนักเรยนในขณะนั้นว่า นักเรยนมความพรอมทจะเรยนหรอไม่ เพยงใด แลวครเรม
ิ
ดวยการทักทายอย่างเปนมิตร จัดกจกรรมเพอเรยกสติและสมาธของนักเรยนสั้นๆ เช่น นั่งนิ่งสงบ
ิ
ี
ื่
ี
็
้
ทาสมาธ ทา Brain Gym หรอ ทากจกรรมสั้นๆ เพอสรางความสนใจก่อนนาเขาสูบทเรยน ซึ่งเปน
ิ
ื
ิ
่
็
้
้
ี
ื่
้
้
็
็
ี
ส่วนหนึ่งของการใหภาพรวม (Interest) เช่น คาถาม เกม เพลง หนังสั้น เปนตน บันทึกต่อไปน้เปน
ี่
อกตัวอย่างหนึ่งของการสรางบรรยากาศก่อนเรยนและคุณค่าทไดรบจากชวิตทเปลยนไป
ี่
้
ี
ี
้
ี่
ี
ั
บรรยากาศก่อนเรียน
ิ
็
ู
็
ฉันชอครจันทรา พงษ์สวัสด์ เปนครโรงเรยนสตรมารดาพิทักษ์ จันทบรมาเปนเวลา 32 ป
ี
ี
ุ
ื่
ี
ี
ู
็
ึ
โดยสอนในชั้นประถมศกษาเปนเวลา 10 ป ก่อนทจะได้ย้ายข้นมาสอนชั้นมัธยมในปจจบัน ฉัน
ึ
ี่
ี
ุ
ั
ิ
สอนชั้นมัธยมศกษาปท 2 วิชาคณตศาสตร ์
ึ
ี่
ี
ื่
็
ี
ี
โรงเรยนสตรมารดาพิทักษ์เปนโรงเรยนคาทอลก มการเรยนการสอนโดยเน้นในเรอง
ี
ี
ิ
ี
ุ
คณธรรมและจรยธรรม มการส่งคณครเข้ารบการอบรมเปนประจ า ฉันได้เข้ารบการอบรม
็
ิ
ั
ั
ู
ุ
ี
ี
ี่
เกี่ยวกับกระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง ก่อนทฉันจะได้รบการอบรมในกระบวน
ี่
ั
ื
์
ิ
การน้ ฉันสอนนักเรยนโดยเน้นการอธบายเน้อหา หรออธบายโจทย์คณตศาสตรให้นักเรยนฟง
ิ
ี
ี
ั
ิ
ี
ื
ี
ิ
้
แล้วให้นักเรยนได้ตอบถามไปพรอมๆ กัน หรอไม่ก็ยกตัวอย่างพรอมทั้งอธบาย เสรจแล้วให้
้
ื
็
ิ
ั
ี
ี
นักเรยนลอกตัวอย่างจากบนกระดาน บางคร้ ัง นักเรยนไม่สนใจฟง ไม่ตั้งใจ เพราะคดว่า
ู
ี๋
ประเดยวครก็ท าตัวอย่างให้ดให้ลอก แต่พอให้กลับไปท าการบ้าน ก็จะท าไม่ได้
ู
ี่
หลังจากทฉันได้รบการอบรม เรอง การสอนแบบไตร่ตรอง และน ากลับมาใช้ในการ
ั
ื่
ิ
สอนคณตศาสตร โดยเร่มจากการสรางบรรยากาศก่อนเรยน ฉันมกิจกรรมให้นักเรยนท าก่อน
ิ
์
ี
้
ี
ี
ี
ิ
ุ
เปนเกมการปฏบัตตามค าสั่ง โดยแจกใบงานให้นักเรยนทกคน และให้ลงมอปฏบัตตามใบงาน
ิ
ิ
ิ
็
ื
ื
ิ
ิ
ู
นั้น ฉันสังเกตว่า พอได้รบใบงาน นักเรยนทกคนรสกตนเต้น สนก และลงมอปฏบัตกิจกรรม
ุ
ื่
ึ
้
ุ
ั
ี
ี่
ี่
ี
ี
ี
ทันท ในเวลาทก าหนด 3 นาทกับกิจกรรม 20 ข้อ ฉันสังเกตเหนว่า นักเรยนทกคนมใบหน้าทเอา
็
ี
ุ
ิ
ึ
้
ู
ุ
ี
จรงเอาจัง บางคนยิ้ม บางคนหัวเราะ บางคนลกข้นท าตามค าสั่ง นักเรยนรสกสนก บางคนอาจ
ึ
ุ
ึ
ี่
ู
รสกอายบ้างทจะท าตามใบค าสั่งนั้น
้
ี
ี่
็
ี่
ึ
ั
ี
่
ุ
หลังจากทท าเสรจตามเวลาทก าหนด ฉันให้นักเรยนได้อ่านค าสั่งอกคร้งหนง ทกคนต่าง
ุ
ี
หัวเราะกันทกคน เพราะไม่อ่านค าสั่งให้ด และหลังจากจบกิจกรรมน้ไป นักเรยนส่วนมากมความ
ี
ี
ี
61
ี่
ู
กระตอรอรนอยากเรยน และมความรอบคอบมากข้น ฉันโยงเข้าส่บทเรยนว่า ทกคร้งก่อนทจะท า
ึ
้
ั
ื
ื
ี
ี
ี
ุ
ิ
ี
ี
ู
ิ
ิ
ื
ึ
อะไร ต้องมการคดให้รอบคอบบนหลักการน้ถกต้องก่อน แล้วจงลงมอปฏบัตเพื่อไม่ให้เกิดความ
ิ
์
ี
ี
ี
ี
ี
ผิดพลาด ฉันยังได้บอกกับนักเรยนอกว่า ในการเรยนคณตศาสตรนั้น นักเรยนจะต้องมการอ่าน
ื
ค าสั่งหรออ่านโจทย์ให้ดก่อนว่า โจทย์ก าหนดอะไรมาให้บ้าง และโจทย์ต้องการให้ท าอย่างไร
ี
โจทย์ถามอะไร นักเรยนจะต้องคดวิเคราะหให้รอบคอบก่อน คดวินจฉัยจากหลักการทเกี่ยวข้อง
ิ
ิ
ิ
ี
ี่
์
ิ
แล้วจงลงมอปฏบัต ิ
ื
ึ
ื
ั
้
ื
ื
้
์
ี
ี่
คณค่าหรอประโยชนทฉันได้รบคอ ฉันรสกดใจทนักเรยนมความกระตอรอรน อยากร ู ้
ี
ี
ุ
ี่
ื
ึ
ู
ุ
ี่
ี
ิ
ี
ึ
ี
ุ
ั
อยากเรยน และเรยนอย่างมความสข นักเรยนได้รบความสนกสนาน มการคดทรอบคอบมากข้น
ี
ี
ี
ี
ในการสรางบรรยากาศก่อนเรยน เปนอกวิธการหนงทจะดงนักเรยนให้มาสนใจกับบทเรยนท ี่
ี
็
ี
ี่
ึ
้
ี
ึ
่
เรยนมากข้น
ึ
ี
ุ
ู
คณครจันทรา พงษ์สวัสด์ ิ
ุ
โรงเรยนสตรมารดาพิทักษ์ จันทบร ี
ี
ี
9 พฤษภาคม 2014
ิ
ี
่
ในการเรยนการสอนแบบไตรตรอง ความสัมพันธของครกับนักเรยนในบรบทของนักเรยน
ี
ี
์
ู
ื
้
ตองตั้งอยูบนพ้นฐานทสาคัญ 4 ประการ คือ
่
ี่
ั
้
(1) ความไววางใจและความเคารพนบถือ
ู
้
ี่
ี
ื
้
็
ครสรางบรรยากาศทเปนกันเองในหองเรยนดวยความไววางใจและเคารพนับถอกันและ
้
้
กัน เพอนักเรยนจะไดผ่อนคลาย เปดใจ เปนกันเอง และรสึกปลอดภัย บรรยากาศน้จะช่วยให ้
ู
ิ
ี
ี
ื่
้
้
็
นักเรยนกลาเขาหาคร กลาแสดงความรสึกนึกคิดต่างๆ กลานาเสนอ กลาถามคาถาม ครสามารถ
้
้
ี
้
ู
ู
้
ู
้
้
ทาไดโดย
้
้
้
้
ื่
ื่
ี
ี่
ี
็
้
ู
รจักและจาชอนักเรยนแต่ละคน และจาใหไดเรวทสุด เพอใชในหองเรยนและ
้
ื่
ี
ื่
้
ิ
ี่
้
ี
้
เพอใหเกดบรรยากาศในหองเรยนอย่างทพึงปรารถนา ดวยการเรยกนักเรยนดวยชอแต่ละคนอย่าง
ี
้
ถูกตอง
้
กาหนดใหนักเรยนอย่างชัดเจนว่า ครตองการใหนักเรยนกล่าวนามครอย่างไร
ู
้
้
ี
้
ี
ู
62
ี
ื่
ี
ู
ชวนใหนักเรยนคนหนึ่งอยู่ต่อสัก 1-2 นาท เมอสอนจบแต่ละคาบเพอคุยกับคร หา
ื่
้
ื่
ี
้
ี
้
ี
้
้
ู
เรองนาดวยการชมอะไรบางอย่าง เช่น บอกว่าถาไม่มนักเรยนคนน้อยู่ในหองครตองคิดถึง เพราะ
้
้
ื
หนูใหความรวมมอดีมาก เปนตน
่
็
ี
(2) การมสวนรวมและมิตรภาพ
่
่
ี
้
ครช่วยใหนักเรยนมส่วนรวมไดโดยไม่ควบคุมความคิดของเขา หรอไม่กาหนดกจกรรมของเขา
่
ี
ื
ิ
้
ู
ี
ี
่
้
ี
ู
้
ทั้งหมด เพราะนักเรยนจะทาตามครสั่งโดยไม่มโอกาสมส่วนรวม กระตุน ถาม ใหโอกาสแสดง
ี
ิ
ความคิดเห็น และแสดงออกซึ่งความสามารถ เช่น วันน้เราเรมดวยกจกรรมอะไรกันดี นักเรยนจะ
้
ี
ิ่
วางแผนทาโครงการน้อย่างไร นักเรยนจะแกปญหาน้อย่างไร? ครูสามารถสร้างบรรยากาศนี้โดย
ี
้
ี
ั
ี
ั
ี่
้
ี
ิ
ฟงความคิดเห็นของนักเรยนดวยท่าทและจิตใจทจดจ่อ ตั้งใจฟง เสรมเติม
ี
ั
ู
้
ื
ั
้
ี
้
ี
ความคิด แทนทจะบอกปดไม่ใหความสาคัญกับขอคิดของนักเรยน กล่าวคอ ทาใหนักเรยนรสึกว่า
้
ี่
ความคิดเห็นของเขามคุณค่า
ี
ู
้
ู
ี
ี
แสดงความจรงใจในความรสึก ความคิดเห็นและทัศนคติ ท่าทของครต่อนักเรยน
ิ
ี
ู
ั
้
ู
และต่อสาระเน้อหาความร กลายอมรบว่าครไม่มคาตอบสาหรบทุกคาถาม หากนักเรยนบอกเล่า
ื
ี
้
ั
้
ี
ี่
ั
อะไร ใหฟงดวยความไววางใจ ใหความเคารพ หลกเลยงการตัดสิน ถูกผิด ดีชั่ว กับสิ่งทนักเรยนเล่า
้
้
้
ี่
ี
ใหฟงไม่ว่าดวยวาจา หรออากัปกรยา
้
ั
ื
ิ
ิ
้
้
ี
ี
ี
ิ่
ิ
้
ใหนักเรยนมโอกาสเสนอแนะวิธการเรยนการสอนในหอง รวมถึงรเรมกจกรรมการ
ิ
ี
ี
ู
้
เรยนรต่างๆ
(3) การยอมรบในตัวบคคล
ุ
ั
ู
ู
ี่
ู
ั
้
้
ครตองรจักและยอมรบนักเรยนในสิ่งทเขาเปนในตัวตนของเขา ครแสดงออกถึงการยอมรบ
ั
ี
็
ี
ั
ตัวนักเรยนไดโดยการฟง การยอมรบความคิดเห็น ความรสึกของเขา พยายามทาความเขาใจเขา
้
้
ั
้
ู
ู
้
็
้
้
ู
ี่
์
้
แมแต่ ความคิดแปลกๆ อารมณความรสึกทอาจเปนความรสึกทางลบ เช่น ความเบื่อ เปนตน การ
็
ี่
้
ั
็
็
ี
้
ั
ยอมรบเขาอย่างทเปนอยู ไม่ไดหมายความว่าเห็นดวยกับเขา แต่ยอมรบในศักดิ์ศรแห่งความเปน
่
์
้
มนุษยของเขา ครสามารถทาไดโดย
ู
้
้
ื่
ั
เขาใจและเขาถึงบรบททแทจรงของชวิตพ้นเพของนักเรยน รวมถึงครอบครว เพอน
ี
ิ
้
ื
ี่
ี
ิ
สถานะทางสังคมและเศรษฐกจ นิสัย หรอแมแต่ความสนใจ งานอดิเรก ความสามารถพิเศษ
้
ิ
ื
ู
ื่
้
ี
อดทนอดกลั้นกับนักเรยนและรจักมองขามความผิดพลาดบางประการ หรอเลอน
ื
้
ี่
้
ู
้
การวางโทษออกไปจนกว่าถึงช่วงเวลาทางจิตวิทยาทเหมาะสมและไม่ทาใหรสึกอับอาย ทาให ้
63
้
ี
ี
้
ื
้
ี่
นักเรยนเห็นดานดของเขาพรอมๆ กับตัวเขา ทสาคัญ คอ ไม่จับผิด แต่ในทางตรงกันขาม จับถูก
เสมอ
้
้
้
ี
พยายามใหไดรบขอมูลสะทอนกลับจากนักเรยน เพอใหไดเรยนรถึงมุมมองของ
้
ั
้
ู
ี
ื่
้
้
ี
นักเรยนว่า ครมทัศนคติอย่างไรกับเขามองว่าครสนใจเขาสักเพยงไร
ู
ู
ี
ี
้
(4) การคนพบตัวเอง
้
ี
ื
้
ู
้
่
นักเรยนจะกาวหนาหรอไม่ มิไดขึ้นอยูกับการสอนของคร แต่ดวยการทางานรวมกันของคร ู
่
้
ั
้
ี่
ี
ี
้
้
ื่
กับนักเรยน เพอเขาจะคนพบดวยตนเอง โดยใหนักเรยนยกปญหา ยกประเด็นทเขาสนใจเอง ให ้
ู
้
้
เขาจัดการอะไรต่างๆ ดวยตนเองบาง โดยครควรจะ
่
ส่งเสรมใหนักเรยนไตรตรองถึงปจจัยแวดลอมทเขาประสบและไตรตรองถึง
้
ี
ี่
่
้
ั
ิ
้
ผลกระทบของปจจัยเหล่านั้นต่อตัวของเขา ทั้งในดานทัศนคติ การตัดสินใจและทางเลอก
ื
ั
้
ตอกย้าพฤติกรรมดานบวกของนักเรยน และใหโอกาสนักเรยนพัฒนาพฤติกรรม
้
ี
ี
ี
ั
้
้
เหล่านั้นดวยการใหแรงจูงใจในทางบวกทุกคร้งทมโอกาสกล่าวชมเชย ตอบคาถามของนักเรยน
ี่
ี
้
ดวยท่าทแห่งความเคารพและใหเกยรติ
ี
้
ี
้
ี่
ยินยอมใหนักเรยนทาผิดพลาดได และไม่ย่อทอทจะพยายามต่อไป ตระหนักว่า
ี
้
้
็
็
ื
ความผิดพลาด บกพรองของนักเรยนในหองเรยนนั้นเปนคนละเรองกับความสาเรจหรอลมเหลวใน
ื่
ี
้
่
ี
้
ชวิต
ี
์
ี
ี
บันทึกประสบการณของคณครูมาลาตร รกคน โรงเรยนสันติวิทยา เชยงราย ตอกย้าว่า
ั
ี
ุ
ู
ิ่
็
ี
้
ู
้
ความเขาใจและไววางใจระหว่างครและนักเรยน เปนจุดเรมตนของความสัมพันธของครและ
์
้
็
ี
ู
้
่
้
นักเรยน และเปนจุดเรมตนของการเรยนรอันจะนาไปสูการคนพบตัวเอง
ิ่
้
ี
การสร้างบรรยากาศเพื่อการไตร่ตรอง
ึ
ั
ดฉันนางสาวมาลาตร รกคน สอนวิชาภาษาอังกฤษ ในระดับชั้นประถมศกษาปท 5 และชั้น
ิ
ี
ี่
ี
ี
มัธยมศกษาปท 2 โรงเรยนสันตวิทยา ฉันได้น าประสบการณทได้รบจากการอบรมการไตร่ตรองท ี่
ึ
ั
์
ี่
ี่
ี
ิ
ี่
ิ
ผ่านมาแล้วไปใช้ โดยการสังเกตส่งทอยู่รอบๆ ตัวของฉันเองกับค าว่าไตร่ตรอง แม้ฉันยังไม่ได้
็
น าไปใช้กับการเขยนแผนการสอนเพื่อน าไปสอนเดก ยังคงเปนการไตร่ตรองทอยู่กับตัวของฉันเอง
ี
็
ี่
ั
ี่
ื่
ึ
แต่ผลทได้รบท าให้ฉันเข้าใจตัวของฉันเองมากข้น และเมอทราบตัวของฉันแน่ชัดและชัดเจนมาก
ข้นว่า ตัวเองต้องการอะไรแล้ว หลังจากนั้น ฉันน ามาปรบใช้กับคนอนๆ ทอยู่ใกล้ๆ กับตัวฉันเอง
ึ
ั
ื่
ี่
64
็
ี
ี
ี่
ื
โดยชัดเจนอยู่แล้ว คอ น ามาใช้กับเดกนักเรยนของฉันเอง ในคาบเรยนทสอนในรายวิชา
ึ
ี่
ิ
ี่
ภาษาอังกฤษของชั้นประถมศกษาปท 5/3 ทีแรกฉันไม่แน่ใจว่า ส่งทฉันได้อบรมมาจะช่วยในการ
ี
ิ
พัฒนาเด็กนักเรยนของฉันได้อย่างไร และฉันคดอยู่นานมากพอควร
ี
ุ
์
จนในทสด ฉันได้ตัดสินใจน าการสอนแบบไตร่ตรองมาใช้ เร่มต้นด้วยความสัมพันธของ
ิ
ี่
์
ี
ี
ี่
ิ
่
ึ
ตัวฉันเองกับนักเรยน ซงเดมท จากทสอนผ่านๆ มาของฉัน ฉันพูดได้เลยว่า ความสัมพันธของตัวฉัน
์
่
ี
ี
เองและนักเรยนยังมความสัมพันธกันน้อยอยู่ในระดับหนง แต่ยังไม่เกิดความไว้วางใจระหว่างคร ู
ึ
ี่
ึ
ิ
ี
ึ
และนักเรยนเกิดข้น ฉันเร่มจากความไว้วางใจ ซงในระหว่างทอยู่ในคาบเรยนคาบสอนนั้น ฉันเร่ม
ี
ิ
่
ื
ื่
ี
สรางบรรยากาศโดยการทักทายนักเรยน เพื่อให้นักเรยนไว้วางใจทจะเข้ามาถามในเน้อหาทสอนเมอ
ี
้
ี่
ี่
ี่
ื่
ี
ึ
ี
ื
นักเรยนไม่เข้าใจ เมอถงเวลาทเข้าส่เน้อหาในบทเรยนแล้ว ฉันให้นักเรยนมส่วนร่วมทจะตอบ
ู
ี่
ี
ี
ี
ิ
ี
ี่
็
ค าถามจากส่งทฉันได้สอนไป และให้โอกาสนักเรยนได้แสดงความคดเหน เช่น ในคาบเรยน ฉัน
ิ
่
สอน Grammar เรอง Present Simple Tense ฉันได้ยกตัวอย่างประโยคข้นมาหนงประโยค และฉัน
ื่
ึ
ึ
ได้ตั้งค าถามนักเรยนทั้งห้องว่า “ประโยค She goes to school everyday นักเรยนคดว่า ประโยคทคร ู
ี
ี่
ี
ิ
ี
ื
ู
ก าหนดให้บนกระดานต่อไปน้ถกหรอไม่ ? “What do you think about this sentence? True or false?”
ี
ี
ี่
หลังจากนั้น ฉันจะถามทละคนว่า ประโยคทฉันได้ยกตัวอย่างไปถกหรอผิด เพื่อให้นักเรยนแสดง
ื
ู
ิ
ความคดเหน
็
้
ี
ี
ี่
ตลอดเวลาทสอนในนั้น ฉันสรางบรรยากาศไม่ให้ตงเครยด มการพูดเล่น พูดจรง กับ
ึ
ิ
ั
ี่
ี
ี
ื่
ิ
ี
ิ
นักเรยนด้วย เมอนักเรยนได้ตอบแล้ว ฉันฟงความคดทนักเรยนได้พูดมา และแสดงความจรงใจใน
ี
ิ
ี่
ู
ึ
็
้
การแสดงความรสกนั้นๆ และฉันจะไม่ตัดสนว่า ส่งทนักเรยนแสดงความคดเหนมานั้น ถกหรอผิด
ื
ู
ิ
ิ
ิ
เพราะถ้าแสดงความคดเหนหรอตัดสนไปว่า ส่งทนักเรยนแสดงความคดเหนมานั้นผิด จะท าให้
ิ
ิ
ี
ิ
็
็
ี่
ื
นักเรยนเกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง และไม่กล้าทจะตอบ ในบางคร้ง เวลาอยู่ในห้องเรยนคาบสอน
ี
ั
ี่
ี
ึ
์
้
ู
ี
ิ
ี
ฉันเองพยายามเข้าใจในตัวนักเรยน นักเรยนบางคนมความคดแปลกๆ อารมณความรสกของเขาเอง
ี
ี่
ี
ั
ี่
ิ
็
ี่
เช่น ความเบอในวิชาทเรยนทผ่านมา แต่ฉันเองยอมรบในส่งทเขาเปนอยู่
ื่
ู
ี
ิ
นอกจากน้ ฉันยังส่งเสรมและจงใจให้นักเรยนค้นพบตัวเอง ถ้าจะพูดไปแล้ว การทจะท าให้
ี่
ี
ใครสักคนค้นพบตัวเอง มันยากอยู่มาก แม้แต่ตัวของฉันเองกว่าจะค้นพบตัวเอง มันใช้เวลานาน
ี
ี
ื
ี่
ิ
พอควร แต่ส่งทฉันจะพูดต่อไปน้ การทจะท าให้นักเรยนค้นพบตัวของนักเรยนเองนั้น คอ การทท า
ี่
ี
ี่
้
ี
ึ
่
ู
ี
ี่
ให้นักเรยนรว่าชอบทจะท าอะไร ไม่ชอบทจะท าอะไร ในระดับหนง อย่างทฉันได้พูดก่อนหน้าน้ว่า
ี่
ี่
ี่
้
การทจะค้นพบตัวตนของตัวเองนั้น มันต้องใช้เวลา บางคนกว่าจะรตัวเองว่าชอบอะไร ไม่ชอบ
ู
ี่
ิ
ี่
ี่
ี
ิ
ื่
อะไรก็จะท าในส่งทไม่ใช่ตัวเองไปแล้ว ต้องกลับมาแก้ไขในส่งทตัวเองท าอก ก่อนอน การทจะเพิ่ม
ื่
ความเชอมั่นให้นักเรยนค้นพบตัวเอง คอ การสรางแรงจงใจ ซงท าให้นักเรยนรสกปลอดภัย เมอท า
้
ี
ู
ึ
่
ื
ี
ึ
ื่
ู
้
65
ี่
ิ
ี
ี่
ี่
็
ผิดพลาด ไม่ย่อท้อทจะพยายามทจะเรยนในส่งทตนเองท าต่อไป และแสดงให้นักเรยนเหนในความ
ี
ื
ื
้
กระตอรอรนของตัวของฉันเอง
ี่
็
้
ิ
การสรางบรรยากาศเปนส่งทส าคัญทสดในการเรยนการสอน หรอการเร่มต้นความสัมพันธ ์
ี่
ิ
ี
ื
ุ
ี
ี่
ุ
ี่
ู
ุ
ึ
ู
ื
ี
้
ี่
้
็
ต่างๆ เพื่อทจะได้ผลดทสดทจะเกิดข้นตามมาคอ การเรยนร อันเปนเปาหมายสงสด
ี
ั
คณครมาลาตร รกคน
ุ
ู
ี
ิ
ี
โรงเรยนสันตวิทยา เชยงราย
6 กันยายน 2014
ี
ี
ทั้งน้ เพอสรางความสัมพันธกับนักเรยน ครตองเขาใจนักเรยนในบรบทของเขาแต่ละคน
้
์
ื่
้
ู
ิ
้
ี
ี
ั
ิ
้
ื่
บรบทน้อาจแตกต่างกันเนองจากปจจัยต่างๆ ไดแก่
้
ื
ี
ี
ี
้
้
1. พ้นความรู นักเรยนมพ้นความรก่อนเขาหัวขอมากนอยเพยงใด มประสบการณท ี่
้
์
ู
ี
้
ื
้
้
ี่
ี
เกยวของมากนอยเพยงใด อย่างไร
้
2. พื้นฐานอารมณ ในวันนั้น ในขณะนั้น นักเรยนในชั้นแต่ละคนมอารมณ ความรสึก
์
ี
ี
ู
์
ี
้
้
ี
ความพรอมในการเรยน มากนอยเพยงใด
ี
ี
ี
3. พื้นเพ นักเรยนมพ้นเพทางครอบครว และชุมชนอย่างไร มเหตุการณใดในชุมชน
ื
ั
์
ี
ี่
ี
ี
ิ
ี่
รวมถึงชุมชนโรงเรยนทเกดขึ้น ทอาจจะมผลกระทบต่อการเรยน
ั
ี
4. พื้นฐานทางสงคม มเหตุการณทเกดขึ้นในปจจุบันในระดับชุมชน ในระดับชาติ หรอ
์
ื
ี่
ิ
ั
ี
ี
ในระดับโลก ซึ่งอาจจะมผลกระทบต่อการเรยน
ี
์
ี
ตัวอย่างจากประสบการณของคณครูนตยารกษ คชเสนา โรงเรยนดาราสมุทร ศรราชา
ั
ุ
์
ิ
ื
้
์
แสดงใหเห็นประจักษชัดว่า ความเขาใจถึงพ้นฐานทางอารมณและพ้นฐานของนักเรยนนาไปสู ่
ื
์
ี
้
ั
ี
้
ื่
ิ
ี่
ปฏบัติต่อนักเรยนดวยความเชอมันและศรทธาในตัวเขา สามารถเปลยนแปลงพฤติกรรมของ
็
นักเรยนในทางทดขึ้นและรบผิดชอบต่อหนาทการเปนนักเรยนมากขึ้น อันนามาซึ่งความพอใจและ
ี่
ี
ั
้
ี
ี่
ี
็
้
สุขใจแก่ผูเปนคร ู
66
เชื่อมั่นและศรัทธา
ุ
็
ู
ี
ฉันเปนครโรงเรยนดาราสมทร ศรราชา ฉันสอนในวิชาคณตศาสตร ชั้น ม.6 มาเปนเวลา
ิ
็
์
ี
ู
ิ
ี่
ี
็
20 ปแล้ว เนองจากการทฉันสอนมานาน รปแบบการสอนของฉันเปนเหมอนๆ เดม คอ ทันทท ี่
ื
ื่
ี
ื
ี
ิ
ี
ึ
เข้าห้อง ฉันจะเร่มจากอธบายบทนยาม กฎ ทฤษฎ แล้วต่อด้วยการให้นักเรยนท าแบบฝกหัด
ิ
ิ
ี
ี่
ี
จนกระทั่ง ฉันได้อบรมกระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรองในตอนต้นป 2557 ฉัน
ู
้
ี่
่
ึ
้
ี
ื
้
ี
ู
ตั้งใจน าหลักการหนงทได้เรยนรมาลองใช้ คอ การสรางบรรยากาศการเรยนร โดยการสราง
้
ี่
์
ความสัมพันธทดต่อกัน แสดงความเปนกันเอง ไว้วางใจและศรทธาซงกันและกัน
็
ี
ั
ึ
่
่
ึ
ี
ึ
เมอปการศกษาน้ ฉันได้สอนนักเรยนห้อง ม. 6/5 ฉันเคยสอนพวกเขามาแล้วตอน ม.5 ซง
ี
ื่
ี
เปนห้องทครทกคน รวมทั้งฉันต่างกล่าวถงในทางลบว่า “ไม่ได้เรอง ไม่สนใจเรยน ข้เกียจ” ฉันม ี
ี
ื่
ี
ี่
็
ู
ุ
ึ
ประสบการณว่า พวกเขามักไม่สนใจเน้อหาทฉันสอน แอบหลับ หรอแอบเล่นโทรศัพท์ แต่คราว
ี่
์
ื
ื
ี่
ี
น้ วิธการของฉันเปลยนไป ฉันเข้าไปในห้อง ฉันยิ้มและทักทายสวัสดทกๆ คน แล้วได้เรยกชอ
ุ
ี
ี
ื่
ี
้
ี่
ื
ี
ู
นักเรยนคนหนงเปนพิเศษ คอ นายพรชัย ฉันรว่าเขานแหละ หัวโจกประจ าห้อง ฉันไม่มการ
็
่
ึ
ี
ื
จับผิดเขาเหมอนอย่างทฉันเคยท า ถ้าเขาหลับ ฉันค่อยๆ เรยกให้เขาตนอย่างน่มนวล ถามถง
ึ
ี่
ุ
ี
ื่
ึ
ุ
ี่
ิ
สารทกข์สกดบของเขาในทกๆ คร้งทเข้าสอน บางคร้งก็ถามถงแม่ของเขาทขายกล้วยทอดอยู่ใน
ั
ุ
ั
ี่
ุ
์
ื
่
ี
ตลาด หลังจากเหตการณน้ผ่านไปได้ประมาณหนงเดอน ผลทตามมาคอ นายพรชัยสนใจเรยน
ี
ุ
ื
ี่
ึ
ี่
ั
วิชาคณตศาสตรทฉันสอน ไม่เคยหลับ ไม่เคยส่งเสยงรบกวน และรบผิดชอบส่งการบ้านในทก
ิ
ี
์
ุ
ู
ื่
ี
ุ
คาบ อกทั้ง อาสารวบรวมการบ้านของเพื่อนๆ มาส่งฉันทกคาบ ในบางคาบของครท่านอน นาย
พรชัยจะเปนคนรบผิดชอบรวบรวมการบ้านไปส่งครด้วย
ู
ั
็
ี
็
ห้อง ม. 6/5 ทครต่างเคยลงความเหนกันว่า ไม่น่าเข้าสอน ไม่มบรรยากาศแห่งการเรยนร ู ้
ี่
ี
ู
ู
็
ี
ี
กลับกลายเปนห้องทมบรรยากาศการเรยนรอย่างน่าอัศจรรย์ ฉันได้มโอกาสคยกับครประจ าชั้น
ู
้
ี่
ุ
ี
ี
ู
ึ
ี
ุ
ุ
ุ
ื
ู
ม.6/5 คอครนช คณครนชได้บอกกับฉันว่า “บรรยากาศของห้อง ม.6/5 ดข้นมาก โดยมนายพร
ชัยเปนผู้น าการเปลยนแปลง”
็
ี่
ิ
ู
ี่
ี
แต่ยังมครทสอนวิชาภาษาไทยและสังคม มาบ่นกับฉันว่า “นายพรชัยแผลงฤทธ์อกแล้ว”
ี
ี
็
ฉันได้ขอครสองท่านน้ว่า “อย่าได้จับผิดพรชัยเลย ลองเปดใจตัวเอง ยอมรบความเปนพรชัยและพี่
ิ
ั
ู
เชอมั่นศรทธาในตัวเขา สังเกตและแสดงความชนชมการเปลยนแปลงเพียงเล็กๆน้อยๆ ในตัวเขา
ื่
ื่
ั
ี่
ิ
ี่
ิ
เราไม่ควรคาดหวังอะไรมากมายนัก หากพวกเขาสามารถเปลยนแปลงพฤตกรรมไปในทศทางท ี่
็
ี่
ี
ั
ึ
ี
ดข้น มความรบผิดชอบต่อหน้าทการเปนนักเรยนมากข้น ทละเล็กทละน้อย เราก็ควรพอใจและม ี
ึ
ี
ี
ี
ความสขมากแล้ว”
ุ
67
ู
ิ
ฉันอยากแบ่งปนแก่เพื่อนครว่า มันได้ผลจรงๆ นะ ฉันเพียงเร่มต้นจากจดเล็กๆ ใน
ั
ิ
ุ
ื่
ี
ี่
้
ื
กระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรองเท่านั้น คอ "การสรางบรรยากาศด้วยความเชอมั่น
ั
ี่
์
ั
และศรทธา” ฉันก็ได้รบประสบการณการเปลยนแปลงแล้ว
ื่
ั
เชอมั่นและศรทธาในนกเรยน
ี
ั
ู
ั
ุ
คณครนตยารกษ์ คชเสนา
ิ
ี
โรงเรยนดาราสมทร ศรราชา
ี
ุ
3 พฤษภาคม 2014
ั
ู
่
ื่
ี
ื่
็
ี
ี่
์
เมอครเชอมั่นและศรทธาในศักดิ์ศรความเปนมนุษยและความสามารถทมอยูในตัว
ื่
ู
้
ี
ี
ิ่
่
นักเรยน ดวยการเรมตน ดวยไวใจและยอมรบในตัวของนักเรยน ครจะกลายเปนเพอนรวมงานชวิต
ี
้
ั
็
้
้
้
ั
ี
้
้
ี่
ู
้
ี
ผูรบพรอมทจะเรยนรและเติบโตต่อไปพรอมๆ กับเขา เช่นเดยวกับ คณครูนยม ขนรองรมย
ุ
ุ
์
ิ
ั
์
ั
้
้
ี
ี่
์
ู
์
็
โรงเรยนมารยอนุสรณ บุรรมย ผูซึ่งไดรบจิตวิญญาณและกาลังใจของความเปนครทสูงขึ้นอย่าง
ี
ั
ี
มหาศาล เปนรางวัลตอบแทนจากการรวมเดินทางกับนักเรยน คุณครแบ่งปนว่า “หลังจากท่ฉันได้
่
ี
ี
ั
ู
็
นาแผนแบบไตรตรองไปใช้ จตวญญาณของความเปนครูของฉันมันสูงขนอยางมหาศาล ฉันม ี
ิ
่
็
ิ
ึ้
่
่
ิ
กาลังใจสอนลูกศษยของฉันตอไป”
์
ก้าวแรกกับแผนไตร่ตรอง
ุ
ี
ั
์
ี
ี
ุ
็
ู
ั
ื่
ิ
ฉันชอ นยม ขุนรองรมย์ เปนครผู้สอนวิชาภาษาไทย โรงเรยนมารย์อนสรณ บรรมย์
ู
ี
ี
ุ
่
ึ
วันน้ฉันมส่งดๆ มาเล่าให้คณครทกท่านฟง เพื่อเปนการแลกเปลยนเรยนรซงกันและกัน
ู
้
ุ
ี
ั
็
ิ
ี
ี่
้
้
ื่
ู
ึ
ื่
ี
ู
หลังจากอบรมเรองแผนการจัดการเรยนรแบบไตร่ตรองมาหมาดๆ ฉันรสกตนเต้นกับ
ี
ตัวเอง ฉันอยากสอนลกศษย์ของฉันเรวๆ ในคาบแรก ฉันไม่รอช้า ฉันเดนเข้าห้องเรยนกับหัวใจ
ิ
็
ู
ิ
ี่
็
ี่
ี่
ี
ทพองโต ทั้งๆ ทห้องน้เปนห้องทครหลายคนไม่อยากสอน รวมทั้งตัวฉันด้วย
ู
ฉันเร่มต้นสรางบรรยากาศด้วยการสอนเรอง ไตรยางค์ ฉันเดนเข้าไปในห้อง ฉันรสก
้
ื่
้
ึ
ู
ิ
ิ
ิ
ิ
้
ี่
ี
็
เขนๆ เพราะมันเปนส่งทฉันไม่มั่นใจ ฉันชวนเด็กๆ รองเพลงไตรยางค์ เด็กๆ นั่งเงยบท าหน้างงๆ
ไม่มการตอบสนองเลย ฉันเกือบปดข้นสมอง อารมณโกรธเร่มกลับมาเยือนฉัน แต่ฉันพยายาม
ิ
ึ
ี๊
ี
์
68
ื
ี
ุ
้
ู
ึ
ุ
ู
ุ
ั
่
ควบคมมัน สักพักเด็กน้อยคนหนงยกมอข้นถามฉันว่า “คณครครบ วันน้คณครจะพารองเพลงใช่
ึ
ไหมครบ” เพื่อนๆ เงยบ แล้วเดกน้อยคนนั้นตะโกนบอกเพื่อนๆ ในห้องว่า “ดจัง พวกเรามารอง
ี
ั
็
้
ี
ุ
ี
เพลงกัน” บรรยากาศในห้องเงยบสงบในทันใด ทกคนในห้องมองมาหาฉันเหมอนรอต้น
ื
้
ิ
ี
เสยงเพลงจากฉัน ฉันไม่รอช้า ฉันเร่มรองเพลง
ี
้
็
ื่
็
ิ
ู
ไตรยางค์ นั้นม 3 หม่ เดกๆ ต้องรและก็ต้องจ า ผู้ใดจะเปนคนท า ขอเชญผู้น าคนนั้น ชอ
ู
ื
(เพื่อนๆ จะเลอกเพื่อนในห้อง 1 คน)
ู
อักษรสง ได้แก่ ไก่ จก เด็ก ตาย บน ปาก โอ่ง ฎ ฏ
ิ
ึ
ุ
อักษรกลาง ได้แก่ ผี ฝาก ถง ฐง ข้าว ข้าว สาร ให้ ฉัน ศก ษา
ุ
ู
ี่
่
ี
ิ
อักษรต าเดยว ได้แก่ ง ใหญ่ นอน อยู่ ณ รม วัด โม ฬ โลก
่
อักษรต าค่ ู ได้แก่ พภ ฟ ทฑธฒ คตฆ ซ ช ฌ ฮ พระๆ ฟน ทนๆๆๆ
ั
คนๆๆ เซ่อ เชย เฌอะ เฮอะ
ี่
ุ
์
ุ
้
ึ
ุ
้
ิ
้
เด็กๆ เร่มรองตามฉัน และทสดเด็กๆ ทกคนรองร่วมกัน สนกสนานมาก อารมณซมเศรา
ื่
กลับกลายเปนสดใสและตนตัวมากข้น
็
ึ
ู
ี
ิ
ื่
ในช่วงของการให้ภาพรวม ฉันใช้เวลากับลกศษย์ของฉันประมาณ 4 นาทเศษๆ เชอไหม
ี่
ี
ิ
็
ว่า เดกๆมองฉันด้วยความสงสัยกับส่งทฉันให้ภาพรวม ในช่วงเวลาน้ เด็กหลายคนซักถามและ
ื
ื่
ื่
ื่
ิ
ี
สนใจมากเมอฉันอธบายว่า ท าไมต้องเรยนเรองไตรยางค์ว่ามันเกี่ยวข้องกับเน้อหาเรองต่อไป คอ
ื
เรองของการผันวรรณยุกต์ ฉันบอกว่า ถ้าวันน้ลกศษย์ของครไม่สนใจเรยน จะไม่สามารถเรยนร ้ ู
ิ
ี
ู
ี
ู
ี
ื่
ื่
ิ
ุ
เรองต่อไปได้เลย ฉันสังเกตไปรอบๆ ห้อง เด็กน้อยเร่มนั่งมองฉันแทบทกคน
ช่วงวินาทส าคัญต่อจากน้ ีไป ฉันเร่มให้ความรกับลกศษย์ของฉันด้วยการน าเสนอ
้
ู
ู
ิ
ิ
ี
บทเรยนในรปแบบ See - Judge - Act ฉันเร่ม ขั้น see ด้วยการให้นักเรยนช่วยกันแยกอักษรใน
ิ
ู
ี
ี
บัตรค าทฉันแจกให้เปนสามหม่ตามเพลงทรองร่วมกัน ฉันคอยดและให้ค าแนะน าอยู่ห่างๆ เวลา
ู
ี่
้
็
ี่
ู
ู
ผ่านไปประมาณ 20 นาท เด็กๆ ส่งงานให้ฉัน ฉันดคร่าวๆ ฉันแปลกใจทเด็กน้อยท ากันได้ ฉัน
ี
ี่
ึ
็
ี
ี่
พูดข้นว่า “ครคนก่อนของเธอน สอนมาดมากเลยนะ” เชอไหมครบว่า เดกๆ ตอบเปนเสยง
็
ี
ั
ู
ื่
่
ี่
ิ
เดยวกันว่า “พึงรจากครนแหล่ะ” ฉันภมใจจนพูดไม่ออก
ู
ี
ู
้
ู
ี
็
ี
้
ู
ก่อนจบคาบเรยนในวันนั้น ฉันถามเดกๆ ว่า “นักเรยนได้ความรอะไรบ้างจากการเรยน
ี
็
ี
ี
ึ
่
ในวันน้” เดกน้อยคนหนงบอกกับฉันว่า “ให้เพื่อนๆ ไปเขยนบนกระดานเลยครบ” เพื่อนๆ หัน
ั
69
็
ไปทเด็กน้อยคนนั้นแล้วพูดเปนเสยงเดยวกัน “เธอนั่นแหละออกไป” เด็กน้อยคนนั้นไม่รอช้า รบ
ี่
ี
ี
ี
ี
วิ่งไปหยิบชอล์กไปเขยนบนกระดาน เขาไม่สามารถเขยนได้หมด เพื่อนๆ ในห้องโห่จนเดกน้อย
็
ี
ู
้
ู
คนนั้นรองไห้ ฉันเข้าไปโอบกอดและบอกกับเพื่อนๆ ในห้องว่า “แค่ลกกล้าออกมาครก็ดใจแล้ว”
ี
เด็กคนนั้นบอกกับฉันว่า “ผมจะเขยนใหม่” อยู่ๆ ก็มเสยงปรบมอดังในห้องจากเพื่อนทกๆ คน เขา
ื
ุ
ี
ี
ี
ู
็
เขยนจนเสรจและถกต้องหมด
ี
็
ี่
ความประทับใจทฉันเล่ามาทั้งหมด มันเปนความภาคภมใจของครคนหนงทเกิดจากพลัง
ู
ิ
ี่
ึ
่
ู
็
อันเต็มไปด้วยความพยายาม ฉันมองว่า เดกน้อยคนน้ เขายังมความรน้อยนด แต่ส่งทมองเหน
ิ
ี
ี่
็
้
ู
ิ
ี
ิ
็
ี
ู
ี
จากเขา เขามความพยายามอย่างล้นหลาม เขาท าให้จตวิญญาณของความเปนครของฉันมพลังท ี่
็
ิ
จะก้าวเดนต่อไป เปนชัยชนะทต้องขอบคณเด็กๆ ของฉัน
ี่
ุ
ุ
ี่
ุ
ท้ายทสดน้ ฉันอยากจะบอกเพื่อนๆ ผู้ร่วมวิชาชพครทกท่านว่า หลังจากทฉันได้น าแผน
ี่
ี
ู
ี
ึ
ี
ู
็
ู
แบบไตร่ตรองไปใช้ จตวิญญาณของความเปนครของฉันมันสงข้นอย่างมหาศาล ฉันมก าลังใจ
ิ
ี
ิ
ี
ี
สอนลกศษย์ของฉัน ก่อนหน้าน้ ฉันเคยคดว่า ฉันอาจไม่เหมาะกับอาชพน้แล้ว แต่วันน้ ฉันกล้า
ู
ิ
ี
ู
ี
ุ
ี
ยืดยัดว่า ฉันจะอยู่ค่กับอาชพน้อย่างมความสขแน่นอน
ี
คณครนยม ขุนรองรมย์
ู
ุ
ิ
ั
ี
ั
ี
ุ
ุ
ี
์
โรงเรยนมารย์อนสรณ บรรมย์
7 มถนายน 2014
ุ
ิ
้
้
์
ี
ิ
ประสบการณการสรางบรรยากาศของคุณครธดา ผูซึ่งมอายุการทางานมากว่า 30 ป และ
ู
ี
้
ถูกมองว่า เปนครยุคเก่าจึงมักไม่ยอมเปลยนแปลง สรางความประทับใจใหกับคุณครนิเทศอย่าง
ู
็
ู
ี่
้
ี
ี
ี
คณครูมนตฤดี ศกดิ์ค า โรงเรยนดาราสมุทรศรราชา ผูซึ่งไดเล่าถึงในบรรยากาศการเรยนของ
้
้
ั
ุ
์
่
ี
่
ี
ี
็
ิ
่
่
่
่
คุณครธดาว่า “นักเรยนแตละกลุมชวยกันคดและแบงกันนาเสนอ วุนวายดคะ และสหน้าเดกๆ ม ี
ิ
ู
แตรอยยมและความสนุกสนาน”
ิ้
่
70
ท้าทายตัวเอง
ี
ั
ู
ฉันเปนครทผ่านการท างานมา 23 ป ปจจบันฉันไม่ได้สอนหนังสอเด็กแล้ว เพื่อนๆ ถาม
ุ
ี่
็
ื
ิ
ู
็
ว่า ฉันรสกเหงาบ้างรเปล่า ฉันตอบในใจโดยไม่ต้องคด “เหงา!” ฉันเร่มต้นจากการเปนครดแล
ิ
ู
้
ู
ึ
ึ
ู
ุ
ี
ี่
ี
นักเรยน แต่ตอนน้ ต้องมาดแลคณครแทน มันต่างกันค่ะ แต่ส่งทส าคัญส าหรบฉัน ฉันคงยังไม่
ิ
ู
ั
้
ี่
ึ
ละเลยทจะศกษาหาความรในเรองของกระบวนการต่างๆ ทใช้ในการจัดการเรยนการสอนให้กับ
ู
ื่
ี่
ี
ี
ลกๆ ของเรา ฉันเข้าร่วมการอบรม “กระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง” ร่วมกับคร ู
ี่
ู
ื่
ท่านอน
ู
หลังจากการอบรม ฉันอยากทดลองใช้กับลกๆ แต่อย่างทฉันบอก ฉันไม่ได้สอน แต่ฉัน
ี่
้
ุ
ี่
ั
ื
ึ
ู
่
็
ี่
ี
ู
ิ
ี
ได้มโอกาสนเทศคณคร ซงเปนโอกาสดของฉันเหมอนกันทจะได้ใช้ความรทได้อบรมมาปรบใช้
ี
ึ
ู
ิ
่
ในอกรปแบบหนง ผ่านการนเทศ
่
ู
ุ
ึ
ครท่านหนงท าให้ฉันประหลาดใจและประทับใจอย่างมาก ฉันขออนญาตเอ่ยนาม เขา
ุ
ู
็
ี
คอคร “ธดา” เปนคณครทอายุการท างานมากกว่า 30 ป เปนคณครยุคเก่า และมักเหนการ
็
ื
ี่
ู
ู
ุ
ิ
็
ื่
เปลยนแปลงเปนเรองน่าเบอหน่าย และมักไม่ยอมเปลยนแปลง
ื่
ี่
ี่
็
่
ี
ิ
ู
ิ
ิ
้
ิ
ึ
ู
วันหนงฉันเข้านเทศชั่วโมงของครธดา เมอเร่มเข้าบทเรยน ครธดาสรางบรรยากาศด้วย
ื่
การให้นักเรยนปรบมอเปนจังหวะ 1-2-123-12-12-1 ฉันแอบคดในใจ “ครธดามอารมณน้ด้วย”
ี
ี
ู
็
ื
์
ิ
ี
ิ
ี
ื
ิ
ุ
แล้วครธดาให้นักเรยนแบ่งกล่ม ให้แต่ละกล่มได้คดวิธการตบมอเปนจังหวะของกล่ม นักเรยนแต่
ิ
ี
ู
ี
ุ
็
ุ
ี
ละกล่มช่วยกันคดและแย่งกันน าเสนอ วุ่นวายดค่ะ แต่สหน้าของเด็กๆ มแต่รอยยิ้ม และความ
ุ
ิ
ี
ี
ึ
ุ
ู
ุ
ิ
สนกสนาน ฉันรสกประทับใจกับการสรางบรรยากาศในห้องเรยนของคณครธดา
ี
ู
้
้
ุ
ุ
ื
ิ
ู
ู
ู
ุ
จากนั้นคณครเข้าส่ช่วงสอนโดยน าของวิเศษ คอ กล่องนม มาตั้งไว้ทกกล่ม ครธดา
ิ
ึ
มอบหมายให้นักเรยนประดษฐ์ของใช้ข้นช้นหนงด้วยจนตนาการของตนเองโดยใช้กล่องนมน้ ี
ิ
ี
ิ
่
ึ
ิ
ึ
่
ู
ุ
ให้นักเรยนช่วยกันคดว่าในกล่มจะท าอะไร เด็กหญงคนหนงถามครว่า “คณครขา หนท าเปน
ู
ู
็
ิ
ุ
ี
ู
ุ
กระเปาได้มั้ยคะ” คณครตอบนักเรยนด้วยความใจดว่า “ได้ค่ะลก” คณครตอบนักเรยน ด้วยความ
ี
๋
ู
ุ
ี
ู
ี
ู
ู
ุ
ี
้
ใจดว่า “หนจะได้น าไปใช้ประโยชน์ได้” กิจกรรมน้น าให้นักเรยนรสกมความสขและอยากท า
ี
ี
ึ
ี
ิ
จรงๆ
้
ี
ึ
ู
ุ
ี่
ึ
อีกส่งหนงทฉันรสกประทับใจ คอ ท้ายชั่วโมงคณครแจกกระดาษให้นักเรยนเขยน
ู
ื
ี
่
ิ
ี
“ค าถามเพื่อการไตร่ตรอง” คณครให้นักเรยนแต่ละคนเขยนทบทวนเรองราวทเกิดข้นในคาบ
ุ
ู
ี่
ึ
ี
ื่
71
ี
ี
ี่
ู
ี
ี
ิ
ี
ู
็
้
ิ
เรยนน้ว่า นักเรยนได้เรยนรอะไรบ้าง ส่งทครให้ท าน้ ฉันคดว่ามันจ าเปนมากๆ ท าให้นักเรยน
ี
ิ
ู
้
ู
้
ของเราได้รจักตัวเองและทบทวนความรช่างวิเศษจรงๆ
ท้ายชั่วโมง คณครฝากข้อคดให้กับเด็กๆ ในเรองการท างาน “พระเจ้าประทานรางวัลแก่
ุ
ู
ิ
ื่
ุ
ี
ทกคนตามการงานของเขา” คณครจบลงทว่า “นักเรยนคะ สัปดาหหน้า นักเรยนน างานมาส่งคร ู
ี่
์
ู
ี
ุ
ุ
ี
กล่มไหนทท างานแล้ว เพื่อนๆ โหวตได้สวยทสด คณครจะมรางวัลให้ด้วยนะคะ”
ี่
ี่
ุ
ู
ุ
ิ
ู
ี่
ี่
ู
้
ึ
ู
ิ
ฉันรสกทงจรงๆ นะ ทครเปลยนแปลงตัวเองได้ขนาดท่านอายุงาน 30 กว่าป ครธดา
ึ
ี
่
ี่
็
ิ
ี่
ิ
เปลยนแปลงตนเองได้จรงๆ จากการสอนทเข้าไปสอนแบบเดม เปนการสอนด้วย “กระบวนการ
ี่
ี
ี่
ู
ิ
ู
เรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง” เร่มต้นจากการเปลยนแปลงคร ส่การเปลยนแปลงนักเรยน
ี่
ี
ี
ู
ุ
คณครมนต์ฤด ศักด์ค า
ิ
ี
โรงเรยนดาราสมทร ศรราชา
ุ
ี
3 พฤษภาคม 2014
ี่
ี
ู
์
้
ี่
ผมขอจบบทน้ดวยประโยคทสรางแรงบันดาลใจของคุณครมนตฤดว่า “เปลยนแปลงจาก
ี
้
ี
้
้
็
่
ี่
้
ิ
่
การสอนแบบเดิม เปนการสอนดวยกระบวนการเรยนการสอนทเนนการไตรตรอง เรมตนจากการ
ิ
ิ่
้
เปลยนแปลงครู สูการเปลยนแปลงนกเรยนเรมตน” เรมตนจากการเปดใจตัวเอง มองนักเรยน
ี
่
่
ิ
่
ั
ี
้
ี
่
ี
ดวยสายตาแห่งความเชอมั่นและศรทธา และปฏบัติต่อเขาดวยความไววางใจและยอมรบ เพอว่า
ื่
้
้
ื่
ั
ิ
้
ั
ครและนักเรยนจะเปนเพอนแทแห่งการเรยนรทพรอมจะเรยนรและเติบโตไปพรอมๆ กัน นักเรยน
ื่
้
ี
ู
ี่
ี
้
ี
้
้
็
ี
้
ู
ู
ี
ู
ี่
ู
ิ
ประเมินคุณค่าของตนเองจากสิ่งทครปฏบัติต่อเขา ความสัมพันธระหว่างครกับนักเรยน จึงม ี
์
ื
ี่
์
ความสัมพันธยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ต่อบรรยากาศทเอ้อต่อการเรยนรของนักเรยน
้
ู
ี
ี
ความเคารพ / ศักดิ์ศรี
“ท่านทุกคนเป็นบุตรของพระเจ้า ไม่มีชาวยิวหรือชาวกรีก ไม่มีทาสหรือไท
็
ไม่มีชาย หรือหญิงอีกต่อไป เพราะท่านทุกคนเปนหนึ่งเดียวกัน”
(กท.3:26-28)
72
บทที่ 4
Big Picture จุดเริ่มต้นแห่งการอยากรู้
ื
ื
้
ู
่
ิ
ิ่
ี
ในการสอนแบบไตรตรอง ครจะใชเวลาประมาณ 5 นาท ก่อนเรมเขาสูเน้อหาหรอกจกรรม
้
่
ู
้
ิ
้
ี
ื่
ี่
ิ
การเรยนร ในการอธบายถึงสิ่งทกาลังจะเกดขึ้นในคาบเรยนนั้น เพอกระตุนความสนใจและทาให ้
ี
ี
เกดการมส่วนรวมในชั้นเรยน ในระหว่างการใหภาพรวม ครสามารถเพ่งความสนใจของนักเรยน
่
ี
ู
ี
้
ิ
ู
่
ิ
ี่
้
ี
ื่
ื
้
ี
้
้
ู
ี
เพอเปดใจของนักเรยนสูเน้อหาสาระทครตองการใหนักเรยนเรยนรนั้น ขั้นตอนการใหภาพรวมน้ ี
ี่
่
เปนขั้นตอนท 2 ของการเรยนการสอนแบบไตรตรอง
ี
็
้
้
ี
้
ู
ี่
การใหภาพรวมทดจะทาใหนักเรยนสามารถรล่วงหนาว่า เขากาลังจะไดเรยนรอะไร
้
ู
้
ี
ี
้
็
ื่
ี่
อย่างไร และทาไม นักเรยนจะสามารถจินตนาการถึงขอบเขตและความจาเปนของเรองทกาลังจะ
ี
ี่
่
เรยน เพอสามารถติดตามการสอนและทบทวนหรอไตรตรอง ตามแนวทางทจินตนาการไว อันเปน
ื
้
็
ี
ื่
ี
การวางรากฐานของชวิตอย่างมเป้าหมายและการวางแผนในระยะสั้นและระยะยาว
ี
ี
ี่
เทคนิคทใชในการใหภาพรวม เรยกว่า INTRO Model มรายละเอยดดังต่อไปน้ ี
้
้
ี
ี
ี
ี
1. Interest (ความนาสนใจ) - ช้ใหเห็นว่าเน้อหาทกาลังจะเรยนมความน่าสนใจ
ี่
ื
้
ี
่
ี
ี่
้
อย่างไร หรอเกยวของกับนักเรยนอย่างไร
ื
ื่
้
็
ี
ู
้
ี
2. Need (ความจ าเปน) - ช้ใหเห็นว่าทาไมนักเรยนจาเปนตองเรยนรเรองน้ ี
ี
้
็
นักเรยนจะไดอะไรในชวิต นักเรยนจะเขาใจเรอง
้
ี
ี
ี
้
ื่
ื
้
ั
้
ใด หรอจะไดรบการพัฒนาทักษะดานใด
้
่
3. Time (เวลา) - จะใชเวลาเท่าไหร และอย่างไร
ื
ี
ี
้
้
4. Range (หัวขอและเน้อหา) - มหัวขอและหัวขอย่อยทจะเรยน หรอเน้อหาสาระ
ี่
ื
ื
้
ี
ครอบคลุมเพยงใด
5. Objectives (วตถุประสงค) - มวัตถุประสงคอะไรในการเรยนร นักเรยนจะ
ู
้
ี
ี
ี
์
ั
์
ั
้
้
ื
ื่
้
เขาใจเรองใด หรอจะไดรบการพัฒนาทักษะดาน
ใด
์
ี
ประสบการณของคณครูบบผชาติ นมิตเดชวงศ โรงเรยนเซนตโยเซฟคอนเวนต ผูซึ่งได ้
์
้
์
ิ
์
ุ
ุ
้
้
ใหความสาคัญกับการใหภาพรวม หรอ Big Picture โดยใชเทคนิค INTRO Model แลวบอกว่า
้
้
ื
73
ื
็
็
ี
ี
“Yes! ใช่เลย มันเหมอนกับการ Promotion บทเรยนกว่าได” Big Picture เปนการโปรโมทบทเรยน
้
ี่
็
้
ี
ิ่
้
ู
ทจะสอนอันเปนจุดเรมตนของการเรยนร คุณครบุบผชาติไดบันทึกการเขยนแผนการสอนในขั้นการ
ู
้
ี
ใหภาพรวมดวย INTRO Model พรอมกับแสดงวิธการนาไปใชในหองเรยนไวอย่างเปนรปธรรมและ
้
็
้
้
้
ี
ี
้
ู
้
เปนตัวอย่างทชัดเจน
ี่
็
Big Picture จุดเริ่มต้นแห่งการอยากรู้
้
ิ
ิ
๋
็
ุ
ู
ู
บนเสนทางแห่งการเปนครของฉันครบบผชาต นมตเดชวงศ์ หรอครตอย ครสอน
ิ
ู
ู
ื
ี่
ี
ื
ึ
ี่
ี
ี
ี่
่
ภาษาอังกฤษ ชั้น ป.6 ทโรงเรยนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ไม่มค าว่าโรงเรยนทหนง ทสอง หรอ
ี
ุ
สาม หากแต่เปนโรงเรยนเดยว ทั้งทแรก และทสดท้าย ด้วยกระมัง ตลอดระยะเวลา 32 ป
ี่
ี
ี่
ี
็
็
ึ
ี่
ี
ู
ี่
ื่
(2525- 2557) ของการเปนคร มทั้งทพบความส าเรจมากบ้างน้อยบ้าง ตามเงอนไขต่างๆทเกิดข้น
็
ื่
ี
บ่อยคร้งเมอสอนเสรจ ฉันสังเกตท่าทของนักเรยนว่ามเสยงหัวเราะมั้ย? เรยนจบแล้วค้วผูกโบว์
ี
ี
ั
ี
ิ
ี
็
ี
ุ
ี
็
ื
มากน้อยเพียงใด คอ ฉันชอบเชค rating ของตัวเองว่านักเรยนเรยนแล้วสนกมั้ย? เข้าใจมั้ย ? ฉัน
่
ี
ึ
ู
ชอบทดลองใช้เทคนคการสอนหลายรปแบบ เพื่อท าให้นักเรยนเกิดความเข้าใจ ไม่ง่วงนอน ซง
ิ
ั
ผลทได้ work บ้าง ไม่ work บ้าง จนเมอได้เข้ารบการอบรมกระบวนการเรยนการสอนทเน้นการ
ี
ี่
ี่
ื่
ไตร่ตรอง ร่น 1 ของโรงเรยน ฉันได้เข้าใจถงความส าคัญของการให้ภาพรวม หรอ Big Picture
ุ
ื
ี
ึ
โดยใช้เทคนค INTRO Model ฉันรสกว่า เปนเรองใหม่ น่าสนใจ น่าลอง จงได้น ากลับมาใช้ใน
ื่
ึ
ึ
้
็
ู
ิ
ี
การสอนของตัวเอง แล้วต้องบอกว่า Yes! ใช่เลย มันเหมอนการ Promotion บทเรยนก็ว่าได้
ื
ี่
ี
ิ
้
ื่
ู
เมอก่อนทยังไม่รจักการให้ภาพรวมโดยใช้เทคนค INTRO Model ฉันใช้วิธทั่วๆไป
ี่
้
ื
ู
ตามทใช้กันมา คอ แจ้งให้นักเรยนรว่า “วันน้จะเรยนเรองอะไร” สั้นๆ แล้วสอนเลย ตามเทคนค
ี
ิ
ี
ี
ื่
ี่
ั
ี
ู
ี
ี
ี
ี
วิธการทเตรยมมา นักเรยนบางคนตั้งใจเรยนด แต่บางคนไม่ได้ฟงว่า วันน้ครจะสอนอะไร กว่าจะ
ี
ื่
ี่
ี
start เครองตดใช้เวลานาน และบางคนสนใจบ้างเล็กน้อย แต่น้อยคนทจะนั่งคย เพราะฉันเสยงดัง
ิ
ุ
ี
ี
ชอบเรยกชอคนคยให้ตอบค าถาม และไม่ปล่อยให้นักเรยนนั่งน่งนานๆ แต่ฉันอยากให้นักเรยน
ิ
ี
ื่
ุ
ี่
ตดตามสนใจบทเรยนอย่างทเปนตัวเขาสนใจจรงๆ ฉันจงเปลยนความคดใหม่ว่าฉันต้องเปน sale
ิ
ี
ึ
็
ิ
ิ
ี่
็
ึ
ี
ู
ึ
ื
ี
เพื่อขายสนค้า คอ บทเรยนของตัวเองให้ออก ท าอย่างไรบทเรยนจงจะน่าสนใจ น่าดงดดใจให้
ิ
ี
ิ
ี
ี
เรยน ฉันเร่มใช้ INTRO Model ในการน าเสนอภาพรวมของบทเรยนวันน้ ี ฉันเรยกว่าการ
ี
ู
้
Promotion ด้วยการเขยนในแผนการจัดการเรยนร ดังน้
ี
ี
74
O = Objective (วัตถุประสงค)
์
ู
ี
ั
1. นักเรยนสามารถน าเสนอค าขวัญการดแลรกษาส่งแวดล้อมบนโลกได้
ิ
ุ
2. นักเรยนเข้าใจถงคณค่าพระวรสารเรอง “การพิศเพ่งธรรมชาตส่งสราง”
ื่
ิ
ิ
้
ึ
ี
N = Need (ความจ าเปน)
็
ึ
ู
้
การเรยนรความส าคัญของธรรมชาต ท าให้นักเรยนตระหนักถงคณค่าของชวิตบนโลก
ี
ิ
ี
ี
ุ
้
ื
้
R = Range (หัวขอและเนอหา)
ื
เน้อหาเกี่ยวกับ God’s Wonders / How to Save the Earth
I = Interest (ความนาสนใจ)
่
ั
นักเรยนจะได้สนกกับเกมค้นหาค าศัพท์ ฟงเพลง และวาดภาพประกอบเกี่ยวกับ
ุ
ี
ธรรมชาต ิ
T = Time (เวลา)
ใช้เวลา 1 คาบ
ื่
ิ
ี
ี
ิ
จากนั้นฉันเร่มน าเสนอบทเรยน เรอง Save the Earth ของฉันทันท “ก่อนเร่มเรยนเรอง
ื่
ี
ิ
ี
ี
ี
็
Save the Earth ฉันบอกให้นักเรยนเหนภาพรวมของบทเรยนก่อนว่ามอะไรบ้าง เร่มจาก
ั
ิ
ี
ี
ุ
ู
วัตถประสงค์ ม 2 ข้อ ได้แก่ 1. นักเรยนสามารถน าเสนอค าขวัญการดแลรกษาส่งแวดล้อมบนโลก
ได้ 2. นักเรยนเข้าใจถงคณค่าพระวรสารเรอง การพิศเพ่งธรรมชาตส่งสราง ส าหรบความจ าเปนท ี่
้
ี
ิ
็
ื่
ิ
ึ
ั
ุ
ื
ต้องเรยนเรองน้ คอ เพื่อให้นักเรยนเหนความส าคัญของธรรมชาต และได้ตระหนักถงคณค่าของ
ี
ี
ี
ื่
ุ
ึ
ิ
็
้
ชวิตบนโลก ส่วนเน้อหาทจะเรยน ได้แก่ God’s Wonders ส่งสรางอันน่าอัศจรรย์ของพระเจ้า และ
ี
ิ
ี
ี่
ื
ุ
How to Save the Earth การดแลรกษาโลก เราจะสนกกับเกม เพลง ค้นหาค าศัพท์ วาดภาพ
ั
ู
้
ี
ี
ี
ธรรมชาตด้วยกัน โดยบทเรยนน้ใช้เวลา 1 คาบน้ OK! พรอมแล้วนะ เรามาเร่มบทเรยนกัน”
ี
ิ
ิ
ึ
ี่
ิ
ิ
หลังจากทฉันน าเสนอจบ นักเรยนเร่มมค าถามว่า “จรงรคะ ทมเพลงฟง” “เกมค้นหา
ี
ี
ั
ี
ี่
ิ
็
ิ
ค าศัพท์ ยากมั้ย” “วาดภาพน คดเองได้มั้ยคะ” “ค าขวัญ ช่วยกันคดได้มั้ย ต้องเปนภาษาอังกฤษ
ี่
ื่
ี่
็
ี
ิ
ี
หมดเลยร มภาษาไทยปนได้มั้ย” เมอฉันได้เหนภาพทนักเรยนสนใจ ซักถาม ตั้งแต่ยังไม่ได้เร่ม
ึ
ู
ี
บทเรยน ท าให้ฉันรสกว่า แค่เร่มต้นก็ work แล้ว จากนั้นตลอดคาบ นักเรยนคอยตดตามดว่า ฉัน
ี
ึ
ิ
ิ
้
ู
ื
ิ
ด าเนนการสอนอย่างท Promote ไว้ในภาพรวมครบถ้วนหรอเปล่า ฉันแกล้งข้ามกิจกรรมเกม
ี่
ิ
ื
ค้นหาค าศัพท์จาก God’s Wonders นักเรยนคอยถามว่า “เล่นเกมได้หรอยัง” หรอ “ขอเปด
ี
ื
ึ
ี
ู
้
dictionary หาค าศัพท์ มาเขยนค าขวัญได้มั้ย” และอกหลายค าถามทตามมา ท าให้ฉันรสกว่า
ี่
ี
ิ
ี่
บทเรยนน้ “ขายได้” ด้วยการเร่มต้นให้ภาพรวม หรอ Big Picture ทฉันยังไม่เคยพบในต าราเล่ม
ี
ี
ื
ั
ี
ี่
ไหนของกระบวนการจัดการเรยนการสอนมาก่อน นอกจากทได้จากการอบรมไตร่ตรองคร้งน้ ี
75
ส่งน้ท าให้ฉันเหนความส าคัญของการให้ภาพรวม Big Picture และรสกสนก ทจะเขยน
ู
ิ
็
ี
ี่
ี
ุ
้
ึ
ี
ุ
ั
ี่
ู
้
ภาพรวมในการท าแผนการจัดการเรยนรทเน้นการไตร่ตรองทกคร้ง และถ้าหน่วยไหน ฉันไม่ได้
ี
ี
ใช้กระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรอง นักเรยนได้ถามเสมอว่า “วันน้ ไม่ม Big Picture
ี่
ี
ี
ู
ิ
ื
ี
ื
ี่
ิ
มา Promotion หรอคะ” และส่งทน่าภมใจ คอ นักเรยนน าเทคนค การให้ภาพรวม Big Picture ไป
ิ
ุ
ใช้ในการพูดเกร่นน ารายงานของกล่มตนเอง ซงนับว่า “สดยอด!!!” กด Like เลย
ิ
ุ
ึ
่
์
ี่
ู
ิ
็
เปนยังไงคะ เพื่อนๆทได้อ่านประสบการณของฉันแล้ว ลองดนะ น าไปใช้เร่มในการ
ี
ู
สอนแล้วมาแชรกัน ในรปแบบของการท าภาพรวม แต่ละบทเรยน น่าสนกนะ เหมอนการท า
์
ุ
ื
ื่
็
์
Promote ภาพยนตรแต่ละเรอง ถ้าในการเรยนการสอน เราอาจท าเปน Big Picture เรอง Present
ื่
ี
ื่
็
็
Continuous Tense เปนอย่างไร Big Picture เรอง Article เปนอย่างไร Big Picture เรอง My
ื่
ู
ี
ี
ี
็
ิ
family เปนอย่างไร แล้วตดบอรดให้นักเรยนดว่าถ้านักเรยนเรยนเรองน้ ีแล้ว จะได้อะไรบ้าง
์
ื่
เรยนไปท าไม ความน่าสนใจอยู่ทไหน อะไรท านองน้ ี
ี
ี่
ลองมา Enjoy กับการท า Big Picture ในกล่มสาระของแต่ละระดับชั้น แล้วท า Big
ุ
Promotion ร่วมกันนะ
คณครบบผชาต นมตเดชวงศ์
ุ
ิ
ิ
ุ
ิ
ู
ี
โรงเรยนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์
ี
ู
ี่
้
คุณครบุบผาชาติ ใหตัวอย่างทชัดเจนในการใชเทคนิค INTRO ในการ Promotion บทเรยน
้
ี
ั
้
ู
้
ของคร ดวยเทคนิคเดยวกันแต่ปรบใชแตกต่างกัน คณครูสกรรจวงศ มิตรประเสรฐ โรงเรยน
ี
ิ
์
์
ุ
ี
้
้
้
ดาราสมุทร ศรราชา ประทับใจกับประสบการณในการสอน เมอเรมตนดวยการใหภาพรวม
์
ิ่
ื่
ี
้
เช่นเดยวกัน คุณครแบ่งปนว่า “พอหมดคาบรอยยิ้มเล็กๆ บนหนาของนักเรยน สรางความ
ี
้
ั
ู
ี
ี่
ี
ี
้
ประทับใจในการสอนของฉัน ฉันสามารถทาใหนักเรยนทไม่ตั้งใจเรยน หันกลับมาสนใจเรยนได ้
ถึงแมว่าลูกศิษยของฉันไม่เก่งทุกคน แต่พวกเขาตั้งใจในการเรยนมากขึ้น ฉันเชอว่า สักวันหนึ่งเขา
ื่
้
ี
์
จะเก่งขึ้นเอง”
76
นักเรียนชอบพูด
ฉันเปนครสอนภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศกษาปท 2 ของโรงเรยนดาราสมทร ศรราชา
ึ
ี
ี่
ี
็
ี
ู
ุ
์
ี
ี
ู
ี่
ิ
ฉันเปนครใหม่ทมประสบการณในการสอนน้อยมาก แน่นอนว่า ฉันไม่มเทคนคอะไรในการ
็
ี่
สอนเลย ฉันสอนในแบบทฉันอยากจะสอน
ฉันเคยสอนนักเรยนแบบน้ ี
ี
ี่
ี
ื่
ู
ิ
ื
ี
“นักเรยน วันน้ครจะสอนเรอง ค าราชาศัพท์ ให้นักเรยนเปดหนังสอไปทหน้า 19 แล้ว
ี
ู
หยิบปากกาข้นมาจดตามครด้วยนะคะ” นักเรยนทกคนท าตามทฉันสั่ง
ี
ี่
ุ
ึ
แต่ไม่นานฉันพบว่า “แก๊งค์ลกหม” เดกชายตัวอ้วนกลมสามคนไม่ได้ให้ความสนใจกับ
ู
ี
็
ุ
ี่
ิ
ี
ี่
ุ
การเรยนเลย พวกเขานั่งคยกันอย่างสนกสนาน ในขณะทฉันก าลังเดนไปหาพวกเขาทโต๊ะ
ู
ื่
์
ใหญ่ : “เฮ้ย เมอวานได้ดบอลหะ มันสมากเลย”
ุ
เล็ก : “เออๆ ดอยู่กับพ่อว่ะ ตอนยิงลกโทษอ่ะ ล้นแทบตาย”
ู
ู
ี๋
ใหญ่ : “อยากไปเตะบอลแล้วว่ะ เดยวพักเทยงรบไปจองสนามเลยนะ”
ี่
ี
ี
ื
กลาง : “เออๆ ดๆ ก็อยากเล่นเหมอนกัน นั่งเรยนน่าเบอเลย”
ี
ื่
ี
ึ
ู
ทันททฉันเดนไปถงโต๊ะของแก๊งค์ลกหม ี
ี่
ิ
ี
ุ
ฉัน : “ท าไมถงยังไม่เปดหนังสออ่านตามคร จะนั่งคยกันอกนานไหม ถ้าไม่
ู
ื
ึ
ิ
อยากเรยน ก็ออกไปอยู่ข้างนอกเลย” (ตวาดด้วยเสยงอันดัง)
ี
ี
ื
ึ
ี
ี่
ด้วยความกลัว นักเรยนทั้งหมดจงก้มหน้าอ่านหนังสอ โดยทพวกเขาคงยังซบซบกันทั้ง
ุ
ิ
คาบ
ู
ุ
ุ
์
ี
สดสัปดาหต่อมา ครทกคนต้องเข้าอบรมการจัดการเรยนการสอนแบบไตร่ตรอง ด้วย
ความเหนดเหนอยเมอยล้า แต่ครอย่างฉันต้องอบรม ถงแม้จะไม่เข้าใจอะไรมาก แต่ต้องจัดการ
็
ู
ื่
ื่
ึ
์
ี
ิ
เรยนการสอนแบบไตร่ตรอง ในสัปดาหถัดมา เพื่อรบการนเทศ
ั
ิ
ี
ก่อนการนเทศ ฉันได้ลองใช้กระบวนการไตร่ตรองกับนักเรยน เหตการณเปนแบบน้ ี
์
ุ
็
77
ื
ื่
ี
ู
ุ
ี
ี
ฉัน : “สวัสด นักเรยนทกคน เมอคนมใครดหนังบ้าง?”
ื
ี
ี
ี
ู
ื่
ี๊
ิ
นักเรยน : “ดค่ะ เมอคนมเลฟซนด้วย กรด”
ู
ิ
ู
ู
ใหญ่ : “คร คร ครชอบดหนังอ่ะด 555”
ู
ู
ู
ฉัน : “ก็ชอบนะ แต่ก่อนดหนัง มรายการอะไรให้ดก่อนคะ?”
ี
ี
ู
เล็ก : “ข่าวไงคร มทั้งข่าวบันเทง ข่าวพระราชวัง”
ิ
ฉัน : “นั่นเรยกว่า ข่าวในพระราชส านักจ๊ะ”
ี
นักเรยน : “555”
ี
ฉัน : “แสดงว่า ฟงข่าวในพระราชส านักไม่รเรองใช่ไหม?”
ื่
ั
้
ู
้
ู
กลาง : “ก็เขาพูดอะไรก็ไม่ร”
ู
ู
ฉัน : “อะไรท าให้หนไม่รว่า เขาพูดอะไร?”
้
ู
ใหญ่ : “ก็ ศัพท์ยากๆ ไงคร”
ฉัน : “แล้ว ศัพท์ยากๆ นั่นเรยกว่าอะไร?”
ี
แก๊งค์ลกหม : “!?!?”
ี
ู
ี
นักเรยน : “ค าราชาศัพท์ค่ะ”
ั
ฉัน : “เก่งมากจ๊ะ ค าราชาศัพท์ท าให้หนฟงข่าวในพระราชส านักไม่ร ู ้
ู
ู
เรองใช่ไหม แล้วหนคดว่าหนควรรค าราชาศัพท์ไหม?”
้
ู
ิ
ู
ื่
นักเรยน : “ควรค่ะ” “ควรครบ”
ี
ั
ี
้
ู
ฉัน : “นักเรยนจะรค าราชาศัพท์ไปท าไม”
เล็ก : “เอาไว้ท าข้อสอบเหรอคร 555”
ู
กลาง : “เอาไว้แปลข่าว ได้ปาวคับ”
่
ี
ื
ฉัน : “อม ครว่าใกล้เคยงแล้วนะ”
ู
ิ
ู
แก๊งค์ลกหม : “???” (ท าท่าคดหนัก น่งเงยบ)
ี
ี
ิ
ี
ึ
ู
ฉัน : “โอเคค่ะ เดยวครจะบอกให้ ถงแม้ว่านักเรยนจะไม่มโอกาสได้ใช้
ี
ี๋
ี
็
ี
ค าราชาศัพท์ในชวิตประจ าวันสักเท่าไร แต่มันก็มความจ าเปนท ี่
นักเรยนจะต้องเรยน ถ้าหนเข้าใจความหมายของค าราชาศัพท์ หน ู
ู
ี
ี
จะฟงข่าวในพระราชส านักรเรองใช่ไหม แล้วหนสามารถเล่าให้คน
ื่
ู
้
ู
ั
ั
ื่
ู
ี
อนฟงด้วยใช่ไหม ถ้านักเรยนสามารถใช้ค าราชาศัพท์ได้ถกต้อง
ี
ี่
ุ
นักเรยนใช้ค าทสภาพได้เหมาะสมกับบคคล นักเรยนจะมความ
ุ
ี
ี
ุ
ุ
ั
สภาพ และเปนทรกของทกคน”
็
ี่
78